Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Published by bird.tent2626, 2020-04-20 04:10:02

Description: 35_กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงานจราจร

Search

Read the Text Version

๓๔๔ ËÁÇ´ ó ¡Í§·Ø¹·´á·¹¼ÙŒ»ÃÐʺÀÑ มาตรา ๓๓ ใหจัดต้ังกองทุนข้ึนเรียกวา “กองทุนทดแทนผูประสบภัย” มีวัตถุประสงค เพื่อเปนทุนสําหรับจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยเมื่อมีกรณีตามมาตรา ๒๓ และเปน คาใชจายอ่ืนในการดําเนินการตามพระราชบัญญัติน้ี กองทุนประกอบดวย (๑) เงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให (๒)๒๙เงินที่บริษัทจายสมทบตามหลักเกณฑท่ีกําหนดตามมาตรา ๓๖ และเงินเพ่ิมท่ีได รับตามมาตรา ๓๖ ทวิ (๓) เงินอุดหนุนท่ีรัฐบาลจัดสรรใหจากงบประมาณรายจายประจําป (๔) เงินหรือทรัพยสินที่ไดมาตามมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ หรือมาตรา ๓๒ (๕) เงินหรือทรัพยสินที่มีผูอุทิศให (๖) ดอกผลของเงินกองทุน (๗) เงินท่ีไดจากการขายทรัพยสินที่ไดมาตาม (๔) และ (๕) (๘) เงินรายไดอื่น ๆ เงินและทรัพยสินดังกลาวใหเปนของสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัยเพื่อใชประโยชนตามวัตถุประสงคของกองทุน โดยไมตองนําสงกระทรวงการ คลังเปนรายไดแผนดิน มาตรา ๓๔๓๐ ใหมีสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยข้ึนในสํานักงานคณะกรรมการ กํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เพ่ือดําเนินการเกี่ยวกับกองทุน สํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยอาจจัดสรรเงินกองทุนไมเกินรอยละสามสิบหา ของดอกผลของเงินกองทุนตอปเพื่อเปนคาใชจายในการบริหารงานและคาใชจายอื่นของสํานักงาน กองทุนทดแทนผูประสบภัย๓๑ การเบิกจาย การเก็บรักษา การจัดการกองทุน คาใชจายในการดําเนินงานและอัตรา เบ้ียประชุมของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ และคาใชจายอ่ืนของสํานักงานกองทุนทดแทน ผูประสบภัยใหเปนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย กําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ๒๙ มาตรา ๓๓ (๒) แกไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั คิ ุม ครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๓๐ มาตรา ๓๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๓๑ มาตรา ๓๔ วรรคสอง แกไ ขเพม่ิ เติมโดยพระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๔๕ มาตรา ๓๕๓๒ เม่ือมีกรณีตามมาตรา ๒๓ เกิดขึ้นและผูประสบภัยไมอาจขอรับคาเสีย หายเบ้ืองตนจากเจาของรถท่ีมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายหรือบริษัทได ใหสํานักงานกองทุน ทดแทนผปู ระสบภยั จา ยคา เสยี หายเบอื้ งตน ใหแ กผ ปู ระสบภยั จากกองทนุ เมอื่ ผปู ระสบภยั ไดน าํ หลกั ฐาน สําเนาบันทึกประจําวันของพนักงานสอบสวนมาแสดงพรอมกับการยื่นคําขอ การรองขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนจากกองทุนและการจายคาเสียหายเบ้ืองตนจากกองทุน ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขท่ีกําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๖๓๓ ใหบริษัทจายเงินสมทบใหแกกองทุนทุกรอบสามเดือน ในอัตราไมเกิน รอยละสิบของเบ้ียประกันภัยท่ีไดรับจากผูเอาประกันภัยในแตละสามเดือน เงินสมทบท่ีบริษัทจายนั้น ใหนําไปหักเปนคาใชจายในการคํานวณภาษีเงินไดตามประมวลรัษฎากรได การเรียกเก็บและการจายเงินสมทบจากบริษัท ใหเปนไปตามหลักเกณฑและวิธีการ ที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๖ ทวิ๓๔ บริษัทใดไมจายเงินสมทบใหแกกองทุนใหถูกตองและครบถวน ตามมาตรา ๓๖ ตองเสียเงินเพิ่มในอัตรารอยละสองตอเดือนของเงินสมทบท่ีไมไดจาย ËÁÇ´ ô º·กํา˹´â·É มาตรา ๓๗๓๕ เจาของรถผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ ตองระวางโทษปรับ ไมเกินหนึ่งหม่ืนบาท มาตรา ๓๘๓๖ บริษัทใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐ ทวิ หรือมาตรา ๓๖ ตองระวางโทษปรับตั้งแตหาหม่ืนบาทถึงสองแสนหาหม่ืนบาท มาตรา ๓๙๓๗ ผูใดฝาฝนมาตรา ๑๑ ตองระวางโทษปรับไมเกินหน่ึงหม่ืนบาท มาตรา ๔๐๓๘ เจาของรถหรือผูใชรถผูใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๑๒ หรือบริษัทใดไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๑๓ ตองระวางโทษปรับไมเกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๔๑๓๙ บริษัทใดไมปฏิบัติตามหรือฝาฝนประกาศท่ีออกตามความในมาตรา ๑๔ วรรคสอง ตองระวางโทษปรับต้ังแตหน่ึงหม่ืนบาทถึงหาหม่ืนบาท ๓๒ มาตรา ๓๕ วรรคหนง่ึ แกไ ขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัตคิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓๓ มาตรา ๓๖ แกไ ขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติคุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๓๔ มาตรา ๓๖ ทวิ เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๓๕ มาตรา ๓๗ แกไขเพมิ่ เติมโดยพระราชบัญญตั คิ ุมครองผูประสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๓๖ มาตรา ๓๘ แกไ ขเพ่ิมเติมโดยพระราชบญั ญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓๗ มาตรา ๓๙ แกไขเพ่มิ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิคุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ๓๘ มาตรา ๔๐ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบญั ญตั ิคุมครองผูป ระสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๓๙ มาตรา ๔๑ แกไขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัติคุมครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๔๖ มาตรา ๔๒๓๙.๑ (ยกเลิก) มาตรา ๔๓๔๐ (ยกเลิก) มาตรา ๔๔๔๑ บริษัทใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๐ หรือ ไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๕ หรือเจาของรถหรือบริษัทใดไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๖ ตองระวางโทษปรับ ต้ังแตหนึ่งหม่ืนบาทถึงหาหม่ืนบาท มาตรา ๔๕๔๒ ผูใดย่ืนคําขอรับชดใชคาเสียหายเบื้องตนหรือคาสินไหมทดแทนตาม พระราชบัญญัติน้ีโดยทุจริต หรือแสดงหลักฐานอันเปนเท็จเพ่ือขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนหรือ คาสินไหมทดแทนตามพระราชบัญญัติน้ี ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาป หรือปรับไมเกินหน่ึงแสนบาท หรือทั้งจําท้ังปรับ มาตรา ๔๖ บรรดาความผดิ ตามพระราชบญั ญตั นิ ที้ ม่ี โี ทษปรบั สถานเดยี วใหน ายทะเบยี น มีอํานาจเปรียบเทียบปรับได และเมื่อไดชําระคาปรับตามจํานวนท่ีเปรียบเทียบภายในสามสิบวัน แลว ใหถือวาคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา º·à©¾ÒСÒÅ มาตรา ๔๗ ใหเจาของรถซึ่งใชรถหรือมีรถไวเพ่ือใชอยูในวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ใช บังคับดําเนินการจัดใหมีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยตามพระราชบัญญัตินี้ใหเสร็จ ส้ินภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ และกอนพนระยะเวลาดังกลาว มิใหถือวาเจาของรถน้ันไมปฏิบัติตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ ใหบทบัญญัติมาตรา ๒๓ (๕) มีผลใชบังคับกับรถท่ีเจาของรถไดจัดใหมีการประกัน ความเสียหายไวแลวตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ ภายใตบังคับวรรคสอง บทบัญญัติมาตรา ๒๓ ยังมิใหใชบังคับจนกวาจะพนกําหนด สามรอยหกสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ ผูรับสนองพระบรมราชโองการ อานันท ปนยารชุน นายกรัฐมนตรี ๓๙.๑ มาตรา ๔๒ ยกเลกิ โดยพระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผูประสบภยั จากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๐ มาตรา ๔๓ ยกเลิกโดยพระราชบัญญัตคิ ุมครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๑ มาตรา ๔๔ แกไ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบัญญัตคิ ุม ครองผปู ระสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ๔๒ มาตรา ๔๕ แกไ ขเพิม่ เตมิ โดยพระราชบญั ญัติคุม ครองผปู ระสบภยั จากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐

๓๔๗ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากปรากฏวาอุบัติเหตุอัน เกิดจากรถไดทวีจํานวนข้ึนในแตละป เปนเหตุใหมีผูไดรับบาดเจ็บและเสียชีวิตเปนจํานวนมาก โดยผูประสบภัยดังกลาวไมไดรับการชดใชคาเสียหายหรือไดรับชดใชคาเสียหายไมคุมกับความเสียหาย ที่ไดรับจริง และหากผูประสบภัยจะใชสิทธิทางแพงเรียกรองคาเสียหายก็จะตองใชเวลาดําเนินคดี ยาวนาน ดังน้ัน เพื่อใหผูประสบภัยไดรับการชดใชคาเสียหายและไดรับคาเสียหายเบ้ืองตนท่ีแนนอน และทันทวงที สมควรกําหนดใหมีกฎหมายวาดวยการคุมครองผูประสบภัยจากรถ จึงจําเปนตองตรา พระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕๔๓ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติคุมครอง ผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ มีบทบัญญัติไมเหมาะสมบางประการ และยังมีปญหาในการบังคับ ใชและการปฏิบัติตาม สมควรขยายระยะเวลาการใชบังคับออกไปกอน เพื่อดําเนินการแกไขปญหา ดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัตินี้ พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๔๐๔๔ มาตรา ๑๙ ใหบ รษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ จาํ กดั จดั ใหม สี ถานทด่ี าํ เนนิ การ เพื่อใหบริการครบทุกจังหวัดรวมท้ังกรุงเทพมหานครใหแลวเสร็จภายในหน่ึงปนับแตวันท่ี พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับ สวนการจัดใหมีสถานที่ดําเนินการเพ่ิมเติมตอไปใหสอดคลองกับปริมาณ ความตองการของการใหบริการแกผูประสบภัยจากรถ ใหเปนไปตามที่อธิบดีกรมการประกันภัยกําหนด โดยคําแนะนําของคณะกรรมการ มาตรา ๒๐ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่กฎหมายวาดวยการคุมครอง ผูประสบภัยจากรถท่ีใชอยูในปจจุบันมีบทบัญญัติหลายประการที่ยังไมเหมาะสมและสอดคลองกับ สภาวการณทางเศรษฐกิจและสังคมในปจจุบัน ซึ่งมีผลกระทบตอประชาชนโดยตรง เชน บทบัญญัติ เกี่ยวกับองคประกอบและอํานาจหนาท่ีของคณะกรรมการคุมครองผูประสบภัยจากรถ แบบและ ขอความในกรมธรรมประกันภัย และอัตราเบี้ยประกันภัย สมควรแกไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติในเรื่อง ดังกลาว รวมท้ังเพ่ิมเติมบทบัญญัติเก่ียวกับการกําหนดใหบริษัทประกันภัยตองจายคาสินไหมทดแทน ๔๓ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๑๑/หนา ๑/๔ พฤศจิกายน ๒๕๓๕ ๔๔ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๔/ตอนที่ ๗๒ ก/หนา ๒๓/๑๖ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๐

๓๔๘ นอกเหนือจากคาเสียหายเบื้องตนใหแกผูประสบภัยจากรถตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดการจัด ใหมีบริษัทคุมครองผูประสบภัยจากรถกลางข้ึนเพื่อใหบริการเกี่ยวกับการรับประกันภัยและการจาย คาสินไหมทดแทนแทนบริษัทและสํานักงานงานกองทุนทดแทนผูประสบภัย การกําหนดคาใชจาย ในการบริหารสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยและการกําหนดอัตราเงินสมทบ ระยะเวลา และ หลักเกณฑการจายเงินสมทบที่บริษัทตองจายใหแกกองทุนทดแทนผูประสบภัย รวมท้ังปรับปรุง บทกําหนดโทษใหเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี *พระราชกฤษฎีกาแกไขบทบัญญัติใหสอดคลองกับการโอนอํานาจหนาท่ีของสวนราชการใหเปนไป ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕๔๕ มาตรา ๔๘ ในพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ใหแกไขคําวา “ผูแทนกรมการปกครอง” เปน “ผูแทนกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย” หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ไดบัญญัติใหจัดต้ังสวนราชการข้ึนใหมโดยมีภารกิจใหม ซึ่งไดมีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอํานาจหนาที่ของสวนราชการใหเปนไปตาม พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม น้ันแลว และเน่ืองจากพระราชบัญญัติดังกลาวไดบัญญัติ ใหโอนอํานาจหนาที่ของสวนราชการ รัฐมนตรีผูดํารงตําแหนงหรือผูซึ่งปฏิบัติหนาท่ีในสวนราชการ เดิมมาเปนของสวนราชการใหม โดยใหมีการแกไขบทบัญญัติตาง ๆ ใหสอดคลองกับอํานาจหนาท่ี ท่ีโอนไปดวย ฉะนั้น เพ่ืออนุวัติใหเปนไปตามหลักการท่ีปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกา ดงั กลา ว จึงสมควรแกไ ขบทบัญญัติของกฎหมายใหส อดคลอ งกับการโอนสว นราชการ เพ่ือใหผ เู กีย่ วขอ ง มีความชัดเจนในการใชกฎหมายโดยไมตองไปคนหาในกฎหมายโอนอํานาจหนาท่ีวาตามกฎหมายใด ไดมีการโอนภารกิจของสวนราชการหรือผูรับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเปนของหนวยงานใดหรือ ผูใดแลว โดยแกไขบทบัญญัติของกฎหมายใหมีการเปลี่ยนชื่อสวนราชการ รัฐมนตรี ผูดํารงตําแหนง หรือผูซ่ึงปฏิบัติหนาที่ของสวนราชการใหตรงกับการโอนอํานาจหนาที่ และเพิ่มผูแทนสวนราชการใน คณะกรรมการใหตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากสวนราชการเดิมมาเปนของสวนราชการใหม รวมท้ังตัดสวนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแลว ซ่ึงเปนการแกไขใหตรงตามพระราชบัญญัติและ พระราชกฤษฎีกาดังกลาว จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกาน้ี ๔๕ ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หนา ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕

๓๔๙ พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐๔๖ มาตรา ๒๐ สิทธิเรียกรองคาเสียหายเบ้ืองตนหรือคาสินไหมทดแทนท่ีมีอยูกอนวันที่ พระราชบัญญัติน้ีใชบังคับใหคงมีอยูตอไป ทั้งนี้ ภายใตหลักเกณฑ วิธีการ เง่ือนไขและระยะเวลาที่ใช บังคับอยูในขณะนั้น มาตรา ๒๑ บรรดากฎกระทรวงท่ีออกตามความในมาตรา ๑๓ แหงพระราชบัญญัติ คุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ และยังใชบังคับอยูในวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา ใหยังคงใชบังคับไดตอไปเทาท่ีไมขัดหรือแยงกับบทบัญญัติแหงพระราชบัญญัติ คุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติน้ี จนกวาจะไดมีประกาศ ท่ีออกตามมาตรา ๑๓ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ มาตรา ๒๒ ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทใี่ นปจ จบุ นั ปรากฏวา มผี ปู ระสบภยั จากรถบางประเภทที่ยังไมไดรับการคุมครองตามพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ทําใหผูประสบภัยไมไดรับการชดใชคาเสียหายเบื้องตนที่แนนอนและทันทวงที นอกจาก น้ี ยังมีบทบัญญัติบางประการท่ีไมเหมาะสมและสอดคลองกับสภาวการณทางเศรษฐกิจและสังคมใน ปจจุบัน เชน บทบัญญัติเก่ียวกับหลักฐานการมีประกันความเสียหาย การแจงการบอกเลิกกรมธรรม การใชจายเงินกองทุน การจายคาเสียหายเบื้องตนจากเงินกองทุนและการเรียกคาเสียหายเบ้ืองตนคืน สมควรแกไขเพ่ิมเติมบทบัญญัติในเร่ืองดังกลาว รวมทั้งปรับปรุงบทกําหนดโทษใหเหมาะสมยิ่งข้ึน จึงจําเปนตองตราพระราชบัญญัติน้ี ๔๖ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนท่ี ๑๙ ก/หนา ๔/๕ เมษายน ๒๕๕๐

๓๕๐ ¡®¡ÃзÃǧ ©ºÑº·Õè ò (¾.È. òõóõ) ÍÍ¡μÒÁ¤ÇÒÁã¹¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ¤ŒØÁ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö ¾.È. òõóõ อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๙ แหง พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ เจาของรถซึ่งไมมีภูมิลําเนาหรือถ่ินท่ีออยูในราชอาณาจักรจะนํารถท่ีจดทะเบียน ในตางประเทศเขามาใชในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราวตองจัดใหมีการประกันความเสียหาย สําหรับผูประสบภัย โดยเอาประกันภัยไวกับบริษัทเพื่อคุมครองความรับผิดตอชีวิตหรือรางกายของ ผูประสบภัย อันเกิดจากการใชรถนั้นหรืออยูในทาง หรือจากส่ิงที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถนั้น โดยมจี าํ นวนเงนิ เอาประกนั ภยั ตอ คน และตอ ความเสยี หายทเ่ี กดิ ขน้ึ ตอ ครงั้ ไมน อ ยกวา จาํ นวนทก่ี าํ หนดไว ในกฎกระทรวง ซงึ่ ออกตามความในมาตรา ๗ วรรคสอง แหง พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ขอ ๒ การเอาประกันภัยตามขอ ๑ ตองมีระยะเวลาประกันภัยไมนอยกวาระยะเวลา ท่ีรถน้ันอยูในราชอาณาจักร ขอ ๓ เมื่อมีการนํารถออกนอกราชอาณาจักร ใหเจาของรถนั้นสงคืนเคร่ืองแสดงวา มีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยจากรถใหแกพนักงานเจาหนาที่ตรวจคนเขาเมืองที่รถ นั้นออก เวนแตรถที่เจาของรถนําเขาออกราชอาณาจักรเปนประจําและการประกันภัยนั้นยังไมส้ินสุด ระยะเวลาเอาประกันภัย ขอ ๔ กฎกระทรวงนี้ใหใชบังคับต้ังแตวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปนตนไป ใหไว ณ วันท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ อมเรศ ศิลาออน รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย

๓๕๑ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับน้ี คือ เนื่องจากมาตรา ๙ แหงพระราชบัญญัติ คุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติใหการกําหนดจํานวนเงิน หลักเกณฑ วิธีการ และ เงื่อนไขสําหรับรถท่ีจดทะเบียนในตางประเทศ และนําเขามาใชในราชอาณาจักรเปนการช่ัวคราว ตอง จัดใหมีการประกันความเสียหายสําหรับผูประสบภัยตองกระทําโดยกฎกระทรวง จึงจําเปนตองออก กฎกระทรวงน้ี

๓๕๒ ¡®¡ÃзÃǧ ©ºÑº·èÕ ÷ (¾.È. òõóõ) ÍÍ¡μÒÁ¤ÇÒÁã¹¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμԤ،Á¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö ¾.È. òõóõ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๓๕ วรรคสองแหง พระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยออก กฎกระทรวงไวดังตอไปน้ี ขอ ๑ ในกรณีที่บริษัทไมจายคาเสียหายเบ้ืองตนตามมาตรา ๒๐ หรือจายใหไมครบ ใหผูประสบภัยหรือทายาทโดยธรรมของผูประสบภัย แลวแตกรณี แจงตอสํานักงานกองทุนทดแทน ผูประสบภัย พรอมขอเท็จจริงดังนี้ (๑) ช่ือบริษัทประกันภัย และหมายเลขกรมธรรมประกันภัย (๒) จํานวนเงินคาเสียหายเบื้องตนท่ีประสงคไดรับ (๓) วันท่ีไปย่ืนขอรับคาเสียหายเบื้องตนจากบริษัทประกันภัย ขอ ๒ ในกรณีท่ีผูประสบภัยไดรับความเสียหายจากรถท่ีบริษัทไดรับประกันไว และ บริษัทไมจายคาเสียหายเบื้องตน หรือจายคาเสียหายเบื้องตนไมครบจํานวนท่ีตองจายหรือในกรณี ที่ผูประสบภัยไมอาจขอรับคาเสียหายเบื้องตนจากเจาของรถที่กอใหเกิดความเสียหาย หรือจาก บริษัทไดเพราะกรณีตามมาตรา ๒๓ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ใหผูประสบภัยหรือทายาทโดยธรรมของผูประสบภัย แลวแตกรณียื่นคํารองขอรับคาเสียหายเบื้องตน ตอสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยพรอมหลักฐานดังน้ี (๑) ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการแจงหนี้ (๒) สําเนาบัตรประจําตัว ใบสําคัญประจําตัวคนตางดาว หนังสือเดินทางหรือสําเนา ทะเบียนบาน ในกรณีผูประสบภัยไดรับบาดเจ็บ (๓) สําเนามรณบัตร สําเนาทะเบียนบาน หรือสําเนาบัตรประจําตัวในกรณีท่ีผูประสบภัย ถึงแกความตาย

๓๕๓ ในกรณีผูประสบภัยถึงแกความตายใหทายาทโดยธรรมของผูประสบภัยย่ืนเอกสาร ตาม (๓) ดวย ขอ ๓ การยื่นคํารองขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนใหยื่นตามแบบที่นายทะเบียนกําหนดตอ สํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัย กรมการประกันภัย หรือสําเนางานประกันภัยภูมิภาค สํานักงาน พาณิชยจังหวัด หรือสถานท่ีที่นายทะเบียนกําหนด ขอ ๔ ผปู ระสบภยั หรอื ทายาทโดยธรรมของผปู ระสบภยั ตอ งรอ งขอรบั คา เสยี หายเบอ้ื งตน จากสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยภายในหน่ึงรอยแปดสิบวัน นับแตวันท่ีมีความเสียหาย เบ้ืองตนไมวาจะเปนกรณีตามมาตรา ๒๓ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) หรือ (๖) ขอ ๕ กฎกระทรวงน้ีใหใชบังคับตั้งแตวันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เปนตนไป ใหไว ณ วันท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ อมเรศ ศิลาออน รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย

๓๕๔ ¡®¡ÃзÃǧ ©ºÑº·èÕ ñö (¾.È. òõôó) ÍÍ¡μÒÁ¤ÇÒÁã¹¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμÔ¤ŒØÁ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö ¾.È. òõóõ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๘ (๔) แหงพระราชบัญญัติคุมครอง ผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปน้ี ใหรถของหนวยงานธุรการขององคกรที่จัดตั้งข้ึนตามรัฐธรรมนูญและหนวยงานธุรการ ที่เปนอิสระขององคกรใด ๆ ตามที่ระบุไวในรัฐธรรมนูญ ไดรับยกเวนไมตองจัดใหมีการประกันภัย ความเสียหายตามมาตรา ๗ ใหไว ณ วันท่ี ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ อมเรศ ศิลาออน รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ไดบัญญัติใหมีการต้ังองคกรตาง ๆ ขึ้นใหมหลายองคกร และแตละองคกรก็จะมีหนวยงานธุรการเฉพาะ ของตน รวมทั้งบัญญัติใหมีหนวยงานธุรการที่เปนอิสระข้ึนสําหรับบางองคกรดวย สมควรกําหนดใหรถ ของหนวยงานธุรการขององคกรตางๆ ดังกลาว ไดรับยกเวนไมตองจัดใหมีการประกันความเสียหาย ตามมาตรา ๗ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงจําเปนตองออก กฎกระทรวงน้ี

๓๕๕ ¡®¡ÃзÃǧ กํา˹´ÍÑμÃÒ ËÅѡࡳ± áÅÐÇÔ¸Õ¡Òè‹ÒÂà§Ô¹ÊÁ·º·èÕºÃÔÉÑ·»ÃСѹÀÑ μŒÍ§¨‹ÒÂãˌᡋ¡Í§·Ø¹·´á·¹¼ÙŒ»ÃÐʺÀÑ ¾.È. òõô÷ อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๖ แหง พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ อันเปนพระราชบัญญัติท่ีมีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของ บุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย ออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ใหยกเลิกกฎกระทรวงกําหนดอัตรา หลักเกณฑ และวิธีการจายเงินสมทบท่ีบริษัท ประกันภัยตองจายใหแกกองทุนทดแทนผูประสบภัย พ.ศ. ๒๕๔๖ ขอ ๒ ใหบริษัทจายเงินสมทบใหแกกองทุนภายในสามสิบวัน นับแตวันสิ้นรอบสาม เดือนในอัตรารอยละหนึ่งของเบี้ยประกันภัยที่ไดรับจากผูเอาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุมครอง ผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ การคํานวณเบี้ยประกันภัยท่ีไดรับจากผูเอาประกันภัยตามวรรคหนึ่งใหใชเกณฑสิทธิ โดยใหนําเบี้ยประกันภัยที่เกิดข้ึนในรอบสามเดือนใดแมวาจะยังไมไดรับชําระในรอบสามเดือนนั้น มารวมคํานวณเปนเบี้ยประกันภัยของรอบสามเดือนน้ัน ขอ ๓ การจายเงินสมทบตามขอ ๒ ใหบริษัทจายเงินดังนี้ (๑) เงินสด เช็ค หรือดราฟ (๒) โอนเงินจายเขาบัญชีกองทุนที่ฝากไวกับธนาคารพาณิชย ขอ ๔ ในกรณีท่ีบริษัทจายเงินสมทบเปนเช็คหรือดราฟ บริษัทจะตองส่ังจายกองทุน และเช็คหรือดราฟนั้นตองเปนเช็คหรือดราฟท่ีไมลงวันที่ลวงหนา

๓๕๖ ขอ ๕ ในกรณีท่ีบริษัทสงเงินสมทบเพื่อจายใหแกกองทุนเกินจํานวนท่ีตองชําระในรอบ สามเดือนใด ใหบริษัทย่ืนคํารองตามแบบท่ีนายทะเบียนกําหนดเพ่ือขอเงินในสวนท่ีเกินน้ันไปจายเปน เงินสมทบใหแกกองทุนในรอบสามเดือนตอ ๆ ไปจนกวาเงินในสวนที่เกินนั้นจะหมดลง ขอ ๖ กฎกระทรวงน้ีใหใชบังคับต้ังแตวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เปนตนไป ใหไว ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ วัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชก ฎกระทรวงฉบบั น้ี คอื เนอ่ื งจากอตั ราเงนิ สมทบทบี่ รษิ ทั ประกนั ภัยตองจายใหแกกองทุนทดแทนผูประสบภัยตามที่กําหนดในกฎกระทรวงกําหนด อัตรา หลักเกณฑ และวิธีการจายเงินสมทบท่ีบริษัทประกันภัยตองจายใหแกกองทุนทดแทนผูประสบภัย พ.ศ. ๒๕๔๖ ไมสอดคลองกับสภาวการณปจจุบัน สมควรปรับลดอัตราเงินสมทบที่บริษัทประกันภัยตองจายให แกกองทุนทดแทนผูประสบภัย จากอัตรารอยละหน่ึงจุดสองหาของเบ้ียประกันภัยที่ไดรับจากผูเอา ประกันภัยเปนอัตรารอยละหน่ึงของเบ้ียประกันภัยท่ีไดรับจากผูเอาประกันภัย จึงจําเปนตองออก กฎกระทรวงนี้

๓๕๗ ¡®¡ÃзÃǧ กํา˹´จํา¹Ç¹à§Ô¹àÍÒ»ÃСѹμÒÁª¹Ô´ »ÃÐàÀ· áÅТ¹Ò´¢Í§Ã¶ ¾.È. òõõô อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ และมาตรา ๗ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเปนกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายรัฐมนตรี วาการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ใหยกเลิกกฎกระทรวงกําหนดจํานวนเงินเอาประกันภัยตามชนิด ประเภท และ ขนาดของรถ พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ ๒ เจาของรถซึ่งใชรถหรือมีรถไวเพื่อใชตองจัดใหมีการประกันภัยความเสียหาย สําหรับผูประสบภัย โดยมีจํานวนเงินเอาประกันภัยสําหรับความเสียหายที่เกิดข้ึนตอครั้ง ดังตอไปนี้ (๑) หาลานบาท สําหรับรถที่มีที่นั่งเกินเจ็ดคน หรือรถบรรทุกผูโดยสาร รวมท้ังผูขับข่ี ไมเกินเจ็ดคน (๒) สิบลานบาท สําหรับรถที่มีที่นั่งเกินเจ็ดคน หรือรถบรรทุกผูโดยสาร รวมท้ังผูขับขี่ เกินเจ็ดคน ขอ ๓ ในการประกันภัยสําหรับความเสียหายท่ีเกิดข้ึนตอคร้ังตามขอ ๒ ใหมีจํานวนเงิน เอาประกันภัยสําหรับความเสียหายท่ีเกิดข้ึนสําหรับผูประสบภัยตอราย ดังตอไปน้ี (๑) จํานวนเทท่ีจายจริงแตไมเกินหาหม่ืนบาทตอราย สําหรับความเสียหายตอรางกาย หรืออนามัย นอกจากกรณีตามขอ (๒) (๒) จํานวนสองแสนบาทตอราย สําหรับความเสียหายตอรางกาย หรืออนามัยอยางหน่ึง อยางใด ดังตอไปนี้ (ก) ตาบอด

๓๕๘ (ข) หูหนวก (ค) เปนใบ หรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด (ง) สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ หรือความสามารถสืบพันธุ (จ) เสียแขน ขา มือ เทา หรือน้ิว (ฉ) เสียอวัยวะอื่นใด (ช) จิตพิการอยางติดตัว (ซ) ทุพพลภาพอยางถาวร (๓) จํานวนสองแสนบาทตอราย สําหรับความเสียหายตอชีวิต (๔) จํานวนสองแสนบาทตอราย สําหรับความเสียหายตาม (๑) ตอมาไดรับความเสียหาย ตาม (๒) หรือ (๓) หรือทั้งตาม (๒) และ (๓) ขอ ๔ นอกจากจํานวนเงินเอาประกันภัยตอขอ ๓ ใหมีสวนการคุมครองคาชดเชย รายวนั สาํ หรบั ผปู ระสบภยั ทพ่ี กั รกั ษาตวั อยใู นโรงพยาบาล หรอื สถานพยาบาล จาํ นวนวนั ละสองรอ ยบาท สูงสุดไมเกินย่ีสิบวันตออุบัติเหตุแตละคร้ัง เปนการคุมครองที่เพิ่มขึ้น ขอ ๕ ในกรณีท่ีผูประสบภัยเปนผูขับข่ี และเปนฝายท่ีตองรับผิดตามกฎหมายหรือ ไมมีผูใดรับผิดตามกฎหมายตอผูขับข่ีที่ประสบภัย ใหผูประสบภัยที่เปนผูขับขี่ไดรับเงินเอาประกันภัย เปนจํานวนเทากับคาเสียหายเบื้องตนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความในมาตรา ๒๐ วรรคสอง ใหไว ณ วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔ กรณ จาติกวณิช รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เน่ืองจากความเสียหายที่เกิดข้ึนกับ ผปู ระสบภยั จากรถในบางกรณมี ผี ลกระทบตอ ชวี ติ และรา งกายของผปู ระสบภยั และยงั มผี ลใหผ ปู ระสบภยั ตองรับภาระในคาเสียหายและคาใชจายท่ีเกิดข้ึน รวมท้ังไดรับความเดือดรอนในการดํารงชีวิตตามปกติ สมควรปรับปรุงจํานวนเงินเอาประกันภัย และเพ่ิมความคุมครองคาชดเชยรายวันใหกับผูประสบภัย ที่พักรักษาตัวอยูในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล เพื่อบรรเทาความเดือดรอนและใหผูประสบภัยที่ ไดรับความเสียหายตอชีวิต และรางกายไดรับความคุมครองเพ่ิมข้ึน จึงจําเปนตองออกกฎกระทรวงนี้

๓๕๙ ¡®¡ÃзÃǧ กํา˹´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ·Õè¨Ðãˌ䴌ÃѺ¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹ จํา¹Ç¹à§Ô¹¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàºé×Í§μŒ¹ ¡ÒÃÌͧ¢ÍÃѺáÅСÒè‹Ò¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹ ¾.È. òõõò อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ และมาตรา ๒๐ วรรคสอง แหง พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ อนั เปน กฎหมาย ที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกาศกับ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําได โดยอาศัย อํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมายรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ใหยกเลิกกฎกระทรวงกําหนดความเสียหายท่ีจะใหไดรับคาเสียหายเบื้องตน จํานวนเงินคาเสียหายเบ้ืองตน การรองขอรับและการจายคาเสียหายเบ้ืองตน พ.ศ. ๒๕๔๗ ขอ ๒ คาเสียหายท่ีจะใหไดรับคาเสียหายเบื้องตน มีดังตอไปนี้ (๑) คาใชจายในกรณีความเสียหายตอรางกาย ไดแก (ก) คายา และคาเวชภัณฑท่ีใชในการบําบัดรักษา (ข) คาอวัยวะเทียม และอุปกรณในการบําบัดรักษา รวมท้ังคาซอมแซม (ค) คาบริการทางการแพทย คาตรวจ และคาวิเคราะหโรค ทั้งน้ี ไมรวมถึงคาจาง พยาบาลพิเศษ และคาบริการอ่ืนทํานองเดียวกัน (ง) คาหอง และคาอาหารตลอดเวลาท่ีเขารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล (จ) คาพาหนะนําผูประสบภัยไปสถานพยาบาล (๒) คาใชจายในกรณีความเสียหายตอชีวิต ไดแก (ก) คาปลงศพ (ข) คาใชจายเกี่ยวกับการจัดการศพ ขอ ๓ จํานวนเงินคาเสียหายเบื้องตน ใหเปนไปดังตอไปนี้ (๑) จํานวนเทาท่ีจายจริงแตไมเกินหน่ึงหมื่นหาพันบาท สําหรับความเสียหายตอรางกาย ตามขอ ๒ (๑)

๓๖๐ ในกรณีท่ีผูประสบภัยไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหน่ีงอยางใด ดังตอไปนี้ ใหมี สิทธิไดรับเงินคาเสียหายเบ้ืองตนจํานวนสามหมื่นหาพันบาทดวย (ก) ตาบอด (ข) หูหนวก (ค) เปนใบหรือเสียความสามารถในการพูด หรือลิ้นขาด (ง) เสียอวัยวะสืบพันธุ หรือความสามารถสืบพันธุ (จ) เสียแขน ขา มือ เทา หรือนิ้ว (ฉ) เสียอวัยวะอื่นใด (ช) จิตพิการอยางติดตัว (ซ) ทุพพลภาพอยางถาวร (๒) จํานวนสามหมื่นหาพันบาท สําหรับความเสียหายตอชีวิตตามขอ ๒ (๒) ขอ ๔ ในกรณีที่ผูประสบภัยไดรับความเสียหายดังตอไปนี้ ใหไดรับคาเสียหายเบ้ืองตน รวมกันแลวตองไมเกินหาหมื่นบาท (๑) ไดรับคาเสียหายตามขอ ๒ (๑) ตอมาไดรับคาเสียหายตามขอ ๒ (๒) (๒) ไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหนึ่งอยางใดตามขอ ๓ (๑) วรรคสอง ตอมาได รับความเสียหายตามขอ ๒ (๒) (๓) ไดรับความเสียหายตามขอ ๒ (๑) ตอมาไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหนึ่ง อยางใดตามขอ ๓ (๑) วรรคสอง และขอ ๒ (๒) ขอ ๕ การรองขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนตอบริษัทท่ีรับประกันภัย ใหย่ืนคํารองขอตาม แบบท่ีนายทะเบียนกําหนด และตองมีหลักฐานดังตอไปน้ี (๑) ความเสียหายตอรางกาย (ก) ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการแจงหน้ีเก่ียวกับการรักษาพยาบาลในกรณีท่ีมี การรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลตามขอ ๒ (๑) (ข) สําเนาบัตรประจําตัว หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเปนผูออกให สําเนา ใบสําคัญประจําตัวคนตางดาว หรือสําเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดท่ีนายทะเบียนประกาศ กําหนด ซึ่งสามารถพิสูจนไดวาผูท่ีมีชื่อในหลักฐานน้ันเปนผูประสบภัย แลวแตกรณี ในกรณีที่ผูประสบภัยไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหน่ึงอยางใดตามขอ ๓ (๑) วรรคสอง นอกจากตองยื่นหลักฐานตาม (ก) และ (ข) แลว ใหย่ืนใบรับรองแพทยหรือความเห็นแพทย หรือหลักฐานอื่นใดที่ระบุวาเปนผูประสบภัยซึ่งไดรับความเสียหายตอรางกายดังกลาวพรอมท้ังสําเนา บันทึกประจําวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอ่ืนใด ที่แสดงวาผูนั้นไดรับความเสียหายจาก การประสบภัยจากรถดวย (๒) ความเสียหายตอชีวิต (ก) สําเนามรณบัตร หรือหลักฐานอื่นใดท่ีนายทะเบียนประกาศกําหนด ซึ่งสามารถ พิสูจนไดวาผูที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเปนผูประสบภัย

๓๖๑ (ข) สําเนาบันทึกประจําวันของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นใด ที่แสดงวา ผูนั้นถึงแกความตายจากการประสบภัยจากรถ ในกรณีที่ผูประสบภัยถึงแกความตายภายหลังจากการเขารับการรักษาพยาบาลในสถาน พยาบาล นอกจากตองยื่นหลักฐานตาม (๒) แลว ใหยื่นหลักฐานตาม (๑) ดวย ขอ ๖ บุคคลผูมีสิทธิรองขอรับคาเสียหายเบ้ืองตน มีดังตอไปนี้ (๑) กรณีความเสียหายตอรางกายตามขอ ๒ (๑) ใหผูประสบภัยเปนผูรองขอ หากผูประสบภัยไมสามารถรองขอได ใหสถานพยาบาลที่รักษาผูประสบภัยและไดรับโอนสิทธิเรียกรอง จากผปู ระสบภยั บรษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถจาํ กดั ทร่ี บั โอนสทิ ธเิ รยี กรอ งจากสถานพยาบาล ที่รักษาผูประสบภัย ทายาทหรือญาติ หรือผูมีสวนไดเสียของผูประสบภัยแลวแตกรณีรองขอแทน ในกรณีที่ผูประสบภัยไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหนึ่งอยางใดตามขอ ๓ (๑) วรรคสอง ใหผูประสบภัยเปนผูรองขอ หากผูประสบภัยไมสามารถรองขอไดใหทายาทหรือญาติหรือ ผูมีสวนไดเสียของผูประสบภัย แลวแตกรณี รองขอแทน (๒) กรณีความเสียหายตอชีวิตตามขอ ๒ (๒) ใหทายาทโดยธรรมของผูประสบภัยเปน ผูรองขอ ขอ ๗ การรองขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนจากบริษัทท่ีรับประกันภัยตองกระทําภายใน หน่ึงรอยแปดสิบวันนับแตวันท่ีมีความเสียหายเกิดขึ้น ขอ ๘ การจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหจายแกผูรองขอตามขอ ๖ แลวแตกรณีเปนเงินสด หรือเปนเช็คที่มิไดลงวันที่ลวงหนา ภายในเจ็ดวันนับแตวันท่ีไดรับคํารองขอโดยไมตองรอการพิสูจน ความรับผิด ใหไว ณ วันท่ี ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ กรณ จาติกวณิช รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับน้ี คือ เน่ืองจากความเสียหายท่ีเกิดขึ้นกับ ผปู ระสบภยั จากรถในบางกรณมี ผี ลกระทบตอ ชวี ติ และรา งกายของผปู ระสบภยั และยงั มผี ลใหผ ปู ระสบภยั ตองรับภาระในคาเสียหายและคาใชจายท่ีเกิดขึ้น รวมทั้งไดรับความเดือดรอนในการดํารงชีวิตตามปกติ สมควรท่ีจะไดมีการปรับปรุงคาเสียหายและคาใชจายที่จําเปนอยางอ่ืนเพื่อบรรเทาความเดือดรอน ของผูประสบภัยในเบื้องตน เพ่ือใหสอดคลองกับความเสียหายที่เกิดขึ้น และสภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศในปจจุบัน และกําหนดใหบริษัทที่รับประกันภัยสามารถจายคาเสียหายเบื้องตนใหแกบริษัท กลางคุมครองผูประสบภัยจากรถจํากัด ไดจึงจําเปนตองออกกฎกระทรวงนี้

๓๖๒ ¡®¡ÃзÃǧ กํา˹´ËÅѡࡳ± ÇÔ¸Õ¡ÒÃáÅÐà§×è͹䢡ÒÃÌͧ¢ÍÃѺ ¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàºé×Í§μŒ¹¨Ò¡¡Í§·Ø¹áÅСÒè‹Ò¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹¨Ò¡¡Í§·Ø¹ ¾.È. òõõò อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ และมาตรา ๒๑ และมาตรา ๓๕ วรรคสอง แหง พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเปนกฎหมายท่ีมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิ และเสรีภาพของ บุคคลซ่ึงมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บัญญัติใหกระทําไดโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแหงกฎหมาย รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ใหยกเลิกกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑ วิธีการและเงื่อนไขการรองขอรับ คาเสียหายเบ้ืองตนจากกองทุนและการจายคาเสียหายเบ้ืองตนจากกองทุน พ.ศ. ๒๕๔๕ ขอ ๒ ในกรณีที่บริษัทที่รับประกันภัยไมจายคาเสียหายเบื้องตนตามมาตรา ๒๐ หรือ จายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวนท่ีตองจายใหผูประสบภัยแจงตอสํานักงาน กองทุนทดแทนผูประสบภัย พรอมขอเท็จจริง ดังตอไปนี้ (๑) ซึ่งบริษัทท่ีรับประกันภัย และหมายเลขกรมธรรมประกันภัย (๒) จํานวนเงินคาเสียหายเบ้ืองตนที่ประสงคไดรับ (๓) วันท่ีไปย่ืนขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนจากบริษัทที่รับประกันภัย หากผูประสบภัยไมสามารถแจงไดใหสถานพยาบาลท่ีรักษาผูประสบภัย ทายาทหรือญาติ หรือผูมีสวนไดเสียของผูประสบภัยในกรณีท่ีผูประสบภัยเกิดความเสียหายตอรางกายหรือทายาท โดยธรรมของผูประสบภัยในกรณีท่ีผูประสบภัยถึงแกความตาย แลวแตกรณี แจงแทนได ขอ ๓ เมอื่ มกี รณตี ามมาตรา ๒๓ เกดิ ขนึ้ และผปู ระสบภยั ไมอ าจขอรบั คา เสยี หายเบอ้ื งตน จากเจาของรถซึ่งมิไดจัดใหมีการประกันความเสียหายหรือจากบริษัทที่รับประกันภัยได ผูประสบภัย

๓๖๓ อาจย่ืนคํารองขอรับคาเสียหายเบื้องตนตอสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยตามแบบท่ี นายทะเบียนกําหนด และตองมีหลักฐานดังตอไปนี้ (๑) ความเสียหายตอรางกาย (ก) ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการแจงหน้ีเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในกรณีที่มี การรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล (ข) สําเนาบัตรประจําตัว หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเปนผูออกให สําเนา ใบสําคัญประจําตัวคนตางดาวหรือสําเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่นายทะเบียนประกาศ กําหนดซึ่งสามารถพิสูจนไดวาผูที่มีช่ือในหลักฐานนั้นเปนผูประสบภัย แลวแตกรณี (ค) สําเนาบันทึกประจําวันของพนักงานสอบสวน ในกรณีที่ผูประสบภัยไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหน่ึงอยางใด จนกลายเปนเหตุ ใหมีสิทธิไดรับเงินคาเสียหายเบ้ืองตนเพิ่มขึ้นอีกจํานวนสามหม่ืนหาพันบาท นอกจากตองย่ืนหลักฐาน ตาม (ก) (ข) และ (ค) แลว ใหย่ืนใบรับรองรองแพทยหรือความเห็นแพทยหรือหลักฐานอื่นใดท่ีระบุวา เปนผูประสบภัยซ่ึงไดรับความเสียหายตอรางกายดังกลาวดวย (๒) ความเสียหายตอชีวิต (ก) สําเนามรณบัตร หรือหลักฐานอ่ืนใดที่นายทะเบียนประกาศกําหนดซ่ึงสามารถ พิสูจนไดวาผูที่มีชื่อในหลักฐานน้ันเปนผูประสบภัย (ข) สําเนาบันทึกประจําวันของพนักงานสอบสวน ในกรณีที่ผูประสบภัยถึงแกความตายภายหลังจากการเขารับการรักษาพยาบาลในสถาน พยาบาล นอกจากตองย่ืนหลักฐานตาม (๒) แลว ใหย่ืนหลักฐานตาม (๑) ดวย ขอ ๔ บุคคลผูมีสิทธิรองขอรับคาเสียหายเบื้องตน มีดังตอไปน้ี (๑) กรณคี วามเสยี หายตอ รา งกาย ใหผ ปู ระสบภยั เปน ผรู อ งขอ หากผปู ระสบภยั ไมส ามารถ รองขอได ใหสถานพยาบาลที่รักษาผูประสบภัยและไดรับโอนสิทธิเรียกรองจากผูประสบภัย บริษัท กลางคุมครองผูประสบภัยจากรถจํากัด ที่รับโอนสิทธิเรียกรองจากสถานพยาบาลท่ีรักษาผูประสบภัย ทายาทหรือญาติ หรือผูมีสวนไดเสียของผูประสบภัย แลวแตกรณีรองขอแทน ในกรณีที่ผูประสบภัยไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหนึ่งอยางใดจนเปนเหตุ ใหมีสิทธิไดรับคาเสียหายเบื้องตนเพิ่มขึ้นอีกจํานวนสามหม่ืนหาพันบาท ใหผูประสบภัยเปนผูรองขอ หากผูประสบภัยไมสามารถรองขอไดใหทายาท หรือญาติ หรือผูมีสวนไดเสียของผูประสบภัย แลวแตกรณี รองขอแทน (๒) กรณีความเสียหายตอชีวิต ใหทายาทโดยธรรมของผูประสบภัยเปนผูรองขอ ขอ ๕ การรองขอรับคาเสียหายเบ้ืองตนจากสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยตอง กระทําภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่มีความเสียหายเกิดข้ึน

๓๖๔ ขอ ๖ การจายคาเสียหายเบื้องตนใหจายแกผูรองขอตามขอ ๔ แลวแตกรณีเปนเงินสด หรือเปนเช็คที่มิไดลงวันท่ีลวงหนา ภายในเจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับคํารองขอ โดยไมตองรอการพิสูจน ความรับผิด ใหไว ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ กรณ จาติกวณิช รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เน่ืองจากไดมีการปรับปรุงความเสียหาย ที่จะใหไดรับคาเสียหายเบ้ืองตน จํานวนเงินคาเสียหายเบ้ืองตน การรองขอรับและการจายคาเสียหาย เบื้องตนจากบริษัทท่ีรับประกันภัย จึงตองปรับปรุงหลักเกณฑ วิธีการและเง่ือนไขการรองขอรับ คาเสียหายเบื้องตน และการจายคาเสียหายเบ้ืองตนจากกองทุนทดแทนผูประสบภัยใหสอดคลองกัน อีกท้ัง เพื่อใหสอดคลองกับมาตรา ๓๕ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ ทบ่ี ญั ญตั ใิ หส าํ นกั งานกองทนุ ทดแทนผปู ระสบภยั จา ยคา เสยี หายเบอ้ื งตน ใหแ กผ ปู ระสบภยั จากกองทุน เม่ือผูประสบภัยไดนําหลักฐานสําเนาบันทึกประจําวันของพนักงานสอบสวนมาแสดง พรอมกับการย่ืนคําขอดวย จึงจําเปนตองออกกฎกระทรวงนี้

๓๖๕ ¡®¡ÃзÃǧ กํา˹´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ·èÕ¨Ðãˌ䴌ÃѺ¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹ จํา¹Ç¹à§Ô¹¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹ ¡ÒÃÌͧ¢ÍÃѺáÅСÒè‹Ò¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹ (©ºÑº·èÕ ò) ¾.È. òõõ÷ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหน่ึงแหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบ ภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ และมาตรา ๒๐ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรี วาการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ใหยกเลิกความในขอ ๓ แหงกฎกระทรวงกําหนดความเสียหายท่ีจะใหไดรับ คาเสียหายเบื้องตน จํานวนเงินคาเสียหายเบ้ืองตน การรองขอรับและการจายคาเสียหายเบื้องตน พ.ศ. ๒๕๕๒ และใหใชความตอไปน้ีแทน “ขอ ๗ จํานวนเงินคาเสียหายเบ้ืองตน ใหเปนไปดังตอไปนี้ (๑) จํานวนเทาที่จายจริงแตไมเกินสามหมื่นบาท สําหรับความเสียหายตอรางกายตาม ขอ ๒ (๑) ในกรณีท่ีผูประสบภัยไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหน่ึงอยางใด ดังตอไปน้ี ใหมีสิทธิไดรับเงินคาเสียหายเบ้ืองตนจํานวนสามหมื่นหาพันบาทถวน (ก) ตาบอด (ข) หูหนวก (ค) เปนใบ หรือเสียความสามารถในการพูด หรือล้ินขาด (ง) เสียอวัยวะสืบพันธุ หรือความสามารถสืบพันธุ (จ) เสียแขน ขา มือ เทา หรือน้ิว (ฉ) เสียอวัยวะอ่ืนใด (ช) จิตพิการอยางติดตัว (ซ) ทุพพลภาพอยางถาวร (๒) จํานวนสามหมื่นหาพันบาท สําหรับความเสียหายตอชีวิตตามขอ ๒ (๒)”

๓๖๖ ขอ ๒ ใหยกเลิกความในขอ ๔ แหงกฎกระทรวงกําหนดความเสียหายท่ีจะใหไดรับ คาเสียหายเบ้ืองตน จํานวนเงินคาเสียหายเบ้ืองตน การรองขอรับและการจายคาเสียหายเบื้องตน พ.ศ. ๒๕๕๒ และใหใชความตอไปนี้แทน “ขอ ๔ ในกรณีท่ีผูประสบภัยไดรับความเสียหายดังตอไปนี้ ใหไดรับคาเสียหายเบื้อง ตน รวมกันแลวตองไมเกินหกหมื่นหาพันบาท (๑) ไดรับคาเสียหายตามขอ ๒ (๑) ตอมาไดรับคาเสียหายตามขอ ๒ (๒) (๒) ไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหน่ึงอยางใดตามขอ ๓ (๑) วรรคสอง ตอมาได รับความเสียหายตามขอ ๒ (๒) (๓) ไดรับความเสียหายตามขอ ๒ (๑) ตอมาไดรับความเสียหายตอรางกายอยางหน่ึง อยางใดตามขอ ๓ (๑) วรรคสอง และขอ ๒ (๒) ใหไว ณ วันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ สมหมาย ภาษี รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชกฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีปจจุบันสภาวะเศรษฐกิจของ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป ทําใหผูประสบภัยจากรถตองรับภาระคาเสียหายเพิ่มมากข้ึน ดังนั้น เพื่อเปนการบรรเทาความเดือดรอนของผูประสบภัยในเบื้องตนและใหสอดคลองกับสภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศ สมควรปรับปรุงจํานวนเงินคาเสียหายเบื้องตนท่ีผูประสบภัยมีสิทธิไดรับเพ่ิมมากข้ึน จึงจําเปนตองออกกฎกระทรวงน้ี

