Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พลวงพรหม 65

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พลวงพรหม 65

Published by KroorachaneChanel, 2023-05-12 15:52:33

Description: หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พลวงพรหม 65

Search

Read the Text Version

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖5 ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ สำนกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาสรุ นิ ทร์ เขต ๓ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ระดบั ปฐมวยั

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ประกาศโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) เร่อื ง การใชห้ ลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์)พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ .................................................................................................. ด้วย กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่ง ที่ สพฐ.๑๒๒๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ ให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ แทนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ๒๕๔๖ เพื่อให้สถานศึกษานำหลักสูตรไปใช้โดยให้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็กและสภาพ ทอ้ งถ่นิ โรงเรียนบ้านพลวง (พรหมบำรุงราษฎร์) จึงดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง (พ รหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖5 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อส่งเสริมให้เด็กบรรลุมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตามที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนด โดยคำนึงถึงวิสัยทศั น์ จุดเน้น สภาพบริบทและความต้องการของชุมชน รวมทั้งสอดคล้องกับสภาพการ เปลี่ยนแปลงทางสังคมเศรษฐกจิ และสอดคลอ้ งกบั ธรรมชาตกิ ารเรยี นรู้ของเดก็ ปฐมวัย ทั้งนี้หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานแล้ว เมือ่ วันท่ี ๑๗ เดอื นพฤษภาคม พ.ศ.๒๕๖๕ จึงประกาศให้ใช้หลกั สูตรน้ตี ้งั แตบ่ ดั นี้ เปน็ ต้นไป ประกาศ ณ วนั ที่ ๑๗ เดือนพฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖5 ลงชื่อ ลงช่อื (นายมติ ร พะงาตุนัด) (นายศกั ดิ์ชัย เลศิ อรณุ รัตน์) ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ ระดับปฐมวยั

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ คำนำ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จัดทำขึ้นเพื่อให้โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุง ราษฎร์)ซึ่งจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดย ปรบั ปรงุ ใหเ้ หมาะสมกบั เด็กและสภาพท้องถนิ่ เพอื่ ท่กี ำหนดเป้าหมายในการพฒั นาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย สำนึกความเปน็ ไทย และมีความรับผิดชอบ ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศไทยในอนาคต อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตาม จดุ หมายหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์)สังกดั สำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสรุ นิ ทร์ เขต ๓ ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ร่วมทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุง ราษฎร์)ทม่ี สี ่วนรว่ มในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ใหม้ คี วามเหมาะสมต่อการ นำไปใชจ้ ัดการศึกษาระดบั ปฐมวัยของโรงเรยี นตอ่ ไป คณะผ้จู ัดทำ ระดับปฐมวัย

หลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ คำชี้แจง ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่รับผิดชอบกิจกรรม การพัฒนาหลักสูตร การศกึ ษาปฐมวัย ซึง่ กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสง่ั ท่ี วก ๓๕๓/๒๕๔๖ ลงวนั ที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๖ เรื่อง ให้ใช้ หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๔๖ ต้งั แตป่ กี ารศึกษา ๒๕๔๖ น้นั ในระหวา่ งปกี ารศกึ ษา ๒๕๔๗ –ปัจจบุ ัน สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินกิจกรรมการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยอย่างครบขั้นตอนการพัฒนา หลักสูตรไปแล้วคือ (๑) การติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยเปน็ ระยะอย่างตอ่ เนื่อง (๒) การยกร่าง หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ (๓) การประชุมปฏิบตั ิการรับฟังความคิดเหน็ (รา่ ง) หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ จากทุกกลุม่ เป้าหมายท่เี กย่ี วข้อง (๔) การนำข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะจากการประชมุ ปฏบิ ัตกิ ารรบั ฟัง ความคิดเห็น (ร่าง) หลักสูตร ฯ มาปรับแก้ไขเป็นเอกสาร (ร่าง) หลักสูตร ฯ ฉบับสมบูรณ์ และจัดส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบดว้ ย ผู้เชีย่ วชาญ นกั วิชาการศกึ ษา อาจารย์มหาวทิ ยาลัย และ แพทยผ์ ูเ้ ชย่ี วชาญดา้ นเดก็ ปฐมวยั บรรณาธกิ ารเนือ้ หา เอกสารหลักสูตรตามหลักวิชาการจัดการศึกษาปฐมวัยอีกครั้ง (๕) การเสนอ (ร่าง) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ต่อคณะอนกุ รรมการในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านปฐมวัย เพื่อพิจารณาให้ความเห็นต่อคณะกรรมการ การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ในการนี้ แม้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ปรับแก้ไขเอกสาร (ร่าง) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ เป็นฉบับสมบรู ณ์แล้ว แต่เพอ่ื เป็นการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั ให้มคี วามสมบูรณ์มาก ยิ่งขึ้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงเห็นควรให้มีการวิจัยทดลองการใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในทุกเขตพื้นที่การศึกษา ๆ ละ 3 โรงเรียน แบ่งเป็น โรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก รวม จำนวนทง้ั สิ้น ๕๔๙ โรงเรยี น โดยมีโรงเรยี นอนบุ าลประจำจังหวัดเปน็ ตวั แทนโรงเรยี นขนาดใหญ่ ในเขตพน้ื ที่การศึกษาเขต ๑ โรงเรียนอนุบาลประจำเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาเปน็ ตัวแทนโรงเรียนขนาดใหญใ่ นเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา เขต ๒ –๗ ซง่ึ การวจิ ยั ทดลอง กำหนดระยะเวลา ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๕๘ แตแ่ บ่งการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลการวจิ ยั เปน็ ๒ ระยะตามปีงบประมาณคอื (๑) ระยะ ที่ ๑ งบประมาณ ๒๕๕๘ ภาคเรียนที่ ๑ (พฤษภาคม - กันยายน) (๒) ระยะที่ ๒ งบประมาณ ๒๕๕๙ ภาคเรียนที่ ๒ (พฤศจิกายน – มีนาคม ) โดยสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะจัดส่งเครื่องมอื การวจิ ยั ทดลองใหท้ ุกเขตพืน้ ท่ี การศกึ ษาเก็บรวบรวมขอ้ มลู และรายงานผล พร้อมนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะมีคณะกรรมการติดตาม และประเมนิ ผลการวจิ ยั ทดลองใชห้ ลกั สูตรแต่ละระยะอยา่ งมรี ะบบตอ่ ไป (นายศักด์ิชยั เลิศอรณุ รตั น์) ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖5 ระดับปฐมวัย

หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ สารบัญ หนา้ เรอื่ ง ๑ ๓ คำนำ ๙ ประกาศโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ๙ ความนำ ๙ แนวคิดการจดั การศกึ ษาปฐมวยั 1๐ ปรชั ญา 1๑ วสิ ัยทัศน์ 15 พนั ธกิจ 2๖ เปา้ หมาย 2๖ อตั ลักษณ์ ๒๙ หลักการ 3๕ มาตรฐานคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ ตัวบง่ ช้ี และสภาพทีพ่ ึงประสงค์ 3๖ โครงสรา้ งหลักสตู ร ๗๔ ๗๗ การจัดเวลาเรียน ๙๕ ประสบการณ์สำคัญ ๙๘ สาระท่คี วรเรยี นรู้ ๑๐๑ วิเคราะห์สาระการเรียนรรู้ ายปี 10๓ การจัดประสบการณ์ 10๔ กำหนดหนว่ ยการเรยี นรู้ 10๕ การสร้างบรรยากาศการเรยี นรู้ 109 สอ่ื การเรยี นรู้ 10๘ แหล่งเรยี นรู้ การประเมินพฒั นาการ การจดั ทำหลกั สูตรสถานศึกษา การจดั การศกึ ษาระดับปฐมวยั สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การเชอ่ื มตอ่ ของการศกึ ษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศกึ ษาปีที่ 1 การกำกับ ติดตาม ประเมนิ และรายงาน ภาคผนวก ระดบั ปฐมวัย

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ความนำ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ เพื่อให้ สถานศึกษาสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยทุกสังกัดนำหลักสูตรฉบับน้ีไปใช้ โดยปรับปรุงใหเ้ หมาะสมกับเด็กและ สภาพท้องถิ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๖ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน เป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบโดยตรงได้ติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตรเป็นระยะอย่าง ต่อเนื่อง พบว่า ๒๕๔๖ มีจุดดหี ลายประการ เชน่ เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกภาพ ยืดหยุ่น มีความเป็น สากลบนพื้นฐานความเป็นไทย สถานศึกษามีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญในการพัฒน าหลักสูตร สถานศึกษา ให้สอดคล้องกับบริบทความต้องการของตนเอง และหลักสูตรใช้ได้กับทุกกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาดังกล่าวได้สะท้อนให้เห็นถึงประเด็นท่ีเป็นปัญหาที่มีอยู่รอบด้านและความไม่ ชัดเจนของการนำหลักสูตรสู่การปฏิวัติ ได้แก่ ปัญหาความไม่ชัดเจนของการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ปฐมวัย สถานศึกษาส่วนใหญ่ขาดการวิเคราะห์ความเช่ือมโยงระหว่างพัฒนาการเด็กปฐมวัย มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ ปัญหาการประเมินพัฒนาการในสภาพจริง ปัญหาความ เชื่อมโยงกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รวมถึงปัญหาคุณภาพเด็กท่ีจบ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยท่ีผลการประเมินพัฒนาการในภาพรวมไม่เป็นไปตามสภาพการเปลี่ยนแปลงใน ปจั จบุ ัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ได้ดำเนินการทบทวนหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๔๖ ให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปล่ียนแปลงทุกด้าน เพื่อพัฒนาไปสู่ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยนำข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาวิจัย และแผนแม่บท กฎหมายต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาหลักสตู รการศึกษาปฐมวัยใหม้ ีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งขึ้น ท้ังเป้าหมาย ในการพัฒนาคุณภาพเด็กและกระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติใน ระดับเขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา อย่างไรก็ตาม การจัดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จะประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติ ชุมชน และครอบครัว เห็นคุณค่าของ การศึกษาปฐมวยั มีความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมรบั รแู้ ละสนบั สนุนการจัดการศึกษา โดยร่วมกัน ทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นระบบในการวางแผน ส่งเสริม สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อ สิทธิท่ีเด็กทุกคนจะต้องได้รับจากการอบรมเลี้ยงดูและการศึกษาที่มีคุณภาพ ซ่ึงสถานศึกษาที่มีคุณภาพ และมาตรฐานน้นั จำเป็นจะต้องมีการนำหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ลงสกู่ ารปฏบิ ัติเพื่อ สร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กปฐมวัยพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาตติ ่อไป สภาพการเปล่ียนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๒ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) แผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) เป้าหมายยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ในทศวรรษที่ ๒ (พ.ศ.๒๕๕๒-๒๕๖๑) แผนยุทธศาสตร์ชาติด้านเด็กปฐมวัย (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๔) นำไปสู่การกำหนดทักษะ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ สำคัญสำหรับเด็กในศตวรรษที่ ๒๑ ที่มีความสำคัญต่อการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ให้มี ความสอดคล้องและทนั ต่อการเปล่ยี นแปลงทกุ ดา้ น กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้มกี ารพัฒนาการศึกษาปฐมวยั อย่างจริงจังและต่อเนือ่ ง โดย ได้แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับสภาพการ เปล่ียนแปลงดังกล่าว หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นหลักสูตรสำหรับสถานศึกษา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานตามจุดหมายหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่ีกำหนดเป้าหมายในการพฒั นาเด็กปฐมวัยให้มพี ัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และ สติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย สำนึกความเป็นไทย และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และ ประเทศชาตใิ นอนาคต โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน รวมท้ัง หน่วยงานสำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมสึกษาสุรินทร์ เขต 3 ศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนตลอดจนผู้ปกครองนักเรยี น โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง 2565) ให้มีความเหมาะสม สอดคล้อง ตามนโยบาย บริบทและ จุดเนน้ ของโรงเรียนและสภาพท้องถนิ่ เพอื่ นำไปใช้ในจดั การศึกษาระดบั ปฐมวยั ของประเทศตอ่ ไป ระดับปฐมวยั หนา้ ๒

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ แนวคิดการจัดการศกึ ษาปฐมวยั หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใต้การจัดสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการทำงานของสมอง ผ่านสื่อท่ีต้องเอื้อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่น ประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็กมี อิทธิพลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ทั้งน้ี หลักสูตรฉบับน้ีมี แนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัย ดังน้ี ๑. แนวคิดเก่ียวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดข้ึนต่อเนื่องในตัวมนุษย์เร่ิมต้ังแต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชีวิต พัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะมีลำดับ ข้ันตอนลักษณะเดียวกัน แต่อัตราและระยะเวลาในการผ่านขั้นตอนต่างๆอาจแตกต่างกันได้ขั้นตอนแรกๆ จะเป็นพื้นฐานสำหรบั พัฒนาการข้ันต่อไป พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ ละส่วนสง่ ผลกระทบซง่ึ กันและกัน เมื่อดา้ นหนึ่งก้าวหน้าอกี ดา้ นหนึง่ จะก้าวหน้าตามด้วยในทำนองเดียวกัน ถา้ ดา้ นหนึง่ ด้านใดผิดปกตจิ ะทำให้ด้านอ่ืนๆผดิ ปกตติ ามด้วย แนวคดิ เกี่ยวกบั ทฤษฎีพัฒนาการดา้ นร่างกาย อธิบายว่าการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กมีลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใด จะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถด้านน้ันก่อน สำหรับทฤษฎีด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก เม่ือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรักและความอบอุ่นเป็น พ้ืนฐานของความเช่ือมั่นในตนเอง เด็กท่ีได้รับความรักและความอบอุ่นจะมีความไว้วางใจในผู้อื่น เห็น คุณค่าของตนเอง จะมีความเช่ือม่ันในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซ่ึงเป็นพ้ืนฐานสำคัญ ของความเป็นประชาธิปไตยและความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาอธิบายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒิภาวะ ซึง่ จะพฒั นาข้ึนตามอายุ ประสบการณ์ รวมทั้งค่านิยมทางสังคมและสง่ิ แวดล้อม ทเ่ี ดก็ ได้รบั ๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้ การเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเคร่ืองมือการเรียนรู้ข้ันพื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญใน กระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ขณะท่ีเด็กเล่นจะเกิดการเรียนรู้ไปพร้อมๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาส เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของ ตนเอง เรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิด สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมี พฒั นาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังนั้นเด็กควรมโี อกาสเล่น ปฏิสัมพันธ์กับ บคุ คล สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัว และเลอื กกิจกรรมการเล่นดว้ ยตนเอง ๓. แนวคิดเก่ียวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะท่ีมีความสำคัญท่ีสุดในร่างกาย ของคนเรา เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรูส้ ิ่งต่างๆได้น้ันต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพ้ืนฐาน การรับรู้ รับความรู้สึกจากประสาทสัมผัสท้ังห้า การเช่ือมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดข้ึนก่อน อายุ ๕ ปี และปฏิสัมพันธ์แรกเริ่มระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเช่ือม ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๓

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ตอ่ โดยในชว่ ง ๓ ปีแรกของชวี ติ สมองเจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็วมาก มีการสรา้ งเซลลส์ มองและจุดเช่อื มต่อ ข้ึนมามากมาย มีการสร้างไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมี ขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมองผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหม่ืนลา้ นเซลล์ เซลล์สมองและจุดเช่ือมตอ่ เหล่าน้ี ยง่ิ ไดร้ ับการกระตุ้นมากเท่าใด การเชื่อมตอ่ กันระหวา่ งเซลล์สมองย่งิ มีมากข้ึนและความสามารถทางการคิด ยิ่งมีมากขึ้นเท่าน้ัน ถ้าหากเด็กขาดการกระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมท่ีเหมาะสม เซลล์สมองและ จุดเชื่อมต่อท่ีสร้างขึ้นมาก็จะหายไป เด็กท่ีได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะ เรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างๆของสมองเจริญเติบโตและเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าท่ีในช่วงเวลา ต่างกัน จึงอธิบายได้ว่าการเรียนรู้ทักษะบางอย่างจะเกิดขึ้นได้ดีท่ีสุดเฉพาะในช่วงเวลาหน่ึงที่เรียกว่า” หน้าตา่ งของโอกาสการเรยี นรู้” ซ่ึงเป็นช่วงท่ีพอ่ แม่ ผู้เลีย้ งดแู ละครูสามารถช่วยใหเ้ ด็กเรียนรู้และพฒั นาสิ่ง นั้นๆได้ดีท่ีสุด เม่ือพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเช่ือมโยงวงจร ประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการกระตุ้นทำงานต้ังแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิต จึงจะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรียนภาษาคือ อายุ ๓ – ๕ ปีแรกของชีวิต เด็กจะพูดได้ชัด คล่องและถูกต้อง โดยการพัฒนาจากการพดู เปน็ คำๆมาเป็นประโยคและเลา่ เรื่องได้ เป็นต้น ๔. แนวคิดเก่ียวกับส่ือการเรียนรู้ ส่ือการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ท่ี วางไว้ ทำให้ส่ิงที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนร้แู ละคน้ พบด้วยตนเอง การใชส้ ่ือการเรียนร้ตู ้องปลอดภัยต่อตวั เดก็ และเหมาะสม กับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กท่ีหลากหลาย สื่อ ประกอบการจัดกิจกรรมเพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวยั ควรมีส่ือทั้งที่เป็นประเภท ๒ มิติและ/หรือ ๓ มิติ ที่เป็นสื่อ ของจริง สื่อธรรมชาติ ส่ือที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก ส่ือสะท้องวัฒนธรรม สื่อภูมิปัญญาท้องถ่ิน ส่ือเพ่ือพัฒนาเด็กใน ด้านต่างๆให้ครบทุกด้าน ท้ังน้ี สื่อต้องเอ้ือให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้ังห้าโดยการจัดการใช้ส่ือ สำหรับเดก็ ปฐมวัยต้องเร่ิมต้นจากสอ่ื ของจริง ของจำลอง ภาพถา่ ย ภาพโครงรา่ งและสญั ลกั ษณต์ ามลำดบั ๕. แนวคิดเก่ียวกับสังคมและวัฒนธรรม เด็กเม่ือเกิดมาจะเป็นส่วนหน่ึงของสังคมและ วัฒนธรรม ซ่ึงไม่เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบด้ังเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของ บรรพบุรุษ แต่ยังได้รบั อิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชน ของแต่ละท่ีด้วย บริบทของสังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคน แตกต่างกันไป ครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการ เรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและ วัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพ่ือช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มา จากพ้ืนฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรานมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู้สังคมในอนาคตกับ การอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน การทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืนทีม่ ีความหลากหลายทางความคิด ความเชือ่ และวัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพ่ือนบ้านเรื่องศาสนา ประเทศ พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ความเคารพ พระสงฆ์ การทำบุญเล้ียงพระ การเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับ ประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากคริสต์ศาสนา ประเทศสิงคโปร์และเวียดนามนับถือหลายศาสนา โดย นบั ถอื ลัทธิธรรมเนยี มแบบจนี เปน็ หลัก เป็นตน้ ระดับปฐมวยั หนา้ ๔

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ๖. แนวคิดเกี่ยวกับการอบรมเล้ียงดูควบคู่การให้การศึกษา การจัดการศึกษาปฐมวัยมุ่ง พัฒนาเด็กบนพื้นฐานของการอบรมเลี้ยงดูเดก็ ปฐมวัยหมายรวมถึงการดูแลเอาใจใส่เด็กด้วยความรกั ความ อบอนุ่ ความเอ้ืออาทร การดูแลสุขภาพ โภชนาการและความปลอดภัย และการอบรมกล่อมเกลาให้เด็กมี จิตใจดี มีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีกับผู้อื่น มีการดำเนินชีวิตท่ีเหมาะสมและมีทักษะชีวิต การปฏิสัมพันธ์ท่ีดีต่อเด็ก การเป็นแบบอย่างท่ีดีให้แก่เด็ก และการปฏิบัติตนของผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็ก ที่มุ่งตอบสนองความต้องการท้ัง ด้านร่างกายและจติ ใจของเด็ก โดยม่งุ ให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง มสี ุขภาพดี อารมณ์แจม่ ใส มีความประพฤติ ดี มีวินัย รู้จักควบคุมตนเอง มีความสัมพันธ์ท่ีดีกับผู้อ่ืน การอบรมเลี้ยงดูที่มีผลดีพัฒนาของเด็ก คือการที่ ผู้ใหญ่ที่แวดล้อมเด็กให้ความรัก ความอบอุ่น การยอมรับความคิดเห็นของเด็ก การใช้เหตุผลในการอบรม สั่งสอน ผู้ใหญ่ท่ีดูแลเด็กจะต้องเป็นที่มีความม่ันคงทางอารมณ์และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างท่ีดีแก่เด็ก ใช้ การสร้างวินัยเชิงบวกในการอบรมบ่มนิสัย ซ่ึงจะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ที่มีความภาคภูมิใจในตนเอง มี เป้าหมายชีวิต มีวินัยในตนเอง มีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อ่ืน สามารถจัดการกับความเครียดและปัญหาต่างๆ ได้ การอบรมเลี้ยงดูจึงเป็นแนวคิดสำคัญท่ีครอบครัว และสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้อง ปฏบิ ัติอยา่ งสอดคลอ้ งต่อเน่อื งกนั สำหรับการให้การศกึ ษาเด็กในช่วงปฐมวัยนั้น เป็นการสง่ เสริมกระบวนการเรียนร้โู ดยการจัด ประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย ให้เด็กเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ จากการลงมือ ปฏิบัติและการได้รับประสบการณ์ตรง มีการกำหนดจุดมุ่งหมายและการวางแผนในการจัดประสบการณ์ และกิจกรรมท้ังรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม ท้ัง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา โดยคำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญและพัฒนาเด็กแต่ละคนอย่างเต็ม ศักยภาพ ๗. แนวคิดเก่ียวกับการบูรณาการ เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่เรียนรู้ผ่านการเล่นการกระทำ กิจกรรมท่ีเหมาะสมตามวัย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กในวัยนี้ เป็นการวางแผนโดยบูรณา การทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ ภาษา ดนตรี และการเคลื่อนไหว คุณธรรมจริยธรรม สุขภาพ อนามยั และศาสตร์อืน่ ๆ โดยไม่แบ่งเป็นรายวิชาแต่จะมกี ารผสมผสานความรู้ ทักษะกระบวนการ และเจต คติของแต่ละศาสตร์ในการจัดประสบการณ์ ซ่ึงแตกต่างจากการเรียนรู้ในระดับช้ันอ่ืนๆ เป็นการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติเหมาะสมตามวัยของเด็ก เพ่ือพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการผ่านสาระการเรียนรู้ที่ ประกอบด้วย สาระทีค่ วรเรยี นรไู้ ด้แก่ ตัวเด็ก บุคคลและสถานท่ีแวดล้อมรอบตัว ธรรมชาติรอบตัว และส่ิง ต่างๆ รอบตัวเด็ก และประสบการณ์สำคัญด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยออกแบบ การจัดประสบการณ์ และกิจกรรมที่ทำให้เกิดความหลากหลาย ภายใต้สาระการเรียนรู้ทั้งสาระที่ควร เรียนรู้และประสบการณ์สำคัญที่มีการเช่ือมโยงกับการพัฒนามาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ของเด็ก และความสอดคลอ้ งกับปรัชญาของหลักสูตร โดยมีรูปแบบการจัดประสบการณ์ตามความเหมาะสมของแต่ ละสถานศึกษา ทั้งนี้ ประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กจะจัดขึ้นโดยคำนึงถึงธรรมชาติของเด็กที่เรียนรู้ผ่าน การเล่น การลงมือปฏิบตั ิ การสำรวจ การทดลอง การสร้างช้ินงานที่สร้างสรรค์ และการเห็นแบบอย่างที่ดี การจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างหลากหลายจะชว่ ยตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคลส่งเสริม ความชอบ ความสนใจ และความถนัดซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาอย่างรอบด้าน พัฒนาทักษะ ชีวิต และทักษะการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติ และพัฒนาการตามวัยของเด็กท่ีมีความแตกต่างกันไป ในแต่ละบุคคล การจัดประสบการณ์การเรียนการสอนในระดับปฐมวัยยึดหลักการบูรณาการที่ว่า หน่ึง ระดับปฐมวยั หนา้ ๕

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ แนวคิดเด็กสามารถเรยี นรู้ไดห้ ลากหลายกิจกรรม หลากหลายทกั ษะ หลากหลายประสบการณ์สำคัญอยา่ ง เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เพื่อให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่กำหนดไว้ในการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง เป็นคนดี มวี ินยั และมีความสุข ๘. แนวคิดเก่ียวกับสื่อ เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้ การสร้าง ประสบการณ์การพัฒนาความเข้าใจในแนวคิด และความรู้เก่ียวกับสิ่งต่างๆ นนั้ สามารถนำสื่อ เทคโนโลยี และการจัดสภาพแวดล้อมท่ีเอื้อตอ่ การเรียนรู้มาสนับสนุนและเสริมสร้างการเรยี นรู้ ของเดก็ ปฐมวัยได้โดย เป็นตัวกลางและเคร่ืองมือเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุกประสงค์ส่ือสำหรับเด็กปฐมวัยนั้นสามารถเป็น บุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ของเล่น ตลอดจนเทคนิควิธีการ ท่ีกำหนดไว้อย่างง่ายและรวดเร็ว ทำให้สิ่งท่ีเป็น นามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรม เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การใช้ส่ือการเรียนรู้ต้อง ปลอดภัยต่อตัวเด็กและเหมาะสมกับวัย วฒุ ิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคล ความสนใจ ความชอบความ ต้องการของเด็กที่หลากหลาย ควรมีส่ือที่เป็นส่ือของจริง ส่ือธรรมชาติ สื่อท่ีอยู่ใกล้ตัวเด็ก สื่อสะท้อน วัฒนธรรมสอ่ื ภูมิปัญญาท้องถ่นิ และสื่อเพื่อพัฒนาเด็กในด้านต่างๆ ให้ครบทุกดา้ น ท้ังนี้ ส่ือต้องเอื้อให้เด็ก เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสท้ังห้า และส่งเสริมการปฏิบัติจริงของเด็ก โดยการจัดสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยต้อง เริ่มต้นจากสื่อของจริง ของจำลอง(๓ มิติ) ภาพถ่าย ภาพโครงร่าง (๒ มิติ) และสัญลักษณ์จากรูปธรรมไปสู่ นามธรรมตามลำดับ ส่วนการจัดสภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรียนรู้ เป็นการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมทั้งทาง กายภาพ และทั้งจิตภาพ โดยเป็นการจัดสื่อที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และสนับสนุนการ เรียนรู้ของเด็กพร้อมด้วยการจัดตารางเวลาท่ีเหมาะสมในแต่ละวัน รวมท้ังการส่งเสริมบรรยากาศท่ีดี สำหรับการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใหญ่และเด็กมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการจัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมเด็กท้ัง กลุ่มใหญ่ กลมุ่ ยอ่ ย และตอบสนองความต้องการรายบคุ คล ๙. แนวคดิ เก่ียวกับการประเมินตามสภาพจริง การประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเป็น กระบวนการทตี่ ่อเน่ืองและสอดคล้องสัมพันธ์กับการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ รวมทั้งกจิ กรรมประจำวัน โด ย มี จุ ด มุ่ ง ห ม า ย เพ่ื อ ให้ ได้ ข้ อ มู ล เก่ี ย ว กั บ พั ฒ น า ก า ร แ ล ะ ก า ร เรี ย น รู้ ข อ งเด็ ก ส ำ ห รั บ ก า ร ส่ งเส ริ ม ความก้าวหน้าและช่วยเหลือสนับสนุนเมื่อพบเด็กล่าช้าหรือมีปัญหาท่ีเกิดจากพัฒนาการและการเรียนรู้ ไม่ใช่การตัดสินผลการศึกษาและไม่ใช้แบบทดสอบในการประเมิน เป็นการประเมินตามสภาพจริงท่ีมีการ วางแผนอย่างเป็นระบบใช้วิธีการและเคร่ืองมือประเมินที่หลากหลายอย่างมีจุดมุ่งหมาย เหมาะสมกับ ศักยภาพในการเรยี นรู้และพัฒนาการตามวัยของเด็ก ตลอดจนรูปแบบการเรยี นรู้ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กที่มีการเก็บข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยใช้เรื่องราวเหตุการณ์ กิจกรรม ตามสภาพจริงหรือคล้ายจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กมีโอกาสแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ และ ทักษะตา่ งๆ จากการปฏิบตั ิกิจกรรมหรือการสร้างงานท่ีเป็นผลผลิตเพ่ือเป็นการสะท้อนภาพที่แท้จริงมกี าร นำเสนอหลักฐานในการประเมินท่ีน่าเชื่อถือในรูปแบบท่ีเหมาะสม และส่ือสารผลประเมินให้แก่ครอบครัว รวมทั้ง ผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กโดยสามารถบอกได้ว่าเด็กเกิดการเรียนรู้ และมี ความก้าวหน้าเพียงใดขอ้ มูลจากการประเมินพัฒนาการจะช่วยผู้สอนในการวางแผนการจัดกิจกรรมให้เห็น ความตอ้ งการพิเศษของเด็กแต่ละคนให้เปน็ ข้อมูลในการส่ือสารกับพ่อแม่ ผูป้ กครองเด็ก และขณะเดียวกัน ยงั ใชใ้ นการประเมนิ คณุ ภาพและประสิทธภิ าพการจัดการศึกษาให้กบั เด็กในวยั น้ีได้อีกด้วย ระดับปฐมวยั หนา้ ๖

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ๑๐. แนวคิดเก่ียวกับการมีส่วนร่วมของครอบครัว สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยและชุมชน การพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพต้องอาศัยความรวมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก การมีส่วนร่วมของครอบครัว สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และชุมชนเพ่ือพัฒนาเด็กร่วมกัน โดยการดูแลพฒั นาและการจัดการศึกษาใหแ้ กเ่ ด็กปฐมวยั น้ัน ต้องอาศัยความรู้ความเขา้ ใจและการสง่ เสริม สนับสนุนซ่ึงกันและกันของทุกฝ่าย ซ่ึงพ่อแม่ผู้ปกครองรวมทั้งบุคคลในครอบครัวเปน็ ผ้ทู ี่อยู่ใกล้ชิดเด็กมาก ท่ีสุด และครอบครัวเป็นจุดเร่ิมต้นในการเรียนรู้ของเด็ก พ่อแม่เป็นครูคนแรกและเป็นครูท่ีอยู่กับเด็ก ตลอดไป โดยสถานศกึ ษาหรอื สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั จะเปน็ สว่ นสำคัญทดี่ ูแลและพัฒนาเดก็ ซงึ่ ไม่เพยี งแต่ ทำงานกับเด็กเท่านั้นแต่ยังต้องมีการทำงานกับครอบครัวและชุมชนที่มีรูปแบบต่างๆ เพ่ือการพัฒนาเด็ก ร่วมกัน ทั้งในการจัดโปรแกรมการให้การศึกษาผู้ปกครอง และการจัดอบรมผู้ปกครองในการดูแลและ พัฒนาเด็ก การมีโปรแกรมในการช่วยเหลือครอบครัวและเด็กในด้านสุขภาพอนามัย โภชนาการ และการ ส่งเสริมพัฒนาการ รวมท้ังด้านอื่นๆการเย่ียมบ้านเด็กโดยเฉพาะช่วงรอยที่เชื่อมต่อทางการศึกษาของเด็ก ในการเปล่ียนระดับช้ันหรือเข้าสู่สถานศึกษาการส่ือสารกับผู้ปกครองในช่องทางต่างๆ ที่เหมาะสม การขอ อาสาสมัครจากผู้ปกครองที่มีความสามารถหลากลาย มีเวลา หรือต้องการช่วยเหลือสนับสนุนในการทำ กิจกรรมต่างๆ เพื่อการดูแลและพัฒนาเด็กของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย การสนับสนุนการ เรียนรู้ของเด็กท่ีบ้านท่ีเชื่อมต่อกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย การเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการ ตดั สนิ ใจในการดำเนนิ งานของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในการดูแลและพฒั นาเด็ก การสร้าง ความร่วมมือกับชมชนโดยประสานให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม การให้บริการและการสนับสนุน การดูแลพัฒนาตลอดจนเป็นแหล่งความรู้ของเด็กโดยการมีส่วนร่วมท่ีมีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยความ ไว้วางใจ ความเคารพซ่ึงกันและกัน รวมท้ังการรับผิดชอบสำหรับการจัดสถานศกึ ษาให้แกเ่ ด็กปฐมวยั อย่าง มีคุณภาพ ๑๑. แนวคิดเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นไทย และความ หลากหลาย การเปล่ียนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ส่งผลต่อวถิ ีชีวิตและการจัดการศึกษา เพ่ือเรยี มเด็กสูอ่ นาคต อย่างไรก็ตาม เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวฒั นธรรม ซ่ึงไม่เพยี งแต่ ได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั่งเดิมตามประเพณี มรดก และการถ่ายทอดความรู้ภูมิปัญญาของบรรพ บุรุษแล้ว ยังได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยม และความเชื่อของบุคคลในครอบครัวและชุมชนของ แต่ละท่ีด้วย โดยบททางสังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมรอบตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการ พัฒนาการและการเรียนรู้ตลอดจนการพฒั นาศักยภาพของแต่ละคน ผูส้ อนควรตอ้ งเรียนรู้บริบททางสงั คม และวัฒนธรรมของเด็กที่ตนรบั ผิดชอบเพอ่ื ชว่ ยใหเ้ ดก็ ได้รับการพัฒนาและเกดิ การเรียนร้แู ละดำเนินชวี ติ อยู่ ในกลุ่มท่ีมาจากพ้ืนฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบร่ืนมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู่สังคมใน อนาคตกับการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน การทำงานร่วมกับผู้อ่ืนที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ และ วัฒนธรรมโดยคำนึงถึงความเป็นไทยที่มีมรดกทางวัฒนธรรมทั้งในด้านภาษา มารยาท คุณธรรมจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่งดงาม และที่สำคัญคือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ท่ีเป็นหลักคิดในการ ดำเนินชีวิตท่ีเน้นความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน การใช้ความรู้ควบคู่คุณธรรม โดยในการจัด การศกึ ษาต้องมกี ารคำนงึ ถึงทั้งดา้ นเชอื้ ชาติ ศาสนา เศรษฐสถานะ เพศ วยั ความตอ้ งการพเิ ศษที่เป็นความ แตกต่างระหว่างบุคคลโดยสามารถพัฒนาให้เด็กมีความเข้าในในตนเอง เช้าใจผู้อ่ืน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ในแนวคดิ และความหลากหลายเท่าทันการเปลี่ยนแปลงท่เี กิดข้ึนอย่างรวดเร็วและรอบดา้ น โดยผ้สู อนและ สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยสามารถจดั ทำหลักสูตรสถานศกึ ษาท่ีมีอัตลกั ษณ์ การวางแผนการ ระดับปฐมวยั หนา้ ๗

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เก่ียวข้อง และการจัดกิจกรรมและโครงการท่ีสร้างความเชื่อมโยงกับสังคม วัฒนธรรม ความเป็นไทยและความหลากหลาย จากแนวคิดข้างต้น การพัฒนาหลักสูตรต้องพิจารณาจากวัย และประสบการณ์ของเด็ก ตลอดจนบริบททางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กทุกด้านท้ังด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสติปญั ญา บนพนื้ ฐานของประสบการณ์เดิมที่เดก็ มอี ยู่ และสรา้ งประสบการณใ์ หม่ทีเ่ ด็กจะไดร้ ับ โดยต้องมีความหมายกับตัวเด็ก เป็นหลักสูตรที่ให้โอกาสท้ังเด็กปกติ เด็กด้อยโอกาส และเด็กพิเศษได้ พัฒนา รวมท้ังยอมรับในวัฒนธรรมและภาษที่แตกต่างของเด็ก พัฒนาเด็กให้รู้สึกเป็นสุขในปัจจุบัน มิใช่ เพียงเพ่อื เตรียมเด็กสำหรบั อนาคตข้างหนา้ เท่าน้ัน การสรา้ งและพฒั นาหลักสูตรควรเกิดจากการมีสว่ นรว่ ม ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก มีองค์ประกอบและรายละเอียดของหลักสูตรท่ีมีความสอดคล้องกับปรัชญา การศึกษาปฐมวัย โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และการสร้างอัตลักษณ์ของแต่ละหลักสูตรท่ีเหมาะสมกับบริบท ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเด็กร่วมกัน โดยผู้สอนระดับปฐมวัยเป็นผู้ท่ีมี ความสำคัญและเก่ียวข้องกับการดูแลเด็กมากท่ีสุดในการการอบรมเล้ียงดูและจัดการศึกษาให้เด็กน้ัน ผู้สอนต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความเข้าใจในตัวเด็กและการศึกษาปฐมวัย ซึ่งการดูแล และพัฒนาเด็กทั้งเตรียมเด็กเพ่ืออนาคต จำเป็นต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนท้ังด้านสังคมและ การศึกษา ผู้สอนจึงต้องมีความใฝ่รู้ ผู้สอนจึงต้องมีความใฝ่รู้ ติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ พัฒนา ตนเองอยู่เสมอทางด้านวิชาการและวิชาชีพ โดยการสรา้ งเครือข่ายความร่วมมือ และชุมชนวิชาชีพปฐมวัย จะทำให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพที่ผลต่อกาจัดการศึกษาปฐมวัยและหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัยทีม่ ีคุณภาพ ในส่วนของสถานศึกษานั้นมีหลากหลายรูปแบบท้ังสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาล ศูนย์พัฒนาเด็ก สถานเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งแต่ละแห่งจะมีลักษณะจุดมุ่งหมาย และรูปแบบ แตกต่างกันไปตามลักษณะของกลุ่มเด็กแต่ละวัย อย่างไรก็อย่างตาม สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาเด็กให้บรรลุ ตามจุดมุ่งหมาย การจัดหลักสูตรและประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพ การจัดส่ิงแวดล้อมและ บรรยากาศที่เอือ้ ต่อการเรียนรู้ การสร้างความสัมพันธ์กับครอบครัวและชมุ ชนเพื่อพัฒนาเดก็ ร่วมกนั รวมทั้ง มีการสร้างรอยเชื่อมต่อจากครอบครัวสู้สถานศึกษา และรอยเชื่อมต่อสู้การศึกษาขั้นพ้ืนฐานหรือระดับชั้น ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ ระดับปฐมวยั หนา้ ๘

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ปรชั ญาการศึกษา โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) จัดการศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กปฐมวัย ต้ังแต่4 ปี ถึง ๖ ปี บนพ้ืนฐานการอบรมเล้ียงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติ และพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนเต็มตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมท่ีเด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรักความเอ้ืออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพ่ือสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ ความเป็นมนุษยท์ ส่ี มบูรณ์ เกิดคณุ คา่ ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ วิสยั ทัศน์ ภายในปี 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) จัดการศึกษาปฐมวัย ม่งุ พัฒนาเด็ก ทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา อย่างมีคุณภาพและต่อเน่ือง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรยี นรู้อย่างมีความสุขเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย ปลูกฝังให้เด็กมีค่านิยมพ้ืนฐาน ๑๒ ประการ และเตรยี มความพรอ้ มเพือ่ เช่ือมต่อไปยังการเรยี นในช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ภารกจิ 3.1 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน อย่างสมดุล และเต็ม ศักยภาพ 3.2 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุขที่มีจุดหมายผ่านการเล่นท่ีมีจุดหมาย อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง 3.3 ส่งเสริมการจัดกิจกรรมเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สู่กระบวนการคิด เกิดความคิด สร้างสรรค์ และวินัยในตนเอง 3.4 สนบั สนุนใหบ้ คุ ลากรไดพ้ ฒั นาวชิ าชพี อย่างเตม็ ตามศักยภาพ 3.5 ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนา เดก็ ปฐมวยั 3.6 จัดประสบการณ์การเรียนรู้ท่ีหลากหลายซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็ก โดย นำแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน มาใช้เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย บนพ้ืน ฐานเศรษฐกจิ พอเพยี ง 3.7 สง่ เสรมิ การมสี ่วนรว่ มของผู้ปกครองและชมุ ชนในการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย ระดับปฐมวยั หนา้ ๙

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ เป้าหมาย ๑. เด็กปฐมวัยทุกคนไดร้ ับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์-จติ ใจ สังคม และสตปิ ญั ญาเต็ม ศักยภาพเหมาะสมกบั วยั ๒. ครูมคี วามรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถจัดประสบการณ์ท่สี ่งเสรมิ การเรียนรผู้ ่านการเลน่ โดยใช้กระบวนการวางแผน การปฏิบัติ และการทบทวน ๓. มีสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี และแหลง่ เรียนรูท้ ่ีเอ้ือต่อการส่งเสริมพฒั นาการเด็ก ปฐมวยั อยา่ งพอเพยี ง ๔. มีแผนการจัดประสบการณ์การเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายซง่ึ สอดคลอ้ งกับพัฒนาการทางสมอง ของเด็ก โดยนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง การใช้การบูรณการภาษาส่ือสาร สือ่ เทคโนโลยี แหลง่ เรยี นรู้ ภูมิปัญญาท้องถิน่ ค่านิยมพนื้ ฐาน ๑๒ ประการ และนวตั กรรมต่างๆ มาใชเ้ สริมสรา้ งพฒั นาการ และการเรยี นรู้ของเด็ก ผปู้ กครอง ชมุ ชน และหนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเดก็ ปฐมวัย อัตลักษณ์ของสถานศกึ ษา “ยมิ้ งา่ ย ไหวส้ วย” เอกลักษณข์ องสถานศึกษา “สะอาด บรรยากาศร่มรนื่ ” คำขวัญ “เรียนดี มีวินัย พลานามยั สมบูรณ”์ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๐

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ หลักการ เด็กทกุ คนมีสิทธิท่ีจะไดร้ ับการอบรมเลี้ยงดูและได้รบั การส่งเสรมิ พัฒนาการ ตามอนสุ ญั ญาว่า ดว้ ยสิทธเิ ด็ก ตลอดจนการเรียนรอู้ ยา่ งเหมาะสม ด้วยปฏสิ ัมพันธ์ทีด่ รี ะหวา่ งเดก็ กบั พ่อแม่ เดก็ กบั ครู เด็ก กับผู้เลยี้ งดูหรอื บุคลากรที่มีความรคู้ วามสามารถในการอบรมเลยี้ งดแู ละให้การศึกษาแก่เด็กทกุ คน เพ่ือให้ เด็กมโี อกาสพัฒนาตนเองตามลำดบั ขัน้ ของพฒั นาการทุกด้านอยา่ งเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเตม็ ตาม ศักยภาพ โดยมหี ลักการดงั นี้ 1. ส่งเสริมกระบวนการเรยี นรูแ้ ละพฒั นาการท่ีครอบคลุมเด็กทุกคน 2. ยึดหลักยึดหลักการอบรมเล้ยี งดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนงึ ถึงความ แตกตา่ งระหวา่ งบุคคล และวถิ ชี วี ติ ของเด็กตามบริบทของชมุ ชนสงั คม และวัฒนธรรมไทย 3. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมี กิจกรรมท่ีหลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัยและมีการ พักผ่อนเพยี งพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง เป็นคนดี มีวนิ ยั และมคี วามสุข 5. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก ระหว่าง สถานศกึ ษากบั พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชนและทกุ ฝ่ายทเี่ กยี่ วข้องกับการพฒั นาเด็กปฐมวัย ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๑

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ คา่ นิยมหลัก ๑๒ ประการ ๑. ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยที่อุดมสมบูรณ์และม่ังคั่ง มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขท่ีอุทิศให้แก่ ประชาชนอนั เปน็ ทร่ี กั มศี าสนาพุทธซึง่ เป็นที่พ่ึงทางใจ และมีธงชาตทิ ี่ป่าวประกาศถึงสญั ชาติของเรา ๒. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณใ์ นส่งิ ท่ดี ีงามเพ่ือส่วนรวม การท่ีเราเปล่ียนแปลงอุปนิสัยของเราให้เข้ากับคนอ่ืนหรือทัศนคติไปในทางที่ดีนั้นจะทำให้เราได้ เรียนรูส้ ง่ิ ใหมๆ่ เขา้ ใจสิ่งต่างๆในแตล่ ะมุมมอง ซึ่งจะทำใหข้ อ้ ขัดแย้งและปญั หายตุ ิลง ๓. กตัญญตู อ่ พอ่ แม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ บุญคุณของพ่อแม่นั้นใหญ่หลวงมาก ท่านทั้งสองให้กำเนิดเรามาในโลกอันกว่างใหญ่ เลี้ยงดูเรา อย่างดีด้วยความรักและห่วงใย รวมทั้งผู้ปกครอง และคุณครูบาอาจารย์ท่ีให้การศึกษาตั้งแต่เล็กจนโต ซ่ึง จะทำให้เราเติบใหญ่เป็นคนที่ดีในสังคม ดังน้ัน เราควรตอบแทนบุญคุณของทุกท่านโดยประพฤติตัวให้ดี เข่น การเคารพหรือปฏิบัติตามกฎระเบียบที่มีอยู่ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ต่างๆ และไม่ละเมิดสิทธิส่วน บคุ คล ๔. ใฝ่หาความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเลา่ เรียนทงั้ ทางตรง และทางอ้อม การที่เราดำรงชีวติ ประจำวันนั้น แน่นอนว่าเราต้องใช้ความรอู้ ยตู่ ลอดเวลา ณ ตอนน้โี ลกเปลย่ี นไป อย่างมาก เพราะฉะน้ันเราความใฝ่หาความรู้เพ่ือให้ทันกลับโลกภายนอกที่หมุนอยู่ตลอดเวลา เราควรมี ความเพียรพยายาม ม่งุ มั่นในการศึกษาท้ังในและนอกโรงเรียน เช่น การใช้ตำราเรยี น อินเตอร์เน็ตหรือส่ือ อืน่ ๆทสี่ ามารถค้นควา้ ข้อมูลได้ ๕. รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม ประชาชนชาวไทยควรท่ีจะภาคภูมิใจกับประเพณี ศิลปะอันงดงาม และวัฒนธรรมอันดั่งเดิม เช่น วันปีใหม่ของประเทศไทย สงกรานต์ ในขณะน้ีค่านิยมของตะวันตกนั้นเข้ามาและมีบทบาทมากกับการ พดู จา กิริยาและการแต่งกาย ซ่งึ ทำให้ประเพณีอันงดงามนั้นถดถ่อยลง ด้วยเหตุน้ีเราควรที่จะเป็นต้นแบบ ในการอนุรกั ษ์และสืบทอดใหถ้ งึ รุ่นต่อไปเรยี นรู้ ๖. มศี ีลธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดตี ่อผู้อนื่ เผือ่ แผแ่ ละแบ่งปนั การที่เราให้โดยไม่หวังผลตอบแทนนั้นเป็นส่ิงท่ีประเสริฐ การทำส่ิงต่างๆด้วยความหวังดี ถึงแม้ว่า ผลลัพธ์ที่เราจะได้คือความสุขเล็กๆน้อยๆ แต่เราก็จะได้มิตรสัมพันธ์ที่ดี ศีลธรรมกเ็ ป็นข้อที่เราควรถือไว้ใน ใจ เช่น ศลี ๕ และการท่เี ราส่อื สัตย์ตลอดไม่วา่ จะทำอะไร จะทำใหเ้ ราเนน้ คนดใี นสังคม ๗. เข้าใจเรยี นรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ ที่ถกู ตอ้ ง การเป็นประชาธิปไตยน้ันเป็นระบบการบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมือง โดยที่ เรามพี ระมหากษัตรยิ เ์ ป็นประมกุ ซึง่ เราควรเคารพพอ่ หลวงเราด้วยใจรัก ๘. มรี ะเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผูน้ ้อยร้จู ักการเคารพผ้ใู หญ่ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๒

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ทกุ วนั นี้เรามักจะเห็นผู้คนแตกแยก หรอื ไมใ่ ห้ความเคารพกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการที่ไม่มรี ะเบียบ ในสงั คม อย่างแรกต้องเริ่มที่ตัวเราเอง เราควรท่ีจะมรี ะเบียบวินัย เคารพกฎหมาย และเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ และส่ิงเหล่าน้ีจะเปน็ ต้นแบบให้อกี หลายๆคนเพื่อทีจ่ ะทำใหส้ งั คมคนไทยนัน้ เจริญ ๙. มีสตริ ้ตู วั รูค้ ดิ ร้ทู ำ รู้ปฏิบัติตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว สติเป็นสิง่ ท่เี ราควรตระหนักอยู่ตลอดเวลาเพือ่ ที่จะได้ทำสง่ิ หน่ึงใหด้ ีที่สุด รวมถงึ การคิดทบทวนให้ รอบคอบ และมีความมงุ้ ม่นั ต้งั ใจในการทำงาน ผลลัพธท์ ร่ี าจะไดถ้ ้าเราทำอะไรโดยมสี ติคือความสำเรจ็ ๑๐.รู้จักดำรงตนอยู่ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เม่ือยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมทจี่ ะขยายกจิ การเมอ่ื มคี วามพรอ้ ม เม่อื มีภมู ิคุ้มกนั ทีด่ ี การดำรงชีพน้ันอาจจะเป็นปัจจัยหน่ึงที่เราควรตระหนักอยู่ตลอดเวลา ดั้งท่ีพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวให้คำสอนไว้เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการท่ีเราต้องปรับเปล่ียนตนให้เข้ากับคนอื่น และ ถ้าเราทำตามคำสอนของพอ่ หลวง ชวี ิตเราจะมีความสุขอยู่กบั สง่ิ ทีเ่ รามี ๑๑.มคี วามเข้มแขง็ ทัง้ ร่างกาย และจติ ใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝา่ ยตำ่ หรอื กเิ ลส มคี วามละอาย เกรงกลัวต่อบาปตามหลกั ของศาสนา การที่มีจิตใจอันแน่วแน่ จะไม่ส่ันคลอนใดๆทั้งสิ้นถ้ามีอุปสรรคหรือกิเลสผ่านเข้ามา ถ้าเราได้ผ่าน ส่ิงเหล่านมี้ าบอ่ ยคร้งั มนั จะทำให้เราเข้มแขง็ เชน่ เราไม่ควรดม่ื สรุ าหรือสูบบหุ รี่ถา้ มคี นชกั ชวน ๑๒.คำนงึ ถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง ในการดำเนินการสิ่งใดสิ่งหน่ึงน้นั เราควรคำนงึ ถึงขอ้ ดแี ละข้อเสีย แต่ไมใ่ ชแ้ ค่คำนงึ สำหรับตนเอง แต่ควรคำนึงถงึ ผ้อู ่ืนด้วย อีกทั้ง เราควรช่วยเหลือเพื่อนมนษุ ย์ เช่นไปสอนหนังสือท่ีบ้านเด็กกำพร้า หรือไป ใหค้ วามบนั เทงิ ทบี่ า้ นคนชรา เป็นตน้ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๓

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั สำหรับเด็กอายุ ๔ – ๖ ปี ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๔

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ สำหรบั เดก็ อายุ ๔ – ๖ ปี หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) สำหรับเด็กอายุ ๔ – ๖ ปี เป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้าน รา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญา ตามวัยและความสามารถของแต่ละบุคคล มาตรฐานคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ ๔-๖ ปี กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึง ประสงคจ์ ำนวน ๑๒ มาตรฐาน 29 ตัวบ่งชี้ ประกอบดว้ ย ๑.พฒั นาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจรญิ เติบโตตามวัยและมสี ุขนิสยั ทีด่ ี มาตรฐานท่ี ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเน้ือเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสมั พนั ธ์กัน ๒.พฒั นาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานที่ ๓ มสี ุขภาพจิตดีและมคี วามสุข มาตรฐานท่ี ๔ ชนื่ ชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว มาตรฐานที่ ๕ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และมีจติ ใจที่ดงี าม ๓.พฒั นาการดา้ นสังคม ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานที่ ๖ มที กั ษะชวี ิตและปฏบิ ัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานท่ี ๗ รกั ธรรมชาติ สิง่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานท่ี ๘ อยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ยา่ งมีความสุขและปฏบิ ตั ิตนเปน็ สมาชิกท่ีดขี องสงั คมใน ระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข ๔.พฒั นาการด้านสตปิ ญั ญา ประกอบดว้ ย ๔ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสื่อสารได้เหมาะสมกบั วัย มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคิดท่เี ปน็ พื้นฐานการเรยี นรู้ มาตรฐานท่ี ๑๑ มจี ินตนาการและความคดิ สร้างสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกบั วัย ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๕

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ตวั บง่ ช้ี ตัวบ่งชี้ เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐาน คณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์ สภาพท่ีพึงประสงค์ สภาพท่พี ึงประสงค์ เปน็ พฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังใหเ้ ด็กเกิด บนพ้ืนฐาน พัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระ เรียนรู้ใน การจัดประสบการณ์ กิจกรรมและประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐานคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์ ตัวบง่ ช้ี และสภาพทพี่ งึ ประสงค์ ดังน้ี มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจริญเตบิ โตตามวัยเด็กมสี ุขนิสัยที่ดี ตัวบง่ ช้ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑.๑ มนี ำ้ หนกั และส่วนสงู ตาม ๑.๑.๑ นำ้ หนักและส่วนสูงตาม ๑.๑.๑ น้ำหนักและสว่ นสงู เกณฑ์ เกณฑ์ของกรมอนามยั ตามเกณฑ์ของกรมอนามยั ๑.๒ มสี ขุ ภาพอนามยั สุขนิสัยที่ ๑.๒.๑ รบั ประทานอาหารทม่ี ี ๑.๒.๑ รับประทานอาหารทมี่ ี ดี ประโยชนแ์ ละดมื่ นำ้ สะอาดด้วย ประโยชนไ์ ด้หลายชนิดและ ตนเอง ดืม่ นำ้ สะอาดไดด้ ้วยตนเอง ๑.๒.๒ ลา้ งมือก่อนรบั ประทาน ๑.๒.๒ ล้างมอื ก่อน อาหารและหลงั จากใช้ห้องนำ้ รบั ประทานอาหารและ ห้องส้วมด้วยตนเอง หลงั จากใชห้ อ้ งนำ้ ห้องสว้ ม ดว้ ยตนเอง ๑.๒.๓ นอนพกั ผอ่ นเป็นเวลา ๑.๒.๓ นอนพกั ผอ่ นเปน็ เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเป็นเวลา ๑.๒.๔ ออกกำลังกายเปน็ เวลา ๑.๓ รกั ษาความปลอดภัยของ ๑.๓.๑ เลน่ และทำกจิ กรรมอยา่ ง ๑.๓.๑ เล่นและทำกจิ กรรม ตนเองและผอู้ ่ืน ปลอดภัยดว้ ยตนเอง และปฏิบัติตอ่ ผู้อ่ืนอย่าง ปลอดภัย ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๖

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๒ กล้ามเนือ้ ใหญ่และกล้ามเน้อื เล็กแข็งแรงใชไ้ ดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ และประสานสัมพันธก์ นั ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวรา่ งกายอยา่ ง ๒.๑.๑ เดนิ ตอ่ เทา้ ไปขา้ งหน้า ๒.๑.๑ เดินต่อเท้าถอยหลงั เป็น เสน้ ตรงไดโ้ ดยไม่ต้องกางเกง คลอ่ งแคลว่ ประสานสมั พนั ธ์และ เป็นเส้นตรงไดโ้ ดยไม่ต้องกาง ทรงตวั ได้ แขน ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียวอยู่กบั ที่ ๒.๑.๒ กระโดดขาเดยี ว ไป ได้โดยไม่เสียการทรงตัว ข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ เสียการทรงตวั ๒.๑.๓ ว่งิ หลบหลีกสิง่ กดี ขวาง ๒.๑.๓ วิ่งหลบหลกี สงิ่ กีดขวาง ได้ ไดอ้ ย่างคลอ่ งแคลว่ ๒.๑.๔ รบั ลกู บอลไดด้ ว้ ยมือทั้ง ๒.๑.๔ รบั ลกู บอลท่กี ระดอน ๒ ข้าง ขึ้นจากพนื้ ได้ ๒.๒ ใชม้ ือ-ตาประสานสัมพันธ์ ๒.๒.๑ ใชก้ รรไกรตัดกระดาษ ๒.๒.๑ ใชก้ รรไกรตดั กระดาษ กนั ตามแนวเส้นตรงได้ ตามแนวเสน้ โคง้ ได้ ๒.๒.๒ เขยี นรปู สีเ่ หล่ียมตาม ๒.๒.๒ เขยี นรูปสามเหลี่ยมตาม แบบได้อย่างมีมุมชดั เจน แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน ๒.๒.๓ ร้อยวัสดทุ ่มี รี ขู นาดเสน้ ๒.๒.๓ ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้น ผ่านศนู ย์ ๐.๕ เซนติเมตรได้ ผา่ นศนู ย์กลาง๐.๒๕ เซนตเิ มตรได้ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๗

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๓ มสี ขุ ภาพจติ ดีและมีความสขุ สภาพท่พี ึงประสงค์ ตัวบง่ ช้ี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อย่าง ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ ความรูส้ ึก ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ เหมาะสม ได้ตามสถานการณ์ ความรู้สึกไดส้ อดคล้องกับ สถานการณ์อยา่ งเหมาะสม ๓.๒ มคี วามรู้สึกที่ดตี ่อตนเองและ ๓.๒.๑ กลา้ พูดกลา้ แสดงออก ๓.๒.๑ กล้าพดู กล้าแสดงออก ผู้อน่ื อย่างเหมาะสมบางสถานการณ์ อยา่ งเหมาะสมตาม สถานการณ์ ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ผลงานและความสามารถของ ผลงานและความสามารถของ ตนเอง ตนเองและผอู้ ืน่ มาตรฐานที่ ๔ ช่นื ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๔.๑ สนใจและมคี วามสุขและ ๔.๑.๑ สนใจและมคี วามสุขและ ๔.๑.๑ สนใจและมคี วามสขุ แสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรี และการเคลือ่ นไหว แสดงออกผ่านงานศิลปะ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจ มีความสขุ และ ๔.๑.๒ สนใจ มคี วามสุขและ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี แสดงออกผา่ นเสียงเพลง ดนตรี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสุขและ ๔.๑.๓ สนใจ มีความสขุ และ แสดงท่าทาง/เคล่อื นไหว แสดงทา่ ทาง/เคลอ่ื นไหว ประกอบเพลง จังหวะและ ประกอบเพลง จังหวะและ ดนตรี ดนตรี ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๘

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จริยธรรม และมจี ิตใจทด่ี งี าม ตวั บ่งช้ี สภาพท่พี งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๕.๑ ซอื่ สัตย์ สจุ ริต ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอคอย ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอ เม่อื ต้องการส่ิงของของผอู้ น่ื เมื่อ คอยเมื่อต้องการส่ิงของของ มผี ู้ชแี้ นะ ผู้อนื่ ดว้ ยตนเอง ๕.๒ มีความเมตตา กรุณา มีน้ำใจ ๕.๒.๑ แสดงความรกั เพือ่ นและ ๕.๒.๑ แสดงความรกั เพอื่ น และช่วยเหลือแบ่งปนั มเี มตตาสัตว์เล้ยี ง และมเี มตตาสัตว์เล้ยี ง ๕.๒.๒ ช่วยเหลอื และแบง่ ปนั ๕.๒.๒ ช่วยเหลือและแบ่งปนั ผู้อน่ื ไดเ้ มื่อมีผชู้ ้แี นะ ผอู้ ื่นไดด้ ้วยตนเอง ๕.๓ มีความเหน็ อกเหน็ ใจผู้อื่น ๕.๓.๑ แสดงสหี นา้ หรือทา่ ทาง ๕.๓.๑ แสดงสหี น้าหรอื รบั รคู้ วามรสู้ ึกผอู้ ่นื ทา่ ทางรบั รู้ความร้สู ึกผ้อู นื่ อยา่ งสอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ ๕.๔.๑ ทำงานท่ไี ดร้ ับ ๕.๔.๑ ทำงานทีไ่ ด้รบั มอบหมายจนสำเรจ็ เม่อื มผี ู้ มอบหมายจนสำเรจ็ ดว้ ย ช้ีแนะ ตนเอง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๙

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๖ มีทักษะชีวติ และปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตวั บง่ ช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๖.๑ ชว่ ยเหลอื ตนเองในการ ๖.๑.๑ แตง่ ตัวดว้ ยตนเอง ๖.๑.๑ แต่งตวั ดว้ ยตนเองได้ ปฏบิ ตั ิกิจวัตรประจำวัน อย่างคล่องแคล่ว ๖.๑.๒ รบั ประทานอาหารด้วย ๖.๑.๒ รับประทานอาหาร ตนเอง ด้วยตนเองอย่างถูกวิธี ๖.๑.๓ ใชห้ ้องนำ้ หอ้ งสว้ มด้วย ๖.๑.๓ ใช้และทำความ ตนเอง สะอาดหลังใชห้ ้องนำ้ ห้อง สว้ มดว้ ยตนเอง ๖.๒ มวี นิ ัยในตนอง ๖.๒.๑ เก็บของเลน่ ของใช้เข้าท่ี ๖.๒.๑ เก็บของเลน่ ของใช้เข้า ด้วยตนเอง ทอ่ี ยา่ งเรยี บร้อยด้วยตนเอง ๖.๒.๒ เข้าแถวตามลำดบั ๖.๒.๒ เข้าแถวตามลำดบั กอ่ นหลงั ได้ดว้ ยตนเอง ก่อนหลังได้ดว้ ยตนเอง ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง ๖.๓.๑ ใชส้ ่ิงของเครื่องใช้อย่าง ๖.๓.๑ ใชส้ ่งิ ของเคร่ืองใช้ ประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ อยา่ งประหยดั และพอเพียง ชแ้ี นะ ดว้ ยตนเอง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๐

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐานที่ ๗ รกั ธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย ตัวบง่ ชี้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาตแิ ละ ๗.๑.๑ มสี ว่ นรว่ มดแู ลรกั ษา ๗.๑.๑ ดูแลรักษาธรรมชาตแิ ละ สิ่งแวดล้อม ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมเมือ่ มี สงิ่ แวดล้อมด้วยตนเอง ผู้ช้แี นะ ๗.๑.๒ ท้ิงขยะได้ถูกที่ ๗.๑.๒ ทิ้งขยะได้ถูกที่ ๗.๒ มมี ารยาทตามวัฒนธรรม ๗.๒.๑ ปฏิบตั ติ นตามมารยาท ๗.๒.๑ ปฏบิ ตั ิตนตามมารยาท ไทยและรกั ความเป็นไทย ไทยไดด้ ว้ ยตนเอง ไทยได้ ตามกาลเทศะ ๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคุณและขอ ๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคณุ และขอ โทษด้วยตนเอง โทษดว้ ยตนเอง ๗.๒.๓ ยนื ตรงเมอื่ ได้ยินเพลง ๗.๒.๓ ยนื ตรงและร่วมรอ้ งเพลง ชาตไิ ทยและเพลงสรรเสรญิ พระ ชาตไิ ทยและเพลงสรรเสริญพระ บารมี บารมี ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๑

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐานที่ ๘ อย่รู ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมคี วามสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ดี ีของสงั คม ในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ ตวั บง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๘.๑ ยอมรบั ความเหมือนและ ๘.๑.๑ เล่นและทำกจิ กรรม ๘.๑.๑ เลน่ และทำกจิ กรรม ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล ร่วมกับเดก็ ที่แตกตา่ งไปจากตน รว่ มกับเดก็ ที่แตกต่างไปจาก ตน ๘.๒ มปี ฏสิ มั พนั ธท์ ่ีดีกับผอู้ ่ืน ๘.๒.๑ เลน่ หรอื ทำงานรว่ มกับ ๘.๒.๑ เล่นหรอื ทำงานรว่ มมือ เพ่อื นเป็นกลุม่ กับเพ่ือนอย่างมีเป้าหมาย ๘.๒.๒ ยิ้ม ทักทาย หรือพดู คุย ๘.๒.๒ ยิม้ ทักทายและพดู คุย กับผู้ใหญ่และบุคคลท่ีคนุ้ เคยได้ กบั ผู้ใหญ่และบุคคลที่คุน้ เคย ดว้ ยตนเอง ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องตน้ ในการ ๘.๓.๑ มสี ว่ นร่วมสร้างขอ้ ตกลง ๘.๓.๑มีส่วนรว่ มสรา้ งข้อตกลง เปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม และปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงเม่ือมีผู้ และปฏบิ ตั ิตามขอ้ ตกลงดว้ ย ช้ีแนะ ตนเอง ๘.๓.๒ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผ้นู ำและผู้ ๘.๓.๒ ปฏิบตั ิตนเปน็ ผู้นำและ ตามทีด่ ีได้ด้วยตนเอง ผตู้ ามได้เหมาะสมกับ สถานการณ์ ๘.๓.๓ ประนีประนอมแกไ้ ข ๘.๓.๓ ประนปี ระนอมแก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ความรุนแรงเมื่อมผี ู้ชีแ้ นะ ความรุนแรงดว้ ยตนเอง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๒

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๙ ใชภ้ าษาสื่อสารไดเ้ หมาะสมกับวัย ตัวบง่ ชี้ สภาพทีพ่ ึงประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเลา่ ๙.๑.๑ ฟังผอู้ ื่นพดู จนจบและ ๙.๑.๑ ฟงั ผอู้ ่นื พดู จนจบและ เรอ่ื งใหผ้ ู้อ่ืนเข้าใจ สนทนาโต้ตอบสอดคล้องกบั สนทนาโตต้ อบอย่างต่อเน่อื ง เรอ่ื งที่ฟัง เชอ่ื มโยงกับเร่ืองท่ีฟัง ๙.๑.๒ เล่าเรอื่ งเป็นประโยค ๙.๑.๒ เลา่ เป็นเรอ่ื งราว อยา่ งต่อเนอื่ ง ตอ่ เน่ืองได้ ๙.๒ อา่ น เขยี นภาพ และ ๙.๒.๑ อา่ นภาพ สัญลกั ษณ์ ๙.๒.๑ อา่ นภาพ สญั ลกั ษณ์ สญั ลักษณ์ได้ คำ พร้อมทั้งช้ี หรอื กวาดตามอง คำ ดว้ ยการช้ี หรอื กวาดตา ขอ้ ความตาม มองจดุ เร่ิมตน้ และจดุ จบของ ขอ้ ความ ๙.๒.๒ เขยี นคลา้ ยตัวอักษร ๙.๒.๒ เขียนช่อื ของตนเอง ตามแบบเขยี นข้อความด้วยวิธี ทค่ี ดิ ขึน้ เอง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๓

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๑๐ มคี วามสามารถในการคิดทีเ่ ปน็ พื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ สภาพที่พงึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑๐.๑ มีความสามารถใน ๑๐.๑.๑ บอกลกั ษณะและ ๑๐.๑.๑ บอกลกั ษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง การคดิ รวบยอด สว่ นประกอบของสิง่ ของต่างๆ จาก หรอื ความสัมพันธ์ของส่งิ ของ ตา่ งๆ จากการสังเกตโดยใช้ การสงั เกตโดยใช้ประสาทสัมผสั ประสาทสัมผสั ๑๐.๑.๒ จบั ค่แู ละเปรยี บเทียบความ ๑๐.๑.๒ จบั คแู่ ละเปรียบเทยี บ แตกตา่ งหรือความเหมอื นของส่งิ ความแตกตา่ งหรือความเหมือน ตา่ งๆโดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพยี ง ของส่งิ ต่างๆโดยใชล้ ักษณะที่ ลักษณะเดียว สงั เกตพบสองลกั ษณะข้นึ ไป ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัดกลุม่ สิง่ ต่างๆ ๑๐.๑.๓ จำแนกและจดั กล่มุ ส่งิ โดยใช้อยา่ งนอ้ ยหนง่ึ ลักษณะเปน็ ต่างๆโดยใช้ต้งั แตส่ องลักษณะขนึ้ เกณฑ์ ไปเป็นเกณฑ์ ๑๐.๑.๔ เรยี งลำดับส่ิงของหรือ ๑๐.๑.๔ เรยี งลำดับสิ่งของหรือ เหตกุ ารณ์อย่างน้อย ๔ ลำดับ เหตกุ ารณ์อย่างน้อย ๕ ลำดับ ๑๐.๒ มีความสามารถใน ๑๐.๒.๑ ระบสุ าเหตหุ รอื ผลท่ีเกดิ ขน้ึ ๑๐.๒.๑ อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุ การคิดเชงิ เหตุผล ในเหตุการณห์ รือ การกระทำเม่ือมผี ู้ และผลที่เกิดขึน้ ในเหตุการณ์หรอื ช้ีแนะ การกระทำดว้ ยตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดเดา หรอื คาดคะเนสิ่งท่ี ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสิ่งท่อี าจจะ อาจจะเกิดขนึ้ หรือมีสว่ นร่วมในการ เกิดขึน้ และมสี ว่ นรว่ มในการลง ลงความเหน็ จากข้อมูล ความเหน็ จากข้อมูลอย่างมีเหตผุ ล ๑๐.๓ มคี วามสามารถในการ ๑๐.๓.๑ ตดั สนิ ใจในเรื่องงา่ ยๆและเริ่ม ๑๐.๓.๑ ตัดสนิ ใจในเร่ืองง่ายๆและ คิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ เรียนรผู้ ลทเี่ กดิ ขนึ้ ยอมรบั ผลทเี่ กดิ ขน้ึ ๑๐.๓.๒ ระบุปญั หา และแก้ปัญหาโดยลอง ๑๐.๓.๒ ระบปุ ญั หาสรา้ งทางเลือกและ ผิดลองถกู เลอื กวิธีแกป้ ัญหา ระดับปฐมวยั หนา้ ๒๔

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ มาตรฐานท่ี ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ ตวั บง่ ชี้ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑๑.๑ ทำงานศิลปะตาม ๑๑.๑.๑ สร้างผลงานศิลปะเพื่อ ๑๑.๑.๑ สรา้ งผลงานศิลปะ จนิ ตนาการและความคิด สอ่ื สารความคิด ความร้สู กึ ของ เพอื่ ส่ือสารความคิด ความรสู้ ึก สร้างสรรค์ ตนเองโดยมีการดัดแปลงและ ของตนเองโดยมีการดัดแปลง แปลกใหม่จากเดมิ หรือมี และแปลกใหมจ่ ากเดมิ และมี รายละเอยี ดเพม่ิ ขึ้น รายละเอียดเพิม่ ข้ึน ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/เคลอ่ื นไหว ๑๑.๒.๑ เคลื่อนไหวทา่ ทางเพ่ือ ๑๑.๒.๑ เคล่ือนไหวทา่ ทางเพ่ือ ตามจนิ ตนาการอยา่ งสรา้ งสรรค์ สือ่ สารความคดิ ความร้สู กึ ของ สื่อสารความคิด ความรู้สกึ ของ ตนเอง อย่างหลากหลายหรือ ตนเอง อย่างหลากหลายและ แปลกใหม่ แปลกใหม่ มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคติทด่ี ีตอ่ การเรยี นรู้ และมคี วามสามารถในการแสวงหาความรไู้ ดเ้ หมาะสมกับวัย ตวั บ่งช้ี สภาพทพี่ งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑๒.๑ มเี จตคตทิ ่ดี ีต่อการ ๑๒.๑.๑ สนใจซักถามเกี่ยวกับ ๑๒.๑.๑ สนใจหยบิ หนังสือมาอ่าน เรยี นรู้ สัญลักษณห์ รือตวั หนงั สอื ท่ีพบเห็น และเขยี นสื่อความคิดดว้ ยตนเอง เป็นประจำอย่างต่อเนอื่ ง ๑๒.๑.๒ กระตอื รือร้นในการเข้า ๑๒.๑.๒ กระตอื รือรน้ ในการร่วม รว่ มกิจกรรม กจิ กรรมต้ังแต่ต้นจนจบ ๑๒.๒ มีความสามารถใน ๑๒.๒.๑ คน้ หาคำตอบของข้อสงสัย ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบของข้อ การแสวงหาความรู้ ต่างๆ ตามวธิ ีการของตนเอง สงสยั ตา่ งๆ โดยใช้วิธีการที่ หลากหลายดว้ ยตนเอง ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยคคำถามวา่ “ท่ี ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยคคำถามวา่ ไหน” “ทำไม” ในการคน้ หาคำตอบ “เม่ือไร” อยา่ งไร” ในการคน้ หา คำตอบ ระดับปฐมวยั หนา้ ๒๕

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ การจดั เวลาเรยี น หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ ๔-6 ปี กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจัด ประสบการณ์ให้กับเด็ก 1-2 ปีการศึกษาโดยประมาณ ท้ังน้ี ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กท่ีเริ่มเข้าสถานศึกษา หรือสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย เวลาเรียนสำหรับเด็กจะข้ึนอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยมีเวลาเรียนไม่ นอ้ ยกว่า 180 วันต่อ 1 ปีการศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง โดยสามารถปรบั เปล่ียน ให้เหมาะสมตามบรบิ ทของสถานศกึ ษาและสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั โครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพ่ือให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายหรือมาตรฐานท่ีพึงประสงค์ของ หลักสูตรปฐมวัย (หลักสูตรแกนกลาง) เป็นหลักในการกำหนดสาระการเรียนรู้ สถานศึกษาจึงกำหนด โครงสร้างของหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั ดงั น้ี โครงสรา้ งของหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ชว่ งอายุ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี ประสบการณ์สำคัญ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ - ด้านร่างกาย - เร่ืองราวเกย่ี วกบั ตวั เด็ก - ด้านอารมณ์ จิตใจ - เรอื่ งราวเกยี่ วกับบุคคล - ดา้ นสงั คม - ดา้ นสตปิ ัญญา และสถานที่แวดลอ้ มเด็ก - ธรรมชาตริ อบตัว - สงิ่ ตา่ งๆ รอบตัวเด็ก ระยะเวลาเรียน ขึ้นอยู่กับอายเุ ด็กที่เร่ิมการอบรมเล้ียงดกู ับการศึกษา ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๖

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ตารางกิจกรรมประจำวนั ลำดับ เวลา จำนวน รายการกิจกรรม ที่ / นาที 1 07.30 – 08.00 น. (30 นาท)ี รบั เดก็ 2 08.00 - 08.30 น. (30 นาท)ี เคารพธงชาติ สวดมนตแ์ ละกิจกรรมหน้าเสาธง 3 08.30 - 08.๔5 น. (15 นาท)ี ตรวจสขุ ภาพ ,ไปห้องนำ้ สนทนา ข่าวและเหตกุ ารณ์ ๔ 08.๔5 - 09.00 น. (15 นาท)ี กิจกรรมเคลอ่ื นไหวและจงั หวะ 5 09.00 - 09.20 น. (20 นาท)ี กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 6 09.20 - 10.20 น. (60 นาท)ี กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรคแ์ ละกิจกรรมเล่นตามมุม 7 10.20 - 10.30 น. (10 นาท)ี พกั (รับประทานอาหารว่างตอนเช้า) 8 10.30 – 11.00 น. (30 นาท)ี กจิ กรรมกลางแจง้ 9 11.00 – 12.00 น. (60 นาท)ี รบั ประทานอาหารกลางวนั ไปห้องนำ้ ,แปรงฟัน 10 12.00 - 1๔.00 น. (120 นาท)ี นอนพักผอ่ น (กราบพระ สวดมนต์ นงั่ สมาธิ แผ่ เมตตา เล่านิทาน) 11 1๔.00 - 1๔.20 น. (20 นาท)ี เกบ็ ทนี่ อน, ล้างหนา้ ,ทาแปง้ 12 1๔.20 - 1๔.30 น. (10 นาท)ี พัก(รบั ประทานอาหารวา่ งตอนบา่ ย) 13 1๔.30 - 1๔.๔5 น. (15 นาท)ี กิจกรรมเกมการศกึ ษา 1๔ 1๔.๔5 - 15.00 น. (15 นาท)ี สรุป 15 15.00 น.เป็นต้นไป เตรยี มตัวกลับบา้ น หมายเหตุ ตารางกจิ กรรมประจำวันน้สี ามารถยดื หยุ่นไดต้ ามความเหมาะสมของโรงเรยี น เวลาในการทำ กิจกรรมบางกิจกรรมจะปรับให้น้อยกว่า เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์ แต่บางกิจกรรมจะใช้เวลา มากกวา่ เช่น กิจกรรมกลางแจง้ กจิ กรรมเลน่ ตามมมุ เปน็ ตน้ ทงั้ นี้ขึ้นอยู่กบั ดุลพนิ จิ ของครผู ู้สอนและช่วง ความสนใจตามพัฒนาการของเดก็ แนวทางการจัดกิจกรรมต่างๆ ผู้สอนสามารถนำไปปรับใช้หรือนำนวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้ใน การจัดกจิ กรรมประจำตวั ตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมของหอ้ งเรียนและสถานศึกษา ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๗

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ รปู แบบการจัดกจิ กรรมประจำวัน การจดั ตารางกจิ กรรมประจำวนั สามารถจัดไดห้ ลายรปู แบบ ทง้ั น้ี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในการ นำไปใช้ของแตล่ ะหนว่ ยงาน ท่ีสำคัญผ้สู อนต้องคำนึงถงึ การจัดกจิ กรรมให้ครอบคลุมพฒั นาการทุกดา้ น จึง ขอเสนอแนะสัดส่วนเวลาในการพฒั นาเด็กแตล่ ะวัน ดังนี้ การพฒั นา อายุ ๔ - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี ชั่วโมง : วนั ชัว่ โมง : วนั 1. การพฒั นาทักษะพืน้ ฐานในชีวติ ประจำวนั (ประมาณ) (ประมาณ) (รวมท้งั การชว่ ยตนเองในการแต่งกาย การรบั ประทาน อาหาร สขุ อนามัยและการนอนพักผอ่ น) 2 1/2 2 1/๔ 2. การเล่นตามมมุ ประสบการณ/์ มุมเลน่ 3. การคดิ และความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ 11 ๔. กิจกรรมดา้ นสงั คม (การทำงานรว่ มกบั ผู้อ่นื ) 11 5. กิจกรรมพฒั นากล้ามเน้อื ใหญ่ 3/๔ 3/๔ 6. กิจกรรมที่มกี ารวางแผนโดยผู้สอน 11 11 เวลาโดยประมาณ 77 กิจกรรมการจดั ประสบการณ์ เพื่อให้ครอบคลุมกิจกรรมหลัก 6 กจิ กรรม ได้แก่ 1. กจิ กรรมเคลื่อนไหวและจงั หวะ 2. กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 3. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ๔. กจิ กรรมเล่นตามมุม 5. กจิ กรรมกลางแจ้ง 6. กจิ กรรมเกมการศึกษา ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๘

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เป็นส่ือกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก เพ่ือส่งเสริม พัฒนาการเด็กทุกด้าน ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรท่ีกำหนด ประกอบด้วย ประสบการณ์สำคัญ และสาระท่คี วรเรยี นรู้ ดังน้ี ๑. ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนนำไปใช้ในการ ออกแบบการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการ ครอบคลุมทุกด้าน ดงั น้ี ๑.๑ประสบการณ์สำคัญที่สง่ เสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มี โอกาสพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเน้ือและระบบ ประสาท ในการทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและ สุขอนามัย สุขนสิ ยั และการรกั ษาความปลอดภยั ดังน้ี ด้านร่างกาย ประสบการณส์ ำคญั ๑.๑.๑ การใชก้ ลา้ มเนอื้ ใหญ่ (๑) การเคลื่อนไหวอยกู่ ับที่ (๒) การเคลอื่ นไหวเคลอื่ นท่ี ๑.๑.๒ การใช้กลา้ มเนื้อเลก็ (๓) การเคล่ือนไหวพรอ้ มวสั ดอุ ปุ กรณ์ (๔) การเคลือ่ นไหวทีใ่ ช้การประสานสมั พนั ธ์ของการใช้ ๑.๑.๓ การรักษาสขุ ภาพ อนามยั ส่วนตน กล้ามเนื้อใหญใ่ นการขว้าง การจบั การโยน การเตะ (๕) การเลน่ เคร่อื งเลน่ สนามอย่างอสิ ระ ๑.๑.๔ การรกั ษาความ (๑) การเล่นเครื่องเลน่ สัมผัสและการสรา้ งจากแท่งไม้ บลอ็ ก ปลอดภัย (๒) การเขยี นภาพและการเล่นกับสี (๓) การปัน้ ๑.๑.๕ การตระหนักร้เู กี่ยวกบั (๔) การประดิษฐส์ ิง่ ตา่ งๆ ด้วย เศษวัสดุ รา่ งกายตนเอง (๕) การหยิบจบั การใชก้ รรไกร การฉีก การตัด การปะ และ การรอ้ ยวัสดุ (๑) การปฏบิ ัติตนตามสุขอนามยั สุขนสิ ยั ท่ดี ใี นกิจวตั รประจำวนั (๑) การปฏบิ ัติตนใหป้ ลอดภยั ในกจิ วัตรประจำวนั (๒) การฟงั นทิ าน เร่อื งราว เหตกุ ารณ์ เกีย่ วกับการป้องกัน และรกั ษาความปลอดภัย (๓) การเล่นเคร่ืองเลน่ อยา่ งปลอดภยั (๔) การเลน่ บทบาทสมมตเิ หตุการณต์ า่ งๆ (๑) การเคล่ือนไหวโดยควบคุมตนเองไปในทศิ ทาง ระดับ และพื้นที่ (๒) การเคลื่อนไหวขา้ มสิ่งกีดขวาง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๙

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๕ ๑.๒ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้ เดก็ ได้แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกบั วัย ตระหนกั ถึงลกั ษณะพิเศษเฉพาะ ท่ี เป็นอัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สุนทรยี ภาพ ความรูส้ กึ ท่ดี ตี อ่ ตนเอง และความเชื่อม่นั ในตนเองขณะปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ดังน้ี ดา้ นอารมณ์ ประสบการณ์สำคญั ๑.๒.๑ สุนทรียภาพ ดนตรี (๑) การฟังเพลง การรอ้ งเพลง และการแสดงปฏิกิรยิ าโตต้ อบ ๑.๒.๒ การเล่น เสยี งดนตรี (๒) การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ ๑.๒.๓ คุณธรรม จรยิ ธรรม (๓) การเคลือ่ นไหวตามเสยี งเพลง/ดนตรี (๔) การเลน่ บทบาทสมมติ ๑.๒.๔ การแสดงออกทาง (๕) การทำกจิ กรรมศิลปะตา่ งๆ อารมณ์ (๖) การสรา้ งสรรค์ส่ิงสวยงาม (๑) การเลน่ อิสระ ๑.๒.๕ การมอี ตั ลักษณ์เฉพาะ (๒) การเล่นรายบุคคล กลุม่ ยอ่ ย กลมุ่ ใหญ่ ตนและเช่ือว่าตนเองมี (๓) การเลน่ ตามมุมประสบการณ์ ความสามารถ (๔) การเล่นนอกห้องเรียน (๑) การปฏบิ ัตติ นตามหลักศาสนาที่นบั ถอื ๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผอู้ ื่น (๒) การฟังนิทานเกยี่ วกบั คณุ ธรรม จริยธรรม (๓) การร่วมสนทนาและแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ เชิงจริยธรรม (๑) การพูดสะท้อนความรสู้ กึ ของตนเองและผู้อืน่ (๒) การเลน่ บทบาทสมมติ (๓) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๔) การรอ้ งเพลง (๕) การทำงานศลิ ปะ (๑) การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง (๑) การแสดงความยินดีเมื่อผู้อ่นื มีความสขุ เหน็ ใจเม่ือผู้อื่นเศรา้ หรอื เสียใจและการช่วยเหลือปลอบโยนเมอื่ ผูอ้ นื่ ได้รับบาดเจ็บ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๓๐

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ๑.๓ประสบการณ์สำคัญท่ีส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มี โอกาสปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบตัวจากการปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทาง สงั คม เชน่ การเลน่ การทำงานกบั ผู้อื่น การปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจำวนั การแก้ปญั หาขอ้ ขดั แย้งตา่ งๆ ดงั นี้ ด้านสงั คม ประสบการณส์ ำคญั ๑.๓.๑ การปฏิบตั กิ ิจวตั ร (๑) การช่วยเหลือตนเองในกจิ วตั รประจำวัน ประจำวัน (๒) การปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๑.๓.๒ การดแู ลรกั ษา (๑) การมสี ่วนรว่ มรับผิดชอบดูแลรกั ษาสงิ่ แวดล้อมท้งั ภายในและ ธรรมชาติและ ภายนอกหอ้ งเรยี น สิง่ แวดล้อม (๒) การใช้วัสดุและส่งิ ของเครื่องใช้อยา่ งคุม้ ค่า (๓) การทำงานศิลปะที่นำวสั ดหุ รือสง่ิ ของเคร่อื งใช้ทใ่ี ช้แล้ว มาใช้ซำ้ หรอื แปรรูปแลว้ นำกลับมาใชใ้ หม่ (๔) การเพาะปลกู และดแู ลตน้ ไม้ (๕) การเลีย้ งสัตว์ (๖) การสนทนาข่าวและเหตกุ ารณท์ ีเ่ กี่ยวกบั ธรรมชาตแิ ละ สงิ่ แวดล้อมในชีวติ ประจำวนั ๑.๓.๓ การปฏบิ ัตติ าม (๑) การเล่นบทบาทสมมติการปฏิบัตติ นในความเปน็ คนไทย วฒั นธรรมท้องถ่นิ และ (๒) การปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมท้องถนิ่ ท่ีอาศัยและประเพณีไทย ความเป็นไทย (๓) การประกอบอาหารไทย (๔) การศึกษานอกสถานท่ี (๕) การละเลน่ พื้นบา้ นของไทย ๑.๓.๔ การมปี ฏสิ ัมพนั ธ์ (๑) การรว่ มกำหนดข้อตกลงของห้องเรยี น มวี นิ ัย มีส่วนร่วม (๒) การปฏิบตั ิตนเปน็ สมาชิกทด่ี ีของหอ้ งเรียน และบทบาทสมาชิก (๓) การให้ความรว่ มมือในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ งๆ ของสังคม (๔) การดแู ลห้องเรียนรว่ มกนั (๕) การร่วมกิจกรรมวนั สำคญั ๑.๓.๕ การเล่นและทำงาน (๑) การรว่ มสนทนาและแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น แบบร่วมมอื รว่ มใจ (๒) การเล่นและทำงานร่วมกับผูอ้ ืน่ (๓) การทำศิลปะแบบร่วมมือ ๑.๓.๖ การแก้ปญั หา (๑) การมีสว่ นรว่ มในการเลือกวธิ ีการแกป้ ัญหา ความขัดแยง้ (๒) การมสี ว่ นร่วมในการแก้ปัญหาความขดั แยง้ ๑.๓.๗ การยอมรับในความ (๑) การเล่นหรอื ทำกิจกรรมรว่ มกับกลุ่มเพอ่ื น เหมอื นและความ แตกตา่ งระหว่างบุคคล ระดับปฐมวยั หนา้ ๓๑

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ๑.๔ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็ก ได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับส่ิงแวดล้อม บุคคลและส่ือต่างๆ ด้วย กระบวนการเรียนรูท้ ี่หลากหลาย เพ่ือเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบยอดเกยี่ วกับสิ่งต่างๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทาง คณติ ศาสตรท์ เ่ี ป็นพ้ืนฐานของการเรยี นรู้ต่อไป ดังนี้ ด้านสติปญั ญา ประสบการณส์ ำคัญ 1.๔.1 การใช้ภาษา (๑) การฟงั เสยี งตา่ งๆ ในสงิ่ แวดล้อม (๒) การฟงั และปฏิบตั ิตามคำแนะนำ (๓) การฟงั เพลง นิทาน คำคล้องจอง บทรอ้ ยกรองหรอื เรื่องราว ตา่ งๆ (๔) การพดู แสดงความคิด ความรสู้ กึ และความตอ้ งการ (๕) การพดู กับผู้อ่นื เกย่ี วกบั ประสบการณข์ องตนเอง หรอื พูดเลา่ เรือ่ งราวเก่ียวกบั ตนเอง (๖) การพูดอธิบายเก่ียวกับสง่ิ ของ เหตกุ ารณ์ และความสัมพนั ธ์ ของสิง่ ต่างๆ (๗) การพูดอย่างสรา้ งสรรค์ในการเลน่ และการกระทำต่างๆ (๘) การรอจังหวะทีเ่ หมาะสมในการพูด (๙) การพดู เรียงลำดับคำเพ่ือใช้ในการส่อื สาร (๑๐) การอา่ นหนงั สอื ภาพ นิทาน หลากหลายประเภท/รปู แบบ (๑๑) การอ่านอยา่ งอิสระตามลำพงั การอา่ นรว่ มกนั การอ่านโดย มผี ู้ชีแ้ นะ (๑๒) การเหน็ แบบอยา่ งของการอ่านทีถ่ ูกตอ้ ง (๑๓) การสงั เกตทศิ ทางการอ่านตัวอักษร คำ และขอ้ ความ (๑๔) การอา่ นและช้ขี อ้ ความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้าย ไปขวา และจากบนลงล่าง (๑๕) การสังเกตตวั อกั ษรในช่ือของตน หรือคำคุ้นเคย (๑๖) การสังเกตตวั อกั ษรท่ปี ระกอบเปน็ คำผา่ นการอา่ นหรือเขียน ของผูใ้ หญ่ (๑๗) การคาดเดาคำ วลี หรอื ประโยค ทมี่ โี ครงสร้างซ้ำๆ กัน จาก นทิ าน เพลง คำคลอ้ งจอง (๑๘) การเล่นเกมภาษา (๑๙) การเหน็ แบบอย่างของการเขียนที่ถกู ตอ้ ง (๒๐) การเขียนรว่ มกนั ตามโอกาส และการเขยี นอิสระ (๒๑) การเขยี นคำท่มี คี วามหมายกบั ตัวเดก็ /คำคนุ้ เคย (๒๒) การคิดสะกดคำและเขียนเพอื่ สื่อความหมายด้วยตนเองอยา่ ง อิสระ ระดับปฐมวยั หนา้ ๓๒

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ด้านสติปญั ญา ประสบการณ์สำคัญ ๑.๔.๒ การคดิ รวบยอด (๑) การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และ การคิดเชงิ เหตุผล ความสัมพันธข์ องส่ิงต่างๆ โดยใชป้ ระสาทสมั ผัสอยา่ งเหมาะสม การตดั สินใจและ แกป้ ญั หา (๒) การสังเกตสิ่งต่างๆ และสถานทีจ่ ากมมุ มองท่ตี ่างกนั (๓) การบอกและแสดงตำแหนง่ ทิศทาง และระยะทางของส่ิงตา่ งๆ ดว้ ยการกระทำ ภาพวาด ภาพถา่ ย และรปู ภาพ (๔) การเล่นกบั สือ่ ต่างๆ ท่เี ปน็ ทรงกลม ทรงสี่เหล่ยี มมมุ ฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย (๕) การคัดแยก การจดั กล่มุ และการจำแนกสง่ิ ตา่ งๆ ตามลกั ษณะ และรูปร่าง รูปทรง (๖) การตอ่ ของช้นิ เล็กเติมในชนิ้ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์ และการแยก ชิ้นส่วน (๗) การทำซำ้ การตอ่ เติม และการสรา้ งแบบรูป (๘) การนบั และแสดงจำนวนของส่ิงตา่ งๆ ในชวี ติ ประจำวนั (๙) การเปรยี บเทยี บและเรยี งลำดับจำนวนของสิ่งต่างๆ (๑๐) การรวมและการแยกส่ิงต่างๆ (๑๑) การบอกและแสดงอันดบั ทข่ี องส่งิ ต่างๆ (๑๒) การชงั่ ตวง วัดส่งิ ตา่ งๆ โดยใช้เครอื่ งมือและหน่วยทไ่ี ม่ใช่ หน่วยมาตรฐาน (๑๓) การจบั คู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่างๆ ตาม ลกั ษณะความยาว/ความสูง นำ้ หนัก ปรมิ าตร (๑๔) การบอกและเรยี งลำดบั กจิ กรรมหรอื เหตกุ ารณ์ตามช่วงเวลา (๑๕) การใชภ้ าษาทางคณิตศาสตรก์ ับเหตุการณใ์ นชีวิตประจำวัน (๑๖) การอธบิ ายเชอื่ มโยงสาเหตุและผลท่เี กดิ ข้นึ ในเหตุการณห์ รือ การกระทำ (๑๗) การคาดเดาหรอื การคาดคะเนสิ่งท่อี าจจะเกิดขนึ้ อยา่ งมี เหตุผล (๑๘) การมสี ่วนรว่ มในการลงความเห็นจากขอ้ มูลอยา่ งมีเหตผุ ล (๑๙) การตัดสนิ ใจและมสี ่วนรว่ มในกระบวนการแกป้ ัญหา ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๓๓

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ด้านสติปญั ญา ประสบการณส์ ำคญั ๑.๔.๓ จินตนาการและ (๑) การรบั รู้ และแสดงความคิดความรู้สกึ ผ่านสอื่ วสั ดุ ของเลน่ ความคิดสร้างสรรค์ และชิ้นงาน ๑.๔.๔ เจตคติทด่ี ีต่อการ (๒) การแสดงความคดิ สรา้ งสรรค์ผา่ นภาษา ท่าทาง การเคล่ือนไหว เรยี นร้แู ละการ และศิลปะ แสวงหาความรู้ (๓) การสร้างสรรค์ช้ินงานโดยใชร้ ูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่ หลากหลาย (๑) การสำรวจสิง่ ตา่ งๆ และแหล่งเรยี นรูร้ อบตัว (๒) การตง้ั คำถามในเรือ่ งทีส่ นใจ (๓) การสบื เสาะหาความร้เู พอ่ื ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่างๆ (๔) การมีสว่ นร่วมในการรวบรวมข้อมลู และนำเสนอขอ้ มลู จากการ สืบเสาะหาความรูใ้ นรปู แบบต่างๆ และแผนภูมิอยา่ งงา่ ย ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๓๔

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ๒. สาระที่ควรเรียนรู้ สาระท่ีควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กท่ีนำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิด แนวคดิ หลงั จากนำสาระทคี่ วรรู้นั้นๆ มาจดั ประสบการณ์ใหเ้ ด็ก เพ่ือให้บรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้ ทั้งน้ี ไม่ เน้นการท่องจำเน้ือหา ผู้สอนสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และ ความสนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งน้ี อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้ โดยคำนึงถึง ประสบการณแ์ ละส่ิงแวดล้อมในชีวิตจริงของเดก็ ดงั นี้ ๒.๑ เรือ่ งราวทเ่ี ก่ียวกับตัวเด็ก เดก็ ควรเรยี นรู้ชอ่ื นามสกุล รปู ร่างหนา้ ตา อวัยวะต่างๆ วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยท่ีดี การรับประทานอาหารท่ีเป็นประโยชน์ การ ระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองจากผู้อ่นื และภัยใกลต้ ัว รวมทงั้ การปฏบิ ัติตอ่ ผู้อ่ืนอย่างปลอดภัย การ รู้จักประวัติความเป็นมาของตนเองและครอบครัว การปฏิบัตติ นเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครวั และโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อ่ืน การกำกับตนเอง การเล่นและทำส่ิงต่างๆ ด้วยตนเองตามลำพังหรอื กับผอู้ ่ืน การตระหนักร้เู กี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออก ทางอารมณ์และความรู้สกึ อย่างเหมาะสม การแสดงมารยาททด่ี ี การมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม ๒.๒ เรือ่ งราวเกี่ยวกับบคุ คลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกบั ครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ท่ีเด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วันสำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของ ชาติไทยและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถ่ิน อื่นๆ ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับช่ือ ลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปล่ยี นแปลงและความสัมพันธ์ของมนุษย์ สตั ว์ พชื ตลอดจนการรจู้ ักเกยี่ วกับดนิ นำ้ ท้องฟา้ สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรงและพลังงานในชีวิตประจำวันท่ีแวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการ รกั ษาสาธารณสมบตั ิ ๒.๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เก่ียวกับการใช้ภาษาเพ่ือสื่อความหมายใน ชีวิตประจำวัน ความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักช่ือ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของส่ิงต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสารต่างๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาส่ิงแวดล้อม ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๓๕

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสตู รปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ การวิเคราะหส์ าระการเรียนรู้รายปี ตามหลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักรา ตวั บ่งช้ี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระที่ควร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี พฒั นาการด้านรา่ งกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยเดก็ มสี ุขนสิ ัยทดี่ ี ๑ .๑ มี น้ ำห นั ก ๑.๑.๑ น้ำหนัก ๑.๑.๑ น้ำหนัก -การเจริญเติบโต - และส่วนสูงตาม และส่วนสูงตาม และส่วนสูงตาม ของรา่ งกาย ข เกณฑ์ เกณ ฑ์ของกรม เกณ ฑ์ของกรม -น้ำหนกั สว่ นสูง - -อาหารหลกั 5 - อนามยั อนามยั หมู่ อ -ความสำคัญของ - อาหารหลกั 5 ห หมู่ - -อาหารทชี่ ว่ ยให้ อ ร่างกาย ห เจริญเตบิ โต - -สุขนสิ ัยท่ีดใี น ก การรบั ประทาน อ อาหาร - -ประโยชน์ของ อ อาหารท่ีมีต่อ ร ระดบั ปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ าช ๒๕๖๐ โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ สาระการเรียนรู้ ช้นั / หนว่ ยการจัดประสบการณ์ รเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปที ี่ 2 อนุบาลปีที่ 3 -การเจริญเติบโต - การปฏิบัติตนตาม -ตวั เรา -ตัวเรา ของร่างกาย สขุ อนามัย สุขนิสัยท่ีดี -อาหารดีมี -อาหารดมี ี -นำ้ หนกั ส่วนสูง ในกิจวตั รประจำวนั ประโยชน์ ประโยชน์ -การรบั ประทาน - การปฏิบตั ติ นให้ อาหาร ปลอดภัยในกิจวัตร -อาหารหลกั 5 ประจำวัน หมู่ -ความสำคัญของ อาหารหลกั 5 หมู่ -สขุ นสิ ยั ทด่ี ีใน การรบั ประทาน อาหาร -ประโยชนข์ อง อาหารท่มี ีตอ่ รา่ งกาย หนา้ ๓๖

หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลกั สตู รปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระทค่ี วร อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ร่างกาย ๑.๒ มสี ขุ ภาพ ๑.๒.๑ ๑.๒.๑ -การเจริญเตบิ โต - อนามัย สุขนิสัย ที่ดี รับประทาน รบั ประทาน ของร่างกาย ข อาหารทมี่ ี อาหารที่มี -นำ้ หนัก สว่ นสูง - ประโยชนแ์ ละดื่ม ประโยชน์ได้ -การรบั ประทาน - นำ้ สะอาดด้วย หลายชนิดและ อาหาร อ ตนเอง ด่ืมนำ้ สะอาดได้ -อาหารหลัก 5 - ดว้ ยตนเอง หมู่ ห -ความสำคญั ของ - อาหารหลกั 5 อ หมู่ ห -สุขนสิ ัยทด่ี ใี น - การรบั ประทาน ก อาหาร อ -ประโยชน์ของ - อาหารทมี่ ีต่อ อ รา่ งกาย ร ระดบั ปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรียนรู้ ช้นั / หน่วยการจดั ประสบการณ์ อนุบาลปที ี่ 2 อนบุ าลปที ่ี 3 รเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี -การเจริญเตบิ โต -การปฏบิ ัติตนตาม -ตวั เรา -ตวั เรา ของร่างกาย สุขอนามยั สขุ นสิ ัยที่ดี -อาหารดีมี -อาหารดีมี -น้ำหนัก ส่วนสูง ในกิจวตั รประจำวนั ประโยชน์ ประโยชน์ -การรบั ประทาน -การปฏิบตั ติ นให้ -โควิด2019 -โควดิ 2019 อาหาร ปลอดภัยในกจิ วัตร -อาหารหลัก 5 ประจำวนั หมู่ -การประกอบอาหาร -ความสำคัญของ ไทย อาหารหลัก 5 หมู่ -สขุ นิสยั ท่ีดีใน การรับประทาน อาหาร -ประโยชนข์ อง อาหารทม่ี ีต่อ ร่างกาย หนา้ ๓๗

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสตู รปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระทีค่ วร ๑.๒ มสี ขุ ภาพ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อนามยั สขุ นสิ ยั ท่ีดี ๑.๒.๒ ลา้ งมือ ๑.๒.๒ ล้างมอื -การปฏิบัติตนใน - กอ่ นรับประทาน ก่อนรบั ประทาน อาหารและ อาหารและ กจิ วัตร ก หลังจากใช้ หลังจากใช้ หอ้ งนำ้ หอ้ งส้วม ห้องนำ้ หอ้ งส้วม ประจำวัน ป ดว้ ยตนเอง ดว้ ยตนเอง -การลา้ งมอื อยา่ ง - ถูกวธิ ี ถ -การปฏบิ ตั ติ นใน - การใชห้ อ้ งน้ำ ก อยา่ งถูกวิธี อ -การดแู ลรักษา - รา่ งกายให้ ร สะอาด ส -มารยาทในการ - รบั ประทาน ร อาหาร อ ระดับปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ สาระการเรยี นรู้ ชน้ั / หน่วยการจัดประสบการณ์ รเรียนรู้ ประสบการณส์ ำคัญ อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปีที่ 2 อนุบาลปที ่ี 3 -การปฏบิ ตั ติ นใน -การปฏิบัตติ นตาม -หนทู ำได้ -หนทู ำได้ กิจวัตร สขุ อนามัย สขุ นิสัยท่ีดี -ตวั เรา -ตวั เรา ประจำวัน ในกิจวตั รประจำวนั -รักความเปน็ ไทย - -รกั ความเป็นไทย -การล้างมืออย่าง - การปฏบิ ัตติ นให้ รกั เมืองไทย -รกั เมอื งไทย ถกู วิธี ปลอดภัยในกิจวตั ร -โควิด2019 -โควดิ 2019 -การปฏบิ ตั ติ นใน ประจำวัน การใช้หอ้ งนำ้ อย่างถูกวธิ ี -การดูแลรกั ษา ร่างกายให้ สะอาด -มารยาทในการ รับประทาน อาหาร หนา้ ๓๘

หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสูตรปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ตวั บ่งชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระท่คี วร ๑.๒ มสี ขุ ภาพ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อนามยั สุขนสิ ยั ที่ดี ๑.๒.๓ นอน ๑.๒.๓ นอน -การปฏบิ ตั ติ นใน - พกั ผอ่ นเป็นเวลา พักผอ่ นเปน็ เวลา กจิ วตั ร ก ประจำวนั ป -การพกั ผ่อน - ๑.๒ มีสุขภาพ ๑.๒.๔ ออกกำลงั ๑.๒.๔ ออกกำลัง -การปฏบิ ตั ติ นใน - อนามยั สขุ นิสัย ทีด่ ี กายเป็นเวลา กายเป็นเวลา กิจวตั ร ก -การออกกำลัง กาย ระดับปฐมวยั

ษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๕ สาระการเรียนรู้ ชน้ั / หน่วยการจัดประสบการณ์ รเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคญั อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปที ี่ 2 อนุบาลปีที่ 3 -การปฏิบัติตนใน -การปฏิบัติตนตาม -อาหารดีมี -อาหารดมี ี กจิ วตั ร สุขอนามัย สุขนิสัยท่ีดี ประโยชน์ ประโยชน์ ประจำวัน ในกจิ วตั รประจำวัน -โควดิ 2019 โควดิ 2019 -การพกั ผ่อน - การปฏบิ ตั ติ นให้ ปลอดภัยในกิจวตั ร ประจำวัน -การออกกำลงั -การปฏิบัติตนตาม -อาหารดีมี -อาหารดีมี กาย สขุ อนามัย สขุ นสิ ัยที่ดี ประโยชน์ ประโยชน์ ในกจิ วัตรประจำวนั - การปฏบิ ัติตนให้ ปลอดภัยในกิจวตั ร ประจำวนั หนา้ ๓๙

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษ ตามหลักสูตรปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๕ ตวั บง่ ชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระท่คี วร ๑.๓ รักษาความ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี ปลอดภยั ของ ๑.๓.๑ เล่นและ ๑.๓.๑ เล่นและ ตนเองและผูอ้ ่นื ทำกจิ กรรมอย่าง ทำกจิ กรรมและ -ของเลน่ หลาย - ปลอดภยั ด้วย ปฏิบัตติ อ่ ผู้อ่นื ตนเอง อยา่ งปลอดภัย วสั ดุ ว -ของใช้ - หลากหลายชนิด ห -ของเลน่ ของใช้ - ใช้งานต่างกัน ใ -ประโยชนจ์ าก - ของเล่น ของใช้ ข -การเล่นของเลน่ - และใชข้ องใช้ให้ แ ปลอดภยั ป -ความปลอดภยั - ในการเลน่ ใ ระดบั ปฐมวยั


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook