รายงานการศึกษา เรื่อง ความพงึ พอใจของประชาชนตอความชวยเหลอื ในระหวางและหลัง ประสบอุทกภัยจากหนว ยงานภาครัฐ อาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน จดั ทําโดย วาท่ี ร.ต.ดาํ รง คงอริยะ รหัสประจาํ ตัวนกั ศึกษา 07 เอกสารฉบับนเี้ ปนสวนหนึ่งในการศกึ ษาอบรม หลกั สตู ร นกั บรหิ ารงานปองกนั และบรรเทาสาธารณภยั (นบ.ปภ.) รนุ ท่ี 10 วทิ ยาลยั ปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย กรมปองกนั และบรรเทาสาธารณภัย
คํานํา การศึกษาวิจัย เรอื่ งความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชว ยเหลอื ในระหวา ง และหลงั ประสบอทุ กภยั จากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวดั ขอนแกน ฉบับนี้เปนสว นหนึ่งของการศึกษาวจิ ัย สวนบคุ คลหลกั สตู รนักบริหารงานปอ งกันและบรรเทาสาธารณภยั (นบ.ปภ.) รนุ ที่ 10 วิทยาลัยปอ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภยั โดยเปนการศกึ ษาคน ควา วา ประชาชนที่ ไดรับผลกระทบจากอุทกภยั นั้นมีความพึงพอใจมาก นอ ย อยางไร ตอการชวยเหลือจากหนว ยงานภาครัฐ เพ่อื นําเสนอเปนขอมลู ใหห นวยงานท่ีรบั ผิดชอบในการชว ยเหลือประชาชนท่ีประสบอทุ กภยั ใชเปน ขอมูล เบ้ืองตนในการพัฒนา ปรบั ปรุงการใหค วามชวยเหลอื ในโอกาสตอไป ดังนั้น หากเอกสารงานวิจัยสวนบุคคลฉบับนี้ มีขอบกพรอง หรือผิดพลาดประการใดผู ศึกษาวิจยั ขอนอมรับดว ยความเคารพ และจะนาํ ไปพัฒนาปรับปรุง แกไข ในโอกาสตอ ไป ดาํ รง คงอรยิ ะ นกั ศกึ ษาหลกั สูตร นบ.ปภ. รุนท่ี 10 มีนาคม 2557
ข กติ ติกรรมประกาศ เอกสารการศึกษาวิจัยสวนบุคคลเรื่องความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือใน ระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ฉบับนี้สําเร็จลุลวง ดวยดี เพราะไดรับความเมตตาและความกรุณาใหคําแนะนํา จากทานอาจารย ดร.ปยวัฒน ขนิษฐบุตร และอาจารยวรชพร เพชรสวุ รรณ อาจารยที่ปรึกษางานวิจัยนักศึกษา นบ.ปภ. รุนท่ี 10 อยางใกลชิด และ ขอขอบพระคุณผูบริหารกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่เก่ียวของทุกทาน ที่ไดกรุณาคัดเลือกให ผวู จิ ัยไดเ ขา รบั การฝก อบรมในหลักสูตรนักบริหารงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (นบ.ปภ.) รุนท่ี 10 ในครั้งน้ี โดยเฉพาะ ผูอํานวยการวิทยาลัยปองกันและบรรเทาสาธารณภัย (นางสาวลักขณา มนิมนากร) รองผูอํานวยการวิทยาลัยปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ฝายฝกอบรม (นายวิจารณ เหลาธรรมยิ่งยง) และเจาหนา ทีว่ ิทยาลัยปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัย ทกุ คน นอกจากนี้ ขอขอบพระคุณหัวหนาสํานักงานปองกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ขอนแกน และเจาหนาท่ีทุกคน รวมถึงหัวหนาครอบครัวผูไดรับความเดือดรอนจากอุทกภัยที่ใหความ กรุณาตอบแบบสอบถาม ตลอดจนเพ่ือน ๆ นบ.ปภ. รุนท่ี 10 ทกุ ทาน ท่ีไดใหขอมูล และคําแนะนําในการ ศึกษาวิจัยในครั้งน้ี หากเอกสารงานวิจัยสวนบุคคลฉบับน้ี มีขอบกพรองผิดพลาดประการใด ผูศึกษา ขอนอมรบั ดวยความเคารพ และจะนาํ ไปปรบั ปรงุ แกไข ในโอกาส ตอ ไป ดํารง คงอริยะ นักศกึ ษาหลักสตู ร นบ.ปภ. รุนท่ี 10 มีนาคม 2557
ค บทสรุปสาํ หรับผูบรหิ าร จากการศึกษาวิจัยเร่ือง ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลัง ประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ในครั้งน้ี ผูศึกษาไดกําหนด วัตถุประสงคสําหรบั ในการศึกษาไว 2 ประการดว ยกัน กลา วคือ 1) เพ่อื ศกึ ษาความพึงพอใจของประชาชน ตอความชวยเหลอื ในระหวา งและหลงั ประสบอุทกภยั จากหนว ยงานภาครัฐ อาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน 2) เพ่ือศกึ ษาปญ หา และอปุ สรรค ที่มผี ลตอความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอทุ กภัย อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได และ ระยะทาง ซึ่งผูศึกษาไดกําหนดวิธีการศึกษาวิจัยในเชิงปริมาณ โดยกําหนดกลุมประชากรตัวอยางท่ีศึกษา ซึ่งเปนหัวหนาครัวเรือน ในแตละครัวเรือนอาศัยอยูในพื้นท่ีที่ไดรับผลกระทบจากอุทกภัยซ้ําซาก อําเภอ ชนบท จังหวัดขอนแกน จาก 4 ตําบล 40 หมูบาน 4,485 ครัวเรือน เพ่ือใหไดขอมูลท่ีเปนประโยชนตอ การนํามาใชประกอบทําการศึกษาหาความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลัง ประสบอทุ กภยั จากหนวยงานภาครัฐ ทั้งในดานการอพยพ คน สัตว และทรัพยสิน การจัดหาที่พักอาศัย ชั่วคราว การใหความชวยเหลือดานปจจัยพื้นฐาน การใหความชวยเหลือดานการบูรณะและฟนฟู ทํา การเกบ็ รวบรวมขอมูลโดยใชแบบสอบถามวิเคราะหข อ มลู ดวยสถิติท่ใี ชใ นการวเิ คราะหข อ มลู สรุปผลการศึกษาเร่ือง ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลัง ประสบอทุ กภัยจากหนว ยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน ผลสรปุ ตามวตั ถปุ ระสงค มดี งั น้ี 1. ประชากรกลุมตัวอยางของจํานวนประชากรที่เปนหัวหนาครอบครัว จาก 4 ตําบล 40 หมบู าน 4,485 ครัวเรือน สวนใหญเปนเพศชาย มีอายุ 45 ปขน้ึ ไป คดิ เปน รอยละ 87.90 ระดับการศึกษา ประถมศึกษา หรือต่ํากวา รอยละ 85.70 สวนมากประกอบอาชีพดานเกษตรกรรม ราษฎรสวนมากมี รายไดอยูระหวาง 15,000-20,000 บาทตอป รอยละ 57.50 และมีระยะทางจากบานถึงศูนยอํานวยการ ชวยเหลอื ผูประสบอทุ กภัยตาํ่ กวา 5 กโิ ลเมตร รอยละ 80.00 2. จากการศึกษาความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบ อุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน โดยภาพรวมอยูในระดับมีความพึงพอใจอยู ในระดับพึงพอใจ ดานการใหความชวยเหลือดานปจจัยพ้ืนฐานมากที่สุด รองลงมาคือ ดานการใหความ ชว ยเหลอื ดานการฟนฟูและบูรณะและตาํ่ ทส่ี ดุ คอื ดานจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราว และเม่ือพิจารณาเปนราย ดา น พบวา 2.1 ดานการอพยพ คน สัตว และทรัพยสิน ท่ีผูประสบภัยมีความพึงพอใจมากท่ีสุด ไดแก ดานความสุภาพออนโยนของเจาหนาที่มากที่สุด รองลงมาคือ มีความเสมอภาคในการใหบริการ และขอท่ตี าํ่ สดุ คือ ความชัดเจนของขาวสารประชาสมั พันธ 2.2 ดานจดั หาที่พกั อาศยั ช่วั คราวโดยภาพรวมอยใู นระดับเฉย ๆ และเมื่อพิจารณาราย ขอ พบวา ขอ ความสุภาพออ นโยนของเจาหนา ที่ผใู หบริการมากที่สุด รองลงมาคือ ขอสถานท่ีและสิ่งอํานวย ความสะดวกทใ่ี หบรกิ าร และขอ ทตี่ ํ่าสดุ คือ ขอความรวดเร็วทันตอ เหตกุ ารณของการใหบ รกิ าร 2.3 ดานการใหค วามชวย เหลือดานปจจัยพ้นื ฐาน โดยภาพรวมอยูในระดับพึงพอใจ และเม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอ ความสภุ าพออนโยนของเจา หนาที่มากท่ีสดุ รองลงมาคือขอความทัว่ ถงึ และเสมอภาคของการใหบ รกิ ารและขอทต่ี ่ําสดุ คือขอความตอเนือ่ งในการใหบรกิ าร
ง 2.4 ดานการใหความชวยเหลือดานการบูรณะและการฟนฟู โดยภาพรวมอยูในระดับ พึงพอใจ และเม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอความสุภาพออนโยนของเจาหนาท่ีผูใหบริการมากท่ีสุด รองลงมาคือ ขอความซื่อสัตย สุจริต โปรงใสของผูใหบริการ และขอท่ีต่ําสุด คือ ขอความรวดเร็วในการ ใหบ ริการ 3. จากการศึกษาปญหา และอุปสรรค หรือขอเสนอแนะและความคิดเห็นในการตอบ แบบสอบถาม ของประชาชนเกี่ยวกบั การใหค วามชว ยเหลือผูประสบอุทกภัยโดยใชขอมูลจากแบบสอบถาม ในสวนของคําถามปลายเปด (Open end) จากแบบสอบถามทั้งหมด ผูท่ีตอบแบบสอบถามปลายเปด จาํ นวน 280 คน คดิ เปน รอยละ 36.20 ของทงั้ หมด สรปุ เปนขอ ๆ ดงั นี้ 3.1 ความรวดเรว็ และทนั ตอ เหตุการณของการใหความชว ยเหลือดานเมล็ดพันธุพืชให ทนั ตามฤดกู าลเพาะปลกู เชน เมลด็ พันธุขาวหลังน้ําลด พื้นดินยังมีความชุมช้ืนอยู ถาไดเมล็ดพันธุพืชก็จะ สามารถเพาะปลูกได เมล็ดพันธุผักตาง ๆ ก็สามารถปลูกไดจนกวานํ้าจะแหงแลงเขาสูฤดูหนาว เราก็ สามารถเก็บเกยี่ วผลผลิตได 3.2 ดานปจจัยพื้นฐานในชวงนํ้าทวมตองการใหความชวยเหลืออยางทั่วถึง และ. โปรง ใส กรณีครอบครัวที่อยหู างไกลศูนยช ว ยเหลือผปู ระสบภัยไมมพี าหนะมารบั พอมารบั วนั หลังก็หมดไป แลว ทําใหไมไ ดรบั ความชว ยเหลอื อยา งท่ัวถึง 3.3 ในระหวางนํ้าทวม อยากใหชวยเหลือดานปจจัยพ้ืนฐานอยางตอเน่ือง เพราะทาง ครอบครัวต้ังแตน้ําทวมจนน้ําลดไดรับการชวยเหลือถุงยังชีพเพียงครั้งเดียวควรจะใหความชวยเหลือเปน ระยะอยางนอยสปั ดาหละ 1 คร้ัง จนกวานํา้ จะลดเขาสูสภาวะปกติ 3.4 การใหความชวยเหลือหลังนํ้าลด ตองการใหความชวยเหลือวัสดุซอมแซม บานเรือน หองนํ้า หองสวม ความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรใหคุมคากับขอมูลความ เสยี หายที่เปน จริง ขอ เสนอแนะในการทาํ วจิ ัยครงั้ ตอ ไป ควรศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในประเด็นความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือใน ระหวา งและหลังประสบอุทกภยั จากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน โดยเจาะลึกลงไปใน รายละเอยี ด และขอ มลู การชว ยเหลอื ผูป ระสบอทุ กภยั ท่ีชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะเปนประโยชนตอการปรับปรุง และพัฒนาเอกสาร เพ่ือใชเปนขอมูลแนวทางการวางแผนใหการชวยเหลือประชาชน ซ่ึงจะเกิดประโยชน สูงสดุ ตอ หนว ยงาน และตรงกับความพึงพอใจของประชาชนมากย่ิงขน้ึ
จ หนา ก สารบญั ข ค คํานํา จ กติ ติกรรมประกาศ ช บทสรุปสาํ หรับผบู ริหาร ฌ สารบัญ 1 สารบัญตาราง 1 สารบญั ภาพประกอบ 2 บทท่ี 1 บทนาํ 2 3 1.1 ความสาํ คัญและทม่ี าของปญ หาวจิ ัย 3 1.2 วัตถปุ ระสงคของการศึกษา 4 1.3 ขอบเขตการศึกษา 4 1.4 ประโยชนท ีค่ าดวา จะไดร บั 5 1.5 นิยามศัพทเฉพาะ 11 บทท่ี 2 แนวคดิ ทฤษฎีและงานวิจัยทเ่ี กีย่ วของ 13 2.1 แนวคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจและความตองการ 17 2.2 แนวคิดเกย่ี วกับสาธารณภัย 19 2.3 ทฤษฎที ่เี ก่ยี วขอ ง 19 2.4 งานวิจัยท่เี กีย่ วของ 20 2.5 กรอบแนวคิดของการวจิ ยั 21 บทที่ 3 ระเบยี บวธิ วี จิ ัย 21 3.1 ประชากรและกลุม ตัวอยา ง 22 3.2 เคร่ืองมอื ที่ใชในการรวบรวมขอมลู 22 3.3 การสรางเคร่ืองมือ 23 3.4 การเกบ็ รวบรวมขอมลู 23 3.5 การวเิ คราะหขอ มลู 25 3.6 สถิติทใี่ ชในการวิเคราะหขอมูล บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหขอมูล 33 4.1 ขอ มูลทว่ั ไปของกลุมตวั อยาง 33 4.2 ผลการวเิ คราะหความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลือ 34 36 ในระหวา งและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน บทที่ 5 สรปุ และอภิปรายผล 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.2 อภิปรายผล 5.3 ขอ เสนอแนะ
ฉ หนา 38 สารบัญ (ตอ ) 41 42 บรรณานกุ รม 45 ภาคผนวก 49 แบบสอบถาม แบบการเสนอโครงรา งการศกึ ษาวิจัยสว นบุคคล ประวัตผิ ูวจิ ัย