๓๖๗ »ÃСÒÈ¡ÃзÃǧ¾Ò³ÔªÂ àÃ×èͧËÅѡࡳ± ÇÔ¸Õ¨‹Ò áÅÐÃÐÂÐàÇÅÒ¡Òè‹Ò¤‹ÒÊÔ¹äËÁ·´á·¹ ¹Í¡à˹×ͨҡ¤‹ÒàÊÕÂËÒÂàº×éÍ§μŒ¹ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๔ วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติ คุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัย จากรถ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชยประกาศกําหนด หลักเกณฑ และ วิธีจาย ระยะเวลาการจายคาสินไหมทดแทนนอกเหนือจากคาเสียหายเบื้องตนไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ใหยกเลิกประกาศกระทรวงพาณิชย เรื่องหลักเกณฑ วิธีจาย และระยะเวลาการ จายคาสินไหมทดแทนนอกเหนือจากคาเสียหายเบื้องตน ลงวันที่ ๒๘ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ขอ ๒ คาสินไหมทดแทนนอกเหนือจากคาเสียหายเบ้ืองตน ที่บริษัทตองจายใหแก ผูประสบภัย มีดังตอไปนี้ (๑) ความเสียหายตอรางกายหรืออนามัย ใหจายตามความเสียหายที่แทจริงแตไมเกิน จํานวนเงินเอาปนกันภัยตอคนตามกรมธรรมคุมครองผูประสบภัยจากรถ ทั้งน้ี รวมคาเสียหายเบื้องตน ท่ีไดรับมาแลว (ถามี) โดยคาสินไหมทดแทนที่ผูประสบภัยมีสิทธิเรียกรอง ไดแก (ก) คาใชจายท่ีผูประสบภัยตองเสียไป เชน คารักษาพยาบาล คาใชจายเก่ียวเนื่อง กับการรักษาพยาบาล คารักษาพยาบาลในอนาคต คาอวัยวะเทียมและอุปกรณในการบําบัดรักษา รวมทั้งคาซอมแซม คาพาหนะที่เกี่ยวเน่ืองกับการรักษาพยาบาล เปนตน (ข) คา เสยี หายทผ่ี ปู ระสบภยั ตอ งขาดประโยชนท าํ มาหาไดเ พราะไมส ามารถประกอบ การงานท้ังในปจจุบันและในอนาคต (ค) คาเสียหายอ่ืน ๆ ที่ผูประสบภัยมีสิทธิเรียกรองไดตามประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย ลักษณะละเมิด (๒) ความเสียหายตอรางกายหรืออนามัยในกรณีใดกรณีหนึ่งหรือหลายกรณีดังตอไปน้ี ใหจายเต็มจํานวนเงินเอาประกันภัยตอคนตามกรมธรรมคุมครองผูประสบภัยจากรถ ทั้งน้ี รวมคาเสียหายเบื้องตนท่ีไดรับมาแลว (ถามี) (ก) ตาบอด

๓๖๘ (ข) หูหนวก (ค) เปนใบ หรือเสียความสามารถในการพูด หรือล้ินขาด (ง) สูญเสียอวัยวะสืบพันธุ (จ) เสียแขน ขา มือ เทา น้ิว หรืออวัยวะอื่นใด (ฉ) จิตพิการอยางติดตัว (ซ) ทุพพลภาพอยางถาวร (๓) ความเสียหายตอชีวิต ใหจายเต็มจํานวนเงินเอาประกันภัยตอคนตามกรมธรรม คุมครองผูประสบภัยจากรถ ทั้งน้ีรวมคาเสียหายเบ้ืองตนท่ีไดรับมาแลว (ถามี) (๔) กรณีไดรับความเสียหายตามขอ ๒ (๑) และตอมาไดรับความเสียหายตามขอ ๒ (๒) หรือขอ ๒ (๓) หรือทั้งตามขอ ๒ (๒) และขอ ๒ (๓) ใหจายเต็มจํานวนเงินเอาประกันภัยตอคนตาม กรมธรรมคุมครองผูประสบภัยจากรถ ท้ังนี้รวมคาเสียหายเบื้องตนท่ีไดรับมาแลว (ถามี) (๕) ในกรณีรถท่ีเอาประกันภัยไวกับบริษัทประสบอุบัติเหตุเฉ่ียวชนกับรถอื่นซึ่งมีการ ประกันภัยตามกรมธรรมคุมครองผูประสบภัยจากรถ เปนเหตุใหผูประสบภัยซ่ึงโดยสารมาในรถ หรือ กําลังข้ึน หรือกําลังลงจากรถ หรือเปนบุคคลภายนอกรถ ไดรับอันตรายตอชีวิตหรือรางกาย แตไมมี ฝายใดยอมรับผิดในเหตุที่เกิดข้ึน ใหบริษัทสํารองจายคารักษาพยาบาล คาทดแทน และคาปลงศพ ภายใตเง่ือนไขและความคุมครองท่ีกําหนดในกรมธรรมคุมครองผูประสบภัยจากรถ ในกรณีท่ีผูประสบภัยไดรับการชดใชคาสินไหมทดแทนตามที่กลาวขางตนแลวไมตัดสิทธิ ผูประสบภัยที่จะเรียกรองคาสินไหมทดแทนอื่น ๆ อีกตามกฎหมาย ขอ ๓ การเรียกรองใหบริษัทจายคาสินไหมทดแทนนอกเหนือจากคาเสียหายเบ้ืองตน ตองมีหลักฐานและเอกสารดังตอไปนี้ (๑) หลักฐานและเอกสารพิสูจนการเกิดเหตุและความรับผิดของผูขับขี่รถประกันภัย (๒) หลกั ฐานและเอกสารเกยี่ วกบั การเรยี กรอ งคา สนิ ไหมทดแทนนอกเหนอื จากคา เสยี หาย เบ้ืองตน ขอ ๔ หลักฐานและเอกสารพิสูจนการเกิดเหตุ และความรับผิดของผูขับข่ีรถประกันภัย (๑) ผูขับขี่รถฝายใดยอมรับผิด และออกหนังสือยอมรับผิดหรือเอกสารเปนลายลักษณ อักษรในการยอมรับผิด ใหถือวาฝายนั้นเปนฝายผิด เชน บันทึกการยอมรับผิดสัญญาประนีประนอม ยอมความ เปนตน (๒) ใหถือความเห็นของพนักงานสอบสวนวาเปรียบเทียบฝายใด ใหฝายนั้นเปนฝายผิด (๓) หากไมมีฝายใดยอมรับผิด และไมมีฝายใดยอมใหพนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ ใหถือความเห็นของพนักงานสอบสวน หรือความเห็นของพนักงานอัยการหรือคําพิพากษาของศาล แลวแตกรณี หากหลักฐาน และเอกสารมีความขัดแยงกันใหใชเอกสารของทางราชการเปนหลัก

๓๖๙ ขอ ๕ หลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับการเรียกรองคาสินไหมทดแทนนอกเหนือจาก คาเสียหายเบ้ืองตน (๑) ความเสียหายตอรางกายหรืออนามัย ตามขอ ๒ (๑) (ก) ใบเสร็จรับเงินจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลหรือหลักฐานการแจงหนี้ เก่ียวกับการรักษาพยาบาล (ข) สําเนาบัตรประจําตัวหรือหลักฐานอ่ืนใดที่ทางราชการเปนผูออกใหซึ่งสามารถ พิสูจนไดวาผูมีช่ือในหลักฐานน้ันเปนผูประสบภัย (ค) ใบรับรองแพทยหรือใบความเห็นแพทย กรณีเรียกรองความเสียหายตออนามัย (ง) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับขอเรียกรอง และจํานวนเงินท่ีเรียกรอง (๒) ความเสียหายตอรางกาย หรืออนามัยตามขอ ๒ (๒) (ก) ใบความเห็นแพทยเก่ียวกับความเสียหาย ผูประสบภัยแสดงตน (ข) สําเนาบันทึกประจําวันในคดีของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นท่ีแสดงวา ผูน้ันไดรับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ (๓) ในกรณีเสียชีวิต (ก) สําเนามรณบัตร (ข) สําเนาบันทึกประจําวันในคดีของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอ่ืนท่ีแสดงวา ผูน้ันถึงแกความตายเพราะการประสบภัยจากรถ ขอ ๖ ใหบ รษิ ทั จา ยคา สนิ ไหมทดแทนนอกเหนอื จากคา เสยี หายเบอื้ งตน ใหแ กผ ปู ระสบภยั เปนเงินสดหรือเปนเช็กที่มิไดลงวันที่ลวงหนา ภายใน ๗ วันนับแตวันท่ีบริษัทไดรับหลักฐานเอกสาร ตามขอ ๓ และตกลงจํานวนคาสินไหมทดแทนกันไดแลว ขอ ๗ ประกาศนใี้ หม ผี ลบงั คบั ตงั้ แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เปน ตน ไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๖ อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีวาการกระทรวงพาณิชย

๓๗๐ »ÃСÒÈ¡ÃзÃǧ¡ÒäÅѧ àÃè×ͧ ËÅѡࡳ±áÅÐÇÔ¸Õ¡Òè‹ÒÂà§Ô¹ÊÁ·ºà¾è×Í໚¹¤‹Ò㪌¨‹Ò ¢Í§ºÃÔÉÑ·¡ÅÒ§¤ØŒÁ¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö จํา¡Ñ´ ตามทก่ี ระทรวงพาณชิ ยไ ดอ อกประกาศกระทรวงพาณชิ ย เรอื่ ง หลกั เกณฑแ ละวธิ กี ารจา ยเงนิ สมทบ เพื่อเปนคาใชจายของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ลงวันท่ี ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ แตเน่ืองจากสภาพเศรษฐกิจ สังคมเปล่ียนแปลงไป จําตองมีการกําหนดหลักเกณฑและ วิธีการจายเงินสมทบเพื่อเปนคาใชจายของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ขึ้นใหม ดังน้ัน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๐ ทวิ วรรคเจ็ด แหงพระราชบัญญัติคุมครอง ผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกอบมาตรา ๓ (๓) แหงพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและสงเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังออกประกาศไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ในประกาศนี้ “บริษัทประกันภัย” หมายความวา บริษัทตามกฎหมายวาดวยการประกันวินาศภัยที่ไดรับ ใบอนุญาตใหประกอบกิจการประเภทประกันภัยรถ ซึ่งเปนผูถือหุนของบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัย จากรถ จํากัด ขอ ๒ ใหบริษัทประกันภัยจายเงินสมทบใหแกบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถ จํากัด ภายในสามสิบวันนับแตวันส้ินรอบสามเดือน ในอัตรารอยละสิบสองจุดสองหาของเบี้ยประกัน ภัยท่ีไดรับจากผูเอาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ การคํานวณเบ้ียประกันภัยท่ีไดรับจากผูเอาประกันภัยตามวรรคหนึ่ง ใหใชเกณฑสิทธิ โดยใหนําเบ้ียประกันภัยท่ีเกิดขึ้นในรอบสามเดือนใดแมวาจะยังไมไดรับชําระในรอบสามเดือนน้ัน มารวมคํานวณเปนเบ้ียประกันภัยของรอบสามเดือนนั้น ขอ ๓ การจายเงินสมทบตามขอ ๒ ใหบริษัทประกันภัยจาย ดังนี้ (๑) เงินสด เช็ค หรือดราฟ (๒) โอนเงินจายเขาบัญชีบริษัทกลางคุมครองผูประสบภัยจากรถจํากัด ท่ีฝากไวกับ ธนาคารพาณิชย

๓๗๑ ขอ ๔ ในกรณีที่บริษัทประกันภัยจายเงินสมทบเปนเช็คหรือดราฟ จะตองสั่งจายบริษัท กลางคุมครองผูประสบภัยภัยจากรถ จํากัด ขอ ๕ ในกรณที บี่ รษิ ทั ประกนั ภยั สง เงนิ สมทบเพอ่ื จา ยใหแ กบ รษิ ทั กลางคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถจํากัด เกินจํานวนที่ตองชําระในรอบสามเดือนใด ใหบริษัทประกันภัยย่ืนคํารองตามแบบที่ นายทะเบียนกําหนดเพื่อของเงินในสวนท่ีเกิดนั้นไปจายเปนเงินสมทบใหแกบริษัทกลางคุมครอง ผูประสบภัยจากรถจํากัด ในรอบสามเดือนตอ ๆ ไปไดจนกวาเงินในสวนท่ีเกินนั้นจะหมดลง ขอ ๖ ประกาศนี้ใหมีผลใชบังคับสําหรับการจายเงินสมทบรอบเดือนมกราคม ๒๕๕๓ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๓ เปนตนไป ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ กรณ จาติกวณิช รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง

๓๗๒ ÃÐàºÕº¡ÃзÃǧ¡ÒäÅѧ NjҴŒÇ¡ÒÃÊ‹§à§Ô¹¤×¹¡Í§·Ø¹·´á·¹¼ÙŒ»ÃÐʺÀÑ ¡Ã³Õö¢Í§ÃÒª¡Òá‹ÍãËŒà¡Ô´¤ÇÒÁàÊÕÂËÒ โดยท่ีเปนการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการสงเสริมคืนกองทุน ทดแทนผูประสบภัย กรณีรถของราชการกอใหเกิดความเสียหาย ใหมีความเหมาะสมยิ่งข้ึน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๓๒ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ กระทรวงการคลังจึงกําหนดระเบียบไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบน้ีเรียกวา “ระเบียบกระทรวงการคลังวาดวยการสงเงินคืนกองทุนทดแทน ผูประสบภัย กรณีรถของราชการกอใหเกิดความเสียหาย พ.ศ. ๒๕๕๑” ขอ ๒ ระเบียบน้ีใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป ขอ ๓ ใหย กเลกิ ระเบยี บกระทรวงการคลงั วา ดว ยการสง เงนิ คนื กองทนุ ทดแทนผปู ระสบภยั กรณีรถของราชการกอใหเกิดความเสียหาย พ.ศ. ๒๕๓๗ บรรดาระเบียบ ขอบังคับ และคําสั่งอื่นใดในสวนที่กําหนดไวแลวในระเบียบน้ี หรือซ่ึงขัด หรือแยงกับระเบียบน้ี ใหใชระเบียบน้ีแทน ขอ ๔ ในระเบียบน้ี “รถของราชการ” หมายความวา รถของกระทรวง ทบวง กรม และรถยนต ตามกฎหมาย วาดวยรถยนตทหาร ตามพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๘ (๓) ขอ ๕ เม่ือรถของราชการท่ีมิไดจัดใหมีการประกันภัยความเสียหายสําหรับผูประสบ ภัยไดกอใหเกิดความเสียหายและไดมีการจายเงินคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยจากกองทุน ทดแทนผูประสบภัย ใหสํานักงานกองทุนทดแทนผูประสบภัยแจงเรียกเงินตามจํานวนที่จายไปยังสวน ราชการเจาของรถทราบ เพ่ือชดใชคืนโดยเร็ว ไมวารถของทางราชการน้ันเปนฝายที่ตองรับผิดหรือไม ขอ ๖ สวนราชการท่ีไดรับแจงเรียกเงินตามขอ ๕ ใหดําเนินการขอเบิกเงินจากคลังจาก งบดําเนินงาน โดยกรมบัญชีกลางจะจายเงินเขาบัญชีเงินฝากธนาคารของสวนราชการเพื่อใหสวน ราชการจายเงินคืนเขาบัญชีกองทุนทดแทนผูประสบภัยตอไป

๓๗๓ การเบิกจายเงินตามวรรคหนึ่งใหดําเนินการใหเสร็จส้ินภายในสามสิบวันทําการนับแต วันที่ไดรับแจง ทั้งนี้ ใหถือวันที่ประทับตรารับหนังสือตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงาน สารบรรณเปนวันที่ไดรับแจง เงนิ ทสี่ ว นราชการตอ งสง คนื ตามระเบยี บน้ี ใหถ อื วา เปน คา ใชจ า ยทเ่ี กดิ ขนึ้ เมอื่ สว นราชการ ไดรับแจงใหชําระหน้ี และใหนํามาเบิกจายจากงบประมาณรายจายประจําปท่ีไดรับแจงใหชําระหนี้ได ขอ ๗ การบันทึกบัญชีของสวนราชการที่สงเงินคืนเขากองทุนทดแทนผูประสบภัยให เปนไปตามมาตรฐานการจัดทําบัญชีสําหรับหนวยงานภาครัฐตามที่กระทรวงการคลังกําหนด สําหรับสวนราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหม ใหปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงกลาโหม วาดวยการบัญชีเงินราชการท่ีไดรับความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง ขอ ๘ เม่ือสวนราชการเจาของรถไดจายเงินคืนกองทุนทดแทนผูประสบภัยไปแลว ใหสวนราชการรีบดําเนินการแตงตั้งคณะกรรมการสอบขอเท็จจริง เพ่ือหาผูตองรับผิดชดใชคาเสียหาย ตามระเบียบของทางราชการโดยเร็ว ขอ ๙ ในกรณีท่ีสวนราชการไมสามารถปฏิบัติตามขอกําหนดในระเบียบนี้ ใหขอทํา ความตกลงกับกระทรวงการคลัง ขอ ๑๐ การสงเงินคืนกองทุนทดแทนผูประสบภัยในกรณีที่รถของเทศบาลองคการบริหาร สวนจังหวัด องคการบริหารสวนตําบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และราชการสวนทองถิ่นท่ีเรียกช่ือ อยางอ่ืนกอใหเกิดความเสียหาย ใหเปนไปตามระเบียบ ขอบังคับของราชการบริหารสวนทองถิ่นนั้น ขอ ๑๑ ใหปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สุรพงษ สืบวงศลี รัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลัง

๓๗๔ ÃÐàºÕºสํา¹Ñ¡§Ò¹¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒÃกํา¡ÑºáÅÐÊ‹§àÊÃÔÁ¡ÒûÃСͺ¸ØÃ¡Ô¨»ÃСѹÀÑ NjҴŒÇ¡ÒÃ㪌ÁÒμáÒúѧ¤Ñº·Ò§»¡¤Ãͧ â´Â¡ÒÃÂÖ´ËÃ×ÍÍÒÂÑ´áÅТÒ·ʹμÅÒ´·ÃѾÊÔ¹ μÒÁ¾ÃÐÃÒªºÑÞÞÑμԤ،Á¤Ãͧ¼ÙŒ»ÃÐʺÀѨҡö ¾.È. òõóõ ¾.È. òõõñ โดยที่ความในมาตรา ๒๖ แหงพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซ่ึงแกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให ในกรณีที่เจาของรถหรือบริษัทไมจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยหรือจายคาเสียหายเบื้องตน ใหแกผูประสบภัยไมครบจํานวนตามมาตรา ๒๓ (๑) หรือมาตรา ๒๓ (๕) แลวแตกรณี เม่ือสํานักงาน กองทุนทดแทนผูประสบภัยไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยไปตามมาตรา ๒๕ แลว ใหนายทะเบียนมีคําสั่งเรียกเงินตามจํานวนท่ีไดจายไปนั้นคืนจากเจาของรถหรือบริษัทแลวแตกรณี พรอมเงินเพ่ิมในอันตรารอยละ ๒๐ ของจํานวนคาเสียหายเบื้องตนที่จายจากกองทุนสงเขาสมทบ กองทุนอีกตางหาก และโดยคําส่ังของนายทะเบียนดังกลาวเปนคําสั่งทางปกครองกําหนดใหชําระเงิน ดังนั้น หากเจาของรถหรือบริษัทเพิกเฉยไมชําระคาเสียหายเบ้ืองตน พรอมเงินเพ่ิมคืนกองทุนตาม คําสั่งนายทะเบียนใหถูกตองครบถวนภายใน ๗ วันนับแตวันท่ีไดรับคําสั่งของนายทะเบียน นายทะเบียนมีอํานาจใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด หรืออายัดทรัพยสินของเจาของรถ หรือบริษัทน้ันและขายทอดตลาดเพื่อชําระเงินใหครบถวนไดตามมาตรา ๕๗ แหงพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ดังน้ัน เพ่ือใหการใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด หรืออายัดทรัพยสินของ เจาของรถ หรือบริษัทน้ัน และขายทอดตลาดดังกลาวเปนไปดวยความเรียบรอยและมีประสิทธิภาพ เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยอาศัยอํานาจตาม ความในพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓๒ (๒) จึงวางระเบียบไว ดังตอไปน้ี ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัย วาดวยการใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและ ขายทอดตลาดทรัพยสินตามพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๕๑”

๓๗๕ ขอ ๒ ระเบียบน้ีใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๓ ใหยกเลิกระเบียบกรมการประกันภัยวาดวยการใชมาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัด และขายทอดตลาดทรัพยสิน ตามพระราชบัญญัติคุมครองผูประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ พ.ศ. ๒๕๔๙ ขอ ๔ ในระเบียบน้ี ถาขอความมิไดแสดงใหเห็นเปนอยางอื่น “เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย หรือผูซ่ึงเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มอบหมาย “นายทะเบียน” หมายความวา เลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัย หรือผูซ่ึงเลขาธิการคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยมอบ หมายใหเ ปน นายทะเบยี นโดยประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาตามกฎหมายวา ดว ยการคมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถ “เจาหนาที่” หมายความวา พนักงานในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัยหรือบุคคลซ่ึงไดรับมอบหมายใหทําการยึดอายัดหรือขายทอดตลาด ทรัพยสินตามระเบียบน้ี “กองทุน” หมายความวา กองทุนทดแทนผูประสบภัย “สํานักงาน” หมายความวา ฝายบริหารท่ัวไปและกองทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับ และสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเขต สํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัยภาค สํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด หรือหนวยงานอื่นที่ปฏิบัติหนาท่ีอยางเดียวกัน แลวแตกรณี “ผูประสบภัย” หมายความวา ผูซ่ึงรับอันตรายตอชีวิต รางกาย หรืออนามัย เนื่องจาก รถที่ใชหรืออยูในทาง หรือเนื่องจากสิ่งท่ีบรรทุกหรือติดต้ังในรถน้ัน และใหหมายความรวมถึงทายาท โดยธรรมของผูประสบภัยซ่ึงถึงแกความตายดวย ทั้งนี้ ตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผูประสบภัย จากรถ “ผูตองชดใชเงิน” หมายความวา เจาของรถหรือบริษัทผูรับประกันภัยรถ ซ่ึงอยูใตบังคับ ของคําสั่งทางปกครองใหชําระเงินคืนกองทุนตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผูประสบภัยจากรถ “ยึด” หมายความวา การกระทําใด ๆ ตอทรัพยสินของผูตองชดใชเงินเพ่ือใหทรัพยสินนั้น ไดเขามาอยูในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจาหนาที่ “อายัด” หมายความวา การส่ังใหผูตองชดใชเงินหรือบุคคลภายนอกมิใหจําหนายจาย โอน หรือกระทํานิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพยสินหรือสิทธิเรียกรองที่ไดส่ังอายัดไวรวมตลอดถึง การส่ังใหบุคคลภายนอกมิใหนําสงทรัพยสินหรือชําระหนี้แกผูตองชดใชเงิน แตใหสงมอบหรือชําระหน้ี ตอกองทุน

๓๗๖ “การขายทอดตลาด” หมายความวา การนําเอาทรัพยสินของผูตองชดใชเงินออกขาย โดยวิธีใหสูราคากันโดยเปดเผย “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพยสินและ ใหหมายความรวมถึงผูทอดตลาดดวย ËÁÇ´ ñ º··èÑÇä» ขอ ๕ เลขาธิการเปนผูมีอํานาจส่ังใหยึด หรืออายัด หรือขายทอดตลาดทรัพยสินของ ผูตองชดใชเงิน ขอ ๖ หนังสือเตือนใหผูตองชดใชเงินชําระเงินคืนกองทุน คําส่ังใหยึดทรัพยสินประกาศ ยึดทรัพยสิน คําส่ังใหอายัดทรัพยสิน คําสั่งใหขายทอดตลาดทรัพยสิน และประกาศขายทอดตลาด ทรัพยสิน ใหใชตามแบบที่เลขาธิการกําหนด ขอ ๗ การสงหนังสือ คําสั่ง หรือประกาศตามระเบียบนี้ ใหปฏิบัติตามหมวด ๔ วาดวย การแจง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ขอ ๘ ในกรณีนายทะเบียนมีคําส่ังใหผูตองชดใชเงินชําระเงินคืนกองทุน ถาถึงกําหนด แลวไมมีการชําระโดยถูกตองครบถวน ใหนายทะเบียนมีหนังสือเตือนใหผูตองชดใชเงินชําระเงินคืน กองทุนภายในระยะเวลาท่ีกําหนดแตตองไมนอยกวาเจ็ดวัน โดยใหระบุดวยวาถาไมมีการปฏิบัติตาม คําเตือน เลขาธิการมีอํานาจใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาด ทรัพยสินของผูตองชดใชเงินเพื่อชําระเงินใหครบถวนได ขอ ๙ การใชมาตรการบังคับทางปกครองตามขอ ๘ ใหมีระยะเวลาสิบปนับแตวันที่ นายทะเบียนมีคําสั่งใหผูตองชดใชเงินชําระเงินคืนกองทุน ในกรณีที่เห็นสมควร เลขาธิการอาจมีคําส่ังใหยนเวลาการใชมาตรการบังคับทางปกครอง ใหนอยกวาระยะเวลาท่ีกําหนดไวในวรรคหน่ึงก็ได ËÁÇ´ ò ¡ÒÃÂÖ´·ÃѾÊÔ¹ ʋǹ·Õè ñ ÇÔ¸Õ¡ÒÃÂÖ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๑๐ เม่ือถึงกําหนดเวลาที่อาจใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึดทรัพยสิน ไดตามมาตรา ๕๗ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ใหสํานักงาน

๓๗๗ ที่ไดจายคาเสียหายเบ้ืองตนใหแกผูประสบภัยดําเนินการสืบหาหลักทรัพยหรือทรัพยสินของผูตอง ชดใชเงิน โดยไมชักชาและประเมินราคาทรัพยสินตามขอ ๓๖ ถึงขอ ๔๐ ในการนี้อาจประสานงาน กับสํานักงานในเขตพื้นที่ที่ทรัพยสินตั้งอยูเพ่ือชวยดําเนินการใหดวยก็ได การสืบหาหลักทรัพยหรือทรัพยสินของผูตองชดใชเงิน ใหดําเนินการ ดังตอไปนี้ (๑) ประสานกับกรมท่ีดินเพ่ือตรวจสอบหลักทรัพยประเภทอสังหาริมทรัพยที่ปรากฏช่ือ ของผูตองชดใชเงิน ครอบครัวของผูตองชดใชเงิน และผูเก่ียวของกับผูตองชดใชเงินเปนผูถือกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิเรียกรอง ซึ่งอาจยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดเพ่ือชําระหนี้ได โดยใหตรวจสอบ ตามภูมิลําเนาเดิมท่ีเคยอยูอาศัย สถานท่ีท่ีเคยยายไปดํารงตําแหนงหรือทํางานและภูมิลําเนา ปจจุบันดวย (๒) ตรวจสอบทรัพยสินประเภทสังหาริมทรัพยของผูตองชดใชเงิน เชน รถยนต รถจักรยานยนต เรือ หุน หรือหลักประกันการขอใชไฟฟา น้ําประปา โทรศัพท โดยประสานงานกับ สวนราชการ หรือหนวยงานที่จัดทําทะเบียนหรือมีบัญชีควบคุมสังหาริมทรัพยดังกลาว (๓) สืบหาทรัพยสินอื่นของผูตองชดใชเงินในสํานักงาน บาน และท่ีอยูอาศัยของ ผูตองชดใชเงินหรือจากครอบครัวหรือผูที่เกี่ยวของ ซ่ึงอาจมีทรัพยสินของผูตองชดใชเงินไว ในความครอบครอง (๔) ขอความรวมมือจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเพ่ือตรวจสอบหลักทรัพยหรือบัญชี เงินฝากในธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ (๕) ดําเนินการอื่นใดเพื่อใหการสืบหาหลักทรัพยหรือทรัพยสินของผูตองชดใชเงินเปน ไปอยางมีประสิทธิภาพและสัมฤทธ์ิผล ใหสํานักงานตามวรรคหน่ึงรายงานผลการสืบหาหลักทรัพยหรือทรัพยสินของผูตองชดใช เงิน ใหเลขาธิการทราบทุกระยะสามเดือน ขอ ๑๑ ใหสํานักงานตามขอ ๑๐ รายงานการสืบหาหลักทรัพยหรือทรัพยสินของผูตอง ชดใชเงิน ดังตอไปนี้ (๑) สํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเขต ใหรายงานตอฝายบริหารทั่วไปและกองทุน (๒) สํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด ใหรายงานตอสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาค หลังจากฝายบริหารทั่วไปและกองทุน หรือสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัยภาคไดดําเนินการตามขอ ๑๐ หรือไดรับรายงานตามวรรคหน่ึงใหเสนอ รางคําส่ังแตงต้ังเจาหนาที่ไปทําการยึดทรัพยสิน รางคําส่ังใหยึดทรัพยสิน รางประกาศยึดทรัพยสิน หรือรางคําส่ังใหอายัดทรัพยสินแลวแตกรณี เพื่อใหเลขาธิการลงนาม ทั้งน้ีถาทรัพยสินตั้งอยูนอกเขต พื้นท่ีรับผิดชอบเลขาธิการจะแตงตั้งบุคคลใดเปนเจาหนาที่ก็ได

๓๗๘ ขอ ๑๒ เมื่อเลขาธิการลงนามในคําสั่งแตงต้ังเจาหนาท่ี คําส่ังใหยึดทรัพยสิน ประกาศ ยึดทรัพยสิน หรือคําสั่งใหอายัดทรัพยสินแลว ใหสงเร่ืองคืนไปใหสํานักงานตามขอ ๑๑ เพ่ือดําเนินการ ตอไป ขอ ๑๓ ถาในคําสั่งใหย ึดทรัพยสินไดระบุเฉพาะเจาะจงใหยึดทรัพยสินส่ิงใดใหเ จาหนา ท่ี ยึดแตเฉพาะทรัพยสินสิ่งน้ัน ขอ ๑๔ กอนไปทําการยึดทรัพยสิน ใหเจาหนาท่ีพิจารณาตรวจสอบใหแนชัดวาจะตอง ยึดทรัพยสินของผูตองชดใชเงินหรือไม และจํานวนราคาทรัพยสินท่ีจะยึดไดตามกฎหมายมีประมาณ เทาใด พรอมทั้งนําประกาศยึดทรัพยสินไปดวย เพ่ือปดไว ณ สถานท่ีท่ียึดทรัพยสิน ขอ ๑๕ ใหเ จา หนา ทไ่ี ปทาํ การยดึ ทรพั ยส นิ โดยเรว็ และใหค าํ สงั่ ใหย ดึ ทรพั ยส นิ กบั เครอื่ งมอื และอุปกรณสําหรับการยึดทรัพยสิน เชน ครั่งและตราตีครั่งไปดวย ท้ังน้ี จะมีพนักงานเจาหนาที่อ่ืน รวมไปชวยเหลือดวยก็ได ขอ ๑๖ ใหเจาหนาท่ีและพนักงานเจาหนาที่ตามขอ ๑๕ ดําเนินการยึดทรัพยสินดวย ความสุภาพและระมัดระวังไมใหเกิดความเสียหายเกินกวาที่จําเปน ถามีผูใดขัดขวางในการยึดทรัพยสิน ใหเจาหนาที่ช้ีแจงหรือวากลาวแตโดยดีกอน ถาผูนั้น ยงั ขดั ขวางอยอู กี กใ็ หเ จา หนา ทขี่ อความชว ยเหลอื จากเจา หนา ทต่ี าํ รวจเพอ่ื ดาํ เนนิ การยดึ ทรพั ยส นิ จนได ขอ ๑๗ เจา หนา ทจี่ ะตอ งดาํ เนนิ การยดึ ทรพั ยส นิ ในระหวา งพระอาทติ ยข น้ึ และพระอาทติ ยต ก ในวันทําการงานปกติ เวนแตในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือจําเปนอยางยิ่งจะทําการยึดทรัพยสินในวันหยุด ราชการก็ได โดยไดรับอนุญาตจากเลขาธิการ ขอ ๑๘ กอนทําการยึดทรัพยสิน ใหเจาหนาท่ีแสดงคําส่ังใหยึดทรัพยสินตอผูตองชดใช เงินหรือบุคคลที่ระบุไวในคําส่ังใหยึดทรัพยสินถาไมปรากฏตัวบุคคลดังกลาวใหแสดงตอบุคคลที่อยูใน สถานท่ีนั้น ขอ ๑๙ เพื่อใหพบและทําการยึดทรัพยสินใหเจาหนาที่มีอํานาจเทาท่ีจําเปนท่ีจะคน สถานที่ใด ๆ อันเปนของผูตองชดใชเงินหรือไดครอบครองอยู เชน บาน ที่อยูอาศัย คลังสินคาโรงงาน หรือรานคาขาย เปนตน ท่ีจะยึดและตรวจสมุดบัญชี เอกสาร หรือแผนกระดาษ และท่ีจะกระทําการ ใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปดสถานท่ีดังกลาว รวมท้ังตูนิรภัย ตู หรือที่เก็บของอื่น ๆ แลวรายงานให เลขาธิการทราบ ขอ ๒๐ ใหเจาหนาที่ยึดทรัพยสินของผูตองชดใชเงินแตเพียงพอกับจํานวนเงินที่ตอง ชําระตามคําส่ังใหยึดทรัพยสิน พรอมทั้งคาธรรมเนียม คาใชจายในการยึดหรืออายัดทรัพยสินและ ขายทอดตลาด แตถาผูตองชดใชเงินมีแตทรัพยสินซ่ึงมีราคามากกวาจํานวนหน้ีและไมอาจแบงยึด โดยมิใหทรัพยสินนั้นเสื่อมราคา เชน ทําใหเปล่ียนสภาพและราคาตกตํ่า ท้ังทรัพยสินอื่นท่ีจะยึดให เพียงพอกับจํานวนหนี้ก็ไมปรากฏดวยแลว ใหยึดทรัพยสินที่วาน้ันมาขายทอดตลาดทั้งหมด

๓๗๙ ขอ ๒๑ เจาหนาท่ียอมไมยึดทรัพยสินที่พนักงานเจาหนาที่อ่ืนไดยึดหรืออายัดไวกอน แลว หรือทรัพยสินที่มีกฎหมายบัญญัติใหไมอยูในความรับผิดชอบแหงการบังคับคดี ขอ ๒๒ เมื่อปรากฏวาทรัพยสินน้ันไมอาจยึดไดตามกฎหมายใหเจาหนาท่ีงดการยึดไว กอนแลวรีบรายงานใหเลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาส่ังการตอไป เมื่อยึดทรัพยสินใดมาแลว ปรากฏในภายหลังวาทรัพยสินที่ยึดนั้นเปนของบุคคลอื่นให เจาหนาท่ีรายงานใหเลขาธิการทราบเพ่ือพิจารณาดําเนินการเพิกถอนการยึดทรัพยสินนั้นตอไป ขอ ๒๓ การยึดที่ดิน ใหเจาหนาท่ีดําเนินใหไดเอกสารสิทธิในท่ีดินหรือสําเนา ซ่ึงเจาหนาที่ท่ีดินรับรองเพื่อตรวจสอบจําลองแผนท่ีหลังโฉนดท่ีดินวาเปนที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม หากเชื่อไดวาเปนท่ีดินแปลงเดียวกันแลว ใหบันทึกในรายการยึดโดยบรรยายใหเห็นสภาพทําเลที่ตั้ง และส่ิงอางอิงของท่ีดินนั้น ขอ ๒๔ ถาที่ดินท่ียึดนั้นมีส่ิงปลูกสรางหรือไมลมลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผล ไมคราวหนึ่งหรือหลายคราวตอปเปนของผูอื่นปลูกอยู ใหเจาหนาท่ีบันทึกถอยคําของเจาของส่ิงน้ัน ๆ ใหปรากฏวามีสิทธิในที่ดินอยางไร เชน สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพ้ืนดิน หรือสิทธิตามสัญญาเชา เปนตน ภายใตบังคับพระราชบัญญัติวาดวยการยึดทรัพยสินของกสิกร พุทธศักรา ๒๔๗๕ การยึดท่ีไรนาซ่ึงมีไมลมลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเก่ียวไดตามฤดูกาลจะยึดแตที่ดิน ไมยึดไมลมลุก และธัญชาติหรือจะยึดทั้งท่ีดินและไมลมลุกหรือธัญชาติดวยก็ได ขอ ๒๕ การยึดท่ีดินซ่ึงมีไมยืนตน ใหเจาหนาท่ีจดชนิดและประมาณจํานวนตนไมไวดวย ขอ ๒๖ ถาทรัพยสินท่ียึดมีดอกผลธรรมดาที่ผูตองชดใชเงินจะตองเปนผูเก็บเกี่ยวหรือ บุคคลอ่ืนเปนผูเก็บเก่ียวในนามของผูตองชดใชเงิน เมื่อมีผูรองขอใหเจาหนาที่เก็บเกี่ยวและเจาหนาท่ี เห็นสมควรจัดการให เจาหนาท่ีตองแจงเปนหนังสือใหผูตองชดใชเงินทราบในขณะทําการยึด แลวจึงใหทําการเก็บดอกผลน้ันเม่ือถึงกําหนด ขอ ๒๗ การยึดเรือน โรง หรือส่ิงที่ปลูกสรางอยางอื่น ใหเจาหนาท่ีบันทึกในรายการยึด โดยบรรยายใหเห็นสภาพของส่ิงนั้น ๆ เชน พื้น ฝาผนัง ประตู หนาตาง เสา เคร่ืองบนและหลังคา ใชวัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น ก่ีหอง ขนาดกวางยาวสูงเทาใด เกา หรือใหมเพียงใด เลขทะเบียนเทาไร ถาเปน สถานท่ีใหเชา คาเชาเทาใด เปนตน ขอ ๒๘ การยึดยอมครอบคลุมไปถึงดอกผลแหงทรัพยสินนั้นดวย เวนแตจะมีกฎหมาย บัญญัติไวเปนอยางอื่น ขอ ๒๙ ใหเ จา หนา ทแ่ี สดงใหเ หน็ โดยชดั แจง ตามวธิ ที เ่ี หน็ สมควรวา ไดม กี ารยดึ ทรพั ยส นิ แลว เชน (๑) การยึดส่ิงของ ใหเจาหนาท่ีปดหรือผูกแผนเลขหมายบนสิ่งของท่ียึดใหตรงตาม บัญชีทรัพยสิน ถาสามารถจะเก็บรวมเขาหีบหรือตูได ก็ใหรวมไวแลวปดหีบหรือตูประทับตราครั่งอีก ชั้นหนึ่ง

๓๘๐ (๒) การยึดท่ีดิน หองชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสรางอื่น ๆ ใหปดประกาศหรือ ทําเคร่ืองหมายไว (๓) การยึดสัตว สัตวพาหนะ หรือปศุสัตว จะใชสีทาที่เขาหรือตัว หรือจะใชแผน เลขหมายผูกคอ หรือจะตอนเขาคอกแลวผูกเชือกประทับตราคร่ังท่ีประตูคอกก็ได แลวแตจะเห็น สมควร แตอยาใหเปนการขัดของตอการเล้ียง การรักษาสัตว ขอ ๓๐ เมื่อไดยึดเรือกําปน เรือมีระวางตั้งแตหกตันข้ึนไป เรือกลไฟ เรือยนต มีระวาง ต้ังแตหาตันข้ึนไป แพ หรือสัตวพาหนะ ใหเจาหนาที่แจงการยึดทรัพยสินนั้นไปยังกรมการขนสงทาง นํ้าและพาณิชยนาวีหรือนายทะเบียนแหงทองท่ีดวย แลวแตกรณี กรณียึดทรัพยสินอ่ืนท่ีทะเบียน เชน รถยนต เคร่ืองจักร ใหเจาหนาท่ีแจงการยึดไปยัง นายทะเบียนแหงทรัพยสินนั้นดวย ขอ ๓๑ ในการยึดทรัพยสิน ใหเจาหนาท่ีจัดทําบันทึกรายงานการดําเนินการโดยสังเขป หากมีพฤติการณหรือเหตุการณที่สมควรบันทึกไวเปนหลักฐาน ก็ใหบันทึกไว แลวอานบันทึกน้ัน ใหผูที่มีสวนเกี่ยวของ เชน ผูตองชดใชเงิน ผูมีสวนไดเสีย บุคคลท่ีอยู ณ ท่ียึดฟงแลวใหลงลายมือ ชื่อไวเปนหลักฐานดวย ถาผูใดไมยอมลงลายมือช่ือ ใหบันทึกวาอานใหฟงแลวไมยอมลงลายมือชื่อ พรอมกับลงลายมือช่ือเจาหนาท่ีและพยานรับรองไว ขอ ๓๒ หามยึดทรัพยสินของผูตองชดใชเงิน ดังตอไปน้ี (๑) เคร่ืองนุงหมหลับนอนหรือเครื่องใชในครัวเรือนหรือเครื่องใชสอยสวนตัว โดยประมาณราคารวมกันตามท่ีกําหนดไวในมาตรา ๒๘๕ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง ในกรณีเลขาธิการเห็นสมควรจะกําหนดทรัพยสินดังกลาวท่ีมีราคาเกินกวาที่กําหนดไว ตามมาตรา ๒๘๕ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงใหเปนทรัพยสินท่ีหามยึดตามระเบียบ นี้ก็ได ท้ังนี้ โดยคํานึงถึงความจําเปนตามฐานะของผูตองชดใชเงิน (๒) เครื่องมือหรือเครื่องใชที่จําเปนในการเล้ียงชีพหรือประกอบวิชาชีพดดยประมาณ รวมกันราคาไมเกินกวาท่ีกําหนดไวตามมาตรา ๒๘๕ แหงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพง แตถาผูตองชดใชเงินมีคําขอโดยทําเปนคํารองตอเลขาธิการขออนุญาตใชเครื่องมือหรือเครื่องใช อันจําเปนเพ่ือดําเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกวาจํานวนราคาดังกลาวแลว ใหเ ลขาธกิ ารมอี าํ นาจใชด ลุ ยพนิ จิ ทจี่ ะอนญุ าตหรอื ไมอ นญุ าตภายในบงั คบั แหง เงอ่ื นไขตามทเ่ี หน็ สมควร (๓) วัตถุ เคร่ืองใช และอุปกรณที่จําเปนตองใชทําหนาท่ีแทนหรือชวยอวัยวะของผูตอง ชดใชเงิน (๔) ทรัพยสินอยางใดท่ีโอนกันไมไดตามกฎหมายหรือตามกฎหมายยอมไมอยูใน ความรับผิดแหงการบังคับคดี ทรัพยสินของผูตองชดใชเงินอันมีลักษณะเปนของสวนตัวโดยแท เชน หนังสือสําหรับ วงศตระกูล โดยเฉพาะจดหมายหรือสมุดบัญชีตาง ๆ นั้น ถาจําเปนอาจยึดมาตรวจดูเพ่ือประโยชน แหงการยึดทรัพยสินได แตหามมิใหเอาออกขายทอดตลาด

๓๘๑ (๕) ทรัพยสินของกสิกรตามมาตรา ๕ แหงพระราชบัญญัติวาดวยการยึดทรัพยสินของ กสิกร พุทธศักราช ๒๔๗๕ ไดแก พืชพันธุท่ีใชในปตอไปตามสมควร พืชผลที่เก็บไวสําหรับเลี้ยงตัว และครอบครัวตามฐานานุรูปสําหรับหนึ่งป สัตวและเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไวพอแกการดําเนิน อาชีพตอไป ขอ ๓๓ ใหเจาหนาที่จัดทําบัญชีทรัพยสินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด เชน ชื่อ ประเภท จํานวน ขนาด น้ําหนัก สภาพ และราคาประเมินแหงทรัพยสิน เปนตน ตามลําดับหมายเลขไว ขอ ๓๔ เม่ือกระทําการยึดทรัพยสินของผูตองชดใชเงินแลว ใหแจงรายการยึดและ ราคาประเมินใหผูตองชดใชเงินทราบ และถาทรัพยสินที่ยึดมีผูถือกรรมสิทธิ์รวม ใหแจงการยึดให ผูถือกรรมสิทธิ์รวมทราบดวย หากไมสามารถจะกระทําตามความในวรรคหน่ึงได ใหปดประกาศแจงการยึดไว ณ สถาน ที่ที่ยึด หรือประกาศแจงการยึดทางหนังสือพิมพรายวันไมเกินเจ็ดวัน ถาทรัพยสินท่ียึดเปนที่ดินและหองชุด ใหเจาหนาท่ีแจงการยึดน้ันใหเจาหนาที่ท่ีดินแหง ทองท่ีท่ีที่ดินต้ังอยูทราบเพื่อบันทึกการยึดไวในทะเบียน เมอื่ ดาํ เนนิ การดงั กลา วแลว เสรจ็ ใหเ จา หนา ทรี่ ายงานการยดึ ทรพั ยส นิ พรอ มบญั ชที รพั ยส นิ ท่ียึดตอเลขาธิการ ʋǹ·èÕ ò ÇÔ¸Õ¡ÒûÃÐàÁÔ¹ÃÒ¤Ò·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๓๖ การประเมินราคาท่ีดิน ใหพิจารณาตามหลักเกณฑดังตอไปน้ีประกอบกัน คือ (๑) ราคาซ้ือขายกันในทองตลาด โดยคํานึงถึงสภาพแหงที่ดินนั้นวาเปนที่ดินประเภท ใด เชน ที่อยูอาศัย ที่โรงงาน ที่ใหบริการหรือคาขาย ท่ีสวน ที่นา ที่ไร เปนตน และที่น้ันอยูในทําเล อยางใด เชน อยูในทําเลคาขาย ท่ีชุมนุมชน อยูติดถนนหรือแมน้ําลําคลองหรือไม รถยนตเขาถึงหรือ ไม หากเปนท่ีใชเชา มีผลประโยชนหรือรายไดมากนอยเพียงใด (๒) ราคาท่ีดินบริเวณใกลเคียง ซ่ึงเจาหนาท่ีเคยขายทอดตลาดไปแลว (๓) ราคาซ้ือขาย หรือจํานอง หรือขายฝากครั้งสุดทายของที่ดินท่ียึด และของที่ดิน ขางเคียง (๔) ราคาประเมินทุนทรัพยเพ่ือเรียกเก็บคาธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ขอ ๓๗ การประเมินราคาทรัพยสินอ่ืนนอกจากที่ดิน ใหประเมินตามราคาซื้อขายใน ทองตลาดตามสภาพความเกาใหมของทรัพยสินน้ัน ๆ

๓๘๒ ขอ ๓๘ การประเมินราคาทรัพยสินอื่นท่ีติดจํานองหรือจํานํา ใหปฏิบัติเชนเดียวกับ ขอ ๓๖ และขอ ๓๗ แตใหหมายเหตุไวดวยวาจํานองหรือจํานําเม่ือใด ตนเงินเทาใด เพ่ือประกอบ ดุลพินิจในการขายทอดตลาด ขอ ๓๙ หากเลขาธิการเห็นวาราคาทรัพยสินที่เจาหนาที่ประเมินไมเหมาะสมหรือ ผูมีสวนไดเสียในการยึดทรัพยสินรองขอโดยมีเหตุผลอันสมควร เลขาธิการมีอํานาจแกไขราคาประเมิน ไดเอง หรือมีคําส่ังใหเจาหนาที่ทําการประเมินราคาใหม หรืออาจขอใหหนวยงานที่มีหนาท่ีในการ ประเมินราคาทรัพยสินหรือผูเช่ียวชาญในการประเมินราคาทรัพยสินชวยประเมินราคาให กรณีประเมินราคาตามคํารองขอของผูมีสวนไดเสียในการยึดทรัพยสิน ใหผูรองขอเปน ผูเสียคาใชจาย เม่ือไดมีการแกไขราคาประเมินแลว ใหเจาหนาที่แจงราคาประเมินท่ีไดแกไขใหม ใหผูมีสวนไดเสียทราบ ขอ ๔๐ การประเมินราคาทรัพยสินบางประเภท หากมีความจําเปนตองใชผูเช่ียวชาญ ผูชํานาญพิเศษ หรือผูมีความรูเชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคา ใหเลขาธิการส่ังใหดําเนินการได ʋǹ·èÕ ó ¡ÒäѴ¤ŒÒ¹¡ÒÃÂÖ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๔๑ ถาบุคคลใดจะย่ืนคํารองคัดคานการยึดทรัพยสินโดยกลาวอางวาผูตองชดใชเงิน ไมใชเจาของทรัพยสินที่เจาหนาที่ไดยึดไวกอนเอาทรัพยสินดังกลาวออกขายทอดตลาด บุคคลนั้น อาจยื่นคํารองขอตอเลขาธิการเพ่ือใหมีคําส่ังปลอยทรัพยสินเชนวานั้น เม่ือเจาหนาท่ีไดรับคํารองขอ เชนวาน้ัน ใหงดการขายทอดตลาดหรือจําหนายทรัพยสินน้ันไวในระหวางรอคําวินิจฉัยชี้ขาดของ เลขาธิการ เวนแต (๑) หากมพี ยานหลกั ฐานเบอ้ื งตน แสดงวา คาํ รอ งขอนน้ั ไมม มี ลู และยนื่ เขา มาเพอ่ื ประวงิ เวลา ใหเน่ินชา เลขาธิการมีอํานาจสั่งใหผูรองขอวางเงินตอเลขาธิการในเวลาท่ีกําหนดตามจํานวนเงินที่ เห็นสมควรเพ่ือประกันความเสียหายใด ๆ ที่อาจไดรับเนื่องจากเหตุท่ีเน่ินชาในการขายทอดตลาด อันเกิดแตการยื่นคํารองขอนั้น ถาผูรองขอไมปฏิบัติตามคําสั่งเชนวานั้นใหเลขาธิการยกคํารองขอนั้น เสีย และมีคําส่ังใหดําเนินการตอไป (๒) ถาทรัพยสินท่ีพิพาทนั้นเปนสังหาริมทรัพยและมีพยานหลักฐานเบ้ืองตนแสดงวา คํารองขอน้ันไมมีเหตุผลอันควรฟง หรือถาปรากฏวาทรัพยสินที่ยึดนั้นเปนสังหาริมทรัพยท่ีเก็บไวนาน ไมได เลขาธิการมีอํานาจสั่งใหคณะกรรมการทําการขายทอดตลาดทรัพยสินหรือจําหนายทรัพยสิน นั้นโดยไมชักชา

๓๘๓ ʋǹ·èÕ ô ¡ÒÃà¡çºÃÑ¡ÉÒ·ÃѾÊÔ¹·èÕÂÖ´ ขอ ๔๒ ทรยั พส นิ ทไี่ ดย ดึ ไวแ ลว ใหน าํ มาเกบ็ รกั ษาไวท สี่ าํ นกั งาน แตถ า เปน อสงั หารมิ ทรพั ย หรือส่ิงของอ่ืนซึ่งลําบากตอการขนยาย ใหมอบใหแกบุคคลที่สมควรเปนผูดูแลรักษาไว การมอบทรัพยสินท่ีไดยึดไวใหแกบุคคลอื่นดูแลรักษาใหปฏิบัติดังตอไปนี้ (๑) ถาผูตองชดใชเงินยอมรับรักษาทรัพยสินที่ยึด และเจาหนาที่เห็นสมควรจะมอบ ทรัพยสินน้ัน ใหผูตองชดใชเงินเปนผูดูแลรักษาก็ได (๒) ถาผูตองชดใชเงินไมรับรักษาทรัพยสินท่ียึด และเจาหนาท่ีเห็นสมควรจะมอบ ทรัพยสินนั้นไวในความดูแลรักษาของบุคคลอ่ืนซ่ึงครอบครองทรัพยสินนั้นอยูก็ได (๓) ถาไมสามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได เลขาธิการจะเชาสถานท่ีเก็บรักษาทรัพยสิน ที่ยึดและจางคนดูแลรักษาทรัพยสินนั้นไวก็ได ขอ ๔๓ ใหเจาหนาท่ีจดไวในรายการยึดทรัพยสินโดยชัดแจงวาไดจัดการเก็บรักษา ทรัพยสินนั้นอยางไร และตองเสียคาใชจายในการยึดทรัพยสิน คาเชาสถานที่เก็บรักษาทรัพยสิน คาจางคนดูแลรักษาทรัพยสินเทาใด ขอ ๔๔ ใหผูรับดูแลรักษาทรัพยสิน โดยมีคาตอบแทนหรือไมมีคาตอบแทนก็ดีหรือผูให เชา สถานท่ีเก็บรักษาทรัพยสินก็ดี หรือผูรับจางดูแลรักษาทรัพยสินก็ดี ทําหนังสือสัญญากับเลขาธิการ ขอ ๔๕ ในกรณีท่ีผูใดทําใหเสียหาย ทําลาย ซอนเรน เอาไปเสีย ทําใหสูญหาย ทําใหเส่ือมคา หรือทําใหไรประโยชนซ่ึงทรัพยสินท่ียึด ใหเลขาธิการรองทุกขตอพนักงานสอบสวน เพื่อดําเนินคดีกับผูกระทําผิดทุกเรื่อง ËÁÇ´ ó ¡ÒÃÍÒÂÑ´·ÃѾÊÔ¹ ʋǹ·Õè ñ ÇÔ¸Õ¡ÒÃÍÒÂÑ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๔๖ เม่ือเห็นสมควรใชมาตรการบังคับทางปกครองโดยการอายัดทรัพยสินตาม มาตรา ๕๗ แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ในกรณีเลขาธิการมี คําส่ังใหอายัดทรัพยสินแลว ใหเจาหนาที่ไปทําการอายัดทรัพยสิน โดยเร็ว ขอ ๔๗ ภายใตบังคับขอ ๔๖ ในกรณีท่ียังไมมีคําส่ังใหอายัดทรัพยสิน ใหสํานักงาน ตามขอ ๑๑ หรือเจาหนาที่ตามขอ ๑๒ แลวแตกรณี รายงานการสืบหาทรัพยสินของผูตองชดใชเงิน และขออนุญาตอายัดทรัพยสิน พรอมท้ังเสนอรางคําส่ังใหอายัดทรัพยสินเพ่ือใหเลขาธิการลงนาม

๓๘๔ เมื่อเลขาธิการอนุญาต และลงนามในคําสั่งใหอายัดทรัพยสินแลว ใหสงเรื่องคืนไปให สํานักงานหรือเจาหนาท่ีดังกลาว แลวแตกรณี เพื่อดําเนินการตอไป ขอ ๔๘ เจาหนาที่อาจอายัดสังหาริมทรัพยอันมีรูปรางและอสังหาริมทรัพย รวมทั้ง สิทธิทั้งปวงอันมีอยูในทรัพยเหลานั้น หรือเงินท่ีบุคคลภายนอกจะตองสงมอบหรือโอนหรือชําระใหแก ผูตองชดใชเงิน ในการอายัดดังกลาว ใหเจาหนาท่ีมีอํานาจที่จะยึดบรรดาเอกสารท้ังปวงท่ีใหสิทธิหรือ รับรองสิทธิใหแกผูตองชดใชเงินในอันท่ีจะไดรับการสงมอบหรือรับการโอนทรัพยสินหรือสิทธิหรือได รับการชําระเงินเชนวานั้น ใหนําความในหมวด ๒ การยึดทรัพยสิน สวนที่ ๑ วิธีการยึดทรัพยสิน มาปฏิบัติกับวิธีการ อายัดทรัพยสินโดยอนุโลม ขอ ๔๙ เจาหนาที่ยอมไมอายัดทรัพยสินท่ีพนักงานเจาหนาท่ีอ่ืนไดยึดหรืออายัดไว กอนแลว หรือทรัพยสินที่มีกฎหมายบัญญัติใหไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดี เมื่ออายัดทรัพยสินใดแลว ปรากฏในภายหลังวาทรัพยสินท่ีอายัดนั้นเปนของบุคคล อื่นหรือไมมีความจําเปนตองอายัดทรัพยสินนั้นตอไปแลว ใหเจาหนาท่ีรายงานใหเลขาธิการทราบ เพื่อพิจารณาดําเนินการเพิกถอนการอายัดทรัพยสินน้ันตอไป ขอ ๕๐ หามอายัดทรัพยสินของผูตองชดใชเงิน ดังตอไปน้ี (๑) เบ้ียเลี้ยงชีพซึ่งกฎหมายกําหนดไวและเงินรายไดเปนคราว ๆ อันบุคคลภายนอก ไดยกใหเพื่อเล้ียงชีพเปนจํานวนรวมกันไมเกินเดือนละหน่ึงหม่ืนบาท หรือตามจํานวนที่เลขาธิการ เห็นสมควร (๒) เงินเดือน คาจาง บํานาญ บําเหน็จ เบี้ยหวัด หรือรายไดอื่นในลักษณะเดียวกันของ ขา ราชการ เจา หนา ที่ หรอื ลกู จา งในหนว ยราชการ และเงนิ สงเคราะห บาํ นาญ หรอื บาํ เหนจ็ ทหี่ นว ยราชการ ไดจายใหแกคูสมรส หรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหลาน้ัน (๓) เงินเดือน คาจาง บํานาญ คาชดใช เงินสงเคราะห หรือรายไดอ่ืนในลักษณะเดียวกัน ของพนักงาน ลูกจาง หรือคนงาน นอกจากท่ีกลาวไวใน (๒) ท่ีนายจางจายใหแกบุคคลเหลานั้น หรือ คูสมรสหรือญาติที่ยังมีชีวิตของบุคคลเหลาน้ัน เปนจํานวนรวมกันไมเกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทหรือ ตามจํานวนที่เลขาธิการเห็นสมควร (๔) เงินฌาปนกิจสงเคราะหท่ีผูตองชดใชเงินไดรับอันเนื่องมาแตความตายของบุคคล อื่นเปนจํานวนตามท่ีจําเปนในการดําเนินการฌาปนกิจศพตามฐานะของผูตายท่ีเลขาธิการเห็นสมควร ในการกําหนดจํานวนเงินตาม (๑) และ (๓) ใหเลขาธิการกําหนดใหไมนอยกวาอัตราเงิน เดือนขั้นตํ่าสุดของขาราชการพลเรือนในขณะน้ัน และไมเกินอัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของขาราชการ พลเรือนในขณะน้ัน ท้ังนี้ โดยคํานึงถึงฐานะของครอบครัวของผูตองชดใชและจํานวนบุพการี และ ผูสืบสันดานซึ่งอยูในความอุปการะของผูตองชดใชเงินดวย

๓๘๕ ʋǹ·èÕ ò ¡ÒäѴ¤ŒÒ¹¡ÒÃÍÒÂÑ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๕๑ ถาบุคคลใดซึ่งอยูใตบังคับของคําส่ังใหอายัดทรัพยสินปฏิเสธหรือโตแยงหนี้ ท่ีเรียกรองเอาแกตน ใหเจาหนาที่ทําการไตสวนตรวจสอบ หากปรากฏวาหนี้ท่ีเรียกรองน้ันมีอยูจริง ใหเจาหนาท่ีมีหนังสือเตือนใหบุคคลน้ันปฏิบัติตามคําส่ังใหอายัดทรัพยสินภายในระยะเวลาที่กําหนด อีกคร้ัง ถาบุคคลดังกลาวไมปฏิบัติตามคําเตือน ใหเจาหนาที่รายงานใหเลขาธิการทราบ เพ่ือพิจารณา ดําเนินการฟองคดีกับบุคคลดังกลาวใหรับผิดเสมือนหนึ่งบุคคลนั้นเปนผูตองชดใชเงิน รวมทั้งคาแหง ความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเพราะการไมปฏิบัติตามคําส่ังใหอายัดทรัพยสินดวย ถาไมมีการคัดคาน การอายัดทรัพยสิน แตบุคคลผูซ่ึงอยูใตบังคับของคําสั่งใหอายัดทรัพยสินไมปฏิบัติตามคําส่ังดังกลาว ใหเจาหนาท่ีดําเนินการเชนเดียวกับท่ีกลาวในวรรคหน่ึง ʋǹ·Õè ó ¡ÒèѴ¡Ò÷ÃѾÊÔ¹·èÕÍÒÂÑ´ ขอ ๕๒ ทรัพยสินท่ีอายัด ใหจัดการดังตอไปนี้ (๑) ถาเปนพันธบัตรหรือหลักทรัพยท่ีเปนประกันซึ่งผูตองชนใชเงินไดออกใหแกผูถือ หรือออกใบนามของผูตองชดใชเงิน เจาหนาท่ีอาจรองขอตอเลขาธิการมิใหมีคําสั่งอนุญาตใหจําหนาย สิ่งเหลาน้ันตามรายการขานราคาในวันท่ีขายก็ได หากสิ่งเหลาน้ันมีรายการขานราคากําหนดไว ณ สถานแลกเปล่ียนหรือถูกยกคําขอเสีย ก็ใหขายพันธบัตรหรือหลักทรัพยท่ีเปนประกันน้ันโดยวิธีการขาย ทอดตลาด (๒) ถาเปนตราสารเปลี่ยนมือ เชน ต๋ัวเงิน เจาหนาที่อาจรองขอใหเลขาธิการมีคําสั่ง อนุญาตจําหนายตามราคาท่ีปรากฏในตราสารหรือราคาตํ่ากวาน้ันตามที่เลขาธิการเห็นสมควร ถาเลขาธิการ ยกคําขอเสีย ก็ใหขายตราสารเปลี่ยนมือน้ันโดยวิธีการขายทอดตลาด (๓) ถา สงิ่ ของทจี่ ะตอ งสง มอบตามสทิ ธเิ รยี กรอ งทถี่ กู อายดั นนั้ ไดส ง มอบใหแ กเ จา หนา ทแ่ี ลว ก็ใหนําออกขายโดยวิธีการขายทอดตลาด (๔) ถา การจาํ หนา ยสทิ ธเิ รยี กรอ งทถี่ กู อายดั นนั้ กระทาํ ไดโ ดยยาก เนอื่ งจากการชาํ ระหนนี้ น้ั ตองอาศัยการชําระหนี้ตอบแทน หรืออาจตองดวยเหตุผลอื่นอันจะทําใหการชําระหน้ีน้ันเนิ่นชา ออกไปอีก และอาจเกิดความเสียข้ึนไดเม่ือบุคคลผูมีสวนไดเสียหรือเจาหนาท่ีรองขอโดยมีเหตุผล อันสมควร เลขาธิการอาจมีคําส่ังใหจําหนายสิทธิเรียกรองนั้นโดยวิธีการอ่ืนก็ได

๓๘๖ ËÁÇ´ ô ¡ÒâÒ·ʹμÅÒ´·ÃѾÊÔ¹ ʋǹ·èÕ ñ ¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒèѴ¡ÒâÒ·ʹμÅÒ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๕๓ ในการขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหเลขาธิการแตงต้ังคณะกรรมการจัดการขาย ทอดตลาดขนึ้ คณะหนง่ึ โดยแตง ตงั้ จากพนกั งานของสาํ นกั งานตาํ แหนง ไมต าํ่ กวา ระดบั พนกั งานปฏบิ ตั งิ าน จํานวนไมนอยกวาสามคน และใหกรรมการคนใดคนหนึ่งตําแหนงไมตํ่ากวาระดับพนักงานชํานาญงาน เจาหนาท่ีาอาวุโส หรือเทียบเทาเปนประธานกรรมการในกรณีจําเปนจะแตงต้ังบุคคลอื่นที่เห็นสมควร เขารวมเปนกรรมการดวยก็ได ʋǹ·Õè ò ÇÔ¸Õ¡ÒâÒ·ʹμÅÒ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๕๔ ใหส าํ นกั งานตามขอ ๑๑ รายงานและขออนญุ าตขายทรพั ยส นิ ทไ่ี ดย ดึ หรอื อายดั ไวโดยวิธีการขายทอดตลาด พรอมท้ังเสนอรางคําส่ังใหขายทอดตลาดทรัพยสิน โดยแนบเอกสารที่ เก่ียวของ เชน สําเนาคําส่ังแตงต้ังเจาหนาที่ไปทําการยึดหรืออายัดทรัพยสิน สําเนาคําส่ังใหยึดหรือ อายัดทรัพยสิน สําเนาประกาศยึดทรัพยสิน บัญชีทรัพยสินท่ียึดหรืออายัดและเอกสารอ่ืนใดท่ีเกี่ยวกับ การขายทอดตลาดทรัพยสิน เปนตน รวมทั้งความเห็นวาควรขายทอดตลาดทรัพยสินไวในรายงาน เสนอใหเลขาธิการอนุญาตและลงนามในคําสั่งใหขายทอดตลาดทรัพยสินภายในสามสิบวัน นับแตวันท่ีไดยึดหรืออายัดทรัพยสินเสร็จสิ้น ขอ ๕๕ เมื่อเลขาธิการลงนามในคําสั่งใหขายทอดตลาดทรัพยสินแลวใหเจาหนาท่ีจัด ทําประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพยสิน โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพยสินท่ีจะขาย เชน ช่ือ เจาของทรัพยสิน วันเวลา และสถานที่ท่ีจะขาย ชื่อ ประเภท ลักษณะ จํานวน ขนาด นํ้าหนัก และ ภาระติดพันเก่ียวกับทรัพยสินน้ัน ๆ เปนตน ถาเปนที่ดินใหแจงเนื้อที่อาณาเขตกวางยาว ช่ือเจาของ ที่ดินขางเคียง สถานที่ตั้งพรอมทั้งแผนท่ีโดยสังเขป เสนอประธานกรรมการเพ่ือลงนาม ขอ ๕๖ เม่ือประธานกรรมการลงนามในประกาศเร่ือง ขายทอดตลาดทรัพยสินแลว ใหเจาหนาที่จัดสงสําเนาประกาศนั้น ใหแกผูตองชดใชเงินและผูมีสวนไดเสีย ท้ังปดประกาศไว โดยเปดเผย ณ สถานที่ท่ีจะขายทอดตลาด สถานท่ีท่ีทรัพยสินนั้นต้ังอยูท่ีชุมนุมชน และสถานที่ราชการ ที่เห็นสมควร กอนกําหนดวันขายทอดตลาดไมนอยกวาเจ็ดวัน

๓๘๗ ถาประธานกรรมการเห็นสมควร จะลงประกาศโฆษณาการขายทอดตลาดทรัพยสินนั้น ในหนังสือพิมพรายวัน หรือทางวิทยุกระจายเสียง หรือทางโทรทัศนหรือทางสื่ออิเล็กทรอนิกสกอน กําหนดวันขายทอดตลาดไมนอยกวาเจ็ดวันก็ได ขอ ๕๗ การกําหนดวันขายทอดตลาดในประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหกําหนดระยะเวลาดังตอไปน้ี (๑) ท่ีดิน ท่ีดินพรอมสิ่งปลูกสราง หรืออสังหาริมทรัพยอื่น กําหนดวันขายไมนอยกวา สามสิบวัน แตไมเกินเกาสิบวัน นับแตวันท่ีท่ีลงในประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพยสิน (๒) โรงเรือน ส่ิงปลูกสรางตาง ๆ หรือสังหาริมทรัพยอื่น กําหนดวันขายไมนอยกวา ย่ีสิบวันแตไมเกินสามสิบวัน นับแตวันท่ีท่ีลงในประกาศ เร่ือง ขายทอดตลาดทรัพยสิน (๓) ในกรณีจําเปนเรงดวน คณะกรรมการอาจขายทอดตลาดทรัพยสินไดเมื่อพนระยะ เวลาอยางนอยหาวัน นับแตวันท่ียึดหรืออายัดทรัพยสินเสร็จสิ้น ในกรณีของสดหรือของเสียงาย ใหนําออกขายทอดตลาดไดทันทีหรือดําเนินการ โดยวิธีการอื่นตามที่เห็นสมควร (๔) เม่ือประกาศขายทอดตลาดทรัพยสินไปแลว กรณีมีความจําเปน คณะกรรมการ อาจเล่ือนหรืองดการขายทอดตลาดนั้นก็ได ขอ ๕๘ การขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหคณะกรรมการปฏิบัติดังตอไปนี้ (๑) การขายทอดตลาดทรัพยสินที่ติดจํานอง ใหมีหนังสือแจงใหผูรับจํานองทราบถึงวัน เวลา และสถานที่ที่จะทําการขายทอดตลาด พรอมทั้งใหสอบถามผูรับจํานองถึงรายละเอียดของภาระ จํานอง เชน ตนเงิน ดอกเบี้ยท่ีคางชําระ ตลอดจนวิธีการขายทอดตลาดวาประสงคจะใหขายโดยติด จํานองหรือปลอดจํานอง ถาผูรับจํานองไมมีหนังสือตอบรับแจงใหทราบภายในสิบหาวัน นับแตวัน ที่ไดรับหนังสือแจงดังกลาว ก็ใหขายทรัพยสินน้ันโดยติดจํานอง ในกรณีท่ีไดรับแจงจากผูรับจํานอง วาประสงคใหขายทรัพยสินนั้น โดยปลอดจํานอง คณะกรรมการอาจขายทรัพยสินน้ันโดยติดจํานอง ก็ได ถาไดรับอนุญาตจากเลขาธิการ การขายทรัพยสินโดยติดจํานอง ใหแสดงรายชื่อผูรับจํานอง พรอมท้ังตนเงินและดอกเบ้ีย ทค่ี า งชาํ ระจนถงึ วันขาย และขอ ความวา ผใู ดซื้อทรัพยส นิ น้ันตอ งรบั ภาระจํานองตดิ ไปดว ยไวใ นประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพยสิน โดยชัดเจน การขายทรัพยสินโดยปลอดจํานอง การกําหนดราคาขายใหพิจารณาถึงตนเงินและ ดอกเบ้ียท่ีคางชําระจนถึงวันขาย รวมท้ังคาธรรมเนียม คาใชจายในการยึดหรืออายัดทรัพยสิน คาใชจายในการขายทอดตลาดทรัพยสิน และเงินที่ผูตองชดใชเงินตองชําระ ถาคาดหมายวาเงินที่ได จากการขายทอดตลาด ไมอาจปลดเปล้ืองหน้ีไดหรือหากขายทอดตลาดแลวเจาหน้ีจํานองจะไดรับเงิน จากการขายทอดตลาดทรัพยสินน้ันไปทั้งหมด ก็ใหงดการขายทอดตลาดทรัพยสินนั้น ๆ และรายงาน ใหเลขาธิการทราบเพ่ือพิจารณาสั่งการเปนราย ๆ ไป

๓๘๘ การขอรับชําระหนี้ของผูรับจํานอง ใหถือเอาหนังสือตอบรับของผูรับจํานองตามวรรคหนึ่ง เปนคําขอรับชําระหน้ีจํานอง กอนจายเงินชําระหนี้จํานองพรอมดอกเบ้ีย ตองตรวจสอบใหแนชัด เสียกอนวาหนี้จํานองและดอกเบ้ียเปนหน้ีบุริมสิทธิที่จะไดรับชําระหน้ีกอนเจาหนี้สามัญหรือไม และผูรับจํานอง ไดปลดหนี้จํานองใหแลว พรอมทั้งใหขอใบรับยึดถือไวเปนหลักฐานในการชําระหน้ี จํานองพรอมดอกเบ้ียดวย จึงจะจายเงินใหแกผูรับจํานองได (๒) การขายทอดตลาดตูนิรภัย กําปนเหล็ก ตู หีบ หรือท่ีเก็บของอื่น ๆ ใหคณะกรรมการ จัดการเปดเสียกอนจึงจะขายได (๓) การขายทอดตลาดทรัพยสินประเภทซ่ึงผูยึดหรือครอบครองจะตองไดรับอนุญาต จากเจาหนาท่ีตามกฎหมายเสียกอน เชน อาวุธปน เปนตน ใหผูซ้ือวางมัดจําไวไมนอยกวารอยละ ๒๕ ของราคาซื้อ และใหผูซ้ือจัดการนําใบอนุญาตมาแสดงภายในสามสิบวัน พรอมท้ังชําระเงินที่คาง ใหครบถวน ถาพนกําหนดแลวผูซ้ือไมสามารถนําใบอนุญาตมาแสดงไดก็ใหริบเงินมัดจํานั้น และให ขายทอดตลาดใหมได (๔) การขายทอดตลาดทรัพยสินที่จะตองมีใบอนุญาตกํากับ เชน สุราจํานวนต้ังแต ๑๐ ลิตรข้ึนไป ใหคณะกรรมการขอความรวมมือไปยังเจาหนาที่สรรพสามิตจัดการออกใบอนุญาต ขนสุราใหแกผูซ้ือดวย (๕) การขายทอดตลาดทรัพยสินหลายส่ิง ใหปฏิบัติดังตอไปนี้ (ก) ใหแยกขายทีละสิ่งตอเนื่องกัน แตคณะกรรมการมีอํานาจ ๑) จัดสังหาริมทรัพยซ่ีงมีราคาเล็กนอยรวมขายเปนกอง ๆ ได ๒) จัดสังหาริมทรัพยหรืออสังหาริมทรัพยสองสิ่งหรือกวาน้ันข้ึนไปรวมขาย ไปดวยกันได ถาเปนท่ีคาดหมายวาเงินรายไดจากการขายจะเพิ่มขึ้นเพราะเหตุน้ัน (ข) ในการขายอสังหาริมทรัพยรายใหญและทรัพยสินนั้นอาจแบงแยกออกเปน สวน ๆ ได คณะกรรมการมีอํานาจขายทรัพยสินนั้นเปนสวน ๆ ได ถาเปนที่คาดหมายวาเงินรายได จากการขายจะเพิ่มข้ึนเพราะเหตุน้ัน (ค) การขายทรัพยสินหลายส่ิงดวยกัน คณะกรรมการมีอํานาจกําหนดลําดับที่จะ ขายทรัพยสินน้ันได (ง) บุคคลผูมีสวนไดเสียในทรัพยสินที่จะขายทอดตลาด อาจรองขอให คณะกรรมการรวมหรอื แยกหรอื ใหข ายทรพั ยส นิ นน้ั ตามลาํ ดบั ทก่ี าํ หนดไว หรอื จะรอ งคดั คา นการขายของ คณะกรรมการตาม (ก) ถึง (ค) ก็ได ในกรณีท่ีคณะกรรมการไมยอมปฏิบัติตามคํารองขอ หรือคําคัดคาน เชนวาน้ัน ผูมีสวนไดเสียจะย่ืนคําขอตอเลขาธิการโดยทําเปนคํารองภายในเจ็ดวัน นับแตวันปฏิเสธ เพื่อขอใหมีคําวินิจฉัยชี้ขาดในเร่ืองนั้นก็ได ขอ ๕๙ วิธีการขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหคณะกรรมการดําเนินการดังตอไปน้ี (๑) กอนเริ่มขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหปกธงหรือเคร่ืองหมายการขายทอดตลาด ทรัพยสินและอานประกาศ เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพยสิน ณ สถานที่ที่ขายโดยเปดเผย

๓๘๙ (๒) คณะกรรมการจะใชผูหน่ึงผูใดเขาสูราคาในการขายทอดตลาดทรัพยสินท่ีตนเปน ผูจัดการขายไมได (๓) เม่ือคณะกรรมการเห็นวาทรัพยสินท่ีทําการขายทอดตลาดมีมูลคาสูงมากหรือมีผูใด จะสูราคาโดยไมสุจริต หรือไมสามารถจะชําระราคาได ใหคณะกรรมการจัดใหมีการวางหลักประกันท่ี เชื่อถือไดตามท่ีเห็นสมควร (๔) การขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหผูทอดตลาดแสดงความตกลงขายดวยวิธีเคาะไม หรือแสดงกิริยาอยางใดอยางหน่ึงตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด ถายังไมไดแสดงเชนน้ัน ผูสูราคาจะถอนคําสูราคาก็ได (๕) ใหผูทอดตลาดรองขานจํานวนเงินที่มีผูสูราคาครั้งท่ีหนึ่งและกลาวคําวา “หนึ่ง” ๓ - ๔ หน ถาไมมีผูสูราคาสูงข้ึน ใหเปล่ียนรองขานจํานวนเงินนั้นเปนคร้ังที่สอง และกลาวคําวา “สอง” อีก ๓ - ๔ คน เม่ือไมมีผูสูราคาสูงกวานั้นและผูมีสวนไดเสียในการขายทอดตลาดไมคัดคาน ราคา และคณะกรรมการเห็นวาไดราคาพอสมควรแลว ก็ใหผูทอดตลาดกลาวคําวา “สาม” พรอมกัน เคาะไมหรือแสดงกิริยาอยางใดอยางหน่ึงตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด แตถากอนเคาะไม หรือแสดงกิริยาดังกลาว มีผูสูราคาสูงข้ึนไปอีก ก็ใหรองขานราคานั้นต้ังตนใหมตามลําดับ กรณีผูมีสวนไดเสียในการขายทอดตลาดคนใดคนหนึ่งคัดคานราคา ใหคณะกรรมการ เล่ือนการขายออกไปนัดหน่ึง และนัดตอไป หากราคาที่มีผูเสนอไมต่ํากวาราคาท่ีเสนอไวในคร้ังกอน และคณะกรรมการเห็นวาเปนราคาท่ีสมควรขาย ก็ใหดําเนินการขายทอดตลาดและเคาะไมขายใหแก ผูเสนอราคาสูงสุดดังกลาว (๖) ถาผูสูราคาถอนคําสูราคาของตนเสียกอนท่ีผูทอดตลาดจะเคาะไมหรือแสดงกิริยา อยางใดอยางหน่ึงตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด ใหผูทอดตลาดตั้งตนรองขานราคาใหม (๗) ในการขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหคณะกรรมการบันทึกเหตุการณในการขาย ทอดตลาดไวทุกครั้ง โดยใหมีขอความอยางนอยดังตอไปนี้ (ก) จํานวนบุคคลซึ่งมาฟงการขายและสูราคา (ข) ในการสูราคาทรัพยสินประเภทอสังหาริมทรัพยใหบันทึกชนิดของทรัพยสิน ช่ือและราคาของผูใหราคาสูงสุด รวมทั้งชื่อและราคาของผูใหราคาตามลําดับรองลงมาดวย กรณีการสูราคาทรัพยสินประเภทสังหาริมทรัพยใหบันทึกชนิดของทรัพยสิน ช่ือและราคา ของผูใหราคาสูงสุดเทานั้น (ค) คณะกรรมการขายไดหรือไม เหตุใด (ง) คณะกรรมการและผูทอดตลาดตองลงนาม และวัน เดือน ปกํากับไวดวย ขอ ๖๐ เงินที่ไดจากการขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหปฏิบัติดังตอไปน้ี (๑) เม่ือผูทอดตลาดตกลงขายโดยวิธีเคาะไมหรือแสดงกิริยาอยางใดอยางหน่ึงตาม จารีตประเพณีในการขายทอดตลาดแลว ผูซ้ือจะตองชําระเงินทันที เวนแตทรัพยสินมีราคาตั้งแต

๓๙๐ ๑๐,๐๐๐ บาทข้ึนไป คณะกรรมการอาจผอนผันใหผูซ้ือวางมัดจําไมนอยกวารอยละ ๒๕ ของราคาซื้อ และใหทําสัญญาใชเงินท่ีคางชําระภายในเวลาไมเกินสิบหาวัน นับแตวันท่ีซ้ือน้ันก็ได (๒) ถาผูซื้อวางมัดจําไวแลวไมชําระเงินสวนท่ีเหลือภายในกําหนดสัญญา ใหริบเงิน มัดจําท่ีผูซื้อวางไว และถือวาเงินมัดจําน้ันเปนเงินสวนหนึ่งจากการขายทอดตลาดทรัพยสินของผูตอง ชดใชเงิน ยอมนําไปชําระคาธรรมเนียม คาใชจายในการยึด อายัด หรือขายทอดตลาดทรัพยสินและ เงินท่ีผูตองชดใชเงินตองชําระ โดยใหคณะกรรมการเอาทรัพยสินน้ันออกขายทอดตลาดใหมได (๓) กรณีผูซ้ือทรัพยสินจากการขายทอดตลาดเปนผูถือกรรมสิทธิ์รวมหรือเปนผูมีสวน ไดเสีย หรือเปนเจาหน้ีบุริมสิทธิเหนือทรัพยสินท่ีขายทอดตลาด การชําระราคานั้นจะขอหักสวนของ ตนออกจากราคาซ้ือก็ได ขอ ๖๑ เมื่อการขายทอดตลาดบริบูรณโดยผูทอดตลาดตกลงขายโดยวิธีเคาะไมหรือ แสดงกิริยาอยางใดอยางหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดแลว ถาผูซ้ือไมชําระเงินหรือ ไมวางเงินมัดจําตามสัญญา ใหคณะกรรมการเอาทรัพยสินน้ันออกขายทอดตลาดซ้ําอีกและแจงให ผูซ้ือเดิมทราบกําหนดวัน เวลาขายดวย เมื่อขายไดเงินเทาใด โดยหักคาธรรมเนียมและคาใชจายแลว ยังไมคุมราคาท่ีขายทอดตลาดไดในคร้ังกอน ใหเรียกรองใหผูซื้อเดิมชําระเงินสวนท่ียังขาดนั้น ขอ ๖๒ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นวาราคาซื้อท่ีมีผูสูราคาสูงสุดน้ันยังไมเพียงพอ อาจถอนทรัพยสินนั้นจากการขายทอดตลาดได แลวดําเนินการประกาศขายใหมโดยไมตองขออนุญาต เลขาธิการในการขายทอดตลาดอีก ขอ ๖๓ ใหประธานกรรมการเปนผูกําหนดสถานที่ดําเนินการขายทอดตลาดทรัพยสิน ขอ ๖๔ เมื่อคณะกรรมการดําเนินการขายทอดตลาดทรัพยสินแลว ใหคณะกรรมการ รายงานผลการขายทอดตลาดน้ันใหเลขาธิการทราบทุกครั้ง ภายในเจ็ดวันทําการนับแตวันท่ีมีการขาย ทอดตลาด ในกรณีท่ีขายทอดตลาดทรัพยสินที่ยึดหรืออายัดไมได ก็ใหรายงานเลขาธิการทราบ เพ่ือพิจารณาส่ังการตอไป ʋǹ·èÕ ó ¡ÒäѴ¤ŒÒ¹¡ÒâÒ·ʹμÅÒ´·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๖๕ ถาคณะกรรมการไดดําเนินการขายทอดตลาดทรัยพสินโดยไมถูกตองตาม ระเบียบ เชน มิไดสงประกาศขายทอดตลาดทรัพยสินใหแกผูตองชดใชเงิน หรือผูมีสวนไดเสีย เปนตน ผูตองชดใชเงินหรือผูมีสวนไดเสียซึ่งตองเสียหายจากการขายทอดตลาดทรัพยสินน้ัน อาจยื่นคํารอง ตอเลขาธิการขอใหเพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพยสินน้ันได แตตองไมชากวาสิบหาวัน นับแตทราบ การขายทอดตลาดทรัพยสินโดยไมถูกตองนั้น

๓๙๑ ʋǹ·Õè ô ¡ÒÃâ͹áÅСÒÃÊ‹§Áͺ·ÃѾÊÔ¹ ขอ ๖๖ เม่ือผูซื้อชําระเงินครบถวนตามสัญญาแลว ใหโอนและสงมอบทรัพยสิน ดังตอไปน้ี (๑) ทรัพยสินประเภทสังหาริมทรัพย ใหคณะกรรมการสงมอบทรัพยสินนั้นใหผูซ้ือไปได (๒) ทรพั ยส นิ ประเภทอสงั หารมิ ทรพั ยห รอื สงั หารมิ ทรพั ยท ตี่ อ งจดทะเบยี นตามกฎหมาย เชน เรือกําปน เรือมีระวางต้ังแตหกตันขึ้นไป เรือกลไฟ เรือยนตมีระวางตั้งแตหาตันข้ึนไป แพ สัตว พาหนะ หรือสังหาริมทรัพยประเภทท่ีตองแกทะเบียนช่ือผูเปนเจาของ เชน อาวุธปน รถยนต เปนตน ใหคณะกรรมการแจงแกพนักงานเจาหนาที่น้ัน ๆ จัดการโอนหรือแกทะเบียนชื่อผูเปนเจาของให ตอไป ËÁÇ´ õ ¡ÒÃÍØ·¸Ã³¤íÒÊÑè§·Ò§»¡¤Ãͧ ขอ ๖๗ การอุทธรณคําสั่งหรือประกาศใหยึดทรัพยสิน คําสั่งใหอายัดทรัพยสิน คําส่ัง หรือประกาศใหขายทอดตลาดทรัพยสิน หรือคําสั่งทางปกครองอื่น ใหปฏิบัติตามสวนท่ี ๕ การอุทธรณ คําสั่งทางปกครอง แหงพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ËÁÇ´ ö ¡Òö͹¡Òúѧ¤Ñº·Ò§»¡¤Ãͧ ขอ ๖๘ ใหเจาหนาท่ีถอนการบังคับทางปกครอง ในกรณีดังตอไปนี้ (๑) เม่ือผูตองชดใชเงินไดวางเงินตอเจาหนาท่ีเปนจํานวนพอชําระหนี้ที่ตองชําระ คาธรรมเนียม และคาใชจายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพยสิน รวมทั้งคาใชจายอ่ืน ๆ (๒) เลขาธิการมีคําสั่งใหถนการบังคับทางปกครอง ขอ ๖๙ ภายใตบังคับขอ ๖๙ เม่ือไดยึดหรืออายัดทรัพยสินของผูตองชดใชเงินแลว ถาไดถอนการบังคับทางปกครองทั้งหมด หรือแตบางสวน ใหเจาหนาที่ดําเนินการถอนการยึดหรือ อายัดทรัพยสินนั้นทั้งหมดหรือแตบางสวน แลวแตกรณี และคืนทรัพยสินนั้นใหแกผูถูกยึดหรือ ถูกอายัดไป เวน แตเ ลขาธิการจะสั่งเปนอยางอ่ืน และใหแจงการถอนการยึดหรืออายัดแกผูตอ งชดใชเงิน และผูถูกอายัดทรัพยสินนั้นใหทราบดวย แลวรายงานใหเลขาธิการทราบ

๓๙๒ ขอ ๗๐ ใหเจาหนาท่ีเรียกเก็บคาธรรมเนียมในอัตราเดียวกันที่กําหนดไวในตาราง ๕ คาธรรมเนียมเจาหนาท่ีบังคับคดี ทายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพงและเมื่อผูตองชดใช เงิน ชําระครบถวนแลว จึงถอนการยึดหรืออายัดทรัพยสินน้ัน ËÁÇ´ ÷ ¡ÒÃÃѺáÅШ‹ÒÂà§Ô¹ ขอ ๗๑ การรับเงิน การนําสงเงิน การเก็บรักษาเงิน และการเบิกจายเงินจากการขาย ทอดตลาดทรัพยสิน ใหปฏิบัติตามระเบียบซ่ึงออกตามกฎหมายวาดวยการคุมครองผูประสบภัยจากรถ ขอ ๗๒ เงินท่ีไดจากการขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหหักเปนเงินท่ีผูตองชดใชเงินตอง ชําระคาธรรมเนียม และคาใชจายในการยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพยสิน รวมท้ัง คาใชจาย อ่ืน ๆ กรณีท่ีมีเงินเหลือจากการขายทอดตลาดทรัพยสิน ใหคณะกรรมการมอบเงินที่เหลือนั้นใหแก ผูมีสิทธิไดรับ ประกาศ ณ วันท่ี ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ จันทรา บูรณฤกษ เลขาธิการ คณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

๓๙๓ ·èÕμéѧสํา¹Ñ¡§Ò¹ ¤»À.ÀÒ¤/¨Ñ§ËÇÑ´/à¢μ สํา¹Ñ¡§Ò¹ ¤»À.ÀÒ¤ ñ (àªÕ§ãËÁ‹) อาคารศาลากลางจังหวัด ชั้น ๒ ถ.โชตนา ต.ชางเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม ๕๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๕๓๑๑-๒๗๓๐-๒ โทรสาร ๐-๕๓๑๑-๒๗๓๐ àªÕ§ãËÁ‹ อาคารศาลากลางจังหวัด ชั้น ๒ ถ.โชตนา ต.ชางเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม ๕๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๕๓๑๑-๒๗๓๐-๒ โทรสาร ๐-๕๓๑๑-๒๗๓๐ àªÕ§ÃÒ อาคารสํานักงานพาณิชยจังหวัด ถ.อุตรกิจ อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐ โทรศัพท ๐-๕๓๗๑-๗๗๑๙ โทรสาร ๐-๕๓๗๑-๗๑๙๕ ¾ÐàÂÒ อาคารสํานักงานพาณิชยจังหวัด บริเวณศูนยราชการจังหวัด ถ.พหลโยธิน ต.บานตอม อ.เมือง จ.พะเยา ๕๖๐๐๐ โทรศัพท ๐-๕๔๔๔-๙๖๐๓-๔ โทรสาร ๐-๕๔๔๘-๑๓๑๑ ลํา»Ò§ อาคารศาลากลางจังหวัด ชั้น ๒ ถ.วชิราวุธดําเนิน ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลําปาง ๕๒๐๐๐ โทรศัพท ๐-๕๔๒๖-๕๐๖๔-๕ โทรสาร ๐-๕๔๒๖-๕๐๖๕ สํา¹Ñ¡§Ò¹ ¤»À.ÀÒ¤ ò (¾ÔɳØâÅ¡) อาคารสํานักงานพาณิชยจังหวัด ช้ัน ๓ ๑๔ ถ.จานกรอง ต.ในเือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ๖๕๐๐๐ โทรศัพท ๐-๕๕๒๘-๒๓๘๕-๖ โทรสาร ๐-๕๕๒๘-๒๓๘๕


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook