Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือปฏิบัตฯ สำหรับนิสิต ๓ พระรัฐนพล จารุ

คู่มือปฏิบัตฯ สำหรับนิสิต ๓ พระรัฐนพล จารุ

Description: คู่มือปฏิบัตฯ สำหรับนิสิต ๓ พระรัฐนพล จารุ

Search

Read the Text Version

๑ [วนั ท]่ี คู่มือการปฏิบัตวิ ชิ าชพี ในสถานศึกษา ๓ สำหรับนสิ ติ หลักสูตรครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวชิ าสงั คมศึกษา(๔ ป)ี หลักสูตรปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๒ วทิ ยาลยั สงฆ์เขตอบุ ลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาลัยเขตอบุ ลราชธานี

๒ ค่มู อื การปฏิบัติวิชาชพี ในสถานศกึ ษา ๓ สำหรบั นสิ ติ ชื่อ-ฉายา/นามสกลุ ชื่อ พระรฐั นพล ฉายา จารุธมฺโม นามสกุล รินชาลี รหัสประจำตัวนิสิต 6407502004 นสิ ติ ปฏิบัติวิชาชพี ในสถานศกึ ษา 3 สาขาวิชา สังคมศีกษา ภาคการศกึ ษาท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2566 ชอ่ื โรงเรียนปฏิบตั ิวิชาชีพ โรงเรียนนาสว่ งวิทยา ชอ่ื อาจารย์นเิ ทศก์ พระใบฏกี าสพุ จน์ ตปสิโล ,ผศ อาจารยพ์ ลศู ักด์ิ หอมสมบัติ ชื่อครพู ่ีเลยี้ ง วา่ ท่ีร้อยตรี นคร แทง่ คำ ครูชำนาญการพเิ ศษ ปฏบิ ตั ิหน้าท่ีหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นสังคมศีกษา =================================================== ================ หลกั สูตรครุศาสตรบัณฑติ สาขาวิชาสังคมศีกษา(๔ ป)ี วทิ ยาลัยเขตอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

๓ คำนำ วิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี ได้จัด การศึกษาในคณะครุศาสตร์ ระดับปริญญาตรี กล่าวคือ หลกั สูตรครุศาสตรบัณฑิต (๔ ปี) ตลอดระยะเวลาการศึกษา ในคณะครุศาสตร์ วิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ ต้องจัดส่งนิสิตออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพโดยตรงกับสถานศึกษา ใน รายวชิ าปฏบิ ัตวิ ชิ าชีพในสถานศกึ ษา ๓ ซงึ่ เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ และทกั ษะการเปน็ ครูมืออาชีพให้แก่นสิ ติ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนรายวิชาปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษาของวิทยาลัยสงฆ์สุรินทร์ เป็นไปตาม เกณฑ์ของคณะกรรมการคุรุสภา จึงได้จัดทำคู่มือการปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ สำหรับนิสิต และบุคคลท่ี เก่ยี วขอ้ ง รวมถึงขอ้ มลู ประกอบการนเิ ทศนิสติ ฝึกปฏบิ ตั ิวิชาชีพในสถานศกึ ษา ๓ หวังเป็นอย่างย่ิงว่าค่มู ือการปฏบิ ัติวิชาชีพในสถานศกึ ษา ๓ สำหรับนิสิต จะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทาง ในการดำเนินการของนสิ ติ ฝึกปฏิบัติวชิ าชพี ในสถานศกึ ษา ๓ อาจารยผ์ รู้ บั ผิดชอบรายวิชาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพในสถานศึกษา ประธานคณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตร เจา้ หน้าทีฝ่ กึ ประสบการณว์ ชิ าชีพครู วิทยาลัยสงฆอ์ ุบลราชธานี มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาเขตอบุ ลราชธานี

๔ หน้ำ สำรบญั ๕ ๖ เรอ่ื ง ๑๑ ๒๖ คำนำ ๒๗ สำรบญั สว่ นที่ ๑ ขอ้ มลู พ้ืนฐานนิสิต ส่วนที่ ๒ ข้อมูลพน้ื ฐานของโรงเรยี น สว่ นที่ ๓ แบบบันทกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชีพในสถานศึกษา ๓ ส่วนที่ ๔ การปฏิบตั ิงานผ้ชู ว่ ยครวู ิชาชีพในสถานศึกษา ๓ ส่วนท่ี ๕ แบบประเมนิ ทักษะการจดั การเรยี นรู้

๕ ส่วนที่ ๑ ขอ้ มลู พน้ื ฐานนสิ ิต ชอ่ื . พระรัฐนพล ฉายา จารุธมโฺ ม นารมูปสกลุ รินชาลี รหสั ๖๔๐๗๕๐๒๐๐๔ สาขา วชิ าสังคมศึกษา เบอร์โทรศพั ทท์ ่ีตดิ ตอ่ ได้ ๐๙๙-๒๓๘๓๗๐๖ E - mail [email protected] ช่องทางติดต่ออ่นื ๆโทร ๐๙๙-๒๓๘๓๗๐๖ สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาระดับพนื้ ฐานดังน้ี ระดบั การศึกษา พ.ศ. วฒุ ิการศกึ ษา สถาบนั เกรดเฉลยี่ ๓.๕๘ ประถมศึกษา ๒๕๕๑ ประถมที่ ๖ โรงเรยี นบ้านนาคาย ๓.๐๗ ๒.๗๐ มัธยมศึกษาตอนตน้ ๒๕๕๔ มัธยมที่ ๓ ดอนมดแดงวทิ ยาคม - - มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ๒๕๕๗ มธั ยมท่ี ๖ ดอนมดแดงวิทยาคม - เปรยี ญธรรม -- - นักธรรมช้ันเอก ๒๕๖๔ น.ท สำนักเรียนวัดมงคลโกวทิ ราม ธศ. ................ -- - การศึกษา ระดับปรญิ ญาตรีสาขาวิชาสังคมศกึ ษา ขณะนี้ไดเ้ กรดเฉล่ยี รวม เกรดเฉลี่ย ๓.๔๐ วิชาชพี พระภิกษุ เกรดเฉลี่ยวิชาเอก ๔.๐๐ (A) ความสามารถพิเศษ สวดมนต์ ภาวนา เทศสนาธรรม เล่นกฬี า และวิปัสนากรรมฐาน งานอดเิ รก ทอ่ งหนังสือ ฟังพระธรรมเทศนา ปลูกตน้ ไม้ เข้ารับการอบรมในระบบอออลไลน์ ของมหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั ทกุ วิทยาเขต ประสบการณ์ในการทำงาน เคยทำงานยุTOYOTA เคยทำงานยุNISSAN ทัศนคตทิ มี่ ีต่อวิชาชีพครู ในอนาคตอนั ใกลน้ ีอ้ ยากจะไปถ่ายทอดความรู้ ใหก้ บั เด็กยากไร้ ผดู้ ้อยโอกาส และเรา จะต้อง มจี รรยาบรรณความเปน็ ครู ซ่อื สัตย์ รกั ษาความจริงใจ ต้องเมตตาหวังดี ต้องวางใจเปน็ กลาง ช่อื ครพู ีเ่ ลย้ี ง ว่าที่ร้อยตรี นคร แท่งคำ ครชู ำนาญการพเิ ศษ ปฏิบัติหน้าท่ี หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นสงั คมศีกษา อาจารยน์ ิเทศ์ พระใบฏกี าสพุ จน์ ตปสิโล ,ผศ

๖ สว่ นที่ ๒ ข้อมลู พื้นฐานของโรงเรียน ข้อมลู พน้ื ฐานของโรงเรียน ความหมายคอื ธรรมนำความเจริญสูช่ ีวิต ชือ่ โรงเรยี นทปี่ ฏิบัติวิชาชีพในสถานศกึ ษา ๑ .โรงเรียนนาส่วงวิทยา ทอี่ ยู่ เลขที่ ๑๐๗ หมู่ท่ี ๓ ถนน ประชาช่ืน ตำบลนาสว่ ง อำเภอเดชอดุ ม จงั หวดั อบุ ลราชธานี โทรศัพท์ ๐๔๕ ๒๕๑ ๕๘๗ โทรสาร ๐๔๕ ๒๕๑ ๕๘๗ จดั การศึกษาระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ถึงระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖ สงั กัด ประวตั โิ รงเรียนนาสว่ งวิทยา โรงเรียนนาส่วงวทิ ยาตงั้ อยทู่ ี่ตำบลนาส่วง อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานีกระทรวงศึกษาธกิ ารประกาศ ตง้ั เมอ่ื ปี พ.ศ.๒๕๒๔ เปิดสอนตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นพ.ศ.๒๕๒๑ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ในระยะแรก คณะกรรมการศกึ ษา สภาตำบลนาส่วง ผูป้ กครองนกั เรยี นและประชาชนท่ัวไปไดร้ ว่ มบรจิ าคเงนิ เพื่อซื้ออุปกรณ์ การศึกษาให้โรงเรยี น ขณะน้ันทางราชการไดแ้ ต่งตั้ง นายเสรี ศรีสำอางค์ ศึกษาธิการอำเภอรกั ษาการในตำแหน่ง ครูใหญ่ ไดเ้ ปิดทำการสอนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๒๔ โดยใชส้ ถานทีโ่ รงเรยี นปรยิ ัติธรรม วดั นาสว่ ง ใต้ นักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๒ หอ้ งเรียน มีนกั เรยี นท้ังหมด ๙๘ คน ครอู าจารย์ ๔ คน นักการ ภารโรง๑คน เมอ่ื เดอื นสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๔ ทางราชการได้แตง่ ต้ังให้ นายศรีสมบัติ ภูมเิ ขยี ว มาดำรงตำแหน่ง ครูใหญโ่ รงเรียนนาสว่ งวทิ ยา ตอ่ มาคณาจารย์กรรมการศึกษาและชาวบา้ น ผู้ปกครองนักเรยี นได้พจิ ารณาย้ายไปทำ การเรยี นการสอนในสถานที่จรงิ ในเนื้อที่ ๓๕ ไร่ ๒ งาน ซงึ่ นายวชั รนิ ทร์ อินทนา ผู้จดั การหา้ งหนุ้ จำกัด วชั รนิ ทรก์ ่อสรา้ งเปน็ ผู้บรจิ าคเงนิ จำนวน ๔๘๐๐๐ บาทกอ่ สร้างอาคารเรยี นชัว่ คราว ๑ หลัง จำนวน ๓ หอ้ งเรยี น และไดย้ า้ ยมาเปิดทำการสอนในภาคเรยี นที่ ๒ปกี ารศึกษา ๒๕๒๔ และในปีนีท้ างราชการได้จดั สรรงบประมาณให้ บ้านพักครูจำนวน ๑หลงั ห้องนำ้ หอ้ งส้วม ๑หลงั ปกี ารศึกษา ๒๕๒๕ ไดร้ บั งบประมาณอาคารเรียน ๒๐๘๑ หลัง ปีการศึกษา ๒๕๒๖ กรมสามัญศึกษาได้คดั เลือกโรงเรยี นให้เขา้ โครงการ “โรงเรียนมธั ยมศึกษา เพ่ือพฒั นาชน ทบท” (มพช. ๒ รุ่น ๑) ปีการศกึ ษา ๒๕๒๙ กรมสามญั ศกึ ษาอนุมัตใิ ห้เปิดหนว่ ยเรียนเคลื่อนทต่ี ำบลนาเยีย อำเภอเดชอุดม เรียกว่า “หนว่ ยเรยี นเคลอ่ื นท่ีโรงเรียนนาสว่ งวิทยา” ทำการเรยี นการสอนร่วมกับโรงเรียนพเ่ี ล้ยี ง โดยได้รับ ความร่วมมือจากครูอาจารยโ์ รงเรียนบ้านนาเยยี มาชว่ ยดูแลร่วมกบั ครูอาจารย์โรงเรียนนาส่วงวิทยามีนักเรยี น ๑ หอ้ ง ๓๖ คน

๗ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๓๑ กรมสามญั ศึกษาได้อนุมตั ใิ หห้ นว่ ยการเรียนเคล่อื นที่โรงเรยี นนาส่วงวิทยาเปดิ เปน็ โรงเรียน ศกึ ษาประจำตำบลชื่อ โรงเรียนนาเยยี ศึกษารชั มงั คลาภเิ ษก ปีการศึกษา ๒๕๓๒ กรมสามญั ศกึ ษาไดอ้ นุมัตใิ หโ้ รงเรยี นนาสว่ งวทิ ยาเปิดโรงเรยี นสาขาข้นึ ที่ โรงเรียนบ้านโคกสว่าง ก่งิ อำเภอสำโรง ห่างจากโรงเรียนนาสว่ งวทิ ยา ๑๕ กิโลเมตร ปีการศึกษา ๒๕๓๖ กรมสามัญศกึ ษาได้อนุมัติให้โรงเรียนนาสว่ งวิทยาเข้าโครงการฝากนักเรียนเข้าเรียนตอ่ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายท่โี รงเรียนเดชอุดม ปกี ารศึกษา ๒๕๓๗ กรมสามัญศึกษาได้อนมุ ัติใหโ้ รงเรียนนาส่วงวทิ ยาเปิดทำการสอนระดับมธั ยมศึกษาตอน ปลายและไดโ้ อนนกั เรียนฝากเรยี นจากโรงเรียนเดชอุดมมาเป็นนักเรียนโรงเรยี น นาส่วงวิทยาโดยสมบรู ณ์ ปีการศึกษา ๒๕๓๗ กรมสามัญศึกษาอนมุ ัติให้โรงเรียนสาขานาส่วงวทิ ยาเปิดเปน็ โรงเรียนมัธยมศกึ ษาประจำ ตำบล ช่อื โรงเรียนโคกสวา่ งคุ้มวิทยานุสรณ์ ปีการศกึ ษา ๒๕๓๘ โรงเรยี นผ่านการประเมินตำแหน่งจากตำแหนง่ อาจารย์ใหญ่ เป็นผอู้ ำนวยการ ปีการศึกษา ๒๕๓๙ กรมสามัญศกึ ษาคดั เลือกให้เขา้ โครงการปฏิรปู การศึกษา และใหเ้ ปิดสอนระดับ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ และมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนชนั้ เรียนธยมศกึ ษา ตอนตน้ ๔-๕ ,๑๗๒-๒๒๑-/๑๗๗ มัธยมศึกษาตอนปลาย ๒-๒-๒ (๖๖-๗๖-๔๗) รวมนักเรียน ๗๕๐ คน ครูปฏบิ ัติการในโรงเรยี นมี ๓๘ คน ครู อตั ราจา้ ง ๒ คน ปรชั ญาโรงเรยี น ปญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต ฯ ปัญญาเป็นแสงสวา่ งแหง่ โลก ฯ วสิ ัยทัศน์ สรา้ งคุณภาพ สร้างโอกาส สร้างอนาคต พนั ธกิจ โรงเรยี นนาสว่ งวิทยา มพี ันธกจิ ท่ีสอดรับกบั วิสัยทัศน์ ๖ พันธกจิ ดังน้ี จดั การศึกษาเพอ่ื เสริมสรา้ งคุณภาพของความยง่ั ยนื ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข 1. พัฒนาศักยภาพผเู้ รยี นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแขง่ ขันโดยพัฒนาคุณภาพผู้เรยี นใหม้ ีความรู้ ทักษะ วชิ าการ ทักษะชวี ิต และทักษะวชิ าชีพ 2. สง่ เสริมและพฒั นาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ปน็ มอื อาชีพ 3. สร้างโอกาส สร้างอนาคต ลดความเหล่ือมล้ำ ใหผ้ เู้ รียนทุกคนได้รบั บริการทางการศึกษาอย่างท่ัวถึงและเทา่ เทียม 4. สง่ เสรมิ การจัดการศึกษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิต ทเ่ี ปน็ มิตรกบั ส่ิงแวดล้อมยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 5. พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการแบบบูรณาการและส่งเสริมใหภ้ าคเี ครอื ข่ายมีส่วนรว่ มในการจัดการศึกษา

๘ สีประจำโรงเรยี น สีเหลือง เขยี ว ชอ่ื ผอู้ ำนวยการ นายเอกสิทธ์ิ สอ่ งแสง ข้อมลู พน้ื ฐานบุคลากรในโรงเรยี น จำนวน หมายเหตุ ๘ บุคลากร ๒ ชาย ๑ หญิง ๗ กรรมการสถานศึกษา ๒๕ ชาย ผู้บริหาร ๗๖๒ ครู ชาย ๑๓ หญงิ ๒๒ ๑๒ ชาย ๓๒๘ นักเรียน หญิง ๔๓๔ ชาย หญิง ฝ่ายสนบั สนนุ ผลงานดีเด่นของโรงเรยี น ทางโรงเรียนนาส่วงวิทยา ได้รับรางวัลมากมายหลายอยา่ ง เช่นมกี ารจดั การแข่งขนั กีฬาฟตุ บอลในโครงการกฬี าเพ่ือ พฒั นาชนบท นาสว่ งคัพ ตงั้ แต่ พ.ศ ๒๕๒๕ – ๒๕๔๐ รวมการแข่งขนั ๑๕ ครง้ั ตดิ ต่อกนั รวมถงึ คร้งั ที่ ๑๗ พ.ศ ๒๕๕๐ คร้ังท่ี ๑๘ พ.ศ ๒๕๕๑ ครัง้ ท่ี ๑๙ พ.ศ ๒๕๕๒ ครั้งที่ ๒๐ พ.ศ ๒๕๕๓ ครั้งท่ี๒๑ พ.ศ ๒๕๕๔ เปน็ ตน้ และยงั มผี ลงานดีเด่นทางดา้ นศีลปะของนักเรยี นช้นั ม.๓ สง่ เขา้ ประกวดงานป้ันรูปเหมอื นนนู ตำ่ ระดับจังหวัด ซ่ึง ไดร้ ับรางวัลท่ี ๑ เป็นที่น่ายินดเี ป็นอยา่ งยิ่ง ส่วนผลงานอน่ื ๆ ของโรงเรยี นที่ดีเด่นมหี ลายอย่าง เช่น ดังภาพต่อไปน้ี

๙ แผนผงั สถานที่ต้งั โรงเรยี น

๑๐ โครงสรา้ งการบริหารโรงเรยี น และบทบาทหน้าท่แี ต่ละฝา่ ย

๑๑ ส่วนท่ี ๓ แบบบันทกึ ปฏบิ ัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ แบบบนั ทึกปฏบิ ัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ ทดลองการจดั การเรยี นรคู้ รั้งที่ ๑ วนั /เดอื น/ปี วนั จนั ทร์ ท่ี ๑๒ มิถุนายน พ.ศ ๒๕๖๖ กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วชิ า ภูมศิ าสตร์ ระดับช้นั มัธยมชัน้ ปที ี่ ๖ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เร่อื ง การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพของโลก จำนวน ๖ ช่วั โมง 1. วเิ คราะห์แผนการจดั การเรียนรู้ การวิเคราะห์แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษาโดยมีจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานแผนการ จดั การเรียนรู้ทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การศึกษาประเด็นดงั กล่าวจะให้ข้อมูลสําคัญท่ีสะท้อนให้เห็น การ ปฏิบตั ิการสอน และช้ีใหเ้ ห็นจุดบกพร่องที่ชดั เจนซ่ึงสามารถนาํ ไปพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการการ คิด วเิ คราะห์ แยกแยะ ของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากย่งิ ข้ึนได้ แผนการจดั การเรียนรู้สังคมศึกษามีตวั ประกอบ เพอื่ เป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอน ในที่น้ีจะกล่าวถึง หลกั การท่ีไดส้ รุปมาจากการศึกษาแนวคิดของนกั วชิ าการและสถาบนั ทางการศึกษา ดงั น้ี 1) หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพของโลก 2) เร่ือง การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพของโลก เวลาเรียน 2 ซ.ม. 3) มาตรฐานการเรียนรู้ ส.5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกการใชแ้ ผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการคน้ หา อยา่ งมีประสิทธิภาพ 4) ตวั ช้ีวดั ม.4 .6/1 วิเคราะห์การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพในประเทศไทยและภมู ิภาคต่างๆ 5) จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6) สาระการเรียนรู้ 7) กิจกรรมการเรียนรู้ Active Lerning 8) ส่ือการเรียนรู้ 9) การประเมินแผนการเรียนรู้ 2. วเิ คราะห์กจิ กรรม/เทคนคิ การจดั การเรียนรู้ วเิ คราะหก์ ิจกรรม/เทคนิคการจดั การเรียนรู้ คอื จะมงุ่ เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ใน ปัจจุบนั ยงั มีแนวคิดเก่ียวกบั คุณลักษณะของผูเ้ รียน เทคโนโลยีส่งผลให้มี คุณลกษั ณะที่แตกต่างไปจากประชากรรุ่นที่ผ่านมา ค่อนข้างมาก ดงั ท่ี ครูพี่เล้ียง ไดก้ ล่าวว่าผูเ้ รียน ชอบการเรียนรู้อย่างอิสระ สนุกกับการทางานกลุ่ม สนใจที่จะฟังเฉพาะเร่ืองท่ี

๑๒ ตอ้ งการ หรือสนใจ มีช่วงความสนใจ สามารถเข้าถึงข้อ มูลได้ทันทีสามารถทากิจกรรมหลายอย่างได้พร้อม ๆ กันไม่ใส่ใจ รายละเอียดมากนักมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีชอบวิธีการสอนรูปแบบใหม่ ชอบวิธีการเรียนการสอน แบบตรรกะการ เรียนรู้จากประสบการณ์ชอบสอนท่ีมีส่วนร่วม สร้างแรงบนั ดาลใจและช่วยอานวยการเรียนรู้ ชอบการเรียนท่ีสามารถนาไปใชใ้ น ในชีวิตจริง เพ่ือให้นกั เรียนไดก้ ลา้ แสดงออก และช่วงทา้ ยกิจกรรมก็จะมีแบบฝึกหดั ใหน้ กั เรียนไดไ้ ปทาเพื่อทบทวนความรู้ความ เขา้ ใจในคาบเรียนน้นั ดว้ ย 3. วิเคราะห์ส่ือการจัดการเรยี นรู้ การวิเคราะห์ส่ือการเรียนรู้ • มีความสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาของบทอ่าน • มีความหลากหลาย • สร้างความสนใจให้แก่ผเู้ รียน • มีการนาส่ือเทคโนโลยมี าบูรณาการในกิจรรมการเรียนการสอน • มีความเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียนและสื่อในแต่ละข้นั ตอนของการสอนตามแนวคดิ การสอนภาษาเพ่ือการส่ือสารซ่ึง เป็นวิธีการสอนท่ีใช้ ในแผนการจดั การเรียนรู้ส่วนใหญด่ งั น้ี -เพาเวอร์พอยส์เพ่ือให้นกั เรียนจะไดม้ องเห็นภาพ -ใบความรู้แบบฝึกหดั ทา้ ยคาบเรียน 4. วเิ คราะห์การวัดและประเมินผล เมื่อวิเคราะหร์ ายละเอียดของการวดั และประเมินผล พบว่าส่วนใหญเ่ ป็นการให้ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบ/ แบบฝึกหดั ใน รูปแบบต่าง ๆ มีส่วนนอ้ ยที่กาํ หนดเป็นชิ้นงาน หรือภาระงาน โดยมีรายละเอยี ด แบบทดสอบ ประกอบดว้ ย เน้ือหาสาระสาํ คญั เกี่ยวกบั ธรณีภาค ถาม-ตอบปากเปล่าเพอ่ื จะไดร้ ู้วา่ ผเู้ รียนมีความเขา้ ใจเน้ือหาท่ีเรียนไปมากนอ้ ยเพยี งใด 5. วิเคราะห์พฤติกรรมผู้เรยี น พฤติกรรมท่พี บ พบว่าแต่ละห้องเรียนนกั เรียนมีทกั ษะทางการเรียนและสมาธิของแต่ละบคุ คลไมเ่ ท่ากนั นอกจากน้ียงั พบวา่ การวดั และประเมินผลส่วนใหญเ่ ป็นการกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนทาํ แบบฝึ กหดั ช่วงทา้ ยคาบ ลกั ษณะตา่ ง ๆ มีการใหท้ าํ ชิ้นงาน มอบหมายภาระงานไมม่ ากนกั ขอ้ คน้ พบน้ีไม่สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของ นกั วิชาการดา้ นการอ่านที่กล่าวถึงการวดั และประเมินผล รูปแบบต่าง ๆ และการวดั ประเมนิ ผลตามสภาพจริง โดยตอ้ งคาํ นึงถึงทกั ษะการเรียน ทใี่ ชใ้ นชีวติ จริงนอกจากน้ีทกั ษะการเรียน เป็นทกั ษะท่ีคอ่ นขา้ งตอ้ งใชส้ มาธิ ตอ้ งใชเ้ วลาใน การฝึกฝนดงั น้นั จึงควรมีกิจกรรมใหผเู้ รียนไปฝึกฝนนอกช้นั เรียน และ ประเมนิ ผลผเู้ รียนอยา่ งต่อเน่ือง

๑๓ การแก้ไขปัญหา จากปัญหาท่ีกล่าวมาข้างตน้ นกั เรียนมีความคิดเห็นว่าการเรียนการสอนมีความลึกซ้ึง เราควรปรับการเรียนรู้ให้เขา้ กบั บริบทของแต่ละห้องน้นั ๆ เพราะแต่ละห้องมีการเรียนรู้ไม่เท่ากนั บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนเก่ง บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนปาน กลาง เราจีงควรปรับตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละห้อง เพอ่ื พฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ของตนเอง นกั ศึกษาจึง ตอ้ งการไดร้ ับความรู้เพิ่มเติม โดยเร่ืองที่สนใจเรียนรู้ได้แก่การเลือก การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตัวช้ีวดั ของหลกั สูตร โดยการบูรณาการกบั ทกั ษะอ่ืนๆ และการใชส้ ื่อโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงส่ือเทคโนโลยแี ละการนาํ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ 6. ปัญหาและอุปสรรค จากการมองภาพรวม วิเคราะหส์ าเหตุของปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกบั ขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึน โดยสามารถสรุปไดว้ ่า เกิดจากการมีกิจกรรมมาแทรกเวลาเรียนทาํ ให้มีเวลาเรียนลดลง เช่น คาบแรกชองช่วงเชา้ ก็จะกิจกรรมเขา้ แถวหนา้ เสาธง ทาํ ให้มี การล่วงเวลาคาบชวั่ โมงสอน แผนการจดั การเรียนรู้ พร้อมกนั ไดน้ าํ เสนอหัวขอ้ ความรู้ที่คิด ว่าจะช่วยให้จดั ทาํ แผนการจดกั าร เรียนรู้ไดด้ ีข้นึ อาทิ การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร วิธีการทาํ แบบทดสอบทา้ ยบท การใชส้ ื่อโดยเฉพาะ อยา่ งย่ิงสื่อ เทคโนโลยใี นการสอน การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นตน้ เพ่ือไปแกไ้ ขประเด็นขอ้ บกพร่องท่ีพบใน แผนการ จดั การเรียนรู้ส่วนใหญ่นนั่ เอง 7. แนวทางแกไ้ ขปรบั ปรงุ และพัฒนาในคร้งั ต่อไป ขอ้ เสนอแนะสาํ หรับการผลิตและการพฒั นาครูสังคมศึกษา ครูควรจดั รายวิชาท่ีเนน้ การพฒั นาทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะของนกั ศึกษาทเ่ี นน้ กลวธิ ีการเรียนรู้การทาํ ความเขา้ ใจ ใชก้ ารสอนโดยการปฏิบตั ิ หรือ สาธิตให้ดู เพื่อใหน้ กั ศึกษาไดร้ ับ ประสบการณ์ตรงเก่ียวกบั ความหลากหลายของทกั ษะยอ่ ย ของการการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นา ทกั ษะการอ่านของตนเองและการจดั การเรียนการสอนอา่ นเน่ืองจาก ก่อนสอนครูจะตอ้ งอ่าน และทาํ ความขา้ ใจบทอา่ นใหถ้ อ่ งแท้ ก่อนจึงจะรู้ว่าจะตอ้ งสอนอะไร ให้แก่ผเู้ รียนนอกจากน้ียงั ควรมีรายวิชาเก่ียวกบั การเรียนการสอน เพ่ือนกั เรียนและครูจะไดม้ ี ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเรียนการสอนทกั ษะน้ีมากยงิ่ ข้นึ ( พระรฐั นพล จารธุ มโฺ ม/รนิ ชาลี ) ( ว่าท่รี อ้ ยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพิเศษ ) นิสิตปฏบิ ัติวชิ าชพี ในสถานศกึ ษา ครพู ่เี ลีย้ ง ๑๒/.มิถุนายน / ๒๕๖๖ ๑๒/.มถิ ุนายน / ๒๕๖๖

๑๔ แบบบันทึกปฏบิ ัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ ทดลองการจัดการเรียนรคู้ รง้ั ท่ี ๒ วัน/เดอื น/ปี วันอังคาร ที่ ๑๓ มิถนุ ายน พ.ศ ๒๕๖๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม วชิ า ภูมศิ าสตร์ ระดบั ชน้ั มัธยมชัน้ ปที ่ี ๖ หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๒ เรอ่ื ง ธรณภี าค จำนวน ๖ ชัว่ โมง 1. วิเคราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ การวิเคราะห์แผนการจดั การเรียนรู้สังคมศึกษาโดยมีจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานแผนการ จดั การเรียนรู้ทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การศึกษาประเด็นดังกล่าวจะให้ขอ้ มูลสําคัญท่ีสะท้อนให้เห็น การ ปฏิบตั ิการสอน และช้ีให้เห็นจุดบกพร่องท่ีชดั เจนซ่ึงสามารถนาํ ไปพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการการ คดิ วเิ คราะห์ แยกแยะ ของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้ึนได้ แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษามีตวั ประกอบ เพือ่ เป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอน ในท่ีน้ีจะกล่าวถึง หลกั การท่ีไดส้ รุปมาจากการศึกษาแนวคิดของนกั วชิ าการและสถาบนั ทางการศึกษา ดงั น้ี 1) หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพของโลก 2) เรื่อง การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพของโลก เวลาเรียน 2 ซ.ม. 3) มาตรฐานการเรียนรู้ ส.5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกการใชแ้ ผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการคน้ หา อยา่ งมีประสิทธิภาพ 4) ตวั ช้ีวดั ม.4 .6/1 วเิ คราะห์การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพในประเทศไทยและภมู ิภาคต่างๆ 5) จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6) สาระการเรียนรู้ 7) กิจกรรมการเรียนรู้ Active Lerning 8) สื่อการเรียนรู้ 9) การประเมินแผนการเรียนรู้ 2. วิเคราะหก์ ิจกรรม/เทคนิคการจัดการเรยี นรู้ วเิ คราะหก์ ิจกรรม/เทคนิคการจดั การเรียนรู้ คอื จะมุง่ เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ใน ปัจจุบนั ยงั มีแนวคิดเกี่ยวกบั คุณลกั ษณะของผูเ้ รียน เทคโนโลยีส่งผลให้มี คุณลกษั ณะที่แตกต่างไปจากประชากรรุ่นที่ผ่านมา ค่อนข้างมาก ดงั ที่ ครูพ่ีเล้ียง ไดก้ ล่าวว่าผูเ้ รียน ชอบการเรียนรู้อย่างอิสระ สนุกกับการทางานกลุ่ม สนใจท่ีจะฟังเฉพาะเร่ืองที่ ตอ้ งการ หรือสนใจ มีช่วงความสนใจ สามารถเข้าถึงข้อ มูลได้ทันทีสามารถทากิจกรรมหลายอย่างได้พร้อม ๆ กันไม่ใส่ใจ รายละเอียดมากนักมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีชอบวิธีการสอนรูปแบบใหม่ ชอบวิธีการเรียนการสอน แบบตรรกะการ เรียนรู้จากประสบการณ์ชอบสอนที่มีส่วนร่วม สร้างแรงบนั ดาลใจและช่วยอานวยการเรียนรู้ ชอบการเรียนที่สามารถนาไปใชใ้ น

๑๕ ในชีวิตจริง เพื่อให้นกั เรียนไดก้ ลา้ แสดงออก และช่วงทา้ ยกิจกรรมก็จะมีแบบฝึกหดั ใหน้ กั เรียนไดไ้ ปทาเพอื่ ทบทวนความรู้ความ เขา้ ใจในคาบเรียนน้นั ดว้ ย 3. วเิ คราะห์ส่อื การจัดการเรยี นรู้ การวิเคราะห์สื่อการเรียนรู้ • มีความสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาของบทอา่ น • มีความหลากหลาย • สร้างความสนใจให้แก่ผเู้ รียน • มีการนาส่ือเทคโนโลยมี าบูรณาการในกิจรรมการเรียนการสอน • มีความเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียนและส่ือในแตล่ ะข้นั ตอนของการสอนตามแนวคดิ การสอนภาษาเพ่ือการสื่อสารซ่ึง เป็นวิธีการสอนที่ใช้ ในแผนการจดั การเรียนรู้ส่วนใหญ่ดงั น้ี -เพาเวอร์พอยส์เพ่ือให้นกั เรียนจะไดม้ องเห็นภาพ -ใบความรู้แบบฝึกหดั ทา้ ยคาบเรียน 4. วิเคราะหก์ ารวัดและประเมนิ ผล เม่ือวเิ คราะหร์ ายละเอยี ดของการวดั และประเมินผล พบว่าส่วนใหญเ่ ป็นการให้ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบ/ แบบฝึกหดั ใน รูปแบบต่าง ๆ มีส่วนนอ้ ยที่กาํ หนดเป็นชิ้นงาน หรือภาระงาน โดยมีรายละเอียด แบบทดสอบ ประกอบดว้ ย เน้ือหาสาระสาํ คญั เก่ียวกบั ธรณีภาค ถาม-ตอบปากเปล่าเพอ่ื จะไดร้ ู้วา่ ผเู้ รียนมีความเขา้ ใจเน้ือหาทเ่ี รียนไปมากนอ้ ยเพียงใด 5. วิเคราะห์พฤตกิ รรมผูเ้ รียน พฤตกิ รรมที่พบ พบวา่ แต่ละหอ้ งเรียนนกั เรียนมีทกั ษะทางการเรียนและสมาธิของแต่ละบคุ คลไม่เทา่ กนั นอกจากน้ียงั พบวา่ การวดั และประเมินผลส่วนใหญเ่ ป็นการกาํ หนดให้ผเู้ รียนทาํ แบบฝึ กหดั ช่วงทา้ ยคาบ ลกั ษณะตา่ ง ๆ มีการใหท้ าํ ชิ้นงาน มอบหมายภาระงานไมม่ ากนกั ขอ้ คน้ พบน้ีไมส่ อดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของ นกั วชิ าการดา้ นการอ่านท่ีกลา่ วถึงการวดั และประเมินผล รูปแบบต่าง ๆ และการวดั ประเมินผลตามสภาพจริง โดยตอ้ งคาํ นึงถึงทกั ษะการเรียน ทใี่ ชใ้ นชีวติ จริงนอกจากน้ีทกั ษะการเรียน เป็นทกั ษะท่ีค่อนขา้ งตอ้ งใชส้ มาธิ ตอ้ งใชเ้ วลาใน การฝึกฝนดงั น้นั จึงควรมีกจิ กรรมใหผเู้ รียนไปฝึกฝนนอกช้นั เรียน และ ประเมนิ ผลผเู้ รียนอยา่ งต่อเนื่อง การแกไ้ ขปัญหา

๑๖ จากปัญหาท่ีกล่าวมาข้างตน้ นกั เรียนมีความคิดเห็นว่าการเรียนการสอนมีความลึกซ้ึง เราควรปรับการเรียนรู้ให้เขา้ กบั บริบทของแต่ละห้องน้นั ๆ เพราะแต่ละห้องมีการเรียนรู้ไม่เท่ากนั บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนเก่ง บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนปาน กลาง เราจีงควรปรับตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละหอ้ ง เพื่อพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ของตนเอง นกั ศึกษาจึง ตอ้ งการไดร้ ับความรู้เพิ่มเติม โดยเรื่องท่ีสนใจเรียนรู้ไดแ้ ก่การเลือก การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร โดยการบรู ณาการกบั ทกั ษะอ่นื ๆ และการใชส้ ่ือโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ส่ือเทคโนโลยีและการนาํ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ 6. ปญั หาและอุปสรรค จากการมองภาพรวม วเิ คราะหส์ าเหตุของปัญหาและอุปสรรคเก่ียวกบั ขอ้ บกพร่องตา่ ง ๆ ท่ีเกิดข้ึน โดยสามารถสรุปไดว้ ่า เกิดจากการมีกิจกรรมมาแทรกเวลาเรียนทาํ ให้มีเวลาเรียนลดลง เช่น คาบแรกชองช่วงเชา้ ก็จะกิจกรรมเขา้ แถวหน้าเสาธง ทาํ ให้มี การล่วงเวลาคาบชว่ั โมงสอน แผนการจดั การเรียนรู้ พร้อมกันไดน้ าํ เสนอหัวขอ้ ความรู้ที่คิด ว่าจะช่วยให้จดั ทาํ แผนการจดกั าร เรียนรู้ไดด้ ีข้นึ อาทิ การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร วธิ ีการทาํ แบบทดสอบทา้ ยบท การใชส้ ่ือโดยเฉพาะ อยา่ งย่ิงสื่อ เทคโนโลยีในการสอน การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นตน้ เพ่ือไปแกไ้ ขประเด็นขอ้ บกพร่องท่ีพบใน แผนการ จดั การเรียนรู้ส่วนใหญ่นน่ั เอง 7. แนวทางแก้ไขปรับปรุงและพัฒนาในครงั้ ตอ่ ไป ขอ้ เสนอแนะสาํ หรับการผลิตและการพฒั นาครูสงั คมศึกษา ครูควรจดั รายวิชาที่เนน้ การพฒั นาทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ แยกแยะของนกั ศึกษาท่เี นน้ กลวิธีการเรียนรู้การทาํ ความเขา้ ใจ ใชก้ ารสอนโดยการปฏิบตั ิ หรือ สาธิตให้ดู เพื่อใหน้ กั ศึกษาไดร้ ับ ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกบั ความหลากหลายของทกั ษะยอ่ ย ของการการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นา ทกั ษะการอ่านของตนเองและการจดั การเรียนการสอนอา่ นเนื่องจาก ก่อนสอนครูจะตอ้ งอ่าน และทาํ ความขา้ ใจบทอ่านใหถ้ อ่ งแท้ ก่อนจึงจะรู้ว่าจะตอ้ งสอนอะไร ให้แก่ผเู้ รียนนอกจากน้ียงั ควรมีรายวชิ าเกี่ยวกบั การเรียนการสอน เพ่อื นกั เรียนและครูจะไดม้ ี ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเรียนการสอนทกั ษะน้ีมากยิง่ ข้ึน ( พระรัฐนพล จารุธมโฺ ม/รินชาลี ) ( ว่าทร่ี ้อยตรี นคร แทง่ คำ ครูชำนาญการพิเศษ ) นสิ ติ ปฏบิ ตั ิวิชาชพี ในสถานศกึ ษา ครพู เี่ ล้ยี ง ๑๓/.มถิ นุ ายน / ๒๕๖๖ ๑๓/.มิถนุ ายน / ๒๕๖๖

๑๗ . . แบบบันทึกปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ . ทดลองการจัดการเรยี นรู้คร้ังท่ี ๓ วนั /เดือน/ปี วนั จนั ทร์ ท่ี ๑๙ มิถุนายน พ.ศ ๒๕๖๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม วชิ า ภูมศิ าสตร์ ระดบั ชนั้ มธั ยมชั้นปีที่ ๖ หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๒ เรื่อง บรรยากาศภาค จำนวน ๖ ชัว่ โมง 1. วิเคราะห์แผนการจดั การเรียนรู้ การวิเคราะห์แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษาโดยมีจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานแผนการ จดั การเรียนรู้ทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การศึกษาประเด็นดงั กล่าวจะให้ข้อมูลสําคญั ท่ีสะท้อนให้เห็น การ ปฏิบตั ิการสอน และช้ีให้เห็นจุดบกพร่องท่ีชดั เจนซ่ึงสามารถนาํ ไปพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการการ คดิ วิเคราะห์ แยกแยะ ของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากย่งิ ข้ึนได้ แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษามีตวั ประกอบ เพ่ือเป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอน ในท่ีน้ีจะกล่าวถึง หลกั การที่ไดส้ รุปมาจากการศึกษาแนวคิดของนกั วชิ าการและสถาบนั ทางการศึกษา ดงั น้ี 1) หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพของโลก 2) เร่ือง การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพของโลก เวลาเรียน 2 ซ.ม. 3) มาตรฐานการเรียนรู้ ส.5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกการใชแ้ ผนท่ีและเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ในการคน้ หา อยา่ งมีประสิทธิภาพ 4) ตวั ช้ีวดั ม.4 .6/1 วเิ คราะห์การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพในประเทศไทยและภูมิภาคต่างๆ 5) จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6) สาระการเรียนรู้ 7) กิจกรรมการเรียนรู้ Active Lerning 8) ส่ือการเรียนรู้ 9) การประเมินแผนการเรียนรู้ 2. วเิ คราะหก์ ิจกรรม/เทคนคิ การจดั การเรยี นรู้ วเิ คราะห์กิจกรรม/เทคนิคการจดั การเรียนรู้ คือจะมุง่ เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ใหน้ ักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ใน ปัจจุบนั ยงั มีแนวคิดเกี่ยวกบั คุณลักษณะของผูเ้ รียน เทคโนโลยีส่งผลให้มี คุณลกษั ณะที่แตกต่างไปจากประชากรรุ่นที่ผ่านมา ค่อนข้างมาก ดงั ที่ ครูพี่เล้ียง ไดก้ ล่าวว่าผูเ้ รียน ชอบการเรียนรู้อย่างอิสระ สนุกกับการทางานกลุ่ม สนใจที่จะฟังเฉพาะเร่ืองที่ ตอ้ งการ หรือสนใจ มีช่วงความสนใจ สามารถเข้าถึงข้อ มูลได้ทันทีสามารถทากิจกรรมหลายอย่างได้พร้อม ๆ กันไม่ใส่ใจ รายละเอียดมากนักมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีชอบวิธีการสอนรูปแบบใหม่ ชอบวิธีการเรียนการสอน แบบตรรกะการ

๑๘ เรียนรู้จากประสบการณ์ชอบสอนท่ีมีส่วนร่วม สร้างแรงบนั ดาลใจและช่วยอานวยการเรียนรู้ ชอบการเรียนที่สามารถนาไปใชใ้ น ในชีวติ จริง เพ่ือใหน้ กั เรียนไดก้ ลา้ แสดงออก และช่วงทา้ ยกิจกรรมก็จะมีแบบฝึกหดั ใหน้ กั เรียนไดไ้ ปทาเพอ่ื ทบทวนความรู้ความ เขา้ ใจในคาบเรียนน้นั ดว้ ย 3. วิเคราะห์สื่อการจดั การเรียนรู้ การวิเคราะห์ส่ือการเรียนรู้ • มีความสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาของบทอ่าน • มีความหลากหลาย • สร้างความสนใจให้แก่ผเู้ รียน • มีการนาสื่อเทคโนโลยมี าบูรณาการในกิจรรมการเรียนการสอน • มีความเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียนและสื่อในแต่ละข้นั ตอนของการสอนตามแนวคดิ การสอนภาษาเพื่อการสื่อสารซ่ึง เป็นวธิ ีการสอนที่ใช้ ในแผนการจดั การเรียนรู้ส่วนใหญด่ งั น้ี -เพาเวอร์พอยส์เพ่อื ให้นกั เรียนจะไดม้ องเห็นภาพ -ใบความรู้แบบฝึกหดั ทา้ ยคาบเรียน 4. วเิ คราะห์การวัดและประเมนิ ผล เมื่อวเิ คราะหร์ ายละเอียดของการวดั และประเมินผล พบว่าส่วนใหญเ่ ป็นการให้ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบ/ แบบฝึกหดั ใน รูปแบบต่าง ๆ มีส่วนนอ้ ยท่ีกาํ หนดเป็นชิ้นงาน หรือภาระงาน โดยมีรายละเอียด แบบทดสอบ ประกอบดว้ ย เน้ือหาสาระสาํ คญั เก่ียวกบั ธรณีภาค ถาม-ตอบปากเปลา่ เพอ่ื จะไดร้ ู้ว่าผเู้ รียนมีความเขา้ ใจเน้ือหาท่ีเรียนไปมากนอ้ ยเพยี งใด 5. วิเคราะหพ์ ฤติกรรมผู้เรยี น พฤติกรรมท่ีพบ พบวา่ แต่ละห้องเรียนนกั เรียนมีทกั ษะทางการเรียนและสมาธิของแต่ละบคุ คลไม่เท่ากนั นอกจากน้ียงั พบวา่ การวดั และประเมินผลส่วนใหญเ่ ป็นการกาํ หนดใหผ้ เู้ รียนทาํ แบบฝึกหดั ช่วงทา้ ยคาบ ลกั ษณะตา่ ง ๆ มีการใหท้ าํ ชิ้นงาน มอบหมายภาระงานไมม่ ากนกั ขอ้ คน้ พบน้ีไมส่ อดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของ นกั วิชาการดา้ นการอา่ นท่ีกล่าวถึงการวดั และประเมินผล รูปแบบต่าง ๆ และการวดั ประเมินผลตามสภาพจริง โดยตอ้ งคาํ นึงถึงทกั ษะการเรียน ที่ใชใ้ นชีวิตจริงนอกจากน้ีทกั ษะการเรียน เป็นทกั ษะท่ีคอ่ นขา้ งตอ้ งใชส้ มาธิ ตอ้ งใชเ้ วลาใน การฝึกฝนดงั น้นั จึงควรมีกจิ กรรมใหผเู้ รียนไปฝึกฝนนอกช้นั เรียน และ ประเมินผลผเู้ รียนอยา่ งต่อเนื่อง การแกไ้ ขปัญหา

๑๙ จากปัญหาที่กล่าวมาข้างตน้ นกั เรียนมีความคิดเห็นว่าการเรียนการสอนมีความลึกซ้ึง เราควรปรับการเรียนรู้ให้เขา้ กบั บริบทของแต่ละห้องน้นั ๆ เพราะแต่ละห้องมีการเรียนรู้ไม่เท่ากนั บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนเก่ง บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนปาน กลาง เราจีงควรปรับตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละห้อง เพอื่ พฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ของตนเอง นกั ศึกษาจึง ตอ้ งการไดร้ ับความรู้เพิ่มเติม โดยเร่ืองที่สนใจเรียนรู้ไดแ้ ก่การเลือก การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตัวช้ีวดั ของหลกั สูตร โดยการบรู ณาการกบั ทกั ษะอน่ื ๆ และการใชส้ ่ือโดยเฉพาะอยา่ งย่ิงส่ือเทคโนโลยแี ละการนาํ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ 6. ปญั หาและอุปสรรค จากการมองภาพรวม วิเคราะห์สาเหตขุ องปัญหาและอุปสรรคเก่ียวกบั ขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึน โดยสามารถสรุปไดว้ ่า เกิดจากการมีกิจกรรมมาแทรกเวลาเรียนทาํ ให้มีเวลาเรียนลดลง เช่น คาบแรกชองช่วงเชา้ ก็จะกิจกรรมเขา้ แถวหนา้ เสาธง ทาํ ให้มี การล่วงเวลาคาบชวั่ โมงสอน แผนการจดั การเรียนรู้ พร้อมกันไดน้ าํ เสนอหัวขอ้ ความรู้ท่ีคิด ว่าจะช่วยให้จดั ทาํ แผนการจดกั าร เรียนรู้ไดด้ ีข้นึ อาทิ การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร วธิ ีการทาํ แบบทดสอบทา้ ยบท การใชส้ ่ือโดยเฉพาะ อยา่ งยิ่งสื่อ เทคโนโลยใี นการสอน การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นตน้ เพื่อไปแกไ้ ขประเด็นขอ้ บกพร่องท่ีพบใน แผนการ จดั การเรียนรู้ส่วนใหญน่ นั่ เอง 7. แนวทางแก้ไขปรบั ปรุงและพัฒนาในคร้ังตอ่ ไป ขอ้ เสนอแนะสาํ หรับการผลิตและการพฒั นาครูสงั คมศึกษา ครูควรจดั รายวชิ าที่เนน้ การพฒั นาทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะของนกั ศึกษาทีเ่ นน้ กลวธิ ีการเรียนรู้การทาํ ความเขา้ ใจ ใชก้ ารสอนโดยการปฏิบตั ิ หรือ สาธิตให้ดู เพอื่ ใหน้ กั ศึกษาไดร้ ับ ประสบการณ์ตรงเก่ียวกบั ความหลากหลายของทกั ษะยอ่ ย ของการการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ตอ่ การพฒั นา ทกั ษะการอา่ นของตนเองและการจดั การเรียนการสอนอ่านเน่ืองจาก ก่อนสอนครูจะตอ้ งอา่ น และทาํ ความขา้ ใจบทอ่านใหถ้ อ่ งแท้ ก่อนจึงจะรู้วา่ จะตอ้ งสอนอะไร ให้แก่ผเู้ รียนนอกจากน้ียงั ควรมีรายวชิ าเก่ียวกบั การเรียนการสอน เพอ่ื นกั เรียนและครูจะไดม้ ี ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การเรียนการสอนทกั ษะน้ีมากยิ่งข้ึน ( พระรัฐนพล จารธุ มฺโม/รนิ ชาลี ) ( วา่ ทีร่ อ้ ยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพิเศษ ) นสิ ติ ปฏิบตั ิวชิ าชีพในสถานศกึ ษา ครพู เ่ี ล้ียง ๑๙/.มถิ ุนายน / ๒๕๖๖ ๑๙/.มิถุนายน / ๒๕๖๖

๒๐ แบบบันทึกปฏบิ ัติวิชาชีพในสถานศกึ ษา ๓ ทดลองการจดั การเรยี นรคู้ รั้งที่ ๔ วัน/เดือน/ปี วันพุธ ที่ ๒๑ มถิ ุนายน พ.ศ ๒๕๖๖.............................. กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม…………………………………………………………………….. วิชา ภมู ิศาสตร์ ระดบั ช้ัน มธั ยมช้ันปีที่ ๖.................................................................................................. หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒ เร่ือง อุทกภาค จำนวน ๖ ช่ัวโมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. วิเคราะหแ์ ผนการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษาโดยมีจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานแผนการ จดั การเรียนรู้ทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การศึกษาประเด็นดังกล่าวจะให้ข้อมูลสําคัญที่สะท้อนให้เห็น การ ปฏิบตั ิการสอน และช้ีให้เห็นจุดบกพร่องท่ีชดั เจนซ่ึงสามารถนาํ ไปพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการการ คิด วเิ คราะห์ แยกแยะ ของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยิง่ ข้ึนได้ แผนการจดั การเรียนรู้สังคมศึกษามีตวั ประกอบ เพ่ือเป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอน ในท่ีน้ีจะกล่าวถึง หลกั การที่ไดส้ รุปมาจากการศึกษาแนวคดิ ของนกั วชิ าการและสถาบนั ทางการศึกษา ดงั น้ี 1) หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพของโลก 2) เร่ือง การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพของโลก เวลาเรียน 2 ซ.ม. 3) มาตรฐานการเรียนรู้ ส.5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกการใชแ้ ผนท่ีและเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการคน้ หา อยา่ งมีประสิทธิภาพ 4) ตวั ช้ีวดั ม.4 .6/1 วเิ คราะห์การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพในประเทศไทยและภมู ิภาคต่างๆ 5) จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6) สาระการเรียนรู้ 7) กิจกรรมการเรียนรู้ Active Lerning 8) ส่ือการเรียนรู้ 9) การประเมินแผนการเรียนรู้ 2. วิเคราะห์กิจกรรม/เทคนคิ การจัดการเรยี นรู้ วเิ คราะห์กิจกรรม/เทคนิคการจดั การเรียนรู้ คอื จะมุ่งเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ใน ปัจจุบนั ยงั มีแนวคิดเกี่ยวกบั คุณลักษณะของผูเ้ รียน เทคโนโลยีส่งผลให้มี คุณลกษั ณะท่ีแตกต่างไปจากประชากรรุ่นที่ผ่านมา ค่อนข้างมาก ดงั ที่ ครูพี่เล้ียง ไดก้ ล่าวว่าผูเ้ รียน ชอบการเรียนรู้อย่างอิสระ สนุกกับการทางานกลุ่ม สนใจท่ีจะฟังเฉพาะเร่ืองท่ี ตอ้ งการ หรือสนใจ มีช่วงความสนใจ สามารถเข้าถึงข้อ มูลได้ทันทีสามารถทากิจกรรมหลายอย่างได้พร้อม ๆ กันไม่ใส่ใจ รายละเอียดมากนกั มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีชอบวิธีการสอนรูปแบบใหม่ ชอบวิธีการเรียนการสอน แบบตรรกะการ

๒๑ เรียนรู้จากประสบการณ์ชอบสอนท่ีมีส่วนร่วม สร้างแรงบนั ดาลใจและช่วยอานวยการเรียนรู้ ชอบการเรียนที่สามารถนาไปใชใ้ น ในชีวิตจริง เพื่อใหน้ กั เรียนไดก้ ลา้ แสดงออก และช่วงทา้ ยกิจกรรมก็จะมีแบบฝึกหดั ให้นกั เรียนไดไ้ ปทาเพ่อื ทบทวนความรู้ความ เขา้ ใจในคาบเรียนน้นั ดว้ ย 3. วเิ คราะห์ส่ือการจดั การเรยี นรู้ การวิเคราะห์สื่อการเรียนรู้ • มีความสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาของบทอา่ น • มีความหลากหลาย • สร้างความสนใจให้แก่ผเู้ รียน • มีการนาสื่อเทคโนโลยีมาบรู ณาการในกิจรรมการเรียนการสอน • มีความเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียนและส่ือในแต่ละข้นั ตอนของการสอนตามแนวคดิ การสอนภาษาเพือ่ การสื่อสารซ่ึง เป็นวธิ ีการสอนท่ีใช้ ในแผนการจดั การเรียนรู้ส่วนใหญด่ งั น้ี -เพาเวอร์พอยส์เพอื่ ใหน้ กั เรียนจะไดม้ องเห็นภาพ -ใบความรู้แบบฝึกหดั ทา้ ยคาบเรียน 4. วเิ คราะหก์ ารวัดและประเมนิ ผล เมื่อวิเคราะห์รายละเอียดของการวดั และประเมนิ ผล พบว่าส่วนใหญเ่ ป็นการให้ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบ/ แบบฝึกหดั ใน รูปแบบตา่ ง ๆ มีส่วนนอ้ ยที่กาํ หนดเป็นชิ้นงาน หรือภาระงาน โดยมีรายละเอยี ด แบบทดสอบ ประกอบดว้ ย เน้ือหาสาระสาํ คญั เกี่ยวกบั ธรณีภาค ถาม-ตอบปากเปล่าเพื่อจะไดร้ ู้ว่าผเู้ รียนมคี วามเขา้ ใจเน้ือหาท่เี รียนไปมากนอ้ ยเพยี งใด 5. วเิ คราะห์พฤติกรรมผู้เรียน พฤติกรรมท่ีพบ พบว่าแต่ละหอ้ งเรียนนกั เรียนมีทกั ษะทางการเรียนและสมาธิของแตล่ ะบคุ คลไมเ่ ท่ากนั นอกจากน้ียงั พบวา่ การวดั และประเมินผลส่วนใหญเ่ ป็นการกาํ หนดให้ผเู้ รียนทาํ แบบฝึ กหดั ช่วงทา้ ยคาบ ลกั ษณะต่าง ๆ มีการใหท้ าํ ชิ้นงาน มอบหมายภาระงานไมม่ ากนกั ขอ้ คน้ พบน้ีไมส่ อดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของ นกั วิชาการดา้ นการอ่านท่ีกล่าวถึงการวดั และประเมินผล รูปแบบต่าง ๆ และการวดั ประเมินผลตามสภาพจริง โดยตอ้ งคาํ นึงถึงทกั ษะการเรียน ทใ่ี ชใ้ นชีวิตจริงนอกจากน้ีทกั ษะการเรียน เป็นทกั ษะที่ค่อนขา้ งตอ้ งใชส้ มาธิ ตอ้ งใชเ้ วลาใน การฝึกฝนดงั น้นั จึงควรมีกิจกรรมใหผเู้ รียนไปฝึกฝนนอกช้นั เรียน และ ประเมนิ ผลผเู้ รียนอยา่ งตอ่ เนื่อง

๒๒ การแก้ไขปญั หา จากปัญหาที่กล่าวมาข้างตน้ นกั เรียนมีความคิดเห็นว่าการเรียนการสอนมีความลึกซ้ึง เราควรปรับการเรียนรู้ให้เขา้ กบั บริบทของแต่ละห้องน้นั ๆ เพราะแต่ละห้องมีการเรียนรู้ไม่เท่ากนั บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนเก่ง บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนปาน กลาง เราจีงควรปรับตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละหอ้ ง เพ่ือพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ของตนเอง นกั ศึกษาจึง ตอ้ งการไดร้ ับความรู้เพิ่มเติม โดยเร่ืองที่สนใจเรียนรู้ไดแ้ ก่การเลือก การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตัวช้ีวดั ของหลกั สูตร โดยการบรู ณาการกบั ทกั ษะอืน่ ๆ และการใชส้ ื่อโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ส่ือเทคโนโลยแี ละการนาํ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ 6. ปัญหาและอุปสรรค จากการมองภาพรวม วเิ คราะห์สาเหตขุ องปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกบั ขอ้ บกพร่องตา่ ง ๆ ที่เกิดข้ึน โดยสามารถสรุปไดว้ ่า เกิดจากการมีกิจกรรมมาแทรกเวลาเรียนทาํ ให้มีเวลาเรียนลดลง เช่น คาบแรกชองช่วงเชา้ ก็จะกิจกรรมเขา้ แถวหนา้ เสาธง ทาํ ให้มี การล่วงเวลาคาบชวั่ โมงสอน แผนการจดั การเรียนรู้ พร้อมกันไดน้ าํ เสนอหัวขอ้ ความรู้ท่ีคิด ว่าจะช่วยให้จดั ทาํ แผนการจดกั าร เรียนรู้ไดด้ ีข้ึน อาทิ การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร วิธีการทาํ แบบทดสอบทา้ ยบท การใชส้ ื่อโดยเฉพาะ อย่างยิ่งส่ือ เทคโนโลยใี นการสอน การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นตน้ เพ่ือไปแกไ้ ขประเด็นขอ้ บกพร่องท่ีพบใน แผนการ จดั การเรียนรู้ส่วนใหญน่ นั่ เอง 7. แนวทางแกไ้ ขปรบั ปรุงและพฒั นาในครั้งต่อไป ขอ้ เสนอแนะสาํ หรับการผลิตและการพฒั นาครูสงั คมศึกษา ครูควรจดั รายวิชาที่เนน้ การพฒั นาทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ แยกแยะของนกั ศึกษาทเี่ นน้ กลวธิ ีการเรียนรู้การทาํ ความเขา้ ใจ ใชก้ ารสอนโดยการปฏิบตั ิ หรือ สาธิตใหด้ ู เพือ่ ใหน้ กั ศึกษาไดร้ ับ ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกบั ความหลากหลายของทกั ษะยอ่ ย ของการการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นา ทกั ษะการอา่ นของตนเองและการจดั การเรียนการสอนอ่านเนื่องจาก ก่อนสอนครูจะตอ้ งอา่ น และทาํ ความขา้ ใจบทอา่ นใหถ้ อ่ งแท้ ก่อนจึงจะรู้วา่ จะตอ้ งสอนอะไร ให้แก่ผเู้ รียนนอกจากน้ียงั ควรมีรายวชิ าเก่ียวกบั การเรียนการสอน เพ่อื นกั เรียนและครูจะไดม้ ี ความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเรียนการสอนทกั ษะน้ีมากยง่ิ ข้ึน ( พระรัฐนพล จารธุ มโฺ ม/รนิ ชาลี ) ( วา่ ท่ีร้อยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพิเศษ ) นสิ ติ ปฏิบตั ิวชิ าชพี ในสถานศึกษา ครพู เี่ ลย้ี ง ๒๑/.มถิ นุ ายน / ๒๕๖๖ ๒๑/.มิถนุ ายน / ๒๕๖๖

๒๓ แบบบนั ทึกปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ ทดลองการจดั การเรียนรู้ครงั้ ที่ ๕ วนั /เดือน/ปี วนั ศุกร์ ท่ี ๒๓ มถิ นุ ายน พ.ศ ๒๕๖๖................................. กลุ่มสาระการเรียนรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม…………………………………………………………………….. วชิ า ภมู ิศาสตร์ ระดบั ชนั้ มัธยมชัน้ ปีที่ ๖…………………………………………………………………………………………. หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ เร่ือง ชวี ภาค จำนวนฺ ๖ ช่วั โมง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. วเิ คราะหแ์ ผนการจดั การเรียนรู้ การวิเคราะห์แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษาโดยมีจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ให้สอดคลอ้ งกบั มาตรฐานแผนการ จดั การเรียนรู้ทักษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ การศึกษาประเด็นดังกล่าวจะให้ขอ้ มูลสําคญั ที่สะท้อนให้เห็น การ ปฏิบตั ิการสอน และช้ีให้เห็นจุดบกพร่องที่ชดั เจนซ่ึงสามารถนาํ ไปพฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ ทกั ษะการการ คดิ วเิ คราะห์ แยกแยะ ของตนเองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึนได้ แผนการจดั การเรียนรู้สงั คมศึกษามีตวั ประกอบ เพอื่ เป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอน ในที่น้ีจะกล่าวถึง หลกั การที่ไดส้ รุปมาจากการศึกษาแนวคดิ ของนกั วชิ าการและสถาบนั ทางการศึกษา ดงั น้ี 1) หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพของโลก 2) เรื่อง การเปลื่ยนแปลงทางกายภาพของโลก เวลาเรียน 2 ซ.ม. 3) มาตรฐานการเรียนรู้ ส.5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกการใชแ้ ผนท่ีและเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ในการคน้ หา อยา่ งมีประสิทธิภาพ 4) ตวั ช้ีวดั ม.4 .6/1 วเิ คราะห์การเปล่ืยนแปลงทางกายภาพในประเทศไทยและภมู ิภาคต่างๆ 5) จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 6) สาระการเรียนรู้ 7) กิจกรรมการเรียนรู้ Active Lerning 8) สื่อการเรียนรู้ 9) การประเมินแผนการเรียนรู้ 2. วิเคราะห์กจิ กรรม/เทคนิคการจดั การเรยี นรู้ วเิ คราะหก์ ิจกรรม/เทคนิคการจดั การเรียนรู้ คือจะมุ่งเนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั ให้นกั เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอน ใน ปัจจุบนั ยงั มีแนวคิดเก่ียวกบั คุณลักษณะของผูเ้ รียน เทคโนโลยีส่งผลให้มี คุณลกษั ณะท่ีแตกต่างไปจากประชากรรุ่นที่ผ่านมา ค่อนข้างมาก ดงั ท่ี ครูพี่เล้ียง ไดก้ ล่าวว่าผูเ้ รียน ชอบการเรียนรู้อย่างอิสระ สนุกกับการทางานกลุ่ม สนใจท่ีจะฟังเฉพาะเร่ืองท่ี ตอ้ งการ หรือสนใจ มีช่วงความสนใจ สามารถเข้าถึงข้อ มูลได้ทันทีสามารถทากิจกรรมหลายอย่างได้พร้อม ๆ กันไม่ใส่ใจ รายละเอียดมากนักมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีชอบวิธีการสอนรูปแบบใหม่ ชอบวิธีการเรียนการสอน แบบตรรกะการ

๒๔ เรียนรู้จากประสบการณ์ชอบสอนที่มีส่วนร่วม สร้างแรงบนั ดาลใจและช่วยอานวยการเรียนรู้ ชอบการเรียนที่สามารถนาไปใชใ้ น ในชีวิตจริง เพ่ือใหน้ กั เรียนไดก้ ลา้ แสดงออก และช่วงทา้ ยกิจกรรมก็จะมีแบบฝึกหดั ให้นกั เรียนไดไ้ ปทาเพื่อทบทวนความรู้ความ เขา้ ใจในคาบเรียนน้นั ดว้ ย 3. วเิ คราะหส์ ่อื การจัดการเรยี นรู้ การวิเคราะห์ส่ือการเรียนรู้ • มีความสอดคลอ้ งกบั เน้ือหาของบทอา่ น • มีความหลากหลาย • สร้างความสนใจให้แก่ผเู้ รียน • มีการนาสื่อเทคโนโลยมี าบรู ณาการในกิจรรมการเรียนการสอน • มีความเหมาะสมกบั วยั ของผเู้ รียนและสื่อในแต่ละข้นั ตอนของการสอนตามแนวคดิ การสอนภาษาเพือ่ การสื่อสารซ่ึง เป็นวธิ ีการสอนท่ีใช้ ในแผนการจดั การเรียนรู้ส่วนใหญด่ งั น้ี -เพาเวอร์พอยส์เพื่อให้นกั เรียนจะไดม้ องเห็นภาพ -ใบความรู้แบบฝึกหดั ทา้ ยคาบเรียน 4. วเิ คราะหก์ ารวัดและประเมนิ ผล เมื่อวิเคราะหร์ ายละเอียดของการวดั และประเมนิ ผล พบว่าส่วนใหญเ่ ป็นการให้ผเู้ รียนทาํ แบบทดสอบ/ แบบฝึกหดั ใน รูปแบบตา่ ง ๆ มีส่วนนอ้ ยท่ีกาํ หนดเป็นชิ้นงาน หรือภาระงาน โดยมีรายละเอยี ด แบบทดสอบ ประกอบดว้ ย เน้ือหาสาระสาํ คญั เกี่ยวกบั ธรณีภาค ถาม-ตอบปากเปลา่ เพื่อจะไดร้ ู้วา่ ผเู้ รียนมคี วามเขา้ ใจเน้ือหาท่เี รียนไปมากนอ้ ยเพยี งใด 5. วเิ คราะห์พฤติกรรมผู้เรียน พฤติกรรมท่ีพบ พบว่าแตล่ ะหอ้ งเรียนนกั เรียนมีทกั ษะทางการเรียนและสมาธิของแตล่ ะบคุ คลไม่เทา่ กนั นอกจากน้ียงั พบวา่ การวดั และประเมินผลส่วนใหญเ่ ป็นการกาํ หนดให้ผเู้ รียนทาํ แบบฝึ กหดั ช่วงทา้ ยคาบ ลกั ษณะต่าง ๆ มีการใหท้ าํ ชิ้นงาน มอบหมายภาระงานไมม่ ากนกั ขอ้ คน้ พบน้ีไมส่ อดคลอ้ งกบั แนวคดิ ของ นกั วิชาการดา้ นการอ่านท่ีกล่าวถึงการวดั และประเมินผล รูปแบบต่าง ๆ และการวดั ประเมนิ ผลตามสภาพจริง โดยตอ้ งคาํ นึงถึงทกั ษะการเรียน ทใ่ี ชใ้ นชีวิตจริงนอกจากน้ีทกั ษะการเรียน เป็นทกั ษะที่ค่อนขา้ งตอ้ งใชส้ มาธิ ตอ้ งใชเ้ วลาใน การฝึกฝนดงั น้นั จึงควรมีกจิ กรรมใหผเู้ รียนไปฝึกฝนนอกช้นั เรียน และ ประเมนิ ผลผเู้ รียนอยา่ งตอ่ เนื่อง

๒๕ การแกไ้ ขปัญหา จากปัญหาท่ีกล่าวมาข้างตน้ นกั เรียนมีความคิดเห็นว่าการเรียนการสอนมีความลึกซ้ึง เราควรปรับการเรียนรู้ให้เขา้ กบั บริบทของแต่ละห้องน้นั ๆ เพราะแต่ละห้องมีการเรียนรู้ไม่เท่ากนั บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนเก่ง บางห้องเป็นห้องเด็กเรียนปาน กลาง เราจีงควรปรับตามสถานการณ์และบริบทของแต่ละหอ้ ง เพอื่ พฒั นาการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ของตนเอง นกั ศึกษาจึง ตอ้ งการไดร้ ับความรู้เพิ่มเติม โดยเรื่องท่ีสนใจเรียนรู้ได้แก่การเลือก การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตัวช้ีวดั ของหลกั สูตร โดยการบรู ณาการกบั ทกั ษะอน่ื ๆ และการใชส้ ่ือโดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ส่ือเทคโนโลยีและการนาํ ไปใชใ้ นการเรียนรู้ 6. ปญั หาและอุปสรรค จากการมองภาพรวม วิเคราะห์สาเหตขุ องปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกบั ขอ้ บกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดข้ึน โดยสามารถสรุปไดว้ ่า เกิดจากการมีกิจกรรมมาแทรกเวลาเรียนทาํ ให้มีเวลาเรียนลดลง เช่น คาบแรกชองช่วงเชา้ ก็จะกิจกรรมเขา้ แถวหนา้ เสาธง ทาํ ให้มี การล่วงเวลาคาบชว่ั โมงสอน แผนการจดั การเรียนรู้ พร้อมกันไดน้ าํ เสนอหัวขอ้ ความรู้ท่ีคิด ว่าจะช่วยให้จดั ทาํ แผนการจดกั าร เรียนรู้ไดด้ ีข้ึน อาทิ การกาํ หนดพฤติกรรมการเรียนรู้ตามตวั ช้ีวดั ของหลกั สูตร วธิ ีการทาํ แบบทดสอบทา้ ยบท การใชส้ ื่อโดยเฉพาะ อย่างย่ิงส่ือ เทคโนโลยใี นการสอน การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นตน้ เพ่ือไปแกไ้ ขประเด็นขอ้ บกพร่องที่พบใน แผนการ จดั การเรียนรู้ส่วนใหญ่นนั่ เอง 7. แนวทางแกไ้ ขปรับปรงุ และพัฒนาในครง้ั ต่อไป ขอ้ เสนอแนะสําหรับการผลิตและการพฒั นาครูสังคมศึกษา ครูควรจดั รายวิชาท่ีเน้นการพฒั นาทกั ษะการคิด วิเคราะห์ แยกแยะของนกั ศึกษาท่ีเน้นกลวิธีการเรียนรู้การทาํ ความเขา้ ใจ ใชก้ ารสอนโดยการปฏิบตั ิ หรือ สาธิตให้ดู เพ่ือให้นกั ศึกษาไดร้ ับ ประสบการณ์ตรงเก่ียวกบั ความหลากหลายของทกั ษะย่อย ของการการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ซ่ึงจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒั นา ทกั ษะการอา่ นของตนเองและการจดั การเรียนการสอนอา่ นเนื่องจาก ก่อนสอนครูจะตอ้ งอ่าน และทาํ ความขา้ ใจบทอา่ นให้ถอ่ งแท้ ก่อนจึงจะรู้ว่าจะตอ้ งสอนอะไร ให้แก่ผเู้ รียนนอกจากน้ียงั ควรมีรายวิชาเกี่ยวกบั การเรียนการสอน เพ่ือนักเรียนและครูจะไดม้ ี ความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การเรียนการสอนทกั ษะน้ีมากยง่ิ ข้นึ ( พระรัฐนพล จารุธมฺโม/รินชาลี ) ( วา่ ทร่ี ้อยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพิเศษ ) นิสิตปฏิบัตวิ ชิ าชีพในสถานศกึ ษา ครพู ่เี ลี้ยง ๒๓/.มถิ นุ ายน / ๒๕๖๖ ๒๓/.มิถนุ ายน / ๒๕๖๖

๒๖ สว่ นที่ ๔ การปฏบิ ัตงิ านผชู้ ว่ ยครู วชิ าชีพในสถานศึกษา ๓ แบบบันทึกการปฏิบตั ิงานทดลองสอน การปฏบิ ตั วิ ิชาชีพในสถานศึกษา ๓ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วนั ท่ี ๒๖ เดอื น มถิ นุ ายน พ.ศ ๒๕๖๖ การปฏิบัตงิ าน หมายเหตุ เวลา ๐๗.๓๕ น. ตอ้ นรบั นกั เรยี น ๐๘.๐๐ น. กิจกรรมหน้าเสาธง ๐๘.๔๐ น. สังเกตกุ ารณ์ครูพ่ีเล้ียงปฏิบตั ิงานสอน ๐๙.๓๐ น. เตรยี มเอกสารช่วยครูพี่เล้ียง ๑๐.๒๐ น. ปฏบิ ัติงานทดลองสอน ๑๑.๑๐ น. ๑๒.๐๐ น. พกั ฉนั เพล ๑๓.๐๐ น. พกั เทีย่ ง ๑๓.๕๐ น. สงั เกตุการณ์ครพู ีเ่ ลี้ยงปฏิบตั ิงานสอน ๑๔.๔๐ น. เตรียมเอกสารปฏบิ ัติงานทดลองสอน ๑๕.๓๐ น. ปฏิบัตงิ านทดลองสอน เขา้ แถวเลิกเรียน ( พระรัฐนพล จารุธมฺโม/รนิ ชาลี ) ( ว่าที่รอ้ ยตรี นคร แทง่ คำ ครูชำนาญการพิเศษ ) นิสิตปฏิบัตวิ ิชาชีพในสถานศกึ ษา ครพู ีเ่ ลีย้ ง

๒๗ สว่ นที่ ๕ แบบประเมนิ ทักษะการจดั การเรียนรู้ แบบประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้ ระดบั คณุ ภาพ รายการประเมนิ ดีมาก ดี พอใ นอ้ ควร ช้ ย ปรบั ปรุง ๕ ๔๓๒ ๑ ๑. แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบครบถ้วนเหมาะสมและมี รายละเอยี ดที่สอดคล้องสัมพันธก์ ัน ๒. การเขียนสาระสำคัญในแผนกระชับครอบคลุมแก่นความรู้เรื่องน้ัน ๆ ๓. ตัวชี้วัดหรือจุดประสงค์การเรียนรู้มีความชัดเจนและครอบคลุม ดา้ นความรู้ทักษะและพฤติกรรม ๔. เนอื้ หาหรอื กจิ กรรมการสอนเหมาะสมกบั ช่วั โมงที่กำหนด ๕. เนื้อหาสาระในแผนถูกต้องตามหลักวิชาการ ๖. กิจกรรมการเรียนรู้หลากหลาย/เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน และ สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ๗. กจิ กรรมการสอนตามแผนเน้นผเู้ รียนเปน็ สำคัญ ๘. กจิ กรรมการสอนเนน้ กระบวนการคิด ๙. กจิ กรรมการสอนเน้นผูเ้ รียนมสี ว่ นร่วม ๑๐. สือ่ /นวตั กรรมการสอนเหมาะสมกบั กิจกรรมและผเู้ รยี น ๑๑. มกี ารวัดผลประเมินผลทีส่ อดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑๒. มีการบันทึกผลหลังการสอนครบถ้วนทุกแผน เช่น การบรรลุ วัตถุประสงค์ของการสอน (อุปสรรคและปัญหาการสอน แนว ทางแกไ้ ขและพัฒนา) รวม คะแนนที่ได้ (๑)

๒๘ แบบประเมินการจดั การเรียนรู้ในห้องเรียน ระดับคุณภาพ รายการ ดีมาก ดี พอใ นอ้ ควร ช้ ย ปรับป ๕ ๔๓๒ รุง ๑ ด้านการจัดการเรยี นรู้ ๑. ใช้จติ วิทยาในการจัดการเรยี นรไู้ ด้อยา่ งเหมาะสม ๒. กำหนดข้อตกลงในการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๓. ควบคมุ ช้ันเรยี นใหก้ ารเรยี นรู้ดำเนินไปอยา่ งราบรนื่ ๔. แก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ได้อยา่ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ ๕. การแกป้ ัญหาพฤติกรรมของนกั เรยี นโดยกระบวนการวิจยั เพื่อพฒั นา คุณภาพของผเู้ รยี น ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ๖. บอกวัตถปุ ระสงค์การจดั การเรยี นรู้ได้ชดั เจน ๗. จดั กจิ กรรมการเรียนร้ไู ดส้ อดคล้องกบั แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ กำหนด ๘. จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่สี ่งเสรมิ ความคดิ ของผเู้ รยี น ๙. เปดิ โอกาสให้นักเรียนมสี ว่ นรว่ มในกิจกรรมการเรียนการสอน ๑๐. ใชส้ ่ือการเรียนการสอนเหมาะสมกับกิจกรรมและผู้เรยี น ๑๑. นำสรุปประเดน็ สำคัญเมอ่ื จบบทเรียน ๑๒. มีการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นการสอนอยา่ งเหมาะสม รวม คะแนนท่ไี ด้ (๒)

๒๙ แบบประเมินการปฏิบัตติ นของนสิ ิตสงั เกตการสอนและทดลองสอนในสถานศกึ ษา ระดับคณุ ภาพ รายการ ดมี าก ดี พอใ น้อย ควร ช้ ปรับปรงุ ๕ ๔๓ ๒ ๑ ๑. แต่งกายถูกระเบยี บ เหมาะสมกบั กาลเทศะ ๒. มคี วามรับผิดชอบต่องานในหน้าท่ี และงานอนื่ ๆ ที่ได้รบั มอบหมาย ๓. มีน้ำใจ อทุ ิศตน เสียสละประโยชน์เพอ่ื ส่วนรวม ๔. มีมนุษยสัมพันธก์ ับเพื่อนนิสิต บคุ ลากรในโรงเรียน นักเรียน และ ชมุ ชน ๕. มคี วามเอาใจใส่ และช่วยเหลือ แนะนำ ส่งเสรมิ ให้กำลังใจ นกั เรยี น ๖. ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอย่างท่ดี ี รวม คะแนนทไ่ี ด้(๓) ผลการประเมนิ คะแนนที่ได้ (๑+๒+๓) คะแนนเต็ม คะแนน (คะแนนทไ่ี ด้ ÷ ๕) ๓๐ ข้อคิดเหน็ หรอื ข้อเสนอแนะเพิ่มเตมิ ........................................................................................................... .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................. ( วา่ ท่ีร้อยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพเิ ศษ ) ครูพเี่ ลีย้ ง/ผู้ที่รบั มอบหมาย …………./…...……../…………..

๓๐ ความคดิ เหน็ ของครพู ี่เลีย้ ง ๑. การปฏิบัติหน้าทขี่ องนิสติ ปฏิบตั ิวชิ าชีพในสถานศึกษา ๓ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒. จดุ ทีค่ วรพัฒนา ................................................. .................................................................................... ........................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓. ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม ..................................................................................................................................................... ........... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................. ............................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ( ว่าทร่ี ้อยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพิเศษ ) ครพู เี่ ล้ยี ง …………./…...……../…………..

๓๑ ความคิดเห็นของอาจารย์นเิ ทศก์ ๑. การปฏิบตั ิหน้าทีข่ องนสิ ิตปฏบิ ตั ิวิชาชีพในสถานศกึ ษา ๓ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................... .......... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................ ................................................................................................................................................................ ๒. จดุ ท่คี วรพฒั นา .................................................................................................................. .............................................. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ........................................................... .................................................................................... ................. .......................................................................................................... ...................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓. ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติม .................................................................................................................................. .............................. ................................................................................................................................................................ .............................................................................................. .................................................................. ............................................................................................................................................................... . ................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................... ..................................... ................................................................................................................................................................ (.....................................................) อาจารย์นเิ ทศก์ …………./…...……../…………..

๓๒ ความคิดเหน็ ของผู้บริหารสถานศึกษา/ผ้ทู ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย ๑. การปฏิบัตหิ นา้ ทข่ี องนสิ ติ ปฏิบัตวิ ิชาชีพในสถานศกึ ษา ๓ .......................................................................................................... ...................................................... ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................ .................................... ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................................ ..................................................................... .................................................................................... ....... ...................................................................................................................................... .......................... ๒. จุดทค่ี วรพัฒนา ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................. ............... .................................................................................................. .............................................................. .......................................................................................................... ...................................................... ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ๓. ข้อเสนอแนะเพิม่ เติม ................................................................................................................... ............................................. ................................................................................................................................................................ ................................................. .................................................................................... ........................... ................................................................................................................................... ............................. ................................................................................................................................................................ (.....................................................) ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา/ผทู้ ไี่ ด้รบั มอบหมาย (ประทบั ตราโรงเรยี น) …………./…...……../…………..

๓๓ ภาคผนวก กิจกรรมหนา้ เสาธง

๓๔

๓๕

๓๖ กิจกรรมวันไหวค้ รู

๓๗

๓๘ ปฏิบัตวิ ิชาชพี ในสถานศึกษา ๓ บรบิ ทในหอ้ งเรยี น

๓๙

๔๐

๔๑

๔๒

๔๓ คู่มือการนิเทศการฝึกปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี ในสถานศึกษา ๓ สำหรับอาจารยน์ เิ ทศก์ หลกั สูตรครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวิชา การสอนภาษาอังกฤษ (๔ ป)ี หลกั สตู รปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๒ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั วทิ ยาเขตอุบลราชธานี

๔๔ ค่มู อื การนเิ ทศการฝึกปฏิบัติวชิ าชพี ในสถานศกึ ษา ๓ สำหรับอาจารยน์ เิ ทศก์ ชื่อ-ฉายา/นามสกลุ ชื่อ พระรัฐนพล ฉายา จารุธมโฺ ม นามสกุล รนิ ชาลี รหสั ประจำตัวนสิ ิต 6407502004 นิสติ ปฏบิ ัติวิชาชพี ในสถานศกึ ษา 3 สาขาวชิ า สังคมศีกษา ภาคการศึกษาที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2566 ชื่อโรงเรียนปฏิบตั ิวชิ าชีพ โรงเรยี นนาส่วงวทิ ยา ชอ่ื อาจารย์นเิ ทศก์ พระใบฏีกาสุพจน์ ตปสิโล ,ผศ อาจารย์พลศู ักดิ์ หอมสมบัติ ชื่อครูพเ่ี ลีย้ ง วา่ ท่ีร้อยตรี นคร แท่งคำ ครูชำนาญการพเิ ศษ ปฏบิ ตั หิ น้าที่หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรยี นสังคมศีกษา =================================================== ================ หลกั สตู รครศุ าสตรบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศีกษา(๔ ปี) วทิ ยาลยั เขตอบุ ลราชธานี มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั

๔๕ คำนำ วิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอุบลราชธานี ได้จัด การศึกษาในคณะครุศาสตร์ ระดับปริญญาตรี กล่าวคอื หลกั สตู รครุศาสตรบัณฑิต (๔ ปี) ตลอดระยะเวลาการศึกษา ในคณะครุศาสตร์ วิทยาลยั สงฆ์อุบลราชธานี ต้องจัดส่งนิสิตออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพโดยตรงกับสถานศึกษา ใน รายวชิ าปฏิบัติวชิ าชพี ในสถานศกึ ษา ๓ ซง่ึ เป็นการเพ่ิมพูนประสบการณ์ และทักษะการเป็นครูมืออาชีพให้แก่นสิ ติ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนรายวิชาปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษาของวิทยาลัยสงฆ์อุบลราชธานี เป็นไป ตามเกณฑ์ของคณะกรรมการคุรุสภา จึงได้จัดทำคู่มือการนิเทศการฝึกปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา ๓ สำหรับ อาจารย์นิเทศก์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลประกอบการนเิ ทศนิสติ ฝกึ ปฏบิ ัตวิ ชิ าชพี ในสถานศึกษา ๓ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือการนิเทศการฝึกปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา จะเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางใน การดำเนินการของอาจารยน์ ิเทศก์ อาจารยผ์ ู้รับผิดชอบรายวิชาฝึกประสบการณ์วชิ าชีพในสถานศึกษา ประธานคณะกรรมการบรหิ ารหลักสูตร เจ้าหนา้ ทีฝ่ ึกประสบการณ์วิชาชีพครู วิทยาลัยสงฆอ์ ุบลราชธานี มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตอบุ ลราชธานี

๔๖ สำรบญั เรอื่ ง หน้ำ คำนำ สำรบญั สว่ นท่ี ๑ ขอ้ มลู ทวั่ ไปของนิสติ ฝึกปฏบิ ตั วิ ชิ ำชพี ในสถำนศกึ ษำ ๑ ขอ้ มลู ทวั่ ไปของนิสติ ฝึกปฏบิ ตั วิ ชิ ำชพี ในสถำนศกึ ษำ ภำระงำนทม่ี อบหมำยใหน้ สิ ติ ปฏบิ ตั กิ ำร ส่วนท่ี ๒ ข้อมลู รายวิชา ๒ รหสั และช่อื รายวิชา จำนวนชัว่ โมง/หนว่ ยกิต ชื่ออาจารยผ์ ูร้ ับผดิ ชอบการฝกึ ปฏบิ ัตวิ ิชาชพี ในสถานศึกษา ภาคการศึกษา/ชนั้ ปีท่ีเรยี น: คำอธิบายโดยท่ัวไปของประสบการณ์ภาคสนาม จดุ มุ่งหมายของประสบการณ์ภาคสนาม กจิ กรรมของนิสติ ชว่ งเวลาการปฏบิ ตั วิ ิชาชีพในสถานศึกษา ส่วนท่ี ๓ การทำหน้าที่ของอาจารยน์ ิเทศก์ และผู้เกี่ยวข้อง ๓ บทบาทของบุคลากรทเี่ ก่ียวข้อง การเตรยี มการในการแนะแนวและช่วยเหลือนิสิต หลักเกณฑ์การประเมนิ การนเิ ทศการฝกึ ปฏบิ ตั ิวชิ าชีพในสถานศกึ ษา สว่ นท่ี ๔ บนั ทกึ กจิ กรรมโดยอำจำยน์ ิเทศก์ ๕ กำรจดั กจิ กรรมกำรปฐมนเิ ทศตำมวนั เวลำและสถำนทท่ี ก่ี ำหนด กำรดำเนินกำรเกย่ี วกบั กำรนิเทศในสถำนศกึ ษำ กำรประเมนิ ทกั ษะกำรจดั กำรเรยี นรู้ กำรจดั กจิ กรรมสมั มนำแลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ำรฝึกปฏบิ ตั วิ ชิ ำชพี ในสถำนศกึ ษำ ตรวจกำรบนั ทกึ กระบวนกำรวจิ ยั ในชนั้ เรยี นเพอ่ื พฒั นำคุณภำพของผเู้ รยี น ตรวจกำรเขำ้ รว่ มโครงกำรส่งเสรมิ อนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญำทอ้ งถน่ิ กำรสอบปฏบิ ตั กิ ำรสอนในสถำนกำรณ์จำลอง จดั กจิ กรรมปัจฉิมนเิ ทศกำรฝึกปฏบิ ตั วิ ชิ ำชพี ในสถำนศกึ ษำ สรปุ ผลกำรเรยี นกำรสอนรำยวชิ ำฝึกประสบกำรณ์วชิ ำชพี ครใู นสถำนศกึ ษำ ๓ รำยงำนผลกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนรำยวชิ ำฝึกประสบกำรณ์วชิ ำชพี ครใู นสถำนศกึ ษำ

๔๗ ส่วนท่ี ๑ ข้อมลู ทวั่ ไปของนิสิตฝึ กปฏิบตั ิวิชำชีพในสถำนศึกษำ ชอ่ื . พระรฐั นพล ฉายา จารธุ มฺโม นามสกลุ รินชาลี รหสั ๖๔๐๗๕๐๒๐๐๔ สาขา วชิ าสงั คมศึกษา เบอร์โทรศัพทท์ ี่ตดิ ตอ่ ได้ ๐๙๙-๒๓๘๓๗๐๖ E - mail [email protected] ช่องทางติดตอ่ อื่นๆโทร ๐๙๙-๒๓๘๓๗๐๖ ช่อื โรงเรยี นทป่ี ฏบิ ตั ิวิชาชพี ในสถานศึกษา ๓ โรงเรยี นนาส่วงวิทยา ทอี่ ยู่ เลขท่ี ๑๐๗ หม่ทู ่ี ๓ ถนน ประชาชน่ื ตำบลนาสว่ ง อำเภอเดชอุดม จงั หวดั อุบลราชธานี โทรศัพท์ ๐๔๕ ๒๕๑ ๕๘๗ โทรสาร ๐๔๕ ๒๕๑ ๕๘๗ จดั การศกึ ษาระดับ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ถึงระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖ สงั กัด สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน (ส.พ.ฐ) ภาระงานท่ีมอบหมายใหน้ ิสติ ปฏิบัตกิ าร ๑. งานปฏบิ ัตวิ ิชาชพี ในสถานศกึ ษา 1. วเิ คราะหแ์ ผนการจัดการเรียนรู้ 2. วเิ คราะห์กจิ กรรม/เทคนคิ การจดั การเรยี นรู้ 3. วิเคราะหส์ ื่อการจดั การเรียนรู้ 4. วเิ คราะหก์ ารวดั และประเมินผล 5. วเิ คราะหพ์ ฤติกรรมผเู้ รียน 6. ปัญหาและอุปสรรค ๗) แนวทางแก้ไขปรับปรุงและพฒั นาในคร้ังต่อไป ๒. การปฏิบัตงิ านผูช้ ่วยครูวชิ าชีพในสถานศึกษา ๑) บนั ทึกการปฏิบตั งิ านทดลองสอน ๒) รบั การประเมินทกั ษะการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย (๒.๑) ดา้ นประเมินแผนการ จดั การเรยี นรู้ (๒.๒) ดา้ นการจัดการเรยี นรู้ในห้องเรยี น (๒.๓) ดา้ นการปฏิบัตติ นของนิสิตสังเกตการสอนและทดลอง สอนในสถานศึกษา ๓. ร่วมสมั มนาและแลกเปล่ียนเรยี นรเู้ กย่ี วกบั การปฏิบตั ิวชิ าชพี ๔. บันทกึ กระบวนการวจิ ยั ในชัน้ เรยี นเพ่อื พฒั นาคณุ ภาพของผเู้ รียน ๕. เข้ารว่ มโครงการท่เี กย่ี วข้องกับการสง่ เสริม อนุรักษว์ ัฒนธรรม และภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ๖. จดั ทำแฟ้มสะสมงาน (Port-Folio) ๗. ดำเนนิ การงานอืน่ ๆ ที่อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาไดม้ อบหมาย ๘. การสอบปฏิบตั ิการสอนในสถานการณจ์ ำลอง

๔๘ ส่วนที่ ๒ ข้อมลู รายวิชา ๑. รหัสและชื่อรายวชิ า: ๒๐๐ ๓๑๑ ปฏิบตั วิ ชิ าชพี ในสถานศึกษา ๓ (Practicum in School ๓) ๒. จำนวนชัว่ โมง/หน่วยกติ : จำนวน ๔ ชั่วโมง ๒ (๐-๔-๒) หนว่ ยกิต ๓. หลักสูตร และประเภทของรายวิชา: ๓.๑ หลกั สตู ร ครศุ าสตรบัณฑติ ๓.๒ ประเภท หมวดวชิ าชพี ครู ๔. ชอื่ อาจารย์ผรู้ ับผิดชอบการฝึกปฏิบตั ิวชิ าชีพในสถานศกึ ษา:พระใบฏกี าสุพจน์ ผศ./อ. พลู ศกั ด์ิ หอมสมบตั ิ ๕. ภาคการศกึ ษา/ชนั้ ปีท่ีเรียน: ภาคการศึกษาท่ี ๑ ชัน้ ปีท่ี ๓ ๖. คำอธิบายโดยทัว่ ไปของประสบการณ์ภาคสนาม ปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา วางแผนออกแบบเนื้อหากิจกรรมการจัดการเรียนรู้ส่ือและเทคโนโลยี การวัด และประเมินผลตามกลมุ่ สาระการเรียนรู้ในรายวิชาเอก แกป้ ัญหาพฤตกิ รรมของนักเรียนโดยกระบวนการวิจัยในช้ัน เรียนเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน บันทึกข้อมูลและนำเสนอผลการศึกษาเมื่อสิ้นสุดการฝึกปฏิบัติวิชาชีพ เข้าร่วม โครงการที่เกย่ี วข้องกบั การสง่ เสรมิ อนุรักษว์ ัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นและนำผลจากการเรียนรู้ในสถานศกึ ษา ไปประเมินสะท้อนเป็นรายบุคคลและร่วมแลกเปล่ียนเรียนรู้ในรปู แบบชุมชนแหง่ การเรียนรู้ สัมมนาและแลกเปลย่ี น เรียนรเู้ ก่ยี วกบั การปฏิบัติวชิ าชพี เพอื่ พัฒนาตนเองให้มคี วามรอบรู้ ทันสมัยและทันตอ่ การเปล่ียนแปลง ๗. จุดมุง่ หมายของประสบการณภ์ าคสนาม ๑) มีประสบการณ์การปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา วางแผนออกแบบเนื้อหากิจกรรมการจัดการเรียนรู้สื่อ และเทคโนโลยี การวัดและประเมินผลตามกลุ่มสาระการเรียนร้ใู นรายวิชาเอก แก้ปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนโดย กระบวนการวจิ ัยในชั้นเรียนเพอื่ พฒั นาคณุ ภาพของผเู้ รยี น ๒) มีความสามารถและทักษะด้านวิชาชีพครู และสามารถเชื่อมโยงแนวคิด หลักการ และทฤษฎีต่างๆ ไป ประยกุ ต์ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน ๓) มปี ระสบการณ์การเขา้ ร่วมโครงการที่เกีย่ วข้องกับการส่งเสรมิ อนรุ ักษว์ ฒั นธรรม และภูมิปัญญาท้องถ่ิน และนำผลจากการเรียนรู้ในสถานศึกษาไปประเมินสะทอ้ นเป็นรายบุคคลและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบชุมชน แห่งการเรียนรู้ ๔) มีทักษะด้านการสัมมนาและแลกเปล่ียนเรียนรู้เก่ียวกับการปฏิบัติวิชาชีพ เพ่ือพัฒนาตนเองให้มีความ รอบรู้ ทันสมัยและทนั ต่อการเปลีย่ นแปลง ๘. กจิ กรรมของนสิ ิต ศึกษา สังเกตและฝึกปฏิบัติงานด้านการศึกษาเพ่ือเตรียมความพร้อม 5 สัปดาห์ในห้องเรียน จากนั้นออกไป ปฏิบัติงานผู้ช่วยครูร่วมกับครูพี่เลี้ยงในสถานศึกษา และรับประเมินผลโดยครูพ่ีเล้ียง อาจารย์นิเทศก์ และผู้บริหาร สถานสถานศึกษา/ผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์ (ไม่ต่ำกว่าสัปดาห์ละ 2 วัน) โดยมีครูพ่ีเล้ียงให้ คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด จากน้ันกลับเข้าช้ันเรียนจัดสัมมนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เก่ียวกับการปฏิบัติวิชาชีพใน สถานศกึ ษาต่าง ๆ และฝึกปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ท่ีครใู นช้ันเรยี นอกี 5 สัปดาห์ ๙. ช่วงเวลาการปฏบิ ตั ิวชิ าชพี ในสถานศึกษา ๙.๑ ปฏิบัติวชิ ำชีพในสถำนศึกษำ ๓ ครงั้ ท่ี ๓ ในภำคกำรศึกษำท่ี ๑ ปีท่ี ๓ (เวลำไม่น้อยกว่ำ ๕ สปั ดำห์ หรอื จำนวนไม่น้อยกว่ำ ๑๒๐ ชวั่ โมง)

๔๙ ส่วนท่ี ๓ การทำหน้าทขี่ องอาจารย์นิเทศก์ และผ้เู กี่ยวข้อง ๑. บทบาทของบุคลากรทีเ่ กี่ยวข้อง บคุ ลากรท่เี กี่ยวขอ้ งกับการปฏบิ ัติวิชาชพี ในสถานศกึ ษา ประกอบด้วย ๒ ส่วน คอื สว่ นโรงเรียน ได้แก่ (๑) ผู้บรหิ ารสถานศึกษา (๒) ครูพีเ่ ล้ยี ง ส่วนมหาวิทยาลัย ได้แก่ (๑) อาจารย์นิเทศก์ (๒) อาจารย์ผู้สอน โดยมบี ทบาทดังน้ี ๑) บทบาทของผบู้ ริหารสถานศึกษา ๑.๑) ปฐมนิเทศนิสติ ปฏิบตั วิ ิชาชพี ในสถานศึกษา ๑.๒) มอบหมายจดั ครพู ี่เล้ียงใหก้ ับนิสติ ปฏบิ ตั วิ ิชาชพี ในสถานศึกษา ๑.๓) บริหารจัดการและอำนวยความสะดวกใหน้ สิ ิตปฏิบัติงานตามภาระงานที่กำหนด ๑.๔) ประสานกับฝ่ายมหาวิทยาลยั เพ่ือส่งเสรมิ คณุ ภาพประสบการณ์ของนสิ ิต ๒) บทบาทของครพู ีเ่ ลยี้ ง ๒.๑) รบั ผดิ ชอบนิสติ ต่อจากผู้บริหารสถานศกึ ษา ๒.๒) ดูแลให้นิสติ ปฏิบัติวิชาชพี ครูตามหวั ขอ้ ทก่ี ำหนด ๒.๓) ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของนสิ ิตตามแบบฟอร์มที่กำหนดให้ ๒.๔) ประสานงานกับอาจารย์นิเทศในการนิเทศช่วยเหลอื และประเมินผลนิสิต ๓) บทบาทของอาจารยผ์ ู้สอน ๓.๑) เตรยี มความพรอ้ มด้านภาคปฏบิ ัติให้แกน่ ิสิตในหวั ขอ้ ที่จะออกไปปฏบิ ตั ิวิชาชีพในสถานศึกษา ๓.๒) เมือ่ นิสิตกลบั จากปฏบิ ัติวิชาชีพในสถานศึกษา จัดใหม้ ีการสัมมนาแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ประสบการณ์ รว่ มกนั ๓.๓) ประเมนิ ผลการปฏบิ ัติวิชาชพี ในสถานศกึ ษา ของนสิ ิตตามแบบฟอรม์ ทก่ี ำหนดให้ ๓.๔) อาจารย์ผู้สอนสรุปผลการประเมนิ และส่งผลการเรยี น ๔) บทบาทของอาจารยน์ เิ ทศก์ ๔.๑) เขา้ รว่ มการปฐมนิเทศการสัมมนาก่อนออกฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี ครูระหว่างเรยี น ๔.๒) นเิ ทศและติดตามผลการออกไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพครรู ะหวา่ งเรียนของนิสิต ๔.๓) กำกับดแู ล ติดตาม ประเมนิ และให้ขอ้ มูลยอ้ นหลังแก่โรงเรยี น นิสิตและคณะครุศาสตร์ ๒. การเตรยี มการในการแนะแนวและชว่ ยเหลอื นิสติ ปฏิบัติตามคู่มือปฏิบัติวิชาชีพในสถานศึกษา โดยการให้คำปรึกษาทั้งระหว่างการนิเทศท่ีโรงเรียน และการ พบกับนิสิต ให้ข้อมูลกับประธานหลักสูตร/อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร หรือกลุ่มงานฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เพ่ือดำเนินการชว่ ยเหลือต่อไป ๓. การนเิ ทศการฝึกปฏบิ ตั ิวิชาชพี ในสถานศึกษา ๓.๑ จดั กจิ กรรมกำรปฐมนเิ ทศตำมวนั เวลำและสถำนทท่ี ก่ี ำหนด ๓.๒ กำรดำเนนิ กำรเกย่ี วกบั กำรนเิ ทศในสถำนศกึ ษำ ครงั้ ท่ี ๑ มอบตวั นิสติ ฝึกปฏบิ ตั วิ ชิ ำชพี ในสถำนศกึ ษำ โดยเขำ้ พบผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำหรอื ผู้ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมำย/พบหวั หน้ำกลุ่มสำระกำรเรยี นร/ู้ พบครพู เ่ี ลย้ี ง ครงั้ ท่ี ๒ นเิ ทศในสถำนศกึ ษำ (face to face) เพอ่ื ตรวจสอบควำมกำ้ วหน้ำภำระงำนทม่ี อบให้ นิสติ ดำเนินกำรตำมคมู่ อื กำรปฏบิ ตั วิ ชิ ำชพี ในสถำนศกึ ษำของนิสติ