ช สารบญั ตาราง หนา 12 ตารางท่ี 19 1 แสดงเปรยี บเทียบความตอ งการของมนุษยต ามทฤษฎขี องแอลเดอรเ ฟอร 20 กับทฤษฎคี วามตองการของมาสโลว 23 2 แสดงจาํ นวนตาํ บล หมบู านและหวั หนาครวั เรอื นที่ใชเ ปน ประชากร 25 ท่ีไดร บั ความเสยี หายจากอทุ กภัยในเขตพืน้ ที่อาํ เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน 3 แสดงจาํ นวน ตาํ บล หมบู าน หัวหนาครัวเรือนและหวั หนาครัวเรือนที่ใช 25 เปน กลุมตัวอยาง 4 แสดงจํานวนและรอยละของขอมลู ทั่วไปของกลมุ ตัวอยา ง อาํ เภอชนบท 26 จงั หวัดขอนแกน 5 แสดงคา เฉล่ยี และสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอ 27 ความชว ยเหลอื ในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อาํ เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น 27 6 แสดงคา เฉล่ยี และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลือในระหวา งและหลังประสบอทุ กภัยจากหนว ยงาน ภาครฐั 28 อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ดานการอพยพ คน สตั ว และทรพั ยส นิ 7 แสดงคาเฉล่ียและสวนเบย่ี งเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอ 29 ความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนว ยงาน ภาครฐั อําเภอชนบท จังหวดั ขอนแกน ดานจัดหาท่ีพักอาศยั ช่วั คราว 8 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบย่ี งเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชน ตอ ความชวยเหลอื ในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครฐั อําเภอชนบท จงั หวัดขอนแกน ดานการใหค วามชวยเหลอื ดา นปจจัยพื้นฐาน 9 แสดงคาเฉลีย่ และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชน ตอความชวยเหลือในระหวา งและหลงั ประสบอุทกภัยจากหนว ยงานภาครฐั อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน ดา นการใหค วามชว ยเหลอื ดานการบูรณะและ การฟนฟู 10 แสดงการเปรยี บเทยี บคาเฉลยี่ และสว นเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของ ประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอทุ กภยั จากหนว ยงาน ภาครฐั อาํ เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดาน จาํ แนกตามอายุ 11 แสดงการเปรียบเทยี บคาเฉลี่ยและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของ ประชาชนตอ ความชวยเหลอื ในระหวางและหลงั ประสบอทุ กภัยจากหนวยงาน ภาครฐั อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น จาํ แนกตาม ระดบั การศกึ ษา
ซ หนา 30 สารบญั ตาราง (ตอ) 31 ตารางที่ 12 แสดงการเปรียบเทียบคาเฉลย่ี และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของ 32 ประชาชนตอความชวยเหลือในระหวา งและหลงั ประสบอุทกภยั จากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น จาํ แนกตามอาชีพ 13 แสดงการเปรียบเทยี บคา เฉลี่ยและสว นเบี่ยงเบนมาตรฐานความพงึ พอใจของ ประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนว ยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวัดขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น จําแนกตามรายได 14 แสดงการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยและสว นเบ่ยี งเบนมาตรฐานความพงึ พอใจของ ประชาชนตอความชว ยเหลอื ในระหวางและหลังประสบอุทกภยั จากหนว ยงาน ภาครัฐ อาํ เภอชนบท จังหวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดาน จําแนกตาม ระยะทางจากบา นถงึ ศูนยอาํ นวยการชว ยเหลอื ผปู ระสบอทุ กภัย
ฌ หนา 17 สารบญั ภาพประกอบ ภาพประกอบท่ี 1 แผนภมู ิแสดงกรอบแนวคดิ ของการวิจัย
บทที่ 1 บทนํา 1.1 ความสําคัญและทีม่ าของปญ หาวจิ ยั อุทกภัย (Flood) เปนภัยธรรมชาติท่ีเกิดจากหลายสาเหตุ ไดแก การเกิดฝนตกหนัก ตอเนื่องกันเปนเวลานานและเปนบริเวณกวาง เนื่องจากพายุหมุนเขตรอนที่พัดผานทําใหเกิดนํ้า ทวมในบริเวณดังกลาว การเกิดน้ําหลากจากภูเขาท่ีเปนตนน้ําลําธาร ทําใหเกิดนํ้าทวมฉับพลัน เนอื่ งจากดนิ ระบายนาํ้ ไมทันจึงเออลนลงมาทวมพื้นท่ีดานลาง การเกิดตะกอนในลําน้ําทําใหน้ําต้ืน เขิน เมื่อเกิดฝนตกมาอยางหนักจึงทําใหนํ้าเออลนทวมพ้ืนท่ีบริเวณริมฝงลําน้ํา ความสามารถใน การอุมนํ้าของดินนอยทําใหนํ้าฝนท่ีตกลงมาซึมลงสูดินไดนอยและสวนท่ีเหลือก็เออทวม พ้ืนท่ี บริเวณดังกลาวไดอยางรวดเร็ว เปนตน สวนสาเหตุอื่น ๆ ซ่ึงมีโอกาสเกิดขึ้นไดนอย เชน เหตุการณเข่ือนราวและพังเม่ือเกิดฝนตกลงมาอยางหนัก ทําใหเกิดนํ้าทวมอยางฉับพลันสราง ความเสียหายแกประชาชนในชุมชนใกลเคียง และหากไมทราบลวงหนาอาจแกไขเหตุการณไมทัน สงผลใหเกิดทรัพยสินเสียหายหรือเสียชีวิตได เพราะนํ้าที่กักเก็บไวในเขื่อนมีปริมาณมากและไหล มาอยางรวดเร็ว ทําใหกระแสนํ้าที่รุนแรงสามารถพัดพาบานเรือน สัตวหรือ คน ไปไดอยาง งายดาย นอกจากน้ียังมีสาเหตุทางออมท่ีกอใหเกิดอุทกภัยหลายสาเหตุ ท้ังจากการเปล่ียนแปลง การใชที่ดินโดยสวนใหญจะเปลี่ยนจากพ้ืนท่ีปาไมหรือพ้ืนที่เกษตรกรรมไปเปนพื้นที่ชุมชน เน่ืองจากการมีประชากรเพ่ิมมากขึ้นหรือการตัดไมทําลายปาเพ่ือนําไปใชประโยชนโดยไมสนใจ ระบบนิเวศวทิ ยาที่เปล่ยี นแปลงไปสงผลใหเมื่อเกดิ ฝนตกลงมาแลว ไมมีปาไมคอยอุมนํ้าหรือชะลอ ความแรงของนํา้ ฝนท่ตี กลงมา นํ้าจึงไหลทวมพ้ืนท่ีอยางรวดเร็วหรือการกอสรางถนนขวางทางน้ํา กอใหเกิดการระบายน้ําไมทันและเกิดน้ําทวมในที่สุด ซ่ึงจะเห็นวาเม่ือเกิดขึ้นแลวยอมทําใหเกิด ความสูญเสียอยางใหญหลวง ทรัพยสินของประชาชนพลเมืองและของรัฐถูกทําลายเสียหาย ผปู ระสบภัยอาจไดรับบาดเจ็บ เกิดความพิการและเสียชีวิตได เมื่ออุทกภัยเกิดข้ึนและแผขยายวง กวา งออกไป ปรมิ าณความสูญเสยี ยอมเพิม่ ขึน้ เปนเงาตามตวั จังหวดั ขอนแกน เปนจงั หวัดหน่ึงซ่ึงอยูในเขตพืน้ ที่เส่ยี งอุทกภัยระดบั รุนแรง เกิดอุทกภัย เปนประจําทุกป และแผบริเวณกวางทําใหเกิดผลเสียหายตอบานเรือนและสิ่งปลูกสราง ตลอดจน ผลิตผลทางการเกษตร การปศุสตั ว สัตวเลย้ี งตา ง ๆ ตนไมใ นสวน ตลอดจนพชื ผลตา ง ๆ จมนํ้าตาย ไปหมด จากผลสรุปสถานการณอุทกภัย ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 จังหวัดขอนแกนเกิด อทุ กภัยในพน้ื ทีร่ วม 9 อําเภอ 33 ตําบล 230 หมูบาน ไดแก อําเภอแวงนอย แวงใหญ มัญจาคีรี ชนบท บานไผ บานแฮด โคกโพธ์ิไชย พระยืน และอําเภอเมืองขอนแกน ความเสียหายมี ราษฎรเดือดรอน 19,511 ครัวเรือน เสียชีวิต 7 คน ถนน 102 สาย พ้ืนที่การเกษตรเสียหาย 95,020 ไร อาํ เภอชนบท เปนอําเภอหน่ึงในหลาย ๆ อําเภอ ของจังหวัดขอนแกนที่ไดรับผลกระทบ จากการเกิดอทุ กภัยทกุ ๆ ป เนอ่ื งจากมีแมน า้ํ สายสาํ คญั ท่เี ปน แมน้ําสายหลักและแมน้ําสาขา เชน แมน้ําชี ท่ีมีตนกําเนิดจากเทือกเขาในพ้ืนท่ีจังหวัดชัยภูมิ ไหลผานจังหวัดขอนแกน มหาสารคาม
2 รอยเอ็ด และยโสธร ไหลไปรวมกับแมน้ํามูลท่ีจังหวัดอุบลราชธานี แมน้ําชีไหลผานอําเภอชนบท และอําเภอดงั กลาวขางตน ถือเปนแมนํ้าสายหลักของจังหวัดท่ีประชาชนใชในการอุปโภคและเพื่อ การเกษตร ทําใหพื้นที่การเกษตรไดรับความเสียหาย ประชาชนที่อาศัยอยูริมฝงแมนํ้าชีไดรับ ความเดือดรอน ในฤดูฝนจะมีปริมาณนํ้ามากและไหลหลากอยางรวดเร็วและน้ําจะมักเออลนทวม พ้นื ทีก่ ารเกษตรทําใหพื้นทก่ี ารเกษตรไดรับความเสียหายเปนประจําทุกๆ ป จัดไดวาอําเภอชนบท เปน อําเภอทีไ่ ดร ับภัยจากน้าํ ทวมบอยครง้ั และทําใหป ระชาชนในพื้นทไ่ี ดร ับความเดอื ดรอน ดังนั้น จึงมีความจําเปนที่จะตองทําการศึกษาคนควา จากความเปนมาและความสําคัญ ของปญหาขางตน ผูวิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาความพึงพอใจของประชาชนในเขตพื้นท่ีที่ไดรับ ผลกระทบจากปญหาเกิดอุทกภัย อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ซึ่งเปนผูท่ีไดรับบริการจาก หนว ยงานทางภาครฐั ท่ีเขามาใหความชว ยเหลือในดานตางๆ เชน การใหความชวยเหลืออพยพ คน สัตวและทรัพยสินไปอยูในที่ปลอดภัย การจัดหาท่ีพักชั่วคราว การแจกถุงยังชีพเครื่องอุปโภค- บริโภค ขณะเกิดอุทกภัยและหลังจากนํ้าลดสูสภาพปกติแลวมีการใหความชวยเหลือฟนฟู ซอมแซมสิ่งท่ีชํารุดเสียหายใหกลับคืนสูสภาพปกติ ซ่ึงผูวิจัยมีความสนใจวา ประชาชนหรือชุมชน อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ท่ีไดรับความเสียหายจากอุทกภัยนั้นมีความพึงพอใจตอการใหความ ชวยเหลือจากหนว ยงานทางภาครัฐหรอื ไม 1.2 วัตถปุ ระสงคของการศึกษา 1.2.1 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลัง ประสบอทุ กภัยจากหนว ยงานภาครฐั อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน 1.2.2 เพื่อศึกษาปญหา และอุปสรรค ท่ีมีผลตอความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัย อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได และระยะทาง 1.3 ขอบเขตการศึกษา เพ่ือใหการศึกษาวิจัยครั้งน้ีเปนไปตามวัตถุประสงคที่วางไว ผูวิจัยไดกําหนดขอบเขตการวิจัย ดงั นี้ 1.3.1 ประชากร ไดแก ครัวเรือนประชาชนที่ไดรับผลกระทบจากภัยอุทกภัยในเขตอําเภอชนบท จังหวดั ขอนแกน จํานวน 4 ตําบล 40 หมบู าน จาํ นวน 4,485 ครวั เรอื น 1.3.2 ตัวแปรทใ่ี ชใ นการศกึ ษาวจิ ัย มีดงั น้ี 1.3.2.1 ตัวแปรตน ( Independent variables ) ไดแก เพศ อายุ ระดับ การศึกษา รายได และระยะทาง 1.3.2.2 ตัวแปรตาม ( Dependent variables ) ไดแก ความพึงพอใจของ ประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอ ชนบท จังหวัดขอนแกน
3 1.4 ประโยชนทค่ี าดวา จะไดรับ เพือ่ นาํ ผลงานวจิ ยั ขอ มลู ทจ่ี ะเปนประโยชนต ออาํ เภอ เทศบาล และองคการบริหารสวน ตาํ บล นาํ ไปใชเ ปน ขอมูลเบื้องตนในการประกอบพิจารณาในการปฏิบัติหนาท่ีชวยเหลือประชาชน ทไ่ี ดร ับผลกระทบของภยั พบิ ัติจากนํา้ ทว ม ทง้ั ในเขตอําเภอชนบท จงั หวัดขอนแกนและบริเวณอื่นๆ ทีม่ ลี ักษณะทํานองเดียวกนั 1.5 นิยามศัพทเฉพาะ 1.5.1 ความพึงพอใจของประชาชนตอการใหความชวยเหลือในระหวาง และ หลงั ประสบอุทกภัยจากหนวยงานของรัฐ หมายถึง ความรสู ึกชอบหรือยินดีของหัวหนาครัวเรือน ที่ไดรับบริการการชว ยเหลอื จากภาครฐั (ความรวดเร็ว ความท่ัวถงึ ความสุภาพออนโยน) ในขณะ เกิดอุทกภยั และภายหลังน้ําลดในเขตอาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน ป 2556 ในดานตอไปน้ี 1.5.1.1 การอพยพ คน สัตวและทรพั ยสิน 1.5.1.2 การจัดหาทพ่ี กั อาศยั ช่ัวคราว 1.5.1.3 การใหค วามชวยเหลอื ดานปจจัยพนื้ ฐาน 1.5.1.4 การใหความชว ยเหลือดานการบรู ณะและฟน ฟู 1.5.2 อายุ หมายถึง อายุจริง นับจํานวนปเต็มของหัวหนาครัวเรือนท่ีไดรับ ผลกระทบจากอุทกภัยในอาํ เภอชนบท จังหวดั ขอนแกน 1.5.3 ระดับการศึกษา หมายถึง วุฒิการศึกษาของหัวหนาครัวเรือนในเขตพื้นท่ี ประสบอุทกภัย อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ไดรับจากการศึกษาเลาเรียนในสถาบันการศึกษา 1.5.4 อาชีพ หมายถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หัวหนาครัวเรือนในเขตพื้นท่ี ประสบอุทกภัย อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ที่ทําอยูซึ่งกอใหเกิดรายไดเพื่อการครองชีพท่ีได คา ตอบแทนในรูปแบบตาง ๆ เชน เงินทอง สงิ่ ของ หรือสงิ่ ตอบแทนอื่น 1.5.5 รายได หมายถึง จํานวนเงินท่ีหัวหนาครัวเรือนในเขตพื้นท่ีประสบอุทกภัย อาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน ไดร ับจากการประกอบอาชีพตา งๆ คิดเฉล่ียเปน รายเดือน 1.5.6 ระยะทาง หมายถึง ระยะทางจากบานผูประสบอุทกภัยถึงศูนยอํานวยการ ชวยเหลอื ผูป ระสบอุทกภยั
บทท่ี 2 แนวคดิ ทฤษฎแี ละงานวจิ ัยทเี่ กีย่ วของ การศึกษาเก่ียวกับความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลัง ประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ในคร้ังนี้ ผูวิจัยไดศึกษา ทบทวนเอกสาร แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยตางๆ ซึ่งผูวิจัยไดกําหนดหัวขอตางๆ ที่เก่ียวของ โดยมสี าระสําคญั ดังน้ี 2.1 แนวคดิ เก่ยี วกบั ความพึงพอใจและความตอ งการ 2.2 แนวคดิ เกี่ยวกับสาธารณภยั 2.3 ทฤษฎที ีเ่ กี่ยวของ 2.4 งานวจิ ยั ท่ีเกย่ี วขอ ง 2.5 กรอบแนวคดิ ของการวจิ ัย 2.1 แนวคิดเก่ยี วกับความพึงพอใจและความตองการ ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัย จาก หนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ความพึงพอใจ ซ่ึงตรงกับคําในภาษาอังกฤษ วา Satisfaction ไดมผี ใู หความหมายของความพงึ พอใจไวห ลายทาน โดยนาํ มาพอสังเขป ดงั น้ี ความพึงพอใจในชีวิตของคนเราน้ันไดมีการศึกษาโดย มารศรี นุชแสงพลี (2532 : 25) พบวา ความพึงพอใจในชีวิต การประเมินภาพรวมของชีวิตบุคคลหรือเปนการเปรียบเทียบที่ สะทอนใหเห็นการรับรูถึงความไมสอดคลองกันระหวางความมุงหวังกับสัมฤทธ์ิผลของบุคคลที่ แสดงใหเห็นวา ความพึงพอใจเปนกระบวนการรับรู แตความสุขแสดงถึงสภาพความรูสึก (Affective) หรืออารมณ (Mood) คําถามท่ีเกี่ยวกับความพึงพอใจในชีวิตมักรวมถึงกลุม เปรียบเทียบท้ังที่แจมชัดและไมแจมชัด ซ่ึงเปนการเปรียบเทียบกับผูอื่นหรือรวมถึงดานเวลาและ มักรวมถงึ ความพอใจในมิตติ า งๆ ท่ีปรากฏ ความหมายของความพึงพอใจนั้นไดมีผูใหความหมายที่นาสนใจโดย สุรพล เย็นเจริญ (2543 : 6) ไดใหความหมายของความพึงพอใจไววา ความรูสึกที่เกิดข้ึนเม่ือไดรับผลสําเร็จตาม ความมุงหมาย ความพึงพอใจเปนกระบวนการทางจิตวิทยา ไมสามารถมองเห็นไดชัดเจน แต สามารถคาดคะเนไดวามีหรือไมมี จากการสังเกตพฤติกรรมของคนเทานั้น การที่จะทําใหเกิด ความพึงพอใจจะตองศึกษาปจจัยและองคประกอบท่ีเปนสาเหตุแหงความพึงพอใจเมื่อไดรับการ ตอบสนองตามความตองการ มนุษยเกดิ มามคี วามตอ งการกันทุกคน ซ่ึงอางถึงโดย แอลเดอรเฟอร (Alderfer, 2002 : 112) ไดใ หค วามเห็นวา ความตอ งการของมนษุ ยแ ยกเปน 3 ประเภท ไดแก 1. ความตองการการอยูรอด (Existence needs) เปนเร่ืองที่เก่ียวกับความ ตองการทางดานรางกายและปรารถนาอยากมีสิ่งของเครื่องใชตางๆ ซ่ึงชีวิตจริงในองคการน้ันมี ความตอ งการคา จาง โบนัส และผลตอบแทน ตลอดจนสภาพเงื่อนไขการทํางานที่ดีและสัญญาการ วาจา ง เหลา นี้ลว นแตเ ปนเคร่อื งมอื ตอบสนองส่งิ จงู ใจท้ังสน้ิ
5 2. ความตองการความสัมพันธทางสังคม (Relatedness needs) เปนเร่ืองที่ เก่ียวของกับความสัมพันธตางๆ ที่มีอยูตอกันระหวางบุคคลในองคการและความสัมพันธเหลานี้ หมายถึงความตองการทุกชนิดท่ีมีความสําคัญในเชิงมนุษยสัมพันธ ซ่ึงชีวิตจริงในองคการ ความ ตองการของคนท่ีตองการจะเปนผูนําหรือมียศฐานะเปนหัวหนา ความตองการท่ีจะเปนผูตามและ ความตอ งการอยากมีสายสัมพันธท างมิตรภาพกับใครๆ ลวนจดั อยใู นความตอ งการประเภทนี้ 3. ความตองการกาวหนาและเติบโต (Growth needs) ความตองการชนิดนี้ เปนความตองการท่ีเกี่ยวกับเรื่องราวของการพัฒนาเปลี่ยนแปลงฐานะสภาพและการเจริญเติบโต กาวหนาของคนทํางาน ซ่ึงชีวิตจริงในองคการ จะเปนความตองการในการมีความรับผิดชอบเพิ่ม หรือความตองการอยากไดก จิ กรรมใหมๆ ท่ีมีโอกาสใชความรูความสามารถใหมๆ และมีโอกาสเขา ไปสมั ผัสกบั งานใหมๆ ในหลายๆ ดานไดม ากขนึ้ จากความหมายของความพึงพอใจท่ีกลาวมา สรุปไดวา ความพึงพอใจหมายถึงทาที ความรสู ึก หรอื ทศั นคตใิ นทางที่ดขี องบุคคลทมี่ ตี องานทปี่ ฏิบัติ รวมกันปฏิบัติ หรือไดรับมอบหมาย ใหปฏิบัติ โดยผลตอบแทนท่ีไดรับ รวมท้ังสภาพแวดลอมตางๆ ที่เกี่ยวของซ่ึงเปนปจจัยทําใหเกิด ความพึงพอใจหรือไมพึงพอใจการที่จะเกิดความพึงพอใจของประชาชนในพื้นท่ีอําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ประชาชนจะตองมีความรูสึกหรือทัศนคติของบุคคลท่ีมีตอส่ิงใดส่ิงหนึ่ง อันเกิด จากพื้นฐานของการรับรู คานิยม และประสบการณท่ีแตละบุคคลไดรับ และจะเกิดขึ้นก็ ตอเม่อื สิ่งนนั้ สามารถตอบสนองความตอ งการใหแ กบ ุคคลนน้ั ได ซง่ึ ระดับความพึงพอใจของแตล ะ บุคคลยอ มมีความแตกตา งกันไปตามความตอ งการ 2.2 แนวคดิ เกี่ยวกบั สาธารณภัย สาธารณภัย (Disaster) เปนภัยท่ีเกิดข้ึนมาพรอมมนุษยชาติ ซ่ึงไดเริ่มศึกษาเก่ียวกับ สาธารณภยั ในครง้ั แรกเมื่อ ค.ศ. 1917 (พ.ศ. 2460) โดยผูศึกษาคือ ซามูเอล เอช. พริ้น (Samuel H. Prince) ไดศึกษาเก่ียวกับผลกระทบทางสังคมจากการระเบิดของเรือบรรทุกอาวุธที่อาว ฮาลิแฟกซในวาสโกเดีย ผลจากการศึกษาดังกลาวทําใหนักวิชาการรุนหลังใหความสนใจและให เปนพ้ืนฐานในการศึกษาทางดานสาธารณภัยและไดกลายเปนปญหาสําคัญของประเทศที่กําลัง พัฒนารวมทง้ั ประเทศไทย กลา วคอื ย่ิงมีการพัฒนาประเทศดานเทคโนโลยีสมัยใหมมากขึ้นเพียงใด สาธารณภัยก็ยิง่ เพิม่ ความรุนแรงมากยิง่ ข้ึนเปนเงาตามตัว จนเปนที่กลาวโดยทั่วไปวา สาธารณภัย คือโรคท่ีเกิดจากการพัฒนาประเทศอยางไมเปนระบบและไรทิศทาง ยิ่งสถานการณของโลกใน ปจจุบันมีการเปลยี่ นแปลงตลอดเวลาหลายประเทศตอ งประสบภยั พิบัติตา งๆ เชน ภยั จากธรรมชาติ จากสงคราม จากการจลาจล จากส่ิงแวดลอมเปนพิษ เปนตน สาธารณภัยเหลาน้ีเมื่อเกิดข้ึนแลว ยอมกอใหเกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพยสินของประชาชน ทําใหสภาพการดําเนินชีวิต เปลี่ยนแปลงไป ผูประสบภัยไดรับบาดเจ็บ พลัดพรากจากกันไดรับความทุกขทรมานทั้งรางกาย และจิตใจ เกิดการขาดแคลนอาหาร ท่ีพักอาศัย เคร่ืองนุงหม ยารักษาโรคและส่ิงจําเปนตอการ ดํารงชีพ ซ่ึงเราควรจะไดมีความสนใจศึกษางานเกี่ยวกับสาธารณภัยมากยิ่งข้ึนเพ่ือใหเกิดความรู และแนวความคิดในการรวมกนั ปฏบิ ัติงานบรรเทาสาธารณภัย จะไดลดอันตรายและความเสียหาย ของผูประสบภยั
6 2.2.1 ความหมายของสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติปองกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 4 สาธารณภยั หมายความวา อคั คภี ยั วาตภัย อทุ กภัย ภัยแลง โรคระบาดในมนุษย โรคระบาดสัตว โรคระบาดสัตวน ํา้ การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัยอ่ืนๆ อันมีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวา เกดิ จากธรรมชาติ มผี ูทําใหเกิดข้ึน อุบัติเหตุ หรือเหตุอ่ืนใด ซ่ึงกอใหเกิดอันตรายแกชีวิต รางกาย ของประชาชน หรือความเสียหายแกทรัพยสินของประชาชนหรือของรัฐ และใหหมายความรวมถึง ภยั ทางอากาศ และการกอ วนิ าศกรรมดว ย “ภยั ทางอากาศ” หมายความวา ภัยอันเกิดจากการโจมตที างอากาศ “การกอวินาศกรรม” หมายความวา การกระทําใดๆ อันเปนการมุงทําลาย ทรัพยสินของประชาชนหรือของรัฐ หรือสิ่งอันเปนสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวางหนวง เหนี่ยวระบบการปฏิบัติงานใดๆ ตลอดจนการประทุษรายตอบุคคลอันเปนการกอใหเกิดความ ปน ปวนทางการเมอื ง การเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ โดยมุง หมายทีจ่ ะกอใหเ กิดความเสียหายตอ ความม่นั คงของรัฐ นิยามของคําวา สาธารณภัยที่นาสนใจอีกนิยามหนึ่งเปนของ สคีท เอ็ม (Skeet M.) หัวหนาพยาบาลสภากาชาดของอังกฤษ ไดใ หน ยิ ามของสาธารณภัยไววา ภยั หรือเหตกุ ารณที่สําคัญ ซึ่งทําใหสภาพการดําเนินชีวิตท่ีปกติในชุมชนมีการเปลี่ยนแปลงไปอยางกะทันหันเปนผลทําให ประชาชนตองขาดที่พ่ึงและไดรับความทุกข เกิดความจําเปนรีบดวนเก่ียวกับอาหาร ที่พักอาศัย เสื้อผา การดูแลจากแพทย การคุมกันความปลอดภัยและส่ิงจําเปนตอการดํารงชีพอื่นๆ นิยามของ สคีท เปนลักษณะเวลาขณะเกิด สภาพของประชาชนที่ประสบภัยและความจําเปนพ้ืนฐานของ ผูประสบภยั พบิ ัติท่คี วรไดร ับการชว ยเหลอื จากนยิ ามของสาธารณภัยตางๆ ท่ีกลา วมาจะเหน็ ไดวา ความหมายของคําวา สาธารณภยั ประกอบดวยประเด็นสําคญั ๆ ดังน้ีคือ 1. ภัยที่เกดิ แกค นหมมู าก 2. เกิดขน้ึ ไดท กุ เวลาและทกุ สถานท่ีอยางกะทนั หนั หรอื คอ ยๆ เกิดขนึ้ 3. เปน อันตรายตอชีวติ และรา งกายของประชาชน 4. เกดิ ความเสียหายแกทรพั ยส นิ ของประชาชนหรอื ของรัฐ 5. เกดิ ความตอ งการในสงิ่ จาํ เปน พ้ืนฐานอยา งรบี ดว นสาํ หรบั ผปู ระสบภยั 2.2.2 ประเภทของสาธารณภยั การแบงแยกประเภทของสาธารณภัยตามลกั ษณะการเกิด หรอื สาเหตุ ไดเปน 2 ประเภทคือ 1. สาธารณภัยธรรมชาติ เปนสาธารณภัยท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มักเกิดขึ้น ตามฤดูกาลเปนสวนใหญ แตบางคร้ังก็เกิดขึ้นโดยไมรูตัว กอใหเกิดความเสียหายแกทรัพยสิน ชีวติ รา งกาย จติ ใจและความมนั่ คงของชาติ ซึ่งไดแก 1.1 สาธารณภัยเชิงอุตุนิยมวิทยา เปนสาธารณภัยที่เกิดขึ้นตามฤดูกาลเปน สว นใหญและเกดิ จากการเปลีย่ นแปลงของสภาพอากาศ เชน
7 1) วาตภัย หมายถึงภัยที่เกิดจากแรงลมและพายุ เชน พายุดีเปรสช่ัน พายุโซนรอ น พายุไตฝุน ซึ่งพายุไตฝุนมีอํานาจทําลายสูงมาก สามารถทําให ตนไมถอนรากถอน โคนไดท้ังตน บานพังระเนระนาด เสาไฟฟา ลม ฯลฯ 2) อากาศหนาวผิดปกติ เชน ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทยซ่ึงไดรับอิทธิพลจากมรสุมท่ีพัดผานความหนาวเย็นจากประเทศจีนเขาสูพื้นท่ี ดังกลาวทําใหประชาชนที่อยูบริเวณหุบเขาและเชิงเขาหนาวมาก ซ่ึงพบวาในบางปอุณหภูมิลด ตา่ํ ลงมากเกือบใกลศนู ยอ งศา 3) คลื่นความรอนกอใหเกิดความรอนผิดปกติในประเทศเขตหนาวทําให ผปู ว ยโรคหัวใจเสียชวี ิตมากขึน้ 4) ฝนแลง เปนภัยที่ทําใหขาวและพืชผลทางการเกษตรเสียหายมาก เกิด ความขาดแคลนและอดอยาก เน่อื งจากขาดแคลนนํ้า เปนตนเหตขุ องทุพภกิ ขภัยอยา งหน่ึง 1.2 สาธารณภัยตามสภาพภมู ปิ ระเทศ เปนสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึนตามลักษณะ หรือตามสภาพภูมิประเทศ พื้นท่ีใดที่เปนที่ต่ํากวาระดับน้ําทะเลมาก มักจะมีน้ําทวมเปนประจํา สาธารณภยั ประเภทนี้ ไดแ ก 1) อุทกภัย เปนภัยอันเกิดจากนํ้าทวมจากพายุฝนตกหนัก ประเทศไทย จะประสบปญหานํ้าทวมทุกป เน่ืองจากมีการตัดไมทําลายปา การทรุดตัวของดินมีลมพายุและลม มรสุมแรง ฝนตกหนักและนา้ํ ทะเลหนนุ 2) หิมะถลม ถาไมมีอันตรายตอชีวิต และทรัพยสินก็ยังไมถือวาเปนใ .สาธารณภยั 1.3 สาธารณภยั ทีเ่ กดิ จากการเปล่ยี นแปลงของผิวโลก การเปล่ียนแปลงของ ผิวโลกทําใหเ กดิ แผนดนิ เลื่อน แผนดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบดิ เปน ตน 1) แผนดินเล่ือนหรือแผนดินถลม การเปล่ียนระดับของช้ันผิวโลกทําให เกดิ การไหวสะเทอื นของอาคารบานเรอื น บางครงั้ เมื่อมีฝนตกหนกั ดนิ บริเวณภูเขาอุมน้ําไวมากจน เกิดการอิ่มตัวและไมสามารถอุมไวไดอีกจึงพังทลายลงมาไมมีการยึดเหนี่ยวของช้ันดิน ท้ังน้ี คุณสมบัติของการอุมนํ้าของดินอาจมีปจจัยอ่ืนเก่ียวของดวย เชน ดินโคลนถลมท่ีบานน้ํากอ อําเภอหลมสัก จังหวัดเพชรบูรณ และท่ีอําเภอวังช้ิน จังหวัดแพร ซ่ึงสวนมากจะเกิดพรอม อทุ กภัย 2) แผนดินไหว เปนการเปล่ียนแปลงของผิวโลกที่มีการส่ันสะเทือนเปน ลูกคลื่น เปนระลอกเคลื่อนที่จากจุดศูนยกลางออกไปทุกทิศ ทุกทาง สวนมากมักจะเกิดข้ึนใน บริเวณมหาสมุทรแปซกิ ฟก ทเ่ี รียกวา “Ring of fire” ซ่ึงแผนดินมักจะเกิดข้ึนท่ีบริเวณรอยตอของ ช้ันหินใตดินท่ีเรียกวา “Pacific Plate กับ Philippines Plate” และ Eurasian กับ Indo- Australians Plate พื้นที่บริเวณรอยตอของชั้นหินใตดินน้ีอยูในประเทศตางๆ เชน อินเดีย ปากสี ถาน เนปาล ญีป่ นุ ปาปว นิวกนี ี อินโดนเี ซยี ฟล ปิ ปน ส และจนี เปน ตน เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ.1995 ไดเ กิดแผนดินไหวท่ีเมืองโกเบ ประเทศ ญปี่ นุ ทําใหม ีคนตายมากกวา 5,501 คน ทําลายบานเรือนกวา 106,000 หลัง และทําใหคนไรท่ีอยู อาศัยอยางนอย 319,000 คน ซ่ึงมีมูลคาความเสียหายมากกวา 100,000 เหรียญสหรัฐ (IFRE 1996) ลาสุดเกิดข้นึ ท่ีมหาสมุทรแปซิฟก เมือ่ วนั ท่ี 26 ธนั วาคม 2547 โดยมีศนู ยก ลางท่ี หมเู กาะ
8 สุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย วัดแรงสั่นสะเทือนได 8.9 ริกเตอร รูสึกไดในหลายจังหวัดของ ประเทศไทย ตอมาไดเกิดคล่ืนยักษหรือที่เรียกวา “สึนามิ” (Tsunami) เปนครั้งแรกในประเทศ ไทยในหลายจังหวัดในแถบทะเลอันดามัน เชน ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง สตูล และเปนภัย ธรรมชาตทิ ่รี นุ แรงท่สี ดุ ในประวัตศิ าสตรข องไทยและแผน ดนิ ไหวคร้ังน้ถี กู ระบุวามีความรุนแรงที่สุด ในศตวรรษที่ 21 และเปน แผน ดินไหวที่มีความรุนแรงเปนอันดับ 5 ของโลก สรุป สาธารณภัย หมายความวา อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแลง โรคระบาดในมนุษย โรคระบาดสัตว โรคระบาดสัตวน้ํา การระบาดของศัตรูพืช ตลอดจนภัย อืน่ ๆ อนั มีผลกระทบตอสาธารณชน ไมวา เกิดจากธรรมชาติ มีผูทําใหเกิดข้ึน อุบัติเหตุ หรือเหตุอื่น ใด ซึ่งกอใหเกิดอันตรายแกชีวิต รางกายของประชาชน หรือความเสียหายแกทรัพยสินของ ประชาชนหรือของรัฐ และใหหมายความรวมถงึ ภัยทางอากาศ และการกอวนิ าศกรรมดวย 2.2.3 การเกดิ อุทกภัย อุทกภัย คือภัยธรรมชาติท่ีเกิดจากน้ําทวม เมื่อระดับน้ําในแมน้ําหรือลําคลองสูง มากข้ึนจนลนตล่ิง แลวไหลออกมาทวมภายนอก ทําใหเกิดความสูญเสียแกชีวิตและทรัพยสิน เกิดผลกระทบตอมนษุ ย สตั ว พชื พนั ธุธ ัญญาหาร และการสญู เสียหนาดินไปกบั กระแสนํา้ (อาทิตย เลศิ ล้าํ , 2546 : 8) 2.2.3.1 สาเหตุของการเกิดอทุ กภัย ฝนตกหนกั ฝนตกหนักพรอ มพายุ (1) ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต (2) ลมมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนอื (3) พายเุ ขตรอน ไดแก พายุดเี ปรสช่นั พายโุ ซนรอ น พายไุ ตฝ ุน (4) พายุฟาคะนอง (5) รอ งความกดอากาศต่าํ กาํ ลงั แรงพาดผานหรอื รองมรสมุ (6) นํ้าทะเลหนุน (7) แผน ดินไหวหรือภเู ขาไฟระเบิด (8) หมิ ะละลาย 2.2.3.2 ลักษณะของอุทกภยั แบงตามลกั ษณะการเกดิ มดี ังนี้ 1) น้ําทวมฉับพลัน เกิดจากฝนตกหนักบนภูเขาหรือท่ีสูงเปน เวลานานแลวไหลลงสูท่ีราบ เปนกระแสน้ําไหลเช่ียวมากทําใหที่ราบลุมน้ําไมสามารถระบายน้ําได ทนั จงึ กอใหเกดิ น้าํ ทวมทาํ ความเสยี หายแกชีวติ และทรพั ยส นิ อยางมาก 2) นาํ้ ทวมจากน้าํ ลนตลง่ิ เน่อื งจากระดบั น้าํ ในแมนํ้าหรือคลองขึ้น สงู กวาตลงิ่ จนเออ ลน เขา ไปทวมบริเวณลุมนํ้าทั้งสองฝง 3) น้ําทวมจากฝนตกหนกั เมือ่ ฝนตกหนักติดตอกันระดับน้ําใตดินก็ จะสงู ขน้ึ จนเกดิ น้าํ ทวมขัง
9 4) นํ้าข้ึนน้ําลง เกิดจากระดับน้ําทะเลที่เรียกวา นํ้าเกิด ทําใหนํ้า ทะเลไหลเขาสูแ มนํา้ หรือคลองในขณะทีน่ าํ้ ขนึ้ เกิดนา้ํ เออ ลน ตลิ่งไปทวมพ้ืนที่สองฝง 5) คลนื่ พายุซดั ฝง เกดิ เม่ือพายุหมนุ เขตรอนเคล่อื นตัวข้ึนฝง ทําให เกดิ คลนื่ ขนาดใหญมากกระทบเขาสฝู งเปนอนั ตรายตอ ชมุ ชน ทาํ ใหเกิดนาํ้ ทว มฉบั พลนั ได 6) คลนื่ ใตน ํ้าเกดิ จากความสั่นสะเทอื นของแผน ดินไหวหรอื ภูเขาไฟ ระเบิดใตทะเลหรือบนแผนดินใกลชายฝง ทําใหเกิดคลื่นใตนํ้า เมื่อกระทบฝงจะยกตัวสูงข้ึนซัดฝง เกิดน้ําทว มฉบั พลัน สงผลเสยี หายใหกับชุมชนเปนอยา งมาก 2.2.3.3 ระยะของการเกิดอุทกภัย ในการเกิดอุทกภัยแตละคร้ังสามารถ แบง ยอยไดเปน 3 ระยะดังน้ี 1) ระยะวิกฤติ คือระยะที่น้ําเร่ิมทวม ซึ่งระยะน้ีจะเปนระยะที่นํ้า เร่ิมเออลนหรือไหลบามา ยังไมสามารถที่จะคาดการณไดวาระดับนํ้าจะมีมากนอยเทาใด ทวมถึง ระดับไหนซึง่ ตอ งมีการเฝา ระวังระดับนํ้าอยูต ลอดเวลา 2) ระยะทรงตัว คือระยะที่นํ้าเริ่มทรงตัวระดับนํ้าขึ้นสูงสุดแลวไม เพ่ิมอีก แตก็ไมไดลดลง ถาหากมีปจจัยเสริม เชน ฝนตกหนักนํ้าไหลบาเพ่ิมอีกก็จะเขาสูระยะ วิกฤติใหม 3) ระยะน้ําลด เม่ือนา้ํ อยูในระยะทรงตัวถาไมมีปจ จัยเสริมอ่ืนเขา มา นา้ํ ทว มกจ็ ะเขาสูระยะนาํ้ ลด ซ่งึ บางคร้งั เรยี กระยะนีว้ าระยะหลังวิกฤตเิ พราะไดผา นพน อันตรายจาก นาํ้ ทว มไปแลว 2.2.3.4 อนั ตรายและความเสียหายจากอทุ กภยั ไดแก 1) อนั ตรายตอ มนุษย (1) จมนํา้ ตาย ถาน้ําไหลเชีย่ วและลกึ จะทาํ ใหค นจมน้ําตายไดมาก (2) บาดเจ็บ อาจเกิดจากส่ิงที่ลอยมากับนํ้า หรือสิ่งท่ีจมอยูใตนํ้า ท่ิมแทงหรืออาจเกิดจากสัตวท่ีลอยมากับน้ําหรือหนีข้ึนมาอาศัยอยูบริเวณที่อยูอาศัย เชน ตะขาบ งู เปน ตน (3) การเจ็บปวย ถานํ้าทวมฉับพลันจากฝนตกหนักก็อาจเกิดโรค ระบบทางเดินหายใจ ถาทวมขังนานๆ ก็จะกอใหเกิดโรคระบบทางเดินอาหาร เทาเปอย การคมนาคมไมสะดวก การขาดแคลนสิ่งอุปโภค-บริโภค สิ่งแวดลอมท่ีเลวราย การสูญเสีย ทรัพยสินและที่สําคัญที่สุด คือหากมีการสูญเสียชีวิตของบุคคลในครอบครัว ญาติ ซ่ึงจะทําให สุขภาพจิตเสอื่ ม 2) ผลเสยี หายตอ ทรัพยส ิน (1) สิ่งปลกู สรา ง เกดิ การชาํ รดุ หรอื อาจพงั ทลาย (2) เกษตรกรรม ปศุสัตว พืชสวนไรนาเสียหาย สัตวเลี้ยงอาจ จมนํ้าตาย (3) ระบบสื่อสารคมนาคม เชน โทรศัพท วิทยุ ถนน ทางรถไฟ สนามบิน เสียหายได (4) ระบบสาธารณูปโภค เชน ไฟฟา ประปา โทรศัพท เสยี หาย
10 3) ผลเสียหายตอ เศรษฐกิจ (1) สวนบุคคล เชน การคาขาย การจางงาน การวางงานเนื่องจาก ลม ละลายหรือไมส ามารถดําเนนิ ธรุ กิจได (2) สว นรวม เปน ผลสืบเนือ่ งมาจากความเสียหายของเศรษฐกิจ สวนบุคคล สงผลใหเกิดความเสียหายโดยภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้ยังตองนํางบประมาณ มาชวยเหลือและฟนฟู สภาพของผูไดรับผลกระทบจากอุทกภัย ซอมแซม กอสรางท่ีอยูอาศัย สํานกั งาน ระบบบรกิ ารตา งๆ แทนท่ีจะนาํ ไปใชในการพัฒนาประเทศ 2.2.4 การปอ งกันและการบรรเทาสาธารณภยั อุทกภัยเปนภัยธรรมชาติที่มนุษยเราอาจสามารถปองกันไมใหเกิดข้ึนไดหรือ เมอ่ื เกิดข้นึ แลว ก็สามารถทจี่ ะควบคมุ ชวยลดอนั ตรายและความเสยี หายทีเ่ กิดข้นึ ใหนอ ยลงได โดยการปองกันกอนเกิดอุทกภัย การเตรียมรับสถานการณ การชวยเหลือ การฟนฟูสภาพภายหลัง เกดิ อุทกภัยและการประเมนิ ผลการปฏิบตั ิงานและความเสยี หายทีเ่ กิดขึ้น 2.2.4.1 การปองกันกอนเกิดอุทกภัยเปนการปองกันอยางถาวรท่ีจะตอง พัฒนาเปนนโยบายที่แนนอนและดําเนินการระยะยาวติดตอกัน ซ่ึงจะตองอาศัยกฎหมาย และ ระเบียบขอบังคับสนับสนุนในการดําเนินงาน ศึกษาวิจัยรวบรวมขอมูลและวิเคราะหขอมูล การ ปองกันทางดานวิศวกรรม การแบงเขตที่เสี่ยงตออุทกภัยและใชที่ดิน การควบคุมกอสรางอาคาร การรักษาปา การปลูกสวนปา และพันธไุ มปกคลุมพน้ื ดนิ 2.2.4.2 การเตรียมรับสถานการณ หมายถึงการเตรียมพรอมท่ีจะหาทาง ควบคุมหรือลดอันตรายและลดความเสียหายท่ีอาจเกิดขึ้นใหมีนอยท่ีสุดเทาที่จะทําได ซ่ึงรวมทั้ง การจัดเตรียมหนวยงานสําหรับทําการกูภัย การจัดระบบงานเตือนภัยและการเตรียมตัว สําหรับ ประชาชนท่ัวไป การบรรเทาทุกข และการฟนฟูสภาพอยางมีประสิทธิภาพ การจัดทําแผนปฏิบัติ งานและการฝกอบรม ฝกซอมเจาหนาที่ตางๆ ท่ีเก่ียวของในการกูภัยและบรรเทาทุกข การ จัดเตรียมหาวัสดุอุปกรณ การจัดหาเงินเพื่อชวยเหลือในการดําเนินการ การใหความรูแก ประชาชน และการเตอื นภยั เปนระยะๆ 2.2.4.3 การชวยเหลือในระหวางเกิดอุทกภัย เปนการปฏิบัติการฉุกเฉินซึ่ง จะตองดําเนินการใหทันกับเหตุการณ และเวลาอันฉับพลัน ซึ่งเปนหนวยงานที่จัดตั้งข้ึนในระยะ เตรียมการเพอ่ื ทาํ งานเก่ยี วกบั 1) การอพยพประชาชน สัตวเ ลย้ี ง และทรัพยส นิ ออกจากบริเวณที่ นํา้ ทวม (Evacuation) 2) การกูภัย (Rescue) หมายถึง การชวยชีวิตผูประสบภัย และการ ตอสูหรือระงบั ยับย้ังอุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนัน้ ใหปลอดภยั หรือลดนอยลง 3) การบรรเทาทุกข (Relief) คอื การชวยเหลอื ผปู ระสบภัยในระหวาง นํ้าทวมหรือภาวะนํ้าทวมซึ่งผานพนไป เชน การชวยเหลือเคร่ืองนุงหม ซอมแซมที่พักอาศัยและ บริการสาธารณูปโภคใหใชไดชั่วคราวในระหวา งที่มีนํ้าทว ม 2.2.4.4 การฟนฟูสภาพภายหลังน้ําทวม เม่ืออุทกภัยผานพนไปแลว การ บูรณะซอมแซมสิ่งปรกั หกั พัง ถนนหนทาง การส่ือสาร การคมนาคม การบริการสาธารณูปโภค
11 และงานฟนฟูทางดา นรา งกาย จิตใจ ของผปู ระสบภัยตลอดจนการชวยเหลือสงเคราะหในดานการ ประกอบอาชพี นบั วา เปนสงิ่ สาํ คญั 2.2.4.5 การประเมินผลการปฏิบัติงานและความสูญเสียที่เกิดขึ้นน้ัน เปน การประเมินผลการปฏิบัติงานของเจาหนาท่ีและหนวยงานท่ีเกี่ยวของ ตลอดจนความรวมมือของ ประชาชนวามีมากนอยเพียงใด มอี ุปสรรคและขอขัดของอยางไรบาง การประเมินผลน้ีอาจทําเปน ระยะๆ ในระหวางนํ้าทวมและประเมินผลครั้งสุดทายหลังจากภาวะนํ้าทวมไดผานพนไปแลวและ สุดทายก็จะตองประเมินความเสียหายตางๆ ที่เกิดข้ึนจากน้ําทวมในคร้ังนี้ในทุกๆ ดาน ทั้งดาน เศรษฐกิจ สังคม จิตใจ เพ่ือจะไดรวบรวมไวเปนหลักฐานและนําไปใชประกอบในการวางแผนงาน ในการควบคุมและปอ งกันอทุ กภัยในโอกาสตอไป 2.3 ทฤษฎีที่เก่ียวขอ ง ในการศึกษาคร้ังนี้ ผูวิจัยไดรวบรวมทฤษฎีตางๆ ที่เก่ียวของกับความพึงพอใจของ ประชาชนในพนื้ ทอ่ี าํ เภอชนบท จังหวดั ขอนแกน ไวด ังน้ี 2.3.1 ทฤษฎีความตอ งการของมาสโลว มาสโลว (Maslow, 2549) ไดแบงความตองการของมนุษยออกเปน 5 ระดับ ตามลาํ ดับความสําคญั ดงั น้ี 2.3.1.1 ความตองการดานรางกาย (Physiological needs) เปนความตองการ ของมนุษย เปนความตองการเพื่อความอยูรอด เม่ือความตองการเหลาน้ีไดรับการตอบสนองแลว มนุษยยังเกิดความตองการในส่ิงอื่นตอไปอีก ความตองการทางดานรางกาย ไดแก ความตองการ อาหารและนํา้ ทอี่ ยูอ าศัย เครอ่ื งนงุ หม และความตอ งการทางเพศ เปน ตน 2.3.1.2 ความตองการดานความปลอดภัยหรือความมั่นคง (Security of safety needs) เปนความตองการที่ไดรับความคุมครองและความปลอดภัยทางดานสุขภาพทางดาน รา งกาย ตลอดจนความมนั่ คงในหนาที่การงาน 2.3.1.3 ความตอ งการทางดานสงั คม (Social of belonging needs) เปนความ ตองการท่ีจะใหสังคมหรือองคกรยอมรับและเห็นความสําคัญของเขาวา เปนสมาชิกขององคการ ในขั้นน้ีมนุษยตองการเพ่ือนตองการคบคาสมาคม ตองการมีครอบครัว ตองการมีความรักและ ความเห็นใจจากเพอ่ื นรวมงาน เปนตน ความตองการตัง้ แตข ้นั น้เี ปน ตน ไปจะเปน ความตองการ ทางดา นจติ ใจมากขน้ึ 2.3.1.4 ความตองการการยอมรับในสงั คมหรือไดรบั การยกยองในสงั คม (Esteem or Status needs) เปนความตองการอยากเดนในสังคม ไดแก ตองการไดรับคํานิยม ยกยอ งจากผูอ น่ื ตอ งการความเชอ่ื ม่ันในตนเอง ตอ งการการเปนท่ียอมรบั นบั ถือของคนทั้งหลาย 2.3.1.5 ความตอ งการบรรลเุ ปา หมายสูงสุดในชีวิต (Self-actualization or Self realization) เปนความตองการสูงสุดของมนุษย เปนความตองการที่จะไดรับทุกส่ิงท่ีตนปรารถนา ตองการพัฒนาความสามารถของตน ตองการกระทําส่ิงท่ีเหมาะและดีท่ีสุดท่ีจะกระทําได ความ ตองการขน้ั นกี้ วางขวางมาก และแตกตางในแตละคน สรุป แนวความคิดของมาสโลวเกี่ยวกับลําดับขั้นของความตองการและการที่คน สามารถทําไดตามความพอใจของตนเอง ความคิดเห็นมาสโลวคือ คนมีความตองการท่ีจะใช
12 ความสามารถของตนเองใหมากท่ีสุด แตในองคการไมยอมใหเขาทําเชนนั้นได ซึ่งแนว ความคิดนีม้ ีอิทธพิ ลเปนอยา งมากในการบรหิ ารในปจ จุบัน 2.3.2 ทฤษฎีความตองการของแอลเดอรเ ฟอร แอลเดอรเ ฟอร ( Alderfer, 2549) ไดน ําเสนอทฤษฎี อี อาร จี (ERG) วา มนุษย มคี วามตอ งการท่สี ําคญั 3 ประการคอื 2.3.2.1 ความตองการการดํารงชีวิตอยู (Existence needs) มนุษยมีความ ตองการทางสรรี วทิ ยาหรือทางรา งกาย และความตองการความมน่ั คงปลอดภยั ในชวี ิต 2.3.2.2 ความตองการการติดตอสัมพันธกับเพ่ือนมนุษย (Relatedness needs) มนุษยเปนสัตวสังคมจึงตองการติดตอสัมพันธกับเพ่ือนมนุษยดวยกัน ทําใหเกิดความรักในเพ่ือน มนุษย เกิดความสามัคคีในการติดตอคบหาสมาคม และชวยเหลือเกื้อกูลกัน จึงมีคํากลาวใน สังคมไทยวา “รูอะไรก็ไมสูรูจักกัน” การรูจักกันทําใหการติดตอสัมพันธกันงาย และรวดเร็วย่ิงข้ึน ทําใหหนาทีก่ ารงานมกี ารประสานสัมพนั ธกนั เปนอยา งดี 2.3.2.3 ความตอ งการการเจริญกา วหนา (Growth needs) มนุษยม ตี วั ตน มอี ารมณ มคี วามรูส กึ และมีความโลภ จงึ ตอ งการเจริญกาวหนา จะไดม เี กยี รติยศ ชื่อเสียง ลาภ ยศ สรรเสริญ และของขวญั ของฝาก ท้ังมชี วี ิตและไมม ชี วี ติ สรุป ความตองการข้ันแรกนี้ตรงกับความตองการตามทฤษฎีของมาสโลวในขั้นท่ี 1 และ 2 (ความตองการทางรางกายและความตองการความปลอดภัย) สวนความตองการ การ ติดตอสัมพันธกับเพ่ือนมนุษยเทียบไดกับความตองการตามทฤษฎีของมาสโลว คือความตองการ ทางสังคมในข้ันที่ 3 และความตอ งการการเจริญกาวหนา เทียบไดกับความตองการเกียรติยศและ ความตองการความสําเร็จในชีวิตในข้ันที่ 4 และ 5 ของมาสโลว เมื่อนําทฤษฎีของแอลเดอรเฟอร กับทฤษฎคี วามตองการของมาสโลว มาเปรยี บเทยี บกันจะไดด งั ตารางท่ี 1 ตารางที่ 1 แสดงเปรียบเทียบความตองการของมนษุ ยตามทฤษฎขี องแอลเดอรเฟอร กับทฤษฎีความตองการของมาสโลว ความตองการ ความตอ งการ ความสําเร็จแหงตน การเจรญิ กาวหนา ความตองการ เกียรติยศ ชอื่ เสียง ความตอ งการ ความตอ งการ ทางดานสงั คม การติดตอ สมั พันธ ความตอ งการ ความมน่ั คงและความปลอดภัย ความตอ งการ การดาํ รงชวี ิต ความตองการ ทางสรีรวิทยา ทม่ี า : แอนเดอรเฟอร (2549 : ออนไลน)
13 2.3.3 ทฤษฎีการจงู ใจดว ยการกําหนดเปาหมายของล็อค ทฤษฎีการจูงใจดวยการกําหนดเปาหมายน้ันไดถูกนําเสนอโดย ล็อค (Locke, 2549) เปนผูนําเสนอทฤษฎีน้ี มีหลักการวา “การกําหนดเปาหมายของงานเปนการจูงใจพนักงาน ใหมุงไปสูความสําเร็จได” ทฤษฎีการจูงใจดวยการกําหนดเปาหมายจะชวยจูงใจหรือกระตุนการ ทํางานของมนุษย (มนุษยท่ีมีเปาหมายในการทํางาน) ไดดีกวามนุษยท่ีขาดเปาหมายในการทํางาน ทฤษฎีนี้จะเปนประโยชนมากกับมนุษยท่ีตองทํางานที่มีเปาหมายที่ยุงยากและมีประโยชนนอยกับ มนษุ ยทีต่ อ งทํางานท่ีมเี ปาหมายงา ยๆ 2.3.4 ทฤษฎีการจูงใจดว ยการเสรมิ แรงของสกนิ เนอร ในเร่ืองของแนวความคิดเกยี่ วกับพฤติกรรมที่ไดรับจากการเสริมแรงที่เกิดขึ้นซํ้าๆ กันน้ัน ไดมีการศึกษาโดย สกินเนอร (B.F.Skinner) ซ่ึงอางถึงโดย (ศิริวรรณ เสรีรัตน และคณะ, 2541 : 125-126) สรุปแนวความคิดไดวา พฤติกรรมที่ไดรับจากการเสริมแรงจะเกิดข้ึนซํ้าๆ กัน แตพฤติกรรมท่ีไมไดรับการเสริมแรงจะไมเกิดข้ึนซ้ําๆ อีก และผลท่ีเกิดขึ้นภายหลังพฤติกรรมของ บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะเปนส่ิงกําหนดระดับแรงจูงใจของเขา สกินเนอร เนนวา ตัวเสริมแรงไม จําเปนจะตองเปนผลตอบแทนเสมอไป อาจเปนตัวเสริมแรงในทางลบก็ชวยใหผลที่เกิดข้ึนมี ปริมาณสูงขึ้นได เขาไมเห็นดวยกับความเช่ือท่ีวา พฤติกรรมอยูบนพ้ืนฐานความตองการหรือ เปา หมายของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เพราะความตองการเปนส่ิงท่ีไมอาจจะสังเกตไดและยากแกการ วดั สวนทฤษฎกี ารเสริมแรงนจ้ี ะเนน เฉพาะพฤตกิ รรมทีอ่ าจจะสังเกตได สรุป จากทฤษฎีที่กลาวมา ผูวิจัยไดนํามาเกี่ยวของคือ ความสําเร็จของงานท่ีมี คุณภาพ ยอ มข้นึ อยูก ับการจูงใจและความสามารถของมนุษยหรือบุคลากร การจูงใจในการทํางาน เปนการกระตุนใหมนุษยแสดงพฤติกรรมที่พึงประสงคตามเปาหมายที่กําหนดไว เพื่อใหเกิดความ พึงพอใจแกมนุษยซึ่งสอดคลองกับความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน และหลักการสราง มนุษยสัมพันธที่วา มนุษยจะเกิดความพึงพอใจไดก็ตอเม่ือมนุษยมีความสุข ไดรับเกียรติและความ ไวว างใจและไดรบั ผลประโยชนต ามความตอ งการทเี่ หมาะสม 2.4 งานวิจยั ท่ีเกยี่ วของ การวิจัยครั้งนี้ ผูวิจัยไดศึกษารายงานการวิจัยที่เกี่ยวของของความพึงพอใจของ ประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอ ชนบท จังหวัดขอนแกน ซึง่ มสี าระโดยสังเขป ดงั น้ี 2.4.1 งานวจิ ยั เกยี่ วกับความพึงพอใจ ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอการบริการดานตางๆ ไดมีการศึกษาโดย ปนัดดา กาญจนพนั ธุ (2545 : บทคดั ยอ ) ไดศ ึกษาวจิ ัยเรื่อง ความพึงพอใจของผูบริโภคที่มีตอการ บริการของสถานีนํ้ามันบางจาก กรณีศึกษาหางหุนสวนจํากัดม่ันคงบริการ จังหวัดสมุทรสาคร ใน ดานสถานีนํ้ามัน ดานบุคลากร ดานบริหารงานหลักและดานการบริการเสริม พบวาผูบริโภคมี ความพงึ พอใจตอการใหบ ริการของสถานีนาํ้ มนั บางจาก โดยรวมอยูในระดับมาก เมื่อแยกพิจารณา
14 รายดานพบวา ผูบริโภคมีความพึงพอใจดานบุคลากรและดานสถานีบริการนํ้ามันอยูในระดับมาก สวนดา นการบริการหลักและดา นการบริการเสริม ผบู รโิ ภคมคี วามพงึ พอใจอยใู นระดบั ปานกลาง การใหบริการแกประชาชนไดมีการศึกษาโดย เกษมศักดิ์ วิชิตะกูล (2545 : บทคดั ยอ ) ไดท าํ การศึกษาประสทิ ธภิ าพในการใหบ ริการแกประชาชนของกรุงเทพมหานคร และได ตั้งสมมติฐานวา การใหบริการแกประชาชนในเขตไมมีประสิทธิภาพเทาท่ีควร เพราะเหตุเกิดจาก ตัวขาราชการผูปฏิบัติงาน ประชาชนผูมาติดตอขอรับบริการ และการบริหารงานของเขต พบ ขอมูลเชิงประจักษที่เปนไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไวและยังพบวา ประสิทธิภาพในการใหบริการ ประชาชนของเขตคอ นขางลาชา ซึง่ ผูศ กึ ษาไดท าํ การสอบถามทศั นคติของขา ราชการ จํานวน 400 คน และประชาชน 800 คน เกี่ยวกับการใหบริการแกประชาชนของเขตปรากฏวา แมสวนใหญจะ เหน็ วา การใหบ รกิ ารของเขตในปจจบุ นั ดกี วาเดิม แตประชาชนก็ยังเห็นวา จะตองมีการปรับปรุง การใหบริการของเขตใหดีข้ึนกวาจากเดิมโดยเฉพาะการปรับปรุงในดานตัวเจาหนาที่ท่ีใหบริการ จะตองมีอัธยาศัยและเปนกันเองกับประชาชนผูมาติดตอขอรับบริการใหดีขึ้นกวาที่เปนอยู การ บริหารงานของเขตโดยเฉพาะอยางย่ิงในดานการประชาสัมพันธ และในสวนความคิดเห็นของ ขาราชการก็พบเชนกันวา ถาตองการใหบริการประชาชนของเขตดีข้ึนจะตองปรับปรุงท่ีตัว ขาราชการและการบริหารงานของเขตใหดขี น้ึ ดวย 2.4.2 งานวิจัยเกีย่ วกบั อุทกภัย การศึกษาเกี่ยวกับการบรรเทาอุทกภัยหรือเพื่อลดผลกระทบดานอุทกภัยไดมี การศึกษาโดย ธีรศักดิ์ สายแสง (2536 : บทคัดยอ) ไดศึกษาบรรเทาอุทกภัยในลุมนํ้าสงคราม ตอนลา ง โดยการเก็บกักนํ้าไวในพน้ื ที่นาตอนบนของลุมนาํ้ แมน้ําสงครามเปนสาขาของแมนํ้าโขง ลุมนํ้าสงครามรับน้ําได 12,700 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพ้ืนที่จังหวัดหนองคาย สกลนคร นครพนม และบางสวนของจังหวัดอุดรธานี วิธีการโดยการเก็บกักนํ้าท้ังหมด 4 วิธี คือ 2, 4, 7 และ 10 วัน ตามลําดับ โดยท่ีเม่ือครบกําหนดเวลาแลวจะปลอยลงสูระดับปกติเปนเวลา 1 วัน แลวจึงเร่ิมเก็บกักใหม ทําเชนน้ีวนเวียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสิ้นสุดเวลาของการจําลองสภาพ การ กําหนดความลึกของการเก็บกักในชวงเวลาตางๆ ผลการศึกษาสรุปไดวา กรณีเก็บกัก 10 วันนั้น ทําใหเกิดผลดีที่สุด โดยมีพื้นที่นํ้าทวมลดลงอยูในชวง 2,320 – 85,324 ไร คิดเปนผลไดสุทธิจาก การปอ งกนั นํา้ ทว มอยูในชวง 42.67 – 96.35 ลานบาท ปทสี่ ามารถลดพน้ื ท่ีน้ําทวมไดมากท่ีสุด คือ ป พ.ศ. 2521 โดยสามารถลดพื้นที่นํ้าทวมได 85,324 ไร คิดเปนผลไดสุทธิจากการปองกัน นํา้ ทว มเทากบั 96.35 ลานบาท การลดผลกระทบจากอุทกภัยในพ้ืนที่ที่มีลุมน้ําอยูติดกับแมน้ําโขงซึ่งได ทําการศึกษาโดย พิพัฒน ลันวงษา และคณะ (2538 : บทคัดยอ) ศึกษาแนวทางการบรรเทา อุทกภัยในลุมน้ํากลํ่า ซ่ึงเปนสวนหน่ึงของลุมนํ้าโขง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเขตจังหวัด สกลนครและนครพนม โดยใชว ิธกี ารวิเคราะหข อมูล ดวยหลกั ทางอุทกสถติ ิ และความเปนไปไดใน การเสนอแนวทางโดยไดเสนอแนวทางในการบรรเทาอุทกภัย โดยการสรางคันคูกั้นน้ํารอบพ้ืนที่ ควบคมุ ซ่ึงจะสามารถควบคุมพ้ืนที่นํ้าทวมที่เกิดจากการหนุนของแมน้ําโขงไดประมาณ 5,600 ไร สวนน้ําหลากท่ีเกิดจากฝนตกในเขตพื้นท่ีควบคุมนั้น สามารถใชเครื่องสูบน้ําดําเนินการสูบระบาย นาํ้ ออกได
15 การกําหนดเปนพ้ืนที่เส่ียงตอการเกิดภัยพิบัติดานอุทกภัยนั้นไดมีการศึกษาโดย นิพนธ ต้ังธรรม และคณะ (2539 : บทคัดยอ) ไดศึกษาเพ่ือกําหนดพ้ืนที่เส่ียงตอการเกิดอุทกภัย ธรรมชาติในเขตลุมนํ้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีวิธีการศึกษาคือ กําหนดพื้นท่ีเสี่ยงอุทกภัยท่ี ดัดแปลงมาจากขอกําหนดการปองกันภัยพิบัติซ่ึงเกิดจากไตฝุนและฝนตกหนักโดยองคการ สหประชาชาติ โดยการกําหนดข้ันตอนของการศึกษาเปน 3 ขั้นตอน คือ ศึกษาลักษณะ ภูมิประเทศและธรณีสัณฐาน เพ่ือกําหนดรูปแบบของการเกิดอุทกภัยและกําหนดขอบเขตของ พ้ืนที่เส่ียงอุทกภัย ขั้นที่สอง เปนการวิเคราะหความสัมพันธระหวางปริมาณน้ําทาท่ีเกิดจาก ปริมาณนํ้าฝนระดับตางๆ ของแตละสภาพภูมิประเทศ สภาพธรณีสัณฐานและสภาพการใช ประโยชน ที่ดินและข้ันตอนที่สาม เปนการคาดคะเนปริมาณน้ําฝนจากเมฆและชนิดเมฆซ่ึงนําไปสู การคาดคะเนปริมาณนํ้าทาและระดับความเส่ียงอุทกภัย ผลการศึกษาพบวา การกําหนด พื้นที่เสี่ยงอุทกภัยในบริเวณลุมนํ้ามูลและน้ําชี จะพิจารณาจากระดับความรุนแรง และระดับเสี่ยง อุทกภัยสัมพันธกับลักษณะของอุทกภัยที่เกิดข้ึนในแตละภูมิประเทศสามารถกําหนดพื้นที่เส่ียง อทุ กภัยไดดงั นี้ 1. พื้นที่ไมเสี่ยงอุทกภัย เปนพ้ืนที่ท่ีเกิดอุทกภัยไมรุนแรง และไมทําใหสูญเสีย ชวี ติ และทรัพยส ินของประชาชน 2. พื้นที่เสี่ยงภยั ระดับตํ่า เปน พน้ื ทท่ี ่ีเกดิ อทุ กภยั รนุ แรงนอ ยและทาํ ความเสียหาย ตอทรพั ยสินของประชาชนไมม าก 3. พ้ืนที่เสี่ยงระดับปานกลาง เปนพ้ืนท่ีท่ีเกิดอุทกภัยปานกลาง และทําความ เสยี หายตอทรัพยส ินของประชาชนมากขน้ึ แตไ มม ีการสญู เสยี ชีวิต 4. พ้ืนที่เสยี่ งภัยระดับสูง เปน พน้ื ที่ทีเ่ กดิ อทุ กภัยรุนแรงมากและทําความเสียหาย ตอชีวิตและทรพั ยสินของประชาชนมากกวาระดับปานกลาง การศึกษาวิธีการพยากรณน้ําทวมจากปริมาณของฝนท่ีตกลงมาไดทําการศึกษา โดย เกวรี พลเก้ิน และวิชัย โทมนตรี (2544 : บทคัดยอ) ซ่ึงไดศึกษาวิธีการพยากรณน้ําทวมที่ เกิดจากปริมาณของฝนท่ีตกลงมาบนพ้ืนโลก และพบวา การปองกันอุทกภัยดวยวิธีการตางๆ สามารถบรรเทาอุทกภัยไดระดับหน่ึง แตอยางไรก็ตามการพยากรณนํ้าทวมยอมมีความจําเปนใน การบรรเทาอุทกภัยเสมอ วิธีการพยากรณนํ้าทวมขึ้นอยูกับลักษณะของพ้ืนท่ีรับน้ํา ในกรณีที่เปน พื้นที่รับนํ้าขนาดเล็ก การใชวิธีการพยากรณน้ําทวมจากฝนท่ีตกในพ้ืนที่ นาจะเปนวิธีท่ีเหมาะสม ท่ีสุด ในโครงการนี้ไดเลือก สถานี E.29 ต้ังอยูที่อําเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ใชวิธีการพยากรณน้ํา ทวมจากฝนในแตละพ้ืนท่ีรับน้ํา ซึ่งพิจารณาเปนอางเก็บนํ้า จะไดวาปริมาณกักเก็บในพ้ืนที่รับน้ํา จะแปรตามอตั ราการไหลออก จากผลการเปรียบเทียบอัตราการไหลท่ไี ดจากการพยากรณกับอัตรา การไหลจรงิ ของฝนแตล ะลูกและแตละชวงเวลา จะพบวา ณ ท่ีเวลาเดียวกันอัตราการไหลท่ีไดจาก การพยากรณจ ะมคี ามากกวาอัตราการไหลจริงเวลาท่ีเกิดอัตราการไหลสูงสุดจากการพยากรณและ เวลาทเ่ี กดิ อตั ราการไหลสูงสุดจริงจะเกดิ ทเี่ วลาใกลเ คียงกัน และเวลาท่ีเกิดอัตราการไหลวิกฤตจาก การพยากรณจะเกิดกอนอัตราการไหลวิกฤตจริงเล็กนอย ซึ่งจะเห็นวาวิธีการพยากรณที่ศึกษาน้ี สามารถนําไปใชในการพยากรณอัตราการไหลที่เกิดจากฝนไดอยางปลอดภัย เน่ืองจากอัตราการ ไหลทพ่ี ยากรณไ ดม ีคา มากกวาอัตราการไหลจรงิ และเวลาท่ีเร่ิมเกิดนํ้าทวมจากการพยากรณมักจะ
16 เกดิ ขึ้นกอนเวลาที่เริ่มนํา้ ทว มจริง ซ่ึงจะชวยทําใหส ามารถเตรยี มการปองกันและลดผลกระทบตอ ความเสียหายที่อาจเกดิ ขน้ึ แกชวี ติ และทรพั ยสินได ความตองการของผูประสบภัยน้ันไดมีการศึกษาโดย อาทิตย เลิศลํ้า (2546 : บทคัดยอ) ไดศกึ ษาเร่อื ง ความตองการของผูประสบภัยนํ้าทวมและการจัดการแกไขปญหานํ้าทวม กรณศี กึ ษา : บานลําปาว อําเภอเข่ือนขันธ จังหวัดกาฬสินธุ พบวา ความตองการของผูประสบภัย น้ําทวม มีความตองการ 2 ชวงคือ ชวงที่นํ้าทวมและชวงท่ีนํ้าลด ในชวงท่ีนํ้าทวม สิ่งที่ตองการ ความชวยเหลือประกอบดวย ขาวสาร อาหาร ซึ่งเปนอาหารประจําทองถิ่น ยารักษาโรค เสื้อผา เครื่องนุงหม เครื่องใชในชีวิตประจําวัน เครื่องใชในครัวเรือน เงินสําหรับใชในชีวิตประจําวัน การดแู ลสขุ ภาพ สวนความตองการหลังนํ้าลด สิ่งที่ตองการความชวยเหลือประกอบดวย วัสดุใช ซอมแซมบานเรือน หองน้ําหองสวม พื้นท่ีท่ีใชอยูอาศัยรวมถึงคาชดเชยความเสียหายของพืชผล ทางการเกษตร และที่ดินทําการเกษตรแหงใหมหรือปรับถมพื้นท่ีอยูอาศัยเดิมใหสูงข้ึน การ ปรบั เปล่ียนนโยบายของหัวหนาโครงการเขื่อนลําปาว ตองการเงินทุนเพ่ือประกอบการลงทุนปลูก มนั สําปะหลงั ขาว เล้ียงวัว ควาย พาหนะสวนกลางของชุมชนสําหรับบรรทุกพืชผักที่ปลูกสงตลาด ตลาดสําหรับจาํ หนา ยพืชผักที่ราคายุติธรรม ในสวนของการชวยเหลือจากรัฐ ส่ิงท่ีผูประสบภัยเห็น วา ควรไดรับการปรบั ปรุง ประกอบดว ย ความรวดเร็วของการชวยเหลือ เชนวัสดุในการซอมแซม บานเรอื น ความครอบคลุม ความโปรงใส การชวยเหลือในระยะยาว การแกไขปญหาน้ําทวม และ เงินทุนในการปลูกมันสําปะหลัง เลี้ยงวัว ควาย และจัดหาพาหนะและตลาดจําหนายพืชผัก ส่ิงที่ ตอ งการมากทส่ี ุด คือการขอขยายขนาดความยาวของตาขายจับปลาจาก 30 เมตร เปน 100 เมตร สรุป การปองกันอุทกภัยน้ันมีหลายวิธี คือตองเพ่ิมการกอสรางคันคูสองฝงลํา หวยและขุดลอกทายประตูระบายนํ้าของเข่ือนระดับนํ้าก็จะลดลง นอกจากน้ีจะตองสํารวจ ตรวจสอบระบบการปองกันนํ้าทวม ซ่ึงรวมไปถึงประตูควบคุมนํ้าดวยถามีการชํารุดเสียหายให ดําเนินการปรับปรุงซอมแซมใหอยูในสภาพที่ดีพรอมใชงานไดตลอดเวลา สวนกรณีนํ้าหลากใน พ้ืนที่ควบคุมใหใชเครื่องสูบน้ําเรงระบายน้ําออก การใชเก็บกักน้ําไวในพื้นที่นาตอนบนของลุมนํ้า สวนเกณฑปริมาณน้ําฝนที่จะสามารถทําใหเกิดนํ้าทวมไดข้ึนอยูกับสภาพภูมิศาสตรแตละพ้ืนท่ี สภาพดิน อิทธิพลของนํา้ หนนุ ซง่ึ แตล ะพ้ืนท่จี ะมีความแตกตางกนั ตามสภาพภูมิประเทศ สวนการ กําหนดพื้นท่ีเส่ียงภัยนั้นไดมีการศึกษาในเขตลุมน้ําภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แบงไดเปน 4 ระดับ มดี งั น้ี 1) ระดับพ้ืนท่ีไมเส่ียงอุทกภัย 2) ระดับความเส่ียงตํ่า 3) ระดับความเส่ียงปานกลาง และ 4) ระดับความเสี่ยงสูง การพยากรณอุทกภัยเปน องคป ระกอบที่สําคัญของการเตือนภัยจากอุทกภัย แต มีขอแตกตางกันที่วาผลลัพธของการพยากรณอุทกภัยเปนชุดของการพยากรณการไหลของ กระแสนํ้า ในหวงเวลาที่กําหนดหรือของน้ําตามจุดตางๆ ในขณะท่ีการเตือนภัยจากอุทกภัยเปน ภารกิจท่ีเกี่ยวของกับการนําขอมูลการพยากรณเหลาน้ีไปใชในการตัดสินใจวาควรจะแจงการ ประกาศเตือนภัยใหประชาชนท่ัวไปไดทราบหรือไมหรือควรจะยกเลิกหรือเพิกถอนคําประกาศ เตือนภัยทีไ่ ดป ระกาศไปกอ นหนาน้นั สวนผลกระทบและการชวยเหลือผูประสบภัยนํ้าทวม การเกิดน้ําทวมใน รายงานที่มีไดรวบรวมมาเปนกรณีของการเกิดท่ีไมรุนแรงคือ กรณีเข่ือนลํามูลบนชํารุด กรณี
17 นํ้าทวมที่จังหวัดนครศรีธรรมราชสาเหตุมาจากนํ้าทวมเฉพาะถ่ินจึงมีผลกระทบตอรางกายไมมาก ผลกระทบดานจิตใจ กรณีของเข่ือนลํามูลบนชํารุดจะมีผลกระทบตอจิตใจมาก เนื่องจากความ หวาดกลัววาเขื่อนจะพังซึ่งจะเสียหายมาก แตก็สามารถซอมแซมเข่ือนไดรับความเสียหายจากนํ้า ทว มจึงไมมาก สว นกรณจี ังหวดั นครศรีธรรมราชไดรบั ความเสียหายมาก การชว ยเหลอื ผูป ระสบภัยนํา้ ทว ม ประกอบดวยการชว ยเหลือในเร่ืองท่ีพักอาศัย ในดานการดูแลสุขภาพอนามัย เครื่องอุปโภค-บริโภค การรักษาความสงบเรียบรอย การประกอบอาชีพ ซง่ึ ผลการชว ยเหลือสวนใหญอยูในเกณฑดี คือผูประสบภัยไดรับเพียงพอและมี ความพึงพอใจในการชวยเหลือในเร่ืองที่ไดรับแตก็มีสวนนอยท่ีตองการใหแกไข เน่ืองจากไดรับไม เพียงพอ หรอื ไมพอใจในความชว ยเหลือในบางสวนทต่ี นเองไมไดร ับ 2.5 กรอบแนวคดิ ของการวจิ ยั จากการทบทวนเอกสาร แนวคิดและทฤษฎีตางๆ ท่ีเก่ียวของ ผูวิจัยไดสรุปเปนกรอบ แนวคิดของการวิจยั ดงั ภาพประกอบที่ 1 ตัวแปรอสิ ระ ตัวแปรตาม ปจจยั สวนบคุ คล ไดแก ความพงึ พอใจของประชาชนตอความ ๑. เพศ ชว ยเหลือของหนวยงานภาครัฐใน ๒. อายุ ระหวางและหลงั ประสบอุทกภยั ๓. ระดับการศึกษา อาํ เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน ๔. รายได ๕. ระยะทาง ปจ จัยจากการไดร ับการ สนับสนนุ ดานตางๆ ดังน้ี - ดานบุคลากร - งบประมาณ - อปุ กรณ เครื่องมือ เครือ่ งจักรกล ยานพาหนะ ภาพประกอบท่ี 1 แผนภูมแิ สดงกรอบแนวคดิ ของการวจิ ัย
18 ทฤษฎี แนวความคิด ระเบียบกฎหมายที่ใชในการศึกษา 1. พ.ร.บ.ปองกันและบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550 2. แผนปองกันและบรรเทาสาธารณภัย ระดับจังหวัด พ.ศ. 2553 – 2557 ของสํานักงาน ปอ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั ขอนแกน 3. แผนปฏิบัติการฉุกเฉินแกไขปญหาอุทกภัย ประจําป 2556 ของสํานักงานปองกันและ. บรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดขอนแกน
บทที่ 3 ระเบียบวธิ วี จิ ัย การวิจัยเร่ือง “ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและหลัง ประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน” ครั้งน้ี เปนการวิจัยเชิง ปริมาณ เพ่ือศึกษาความพึงพอใจของประชาชนท่ีประสบอุทกภัยในเขตอําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน ซ่งึ ผูว จิ ยั ไดก าํ หนดรายละเอยี ดการดาํ เนินการวิจัย ดงั นี้ 3.1 ประชากรกลมุ ตวั อยาง 3.2 เคร่ืองมอื ท่ีใชในการรวบรวมขอมลู 3.3 การสรา งเครือ่ งมอื 3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ มูล 3.5 การวเิ คราะหข อมูล 3.6 สถิติในการวิเคราะหข อ มลู 3.1 ประชากรและกลุม ตัวอยา ง 3.1.1 ประชากร การวิจัยครั้งนี้ใชหนวยครัวเรือนเปนหนวยในการวิเคราะห ดังน้ัน ประชากรที่ใช ในการวิจัยครั้งน้ี คือหัวหนาครัวเรือนในแตละครัวเรือนซึ่งอยูในพื้นที่ไดรับผลกระทบจากอุทกภัย ซํ้าซาก อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน จํานวน 8 ตําบล ไดแก ตําบลชนบท กุดเพียขอม ศรบี ญุ เรอื ง หวยแก วังแสง บานแทน ปอแดง และตําบลโนนพะยอม จํานวนทั้งหมด 8,645 คน ดงั ตารางท่ี 2 ตารางท่ี 2 แสดงจํานวนตําบล หมบู านและหัวหนาครัวเรอื นที่ใชเ ปนประชากรท่ีไดรับ ความเสยี หายจากอทุ กภัยในเขตพ้นื ทีอ่ ําเภอชนบท จังหวดั ขอนแกน ท่ี ตําบล หมูบา น จาํ นวน 1 ชนบท 9 1,026 2 กดุ เพียขอม 7 955 3 ศรีบุญเรอื ง 12 1,235 4 หวยแก 9 1,089 5 วังแสง 9 1,102 6 บานแทน 8 1,048 7 ปอแดง 8 1,068 8 โนนพะยอม 10 1,122 72 8,645 รวม ท่มี า : กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภยั (2556)
20 3.1.2 ขนาดของกลุมตัวอยาง ผูวิจัยใชต ารางสําเร็จรูปในการกาํ หนดขนาดกลมุ ตัวอยางตามวิธขี องยามาเน (Yamane, 1960 อางถึงใน สุวิมล ติรกานนท, 2542 : 155) จากจํานวนประชากร 8,645 ครัวเรือน ไดข นาดกลมุ ตวั อยา ง 280 ครวั เรอื น 3.1.3 การสุม ตวั อยาง ผูวิจัยสุมตัวอยางโดยวิธีการสุมแบบกลุม (Cluster random Sampling) ตาม ขัน้ ตอนตอไปนี้ 3.1.3.1 จากตําบลในเขตพื้นท่ีท่ีเกิดอุทกภัยทั้งหมดของอําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน จํานวน 8 ตาํ บล คอื ตาํ บลชนบท กุดเพียขอม ศรีบญุ เรือง หว ยแก วงั แสง บานแทน ปอแดง และตําบลโนนพะยอม ผูวิจัยสุมตําบลตัวอยางดวย วิธีการจับฉลากไดกลุมตัวอยาง 4 ตาํ บล คอื ตําบลชนบท ศรบี ุญเรอื ง วงั แสง และตาํ บลโนนพะยอม 3.1.3.2 ในแตละตําบลที่สุมไดคํานวณสัดสวนครัวเรือนในแตละตําบลเพ่ือใหได เปน กลมุ ตวั อยางจาํ นวน 280 ครวั เรือน สมุ ตวั อยางมาตาํ บลละ 70 ครวั เรอื น ตารางที่ 3 แสดงจํานวน ตําบล หมบู าน หวั หนา ครวั เรือนและหวั หนาครวั เรือนท่ใี ชเปน กลมุ ตวั อยา ง ลําดับท่ี ตําบล หวั หนา ครวั เรอื นทใี่ ชเปนกลมุ ตวั อยา ง (คน) 1 ชนบท 70 2 ศรีบุญเรอื ง 70 3 วงั แสง 70 4 โนนพะยอม 70 รวม 280 3.2 เครื่องมอื ทีใ่ ชใ นการรวบรวมขอ มูล เครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูลในครั้งน้ี คือแบบสอบถาม ที่ผูวิจัยสรางขึ้น ตาม วัตถุประสงคและสมมตฐิ านการวจิ ัย โดยแบงลักษณะของแบบสอบถามออกเปน 2 ตอน ดังน้ี ตอนท่ี 1 เปนขอ มูลเก่ียวกับสถานภาพของผูตอบ ไดแก เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได และระยะทาง ตวั อยา งเชน 1. เพศ ( ) ชาย ( ) หญงิ 2. อายุ ( ) ต่าํ กวา 30 ป ( ) 30-45 ป ( ) 45 ปข้นึ ไป
21 ตอนท่ี 2 เปนแบบสอบถามปลายปด (closed-ended) มีลักษณะเปนแบบมาตรา สวนประมาณคา (rating-scale) โดยแบงเปน 3 ระดับ ใชรวบรวมขอมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจ ของประชาชนท่ีไดรับความเสียหายจากอุทกภัยเกี่ยวกับความชวยเหลือจากภาครัฐ ผูวิจัยได กาํ หนดคาระดับคะแนน 3 ระดับ ดังนี้ คะแนน 1.34-3.00 หมายถงึ พงึ พอใจ 0.67-1.33 หมายถงึ เฉย ๆ 0.00-0.66 หมายถงึ ไมพึงพอใจ คาํ ชแี้ จง โปรดพิจารณาระดับความพึงพอใจ แลวทําเคร่ืองหมาย / ลงในชองวางที่ตรงกับระดับ ความพึงพอใจ ใหตรงกบั ความเปนจริง และตามความคิดเห็นของทานเกี่ยวกับความชวยเหลือของ ภาครัฐตอประชาชนที่ประสบอทุ กภยั โดยมหี ลักเกณฑต อ ไปน้ี ตัวอยา งการตอบแบบสอบถาม ระดับความพงึ พอใจ ขอความ พึงพอใจ เฉย ๆ ไมพึงพอใจ ................ ....../....... .................. ดานการชว ยเหลืออพยพ คน สตั ว และทรัพยส นิ ......./......... ............. .................. 1. ความรวดเร็วในการใหค วามชวยเหลอื ............. 2. ความเอาใจใสข องเจา หนา ท.่ี ......................... ฯลฯ 3.3 การสรา งเครื่องมอื ในการวจิ ยั คร้ังนี้ ผวู จิ ยั ไดสรา งเคร่อื งมือในการรวบรวมขอ มลู โดยกําหนดข้ันตอน การ สรา งและพฒั นาเครื่องมือ ดงั นี้ 3.3.1 ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎี เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจ ของประชาชนท่ไี ดร บั ความเสยี หายจากอุทกภัย ตลอดจนหนว ยงานที่เก่ียวของในพ้ืนท่ีจริง เพื่อใช ในการกาํ หนดตัวแปรตางๆ ท่ใี ชในการวจิ ัย 3.3.2 นําตัวแปรที่ไดจากการศึกษา แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยตางๆ มาเปน แนวทางในการสรางแบบสอบถามในดานการใหความชวยเหลือการอพยพ การจัดหาท่ีพักอาศัย ช่ัวคราว การใหความชวยเหลือทางดานปจจัย 4 และการฟนฟู ซอมแซมสิ่งท่ีไดรับความเสียหาย จากอทุ กภยั 3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ มูล ผวู จิ ยั ไดด าํ เนินการเกบ็ ขอ มูลตามลําดบั ขน้ั ตอนดังนี้ 3.4.1 ผูว ิจยั ตดิ ตอ ประสาน นายกองคก ารบรหิ ารสวนตําบล เพ่ือช้ีแจงวัตถุประสงคและ ประโยชนที่ไดรับจากการวิจัยพรอมท้ังขอความรวมมือและขออนุญาตเขาเก็บรวบรวมขอมูล ภาคสนาม
22 3.4.2 ผูวิจัยเขาพบกลุมตัวอยางในแตละหมูบานแนะนําตัวเอง เพ่ือช้ีแจงวัตถุประสงค ของการวจิ ัยและดําเนนิ การแจกแบบสอบถามกลุมตัวอยางในกรณีหัวหนาครัวเรือนไมอยู ผูวิจัยใช ตัวแทนในครัวเรือนนน้ั เปนผูตอบแบบสอบถาม ซ่ึงผูตอบแบบสอบถามตองเปนผูท่ีเคยไดรับความ ชวยเหลือจากภาครัฐหลงั ประสบอุทกภยั มาแลว 3.4.3 ตรวจสอบความเรียบรอยของแบบสอบถามทุกฉบับหลังจากทําการแจก แบบสอบถามใหหวั หนาครวั เรือนเรียบรอยแลว ท้ังนี้เพื่อความสมบูรณของขอมูลในแบบสอบถาม ทุกฉบบั 3.5 การวิเคราะหข อมลู ผูวิจัยนําแบบสอบถามท่ีผานการรวบรวมขอมูลเรียบรอยแลวมาทําการวิเคราะหขอมูล โดยมขี น้ั ตอนดงั นี้ 3.5.1 จัดทําคมู อื รหสั 3.5.2 นาํ ขอ มูลทไ่ี ดจากแบบสอบถามของกลมุ ตัวอยางไปวเิ คราะหทางสถติ ดิ ว ย คอมพิวเตอร โดยใชโ ปรแกรมสําเรจ็ รูปทางสถติ ิ 3.5.3 นําผลการวเิ คราะหข อมลู ทางสถติ ลิ งตารางท่ีออกแบบไว แปลผลตารางในรูปของ การบรรยายและอธิบาย สรปุ และอภปิ รายผลการวจิ ัย 3.6 สถติ ิทใี่ ชในการวเิ คราะหข อมลู สถติ ิทใ่ี ชในการวิเคราะหใ นครง้ั นี้ คอื สถติ ิพ้ืนฐาน ไดแก คา รอ ยละ (Percentage) คา เฉลี่ย ( X ) และสว นเบี่ยงเบน มาตรฐาน (S.D.)
บทที่ 4 การวิเคราะหขอ มลู การนาํ เสนอผลการวิเคราะหขอมูลการศึกษาเรื่อง ความพึงพอใจของประชาชน ตอ ความชวยเหลอื ในระหวางและหลงั ประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน เปน การวิเคราะหข อมูลเพ่ืออธิบายเกี่ยวกับตัวแปรแตละตัว ขอมูลดังกลาว ผูวิจัยไดเก็บ รวบรวมจากแบบสอบถามท่ีมีคําตอบครบถวนสมบูรณ จํานวนท้ังส้ิน 280 ชุด ของจํานวน ประชากรที่เปนหัวหนาครอบครัว จาก 4 ตําบล 40 หมูบาน 4,485 ครัวเรือน และในการ วิเคราะหขอมูลสําหรับการวิจัยครัง้ นี้ ผูวิจยั ใชสญั ลกั ษณทางสถติ ใิ นการวเิ คราะห ดังน้ี n แทน จาํ นวนกลมุ ตวั อยาง X แทน คาเฉล่ีย S.D. แทน คา สวนเบย่ี งเบนมาตรฐาน ผลการวิเคราะหขอมูลนําเสนอในรูปของตารางประกอบความเรียง ผูวิจัยกําหนด หวั ขอ ในการนําเสนอผลการวิเคราะหตามลําดับดังน้ี 4.1 ขอมลู ทว่ั ไปของกลุมตวั อยาง 4.2 ผลการวิเคราะหความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลือในระหวางและ หลงั ประสบอทุ กภยั จากหนว ยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวัดขอนแกน 4.3 ขอ เสนอแนะเกยี่ วกบั การใหความชวยเหลือในระหวา งและหลังประสบ อุทกภัยของหนว ยงานภาครฐั อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน 4.1 ขอ มูลท่วั ไปของกลมุ ตวั อยาง ขอมูลท่ัวไปของกลุมตัวอยางเกี่ยวกับเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายไดและ ระยะทาง รายละเอียดดงั ตารางท่ี 4 ตารางที่ 4 แสดงจาํ นวนและรอ ยละของขอ มลู ทว่ั ไปของกลมุ ตวั อยา ง อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน ท่ี รายการ จํานวน (N = รอยละ 1 เพศ รวม 280 ) รวม 154 55.00 - ชาย 126 45.00 - หญิง 280 100.00 2 อายุ 4 1.40 - ต่าํ กวา 30 ป 30 10.70 - 30-45 ป 246 87.90 - 45 ปข้นึ ไป 280 100.00
24 3 ระดบั การศกึ ษา 240 85.70 - ประถมศกึ ษาหรือต่ํากวา 31 11.10 - มธั ยมศกึ ษา 7 2.50 - ประกาศนียบตั รวิชาชพี (ปวช.) หรือ 2 0.70 อนปุ รญิ ญา (ปวส.) 280 100.00 - ปริญญาตรีหรือสูงกวา รวม 10 3.60 14 5.00 4 อาชพี รวม 254 90.70 - รบั จา ง 2 0.70 - คาขาย/ธุรกจิ 280 100.00 - เกษตรกรรม 84 30.00 - อนื่ ๆ ระบุ 178 57.50 35 12.50 5 รายได 280 100.00 - ตํ่ากวา 15,000 บาทตอป 224 80.00 - 15,000-20,000 บาทตอ ป 35 12.50 - มากกวา 20,000 บาทข้ึนไป 21 7.50 รวม 280 100.00 6 ระยะทาง - ต่าํ กวา 5 กโิ ลเมตร - ระหวา ง 5-10 กโิ ลเมตร - มากกวา 10 กโิ ลเมตรข้ึนไป รวม จากตารางท่ี 4 พบวา กลุมตัวอยางสวนใหญเปนเพศชาย มีอายุ 45 ปข้ึนไป คิดเปน รอยละ 87.90 ระดับการศึกษาประถมศึกษา หรือตํ่ากวา รอยละ 85.70 สวนมากประกอบ อาชีพดานเกษตรกรรม ราษฎรสวนมากมีรายไดอยูระหวาง 15,000-20,000 บาทตอป รอยละ 57.50 และมีระยะทางจากบานถึงศูนยอํานวยการชวยเหลือผูประสบอุทกภัยตํ่ากวา 5 กิโลเมตร รอยละ 80.00
25 4.2 ผลการวิเคราะหค วามพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลอื ในระหวางและหลงั ประสบอุทกภยั จากหนว ยงานภาครฐั อําเภอชนบท จังหวดั ขอนแกน ผลการวิเคราะหภาพรวมและรายดานเกี่ยวกับความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลอื ในระหวางและหลังประสบอุทกภยั จากหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน โดยรวมในแตล ะดาน และรายละเอียดในแตล ะดา น ดงั ตารางท่ี 5 ตารางที่ 5 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น ท่ี กจิ กรรมบริการ ระดบั ความพงึ พอใจ X S.D. ระดับ 1 ดา นการอพยพ คน สตั ว และทรัพยส ิน 1.24 .37 เฉย ๆ 2 ดานจัดหาทพี่ กั อาศัยช่ัวคราว 1.21 .36 เฉย ๆ 3 การใหความชวยเหลอื ดานปจจยั พื้นฐาน 1.48 .32 พงึ พอใจ 4 การใหค วามชวยเหลือดานการฟน ฟแู ละ 1.46 .52 พึงพอใจ บรู ณะ รวม 1.35 .28 พึงพอใจ จากตารางที่ 5 พบวาความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอทุ กภยั จากหนว ยงาน ภาครฐั อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน โดยภาพรวมอยูใน ระดบั มีความพึงพอใจอยูในระดับพึงพอใจ ดานการใหความชวยเหลือดานปจจัยพื้นฐานมากท่ีสุด รองลงมาคือ ดานการใหความชวยเหลือดานการฟนฟูและบูรณะและตํ่าที่สุดคือ ดานจัดหาที่พัก อาศัยชวั่ คราว ตารางท่ี 6 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน ดานการอพยพ คน สตั ว และทรพั ยสิน ท่ี ดา นการอพยพ คน สัตว และทรพั ยส ิน ระดับความพึงพอใจระดบั 1. ความชดั เจนของขาวสารประชาสมั พันธ X S.D. 2. มคี วามรวดเร็วในการใหบรกิ าร 0.82 .57 เฉย ๆ 3. มีความเสมอภาคในการใหบรกิ าร 1.26 .64 เฉย ๆ 4. ความเอาใจใสของเจาหนา ที่ 1.32 .63 เฉย ๆ 5. ความสุภาพออ นโยนของเจาหนาที่ 1.27 .58 เฉย ๆ 6. ความซือ่ สัตย สจุ ริต โปรง ใสของผูใหบริการ 1.51 .51 พึงพอใจ 1.27 .47 เฉย ๆ รวม 1.24 .37 เฉย ๆ
26 จากตารางท่ี 6 พบวา ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอทุ กภัยจากหนวยงาน ภาครฐั อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ดานการอพยพ คน สัตว และทรัพยสิน โดยภาพรวมอยูในระดับเฉยๆ เม่ือพิจารณารายขอ พบวา ดานความสุภาพ ออนโยนของเจาหนาที่มากท่ีสุด รองลงมาคือ มีความเสมอภาคในการใหบริการ และขอที่ต่ําสุด คอื ความชดั เจนของขา วสารประชาสัมพันธ ตารางที่ 7 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน ดานจัดหาที่พักอาศยั ชัว่ คราว ระดับความพึงพอใจ ท่ี ดานจดั หาที่พักอาศยั ชว่ั คราว X S.D. ระดับ 1. ความรวดเร็วทนั ตอ เหตุการณของการให 1.06 .60 เฉย ๆ บรกิ าร 2. สถานทีแ่ ละส่งิ อํานวยความสะดวกให 1.36 .56 พึงพอใจ บริการ 3. ความทัว่ ถึงและส่ิงอํานวยความสะดวกท่ีให 1.16 .71 เฉย ๆ บรกิ าร 4. ความเอาใจใสกระตอื รอื รนของเจาหนาท่ี 1.14 .57 เฉย ๆ ผใู หบริการ 5. ความสุภาพออ นโยนของเจา หนาท่ีผใู ห 1.40 .51 พึงพอใจ บริการ 6. การจดั ลําดับความเรงดวนในการใหบ ริการ 1.16 .39 เฉย ๆ รวม 1.21 .36 เฉย ๆ จากตารางที่ 7 พบวา ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ดานจัดหาที่พักอาศัย ชวั่ คราวโดยภาพรวมอยใู นระดับเฉย ๆ และเมือ่ พจิ ารณารายขอพบวาขอความสุภาพออนโยนของ เจาหนาท่ีผูใหบริการมากท่ีสุด รองลงมาคือ ขอสถานที่และสิ่งอํานวยความสะดวกที่ใหบริการ และขอทต่ี า่ํ สุด คือ ขอ ความรวดเรว็ ทันตอเหตกุ ารณของการใหบ รกิ าร ตารางที่ 8 แสดงคา เฉลย่ี และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลือในระหวา งและหลังประสบอทุ กภยั จากหนวยงานภาครฐั อําเภอชนบท จังหวัด ขอนแกน ดานการใหค วามชว ยเหลือดานปจ จัยพ้ืนฐาน
27 ท่ี ดานการใหความชวยเหลือดา นปจจยั พื้นฐาน ระดับความพึงพอใจ X S.D. ระดบั 1. ความรวดเร็วทนั ตอ เหตกุ ารณของการให 1.57 .76 พงึ พอใจ บรกิ าร 2. ความทั่วถึงและเสมอภาคของการใหบ รกิ าร 1.83 .49 พึงพอใจ 3. ความสุภาพออนโยนของเจา หนาที่ 1.93 .28 พงึ พอใจ 4. ความซ่อื สัตย สุจริต โปรงใสของผใู หบริการ 1.72 .45 พึงพอใจ 5. การจดั สถานทแี่ ละสิ่งอาํ นวยความสะดวก 1.50 .61 พงึ พอใจ ตา ง ๆ ณ ท่จี ุดบริการ 6. ความตอเนื่องในการใหบ ริการ .36 .71 ไมพ ึงพอใจ รวม 1.48 .32 พงึ พอใจ จากตารางที่ 8 พบวา ความพึงพอใจของประชาชนตอ ความชว ยเหลอื ในระหวางและ หลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน ดา นการใหค วามชวย เหลอื ดานปจจยั พ้ืนฐานโดยภาพรวมอยูในระดับพึงพอใจ และเมื่อพิจารณารายขอพบวา ขอ ความ สุภาพออ นโยนของเจาหนา ท่ีมากท่ีสดุ รองลงมาคือขอ ความทั่วถึงและเสมอภาคของการใหบ ริการ และขอท่ตี า่ํ สดุ คือ ขอความตอเนื่องในการใหบรกิ าร ตารางท่ี 9 แสดงคา เฉลี่ยและสวนเบ่ียงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชว ยเหลือในระหวา งและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครฐั อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ดา นการใหความชว ยเหลอื ดานการบรู ณะและการฟนฟู ท่ี ดานการใหค วามชวยเหลอื ดานการบรู ณะ ระดับความพึงพอใจ และการฟนฟู X S.D. ระดับ 1. ความรวดเรว็ ในการใหบ ริการ 1.18 .92 เฉย ๆ 2. ความทว่ั ถึงและเสมอภาคของการใหบริการ 1.26 .92 เฉย ๆ 3. ความเอาใจใสกระตือรือรน ของเจา หนาท่ี 1.52 .64 พึงพอใจ ผูใ หบรกิ าร 4. ความสภุ าพออ นโยนของเจาหนาทีผ่ ใู ห 1.79 .47 พึงพอใจ บริการ 5. ความซ่อื สตั ย สุจรติ โปรงใสของผูใหบริการ 1.54 .54 พึงพอใจ รวม 1.46 .52 พงึ พอใจ จากตารางที่ 9 พบวา ความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน ดานการใหความ ชวยเหลือดานการบูรณะและการฟนฟูโดยภาพรวมอยูในระดับพึงพอใจ และเม่ือพิจารณารายขอ พบวา ขอ ความสภุ าพออนโยนของเจาหนาท่ีผูใหบริการมากท่ีสุด รองลงมาคือ ขอความซื่อสัตย สจุ รติ โปรง ใสของผใู หบ ริการ และขอ ที่ตา่ํ สดุ คือ ขอความรวดเรว็ ในการใหบ รกิ าร
ตารางท่ี 10 แสดงการเปรียบเทยี บคาเฉลีย่ และสว นเบยี่ งเบนมาตรฐานความพงึ พอใจ หนวยงาน ภาครฐั อาํ เภอชนบท จงั หวัดขอนแกน โดยภาพรวมและรายด ความพึงพอใจของประชาชนตอ ความ ตา่ํ กวา 30 ป ชว ยเหลือในระหวางและหลังประสบ X S.D. แปลผล 1.30 .41 เฉย ๆ อทุ กภยั จากหนว ยงาน ภาครัฐ 1.33 .52 เฉย ๆ 1. ดา นการอพยพ คน สัตวแ ละทรัพยสิน 1.47 .24 พึงพอใจ 2. ดา นจดั หาที่พักอาศัยช่ัวคราว 1.83 .26 พึงพอใจ 3. ดา นการใหความชวยเหลือดานปจจยั 1.49 .29 พงึ พอใจ พ้นื ฐาน 4. ดา นการใหค วามชวยเหลอื ดานการ ฟน ฟูและบรู ณะ รวม จากตารางท่ี 10 พบวา ความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชว ยเหลือในระห ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น จาํ แนกตามอายุ อยใู นระดบั พงึ พอใจแตล ะกลมุ
จของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวา งและหลงั ประสบอุทกภัยจาก ดาน จาํ แนกตามอายุ อายุ 45 ปข นึ้ ไป 28 30 – 45 ป X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 1.23 .35 เฉย ๆ 1.30 .47 เฉย ๆ 1.21 .35 เฉย ๆ 1.24 .42 เฉย ๆ 1.49 .32 พึงพอใจ 1.42 .38 พงึ พอใจ 1.37 .59 พึงพอใจ 1.46 .51 พงึ พอใจ 1.33 .35 เฉย ๆ 1.35 .27 พงึ พอใจ หวา งและหลงั ประสบอุทกภยั จากหนว ยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวัด มอายุมีคาเฉลี่ยความพึงพอใจใกลเ คยี งกัน
ตารางท่ี 11 แสดงการเปรียบเทยี บคา เฉลย่ี และสวนเบีย่ งเบนมาตรฐานความพึงพอใจ หนวยงาน ภาครัฐ อาํ เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายด ความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความ ระดับประถมศกึ ษาหรือต่ํากวา ระดบั มัธ ชว ยเหลือในระหวางและหลงั ประสบ X S.D. แปลผล X S. อุทกภยั จากหนวยงาน ภาครัฐ 1.23 .36 เฉย ๆ 1.40 .4 1. ดานการอพยพ คน สัตวและ ทรพั ยสิน 1.20 .35 เฉย ๆ 1.32 .4 1.49 .32 พงึ พอใจ 1.42 .3 2. ดา นจดั หาทีพ่ ักอาศยั ช่ัวคราว 3. ดา นการใหความชว ยเหลือดา น 1.46 .52 พงึ พอใจ 1.34 .4 ปจจยั พนื้ ฐาน 1.35 .27 พงึ พอใจ 1.37 .3 4. ดา นการใหค วามชว ยเหลอื ดา นการ ฟน ฟูและบูรณะ รวม จากตารางที่ 11 พบวาความพงึ พอใจของประชาชนตอความชว ยเหลอื ใน จงั หวัดขอนแกน โดยภาพรวมและรายดาน จาํ แนกตามระดับการศึกษาระดบั ประถมศ หรอื อนุปรญิ ญา (ปวส.) อยูในระดับพึงพอใจ สว นระดบั ปริญญาตรีหรือสงู กวา อยใู นระด
จของประชาชนตอ ความชวยเหลือในระหวางและหลงั ประสบอุทกภัยจาก ดาน จําแนกตามระดับการศกึ ษา ระดบั การศึกษา ระดบั ประกาศนยี บตั รวิชาชีพ ธยมศึกษา (ปวช.) หรอื อนปุ ริญญา (ปวส.) ระดบั ปริญญาตรหี รอื สูงกวา .D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 43 พึงพอใจ 1.46 .44 พงึ พอใจ .67 - ไมพ งึ พอใจ 44 เฉย ๆ 1.50 .58 พงึ พอใจ .33 - ไมพึงพอใจ 32 พงึ พอใจ 1.54 8.333E-02 พึงพอใจ .33 - ไมพ ึงพอใจ 29 29 29 48 พึงพอใจ 1.80 .23 พึงพอใจ .00 - ไมพึงพอใจ 35 พงึ พอใจ 1.57 .30 พึงพอใจ .33 - ไมพึงพอใจ นระหวา งและหลงั ประสบอุทกภยั จากหนว ยงาน ภาครฐั อําเภอชนบท ศึกษาหรือตํ่ากวา ระดับมัธยมศึกษา และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ดับไมพ ึงพอใจ
ตารางที่ 12 แสดงการเปรยี บเทยี บคาเฉลีย่ และสวนเบีย่ งเบนมาตรฐานความพงึ พ หนวยงาน ภาครฐั อาํ เภอชนบท จังหวัดขอนแกน โดยภาพรวมและราย ความพึงพอใจของประชาชนตอความ ชวยเหลอื ในระหวางและหลังประสบ รบั จา ง คาขาย อุทกภัยจากหนว ยงาน ภาครฐั X S.D. แปลผล X S. 1. ดา นการอพยพ คน สตั วแ ละ 1.13 .54 เฉย ๆ 1.55 .4 ทรพั ยสิน 1.10 .22 เฉย ๆ 1.45 .5 2. ดา นจัดหาท่พี กั อาศัยชว่ั คราว 3. ดานการใหความชวยเหลือดา น 1.53 .14 พึงพอใจ 1.40 .4 ปจจยั พ้ืนฐาน 4. ดานการใหความชว ยเหลอื ดา นการ 1.56 8.944E-02 พงึ พอใจ 1.40 .7 ฟน ฟูและบูรณะ รวม 1.33 .23 เฉย ๆ 1.45 .4 จากตารางท่ี 12 พบวาความพงึ พอใจของประชาชนตอความชวยเหลือใ ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น จําแนกตามอาชีพ รบั จา ง คา ขาย/ธุรกิจ เกษตร
พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลือในระหวา งและหลังประสบอทุ กภัยจาก ยดาน จําแนกตามอาชีพ อาชีพ เกษตรกรรม X 30อืน่ ๆ ย/ธุรกจิ S.D. แปลผล S.D. แปลผล .83 30.23 ไมพ งึ พอใจ .D. แปลผล X .36 เฉย ๆ 30 45 พึงพอใจ 1.24 .47 ไมพงึ พอใจ 52 พึงพอใจ 1.21 .36 เฉย ๆ .67 .59 ไมพ งึ พอใจ 42 พงึ พอใจ 1.49 .32 พึงพอใจ .75 77 พงึ พอใจ 1.46 1.13 ไมพึงพอใจ 41 พงึ พอใจ 1.35 .51 พงึ พอใจ .80 .61 ไมพึงพอใจ .27 พึงพอใจ .76 ในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบทจังหวัด รกรรม อยใู นระดบั พึงพอใจ สวนอืน่ ๆ อยูใ นระดับไมพึงพอใจ
ตารางที่ 13 แสดงการเปรยี บเทียบคา เฉล่ียและสว นเบีย่ งเบนมาตรฐานความพึงพอใจ หนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน โดยภาพรวมและรายด ความพงึ พอใจของประชาชนตอความ ต่ํากวา 15,000 ชว ยเหลือในระหวา งและหลังประสบ X S.D. แปลผล 1.19 .35 เฉย ๆ อทุ กภยั จากหนว ยงาน ภาครัฐ 1.16 .32 เฉย ๆ 1. ดา นการอพยพ คน สัตวและทรพั ยสนิ 1.45 .31 พงึ พอใจ 2. ดา นจดั หาที่พักอาศัยชว่ั คราว 1.41 .52 พึงพอใจ 3. ดานการใหค วามชวยเหลอื ดานปจจัย 1.30 .25 เฉย ๆ พ้ืนฐาน 4. ดานการใหค วามชว ยเหลอื ดานการ ฟนฟูและบรู ณะ รวม จากตารางที่ 13 พบวาความพึงพอใจของประชาชนตอ ความชว ยเหลอื ในระห ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดา น จําแนกตามรายไดอ ยูในระดบั พงึ พอใจ
จของประชาชนตอ ความชว ยเหลือในระหวางและหลงั ประสบอุทกภยั จาก ดา น จําแนกตามรายได รายได มากกวา 20,000 15,000-20,000 X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล 1.27 .37 เฉย ๆ 1.33 .41 เฉย ๆ 1.26 .37 เฉย ๆ 1.19 .45 เฉย ๆ 31 31 31 1.51 .33 พึงพอใจ 1.51 .36 พงึ พอใจ 1.48 .50 พงึ พอใจ 1.55 .62 พงึ พอใจ 1.38 .29 พึงพอใจ 1.39 .32 พึงพอใจ หวางและหลงั ประสบอุทกภัยจากหนว ยงานภาครัฐ อาํ เภอชนบท จงั หวัด
ตารางที่ 14 แสดงการเปรยี บเทียบคา เฉลี่ยและสว นเบี่ยงเบนมาตรฐานความพงึ พอใจ หนวยงาน ภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน โดยภาพรวมและราย อทุ กภัย ความพงึ พอใจของประชาชนตอความ ระยะทางจาก ชวยเหลอื ในระหวางและหลงั ประสบ ตาํ่ กวา 5 กโิ ลเมตร X S.D. แปลผล อุทกภัยจากหนวยงาน ภาครฐั 1.27 .36 เฉย ๆ 1. ดานการอพยพ คน สัตวแ ละทรพั ยสิน 1.25 .36 เฉย ๆ 2. ดานจดั หาที่พักอาศัยชั่วคราว 1.50 .33 พงึ พอใจ 3. ดานการใหค วามชว ยเหลอื ดา นปจจัย 1.52 .48 พงึ พอใจ 1.38 .27 พงึ พอใจ พน้ื ฐาน 4. ดา นการใหความชว ยเหลอื ดานการ ฟน ฟแู ละบูรณะ รวม จากตารางที่ 14 พบวาความพึงพอใจของประชาชนตอความชว ยเหลือในระ ขอนแกน โดยภาพรวมและรายดาน จาํ แนกตามระยะทางจากบานถึงศูนยอํานวยการ
จของประชาชนตอ ความชว ยเหลือในระหวา งและหลงั ประสบอทุ กภัยจาก ยดา น จาํ แนกตามระยะทางจากบานถงึ ศนู ยอํานวยการชว ยเหลอื ผปู ระสบ กบานถงึ ศนู ยอํานวยการชว ยเหลอื ผปู ระสบอุทกภยั ระหวาง 5-10 กโิ ลเมตร มากกวา 10 กโิ ลเมตรขนึ้ ไป S.D. แปลผล S.D. แปลผล X X 1.19 .32 เฉย ๆ 1.03 .37 เฉย ๆ 1.06 .35 เฉย ๆ 1.03 .34 เฉย ๆ 32 32 32 1.35 .33 พงึ พอใจ 1.45 .25 พงึ พอใจ 1.18 .64 เฉย ๆ 1.17 .58 เฉย ๆ 1.19 .30 เฉย ๆ 1.17 .23 เฉย ๆ ะหวา งและหลังประสบอุทกภยั จากหนว ยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จงั หวัด รชวยเหลือผูป ระสบอทุ กภยั อยใู นระดบั เฉย ๆ
บทท่ี 5 สรุปและอภิปรายผล สรปุ ผลงานศึกษาเร่ืองความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวาง และหลงั ประสบอทุ กภัยจากหนว ยงานภาครฐั อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน สามารถอภิปรายผล ของการศึกษาเปรียบเทียบกับแนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เก่ียวของที่ผูวิจัยไดทําการสืบคนและ นําเสนอไวใ นบทท่ี 2 การนําผลการศึกษาไปใชในทางปฏิบัติ และขอเสนอแนะสําหรับการวิจัยคร้ัง ตอ ไป 5.1 สรุปผลการศกึ ษา ผลการศึกษาดานคุณสมบัติของผูตอบแบบสอบถาม และผลสรุปตาม วัตถุประสงค มีดงั น้ี 5.1.1 ประชากรกลุมตัวอยางของจํานวนประชากรที่เปนหัวหนาครอบครัว จาก 4 ตําบล 40 หมูบาน 4,485 ครัวเรือน สวนใหญเปนเพศชาย มีอายุ 45 ปข้ึนไป คิดเปนรอยละ 87.90 ระดับการศึกษาประถมศึกษา หรือต่ํากวา รอยละ 85.70 สวนมากประกอบอาชีพดาน เกษตรกรรม ราษฎรสวนมากมีรายไดอยูระหวาง 15,000-20,000 บาทตอป รอยละ 57.50 และมี ระยะทางจากบานถงึ ศูนยอ าํ นวยการชว ยเหลอื ผูประสบอุทกภัยต่ํากวา 5 กโิ ลเมตร รอยละ 80.00 5.1.2 จากการศึกษาความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอทุ กภยั จากหนวยงาน ภาครฐั อาํ เภอชนบท จงั หวัดขอนแกน โดยภาพรวมอยูในระดับ มีความพึงพอใจอยูในระดับพึงพอใจ ดานการใหความชวยเหลือดานปจจัยพ้ืนฐานมากท่ีสุด รองลงมาคือ ดานการใหความชวยเหลือดานการฟนฟูและบูรณะและต่ําท่ีสุดคือ ดานจัดหาที่พัก อาศัยชั่วคราว และเมื่อพจิ ารณาเปน รายดาน พบวา 1. ดานการอพยพ คน สัตว และทรัพยสิน ท่ีผูประสบภัยมีความพึงพอใจมาก ท่สี ดุ ไดแ ก ดานความสภุ าพออนโยนของเจาหนาท่ีมากที่สุด รองลงมาคือ มีความเสมอภาคในการ ใหบรกิ าร และขอทตี่ ่ําสดุ คือ ความชดั เจนของขาวสารประชาสมั พนั ธ 2. ดานจัดหาท่ีพักอาศัยชั่วคราวโดยภาพรวมอยูในระดับเฉย ๆ และเม่ือ พิจารณารายขอพบวาขอความสุภาพออนโยนของเจาหนาที่ผูใหบริการมากท่ีสุด รองลงมาคือ ขอ สถานท่ีและส่ิงอํานวยความสะดวกท่ีใหบริการ และขอท่ีตํ่าสุด คือ ขอความรวดเร็วทันตอ เหตกุ ารณของการใหบ ริการ 3. ดานการใหความชวย เหลอื ดา นปจจยั พน้ื ฐาน โดยภาพรวมอยูในระดับพึง พอใจ และเม่ือพิจารณารายขอพบวา ขอ ความสภุ าพออนโยนของเจา หนาท่ีมากทสี่ ดุ รองลงมาคือ ขอ ความทัว่ ถงึ และเสมอภาคของการใหบริการและขอทีต่ า่ํ สุด คือขอความตอเน่ืองในการใหบ ริการ 4. ดานการใหความชวยเหลือดานการบูรณะและการฟนฟู โดยภาพรวมอยูใน ระดับพึงพอใจ และเมื่อพิจารณารายขอพบวา ขอความสุภาพออนโยนของเจาหนาท่ีผูใหบริการ
34 มากท่ีสุด รองลงมาคือ ขอความซ่ือสัตย สุจริต โปรงใสของผูใหบริการ และขอท่ีตํ่าสุด คือ ขอ ความรวดเรว็ ในการใหบ รกิ าร 5.1.3 จากการศึกษาปญหาและอุปสรรค หรือขอเสนอแนะและความคิดเห็นในการ ตอบแบบสอบถาม ของประชาชนเก่ียวกับการใหความชวยเหลือผูประสบอุทกภัยโดยใชขอมูลจาก แบบสอบถาม ในสวนของคําถามปลายเปด (Open end) จากแบบสอบถามท้ังหมด ผูที่ตอบ แบบสอบถามปลายเปดจํานวน 280 คน คดิ เปน รอยละ 36.20 ของท้ังหมด สรุปเปนขอ ๆ ดงั น้ี 1. ความรวดเร็วและทนั ตอเหตุการณข องการใหความชว ยเหลือดานเมล็ดพันธุ พืชใหทนั ตามฤดูกาลเพาะปลกู เชน เมลด็ พนั ธขุ าวหลังนาํ้ ลด พ้ืนดินยงั มีความชมุ ชนื้ อยู ถาไดเมล็ด พนั ธุพชื กจ็ ะสามารถเพาะปลูกได เมล็ดพันธุผักตาง ๆ ก็สามารถปลูกไดจนกวาน้ําจะแหงแลงเขาสู ฤดูหนาว เราก็สามารถเก็บเก่ียวผลผลิตได 2. ดานปจจัยพื้นฐานในชวงนํ้าทวมตองการใหความชวยเหลืออยางท่ัวถึง และ. โปรงใส กรณีครอบครัวท่ีอยูหางไกลศูนยชวยเหลือผูประสบภัยไมมีพาหนะมารับ พอมารับ วันหลังก็หมดไปแลว ทําใหไ มไดร ับความชวยเหลืออยางทวั่ ถงึ 3. ในระหวางนํ้าทวม อยากใหชวยเหลือดานปจจัยพ้ืนฐานอยางตอเน่ือง เพราะทางครอบครัวตั้งแตน้ําทวมจนน้ําลดไดรับการชวยเหลือถุงยังชีพเพียงคร้ังเดียวควรจะให ความชวยเหลอื เปนระยะอยางนอยสัปดาหล ะ 1 ครงั้ จนกวาน้าํ จะลดเขาสูส ภาวะปกติ 4. การใหค วามชว ยเหลอื หลงั นํ้าลด ตองการใหความชวยเหลือวสั ดุซอมแซม บานเรือน หองนํ้า หองสวม ความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรใหคุมคากับขอมูลความ เสียหายท่ีเปนจรงิ 5.2 อภิปรายผล จากผลการวิจัยโดยภาพรวม พบวาประชาชนอําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน มีความ พึงพอใจตอความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐในระดับ ปานกลางและเมือ่ วิเคราะหเ ปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนในเร่ืองดังกลาวตามเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได และระยะทาง พบวาตัวแปรที่สําคัญทําใหประชาชนพึงพอใจ ตางกันคือ ระดับการศึกษา ระยะทาง อาชีพและรายได ผูวิจัยนําผลการวิจัยมากําหนดเปน ประเด็นเพ่อื การอภปิ รายผล ดงั นี้ 1. ความพงึ พอใจของประชาชนตอ ความชวยเหลอื ในระหวา งและหลงั ประสบ อุทกภัยจากหนว ยงานภาครัฐ อาํ เภอชนบท จงั หวดั ขอนแกน ผลการวจิ ัย พบวาประชาชนในอําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน มีความพึงพอใจตอ ความชวยเหลือในระหวางและหลังประสบอุทกภัยจากหนวยงานภาครัฐในระดับพึงพอใจท่ีเปน อยางนี้ อาจจะมีสวนนอยที่มีความรูสึกเฉย ๆ และไมพึงพอใจตอหนวยงานภาครัฐท่ีมาใหบริการ อาจจะเปนเพราะ การชวยเหลือของหนวยงานภาครัฐยังลาชาไมทันกับสถานการณที่เกิดข้ึน และ อาจจะไปไมทั่วถึงในบางพ้ืนท่ีท่ีอยูใกลและไมมีเรือท่ีจะเขาไปใหความชวยเหลือซึ่งอาจจะเกิดจาก การประชาสัมพันธไมชัดเจนและไมทั่วถึง ทําใหประชาชนท่ีไดรับความเดือดรอนไมไดรับความ ชวยเหลือไดท่ัวถึงและทันตอเหตุการณ และจากประสบการณของผูวิจัยซึ่งปฏิบัติดานการ
35 ชวยเหลือผูประสบอุทกภัยมาระยะหน่ึง พบวา ประชาชนผูประสบอุทกภัยมีความตองการความ ชวยเหลือจากทุกภาคสวนมากที่สุด และสวนมากหนวยงานภาครัฐจะสนองความตองการของ ประชาชนไดไมท่ัวถึงและไมทันตอเหตุการณเทาที่ควร เน่ืองจากมีขอจํากัดดานงบประมาณและ อตั รากําลังของบุคลากรของหนวยงานภาครัฐมีจํานวนจํากัด จึงทําใหประชาชนมีแนวคิดวา รัฐไม มีความจริงใจกับประชาชนเทาที่ควร ทั้งน้ีเนื่องจากการเกิดอุทกภัยเปนภัยพิบัติซ่ึงเกี่ยวของกับ ชีวิตและทรัพยส ิน ซึ่งสง ผลตอ ความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด หากเกิดภัย พิบัติประชาชนยอมมีความตองการชวยเหลือเพ่ือใหเกิดความปลอดภัย ซ่ึงเปนความตองการ จําเปนท่ีมนุษยทุกคนตองการสอดคลองกับทฤษฎีความตองการตามลําดับข้ันของ มาสโลว (Maslow, 2549) ซ่งึ ไดแ บง ความตอ งการของมนุษยอ อกเปน 5 ระดับ คอื 1) ความตองการดาน รางกาย 2) ความตองการดานความปลอดภัยหรือความมั่นคง 3) ความตองการดานสังคม 4) ความตอ งการการยอมรบั ในสงั คมหรือไดร ับการยกยองในสังคม 5) ความตองการบรรลุเปาหมาย สูงสุดในชีวิต จะเห็นไดวา ประชาชนท่ีประสบอุทกภัยยอมมีความตองการดานรางกายและความ ตองการดานความปลอดภัยหรือความม่ันคง ซ่ึงสวนหนึ่งตองอาศัยความชวยเหลือจากหนวยงาน ภาครัฐเปนหลักใหญ หากรัฐทําไดก็จะชวยใหประชาชนมีความสุขในการดํารงชีวิตแมวาจะอยู ในชวงประสบอุทกภัยก็ตาม สอดคลองกับหลักมนุษยสัมพันธที่วา มนุษยจะเกิดความพึงพอใจได เม่ือมนุษยมีความสุข ไดรับเกียรติ ความไววางใจ และไดรับผลประโยชน (Skinner) (ศิริวรรณ เสรีรัตน, 2541 : 125-126) สวน การชวยเหลือกันเองในกลุมประชาชนที่ประสบอุทกภัยดวยกัน อาจจะมีบาง เชน การใหกําลังใจ การแบงปนสิ่งจําเปนเล็ก ๆ นอย ๆ เทาท่ีแตละคนพึงมีและ สามารถแบงปนได แตก็คอนขางมีขอจํากัดสูง เนื่องจากตางก็ไดรับความเดือดรอนจากอุทกภัย เหมือน ๆ กัน ในการชวยเหลือซ่ึงกันและกันเปนไปอยางลําบาก เพราะไมมีเครื่องมืออุปกรณใน การใหความชว ยเหลอื ตองรอใหหนว ยงานภาครัฐเขา มาชวยเหลือ 2. ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือในระหวางและ หลังประสบอทุ กภัยจากหนวยงาน ภาครัฐ อาํ เภอชนบท จังหวดั ขอนแกน จากผลการวิเคราะหเปรียบเทียบความพึงพอใจของประชาชนตอความชวยเหลือ ในระหวางและหลังประสบอุทกภัยของหนวยงานภาครัฐ อําเภอชนบท จังหวัดขอนแกน พบวาตัว แปรสําคัญท่ีทําใหประชาชนพึงพอใจตอความชวยเหลือของรัฐตางกันคือ ระดับการศึกษา ระยะทาง อาชีพ และรายได หมายความวา ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาตางกัน ระยะทาง (จาก ทีพ่ ักไปยงั ศูนยใ หความชว ยเหลือ) ตา งกัน และรายไดต า งกัน จะมคี วามพึงพอใจตอความชวยเหลือ จากหนว ยงานภาครฐั ตางกัน ที่เปนเชนน้ีดวยเหตผุ ลดังตอ ไปนี้ 2.1 ระดับการศึกษา ประชาชนผูประสบอุทกภัยที่มีระดับการศึกษาตางกันมี ความพึงพอใจตอความชวยเหลือจากหนวยงานภาครัฐตางกันท่ีเปนเชนน้ี เพราะวา ประชาชนที่มี ระดับการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ํากวาจะมีความรูสึกวา เจาหนาท่ีของรัฐเปนเจานายจะ รสู กึ เกรงกลวั เม่ือทางราชการจัดหาอะไรมาใหก็มีความรูสึกวาดีและพอใจแลวจะแตกตางจากผูที่ มีระดบั การศึกษาที่สงู กวา จะมีความตองการและเงือ่ นไขของความตอ งการและมักจะมีความรูสึกวา รัฐควรจะใหความชว ยเหลอื มากกวาน้ี เม่ือมีความตองการแลวไมไดรับการตอบสนองความรูสึกพึง พอใจก็ไมเกิดขึ้น ซึ่งสอดคลองกับแนวคิดของ ชริณี เดชจินดา (2535 : 14) ที่กลาววา ความพึง พอใจ หมายถึงความรูสึกหรือทัศนคติของบุคคลท่ีมีตอส่ิงใดส่ิงหน่ึงหรือปจจัยตาง ๆ ท่ีเก่ียวของ
Search