๑๙๔ หนา ๗๐ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก “มาตรา ๑๔๐ เมือปรากฏแกเจาพนักงานจราจร ไมวาพบดวยตนเอง หรือโดยการใช เครื่องอุปกรณ หรือโดยวิธีการอ่ืนใดวา ผูขับขี่ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราช บัญญัติน้ีหรือตามกฎหมายอื่นอันเก่ียวกับรถหรือการใชทาง ท่ีเปนความผิดท่ีมีโทษปรับสถานเดียว หรือมีโทษจําคุกไมเกินหนึ่งเดือนและมีโทษปรับ เจาพนักงานจราจรจะวากลาวตักเตือนหรือออกใบส่ัง ใหผูขับขี่ผูน้ันชาระคาปรับตามที่เปรียบเทียบก็ได ในกรณีเจาพนักงานจราจรที่ออกใบสั่งไมพบตัวผูขับข่ีใหติด ผูก หรือแสดงใบส่ังไวที่รถท่ี ผูขับข่ีสามารถเห็นไดงาย หากไมสามารถติด ผูก หรือแสดงใบส่ังไวท่ีรถไดไมวาดวยเหตุใดใหสงใบสั่ง พรอมดวยพยานหลักฐานโดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลําเนาของเจาของรถหรือ ผูครอบครองรถ เพื่อใหชําระคาปรับภายในระยะเวลาที่กําหนดในใบสั่งนั้น ท้ังนี้ ตามระเบียบท่ี ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนด ใหนําความในวรรคสองมาใชบังคับกับกรณีท่ีเจาพนักงานจราจรพบการกระทําความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอ่ืนอันเก่ียวกับรถหรือการใชทาง แตไมอาจทราบตัวผูขับขี่ ดวย โดยอนุโลม เกณฑการกําหนดจํานวนคาปรับตามท่ีเปรียบเทียบและแบบของใบส่ังตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไป ตามท่ีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติประกาศกําหนด” มาตรา ๑๑ ใหเพิ่มความตอไปน้ีเปนมาตรา ๑๔๐/๑ มาตรา ๑๔๐/๒ และมาตรา ๑๔๐/๓ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “มาตรา ๑๔๐/๑ เมอื่ เจา พนกั งานจราจรไดต ดิ ผกู หรอื แสดงใบสงั่ ไวท รี่ ถหรอื สง ใบสงั่ ทาง ไปรษณียตามมาตรา ๑๔๐ วรรคสองและวรรคสาม แลว ใหถือวาเจาของรถหรือผูครอบครองรถ ไดรับ ใบสงั่ เมอื่ พน กาํ หนดสบิ หา วนั นบั แตว นั ทตี่ ดิ ผกู หรอแื สดงใบสง่ั ไวท ร่ี ถหรอื สง ใบสงั่ ทางไปรษณยี ด งั กลา ว เวนแตจะมีการพิสูจนไดวาไมมีการไดรับหรือไดรับหลังจากวันน้ัน เม่ือเจาของรถหรือ ผูครอบครองรถ ไดรับใบส่ังดังกลาวแลว ใหสันนิษฐานวาเจาของรถหรือผูครอบครองรถน้ันเปนผูกระทําความผิดตาม ท่ีระบุในใบสั่ง เวนแตเจาของรถหรือผูครอบครองรถจะไดแจงตอพนักงานสอบสวนภายใน สามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับใบส่ังวาผูอื่นเปนผูขับขี่และผูนั้นยอมรับวาตนเปนผูขับขี่ หรือในกรณีที่ไมมีผูใด ยอมรับวาเปนผูขับข่ี เจาของรถหรือผูครอบครองรถซ่ึงไมใชนิติบุคคลจะตองแสดงหลักฐาน ใหพนักงาน สอบสวนเช่ือไดวาตนเองมิไดเปนผูขับขี่น้ัน
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา ๗๑ ๑๙๕ ราชกจิ จานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔๐/๒ ในกรณีที่เจาพนักงานจราจรไดวากลาวตักเตือนหรือออกใบส่ังให ผูขับข่ีผูใด ตามมาตรา ๑๔๐ แลว หากเจาพนักงานจราจรเห็นวาผูขับขี่ผูน้ันอยูในสภาพที่หากใหขับรถ ตอไป อาจเปนอันตรายตอชีวิต รางกาย หรือทรัพยสินของตนเองหรือผูอื่น ใหเจาพนักงานจราจร มีอํานาจ ยึดใบอนุญาตขับขี่ของผูขับข่ีดังกลาวหรือบันทึกการยึดใบอนุาตขับข่ีดวยวิธีการทางขอมูล อิเล็กทรอนิกส หรือระงับการใชรถเปนการชั่วคราวเพ่ือมิใหผูน้ันขับรถ และใหเจาพนักงานจราจรคืน ใบอนุญาตขับข่ีหรือยกเลิกการบันทึกการยึดใบอนุญาตขับข่ีดวยวิธีการทางขอมูลอิเล็กทรอนิกส หรือ ยอมใหผูขับข่ีขับรถได เม่ือผูขับข่ีนั้นอยูในสภาพท่ีสามารถขับรถตอไปไดหรือเมื่อเจาพนักงานจราจร แนใจวาผูขับขี่จะไมขับรถ ในขณะท่ีอยูในสภาพดังกลาว ทั้งน้ี ตามระเบียบที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ และอธิบดีกรมการขนสงทางบกรวมกันกําหนด มาตรา ๑๔๐/๓ ในกรณีท่ีเจาพนักงานจราจรพบวาผูขับขี่ผูใดเปนผูขาดคุณสมบัติหรือ มีลักษณะ ตองหามในการไดรับใบอนุญาตขับข่ี ใหเจาพนักงานจราจรมีอํานาจยึดใบอนุญาตขับข่ี หรือ บันทึกการยึด ใบอนุญาตขับขี่ดวยวิธีการทางขอมูลอิเล็กทรอนิกสของผูขับขี่ผูนั้น โดยแจงการส่ังยึด ใบอนุญาตขับข่ี พรอมดวยเหตุผลในการส่ังยึดใบอนุญาตขับขี่ใหผูขับขี่ดังกลาวทราบ พรอมทั้งมอบ หลักฐานการส่ังยึด ใบอนุญาตขับข่ีน้ันใหแกผูขับข่ีไวเปนหลักฐาน ในกรณีท่ีเจาพนักงานจราจรยึดใบอนุญาตขับขี่ตามวรรคหนึ่งใหจัดทําบันทึกการยึด ใบอนุญาตขับข่ี และใหสงบันทึกนั้นพรอมดวยใบอนุญาตขับขี่ของบุคคลดังกลาว ไปยังนายทะเบียน ตามกฎหมาย วาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกเพ่ือใหนายทะเบียนดําเนินการ ตามกฎหมายตอไป” มาตรา ๑๒ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๔๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๙ และใหใช ความตอไปน้ีแทน “มาตรา ๑๔๑ เม่ือผูขับข่ีเจาของรถหรือผูครอบครองรถไดรับใบส่ังตามมาตรา ๑๔๐ แลว ใหชําระคาปรับภายในเวลาท่ีกําหนดไวในใบสั่งดวยวิธีการอยางหน่ึงอยางใด ดังตอไปนี้ (๑) ชําระคาปรับโดยการสงธนาณัติหรือการสงตั๋วแลกเงนิของธนาคารโดยทางไปรษณีย ลงทะเบียน สั่งจายใหแกผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ พรอมดวยสําเนาใบสั่งไปยังสถานท่ีท่ีระบุไวใน ใบสั่ง หรือ โดยวิธีการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส บัตรเครดิต หรือวิธีการอื่น โดยผานธนาคารหรือ หนวยบริการรับชาระเงินตามจํานวนท่ีระบุไวในใบสั่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบท่ีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ กําหนด
๑๙๖ หนา ๗๒ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก (๒) ชาระคาปรับท่ีสถานีตํารวจ โดยชาระตามจํานวนที่กําหนดไวในใบสั่งหรือตาม จํานวนท่ีพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ และในกรณีนี้ ใหพนักงานสอบสวนทุกทองท่ีมีเขตอํานาจ ในการเปรียบเทียบปรับไดท่ัวราชอาณาจักร เม่ือผูไดรับใบสั่งไดชําระคาปรับครบถวนถูกตองแลวใหคดีเปนอันเลิกกัน” มาตรา ๑๓ ใหเพ่ิมความตอไปนี้เปนมาตรา ๑๔๒/๑ มาตรา ๑๔๒/๒ มาตรา ๑๔๒/๓ มาตรา ๑๔๒/๔ มาตรา ๑๔๒/๕ มาตรา ๑๔๒/๖ มาตรา ๑๔๒/๗ และมาตรา ๑๔๒/๘ แหงพระราช บัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “มาตรา ๑๔๒/๑ เพ่ือประโยชนในการควบคุมความประพฤติของผูไดรับใบอนุญาตขับข่ี ใหเกิดความปลอดภัยในการจราจร ในกรณีท่ีผูขับข่ีผูใดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ หรือ ตามกฎหมายอ่ืน อันเกี่ยวกับรถหรือการใชทาง ใหสํานักงานตํารวจแหงชาติจัดใหมีระบบการบันทึก คะแนนความประพฤติ ในการขับรถของผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ ระบบการบนั ทกึ คะแนนความประพฤตใิ นการขบั รถตามวรรคหนงึ่ อยา งนอ ยตอ งประกอบดว ย การกําหนดคะแนนการตัดคะแนนและการคืนคะแนนโดยวิธีดําเนินการดังกลาวใหเปนไปตาม หลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีผูบัญชาการตํารวจแหงชาติและอธิบดีกรมการขนสง ทางบกรวมกัน กําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ในการกําหนดคะแนนความประพฤติในการขับรถ ใหคํานึงถึงประเภทของใบอนุญาตขับขี่ และเหตุแหงการกระทําความผิดดวย ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ผูใดถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถจนหมด คะแนน ตามท่ีกําหนดไวใหผูบัญชาการตํารวจแหงชาตหิรือผูซึ่งไดรับมอบหมายจากผูบัญชาการ ตํารวจแหงชาติ ในแตละทองท่ีส่ังพักใชใบบอนุญาตขับข่ีของผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีผูน้ันคราวละ เกาสิบวัน ทั้งน้ี ตามระเบียบที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนด มาตรา ๑๔๒/๒ คําส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ตามมาตรา ๑๔๒/๑ วรรคสาม ใหทําเปน หนังสือและใหแจงคําส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีแกผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีทราบ ตามหลักเกณฑและ วิธีการ ที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา เมื่อไดแจงคําส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีตามวรรคหนึ่งแลว ใหแจงนายทะเบียนตามกฎหมาย วาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกทราบโดยเร็ว พรอมทั้งบันทึกขอมูลตามระเบียบ ท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔/๑
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา ๗๓ ๑๙๗ ราชกจิ จานเุ บกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๑๔๒/๓ ผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ซ่ึงถูกตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถหรือ ถูกสงั่พักใชใบอนุญาตขับข่ีตามมาตรา ๑๔๒/๑ วรรคสาม อาจเขารับการอบรมความรูเก่ียวกับการขับรถ และวินัยจราจรตามท่ีกรมการขนสงทางบกกําหนดได ใหกรมการขนสงทางบกจัดการอบรมความรูเกี่ยวกับการขับรถและวินัยจราจร ตาม หลักสูตร ที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติและอธิบดีกรมการขนสงทางบกรวมกันกําหนด การจัดใหมีการอบรมความรูเก่ียวกับการขับรถและวินัยจราจรตามวรรคสองกรมการขนสง ทางบก อาจมอบหมายใหโรงเรียนสอนขับรถที่กรมการขนสงทางบกรับรองดําเนินการก็ได ในการอบรมตามวรรคหนึ่ง ใหผูเขารับการอบรมเสียคาใชจายตามท่ีอธิบดีกรมการขนสง ทางบก ประกาศกําหนด มาตรา ๑๔๒/๔ ใหผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีซ่ึงผานการอบรมตามมาตรา ๑๔๒/๓ มีสิทธิไดรับคืนคะแนนความประพฤติในการขับรถที่ถูกตัดไปอันเนื่องมาจากการกระทําความผิดตาม พระราชบัญญัติน้ี โดยยื่นคําขอตอหัวหนาเจาพนักงานจราจร ทั้งนี้ ตามหลกัเกณฑวิธีการและเง่ือนไข ที่ประกาศกําหนด ตามมาตรา ๑๔๒/๑ วรรคสอง มาตรา ๑๔๒/๕ ในกรณที ผี่ ไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั ขผี่ ใู ดกระทาํ ความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ี้ หรอื ตามกฎหมายอนื่ อนั เกย่ี วกบั รถหรอื การใชท าง หากการกระทาํ ความผดิ ดงั กลา วมเี หตหุ รอื กอ ใหเ กดิ หรือนา จะกอใหเ กิดอันตรายอยา งรายแรงตอ สาธารณะหรือมีลักษณะเปน ภัยแกป ระชาชนอยางรา ยแรง หรือมีพฤติการณหลบหนีเม่ือตนเองกอใหเกิดความเสียหายแกบุคคลหรือทรัพยสินของผูอื่น ใหผ บู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผซู งึ่ ดาํ รงตาํ แหนง ไมต า่ํ กวา ผบู ญั ชาการหรอื เทยี บเทา ทไี่ ดร บั มอบหมาย จากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติมีอํานาจส่ังพักใชใบอนุญาตขับข่ีของผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ผูน้ัน ไดไมเกินเกาสิบวัน คาสั่งพักใชใบอนุญาตขับข่ีตามวรรคหนึ่ง ใหทําเปนหนังสือ และใหแจงคําส่ังพักใช ใบอนญุ าตขบั ขแ่ี ก ผไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั ขที่ ราบพรอ มทงั้ ขอ หาในการกระทาํ ความผดิ กาํ หนดเวลาเรมิ่ ตน และส้ินสุดการพักใชใบอนุญาตขับข่ี โดยแนบพยานหลักฐานท่ีเก่ียวของไปดวย ตามหลักเกณฑและ วิธีการที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา พรอมท้ังบันทึกขอมูลตาม ระเบียบที่กําหนดไว ในมาตรา ๔/๑
๑๙๘ หนา ๗๔ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก มาตรา ๑๔๒/๖ ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีผูใดถูกส่ังพักใชใบอนุญาตขับขี่ ตาม พระราชบัญญัตินี้เกินสองคร้ังภายในระยะเวลาสามปนับแตวันท่ีถูกสั่งพักใชใบอนุญาตขับขี่ครั้งแรก หากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติหรือผูซ่ึงดํารงตําแหนงไมตํ่ากวาผูบัญชาการหรือเทียบเทาท่ีไดรับ มอบหมายจากผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาตเิ หน็ วา ผไู ดร บั ใบอนญุ าตขบั ขผ่ี นู นั้ สมควรถกู พกั ใชใ บอนญุ าต ขับขี่เกิน เกาสิบวัน ใหแจงนายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบก พรอมดวยขอหาในการกระทําความผิดและพยานหลักฐานที่เก่ียวของ เพ่ือใหนายทะเบียน ดําเนินการพิจารณาส่ังยึด หรือพักใชใบอนุญาตขับข่ีตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวย การขนสงทางบก แลวแตกรณี พรอมท้ังทําการบันทึกขอมูลตามระเบียบท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔/๑ มาตรา ๑๔๒/๗ ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตขับข่ีผูใดเคยถูกส่ังยึดหรือพักใชใบอนุญาต ขับข่ีตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกตามมาตรา ๑๔๒/๖ มาแลว และไดกระทําความผิดและถูกพักใชใบอนุญาตขับขี่ตามพระราชบัญญัตินี้อีกภายในระยะเวลาหนึ่งป นับแต วันที่พนกําหนดระยะเวลาท่ีถูกสั่งยึดหรือพักใชใบอนุญาตขับขี่ตามมาตรา ๑๔๒/๖ หาก ผบู ญั ชาการ ตาํ รวจแหง ชาตหิ รอื ผซู ง่ึ ดาํ รงตาํ แหนง ไมต าํ่ กวา ผบู ญั ชาการหรอื เทยี บเทา ทไ่ี ดร บั มอบหมาย จากผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเห็นวาผูไดรับใบอนุญาตขับขี่ผูน้ันสมควรถูกเพิกถอนใบอนุาตขับข่ี ใหแจง นายทะเบียนตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก พรอมดวย ขอหาในการกระทําความผิดและพยานหลักฐานที่เก่ียวของ เพื่อใหนายทะเบียนดําเนินการพิจารณา ส่ังเพิกถอนใบอนุญาตขับข่ีตามกฎหมายวาดวยรถยนตหรือกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก แลวแตกรณี พรอมทั้งทําการบันทึกขอมูลตามระเบียบท่ีกําหนดไวในมาตรา ๔/๑ มาตรา ๑๔๒/๘ ผไู ดร บั คาํ สง่ั พกั ใชใ บอนญุ าตขบั ขต่ี ามมาตรา ๑๔๒/๑ หรอื มาตรา ๑๔๒/๕ ใหมีสิทธิอุทธรณภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งตามมาตรา ๑๔๒/๒ วรรคหนึ่งหรือ มาตรา ๑๔๒/๕ วรรคสอง แลวแตกรณี ดังตอไปน้ี (๑) ในกรณีผูซึ่งดํารงตําแหนงผูบัญชาการตํารวจแหงชาติเปนผูออกคําส่ังใหอุทธรณ ตอรัฐมนตรี (๒) ในกรณีผูซึ่งดํารงตําแหนงไมตํ่ากวาผูบัญชาการหรือเทียบเทาเปนผูออกคําส่ัง ใหอุทธรณตอผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ (๓) ในกรณีผูซ่ึงดํารงตําแหนงอื่นอกจาก (๑) และ (๒) เปนผูออกคําส่ังใหอุทธรณ ตอผูบังคับบญัชาเหนือข้ึนไปช้ันหน่ึง
เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หนา ๗๕ ๑๙๙ ราชกจิ จานเุ บกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ใหผ มู อี าํ นาจพจิ ารณาอทุ ธรณต ามวรรคหนง่ึ พจิ ารณาอทุ ธรณใ หแ ลว เสรจ็ ภายในสามสบิ วนั นับแต วันท่ีไดรับอุทธรณ คําวินิจฉัยของผูมีอํานาจพิจารณาอุทธรณใหเปนที่สุด หลักเกณฑและวิธีการในการแจงสิทธิอุทธรณ การยื่นอุทธรณ และวิธีพจิารณาอุทธรณ ใหเปนไปตามระเบียบที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนด มาตรา ๑๔ ใหยกเลิกความใน (๕) ของมาตรา ๑๕๐ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ และใหใชความตอไปน้ีแทน “(๕) ขัดคําสั่งเจาพนักงานจราจรซึ่งสั่งตามมาตรา ๑๔๐/๒ หรือมาตรา ๑๔๐/๓ วรรคหน่ึง ตองระวางโทษปรับไมเกินหารอยบาท” มาตรา ๑๕ ใหยกเลิกความในมาตรา ๑๕๒ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ และใหใช ความตอไปนี้แทน “มาตรา ๑๕๒ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๗ มาตรา ๑๐ ทวิ มาตรา ๑๓ วรรคหนงึ่ มาตรา ๑๕ วรรคหน่ึง มาตรา ๑๖ มาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ (๑) มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๑/๑ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๖ มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๗ วรรคหนึ่ง มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม มาตรา ๗๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๘๕ มาตรา ๘๖ มาตรา ๘๙ วรรคหน่ึง มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๙ มาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ หรือมาตรา ๑๓๐ หรือไมปฏิบัติตาม ประกาศที่ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติกําหนดตามมาตรา ๑๕ วรรคสองหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวง ที่ออกตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๙๖ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท” มาตรา ๑๖ ใหเพิ่มความตอไปนี้เปนมาตรา ๑๖๐ จัตวาแหงพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ “มาตรา ๑๖๐ จัตวา ในกรณีที่เจาของรถหรือผูครอบครองรถท่ีไดรับใบส่ังตามมาตรา ๑๔๐ วรรคสอง เปนนิติบุคคล ใหผูแทนของนิติบุคคลน้ันมีหนาที่แจงชื่อ ที่อยู พรอมท้ังหลักฐานอ่ืนใด ตอพนักงานสอบสวนที่แสดงวาผูใดเปนผูขับขี่ในขณะท่ีพบการกระทําความผิดตามท่ีระบุไวในใบส่ัง ภายใน สามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับใบส่ัง หากผูแทนของนิติบุคคลไมแจงภายในกําหนดระยะเวลา ดังกลาว ใหนิติบุคคลน้ันตองระวางโทษปรับในอัตราหาเทาของโทษปรับสูงสุดที่บัญญัติไวสําหรับ ความผิดน้ัน
๒๐๐ หนา ๗๖ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก ในกรณีที่ผูขับขี่ที่กระทําความผิดเปนบุคคลซ่ึงไมมีสัญชาติไทยและผูแทนของนิติบุคคลได แจงตอพนักงานสอบสวนตามวรรคหนึ่งแลว และผูขับขี่ไมอยูในราชอาณาจักร ใหพนักงานสอบสวน แจงใหผูขับข่ีท่ีกระทําความผิดน้ันทราบโดยทางไปรษณียลงทะเบียนหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส หรือวิธีการอื่น ตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่ไมอาจแจงใหผูขับขี่ท่ีกระทําความผิดทราบตามชื่อ ท่ีอยู พรอมท้ังหลักฐานอ่ืนใด ที่ผูแทนของนิติบุคคลแจงตอพนักงานสอบสวนไดใหพนักงานสอบสวนแจง ใหผูแทนของนิติบุคคลทราบ เพื่อประโยชนในการดําเนินการของนิติบุคคลนั้นตอไป” มาตรา ๑๗ ใหยกเลิกมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๘ บรรดาบทบัญญัติแหงกฎหมาย กฎกระทรวง ขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศกฎหรือคําสั่งใดท่ีอางถึง “เจาพนักงานจราจร” หรือ “พนกังานเจาหนาที่” ใหถือวาอางถึง “เจาพนักงานจราจร” หรือ “หวั หนาเจาพนักงานจราจร” ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีแลวแตกรณี มาตรา ๑๙ บรรดาใบรับแทนใบอนุญาตขับข่ีท่ีออกตามมาตรา ๑๔๐ วรรคสาม แหง พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้และ ยังมีผลใชบังคับ ใหใชแทนใบอนุญาตขับข่ีไดจนกวาจะครบระยะเวลาตามท่ีกําหนดไวในใบรับแทน ใบอนุญาตขับข่ีน้ัน มาตรา ๒๐ บรรดาคําส่ังยึดใบอนุญาตขับขี่ที่ออกตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ีและยังมีผลใชบังคับ ใหใช บังคับไดตอไปจนกวาจะครบระยะเวลาตามที่กําหนดไวในคําสั่งยึดใบอนุญาตขับข่ีนั้น ทั้งนี้ ผูขับข่ี ซึ่งถูกสั่งยึดใบอนุาตขับข่ีมีสิทธิอุทธรณตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และหากไดย่ืนอุทธรณคําสั่งยึดใบอนุญาต ขับข่ีดังกลาว ภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีถูกสั่งยึดแลวใหถือวาเปนคําขออุทธรณตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี คําขออุทธรณตามมาตรา ๑๖๑ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ท่ีไดยืนไวแลวและพิจารณายังไมแลวเสร็จอยูในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และคําขออุทธรณตามวรรคหนึ่ง ใหพิจารณาตอไปตามมาตรา ๑๖๑ แหง พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินิี้จนกวา จะเสร็จส้ิน
เลม ๑๓๖ ตอนท่ี ๖๗ ก หนา ๗๗ ๒๐๑ ราชกิจจานุเบกษา ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ มาตรา ๒๑ บรรดาขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศ หรือกฎใดที่ออกตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ กอนการแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ท่ีใชบังคับอยู ในวันกอนวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี จนกวาจะมีขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศ หรือกฎที่ออกตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติม โดยพระราชบัญญัตนีิ้ใชบังคับ มาตรา ๒๒ การออกขอบังคับ ขอกําหนด ระเบียบ ประกาศ หรือกฎ ตามมาตรา ๔/๑ มาตรา ๑๔๐ มาตรา ๑๔๐/๒ มาตรา ๑๔๑ มาตรา ๑๔๒/๑ มาตรา ๑๔๒/๒ มาตรา ๑๔๒/๕ และ มาตรา ๑๔๒/๘ แหงพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ใหดําเนินการใหแลวเสร็จภายในเกาสิบวันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๒๓ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ จันทรโอชา นายกรฐัมนตรี
๒๐๒ หนา ๗๘ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖ ตอนที่ ๖๗ ก หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดยท่ีในปจจุบันการเกิดอุบัติเหตุ ทางถนน ของประเทศมีจานวนเพ่ิมขึ้นอยางตอเน่ือง ซ่ึงสาเหตุสวนใหญมาจากการที่ผูขับข่ีขาดวินัย ในการใชรถใชถนน และไมปฏิบัติตามกฎหมายวาดวยการจราจรทางบก ประกอบกับพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ไดใชบังคับมาเปนเวลานานแลว บทบัญญัติบางประการแหง พระราชบัญญัติดังกลาวไมเหมาะสมกับสภาพการณ ในปจจุบันสมควรปรับปรุงหลักเกณฑและกลไก ในการออกใบส่ังสําหรับผูขับขี่ที่ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎหมาย การบันทึกคะแนนความประพฤติใน การขับขี่ และมาตรการท่ีเกี่ยวของกับการควบคุมดูแลและบังคับใชกฎหมาย วาดวยการจราจรทางบก ใหเ หมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ เพอ่ื ใหเ กดิ ความสะดวกและความปลอดภยั ในการจราจรทางบก จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี
๒๐๓ ¼¹Ç¡ ¢ : ¾.Ã.º.Ã¶Â¹μ ¾.È.òõòò
๒๐๔
๒๐๕ ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ Ã¶Â¹μ ¾.È. òõòò ÀÙÁÔ¾ÅÍ´ØÅÂà´ª ».Ã. ãËŒäÇŒ ³ Çѹ·Õè ø ¾ÄÉÀÒ¤Á ¾.È. òõòò ໚¹»‚·èÕ óô ã¹ÃѪ¡ÒÅ»˜¨¨ØºÑ¹ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยรถยนต จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหตราพระราชบัญญัติข้ึนไวโดยคําแนะนําและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแหงชาติ ทําหนาที่รัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกวา “พระราชบัญญัติรถยนต พ.ศ. ๒๕๒๒” มาตรา ๒๑ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เปนตนไป มาตรา ๓ ใหยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ (๒) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๔๗๔ (๓) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ (๔) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (๕) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพ่ิมเติม พุทธศักราช ๒๔๗๗ (ฉบับที่ ๒) (๖) พระราชบัญญัติรถยนตรแกไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๘ (๗) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พุทธศักราช ๒๔๗๙ (๘) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๘) พุทธศักราช ๒๔๘๑ (๙) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๑ (๑๐) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๐) พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๑๑) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๑) พุทธศักราช ๒๔๘๔ (๑๒) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๒) พุทธศักราช ๒๔๙๔ (๑๓) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๐๒ ๑ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๙๖/ตอนที่ ๗๗/ฉบับพิเศษ หนา ๒๒/๑๒ พฤษภาคม ๒๕๒๒
๒๐๖ (๑๔) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ (๑๕) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๐๖ (๑๖) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๖) พ.ศ. ๒๕๑๒ (๑๗) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๐ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ (๑๘) พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ พ.ศ. ๒๕๑๖ (๑๙) พระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๑๖ (๒๐) พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๑๗ บรรดากฎหมาย กฎ ขอบังคับอื่นในสวนที่มีบัญญัติไวแลวในพระราชบัญญัติน้ีหรือ ซึ่งขัดหรือแยงกับบทแหงพระราชบัญญัตินี้ ใหใชพระราชบัญญัติน้ีแทน มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้ “รถ” หมายความวา รถยนต รถจักรยานยนต รถพวง รถบดถนน รถแทรกเตอร และ รถอ่ืนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง “รถยนต” หมายความวา รถยนตสาธารณะ รถยนตบริการ และรถยนตสวนบุคคล “รถยนตสาธารณะ” หมายความวา (๑) รถยนตร บั จา งระหวา งจงั หวัด ซ่ึงไดแ กร ถยนตร บั จา งบรรทกุ คนโดยสารไมเ กนิ เจ็ดคน ท่ีใชรับจางระหวางจังหวัด โดยรับสงคนโดยสารไดเฉพาะท่ีนายทะเบียนกําหนด (๒) รถยนตรับจาง ซึ่งไดแกรถยนตรับจางบรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคน หรือรถยนต สาธารณะอ่ืนนอกจากรถยนตโดยสารประจําทาง “รถยนตบริการ” หมายความวา รถยนตบรรทุกคนโดยสารหรือใหเชาซ่ึงบรรทุกคนโดยสาร ไมเกินเจ็ดคน ดังตอไปนี้ (๑) รถยนตบริการธุรกิจ ซ่ึงไดแกรถยนตท่ีใชบรรทุกคนโดยสารระหวางทาอากาศยาน ทา เรอื เดนิ ทะเล สถานขี นสง หรอื สถานรี ถไฟกบั โรงแรมทพี่ กั อาศยั ทท่ี าํ การของผโู ดยสาร หรอื ทท่ี าํ การของ ผูบริการธุรกิจนั้น (๒) รถยนตบริการทัศนาจร ซึ่งไดแกรถยนตท่ีผูประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการทองเท่ียว ใชรับสงคน โดยสารเพ่ือการทองเที่ยว (๓) รถยนตบริการใหเชา ซ่ึงไดแกรถยนตท่ีจัดไวใหเชาซึ่งมิใชเปนการเชาเพ่ือนําไป รับจางบรรทุกคนโดยสารหรือส่ิงของ “รถยนตสวนบุคคล”๒ หมายความวา รถยนตน่ังสวนบุคคล และรถยนตบรรทุกสวนบุคคล ซ่ึงมิไดใชประกอบการขนสงตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ๒ มาตรา ๔ นิยามคําวา “รถยนตสวนบุคคล” แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๐๗ “รถจักรยานยนต” หมายความวา รถที่เดินดวยกําลังเครื่องยนตหรือกําลังไฟฟาและมีลอ ไมเกินสองลอ ถามีพวงขางมีลอเพ่ิมอีกไมเกินหน่ึงลอ และใหหมายความรวมถึงรถจักรยานที่ติด เคร่ืองยนตดวย “รถจักรยานยนตสวนบุคคล”๓ หมายความวา รถจักรยานยนตที่มิไดใชรับจางบรรทุก คนโดยสาร “รถจกั รยานยนตส าธารณะ”๔ หมายความวา รถจกั รยานยนตท ใี่ ชร บั จา งบรรทกุ คนโดยสาร แตไมหมายรวมถึงรถจักรยานยนตท่ีมีพวงขางและรถจักรยานท่ีติดเคร่ืองยนต “รถพวง” หมายความวา รถท่ีเคลื่อนท่ีไปโดยใชรถอื่นลากจูง “รถบดถนน” หมายความวา รถที่ใชในการบดอัดวัสดุบนพื้นใหแนน และมีเคร่ืองยนต ขับเคล่ือนในตัวเอง หรือใชรถอื่นลากจูง “รถแทรกเตอร” หมายความวา รถทมี่ ลี อ หรอื สายพาน และมเี ครอื่ งยนตข บั เคลอ่ื นในตวั เอง เปนเครื่องจักรกลข้ันพื้นฐานในงานที่เกี่ยวกับการขุด ตัก ดันหรือฉุดลาก เปนตน หรือรถยนตสําหรับ ลากจูงซ่ึงมิไดใชประกอบการขนสงสวนบุคคลตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก “เจาของรถ” หมายความรวมถึงผูมีรถไวในครอบครองดวย “ผูตรวจการ”๕ หมายความวา ขาราชการสังกัดกรมการขนสงทางบก ซึ่งรัฐมนตรีวาการ กระทรวงคมนาคมแตงต้ังใหเปนผูตรวจการตามพระราชบัญญัตินี้ “นายทะเบียน”๖ หมายความวา ขาราชการซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมแตงตั้ง ใหเปนนายทะเบียน “อธิบดี”๗ หมายความวา อธิบดีกรมการขนสงทางบก “รัฐมนตรี” หมายความวา รัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ [คําวา “รถยนต” “รถจักรยานยนต” และ “เครื่องยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๕๘ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจแตงต้ังนายทะเบียนและผูตรวจการ กับออกกฎกระทรวงกําหนดในเรื่องดังตอไปนี้ (๑) ลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเคร่ืองยนตและของรถที่จะรับจดทะเบียนเปนรถ ประเภทตาง ๆ เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลง ลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเครื่องยนต และของรถสําหรับ รถประเภทดังกลาว และการแกไขเพิ่มเติมทะเบียนรถและใบคูมือจดทะเบียนรถท่ีไดเปล่ียนแปลงแลว ๓ มาตรา ๔ นิยามคําวา “รถจักรยานยนตสวนบุคคล” เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๔ มาตรา ๔ นิยามคําวา “รถจักรยานยนตสาธารณะ” เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๕ มาตรา ๔ นิยามคําวา “ผูตรวจการ” เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๖ มาตรา ๔ นิยามคําวา “นายทะเบียน” แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๗ มาตรา ๔ นิยามคําวา “อธิบดี” แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๘ มาตรา ๕ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐
๒๐๘ (๒) เครื่องอุปกรณสําหรับรถและการใชเคร่ืองอุปกรณดังกลาว เชน โคม เครื่องมองหลัง แตร เคร่ืองระงับเสียง ทอไอเสีย เครื่องสัญญาณไฟ เครื่องปดน้ําฝนและเคร่ืองอุปกรณอื่นท่ีจําเปน (๓) เคร่ืองสื่อสาร และการใชเคร่ืองส่ือสารระหวางรถกับศูนยบริการหรือสถานท่ีอื่น (๔) แผนปายทะเบียนรถ เคร่ืองหมายประเภทรถและเครื่องหมายอ่ืน รวมท้ังวิธีแสดง แผนปายและเครื่องหมายดังกลาว (๕) สีและเครื่องหมายสําหรับรถยนตสาธารณะ (๖) นา้ํ หนกั บรรทกุ อยา งมาก และจาํ นวนคนโดยสารอยา งมาก สาํ หรบั รถยนตส ว นบคุ คล และรถยนตสาธารณะ (๗) เงื่อนไขในการใชลอยางตัน (๘) ประเภท ขนาด และน้ําหนักของรถท่ีจะไมใหเดินบนทางที่มิใชทางหลวง (๙) เงื่อนไขในการใชรถท่ีมีลออยางอื่น นอกจากลอยางเดินบนทางที่มิใชทางหลวง (๑๐) ประเภทรถท่ีตองกําหนดอายุการใชในเขตที่กําหนด (๑๑) ประเภทรถที่หามใชเดินในเขตท่ีกําหนด (๑๒) การงดรับจดทะเบียนรถประเภทใดประเภทหนึ่งในเขตที่กําหนด (๑๓) จํานวนรถยนตรับจางระหวางจังหวัด จังหวัดตนทางและจังหวัดปลายทางสําหรับ รถยนตดังกลาว (๑๔)๙ อัตราคาจางบรรทุกคนโดยสารหรือคาบริการอื่น สําหรับรถยนตสาธารณะและ รถจักรยานยนตสาธารณะ (๑๕)๑๐ เคร่ืองแตงกาย เคร่ืองหมาย ประวัติคนขับรถ บัตรประจําตัวคนขับรถ และ การแสดงบัตรประจําตัวคนขับรถยนตสาธารณะ รถยนตบริการธุรกิจ รถยนตบริการทัศนาจร และรถจักรยานยนตสาธารณะ (๑๕/๑)๑๑ ขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการรับจางบรรทุกคนโดยสาร (๑๖) หลักสูตรและอุปกรณการสอนและการฝกหัดขับรถของโรงเรียนฝกหัดขับรถ (๑๗) คาธรรมเนียมไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัตินี้ (๑๘) กิจการอื่นเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้๑๒ ในสวนที่เก่ียวกับการจัดสรรเงินตามมาตรา ๔๑ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทย รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจออกกฎกระทรวงเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ นี้ดวย กฎกระทรวงนั้นเม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใชบังคับได ๙ มาตรา ๕ (๑๔) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๐ มาตรา ๕ (๑๕) แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๑ มาตรา ๕ (๑๕/๑) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๒ มาตรา ๕ วรรคหนงึ่ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๐๙ [คําวา “รถยนต” และ “เครื่องยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ รถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ËÁÇ´ ñ ¡Òè´·ÐàºÕ¹ à¤Ã×èͧËÁÒ áÅСÒÃ㪌ö มาตรา ๖๑๓ หามมิใหผูใดใชรถดังตอไปนี้ (๑) รถท่ียังมิไดจดทะเบียน (๒) รถที่ถูกเพิกถอนการจดทะเบียน (๓) รถที่ยังมิไดเสียภาษีประจําป (๔) รถท่ีแจงการไมใชรถ (๕) รถที่ทะเบียนระงับ มาตรา ๖/๑๑๔ บทบัญญัติมาตรา ๖ (๑) มิใหใชบังคับแกรถดังตอไปนี้ (๑) รถที่จดทะเบยี นในตา งประเทศทีผ่ นู าํ เขา ไมม ีภมู ลิ ําเนาหรือถน่ิ ที่อยใู นราชอาณาจักร ซึ่งมีความประสงคนํามาใชในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาหรือขอตกลง ท่ีรัฐบาลไทยทําไวกับรัฐบาลของประเทศที่รถน้ันจดทะเบียน (๒) รถที่มีผูนําเขามาในราชอาณาจักรเพ่ือใชในกิจการใดโดยเฉพาะเปนการชั่วคราว (๓) รถท่ีใชเพ่ือการทดสอบ (๔) รถที่ใชในกรณีอ่ืนตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง การใชรถตาม (๑) อธิบดีจะประกาศกําหนดหลักเกณฑการปฏิบัติและเครื่องหมายแสดง การใชรถไวดวยก็ได แตตองไมขัดตออนุสัญญาหรือขอตกลงที่รัฐบาลไทยทําไวกับรัฐบาลของประเทศ ที่รถน้ันจดทะเบียน การใชรถตาม (๒) (๓) และ (๔) ตองไดรับอนุญาตจากนายทะเบียนและเสียคาธรรมเนียม ท้ังน้ี การขออนุญาต การอนุญาต ระยะเวลาในการใชรถ และเครื่องหมายแสดงการใชรถดังกลาว ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกําหนด มาตรา ๗ รถที่จะขอจดทะเบียนไดตอง (๑) เปนรถที่มีสวนควบและมีเคร่ืองอุปกรณสําหรับรถครบถวนถูกตองตามที่กําหนด ในกฎกระทรวง และ (๒)๑๕ ผานการตรวจสภาพรถจากนายทะเบียน หรือจากสถานตรวจสภาพท่ีไดรับอนุญาต ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ในเวลาที่ขอจดทะเบียนแลว ๑๓ มาตรา ๖ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๔ มาตรา ๖/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๑๕ มาตรา ๗ วรรคหนงึ่ (๒) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐
๒๑๐ ในกรณีที่ขอจดทะเบียนเปนรถยนตสาธารณะ รถยนตบริการธุรกิจ หรือรถยนตบริการ ทัศนาจร รถน้ันตองมีลักษณะ ขนาด หรือกําลังของเคร่ืองยนตและของรถตามที่กําหนดในกฎกระทรวง และผขู อจดทะเบยี นตอ งแจง สถานทเ่ี กบ็ รถยนตส าธารณะ หรอื รถยนตบ รกิ ารซงึ่ มลี กั ษณะตามทก่ี าํ หนด ในกฎกระทรวงดวย [คําวา “รถยนต” และ “เคร่ืองยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติ รถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๘ รถดังตอไปนี้ใหไดรับยกเวนไมตองจดทะเบียน (๑) รถสําหรับเฉพาะพระองคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว (๒)๑๖ รถของกรมตํารวจท่ีจดทะเบียนและมีเครื่องหมายตามระเบียบท่ีอธิบดีกรมตํารวจ กําหนด (๓) รถของสํานักพระราชวังที่จดทะเบียนและมีเคร่ืองหมายตามระเบียบท่ีเลขาธิการ พระราชวังกําหนด (๔) รถที่เจาของแจงการไมใชรถตามมาตรา ๓๔ (๕) รถท่ีผูผลิตหรือประกอบเพ่ือจําหนายหรือท่ีผูนําเขาเพ่ือจําหนาย ผลิต ประกอบ หรือนําเขา และยังมิไดจําหนายใหแกผูอ่ืน มาตรา ๙๑๗ รถดังตอไปน้ีใหไดรับยกเวนไมตองเสียคาธรรมเนียม เวนแตคาธรรมเนียม แผนปายทะเบียนรถ (๑) รถดับเพลิง (๒) รถพยาบาลท่ีมิใชเปนรถสําหรับรับจาง (๓)๑๘ รถของสว นราชการ องคก รตามรฐั ธรรมนญู องคก รปกครองสว นทอ งถนิ่ มหาวทิ ยาลยั และสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ องคการมหาชน และหนวยงานอ่ืนของรัฐตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ทั้งน้ี เฉพาะรถที่มิไดใชในทางการคาหรือหากําไร (๔) รถบดถนนของรัฐวิสาหกิจ (๕) รถแทรกเตอรของรัฐวิสาหกิจ (๖) รถของสภากาชาดไทย (๗) รถของบุคคลในคณะผูแทนทางการทูต คณะผูแทนทางกงสุล องคการระหวาง ประเทศ หรือทบวงการชํานัญพิเศษแหงสหประชาชาติ ซ่ึงประจําอยูในประเทศไทย (๘) รถใชงานเกษตรกรรมตามลักษณะและเง่ือนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ๑๖ มาตรา ๘ (๒) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๑๗ มาตรา ๙ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ ๑๘ มาตรา ๙ (๓) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๕๖
๒๑๑ มาตรา ๑๐๑๙ ผูใดประสงคจะขอจดทะเบียนรถ ใหยื่นคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่ ที่ตนมีภูมิลําเนา เวนแตเจาของรถมีคตวามประสงคจะนํารถไปใชในทองถิ่นอ่ืน ใหยื่นคําขอตอ นายทะเบียนทองถิ่นน้ันได ในกรณีท่ีผูขอเปนคนตางดาวและไมมีภูมิลําเนาในราชอาณาจักร ใหย่ืนคําขอตอ นายทะเบียนแหงทองท่ีที่ตนมีถ่ินท่ีอยู การขอจดทะเบียนและการออกใบคูมือจดทะเบียนรถใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดี กําหนด มาตรา ๑๐/๑๒๐ ใหอธิบดีนําหมายเลขทะเบียนซึ่งเปนท่ีตองการหรือเปนที่นิยมตาม ที่กําหนดในกฎกระทรวงออกเปดประมูลเปนการท่ัวไป และใหถือวาราคาสูงสุดที่มีผูเสนอเปนอัตรา คาธรรมเนียมพิเศษสําหรับการใชหมายเลขทะเบียนน้ัน การเปดประมูลและการจดทะเบียนรถตามหมายเลขทะเบียนดังกลาว ใหเปนไปตามหลัก เกณฑ วิธีการ ระยะเวลา และเงื่อนไขท่ีอธิบดีประกาศกําหนด เงินคาธรรมเนียมพิเศษท่ีไดจากการประมูลตามมาตรานี้ ใหนําเขากองทุนตาม มาตรา ๑๐/๒ มาตรา ๑๐/๒๒๑ ใหจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในกรมการขนสงทางบก เรียกวา “กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใชรถใชถนน” โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเปนทุนสนับสนุน และสงเสริม ดานความปลอดภัยในการใชรถใชถนน และใหความชวยเหลือผูประสบภัยอันเกิดจากการใชรถ ใชถนน ประกอบดวย (๑) เงินคาธรรมเนียมพิเศษท่ีไดจากการประมูลตามมาตรา ๑๐/๑ (๒) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูมอบใหเพ่ือสมทบกองทุน (๓) ดอกผลและรายไดจากกองทุน (๔) เงินและทรัพยสินอื่นที่ตกเปนของกองทุน ใหมีคณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใชรถใชถนน ประกอบดวย ปลัดกระทรวงคมนาคมเปนประธานกรรมการ ผูแทนกระทรวงมหาดไทย ผูแทนกระทรวงสาธารณสุข ผูแทนสํานักงานตํารวจแหงชาติ ผูแทนกรมบัญชีกลาง ผูแทนสํานักงานนโยบายและแผนการขนสง และจราจร และผูทรงคุณวุฒิท่ีคณะรัฐมนตรีแตงต้ังจํานวนสองคนเปนกรรมการและอธิบดีกรมการ ขนสงทางบกเปนกรรมการและเลขานุการ เพ่ือทําหนาท่ีบริหารกองทุนใหเปนไปตามวัตถุประสงค ของกองทุน ๑๙ มาตรา ๑๐ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕ ๒๐ มาตรา ๑๐/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๑ มาตรา ๑๐/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๑๒ การดํารงตําแหนงและการปฏิบัติหนาที่กรรมการ การบริการกองทุนและการใชจาย เงินกองทุน ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ใหคณะกรรมการกองทุนเพ่ือความปลอดภัยในการใชรถใชถนนเสนองบแสดงฐานะ ทางการเงินภายในหน่ึงรอยยี่สิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีตอสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน เพื่อให สํานักงานการตรวจเงินแผนดินเปนผูสอบบัญชี และประเมินผลการใชจายเงินและทรัพยสินของ กองทุน โดยใหแสดงความคิดเห็นเปนขอวิเคราะหวาการใชจายดังกลาวเปนไปตามวัตถุประสงคและ ไดผลตามเปาหมายเพียงใด และเมื่อสํานักงานการตรวจเงินแผนดินไดตรวจสอบรับรองงบการเงินแลว ใหทําบันทึกรายงานผลเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา และประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๑๐/๓๒๒ ใหนายทะเบียนมีอํานาจอนุญาตใหเจาของรถนําหมายเลขทะเบียน ท่ีออกใหสําหรับรถคันหน่ึงมาใชกับรถอีกคันหนึ่ง หรือนําหมายเลขทะเบียนที่ยังไมเคยออกใหสําหรับ รถคันใดมาใชกับรถท่ีจดทะเบียนแลวได ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑและวิธีการท่ีอธิบดีประกาศกําหนด มาตรา ๑๑ รถท่ีจดทะเบียนแลว ตองมีและแสดงแผนปายและเครื่องหมายครบถวน ถูกตองตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๒ รถใดที่จดทะเบียนแลว หากปรากฏในภายหลังวารถน้ันมีสวนควบหรือ เคร่ืองอุปกรณสําหรับรถไมครบถวนถูกตองตามที่กําหนดในกฎกระทรวง หรือเพิ่มสิ่งใดส่ิงหน่ึงเขาไป ซ่ึงอาจกอใหเกิดอันตรายแกรางกายหรือจิตใจของผูอ่ืน หามมิใหผูใดใชรถนั้นจนกวาจะจัดใหมีครบถวน ถูกตองหรือเอาออกแลว ในกรณีท่ีนายทะเบียนเห็นวาเจาของรถไมอาจจัดใหมีครบถวนถูกตองหรือเอาออกได ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถน้ัน เจาของรถมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตออธิบดีไดภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีทราบคําสั่ง ของนายทะเบียน คําวินิจฉัยของอธิบดีใหเปนท่ีสุด มาตรา ๑๓ รถใดที่จดทะเบียนแลว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีของรถใหผิดไปจากที่ จดทะเบียนไว เจาของรถตองแจงนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแตวันเปลี่ยนแปลง การแจงตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๑๔ รถใดที่จดทะเบียนแลว หามมิใหผูใดเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือสวนใดสวน หนึ่งของรถใหผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไวและใชรถนั้น เวนแตเจาของรถนํารถไปใหนายทะเบียน ตรวจสภาพกอน ในกรณีท่ีนายทะเบียนเห็นวารถท่ีเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งอาจกอใหเกิดอันตราย ในเวลาใช ใหสั่งเจาของรถแกไขและนํารถไปใหตรวจสภาพกอนใช การตรวจสภาพดังกลาวนายทะเบียน ๒๒ มาตรา ๑๐/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๑๓ จะสั่งใหเจาของรถนํารถไปใหตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพท่ีไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวย การขนสงทางบกก็ได และใหนํามาตรา ๑๒ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใชบังคับโดยอนุโลม แตถานายทะเบียนเห็นวารถน้ันปลอดภัยในเวลาใช ใหแกไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียน และใบคูมือ จดทะเบียนรถนั้นดวย๒๓ มาตรา ๑๕๒๔ ในกรณีที่นายทะเบียนหรือผูตรวจการเห็นวารถใดในขณะท่ีใชมีลักษณะ ทเ่ี หน็ ไดว า นา จะไมป ลอดภยั ในการใช ใหม อี าํ นาจสงั่ เปน หนงั สอื ใหเ จา ของรถนาํ รถนน้ั ไปใหน ายทะเบยี น หรือสถานตรวจสภาพท่ีไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกตรวจสภาพภายในเวลา ท่ีกําหนดได มาตรา ๑๕ ทวิ๒๕ การตรวจสภาพรถตามมาตรา ๗ (๒) มาตรา ๑๔ วรรคสอง มาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๓๖ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๑๖ ในการยายรถไปไวตางทองท่ี ใหเจาของรถแจงตอนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันยาย การแจงตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๑๗ ในการโอนรถทจี่ ดทะเบยี นแลว ผโู อนและผรู บั โอนตอ งแจง ตอ นายทะเบยี น ภายในสิบหาวันนับแตวันโอน ในกรณีท่ีผูรับโอนจะนํารถตามวรรคหนึ่งออกนอกราชอาณาจักรภายในสิบหาวันนับแต วันโอน ตองไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียนตามวรรคหนึ่งดวย การแจงตามวรรคหน่ึง และการขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคสอง ใหเปนไปตาม ระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๑๗/๑๒๖ รถยนตที่จดทะเบียนแลว รถพวง รถบดถนน และรถแทรคเตอร ท่ีจดทะเบียนแลว ใหเปนทรัพยสินประเภทที่จํานองเปนประกันหน้ีไดตามกฎหมาย ใหสันนิษฐานไวกอนวาผูมีช่ือเปนเจาของในทะเบียนรถยนตเปนเจาของกรรมสิทธิ์ การจํานองตองทําเปนหนังสือตามแบบท่ีนายทะเบียนกําหนด และตองแจงจดทะเบียน จํานองตอนายทะเบียน พรอมกับการเสียคาธรรมเนียมในการจดจํานองตามเงื่อนไข วิธีการและอัตรา คาธรรมเนียมท่ีประกาศในกฎกระทรวง มาตรา ๑๘ ในการนํารถออกนอกราชอาณาจักรไมวาดวยเหตุใด ๆ ตองไดรับอนุญาต จากนายทะเบียน เวนแตในกรณีดังตอไปนี้ (๑) การนํารถออกนอกราชอาณาจักรโดยไดรับอนุญาตตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง ๒๓ มาตรา ๑๔ วรรคสอง แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๒๔ มาตรา ๑๕ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๒๕ มาตรา ๑๕ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๒๖ มาตรา ๑๗/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๕๑
๒๑๔ (๒) การรับจางบรรทุกคนโดยสารออกนอกราชอาณาจักร แลวนํารถกลับเขามาตาม ปกติกิจ (๓) กรณีอ่ืนตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามระเบียบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๑๙ ในการอนุญาตตามมาตรา ๑๗ หรือมาตรา ๑๘ รัฐมนตรีมีอํานาจกําหนด เง่ือนไขใด ๆ ในการใหนายทะเบียนอนุญาตและจะใหนายทะเบียนยกเวนหรือผอนผันการปฏิบัติหรือ ไมตองปฏิบัติตามเง่ือนไขนั้น ๆ ก็ได ตามที่เห็นสมควร มาตรา ๒๐ ผูใดสั่งหรือนํารถหรือเคร่ืองยนตสําหรับรถเขามาในราชอาณาจักร เพื่อจําหนาย หรือผลิตหรือประกอบรถหรือเคร่ืองยนตสําหรับรถข้ึนใหมเพ่ือจําหนาย ผูน้ันตองสง บัญชีประจําเดือนในการรับและจําหนายรถหรือเคร่ืองยนตสําหรับรถใหแกนายทะเบียนภายในวันท่ี สิบหาของเดือนถัดไป บัญชีตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด [คําวา “เครื่องยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๑ หามมิใหผูใดใชรถไมตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว เวนแตในกรณี ดังตอไปนี้ (๑)๒๗ การใชรถยนตบริการธุรกิจ รถยนตบริการทัศนาจร หรือรถจักรยายนตสาธารณะ ในกิจการสวนตัว (๒) การใชรถยนตสาธารณะในกิจการสวนตัว โดยมีขอความแสดงไวท่ีรถนั้นใหเห็นได งายจากภายนอกวาใชในกิจการสวนตัว (๓) การใชรถยนตสาธารณะบรรทุกของที่ติดตัวไปกับผูโดยสาร (๓/๑)๒๘ การใชร ถยนตบ รรทกุ สว นบคุ คลทม่ี นี าํ้ หนกั รถไมเ กนิ สองพนั สองรอ ยกโิ ลกรมั เปน รถยนตน่ังสวนบุคคล หรือใชรถยนตนั่งสวนบุคคลเปนรถยนตบรรทุกสวนบุคคล ท้ังนี้ตามหลักเกณฑ และเงื่อนไขที่อธิบดีกําหนด (๔) ไดรับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนด ในกฎกระทรวง [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ๒๗ มาตรา ๒๑ (๑) แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๒๘ มาตรา ๒๑ (๓/๑) แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๑๕ มาตรา ๒๒ หามมิใหผูใดใชรถยนตอ่ืนนอกจากรถยนตโดยสารประจําทางรับจางรับ คนโดยสารซง่ึ เสยี คา โดยสารเปน รายตวั ตามรายทางในทางทไี่ ดร บั อนญุ าตใหม รี ถยนตโ ดยสารประจาํ ทาง หรือในเขตจากทางน้ันไมเกินหนึ่งรอยเมตร ความในวรรคหนง่ึ มใิ หใ ชบ งั คบั ในกรณที เ่ี ปน การรบั จา งรบั สง นกั เรยี น คนงาน นกั ทอ งเทย่ี ว หรือการรับสงผูโดยสาร เปนคร้ังคราวซึ่ีงไดรับอนุญาตเปนหนังสือจากนายทะเบียน [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๓ ในกรณีท่ีรัฐมนตรีเห็นวาในทองที่ใดการประกอบการรับจางบรรทุกคน โดยสารโดยใชรถยนตบรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคนหรือรถยนตรับจางระหวางจังหวัด สมควรให ดําเนินการโดยบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทจํากัดหรือสหกรณ และตองไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ใหรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษาระบุทองที่สําหรับการรับจางดังกลาว ประกาศตามวรรคหน่ึง ไมใชบังคับแกการประกอบการรับจางบรรทุกคนโดยสาร โดยใชร ถยนตร บั จา งบรรทกุ คนโดยสารไดไ มเ กนิ เจด็ คนหรอื รถยนตร บั จา งระหวา งจงั หวดั ซงึ่ ไดจ ดทะเบยี น อยูกอนวันประกาศจนกวาจะพนสามปนับแตวันประกาศ กําหนดเวลาสามปตามวรรคสอง ถามีเหตุผลสมควร รัฐมนตรีอาจขยายออกไปได อีกครั้งละไมเกินสองป แตจะขยายระยะเวลาเกินสองครั้งไมได การขยายระยะเวลาใหประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา การขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๓/๑๒๙ หามมิใหผูใดใชรถจักรยายนตเพ่ือรับจางบรรทุกคนโดยสาร เวนแต รถจักรยานยนตนั้นไดจดทะเบียนเปนรถจักรยานยนตสาธารณะ ผูใดประสงคจะขอจดทะเบียนรถจักรยานยนตสาธารณะ ใหยื่นคําขอตอนายทะเบียน และใหนายทะเบียนรับจดทะเบียนไดเมื่อมีการปฏิบัติครบถวนตามเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง และระเบียบที่อธิบดีกําหนดตามมาตรา ๑๐ กฎกระทรวงตามวรรคสองตองกําหนดใหมีคณะกรรมการประจําจังหวัด ซ่ึงอยางนอย ตองประกอบดวย ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นที่เก่ียวของ ผูแทนหนวยงานของรัฐท่ีมีหนาที่ ควบคุมดูแลรถยนต การจราจร หรือการขนสง และบุคคลอื่นตามจํานวนท่ีเหมาะสม เพ่ือทําหนาที่ กําหนดสถานท่ีรอรับคนโดยสาร เสนทางหรือทองที่ในการรับจางบรรทุกคนโดยสาร และหลักเกณฑ การออกหนังสือรับรองการใชรถจักรยานยนตสาธารณะใหกับผูประสงคจะจดทะเบียนรถจักรยานยนต ๒๙ มาตรา ๒๓/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๑๖ สาธารณะเพ่ือนําไปแสดงเปนหลักฐานการขอจดทะเบียนตอนายทะเบียนตามวรรคสอง ในการน้ี อาจกําหนดใหมีคณะอนุกรรมการประจําทองที่ดวยก็ได การกําหนดอายุและการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนตสาธารณะ ใหเปนไปตาม หลักเกณฑท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ มีอายุสามปนับแตวันออกใบอนุญาต แตอาจ ตออายุไดคราวละสามป ผูรับใบอนุญาตซึ่งประสงคจะขอตออายุใบอนุญาต ตองยื่นคําขอกอนใบอนุญาตน้ันหมด อายุ และเม่ือไดย่ืนคําขอแลว จะประกอบการตอไปก็ไดจนกวานายทะเบียนจะส่ังไมอนุญาตใหตออายุ ใบอนุญาตนั้น การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไข ท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๒๔/๑๓๐ ในกรณีท่ีใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ สูญหาย หรือชํารุดในสาระสําคัญ ใหผูรับใบอนุญาตยื่นคําขอรับใบแทนใบอนุญาตตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันทราบเหตุ หากภายหลังไดใบอนุญาตท่ีสูญหายคืนมา ใหสงใบแทนใบอนุญาตน้ันแกนายทะเบียนภายในสิบหาวัน นับแตวันไดคืน การขอใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตาม ระเบียบที่อธิบดีกําหนด มาตรา ๒๕ ผูรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ซึ่งไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี หรือ กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได ใหผูรับใบอนุญาตซ่ึงถูกส่ังเพิกถอนใบอนุญาตสงคืนใบอนุญาตแกนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงการส่ังเพิกถอนใบอนุญาต๓๑ มาตรา ๒๖ ในกรณีที่นายทะเบียนมีคําสั่งไมออกใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ไมตออายุใบอนุญาตตามมาตรา ๒๔ หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๕ ผูขอรับใบอนุญาต ผูขอตออายุใบอนุญาต หรือผูรับใบอนุญาต แลวแตกรณี มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอรัฐมนตรีได ภายในหนึ่งเดือนนับแตวันทราบคําส่ังนายทะเบียน คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด ในกรณีท่ีอุทธรณคําสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๒๔ หรือมาตรา ๒๕ กอนท่ีจะมี คําวินิจฉัยอุทธรณ รัฐมนตรีอาจอนุญาตใหผูรับใบอนุญาตประกอบการไปพลางกอนไดเม่ือมีคําขอ ของผูอุทธรณ ๓๐ มาตรา ๒๔/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓๑ มาตรา ๒๕ วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๑๗ มาตรา ๒๗ ผูใดมีรถยนตไวเพื่อขายหรือเพ่ือซอม ถาจะขับเองหรือใหผูอื่นขับ เพอื่ การนน้ั ตอ งไดร บั ใบอนญุ าตจากนายทะเบยี น และใหข บั ไดร ะหวา งพระอาทติ ยข นึ้ ถงึ พระอาทติ ยต ก เวนแตมีความจําเปนและไดรับอนุญาตจากนายทะเบียน การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง ในการออกใบอนุญาต ใหนายทะเบียนออกเคร่ืองหมายพิเศษและสมุดคูมือประจํารถ ใหดวย เครื่องหมายพิเศษและสมุดคูมือประจํารถ ใหเปนไปตามแบบท่ีกําหนดในกฎกระทรวง และใหใชสับเปล่ียนกันไดไมเฉพาะคันรถ [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๘ ในการขับรถยนตตามมาตรา ๒๗ ผูขับตองบันทึกรายการดังตอไปนี้ (๑) ชื่อรถ หมายเลขตัวรถ และหมายเลขเครื่องยนตของรถ (๒) ความประสงคในการขับรถยนต (๓) วันเดือนป และเวลาที่นํารถออกไปขับและกลับถึงท่ี (๔) ช่ือและช่ือสกุลของผูขับ [คําวา “รถยนต” แกไขเ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ËÁÇ´ ò ÀÒÉÕ»ÃÐจํา»‚ เวนแต มาตรา ๒๙ ภาษีประจําปสําหรับรถมีอัตราตามท่ีกําหนดไวทายพระราชบัญญัติน้ี (๑) รถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคนที่จดทะเบียนมาแลวหาปนับแตปท่ีจดทะเบียน คร้ังแรก ใหไดรับการลดหยอนภาษีประจําปในปตอ ๆ ไปในอัตรารอยละ ดังตอไปนี้ ปที่หก รอยละสิบ ปที่เจ็ด รอยละย่ีสิบ ปที่แปด รอยละสามสิบ ปที่เกา รอยละสี่สิบ ปท่ีสิบและปตอ ๆ ไป รอยละหาสิบ
๒๑๘ (๒) รถซ่ึงใชลออยางอ่ืนนอกจากยางกลวง ใหเก็บภาษีเพิ่มข้ึนจากอัตราท่ีกําหนดไวอีก กึ่งหน่ึง (๓)๓๒ (ยกเลิก) [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๙ ทวิ๓๓ ในกรณีที่รถยนตคัดใดไมใชเคร่ืองยนตลูกสูบท่ีจะคํานวณความจุของ กระบอกสูบได หรือในกรณีที่มีการเปล่ียนแปลงขนาดของกระบอกสูบหรือเครื่องยนต ใหเทียบเปน ความจุของกระบอกสูบ หรือคํานวณความจุตามเกณฑท่ีกําหนดในกฎกระทรวง [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๒๙ ตรี๓๔ ในการกําหนดความจุของกระบอกสูบของรถยนตเพื่อชําระภาษี ประจําปใหนายทะเบียนประกาศความจุของกระบอกสูบของรถยนตแตละแบบไวดวยความเห็นชอบ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ในกรณีท่ีประกาศตามวรรคหนึ่งไมครอบคลุมถึงแบบของรถยนตคันใดใหนายทะเบียน เก็บภาษีประจําปโดยถือความจุของกระบอกสูบตามหนังสือคูมือประจํารถยนตของรถยนตคันนั้น ท้ังนี้ ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมรับรอง และใหนายทะเบียนดําเนินการประกาศความจุของกระบอกสูบ ของรถยนตคันดังกลาวตอไป ประกาศตามวรรคหนึ่งและวรรคสองใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๓๐ ใหรถท่ีไดรับยกเวนไมตองจดทะเบียนตามมาตรา ๘ และรถท่ีไดรับยกเวน ไมตองเสียคาธรรมเนียมตามมาตรา ๙ ไดรับยกเวนไมตองเสียภาษีประจําปดวย มาตรา ๓๑ ในกรณีท่ีเห็นเปนการสมควร ใหรัฐมนตรีมีอํานาจลดภาษีประจําปสําหรับ รถในเขตทองท่ีใดหรือในกรณีใดลงจากอัตราที่กําหนดไวในมาตรา ๒๙ ได การลดตามวรรคหน่ึง ใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๓๒๓๕ เจาของรถมีหนาที่เสียภาษีประจําป ๓๒ มาตรา ๒๙ (๓) เพ่ิมโดยพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ตอมา มปี ระกาศสาํ นกั นายกรฐั มนตรี เรอื่ ง การไมอ นมุ ตั พิ ระราชกาํ หนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั ริ ถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในคราวประชมุ สภาผูแ ทนราษฎร คร้งั ที่ ๕/๒๕๔๙ (สมัยสามญั ) วันพฤหสั บดีท่ี ๔ กันยายน ๒๕๒๙ ทป่ี ระชุมไดลงมติไมอนมุ ตั ิ ๓๓ มาตรา ๒๙ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ ๓๔ มาตรา ๒๙ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔ ๓๕ มาตรา ๓๒ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๑๙ ภาษีประจําปใหเสียลวงหนาคราวละหนึ่งป ถามิไดเสียภาษีภายในเวลาที่กําหนดให เจาของรถนั้นชําระเงินเพ่ิมอีกรอยละหนึ่งตอเดือนหรือเศษของเดือนของจํานวนภาษีที่ตองชําระ เงินเพ่ิมตามมาตรานี้ใหถือเปนเงินภาษี รถท่ีไดเสียภาษีประจําปสําหรับปใด ถาเปล่ียนเจาของรถ เจาของใหมไมตองเสียภาษี ประจําปในปน้ันอีก มาตรา ๓๓๓๖ ในกรณีที่มีการจดทะเบียนเปล่ียนประเภทรถหรือเปลี่ยนการใชรถผิด ไปจากท่ีจดทะเบียนไวในระหวางป ถาเปนเหตุใหเสียภาษีลดลง เจาของรถไมมีสิทธิไดรับคืนภาษีสวน ท่ีเสียเกิน แตถาตองเสียภาษีเพ่ิมข้ึน เจาของรถตองเสียภาษีเฉพาะสวนท่ีเพิ่มข้ึนใหครบถวนถูกตอง เม่ือจะตองขอจดทะเบียน มาตรา ๓๔ รถใดทจ่ี ดทะเบยี นแลว แมจ ะไมไ ดใ ชก ต็ อ งเสยี ภาษปี ระจาํ ปต ามมาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๑ แลวแตกรณี และมาตรา ๓๒ เวนแตเจาของรถจะแจงการไมใชตอนายทะเบียนกอน ถึงกําหนดเสียภาษีประจําปคร้ังตอไป ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๕ ผูใดมีหนาท่ีเสียภาษีประจําปแลวไมเสียภาษีประจําปภายในเวลาท่ีกําหนด นายทะเบียนอาจแจงเปนหนังสือใหผูน้ันนําเงินไปชําระภาษีประจําปใหถูกตองครบถวน ณ ที่ทําการ ของนายทะเบียนภายในหน่ึงเดือนนับแตวันที่ไดรับแจง ในกรณีท่ีผูน้ันไมปฏิบัติตามคําสั่งในวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนมีอํานาจยึดแผนปาย ทะเบียนรถน้ันไวได๓๗ มาตรา ๓๕/๑๓๘ ในระหวางที่เจาของรถคางชําระภาษีประจําป ใหนายทะเบียน มีอํานาจที่จะไมรับดําเนินการทางทะเบียนจนกวาเจาของรถจะเสียภาษีท่ีคางชําระใหครบถวนกอน หรือไดมีการดําเนินการตามมาตรา ๓๕/๒ วรรคสองแลว มาตรา ๓๕/๒๓๙ รถที่คางชําระภาษีประจําปไมถึงสามป หากเจาของรถประสงคจะขอ เสียภาษีประจําปเพื่อใชรถในปน้ัน ใหนายทะเบียนรับชําระภาษีนั้นได สําหรับภาษีที่คางชําระ ใหนายทะเบียนกําหนดจํานวนเงิน และระยะเวลาในการชําระ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีอธิบดีประกาศกําหนด ในกรณีที่เจาของรถผิดนัดไมเสียภาษีท่ีคางชําระตามวรรคสองใหครบถวน นายทะเบียน มีอํานาจไมรับดําเนินการทางทะเบียน จนกวาเจาของรถจะเสียภาษีท่ีคางชําระใหครบถวน ๓๖ มาตรา ๓๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดแกไขเพ่ิมเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ตอมามีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การไมอนุมัติพระราชกําหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๙ ในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ครง้ั ท่ี ๕/๒๕๒๙ (สมยั สามญั ) วันพฤหัสบดที ่ี ๔ กันยายน ๒๕๒๙ ทป่ี ระชมุ ได ลงมติไมอ นุมตั ิ ๓๗ มาตรา ๓๕ วรรคสอง แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๓๘ มาตรา ๓๕/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๓๙ มาตรา ๓๕/๒ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๒๐ มาตรา ๓๕/๓๔๐ รถท่ีคางชําระภาษีประจําปติดตอกันครบสามป ใหการจดทะเบียนรถ เปนอันระงับไป ในการน้ีใหนายทะเบียนประกาศหมายเลขทะเบียนพรอมท้ังจํานวนภาษีท่ีคางชําระ ไว ณ ท่ีทําการนายทะเบียนและในสถานท่ีท่ีอธิบดีประกาศกําหนด และแจงใหเจาของรถทราบและ ใหบุคคลดังกลาวสงคืนแผนปายทะเบียนรถตอนายทะเบียนและนําใบคูมือจดทะเบียนรถมาแสดง ตอนายทะเบียนเพื่อบันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดแจงและ ปดประกาศดังกลาว ในกรณีที่เจาของรถมิไดดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ใหนายทะเบียนหรือผูตรวจการ หรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายมีอํานาจยึดแผนปายทะเบียนรถได ใหภาระภาษีประจําปหลังจากปท่ีสามเปนอันระงับไป แตเจาของรถยังคงตองเสียภาษี ท่ีคางชําระใหครบถวน และใหนํามาตรา ๓๕/๑ และมาตรา ๓๕/๒ วรรคสอง และวรรคสาม มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๓๖๔๑ นายทะเบียนมีอํานาจออกประกาศหรือสั่งเปนหนังสือใหเจาของรถนํา รถไปตรวจ ณ ที่ทําการของนายทะเบียน หรือสถานตรวจสภาพที่ไดรับอนุญาตตามกฎหมายวาดวย การขนสงทางบก มาตรา ๓๗๔๒ นายทะเบียนและผูตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเขาตรวจใน สถานที่จําหนาย เชา เชาซื้อ หรือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับรถ ที่มีเหตุอันควรสงสัยวามีรถคางชําระภาษี ประจําปหรือมีการใชรถท่ีสิ้นอายุการใชงาน และยึดแผนปายทะเบียนรถน้ันไวได การเขาตรวจตามวรรคหน่ึง ใหกระทําระหวางพระอาทิตยข้ึนถึงพระอาทิตยตกหรือ ในเวลาทําการของสถานท่ีน้ัน มาตรา ๓๘๔๓ ในกรณที ผี่ ตู รวจการซง่ึ อธบิ ดมี อบหมายเปน ผตู รวจและยดึ ตามมาตรา ๓๗ ใหนําสงนายทะเบียนโดยมิชักชา และใหนํามาตรา ๓๕ มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา ๓๙๔๔ (ยกเลิก) มาตรา ๔๐ ผูใดแจงความนําจับรถท่ีเจาของรถมิไดชําระภาษีประจําปภายในเวลา ที่กําหนด เมื่อคดีถึงที่สุดแลว ใหผูนั้นไดรับรางวัลนําจับในอัตรารอยละหกสิบของจํานวนเงินเพ่ิม ของภาษีท่ีตองชําระ ๔๐ มาตรา ๓๕/๓ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๔๑ มาตรา ๓๖ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๔๒ มาตรา ๓๗ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๔๓ มาตรา ๓๘ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๔๔ มาตรา ๓๙ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๒๑ มาตรา ๔๑๔๕ เงินภาษีประจําปรวมทั้งเงินเพิ่มและคาธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตินี้ เวนแตคาธรรมเนียมแผนปายทะเบียนรถที่จัดเก็บไดในกรุงเทพมหานครใหตกเปนรายไดของ กรุงเทพมหานคร สวนในจังหวัดอ่ืนใหตกเปนรายไดขององคการบริหารสวนจังหวัด เทศบาล สุขาภิบาล ในจังหวัดน้ัน เมืองพัทยาและราชการสวนทองถิ่นที่เรียกช่ืออยางอื่น โดยใหกระทรวงมหาดไทยจัดสรร ตามหลักเกณฑและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง ËÁÇ´ ó ãºÍ¹ØÞÒμ¢ÑºÃ¶ มาตรา ๔๒ ผูขับรถตองไดรับใบอนุยาตขับรถและตองมีใบอนุญาตขับรถและสําเนา ภาพถายใบคูมือจดทะเบียนรถในขณะขับหรือควบคุมผูฝกหัดขับรถเพื่อแสดงตอเจาพนักงานไดทันที เวนแตผูฝกหัดขับรถยนตตามมาตรา ๕๗ ในกรณีท่ีผูขับรถเปนคนตางดาวซึ่งไดรับอนุญาตใหอยูในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว ตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง ผูขับรถซึ่งเปนคนตางดาวนั้นจะใชใบนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๒ ทวิ ขับรถในราชอาณาจักรก็ได และในกรณีน้ีจะตองมีใบอนุญาตขับรถดังกลาวพรอมดวยเอกสารตาม ที่ระบุไวในอนุสัญญาและหรือความตกลงที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ เพ่ือแสดงตอเจพนักงานไดทันที๔๖ [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๒ ทวิ๔๗ ในกรณีที่มีความตกลงระหวางรัฐบาลไทยและรัฐบาลตางประเทศ วาดวยการยอมรับใบอนุญาตขับรถภายในประเทศซ่ึงกันและกัน คนตางดาวซ่ึงไดรับอนุญาตใหอยู ในราชอาณาจักรเปนการชั่วคราวตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมือง และมีใบอนุญาตขับรถท่ีออก โดยพนักงานเจาหนาท่ีหรือสมาคมยานยนตท่ีไดรับอนุญาตจากรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลง ดังกลาวกับรัฐบาลไทย อาจใชใบอนุญาตขับรถของประเทศนั้นขับรถในราชอาณาจักรไดตามประเภท และชนิดของรถท่ีระบุไวในใบอนุญาตขับรถน้ัน แตตองปฏิบัติตามอนุสัญญาและหรือความตกลง ที่มีอยูระหวางรัฐบาลไทยกับรัฐบาลของประเทศน้ัน ๆ และตามบทบัญญัติทั้งหลายในสวนที่เก่ียวกับ หนาท่ีของผูขับรถตามพระราชบัญญัตินี้ ๔๕ มาตรา ๔๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ ๔๖ มาตรา ๔๒ วรรคสอง เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐ ๔๗ มาตรา ๔๒ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๓๐
๒๒๒ มาตรา ๔๓๔๘ ใบอนุญาตขับรถมีดังนี้ (๑) ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล รถยนตสามลอสวนบุคคล หรือรถจักรยานยนต สวนบุคคลชั่วคราว (๒) ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล (๓) ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสวนบุคคล (๔) ใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะ (๕) ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสาธารณะ (๖) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสวนบุคคล (๖/๑) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสาธารณะ (๗) ใบอนุญาตขับรถบดถนน (๘) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร (๙) ใบอนุญาตขับรถชนิดอ่ืนนอกจาก (๑) ถึง (๘) (๑๐) ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหวางประเทศที่ประเทศไทยเปนภาคี ใบอนุญาตขับรถตาม (๑) ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชา เฉพาะในกรณีท่ีผูขับรถเปน ผูเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม (๒) ใชสําหรับขับรถยนตบริการใหเชาไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม (๔) ใชสําหรับขับรถยนตบริการและใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม (๒) ไดดวย ใบอนุญาตขับรถตาม (๕) ใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม (๓) ไดดวย และใบอนุญาตขับรถตาม (๖/๑) ใชแทนใบอนุญาตขับรถตาม (๖) ไดดวย นอกนั้นใชแทนกันไมได มาตรา ๔๓ ทวิ๔๙ ใบอนุญาตเปนผูขับรถในประเภทการขนสงประจําทาง การขนสง ไมประจําทางหรือการขนสงโดยรถขนาดเล็กตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบก ใหใชแทนใบอนุญาต ขับรถยนตสวนบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) และใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะตามมาตรา ๔๓ (๔) ได ใบอนุญาตเปนผูขับรถในประเภทการขนสงสวนบุคคล ตามกฎหมายวาดวยการขนสง ทางบกใหใชแทนใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคลตามมาตรา ๔๓ (๒) ได [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๔๔๕๐ ใบอนุญาตขับรถช่ัวคราวตามมาตรา ๔๓ (๑) มีอายุสองปนับแตวันออก ใบอนุญาตขับรถ๕๑ ๔๘ มาตรา ๔๓ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๔๙ มาตรา ๔๓ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๓๗ ๕๐ มาตรา ๔๔ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๕๑ มาตรา ๔๔ วรรคหนงึ่ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๒๓ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) และ (๙) มีอายุหาปนับแตวันออก ใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) และ (๖/๑) มีอายุสามปนับแตวันออก ใบอนุญาตขับรถ และอาจขอตออายุใบอนุญาตขับรถไดอีกคราวละหาปหรือสามป แลวแตกรณี โดยผูขอตออายุใบอนุญาตตองผานการทดสอบสมรรถภาพของรางกายตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง๕๒ ในกรณีท่ีวันครบกําหนดอายุใบอนุญาตตามวรรคสองไมตรงกับวันครบรอบวันเกิดของ ผูไดรับใบอนุญาตขับรถ ใหขยายอายุใบอนุญาตตอไปจนถึงวันครบรอบวันเกิดของผูไดรับใบอนุญาต ขับรถในปนั้นหรือในปถัดไป แลวแตกรณี โดยใหถือวาวันดังกลาวเปนวันที่ใบอนุญาตขับรถ ครบกําหนดอายุ ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับรถเกิดในวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ และในปท่ีใบอนุญาตขับรถ ครบกําหนดอายุตามวรรคสองนั้นไมมีวันท่ี ๒๙ กุมภาพันธ ใหถือเอาวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ เปนวันครบรอบวันเกิด การขอตออายุใบอนุญาตขับรถ และการอนุญาต ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๕ ผูใดประสงคจะขอใบอนุญาตขับรถ ตองเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตองหามตามพระราชบัญญัตินี้ และยื่นคําขอตอนายทะเบียนแหงทองท่ีท่ีตนมีภูมิลําเนาหรือมีถ่ินท่ีอยู การขอใบอนุญาตขับรถและการออกใบอนุญาตขับรถ ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๔๖ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะ ตองหาม ดังตอไปนี้ (๑)๕๓ มีอายุไมตํ่ากวาสิบแปดปบริบูรณ แตถาเปนผูขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต สวนบุคคลช่ัวคราว สําหรับรถจักรยานยนตท่ีมีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไมเกินท่ีกําหนด ในกฎกระทรวงตองมีอาวุไมต่ํากวาสิบหาปบริบูรณ (๒) มีความรูและความสามารถในการขับรถ (๓) มีความรูในขอบังคับการเดินรถตามพระราชบัญญัติน้ีและตามกฎหมายวาดวย การจราจรทางบก (๔) ไมเปนผูมีรางกายพิการจนเปนที่เห็นไดวาไมสามารถขับรถได (๕) ไมมีโรคประจําตัวท่ีผูประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นวาอาจเปนอันตรายขณะขับรถ (๖) ไมเปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอน (๗) ไมมีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยูแลว ๕๒ มาตรา ๔๔ วรรคสอง แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๕๓ มาตรา ๔๖ (๑) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๒๔ (๘)๕๔ ไมเปนผูอยูในระหวางถูกยึดหรือพักใชใบอนุญาตขับรถ (๙)๕๕ ไมเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ซ่ึงมิใชจากเหตุขาดคุณสมบัติเรื่องอายุ ของผูขอใบอนุญาตขับรถ เวนแตไดพนกําหนดสามปไปแลวนับแตวันที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ โดยใหอธิบดีกําหนดเง่ือนไขในการพิจารณาการออกใบอนุญาตขับรถไวดวย มาตรา ๔๗๕๖ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๖/๑) ตอง (๑) ไดรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) มาแลวไมนอยกวาหนึ่งป (๒) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๔๖ และ (๓) ไมเคยตองคําพิพากษาถึงที่สุดใหลงโทษหรือถูกเจาพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต สองคร้ังขึ้นไป สําหรับความผิดเกี่ยวกับการขับรถอยางใดอยางหนึ่งดังตอไปนี้ เวนแตจะพนโทษคร้ัง สุดทายไมนอยกวาหกเดือนแลว (ก) ฝาฝนสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจร (ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอยางอ่ืน (ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร (ง) ใชความเร็วเกินอัตราท่ีกฎหมายกําหนด (จ) โดยประมาทหรือนาหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแกบุคคลหรือทรัพยสิน (ฉ) โดยไมคํานึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดรอนของผูอ่ืน มาตรา ๔๘๕๗ (ยกเลิก) มาตรา ๔๙๕๘ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) ตอง (๑) ไดรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑) มาแลวไมนอยกวาหนึ่งป (๒) มคี ณุ สมบตั แิ ละไมม ลี กั ษณะตอ งหา มตามมาตรา ๔๖ แตต อ งมอี ายไุ มต า่ํ กวา ยส่ี บิ สองป บริบูรณ สําหรับผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) หรือ (๕) และยี่สิบปบริบูรณสําหรับ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๖/๑) (๓) ไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๔๗ (๓) (๔) มีสัญชาติไทย (๕) รูจักถนนและทางหลวงในจังหวัดท่ีขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร (๖) ไมเปนผูมีโรคติดตอนารังเกียจตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง (๗) ไมเปนผูติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดใหโทษ ๕๔ มาตรา ๔๖ (๘) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๕๕ มาตรา ๔๖ (๙) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๕๖ มาตรา ๔๗ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๕๗ มาตรา ๔๘ ยกเลกิ โดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๕๘ มาตรา ๔๘ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๒๕ (๘) ไมเคยเปนผูไดรับโทษจําคุกดดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุกในความผิดตาม พระราชบัญญัติน้ี หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเก่ียวกับการกอใหเกิด ภยันตรายตอประชาชน ความผิดเก่ียวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดตอชีวิต ความผิด ตอรางกาย ความผิดตอเสรีภาพ ความผิดฐานลักทรัพยและว่ิงราวทรัพย ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพยและปลนทรัพย ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐาน ทําใหเสียทรัพยตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวา ดวยยาเสพติดใหโทษหรือโดยคําส่ังท่ีชอบดวยกฎหมายใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ีได กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพนโทษมาแลวไมนอยกวาสามป มาตรา ๕๐๕๙ ในกรณีท่ีผูขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) เปนผูขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๔๙ (๘) แตพนโทษจําคุกมาแลวไมนอยกวา (๑) หกเดือนสําหรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาไมเกินสามเดือน (๒) หนึ่งปสําหรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาไมเกินสามเดือนในคดีเก่ียวดวยการใชรถ กระทําความผิด หรือ (๓) หน่ึงปหกเดือนสําหรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาเกินสามเดือนแตไมเกินสามป และไดย น่ื คาํ รอ งตอ นายทะเบยี นโดยชแี้ จงถงึ เหตผุ ลทต่ี นตอ งโทษพรอ มกบั แสดงหลกั ฐาน วาตนเปนบุคคลที่มีความประพฤติเรียบรอยควรไววางใจใหขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนต สาธารณะได แลวแตกรณี ใหนายทะเบียนดําเนินการสอบสวนคํารองดังกลาว ถาเห็นดวยกับคํารอ งก็ใหมีอํานาจออกใบอนุญาตขับรถใหไดโดยมิใหนําบทบัญญัติมาตรา ๔๙ (๘) มาใชบังคับ แตถาไม เห็นดวย ใหสั่งยกคํารองและแจงใหผูขอทราบ ผูขอมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตออธิบดีภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับคําสั่งยกคํารอง จากนายทะเบียน คําสั่งของอธิบดีใหเปนที่สุด มาตรา ๕๑ ผูขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๗) (๘) หรือ (๙) ตอง (๑) มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา ๔๖ และ (๒) มีความรูความสามารถในการขับรถประเภทน้ัน ๆ เปนอยางดี มาตรา ๕๑/๑๖๐ ผูมีใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๒) (๔) (๕) (๖) และ (๖/๑) มีสิทธิ ขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๑๐) มาตรา ๕๒ ใหนายทะเบียนแตงต้ังผูซ่ึงมีคุณสมบัติที่กําหนดในกฎกระทรวงตรวจ สอบคุณสมบัติและลักษณะตองหามของผูขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑ ๕๙ มาตรา ๕๐ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๐ มาตรา ๕๑/๑ แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๒๖ มาตรา ๕๓ ผูใดไดรับใบอนุญาตขับรถประเภทใดแลว หากปรากฏในภายหลังวาเปน ผูขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่กําหนดไวสําหรับผูขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทน้ัน ใหนายทะเบียนสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถน้ัน ใหนายทะเบียนมีอํานาจเรียกผูไดรับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะ ตองหามได หากมีเหตุอันควรเชื่อวาผูไดรับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหาม อยางหนึ่งอยางใดตามท่ีกําหนดไวสําหรับผูขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น๖๑ มาตรา ๕๓/๑๖๒ ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับรถฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติ แหงพระราชบัญญัติน้ี ใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งพักใชใบอนุญาตขับรถไดคราวละไมเกินหกเดือน ในกรณีท่ีผูไดรับใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะกระทํา ความผิดในกรณีดังตอไปน้ี นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถเสียก็ได (๑) กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติน้ีซํ้าในขอหาเดียวกับความผิดคร้ังกอน ภายใน เวลาหนึ่งเดือนนับแตวันที่ความผิดคร้ังกอนเกิดข้ึน (๒) ไมมารายงานตนตอนายทะเบียนตามที่นายทะเบียนส่ังเปนหนังสือไปแลวไมนอย กวาสองครั้งโดยมีระยะเวลาหางกันไมนอยกวาหนึ่งเดือน ท้ังน้ี ดดยไมมีเหตุสมควร (๓) เรียกเก็บคาโดยสารหรือคาบริการอ่ืนเกินกวาอัตราท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๓/๒๖๓ ผซู ง่ึ ถกู สงั่ พกั ใชห รอื เพกิ ถอนใบอนญุ าตขบั รถมสี ทิ ธอิ ทุ ธรณเ ปน หนงั สอื ตออธิบดีไดภายในสิบหาวันนับแตวันที่ไดรับแจงคําสั่งจากนายทะเบียน ใหอธิบดีวินิจฉัยอุทธรณตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแตวันท่ีไดรับหนังสืออุทธรณ ถาไมมีวินิจฉัยชี้ขาดภายในเวลาดังกลาวใหถือวาอธิบดีวินิจฉัยไมใหพักใชหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ ตามหนังสืออุทธรณของผูขับรถ คําสั่งของอธิบดีใหเปนที่สุด การอุทธรณตามวรรคหน่ึงไมเปนการทุเลาการบังคับตามคําส่ังพักใชหรือเพิกถอน ใบอนุญาตขับรถ มาตรา ๕๓/๓๖๔ ใหผูไดรับใบอนุญาตขับรถซ่ึงถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถสงคืน ใบอนุญาตน้ันแกนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับแจงการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ มาตรา ๕๔ ผูใดไดรับใบอนุญาตขับรถแลว หากปรากฏวา (๑) ตองคําพิพากษาถึงที่สุดวาไดกระทําความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวง ที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ ๖๑ มาตรา ๕๓ วรรคสอง เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๒ มาตรา ๕๓/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๓ มาตรา ๕๓/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๔ มาตรา ๕๓/๓ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๒๗ (๒) ไมปฏิบัติตามคําส่ังอันชอบดวยกฎหมายของเจาพนักงานจราจร หรือพนักงานเจา หนาท่ีตามกฎหมายวาดวยการจราจรทางบก (๓) ตองคําพิพากษาถึงท่ีสุดวาไดกระทําความผิดฐานขับรถหรือกระทําการใด ๆ อัน นาจะเปนภัยตอประชาชน หรือ (๔) มีผูกลาวโทษวาทําลายความสงบสุขของประชาชนในถนนหรือทางหลวง โดยขูเข็ญ ดูหม่ิน รังแก หรือรบกวนคนขับรถดวยกันหรือผูโดยสาร นายทะเบียนมีอํานาจเรียกใบอนุญาตขับรถมายึดไวได แตหามมิใหยึดเกินหนึ่งป ในกรณีที่ผูไดรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) เปนผูตองหาใน คดีอาญาตามท่ีระบุไวในมาตรา ๔๙ (๘) ใหนายทะเบียนหรือผูตรวจการซ่ึงอธิบดีมอบหมายยึด ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา ๔๓ (๔) (๕) หรือ (๖/๑) ต้ังแตวันย่ืนฟองตอศาลจนถึงเวลาท่ีมีคําพิพากษา ถึงท่ีสุด และในระหวางเวลาน้ันหามมิใหนายทะเบียนตออายุใบอนุญาตขับรถดังกลาว๖๕ ในการยึดใบอนุญาตขับรถ ใหผูยึดบันทึกการยึดไวในใบอนุญาตขับรถดวย มาตรา ๕๕ ในกรณีที่ใบอนุญาตขับรถสูญหายหรือชํารุดในสาระสําคัญ ใหผูรับ ใบอนุญาตขับรถยื่นคําขอรับใบอนุญาตขับรถตอนายทะเบียนภายในสิบหาวันนับแตวันทราบเหตุนั้น และในกรณีที่ไดใบอนุญาตขับรถท่ีสูญหายคืน ใหสงใบแทนใบอนุญาตขับรถน้ันแกนายทะเบียนภายใน สิบหาวันนับแตวันไดคืน การขอใบแทนใบอนุญาตขับรถ และการออกใบแทนใบอนุญาตขับรถตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๕๖ ภายใตบังคับมาตรา ๔๓ และมาตรา ๕๗ หามมิใหเจาของรถหรือคนขับ รถยินยอมใหผูซึ่งไมมีใบอนุญาตขับรถ หรือมีใบอนุญาตขับรถประเภทอื่นท่ีใชแทนกันไมได เขาขับรถ ของตนหรือรถที่ตนเปนคนขับ มาตรา ๕๗ ผใู ดฝก หดั ขบั รถยนต ตอ งมผี ซู งึ่ ไดร บั ใบอนญุ าตขบั รถยนตม าแลว ไมน อ ยกวา สามปควบคุมอยูดวย ในการฝกหัดขับรถ หามมิใหผูใดนอกจากผูฝกหัดและผูควบคุมอยูในรถ ถามีการเสียหาย เกิดข้ึน ผูควบคุมตองรับผิดทางแพง เวนแตจะพิสูจนไดวาผูฝกหัดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสอน ในเวลาท่ีขับอยูนั้น [คําวา “รถยนต” แกไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๕๗ ทวิ๖๖ ใหผูตรวจการมีอํานาจส่ังใหผูขับรถหยุดรถเพื่อทําการตรวจสอบ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี กับมีอํานาจส่ังใหบุคคลใดปฏิบัติการเทาที่จําเปนเพื่อประโยชน ๖๕ มาตรา ๕๔ วรรคสาม แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๖ มาตรา ๕๗ ทวิ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒
๒๒๘ แกการสอบสวนน้ันได และเม่ือพบวาผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติน้ี จะวากลาวตักเตือนหรือส่ังเปนหนังสือใหผูนั้นไปรายงานตนตอนายทะเบียนภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ีมี คําส่ังเพ่ือดําเนินการเปรียบเทียบปรับก็ได เวนแตเปนกรณีท่ีความผิดดังกลาวมีโทษจําคุก ใหผูตรวจการ นําตัวผูน้ันสงพนักงานสอบสวนผูมีอํานาจเพื่อดําเนินคดีตอไป ในการออกคําส่ังใหไปรายงานตนตอนายทะเบียนตามวรรคหน่ึง ผูตรวจการจะเรียกเก็บ ใบอนุญาตขับรถของผูน้ันไวเปนการชั่วคราวก็ได แตตองรีบนําใบอนุญาตขับรถที่เรียกเก็บไวไปสงมอบ แกนายทะเบียนภายในแปดช่ัวโมงนับแตเวลาท่ีออกคําสั่งและใหถือวาคําส่ังนั้นเปนใบอนุญาตขับรถ ชั่วคราวภายในกําหนดเวลาท่ีใหไปรายงานตนดังกลาว คําสั่งใหไปรายงานตนตอนายทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไปตามแบบท่ีอธิบดีกําหนด มาตรา ๕๗ ตรี๖๗ ในการปฏิบัติหนาท่ีตามพระราชบัญญัตินี้ใหผูตรวจการแสดงบัตร ประจําตัวตอผูซ่ึงเก่ียวของ บัตรประจําตัวผูตรวจการใหเปนไปตามแบบท่ีรัฐมนตรีกําหนด มาตรา ๕๗ จัตวา๖๘ ในขณะท่ีอยูในระหวางการรับจางบรรทุกคนโดยสาร ผูขับรถยนต สาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะจะปฏิเสธไมรับจางบรรทุกคนโดยสารมิได เวนแตการบรรทุก นั้นนาจะกอใหเกิดอันตรายแกตนหรือแกคนโดยสาร บทบัญญัติในวรรคหน่ึงมิใหใชบังคับแกผูขับรถจักรยานยนตสาธารณะท่ีปฏิเสธรับจาง บรรทุกคนโดยสารนอกเสนทางหรือนอกทองท่ีในการรับจางบรรทุกคนโดยสาร มาตรา ๕๗ เบญจ๖๙ ผูขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะตองพาคน โดยสารไปยังสถานท่ีท่ีวาจางตามเสนทางท่ีส้ันหรือถึงที่หมายเร็วที่สุด หรือเสนทางที่ไมออมเกินควร และตองสงคนโดยสาร ณ สถานท่ีตามที่ตกลงกันไว หา มมใิ หผ ขู บั รถตามวรรคหนงึ่ พาคนโดยสารไปทอดทงิ้ ระหวา งทางไมว า ดว ยประการใด ๆ มาตรา ๕๗ ฉ๗๐ ในขณะขับรถ ผูขับรถยนตสาธารณะหรือรถจักรยานยนตสาธารณะ ตอง (๑) ไมสูบบุหรี่ หรือกระทําดวยประการใด ๆ ในลักษณะท่ีกอความรําคาญใหแก คนโดยสาร (๒) ไมกลาววาจาไมสุภาพ เสียดสี ดูหม่ิน กาวราวหรือแสดงกิริยาในลักษณะดังกลาว ตอคนโดยสาร (๓) ไมเสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอยางอื่น ๖๗ มาตรา ๕๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับท่ี ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ ๖๘ มาตรา ๕๗ จตั วา เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๖๙ มาตรา ๕๗ เบญจ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๐ มาตรา ๕๗ ฉ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๒๙ (๔) ไมเสพยาเสพติดใหโทษตามกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ (๕) ไมเสพติดวัตถุที่ออกฤทธิ์ตอจิตและประสาทตามกฎหมายวาดวยวัตถุท่ีออกฤทธ์ิ ตอจิตและประสาท (๖) ไมขับรถในขณะหยอนความสามารถในอันที่จะขับ (๗) ปฏิบัติตามขอกําหนดวาดวยความปลอดภัยในการรับจางบรรทุกคนโดยสารตามท่ี กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๕๗ สัตต๗๑ ในกรณที นี่ ายทะเบยี นหรอื ผตู รวจการมเี หตอุ นั ควรสงสยั วา เจา ของรถ หรือผูขับรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัติน้ี ใหนายทะเบียนหรือผูตรวจการมีอํานาจ ออกหนังสือเรียกตัวเจาของรถหรือผูขับรถผูน้ันมาใหถอยคําหรือยื่นคําชี้แจงแสดงขอเท็จจริงได เม่ือนายทะเบียนหรือผูตรวจการไดตรวจสอบกรณีตามวรรคหนึ่งแลว ปรากฏวา เจาของรถ หรือผูขับรถฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ใหนําความในมาตรา ๕๗ ทวิ มาใชบังคับ โดยอนุโลม ËÁÇ´ ô º·กํา˹´â·É มาตรา ๕๘๗๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา ๕ (๒) (๓) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๕) หรือ (๑๖) ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๕๘/๑๗๓ ผูขับรถจางบรรทุกคนโดยสารผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามขอกําหนด ในกฎกระทรวงท่ีออกตามมาตรา ๕ (๑๕/๑) ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๕๙๗๔ ผูใดฝาฝนมาตรา ๖ (๑) ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา ๖๐๗๕ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๖ (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) มาตรา ๖/๑ วรรคสองและวรรคสาม มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสอง มาตรา ๑๘ วรรคหน่ึง มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๗ วรรคหน่ึง มาตรา ๕๖ หรือมาตรา ๕๗ ตองระวางโทษ ปรับไมเกินสองพันบาท ๗๑ มาตรา ๕๗ สัตต เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๗๒ มาตรา ๕๘ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๓ มาตรา ๕๘/๑ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๔ มาตรา ๕๙ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๗๕ มาตรา ๖๐ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๓๐ มาตรา ๖๑๗๖ ผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๕ มาตรา ๒๘ หรือมาตรา ๓๕/๓ วรรคหนึ่ง หรือไมปฏิบัติตามคําสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา ๓๖ หรือมาตรา ๕๓ วรรคสอง ตองระวางโทษ ปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๑/๑๗๗ ผูใดไมมาใหถอยคําหรือย่ืนคําชี้แจงแสดงขอเท็จจริงตอนายทะเบียน หรือผูตรวจการตามหนังสือเรียกตามมาตรา ๕๗ สัตต วรรคหนึ่ง หรือฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําสั่ง ของนายทะเบียนหรือผูตรวจการซึ่งส่ังตามมาตรา ๕๗ สัตต วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกิน หน่ึงพันบาท มาตรา ๖๒ ผูใดรับจางบรรทุกคนโดยสารโดยใชรถยนตรับจางบรรทุกคนโดยสาร ไมเกินเจ็ดคนหรือรถยนตรับจางระหวางจังหวัดในทองที่ท่ีรัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคหน่ึง โดยไมไดรับอนุญาตจากนายทะเบียน หรือไมไดรับยกเวนตามมาตรา ๒๓ วรรคสองหรือวรรคสาม ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งหมื่นบาท [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๖๒/๑๗๘ ผใู ดรบั จา งบรรทกุ คนโดยสารโดยฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๓/๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๖๓ ผูใดรับจางบรรทุกคนโดยสารโดยใชรถยนตรับจางบรรทุกคนโดยสาร ไมเกินเจ็ดคนหรือรถยนตรับจางระหวางจังหวัดในทองที่ที่รัฐมนตรีประกาศตามมาตรา ๒๓ วรรคหน่ึง เมื่อใบอนุญาตส้ินอายุหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอน ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท [คําวา “รถยนต” แกไขเพ่ิมเติมโดยมาตรา ๓ แหงพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๖๓/๑๗๙ ผรู บั ใบอนญุ าตตามมาตรา ๒๓ ผใู ดฝา ฝน หรอื ไมป ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๒๕ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๓/๒๘๐ ผูไดรับใบอนุญาตขับรถผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๕๓/๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๔ ผใู ดขบั รถโดยไมไ ดร บั ใบอนญุ าตขบั รถ ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หนงึ่ เดอื น หรือปรับไมเกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ ๗๖ มาตรา ๖๑ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๗ มาตรา ๖๑/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๗๘ มาตรา ๖๒/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๗๙ มาตรา ๖๓/๑ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๐ มาตรา ๖๓/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
๒๓๑ มาตรา ๖๕๘๑ ผูใดขับรถเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ หรือระหวางถูกสั่งพักใช ใบอนุญาตขับรถหรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ หรือถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินสองพันบาท มาตรา ๖๖ ผูใดขับรถโดยไมแสดงใบอนุญาตขับรถ และสําเนาภาพถายใบคูมือ จดทะเบียนรถตามมาตรา ๔๒ ตองระวางโทษปรับไมเินหนึ่งพันบาท มาตรา ๖๖/๑๘๒ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามคําส่ังของผูตรวจการ ซ่ึงส่ังตาม มาตรา ๕๗ ทวิ ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๖๖/๒๘๓ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ จัตวา มาตรา ๕๗ เบญจ หรือมาตรา ๕๗ ฉ (๑) หรือ (๒) ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๖/๓๘๔ ผใู ดฝา ฝน มาตรา ๕๗ ฉ (๓) หรอื (๖) ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ สามเดอื น หรือปรับต้ังแตสองพันบาทถึงหน่ึงหม่ืนบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๖๖/4๘๕ ผูใดฝาฝนมาตรา ๕๗ ฉ (๔) หรือ (๕) ตองระวางโทษสูงกวาท่ีกําหนด ไวในกฎหมายวาดวยยาเสพติดใหโทษ หรือกฎหมายวาดวยวัตถุที่ออกฤทธ์ิตอจิตและประสาท แลวแตกรณี อีกหน่ึงในสาม มาตรา ๖๖/๕๘๖ ผูใดเรียกเก็บคาโดยสารหรือคาบริการอ่ืนเกินกวาอัตราท่ีกําหนด ในกฎกระทรวง ตองระวางโทษปรับไมเกินหาพันบาท มาตรา ๖๖/๖๘๗ เจาของรถหรือผูขับรถผูใดไมแสดงอัตราคาโดยสารหรือคาบริการอ่ืน ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ตองระวางโทษปรับไมเกินสองพันบาท มาตรา ๖๗ ผูใด (๑) ใหผูอื่นใชใบอนุญาต หรือเครื่องหมายท่ีนายทะเบียนออกใหแกตน (๒) ใชเคร่ืองหมายที่นายทะเบียนออกใหสําหรับรถคันหน่ึงกับรถอีกคันหนึ่ง (๓) ใชเคร่ืองหมายท่ีนายทะเบียนออกใหแกผูอื่น (๔) เปลี่ยนแปลงโดยวิธีใด ๆ หรือปดบังท้ังหมดหรือแตบางสวนซึ่งเคร่ืองหมายท่ี นายทะเบียนออกใหประจํารถ หรือ ๘๑ มาตรา ๖๕ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๒ มาตรา ๖๖/๑ แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๓ มาตรา ๖๖/๒ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๔ มาตรา ๖๖/๓ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๕ มาตรา ๖๖/๔ เพ่ิมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๖ มาตรา ๖๖/๕ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๘๗ มาตรา ๖๖/๖ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๓๒ (๕) ใชร ถทไี่ ดร บั ยกเวน ไมต อ งเสยี คา ธรรมเนยี มตามมาตรา ๙ หรอื ยกเวน ไมต อ งเสยี ภาษี ประจําปตามมาตรา ๓๐ หรือลดภาษีประจําปตามมาตรา ๓๑ ผิดไปจากวัตถุประสงคที่ไดรับยกเวน หรือลด ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงพันบาท มาตรา ๖๗ ทวิ๘๘ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ท่ีมีโทษปรับสถานเดียว ใหอธิบดีหรือผูซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเปรียบเทียบปรับผูตองหาได เม่ือผูตองหาไดชําระคาปรับ ตามจํานวนท่ีอธิบดีหรือผูซ่ึงอธิบดีมอบหมายเปรียบเทียบภายในสามสิบวันแลว ใหถือวาคดีเลิกกัน ตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ถาผูตองหาไมยินยอมตามท่ีเปรียบเทียบหรือเม่ือยินยอมแลวไมชําระคาปรับภายใน กําหนดเวลาดังกลาวใหดําเนินคดีเพื่อฟองรองตอไป º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๖๘ เพอื่ ประโยชนใ นการจดั เกบ็ ภาษปี ระจาํ ป ในกรณที เ่ี ปน รถทจี่ ดทะเบยี นแลว การเสียภาษีประจําปในปแรกภายหลังวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ใหนายทะเบียนเปลี่ยนแปลง กําหนดระยะเวลาการเสียภาษีใหม โดยเฉล่ียจํานวนรถท่ีจะตองเสียภาษีออกไปเปนรายเดือนตาม ระยะเวลาและจํานวนท่ีนายทะเบียนเห็นสมควร และประกาศ ณ ท่ีทําการของนายทะเบียนใหผ ูมีหนาที่ เสียภาษีทราบลวงหนาไมนอยกวาหนึ่งเดือน ทั้งนี้ ใหนายทะเบียนดําเนินการภายในสองปนับแต วันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ การคิดภาษีเปนรายเดือนตามวรรคหน่ึง ใหคิดเฉล่ียจากอัตราภาษีประจําปสําหรับ รถชนิดนั้น มาตรา ๖๙ สําหรับรถและเคร่ืองอุปกรณของรถอันมิชอบดวยพระราชบัญญัตินี้ ท่ีมีอยูแลวในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา หรือท่ีจะนําเขามาในราชอาณาจักร ภายในหกเดือนนับแตวันท่ีประกาศพระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา ใหรัฐมนตรีมีอํานาจผอนผัน ไดตามควรแกกรณี และถาจะอนุญาตใหใชตอไป ใหมีกําหนดเวลาไมเกินสามป นับแตวันท่ีประกาศ พระราชบัญญัตินี้ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๗๐ บรรดากฎกระทรวง คําส่ัง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเพียงเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะ มีกฎกระทรวง คําส่ัง หรือประกาศตามพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ๗๘ มาตรา ๖๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐
๒๓๓ มาตรา ๗๑ ในทองท่ีใดท่ีไดมีการประกาศใหการประกอบการรับจางบรรทุกคนโดยสาร โดยใชรถยนตบรรทุกคนโดยสารไมเกินเจ็ดคน ตองดําเนินการโดยบริษัทมหาชนจํากัด บริษัทจํากัด หรือสหกรณ และตองไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ รวมทั้งที่ไดมีการขยายระยะเวลาตามประกาศดังกลาว ใหถือวาประกาศน้ันเปนประกาศ ของรัฐมนตรีตามมาตรา ๒๓ และใหผูไดรับใบอนุญาตประกอบการในทองท่ีดังกลาวอยูแลวในวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ เปนผูไดรับใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ และตองดําเนินการโดยบริษัทมหาชน จํากัด บริษัทจํากัดหรือสหกรณตอไป [คาํ วา “รถยนต” แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยมาตรา ๓ แหง พระราชบญั ญตั ริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] มาตรา ๗๒ บรรดาใบอนุญาตและใบอนุญาตขับรถยนตที่ออกตามพระราชบัญญัติ รถยนตร พุทธศักราช ๒๔๗๓ กอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ใหยังคงมีผลใชบังคับตอไปจนกวา จะส้ินอายุใบอนุญาตหรือใบอนุญาตขับรถยนตนั้น [คาํ วา “รถยนต” แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยมาตรา ๓ แหง พระราชบญั ญตั ริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖] ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ส. โหตระกิตย รองนายกรัฐมนตรี
๒๓๔ ÍÑμÃÒ¤‹Ò¸ÃÃÁà¹ÕÂÁ (๑) คําขอ ฉบับละ ๕ บาท (๒) ใบคูมือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓) แผนปายทะเบียนรถ ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓/๑)๘๙ การขอใชหมายเลขทะเบียนรถ (ก) การขอใชหมายเลขทะเบียนท่ีออกให ๑,๐๐๐ บาท สําหรับรถคันหนึ่งมาใชกับรถอีกคันหนึ่ง คร้ังละ (ข) การขอใชหมายเลขทะเบียนซ่ึงยัง ๒,๐๐๐ บาท ไมเคยออกใหสําหรับรถคันใดมาใช กับรถที่จดทะเบียนแลว คร้ังละ ๓,๐๐๐ บาท (ค) การขอใชหมายเลขทะเบียนท่ีตองเสีย คาธรรมเนียมพิเศษท่ีไดจากการประมูล ๑๐ บาท ตามมาตรา ๑๐/๑ กับกรณีตาม (ก) หรือ (ข) ครั้งละ ๕๐ บาท (๔) การขอคนทะเบียนรถหรือขอแกไขเพิ่มเติมรายการ ๑๐๐ บาท ในทะเบียนรถและใบคูมือจดทะเบียนรถ ๕๐ บาท (ก) รถจักรยานยนต คร้ังละ ๒๐ บาท (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) ครั้งละ ๑๐ บาท (๕) การโอนทะเบียนรถ คร้ังละ ๕๐ บาท (๖) การยายรถ ๑,๐๐๐ บาท (ก) รถยนต ครั้งละ ๕,๐๐๐ บาท (ข) รถอ่ืนนอกจาก (ก) ครั้งละ (๗) การตรวจสภาพรถ (ก) รถจักรยานยนต คันละ (ข) รถอื่นนอกจาก (ก) คันละ (๗/๑)๙๐ เคร่ืองหมายแสดงการใชรถ ตามมาตรา ๖/๑ วรรคสอง หรือวรรคสาม แผนละ (๗/๒)๙๑ การอนุญาตใหใชรถ ตามมาตรา ๖/๑ วรรคสาม คร้ังละ ๘๙ อตั ราคา ธรรมเนียม (๓/๑) เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๐ อัตราคาธรรมเนียม (๗/๑) เพ่มิ โดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๑ อตั ราคาธรรมเนยี ม (๗/๒) เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๓๕ (๘) ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๓ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๙)๙๒ ใบอนุญาตตามมาตรา ๒๗ ฉบับละ ๒,๐๐๐ บาท (๑๐)๙๓ เคร่ืองหมายพิเศษตามมาตรา ๒๗ อันละ (๑๑)๙๔ สมุดคูมือประจํารถตามมาตรา ๒๗ เลมละ ๕๐๐ บาท (๑๒) ใบอนุญาตรถยนตตามอนุสัญญาวาดวยการจราจรทางถนน ๑,๐๐๐ บาท ทํา ณ นครเจนีวา ค.ศ. ๑๙๔๙ ซ่ึงประเทศไทยไดภาคยานุวัติ เมื่อวันท่ี ๑๕ สิงหาคม ๒๕๐๕ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๓)๙๕ ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหวางประเทศ ๑,๐๐๐ บาท ที่ประเทศไทยเปนภาคี ฉบับละ (๑๔)๙๖ ใบอนุญาตขับรถช่ัวคราว ๕๐๐ บาท ตามมาตรา ๔๓ (๑) ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๕)๙๗ ใบอนุญาตขับรถยนตสวนบุคคล ฉบับละ (๑๖)๙๘ ใบอนุญาตขับรถยนตสามลอสวนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๗)๙๙ ใบอนุญาตขับรถยนตสาธารณะ ฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท (๑๘)๑๐๐ ใบอนุญาตขับรถสามลอสาธารณะ ฉบับละ (๑๙)๑๐๑ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสวนบุคคล ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๑๙/๑)๑๐๒ ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนตสาธารณะ ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๐)๑๐๓ ใบอนุญาตขับรถบดถนน ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๑)๑๐๔ ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร ฉบับละ ๕๐๐ บาท (๒๒)๑๐๕ ใบอนุญาตขับตามมาตรา ๔๓ (๙) ฉบับละ ๕๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ๙๒ อตั ราคา ธรรมเนียม (๙) แกไขเพิม่ เติมโดยพระราชบญั ญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๒ อตั ราคาธรรมเนยี ม (๑๐) แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ริ ถยนต (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๔ อัตราคาธรรมเนียม (๑๑) แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๕ อตั ราคาธรรมเนียม (๑๓) แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗ ๙๖ อตั ราคา ธรรมเนยี ม (๑๔) แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๗ อัตราคาธรรมเนียม (๑๕) แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๘ อัตราคา ธรรมเนยี ม (๑๖) แกไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๙๙ อตั ราคา ธรรมเนียม (๑๗) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๐ อัตราคาธรรมเนียม (๑๘) แกไขเพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๑ อตั ราคา ธรรมเนยี ม (๑๙) แกไขเพ่มิ เติมโดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๐๒ อัตราคาธรรมเนียม (๑๙/๑) เพ่ิมโดยพระราชบญั ญตั ริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๐๓ อตั ราคาธรรมเนยี ม (๒๐) แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๔ อัตราคาธรรมเนยี ม (๒๑) แกไขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบัญญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๕ อตั ราคาธรรมเนียม (๒๒) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๓๖ (๒๓)๑๐๖ (ยกเลิก) (๒๔)๑๐๗ (ยกเลิก) (๒๕)๑๐๘ (ยกเลิก) (๒๖)๑๐๙ (ยกเลิก) (๒๗)๑๑๐ (ยกเลิก) (๒๘) การแกไขรายการในใบอนุญาตขับรถ คร้ังละ ๕๐ บาท (๒๙) หนังสืออนุญาตตามมาตรา ๑๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๑๘ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๐) ใบแทนใบคูมือจดทะเบียนรถ ฉบับละ ๕๐ บาท (๓๑) ใบแทนใบอนุญาต คร่ึงหน่ึงของคาธรรมเนียมใบอนุญาต แตไมเกิน ฉบับละ ๑๐๐ บาท (๓๒) ใบแทนเครื่องหมายการเสียภาษีประจําป ฉบับละ ๒๐ บาท (๓๓) ใบแทนหนังสืออนุญาต ฉบับละ ๒๕ บาท (๓๔) คาธรรมเนียมอื่น คร้ังละ ๒๐ บาท (๓๕) การรับรองสําเนาเอกสาร แผนละ ๒๐ บาท (๓๖)๑๑๑ การตออายุใบอนุญาตขับรถ ครั้งละเทากับคาธรรมเนียมสําหรับใบอนุญาตขับรถแตละฉบับ ๑๐๖ อัตราคา ธรรมเนยี ม (๒๓) ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๗ อตั ราคา ธรรมเนียม (๒๔) ยกเลิกโดยพระราชบญั ญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๘ อัตราคา ธรรมเนียม (๒๕) ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๐๙ อัตราคาธรรมเนียม (๒๖) ยกเลิกโดยพระราชบญั ญัตริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๑๐ อัตราคาธรรมเนียม (๒๗) ยกเลกิ โดยพระราชบัญญตั ิรถยนต (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ ๑๑๑ อัตราคา ธรรมเนยี ม (๓๖) เพ่ิมโดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
๒๓๗ ÍÑμÃÒÀÒÉÕ»ÃÐจํา»‚ (๑)๑๑๒ รถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคนใหเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบรวมกันของเคร่ืองยนต ของรถยนตแตละคัน ในอัตราดังตอไปนี้ (ก) ๖๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตรแรก ลูกบาศกเซนติเมตรละ ๐.๕๐ บาท (ข) สวนท่ีเกิน ๖๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตร แตไมเกิน ๑,๘๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตร ลูกบาศกเซนติเมตรละ ๑.๕๐ บาท (ค) สวนท่ีเกิน ๑,๘๐๐ ลูกบาศกเซนติเมตร ลูกบาศกเซนติเมตรละ ๔.๐๐ บาท รถยนตตาม (๑) ที่นิติบุคคลเปนเจาของ และมิไดใหบุคคลธรรมดาเชาซ้ือในการประกอบธุรกิจ เก่ียวกับการใหเชาซ้ือของนิติบุคคลน้ัน ใหเก็บภาษีในอัตราสองเทา (๒) รถยนตนั่งสวนบุคคลเกินเจ็ดคน ใหเก็บภาษีตามนํ้าหนักในอัตราดังตอไปนี้ (ก) น้ําหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑๕๐ บาท (ข) น้ําหนักตั้งแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ค) น้ําหนักต้ังแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ง) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๐๐ บาท (จ) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๐๐ บาท (ฉ) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๐๐ บาท (ช) น้ําหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๐๐ บาท (ซ) น้ําหนักต้ังแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๐๐ บาท ๑๑๒ อตั ราภาษีประจาํ ป (๑) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔
๒๓๘ (ฌ) น้ําหนักตั้งแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๐๐ บาท (ญ) นํ้าหนักต้ังแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๔๐๐ บาท (ฎ) น้ําหนักตั้งแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๖๐๐ บาท (ฏ) นํ้าหนักต้ังแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๐๐ บาท (ฐ) น้ําหนักต้ังแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๐๐๐ บาท (ฑ) นํ้าหนักต้ังแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๒๐๐ บาท (ฒ) น้ําหนักตั้งแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๐๐ บาท (ณ) นํ้าหนักตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ข้ึนไป คันละ ๓,๖๐๐ บาท (๓)๑๑๓ รถจักรยานยนต ใหคํานวณภาษีประจําปในอัตราดังตอไปนี้ (ก) รถจักรยานยนตสวนบุคคล คันละ ๑๐๐ บาท (ข) รถจักรยานยนตสาธารณะ คันละ ๑๐๐ บาท (๔)๑๑๔ รถพวงของรถจักรยานยนตสวนบุคคล คันละ ๕๐ บาท (๕) รถพวงนอกจาก (๔) คันละ ๑๐๐ บาท (๖) รถบดถนน คันละ ๒๐๐ บาท (๗) รถแทรกเตอรท่ีใชในการเกษตร คันละ ๕๐ บาท (๘) รถยนตรับจางระหวางจังหวัด รถยนตบริการ ใหเก็บภาษีตามนํ้าหนักในอัตราดังตอไปนี้ (ก) นํ้าหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท (ข) นํ้าหนักต้ังแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (ค) น้ําหนักตั้งแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท ๑๑๓ อัตราภาษปี ระจาํ ป (๓) แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบบั ท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑๑๔ อัตราภาษีประจําป (๔) แกไ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๓) พ.ศ. ๒๕๔๗
(ง) น้ําหนักต้ังแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ ๒๓๙ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (จ) น้ําหนักตั้งแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ คันละ ๑,๖๕๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๒,๑๐๐ บาท คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฉ) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ คันละ ๓,๐๐๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท คันละ ๓,๙๐๐ บาท (ช) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ คันละ ๔,๓๕๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๔,๘๐๐ บาท คันละ ๕,๒๕๐ บาท (ซ) นํ้าหนักตั้งแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ คันละ ๕,๗๐๐ บาท กิโลกรัม คันละ ๖,๑๕๐ บาท คันละ ๖,๖๐๐ บาท (ฌ) นํ้าหนักต้ังแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ คันละ ๑๘๕ บาท กิโลกรัม คันละ ๓๑๐ บาท คันละ ๔๕๐ บาท (ญ) นํ้าหนักต้ังแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม (ฎ) น้ําหนักต้ังแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม (ฏ) น้ําหนักต้ังแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม (ฐ) นํ้าหนักต้ังแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม (ฑ) น้ําหนักตั้งแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม (ฒ) น้ําหนักต้ังแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม (ณ) นํ้าหนักตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ข้ึนไป (๙) รถยนตรับจาง ใหเก็บภาษีตามนํ้าหนักในอัตราดังตอไปนี้ (ก) นํ้าหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม (ข) นํ้าหนักตั้งแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม (ค) นํ้าหนักตั้งแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม
๒๔๐ (ง) นํ้าหนักต้ังแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ คันละ ๕๖๐ บาท กิโลกรัม (จ) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๘๕ บาท (ฉ) น้ําหนักต้ังแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๘๗๕ บาท (ช) น้ําหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๖๐ บาท (ซ) นํ้าหนักต้ังแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๒๕๐ บาท (ฌ) นํ้าหนักตั้งแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๔๓๕ บาท (ญ) นํ้าหนักตั้งแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๒๕ บาท (ฎ) น้ําหนักตั้งแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๘๑๐ บาท (ฏ) น้ําหนักตั้งแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๐๐๐ บาท (ฐ) น้ําหนักต้ังแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๑๘๕ บาท (ฑ) นํ้าหนักตั้งแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๓๗๕ บาท (ฒ) น้ําหนักตั้งแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๖๐ บาท (ณ) น้ําหนักตั้งแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๒,๗๕๐ บาท (๑๐) รถยนตบ รรทกุ สว นบคุ คลหรอื รถยนตส าํ หรบั ลากจงู ซง่ึ มไิ ดใ ชใ นการประกอบการขนสง สว นบคุ คล ตามกฎหมายวาดวยการขนสงทางบกหรือรถแทรกเตอรท่ีมิไดใชในการเกษตร ใหเก็บภาษีตาม น้ําหนักในอัตราดังตอไปน้ี (ก) น้ําหนักไมเกิน ๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓๐๐ บาท (ข) นํ้าหนักต้ังแต ๕๐๑ - ๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๔๕๐ บาท
๒๔๑ (ค) น้ําหนักต้ังแต ๗๕๑ - ๑,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๖๐๐ บาท (ง) นํ้าหนักตั้งแต ๑,๐๐๑ - ๑,๒๕๐ กิโลกรัม คันละ ๗๕๐ บาท (จ) น้ําหนักต้ังแต ๑,๒๕๑ - ๑,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๙๐๐ บาท (ฉ) น้ําหนักต้ังแต ๑,๕๐๑ - ๑,๗๕๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๐๕๐ บาท (ช) น้ําหนักต้ังแต ๑,๗๕๑ - ๒,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๓๕๐ บาท (ซ) นํ้าหนักตั้งแต ๒,๐๐๑ - ๒,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๖๕๐ บาท (ฌ) นํ้าหนักต้ังแต ๒,๕๐๑ - ๓,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๑,๙๕๐ บาท (ญ) นํ้าหนักต้ังแต ๓,๐๐๑ - ๓,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๒๕๐ บาท (ฎ) น้ําหนักต้ังแต ๓,๕๐๑ - ๔,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๕๕๐ บาท (ฏ) น้ําหนักตั้งแต ๔,๐๐๑ - ๔,๕๐๐ กิโลกรัม คันละ ๒,๘๕๐ บาท (ฐ) น้ําหนักตั้งแต ๔,๕๐๑ - ๕,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๑๕๐ บาท (ฑ) นํ้าหนักต้ังแต ๕,๐๐๑ - ๖,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๔๕๐ บาท (ฒ) น้ําหนักต้ังแต ๖,๐๐๑ - ๗,๐๐๐ กิโลกรัม คันละ ๓,๗๕๐ บาท (ณ) น้ําหนักต้ังแต ๗,๐๐๑ กิโลกรัม ขึ้นไป คันละ ๔,๐๕๐ บาท (๑๐/๑)๑๑๕ รถอื่นท่ีกําหนดในกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอํานาจตามบทนิยามคําวา “รถ” ในมาตรา ๔ ใหเก็บภาษีตามน้ําหนักในอัตราตาม (๑๐) ๑๑๕ อัตราภาษปี ระจําป (๑๐/๑) เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๑๗) พ.ศ. ๒๕๕๗
๒๔๒ (๑๑)๑๑๖ รถที่ขับเคลื่อนดวยพลังงานไฟฟา หรือรถท่ีขับเคล่ือนดวยพลังงานอ่ืนโดยมิไดใชเครื่องยนต ตามท่ีกําหนดในกฎกระทรวง ใหจัดเก็บภาษีในอัตราดังตอไปนี้ (ก) รถยนตนั่งสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคน ใหจัดเก็บภาษีตามน้ําหนักของรถในอัตราตาม (๒) (ข) รถอ่ืนนอกจาก (ก) ใหจัดเก็บภาษีในอัตราก่ึงหน่ึงของรถตาม (๒) (๓) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) แลวแตกรณี (๑๒)๑๑๗ รถที่ขับเคล่ือนดวยเคร่ืองยนตที่ใชพลังงานทดแทน พลังงานอนุรักษสิ่งแวดลอม หรือพลังงาน อยา งประหยดั ตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ใหจ ดั เกบ็ ภาษใี นอตั รากงึ่ หนงึ่ ของอตั ราทกี่ าํ หนดไว (๑๓)๑๑๘ รถท่ีขับเคลื่อนดวยเครื่องยนตที่ใชกาซธรรมชาติซึ่งเปนกาซไฮโดรคารบอนท่ีประกอบดวย กาซมีเทนเปนสวนใหญเปนเช้ือเพลิง ใหจัดเก็บภาษีในอัตราดังตอไปน้ี (ก) ระบบเชื้อเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวเพียงอยางเดียวในอัตราก่ึงหน่ึงของอัตรา ท่ีกําหนดไว (ข) ระบบเช้ือเพลิงที่ใชกาซธรรมชาติดังกลาวรวมหรือสลับกับนํ้ามันเชื้อเพลิงในอัตราสามในส่ี ของอัตราที่กําหนดไว ในการคํานวณนํ้าหนัก ใหรวมน้ําหนักของรถและเครื่องอุปกรณที่ติดกับตัวรถตามปกติแตไมรวม นํ้าหนักน้ํามันเช้ือเพลิง น้ํามันเคร่ือง น้ํา และเคร่ืองมือประจํารถ ถามีเศษของกิโลกรัมใหปดทิ้ง ๑๑๖ อัตราภาษีประจําป (๑๑) แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตริ ถยนต (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๑๗ อัตราภาษปี ระจําป (๑๒) เพิม่ โดยพระราชบัญญตั ริ ถยนต (ฉบับท่ี ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๑๘ อัตราภาษปี ระจําป (๑๓) เพม่ิ โดยพระราชบัญญตั ิรถยนต (ฉบบั ที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๕๐
๒๔๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายวาดวยรถยนตร ไดประกาศใชบังคับมาต้ังแตป พ.ศ. ๒๔๗๓ นับเปนเวลาเกือบหาสิบปแลว และในระหวางระยะเวลา ดังกลาวมีการแกไขเพ่ิมเติมมาแลวประมายี่สิบครั้ง อยางไรก็ดียังมีบทบัญญัติอีกหลายมาตราท่ีใชอยู ไมเหมาะสมกับกาลสมัยและสภาพการณของบานเมือง สมควรปรับปรุงเสียใหมใหเหมาะสมและรัดกุม ย่ิงขึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนต (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๒๔๑๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับต้ังแตวันท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เปนตนไป มาตรา ๕ อัตราภาษีประจําปของรถยนตรตามพระราชบัญญัติรถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี ไมใชบังคับแกรถยนตรท่ีไดเสียภาษีในป พ.ศ. ๒๕๒๔ ไวแลว และรถยนตรที่คางชําระภาษีประจําปกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๖ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เน่ืองจากหลักเกณฑและอัตรา การเก็บภาษีรถยนตรน่ังสวนบุคคลไมเกินเจ็ดคนยังไมเหมาะสม สมควรเปลี่ยนหลักเกณฑและอัตรา ภาษีรถยนตรดังกลาวเพื่อกอใหเกิดการใชน้ํามันโดยประหยัดตามสภาวะของการขาดแคลนน้ํามัน ในปจจุบัน นอกจากนั้น สมควรเพิ่มอัตราภาษีรถยนตรดังกลาวสําหรับรถยนตรน่ังสวนบุคคลไมเกิน เจ็ดคนที่นิติบุคคลบางประเภทเปนเจาของ เพราะภาษีรถยนตรยอมถือเปนรายจายในการคํานวณ กําไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินไดของนิติบุคคลดังกลาวอยูแลว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี พระราชบัญญัติรถยนตร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๕๑๒๐ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปรากฏวาพระราชบัญญัติ รถยนตร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติให “ผูใด” (อันหมายถึงเจาของกรรมสิทธ์ิรถยนตร) จะไปขอจดทะเบียน รถใหยื่นคําขอตอนายทะเบียนแหงทองที่ที่ตนมีภูมิลําเนาน้ัน ยังไมสอดคลองกับสภาพการณและ ความตองการของประชาชนในปจจุบัน เพราะประชาชนสวนใหญไดซื้อรถยนตรในระบบ “เชาซ้ือ” การขอจดทะเบียนรถจึงตกเปนหนาที่ของผูขายคือบริษัทรถยนตร ซ่ีึงมีภูมิลําเนาอยูในที่ตาง ๆ การตอทะเบียนก็ดี การตรวจสภาพรถยนตรก็ดี จะตองกระทําท่ีนายทะเบียนในทองที่น้ันเมื่อประชาชน ซื้อรถไปใชในทองถ่ินอื่น การกระทําตามพระราชบัญญัติรถยนตรน้ีจึงเปนการสรางความเดือดรอน ๑๑๙ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๘๙/ตอนท่ี ๑๓๙/ฉบับพิเศษ หนา ๔/๒๔ สงิ หาคม ๒๕๒๔ ๑๒๐ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๙๙/ตอนที่ ๑๗/ฉบบั พิเศษ หนา ๑/๕ กมุ ภาพันธ ๒๕๒๕
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416