๔๕ หลกั สตู รแกนกลางการศึกษา การจดั การเรยี นรู้ เร่อื ง กรอบหลักสูตรท้องถ่นิ ข้ันพื้นฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดับชนั้ ท่ี การเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 7 วฒั นธรรมประเพณแี ละ ภาษาไทย ✓✓ เทศกาลสำคญั ในทอ้ งถน่ิ สาระท่ี 1 การอ่าน 7.1 วฒั นธรรมและประเพณี มาตรฐาน ท 1.1 สาระท่ี 3 การฟงั การดู และการพดู งานบญุ และกจิ กรรมในท้องถ่ิน มาตรฐาน ท 3.1 - รำบวงสรวงพญานาค สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม - ไหลเรอื ไฟ มาตรฐาน ท 5.1 สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม - งานบญุ (บญุ ขา้ วจี่ สาระที่ 2 หน้าท่ีพลเมอื ง วฒั นธรรม ✓ ✓ และการดำเนนิ ชีวิตในสงั คม ✓ ✓ บุญข้าวสาก บญุ ออกพรรษา ✓ ✓ มาตรฐาน ส 2.1 บญุ กฐิน) สุขศกึ ษาและพลศึกษา ✓ ✓ สาระที่ 2 ชวี ิตและครอบครัว ✓ ✓ - ฮตี สบิ สองคองสิบสี่ มาตรฐาน พ 2.1 - รำนางเทยี ม สาระที่ 5 ความปลอดภยั ในชีวติ - การแต่งกายในเทศกาล มาตรฐาน พ 5.1 ศิลปะ ต่าง ๆ สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ - การบวช มาตรฐาน ศ 1.1 มาตรฐาน ศ 1.2 - การอยู่กรรม สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์ มาตรฐาน ศ 3.1 - การโกนผมไฟ มาตรฐาน ศ 3.2 การงานอาชพี - งานกินดอง (แตง่ งาน) สาระที่ 1 การดำรงชวี ติ และครอบครัว มาตรฐาน ง 1.1 - ทำขวัญข้าว ภาษาต่างประเทศ สาระที่ 2 ภาษาและวัฒนธรรม - อาหารประจำท้องถ่ิน (ข้าวต้มมัด ขขน้ามมวาตเตทม้ รยี ญฐนาวนน ศ ๒.๑ แหนมเนือง ข้าวเกรียบ ขา้ วโป่ง ลาบปลา ก้อยปลาน้ำซว้ น หมอน้อย เอาะหลาม) - การบายศรีส่ขู วัญ - ยาสมุนไพร หมอยา พนื้ บ้าน มาตรฐาน ต 2.1 มาตรฐาน ต 2.2 กรอบหลกั สูตรท้องถิ่น สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
๔๖ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา การจัดการเรียนรู้ เร่ือง กรอบหลักสูตรท้องถิน่ ข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดบั ชั้น ที่ การเรียนร้กู ลุม่ สาระการเรียนรู้ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 7 วัฒนธรรมประเพณแี ละ ภาษาตา่ งประเทศ ✓✓ เทศกาลสำคัญในท้องถิ่น (ต่อ) สาระที่ 3 ภาษากบั ความสัมพันธ์ 7.2 เทศกาลสำคญั ในท้องถ่ิน กบั กลมุ่ สาระการเรียนร้อู ่นื - วันสำคญั (วันสงกรานต์ มาตรฐาน ต 3.1 วนั เข้าพรรษา วนั ออกพรรษา - ประเพณปี ระจำถิ่น (บญุ แขง่ เรอื บุญบ้งั ไฟ) - การสรงนำ้ พระ ขอพร ผู้ใหญ่ - กอ่ พระเจดยี ท์ ราย กรอบหลักสูตรท้องถ่นิ สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
๔๗ หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา การจดั การเรยี นรู้ เรื่อง กรอบหลักสตู รท้องถิ่น ขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดับช้นั ท่ี การเรียนรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 8 ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ปราชญ์ ภาษาไทย ✓✓ ชาวบา้ น และบุคคลสำคญั สาระท่ี 1 การอ่าน ในทอ้ งถ่นิ มาตรฐาน ท 1.1 8.1 ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นและ สาระท่ี 2 การเขยี น ✓ ✓ ปราชญ์ชาวบ้าน มาตรฐาน ท 2.1 ✓ ✓ ✓ ✓ 8.1.1 หมอพราหมณ์ สาระที่ 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม ปราชญช์ มุ ชน มาตรฐาน ท 5.1 ✓ ✓ 1) พอ่ ตาเพ็ง ประจิมทิศ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ✓ ✓ (299 หมู่ 14 บ้านดอนโพธ์ิ สาระที่ 4 เทคโนโลยี ✓ ✓ ต.จมุ พล อ.โพนพสิ ยั จ.หนองคาย) มาตรฐาน ว 4.1 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 2) นายเรอื ง ไชยะราช สาระท่ี 2 หน้าทพ่ี ลเมือง วฒั นธรรม (บ้านโปร่งสำราญ หมู่ 8 อ.รตั นวาปี จ.หนองคาย) และการดำเนินชวี ิตในสังคม มาตรฐาน ส 2.1 3) นายไล ปัคมา สขุ ศึกษาและพลศึกษา (หมู่ 8 ต.โพนแพง อ.รตั นวาปี สาระที่ 2 ชวี ติ และครอบครัว จ.หนองคาย) มาตรฐาน พ 2.1 สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวติ 4) นายประยรู วงคค์ ำซาว มาตรฐาน พ 5.1 (หมู่7 ต.บา้ นต้อน อ.รัตนวาปี ศิลปะ จ.หนองคาย) สาระที่ 1 ทัศนศิลป์ มาตรฐาน ศ 1.2 สาระท่ี 2 ดนตรี มาตรฐาน ศ ๒.๑ 5) นายทองมา ทองโคตร มาตรฐาน ศ 2.2 (หมู่ 2 ต.วงั หลวง อ.เฝ้าไร่ สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์ มาตรฐาน ศ 3.2 จ.หนองคาย) การงานอาชพี สาระที่ 2 การอาชพี 6) นายเคน อัตรา (หมู่ 1 ต.วงั หลวง อ.เฝ้าไร่ มาตรฐาน ง 2.1 จ.หนองคาย) ภาษาต่างประเทศ สาระที่ 3 ภาษากับความสัมพนั ธ์ 7) นายไพล พกั ลา (หมู่ 1 ต.วังหลวง อ.เฝา้ ไร่ กบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น จ.หนองคาย) มาตรฐาน ต 3.1 กรอบหลักสูตรท้องถ่ิน สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
๔๘ หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา การจดั การเรียนรู้ เร่อื ง กรอบหลักสูตรท้องถิ่น ข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดบั ชั้น ท่ี การเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรยี นรู้ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 8 ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ปราชญ์ ภาษาต่างประเทศ ✓✓ ชาวบา้ น และบคุ คลสำคัญ สาระที่ 4 ภาษากับความสัมพนั ธ์ ในทอ้ งถ่ิน (ต่อ) กบั ชมุ ชนและโลก 8) นายสมยั ประนัสสังค์ มาตรฐาน ต 4.1 (หมู่ 2 ต.วงั หลวง อ.เฝา้ ไร่ มาตรฐาน ต 4.2 จ.หนองคาย) 8.1.2 การทำพานบายศรี สู่ขวญั 1) นางแพง วจิ ิตร (บ้านดอนโพธ์ิ ต.จุมพล อ.โพนพิสยั จ.หนองคาย) 2) นางสดุ สาคร จามพัฒน์ (บา้ นเปงจาน อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย) 3) นางหนสู นิ ผาสุราช (บ้านเปงจาน หมู่ 4 ต.รัตนวาปี จ.หนองคาย) 8.1.3 การจกั สานไมไ้ ผ่ 1) นายโสภณ คุรปุ ัญญา (หมู่ 4 ต.รตั นวาปี จ. หนองคาย) 2) คุณตามอญ กุลติกลุ (บ้านโปรง่ สำราญ อ.รตั นวาปี จ.หนองคาย) 8.1.4 หมอยาพ้ืนบา้ น 1) นางฝอยลม ศรสี ะอาด (บ้านจอมนาง ต.จมุ พล อ.โพนพสิ ัย จ.หนองคาย) 2) นายสมบรู ณ์ นาคเสน (หมู่ 6 ต.รตั นวาปี จ.หนองคาย) กรอบหลกั สูตรท้องถ่ิน สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
๔๙ เรอ่ื ง กรอบหลักสตู รท้องถิน่ หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา การจดั การเรียนรู้ ที่ ขัน้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดับชั้น การเรยี นรู้กลุม่ สาระการเรยี นรู้ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 8 ภมู ิปัญญาท้องถิน่ ปราชญ์ ชาวบ้าน และบคุ คลสำคัญ ในท้องถ่ิน (ต่อ) 8.1.5 ศิลปะแตม้ ฮูบ 1) นายพณภัค หนอู นิ ทร์ (บา้ นดอนโพธิ์ ต.จมุ พล อ. โพนพสิ ัย จ.หนองคาย) 8.1.6 การส่อนขวัญ หรอื เอิ้นขวัญ 1) นางทองใบ นยิ มญาติ (บา้ นดอนโพธ์ิ ต.จุมพล อ.โพนพสิ ัย จ.หนองคาย) 8.1.7 การทำปลารา้ 1) นางบวั ลอง สกุ ใส (บ้านวดั หลวง ต.วดั หลวง อ.โพนพิสยั จ.หนองคาย) 2) นางสมร กะวเิ ศษ (บ้านวัดหลวง ต.วดั หลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย) 8.1.8 อาหารประจำถ่ิน (ปลานำ้ ซว้ น หมอน้อย เอาะหลาม) 1) นางลาวลั ย์ ไชสรุ ยิ า 2) นางจำเนียร ยอดแก้วพสิ ยั 3) นางแพง วจิ ติ ร (คมุ้ วดั ยอดแก้ว ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย) กรอบหลกั สูตรท้องถ่นิ สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
๕๐ เรอ่ื ง กรอบหลักสูตรท้องถิ่น หลกั สตู รแกนกลางการศึกษา การจดั การเรยี นรู้ ที่ ขัน้ พื้นฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดับชนั้ การเรยี นรกู้ ลุม่ สาระการเรียนรู้ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 8 ภูมิปัญญาท้องถนิ่ ปราชญ์ ชาวบ้าน และบคุ คลสำคญั ในท้องถ่ิน (ต่อ) 8.2 ประวัติและบุคคลสำคัญ ในอดีต 8.2.1 บุคคลสำคัญ ทางการเมืองในท้องถ่ินทค่ี วรรู้ - นายพลตรี พระเจ้า บรมวงศ์เธอกรมหลวงประจกั ษ์ ศิลปาคม - พระยาสนุ ทร ธรธรรมธาดา - พระยาพิสยั สรเดช หรอื พระยาโพนพิสยั 8.3 บุคลสำคญั ในชุมชน ท่ีควรรู้ 8.3.1 บุคคลสำคญั ทางศาสนา 1) ศาสนาพุทธ - เจา้ คณะจงั หวดั - เจา้ คณะอำเภอ - เจา้ คณะตำบล - หลวงพระครูวีรกิจ พทิ ักษ์ (หลวงปใู่ หญ่ วดั หนองคอน) 2) ศาสนาครสิ ต์ (คาทอลกิ ) - บาทหลวง กรอบหลกั สตู รท้องถนิ่ สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
๕๑ เร่ือง กรอบหลักสูตรท้องถ่นิ หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา การจัดการเรยี นรู้ ที่ ขนั้ พนื้ ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดบั ชนั้ การเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 8 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปราชญ์ ชาวบา้ น และบคุ คลสำคัญ ในท้องถน่ิ (ต่อ) 8.3.2 บุคคลสำคัญทาง การเมือง การปกครองท่ีควรรู้ - สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวดั - นายกองค์การบรหิ าร สว่ นจงั หวัด - นายกองค์การบรหิ าร ส่วนตำบล - ตวั แทน ผ้นู ำในหมู่บ้าน และชมุ ชน กรอบหลกั สูตรท้องถิ่น สำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
๕๒ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา การจัดการเรยี นรู้ เรอ่ื ง กรอบหลักสูตรท้องถิน่ ขั้นพนื้ ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดบั ช้นั ที่ การเรียนร้กู ลมุ่ สาระการเรียนรู้ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 9 สถานท่แี ละแหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว/ ภาษาไทย ✓✓ แหลง่ เรียนรู้ในชุมชน สาระท่ี 1 การอ่าน 9.1 ท่ีตั้ง/สถานที่ในชมุ ชน มาตรฐาน ท 1.1 ✓ ✓ ที่ควรรู้ สาระท่ี 2 การเขยี น ✓ ✓ ✓ ✓ 9.1.1 สถานท่รี าชการ มาตรฐาน ท 2.1 - ท่ีวา่ การอำเภอ สาระท่ี 5 วรรณคดีและวรรณกรรม ✓ ✓ - สถานีตำรวจภูธร ✓ ✓ - โรงพยาบาล มาตรฐาน ท 5.1 ✓ ✓ - องค์กรปกครอง คณติ ศาสตร์ สาระท่ี 3 สถิติและความน่าจะเปน็ สว่ นทอ้ งถน่ิ - โรงพยาบาลสง่ เสริม มาตรฐาน ค 3.1 มาตรฐาน ค 3.2 สุขภาพประจำตำบล วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี - โรงเรยี นและ สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ มาตรฐาน ว 1.1 สถานศกึ ษาทเ่ี กย่ี วขอ้ ง สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ศูนย์เด็กเล็ก พระปรยิ ตั ิธรรม) สาระท่ี 1 ศาสนา ศลิ ธรรม จริยธรรม มาตรฐาน ส 1.1 9.1.2 ศาสนสถานในชมุ ชน มาตรฐาน ส 1.2 - พระอารามหลวง สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร์ มาตรฐาน ส 5.2 (วัดโพธ์ิชัย) สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา - วัดในพระพุทธศาสนา สาระที่ 5 ความปลอดภยั ในชวี ิต - วดั ในคริสต์ศาสนา มาตรฐาน พ 5.1 การงานอาชีพ 9.1.3 โบราณสถาน สาระท่ี 3 การงานอาชพี โบราณวตั ถแุ ละแหล่งท่องเท่ียว มาตรฐาน ง 3.1 ธรรมชาติในทอ้ งถน่ิ ภาษาตา่ งประเทศ สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร - เวนิ พระสกุ มาตรฐาน ต 1.1 (บ้านหนองกุง้ ) มาตรฐาน ต 1.2 มาตรฐาน ต 1.3 - อนุสาวรียพ์ ระยา สนุ ทรธรรมธาดา - ศาลป่ยู า่ บา้ นจอมนาง - เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผา บ้านดอนกลางและบ้านโพนบก กรอบหลกั สตู รท้องถิน่ สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
๕๓ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา การจดั การเรียนรู้ เร่ือง กรอบหลักสูตรท้องถ่นิ ข้นั พนื้ ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดบั ชั้น ท่ี การเรียนรูก้ ลุม่ สาระการเรยี นรู้ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 9 สถานทแ่ี ละแหล่งทอ่ งเท่ียว/ ภาษาต่างประเทศ ✓✓ แหล่งเรยี นรู้ในชมุ ชน (ตอ่ ) สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสัมพนั ธ์ - ศาลปยู่ ่าปากห้วยหลวง กับกล่มุ สาระการเรียนรู้อนื่ - ศูนยว์ ัฒนธรรมเฉลิมราช มาตรฐาน ต 3.1 - ถ้ำพญานาควัดไทย - ตลาดผ่อนปรน สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสัมพนั ธ์ ไทย-ลาว โพนพิสยั กบั ชุมชนและโลก - ศนู ยห์ มอ่ นไหมเฉลิม มาตรฐาน ต 4.1 มาตรฐาน ต 4.2 พระเกียรติฯหนองคาย - ลานนาคาเบกิ ฟ้า - รอยพระพทุ ธบาท บ้านพระบาทนาหงส์ - ศาลเจ้าพอ่ เปงจาน - ตลาดนัดจุดผอ่ นปรน ไทย-ลาว บา้ นเปงจาน - วัดราชโพนเงิน - จดุ ชมบงั้ ไฟพญานาค บ้านทา่ มว่ ง - จดั ชมบ้งั ไฟพญานาค บ้านน้ำเป - แม่นำ้ สงคราม 9.2 แหลง่ เรียนรใู้ นชุมชน 9.2.1 ศนู ย์ดจิ ิทลั ชุมชน ต.บา้ นผือ อ.โพนพิสยั จ.หนองคาย 9.2.2 ห้องสมุด ประชาชนอำเภอโพนพิสัย ต.จมุ พล อ.โพนพสิ ยั จ.หนองคาย กรอบหลกั สตู รท้องถิ่น สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
๕๔ เรือ่ ง กรอบหลักสตู รท้องถนิ่ หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษา การจดั การเรยี นรู้ ที่ ขนั้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551 และมาตรฐาน ระดับชั้น การเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ประถม ม.ต้น 9 สถานท่แี ละแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว/ แหลง่ เรยี นรูใ้ นชุมชน (ต่อ) 9.2.3 ห้องสมุด ประชาชนอำเภอรตั นวาปี ต.รัตนวาปี อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย 9.2.4 ห้องสมดุ ประชาชนอำเภอเฝา้ ไร่ อ.เฝา้ ไร่ จ.หนองคาย 9.2.5 ศูนยเ์ รียนรู้ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สินคา้ เกษตรด้านข้าว เกษตร ต้นแบบ นางดรุณี พิทกั ษ์ อ.โพนพิสยั จ.หนองคาย 9.2.6 ศูนย์เรียนรู้ การเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการผลิต สินค้าเกษตรด้านข้าว เกษตรกรต้นแบบ นายกสิพงษ์ ประจมิ ทิศ อ.รตั นวาปี จ.หนองคาย 9.2.7 ศนู ยเ์ รียนรู้ การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต สนิ คา้ เกษตรด้านข้าว เกษตรกรตน้ แบบ นางอัมรา ไชยลือชา อ.เฝ้าไร่ จ.หนองคาย กรอบหลกั สตู รท้องถ่ิน สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
55 กรอบหลกั สตู รท้องถนิ่ สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
56 อำเภอโพนพิสยั ๑. ประวัติความเปน็ มาของอำเภอโพนพสิ ัย 1.1 ความเปน็ มาของอำเภอโพนพสิ ัย เมืองปากห้วยหลวง เมือง 3 กษัตริย์ บริเวณที่ตั้งอำเภอโพนพิสัยปัจจุบัน เป็นเมืองเก่า ตามพงศาวดารล้านช้าง เรียกว่า \"เมืองปากห้วยหลวง\" พ.ศ. 1901 พระเจ้าฟ้างุ้มมหาราช เริ่มก่อตั้ง อาณาจักรล้านช้าง และตีเมืองนี้ได้ และมีฐานะเป็น \"เมืองหลวง\" ซึ่งส่งเจ้าชายในราชวงศ์ล้านช้างมา ครองเป็น \"พญาปากห้วยหลวง\" บางพระองค์ได้มีโอกาสไปครองราชย์ที่ \"เชียงทอง\" ถึง 2 พระองค์ ด้วยกัน คือ หลังจากพระเจ้าสามแสนไทสวรรคต พ.ศ. 1958 พระเจ้าคำแดงโอรสได้ครองราชย์ ถึง พ.ศ. 1970 จึงสวรรคตโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่โบราณราชประเพณีไทย-ลาว สตรีจะครองราชย์ไม่ได้ \"เจ้าคำเต็มพญาปากห้วยหลวง\" พระสวามีเจ้าหญิง จึงครองราชย์แทนพักหนึ่ง แล้วหนีกลับเมืองปาก ห้วยหลวงดังเดิม เจ้าหญิงแก้วพิมพาซึ่งมีอำนาจมากในราชสำนักได้เชิญเจ้านายในราชวงศ์ครองราชย์ ต่อหลายพระองค์ ระหว่าง พ.ศ. 1971 – 1980 ครั้นจุบรรลุพระราชนิติภาวะก็มีเหตุสวรรคตติด ๆ กันถึง 5 - 6 พระองค์ จนมาเชิญ \"เจ้าคำเกิด\" โอรสพญาปากห้วยหลวง (คาดว่าเป็นโอรสพระเจ้าคำ เต็มจากชายาอื่น) ไปครองราชย์อีกและสวรรคต พ.ศ. 1983 คราวนี้พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี ทนไม่ไหว จับพระนางแก้วพิมพาถ่วงแม่น้ำคาน ทางเหนือนครหลวงพระบางเสียและเชิญเจ้าไชย ครองราชย์ \"พระเจา้ ไชยจักรพรรดแ์ิ ผน่ แผ้ว\" สบื มา เมืองปากห้วยหลวง เกิดช้างเผือกอีกเชือกหนึ่ง เมื่อหลังสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 1 มหาราช พ.ศ. 2114 พระเจ้าบุเรงนองผู้ชนะสิบทิศพิชิตเวียงจันทน์ ได้นำพระหน่อแก้ว ราชโอรส ไปเมืองหงสาวดีเป็นตัวประกัน พระชันษาเพียง 5 ปี แล้วให้ตาสำเร็จราชการล้านช้างแทน จารึกว่า \"พระยาแสนสุรินทร์ขว้างฟ้า สุมังโด อัยโกโพธิสัตว์\" อดีตพระยาปากห้วยหลวง พงศาวดารว่าท่าน เป็นบุตรกวานบ้านฝัง่ ขวา (ผู้ใหญ่บ้าน) รับราชการทหาร รบเก่งและถวายบุตรสาวเป็นสนมด้วย ดังน้ัน ชาวหนองคายเชื่อกันมา จึงมิใช่เรื่องเหลวไหล โดยนางสนม (ไม่ทราบชื่อ) อาจมีพระราชธิดาโอรส 4 พระองค์ คือ \"พระสุก พระเสริม พระใส\" ซึ่งสร้างฉลองพระองค์ ส่วนองค์สุดท้ายคือพระราชโอรส ชันษา 5 ปี \"พระหน่อแก้ว\" พม่าจึงต้องให้ตาสำเร็จราชการให้หลานจึงมี \"อัยโก\" (ตา) ต่อท้าย นับว่า พญาปากห้วยหลวงเป็นกษัตริย์ล้านช้าง (หลวงพระบาง) 2 พระองค์ และผู้สำเร็จราชการ (เวียงจันทน์) อกี 1 ทา่ น รวม 3 กษตั รยิ ์ นกั ประวัติศาสตรจ์ ำเปน็ ตอ้ งรอู้ กั ษรโบราณตา่ ง ๆ ประกอบด้วย โดยเฉพาะศิลาจารึก ซ่งึ เป็น หลักฐานสำคัญ คือ จารึก \"วัดแดนเมือง 1\" ตำบลวัดหลวง ใบเสมาหินทรายยอดเหลี่ยมสูง 0.98 เมตร กว้าง 0.49 เมตร มีดวงฤกษ์ด้านบน เป็นอักษรไทยน้อย (ล้านช้าง) รุ่นแรก ด้านหนึ่ง 22 บรรทัด (ชำรุดบ้าง) ระบุว่าพระยาปากเจ้า (ปากห้วยหลวง ซึ่งต่อมาคือพระยาแสนสุรินทร์ฯ ผู้สำเร็จ ราชการฯ) เป็นผู้สร้างวัดนี้ พ.ศ. 2073 ธรรมเนียมโบราณจะมีวัดประจำตระกูลที่เกิด นั่นคือ ท่าน เกดิ ทน่ี ่ีน่นั เอง (เสยี ดายทว่ี ัดไดโ้ บกปูนใต้ฐานพระประธานแลว้ ) กรอบหลักสตู รท้องถนิ่ สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
57 เมอื งศิลาจารกึ เมอื งปากหว้ ยหลวงในอดีต เป็นเมอื งลูกหลวงและเมืองด่านสำคญั ของอาณาจักร ล้านช้าง จึงมีศิลาจารึกมากที่สุด ซึ่ง ศ.ธวัช ปุณโณทก ได้เพียรพยายามถ่ายรูปและอ่านครบทุกหลัก เมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา ศิลาจารึกส่วนมากสร้างในสมัยพุทธศตวรรษที่ 21-22 มีสาระสำคัญ เช่น ประกาศเขตวิสุงคามสีมา การอุทิศที่นาให้วัด การอุทิศข้าทาสถวายวัด การสร้างบูรณะวัด การตั้งสังฆราช การประกาศเขตปลอดอาญาแผ่นดินฯ ตัวอักษรเป็นแบบตัวธรรมผสมฝักขาม (ล้านนา) พัฒนาเป็น \"อักษรไทยน้อย\" (ล้านช้าง) ซึ่งประเทศลาวใช้ปัจจุบัน หลักสำคัญที่สุด คือ \"วัดแดนเมือง 2\" ต. วัดหลวง หลักที่ 88 เป็นเสมาหินทราย สูง 1.20 เมตร กว้าง 0.69 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2078 สมัยพระเจ้าโพธิสารราชพระชนก พระไชยเชษฐาธิราชที่ 1 มหาราช ว่า \"ทั้งราชบัณฑิตชื่อนันทกุมารจำทูลพระราชอาญาลงไปชำนิในพระวิหาร ทั้งปวงในจันทบุรีราชธานี\" แสดงว่าเวียงจันทน์ (จันทบุรี) เป็นราชธานีก่อน พ.ศ. 2078 แล้ว สอดคล้องกับคำบอกเล่า ของชาวบ้านอำเภอท่าบ่อ -ศรีเชียงใหม่ มิใช่เป็นราชธานี พ.ศ. 2103 เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ที่ 1 มหาราช ถอยทัพหนีพม่าล่องมาจากเชียงใหม่และหลวงพระบาง หลังจากนั้นเมืองปากห้วยหลวง ก็ค่อยๆลดความสำคัญลง คาดว่าเพราะการวิวาทกันภายในราชวงศ์ล้านช้าง ตั้งแต่พระบรมราชา แห่งนครพนม พระราชโอรส พระเจ้านันทราชกรีฑาทัพมาปราบ พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 พ.ศ. 2241 ถึงเมืองคุก ชายฟอง (เวียงคุก-บ้านทรายฟอง) และกวาดต้อนผู้คนกลับ จนถึง พ.ศ. 2250 สมเด็จเจ้าราชครูวัดโพนสเม็ก (ญาคูขี้หอม) อพยพคนไปซ่อมพระธาตุพนม ครั้งที่ 4 ล่องไปจนต้งั อาณาจกั รจำปาศักด์ิ และ พ.ศ. 2310 พระวอ - พระตา วรี บรุ ษุ อสี านนำอพยพคร้ังใหญ่ ลงไปสรา้ งอบุ ลราชธานี ยโสธรฯ จนเมืองน้อี าจรา้ ง กไ็ ด้ เมืองโพนพิสัย เมื่อญาคูขี้หอมอพยพผู้คนไปภาคใต้นั้น ศิษย์เอกสำคัญท่านหนึ่ง คือ \"จารย์แก้ว\" (หรือเจ้าแก้วบูลม บูฮม) ได้ตั้ง \"เมืองทุ่ง\" (ท่ง) หรือ \"เมืองสุวรรณภูมิ\" (อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เป็นเมือง ด่านหน้ายันกับเวียงจันทน์ เชื้อสายของท่านได้แยกย้ายสร้างบ้านแปงเมือง มากมาย เช่น เมืองร้อยเอ็ด เมือง สารคาม เมืองธวัชบุรี เมืองจตุรพักตร์พิมาน ฯลฯ ต้นตระกูลสำคัญ ของภาคอีสาน เช่น \"ธนสีลังกุล ณ ร้อยเอ็ด ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม สุวรรณธาดา ฯลฯ ครั้น พ.ศ.2369 พระเจ้าไชยเชยเชษฐาธิราชที่ 3 (เจ้าอนุวงศ์) แห่งเวียงจันทน์ แข็งเมืองบุกมาถึง นครราชสมี า และถูกยันทัพกลับไป ล้นเกลา้ ฯ รชั กาลที่ 3 โปรดใหส้ มเดจ็ พระบวรราชเจ้ามหาศักดิพล เสพ เป็นแม่ทัพหลวง เจ้าพระบดินทรเดช (สิงห์ สิงหเสนี) สมุหนายกมหาดไทยเป็นแม่ทัพหน้าปราบ เวียงจันทน์ได้ครั้งท่ี 1 แต่เจ้าอนุวงศ์หนีไปได้ จนสมุหนายกกรีฑาทัพมาปราบครั้ง 2 ตั้งทัพอยู่ค่ายพาน พรา้ ว (บรเิ วณ นปข.ปจั จุบนั ) และถูกหลอกล่อจนค่ายแตกหนีไปเมืองยโสธร คู่แคน้ เวียงจันทน์ด้ังเดิม จึงตามมาสมทบ เช่น บุตรหลานพระบรมราชาแห่งนครพนม บุตรหลานพระวอ-พระตา แห่งเมืองอุบลราชธานี และบุตรหลานจารย์แก้วแห่งสุวรรณภูมิ ช่วยเจ้าคุณสมุหนายกถล่มเวียงจันทน์ จน \"ฮ้างดังโนนขี้หมาจอก\" หน่วยโสถิ่ม (กล้าตาย) นำโดย ท้าวสุวอธรรม (บุญมา) อุปฮาดยโสธร ได้เปน็ \"พระปทุมเทวาภบิ าล ท่ี 1 แหง่ หนองคาย\" (แทนทีเ่ วียงจันทน)์ ตน้ ตระกลู \"ณ หนองคาย\" กรอบหลกั สูตรท้องถน่ิ สำนักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
58 เมอื งโพนพิสยั หลัง พ.ศ. 2370 คงเป็นกำลังสำคัญของประทศราชหนองคาย เพราะเกิดศึก \"อานามสยามยุทธ\" ถึง 15 ปี และอาจมีส่วนในการขอตั้งเมืองต่าง ๆ ทั้ง 2 ฝั่งโขงด้านใต้ เช่น เมือง ประชุมพนาลัย (ปากซัน) เมืองกาฬวาปี (บึงกาฬ) จนวิวาทกับเมืองไชยบุรีของเจ้าประเทศราชพนม มีเอกสารสมยั รัชกาลที่ 3 ให้แบ่งเขตแดนกันว่า \"ตง้ั แตล่ ำนำ้ โขงฝ่ังตะวัน ตกเฉียงเหนือเพียงปากห้วย บางบาตร (บังบาตร) ปากน้ำโขงฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ เพียงห้วยแฮ่ต่อเขตนครพนม เลี้ยงตามลำห้วย สงคราม (แม่น้ำ) จนถึงห้วยแฮต (แรด) ทางใต้ต่อไปเหนือเขาทอก (ภูทอก) ตามตราพระราชสีห์ใหญ่ ปีจอ สัมฤทธิศก จศ. 1200 พ.ศ. 2381 แต่ต่อมาเมืองไชยบุรี (ปากแม่น้ำสงคราม) ก็ยุบมารวมกับ เมอื งกาฬวาปี เปน็ อำเภอบงึ กาฬต่อมา และแยกอีกหลายอำเภอ ปจั จบุ นั เปน็ จงั หวดั บึงกาฬ มาจะกล่าวบทไปถึง \"ท้าวตาดี\" บุตร พระยาขัติยวงษา (สีลัง) แห่งเมืองร้อยเอ็ดได้รับบัญชา จากเจ้าคุณแม่ทัพมาสกัดเจ้าอนุวงศ์ เพื่อมิให้หนีไปญวนอีก โดยตั้งทัพอยู่บ้านโพนแพง จึงเรียกกันว่า \"เจ้าโพนแพง\" ครั้นเสร็จศึกจึงยกเป็น \"เมืองโพนแพง\" ท้าวตาดีได้เป็น \"พระยาพิสัยสรเดช\" เจ้าเมือง เมื่อ พ.ศ. 2373 ต้นตระกูล \"พิสัยพันธ์\" สืบมา จะเป็นด้วยเหตุใดไม่ชัดแจ้ง พระพิสัยสรเดช (ตาดี) ได้ย้ายที่ตั้งเมืองจากโพนแพงมาอยู่ ณ เมืองปากห้วยหลวงเก่าซึ่งคงจะร้างในสมัยนั้น และเอาชื่อเมือง โพนพิสัยมาตั้งที่นี่ พื้นที่ตำบลโพนแพงก็ห่างไกล จึงขอยก \"บ้านหนองแก้ว\" ขึ้นเป็น \"เมืองรัตนวาปี\" อีกเมืองหน่ึง พ.ศ. 2401 สมัยลน้ เกล้า ฯ รัชกาลท่ี 4 ให้ \"ท้าวคำสงิ ห์\" ซงึ่ เขา้ ใจว่าคงเป็นบุตรหลาน ญาติ ๆ กันเป็น \"พระศรีสุรศักดิ์\" เจ้าเมืองสืบมา เป็นต้นเหตุความสับสนชื่อบ้านนามเมืองแห่งนี้ คือ แทนที่อำเภอโพนพิสัยปัจจุบันจะใช้ชื่อ \"เมืองปากห้วยหลวง\" ดังอดีต และโพนแพงจะใช้ชื่อโพนพิสัย กลับใช้ชื่อ \"เมืองรัตนวาปี\" เมื่อเกิดศึกฮ่อครั้งแรก พ.ศ.2418 บุกเวียงจันทน์นั้น ราชวงศ์เมือง หนองคาย ซึ่งรักษาการแทนกับพระพิสัยสรเดช (หนู) เมืองโพนพิสัยถูกฆ่าตาย พระศรีสุรศักดิ์ (คำสิงห์ สิงหศิริ) เจ้าเมืองรัตนวาปีได้รับแต่งตั้งเป็น \"พระรัตนเขตรักษา\" เจ้าเมืองโพนพิสัยแทน ซึ่งทา่ นไดแ้ สดงความกลา้ หาญรบพุง่ กับฮ่อหลายคร้ัง จนเกิดศกึ กับฝรัง่ เศส พ.ศ. 2436 จนปราบขบถ ผีบุญ พ.ศ. 2444 ปราบเงี้ยวเมืองบ่อแตน, แก่นท้าว (แขวงไชยบุรีของลาวปัจจุบันเหนือจังหวัดเลย ซึ่งยังเป็นของสยามอยู่ จนกระทั่ง พ.ศ. 2449) เมื่อ พ.ศ. 2447 ท่านเป็นบุตรของพระฤกษ์มนตรี และนางจอมสี (นา่ จะคณะอาญาสตี่ ระกูล พสิ ัยพนั ธ)์ เกดิ บ้านจอมนาง พ.ศ. 2375 ถึงแก่อสัญกรรม เมอื่ พ.ศ. 2497 รวมอายุถงึ 120 ปี \"เมืองโพนพิสัย\" ซึ่งเป็นหัวเมือง 1 ใน 7 ของมณฑลอุดร การปฏิรูปการปกครองตามระบบ เทศาภิบาลนั้นก็ดำเนินต่อไป สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปฐมเสนาบดีมหาดไทยเสด็จตรวจ ราชการแม่น้ำโขง เมื่อเดือนมกราคม ประทับ \"เรือคำหยาด\" ของเจ้าประเทศราชหนองคาย (เรือนี้ยังอยู่บ้านกวนวัน) และฝรั่งเศสจัดเรือลาเครนเดีย ซึ่งเป็นเรือกลไฟลำแรกของแม่น้ำโขง ออกจากเมืองหนองคาย เมื่อวันที่ 7 มกราคม เวลา 07.50 น. ทรงบรรยายทัศนียภาพแม่น้ำโขง สองฝั่งงดงามมาก เวลา 10.30 น. \"ถงึ เมืองโพนพิสัย พระยาพสิ ัยสรเดช ได้ลว่ งหนา้ มารบั แวะขึ้นดู เมืองโพนพิสัยแล้วไปบ้านพระยาพิสัยสรเดช พอหมดเวลาครึ่งชั่วโมง ที่กำหนดไว้ก็กลับลงเรือ\" และ \"เวลา 12.40 น. ผ่านหน้าเมืองรัตนวาปี เลยปากน้ำคาดไปหน่อยหนึ่ง\" แสดงว่าตัวเมืองได้ย้าย จาก บา้ นหนองแกว้ มาอยูบ่ ้านปากคาดแล้ว เพราะเดิมไม่มีอาคารราชการใชจ้ วนเจา้ เมืองว่าการ กรอบหลกั สตู รท้องถน่ิ สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
59 จนเมื่อ ร.ศ. 125 (พ.ศ. 2449) พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ได้เปลีย่ นฐานะเมอื งโพนพิสัย เปน็ อำเภอโพนพสิ ัย ข้ึนกบั มณฑลอดุ ร มพี ระยาพิสัย สรเดช (คำสิงห์ สงิ หศิริ) เปน็ ผู้ว่าการอำเภอ หรอื นายอำเภอปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. 2449 ทา่ นได้เปน็ \"พระยาพิสัยสรเดช\" แตช่ าวบ้านเรยี กกันว่า \"พระยาโพนพิสัย\" ผู้ว่าราชการเมืองและยุบเมืองเป็นอำเภอโพนพิสัย และยุบเมืองรัตนวาปีเป็นตำบลในปีนั้น (กำหนด แน่นอนยังค้นไม่ได้) จน พ.ศ. 2458 จึงได้ขอพระราชทานนามสกุลว่า \"สิงหศิริ\" อีกสายหน่ึง เมื่อเกษียณราชการเป็นจางวางที่ปรึกษา พ.ศ. 2459 จึงเปลี่ยนราชทินนามเป็น \"พระยาสุนทร ธรรมธาดา\" (คำสิงห)์ เจ้าเมอื งโพนพิสัยราชทินนาม คือ \"พระพสิ ยั สรเดช\" สว่ น \"พระศรสี รุ ศักด\"์ิ เปน็ เจ้า เมืองรัตนวาปี ครั้นมาครองเมืองชั่วคราวจึงเป็น \"พระรัตนเขตรักษา\" จนเต็มตัว จึงเป็น \"พระยาพิสัย สรเดช\" ครั้นเกษียณ จึงเป็น \"พระยาสุนทรธรรมธาดา\" จางวางที่ปรึกษา ส่วนตระกูลเจ้าเมืองทั้ง 2 เมืองน้นั คือ \"พสิ ยั พันธ์\" จากทา้ วตาดี (เจา้ โพนแพง) แห่งรอ้ ยเอด็ สบื จากจารยแ์ กว้ บูลม และมาแตก แขนงตามราชทินนาม หรือชื่อต่อมาเป็น \"สิงคศิริ, สิมะสิงห์,สิริสิงห์\" ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชปรารถในการปรับปรุงการปกครองแผ่นดินว่า \"เดิมเรานิยมแบบจักรพรรดิราชาธิราช\" มีประเทศราชน้อยใหญ่ ซึ่งเป็นการพ้นสมัยแล้ว ควรปรับให้เป็นพระราชอาณาเขตเดียวกัน (ปัจจุบัน ใช้พระราชอาณาจกั ร) คือ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยธุ ยา, กรุงธนบุรี, และกรุงเทพ ก่อน พ.ศ. 2435 นั้น ทรงอยู่ในฐานะ \"สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ\" ด้วย แต่เล่นศัพท์ว่า \"สมเด็จพระบรมราชาธิราช\" (พระราชาผู้ใหญ่กว่าพระราชาทั้งหลาย) อาณาจักรล้านช้างทั้งสาม (คือลาวและภาคอีสาน) ก็มีพระราชา ซึ่งยอมรับพระบรม เดชานุภาพถวายตน้ ไม้เงิน ต้นไม้ทอง 3 ปีครั้ง เรียกว่า \"พระเจ้า เทศราชหลวงพระบาง, เวียงจันทน์ จำปาศักดิ์ คณะปกครองเรียก \"เจ้าย่ำขะหม่อมทั้งสี่\" คือ พระเจ้า ประเทศราช เจ้าอุปฮาด, เจ้าราชวงศ์, เจ้าราชบุตร (หลังลาวเป็นเอกราชจึงเพิ่มสมเด็จ) ย่อลงมา เรียก \"เจ้าประเทศราช\" ใช้ \"พระ\" ในความหมาย เจ้า (เช่น พระวอ พระตา คือเจ้าวอ เจ้าตา) คณะผปู้ กครองเรยี ก \"อาญาส่\"ี คอื เจ้าประเทศราช, เจา้ อุปฮาด, เจา้ ราชวงศ,์ เจา้ ราชบุตรและมีเมือง ในสังกัด ซึ่งเมืองต่าง ๆ จะมีอาญาสี่เช่นกัน แต่เรียกว่า \"เจ้าเมือง, อัครฮาด, อัครวงศ์, วรบุตร\" ฉะนั้นหนองคายจงึ มใิ ช่เจา้ เมอื งแต่เป็น \"เจ้าประเทศราช\" ผู้รั้งอาณาจักรเดิมของพระเจ้าประเทศราช เวียงจันทน์ ซึ่งคุมไปถึงเมอื งพวน (แขวงเชียงขวาง) ตดิ กบั เวยี ดนาม ครัน้ ตง้ั มณฑล ณ เมอื งหนองคาย จึงยืนยันสิทธิ์ว่า \"มณฑลลาวพวน\" กับฝรั่งเศส ทั้ง ๆ ที่คนแม่น้ำโขงคือลาวลุ่ม (หรือไทยลุ่ม) และ ลาวเวยี ง มิใช่ลาวพวนซึง่ มสี ำเนยี งพูดอกี ตา่ งหาก เมื่อ ร.ศ. 134 (พ.ศ. 2458) ทางราชการยกฐานะอำเภอเมืองหนองคาย ขึ้นเป็นจังหวัด จึงโอนอำเภอโพนพสิ ัย ข้ึนกบั จงั หวัดหนองคาย จนถงึ ปจั จบุ นั กรอบหลักสูตรท้องถ่นิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
60 1.2 คำขวญั /วิสยั ทัศน์อำเภอโพนพิสัย คำขวัญ “หลวงพ่อพระเส่ียงคูบ่ ้าน ปรากฏการณ์บง้ั ไฟพญานาค” วสิ ยั ทศั น์ “โพนพสิ ยั พัฒนา การศึกษากา้ วไกล ทันสมยั เทคโนโลยี มีดเี ศรษฐกิจ ทรัพยส์ ิน และชีวติ ปลอดภัย ไร้ยาเสพตดิ มีคณุ ภาพชวี ิตทดี่ ี สบื สานประเพณลี มุ่ นำ้ โขง เช่ือมโยงสายสมั พนั ธ์ ไทย-ลาว” 2. สภาพภูมิประเทศ ภูมอิ ากาศและการคมนาคม 2.1 สภาพภมู ปิ ระเทศ อำเภอโพนพิสัย เป็นอำเภอชายแดน ติดแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นแนวพรมแดนแบ่งเขตระหว่าง ประเทศไทย กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ตั้งอยู่ทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดหนองคาย หา่ งจากจังหวดั หนองคายประมาณ ๔๕ กโิ ลเมตร หา่ งจาก กรุงเทพมหานครประมาณ ๖๖๑ กิโลเมตร มีขนาดพื้นที่ประมาณ 642.70 ตารางกิโลเมตร ความ ยาวตามลำน้ำโขงประมาณ 29.50 กิโลเมตร ภาพแสดง พิกัดภมู ิศาสตร์ 18°1′19″N 103°4′38″E อาณาเขต ทิศเหนอื ติดกบั ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ อำเภอรัตนวาปี ทศิ ตะวนั ออก ติดกับอำเภอเฝา้ ไร่ จงั หวัดหนองคาย ทศิ ใต้ ตดิ กบั อำเภอบ้านดงุ อำเภอเพ็ญ อำเภอสรา้ งคอม จงั หวดั อดุ รธานี ทศิ ตะวนั ตก ติดกบั อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย และสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว กรอบหลกั สูตรท้องถ่ิน สำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
61 ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ เป็นที่ราบลุ่มสลับเนิน มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย เหมาะแก่ การเพาะปลูก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย ๑,๘๐๐ มิลลิเมตร/ปี มีพื้นที่ ๖๔๒.๗๓๙ ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 401,687 ไร่ ดอนสังคี เป็นดอนในเขตพื้นที่ประเทศลาว ซึ่งอยู่ในแม่น้ำโขงมีพื้นที่ ขนาด กว้าง 700 เมตร ยาวประมาณ 2,500 เมตร เป็นพื้นที่ฝั่งตรงข้าม บ้านใหม่ หมู่ที่ 14 ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย โดยพื้นทด่ี อนสังคี มปี ระชากรชาวลาวอาศัยอยู่ 39 ครัวเรือน ประชากร 146 คน มีโรงเรียน 1 แหง่ มวี ัด 1 แห่ง มีกองกำลังทหาร จำนวน 1 กองรอ้ ย การป้องกันการรุกล้ำชายแดนแม่น้ำโขงระหว่างอำเภอโพนพิสัย และเมืองปากงึม สาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีความสัมพันธ์อันดี โดยมีการเชื่อมความสัมพันธ์ และ ทำความเขา้ ใจ จึงไม่เกิดปญั หา ในการลกุ ลำ้ แนวเขตชายแดนตามแนวเขตแมน่ ำ้ โขง 2.2 ลักษณะภมู ิอากาศ ลกั ษณะภูมอิ ากาศของอำเภอโพนพิสยั มี 3 ฤดู ดังนี้ 1. ฤดรู อ้ น เริม่ ต้งั แต่เดือนมีนาคม – พฤษภาคม อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 40 °C 2. ฤดฝู น เร่ิมตง้ั แตเ่ ดอื นมิถนุ ายน – กนั ยายน ปริมาณน้ำโดยเฉล่ยี ๑,8๐๐ มลิ ลิลติ ร/ปี 3. ฤดูหนาว เร่มิ ต้ังแตเ่ ดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ อณุ หภมู ิตำ่ สุดประมาณ ๑๒ °C 2.3 การคมนาคม การคมนาคมมีทางหลวงสายหลัก จำนวน ๒ สาย ได้แก่ ๑) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 จากอำเภอเมืองหนองคาย - อำเภอโพนพิสยั ๒) ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2267 จากอำเภอโพนพสิ ัย – อำเภอเฝ้าไร่ - มสี ถานีขนส่งประจำอำเภอ 1 แหง่ - มรี ถประจำทางปรบั อากาศ ถงึ กรุงเทพฯ ทุกวัน - มีรถประจำทางจากอำเภอโพนพิสัย ถึง อุดรธานี และ บึงกาฬ ตลอดท้งั วนั 3. ทรพั ยากรและส่ิงแวดล้อม 3.1 ดิน ลกั ษณะกล่มุ ชดุ ดินที่พบในอำเภอโพนพิสัย สว่ นใหญ่เปน็ ดนิ ร่วนปนทราย หรอื ดินร่วนปนดิน เหนียว ดินสีน้ำตาลอ่อน สีเหลืองหรือแดง บางแห่งอาจพบจุดประสีหรือศิลาแลงอ่อนในชั้นดินล่าง เกิดจากวัตถุ ต้นกำเนิดพวกตะกอนลำน้ำหรือจากการสลายตัวผุพังของหินเนื้อหยาบ พบบริเวณ พื้นทค่ี ่อนขา้ งราบเรยี บจนถึง พนื้ ทีล่ กู คลน่ื ลอนลาด ส่วนใหญ่มีความลาดชนั ร้อยละ 2-5 เป็นดินตื้น ถึงดินลึก มีการระบายน้ำดี ดินมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ ปฏิกิริยาดินเป็นกรดถึงกรดจดั การใช้ประโยชนท์ ่ีดินสว่ นใหญใ่ ช้ทำนาข้าว และปลกู ยางพารา กรอบหลักสตู รท้องถ่ิน สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
62 ประเภทของดนิ และสภาพปัญหา ดินที่พบโดยทั่วไปในอำเภอโพนพิสัย ที่ใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตร โดยปกติจะไม่ สามารถกำหนดลักษณะของดินที่เป็นปญั หาได้แน่ชัด เนื่องจากปัญหาแต่ละชนิดของดิน จะขึ้นอยู่กบั การนำไปใช้ประโยชน์ เช่น ปลูกป่า ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หรือปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ เป็นต้น การพิจารณาว่าดินบริเวณดังกล่าวมีปัญหาต่อการเกษตรหรือไม่นั้น สามารถดูได้จากลักษณะและ คุณสมบัติของดินที่มีผลต่อการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ถ้าดินมีลักษณะและคุณสมบัติ ที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิตของพืชทีป่ ลูก ทั้งคุณสมบัติทางกายภาพและเคมี ก็จัดเป็นดินปัญหาทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้อาจมีความรุนแรงของปัญหามากหรือน้อยแตกต่างกัน ทรัพยากรดิน ทมี่ ีปัญหาต่อการเกษตรในอำเภอโพนพสิ ัยท่ีพบส่วนใหญ่มี 3 ประเภท ดงั นี้ 1) ดินต้ืนหรอื ดินลูกรงั การปรบั ปรุงแก้ไขปัญหาดินตน้ื หรือดินลูกรงั 1.1) เลอื กชนิดพืชทมี่ รี ะบบรากส้นั เชน่ ข้าว พืชไร่ ผัก 1.2) การใชอ้ นิ ทรียวัตถปุ รับปรงุ บำรงุ ดนิ ไดแ้ ก่ ปุย๋ หมกั น้ำหมกั ชีวภาพ ป๋ยุ พืชสด 1.๓) ไถกลบตอซงั พืช และปุย๋ พชื สด 1.๔) ขุดหลมุ ปลกู ใหก้ ว้างกวา่ ดนิ ธรรมดา 1.๕) ปลกู พืชและคลมุ ดนิ ด้วย ฟางขา้ ว ใบหญ้า เพื่อรกั ษาความชื้นในดิน 2) ดินเคม็ การปรับปรงุ แกไ้ ขปัญหาดนิ เคม็ 2.1) ใช้น้ำล้างเกลอื หรอื ความเค็มออกจากดิน 2.๒) เลือกชนิดพืชทนเค็มท่ีเหมาะสม 2.๓) การใช้อินทรียวัตถุปรับปรุงบำรุงดิน ได้แก่ ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ ปยุ๋ พืชสด 2.๔) ปลูกพืชและคลุมดินด้วยพลาสติก ฟางข้าว ใบหญ้าแฝก เพื่อรักษา ความชน้ื 2.๕) ไถกลบตอซังพืช และปุ๋ยพืชสด 3) ดนิ ทราย การปรับปรงุ แก้ไขปญั หาดนิ ทราย 3.๑) ปลกู พชื ตระกูลถวั่ คลมุ ดินแล้วไถกลบ 3.๒) การใชอ้ นิ ทรยี วตั ถปุ รบั ปรุงบำรงุ ดิน ได้แก่ ป๋ยุ หมัก นำ้ หมักชีวภาพ ปุ๋ยพืชสด 3.๓) ปลูกพืชแล้วคลมุ ดนิ ดว้ ยพลาสติกฟางขา้ ว ใบหญ้าแฝก เพ่ือรกั ษา ความช้ืน 3.๔) ใหน้ ำ้ อย่างมีประสทิ ธิภาพ เช่น ให้น้ำแบบหยดใช้ขวดพลาสติกเจาะรู ฝงั ไวใ้ นดินใกล้ต้นพืชทีป่ ลกู หรือแกลลอนใส่น้ำแล้วเจาะรใู หน้ ้ำซมึ ผา่ นตลอดเวลา กรอบหลกั สตู รท้องถิน่ สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
63 ดนิ ที่มีอุปสรรคตอ่ การปลูกพชื ในอำเภอโพนพสิ ัย ทพี่ บมากท่สี ดุ คือปัญหาดินลูกรังหรือดินตื้น ซึ่งมีพื้นที่เกือบร้อยละ 50 ของพื้นที่ทั้งอำเภอ โดยพบกระจายตัวอยู่ทุกตำบล ดินลูกรัง มีความอุดม สมบูรณข์ องดินอยู่ในระดบั ปานกลางถงึ ต่ำ แตป่ ัญหาที่พบมากในการปลกู พืชคือ การขาดน้ำในฤดูแล้ง เพราะดนิ ลูกรงั จะสูญเสยี น้ำในดนิ ได้ง่าย ดงั นั้น แนวทางแก้ไขเกษตรกรที่ปลูกพชื ในท่ีดินลูกรัง ควรมี แหลง่ น้ำไวใ้ นแปลงดว้ ยเพ่ือใช้ในฤดูแล้ง และควรมีการปรับปรุงบำรงุ ดนิ โดยการไถกลบตอซงั การใช้ ปุ๋ยหมกั ปยุ๋ พืชสด เพอื่ เป็นการเพมิ่ อินทรยี วตั ถใุ นดินช่วยในการดูดซบั น้ำและเพ่มิ ธาตุอาหารให้แก่ดิน ในกรณีท่เี กษตรกรปลกู ไมผ้ ล หรอื ไมย้ นื ต้น ควรขุดหลุมให้กว้าง 3.2 แหลง่ นำ้ แหล่งนำ้ ธรรมชาตใิ นพ้ืนท่อี ำเภอโพนพิสยั มลี ุ่มนำ้ สำคญั ที่ประชาชนใชใ้ นการอุปโภค/บริโภค และทำการเกษตร การประมง ปศสุ ัตว์ และอ่นื ๆ ประกอบดว้ ยลุ่มนำ้ สาขา จำนวน 3 ลมุ่ นำ้ ดงั นี้ - ลุม่ แม่น้ำโขง - ลุ่มนำ้ ห้วยหลวง - ล่มุ นำ้ สวย จำนวนบอ่ น้ำบาดาลในโพนพิสัย มีจำนวน 544 บอ่ มีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ประเภทประตูระบายน้ำ จำนวน 1 โครงการ คือ ประตู ระบายนำ้ ฝายห้วยหลวง ตงั้ อยู่ท่ีบ้านดอนคง หมทู่ ่ี 15 ตำบลวัดหลวง มคี วามจุ 156 ล้านลูกบาศก์ เมตร พื้นท่ีท่ไี ดร้ ับประโยชนร์ วม 92,900 ไร่ มีโครงการชลประทายขนาดกลางคือโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยเปลวเงือก บ้านอ่างเก็บน้ำ หม่ทู ่ี 7 ตำบลจุมพล มคี วามจุ 2.752 ล้านลกู บาศกเ์ มตร พนื้ ทที่ ่ีได้รับประโยชน์ 2,775 ไร่ มีแหล่งน้ำประเภทฝายทดน้ำ 1 โครงการคืออ่างเก็บน้ำห้วยหินมุก บ้านต่างคำ หมู่ที่ 2 ตำบล เหล่าต่างคำ เก็บกักน้ำได้ 2.28 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร รวมประมาณ 3,500 ไร่ มีแหล่งน้ำของโครงการหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดน จำนวน 2 โครงการ แยกเป็น ประเภทฝาย ทดน้ำ 1 โครงการ (ฝายห้วยเป (ห้วยพุ)) ประตูระบายน้ำ 1 โครงการ (ปตร. ห้วยงึม น้อย) เกบ็ กักนำ้ รวม – ลา้ นลูกบาศกเ์ มตร สง่ นำ้ ช่วยเหลือพ้นื ทีก่ ารเกษตรได้ประมาณ 1,300 ไร่ นอกจากนี้แล้วยังมีหนองน้ำและคลองธรรมชาติ อีกหลายแห่งกระจายในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล มีโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง สถานีสูบนำ้ บา้ นแดนเมือง ตำบลวัดหลวง ประตู ระบายน้ำหนองผักไหมล่าง ประตรู ะบายน้ำห้วยปากโพง และพนังกนั้ นำ้ บา้ นท่าแสนสุข ซ่ึงอยู่ระหวา่ ง ดำเนินการ คาดว่าจะบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตจังหวัดหนองคายและอุดรธานี ได้ 54,390 ไร่ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน 245.87 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทาน 315,195 ไร่ ครอบคลุมพื้นท่ี 37 ตำบล 7 อำเภอ 2 จังหวัด จำนวน 29,835 ครัวเรือน ส่วนในฤดูแล้งสามารถ ส่งนำ้ ให้กับพน้ื ท่ชี ลประทาน 250,000 ไร่ กรอบหลักสูตรท้องถิน่ สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
64 สภาพปัญหา ลำห้วยส่วนมากของอำเภอโพนพิสัยไหลลงแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติที่มีปริมาณน้ำ มากอยู่แล้ว โดยปกติในช่วงฤดูฝนประมาณกลางเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ระดับน้ำในแม่น้ำ โขงจะขึ้นสูงมากจนล้นตลิ่ง และมีระดับน้ำสูงกว่าลำน้ำสาขาที่ไหลลงแมน่ ้ำโขงทั้งหมด จึงเป็นสาเหตุ ทำให้ปริมาณน้ำในลำห้วยใน ลำห้วยสาขาไม่สามารถไหลออกไปได้ จึงเกิดการเอ่อขึ้นท่วมพื้นที่ บริเวณสองฝ่ังลำห้วย 3.3 ปา่ ไม้ พื้นที่ป่าไม้อำเภอโพนพิสัย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยบางส่วนมอบให้ ส.ป.ก. นำไปจัดสรรให้เกษตรกรใช้เป็นที่ดินทำกินหลายแห่ง แต่ยังคงเหลือเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตั้งข้ึน ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2510 เช่น ปา่ ท่งุ หลวง และปา่ สชี มพโู พนพิสยั และมปี ่าอืน่ ๆ เชน่ ป่าชุมชน หลายแหง่ 4. เศรษฐกจิ และอาชีพในท้องถนิ่ 4.1 เศรษฐกิจ อำเภอโพนพสิ ยั สว่ นใหญ่ประกอบอาชีพอาชพี เกษตรกรรม การทำนา ทำไร่ ทำสวนยางพารา ปลูกผัก เปน็ อาชพี หลักของประชาชนในพน้ื ท่ี ปศสุ ัตว์ เช่น การเลีย้ งโค กระบอื สกุ ร เป็ด ไก่ และ อืน่ ๆ เปน็ อาชพี รอง การประมง จะเป็นการทำประมงแบบพนื้ บ้านตามลำน้ำโขง และแหล่งน้ำอื่น ๆ มีการเลี้ยงปลาในกระชัง การค้าขายส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตตำบลจุมพล และตำบลวัดหลวงซึ่งเป็น ชุมชนเมือง ติดถนนสายหลัก โพนพิสัย-บึงกาฬ อาชีพรับจ้างทั่วไปประชาชนในอำเภอส่วนใหญ่ จะอพยพไปทำงานรับจ้างยังต่างถิ่น หลังฤดูทำนา เช่น กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ไปทำงาน รับจ้างและงานแม่บ้านที่ต่างประเทศ การทอผ้า จักสาน ส่วนใหญ่จะทำในช่วงว่างเว้นจากการทำไร่ ทำนา ทำสวน 1) ธนาคารและสถาบนั การเงิน ธนาคาร มี 7 แห่ง คือ - ธนาคารเพอื่ การเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) สาขาโพนพิสยั - ธนาคารออมสนิ - ธนาคารกรงุ เทพ - ธนาคารกรุงไทย - ธนาคารไทยพาณิชย์ - ธนาคารกสิกรไทย สถาบนั การเงินอืน่ ๆ - สหกรณ์การเกษตรอำเภอโพนพิสยั - บริษัทศรสี วสั ดิเ์ งินติดล้อ สาขาโพนพิสัย - โพนพิสยั ลสิ ซงิ่ - บรษิ ัท ศรสี วัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกดั (มหาชน) - เกษตรไทยลสิ ซ่งิ กรอบหลักสตู รท้องถ่ิน สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
65 2) ด้านการเกษตร ราษฎรสว่ นใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม มีพื้นทท่ี ำการเกษตร 286,536.56 ไร่ ครัวเรือนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน มีจำนวน 15,256 ครัวเรือน พืชที่สำคัญของอำเภอโพนพิสัย คือขา้ ว ยางพารา มันสำปะหลงั และปาลม์ นำ้ มัน 4.2 ผลติ ภัณฑ์ชุมชนและทอ้ งถน่ิ (OTOP) มีผูส้ มคั รลงทะเบยี นกล่มุ อาชีพผลติ ภณั ฑ์ OTOP ประจำปี 2564 จำนวน 102 ราย - ประเภทอาหาร ได้แก่ ผลติ ภณั ฑจ์ ากเน้ือหมู เน้ือปลา นำ้ พรกิ ผลไม้กวน ขา้ ว - ประเภทเคร่อื งด่ืม ได้แก่ เหลา้ ขาว - ประเภทผา้ และเคร่ืองแต่งกาย ได้แก่ ผา้ ทอมัดหมี่ แปรรูปผา้ - ประเภทของใช้ ได้แก่ เสอ่ื กก เครื่องจกั สาน เคร่ืองป้นั ดนิ เผา - ประเภทสมุนไพร คือ ลูกประคบ ยาหม่อง สบู่ ผลติ ภัณฑ์ OTOP สำคัญได้แก่ เครื่องปนั้ ดินเผา ตำบลชุมชา้ ง กลุ่มแปรรปู ผา้ ตำบลบา้ น โพธ์ิ เสื่อกกบา้ นโนน หมทู่ ่ี 4 ตำบลกดุ บง ภาพแสดง ผลติ ภัณฑ์ OTOP อำเภอโพนพสิ ัย 5. ภาษาและวรรณกรรม 5.1 ภาษาถ่นิ ภาษาถน่ิ ที่พบในอำเภอโพนพิสัย ประกอบดว้ ย ภาษาไท-ลาว-พวน ไทยลาวอสี าน ไทยจีน และ ไทยญวน 5.2 นทิ านพื้นบ้าน นิทานพน้ื บา้ นท่เี ล่าขานกนั มาในอำเภอโพนพสิ ยั และสามารถค้นพบได้จากผเู้ ฒา่ ผ้แู ก่ มีดงั นี้ นิทานปรัมปรา เรอ่ื งราวเกี่ยวกบั ตำนานบ้ังไฟพญานาค 5.3 คำผญา ผญา หรือ ผะหยา เป็นคำกลอนหรือคำปรัชญาของลาวในและคนไทยภาคอีสานโบราณ ซึ่งภาษาสืบทอดมาจากภาษาของอาณาจกั รลา้ นช้าง และปจั จบุ นั การเลน่ ผญายังหลงเหลือในหมอลำ กลอนแบบอีสาน คำว่าผญามีความหมายในกลุ่มเดียวกับปัญญาและปรัชญาบางครั้งสามารถใช้แทน กรอบหลักสตู รท้องถิน่ สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
66 กันได้ ซึ่งผญาเป็นคำร้อยกรองที่คล้องจอง มีสัมผัสระหว่างข้อความไม่เข้มงวดและไม่มีฉันทลักษณ์ กำหนดไว้อย่างชดั เจน แต่เวลาพดู จะมีการเนน้ คำหนกั เบาเพอื่ ให้ผู้ฟงั มีความเพลดิ เพลิน และ จดจำได้ง่าย เรื่องที่ถูกแต่งเป็นผญามีหลายเรื่องเช่น คำสอนทางศาสนา เรื่องราวในชีวิตประจำวัน การเก้ยี วพาราสขี องหน่มุ สาว และการละเล่นของเดก็ เปน็ ต้น ผญาที่มีลักษณะเตือนสติ ของผู้ฟังหรือผู้อ่านในนึกถึงศีลธรรมตามความเชื่อ กระตุ้นให้เกิด ความสำนกึ รกั ใน ถนิ่ กำเนิด หรือเปน็ ข้อความอุปมาอุปมัยให้ประพฤตติ นเปน็ คนดี เช่น \"คันเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่มเป็นพระยา อย่าได้ลืมคนทุกข์ผู้ขี่ควายคอนกล้า คันเจ้าได้ขี่ซ้างกั้งฮ่ม สัปทน อยา่ ไดล้ มื คนจนผู้แห่นำตีนซ้าง\" หมายถึง ถ้าได้เป็นผู้มีอำนาจก็อย่าลืมเหลียวแลผู้ด้อยอำนาจ กว่าหรอื ผ้อู ย่เู บื้องหลงั ตน \"บุญ บุญนี้บ่แหม่นของแบ่งได้ ปันแจกกันแหล่ว บ่อห่อนแยกออกได้ คือไม้ผ่ากลาง คือจั่งเฮา กินข้าว เฮากินเฮาอิ่ม บ่แหม่นไปอิ่มท้อง เขาพุ้นผู้บ่กิน\" หมายถึง การทำบุญเป็นสิ่งท่ีทำได้เฉพาะตน เท่าน้นั แบ่งไปใหค้ นอื่นไม่ได้ เหมอื นกินข้าวแล้วคนท่ีกนิ ถึงจะอ่ืมคนท่ีไม่ไดก้ ินก็ไม่อ่ิมท้อง ผญาลักษณะการเกี้ยวพาราสี ซึ่งมีลักษณะการเกี้ยวพาราสีหรือชมอีกฝ่ายในทางชู้สาว เพอื่ ถามคำถามหรือพรรณาถึงความรักท่ีตนมี “สบิ ปีกะสิถ่าซาวพรรษากะสิอยู่ คันบไ่ ด้เป็นคู่ เห็นแต่ อุแอ่งน้ำกะปานได้นั่งเทียม” หมายถึง จะสิบปี ยี่สิบปีก็จะรอ ต่อให้ไม่ได้เจอหน้าเจอแค่ตุ่ม (ของคน ทีช่ อบ) กเ็ หมือนไดน้ ง่ั อยู่ข้าง ๆ และมีการรับส่งระหว่างหญงิ ชาย เชน่ (ชาย) \"อ้ายน้ีอยากถามข่าวน้ำ ถามขา่ วถึงปลา อยากถามข่าวนา ถามขา่ วถึงเข่า (ขา้ ว) อา้ ยอยากถามขา่ วน้อง ว่ามีผัวแลว้ หรือบ่ หรอื ว่ามีแต่ชู้ ผวั สซิ ้อนหากบม่ \"ี (หญิง) \"น้องนี้ปอดอ้อยซ้อยเสมอดังตองตัด พัดแต่เป็นหญิงมา บ่มีชายสิมาเกี้ยว พัดแต่ สอนลอนข้ึน บม่ ีเครือสิเก้ยี วพุ่ม พัดแตเ่ ปน็ พุ่มไม้เครอื สเิ กีย้ วกะบ่มี\" หมายถงึ (ชาย) พ่อี ยากถามขา่ วจากน้ำว่าปลาเป็นยงั ไง อยากถามข่าวจากนาว่าขา้ วเป็นยังไง อยากถาม ข่าวนอ้ งวา่ มสี ามีหรือยัง (หญงิ ) น้องนี้โสดอยู่ ตัง้ แต่เกิดมายังไมม่ ีใครมาจบี และไมร่ ู้จะไปพึงพิงใคร ผญาลักษณะปริศนา เป็นการตั้งทำถามที่ต้องใช้การตีความจึงจะเข้าใจความหมายที่แท้จริง ของผสู้ อื่ สารหรือบางคร้ังเป็นการประชดประชนั ผู้ฟงั เช่น \"อยากกินข้าว ให้ปลูกใส่พะลานหิน อยากมีศีล ให้ฆ่าพ่อตีแม่ อยากให้คนมาแวะ ให้ฆ่าหมู่ เดยี วกับ\" หมายถึง ถ้าจะกินข้าวให้ปลูกในลานหิน ถ้าอยากมีศีลให้ฆ่าพ่อแม่ ถ้าอยากให้คนมาหาให้ฆ่า เพอ่ื นทง้ิ ซึ่งเป็นการประชดประชันและความหมายจรงิ ๆ นัน้ ตรงกนั ขา้ มกับข้อความในผญา ผญาลกั ษณะอวยพร ใช้อวยพรในโอกาสต่าง ๆ เชน่ \"นอนหลบั ใหเ้ จา้ ได้เงินหม่นื นอนต่ืนใหเ้ จ้า ได้เงินแสน แบมือไปให้ได้แก้วมณีโชติ โทษฮ้ายอย่ามาพาล มารฮ้ายอย่ามาเบียด” หมายถึง ตอนจะ นอนหลับขอให้ได้เงินหมื่น นอนตื่นขอให้ได้เงินแสน กางมือออกได้แก้วสมปรารถนา โรคภัยอย่าได้ เบยี ดเบียน กรอบหลกั สตู รท้องถิน่ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
67 6. ดนตรี ศิลปะและหัตถกรรมในท้องถ่นิ 6.1 ทศั นศิลป์ การทำลวดลายเครื่องปั้นดินเผา ลวดลายบั้งไฟ และลวดลายต้นเทียน โดยครูภูมิปัญญา คือ นายพณภัค หนูอินทร์ ผ้ใู หญ่บ้านจอมทอง หมู่ 13 ตำบลจุมพล อำเภอ โพนพสิ ยั จงั หวัดหนองคาย 6.2 ดนตรี เพลงมาร์ชอำเภอโพนพสิ ัย 6.3 นาฏศลิ ป์ ประเพณีฟ้อนนางเทียม เพ่อื ทำบุญกฐินถวายผีปูต่ า จังหวัดหนองคาย สืบสานประเพณีฟ้อนนางเทียม เพื่อทำบุญกฐินถวายผีปู่ตา ตามความเชื่อ มาแต่บรรพบุรุษ ว่าผีบรรพบุรุษที่อยู่ในบ้านเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ความคุ้มครองดูแลรักษาบ้าน ให้ปลอดภัย ร่มเย็น หากไม่เลี้ยง บ้านจะเกิดภัยพิบัติ ชาวบ้านได้ร่วมกันสืบสานประเพณีฟ้อน นางเทียม เพื่อทำบุญกฐินถวายผีปู่ตา ด้วยการแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดผ้าไหมสีต่าง ๆ แบบนักรบ โบราณ มือสองข้างถือมีดดาบ และจัดพาข้าวไปไว้ที่กลางถนนของหมู่บ้าน จากนั้นก็ร่ายรำ เพอ่ื เป็นการเบกิ ทางใหก้ บั ผปี ู่ตาเขา้ มาในพธิ ี นางดวงจันทร์ ณ อุบล กล่าวว่า ประเพณีฟ้อนนางเทียมถวายกฐินผีปู่ตา เป็นประเพณีที่สืบ ทอดมาแต่บรรพบุรุษจะจัดขึ้นในต้นเดือนแรกในปีพุทธศักราชใหม่ของทุกปี ซึ่งนางเทียมทุกคนไม่ว่า หญิงหรือชายจะมารวมตัวกันจัดเครื่องเซ่นไหว้ มีทั้งอาหารคาวหวาน เหล้ายา ผลไม้ชนิดต่าง ๆ เปน็ ตน้ มงคลซง่ึ ทำจากจากตน้ อ้อย และอา่ งน้ำมนต์ รอบจะมีเคร่ืองเซ่นไหว้ นางเทยี มจะต้องแต่งกาย ด้วยชุดไหมสีต่าง ๆ เปรียบเสมือนเป็นนักรบโบราณ ถือดาบร่ายรำถวายผีปู่ตา ซึ่งในทุกปีต้องจัดพิธี บูชา เรียกว่า “พิธีบุญกฐินถวายผีปู่ตา”เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงความกตัญญูกตเวทีต่อปู่ตา ที่คอย ปกปักษ์รักษาหมู่บา้ นใหผ้ คู้ นทอ่ี าศัยอยู่ภายในหม่บู ้านอย่เู ยน็ เป็นสขุ ปราศจากภัยพิบตั ิต่าง ๆ มาโดย ตลอดทั้งปี ในพธิ ีจะมีจำ้ ประจำหมบู่ า้ นและนางเทยี ม จะต้องผา่ นการคัดเลือกจากปตู่ า เพ่ือใหม้ าทำหน้าท่ี เป็นผู้ประกอบพิธีกรรม และทำการเป็นสื่อกลางระหว่างปู่ตากับชาวบ้าน ส่วนนางเทียมทำหน้าที่ เป็นผู้ช่วยจ้ำและเป็นร่างทรงของปู่ตา เพื่อแสดงให้เห็นว่าปู่ตามาปรากฏตัวจริง และเมื่อปู่ตาเข้าร่าง นางเทียม นางเทียมจะลุกฟ้อนรำ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าปู่ตาและบริวาร มาประทับทรงเพื่อขจัดปัดเป่า ส่ิงชวั่ ร้ายใหอ้ อกจากหม่บู า้ น และบันดาลใหอ้ ยู่เย็นเปน็ สุขตลอดไป ภาพแสดง ประเพณีฟ้อนนางเทยี ม อำเภอโพนพสิ ัย กรอบหลักสูตรท้องถิน่ สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
68 ๗. วัฒนธรรมประเพณีและเทศกาลสำคัญ 7.1 วฒั นธรรมและประเพณี งานบญุ ประเพณีและกิจกรรมในท้องถ่นิ - งานประเพณสี งกรานต์ ช่วงเวลาจัดงาน วนั ที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี - งานประเพณบี ุญบ้งั ไฟ ชว่ งเวลาจัดงาน วนั ขึ้น ๑๕ คำ่ เดือน ๖ ของทุกปี - งานประเพณีแข่งเรือยาว ช่วงเวลาจดั งาน วนั แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทกุ ปี - งานประเพณีไหลเรือไฟ บง้ั ไฟพญานาค ช่วงเวลาจัดงานวนั ออกพรรษา ของทุกปี - ประเพณีบญุ เดือนสาม (บุญขา้ วจ่ี) - ประเพณีบญุ เดอื นสบิ (บุญข้าวสาก) - ประเพณบี ญุ เดือนสบิ เอ็ด (บญุ ออกพรรษา) - ประเพณีเดือนสบิ สอง (บญุ กฐนิ ) - ประเพณีทำบญุ ทอดผา้ ป่า - ประเพณีร่วมงานแตง่ งาน (กินดอง) - ประเพณีงานบวช - ดา้ นศิลปะการแสดง ไดแ้ ก่ หมอลำเรื่องต่อกลอน คณะ ส.รุง่ เรือง ตำบลวัดหลวง - ด้านอาหาร ไดแ้ ก่ กอ้ ยปลานำ้ ซว้ น ตำบลจมุ พล และเมนอู าหารจากปลานำ้ โขง 7.2 ตำนานบง้ั ไฟพญานาค ตำนานและมหศั จรรย์ “บ้งั ไฟพญานาค” บั้งไฟพญานาค หรือในอดีตชาวหนองคาย เรียกกันว่า บั้งไฟผี ปรากฏมาเปน็ เวลาช้านาน เกิดขึ้นในลำน้ำโขงพื้นที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬเท่านั้น มีลักษณะเป็นดวงไฟสีแดง อมชมพู ขนาดลูกหมากโผล่พุ่งขึ้นจากลำน้ำโขง สว่างเรืองแสงสดใสปราศจากควัน เสียง กลิ่น ไม่มี สะเก็ด ไม่โค้งตกลงมาหรือแตกออก แต่แสงจะวูบวับหายไปในท้องฟ้า เมื่อขึ้นไปได้สัก ๕๐ – ๑๕๐ เมตร ต่อมาชาวหนองคายได้พร้อมใจขนานนามบั้งไฟผีเสียใหม่ให้เป็นมงคลว่า “บั้งไฟ พญานาค” ด้วยเชื่อว่าพญานาคที่อาศัยใต้วังบาดาล ในลำ น้ำโขง ปล่อยลูกไฟในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดอื น ๑๑ ของทกุ ปี เพอื่ เปน็ พุทธบูชา แกพ่ ระพทุ ธะองค์ เมอื่ เสด็จกลบั จากสวรรค์ช้ันดาวดงึ ส์ ตามพุทธประวัติกล่าวว่าเมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ พระองค์ได้เสด็จเผยแพร่ศาสนา ทั่วชมพูทวีป พญานาคีบังเกิดความเลื่อมใสและศรัทธายิ่ง จึงจำแลงกายเป็นบุรุษขอบวชเป็นสาวก คำ่ คืนหนงึ่ พญานาคีเผลอหลบั ใหลคนื รา่ งเดิม พระพทุ ธเจา้ ทรงทราบเร่อื งจึงขอให้ลาสิกขา เนื่องจาก เป็นเดรัจฉานจะบวชเป็นภิกษุมิได้ พญานาคียอมตามคำขอแต่ขอว่ากุลบุตรทั้งปวงที่จะบวชให้เรียก ขานว่า “นาค” เพ่อื เปน็ ศักดศ์ิ รีของพญานาคก่อนค่อยเข้าโบสถ์ จากน้ันเป็นตน้ มาจงึ เรียกขานกุลบุตร ทั้งหลายที่จะบวชว่า“พ่อนาค” ต่อมาเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าได้เสด็จจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หลังจาก เสด็จไปโปรดพุทธมารดาเป็นเวลา 3 เดือน เมื่อกลับสู่โลกมนุษย์ บรรดาพญานาคีนาคเทวี พร้อมท้ัง เหลา่ บรวิ ารจัดทำเครื่องบชู า และพน่ บั้งไฟถวาย ซงึ่ ชาวบา้ นเรียกว่า “บ้ังไฟพญานาค” กรอบหลกั สตู รท้องถนิ่ สำนักงานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
69 ในช่วงระยะเวลา ๓๐ ปี ที่ผ่านมา เมื่อประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาว ต่างประเทศให้ความสนใจแห่แหนกันมาชมและพิสูจน์ในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก จังหวัดหนองคาย จึงไดจ้ ัดกจิ กรรมรองรบั และตอบสนอง ระหวา่ งวนั ออกพรรษา คือวันขนึ้ ๑๕ คำ่ เดือน ๑๑ ของทุกปี ภาพแสดง เทศบาลบ้ังไฟพญานาค 7.3 ฮตี สบิ สองคองสิบสี่ ฮีตสิบสอง มาจากคำ 2 คำ คือ ฮีต กับ สิบสอง ฮีตมาจากคำว่า จารีต หมายถึงสิ่งที่ปฏิบัติ สืบต่อกันมาจนกลายเป็นประเพณีที่ดีงาม ชาวอีสาน เรียกว่า จาฮีต หรือฮีต สิบสอง หมายถึง เดือน ทั้ง 12 เดือน ในหนึ่งปีฮีตสิบสอง จึงหมายถึง ประเพณีที่ประชาชนชาวอีสานได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ในโอกาสต่าง ๆ ท้ังสิบสองเดือนในแต่ละปี ประเพณีทั้งสิบสองเดือนที่ชาวอีสานถือปฏิบัติกันมา น้ัน ล้วนเป็นประเพณีที่ส่งเสริมให้คน ในชุมชนได้ออกมาร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์กัน เพื่อความ สนุกสนานรืน่ เรงิ และเพื่อความสมานสามัคคีมีความรักใคร่กนั ของคนในท้องถ่ิน ซึง่ เป็นการสืบทอดส่ิง ที่ดีงามมาจวบจนปัจจุบัน ประเพณีอีสานส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์แตกต่างจากประเพณีภาคอื่น ๆ (อาจคล้ายคลึงกับประเพณีของทางภาคเหนือบ้างเพราะมีที่มาค่อนข้างใกล้ชิดกัน) ประเพณีอีสาน ได้รับอิทธิพลมา จากวัฒนธรรมล้านช้าง(แถบหลวงพระบางประเทศลาว) จึงจะเห็นได้ ว่าประเพณี ของชาวอีสานและชาวลาวมีความคล้ายกันเพราะมีท่ีมาเดยี วกัน และชาวอสี านและชาวลาวก็ไปมาหา สู่กนั เปน็ ประจำเยยี่ งญาติพี่นอ้ งทำใหม้ กี ารถา่ ยเทวฒั นธรรมระหว่างกนั ดว้ ย กรอบหลกั สตู รท้องถิ่น สำนักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
70 ฮตี สิบสองได้แก่ - เดอื นอ้าย(เดอื นเจียง)-บุญข้าวกรรม - เดอื นยี่ - บญุ คูณลาน - เดือนสาม-บุญขา้ วจ่ี - เดือนส่ี-บญุ เผวส - เดือนหา้ -บญุ สงกรานต์ - เดือนหก-บญุ บ้ังไฟ - เดือนเจด็ -บญุ ซำฮะ - เดอื นแปด-บญุ เข้าพรรษา - เดือนเกา้ -บุญขา้ วประดบั ดิน - เดอื นสิบ-บุญขา้ วสาก - เดือนสิบเอ็ด-บญุ ออกพรรษา - เดอื นสิบสอง-บุญกฐนิ คองสบิ ส่ี หมายถึง ครองธรรม 14 อย่าง เป็นกรอบหรอื แนวทางทใ่ี ช้ปฏิบตั ริ ะหว่างกนั ของผ้ปู กครองกับผใู้ ต้ปกครอง พระสงฆ์ และระหวา่ งบุคคลท่ัวไป เพ่ือความสงบสขุ รม่ เยน็ ของ บา้ นเมือง คลองสิบสมี่ ีหลายแบบหลายประเภท พอจะยกตัวอย่างไดด้ ังน้ี คองสบิ ส่ี แบบที่ 1 – กลา่ วถึงผ้เู กี่ยวข้องกับครอบครวั ในสังคมตลอดจนผู้ม่หี น้าที่ ปกครองบา้ นเมือง คองสบิ ส่ี แบบที่ 2 - กลา่ วถงึ หลกั การท่ีพระมหากษตั ริยท์ รงปฏบิ ตั ิในการปกคลอง บา้ นเมือง และข้อทปี่ ระชาชนควรปฏิบตั ิต่อพระมหากษัตริย์ และจารตี ประเพณีทีพ่ งึ ปฏบิ ตั ใิ ห้ บา้ นเมอื งสงบสุข คองสิบส่ี แบบท่ี 3 – กลา่ วถึงธรรมท่ีพระราชาพึงยดึ ถือปฏิบตั ิ และเนน้ หนักให้ ประชาชนปฏบิ ัตติ ามจารีตประเพณี และขอ้ ที่คนในครอบครัวพึงปฏบิ ตั ติ ่อกนั คองสิบส่ี แบบท่ี 4 - กล่าวถึงไปแนวทางฮตี บ้านคลองเมอื ง คือการดำเนนิ การ ปกครองบ้านเมืองเพ่อื ให้บ้านเมอื งอยเู่ ป็นสขุ และปฏบิ ัติตามประเพณี คองสิบสี่สำหรับพระสงฆ์ คองสิบสี่สำหรบั นักปกครอง คองสบิ สีส่ ำหรบั ประชาชน เพม่ิ เติม คอง (ครรลอง) คือแบบแผนหรือแนวทางดำเนินชีวิตคล้าย ๆ กบั คำฝรั่งหนง่ึ วา่ \"Way of life\" แตค่ ลองในท่ีนี้มุง่ ไปทางศีลธรรมประเพณีทถี่ ูกผิดมากกว่าด้านอาชีพ เหน็ จะตรงกบั ภาคกลางว่า ทำนองคลองธรรม นน่ั เอง แต่ชาวอีสานออกเสียงคลองเป็นคองไม่มีกล้ำ เช่นว่า ถา้ ทำ ไม่ถูกผใู้ หญท่ ่านจะเตือนวา่ \"เฮ็ดบ่แมน่ คอง\" หรอื วา่ \"เฮด็ ให้ถือฮีตถือคอง\" เป็นตน้ ฉบบั ของท่านเจ้า พระอรยิ านวุ ัตร มีคำฮตี นำหน้าดว้ ย คอื 1. ฮีตเจา้ คลองขนุ เปน็ หลกั สำหรับผปู้ กครองในสมยั โบราณ ขนุ กค็ ือเจ้าเมือง เชน่ ขนุ เบฮม ขนุ ลอ ขนุ ทึง เป็นตน้ (ภาคกลางก็มีเช่นพ่อขนุ รามคำแหง) กรอบหลกั สูตรท้องถ่ิน สำนักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
71 2. ฮีตทา้ วคลองเพยี (เจ้าปกครองขุน) 3. ฮีตไพร่คลองนาย (ไพรป่ ฏบิ ัติตอ่ นาย) 4. ฮีตบ้านคลองเมือง (ประเพณขี องบ้านเมือง) 5. ฮตี ปู่คลองยา่ 6. ฮีตตาคลองยาย 7. ฮตี พ่อคลองแม่ (พรหมวิหารธรรม) 8. ฮตี ไภค้ ลองเขย (หลกั ปฎิบัตขิ องลูกสะใภ้ลกู เขย) 9. ฮตี ป้าคลองลงุ 10. ฮตี ลกู คลองหลาน 11. ฮีตเถา้ คลองแก่ (ธรรมของผู้ชายท่ีมตี ่อเด็ก) 12. ฮีตปีคลองเดือน (คือฮีตสิบสองนนั่ เอง) 13. ฮีตไฮ่คลองนา 14. ฮตี วัดคลองสงฆ์ สำหรบั คองสบิ ส่ี ตามคติการถอื ปฏิบัติของชาวอีสานนัน้ ถือเป็นหลกั ธรรมในการครองบ้าน ครองเรือนทค่ี วรปฏิบัติ ซ่งึ หากใครที่ถือปฏบิ ัติอย่างเครง่ ครัดแลว้ นับเปน็ บคุ คลอยู่ในศลี ในธรรมเปน็ ท่ี เคารพนับถอื ของคนท่วั ไปหลักปฏิบัติ 14 ขอ้ หรือ 14 ประการ ได้แก่ 1. หเู มอื ง เป็นราชทูตต่างหน้าแทนบ้านเมือง หมายถงึ เปน็ บุคคลที่พูดจาไพเราะ อ่อนหวาน พดู จริง 2. ตาเมือง เป็นนักปราชญ์ มีความรอบรู้ในวิชาการบ้านเมือง ร้หู ลกั ธรรม 3. แก่นเมอื ง เป็นผทู้ รงคุณธรรม ยุติธรรม 4. ประตเู มอื ง เปน็ ผู้มีความสามารถในการใชศ้ ัตราวทุ ยุทธโธปกรณ์ 5. รากเมอื ง เปน็ ผรู้ อบรู้ในด้านโหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ 6. เหง้าเมือง เป็นผู้มคี วามซื่อสัตย์ ปฏิบัติงานดว้ ยความซอ่ื สตั ย์ 7. ขางเมือง เป็นผู้ชำนาญในการออกแบบ ชำนาญในการศึก 8. ขอ่ื เมอื ง เปน็ ผู้มีตระกลู เป็นนักปราชญผ์ ู้กลา้ หาญ 9. แปเมอื ง เปน็ ผู้มศี ลี ธรรมอันดี ตดั สินคดีความเทยี่ งธรรม 10. เขตเมอื ง เปน็ ผู้ทำหน้าท่ีพทิ ักษ์เขตเมือง รกั ษาเขตแดนบา้ นเมอื ง 11. ใจเมอื ง เปน็ ผทู้ ำหน้าที่ปกครองบา้ นเมืองที่ดี 12. คา่ เมือง เป็นผู้พิทกั ษ์รักษาใหเ้ มืองมีคา่ มเี งินทอง ติดตอ่ คา่ ขาย 13. สติเมือง เป็นผู้รูจ้ กั การรักษาพยาบาล หมอยา 14. เมฆหมอกเมอื ง เปน็ ผ้ทู ่ีทำหนา้ ที่ประดจุ เทพอารักษ์พิทักษเ์ มืองเปน็ หลักเมืองการถือ คองสิบสี่ประการนี้ นบั เปน็ การรกั ษาบ้านครองเรือนมีศลี ธรรม มที ศพิธราชธรรม กรอบหลกั สตู รท้องถิน่ สำนกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
72 7.4 การละเลน่ พืน้ บา้ น การละเลน่ พืน้ บา้ นในอำเภอโพนพิสยั ตามคำบอกเล่าของผู้เฒา่ ผ้แู กท่ ใ่ี ช้เล่นกันในสมัยก่อน เช่น หมากเกบ็ สะบา้ ตจี บั เต้นยาง ดดี เม็ดมะขามลงหลมุ ตโี ปง่ โยนหนิ ใส่ผิวแม่นำ้ โขง คลอ้ งชา้ ง ซ่อนแอบ (หมักล)่ี เปน็ ต้น ปจั จบุ ันนแ้ี ทบจะไม่ค่อยเหน็ เด็ก ๆ เลน่ กัน ทพี่ อเหน็ บ้างก็จะอยู่ใน โรงเรียน เชน่ เต้นยาง และ ซอ่ นแอบ นอกนนั้ เริ่มเลอื นหายไปตามกาลเวลา 8. ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ ปราชญ์ชาวบา้ นและบคุ คลสำคัญ 8.1 ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น 1) เครอื่ งปน้ั ดินเผา เครื่องปั้นดินเผาบ้านดอนกลาง ตำบลชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เมื่อ 15 ปีก่อน กลุ่มชาวบ้านดอนกลาง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ได้รวมตัวกันทำ เครื่องปั้นดินเผาขาย เป็นธุรกิจภายในครอบครัวและวางขายกันเองภายในจังหวัด เพราะพื้นที่แห่งนี้ มีความพิเศษกว่าพื้นทีอ่ ื่น ๆ ตรงที่มีแร่เหล็กมาก รวมทั้ง “ดินขาว” ซึ่งเป็นดินที่ดี เพราะมีคุณสมบัติ ทนไฟ กับ “ดินเหลือง”ที่มีคุณสมบัติไม่ทนไฟ กิจกรรมการปั้นดินเผาของกลุ่มดอนกลาง เป็นไป ในลักษณะทำขายกันทุกบ้าน ขึ้นอยู่กับว่าบ้านไหนฝีมือดีกว่ากัน ซึ่งในย่านนี้ ผลงานของ นายธาดา สุพรรณราช ถือว่ามีคุณภาพมากที่สุด เพราะได้รับตราสัญลักษณ์ NONGKHAI BEST ประเภทของใช้ ของประดับตกแต่ง ปี พ.ศ.2548 ความพิเศษของเครื่องปั้นดินเผาที่นี่ คือ มีการผสมดินขาวและดิน เหลืองในอัตราส่วน 4:1 จากนั้นนำดินที่ผสมแล้วในอัตราส่วนดังกล่าวไปบดละเอียด และนำไปหมัก ในบอ่ ผสมนำ้ 1 คืน เมือ่ ได้เวลาก็นำดนิ ทห่ี มักแล้วไปเข้าเคร่ืองนวด เพอ่ื ให้ดนิ ออ่ นและสามารถปั้นข้ึน รูปได้ง่าย จากนั้นนำดินที่นวดแล้วมาปั้นเป็นแท่งๆ แล้วให้ช่างฝีมือขึ้นรูปตามความต้องการ ซึ่ง ผลิตภัณฑ์ของที่นี่จะเป็นงานฝีมือ ไม่ใช้เครื่องจักรในการขึ้นรูป โดยผลิตภัณฑ์เครื่องปัน้ ดินเผาที่ผลิต ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวก อ่างบัว ครก แจกัน โอ่ง นอกจากนี้ยังมีความพิเศษของเครื่องปั้นดินเผา จากที่นี่อีกอย่างคือ เครื่องปั้นดินเผาที่นี่จะปั้นโดยไม่ผสมสี (แต่หากต้องการจะได้เครื่องปั้นดินเผา ทม่ี ีความเงา มนั วาว กจ็ ะใชข้ ีเ้ ถา้ ไปป่ันรวมกบั ดิน และพน่ เคลือบผลติ ภัณฑ์) จากนัน้ นำชิ้นงานท่ีผลิต ได้ไปเข้าเตาเผานาน 48 ชัว่ โมง หรือ 2 วนั 2 คนื และเมื่อเผาแล้วจะต้องทิ้งไว้อีกประมาณ 5-6 วัน เพอื่ ให้อุณหภูมิภายในเตาเผาลดลง จากนั้นจึงจะลำเลยี งออกมาพรอ้ มจำหน่าย ภาพแสดง การปนั้ เครือ่ งปัน้ ดนิ เผาบา้ นดอนกลาง กรอบหลักสูตรท้องถน่ิ สำนกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
73 เครื่องปั้นดินเผาบ้านโพนบก (ครก) ตำบลชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย สืบทอด โดยคุณพ่อทัน สุวรรณราช อายุ 71 ปี ชาวบ้านโพนบก ตำบลชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคายซึ่งเครื่องป้ันดินเผาได้ถูกคิดค้นไว้ใช้ในครวั เรือนมานานนับร้อยปีแล้วโดยบรรพบุรุษ ของชาวโพนบก ได้คิดแบบและวิธีการปั้นขึ้นเอง และได้ถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง ยังคง รักษารูปแบบเดิมไว้และเป็นรูปแบบที่ยึดเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงปัจจุบันนี้ เครื่องปั้นดินเหนียว ที่ทำส่วนมากจะเป็นไห ซึ่งเอาไว้เก็บปลาร้า ที่ถือได้ว่าเป็นอาหารหลักของคนในชุมชนและปั้นครก เพื่อใช้ประกอบอาหาร ซึ่งในสมัยต่อมาก็ได้คิดรูปแบบเพิ่มขึ้นเป็นภาชนะใส่น้ำเก็บไว้ใช้ ซึ่งมีขนาด ตามความตอ้ งการใช้แต่ยังคงรูปแบบทเ่ี ป็นเอกลักษณข์ องโพนบก วธิ กี ารเรยี นรภู้ ูมิปัญญา นายเลียง วงษช์ ยั ชาวบา้ นโพนบก ตำบลชุมชา้ ง อำเภอโพนพิสยั จังหวัดหนองคาย ได้ลองผิดลองถูกมาตั้งแต่เล็ก ๆ เริ่มจากเป็นผู้ช่วยของพ่อ แล้วต่อมาได้พัฒนา มาเปน็ ธรุ กิจเปน็ ของตัวเอง และได้ถา่ ยทอดความรใู้ หก้ บั ลูกหลาน สืบมา • ภาพแสดง การปน้ั เคร่อื งปัน้ ดนิ เผาบา้ นโพนบก 2) การทำปลารา้ (ปลาแดก) “ปลาร้า” เป็นอาหารพื้นบ้านของชาวไทยอีสาน ปลาร้าถือเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุง อาหารหลายชนิด กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกิน จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิญญาณ 5 แห่ง ความ เป็นอีสาน ซ่งึ ประกอบไปด้วย ข้าวเหนียว ลาบ สม้ ตำ หมอลำ และปลารา้ วัฒนธรรมการถนอมอาหารที่เรียกว่าปลาร้าหรือปลาแดกนี้พบได้ทั่วไปในท้องถิ่นภาค อีสานของไทย ลาว จนถึงบางส่วนของเวียดนาม โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีว่าปลาร้าเป็นอาหาร ในวัฒนธรรมอีสานมากว่า 6,000 ปีแล้ว โดยปลารา้ ถอื เป็นความมน่ั คงในการดำรงชวี ติ ของชาวอีสาน เพราะเป็นการถนอมอาหารที่ทำให้ชาวอีสานเก็บปลาไว้กินได้ตลอดทั้งปีสำหรับที่มาของคำว่า “ปลาแดก” ในภาษาอีสานนั้นพบว่ามาจากขั้นตอนการทำซึ่งต้อง ยัด หรือ “แดก” ปลาลงในไห เพื่อหมกั กับเกลือ ซึ่งสตู รการหมักปลาร้าของชาวอสี านแบบด้ังเดมิ นั้นมี อยู่ 2 สตู รด้วยกัน ได้แก่ กรอบหลกั สตู รท้องถิน่ สำนกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
74 ปลาร้าข้าวคั่ว / ปลาร้ารำ ได้จากปลาหมักเกลือที่ใส่ข้าวคั่ว ปลาร้าที่ได้มีลักษณะแฉะ เนื้ออ่อนนมุ่ สีเหลืองเขม้ และมกี ล่ินหอม ปลาสดท่นี ิยมใชท้ ำปลาร้าประเภทนค้ี ือ ปลากระด่ี ปลาสลิด ปลาหมอเทศ ปลาดกุ โดยใช้ปลาขนาดกลางและขนาดใหญ่ 8.2 ประวตั ิบุคคลสำคัญในอดตี ภาพแสดง ภาพวาดและอนุสาวรีย์พระยาสุนทรธรรมธาดา ประวตั พิ ระยาสนุ ทรธรรมธาดา พระยาสุนทรธรรมธาดา (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) เป็นบุตรของพระยาฤกษ์มนตรี และนางทองสี เกิดท่ี บ้านจอมนาง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เมื่อวันอังคาร ปีมะโรง เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2375 เมื่อ พ.ศ. 2380 เรม่ิ เรยี นหนงั สอื ไทย จากท่านครูหลักคำ เม่ืออายคุ รบบวชจึงอุปสมบท เป็นภิกษุ ในพระพุทธศาสนา ๒ พรรษา ที่วัดจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย จากนั้นได้เข้า รับราชการเป็นเสมียนนายกองบัญชีอยู่กับเจ้าเมืองโพนพิสัย มีหน้าที่สำรวจไพร่พลและเตรียมเสบียง อาหารสมทบกองทัพหลวงซึ่งไปจากพระนคร พ.ศ.2397 ไดเ้ ล่อื นตำแหน่งเปน็ นายกองบญั ชี พ.ศ.2398 ได้รบั พระราชทานตราต้งั เป็นท้าวพรหมสาร พ.ศ.2401 ได้รับพระราชทานตราตั้งเป็นเจ้าเมืองประชุมพนาลัย (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองบริคัณฑ์ นิคม อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง คือแขวงบริคัณฑ์ ในประเทศลาวปัจจุบัน) ได้รับบรรดาศักด์ิ เป็น พระศรีสุรศักดิ์สุนทร เจ้าเมืองประชุมพนาลัย ขึ้นกับเมืองหนองคาย และได้รับมอบหมาย ให้เป็นนายกองร่วมกับทัพหลวงไปสมทบกับพันเอกกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพปราบฮ่อ ทีทุ่งเชียงคำ แขวงเมืองเชียงขวาง จนพวกฮ่อแตกพ่ายถอยหนีไป รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้พระศรีสุรศักดิ์สุนทร (คำสิงห์) เจ้าเมือง อพยพครอบครัวผู้คนมาตั้งอยู่ ที่บ้าน หนองแก้ว ริมฝั่งแม่น้ำโขงด้านเมืองโพนพิสัย โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านหนองแก้วขึ้นเป็นเมืองรัตนวาปี ส่วนพระศรีสุรศักดิ์สุนทร (คำสิงห์) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระรัตนเขตรักษา (คำสิงห์) เจ้าเมืองรัตนวาปีคนแรก ต่อมาปี พ.ศ.2440 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ ร.ศ.116 ยุบเมืองรัตนวาปีลงเป็นตำบลรัตนวาปี สังกัดอำเภอโพนพิสัย ส่วนพระรัตนเขตรักษาได้รับพระราชทานตราตั้งให้เป็น พระยาโพนพิสัยสรเดช เจ้าเมืองโพนพิสัย กรอบหลักสูตรท้องถ่ิน สำนักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
75 ต่อมารัชกาลท่ี 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาสุนทรธรรมธาดา และพระราชทานนามสกุล สิงหศิริ เป็นต้นตระกูล สิงหศิริ พระยาสุนทรธรรมธาดาล้มปว่ ยดว้ ยโรค ชราถึงแก่อนิจกรรม เวลา 09.10 น. วันท่ี 22 พ.ค.2497 สิริอายุ 123 ปี 8 เดือน และ พระราชทานเพลิงศพที่วดั ยอดแกว้ ภาพแสดง อนุสาวรยี ์พระยาสุนทรธรรมธาดา 8.3 ปราชญ์ชาวบา้ นท้องถนิ่ 1) พอ่ พราหมณป์ ระจำอำเภอโพนพสิ ยั ครูภมู ิปญั ญา คือ พ่อตาเพ็ง ประจิมทศิ เกิดปี พศ.2476 อายุ 89ปี อยู่บา้ นเลขท่ี 299 หมู่ 14 บ้านดอนโพธิ์ ตำบลจุมพล อำเภอโพนพสิ ยั จงั หวดั หนองคาย ภาพแสดง พอ่ ตาเพ็ง ประจิมทิศ ปราชญช์ าวบ้านอำเภอโพนพิสยั 2) การส่อนขวญั / เอ้นิ ขวัญ (การเรยี กขวัญ ปลอบประโลมใจ) ครูภูมิปัญญา คือ นางทองใบ นิยมญาติ บ้านดอนโพธ์ิ ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย 3) การทำปลาร้า (ปลาแดก) ครูภูมิปญั ญา คือ นางบัวลอง สกุ ใส และนางสมร กะวเิ ศษ บา้ นวดั หลวง ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย กรอบหลักสตู รท้องถน่ิ สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
76 ภาพแสดง การทำปลารา้ (ปลาแดก) และไหปลารา้ แบบโบราณ 4) หมอยาพ้นื บา้ น ครภู ูมปิ ัญญา คอื นางฝอยลม ศรีสะอาด ชาวบา้ นจอมนาง ตำบลจุมพล อำเภอโพนพสิ ัย จงั หวัดหนองคาย บุตรขี องคุณตาวันดี ศรีสะอาด เปน็ ผู้สบื ทอด 5) อาหารประจำถ่ิน ปลาน้ำซ้วน หมอน้อย เอาะหลาม ครูภมู ปิ ัญญา คือ นางลาวลั ย์ ไชสรุ ยิ า นางจำเนียร ยอดแก้วพิสยั นางแพง วิจติ ร และคณะ เปน็ ชาวบา้ นคุม้ วดั ยอดแก้ว ตำบลจุมพล อำเภอโพนพสิ ัย จังหวัดหนองคาย 6) ศิลปะแต้มฮูป ครูภูมิปัญญา คือ นายพณภัค หนูอินทร์ ผู้ใหญ่บ้านจอมทอง หมู่ 13 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสยั จงั หวดั หนองคาย 7) การทำพานบายศรี ครูภูมิปัญญา คือ นางแพง วิจิตร ชาวบ้านดอนโพธิ์ ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ๙. สถานที่ และแหล่งท่องเทีย่ ว/แหล่งเรียนรูใ้ นชุมชน 9.1 ศาสนสถาน ศาสนสถานในพ้ืนท่ีอำเภอโพนพิสัย แบง่ เป็นหมวดหมไู่ ด้ดังนี้ 1) วัดในพระพุทธศาสนา ดังน้ี – วัดไทย ตั้งอยู่ริมแม่นำ้ โขง ติดถนนพสิ ัยสรเดช ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสยั – วัดจมุ พล ตงั้ อยรู่ มิ แม่นำ้ โขง ตดิ ถนนพิสัยสรเดช ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสยั – วัดยอดแก้ว ต้ังอยู่ติดถนนพิสยั สรเดช ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสยั – วัดจอมทอง ตั้งอยู่ติดถนนพิสยั สรเดช ในเขตเทศบาลตำบลโพนพิสัย – วดั ภิรมยย์ าราม ต้งั อยู่ติดถนนภริ มยย์ าราม ในเขตเทศบาลตำบลโพนพสิ ัย – วัดมณโี คตร ตงั้ อยู่ถนนจมุ พล-ท่งุ ธาตุ ในเขตเทศบาลตำบลโพนพสิ ยั เป็นท่ี ประดิษฐานหลวงพ่อพระเสย่ี ง พระพทุ ธรปู คู่บา้ นค่เู มืองโพนพิสัย – วัดศรีเกิด ตั้งอยู่ถนนพิสยั สรเดช – วดั จอมนาง – วัดโพธ์ชิ ัย กรอบหลักสตู รท้องถนิ่ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
77 – วัดดหลวงเจตยิ าราม – วดั คงกระพันชาตรี – วัดผดงุ สุข 2) โบสถใ์ นคริสตศ์ าสนา ดงั นี้ – โบสถ์พระศรหี ฤทัย ตงั้ อยู่บา้ นดอนโพธิ์ หมู่ 14 เขตองค์การบริหารสว่ นตำบลจมุ พล – คริสตจกั รแบพ๊ ตสิ ทโ์ พนพสิ ัย ต้ังอยทู่ ี่ ริมแม่น้ำโขง บ้านจอมนาง – ครสิ ตจกั รโพนพิสัยรวมใจ 3) ศาสนสถานท่สี ำคัญในอำเภอโพนพิสยั ในอำเภอโพนพสิ ัยมีศาสนสถานสำคัญหลาย แห่ง ทั้งวดั ในพระพทุ ธศาสนาและโบสถ์ในคริสต์ศาสนา ดังตวั อย่าง 3.1) วัดไทย เปน็ วดั ทมี่ ี “ถำ้ พญานาค” เป็นทีป่ ระดิษฐานหลวงพอ่ ใหญ่ ต้ังอยบู่ รเิ วณ ริมฝั่งโขงหน้าวัดไทยเป็นจดุ ชมบั้งไฟพญานาคที่ได้รับความนิยมท่ีสุดของจังหวัดหนองคาย นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ชมบั้งไฟพญานาคแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ คือ รูปปั้นพญานาคนาคปรก 9 เศียร “นาคชยั ยัญ” ทตี่ ั้งโดดเด่นอย่รู ิมน้ำโขง ถำ้ เมืองบาดาลจำลอง รวมท้ังลานนาคาเบิกฟา้ เป็นลานไว้จัด กจิ การต่าง ๆ ภาพแสดง ศาสนาสถานในศาสนาพทุ ธ (วัดไทย อำเภอโพนพิสยั ) 3.2) วัดมณีโคตร เป็นสถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระเสี่ยง (พระพุทธรูปที่สร้างขึ้น พร้อมกับหลวงพ่อ พระใสประดิษฐานอยู่ ณ วัดโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย) ในเขต เทศบาลตำบลจุมพล อำเภอ โพนพิสัย เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองอำเภอโพนพิสัย ซึ่งตามประวัติ พระใส พระแสน พระเสริม พระสุก และ พระเสี่ยง ได้ใส่แพลอยมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว พร้อมกัน เมื่อถึงปากน้ำงึมกลางแม่น้ำโขง พระสุกได้แสดงอภินิหาร เกิดพายุแรง จนแพแตก ทำให้พระสุกจมลงกลางแมน่ ้ำโขง บรเิ วณปากห้วยน้ำเป ตอ่ จากนนั้ ได้นำเอาพระใส, พระ แสน, พระเสริม และพระเสี่ยง ใส่แพล่องตามลำน้ำโขงมาขึ้นที่เมืองโพนพิสัยและเดินทางไปไว้ท่ี กรุงเทพฯ แต่เกิดปาฏิหาริย์ให้ช้างหนักจนไปต่อไม่ได้ จนพระเสี่ยงตกจากหลังช้างเป็นเหตุให้หูหัก เกศคด ชาวบ้าน จงึ อัญเชิญหลวงพ่อพระเส่ยี งประดษิ ฐาน ณ วดั มณีโคตร ตำบลจมุ พล จนถงึ ปัจจบุ ัน กรอบหลักสูตรท้องถน่ิ สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
78 ภาพแสดง ศาสนาสถานในศาสนาพุทธ (วัดมณโี คตร อำเภอโพนพสิ ยั ) 3.3) วัดหลวงเจติยาราม อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย หลวงพ่อสีบุญเฮือง (ศรีบุญ เรือง) เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยสมัยล้านช้างความสูงจากหน้าตักถึงปลายพระเกศ 36 นิ้วหน้าตักกว้าง 26 นิ้วอัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้าง สมัยพระสุนทรธรรมธาดาเจ้าเมือง โพนพสิ ยั เดิมประดิษฐานอย่วู ัดกลางหรือวัดศรีบุญเรือง ต.วัดหลวง อ. โพนพิสยั จ. หนองคาย ต่อมา เมื่อปี 2505 ได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่วดั หลวงเจติยาราม ต. วัดหลวง อ. โพนพิสัย จ. หนองคาย และไดม้ ีการหล่อพระแทน่ ขนึ้ ใหมเ่ พ่ือแทนพระแทน่ ทหี่ ายไป และเปน็ หน่งึ สาเหตุที่เจ้าอาวาสวัดหลวง เจติยารามได้ปิดทองครอบเนื้อทองเดิมที่เก่าแก่ไว้ หลวงพ่อ สีบุญเฮือง จึงเป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ และความศักดิ์สิทธิ์ในตระกูลเก้าสอ สมควรไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและ ครอบครวั ตลอดไป ภาพแสดง ศาสนาสถานในศาสนาพทุ ธ (วัดหลวงเจตยิ าราม อำเภอโพนพิสยั ) 3.4) วัดปัจจนั ตบรุ ี \"วัดแดนเมอื ง 1\" ตำบลวดั หลวง มหี ลกั ฐานศลิ าจารกึ ใบเสมาหิน ทราย ยอดเหลย่ี มสงู 0.98 เมตร กวา้ ง 0.49 เมตร มีดวงฤกษ์ด้านบน เปน็ อักษรไทยน้อย (ล้าน ชา้ ง) รนุ่ แรก ดา้ นหนง่ึ 22 บรรทดั (ชำรุดบ้าง) ระบุวา่ พระยาปากเจ้า (ปากห้วยหลวง ซึง่ ต่อมาคอื พระยาแสนสรุ ินทรฯ์ ผู้สำเร็จราชการฯ) เป็นผู้สร้างวัดน้ี และ \"วดั แดนเมือง 2\" ต.วดั หลวง หลักท่ี 88 เปน็ เสมาหินทราย สูง 1.20 เมตร กว้าง 0.69 เมตร สรา้ ง พ.ศ.2078 สมยั พระเจ้าโพธิสารราช พระชนกพระไชยเชษฐาธิราชท่ี 1 มหาราช กรอบหลักสูตรท้องถิ่น สำนกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
79 ภาพแสดง เสมาหนิ ทราย สมัยพระเจา้ โพธสิ ารราชพระชนกพระไชยเชษฐาธิราชท่ี 1 มหาราช วัดปัจจนั ตบุรี \"วัดแดนเมอื ง 1\" 3.5) คริสตจกั รโพนพิสัยรวมใจ คริสตจักรโพนพสิ ัยรวมใจ ตง้ั อยู่ที่ 235/14 ม. 14 บา้ นดอนโพธิ์ ซอยน้ำคลอง ตำบลจมุ พล อำเภอโพนพสิ ยั จังหวดั หนองคาย ภาพแสดง ศาสนาสถานในศาสนาคริสต์ (ครสิ ตจักรโพนพสิ ัยรวมใจ อำเภอโพนพิสัย) 9.2 โบราณสถาน โบราณวตั ถุ 1) เวินพระสุก อยู่ที่บ้านหนองกุ้งใต้ หมู่ที่ ๑ ตำบลกุดบง เป็นสถานท่ีจมลงของพระสุก (พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นพร้อมกับหลวงพ่อพระใส ประดิษฐานอยู่ ณ วัดโพธิ์ชัย อำเภอเมือง จังหวัด หนองคาย) ที่ใส่แพลอยมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อถึงปากน้ำงึมกลางแม่น้ำ โขง พระสุกได้แสดงอภินิหาร เกิดพายุแรงจนแพแตก ทำให้พระสุกจมลงกลางแม่น้ำโขง บริเวณ บ้านน้ำเป อำเภอโพนพิสัย จึงเรียกว่า เวินสุก ซึ่งตามประวัติกล่าวว่า พญานาคได้ขอพระสุก ทีจ่ ม อยู่ใตน้ ำ้ โขงไปบูชาเป็นท่ีเคารพและระลึกถึงพระพุทธเจ้า กรอบหลักสตู รท้องถนิ่ สำนักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
80 2) อนสุ าวรียพ์ ระยาสุนทรธรรมธาดา อนสุ าวรีย์พระยาสุนทรธรรมธาดาสรา้ งขน้ึ เพ่ือรำลกึ ถึง พระยาสนุ ทรธรรมธาดา (คำสิงห์ สิงห์ศิริ) ผู้ซึ่งชาวอำเภอโพนพิสัยเห็นว่า ท่านได้ประกอบคุณงามความดีให้แก่ชาวอำเภอโพนพิสัย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการรบ ปราบปรามจีนฮ่อออกจากแคว้นสิบสองจุไทยและเมืองพวน ท่านเป็น ผู้กล้าหาญในการรบเป็นกำลังสำคัญแก่บ้านเมือง ท่านเป็นผู้มีใจโอบอ้อมอารีย์แก่ข้าราชการและ อาณาประชาราษฎร์ในแขวงเมืองและอำเภอ นอกเหนือจากนั้นยังเป็นผู้เชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดี ซึ่งท่านได้ล้มป่วยด้วยโรคชราถึงแก่อนิจกรรม เวลา 09.10 น. ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2497 ชาวอำเภอโพนพิสัยจะทำการประกอบพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์ พระยาสนุ ทรธรรมธาดา ทกุ วันที่ 22 เดอื นตลุ าคมทกุ ปี ภาพแสดง อนสุ าวรยี พ์ ระยาสุนทรธรรมธาดา 3) ศาลปู่ย่า โพนพิสัย และศาลหลักเมืองริมแม่น้ำโขง ปากคลองหัวยหลวง ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวดั หนองคาย เป็นทเ่ี คารพกราบไหว้ของชาวโพนพิสัยมาช้านาน เมืองปากห้วย หลวง 3 กษัตริย์ บริเวณที่ตั้งอำเภอโพนพิสัยปัจจุบัน เป็นเมืองเก่าตามพงศาวดารล้านช้างเรียกว่า “เมอื งปากห้วยหลวง” พ.ศ. 1901 พระเจา้ ฟา้ ง้มุ มหาราช เร่ิมกอ่ ตงั้ อาณาจักรลา้ นช้าง และตเี มอื งน้ี ได้ และมีฐานะเป็น “เมืองหลวง” ซึ่งส่งเจ้าชายในราชวงศ์ล้านช้างมาครองเป็น “พญาปากห้วย หลวง” บางพระองค์ได้มีโอกาส ไปครองราชย์ที่ “เชียงทอง” ถึง 2 พระองค์ ด้วยกันคือ หลังจาก พระเจ้าสานแสนไทยสวรรคต พ.ศ. 1958 แล้ว พระเจ้าคำแดง โดรสได้ครองราชย์ ต่อมาถึง พ.ศ. 1970 จึงสวรรคต โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่โบราณ ราชประเพณีไทย-ลาว สตรีจึงครองราชย์ ไม่ได้ “ เจ้าคำเต็มพญาปากห้วยหลวง” พระสวามีเจ้าหญิงจึงครองราชย์แทนพักหนึ่ง แล้วหนีกลับ เมืองปากห้วยหลวงดังเดิม เจ้าหญิงแก้วพิมพาซ่ึงมีอำนาจมากในราชสำนักไดเ้ ชิญเจ้านายในราชวงศ์ ตอ่ หลายพระองค์ ระหวา่ ง พ.ศ. 1971 – 1980 คร้ันจุบรรลุ พระราช นติ ิภาวะก็มเี หตุสวรรคตติด ๆ กนั ถึง 5-6 พระองค์ จนมาเชิญ “เจ้าคำเกิด” โอรสพญาปากห้วยหลวง (คาดว่าเป็นโอรส พระเจ้า คำเต็มจากชายาอื่น) ไปครองราชย์อีก และสวรรคต พ.ศ. 1983 คราวนี้พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดีทนไม่ไหว จับพระนางแก้วพิมพาถ่วงแม่น้ำคานทางเหนือนครหลวงพระบาง และเชญิ เจ้าไชยครองราชย์ “พระเจา้ ไชยจักรพรรดิแผน่ แผ้ว” สบื มา ภาพแสดง ศาลปูย่ ่า โพนพิสัย กรอบหลกั สูตรท้องถนิ่ สำนกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
81 9.2 สถานท่รี าชการท่คี วรรู้ 1) หน่วยงานราชการสว่ นภมู ิภาค ดังน้ี - ที่ทำการปกครองอำเภอโพนพิสัย - สำนักงานพฒั นาชุมชนอำเภอโพนพสิ ัย - สำนกั งานสาธารณสขุ อำเภอโพนพสิ ัย - สำนักงานเกษตรอำเภอโพนพิสยั - สำนกั งานปศสุ ตั ว์อำเภอโพนพสิ ยั 2) หน่วยงานราชการสว่ นกลาง - สถานตี ำรวจภูธรโพนพิสัย - โรงพยาบาลอำเภอโพนพสิ ยั - สำนกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาหนองคายเขต 2 (สพป. เขต 2) - สำนักงานท่ีดินจงั หวดั หนองคาย สาขาโพนพิสยั - ท้องถ่นิ อำเภอโพนพสิ ัย - สถานตี ำรวจภธู รเหลา่ ตา่ งคำ - สรรพากรอำเภอโพนพสิ ัย - ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั (กศน.) 3) หนว่ ยงานที่อยใู่ นความรบั ผดิ ชอบของ กระทรวงกลาโหม - หนว่ ยสสั ดีอำเภอโพนพสิ ัย - หน่วยเรือโพนพิสัย (นรข.) 4) หนว่ ยงานรฐั วิสาหกิจ - ธนาคารเพ่อื การเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) สาขาโพนพสิ ัย - ธนาคารออมสนิ - การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าคอำเภอโพนพสิ ัย - ทที่ ำการไปรษณยี โ์ พนพสิ ัย - สำนักงานบริการโทรศพั ท์อำเภอโพนพสิ ยั (ทีโอท)ี - การประปาส่วนภมู ิภาค สาขาโพนพิสัย - หมวดการทางอำเภอโพนพิสยั 5) หน่วยงานอนื่ ๆ - สำนกั งานโครงการฝายประตูระบายน้ำหว้ ยหลวง 9.3 แหล่งท่องเท่ียวธรรมชาตใิ นทอ้ งถนิ่ 1) ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช พิพิธภัณฑ์เมืองโพนพิสัย เป็นอาคารที่ว่าการอำเภอโพนพิสัย หลังเดิม ทส่ี รา้ งเม่ือปี พ.ศ.2465 เปน็ อาคารรปู ตึกชั้นเดียวศลิ ปะแบบโคโรเนียล ซึ่งได้รบั อทิ ธพิ ลจาก ประเทศฝรัง่ เศส ในปี พ.ศ.2555 ไดร้ บั การสนับสนุนงบประมาณจำนวนหน่ึงจากองค์การบริหารส่วน จังหวัดหนองคายเพื่อนำมาบูรณะ และปี พ.ศ.2556 ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมโครงการศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราช ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ศูนย์นำร่อง ตัวแทน กรอบหลกั สตู รท้องถนิ่ สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
82 ภาคอีสาน เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยได้รวบรวมพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเอาพระทัยใส่ในความเป็นอยู่ของพสก นิกรไทย รวมทั้งชาวอำเภอโพนพิสัยที่ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเสด็จเยี่ยมเมื่อคร้ังน้ำท่วมใหญ่ เม่ือ ปี พ.ศ.2509 อีกทั้งเป็นแหล่งรวบรวม อนุรักษ์ ถ่ายทอด สืบสาน และใช้เป็นองค์ความรู้มรดกภูมิ ปญั ญาทางวฒั นธรรมของชุมชนอย่างเปน็ ระบบ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาค้นควา้ อ้างองิ เปน็ สนิ ค้า และเป็นแหล่งทอ่ งเทยี่ วทสี่ ำคัญอีกแหง่ หนึง่ ของอำเภอโพนพิสัยอีกด้วย ภาพแสดง ศนู ย์วฒั นธรรมเฉลิมราช พิพิธภณั ฑ์เมืองโพนพิสัย 2) ถ้ำพญานาควัดไทย ถ้ำพญานาค หรือ ถ้ำเมืองบาดาลจำลอง ตั้งอยู่ที่ วัดไทย อำเภอ โพนพสิ ยั จงั หวดั หนองคาย ตำนานเล่าขานกนั ถงึ เมืองหลวงของพญานาคแห่งโลกบาดาลใต้แม่น้ำโขง เชื่อกันว่า อยู่ที่ริมแม่น้ำโขงหน้าวัดไทย ความเป็นมาในการสร้างราชาพญานาค \"นาคชัยยัญ\" แรงบันดาลใจในการก่อสร้างนาคปก 9 เศียรและถ้ำเมืองบาดาลจำลองในปี พ.ศ. 2550 เป็นปีท่ี อำเภอโพนพิสัย จังหวดั หนองคาย ครบรอบการก่อต้ังเมืองครบ 100 ปี ในคนื หน่ึง เจา้ อาวาสวัดไทย ได้นิมติ วา่ มหี ญิงชาย รา่ งกายสีดำมานิมนต์ใหส้ ร้างสัญลักษณ์ประจำเมืองบาดาล หรือเมืองพญานาค ไว้เมืองมนุษย์ ณ บริเวณ วัดไทย ท่านเจ้าอาวาสจึงดำริสร้างสิ่งแทนโลกบาดาล คือ 1) ราชาแห่ง พญานาคเฝ้าที่หน้าทางเข้าถ้ำ สูง 19 เมตร 2) สร้างเป็นนาคบาท คอื ลกั ษณะแบบงกู ินหาง หมายถึง สัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง 3) เสาหลักเมืองบาดาล เป็นรูปร่างสามเหลี่ยม 4) ประตูทางเข้าเมืองบาดาล ทางเข้าจะเชื่อมเข้าไปในลำตัวของพญานาค ซึ่งจะลอดเข้าทางส่วนท้อง ของพญานาค และจะมดุ ออกทางส่วนหางของพญานาค ภายในแบง่ เปน็ ถำ้ จำลอง 7 หอ้ ง แต่ละห้อง แสดงถึงเรื่องราวของเมืองบาดาล เช่นห้องสมบัติพญานาค จำลองถ้ำใต้บาลที่เป็นที่เก็บสมบัติ ของพญานาคเอาไว้ จำลองเป็นแก้วแหวนเงินทอง ผนังห้องเป็นสีทอง ห้องอริยสงฆ์ เป็นห้องที่มีหุ่น ขี้ผึ้งจำรอง อริยสงฆ์ของประเทศไทยเอาไว้ บริเวณทางเดิน ประดับด้วยจิตกรรมฝาผนังที่งดงาม เล่าเรื่องราวถึงตำนานของพญานาคและโลกบาดาล นอกจากนี้ บริเวณริมฝั่งโขง หน้าวัดไทย เป็นจุด ชมบงั้ ไฟพญานาคที่ไดร้ บั ความนิยมที่สุดของจังหวัดหนองคาย ซง่ึ ในวันออกพรรษา 15 คำ่ เดอื น 11 ขอเชิญทกุ ท่านมาพสิ ูจน์ตำนานแห่งพญานาค กรอบหลักสูตรท้องถิ่น สำนกั งานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
83 ภาพแสดง ถ้ำพญานาค วดั ไทย 3) ตลาดนัดไทย-ลาว จะมปี ระจำทุกวนั เสาร์และวันอังคารเทา่ นั้น ตลาดแหง่ น้เี ป็นจดุ ศนู ย์รวมของพ่ี น้องฝั่งลาว และไทยจะนำสินค้าเข้ามาขายในที่แห่งนี้ ซึ่งอยู่ในความควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ ชว่ งเวลานา่ เดนิ ชมสนิ ค้าเวลาประมาณ ๐๘.๐๐-๑๒.๐๐ น ภาพแสดง ตลาดนัดไทย-ลาว 4) ศนู ยห์ ม่อนไหมเฉลมิ พระเกียรติสมเด็จพระนางเจา้ สิริกิติพ์ ระบรมราชินีนาถ บา้ นโคกสว่าง หมู่ที่ 11 ตำบลเหล่าต่างคำ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เป็นโครงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ย้อมสี และภูมิปัญญาการฟอกย้อมเส้นไหม เป็นโครงการที่ขยายผลและต่อยอดจากโครงการอนุรักษ์ พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดย การจัดทำแปลงปลูกไม้ย้อมสี ในพื้นที่ 6 ไร่ แล้วให้ ประชาชนในพื้นที่เข้ารับการฝึกอบรม นำเทคโนโลยีไป ใช้ย้อมเส้นไหม ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างรายไดใ้ ห้กบั ชาวบา้ นในชุมชน ท้ังยังเปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ ธรรมชาติ กรอบหลักสตู รท้องถน่ิ สำนักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
84 ภาพแสดง ศนู ย์วิจยั ไหมเฉลิมพระเกียรติ 5) ลานนาคาเบิกฟา้ เฟส 1, 2, 3 ลานนาคาเบกิ ฟา้ อยูใ่ นอำเภอโพนพิสัย รมิ แม่น้ำโขงบริเวณวัดไทย เปน็ ทปี่ ระดษิ ฐานของรูป ปั้นองค์พญาพิสัยสัตนาคราช สีทองอร่าม สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนริมแม่น้ำโขง มีลานกว้าง สำหรับจัดกิจกรรม วันสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเป็นสถานที่ในการจดั กิจกรรม ตา่ ง ๆ ของชาวโพนพสิ ัย รวมทง้ั ตลาดนัดไทย-ลาว ดว้ ย ซ่งึ มีด้วยกัน 3 เฟส ดงั นี้ เฟส 1 เฟส 2 เฟส 3 กรอบหลกั สูตรท้องถิน่ สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
85 อำเภอรตั นวาปี ๑. ประวัติความเปน็ มาของจังหวดั หนองคาย/อำเภอ/ชุมชนของตนเอง ๑.๑ ประวตั คิ วามเปน็ มาของอำเภอรตั นวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย มีประวัติในการจัดบ้านจัดเมืองมาเป็นระยะเวลายาวนาน แล้วดังจะเห็นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นเสมาหินที่จารึกอักษรครณห์ที่เป็นภาษา อินเดียโบราณ นับย้อนหลังประมาณห้วง พ.ศ. ๑๒๐๐ ขุดพบที่บ้านเปงจาน หมู่ที่ ๘ ตำบลโพนแพง กิง่ อำเภอรัตนวาปี จงั หวดั หนองคาย ตามประวตั เิ ท่าทมี่ กี ารบันทึกไว้ เรม่ิ เมือ่ ร.ศ.๙๑ ( พ.ศ. ๒๔๑๕ ) ไดท้ กี ารจัดต้ังเมอื งโพนแพง (บ้านโพนแพง หมู่ที่ ๑ ตำบลโพนแพง กิ่งอำเภอรัตนวาปี) โดยมีพระสุริยะวงศ์ (ท้าวจันทรา) เป็นเจ้าเมือง ต่อมาหลวงศรีมหาพรหม ได้ย้ายเมืองไปตั้งที่บ้านปากห้วย (ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย ปัจจุบัน) เมื่อ ร.ศ.๙๕ ต่อมาเมื่อ ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) ฝรั่งเศสได้ยึดครองฝั่งซ้าย แมน่ ้ำโขง ทำใหพ้ ระสรุ ิยะศักด์ิไดม้ าพึ่งพระบรมโพธิสมภารในรัชการที่ ๕ สมเดจ็ ขา้ หลวงต่างพระองค์ (พระบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม) ได้โปรดตั้งเมืองขึ้นอีกเมืองหนึ่ง ที่บ้านหนองแก้ว เรยี กว่า “เมืองรตั นวาปี” แลว้ ใหพ้ ระสรุ ยิ ะศกั ดเ์ิ ป็นเจา้ เมือง ข้ึนปกครองกบั เมืองโพนพิสยั อำเภอรัตนวาปี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉยี งใต้ของจังหวัดหนองคาย และระยะทางห่างจาก จังหวัดหนองคาย ๗๒ กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข ๒๑๒ (หนองคาย - บึงกาฬ ) เป็นอำเภอชายแดนติดต่อกบั ประเทศ สปป.ลาว มีแมน่ ำ้ โขงกันตลอดแนวยาวประมาณ ๒๖ กโิ ลเมตร มขี นาดเนือ้ ท่ี ๒๗๕.๑๙๘ ตร.กม. หรือจำนวน ๑๗๑,๙๙๙ ไร่ คดิ เป็น ร้อยละ ๔.๙๔ ของพ้ืนที่จังหวัด หนองคายทัง้ หมด มีรูปร่างลักษณะพิเศษทอดยาวขนานตามลำแม่นำ้ โขง ซ่งึ เป็นเสน้ เขตแดนระหว่าง ราชอาณาจักรกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว- ลักษณะของพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง สลับกับเนินเขา บางพืน้ ที่เป็นท่ีราบลุ่มมนี ้ำทว่ มถึง มีแม่นำ้ โขงไหลผ่านทางทศิ ตะวนั ตก เม่ือวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๘ กระทรวงมหาดไทย ไดม้ ีพระราชกฤษฎกี า อนุมัติใหต้ ำบล รัตนวาปี ยกฐานะเปน็ ก่งิ อำเภอ ซึ่งแยกออกมาจากอำเภอโพนพสิ ยั โดยประกอบดว้ ย ๕ ตำบลคือ ๑. ตำบลรตั นวาปี ๒. ตำบลโพนแพง ๓. ตำบลบา้ นต้อน ๔. ตำบลนาทบั ไฮ ๕. ตำบลพระบาทนาสิงห์ ภาพแสดง แผนท่ีอำเภอรัตนวาปี กรอบหลักสูตรท้องถน่ิ สำนกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
86 จำนวนประชากร ข้อมูล ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ รวมทั้งสิ้น ๓๘,๗๔๓ คน เป็น ชาย ๑๙,๕๓๗ คน เป็นหญิง ๑๙,๒๐๖ คน ตำบลที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด คือ ตำบลพระบาทนาสงิ ห์ และตำบลที่มจี ำนวนประชากรนอ้ ยทสี่ ุด คอื ตำบลบ้านตอ้ น ตารางท่ี ๓ ข้อมลู ประชากรของอำเภอรตั นวาปี ขอ้ มูล ณ วนั ที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ ท่ี ตำบล ประชากร รวม ครัวเรอื น ชาย หญิง ๑ รตั นวาปี ๔,๔๖๗ ๔,๓๖๕ ๘,๘๓๒ ๒,๗๐๘ ๒ นาทับไฮ ๔,๓๑๘ ๔,๒๐๓ ๘,๕๒๑ ๒,๔๙๑ ๓ บา้ นตอ้ น ๑,๙๗๗ ๑,๙๔๙ ๓,๙๒๖ ๑,๒๐๗ ๔ พระบาทนาสิงห์ ๕,๗๖๐ ๕,๘๐๔ ๑๑,๕๖๔ ๓,๖๕๙ ๕ โพนแพง ๓,๐๑๕ ๒,๘๘๕ ๕,๙๐๐ ๑,๘๙๙ รวม ๕ ตำบล ๑๙,๕๓๗ ๑๙,๒๐๖ ๓๘,๗๔๓ ๑๑,๙๖๔ ทม่ี า : สำนกั ทะเบียนอำเภอรัตนวาปี ๑.๒ คำขวญั / สัญลกั ษณ์ประจำอำเภอรตั นวาปี - คำขวัญอำเภอรตั นวาปี “รัตนวาปี ธานจี อมนาคา ยางพาราสวยสด สับปะรดฉำ่ หวาน” - สัญลักษณ์ประจำอำเภอรัตนวาปี สญั ลักษณป์ ระจำอำเภอรตั นวาปี คอื บ้ังไฟพญานาค พญานาค และ ศาลเจ้าพ่อเปงจาน ๑.๓ วิสัยทัศน์ประจำอำเภอรัตนาปี “รัตนวาปีธานีจอมนาคา เมอื งทอ่ งเท่ียวเชิงนิเวศน์ เกษตรปลอดภัย บ้งั ไฟพญานาคโลก” กรอบหลกั สูตรท้องถ่นิ สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
87 ๒. สภาพภูมปิ ระเทศ ภมู อิ ากาศ และการคมนาคม ๒.๑ สภาพภมู ิประเทศ พ้ืนทส่ี ่วนใหญ่เป็นทร่ี าบลุ่ม มีคลองชลประทาน และหนองน้ำตลอดปี แม่นำ้ โขงไหลผา่ น ทิศเหนอื และขนั้ กลางกับสาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศเหนือ ติดกบั แม่น้ำโขง และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศตะวันออก ติดกบั อำเภอปากคาด ทิศตะวนั ตก ติดกบั อำเภอโพนพสิ ัย ทิศใต้ ตดิ กบั อำเภอโซพ่ ิสัย ๒.๒ สภาพภูมอิ ากาศ สภาพภมู อิ ากาศอำเภอรตั นวาปโี ดยท่ัวไป ร้อนชนื้ ๒.๓ การคมนาคมและการติดตอ่ ทีต่ ้ังอำเภอรตั นวาปี อยหู่ ่างจากสำนกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต ๒ ระยะทาง ๒๖.๕ กิโลเมตร เดนิ ทางโดยรถโดยสารประจำทาง กรอบหลักสูตรท้องถิ่น สำนกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
88 ๒.๔ ปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างสง่ิ แวดลอ้ มกบั วถิ กี ารดำเนินชีวติ ด้วยสภาพภูมิประเทศติดแม่น้ำโขง และหนอง ทำให้ ชุมชนมีวิถีการดำเนินชีวิต ด้วยการทำประมง น้ำจืด และเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ทำให้ประชากรประกอบอาชีพ เกษตรกร ปลกู ยางพารา สบั ปะรด ทุเรียน ผลไมต้ ามฤดูกาล ๓. ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อม ๓.๑ ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่สำคญั ในท้องถิ่น ๑) ดิน สภาพดนิ โดยท่วั ไปเป็นดินรว่ นปนทราย ปลูกพืชผลทางการเกษตรไดผ้ ลดเี ท่าที่ควร เหมาะสำหรับปลกู ไมย้ ืนตน้ ๒) หนิ อำเภอรัตนวาปี มที รัพยากรหิน ไดแ้ ก่ หนิ ลูกรัง ๓) แหลง่ นำ้ อำเภอรัตนวาปี มแี หล่งน้ำขนาดใหญไ่ ด้แก่ - แม่นำ้ โขง ไหลผ่าน บา้ นนำ้ เป บ้านทา่ ม่วง บ้านต้อน บา้ นเปงจาน บา้ นโพนแพง บา้ นอาญา และบ้านตาลชมุ อำเภอรตั นวาปี จังหวัดหนองคาย - หนองคอน อยู่ท่ี หมทู่ ่ี ๕ บ้านหนองคอน ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จังหวดั หนองคาย - ห้วยคาด อยูท่ ี่ หมู่ที่ ๔ บา้ นดงดาล ตำบลโพนแพง อำเภอรตั นวาปี จงั หวัดหนองคาย - หนองทรง อยรู่ ะหวา่ งบ้านเปงจานกับบ้านโนนโพธิ์ทอง ตำบลบา้ นตอ้ น อำเภอรัตนวาปี จงั หวดั หนองคาย กรอบหลกั สูตรท้องถ่ิน สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
89 ๓.๒ การอนุรกั ษแ์ ละพฒั นาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อำเภอรัตนวาปี มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ แม่น้ำโขงซึ่งมีหน่วยงานจากภาครัฐ เช่น หนว่ ยเรอื รกั ษาความสงบเรยี บร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) เข้ามาชว่ ยอนุรกั ษด์ แู ล ๔. เศรษฐกจิ และอาชีพที่สำคัญ ๔.๑ อาชพี ในชุมชน ๑) เกษตรกรรม (ยางพารา สับปะรด เงาะ ทเุ รียน เลี้ยงสัตว์) ๒) ประมงน้ำจดื ๓) จักสาน ๔) ทอผา้ ทอเสอ่ื กรอบหลักสตู รท้องถนิ่ สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
90 ๔.๒ สนิ คา้ OTOP ในชมุ ชน ๑) กลมุ่ วสิ าหกจิ ชุมชนผลไม้แปรรปู บ้านดอนบก ผลิตไวท์องุ่นและแปรรปู ผลไมต้ ามฤดูกาล ๒) กลุ่มทอผ้าพื้นเมอื ง หมบู่ ้านนวัตวิถี ผลติ ผ้าขาวม้า ผ้าทอพ้ืนเมอื ง บา้ นพระบาทนาหงส์ ๓) กล่มุ OTOP บ้านกุดลกึ กลว้ ยเบรกแตก ๔) กลุ่ม OTOP บา้ นท่ามว่ ง การจกั สานงอบ ๕) กลุม่ OTOP บ้านโนนสวรรค์ กลุม่ ทอเส่อื ๖) กลุ่ม OTOP บา้ นหนองคอน ผลติ สบั ปะรดกวน ขา้ วเกรียบสับปะรด กรอบหลกั สูตรท้องถิ่น สำนักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
91 ๕. ภาษาและวรรณกรรม ภาษาและวรรณกรรม ๕.๑ ภาษาไทอสี าน และลาวพวน ๕.๒ นิทานพน้ื ถ่ิน เรื่อง พระบาทนาหงส์ โนนสาวเอ้ สบั ปะรดหวานฉ่ำ พระบาทโพนสัน ๕.๓ ตำนานเปงจานนคร ๖. ศิลปะและศลิ ปะพ้ืนบ้าน ๖.๑ ภาพวาดผนังโบสถ์ ๖.๒ ฟอ้ นบาสโลบ ชมรมแมบ่ ้าน บา้ นโนนสวรรค์-บ้านรตั นวาปี ๖.๓ กลมุ่ สรภญั ญะ กลุ่มแม่บ้าน บา้ นโปร่งสำราญ ๖.๔ คณะหมอลำ บ้านชมภูพร กรอบหลักสตู รท้องถ่นิ สำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาหนองคาย เขต 2
92 ๗. วัฒนธรรมและประเพณี ๗.๑ ฮตี ๑๒ คอง ๑๔ ๗.๒ งานบุญประจำปี “สบั ปะรดฉ่ำหวาน” ๗.๓ ประเพณบี ญุ แขง่ เรือ ๗.๔ บุญประเพณี บงั้ ไฟพญานาค (๑๕ คำ่ เดอื น ๑๑) ๘. ภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ปราชญ์ชาวบา้ น และบคุ คลสำคัญ ๘.๑ ภมู ปิ ัญญาท้องถน่ิ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การทำพานบายศรีสู่ขวัญ หมอพรามณ์ หมอยาพื้นบ้าน ยาสมุนไพร หมอสขู่ วญั เปน็ ต้น ๘.๒ ปราชญ์ชาวบา้ น ปราชญช์ าวบ้าน การทำพานบายศรสี ู่ขวัญ - นางสุดสาคร จามพฒั น์ หมู่ ๑๓ ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จงั หวดั หนองคาย - นางหนูสิน ผาสรุ าช หมู่ ๔ ตำบลรัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย กรอบหลักสตู รท้องถ่นิ สำนกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
93 ปราชญช์ าวบ้าน การจกั สาน/ไมไ้ ผ่ งอบ ตะกร้า - นายโสภณ คุรปุ ญั ญา หมู่ ๔ ตำบลรตั นวาปี อำเภอรัตนวาปี จงั หวัดหนองคาย ปราชญ์ชาวบา้ น หมอพรามณ์ - นายใล ปคั มา หมู่ ๘ ต. โพนแพง อำเภอรตั นวาปี จังหวดั หนองคาย ปราชญ์ชาวบา้ น หมอสู่ขวัญ - นายเรอื ง ไชยะราช หมู่ ๘ ต. พระบาทนาสงิ ห์อำเภอรัตนวาปี จงั หวัดหนองคาย - นายประยรู วงคค์ ำซาว หมู่ ๗ ต. บ้านตอ้ น อำเภอรตั นวาปี จังหวดั หนองคาย ปราชญช์ าวบา้ น หมอเปา่ หมอยาพน้ื บ้าน ยาสมนุ ไพร - นายสมบรู ณ์ นาคเสน หมู่ ๖ ต. รัตนวาปี อำเภอรัตนวาปี จังหวดั หนองคาย กรอบหลกั สตู รท้องถิ่น สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
94 ๘.๓ บคุ คลสำคญั หลวงพ่อพระครูวีรกิจกจิ พิทักษ์ (หลวงปูใ่ หญว่ ัดหนองคอน) พระครูวีรกิจพทิ ักษ์ ฉายา อินทฺ วีโร เจ้าอาวาสวัดหนองคอน ทป่ี รึกษาเจ้าคณะ อำเภอรตั นวาปี มรณภาพเม่ือ ๑๘ ตลุ าคม ๒๕๖๓ อุปสมบท เมื่อ วัน ๖ ฯ ๓ คำ่ ปี เถาะ วนั ที่ ๑ เดอื น กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ วัดโพธิท์ อง ตำบลพระครู อำเภอเมอื ง จงั หวัดบุรรี มั ย์ นามพระอุปัชฌาย์ พระอธิการทิพย์ ฉายา กตปุญฺโญ วัดโพธท์ิ อง นามพระกรรมวาจาจารย์ ตำบลพระครู อำเภอเมือง จังหวดั บุรรี มั ย์ นามพระอนสุ าวนาจารย์ พระกลน่ั ฉายา มหาวีโร วดั โพธิท์ อง ตำบลพระครู อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ พระคิด ฉายา เตชธมโฺ ม วัดโพธิ์ทอง ตำบลพระครู อำเภอเมือง จงั หวัดบรุ รี มั ย์ วทิ ยฐานะ พ.ศ. ๒๔๘๗ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดบ้านโดด ตำบลโดด อำเภออทุ มุ พรพิสยั จังหวดั ศรีษะเกษ พ.ศ. ๒๕๑๐ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักศาสนศึกษาวัดหนองคอน ตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี จงั หวดั หนองคาย การศกึ ษาพเิ ศษ อา่ นเขยี นอกั ษรธรรม อักษรขอมได้ ความชำนาญการ เป็นผู้ชำนาญการในด้าน นวกรรมการพิมพ์ปูนปั้นและควบคุม การกอ่ สร้าง กรอบหลักสูตรท้องถ่นิ สำนักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 2
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146