หนว ยท่ี 1 การสอื่ สารขอ มูลและเครอื ขา ย คอมพวิ เตอรเ บอ้ื งตน
1.1 ความรเู บ้ืองดน เกย่ี วกบั เครอื ขา ย ในปจ จบุ นั การติดตอส่อื สารไดร ับการพัฒนาอยางตอเนอื่ ง สง ผลใหมรี ูปแบบและเทคโนโลยีการ สอ่ื สารขอมูลในลกั ษณะตา ง ๆ ท่สี ามารถรองรบั ความตอ งการของผูใ ชไ ดเ พม่ิ มากข้ึน ทําใหก ารสื่อสาร ขอ มูลมคี วามสําคญั และนาํ ไปใชใ นการพัฒนาองคก รเพือ่ ประกอบหรอื ทาํ กิจกรรมตาง ๆ อยางแพรหลาย เน่ืองจากการ เขาถงึ ขอ มลู กถ็ อื เปนสิง่ สําคญั ท่ชี ว ยใหการตัดสินใจและการวางแผนงานเปน ไปอยา งถูกตอ ง ตรงตามเปาหมาย การ ส่อื สารขอมลู ท่ีรวดเรว็ และถกู ตองชว ยใหก ารดําเนนิ งานตามแผนการหรือนโยบาย ทาํ ไดอยางรวดเร็วและมี ประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขนึ้
1.2 ความหมายของเครอื ขา ยและการสอ่ื สาร การทาํ ความเขาใจตอ การทาํ งานตาง ๆ บนเครือขา ยการสื่อสารที่จะกลาวตอไปในหนังสือเลม น้ี จาํ เปน อยางยิ่งที่ผูอา น จะตองมีความเขา ใจในศพั ทต าง ๆ ที่กลาวตอไปนี้ การส่อื สาร (Communication) หมายถึง กระบวนการที่ยนิ ยอมใหขอ มูลสารสนเทศถกู สง จาก ตําแหนงหนึ่งไปยงั อกี ตาํ แหนง หน่ึง หรอื จากผสู งไปยงั ผรู บั สารการสอื่ สารทางไกล (Telecommunication) หมายถึง การสื่อสารทมี่ ีการสง ขอมลู สารสนเทศจา ตําแหนง หนง่ึ ไปยังอีกตําแหนง หนง่ึ ท่ีอยูไกลกันมากดวยการใชกระแสไฟฟาหรือ คล่ืนแมเหล็กไฟฟา ใน การเชือ่ มตอระยะไกลจะใชส ายเคเบิล แตใ นปจ จบุ ันการเช่ือมตอในลกั ษณะนี้ถกู แทนท่ีดว ย ระบบดาวเทยี มหรือระบบสอื่ สารไรส าย
เครอื ขา ย (Network) หมายถึง กลุมของวัตถทุ ่ีมกี ารเช่ือมตอกนั ภายใตเ ง่ือนไขหรือกลไกอยางใดอยา งหน่งึ เชน เครอื ขา ยโทรศัพท เครือขายโทรทศั น เปน ตน เครือขา ยคอมพวิ เตอรจ ะหมายถึงการนาํ เคร่ืองคอมพิวเตอรม าเชือ่ มตอ กัน โดยใชส ือ่ ประเภทใดประเภทหนึง่ เชน สายเคเบิล เปน ตน หรอื เครือขาย ดังน้ี \"เครือขายคอมพิวเตอร\" จงึ หมายถึง การนําเครื่องคอมพิวเตอรม ากกวาหนึง่ เครือ่ งขึน้ ไปมาเช่ือมโยงดว ยกัน ซง่ึ การเช่อื มโยงจาํ เปนตอ งผานชอ งทางการ สือ่ สารและชอ งทางการสอ่ื สารยงั สามารถเปน ไดท ง้ั แบบมสี ายและไรสาย เชน สายเคเบิล สายโทรศพั ท สายไฟ คล่นื วทิ ยุ หรือคลน่ื อนิ ฟราเรด เปนตน รวมถงึ อุปกรณคอนเนคเตอร (Connectors) ท่ใี ชส าํ หรบั การเช่ือมตอ และ การด เครอื ขา ย เปนตน
1.3สวนประกอบของระบบสื่อสารขอ มลู การสื่อสารขอ มูลเกดิ ขึ้นไดกต็ อ เมื่อระบบส่อื สารบนเครอื ขา ยประกอบดว ยองคป ระกอบ 5 สวน คอื
1.3.1 ผตู องการสงขอมูล (Sender) ผูตองการสงขอ มูล หมายถึง เครอื่ งคอมพิวเตอรหรืออุปกรณทเ่ี ปน ตนทางในการสงขอ มลู ที่ ใชใ นการตดิ ตอสอ่ื สาร 1.3.2 ผตู องการรับขอมลู (Receiver) ผูต อ งการรบั ขอ มูล หมายถึง เครอ่ื งคอมพวิ เตอรห รอื อปุ กรณท ่ีเปน ปลายทางในการรับขอมูล ทใ่ี ชในการติดตอ ส่อื สาร
1.3.3 ขอความทต่ี องการสง (Message) ขอ ความทต่ี องการสง หมายถงึ ขอ มลู ตาง ๆ ที่เครอื่ งคอมพวิ เตอรต น ทางตอ งการสงไป ปลายทาง อาจเปน ตัวอักษร ตวั เลข รปู ภาพ เสียง ภาพเคลอ่ื นไหว เปนตน ในระบบการตดิ ตอ ส่อื สารขอ มลู จะมี ขอมลู อยูหลายชนดิ เชน 1. ขอ ความขอรอ ง (Request) 2 ขอ ความตอบรบั (Response) 3 ขอความรายงานสถานะ (Status) 4 ขอความควบคมุ การสง ขอมูล (Control) 5. ขอความโตต อบ (Correspondence)
1 3 4 โพรโทคอล (Protocol) โพรโทคอลทใ่ี ชในการสง เพ่ือใหเครือ่ งคอมพิวเตอรตน ทางและปลายทางสามารถรบั รูขอมูล ไดถกู ตอ ง 1.3.5 สอ่ื กลาง (Media) ส่ือกลาง หมายถงึ สิง่ ทท่ี ําหนาทเ่ี ปน ตัวกลางในการนําขอ มลู จากผูสงเดินทางไปยังผรู บั ซ่ึง อาจเปน สาย สัญญาณตา ง ๆ หรือคลืน่ ความถีในหลายรูปแบบ เชน คลื่นไมโครเวฟ (Microwave)
1.4 การใชเ ทคโนโลยีการสอ่ื สาร การสอ่ื สารขอ มูลและเครอื ขา ยคอมพวิ เตอรในยุคปจจุบนั ไดต ระหนักถึงความสําคัญในการนา เทคโนโลยีคมนาคมและการสอ่ื สารมาชวยงานเพอ่ื เพ่ิมประสทิ ธิภาพของการดาํ เนนิ งาน ซ่งึ การประยกุ ตเ ทคโนโลยีการ ส่ือสารในองคกรมีดงั นี้ 1.4.1 ไปรษณียอ ิเล็กทรอนิกส (Electronic Mail : E-mail) การใชอุปกรณอิเลก็ ทรอนกิ ส เชน โทรศพั ทมือถือ คอมพิวเตอร และพีดเี อ สงขอ ความอิเล็กทรอนิกสไ ปยงั บุคคลอื่น โดยการสอ่ื สารนี้บุคคลท่ีทาํ การส่อื สารจะตอ งมีช่ือและทอ่ี ยูในรปู แบบอีเมลแอดเดรส
1.4.2 โทรสาร (Facsimile หรือ Fax) โทรสารเปนการสง ขอ มลู ซ่ึงอาจเปนขอความท่เี ขยี นขน้ึ ดว ยมอื หรือการพิมพ รปู ภาพ หรอื กราฟตาง ๆ จาก เครอื่ งคอมพวิ เตอรแ ละอปุ กรณอิเลก็ ทรอนกิ สอ ื่น ๆ ทมี่ ีอุปกรณท เ่ี รยี กวา แฟกซ- โมเดม็ ไปยงั เคร่อื งรบั โทรสาร การสง ขอความในลกั ษณะนีช้ ว ยประหยัดคา ใชจ า ยและมปี ระสิทธภิ าพสงู กวา การสงขอมูลผานเคร่ืองโทรสารธรรมดา 1.4.3 วอยซเมล (Voice Mail) วอยซเ มลเปน การสง ขอ ความเปนเสียงพดู ใหก ลายเปนขอ ความอิเล็กทรอนกิ สผ า นระบบเครือขา ยการสื่อสาร ขอความจะถูกบันทกึ ไวใ นอุปกรณบนั ทึกเสยี งทเี่ รยี กวาวอยซเ มลบ อ็ กซ เมื่อผรู ับเปด ฟง ขอ ความดงั กลาวจะถกู แปลง กลบั ไปอยใู นรูปแบบของเสยี งพูดตามเดิม
1.4.4 การประชุมทางไกลอิเล็กทรอนกิ ส (Video Conferencing) การประชุมทางไกลอิเลก็ ทรอนกิ สเปน การส่อื สารขอมูลโดยการสง ภาพและเสยี งจากฝาย หน่ึงไปยังอกี ฝา ยหนงึ่ ใน การใช Video Conferencing จะตอ งมีอุปกรณส าํ หรบั การบนั ทึกภาพและอุปกรณบนั ทึกเสียง โดยทภี่ าพและเสยี งท่ีสง ไปนนั้ อาจเปนภาพเคลอ่ื นไหวที่มีเสียงประกอบได การประชุมทางไกลอเิ ล็กทรอนกิ สชว ยประหยัดเวลาและคาใชจา ยใน การเดนิ ทางไป ประชมุ 1.4.5 การระบุตําแหนง ดว ยดาวเทยี ม (Global Positioning Systems : GPSs) การระบตุ ําแหนงดว ยดาวเทียมเปน ระบบที่ใชว เิ คราะหและระบตุ ําแหนง ของคน สัตว หรอื หรอื ส่ิงของที่เปน เปา หมายของระบบ การวิเคราะหตาํ แหนง ทาํ ไดโดยใชด าวเทียมระบุตําแหนง ปจจุบันมกี ารนาํ ไปใชในระบบการเดินเรอื เคร่ืองบนิ และพฒั นามาใชเ พอ่ื ระบุตาํ แหนง ของรถยนต
1.4.6 กรปุ แวร (Groupware) กรปุ แวรเ ปนโปรแกรมประยกุ ตท ช่ี วยสนับสนนุ การทาํ งานของกลมุ บุคคลใหส ามารถทาํ งาน รว มกนั การใชท รัพยากรและสารสนเทศรว มกนั โดยผานระบบเครอื ขาย 1.4.7 การโอนเงนิ ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Electronic Fund Transfer : EFT) ปจจบุ ันผใู ชสามารถชาํ ระคาสนิ คาและบริการโดยการโอนเงนิ ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส จากบัญชีธนาคารท่ีใหบริการโอน เงินอตั โนมตั ิดวยเทคโนโลยกี ารสื่อสารทท่ี นั สมยั กจิ กรรมทป่ี ระยุกตใชเ ปนประจําไดแ ก การโอนเงนิ ผานทางตู ATM
1.4.8 การแลกเปล่ยี นขอ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Electronic Data Interchange : EDI) การแลกเปล่ยี นขอมลู อิเลก็ ทรอนิกสเ ปนระบบแลกเปลยี่ นขอ มูลเชงิ อิเลก็ ทรอนกิ สระหวา งองคก าร โดยใชแบบ ฟอรม ของเอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสท่ีมีรปู แบบมาตรฐานสากล เชน การสงใบสั่งสนิ คา ใบสง ของ ใบเรยี กเกบ็ เงิน 1.4.9 การระบลุ ักษณะของวัตถดุ วยคลนื่ ความถีว่ ทิ ยุ (RFID) การระบลุ กั ษณะของวตั ถุดวยคลื่นความถวี่ ิทยุเปน ระบบระบลุ ักษณะของวัตถุดว ยคลืน่ รอนิกสผา นระบบ ความถว่ี ิทยุ ปจจุบันมีการนํา RFID ไปประยุกตใ ชง านหลากหลายประเภท เชน ระบบโลจิสติกส หว งโซอุปทาน การตรวจ สอบฉลากยา การใชในฟารมเลี้ยงสกุ ร บตั รทางดวน บัตรรถไฟฟา ใตด นิ ระบบหนังสือเดนิ ทางอิเลก็ ทรอนกิ ส
1.5 ประโยชนข องเครอื ขา ยคอมพวิ เตอร การใชเครือขา ยคอมพวิ เตอร มปี ระโยชนมากมายหลายประการ เชน 1.5.1 การแลกเปลี่ยนขอมูลทําไดง าย การแลกเปลย่ี นขอ มลู ในทนี่ ี้ หมายถึง การทผี่ ูใ ชใ นเครอื ขายสามารถดงึ ขอมูลจากสวนกลางหรอื ขอ มลู จากผูใช คนอน่ื มาใชไ ดอยา งรวดเร็ว และสะดวกเหมือนกับการดงึ ขอมูลมาใชจ ากเครือ่ งของตนเอง และยงั ทําสาํ เนาไฟลตาง ๆ ไปใหผอู น่ื โดยวิธีการแชรขอมูลใชร ว มกันได
1.5.2 ใชทรัพยากรรว มกันได ทกุ คนท่ีทาํ งานอยใู นเครือขา ยทุกคน สามารถสงั่ งานจากเครื่องคอมพิวเตอรตวั เองผา นเครือขายไปยังอปุ กรณอน่ื ๆ ท่ีเชือ่ มตอกบั เครอื ขา ยนน้ั ถอื เปน ทรพั ยากรสวนกลางซงึ่ เปน การแบง ปนทรพั ยากรใชรวมกัน เชน เครอ่ื งพมิ พ 1 เครอ่ื ง สามารถส่ังจากคอมพิวเตอรห ลาย ๆ เคร่อื งได 1.5.3 ใชโ ปรแกรมรวมกันได ผใู ชในเครอื ขายสามารถทจ่ี ะใชโ ปรแกรมจากเครือ่ งคอมพวิ เตอรเซริ ฟเวอรสว นกลาง โดยไมจําเปนจะตองจัดซ้ือ โปรแกรมทกุ ชุดสําหรบั คอมพิวเตอรแตล ะเครือ่ ง นอกจากนน้ั ยังประหยดั พื้นทใ่ี นฮารดดสิ ก ในการเก็บไฟลโปรแกรมของ แตละเครือ่ ง และเมอื่ มีการเช่ือมโยงสถานีเขาดวยกันจะสามารถโอนยา ยขอ มลู ระหวา งกนั ได
1.5.4 ติดตอ สือ่ สารไดส ะดวกและรวดเรว็ เครือขา ยนบั วา เปนเคร่ืองมือที่ใชในการตดิ ตอสอื่ สารและแลกเปลย่ี นขอมูลกบั เพอ่ื นรวมงานไดอยา งสะดวก รวดเร็ว และมปี ระสิทธิภาพ แมวา จะอยหู า งไกลกนั กต็ าม 1.5.5 สาํ นกั งานอตั โนมัติ แนวคดิ คือ ตองการลดการใชกระดาษ (Paper Less) หนั มาใชระบบการทาํ งานดว ยคอมพวิ เตอรท แี่ ลกเปลย่ี น ขอมูลระหวางกันไดทนั ที โดยการใชส ญั ญาณอิเลก็ ทรอนิกสแทน จะทําใหการทํางานคลอ งตวั และรวดเร็ว 1.5.6 ชวยลดตนทุน สืบเนอ่ื งมาจากความสามารถของเครือขา ยทใ่ี ชท รพั ยากรรวมกันได จงึ ชวยประหยัดอปุ กรณ ตาง ๆ ลงได เชน เคร่อื งพมิ พเ ลเซอรท่มี ีราคาแพง แทนท่จี ะตองซอื้ มาใชง านหลายเคร่อื ง ก็สามารถจัดซอื้ มาใชงานเพยี ง เครือ่ งเดยี ว และแบงปนกันใชงานระบบเครอื ขา ย ซ่งึ เปน การชวยลดตน ทุนลงไดมาก
1.5.7 ความนา เชื่อถือและความปลอดภัยของระบบ องคก รตา ง ๆ ท่ีมเี คร่ืองคอมพิวเตอรใชง านเปน จาํ นวนมาก ระบบเครอื ขา ยจดั เปน ส่งิ สาํ คัญยิ่งเน่ืองจากเครือขา ยจะ ชว ยใหผ ดู แู ลระบบสามารถจัดระบบไดงายและสะดวกดวยการจดั การ ณ แหลง ศนู ยก ลางขอ มูลเพียงแหลง เดียว กส็ ามารถบริหารจดั การกบั ระบบเครอื ขายไดทงั้ หมด ขอมูลและสารสนเทศตา ง ๆ ถูก บนั ทกึ ไวทีเ่ ครอื่ งศนู ยบริการเพยี งแหง เดียวเทา นน้ั จงึ ทําใหขอ มูลมีความทันสมัยและ นา เช่ือถือ อีกทั้งระบบเครือขายยังสามารถจดั การกบั บญั ชผี ใู ช ผทู ่มี บี ญั ชีผใู ชเทานั้นจงึ จะสามารถเขาระบบได มีการกาํ หนด รหสั ผาน กําหนดสทิ ธ์กิ ารใชง าน ซึง่ กระบวนการดังกลาวถือเปน การสรางใหกับระบบไดเปนอยางดี
1.6 การสอื่ สารโทรคมนาคม คาํ วา \"การสื่อสารขอมูล\" และ \"การส่ือสารโทรคมนาคม\" มักนาํ มาใชรว มกันเสมอ โดยคาํ วา Tele มาจากศัพทใ นภาษากรี ก ซง่ึ ตรงกบั คาํ ภาษาองั กฤษวา far ทห่ี มายความวา ไกล สวนคําวา Communication หมายถงึ การสอ่ื สาร ดังน้นั Telecommunication ซ่งึ ตรงกบั คําภาษาไทยวา การส่ือสารโทรคมนาคม นัน้ จงึ หมายถงึ การส่อื สารระยะไกล โดยมีวตั ถุ ประสงคเพ่ือการแลกเปลย่ี นสารสนเทศการสือ่ สารโทรคมนาคมเกยี่ วขอ งกบั การใชงานเคร่อื งสงอเิ ลก็ ทรอนกิ ส (Electronics Transmitters)เชน โทรศัพท โทรทศั น วทิ ยุ หรอื คอมพวิ เตอร ซงึ่ ระบบการส่ือสารโทรคมนาคมในยุค ปจจบุ ันถอื วามีบทบาทสําคญั ตอการพัฒนาประเทศเปน อยา งมาก
1.6.1 โทรเลข (Telegraphy) โทรเลขเปน อุปกรณส อื่ สารทใ่ี ชแมเ หลก็ ไฟฟา ผปู ระดิษฐค นแรกคอื แซมมวล มอรส ชาวอเมรกิ ัน โดยไดต ิดรหสั โทรเลขเปนจุดและขีดเพ่อื ใชในการส่ือสารโทรเลข จนถงึ ป พ.ศ. 2387 แซมมวล มอรส ไดสรางสายโทรเลขระหวา งเมอื งบลั ตมิ อรกับวอชงิ ตันขึ้นเปนครง้ั แรกมีระยะทางยาว 64 กิโลเมตร ทําการสง โทรเลขเปนจุดและขีด ถอื เปน การเริ่มตนการสือ่ สารโทรเลขอยา งจริงจงั และขยายเครือขา ยเพ่มิ ขน้ึ อยา มากมาย หลังจากนั้นการสือ่ สารโทรเลขไดถูกพัฒนาข้ึนมา ทงั้ อุปกรณใ นการสื่อสาร โทรเลข ระบบท่ีใชงาน และ เทคโนโลยใี หม ๆ ของการสือ่ สารโทรเลข เชน โทรพิมพและเทเล็กซ เปนตน
1.6.2 โทรพมิ พ (Telex) เครื่องสงของเครือ่ งโทรพิมพมีเดือยเหลก็ เลก็ ๆ กดอยบู นแถบกระดาษอยา งเบา ๆ เมอื่ แถบกระดาษเคล่ือนไป จนเดอื ยเหลก็ มาถงึ ชองทป่ี รุทะลุเปนรู เดือยเหล็กนี้จะกดลกึ ลงไปในรจู นไปสมั ผสั กบั โลหะอีกชิ้นหนงึ่ ทรี่ องรบั อยขู า ง ลาง ซ่ึงเปนสวิตชหรือไกไฟฟา เลก็ ๆ ไกไฟฟา น้จี ะทําใหม กี ระแสไฟฟาไหลเปน หวง ๆ ไปในสายโทรเลข หวงกระแสไฟฟาจะเปน ลักษณะอยา งไรกแ็ ลวแตก ารจดั ระบบรปู รถบนแถบกระดาษเมอ่ื ไหลไปถงึ ปลายทาง หว งกระแสไฟฟาจะเขาไปบังคับ เครอื่ งโทรพมิ พป ลายทาง ใหพ มิ พเ ปนตวั อกั ษรออกมาโดยอัตโนมัติ ขณะเดยี วกันนน้ั เครอื่ งโทรพิมพตน ทางก็พิมพ ขอความเปน ตวั อกั ษรเหมอื นกบั ท่เี ครื่องโทรพมิ พปลายทางดว ย
1.6.3 โทรสาร (Facsimile เรยี กโทรสารหรือแฟกซ (Fax) น้ีวา Telecopy ซ่งึ เปนเครื่อง Telephonic Transmission รวมความสามารถของเครื่องสแกนและเครอ่ื งพิมพไ วด วยกนั แฟกซท มี่ วี างจําหนา ยอยูในปจ จบุ ันนี้ แบง เปน 2 ประเภทใหญ คอื แบบ Thermal Fax และแบบ Plain Paper Fax (PPF) โดยในแบบ Thermalน้ันจะทาํ งานโดยใชค วามรอนจ้ีลงบนกระดาษทเี่ ปน แบบ Thermal Paper (สงั เกตไดจากการใชม ือกระดาษ แลวจะลอกเปนรอย สีดาํ ) สว นแฟกซแ บบ PPF นนั้ จะเปนลักษณะการทํางานทีใ่ ชก ารพมิ พเ ครื่องพิมพเ ขา มาทํางานแทน กระดาษทีใ่ ชเปน แบบกระดาษ A4 ธรรมดา สาํ หรับแบบ Thermal Fax สามารถจาํ แนกเทคโนโลยีของแฟกซออกมาได 3 ชนิด ดงั น้ี
1. แบบ Non-Cutter Fax ประเภทน้เี ปน แบบไมมใี บมดี ที่ใชใ นการตดั กระดาษ เวลาท่ี เอกสารมาจะติดกันเปนแผน ยาว ซงึ่ จะเสียเวลาตัดเปน แผน ๆ อกี ครง้ั อกี ท้ังเปนรุนท่ีไมม ีบัฟเฟอรซ ึง่ นํามาเกบ็ ขอ มลู ในกรณีท่กี ระดาษหมด แตข อดขี องแฟกซป ระเภทนมี้ ีราคาทถี่ ูกทสี่ ุดในบรรดาแฟกซตา งระยะหลัง ไมคอยเปน ทนี่ ิยมเพราะอํานวยความสะดวกไมดี 2. แบบ Cutter แฟกซแ บบนี้จะมลี กั ษณะการทํางานใกลเ คียงกับแบบ Non-Cutter โดยใช หลกั การทํางานแบบ Thermal เชนเดียวกัน แตไดเ พิ่มเตมิ ความสามารถในสว นของ Cutting เขา มา นั่นคือการเพมิ่ ใบ มีดเขาไปเพือ่ ชวยในการตดั กระดาษเชน เดยี วกนั แตรุนนย้ี งั ไมมีบฟั เฟอร เชนเดียวกับ Non Cutter ทไี่ มสามารถเก็บ ขอมลู ทขี่ าดตอนได
3. แบบ Memory แฟกซประเภทน้จี ะเพิม่ เติมความสามารถในเรื่องของบฟั เฟอรเขา ไปดว ย (ประมาณ 512 กโิ ลไบต) ในกรณที ่ีกระดาษหมด Memory จะเกบ็ ขอมลู ไวก อ นจากนัน้ หลังจากท่ีเปลี่ยน กระดาษแลว เครื่องจะสามารถพิมพเ อกสารนน้ั ออกมาไดปกติ แฟกซแ บบนี้จะรวมความสามารถของแบบ Cutter เขา ไป ดวยพรอมท้งั มรี าคาแพงขนึ้ ปจจบุ นั สาํ นกั งานสว นมากใชแฟกซประเภทน้ี
1.6.4 โทรศพั ท (Telephone) Telephone เปน คาํ มาจากภาษากรกี หมายถึง ระยะทางและการสนทนา ดงั นัน้ การ โทรศพั ทจงึ เปน การสง สัญญาณเสียงพดู จากแหง หนึ่งไปยังทอี่ ีกแหงหนึ่งท่อี ยหู า งไกลกัน ปจจบุ นั มีกา โทรศัพทอ ยา งแพรห ลาย จงึ จําเปน ตอ งมีชุมสายโทรศพั ทเ พือ่ ชวยอาํ นวยความสะดวกในการตอ เช่ือ หมายโทรศัพททีต่ อ งการและควบคมุ การทํางานของระบบใหถกู ตอ งแมนยาํ
1.6.5 โทรทศั น (Television) การทาํ งานของโทรทัศนจ ะเรม่ิ ตน เมื่อคล่นื ของภาพและเสยี งท่ีออกมาจากแหลง กําเนดิ (เชนสถานีโทรทัศน) มาสูเสาอากาศที่บาน ซึง่ เปนตวั รับสญั ญาณคลื่น สญั ญาณคลื่นก็จะสงขอมูลมาตามสายเขา สตู วั รับ สัญญาณภายในโทรทัศนน ้ัน จากนั้นตัวรบั สญั ญาณจะแยกคล่ืนภาพกับคลน่ื เสยี งออกจากกนั โดยคล่ืนภาพจะสงไปยงั หลอดภาพเพื่อเปลย่ี นสัญญาณคล่นื เปนสญั ญาณไฟฟา
1.6.6 วทิ ยกุ ระจายเสยี ง (Radio) การแพรสญั ญาณเสียงออกอากาศโดยใชค ล่นื วทิ ยหุ รอื คลน่ื แมเ หลก็ ไฟฟา เพอ่ื สง สารกระจายออกอากาศไปถงึ มวลชน ทอ่ี ยใู นถน่ิ ตา ง ๆ ไดรบั โดยตรง วทิ ยโุ ทรทัศน หมายถึง กระบวนการถา ยทอดเสียงและภาพ โดยวิธเี ปลีย่ นคลื่นวิทยุ ซึง่ เปน คลื่นเสียงและภาพเปนคลน่ื แมเ หลก็ ไฟฟาออกสอู ากาศหรอื สงเสียงและภาพทางสาย เพอ่ื สง สารไปถึงมวลชนท่อี ยใู นถ่ินตา ง ๆ โดยตรง เปน การสง สัญญาณไฟฟา ของภาพและเสียงในเวลาเดยี วกนั
1.6.7 ไมโครเวฟ (Microwave) การสง สญั ญาณขอ มูลไปกลับคลืน่ ไมโครเวฟเปนการสง สญั ญาณขอ มลู แบบรับชวงตอ ๆ กัน จากหอ (สถานี) สง -รบั สัญญาณหน่ึงไปยังอีกหอหน่ึงครอบคลมุ พ้ืนที่รบั สัญญาณประมาณ 30-20 ระยะหา งของแตละหอคาํ นวณงา ย ๆ ไดจ าก ญาณประมาณ 30-50 กม. สตู ร d = 7.14 (1.33h) 1/2 กม. เมอื d = ระยะหา งระหวา งหอ h = ความสูงของหอ
1.6.8 ดาวเทยี ม (Satellite) ดาวเทยี มเปน สิ่งประดิษฐท ีม่ นุษยคดิ คน ขน้ึ ที่สามารถโคจรรอบโลก โดยอาศัยแรงดึงดู โลก สง ผลใหสามารถโคจรรอบโลกไดใ นลกั ษณะเดียวกันกับท่ีดวงจันทรโคจรรอบโลก และโลกโค ดวงอาทติ ย วัตถปุ ระสงคข องส่ิงประดษิ ฐน ้เี พ่ือใช ทางการทหาร การส่ือสาร การรายงานสภาฯ การวจิ ยั ทางวิทยาศาสตร เชน การสํารวจทางธรณวี ทิ ยา สงั เกตการณสภาพของอวกาศ โลก ดวงอาทติ ย ดวงจันทร และดาวอน่ื ๆ รวมถึงการสังเกตวตั ถแุ ละดวงดาว กาแลก็ ซตี า ง ๆ
1.7 ความนาเชอ่ื ถอื และมาตรฐานเครอื ขา ย 1.7.1 หนวยงานกําหนดมาตรฐาน หนว ยงานกาํ หนดมาตรฐานเปน หนว ยงานท่ีตง้ั ขึน้ จากแนวคิดที่ตองการใหผบู รโิ ภคสามารเลอื กซอื้ ผลติ ภัณฑ เครอื ขายที่มาจากบริษัทผูผลติ ตา ง ๆ มาใชงานรว มกันได โดยปกตแิ ลว ผลติ ภณั ฑห รืออุปกรณเ ครอื ขายทวั่ ไปสามารถ ผลิตขึน้ โดยบริษัทผผู ลิตมากมาย และหากผผู ลิตไดพัฒนาผลติ ภัณฑเปน ไปตามขอ กาํ หนดเกณฑมาตรฐานแลว เมื่อผู บรโิ ภคซ้ือผลิตภัณฑต า งยี่หอ แลวก็สามารถนํามาใชง านรว มกันได เน่ืองจากอุปกรณเหลานัน้ ไดผ ลิตตามมาตรฐาน สากลน้ันเอง อยา งไรกต็ าม หนวยงานกาํ หนดมาตรฐานมีมากมาย แตส ําหรบั ในทนี่ ้ีขอกลา วถงึ หนว ยงานสาํ คัญ ๆ ซง่ึ ประกอบดวยหนว ยงาน ISO, ANSI และ IEEE
องคก ารระหวา งประเทศวา ดว ยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization : ISO) ISO เปน มาตรฐานอุตสาหกรรม ท่ปี ระกอบดว ยมาตรฐานครอบคลุมหลายสว นแต สําหรบั มาตรฐานดา นเครอื ขา ยแลว หนวยงาน ISO ไดม กี ารสรางขอ กาํ หนดมาตรฐานระบบเปด ขึ้นมาทเ่ี รียกวา OSI (Open Systems Interconnection) หรือ แบบจําลอง OSI ที่ใชเ ปน มาตรฐานระบบเปด สาํ หรับ การสอ่ื สารบนเครือขาย
1.7.2 องคก รในการจดั การมาตรฐาน (Standard Organization) 1. มาตรฐานเครอื ขา ย (Network Standard) คือ ขอกาํ หนดเพ่ือใหเ กดิ ความแนน อนของ ระบบการสอื่ สารระหวางฮารดแวรแ ละซอฟแวร ซงึ่ ในการสอ่ื สารขอมลู อุปกรณทสี่ ่ือสารกันจะตอ งเขา ใจกันท้ังสองฝาย โดย ฝายรับและฝายสง จะตอ งใชวิธีการสง การอนิ เตอรเ ฟซ การเขารหสั รวมถึงการตรวจสอบขอ ผิดพลาด สิง่ เหลานี้จะตองอยูใน รปู แบบเดียวกนั และการกาํ หนดใหเปน มาตรฐานกเ็ พอื่ กาํ หนดแนวทาใหผผู ลติ ทาํ การผลติ หรอื สรางผลิตภัณฑใหเปนไป ตามมาตรฐานที่กําหนดไว
2. องคก รมาตรฐาน (Institute Standards Organizations) อุตสาหกรรมการสอ่ื สารม ลกั ษณะโดยรวมคลายกับอุตสาหกรรมประเภทอืน่ ๆ คือมีการแขง ขันกันอยางรนุ แรงทั้งทางดา นการตลาด และดานเทคโนโลยี การแขงขันดานการตลาด ทาํ ใหเ กิดประโยชนตอผบู ริโภค ดงั นั้นมาตรฐานจึงไดเ กดิ องคก รมาตรฐานข้ึนมา ดงั ตวั อยา งเชน (1) ANSI (American National Standards Institute) tiuesánsananatiasiua กําไรจากการดาํ เนินงาน ประกอบดวยกลุม นักธุรกจิ และกลมุ อุตสาหกรรมในประเทศสหรัฐอเมรกิ า กอตั้ง ในป ค.ศ. 1918 มสี าํ นักงานใหญอยทู น่ี ิวยอรก ANSI ทําหนาทพี่ ัฒนามาตรฐานตา ง ๆ ของสหรฐั อเมริกา
(1) ANSI (American National Standards Institute) tiuesánsananatiasiua กาํ ไรจากการดาํ เนนิ งาน ประกอบดวยกลุม นกั ธุรกิจและกลมุ อตุ สาหกรรมในประเทศสหรัฐอเมรกิ า กอ ต้ัง ในป ค.ศ. 1918 มีสํานกั งานใหญอ ยูท ่นี วิ ยอรก ANSI ทําหนา ทพ่ี ัฒนามาตรฐานตา ง ๆ ของสหรัฐอเมรกิ าใหเหมาะสมจากนนั้ รบั รองเปนมาตรฐานสากล ANSI เปนตวั แทนของอเมรกิ าในองคกรมาตรฐานสากล ISO(International Organization for Standardization) Las IEC (International Electrotechnical Commission)ANSI เปนท่ีรจู กั ในการเสนอภาษาการเขยี น โปรแกรม ไดแ ก ANSI C และยงั กําหนดมาตรฐานเทคโนโลยีระบบเครือขายอกี หลายแบบ เชน ระบบเครอื ขายความเรว็ สงู ทใ่ี ช เคเบลิ ใยแกวนา้ํ แสง SONET เปนตน
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: