Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือหลักสูตร อสม.2

คู่มือหลักสูตร อสม.2

Published by Mezee Ji, 2023-06-05 02:25:06

Description: คู่มือหลักสูตร อสม.2

Search

Read the Text Version

มดลกู มดลูกจะลดขนาดและระดับลงทันทีที่ทารกและรกคลอดสมบูรณ์ หลังคลอดทันทีมดลูกจะอยู่ระดับสะดือ หรือเหนอื สะดอื เล็กน้อย เอยี งไปด้านขวา มลี ักษณะเปน็ ก้อนแข็งเนื่องจากเกิดการหดรัดตัวของมดลูก และมดลูกจะมี การลดระดบั ลงวันละประมาณ ½ - 1 นิ้ว เพ่อื กลับคนื เขา้ สภู่ าวะปกติ เรียกว่า “มดลูกเข้าอู่ ” น้ำคาวปลา เปน็ สง่ิ ที่ถูกขบั ออกจากโพรงมดลูก เกดิ จากการขาดเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อมดลูกขณะทีม่ ดลูกหดรัดตัว และ เยื่อบุโพรงมดลูกบุสลาย ฝ่อลงและหลุดออกมาเป็นน้ำคาวปลา น้ำคาวปลามีกลิ่นปกติไม่เหม็นเน่า สีค่อยๆ จางลง ภายใน 3 สัปดาห์หลงั คลอด น้ำคาวปลาแบง่ ออกเปน็ 3 ระยะ คอื 1. น้ำคาวทถ่ี กู ขบั ออกมาในชว่ ง 3 วนั แรกหลงั คลอด จะมสี ีแดง หรือน้ำตาลเข้ม เนอื่ งจากแผลภายในโพรงมดลูกยังไม่ หายดี น้ำคาวปลาชนิดนีจ้ ะประกอบดว้ ยนำ้ คร่ำ เศษเยอ่ื ห้มุ ทารก เยอ่ื บมุ ดลกู ขน ไข ขเ้ี ทา 2. น้ำคาวปลาที่ถูกขับออกมาในช่วง 4 – 9 วันหลังคลอด มีสีน้ำตาลจาง สีชมพูน้ำตาล ประกอบด้วย เม็ดเลือดขาว ทีอ่ อกมาจากแผลซึง่ กำลงั จะหาย 3. น้ำคาวปลาในช่วงวันที่ 10 หลังคลอด จะมีสีจางลงคือ ขาวครีม และมีปริมาณน้อยลงเรื่อย ๆ ประกอบด้วย เม็ดเลือดขาว เยอื่ บโุ พรงมดลกู ท่ีสลายตวั การสังเกตลักษณะของน้ำคาวปลา สี ปริมาณ จะสามารถพยากรณ์การหายของแผลภายในโพรงมดลูก การหาย ของแผลฝีเย็บได้ เนื่องจากหากน้ำคาวปลามีกลิ่นเหม็น มีสีผิดปกติ ปริมาณมาก ผิดปกติในระยะหลังคลอด อาจเกิ ด จากการติดเชอ้ื ใน โพรงมดลูก คูมอื หลักสตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก 45

46 ชอ่ งคลอด และเยอื่ บผุ นงั ชอ่ งคลอด ระยะหลงั คลอดฮอร์โมนเอสโตรเจนมีการลดระดบั ลง ทำใหบ้ รเิ วณชอ่ งคลอดมีรอยยน่ บวมช้ำ สามารถยดื ขยายได้ มากขึ้น โดยเฉพาะสตรีที่ได้รับการตัดซ่อมแซมฝีเย็บมีลักษณะบวมช้ำ เยื่อพรมจรรย์มีรอยฉีกขาด ซึ่งไม่สามารถ กลับคืนสภาพเดิมได้เหมือนก่อนการตั้งครรภ์ ส่วนเยื่อบุผนังช่องคลอด จะมีลักษณะบางนุ่มเหมือนปากมดลูก และ จะหนาขึ้นเม่อื เรม่ิ มปี ระจำเดอื น ฝีเยบ็ การกดของส่วนนำทารกระยะคลอด ส่งผลให้กล้ามเนื้อ เส้นเลือดบริเวณฝีเย็บได้รับความ กระทบกระเทือน ฉีก ขาด อาจเกิดการบวม มีเส้นเลือดใต้ผิวหนงั บรเิ วณฝีเย็บได้ ดังนั้นบริเวณฝเี ย็บอาจทำให้ มารดาเกิดการติดเชื้อไดง้ ่าย มารดาจงึ มคี วามจำเป็นตอ้ งรกั ษาความสะอาด เช็ดทำความสะอาดจากบรเิ วณดา้ นหน้าไปดา้ นหลัง หลกี เลย่ี งการกล้ัน ปัสสาวะไม่ลงแช่นำ้ ในระยะหลงั คลอด เพ่อื ลดการหมักหมม ของเชอื้ โรคและป้องกันการนำเช้ือโรคเขา้ สู่รา่ งกาย ผนังหน้าท้อง การลดระดับลงของยอดมดลูกทันทีหลังคลอด ทำให้บริเวณหน้าท้องอ่อนนุ่ม กล้ามเนื้อหน้าท้องไม่สามารถพยุง อวัยวะภายในได้เป็นผลจากการถูกขยายของผนังหน้าท้องเป็นเวลานาน การแยกของกล้ามเนื้อหน้าท้องมีผลให้เมื่อ มดลูกหดรัดตัวทา้ ให้กลา้ มเนื้อบริเวณมดลูกไม่สามารถพยุงอยู่ได้ จนเกิดการตกเลือดหลังคลอดโดยเฉพาะในมารดาที่ ผ่านการตง้ั ครรภ์หลายครั้ง ครรภ์แฝด ครรภแ์ ฝดน้ำ มารดาทีม่ ีภาวะเบาหวานขณะตง้ั ครรภ์ นอกจากน้ีรอยที่เกิดจาก การขยาย ของผนังหน้าทอ้ งขณะตงั้ ครรภ์ จะไมห่ ายไปแตจ่ ะค่อยๆ จางลงเปน็ สขี าวเงนิ ในระยะหลงั คลอด การมปี ระจำเดือน การกลับมามีประจำเดือนหลังคลอดของมารดาแต่ละคนแตกต่างกัน โดยมารดาที่เลี้ยงบุตรด้วยนมมารดาอาจ กลับมามีประจำเดือนช้ากว่ามารดาที่ไม่ได้เลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา เมื่อทารกดูดนมมารดาเกิดกระตุ้นสมองส่วน ไฮโปธาลามสั ไม่ใหห้ ล่ัง LH (Luteinizing hormone) และ FSH (follicle stimulating hormone) จึงไมม่ กี ารตกไข่ ทำใหไ้ ม่มปี ระจำเดอื นในระยะหลงั คลอด 46 คมู ือหลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมูบ าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเด็ก

47 การเปลี่ยนแปลงด้านรา่ งกายในแต่ละระบบหลงั คลอด ระบบหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิต ชีพจร การสูญเสียเลือดในระยะคลอด ทำให้มารดามีปริมาณเลือดในร่างกายลดลงจนเกิดภาวะ hypovolemia จากการลดระดบั ของฮอร์โมนเอสโตรเจน ความดนั ในช่องท้องลดลง ทำใหส้ ตรีอาจมอี าการแสดงออก ไดโ้ ดยมอี าการเวียนศีรษะ หนา้ มดื ความดันโลหติ ตำ่ ได้ นอกจากน้ีการเปลี่ยนการไหลเวียนระบบเลอื ดยงั มผี ลให้อัตรา การเตน้ ของหวั ใจลดต่ำ ลงหลงั คลอด เนอื่ งจากหลงั รกคลอดเลือดท่หี ล่อเล้ยี งภายในรกไหลกลับเข้าสหู่ วั ใจทันที ทำให้ หวั ใจมีประสทิ ธิภาพการทำงานลดลง จงึ มีผลใหอ้ ตั ราการเตน้ ของหวั ใจลดลงได้ ระบบหายใจ การลดขนาดของมดลกู ทำให้ทรวงอกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ ทำให้พน้ื ทภี่ ายในปอดเพม่ิ ขน้ึ ระบบทางเดนิ ปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะถูกกดเบียดจากการขยายตัวของมดลูก และส่วนนำของทารกเป็นเวลานาน สง่ ผลให้ความตึงตัว ของกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะปัสสาวะลดลง หลังคลอดช่วงแรกมารดาบางรายอาจมีความรู้สึ กถ่าย ปัสสาวะลำบาก โดยเฉพาะมารดาที่ได้รับยาระงับความเจ็บปวดระยะคลอด อาจมีผลท้าให้ระบบประสาทบริเวณทางเดินปัสสาวะถูก รบกวน มารดามีภาวะปัสสาวะคา้ ง ซึ่งเป็นสาเหตุของการตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดิน ปสั สาวะได้ในทส่ี ุด ระบบทางเดนิ อาหาร การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ทำให้เกดิ การสูญเสียแรงดนั ภายในช่องท้อง ยงั มผี ลให้กล้ามเนื้อ บริเวณหน้า ท้องหย่อนตัว ล้าไส้เคลื่อนไหวช้า ทำให้มารดาบางรายมีอาการท้องอืดได้ในระยะหลังคลอด ส่วนมารดาที่ได้รับการ ซ่อมแซมฝีเย็บ อาจมีความร้สู ึกไมก่ ล้าเบง่ ถ่าย เน่อื งจากความวิตกกลวั แผลแยก กลัวปวด แผลฝีเย็บ อาจทำให้มารดา มีอาการทอ้ งผกู หลังคลอดไดง้ ่าย อณุ หภมู ิ อุณหภูมิในระยะหลังคลอดมีโอกาสเปลี่ยนแปลงไดต้ ามสาเหตุดงั นี้ 1.ภาวะไขท้ ่เี กดิ จากการสญู เสียเลือดและพลงั งานระหว่างการคลอด อุณหภมู มิ ารดาจะไม่เกิน 38 °C และเป็นอยู่ ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังคลอด สามารถให้การดูแลได้โดยการให้ ได้รับอาหาร สารน้ำ และการพักผ่อนที่เพียงพอ นอกจากน้กี ารเช็ดตวั ลดไขก้ ็เปน็ การพยาบาลที่ชว่ ยคลายความร้อนให้แก่มารดาได้ 2.ภาวะไขเ้ กดิ จากเต้านมคัดตงึ อุณหภมู มิ ารดาสงู กว่า 38 °C แต่สามารถหายไดภ้ ายใน 24 ชั่วโมงหลงั คลอด เม่อื มกี ารระบายน้ำนม โดยจะมีอาการดงั กลา่ วภายในวนั ท่ี 3 -4 วันหลงั คลอด 3.ภาวะไข้เกิดจากการติดเชื้อในร่างกาย มารดามีอุณหภูมิสูงกว่า 38 °C และจะมีอาการอยู่ นานมากกว่า 2 วัน หลังคลอด คูมือหลักสตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบาน (อสม.) เชีย่ วชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก 47

48 การประเมินภาวะสขุ ภาพของมารดาทารกหลังคลอด - ประเมินสภาพรา่ งกายทว่ั ไปของมารดาหลงั คลอด สีหนา้ ภาวะซดี สญั ญาณชีพ สัญญาณชีพ ได้แก่ อณุ หภูมกิ าย 36.5-37.5 °C ความดันโลหิต 90/60-120/80 มิลลเิ มตรปรอท ชีพจร 60-100 ครงั้ /นาที อัตราการหายใจ 16-24 ครัง้ /นาที ความเจ็บปวด โดยประเมินลกั ษณะของความเจ็บปวด ตำแหนง่ ทเ่ี จ็บปวด และระดับความรุนแรง - ประเมินความผิดปกติของเตา้ นม หัวนม ประเมินลักษณะเต้านม หัวนมที่ผิดปกติ ได้แก่ อาการคัดตึงเต้านม หัวนมสั้น บอด บุ๋ม และลักษณะการไหลของ น้ำนม ลักษณะหัวนมปกติลักษณะหัวนมที่ปกติจะต้องมีความยาวของหัวนม โดยการวัดจากฐานของหัวนมจนถึง บริเวณปลายหัวนม มีความยาวประมาณ 0.5 – 1 cm. หากหัวนมสั้นกว่า 0.6 cm. ร่วมกับลานนมแข็ง หัวนมไม่มี ความยืดหยุ่น ส่งผลใหท้ ารกดูดนมลำบาก ส่วนมารดาหลังคลอดรายที่มีหวั นมแตก ให้งดการเลี้ยงบตุ รด้วยนมมารดา ข้างน้นั กอ่ น และรักษาโดยการใชน้ ำ้ สะอาดเช็ดทำความสะอาดหวั นม - ประเมินการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ หากตรวจพบว่ากระเพาะปัสสาวะโป่งตึง ลอยเหนือสะดือ เอียงไป ดา้ นขวาของหน้าท้อง แสดงว่ามารดามีภาวะปัสสาวะค่ังคา้ ง โดยปกติมารดาจะต้องปัสสาวะเองให้ไดภ้ ายใน 6 ช่ัวโมง หลงั คลอด เน่ืองจากภาวะกระเพาะปัสสาวะเตม็ ส่งผลตอ่ การ ขัดขวางการหดรัดตวั ของมดลูกท่ีดี ส่งผลให้เกดิ ภาวะตก เลือดหลังคลอดได้ -ประเมินประสิทธิภาพการหดรัดตัวของมดลูก ระดับยอดมดลูก ซึ่งสามารถประเมิน ได้จากการวัดระดับยอดมดลูก สามารถทำได้โดยใช้สายวัด วัดด้านที่มหี น่วยเปน็ นิ้ว ก่อนทำการตรวจดูแลใหก้ ระเพาะปัสสาวะว่าง กระตุ้นให้มารดา ปสั สาวะกอ่ นทำการตรวจ และให้มารดานอนหงายเริ่มใชส้ ายวดั วัดจากสะดือ จดบันทกึ ผลการตรวจ วดั ทุกวันวันละ 1 ครงั้ หากมดลูกลดระดับลงอยา่ งปกติ วันละ ½ - 1 นว้ิ ภายใน 10 – 14 วนั หลังคลอด แสดงว่ามดลกู เขา้ อู่ -ประเมินลักษณะของเลอื ดท่ไี หลออกจากช่องคลอด ลักษณะของเลือดและน้ำคาวปลา ในระยะ 2-3 วันแรกหลังคลอด น้ำคาวปลาจะมีสีแดงสดและปริมาณมาก แต่ถ้า หลังคลอด 3 วันแล้วน้ำคาวปลายังมีสีแดงสด และปริมาณไม่ลดลงแสดงว่าอาจมีเศษรกหรือเยื่อหุ้มทารกค้างอยู่ใน มดลกู -ประเมินลักษณะแผลฝีเย็บ สามารถประเมนิ ลักษณะความผิดปกติของแผลฝีเย็บไดจ้ าก อาการบวมแดง มีห้อเลือด มี สารคัดหล่ังออกจากแผลฝีเย็บ และการชดิ กนั ของขอบแผล -ประเมินความพร้อมด้านอารมณ์ จิตสังคม ในการปรับเปลี่ยนบทบาทการเป็น มารดา ได้จากสีหน้า สัมพันธภาพที่ มารดามีต่อบุตร -ตรวจรา่ งกายทารกเบื้องต้น ไดแ้ ก่ เพศ น้ำหนัก สีผวิ การเคลอื่ นไหวรา่ งกาย การประเมนิ สญั ญาณชพี 48 คูม อื หลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เชย่ี วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็

49 การเปล่ยี นแปลงด้านจติ สังคมของมารดาหลงั คลอด ระยะหลงั คลอดมารดาจะตอ้ งมีการปรับเปล่ียนบทบาทของตนเองเปน็ อย่างมาก เนอ่ื งจากมารดา ยังคงต้องดำรง บทบาทการเป็นภรรยา และบทบาทการเป็นมารดาในระยะหลังคลอด มารดาอาจมีความวิตกกังวลในบทบาทของ ตนเอง ทั้งนี้จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ การได้รับการกำลังใจทั้งจากญาติพี่น้อง บุคคลใกล้ชิด รวมถึง บุคลากรทางการแพทย์ เพื่อเป็นพลังให้บิดามารดา สามารถปรับตัวกับบทบาทใหม่ที่เกิดขึ้นได้ แต่หากมารดาไม่ สามารถปรับตัวได้อาจทา้ ให้เกิดปัญหาทัง้ ตอ่ ตนเอง และสัมพันธภาพภายในครอบครัวตามมาได้ ซึ่งอาจทำให้มารดา เกิดปญั หาดา้ นจติ ใจได้ดงั นี้ 1.อารมณ์เศร้าในระยะหลังคลอด เกดิ ในช่วง 3 – 10 วนั หลังคลอด เน่ืองจากการลดลงอย่างรวดเรว็ ของฮอร์โมน เอสโตรเจน และภาวะเครียดวิตกกังวลของมารดา โดยมารดาจะมีอาการหงุดหงิด อารมณ์ฉุนเฉียวแปรปรวนง่าย ร้องไห้โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ภาวะอารมณ์เศร้าหลังคลอดยังไม่ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงหรือประสิทธิภาพในการดูแล ทารก ซึ่งอาการจะหายได้เองและไม่ควรมีอาการนาน กวา่ 2 สปั ดาห์ หากไดร้ ับกำลงั ใจและการดูแลจากบุคคลใกล้ชิด ท่เี หมาะสม 2. โรคซึมเศร้าหลังคลอดที่เกิดจากมารดามีอารมณ์เศร้า แล้วไม่ได้รับการแก้ไขดูแลที่เหมาะสม มีอาการนาน ต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ สำหรับอาการของโรคซึมเศร้า ได้แก่ ท้อแท้สิ้นหวัง หดหู่ มีความสนใจในสิ่งต่างๆ ที่เคยทำ ลดลง เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา รู้สึกผิดเป็นอยา่ งมาก ตนเองไร้ค่า มีความคิดฆ่าตัว ตาย 3. โรคจติ หลังคลอด หมายถึง เปน็ ภาวะทีเ่ กดิ จากการมีภาวะซึมเศรา้ รุนแรงและไม่ได้รับการแกไ้ ข อาการไมท่ เุ ลา ลงจนทให้เกิดโรคจิตหลังคลอด อัตราการเกิดโรคค่อนข้างน้อย แต่ค่อนข้างรุนแรง มารดามักมีอาการในช่วง 2 – 3 สัปดาห์แรกหลังคลอด หรือกินระยะเวลายาวนานถึง 6 เดือนหลังคลอด มารดาจะมีอาการหลงผิด ประสาทหลอน สับสน อยู่ไมน่ ง่ิ หวาดระแวง มีความผิดปกตดิ า้ น อารมณ์ เรยี กวา่ ภาวะจิตเภท การสง่ เสริมสมั พนั ธภาพระหวา่ งมารดา ทารกและครอบครัวในระยะหลังคลอด แนวทางการ การสง่ เสริมสัมพนั ธภาพระหวา่ งมารดาทารก สามารถสรปุ ไดด้ งั นี้ 1.การสงั เกตประเมนิ ความพร้อมของมารดาทัง้ ด้านร่างกาย และจิตใจ 2. หลีกเล่ียงคำพูดที่อาจทำใหเ้ กดิ การเข้าใจผดิ ในการเล้ยี งดูทารก รวมถึงการปรับตัวของมารดาระยะ หลงั คลอด 3. เปดิ โอกาสให้มารดาและครอบครวั ระบายความรสู้ กึ ซักถามขอ้ สงสัย เพือ่ ช่วยลดความวติ กกังวล 4. จดั ส่งิ แวดล้อมให้มารดา ทารกอยดู่ ้วยกันในระยะหลงั คลอด เพ่อื ให้มารดาได้เล้ยี งดูและเรียนรู้พฤติกรรมของทารก ตั้งแตแ่ รกคลอด 5. วางแผนการเตรียมความพร้อมก่อนจำหน่าย โดยการฝึกให้มารดาสามารถเลี้ยงดูทารกได้ด้วยความมั่นใจ มุ่งเน้น ครอบครัวเป็นศูนยก์ ลาง เปิดโอกาสใหส้ มาชิกในครอบครัว ได้แก่ บิดา หรือบุตรคนก่อนมสี ่วน ร่วมในการชว่ ยเลี้ยงดู ทารก ได้แก่ หยิบของ อาบน้ำ ช่วยเหลือมารดาในการให้นมทารกด้วยนมมารดา เตรียม สถานที่ที่เป็นสัดส่วนทารก สิง่ ของเครือ่ งใช้ ตลอดจนการสังเกตอาการผดิ ปกติทีต่ อ้ งมาโรงพยาบาล คูมือหลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมบู าน (อสม.) เชีย่ วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 49

50 การสง่ เสรมิ สุขภาพมารดาหลังคลอด การดูแลในระยะหลังคลอดนั้นมีเป้าหมายใหม้ ารดาสามารถดูแลตนเอง ทารก และสามารถดำรงบทบาทการเป็น ภรรยา มารดาควบคู่กันไปได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ควรมีการวางแผนการให้คำแนะนำในการดูแลตนเองก่อนกลับบ้าน แก่มารดา ดงั น้ี 1. อาหาร มารดาหลังคลอดมีความจำเปน็ ต้องได้รับการดูแลเร่ืองอาหาร เนอ่ื งจากการท่ีมารดารับประทานอาหารท่ีมี สารอาหารครบ 5 หมู่ ถูกต้องตามหลักโภชนาการ จะส่งผลให้มารดาสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น มดลูกสามารถเข้าอู่ได้ ตามปกติ ช่วยในการสง่ เสริมการหายของแผล โดยเฉพาะมารดาที่เล้ียงบุตรด้วยนมมารดา ต้องคำนึงถึงชนิด ปริมาณ ของอาหารทีร่ บั ประทานเพียงพอในแต่ละวัน สำหรับอาหารทแี่ นะนำ สำหรับมารดาหลังคลอดไดแ้ ก่ 1.1) อาหารครบ 5 หมู่ ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงของมันของทอด นอกจากนี้อาหารจำพวก หัวปลี ขิง ฟักทอง ยำหัวปลี แกงเลียง ผดั ขงิ ผดั ฟกั ทอง แกงพรกิ กระดกู หมู จะชว่ ยสง่ เสรมิ การไหลทีด่ ขี องนำ้ นม 2.2) น้ำเปล่า แนะน้ามารดาดื่มน้ำสะอาดวันละ 8 – 10 แก้ว หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหวาน ชา กาแฟ เครื่องด่ืม แอลกอฮอล์ โดยเฉพาะมารดาท่ีเลีย้ งบุตรดว้ ยนมมารดา ควรดืม่ น้ำกอ่ นใหน้ มอย่างนอ้ ย 15 – 30 นาที 2. การพักผ่อน มารดาควรนอนหลับพักผอ่ นให้เพยี งพออยา่ งน้อยวนั ละ 6 – 8 ช่ัวโมง และนอนหลับ ชว่ งเวลากลางวัน อย่างนอ้ ยวนั ละ 1 ชั่วโมง โดยการเปดิ โอกาสใหบ้ ิดา หรือสมาชิกในครอบครวั ชว่ ยเลย้ี งดู ทารกขณะมารดาพักผอ่ น 3. การดูแลทำความสะอาดร่างกาย มารดาควรสระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง หลีกเลี่ยงการแช่น้ำ เพื่อ ปอ้ งกนั การตดิ เช้อื แผลฝีเยบ็ และการตดิ เช้ือในโพรงมดลูก 3.1) เต้านม ลา้ งมอื ก่อนและหลงั การใหน้ มบุตรทุกคร้งั สว่ นการลา้ งทา้ ความสะอาดเตา้ นม แนะนำ มารดาใช้ น้ำสะอาดต้มสุกท่ีเยน็ แล้ว เชด็ ทำความสะอาดหัวนม ทกุ คร้งั หลงั อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 1 – 2 คร้ัง หลีกเล่ียงการใช้ โลชั่น ยา สบู่เช็ดท้าความสะอาดหัวนม เนื่องจากอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ระยะหลังคลอด เต้านม มารดามกั มกี ารขยายขนาดใหญ่ข้นึ เน่ืองจากมีการสะสมของน้ำนม ดังนั้นมารดาจงึ ควรสวมใสย่ กทรงท่ีมขี นาดพอดีกับ เต้านม เพื่อป้องกันการหย่อนยาน หลีกเลี่ยงการสวมยกทรงทีม่ ีโครงเหล็ก ป้องกันการกดทับของท่อน้ำนม ทำให้เกิด ทอ่ นำ้ นมอุดตนั 3.2) อวัยวะเพศ และแผลฝีเย็บ ในระยะนี้บริเวณอวัยวะเพศและแผลฝีเย็บเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่า ย เนื่องจาก แผลฝีเย็บยังหายไม่สนิท และมีน้ำคาวปลาไหล โดยมารดาควรทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกครั้งท่ี เขา้ หอ้ งน้ำ ลา้ งซบั ทำความสะอาดจากหนา้ ไปหลงั ไมย่ อ้ นไปย้อนมา 4. การมีเพศสัมพันธ์ในระยะหลังคลอดช่วงแรก แผลฝีเย็บยังหายไม่สนิท มารดายังมีน้ำคาวปลา ดังนั้น การมี เพศสัมพันธ์หลังคลอด ควรรอให้แผลหายสนิท น้ำคาวปลาหยุดไหล เพื่อป้องกันการเกิดการติดเชื้อแผลฝีเย็บ นอกจากนี้อาจทำให้แผลฝีเย็บแยก หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง เพื่อ ป้องกันการตั้งครรภ์ 5. การออกกำลังกาย ในระยะหลังคลอดมารดาสามารถออกกำลังกายเบาๆ ได้ โดยการออกกำลังกาย นอกจากจะ ช่วยให้น้ำหนักคงค้างของมารดากลับเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น ยังช่วยส่งเสริมการขับของเสีย น้ำคาวปลาไหลได้ สะดวก การเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้กระชับ ได้แก่ ฝีเย็บ กล้ามเน้ื อบริเวณอุ้งชิงกราน กล้ามเนอื้ หนา้ ทอ้ ง 50 คูมือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมูบาน (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเเละเด็ก

51 5.1) ระยะหลงั คลอด 1 - 6 สปั ดาหม์ ารดาที่คลอดทางช่องคลอด สามารถออกกำลังกายได้เร็วกว่าการคลอด โดยการผ่าตดั ทางหนา้ ท้อง โดยภายใน 2 วันแรกหลังคลอดมารดาสามารถออกกำลังกายโดยการขมิบช่องคลอดอย่าง น้อยวันละ 200 ครั้ง ชว่ ยเพิม่ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออุ้งเชงิ กรานและกล้ามเนื้อแผลฝเี ย็บ สว่ นการออกกำลังกาย ท่ชี ่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกลา้ มเน้ือมีดังนี้ - การบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง ให้นอนหงายชันเข่า วางมือทั้งสองข้างบนหน้าท้อง หายใจเข้าทางจมูกและ ทางหน้าท้องออกทางปากลึกๆ ช้า ๆ โดยพยายามออกแรงกดไว้ที่หลังและเอว พร้อมแขม่วท้องและกลั้นหายใจไว้10 วนิ าทีสามารถทา้ ไดใ้ นท่านง่ั และท่ายืน - การบรหิ ารไหลแ่ ละแขน ใหม้ ารดาน่ังคกุ เขา่ หลังตรง และวางกน้ ลงบนเท้าทงั้ 2 ข้าง เข่าชิดกนั ประสานมือ 2 ข้าง ดา้ นหน้าและคว่ำมอื และค่อยๆ พลิกมือพร้อมกับยกขึ้นเหนือ ศีรษะ หายใจเข้าและกลัน้ ไวน้ ับ 1-10 แล้วค่อยๆ ลดมอื ลงพร้อมกบั หายใจออก ท้าเชน่ นี้ 10 ครง้ั - การบริหารกลา้ มเนือ้ หนา้ ทอ้ งและองุ้ เชงิ กราน มารดานอนหงายชนั เข่า 2 ขา้ ง สูดหายใจเขา้ ลกึ ๆ แขม่วท้องขมบิ ก้น และเหยียดขา 2 ขา้ งออกไปจากล้าตวั พรอ้ มกับหายใจออก นบั 1-5 แล้วดึงขา กลบั มาเข้าหาลา้ ตัวพร้อมกับการคลายการเกรง็ กล้ามเนื้อ และหายใจเขา้ ทำเช่นน้ี 10-12 ครง้ั คูมอื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมูบ าน (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็ 51

52 6. การขับถ่าย ความเจ็บปวด รู้สึกไม่สขุ สบาย ความเครียด วิตกกังวล มีผลต่อการหลังฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) มากกว่าปกติ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของล้าไส้น้อยลง มารดาอาจมีภาวะท้องอืด ท้องผูก จนส่งผลกระทบ ต่อการทำงานของล้าไส้ได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารย่อยง่าย มีกากใยสูง และการลุกเคลื่อนไหวร่างกาย อย่าง รวดเรว็ ภายใน 6 ช่ัวโมง หลงั คลอด จะเปน็ การกระตนุ้ การท้างานของลำไส้ ช่วยป้องกนั การเกิดภาวะทอ้ งผูกได้ การส่งเสรมิ การเลี้ยงบตุ รด้วยนมแม่ในระยะหลังคลอด นำ้ นมระยะหลงั คลอดสามารถแบง่ ตามชนิดและระยะไดด้ งั น้ี 1.ระยะหัวน้ำนม มีสีเหลืองข้น เกิดจากสารเบตาแคโรทีนที่สะสมในร่างกายและถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ถูกผลิตใน 2-3 วันแรกหลังคลอด น้ำนมโคลอสตรุมจะประกอบด้วยสารภูมิคุ้มกันโรค มีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันเชื้อโรคที่อยู่ รอบตัวมารดาให้ทารก จึงกล่าวได้ว่าน้ำนมหยดแรกถือเป็นยาและวัคซีนหยดแรกของทารก นอกจากนี้สารเหลือง จากเบตาแคโรทีนในหัวน้ำนม จะช่วยกระตุ้นการระบายของขี้เทาให้ขับสารบิลิรูบิน (bilirubin) ออกจากร่างกาย ทารกปอ้ งกันการเกิดภาวะตัวเหลอื งในทารกแรกเกิดได้ 2. น้ำนมระยะเปล่ยี นผ่าน เป็นน้ำนมทีไ่ หลออกมาช่วงระหว่างระยะหวั นำ้ นมและระยะนมแม่ ถกู ผลิตต้งั แต่วนั ท่ี 7 วัน จนถงึ 2 สัปดาห์แรกหลังคลอด 3. นมแม่แท้ น้ำนมระยะนี้มีส่วนปะกอบของน้ำสูงประมาณร้อยละ 87 เริ่มสร้างหลัง 2 สัปดาห์หลังคลอดเป็นต้นไป ดังนนั้ ทารกท่ีดูดนมแมไ่ มจ่ ำเปน็ ตอ้ งดม่ื นำ้ เน่ืองจากในน้ำนมแมม่ นี ้ำเปน็ ส่วนประกอบหลกั ประโยชนข์ องนมแม่ 1.ประโยชน์ตอ่ ลูก 1.1 มีคุณค่าทางสารอาหาร นมมารดามีโปรตีนที่เหมาะสมคือ กรดอะมิโนที่สำคัญและจำเป็นในการเจริญเติบโต มี กรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการเติบโตของสมอง มีน้ำตาลเป็นสารให้พลังงาน มีวิตามินเอ บี ซี จำนวนมาก และมี ปรมิ าณเกลือแรท่ ีเ่ หมาะสมกับความต้องการของลูก 1.2 เสรมิ สรา้ งภูมิคุ้มกนั โรค 2.3 ลดอตั ราการเจบ็ ปว่ ยจากโรคตดิ เชอื้ ตา่ งๆ 1.4 ลดโอกาสเปน็ โรคภมู ิแพ้ 1.5 ชว่ ยในการมองเห็น 1.6 ลดอัตราการตายของเด็กคลอดก่อนกำหนดและนำ้ หนักนอ้ ยจากโรคตดิ เช้อื ในระบบทางเดนิ อาหาร 2.ประโยชนต์ ่อแม่ 2.1 ป้องกันการตกเลอื ดหลังคลอด 2.2 ชว่ ยลดนำ้ หนัก 2.3 ชว่ ยในการคุมกำเนิด 2.4 ประหยดั รายจ่ายในครอบครวั และสะดวกสบาย 52 คมู ือหลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เชย่ี วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็

53 การส่งเสรมิ การเลี้ยงดูบุตรดว้ ยนมมารดาในระยะหลังคลอด ขณะพกั ฟน้ื อย่ใู นโรงพยาบาล ใน 2 - 3 วันแรกหลังคลอดเป็นระยะที่มารดาพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล มารดาหลังคลอดทุกคนควรได้รับ ความช่วยเหลือและกำลังใจเพื่อให้เกิดความมั่นใจและมีทักษะในการอุ้มบุตรดูดนมอย่างถูกวิธีในระยะนี้เป็นระยะ สำหรับการกระตุ้นให้น้ำนมหลั่งเร็วที่สุด และหลั่งอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดาใน ระยะหลงั คลอด มดี ังนี้ 1.ประเมินลกั ษณะของเตา้ นมและหวั นมก่อนนำบุตรมาดดู นมมารดา 2.ให้การช่วยเหลือมารดาในการเลยี้ งดูบตุ รดว้ ยนมมารดาตามหลกั 4 ดดู คือ 2.1 ดูดเร็ว นำบุตรมาดดู นมมารดาโดยเรว็ ท่ีสดุ ภายใน ½ ชั่วโมงหลังคลอด 2.2 ดูดบอ่ ย การทม่ี ารดาให้บุตรดูดนมบ่อยคร้งั ทกุ 2 - 3 ชว่ั โมง หรอื 8 - 10 คร้ังใน 24 ช่ัวโมง 2.3 ดูดถูกวิธี เป็นสิง่ สำคญั มาก เพราะการมปี ัญหาเรือ่ งนำ้ นมไม่เพยี งพอ ส่วนใหญเ่ กดิ จากการทบ่ี ตุ รดูดนมไม่ถูกวิธี มากท่สี ดุ คำแนะนำมีดงั น้ี 2.3.1 ช่วยเหลือในการจัดท่าให้นบุตร ท่าอุ้มมีหลายท่า ซึ่งท่าที่มารดาใช้บ่อย ได้แก่ ท่าขวางตัก ท่าขางตัก ประยุกต์ ท่าอมุ้ ฟตุ บอล ทา่ นอน 2.3.2 ช่วยให้บุตรอมหัวนมอยา่ งถูกวิธี โดยมารดาประคองเต้านมเป็นรูปตัวซี และตัวยู ใช้นิ้วท่ีประคองเต้านม บีบเต้านมให้เล็กพอทจี่ ะเข้าปากบตุ รได้สะดวก 2.3.3 ขณะบุตรดูดนมริมฝีปากจะบามหุ้มปิดหัวนมจนแนบสนิท คางบุตรแนบชิดเต้านมมารดาเหงือกขยับเข้า หากันกดบนลานนม ลึก แรง ช้า ประมาณ 1 ครั้งต่อ วินาที และหยุดเป็นพักๆ แก้มป่อง ได้ยินเสียงกลืนแต่ไม่ได้ยิน เสยี งดด และมารดาต้องไมร่ ้สู ึกเจ็บหัวนมหรือเตา้ นมขณะใหบ้ ุตรดูด คูมอื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เชีย่ วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 53

54 2.4 ดูดเกลีย้ งเต้า การใหบ้ ตุ รดดู นมมารดาใหห้ มดเต้าใดเต้าหนงึ่ กอ่ น แลว้ จึงเร่มิ ดูดขา้ งตอ่ ไป วิธีสงั เกตว่าลูกไดร้ บั นำ้ นมอยา่ งเพยี งพอ • ขณะลกู ดูดนมได้ยนิ เสียงกลืนนมของลกู • เต้านมตงึ ก่อนใหน้ มและน่ิมหลงั ลูกดูดอ่มิ • แม่รู้สกึ มนี ้ำนมไหลออกมา • ลูกปสั สาวะ 6 ครง้ั ขึ้นไปใน 24 ชวั่ โมง • ลูกถ่ายอุจจาระ 4-8 ครงั้ ใน 24 ช่วั โมง • แรกเกดิ 3 วัน ถ่ายเปน็ ขี้เทาสีดำ • หลัง 3 วัน ถ่ายเป็นเนอ้ื เละๆ นิม่ ๆ สีเหลอื ง • ลกู สงบ สบาย พักหลบั ไดไ้ ม่ร้องกวน • หลังคลอดวันท่ี3 ลูกเจริญเติบโตดีแข็งแรง นำ้ หนกั ข้นึ ดีอยใู่ นเกณฑ์ปกติ อาการผิดปกติท่ตี ้องกลบั มาพบแพทย์ 1.มีไข้และมอี าการอักเสบของอวัยวะอ่นื ร่วมดว้ ย 2.ปัสสาวะแสบขัด อาจเกิดจากการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ เนื่องจากดูแลความสะอาดช่องคลอดและ อวัยวะสืบพันธไุ์ ม่ดีพอ 3.ปวดศีรษะบ่อยและเปน็ เวลานาน อาจเกิดจากความดันโลหติ สงู พักผ่อนไม่เพยี งพอหรอื เครยี ดจากการคลอด 4.มีเลือดออกทางช่องคลอด ส่วนมากจะเกิดจากแผลในโพรงมดลูกบริเวณท่ีรกเกาะเนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดหี รือ มเี ศษรกตกค้างในโพรงมดลูก 5.นำ้ คาวปลาผดิ ปกตสิ ีไมจ่ างลง จำนวนไมล่ ดลง มีกอ้ นเลอื ดออกมาหรือมีกลิน่ เหม็น 6.มดลูกเขา้ อู่ช้า หลงั คลอด 2 สัปดาหไ์ ปแล้วยังสามารถคลำพบมดลกู ทางหน้าทอ้ ง 7.กรณผี ่าคลอด แผลท่ีเยบ็ มีอาการ อกั เสบ ปวด บวม แดง การดแู ลทารกแรกเกิด 1.การดูแลให้ความอบอุ่น โดยดูแลให้อุณหภูมิร่างกายทารกอยู่ระหว่าง 36.5 - 37.0 °C ทารกต้องได้รับการเช็ดตัว ทนั ทีหลงั คลอด สวมหมวก แล้วห่อตัว เปน็ การปอ้ งกนั การสูญเสียความร้อน 2.การดูแลให้ทารกได้รับน้ำนมมารดาอย่างเพียงพอ โดยดูแลให้เข้าเต้าอย่างถูกวิธี ดูดเร็ว และดูดบ่อย สังเกตการ สำรอกนม อาจเกิดขึ้นไดเ้ นอื่ งจากหรู ดู กระเพาะอาหารยังทำงานไดไ้ ม่ดี 3.การชั่งน้ำหนักทารก ควรชั่งทุกวัน เพื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักแรกเกิดดูการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก โดยทั่วไป ทารกอายุ 2-3 วัน หลังคลอด อาจมีน้ำหนักลดลงได้ แต่น้ำหนักไม่ควรลดเกินร้อยละ 10 ของน้ำหนักแรกเกิด และ น้ำหนักจะเพิ่มขึน้ เท่ากับนำ้ หนักแรกเกดิ ในวันที่ 7 - 10 หลังคลอด หลังจากนั้นนำ้ หนักของทารกจะเพิ่มข้ึนประมาณ วนั ละ 20 - 50 กรมั 4.การอาบน้ำทารก มีวตั ถปุ ระสงค์ เพอ่ื ทำความสะอาดใหท้ ารกสุขสบาย และตรวจดูร่างกายทารก อาบนำ้ และสระผม ดว้ ยนำ้ อ่นุ พอดี ใช้สบู่เดก็ เชด็ หน้าดว้ ยน้ำสะอาด เช็ดตาด้วยสำลีชบุ นำ้ อ่นุ บบี จนแหง้ แลว้ เช็ดจากหวั ตาไปหางตา 54 คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเเละเดก็

55 5.การทำความสะอาดสะดอื ตามปกติสะดือทารกจะแหง้ และหลดุ ไปภายใน 7-14 วนั สว่ นรอยแผลบริเวณขว้ั สะดอื จะ แหง้ และหายสนิทภายใน 2-3 สัปดาห์ ในระหวา่ งนี้ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดรอบสะดอื จากด้านในไปด้านนอก และเช็ดจากโคนสะดือไปยังปลายสะดอื ควรเช็ดทกุ วนั หลังอาบนำ้ จนกวา่ สะดือจะหลดุ เพ่อื ป้องกันการติดเช้อื 6.การสงั เกตอาการผดิ ปกตทิ ่ตี ้องพบแพทย์ ทอ้ งเดนิ ทอ้ งผกู มีไข้ เปน็ หวัด ล้ินเปน็ ฝา้ ขาว อาเจยี น สะดือแฉะ และอาการตวั เหลือง คมู ือหลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเเละเดก็ 55

Care plan แผนการดแู ลหญงิ ตงั้ ครรภร์ ายบคุ คล 56 คมู ือหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามัยเเมเ เละเดก็

57 แผนการดแู ลหญงิ ต้ังครรภท์ ม่ี คี วามเส่ียงตำ่ โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมบู่ า้ น ชอื่ -สกุลหญิงต้ังครรภ์............................................................................อายุ............ปี โทรศัพท.์ .......................... ที่อย่.ู .........................................................................................วนั ที่สอบถามข้อมูล............................................ อาการทบี่ ่งช้วี ่าตัง้ ครรภ์ ประจำเดือนขาด ประจำเดือนครัง้ สดุ ทา้ ยวันที่................................... คลืน่ ไส้ อาเจียน ปัสสาวะบอ่ ย เวยี นศรี ษะ เบ่ืออาหาร เหน่ือยล้า อ่อนเพลีย อารมณ์แปรปรวน มเี ลือดออกทางช่องคลอด / มตี กขาวมากกวา่ ปกติ เต้านมขยาย / คัดตึง เต้านมและหวั นมมกี ารเปลี่ยนแปลง การตรวจการต้งั ครรภ์ ยังไมต่ รวจ ตรวจแล้ว ผลการตรวจ ไม่ตง้ั ครรภ์ แนะนำสงั เกตอาการและตรวจซ้ำอีก 2 สปั ดาห์ ตั้งครรภ์ → ยงั ไมฝ่ ากครรภ์ แนะนำฝากครรภ์ วันท.ี่ ..................... ฝากครรภ์แลว้ ณ หน่วยบริการ.................................. ตดิ ตามเยยี่ มหญิงตงั้ ครรภ์ ครั้งที่ 1 วนั ที.่ ........................................ ตั้งครรภ์ครั้งที.่ ..............เคยแท้งบตุ ร................... ครัง้ ทารกเสียชวี ติ หลงั คลอด.................คน จำนวนบตุ รมชี วี ิตปจั จุบนั ....................คน บตุ รคนล่าสุดอายุ.....................กำหนดคลอดวันท่.ี ............................ ฝากครรภ์ปจั จบุ นั ครง้ั แรกที่ รพ.สต./โรงพยาบาล.................................... วันท่ี................................................. โรคประจำตัว.............................................................ยาทก่ี นิ ประจำ.................................................................... ประวตั กิ ารแพ้ยา ชอื่ ยา...............................................อาการแพย้ า..................................................................... โรคทางพันธกุ รรมในครอบครัว...................................................................... ความเสีย่ งในครรภก์ ่อน รกคา้ ง ชกั เบาหวาน ความดันโลหติ สงู โรคไทรอยด์ โรคหวั ใจ ตกเลือด ซดี ผ่าตัดคลอด เน่ืองจาก............................................................. คลอดทางชอ่ งคลอด ประเมนิ สุขภาพจิต มีความสขุ มีความเครียด ครรภไ์ มพ่ ร้อม คมู ือหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เชีย่ วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 57

58 ความเสย่ี งครรภป์ จั จุบนั เบาหวาน ความดนั โลหติ สงู โรคไทรอยด์ โรคหวั ใจ ซดี อาการปัจจบุ ัน ปกติ หายใจเหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดท้อง เลอื ดออก ไข้ ลกุ เดินไมไ่ หว วัดสญั ญาณชีพ ท่านัง่ ทา่ นอน ชพี จร...........ครง้ั /นาที ความดนั โลหิต................................ มม.ปรอท อตั ราการหายใจ..................................ครั้ง/นาที การฝากครรภ์ รพ.สต.ที่ฝากครรภ์.................................วันทฝ่ี ากครรภ์ครง้ั แรก................................ วันท่ีฝากครรภล์ ่าสดุ ...................................................... เจาะเลือดตรวจคดั กรองดาวนซ์ นิ โดรม (ช่วง 15 - 17 สปั ดาห์) ณ รพ.................................................... อาการทีเ่ ฝา้ ระวัง หากมีอาการดังต่อไปน้ี ให้ประสานเจ้าหนา้ ที่สาธารณสขุ ทนั ที หรือโทรเบอร์ 1669 คลืน่ ไส้อาเจยี นมาก ปัสสาวะแสบขดั ปวดหนว่ งท้องน้อย หอบเหน่อื ย เหน่ือยง่าย แนน่ หน้าอก เจบ็ หนา้ อก เจบ็ ใต้ล้ินป่ี เท้าบวม เปลอื กตาบวม นอนราบแล้วเหนื่อย ปวดศีรษะ ตาพรา่ มัว มีน้ำหรอื เลือดออกทางชอ่ งคลอด ความดนั โลหติ มากกวา่ /เท่ากับ 140/90 มม.ปรอท อ่อนเพลยี ลกุ เดนิ ไม่ไหว สรปุ ผลการเยยี่ มครง้ั ท่ี 1 อาการทั่วไปปกติ นัดฝากครรภค์ รงั้ ตอ่ ไปวนั ท.ี่ ...................................................... ผิดปกติ ระบุอาการและการแกไ้ ขปัญหา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เยย่ี มคร้ังต่อไป (อายคุ รรภ์ 13 - 16 สปั ดาห)์ วนั ที่ ................................. 58 คมู ือหลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเเละเด็ก

59 ตดิ ตามเย่ียมหญิงต้ังครรภ์ ครั้งท่ี 2 (อายคุ รรภ์ 13 - 16 สัปดาห์) วันท.ี่ ........................................ อาการปจั จุบัน ปกติ บวม เหนอ่ื ย วัดสัญญาณชีพ ท่าน่ัง ทา่ นอน ชพี จร...........ครงั้ /นาที ความดนั โลหิต................................ มม.ปรอท การรบั ประทานยาบำรงุ สมำ่ เสมอ ไม่สม่ำเสมอ เนื่องจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนัด ขาดนดั เนอ่ื งจาก..................................................................... อาการทเี่ ฝา้ ระวัง หากมีอาการดังต่อไปน้ี ให้ประสานเจ้าหนา้ ทส่ี าธารณสุขทนั ที คลืน่ ไสอ้ าเจียนมาก ปัสสาวะแสบขัด ปวดหนว่ งทอ้ งน้อย หอบเหนือ่ ย เหนื่อยงา่ ย แน่นหน้าอก เจบ็ หน้าอก เจบ็ ใต้ล้นิ ปี่ เท้าบวม เปลือกตาบวม นอนราบแลว้ เหนื่อย ปวดศรี ษะ ตาพรา่ มวั มนี ำ้ หรือเลือดออกทางชอ่ งคลอด ความดันโลหิตมากกวา่ /เท่ากบั 140/90 มม.ปรอท สรปุ ผลการเยยี่ มครัง้ ท่ี 2 อาการทั่วไปปกติ นดั ฝากครรภค์ ร้งั ตอ่ ไปวันท.่ี ...................................................... ผิดปกติ ระบุอาการและการแกไ้ ขปัญหา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เย่ยี มครง้ั ต่อไป (อายุครรภ์ 17 - 20 สปั ดาห์) วนั ท่ี ................................. ติดตามเยีย่ มหญิงต้งั ครรภ์ ครั้งท่ี 3 (อายุครรภ์ 17 - 20 สปั ดาห์) วนั ท่.ี ........................................ อาการปจั จุบัน ปกติ บวม เหนอ่ื ย วดั สญั ญาณชีพ ทา่ น่ัง ทา่ นอน ชีพจร...........ครง้ั /นาที ความดันโลหติ ................................ มม.ปรอท การรบั ประทานยาบำรงุ สม่ำเสมอ ไม่สมำ่ เสมอ เน่ืองจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนัด ขาดนดั เนื่องจาก..................................................................... อาการทเ่ี ฝา้ ระวงั หากมีอาการดังตอ่ ไปน้ี ใหป้ ระสานเจ้าหน้าที่สาธารณสขุ ทนั ที คลืน่ ไส้อาเจียนมาก ปัสสาวะแสบขัด ปวดหนว่ งทอ้ งน้อย หอบเหนอื่ ย เหน่ือยงา่ ย แนน่ หน้าอก เจ็บหน้าอก เจ็บใต้ลนิ้ ป่ี เท้าบวม เปลือกตาบวม นอนราบแลว้ เหน่ือย ปวดศรี ษะ ตาพรา่ มวั มนี ำ้ หรือเลอื ดออกทางช่องคลอด ความดนั โลหติ มากกวา่ /เทา่ กบั 140/90 มม.ปรอท สรุปผลการเยยี่ มคร้งั ท่ี 3 อาการทว่ั ไปปกติ นดั ฝากครรภค์ ร้ังตอ่ ไปวันที่....................................................... ผดิ ปกติ ระบุอาการและการแก้ไขปัญหา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เย่ยี มคร้ังต่อไป (อายุครรภ์ 21 - 24 สัปดาห)์ วนั ท่ี ................................. คมู อื หลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 59

60 ตดิ ตามเยย่ี มหญิงต้งั ครรภ์ ครั้งที่ 4 (อายุครรภ์ 21 - 24 สัปดาห์) วันท.ี่ ........................................ วัดสญั ญาณชีพ ท่าน่ัง ทา่ นอน ชพี จร...........ครั้ง/นาที ความดันโลหติ ................................ มม.ปรอท การรับประทานยาบำรงุ สม่ำเสมอ ไมส่ มำ่ เสมอ เน่ืองจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนดั ขาดนดั เน่อื งจาก..................................................................... อาการทีเ่ ฝ้าระวงั หากมีอาการดงั ต่อไปน้ี ใหป้ ระสานเจ้าหน้าทสี่ าธารณสุขทันที คลนื่ ไสอ้ าเจยี นมาก ปัสสาวะแสบขดั ปวดหนว่ งท้องน้อย หอบเหนอื่ ย เหนื่อยงา่ ย แนน่ หน้าอก เจบ็ หนา้ อก เจบ็ ใตล้ น้ิ ปี่ เท้าบวม เปลือกตาบวม นอนราบแลว้ เหนอื่ ย ปวดศรี ษะ ตาพร่ามัว มีนำ้ หรอื เลือดออกทางช่องคลอด ความดนั โลหติ มากกว่า/เท่ากบั 140/90 มม.ปรอท สรปุ ผลการเยีย่ มครง้ั ท่ี 4 อาการทั่วไปปกติ นดั ฝากครรภ์คร้งั ต่อไปวนั ที.่ ...................................................... ผิดปกติ ระบุอาการและการแก้ไขปัญหา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เย่ียมครงั้ ต่อไป (อายคุ รรภ์ 25 - 28 สัปดาห์) วนั ที่ ................................. ติดตามเย่ยี มหญิงต้งั ครรภ์ คร้งั ที่ 5 (อายุครรภ์ 25 - 28 สปั ดาห)์ วันที่......................................... วัดสญั ญาณชีพ ทา่ น่ัง ทา่ นอน ชพี จร...........ครัง้ /นาที ความดนั โลหิต................................ มม.ปรอท การรบั ประทานยาบำรุง สมำ่ เสมอ ไมส่ ม่ำเสมอ เน่ืองจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนดั ขาดนดั เน่อื งจาก..................................................................... อาการท่เี ฝา้ ระวงั หากมีอาการดังต่อไปน้ี ใหป้ ระสานเจ้าหน้าท่ีสาธารณสขุ ทนั ที คลื่นไสอ้ าเจียนมาก ปัสสาวะแสบขัด ปวดหน่วงท้องน้อย หอบเหน่อื ย เหน่ือยง่าย แนน่ หนา้ อก เจ็บหนา้ อก เจบ็ ใตล้ นิ้ ปี่ เท้าบวม เปลือกตาบวม นอนราบแลว้ เหนื่อย ปวดศีรษะ ตาพรา่ มัว มนี ำ้ หรือเลอื ดออกทางช่องคลอด ความดนั โลหติ มากกวา่ /เทา่ กับ 140/90 มม.ปรอท สรปุ ผลการเยยี่ มคร้ังท่ี 5 อาการทัว่ ไปปกติ นดั ฝากครรภ์คร้งั ตอ่ ไปวนั ท่ี....................................................... ผดิ ปกติ ระบุอาการและการแก้ไขปัญหา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เย่ยี มครงั้ ต่อไป (อายุครรภ์ 29 - 32 สปั ดาห์) วันท่ี ................................. 60 คูม ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมบู าน (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเเละเดก็

61 ตดิ ตามเยย่ี มหญิงตั้งครรภ์ คร้ังที่ 6 (อายุครรภ์ 29 - 32 สปั ดาห)์ วนั ท่ี......................................... วดั สัญญาณชีพ ทา่ นั่ง ทา่ นอน ชพี จร...........ครั้ง/นาที ความดันโลหิต................................ มม.ปรอท การรับประทานยาบำรุง สมำ่ เสมอ ไม่สม่ำเสมอ เนื่องจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนดั ขาดนดั เน่อื งจาก..................................................................... อาการทเี่ ฝา้ ระวัง หากมีอาการดังตอ่ ไปนี้ ให้ประสานเจา้ หน้าที่สาธารณสขุ ทันที คลื่นไสอ้ าเจียนมาก ปัสสาวะแสบขดั ปวดหน่วงท้องน้อย หอบเหน่อื ย เหน่ือยงา่ ย แน่นหน้าอก เจ็บหนา้ อก เจบ็ ใต้ลน้ิ ป่ี เทา้ บวม เปลอื กตาบวม นอนราบแล้วเหนื่อย ปวดศีรษะ ตาพรา่ มัว มนี ้ำหรือเลือดออกทางชอ่ งคลอด ความดนั โลหติ มากกว่า/เทา่ กับ 140/90 มม.ปรอท สรปุ ผลการเยย่ี มคร้งั ที่ 6 อาการทั่วไปปกติ นัดฝากครรภ์ครง้ั ตอ่ ไปวนั ที่....................................................... ผดิ ปกติ ระบุอาการและการแก้ไขปญั หา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เยย่ี มครงั้ ต่อไป (อายุครรภ์ 33 - 36 สัปดาห)์ วันที่ ................................. ติดตามเยย่ี มหญิงต้ังครรภ์ ครง้ั ท่ี 7 (อายุครรภ์ 33 - 36 สัปดาห์) วันท่.ี ........................................ วดั สัญญาณชีพ ท่าน่ัง ท่านอน ชีพจร...........ครง้ั /นาที ความดันโลหิต................................ มม.ปรอท การรบั ประทานยาบำรุง สม่ำเสมอ ไม่สมำ่ เสมอ เน่ืองจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนัด ขาดนัด เน่อื งจาก..................................................................... อาการท่เี ฝา้ ระวงั หากมีอาการดงั ตอ่ ไปนี้ ใหป้ ระสานเจา้ หนา้ ท่ีสาธารณสุขทันที คลน่ื ไส้อาเจยี นมาก ปัสสาวะแสบขดั ปวดหน่วงท้องน้อย หอบเหนื่อย เหน่ือยงา่ ย แน่นหนา้ อก เจ็บหน้าอก เจ็บใตล้ ้ินป่ี เด็กด้ินน้อยกว่า 3 ครง้ั หลังรบั ประทานอาหาร 1 ชวั่ โมง เท้าบวม เปลอื กตาบวม นอนราบแล้วเหน่ือย ปวดศรี ษะ ตาพร่ามวั มีน้ำหรอื เลือดออกทางชอ่ งคลอด ความดนั โลหติ มากกว่า/เทา่ กับ 140/90 มม.ปรอท สรปุ ผลการเย่ยี มคร้งั ท่ี 7 อาการท่ัวไปปกติ นัดฝากครรภ์ครั้งต่อไปวันท.่ี ...................................................... ผิดปกติ ระบุอาการและการแกไ้ ขปัญหา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เยีย่ มครั้งต่อไป (อายคุ รรภ์ 37 - 40 สปั ดาห)์ วนั ท่ี ................................. คมู ือหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมูบา น (อสม.) เชยี่ วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 61

62 ตดิ ตามเย่ยี มหญิงตงั้ ครรภ์ คร้งั ที่ 8 (อายุครรภ์ 37 - 40 สปั ดาห์) วนั ท.่ี ........................................ วัดสญั ญาณชีพ ท่านั่ง ทา่ นอน ชีพจร...........ครงั้ /นาที ความดนั โลหิต................................ มม.ปรอท การรบั ประทานยาบำรุง สม่ำเสมอ ไมส่ มำ่ เสมอ เน่ืองจาก.............................................................. การฝากครรภ์ ตามนดั ขาดนดั เน่ืองจาก..................................................................... อาการท่เี ฝ้าระวัง หากมีอาการดงั ตอ่ ไปนี้ ใหป้ ระสานเจ้าหน้าท่สี าธารณสุขทันที คลน่ื ไสอ้ าเจยี นมาก ปัสสาวะแสบขดั ปวดหนว่ งทอ้ งน้อย หอบเหนอ่ื ย เหน่ือยงา่ ย แนน่ หน้าอก เจบ็ หนา้ อก เจบ็ ใตล้ ้ินป่ี เด็กดิน้ น้อยกว่า 3 คร้ังหลังรับประทานอาหาร 1 ชั่วโมง เท้าบวม เปลอื กตาบวม นอนราบแลว้ เหนอ่ื ย ปวดศรี ษะ ตาพรา่ มวั มนี ้ำหรือเลือดออกทางช่องคลอด ความดันโลหิตมากกว่า/เทา่ กบั 140/90 มม.ปรอท สรปุ ผลการเยย่ี มคร้งั ท่ี 8 อาการทั่วไปปกติ นดั ฝากครรภ์ครัง้ ตอ่ ไปวันท.ี่ ...................................................... ผิดปกติ ระบุอาการและการแกไ้ ขปญั หา……………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… คลอดวนั ท่ี....................................... วิธกี ารคลอด คลอดทางช่องคลอด ผ่าตัดคลอด เนื่องจาก.................................... ทารกแรกคลอด น้ำหนัก...................กรัม สุขภาพทารก แข็งแรง ไม่แข็งแรง ระบ.ุ ............................. 62 คมู อื หลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมูบาน (อสม.) เชย่ี วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็

63 แผนการดูแลหญิงตัง้ ครรภร์ ายบคุ คลโรคความผิดผดิ ปกตขิ องตอ่ มไทรอยดใ์ นหญิงต้งั ครรภโ์ ดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ชือ่ -สกุลหญิงตั้งครรภ์............................................................................................ อายุ....................ปี เบอรโ์ ทรศัพท.์ .......................................................... ที่อย.ู่ ......................................................................................................................................................................................................................................... การทำงานที่ผิดปกตขิ องต่อมไทรอยดใ์ นหญงิ ต้ังครรภ์ บทนิยาม การทางานทผ่ี ิดปกติของต่อมไทรอยด์ หมายถงึ ภาวะทต่ี อ่ มไทรอยดม์ ีการสร้างฮอรโ์ มนไทรอยด์มากหรือน้อยกวา่ ปกติ ซ่งึ มผี ลตอ่ ระบบต่างๆของร่างกายทเ่ี กี่ยวข้อง การตรวจวินจิ ฉยั การตรวจระดับฮอร์โมน TSH และ Free T4 คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 63 อาการที่ควรสงสยั การดแู ลที่ควรไดร้ ับขณะฝากครรภ์ คำแนะนาในการดแู ลตนเอง ใจสั่น 1. รพสต. ตรวจเลอื ด บริการฝากครรภแ์ ละส่งพบแพทยท์ ี่ 1. รบั ประทานยาควบคุมระดับฮอร์โมนไทรอยด์อยา่ งสม่ำเสมอ รพช.ทนั ที 2. สังเกตและนับจานวนเด็กด้ินอยา่ งสม่ำเสมอ ชีพจรเต้นเร็ว >110/นาที 2. แพทยร์ พช. ประเมินซำ้ 3. สงั เกตอาการผิดปกติทคี่ วรไปพบแพทย์ทันที เช่น ใจส่ัน มือสน่ั เหนือ่ ยง่าย ตรวจคา่ Free T4, Free kT3, TSH คล่ืนไสอ้ าเจียนมากผิดปกติ เหง่อื ออกมาก ทา EKG, Ultrasound คอโต มกี ้อนที่คอ 3. สง่ พบสูติแพทยต์ าม Zoning ทนั ที ตาโปน 4. สูตแิ พทย์สง่ พบอายรุ แพทย์ คลื่นไส้อาเจียนมากกว่าปกติ นำ้ หนักข้นึ น้อย มอื สน่ั

64 64 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ แผนการดูแลหญิงตงั้ ครรภ์รายโรค โดยอาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ช่อื -สกลุ หญิงต้ังครรภ์........................................................................................ อายุ....................ปี เบอรโ์ ทรศพั ท์........................................................... ที่อย.ู่ ................................................................................................................................................................................................................................. โรคหวั ใจในหญงิ ตงั้ ครรภ์ ชนิดของโรคหัวใจในหญงิ ต้ังครรภ์ โรคหวั ใจที่พบบ่อยในหญงิ ตั้งครรภ์ ไดแ้ ก่ หวั ใจพิการแต่กาเนิด และลิน้ หวั ใจตีบ การตรวจวินจิ ฉัย โรคหัวใจในสตรตี ั้งครรภม์ ีแนวทางในการตรวจวนิ จิ ฉัยตามอาการและอาการแสดงของโรคและการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ดังนี้ 1. การตรวจคล่ืนไฟฟ้าหัวใจ (electrocardiogram, ECG) 2. การตรวจหวั ใจดว้ ยคลน่ื เสียง (echocardiogram) 3. การถ่ายภาพรงั สีทรวงอก (chest radiograph) 4. การตรวจดว้ ยคล่นื เสยี ง ความถีส่ งู (ultrasound) 5. การตรวจเลือด เช่น ระดบั ยา digitalis ในเลอื ด, cardiac enzymes, electrolytes, coagulation อาการท่ีควรสงสยั การดูแลทคี่ วรได้รับขณะฝากครรภ์ คำแนะนาในการดแู ลตนเอง เหนื่อยง่าย 1. รพสต. ตรวจเลือด บรกิ ารฝากครรภ์และส่ง 1. แนะนาใหก้ ารรบั ประทานอาหารทมี่ ีธาตุเหล็กและโฟเลตสูงเช่น ตับ เนอื้ สตั ว์ ชีพจรไมส่ มำ่ เสมอ พบแพทยท์ ่ีรพช.ทนั ที ไข่แดง ผกั ใบเขยี ว และถ่ัว เพื่อปอ้ งกนั ภาวะโลหิตจางซ่งึ มีผลตอ่ การช่วยลดการ แนน่ หนา้ อก 2. แพทยร์ พช. ประเมนิ ซ้ำ ตรวจร่างกาย ทางานของหัวใจ หายใจเหน่ือย,หอบ ฟงั เสยี งหัวใจ murmur 2. แนะนาใหจ้ ากัดเกลือในอาหารที่รบั ประทาน โดยรับประทานได้วนั ละ นอนราบไมไ่ ด้ ทำ EKG, Ultrasound ประมาณ 0.5 ชอ้ นชา/วัน นอนหนนุ หมอน 2 ใบขน้ึ ไป 3. แนะนาให้พักผอ่ นให้เพยี งพอ อยา่ งน้อย 6 - 8 ชม. /วนั ได้รบั การวนิ จิ ฉยั .รกั ษา 2.1 หากพบประวัติชัดเจนหรือเป็น 4. แนะนาใหส้ ังเกตอาการแสดงของภาวะแทรกซอ้ นจากโรคหวั ใจ เชน่ เจบ็ โรคหัวใจ กอ่ นตงั้ ครรภ์ โรคหัวใจมากอ่ น ส่งต่ออายุรแพทย์โรคหัวใจ หน้าอก หายใจหอบเหน่ือยมาก ไอเป็นเลือด เหนื่อยง่าย/เป็นลมเมอื่ ออกแรง บวมตาขา กดบุ๋ม (เพ่ือนดั ทำ echo) และส่งพบสูติแพทย์ ไอเป็นเลือด 2.2 หากอาการไมช่ ดั เจน สง่ ต่อสตู แิ พทย์ ประเมนิ เพื่อส่งพบอายรุ แพทยโ์ รคหัวใจ เป็นลมบอ่ ย ๆ

65 แผนการดแู ลรายบุคคลโรคเบาหวานในหญิงต้งั ครรภ์ (Care Plan) โดยอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำหม่บู ้าน(อสม.) คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 65 ขอ้ มูลหญิงตั้งครรภ์ ช่ือ-สกลุ .......................................................................... เลขบัตรประจำตัวประชาชน............................................อาย…ุ …….……ปี หมายเลขโทรศพั ท…์ .……………………..............…………………………ครรภ์ที.่ .....................................ว.ด.ป ที่ลงเยี่ยม.......................................................... ที่อยู.่ ................................................................................................................................................................................................................................. กจิ กรรมการดแู ล ( ) ดแู ล/ตดิ ตามใหห้ ญงิ ต้งั ครรภม์ าฝากครรภ์ทันที ก่อนอายคุ รรภ์ 12 สปั ดาห์ ( ) ดแู ล/ติดตามให้หญงิ ตงั้ ครรภ์มารับการคดั กรองเบาหวานทกุ ราย ( ) ให้คำแนะนาเร่ืองอนั ตรายของเบาหวานขณะตัง้ ครรภแ์ ละความจำเปน็ ในการตรวจหาโรค ( ) ในกรณีผลการคดั กรองเบาหวานครั้งแรก “ปกต”ิ ดูแล/ตดิ ตามใหม้ าตรวจซำ้ เม่ืออายุครรภ์ 24-28 สปั ดาห์ ( ) ในกรณีผลการคัดกรองเบาหวานครั้งแรก “ผดิ ปกต”ิ ดแู ล/ติดตามใหม้ าตรวจตามนัด โดยงดน้ำ-อาหาร เพ่ือคัดกรองเบาหวานตามนดั ต่อไป ( ) ดแู ล/ติดตามใหห้ ญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภต์ ามนดั ( ) ให้คาแนะนาและใหก้ าลงั ใจหญงิ ต้งั ครรภแ์ ละครอบครัวในดา้ นโภชนาการและการปฏิบัตติ ัวให้เหมาะสม ( ) แนะนาใหส้ งั เกตอาการผิดปกตทิ ่ตี ้องรีบมาโรงพยาบาล เดก็ ด้นิ น้อยลง (ด้นิ นอ้ ยกวา่ 3 คร้งั หลงั รบั ประทานอาหาร 1 ช่วั โมง) มเี ลอื ดออก ปัสสาวะแสบขดั มนี ้ำเดิน ขาบวม ปวดมนึ ศีรษะ ตาพรา่ มวั ปวดจุกแน่นใต้ลิ้นปี่ อาการทคี่ วรสงสยั เบาหวานขณะตงั้ ครรภ์ น้ำหนกั ขึ้น > 4 กก.ใน 1 เดือน รบั ประทานคาร์โบไฮเดรต อาหารหวาน มากกว่าปกติ มปี ระวตั โิ รคเบาหวานก่อนต้ังครรภ์ มปี ระวตั โิ รคเบาหวานขณะตง้ั ครรภ์ในคร้งั ก่อน

66 66 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ แผนการดแู ลรายบุคคลโรคภาวะเสยี่ งตอ่ การตกเลอื ดหลงั คลอดของหญงิ ตั้งครรภ(์ Care plan) โดยอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจำหมูบ่ า้ น(อสม.) ข้อมูลหญิงตง้ั ครรภ์ ชอื่ -สกุล.......................................................................... เลขบัตรประจำตัวประชาชน............................................อายุ……….……ปี ครรภท์ ี่...........................ท่ีอย.ู่ ........................................................................................หมายเลขโทรศัพท.์ .......................................................................... ปัจจัยเสี่ยงตอ่ การตกเลือดหลังคลอด ( ) มารดาประวัติเคยตกเลอื ดในครรภก์ อ่ น ระบุ........................................................................................................ ( ) การตง้ั ครรภค์ รงั้ น้ี - รกเกาะตำ่ - ครรภแ์ ฝด - น้ำคร่ำมาก - มเี น้อื งอกมดลูก - อายุมากกว่า 40 ปี หรือซีด HCT น้อยกวา่ 32 หรอื เคยผ่านการคลอดมามากกวา่ เท่ากับ 3ครง้ั วนั ท่ีได้รับการวนิ จิ ฉัย/ขึ้นทะเบยี นเสยี่ ง ...................................................................................... กิจกรรมการดูแล ระยะเวลา ว/ด/ป ที่ลงเย่ยี ม ผลการปฏบิ ตั ิ /ปญั หาอปุ สรรค 1.ค้นหา/ดูแลใหฝ้ ากครรภท์ ันที ก่อน 12 สัปดาห์ 2.ดูแล /ตดิ ตามให้ไดร้ ับการประเมนิ คดั กรองภาวะเส่ยี ง/ส่งตรวจทาง • เมอ่ื ได้รบั การวินิจฉยั /ข้นึ หอ้ งปฏบิ ัติการณ์ ทกุ รายโดยระดบั รพสต. และระดับ รพช. ทะเบียนเสี่ยง 2.ดูแล /ติดตาม การไปพบแพทย์ ครั้งที่ 1 เม่อื อายคุ รรภ์ 16 - 24 • เมือ่ อายคุ รรภ์ 16 - 24 สปั ดาห์ สปั ดาหเ์ พอ่ื ตรวจประเมินภาวะเสี่ยงซำ้ และดแู ลตามความเหมาะสม และฝากครรภ์ต่อใน รพช. 3. ดูแล/ติดตาม การมารบั บรกิ ารฝากครรภต์ ามนัด และความ • ทกุ 1 เดอื น สมำ่ เสมอของการรบั ประทานยาเม็ดเสริมธาตเุ หล็ก 4. ดแู ลเสริมพลงั ใจ ตดิ ตามความสมำ่ เสมอของการรบั ประทานยาเม็ด • ทุก 1 เดอื น เสรมิ ธาตเุ หล็กและเมนอู าหารตา้ นซีด ตลอดการตงั้ ครรภ์ 5. ตดิ ตามการคลอด และเยีย่ มมารดาหลังคลอด ตามเกณฑ์ รว่ มกบั • ตามเกณฑ์การดแู ลมารดาทารก เจ้าหน้าที่ รพสต. หลงั คลอด อาการที่ควรสงสยั ภาวะเสยี่ งโลหิตจาง (ซดี ) กนิ ไม่ได้ อาเจยี นมากกวา่ ปกติ ไม่รับประทานยาเมด็ เสรมิ ธาตเุ หล็กตามแพทยส์ ง่ั อ่อนเพลีย สงสยั ซีดจากการดูตา ฝา่ มือ

67 แผนการดแู ลรายบุคคลโรคภาวะโลหิตจาง(ซีด)ของหญงิ ตง้ั ครรภ์ (Care plan) โดยอาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมบู่ า้ น(อสม.) ข้อมูลหญิงต้งั ครรภ์ ชอื่ -สกลุ .......................................................................... เลขบตั รประจำตัวประชาชน............................................อายุ……….……ปี ครรภ์ท.่ี .....................ทอี่ ย.ู่ .........................................................................................................หมายเลขโทรศัพท์..................................................... วันท่ีไดร้ ับการวินจิ ฉัย ซดี .....................................................ระดบั ความเข้มข้นของฮีมาโทคริต.................................................................................. กิจกรรมการดแู ล ระยะเวลา ว/ด/ป ท่ลี งเยย่ี ม ผลการปฏบิ ตั ิ /ปัญหาอุปสรรค 1.เยีย่ มบ้านเพื่อประเมินความสามารถ ความรู้ ความ • เมอ่ื ได้รับการวนิ ิจฉัย - แบบบนั ทึกการรบั ประทานยา เข้าใจ ในการรับประทานยาเม็ดเสริมธาตุเหลก็ และ เมนูอาหารตา้ นซดี พร้อมให้คำแนะนำ คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 67 2.เยย่ี มบา้ นเพ่ือเสริมพลังใจ ประเมินปัญหาอปุ สรรคใน • 1 เดือน หลงั เย่ยี ม - ระดบั ความเข้มขน้ ของเลือด การปฏิบตั ิตนเพื่อลดภาวะซดี ครง้ั ที่ 1 - จำนวนเมด็ ยา ทค่ี งเหลอื 3. ดแู ลติดตาม การมารบั บรกิ ารฝากครรภ์ตามนดั และ • ทกุ 1 เดอื น - ระดับความเข้มข้นของเลือด เพ่อื เขา้ รับบรกิ ารตรวจความเขม้ ขน้ ของเลือดที่สถาน - จำนวนเมด็ ยา ทค่ี งเหลอื บรกิ ารซ้ำ พร้อมรบั ยาเมด็ เสริมธาตเุ หล็กอย่างตอ่ เน่ือง 4. ดูแลเสรมิ พลังใจ ติดตามความสม่ำเสมอของการ • ทุก 1 เดอื น - ระดับความเข้มขน้ ของเลือด รบั ประทานยาเมด็ เสรมิ ธาตุเหล็กและเมนูอาหารต้านซีด - จำนวนเม็ดยา ท่คี งเหลือ ตลอดการตั้งครรภ์ อาการที่ควรสงสยั ภาวะความดันโลหติ สงู ขณะต้งั ครรภ์ ปวดศีรษะบ่อย ตามวั จุกแน่นลิน้ ปี่ บวม กดบุม๋ ขา 2 ขา้ ง วัดความดนั โลหติ มากกว่าหรือเทา่ กบั 140/90 มิลลเิ มตรปรอท วัดความดันโลหติ เปลี่ยนแปลงจากเดดิ ม ความดนั ตวั บน มากกว่า 30 mmHg ความดนั ตวั ลา่ ง มากกวา่ 15 mmHg

68 การค้นหาหญิงตงั้ ครรภ์ อาการบง่ ชี้ของการตงั้ ครรภ์ ประจำเดือนขาด : ถามประวตั ิวนั แรกของประจำเดือนรอบสุดทา้ ย เลอื ดออกทางช่องคลอด ประจำเดือนไม่สมำ่ เสมอ ไม่ตรงรอบ คลนื่ ไส้อาเจยี น เวียนศรี ษะ คดั เต้านม อ่อนเพลยี รูส้ ึกเหน่ือยง่าย เบือ่ อาหาร ปสั สาวะบ่อย อารมณ์แปรปรวน, หงดุ หงิด ตรวจปสั สาวะด้วยตนเอง หรอื รพ.สต.ใกลบ้ า้ น หรอื โรงพยาบาลใกล้บ้าน ลงทะเบียนหญิงตัง้ ครรภท์ ันท่ีท่ที ราบว่าต้ังครรภ์ ทำยังไงให้ อสม.ทราบและแนะนำไป ANC อสม.จะตอ้ งประชาสัมพนั ธ์ในพน้ื ที่ตัวเองได้ว่า “เชญิ ชวนผหู้ ญิงลงทะเบียนต้งั ครรภท์ ันที ทท่ี ราบว่าต้ังครรภ์ 68 คมู ือหลกั สูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมบู าน (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเด็ก

บรรณานุกรม กญั ญาภคั เทยี นโชต. (2564). การพยาบาลมารดาและทารกระยะหลงั คลอด. https://hiperc.sru.ac.th/pluginfile.php/146017/mod_folder/content/ ปยิ ะนุช ชูโต. (2562).การพยาบาลและการผดุงครรภ์ : สตรใี นระยะคลอดและหลังคลอด (พมิ พ์คร้งั ท1่ี ).บริษัท สมารท์ โคตรติ้งแอนด์เซอวสิ จำกดั เรณู ชนู ิล. คู่มือมารดาหลังคลอด และการดูแลทารก. https://thailand.unfpa.org/sites/default/files/pub- pdf/PP_Handbook.pdf แพทย์หญิงพมิ ลพรรณ ต่างววิ ัฒน์ .(2565). ค่มู ือการฝากครรภ์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข (พมิ พ์คร้ังท่ี 1). https://hp.anamai.moph.go.th/ th/manuals-of-official/209082 หลักสตู รอสม.เชยี่ วชาญ อนามัยแมแ่ ละเดก็ (SMART Mom) ปี 2566 MCH Board เขต 12 (ดัดแปลงจากหลกั สูตร สำนักงานสาธารณสขุ จงั หวดั ปตั ตานี) คูม อื หลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมูบา น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 69

รายนามผู้รว่ มพฒั นาแนวทางการดำเนินงาน คมู่ ือหลกั สตู รอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำหมูบ่ ้าน (อสม.)เชยี่ วชาญ อนามยั แมแ่ ละเดก็ ท่ีปรกึ ษา หัวหน้าหนว่ ยระบาดวทิ ยา ภาควชิ าสูติศาสตรแ์ ละนรเี วชวทิ ยา ศาสตราจารยท์ ิพวรรณ เลียบสอ่ื ตระกลู คณะแพทยศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ หวั หนา้ สาขาวชิ าสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา รองศาตราจารย์จิตเกษม สวุ รรณรฐั คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หวั หน้าหนว่ ยระบบประสาทวิทยา สาขาวชิ าอายรุ ศาสตร์ รองศาสตราจารย์พรชยั สถิรปญั ญา คณะแพทยศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ ผอู้ ำนวยการศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา นายแพทย์อรรถสิทธ์ิ แดงมณี สาธารณสุขนเิ ทศก์ เขตสขุ ภาพที่ 12 นายแพทยส์ มบัติ ผดุงวทิ ย์วฒั นา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตสุขภาพที่ 12 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวดั ปัตตานี นายแพทย์อนุรกั ษ์ สารภาพ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปตั ตานี ประธาน MCH Board จงั หวดั ปตั ตานี นายแพทยร์ ซุ ตา สาและ หัวหนา้ กลมุ่ งานสตู ิ - นรีเวชกรรม รพ.ปัตตานี นายแพทย์ศิรวิ ฒั น์ จาระเวชสาร นกั วชิ าการสาธารณสขุ เชีย่ วชาญ นางสาวอุสาห์ เพ็งภารา หวั หน้ากลมุ่ งานพฒั นาคณุ ภาพและรูปแบบบรกิ าร สสจ.ปตั ตานี ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 12 สงขลา นายแพทย์วีระพันธ์ ลีธนะกุล ผรู้ ว่ มพัฒนาแนวทางการดำเนนิ งานคูม่ ือหลกั สตู รอาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.)เช่ยี วชาญ อนามัยแม่และเด็ก แพทยห์ ญิงเสริมศรี ปฐมพาณิชรัตน์ หวั หนา้ กล่มุ งานสูติ - นรีเวชกรรม รพ.พัทลุง ประธานคณะอนุกรรมการ MCH Board เขตสขุ ภาพที่ 12 นายแพทยช์ ัชวาล กอ่ สกลุ หัวหนา้ กลมุ่ งานสตู ิ - นรีเวชกรรม รพ.หาดใหญ่ รองประธานคณะอนุกรรมการ MCH Board เขตสขุ ภาพท่ี 12 แพทย์หญิงเพญ็ แข รถมณี หวั หนา้ กลมุ่ งานสูติ - นรีเวชกรรม รพ.นราธวิ าสราชนครินทร์ รองประธานคณะอนุกรรมการ MCH Board เขตสุขภาพที่ 12 แพทยห์ ญิงพีระนนั ท์ แกว้ สุกใส หวั หนา้ กลมุ่ งานสูติ - นรเี วชกรรม รพ.สงขลา เลขานกุ ารคณะอนกุ รรมการ MCH Board เขตสุขภาพที่ 12 แพทย์หญิงอัสวานยี ์ รอกา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา แพทย์หญิงราตรี เจะเอาะ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ปัตตานี นางเรงิ ฤทยั หลเี ส็น นกั วิชาการสาธารณสุขเชี่ยวชาญ ศนู ย์อนามยั ท่ี 12 ยะลา นางสาวสุรสั วดี ไมตรกี ลุ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญพิเศษ รพ.ยะลา นางสาวอภญิ ญา อยุ ยะพฒั น์ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญพิเศษ รพ.หาดใหญ่ 70 คูมือหลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็

นางภคินี ขนุ เศษรฐ์ พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญพเิ ศษ รพ.สงขลา นางถรรศนา เจริญไว นกั วชิ าการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ ศูนย์อนามยั ที่ 12 ยะลา นางปาริชาติ แก้วทองประคำ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการพเิ ศษ สสจ.ปตั ตานี นายแพทย์มหู าหมัดอาลี กระโด นายแพทยช์ ำนาญการพิเศษ รพ.ยะรัง อาจารย์วรเชษฐ เขยี วจนั ทร์ วทิ ยากรหลัก/นักวิชาการอิสระ ด้านมานุษยวทิ ยา อาจารยไ์ ตรรตั น์ แขวงเมืองปักษ์ วิทยากรดา้ นการจบั ประเดน็ นางสาวจฑุ ารัตน์ รตั นบรคิ ณ พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ รพ.สต.ปะนาเระ อบจ.ปัตตานี นางศริ วิ รรณ ยะยอื ริ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ สสอ.ยะหร่ิง นางสาวอรณุ ี อีแต เจ้าพนักงานสาธารณสขุ ชำนาญงาน สสอ.ไม้แกน่ นางปารชิ าติ จติ ซอ่ื พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ รพร.สายบรุ ี นางธัญนฎา ประศาสนศ์ ิลป์ นกั วิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสอ.ปะนาเระ นางสาวโรฮายา ปรุงจติ ร์ นกั โภชนาการปฏิบัตกิ าร รพ.ปะนาเระ นางสินนี าฏ ไชยของพรม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.มายอ นางสาวฟาตนิ คลานุรักษ์ พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ สสอ.ยะรัง นางวรรณา บวั ขาว พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ รพ.โคกโพธิ์ นางสาววนั ดา แวอมู า พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ทุ่งยางแดง นางสาวปิยะวรรณ รักนิ่ม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.หนองจิก นายมะลี จาเอาะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.กระโด นางสาวสาเฮรา โตะพา พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ รพ.ปะนาเระ นายมะกาตา หะแว ประธาน อสม.อำเภอสายบรุ ี นางกุซง ยามาลตู ิน อสม.รพ.สต.ปะนาเระ อำเภอปะนาเระ นางวนดิ า เจะมะ อสม.รพ.สต.ยาบี อำเภอหนองจิก นางสาวมาเรียม สะนิ ประธาน อสม.ตำบลบางปู อำเภอยะหร่งิ นางคอลเี ยาะ เจะยอ ประธาน อสม. ม.2 ตำบลตอหลงั อำเภอยะหร่ิง นางสาวกามีหละ๊ เงา๊ ะ ประธาน อสม. ม.3 ตำบลตอหลงั อำเภอยะหร่ิง นางสาวนจั ญ์มะฮ์ เลศิ อริยะพงษ์กุล พยาบาลวชิ าชีพชำนาญการ ศนู ยอ์ นามยั ที่ 12 ยะลา นางสาวกลั ยภรณ์ กิจพิมล พยาบาลวิชาชพี ปฏบิ ัติการ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา นางสาวศิรพิ รรณ กุลดี นักวิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการ ศูนย์อนามัยท่ี 12 ยะลา นางสาวนสิ รนิ มาหะมะ นกั โภชนาการปฏิบตั ิการ ศูนย์อนามยั ท่ี 12 ยะลา นางสาวซซู านนา มะ นกั วิชาการสาธารณสุขปฏบิ ตั ิการ ศูนยอ์ นามยั ท่ี 12 ยะลา นางสาวรวมพร กลู เร่มิ ตัง้ นกั วชิ าการสาธารณสุขชำนาญการ หวั หนา้ กลมุ่ งานส่งเสรมิ สขุ ภาพ สสจ.สงขลา นางสาวศรัญญา ระยบั แสงมงคล นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สสจ.สงขลา คูม อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 71

นางฉตั รพิไล เจยี ระไน นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมสุขภาพ สสจ.สตูล นางเบญจวรรณ ใจเย็น พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ สสจ.สตูล นายสมคิด ฤทธศิ ักดิ์ นกั วชิ าการสาธารณสขุ ชำนาญการ หัวหนา้ กล่มุ งานส่งเสรมิ สุขภาพ สสจ.พทั ลงุ นางนารถอนงค์ ประดบั ทรัพย์ พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ สสจ.พัทลงุ นายประนอม ตลุ ยกลุ นกั วิชาการสาธารณสขุ ชำนาญการพิเศษ หวั หนา้ กลุม่ งานสง่ เสรมิ สขุ ภาพ สสจ.ตรัง นางบุญทิพย์ เสยี บไหม นักวชิ าการสาธารณสุขชำนาญการ สสจ.ตรัง นางทฤนห์ธร พุฒิไพโรจน์ นกั วชิ าการสาธารณสุขชำนาญการ หวั หนา้ กลุ่มงานส่งเสรมิ สุขภาพ สสจ.ยะลา นางวรพักตร์ ยามา พยาบาลวิชาชพี ชำนาญการ สสจ.ยะลา นางสาวสามดี า มะราเปะ เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน สสจ.ยะลา นางรัชนี เทียมแก้ว พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ หัวหนา้ กลุ่มงานสง่ เสรมิ สขุ ภาพ สสจ.ปตั ตานี นางนูลฮี ะ แวสแลแม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพเิ ศษ หัวหน้าสง่ เสริมสขุ ภาพ สสจ.นราธวิ าส นางฮาวา ชนะภยั พยาบาลวชิ าชพี ชำนาญการ สสจ.นราธวิ าส ภาคเี ครอื ขา่ ย สำนักงานประกนั สขุ ภาพ เขต 12 สงขลา สำนักงานเขตสุขภาพที่ 12 72 คูมือหลกั สูตร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมูบาน (อสม.) เชี่ยวชาญอนามัยเเมเเละเดก็

คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 73

74 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook