Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Published by bird.tent2626, 2020-04-20 04:10:02

Description: 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Search

Read the Text Version

๑๙๔ หนา ๗๐ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก “มาตรา ๑๔๐ เมือปรากฏแกเจาพนักงานจราจร ไมวาพบดวยตนเอง หรือโดยการใช เครื่องอุปกรณ หรือโดยวิธีการอ่ืนใดวา ผูขับขี่ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราช บัญญัติน้ีหรือตามกฎหมายอื่นอันเก่ียวกับรถหรือการใชทาง ท่ีเปนความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือนและมีโทษปรับ เจาพนักงานจราจรจะวากลาวตักเตือนหรือออกใบส่ัง ใหผูขับขี่ผูน้ันชาระคาปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได ในกรณีเจาพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไมพบตัวผูขับข่ีใหติด ผูก หรือแสดงใบส่ังไวที่รถท่ี ผูขับข่ีสามารถเห็นไดงาย หากไมสามารถติด ผูก หรือแสดงใบส่ังไวท่ีรถไดไมวาดวยเหตุใดใหสงใบสั่ง พรอมดวยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลําเนาของเจาของรถหรือ ผูครอบครองรถ เพื่อใหชําระคาปรับภายในระยะเวลาที่กําหนดในใบสั่งนั้น ท้ังนี้ ตามระเบียบท่ี ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนด ใหนําความในวรรคสองมาใชบังคับกับกรณีท่ีเจาพนักงานจราจรพบการกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอ่ืนอันเก่ียวกับรถหรือการใชทาง แตไมอาจทราบตัวผูขับขี่ ดวย โดยอนุโลม เกณฑการกําหนดจํานวนคาปรับตามท่ีเปรียบเทียบและแบบของใบส่ังตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไป ตามท่ีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติประกาศกําหนด” มาตรา ๑๑ ใหเพิ่มความตอไปน้ีเปนมาตรา ๑๔๐/๑ มาตรา ๑๔๐/๒ และมาตรา ๑๔๐/๓ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “มาตรา ๑๔๐/๑ เมอื่ เจา พนกั งานจราจรไดต ดิ ผกู หรอื แสดงใบสงั่ ไวท รี่ ถหรอื สง ใบสงั่ ทาง ไปรษณียตามมาตรา ๑๔๐ วรรคสองและวรรคสาม แลว ใหถือวาเจาของรถหรือผูครอบครองรถ ไดรับ ใบสงั่ เมอื่ พน กาํ หนดสบิ หา วนั นบั แตว นั ทตี่ ดิ ผกู หรอแื สดงใบสง่ั ไวท ร่ี ถหรอื สง ใบสงั่ ทางไปรษณยี ด งั กลา ว เวนแตจะมีการพิสูจนไดวาไมมีการไดรับหรือไดรับหลังจากวันน้ัน เม่ือเจาของรถหรือ ผูครอบครองรถ ไดรับใบส่ังดังกลาวแลว ใหสันนิษฐานวาเจาของรถหรือผูครอบครองรถน้ันเปนผูกระทําความผิดตาม ท่ีระบุในใบสั่ง เวนแตเจาของรถหรือผูครอบครองรถจะไดแจงตอพนักงานสอบสวนภายใน สามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับใบส่ังวาผูอื่นเปนผูขับขี่และผูนั้นยอมรับวาตนเปนผูขับขี่ หรือในกรณีที่ไมมีผูใด ยอมรับวาเปนผูขับข่ี เจาของรถหรือผูครอบครองรถซ่ึงไมใชนิติบุคคลจะตองแสดงหลักฐาน ใหพนักงาน สอบสวนเช่ือไดวาตนเองมิไดเปนผูขับขี่น้ัน

เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา ๗๑ ๑๙๕ ราชกจิ จานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔๐/๒ ในกรณีที่เจาพนักงานจราจรไดวากลาวตักเตือนหรือออกใบส่ังให ผูขับข่ีผูใด ตามมาตรา ๑๔๐ แลว หากเจาพนักงานจราจรเห็นวาผูขับขี่ผูน้ันอยูในสภาพที่หากใหขับรถ ตอไป อาจเปนอันตรายตอชีวิต รางกาย หรือทรัพยสินของตนเองหรือผูอื่น ใหเจาพนักงานจราจร มีอํานาจ ยึดใบอนุญาตขับขี่ของผูขับข่ีดังกลาวหรือบันทึกการยึดใบอนุาตขับข่ีดวยวิธีการทางขอมูล อิเล็กทรอนิกส หรือระงับการใชรถเปนการชั่วคราวเพ่ือมิใหผูน้ันขับรถ และใหเจาพนักงานจราจรคืน ใบอนุญาตขับข่ีหรือยกเลิกการบันทึกการยึดใบอนุญาตขับข่ีดวยวิธีการทางขอมูลอิเล็กทรอนิกส หรือ ยอมใหผูขับข่ีขับรถได เม่ือผูขับข่ีนั้นอยูในสภาพท่ีสามารถขับรถตอไปไดหรือเมื่อเจาพนักงานจราจร แนใจวาผูขับขี่จะไมขับรถ ในขณะท่ีอยูในสภาพดังกลาว ทั้งน้ี ตามระเบียบที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ และอธิบดีกรมการขนสงทางบกรวมกันกําหนด มาตรา ๑๔๐/๓ ในกรณีท่ีเจาพนักงานจราจรพบวาผูขับขี่ผูใดเปนผูขาดคุณสมบัติหรือ มีลักษณะ ตองหามในการไดรับใบอนุญาตขับข่ี ใหเจาพนักงานจราจรมีอํานาจยึดใบอนุญาตขับข่ี หรือ บันทึกการยึด ใบอนุญาตขับขี่ดวยวิธีการทางขอมูลอิเล็กทรอนิกสของผูขับขี่ผูนั้น โดยแจงการส่ังยึด ใบอนุญาตขับข่ี พรอมดวยเหตุผลในการส่ังยึดใบอนุญาตขับขี่ใหผูขับขี่ดังกลาวทราบ พรอมทั้งมอบ หลักฐานการส่ังยึด ใบอนุญาตขับข่ีน้ันใหแกผูขับข่ีไวเปนหลักฐาน ในกรณีท่ีเจาพนักงานจราจรยึดใบอนุญาตขับขี่ตามวรรคหนึ่งใหจัดทําบันทึกการยึด ใบอนุญาตขับข่ี และใหสงบันทึกนั้นพรอมดวยใบอนุญาตขับขี่ของบุคคลดังกลาว ไปยังนายทะเบียน ตามกฎหมาย วาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกเพ่ือใหนายทะเบียนดําเนินการ ตามกฎหมายตอไป” มาตรา ๑๒ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๔๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๙ และใหใช ความตอไปน้ีแทน “มาตรา ๑๔๑ เม่ือผูขับข่ีเจาของรถหรือผูครอบครองรถไดรับใบส่ังตามมาตรา ๑๔๐ แลว ใหชําระคาปรับภายในเวลาท่ีกําหนดไวในใบสั่งดวยวิธีการอยางหน่ึงอยางใด ดังตอไปนี้ (๑) ชําระคาปรับโดยการสงธนาณัติหรือการสงตั๋วแลกเงนิของธนาคารโดยทางไปรษณีย ลงทะเบียน สั่งจายใหแกผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ พรอมดวยสําเนาใบสั่งไปยังสถานท่ีท่ีระบุไวใน ใบสั่ง หรือ โดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผานธนาคารหรือ หนวยบริการรับชาระเงินตามจํานวนท่ีระบุไวในใบสั่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบท่ีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ กําหนด

๑๙๖ หนา ๗๒ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก (๒) ชาระคาปรับท่ีสถานีตํารวจ โดยชาระตามจํานวนที่กําหนดไวในใบสั่งหรือตาม จํานวนท่ีพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ และในกรณีนี้ ใหพนักงานสอบสวนทุกทองท่ีมีเขตอํานาจ ในการเปรียบเทียบปรับไดท่ัวราชอาณาจักร เม่ือผูไดรับใบสั่งไดชําระคาปรับครบถวนถูกตองแลวใหคดีเปนอันเลิกกัน” มาตรา ๑๓ ใหเพ่ิมความตอไปนี้เปนมาตรา ๑๔๒/๑ มาตรา ๑๔๒/๒ มาตรา ๑๔๒/๓ มาตรา ๑๔๒/๔ มาตรา ๑๔๒/๕ มาตรา ๑๔๒/๖ มาตรา ๑๔๒/๗ และมาตรา ๑๔๒/๘ แหงพระราช บัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “มาตรา ๑๔๒/๑ เพ่ือประโยชนในการควบคุมความประพฤติของผูไดรับใบอนุญาตขับข่ี ใหเกิดความปลอดภัยในการจราจร ในกรณีท่ีผูขับข่ีผูใดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ ตามกฎหมายอ่ืน อันเกี่ยวกับรถหรือการใชทาง ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติจัดใหมีระบบการบันทึก คะแนนความประพฤติ ในการขับรถของผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ ระบบการบนั ทกึ คะแนนความประพฤตใิ นการขบั รถตามวรรคหนงึ่ อยา งนอ ยตอ งประกอบดว ย การกําหนดคะแนนการตัดคะแนนและการคืนคะแนนโดยวิธีดําเนินการดังกลาวใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติและอธิบดีกรมการขนสง ทางบกรวมกัน กําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในการกําหนดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ใหคํานึงถึงประเภทของใบอนุญาตขับขี่ และเหตุแหงการกระทําความผิดดวย ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ผูใดถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถจนหมด คะแนน ตามท่ีกําหนดไวใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาตหิรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูบัญชาการ ตํารวจแหงชาติ ในแตละทองท่ีส่ังพักใชใบบอนุญาตขับข่ีของผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีผูน้ันคราวละ เกาสิบวัน ทั้งน้ี ตามระเบียบที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนด มาตรา ๑๔๒/๒ คําส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ตามมาตรา ๑๔๒/๑ วรรคสาม ใหทําเปน หนังสือและใหแจงคําส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีแกผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีทราบ ตามหลักเกณฑและ วิธีการ ที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อไดแจงคําส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีตามวรรคหนึ่งแลว ใหแจงนายทะเบียนตามกฎหมาย วาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกทราบโดยเร็ว พรอมทั้งบันทึกขอมูลตามระเบียบ ท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔/๑

เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา ๗๓ ๑๙๗ ราชกจิ จานเุ บกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔๒/๓ ผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ซ่ึงถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถหรือ ถูกสงั่พักใชใบอนุญาตขับข่ีตามมาตรา ๑๔๒/๑ วรรคสาม อาจเขารับการอบรมความรูเก่ียวกับการขับรถ และวินัยจราจรตามท่ีกรมการขนสงทางบกกําหนดได ใหกรมการขนสงทางบกจัดการอบรมความรูเกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจร ตาม หลักสูตร ที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติและอธิบดีกรมการขนสงทางบกรวมกันกําหนด การจัดใหมีการอบรมความรูเก่ียวกับการขับรถและวินัยจราจรตามวรรคสองกรมการขนสง ทางบก อาจมอบหมายใหโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนสงทางบกรับรองดําเนินการก็ได ในการอบรมตามวรรคหนึ่ง ใหผูเขารับการอบรมเสียคาใชจายตามท่ีอธิบดีกรมการขนสง ทางบก ประกาศกําหนด มาตรา ๑๔๒/๔ ใหผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีซ่ึงผานการอบรมตามมาตรา ๑๔๒/๓ มีสิทธิไดรับคืนคะแนนความประพฤติในการขับรถที่ถูกตัดไปอันเนื่องมาจากการกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัติน้ี โดยยื่นคําขอตอหัวหนาเจาพนักงานจราจร ทั้งนี้ ตามหลกัเกณฑวิธีการและเง่ือนไข ที่ประกาศกําหนด ตามมาตรา ๑๔๒/๑ วรรคสอง มาตรา ๑๔๒/๕ ในกรณที ผี่ ไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั ขผี่ ใู ดกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ หรอื ตามกฎหมายอนื่ อนั เกย่ี วกบั รถหรอื การใชท าง หากการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา วมเี หตหุ รอื กอ ใหเ กดิ หรือนา จะกอใหเ กิดอันตรายอยา งรายแรงตอ สาธารณะหรือมีลักษณะเปน ภัยแกป ระชาชนอยางรา ยแรง หรือมีพฤติการณหลบหนีเม่ือตนเองกอใหเกิดความเสียหายแกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอื่น ใหผ บู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผซู งึ่ ดาํ รงตาํ แหนง ไมต า่ํ กวา ผบู ญั ชาการหรอื เทยี บเทา ทไี่ ดร บั มอบหมาย จากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติมีอํานาจส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีของผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ผูน้ัน ไดไมเกินเกาสิบวัน คาสั่งพักใชใบอนุญาตขับข่ีตามวรรคหนึ่ง ใหทําเปนหนังสือ และใหแจงคําส่ังพักใช ใบอนญุ าตขบั ขแ่ี ก ผไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั ขที่ ราบพรอ มทงั้ ขอ หาในการกระทาํ ความผดิ กาํ หนดเวลาเรมิ่ ตน และส้ินสุดการพักใชใบอนุญาตขับข่ี โดยแนบพยานหลักฐานท่ีเก่ียวของไปดวย ตามหลักเกณฑและ วิธีการที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา พรอมท้ังบันทึกขอมูลตาม ระเบียบที่กําหนดไว ในมาตรา ๔/๑

๑๙๘ หนา ๗๔ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก มาตรา ๑๔๒/๖ ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีผูใดถูกส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ ตาม พระราชบัญญัตินี้เกินสองคร้ังภายในระยะเวลาสามปนับแตวันท่ีถูกสั่งพักใชใบอนุญาตขับขี่ครั้งแรก หากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติหรือผูซ่ึงดํารงตําแหนงไมตํ่ากวาผูบัญชาการหรือเทียบเทาท่ีไดรับ มอบหมายจากผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตเิ หน็ วา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั ขผ่ี นู นั้ สมควรถกู พกั ใชใ บอนญุ าต ขับขี่เกิน เกาสิบวัน ใหแจงนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบก พรอมดวยขอหาในการกระทําความผิดและพยานหลักฐานที่เก่ียวของ เพ่ือใหนายทะเบียน ดําเนินการพิจารณาส่ังยึด หรือพักใชใบอนุญาตขับข่ีตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวย การขนสงทางบก แลวแตกรณี พรอมท้ังทําการบันทึกขอมูลตามระเบียบท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔/๑ มาตรา ๑๔๒/๗ ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีผูใดเคยถูกส่ังยึดหรือพักใชใบอนุญาต ขับข่ีตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกตามมาตรา ๑๔๒/๖ มาแลว และไดกระทําความผิดและถูกพักใชใบอนุญาตขับขี่ตามพระราชบัญญัตินี้อีกภายในระยะเวลาหนึ่งป นับแต วันที่พนกําหนดระยะเวลาท่ีถูกสั่งยึดหรือพักใชใบอนุญาตขับขี่ตามมาตรา ๑๔๒/๖ หาก ผบู ญั ชาการ ตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผซู ง่ึ ดาํ รงตาํ แหนง ไมต าํ่ กวา ผบู ญั ชาการหรอื เทยี บเทา ทไ่ี ดร บั มอบหมาย จากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเห็นวาผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ผูน้ันสมควรถูกเพิกถอนใบอนุาตขับข่ี ใหแจง นายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก พรอมดวย ขอหาในการกระทําความผิดและพยานหลักฐานที่เก่ียวของ เพื่อใหนายทะเบียนดําเนินการพิจารณา ส่ังเพิกถอนใบอนุญาตขับข่ีตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก แลวแตกรณี พรอมทั้งทําการบันทึกขอมูลตามระเบียบท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔/๑ มาตรา ๑๔๒/๘ ผไู ดร บั คาํ สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตขบั ขต่ี ามมาตรา ๑๔๒/๑ หรอื มาตรา ๑๔๒/๕ ใหมีสิทธิอุทธรณภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งตามมาตรา ๑๔๒/๒ วรรคหนึ่งหรือ มาตรา ๑๔๒/๕ วรรคสอง แลวแตกรณี ดังตอไปน้ี (๑) ในกรณีผูซึ่งดํารงตําแหนงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเปนผูออกคําส่ังใหอุทธรณ ตอรัฐมนตรี (๒) ในกรณีผูซึ่งดํารงตําแหนงไมตํ่ากวาผูบัญชาการหรือเทียบเทาเปนผูออกคําส่ัง ใหอุทธรณตอผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ (๓) ในกรณีผูซ่ึงดํารงตําแหนงอื่นอกจาก (๑) และ (๒) เปนผูออกคําส่ังใหอุทธรณ ตอผูบังคับบญัชาเหนือข้ึนไปช้ันหน่ึง

เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา ๗๕ ๑๙๙ ราชกจิ จานเุ บกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ใหผ มู อี าํ นาจพจิ ารณาอทุ ธรณต ามวรรคหนง่ึ พจิ ารณาอทุ ธรณใ หแ ลว เสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นับแต วันท่ีไดรับอุทธรณ คําวินิจฉัยของผูมีอํานาจพิจารณาอุทธรณใหเปนที่สุด หลักเกณฑและวิธีการในการแจงสิทธิอุทธรณ การยื่นอุทธรณ และวิธีพจิารณาอุทธรณ ใหเปนไปตามระเบียบที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนด มาตรา ๑๔ ใหยกเลิกความใน (๕) ของมาตรา ๑๕๐ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปน้ีแทน “(๕) ขัดคําสั่งเจาพนักงานจราจรซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๔๐/๒ หรือมาตรา ๑๔๐/๓ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับไมเกินหารอยบาท” มาตรา ๑๕ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๕๒ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ และใหใช ความตอไปนี้แทน “มาตรา ๑๕๒ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๗ มาตรา ๑๐ ทวิ มาตรา ๑๓ วรรคหนงึ่ มาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ (๑) มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๑/๑ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๖ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม มาตรา ๗๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๙ วรรคหน่ึง มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๙ มาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ หรือมาตรา ๑๓๐ หรือไมปฏิบัติตาม ประกาศที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสองหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวง ที่ออกตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๙๖ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท” มาตรา ๑๖ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๑๖๐ จัตวาแหงพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “มาตรา ๑๖๐ จัตวา ในกรณีที่เจาของรถหรือผูครอบครองรถท่ีไดรับใบส่ังตามมาตรา ๑๔๐ วรรคสอง เปนนิติบุคคล ใหผูแทนของนิติบุคคลน้ันมีหนาที่แจงชื่อ ที่อยู พรอมท้ังหลักฐานอ่ืนใด ตอพนักงานสอบสวนที่แสดงวาผูใดเปนผูขับขี่ในขณะท่ีพบการกระทําความผิดตามท่ีระบุไวในใบส่ัง ภายใน สามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับใบส่ัง หากผูแทนของนิติบุคคลไมแจงภายในกําหนดระยะเวลา ดังกลาว ใหนิติบุคคลน้ันตองระวางโทษปรับในอัตราหาเทาของโทษปรับสูงสุดที่บัญญัติไวสําหรับ ความผิดน้ัน

๒๐๐ หนา ๗๖ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก ในกรณีที่ผูขับขี่ที่กระทําความผิดเปนบุคคลซ่ึงไมมีสัญชาติไทยและผูแทนของนิติบุคคลได แจงตอพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่งแลว และผูขับขี่ไมอยูในราชอาณาจักร ใหพนักงานสอบสวน แจงใหผูขับข่ีท่ีกระทําความผิดน้ันทราบโดยทางไปรษณียลงทะเบียนหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส หรือวิธีการอื่น ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่ไมอาจแจงใหผูขับขี่ท่ีกระทําความผิดทราบตามชื่อ ท่ีอยู พรอมท้ังหลักฐานอ่ืนใด ที่ผูแทนของนิติบุคคลแจงตอพนักงานสอบสวนไดใหพนักงานสอบสวนแจง ใหผูแทนของนิติบุคคลทราบ เพื่อประโยชนในการดําเนินการของนิติบุคคลนั้นตอไป” มาตรา ๑๗ ใหยกเลิกมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๘ บรรดาบทบัญญัติแหงกฎหมาย กฎกระทรวง ขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศกฎหรือคําสั่งใดท่ีอางถึง “เจาพนักงานจราจร” หรือ “พนกังานเจาหนาที่” ใหถือวาอางถึง “เจาพนักงานจราจร” หรือ “หวั หนาเจาพนักงานจราจร” ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีแลวแตกรณี มาตรา ๑๙ บรรดาใบรับแทนใบอนุญาตขับข่ีท่ีออกตามมาตรา ๑๔๐ วรรคสาม แหง พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้และ ยังมีผลใชบังคับ ใหใชแทนใบอนุญาตขับข่ีไดจนกวาจะครบระยะเวลาตามท่ีกําหนดไวในใบรับแทน ใบอนุญาตขับข่ีน้ัน มาตรา ๒๐ บรรดาคําส่ังยึดใบอนุญาตขับขี่ที่ออกตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีและยังมีผลใชบังคับ ใหใช บังคับไดตอไปจนกวาจะครบระยะเวลาตามที่กําหนดไวในคําสั่งยึดใบอนุญาตขับข่ีนั้น ทั้งนี้ ผูขับข่ี ซึ่งถูกสั่งยึดใบอนุาตขับข่ีมีสิทธิอุทธรณตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และหากไดย่ืนอุทธรณคําสั่งยึดใบอนุญาต ขับข่ีดังกลาว ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีถูกสั่งยึดแลวใหถือวาเปนคําขออุทธรณตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี คําขออุทธรณตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ท่ีไดยืนไวแลวและพิจารณายังไมแลวเสร็จอยูในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และคําขออุทธรณตามวรรคหนึ่ง ใหพิจารณาตอไปตามมาตรา ๑๖๑ แหง พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินิี้จนกวา จะเสร็จส้ิน

เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก หนา ๗๗ ๒๐๑ ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๒๑ บรรดาขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศ หรือกฎใดที่ออกตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ท่ีใชบังคับอยู ในวันกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี จนกวาจะมีขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศ หรือกฎที่ออกตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบัญญัตนีิ้ใชบังคับ มาตรา ๒๒ การออกขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศ หรือกฎ ตามมาตรา ๔/๑ มาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๐/๒ มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๑๔๒/๑ มาตรา ๑๔๒/๒ มาตรา ๑๔๒/๕ และ มาตรา ๑๔๒/๘ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ใหดําเนินการใหแลวเสร็จภายในเกาสิบวันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๒๓ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา นายกรฐัมนตรี

๒๐๒ หนา ๗๘ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีในปจจุบันการเกิดอุบัติเหตุ ทางถนน ของประเทศมีจานวนเพ่ิมขึ้นอยางตอเน่ือง ซ่ึงสาเหตุสวนใหญมาจากการที่ผูขับข่ีขาดวินัย ในการใชรถใชถนน และไมปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการจราจรทางบก ประกอบกับพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดใชบังคับมาเปนเวลานานแลว บทบัญญัติบางประการแหง พระราชบัญญัติดังกลาวไมเหมาะสมกับสภาพการณ ในปจจุบันสมควรปรับปรุงหลักเกณฑและกลไก ในการออกใบส่ังสําหรับผูขับขี่ที่ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎหมาย การบันทึกคะแนนความประพฤติใน การขับขี่ และมาตรการท่ีเกี่ยวของกับการควบคุมดูแลและบังคับใชกฎหมาย วาดวยการจราจรทางบก ใหเ หมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เพอ่ื ใหเ กดิ ความสะดวกและความปลอดภยั ในการจราจรทางบก จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี

๒๐๓ ¼¹Ç¡ ¢ : ¾.Ã.º.Ã¶Â¹μ ¾.È.òõòò

๒๐๔

๒๐๕ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ Ã¶Â¹μ ¾.È. òõòò ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·Õè ø ¾ÄÉÀÒ¤Á ¾.È. òõòò ໚¹»‚·èÕ óô ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยรถยนต จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาที่รัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ (๒) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๔๗๔ (๓) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ (๔) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (๕) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) (๖) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๘ (๗) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๘) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๘) พุทธศักราช ๒๔๘๑ (๙) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๑ (๑๐) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๐) พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๑๑) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๑) พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๑๒) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๒) พุทธศักราช ๒๔๙๔ (๑๓) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ ๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๙๖/ตอนที่ ๗๗/ฉบับพิเศษ หนา ๒๒/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒

๒๐๖ (๑๔) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ (๑๕) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๐๖ (๑๖) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๑๒ (๑๗) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๐ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (๑๘) พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ พ.ศ. ๒๕๑๖ (๑๙) พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ (๒๐) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๑๗ บรรดากฎหมาย กฎ ขอบังคับอื่นในสวนที่มีบัญญัติไวแลวในพระราชบัญญัติน้ีหรือ ซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัติน้ีแทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รถ” หมายความวา รถยนต รถจักรยานยนต รถพวง รถบดถนน รถแทรกเตอร และ รถอ่ืนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “รถยนต” หมายความวา รถยนตสาธารณะ รถยนตบริการ และรถยนตสวนบุคคล “รถยนตสาธารณะ” หมายความวา (๑) รถยนตร บั จา งระหวา งจงั หวัด ซ่ึงไดแ กร ถยนตร บั จา งบรรทกุ คนโดยสารไมเ กนิ เจ็ดคน ท่ีใชรับจางระหวางจังหวัด โดยรับสงคนโดยสารไดเฉพาะท่ีนายทะเบียนกําหนด (๒) รถยนตรับจาง ซึ่งไดแกรถยนตรับจางบรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคน หรือรถยนต สาธารณะอ่ืนนอกจากรถยนตโดยสารประจําทาง “รถยนตบริการ” หมายความวา รถยนตบรรทุกคนโดยสารหรือใหเชาซ่ึงบรรทุกคนโดยสาร ไมเกินเจ็ดคน ดังตอไปนี้ (๑) รถยนตบริการธุรกิจ ซ่ึงไดแกรถยนตท่ีใชบรรทุกคนโดยสารระหวางทาอากาศยาน ทา เรอื เดนิ ทะเล สถานขี นสง หรอื สถานรี ถไฟกบั โรงแรมทพี่ กั อาศยั ทท่ี าํ การของผโู ดยสาร หรอื ทท่ี าํ การของ ผูบริการธุรกิจนั้น (๒) รถยนตบริการทัศนาจร ซึ่งไดแกรถยนตท่ีผูประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการทองเท่ียว ใชรับสงคน โดยสารเพ่ือการทองเที่ยว (๓) รถยนตบริการใหเชา ซ่ึงไดแกรถยนตท่ีจัดไวใหเชาซึ่งมิใชเปนการเชาเพ่ือนําไป รับจางบรรทุกคนโดยสารหรือส่ิงของ “รถยนตสวนบุคคล”๒ หมายความวา รถยนตน่ังสวนบุคคล และรถยนตบรรทุกสวนบุคคล ซ่ึงมิไดใชประกอบการขนสงตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ๒ มาตรา ๔ นิยามคําวา “รถยนตสวนบุคคล” แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๐๗ “รถจักรยานยนต” หมายความวา รถที่เดินดวยกําลังเครื่องยนตหรือกําลังไฟฟาและมีลอ ไมเกินสองลอ ถามีพวงขางมีลอเพ่ิมอีกไมเกินหน่ึงลอ และใหหมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติด เคร่ืองยนตดวย “รถจักรยานยนตสวนบุคคล”๓ หมายความวา รถจักรยานยนตที่มิไดใชรับจางบรรทุก คนโดยสาร “รถจกั รยานยนตส าธารณะ”๔ หมายความวา รถจกั รยานยนตท ใี่ ชร บั จา งบรรทกุ คนโดยสาร แตไมหมายรวมถึงรถจักรยานยนตท่ีมีพวงขางและรถจักรยานท่ีติดเคร่ืองยนต “รถพวง” หมายความวา รถท่ีเคลื่อนท่ีไปโดยใชรถอื่นลากจูง “รถบดถนน” หมายความวา รถที่ใชในการบดอัดวัสดุบนพื้นใหแนน และมีเคร่ืองยนต ขับเคล่ือนในตัวเอง หรือใชรถอื่นลากจูง “รถแทรกเตอร” หมายความวา รถทมี่ ลี อ หรอื สายพาน และมเี ครอื่ งยนตข บั เคลอ่ื นในตวั เอง เปนเครื่องจักรกลข้ันพื้นฐานในงานที่เกี่ยวกับการขุด ตัก ดันหรือฉุดลาก เปนตน หรือรถยนตสําหรับ ลากจูงซ่ึงมิไดใชประกอบการขนสงสวนบุคคลตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก “เจาของรถ” หมายความรวมถึงผูมีรถไวในครอบครองดวย “ผูตรวจการ”๕ หมายความวา ขาราชการสังกัดกรมการขนสงทางบก ซึ่งรัฐมนตรีวาการ กระทรวงคมนาคมแตงต้ังใหเปนผูตรวจการตามพระราชบัญญัตินี้ “นายทะเบียน”๖ หมายความวา ขาราชการซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมแตงตั้ง ใหเปนนายทะเบียน “อธิบดี”๗ หมายความวา อธิบดีกรมการขนสงทางบก “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ [คําวา “รถยนต” “รถจักรยานยนต” และ “เครื่องยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๕๘ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจแตงต้ังนายทะเบียนและผูตรวจการ กับออกกฎกระทรวงกําหนดในเรื่องดังตอไปนี้ (๑) ลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเคร่ืองยนตและของรถที่จะรับจดทะเบียนเปนรถ ประเภทตาง ๆ เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลง ลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเครื่องยนต และของรถสําหรับ รถประเภทดังกลาว และการแกไขเพิ่มเติมทะเบียนรถและใบคูมือจดทะเบียนรถท่ีไดเปล่ียนแปลงแลว ๓ มาตรา ๔ นิยามคําวา “รถจักรยานยนตสวนบุคคล” เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๔ มาตรา ๔ นิยามคําวา “รถจักรยานยนตสาธารณะ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๕ มาตรา ๔ นิยามคําวา “ผูตรวจการ” เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๖ มาตรา ๔ นิยามคําวา “นายทะเบียน” แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๗ มาตรา ๔ นิยามคําวา “อธิบดี” แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๘ มาตรา ๕ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐

๒๐๘ (๒) เครื่องอุปกรณสําหรับรถและการใชเคร่ืองอุปกรณดังกลาว เชน โคม เครื่องมองหลัง แตร เคร่ืองระงับเสียง ทอไอเสีย เครื่องสัญญาณไฟ เครื่องปดน้ําฝนและเคร่ืองอุปกรณอื่นท่ีจําเปน (๓) เคร่ืองสื่อสาร และการใชเคร่ืองส่ือสารระหวางรถกับศูนยบริการหรือสถานท่ีอื่น (๔) แผนปายทะเบียนรถ เคร่ืองหมายประเภทรถและเครื่องหมายอ่ืน รวมท้ังวิธีแสดง แผนปายและเครื่องหมายดังกลาว (๕) สีและเครื่องหมายสําหรับรถยนตสาธารณะ (๖) นา้ํ หนกั บรรทกุ อยา งมาก และจาํ นวนคนโดยสารอยา งมาก สาํ หรบั รถยนตส ว นบคุ คล และรถยนตสาธารณะ (๗) เงื่อนไขในการใชลอยางตัน (๘) ประเภท ขนาด และน้ําหนักของรถท่ีจะไมใหเดินบนทางที่มิใชทางหลวง (๙) เงื่อนไขในการใชรถท่ีมีลออยางอื่น นอกจากลอยางเดินบนทางที่มิใชทางหลวง (๑๐) ประเภทรถท่ีตองกําหนดอายุการใชในเขตที่กําหนด (๑๑) ประเภทรถที่หามใชเดินในเขตท่ีกําหนด (๑๒) การงดรับจดทะเบียนรถประเภทใดประเภทหนึ่งในเขตที่กําหนด (๑๓) จํานวนรถยนตรับจางระหวางจังหวัด จังหวัดตนทางและจังหวัดปลายทางสําหรับ รถยนตดังกลาว (๑๔)๙ อัตราคาจางบรรทุกคนโดยสารหรือคาบริการอื่น สําหรับรถยนตสาธารณะและ รถจักรยานยนตสาธารณะ (๑๕)๑๐ เคร่ืองแตงกาย เคร่ืองหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจําตัวคนขับรถ และ การแสดงบัตรประจําตัวคนขับรถยนตสาธารณะ รถยนตบริการธุรกิจ รถยนตบริการทัศนาจร และรถจักรยานยนตสาธารณะ (๑๕/๑)๑๑ ขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการรับจางบรรทุกคนโดยสาร (๑๖) หลักสูตรและอุปกรณการสอนและการฝกหัดขับรถของโรงเรียนฝกหัดขับรถ (๑๗) คาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัตินี้ (๑๘) กิจการอื่นเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้๑๒ ในสวนที่เก่ียวกับการจัดสรรเงินตามมาตรา ๔๑ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวงเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ นี้ดวย กฎกระทรวงนั้นเม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบังคับได ๙ มาตรา ๕ (๑๔) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๐ มาตรา ๕ (๑๕) แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๑ มาตรา ๕ (๑๕/๑) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๒ มาตรา ๕ วรรคหนงึ่ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๐๙ [คําวา “รถยนต” และ “เครื่องยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ รถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ËÁÇ´ ñ ¡Òè´·ÐàºÕ¹ à¤Ã×èͧËÁÒ áÅСÒÃ㪌ö มาตรา ๖๑๓ หามมิใหผูใดใชรถดังตอไปนี้ (๑) รถท่ียังมิไดจดทะเบียน (๒) รถที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียน (๓) รถที่ยังมิไดเสียภาษีประจําป (๔) รถท่ีแจงการไมใชรถ (๕) รถที่ทะเบียนระงับ มาตรา ๖/๑๑๔ บทบัญญัติมาตรา ๖ (๑) มิใหใชบังคับแกรถดังตอไปนี้ (๑) รถที่จดทะเบยี นในตา งประเทศทีผ่ นู าํ เขา ไมม ีภมู ลิ ําเนาหรือถน่ิ ที่อยใู นราชอาณาจักร ซึ่งมีความประสงคนํามาใชในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาหรือขอตกลง ท่ีรัฐบาลไทยทําไวกับรัฐบาลของประเทศที่รถน้ันจดทะเบียน (๒) รถที่มีผูนําเขามาในราชอาณาจักรเพ่ือใชในกิจการใดโดยเฉพาะเปนการชั่วคราว (๓) รถท่ีใชเพ่ือการทดสอบ (๔) รถที่ใชในกรณีอ่ืนตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง การใชรถตาม (๑) อธิบดีจะประกาศกําหนดหลักเกณฑการปฏิบัติและเครื่องหมายแสดง การใชรถไวดวยก็ได แตตองไมขัดตออนุสัญญาหรือขอตกลงที่รัฐบาลไทยทําไวกับรัฐบาลของประเทศ ที่รถน้ันจดทะเบียน การใชรถตาม (๒) (๓) และ (๔) ตองไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนและเสียคาธรรมเนียม ท้ังน้ี การขออนุญาต การอนุญาต ระยะเวลาในการใชรถ และเครื่องหมายแสดงการใชรถดังกลาว ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด มาตรา ๗ รถที่จะขอจดทะเบียนไดตอง (๑) เปนรถที่มีสวนควบและมีเคร่ืองอุปกรณสําหรับรถครบถวนถูกตองตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง และ (๒)๑๕ ผานการตรวจสภาพรถจากนายทะเบียน หรือจากสถานตรวจสภาพท่ีไดรับอนุญาต ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ในเวลาที่ขอจดทะเบียนแลว ๑๓ มาตรา ๖ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๔ มาตรา ๖/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๕ มาตรา ๗ วรรคหนงึ่ (๒) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐

๒๑๐ ในกรณีที่ขอจดทะเบียนเปนรถยนตสาธารณะ รถยนตบริการธุรกิจ หรือรถยนตบริการ ทัศนาจร รถน้ันตองมีลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเคร่ืองยนตและของรถตามที่กําหนดในกฎกระทรวง และผขู อจดทะเบยี นตอ งแจง สถานทเ่ี กบ็ รถยนตส าธารณะ หรอื รถยนตบ รกิ ารซงึ่ มลี กั ษณะตามทก่ี าํ หนด ในกฎกระทรวงดวย [คําวา “รถยนต” และ “เคร่ืองยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ รถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๘ รถดังตอไปนี้ใหไดรับยกเวนไมตองจดทะเบียน (๑) รถสําหรับเฉพาะพระองคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว (๒)๑๖ รถของกรมตํารวจท่ีจดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบท่ีอธิบดีกรมตํารวจ กําหนด (๓) รถของสํานักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเคร่ืองหมายตามระเบียบท่ีเลขาธิการ พระราชวังกําหนด (๔) รถที่เจาของแจงการไมใชรถตามมาตรา ๓๔ (๕) รถท่ีผูผลิตหรือประกอบเพ่ือจําหนายหรือท่ีผูนําเขาเพ่ือจําหนาย ผลิต ประกอบ หรือนําเขา และยังมิไดจําหนายใหแกผูอ่ืน มาตรา ๙๑๗ รถดังตอไปน้ีใหไดรับยกเวนไมตองเสียคาธรรมเนียม เวนแตคาธรรมเนียม แผนปายทะเบียนรถ (๑) รถดับเพลิง (๒) รถพยาบาลท่ีมิใชเปนรถสําหรับรับจาง (๓)๑๘ รถของสว นราชการ องคก รตามรฐั ธรรมนญู องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ มหาวทิ ยาลยั และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องคการมหาชน และหนวยงานอ่ืนของรัฐตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ทั้งน้ี เฉพาะรถที่มิไดใชในทางการคาหรือหากําไร (๔) รถบดถนนของรัฐวิสาหกิจ (๕) รถแทรกเตอรของรัฐวิสาหกิจ (๖) รถของสภากาชาดไทย (๗) รถของบุคคลในคณะผูแทนทางการทูต คณะผูแทนทางกงสุล องคการระหวาง ประเทศ หรือทบวงการชํานัญพิเศษแหงสหประชาชาติ ซ่ึงประจําอยูในประเทศไทย (๘) รถใชงานเกษตรกรรมตามลักษณะและเง่ือนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ๑๖ มาตรา ๘ (๒) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๑๗ มาตรา ๙ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ ๑๘ มาตรา ๙ (๓) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๖

๒๑๑ มาตรา ๑๐๑๙ ผูใดประสงคจะขอจดทะเบียนรถ ใหยื่นคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่ ที่ตนมีภูมิลําเนา เวนแตเจาของรถมีคตวามประสงคจะนํารถไปใชในทองถิ่นอ่ืน ใหยื่นคําขอตอ นายทะเบียนทองถิ่นน้ันได ในกรณีท่ีผูขอเปนคนตางดาวและไมมีภูมิลําเนาในราชอาณาจักร ใหย่ืนคําขอตอ นายทะเบียนแหงทองท่ีที่ตนมีถ่ินท่ีอยู การขอจดทะเบียนและการออกใบคูมือจดทะเบียนรถใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดี กําหนด มาตรา ๑๐/๑๒๐ ใหอธิบดีนําหมายเลขทะเบียนซึ่งเปนท่ีตองการหรือเปนที่นิยมตาม ที่กําหนดในกฎกระทรวงออกเปดประมูลเปนการท่ัวไป และใหถือวาราคาสูงสุดที่มีผูเสนอเปนอัตรา คาธรรมเนียมพิเศษสําหรับการใชหมายเลขทะเบียนน้ัน การเปดประมูลและการจดทะเบียนรถตามหมายเลขทะเบียนดังกลาว ใหเปนไปตามหลัก เกณฑ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขท่ีอธิบดีประกาศกําหนด เงินคาธรรมเนียมพิเศษท่ีไดจากการประมูลตามมาตรานี้ ใหนําเขากองทุนตาม มาตรา ๑๐/๒ มาตรา ๑๐/๒๒๑ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมการขนสงทางบก เรียกวา “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใชรถใชถนน” โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปนทุนสนับสนุน และสงเสริม ดานความปลอดภัยในการใชรถใชถนน และใหความชวยเหลือผูประสบภัยอันเกิดจากการใชรถ ใชถนน ประกอบดวย (๑) เงินคาธรรมเนียมพิเศษท่ีไดจากการประมูลตามมาตรา ๑๐/๑ (๒) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูมอบใหเพ่ือสมทบกองทุน (๓) ดอกผลและรายไดจากกองทุน (๔) เงินและทรัพยสินอื่นที่ตกเปนของกองทุน ใหมีคณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใชรถใชถนน ประกอบดวย ปลัดกระทรวงคมนาคมเปนประธานกรรมการ ผูแทนกระทรวงมหาดไทย ผูแทนกระทรวงสาธารณสุข ผูแทนสํานักงานตํารวจแหงชาติ ผูแทนกรมบัญชีกลาง ผูแทนสํานักงานนโยบายและแผนการขนสง และจราจร และผูทรงคุณวุฒิท่ีคณะรัฐมนตรีแตงต้ังจํานวนสองคนเปนกรรมการและอธิบดีกรมการ ขนสงทางบกเปนกรรมการและเลขานุการ เพ่ือทําหนาท่ีบริหารกองทุนใหเปนไปตามวัตถุประสงค ของกองทุน ๑๙ มาตรา ๑๐ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕ ๒๐ มาตรา ๑๐/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๑ มาตรา ๑๐/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๑๒ การดํารงตําแหนงและการปฏิบัติหนาที่กรรมการ การบริการกองทุนและการใชจาย เงินกองทุน ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหคณะกรรมการกองทุนเพ่ือความปลอดภัยในการใชรถใชถนนเสนองบแสดงฐานะ ทางการเงินภายในหน่ึงรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีตอสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน เพื่อให สํานักงานการตรวจเงินแผนดินเปนผูสอบบัญชี และประเมินผลการใชจายเงินและทรัพยสินของ กองทุน โดยใหแสดงความคิดเห็นเปนขอวิเคราะหวาการใชจายดังกลาวเปนไปตามวัตถุประสงคและ ไดผลตามเปาหมายเพียงใด และเมื่อสํานักงานการตรวจเงินแผนดินไดตรวจสอบรับรองงบการเงินแลว ใหทําบันทึกรายงานผลเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๐/๓๒๒ ใหนายทะเบียนมีอํานาจอนุญาตใหเจาของรถนําหมายเลขทะเบียน ท่ีออกใหสําหรับรถคันหน่ึงมาใชกับรถอีกคันหนึ่ง หรือนําหมายเลขทะเบียนที่ยังไมเคยออกใหสําหรับ รถคันใดมาใชกับรถท่ีจดทะเบียนแลวได ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีอธิบดีประกาศกําหนด มาตรา ๑๑ รถท่ีจดทะเบียนแลว ตองมีและแสดงแผนปายและเครื่องหมายครบถวน ถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๒ รถใดที่จดทะเบียนแลว หากปรากฏในภายหลังวารถน้ันมีสวนควบหรือ เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถไมครบถวนถูกตองตามที่กําหนดในกฎกระทรวง หรือเพิ่มสิ่งใดส่ิงหน่ึงเขาไป ซ่ึงอาจกอใหเกิดอันตรายแกรางกายหรือจิตใจของผูอ่ืน หามมิใหผูใดใชรถนั้นจนกวาจะจัดใหมีครบถวน ถูกตองหรือเอาออกแลว ในกรณีท่ีนายทะเบียนเห็นวาเจาของรถไมอาจจัดใหมีครบถวนถูกตองหรือเอาออกได ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถน้ัน เจาของรถมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตออธิบดีไดภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีทราบคําสั่ง ของนายทะเบียน คําวินิจฉัยของอธิบดีใหเปนท่ีสุด มาตรา ๑๓ รถใดที่จดทะเบียนแลว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีของรถใหผิดไปจากที่ จดทะเบียนไว เจาของรถตองแจงนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแตวันเปลี่ยนแปลง การแจงตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๑๔ รถใดที่จดทะเบียนแลว หามมิใหผูใดเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือสวนใดสวน หนึ่งของรถใหผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไวและใชรถนั้น เวนแตเจาของรถนํารถไปใหนายทะเบียน ตรวจสภาพกอน ในกรณีท่ีนายทะเบียนเห็นวารถท่ีเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งอาจกอใหเกิดอันตราย ในเวลาใช ใหสั่งเจาของรถแกไขและนํารถไปใหตรวจสภาพกอนใช การตรวจสภาพดังกลาวนายทะเบียน ๒๒ มาตรา ๑๐/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๑๓ จะสั่งใหเจาของรถนํารถไปใหตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพท่ีไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวย การขนสงทางบกก็ได และใหนํามาตรา ๑๒ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม แตถานายทะเบียนเห็นวารถน้ันปลอดภัยในเวลาใช ใหแกไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียน และใบคูมือ จดทะเบียนรถนั้นดวย๒๓ มาตรา ๑๕๒๔ ในกรณีที่นายทะเบียนหรือผูตรวจการเห็นวารถใดในขณะท่ีใชมีลักษณะ ทเ่ี หน็ ไดว า นา จะไมป ลอดภยั ในการใช ใหม อี าํ นาจสงั่ เปน หนงั สอื ใหเ จา ของรถนาํ รถนน้ั ไปใหน ายทะเบยี น หรือสถานตรวจสภาพท่ีไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกตรวจสภาพภายในเวลา ท่ีกําหนดได มาตรา ๑๕ ทวิ๒๕ การตรวจสภาพรถตามมาตรา ๗ (๒) มาตรา ๑๔ วรรคสอง มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๓๖ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๖ ในการยายรถไปไวตางทองท่ี ใหเจาของรถแจงตอนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันยาย การแจงตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๑๗ ในการโอนรถทจี่ ดทะเบยี นแลว ผโู อนและผรู บั โอนตอ งแจง ตอ นายทะเบยี น ภายในสิบหาวันนับแตวันโอน ในกรณีท่ีผูรับโอนจะนํารถตามวรรคหนึ่งออกนอกราชอาณาจักรภายในสิบหาวันนับแต วันโอน ตองไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งดวย การแจงตามวรรคหน่ึง และการขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคสอง ใหเปนไปตาม ระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๑๗/๑๒๖ รถยนตที่จดทะเบียนแลว รถพวง รถบดถนน และรถแทรคเตอร ท่ีจดทะเบียนแลว ใหเปนทรัพยสินประเภทที่จํานองเปนประกันหน้ีไดตามกฎหมาย ใหสันนิษฐานไวกอนวาผูมีช่ือเปนเจาของในทะเบียนรถยนตเปนเจาของกรรมสิทธิ์ การจํานองตองทําเปนหนังสือตามแบบท่ีนายทะเบียนกําหนด และตองแจงจดทะเบียน จํานองตอนายทะเบียน พรอมกับการเสียคาธรรมเนียมในการจดจํานองตามเงื่อนไข วิธีการและอัตรา คาธรรมเนียมท่ีประกาศในกฎกระทรวง มาตรา ๑๘ ในการนํารถออกนอกราชอาณาจักรไมวาดวยเหตุใด ๆ ตองไดรับอนุญาต จากนายทะเบียน เวนแตในกรณีดังตอไปนี้ (๑) การนํารถออกนอกราชอาณาจักรโดยไดรับอนุญาตตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง ๒๓ มาตรา ๑๔ วรรคสอง แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๒๔ มาตรา ๑๕ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๕ มาตรา ๑๕ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๒๖ มาตรา ๑๗/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๕๑

๒๑๔ (๒) การรับจางบรรทุกคนโดยสารออกนอกราชอาณาจักร แลวนํารถกลับเขามาตาม ปกติกิจ (๓) กรณีอ่ืนตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๑๙ ในการอนุญาตตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๑๘ รัฐมนตรีมีอํานาจกําหนด เง่ือนไขใด ๆ ในการใหนายทะเบียนอนุญาตและจะใหนายทะเบียนยกเวนหรือผอนผันการปฏิบัติหรือ ไมตองปฏิบัติตามเง่ือนไขนั้น ๆ ก็ได ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๒๐ ผูใดสั่งหรือนํารถหรือเคร่ืองยนตสําหรับรถเขามาในราชอาณาจักร เพื่อจําหนาย หรือผลิตหรือประกอบรถหรือเคร่ืองยนตสําหรับรถข้ึนใหมเพ่ือจําหนาย ผูน้ันตองสง บัญชีประจําเดือนในการรับและจําหนายรถหรือเคร่ืองยนตสําหรับรถใหแกนายทะเบียนภายในวันท่ี สิบหาของเดือนถัดไป บัญชีตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด [คําวา “เครื่องยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๑ หามมิใหผูใดใชรถไมตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว เวนแตในกรณี ดังตอไปนี้ (๑)๒๗ การใชรถยนตบริการธุรกิจ รถยนตบริการทัศนาจร หรือรถจักรยายนตสาธารณะ ในกิจการสวนตัว (๒) การใชรถยนตสาธารณะในกิจการสวนตัว โดยมีขอความแสดงไวท่ีรถนั้นใหเห็นได งายจากภายนอกวาใชในกิจการสวนตัว (๓) การใชรถยนตสาธารณะบรรทุกของที่ติดตัวไปกับผูโดยสาร (๓/๑)๒๘ การใชร ถยนตบ รรทกุ สว นบคุ คลทม่ี นี าํ้ หนกั รถไมเ กนิ สองพนั สองรอ ยกโิ ลกรมั เปน รถยนตน่ังสวนบุคคล หรือใชรถยนตนั่งสวนบุคคลเปนรถยนตบรรทุกสวนบุคคล ท้ังนี้ตามหลักเกณฑ และเงื่อนไขที่อธิบดีกําหนด (๔) ไดรับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ๒๗ มาตรา ๒๑ (๑) แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๒๘ มาตรา ๒๑ (๓/๑) แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๑๕ มาตรา ๒๒ หามมิใหผูใดใชรถยนตอ่ืนนอกจากรถยนตโดยสารประจําทางรับจางรับ คนโดยสารซง่ึ เสยี คา โดยสารเปน รายตวั ตามรายทางในทางทไี่ ดร บั อนญุ าตใหม รี ถยนตโ ดยสารประจาํ ทาง หรือในเขตจากทางน้ันไมเกินหนึ่งรอยเมตร ความในวรรคหนง่ึ มใิ หใ ชบ งั คบั ในกรณที เ่ี ปน การรบั จา งรบั สง นกั เรยี น คนงาน นกั ทอ งเทย่ี ว หรือการรับสงผูโดยสาร เปนคร้ังคราวซึ่ีงไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียน [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๓ ในกรณีท่ีรัฐมนตรีเห็นวาในทองที่ใดการประกอบการรับจางบรรทุกคน โดยสารโดยใชรถยนตบรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคนหรือรถยนตรับจางระหวางจังหวัด สมควรให ดําเนินการโดยบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทจํากัดหรือสหกรณ และตองไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุทองที่สําหรับการรับจางดังกลาว ประกาศตามวรรคหน่ึง ไมใชบังคับแกการประกอบการรับจางบรรทุกคนโดยสาร โดยใชร ถยนตร บั จา งบรรทกุ คนโดยสารไดไ มเ กนิ เจด็ คนหรอื รถยนตร บั จา งระหวา งจงั หวดั ซงึ่ ไดจ ดทะเบยี น อยูกอนวันประกาศจนกวาจะพนสามปนับแตวันประกาศ กําหนดเวลาสามปตามวรรคสอง ถามีเหตุผลสมควร รัฐมนตรีอาจขยายออกไปได อีกครั้งละไมเกินสองป แตจะขยายระยะเวลาเกินสองครั้งไมได การขยายระยะเวลาใหประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๓/๑๒๙ หามมิใหผูใดใชรถจักรยายนตเพ่ือรับจางบรรทุกคนโดยสาร เวนแต รถจักรยานยนตนั้นไดจดทะเบียนเปนรถจักรยานยนตสาธารณะ ผูใดประสงคจะขอจดทะเบียนรถจักรยานยนตสาธารณะ ใหยื่นคําขอตอนายทะเบียน และใหนายทะเบียนรับจดทะเบียนไดเมื่อมีการปฏิบัติครบถวนตามเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง และระเบียบที่อธิบดีกําหนดตามมาตรา ๑๐ กฎกระทรวงตามวรรคสองตองกําหนดใหมีคณะกรรมการประจําจังหวัด ซ่ึงอยางนอย ตองประกอบดวย ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่เก่ียวของ ผูแทนหนวยงานของรัฐท่ีมีหนาที่ ควบคุมดูแลรถยนต การจราจร หรือการขนสง และบุคคลอื่นตามจํานวนท่ีเหมาะสม เพ่ือทําหนาที่ กําหนดสถานท่ีรอรับคนโดยสาร เสนทางหรือทองที่ในการรับจางบรรทุกคนโดยสาร และหลักเกณฑ การออกหนังสือรับรองการใชรถจักรยานยนตสาธารณะใหกับผูประสงคจะจดทะเบียนรถจักรยานยนต ๒๙ มาตรา ๒๓/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๑๖ สาธารณะเพ่ือนําไปแสดงเปนหลักฐานการขอจดทะเบียนตอนายทะเบียนตามวรรคสอง ในการน้ี อาจกําหนดใหมีคณะอนุกรรมการประจําทองที่ดวยก็ได การกําหนดอายุและการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนตสาธารณะ ใหเปนไปตาม หลักเกณฑท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ มีอายุสามปนับแตวันออกใบอนุญาต แตอาจ ตออายุไดคราวละสามป ผูรับใบอนุญาตซึ่งประสงคจะขอตออายุใบอนุญาต ตองยื่นคําขอกอนใบอนุญาตน้ันหมด อายุ และเม่ือไดย่ืนคําขอแลว จะประกอบการตอไปก็ไดจนกวานายทะเบียนจะส่ังไมอนุญาตใหตออายุ ใบอนุญาตนั้น การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔/๑๓๐ ในกรณีท่ีใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ สูญหาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ ใหผูรับใบอนุญาตยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันทราบเหตุ หากภายหลังไดใบอนุญาตท่ีสูญหายคืนมา ใหสงใบแทนใบอนุญาตน้ันแกนายทะเบียนภายในสิบหาวัน นับแตวันไดคืน การขอใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตาม ระเบียบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๒๕ ผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ซึ่งไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได ใหผูรับใบอนุญาตซ่ึงถูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตสงคืนใบอนุญาตแกนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงการส่ังเพิกถอนใบอนุญาต๓๑ มาตรา ๒๖ ในกรณีที่นายทะเบียนมีคําสั่งไมออกใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ไมตออายุใบอนุญาตตามมาตรา ๒๔ หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๕ ผูขอรับใบอนุญาต ผูขอตออายุใบอนุญาต หรือผูรับใบอนุญาต แลวแตกรณี มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอรัฐมนตรีได ภายในหนึ่งเดือนนับแตวันทราบคําส่ังนายทะเบียน คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด ในกรณีท่ีอุทธรณคําสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๕ กอนท่ีจะมี คําวินิจฉัยอุทธรณ รัฐมนตรีอาจอนุญาตใหผูรับใบอนุญาตประกอบการไปพลางกอนไดเม่ือมีคําขอ ของผูอุทธรณ ๓๐ มาตรา ๒๔/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓๑ มาตรา ๒๕ วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๑๗ มาตรา ๒๗ ผูใดมีรถยนตไวเพื่อขายหรือเพ่ือซอม ถาจะขับเองหรือใหผูอื่นขับ เพอื่ การนน้ั ตอ งไดร บั ใบอนญุ าตจากนายทะเบยี น และใหข บั ไดร ะหวา งพระอาทติ ยข นึ้ ถงึ พระอาทติ ยต ก เวนแตมีความจําเปนและไดรับอนุญาตจากนายทะเบียน การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ในการออกใบอนุญาต ใหนายทะเบียนออกเคร่ืองหมายพิเศษและสมุดคูมือประจํารถ ใหดวย เครื่องหมายพิเศษและสมุดคูมือประจํารถ ใหเปนไปตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง และใหใชสับเปล่ียนกันไดไมเฉพาะคันรถ [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๘ ในการขับรถยนตตามมาตรา ๒๗ ผูขับตองบันทึกรายการดังตอไปนี้ (๑) ชื่อรถ หมายเลขตัวรถ และหมายเลขเครื่องยนตของรถ (๒) ความประสงคในการขับรถยนต (๓) วันเดือนป และเวลาที่นํารถออกไปขับและกลับถึงท่ี (๔) ช่ือและช่ือสกุลของผูขับ [คําวา “รถยนต” แกไขเ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ËÁÇ´ ò ÀÒÉÕ»ÃÐจํา»‚ เวนแต มาตรา ๒๙ ภาษีประจําปสําหรับรถมีอัตราตามท่ีกําหนดไวทายพระราชบัญญัติน้ี (๑) รถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนมาแลวหาปนับแตปท่ีจดทะเบียน คร้ังแรก ใหไดรับการลดหยอนภาษีประจําปในปตอ ๆ ไปในอัตรารอยละ ดังตอไปนี้ ปที่หก รอยละสิบ ปที่เจ็ด รอยละย่ีสิบ ปที่แปด รอยละสามสิบ ปที่เกา รอยละสี่สิบ ปท่ีสิบและปตอ ๆ ไป รอยละหาสิบ

๒๑๘ (๒) รถซ่ึงใชลออยางอ่ืนนอกจากยางกลวง ใหเก็บภาษีเพิ่มข้ึนจากอัตราท่ีกําหนดไวอีก กึ่งหน่ึง (๓)๓๒ (ยกเลิก) [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๙ ทวิ๓๓ ในกรณีที่รถยนตคัดใดไมใชเคร่ืองยนตลูกสูบท่ีจะคํานวณความจุของ กระบอกสูบได หรือในกรณีที่มีการเปล่ียนแปลงขนาดของกระบอกสูบหรือเครื่องยนต ใหเทียบเปน ความจุของกระบอกสูบ หรือคํานวณความจุตามเกณฑท่ีกําหนดในกฎกระทรวง [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๙ ตรี๓๔ ในการกําหนดความจุของกระบอกสูบของรถยนตเพื่อชําระภาษี ประจําปใหนายทะเบียนประกาศความจุของกระบอกสูบของรถยนตแตละแบบไวดวยความเห็นชอบ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีท่ีประกาศตามวรรคหนึ่งไมครอบคลุมถึงแบบของรถยนตคันใดใหนายทะเบียน เก็บภาษีประจําปโดยถือความจุของกระบอกสูบตามหนังสือคูมือประจํารถยนตของรถยนตคันนั้น ท้ังนี้ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมรับรอง และใหนายทะเบียนดําเนินการประกาศความจุของกระบอกสูบ ของรถยนตคันดังกลาวตอไป ประกาศตามวรรคหนึ่งและวรรคสองใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๓๐ ใหรถท่ีไดรับยกเวนไมตองจดทะเบียนตามมาตรา ๘ และรถท่ีไดรับยกเวน ไมตองเสียคาธรรมเนียมตามมาตรา ๙ ไดรับยกเวนไมตองเสียภาษีประจําปดวย มาตรา ๓๑ ในกรณีท่ีเห็นเปนการสมควร ใหรัฐมนตรีมีอํานาจลดภาษีประจําปสําหรับ รถในเขตทองท่ีใดหรือในกรณีใดลงจากอัตราที่กําหนดไวในมาตรา ๒๙ ได การลดตามวรรคหน่ึง ใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๓๒๓๕ เจาของรถมีหนาที่เสียภาษีประจําป ๓๒ มาตรา ๒๙ (๓) เพ่ิมโดยพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ตอมา มปี ระกาศสาํ นกั นายกรฐั มนตรี เรอื่ ง การไมอ นมุ ตั พิ ระราชกาํ หนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั ริ ถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในคราวประชมุ สภาผูแ ทนราษฎร คร้งั ที่ ๕/๒๕๔๙ (สมัยสามญั ) วันพฤหสั บดีท่ี ๔ กันยายน ๒๕๒๙ ทป่ี ระชุมไดลงมติไมอนมุ ตั ิ ๓๓ มาตรา ๒๙ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ ๓๔ มาตรา ๒๙ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ ๓๕ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๑๙ ภาษีประจําปใหเสียลวงหนาคราวละหนึ่งป ถามิไดเสียภาษีภายในเวลาที่กําหนดให เจาของรถนั้นชําระเงินเพ่ิมอีกรอยละหนึ่งตอเดือนหรือเศษของเดือนของจํานวนภาษีที่ตองชําระ เงินเพ่ิมตามมาตรานี้ใหถือเปนเงินภาษี รถท่ีไดเสียภาษีประจําปสําหรับปใด ถาเปล่ียนเจาของรถ เจาของใหมไมตองเสียภาษี ประจําปในปน้ันอีก มาตรา ๓๓๓๖ ในกรณีที่มีการจดทะเบียนเปล่ียนประเภทรถหรือเปลี่ยนการใชรถผิด ไปจากท่ีจดทะเบียนไวในระหวางป ถาเปนเหตุใหเสียภาษีลดลง เจาของรถไมมีสิทธิไดรับคืนภาษีสวน ท่ีเสียเกิน แตถาตองเสียภาษีเพ่ิมข้ึน เจาของรถตองเสียภาษีเฉพาะสวนท่ีเพิ่มข้ึนใหครบถวนถูกตอง เม่ือจะตองขอจดทะเบียน มาตรา ๓๔ รถใดทจ่ี ดทะเบยี นแลว แมจ ะไมไ ดใ ชก ต็ อ งเสยี ภาษปี ระจาํ ปต ามมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๑ แลวแตกรณี และมาตรา ๓๒ เวนแตเจาของรถจะแจงการไมใชตอนายทะเบียนกอน ถึงกําหนดเสียภาษีประจําปคร้ังตอไป ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๕ ผูใดมีหนาท่ีเสียภาษีประจําปแลวไมเสียภาษีประจําปภายในเวลาท่ีกําหนด นายทะเบียนอาจแจงเปนหนังสือใหผูน้ันนําเงินไปชําระภาษีประจําปใหถูกตองครบถวน ณ ที่ทําการ ของนายทะเบียนภายในหน่ึงเดือนนับแตวันที่ไดรับแจง ในกรณีท่ีผูน้ันไมปฏิบัติตามคําสั่งในวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนมีอํานาจยึดแผนปาย ทะเบียนรถน้ันไวได๓๗ มาตรา ๓๕/๑๓๘ ในระหวางที่เจาของรถคางชําระภาษีประจําป ใหนายทะเบียน มีอํานาจที่จะไมรับดําเนินการทางทะเบียนจนกวาเจาของรถจะเสียภาษีท่ีคางชําระใหครบถวนกอน หรือไดมีการดําเนินการตามมาตรา ๓๕/๒ วรรคสองแลว มาตรา ๓๕/๒๓๙ รถที่คางชําระภาษีประจําปไมถึงสามป หากเจาของรถประสงคจะขอ เสียภาษีประจําปเพื่อใชรถในปน้ัน ใหนายทะเบียนรับชําระภาษีนั้นได สําหรับภาษีที่คางชําระ ใหนายทะเบียนกําหนดจํานวนเงิน และระยะเวลาในการชําระ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีอธิบดีประกาศกําหนด ในกรณีที่เจาของรถผิดนัดไมเสียภาษีท่ีคางชําระตามวรรคสองใหครบถวน นายทะเบียน มีอํานาจไมรับดําเนินการทางทะเบียน จนกวาเจาของรถจะเสียภาษีท่ีคางชําระใหครบถวน ๓๖ มาตรา ๓๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ตอมามีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ครง้ั ท่ี ๕/๒๕๒๙ (สมยั สามญั ) วันพฤหัสบดที ่ี ๔ กันยายน ๒๕๒๙ ทป่ี ระชมุ ได ลงมติไมอ นุมตั ิ ๓๗ มาตรา ๓๕ วรรคสอง แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓๘ มาตรา ๓๕/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๓๙ มาตรา ๓๕/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๒๐ มาตรา ๓๕/๓๔๐ รถท่ีคางชําระภาษีประจําปติดตอกันครบสามป ใหการจดทะเบียนรถ เปนอันระงับไป ในการน้ีใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมท้ังจํานวนภาษีท่ีคางชําระ ไว ณ ท่ีทําการนายทะเบียนและในสถานท่ีท่ีอธิบดีประกาศกําหนด และแจงใหเจาของรถทราบและ ใหบุคคลดังกลาวสงคืนแผนปายทะเบียนรถตอนายทะเบียนและนําใบคูมือจดทะเบียนรถมาแสดง ตอนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดแจงและ ปดประกาศดังกลาว ในกรณีที่เจาของรถมิไดดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนหรือผูตรวจการ หรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจยึดแผนปายทะเบียนรถได ใหภาระภาษีประจําปหลังจากปท่ีสามเปนอันระงับไป แตเจาของรถยังคงตองเสียภาษี ท่ีคางชําระใหครบถวน และใหนํามาตรา ๓๕/๑ และมาตรา ๓๕/๒ วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๓๖๔๑ นายทะเบียนมีอํานาจออกประกาศหรือสั่งเปนหนังสือใหเจาของรถนํา รถไปตรวจ ณ ที่ทําการของนายทะเบียน หรือสถานตรวจสภาพที่ไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวย การขนสงทางบก มาตรา ๓๗๔๒ นายทะเบียนและผูตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเขาตรวจใน สถานที่จําหนาย เชา เชาซื้อ หรือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับรถ ที่มีเหตุอันควรสงสัยวามีรถคางชําระภาษี ประจําปหรือมีการใชรถท่ีสิ้นอายุการใชงาน และยึดแผนปายทะเบียนรถน้ันไวได การเขาตรวจตามวรรคหน่ึง ใหกระทําระหวางพระอาทิตยข้ึนถึงพระอาทิตยตกหรือ ในเวลาทําการของสถานท่ีน้ัน มาตรา ๓๘๔๓ ในกรณที ผี่ ตู รวจการซง่ึ อธบิ ดมี อบหมายเปน ผตู รวจและยดึ ตามมาตรา ๓๗ ใหนําสงนายทะเบียนโดยมิชักชา และใหนํามาตรา ๓๕ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๓๙๔๔ (ยกเลิก) มาตรา ๔๐ ผูใดแจงความนําจับรถท่ีเจาของรถมิไดชําระภาษีประจําปภายในเวลา ที่กําหนด เมื่อคดีถึงที่สุดแลว ใหผูนั้นไดรับรางวัลนําจับในอัตรารอยละหกสิบของจํานวนเงินเพ่ิม ของภาษีท่ีตองชําระ ๔๐ มาตรา ๓๕/๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๔๑ มาตรา ๓๖ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๔๒ มาตรา ๓๗ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๓ มาตรา ๓๘ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๔๔ มาตรา ๓๙ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๒๑ มาตรา ๔๑๔๕ เงินภาษีประจําปรวมทั้งเงินเพิ่มและคาธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ เวนแตคาธรรมเนียมแผนปายทะเบียนรถที่จัดเก็บไดในกรุงเทพมหานครใหตกเปนรายไดของ กรุงเทพมหานคร สวนในจังหวัดอ่ืนใหตกเปนรายไดขององคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล ในจังหวัดน้ัน เมืองพัทยาและราชการสวนทองถิ่นที่เรียกช่ืออยางอื่น โดยใหกระทรวงมหาดไทยจัดสรร ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ËÁÇ´ ó ãºÍ¹ØÞÒμ¢ÑºÃ¶ มาตรา ๔๒ ผูขับรถตองไดรับใบอนุยาตขับรถและตองมีใบอนุญาตขับรถและสําเนา ภาพถายใบคูมือจดทะเบียนรถในขณะขับหรือควบคุมผูฝกหัดขับรถเพื่อแสดงตอเจาพนักงานไดทันที เวนแตผูฝกหัดขับรถยนตตามมาตรา ๕๗ ในกรณีท่ีผูขับรถเปนคนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว ตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง ผูขับรถซึ่งเปนคนตางดาวนั้นจะใชใบนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๒ ทวิ ขับรถในราชอาณาจักรก็ได และในกรณีน้ีจะตองมีใบอนุญาตขับรถดังกลาวพรอมดวยเอกสารตาม ที่ระบุไวในอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ เพ่ือแสดงตอเจพนักงานไดทันที๔๖ [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๒ ทวิ๔๗ ในกรณีที่มีความตกลงระหวางรัฐบาลไทยและรัฐบาลตางประเทศ วาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซ่ึงกันและกัน คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยู ในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถท่ีออก โดยพนักงานเจาหนาท่ีหรือสมาคมยานยนตท่ีไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลง ดังกลาวกับรัฐบาลไทย อาจใชใบอนุญาตขับรถของประเทศนั้นขับรถในราชอาณาจักรไดตามประเภท และชนิดของรถท่ีระบุไวในใบอนุญาตขับรถน้ัน แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลง ที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศน้ัน ๆ และตามบทบัญญัติทั้งหลายในสวนที่เก่ียวกับ หนาท่ีของผูขับรถตามพระราชบัญญัตินี้ ๔๕ มาตรา ๔๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ ๔๖ มาตรา ๔๒ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๔๗ มาตรา ๔๒ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐

๒๒๒ มาตรา ๔๓๔๘ ใบอนุญาตขับรถมีดังนี้ (๑) ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล รถยนตสามลอสวนบุคคล หรือรถจักรยานยนต สวนบุคคลชั่วคราว (๒) ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล (๓) ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสวนบุคคล (๔) ใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะ (๕) ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสาธารณะ (๖) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสวนบุคคล (๖/๑) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสาธารณะ (๗) ใบอนุญาตขับรถบดถนน (๘) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร (๙) ใบอนุญาตขับรถชนิดอ่ืนนอกจาก (๑) ถึง (๘) (๑๐) ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหวางประเทศที่ประเทศไทยเปนภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม (๑) ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชา เฉพาะในกรณีท่ีผูขับรถเปน ผูเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม (๒) ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม (๔) ใชสําหรับขับรถยนตบริการและใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม (๒) ไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม (๕) ใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม (๓) ไดดวย และใบอนุญาตขับรถตาม (๖/๑) ใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม (๖) ไดดวย นอกนั้นใชแทนกันไมได มาตรา ๔๓ ทวิ๔๙ ใบอนุญาตเปนผูขับรถในประเภทการขนสงประจําทาง การขนสง ไมประจําทางหรือการขนสงโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ใหใชแทนใบอนุญาต ขับรถยนตสวนบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) และใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะตามมาตรา ๔๓ (๔) ได ใบอนุญาตเปนผูขับรถในประเภทการขนสงสวนบุคคล ตามกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบกใหใชแทนใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) ได [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๔๕๐ ใบอนุญาตขับรถช่ัวคราวตามมาตรา ๔๓ (๑) มีอายุสองปนับแตวันออก ใบอนุญาตขับรถ๕๑ ๔๘ มาตรา ๔๓ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๔๙ มาตรา ๔๓ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗ ๕๐ มาตรา ๔๔ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๕๑ มาตรา ๔๔ วรรคหนงึ่ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๒๓ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) และ (๙) มีอายุหาปนับแตวันออก ใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) และ (๖/๑) มีอายุสามปนับแตวันออก ใบอนุญาตขับรถ และอาจขอตออายุใบอนุญาตขับรถไดอีกคราวละหาปหรือสามป แลวแตกรณี โดยผูขอตออายุใบอนุญาตตองผานการทดสอบสมรรถภาพของรางกายตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง๕๒ ในกรณีท่ีวันครบกําหนดอายุใบอนุญาตตามวรรคสองไมตรงกับวันครบรอบวันเกิดของ ผูไดรับใบอนุญาตขับรถ ใหขยายอายุใบอนุญาตตอไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผูไดรับใบอนุญาต ขับรถในปนั้นหรือในปถัดไป แลวแตกรณี โดยใหถือวาวันดังกลาวเปนวันที่ใบอนุญาตขับรถ ครบกําหนดอายุ ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับรถเกิดในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ และในปท่ีใบอนุญาตขับรถ ครบกําหนดอายุตามวรรคสองนั้นไมมีวันท่ี ๒๙ กุมภาพันธ ใหถือเอาวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ เปนวันครบรอบวันเกิด การขอตออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๕ ผูใดประสงคจะขอใบอนุญาตขับรถ ตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตองหามตามพระราชบัญญัตินี้ และยื่นคําขอตอนายทะเบียนแหงทองท่ีท่ีตนมีภูมิลําเนาหรือมีถ่ินท่ีอยู การขอใบอนุญาตขับรถและการออกใบอนุญาตขับรถ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๖ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตองหาม ดังตอไปนี้ (๑)๕๓ มีอายุไมตํ่ากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต สวนบุคคลช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตท่ีมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไมเกินท่ีกําหนด ในกฎกระทรวงตองมีอาวุไมต่ํากวาสิบหาปบริบูรณ (๒) มีความรูและความสามารถในการขับรถ (๓) มีความรูในขอบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติน้ีและตามกฎหมายวาดวย การจราจรทางบก (๔) ไมเปนผูมีรางกายพิการจนเปนที่เห็นไดวาไมสามารถขับรถได (๕) ไมมีโรคประจําตัวท่ีผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นวาอาจเปนอันตรายขณะขับรถ (๖) ไมเปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอน (๗) ไมมีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยูแลว ๕๒ มาตรา ๔๔ วรรคสอง แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๕๓ มาตรา ๔๖ (๑) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๒๔ (๘)๕๔ ไมเปนผูอยูในระหวางถูกยึดหรือพักใชใบอนุญาตขับรถ (๙)๕๕ ไมเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ซ่ึงมิใชจากเหตุขาดคุณสมบัติเรื่องอายุ ของผูขอใบอนุญาตขับรถ เวนแตไดพนกําหนดสามปไปแลวนับแตวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ โดยใหอธิบดีกําหนดเง่ือนไขในการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับรถไวดวย มาตรา ๔๗๕๖ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๖/๑) ตอง (๑) ไดรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) มาแลวไมนอยกวาหนึ่งป (๒) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๔๖ และ (๓) ไมเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหลงโทษหรือถูกเจาพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต สองคร้ังขึ้นไป สําหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปนี้ เวนแตจะพนโทษคร้ัง สุดทายไมนอยกวาหกเดือนแลว (ก) ฝาฝนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอยางอ่ืน (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร (ง) ใชความเร็วเกินอัตราท่ีกฎหมายกําหนด (จ) โดยประมาทหรือนาหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแกบุคคลหรือทรัพยสิน (ฉ) โดยไมคํานึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดรอนของผูอ่ืน มาตรา ๔๘๕๗ (ยกเลิก) มาตรา ๔๙๕๘ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) ตอง (๑) ไดรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) มาแลวไมนอยกวาหนึ่งป (๒) มคี ณุ สมบตั แิ ละไมม ลี กั ษณะตอ งหา มตามมาตรา ๔๖ แตต อ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ยส่ี บิ สองป บริบูรณ สําหรับผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) หรือ (๕) และยี่สิบปบริบูรณสําหรับ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๖/๑) (๓) ไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๔๗ (๓) (๔) มีสัญชาติไทย (๕) รูจักถนนและทางหลวงในจังหวัดท่ีขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร (๖) ไมเปนผูมีโรคติดตอนารังเกียจตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง (๗) ไมเปนผูติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดใหโทษ ๕๔ มาตรา ๔๖ (๘) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๕๕ มาตรา ๔๖ (๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๕๖ มาตรา ๔๗ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๕๗ มาตรา ๔๘ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๕๘ มาตรา ๔๘ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๒๕ (๘) ไมเคยเปนผูไดรับโทษจําคุกดดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุกในความผิดตาม พระราชบัญญัติน้ี หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเก่ียวกับการกอใหเกิด ภยันตรายตอประชาชน ความผิดเก่ียวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดตอชีวิต ความผิด ตอรางกาย ความผิดตอเสรีภาพ ความผิดฐานลักทรัพยและว่ิงราวทรัพย ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพยและปลนทรัพย ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐาน ทําใหเสียทรัพยตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวา ดวยยาเสพติดใหโทษหรือโดยคําส่ังท่ีชอบดวยกฎหมายใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ีได กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพนโทษมาแลวไมนอยกวาสามป มาตรา ๕๐๕๙ ในกรณีท่ีผูขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) เปนผูขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๙ (๘) แตพนโทษจําคุกมาแลวไมนอยกวา (๑) หกเดือนสําหรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาไมเกินสามเดือน (๒) หนึ่งปสําหรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาไมเกินสามเดือนในคดีเก่ียวดวยการใชรถ กระทําความผิด หรือ (๓) หน่ึงปหกเดือนสําหรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาเกินสามเดือนแตไมเกินสามป และไดย น่ื คาํ รอ งตอ นายทะเบยี นโดยชแี้ จงถงึ เหตผุ ลทต่ี นตอ งโทษพรอ มกบั แสดงหลกั ฐาน วาตนเปนบุคคลที่มีความประพฤติเรียบรอยควรไววางใจใหขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนต สาธารณะได แลวแตกรณี ใหนายทะเบียนดําเนินการสอบสวนคํารองดังกลาว ถาเห็นดวยกับคํารอ งก็ใหมีอํานาจออกใบอนุญาตขับรถใหไดโดยมิใหนําบทบัญญัติมาตรา ๔๙ (๘) มาใชบังคับ แตถาไม เห็นดวย ใหสั่งยกคํารองและแจงใหผูขอทราบ ผูขอมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตออธิบดีภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับคําสั่งยกคํารอง จากนายทะเบียน คําสั่งของอธิบดีใหเปนที่สุด มาตรา ๕๑ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๗) (๘) หรือ (๙) ตอง (๑) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๔๖ และ (๒) มีความรูความสามารถในการขับรถประเภทน้ัน ๆ เปนอยางดี มาตรา ๕๑/๑๖๐ ผูมีใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๒) (๔) (๕) (๖) และ (๖/๑) มีสิทธิ ขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑๐) มาตรา ๕๒ ใหนายทะเบียนแตงต้ังผูซ่ึงมีคุณสมบัติที่กําหนดในกฎกระทรวงตรวจ สอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑ ๕๙ มาตรา ๕๐ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๐ มาตรา ๕๑/๑ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๒๖ มาตรา ๕๓ ผูใดไดรับใบอนุญาตขับรถประเภทใดแลว หากปรากฏในภายหลังวาเปน ผูขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่กําหนดไวสําหรับผูขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทน้ัน ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถน้ัน ใหนายทะเบียนมีอํานาจเรียกผูไดรับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะ ตองหามได หากมีเหตุอันควรเชื่อวาผูไดรับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหาม อยางหนึ่งอยางใดตามท่ีกําหนดไวสําหรับผูขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น๖๑ มาตรา ๕๓/๑๖๒ ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับรถฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติ แหงพระราชบัญญัติน้ี ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งพักใชใบอนุญาตขับรถไดคราวละไมเกินหกเดือน ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะกระทํา ความผิดในกรณีดังตอไปน้ี นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถเสียก็ได (๑) กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีซํ้าในขอหาเดียวกับความผิดคร้ังกอน ภายใน เวลาหนึ่งเดือนนับแตวันที่ความผิดคร้ังกอนเกิดข้ึน (๒) ไมมารายงานตนตอนายทะเบียนตามที่นายทะเบียนส่ังเปนหนังสือไปแลวไมนอย กวาสองครั้งโดยมีระยะเวลาหางกันไมนอยกวาหนึ่งเดือน ท้ังน้ี ดดยไมมีเหตุสมควร (๓) เรียกเก็บคาโดยสารหรือคาบริการอ่ืนเกินกวาอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๓/๒๖๓ ผซู ง่ึ ถกู สงั่ พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขบั รถมสี ทิ ธอิ ทุ ธรณเ ปน หนงั สอื ตออธิบดีไดภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งจากนายทะเบียน ใหอธิบดีวินิจฉัยอุทธรณตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับหนังสืออุทธรณ ถาไมมีวินิจฉัยชี้ขาดภายในเวลาดังกลาวใหถือวาอธิบดีวินิจฉัยไมใหพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ตามหนังสืออุทธรณของผูขับรถ คําสั่งของอธิบดีใหเปนที่สุด การอุทธรณตามวรรคหน่ึงไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําส่ังพักใชหรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถ มาตรา ๕๓/๓๖๔ ใหผูไดรับใบอนุญาตขับรถซ่ึงถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสงคืน ใบอนุญาตน้ันแกนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับแจงการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ มาตรา ๕๔ ผูใดไดรับใบอนุญาตขับรถแลว หากปรากฏวา (๑) ตองคําพิพากษาถึงที่สุดวาไดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวง ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ๖๑ มาตรา ๕๓ วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๒ มาตรา ๕๓/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๓ มาตรา ๕๓/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๔ มาตรา ๕๓/๓ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๒๗ (๒) ไมปฏิบัติตามคําส่ังอันชอบดวยกฎหมายของเจาพนักงานจราจร หรือพนักงานเจา หนาท่ีตามกฎหมายวาดวยการจราจรทางบก (๓) ตองคําพิพากษาถึงท่ีสุดวาไดกระทําความผิดฐานขับรถหรือกระทําการใด ๆ อัน นาจะเปนภัยตอประชาชน หรือ (๔) มีผูกลาวโทษวาทําลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง โดยขูเข็ญ ดูหม่ิน รังแก หรือรบกวนคนขับรถดวยกันหรือผูโดยสาร นายทะเบียนมีอํานาจเรียกใบอนุญาตขับรถมายึดไวได แตหามมิใหยึดเกินหนึ่งป ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) เปนผูตองหาใน คดีอาญาตามท่ีระบุไวในมาตรา ๔๙ (๘) ใหนายทะเบียนหรือผูตรวจการซ่ึงอธิบดีมอบหมายยึด ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) ต้ังแตวันย่ืนฟองตอศาลจนถึงเวลาท่ีมีคําพิพากษา ถึงท่ีสุด และในระหวางเวลาน้ันหามมิใหนายทะเบียนตออายุใบอนุญาตขับรถดังกลาว๖๕ ในการยึดใบอนุญาตขับรถ ใหผูยึดบันทึกการยึดไวในใบอนุญาตขับรถดวย มาตรา ๕๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชํารุดในสาระสําคัญ ใหผูรับ ใบอนุญาตขับรถยื่นคําขอรับใบอนุญาตขับรถตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันทราบเหตุนั้น และในกรณีที่ไดใบอนุญาตขับรถท่ีสูญหายคืน ใหสงใบแทนใบอนุญาตขับรถน้ันแกนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันไดคืน การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถ และการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๕๖ ภายใตบังคับมาตรา ๔๓ และมาตรา ๕๗ หามมิใหเจาของรถหรือคนขับ รถยินยอมใหผูซึ่งไมมีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตขับรถประเภทอื่นท่ีใชแทนกันไมได เขาขับรถ ของตนหรือรถที่ตนเปนคนขับ มาตรา ๕๗ ผใู ดฝก หดั ขบั รถยนต ตอ งมผี ซู งึ่ ไดร บั ใบอนญุ าตขบั รถยนตม าแลว ไมน อ ยกวา สามปควบคุมอยูดวย ในการฝกหัดขับรถ หามมิใหผูใดนอกจากผูฝกหัดและผูควบคุมอยูในรถ ถามีการเสียหาย เกิดข้ึน ผูควบคุมตองรับผิดทางแพง เวนแตจะพิสูจนไดวาผูฝกหัดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสอน ในเวลาท่ีขับอยูนั้น [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๕๗ ทวิ๖๖ ใหผูตรวจการมีอํานาจส่ังใหผูขับรถหยุดรถเพื่อทําการตรวจสอบ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี กับมีอํานาจส่ังใหบุคคลใดปฏิบัติการเทาที่จําเปนเพื่อประโยชน ๖๕ มาตรา ๕๔ วรรคสาม แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๖ มาตรา ๕๗ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒

๒๒๘ แกการสอบสวนน้ันได และเม่ือพบวาผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติน้ี จะวากลาวตักเตือนหรือส่ังเปนหนังสือใหผูนั้นไปรายงานตนตอนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ีมี คําส่ังเพ่ือดําเนินการเปรียบเทียบปรับก็ได เวนแตเปนกรณีท่ีความผิดดังกลาวมีโทษจําคุก ใหผูตรวจการ นําตัวผูน้ันสงพนักงานสอบสวนผูมีอํานาจเพื่อดําเนินคดีตอไป ในการออกคําส่ังใหไปรายงานตนตอนายทะเบียนตามวรรคหน่ึง ผูตรวจการจะเรียกเก็บ ใบอนุญาตขับรถของผูน้ันไวเปนการชั่วคราวก็ได แตตองรีบนําใบอนุญาตขับรถที่เรียกเก็บไวไปสงมอบ แกนายทะเบียนภายในแปดช่ัวโมงนับแตเวลาท่ีออกคําสั่งและใหถือวาคําส่ังนั้นเปนใบอนุญาตขับรถ ชั่วคราวภายในกําหนดเวลาท่ีใหไปรายงานตนดังกลาว คําสั่งใหไปรายงานตนตอนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามแบบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๕๗ ตรี๖๗ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ใหผูตรวจการแสดงบัตร ประจําตัวตอผูซ่ึงเก่ียวของ บัตรประจําตัวผูตรวจการใหเปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรีกําหนด มาตรา ๕๗ จัตวา๖๘ ในขณะท่ีอยูในระหวางการรับจางบรรทุกคนโดยสาร ผูขับรถยนต สาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะจะปฏิเสธไมรับจางบรรทุกคนโดยสารมิได เวนแตการบรรทุก นั้นนาจะกอใหเกิดอันตรายแกตนหรือแกคนโดยสาร บทบัญญัติในวรรคหน่ึงมิใหใชบังคับแกผูขับรถจักรยานยนตสาธารณะท่ีปฏิเสธรับจาง บรรทุกคนโดยสารนอกเสนทางหรือนอกทองท่ีในการรับจางบรรทุกคนโดยสาร มาตรา ๕๗ เบญจ๖๙ ผูขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะตองพาคน โดยสารไปยังสถานท่ีท่ีวาจางตามเสนทางท่ีส้ันหรือถึงที่หมายเร็วที่สุด หรือเสนทางที่ไมออมเกินควร และตองสงคนโดยสาร ณ สถานท่ีตามที่ตกลงกันไว หา มมใิ หผ ขู บั รถตามวรรคหนงึ่ พาคนโดยสารไปทอดทงิ้ ระหวา งทางไมว า ดว ยประการใด ๆ มาตรา ๕๗ ฉ๗๐ ในขณะขับรถ ผูขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะ ตอง (๑) ไมสูบบุหรี่ หรือกระทําดวยประการใด ๆ ในลักษณะท่ีกอความรําคาญใหแก คนโดยสาร (๒) ไมกลาววาจาไมสุภาพ เสียดสี ดูหม่ิน กาวราวหรือแสดงกิริยาในลักษณะดังกลาว ตอคนโดยสาร (๓) ไมเสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอื่น ๖๗ มาตรา ๕๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๖๘ มาตรา ๕๗ จตั วา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๙ มาตรา ๕๗ เบญจ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๐ มาตรา ๕๗ ฉ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๒๙ (๔) ไมเสพยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ (๕) ไมเสพติดวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทตามกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิ ตอจิตและประสาท (๖) ไมขับรถในขณะหยอนความสามารถในอันที่จะขับ (๗) ปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการรับจางบรรทุกคนโดยสารตามท่ี กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๗ สัตต๗๑ ในกรณที นี่ ายทะเบยี นหรอื ผตู รวจการมเี หตอุ นั ควรสงสยั วา เจา ของรถ หรือผูขับรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ใหนายทะเบียนหรือผูตรวจการมีอํานาจ ออกหนังสือเรียกตัวเจาของรถหรือผูขับรถผูน้ันมาใหถอยคําหรือยื่นคําชี้แจงแสดงขอเท็จจริงได เม่ือนายทะเบียนหรือผูตรวจการไดตรวจสอบกรณีตามวรรคหนึ่งแลว ปรากฏวา เจาของรถ หรือผูขับรถฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนําความในมาตรา ๕๗ ทวิ มาใชบังคับ โดยอนุโลม ËÁÇ´ ô º·กํา˹´â·É มาตรา ๕๘๗๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕ (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๕) หรือ (๑๖) ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๕๘/๑๗๓ ผูขับรถจางบรรทุกคนโดยสารผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามขอกําหนด ในกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๕ (๑๕/๑) ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๕๙๗๔ ผูใดฝาฝนมาตรา ๖ (๑) ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๖๐๗๕ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๖ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) มาตรา ๖/๑ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๑๘ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๖ หรือมาตรา ๕๗ ตองระวางโทษ ปรับไมเกินสองพันบาท ๗๑ มาตรา ๕๗ สัตต เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๗๒ มาตรา ๕๘ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๓ มาตรา ๕๘/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๔ มาตรา ๕๙ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๗๕ มาตรา ๖๐ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๓๐ มาตรา ๖๑๗๖ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๓๕/๓ วรรคหนึ่ง หรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๕๓ วรรคสอง ตองระวางโทษ ปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๑/๑๗๗ ผูใดไมมาใหถอยคําหรือย่ืนคําชี้แจงแสดงขอเท็จจริงตอนายทะเบียน หรือผูตรวจการตามหนังสือเรียกตามมาตรา ๕๗ สัตต วรรคหนึ่ง หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่ง ของนายทะเบียนหรือผูตรวจการซึ่งส่ังตามมาตรา ๕๗ สัตต วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกิน หน่ึงพันบาท มาตรา ๖๒ ผูใดรับจางบรรทุกคนโดยสารโดยใชรถยนตรับจางบรรทุกคนโดยสาร ไมเกินเจ็ดคนหรือรถยนตรับจางระหวางจังหวัดในทองที่ท่ีรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคหน่ึง โดยไมไดรับอนุญาตจากนายทะเบียน หรือไมไดรับยกเวนตามมาตรา ๒๓ วรรคสองหรือวรรคสาม ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๖๒/๑๗๘ ผใู ดรบั จา งบรรทกุ คนโดยสารโดยฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๓/๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๖๓ ผูใดรับจางบรรทุกคนโดยสารโดยใชรถยนตรับจางบรรทุกคนโดยสาร ไมเกินเจ็ดคนหรือรถยนตรับจางระหวางจังหวัดในทองที่ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคหน่ึง เมื่อใบอนุญาตส้ินอายุหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอน ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๖๓/๑๗๙ ผรู บั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๒๓ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๕ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๓/๒๘๐ ผูไดรับใบอนุญาตขับรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๕๓/๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๔ ผใู ดขบั รถโดยไมไ ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรือปรับไมเกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ ๗๖ มาตรา ๖๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๗ มาตรา ๖๑/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๗๘ มาตรา ๖๒/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๙ มาตรา ๖๓/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๐ มาตรา ๖๓/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

๒๓๑ มาตรา ๖๕๘๑ ผูใดขับรถเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ หรือระหวางถูกสั่งพักใช ใบอนุญาตขับรถหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ หรือถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินสองพันบาท มาตรา ๖๖ ผูใดขับรถโดยไมแสดงใบอนุญาตขับรถ และสําเนาภาพถายใบคูมือ จดทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ ตองระวางโทษปรับไมเินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๖/๑๘๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของผูตรวจการ ซ่ึงส่ังตาม มาตรา ๕๗ ทวิ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๖๖/๒๘๓ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ จัตวา มาตรา ๕๗ เบญจ หรือมาตรา ๕๗ ฉ (๑) หรือ (๒) ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๖/๓๘๔ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๕๗ ฉ (๓) หรอื (๖) ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามเดอื น หรือปรับต้ังแตสองพันบาทถึงหน่ึงหม่ืนบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๖๖/4๘๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๕๗ ฉ (๔) หรือ (๕) ตองระวางโทษสูงกวาท่ีกําหนด ไวในกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ หรือกฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท แลวแตกรณี อีกหน่ึงในสาม มาตรา ๖๖/๕๘๖ ผูใดเรียกเก็บคาโดยสารหรือคาบริการอ่ืนเกินกวาอัตราท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๖๖/๖๘๗ เจาของรถหรือผูขับรถผูใดไมแสดงอัตราคาโดยสารหรือคาบริการอ่ืน ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๖๗ ผูใด (๑) ใหผูอื่นใชใบอนุญาต หรือเครื่องหมายท่ีนายทะเบียนออกใหแกตน (๒) ใชเคร่ืองหมายที่นายทะเบียนออกใหสําหรับรถคันหน่ึงกับรถอีกคันหนึ่ง (๓) ใชเคร่ืองหมายท่ีนายทะเบียนออกใหแกผูอื่น (๔) เปลี่ยนแปลงโดยวิธีใด ๆ หรือปดบังท้ังหมดหรือแตบางสวนซึ่งเคร่ืองหมายท่ี นายทะเบียนออกใหประจํารถ หรือ ๘๑ มาตรา ๖๕ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๒ มาตรา ๖๖/๑ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๓ มาตรา ๖๖/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๔ มาตรา ๖๖/๓ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๕ มาตรา ๖๖/๔ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๖ มาตรา ๖๖/๕ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๗ มาตรา ๖๖/๖ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๓๒ (๕) ใชร ถทไี่ ดร บั ยกเวน ไมต อ งเสยี คา ธรรมเนยี มตามมาตรา ๙ หรอื ยกเวน ไมต อ งเสยี ภาษี ประจําปตามมาตรา ๓๐ หรือลดภาษีประจําปตามมาตรา ๓๑ ผิดไปจากวัตถุประสงคที่ไดรับยกเวน หรือลด ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๗ ทวิ๘๘ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ท่ีมีโทษปรับสถานเดียว ใหอธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเปรียบเทียบปรับผูตองหาได เม่ือผูตองหาไดชําระคาปรับ ตามจํานวนท่ีอธิบดีหรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแลว ใหถือวาคดีเลิกกัน ตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถาผูตองหาไมยินยอมตามท่ีเปรียบเทียบหรือเม่ือยินยอมแลวไมชําระคาปรับภายใน กําหนดเวลาดังกลาวใหดําเนินคดีเพื่อฟองรองตอไป º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๖๘ เพอื่ ประโยชนใ นการจดั เกบ็ ภาษปี ระจาํ ป ในกรณที เ่ี ปน รถทจี่ ดทะเบยี นแลว การเสียภาษีประจําปในปแรกภายหลังวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหนายทะเบียนเปลี่ยนแปลง กําหนดระยะเวลาการเสียภาษีใหม โดยเฉล่ียจํานวนรถท่ีจะตองเสียภาษีออกไปเปนรายเดือนตาม ระยะเวลาและจํานวนท่ีนายทะเบียนเห็นสมควร และประกาศ ณ ท่ีทําการของนายทะเบียนใหผ ูมีหนาที่ เสียภาษีทราบลวงหนาไมนอยกวาหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ใหนายทะเบียนดําเนินการภายในสองปนับแต วันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ การคิดภาษีเปนรายเดือนตามวรรคหน่ึง ใหคิดเฉล่ียจากอัตราภาษีประจําปสําหรับ รถชนิดนั้น มาตรา ๖๙ สําหรับรถและเคร่ืองอุปกรณของรถอันมิชอบดวยพระราชบัญญัตินี้ ท่ีมีอยูแลวในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา หรือท่ีจะนําเขามาในราชอาณาจักร ภายในหกเดือนนับแตวันท่ีประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ใหรัฐมนตรีมีอํานาจผอนผัน ไดตามควรแกกรณี และถาจะอนุญาตใหใชตอไป ใหมีกําหนดเวลาไมเกินสามป นับแตวันท่ีประกาศ พระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๗๐ บรรดากฎกระทรวง คําส่ัง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเพียงเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะ มีกฎกระทรวง คําส่ัง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ๗๘ มาตรา ๖๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐

๒๓๓ มาตรา ๗๑ ในทองท่ีใดท่ีไดมีการประกาศใหการประกอบการรับจางบรรทุกคนโดยสาร โดยใชรถยนตบรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคน ตองดําเนินการโดยบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทจํากัด หรือสหกรณ และตองไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ รวมทั้งที่ไดมีการขยายระยะเวลาตามประกาศดังกลาว ใหถือวาประกาศน้ันเปนประกาศ ของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๓ และใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการในทองท่ีดังกลาวอยูแลวในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ เปนผูไดรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ และตองดําเนินการโดยบริษัทมหาชน จํากัด บริษัทจํากัดหรือสหกรณตอไป [คาํ วา “รถยนต” แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยมาตรา ๓ แหง พระราชบญั ญตั ริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๗๒ บรรดาใบอนุญาตและใบอนุญาตขับรถยนตที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ กอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหยังคงมีผลใชบังคับตอไปจนกวา จะส้ินอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนตนั้น [คาํ วา “รถยนต” แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยมาตรา ๓ แหง พระราชบญั ญตั ริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย รองนายกรัฐมนตรี

๒๓๔ ÍÑμÃÒ¤‹Ò¸ÃÃÁà¹ÕÂÁ (๑) คําขอ ฉบับละ ๕ บาท (๒) ใบคูมือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓) แผนปายทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓/๑)๘๙ การขอใชหมายเลขทะเบียนรถ (ก) การขอใชหมายเลขทะเบียนท่ีออกให ๑,๐๐๐ บาท สําหรับรถคันหนึ่งมาใชกับรถอีกคันหนึ่ง คร้ังละ (ข) การขอใชหมายเลขทะเบียนซ่ึงยัง ๒,๐๐๐ บาท ไมเคยออกใหสําหรับรถคันใดมาใช กับรถที่จดทะเบียนแลว คร้ังละ ๓,๐๐๐ บาท (ค) การขอใชหมายเลขทะเบียนท่ีตองเสีย คาธรรมเนียมพิเศษท่ีไดจากการประมูล ๑๐ บาท ตามมาตรา ๑๐/๑ กับกรณีตาม (ก) หรือ (ข) ครั้งละ ๕๐ บาท (๔) การขอคนทะเบียนรถหรือขอแกไขเพิ่มเติมรายการ ๑๐๐ บาท ในทะเบียนรถและใบคูมือจดทะเบียนรถ ๕๐ บาท (ก) รถจักรยานยนต คร้ังละ ๒๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๑๐ บาท (๕) การโอนทะเบียนรถ คร้ังละ ๕๐ บาท (๖) การยายรถ ๑,๐๐๐ บาท (ก) รถยนต ครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท (ข) รถอ่ืนนอกจาก (ก) ครั้งละ (๗) การตรวจสภาพรถ (ก) รถจักรยานยนต คันละ (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) คันละ (๗/๑)๙๐ เคร่ืองหมายแสดงการใชรถ ตามมาตรา ๖/๑ วรรคสอง หรือวรรคสาม แผนละ (๗/๒)๙๑ การอนุญาตใหใชรถ ตามมาตรา ๖/๑ วรรคสาม คร้ังละ ๘๙ อตั ราคา ธรรมเนียม (๓/๑) เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๐ อัตราคาธรรมเนียม (๗/๑) เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๑ อตั ราคาธรรมเนยี ม (๗/๒) เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๓๕ (๘) ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙)๙๒ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๗ ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๐)๙๓ เคร่ืองหมายพิเศษตามมาตรา ๒๗ อันละ (๑๑)๙๔ สมุดคูมือประจํารถตามมาตรา ๒๗ เลมละ ๕๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตรถยนตตามอนุสัญญาวาดวยการจราจรทางถนน ๑,๐๐๐ บาท ทํา ณ นครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ ซ่ึงประเทศไทยไดภาคยานุวัติ เมื่อวันท่ี ๑๕ สิงหาคม ๒๕๐๕ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๓)๙๕ ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหวางประเทศ ๑,๐๐๐ บาท ที่ประเทศไทยเปนภาคี ฉบับละ (๑๔)๙๖ ใบอนุญาตขับรถช่ัวคราว ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๔๓ (๑) ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๕)๙๗ ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล ฉบับละ (๑๖)๙๘ ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสวนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๗)๙๙ ใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๘)๑๐๐ ใบอนุญาตขับรถสามลอสาธารณะ ฉบับละ (๑๙)๑๐๑ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสวนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙/๑)๑๐๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๐)๑๐๓ ใบอนุญาตขับรถบดถนน ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๑)๑๐๔ ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๒)๑๐๕ ใบอนุญาตขับตามมาตรา ๔๓ (๙) ฉบับละ ๕๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๙๒ อตั ราคา ธรรมเนียม (๙) แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๒ อตั ราคาธรรมเนยี ม (๑๐) แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ริ ถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๔ อัตราคาธรรมเนียม (๑๑) แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๕ อตั ราคาธรรมเนียม (๑๓) แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๖ อตั ราคา ธรรมเนยี ม (๑๔) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๗ อัตราคาธรรมเนียม (๑๕) แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๘ อัตราคา ธรรมเนยี ม (๑๖) แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๙ อตั ราคา ธรรมเนียม (๑๗) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๐ อัตราคาธรรมเนียม (๑๘) แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๑ อตั ราคา ธรรมเนยี ม (๑๙) แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๐๒ อัตราคาธรรมเนียม (๑๙/๑) เพ่ิมโดยพระราชบญั ญตั ริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๐๓ อตั ราคาธรรมเนยี ม (๒๐) แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๔ อัตราคาธรรมเนยี ม (๒๑) แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๕ อตั ราคาธรรมเนียม (๒๒) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๓๖ (๒๓)๑๐๖ (ยกเลิก) (๒๔)๑๐๗ (ยกเลิก) (๒๕)๑๐๘ (ยกเลิก) (๒๖)๑๐๙ (ยกเลิก) (๒๗)๑๑๐ (ยกเลิก) (๒๘) การแกไขรายการในใบอนุญาตขับรถ คร้ังละ ๕๐ บาท (๒๙) หนังสืออนุญาตตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๘ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๐) ใบแทนใบคูมือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๑) ใบแทนใบอนุญาต คร่ึงหน่ึงของคาธรรมเนียมใบอนุญาต แตไมเกิน ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓๒) ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจําป ฉบับละ ๒๐ บาท (๓๓) ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ ๒๕ บาท (๓๔) คาธรรมเนียมอื่น คร้ังละ ๒๐ บาท (๓๕) การรับรองสําเนาเอกสาร แผนละ ๒๐ บาท (๓๖)๑๑๑ การตออายุใบอนุญาตขับรถ ครั้งละเทากับคาธรรมเนียมสําหรับใบอนุญาตขับรถแตละฉบับ ๑๐๖ อัตราคา ธรรมเนยี ม (๒๓) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๗ อตั ราคา ธรรมเนียม (๒๔) ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๘ อัตราคา ธรรมเนียม (๒๕) ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๙ อัตราคาธรรมเนียม (๒๖) ยกเลิกโดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๑๐ อัตราคาธรรมเนียม (๒๗) ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั ิรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๑๑ อัตราคา ธรรมเนยี ม (๓๖) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

๒๓๗ ÍÑμÃÒÀÒÉÕ»ÃÐจํา»‚ (๑)๑๑๒ รถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคนใหเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบรวมกันของเคร่ืองยนต ของรถยนตแตละคัน ในอัตราดังตอไปนี้ (ก) ๖๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตรแรก ลูกบาศกเซนติเมตรละ ๐.๕๐ บาท (ข) สวนท่ีเกิน ๖๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตร แตไมเกิน ๑,๘๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตร ลูกบาศกเซนติเมตรละ ๑.๕๐ บาท (ค) สวนท่ีเกิน ๑,๘๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตร ลูกบาศกเซนติเมตรละ ๔.๐๐ บาท รถยนตตาม (๑) ที่นิติบุคคลเปนเจาของ และมิไดใหบุคคลธรรมดาเชาซ้ือในการประกอบธุรกิจ เก่ียวกับการใหเชาซ้ือของนิติบุคคลน้ัน ใหเก็บภาษีในอัตราสองเทา (๒) รถยนตนั่งสวนบุคคลเกินเจ็ดคน ใหเก็บภาษีตามนํ้าหนักในอัตราดังตอไปนี้ (ก) น้ําหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑๕๐ บาท (ข) น้ําหนักตั้งแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ค) น้ําหนักต้ังแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๐๐ บาท (จ) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๐๐ บาท (ฉ) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๐๐ บาท (ช) น้ําหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๐๐ บาท (ซ) น้ําหนักต้ังแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๐๐ บาท ๑๑๒ อตั ราภาษีประจาํ ป (๑) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔

๒๓๘ (ฌ) น้ําหนักตั้งแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๐๐ บาท (ญ) นํ้าหนักต้ังแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๔๐๐ บาท (ฎ) น้ําหนักตั้งแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๖๐๐ บาท (ฏ) นํ้าหนักต้ังแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ําหนักต้ังแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฑ) นํ้าหนักต้ังแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๒๐๐ บาท (ฒ) น้ําหนักตั้งแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๐๐ บาท (ณ) นํ้าหนักตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ข้ึนไป คันละ ๓,๖๐๐ บาท (๓)๑๑๓ รถจักรยานยนต ใหคํานวณภาษีประจําปในอัตราดังตอไปนี้ (ก) รถจักรยานยนตสวนบุคคล คันละ ๑๐๐ บาท (ข) รถจักรยานยนตสาธารณะ คันละ ๑๐๐ บาท (๔)๑๑๔ รถพวงของรถจักรยานยนตสวนบุคคล คันละ ๕๐ บาท (๕) รถพวงนอกจาก (๔) คันละ ๑๐๐ บาท (๖) รถบดถนน คันละ ๒๐๐ บาท (๗) รถแทรกเตอรท่ีใชในการเกษตร คันละ ๕๐ บาท (๘) รถยนตรับจางระหวางจังหวัด รถยนตบริการ ใหเก็บภาษีตามนํ้าหนักในอัตราดังตอไปนี้ (ก) นํ้าหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ข) นํ้าหนักต้ังแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (ค) น้ําหนักตั้งแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท ๑๑๓ อัตราภาษปี ระจาํ ป (๓) แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๑๔ อัตราภาษีประจําป (๔) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

(ง) น้ําหนักต้ังแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ ๒๓๙ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (จ) น้ําหนักตั้งแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ คันละ ๑,๖๕๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๒,๑๐๐ บาท คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฉ) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ คันละ ๓,๐๐๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท คันละ ๓,๙๐๐ บาท (ช) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ คันละ ๔,๓๕๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๔,๘๐๐ บาท คันละ ๕,๒๕๐ บาท (ซ) นํ้าหนักตั้งแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ คันละ ๕,๗๐๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๖,๑๕๐ บาท คันละ ๖,๖๐๐ บาท (ฌ) นํ้าหนักต้ังแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ คันละ ๑๘๕ บาท กิโลกรัม คันละ ๓๑๐ บาท คันละ ๔๕๐ บาท (ญ) นํ้าหนักต้ังแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม (ฎ) น้ําหนักต้ังแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม (ฏ) น้ําหนักต้ังแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม (ฐ) นํ้าหนักต้ังแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม (ฑ) น้ําหนักตั้งแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม (ฒ) น้ําหนักต้ังแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม (ณ) นํ้าหนักตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ข้ึนไป (๙) รถยนตรับจาง ใหเก็บภาษีตามนํ้าหนักในอัตราดังตอไปนี้ (ก) นํ้าหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม (ข) นํ้าหนักตั้งแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม (ค) นํ้าหนักตั้งแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม

๒๔๐ (ง) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ คันละ ๕๖๐ บาท กิโลกรัม (จ) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๘๕ บาท (ฉ) น้ําหนักต้ังแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๗๕ บาท (ช) น้ําหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๖๐ บาท (ซ) นํ้าหนักต้ังแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๒๕๐ บาท (ฌ) นํ้าหนักตั้งแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๔๓๕ บาท (ญ) นํ้าหนักตั้งแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๒๕ บาท (ฎ) น้ําหนักตั้งแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๘๑๐ บาท (ฏ) น้ําหนักตั้งแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๐๐๐ บาท (ฐ) น้ําหนักต้ังแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๘๕ บาท (ฑ) นํ้าหนักตั้งแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๓๗๕ บาท (ฒ) น้ําหนักตั้งแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๖๐ บาท (ณ) น้ําหนักตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๒,๗๕๐ บาท (๑๐) รถยนตบ รรทกุ สว นบคุ คลหรอื รถยนตส าํ หรบั ลากจงู ซง่ึ มไิ ดใ ชใ นการประกอบการขนสง สว นบคุ คล ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกหรือรถแทรกเตอรท่ีมิไดใชในการเกษตร ใหเก็บภาษีตาม น้ําหนักในอัตราดังตอไปน้ี (ก) น้ําหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ข) นํ้าหนักต้ังแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท

๒๔๑ (ค) น้ําหนักต้ังแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๐๐ บาท (ง) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (จ) น้ําหนักต้ังแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๙๐๐ บาท (ฉ) น้ําหนักต้ังแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ช) น้ําหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (ซ) นํ้าหนักตั้งแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฌ) นํ้าหนักต้ังแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๕๐ บาท (ญ) นํ้าหนักต้ังแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๕๐ บาท (ฎ) น้ําหนักต้ังแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฏ) น้ําหนักตั้งแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๕๐ บาท (ฐ) น้ําหนักตั้งแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๑๕๐ บาท (ฑ) นํ้าหนักต้ังแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ฒ) น้ําหนักต้ังแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๗๕๐ บาท (ณ) น้ําหนักต้ังแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๔,๐๕๐ บาท (๑๐/๑)๑๑๕ รถอื่นท่ีกําหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทนิยามคําวา “รถ” ในมาตรา ๔ ใหเก็บภาษีตามน้ําหนักในอัตราตาม (๑๐) ๑๑๕ อัตราภาษปี ระจําป (๑๐/๑) เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

๒๔๒ (๑๑)๑๑๖ รถที่ขับเคลื่อนดวยพลังงานไฟฟา หรือรถท่ีขับเคล่ือนดวยพลังงานอ่ืนโดยมิไดใชเครื่องยนต ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหจัดเก็บภาษีในอัตราดังตอไปนี้ (ก) รถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคน ใหจัดเก็บภาษีตามน้ําหนักของรถในอัตราตาม (๒) (ข) รถอ่ืนนอกจาก (ก) ใหจัดเก็บภาษีในอัตราก่ึงหน่ึงของรถตาม (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) แลวแตกรณี (๑๒)๑๑๗ รถที่ขับเคล่ือนดวยเคร่ืองยนตที่ใชพลังงานทดแทน พลังงานอนุรักษสิ่งแวดลอม หรือพลังงาน อยา งประหยดั ตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ใหจ ดั เกบ็ ภาษใี นอตั รากงึ่ หนงึ่ ของอตั ราทกี่ าํ หนดไว (๑๓)๑๑๘ รถท่ีขับเคลื่อนดวยเครื่องยนตที่ใชกาซธรรมชาติซึ่งเปนกาซไฮโดรคารบอนท่ีประกอบดวย กาซมีเทนเปนสวนใหญเปนเช้ือเพลิง ใหจัดเก็บภาษีในอัตราดังตอไปน้ี (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวเพียงอยางเดียวในอัตราก่ึงหน่ึงของอัตรา ท่ีกําหนดไว (ข) ระบบเช้ือเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวรวมหรือสลับกับนํ้ามันเชื้อเพลิงในอัตราสามในส่ี ของอัตราที่กําหนดไว ในการคํานวณนํ้าหนัก ใหรวมน้ําหนักของรถและเครื่องอุปกรณที่ติดกับตัวรถตามปกติแตไมรวม นํ้าหนักน้ํามันเช้ือเพลิง น้ํามันเคร่ือง น้ํา และเคร่ืองมือประจํารถ ถามีเศษของกิโลกรัมใหปดทิ้ง ๑๑๖ อัตราภาษีประจําป (๑๑) แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๑๗ อัตราภาษปี ระจําป (๑๒) เพิม่ โดยพระราชบัญญตั ริ ถยนต (ฉบับท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๑๘ อัตราภาษปี ระจําป (๑๓) เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๒๔๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยรถยนตร ไดประกาศใชบังคับมาต้ังแตป พ.ศ. ๒๔๗๓ นับเปนเวลาเกือบหาสิบปแลว และในระหวางระยะเวลา ดังกลาวมีการแกไขเพ่ิมเติมมาแลวประมายี่สิบครั้ง อยางไรก็ดียังมีบทบัญญัติอีกหลายมาตราท่ีใชอยู ไมเหมาะสมกับกาลสมัยและสภาพการณของบานเมือง สมควรปรับปรุงเสียใหมใหเหมาะสมและรัดกุม ย่ิงขึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔๑๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับต้ังแตวันท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เปนตนไป มาตรา ๕ อัตราภาษีประจําปของรถยนตรตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ไมใชบังคับแกรถยนตรท่ีไดเสียภาษีในป พ.ศ. ๒๕๒๔ ไวแลว และรถยนตรที่คางชําระภาษีประจําปกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากหลักเกณฑและอัตรา การเก็บภาษีรถยนตรน่ังสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคนยังไมเหมาะสม สมควรเปลี่ยนหลักเกณฑและอัตรา ภาษีรถยนตรดังกลาวเพื่อกอใหเกิดการใชน้ํามันโดยประหยัดตามสภาวะของการขาดแคลนน้ํามัน ในปจจุบัน นอกจากนั้น สมควรเพิ่มอัตราภาษีรถยนตรดังกลาวสําหรับรถยนตรน่ังสวนบุคคลไมเกิน เจ็ดคนที่นิติบุคคลบางประเภทเปนเจาของ เพราะภาษีรถยนตรยอมถือเปนรายจายในการคํานวณ กําไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินไดของนิติบุคคลดังกลาวอยูแลว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕๑๒๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปรากฏวาพระราชบัญญัติ รถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติให “ผูใด” (อันหมายถึงเจาของกรรมสิทธ์ิรถยนตร) จะไปขอจดทะเบียน รถใหยื่นคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่ที่ตนมีภูมิลําเนาน้ัน ยังไมสอดคลองกับสภาพการณและ ความตองการของประชาชนในปจจุบัน เพราะประชาชนสวนใหญไดซื้อรถยนตรในระบบ “เชาซ้ือ” การขอจดทะเบียนรถจึงตกเปนหนาที่ของผูขายคือบริษัทรถยนตร ซ่ีึงมีภูมิลําเนาอยูในที่ตาง ๆ การตอทะเบียนก็ดี การตรวจสภาพรถยนตรก็ดี จะตองกระทําท่ีนายทะเบียนในทองที่น้ันเมื่อประชาชน ซื้อรถไปใชในทองถ่ินอื่น การกระทําตามพระราชบัญญัติรถยนตรน้ีจึงเปนการสรางความเดือดรอน ๑๑๙ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๘๙/ตอนท่ี ๑๓๙/ฉบับพิเศษ หนา ๔/๒๔ สงิ หาคม ๒๕๒๔ ๑๒๐ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๙๙/ตอนที่ ๑๗/ฉบบั พิเศษ หนา ๑/๕ กมุ ภาพันธ ๒๕๒๕


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook