Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิชาสารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า 2

วิชาสารสนเทศและการศึกษาค้นคว้า 2

Published by nawapon.k, 2020-08-13 02:44:27

Description: อ.ดร.นวพล แก้วสุวรรณ
สาขาการจัดการสารสนเทศ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

Search

Read the Text Version

สารสนเทศและการศกึ ษาค้นควา้ อ.ดร.นวพล แก้วสุวรรณ สาขาการจดั การสารสนเทศ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์

WEEK 1 ความรู้เบ้อื งต้นเก่ียวกบั สารสนเทศ 0001103 สารสนเทศและการศึกษาคน้ ควา้ Page 2

สารสนเทศ หมายถงึ ความรู้ ข้อมลู ขา่ วสาร ขอ้ เท็จจริง เรอ่ื งราว และความคิดตา่ งๆ ทไ่ี ด้จากการส่อื สาร บนั ทึก จัดพมิ พ์ หรอื เผยแพรใ่ นรูปแบบตา่ งๆ ทผ่ี ่านการกลั่นกรองและประมวลผล เพ่อื นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นการพฒั นาท้ังในสว่ นของบุคคลและสังคม Page 3

ประโยชน์ของสารสนเทศ o เพอ่ื เป็นข้อมลู ในการดาเนินงาน o เพ่อื เปน็ ขอ้ มลู ประกอบการตดั สินใจ o เพื่อเป็นขอ้ มลู ประกอบการวิเคราะห์ การวจิ ยั การกาหนดทศิ ทางในการดาเนนิ งาน o เพอ่ื ใชป้ ระกอบความคิดอยา่ งมีเหตผุ ล o เพื่อการพฒั นาความรู้ใหมก่ ารประดษิ ฐ์คิดคน้ Page 4

-สารสนเทศจาแนกตามแหล่งสารสนเทศ + แหล่งปฐมภมู ิ (primary source) + แหล่งทตุ ิยภมู ิ (secondary source) - สารสนเทศจาแนกตามส่อื ที่จัดเกบ็ + กระดาษ + วสั ดยุ ่อส่วน + สื่อแมเ่ หล็ก + ส่อื แสงหรอื สอ่ื ออปตกิ Page 5

คุณลกั ษณะของสารสนเทศท่ดี ี - สารสนเทศต้องมเี น้อื หาถูกต้อง - สารสนเทศทต่ี รงตามความต้องการ - สารสนเทศที่ครบถ้วนสมบูรณ์ - สารสนเทศทเ่ี ขา้ ใจไดง้ า่ ย - สารสนเทศทมี่ ีลักษณะเช่ือถอื ได้ - สารสนเทศที่ทันตอ่ เหตุการณ์ Page 6

กระบวนการจากข้อมลู มาเป็นสารสนเทศ - การรวบรวม (Capturing) - การตรวจสอบ (Verification) - การจาแนก (Classification) - การจัดเรยี งลาดบั (Sorting) - การสรุป (Summarizing) - การคานวณ (Calculating) - การจัดเกบ็ (Storing) - การเรยี กใช้ (Retriving) - การเผยแพร่ (Disseminating) Page 7

- องคป์ ระกอบของความรทู้ างสารสนเทศ + การกาหนดความต้องการสารสนเทศ + การตคี วามสารสนเทศ + การใชก้ ลยุทธนก์ ารคน้ + การสอื่ สารสารสนเทศ + การกาหนดแหลง่ ทมี่ ีทรพั ยากร + การประเมนิ ผลผลติ จากสารสนเทศ + การประเมินและทาความเข้าใจสารสนเทศ Page 8

WEEK 2 วิวฒั นาการของสารสนเทศ 0001103 สารสนเทศและการศกึ ษาคน้ ควา้ Page 9

ความสาคญั ของสารสนเทศ สารสนเทศเปน็ รากฐานอันจาเปน็ สาหรับความก้าวหนา้ ของ อารยธรรมและสงั คม เป็นสว่ นหน่ึงของกระบวนการสร้างสรรค์ หรือการใชท้ รัพยากร เปน็ สง่ิ ท่ีขาดไม่ได้ในการตัดสินใจ เป็น องค์ประกอบทีต่ อ้ งใชใ้ นการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม จากการประชุมยูเนสโก ครั้งที่ 19 กรงุ ไนโรบี ประเทศเคนยา ปี ค.ศ. 1976 Page 10

สารสนเทศอยทู่ ีไ่ หน • ทรพั ยากรสารสนเทศ (Information Resources) วสั ดรุ ูปแบบต่าง ๆ เชน่ กระดาษ สือ่ ดิจติ อล ท่ีบันทกึ สารสนเทศ ท่ตี อ้ งการถ่ายทอดไปยงั บคุ คลอ่ืน Page 11

ประเภทของทรัพยากรสารสนเทศ • จาแนกได้หลายลกั ษณะ 1. จาแนกตามความทันสมยั ของข้อมูล 2. จาแนกตามลักษณะการใช้ขอ้ มลู 3. จาแนกตามส่อื ทีใ่ ชใ้ นการบนั ทึก Page 12

ประเภทของทรพั ยากรสารสนเทศ • แบ่งเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คอื 1. ส่ือสง่ิ พมิ พ์ (Printed Materials) 2. สอื่ โสตทัศน์ (Audio-Visual Materials) 3. ส่ือดิจิตอล (Digital Materials) Page 13

สื่อสง่ิ พิมพ์ (Printed Materials) แบง่ เปน็ 4 ประเภทใหญ่ ๆ คือ 1. หนงั สอื (Books) 2. สง่ิ พมิ พต์ อ่ เน่ือง (Serials) 3. จุลสาร (Pamphlet) 4. กฤตภาค (Clipping) Page 14

สื่อสิ่งพมิ พ์ (Printed Materials) • หนงั สอื แบ่งเปน็ 2 ประเภท คือ • หนังสือสารคดี (Non-Fiction) – ตาราหรือแบบเรยี น (Textbook) – หนังสืออา้ งอิง (Reference Book) – สงิ่ พมิ พ์รัฐบาล (Government Publication) – วทิ ยานพิ นธ์ (Thesis, Dissertation) – รายงานผลการวิจยั (Research Report) Page 15

สือ่ สงิ่ พิมพ์ (Printed Materials) หนังสอื บนั เทิงคดี (Fiction) • นวนยิ าย • เร่ืองสนั้ • หนังสือสาหรบั เดก็ และเยาวชน Page 16

สื่อสง่ิ พิมพ์ (Printed Materials) • สิง่ พมิ พต์ อ่ เน่อื ง เปน็ ส่งิ พมิ พท์ ่ีออกต่อเนอ่ื งตามกาหนดเวลา เช่น • รายวัน (Daily) • รายสปั ดาห์ (Weekly) • รายปกั ษ์ (Biweekly) • รายเดือน (Monthly) • รายสามเดอื น (Quarterly) Page 17

ส่ือสิ่งพิมพ์ (Printed Materials) • สงิ่ พิมพ์ตอ่ เนอ่ื ง แบง่ เปน็ 3 ประเภท คอื 1. วารสาร (Journal) 2. นติ ยสาร (Magazine) 3. หนังสอื พมิ พ์ (Newspaper) Page 18

สือ่ สิง่ พมิ พ์ (Printed Materials) • จุลสาร (Pamphlet) – สิง่ พมิ พข์ นาดเลก็ มคี วามหนาไมม่ าก – รปู เล่มไมแ่ ขง็ แรง อาจเป็นแผ่นพับ หรอื เปน็ เล่มบาง ๆ เย็บเล่มอย่างงา่ ย – ให้ความรเู้ รอื่ งใดเรอื่ งหน่ึงทจ่ี บในตัวเอง Page 19

สื่อสงิ่ พิมพ์ (Printed Materials) • กฤตภาค (Clipping) – บทความ ข่าว หรือภาพ ที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์ หรือ เอกสารอื่นที่คัดทิ้ง แล้วผนึกลงบนกระดาษ บอก แหลง่ ทมี่ า กาหนดหัวเรือ่ ง แลว้ เก็บเขา้ แฟ้มตามหวั เร่อื ง Page 20

ส่อื โสตทศั น์ (Audio-Visual Materials) • แบ่งเป็น 7 ประเภท คือ 1. วัสดุกราฟกิ (Graphic Materials) • แผนภมู ิ (Chart) • แผนภาพ (Diagram) • แผนสถติ ิ (Graph) • ใบปิด (Poster) • แผนท่ี (Map) Page 21

สือ่ โสตทัศน์ (Audio-Visual Materials) 2. ภาพน่ิง (Still Pictures) • รูปภาพ (Flat, Picture, Print) • สไลด์ (Slide) 3. วัสดุย่อส่วน (Microforms) • ไมโครฟลิ ม์ (Microfilm) • ไมโครฟชิ (Microfiche) • ไมโครโอเพค (Microopague) Page 22

สื่อโสตทศั น์ (Audio-Visual Materials) 4. ภาพยนตร์ (Motion Pictures) 5. วดี ที ศั น์ (Video Tape) 6. วสั ดบุ ันทกึ เสียง (Tape Cassette) 7. ลูกโลก หนุ่ จาลอง ของตวั อย่าง (Globe, Model, Specimen) Page 23

สอื่ ดจิ ิตอล (Digital Materials) • ซีด-ี รอม • ฐานข้อมลู (Database) – ฐานขอ้ มลู ออนไลน์ (Online Database) – ฐานขอ้ มูลซีด-ี รอม (CD-ROM Database) • สือ่ ผสม (Multimedia) • สอื่ หลายมติ ิ (Hypermedia) Page 24

ทรพั ยากรสารสนเทศอา้ งอิง ทรัพยากรสารสนเทศทีเ่ ราหันไปหาเพ่ือค้นควา้ หาสารสนเทศบางอยา่ ง - ความรู้ เกย่ี วกบั เรือ่ งใดเร่อื งหน่ึง - เหตุการณ์ เรอ่ื งใดเรือ่ งหนึ่ง - บคุ คล ใดบุคคลหนึ่ง - สถานท่ี แหง่ ใดแห่งหนึ่ง - คาใดคาหนงึ่ Page 25

ทรพั ยากรสารสนเทศอา้ งองิ พจนานกุ รม (Dictionary) การประเมนิ • รูปแบบ : จานวนคา รายละเอียดทีใ่ ห้ • ขอบเขต • ความน่าเชอ่ื ถือ • ความถูกต้อง • ความชดั เจน Page 26

ทรัพยากรสารสนเทศอา้ งองิ สารานกุ รม (Encyclopedia) • ใหส้ ารสนเทศสารพดั อย่างในรูปของบทความ • ครอบคลมุ เนอ้ื หาสาระในสาขาวชิ าต่าง ๆ และเร่ืองราว ท่นี ่าสนใจอย่างกว้างขวาง • มกี ารจัดเรียงเน้อื หาอย่างมีระบบ ซ่ึงมกั เรยี งตามลาดับอกั ษร ของหวั ข้อวิชา • มีดรรชนีชว่ ยคน้ เรื่องอยา่ งละเอยี ด Page 27

ทรพั ยากรสารสนเทศอ้างองิ นามานุกรม (Directory) • อาจเรียกว่า ทาเนียบนาม หรือนามสงเคราะห์ • รวบรวมรายชอ่ื บคุ คล ช่อื สถาบนั หนว่ ยงาน องคก์ าร หา้ งรา้ น • มีการจดั เรียงอย่างมรี ะบบ มกั เป็นไปตามลาดบั อกั ษร • ใช้ประโยชน์ในการหาชื่อหนว่ ยงานและสถานท่ีติดตอ่ Page 28

ทรัพยากรสารสนเทศอ้างองิ อกั รานุกรมชีวประวัติ (Biographical Dictionary) อกั ขรานุกรมชวี ประวัติบุคคลท่วั ไป (International Biographical Dictionary) อักขรานกุ รมชีวประวตั บิ คุ คลในชาตใิ ดชาติ หนง่ึ (National Biographical Dictionary) บคุ คลในอาชีพใดอาชีพหนง่ึ (Professional Biographical Dictionary) Page 29

ทรพั ยากรสารสนเทศอา้ งอิง สารสนเทศอา้ งอิงทางภมู ิศาสตร์ (Geographical Sources) อกั ขรานกุ รมภมู ศิ าสตร์ (Geographical Dictionary or Gazetteer) หนังสือนาเทย่ี ว (Guide Books) หนงั สือแผนท่ี (Atlas) แผนที่ (Maps) Page 30

ทรัพยากรสารสนเทศอ้างอิง หนงั สือรายปี (Year Books) หนังสือรายปีสารานกุ รม (Encyclopedia Yearbooks) สมพัตสร/ปฎทิ ินเหตกุ ารณร์ ายปี (Almanacs) หนงั สอื สถิติรายปี (Statistical Yearbooks) หนังสือสรุปข่าวปัจจบุ ัน (Current Source or News Summary) Page 31

ทรัพยากรสารสนเทศอ้างองิ หนงั สอื คูม่ อื (Handbooks, Manuals) – เปน็ ค่มู ือเฉพาะเรอื่ ง – รวบรวมสารสนเทศไวอ้ ยา่ งยอ่ ๆ ในเลม่ เดียว – ให้ขอ้ มลู เบ้อื งตน้ อย่างกว้าง ๆ – ใหข้ ้อเท็จนรงิ และสรปุ – มภี าพประกอบ Page 32

(ทRรeพั fยeาreกnรสceารMสนaเtทeศriอa้าlsง)องิ ประเภทแนะแหลง่ สารสนเทศ 1. บรรณานุกรม (Bibliography) 2. ดรรชนแี ละสาระสังเขป (Index and Abstract) Page 33

ทปรรพัะเยภาทกแรนสะาแรหสนลเ่งทสศาอรสา้ งนอเทิงศ 1. บรรณานุกรม (Bibliography) 1.1 บรรณานุกรมทัว่ ไป (General Bibliography) – บรรณานุกรมแห่งชาติ – วารสารวิชาการของสถาบันอุดมศึกษาสังกดั ทบวงมหาวิทยาลยั – Book In Print (R.R. Bowker) – Ulrich’s International Periodical Directory (R.R. Bowker) 1.2 บรรณานุกรมเฉพาะวิชา (Subject Bibliography) Page 34

ปทรรัพะเยภาทกแรนสะาแรหสนลเง่ ทสศาอรสา้ งนอเทงิ ศ 2. ดรรชนีและสาระสงั เขป (Index and Abstract) 2.1 ดรรชนีวารสารทว่ั ไป (General Periodical Index) 2.2 ดรรชนีวารสารเฉพาะวิชา (Subject Periodical Index) 2.3 ดรรชนวี ารสารเฉพาะช่ือ ( 2.4 ดรรชนีการอ้างถงึ (Citation Index) Page 35

WEEK 3 ทรัพยากรสารสนเทศ และการจัดเกบ็ ทรพั ยากรสารสนเทศ 0001103 สารสนเทศและการศกึ ษาค้นควา้ Page 36

ทรพั ยากรสารสนเทศ • หนงั สือ • วารสาร หนังสอื พิมพ์ • โสตทัศนวสั ดุ • สือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ : วารสารอเิ ล็กทรอนกิ ส์ หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ วทิ ยานิพนธอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ ฐานขอ้ มูลออนไลน์ อ่ืนๆ Page 37

ระบบจดั หมูแ่ บบทศนยิ มดวิ อ้ี 000 ความรทู้ ่วั ไป 100 ปรชั ญา 200 ศาสนา 300 สงั คมศาสตร์ 400 ภาษาศาสตร์ 500 วทิ ยาศาสตรบ์ รสิ ทุ ธ์ิ 600 วทิ ยาศาสตรป์ ระยุกต์ หรอื เทคโนโลยี 700 ศลิ ปกรรมและการบันเทงิ 800 วรรณกรรม วรรณคดี 900 ภูมศิ าสตร์ ประวตั ิศาสตร์ Page 38

ส่วนประกอบของเลขเรยี กหนังสอื เลขหมู่ 895.913 อกั ษรย่อ อ 329 ว และเลขประจาตวั ผู้แตง่ อักษรย่อชอ่ื เรอ่ื ง Page 39

การจัดเรยี งหนงั สือในศูนยว์ ทิ ยบรกิ ารฯ Page 40

การจัดเรยี งหนงั สือในศูนยว์ ทิ ยบรกิ ารฯ Page 41

การจัดเรยี งหนงั สือในศูนยว์ ทิ ยบรกิ ารฯ Page 42

การจัดเรยี งหนงั สือในศูนยว์ ทิ ยบรกิ ารฯ Page 43

กจิ กรรมหลงั เรียน ใหน้ กั ศึกษาค้นหาหนงั สอื ตาม ระบบจดั หม่แู บบทศนิยมดวิ อี้ 10 หมวดหมู่ ตามแบบบันทกึ กิจกรรมทอ่ี าจารย์ให้หลังการเรยี น Page 44

WEEK 4 การอ้างองิ เอกสาร 0001103 สารสนเทศและการศึกษาค้นควา้ Page 45

การอ้างองิ เอกสาร WEEK 4 (Reference or Citations) การอ้างองิ เอกสาร หมายถึง การบอกแหล่งท่ีมาของข้อมูลท่ีผู้เขียนนามาใช้อ้างอิงในการเขียน เอกสาร ทาให้งานเขียนมีความน่าเช่ือถือ ซ่ึงเป็นการให้เกียรติแก่ผู้เขียนเดิม และแสดงเจตนาของผู้เขียนว่าไมไ่ ด้คัดลอกข้อมูลของผูอ้ ื่นการอ้างอิงเอกสารใน งานเขยี นต้องมีการอา้ งองิ ไวใ้ นตวั ผลงาน 2 ส่วนคือ 1. การอา้ งอิงเอกสารในส่วนเนือ้ เรอื่ ง 2. การอ้างองิ เอกสารส่วนท้ายเรื่องหรอื ท้ายรายงาน Page 46

การอ้างอิงเอกสารในสว่ นเนอ้ื เร่อื ง • เป็นการอ้างโดยระบุชื่อผู้แต่งและปีพิมพ์ของเอกสารท่ีอ้าง แทรกปนไปกับเน้ือหาของบทความ โดยใช้วิธีการอ้างอิงระบบนาม-ปี (Name-year system)และ ระบบหมายเลข • สาหรับผแู้ ต่งทเ่ี ปน็ คนไทยใหร้ ะบชุ ่ือผ้แู ตง่ (ชอ่ื ตัว และช่อื สกุล) • สาหรับผู้แต่งท่เี ป็นชาวต่างประเทศใหร้ ะบุเฉพาะชอื่ สกุลเทา่ น้ัน Page 47

การอ้างองิ ระบบนาม-ปี เขยี นได้ 2 แบบ 1. เขียนระบุช่ือผู้แต่ง ปีพิมพ์ และเลขหน้า ไว้หน้าข้อความที่อ้างอิง มีรปู แบบดังนี้ ช่อื ผู้แตง่ (ปที ่พี ิมพ์ : เลขหน้า)..................................... Page 48

การอา้ งองิ ระบบชือ่ -ปี เขยี นได้ 2 แบบ 2. เขยี นระบชุ อื่ ผแู้ ตง่ ปพี ิมพ์ และเลขหน้าไว้ท้ายข้อความ มรี ปู แบบดังน้ี ............................. (ชือ่ ผูแ้ ต่ง.ปที พ่ี มิ พ์ : เลขหนา้ ) Page 49

การอา้ งองิ แบบเชิงอรรถ (Footnote) เชงิ อรรถ คือ ข้อความที่พิมพ์ไวต้ รงสว่ นลา่ งของหนา้ กระดาษ เพ่อื ระบหุ ลกั ฐานของการอา้ งอิง เพื่ออธิบายเนือ้ เรื่องบางตอนเพมิ่ เติม ตัวอยา่ งที่ 1 หนังสอื ¹เอกเทศ แสงลบั . การผลติ สอ่ื เพ่ือการเรยี นการสอน. (กรงุ เทพฯ : วอแว, 2555), หนา้ 132. Page 50


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook