มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 96 (10) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่ สมประกอบ หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตลุ าการหรือเป็นโรคที่ระบุไว้ ใน ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยโรคอันมีลักษณะต้องห้ามที่จะเป็น ข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึง่ ได้แก่โรคดงั ตอ่ ไปนี้ (ก) โรคเร้ือนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการ เป็นที่รังเกยี จแกส่ งั คม (ข) วณั โรคในระยะอนั ตราย (ค) โรคเทา้ ชา้ งในระยะทป่ี รากฏอาการเป็นท่รี ังเกียจ แกส่ งั คม (ง) โรคติดยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ (จ) โรคพษิ สรุ าเรื้อรัง (ช) โรคติดต่อที่เป็นเหตุให้ไม่เหมาะสมท่ีจะเป็นข้าราชการ ตุลาการ (11) เป็นผู้ที่ผ่านการตรวจร่างกายและจิตใจโดยคณะกรรมการแพทย์จานวนไม่น้อยกว่าสาม คนซ่งึ ก.ต. กาหนด และ ก.ต. ได้พิจารณารายงานของคณะกรรมการแพทย์แล้วเห็นสมควรรับ สมคั รได้ หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือก ผู้สมัครทดสอบ ความรู้ หรือผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกพิเศษ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ก.ต. กาหนด โดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา สาหรับประเด็นคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้พิพากษา ไดเ้ คยมีคาวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ สรุปสาระสาคัญได้ดังนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 30ได้บัญญัติเป็นหลักการว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าชาย หรือหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน จะเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความ แตกต่างในเร่ืองถิ่นกาเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของ บุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเช่ือทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็น ทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทามิได้ แต่ต้องยอมรับว่าในการท่ี
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 97 หน่วยงานใดจะรับบุคคลเข้าทาหน้าท่ีในตาแหน่งใดย่อมต้องพิจารณาถึงความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้นด้วย สาหรับกรณีตามคาร้องของผู้ร้องนั้นเป็นเร่ืองท่ี นายศิริมิตร บุญมูล และนางสาวบุญจุติ กลับประสิทธ์ิ ซ่ึงมีอาชีพทนายความ สมัครสอบ คัดเลือกบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา หากสอบ คัดเลือกได้ก็จะมีการขอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งต้ังเป็นผู้พิพากษาต่อไป ซ่ึงการรับสมัครสอบคัดเลือกนอกจากจะพิจารณาถึงความรู้ความสามารถแลว้ ยังต้องพิจารณา สขุ ภาพของร่างกายและจิตใจวา่ มีความสมบูรณ์สามารถปฏิบัตหิ นา้ ที่ไดแ้ ละมีบคุ ลิกลกั ษณะท่ีดี พอที่จะเป็นผู้พิพากษาซึ่งเป็นตาแหน่งที่มีเกียรติโดยปฏิบัติหน้าที่ในพระปรมาภิไธย พระมหากษัตริย์ การปฏิบัติหน้าท่ีของผู้พิพากษามิใช่เพียงแต่พิจารณาพิพากษาอรรถคดีใน ห้องพิจารณาเท่าน้ัน บางคร้ังต้องเดินทางไปนอกศาล ปฏิบัติหน้าที่ เช่น เพื่อเดินเผชิญสืบ เพ่ือสืบพยานท่ีมาศาลไม่ได้ การพิจารณาเพ่ือรับสมัครสอบคัดเลือกเพ่ือบรรจุเป็นข้าราชการ ตุลาการและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาจึงมีมาตรการท่ีแตกต่างและเข้มงวดกว่า การคัดเลือกบุคคลไปดารงตาแหน่งอ่ืนอยู่บ้าง ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคหน่ึง บัญญัติ เป็นข้อยกเว้นไว้ว่า การจากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพ่ือการท่ีรัฐธรรมนูญนี้กาหนดไว้ และเทา่ ท่ีจาเปน็ เท่าน้ัน และจะกระทบกระเทอื นสาระสาคัญแห่งสิทธแิ ละเสรภี าพนนั้ มิได้ และ วรรคสองบัญญัติรับรองไว้ว่ากฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการท่ัวไปและไม่มุ่ง หมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหน่ึงเป็นการเจาะจงทั้งต้องระบุ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อานาจในการตรากฎหมายน้ันด้วยซ่ึงบทบัญญัติวรรคหน่ึงและ วรรคสองให้นามาใช้บังคับกับกฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอานาจตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมายด้วยโดยอนุโลมเม่ือพิจารณาถึงพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาล ยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 26 (10) คาว่า “มีกาย ... ไม่เหมาะสมท่ีจะเป็นข้าราชการตุลา การ” จะใช้ควบคกู่ ับมาตรา 26 (11) ทบี่ ัญญตั ิวา่ “เป็นผูท้ ี่ผ่านการตรวจร่างกายและจิตใจโดย คณะกรรมการแพทย์จานวนไม่น้อยกว่าสามคน ซึ่ง ก.ต. กาหนด และ ก.ต. ได้พิจารณา รายงานของคณ ะกรรมการแพทย์แล้วเห็นว่าสมควรรับสมัครได้ ” บทบัญ ญัติของ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 26 (10)
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 98 เป็นไปตามความจาเป็นและความเหมาะสมของฝ่ายตุลาการ จึงเห็นว่าบทบัญญัติของ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 26 (10) ดังกล่าวเป็นลักษณะตามข้อยกเว้นของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 29 ซ่ึงไม่กระทบกระเทือนถึงสาระสาคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพ มีผลใช้บังคับเป็นการ ทั่วไปและไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหน่ึงหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง และไม่เป็นการเลือกปฏิบตั โิ ดยไมเ่ ป็นธรรมตามรฐั ธรรมนูญ มาตรา 30 แตอ่ ยา่ งใด การสอบคดั เลือก (การสอบผู้ช่วยผู้พพิ ากษาสนามใหญ่) ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง ผูช้ ่วยผู้พพิ ากษา ต้องมีคุณวุฒิและได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายดังต่อไปนี้ (มาตรา 27 แห่ง พระราชบัญญัตริ ะเบยี บข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยตุ ิธรรม พ.ศ. 2543) (ก) เป็นนิติศาสตรบัณฑิต หรือสอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจาก ต่างประเทศ ซ่ึง ก.ต. เทยี บไมต่ า่ กวา่ ปริญญาตรี (ข) สอบไล่ได้ตามหลกั สูตรของสานกั อบรมศกึ ษากฎหมายแหง่ เนตบิ ัณฑติ ยสภา และ (ค) ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี เป็นจ่าศาล รองจ่าศาล เจ้า พนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี หรือพนักงานคุมประพฤติของศาลยุติธรรม พนักงานอัยการ นายทหารเหล่าพระธรรมนูญ ทนายความ หรือประกอบวิชาชีพอย่างอื่นท่ี เกี่ยวเน่ืองกับกฎหมาย ตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยกาหนดการ ประกอบวิชาชพี อยา่ งอ่นื ท่ีเก่ียวเน่อื งกบั กฎหมายและเงื่อนไขเก่ยี วกับการประกอบวชิ าชีพ พ.ศ. 2545 กลา่ วคือ (1) เป็นอาจารย์ประจาคณะนิติศาสตร์ หรือภาควิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ใน มหาวิทยาลัยของรัฐ ซ่ึงคณบดีหรือตาแหน่งที่เทียบเท่ารับรองว่าได้สอนวิชากฎหมายตาม หลกั สูตรในคณะนิตศิ าสตร์ หรือภาควชิ านติ ศิ าสตร์ หรอื สาขาวชิ านติ ิศาสตร์มาแล้ว (2) เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจ ซึ่งทาหน้าที่พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชา รับรองวา่ ได้ปฏิบัตงิ านในหนา้ ที่พนักงานสอบสวนมาแลว้ ไมน่ ้อยกวา่ 20 เรอื่ ง
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 99 (3) เป็นข้าราชการศาลยุติธรรมตาแหน่งเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม (วุฒิทางกฎหมาย) สานักงานศาลยุติธรรม ซ่ึงผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงใน หน้าทีด่ งั กลา่ วตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.ศ. กาหนด (4) เป็นนายทหารซึ่งทาหน้าท่ีนายทหารสืบสวนสอบสวน หรือนายทหารสารวัตรสืบสวน สอบสวน กระทรวงกลาโหม ซ่งึ ผบู้ ังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบตั ิงานสอบสวนคดีอาญาซง่ึ อย่ใู น อานาจของศาลทหารมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 20 เรื่อง (5) เป็นข้าราชการตาแหน่งเจ้าหน้าท่ีสืบสวนสอบสวน สานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด ซ่ึงผู้บังคับบัญชารับรองวา่ ได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่ นอ้ ยกวา่ 20 เรื่อง (6) เป็นข้าราชการตาแหน่งเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สานักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซ่ึงผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ ปฏิบัติงานตรวจสอบทรัพย์สิน หรือไต่สวนและวินิจฉัยคดีท่ีอยู่ในอานาจหน้าที่ของสานักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาติ (7) เป็นข้าราชการตาแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน (วุฒิทางกฎหมาย) สานักงานการ ตรวจเงินแผ่นดนิ หรือนกั วิชาการทดี่ ิน (วุฒทิ างกฎหมาย) กรมทด่ี ิน ซง่ึ ผู้บังคับบัญชารบั รองว่า ได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าท่ีดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานนิติการท่ี ก.พ. กาหนด (8) เป็นเจ้าพนักงานการเลือกต้ัง (งานนิติการ) สานักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าว ตาม มาตรฐานในสายงานนิตกิ ารที่ ก.พ. กาหนด หรือเจ้าพนกั งานการเลอื กตง้ั (งานวนิ จิ ฉัยหรอื งาน สืบสวนสอบสวน) สานักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ ปฏบิ ัติงานพจิ ารณาวนิ จิ ฉัยหรอื สอบสวนมาแลว้ ไมน่ อ้ ยกวา่ 20 เรื่อง (9) เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างในกระทรวงยุติธรรม ทาหน้าท่ีพนักงานคุมประพฤติซึ่ง ผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานคุมประพฤติ ท่ี ก.พ. กาหนด
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 100 (10) เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ ปฏิบัติงานในหน้าทนี่ ิตกิ รตามมาตรฐานในสายงาน นิติการท่ี ก.พ. หรอื องค์กรกลางบรหิ ารงานบคุ คลอ่ืนกาหนด แลว้ แต่กรณี (11) เป็นพนักงานของสถาบันการเงินที่ ก.ต. รับรอง ซ่ึงผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงาน ในหนา้ ท่ีนิตกิ ร (12) เป็นอาจารย์ผู้บรรยายประจาวิชาของคณะนิติศาสตร์ ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ ทบวงมหาวิทยาลัยให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของหลักสูตรนิติศาสตร์ ซึ่งคณบดีหรือ ตาแหน่งที่เทียบเทา่ รบั รองว่าได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนติ ิศาสตร์มาแล้วในวิชา ใดวชิ าหนง่ึ หรือหลายวิชาดงั น้ี กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพจิ ารณา ความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมาย ล้มละลาย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังศาลแขวงและวิธีพิจารณา ความอาญาในศาลแขวง กฎหมายรัฐธรรมนญู กฎหมายปกครอง กฎหมายทรัพย์สนิ ทางปญั ญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายพาณิชย์นาวี หรือกฎหมายระหว่างประเทศ (13) เป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ (วุฒิทางกฎหมาย) สานักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่ง ผ้บู ังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานดา้ นกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐาน ที่สานักงานศาลรฐั ธรรมนูญกาหนด (14) เป็นนักวิจัยหรือผู้ช่วยนักวิจัย (วุฒิทางกฎหมาย) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และ คอมพิวเตอร์แห่งชาติ สานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซ่ึงผู้บังคับบัญชา รับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าท่ีดังกล่าวตามมาตรฐ านท่ีสานักงาน พฒั นาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีแหง่ ชาติกาหนด (15) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอย่างอ่ืนท่ีเกี่ยวเน่ืองกับกฎหมายที่ได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายใน ลักษณะทานองเดยี วกันหรอื เทยี บได้กบั วิชาชีพตาม (1) – (14) ซงึ่ ก.ต. รบั รองเป็นรายกรณี ผู้สมัครสอบซึ่งประกอบวิชาชีพทนายความนั้น จะต้องได้ว่าความในศาล โดยทาหน้าที่หรือมี ส่วนร่วมทาหน้าที่ทนายความในการท่ีศาลออกน่ังพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ใน จานวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า 5 เรื่อง โดยมีหนังสือรับรองของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 101 ตามแบบท่ีกาหนดมาแสดงว่าได้ทาหนา้ ทด่ี ังกล่าวอย่างแท้จริงสาหรบั หลักสูตรและวิธีการสอบ คดั เลือกเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการตุลาการว่าดว้ ยการสมัครและการสอบคัดเลือก เพ่ือ บรรจเุ ป็นขา้ ราชการตลุ าการในตาแหนง่ ผูช้ ่วยผพู้ ิพากษา การทดสอบความรู้ (การสอบผู้ช่วยผพู้ พิ ากษาสนามเลก็ ) คุณสมบัตขิ องผู้มีสิทธิสมัครเขา้ ทดสอบความรู้ตามพระราชบัญญัติระเบียบขา้ ราชการ ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 28 ได้กาหนดให้ผู้สมัครต้องมีคุณวุฒิและได้ ประกอบวชิ าชีพดังตอ่ ไปน้ี (1) สอบไล่ได้ตามหลกั สตู รของสานักอบรมศึกษากฎหมายแหง่ เนตบิ ณั ฑิตยสภา และ (2) มีคุณวุฒอิ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ดงั ตอ่ ไปนี้ (ก) สอบไล่ไดป้ รญิ ญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมีหลักสูตรเดียวไม่ น้อยกว่าสามปี ซ่ึง ก.ต. เทียบไม่ตา่ กว่าปริญญาตรหี รือสอบไล่ได้ปริญญาเอกทางกฎหมายจาก มหาวทิ ยาลัยในประเทศไทย ซึ่ง ก.ต. รบั รอง (ข) สอบไล่ได้ปริญญาหรอื ประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากตา่ งประเทศโดยมีหลักสูตรเดียวไม่ นอ้ ยกว่าสองปีหรอื หลายหลกั สตู รรวมกัน ไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบไม่ต่ากว่าปริญญาตรี และได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 27(3) เป็นเวลาไมน่ อ้ ยกว่าหนงึ่ ปี (ค) สอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ซึ่ง ก.ต. รับรอง และได้ ประกอบวชิ าชพี ตามท่รี ะบไุ ว้ในมาตรา 27 (3) เป็นเวลาไมน่ ้อยกวา่ หนึ่งปี (ง) เป็นนิติศาสตรบัณฑิตชั้นเกียรตินิยมและได้ประกอบวิชาชีพเป็นอาจารย์ในคณะนิติศาสตร์ ในมหาวทิ ยาลยั ของรัฐเปน็ เวลาไม่น้อยกว่าห้าปี (จ) เป็นนติ ศิ าสตรบัณฑิตและเป็นขา้ ราชการ ศาลยุตธิ รรมที่ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายในตาแหน่งตามท่ี ก.ต. กาหนดเป็นเวลาไม่น้อย กว่าหกปี และเลขาธิการสานักงานศาลยุติธรรมรับรองว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ ความสามารถดีและมคี วามประพฤติดเี ปน็ ที่ไว้วางใจวา่ จะปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ขา้ ราชการตลุ าการได้
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 102 (ฉ) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกในสาขาวิชาที่ ก.ต. กาหนด และเป็นนิติศาสตร บัณฑิต และได้ประกอบวิชาชีพตามท่ีระบุไว้ในมาตรา 27 (3) หรือได้ประกอบวิชาชีพตามท่ี ก.ต. กาหนดเปน็ เวลาไม่นอ้ ยกวา่ สามปี หรอื (ช) สอบไล่ได้ปริญญาตรีหรือท่ี ก.ต. เทียบไม่ต่ากว่าปริญญาตรีในสาขาวิชาท่ี ก.ต. กาหนด และได้ประกอบวิชาชีพตามท่ี ก.ต. กาหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี จนมีความรู้ความ เช่ยี วชาญในวิชาชพี นั้นและเป็นนติ ิศาสตรบณั ฑิต การคัดเลือกพิเศษ ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกพิเศษเพ่ือบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งต้ังให้ดารง ตาแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ (มาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝา่ ยตลุ าการศาลยตุ ิธรรม พ.ศ. 2543) (1) มีคุณวุฒิอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ดังต่อไปน้ี (ก) เป็นหรือเคยเป็นศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยมีความรู้ ความสามารถและประสบการณด์ เี ด่นในสาขาวิชากฎหมายที่ ก.ต. กาหนด (ข) เปน็ หรือเคยเป็นอาจารย์ในคณะนิติศาสตรใ์ นมหาวิทยาลัยของรัฐเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี โดยต้องสอนหรือเคยสอนวิชากฎหมายท่ี ก.ต. กาหนด วิชาใดวิชาหน่ึงหรือหลายวิชามาแล้ว รวมไมน่ ้อยกวา่ 3 ปี (ค) เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญหรือข้าราชการประเภทอืน่ ในตาแหน่งไม่ต่ากว่า ผู้อานวยการกองหรือเทียบเท่าข้ึนไป โดยต้องปฏิบัติหน้าท่ีที่เก่ียวข้องกับสาขาวิชากฎหมายท่ี ก.ต. กาหนด เปน็ เวลาไมน่ อ้ ยกวา่ 3 ปี (ง) เป็นหรอื เคยเป็นทนายความมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกวา่ สิบปตี ้องไดว้ ่าความในศาลโดยเป็น ทนายความผู้ทาหน้าท่ีหลักในการท่ีศาลออกน่ังพิจารณามาแล้วไม่น้อยกว่า 100 เรื่อง ในจานวนนี้ต้องเป็นคดีแพ่งไม่น้อยกว่า 25เรื่อง และเป็นคดที ี่เก่ยี วข้องกับสาขาวิชากฎหมายท่ี ก.ต. กาหนด ไม่น้อยกว่า 30 เรื่อง โดยมีหนงั สอื รบั รองของผพู้ ิพากษาท่ีนั่งพิจารณาตามแบบที่ กาหนด
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 103 ทา้ ยระเบียบนมี้ าแสดงว่าไดท้ าหนา้ ทด่ี งั กล่าวอยา่ งแท้จรงิ (2) สอบไลไ่ ด้ตามหลกั สตู รของสานักอบรมศกึ ษากฎหมายแหง่ เนติบัณฑติ ยสภา (3) เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ดีเด่นในสาขาวิชากฎหมายตามที่ ก.ต. กาหนด และ (4) เป็นผู้มีความซื่อสัตย์สุจริต มีบุคลิกภาพ มีความประพฤติ และทัศนคติที่เหมาะสมแก่การ ปฏิบัติหน้าท่ีข้าราชการตุลาการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมมีอานาจในการออก ระเบียบเพื่อกาหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือก การทดสอบความรู้ และการคัดเลือก พิเศษ ตลอดจนการกาหนดอัตราส่วนการบรรจุระหว่างผู้ท่ีสอบคัดเลือกได้ ผู้ที่ทดสอบความรู้ ได้ และผู้ท่ีผ่านการคัดเลือกพิเศษ โดยผู้สอบคัดเลือกและผู้ท่ีผ่านการทดสอบความรู้ที่ได้ คะแนนสูง ให้ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งผู้ช่วยผู้ พิพากษาก่อนผู้ที่ได้รบั คะแนนต่าลงมาตามลาดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก หากได้คะแนนเท่ากัน ให้จับสลากเพอ่ื จดั ลาดบั ในระหว่างผู้ท่ีได้คะแนนเทา่ กัน หากผู้สอบคัดเลือก ผู้ท่ีผ่านการทดสอบความรู้ และผู้ที่ผ่านการคัดเลือกพิเศษคนใด ขาด คณุ สมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 26 หรือขาดคุณวุฒิหรือมไิ ด้ประกอบวิชาชีพตาม มาตรา 27มาตรา 28 และมาตรา 29 ตามลาดับ หรือเป็นบุคคลท่ี ก.ต. เห็นว่ามีช่ือเสียงหรือ ความประพฤติหรือเหตุอ่ืน ๆ อันไม่เหมาะสมท่ีจะเป็นข้าราชการตุลาการ ให้ผู้นั้นไม่มีสิทธิ ได้รับการบรรจุเปน็ ขา้ ราชการตุลาการตามผลการสอบคัดเลอื กน้ัน นอกจากระบบการคัดเลือก ผพู้ พิ ากษาดังที่ได้กลา่ วขา้ งต้นแล้ว ผู้ช่วย ผู้พิพากษาจะต้องได้รับการอบรมจากสานักงานศาลยุติธรรมมาแล้วตามระยะเวลาท่ีประธาน ศาลฎีกากาหนดโดยความเห็นชอบของ ก.ต. แต่ต้องไม่น้อยกว่าหน่ึงปี และผลของการศึกษา อบรมเป็นไปตามมาตรฐานของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าเป็นผู้มคี วามซ่ือสัตย์สุจริต ความรู้ความสามารถ ความรบั ผิดชอบ และความประพฤติเหมาะสมทีจ่ ะเปน็ ผ้พู ิพากษา โดยให้ มีการประเมินผลของการศึกษาอบรมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารศาล ยุติธรรมกาหนดในระหว่างการอบรม หากผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดไม่เหมาะสมท่ีจะดารงตาแหน่ง ข้าราชการตุลาการต่อไป หรือผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาเป็นเวลาเกินกว่า
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 104 ระยะเวลาทีป่ ระธานศาลฎกี ากาหนดถงึ หนง่ึ ปีแล้ว และผลของการศึกษาอบรมยังไมเ่ ป็นไปตาม มาตรฐานของคณะกรรมการบรหิ ารศาลยตุ ิธรรม ให้ประธานศาลฎีกาด้วยความเห็นชอบของ ก.ต.มีอานาจส่ังให้ออกจากราชการ หรือ ดาเนนิ การเพอ่ื ให้มีการโอนไปเปน็ ข้าราชการศาลยุตธิ รรมก็ไดห้ ากผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดผ่านการ ประเมินผลแล้ว จะได้รับการแต่งตงั้ ให้ดารงตาแหน่งผู้พิพากษาประจาศาล โดยความเห็นชอบ ของ ก.ต. และก่อนเข้ารับหน้าท่ี ผู้พิพากษาผู้น้ันต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 252 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ด้วยถ้อยคา ดังตอ่ ไปนี้ “ข้าพระพุทธเจ้า (ช่ือผู้ปฏิญาณ) ขอถวายสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพระพุทธเจ้าจะ จงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ และจะปฏิบัติหน้าท่ีในพระปรมาภิไธยด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยปราศจากอคติท้ังปวง เพ่ือให้เกิดความยุติธรรมแก่ประชาชน และความสงบสุขแห่ง ราชอาณาจักร ท้ังจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายทุก ประการ” มารยาทและวินยั ของวิชาชีพผ้พู พิ ากษา เดิมมีเพียงธรรมเนียมปฏิบัติในการวางตัวของผู้พิพากษาท่ีปฏิบัติติดต่อกันมาเท่าน้ัน ส่ิงใดกระทาได้ ส่ิงใดกระทาไม่ได้ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติต่อๆ กันมา เพราะผู้พิพากษาใน ประเทศ มีเพียงจานวนนอ้ ย ตอ่ มาจานวนผู้พิพากษาไดเ้ พิ่มข้ึน ธรรมเนยี มปฏิบัตติ ่างๆ ที่เคย ปฏิบัติกันมา บางอย่าง ก็มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพราะการเปล่ียนแปลง ของสังคม ภายนอก ทาให้การปฏิบัติตัว ของผู้พิพากษา บางครั้ง มองดูแล้ว ไม่เหมาะสมบ้าง ท่ีประชุม คณะกรรมการ ตุลาการครั้งท่ี 6/2527 เห็นว่า ผู้พิพากษาบางท่าน ประพฤติตนในบางส่ิง บางอย่าง ซึง่ ที่ประชุมยังโต้เถยี งกันอยู่วา่ การกระทาดงั กล่าวนั้น เหมาะสมหรอื ไม่ เพราะยังไม่ มีกฎเกณฑ์วางไว้ เป็นที่แน่นอน ที่ประชุมจึงมีความเห็นว่า น่าจะมีระเบียบ หรือคาแนะนา หรือมีการวางแนวปฏิบัติไว้ ให้ผู้พิพากษาประพฤติ เพราะแม้จะมีวินัย อยู่ในกฎหมายว่าด้วย
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 105 ระเบยี บ ข้าราชการฝ่ายตลุ าการ ก็เป็นเพียงการ วางหลกั เกณฑไ์ ว้กวา้ งๆ บางเรอ่ื งยงั คลุมไปไม่ ถึง และบางเรื่อง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ท่ีไม่ได้เขียนไว้ จึงตั้งคณะกรรมการ วางหลักเกณฑ์ เรยี กวา่ ประมวลจริยธรรม ข้าราชการตุลาการขนึ้ ซึ่งในด้านจริยธรรม เก่ยี วกับกิจการอ่ืน และ เกี่ยวการดารงตน และครอบครวั น้นั ได้บญั ญัติไว้ท้ังหมด 16 ข้อ ดงั ตอ่ ไปนี้ 1. ผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ที่ปรึกษาหรือดารงตาแหน่งอื่นใด ในห้าง หุ้นสว่ น บริษัท ห้างร้าน หรือธุรกิจของเอกชน เว้นแต่เป็นกิจกรรม ที่มิได้แสวงหากาไร ผู้พิพากษาจัก ต้องไม่ประกอบอาชีพ หรือวิชาชีพ หรือกระทากิจการใด อันจะกระทบกระเทือน ต่อการ ปฏบิ ตั ิหน้าท่ี หรือเกียรติศักดิ์ ของผ้พู ิพากษา 2. ในกรณีจาเป็นผู้พิพากษาอาจได้รับมอบหมายหรือแต่งต้ังจากหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอ่ืน ของรัฐ ให้ปฏิบัติ หน้าท่ีอันเก่ียวกับหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือ หน่วยงานนั้นได้ ในเมื่อการปฏิบัติ หน้าท่ีดังกล่าว ไม่กระทบกระเทือน ต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือเกียรติศักดิ์ ของผู้พิพากษา ท้ังจักต้อง ได้รับอนุญาต จากกระทรวงยุติธรรม แล้วการเป็น กรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือกิจการอื่นของรัฐ ในทานองเดียวกัน จกั ต้องไดร้ ับอนุมัติจาก ก.ต. ด้วย 3.ผูพ้ ิพากษา ไมพ่ งึ แสดงปาฐกถา บรรยาย สอน หรอื เข้ารว่ มสัมมนา อภปิ ราย หรือแสดงความ คิดเห็นใด ๆ ต่อสาธารณชน ซึ่งอาจกระทบกระเทือน ต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือเกียรติศักดิ์ ของผูพ้ ิพากษา 4. ผู้พิพากษาไม่พึงเป็นกรรมการ สมาชิก หรือเจ้าหน้าท่ีของสมาคม สโมสร ชมรม หรือ องค์การใด ๆ หรือเข้าร่วม ในกิจการใด ๆ อันจะกระทบกระเทือน ต่อการปฏิบัติหน้าที่ หรือ เกยี รติศักดิ์ ของผ้พู ิพากษา 5. ผู้พิพากษาไม่พึงรับเป็นผู้จัดการมรดก ผู้จัดการทรัพย์สิน หรือผู้ปกครองทรัพย์ เว้นแต่เป็น กรณีท่ี ตัวผู้พิพากษาเอง คู่สมรส ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของตน หรือญาติสืบสายโลหิต หรือ เก่ียวพัน ทางแต่งงาน ซ่ึงผู้พิพากษา ถือเป็นญาติสนิท มีส่วนได้เสียในมรดก หรือทรัพย์น้ัน โดยตรง 6. ผพู้ ิพากษาไม่พงึ รับเปน็ อนญุ าโตตลุ าการ หรือผู้ประนอมข้อพพิ าท
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 106 7. ผู้พิพากษาจักต้องสนับสนุน การปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ ซ่ึงมี พระมหากษัตริย์ ทรงเปน็ พระประมขุ แห่งรฐั 8. ผู้พิพากษาจักต้องไม่เป็นกรรมการ สมาชิก หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือกลุ่ม การเมอื ง และจกั ต้อง ไม่เขา้ เป็น ตัวกระทาการ รว่ มกระทาการ สนับสนนุ ในการโฆษณา หรือ ชกั ชวนใด ๆ ในการ เลือกตั้ง สมาชิกรัฐสภา หรือผู้แทน ทางการเมืองอื่นใด ทั้งไม่พึงกระทาใด ๆ อันเป็นการฝกั ฝา่ ยการเมอื ง หรือกล่มุ การเมอื งใด นอกจาก การใชส้ ทิ ธิ เลือกตง้ั 9. ผู้พิพากษาจักต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยู่ในกรอบของศีลธรรม และพึงมีความสันโดษ ครองตน อย่างเรียบง่าย สุภาพ สารวมกิริยามารยาท มีอัธยาศัย ยึดถือ จริยธรรม และประเพณีอันดงี าม ของตุลาการ ท้ังพึงวางตน ให้เปน็ ที่เชือ่ ถือ ศรัทธาของบุคคล ทัว่ ไป 10. ผู้พิพากษาพึงปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้นเป็นลาดับ และพึงขวนขวายศึกษาเพ่ิมเติม ทั้งใน วิชาชีพ ตุลาการ และ ความรู้รอบตัว ผู้พิพากษาจักต้อง ไม่ก้าวก่าย หรือแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบ จากการปฏบิ ัติหน้าที่ ของผพู้ พิ ากษาอน่ื 11. ผู้พิพากษาจักต้องไม่ยินยอมให้บุคคลในครอบครัว ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าท่ีของตน หรือ ของผ้อู น่ื และจกั ตอ้ ง ไมย่ ินยอมให้ผอู้ ื่น ใช้ตาแหนง่ หน้าท่ขี องตน แสวงหาประโยชน์ อนั มชิ อบ 12. ผู้พิพากษาพึงยึดม่ันในระบบคุณธรรม และจักต้องไม่แสวงหาตาแหน่ง ความดีชอบ หรือ ประโยชนอ์ นื่ ใด โดยมชิ อบ จากผูบ้ งั คบั บัญชา หรอื จากบุคคลอนื่ ใด 13. ผู้พิพากษาจกั ตอ้ งระมัดระวังมใิ ห้การประกอบวิชาชพี หรอื อาชีพ หรือการงานอ่นื ใดของ คู่ สมรส ญาติสนิท หรือบุคคล ซงึ่ อยูใ่ นครัวเรือนของตน มีลักษณะเป็นการ กระทบกระเทือน ต่อ การปฏิบัติหน้าท่ี หรือเกียรติศักดิ์ ของผู้พิพากษา โดยเฉพาะอย่างย่ิง ในด้านความเช่ือถือ ศรัทธา ของบุคคลทว่ั ไป ในการประสาทความยตุ ธิ รรม ของผพู้ พิ ากษา 14. ผู้พิพากษาและคู่สมรสจักต้องไม่รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใด ๆ จากคู่ความ หรือจาก บุคคลอ่ืนใด อันเกี่ยวเนื่อง กับการปฏิบัติหน้าท่ี ของผู้พิพากษา และจักต้องดูแลให้บุคคลใน ครอบครวั ปฏิบัติเชน่ เดียวกันดว้ ย
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 107 15. ผู้พิพากษาและคู่สมรสจักต้องไม่รับของขวัญของกานัล หรือประโยชน์ อื่นใดอันมีมูลค่า เกินกว่า ท่ีพึงให้กัน ตามอัธยาศัย และประเพณีในสังคม และจักต้ องดูแล ให้บุคคลใน ครอบครวั ปฏิบตั เิ ช่นเดยี ว กนั ด้วย 16. ผู้พิพากษาจักต้องละเว้นการคบหาสมาคมกับคู่ความ หรือบุคคลอ่ืน ซ่ึงมีส่วนได้เสีย หรือ ผลประโยชน์ เกีย่ วข้อง กับคดีความหรือบุคคล ซึ่งมคี วามประพฤติ หรือมีชื่อเสยี ง ในทางเส่ือม เสีย อันอาจจะกระทบกระเทือน ต่อความเช่ือถือ ศรัทธาของบุคคลทั่วไป ในการประสาท ความยุติธรรม ของผู้พิพากษา ต่อมาได้มีการประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน จึงได้มีการ แก้ไข ประมวลจริยธรรม ใหม่ขึ้น ตามประมวลจริยธรรมฉบับใหม่นี้ ท่านประธานศาลฎีกา มี อานาจ ออกคาแนะนา ในการดารงตน ของผู้พิพากษา ซึ่งท่านประธานศาลฎีกา ได้ให้ความ กรุณา ออกคาแนะนา ใหก้ ารดารงตน ของผ้พู ิพากษาไว้ คาแนะนาของประธานศาลฎีกา คาแนะนาของประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการดารงตนในโอกาสต่างๆ ของข้าราชการ ตุลาการ ตามประมวลจริยธรรม ข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2544เพื่อให้การดารงตน ในโอกาส ต่าง ๆ ของข้าราชการตุลาการ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงเห็นสมควร ให้คาแนะนา ใน โอกาสต่างๆ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตามประมวลจริยธรรมจาก ราชการตุลาการ ไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ข้อ 1. การตรวจราชการ (1) ผู้ตรวจราชการควรคานึงถึงความจาเป็น ในการไปตรวจราชการ และระมัดระวังเกี่ยวกับ ความประหยัด ในการต้อนรับ และระยะเวลา ท่ีผู้รับการตรวจ ต้องใช้ในการปฏิบัติ หน้าท่ี ราชการ (2) ผู้ตรวจราชการ ควรจากัดเฉพาะผ้ทู ่ีมีหน้าท่ีเก่ียวข้องโดยตรงเท่าน้ัน และ ให้มีจานวนน้อย ทส่ี ดุ (3) ผู้ตรวจราชการเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในการไปตรวจราชการ ตามกฎหมายว่าด้วย คา่ ใช้จา่ ย ในการเดนิ ทางไปราชการ เชน่ คา่ ยานพาหนะ คา่ ท่ีพกั และเบ้ียเลยี้ ง เปน็ ต้น
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 108 (4) ผู้ตรวจราชการควรงดเว้นการรับการอานวยความสะดวกในทุกด้าน ทเ่ี กินความรับผิดชอบ ตามปกติ ของผรู้ ับการตรวจ (5) ผู้รับการตรวจพึงอานวยความสะดวก ตามสมควรแก่ผู้ตรวจราชการ และงดเว้นการยืม ยานพาหนะ จากบุคคลภายนอก การเกณฑผ์ ู้คน มาให้การตอ้ นรบั และงดเว้นการจัดหา ของที่ ระลกึ ของขวัญ หรือ สิง่ ของอน่ื ใด มอบใหแ้ ก่ผ้ตู รวจราชการ และคณะ (6) ผู้รับการตรวจพึงรอต้อนรับผู้ตรวจราชการอยู่ภายในที่ต้ังของตน งดเว้นการไปรอรับจาก จงั หวัดอน่ื หรือตามไปส่งยังจงั หวดั อนื่ (7) การไปสัมมนาของหน่วยงานราชการ ให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ พึงปฏิบัติ เช่นเดียวกับที่ กล่าวมาแลว้ ขา้ งตน้ ข้อ 2. การเดนิ ทางไปรบั ตาแหนง่ และการเดินทางไปเพ่ือภารกิจส่วนตวั (1) ผู้เดินทางไปรับตาแหน่งควรคานึงถึงจานวนคนที่จะร่วมเดินทางไป พึงงดเว้นการชักชวน หรือยอม ให้บุคคลอื่น ติดตามไปส่ง เป็นจานวนมาก และไม่ควรให้เป็นภาระ แก่ผู้ให้การ ต้อนรับ และพึงรับผิดชอบ ค่าใช้จ่าย ในการเดินทาง รวมรวมตลอดท้ังค่าอาหาร และค่าที่พัก ของผู้รว่ มเดินทาง ไปสง่ เอง (2) ศาลท่ีผู้เดินทางไปรับตาแหน่งพึงให้การต้อนรับและอานวยความสะดวกตามสมควรแก่ผู้ เดินทาง มารับตาแหน่ง เชน่ จัดให้เข้าที่พัก ของทางราชการ และอานวยความสะดวก ในสง่ิ อื่น ที่จาเป็น เพื่อให้ ผู้เดินทาง มารับตาแหน่ง รู้สึกอบอุ่นใจ และเกิดความรู้สึกท่ีดี ต่อกันตาม สมควร (3) การเดนิ ทางไปเพอ่ื ภารกจิ สว่ นตวั ผู้เดินทางไมค่ วรรบกวน ข้าราชการในพน้ื ที่ ขอ้ 3. การจัดเล้ยี งในโอกาสต่างๆ (1) ข้าราชการตุลาการพึงงดเว้นการชักชวนหรือสนับสนุนให้มีการเดินทางไปอวยพร หรือจัด เลย้ี ง ในโอกาส ตา่ งๆ เช่น วนั ขน้ึ ปีใหม่ วนั สงกรานต์ วันเกิด หรืองานข้ึนบ้านใหม่ เปน็ ต้น เว้น แตเ่ ป็นการกระทากัน ภายในหม่ญู าติมิตร หรือเฉพาะ ในหน่วยงานของตนเอง โดยมไิ ดร้ บกวน บคุ คลภายนอก หรอื ให้บุคคล ภายนอกมารว่ มจัดงาน (2) ข้าราชการตุลาการพึงงดรับของขวัญ ของมีค่า ของกานัลจากผู้ใต้บังคับบัญชา และบุคคล อ่นื
มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง 109 (3) ผู้ใต้บังคับบัญชาพึงงดเว้นการเดินทางไปอวยพร ผู้บังคับบัญชา เว้นแต่เป็นการกระทากัน ภายใน หน่วยงานนนั้ เอง ขา้ ราชการ ซึ่งอยู่ตา่ งท้องท่ี หรืออยู่ห่างไกล หากประสงค์ จะอวยพร ควรใชบ้ ัตรอวยพร ทางไปรษณียแ์ ทน สรุป การจะพิจารณาว่า ผู้พิพากษาท่านใด ดารงตนได้เหมาะเพียงใดหรือไม่น้ันจะใช้ ประมวลจริยธรรม และ คาแนะนา ของท่าน ประธานศาลฎีกา ดังกล่าวน้ี เป็นบรรทัดฐาน ได้ ในระดับหน่ึง นอกจากกฎหมาย จารีต ประเพณี และธรรมเนียมปฏิบัติอื่นๆ ท่ีได้ปฏิบัติกัน มาแลว้ สาหรบั หน่วยงาน หรือองค์กรอนื่ จะมปี ระมวล จริยธรรม ของตนเอง หรอื มีคาแนะนา ข้อปฏิบัติ ของหัวหนา้ ส่วนราชการอย่างไรนนั้ ก็เป็นของ แตล่ ะหน่วยงาน เห็นเหมาะสม และ สมควร ท้ังน้ีเพื่อประโยชน์ ของประชาชน และความน่าเชื่อถือ ของบุคลากร ของหน่วยงาน น้นั ๆ คาถามทบทวนความรบู้ ทที่ 5 1. การจา่ ยสานวนคดคี ืออะไร 2. การจ่ายสานวนคดีเปน็ อานาจใคร 3. การโอนสานวนคดมี ีได้ในกรณีใด 4. บคุ คลใดเป็นผู้โอนสานวนคดี 5. การขอเรยี กคนื สานวนคดีตอ้ งมเี หตอุ ย่างใด 6. ผูพ้ พิ ากษาอาวุโสสามารถเหน็ ความเห็นในการสานวนคดีได้หรือไม่ เพราะเหตใุ ด 7. ผพู้ พิ ากษาประจาศาลสามารถเหน็ ความเหน็ ในการสานวนคดีไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด 8. การสอบเข้าตาแหนง่ ผ้พู พิ ากษามกี ารเปิดสอบก่สี นามอยา่ งไรบ้าง 9. ผู้พิพากษาต้องปฏบิ ัติตนอยา่ งไร 10. ท่านคดิ ว่าคุณธรรมทส่ี าคญั ทส่ี ดุ สาหรบั วชิ าชีพตลุ าการคืออะไร
110 เอกสารอา้ งองิ จติ ติ ติงศภัทิย.์ (2538).จริยธรรมของผ้ปู ระกอบวชิ าชพี กฎหมาย.รพสี าร. เจษฎา อนุจารี.(2524).ประวัติศาสตร์ทนายความ.กรุงเทพฯ : สภาทนายความในพระบรม ราชูปถัมภ์. ธานินทร์ กรยั วิเชียร.(2528).คาบรรยายนาการสัมมนาเรื่อง “ปัญหาจริยธรรมของนักกฎหมาย ใน ปัจจุบัน”.กรงุ เทพมหานคร:จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย ประกอบ หุตะสิงห์(2528).คาปราศรัยเน่ืองในพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการเรื่องจริยธรรม นกั กฎหมาย. กรุงเทพมหานคร:จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลัย. วษิ ณุ รตั นโมรานนท.์ (2536).ความยุติธรรมอย่ทู ไ่ี หน.กรงุ เทพมหานคร: บริษัทเคลด็ ไทย. สถิต เล็งไธสง(2548).จริยธรรมสาหรับนักกฎหมายตามแนวพระบรมราโชวาท LEGAL ETHICS. กรุงเทพมหานคร. สานักแผนงานและงบประมาณ สานักงานศาลยุติธรรม https://www.admincourt.go.th/ มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง
111 บรรณานกุ รม ขุนสมาหารหิตะคดี (โป๊ โปรคุปต์). (2549). ตระลาการพจนานุกรมกฎหมาย.กรุงเทพฯ : วิญญูชน. หนา้ 128-129. จติ ติ ติงศภัทยิ ์.(2538).จริยธรรมของผปู้ ระกอบวชิ าชีพกฎหมาย.รพสี าร. เจษฎา อนจุ าร.ี (2524).ประวัตศิ าสตรท์ นายความ. กรงุ เทพฯ : สภาทนายความ. ธานินทร์ กรัยวิเชียร.(2528).คาบรรยายนาการสัมมนาเรื่อง “ปัญหาจริยธรรมของนัก กฎหมายใน ปจั จบุ นั ”.กรงุ เทพมหานคร:จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . ประกอบ หุตะสิงห์(2528).คาปราศรัยเนื่องในพิธีเปิดการสัมมนาทางวิชาการเร่ืองจรยิ ธรรม นักกฎหมาย. กรุงเทพมหานคร:จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั . วิทย์ เทย่ี งบูรณธรรม.(2536).พจนานกุ รมฉบบั มหาวทิ ยาลยั .กรุงเทพมหานคร. วษิ ณุ รัตนโมรานนท์.(2536).ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน.กรุงเทพมหานคร: บรษิ ัทเคลด็ ไทย. สภาทนายความ,(2555).ประวตั ิความเป็นมาการก่อตงั้ สภาทนายความ.ค้นเมื่อ กนั ยายน 20, 2555. สถิต เล็งไธสง(2548).จริยธรรมสาหรับนักกฎหมายตามแนวพระบรมราโชวาท LEGAL ETHICS. กรงุ เทพมหานคร. มหา ิวทยา ัลยราช ัภฏห ู่ม ้บานจอม ึบง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116