ทอ น้ำ (siphon) ชวยในการเคล่อื นทีโ่ ดยการพน น้ำออกทางทอนำ้ ทำใหล ำตัวเคลอ่ื นที่ไปในทิศทางที่ตรงขา มกบั ทิศทางท่ีน้ำถูกพนออก นอกจากนย้ี งั มีถุงหมกึ (ink sac) สีดำใชอำพรางตวั โดยเม่ือพบศัตรูจะปลอ ยหมึกสดี ำ ออกมา สว นเมนเทลิ เปลย่ี นไปเปนลำตวั ไมมเี ปลือกแข็งหุมภายนอก เปลอื กจะลดรปู เปนโครงรา งแข็งลักษณะเปน แทง ใสภายในคือ pen ทำหนาทค่ี ้ำจุน มีครีบ 1 คู ชวยในการวา ยน้ำ บนลำตวั มเี มด็ สี (chromatophores) ซ่ึงชว ย ในการเปลยี่ นสีใหเ ขา กบั ส่ิงแวดลอ มท่ีอยูอาศยั หายใจโดยใชเหงอื ก (รูปที่ 14) ระบบหมุนเวียนเลอื ดเปน แบบปด รูปท่ี 14 โครงสรา งภายในของหมึก (ท่ีมา http://www.njscuba.net/biology/images/anatomy_snail.jpg จงเติมสวนตา งๆ ของหมึกใหถูกตอง
8 ไฟลัมเอไคโนเดอมาตา (Phylum Echinodermata) ลกั ษณะประจำไฟลัม ตวั อยางสัตวประจำไฟลัม ดาวทะเล และเมน ทะเล เมน ทะเล (Sea urchin) และเหรียญทะเล (Sand dollar) จัดอยูใน Class Echinoidea สตั วเหลา นี้ มีรูปรางทรงกลมแบนหรือครึง่ วงกลม บางชนดิ มหี นามแหลมยาวย่ืนออกมาจากลำตวั จำนวนมาก ใชในการปองกนั ตัวจากศตั รู ปากอยูทางดานลางติดกับพืน้ ตรงก่ึงกลางของลำตวั ทวารหนักอยูทางดา นบน หายใจดว ยเหงอื กทีย่ ืน่ มาจากบรเิ วณผิวของลำตัว มเี พศผูและเมยี แยกกนั การปฏสิ นธิเกิดขึ้นภายนอกรางกาย (รูปท่ี 15) รปู ท่ี 15 โครงสรา งของเมน ทะเล (ที่มาhttp://www.sms.si.edu/IRLFieldGuide/images/Urchin.gif) ดาวทะเล จดั อยใู น Class Asteroidea สตั วเ หลานมี้ ีรปู รางเปนแฉก 5 แฉกคลา ยดาว บางชนิดอาจมี มากกวา 5 แฉก ปากอยูท างดานลา งติดกับพืน้ ตรงกึ่งกลางของลำตัว ทวารหนกั อยูทางดานบน ใกลก ลบั ทวารหนกั มชี องใหน ำ้ เขาสรู ะบบทอน้ำภายในลำตวั เรียก madreporite ดา นใตสว นแฉกแตละแฉกมีรองเรยี ก ambulacral groove ภายในรองจะมเี ทาทอทีเ่ รยี กวา tube feet ยืน่ ออกมา ชว ยในการเคลื่อนท่ี การเคล่อื นท่ีควบคุมดวยการ ไหลของน้ำตามทอ ซงึ่ เชื่อมจากแนววงกลมตรงกลางลำตัวไปยังแฉกแตละแฉก มเี พศผูและเมียแยกกัน การปฏสิ นธิ เกดิ ข้นึ ภายนอกรางกาย (รปู ที่ 16)
รปู ท่ี 16 โครงสรา งของดาวทะเล (ท่มี า http://www.biog1105- 1106.org/labs/deuts/media/echinowatervasc.jpg) 9 ไฟลมั คอรด าตา (Phylum Chordata) ลกั ษณะประจำไฟลัมคือ จะตองมี notochord เปนแกนค้ำจุนรางกายในชวงใดชวงหน่ึงของชีวติ โดย notochord น้ีอาจหายไปหรือปรากฏอยตู ลอดชวี ติ ก็ได มชี องเหงอื ก (Gill slit) อยูท่ีผนงั คอหอย (Pharynx) ในชวงใดชวงหน่ึง ของชีวติ ซ่งึ หากสิ่งมีชีวติ ใดในกลมุ นี้ดำรงชีวิตในน้ำชอ งน้จี ะปรากฏตลอดชวงชีวิต หากดำรงชีวติ บนบก ชองเหงือก จะปด เม่ือเจรญิ เติบโตขึ้น ระบบทางเดินอาหารสมบรู ณ ตัวอยา งสตั วประจำไฟลัม แอมฟออกซัสปลา แอมฟออกซัส (Amphioxus) จดั อยูใ น ซับเซฟาโลคอรดาตา (Subphylum Cephalochordata) เปนส่ิงมชี วี ิตขนาดเลก็ รูปรางคลา ยปลา มลี ำตัวใส มี notochord อยทู างดา นหลังของลำตวั ตลอดชว งชีวติ ไมมี กระโหลกหุม ศีรษะ ไมมีขากรรไกรมเี อนโดสไทล (endostyle) เปน อวัยวะอยูดานหนา ทำหนา ที่สรา งเมือกเพ่ือดัก จับอาหารท่ีตดิ มากบั น้ำมีชองเหงอื กเห็นชดั เจน มีทางเดินอาหารแบบสมบูรณ (รูปที่ 17)
รูปที่ 17 โครงสรางของ Amphioxus (ท่มี า Campbell and Reece, 2002) เอกสารอา งอิง • Reece, J., Urry, L. a., Cain, M. L., Wassserman, S. A., Minorsky, P. V. and Jackson, R. B. 2011. Campbell Biology. 9th edition. Pearson education, Inc. USA. 1309 pp. • Campbell, N. A. and Reece, J. B. 2002. Biology. 6th edition. Benjamin Cummings. USA. 1247 pp.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104