คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเดก็ 1
หนังสือ : คมู่ อื หลักสูตรอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ น (อสม.) เชี่ยวชาญ อนามยั แม่และเดก็ พิมพ์ครง้ั ท่ี 1 : พฤษภาคม 2566 จำนวนพิมพ์ : เลม่ จดั ทำโดย : คณะกรรมการอนามัยแม่และเดก็ เขตสขุ ภาพท่ี 12 งบประมาณจาก : สำนกั งานหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ เขต 12 สงขลา พิมพท์ ่ี : บรษิ ทั เกรทเตอร์ มัลตมิ เี ดยี จำกัด สาขายะลา Scan ดาวนโ์ หลดคู่มือ 2 คมู ือหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เชย่ี วชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก
คำนำ กระทรวงสาธารณสขุ ไดม้ แี นวคิดการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภมู ิ เข้มแขง็ มีคุณภาพ ทวั่ ถึง ยั่งยนื และบรรลุ เป้าหมาย ทกุ ครอบครวั มีหมอประจาตวั 3 คน มุ่งให้เกดิ ผลลัพธก์ บั ประชาชนท้ังด้านสขุ ภาพและคุณภาพชีวิต 3 หมอ หรือคนไทยทุกครอบครัวมีหมอประจาตัว 3 คน ในการประสาน การทางานดูแลประชาชนที่บ้านและชุมชนแบบ “ดูแลใกล้ตัว ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” เพิ่มความครอบคลุมให้ได้รับบริการต่อเนื่อง ลดการเดินทาง ลดความแออัดของ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และส่งต่อรักษาในโรคซับซ้อนยุ่งยาก โดยหมอคนที่ 1 หมอประจาบ้าน หมอคนที่ 2 หมอสาธารณสุข และหมอคนที่ 3 หมอครอบครัว โดยมีวัตถุประสงค์ ให้คนไทยทุก ครอบครวั มหี มอประจาตัว 3 คน เน้นการดูแลทีบ่ ้านและชมุ ชน เพ่อื ให้อสม.สามารถเปน็ ผ้นู าด้านสุขภาพ สามารถส่ือสารให้ขอ้ มลู เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และมีความรอบรู้ ในการดูแลสุขภาพของประชาชน สามารถดูแลตนเองและลดการเกิดโรคได้ หวังไว้อย่างยิ่งว่า คู่มือหลักสูตรอาสาสมัคร สาธารณสุขประจาหมู่บ้าน (อสม.) เชี่ยวชาญ อนามัยแม่และเด็กสามารถเป็นแนวทางในการดูแลหญิงตั้งครรภ์ เฝ้าระวัง สขุ ภาวะของหญิงตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ลดภาวะเส่ยี งและภาวะแทรกซ้อนตา่ ง ๆ ท้งั ในระยะต้ังครรภ์ ระยะคลอด และหลังคลอด อันจะส่งผลต่อสุขภาพของแม่และเด็กในระยะยาว รวมถึงป้องกันมารดาตายและทารก อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพในเขตสุขภาพท่ี 12 ตอ่ ไป คณะกรรมการอนามยั แม่และเดก็ เขตสุขภาพที่ 12 คูมือหลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมูบ า น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเเละเดก็ 3
4 คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเดก็
สารบญั หน้า 1 เรื่อง 3 บทนา 4 ส่วนที่ 1 บทบาททีค่ าดหวงั หลกั สตู ร และกรอบแนวคดิ 6 โครงสรา้ งหลกั สตู ร 7 กรอบแนวคิด 7 ส่วนท่ี 2 เนอ้ื หาและมาตรฐานแต่ละวิชา 8 แผนการเรียนรู้ หลักสตู ร อสม.เช่ียวชาญ อนามัยแมแ่ ละเด็ก (SMART Mom) ปี 2566 9 การจดั การฐานข้อมูลหญิงวัยเจรญิ พันธุใ์ นชุมชน 10 การคน้ หาและดแู ลหญงิ ต้ังครรภใ์ นชมุ ชน 12 การเยี่ยมหญิงตั้งครรภ์ 4 – 40 สัปดาห์ 14 การดูแลมารดาหลังคลอด 16 ทกั ษะการซักประวัติ การวดั ความดนั และการประเมินความเสยี่ ง ใน รพ.สต. 18 หลักสตู รโรงเรยี นพอ่ แม่ 1 และ 2 20 คน้ หาครรภเ์ สี่ยงเพ่ือเข้ารบั การดแู ลหญงิ ตัง้ ครรภท์ ่มี ีความเสย่ี ง ในคลนิ กิ ANC รพช. 20 ส่วนที่ 3 เอกสารประกอบ/ภาคผนวก 21 เอกสารประเมินความรกู้ ่อนอบรม 25 ประเมินความรู้ อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมู่บ้าน (อสม.) เชย่ี วชาญอนามยั แม่และเดก็ 26 รายละเอียดประกอบการอบรม 32 การคน้ หาและดแู ลหญงิ ตั้งครรภ์ในชุมชน 44 การเยี่ยมหญงิ ตั้งครรภ์ 4 - 40 สปั ดาห์ 56 การดแู ลมารดาหลงั คลอด 57 Care plan แผนการดแู ลหญงิ ตง้ั ครรภร์ ายบุคคล 63 แผนการดูแลหญงิ ตั้งครรภ์ทม่ี ีความเสีย่ งตา่ โดยอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมู่บา้ น แผนการดแู ลหญงิ ต้ังครรภร์ ายบคุ คลโรคความผดิ ผิดปกตขิ องต่อมไทรอยด์ในหญงิ ตง้ั ครรภโ์ ดย 64 อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมูบ่ า้ น (อสม.) 65 แผนการดูแลหญิงตั้งครรภ์รายโรค โดยอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมบู่ า้ น (อสม.) แผนการดูแลรายบุคคลโรคเบาหวานในหญงิ ต้งั ครรภ์ (Care Plan) โดยอาสาสมคั รสาธารณสุข 66 ประจาหมบู่ า้ น (อสม.) แผนการดแู ลรายบคุ คลโรคภาวะเส่ียงตอ่ การตกเลือดหลงั คลอดของหญิงตง้ั ครรภ(์ Care plan) 67 โดยอาสาสมคั รสาธารณสุขประจาหมู่บา้ น (อสม.) แผนการดูแลรายบคุ คลโรคภาวะโลหติ จาง(ซีด)ของหญิงต้ังครรภ์ (Care plan) โดยอาสาสมคั ร 68 สาธารณสขุ ประจาหมู่บา้ น (อสม.) การคน้ หาหญงิ ต้ังครรภ์ อาการบ่งชี้ของการต้งั ครรภ์ คมู อื หลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมบู าน (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 5
6 คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเดก็
1 บทนำ การบริการอนามัยแม่และเด็ก เป็นบริการสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญ ของการพัฒนาคุณภาพประชากร ซึ่งเร่ิม ตั้งแต่การดูแลครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์และการคลอดอย่างมีคุณภาพ มารดาและทารกคลอดปลอดภัย ปราศจาก ภาวะแทรกซ้อน และมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ต่อเนื่องถึงการให้การดูแลเด็กในช่วงปฐมวัย เพื่อให้เด็กเจริญเติบโต และพัฒนาการอย่างองค์รวม ทั้งสุขภาวะทางกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การที่แม่และทารกจะปลอดภัยจาก การตั้งครรภ์และการคลอดนั้น ขึ้นกับการบริการสุขภาพและคุณภาพบริการที่ได้รับ หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับบริการฝาก ครรภ์คุณภาพ และเสริมทักษะการดูแล เลี้ยงดูเด็กที่ดีจากบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดจน การส่งเสรมิ โภชนาการท่ีเหมาะสมจะทำใหม้ ารดาและทารกท่ีคลอดมามสี ขุ ภาพดี ข้อมูลสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับงานอนามัยแม่และเด็ก ได้ถูกกำหนดให้เป็นเครื่องบ่งชี้สภาวะสุขภาพของ ประชากรและการพัฒนาประเทศที่สำคัญ รวมถึงการตายของมารดาเป็นตัวบ่งบอกความเป็นอยู่ของผู้หญิง จากการ วิเคราะห์สถานการณ์การเสียชีวิตของหญิงไทย ในเขตบริการสุขภาพที่ 12 พบว่า ร้อยละ 60 มีสาเหตุทางอ้อม โดยเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นทางอายุรกรรม เมื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของมารดา โดยใช้ Three Delay Model พบประเด็นสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิตของมารดา คือ การขาด Health Literacy ในการดูแลตนเองและ ไมว่ างแผนการมบี ตุ ร กระทรวงสาธารณสขุ ได้มแี นวคิดการพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิ เข้มแข็ง มคี ุณภาพ ทว่ั ถงึ ย่งั ยืนและบรรลุ เป้าหมาย ทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น เน้นการ เสริมสร้างสุขภาพ และความรู้ด้านสุขภาพ การดูแลสุขภาพองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม มุ่งให้เกิดผลลัพธ์กับ ประชาชนทั้งด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต 3 หมอหรือคนไทยทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน คือ การประสาน การทำงานดูแลประชาชนที่บ้านและชุมชนแบบ “ดูแลใกล้ตัว ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” เพิ่มความครอบคลุมให้ได้รับบริการ ต่อเนื่อง ลดการเดินทาง ลดความแออัดของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เน้นการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และส่งต่อ รักษาในโรคซับซ้อนยุ่งยาก โดยหมอคนที่ 1 หมอประจำบ้าน หมอคนที่ 2 หมอสาธารณสุข และหมอคนที่ 3 หมอ ครอบครัว โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ ให้คนไทยทกุ ครอบครวั มหี มอประจำตัว 3 คน เนน้ การดแู ลท่ีบ้านและชุมชน หมอคนท่ี 1 หมอประจำบ้าน คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือ อสม. ทำหน้าที่เยี่ยมบ้าน ให้คำแนะนำ คัดกรอง ติดตามและดูแลผู้ป่วยเบ้อื งต้น โดยหมอประจำบ้าน 1 คนดูแลประชาชน 10-20 หลังคาเรือน หมอคนที่ 2 หมอสาธารณสุข คือ บุคลากรในสถานบริการปฐมภูมิ ทั้ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. คลินิกหมอครอบครัว ศูนย์บริการสาธารณสุข ครอบคลุมบุคลากรทุกสาชาวิชาชีพทั้งพยาบาล เภสัชกร นักสาธารณสุขชุมชน และวิชาชีพอื่นๆ ทำหน้าที่ให้การดูแลส่งเสริมสุขภาพ ประสานงานระหว่างหมอคนที่ 1 และ หมอคนที่ 3 คัดกรองเพื่อระบุสาเหตุ ยืนยันความผิดปกตแิ ละส่งต่อผู้ป่วย โดยหมอสาธารณสุข 1 คนดูแลประชาชน 1,250 – 2,500 คน หมอคนที่ 3 หมอครอบครัว คือ แพทยใ์ นโรงพยาบาล เปน็ ผู้มอบการรกั ษา ดแู ล ใหค้ ำปรึกษา ประสานและ ส่งต่อการรักษาพเิ ศษ โดยหมอครอบครัว 1 คนดูแลประชาชน 8,000 – 12,000 คน นโยบายคนไทยทุกครอบครัวมีหมอประจำตัว 3 คน ของกระทรวงสาธารณสุข เป็นการมุ่งสร้างระบบ สาธารณสุขทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนดูแลสุขภาพ และมีที่ปรึกษาเมื่อเวลาเจ็บป่วย เน้นการบูรณาการการดำเนินงาน ร่วมกันของ 3 หมอ เพ่อื ให้การช่วยเหลือ ดูแล รกั ษาและสง่ ตอ่ ประชาชนในพ้ืนทร่ี บั ผดิ ชอบของตนเอง คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็ 1
2 จากความสำคัญของการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก และนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข การพัฒนา ศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขในการดแู ลสุขภาพแม่และเด็ก จึงมีความสำคัญอยา่ งยิง่ ในการเป็นเครือข่ายการดูแล การค้นหาหญิงตั้งครรภ์ ส่งเสริม ป้องกัน เฝ้าระวังสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในชุมชน การเยี่ยมบ้าน และการส่งต่อข้อมูล ประสานงานระหว่างหมอคนที่ 2 และโรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพระดับตำบล 2 คมู ือหลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมูบาน (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก
3 ส่วนท่ี 1 บทบาทท่ีคาดหวงั หลกั สตู ร และกรอบแนวคิด บทบาทที่คาดหวงั 1. อาสาสมัครสาธารณสขุ (อสม.) สามารถคน้ หาหญิงตัง้ ครรภ์ในชุมชน 2. อาสาสมคั รสาธารณสขุ (อสม.) สามารถดแู ลหญิงตง้ั ครรภ์ และหลังคลอดไดอ้ ย่างเหมาะสมตามมาตรฐาน ท่ีกำหนดร่วมกัน (Change Agent) 3. อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) สามารถสื่อสารให้ข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ (Health Coach) และ สร้างความรอบรูใ้ นการดูแลสขุ ภาพของหญิงตัง้ ครรภ์ 4. อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) สามารถคัดกรองและประเมินภาวะความเส่ยี ง (Early Detect) ของหญิงตั้งครรภ์ และแนะนำสกู่ ารดแู ลรักษาจากแพทยค์ นที่ 2, 3 ได้ 5. อาสาสมคั รสาธารณสขุ (อสม.) สามารถนำหญิงต้งั ครรภ์ใหฝ้ ากครรภค์ ณุ ภาพได้ 6. อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) มีความเชื่อมั่นในบทบาทหมอคนที่ 1 และได้รับการยอมรับและไว้วางใจ จากประชาชน (SMART อสม.) 7. อาสาสมคั รสาธารณสุข (อสม.) สามารถสง่ ตอ่ หญงิ ครรภเ์ สยี่ งสูง หรือมีภาวะฉกุ เฉนิ ได้ทันทว่ งที จดุ มุ่งหมายของหลกั สตู ร ตอ้ งการพัฒนาทักษะของอสม. หมอคนที่ 1 ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในการลงในดูแลและสร้าง ความรอบรู้ด้านสุขภาพให้กับประชาชน รวมถึงสร้างการเข้าถงึ บริการและลดความเหลือ่ มล้ำด้านบริการสุขภาพของ ประชาชน สามารถส่งต่อได้ทันท่วงที ตามระบบการส่งต่อของระบบบริการด้วยการมีความรู้และทักษะในการดูแล สุขภาพแมแ่ ละเด็ก โดยมุ่งหวังลกู เกดิ รอด แม่ปลอดภยั วตั ถปุ ระสงค์ของหลักสตู ร 1. เพือ่ พฒั นาศกั ยภาพของ อสม.ให้มีความรู้และทักษะในการดแู ลหญงิ ตง้ั ครรภ์ ในระยะต้ังครรภ์ ระยะคลอด และหลงั คลอด 2. เพอ่ื พัฒนาศักยภาพ อสม. สร้างการมีส่วนร่วมของ อสม. และเจ้าหน้าทีส่ าธารณสุขในการวางเป้าหมายใน การดูแลสุขภาพแม่และเด็ก 3. เพอ่ื ให้ อสม.มคี วามรอบรดู้ า้ นการใช้เทคโนโลยใี นการสอื่ สารท่เี หมาะสม 4. เพื่อพัฒนาศักยภาพของ อสม. ในการเชื่อมโยงเครือข่ายสุขภาพ 3 หมอ การส่งต่อหญิงตั้งครรภ์ ตามระบบการสง่ ต่อของระบบบรกิ าร กลมุ่ เป้าหมายและคณุ สมบัติผ้เู ข้าอบมรม 1. เป็น อสม.ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสขุ 2. เป็น อสม.ทม่ี คี วามพรอ้ มในการดูแลสุขภาพแมแ่ ละเด็ก คูมอื หลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เชย่ี วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก 3
4 สมรรถนะทีค่ าดหวงั 1.อสม. มีความรู้ในการดูแลกลุ่มสตรีต้งั แต่วยั เจริญพันธ์ุ ตัง้ ครรภ์ คลอด และหลงั คลอด 2.อสม. มีทกั ษะในการดูแลหญิงตง้ั ครรภใ์ นแต่ละระยะตามบทบาทของ อสม. 3.อสม. มีทักษะในการนำหญิงตง้ั ครรภ์ฝากครรภ์คุณภาพ 4.เกิดระบบการดแู ลหญิงวัยเจรญิ พนั ธุ์ หญิงตงั้ ครรภ์ และหลงั คลอด ท่ีเปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ทั้งเขตสุขภาพที่ 12 5.มรี ะบบการส่งต่อครรภ์เส่ยี งสูงอย่างไร้รอยต่อจากหมอคนที่ 1 ไปยังหมอคนท่ี 2 และคนที่ 3 โครงสรา้ งหลกั สตู ร ประกอบดว้ ย ลำดับท่ี รายละเอยี ด ระยเวลา ผูร้ ับผิดชอบ รายวชิ า การฝึกอบรม อส ม . 1. วิชาการจดั การฐานขอ้ มลู หญงิ วยั เจริญพันธุใ์ นชมุ ชน 1 ชม. เชี่ยวชาญอนามัยแม่ 2. วิชาการค้นหาตั้งครรภ์ในชุมชน 1 ชม. และเดก็ 3. การเย่ียมและการดูแลหญิงตัง้ ครรภ์ในชมุ ชน (... วชิ า/...ชม.) 3.1 ทักษะการซักประวัติ การวัดความดันโลหิต การ ประเมนิ และค้นหาความเสีย่ ง การตรวจรา่ งกายภายนอก อายคุ รรภ์ < 12 สปั ดาห์ อายุครรภ์ 12 + 1 – 16 + 6 สปั ดาห์ อายุครรภ์ 17 + 1 – 20 + 6 สัปดาห์ อายคุ รรภ์ 21 + 1 – 24 + 6 สัปดาห์ อายุครรภ์ 25 + 1 – 28 + 6 สัปดาห์ อายคุ รรภ์ 29 + 1 – 32 + 6 สัปดาห์ อายคุ รรภ์ 33 + 1 – 36 + 6 สัปดาห์ อายุครรภ์ 37 + 1 – 40 สัปดาห์ 3.2 โรงเรียนพ่อแม่ การนับลูกดิ้น การกินยา อาหาร และการดแู ลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ 4. การสง่ ตวั หญิงตั้งครรภ์ที่มคี วามเส่ียง ให้พบหมอคนท่ี 6 ชม. 2, 3 5. การดูแลมารดาหลงั คลอดตามบทบาท อสม. 6 ชม. - ทักษะการซกั ประวตั ิ - การค้นหาความเส่ยี ง - การตรวจรา่ งกายภายนอก วัดความดนั สัญญาณชีพ 4 คูมอื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเด็ก
5 ลำดับที่ รายละเอียด ระยเวลา ผู้รบั ผิดชอบ รายวชิ า การประเมินความรู้จาก ฝึกปฏิบตั จิ ริงกบั หญิงตงั้ ครรภอ์ ย่างน้อย 1 ราย ประสบการณ์ฝึกปฏิบตั ิ จริงกับหญิงต้ังครรภ์ ต้ังแตต่ ง้ั ครรภจ์ นคลอด (อย่างนอ้ ย 1 ราย) ระยะเวลาในการอบรม จำนวน 30 ชัว่ โมง คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมูบา น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก 5
กรอบแนวคดิ (Conceptual Framework) 6 คมู ือหลักสตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบ า น (อสม.) เชย่ี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็
7 สว่ นที่ 2 เนื้อหำและมำตรฐำนแตล่ ะวิชำ แผนการเรยี นรู้ หลักสูตร อสม.เชย่ี วชาญ อนามัยแม่และเดก็ (SMART Mom) ปี 2566 วชิ าท่ี 1 การจดั การฐานขอ้ มูลหญงิ วยั เจริญพนั ธใุ์ นชุมชน วชิ าที่ 2 การคน้ หาและดแู ลหญงิ ต้ังครรภใ์ นชมุ ชน ทกั ษะการซกั ประวตั ิ การวัดความดัน และการประเมินความเส่ียง ใน รพ.สต. โรงเรยี นพอ่ แม่ การนับลูกด้ิน การกินยา อาหารและการดูแลตนเองของหญิงตงั้ ครรภ์ ใน รพ.สต. วชิ าท่ี 3 การเยย่ี มหญิงต้ังครรภ์ 4 – 40 สัปดาห์ วชิ าท่ี 4 วิชา การดแู ลมารดาหลังคลอด คมู ือหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเ เละเด็ก 7
8 8 คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเดก็ กำรจดั กำรฐำนข้อมลู หญิงวัยเจรญิ พันธุใ์ นชุมชน (1 ชม.) วัตถุประสงค์ เนือ้ หำ/กรอบแนวคดิ แนวทำงกำรจัดกจิ กรรมเรยี นรู้ สอ่ื อุปกรณ์ ระยะเวลำ กำรประเมนิ ผูส้ อน/ผรู้ ับผดิ ชอบ รำยวิชำ 1.เพื่อให้ อสม.มี 1.ชี้แจงความสำคญั ของการ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1.แบบบันทึก 1 ช่วั โมง 1.สุ่มสอบถามความรู้ ฐานข้อมลู หญิง มีฐานข้อมูลหญิงวยั เจริญพนั ธ์ุ 1.สอบถามประชากรในเขตรับผดิ ชอบ ฐานขอ้ มลู หญิง ความเข้าใจในการ อำจำรย์ผสู้ อน วัยเจริญพนั ธุ์ใน ในชมุ ชน ของ อสม.และการจัดเก็บข้อมลู วัยเจริญพันธใุ์ นชุมชน บนั ทกึ ฐานข้อมูล ชมุ ชนทีร่ ับผิดชอบ 2.การจัดทำฐานข้อมลู หญงิ ขั้นดำเนินการสอน 2.โทรศพั ท์ที่มี หญงิ วัยเจรญิ พนั ธ์ใุ น วิทยำกร 2.เพื่อให้ อสม. วยั เจริญพนั ธ์ุในชมุ ชน 1.แนะนำแบบบนั ทึกฐานข้อมูลหญงิ แอปพลิเคชัน LINE ชมุ ชน สามารถแนะนำ 3.การสมคั รโครงการ 9 ยา่ ง วยั เจรญิ พนั ธ์ุในชมุ ชน 3.QR code 2.สมุ่ สาธิตการสมคั ร ชอ่ งทางสรา้ งความรู้ เพอ่ื สรา้ งลูก ผา่ น 2.การตดิ ตามข้อมูลประชากรในพืน้ ท่ี โครงการ 9 ย่างเพ่อื โครงการ 9 ยา่ งเพ่อื และคำแนะนำการ แอปพลเิ คชัน LINE 3.แนะนำวิธกี ารสมัครโครงการ 9 ยา่ ง สร้างลูก สรา้ งลูก ปฏบิ ตั ติ ัวแกห่ ญงิ 4. การสมัคร register เป็น เพอื่ สร้างลูก ผา่ นแอปพลิเคชัน LINE 4. QR Code ตง้ั ครรภ์และเด็ก หญิงตั้งครรภข์ องชมุ ชน 4. สร้าง QR Code สำหรบั หญิง หญิงต้งั ครรภ์ใน ต้ังครรภใ์ นชุมชน Application Line ชมุ ชน ในแต่ละชุมชน
9 การค้นหาและดแู ลหญงิ ต้งั ครรภ์ในชมุ ชน วัตถุประสงค์ เน้ือหา/กรอบแนวคิด แนวทางการจัดกิจกรรมเรยี นรู้ สือ่ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมิน ผู้สอน/ผู้รบั ผิดชอบ รายวิชา 1.เพ่อื ให้ อสม. 1.อาการบง่ ช้ีการต้ังครรภ์ ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน 1.ส่อื วิดีโอ กลไกการ 1 ช่ัวโมง 1.ทำแบบทดสอบ ความรกู้ ่อน-หลงั วิทยากร/อาจารย์ คน้ หาหญงิ ตัง้ ครรภ์ 2.คำแนะนำเบื้องต้น 1.เจา้ หนา้ ที่ตง้ั คำถามกบั อสม. ว่าจะรูไ้ ด้ ตั้งครรภ์ 2.ผลการนำเสนอ ผู้สอน 3.การส่มุ ถาม รายใหม่ สำหรับคนท้องและอาการที่ อยา่ งไรวา่ ตั้งครรภ์ 2.Power point 4.สงั เกตการมสี ่วน ร่วม 2.เพอื่ ให้ อสม. ต้องเฝ้าระวงั 2.นำเขา้ สบู่ ทเรียน อธบิ ายกลไกการต้ังครรภ์ สัญญาณการต้ังครรภ์ สามารถแนะนำการ 3.การทดสอบการตัง้ ครรภ์ ขน้ั ดำเนนิ การสอน ระยะแรก, วธิ ีการ ดูแลหญิงตง้ั ครรภ์ เบ้อื งต้น 1.เจ้าหน้าทใ่ี หค้ วามรู้เก่ียวกับอาการบ่งช้ีการ จดั การอาการแพ้ท้อง คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเดก็ 9 ในชมุ ชนได้ 4.ความสำคัญของการ ต้ังครรภแ์ ละคำแนะนำ และอาการท่ตี ้องเฝา้ ฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ 2.เจ้าหน้าท่ีให้คำแนะนำเบื้องต้น สำหรบั หญิง ระวงั ขณะตงั้ ครรภ์ 5.ความสำคัญของสมุด ต้งั ครรภ์ และอาการที่ต้องเฝ้าระวัง 3.กระดาษปร๊ฟู สชี มพู 3.เจา้ หนา้ ท่ี สาธิตและอธิบายวธิ ีการทดสอบ 4.ชดุ ตรวจ UPT การต้ังครรภด์ ้วยการตรวจปสั สาวะ (UPT) 5.วงหมุนดอู ายคุ รรภ์ 4.เจา้ หน้าทีใ่ หค้ วามรู้เก่ยี วกบั วธิ ีการจดั การ กบั อาการแพ้ท้อง และอาการที่ตอ้ งเฝ้าระวัง ขณะตัง้ ครรภ์ 5.เจ้าหน้าทสี่ รปุ เนือ้ หาข้างต้น พรอ้ มอธบิ าย ตารางหญงิ ตงั้ ครรภ์ ข้นั สรปุ 1.เจา้ หน้าทีส่ รุปเพม่ิ เติมพร้อม อธบิ ายความสำคัญของการฝากครรภก์ อ่ น 12 สปั ดาห์
10 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 10 กำรเยี่ยมหญงิ ตั้งครรภ์ 4 – 40 สัปดำห์ วตั ถปุ ระสงค์ เนอ้ื หา/กรอบแนวคิด แนวทางการจดั กิจกรรม สอื่ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมิน ผู้สอน/ผู้รบั ผดิ ชอบ เรียนรู้ รายวชิ า เพอ่ื ให้ อสม.มีความรู้ 1.การดูแลตนเองขณะตง้ั ครรภ์ - สมุดสีชมพู 15 นาที - Pre test ความเข้าใจและทักษะ 1.1 การปรับตัวสำหรับหญงิ - ผสู้ อนบรรยายเน้ือหา - Power point - Post test วิทยากร/อาจารย์ ในการดูแลหญงิ ตงั้ ครรภ์ ต้ังครรภ์ในแต่ละไตรมาส - โมเดลจำลองการ - สงั เกต ผสู้ อน ในแต่ละไตรมาส ตามค่มู ือ ตงั้ ครรภ์ - ถาม - ตอบ • ไตรมาสที่ 1 ช่วงอายุครรภ์ 4 - 13 สัปดาห์ - บรรยาย โมเดลอาหาร 10 นาที - Pre test 5 นาที - Post test • ไตรมาสท่ี 2 ช่วงอายุครรภ์ - การถามตอบอาหารทีม่ ีใน 14 - 27 สัปดาห์ สงั เกต ชมุ ชน • ไตรมาสท่ี 3 ช่วงอายุครรภ์ 28 - 40 สัปดาห์ - บรรยาย วิดีทศั นก์ ารผ่อนคลาย 2.โภชนาการหญิงตั้งครรภ์ - สาธติ การผอ่ นคลาย การ การยืดเหยียด ของหญิง แนวทางการให้คำแนะนำทาง โภชนาการสำหรบั หญงิ ต้ังครรภ์ ยดื เหยยี ด ของหญิงตั้งครรภ์ ต้ังครรภ์ 3. แนวทางการจัดกจิ กรรมทาง กายให้ปลอดภยั และข้อแนะนำ การนอนหลบั
11 วัตถุประสงค์ เน้อื หา/กรอบแนวคิด แนวทางการจัดกิจกรรม สอื่ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมิน ผสู้ อน/ผู้รบั ผดิ ชอบ 4.การประเมนิ สุขภาพจิต และคดั เรียนรู้ - แบบคดั กรองโรค รายวิชา เพ่ือให้ อสม.มคี วามร้แู ละ กรองสารเสพติดในหญิงตัง้ ครรภ์ ซมึ เศร้า 2Q 5 นาที - สงั เกต สามารถใชเ้ ครื่องมือในการ 4.1 การประเมินสขุ ภาพจิตหญิง - การบรรยาย - แบบประเมิน - ถาม - ตอบ ประเมินสขุ ภาพจิตและ ตั้งครรภ์ - ฝึกปฏิบตั ิทำแบบประเมนิ ความเครียด (ST-5) คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 11 ภาวะเครียดในหญิงต้ังครรภ์ สขุ ภาพจติ 10 นาที - Pre test ไดร้ วมทั้งให้คำแนะนำ 5.คำแนะนำในการดแู ลสขุ ภาพ - Power point 10 นาที - Post test ช่วยเหลอื ดา้ นสขุ ภาพจิต ช่องปากสำหรบั หญงิ ตั้งครรภ์ - บรรยาย - โมเดลฟนั - สงั เกต เบื้องต้นได้ - สาธติ การแปรงฟนั และ - ถาม - ตอบ 6. สญั ญาณอนั ตรายทแ่ี ม่ การใช้อปุ กรณ์เสรมิ ทำความ Power Point เพื่อให้ อสม.มีความร้คู วาม ตั้งครรภ์ต้องรบี ไปพบแพทย์ สะอาดซอกฟนั - Pre test เขา้ ใจและทกั ษะการดแู ล - บรรยาย - Power point - Post test สุขภาพชอ่ งปากของหญงิ 7. ยาบำรงุ เลือดในหญิงต้ังครรภ์ - แลกเปลีย่ นประสบการณ์ - ตวั อย่างยาบำรงุ เลือด - สงั เกต ต้งั ครรภ์ สญั ญาณอนั ตรายท่ีพบใน - ถาม - ตอบ เพอื่ ให้ อสม.มีความรู้ ความ ชุมชน เขา้ ใจและทกั ษะในการ ประเมนิ ความเสยี่ ง - บรรยาย สัญญาณอนั ตรายของหญงิ ตง้ั ครรภ์ทตี่ อ้ งไปพบแพทย์ 5 นาที - Pre test - Post test - สังเกต - ถาม - ตอบ
12 12 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ กำรดูแลมำรดำหลังคลอด วตั ถุประสงค์ เน้อื หำ/กรอบแนวคิด แนวทำงกำรจดั กิจกรรมเรยี นรู้ สอื่ อุปกรณ์ ระยะเวลำ กำรประเมิน ผ้สู อน/ผูร้ ับผดิ ชอบ รำยวชิ ำ 1. เพื่อให้ผู้ฟงั สามารถ - ความหมายของระยะหลังคลอด - บรรยาย 1 ชั่วโมง - สงั เกต บอกความหมายของ - การเปลยี่ นแปลงด้านสรรี วิทยา - ถาม - ตอบ อำจำรยผ์ ูส้ อน ระยะหลังคลอดได้ - Pre test วทิ ยำกร 2. เพ่ือใหผ้ ู้ฟังสามารถ มดลกู - Post test อธบิ ายการเปลีย่ นแปลง น้ำคาวปลา ด้านสรรี วิทยา จติ สังคม ชอ่ งคลอด และเยอ่ื บุผนงั ช่องคลอด และจิตวญิ ญาณของ ฝีเย็บ มารดาหลังคลอดได้ ผนังหน้าท้อง การมปี ระจำเดือน - การเปลี่ยนแปลงด้านร่างกายในแต่ ละระบบหลังคลอด - การประเมินภาวะสุขภาพของมารดา ทารกหลังคลอด - การเปลี่ยนแปลงด้านจิตสังคมของ มารดาหลังคลอด - การส่งเสริมสัมพันธภาพระหว่าง มารดา ทารกและครอบครัวในระยะ หลงั คลอด - การสง่ เสริมสุขภาพมารดาหลงั คลอด
13 วตั ถปุ ระสงค์ เนอื้ หำ/กรอบแนวคิด แนวทำงกำรจัดกิจกรรมเรยี นรู้ สือ่ อุปกรณ์ ระยะเวลำ กำรประเมิน ผสู้ อน/ผู้รับผิดชอบ รำยวิชำ คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 13 - การส่งเสริมการเลี้ยงบุตรด้วยนมแม่ ในระยะหลังคลอด - อาการผิดปกติที่ต้องกลับมาพบ แพทย์ - การดแู ลทารกแรกเกิด - การสังเกตอาการผิดปกติที่ต้องพบ แพทย์ ทอ้ งเดนิ ท้องผูก มีไข้ เปน็ หวัด ล้นิ เป็นฝา้ ขาว อาเจยี น สะดือแฉะ และ อาการตวั เหลอื ง - การเชอ่ื มโยง แนะนำใหห้ ญิงต้งั ครรภ์ ท่ีมีภาวะผิดปกติ กลับไปรบั การรักษา ที่ รพ.สต. รพช. รพท. รพศ. - ภาวะฉกุ เฉนิ โทร 1669
14 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 14 ทักษะการซกั ประวัติ การวัดความดัน และการประเมินความเสย่ี ง ใน รพ.สต.(6 ชม.) วตั ถปุ ระสงค์ เนอ้ื หา/กรอบ แนวทางการจดั กจิ กรรมเรยี นรู้ สอื่ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมิน ผู้สอน/ผู้รบั ผดิ ชอบ แนวคดิ รายวชิ า 1.เพือ่ ให้ อสม.มที ักษะ 1.ทำแบบทดสอบ เบอ้ื ตน้ ในการดแู ลหญงิ 1.ข้อมูลท่วั ไป ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน 1.Power point ความรกู้ ่อน-หลงั วิทยากร/อาจารย์ ต้งั ครรภ์ 2.ผลการนำเสนอ ผ้สู อน 2.เพื่อให้ อสม.สามารถ หญิงต้ังครรภ์ เชน่ 1.เจา้ หนา้ ทสี่ อบถาม ข้อมูลตามตัวชว้ี ัดของ - ข้อมูลตามตัวชี้วดั 3.การสุ่มถาม ประเมินความเส่ียง 4.สังเกตการมสี ว่ น เบ้ืองต้นหญงิ ต้ังครรภ์ อายคุ รรภ์ งานอนามัยแม่และเดก็ ในชมุ ชนท่ี อสม. ของงานอนามัยแม่ ร่วม 3.เพื่อให้ อสม.สามารถ แนะนำการดูแลหญิง 2.ทกั ษะเบื้องต้นใน รับผิดชอบ และเด็ก ตั้งครรภ์ในชมุ ชนได้ การประเมนิ สญั ญาณ 2.เจ้าหนา้ ทสี่ อบถาม ข้นั ตอนการฝากครรภ์ - ข้ันตอนการฝาก ชพี และสญั ญาณชีพ/อาการผดิ ปกตขิ องหญงิ ครรภ์ 3.ความเสยี่ งเบ้อื งต้น ต้ังครรภ์ - ความเส่ียง 3.นำเข้าส่บู ทเรยี น อธบิ ายบทบาทขน้ั ตอนใน เบ้อื งต้น การฝากครรภ์ และอธิบายสัญญาณชีพ/ 2.กระดาษปรูฟ๊ อาการผิดปกติของหญงิ ตั้งครรภ์ ข้ันดำเนนิ การสอน 1.เจ้าหน้าที่ให้ความรเู้ กยี่ วกบั ขั้นตอนการ ฝากครรภ์ 2.เจา้ หนา้ ทใ่ี ห้คำแนะนำเบ้ืองตน้ ในการ ตรวจสอบ /สงั เกตของความเสี่ยงของ หญิงต้งั ครรภ์ 3.เจ้าหน้าที่ สาธิตและอธิบายขนั้ ตอนต่างๆใน การซกั ประวตั ิ
15 วตั ถปุ ระสงค์ เน้ือหา/กรอบ แนวทางการจดั กจิ กรรมเรยี นรู้ ส่ือ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมิน ผ้สู อน/ผ้รู ับผิดชอบ แนวคดิ รายวชิ า 4.ใหต้ ัวแทน อสม. จำนวน 5 คน สาธิตการ คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 15 ซกั ประวัติ 5.เจา้ หน้าท่ีให้ความรเู้ กี่ยวกับวิธีการเบอ้ื งต้น หากพบว่าหญิงต้ังครรภ์มคี วามเสีย่ งรายโรค เช่น หญิงตง้ั ครรภ์ที่มคี วามดันโลหติ สูง หญงิ ตัง้ ครรภ์ที่มีภาวะเบาหวาน ภาวะจิตใจ ผดิ ปกติ 6.ให้ อสม. แบง่ กลมุ่ 5 กลุม่ เพอ่ื ระดม ความคดิ ในประเด็น อาการที่บ่งชีค้ วามเสีย่ งที่ พบบอ่ ยในชุมชน และคำแนะนำสำหรับหญงิ ตงั้ ครรภ์จากนั้นนำเสนอแต่ละกลุม่ 7.เจา้ หนา้ ท่ีสรปุ เนือ้ หาข้างต้น ข้ันสรุป 1.เจ้าหนา้ ที่สรปุ เพมิ่ เติมพร้อม อธิบายบทบาทของ อสม.ในการดูแลหญงิ ตง้ั ครรภใ์ นชุมชน
16 16 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ หลักสตู รโรงเรยี นพอ่ แม่ 1 และ 2 วัตถุประสงค์ เน้ือหา/กรอบ แนวทางการจัดกิจกรรมเรียนรู้ สือ่ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมิน ผ้สู อน/ผู้รบั ผิดชอบ แนวคดิ รายวชิ า ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน 1.เพือ่ ให้ อสม. มีสว่ น 1.หลกั สูตรโรงเรียน 1. สอบถาม ความหมายและความสำคญั 1.Power point 1 ชวั่ โมง 1.ทำแบบทดสอบ วทิ ยากร/อาจารย์ ของโรงเรียนพ่อแม่ แผนการสอนโรงเรียน ความรูก้ ่อน-หลัง ผสู้ อน ร่วมในการดำเนนิ งาน พอ่ แม่ 1 และ 2 2.นำเข้าสบู่ ทเรียน อธิบายบทบาทของ พอ่ แม่ 2.ผลการนำเสนอ อสม.ในการเป็นส่วนสนับสนนุ โรงเรยี น 2.กระดาษปรฟู๊ 3.การสมุ่ ถาม โรงเรียนพอ่ แม่ 1 และ 2 พ่อแม่ 3.ตุก๊ ตา โมเดลอาหาร 4.สงั เกตการมีสว่ น 3.ช้แี จงความสำคัญของโรงเรียนพ่อแม่ รว่ ม 2.เพือ่ ให้ อสม.เปน็ 4.นำเข้าส่หู ลกั สูตรโรงเรยี นพ่อแม่ ข้ันดำเนนิ การสอน ส่ือกลางในการคืนขอ้ มูล 1.เจ้าหนา้ ทีค่ นื ข้อมูลตัวช้ีวดั งานอนามยั แมแ่ ละเด็ก ลงสู่ชมุ ชน 2.เจา้ หนา้ ทใ่ี หค้ ำแนะนำเกยี่ วกบั ความสำคัญในการการเข้ารว่ มโรงเรียน พอ่ แม่ 3.เจา้ หน้าที่ สาธิตและอธบิ ายขัน้ ตอน ตา่ ง ๆ ในใหค้ วามรโู้ รงเรยี นพ่อแม่ เร่อื งอะไรบ้าง
17 วตั ถปุ ระสงค์ เนือ้ หา/กรอบ แนวทางการจดั กจิ กรรมเรยี นรู้ สื่อ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมนิ ผู้สอน/ผูร้ ับผดิ ชอบ แนวคิด รายวชิ า 4.ให้ตัวแทน อสม. จำนวน 5 คน สาธิต คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 17 การใหค้ ำแนะนำเพ่ือการสนับสนนุ ตาม หลักสูตรโรงเรยี นพอ่ แม่ เชน่ การนบั ลูก ด้นิ อาการผดิ ปกตทิ ี่ต้องรบี มา โรงพยาบาล การรับประทานอาหารและ ยา 5.เจ้าหน้าท่ีสรปุ เน้ือหาข้างต้น ข้ันสรปุ 1.เจา้ หนา้ ทีส่ รุปเพม่ิ เติมพร้อม อธิบายบทบาทของ อสม.ในการดแู ลหญิง ต้ังครรภ์ในชุมชน
18 คมู อื หลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 18 ค้นหำครรภ์เสย่ี งเพอื่ เขำ้ รับกำรดูแลหญิงตง้ั ครรภท์ ม่ี ีควำมเสยี่ ง ในคลินิก ANC รพช. วัตถุประสงค์ เน้ือหา/กรอบแนวคิด แนวทางการจดั กิจกรรมเรียนรู้ สอื่ อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมนิ ผูส้ อน/ผู้รบั ผิดชอบ รายวชิ า 1.เพ่อื ให้ อสม. มี 1.ความเสี่ยงของหญงิ ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน 1.Power point 1 ชวั่ โมง 1.ทำแบบทดสอบ ส่วนรว่ มในการเฝ้า ต้ังครรภ์ 5 โรค 1.เจา้ หนา้ ทสี่ อบถาม ข้อมูลหญิงต้ังครรภ์ ขอ้ มูลหญิงตั้งครรภท์ ่ี ความรู้ก่อน - หลัง วทิ ยากร/อาจารย์ ระวงั หญิงตัง้ ครรภท์ ่ีมี 2.โรคทางอายุรกรรมใน ทมี่ ีภาวะเสี่ยงในชุมชนที่ อสม.รบั ผดิ ชอบ มีภาวะเส่ียงจังหวดั 2.ผลการนำเสนอ ผู้สอน ภาวะเสีย่ งในชุมชน หญิงตง้ั ครรภ์ 2. สอบถาม บทบาทของ อสม.ในการดูแล ปัตตานี 3.การส่มุ ถาม 3. แนะนำและการนำ/ หญิงตงั้ ครรภท์ ี่มีภาวะเสย่ี งในชุมชน - แนวทางการดแู ล 4.สังเกตการมีส่วน ส่งตวั ผ้ปู ่วยครรภเ์ สย่ี งสู่ 3.นำเข้าสูบ่ ทเรียน อธบิ ายบทบาทของ หญิงตัง้ ครรภ์ที่มี ร่วม การดูแลรักษาจากสตู ิ อสม.ในการเปน็ ส่วนสนับสนุนการดูแล ภาวะเสย่ี งรายโรค แพทย์ หญิงต้ังครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยง 2.กระดาษปรฟู๊ 4.แบบฟอร์มการสง่ ตัว 4.ช้แี จงความสำคัญในการดแู ลหญิง ต้งั ครรภท์ ม่ี ีภาวะเสีย่ งในชุมชน 5.นำเข้าสูก่ ารดูแลหญิงต้งั ครรภ์ทมี่ ภี าวะ เส่ยี งรายโรค ขนั้ ดำเนนิ การสอน 1.เจา้ หน้าท่คี ืนข้อมลู หญงิ ต้ังครรภ์ที่มี ภาวะเส่ยี งจังหวัดปตั ตานี 2.เจ้าหน้าท่ีให้คำแนะนำแนวทางการดูแล หญิงตั้งครรภท์ ี่มีภาวะเสย่ี งในชมุ ชน
19 วตั ถปุ ระสงค์ เน้ือหา/กรอบแนวคดิ แนวทางการจดั กิจกรรมเรียนรู้ ส่อื อุปกรณ์ ระยะเวลา การประเมนิ ผู้สอน/ผรู้ บั ผิดชอบ รายวชิ า คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 19 3.เจา้ หน้าที่ สาธติ และอธิบายข้นั ตอน ต่างๆในการดแู ลหญิงตั้งครรภ์ทม่ี ภี าวะ เสยี่ งรายโรค 4.ใหต้ วั แทน อสม. จำนวน 5 คน สาธติ การดูแลหญงิ ตัง้ ครรภ์ท่ีมีภาวะเส่ียง 5.เจ้าหน้าทสี่ รุปเนอ้ื หาข้างต้น ข้ันสรุป 1.เจ้าหน้าท่สี รปุ เพิม่ เติมพร้อม อธบิ ายบทบาทของ อสม.ในการดแู ล หญงิ ต้งั ครรภ์ในชมุ ชน กำรดแู ลมำรดำหลงั คลอดตำมบทบำท อสม. ขอบเขตและเนื้อหำรำยวิชำ • ทักษะการซักประวัติ และการตรวจรา่ งกายมารดา ทารกหลังคลอด • ทกั ษะการดูแลทารกหลังคลอด (การอาบน้า การเช็ดตา เช็ดสะดอื การหอ่ ตวั เด็ก) • การส่งเสริมการเลีย้ งลูกด้วยนมแม่ (ทา่ อุม้ การประเมนิ การเข้าเตา้ การบบี เกบ็ นา้ นม ) • ทักษะการใหค้ าแนะนาการวางแผนครอบครัว ระยะเวลำ 6 ชั่วโมง
20 ส่วนท่ี 3 เอกสำรประกอบ/ภำคผนวก เอกสำรประเมนิ ควำมรกู้ อ่ นอบรม 20 คูมอื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมูบ า น (อสม.) เชย่ี วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก
21 ประเมนิ ความรู้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บา้ น (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยแมแ่ ละเดก็ สว่ นท่ี 1 ข้อมลู ทั่วไปของ อสม. ชือ่ - นามสกุล ................................................................................................................................................. เพศ ชาย หญิง อสม.ประจำรพ.สต. ................................ ตำบล.............................อำเภอ.......................จังหวดั ....................... ส่วนที่ 2 ความรดู้ ้านงานอนามัยแม่และเดก็ 1.การสง่ เสรมิ ให้หญงิ วัยเจริญพนั ธร์ุ ับประทานยาโฟลิคก่อนตัง้ ครรภ์จะช่วยปอ้ งกนั ความพิการท่ีอาจเกดิ กับทารกได้ o ใช่ o ไม่ใช่ 2. UPT เป็นวิธหี น่ึงทตี่ รวจสอบการตั้งครรภ์ o ใช่ o ไมใ่ ช่ 3. ผล UPT 1 ขีด ถือวา่ ต้ังครรภ์ o ใช่ o ไมใ่ ช่ 4. หญงิ ต้ังครรภ์ควรรบั ประทานยาเสริมธาตุเหลก็ ร่วมกับนม เพราะจะช่วยดดู ซมึ ธาตุเหลก็ ได้ดยี ่ิงขึน้ o ใช่ o ไม่ใช่ 5. หญิงต้ังครรภค์ วรนับลกู ด้ินต้งั แต่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ o ใช่ o ไม่ใช่ 6. หญิงตัง้ ครรภอ์ ายุครรภ์ 28 สัปดาห์ มเี ลอื ดออกทางช่องคลอด เปือ้ นกางเกงใน ขนาดเหรยี ญ 10 บาท ควรให้นอน พกั ที่บ้านเพ่ือสังเกตอาการ o ใช่ o ไม่ใช่ 7. หญงิ ตงั้ ครรภ์อายุครรภม์ ากกวา่ 32 สัปดาห์ ทม่ี ีลูกดิน้ น้อยกวา่ 10 ครั้งในหนึง่ วนั ควรรีบไปโรงพยาบาลทนั ที o ใช่ o ไมใ่ ช่ 8. เยีย่ มมารดาหลังคลอดวันที่ 7 พบนำ้ คาวปลาสแี ดงสดเปื้อนผา้ อนามยั 2 ช้นิ ชุ่มต่อวัน เปน็ ความผดิ ปกติหรือไม่ o ใช่ o ไม่ใช่ คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมูบา น (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเเละเด็ก 21
22 9.หญงิ หลงั คลอดให้นมบุตร ต้องกินยาบำรุงเสริมธาตุเหล็กและไอโอดนี นาน 1 เดือน เพยี งพอแลว้ o ใช่ o ไม่ใช่ 10. ทารกหลงั คลอด 20 วัน สะดือไมห่ ลุด บวมแดง ควรแนะนำเชด็ สะดือต่อที่บ้าน 2-3 วัน o ใช่ o ไมใ่ ช่ 11. อาการอะไรท่บี ่งช้ีวา่ ต้งั ครรภ์ ค. ปสั สาวะบ่อย ก. ประจำเดอื นขาด ง. ถกู ทกุ ขอ้ ข. อ่อนเพลีย 12.บทบาทและหน้าที่ของสามตี อ่ หญงิ ตั้งครรภ์ควรทำอยา่ งไร ก. สามีต้องตรวจ ATK ทันทีเพื่อความปลอดภยั ของลูกและมารดา ข. พาภรรยาไปฝากครรภท์ นั ทเี ม่ือรู้วา่ ตง้ั ครรภ์ ค. ถา้ ภรรยามอี าการท้องเสีย คล่นื ไส้ ปวดหวั เปน็ อาการของหญงิ ต้งั ครรภ์ ง. ถกู ทุกขอ้ 13. อาหารทเี่ ป็นแหล่งธาตเุ หล็กทหี่ ญิงตงั้ ครรภค์ วรรับประทานคือข้อใด ก. ขนมปัง ค. ไส้กรอกแดง ข. ตบั ไก่ ง. นม 14. ข้อใดเปน็ อาการผดิ ปกติของหญิงตง้ั ครรภท์ ่ตี ้องรบี มาพบแพทย์ทันที ก. คลื่นไสอ้ าเจียน ค. มีเลอื ดออกทางช่องคลอด ข. ปัสสาวะบ่อย ง. ลูกดน้ิ บอ่ ยมาก 15.ถ้าพบหญิงตั้งครรภท์ ่ีมีอาการเหนอ่ื ยง่าย มอื เทา้ บวม ปวดศรี ษะ ตาพร่ามัว ในบทบาทของ อสม.ควรทำอยา่ งไร ก. แนะนำให้นอนพักมากๆเป็นอาการปกตขิ องหญิงตง้ั ครรภ์ ข. แนะนำใหร้ ับประทานยาแก้ปวดบรรเทาอาการปวด ค. วดั ความดนั โลหติ ในทา่ นอนและประสานเจ้าหน้าทสี่ าธารณสุขทันที ง. แนะนำให้หญงิ ตั้งครรภ์ไปพบแพทย์ตามนัด 16. หญงิ ตัง้ ครรภ์ท่ีมภี าวะความดันโลหิตสงู มีอาการอยา่ งไร ก. แนน่ หนา้ อก ปวดท้ายทอย มึนศีรษะ ข. มือส่นั ใจสน่ั ค. ปวดถว่ งทอ้ งน้อย ปัสสาวะบอ่ ย ง. ทอ้ งเสีย อาเจียน 22 คมู ือหลักสตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เชีย่ วชาญอนามยั เเมเเละเด็ก
23 17. หญงิ ต้งั ครรภ์ทีม่ ีคอโต หายใจเหนอื่ ย มือสน่ั คอื หญิงตั้งครรภ์ท่ีมีโอกาสเปน็ โรคใด ก. ความดันโลหิตสงู ข. เบาหวาน ค. หวั ใจ ง. ไทรอยด์ 18.หญงิ ตงั้ ครรภ์มีนำ้ ใสไหลออกจากชอ่ งคลอด เป้ือนผ้าถุงหนง่ึ ผนื ชุ่ม อสม.ควรแนะนำอย่างไร ก. รอใหม้ ีอาการเจบ็ ครรภจ์ ึงไปโรงพยาบาล ข. แนะนำใหไ้ ปโรงพยาบาลทันที ค. แนะนำให้นอนพักผ่อนนง่ิ ๆ จนกว่านำ้ จะหยุดไหล ง. ถกู ทุกข้อ 19.อสม.เย่ยี มมารดาหลังคลอด พบสีหนา้ ซดี ดูอ่อนเพลยี วัดความดันโลหิตได้ 85/56 มม.ปรอท อสม.ควรทำอยา่ งไร ก. แนะนำนอนพักผ่อนที่บ้าน ข. แนะนำรับประทานอาหารและยาเสรมิ ธาตุเหลก็ ค. สง่ โรงพยาบาลทนั ที ง. ถกู ทุกขอ้ 20. หญิงหลังคลอดที่มอี าการอารมณ์ฉนุ เฉียว ร้องไหบ้ อ่ ย เก็บตัว พดู จาน้อยลง ไม่อยากดแู ลลกู ในบทบาท อสม.ควรทำอย่างไร ก. พดู ปลอบใจ ให้กำลังใจ ข. แนะนำให้นอนพักผ่อนเยอะๆ กนิ อาหารท่ีมีประโยชน์ ค. แนะนำให้ไปหาหมอบ้านทันที ง. แจ้งเจา้ หน้าท่ี รพ.สต.ทันที 21. ทารกหลงั คลอด 7 วนั พบตวั เหลืองท้งั ตวั ดูดนมได้น้อย ควรทำอยา่ งไร ก. แนะนำดดู นมแมท่ ุก 2-3 ช่ัวโมง ข. แนะนำพาทารกตากแดดในชว่ งเช้าทุกวนั ค. แนะนำดูดนำ้ บ่อย ๆ ง. สง่ โรงพยาบาลทนั ที 22. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชน์ของการเล้ียงลกู ดว้ ยนมแม่ ก. ลดการตกเลอื ดหลงั คลอด ข. ลูกจะเจ็บป่วยนอ้ ยกว่าเด็กทีก่ ินนมผสม ค. ลดความเส่ียงการเปน็ มะเร็งเตา้ นม มะเรง็ รังไข่ ง. ทำให้เต้านมโต เต่งตึง คูมอื หลกั สูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมบู าน (อสม.) เชีย่ วชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก 23
24 23. อสม.ควรแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อยา่ งไร ก. ใหด้ ่ืมน้ำลา้ งปากทุกคร้งั หลังดดู นมแม่ ข. ให้ดูดนมสลบั เตา้ กนั ขา้ งละ 5 นาที ค. กนิ นมแม่อย่างเดยี ว 6 เดือน ง. ถูกทกุ ข้อ 24. ถ้าจำเป็นต้องเลย้ี งลูกดว้ ยนมผสม อสม.ควรใหค้ ำแนะนำอย่างไรถึงจะถูกต้อง ก. ให้เลือกสตู รนมทใ่ี กล้เคียงกับนมแม่มากทส่ี ดุ ข. ใหล้ ูกดดู นำ้ อย่างเพยี งพอ ค. รักษาความสะอาดของช่องปาก เช่น การเชด็ ลิ้น เช็ดชอ่ งปาก ง. ถูกทุกขอ้ 25 อสม.ควรแนะนำการเว้นช่วงการมบี ตุ รแกม่ ารดาหลงั คลอดเมื่อใด ก. ทันทหี ลังคลอด ข. 45 วนั หลังคลอด ค. 100 วันหลังคลอด ง. เมื่อมีประจำเดอื น 24 คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็
25 รายละเอยี ดประกอบการอบรม คูม อื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมูบา น (อสม.) เชยี่ วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็ 25
26 การคน้ หาและดูแลหญงิ ตั้งครรภ์ในชุมชน เนอ้ื หาและกรอบแนวคดิ ท่ใี ช้ในการสอน การตง้ั ครรภ์ คอื ภาวะท่ีเกดิ จากการปฏสิ นธิระหว่างไข่กบั อสจุ ิ แล้วไดต้ ัวออ่ นเกิดขึน้ มา ในการต้ังครรภ์ปกติ ตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เย่ือบโุ พรงมดลูก และตัวอ่อนที่มีเพียงเซลล์เดียวจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนเจริญเติบโต เป็นทารก 1.อาการบ่งชี้ของการตัง้ ครรภ์ 1.1 ประจำเดอื นขาด ในผ้หู ญงิ ที่ประจำเดือนมาปกติอย่างสม่ำเสมอ อาการขาดประจำเดือน เป็นสัญญาณ เบื้องต้นที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนสันนิษฐานได้ว่ากำลังตั้งครรภ์ แต่การที่ประจำเดือนขาด อาจเกิดจากสาเหตุอื่นด้วย เช่นกัน เช่น ความผิดปกติของฮอร์โมน ความเครียด น้ำหนักตัวที่ลดหรือเพิ่มมากเกินไป ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด หรือความผิดปกติของมดลูก เป็นต้น ดังนั้น เพื่อความแน่ใจลองครองใช้เครื่องมือตรวจครรภ์ หรือเข้าตรวจครรภ์กับ แพทย์ก่อนจะดีท่สี ุด 1.2 เลือดออกทางช่องคลอด หลังจากที่เกิดการปฏิสนธไิ ด้ประมาณ 6 - 12 วัน ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์อาจ มีอาการเลือดไหลออกมาจากช่องคลอด ลักษณะคล้ายกับสีของประจำเดือนแต่สีจางกว่าออกเป็นสีแดงอ่อน หรือสีชมพู และจะหายไปภายใน 1 - 2 วัน อาการนี้เกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนในผนังมดลูก ทำใหม้ ีเลอื ดไหลซึมออกเล็กน้อย แต่ถ้า มีเลือดไหลออกมาพร้อม ๆ กับอาการปวดท้องร่วมด้วย แนะนำให้รีบไปสถานบริการสาธารณสุข เพราะอาจเป็นสัญญาณ ของภาวะท้องนอกมดลูกหรือการแท้งบุตรได้ 1.3 จมูกไวต่อกลิ่น อาการเหม็น ได้กลิ่นจนอยากอาเจียน อาการแพ้ท้องที่หญิงตั้งครรภ์หลายคนต้องเผชิญ แม้เมื่อก่อนจะเคยเป็นสิ่งที่ชอบ อาหารที่ชอบ หรือสิ่งที่หอมมาก่อน แต่พอตั้งครรภ์แล้วกลับไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมแค่เห็น หรือได้กลิ่นเพียงนดิ เดียวก็รู้สึกเหม็นไปหมด อาการนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายคน ท้องทีเ่ พิม่ มากขน้ึ ทำให้จมูกมีความไวตอ่ กลิ่นเปน็ พิเศษ ในวา่ ท่ีคุณแม่มือใหม่บางคนเปน็ หนกั ถึงขน้ั เหมน็ สามีตัวเอง 1.4 คลื่นไส้ และอาเจียน อาการคลื่นไส้และอาเจียนมักเกิดขึ้นภายใน 1 เดือน หลังจากเริ่มมีการตั้งครรภ์ เป็นหนึ่งในอาการแพ้ท้องที่พบมากร้อยละ 50 ของอาการคนท้องสำหรับบางคนอาการคลื่นไส้อาเจียนอาจไม่เกิดขึ้นเลย บางคนอาจเกิดขึ้น 2-3 เดือนหลังจากตั้งครรภ์ ในทางกลับกันบางคนอาจรู้สึกแพ้ท้องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการ ตัง้ ครรภ์ 1.5 คัดเต้านม ในสปั ดาหแ์ รกของการตั้งครรภจ์ ะมอี าการเต้านมคดั ตงึ เกดิ จากการเปล่ียนแปลงของเต้า นม เป็นอีกหนึ่งสัญญาณของอาการคนท้องที่เกิดจากการปรับสภาพที่รวดเร็วของต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยง บริเวณเต้านมขยายใหญ่ขึ้นมากขึ้น จนทำให้เต้านมบวม ตึง หัวนมเจ็บและไวต่อสิ่งสัมผัสคล้ายกับอาการช่วงมี ประจำเดอื น แล้วจะมอี าการอยู่แบบน้ปี ระมาณ 2-3 เดือน จากนน้ั จะคอ่ ย ๆ หายไปเอง 26 คูมือหลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมบู าน (อสม.) เชีย่ วชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก
27 1.6 มีตกขาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาการตกขาวของคนท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ในร่างกายในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ จนทำให้เกิดเลือดมีการคั่งมากบริเวณช่องคลอด และคอมดลูก ทำให้ต่อม ต่าง ๆ ในคอมดลูกต้องทำงานหนักมากขึ้น ส่วนน้ำที่หลั่งน้ำออกมาจากช่องคลอดเมื่อเจอเข้ากับเชื้อแบคทีเรียที่พบ เป็นปกติในช่องคลอดของผู้หญิงทุกคน จึงเกิดการย่อยเซลล์เหล่านั้นให้สลายกลายเป็นตกขาวออกจากช่องคลอด น่นั เอง สำหรบั ตกขาวประเภทนีจ้ ะไมเ่ ป็นอนั ตรายใด ๆ แตถ่ ้าตกขาวมกี ารเปลยี่ นสี มกี ลิ่น และเกดิ อาการคนั รว่ มด้วย เม่อื ไหร่แสดงว่ามีการตดิ เชือ้ แนะนำตอ้ งไปพบแพทย์ 1.7 รู้สึกเหนื่อยง่าย อาการเหนื่อยเมื่อยล้า เป็นอาการของคนท้องที่เกิดจากการหลั่งฮอร์โมน โปรเจสเตอโรนท่เี พิ่งมากข้นึ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง หรืออาจมาจากสาเหตอุ นื่ ๆ รวมกัน ทำให้หญงิ ตั้งครรภ์ รู้สึกง่วงนอน และเพลียง่ายอยู่ตลอดเวลาทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย อาการแบบนี้เกิดจากการตอบสนองของร่างกายที่ ต้องการให้หญิงตั้งครรภ์รู้สึกได้พักผ่อน และลดกิจกรรมต่าง ๆ ลง นอนหลับพักผ่อนเยอะ ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตั ว เพ่ือรอตอ้ นรับสมาชิกใหม่ 1.8 ปัสสาวะบ่อย หลงั จากท่ีประจำเดือนขาดไปประมาณ 1-2 สปั ดาห์ อาจมีอาการปสั สาวะบ่อยมากกว่า ปกติ เนื่องจากการขยายตัวของมดลูกในอุ้งเชิงกรานที่ขยายไปเบียดกระเพราะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปัสสาวะบ่อย ขึ้น และเกิดจากปริมาณของเลือดที่เพิ่มมากข้ึนทำให้เลือดไหลผา่ นไตมากกว่าเดิม ส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้นรา่ งกาย จึงมีการขับปัสสาวะเพิ่มขึ้นนั่นเอง แต่อาการปัสสาวะบ่อย ๆ อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับหญิงตั้งครรภ์รู้สึกในระยะแรก ๆ ทกุ คน แตห่ ญงิ ต้งั ครรภ์รู้สึกจะเรมิ่ ถงึ อาการปัสสาวะบ่อยมากข้ึน เมอ่ื มมี ีอายคุ รรภ์มากขน้ึ และจะเปน็ บ่อยมากในช่วง ใกล้คลอด 1.9 อารมณ์แปรปรวน ข้ีน้อยใจ หงุดหงิดง่าย ไม่ใช่แค่สภาวะทางร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง สภาวะ ทางอารมณ์ของหญิงตั้งครรภ์รู้สึกก็การเปลี่ยนแปลงด้วย ทำให้มีอาการหงุดหงิด เหวี่ยง วัน ฉุนเฉียว โกรธง่ายมากกว่า ปกติ ในหญงิ ต้ังครรภบ์ างคนอยู่ ๆ กร็ ูส้ ึกอารมณอ์ ่อนไหว เศรา้ ซึม อยากร้องไห้ท้ัง ๆ ทเี่ มอ่ื ก่อนไมใ่ ชเ่ ป็นคนเจ้าน้ำตา หรอื เป็นคนข้ีน้อยใจ อาการท้ังหมดนเี้ ปน็ เพยี งผลจากฮอรโ์ มนในรา่ งกาย 1.10 ท้องผูก อาหารไมย่ อ่ ย เมอ่ื คุณแม่เริ่มต้งั ครรภ์รา่ งกายจะมีการปรบั เปลี่ยนเพื่อรองรบั ทารกท่ีกำลัง เจริญเติบโตขึ้น รวมกึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจนทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานช้าลง ในช่วงแรกของการ ตั้งครรภ์คุณแม่อาจไม่พบอาการท้องผูก แต่จะพบบ่อยในช่วงของการตั้งครรภ์ไตรมาส 2-3 สาเหตุมาจากการบีบตัว ของลำไส้จากมดลูกกดทับ เพราะเมื่อทารกในครรภ์มีขนาดตวั ใหญ่ขึ้น ทำให้มดลูกขยายไปกดทับลำไส้ ทำให้คุณแม่ ตั้งครรภ์มีอาการท้องผูกขึ้นได้ ซึ่งการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ การทานอาหารที่มีกากใยสูง ๆ ย่อยง่าย และดื่มน้ำใน ปริมาณมาก ๆ เพือ่ ให้บรรเทาอาการท้องผูกลดนอ้ ยลง คมู อื หลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมูบา น (อสม.) เชีย่ วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็ 27
28 2.คำแนะนำเบอ้ื งต้น สำหรับคนท้อง และอาการทต่ี ้องเฝ้าระวัง 2.1 คำแนะนำเบอ้ื งตน้ สำหรบั คนท้อง - หลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ท้องมากขึ้น หากมีอาการแพ้ท้องจนทานอาหารไม่ได้ ควรแบง่ อาหารทานในปริมาณนอ้ ยแต่ทานใหบ้ อ่ ยขน้ึ แลว้ ลองจบิ น้ำขิงเพอ่ื บรรเทาอาการแพ้ทอ้ ง - เลือกทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง คุณประโยชน์ครบถ้วน โดยเน้นอาหารประเภท เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักและผลไม้ในแต่ละมื้อ แทนอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ขนมหวาน อาหารรสจัด ผงชูรส หรือของหมักดอง เปน็ ต้น - ลดปรมิ าณเคร่ืองดมื่ ทม่ี ีกาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ น้ำอดั ลม ใหน้ อ้ ยที่สดุ และเลย่ี งส่งิ ทีเ่ ปน็ อนั ตราย ต่อทารกในครรภ์มากที่สุด ได้แก่ แอลกอฮอล์ และบุหรี่ นอนพักผ่อนระหว่างวัน โดยควรหาเวลานอนงีบประมาณ 30 - 60 นาทตี ่อวัน เพอ่ื ใหร้ ่างกายไดพ้ ักผ่อน ไม่ร้สู กึ เหน่ือย และออ่ นเพลียงา่ ยจนสง่ ผลกระทบต่อการดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน - พยายามดูแลสุขภาพช่องปากอยเู่ สมอ เนอื่ งจากคนทอ้ งมักมปี ญั หาฟันผุ และเหงือกอกั เสบไดง้ ่าย - เขา้ รบั การดูแลครรภ์จากสถานพยาบาล เพื่อลดโอกาสทีท่ ารกในครรภจ์ ะเกดิ มามีความผดิ ปกติ ซึง่ ตลอดช่วงระยะเวลาของการฝากครรภ์จะได้รับคำแนะนำ และติดตามการตัง้ ครรภ์อยา่ งใกลช้ ดิ รวมถึงใหท้ านยา บำรุงครรภ์ทีส่ ำคัญในชว่ ง 3 เดอื นแรก เชน่ วิตามินบี 9 หรือ โฟลิก เป็นต้น - การออกกำลังระหว่างตั้งครรภ์สามารถทำได้ เพราะสามารถช่วยให้ลดการเกิดเบาหวานและ ความดนั โลหิตสงู ของคนท้อง รวมถึงการคลอดลกู ก่อนกำหนด แตก่ ารออกกำลงั ควรทำอย่างระมัดระวงั ไม่ควรหักโหม เกินไป โดยกิจกรรมท่แี นะนำ เช่น การเดนิ การป่ันจกั รยาน และการยดื กล้ามเน้ือ เป็นต้น อาการทต่ี อ้ งเฝ้าระวงั ถ้ามีอาการดงั ต่อไปนี้ใหร้ ีบประสานเจ้าหน้าทสี่ าธารณสขุ หรือไปสถานพยาบาล - คลนื่ ไสอ้ าเจยี นมาก - ปัสสาวะแสบขัด - ปวดหนว่ งท้องนอ้ ย - หอบเหน่อื ย เหนื่อยง่าย - แนน่ หนา้ อก เจบ็ หนา้ อก เจ็บใต้ลิน้ ปี่ - เท้าบวม เปลือกตาบวม - นอนราบแลว้ เหนือ่ ย - ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว - มีน้ำหรือเลอื ดออกทางช่องคลอด - ความดนั โลหิตมากกว่า/เท่ากับ 140/90 มม. ปรอท 28 คูมือหลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจําหมบู า น (อสม.) เชีย่ วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็
29 3. การทดสอบการต้งั ครรภเ์ บือ้ งตน้ กระบวนการที่จะสามารถบอกได้ว่าท้องหรือไม่ท้องนั้นก็คือการตรวจครรภ์ ซึ่งก็สามารถเลือกได้ว่าจะตรวจ ด้วยตนเอง หรือเข้ารับการตรวจที่สถานพยาบาล การตรวจการตั้งครรภ์ใช้หลักการตรวจหาฮอร์โมนฮิวแมน คอริโอนิก โกนาโดโทรฟิน (Human Chorionic Gonadotropin หรือ hCG) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาจากรกหลังจากปฏิสนธิ ระหว่างไข่กับอสุจิ ไปแล้ว 6 วัน โดยปริมาณฮอร์โมนจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุก 2 - 3 วัน และจะขึ้นสูงสุดในช่วง 8 - 12 สัปดาหห์ ลังการปฏิสนธิ จากน้นั จะคอ่ ย ๆ ลดปริมาณลงในไตรมาสสุดทา้ ย การตรวจวัดระดับ hCG แบง่ ออกเป็น 2 แบบ คือ ตรวจโดยการตรวจปัสสาวะ และตรวจโดยการตรวจเลือด 3.1 ตรวจโดยการตรวจปัสสาวะ สามารถตรวจพบระดับ hCG ได้หลังจากที่มีการปฏิสนธิผ่านไปแล้ว 12 - 14 วัน - แบบปัสสาวะแบบปล่อยผ่าน อุปกรณ์เป็นแบบแท่งตรวจครรภ์ วิธีการใช้คือ ถอดฝาครอบ ออกแล้วถือแท่งให้หัวลูกศรชี้ลงพื้น แล้วปัสสาวะผ่านบริเวณที่ต่ำกว่าลูกศรให้ชุ่มประมาณ 30 วินาที จากนั้น รออ่านผลประมาณ 3 - 5 นาที - แบบหยด หรือแบบตลับ ชุดอุปกรณ์จะประกอบไปด้วยหลอดหยด ตลับตรวจครรภ์ และ ถ้วยตวงปัสสาวะ ข้ันตอนการใช้ คือ เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง จากนั้นนำหลอดหยดดูดน้ำปัสสาวะแล้วหยด ลงในตลับตรวจครรภ์ประมาณ 3-4 หยด วางตลับทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วจึงอ่านผลการตรวจ - แบบแถบจุ่ม ประกอบไปดว้ ยแผน่ ทดสอบการต้ังครรภ์ และถว้ ยตวงเกบ็ ปัสสาวะ วิธีการใช้ คือ เก็บปัสสาวะลงในถ้วยตวง แล้วนำแผ่นทดสอบจุ่มลงในถ้วยตวงประมาณ 3 วินาที แล้วนำออกมาจากถ้วยตวง ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีเพื่อรออ่านผลตรวจครรภ์ ข้อควรระวัง คือ อย่าให้น้ำปัสสาวะเลย หรือสูงเกินกว่าขีด ลูกศรของแผ่นทดสอบ การอา่ นผลการตรวจ ปกติแล้วการตรวจครรภ์ด้วยตัวเองมักจะทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที ไม่ควรทิ้งไว้นานเกินไป เพราะ อาจจะ ไม่มีขีดใดขึ้นมาเลย โดยบริเวณหน้าแสดงผลการตรวจจะมีตัวอักษร 2 ตัวคือ C (Control Line) และ T (Test Line) ซึ่งสามารถอา่ นคา่ ได้ ดังน้ี - 1 ขดี (ขึน้ ท่ีขีด C เพียงอย่างเดียว) แสดงว่าไดผ้ ลลบ คือ ไมม่ ีการตงั้ ครรภ์ หรือต้ังครรภ์ แล้วแตย่ งั ตรวจไม่พบ - 2 ขีด (ข้นึ ทข่ี ีด C และ T) แสดงว่าไดผ้ ลบวก คือ มีการต้ังครรภ์ (หากขึน้ ขีดที่ T จาง ๆ ควรรออีก 2 - 3 วันเพอ่ื ตรวจใหมใ่ นอีกครัง้ ) - ไม่มขี ดี ใดข้นึ เลย แสดงว่าที่ตรวจครรภเ์ สีย หมดอายุ หรือเกดิ ขอ้ ผดิ พลาดในข้ันตอนการ เกบ็ ปสั สาวะ ต้องตรวจใหมอ่ ีกครง้ั คูม ือหลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมบู าน (อสม.) เชยี่ วชาญอนามัยเเมเ เละเดก็ 29
30 - ผลบวกลวง กรณที ผี่ ลตรวจขึน้ 2 ขดี ท่ีแสดงว่า “ตงั้ ครรภ์” แต่ที่จรงิ แลว้ “ไม่ได้ ตั้งครรภ์” น่นั มโี อกาสเกดิ ไดใ้ นกรณดี งั น้ี - มอี าการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีเลือด หรอื มีไขข่ าวในปสั สาวะ - แผน่ ทดสอบเสื่อมประสทิ ธิภาพ - ตรวจในระหว่างท่ที านยาบางชนดิ - มโี อกาสเกิดไดใ้ นผูท้ ่ีมีฮอร์โมนผิดปกติ เชน่ อ้วนมาก หรือเป็นโรคไทรอยด์ - ผลลบลวง คือกรณีที่ผลตรวจขึ้น 1 ขีด ที่แสดงว่า ไม่ตั้งครรภ์แต่ที่จริงแล้วตั้งครรภ์ อาจเกิดจากตรวจในช่วงที่น้ำปัสสาวะเจือจาง, ตรวจในช่วงก่อน 6 วันหลังมีการปฏิสนธิหรือตรวจเร็วเกินไป หรือ ตรวจตอนทอ้ งเกินกวา่ 4 เดอื น คำแนะนำในการตรวจครรภด์ ว้ ยตัวเอง - กอ่ นใชอ้ ุปกรณ์ตรวจครรภ์ควรรอให้เลยรอบเดือนประมาณ 7 วัน เพราะที่ประจำเดือนมาชา้ กว่าปกติอาจจะเกิดจากความเครยี ด และความวิตกกังวล - ควรอ่านรายละเอียดขั้นตอนการใช้อยา่ งละเอียดและปฏิบตั ิตามอย่างเครง่ ครดั เพื่อ ผลทดสอบทถี่ ูกต้อง - ควรตรวจอย่างน้อย 2 ครั้งเพราะปริมาณฮอร์โมน HCG จะมีระดับที่แตกต่างกัน หากตรวจ หลายครงั้ จะไดผ้ ลลพั ธ์ทแ่ี นน่ อนกว่า โดยเว้นระยะทดสอบประมาณ 2 - 3 วัน - ควรตรวจหลงั ต่ืนนอนตอนเช้า หรือก่อนรบั ประทานอาหารเพราะจะไม่มสี ารเจอื ปนในปัสสาวะ ซ่งึ อาจจะส่งผลใหผ้ ลการตรวจคลาดเคลื่อนได้ - เม่อื ฉกี ซองแลว้ ควรรบี ตรวจภายใน 1 ชว่ั โมงทันทีเพราะหากทงิ้ ไว้นานจะทำให้ประสิทธิภาพ ในการตรวจลดลง 3.2 ตรวจโดยการตรวจเลือด สามารถตรวจพบระดับ hCG ได้หลงั จากทม่ี ีการปฏสิ นธผิ า่ นไปแล้ว 8-11 วัน โดยการเจาะเลือดตรวจการตั้งครรภ์ วธิ นี เ้ี ปน็ การตรวจท่ีได้ผลแมน่ ยำที่สดุ สามารถตรวจพบการต้ังครรภ์ได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังจากมีการปฏิสนธิเกิดขึ้น ในขณะที่บางครั้งการตรวจจากปัสสาวะยังไม่ขึ้นผล แต่ตรวจเลือดก็ได้ผลว่า พบฮอรโ์ มนการตัง้ ครรภ์แลว้ เหมาะสำหรบั ผทู้ ี่ต้องการตรวจใหร้ ู้แนช่ ดั โดยไว เชน่ ผูท้ มี่ ีภาวะมีบุตรยาก หรือมีประวัติ แทง้ บุตร ตอ้ งการขอ้ มลู เพอื่ วางแผนการดแู ล ให้ฮอร์โมนเสริมตา่ งๆ เพอื่ ป้องกนั การแท้งบุตร 3.3 การตรวจการตัง้ ครรภ์ด้วยอัลตร้าซาวด์ การตรวจด้วยวิธีนี้ จะเป็นการตรวจด้วยการส่งคลื่นเสียง ความถ่สี งู ไปยังเน้ือเยื่อต่างๆ ในชอ่ งทอ้ งและสร้างภาพขน้ึ มา ทำการตรวจโดยสูตินรแี พทย์ นอกจากจะช่วยตรวจดูว่า มีการตัง้ ครรภ์ ยังบอกตำแหนง่ การตง้ั ครรภว์ า่ อย่นู อกมดลูกหรือไม่ 30 คูม ือหลกั สูตร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเเละเดก็
31 4. ตารางอาการคนทอ้ ง อาการตั้งครรภ์ ระยะเวลาทเ่ี กดิ อาการ สาเหตอุ ่นื ทีไ่ ม่ใช่การต้ังครรภ์ 1. การขาดประจำเดือน ทันทที เ่ี ร่มิ ต้ังครรภ์ การเดินทาง, ยา้ ยท่ีอยู่ ,ความเครียด รา่ งกาย เหน่ือยลา้ . ใช้ยาคุมกำเนิด, ระยะให้นมบุตร, การเพ่ิมหรือการลดน้ำหนักมากๆ,โรคอว้ น, โรคของระบบต่อมไร้ท่อ เช่น เบาหวาน 2. คลนื่ ไส้ อาเจยี น (ไมจ่ ำเป็นต้อง 2 - 8 สัปดาห์ ภายหลงั การ อาหารเป็นพิษ ,ความเครยี ด ,โรคติดต่อ หรือ มอี าการในเวลาตื่นนอนตอนเชา้ ปฏสิ นธิ การเจบ็ ป่วยอน่ื ๆ 3. ปสั สาวะบ่อย ประมาณ 6 - 8 สัปดาห์ การตดิ เช้ือของระบบทางเดนิ ปัสสาวะ,ความ หลังการปฏสิ นธิ วิตกกงั วล,โรคเบาหวาน, ใช้ยาขับปสั สาวะ 4. เตา้ นมขยายและมีอาการตึงคัด พบเปน็ อาการแรกก่อน ใชย้ าคุมกำเนิด,อาการเตอื นก่อนการมี อาการแสดงอนื่ ๆ ประจำเดือน ประมาณ 2 - 3 วันหลงั การปฏสิ นธิ 5. การเปลย่ี นแปลงสผี ิวของ 3 เดอื นแรกของการ อาการเตือนก่อนการมปี ระจำเดือน ชอ่ งคลอดและปากมดลูก ตัง้ ครรภ์ 6. การเปลีย่ นสผี ิวของลานนมและ 3 เดอื นแรกของการ การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนผล การเพ่ิมขนาดของเต้านม ต้ังครรภ์ สืบเนือ่ งจากการต้งั ครรภ์ครั้งกอ่ น 7. รอยแตกสีชมพู หรือสคี ลำ้ ของ 3 เดอื นแรกของการ การเปล่ยี นแปลงของระดับฮอรโ์ มนผล ผวิ หนังหนา้ ท้องและบริเวณ ตง้ั ครรภ์ สืบเนื่องจากการตง้ั ครรภ์คร้ังก่อน เต้านม 8. เบื่ออาหาร 3 เดือนแรกของการ การขาดอาหาร,ความเครียด,อาการเตือน ต้งั ครรภ์ กอ่ นการมปี ระจำเดือน 9. เสน้ สีดำกลางลำตัวท่ีผวิ หนงั เดอื นที่ 4 หรือ 5 ของการ การเปล่ยี นแปลงของระดับฮอร์โมนผล หน้าทอ้ งจากระดับสะดือถึง ตง้ั ครรภ์ สบื เนอ่ื งจากการตัง้ ครรภค์ ร้ังกอ่ น หวั เหน่า 5. ความสำคญั การฝากครรภ์ครง้ั แรกกอ่ น 12 สปั ดาห์ การฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์ หรือก่อน 3 เดือน เป็นระยะที่สำคัญมาก โดยอันดับแรกควรได้รับ การตรวจว่า การตง้ั ครรภ์ปกติหรือไม่ อย่างไร เกิดตำแหน่งใด มีตวั อ่อนหรอื ไม่ แม่มกี ารใช้ยาอะไรอยูก่ ่อนหรือป่าว มีภาวะ หรือโรคประจำตัวใดที่ต้องเฝ้าระวัง จะช่วยลดอัตราเสี่ยงของความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ได้ เนื่องจากในช่วง 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่อวัยวะของทารกเริ่มสร้างคือตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 เมื่อครบ 8 สัปดาห์ ทารกในครรภ์จะมีอวัยวะครบร้อยละ 90 และสมองเติบโตถึงร้อยละ 50 จึงควรได้รับการจ่ายวิตามิน หรือกรดโฟลิก เพมิ่ เติมเพื่อเสริมสรา้ งพฒั นาการในปริมาณทเี่ หมาะสม คมู อื หลักสูตร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมูบา น (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเ เละเดก็ 31
32 การเยี่ยมหญิงต้งั ครรภ์ 4 - 40 สปั ดาห์ เน้ือหาและกรอบแนวคดิ ทีใ่ ช้ในการสอน รายละเอยี ดในรายวิชา 1.การดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ 1.1 การปรบั ตวั สำหรับหญิงตัง้ ครรภ์ในแต่ละไตรมาส ไตรมาสที่ 1 ชว่ งอายคุ รรภ์ 1-13 สปั ดาห์ ดา้ นรา่ งกาย • เวียนศีรษะ เหนื่อย เพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ซึ่งจะหายได้เองเมื่อเข้าสู่เดือนที่ 4 ในช่วงนี้น้ำหนักตัว ของแมย่ ังเพิ่มไมม่ าก ส่วนใหญม่ กั ไม่เกิน 2 กโิ ลกรมั บางรายอาจมีนำ้ หนกั ลดได้ • ปัสสาวะบ่อย เป็นเพราะมดลูกโตขึ้นไปกดกระเพาะปัสสาวะ อาการจะเริ่มดีขึ้นเมื่อมดลูกขยายเข้าไปในท้อง และจะเริ่มมีอาการอกี ครงั้ เม่ือใกล้คลอด อยา่ กลนั้ ปัสสาวะเพราะจะทำใหก้ ระเพาะปัสสาวะอกั เสบติดเช้ือได้ • เต้านมคดั ตึง เจบ็ บรเิ วณหวั นม ดา้ นจติ ใจ • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ขี้รำคาญ ใจน้อย อ่อนไหวง่าย บางรายมีความวิตกกังวลต่อการเปลี่ยนแปลง ทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการต้ังครรภ์ ครอบครวั ควรใหก้ ำลังใจ ขอ้ ควรระวัง • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารเสพติดเพราะอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ การดื่ม ชา กาแฟ และเครอ่ื งด่ืมท่ีมคี าเฟอีน จะทำใหน้ อนไม่หลบั • ระมัดระวังการใช้ยา โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง หากมีอาการเจ็บป่วย ควรปรึกษา แพทย์ • หากมีอาการเลือดออกหรือปวดท้องน้อย อาจเป็นสัญญาณเตือนของการแท้งซึ่งพบได้บ่อยในช่วง 3 เดือนแรก ควรรีบไปพบแพทย์ 32 คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเเละเดก็
33 ไตรมาสที่ 2 ชว่ งอายุครรภ์ 14 - 27 สัปดาห์ ด้านร่างกาย • ปวดเมื่อย ปวดขา ปวดหลัง หรือมีอาการบวมที่ขา พบได้จนใกล้คลอด แนะนำให้งดใส่รองเท้าส้นสูง งดยกของหนัก หรือกม้ ยกของ อย่ายืนนาน นอนตะแคงซา้ ย ขาขวาก่ายหมอนขา้ ง จกุ เสยี ดแนน่ ท้อง เกิดจากมีกรดมาก อาหาร ย่อยชา้ แนะนำให้แบ่งรับประทานอาหารทลี ะน้อยแต่บ่อย ๆ วันละ 5 – 6 ครั้ง หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส และอาหารรสจดั • ท้องผูก มีสาเหตมุ าจากการเปล่ียนของฮอรโ์ มนโปรเจสเตอโรน ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนไหวช้าลง มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้อุจจาระผ่านได้ลำบาก อุจจาระ ที่ค้างอยู่นานจะ ถูกดูดซึมน้ำ ออกไปมาก • ริดสีดวงทวาร เกิดจากมดลูกโตขึ้นไปกดทับเส้นเลือดดำ เส้นเลอื ดโป่งพอง เมื่อท้องผูก อุจจาระจะเป็นกอ้ นแขง็ ทำให้เส้นเลือดที่โป่งพองเกิดฉีกขาด มีเลือดสด ๆ ปนออกมากับอุจจาระ ทำให้รู้สึกปวดแสบ แนะนำให้ รับประทานอาหารท่มี ีกากใย ดื่มนำ้ มากๆ • ตกขาว มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนเอสโตรเจนหรืออาจเกิดจากการติดเชื้อ ลักษณะของตกขาว จะเป็นมูกสีขาวขุ่น มีกลิ่นอ่อน ๆ อาจมีอาการคันบริเวณปากช่องคลอด แนะนำให้ดูแลทำความสะอาดด้วยน้ำ และสบู่ ห้ามสวนล้างชอ่ งคลอด หากมีอาการคนั มากหรือตกขาวมสี เี หลอื งหรือเขียว กลิ่นเหม็น ควรไปพบแพทย์ • ผิวหนัง มีฝ้าขึ้นบริเวณที่สมั ผัสแสงแดด ป้องกันโดยทาครีมกันแดด ท้องลายเป็นรอยแตกเป็นแนวสีชมพูบริเวณ หน้าทอ้ ง เนอื่ งจากการขยายตัวของผิวหนงั หน้าทอ้ ง จะคอ่ ยๆจางลงภายหลงั คลอด บรเิ วณหัวหน่าวมรี อยเส้นดำ ตรงกลาง ขึ้นไปถึงสะดือ ซึ่งจะจางลงภายหลังคลอดเช่นกัน แนะนำให้งดอาบน้ำที่อุ่นจัด ควรทาครีมบำรุงผิว เพ่ือใหผ้ วิ ชมุ่ ชนื้ ชว่ ยลด อาการคันได้ • เต้านมขยาย ขนาดใหญ่ขึ้น หัวนมและลานนมมีสีคล้ำ เกิดจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้น ควรปรับเปลี่ยนขยายขนาด ชุดชน้ั ในให้เหมาะสม • ปวดท้องน้อยเมื่อมดลูกโตขึ้น ทำให้เอ็นที่ยึดมดลูกตึงตัว คุณแม่จะรู้สึกตึงหน้าท้อง อาจเป็นข้างเดียวหรือ สอง ข้างกไ็ ด้ แนะนำให้ลองโนม้ ตัวมาขา้ งหน้าชา้ ๆ ลองนอนพักหรอื เปลี่ยนท่าบอ่ ยๆ • ตะคริวเกิดจากขาดแคลเซียม ปอ้ งกนั โดยการดื่มนมและรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เวลานอนควรห่มผ้า ใหอ้ ุน่ บริเวณปลายเทา้ และนอ่ ง • การรู้สึกว่าลูกดิ้น คือแม่จะรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งของทารกในครรภ์ทุกลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นการยืด แขน ขา ลำตัวหรือการถบี กระทงุ้ ส่วนใหญ่จะเร่ิมร้สู กึ ได้เมื่ออายุครรภ์ 18 - 20 สัปดาห์ ทง้ั น้ขี ้นึ อยู่กับสรีระของ แต่ละคน หากแม่มหี น้าทอ้ งหนา อาจรบั รูไ้ ดช้ ้ากวา่ ดา้ นจติ ใจ • เรม่ิ รสู้ กึ ผอ่ นคลายเพราะสามารถปรบั ตัวให้เข้ากับการเปล่ียนแปลงได้แล้ว รบั ประทานทานอาหารได้หลากหลาย และในปริมาณมากข้นึ คูมอื หลกั สตู ร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบาน (อสม.) เช่ยี วชาญอนามัยเเมเเละเดก็ 33
34 ไตรมาสท่ี 3 ช่วงอายคุ รรภ์ 28 - 40 สัปดาห์ ดา้ นร่างกาย • น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตขึ้นมาก เมื่อท้องใหญ่ขึ้น จุดศูนย์ถ่วงของ ร่างกายจะเปลี่ยนไป น้ำหนักจะทิ้งถ่วงไปทางข้างหน้ามากกว่าปกติทำให้หัวทิ่มสะดุดไปข้างหน้าได้ง่าย จึงต้อง ระวัง เรื่องอุบัติเหตุ ควรเลือกสวมใส่รองเท้าส้นแบนและกระชบั เท้า การคาดเข็มขัดนิรภัย ต้องปรับแต่งให้สาย เขม็ ขัดที่พาดผ่าน หน้าตกั หรือแนวสะโพกอยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าครรภ์ และอยแู่ นวสะโพกพอดี แล้วดึงให้กระชับ อยา่ ให้หลวมเกินไป • อาการบวม หากบวมมากผิดปกติ ต้องพึงระวังภาวะครรภ์เป็นพิษ ควรไปรับการตรวจตามแพทย์นัด วิธีลดเท้า บวม ลองใช้หมอนรองขาเวลานอน ให้เท้าอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ ช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวก งดอาหารรสเค็ม จดั ควบคุมนำ้ หนัก ไมใ่ หเ้ กนิ เกณฑ์ • เจ็บครรภ์เตือน พบได้ในเดือนที่ 8 - 9 จะเกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอ อาการจะทุเลาลงเมื่อเปลี่ยนอิริยาบถ หรือนอน พัก ตา่ งจากการเจบ็ ครรภ์จรงิ ซ่ึงจะเจบ็ นานขน้ึ และถี่ข้นึ เรอื่ ย ๆ แม้วา่ จะนอนพกั อาการปวดกไ็ มท่ เุ ลา ดา้ นจิตใจ • เริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับการคลอด วิธีคลอด การเลี้ยงดูบุตร ควรศึกษาหาข้อมูลและเตรียมตัว เตรียมข้าวของ เครื่องใชแ้ ละจดั สถานท่ีสำหรบั เดก็ รวมถึงเอกสารต่างๆ ท่จี ำเป็นต้องใชเ้ มอื่ ไปคลอด 34 คมู ือหลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมูบ าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเ เละเดก็
35 2.โภชนาการหญิงตง้ั ครรภ์ แนวทางการใหค้ ำแนะนำทางโภชนาการสำหรับหญงิ ตง้ั ครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ควรบริโภคอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มข้าว - แป้ง กลุ่มผัก กลุ่มผลไม้กลุ่มเนื้อสัตว์และ กลุ่มนม ในปริมาณที่เหมาะสมแต่ละวันขณะตั้งครรภ์และกินให้หลากหลายเพื่อให้ได้พลังงานและสารอาหารสำคัญ เพียงพอตามท่ี ร่างกายต้องการ ได้แก่ โปรตีน ไอโอดีน เหล็ก โฟเลต แคลเซียม สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วติ ามนิ บี 2 วิตามนิ บี 6 วิตามนิ บี 12 และวิตามินซี เพอ่ื ให้ทารกในครรภเ์ จรญิ เติบโตดีมแี นวทางดังนี้ 1.1 กินอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ ได้แก่อาหารมื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น และมีอาหารว่างซึ่งเป็นอาหาร ระหว่างมื้อ ได้แก่อาหารว่างเช้าและบ่าย เนื่องจากหญิงตั้งครรภ์มีความต้องการพลังงานและสารอาหารมากข้ึน การบริโภค อาหาร 3 ม้อื หลกั จะไมเ่ พยี งพอต่อความต้องการของรา่ งกาย 1.2 กนิ อาหารกลมุ่ เน้อื สัตว์ใหห้ ลากหลาย รวมทงั้ ไข่ ถั่วเมล็ดแหง้ และผลิตภณั ฑ์ เช่น เต้าหูเ้ ปน็ ตน้ เพ่อื ให้ได้ โปรตีน กรดไขมันจำเป็น แร่ธาตุ และวิตามิน ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งการเจริญเติบโตของ เซลลส์ มอง ของทารกในครรภ์ ▪ กินปลา โดยเฉพาะปลาทะเลอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ให้ได้รับ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมัน จำเป็นในกลุ่ม โอเมก้า 3 ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง และระบบ ประสาท เกี่ยวกับการพัฒนาเรียนรู้และ จอประสาทตาซึ่งเกี่ยวกับการมองเห็นของทารกใน ครรภ์ ▪ กินอาหารที่เป็นแหล่งแร่ธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เช่น ตับ เลือด เนื้อสัตว์โดยเฉพาะ เนื้อแดง และ ควรกินอาหารที่มีวิตามินซีสูงร่วมด้วย เช่น ฝรั่ง มะขามป้อม มะปรางสุก มะละกอสกุ ส้ม เป็นต้น เพอื่ ช่วยในการดูดซึม ธาตุเหลก็ ▪ กินไข่วันละ 1 ฟอง เพื่อให้ได้โปรตีนคุณภาพดี วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบแี ละเลซติ ิน เปน็ ต้น 1.3 กนิ อาหารกลุม่ ผกั และผลไม้เป็นประจำทุกวนั และกนิ ให้หลากหลายสเี ช่น สเี หลอื ง - ส้ม สีแดง สีเขียวเข้ม สมี ่วง สีขาว เป็นตน้ เพอื่ ใหไ้ ดว้ ติ ามนิ และแร่ธาตคุ รบถว้ นเพียงพอ 1.4 กนิ อาหารทเ่ี ป็นแหลง่ แคลเซยี มเป็นประจำทกุ วัน โดยเฉพาะนม เปน็ แหล่งแคลเซียมท่ีดที ี่สุด เน่อื งจาก มี ปริมาณแคลเซยี มสงู และดูดซึมได้ดหี ากด่ืมนมแล้วมีอาการท้องอืดแนน่ ท้อง มแี กส๊ ในกระเพาะ หรือ บางคนรุนแรงถึง ขน้ั ท้องเสียนั้น สามารถแกไ้ ขไดโ้ ดย • ดื่มนมทีละน้อย แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณนมให้ได้ตามที่แนะนำ • ไม่ดื่มนมในขณะท้องว่าง ควรหาอาหารว่าง บริโภคก่อนแลว้ ค่อยด่มื นม • หากทำตามคำแนะนำข้างต้นแล้วยังคงมีอาการให้เปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์นมที่ผ่านกระบวนการหมัก เช่น โยเกริ ์ต ซึง่ ควรเปน็ โยเกิร์ตชนดิ ธรรมดา 1.5 ปรงุ อาหารดว้ ยเกลือหรือเครือ่ งปรงุ รสเค็มเสรมิ ไอโอดนี ทกุ คร้ัง โดยปรุงดว้ ยเกลอื ไมเ่ กนิ วันละ 1 ชอ้ นชา หรอื นำ้ ปลาไม่เกินวันละ5 ช้อนชา เพอ่ื ปอ้ งกนั โรคขาดสารไอโอดนี คมู ือหลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมูบาน (อสม.) เชย่ี วชาญอนามัยเเมเเละเดก็ 35
36 1.6 ให้กินยาเม็ดรวมที่ประกอบด้วยธาตุเหล็ก 60 มิลลิกรัม ไอโอดีน 150 ไมโครกรัม และกรดโฟลิก 400 ไมโครกรัม กินทุกวัน ๆ ละ 1 เม็ดตลอดการตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก โรคขาดสาร ไอโอดีน และปอ้ งกันความพกิ ารแตก่ ำเนดิ ในทารกแรกเกิด (โรคหลอดประสาทไม่ปดิ ) ด้วย ปริมาณอาหารทแ่ี นะนำใหบ้ รโิ ภคตอ่ วนั สำหรับหญงิ ตั้งครรภ์ อาย1ุ 6-18 ปี อาย1ุ 9 ปขี นึ้ ไป กล่มุ อาหาร การตงั้ ครรภ์ การต้ังครรภ์ การตงั้ ครรภ์ ไตร การตัง้ ครรภ์ ข้าว - แปง้ (ทพั พ)ี ไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 และ 3 มาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 และ 3 ผกั (ทัพพ)ี ผลไม(้ สว่ น) 8 10 6 9 เน้อื สตั ว์(ช้อนกินข้าว) 6666 นม(แก้ว) 5656 นำ้ ตาล (ช้อนชา) เกลือ (ชอ้ นชา) 12 12 12 12 3 3 2-3 2-3 ไม่เกนิ 4 ช้อนชา ไม่เกิน 5 ช้อนชา ไม่เกิน 4 ช้อนชา ไม่เกนิ 5 ช้อนชา ไม่เกิน 1 ช้อนชา ไมเ่ กนิ 1 ช้อนชา ไม่เกิน 1 ช้อนชา ไม่เกนิ 1 ช้อนชา ทั้งนี้ ควรแนะนำใหห้ ญิงต้ังครรภ์บริโภคอาหารให้มคี วามหลากหลาย โดยสามารถเลือกอาหารทดแทนในกลุ่ม เดยี วกันได้ ตวั อยา่ งเชน่ กลุม่ ข้าว - แปง้ โดยอาจจะเปน็ ขา้ วสวย ข้าวเหนียว เสน้ หมี่ เผือก มัน หรือวุ้นเส้นแทนกันได้ โดยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งตามปริมาณที่แนะนำ อาหารในกลุ่มอ่ืนๆ ก็เช่นเดียวกัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน และปริมาณเพยี งพอตามความตอ้ งการของร่างกาย 36 คูมือหลักสตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาํ หมบู า น (อสม.) เชยี่ วชาญอนามยั เเมเเละเดก็
3. แนวทางการจดั กิจกรรมทางกายใหป้ ลอดภัย และขอ้ แนะนำการนอนหลบั แนวทางการจดั กจิ กรรมทางกายให้ปลอดภัย 1. ประเมินความพร้อมร่างกายของตนเองกอ่ นมีกจิ กรรมทางกาย ปรึกษาแพทย์หากมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เชน่ โรคหัวใจหรือโรคปอดชนิดรุนแรง ปากมดลูกไร้หย่อน มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด มีภาวะรกเกาะต่ำ มีอาการ เจ็บครรภ์กอ่ นกำหนดครรภเ์ ปน็ พิษ มปี ระวัตแิ ทง้ หรอื แท้งคุกคาม 2. เริ่มต้นจากเบาไปหนัก ช้าไปเร็ว และคอ่ ยๆ เพมิ่ ความหนกั จนถงึ ระดบั ปานกลาง และระดับหนักมาก หรือ จนรู้สกึ เหนอ่ื ยมากตามลำดบั โดยเฉพาะผู้ที่ไม่เคยมีกจิ กรรมทางกายระดับปานกลางถงึ หนกั อย่างตอ่ เนื่องมาก่อน ควร เร่มิ ตน้ จากการมกี จิ กรรมทางกายในกิจวตั รประจำวัน 3. อบอุ่นร่างกาย ยืดเหยยี ด (warm up) และคลายอนุ่ (cool down) ก่อนและหลงั การมกี จิ กรรมทางกาย ระดบั ปานกลางและหนักทุกครัง้ 4. จัดสภาพแวดล้อมใหเ้ หมาะสมกบั การมกี ิจกรรมทางกาย เพ่ือเพิม่ โอกาสการเคลือ่ นไหวร่างกายในบ้านและ สถานที่ทำงานให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ และเพื่อหลีกเลี่ยงทา่ ทางทีไ่ ม่เป็นธรรมชาติหรือท่าทางทีอ่ าจทำให้เกิด การเจ็บป่วย เช่น จัดโต๊ะทำงานและเก้าอ้ีให้เหมาะสมกับสรีระ ปรับระดับพื้นให้ราบเรียบ จัดเก็บของให้เป็นระเบียบ ป้องกันการหกลม้ เป็นตน้ 5. ควรมีกิจกรรมทางกายในสภาพอากาศท่ีเหมาะสม หลกี เลี่ยงอากาศหนาวจดั หรอื ร้อนจัดมแี สงแดดมาก ๆ ซึ่งหากร่างกายได้รับความร้อนสูงเกินไปมีอาการ เช่น ปวดศีรษะ วิงเวียน หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ตะคริว ใจส่ัน ควรหยุด ทำกิจกรรมทนั ทีและไปพักในอากาศทเ่ี ยน็ กวา่ 6. ดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง เพื่อทดแทนน้ำที่สูญเสียไป โดยดื่มได้ท้ังก่อน ระหว่าง และ หลังจากมีกิจกรรมทางกาย โดยระหว่างมีกิจกรรมทางกายติดต่อกันควรพักดื่มน้ำทุกๆ 10 - 20 นาที หรือใช้วิธีจิบ น้อย ๆ แต่บ่อยคร้ัง ท้งั น้ี ในกรณีท่ีร่างกายส่งสัญญาณเตือนวา่ กำลังขาดน้ำ เช่น คอแห้ง นำ้ ลายเหนยี ว ก็ควรพักหรือ หยุดการทำกิจกรรมแล้วดื่มน้ำเพิ่มเติม 2 - 3 อึก การแต่งกายให้เหมาะสมกับกิจกรรม เสื้อผ้าไม่รุ่มร่าม ไม่รัดแน่น เกินไป รองเท้าท่รี ับนำ้ หนักไดด้ ี ขอ้ แนะนำการนอนหลบั 1. นอน 7-9 ชั่วโมงต่อคืน ก่อนเวลา 22.00 น. นอนหลับอย่างต่อเนื่องตลอดคืน เพื่อให้ฮอร์โมนการ เจริญเติบโต (Growth Hormone) หลั่งออกมา เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อและร่างกายที่สึกหรอจากการใช้งาน ระหว่างวัน 2. ควรนอนตะแคง ไม่ควรนอนหงายเพราะกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะอาหารจะหย่อนตัวลง ทำให้มีภาวะ กรดไหลยอ้ น และมดลูกจะกดเส้นเลือดดำใหญ่ทำให้เลือดไหลกลับหัวใจได้ไมด่ ี ทำให้เกดิ อาการขาบวมได้ และไม่ควร นอนควำ่ เพราะจะทับทอ้ ง 3. คอ่ ย ๆ เอนตัวนอน และค่อยๆลกุ นั่งจากท่านอน เพื่อป้องกันการวิงเวียนได้ 4. หากรู้สึกเหนื่อยหรือเมื่อล้า สามารถงีบหลับได้ 10 - 20 นาที ซึ่งจากการศึกษา พบว่าจะช่วยให้สมอง ปลอดโปรง่ รู้สึกกระปรกี้ ระเปรา่ กระฉบั กระเฉงและชว่ ยใหร้ ่างกายรู้สึกผอ่ นคลายจากความเหนื่อยล้าได้ 5. หากมีภาวะขาบวม สามารถนอนหงาย ยกขาพาดกับผนังประมาณ 10 นาที เพื่อให้เลือดไหลที่ขากลับสู่ หวั ใจ ได้ดขี นึ้ คมู อื หลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสุขประจาํ หมูบาน (อสม.) เชี่ยวชาญอนามัยเเมเ เละเด็ก 37
38 4.การประเมนิ สุขภาพจิต และคัดกรองสารเสพติดในหญิงตง้ั ครรภ์ 4.1 การประเมินสขุ ภาพจติ หญงิ ต้ังครรภ์ ความเครียดและภาวะซึมเศร้า สง่ ผลทง้ั ตอ่ หญิงตง้ั ครรภ์และทารก โดยพบว่า ความเครยี ดเรื้อรัง และอาการ ซึมเศร้าในระหว่างตั้งครรภ์มีความสัมพันธ์กับทารกน้ำหนักตัวน้อยที่มีผลต่อเนื่องกับพัฒนาการ ความเครียดเรื้อรัง และภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุของทารกน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (low birth weight) สิ่งกระตุ้นให้เกิดความเครียดเป็น ปัจจัยเส่ียงสำคัญของการคลอดก่อนกำหนด ผลกระทบของอาการซมึ เศร้าและความทกุ ข์ของมารดาระหว่างตัง้ ครรภ์ มีผลตอ่ น้ำหนกั ต่ำกว่าเกณฑ์เมอ่ื แรกคลอด การประเมนิ ภาวะสุขภาพจิต การประเมนิ และคดั กรองสุขภาพจิตเป็นวิธกี ารป้องกันปัญหาสุขภาพจติ ทำให้ สามารถค้นหาหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต และได้รับความช่วยเหลือในระยะเริ่มแรกเป็นการ ป้องกนั ปญั หาสุขภาพจิตที่จะเกิดตามมา และชว่ ยให้มารดาและลูกมสี ุขภาพกายใจท่สี มบูรณ์ต่อไป การประเมินภาวะ สุขภาพจิตในหญิงตั้งครรภ์เป็นการประเมินความเครียดและคัดกรองโรคซึมเศร้า เนื่องจากความเครียดและภาวะ ซึมเศร้ามีความสมั พนั ธก์ ัน อีกทั้ง ภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์มคี วามสมั พันธ์กบั ภาวะซึมเศรา้ หลังคลอด การคดั กรองโรคซึมเศร้าดว้ ยแบบคัดกรองซึมเศร้า 2 คำถาม (2Q) เป็นแบบคดั กรอง คน้ หาผูท้ ่มี ีแนวโน้มหรือ เสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า ใช้สัมภาษณ์เพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าใน 2 สัปดาห์ โดย คำตอบมี 2 แบบ คือ มี และไม่มี ถ้าคำตอบมีในข้อใดข้อหนึ่ง หรือทั้ง 2 ข้อ หมายถึง เป็นผู้มีความเสี่ยงหรือมีแนวโน้มที่ปว่ ยเป็นโรคซึมเศร้า จึงจำเปน็ ต้องประเมนิ อกี ครง้ั ดว้ ยแบบประเมนิ ท่ีมคี วามจำเพาะสูง รายละเอยี ดของแบบคดั กรองโรคซึมเศร้า (2Q) 1.ใน 2 สัปดาหท์ ่ผี า่ นมา รวมวันน้ี ทา่ นรสู้ กึ หดหู่ เศร้า ท้อแท้ สนิ้ หวงั มี ไม่มี 2.ใน 2 สัปดาหท์ ่ผี า่ นมา รวมวนั นี้ ทา่ นรสู้ กึ เบอ่ื ทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลิน มี ไมม่ ี การแปลผลและคำแนะนำ ถ้าตอบ “ไม่มี” ทั้งสองข้อ แสดงว่า เป็นปกติ ไม่พบความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า ควรได้รับคำแนะนำในการ สังเกตอาการของโรคซึมเศร้า ถ้าตอบ “มี” ข้อใดข้อหนึ่งหรือท้ังสองขอ้ แสดงว่า มีความเสี่ยงหรือมีแนวโนม้ ปว่ ยเป็น โรคซึมเศร้าควรได้รับการใหค้ ำปรึกษาและส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ เพื่อรับการดูแลทางด้านสังคมจิตใจหรือรับการประเมนิ โรคซึมเศรา้ ต่อไป เคร่ืองมอื ในการประเมนิ สขุ ภาพจติ หญงิ ตั้งครรภ์ การประเมินความเครียดดว้ ยแบบประเมนิ ความเครยี ด (ST-5) เปน็ แบบวัดความเครียด 5 ขอ้ เพอ่ื ประเมินอาการ หรอื ความรู้สกึ ทเ่ี กดิ ขึ้นในระยะ 2-4 สปั ดาห์ แบ่งการประเมินเป็น 4 ระดบั คือ • ระดับอาการแทบไม่มี (0 คะแนน) หมายถึง ไม่มีอาการหรือเกิดอาการเพียง 1 ครั้ง • ระดับอาการเป็นบางครงั้ (1 คะแนน) หมายถงึ มอี าการมากกว่า 1 ครง้ั แต่ไม่บ่อย • ระดบั อาการบ่อยคร้งั (2 คะแนน) หมายถึง มีอาการเกิดข้นึ เกอื บทุกวัน • ระดับอาการเป็นประจำ (3 คะแนน) หมายถึง มีอาการเกิดขึ้นทุกวนั คิดเปน็ คะแนนรวมระหว่าง 0 - 15 คะแนน มีจุดตัดคะแนนทีน่ อ้ ยกวา่ 4 เพื่อจำแนกภาวะเครียดเปน็ 3 กลมุ่ คอื กลุม่ ทีไ่ ม่มีความเครียด (น้อยกว่า 4 คะแนน) สงสยั วา่ มีปัญหาความเครยี ด (5-7 คะแนน) และนา่ จะป่วยด้วย ความเครยี ด (มากกว่าหรอื เท่ากับ 8 คะแนน) 38 คมู อื หลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมูบ า น (อสม.) เชี่ยวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็
39 รายละเอยี ดของแบบประเมนิ ความเครียด (ST - 5) มดี งั นี้ ข้อ อาการหรือความรู้สกึ ที่เกิดข้ึนในระยะ แทบไม่มี เป็น บอ่ ยครง้ั เปน็ 2 - 4 สัปดาห์ (0) บางครัง้ (2) ประจำ (3) (1) 1 มปี ัญหาการนอน นอนไมห่ ลับ หรือนอนมาก 2 มีสมาธนิ ้อยลง 3 หงดุ หงิด/กระวนกระวาย/ว้าวุ่นใจ 4 รสู้ กึ เบอื่ เซ็ง 5 ไม่อยากพบปะผู้คน รวมคะแนน (0-15 คะแนน) การแปลผลและคำแนะนำ หมายถงึ ไมม่ ีความเครียดในระดบั ทก่ี ่อให้เกิดปญั หากับตวั เอง 0 - 4 คะแนน หมายถงึ ยงั สามารถจัดการกับความเครยี ดท่ีเกดิ ขึน้ ในชวี ติ ประจำวันได้ 5 - 7 คะแนน หมายถึง และปรับตัวกบั สถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม 8 คะแนนข้นึ ไป สงสัยวา่ มคี วามเครยี ด ควรผ่อนคลายความเครียด ดว้ ยการ พดู คยุ หรือ ปรกึ ษาหารือกับคนใกล้ชดิ เพ่ือระบายความเครียด หรือคลค่ี ลายท่ีมาของปญั หาและอาจใช้การหายใจเข้าลึกๆ ชา้ ๆ หลายครัง้ หรือใช้หลกั การทางศาสนาเพื่อคลายความกังวล มีความเครยี ดสูงในระดับท่ีอาจจะส่งผลเสยี ต่อร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดหลงั นอนไมห่ ลบั ควรขอรบั คำปรึกษาจากบุคลากร สาธารณสขุ เพ่ือดแู ลจติ ใจหรือได้รับการคดั กรองด้วยแบบคดั กรองโรคซึมเศรา้ (2Q) หรือส่งต่อเพอื่ การดแู ลรักษาต่อไป คูม อื หลกั สูตร อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมูบาน (อสม.) เช่ียวชาญอนามัยเเมเเละเดก็ 39
40 5.คำแนะนำในการดแู ลสุขภาพชอ่ งปากสำหรับหญงิ ต้ังครรภ์ • ช่วงตั้งครรภ์ควรไปรับการตรวจสุขภาพช่องปากจากทันตบุคลากร เพื่อทราบสภาวะสุขภาพช่องปากและ คำแนะนำในการดแู ลสุขภาพช่องปาก รวมถึงการนดั หมายรบั การรกั ษาตามความจำเปน็ • แปรงฟันให้สะอาด ด้วยหลัก 2 2 2 คือ แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ปริมาณ 1000 ppmขึ้นไป อย่าง นอ้ ยวันละ 2 คร้งั เชา้ และก่อนนอน นานอยา่ งน้อย 2 นาที และ งดอาหาร เครอ่ื งดม่ื หลงั แปรงฟนั 2 ช่ัวโมง • ใช้อุปกรณ์เสรมิ ทำความสะอาดซอกฟัน เช่น ไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์จะเกิดการ อกั เสบของเหงอื กได้ง่ายกวา่ ปกติ • หากยังอยู่ในช่วงแพ้ท้อง หลังอาเจียนไม่ควรแปรงฟันทันที แต่ควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาบ้วนปาก ผสมฟลูออไรด์หรือ บ้วนน้ำทผี่ สมดว้ ย baking soda 1 ช้อนชา เพอื่ ลดความเปน็ กรดในชอ่ งปาก • พยายามลดการรับประทานของหวาน การกนิ จุบจบิ และควรเนน้ การรับประทานผักและผลไม้เพ่ือลดโอกาสเกิด ฟนั ผุ • หากมีฟันผุ ควรไปรับการรักษาเพื่อลดโอกาสเกิดการลุกลามซึ่งนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ และยังช่วยลดปริมาณเชื้อ ในชอ่ งปาก ลดการส่งผา่ นเชื้อฟันผุจากแม่สู่ลกู ไดด้ ้วย • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพของแม่และลูกในครรภ์ แคลเซียมเป็นอาหารที่สำคัญในการสร้าง ฟันลูก ซึ่งเริ่มสร้างต้ังแต่ลูกอายุ 4 - 6 สัปดาห์ในครรภ์ ลูกได้แคลเซียมจากกระแสเลือดแม่ แม่ควรรับประทาน แคลเซียมให้เพียงพอ 40 คูม อื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมบู าน (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเเละเดก็
41 6. สัญญาณอนั ตรายท่ีแม่ต้งั ครรภ์ตอ้ งรบี ไปพบแพทย์ 6.1 มเี ลอื ดออกทางช่องคลอด อาจเกิดไดจ้ ากหลายสาเหตุ เชน่ การตดิ เชอื้ ในช่องคลอด ตดิ เชื้อในปากมดลูก มภี าวะรกเกาะตำ่ หรอื เจบ็ ครรภค์ ลอด หากแม่พบวา่ มอี าการเลอื ดออกทางช่องคลอด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงอายคุ รรภ์ใด ก็ตามถือเปน็ สญั ญาณอนั ตรายมาก ควรรีบไปพบแพทยโ์ ดยด่วน 6.2 ลูกดิ้นมากหรือน้อยผิดปกติ การนับลูกดิ้นจะช่วยให้คุณแม่ทราบว่าในแต่ละช่วงเวลาเกิดความผิดปกติ ของทารกในครรภว์ ตั ถุประสงค์ • เพ่อื เปน็ การตรวจสขุ ภาพของทารกในครรภด์ ้วยตนเอง • ป้องกันและแก้ไขปัญหาทารกเสียชีวิตในครรภ์โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ความเสี่ยงสูง เช่น ครรภ์เป็นพิษ หรือเบาหวาน เป็นตน้ *เร่มิ นับลกู ด้ินได้ตง้ั แต่อายคุ รรภ์ 28 สัปดาหไ์ ปจนคลอด* การนับลูกดน้ิ มี 2 วิธี วิธที ี่ 1 • เริ่มนับหลงั รับประทานอาหารเสร็จ 3 ม้อื • นบั ครัง้ ละ 1 ช่วั โมง ใหไ้ ด้อย่างน้อย 3 ครั้ง • หากไม่ครบใหร้ บี มาโรงพยาบาล วธิ ที ่ี 2 • เริม่ นบั ตั้งแต่ 8.00 - 12.00 น. (รวม 4 ชั่วโมง) • นับลูกดิ้นอยา่ งน้อย 10 คร้งั หากไม่ครบให้รบี มาโรงพยาบาล แต่! หากระหว่างวนั ร้สู กึ ทารกด้ินน้อยผดิ ปกติ ใหร้ บี มาโรงพยาบาลทันที 6.3. คลื่นไสม้ ากจนกินอาหารไมไ่ ด้ เกิดจากระดับฮอร์โมนในรา่ งกายมีการเปลยี่ นแปลง ทำใหม้ ีอาการท่ีผิดไป จากก่อนตั้งครรภ์ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน พะอืดพะอม เบื่อหรือเหม็นอาหาร หากยังกินอาหารพอได้ก็ยังไม่ใช่เรื่อง น่ากังวล และเมื่ออายุครรภ์เกิน 14 สัปดาห์ อาการเหล่าน้ีจะค่อยๆหายไป แต่ถ้าหากมีอาการคลื่นไสม้ ากจนกินอะไร ไมไ่ ด้เลย นำ้ หนักลด ขาดนำ้ ขาดสารอาหาร และมีอาการใจสั่น ปสั สาวะน้อย ใหร้ บี ไปพบแพทย์ทนั ที 6.4 ตกขาวผิดปกติ ตกขาวปกติของแม่ท้อง คือ มีมูกใส หรือขาวขุ่น คล้ายแป้งเปียก มีปริมาณไม่มาก ไม่มี กลิ่นคาว ไหลเปื้อนตลอดช่วงการตั้งครรภ์ แต่ถ้าหากแม่สังเกตเห็นว่า ตกขาวมีสีเปลี่ยนไป มีอาการแสบร้อน คัน มกี ลนิ่ ฉุนคาว แนะนำให้รบี ไปพบแพทยท์ นั ที เพราะอาจมีการตดิ เช้ือบริเวณชอ่ งคลอด 6.5 ปวดท้องรุนแรง แม่ตั้งครรภ์จะมีอาการปวดท้องอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากระบบย่อยอาหารทำงานได้ ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ หรืออาการท้องผูก นอกจากนี้ มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น ยังไปเบียดอวัยวะต่าง ๆ ทำให้แม่รู้สึกเจ็บและปวดท้องมากขึ้น แม่จึงจำเป็นต้องสังเกตตัวเองให้ดี เพราะหากปวดท้องรุนแรงมาก อาจเป็น อาการของทางเดินปัสสาวะอกั เสบ ภาวะตง้ั ครรภน์ อกมดลูก ที่อาจนำไปสู่การแทง้ บุตรได้ 6.6 ไส้ติ่งอักเสบขณะตั้งครรภ์ มักพบในหญิงตั้งครรภ์ช่วง 6 เดือนแรก โดยจะสังเกตว่ามีอาการปวดท้อง ด้านล่างฝั่งขวา มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร แน่นท้อง และมีไข้ ให้รีบเข้าพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากเป็น อาการของไส้ตงิ่ แตก อาจทำใหม้ ีโอกาสคลอดก่อนกำหนดหรือแทง้ บตุ รได้ คมู อื หลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจําหมูบา น (อสม.) เช่ียวชาญอนามยั เเมเ เละเดก็ 41
42 6.7 มีเลอื ดออกกะปรบิ กะปรอย รว่ มกับเปน็ ตะคริว เป็นภาวะแทรกซอ้ นทเี่ ป็นอันตราย ควรเขา้ รบั คำแนะนำ จากแพทย์ทันที 6.8 มอี าการตวั บวมกระทันหัน โดยเฉพาะทีแ่ ขนและขา รว่ มกบั อาการปวดหัว คอื สญั ญาณของอาการครรภ์ เป็นพษิ หรอื ความดันโลหติ สงู 6.9 มีอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ตาพร่า เห็นแสงวูบวาบ จุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ สัญญาณเหล่านี้อาจเป็น อาการของครรภ์เป็นพิษ 6.10 มีอาการคันรุนแรงอย่างต่อเนื่อง หากมีอาการคันมากผิดปกติ โดยเฉพาะที่มือและเท้า ในไตรมาส สุดท้ายของการตั้งครรภ์ อาจเป็นอาการแทรกซ้อนเก่ยี วขอ้ งกับตับ เป็นสาเหตุให้คลอดก่อนกำหนดได้ 6.11 เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หากเกิดในช่วงไตรมาสที่ 3 จะมีอาการเจ็บท้องสม่ำเสมอ ปวดรุนแรง มีความถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการร่วมกับการเปิดของปากมดลูก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่ครบ หรือยังไม่ครบ กำหนด ก็ควรรบี ไปพบแพทยท์ ันที 6.12 มีน้ำเดิน หรือน้ำคร่ำแตก คือ มีน้ำใสๆไหลออกมาจากช่องคลอดมากผิดปกติ ควรไปพบแพทย์เพราะ อาจเปน็ สัญญาณของอาการถุงน้ำคร่ำรวั่ เสี่ยงตอ่ การติดเช้อื ของทารกในครรภ์ 42 คมู ือหลกั สตู ร อาสาสมคั รสาธารณสุขประจาํ หมบู า น (อสม.) เช่ยี วชาญอนามยั เเมเเละเดก็
43 7. ยาบำรงุ เลือดในหญงิ ตั้งครรภ์ ยาบำรงุ เลอื ดคนท้อง คือ ธาตเุ หลก็ ชนิดเม็ดที่คุณหมอส่งจ่ายให้หญิงตง้ั ครรภ์ เพอ่ื ชว่ ยเพ่ิมกระบวนการสร้าง ฮีโมโกบิน เม็ดเลือดแดง เพิ่มปริมาณเลอื ด ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับผู้หญงิ ตั้งครรภ์ที่ต้องการเลือดเพิ่มขึ้นในการใช้ กับรา่ งกายตัวเอง และ ทารกในครรภ์ ทำไมคนทอ้ งต้องกนิ ยาบำรงุ เลือด - สร้างฮโี มโกบนิ - สร้างสารจำเป็นตอ่ การทำงานของเซลล์ - ใช้ในกระบวนการสร้างอวัยวะต่าง ๆ ของทารกในครรภ์ - ปอ้ งกันการพิการแต่กำเนดิ - สร้างเมด็ เลอื ดแดงเพมิ่ ขนึ้ ในระหวา่ งต้งั ครรภ์ และเพ่ิมปริมาณเลือด - ลดความเส่ยี งภาวะโลหติ จางขณะตง้ั ครรภ์ - ลดความเสีย่ งในการเสียเลือดขณะคลอด คนทอ้ งตอ้ งการธาตุเหล็กมากแค่ในในการบำรงุ เลือด คนท้องต้องการธาตุเหล็กวันละประมาณ 15 - 30 มิลลิกรัมต่อวัน (โดยปกติร่างกายต้องการธาตุเหล็กวนั ละ 10 - 15 มิลลิกรัมต่อวัน) ซึ่งจะได้รับจากอาหารเป็นหลัก เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ผักและผลไม้สด เป็นต้น ถ้าเรากินอาหาร ครบถ้วนก็จะได้รับธาตุเหล็กเพยี งพอ แต่เมื่อตั้งครรภ์ที่ร่างกายต้องการธาตเุ หล็กมากขึ้น คนท้องจึงต้องกินธาตุเหล็ก เสริมนัน่ เอง กรณีที่คนท้องมีภาวะโลหิตจางอยู่แล้วก่อนตั้งครรภ์ อาจจะต้องเสริมธาตุเหล็กมากกว่า 30 มิลลิกรัมต่อวัน ข้นึ อยู่กบั ความรุนแรงของภาวะโลหิตจาง และดลุ ยพินจิ ของคณุ หมอท่ดี แู ลครรภ์ โดยปกติแล้วเมื่อตั้งครรภ์ จะมีการเจาะเลือดตรวจเพื่อให้ทราบความแข็งแรงของเม็ดเลือดแดง ภาวะโลหิต จาง รวมถึงตรวจหาความเสี่ยงโรคอื่น ๆ ด้วย หากตรวจพบว่าคุณแม่มีความเสี่ยงภาวะโลหิตจาง คุณหมอจะให้ ธาตุเหล็กชนิดเม็ดเป็นยาบำรุงเลือด หรือในการตั้งครรภ์ทั่วไปที่ไม่ได้เสี่ยงกับภาวะดังกล่าว คุณหมออาจมีการให้ ธาตุเหล็กชนิดเม็ดเสริมให้อยู่แล้ว และจะแนะนำให้กินควบคู่กับอาหารหลักทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้คุณแม่ได้ธาตุเหล็ก ในปรมิ าณท่ีเพยี งพอ วิธีกนิ ยาบำรงุ เลือดสำหรับคนท้อง ยาบำรงุ เลือดคอื ธาตุเหล็ก ทจ่ี ัดอยใู่ นหมวดแร่ธาตแุ ละเกลือแร่ทีจ่ ะดดู ซึมได้ดีเม่ือ ท้องว่าง ดังนั้น คนท้องควรกินยาบำรุงเลือดก่อนอาหารประมาณ 30 นาที โดยให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ หรือ เมื่อกินยา แลว้ ให้กินผลไม้ท่มี วี ิตามนิ ซีตามไป เพราะวิตามนิ ซีจะชว่ ยใหร้ ่างกายดดู ซมึ ธาตุเหล็กได้ดีขน้ึ สำหรับคนท้องที่มีอาหารแพ้ท้องหนัก กินยาบำรุงเลือดแล้วอาจมีอาการข้างเคียง เช่น รู้สึกพะอืดพะอม เวียนหัว คล่นื ไส้ อาจกินยาบำรุงเลอื ดระหว่างม้อื อาหาร เพอื่ ลดอาการดงั กลา่ วได้ คูม ือหลักสูตร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจําหมบู าน (อสม.) เชี่ยวชาญอนามัยเเมเเละเดก็ 43
44 การดูแลมารดาหลังคลอด ความหมายของระยะหลังคลอด ระยะหลังคลอด หมายถึง ช่วงระยะเวลาตั้งแต่ทารก รก และเยื่อหุ้มรก คลอดเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วไป จนถึง 6 สัปดาห์หลังคลอด เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย และจิตใจกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติ เหมือนกอ่ นการตงั้ ครรภ์ การเปล่ียนแปลงดา้ นสรรี วทิ ยา เต้านม การเปลี่ยนแปลงของเต้านมเริ่มตั้งแต่ในระยะตั้งครรภ์ โดยลานนมจะมีขนาดใหญ่และเข้มขึ้น บริเวณ ลานนมประกอบด้วยหลอดเลือดและหลอดน้ำเหลืองที่มีการขยายขนาดใหญ่ขึ้น ท่อน้ำนมมีการเจริญเติบโตเต็มที่ ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการเพิ่มของฮอร์โมนเอสโตรเจนในขณะตั้งครรภ์ และภายในเต้านมจะมีท่อน้ำนม ถุงผลิตน้ำนม และเซลล์ผลิตน้ำนม โดยจะโตเต็มที่ในไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างน้ำนมให้ นมบุตรในระยะหลังคลอด ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ภายในถุงผลิตน้ำนมจะมีท่อน้ำนม เล็กๆ ทอ่ นำ้ นมสว่ นนี้เติบโตเป็นกระเปาะ ชอ่ งวา่ งระหวา่ งถงุ ผลิตน้ำนมและทอ่ น้ำนม ประกอบด้วยเน้ือเยื่อเกี่ยวพัน การที่ทารกดูดนมมารดาเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อบริเวณลานนม เซลล์กล้ามเนื้อบริเวณรอบ ๆ ท่อน้ำนมให้ บีบและหลง่ั น้ำนมออกมา 44 คูมือหลักสตู ร อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาํ หมูบาน (อสม.) เชีย่ วชาญอนามยั เเมเ เละเดก็
Search