Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ม.4/1

ม.4/1

Published by Guset User, 2021-12-15 03:06:40

Description: ไวรัสคืออะไร

Search

Read the Text Version

ไวรัสคืออะไร โดย นายปัตถมัง เฉลยปราชญ์ เลขที่ 2

\"ไวรัสคอมพิวเตอร์\" เป็นนิยามของโปรแกรมที่สร้างปัญหาและก่อให้เกิด ความเสียหายต่างๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์และสามารถแพร่กระจายตัว เองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่นๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถ แพร่กระจายข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการที่ไวรัส คอมพิวเตอร์สามารถแพร่กระจายข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นั้นมีสาเหตุ มาจากการที่ผู้ใช้นำไฟล์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ไปใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ อื่นๆ เช่น นำแผ่น diskette หรือสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่มีไฟล์ของ ไวรัส คอมพิวเตอร์ฝังตัวอยู่มาใช้งาน เป็นต้น

1. หนอน (Worm) เป็นหนึ่งในไวรัสคอมพิวเตอร์ประเภทอันตราย ที่สามารถสร้างความเสียหาย แก่คอมพิวเตอร์ได้อย่างร้ายแรง เนื่องจากมีคุณสมบัติสามารถแพร่กระจาย ไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจน สามารถบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เนื่องจากไวรัสหนอนสามารถกระจายตัวเข้าโจมตีระบบอย่าง รวดเร็ว ทำให้การกำจัดทำให้ได้ยากมากขึ้น และจำเป็นจะต้องใช้แอนตี้ไวรัสที่ มีศักยภาพสูงในการต่อกรกับไวรัสหนอนที่เข้ามาชอนไชระบบการทำงานของ คอมพิวเตอร์

2. บูตไวรัส (Boot Virus) ไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดนี้แฝงอยู่ในแผ่นซีดีรอมหรือ Flash drive ที่จะเข้า จู่โจมคอมพิวเตอร์ทันที เมื่อฮาร์ดดิสก์เริ่มอ่านแผ่นซีดีดังกล่าว โดยพุ่งเป้า หมายไปที่มาสเตอร์บูตเรคคอร์ดก่อนจะเคลื่อนไปที่หน่วยความจำ และเริ่มต้น ทำงานทันที เมื่อคอมพิวเตอร์เริ่มบูตเครื่องหลังจากเปิดคอมพิวเตอร์ที่ติดไวรัส ประเภทนี้จะไม่ได้แสดงอาการชัดเจน แต่มักจะมีการแพร่กระจายไปยังซีดี รอมระหว่างที่คอมพิวเตอร์กำลังบูตเพื่อปิดเครื่อง และด้วยวิธีการติดต่อเช่นนี้ ทำให้บูตไวรัสสามารถแพร่ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว

3. มาโครไวรัส (Macro Virus) เป็นอีกหนึ่งไวรัสคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่สามารถพบเจอได้ในการทำงาน โดยเฉพาะงานออฟฟิศที่ต้องยุ่งเกี่ยวกับโปรแกรมเอกสารต่าง ๆ โดยมาโคร ไวรัสจะแทรกตัวมาในไฟล์เอกสาร อาทิ Microsoft Word หรือ Microsoft Excel มีคุณสมบัติในการส่งคำสั่งมาโครสำหรับงานอัตโนมัติในไฟล์เอกสาร

4. ม้าโทรจัน (Trojan Horse) แม้ว่าโทรจันจะไม่สามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ แต่ก็มี วัตถุประสงค์เพื่อก่อกวนและบ่อนทำลายการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ต่าง จากไวรัสประเภทอื่น ๆ โดยสรุป โทรจันคือชุดโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อ หลอกล่อให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดและติดตั้ง โดยเชื่อว่าจะสามารถใช้งานได้ตาม สรรพคุณที่โปรแกรมเมอร์ได้เขียนโฆษณาไว้

5. สเทลต์ไวรัส (Stealth Virus) ไวรัสคอมพิวเตอร์ประเภทนี้มีคุณสมบัติในการอำพรางตัวสมชื่อ ยกตัวอย่าง เช่น กรณีที่ไฟล์ ๆ หนึ่งมีสเทลต์ไวรัสแฝงอยู่ ไฟล์นั้นจะไม่สามารถตรวจสอบ ขนาดไฟล์ที่แท้จริงได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะสเทลต์ไวรัสได้เข้าไปควบคุม DOS เบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้วทำให้ไฟล์ดูปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่ไม่สามารถดู ขนาดไฟล์ได้ ทว่าแท้จริงแล้วไฟล์นั้นได้ถูกสเทลต์ไวรัสเข้าเล่นงานและ อำพรางตัวอยู่คอยให้เราคลิกเข้าไปนั่นเอง

6. โพลีมอร์ฟิกไวรัส (Polymorphic Virus) เป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ที่สามารถควบคุมกำจัดได้ยากมาก เนื่องจากมี คุณสมบัติในการ copy ตัวเองจนแพร่กระจายได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว หลายร้อย รูปแบบ โดยปัจจุบันมีไวรัสคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติเช่นนี้จำนวนมาก ส่งผล ให้การสแกนไวรัสเพียงลำพังวิธีการเดียวอาจไม่พอต่อการตรวจจับไวรัส ประเภทนี้ทุกตัว จึงต้องใช้แอนตี้ไวรัสที่มีขีดความสามารถสูงและรอบด้านมาก ยิ่งขึ้น

7. ไฟล์ไวรัส (File Virus) ไวรัสประเภทนี้เป็นหนึ่งในไวรัสที่พบได้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด โดยเฉพาะผู้ ที่นิยมดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีจากอินเตอร์เน็ต โดยไวรัสจะแฝงตัวมาในรูป ของไฟล์ติดตั้งโปรแกรมซึ่งส่วนใหญ่จะมีสกุล .exe เพราะฉะนั้น จึงควรเช็ค แหล่งที่มาของโปรแกรม ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ก่อนจะโหลดไฟล์ โปรแกรมเหล่านั้น เพราะอาจเป็นการชักศึกเข้าบ้านด้วยการนำไวรัสมาปล่อย ลงในคอมพิวเตอร์ของตนเองได้หากไม่ระวัง

ความเสียหายที่เกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร? ไวรัสคอมพิวเตอร์เมื่อเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วก็มักจะก่อให้เกิดความเสียหายหรือก่อกวนทำให้เกิดความรำคราญ ซึ่งผลจากการที่ โปรแกรมไวรัสเข้ามาทำงานมีดังนี้ - ทำลายข้อมูล คือ ทำลายข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องเกิดความเสียหา ไม่สามารถเปิดใช้งานได้หรือสูญหาย - ขโมยข้อมูลสำคัญ คือ ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องรั่วไหลออกไปสู่ผู้ที่ปล่อยไวรัส ทำให้ข้อมูลที่เป็นความลับถูกเปิดเผยจะมีความเสียหายมากโดยเฉพาะผู้ที่ ประกอบธุรกิจหากข้อมูลที่รั่วไหลออกไปนั้นเป็นข้อมูลที่เป็นความลับทางด้านการค้าเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะ เปิดตัว ข้อมูลส่วนผสมของยาหรือเครื่องสำอางที่กำลังขายดี ซึ่งก็ให้เกิดความเสียหายแก่คู่แข่งทางการค้า- ฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ คือ การลบข้อมูลใน เครื่องคอมพิวเตอร์ออกทั่งหมดเหมือนกับการติดตั่งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมดมักจะใช้กับกรณีที่ไวรัสมีการแพร่กระจายในเครื่องเป็นจำนวน มากหรือเครื่องคอมพิวเตอร์มีอาการผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมเครื่องได้ ซึ่งจะทำให้ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นหายไปทั้งหมด - ทำให้โปรแกรมทำงานผิดพลาด คือ โปรแกรมที่มีการทำงานผิดปกติเช่นผู้ใช้ไม่ได้สั่งให้โปรแกรมทำงานแต่โปรแกรมทำงานเองหรือทำงานไม่ได้ตาม ที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น ไม่ได้สั่งให้เครื่องพิมพ์ทำงาน แต่เครื่องพิมพ์ทำงานเอง สั่งให้บันทึกไฟล์งานแต่โปรแกรมไม่บันทึกให้ - ก่อความรำคาญ คือ โปรแกรมก่อกวนทำให้เกิดความรำคราญเช่น มีเสียงที่ไม่พึงประสงค์ดังอยู่ตลอดเวลา มีหน้าต่างที่pop-up ที่ไม่เกี่ยวข้องกับ การทำงานขึ้นมาถามตลอดเวลาหรือบ่อยๆ ทำสำเนาข้อความมูลให้เป็นจำนวนมากโดยไม่ได้สั่งให้โปรแกรมทำ ยุบหน้าจอขณะที่ผู้ใช้ทำงานในโปรแกรม นั้นอยู่ - ทำให้เครื่องทำงานช้า/ทำงานต่อไม่ได้ คือ เครื่องทำงานช้าผิดปกติ หรือประมลผลช้ากว่าที่ค่อยเป็นเวลานานจนไม่สามารถทำงานอื่นต่อได้ - ทำให้ระบบเครือข่ายขององค์กรช้า คือ รบกวนระบบเครือข่ายภายในองค์กรให้ทำงานได้ช้าลงส่งผลให้ไม่สามารถสงไฟล์ข้อมูลออกไปยังเครื่องอื่น ได้ ไม่สามารถแชร์ข้อมูลหรือดึงข้อมูลจากเครื่องอื่นมาได้



วิธีหลีกเลี่ยงและ ป้องกันไวรัส คอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง 1.ดาวน์โหลดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ที่น่าเชื่อถือจากแหล่งที่ถูกต้อง ไม่โหลด จากเว็บไซต์ที่ดูมีพิรุธหรือเว็บไซต์มืดต่างๆ 2.ตั้งค่าระบบป้องกันให้ทำงานทันทีที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ 3.อัพเดทฐานข้อมูลไวรัสในโปรแกรมป้องกันสม่ำเสมอทุกวัน 4.อย่าตั้งค่าให้โปรแกรมอีเมล์เปิดไฟล์แนบอัตโนมัติทันทีหลังจากที่เปิดดู อีเมล์ 5.สแกนไวรัสทุกครั้งที่มีการเสียบ Flash Drive , DVD หรือ แม้แต่ External Harddisk ด้วยทุกครั้ง

6.เวลาติดตั้งโปรแกรมเราควรอ่านให้ครบทุกหน้า เพราะบางโปรแกรม อาจมีการแนบให้ติดตั้ง Adware เข้ามาด้วยเสมอ 7.แสกนอีเมล์หรือแสกนไฟล์ต่างๆ ที่ได้รับจาก อีเมล์ หรือ แม้แต่ Line เพื่อป้องกันการติดไวรัส 8.เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่น่าเชื่อถือ และจำไว้ว่าอินเตอร์เน็ต ฟรี สาธารณะ นั้นมีความเสี่ยงอยู่เสมอ 9.อย่าเข้าเว็บที่ล่อแหลมทั้งหลาย เช่น เว็บโป้ เว็บแจกโปรแกรมฟรี เว็บ คาสิโน ต่างๆ เพราะเว็บเหล่านี้มักมี ไวรัส หรือ Trojan แฝงเข้ามาด้วย 10.พึงระวังเว็บที่ครอบลิงค์หลายๆชั้นไว้ให้ดี เพราะเว็บครอบลิงค์เหล่านี้ อาจจะทำให้เพื่อนๆ ติด ไวรัสจากเว็บครอบลิงค์ได้



1. Bitdefender สำหรับ Bitdefender ถือว่าเป็นโปรแกรมสแกนไวรัสที่เข้าไปอยู่ในใจของผู้ใช้ทั่วโลก ไม่ว่าจะ เว็บไซต์ไหนที่มีการจัดอันดับ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ดีที่สุด ย่อมมี Bitdefender ติดอยู่เป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะหลังมีการปล่อยเวอร์ชัน Plus 2020 ออกมาก็ได้รับความนิยมและเสียงตอบรับที่ดีจาก ผู้ใช้งานทุกคนว่าเป็นโปรแกรมที่ครบเครื่องมีประสิทธิภาพสูงตัวหนึ่ง นอกจากนี้ Bitdefender ยังมีจุดเด่นเรื่องการทำงานรวดเร็วมาก กินทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่ำ พร้อมทั้งยังสามารถปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์จากภัยคุกคามต่าง ๆ อาทิ สปายแวร์ โทรจัน รูท คิท รวมไปถึง แรนซัมแวร์หรือมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อเรียกค่าไถ่เหยื่อโดยเฉพาะ เป็นต้น www.bitdefender.com

2. Norton 360 Standard Norton เป็นผู้นำระดับโลกในการต่อสู้กับมัลแวร์ทุกประเภทรวมถึงสปายแวร์ เนื่องจาก โปรแกรมป้องกันไวรัสของ Norton ใช้ปั ญญาประดิษฐ์ (AI) จึงเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับ ภัยคุกคามไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ ๆ สามารถสแกนเนอร์มัลแวร์ ตรวจพบสปายแวร์ได้ 100% โดย Norton 360 Standard มาพร้อมกับการสแกนและกำจัดมัลแวร์เต็มรูปแบบ การตรวจ จับภัยคุกคามออนไลน์ ไฟร์วอลล์อัจฉริยะ การตรวจสอบเว็บมืด ผู้จัดการรหัสผ่าน (Password Managers) และ Secure VPN ที่ปลอดภัยมีความเป็นส่วนตัว เป็นต้น

3. McAfee Total Protection McAfee เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากการโจรกรรม ข้อมูลส่วนตัวซึ่งเป็นหนึ่งในผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดของสปายแวร์ ให้การตรวจจับและกำจัด สปายแวร์ไวรัสและมัลแวร์ประเภทอื่น ๆ ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีชุดคุณสมบัติเพิ่มเติมที่ แข็งแกร่งเพื่อช่วยให้ปลอดภัยจากสปายแวร์ ได้แก่ ท่องเว็บไซต์อย่างปลอดภัย การเพิ่ม ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานมากขึ้น และ VPN อย่างไม่จำกัด ที่สำคัญ McAfee ยังได้คะแนนการตรวจจับมัลแวร์ที่ยอดเยี่ยมในการตรวจสอบเชิงลึก ทั้งยังมี การจัดการรหัสผ่านอย่างปลอดภัย และการป้องกันแรนซัมแวร์หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ตลอดจน สามารถตรวจสอบ Dark web ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมดูแลให้การซัพพอร์ตการถูก โจรกรรมข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงอีกด้วย

4. Trend Micro Trend Micro คือหนึ่งในโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยผู้ใช้งาน มากกว่า 250 ล้านราย โดยสามารถปกป้องคุณจากมัลแวร์ สปายแวร์ อีเมลหลอกลวง และแม้ กระทั่งแรนซัมแวร์ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ๆ ในทุกวันนี้ ยิ่งไปกว่านั้น Trend Micro ยัง ปกป้องคุณในขณะที่คุณออนไลน์โดยการสแกนเว็บไซต์และอีเมลเพื่อมองหาการหลอกลวงหรือ อันตรายและบล็อกอีเมลหลอกลวงที่มีการโจมตีฟิชชิงซ่อนอยู่ Trend Micro มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจก็คือ heuristic scans ที่ไม่ได้ดูเพียงไฟล์หรือโฟลเดอร์ เฉพาะเจาะจงเท่านั้น แต่ยังศึกษาวิธีที่มันทำงานเพื่อดูว่ามีโปรแกรมที่น่าสงสัยกำลังทำงานบน คอมพิวเตอร์ของคุณอย่างลับ ๆ อยู่หรือไม่ สิ่งนี้ช่วยค้นหาและกำจัดมัลแวร์ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน ไฟล์ที่ดูปกติ หาก Trend Micro พบบางสิ่งที่น่าสงสัย มันจะอัปโหลดลงบนคลาวด์ที่ทีมงานผู้ เชี่ยวชาญของบริษัทจะดำเนินการศึกษามันต่อไป เพื่อที่จะช่วยพัฒนาระบบให้สามารถป้องกัน ไวรัสและมัลแวร์แบบใหม่ ๆ ต่อไปได้อย่างทันท่วงที www.trendmicro.com

5. AVG Antivirus โปรแกรม AVG Antivirus นี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสคอมพิวเตอร์ชื่อดังของโลก ซึ่งในต่างประเทศโปรแกรมตัวนี้ติดอันดับต้น ๆ ของโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ฮอตฮิตระดับโลก เลยทีเดียว ทว่าสำหรับเมืองไทยกลับไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าตัวโปรแกรมสแกนไวรัส AVG นอกจากจะมีดีเพราะความฟรีของมันแล้ว มันยังมีความสามารถ ป้องกันไวรัส และเหล่า บรรดา มัลแวร์ สปายแวร์ แฮกเกอร์ ได้ดีไม่แพ้โปรแกรมสแกนไวรัสที่เสียเงินเลยทีเดียว www.avg.com

จบการทำงานเพียงเท่าขอบคุณเว็บไซต์ต่างที่ช่วยค้นหาในการทำงาน


Share
Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook