สรุปเนื(อหาการอบรม หลกั สูตร เจ้าหน้าทค7ี วามปลอดภยั ในทที7 าํ งาน ระดบั หัวหน้างาน ที#มาของกฎหมาย ประเทศไทยไดก้ าํ หนดยทุ ธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) ไดก้ าํ หนดยทุ ธศาสตร์ในการดาํ เนินงานดา้ นความ ปลอดภยั ชีวอนามยั และสิ#งแวดลอ้ มในการทาํ งานดงั นFี 1 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 1) ลดความเหล#ือมลFาํ สร้างความเป็นธรรมทุกมิติ 2) ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียทุ ธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเช#ือมโยงการพฒั นาในทุกระดบั ทุก ประเดน็ ทุกภารกิจและทุกพFืนท#ี 2 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 2.1 ประเดน็ ความเสมอภาคและหลกั สูตรประกนั ทางสงั คม 2.1.1 การคุม้ ครองทางสงั คมขFนั พFืนฐานและหลกั การประกนั ทางเศรษฐกิจสงั คมสุขภาพ 2.1.2 มาตรการแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมายเพ#ือแกไ้ ขปัญหาเฉพาะกลุ่ม 2.2 ประเดน็ การเสริมสร้างใหค้ นไทยมีสุขภาวะที#ดี 2.2.1 การสร้างความรอบรู้ดา้ นสุขภาวะ และการป้องกนั และการควบคุมปัจจยั สี#ยงท#ีคุกคามต่อสุขภาวะ 2.2.2 การใชช้ ุมชนเป็นฐาน ในการสร้างสภาพแวดลอ้ มท#ีเอFือต่อการมีสุขภาวะท#ีดี 2.3 ประเดน็ การบริการประชาชนและประสิทธิภาพของ ภาครัฐ 2.3.1 ใหย้ ทุ ธศาสตร์ชาติกลายเป็นกลไกขบั เคล#ือนการพฒั นาประเทศ 3. ระเบียบวาระแห่งชาติ “แรงงานปลอดภยั และสุขภาพอนามยั ด”ี ระยะท7ี 2 (2560-2569) เมื#อวนั ที# 11 ธนั วาคม 2550 คณะรัฐมนตรีไดม้ ีมติเห็นชอบใหป้ ระกาศนโยบาย แรงงานปลอดภยั และสุขภาพ อนามยั ดี เป็นระเบียบวาระแห่งชาติตามท#ี กระทรวงแรงงานเสนอ โดยเลง็ เห็นวา่ แรงงานเป็นปัจจยั ที#จะนาํ เศรษฐกิจ ของประเทศ สู่การคา้ เสรีไดอ้ ยา่ งเขม้ แขง็ และมน#ั คง โดยมีเจตนารมณ์ ใหส้ ร้างความร่วมมือจากภาคส่วน ในการช่วย ขบั เคลื#อนนโยบายดงั กล่าวใหน้ าํ ไปสู่เป้าหมาย โดยระเบียบวาระแห่งชาติระยะท#ี 2 มีแนวทางการดาํ เนินงานดงั นFี 1. การส่งเสริมคนงานใหม้ ีความปลอดภยั และสุขภาพดี 2. การใหค้ วามสาํ คญั ในการป้องกนั เพ#ือลดความเสี#ยงจากอนั ตรายและการเจบ็ ป่ วยเนื#องจากการทาํ งาน 3. การสร้างการมีส่วนร่วมในการดาํ เนินการโดยอาศยั แนวทาง ประชารัฐ 4. การเสริมสร้างวฒั นธรรมเชิงป้องกนั ดว้ ยความปลอดภยั และชีวะอนามยั 5. การเสริมสร้างกลไกบริหาร จดั การและการดาํ เนินงานดา้ นความปลอดภยั ชีวะอนามยั ในทุกระดบั
4 แผนปฏบิ ตั กิ ารด้านความปลอดภยั ชีวะอนามยั และสิ7งแวดล้อมในการทาํ งาน (พ.ศ. 2560-2565) กรอบแนวทางการดาํ เนินการดา้ นความปลอดภยั และชีวะอนามยั และส#ิงแวดลอ้ มในการทาํ งาน(พ.ศ. 2560-2565) และ กรอบการดาํ เนินงานโครงการความปลอดภยั และชีวะอนามยั ของประเทศไทย ( Safety Thailand) มีแนวทางการ ดาํ เนินการดงั นFี 1 แนวทางการดาํ เนินการที# 1 การส่งเสริมและพฒั นาความรู้ดา้ นความปลอดภยั และชีวะอนามยั 2 แนวทางการดาํ เนินการที# 2 การส่งเสริมกาํ กบั ดูแลและพฒั นามาตรการเชิงป้องกนั ดา้ นความปลอดภยั และชีวะอนามยั 3 แนวทางการดาํ เนินการที# 3 การเสริมสร้างความร่วมมือและพฒั นาภาคีเครือข่ายดา้ นความปลอดภยั และชีวะอนามยั 4 แนวทางการดาํ เนินการท#ี 4 การพฒั นากลไกบริหารดา้ นความปลอดภยั และชีวะอนามยั การประสบอนั ตรายจากการทาํ งานและการสูญเสีย ปัญหาการประสบอนั ตรายจากการทาํ งาน เป็นปัญหาสาํ คญั ที#นาํ มาซ#ึงการบาดเจบ็ และสูญเสีย อวยั วะ ทุพพล ภาพ เจบ็ ป่ วย เสียชีวติ หรือสูญเสียทรัพยส์ ิน ภารกิจหลกั ท#ีสาํ คญั ประการหน#ึงของ กรมสวสั ดกิ ารคุ้มครองแรงงาน คือ การดาํ เนินการใหม้ ีการลด การประสบอนั ตรายจากการทาํ งาน ลงใหม้ ากท#ีสุดโดยส่งเสริมใหม้ ีการดาํ เนินการดา้ นความ ปลอดภยั อาชีวอนามยั และส#ิงแวดลอ้ มในการทาํ งานของสถานประกอบการและมีผรู้ ับผดิ ชอบดูแลความปลอดภยั ใน การทาํ งานของสถานประกอบการไดแ้ ก่เจา้ หนา้ ท#ีความปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั บริหารระดบั หวั หนา้ งานระดบั เทคนิคและระดบั เทคนิคชFนั สูง ดงั นFนั เจา้ หนา้ ท#ีความปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั หวั หนา้ งานจึงตอ้ งศึกษาถึงปัญหา การประสพอนั ตรายจากการทาํ งานและการสูญเสียและแนวทางการดาํ เนินงานดา้ นความปลอดภยั ในสถาน ประกอบการ คาํ จาํ กดั ความทเ7ี กยี7 วข้อง ความปลอดภยั อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน ตามพระราชบญั ญตั ิความปลอดภยั ชีวะอนามยั และสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งาน พ.ศ. 2554 หมายความวา่ การกระทาํ หรือสภาพการทาํ งานซ#ึงปลอดจากเหตุอนั ทาํ ให้ เกิดการประสบอนั ตรายต่อชีวติ ร่างกายจิตใจและสุขภาพ อนามยั อนั เน#ืองจากการทาํ งานหรือเก#ียวกบั การทาํ งาน การประสบอนั ตราย ตามพระราชบญั ญตั ิเงินทดแทน พ.ศ. 2537 หมายความวา่ การท#ีลูกจา้ งไดร้ ับอนั ตรายแก่ ร่างกายหรือผลกระทบแก่จิตใจ หรือถึงแก่ความตาย เน#ืองจากการทาํ งานหรือป้องกนั รักษาผลประโยชนใ์ หน้ ายจา้ ง หรือตามคาํ สง#ั ของนายจา้ ง หากลกู จ้างประสบเหตดุ งั กล่าว สามารถเบิกเงินจากกองทุนทดแทน ได้ 50,000 บาทต่อครั@ง โดยทDี นายจ้างจะต้องแจ้งเหตตุ ่อประกันสังคม ภายใน 24 ชDัวโมง
อนั ตราย (Hazard) หมายความวา่ สภาพการทาํ งานสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานที#มีพล อนั อาจจะเกิด ผลกระทบต่อร่างกายจิตใจหรือทรัพยส์ ินเสียหาย อบุ ัตกิ ารณ์ (Incident) หมายความวา่ เหตุการณ์ทอ7ี าจก่อให้เกดิ การบาดเจบ็ หรือเกดิ ความเสียหาย (ไม่มกี ารบาดเจบ็ หรือเกิดความเสียหาย) แต่อาจจะไม่ส่งผลใหเ้ กิดอนั ตรายต่างๆ เช่น รถลื#นไถลบนถนนเปี ยกหรือ คนงานล#ืนบนพFืนเปี ยก เหตุการณ์อาจเกิดจากสภาวะที#ไม่ปลอดภยั หรือพฤติกรรมที#ไม่ระมดั ระวงั แมจ้ ะไม่ก่อใหเ้ กิด อนั ตรายใดๆ แต่กย็ งั สามารถเป็นสญั ญาณเตือนวา่ อาจเกิดสิ#งร้ายแรงขFึนไดห้ ากไม่แกไ้ ขสถานการณ์ อบุ ัตเิ หตุ (Accident) หมายความวา่ เหตุการณ์ทกี7 ่อให้เกดิ การบาดเจบ็ หรือเกดิ ความเสียหาย มกั เกิดขFึนอยา่ ง กะทนั หนั และไม่มีการเตือนล่วงหนา้ ตวั อยา่ งของอุบตั ิเหตุ ไดแ้ ก่ รถชน การหกลม้ และ อุบตั ิเหตุในที#ทาํ งาน อุบตั ิเหตุ อาจเกิดจากความประมาท เลินเล่อ หรือขาดความรู้ เหตุการณ์เกือบเป็ นอบุ ัตเิ หตุ (Near Miss) หมายความวา่ เหตุการณ์ทเี7 กือบทาํ ให้ได้รับบาดเจบ็ หรือเกือบทจี7 ะ เกดิ ความเสียหายแต่ไม่ได้เกดิ ขนึ( เน#ืองจากการแทรกแซง แกไ้ ขหรือโชคช่วยไดอ้ ยา่ งทนั ท่วงที เช่นบางคนท#ีสะดุด กล่องเกือบลม้ แต่ตFงั ตวั ไดก้ ่อนจะตกลงพFืนเหตุท#ีเกือบจะเกิดอุบตั ิเหตุมกั ถูกมองขา้ มเพราะไม่ไดท้ าํ ใหเ้ กิดอนั ตรายใด ๆ แต่เราตอ้ งนาํ เสนอหรือรายงานใหท้ ราบเพ#ือเรียนรู้จากสถานการณ์และดาํ เนินการเพื#อป้องกนั อุบตั ิเหตุที#จะเกิดขFึนใน อนาคต การเจบ็ ป่ วย ตามพระราชบญั ญตั ิเงินทดแทน พ.ศ. 2537 หมายความวา่ การที#ลูกจา้ งเจบ็ ป่ วยหรือถึงแก่ความตาย โดยโลกซ#ึงเกิดขFึนตามลกั ษณะและสภาพของงานหรือเนื#องจากการทาํ งาน โรคจากการทาํ งาน หรือโรคจากการประกอบอาชีพ หมายความวา่ โรคที#เกิดจากปัจจยั การทาํ งานโดยตรง เช่น แมงกานิส ท#ีใชใ้ นการผลิตถ่านไฟฉาย ทาํ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั ิงานป่ วยเป็นโรคพิษสารแมงกานีส ฝ่ นุ ทราย ทาํ ใหเ้ กิดโรคปอด ฝ่ นุ ทรายต่อผปู้ ฏิบตั ิงานโรงโม่ บด ยอ่ ยหิน เป็นตน้ โรคอนั เกดิ ขนึ( เกย7ี วเนื7องกบั การทาํ งาน หมายความวา่ โรคท#ีเกิดขFึนจากการที#ผปู้ ฏิบตั ิงานไดร้ ับปัจจยั เสี#ยงที#ไป กระตุน้ โรคที#มีอยเู่ ดิมของผปู้ ฏิบตั ิงานใหเ้ จบ็ ป่ วยเพิ#มมากขFึนเช่นทาํ ใหเ้ กิดการเรFือรังหรือรุนแรงขFึนหรือคนท#ีมีปัญหา ภูมิแพผ้ วิ หนงั อาจตอ้ งทาํ การที#มีโอกาสสมั ผสั สารเคมีที#เป็นตวั ทาํ ละลายกท็ าํ ใหโ้ ลกผวิ หนงั เรFือรังรุนแรงขFึน เป็นตน้
การเจบ็ ป่ วยและโรคจากการทาํ งาน การเจบ็ ป่ วยและโรคจากการทาํ งานหรือปัญหาสุขภาพที#เกิดจากการทาํ งานหรือการประกอบอาชีพเป็นผลจาก สภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานท#ีเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพไดแ้ ก่ สภาพแวดล้อมในการทาํ งาน และสภาพการทาํ งานทเี7 ป็ นอนั ตรายต่อสุขภาพ สภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานและสภาพการทาํ งานที#เป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ หมายถึงส#ิงต่างๆที#อยรู่ อบตวั ผปู้ ฏิบตั ิงานซ#ึงอาจรวมถึงอากาศท#ีหายใจ ความร้อน ความเยน็ แสงสวา่ ง เสียงดงั ความสนั# สะเทือน รังสี ก๊าซ ไอระเหย ฝ่ นุ ฟูม ละอองหรือสารเคมีอื#น ที#เชFือโรคและ สตั วต์ ่างๆนอกจากนFียงั รวมถึงการทาํ งานท#ีซFาํ ซFาํ การเร่งรีบทาํ งาน การ ทาํ งานล่วงเวลา ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเพ#ือนร่วมงาน ค่าตอบแทนและชว#ั โมงการทาํ งาน เป็นตน้ อนั ตรายจากสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานท#ีอยรู่ อบๆตวั ผปู้ ฏิบตั ิงานและสภาพการทาํ งานท#ีเป็นอนั ตรายต่อ สุขภาพแบ่งไดเ้ ป็น 5 ประเภทไดแ้ ก่ อนั ตรายจากสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ ทางเคมีทางชีวภาพ ปัจจยั ทาง กายศาสตร์ ปัจจยั ทางจิตสงั คม องค์ประกอบทท7ี าํ ให้เกดิ การเจบ็ ป่ วยหรือโรคจากการทาํ งาน องคป์ ระกอบหลกั ที#ทาํ ใหเ้ กิดการ เจบ็ ป่ วยหรือโรคจากการทาํ งาน 1 ผปู้ ฏิบตั ิงาน ปัจจยั ที#เก#ียวกบั ตวั ผปู้ ฏิบตั ิงานที#มีผลต่อการเจบ็ ป่ วยหรือโรคจากการทาํ งานมีหลายประการเช่น อายุ เพชร กรรมพนั ธุ์เชFือชาติ ภาวะโภชนาการของแต่ละบุคคล พFืนฐานการศึกษาของลูกจา้ งองคป์ ระกอบทางดา้ น จิตใจและองคป์ ระกอบดา้ นพฤติกรรม
2 สภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานท#ีเป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ คือสาเหตุสาํ คญั ของการเจบ็ ป่ วยหรือโรคจากการ ทาํ งาน ซ#ึงแบ่งไดเ้ ป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ไดแ้ ก่ สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพทางเคมีทางชีวภาพปัจจยั ทาง กายศาสตร์และ ปัจจยั ทางจิตสงั คม 3 ส#ิงแวดลอ้ มทวั# ไป เป็นปัจจยั ภายนอกที#กระตุน้ และส่งเสริมทFงั ทางตรงและทางออ้ ม ท#ีทาํ ใหเ้ กิดโรคเกิดขFึน เช่นมลพิษทางอากาศหรือเสียงจากภายนอก สถานประกอบการ และสภาพ ภูมิศาสตร์เป็นตน้ สาเหตุของอบุ ัตเิ หตุและการสูญเสีย Domino Theory ทฤษฎโี ดมโิ นของการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ ทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) ของการเกิดอุบตั ิเหตุ สามารถเชื#อมโยงไดก้ บั ปรัชญาความปลอดภยั ของ H.W. Heinrich เกี#ยวกบั สาเหตุของอุบตั ิเหตุได้ ทฤษฎีโดมิโน กล่าววา่ การบาดเจบ็ และความเสียหายต่างๆ เป็นผลที# สืบเน#ืองโดยตรงมาจากอุบตั ิเหตุและอุบตั ิเหตุเป็นผลมาจากการกระทาํ ท#ีไม่ปลอดภยั หรือสภาพการณ์ที#ไม่ปลอดภยั ซ#ึง เปรียบไดเ้ หมือนตวั โดมิโนที#เรียงกนั อยู่ 5 ตวั ใกลก้ นั เม#ือตวั ที#หน#ึงลม้ ยอ่ มมีผลทาํ ใหต้ วั โดมิโนถดั ไปลม้ ตามกนั ไปดว้ ย ตวั โดมิโนทFงั หา้ ตวั ไดแ้ ก่ 1. สภาพแวดลอ้ มหรือภูมิหลงั ของบุคคล (Social Environment or Background) 2. ความบกพร่องผดิ ปกติของบุคคล (Defects of Person) 3. การกระทาํ หรือสภาพการณ์ท#ีไม่ปลอดภยั (Unsafe Acts/Unsafe Conditions) 4. อุบตั ิเหตุ (Accident) 5. การบาดเจบ็ หรือเสียหาย (Injury/Damages)
นนั# คือ สภาพแวดลอ้ มของสงั คมหรือภูมิหลงั ของคนใดคนหน#ึง เช่น สภาพครอบครัว ฐานะความเป็นอยู่ การศึกษาอบรม ก่อใหเ้ กิดความบกพร่องผดิ ปกติของคนนFนั ทศั นคติต่อความปลอดภยั ที#ไม่ถูกตอ้ ง ชอบเส#ียง มกั ง่าย ก่อใหเ้ กิดการกระทาํ ท#ีไม่ปลอดภยั หรือสภาพการณ์ท#ีไม่ปลอดภยั ซ#ึงจะทาํ ก่อใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุและทาํ ใหเ้ กิดการบาดเจบ็ หรือความสูญเสียท#ีตามมา ทฤษฎีโดมิโนนFี มีผเู้ รียกช#ือใหม่เป็น “ลกู โซ่ของอบุ ตั ิเหตุ (Accident Chain) การป้องกนั อบุ ัตเิ หตุตามทฤษฎโี ดนิโน ตามทฤษฎีโดมิโน หรือลูกโซ่ของอุบตั ิเหตุ เม#ือโดมิโนตวั ท#ี 1 ลม้ ตวั ถดั ไปกล็ ม้ ตาม ดงั นFนั หากไม่ใหโ้ ดมิโนตวั ที# 4 ลม้ (ไม่ใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุ) กต็ อ้ งเอาโดมิโนตวั ท#ี 3 ออก (กาํ จดั การกระทาํ หรือสภาพการณ์ที#ไม่ปลอดภยั ) การบาดเจบ็ หรือความเสียหายกจ็ ะไม่เกิดขFึน การป้องกนั อุบตั ิเหตุตามทฤษฎีโดมิโนหรือลูกโซ่อุบตั ิเหตุ กค็ ือ การตดั ลูกโซ่อุบตั ิเหตุ โดยกาํ หนดมาตรการ ป้องกนั ท#ีทาํ ให(้ การกระทาํ หรือสภาพการณ์ทไ7ี ม่ปลอดภยั )ท#ีจะนาํ ไปสู่อุบตั ิเหตุโดนตดั ออก ส่วนการที#จะแกไ้ ข ป้องกนั ที#โดมิโนโนตวั ที# 1 (สภาพแวดลอ้ มของสงั คมหรือภูมิหลงั ของบุคคล) หรือตวั ที# 2 (ความบกพร่องผดิ ปกติของบุคคล) เป็นเรื#องที#แกไ้ ขไดย้ ากกวา่ เพราะเป็นส#ิงท#ีเกิดขFึนและปลูกฝังเป็นคุณสมบตั ิส่วน บุคคลแลว้ สาเหตุโดยตรงของการเกดิ อบุ ัตเิ หตุจากการทาํ งาน มี 2 สาเหตุใหญ่ ไดแ้ ก่ 1 การกระทาํ ทไ7ี ม่ปลอดภยั (Unsafe Action) ซ7ึงเป็ นสาเหตุหลกั ทที7 าํ ให้เกดิ อบุ ตั เิ หตุ ถงึ 88% เน7ืองจากเกดิ จากสิ7งทเ7ี รา เป็ นคนทาํ เช่น • หยอกลอ้ เล่นกนั ขณะปฏิบตั ิงาน • ไม่ทาํ งานตามขFนั ตอนท#ีกาํ หนดไว้ • ไม่สวมใส่อุปกรณ์ความปลอดภยั • ถอดการ์ดของเครื#องจกั รออก เป็นตน้ 2 สภาพแวดล้อมทไ7ี ม่ปลอดภยั (Unsafe Condition) เป็ นสาเหตุทที7 าํ ให้เกดิ อบุ ัตเิ หตุ 10% ซึ7งเป็ นสิ7งทอ7ี ยู่ รอบๆ ตวั เรา เช่น • แสงสวา่ งในการทาํ งานไม่เพียงพอ • เคร#ืองจกั รไม่มีการ์ดป้องกนั อนั ตราย • ฝ่ นุ ในพFืนท#ีการทาํ งานที#มากเกินมาตรฐานกาํ หนด เป็นตน้ 3 ภยั ธรรมชาติ (Natural Disaster) เป็ นสาเหตุทที7 าํ ให้เกดิ อบุ ตั เิ หตุ 2% เช่น ฟ้าผา่ , แผน่ ดินไหว, นFาํ ท่วม เป็นตน้
แบบจาํ ลองสาเหตุและอบุ ตั เิ หตุ และการสูญเสีย Prof. Frank E. Bird ใชค้ าํ วา่ การกระทาํ ที#ต#าํ กวา่ มาตรฐาน (Sub Standard Act or Practice) แทนคาํ วา่ การ กระทาํ ท#ีไม่ปลอดภยั (Unsafeact Act) และใชค้ าํ วา่ สภาพการณ์ท#ีต#าํ กวา่ มาตรฐาน (Sub -Standard Condition) แทนคาํ วา่ สภาพการณ์ท#ีไม่ปลอดภยั ( Unsafe condition ) Prof. Frank E. Bird ใชค้ าํ ที#เนน้ ผลในทางปฏิบตั ิ เพราะเมื#อถามถึง การกระทาํ หรือสภาพการณ์ที#ต#าํ กวา่ มาตรฐาน จึงทาํ ใหม้ องเห็นวา่ มาตรฐานท#ีถูกตอ้ งนFนั เป็นอยา่ งไร และจะตอ้ งทาํ อยา่ งไร Loss Causation Model อธิบายถึงผลหรือความสูญเสีย (Loss) ทFงั ต่อ คน ทรัพยส์ ิน ขบวนการผลิตเป็นผลมาจาก อุบตั ิการณ์หรืออุบตั ิเหตุท#ีเกิดขFึน (Incident) โดยเกินขีดจาํ กดั ความตา้ นทาน (Threshold Limit) ของพลงั งานหรือสสาร ซ#ึงเกิดมาจากสาเหตุขณะนFนั (Immediate Cause) ไดแ้ ก่ การกระทาํ ท#ีต#าํ กวา่ มาตรฐาน และ/หรือ สภาพการณ์ท#ีต#าํ กวา่ มาตรฐาน ซ#ึงท่านนาํ เสนอวา่ สาเหตุเหล่านFีเป็นเพียงอาการท#ีปรากฏ (Symptom) เช่น พนกั งานไม่สวมใส่อุปกรณ์ คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล ไม่มีระบบสญั ญาณเตือนภยั นFนั มิใช่สาเหตุพFืนฐานที#แทจ้ ริง ( Basic cause) Prof. Frank E. Bird นาํ เสนอวา่ สาเหตุพFืนฐานท#ีแทจ้ ริง ( Basic cause) คือปัจจยั บุคคล (Personal Factor) เช่น ผปู้ ฏิบตั ิงานไม่มีความรู้ในเคร#ืองมือที#ทาํ พนกั งานขาดความชาํ นาญ หรือ ปัจจยั งาน (Job Factor) เช่น ไม่มีมาตรฐาน การปฏิบตั ิงานที#ชดั เจน ไม่มีการบาํ รุงรักษาเชิงป้องกนั สาเหตุพFืนฐานเหล่านFีเกิดจากขาดการควบคุมท#ีดี (Lack of Control) ซ#ึงหมาย ถึง (1) ไม่มีระบบในการป้องกนั ควบคุม หรือมีไม่เพียงพอ (Inadequate Program) (2) มีระบบอยแู่ ต่ไม่ไดม้ าตรฐาน หรือมีมาตรฐานแต่ไม่เพียงพอ (Inadequate Standard) (3) มีระบบที#มีมาตรฐานแต่ไม่ปฏิบตั ิตามมาตรฐาน หรือปฏิบตั ิไม่ไดต้ ามมาตรฐาน (Inadequate Compliance)
แนวทางการป้องกนั และควบคุมอบุ ตั เิ หตุ การเจบ็ ป่ วยและการสูญเสีย 6.1 แนวคดิ ของหลกั 3E ในการเสริมสร้างความปลอดภยั ให้มปี ระสิทธิภาพ การเสริมสร้างความปลอดภยั ในการทาํ งานใหม้ ีประสิทธิภาพ ช่วยในการป้องกนั และควบคุมอนั ตรายจากการ ทาํ งานไดด้ ีมีหลกั การที#นิยมใชก้ นั ทว#ั ไปคือหลกั 3E โดยมีรายละเอียดดงั นFี หลกั 3E เป็นการสร้างเสริมความปลอดภยั ในการทาํ งานอยา่ งมีประสิทธิภาพสูงสุด ซ#ึง 3E ไดแ้ ก่ Engineering วศิ วกรรมศาสตร์ Education การศึกษา Enforcement การออกกฎขอ้ บงั คบั Engineering วศิ วกรรมศาสตร์ เป็นการใชค้ วามรู้ในดา้ นวศิ วกรรมศาสตร์ซ#ึงใชใ้ นการคาํ นวณต่างๆ อาทิ การติดตFงั เครื#องจกั รในสถานที#ท#ี เหมาะสมใหส้ ามารถใชง้ านไดอ้ ยา่ งปลอดภยั รวมไปถึงการติดตFงั ผงั ต่างๆในจุดที#เหมาะสมที#สุด Education การศึกษา เป็นการฝึกอบรมความรู้ในการทาํ งานใหก้ บั พนกั งานผปู้ ฏิบตั ิงาน รวมไปถึงกฎระเบียบต่างๆที#ทางสถาน ประกอบกิจการประกาศใหพ้ นกั งานทุกคนไดท้ ราบ อีกอยา่ งที#สาํ คญั คือการใหค้ วามรู้เก#ียวกบั การป้องกนั อุบตั ิเหตุ วธิ ีการสร้างเสริมความปลอดภยั ในการทาํ งาน Enforcement การออกกฎข้อบังคบั เป็นการออกกฎระเบียบในการทาํ งานอยา่ งปลอดภยั มีมาตรการควบคุมใหพ้ นกั งานทุกคนปฏิบตั ิตาม ซ#ึง ระเบียบมาตรการเหล่านFี ตอ้ งประกาศใหท้ ุกคนไดท้ ราบ แนวคดิ การป้องกนั และควบคุมอนั ตรายจากสภาพแวดล้อมในการทาํ งาน แนวคิดการป้องกนั และควบคุมอนั ตรายจากสภาพแวดลอ้ มในการทาํ งานมีหลกั การดงั นFี
ลาํ ดบั การป้องกนั และการควบคุมอนั ตรายทเี7 กดิ จากการทาํ งาน 1. การขจดั อนั ตราย เป็นการควบคุมอนั ตรายมาตรการท#ีตอ้ งพิจารณาเป็นอนั ดบั แรก คือการขจดั อนั ตรายท#ีลูกจา้ งจะ ไดร้ ับซ#ึงถือ เป็นมาตรการควบคุมที#ดีท#ีสุดเพราะช่วยขจดั อนั ตรายต่อการสมั ผสั 2. การทดแทน ด้วยสิ7งทม7ี อี นั ตรายน้อยกว่า มาตรการควบคุมอนั ตรายที#ตอ้ งพิจารณาเป็นลาํ ดบั ที# 2 คือการทดแทนดว้ ยวสั ดุ วธิ ีการทาํ งานหรือวสั ดุ อุปกรณ์ท#ีมีอนั ตรายนอ้ ยกวา่ ถือเป็นมาตรการที#ช่วยลดความเสี#ยงต่อการสมั ผสั อนั ตราย ทาํ ใหม้ ีโอกาสเรียรับ อนั ตรายจากการทาํ งานนอ้ ยลง 3. การควบคุมทางวศิ วกรรม หากไม่สามารถควบคุมอตั ราดว้ ยการขจดั อนั ตราย และการทดแทนดว้ ยส#ิงท#ีมีอนั ตรายนอ้ ยกวา่ กใ็ หพ้ ิจารณา ดาํ เนินการควบคุม ทางวศิ วกรรมซ#ึงเป็นการดาํ เนินการควบคุมเพ#ือใหส้ ถานท#ีทาํ งานปลอดภยั เช่นการติดตFงั ก๊าซ ส่วนที#เป็นอนั ตรายของเครื#องจกั รการติดตFงั ระบบระบายอากาศการใชเ้ คร#ืองกFนั หรือวสั ดุซบั เสียงเพื#อลดความดงั ของเสียง การยกยา้ ยวสั ดุที#ใชอ้ ุปกรณ์หรือเครื#องจกั ร การป้องกนั การตกจากท#ีสูงโดยการตFงั นงั# ร้านหรือราวกนั ตก 4. การควบคุมด้วยการบริหารจดั การ มาตรการควบคุมลาํ ดบั ท#ี 4 เป็นการควบคุมเชิงบริหารจดั การ เช่นการออกแบบการใหข้ อ้ มูลความรู้ท#ีเหมาะสม แก่ผปู้ ฏิบตั ิงาน การประสานงานกบั ผรู้ ับเหมาช่วง การจดั การใหม้ ีการ ออกใบอนุญาตทาํ งาน การลดเวลา ทาํ งานการหมุนเวยี นการทาํ งานการจดั การใหม้ ีโครงการเฝ้าระวงั สุขภาพ 5. เคร7ืองมือป้องกนั (PERSONAL PROTECTIVE EQUIPMENT - PPE) มาตรการลาํ ดบั ที# 5 การใชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล ควรใชเ้ ป็นมาตรการสุดทา้ ยหรือใชเ้ ป็น มาตรการร่วมกบั มาตรการอ#ืนๆ โดยมาตรการนี( เป็ นมาตรการเพื7อบรรเทาความรุนแรงจากอบุ ตั เิ หตุทเี7 กดิ ขนึ( ต่อ พนักงาน ไม่ไดเ้ ป็นมาตรการ ป้องกนั ไม่ใหเ้ กิด เหตุการณ์หรืออุบตั ิเหตุใด
เจ้าหน้าทค7ี วามปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั หัวหน้างาน มหี น้าทด7ี งั ต่อไปนี( 1) กาํ กบั ดูแล ใหล้ ูกจา้ งในหน่วยงานท#ีรับผดิ ชอบปฏิบตั ิตามขอ้ บงั คบั และคู่มือวา่ ดว้ ยความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ สิ#งแวดลอ้ ม 2) วเิ คราะห์งานในหน่วยงานท#ีรับผดิ ชอบเพื#อคน้ หาความเส#ียงหรืออนั ตรายเบFืองตน้ โดยอาจร่วมดาํ เนินการกบั เจา้ หนา้ ที#ความปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั เทคนิค ระดบั เทคนิคขFนั สูง หรือระดบั วชิ าชีพ 3) จดั ทาํ คู่มือวา่ ดว้ ยความปลอดภยั อาชีวอนามยั และส#ิงแวดลอ้ มในการทาํ งานของหน่วยงานท#ีรับผดิ ชอบ 4) สอนวธิ ีการปฏิบตั ิงานที#ถูกตอ้ งแก่ลูกจา้ งในหน่วยงานที#รับผดิ ชอบ เพ#ือใหเ้ กิดความปลอดภยั ในการปฏิบตั ิงาน 5) ตรวจสอบสภาพการทาํ งาน เคร#ืองจกั ร เคร#ืองมือ และอุปกรณ์ใหอ้ ยใู่ นสภาพที#ปลอดภยั ก่อนลงมือปฏิบตั ิงาน ประจาํ วนั 6) กาํ กบั ดูแล การใชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลของลูกจา้ งในหน่วยงานที#รับผดิ ชอบ 7) รายงานการประสบอนั ตราย การเจบ็ ป่ วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรําคาญอนั เน#ืองจากการทาํ งานของลูกจา้ งต่อ นายจา้ ง และแจง้ ต่อเจา้ หนา้ ที#ความปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั เทคนิค ระดบั เทคนิคขFนั สูง หรือระดบั วชิ าชีพ สาํ หรับ สถานประกอบกิจการที#มีหน่วยงานความปลอดภยั ใหแ้ จง้ ต่อหน่วยงานความปลอดภยั ทนั ทีที#เกิดเหตุ 8) ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอนั ตราย การเจบ็ ป่ วย หรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรําคาญอนั เนื#องจากการทาํ งานของ ลูกจา้ งร่วมกบั เจา้ หนา้ ท#ีความปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั เทคนิค ระดบั เทคนิคขFนั สูง หรือระดบั วชิ าชีพ และรายงาน ผล รวมทFงั เสนอแนะแนวทางแกไ้ ขปัญหาต่อนายจา้ งโดยไม่ชกั ชา้ 9) ส่งเสริมและสนบั สนุนกิจกรรมความปลอดภยั ในการทาํ งาน 10) ปฏิบตั ิงานดา้ นความปลอดภยั ในการทาํ งานอื#นตามท#ีนายจา้ งหรือเจา้ หนา้ ท#ีความปลอดภยั ในการทาํ งานระดบั บริหารมอบหมาย
กฎหมายความปลอดภยั ชีวะอนามยั และสิ7งแวดล้อมในการทาํ งาน
Search
Read the Text Version
- 1 - 12
Pages: