โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรียนราชประชานเุ คราะห์ 31 โครงสรา้ งหลักสูตรเวลาเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 รหัสวชิ า รายวิชา ภาคเรียนท่ี 2 น้ำหนกั หน่วยกติ กลุ่มรายวชิ าพ้ืนฐาน ท32102 ภาษาไทย 40 1.0 ค32102 คณิตศาสตร์ 40 1.0 ว32102 วิทยาศาสตร์ 40 1.0 ส32102 สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม 40 1.0 ส32104 ประวตั ศิ าสตร์ 20 0.5 พ32102 สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา 20 0.5 ศ32102 ศิลปศึกษา 20 0.5 ว32104 การออกแบบและเทคโนโลยี 20 0.5 อ32102 ภาษาองั กฤษ 40 1.0 280 7.0 รวมเวลาเรยี น (พ้ืนฐาน) กลมุ่ รายวิชาเพม่ิ เติม (บงั คบั เลือก) 40 1.0 จ32202 ทกั ษะภาษาจีนกลาง 4 40 1.0 60 1.5 รายวชิ าเพ่มิ เติม 80 2.0 ค32204 คณติ ศาสตร์ 3 60 1.5 ว32204 ฟิสิกส์ 3 60 1.5 ว32205 เคมี 3 40 1.0 ว32206 ชีววทิ ยา 3 20 0.5 ว32210 โลก ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 3 320 8.0 อ32201 ภาษาองั กฤษในชวี ติ ประจำวัน 3 20 รวมเวลาเรียน (เพ่มิ เติม) กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน 20 1. กิจกรรมแนะแนว 40 2. กิจกรรมผ้เู รยี น 40 120 - อบรมคณุ ธรรม 760 16.0 - ลกู เสือวสิ ามญั / นกั ศึกษาวชิ าทหาร 3. บูรณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น รวมกิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น รวมท้ังหมด
โครงสร้างหลักสตู รโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 โครงสรา้ งหลกั สตู รเวลาเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 6 รหสั วิชา รายวชิ า ภาคเรียนท่ี 1 น้ำหนกั หนว่ ยกติ กลมุ่ รายวิชาพืน้ ฐาน ท33101 ภาษาไทย 40 1.0 ค33101 คณติ ศาสตร์ 40 1.0 ว33101 วิทยาศาสตร์ 40 1.0 ส33101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 40 1.0 ส33102 ประวตั ิศาสตร์ 20 0.5 พ33101 สุขศกึ ษาและพลศึกษา 20 0.5 ศ33101 ศิลปะ 20 0.5 ว33103 วทิ ยาการคำนวณ 20 0.5 อ33101 ภาษาอังกฤษ 40 1.0 280 7.0 รวมเวลาเรยี น (พื้นฐาน) กลมุ่ รายวิชาเพ่ิมเติม (บงั คบั เลือก) 40 1.0 จ33203 ทกั ษะภาษาจนี กลาง 1 40 1.0 60 1.5 รายวิชาเพมิ่ เติม 80 2.0 ค33201 คณิตศาสตร์ 5 60 1.5 ว33201 ฟสิ ิกส์ 5 60 1.5 ว33202 เคมี 5 40 1.0 ว33203 ชีววิทยา 5 20 0.5 ว33209 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 5 320 8.0 อ33207 ภาษาองั กฤษในชีวติ ประจำวัน 5 20 รวมเวลาเรยี น (เพม่ิ เติม) กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน 20 1. กิจกรรมแนะแนว 40 2. กิจกรรมผู้เรยี น 40 120 - อบรมคณุ ธรรม 760 16.0 - ลูกเสือวสิ ามัญ / นกั ศกึ ษาวชิ าทหาร 3. บรู ณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น รวมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น รวมทั้งหมด
โครงสร้างหลกั สูตรโรงเรยี นราชประชานุเคราะห์ 31 โครงสร้างหลักสตู รเวลาเรยี นชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 รหัสวชิ า รายวิชา ภาคเรียนที่ 2 นำ้ หนกั หน่วยกติ กลุ่มรายวชิ าพ้ืนฐาน ท33102 ภาษาไทย 40 1.0 ค33102 คณติ ศาสตร์ 40 1.0 ว33102 วทิ ยาศาสตร์ 40 1.0 ส33101 สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม 40 1.0 ส33104 ประวตั ศิ าสตร์ 20 0.5 พ33102 สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา 20 0.5 ศ33102 ศิลปะ 20 0.5 ว33103 วิทยาการคำนวณ 20 0.5 อ33102 ภาษาอังกฤษ 40 1.0 280 7.0 รวมเวลาเรยี น (พนื้ ฐาน) กลุ่มรายวชิ าเพมิ่ เตมิ (บังคับเลอื ก) 40 1.0 จ33204 ทักษะภาษาจีนกลาง 6 40 1.0 60 1.5 รายวชิ าเพมิ่ เติม 80 2.0 ค33201 คณติ ศาสตร์ 6 60 1.5 ว33204 ฟสิ ิกส์ 6 60 1.5 ว33205 เคมี 6 40 1.0 ว33206 ชีววิทยา 1 20 0.5 ว33210 โลก ดาราศาสตร์และอวกาศ 6 320 8.0 อ33207 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวนั 6 2๐ รวมเวลาเรียน (เพ่มิ เติม) กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน 20 1. กิจกรรมแนะแนว 40 2. กจิ กรรมผ้เู รยี น 40 760 16.0 - อบรมคณุ ธรรม - ลกู เสือวสิ ามัญ / นักศึกษาวิชาทหาร รวมกิจกรรมบรู ณาการ รวมทั้งหมด
คำอธิบายรายวิชา รหสั วชิ า ว31202 รายวชิ า เคมี 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ************************************************ ศึกษาเกี่ยวกับสญั ลักษณ์แสดงความเป็นอันตรายของสารเคมีในระบบ GHS และ NFPA ขอ้ ควรปฏิบัติ ในการทำปฏิบัติการเคมี ทั้งก่อนทำปฏิบัติการ ขณะทำปฏิบัติการ และหลังทำปฏิบัติการ การกำจัดสารเคมี และการปฐมพยาบาลเมื่อได้รับอบุ ัติเหตุจากสารเคมี ศกึ ษาการพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลท่ีได้จากการ วัดจากความเที่ยงและความแม่น อุปกรณ์วัดปริมาตรและวัดมวล เลขนัยสำคัญ หน่วยวัดในระบบเอสไอ แฟก เตอรเ์ ปล่ียนหนว่ ย รวมท้ังวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ และจิตวทิ ยาศาสตร์ ศกึ ษาแบบจำลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอรฟ์ อร์ด โบร์ และแบบกลมุ่ หมอก เขยี นและแปล ความหมายสญั ลกั ษณน์ วิ เคลียรข์ องธาตุ เลขอะตอม เลขมวล ไอโซโทป เขียนการจดั เรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ศึกษาความหมายของระดับพลังงานของอิเล็กตรอน ออร์บิทัล เวเลนซ์อิเล็กตรอน วิวัฒนาการของการสร้าง ตารางธาตุและตารางธาตุในปัจจุบัน แน้วโน้มสมบัติบางประการของธาตุในตารางธาตุตามหมู่และตามคาบ เกีย่ วกับขนาดอะตอม ขนาดไอออน พลงั งานไอออไนเซชัน สมั พรรคภาพอเิ ล็กตรอน อเิ ล็กโทรเนกาตวิ ิตี ศึกษา สมบัติของธาตุแทรนซิชัน ธาตุกัมมันตรังสี การเกิดกัมมันตภาพรังสี การสลายตัวและอันตรายจากไอโซโทป กัมมันตรังสี คำนวณครึ่งชีวิตของธาตุกัมมันตรังสี ศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ การชัสารกมั มันตรังสี การนำธาตุไปใช้ประโยชน์ รวมทัง้ ผลกระทบต่อส่ิงมชี วี ติ และส่ิงแวดลอ้ ม ศึกษาพันธะเคมี สัญลักษณ์แบบจุดและกฎออกเตต การเกิดพันธะไอออนิก สูตรเคมีและชื่อของ สารประกอบไอออนิก เลขออกซิเดชัน พลังงานกับการเกดิ สารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออ นิก สมการไอออนิกและสมการไอออนิกสุทธิ การเกิดพันธะโคเวเลนต์ โครงสร้างลวิ อสิ สูตรโมเลกุลและชื่อของ สารประกอบโคเวเลนต์ ความยาวและพลังงานพันธะ เรโซแนนซ์ การคำนวณพลังงานพันธะและพลังงานของ ปฏิกิริยา รูปร่างและสภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลและสมบัติของสาร โคเว เลนต์ สารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ย การเกดิ พันธะโลหะและสมบัติของโลหะ และการนำสารประกอบชนิดต่าง ๆ ไปใช้ประโยชนข์ องสารประกอบ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรยี บเทียบ อธิบาย อภปิ ราย และสรปุ เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเข้าใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ มที ักษะ ปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ รวมท้ังทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ ด้าน การคิดและการแก้ปัญหา ด้านการสือ่ สาร สามารถสื่อสารสง่ิ ท่เี รยี นรู้และนำความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง มีจิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. สืบค้นขอ้ มลู สมมตฐิ าน การทดลอง หรือผลการทดลองที่เป็นประจักษพ์ ยานในการเสนอแบบจำลองอะตอม ของนกั วิทยาศาสตร์และอธบิ ายวิวัฒนาการของแบบจำลองอะตอม 2. เขียนสญั ลักษณ์นวิ เคลียรข์ องธาตุ และระบจุ ำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเลก็ ตรอนของอะตอมจาก สัญลักษณ์นวิ เคลยี ร์ รวมทง้ั บอกความหมายของไอโซโทป
3. อธบิ าย และเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดบั พลงั งานหลักและระดับพลังงานยอ่ ยเมอื่ ทราบเลขอะตอม ของธาตุ 4. ระบหุ มู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะ และกึง่ โลหะ ของธาตเุ รพรเี ซนเททีฟและธาตแุ ทรนซชิ นั ในตารางธาตุ 5. วิเคราะห์ และบอกแนวโนม้ สมบตั ิของธาตเุ รพรีเซนเททฟี ตามหมู่และตามคาบ 6. บอกสมบตั ิของธาตโุ ลหะแทรนซิชนั และเปรียบเทียบสมบัตกิ บั ธาตุโลหะในกลุม่ ธาตุเรพรีเซนเททีฟ 7. อธิบายสมบตั ิ และคำนวณครึง่ ชีวิตของไอโซโทปกัมมนั ตรังสี 8. สืบค้นขอ้ มูล และยกตัวอย่างการนำธาตมุ าใช้ประโยชน์ รวมท้งั ผลกระทบตอ่ ส่งิ มชี วี ิต และสิง่ แวดลอ้ ม 9. อธบิ ายการเกิดไอออนและการเกดิ พนั ธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสญั ลักษณ์แบบจุดของลวิ อิส 10. เขยี นสูตร และเรียกช่ือสารประกอบไอออนิก 11. คำนวณพลงั งานทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับปฏกิ ิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวฏั จักร บอร์น-ฮาเบอร์ 12. อธิบายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก 13. เขยี นสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสทุ ธิของปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนิก 14. อธิบายการเกิดพนั ธะโคเวเลนต์แบบพนั ธะเด่ยี ว พันธะคู่ และพันธะสาม ดว้ ยโครงสรา้ งลวิ อสิ 15. เขียนสูตร และเรียกช่ือสารโคเวเลนต์ 16. วเิ คราะห์ และเปรยี บเทียบความยาวพันธะและพลังงานพนั ธะในสารโคเวเลนต์ รวมท้งั คำนวณพลังงานที่ เกย่ี วข้องกบั ปฏกิ ิริยาของสารโคเวเลนต์จากพลงั งานพนั ธะ 17. คาดคะเนรูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ โดยใชท้ ฤษฎีการผลักระหวา่ งคู่อเิ ลก็ ตรอนในวงเวเลนซแ์ ละระบุสภาพ ขั้วของโมเลกลุ โคเวเลนต์ 18. ระบุชนิดของแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ และเปรียบเทยี บจุดหลอมเหลว จดุ เดอื ด และการ ละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์ 19. สบื ค้นขอ้ มลู และอธิบายสมบตั ขิ องสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ยชนิดตา่ ง ๆ 20. อธบิ ายการเกิดพันธะโลหะและสมบัติของโลหะ 21. เปรยี บเทียบสมบตั บิ างประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นขอ้ มลู และ นำเสนอตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชน์ของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ ไดอ้ ย่างเหมาะสม 22. บอก และอธบิ ายข้อปฏิบตั ิเบ้ืองต้น และปฏิบัตติ นทแี่ สดงถึงความตระหนักในการทำปฏบิ ตั ิการเคมเี พ่ือให้ มคี วามปลอดภัยทง้ั ตอ่ ตนเอง ผู้อื่นและสงิ่ แวดล้อม และเสนอแนวทางแกไ้ ขเมอื่ เกิดอุบัติเหตุ 23. เลือก และใช้อุปกรณห์ รอื เคร่ืองมือในการทำปฏบิ ัติการ และวดั ปริมาณต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 24. นำเสนอแผนการทดลอง ทดลองและเขียนรายงานการทดลอง 25. ระบหุ นว่ ยวดั ปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปลย่ี นหน่วยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟกเตอร์ เปลยี่ นหนว่ ย รวมท้ังหมด 25 ผลการเรยี นรู้
คำอธิบายรายวชิ า รหัสวชิ า ว31205 รายวิชา เคมี 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ************************************************ แปลความหมายสัญลักษณ์ในสมการเคมี เขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกิริยาเคมีบางชนิด คำนวณ ปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับมวลสาร คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับ ความเข้มข้นของสารละลาย คำนวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีที่เกี่ยวข้องกับปริมาตรแก๊ส คำนวณ ปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีหลายขั้นตอน ระบุสารกำหนดปริมาณ และคำนวณปริมาณสารต่างๆ ใน ปฏกิ ริ ยิ าเคมี คำนวณผลไดร้ อ้ ยละของผลติ ภณั ฑใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และ คำนวณมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ มวลโมเลกุลและมวลสูตร อธิบายและคำนวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจาก ความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนุภาค มวลและปริมาตรของแก๊สที่ STP คำนวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุ องคป์ ระกอบของสารประกอบตามกฎสัดสว่ นคงท่ี คำนวณสูตรอยา่ งง่ายและสตู รโมเลกลุ ของสาร คำนวณความ เข้มขน้ ของสารละลายในหน่วยต่างๆ อธบิ ายวิธีการและเตรยี มสารละลายใหม้ ีความเขม้ ขน้ ในหนว่ ยโมลาริตีและ ปริมาตรสารละลายตามที่กำหนด เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมท้ัง คำนวณจดุ เดือดและจุดเยือกแขง็ ของสารละลาย โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มทเี่ หมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุ และคำนวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ มวลโมเลกลุ และมวลสูตร 2. อธิบาย และคำนวณปรมิ าณใดปริมาณหนง่ึ จากความสัมพนั ธ์ของโมล จำนวนอนภุ าค มวล และปรมิ าตร ของแก๊สท่ี STP 3. คำนวณอัตราสว่ นโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงท่ี 4. คำนวณสูตรอย่างง่ายและสตู รโมเลกลุ ของสาร 5. คำนวณความเข้มข้นของสารละลายในหนว่ ยต่าง ๆ 6. อธิบายวธิ ีการ และเตรียมสารละลายใหม้ คี วามเข้มข้นในหนว่ ยโมลาริตี และปรมิ าตรสารละลายตามท่ี กำหนด 7. เปรียบเทยี บจดุ เดือดและจุดเยอื กแข็งของสารละลายกบั สารบรสิ ทุ ธ์ิ รวมทง้ั คำนวณ จดุ เดอื ดและจุดเยือก แขง็ ของสารละลาย 8. แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมเี ขียนและดุลสมการเคมีของปฏิกริ ยิ าเคมบี างชนดิ
9. คำนวณปริมาณของสารในปฏิกริ ิยาเคมที ี่เก่ยี วขอ้ งกับมวลสาร 10. คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมที ี่เกี่ยวขอ้ งกับความเขม้ ข้นของสารละลาย 11. คำนวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมีที่เกย่ี วข้องกบั ปรมิ าตรแกส๊ 12. คำนวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมีหลายข้ันตอน 13. ระบสุ ารกำหนดปริมาณ และคำนวณปริมาณสารตา่ ง ๆ ในปฏิกริ ิยาเคมี 14. คำนวณผลไดร้ ้อยละของผลติ ภณั ฑ์ในปฏิกริ ิยาเคมี รวมทั้งหมด 14 ผลการเรยี นรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า รหัสวิชา ว32202 รายวิชา เคมี 3 ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ************************************************ อธิบายความสัมพันธ์และคำนวณปริมาตรความดันหรืออุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่างๆ ตามกฎของ บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก คำนวณปรมิ าตร ความดันหรืออุณหภมู ิของแก๊สทีภ่ าวะตา่ งๆ ตามกฎ รวมแก๊ส คำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมลหรือมวลของแกส๊ จากความสัมพันธ์ตามกฎของอาโว กาโดรและกฎแกส๊ อุดมคติ คำนวณความดันย่อยหรอื จำนวนโมลของแกส๊ ในแกส๊ ผสม โดยใชก้ ฎความดนั ย่อยขอ งดอลตัน อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของแก๊ส โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม สืบค้นข้อมูล นำเสนอตัวอย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับ สมบัติและกฎต่างๆของแก๊สในการอธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและในอุตสาหกรรม ทดลอง และเขยี นกราฟการเพิ่มขนึ้ หรอื ลดลงของสารที่ทำการวดั ในปฏกิ ริ ิยา คำนวณอัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขึ้นของสารท่ไี ม่ได้วัดในปฏกิ ิรยิ า เขยี นแผนภาพและอธบิ ายทิศทางการชนกัน ของอนุภาคและพลังงานที่ส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พื้นที่ผวิ ของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี เปรียบเทียบอัตราการ เกิดปฏิกิรยิ าเม่อื มีการเปลีย่ นแปลงความเข้มขน้ พ้นื ท่ผี วิ ของสารตง้ั ต้น อุณหภมู ิและตวั เร่งปฏิกิริยา ยกตัวอย่าง และอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจำวันหรืออุตสาหกรรม ทดสอบและอธิบาย ความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และภาวะสมดุล อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการ เกดิ ปฏิกิริยาไปข้างหน้าและอัตราการเกิดปฏิกิริยาย้อนกลับ เม่ือเริม่ ปฏกิ ิริยาจนกระท่ังระบบอยู่ในภาวะสมดุล คำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยา คำนวณความเข้มข้นของสารที่ภาวะสมดุล คำนวณค่าคงที่สมดุลหรือความ เข้มขน้ ของปฏิกิรยิ าหลายขนั้ ตอน ระบปุ จั จัยทม่ี ผี ลตอ่ ภาวะสมดุลและคา่ คงทีส่ มดลุ ของระบบ รวมทงั้ คาดคะเน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อภาวะสมดุลของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของเลอชาเตอลิเอ ยกตัวอย่างและ อธิบายสมดุลเคมีของกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและกระบวนการใน อุตสาหกรรม โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะ การเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 การสบื ค้นขอ้ มลู และการอภปิ ราย เพือ่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและค่านยิ มที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายความสมั พนั ธ์และคำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภมู ิของแกส๊ ท่ภี าวะตา่ ง ๆ ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์–ลูสแซก 2. คำนวณปริมาตร ความดัน หรืออณุ หภูมขิ องแกส๊ ทภี่ าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแกส๊ 3. คำนวณปรมิ าตร ความดัน อณุ หภูมิ จำนวนโมล หรอื มวลของแก๊ส จากความสัมพันธต์ ามกฎของอาโวกา โดร และกฎแก๊สอุดมคติ 4. คำนวณความดันยอ่ ยหรือจำนวนโมลของแกส๊ ในแก๊สผสม โดยใชก้ ฎความดันยอ่ ยของดอลตนั 5. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ คำนวณและเปรียบเทยี บอตั ราการแพรข่ องแก๊ส โดยใช้ กฎการแพร่ผ่านของ เกรแฮม 6. สบื คน้ ข้อมูล นำเสนอตวั อย่าง และอธิบายการประยุกตใ์ ชค้ วามรเู้ ก่ียวกับสมบตั แิ ละกฎต่าง ๆ ของแกส๊ ใน การอธิบายปรากฏการณ์ หรือแก้ปญั หาในชวี ิตประจำวนั และในอตุ สาหกรรม 7. ทดลอง และเขียนกราฟการเพิ่มข้ึนหรือลดลงของสารที่ทำการวัดในปฏิกริ ยิ า 8. คำนวณอัตราการเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี และเขยี นกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขน้ึ ของสารท่ีไม่ไดว้ ดั ในปฏิกริ ิยา 9. เขยี นแผนภาพ และอธบิ ายทศิ ทางการชนกันของอนภุ าคและพลงั งานที่ส่งผลต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี 10. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเขม้ ขน้ พ้ืนทผี่ วิ ของสารตงั้ ตน้ อณุ หภมู ิ และตัวเรง่ ปฏิกิริยาทม่ี ตี อ่ อตั รา การเกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี 11. เปรยี บเทยี บอัตราการเกิดปฏิกิริยาเม่อื มีการเปลย่ี นแปลงความเขม้ ขน้ พ้นื ทผี่ ิวของสารตัง้ ต้น อุณหภมู ิ และตัวเรง่ ปฏกิ ิรยิ า 12. ยกตัวอย่าง และอธบิ ายปจั จยั ท่ีมีผลต่ออตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมีในชีวิตประจำวนั หรอื อตุ สาหกรรม 13. ทดสอบ และอธิบายความหมายของปฏิกริ ิยาผันกลับได้และภาวะสมดุล 14. อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิรยิ าไปข้างหน้า และอัตราการ เกดิ ปฏกิ ริ ยิ ายอ้ นกลบั เมื่อเริ่มปฏิกริ ิยาจนกระทงั่ ระบบอยใู่ นภาวะสมดุล 15. คำนวณค่าคงที่สมดุลของปฏิกิรยิ า 16. คำนวณความเขม้ ขน้ ของสารทีภ่ าวะสมดลุ 17. คำนวณคา่ คงทสี่ มดุลหรอื ความเข้มข้นของปฏิกริ ยิ าหลายขัน้ ตอน 18. ระบุปัจจัยท่ีมีผลตอ่ ภาวะสมดุลและค่าคงทีส่ มดลุ ของระบบ รวมทัง้ คาดคะเนการเปลยี่ นแปลงท่เี กดิ ขน้ึ เม่ือภาวะสมดลุ ของระบบถกู รบกวน โดยใช้หลกั ของเลอชาเตอลิเอ 19. ยกตวั อย่าง และอธบิ ายสมดลุ เคมีของกระบวนการท่ีเกดิ ขน้ึ ในสง่ิ มชี ีวิต ปรากฏการณใ์ นธรรมชาตแิ ละ กระบวนการในอุตสาหกรรม รวม 19 ผลการเรียนรู้
คำอธบิ ายรายวชิ า รหสั วิชา ว32205 รายวชิ า เคมี 4 ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ************************************************ ระบุและอธบิ ายวา่ สารเปน็ กรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎกี รด-เบสของอาร์เรเนยี ส เบรนิ สเตด-ลาวรแี ละลิว อิส ระบคุ ู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี คำนวณและเปรยี บเทียบความสามารถใน การแตกตัวหรอื ความแรงของกรดและเบส คำนวณคา่ pH ความเข้มขน้ ของไฮโดรเนียมไอออนหรอื ไฮดรอกไซด์ ไอออนของสารละลายกรดและเบส เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกิริยาสะเทินและระบุความเป็นกรด-เบสของ สารละลายหลังการสะเทิน เขียนปฏิกริ ยิ าไฮโดรลิซิสของเกลือและระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื ทดลองและอธิบายหลักการไทเทรต และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสำหรบั การไทเทรตกรด-เบส คำนวณ ปริมาณสารหรือความเข้มข้นของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต อธิบายสมบัติ องค์ประกอบและ ประโยชน์ของสารละลายบัฟเฟอร์ สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ ความรู้เกี่ยวกับกรด-เบส คำนวณเลขออกซิเดชันและระบุปฏิกิริยาที่เป็นปฏิกิริยารีดอกซ์ วิเคราะห์การ เปลี่ยนแปลงเลขออกซิเดชันและรุบตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ รวมทั้งเขียนครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชันและครึ่ง ปฏิกิริยารีดักชันของปฏิกิริยารีดอกซ์ ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิ ไดส์ และเขียนแสดงปฏิกิริยารีดอกซ์ ดุลสมการรีดอกซ์ด้วยการใช้เลขออกซิเดชันและวิธีครึ่งปฏิกิริยา ระบุ องค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด ปฏิกิริยารวมและ แผนภาพเซลล์ คำนวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้า ขั้วไฟฟ้าและ ปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น อธิบายหลักการทำงาน และเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภมู ิและเซลล์ทุติย ภูมิ ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้าและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่ใช้ในการชุบโลหะ การแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บริสุทธิ์และการป้องกันการกัดกร่อนของโลหะ สืบค้นข้อมูล และนำเสนอตวั อยา่ งความก้าวหนา้ ทางเทคโนโลยที ่เี ก่ียวข้องกับเซลล์เคมีไฟฟา้ ในชวี ติ ประจำวัน โดยใช้การสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู้ 1. ระบุ และอธบิ ายว่าสารเปน็ กรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด–เบสของอาร์เรเนียส เบรินสเตด–ลาวรแี ละลวิ อิส 2. ระบุคูก่ รด-เบสของสารตามทฤษฎกี รด-เบสของเบรินสเตด-ลาวรี 3. คำนวณ และเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตัวหรือความแรงของกรดและเบส 4. คำนวณคา่ pH ความเข้มขน้ ของไฮโดรเนียมไอออนหรอื ไฮดรอกไซด์ไอออนของสารละลายกรดและเบ 5. เขียนสมการเคมีแสดงปฏิกริ ิยาสะเทนิ และระบุความเปน็ กรด-เบสของสารละลายหลงั การสะเทิน 6. เขียนปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ ิสของเกลือ และระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื 7. ทดลอง และอธิบายหลักการการไทเทรตและเลอื กใชอ้ ินดเิ คเตอร์ทเี่ หมาะสมสำหรับ การไทเทรตกรด-เบส 8. คำนวณปริมาณสารหรือความเขม้ ขน้ ของสารละลายกรดหรอื เบสจากการไทเทรต 9. อธบิ ายสมบตั ิ องคป์ ระกอบ และประโยชน์ของสารละลายบฟั เฟอร์ 10. สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชน์และการแกป้ ญั หาโดยใชค้ วามรู้เกย่ี วกบั กรด–เบส 11. คำนวณเลขออกซิเดชนั และระบุปฏิกริ ยิ าทเ่ี ป็นปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ 12. วเิ คราะห์การเปลย่ี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั และระบุตวั รดี ิวซ์และตัวออกซไิ ดส์ รวมทงั้ เขียนครึง่ ปฏิกิรยิ า ออกซิเดชันและครง่ึ ปฏกิ ริ ยิ ารดี กั ชนั ของปฏิกิรยิ ารดี อกซ์ 13. ทดลอง และเปรยี บเทียบความสามารถในการเป็นตัวรดี วิ ซ์หรือตัวออกซไิ ดส์ และเขยี นแสดงปฏกิ ิริยา รดี อกซ์ 14. ดลุ สมการรดี อกซ์ดว้ ยการใช้เลขออกซเิ ดชนั และวิธคี รึ่งปฏกิ ิริยา 15. ระบอุ งคป์ ระกอบของเซลลเ์ คมีไฟฟา้ และเขยี นสมการเคมีของปฏกิ ิริยาท่ีแอโนดและแคโทด ปฏิกริ ยิ ารวม และแผนภาพเซลล์ 16. คำนวณค่าศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของเซลลแ์ ละระบปุ ระเภทของเซลลเ์ คมีไฟฟา้ ขั้วไฟฟ้า และปฏกิ ิริยาเคมที ่ี เกดิ ขน้ึ 17. อธบิ ายหลักการทำงาน และเขยี นสมการแสดงปฏิกริ ยิ าของเซลลป์ ฐมภูมิและเซลลท์ ุติยภมู ิ 18. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟา้ และอธิบายหลักการทางเคมไี ฟฟ้าทใ่ี ชใ้ นการชุบโลหะ การแยกสารเคมดี ว้ ยกระแสไฟฟ้า การทำโลหะให้บรสิ ทุ ธิ์ และการปอ้ งกันการกัดกรอ่ นของโลหะ 19. สบื คน้ ข้อมลู และนำเสนอตัวอยา่ งความกา้ วหน้าทางเทคโนโลยีที่เกยี่ วข้องกับเซลล์เคมีไฟฟ้าใน ชีวิตประจำวนั รวม 19 ผลการเรียนรู้
คำอธิบายรายวชิ า รหัสวิชา ว33202 รายวิชา เคมี 5 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ************************************************ สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเดี่ยว พันธะคู่ หรือพันธะสามที่พบใน ชีวิตประจำวัน เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิส สูตรโครงสร้างแบบย่อและสูตรโครงสร้างแบบเส้นของสารประกอบ อินทรีย์ วิเคราะหโ์ ครงสรา้ งและระบุประเภทของสารประกอบอินทรยี จ์ ากหมู่ฟังก์ชัน เขียนสูตรโครงสร้างและ เรียกชื่อสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ ที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน 1 หมู่ ตามระบบ IUPAC เขียนไอโซเมอร์ โครงสร้างของสารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆ วิเคราะห์และเปรียบเทยี บจุดเดอื ดและการละลายในน้ำของ สารประกอบอินทรยี ์ทีม่ ีหมูฟ่ งั กช์ ัน ขนาดโมเลกุลหรือโครงสรา้ งตา่ งกนั ระบุประเภทของสารประกอบ ไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภณั ฑ์จากปฏกิ ิริยาการเผาไหม้ ปฏิกิริยากับโบรมนี หรือปฏิกิริยากับโพแทสเซยี ม เปอร์แมงกาเนตเขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอไมด์ ปฏิกิริยาการไฮโดรลิซิส และปฏิกิริยาสะปอนนิฟิเคชัน ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชัน ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิส และปฏกิ ิริยาสะปอนนฟิ ิเคชัน สืบคน้ ขอ้ มลู และนำเสนอตัวอยา่ งการนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวนั และอุตสาหกรรม โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 การสืบค้นข้อมลู และการอภปิ ราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถ สอื่ สารสง่ิ ที่เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวนั มีจิต วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ 1. สืบค้นข้อมลู และนำเสนอตัวอยา่ งสารประกอบอนิ ทรีย์ท่ีมีพนั ธะเด่ียว พนั ธะคู่ หรือพันธะสาม ที่พบใน ชวี ติ ประจำวนั 2. เขยี นสตู รโครงสรา้ งลวิ อสิ สูตรโครงสร้างแบบยอ่ และสูตรโครงสรา้ งแบบเส้นของสารประกอบอินทรีย์ 3. วเิ คราะห์โครงสร้าง และระบปุ ระเภทของสารประกอบอนิ ทรียจ์ ากหมฟู่ งั ก์ชนั 4. เขยี นสูตรโครงสรา้ งและเรียกชื่อสารประกอบอนิ ทรียป์ ระเภทต่าง ๆ ท่ีมหี มฟู่ ังกช์ นั ไม่เกนิ ๑ หมู่ ตามระบบ IUPAC 5. เขยี นไอโซเมอร์โครงสรา้ งของสารประกอบอินทรยี ป์ ระเภทต่าง ๆ 6. วเิ คราะห์ และเปรยี บเทียบจุดเดอื ดและการละลายในน้ำของสารประกอบอินทรยี ท์ ่ีมหี ม่ฟู ังก์ชัน ขนาด โมเลกลุ หรือโครงสรา้ งต่างกัน 7. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคารบ์ อนและเขียนผลิตภณั ฑจ์ ากปฏิกิริยาการเผาไหม้ปฏิกริ ิยากับ โบรมีน หรอื ปฏิกิรยิ ากับโพแทสเซียมเปอรแ์ มงกาเนต 8. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟเิ คชนั ปฏกิ ิรยิ าการสังเคราะหเ์ อไมด์ ปฏกิ ริ ยิ าไฮโดรลซิ ิส และปฏิกิรยิ าสะปอนนิฟเิ คชัน 9. ทดสอบปฏิกริ ยิ าเอสเทอรฟิ ิเคชนั ปฏกิ ิริยาไฮโดรลิซิส และปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟิเคชนั
10. สบื คน้ ข้อมูล และนำเสนอตวั อย่างการนำสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั และอุตสาหกรรม 11. ระบปุ ระเภทของปฏิกริ ิยาการเกดิ พอลิเมอร์จากโครงสรา้ งของมอนอเมอร์หรือพอลเิ มอร์ 12. วเิ คราะห์ และอธบิ ายความสมั พันธร์ ะหว่างโครงสรา้ งและสมบัตขิ องพอลิเมอร์ รวมท้ังการ นำไปใชป้ ระโยชน์ 13. ทดสอบ และระบุประเภทของพลาสติกและผลิตภณั ฑย์ าง รวมทัง้ การนำไปใช้ประโยชน์ 14. อธิบายผลของการปรบั เปลย่ี นโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ทมี่ ตี ่อสมบัติของพอลเิ มอร์ รวม 14 ผลการเรียนรู้
คำอธิบายรายวิชา รหสั วชิ า ว33205 รายวชิ า เคมี 6 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ************************************************ กำหนดปัญหาและนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพหรืออุตสาหกรรม แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับ สาขาวิชาอื่น รวมทั้งทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเน้นการ คิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจ นำเสนอ ผลงานหรือชิน้ งานท่ีได้จากการแกป้ ญั หาในสถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจโดยใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ แสดง หลักฐานการเข้าร่วมการสมั นา การเข้ารว่ มประชมุ วชิ าการ หรือการแสดงผลงานสิง่ ประดิษฐใ์ นงานนทิ รรศการ โดยใชก้ ารสบื เสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิต วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม ผลการเรียนรู้ 1. กำหนดปัญหา และนำเสนอแนวทางการแก้ปญั หาโดยใชค้ วามรูท้ าง เคมีจากสถานการณท์ ่ีเกดิ ขึ้น ในชวี ิตประจำวนั การประกอบอาชพี หรอื อตุ สาหกรรม 2. แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรทู้ างเคมรี ว่ มกบั สาขาวชิ าอนื่ รวมท้ังทกั ษะกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยเน้นการคิดวิเคราะห์ การแก้ปญั หาและ ความคดิ สรา้ งสรรค์ เพ่ือแกป้ ญั หาในสถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจ 3. นำเสนอผลงานหรือช้นิ งานทไี่ ดจ้ ากการแกป้ ญั หาในสถานการณห์ รือประเด็นทสี่ นใจโดยใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ 4. แสดงหลักฐานการเข้ารว่ มการสมั มนา การเข้าร่วมประชมุ วชิ าการ รวม 4 ผลการเรยี นรู้
เกณฑ์การจบการศึกษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
เกณฑก์ ารจบหลกั สตู รระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 1) ผูเ้ รยี นเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานและเพ่ิมเตมิ ไมน่ ้อยกวา่ 81 หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพนื้ ฐาน 41 หน่วยกติ และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ไม่น้อยกวา่ 40 หน่วยกิต 2) ผเู้ รียนต้องได้หน่วยกิตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวชิ าพื้นฐาน 41 หนว่ ย กิต และรายวิชาเพม่ิ เติมไมน่ ้อยกวา่ 36 หน่วยกิต 3) ผู้เรยี นมีผลการประเมินการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียนในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 4) ผูเ้ รียนมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคใ์ นระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมิน 5) ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี นและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินเคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมนิ และการตัดสินผลการเรียน 1. การประเมนิ ผลสาระการเรยี นรู้ ระดับผลการเรียน ความหมาย ชว่ งคะแนน 4 ผลการเรยี นดีเยี่ยม 80 - 100 3.5 ผลการเรยี นดมี าก 75 - 79 3 ผลการเรยี นดี 70 - 74 2.5 ผลการเรยี นค่อนข้างดี 65 - 69 2 ผลการเรยี นน่าพอใจ 60 - 64 1.5 ผลการเรียนพอใช้ 55 - 59 1 ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์ขนั้ ต่ำ 50 - 54 0 ผลการเรยี นต่ำกวา่ เกณฑ์ 0 – 49 หมายเหตุ ไม่มีสิทธ์เิ ข้ารบั การประเมินผลปลายภาคเรยี น \" มส \" หมายถงึ รอการตดั สิน หรือยังตดั สินไม่ได้ \" ร \" หมายถงึ ผู้เรยี นมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน ปฏิบตั ิกจิ กรรมและมี \" ผ \" หมายถงึ ผลงานตามเกณฑท์ ี่สถานศึกษากำหนด ผเู้ รียนมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและมี \" มผ \" หมายถงึ ผลงานไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษากำหนด
2. การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ตัวช้ีวัดท่ี 1 เป็นพลเมืองดีของชาติ ตวั ชว้ี ัดท่ี 2 ธำรงไวซ้ ึ่งความเป็นชาตไิ ทย ตวั ขว้ี ัดท่ี 3 ศรทั ธา ยดึ ม่ัน และปฏบิ ัติตนตามหลกั ของศาสนา ตวั ชี้วดั ท่ี 4 เคารพเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สัตยส์ ุจรติ ตัวชว้ี ัดท่ี 1 ประพฤติตรงตามความเปน็ จรงิ ต่อตนเองท้ังทางกาย วาจา ใจ ตัวชว้ี ดั ที่ 2 ประพฤติตรงตามความเป็นจรงิ ตอ่ ผู้อืน่ ทง้ั ทางกาย วาจา ใจ ตวั ชี้วัดที่ 1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียนและสงั คม 3. มีวินัย ตวั ชว้ี ดั ที่ 1 ปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของครอบครัว โรงเรียนและสงั คม 4. ใฝเ่ รียนรู้ ตวั ชี้วดั ท่ี 1 :งใจ เพียรพยายามในการเรยี นและเข้ารว่ มกจิ กรรมการเรยี นรู้ ตัวชวี้ ัดที่ 2 แสวงหาความรจู้ ากแหลง่ เรียนร้ตู า่ ง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น ดว้ ยการ เลอื กใช้สอื่ อย่างเหมาะสม บนั ทึกความรู้ วเิ คราะห์ สรปุ เป็นองค์ความรู้ และสามารถ นำไปใช้ในชีวติ ประจำวันได้ 5. อยู่อย่างพอเพียง ตวั ชีว้ ัดท่ี 1 ดำเนินชวี ิตอย่างพอประมาณ มีเหตผุ ล รอบคอบ มีคุณธรรม ตัวชว้ี ัดที่ 2 มีภมู คิ ุ้มกันในตวั ท่ีดี ปรบั ตวั เพอ่ื อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการทำงาน ตัวชว้ี ดั ที่ 1 ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีการงาน ตวั ชว้ี ดั ท่ี 2 ทำงานดว้ ยความเพียรพยายามและอดทนเพือ่ ให้งานสำเรจ็ ตามเป้าหมาย 7. รักความเป็นไทย ตวั ชี้วัดท่ี 1 ภาคภมู ใิ จในขนบธรรมเนยี มประเพณี ศลิ ปะ วัฒนธรรมไทย และมคี วามกตญั ญู กตเวที ตวั ช้วี ัดที่ 2 เห็นคณุ คา่ และใชภ้ าษาไทยในการสือ่ สารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม ตัวชว้ี ัดที่ 3 อนรุ กั ษแ์ ละสบื ทอดภูมิปญั ญาไทย 8. มจี ติ สาธารณะ ตวั ชี้วัดท่ี 1 ชว่ ยเหลือผ้อู นื่ ด้วยความเต็มใจและพึงพอใจ โดยไมห่ วงั ผลตอบแทน ตัวข้วี ัดท่ี 2 เขา้ รว่ มกิจกรรมท่เี ป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียน ชุมชน และสังคม
เกณฑ์พิจารณาสรุปผลการประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั เกณฑ์การพจิ ารณา ดีเย่ียม (3) 1. ไดผ้ ลการประเมินระดับดเี ยีย่ มจำนวน 5-8 คณุ ลักษณะ และไมม่ ี ดี (2) คุณลักษณะใดได้ ผลการประเมนิ ระดับดี ผา่ น (1) 1. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับดเี ย่ยี มจำนวน 1-4 คุณลักษณะ และไมม่ ี ไม่ผา่ น (0) คุณลักษณะใดได้ ผลการประเมินตำ่ กว่าระดับดี หรือ 2. ไดผ้ ลการประเมนิ ระดับดี ทง้ั คณุ ลักษณะ 8 คุณลักษณะ หรอื 3. ไดผ้ ลการประเมินต้งั แตร่ ะดบั ดี ขึ้นไป จำนวน 5-7 คุณลักษณะ และมี บางคุณลกั ษณะได้ผลการประเมนิ ระดับผ่าน 1. ไดผ้ ลการประเมินระดับผ่านท้ัง 8 คุณลักษณะ หรอื 2.ได้ผลการประเมนิ ตงั้ แต่ระดับดขี ึ้นไป จำนวน 1-4 คุณลักษณะ และ คณุ ลักษณะทเ่ี หลือได้ผลการประเมนิ ระดบั ผา่ น ได้ผลการประเมนิ ระดบั ไมผ่ า่ น ต้ังแต่ 1 คุณลักษณะขนึ้ ไป 3. การประเมินความสามารถในการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ตวั ชีว้ ดั ความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น 1. สามารถอา่ นเพอ่ื การศึกษาคน้ ควา้ เพ่ิมพนู ความรู้ ประสบการณ์ และการประยกุ ต์ใชใ้ น ชวี ิตประจำวัน 2. สามารถจบั ประเดน็ สำคัญลำดบั เหตกุ ารณจ์ ากการอา่ นสอื่ ท่มี ีความชบั ซ้อน 3. สามารถวิเคราะห์สิ่งที่ผ้เู ขยี นตอ้ งการส่ือสารกับผู้อ่านและสามารถวิพากษ์ ใหข้ ้อสนอแนะใน แง่มมุ ต่าง ๆ 4. สามารถประเมินความน่าเชื่อถอื คุณค่า แนวคดิ ท่ีไดจ้ ากสง่ิ ทอ่ี ่านอยา่ งหลากหลาย 5. สามารถเขยี นแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง สรุป โดยมีข้อมูลอธบิ ายสนับสนุนอย่างเพียงพอและ สมเหตุสมผล
เกณฑ์การประเมินความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดบั เกณฑก์ ารพจิ ารณา ดเี ย่ียม (3) มผี ลงานทแ่ี สดงถึงความสามารถใน การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนท่ีมี ดี (2) ภาพ เลิศ อยู่เสมอ ผา่ น (1) มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียนที่มี คุณภาพเป็นทีย่ อมรับ มผี ลงานทแี่ สดงถึงความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนท่ีมี ขอ้ บกพร่องบางประการ ไมผ่ ่าน (0) ไม่มผี ลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขียน หรือ ถ้ามผี ลงาน ผลงานนั้นยงั มีขอ้ บกพร่องท่ีต้องได้รับการปรับปรุงแกไ้ ขหลาย ประการ 4. การประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น 1. ผเู้ รยี นต้องเข้ารว่ มกจิ กรรมไมน่ ้อยกวา่ 809 ของเวลาเรยี นทัง้ หมด 2. ผเู้ รยี นตอ้ งปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตา่ ง ๆ และผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำตามทก่ี ำหนด 3. ผ้เู รียนจะไดร้ บั ผลการประเมนิ กจิ กรรม \"ผ\" (ผา่ นกิจกรรม) 4. เมื่อไมป่ ฏิบัติตามเกณฑ์ขอ้ 1 และ ข้อ 2 จะได้รับผลการประเมนิ กจิ กรรม \"มผ\" (ไม่ผา่ นกจิ กรรม) และไมส่ ามารถจบหลักสูตรในแต่ละชว่ งชั้น จนกวา่ ผเู้ รียนปรบั ปรุงแก้ไขให้ผ่านเกณฑ์
คณะผจู้ ดั ทำ 1. นางสาวณัฐธนัญา บุญถึง ประธานกรรมการ กรรมการ 2. นายธนพฒั น์ อศิ รางกูร ณ อยธุ ยา กรรมการ กรรมการ 3. นางกมลชนก เทพบุ กรรมการ กรรมการ 4. นางสาวจันรริ า ธนันชยั กรรมการ กรรมการ 5. นางอมลสริ ิ คำฟู กรรมการ กรรมการ 6. นางสาวฐติ ารัตน์ คมั ภีระ กรรมการ กรรมการ 7. นางสาวปาริชาติ สิงคำโล กรรมการ กรรมการ 8. นางธัญญรัตน์ ศลิ าคำ กรรมการ กรรมการ 9. นายพงศ์ธร เปงวงศ์ กรรมการและเลขานุการ 10. ว่าทร่ี อ้ ยตรีสมพงษ์ ตระการศุภกร 11. นายเสรี แซ่จาง 12. นางสาวสดุ าภรณ์ สืบบญุ เปย่ี ม 13. นางสาวจริ ัชญา ชัยธีรธรรม 14. นางสาวศิริวรรณ มนุ มิ คำ 15. นายเอกราช หมแี กว้ 16. นางสาวธันชนก ชยั บุตร 17. นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120