Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) พ.ศ.2557

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) พ.ศ.2557

Published by Kroomaiiam-ครูใหม่เอี่ยม, 2023-01-18 07:40:10

Description: ข้อมูลบทบาทภารกิจของหน่ววยงานในสังกัดกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) พ.ศ.2557 จัดทำโดย คณะทำงานจัดทำเอกสารวิชาการฉบับภาษาอังกฤษ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

Search

Read the Text Version

กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ (4) ตรวจสอบ ปรบั ปรงุ แก้ไข ซอ่ ม ย้าย ปรับแต่ง ในงานทุกดา้ นของภารกิจกองวิศวกรรมการแพทย์ (5) จัดทาํ แผนยทุ ธศาสตร์ กลยทุ ธ์ การปฏิบตั งิ าน ใหเ้ ป็นไปตามผลผลิต ตัวชวี้ ัด (6) ประสานความร่วมมือในการบริหารงานให้กับกองวิศวกรรมการแพทย์ ด้านการเงิน การบัญชี พสั ดุ งานสารบรรณ และงานบรหิ ารงานบุคคล เป็นตน้ 7.15 สํานกั งานสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ 12 เขต หนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบ : (1) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ นโยบาย ยทุ ธศาสตร์ การคุม้ ครองผบู้ ริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาคประชาชน (2) ส่งเสริม สนับสนุน กลไกการบงั คับใช้ กฎหมายทีอ่ ย่ใู นความรับผิดชอบ และที่เก่ียวข้อง (3) ส่งเสริม สนับสนุน กํากับ ติดตาม และรับรองมาตรฐานด้านระบบบริการสุขภาพและ ระบบสขุ ภาพภาคประชาชนในพนื้ ทร่ี บั ผิดชอบ (4) ส่งเสรมิ สนบั สนนุ องคค์ วามรู้ เทคโนโลยี และนวตั กรรมการจัดการด้านสุขภาพ เพ่ือการ พฒั นาพฤติกรรมสขุ ภาพ ในพนื้ ท่รี บั ผดิ ชอบ (5) ส่งเสริม สนับสนุน ประสานความร่วมมือ การเป็นศูนย์กลาง ด้านระบบบริการสุขภาพ และระบบสุขภาพภาคประชาชน ทงั้ ในประเทศและภมู ภิ าค ในพ้ืนที่รับผิดชอบ (6) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านระบบ บริการสขุ ภาพ และระบบสขุ ภาพภาคประชาชน (7) ปฏิบัติการอ่ืนใดตามท่ีกฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของกรมฯ หรือตามที่รัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย 18

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ รายละเอียดภารกิจ กรมสนับสนนุ บริการสุขภาพ 19

กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ ภารกจิ กรมสนบั สนุนบรกิ ารสุขภาพ มดี งั นี้ 1. ระบบสุขภาพภาคประชาชน 1.1 การพัฒนาพฤตกิ รรมสขุ ภาพ 1.2 งานสาธารณสขุ มูลฐานและ งานสุขภาพภาคประชาชน 2. ระบบบรกิ ารสขุ ภาพ 2.1 มาตรฐานงานสขุ ศึกษา 2.2 มาตรฐานดา้ นวศิ วกรรมการแพทย์ 2.3 มาตรฐานการประกอบโรคศิลปะ สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพ่อื สขุ ภาพ 3. ศนู ยก์ ลางสขุ ภาพนานาชาติ 2.4 มาตรฐานอาคารและสภาพแวดล้อม (Medical Hub) สถานบริการสขุ ภาพ 4. โครงการพระราชดําริ 3.1 ยทุ ธศาสตร์การเป็นศนู ยก์ ลาง บริการสุขภาพนานาชาติ 3.2 การขยายเวลาพํานักในราชอาณาจักรไทย รวม 90 วัน สําหรับกรณีเดินทางเข้ามารับการ รกั ษาพยาบาลในกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรี ความร่วมมอื อา่ วอาหรบั (GCC) 3.3 การพัฒนาระบบการไกล่เกล่ยี กรณี ข้อพิพาททางการแพทย์ 3.4 การดาํ เนนิ งานศนู ย์บรกิ ารขอ้ มูลสขุ ภาพ กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ 4.1 โครงการสุขศาลาพระราชทานโรงเรยี นตํารวจตระเวนชายแดน 20

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ 1. ระบบสุขภาพภาคประชาชน 1.1 การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ การพัฒนาพฤติกรรมสขุ ภาพ คือ กระบวนการจัดการเรยี นรู้ การฝึกทักษะ การจัดปัจจัยแวดล้อมท่ี เอ้ืออํานวยให้บุคคลครอบครัวและชุมชนมีพฤติกรรมสุขภาพท่ีพึงประสงค์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาความ รอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) เพ่ือให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความสามารถและทักษะในการ เขา้ ถงึ ข้อมูล ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติและจัดการตนเอง รวมท้ังสามารถชี้แนะ เรอื่ งสุขภาพส่วนบุคคล ครอบครวั และชมุ ชน เพอ่ื สขุ ภาพที่ดี การดําเนนิ งาน มีดงั น้ี 1. พัฒนาและขบั เคล่ือนนโยบายและยทุ ธศาสตรด์ า้ นสุขศึกษาและพฒั นาพฤติกรรมสุขภาพ 2. ศึกษา วิจัย พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี สื่อสุขศึกษา และนวัตกรรมด้านสุขศึกษาและ พฤตกิ รรมสุขภาพ ให้ทนั สมยั และถ่ายทอดสูก่ ารปฏบิ ัติ 3. พัฒนาระบบการสื่อสารและเตือนภัยด้านพฤตกิ รรมสขุ ภาพ 4. พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของเครือข่ายสุขศึกษา และสนับสนุนการดําเนินงาน พฤติกรรมสุขภาพ โดยการพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชาชน จําแนกเป็น 2 กลุ่มวัย ได้แก่ กลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ 7-18 ปี ในสถานศึกษาเพ่ือให้มีพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทางสุข บัญญัติแห่งชาติ และกลุ่มประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป มีพฤติกรรมการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง (มุ่งเน้นประเด็น พฤติกรรม 3 อ. 2 ส. ได้แก่ พฤติกรรมการกินอาหาร พฤติกรรมการออกกําลังกาย พฤติกรรมการจัดการ ความเครยี ด (อารมณ์) พฤติกรรมการสบู บหุ รี่ และพฤตกิ รรมการดม่ื สรุ า) การพฒั นาพฤตกิ รรมสุขภาพกล่มุ เดก็ และเยาวชน ใชก้ ลวธิ สี ่งเสรมิ /สนบั สนนุ การปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบญั ญัติแหง่ ชาตใิ นสถานศึกษา สุขบัญญัติ เป็นข้อกําหนดพ้ืนฐานในการสร้างเสริมสุขภาพ การปฏิบัติตนตามสุขบัญญัติ 10 ประการ จะทําให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจแข็งแรง มีสมรรถภาพในการเรียน การทํางาน มีภูมิต้านทานโรค ไม่เจบ็ ปว่ ย ทาํ กจิ กรรมประจาํ วนั และอยใู่ นสงั คมอย่างมคี วามสุข สขุ บัญญตั แิ หง่ ชาติมี 10 ประการ ดงั นี้ สุขบัญญัติขอ้ 1 ดูแลรักษารา่ งกายและของใช้ให้สะอาด สขุ บญั ญัตขิ อ้ 2 รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟนั ทุกวนั อยา่ งถกู ตอ้ ง สขุ บญั ญตั ิขอ้ 3 ล้างมอื ให้สะอาดกอ่ นกินอาหารและหลงั ขบั ถา่ ย สขุ บัญญตั ขิ อ้ 4 กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลยี่ งอาหารรสจดั สฉี ดู ฉาด สุขบญั ญตั ขิ อ้ 5 งดบุหร่ี สุรา สารเสพตดิ การพนัน และการสาํ สอ่ นทางเพศ สขุ บญั ญัติขอ้ 6 สร้างความสมั พนั ธ์ในครอบครวั ให้อบอ่นุ สุขบัญญัตขิ ้อ 7 ปอ้ งกันอบุ ตั ภิ ยั ด้วยการไมป่ ระมาท 21

กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ สขุ บญั ญตั ขิ อ้ 8 ออกกําลงั กายสมา่ํ เสมอและตรวจสุขภาพประจาํ ปี สขุ บัญญัติข้อ 9 ทาํ จิตใจให้ร่าเรงิ แจ่มใสอยเู่ สมอ สขุ บัญญตั ขิ อ้ 10 มสี ํานึกตอ่ สว่ นรวม รว่ มสร้างสรรคส์ ังคม การปลูกฝังและสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติในวัยเด็กและเยาวชนนับว่ามี ความสําคัญยง่ิ เพราะเดก็ จะเติบโตเปน็ ผู้ใหญ่ทมี่ ีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีพัฒนาการท่ีสมวัย ซ่ึงจะ ส่งผลต่อการเรียนท่ีมีประสิทธิภาพ ดังน้ัน การส่งเสริมให้เด็กมีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีและมีการ ปฏิบัตติ ามสุขบัญญัตแิ ห่งชาติ สถานศึกษาจงึ เปน็ สถานทีส่ าํ คญั ทส่ี ามารถจัดประสบการณ์ในการสร้างเสริม ทักษะที่จําเป็นและจัดปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออํานวยต่อการปฏิบัติหรือการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้ อย่างสม่ําเสมอจนเป็นสุขนิสัย โดยการสนับสนุนองค์ความรู้และสื่อให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยมี ขน้ั ตอน ดงั น้ี ข้ันท่ี 1 สรา้ งทมี งาน - ต้ังคณะกรรมการ/คณะทํางานด้านสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง - การกําหนดนโยบายสขุ บัญญตั เิ ป็นนโยบายของสถานศกึ ษา ขัน้ ท่ี 2 ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล บริบทของโรงเรียน สถานการณ์ท่ีเกี่ยวข้องกับสุขภาพและความ เสย่ี งตอ่ ปัญหาสขุ ภาพของนกั เรยี น ขน้ั ท่ี 3 วางแผนและออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านสุขภาพ รวมท้ังการจัดหา ทรัพยากรและสงิ่ สนับสนนุ สาํ หรบั การดําเนินงาน ข้ันที่ 4 จดั กิจกรรมการเรยี นร้ดู า้ นสุขภาพตามสุขบัญญัตแิ หง่ ชาติ ตามแผนอย่างสม่ําเสมอ โดย การจดั กจิ กรรมและใช้สือ่ การเรียนรทู้ หี่ ลากหลาย 4.1 กิจกรรมการเรียนรู้ในหลักสูตร คือ การสอนเนื้อหาสุขบัญญัติ 10 ประการ ในการเรียนการ สอนปกตขิ องกลมุ่ การเรยี นรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา และการสอนสอดแทรกในวชิ าต่างๆท่เี กยี่ วข้อง 4.2 กิจกรรมการเรียนรู้เสริมหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้เสริมหลักสูตรเป็นวิชาเสริมในช่ัวโมง เรียนพเิ ศษ หรอื ชว่ั โมงกจิ กรรมของโรงเรยี น 4.3 เฝา้ ระวงั พฤตกิ รรมสุขภาพนกั เรยี น 4.4 สร้างแกนนาํ สขุ บญั ญัติ หรือชมรมสุขบญั ญตั ิ ข้นั ที่ 5 การจดั สภาพแวดลอ้ มของโรงเรียนใหเ้ ออ้ื อาํ นวยตอ่ การปฏบิ ัตติ ามสขุ บญั ญตั ิแหง่ ชาติ ข้นั ท่ี 6 ประเมนิ ผลและปรบั ปรุงการดําเนนิ งาน ขน้ั ที่ 7 ขยายสู่ครอบครัวและชุมชน การเผยแพร่สุขบัญญัติไปสู่ผู้ปกครองและชุมชนให้มีความ เข้าใจและเหน็ ความสําคญั ในการดูแลสุขภาพ การพัฒนาพฤตกิ รรมสขุ ภาพกล่มุ ประชาชนอายุ 15 ปี ข้นึ ไป ใช้กลวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ในรูปแบบหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดโรคมะเร็ง ความดันโลหติ สงู หัวใจและหลอดเลอื ด 22

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งเน้นให้ ประชาชนประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป มีการปรับเปล่ียนพฤติกรรม ท่ีถูกต้อง คือ มีพฤติกรรมออกกําลังกายอย่างสมํ่าเสมอสัปดาห์ละอย่างน้อย 3 – 5 วันๆละอย่างน้อย 30 นาที รว่ มกบั การกินผักและผลไม้สดวันละอย่างน้อยคร่ึงกิโลกรัม ลดอาหารไขมัน และมีการจัดการ/ ควบคุมอารมณ์ให้แจ่มใสอยู่เสมอ โดยการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมของทั้งชุมชน ให้เกิดเป็นหมู่บ้าน ปรับเปล่ียนพฤติกรรม ลดโรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีเส้นทางการ ดาํ เนินงานพฒั นาส่หู มู่บา้ นปรับเปลีย่ นพฤตกิ รรม ลดโรคฯ 7 ข้นั ตอน คอื ข้นั ท่ี 1 สร้างทีมดําเนนิ งาน โดยการจัดต้ังทีมในการพัฒนาหมู่บ้าน ซ่ึงเป็นผู้แทนจากสาธารณสุข เกษตร องค์กรท้องถ่ิน แกนนําชุมชน และประชาชน ร่วมขบั เคลอื่ นการดาํ เนนิ งาน ข้ันท่ี 2 ศกึ ษาขอ้ มลู พืน้ ฐานหมู่บ้าน การสํารวจขอ้ มลู ทเ่ี กี่ยวขอ้ งตา่ งๆ เพื่อใชใ้ นการวางแผนการดาํ เนนิ งาน - ข้อมูลสถานะสขุ ภาพ - ข้อมูลพฤติกรรมสุขภาพ - ข้อมูลปจั จัยเออ้ื - ข้อมูลเครือขา่ ย - ขอ้ มลู ความต้องการของประชาชน ข้ันที่ 3 จดั ทําแผนพฒั นาหมบู่ ้าน จดั ทําแผนในรูปแบบการมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคสว่ นในชมุ ชน ข้นั ที่ 4 จดั กิจกรรมการเรียนรู้ - ประชาสมั พนั ธใ์ ห้เกดิ การรบั รู้ - รว่ มกันกําหนดมาตรการทางสงั คมหรอื ขอ้ ตกลงรว่ ม - จดั กิจกรรมหรอื โปรแกรมสุขภาพตา่ งๆ และใหท้ ุกคนมีสว่ นรว่ ม - จดั ปจั จยั ใหเ้ อือ้ ตอ่ การเพมิ่ ความฉลาดทางสุขภาพและการปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมสุขภาพ ขน้ั ท่ี 5 การเฝ้าระวงั พฤตกิ รรมสขุ ภาพ โดยการรวบรวมข้อมลู เปน็ ระยะ เพือ่ นาํ มาปรบั กิจกรรม ขัน้ ท่ี 6 จัดเวทแี ลกเปลย่ี นเรียนรขู้ องทีมดาํ เนินงาน เพ่ือให้เกิดการเรยี นรูร้ ว่ มกนั และเพม่ิ ทกั ษะในการพฒั นาและขบั เคลือ่ น ข้ันท่ี 7 ประเมนิ การพัฒนาหมบู่ ้าน มกี ารประเมินใน 4 เร่ือง ได้แก่ - การบรหิ ารจดั การการพัฒนาหมูบ่ ้าน - การจัดกจิ กรรมผลท่ีเกดิ ขึ้นกับหมู่บา้ น เชน่ มสี ถานท่ีปลกู ผกั ออกกาํ ลังกาย - ผลทีเ่ กดิ กับประชาชน เช่น พฤติกรรมทเ่ี กดิ ข้ึน สถานการณ์การเกดิ โรค ความพงึ พอใจ ของประชาชน 23

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ การพฒั นาพฤติกรรมสุขภาพ - ความรอบร้ดู ้านสขุ ภาพ เด็กและเยาวชนมพี ฤติกรรม กระบว-นการสขุ ศกึ ษา (Health Literacy) สขุ ภาพตามสุขบญั ญัติ กระบวนก-ารจัดประสบการณ์ แหง่ ชาติ การเรียนรู้ -การพัฒนาทักษะด้าน สขุ ภาพ รว-มท้งั การพฒั นาปจั จยั ประชาชนอายุ 15 ปี ข้นึ ไป แวดล้อม-อนื่ ๆ ท่ีนาํ ไปสกู่ าร มีพฤติกรรม 3 อ 2 ส. ปรบั เปล่ยี น-พฤติกรรมสขุ ภาพของ บคุ คล ครอบครัว ชมุ ชน -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1.2 งานสาธารณสขุ มูลฐานและงานสุขภาพภาคประชาชน 1. งานสาธารณสุขมูลฐานและงานสุขภาพภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการ สขุ ภาพดําเนินการ ดังนี้ - กาํ หนดทิศทาง กําหนดเปา้ หมาย เพอื่ ขับเคลื่อนงานสาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพภาค ประชาชนของประเทศ - เปน็ แกนหลักในภาครัฐและเป็นแกนเช่ือมประสานบริหารกิจการงานสาธารณสุขมูลฐาน และสขุ ภาพภาคประชาชนในภาพรวมประเทศ - ใหก้ ารสนับสนุนดา้ นวิชาการและทรัพยากรทจ่ี าํ เป็น เชน่ รูปแบบใหม่ๆในการดําเนินงาน สาธารณสขุ มลู ฐานในเขตเมืองและเขตชนบท การใช้งานสาธารณสุขมูลฐานในการเผชิญหน้าหรือจัดการกับ โรคอบุ ตั ิใหม่อุบัติซํ้า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สังคมผู้สูงอายุและการจัดการดูแลสุขภาพตามกลุ่มวัย การควบคุม โรคและการจัดการภัยสขุ ภาพรวมทั้งการจัดการภยั พบิ ตั โิ ดยชุมชน งบประมาณการดาํ เนินงานองค์กรพัฒนา เอกชนทีไ่ ม่แสวงหากาํ ไรในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ป้องกันโรคและพฒั นาพฤติกรรมสขุ ภาพ - ให้บริการความรู้ จัดหลักสูตรฝึกอบรม ศึกษาดูงาน แลกเปล่ียนเรียนรู้เรื่องงาน สาธารณสุขมูลฐานและสุขภาพภาคประชาชนแก่บุคลากรและอาสาสมัครสาธารณสุขทั้งในและระหว่าง ประเทศ - เป็นพี่เล้ียงในการพัฒนาศักยภาพ ส่งเสริม สนับสนุนการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน องค์กรชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุข องค์กรภาคเอกชนและประชาชนในการจัดกิจกรรม ส่งเสริมสุขภาพ การป้องกนั โรค การดแู ลสขุ ภาพด้วยตนเอง การปรับเปล่ียนพฤติกรรมสุขภาพ พัฒนากลไก ระบบเฝา้ ระวงั การพิทักษ์และคมุ้ ครองสทิ ธขิ องประชาชนด้านสขุ ภาพ สิทธผิ ้บู ริโภคด้านสุขภาพของชุมชน 24

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ - รวบรวม พัฒนา ให้บริการและถ่ายทอดความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมสาธารณสุข มูลฐานและสุขภาพภาคประชาชน นวัตกรรมสุขภาพชุมชนจาก อสม. ดีเด่นสาขาต่างๆ รวมถึงการ ศกึ ษาวิจยั คิดค้น รเิ รม่ิ พัฒนางานสาธารณสขุ มูลฐานและสุขภาพภาคประชาชน - สนับสนุน ส่งเสริมให้ประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนจัดระบบสุขภาพภาค ประชาชนและชุมชน โดยชมุ ชนเพอ่ื ชมุ ชน ในรูปของตําบลจัดการสุขภาพ หมู่บ้านจัดการสุขภาพ เครือข่าย ชมุ ชนท้องถ่ินเตรยี มความพรอ้ มรบั มือภัยพิบัติ - สง่ เสริม ควบคุม กาํ กับและรับรองมาตรฐานระบบสุขภาพภาคประชาชน - ส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนรับรู้สิทธิและแสดงบทบาทในการพิทักษ์สิทธิประชาชน ดา้ นสุขภาพ เพ่อื การดแู ลสุขภาพดว้ ยตนเองและการพง่ึ ตนเองได้ 2. งานอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หม่บู า้ น (อสม.) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพสามารถสนับสนุนช่วยเหลือทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ในเรือ่ ง 1) การจัดระบบและพัฒนาศักยภาพอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมบู่ า้ น 2) หลักสูตรและคู่มือ/แนวทางการพัฒนา อสม. ทุกประเภท เช่น หลักสูตรฝึกอบรม มาตรฐาน อสม. (ต้องการอบรมให้มี อสม.ใหม่ หรือต้องการพัฒนาให้ อสม.ท่ีมีอยู่แล้วได้มาตรฐานหรือมี สมรรถนะตามที่หลักสูตรพ้ืนฐานกําหนด) หลักสูตรฝึกอบรมมาตรฐาน อสม.นครบาล สําหรับผู้ที่ทํางานใน เขตเมือง หลักสูตรและคู่มือ อสม.นักจัดการสุขภาพชุมชน อสม.นักจัดการสุขภาพตามกลุ่มวัย อาสาสมัคร สาธารณสุขประจาํ หมู่บ้านกล่มุ แรงงานต่างด้าว (อสม.ต.) ฯลฯ 3) บทบาท อสม. ในการส่งเสริมสขุ ภาพ ควบคุม ป้องกันโรค คุ้มครองผู้บริโภคและพิทักษ์ สทิ ธิประชาชน ตามกิจกรรมสาธารณสุขมูลฐานและการดแู ลสขุ ภาพตามกล่มุ วยั 4) การพัฒนา อสม. ที่มีคุณภาพ มาตรฐานถูกกฎหมาย : กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ อสม. อาทิ - ระเบียบกระทรวงสาธารณสขุ ว่าด้วยอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หม่บู ้าน พ.ศ. 2554 - ระเบียบกระทรวงสาธารณสขุ ว่าด้วยบคุ คลซึ่งกระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมืองพทั ยา องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั เทศบาล สขุ าภิบาล องคก์ ารบริหารสว่ นทอ้ งถ่ินอื่น หรือสภากาชาด ไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซ่ึงเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม พ.ศ. 2539 - ระเบยี บกระทรวงสาธารณสขุ วา่ ดว้ ยบคุ คลซงึ่ กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัด เทศบาล สุขาภิบาล องคก์ ารบริหารส่วนทอ้ งถ่ินอื่น หรือสภากาชาด ไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซ่ึงเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2556 - ระเบยี บกระทรวงสาธารณสขุ ว่าดว้ ยบคุ คลซึง่ กระทรวง ทบวง กรม กรุงเทพมหานคร เมอื งพทั ยา องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด เทศบาล สุขาภิบาล องคก์ ารบริหารสว่ นทอ้ งถิ่นอื่น หรือสภากาชาด 25

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ ไทย มอบหมายให้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซ่ึงเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ เวชกรรม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ. 2556 - ระเบยี บกระทรวงสาธารณสุขว่าดว้ ยการช่วยเหลือในการรกั ษาพยาบาล - ระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าป่วยการของอาสาสมัคร สาธารณสขุ ประจําหมบู่ า้ น (อสม.) พ.ศ. 2552 - ประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยบัตรประจําตัวอาสาสมัครสาธารณสุขประจํา หม่บู ้าน - พระราชบัญญัติเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ พ.ศ. 2534 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญย่ิงดิเรก คุณาภรณ์ พ.ศ.2538 มาตรา 6 มาตรา 8 มาตรา 9 และมาตรา 10 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการขอ พระราชทานเครอื่ งราช อิสรยิ าภรณ์อนั เปน็ ที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคณุ าภรณ์ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2549 - ฯลฯ 5) สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และการสร้างขวัญกําลังใจแก่ อสม. อาทิ การเทียบตําแหน่ง อสม. มูลนิธิ อสม. การบรจิ าคและการขอรับการช่วยเหลือ การยกระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานโดยการเทียบ โอนผลการเรียนจากความรู้และประสบการณ์ของ อสม.ตามหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน สาํ หรับ อสม.ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โควตา อสม. และบุตร-ธิดา อสม.ในการเข้าศึกษาหลักสูตรต่างๆในสถาบันการศึกษาของกระทรวงสาธารณสุข วันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ การเชิดชูเกียรติ อสม. เข็มเชิดชูเกียรติ รางวัล อสม.ดีเด่น เกณฑ์ คณุ สมบัตแิ ละขั้นตอนการเสนอขอพระราชทานเคร่ืองราชอิสริยาภรณ์แก่ อสม. เงินค่าป่วยการ อสม. สิทธิ ด้านการรักษาพยาบาลของ อสม. เปน็ ต้น 6) โครงสร้าง อสม.และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและสนับสนุน อสม. อาทิ ชมรม อสม. ชื่อ- สกุลและท่ีอยู่ประธานชมรม อสม.ประเทศจนถึงระดับอําเภอ ทั่วประเทศและ อสม.นครบาล ทําเนียบ หวั หนา้ งานสขุ ภาพภาคประชาชนระดบั จังหวดั ทกุ จงั หวดั 7) ให้บริการฐานข้อมูล อสม. และผลงานของ อสม. และ อสม.ดีเด่นแต่ละสาขา รวมท้ัง อสม. ผู้ได้รบั พระราชทานเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณ์ 8) บริการจัดหลักสูตรและจัดการฝึกอบรม ศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบอาสาสมัคร สาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) และการพัฒนา อสม. ให้แก่บุคลากรและอาสาสมัครทุกประเภท ทั้งใน และต่างประเทศ 26

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 2. ระบบบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพซึ่งเป็นองค์กรหลักในการพิทักษ์ และคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการ สุขภาพ ได้จัดทํามาตรฐานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุขขึ้น เพื่อประกาศให้หน่วยงานของ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขใช้ในการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพบริการ และสุ่มตรวจประเมินคุณภาพ บริการ ท้ังนี้ เพื่อมุ่งเน้นให้ผู้รับบริการ ประชาชน และสังคม ได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐาน บรกิ ารสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ประกอบด้วย 1. มาตรฐานงานสขุ ศึกษา 2. มาตรฐานวศิ วกรรมการแพทย์ 3. มาตรฐานการประกอบโรคศิลปะ สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพอื่ สุขภาพ 4. มาตรฐานดา้ นอาคารและสง่ิ แวดล้อม 2.1 มาตรฐานงานสุขศึกษา “สุขศึกษา” เป็นรากฐานสําคัญและสิ่งจําเป็นข้ันพื้นฐานของการมีสุขภาวะสําหรับประชาชนทุก กลุ่มวัยของประเทศ อันพึงได้รับบริการท่ีมีคุณภาพ อย่างทั่วถึง ดังน้ันการดําเนินงานสุขศึกษาจึงเป็น กระบวนการเสริมสร้างและจัดการเรียนรู้ด้านสุขภาพที่ส่งผลต่อการสร้างเสริมสุขภาพและปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสม ประชาชนสามารถดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัวและชุมชน และเป็น บริการทางสุขภาพท่ีเป็นภารกิจของรัฐตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปีพุทธศักราช 2550 บัญญัติว่า การจัดการ บริการสาธารณสุขต้องเหมาะสมและได้มาตรฐาน รวมท้ังเป็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ตามแผนพัฒนาสุขภาพ แห่งชาติฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) เสริมสร้างระบบบริการสุขภาพให้มีมาตรฐานในทุกระดับ ซ่ึงเป็น ภารกิจของกรมสนบั สนุนบรกิ ารสุขภาพในการค้มุ ครองประชาชนด้านบริการสุขภาพ มาตรฐานงานสุขศึกษา คือ เคร่ืองมือสําคัญของการพัฒนาคุณภาพงานสุขศึกษาของสถานบริการ สุขภาพภาครัฐทุกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นกรอบในการทบทวนและปรับปรุงคุณภาพระบบบริการด้าน การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ และระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพด้วยการส่งเสริมให้เกิดกระบวนการ เรียนรู้และการมีส่วนร่วม นําไปสู่เป้าหมายการพัฒนาพฤติกรรมท่ีพึงประสงค์แต่ละกลุ่มวัย มีความฉลาด ทางสขุ ภาพ (Health Literacy) เพ่อื สขุ ภาพทดี่ ขี องประชาชน มาตรฐานงานสุขศึกษาเป็นมาตรฐานเชิงระบบท่ีครอบคลุมการบริหารจัดการองค์กร สนับสนุนให้ เกิดกระบวนการดําเนินงานท่ีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ให้ได้ผลลัพธ์การดําเนินงานสุขศึกษาและ พัฒนาพฤติกรรมสุขภาพท่ีพึงประสงค์ ประกอบด้วย ด้านผู้รับบริการ ด้านชุมชน และด้านพัฒนาคุณภาพ บริการ 27

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ องค์ประกอบของมาตรฐานงานสุขศกึ ษา มาตรฐานงานสุขศึกษา มีโครงสร้างเพื่อใช้เป็นกรอบในการดําเนินงาน จําแนกตามศักยภาพและ ประเภทสถานบรกิ ารสุขภาพเปน็ 3 ระดบั ดงั นี้ 1. ระดบั โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลท่ัวไป มีเกณฑใ์ นการดาํ เนนิ งานจาํ นวน 41 เกณฑ์ 2. ระดับโรงพยาบาลชุมชน มเี กณฑ์ในการดาํ เนนิ งานจํานวน 41 เกณฑ์ 3. ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล/ศูนย์สุขภาพชุมชน/สถานีอนามัย มีเกณฑ์ในการ ดาํ เนนิ งานจาํ นวน 36 เกณฑ์ สามารถจาํ แนกองคป์ ระกอบตามแนวทางการดําเนนิ งาน เป็น 4 หมวด 10 องคป์ ระกอบ ดังน้ี หมวดที่ 1 การบริหารจัดการองค์กร ประกอบด้วย องคป์ ระกอบท่ี 1 นโยบายการดําเนินงานสุขศึกษาและพฒั นาพฤตกิ รรมสขุ ภาพ เปน็ ทิศทางและแนวทางในการปฏิบัติที่สะท้อนค่านิยมของหน่วยงานในการดําเนินงานสุข ศกึ ษา สามารถปรบั เปลีย่ นไดต้ ามสถานการณ์ของปัญหาสุขภาพ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติสามารถกําหนดแนวปฏิบัติ ในการดาํ เนนิ งานปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรมสขุ ภาพได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ องค์ประกอบที่ 2 ทรัพยากรการดาํ เนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสขุ ภาพ เพื่อให้องค์กร หน่วยงาน ได้จัดสรรทรัพยากรในการดําเนินงานสุขศึกษาและพัฒนา พฤติกรรมสุขภาพ อย่างเหมาะสม เพียงพอ เพ่ือสนับสนุนการดําเนินปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของ ประชาชนในพืน้ ทร่ี ับผิดชอบ ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ องค์ประกอบท่ี 3 ระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการดําเนินงานสุขศึกษาและพัฒนา พฤตกิ รรมสุขภาพ เป็นระบบการบริหารจัดการข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการนําไปใช้ มีวิธีการเก็บ รวบรวมและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ มีความถูกต้องครบถ้วน เป็นปัจจุบัน ตรวจสอบได้ อ้างอิงแหล่งที่มาได้ และมีการเชือ่ มโยงข้อมลู ระหวา่ งเครอื ขา่ ยในระบบบรกิ ารสขุ ภาพได้ จําแนกฐานข้อมลู 3 ดา้ น ดงั น้ี 3.1 ฐานข้อมูลดา้ นพฤตกิ รรมสขุ ภาพ 3.2 ฐานข้อมลู ดา้ นสอ่ื สุขศึกษา 3.3 ฐานข้อมูลด้านเครือข่ายการดาํ เนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ หมวดท่ี 2 กระบวนการดําเนนิ งาน ประกอบด้วย องค์ประกอบท่ี 4 แผนการดําเนินงานสุขศกึ ษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ เป็นเคร่อื งมือในการควบคมุ กํากับและประเมนิ ผลความสําเรจ็ ของงาน จึงเป็นเครื่องมือใน การบริหารงานโครงการและทรัพยากรทีม่ อี ยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ องคป์ ระกอบที่ 5 กิจกรรมสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสขุ ภาพ เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะท่ีจําเป็นด้าน สุขภาพที่เป็นส่วนขาด รวมทั้งพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ท้ังใน สถานบริการสาธารณสขุ และในชมุ ชน โดยเนน้ ใหป้ ระชาชนกล่มุ เปา้ หมายเปน็ ศูนย์กลางของการเรียนรู้ และ มีสว่ นร่วมในการจดั การเรียนรแู้ ละร่วมเรยี นรูด้ ว้ ย 28

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ องค์ประกอบที่ 6 การติดตามสนับสนุนการดําเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรม สขุ ภาพ เป็นการช่วยเหลือ สนับสนุน ควบคุม กํากับดูแล และตรวจสอบการปฏิบัติงานของ เจ้าหน้าท่ีผู้ปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ และถูกต้องตามเป้าประสงค์ขององค์กร และความต้องการของ ประชาชนกลมุ่ เปา้ หมายมากทีส่ ดุ องค์ประกอบที่ 7 การประเมินผลการดาํ เนนิ งานสขุ ศกึ ษาและพฒั นาพฤติกรรมสขุ ภาพ เป็นเคร่ืองมือในการบริหารแผนงานโครงการ ด้วยการควบคุม กํากับ สร้างผลงานให้ตรง กับวัตถปุ ระสงคข์ องแผนงานและโครงการ เพอ่ื ใหท้ ราบสถานการณแ์ ละผลการดําเนินงานสขุ ศกึ ษา หมวดท่ี 3 กระบวนการพัฒนาคณุ ภาพบรกิ าร ประกอบด้วย องคป์ ระกอบที่ 8 การเฝ้าระวงั พฤติกรรมสขุ ภาพ เป็นกระบวนการศึกษาและวิเคราะห์ ตลอดจนเฝ้าติดตามพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นสาเหตุ หรือปัจจัยสําคัญของปัญหาสุขภาพ อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เพื่อประโยชน์สําหรับการดําเนินงานสุข ศึกษาและพัฒนาพฤตกิ รรมสขุ ภาพ ให้ทันกับสถานการณ์ของปญั หาสุขภาพทเ่ี กดิ ข้นึ หรือเปล่ียนแปลงไป องคป์ ระกอบท่ี 9 การวจิ ัยทเี่ กี่ยวข้องกบั สขุ ศกึ ษาและพฤตกิ รรมสุขภาพ เป็นกระบวนการหาคําตอบในการดําเนินงานด้านพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อพัฒนางานใน ระบบบรกิ ารสาธารณสขุ ทเี่ ก่ยี วเนอื่ งกบั พฤตกิ รรมสขุ ภาพของประชาชน หมวดที่ 4 ผลลพั ธ์การดาํ เนินการ องคป์ ระกอบท่ี 10 ผลลพั ธ์การดําเนินงานสุขศกึ ษาและพัฒนาพฤตกิ รรมสุขภาพ เป็นการประเมินผลการดําเนินงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ จําแนกเป็น 3 ดา้ น คอื 10.1 ผลลพั ธ์ดา้ นผรู้ บั บรกิ าร 10.2 ผลลัพธ์ดา้ นชุมชน 10.3 ผลลัพธด์ ้านพัฒนาคุณภาพบรกิ าร เกณฑ์การจัดระดับของมาตรฐานงานสขุ ศกึ ษา กําหนดเกณฑผ์ ่านการประเมนิ เป็น 3 ระดบั ดังนี้ ระดับ 1 ระดบั พอใช้ ผ่านองคป์ ระกอบท่ี 3, 4, 5 และ 7 ระดบั 2 ระดบั ดี ผา่ นองค์ประกอบท่ี 1, 2, 3, 4, 5, 6 และ 7 ระดับ 3 ระดับดมี าก ผ่านองคป์ ระกอบทง้ั 10 องค์ประกอบ 29

กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ 2.2 มาตรฐานวศิ วกรรมการแพทย์ . ตามที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้กองวิศวกรรมการแพทย์ มีหน้าท่ีส่งเสริม และสนับสนุนให้โรงพยาบาล และสถานบริการสุขภาพของรัฐทุกระดับมีการจัดระบบ บริหารจดั การด้านวิศวกรรมการแพทยท์ ีท่ ําใหเ้ กิดความม่ันใจตอ่ ผมู้ ารับบริการวา่ เป็นโรงพยาบาลและสถาน บริการสุขภาพที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพและคุณภาพครอบคลุมโรงพยาบาลและสถานบริการ สุขภาพทั่วประเทศ กองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ถึงแม้จะ ไม่มีบทบาทภาระหน้าท่ีหลักโดยตรงในการให้บริการต่อผู้มารับบริการหรือประชาชน แต่โดยทางอ้อม กองวศิ วกรรมการแพทยม์ ีบทบาทท่สี ําคัญต่อกลไกการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการให้บริการของสถาน บรกิ ารสุขภาพ เช่น การทาํ ให้มีระบบการจดั การดา้ นวศิ วกรรมการแพทย์อย่างเป็นระบบ สภาพแวดล้อมใน โรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพมีความสะดวก สะอาด และปลอดภัยสูงสุด มีระบบการดูแลรักษา เคร่ืองมือและอุปกรณท์ างการแพทยใ์ หม้ ีความแมน่ ยาํ เทีย่ งตรง และมปี ระสทิ ธภิ าพพรอ้ มใชง้ านตลอดเวลา ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาระบบวิศวกรรมการแพทย์ในโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพเป็นไป อย่างมีคุณภาพครอบคลุมท่ัวประเทศ สามารถตอบสนองต่อนโยบายของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กองวิศวกรรมการแพทย์จึงได้ทําการปรับปรุงมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์เดิมที่ใช้มาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2553 ถึงปี พ.ศ.2555 ให้สมบูรณ์มีความครอบคลมุ กจิ กรรมหลักด้านวิศวกรรมการแพทย์ ได้แก่ ด้านการจัดระบบ ด้านการบํารุงรักษา ด้านการสอบเทียบเคร่ืองมือแพทย์ และด้านวิศวกรรมความปลอดภัยมากย่ิงข้ึน จนหากโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพใดที่สามารถดําเนินได้ตามข้อกําหนดในมาตรฐานนี้อย่าง ครบถ้วนตามเกณฑ์ท่ีกําหนดไว้ เช่ือได้ว่าเป็นโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพท่ีมีมาตรฐานด้าน วศิ วกรรมการแพทยท์ ่ีทําใหผ้ ู้ป่วย ญาติ ผูม้ าเยอื น ชมุ ชน ตลอดจนส่งิ แวดล้อมไดร้ ับสิ่งท่ีดีมีคุณภาพ มีความ ปลอดภัยจากการมารับบริการท่ีโรงพยาบาลและสถานบริการสุขภาพนั้นๆ ท่ีสําคัญอีกประการคือ มีส่วน สําคัญในการพัฒนาต่อยอดไปสู่มาตรฐานระดับสากลได้ สามารถขอรับการประเมินและการรับรอง มาตรฐานคุณภาพจากกองวศิ วกรรมการแพทยไ์ ด้ เกณฑก์ ารประเมนิ มาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ ไดพ้ ฒั นาปรบั ปรุงมาจากมาตรฐานต่างๆ ท่ีกองวิศวกรรมการแพทย์ ได้จัดทําขึ้น ประกอบด้วยองค์ประกอบสําคัญ 4 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบด้านการจัดระบบ องค์ประกอบด้านการบํารุงรักษา องค์ประกอบด้านการสอบเทียบเคร่ืองมือแพทย์ และองค์ประกอบด้าน วิศวกรรมความปลอดภัย เพ่ือรวมเป็นมาตรฐานวศิ วกรรมการแพทย์ โดยใช้เกณฑ์ตามมาตรฐานท่ีเป็นสากล และตามแนวมาตรฐานบริการสาธารณสุขของกระทรวงสาธารณสุข ท่ีมีเกณฑ์กําหนดและทิศทางการ พิจารณา โดยเฉพาะในส่วนของข้อกําหนดมาตรฐานตามระดับวุฒิภาวะของระบบการบริหารคุณภาพ บริการของโรงพยาบาลนน้ั ๆโดยแบ่งระดับการพิจารณาออกเปน็ 5 ขั้น ดังน้ี 30

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ข้ันท่ี 1 เปน็ ระดบั ท่ยี งั ไมม่ กี ารดาํ เนินการตามมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ ไม่มีการควบคุมกํากับ งานปลอ่ ยใหก้ ารปฏิบัติงานเปน็ ไปตามยถากรรม ขั้นท่ี 2 เป็นระดับท่ีหน่วยงานเริ่มมีการดําเนินการตามมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ แต่ยังไม่ ครอบคลุมทกุ ดา้ น และการดาํ เนนิ การเนน้ เชิงรบั เป็นสาํ คญั ข้ันที่ 3 เป็นระดับท่ีมีการดําเนินการตามข้อกําหนดของมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ มีการ ควบคุมกํากับงานอย่างเป็นระบบ เน้นการปฏิบัติงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ มีการกําหนดขั้นตอน กระบวนการ การให้บริการอยา่ งเป็นระบบ ขั้นที่ 4 เป็นระดับท่ีดีกว่าหรือมากกว่าข้อกําหนด (ขั้นท่ี 3) มีการให้บริการมีการพัฒนาการตาม มาตรฐานอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เน้นคุณภาพมากขึ้น มลี ักษณะเด่นที่มีการให้บริการแบบเชิงรุกที่มีการระบุแผนการ ทํางาน และควบคุมกํากับงานไว้ชัดเจน มีกิจกรรมพัฒนางานและการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการอย่าง ต่อเนื่อง มีการประกันคณุ ภาพการให้บรกิ ารและมีระบบประเมนิ ข้ันที่ 5 เป็นระดับสูงสุด การดําเนินการและควบคุมกํากับงานท่ีเป็นที่ยอมรับว่าโดดเด่นกว่าใคร สามารถเป็นตัวอย่างในการศึกษาดูงาน เพ่ือนําไปทําเป็นแบบอย่างได้ ทั้งในหน่วยงานหรือนอกหน่วยงาน เนน้ นวัตกรรมใหม่ มีเอกลักษณโ์ ดดเดน่ คือเป็นองคก์ รแห่งการเรียนรู้และเป็นท่ีศกึ ษาดงู าน เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั คุณภาพ ผลการประเมินแตล่ ะองค์ประกอบใช้ระดบั 1-5 คะแนน การคิดระดับคุณภาพใชค้ ่าเฉล่ยี ในแตล่ ะองคป์ ระกอบ มาทาํ การหาค่าเฉล่ียรวมดังน้ี คา่ เฉลย่ี ทงั้ 4 องค์ประกอบ เท่ากับ 1.00-1.50 ผ่านเกณฑค์ ุณภาพระดับ 1 คา่ เฉลย่ี ท้งั 4 องคป์ ระกอบ เทา่ กบั 1.51-2.50 ผา่ นเกณฑ์คณุ ภาพระดับ 2 ค่าเฉลย่ี ทง้ั 4 องค์ประกอบ เท่ากับ 2.51-3.50 ผ่านเกณฑค์ ุณภาพระดบั 3 ค่าเฉล่ียท้งั 4 องคป์ ระกอบ เท่ากบั 3.51-4.50 ผ่านเกณฑค์ ณุ ภาพระดับ 4 ค่าเฉลี่ยทัง้ 4 องคป์ ระกอบ เท่ากบั 4.51-5.00 ผ่านเกณฑ์คณุ ภาพระดบั 5 ขน้ั ตอนการขอรบั รองมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ โรงพยาบาลหรอื สถานบริการสุขภาพใดที่มคี วามตอ้ งการขอรับการรับรองเพ่ือการพัฒนามาตรฐาน วิศวกรรมการแพทย์ จากกองวิศวกรรมการแพทย์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข สามารถดาํ เนินการได้ตามขน้ั ตอน ดังนี้ 1. แจ้งความประสงค์ขอรับการประเมิน และรับรองมาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ไปยัง ผู้อํานวยการกองวิศวกรรมการแพทย์ อาคารกองวิศวกรรมการแพทย์ เลขที่ 88/33 ถ.สาธารณสุข 8 ต.ตลาดขวญั อ.เมอื ง จ.นนทบรุ ี 11000 โทรศพั ท์ 0-2149-5680 โทรสาร 0-2149-5657 2. ทําการประเมินตนเอง ตามแบบประเมินและเกณฑ์มาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ที่ กองวิศวกรรมการแพทย์จดั ส่งให้ 3. รับผลการประเมิน หากผ่านเกณฑ์ให้รอรับการตรวจประเมิน หากไม่ผ่านเกณฑ์ ให้ดําเนินการ พัฒนาในส่วนท่ีไม่ผา่ นเกณฑ์ หรอื สมคั รเข้ารบั การพัฒนาจากโครงการพัฒนามาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ 31

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ ของกองวิศวกรรมการแพทย์ประจําปี ได้แก่ การฝึกอบรม (Training) การพัฒนาระบบ (Preparation) เป็นต้น แล้วนําผลไปสู่การปฏิบัติ (Implementation) ให้เป็นไปตามมาตรฐานท่ีกําหนด จากน้ันให้แจ้ง ขอรบั การประเมนิ ใหม่ 4. รับการตรวจประเมิน โดยคณะกรรมการทกี่ องวิศวกรรมการแพทยแ์ ต่งตง้ั 5. ประกาศผล และรบั โล่รางวลั การพฒั นาคณุ ภาพ มาตรฐานวิศวกรรมการแพทย์ 1. องค์ประกอบด้านการจดั ระบบ 1.1 มนี โยบาย หรอื เปา้ หมายทีแ่ สดงใหเ้ หน็ ถงึ ความมงุ่ มั่นในการดําเนินงานด้านท่ีชัดเจน 1.2 มีโครงสรา้ งและหนา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบเพ่ือรองรบั การดําเนนิ งานท่ีชดั เจน 1.3 มแี ผนงาน/โครงการทสี่ อดคลอ้ งกบั งานดา้ นวิศวกรรมการแพทย์ 1.4 มีระบบการส่งเสริม สนับสนุน และจัดสรรทรัพยากรต่างๆท่ีจําเป็น ตลอดจน สง่ิ อาํ นวยความสะดวกตา่ งๆในการปฏบิ ัติงานตามมาตรฐาน 1.5 มีกลไก การกาํ กบั ดแู ล ตดิ ตามและประเมนิ ผล 1.6 มีระบบการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆในงานวิศวกรรมการแพทย์ ที่มีส่วนในการ สนับสนุนกิจกรรมบรกิ ารของโรงพยาบาลอยา่ งต่อเนอื่ ง 1.7 มรี ะบบฐานข้อมูล เอกสารดา้ นวศิ วกรรมการแพทย์ 2. องคป์ ระกอบด้านการบาํ รงุ รักษา 2.1 มโี ครงสรา้ งของหนว่ ยงานบํารุงรกั ษาท่ีชดั เจน 2.2 พนื้ ท่ปี ฏบิ ัติงานมขี นาดเพียงพอ เปน็ สดั ส่วน สะอาด และเหมาะสม 2.3 มีบุคลากรเพยี งพอในการปฏิบัติงาน 2.4 มีการกําหนดหวั หน้าช่างหรอื ผู้รับผิดชอบของหนว่ ยงาน 2.5 มีบุคลากรท่มี ที กั ษะ ความชาํ นาญดา้ นการบํารุงรกั ษาอยา่ งสมํ่าเสมอ 2.6 บคุ ลากรไดร้ บั การฝกึ อบรมดา้ นการบาํ รุงรักษาอย่างสมา่ํ เสมอ 2.7 มีเครื่องมือช่างสาํ หรับการตรวจซอ่ มและบํารงุ รกั ษาเพียงพอ พร้อมใช้งาน 2.8 มีการจดั เก็บเครือ่ งมอื ชา่ งทีส่ ะดวกต่อการใช้งาน สามารถตรวจสอบได้ 2.9 สามารถตรวจสอบขัน้ ตอนของกระบวนการซอ่ มบํารุงได้ 2.10 มีแผนการบํารงุ รักษาและการให้บริการทีช่ ัดเจน 2.11 มรี ะบบการสาํ รองอะไหล่ และวสั ดุอปุ กรณท์ จ่ี ําเปน็ 2.12 มเี อกสาร ค่มู อื การดูแล และการบํารงุ รกั ษาเครือ่ งมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ 2.13 มีระบบฐานขอ้ มูลสาํ หรบั ระบบบํารุงรักษา ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลที่เก่ียวข้องกับ การบาํ รุงรกั ษาทท่ี ันสมยั รวดเร็ว ครอบคลมุ และมปี ระสทิ ธิภาพ 2.14 มีระบบตดิ ต่อสอ่ื สารเพอ่ื สนับสนนุ การให้บรกิ ารอย่างมีประสทิ ธิภาพ 2.15 มกี ารประกันคณุ ภาพของการให้บริการ 32

กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ 3. องค์ประกอบดา้ นการสอบเทียบเครือ่ งมอื แพทย์ 3.1 มหี นว่ ยงานทีร่ บั ผดิ ชอบในการบรหิ ารจัดการการสอบเทียบเคร่อื งมอื แพทยท์ ่ีชัดเจน 3.2 มผี รู้ ับผดิ ชอบ ควบคุม กํากับ การสอบเทยี บเครื่องมอื แพทยข์ องโรงพยาบาล 3.3 มขี ้อกําหนดดา้ นการสอบเทยี บเครอื่ งมือแพทยท์ ่ีใชถ้ อื ปฏิบัติ 3.4 มแี ผนการสอบเทียบเครอื่ งมอื แพทย์อยา่ งตอ่ เนือ่ ง 3.5 มกี ารสอบเทยี บเครือ่ งมอื แพทยท์ ส่ี ําคัญอย่างนอ้ ยปีละ 1 ครงั้ 3.6 มีการตรวจสอบคุณสมบัตขิ องผ้ใู หบ้ ริการสอบเทียบท้งั ภายในและจากภายนอก 3.7 มรี ะบบการประเมนิ ผลการสอบเทยี บทกุ ครั้งหลังจากการสอบเทยี บ 3.8 มกี ารทวนสอบเครอ่ื งมอื แพทยท์ ม่ี ีความเส่ียงสูงตามความเหมาะสม 3.9 มีการจัดเก็บข้อมูล ประวัติ และเอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ งกับการสอบเทียบเคร่อื งมือแพทย์ 3.10 มกี ารอบรมหรอื พัฒนางานดา้ นการสอบเทยี บอยา่ งตอ่ เน่อื ง 4. องคป์ ระกอบดา้ นวศิ วกรรมความปลอดภยั 4.1 มีการกําหนดนโยบายด้านวิศวกรรมความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมใน โรงพยาบาลและนําสกู่ ารปฏบิ ัติท่ีชัดเจน 4.2 มีการกาํ หนดขอบขา่ ยการดําเนนิ งานท่ีครอบคลมุ ตามนโยบายท่กี ําหนด 4.3 มหี น่วยงานทีร่ ับผดิ ชอบท่ีชัดเจน 4.4 มีการสนับสนุนทรพั ยากรต่างๆท่ีจําเป็นต่อการดาํ เนินงาน 4.5 มีเจ้าหนา้ ทค่ี วามปลอดภยั ระดับโรงพยาบาลและระดบั หนว่ ยงาน 4.6 มีแผนงานดา้ นวิศวกรรมความปลอดภยั และสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาล 4.7 มีการคน้ หาและประเมนิ ความเสย่ี งดา้ นวศิ วกรรมความปลอดภยั ภายในองคก์ ร 4.8 มกี ารค้นหาและประเมนิ ความเสี่ยงดา้ นวศิ วกรรมความปลอดภัยจากองค์กรภายนอก 4.9 มรี ะบบรายงานผลการดาํ เนนิ การ ข้อเสนอแนะ ต่อผู้บริหาร 4.10 มกี ารทบทวน และปรบั ปรุงงาน จากผลข้อ 4.7-4.8 อย่างต่อเนอ่ื ง 4.11 การฝึกอบรมหรือการสร้างจิตสํานึกแก่บุคลากรท่ีปฏิบัติหน้าท่ีที่อาจก่อให้เกิด ผลกระทบด้านความปลอดภยั ในโรงพยาบาล 4.12 มีระบบการจัดเก็บ และควบคุมเอกสารจากการดําเนินงานของระบบวิศวกรรม ความปลอดภัยในโรงพยาบาลทส่ี ามารถสืบค้นไดส้ ะดวก รวดเร็ว 4.13 มีแผนการ/กระบวนการ การเตรียมความพร้อมเพ่ือรองรับและตอบสนองต่อภาวะ ฉุกเฉนิ ทเี่ ก่ยี วข้องกบั ลกั ษณะปัญหาสภาพแวดลอ้ มของโรงพยาบาลในพน้ื ท่ี 4.14 มีการทบทวน ปรับปรุงแผน/กระบวนการดําเนินงานภาวะฉุกเฉิน (ตามข้อ 4.13) เปน็ ระยะๆโดยเฉพาะหลังจากเกิดภาวะฉกุ เฉนิ ข้นึ 4.15 การรวบรวม และการเก็บรักษาข้อกําหนด กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงาน ดา้ นวิศวกรรมความปลอดภยั และสภาพแวดลอ้ มในโรงพยาบาล 33

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ 4.16 มีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัดทํา 5 ส. การรณรงค์ความปลอดภัย การจัดนทิ รรศการความปลอดภยั การประกวดชงิ รางวัลเกี่ยวกับระบบวิศวกรรม ความปลอดภัย และสภาพแวดลอ้ มในโรงพยาบาล เปน็ ตน้ 4.17 มีการจดั ทาํ คมู่ อื /แนวทางการปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยง ความไม่ปลอดภัยของ หนว่ ยงานขึน้ เอง 4.18 มีความร่วมมือกับโรงพยาบาลหรือชุมชนใกล้เคียง เพ่ือร่วมกันพัฒนาระบบงานด้าน วศิ วกรรมความปลอดภยั และสภาพแวดล้อมในโรงพยาบาล 2.3 มาตรฐานการประกอบโรคศิลปะ สถานพยาบาล และสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สาํ นักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศลิ ปะ เปน็ องคก์ รสง่ เสริมและค้มุ ครองประชาชนให้ได้รับ บริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานเป็นธรรมด้วยการส่งเสริม พัฒนา กํากับ สถานพยาบาลภาคเอกชนและ ผูป้ ระกอบโรคศลิ ปะให้มคี ุณภาพมาตรฐานตามกฎหมายวา่ ด้วยการประกอบโรคศิลปะ และกฎหมายว่าด้วย สถานพยาบาลปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล กฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ และ กฎหมายอ่ืนๆที่เก่ียวข้อง รวมทั้งพัฒนาระบบดําเนินการด้านการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้รับบริการด้าน สุขภาพเพือ่ พิทักษ์สิทธิแก่ประชาชน สาํ นักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ ไดด้ ําเนนิ งานตามภารกจิ หลกั ไดแ้ ก่ 1. งานการประกอบโรคศิลปะ ควบคุม กํากับ และรับรองคุณภาพมาตรฐานงาน โรคศลิ ปะ ตามพระราชบญั ญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2547 พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2550 ปัจจุบันมีจํานวน 7 สาขา 2 ศาสตร์ ดังนี้ (1) สาขากจิ กรรมบําบดั (2) สาขารังสีเทคนคิ (3) สาขาการแกไ้ ขความผิดปกตขิ องการสือ่ ความหมาย (4) สาขาจิตวทิ ยาคลินกิ (5) สาขากายอปุ กรณ์ (6) สาขาเทคโนโลยหี วั ใจและทรวงอก (7) สาขาการแพทยแ์ ผนจีน (8) ทศั นมาตรศาสตร์ (9) ศาสตรไ์ คโรแพรคตกิ นอกจากนี้ ได้จัดทําหลักเกณฑ์การรับรองสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตในสาขาต่างๆ จํานวน 5 สาขา 1 ศาสตร์ ดังน้ี สาขากิจกรรมบําบัด สาขารังสีเทคนิค สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อ ความหมาย สาขาจิตวิทยาคลินิก สาขาการแพทยแ์ ผนจนี ทัศนมาตรศาสตร์ 34

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ 2. งานพัฒนา ส่งเสริม ควบคุมกํากับ สถานบริการสุขภาพให้ได้คุณภาพ มาตรฐานตามเกณฑ์ท่กี ฎหมายกาํ หนด พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 พระราชบัญญัติ สถานพยาบาล (ฉบับท่ี2) พ.ศ.2547 แบ่งเป็น (1) สถานพยาบาลท่ีรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (โรงพยาบาล/สถานพยาบาล) รับผิดชอบ สถานพยาบาลและโรงพยาบาลเอกชนท่ัวประเทศ ปัจจุบันมีจํานวน 326 แห่ง แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร จาํ นวน 100 แหง่ และตา่ งจงั หวดั จํานวน 226 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2556) โดยได้จัดทําแนว ทางการตรวจมาตรฐาน และประเมินบริการเพื่อใช้เป็นมาตรฐานในการกํากับ และควบคุมสถานพยาบาล ท่ีรับผ้ปู ่วยไวค้ า้ งคนื ดงั นี้ แนวทางการตรวจประเมินบริการลักษณะและการประกอบกิจการสถานพยาบาลใน สถานพยาบาลประเภทท่ีรบั ผ้ปู ่วยไว้ค้างคนื แนวทางการตรวจประเมินบรกิ าร - ด้านเวชกรรมในสถานพยาบาลประเภทที่รับผ้ปู ว่ ยไว้คา้ งคืน (ตรวจประจาํ ปี) แนวทางการตรวจประเมินบริการ - ทนั ตกรรมในสถานพยาบาลประเภทท่รี บั ผู้ปว่ ยไว้ค้างคืน แนวทางการตรวจประเมินบริการ - เภสชั กรรมในสถานพยาบาลประเภทที่รับผปู้ ่วยไวค้ า้ งคืน แนวทางการตรวจประเมนิ บริการ - การพยาบาลและการผดุงครรภใ์ นสถานพยาบาลประเภทท่รี บั ผ้ปู ่วยไว้ค้างคืน แนวทางการตรวจประเมินบริการ - เทคนคิ การแพทย์ในสถานพยาบาลประเภททร่ี บั ผ้ปู ว่ ยไว้ค้างคนื แนวทางการตรวจประเมินบริการ - ดา้ นกายภาพบาํ บดั ในสถานพยาบาลประเภททรี่ ับผ้ปู ่วยไว้ค้างคืน แนวทางการตรวจประเมินบรกิ าร - รังสีวทิ ยาในสถานพยาบาลประเภททีร่ ับผู้ปว่ ยไว้ค้างคนื แนวทางการตรวจประเมินบริการ - ด้านอาคารในสถานพยาบาลประเภทท่ีรบั ผปู้ ่วยไวค้ า้ งคืน แนวทางการตรวจประเมินบรกิ าร - ด้านเคร่ืองมือและการจัดการในสถานพยาบาลประเภททร่ี บั ผู้ป่วยไวค้ ้างคืน แนวทางการตรวจประเมินบรกิ าร - ดา้ นอนามยั สิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาลประเภททีร่ บั ผปู้ ว่ ยไวค้ ้างคนื 35

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ ประกาศกระทรวงสาธารณสขุ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 6 (พ.ศ.2544) เร่ืองหลักเกณฑ์การจัดการศพ ในสถานพยาบาล ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 8 (พ.ศ.2545) เรอ่ื งมาตรฐานการส่งต่อผู้ปว่ ย ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเร่ืองมาตรฐานการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ในสถานพยาบาล (2) สถานบริการผู้ป่วยไม่ค้างคืน (คลินิก) รับผิดชอบสถานบริการผู้ป่วยไม่ค้างคืนในเขต กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีจํานวน 4,265 แห่ง (ข้อมูล ณ วันท่ี 30 กันยายน 2556) โดยได้จัดทํา แนวทางการตรวจมาตรฐานเพ่ือใช้เป็นมาตรฐานในการกํากับ และควบคุมสถานพยาบาลที่ไม่รับผู้ป่วย ไวค้ า้ งคนื ดงั นี้ แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลนิ ิกเวชกรรมและคลินิกเวชกรรมเฉพาะทาง แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลินกิ ทันตกรรมและทนั ตกรรมเฉพาะทาง แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลินกิ การพยาบาลและการผดุงครรภ์ แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลินิกเทคนคิ การแพทย์ แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลนิ กิ กายภาพบาํ บดั แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลนิ กิ การแพทย์แผนไทย แนวทางการตรวจมาตรฐาน คลินกิ การแพทย์แผนไทยประยกุ ต์ 3. งานส่งเสริมธุรกิจบริการสุขภาพ ได้ดําเนินการภายใต้ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ืองกําหนดสถานที่เพื่อสุขภาพ หรือเพ่ือเสริมสวย มาตรฐานของสถานท่ี การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารตรวจสอบเพอื่ การรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐาน สาํ หรบั สถานท่ีเพื่อสุขภาพหรือเพ่ือ เสริมสวยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 พ.ศ.2551 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2551 ปัจจุบันมีสถานประกอบการจํานวน 1,544 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2556) แบ่งเปน็ (1) กจิ การสปาเพือ่ สขุ ภาพ จํานวน 476 แห่ง (2) กจิ การนวดเพือ่ สขุ ภาพ จํานวน 1,031 แหง่ (3) กิจการนวดเพอ่ื เสรมิ สวย จํานวน 38 แห่ง ท้ังนี้ ได้มีจัดทําเกณฑ์การรับรองคุณภาพสถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพ เกณฑ์การรับรอง คณุ ภาพสถานประกอบการสปาเพื่อสขุ ภาพ จะประกอบดว้ ยมาตรฐาน จํานวน 5 ด้าน ดังน้ี (1) มาตรฐานดา้ นบรกิ าร (Service Quality) (2) มาตรฐานด้านบุคลากร (Skill Staff) (3) มาตรฐานดา้ นผลติ ภณั ฑ์เครือ่ งมือและอปุ กรณ์ (Tool & Equipment) (4) มาตรฐานดา้ นการบรหิ าร และการจัดการองค์กร (Organization & Management Quality) (5) มาตรฐานดา้ นสถานท่ี และสิง่ แวดลอ้ ม (Ambient) 36

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระดับคณุ ภาพของสถานประกอบการสปาเพ่อื สขุ ภาพ โดยการประเมินมาตรฐานทั้ง 5 ด้าน จะต้อง ผ่านเกณฑ์ 50% แบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Platinum จะต้องผ่านเกณฑ์ 90% Gold จะต้องผ่านเกณฑ์ 80% และ Silver จะตอ้ งผ่านเกณฑ์ 70% ปจั จบุ นั มีการตรวจประเมนิ ผ่านเกณฑ์ จํานวน 33 แห่ง แบ่งเป็น (1) ระดับ Platinum จาํ นวน 4 แห่ง (2) ระดับ Gold จาํ นวน 16 แหง่ (3) ระดบั Silver จาํ นวน 13 แห่ง นอกจากน้ี สํานักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะได้มีการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆเพื่อเป็น ประโยชนแ์ กป่ ระชาชนในการคุม้ ครองผบู้ ริโภคดา้ นสุขภาพและพิทกั ษส์ ทิ ธิผปู้ ่วยอกี ดว้ ย 2.4 มาตรฐานอาคารและสภาพแวดลอ้ มสถานบรกิ ารสขุ ภาพ มาตรฐานอาคารและสภาพแวดล้อมสถานบริการสุขภาพ มีวัตถุประสงค์เพ่ือให้สถานบริการ สุขภาพมีแนวทางในการพัฒนาท่ีชัดเจน เป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานของสถานบริการสุขภาพด้าน อาคารและสภาพแวดล้อม เพ่ือคุณภาพในการให้บริการที่ประชาชนจะต้องได้รับการบริการอย่าง เทา่ เทียมกนั มาตรฐานอาคารและสภาพแวดล้อมสถานบริการสุขภาพ ประกอบด้วย 1.1 มาตรฐานด้านโครงสร้างทางกายภาพ ระบบประกอบอาคารและสภาพแวดล้อม 1.2 มาตรฐานการจดั การดา้ นความปลอดภยั 1.3 มาตรฐานด้านการบํารุงรักษาอาคารและสภาพแวดลอ้ ม 1. มาตรฐานด้านโครงสร้างทางกายภาพ ระบบประกอบอาคารและ สภาพแวดล้อม ประกอบดว้ ย (1) แผนการพัฒนาโรงพยาบาล (2) ทางเข้า-ออกของโรงพยาบาล (3) ปา้ ยนําทาง ปา้ ยจราจร ปา้ ยช่อื โรงพยาบาล ปา้ ยชอ่ื อาคาร (4) ถนนภายในโรงพยาบาล (5) ทางเดนิ เท้า (6) ทางเดินเช่อื มระหวา่ งอาคาร (7) ทางลาด (8) ทีจ่ อดรถยนต์ และจกั รยานยนต์ (9) บรเิ วณรับ-สง่ ผู้ปว่ ยหนา้ อาคาร (10) หอ้ งนํ้าห้องส้วม (11) บนั ไดหนไี ฟ ช่องทางหนไี ฟ (12) ลิฟท์ 37

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ (13) เฟอร์นเิ จอรป์ ระกอบอาคาร (14) ระบบไฟฟ้ากําลงั (15) ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง (16) ระบบไฟฟา้ สาํ รองฉกุ เฉิน (17) ระบบโทรศพั ท์ (18) ระบบเสียงตามสาย (19) ระบบเรยี กพยาบาล (20) ระบบสัญญาณเตอื นเพลงิ ไหม้ (21) ระบบดับเพลิง (22) ระบบประปา (23) ระบบระบายนํา้ (24) ระบบบาํ บัดน้ําเสยี (25) การจัดเกบ็ และกําจดั ขยะ (26) ระบบแกส๊ ทางการแพทย์ (27) ระบบระบายอากาศ/ปรบั อากาศ (28) สภาพแวดลอ้ ม พ้นื ที่ระหว่างอาคารและการจดั ภูมิทัศน์ 2. มาตรฐานดา้ นการจัดการดา้ นความปลอดภยั ประกอบด้วย (1) การบริหารจัดการท่วั ไป (2) ด้านอาคารสถานทีแ่ ละสภาพแวดล้อม (3) ด้านวิศวกรรมระบบประกอบอาคาร 3. มาตรฐานด้านการบํารุงรกั ษาอาคารและสภาพแวดลอ้ ม ประกอบด้วย (1) การบริหารจัดการทว่ั ไป (2) อาคารและสภาพแวดลอ้ ม (3) วศิ วกรรมระบบประกอบอาคาร 38

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ 3. ศนู ยก์ ลางสุขภาพนานาชาติ 3.1 ยทุ ธศาสตร์การเป็นศูนยก์ ลางบรกิ ารสขุ ภาพนานาชาติ ยทุ ธศาสตร์การเปน็ ศนู ย์กลางบริการด้านสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) รองรบั ยุทธศาสตร์ประเทศไทย (Country Strategy)(พ.ศ. 2557–2561) ภูมหิ ลัง 1. นโยบายรัฐบาลและนโยบายกระทรวงสาธารณสุข 1.1 ตามท่ีรัฐบาลได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา เมื่อวันอังคารท่ี 23 สิงหาคม 2554 โดยนโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ปรากฏอยู่ในนโยบายท่ี 4 นโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต ข้อ 4.3 นโยบายพัฒนาสุขภาพของประชาชน ซ่ึงได้กําหนดกลยุทธ์/วิธีดําเนินการตามนโยบายไว้ในข้อที่ 4.3.7 กล่าวคือ “ขับเคล่ือนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และการบริการด้านสุขภาพการรักษาพยาบาลใน ภูมิภาคเอเชียโดยประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องในการสร้างความก้าวหน้าในทางวิชาการ และ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับบริการสุขภาพโดยรวมของคนไทย สนับสนุนเอกชนให้จัดบริการศูนย์พักฟื้นผู้ป่วย มาตรฐาน รวมทั้งแก้ไขปรับปรุงกฎระเบียบท่ีเกี่ยวข้อง เพ่ือให้มีการใช้บุคลากรทางการแพทย์ร่วมกันระหว่าง ภาครัฐและเอกชนให้เอื้ออํานวยต่อการดําเนินงาน” และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายประดิษฐ สินธวณรงค์) ได้ประกาศให้นโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เป็นนโยบายสําคัญของกระทรวง สาธารณสุข ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 กลยุทธ์ด้านการทํางาน ข้อ 9 “สนับสนุนนโยบายการเสริมสร้าง รายได้สุขภาพของประเทศท้ังด้านยา สมุนไพรไทย อาหาร สินค้าพ้ืนเมือง รวมถึงการเป็นศูนย์กลางสุขภาพ โดย ไม่ให้เกิดผลกระทบทางลบต่อระบบบริการภาครัฐ” กระทรวงสาธารณสุขได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลัก ในการบริหารขับเคลื่อนนโยบายด้านการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของประเทศ มาต้ังแต่ปี พ.ศ.2547 จนถึง ปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 4 ผลผลิตหลัก คือ 1) บริการรักษาพยาบาล 2) บริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ 3) บริการ แพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และ 4) สมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์สุขภาพ การดําเนินงานประสบ ผลสําเร็จเป็นอย่างดีย่ิง สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยตามที่กําหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ รวมถึงการ ยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติตามเจตนารมณ์สําคัญของนโยบายการเป็นศูนย์กลางทาง การแพทย์ ซึ่งได้มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานบริการสุขภาพในประเทศไทย การเฝ้าระวังไม่ให้เกิด ผลกระทบท่ีไม่พึงประสงคต์ อ่ ระบบบริการสุขภาพหลกั ของประเทศ 1.2 สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดทํา ยุทธศาสตร์ประเทศ (Country Strategy) เพ่ือเป็นกรอบในการจัดสรรงบประมาณประจําปี 2557 ภายใต้ กรอบการสรา้ งฐานเศรษฐกจิ ทม่ี นั่ คงและย่ังยนื (New Growth Mode) แบ่งออกเปน็ 4 ยทุ ธศาสตร์หลกั คือ 39

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 1.2.1 ยุทธศาสตร์สร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Growth & Competitiveness) การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ อยู่ในประเด็นท่ี 3 ด้านการท่องเที่ยวและบริการ: การเปน็ ศนู ยก์ ลางการบรกิ ารสุขภาพของภูมภิ าค 1.2.2 ยุทธศาสตร์สร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมกันทางสังคม (Inclusive Growth) เพ่ือลดความเหลื่อมลํ้า ซ่ึงจะเก่ียวข้องกับกระทรวงสาธารณสุขในประเด็นที่ 10 : การยกระดับ คุณภาพและมาตรฐานบรกิ ารสาธารณสุข 1.2.3 ยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม (Green Growth) 1.2.4 ยุทธศาสตร์ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ (Internal process) 1.3 กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทําแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service plan) เพ่ือ ยกระดับคุณภาพ มาตรฐานของระบบบริการทุกระดับตั้งแต่ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ จนถึงระดับศูนย์ ความเช่ียวชาญระดับสูง รวมทั้งการพัฒนาขีดความสามารถใน 10 สาขาบริการท่ีเป็นปัญหาของประเทศ เพ่ือลดความเหล่ือมลํา้ ในระบบบริการ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกรวดเร็วภายในเขตพื้นท่ี เครอื ขา่ ยบริการ 2. ศักยภาพการแขง่ ขนั ของประเทศไทย ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย มีมูลค่ารวมไม่ต่ํากว่า 140,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขน้ึ รอ้ ยละ 18 เม่อื เทยี บกบั ปีก่อนหน้า สามารถสร้างรายได้สู่ธรุ กจิ หลัก ดังน้ี - โรงพยาบาลเอกชน รวม 70,000 ลา้ นบาท (ร้อยละ 50) - การทอ่ งเทยี่ ว รวม 50,000 ลา้ นบาท (ร้อยละ 36) - การสง่ เสริมสุขภาพ รวม 20,000 ลา้ นบาท (ร้อยละ 14) ซง่ึ ภาพรวมยังมแี นวโนม้ ขยายตวั ได้อีกมากในอนาคต ภาพที่ 1 แสดงมูลค่าตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย ข้อมูล : ภาพจากบริษัท ศูนยว์ ิจยั กสิกรไทย จํากดั พ.ศ. 2555 40

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จากข้อมูลของผู้มารับบริการชาวต่างชาติ พบว่า 5 อันดับแรก มาจากประเทศญ่ีปุ่น สหรัฐอเมรกิ า สหราชอาณาจักร ตะวันออกกลาง และออสเตรเลีย ตามลําดับ เม่ือศึกษาถึงลักษณะของการ เข้าไปใช้บรกิ ารในโรงพยาบาล พบว่าผปู้ ่วยชาวต่างชาติจะเลือกโรงพยาบาลที่ต้ังอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร และในจังหวัดท่องเที่ยว จําแนกได้เปน็ 3 กลุ่ม คือ 1) ชาวต่างชาติท่ีพํานักอาศัยอยู่ในประเทศไทย 2) กลุ่ม นกั ทอ่ งเท่ยี ว และใช้บริการรักษาพยาบาลบางส่วน และ 3) กลุ่มท่ีเดินทางมาเพื่อการรักษาโดยเฉพาะ ท้ังนี้ บริการรักษาพยาบาลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ได้แก่ ศัลยกรรมกระดูก ผ่าตัดโรคหัวใจ ศัลยกรรม ความงาม ทนั ตกรรม โรคทางเดนิ อาหาร ตรวจสุขภาพและอื่นๆ แสดงไวใ้ นภาพ ดงั นี้ ภาพที่ 2 จําแนกประเภทของนกั ทอ่ งเทย่ี วเชงิ สุขภาพ นกั ท่องเทย่ี ว จาํ แนกได้ 3 กลมุ่ ชาวต่างชาติทอ่ี าศยั ใน ประเทศไทย กลุม่ ทีเ่ ดินทางมาเพือ่ 41% การรกั ษาโดยเฉพาะ 27% กลมุ่ นักทอ่ งเที่ยวและ ใชก้ ารรักษาพยาบาล บางส่วน 32% ขอ้ มูล : ภาพจากเอกสารบทสรุปสาํ หรบั ผูบ้ รหิ าร กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ พ.ศ. 2555 ภาพท่ี 3 จําแนกบรกิ ารรักษาพยาบาลทไี่ ด้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ อ่นื ๆ, 39.8 ศลั ยกรรมกระดกู , 10.48 ผา่ ตัดหัวใจ , 6.84 ศลั ยกรรมความงาม , 14.1 ทันตกรรม , 11.27 ตรวจสุขภาพ, 17.53 ขอ้ มลู : ภาพจากเอกสารบทสรปุ สาํ หรบั ผู้บรหิ าร กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสุขภาพ พ.ศ. 2555 41

กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ ตารางท่ี 1 จาํ แนกผรู้ ับบริการรายสญั ชาติ ระหว่าง พ.ศ. 2551–2554 จํานวนผู้ป่วยชาวตา่ งชาตใิ นแต่ละปี ท่ี สัญชาติ ปี 2551 ปี 2552 ปี 2553 ปี 2554 รวมปี 2551-2554 1 ญป่ี ุ่น 200,642 n/a 177,058 182,807 1,639,413 2 สหรฐั อเมรกิ า 114,872 n/a 74,058 76,277 846,412 3 เอเชียใต้ 4 องั กฤษ 73,991 n/a 52,004 61,999 631,322 5 ตะวันออกกลาง 91,969 n/a 63,937 62,448 685,970 6 อาเซยี น 164,943 n/a 91,117 98,657 748,018 7 ไต้หวนั /จนี 139,887 n/a 122,404 113,522 695,776 8 เยอรมนี 33,492 n/a 32,310 48,396 359,266 9 ออสเตรเลีย 38,730 n/a 32,310 28,716 291,687 10 ฝร่ังเศส 35,998 n/a 24,915 42,831 286,261 11 เกาหลใี ต้ 31,000 n/a 34,519 35,472 263,532 12 สแกนดเิ นเวยี 21,999 n/a 17,262 19,594 191,872 13 แคนาดา n/a n/a n/a n/a 113,579 14 ยุโรปตะวันออก 18,750 n/a 12,784 14,109 117,780 15 อื่นๆ 12,782 n/a 7,841 9,947 73,418 รวม 384,240 n/a 192,516 147,379 2,188,257 อตั ราการขยายตวั ต่อปี (%) 1,363,295 695,779 934,587 954,107 11,158,311 -0.77 -48.96 34.32 2.09 92.04 ท่ีมา : กรมส่งเสรมิ การคา้ ระหวา่ งประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2555 หมายเหตุ : N/A เปน็ คา่ เฉลย่ี ออกมาโดยคดิ จํานวนรวมไม่แบง่ สญั ชาติ 42

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ ตารางที่ 2 เปรยี บเทียบความไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขันด้านบริการสุขภาพ (Competitive advantage) ระหวา่ งประเทศไทยกับต่างประเทศ ความไดเ้ ปรยี บในการแขง่ ขัน ไทย สิงคโปร์ อนิ เดีย มาเลเซยี เกาหลีใต้ ++ + + + การบริการ/การต้อนรับ +++++ ++++ ++ + +++ ++++ ++ ++ +++ ฮาร์ดแวรเ์ ทคโนโลยีชน้ั สงู ++++ คุณภาพการจดั การทรพั ยากร ++++ มนษุ ย์ กระบวนการในการรับรอง 21 แหง่ 22 แห่ง 20 แหง่ 9 แห่ง 34 แห่ง คุณภาพสถานพยาบาล (JCIA) การจัดการในเชิงรุก ++ +++ + ++ ++ ++ + ++ พนั ธมติ รผนกึ กําลงั /พันธมติ รเชงิ + ยุทธ์ ความสามารถในการเขา้ ถงึ / ++ +++ + ++ ++ ชอ่ งทางการตลาด คา่ ใชจ้ ่ายท่สี มเหตุสมผล ++++ ++ ++++ +++ ++ หมายเหตุ จาํ นวน + ทม่ี ี หมายถึง มีความได้เปรยี บในการแข่งขันทด่ี ี ทม่ี า : เอกสารการเปดิ เสรีทางการค้าและบริการสขุ ภาพของอาเซียน, 2555 3. ผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขึน้ ต่อระบบบรกิ ารสุขภาพของประเทศ 3.1 ขอ้ มูลจากการประชุมสมัชชาสขุ ภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2553 มีข้อคิดเห็นและมติต่อ นโยบายการเป็นศนู ย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ดงั น้ี (1) การเปน็ ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติของไทยในช่วงมากกว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ได้ส่งผลทั้ง ดา้ นบวกและดา้ นลบ โดยผลดา้ นบวกท่ีชัดเจนคอื การสร้างรายได้เขา้ ประเทศ การเพิ่มรายได้ให้กับบุคลากร การแพทย์ และสร้างงานในกลุ่มงานที่เก่ียวข้องท้ังด้านการท่องเท่ียว การค้าและการบริการต่างๆในเขต กรุงเทพฯ และปริมณฑล นอกจากน้ียังเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศด้านภูมิปัญญา เอกลักษณ์การ ดูแลสุขภาพไปยังชาวต่างชาติ เพ่ิมศักยภาพในการลงทุนขนาดใหญ่ของประเทศ เกิดการเพิ่มโอกาสการ จ้างงานสําหรับบุคคลากรทางการแพทย์ท่ีมีประสบการณ์ การไหลย้อนกลับของบุคลากรที่ไปปฏิบัติงาน ในต่างประเทศ การพัฒนาทักษะทางการแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมในการให้บริการ และมีขีดความสามารถ ในการติดตามความกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ได้ดีข้ึน เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และ การพัฒนามาตรฐานสถานพยาบาลไปสู่ระดับสากล (2) สําหรับผลกระทบด้านลบท่ีมีการคาดการณ์ไว้สามารถสรุปได้หลักๆ คือ การเข้าถึง บริการของประชาชนไทย อันเนื่องจากปัญหาสมองไหลจากรัฐไปเอกชนทวีความรุนแรงมากข้ึน ทําให้เกิด ปัญหาผู้ให้บริการในภาครัฐไม่เพียงพอแต่ความต้องการบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นจากแบบแผน 43

กรมสนับสนนุ บริการสุขภาพ การเจ็บป่วยและระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า นอกจากนี้อาจส่งผลกระทบต่อค่าบริการโดยอาจ กระตนุ้ ให้ค่าบรกิ ารสูงขน้ึ ได้ (3) นโยบายการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ทําให้เกิดความต้องการแพทย์ท่ีมีความ เช่ียวชาญเฉพาะทางโดยเฉพาะแพทย์ท่ีเก่งท่ีมีช่ือเสียงอย่างมากในภาคเอกชน ซึ่งแพทย์เหล่าน้ีส่วนใหญ่ จะเป็นอาจารย์อยู่ในโรงเรียนแพทย์ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 10 ปีท่ีจะสร้างอาจารย์แพทย์แต่ละคน และเป็น ตัวจักรสําคัญในการสอนนักเรียนแพทย์ สอนแพทย์ประจําบ้าน และการบริการผู้ป่วยท่ีมารักษา การไหล ออกของอาจารย์แพทย์ส่งผลกระทบให้อาจารย์แพทย์ท่ีเหลืออยู่ทํางานหนักขึ้น และผลท่ีตามมาในอนาคต อันไม่ไกล อาจทําให้คุณภาพในการผลิตแพทย์หรือแพทย์ประจําบ้านเฉพาะทางด้อยลง และจะส่งผลต่อ ระบบการบริการทางด้านสาธารณสขุ ไทยในอนาคต (4) กลไกการติดตาม เฝ้าระวังผลกระทบ เสนอให้มีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายและแผน ยุทธศาสตร์ร่วมกัน (ด้านบุคลากร ความสัมพันธ์ระหว่างโรงพยาบาลรัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปแบบ การกาํ หนดกลมุ่ เป้าหมายหลักในมิติต่างๆ การกําหนดระบบต่างๆของภาครัฐ) ความตระหนักในผลกระทบ ด้านลบ รวมถึงการกําหนดมาตรการเยียวยาสําหรับภาคส่วนท่ีได้รับผลกระทบด้านลบของร่วมกัน ทกุ ภาคสว่ น หน่วยงาน และองคก์ ร จะนาํ มาซึง่ การดําเนินงานที่ดตี ่อไป มติในเบอ้ื งต้นท่เี ก่ียวขอ้ ง ดงั นี้ 1. ให้คณะกรรมการกําลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุขและร่วมกับ ภาคเอกชน พัฒนามาตรการเพิ่มเติมในการแก้ไขปัญหาการกระจายตัวของบุคลากรสาธารณสุขตามพ้ืนที่ ทางภูมิศาสตร์ ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม และนําไปสู่การปฏิบัติเพ่ือให้สามารถให้บริการรักษาพยาบาล แก่ประชาชนไทยอย่างทัว่ ถงึ 2. ให้กระทรวงสาธารณสุข ดําเนินการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาให้ประเทศไทยให้ เปน็ ศนู ย์กลางสุขภาพนานาชาติ ระยะท่ี 2 ตอ้ งไม่กระทบตอ่ บรกิ ารสขุ ภาพสาํ หรับประชาชนไทย 3. พฒั นากลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน สร้างกลไกการมีส่วนร่วมในการ พัฒนานโยบายการเป็นศูนยก์ ลางสขุ ภาพนานาชาติของประเทศไทย 4. ให้สภาวิชาชีพกระตุ้นส่งเสริมการปฏิบัติของผู้ประกอบวิชาชีพให้เป็นไปตามบทบัญญัติ ของพระราชบญั ญัติวิชาชีพ และสง่ เสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพตระหนักในการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน ไทย 3.2 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้จัดทําความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่อง การเป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติด้านบริการรักษาพยาบาลเพ่ือนําไปสู่การกําหนดนโยบายและ แนวปฏิบตั ใิ นการแก้ไขปญั หา โดยมีสาระสําคญั ของความเหน็ และข้อเสนอแนะสรปุ ได้ดงั นี้ 3.2.1 ข้อเสนอแนะด้านหลักการของการเป็นศูนย์กลางการแพทยน์ านาชาติ ประกอบด้วย 3.2.1.1 เป้าหมายหลักในการดําเนินการเพื่อเป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ ในด้านศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์และสาธารณสุขน้ัน ต้องเป็นไปเพ่ือการพัฒนาด้านวิชาการและ เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก โดยเน้นเร่ืองการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษา ฝึกอบรม และความเป็นเลิศทางวิชาการและการรักษาพยาบาลในด้านต่างๆ และเปิดโอกาสให้ประชาชน 44

กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ เข้าถึงความเป็นเลิศนี้ อย่างเท่าเทียมกัน และต้องไม่เป็นการปิดกั้นโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพของ ผู้ใช้บริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพและระบบอื่นๆ และต้องสร้างให้เกิดความเท่าเทียมกันใน การเข้าถึงบริการทม่ี คี ณุ ภาพ 3.2.1.2 มีแผนการดําเนินการที่ไม่ส่งผลกระทบด้านลบต่อระบบสุขภาพของ ประเทศ และแผนฯดังกล่าวต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ และผู้มีส่วนเก่ียวข้อง รวมท้ังต้องมีแผนการลงทุน ด้านกําลังคนด้านสุขภาพในด้านการผลิตและการพัฒนาศักยภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกําลังคนด้านสุขภาพ ในภาคชนบท 3.2.1.3 การดําเนินการเป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติ ต้องสอดคล้องกับ ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2553 เร่ือง นโยบายการเปน็ ศนู ย์กลางสุขภาพนานาชาติ 3.2.2 ขอ้ เสนอตอ่ รัฐบาล 3.2.2.1 กาํ หนดนโยบาย ขอ้ บงั คบั หรอื กฎหมายท่ีสนบั สนุน (1) ดําเนินนโยบายการเป็นศูนย์กลางการแพทย์นานาชาติที่สอดคล้อง กบั รฐั ธรรมนญู ของราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550 ธรรมนญู วา่ ด้วยระบบสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2553 (2) การจัดสรรเงินรายได้ของผู้ดําเนินการตามนโยบายการเป็น ศูนย์กลางทางการแพทย์นานาชาติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ในการลงทุนผลิตและพัฒนากําลังคน ทางการแพทย์ เพอ่ื การพัฒนาระบบสุขภาพในชนบทอยา่ งต่อเน่ือง (3) การแลกเปล่ียนข้อมูลด้านวิชาการ และข้อมูลเพื่อการติดตามและ ประเมินผลกระทบทงั้ ดา้ นบวกและดา้ นลบ รวมถึงการใช้ทรพั ยากรรว่ มกนั (4) มาตรการท่ีเป็นหลักประกันการเข้าถึงบริการของศูนย์กลางทาง การแพทยน์ านาชาตขิ องผูป้ ว่ ยชาวไทยอย่างเท่าเทยี ม (5) การสร้างความรู้ความเข้าใจและความตระหนัก ของผู้บริหารสถานพยาบาล ท่ีมีนโยบายการจัดต้ังศนู ย์กลางทางการแพทย์นานาชาติ ใหด้ าํ เนนิ การตามหลักการข้อ 1 ดังกลา่ วข้างตน้ 3.2.2.2 การเพ่ิมการลงทุนด้านงบประมาณอย่างต่อเน่ือง เพื่อเพ่ิมแรงจูงใจ ทางการเงนิ และที่ไมใ่ ชท่ างการเงินใหก้ ําลงั คนด้านสขุ ภาพสามารถธาํ รงอยู่ในภาครัฐ โดยเฉพาะในชนบท 3.2.2.3 วางแผนเพ่ิมการผลิตกําลังคนให้เพียงพอ และสนับสนุนให้ผู้ดําเนินการ ตามนโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์นานาชาติมีส่วนร่วมในการผลิตและพัฒนากําลังคน ขณะเดยี วกนั รัฐบาลต้องสนบั สนุนกลไกการควบคมุ คุณภาพการผลติ ตามมาตรฐานทีก่ าํ หนด 3.2.3 ขอ้ เสนอสําหรับผดู้ าํ เนินการตามนโยบายการเปน็ ศนู ย์กลางทางการแพทยน์ านาชาติ 3.2.3.1 มีการจัดสรรเงินรายได้ (Gross revenue) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 มาลงทุน ในด้านการผลติ และพฒั นากําลังคนสําหรบั การพัฒนาระบบสุขภาพในชนบทอย่างตอ่ เน่อื ง 3.2.3.2 กําหนดแผนและมาตรการท่ีเป็นหลักประกันการเข้าถึงบริการของ ศนู ย์กลางทางการแพทยน์ านาชาตขิ องผูป้ ว่ ยชาวไทยอยา่ งเทา่ เทียม 45

กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ 3.2.3.3 ให้ดาํ เนินการตามมตสิ มัชชาสขุ ภาพแห่งชาติ ปี พ.ศ.2553 เรื่อง นโยบาย การเป็นศูนยก์ ลางสขุ ภาพนานาชาติ 3.2.3.4 หากมีการจ้างงานหรือนําเข้าบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลน จากต่างประเทศ จะต้องดําเนินการตามการปฏิบัติขององค์การอนามัยโลกในการสรรหาบุคลากรด้าน สขุ ภาพในการทาํ งานระหว่างประเทศ เช่น ไม่รับบุคลากรทางการแพทย์จากประเทศที่ขาดแคลนแพทย์เข้า มาในประเทศ 3.2.4 การตดิ ตาม เฝ้าระวัง 3.2.4.1 การติดตาม ประเมินสถานการณ์ ในระดับประเทศอย่างสม่ําเสมอเพ่ือ เฝ้าระวงั สถานการณแ์ ละเสนอแนะมาตรการปอ้ งกันและลดผลกระทบด้านลบ 3.2.4.2 การจัดระบบการเก็บข้อมูลท่ีเกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลจํานวนนักท่องเท่ียว เชงิ สขุ ภาพและคา่ ใชจ้ า่ ยจากนักทอ่ งเท่ยี ว การเคล่อื นยา้ ยบุคลากร เป็นตน้ 4. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis) ในการดําเนินงานตาม นโยบายการเปน็ ศูนยก์ ลางทางการแพทย์และการท่องเท่ียวเชิงสขุ ภาพของประเทศไทย ประเทศไทยมีลกั ษณะพิเศษท่ีเปน็ จุดแขง็ โอกาส รวมถงึ จุดออ่ น และอุปสรรค ในการเปน็ ศูนย์กลางทางด้านสุขภาพ (Medical Hub) ของประเทศไทย ดงั นี้ จดุ แขง็ จดุ อ่อน 1) ประเทศไทยเปน็ ประเทศที่มีแหลง่ ท่องเที่ยวเปน็ ท่ี 1) ประเทศไทยมีปัญหาการขาดแคลนบคุ ลากรทาง รู้จักดีท่ัวโลก การแพทย์ และรนุ แรงขึ้นเมื่อมคี นไขต้ า่ งชาติเขา้ มา 2) สถานพยาบาลเอกชนช้ันนาํ ของไทย รวมทง้ั แพทย์ รับการรกั ษาพยาบาล เฉพาะโรคของไทย มชี ือ่ เสยี งและเป็นทยี่ อมรับของ 2) บุคลากรทางการแพทย์ของไทย มีทกั ษะดา้ น ชาวต่างชาติ ภาษาท่จี ํากดั 3) หลกั สูตรทางการแพทยข์ องไทยเชื่อมโยงกับ 3) การขยายตัวอยา่ งรวดเรว็ ของธุรกิจบริการสุขภาพ หลักสูตรแพทย์ตะวนั ตกสมยั ใหม่ แพทย์จํานวนมากที่ย้ายออกจากโรงพยาบาลของรฐั 4) แพทย์ทจี่ บจากสถาบันการศึกษาทเี่ ปน็ ท่ียอมรับใน ไปเอกชน เพิม่ ปัญหาการขาดแคลนในโรงเรียน ระดับสากลสามารถรองรบั อุปสงค์ของการ แพทย์ และสถานบริการสขุ ภาพภาครัฐ รักษาพยาบาลของตา่ งชาติ 4) กฎ กตกิ าของรัฐ/เอกชน ระเบยี บข้อบงั คบั ของ 5) อตั ราคา่ บรกิ ารรกั ษาพยาบาลมรี าคาเหมาะสม แพทยสภากีดกันแพทย์ตา่ งชาติ ซึ่งไมเ่ อ้ือกบั การ เทยี บกับคณุ ภาพ แกไ้ ขปัญหาการขาดแคลนแพทยใ์ นระยะสัน้ 6) ผู้ให้บรกิ ารมีการใหบ้ รกิ ารดว้ ยใจและมีไมตรจี ติ สูง 5) การรว่ มลงทุนระหว่างภาครฐั -เอกชนยงั ไมด่ ีพอ 7) บรกิ ารและสงิ่ อํานวยความสะดวกสําหรบั ผู้ป่วย และไม่ชดั เจน ฯลฯ ครบครัน 6) การเขา้ ถึงระบบบรกิ ารด้านสขุ ภาพยังไม่ทัว่ ถึง 8) ขยายเวลาในการพาํ นักฯ ให้แกก่ ลุม่ ประเทศคณะ (ในเขตชนบท) มนตรคี วามร่วมมอื อ่าวอาหรบั 46

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ โอกาส อปุ สรรค 1) ตลาดการท่องเทย่ี วเชิงสขุ ภาพ มขี นาดใหญแ่ ละ 1) การขยายตัวอย่างรวดเรว็ ของธรุ กิจบริการสขุ ภาพ ขยายตวั อย่างตอ่ เนอื่ ง ของเอกชน ทําให้มีอาจารยแ์ พทยผ์ ้เู ช่ยี วชาญจาํ นวน 2) รฐั บาลและองคก์ ร/บรษิ ัทประกันสขุ ภาพใน มากออกไปทาํ งานบรกิ ารในโรงพยาบาลเอกชน ประเทศทพ่ี ฒั นาแล้วสนับสนนุ การรักษาพยาบาลใน 2) ราคาค่าบริการท่เี พมิ่ ขึ้นมากจากชาวตา่ งชาติที่มี ตา่ งประเทศ เพอื่ ประหยัดคา่ ใชจ้ ่าย กาํ ลังซ้ือสงู ทําให้ตน้ ทุนการให้บริการของภาครฐั และ 3) มโี อกาสเติบโตแมก้ ระทัง่ ในชว่ งวิกฤติเศรษฐกจิ เอกชนในโครงการประกนั สังคมมีแนวโนม้ เพม่ิ มากขึ้น 4) ตลาดที่เก่ียวขอ้ ง (เชน่ สปา บ้านพกั ผสู้ ูงอายุ อาจสง่ ผลต่อต้นทุนคา่ แรงงานและความสามารถใน ผลิตภัณฑแ์ ละสมุนไพร) ของไทยยงั มีโอกาสขยายได้ การแขง่ ขนั ของธรุ กิจและประเทศในระยะยาว อีกมาก โดยจะมีผลกระทบด้านการขาดแคลน 3) ความผันผวนของลกู คา้ ตา่ งประเทศทข่ี นึ้ อยู่กับ บคุ ลากรไม่มาก สภาวะเศรษฐกิจโลก และการพฒั นาหรือปรับตวั ของ 5) สาขาบรกิ ารสขุ ภาพ เปน็ หน่งึ ในสาขาบริการ ประเทศคู่แขง่ ทําให้ธรุ กิจการท่องเที่ยวเชงิ สุขภาพ เร่งรดั ตามแผนงานการจัดตง้ั ประชาคมเศรษฐกิจ มีความเส่ียงตอ่ ความผนั ผวนของรายไดส้ ูง อาเซยี น (AEC Blueprint) ซ่ึงข้อผกู พนั การเปดิ 4) ปัญหาความขัดแยง้ ภายในประเทศ (ซง่ึ มคี วามเสย่ี ง ตลาดบริการของไทยยังเป็นการเปิดกรอบทีก่ ฎหมาย ทส่ี งู กว่าในอดตี ) ปจั จบุ ันอนุญาตไว้ โดยการใหบ้ ริการในโรงพยาบาล 5) การพัฒนาปรบั ตวั ของประเทศคู่แขง่ ทป่ี ระกาศ และบริการทางการแพทย์และทนั ตแพทย์จะไมก่ ีด นโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์เชน่ เดียวกนั กันการเดินทางไปรับบรกิ ารของคนไทย โดยให้ 6) การเคลื่อนย้ายบคุ ลากรหลังการจัดตง้ั ประชาคม ต่างชาติเขา้ มาจดั ต้งั ธรุ กิจโดยมีสัดสว่ นหุ้นตา่ งชาติไม่ เศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะทําใหก้ ารขาดบุคลากร เกิน 49% รุนแรงมากขนึ้ 6) การขยายตัวของประชากรในประชาคมอาเซยี น (AC) กระทรวงสาธารณสุขไดด้ ําเนนิ การปรกึ ษาหารือรว่ มกับทุกภาคส่วนและจดั ทําข้อคดิ เห็น ดังน้ี 1. การยึดม่ันในการใหบ้ รกิ ารแกช่ าวไทยทุกคน โดยไม่ดําเนินนโยบายท่ีจะมีผลกระทบต่อ ชาวไทยรวมทัง้ กําหนดเป้าหมายระยะยาวร่วมกันของทกุ ภาคสว่ น 2. การกาํ หนดการบรหิ ารจดั การความเสี่ยงที่ดี และนําไปสู่การป้องกันผลกระทบท่ีคาดว่า จะเกิดขึ้นจากการดาํ เนินงานตามนโยบาย 3. การพัฒนาความเป็นเลิศทางวิชาการและการจัดบริการระดับตติยภูมิของโรงเรียน แพทย์ และโรงพยาบาลภาครฐั เพือ่ นําไปสูก่ ารจดั บริการให้ประชาชนชาวไทยมีสขุ ภาพและคุณภาพชวี ิตทด่ี ี 4. การกําหนดนโยบายในการพัฒนาบุคลากรสาธารณสุขและการธํารงรักษาบุคลากรให้ คงอยู่ในระบบอย่างชัดเจน 5. การพัฒนาแนวคดิ การร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ-เอกชน (PPP) 6. การพฒั นาคลังขอ้ มูลสุขภาพระดบั ชาติ 47

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ จากความสําคัญดังกล่าว กระทรวงสาธารณสุข จึงได้จัดทํากรอบการเป็นศูนย์กลางด้าน บริการสุขภาพรองรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย (Country Strategy) ระยะ 5 ปี เพ่ือเป็นแนวทางในการ บริหารและขบั เคลอ่ื นนโยบายสกู่ ารปฏิบตั ิของแตล่ ะภาคส่วนท่เี ก่ยี วขอ้ งอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ วสิ ยั ทัศน์ ประเทศไทยเปน็ ศูนยก์ ลางบริการสุขภาพนานาชาติ (Thailand as World Class Health Care Provider) ภายใน 5 ปีข้างหนา้ (พ.ศ. 2557–2561) จุดมงุ่ หมาย มุ่งพัฒนาประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพนานาชาติ โดยใช้ ทรัพยากรสุขภาพ และทรัพยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมที่มีอยู่จํากัด ให้เกิดความคุ้มค่าจนสามารถเพิ่ม สัดสว่ นรายได้และพัฒนาคุณภาพชวี ิตของประชาชนในประเทศได้อยา่ งแท้จรงิ พันธกิจ 1. พัฒนาและเพ่ิมขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันด้านสุขภาพกับ ต่างประเทศ ต้งั แตต่ ้นนํา้ ถงึ ปลายนาํ้ 2. พัฒนาและสง่ เสริมให้มีสถานบริการสุขภาพระดับความเป็นเลิศเฉพาะทาง (Excellent Center) ใหค้ รอบคลมุ ทกุ ภูมิภาค 3. พัฒนาและส่งเสริมให้สถาบันการศึกษามีความเป็นเลิศทางด้านวิชาการในระดับ นานาชาติ 4. ส่งเสริม พัฒนา สถานบริการสุขภาพ สถานประกอบการ สถาบันการศึกษา ท้ังภาครัฐ และภาคเอกชน ใหส้ ามารถจดั บริการสุขภาพและบริการวิชาการทไ่ี ดม้ าตรฐานนานาชาติ 5. ส่งเสริม พัฒนาให้มีการสร้างนวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริการและ ผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ 6. พัฒนาระบบการคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ ด้วยการสร้างกระบวนการ ประกันคณุ ภาพ ความปลอดภัย และมีการไกล่เกลย่ี ข้อพิพาทอย่างเหมาะสมใหแ้ กผ่ ูบ้ รโิ ภค 7. เผยแพร่เอกลักษณ์ และภูมิปัญญาไทยให้ชาวต่างชาติยอมรับ เกิดความประทับใจ ตลอดจนสร้างความแตกตา่ งในบรกิ ารสขุ ภาพกบั ต่างประเทศ เป้าประสงค์ เปา้ ประสงค์การเป็นศูนย์กลางบริการสขุ ภาพนานาชาติ ภายใน 5 ปี พ.ศ.2557-2561 มีดงั นี้ 1. ศูนย์กลางบริการเพือ่ สง่ เสรมิ สุขภาพ (Wellness Hub) ประกอบด้วย - การจัดบรกิ ารสปาเพ่ือสขุ ภาพ - การจัดบรกิ ารสปาเพ่อื รกั ษาโรค (Medical Spa) - การจัดบริการนวดไทยเพื่อสุขภาพ 48

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ - การจดั บริการแบบพาํ นักระยะยาวเพอ่ื สขุ ภาพ (Long stay for heath) - การจัดบรกิ ารแบบการพักผอ่ นทีม่ าพรอ้ มกบั สขุ ภาพชีวิตที่ดี (Health Resort) - การจัดบริการแบบศูนยฟ์ นื้ ฟสู มรรถภาพ (Rehabilitation Center) 2. ศนู ย์กลางบรกิ ารสุขภาพ (Medical Service Hub) ประกอบด้วย 2.1 ศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาล - การจัดบริการรักษาพยาบาลเฉพาะทาง (ระดับตติยภูมิ) ได้แก่ โรคหัวใจ/โรคกระดูก และขอ้ /โรคสูตินรเี วช/ศลั ยกรรม/ จักษุ/การเปล่ยี นถ่ายอวัยวะ/การตรวจสุขภาพ/ทนั ตกรรม/ผ้สู ูงอายุ ฯลฯ - การจัดบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long term Care) ได้แก่ การดูแลแบบพ่ึงพา ผู้อื่น (Dependent care)/การดูแลแบบพ่ึงพาตนเอง (Independent care)/สถานดูแลผู้สูงอายุ (Nursing Home) - การจัดบรกิ ารลดนํา้ หนกั และกระชบั สัดส่วน (Body Slim) 2.2 ศนู ยก์ ลางบรกิ ารแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื ก - การจัดบรกิ ารในโรงพยาบาลเฉพาะทางแพทย์แผนไทย - การจดั บรกิ ารในคลินิกแพทยแ์ ผนไทย - การจดั บรกิ ารในโรงพยาบาลเฉพาะทางแพทย์ทางเลือก - การจัดบริการในคลนิ กิ แพทยท์ างเลือก 2.3 ศูนยก์ ลางบริการห้องปฏบิ ตั กิ าร - บริการห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ตามมาตรฐานระดับประเทศ หรือเพ่ือสนับสนุน การวนิ จิ ฉยั โรค การติดตามการรักษา งานวจิ ยั และงานด้านระบาดวิทยา โดยใช้เทคโนโลยใี นระดบั สูง - บริการห้องปฏิบัติการท่ีได้มาตรฐานสากลสําหรับให้บริการทดสอบกลุ่มตัวอย่าง (Specimen) รวมทั้งการรบั รองคุณภาพวัตถุดิบ และผลิตภณั ฑจ์ ากสมนุ ไพรไทย - บรกิ ารหอ้ งปฏิบตั ิการทางทันตกรรมแบบครบวงจร - บริการหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารที่ใช้ในการประเมินประสทิ ธิภาพของยา 3. ศูนยก์ ลางบรกิ ารวชิ าการและงานวิจัย (Academic Hub) ประกอบดว้ ย 3.1 การจดั การศึกษาระดับปริญญาและหลังปรญิ ญา (Professional and post graduate) - การจดั บริการระดับตตยิ ภูมขิ องคณะแพทยศาสตรแ์ ละสถาบนั สมทบ - การศึกษานานาชาติในระดับหลงั ปรญิ ญา (Post graduate training) 3.2 การพัฒนางานวิจยั (Research) - บริการงานวิจัยท้ังการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Basic Sciences) และวิทยาศาสตร์ คลนิ ิก (Clinical Sciences) 3.3 การจดั การศกึ ษาระดับแรงงานมฝี มี อื (Skill labor) - การผลิตพนกั งานผู้ให้บริการ (Therapist) - การผลติ ผู้ดแู ลผู้สูงอายุ (Care worker) - การผลิตผูป้ ระกอบโรคศลิ ปะสาขาการแพทย์แผนไทย 49

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ 3.4 การจัดประชุมนานาชาติ (MICE) - การจัดประชุมวิชาการทางการแพทย์ระดับการประชุมที่มีผู้นําประเทศหรือผู้แทน ภมู ิภาคเขา้ รว่ มประชมุ (World Congress) ในประเทศไทย - การเขา้ ร่วมเปน็ เจ้าภาพจดั การประมลู งานประชมุ วชิ าการนานาชาติ (Bidding) 4. ศูนยก์ ลางยาและผลิตภณั ฑส์ ขุ ภาพ (Product Hub) ประกอบด้วย - ยาแผนปจั จบุ นั - ยาสมุนไพรไทย - วตั ถุดิบสมุนไพรไทย - เครือ่ งสาํ อาง - อาหารเสรมิ เพอื่ สขุ ภาพ - เครอ่ื งมอื แพทย์และอปุ กรณ์ - การผลิตวัคซีน - การผลติ อาหารเพ่ือสขุ ภาพแบบสําเรจ็ รปู เป้าหมายรายได้ ตารางที่ 1 (รา่ ง) ประมาณการเปา้ หมายรายได้ของแตล่ ะผลผลติ (พ.ศ. 2557–2561) ประเภท ปี 2556 2557 2558 2559 2560 มูลคา่ : ลา้ นบาท รกั ษา 147,876+ พยาบาล 121,658+ 127,740+ 134,130+ 140,834+ 18845+ รวม 5 ปี 15504+ 16280+ 17000+ 17948+ 850+xxx 672,238+ วิชาการและ 700+xxx 735+xxx 775+xxx 810+xxx xxx 85577+ งานวิจยั 85577+xxx ยาและ xxx xxx xxx xxx 11,550+xxx xxx ผลิตภัณฑ์ สุขภาพ 9,500+xxx 9,975+xxx 10,475+xx 11,000+xxx 179,121+ 52,500+xxx x xxx รวม 814,185 147,362+ 154,730+ 162,380+ 170,592+ +xxx xxx xxx xxx xxx หมายเหตุ : ในเบอื้ งตน้ คาดวา่ จะมีรายไดเ้ พ่มิ ข้ึนรอ้ ยละ 5 ตอ่ ปี 50

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ ยทุ ธศาสตร์การพฒั นา ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 1 เพมิ่ ขีดความสามารถในการจดั บรกิ ารสุขภาพ วตั ถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผลผลิตหลัก ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานา ประเทศตามกลไกของกรอบการเจรจาการค้าเสรี รวมท้ังส่งเสริมพัฒนาให้สถานประกอบการมีความพร้อม ในการจดั บริการตามคุณภาพและมาตรฐานนานาชาติ เปา้ หมาย 1. สถานะขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย อยู่ในอนั ดบั 1–3 ในภมู ิภาคอาเซยี น 2. ประเทศไทยมีสถานประกอบการท่ีผ่านการรับประกันคุณภาพและมาตรฐานเพียงพอ สําหรับ ใหบ้ รกิ ารแก่ชาวไทยและชาวตา่ งชาติ 3. ประเทศไทยมีบริบทและบรรยากาศทีเ่ อือ้ ต่อการคา้ และการลงทุนดา้ นสุขภาพ กลยทุ ธ์ท่ี 1 พฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การให้มคี วามคล่องตวั และสอดรับความตอ้ งการของผู้รบั บริการ กิจกรรมหลัก 1.1 จัดต้ังคณะกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ ซ่ึงเป็น คณะกรรมการระดับชาติ โดยมีกระทรวงสาธารณสุขทําหน้าท่ีเป็นเลขานุการ พร้อมกับกําหนดนโยบาย ของประเทศไทย 1.2 จัดตั้งหน่วยงานกลางบริหารและขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ ดําเนินงานในลักษณะเป็น หน่วยงานบริหารจัดการท่ีกําหนดทิศทางของประเทศไทย โดยบูรณาการทํางานร่วมกับทุกภาคส่วนและ ภาคเี ครือข่ายทเี่ กย่ี วข้องพร้อมกบั จัดทาํ ข้อเสนอในเชิงนโยบายให้กับรัฐบาล ตลอดจนทําหน้าท่ีเป็นตัวแทน ของประเทศไทยดา้ นบริการสุขภาพ 1.3 จัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Counter Service) ของประเทศไทย ณ ทา่ อากาศยานนานาชาตสิ วุ รรณภูมิ และขยายไปยังท่าอากาศยานนานาชาตอิ ืน่ ๆ 1.4 ให้บริการข้อมูลสุขภาพผ่านระบบเว็บท่า (Web portal) หลักของประเทศไทย หรือ สามารถตดิ ต่อผา่ นระบบการรวมศูนย์การรับเขา้ และการโทรออกภายในสํานักงาน (Call Center) 1.5 ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินงานตามนโยบายการเป็น ศูนยก์ ลางทางการแพทย์ 1.6 จดั ต้ังคลงั ขอ้ มูลสุขภาพระดบั ชาติ (Data Warehouse) 1.7 กาํ หนดมาตรฐานสากล สาํ หรับการเชอ่ื มโยงขอ้ มูลด้านสุขภาพ 1.8 จัดให้มีบริการสุขภาพผ่านเครือข่ายระบบมาตรฐานโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 (3G) และ โครงการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) สําหรับสถานบริการสุขภาพในประเทศและประเทศเพอื่ นบ้าน 1.9 จัดทําข้อตกลง (MOU) ร่วมกับรัฐบาลของประเทศที่เป็นรัฐสวัสดิการหรือระบบประกัน สุขภาพประเภทอื่น สําหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตรงจากชุดสิทธิประโยชน์หลักของระบบประกัน 51

กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ สุขภาพ (National Health Insurance) และระบบบํานาญ ในกรณีท่ีประชาชนเดินทางเข้ามารับ การรกั ษาพยาบาลในประเทศไทย 1.10 จัดทําข้อตกลงกับบริษัทประกันสุขภาพภาคเอกชนของต่างประเทศให้จัดโปรแกรม สุขภาพกรมธรรม์เฉพาะ แล้วสามารถเบิกจา่ ยตรงกลบั ไปยงั บริษทั ประกันสุขภาพได้ 1.11 กําหนดมาตรการด้านการยกเว้นการตรวจลงตรา หรือการขยายเวลาพํานักในประเทศ สําหรับการเดินทางเขา้ มารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย โดยดําเนนิ การในกลุ่มประเทศที่มีศกั ยภาพ กลยทุ ธท์ ี่ 2 การส่งเสรมิ การคา้ และการลงทุนด้านสุขภาพท้ังในประเทศและตา่ งประเทศ กจิ กรรมหลกั 2.1 กําหนดมาตรการใช้สิทธิประโยชน์และมาตรการเยียวยาจาการเปิดเสรีทางการค้า ภาคบรกิ ารสขุ ภาพ หรือการเจรจาจัดทําข้อตกลงเป็นการเฉพาะกับกลุม่ ประเทศเปา้ หมาย 2.2 ส่งเสริม พัฒนาให้ผู้ประกอบการมีความพร้อมในการใช้สิทธิประโยชน์จากกรอบ ความตกลงระดับต่างๆ 2.3 ศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร (Health care complex) เหมือนในตา่ งประเทศ 2.4 การจัดหาแหลง่ เงนิ ทุนเพอื่ สนับสนนุ การดําเนินงานของภาคเอกชน กลยทุ ธ์ท่ี 3 การพัฒนาบริการและผลติ ภณั ฑ์ทม่ี คี วามเป็นเลศิ และโดดเดน่ (Product champion) กิจกรรมหลัก 3.1 คัดเลือกบริการและผลิตภัณฑ์ที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญเป็นเลิศ และสร้าง มูลค่าเพม่ิ ไดต้ ลอด (Value Chain) 3.2 จัดหาชอ่ งทางการจดั จาํ หน่ายที่มีประสทิ ธิภาพ กลยุทธ์ท่ี 4 การพฒั นาระบบการร่วมลงทนุ ระหว่างภาครัฐ-เอกชน (PPP) ในการจดั บรกิ ารสุขภาพ กิจกรรมหลัก 4.1 กําหนดรปู แบบสัญญาบรกิ ารต่อเนื่อง (Service Contract) 4.2 กําหนดรูปแบบการทาํ สมั ปทาน (Build Operate Transfer : BOT) 4.3 ปรับปรุงกฎ ระเบยี บ ให้เอื้อต่อการดาํ เนินงานการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ-เอกชน กลยุทธ์ที่ 5 การพัฒนาระบบการไกล่เกลีย่ กรณขี ้อพิพาททางการแพทย์ (Medical Mediator) กจิ กรรมหลัก 5.1 จดั ตงั้ กาํ หนดองคก์ รกลางเพ่อื ทําหน้าท่ีไกล่เกล่ียข้อพิพาททางการแพทย์ ในลักษณะของ การพิจารณาทางวิชาการเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลทางการรักษาพยาบาล และตัดสินใจเพ่ือหาข้อยุติ ในประเดน็ ที่เก่ยี วข้อง 5.2 จัดต้ังศูนย์ดูแลผ้รู บั บริการชาวตา่ งชาตแิ บบครบวงจร 52

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ กลยทุ ธ์ที่ 6 การส่งเสริม พัฒนา สถานบรกิ ารสุขภาพ สถานประกอบการ บริษัทยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ใหผ้ า่ นการรับรองคณุ ภาพมาตรฐานนานาชาติ กจิ กรรมหลัก 6.1 การส่งเสริมพฒั นาสถานประกอบการทุกประเภท ให้มีองค์ความรู้และเตรียมความพร้อม ในการเข้าสกู่ ารรับรองคุณภาพมาตรฐานนานาชาติ 6.2 การพฒั นาแนวทางเวชปฏิบัติของโรคใดโรคหนึ่ง (Clinical Practice Guideline : CPG) ในบรกิ ารแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลอื กทถี่ กู ต้องตามหลักวิชาการและเป็นท่ยี อมรบั 6.3 การพฒั นาตาํ รบั ยาสมนุ ไพรของประเทศไทยให้มปี ระสทิ ธิภาพหรือมาตรฐานสูงขน้ึ ยทุ ธศาสตร์ท่ี 2 มงุ่ เนน้ การพัฒนาบุคลากรทางการแพทยเ์ พอื่ มุ่งสคู่ วามเป็นเลิศทางวชิ าการในทกุ ระดับ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ผลติ บคุ ลากรทางการแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญได้มาตรฐานสากล สามารถรองรับ การขยายศักยภาพ การบริการดา้ นการแพทย์ และสาธารณสุขของประเทศในทุกภาคส่วน 2. พัฒนาศักยภาพของสถาบันการศึกษาในด้านเทคโนโลยี อาจารย์ผู้สอน ระบบบริการ รักษา พยาบาลผู้ป่วยที่ซับซ้อน เป็นแหล่งวิจัย มีการสร้างความรู้ด้านการแพทย์ท่ีทันสมัยและมีมาตรฐาน สูงสดุ เพือ่ สรา้ งการยอมรับในระดบั นานาชาติ 3. ยกระดบั มาตรฐานทางการแพทย์ของประเทศไทย ใหม้ คี วามทดั เทียมกับต่างประเทศ เปา้ หมาย สถาบันการศึกษาในประเทศไทยได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถอยู่ในลําดับ 1-10 ของโลก กลยทุ ธท์ ี่ 1 พัฒนาศกั ยภาพสถาบนั การศึกษา กิจกรรมหลกั 1.1 ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพของสถานศึกษา สามารถจัดการเรียนการสอนในหลักสูตร นานาชาตใิ นทกุ ระดบั 1.2 พัฒนาระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษา 1.3 พัฒนาคณะแพทยศาสตร์ให้สามารถจดั บรกิ ารในระดับตตยิ ภมู ิไดค้ รอบคลุมทุกแหง่ 1.4 พัฒนาศักยภาพด้านการใช้ภาษาต่างประเทศทั้งผู้สอน ผู้เรียน และเอกสาร ทางวิชาการ 1.5 จดั ใหม้ ีหลักสูตรกลาง (Common Curriculum) รองรบั การก้าวเข้าสูป่ ระชาคมอาเซยี น 1.6 จัดต้งั เครอื ขา่ ยร่วมกบั สถาบนั การศกึ ษาในต่างประเทศ เพ่อื พัฒนางานวชิ าการรว่ มกนั 53

กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ กลยุทธ์ที่ 2 พฒั นาศกั ยภาพงานวิจยั กิจกรรมหลัก 2.1 ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพสถาบันการศึกษาให้มีงานวิจัยในลักษณะของวิทยาศาสตร์ พื้นฐาน (Basic Sciences) และวิทยาศาสตร์คลินิก (Clinical Sciences) เพื่อส่งเสริมให้การศึกษาและการ บริการมคี วามเขม้ แข็งและเป็นทยี่ อมรบั 2.2 ส่งเสริมใหง้ านวิจัยได้รบั การตีพมิ พ์ในวารสารวชิ าการ หรอื ได้รับรางวลั ระดับนานาชาติ กลยทุ ธ์ที่ 3 พฒั นาศกั ยภาพกล่มุ ผ้ปู ระกอบวิชาชพี กิจกรรมหลกั 3.1 กาํ หนดแผนการผลิตและการกระจายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขท้ังระบบ รองรับการดําเนินงานด้านการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ให้มีความสมดุล และไม่กระทบต่อระบบสุขภาพ หลกั 3.2 กาํ หนดสาขาการผลิตระดับการศึกษาในระดับหลังปริญญา (Post graduate training) ท่ี สอดรับกับนโยบายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดความเหล่ือมลํ้าตามการจัดระบบบริการ สุขภาพ (Service Plan) ของประเทศโดยมสี ดั ส่วนนกั ศึกษาชาวไทยและตา่ งชาติที่เหมาะสม 3.3 จดั หาแหลง่ ทุนทั้งภายในประเทศและต่างประเทศใหแ้ กน่ ักศกึ ษา กลยุทธท์ ่ี 4 พฒั นาศกั ยภาพวิชาชีพ กิจกรรมหลัก 4.1 กาํ หนดรปู แบบใบอนุญาตชว่ั คราว (Temporary license) สําหรับบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถจากต่างประเทศ ให้สามารถมาปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชนได้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ เทคโนโลยี ซง่ึ กันและกัน 4.2 กาํ หนดรปู แบบการสอบใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพเป็นภาษาต่างประเทศ 4.3 กาํ หนดใบประกอบวิชาชีพในสาขาใหม่ ตามแนวโน้มการเปล่ยี นแปลงโลก 4.4 พัฒนาระบบความรับผิดชอบต่อหน้ีทางการเงิน (Liability) และยกระดับประมวล จรยิ ธรรมของผ้ปู ระกอบวิชาชพี (Ethical Rules) กลยทุ ธท์ ่ี 5 พฒั นาศกั ยภาพกลุม่ แรงงานมีฝมี ือ กิจกรรมหลกั 5.1 พัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้ให้บริการก่ึงวิชาชีพให้มีคุณสมบัติเฉพาะ (Qualification) ตรงกบั ความตอ้ งการของประเทศและสามารถไปทํางานไดอ้ ยา่ งมีศักด์ศิ รี ใน 3 กลมุ่ ได้แก่ - กลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Care Worker) เพื่อรองรับบริการเพื่อรองรับการให้บริการ ผูส้ งู อายุ - กลมุ่ พนักงานผ้ใู ห้บรกิ าร (Therapist) เพื่อรองรับบริการเพอ่ื สง่ เสริมสขุ ภาพ - กล่มุ ผู้ประกอบโรคศลิ ปะสาขาการแพทยแ์ ผนไทย เพอื่ รองรบั บรกิ ารแพทย์แผนไทย 54

กรมสนับสนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ 5.2 จัดทํากรอบอัตรากําลังของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ให้มีความ เหมาะสมเพียงพอ ต่อความต้องการของผู้รับบริการในสถานบริการสุขภาพ เพื่อเป็นทางเลือกของ ผ้รู บั บรกิ าร ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 ส่งเสรมิ การตลาดและประชาสมั พันธ์ วตั ถุประสงค์ 1. เพ่ือประชาสัมพันธ์ธุรกจิ สขุ ภาพแกก่ ลุ่มเป้าหมายหลัก ด้วยเครื่องมือหรอื วิธกี ารสมยั ใหม่ 2. เพอื่ สร้างความมนั่ ใจใหแ้ ก่ชาวต่างชาติ เปา้ หมาย ประเทศไทยมีผู้รับบริการด้านสุขภาพจากกลุ่มตลาดหลักและตลาดรองตามเป้าหมาย ที่กําหนด กลยทุ ธท์ ่ี 1 ทาํ การตลาดและประชาสัมพันธใ์ นลกั ษณะการจัดการฝงั่ ขาเข้า (In bound) กจิ กรรมหลกั 1.1 จัดงานมหกรรมเพ่ือส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย (Medical Hub Expo) เพ่ือนําเสนอสินค้าและบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมท้ังการจัดงานสมุนไพร แหง่ ปี (Herb of the year) เพื่อผลักดันสมนุ ไพรทมี่ ศี กั ยภาพสงู ของประเทศไทย 1.2 จัดประชุมวิชาการสุขภาพนานาชาติ (World Congress) หรือการเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพ ประมูลงาน (Bidding) 1.3 จัดทําโครงการทีค่ าํ นึงถึงความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม (CSR)/การจัดทาํ บรรจุภัณฑ์พิเศษ/ การจัดกจิ กรรมเฉพาะใหแ้ กผ่ ูร้ ับบรกิ ารหรอื นกั ท่องเท่ยี ว 1.4 จัดทําการตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Marketing)/สงั คมออนไลน์ (Social Media) กลยุทธ์ท่ี 2 การทาํ การตลาดและประชาสมั พันธใ์ นลกั ษณะการจัดการฝัง่ ขาออก (Out bound) กจิ กรรมหลกั 2.1 เขา้ ร่วมงานประชาสมั พันธใ์ นระดับโลก (Tradeshow) รวมท้ังการเขา้ ร่วมงานแสดงสินค้า นานาชาตใิ นประเทศ 2.2 จดั คณะผแู้ ทนระดบั สงู ภาครัฐและภาคเอกชน เดนิ ทางไปเจรจาการค้าด้านบริการสุขภาพ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในต่างประเทศ โดยแบ่งกลุ่มตลาดหลักและตลาดใหม่ ในลักษณะการ ค้าขายระหวา่ งรฐั บาลกบั รฐั บาลทั่วโลก (G to G) หรอื การค้าขายระหว่างองคก์ รกบั องคก์ ร (B to B) 2.3 ส่งเสริมใหผ้ ปู้ ระกอบการชาวไทยไปดาํ เนนิ ธุรกจิ สขุ ภาพในตา่ งประเทศ 2.4 ประชาสัมพนั ธศ์ กั ยภาพของประเทศไทย (Branding) ผ่านสื่อต่างประเทศ 55

กรมสนับสนุนบริการสขุ ภาพ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 บริหารและขับเคลื่อนนโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ โดยไม่เกิดผลกระทบด้าน ลบต่อระบบสขุ ภาพไทย วัตถปุ ระสงค์ เพ่ือให้การบริหารและขับเคลื่อนนโยบายมีความชอบธรรม และไม่เกิดผลกระทบต่อระบบ บรกิ ารสุขภาพหลกั ของประเทศ เปา้ หมาย 1. สดั สว่ นบคุ ลากรทางการแพทย์ต่อประชากรมคี วามสมดลุ และเหมาะสม 2. การกระจายบคุ ลากรสอดรบั กับความตอ้ งการและสภาวะด้านสุขภาพในแต่ละพ้ืนท่ี กลยทุ ธท์ ่ี 1 พัฒนารปู แบบการบรหิ ารนโยบายทมี่ ีประสิทธิภาพ กิจกรรมหลกั 1. จัดต้ังคณะทํางานทีท่ ําหน้าท่ีควบคุม กาํ กับ ลดผลกระทบท่ีอาจจะเกดิ ขึน้ ตอ่ ระบบบรกิ ารสุขภาพ 2. กระทรวงสาธารณสุขจะทาํ หน้าท่ีเป็นตัวแทนหลักในการวิเคราะห์ และพิจารณาโครงการ/ กิจกรรมหลัก ของแต่ละหน่วยงาน เพ่ือให้บูรณาการสารัตถะสําหรับไปสู่จุดเป้าหมายท่ีกําหนดไว้ และ เกิดประโยชนส์ งู สุดต่อประเทศ กลยทุ ธท์ ่ี 2 กําหนดมาตรการป้องกันลดผลกระทบท่ีอาจเกิดข้ึนจากการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ และกําหนดแนวทางการเยียวยาท่เี หมาะสม กิจกรรมหลกั 2.1 เพม่ิ ความเสมอภาคและส่งเสริมการเขา้ ถึงบรกิ ารสขุ ภาพทมี่ คี ุณภาพ ไดแ้ ก่ 2.1.1 กาํ หนดสดั สว่ นหรอื โควต้าการเข้าถึงบริการ 2.1.2 จดั ประเภทของกลมุ่ บรกิ าร 2.1.3 จัดชอ่ งทางพเิ ศษ 2.1.4 จัดลาํ ดับการให้บริการ 2.1.5 พัฒนารูปแบบการจัดบริการสุขภาพท่ีเหมาะสมหรือรูปแบบพิเศษสําหรับ โรงพยาบาลภาครัฐ 2.1.6 จดั สรรและกระจายสิง่ อาํ นวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานไปยงั ตา่ งจงั หวดั โดยมีคณุ ภาพเท่าเทยี มกับในกรุงเทพมหานคร 2.2 ลดความหนาแน่นในการใชบ้ ริการ 2.2.1 กาํ หนดมาตรการเชงิ ป้องกันและดูแลสุขภาพของคนไทยอยา่ งเป็นรปู ธรรม 2.2.2 สนับสนนุ การนาํ ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกมาประยุกต์ใน การจดั บริการสขุ ภาพ 2.3 เพมิ่ คณุ ภาพบรกิ าร 2.3.1 ส่งเสริมพัฒนาให้สถานพยาบาลผ่านการรับรองคุณภาพท้ังในประเทศหรือ ตา่ งประเทศ 56

กรมสนับสนนุ บริการสขุ ภาพ 2.3.2 พฒั นาการมสี ว่ นรว่ มระหว่างภาครัฐและเอกชน 2.4 กําหนดราคาบริการท่ีสมเหตสุ มผล 2.4.1 กําหนดนโยบายด้านราคากลางท่ีเหมาะสม เป็นธรรม ทั้งกับผู้ให้บริการและ ผูร้ บั บริการ 2.4.2 กําหนดแนวทางการจัดสรรรายได้จากการดําเนินงานตามนโยบายการเป็น ศนู ยก์ ลางทางการแพทยไ์ ปสรู่ ะบบสาธารณสุขของประเทศทเ่ี หมาะสม 2.5 ธํารงรักษาบุคลากรในระบบและลดการลาออกหรือการเคลื่อนย้ายของบุคลากร ทางการแพทย์ 2.5.1 กาํ หนดเปา้ หมายสัดส่วนบคุ ลากรทางการแพทยต์ ่อประชากรอยา่ งชัดเจน 2.5.2 เพ่ิมกําลงั การผลิตในสถาบันการศกึ ษาโดยเฉพาะสาขาท่ีขาดแคลน 2.5.3 กระจายบคุ ลากรทางการแพทยท์ ่เี หมาะสม 2.5.4 พัฒนาระบบจ่ายค่าตอบแทนบคุ ลากรท่ีเหมาะสมกับภาระงานและความทรุ กันดาร การประเมินผล ตวั ชว้ี ดั ของยุทธศาสตร์ 1. ร้อยละของรายไดจ้ ากการให้บรกิ ารสุขภาพและผลิตภณั ฑเ์ พิม่ จากฐานเดมิ (100%) 2. อนั ดบั ของขีดความสามารถในการแข่งขันจดั โดยเวทีเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) (อนั ดบั 1) 3. อัตราการเขา้ ถงึ บริการท่ีมคี า่ ใชจ้ ่ายสูงเพิม่ ขึน้ จากเดมิ (_ %) หน่วยงานรับผดิ ชอบ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา กระทรวงการตา่ งประเทศ กระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวงกลาโหม และสภาวิชาชพี ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ บั 1. ยกระดับคุณภาพบริการในระบบสุขภาพของประเทศเพื่อส่งเสริมความม่ันคงทางสังคมจาก การมสี ุขภาวะทีด่ ีของประชาชนโดยรวมของประเทศเปน็ พืน้ ฐานที่สาํ คญั 2. การพฒั นาขีดความสามารถในการแข่งขันดา้ นธุรกิจสุขภาพ สง่ เสรมิ การเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ สุขภาพในระดับภูมิภาค และเป็นจุดหมายปลายทางของการรับบริการสุขภาพของประชากรทั่วโลก สร้างเสริมรายได้เข้าสู่ประเทศด้วยศักยภาพท่ีประเทศไทยมีอยู่จริงอย่างม่ันคง ย่ังยืนและพัฒนาต่อเน่ืองได้ อยา่ งก้าวหนา้ 3. สร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงด้านบริการสุขภาพวิถีไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์วัฒนธรรมของ การบริการแบบไทย ท่ีสามารถพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อการจําหน่ายและบริการ รวมทั้งปรากฏเป็น ตราสัญลักษณเ์ พ่ือการประชาสมั พันธ์ 57

กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ 3.2 การขยายเวลาพาํ นกั ในราชอาณาจักรไทย รวม 90 วัน สําหรับกรณี เดนิ ทางเข้ามารบั การรักษาพยาบาลในกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรี ความรว่ มมอื อา่ วอาหรบั (Gulf Cooperation Council : GCC) ตามที่รัฐบาลได้ประกาศให้นโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เป็นหนึ่งในนโยบายสําคัญของ รัฐบาล โดยท่ีปัจจุบันได้มีคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพ่ือรับการ รกั ษาพยาบาลเป็นจาํ นวนเพ่มิ มากข้ึน เน่ืองจากให้ความนยิ มในการรักษาพยาบาล สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ ประเทศเป็นจํานวนมาก แต่พบปัญหาและอุปสรรค คือ การขอตรวจลงตราเพ่ือเข้าประเทศไทยในกรณี ต้องการเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลหรือต้องการขยายเวลาพํานักต่อ จะไม่ได้รับความสะดวก เท่าที่ควร ประกอบกับกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) รวม 6 ประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรบาห์เรน รัฐคูเวต รัฐสุลต่านโอมาน รัฐกาตาร์ ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย และ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพสูงมีข้อเรียกร้องในการขยายเวลาพํานักใน ราชอาณาจักรไทยสําหรับเข้ามารับการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ในการน้ีรัฐบาลโดยหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมประชุมหารือกันในหลาย วาระเพ่ือพิจารณาความเป็นไปได้และกําหนดหลักเกณฑ์การเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทยของบุคคลต่าง ด้าวสําหรับกรณีเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาล ซึ่งปัจจุบันได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวง กําหนด หลักเกณฑ์ วธิ กี าร และเงื่อนไขในการตรวจ การยกเว้นและการเปลี่ยนประเภทการตรวจลงตรา (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2555 ให้ไว้ ณ วันท่ี 19 ธันวาคม พ.ศ.2555 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องกําหนดรายช่ือ ประเทศทีผ่ ้ถู ือหนังสือเดนิ ทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสอื เดินทางซงึ่ เขา้ มาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพอ่ื รบั การรักษาพยาบาลและผู้ตดิ ตามไดร้ บั การยกเว้นการตรวจลงตราและให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกิน เก้าสิบวัน ประกาศ ณ วันท่ี 19 ธันวาคม พ.ศ.2555 ซ่ึงกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว โดยเหตุผล ในการประกาศใชก้ ฎกระทรวงฉบบั นี้เพือ่ เป็นการอาํ นวยความสะดวกในการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร และสอดคล้องกับแนวนโยบายในการขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และการบริการด้าน สุขภาพและการรักษาพยาบาล จึงมีการกําหนดให้คนต่างด้าวท่ีมีสัญชาติตามท่ีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยกําหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อรับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลและผู้ติดตามของบุคคล ดังกล่าวจํานวนไม่เกินสี่คน ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราและอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่เกินเก้าสิบวัน โดยต้องมีเอกสารเก่ียวกับการรักษาพยาบาล ได้แก่ เอกสารการนัดหมาย เอกสารการรับรองของแพทย์ เอกสารยืนยันการรักษาพยาบาล หรือเอกสารทางการแพทย์ประเภทอื่น พร้อมทั้งเอกสารทางการเงิน เก่ียวกบั คา่ ใชจ้ า่ ยในการรักษาพยาบาล ในการน้ี กระทรวงสาธารณสุขได้มีการประกาศรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมการดําเนินงาน ตามแนวทางดังกล่าว จํานวน 114 แห่ง พร้อมท้ังได้จัดทําแนวทางการดําเนินงานและลําดับข้ันตอน การปฏิบัติงานของการขยายเวลาพํานักในประเทศไทยรวม 90 วันสําหรับกรณีเดินทางเข้ามารับการ 58

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ รักษาพยาบาลในกลุ่มประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf cooperation Council) แล้ว ซ่ึงการพัฒนาในประเด็นการขยายเวลาพํานักในราชอาณาจักรไทย รวม 90 วัน สําหรับกรณีเดิน ทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลในกลมุ่ ประเทศสมาชกิ คณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ ในคร้ังน้ี คาดว่า การพัฒนาตามแนวทางใหม่จะทําให้มีการขยายตัวของการจัดบริการสุขภาพ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ ประเทศ สอดรับกับนโยบายการเป็นศนู ย์กลางทางการแพทย์ จะนาํ มาซ่ึงการพัฒนาศักยภาพและการเพ่ิมขีด ความสามารถของประเทศไทยในเวทโี ลกไดอ้ ย่างแทจ้ ริง 3.3 การพัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยกรณีข้อพพิ าททางการแพทย์ (Medical Mediator) ตามท่ีรัฐบาลได้ประกาศให้นโยบายการเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์เป็นหน่ึงในนโยบายสําคัญ เปา้ หมายเพ่ือใหป้ ระเทศไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ โดยการสนับสนุนให้หน่วยงานท้ังภาครัฐและ ภาคเอกชนมีการพัฒนาธุรกิจบริการและผลิตภัณฑ์สุขภาพให้มีคุณภาพมาตรฐาน สามารถแข่งขันกับ นานาชาติได้ สง่ ผลใหช้ าวตา่ งชาตนิ ยิ มเดนิ ทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลที่ประเทศไทย รวมท้ังได้มีข้อมูล เรื่องการร้องเรียนบริการทางการแพทย์ของชาวต่างชาติ กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมสนับสนุนบริการ สขุ ภาพจึงได้มีการพฒั นาระบบการไกลเ่ กลี่ยกรณีข้อพิพาททางการแพทย์ขึ้น หากเกิดกรณีข้อร้องเรียนหรือ ข้อพิพาททางการแพทย์ ทั้งด้านคุณภาพการรักษาพยาบาลและอัตราค่าบริการระหว่างผู้รับบริการและ สถานพยาบาลท้ังภาครัฐและเอกชนในประเทศไทย วัตถุประสงค์เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและสร้าง ความเช่ือม่ัน ความเข้าใจอันดีแก่ชาวต่างชาติท่ีเข้ามารับการรักษาพยาบาล ทั้งด้านความถูกต้องตามหลัก วิชาการทางการแพทย์ ความสมเหตุสมผลทางการเงิน และเป็นการพัฒนายกระดับมาตรฐานคุณภาพ บริการของสถานพยาบาลสู่การเป็นศูนย์กลางสขุ ภาพนานาชาติ สําหรับช่องทางรับเร่ืองร้องเรียน ในกรณีการไกล่เกล่ียข้อพิพาททางการแพทย์ (Medical Mediator) น้นั รวมท้งั สิน้ 4 ช่องทาง ไดแ้ ก่ 1. ระบบเวบ็ ทา่ : www.thailandmedicalhub.net, อเี มล : [email protected] 2. ระบบการรวมศูนย์การรับเข้าและการโทรออกภายในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (Call center) หมายเลข 0 2193 7999 ตลอด 24 ช่วั โมง 3. รับเร่ืองรอ้ งเรยี นโดยตรงผา่ นทางกรมสนบั สนุนบรกิ ารสุขภาพ 4. การแจ้งเวยี นสถานทูต หน่วยงานการต่างประเทศทเี่ กย่ี วข้อง โดยกระบวนการตั้งแต่รับเรื่องร้องเรียนจนยุติเร่ือง ใช้เวลาดําเนินการภายใน 90 วัน โดยระบบ การไกล่เกล่ียในเบื้องต้นระบบนี้รองรับชาวต่างชาติที่ไม่มีหลักประกันสุขภาพต้องจ่ายค่ารักษาเองทั้งหมด ก่อน ซ่ึงเป็นกลุ่มใหญ่ประมาณร้อยละ 80 โดยการดําเนินงานจะใช้รูปแบบคณะกรรมการกลางไกล่เกลี่ย กรณีข้อพิพาททางการแพทย์ แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตามคําสั่งกระทรวง สาธารณสุขที่ 149/2556 ลงวันท่ี 24 มกราคม 2556 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการกลางไกล่เกล่ียกรณี 59

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ข้อพพิ าททางการแพทย์ โดยคณะกรรมการประกอบดว้ ยผ้แู ทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ สํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สมาคมโรงพยาบาลเอกชน แพทยสภา กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่ง ประเทศไทย สมาคมแพทย์คลินิกไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นประธาน ผู้อํานวยการสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล และผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เป็นเลขานุการ รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาการ คณะอนุกรรมการด้านการเงินและ ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้เช่ียวชาญด้านเวชกรรมในแต่ละสาขาร่วมดําเนินการในบทบาทหน้าท่ีตามข้อร้องเรียน ทเ่ี กีย่ วข้อง ท้ังน้ีได้มีพิธีการแถลงข่าว เม่ือวันท่ี 8 สิงหาคม 2556 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยผลการดําเนินงานประสบความสําเร็จเป็นอย่างดี มีผู้แทนเข้าร่วมการแถลงข่าว รวมท้ังส้ินประมาณ 100 คน ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนจากสํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สมาคมโรงพยาบาลเอกชน แพทยสภา กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่ง ประเทศไทย สมาคมแพทย์คลินิกไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจ ประกันภัย สมาคมประกันชีวิตไทย กระทรวงการต่างประเทศ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) ท้ังน้ี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ดําเนินการประชาสัมพันธ์ระบบการไกล่เกล่ียกรณี ข้อพิพาททางการแพทย์แก่หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ สถานทูต โรงพยาบาลเอกชน ซ่ึงปัจจุบัน มีข้อร้องเรียนเข้าสู่ระบบและดําเนินการไกล่เกลี่ยเรียบร้อยแล้ว การดําเนินงานดังกล่าวจะเป็นช่องทาง สาํ คญั ในการพัฒนาให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศนู ยก์ ลางทางการแพทย์อยา่ งแทจ้ รงิ 3.4 การดาํ เนนิ งานศนู ยบ์ รกิ ารข้อมูลสุขภาพ กรมสนบั สนนุ บริการสุขภาพ (Medical Hub Center Department of Health Service Support) ระหว่างวนั ท่ี 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 – 31 มกราคม พ.ศ. 2557 กรมสนบั สนุนบรกิ ารสุขภาพ ไดด้ ําเนินการเปิดศูนย์ระบบการรวมศูนย์การรับเข้าและการโทร ออกภายในกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (Call center) ภายใต้โครงการ “สายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้าน ระบบบริการสุขภาพ หรือ สบส. Call Center” ในลักษณะออนไลน์ (On line) ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7999 บริการตลอด 24 ชั่วโมง เปิดโครงการฯ เม่ือวันที่ 1 กรกฎาคม 2554 เพื่อเป็นศูนย์กลาง ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร รับฟังข้อเสนอแนะ ข้อร้องเรียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้านระบบบริการ สุขภาพ รับแจ้งเบาะแสการกระทําผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2542 และตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เร่ือง กําหนด สถานที่เพ่ือสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยมาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์ และวิธีการ ตรวจสอบ เพ่ือการรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐาน สําหรับสถานที่เพื่อสุขภาพ หรือเพ่ือเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 พ.ศ. 2551 เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาล 60

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ อย่างถูกต้องเป็นธรรม ตลอดจนได้รับบริการด้านสุขภาพท่ีมีคุณภาพมาตรฐาน เช่น มาตรฐานของ สถานพยาบาลภาครัฐ/เอกชน สถานประกอบการเพ่ือสุขภาพ มาตรฐานเคร่ืองมือทางการแพทย์ และ ภาคประชาชน โดยมอบให้บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการระบบการรวมศูนย์การรับเข้าและ การโทรออกภายในกรมฯและบริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) ส่งมอบให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดําเนนิ การต่อต้ังแต่วนั ที่ 31 ตุลาคม 2555 เปน็ ต้นมา จนถงึ ปัจจุบัน กองสขุ ภาพระหวา่ งประเทศ (เดิม : สาํ นักงานคณะกรรมการบรหิ ารศูนย์กลางสุขภาพระหว่าง ประเทศ) ร่วมกบั สํานักสารนิเทศและประชาสมั พนั ธ์ สํานกั เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสํานัก สถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ เป็นเจ้าภาพหลักในการดําเนินงานศูนย์บริการสุขภาพแบบ ครบวงจร (Call Center) โดยจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพเป็นการชั่วคราว ณ กองสุขภาพระหว่าง ประเทศ (เดิม : สํานักงานคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางสุขภาพระหว่างประเทศ) บริเวณช้ัน 1 อาคาร คลังพสั ดุ โดยสาํ นกั เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร ได้ดาํ เนนิ การใช้หมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7999 เข้าสู่ระบบศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Call Center) ที่กองสุขภาพระหว่างประเทศ (เดิม : สาํ นักงานคณะกรรมการบรหิ ารศนู ย์กลางสขุ ภาพระหวา่ งประเทศ) ได้รับการจัดสรรงบประมาณงบรายจ่าย ลงทุนในระบบเว็บท่า จํานวน 41 ล้านบาท ในลักษณะหมายเลข อี 1 (E1) พร้อมกับว่าจ้างพนักงานระบบ ศนู ย์บริการสขุ ภาพแบบครบวงจร (Call Center) ปฏบิ ตั งิ านร่วมกับข้าราชการ/เจ้าหน้าที่เป็นประจําทุกวัน โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ บริการตลอด 24 ชั่วโมง สําหรับวันธรรมดา เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30- 18.30 น. นอกเวลาทําการ เปิดเป็นระบบอัตโนมัติ ส่วนวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิด ใหบ้ ริการตัง้ แต่เวลา 08.30-16.30 น. นอกเวลาปรบั เปน็ ระบบอตั โนมัติ 0-2193-7999 นอกจากนี้ ได้อบรม พนักงานระบบศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Call Center) ด้วยโปรแกรมระบบบริการสุขภาพแบบ ครบวงจร (Call Center) จากบริษัท คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี เอเชีย จํากัด (CT Asia) เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 และสํานักงานสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ ได้จัดทําคู่มือ “สายด่วนระบบบริการ สุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส. Call Center)” พร้อมน้ี ได้ส่งพนักงานระบบศูนย์บริการ สขุ ภาพแบบครบวงจร (Call Center) ฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามหน่วยงานในสังกดั กรมสนับสนุนบรกิ ารสุขภาพ กองสุขภาพระหว่างประเทศ (เดิม : สํานักงานคณะกรรมการบริหารศูนย์กลางสุขภาพ ระหว่างประเทศ) ได้ย้ายศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ (Health Information Service Center) ไปยังอาคาร ผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 บริเวณอาคารสําหรับเทียบเคร่ืองบิน (Concourses D) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปดิ ดาํ เนินการอย่างไม่เปน็ ทางการ เม่ือวันท่ี 14 พฤษภาคม 2556 และเปลี่ยนช่ือเป็น “ศูนย์บริการข้อมูล สุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (Medical Hub Center Department of Health Service Support)” มีเจ้าหน้าท่ีส่ือสารประชาสัมพันธ์ ให้บริการข้อมูลสุขภาพทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตอบสนองการความตอ้ งการของผู้รบั บริการ ดังนี้ 1. เจ้าหน้าที่ส่ือสารประชาสัมพันธ์ ปฏิบัติงานระบบศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Call Center) จํานวน 5 คน ปฏิบัติงานประจําศูนย์บริการข้อมูลสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ บรเิ วณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ช้ัน 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปฏิบัติงานเวรกลางวัน จํานวน 2 คน ส่วน เวรกลางคนื จํานวน 1 คน ดงั น้ี 61

กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ภาพ 1.1 ปฏิบตั งิ านในเวลาราชการ 1.1.1 วันจันทร์ – วนั อาทิตย์ ชว่ งเวลา 09.00 – 17.00 น. (เวรกลางวัน) วนั ละ 8 ชั่วโมง รวมเวลาพัก 1.1.2 วนั จันทร์ – วนั อาทิตย์ ช่วงเวลา 21.00 – 05.00 น. (เวรกลางคืน) วนั ละ 8 ช่ัวโมง รวมเวลาพัก 1.2 ปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ 1.2.1 วันจนั ทร์ – วนั อาทติ ย์ ช่วงเวลา 17.00 – 21.00 น. (เวรกลางวนั ) วันละ 4 ช่วั โมง 1.2.2 วนั จันทร์ – วนั อาทิตย์ ชว่ งเวลา 05.00 – 09.00 น. (เวรกลางคืน) วันละ 4 ชว่ั โมง 2. เจ้าหนา้ ที่ส่อื สารประชาสัมพนั ธ์ จํานวน 1 คน ปฏิบัติงานท่ีกองสุขภาพระหวา่ งประเทศ ในเวลาราชการ วันจันทร์ – วันศุกร์ ชว่ งเวลา 08.30 – 16.30 น. วนั ละ 8 ชว่ั โมง รวมเวลาพกั จากภารกิจให้บริการด้านคําปรึกษาของระบบบริการสุขภาพ และการตอบข้อซักถาม ที่เก่ียวข้องกับการเลือกสรรบริการสุขภาพท่ีได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข โดยผ่านระบบ ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Call Center) ท่ีเกี่ยวเน่ืองกับการสนับสนุนการเข้าถึงระบบบริการ สุขภาพโดยผ่านการสืบค้นข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลสุขภาพของระบบเว็บท่า (Web Portal) เพ่ือให้ผู้รับบริการ จากทว่ั โลกมอี ํานาจในการตัดสนิ ใจตามความต้องการ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ การเปรียบเทียบและ การตัดสนิ ใจ ในด้านการรับบริการสขุ ภาพ การตลาด และการลงทนุ ดา้ นระบบบริการสุขภาพ ซึ่งการอํานวยความสะดวกดังกล่าวฯ ข้างต้นจะเป็นการสร้างความพึงพอใจ ความนิยม อย่างแพร่หลายและเพิ่มขีดความสามารถของการเป็นศูนย์กลางเช่ือมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information) ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถเป็นจุดบริการจุดเดียวท่ีรับการติดต่อจากผู้ใช้งาน (Single contact point) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการเผยแพร่ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไทย จากการ ผลกั ดันนโยบายการพฒั นาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของระบบบริการสุขภาพใน 4 ผลผลิตหลัก ได้แก่ : 1) ศูนยก์ ลางบรกิ ารเพอ่ื สง่ เสริมสุขภาพ (Wellness Hub), 2) ศูนย์กลางบริการสุขภาพ (Medical Service Hub), 3) ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) และ 4) ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์ สขุ ภาพ (Product Hub) ตลอดจนเป็นการวางรากฐานที่ย่ังยืนของการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลาง สุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) ด้วยการพัฒนาข้อมูลสุขภาพ (Health Information) จากการดําเนิน โครงการพัฒนาระบบเว็บทา่ (Web Portal) และพัฒนาศนู ยบ์ รกิ ารข้อมลู สุขภาพ (Medical Hub Center) 62

กรมสนบั สนุนบริการสขุ ภาพ ตารางท่ี 1 จาํ นวนผู้รับบรกิ ารด้านการคุ้มครองผู้บรโิ ภคด้วยระบบสือ่ สารผ่านโทรศพั ท์อ ประเภท A.1 พ.ย. 55 ถึง B.16 ม.ค.56 C.16 ก.พ. 56 D.16 มี.ค. 56 15 ม.ค. 56 ถึง 15 ก.พ. 56 ถงึ 15 มี.ค.56 ถึง 15 เม.ย. 5 (1) จํานวนสายท่โี ทรเข้าระบบตอบรับ 509 อตั โนมตั แิ ล้ววางสายโดยท่ีไม่มกี ารตดิ ตอ่ 276 213 139 116 กับเจา้ หนา้ ที่ (Call End IVR) 137 138 104 76 (2) จํานวนสายทโี่ ทรเขา้ ระบบตอบรบั 124 73 52 อตั โนมตั ิและทํารายการติดตอ่ เจา้ หนา้ ท่ี 126 (Incoming Work Calls) 27 31 24 (3) จาํ นวนสายทโ่ี ทรเขา้ ระบบตอบรบั 94 อตั โนมัติและทาํ รายการตดิ ต่อเจา้ หนา้ ท่ี 9 16 28 19 และเจ้าหนา้ ท่ที ําการรบั สายใหบ้ ริการ 23 - - 2 (Inbound Work Calls) 11 3 3 (4) จาํ นวนสายทโี่ ทรเขา้ ระบบตอบรับ 1,048 อตั โนมัติ และทาํ รายการตดิ ตอ่ เจา้ หนา้ ที่ 502 347 268 แล้วไมไ่ ดร้ บั บรกิ ารจากเจา้ หนา้ ท่ี (Total Abandon Work Calls) - จํานวนสายท่ีโทรเขา้ แล้วไม่ไดร้ ับบรกิ าร จากเจ้าหน้าท่ี เกิดข้ึนระหว่างการคอยการ ให้บรกิ ารตามลําดับ*** - จํานวนสายท่ีโทรเข้าแล้วไมไ่ ด้รบั บริการ จากเจ้าหน้าท่ี เกิดจากการต่อสายไปยัง หน่วยงานอื่น - จํานวนสายท่โี ทรเขา้ แลว้ ไม่ได้รับบริการ จากเจา้ หนา้ ที่ เกดิ จากเจ้าหน้าที่ฯ รวม

อัตโนมตั ิ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 – 30 กันยายน พ.ศ. 2556 จาํ นวน (สาย) รวม 6 E.16 เม.ย. 56 ถึง F.16 พ.ค. 56 ถงึ G.16 มิ.ย. 56 ถงึ H.16 ก.ค. 56 ถึง I.16 ส.ค. 56 ถึง 1,823 15 ก.ค. 5656 15 ส.ค. 56 30 ก.ย. 56 (37.56) 56 15 พ.ค. 56 15 มิ.ย. 56 128 134 302 1,515 153 129 (31.22) 121 200 151 149 300 862 (17.76) 81 70 45 78 202 653 40 130 106 71 98 (13.46) 32 105 89 57 65 505 2 11 14 6 13 (10.41) 6 14 3 8 20 57 395 529 430 432 902 (1.77) 91 (1.88) 4,853 63

กรมสนบั สนนุ บรกิ ารสขุ ภาพ จากตารางที่ 1 จะเห็นว่าระหว่างวันท่ี 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 – 30 กันยายน 2556 มีผูร้ ับบริการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยระบบสื่อสารโทรศัพท์อัตโนมัติ ระหว่างวันท่ี 1 พฤศจิกายน 2555 – 30 กันยายน 2556 ด้วยโทรศัพท์ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ รวมท้ังส้ิน 4,853 สาย (Total Work Call = (Call End IVR) + ( Incoming Work Calls)) และจํานวนสายที่โทรเข้าระบบตอบรับอัตโนมัติ และทํารายการติดต่อ เจ้าหน้าท่รี วมทัง้ ส้ิน 2,377 สาย (ร้อยละ 48.98) โดยการติดต่อส่ือสารกับเจ้าหน้าท่ีสื่อสารประชาสัมพันธ์ (Call Center) ในช่วงเวลา 08.00-18.59 น. แต่เน่ืองจากระบบศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Call Center) ได้มี การพิจารณาขยายการให้บริการข้อมูลสุขภาพจากกองสุขภาพระหว่างประเทศ (เดิม : สํานักงานคณะกรรมการ บริหารศูนย์กลางสุขภาพระหว่างประเทศ) กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ไปยังท่าอากาศ ยานสุวรรณภูมิ ต้ังแต่วันที่ 12 - 14 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นมาน้ัน ส่งผลให้ประสบปัญหาเก่ียวกับสัญญาณ อินเตอร์เน็ตท่ีเช่ือมต่อด้วยระบบการสื่อสารด้วยความเร็วสูง (ADSL) ไม่สามารถรองรับการทํางานของระบบ ศูนย์บริการสุขภาพแบบครบวงจร (Call Center) ได้เพียงพอ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 กองสุขภาพระหว่าง ประเทศ จึงพิจารณาและได้ดําเนินการปรับปรุงระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เสมือนส่วนตัวที่มีหมายเลขประจําเครื่อง (IP-VPN) ทดแทนระบบการสื่อสารด้วยความเร็วสูง (ADSL) ในเดือน กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2557 ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพสนองตอบต่อความต้องการของผู้รับบรกิ ารข้อมลู สุขภาพมากข้ึน 64

กรมสนบั สนุนบริการสุขภาพ ตารางที่ 2 ตารางจาํ แนกการใชบ้ รกิ ารศนู ย์บริการขอ้ มูลสุขภาพ กรมสนับสนุนบรกิ ารสขุ ตดิ ต่อเจ้าหนา้ ที่ ระหว่างวนั ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 – 30 กนั ยายน พ.ศ ประเภท 1 พ.ย. 55 ถงึ 16 ม.ค.56 16 ก.พ. 56 จาํ นวน 15 ม.ค. 56 ถงึ 15 ก.พ. 56 ถงึ 15 มี.ค.56 ขอข้อมลู ทว่ั ไป 16 มี.ค. 56 ขอข้อมลู ดา้ นสขุ ภาพ 95 20 32 ถึง 15 เม.ย. 56 เรื่องร้องเรียนคลนิ กิ 18 31 23 เรื่องร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชน 9 6 10 43 เรอ่ื งรอ้ งเรยี นโรงพยาบาลภาครัฐ 10 10 3 1 เรื่องรอ้ งเรียนสถานประกอบการ 4 4 เพ่อื สขุ ภาพ 1 - - 4 เรอื่ งร้องเรียนโรงพยาบาลตํารวจ - - - แจ้งเบาะแส - - เร่ืองร้องเรียนร้านขายยา - - - ตดิ ตามผลการรอ้ งเรียนท่ผี า่ นมา - 13 2 - เร่อื งอ่ืนๆ - - - - - 3 - รวม 137 12 - - 32 73 - 124 52

ขภาพ (Medical Hub Center) ศ. 2556 (คน) / แยกรายเดือน จาํ นวน ร้อยละ (คน) 16 เม.ย. 56 ถงึ 16 พ.ค. 56 ถงึ 16 มิ.ย. 56 ถึง 16 ก.ค. 56 ถึง 16 ส.ค. 56 ถึง 63.82 15 พ.ค. 56 15 มิ.ย. 56 15 ก.ค. 5656 15 ส.ค. 56 30 ก.ย. 56 515 9.05 73 6.44 66 21 56 42 140 52 6.07 - - - 49 1.12 - 5 6 6 9 0.50 4 3 7 4 33 - - 5 0.12 1 - - 1 2.97 44 24 0.12 1 - - 1 5.82 -- 2 1 3 47 3.97 - - 1 32 100 11 7 13 11 807 - - - -- 76 65 173 12 -- 1- -- 76 31 65