Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยในชั้นเรียน(รำวงมาตรฐาน)2.2564

วิจัยในชั้นเรียน(รำวงมาตรฐาน)2.2564

Published by Pannarai Permpool (Beitoey), 2022-09-15 04:41:41

Description: วิจัยในชั้นเรียน(รำวงมาตรฐาน)2.2564

Search

Read the Text Version

วิจยั ในชั้นเรยี น การพฒั นาผลการเรียนรู้ เร่อื งรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมดุ ภาพหรรษา รายวชิ า ศ23102 ศลิ ปะ 6 นกั เรียนระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564 นางสาวพรรณราย เพม่ิ พูล ตำแหนง่ ครู โรงเรียนชัยบาดาลพทิ ยาคม สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศกึ ษาลพบรุ ี สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ



ข บทคดั ยอ่ ชอ่ื งานวิจัย การพฒั นาผลการเรยี นรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใชส้ มุดภาพหรรษา รายวชิ าศ 23102 ศลิ ปะ 6 นักเรียนระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ชอ่ื ผู้วจิ ยั นางสาวพรรณราย เพิ่มพลู ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564 การวิจัยในครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดย ใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 พบว่าผลการเรียนผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างจำนวน 76 คน โดยใช้ แบบประเมินทักษะการปฏิบัติ 3 ดา้ น 9 คะแนน มผี ลรวม (∑x) 596 คา่ เฉลีย่ (������̅) 7.84 ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.) 0.77 โดยคดิ เปน็ รอ้ ยละได้ 87.13 ซึ่งถือว่าสงู กวา่ เกณฑร์ อ้ ยละ 70 ทตี่ ั้งไว้ ข

สารบญั ค หวั ข้อ หน้า บทคัดย่อ ข สารบญั ค สารบัญตาราง จ บทที่ 1 บทนำ 1 1 ความเปน็ มาของปัญหา 2 วตั ถุประสงค์ของการวจิ ยั 2 ความสำคัญของการวิจัย 2 ขอบเขตของงานวิจยั 3 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 3 สมมติฐานของการวิจยั 4 บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจัยทีเ่ ก่ียวข้อง 4 การจดั การศึกษา 5 องค์ประกอบการจดั การศกึ ษา 8 สือ่ นวตั กรรม 9 งานวิจยั ที่เกีย่ วข้อง 10 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจยั 10 ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง 10 เคร่ืองมอื ที่ใช้ 11 การสรา้ งเคร่ืองมือ 11 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล 11 การวเิ คราะห์ข้อมลู 11 สถิติท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมูล 13 บทที่ 4 ผลการวิจัย 13 สญั ลักษณท์ ีใ่ ช้ในการวเิ คราะหข์ อ้ มลู 13 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู 18 บทที่ 5 บทสรุป 18 สรุปผลการวจิ ัย 18 อภิปรายผล ค

หวั ข้อ ง ข้อเสนอแนะ หน้า บรรณานุกรม 18 ภาคผนวก ก แผนการจัดการเรยี นรู้ 19 ภาคผนวก ข. แบบประเมนิ ทกั ษะการปฏบิ ตั ิ 20 ภาคผนวก ค. เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ทกั ษะการปฏบิ ตั ิ 27 ภาคผนวก ง. ส่ือนวตั กรรม “สมดุ ภาพหรรษา” 29 ประวัตผิ ู้วิจยั 31 35 ง

จ สารบญั ตาราง ตารางท่ี หน้า 4.1 ผลรวม คา่ เฉลย่ี คา่ สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และร้อยละของผลการเรยี นรู้ 14 เรอ่ื งรำวงมาตรฐาน โดยใชส้ มุดภาพหรรษา รายวชิ าศ 23102 ศลิ ปะ 6 17 นกั เรยี นระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 4.2 ผลสรุปผลรวม ค่าเฉล่ีย คา่ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และร้อยละของผลการ เรยี นรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใชส้ มุดภาพหรรษา รายวชิ าศ 23102 ศิลปะ 6 นกั เรยี นระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 จ

บทท่ี 1 บทนำ ความเปน็ มาของปญั หา ด้วยรายวิชาศิลปะ 6 ศ23102 เป็นรายวิชาที่มุ่งเน้น ส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนด้านความเป็น ไทย ให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถทางด้านทักษะการปฏิบัติ โดยรายวิชาดังกล่าวน้ัน เปน็ รายวิชาทีจ่ ดั กระบวนการเรียนรู้เก่ียวกบั ทักษะการรำ รำคือการแสดงท่มี ่งุ ความงามของการร่ายรำ เป็นการแสดงท่าทางลีลาของผู้รำ โดยใช้มือแขนเป็นหลัก ตามตัวชี้วัดการเรียนรู้ที่ ศ3.1 ม.3/2 ใช้ นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครที่เหมาะสม บรรยายเปรียบเทียบการแสดง อากัปกิริยาของผู้คนใน ชีวติ ประจำวันและในการแสดง โดยเรื่องท่สี าระการเรียนรู้แกนกลางไดก้ ำหนดคือ เรื่อง รำวงมาตรฐาน พบปัญหาในการจัดกระบวนการเรียนรู้จากปีการศึกษาที่ผ่านมา คือนักเรียนขาดความรู้ ความเข้าใจ ในทักษะการปฏบิ ัติท่ารำในเบื้องต้น ส่งผลใหก้ ารเรียนรเู้ รื่องรำวงมาตรฐานนั้นไม่เป็นไม่ตามเป้าหมาย ทั้งยังส่งผลให้การเรียนรู้เรื่องดังกล่าวช้ากว่าที่กำหนด เมื่อผู้เรียนขาดความรู้ ความเข้าใจในเบื้องต้น จะส่งผลให้ผู้เรียนขาดความมั่นใจต่อก็แสดงออกด้านทักษะการปฏิบัติ และเบื่อหน่ายต่อการเรียนรู้ ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2544 และ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2553 มาตรา 4 ได้ให้ความหมายการศึกษา ไว้ว่า คือกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอก งามของบุคคล และสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การ สร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต หมวด 4 แนวการจัด การศึกษา มาตรา 24 การจัดกระบวนการเรียนรู้ (1) จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับ ความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดย คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล (5) ส่งเสริมสนับสนนุ ให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอำนวยความสะดวกเพื่อให้ผู้เรียน เกิดการเรยี นรู้ และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการเรยี นรู้ ทั้งนี้ ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ และมาตรา 30 ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทั้งการ ส่งเสรมิ ใหผ้ ้สู อนสามารถวจิ ยั เพือ่ พัฒนาการเรยี นรทู้ ่ีเหมาะสมกบั ผ้เู รียนในแตล่ ะระดับการศึกษา ด้วยเหตุดังกล่าว ผู้จัดทำวิจัยจงึ ปรับรปู แบบการจัดกระบวนการเรยี นรู้ให้ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มใน กระบวนการเรียนรู้ และจัดทำสื่อนวัตกรรม “สมุดภาพหรรษา” เรื่องรำวงมาตรฐาน เพื่อส่งเสริมการ เรียนรู้ให้ผู้เรียนทั้งยังสร้างความแปลกใหม่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้และเกิดความสนุกสนานต่อ การเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถใช้สื่อนวัตกรรมทำมือ “สมุดภาพหรรษา” ในการฝึกซ้อมปฏิบัติท่ารำ

2 รำวงมาตรฐานนอกเวลาเรยี น หรอื หลงั จากทีค่ รสู าธิตการปฏิบตั ิท่ารำได้ตลอดเวลา ทั้งเป็นแนวทางใน การสร้างองคค์ วามรู้ความเขา้ ใจต่อทักษะการปฏิบัติท่ารำให้แก่ผเู้ รียน ดังน้นั ผู้ทำวจิ ยั จงึ ไดป้ รบั รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ เร่ืองรำวงมาตรฐาน และสร้างสื่อ นวตั กรรม “สมุดภาพหรรษา” เพือ่ นำมาใชใ้ นการพฒั นาผลการเรยี นรู้ เรอื่ งรำวงมาตรฐาน โดยใชส้ มุด ภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 วตั ถุประสงคข์ องการวิจัย 1. เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศลิ ปะ 6 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ความสำคญั ของการวิจัย การศึกษาครั้งนี้ ทำให้ผู้วิจัยทราบผลการเรยี นรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา ราย วิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564 และเปน็ แนวทางในการจัดกระบวนการเรยี นรู้ ขอบเขตของงานวิจัย ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง 1. ประชากรทใ่ี ชใ้ นการวจิ ัยคร้ังน้ี ได้แก่ นักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 3/1 – 3/4 โรงเรียน ชยั บาดาลพิทยาคม ปีการศึกษา 2564 จำนวน 95 คน 2. กลมุ่ ตวั อยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวจิ ัยในครั้งนี้ได้แก่ นักเรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3/1 – 3/4 โรงเรียนชัยบาดาลพทิ ยาคม ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 76 คน ซ่งึ ได้มาจากการเลือกกลมุ่ ตัวอยา่ ง แบบเจาะจง ขอบเขตด้านเนือ้ หา การวิจยั ในครัง้ น้ศี ึกษาเกย่ี วกับรปู แบบการจดั การเรียนการสอน ประกอบด้วย 1. การจัดการศึกษา 2. องค์ประกอบการจัดการศึกษา 3. ส่อื นวตั กรรม ขอบเขตด้านเวลา ผวู้ ิจัยดำเนนิ การศึกษาในภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564 2

3 ขอบเขตด้านตวั แปร ตวั แปรอสิ ระ 1. การจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยใชส้ อ่ื นวัตกรรม “สมุดภาพหรรษา” ตวั แปรตาม 1. ผลการเรียนร้เู รื่อง รำวงมาตรฐาน รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 โดยใช้ส่อื นวัตกรรม “สมุดภาพหรรษา” นักเรยี นระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 1. การจัดการศึกษา หมายถึง การจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาเพื่อส่งเสริม ผู้เรียนให้เกิดองค์ความรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ซึ่งสถานศึกษาสามารถ สอดแทรกเนื้อหาภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นให้แก่ผู้เรียนได้ โดยปลูกฝังให้ ผเู้ รยี นเป็นผูม้ คี ุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือเปน็ พลเมืองทดี่ ีตอ่ ไป 2. องค์ประกอบการจัดการศึกษา หมายถึง ปัจจัยในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีให้ผู้เรียน โดยแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้ 1) กระบวนการเรียนรู้ คือกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างครูและผู้เรียน การ จัดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีควรมีความหลากหลาย เหมาะสม สอดคล้องกับรายวิชา และเปิดโอกาสให้ ผู้เรียนร่วมลงมือสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง 2) สื่อนวัตกรรม คืออุปกรณ์ เทคโนโลยีใน รปู แบบตา่ ง ๆ ถอื ได้วา่ เป็นตวั ช่วยสร้างความร้คู วามเข้าใจใหแ้ ก่ผูเ้ รียน 3. สอื่ นวัตกรรม หมายถงึ เคร่ืองมือท่ีนำมาใช้จดั กระบวนการเรียนรแู้ ก่ผู้เรียน เพ่ือสร้างเสริม ความรู้ ความเข้าใจใหแ้ กผ่ ู้เรยี นใหด้ ยี ง่ิ ขน้ั โดยไมจ่ ำเป็นต้องประดษิ ฐ์ขน้ึ ใหมอ่ าจเปน็ สง่ิ เดิมที่มอี ยู่ หรือ เปน็ ส่ิงที่ไดร้ ับการปรบั ปรงุ พฒั นาใหด้ ีย่ิงขน้ึ กอ่ นนำมาใชใ้ นการจดั กระบวนการเรียนรนู้ ้ัน 4. สมดุ ภาพหรรษา หมายถึง สอ่ื ทำมอื ประกอบการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ศ3.1 ม.3/2 เรื่องรำวง มาตรฐาน จดั ทำโดยนางสาวพรรณราย เพิ่มพูล สมมตฐิ านของการวจิ ัย 1. ผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 3

4 บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกี่ยวข้อง ในการวิจัย การพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชา ศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้วิจัยได้ ศกึ ษาเอกสารและงานวิจัยทเี่ ก่ียวข้อง ตามหวั ขอ้ ต่อไปนี้ 1. การจดั การศึกษา 2. องค์ประกอบการจัดการศึกษา 3. สอ่ื นวตั กรรม 4. งานวจิ ยั ที่เกยี่ วข้อง การจัดการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา 6 กำหนดจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรคู้ ูค่ ณุ ธรรม มีจรยิ ธรรมและคุณธรรมในการดำรงชีวติ สามารถอยู่รว่ มกับผู้อน่ื ได้อย่างมีความสุข การจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุความมุ่งหมายดังกล่าว จำเป็นต้องใช้ ศาสตร์ คือ ความรู้ และปัญญา ประกอบกบั ศิลป์ คอื ทกั ษะการปฏบิ ัติขับเคลื่อนดว้ ยจิตวญิ ญาณ การจดั การศึกษาศาสตร์และศิลป์จะ ชว่ ยใหก้ ารจัดการศกึ ษาบรรลุความมุ่งหมาย การจัดกระบวนการเรียนรู้ ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดพราะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อ ผเู้ รียนโดยครง ภารกจิ นี้เปน็ หนา้ ที่ของสถานศึกษา ครู และผู้จดั การเรียนรู้ ซึ่งรวมถึงวทิ ยาการพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และบุคคลอื่นที่มีส่วนจัดการเรียนรู้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม พระราชบัญญัติการศึกษา แหง่ ชาติ ไดก้ ำหนดเร่อื งน้ไี ว้ ในมาตร 24 มสี าระ 6 ประการดงั น้ี 1.1 จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียน โดย คำนงึ ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล 1.2 ฝึกทักษะกระบวนการคิด การจัดการ การเผชิญสถานการณ์ การประยุกต์ความรู้มาใช้ เพื่อป้องกันและแกไ้ ขปญั หา เน้นการฝึกทักษะ เช่นกระบวนการคดิ การจดั การ การเผชญิ สถานการณ์ 1.3 จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกจากการปฏิบัติให้ทำได้ คิดเป็น รักการอา่ น และเกิดการใฝ่รู้อย่างต่อเนือ่ ง 1.4 จัดการเรียนการสอนโดยผสมผสานความรดู้ ้านต่าง ๆ อย่างได้สดั ส่วนสมดุลกัน 4

5 1.5 ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมสื่อการเรียนและอำนวย ความสะดวกเพอ่ื ให้ผูเ้ รียนเกิดการเรยี นรูส้ ามารถใช้การวิจยั เปน็ สว่ นหนึ่งของกระบวนการเรยี นรู้ 1.6 จัดการเรยี นร้ใู หเ้ กดิ ข้ึนได้ทุกเวลา ทุกสถานท่ี กรมวชิ าการ (2544) กล่าวถงึ การจัดการศกึ ษาไวว้ ่า การจัดการเรยี นรู้ตามหลักสูตรการศึกษา ขนั้ พ้นื ฐาน นอกจากจะปลกู ฝั่งด้านปัญญาพัฒนาการความคิดของผู้เรียนให้มีความสามารถในความคิด สรา้ งสรรค์ คดิ อย่างมีวิจารณญาณแลว้ ยังมุ่งพฒั นาความสามารถทางอารมณ์ โดยการปลูกฝังให้ผู้เรียน เห็นคณุ ค่าของตนเอง เขา้ ใจตนเองเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่นื สามารถแก้ปัญหาข้อขัดแยง้ ทางอารมณ์ได้อย่าง ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ปรัชญา เวสารัชช์ (2545) ได้กล่าวถึงการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการศึกษาเปนกระบวน การอยางเปนระบบ โดยมีเปาหมายชัดเจน คือการพัฒนาคุณภาพมนุษยทุกดาน ไมวาจะเปนดานราง กาย จิตใจ สติปญญา คุณธรรม คานิยม ความคิด การประพฤติปฏิบัติ ฯลฯ โดยคาดหวังวาคนที่มี คุณภาพนี้จะทําใหสงั คมมีความมั่นคง สงบสุขเจริญกาวหนาทนั โลกแขงขันกับสังคมอื่นในเวทีระหวาง ประเทศไดคนในสังคมมีความสุข มีความสามารถประกอบอาชีพการงานอยางมีประสิทธิภาพ และอยู่ รวมกนั ไดอยางสมานฉันท์ ธวัชชัย ยอดราช (2555) ได้กล่าวถึงการจัดการศึกษาไว้ว่า การจัดการเรียนรู้เป็นหัวใจของ การจดั การศกึ ษา ซงึ่ ยึดหลักผู้เรียนเป็นสำคัญ หลกั สตู รเนื้อหาสาระของการเรยี นรู้ การจัดกระบวนการ เรียนรู้ และการประเมินผู้เรียนทั้ง 4 เรื่อง แม้ว่าครู คณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และผู้จัดการมี ความร้คู วามเข้าใจ และปฏบิ ตั ิได้อยู่แลว้ แตย่ ังไม่สง่ ผลต่อการปฏบิ ตั ิให้มีคณุ ภาพ ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับปัจจัย และบริบทหลายประการ ผู้วิจัยสรุปได้ว่า การจัดการศึกษาคือ การจัดกระบวนการเรียนรู้ภายในสถานศึกษาเพ่ือ ส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดองค์ความรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ซึ่งสถานศึกษา สามารถสอดแทรกเนื้อหาภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่นให้แก่ผู้เรียนได้ โดย ปลูกฝังให้ผูเ้ รียนเป็นผมู้ คี ุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เพอ่ื เป็นพลเมืองที่ดตี ่อไป องคป์ ระกอบการจัดการศึกษา ปรัชญา เวสารชั ช์ (2545) ได้กลา่ วถึงองคป์ ระกอบการจดั การศึกษาไวว้ า่ องคประกอบสําคัญ ของการจัดการศึกษามี 8 องคประกอบ 1) สาระเนื้อหาในการศึกษา ในกรณีที่มีการจัดการศึกษาอยู่ อย่างเปนระบบ ผูจัดการศึกษามักจัดทําหลักสูตรเปนตัวกําหนดเนื้อหาสาระ หลักสูตรเหลานี้อาจ เปนหลักสูตรกลางที่ใชสําหรับการศึกษาแตละระดับ แตขณะเดียวกันก็ควรเปดโอกาสใหสถานศึกษา แตละแหงสามารถจัดเนื้อหาสาระที่เหมาะสมกับทองถิ่นไดดวย เนื้อหาสาระในการศึกษานั้นควร ทันสมัยทันตอเหตุการณเหมาะสมกับความตองการของผูเรยี นและสอดคลองกับวตั ถุประสงคของการ 5

6 จัดการศึกษา ทั้งนี้ครูตองทบทวนเนื้อหาสาระท่ีตนสอนเพื่อปรับแกไขใหถูกตองทันสมัย และใหขอมลู ทถี่ ูกตองแกผูเรียน หากเห็นวาเน้ือหาผดิ พลาดหรือลาสมยั ควรแจงผูบรหิ ารใหทราบ 2) ครผู ูสอน หรือ ผูใหการเรียนรูผูถายทอดเนื้อหาสาระไดแกครูและอาจารยซึ่งถือเปนผูประกอบวิชาชีพชั้นสูง บุคคล เหลานี้ตองไดรับการศึกษาอบรมมาทั้งในดานเนื้อหาและวิธีการถายทอด เพื่อให สามารถถายทอด ความรูและสาระวิชาที่เปนประโยชนตอผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ เงื่อนไขสําคัญประการหนึ่ง สําหรับครูและอาจารยคือตองมคี วามตืน่ ตวั อยูเสมอในการตดิ ตามเรียนรูเนื้อหาวิชาการวิชาชพี ใหม ๆ และวิทยาการดานการเรียนการสอน ตลอดเวลา บางกรณีตองมีการศึกษาคนควาวิจัยเพื่อใหเกิดองค ความรูใหม ๆ ดวย อนึ่งครูและอาจารยตองพัฒนาความสามารถในการประยุกตสาระเนื้อหาและองค ความรูใหมใหเหมาะสมกับผูเรยี นแตละกลุม 3) สื่อและอุปกรณสําหรับการศึกษา สื่อและอุปกรณตาง ๆ เชน อาคาร สถานที่โตะเกาอี้กระดาน เขียน หนังสือ แบบเรียน สมุด ดินสอ ตลอดถึงอุปกรณ ที่ทันสมัยที่มีราคาแพงทั้งหลาย เชน อุปกรณในหองปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร เครื่องคอมพิวเตอร เหลานี้ สื่อและอุปกรณเหลานี้เปนสวนประกอบที่จําเปนสําหรับการจัดการศึกษา ครูและผูบริหาร สถานศึกษาจึงมีหนาที่รับผิดชอบ ดูแลใหสิ่งเหลานี้มีอยางเพียงพอ อยูในสภาพใชงานไดและใชสื่อ เหลานี้เปนสวนชวยใหเกิดการถายทอดเนื้อหาความรูไดอยางเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ครูที่มี คุณภาพตองสามารถผลิตและพัฒนาสื่อและอปุ กรณการศึกษาสาํ หรบั การสอนของตนดวย 4) รูปแบบ วิธีการเรยี นการสอนการศึกษายุคใหมน้ันมีความแตกตางไปจากการศึกษายุคกอนซึ่ง เนนที่ตัวครูระบบ การศกึ ษายุคใหมเนนความสําคัญที่ตวั ผูเรียน ดงั นัน้ รปู แบบวิธกี ารเรียนการสอนใหมจึงแตกตางไปจาก เดิม จึงเกิดคําวา “ปฏิรูปการเรียนรู” ซึ่งนําไปสูกระบวนการเรียนการสอนที่หลากหลาย เชน การระดมความคิด การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การนําชมนอกสถานที่เรียน การใช อุปกรณ เครื่องมือประกอบรูปแบบวิธีการเรียนการสอนใหม ๆ นี้ ผูสอนพึงระมัดระวังเลือกใชใหเหมาะสม กับกลุมผูเรียนแตละกลุม และจําเปนตองใชความคิดสรางสรรคประกอบกับการทําความเขาใจ ธรรมชาติการเรียนรูของผูเรียนของตน 5) ผูบริหารและบุคลากรที่ทําหนาที่สนบั สนนุ การศึกษาในการ จัดการศึกษา ยังมีผูที่รับผิดชอบที่อาจไมไดเปนผูถายทอดโดยตรงอีกหลากหลาย ไดแก ผูบริหารซึ่งมี หนาที่จัดการศึกษาที่ตนรับผิดชอบให้เปนไปโดยเรียบรอย นําไปสูเปาหมายที่ตองการและยังจําเปน ตองมีบุคลากรทางการศึกษาอื่นรวมดวย เชน เจาหนาที่ธุรการงานทะเบียน งานโภชนาการและ สุขอนามัย รวมทั้งฝายสนับสนุนอื่นๆ 6) เงินทุนสนับสนุน การจัดการศึกษาเปนเรื่องของการลงทุน ซึ่งผูลงทุนอาจเปนรัฐบาลในฐานะผูรับผิดชอบการพัฒนาทรัพยากรมนุษยผูปกครอง ผูเรียน ชุมชน เปนตน เงินทุนเหลานี้เปนองคประกอบสําคัญที่ชวยใหการจัดการศึกษาเกิดผลตามเปาหมาย 7) สถานที่ศึกษาและบรรยากาศแวดลอม การจัดการศึกษาในระบบที่ยังตองอาศัยชั้นเรียนยังเปน สิ่งจําเปน ดังนั้นอาคารสถานที่หองเรียนและบรรยากาศแวดลอมที่ใชในการจัดการศึกษาจึงเปนสวน ที่ขาดไมไดถึงแมจะมีการจัดการศึกษาโดยใชสื่อทางไกลก็ตาม ก็ยังตองมีสถานที่สําหรับการบริหาร 6

7 จัดการ การผลิตและถายทอดสื่อ หรือการทํางานของบุคลากรที่เกี่ยวของในกรณีที่ยังตองใชอาคาร เปนสถานที่สําหรับจัดการเรียนการสอน สิ่งที่ผูบริหารและผูจัดการศึกษาตองสนใจดูแลคือความ เพียงพอ เหมาะสม ปลอดภัย และการมีบรรยากาศแวดลอมที่เอือ้ การเรียนรู สวนครูก็ตองรับผิดชอบ ในการจัดบรรยากาศในช้นั เรียนใหเหมาะสม หากจาํ เปนตองใชงบประมาณปรับปรุงก็ควรแจงผูบริหาร ใหชวยดาํ เนินการ 8. ผูเรียน ผูเรียนหรอื ผูศึกษาถอื เปนองคประกอบท่จี ําเปนทีส่ ดุ ของการจดั การศึกษา เพราะผูเรียน คือผูรับการศึกษาและเปนเปาหมายหลักของการจัดการศึกษาการปรับเปลี่ยนความรู และพฤติกรรมของผูเรียนเปนดัชนีชี้วัดผลสมั ฤทธ์ิของการจัดการศึกษาการจัดการศกึ ษาจึงครอบคลุม ขน้ั ตอนที่เกีย่ วกับการเรียนรูของผูเรยี น ตัง้ แตการเตรียมความพรอมสําหรับการเรียนรูการใหการศึกษา อบรม การประเมิน และการสงเสรมิ ใหเกิดการเรียนรูตอเน่อื ง ดวยเหตุนี้เปาหมายการจดั การศึกษาใน ภาพรวมจงึ มไิ ดจาํ กัดวงแคบเฉพาะในสถานที่ แตมุงทีต่ ัวผูเรียนเปนสําคัญ โดยมีปรชั ญาพ้ืนฐานสําคัญ คือ “ทุกคนตองเปนสวนสาํ คญั ของการจัด การศกึ ษาและการศึกษาตองจดั สําหรบั คนทุกคน” โรงเรียนค่ายบางระจัน (2565 : Online) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบการจัดการศึกษาไว้วา่ การ จัดการศึกษาของสถานศึกษามีองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา หลักสูตรและกิจกรรมของสถานศึกษา รวมทั้งสภาพแวดล้อมและการบริการ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามที่ต้องการได้ คือ ครู ซึ่งมีองค์ประกอบที่ เกี่ยวข้อง 2 ส่วน ได้แก่ คุณภาพของตัวครู และคุณภาพการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผล ของครู ครทู ่ีดตี อ้ งมคี วามรักศรทั ธาในอาชีพ เมตตาและเอาใจใส่ลกู ศิษย์ เป็นแบบอยา่ งท่ดี ีของลูกศิษย์ หม่นั พฒั นาตนเอง เข้ากับผู้ปกครองและชมุ ชนได้ดี และสง่ิ สำคญั ทส่ี ดุ คือ ครูตอ้ งมีความสามารถในการ จัดการเรียนการสอน (ถ่ายทอดความรู้และต่อยอดความรู้ให้ผู้เรียนได้) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ ความสำคัญกับประโยชน์ที่จะเกิดกับลูกศิษย์เป็นอันดับแรก ครูต้องมีความเชื่อว่า “เด็กทุกคนมี ความสามารถในการเรียนรู้และสามารถพัฒนาตนเองได้” จึงจะสามารถพัฒนากิจกรรม วิธกี าร ตลอดจน ส่ือตา่ ง ๆ ท่ใี ช้ในการสอนเพือ่ ใหบ้ รรลมุ าตรฐานการจดั การเรยี นการสอน หรือการจดั การเรยี นรขู้ องครู ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ครูมืออาชีพต้องคำนึงถึง ความแตกต่างระหว่างบุคคล จัดให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง หมั่นปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมทีด่ ีงามอย่างสม่ำเสมอ และตอ่ เนอ่ื ง เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถ มีทักษะใน การดำรงชีวิต มีบุคลิกลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์อย่างยั่งยืน พร้อมที่จะเจริญเติบโต ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา และเป็นที่ยอมรับ ของสังคมและประเทศชาติในอนาคต ผู้วิจัยสรุปได้ว่า องค์ประกอบการจัดการศึกษาคือ ปัจจัยในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีให้ ผู้เรียน โดยแบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้ 1) กระบวนการเรียนรู้ คือกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างครูและ ผเู้ รยี น การจัดกระบวนการเรยี นรูท้ ด่ี ีควรมคี วามหลากหลาย เหมาะสม สอดคลอ้ งกับรายวิชา และเปิด 7

8 โอกาสให้ผู้เรียนร่วมลงมือสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเอง 2) สื่อนวัตกรรม คืออุปกรณ์ เทคโนโลยใี นรปู แบบตา่ ง ๆ ถือได้วา่ เปน็ ตัวช่วยสรา้ งความรู้ความเขา้ ใจให้แกผ่ ู้เรียน สือ่ นวตั กรรม ณัฏฐ์ติยาภรณ์ สระแก้ว (2565 : Online) ได้กล่าวถึงสื่อนวัตกรรมไว้ว่า สื่อนวัตกรรม หมายถงึ การใช้ส่อื ต่างๆ เพื่อถ่ายทอดข้อมูลความรู้ การประดษิ ฐ์สิ่งที่คดิ วา่ ใหม่ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ไดจ้ ริง สื่อ เป็นคำที่มาจากภาษาละตินว่า “medium” แปลว่า “ระหว่าง” หมายถึง สิ่งใดก็ตามท่ี บรรจุข้อมูลเพื่อให้ผู้ส่งและผู้รับสามารถสื่อสารกันได้ตรงตามวัตถุประสงค์ เมื่อมีการนำสื่อมาใช้ใน กระบวนการเรียน การสอนก็เรียกส่ือน้ันว่า “ส่ือการเรียนการสอน” หมายถงึ ส่อื ชนิดใดก็ตามที่บรรจุ เนื้อหา หรือสาระการเรียนรู้ซึ่งผู้สอนและผู้เรียนใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้เนื้อหา หรือ สาระ นั้น ๆ การเรียนการสอนในภาพลักษณ์เดิม ๆ มักจะเป็นการถ่ายทอดสาระความรู้จากผู้สอนไปยัง ผู้เรียน โดยใช้สื่อ การเรียนการสอนเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ทักษะและ ประสบการณใ์ หผ้ ้เู รียนเกดิ การเรียนรู้ นวัตกรรม หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือ เป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำ นวัตกรรม มาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยดั เวลาและแรงงานไดด้ ว้ ย ชุติมน กระแสสินธุ์ (2565 : Online) ได้กล่าวถึงสื่อนวัตกรรมไว้ว่า สื่อการเรียนการสอนและ นวตั กรรม มีส่วนสำคญั ในการชว่ ยเด็กไม่ค่อยเข้าใจในบทเรยี น หรือเรยี นตามเพื่อนไม่ค่อยทัน แต่พอมี สื่อและนวัตกรรมเข้ามาช่วยเด็กที่มีทักษะในการเรียนรู้ที่ต่างกัน ก็จะจำเนื้อหาและเข้าใจในบทเรียน นนั้ มากขน้ึ ดว้ ย ผู้วิจัยสรุปได้ว่า สื่อนวัตกรรม คือ เครื่องมือที่นำมาใช้จัดกระบวนการเรียนรู้แก่ผู้เรียน เพื่อ สร้างเสรมิ ความรู้ ความเข้าใจให้แกผ่ ู้เรียนให้ดียิง่ ข้ัน โดยไมจ่ ำเป็นต้องประดิษฐ์ขึ้นใหม่อาจเป็นสิ่งเดิม ท่มี อี ยู่ หรือเป็นสิ่งท่ีไดร้ บั การปรบั ปรุงพฒั นาให้ดยี ่งิ ข้ึนก่อนนำมาใชใ้ นการจดั กระบวนการเรียนรู้น้ัน จากการศกึ ษาข้อมูลข้างตน้ ผู้วจิ ยั ไดร้ บั แนวในการจดั กระบวนการเรยี นรู้ของตนเองให้มีความ น่าสนใจ และการนำสื่อนวัตกรรมมาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นความสนใจต่อการ เรียนรู้ และพฒั นาผลการเรยี นของผเู้ รียน 8

9 งานวจิ ยั ทีเ่ กี่ยวข้อง สุมณฑา มุกดา (2561) ได้ทำการวิจัย เรื่องการใช้สื่อเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วย เทคโนโลยี DLIT ให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะในการเรียน รายวิชาการงานอาชีพ ของนักเรียนช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเรื่องผ้าและการตัดเย็บมากยิ่งขึ้น สามารถทบทวนกรรมวิธีการเย็บกระเป๋าจากสื่อได้หลายเที่ยวจนเกิดความเข้าใจ จนสร้างเป็นชิ้นงาน มาสง่ ครูได้สำเรจ็ คิดเปน็ ร้อยละ 100 ของนกั เรียนทั้งหมด ปรัชญา วิชา (2557) ได้ทำการวิจัย เรื่องการเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้สื่อ มลั ติมีเดีย เร่ืองมารู้จกั กับโปรแกรม Numbers กนั เถอะ สำหรับนักเรียนชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5AB โรง เรียนอัสสัมชัญศรีราชา ผลการวิจัยผบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนนั้นดีขึ้น ดังเกณฑ์ท่ี ประเมินจากค่าเฉลี่ยมีผลอยู่ในเกณฑ์ที่ดี นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น นักเรียนมีความสุข ในการเรยี น และตั้งใจเรยี นมากข้ึน 9

10 บทท่ี 3 วธิ ีดำเนนิ งานวิจยั การวิจัยในคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพือ่ พัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพ หรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซง่ึ ผูว้ ิจยั ไดก้ ำหนดขน้ั ตอนวิธดี ำเนนิ การ ดังน้ี 1. ประชากรและกล่มุ ตวั อย่าง 2. เคร่ืองมือท่ใี ช้ 3. การสร้างเครื่องมือ 4. การเก็บรวบรวมข้อมลู 5. การวิเคราะห์ข้อมลู 6. สถิติทใ่ี ช้ในการรวบรวมข้อมลู ประชากรและกลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจยั ประชากร ประชากรทใี่ ชใ้ นการวิจยั ครง้ั นี้ ได้แก่ นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3/1 – 3/4 โรงเรียนชัยบาดาลพิทยาคม ปกี ารศกึ ษา 2564 จำนวน 95 คน กลมุ่ ตวั อย่าง กลมุ่ ตวั อย่างทใี่ ช้ในการวจิ ัยในครั้งนไ้ี ดแ้ ก่ นกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3/1 – 3/4 โรงเรียนชัยบาดาลพทิ ยาคม ปีการศึกษา 2564 จำนวน 76 คน ซึง่ ได้มาจากการเลือกกลมุ่ ตวั อยา่ งแบบเจาะจง เคร่อื งมือทใี่ ช้ เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการเก็บรวบรวมขอ้ มูลการวิจยั ในคร้ังนี้ ประกอบดว้ ย 1. แผนการจัดการเรยี นรู้ เรอื่ งรำวงมาตรฐาน 2. แบบวัดและประเมนิ ผ้เู รยี นดา้ นทกั ษะ เรื่องรำวงมาตรฐาน 3. แบบสอบถามความพงึ พอใจส่อื นวัตกรรม “สมดุ ภาพหรรษา” 10

11 การสร้างเครื่องมือ 1. สรา้ งแผนการสอนเรอ่ื งรำวงมาตรฐาน โดยใช้สอ่ื นวตั กรรม “สมดุ ภาพหรรษา” 2. สรา้ งแบบประเมินทักษะการปฏบิ ัติ พรอ้ มเกณฑ์การวดั และประเมนิ ทกั ษะการปฏิบตั ิ 3. สรา้ งเกณฑ์การวัดและประเมนิ ทกั ษะ โดยมเี กณฑก์ ารประเมนิ ดงั น้ี 1) ความมน่ั ใจ 2) ความถูกต้อง และ 3) ความอ่อนช้อย สวยงาม การเกบ็ รวบรวมข้อมูล การเกบ็ รวบรวมข้อมลู น้ี ดำเนินการกบั กลุม่ ประชากรทีเ่ ป็นนักเรยี น ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 79 คน มขี ้นั ตอน ดังน้ี 3.1 ชแี้ จงรปู แบบการจัดกระบวนการเรยี นรายวิชา ศ23102 ช่อื วิชา ศิลปะ 6 เรอ่ื งรำวง มาตรฐาน ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เพื่อให้ทราบถงึ แนวทางในการจดั ระบวนการเรียนรู้ 3.2 จัดรูปแบบการจดั กระบวนการเรยี นรายวชิ า ศ23102 ชือ่ วชิ า ศิลปะ 6 เร่ืองรำวง มาตรฐาน ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 3 3.3 ทดสอบทักษะการปฏิบัติของนักเรียน โดยใชแ้ บบประเมนิ ทักษะการปฏิบัติ จากนั้น นำคะแนนทไี่ ด้ไปวิเคราะหข์ ้อมลู ตอ่ ไป การวเิ คราะห์ข้อมลู วิเคราะห์ข้อมลู จากแบบประเมินทักษะการปฏิบัติ เทยี บกับเกณฑ์ ร้อยละ 70 สถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการรวบรวมข้อมูล สถติ ิที่ใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูลในคร้ังน้ปี ระกอบดว้ ย 1. สถติ ิพน้ื ฐาน 1.1 การหาคา่ ร้อยละ (Percentage) โดยใช้สตู ร ดงั น้ี (บุญชม ศรีสะอาด, 2553, หน้า 122) P = f 100 N เมื่อ P แทน ร้อยละ f แทน ความถที่ ต่ี ้องการแปลงใหเ้ ปน็ ร้อยละ N แทน จำนวนความถ่ีทัง้ หมด 11

12 1.2 การหาคา่ เฉลย่ี (Mean) โดยคำนวณจากสูตรต่อไปนี้ (บุญชม ศรีสะอาด, 2553, หนา้ 124) X = X เม่ือ X N แทน ค่าเฉลยี่ X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด N แทน จำนวนนักเรียน 1.3 การหาคา่ ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยคำนวณจากสูตร ตอ่ ไปน้ี (บญุ ชม ศรีสะอาด, 2553, หน้า 126) S.D. = N X2 -( X)2 N(N-1) เม่ือ S.D. แทน ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนแตล่ ะตวั N แทน จำนวนคนทงั้ หมด 12

13 บทที่ 4 ผลการวิจยั ในการวิจัย เรื่องการพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา ราย วิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้วิจัยได้ เสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ตามลำดบั ดงั น้ี 1. สัญลักษณท์ ีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมูล 2. ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู สญั ลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู เพื่อให้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบสมมติฐาน และการแปลความหมายจาก การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นที่เข้าใจตรงกัน ผู้ศึกษาค้นคว้าได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการนำเสนอผลการ วเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังน้ี N แทน จำนวนนักเรียนกลุ่มตวั อย่าง ���̅��� แทน คะแนนเฉล่ยี ∑������ แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด S.D. แทน ค่าสว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน P แทน ร้อยละ ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล การศกึ ษาค้นคว้าคร้งั น้ไี ด้นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังน้ี 1. การพัฒนาผล การเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐ าน โดยใช้สมุดภาพหร รษ า รายวิชา ศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ดัง ตารางท่ี 4.1 13

14 ตาราง 4.1 แสดงผลรวม ค่าเฉลีย่ คา่ สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรอ้ ยละของผลการเรยี นรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวชิ าศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดบั ช้ันมัธยมศึกษา ปที ี่ 3 รายการประเมนิ ลำดับ ความ ความ ความ ���̅��� S.D. P ที่ ม่นั ใจ ถกู ต้อง ออ่ นช้อย ∑������ สวยงาม 1 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 2 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 3 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 4 3 3 3 8 2.67 0.58 88.89 5 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 6 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 7 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 8 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 9 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 10 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 11 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 12 3 3 3 8 2.67 0.58 88.89 13 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 14 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 15 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 16 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 17 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 18 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 19 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 20 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 21 2 3 3 7 2.33 0.58 77.78 22 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 23 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 14

15 รายการประเมิน ลำดบั ความ ความ ความ ���̅��� S.D. P ท่ี ม่นั ใจ ถูกต้อง ออ่ นช้อย ∑������ สวยงาม 24 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 25 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 26 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 27 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 28 3 3 3 8 2.67 0.58 88.89 29 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 30 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 31 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 32 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 33 3 3 3 8 2.67 0.58 88.89 34 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 35 3 3 3 7 2.33 0.58 77.78 36 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 37 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 38 3 3 3 8 2.67 0.58 88.89 39 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 40 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 41 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 42 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 43 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 44 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 45 3 3 2 8 2.67 0.58 88.89 46 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 47 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 48 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 49 3 2 3 8 2.67 0.58 88.89 15

16 รายการประเมนิ ลำดบั ความ ความ ความ ���̅��� S.D. P ที่ มน่ั ใจ ถกู ต้อง อ่อนช้อย ∑������ สวยงาม 50 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 51 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 52 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 53 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 54 3 3 3 9 3.00 0.00 100.00 55 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 56 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 57 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 58 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 59 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 60 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 61 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 62 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 63 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 64 3 3 2 8 2.67 0.58 88.89 65 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 66 3 3 2 8 2.67 0.58 88.89 67 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 68 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 69 2 3 3 8 2.67 0.58 88.89 70 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 71 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 72 3 2 2 7 2.33 0.58 77.78 73 3 3 2 8 2.67 0.58 88.89 74 2 2 3 7 2.33 0.58 77.78 75 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 16

17 รายการประเมิน ลำดบั ความ ความ ความ ���̅��� S.D. P ที่ มนั่ ใจ ถกู ตอ้ ง ออ่ นช้อย ∑������ สวยงาม 76 2 3 2 7 2.33 0.58 77.78 จากตารางท่ี 4.1 พบว่าผลรวม คา่ เฉล่ีย คา่ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน และร้อยละของผลการ เรียนรู้ เร่อื งรำวงมาตรฐาน โดยใชส้ มดุ ภาพหรรษา รายวชิ าศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 76 คน มีผลการเรียนร้ผู า่ นเกณฑร์ อ้ ย 70 คดิ เปน็ ร้อยละ 100 ตารางที่ 4.2 แสดงผลสรปุ ผลรวม ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และรอ้ ยละของผลการ เรยี นรู้ เร่ืองรำวงมาตรฐาน โดยใชส้ มุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรยี นระดับช้ัน มัธยมศึกษาปที ี่ 3 รายการ N ∑������ ���̅��� S.D. P ผลการเรยี นรู้ เรือ่ งรำวงมาตรฐาน 76 596 7.84 0.77 87.13 โดยใช้สมดุ ภาพหรรษา จากตารางที่ 4.2 พบวา่ ผลสรุปผลรวม คา่ เฉลย่ี ค่าสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน และรอ้ ยละของผล การเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้น มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 จำนวน 76 คน (N) โดยใช้แบบประเมินทกั ษะการปฏิบัติ 3 ด้าน 9 คะแนน มีผลรวม (∑x) 596 ค่าเฉลี่ย (������̅) 7.84 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.77 โดยคิดเป็นร้อยละได้ 87.13 ซึ่งถือ วา่ สูงกว่าเกณฑร์ ้อยละ 70 ทต่ี ้ังไว้ 17

18 บทที่ 5 บทสรปุ ในการวิจัย เรอ่ื งการพัฒนาผลการเรยี นรู้ เรอ่ื งรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา ราย วชิ าศ 23102 ศลิ ปะ 6 นักเรียนระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 สรุป อภปิ รายผล ดงั นี้ สรุปผลการวจิ ยั การศึกษาและพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชา ศ 23102 ศิลปะ 6 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 มีผลรวม (∑x) 596 ค่าเฉล่ีย (������̅) 7.84 คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) 0.77 โดยคิดเปน็ ร้อยละได้ 87.13 อภปิ รายผล ผลการจากศึกษาและผลการเรียนรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมุดภาพหรรษา รายวิชาศ 23102 ศิลปะ 6 นกั เรยี นระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 สูงกวา่ เกณฑร์ ้อยละ 70 ทำให้ผู้วิจยั เช่ือว่าการจัด กระบวนการเรียนรู้โด เรอื่ งรำวงมาตรฐาน โดยใช้สมดุ ภาพหรรษา สามารถนำพัฒนาผลการเรียนรู้ของ ผูเ้ รียนไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ ขอ้ เสนอแนะ 1. ควรนำรูปแบบการจดั กระบวนการเรยี นรูแ้ บบร่วมกลมุ่ มีการแขง่ ขัน และมีรางวัลการ เสรมิ แรง 2. นำรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรไู้ ปใชว้ จิ ัยกบั รายวชิ าอ่ืน 18

19 บรรณานกุ รม ____. (2544). กรมวิชาการ ____. (2553)” พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติ ชุติมน กระแสสินธุ์. (2565). หลักการใช้สอ่ื และผลติ สื่อ/นวตั กรรมในการจัดการเรียนรู.้ สืบคน้ เม่ือวันท่ี 12 ธันวาคม 2565. จาก https://www.gotoknow.org/posts/549870 ณัฏฐต์ ยิ าภรณ์ สระแก้ว. (2565). สอื่ นวตั กรรม. สืบคน้ เมอื่ วันท่ี 12 ธันวาคม 2565. จาก https://pumpim091139.wordpress.com ธวัชชยั ยอดราช. (2555). การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนวาดภาพระบายสีระหว่าง การเรียนการสอนก่อนและหลังและศึกษาความพึงพอใจ ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 2 โรงเรยี นเทศบาล 5 เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยใช้การเรียนการ สอนแบบ CIPPA MODEL. ปรญิ ญาการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์ วโิ รฒ สาขาวิชาศิลปศกึ ษา. ปรชั ญา เวสารชั ช.์ (2545). หลกั การจดั การศึกษา. ปรัชญา วชิ า. (2557). การเพิ่มผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นโดยใชส่ ่ือมลั ติมเี ดยี เร่ืองมารจู้ ักกับโปรแกรม Numbers กันเถอะ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5AB โรงเรียนอัสสัมชัญศรี ราชา. วิจยั ในช้ันเรยี น. โรงเรียนอัสสมั ชญั ศรีราชา จังหวัดชลบรุ ี โรงเรยี นบางระจันวทิ ยาคม. (2565). แนวคดิ เกยี่ วกับการจัดการศกึ ษา. สบื ค้นเม่ือวันท่ี 12 ธนั วาคม 2565. จาก http://kbws.ac.th/data_46832_4 สมุ ณฑา มุกดา. (2561). การใชส้ ่อื เพ่อื พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยี DLIT ใหน้ ักเรยี นเกดิ จากพฒั นาทักษะในการเรยี น รายวชิ าการงานอาชพี ของนักเรียนระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3. วจิ ยั ในชนั้ เรยี น. โรงเรียนเกาะสิเหร่. 19

20 ภาคผนวก ก. ❖ แผนการจัดการเรยี นรู้ เรื่องรำวงมาตรฐาน 20

21 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 เร่ือง รำวงมาตรฐาน รหสั วิชา ศ23102 ชื่อรายวิชา ศิลปะ6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ นาฏยศพั ท์ และภาษาทา่ ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 4 คาบเรียน จำนวน 1 หน่วยกิต 1. สาระสำคญั / ความคดิ รวบยอด นาฏยศพั ท์ และภาษาท่าเป็นพื้นฐานเบื้องตน้ ในการเริ่มตน้ ในทักษะพื้นฐานการปฏิบตั ิ ทางการแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยในรูปแบบตา่ ง ๆ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวช้วี ัด สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์ ศ 3.1 เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศลิ ป์อย่างสรา้ งสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษ์วจิ ารณค์ ุณคา่ นาฏศลิ ปถ์ ่ายทอดความรสู้ กึ ความคิดอยา่ งอิสระ ชื่นชม และประยกุ ต์ใช้ ในชีวติ ประจำวนั ม.3/2 ใชน้ าฏยศพั ท์ หรือศัพท์ทางการละครท่เี หมาะสมบรรยายเปรยี บเทยี บการแสดง อากปั กริ ยิ าของผู้คนในชีวติ ประจำวนั และในการแสดง 3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. นักเรยี นสามารถเลอื กใช้ท่ารำประกอบเพลงรำวงมาตรฐานไดถ้ ูกตอ้ ง(K) 2. นักเรียนสามารถปฏบิ ัติทา่ รำประกอบเพลงรำวงมาตรฐานได้อยา่ งถกู ตอ้ ง (P) 3. นักเรียนเห็นคณุ ค่าของการแสดงนาฏศิลป์ไทย (A) 4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง รำวงมาตรฐาน - การแสดงรำวงมาตรฐาน 21

22 5. สมรรถนะสำคัญ (เลือกทีเ่ หมาะสมกับกิจกรรม) ✓ ความสามารถในการส่อื สาร ✓ ความสามารถในการคิด  ความสามารถในการแกป้ ัญหา  ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ✓ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (เลือกทีเ่ หมาะสมกับกิจกรรม)  รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์  ซื่อสัตย์สจุ รติ  มีวนิ ัย ✓ ใฝเ่ รียนรู้  อยู่อยา่ งพอเพียง ✓ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน ✓ รักความเปน็ ไทย  มจี ติ สาธารณะ 7. หลักฐานการเรยี นรู้ ( ช้นิ งาน/ภาระงาน ) - สอบปฏิบตั ทิ า่ รำรำวงมาตรฐาน (5 คะแนน) 8. กิจกรรมการจดั การเรียนรู้ กลยุทธ/์ รูปแบบ/เทคนคิ การสอนทีใ่ ช้ (การลงมอื ปฏิบตั ิ) ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรียน (คาบที่ 1 – 2) - นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น จำนวน 10 ข้อ - นกั เรยี นชมภาพชุดการแสดงรำวงมาตรฐานท้ัง 4 แบบ พรอ้ มทั้งตอบคำถามเก่ียวกบั ภาพ โดยครูเป็นผู้ตั้งคำถาม - นักเรยี นและครรู ่วมกนั สนทนาถงึ ความแตกตา่ งของการแต่งกายรำวงมาตรฐานทั้ง 4 22

23 ข้ันสอน - นักเรยี นรบั ฟงั การบรรยาย เรื่องประวตั ิความเปน็ มารำวงมาตรฐาน รำวงมาตรฐาน เปน็ การแสดงทมี่ ีวิวฒั นาการมาจาก “ รำโทน “ เป็นการรำและรอ้ งของ ชาวบ้าน ซงึ่ จะมผี ู้รำท้ังชาย และหญิง รำกันเปน็ คู่ ๆ รอบ ครกตำขา้ วท่ีวางควำ่ ไว้ หรือไม่กร็ ำกนั เปน็ วงกลม โดยมโี ทนเป็นเคร่อื งดนตรปี ระกอบจังหวะ ลกั ษณะการรำ และร้องเปน็ ไปตามความถนดั ไมม่ ี แบบแผนกำหนดไว้ คงเป็นการรำ และร้องง่าย ๆ ม่งุ เนน้ ท่ีความสนกุ สนานร่นื เรงิ เป็นสำคัญ เช่น เพลง ชอ่ มาลี เพลงยวนยาเหล เพลงหล่อจรงิ นะดารา เพลงตามองตา เพลงใกลเ้ ข้าไปอีกนิด ฯลฯ ดว้ ยเหตุที่ การรำชนิดน้ีมีโทนเป็นเครื่องดนตรปี ระกอบจังหวะ จงึ เรียกการแสดงชุดน้ีวา่ “รำโทน” ต่อมาเม่ือปีพ.ศ. 2487 ในสมัยจอมพล ป. พบิ ลู สงคราม เป็นนายกรฐั มนตรี รับบาลตระหนัก ถึงความสำคัญของการละเลน่ รื่นเรงิ ประจำชาติ และเห็นว่าคนไทยนยิ มเลน่ รำโทนกันอย่างแพร่หลาย ถา้ ปรับปรุงการเล่นรำโทนให้เปน็ ระเบียบทง้ั เพลงร้องลลี าท่ารำ และการแตง่ กาย จำทำใหก้ ารเล่นรำ โทนเปน็ ทน่ี า่ นยิ มมากยง่ิ ขึ้น จึงไดม้ อบหมายใหก้ รมศลิ ปากรปรบั ปรุงรำโทนเสียใหมใ่ ห้เป็นมาตรฐาน มกี ารแตง่ เนอื้ ร้อง ทำนองเพลงและนำทา่ รำจากแมบ่ ทมากำหนดเปน็ ท่ารำเฉพาะแตล่ ะเพลงอย่างเปน็ แบบแผน รำวงมาตรฐาน ประกอบด้วยเพลงท้ังหมด 10 เพลง กรมศิลปากรแต่งเน้ือรอ้ งจำนวน 4 เพลง คอื เพลงงามแสงเดอื น เพลงชาวไทย เพลงรำซมิ ารำ เพลงคืนเดอื นหงาย ท่านผหู้ ญิงละเอียด พิบลู สงคราม แต่งเน้ือรอ้ งเพิ่มอีก 6 เพลง คือ เพลงดวงจันทรว์ ันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติ เพลงดวงจนั ทร์ ขวญั ฟ้า เพลงหญงิ ไทยใจงาม เพลงบูชานกั รบ เพลงยอดชายใจหาญ ส่วนทำนองเพลงทัง้ 10 เพลง กรมศลิ ปากร และกรมประชาสัมพันธเ์ ป็นผแู้ ต่ง เมอ่ื ปรบั ปรงุ แบบแผนการเลน่ รำโทนให้มมี าตรฐาน และมีความเหมาะสม จึงมกี าร เปล่ยี นแปลงชือ่ จากรำโทนเป็น “รำวงมาตรฐาน” อนั มีลักษณะการแสดงทเ่ี ป็นการรำรว่ มกนั ระหว่าง ชาย – หญงิ เป็นคู่ ๆ เคล่ือนยา้ ยเวียนไปเปน็ วงกลม มีเพลงร้องท่ีแต่งทำนองขนึ้ ใหม่ มีการใชท้ ้งั วงป่ี พาทยบ์ รรเลงเพลงประกอบ และบางเพลงก็ใชว้ งดนตรสี ากลบรรเลงเพลงประกอบ ซึง่ เพลงรอ้ งที่แต่ง ขึ้นใหม่ทัง้ 10 เพลง มีท่ารำท่ีกำหนดไว้เป็นแบบแผนคือ เพลงท่ี ชือ่ เพลง ท่ารำท่ีใช้ 1 เพลงงามแสงเดือน ทา่ สอดสรอ้ ยมาลา 2 เพลงชาวไทย ท่าชกั แป้งผดั หน้า 3 เพลงรำมาซิมารำ ท่ารำสา่ ย 4 เพลงคืนเดือนหงาย ทา่ สอดสรอ้ ยมาลาแปลง 5 เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ ท่าแขกเตา้ เข้ารงั และท่าผาลาเพยี งไหล่ 6 เพลงดอกไม้ของชาติ ท่ารำย่ัว 23

24 7 เพลงหญงิ ไทยใจงาม ท่าพรหมสห่ี นา้ และท่ายงู ฟ้อนหาง 8 เพลงดวงจันทรข์ วัญฟา้ ท่าช้างประสานงา และทา่ จนั ทรท์ รงกลดแปลง 9 เพลงยอดชายใจหาญ หญิงท่าชะนรี ่ายไม้ ชายทา่ จ่อเพลิงกลั ป์ 10 เพลงบชู านักรบ หญิงท่าขัดจางนาง และท่าลอ่ แกว้ ชายทา่ จันทรท์ รงกลดต่ำ และทา่ ขอแก้ว รำวงมาตรฐานนิยมเลน่ ในงานรื่นเรงิ บนั เทิงต่าง ๆ และยงั นิยมนำมาใช้เล่นแทนการเตน้ รำ สำหรบั เครื่องแต่งกายกม็ ีการกำหนดการแต่งกายของผ้แู สดงใหม้ ีระเบยี บดว้ ยการใชช้ ุดไทย และชดุ สากลนยิ ม โดยแต่งเปน็ คู่ รบั กนั ทัง้ ชายและหญิง อาทิ ผู้ชายน่งุ โจงกระเบน สวมเสือ้ คอกลม มีผ้าคาด เอว ผู้หญิงนุ่งโจงกระเบน ห่มสไบอัดจบี ผ้ชู ายน่งุ โจงกระเบน สวมเสอื้ ราชประแตน ผู้หญิงแต่งชุดไทย แบบรชั กาลท่ี 5 ผู้ชายแตง่ สทู ผู้หญงิ แตง่ ชดุ ไทยเรือนตน้ หรือไทยจักรี รำวงมาตรฐาน เปน็ การรำท่ีไดร้ ับความนยิ มสืบมาจนถึงปจั จุบัน มกั นิยมนำมาใชห้ ลังจากจบการ แสดง หรือจบงานบนั เทงิ ตา่ ง ๆ เพือ่ เชิญชวนผรู้ ่วมงานออกมารำวงรว่ มกนั เป็นการแสดงความสามคั คี กลมเกลียว อีกทั้งยังเป็นที่นยิ มของชาวต่างชาตใิ นการออกมารำวงเพ่ือความสนุกสนาน - นกั เรียนร่วมกันอภิปราย เร่อื งประวตั คิ วามเปน็ มารำวงมาตรฐาน โดยมีครูคอยให้ คำแนะนำในส่วนท่นี ักเรียนไม่เขา้ ใจ - ครสู าธิตการปฏิบัตทิ ่ารำประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน เพลงที่ 1 - 5 พร้อมสอน นกั เรียนปฏิบัติท่ารำประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน - นักเรยี นแบ่งกลุ่มกลุ่มละเท่า ๆ กัน จำนวน 5 กล่มุ ฝึกซอ้ มท่ารำประกอบการแสดงรำวง มาตรฐาน เพลงที่ 1 - 5 โดยศึกษาเพิ่มเตมิ จากสมุดภาพหรรษา ครูผสู้ อนเป็นผคู้ วบคุม และคอยให้คำแนะนำ ขนั้ สรุป - นักเรยี นและครูร่วมกนั สรปุ อภิปรายเก่ียวกับประวตั ิความเปน็ มาของการแสดงรำวง มาตรฐาน และท่ารำประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน เพลงที่ 1 - 5 ขั้นนำเขา้ สู่บทเรยี น (คาบที่ 3 – 4) - ทบทวนประวัตคิ วามเปน็ มาของการแสดงรำวงมาตรฐาน และทา่ รำประกอบการ แสดงรำวงมาตรฐาน เพลงท่ี 1 – 5 24

25 ขั้นสอน - ครสู าธิตการปฏบิ ตั ทิ ่ารำประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน เพลงท่ี 6 - 10 พร้อมสอน นักเรียนปฏบิ ัติทา่ รำประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน - นักเรยี นแบ่งกลุ่มกลุม่ ละเท่า ๆ กัน จำนวน 5 กลุ่ม ฝึกซอ้ มท่ารำประกอบการแสดง รำวงมาตรฐาน เพลงที่ 6 – 10 โดยศึกษาเพ่มิ เติมจากสมุดภาพหรรษา ครูผสู้ อนเปน็ ผูค้ วบคุม และคอยให้คำแนะนำ ขน้ั สรุป - นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น จำนวน 10 ข้อ - นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปอภปิ รายเกย่ี วกบั ประวัติความเปน็ มาของการแสดงรำวง มาตรฐาน และทา่ รำประกอบการแสดงรำวงมาตรฐาน เพลงท่ี 1 – 10 9. ส่อื / แหล่งเรยี นรู้ 1. รปู ภาพการแต่งกายรำวงมาตรฐาน ท้งั 4 แบบ 2. สมุดภาพหรรษา 10. การวัดและประเมนิ ผล ด้านความรู้ (K) จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เครื่องมอื การวัดและ เกณฑก์ ารประเมนิ ประเมินผล นกั เรยี นทำแบบทดสอบ 1. นักเรียนสามารถ ทำแบบทดสอบวดั ความรู้ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ผา่ นเกณฑ์ ร้อยละ 70 เลอื กใช้ท่ารำประกอบ เรอื่ งรำวงมาตรฐาน แบบทดสอบหลังเรยี น เพลงรำวงมาตรฐานได้ ถกู ต้อง 25

26 ด้านทักษะกระบวนการ (P) จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื การวัดและ เกณฑก์ ารประเมนิ ประเมินผล 1. นกั เรียนสามารถ สอบปฏบิ ตั ทิ ่ารำรำวง นักเรียนสอบปฏิบตั ผิ ่าน ปฏิบตั ทิ ่ารำประกอบ มาตรฐาน แบบประเมินทักษะการ เกณฑ์การประเมิน ร้อย เพลงรำวงมาตรฐานได้ ปฏิบตั ิ ละ 70 อยา่ งถูกต้อง ดา้ นทักษะคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ การวัดและประเมนิ ผล เครอ่ื งมือการวัดและ เกณฑ์การประเมนิ ประเมินผล 1. นกั เรียนเหน็ คณุ ค่า สังเกตพฤติกรรมการเห็น นักเรยี นมพี ฤติกรรม ผา่ น ของการแสดงนาฏศลิ ป์ คณุ ค่าและความสำคัญ แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ ร้อย ไทย ของนาฏศิลป์ไทย ละ 70 26

27 ภาคผนวก ข. ❖ แบบประเมนิ ทักษะการปฏิบตั ิ 27

28 แบบประเมนิ ทกั ษะการปฏบิ ัติ เกณฑ์การให้คะแนน ดี = 3 พอใช้ = 2 ควรปรับปรุง = 1 เกณฑ์การประเมิน 6 คะแนนขึน้ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์ ที่ ชื่อ-สกุล คะแนน รวม สรปุ 333 ผ่าน ไมผ่ า่ น รายการประเมนิ 1. ความมัน่ ใจ 2. ความถูกตอ้ ง 3. ความอ่อนช้อย สวยงาม ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติม ............................................................................................................................. .................................... ................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .................................... ลงชอ่ื ....................................................ผู้ประเมิน (นางสาวพรรณราย เพมิ่ พลู ) 28

29 ภาคผนวก ค. ❖ เกณฑ์การวัดและประเมนิ ทักษะการปฏบิ ตั ิ 29

30 เกณฑ์การประเมนิ ทกั ษะการปฏบิ ตั ิ รายการประเมนิ ระดบั คุณภาพ ความมัน่ ใจ ความถูกต้อง 321 ความอ่อนชอ้ ย สวยงาม มีความม่นั ใจในตนเอง ไมค่ ่อยมีความมนั่ ใจใน ขาดความมั่นใจใน ตนเอง ตนเอง มคี วามถูกต้องมากกว่า มีความถูกตอ้ งมากกว่า มคี วามถูกตอ้ งนอ้ ย ร้อย 80 60 แตน่ อ้ ยกว่า 80 กวา่ รอ้ ยละ 60 มีอ่อนชอ้ ย สวยงาม มีความอ่อนชอ้ ย แต่ไม่ ไมม่ ีความอ่อนช้อย สวยงาม/ ไมม่ ีความ และขาดความสวยงาม ออ่ นช้อย แตส่ วยงาม เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์ - คะแนน 6 คะแนนข้ึนไป ไม่ผา่ นเกณฑ์ - คะแนนต่ำกว่า 6 คะแนน 30

31 ภาคผนวก ค. ❖ สื่อนวตั กรรม “สมุดภาพหรรษา” 31

32 สือ่ นวตั กรรม “สมุดภาพหรรษา” 32

33 สือ่ นวตั กรรม “สมุดภาพหรรษา” 33

34 สือ่ นวตั กรรม “สมุดภาพหรรษา” 34

35 ประวตั ิผู้วจิ ัย ชือ่ สกุล นางสาวพรรณราย เพ่ิมพูล วัน เดอื น ปี เกิด 19 สิงหาคม 2533 ที่อยู่ปัจจุบัน 3/178 หมู่ 2 ตำบลหนองปลิง อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวดั นครสวรรค์ 60000 ประวตั ิการศกึ ษา พ.ศ. 2555 วิทยาลยั นาฏศลิ ปลพบรุ ี สถาบนั บณั ฑิตพฒั นศิลป์ 35


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook