Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แนวทางการจัดการ ทวิ

แนวทางการจัดการ ทวิ

Published by wichai.kum, 2020-08-07 03:14:03

Description: แนวทางการจัดการ ทวิ

Search

Read the Text Version

๓.๑.๔ ร่วมเสนอแนะแนวทางการดาเนินงาน ร่วมประชุม วางแผน จัดระบบ ระเบียบ และ จัดกิจกรรมอื่น ๆ ตามท่ีทั้งสองฝุายจะให้ความช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนากาลังคนอย่างมี ประสิทธภิ าพและให้การดาเนนิ งานบรรลตุ ามวตั ถุประสงคข์ องข้อตกลงความร่วมมือ ๓.๒ ความรบั ผิดชอบของ “ผูด้ าเนนิ การฝกึ ” ๓.๒.๑ สนับสนุนด้านวิชาการโดยจัดให้บุคลากรทีม่ ีความรู้ ความสามารถ ในหน่วยงานร่วม จัดทาแผนการเรยี น แผนการฝึก พัฒนาสอื่ การเรียนการสอน สาขาวิชา.................. และสาขาวิชา......................ให้มี ความทนั สมยั และสอดคลอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงของวิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ รว่ มกับสถานศกึ ษา ๓.๒.๒ จัดผู้ควบคุมดูแลการฝึกอาชีพและ / หรือจัดครูฝึกเพื่อสอนงาน แนะนาให้คาปรึกษาแก่ ผูเ้ รียน ให้เป็นไปตามหลกั สตู รและรายงานผลการดาเนินงานใหฝ้ ุายบริหารรับทราบเป็นระยะ ๓.๒.๓ ประเมินผลการฝกึ อาชีพของผูเ้ รียน ตามหลกั สตู ร ๓.๒.๔ ออกใบรับรองให้แก่ผเู้ รียนท่ีผา่ นเกณฑต์ ามหลักสูตร ๓.๒.๕ ให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการตา่ ง ๆ ตามข้อตกลง ๓.๒.๖ ร่วมประชุม วางแผน จัดระบบ กาหนดระเบียบ ปรับปรุงหลักสูตร เสนอแนะแนวทาง การดาเนินงาน ประเมินผลและอ่ืน ๆ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนากาลังคนที่ครบวงจรเข้าสถานประกอบการอย่างมี ประสิทธิภาพ และให้การดาเนินงานบรรลุตามวตั ถปุ ระสงค์ของข้อตกลงความร่วมมือ ๓.๒.๗ จัดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญบรรยายให้ความรู้ ความเข้าใจ และอานวยความสะดวกในการ เขา้ ศกึ ษาดูงานดา้ นเทคนคิ วธิ กี ารต่าง ๆ สนับสนุนสถานท่ีเข้าฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติงานของครูและผู้เรียน ในหน่วยงาน สงั กดั สถานศกึ ษา ขอ้ ๔. ระยะเวลาความร่วมมือบนั ทกึ ข้อตกลงนม้ี ีผลนบั ตั้งแต่ท้ังสองฝุายไดล้ งช่ือในบนั ทึกความรว่ มมอื ต้ังแต่วันท่ี ...........................ถึงวันที่......................................... เป็นระยะเวลา…………………………ปี ขอ้ ๕. การเปล่ยี นแปลงและการยกเลกิ บนั ทกึ ข้อตกลง หากฝุายใดฝุายหน่ึง หรือท้ังสองฝุายมีความประสงค์จะแก้ไขรา ยละเอียดในบันทึกข้อตกลง ให้แจ้งอีกฝุายหนึ่งทราบ และเม่ือท้ังสองฝุายพิจารณาตกลงเห็นชอบร่วมกันในการแก้ไข ให้จัดทาเป็นบันทึกความ ร่วมมือเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษร และให้มีผลบังคับใช้นับต้ังแต่วันท่ีทั้งสองฝุายได้ลงชื่อในบันทึกความร่วมมือ เพิ่มเติมนั้น หากฝุายใดฝุายหนึ่ง หรือท้ังสองฝุายมีความประสงค์จะยกเลิกบันทึกข้อตกลง ให้แจ้งอีกฝุายหน่ึงทราบ ลว่ งหนา้ เปน็ ลายลักษณ์อกั ษรมีระยะเวลาไม่นอ้ ยกวา่ .......วัน (จานวนวนั เปน็ ตัวอกั ษร) ข้อ ๖. การแสดงเจตนารมณแ์ ละความต้ังใจของท้ังสองฝา่ ย เพอื่ เปน็ การแสดงเจตนารมณ์และความต้ังใจของท้ังสองฝาุ ย ในการดาเนนิ งานตามบนั ทึกความร่วมมือนี้จึงได้ ลงชื่อร่วมกัน เมื่อวันที่ ................................................... ณ .................................................. .......(ชอ่ื สถานศกึ ษา).............. ..........(ชอ่ื สถานประกอบการ)........... ลงชื่อ ............................................................. ลงชื่อ.......................................................... (............................................................) (........................................................) ผู้อานวยการ...(ชอ่ื สถานศกึ ษา).............. ผู้ดาเนินการฝกึ ............................................. ลงช่ือ ...................................................พยาน ลงช่อื .................................................พยาน (.................................................) (................................................) รองผ้อู านวยการวิทยาลัย(..............................) ....พยานฝาุ ยสถานประกอบการ... แนวทางปฏิบัตกิ ารจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 47 เรอื่ งมาตรฐานการจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๖.๔ ใหผ้ ู้เรียนท�าสัญญาการฝกึ อาชพี กบั สถานประกอบการ การจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคเี พ่อื ใหส้ ถานประกอบการ ผเู้ ขา้ รบั การฝกึ มคี วามเขา้ ใจ ตรงกัน ปอ้ งกนั ปญั หาทอี่ าจเกิดขน้ึ ในอนาคต สถานศกึ ษาดา� เนนิ การใหส้ ถานประกอบการและผูเ้ รยี นรวมถงึ ผู้ปกครองได้ลงนามในสัญญาการฝึกอาชีพ เพือ่ ใช้เป็นหลักฐานแสดงถึงความเข้าใจร่วมกันของทัง้ สองฝ่าย โดยสัญญาการฝกึ อาชพี ดงั กลา่ วอาจมีการเปลย่ี นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม ท้ังน้ขี น้ึ อยกู่ บั ขอ้ พจิ ารณาและ ข้อตกลงรว่ มกันระหวา่ งสถานศึกษา ผูป้ กครอง ผู้เรียนกับสถานประกอบการ 48 แนวทางปฏบิ ัตกิ ารจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตรา ตัวอยา่ ง 9 สถาน ประกอบการ สัญญาการฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ ทา� ท.ี่ ................................................................ วันที่................................ พ.ศ........ สญั ญาฉบบั น้ีท�าขน้ึ ระหวา่ ง.........(ชอ่ื สถานประกอบการ)......................................................................... โดย..........(ชือ่ ผู้แทนสถานประกอบการ)..........ผู้มีอ�านาจทา� การแทน...(ชื่อหน่วยงาน/สถาน ประกอบการ)............... ตั้งอยู่เลขท.ี่ ........หมู่ท.ี่ .......ถนน.................ต�าบล/แขวง...............อ�าเภอ/เขต.......... จงั หวดั ................โทรศพั ท.์ .............โทรสาร........................Email……………………………...........................…………… ซ่ึงตอ่ ไปในสญั ญานีเ้ รียกวา่ “ผู้ด�าเนินการฝกึ ” ฝ่ายหน่ึง กบั นาย/นางสาว………..............ผู้เรยี นระดบั ❑ ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) ❑ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูง (ปวส.) ❑ ปริญญาตรี (ชอ่ื สถานศกึ ษา / สถาบัน)...............................................................สงั กดั สา� นกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา เกิดวันท.ี่ ........เดือน...........พ.ศ.........อาย.ุ ......ปี อยู่บ้านเลขที.่ ..........หมู่ที.่ ..... ถนน...........ต�าบล/แขวง............ อา� เภอ/เขต..................จงั หวดั ...............โทรศพั ท.์ ..................โทรสาร............Email………………............ซ่ึงต่อไปนี้ ในสญั ญาเรยี กวา่ “ผเู้ รยี น” หรอื เปรยี บเสมือนพนกั งานฝกึ หดั ของสถานประกอบการอกี ฝา่ ยหนง่ึ คสู่ ญั ญาไดต้ กลง กนั ท�าสัญญามีรายละเอียดดงั ต่อไปนี้ ข้อ ๑ ผดู้ า� เนินการฝกึ ยินยอมรบั ผเู้ รยี นเข้าทา� การฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ และผูเ้ รยี นยินยอม เข้ารบั การฝึกอาชพี ตามหลกั สูตร ❑ ประกาศนียบัตรวชิ าชพี (ปวช.) ❑ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.) ❑ ปริญญาตรี สาขาวชิ า.........................................ณ.....(ชอื่ สถานประกอบการ)........... ตงั้ อยู่เลขท่ี .............. หม่ทู ่ี......ถนน .....................ตา� บล/แขวง...................... อ�าเภอ/เขต................................จังหวดั ....................... โทรศัพท.์ ...................โทรสาร....................Email………….............ซึ่งเป็นสถานประกอบการของผดู้ า� เนินการฝกึ ตงั้ แตว่ นั ที.่ .......เดอื น..........................พ.ศ. ................ ถงึ วนั ท่ี........เดือน.......................พ.ศ. .............. พร้อมทงั้ จดั ทา� ทะเบียนประวัติผูเ้ รยี นไวเ้ ปน็ หลกั ฐานตามมาตรา ๑๒ แหง่ พระราชบญั ญตั ิส่งเสรมิ การพฒั นาฝมี อื แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อ ๒ ผดู้ า� เนินการฝกึ จะจดั สถานท่ีเรยี นท่ีเหมาะสม ปลอดภยั และถกู สขุ ลกั ษณะ จดั ครฝู กึ หรอื ผคู้ วบคมุ การฝกึ ในสถานประกอบการท่มี คี วามรู้ ความสามารถ จดั เคร่อื งมือ วสั ดแุ ละอปุ กรณส์ �าหรบั การฝกึ เพอ่ื ฝกึ อาชพี ให้แก่ผ้เู รียนตลอดระยะเวลาตามข้อ ๑ ให้สอดคล้องกับรายวิชาและสมรรถนะของการเรียนรู้ตามหลักสูตรและ เหมาะสมกบั สภาพรา่ งกายของผเู้ รยี นแผนการฝกึ โดยผเู้ รยี นไมต่ อ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยใด ๆ ท้งั ส้นิ ใหก้ บั ผดู้ �าเนนิ การฝกึ แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 49 เรือ่ งมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ข้อ ๓ ผดู้ �าเนนิ การฝกึ จะจา่ ยเบย้ี เล้ียงให้ผ้เู รียนในอัตราไม่นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๕๐ ของอัตราค่าจา้ งขั้นตา�่ สูงสุด ตามกฎหมายคา่ จา้ งขัน้ ตา�่ ทีใ่ ช้ในขณะนน้ั ตามจา� นวนวนั ทรี่ ับการฝึกอาชีพจรงิ อย่างน้อยเดือนละ ๑ ครง้ั จดั ท�าประกัน อบุ ตั เิ หตุจากการฝกึ ใหแ้ กผ่ เู้ รียนทเี่ ขา้ รบั การฝึกอาชพี ให้ได้รับประโยชนไ์ มน่ อ้ ยกวา่ ทกี่ ฎหมายก�าหนดวา่ ดว้ ยเงนิ ทดแทน ข้อ ๔. ผเู้ รยี นจะตอ้ งไมน่ �าเอาความลบั เก่ยี วกบั ผลประโยชนข์ องผดู้ �าเนนิ การฝกึ ไปเปดิ เผย จะไมก่ ระท�าความ เสยี หายใด ๆ แกผ่ ดู้ �าเนินการฝกึ หากผรู้ บั การฝกึ กระท�าการโดยเจตนาหรอื ประมาทเลนิ เลอ่ จนไดร้ บั อุบตั เิ หตใุ นขณะท่ีรบั การฝกึ อาชพี อยใู่ นสถานประกอบการหรอื เกดิ ความเสยี หายแกผ่ ดู้ า� เนนิ การฝกึ เสอ่ื มเสยี ช่อื เสยี ง ตลอดจนไมแ่ สวงหาผล ประโยชนเ์ ปน็ การสว่ นตวั โดยอาศยั หนา้ ท่ีการงานท่ที า� กบั ผดู้ า� เนนิ การฝกึ ผเู้ รยี นและผปู้ กครอง ผใู้ หค้ วามยินยอม รวมถงึ บิดา– มารดาของผูเ้ รยี นและการฝึกอาชีพจะไมเ่ รยี กรอ้ งค่าชดเชยสินไหมใด ๆ ทัง้ สิ้น ไมว่ ่าจะเป็นกฎหมายทางคดแี พ่ง และทางคดอี าญากับผู้ด�าเนนิ การฝกึ และสถานศึกษา และผเู้ รยี นยนิ ยอมชดใช้คา่ เสยี หายใหแ้ กผ่ ู้ด�าเนนิ การฝึกตามทเ่ี สยี หายจริง โดยความเหน็ ชอบของผดู้ า� เนินการฝกึ และสถานศกึ ษาพจิ ารณารว่ มกัน ขอ้ ๕ ผดู้ า� เนินการฝกึ จะใหก้ ารฝกึ แกผ่ เู้ รยี นอายไุ มต่ ่�ากวา่ ๑๕ ปบี รบิ รู ณ์ ในกรณที ่ีไมเ่ ปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ ไมเ่ กินวนั ละ ๘ ช่วั โมง มเี วลาพกั ในแต่ละวนั อย่างน้อย๑ชั่วโมง หลังไดร้ บั การฝกึ ตดิ ตอ่ กันไมเ่ กิน ๔ ชว่ั โมง และมีวนั หยดุ ประจา� สปั ดาห์อยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ ๑ วนั โดยวนั หยุดมีระยะหา่ งไมเ่ กิน ๖ วนั และยนิ ยอมให้ผูเ้ รยี นไปศึกษา และเข้า ร่วมกิจกรรมตามทส่ี ถานศกึ ษาตน้ สังกัดกา� หนด ขอ้ ๖ ผู้ด�าเนินการฝึกจะใหก้ ารฝกึ แก่ผู้เรียนอายุไม่ต�่ากว่า ๑๘ ปีบรบิ รู ณ์ ในกรณีทีเ่ ป็นอนั ตรายต่อสุขภาพ (ตอ้ งไมใ่ ห้การฝกึ กับผ้รู บั การฝกึ ทเี่ ป็นหญิง) ไมเ่ กินวันละ ๗ ช่ัวโมง มเี วลาพักในแต่ละวันอย่างน้อย ๑ ชัว่ โมง หลังได้รับ การฝกึ ตดิ ต่อกันไมเ่ กนิ ๔ ชวั่ โมง และมวี ันหยุดประจา� สปั ดาหอ์ ยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ ๑ วัน โดยวันหยุดมีระยะหา่ งไมเ่ กิน ๖ วนั และยินยอมใหผ้ ู้เรยี นไปศึกษาและเขา้ ร่วมกจิ กรรมตามทสี่ ถานศึกษาตน้ สังกัดก�าหนด ข้อ ๗ ในระหว่างการฝึกผู้เรียนมีสิทธิหยุดตามประเพณีของสถานประกอบการนัน้ ๆ หากมีความจ�าเป็นจะ ต้องลาหยดุ ด้วยเหตใุ ด ๆ ผู้เรยี นสามารถลาหยดุ ไดต้ ามความเป็นจริงรวมกนั ไม่เกนิ วนั ลาในหลักสูตร กรณีลาปว่ ยตดิ ต่อ กนั ตัง้ แต่ ๓ วัน ข้นึ ไปจะตอ้ งมีใบรับรองแพทยแ์ ผนปัจจุบันชั้นหน่งึ มาแสดง ข้อ ๘ ผู้เรียนจะต้องตั้งใจฝึกฝน เอาใจใส่ในการฝึกอาชีพในสถานประกอบการเต็มก�าลังความสามารถ จะ เชื่อฟังครูฝึกหรือผู้ควบคุมการเรียนในสถานประกอบการ โดยยนิ ยอมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของผู้ดา� เนินการฝึก ทุกประการ หากผเู้ รียนฝ่าฝนื ระเบยี บ ข้อบังคบั ของผู้ดา� เนนิ การฝึก ซึ่งถือวา่ เป็นความผดิ อยา่ งร้ายแรงตามระเบียบขอ้ บังคบั ของผูด้ า� เนินการฝึก ผดู้ า� เนินการฝึก สามารถบอกเลกิ สัญญาฉบบั น้ไี ด้ทันที 50 แนวทางปฏบิ ัติการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ข้อ ๙ ผดู้ า� เนินการฝกึ ตอ้ งออกหนงั สอื รบั รองใหแ้ กผ่ เู้ รยี นเม่อื สา� เรจ็ การฝกึ แลว้ ภายใน ๑๕ วนั นบั แตว่ นั ส้นิ สดุ การฝึกอาชพี แล้วแจง้ ใหส้ ถานศึกษา ทราบ สัญญานที้ า� ขึน้ เป็น ๓ ฉบบั มขี ้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาได้อ่านและเข้าใจความโดยตลอดแล้ว จึงได้ลงช่อื ไว้เป็นหลักฐาน ลงช่อื ……………….............…… ผ้ดู า� เนินการฝึก ลงช่ือ…………….……......…………. ผเู้ รยี น/ผรู้ ับการฝกึ อาชีพ (………………………..….…) (……………….....…………….) (ชื่อสถานประกอบการ) (ผูเ้ รียน) ลงช่อื ………..………………..…….... สถานศึกษา ลงชอ่ื ………………..………….…………. ผใู้ ห้ความยินยอม (…………………………………) (………………..………………….) (ผอู้ า� นวยการสถานศึกษา) (ผปู้ กครอง) ลงชอ่ื ……………………..……………. พยาน ลงช่อื ………..….…………….……………. พยาน (……………………..……………) (…………………….…..……………) (หวั หนา้ แผนกวิชา/ครทู ี่ปรกึ ษา) (หวั หนา้ งานอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี) แนวทางปฏบิ ตั ิการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 51 เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอย่าง ๑๐ สญั ญาการฝกึ เตรยี มเข้าทางาน เขียนที่ วันที่ สัญญานท้ี าขนึ้ ระหวา่ ง (ชื่อสถานประกอบกิจการ) โดย (นาย,นาง,นางสาว) ผู้มีอานาจกระทาการแทน ประกอบกิจการ จานวนลกู จา้ ง คน ชาย คน หญงิ คน ตัง้ อย่เู ลขท่ี หมู่ท่ี ตรอก / ซอย ถนน ตาบล / แขวง อาเภอ / เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ดาเนินการการฝึก” ฝุายหน่ึงกับ (ชือ่ ผู้รับการฝึกเตรียมเข้าทางาน) อายุ ปี อย่บู ้านเลขท่ี หมทู่ ี่ ตรอก / ซอย อาเภอ / เขต จงั หวัด รหสั ไปรษณีย์ โทรศัพท์ โทรสาร ซึ่งตอ่ ไปนจ้ี ะเรยี กว่า “ผู้รับการฝึก” อีกฝุายหน่งึ ทั้งสองฝุายตกลงกันทาสญั ญาการฝึก มีสาระสาคญั ดังตอ่ ไปน้ี 1. “ผู้ดาเนินการฝึก” ตกลงรับ “ผ้รู บั การฝึก” เข้าฝกึ งานในสาขาอาชีพ หลักสูตร ระยะเวลาฝึก ต้งั แต่วนั ที่ ถึง ณ (สถานที่ฝึก) 2. “ผู้รับการฝึก” จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับหรือระเบียบเก่ียวกับการฝึกตามท่ี “ผู้ดาเนินการฝึก” กาหนดไว้ตามท่ี “ผูด้ าเนินการฝึก” ติดประกาศไว้ ณ สถานท่ีฝกึ 3. ในวันที่ทาการฝึกให้ “ผู้ดาเนินการฝึก” จัดให้ “ผู้รับการฝึก” ฝึกงานไม่เกินวันละ 8 ช่ัวโมง กรณีเป็นการฝึกในงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือร่างกายของผู้รับการฝึก ตามกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองแรงงานให้ “ผดู้ าเนินการฝกึ ” จดั ให้ “ผู้รบั การฝกึ ” ฝึกงานไม่เกินวันละ 7 ชวั่ โมง 4. ในวนั ท่ที าการฝึกให้ “ผูด้ าเนินการฝึก” จัดให้ “ผู้รับการฝึก” มีเวลาพักติดต่อกันไม่น้อยกว่า วันละหนึง่ ชั่วโมงหลังจาก “ผู้รับการฝกึ ” ได้ฝึกในวนั นน้ั มาแล้วไม่เกินสีช่ วั่ โมง 5. “ผู้ดาเนินการฝึก” ต้องจัดให้ “ผู้รับการฝึก” มีวันหยุดประจาสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ หน่ึงวนั 6. “ผ้ดู าเนินการฝึก” จะจ่ายเบี้ยเลีย้ งให้ “ผู้รับการฝึก” ตามจานวนวันฝึกในอัตราวันละ บาท 7. “ผู้ดาเนนิ การฝกึ ” จะจดั สวัสดกิ ารให้ “ผูร้ ับการฝึก” ดังตอ่ ไปน้ี (1) (2) (3) (4) 52 แนวทางปฏิบตั กิ ารจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

แต่ไมเ่ กนิ 8. ในระหว่างการฝกึ “ผู้ดาเนนิ การฝกึ ” ยินยอมให้ “ผู้รับการฝึก” ลาปุวยได้ตามความเป็นจริง วนั / ปี ลากจิ ไมเ่ กิน วนั / ปี 9. สญั ญาการฝึกเป็นอันสนิ้ สุดตามเง่อื นไขดงั นี้ (1) เมอ่ื จบการฝกึ อบรมตามหลักสูตร (2) เมอ่ื ฝุายใดฝาุ ยหนึง่ ทาผดิ สญั ญา หรือ “ผู้รับการฝึก” ฝุาฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับ การฝึก ซ่งึ ถอื เปน็ ความผิดอยา่ งร้ายแรง 10. “ผู้ดาเนินการฝึก” จัดทาประกันอุบัติเหตุจากการฝึกให้แก่ “ผู้รับการฝึก” โดยให้ได้รับ ประโยชน์ไม่น้อยกว่าทีก่ าหนดในกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน หาก “ผู้ดาเนินการฝึก” ไม่ได้จัดทาประกันอุบัติเหตุ ใหแ้ ก่ “ผู้รับการฝึก” กรณีท่ี “ผู้รับการฝึก” ประสบอันตรายหรือเจ็บปุวยหรือทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตาย อันเน่ืองจากการฝึก “ผู้ดาเนินการฝึก” จะจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ “ผู้รับการฝึก” น้ันตามกฎหมายว่าด้วยเงิน ทดแทน 11. เมื่อ “ผู้รับการฝึก” ฝึกครบตามหลักสูตรและผ่านเกณฑ์การวัดผลแล้ว “ผู้ดาเนินการฝึก” ตอ้ งออกหนงั สือรบั รองว่าเปน็ ผสู้ าเร็จการฝกึ ให้แก่ “ผูร้ ับการฝกึ ” 12. “ผู้รับการฝึก” ที่สาเร็จการฝึก จะต้องเข้าทางาน “ดาเนินการฝึก” กรณีที่ “ผู้ดาเนินการ ฝึก” ประสงค์จะให้ “ผู้รับการฝึก” เข้าทางาน หาก “ผู้รับการฝึก” ไม่ยินยอมเข้าทางาน “ผู้รับการฝึก จะต้อง จ่ายเงินให้ “ผู้ดาเนินการฝึก” ตามจานวนที่ “ผู้ดาเนินการฝึก” ได้เสียไปเป็นค่าใช้จ่าย ในการฝึกอบรมหลักสูตรนั้น โดยเฉล่ยี ตอ่ คน 13. “ผรู้ ับการฝึก” ท่ีเป็นผู้เยาว์จะต้องได้รับความยินยอมจากบิดาหรือมารดาหรือผู้ปกครองหรือ บุคคลซ่ึงรับผู้เยาว์นั้นไว้ในความปกครองหรืออุปการะเลี้ยงดูหรือบุคคลซ่ึงผู้เยาว์นั้นอาศัยอยู่ โดยลงชื่อให้ความ ยินยอมตามแบบแนบทา้ ยสัญญานี้ หนังสือสัญญาน้ีทาข้ึนเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน คู่สัญญาทั้งสองฝุายได้อ่านและเข้าใจข้อความ โดยตลอดและขอรบั รองว่าถูกต้องตามเจตนารมณข์ องท้ังสองฝาุ ย จึงลงลายมอื ชอ่ื ไว้เป็น หลักฐานตอ่ หน้าพยาน ลงชอ่ื ผดู้ าเนินการฝึก ( ) ผูร้ ับการฝกึ ลงชือ่ ) ( ผู้ใหค้ วามยนิ ยอม ) (กรณผี รู้ ับการฝึกเป็นผเู้ ยาว์) ลงชอ่ื พยาน ( ) พยาน ลงชอ่ื ) ( ลงช่อื ( แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 53 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๖.๕ ทาแผนการเรียน แผนการฝึกอาชีพและแผนการนิเทศรว่ มกับสถานประกอบการตลอดหลกั สูตร แผนการฝึกอาชีพ หมายถึง แผนงานของครูฝึกเพื่อเตรียมการฝึกอาชีพให้กับผู้เรียนระบบทวิภาคี มีความรู้ ความสามารถในอาชพี ตรงตามวัตถุประสงคแ์ ละเปูาหมายทีส่ ถานประกอบการกาหนดไว้ โดยสอดคล้องกับสมรรถนะ วิชาชีพและรายวิชาในหลกั สตู ร การเขียนแผนการฝกึ อาชีพ แผนการฝกึ มี ๒ ประเภท คือ ๑. แผนการฝกึ ตลอดภาคเรยี นเพื่อทราบว่า ๑.๑ ผ้เู รียนจะฝกึ อาชพี หน่วยงานใดบ้างจานวนก่ีคน ๑.๒ เป็นระยะเวลาเทา่ ไร (จากวันทเี่ ทา่ ไรถึงวันท่ีเทา่ ไร ) ๑.๓ ครบตามสมรรถนะทีก่ าหนด ๒. แผนการฝกึ รายหน่วยเพื่อทราบว่า ๒.๑ เน้ือหาท่ตี อ้ งสอนงานให้ผเู้ รยี น ๒.๒ การจดั เตรยี มสิง่ ต่าง ๆ เช่น ตารางงานประจาวัน วสั ดุ อปุ กรณ์ สอื่ เพ่ือการเรยี นรงู้ านและ ฝึกอาชพี (On the job training) ๒.๓ การกาหนดเกณฑ์การประเมนิ ผล แนวทางการจดั แผนการฝึก ๑. ศึกษาสมรรถนะท่กี าหนด ๒. เลือกงานทีส่ อดคล้องตรงกบั สมรรถนะท่ีกาหนด ๓. วเิ คราะห์หน้าที่ (วเิ คราะห์งานหลัก งานย่อยและระยะเวลาในการเรียนร)ู้ ๔. กาหนดจุดประสงค์ งานย่อย ๕. จัดทาเกณฑ์การประเมินสมรรถนะตามจุดประสงคท์ ่ีกาหนด 54 แนวทางปฏิบัตกิ ารจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

แนวทางการจดั แผนการฝกึ อาชีพ ศึกษาสมรรถนะทก่ี า� หนด เลอื กงานทส่ี อดคลอ้ งกับสมรรถนะที่ก�าหนด วิเคราะห์งาน งานหลกั จดุ ประสงค์การฝกึ งานยอ่ ย จดั ทา� เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะ ระยะเวลา ขอ้ มูลที่ควรทราบ ในการจัดทาแผนการฝึกอาชพี ๑. ระดบั การศกึ ษา (ปวช. / ปวส.) และสาขางาน ๒. จานวนของผู้เรยี นฝึกอาชพี ของแตล่ ะสาขางาน ๓. ระยะเวลาการฝกึ อาชีพ (จานวนภาคเรียน, จานวนสัปดาห์, จานวนวันฝกึ /สปั ดาห์) ๔. สมรรถนะท่กี าหนด ๕. การประเมินผล ๕.๑ จดั ให้มีการประเมนิ ๓ ดา้ น คือ ๕.๑.๑ ความรู้ (Knowledge) ๕.๑.๒ ความสามารถ (Skill) ๕.๑.๓ ทศั นคติ (Attitude) ๕.๒กาหนดสดั ส่วนคะแนนของแต่ละดา้ น ไดแ้ ก่ - ความรู้ ๓๐ คะแนน ความสามารถ ๕๐ คะแนน พฤตกิ รรม ๒๐ คะแนน - ความรู้ ๓๐ คะแนน ความสามารถ ๖๐ คะแนน พฤติกรรม ๑๐ คะแนน - ความรู้ ๒๐ คะแนน ความสามารถ ๖๐ คะแนน พฤติกรรม ๒๐ คะแนน - ความรู้ ๑๐ คะแนน ความสามารถ ๗๐ คะแนน พฤตกิ รรม ๒๐ คะแนน แนวทางปฏิบตั กิ ารจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 55 เรือ่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตวั อยา่ งการกาหนดสดั ส่วนการประเมินผลการฝกึ อาชพี ๑.ผ้ปู ระเมินผล สถานประกอบการและสถานศกึ ษา ๒. สดั ส่วนการประเมนิ ผล ๒.๑ สถานประกอบการ ๗๐ คะแนน ครูฝึกประเมนิ สมรรถนะ = ๕๐ คะแนน ครฝู ึกประเมนิ พฤตกิ รรม = ๑๐ คะแนน ครูฝกึ ประเมินรายงานประจาหน่วยฝึก = ๑๐ คะแนน ๒.๒ สถานศึกษา ๓๐ คะแนน ครปู ระจาวชิ าฝึกอาชีพประเมินต่อไปน้ี = ๒๐ คะแนน ๑.รายงานสรปุ (Summary Report) = ๑๐ คะแนน (มี Small Report ทุกหนว่ ยฝกึ เปน็ ภาคผนวก) ๒. การนาเสนอ (Presentation) การทารายงานประจาหน่วยฝกึ (Small Report) เพื่อให้ผู้เรียนได้สรุปผลการปฏิบัติงานของตนเองในแต่ละหน่วย จึงกาหนดให้ผู้เรียนต้องเขียนรายงาน ประจาหนว่ ยฝึก (Small Report) ส่งครฝู กึ ทกุ หนว่ ยฝึก หัวข้อทีก่ าหนดในรายงาน Small Report เสนอแนะไว้ดังนี้ (สามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยความเห็นชอบ ร่วมกันในทปี่ ระชุมครฝู กึ ) ๑. หน่วยฝึกที่......................ชื่อหน่วย................................................ ๒. สถานที่ฝกึ อาชีพ ๓. ความรทู้ ีไ่ ดร้ บั จากการฝกึ อาชพี (ครบทกุ เนื้อหาที่ได้รบั การฝึก) ๔. ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากการฝกึ อาชีพ ๕. ข้อเสนอแนะอ่นื ๆ ที่ไดร้ ับจากการฝกึ อาชีพเพื่อพฒั นาการฝึกอาชีพในรนุ่ ต่อไป 56 แนวทางปฏบิ ตั ิการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

หลกั ารจดั ท�าแผนการฝกึ อาชีพ จากการมีนโยบายการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ใหส้ ถานศกึ ษาด�าเนนิ การรว่ มกบั สถานประกอบการ เพื่อด�าเนนิ การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เรื่อง “มาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี” โดยการมีส่วนร่วมกับผู้เกีย่ วข้องของทุกฝ่าย คือ สถานศกึ ษา เชน่ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ครผู สู้ อน ครนู ิเทศ บคุ ลากรสนับสนนุ การศกึ ษาท่เี ก่ยี วขอ้ ง สถานประกอบการ เช่น ผ้บู ริหาร ผคู้ วบคุมการฝึกอาชพี ครูฝึก ซ่งึ บุคคลดังกลา่ วขา้ งตน้ จา� เป็นจะต้องมีการวางแผนการจดั การร่วมกัน ทเี่ ปน็ หวั ใจสา� คญั ของระบบทวิภาคี คอื แผนการฝึกอาชีพ ดังน้นั ในการจัดทา� แผนการฝึกอาชีพ จึงจา� เป็นจะต้อง สรา้ งความเข้าใจใหต้ รงกันทกุ ฝา่ ย ความหมายของแผน (Plan) หมายถงึ การกา� หนด องคป์ ระกอบการดา� เนินการดา้ นตา่ งๆ ท่จี ะทา� ใหน้ โยบาย ขององค์กร หน่วยงาน ทีมงานฯ บรรลวุ ัตถุประสงค์ทกี่ า� หนดไว้ เพื่อการนา� แผนไปสู่การปฏิบตั ิ (Action Plane) ของแต่ละนโยบาย มาดา� เนินการให้บรรลุตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ (KPI : Key Preferment Indicators) โดยตรงกา� หนด หน่วยงานหรือบุคคลท่ีรบั ผดิ ชอบ และวิธีการด�าเนินการแต่ละขัน้ ตอนชดั เจน ความหมายของการฝึกอาชีพ (Occupationl Training) หมายถึง กระบวนการจัดการเรียนรู้อย่าง เปน็ ระบบเพอื่ สรา้ งหรอื เพ่มิ พูนความรู้ (knowledge) ทกั ษะ (skill) ความสามารถ (ability) และเจตคติ (attitude) ของบุคลากร อันจะช่วยปรบั ปรงุ ให้การปฏบิ ัตงิ านมปี ระสิทธภิ าพสูงข้นึ (Goldstein, ๑๙๙๓) ดงั น้ัน การฝึกอบรม จงึ เปน็ การดา� เนินโครงการ/กจิ กรรม เพอ่ื ชว่ ยใหพ้ นกั งานมสี มรรถนะการทา� งานสงู ข้นึ เชน่ เปน็ หวั หนา้ งานท่ีสามารถ บริหารงานและบริหารผู้ใต้บงั คับบัญชาได้ดีขึ้น หรือเป็นช่างเทคนคิ ทีม่ ีความสามารถในการซ่อมแซมเครื่องจักร ไดด้ ขี นึ้ เปน็ ต้น อาชีพ (Occupationl) หมายถงึ การดา� เนินกจิ กรรมตา่ งๆ ท่ตี อ้ งการใชท้ ักษะดา้ นใดดา้ นหน่งึ หรอื หลายๆ ด้านท่ีทา� ให้เกดิ ผลงานและกอ่ ใหเ้ กิดหารายไดท้ ีส่ ุจรติ เพอ่ื การดา� เนนิ ชีวิตอาจท�าเป็นประจ�าหรือไมป่ ระจา� กไ็ ด้ ความหมายของการฝกึ อาชีพ (Occupationl Training Plan) หมายถึง การกา� หนดองค์ประกอบการ ดา� เนนิ การดา้ นตา่ งๆ ท่จี ะทา� ใหก้ ารฝกึ อบรมดา้ นอาชพี ขององคก์ ร หนว่ ยงาน บรรลุตามวตั ถปุ ระสงคด์ า้ นตา่ งๆ เชน่ ความรู้ (knowledge) ทักษะ (skill) ความสามารถ (ability) และเจตคติ (attitude) เพื่อการนา� ไปประกอบอาชีพ ตามเกณฑค์ วามส�าเรจ็ ของการฝกึ ทต่ี ัง้ ไว้ (KPI : Key Preferment Indicators) โดยมกี ารกา� หนดหน่วยงานทีจ่ ะฝกึ (Where) ระยะเวลาการฝกึ (When) บคุ คลท่ีรบั ผดิ ชอบและเกย่ี วขอ้ งกบั การฝกึ (Who) และวธิ กี ารดา� เนินการแตล่ ะ ขนั้ ตอนอย่างชัดเจน (Why) และผลท่ีไดจ้ ากการฝกึ (How to) แผนการฝกึ อาชีพ หมายถงึ เอกสารท่คี รฝู กึ ในสถานประกอบการ (รว่ มกบั ครใู นสถานศกึ ษา) กา� หนดข้นั ตอน การพฒั นาผ้ฝู ึกอาชพี (ผู้เรียนระบบทวิภาค)ี ไวล้ ่วงหน้าตามหลกั การเรียนรแู้ ละฝกึ งานแบบฝกึ อาชีพ (On The Job Training) แผนการฝกึ อาชพี หมายถงึ เปน็ การจดั เตรยี มการอาชพี ไวล้ ว่ งหนา้ เปน็ ลายลกั ษณอ์ ักษร โดยครฝู กึ ในสถาน ประกอบการร่วมกับครูในสถานศึกษาจะก�าหนดขั้นตอนการพัฒนาผู้ฝึกอาชีพให้เกิดการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรม สอดคล้องกับสมรรถนะวิชาชีพและเป็นไปตามจุดประสงค์ของหลกั สูตร ตามสภาพของผู้ฝึกอาชีพ เครือ่ งมือ วัสดุ อุปกรณ์อย่างมีประสทิ ธิภาพ (สุชาติ กิจพิทักษ์ : การประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเครือข่ายสถานศึกษาและ สถานประกอบการเพอ่ื พฒั นาการจัดอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าค)ี แนวทางปฏิบัตกิ ารจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 57 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ความเชื่อมโยงงานในสถานประกอบการกับรายวิชาในสถานศกึ ษา การจัดทาแผนการฝกึ อาชพี ต้องทาการวเิ คราะห์งานท่เี ปน็ สมรรถนะอาชพี ในสถานประกอบการเพ่ือ เปรียบเทยี บกับสมรรถนะของรายวิชาตามหลักสูตรอาชีวศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์หน้าที่ (Functional Analysis) ซึง่ จะวิเคราะหเ์ ป็นระดบั ชนั้ ของหนา้ ที่โดยเร่ิมตน้ จากการหา ความมุ่งหมายหลัก ((Key Purposes) ของสาขาอาชพี แล้วแยกยอ่ ยเป็น บทบาทหลัก (Key Roles) แล้ววิเคราะห์บทบาทหลกั แตล่ ะบทบาทแยกย่อยเป็น หน้าท่ีหลัก (Key Functions) จากนัน้ วิเคราะหห์ น้าทหี่ ลกั แตล่ ะหนา้ ที่แยกย่อยเป็น หน่วยสมรรถนะ (Units of Competence) จากนน้ั จะวิเคราะห์หาหน่วยยอ่ ยสดุ ทา้ ยของแผนผงั แสดงหน้าที่คือ สมรรถนะย่อย (Elements of Competence) สาหรบั การเปรยี บเทยี บสมรรถนะอาชีพในสถานประกอบการจะนา หน้าทหี่ ลัก (Key Functions) หนว่ ยสมรรถนะ (Units of Competence) และสมรรถนะย่อย (Elements of Competence) หรอื ทักษะย่อย เปรยี บเทยี บกบั สมรรถนะรายวชิ า ตามหลักสูตรอาชวี ศึกษา ส่วนรายวิชาทวิภาคซี งึ่ ใหน้ าสมรรถนะย่อยของสถาน ประกอบนั้นๆ การมากาหนดเป็นสมรรถนะรายวิชาและคาอธบิ ายรายวิชาของสถานประกอบการท่ีตอ้ งการพฒั นาให้ เป็นเฉพาะของตนเองและใหส้ ามารถความเชอ่ื มโยงระหว่างสมรรถนะอาชีพในสถานประกอบการ กบั สมรรถนะ รายวชิ าในหลกั สูตร ตามล�าดบั ดงั นี้ สถานประกอบการ สถานศกึ ษา หนา้ ทห่ี ลัก (Key Function) หมวดวิชาทักษะวิชาชพี หนว่ ยสมรรถนะ 1 สมรรถนะย่อย ของหลักสูตร ปวช. ปวส. ป ตรี เกณฑ์ปฏบิ ตั ิงาน สมรรถนะรายวชิ า วิชากลมุ่ ทักษะวิชาชพี สมรรถนะย่อย เลือก/วิชาทวภิ าคี เกณฑ์ปฏบิ ัตงิ าน เกณฑ์ประเมินรายวชิ า วิชากลุม่ ทักษะวิชาชพี สมรรถนะรายวิชา เลอื ก/วชิ าทวิภาคี เกณฑ์ประเมนิ รายวิชา 58 แนวทางปฏิบัตกิ ารจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรื่องมาตรฐานการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๑. การกาหนดสมรรถนะของสถานประกอบการโดยใชก้ ารวเิ คราะหห์ นา้ ที่ (Functional Analysis) โดยปกตสิ ถานประกอบการที่ใช้ระบบ ISO 9000 ในการประกันคุณภาพจะมีข้อกาหนดหนา้ ท่ี (Function) ของสถานประกอบการ คาอธบิ ายงาน (Job Description) และข้นั ตอนการทางาน (Work Instruction) ซ่ึงเรา สามารถนามาเทียบกับสมรรถนะของหลักสตู รและรายวชิ าไดท้ ันทีจากนัน้ จดั ทาข้อกาหนดโมดลู เพอื่ นาไปจดั ทาเปน็ เคร่ืองมือประเมินสมรรถนะต่อไป ส่วนสถานประกอบการท่ียงั ไมม่ ีขอ้ กาหนดหน้าที่ คาอธิบายงานและขน้ั ตอนการ ทางาน จะต้องเริม่ วเิ คราะหห์ นา้ ทไ่ี ปจนถึงสดุ ทา้ ย ก่อนทีจ่ ะกล่าวถึงการวเิ คราะหห์ นา้ ที่จาเปน็ ตอ้ งเขา้ ใจคาว่า “สมรรถนะ” ก่อนเพ่ือให้สามารถวิเคราะห์สว่ น ตา่ งๆ ของงานในสถานประกอบการและสว่ นต่างๆ ของผงั แสดงหนา้ ที่ (Functional Map) สมรรถนะ (Competence) ในความหมายของงานอาชีพหรอื วิชาชพี หมายถึง ความสามารถในการ ปฏิบตั ิงานอาชพี โดยใช้ความรู้ ทกั ษะและ เจตคติ ทบี่ รู ณาการกนั อยา่ งแนบแนน่ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลลัพธ์ของงานท่ีมี คุณภาพตรงตามขอ้ กาหนดของอาชีพ แนวทางปฏิบตั กิ ารจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 59 เรือ่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

โครงสร้างของอาชีพและระดบั งานของงาน ความมงุ่ หมายหลกั บทบาทหลัก หน้าทีห่ ลัก หนว่ ยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย Key Purpose Key Roles Key Function 101 หน้าท่ี Units of Elements of ความมุง่ หมายหลกั 10 บทบาทหลกั Competence Competence หลกั 1011 หนว่ ย 1011.1 สมรรถนะ สมรรถนะ ย่อย 1012 หนว่ ย 1011.2 สมรรถนะ สมรรถนะ ยอ่ ย 102 หนา้ ที่ 1021 หนว่ ย 1012.1 สมรรถนะ หลัก สมรรถนะ ยอ่ ย 1022 หน่วย 1012.2 สมรรถนะ สมรรถนะ ยอ่ ย 20 บทบาทหลกั 201 หนา้ ที่ 2011 หน่วย 1021.1 สมรรถนะ หลัก สมรรถนะ ยอ่ ย 1021.2 สมรรถนะ ย่อย 1022.1 สมรรถนะ ยอ่ ย 1022.2 สมรรถนะ ย่อย 2011.1 สมรรถนะ ยอ่ ย 2011.2 สมรรถนะ ยอ่ ย 60 แนวทางปฏิบตั กิ ารจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรือ่ งมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

โครงสรา้ งของผังแสดงหนา้ ท่ี (Functional Map) ความม่งุ หมายหลกั เป็นการระบุให้เห็นเป็นรูปธรรมว่าอาชีพนีท้ าอะไรบ้าง โดยระบุในรูปของผลลัพธ์ท่ีเกิดข้ึน จริงภายในองค์การ ข้อความของความมุ่งหมายหลักคล้ายกับข้อความของภาระหน้าท่ี (Mission statement) ซึ่ง เขียนในรูปของ “กรยิ า-กรรม-เงอ่ื นไข” ดงั นี้ กริยา คือ คาทแ่ี สดงการกระทา ซ่งึ แสดงการปฏิบัติ การผลิตหรอื บรกิ าร กรรม คือ สง่ิ ท่ีถูกกระทา อาจเป็นบคุ คล ส่ิงของ ผลิตภณั ฑห์ รอื ข้อมูลเพ่อื การตดั สินใจ เงื่อนไข คือ บริบท สถานการณ์ ใช้ระบกุ ารดาเนินการให้เกดิ สมรรถนะให้ชดั เจน บทบาทหลักและหน้าทีห่ ลัก เกิดจากการแยกย่อยความมุ่งหมายหลักให้เกิดระดับช้ันถัดลงไปในลักษณะของ งานท่ตี อ้ งทา/ต้องปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ตามความมุ่งหมายหลัก บทบาทหลักประกอบด้วยหน้าที่หลักหลายหน้าที่ ซึง่ เขยี นในรปู ของ “กริยา-กรรม-เง่อื นไข” ซง่ึ ในแตล่ ะระดบั ชั้นเม่ือรวมกนั แล้วต้องสนองข้อกาหนดระดบั ช้นั ท่ีสูงกว่า หน่วยสมรรถนะ เป็นการรวมสมรรถนะย่อยต่างๆ ที่สัมพันธ์กันเข้าด้วยกันเพ่ือใช้แสดงเป็นรายการของมาตรฐาน สมรรถนะ ซึ่งเขียนในรูปของ “กริยา-กรรม-เง่ือนไข” ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของสมรรถนะย่อยที่มีคุณค่าและอิสระใน การจ้างงาน รับรองผลหรือเทียบโอนได้ โดยเป็นสิ่งหรืองานทีส่ ามารถทาสาเร็จได้ด้วยรายบุคคล จะทางานคนเดียว หรือเปน็ ส่วนหน่งึ ของกล่มุ สมรรถนะยอ่ ย เปน็ ลาดับช้ันสุดท้ายของผังวิเคราะห์หน้าที่ เป็นผลลัพธ์ของงานซึ่งแต่ละบุคคลต้องทาสาเร็จได้ด้วย รายบุคคล ซ่ึงเขียนในรูปของ “กริยา-กรรม-เง่ือนไข” มีองค์ประกอบสนับสนุน คือ เกณฑ์การปฏิบัติงาน ขอบเขต หลกั ฐานดา้ นทกั ษะและด้านความรแู้ ละแนวทางการประเมิน ความมงุ่ หมายหลัก บทบาทหลกั หนา้ ที่หลกั (Key Purpose) (Key Role) (Key Function) 701 บารุงรักษายานยนต์ 10 วจิ ยั พัฒนา 70 บริการและซ่อม และออกแบบ ยานยนต์ ยานยนต์ *** 702 ซอ่ มยานยนต์ 703 ตรวจ รบั รองสภาพยาน ยนต์ แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 61 เร่ืองมาตรฐานการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอยา่ งการเขียนแผนภาพแสดงหน้าที ่ อาชพี บรกิ ารเครื่องกล หนา้ ท่หี ลัก หนว่ ยสมรรถนะ สมรรถนะย่อย (Key Function) (Unit of (Element of Competence) 701 บารุงรักษา Competence) 7011.1 ทาความสะอาดตัวถังภายในและ ยานยนต์ ภายนอก 7011 บารงุ รักษาตวั ถัง 7011.2 ขดั มันสีและเคลอื บสี ยานยนต์ 7012.1 บรกิ ารเปลี่ยนวสั ดุ อุปกรณต์ าม ระยะทาง/ระยะเวลา 7012 บารุงรกั ษายาน 7012.2 บรกิ ารปรบั ต้งั ชิ้นส่วนอปุ กรณ์ ยนต์ตามระยะทางหรอื เครอ่ื งยนต์ ระยะเวลา 702 ซ่อมยานยนต์ 7013 บารงุ รกั ษาระบบ 7013.1 บริการระบบเคร่อื งลา่ ง เครอื่ งลา่ งและสง่ กาลัง 7013.2 บรกิ ารระบบสง่ กาลัง 7014 บารงุ รกั ษาระบบ 7014.1 บารุงรกั ษาระบบไฟฟูา ไฟฟาู /ระบบปรบั อากาศ 7014.2 บารงุ รักษาระบบปรับอากาศ 7021 ซอ่ มระบบไฟฟูา 7021.1 ตรวจซ่อมระบบไฟจดุ ระเบดิ ยานยนต์ 7021.2 ตรวจซ่อมระบบควบคมุ การฉดี เช้อื เพลงิ 7022 ซอ่ มระบบ 7021.3 ตรวจซ่อมระบบประจไุ ฟและ เชือ้ เพลงิ สตาร์ท 7023 ซอ่ มระบบหล่อ 7021.4 ตรวจซอ่ มระบบไฟสอ่ งสวา่ งและ ลื่น/ระบบระบายความ ไฟสญั ญาณ รอ้ น 7022.1 ตรวจซอ่ มระบบนา้ มนั เชอ้ื เพลงิ ดีเซล 7022.2 ตรวจซอ่ มระบบนา้ มนั เชื้อเพลงิ แกส๊ โซลนี 7023.1 ตรวจซ่อมระบบหลอ่ ลนื่ 7023.2 ตรวจซอ่ มระบบระบายความร้อน 62 แนวทางปฏิบตั ิการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรือ่ งมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

การจดั ท�าขอ้ ก�าหนดโมดลู (Module Speci.f)icหaรtือioรnาย) ลหะรเือรียาดยสลมะรเรอถียนดะสยม่อรยรถนะยอ่ ย เป็นการวิเคราะห์ว่าผู้ปฏิบัติงานที่มีสมรรถนะตามข้อกาหนดนี้จะต้องปฏิบัติงานแล้วผลลัพธ์ของงานมี ปริมาณมากน้อยเท่าไรและมีคุณภาพอย่างไร (Performance Criteria) ระดับของงานยากง่ายเพียงไร ใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุที่มีเทคโนโลยีพ้ืนฐานหรือสูงอย่างไร (Range) ต้องใช้ความรู้และทักษะในเร่ืองใดบ้าง (Evident) และมี แนวทางการประเมินผลงานนั้นอย่างไร (Assessment Guidance) โดยจะทาการวิเคราะห์สมรรถนะย่อยแต่ละ สมรรถนะออกมาดังน้ี เกณฑก์ ารปฏิบตั ิงาน (Performance Criteria) เป็นหัวใจของการประเมินหรือเป็นมาตรฐานด้านผลลัพธ์ของ การปฏิบัติงาน เขียนในรูปของผลลัพธ์ ข้อกาหนดการประเมิน (คาที่ไม่ให้เขียนแสดงไว้ในเกณฑ์การปฏิบัติงาน เช่น รู้ เข้าใจ ตระหนักถงึ หรือมคี วามซาบซึ้ง คาทไี่ ม่ส่อื ความหมาย เช่น ถูกต้อง เหมาะสม หากจะใช้ต้องนิยามให้ชัดเจน ว่าถกู ตอ้ งหรือเหมาะสมอย่างไร ขอบเขต (Range) ขอบเขตเป็นการแสดงระดับความยากง่ายของงานซึง่ แสดงได้หลายอย่างเช่น ลักษณะ ชนิดของงาน ขนาด ปรมิ าณ เครอื่ งมือเคร่ืองจกั รทใ่ี ช้ วสั ดุทีใ่ ช้ เทคนิควิธีการหรอื เทคโนโลยีท่ีใช้ หลักฐานท่ีต้องการ (Evidence) มีหลักฐานด้านทักษะ เป็นทักษะที่จาเป็นต้องใช้ในการทางานนั้นๆ ให้ สาเร็จ หลักฐานด้านทักษะ เปน็ ความรทู้ ีจ่ าเปน็ ในการทางานนั้นๆ แนวทางการประเมิน (Assessment Guidance) เป็นการวิเคราะห์ในเบื้องต้นว่าเกณฑ์ปฏิบัติงานของ สมรรถนะย่อยจะต้องใช้เคร่ืองมือประเมินชนิดใดบ้าง หลักฐานด้านทักษะหลักฐานด้านทักษะจะต้องใช้เครื่องมือ ประเมินชนดิ ใดบา้ ง แนวทางปฏิบัติการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคแนี วทางปฏิบัติการจดั กเราอ่ื รงอมาาชตวี รศฐกึ าษนากราะรบจัดบกทาวริภอาาคชี ีวตศากึมษปารระะกบาศบกทรวะิภทารควี งพศ.ศกึ .ษ๒าธ๕ิก๕า๗รหนา้ 6๕3๘

ตวั อย่างการวิเคราะห์หนว่ ยย่อย/ข้อก�าหนดโมดูล หนา้ ทห่ี ลัก (Key Function) 701 บารุงรักษา ยานยนต์ หน่วยสมรรถนะ (Unit of Competence) 7011 บารุงรกั ษาตวั ถงั ยานยนต์ สมรรถนะย่อย (Element of 7011.1 ทาความสะอาดตัวถังภายในและภายนอก Competence) ครั้งที่ / จานวนช่วั โมงปฏิบัติ 1/ 6 ช่วั โมง เกณฑ์การปฏบิ ตั ิงาน (Performance Criteria) ก) เคร่อื งมือ อปุ กรณ์ ล้าง ปรับตงั้ ตรวจสภาพ และคู่มือการใหบ้ รกิ ารยานยนตเ์ ตรียมมาครบตาม ข้อกาหนด ข) ตัวถงั ภายนอกและภายในยานยนต์ได้รับการล้าง เชด็ แหง้ สะอาดและตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนตา่ งๆ ใหอ้ ยู่ในสภาพพรอ้ มใชง้ านตามขน้ั ตอนตามข้อกาหนด ค) ลอ้ และยางทุกล้อ น้าลา้ งกระจกไดร้ บั การตรวจสอบและเตมิ ให้อยูใ่ นสภาพพร้อมใช้งานตาม ขอ้ กาหนด ขอบเขต (Range) 1. ใช้เคร่อื งปั๊มน้าแรงดนั สงู 2. ใชผ้ ลิตภัณฑ์ล้างทาความสะอาดท่ีไม่ก่อมลพิษ หลักฐานด้านทกั ษะ (Performance Evidence): 1. เตรียมเครอื่ งมือ อุปกรณ์ วสั ดุทาความสะอาดตวั ถงั รถยนตต์ ามข้อกาหนด 2. ปรบั ตั้งเคร่ืองปั๊มนา้ แรงสูงไดต้ ามข้อกาหนด 3. บันทกึ ใบตรวจรายการเตรียมงานและรายงานผลการบริการรถ หลักฐานด้านความรู้ (Knowledge Evidence ): 1. การจาแนกและเลือกใช้ผลติ ภณั ฑท์ าความสะอาดและบรกิ ารยานยนต์ 2. วิธีการใชแ้ ละบารุงรักษาเครอื่ งมือ อุปกรณ์การทาความสะอาดและบริการยานยนต์ 3. ลาดับขั้นตอนการทาความสะอาดและบริการยานยนต์ แนวทางการประเมนิ (Assessment Guidance) 1. ตรวจรายการเตรียมงานและรายงานผลการใหบ้ ริการ 2. ประเมินการเตรยี ม การดาเนนิ การ การส่งมอบงาน การจดั เกบ็ เคร่ืองมืออุปกรณ์ 3. ประเมินความปลอดภยั ในการทางานและความพงึ พอใจของผ้ใู ช้บรกิ าร 64 แนวทางปฏบิ ัติการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๒. นา� งานย่อย (Task) มาจัดเรียงให้ได้ครบตามระยะเวลาทฝี่ กึ อาชพี ตามระยะเวลากึ่งหนึ่งของแตล่ ะหลักสูตร หลกั สูตร ปวช. ฝกึ อาชพี ไมน่ อ้ ยกวา่ ๓ ภาคเรยี น ระยะเวลาระหว่าวันที่.....................ถึง วันที่.................... ภาคเรียนที่...... ภาคเรียนท่.ี ..... ภาคเรยี นท.ี่ ..... Job…./(Key Role) Job…./(Key Role) Job/(Key Role) Duty/(Unit of Competence ) Duty……/(Unit of Competence.) Duty…/.. Duty/..… Task Task Task Task Task Task Task /(Element of /(Element of /(Element of /(Element of /(Element of /(Element of /(Element of Competence) Competence) Competence) Competence) Competence) Competence) Competence) Subject… Subject… Subject… Subject… Subject… Subject… Subject… Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. Subject…. แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 65 เร่อื งมาตรฐานการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๓. นา� รายวชิ ามาจดั ทา� แผนการเรียนตลอดหลกั สูตร โครงสรา้ งหลกั สตู ร ภาคเรียนที่............................/................................. รหสั วชิ า ราชวิชา หนว่ ยกติ ชั่วโมง ทักษะชวี ติ ......................... .......................................................... ......................... ........................................................ ......................... ทกั ษะวิชาชพี ......................... ......................................................... วิชาชีพพ้ืนฐาน ......................... ......................................................... วชิ าชีพเฉพาะ ......................... Subject......................................... ......................... Subject........................................ ......................... Subject........................................ วชิ าชพี เลือก ......................... Subject......................................... ......................... Subject........................................ ......................... Subject....................................... ฝกึ ประสบการณ์ ......................... Subject....................................... วชิ าชพี ......................... ......................................................... โครงการพัฒนาทักษะ ......................... ......................................................... ชวี ิต ........................ ......................................................... ......................... ......................................................... เลือกเสรี ......................... Subject...................................... ......................... ......................................................... กจิ กรรมเสรมิ หลักสูตร ......................... ........................................................ ........................ ......................................................... รวม 66 แนวทางปฏิบตั กิ ารจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื งมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอย่าง ๑๑ ตัวอยา่ งแผนการฝึกอาชีพ แบบที่ ๑ แนวทางปฏิบัติการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 67 เร่อื งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

แผนการฝกึ อาชพี ชื่องาน งานเจ้าหนา้ ทงี่ านบริหารท่วั ไปในสา� นักงาน ฝึกงานคร้งั ที่ ๑/สัปดาหท์ ี่ ๑ - ๓ ช่ือสมรรถนะ ดา� เนนิ งานงานธรุ การในสา� นักงาน จ�านวน ๖๔ ชม. เรอื่ ง/งานที่ปฏบิ ัติ หนว่ ยท ี่ ๑ ประกอบดว้ ยหัวขอ้ เร่ืองต่อไปน้ี ๑. ด�าเนินงานงานธรุ การในสา� นกั งาน ๑.๑ ตรวจสอบ บันทึกสรุปขอ้ มลู หนงั สอื เสนอผ้อู า� นวยการและส่งคนื ๑.๒ สรุปเนอ้ื หา ร่าง พิมพ์หนงั สือราชการ, เสนอพจิ ารณาสง่ั การ, ส่ง ๑.๓ จดั ระบบรับ เสนอ สง่ และจัดเก็บเอกสารตามระบบงานธรุ การ ๑.๔ แจง้ เวยี นหนังสอื ประกาศใหท้ ราบและใหถ้ ือปฏบิ ัติ ๑.๕ จดั พมิ พ์ ทา� สา� เนา ท�ารปู เลม่ เขา้ เลม่ เอกสารและเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ จดุ ประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงคท์ ่วั ไป ๑. ตรวจสอบ บันทึกสรปุ ข้อมูลหนังสอื เสนอผู้อา� นวยการและส่งคืนถกู ต้องตามระบบ ๒. สรปุ เน้ือหา ร่าง พมิ พ์หนงั สอื ราชการ, เสนอพจิ ารณาสั่งการ, สง่ ถูกต้องตามระบบ ๓. จัดระบบรบั เสนอ ส่งและจดั เกบ็ เอกสารถกู ตอ้ งตามระบบงานธรุ การ ๔. แจ้ง เวยี นหนังสือ ประกาศให้ทราบถกู ตอ้ งตามระบบ ๕. จัดพิมพ์ ทา� สา� เนา ทา� รปู เลม่ เข้าเล่มเอกสารและเผยแพรป่ ระชาสมั พันธ์ถกู ต้องตามระบบ ๖. จัดเตรียม ใช้และบ�ารงุ รักษาเครื่องมอื เครื่องใช้ อปุ กรณ์สา� นักงานถกู ตอ้ งปลอดภัย ๗. บอกหลกั การ วธิ ีการท�างานธรุ การในงานบรกิ ารท่วั ไปใหส้ า� เร็จตามจุดหมายด้วยจติ บรกิ าร ๘. บอกหลักการ วธิ ีการตรวจสอบ สรปุ เนอ้ื หา รา่ ง พิมพ์ เสนอและส่งหนังสอื ราชการ จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ๑. ตรวจสอบความถกู ตอ้ งหนงั สอื สง่ หนว่ ยงานตา่ งๆ และบนั ทกึ สรปุ ขอ้ มลู ในหนงั สอื เพ่อื เสนอผอู้ �านวย การและสง่ คืนเรอ่ื งให้เจา้ ของดา� เนินการได้ถูกต้องตามขอ้ ก�าหนด ๒. สรุปเนอื้ หา ร่าง พิมพ์หนังสอื โต้ตอบราชการเพ่ือนา� เสนอผู้อ�านวยการพิจารณาลงนามและส่ังการ และส่งหนงั สอื ให้หน่วยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งได้ถูกตอ้ งตามขอ้ กา� หนด ๓. ตรวจสอบ กลนั่ กรองหนังสือแจ้งเวียน ประกาศเพือ่ เสนอต่อผู้อา� นวยการรับทราบและ แจ้งให้ บคุ ลากรภายในหนว่ ยงานทราบและหรอื ถอื ปฏิบตั ิได้ถูกต้องตามข้อกา� หนด ๔. จดั พิมพ์ จัดทา� รูปเล่มทา� ส�าเนาหนังสือและแผน่ ป้ายประชาสัมพันธ์ของหนว่ ยงานในสงั กดั และเผย แพรใ่ ห้รับทราบขอ้ มูลข่าวสารได้ถูกต้องตามข้อกา� หนด ๕. จดั เตรยี ม ปรบั ตง้ั ใชง้ านและบ�ารงุ รกั ษาเครอ่ื งมอื เคร่อื งใช้ อปุ กรณส์ �านกั งานในงานธรุ การถกู ตอ้ ง ตามขน้ั ตอนและปลอดภยั 68 แนวทางปฏบิ ัตกิ ารจดั การอาชวี ศิ กึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรือ่ งมาตรฐานการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๖. จดั ระบบรบั เสนอ สง่ และจดั เกบ็ เอกสาร หนงั สอื ไดถ้ กู ตอ้ ง เรยี บรอ้ ย เปน็ ไปตามข้นั ตอนและระเบยี บ ปฏิบัติตามระบบงานธรุ การ ๗. อธิบายความหมาย ความส�าคัญ หน้าที่ คา� อธบิ ายงานของเจา้ หน้าทง่ี านบริหารทวั่ ไป ๘. บอกชนิด ลักษณะ การใชง้ านและบ�ารุงรกั ษาเครือ่ งมอื เครอ่ื งใชส้ า� นกั งานชนดิ ต่างๆ ได้ ๙. บอกชนดิ ลักษณะ การใชง้ านและมาตรฐานวสั ดุ อปุ กรณ์ส�านกั งานได้ ๑๐. บอกชนดิ ลักษณะ วิธกี ารจดั ส�านักงานแบบตา่ งๆ ได้ ๑๑. บอกวิธกี าร ข้นั ตอนการพิมพ์หนงั สอื เอกสารชนิดต่างๆ ดว้ ยคอมพิวเตอร์ได้ ๑๒. บอกวิธกี าร ขน้ั ตอนการทา� รูปเล่ม เข้าเล่มเอกสารได้ ๑๓. บอกหลกั การ วิธีการรบั ส่ง จัดเกบ็ เอกสารในงานสารบญั ได้ ๑๔. อธิบาย หลกั การ วิธีการตรวจสอบความถูกต้องหนังสือ สรุปเนื้อหาหนังสือ ร่างหนังสือเอกสาร ราชการและเอกสารประชาสมั พันธ์ได้น�าข้นั ตอนของหวั เรือ่ งและจุดประสงค์มากา� หนดกจิ กรรมฝึก กิจกรรมการฝกึ อาชีพ/สอนงาน การตรวจสอบ บันทกึ สรุปขอ้ มลู หนังสอื เสนอผอู้ า� นวยการและส่งคนื กจิ กรรมครฝู กึ กิจกรรมผเู้ รยี น ๑.๑ ตรวจสอบ บันทึกสรปุ ข้อมลู หนังสอื เสนอผู้อา� นวยการ ผู้เรียนเตรยี มตวั พร้อมรับการฝึกหัดงาน และสง่ คืน - ฟังค�าอธิบาย ศกึ ษาคมู่ อื ทา� งานธรุ การ เรอื่ ง หน้าทง่ี าน - อธิบายประกอบคู่มอื ทา� งานธุรการ เรือ่ ง หนา้ ที่งาน บรหิ ารทัว่ ไป และเรือ่ ง วิธีการรับ เสนอและสง่ คนื หนงั สือ บริหารทว่ั ไป และเรอ่ื ง วธิ ีการรบั เสนอและส่งคืนหนังสือ - ตอบคา� ถามตามใบทดสอบจนถกู ทุกข้อ - ทดสอบแบบถามตอบ เรื่อง วิธีการรบั เสนอและสง่ คืน - ฟงั ค�าอธิบาย ดูการสาธติ และฝึกการรบั และตรวจสอบความ หนงั สือ ถกู ต้องหนังสือเขา้ - อธบิ ายประกอบการสาธิต เรื่อง การรบั และตรวจสอบ - ตอบค�าถามตามใบทดสอบความรู้และการทา� งานจนถกู ทุกข้อ ความถกู ตอ้ งหนงั สือเข้า - ฟงั ค�าอธบิ าย ดูการสาธิตและฝึกการพิจารณาลกั ษณะ - ทดสอบแบบถามตอบและใชแ้ บบตรวจสอบรายการ หนังสือ วธิ ีการบนั ทึกสรปุ ข้อมูลหนงั สือเขา้ เพื่อทราบ/ ประเมนิ การทดลองท�างานเร่อื ง การรับและตรวจสอบ อนุมตั /ิ สง่ั การ ความถูกต้องหนังสือเขา้ - ตอบคา� ถามตามใบทดสอบความรูจ้ นถกู ทกุ ขอ้ - อธบิ ายประกอบการสาธติ เร่อื ง หลักการ วิธีการบนั ทึก - ฟงั ค�าอธบิ าย ดกู ารสาธติ และฝึกการน�าเสนองานตอ่ สรุปขอ้ มูลหนังสือเข้า เพอ่ื ทราบ/อนุมตั /ิ สั่งการ ผูอ้ �านวยการ - ทดสอบแบบถามตอบ เรอื่ ง หลกั การ วิธกี ารบันทกึ สรุป - ตอบค�าถามตามใบทดสอบความรแู้ ละขัน้ ตอนการน�าเสนอ ขอ้ มลู หนังสือเขา้ จนถกู ทกุ ข้อ - อธิบายประกอบการสาธติ เรื่อง วิธกี ารนา� เสนองานตอ่ ผู้ - ฟังคา� อธบิ าย ดูการสาธติ และฝึกการส่งคืนหนังสอื ให้กบั อา� นวยการ เจา้ ของเรอ่ื งรบั ไปดา� เนินการ - ทดสอบแบบถามตอบและใช้แบบตรวจสอบรายการ - ตอบค�าถามตามใบทดสอบความรู้และขัน้ ตอนสง่ คนื หนงั สอื ประเมนิ ขน้ั ตอนการนา� เสนองานตอ่ ผู้อา� นวยการ จนถกู ทกุ ข้อ - อธบิ ายประกอบการสาธติ เร่ือง วธิ ีการสง่ คนื หนงั สอื ให้ - ปฏิบตั ิงานการรบั เสนอ สง่ คนื หนังสอื กบั เจ้าของเร่ืองรบั ไปดา� เนนิ การ - เขยี นรายการขน้ั ตอนการทา� งาน - ทดสอบแบบถามตอบและใชแ้ บบตรวจสอบรายการ ประเมินขั้นตอนการสง่ คืนหนังสือให้กับเจ้าของเรือ่ งรบั ไป ดา� เนนิ การ - มอบงานและตดิ ตามใหค้ า� แนะน�าการงาน - ประเมนิ ผลงาน ขั้นตอนการทา� งานและรายงาน แนวทางปฏิบตั ิการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 69 เรอ่ื งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

เคร่ืองมืออปุ กรณใ์ นการท�างาน ๑. ใชเ้ ครื่องมอื เคร่อื งใชส้ า� นักงานเบือ้ งต้น คอมพวิ เตอรพ์ ีซี เครอื่ งพมิ พ์อิ้งคเ์ จต็ เลเซอร์เจต็ โทรศพั ทภ์ ายใน ภายนอก ๒. ใชเ้ ครื่องถา่ ยเอกสาร เคร่อื งดจิ ติ ลั พรินตแ์ ละเครอื่ งเข้าเลม่ ๓. ใช้วสั ดุ อุปกรณ์สา� นกั งานตามปกติของงานธรุ การ ๔. คู่มอื การทา� งานธรุ การและคมู่ อื การจัดส�านกั งาน งานทม่ี อบหมาย ๑. ตรวจสอบ บนั ทึกสรุปข้อมูลหนงั สือ เสนอผู้อา� นวยการและสง่ คนื ๒. สรปุ เนื้อหา รา่ ง พิมพห์ นงั สอื ราชการ, เสนอพิจารณาส่ังการ, ส่ง ๓. จัดระบบรับ เสนอ ส่งและจัดเก็บเอกสารตามระบบงานธรุ การ ๔. แจ้ง เวยี นหนงั สือ ประกาศให้ทราบ ๕. จดั พมิ พ์ ทา� สา� เนา ทา� รูปเลม่ เข้าเล่มเอกสารและเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ การประเมนิ ผล ๑. เคร่อื งมอื ทดสอบปฏบิ ตั ิเปน็ แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) ประเมินข้ันตอนการท�างาน ๒. เครอ่ื งมือทดสอบปฏบิ ัตเิ ปน็ แบบตรวจสอบรายการ (Checklist) ประเมนิ การจดั เตรยี ม การปรบั ต้งั เครอื่ งมือ เครือ่ งใชแ้ ละอุปกรณส์ า� นักงานและความปลอดภัย ๓. เครื่องมอื ประเมินคุณภาพผลงานเปน็ แบบประมาณคา่ (Rating scale) พร้อมรายละเอยี ดคา่ ระดบั คุณภาพ (Rubric) ประเมนิ คณุ ภาพงานตรวจสอบ บันทกึ สรุปขอ้ มลู หนงั สือเพอ่ื เสนอ ๔. เครอ่ื งมอื ประเมนิ คณุ ภาพผลงานเปน็ แบบประมาณคา่ (Rating scale) พร้อมรายละเอยี ดค่าระดบั คุณภาพ (Rubric) ประเมนิ คณุ ภาพงานสรปุ เน้อื หา รา่ ง พมิ พ์หนังสือราชการเพ่อื พจิ ารณาสัง่ การ ๕. เครอ่ื งมอื ประเมินคณุ ภาพผลงานเป็นแบบประมาณคา่ (Rating scale) พรอ้ มรายละเอยี ดค่าระดับ คุณภาพ (Rubric) ประเมินคณุ ภาพงานจัดระบบรบั เสนอ ส่งและจัดเก็บเอกสาร ๖. เครื่องมอื ประเมินคุณภาพผลงานเปน็ แบบประมาณค่า (Rating scale) พรอ้ มรายละเอียดค่าระดบั คุณภาพ (Rubric) ประเมินคณุ ภาพงานจดั พิมพ์ ทา� สา� เนา ทา� รปู เลม่ เข้าเลม่ เอกสารและเผยแพร่ ๗. เครอ่ื งมือทดสอบทฤษฎีเป็นแบบเจาะจงค�าตอบ ถามตอบปากเปล่า และเขียนตอบ เรอ่ื ง หลกั การ วธิ ีการตรวจสอบ บนั ทกึ สรปุ ข้อมลู หนงั สอื เสนอและสง่ คืน, สรุปเน้อื หา ร่าง พมิ พ์หนังสือราชการม, ระบบรบั เสนอ สง่ และจดั เก็บเอกสาร, การแจง้ เวียนหนังสอื ประกาศ, จดั พมิ พ์ ทา� สา� เนา ท�ารูปเลม่ เขา้ เล่มเอกสารและเผยแพร่ 70 แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชวี ศิ ึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตวั อยา่ งที ่ ๑ ของหน่วยท่ ี ๒ เสดงเฉพาะการวเิ คราะห์ข้อกา� หนดโมดูล ขอ้ กา� หนดคุณลกั ษณะโมดลู (Module Specification) ของรายวิชาฝึกงาน …..๐๑-๗๐๐๒-… รหสั ชอื่ โมดูล ๒. งานสารบรรณ คร้งั ท่ ี / จ�านวนช่ัวโมงปฏิบัติ ๒ / ๓๖ ช่ัวโมง จดุ ประสงค์ปลายทาง (Terminal Performance Objective; TPO) เพื่อให ้ ดา� เนินงานงานเจา้ หนา้ ทง่ี านบริหารทว่ั ไปในสา� นักงานไดต้ ามข้อก�าหนดงาน จุดประสงคน์ า� ทาง (Enabling Objective; EO) เพ่อื ให้ งานสารบรรณ เกณฑก์ ารปฏิบตั ิงาน (Performer Criteria, PC) : หนังสอื จากหน่วยงานภายในและภายนอกถูกจ�าแนกประเภทหนังสือเข้าตามลักษณะเรือ่ งและคดั แยกลา� ดบั ความเร่งดว่ น ก หนงั สอื ข เอกสารได้รบั การตรวจสอบความครบถว้ นถกู ต้องก่อนลงทะเบียน ค เอกสารไดร้ ับการลงทะเบียนถูกต้อง เรียบรอ้ ย ตามระเบียบงานสารบรรณ ง เอกสารถกู นา� เสนอตามลา� ดบั และขั้นตอนตามระเบยี บงานสารบรรณ จ เอกสารได้รับการท�าสา� เนาและลงทะเบยี นกอ่ นคืนเร่ืองถูกตอ้ งตามระเบยี บงานสารบรรณ ขอบเขต ๑ ใชเ้ ครื่องมอื เครอื่ งใช้ส�านกั งานเบื้องต้น ๒ ใชเ้ ครอ่ื งถา่ ยเอกสาร ๓ วสั ดุ อปุ กรณส์ า� นกั งานตามปกติ ทักษะที่ตอ้ งการ ๑ การจา� แนกประเภทหนังสอื เขา้ ตามระเบียบว่าดว้ ยงานสารบรรณ ๒ การตรวจสอบความครบถว้ น ถกู ตอ้ งของเอกสารกอ่ นลงทะเบียน ๓ การลงทะเบยี นเอกสารท่รี บั เขา้ ถูกตอ้ ง เรยี บรอ้ ย ตามระเบียบงานสารบรรณ ๔ การน�าเสนอเอกสารตามลา� ดบั และข้ันตอนตามระเบียบว่าดว้ ยงานสารบรรณ ๕ การทา� ส�าเนาและลงทะเบยี นเอกสารก่อนคนื เร่อื งถูกต้องตามระเบยี บวา่ ด้วยงานสารบรรณ ความรทู้ ี่ตอ้ งการ ๑ ชนดิ ลักษณะ การใช้งานและบา� รุงรกั ษาเครอ่ื งมือ เครอ่ื งใชส้ �านักงานชนดิ ต่างๆ ๒ ชนดิ ลักษณะ การใช้งานและมาตรฐานวัสดุ อุปกรณส์ �านกั งาน ๓ หลกั การ วธิ ีการท�างานสารบรรณ ๔ ชนิด ลกั ษณะ วิธีดา� เนินการกับเอกสารประเภทตา่ งๆ ๕ หลักการ วธิ กี ารลงทะเบียนรบั และส่งหนังสือตามระเบียบว่าด้วยงานสารบรรณ แนวทางปฏบิ ตั ิการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 71 เร่ืองมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอย่างที ่ ๑ ของหนว่ ยท ่ี ๒ เสดงเฉพาะการวเิ คราะหข์ ้อก�าหนดโมดลู (ตอ่ ) ข้อก�าหนดคุณลกั ษณะโมดูล (Module Specification) ของรายวิชาฝกึ งาน …..๐๑-๗๐๐๒-… รหสั ชอ่ื โมดลู ๒. งานสารบรรณ ครั้งท ี่ / จ�านวนชัว่ โมงปฏิบตั ิ ๒ / ๓๖ ชัว่ โมง จุดประสงคป์ ลายทาง (Terminal Performance Objective; TPO) เพอื่ ให ้ ด�าเนินงานงานเจ้าหนา้ ท่งี านบริหารท่วั ไปในสา� นักงานได้ตามข้อกา� หนดงาน จุดประสงคน์ า� ทาง (Enabling Objective; EO) เพื่อให้ งานสารบรรณ เกณฑก์ ารปฏิบัตงิ าน (Performer Criteria, PC) : แนวทางการประเมิน ประเมนิ สมรรถนะในการด�าเนินงานงานสารบรรณใชเ้ คร่ืองมือทดสอบปฏิบัติและเครื่องมือทดสอบทฤษฎี แบบเจาะจงค�าตอบ ๑ ประเมนิ ขน้ั ตอนการเตรียม การใช้งานและการบ�ารงุ รักษาเครือ่ งมอื เคร่อื งใช้ส�านักงานชนิดตา่ งๆ ในขณะทา� งาน ๒ ประเมินข้นั ตอนการเบกิ ใช้งานและบา� รงุ รักษาวสั ดุ อุปกรณ์สา� นกั งานตามขอ้ ก�าหนด ๓ ประเมนิ ขัน้ ตอน วธิ กี ารลงทะเบียนเอกสารเขา้ น�าเสนอเอกสาร ทา� สา� เนาเก็บและส่งคืนตามระเบยี บงานสารบรรณ ๔ ประเมินขน้ั ตอน วิธีการตามลา� ดับและข้นั ตอนตามระเบียบวา่ ดว้ ยงานสารบรรณ ประเมนิ ความถูกต้องของการจ�าแนกประเภทหนังสือ การตรวจสอบความครบถว้ น การลงทะเบยี น การเสนอหวั หนา้ งาน ๕ การสง่ คืน ๖ หลักการใช้งานและบ�ารงุ รักษาเคร่ืองมอื เคร่อื งใชแ้ ละวัสดุงานส�านักงานชนดิ ต่างๆ ๗ หลกั การ วิธีการด�าเนินงานรับ เสนอเซ็น และส่งคนื หนงั สอื ตามระเบียบวา่ ด้วยงานสารบรรณ 72 แนวทางปฏิบัติการจดั การอาชีวศิ ึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอย่าง ๑๒ ตัวอยา่ งแผนการฝึกอาชีพ แบบที่ ๒ แนวทางปฏิบัติการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 73 เร่อื งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

74 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตัวอย่าง แบบวิเคราะหง์ านเทียบกบั รายวิชา เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗ ของ ผู้เรียนระบบทวิภาคี วทิ ยาลยั ปีการศกึ ษา ๒๕๕๘ ระดบั ชัน้ ปวส.2 สาขาวชิ า เทคนิคการผลิต สาขางานแม่พมิ พ์โลหะ ท่ี สมรรถนะ หนว่ ยงาน งานหลัก งานเทค ินคการผลิต เวลาฝกึ แม่ ิพม ์พโลหะ 1 งานเทค ินคการผลิต แ ่ม ิพม ์พโลหะ ๒ งานเทค ินคการผลิต แ ่ม ิพม ์พโลหะ ๓ งานเทคนิคการผ ิลต แม่ ิพม ์พโลหะ ๔ ชา่ งแมพ่ มิ พ์โลหะ แผนกTooling 1.1 ปรบั แปรรูปขน้ึ รปู ช้ินส่วนแมพ่ มิ พโ์ ลหะ ด้วยเครือ่ งจกั รกลเล็ก √ 8 8 1.2 ปรบั แปรรูปขึ้นรูปช้นิ สว่ นแมพ่ มิ พ์ ด้วยเคร่อื งมือกล ซเี อน็ ซี √√ 8 8 1.3 ประกอบแม่พิมพโ์ ลหะและการทดสอบแม่พิมพโ์ ลหะ √ 8 4 1.4 ซอ่ มและบารงุ รกั ษาแมพ่ ิมพ์โลหะ √ 4 48 1.5 สรา้ งกระสวนแม่พมิ พ์โลหะในการทาแบบ Pattern Foam √ 1.6 ตรวจสอบวัดขนาดของชน้ิ ส่วนของแม่พิมพ์โลหะ ดว้ ยเครอ่ื ง CMM √ 1.7 ออกแบบแม่พมิ พโ์ ลหะ ดว้ ยโปรแกรมคอมพวิ เตอรช์ ่วย √ รวมระยะเวลาการฝึกตลอดหลักสตู ร ( 48 สัปดาห์)

ตัวอยา่ งแบบวเิ คราะหง์ าน.........(ชอ่ื สถานประกอบการ).......... ของ ผูเ้ รยี นระบบทวภิ าคี วิทยาลัย................. ปีการศกึ ษา..๒๕๕๘ ระดับชัน้ ปวส.2 สาขาวิชา เทคนคิ การผลิต สาขางาน แมพ่ ิมพโ์ ลหะ (ต่อ) ท่ี หน่วยงาน งานหลกั งานยอ่ ย ครูฝกึ เวลาฝึก 1.1 ปรบั แปรรูปขึน้ รูปชน้ิ ส่วนแม่พมิ พ์โลหะ ดว้ ยเคร่ือง 1.1.1 ปรบั แปรรูปข้ึนรปู ช้นิ สว่ นแม่พิมพโ์ ลหะ ดว้ ยเคร่อื งกลึง นายรฐั มงคล 3 จกั รกลเล็ก 1.1.2 ปรับแปรรูปขึน้ รูปชิ้นสว่ นแมพ่ ิมพ์โลหะ ด้วยเครือ่ งกัด นายรัฐมงคล 3 1.1.3 ปรบั แปรรปู ข้นึ รูปชนิ้ ส่วนแม่พมิ พโ์ ลหะ ด้วยเครอ่ื งเจยี ระไนเพลากลม นายรัฐมงคล 2 1.2 ปรบั แปรรปู ขึ้นรูปชิ้นสว่ นแมพ่ ิมพ์ ดว้ ยเครือ่ งมือกล และเจยี ระไนราบ ซเี อ็นซี นายสมชาติ 8 1.2.1 ปรับแปรรูปข้นึ รปู ชิน้ สว่ นแมพ่ มิ พ์โลหะ ด้วยเครื่องกัดซเี อ็นซี นายบรรจบ แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 1.3 ประกอบแมพ่ ิมพโ์ ลหะและการทดสอบ 1.3.1ทดสอบแม่พิมพโ์ ลหะ โดยการ Press Machine นายบัญชา 4 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗ แมพ่ ิมพโ์ ลหะ 1.3.2 ปรับแตง่ แมพ่ มิ พ์โลหะ Fitting นายบญั ชา 4 1.4 ซ่อมและการบารุงรกั ษาแมพ่ มิ พ์โลหะ 1.4.1 ซอ่ มบารงุ ออกแบบแกไ้ ข การตดั เฉือนแม่พมิ พ์ นายวรโชติ 8 แผนกTooling 1.5 สร้างกระสวนแมพ่ มิ พโ์ ลหะในการทาแบบ 1.5.1 ออกแบบแมพ่ มิ พ์โลหะและมาตราส่วนในงานแม่แบบโฟม นายธนวัฒน์ 4 1.5.2สรา้ งกระสวนแม่พมิ พ์โลหะดว้ ยโฟม นายธนวฒั น์ 4 1 Pattern Foam 1.6.1 ตรวจสอบและวดั ขนาดของอปุ กรณจ์ ับยดึ (JIG)ดว้ ย นายประจักษ์ 2 2 1.6 ตรวจสอบวัดขนาดของชน้ิ สว่ นของแมพ่ มิ พ์โลหะดว้ ย เคร่อื ง Scanner (CMM) 2 เครือ่ ง CMM 1.6.2 ตรวจสอบและวัดขนาดของ นายประจกั ษ์ 2 อุปกรณต์ รวจเช็คชน้ิ งาน (Checking Fixture) ด้วยเครอ่ื ง Scanner (CMM 1.7 ออกแบบแม่พมิ พ์โลหะ ด้วยโปรแกรม 1.7.1 ออกแบบแม่พิมพ์โลหะดว้ ยโปรแกรม Unigraphics (UG) นายเอกพงศ์ คอมพวิ เตอรช์ ่วย 1.7.2 ออกแบบแม่พิมพโ์ ลหะดว้ ยโปรแกรม Auto CAD นายเอกพงศ์ รวมระยะเวลาการฝึกตลอดหลักสตู ร ( 48 สัปดาห์) 48 75

76 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตวั อย่างแบบวิเคราะห์งาน.........(ชอื่ สถานประกอบการ).......... เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗ ของ ผเู้ รียนระบบทวิภาคี วทิ ยาลยั ................. ปีการศึกษา..๒๕๕๘ ระดับช้ัน ปวส.2 สาขาวิชาเทคนคิ การผลิตสาขางาน แม่พิมพ์โลหะงานหลัก กระบวนการข้ึนรปู ช้ินส่วนแมพ่ ิมพโ์ ลหะ ดว้ ยเครือ่ งจักรกลเล็กงานย่อย ขน้ึ รปู ชิ้นสว่ น แม่พิมพ์โลหะ ดว้ ยเครื่องกลึง ครฝู ึก นายรัฐมงคล เวลาฝึก 3 สัปดาห์ ท่ี จุดประสงค์ ระดับความสามารถ หวั ข้อเร่อื ง วธิ สี อน เครือ่ งมอื ,อุปกรณ,์ เวลา วิธกี ารประเมิน พ้ืนฐาน ปฏิบัติ ประยุกต์ ส่ือการสอน 1 ปรบั แปรรูปขึ้นรูปชน้ิ ส่วนแมพ่ ิมพ์โลหะ ความปลอดภยั ในการปฎิบัติ บรรยาย เพาเวอร์พอย งานเครอื่ งกลงึ ดว้ ยเคร่อื งกลงึ งานลับคมตัดในงานกลงึ สาธิต ไมโครมเิ ตอร์ 3 สปั ดาห์ คุณภาพการปฏบิ ตั งิ าน ขัน้ ตอนการทางานของเครื่องกลึง ลงมอื ปฎิบตั ิ เวอร์เนยี ร์ คาลปิ เปอร์ แบบทดสอบ การคานวณความเรว็ ในงานกลึง ใบ Job Sheet การบารงุ รกั ษาเครื่องกลงึ เวอรเ์ นียร์ไฮเกจ แบบงาน อุปกรณ์พื้นฐาน ประจาเคร่ืองกลงึ

ตวั อยา่ งแบบวเิ คราะหง์ าน.........(ชื่อสถานประกอบการ).......... ของ ผเู้ รยี นระบบทวิภาคี วทิ ยาลยั ................. ปีการศกึ ษา..๒๕๕๘ ระดับช้นั ปวส.2 สาขาวิชา เทคนิคการผลติ สาขางาน แมพ่ ิมพ์โลหะ งานหลกั กระบวนการขนึ้ รูปชนิ้ สว่ นแม่พมิ พโ์ ลหะ ดว้ ยเคร่ืองจักรกลเลก็ งานย่อย ข้นึ รปู ช้ินส่วนแม่พิมพ์โลหะ ด้วยเครือ่ งกัด ครฝู ึก นายรัฐมงคล เวลาฝึก 3 สัปดาห์ ท่ี จดุ ประสงค์ ระดบั ความสามารถ หัวข้อเรื่อง วิธสี อน เคร่ืองมือ,อุปกรณ,์ เวลา วิธีการประเมิน พน้ื ฐาน ปฏิบตั ิ ประยุกต์ ส่อื การสอน แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 2 ปรับแปรรูปขึ้นรปู ชนิ้ สว่ นแมพ่ ิมพโ์ ลหะ ดว้ ย ความปลอดภยั ในการปฏบิ ัตงิ าน บรรยาย เพาเวอร์พอย เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗ เครื่องกัด เคร่อื งกัด เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ทใ่ี ชก้ ับเคร่ืองกดั สาธิต ไมโครมิเตอร์ 3 สัปดาห์ คณุ ภาพการปฏิบตั งิ าน ข้นั ตอนการทางานของเครื่องกดั ลงมอื ปฏบิ ตั ิ เวอร์เนยี ร์ คาลิปเปอร์ แบบทดสอบ การคานวณความเรว็ ในงานกัด ใบ Job Sheet การบารุงรักษาเครือ่ งกัด เวอร์เนียร์ไฮเกจ แบบงาน อุปกรณ์พ้นื ฐานประจา เครอ่ื งกดั 77

๖.๖ ปฐมนิเทศก่อนการฝกึ อาชีพและปัจฉิมนเิ ทศหลงั เสรจ็ สิน้ การฝึกอาชพี สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องมีการปฐมนิเทศเพือ่ ชี้แจงข้อมูลทีเ่ กีย่ วข้อง ได้แก่ กฎ ระเบยี บสถานศึกษา ข้อบังคับสถานประกอบการ แนวทางการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ กิจนิสัย อตุ สาหกรรม คมู่ ือการฝึกอาชีพและจดั กิจกรรมปัจฉิมนเิ ทศเม่ือเสรจ็ สิ้นการฝกึ อาชีพ ๖.๗ เตรยี มความพรอ้ มผ้เู รียนก่อนการฝกึ อาชีพ สถานศึกษาต้องจัดการเรียนการสอนเพือ่ เตรียมความรู้พื้นฐานก่อนออกฝึกอาชีพ แนะน�า มาตรฐานท่เี กย่ี วขอ้ งในสถานประกอบการ กจิ นสิ ยั อุตสาหกรรม จรรยาบรรณวชิ าชพี สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจดั กจิ กรรมพฒั นาเพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นมคี ณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ เชน่ กจิ กรรมเสริมสรา้ งภาวะผูน้ า� คณุ ธรรม จรยิ ธรรม มนุษยสมั พันธ์ในการทา� งาน จิตอาสา การทา� งานเป็นทมี และหลักการดา� เนินชีวิตอย่างมีแบบแผนบนพื้นฐาน หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๖.๘ มคี รนู ิเทศกก์ ารฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ ในการนเิ ทศการฝึกอาชีพ สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการนิเทศ จัดแผนการนิเทศและ รายงานผลการนเิ ทศ โดยใช้หลักเกณฑ์การนิเทศ ติดตามผลการฝึกอาชีพจากสมุดบันทกึ การฝึกอาชีพ แฟ้มสะสมผลงานของผู้เรียน ๖.๙ การกา� กบั ตดิ ตามและประเมินผลการฝึกอาชพี รว่ มกบั สถานประกอบการ คณะกรรมการนเิ ทศตอ้ งท�าหนา้ ทก่ี า� กบั ตดิ ตามและประเมนิ ผลการฝกึ อาชพี รว่ มกบั สถานประกอบการ ให้เป็นไปตามแผนการฝกึ อาชพี โดยในการนิเทศอาจใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการนเิ ทศตดิ ตาม การรายงาน การประเมินผลการฝึกอาชพี ประจา� ภาคเรียน ๖.๑๐ ประชาสัมพันธ์การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคีให้กับสถานประกอบการ ผู้เรียนและ ผปู้ กครองทราบ สถานศึกษา สถานประกอบการร่วมกันประชาสมั พนั ธ์ แนะแนวการจัดการอาชวี ศึกษา ผ่าน สือ่ ต่างๆ อย่างหลากหลายไปยังกล่มุ เป้าหมาย 78 แนวทางปฏิบตั กิ ารจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ืองมาตรฐานการจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอ ่ยาง ๑๓ แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 79 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

80 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตัวอ ่ยาง ๑๔ แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 81 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

82 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๗. สถานประกอบการทจี่ ดั การอาชวี ศึกษา ระบบทวิภาคี ๗.๑ สง่ เสริม สนับสนนุ การจัดกจิ กรรมพฒั นาเพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนมคี ุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ สถานประกอบการตอ้ งจดั สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การจดั กจิ กรรมเพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ สี มรรถนะ อาชพี ตามความรู้ ความสามารถ เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี น มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมตามคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงคข์ องส�านกั งาน คณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา เชน่ กจิ กรรมปลกู ปา่ ของสถานประกอบการ กจิ กรรมตอ่ ตา้ นยาเสพตดิ กจิ กรรม สร้างสรรค์ต่างๆ ของสถานประกอบการ ฯลฯ ๗.๒ ลักษณะงานทีฝ่ กึ อาชพี ตอ้ งสอดคล้องกับการเรียนรูใ้ นสาขาวิชาทผี่ ู้เรียนก�าลงั ศึกษา สถานประกอบการควรดา� เนนิ การจดั การฝกึ อาชพี ตามลกั ษณะงานใหส้ อดคลอ้ งกบั การเรยี นรู้ ในสาขาวชิ าชพี ของผเู้ รยี นท่ีก�าลงั ศกึ ษา จดั ท�าแผนการฝกึ อาชพี ควบคมุ การฝกึ ของครฝู กึ ในสถานประกอบการ ประเมนิ การฝึกอาชีพร่วมกบั สถานศึกษา ๗.๓ ท�าบนั ทึกข้อตกลงความรว่ มมอื ระหว่างสถานประกอบการกับสถานศึกษา (ตามตัวอย่างในขอ้ ๗ , ๘) ๗.๔ ท�าสญั ญาการฝึกอาชีพสอดคลอ้ งกับการเรยี นรูใ้ นสาขาวิชาท่ีผเู้ รียนกา� ลงั ศึกษา (ตามตัวอยา่ งในข้อ ๙ , ๑๐) ๗.๕ ทา� แผนการเรยี น แผนการฝึกอาชีพและแผนการนิเทศร่วมกับสถานศกึ ษาตลอด หลักสูตร (ตามตัวอยา่ งในขอ้ ๑๑ , ๑๒) ๗.๖ ประเมนิ การฝกึ อาชพี ร่วมกบั สถานศึกษา (ตามตัวอยา่ งในข้อ ๒๔ , ๒๕) ๗.๗ มคี รูฝึกในสถานประกอบการ ขอ้ กา� หนดสา� หรบั ครฝู กึ ในสถานประกอบการมคี ณุ สมบตั ติ ามกฎหมายวา่ ดว้ ยการอาชวี ศกึ ษา ๗.๘ มผี คู้ วบคุมการฝกึ อาชีพ ผคู้ วบคมุ การฝกึ อาชพี หมายถงึ ผทู้ ่ีสถานประกอบการมอบหมายใหป้ ระสานงานกบั สถานศกึ ษา ในการจดั การศกึ ษาอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคีและรับผดิ ชอบการฝกึ อาชีพผู้เรียนในสถานประกอบการ ๗.๙ มผี ปู้ ระสานงานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคขี องสถานประกอบการ ผู้ประสานงาน หมายถงึ ผู้ที่สถานประกอบการแต่งต้งั มอบหมาย ใหท้ า� หน้าท่ี อา� นวยความ สะดวก ใหค้ วามชว่ ยเหลอื ตดิ ตอ่ ส่อื สาร ประสานงาน ด�าเนนิ การเพ่อื ใหก้ ารด�าเนนิ การจดั การศกึ ษาอาชวี ศกึ ษา ระบบทวิภาคีร่วมกบั สถานศกึ ษาบรรลุตามวตั ถุประสงค์ แนวทางปฏบิ ัติการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 83 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๗.๑๐ ประชาสัมพันธก์ ารจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคีใหก้ ับผูเ้ รยี น ผ้ปู กครอง และชุมชน การด�าเนนิ การประชาสัมพันธ์เกีย่ วกับการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี สถานศึกษาและสถานประกอบการสามารถด�าเนินการร่วมกันได้ โดยสถานประกอบการ สนับสนุนผู้บริหาร ครูฝึกหรือผู้เรียนทีก่ �าลังฝึกหรือผ่านการฝึกอาชีพมาถ่ายทอดประสบการณ์ทดี่ ีจากการฝึกอาชีพหรือร่วม จัดนทิ รรศการเพื่อให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ได้รับทราบถึงผลดีและประโยชน์ของการจัดการเรียน อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อให้เกิดความเชื่อมนั่ และเกิดแรงจูงใจในการส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาในระบบ ทวภิ าคี ๗.๑๑ มสี วสั ดิการและคา่ ตอบแทนทเ่ี หมาะสมใหก้ บั ผเู้ รยี น ตามขอ้ ตกลงระหวา่ งสถานประกอบการ สถานประกอบการต้องยินยอมรับผู้เรียนเข้าทา� การฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ต้อง จัดสถานทเี่ รียนทเี่ หมาะสม ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ จัดครูฝึกหรือผู้ควบคุมการฝึกในสถานประกอบการที่ มีความรู้ ความสามารถจัดเครือ่ งมอื วัสดุและอปุ กรณ์ส�าหรับการฝึกเพื่อฝึกอาชีพให้แก่ผู้เรียนตลอดระยะ เวลาการฝึกอาชีพให้สอดคล้องกับรายวิชาและสมรรถนะของการเรียนรู้ตามหลักสูตรและเหมาะสมกับสภาพ ร่างกายของผเู้ รียนแผนการฝึกโดยผู้เรียนไม่ตอ้ งเสียคา่ ใชจ้ า่ ยใดๆ ท้งั สิน้ ใหก้ บั ผู้ด�าเนินการฝึก มสี วสั ดกิ ารและ ค่าตอบแทนทเี่ หมาะสมให้กับผู้เรียนตามข้อตกลงในสัญญาการฝึกอาชีพและออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้เรียน เม่อื ส้นิ สุดการฝึกอาชีพ ๘. ครูฝกึ ในสถานประกอบการ ข้อก�าหนดส�าหรบั ครูฝกึ ในสถานประกอบการประกอบดว้ ย ๘.๑ มคี ณุ สมบตั ิตามกฎหมายว่าด้วยการอาชวี ศกึ ษา ๘.๒ การฝึกอาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพและระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงต้องมีครู ฝึกหนึ่งคนต่อผู้เรยี นไมเ่ กนิ สิบคน ระดับปริญญาตรตี ้องมคี รูฝึกหนง่ึ คนต่อผ้เู รยี นไม่เกินแปดคน ๘.๓ ได้รบั การแตง่ ต้ังใหเ้ ป็นครฝู กึ ตามหลกั เกณฑ์ทค่ี ณะกรรมการการอาชีวศึกษาก�าหนด ๙. คุณสมบัติของผู้เรียน ๙.๑ เปน็ ไปตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เร่อื ง ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ดว้ ยการจดั การ ศึกษาและการประเมินผลการศึกษา ๙.๒ เป็นผู้ไดร้ บั การคัดเลือกจากสถานศึกษาและสถานประกอบการ 84 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่อื งมาตรฐานการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๑๐. การจัดการเรียนการสอนและ การฝึกอาชีพของสถานประกอบการ ๑๐.๑ การจัดการเรยี นการสอนและการฝึกอาชีพต้องเป็นไปตามจุดประสงค์สาขาวิชาและ มาตรฐานคุณวฒุ อิ าชีวศกึ ษาแต่ละสาขาในแตล่ ะหลักสตู ร ในการจดั การเรยี นการสอนและการฝกึ อาชพี ผเู้ รยี นไดร้ บั ความรพู้ น้ื ฐานในสถานศกึ ษาจากครู ผู้สอนและความรูท้ างด้านทกั ษะวชิ าชพี สาขางานไดจ้ ากครูฝกึ ในสถานประกอบการ โดยการฝึกอาชพี ครูฝึกใน สถานประกอบการเปน็ ผถู้ า่ ยทอด แนะนา� ใหผ้ ฝู้ กึ อาชพี ไดเ้ รยี นรลู้ กั ษณะวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ พฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม และทา� งานไดส้ า� เรจ็ อยา่ งมคี ณุ ภาพ มเี ทคนคิ วธิ กี ารสอนงานท่ีถกู ตอ้ ง ควรเนน้ การสรา้ ง ลกั ษณะนิสยั การท�างานท่ีดี มีความรคู้ วามสามารถ มที กั ษะการท�างานใหส้ า� เรจ็ ตามกา� หนดเวลา สรา้ งขวญั และ กา� ลงั ใจ ตลอดจนการสรา้ งสมั พันธภาพท่ีดกี ับเพือ่ นร่วมงานและทา� งานร่วมกับผูอ้ ่ืนในสงั คมหรอื องคก์ รได้ ในการสอนงานสว่ นของภาคสถานประกอบการ เปน็ ภารกจิ ของครฝู กึ ในสถานประกอบการ ท่มี ีความสามารถในการสอนงาน มกั จะเปน็ ท่ีเล่อื มใสศรทั ธาของลกู นอ้ งหรอื คนงาน ครฝู กึ ในสถานประกอบการ ทกุ คนจงึ ควรทีจ่ ะพฒั นาฝีมือในการสอนงานใหเ้ กดิ ขึน้ แกต่ นเอง โดยการสอนงานกบั ผเู้ รยี นเพื่อจดุ ประสงค์ให้ เข้าใจกระบวนการท�างาน ในส่วนของพนักงานเก่า เพื่อพัฒนาสู่การเลือ่ นต�าแหน่ง โยกย้าย เปลีย่ นสายงาน พฒั นาฝมี ือท่ียังไมไ่ ดม้ าตรฐานใหไ้ ดม้ าตรฐาน โดยการนา� เทคนคิ วธิ กี ารแบบใหม่ เครอ่ื งจกั รระบบใหม่ ระเบยี บ การใหม่มาใชฝ้ ึกใหท้ ุกคนร้แู ละเข้าใจ เพ่ือสามารถท�างานไดอ้ ยา่ งราบร่นื คุณสมบตั ขิ องครฝู กึ ในสถานประกอบการ เปน็ ผทู้ ่ถี า่ ยทอดฝมี ือในการท�างาน มคี วามรบั ผดิ ชอบ มจี รรยาบรรณของผสู้ อนมคี วามรคู้ วามสามารถใน งานท่ปี ฏบิ ตั ิ สามารถควบคมุ อารมณ์ การวางตวั มรี ะเบยี บวนิ ยั ตรงตอ่ เวลา มีใจรกั ในการสอนงาน มมี นษุ ยสมั พนั ธ์ บคุ ลกิ ภาพที่ดี ล�าดบั ขั้นการสอนงาน มีเทคนิคโดยเรมิ่ ต้นจากการวิเคราะหง์ านท่ีรบั ผดิ ชอบ การวางแผนงานวิเคราะหง์ านเป็นรายช้ินการ เตรยี มงานการสอนงาน และการวเิ คราะหง์ านท่รี บั ผดิ ชอบ ผสู้ อนงานจะตอ้ งวเิ คราะหง์ านท่ตี นรบั ผดิ ชอบอยา่ ง ละเอียด เพ่อื จดั ลา� ดบั ขน้ั ตอนการทา� งานในหนว่ ยงาน สว่ นใดควรทา� กอ่ นท�าหลงั การแกป้ ญั หาการทา� งาน หรอื หาขอ้ บกพร่องท่คี วรปรบั ปรุงแก้ไข ลา� ดับขัน้ การวางแผนงานการสอนงาน ครูฝึกในสถานประกอบการควรเป็นผู้ก�าหนดว่าจะฝึกอาชีพอะไร ผู้เรียนสาขาวิชาใดทีเ่ กี่ยวข้องกับ เน้อื หาของงาน และก�าหนดระยะเวลาการท�างานใหแ้ ลว้ เสรจ็ สอดคลอ้ งเหมาะสมกบั ความจ�าเปน็ ในการใชง้ าน และสอดคล้องกบั มาตรฐานวชิ าชพี แนวทางปฏบิ ัติการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 85 เรอ่ื งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ล�าดบั การวิเคราะห์งานเปน็ รายชน้ิ วิเคราะห์งานเป็นรายชิ้นครูฝึกในสถานประกอบการควรตัดสินใจว่าจะสอนงานในแบบใด แก่ผู้เรียน โดยจะตอ้ งวิเคราะหง์ าน ดังน้ี ในขั้นตอนการสอนวา่ ท�าอยา่ งไร อปุ กรณ์เครอ่ื งมอื เครอ่ื งใชห้ รอื ส่อื มีอะไรหรอื ใชอ้ ย่างไรบ้าง ความรู้ทจ่ี า� เป็นแต่ละขน้ั ตอน ตลอดจนข้อควรระวงั ในจดุ ทีส่ �าคัญ ตวั อย่าง ๑๕ ตัวอยา่ งการวเิ คราะห์งานรายชิ้น เรอื่ ง การเปล่ยี นถา่ นนาฬิกา ขั้นตอน (ทา� อะไร) เคร่ืองมือ , อปุ กรณ์ ความรู้ (ทา� อยา่ งไร) ข้อควรระวงั หรือ จดุ สา� คัญของงาน ๑. เล่ือนตา� แหนง่ off ตรงลูกศร นาฬกิ า เลื่อนตา� แหนง่ off ให้ตรงกบั ตอ้ งเลอ่ื น off ใหต้ รงกับ ลูกศรด้านบน ต�าแหน่งพอดี ๒. เปดิ ฝาครอบถา่ น นาฬิกา , ถ่านเกา่ ใช้นวิ้ มอื ดนั ฝาครอบถ่านออก ใชแ้ รงพอประมาณ จากตัวนาฬิกา ระวงั เขี้ยวล็อคจะหกั ๓. น�าถ่านเก่าออก นาฬิกา , ถา่ นเกา่ ใชม้ ือดนั ทางขว้ั บวก ไปยังขัว้ ลบ ระวังถา่ นจะหล่น แล้วคอ่ ยๆดนั ออก ๔. ใส่ถา่ นใหม่ นาฬิกา , ถ่านเกา่ ใส่ถ่านทางดา้ นขัว้ ลบทางดา้ นสปริง ใส่ถ่านให้ถกู ขัว้ ค่อยๆกดขวั้ บวกลงไป ๕. ปิดฝาครอบ นาฬิกา ปิดฝาครอบใหต้ รงลอ็ คแล้วกด ระวังเข้ียวลอ็ คจะหัก ๖. ทดสอบ นาฬิกา , ถา่ นเก่า หมุนเปลีย่ นตา� แหนง่ ตรงกลางนาฬกิ า ดูการท�างานของ หนา้ ปัดนาฬกิ า การสอนให้เกิดทักษะโดยเนน้ ให้ผเู้ รยี นฝึกปฏบิ ตั ิ ทดลองปฏิบัติจรงิ โดยมีครฝู ึกดแู ล อย่างใกล้ชิด รปู แบบการสอนแบบต่างๆ รูปแบบการสอนมีหลายวิธี ครฝู กึ ควรเลอื กวธิ ีสอนให้เหมาะสมกบั เน้ือหาและความแตกตา่ งของผูเ้ รยี น (ประภสั รา โคตะขนุ “เวบ็ ไซตก์ ารเรียนรู้” http://sites.google.com/sites/prapasara/๑๕-๑) ๑. การเรียนร้แู บบ ๔ ขน้ั ตอน (Four Steps Method) ๑.๑ ขัน้ เตรยี มการสอน ● ศึกษารายละเอียดของเนื้อหาวิชา ● ประสานงานกบั หน่วยงานทเี่ กยี่ วข้อง ● จดั เตรียมอุปกรณก์ ารสอน 86 แนวทางปฏิบตั กิ ารจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอ่ื งมาตรฐานการจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

● จัดเตรยี มสถานที่ - ทา� ความร้จู กั กบั ผู้เรียน - วางแผนการสอน - ใบวิเคราะห์งานรายชน้ิ (แบบซอยงาน) - ใบเตรียมการสอน (เรอ่ื ง วตั ถปุ ระสงค์ การประเมนิ ผล) - สอ่ื การสอน ๑.๒ ข้นั ดา� เนินการสอน (MIAP) ● น�าเข้าสบู่ ทเรยี น (Motivation) - ทกั ทายผ้เู รียน - ป้อนค�าถาม ส�ารวจความรู้ / ประสบการณ์ เดมิ เช่ือมโยงสคู่ วามรู้ / ประสบการณใ์ หม่ - เรา้ ผเู้ รยี นให้เห็นความสา� คัญของบทเรยี น - การสอนเนอ้ื หาวิชา (Information) - เลอื กวธิ กี ารสอนให้เหมาะสมกบั เนื้อหา - ใหผ้ ู้เรยี นใช้ประสาทสมั ผสั หรอื มีส่วนร่วมมากทส่ี ดุ - สอนตามขน้ั ตอนท่ีกา� หนดในใบเตรยี มการสอน - ระหว่างสอน ตอ้ งเรา้ ความสนใจของผู้เรยี นตลอดเวลา เชน่ การตง้ั คา� ถาม, การรายงานผลความกา้ วหน้า - รบั ฟงั ปัญหาของผูเ้ รยี น และช่วยแกไ้ ข ๑.๓ ขน้ั ทดลองปฏิบัติ / ทดสอบ (Application) ● ต้องแนะนา� วธิ กี ารทา� งานใหช้ ดั เจน แต่ละข้ันตอน ● ตอ้ งคอยใหค้ วามช่วยเหลืออยา่ งใกล้ชดิ ● สรา้ งความม่นั ใจใหก้ ับผเู้ รียน โดย - เน้นจุดสา� คัญในการปฏิบตั ิงาน - ระบุจดุ อันตรายที่ต้องระมัดระวงั - แนะน�าเคลด็ ลบั พเิ ศษในการปฏิบัติงาน ● ขณะทดลองปฏบิ ตั ิ ควรอธิบายว่า - กา� ลงั ท�าอะไร - เพอ่ื อะไร - ใชเ้ คร่ืองมือเครือ่ งจกั รอะไร - มวี ิธกี ารอย่างไร - ตรวจสอบอย่างไร - มีส่ิงใดตอ้ งระมัดระวงั ● กิจกรรมที่ทดลองปฏบิ ตั ติ อ้ งครอบคลมุ วัตถุประสงค์ อาจตอ้ งใชห้ ลายกิจกรรมประกอบกัน ● ทดลองปฏบิ ตั ิจากง่าย พฒั นาไปสู่กิจกรรมท่ยี าก แนวทางปฏิบตั ิการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ 87 เรือ่ งมาตรฐานการจัดการอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๑.๔ ขนั้ ตรวจสอบ / ปรบั แตง่ / สา� เร็จ (Progress) ● ใหผ้ เู้ รยี นทา� งานดว้ ยตนเองใหม้ ากท่ีสดุ แตต่ อ้ งคอยดแู ลใหค้ า� ปรกึ ษา เพ่อื สรา้ งความม่ันใจใหผ้ เู้ รยี น ● ซักถามปัญหา การทา� งานของผู้เรยี น ตรวจสอบผลงานอยู่เสมอ เพือ่ ใหค้ วามชว่ ยเหลือ แนะน�าในสว่ นทย่ี งั ขาดประสบการณ์ ● อย่าใหผ้ เู้ รยี นท�างานตามลา� พงั จนกว่าจะแน่ใจว่าผู้เรียนทา� ไดถ้ ูกตอ้ งและปลอดภัย ๑.๕ แบบครพู เ่ี ลย้ี ง (Tutorial Method) วธิ สี อนแบบใชค้ รูพี่เลยี้ ง เป็นวิธีสอนท่ีใช้กบั ผู้เรยี นกล่มุ เล็กๆ เช่น ๕ คน ๓ คน ๒ คน หรือ ๑ คน ๑.๖ แบบบรรยาย (Lecture Method) ● เหมาะสา� หรบั วิชาท่ีมีเนือ้ หามาก ● เหมาะส�าหรบั ข้ึนบทเรยี นใหม่ ตอ้ งท�าความเขา้ ใจ ● ใช้กบั กลุ่มทีม่ ีผ้เู รียนจา� นวนมาก ๑.๗ แบบสาธติ (Demonstration Method) ● สรา้ งความเขา้ ใจ ความคดิ รวบยอด หลักการ ทฤษฎี ● สอนการท�างาน กระบวนการทา� งานของส่งิ ตา่ งๆ การควบคุมเครอ่ื งจกั ร การทา� งานร่วมกนั ● ขอ้ เสียคอื เครอ่ื งมอื มรี าคาแพงอาจเกดิ ความเสยี หายได้ / อันตราย ● ขอ้ ดี คอื ผเู้ รียนอยากรู้ อยากเห็น สงสัยและอยากคน้ หาค�าตอบ ๑.๘ แบบศึกษาดว้ ยตนเอง (Self Study Method) ● สง่ เสรมิ ให้ผ้เู รียนรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ● เปิดโอกาสให้ผู้เรยี นศกึ ษาสา� เรจ็ ตามความเรว็ ของผเู้ รยี นแต่ละคน ● ครูตอ้ งจดั เตรียมเอกสาร วสั ดุอปุ กรณ์ต่างๆ ช่วยสง่ เสริมการเรยี นของผเู้ รยี นอยา่ งได้ผล ๑.๙ แบบแกป้ ัญหา (Problem Solving Method) ● เปน็ กจิ กรรมดา้ นความคดิ รวบรวมประสบการณ์เดมิ กบั สภาพปญั หาเข้าดว้ ยกัน ● เป็นกระบวนการเลอื กวธิ กี ารตา่ งๆ การลองผดิ ลองถูก ซง่ึ นา� ไปสู่จุดหมาย ● สง่ เสริมใหผ้ ู้เรียนตืน่ ตวั ในการเรียนรู้ เห็นประโยชนต์ อ่ การเรียนรู้ ● สร้างความมั่นใจในตนเอง เขา้ ใจและจดจ�าเนือ้ หาไดด้ ี ๑.๑๐ แบบโครงการ (Project Method) ● เปน็ การสอนทส่ี อดคล้องกบั สภาพจริง ● ผู้เรียนจะท�างานดว้ ยการต้ังปัญหา ● ด�าเนนิ การแก้ปัญหาด้วยการลงมือทา� จรงิ ● ฝึกการรบั ผดิ ชอบในการทา� งานต่างๆ ● ฝกึ แกป้ ัญหาด้วยการใชค้ วามคดิ ● ฝกึ การด�าเนินงานตามความมงุ่ หมายทตี่ งั้ ไว้ 88 แนวทางปฏบิ ัติการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

การเรยี นรู้ด้วยโครงงาน (Project-based Learning) การเรยี นรดู้ ว้ ยโครงงาน เปน็ การจดั การเรยี นรทู้ ่เี นน้ ผเู้ รยี นเปน็ ส�าคญั รปู แบบหนง่ึ ท่เี ปน็ การใหผ้ เู้ รยี น ไดล้ งมือปฏบิ ตั จิ รงิ ในลกั ษณะของการศกึ ษา ส�ารวจ คน้ ควา้ ทดลอง ประดษิ ฐค์ ดิ คน้ โดยครเู ปล่ยี นบทบาทจาก การเปน็ ผ้ใู หค้ วามรู้ (teacher) เปน็ ผอู้ �านวยความสะดวก (facilitator) หรือผู้ใหค้ า� แนะนา� (guide) ทา� หนา้ ท่ี ออกแบบกระบวนการเรยี นรูใ้ หผ้ ู้เรียนท�างานเป็นทมี กระตุ้น แนะน�า และใหค้ �าปรกึ ษา เพือ่ ใหโ้ ครงการสา� เร็จ ลุล่วง ประโยชน์ของการเรียนรู้ด้วยโครงงาน สิง่ ทผี่ ู้เรียนได้รับจากการเรียนรู้ด้วยโครงงาน (PBL) จึงมิใช่ตัว ความรู้ (knowledge) หรือวธิ กี ารหาความรู้ (searching) แตเ่ ป็นทกั ษะการเรยี นร้แู ละนวตั กรรม (learning and innovation skills) ทกั ษะชีวิตและประกอบอาชีพ (Life and Career skills) ทกั ษะด้านข้อมลู ข่าวสาร การสื่อสารและเทคโนโลยี (Information Media and Technology Skills) การออกแบบโครงงานทดี่ ีจะ กระตุ้นให้เกิดการค้นคว้าอย่างกระตือรือร้นและผู้เรียนจะได้ฝึกการใช้ทกั ษะการคิดเชิงวิพากษ์และแก้ปัญหา (critical thinking & problem solving) ทกั ษะการส่อื สาร (communicating) และทกั ษะการสรา้ งความรว่ ม มือ (collaboration)ประโยชน์ท่ีไดส้ า� หรบั ครูทีน่ อกจากจะเปน็ การพัฒนาคุณภาพดา้ นวชิ าชพี แล้ว ยังชว่ ยให้ เกิดการทา� งานแบบรว่ มมือกบั เพื่อนครูด้วยกัน รวมทั้งโอกาสทจี่ ะได้สรา้ งสมั พันธ์ท่ดี กี ับผู้เรียนด้วย ขัน้ ตอนท่ีส�าคญั ในการจัดการเรยี นรู้แบบโครงงาน ขนั้ ตอนท่ี ๑ การเตรียมความพร้อม ครูเตรียมมอบหมายโครงงานโดยระบุในแผนการสอน ในชัน้ เรยี นครอู าจก�าหนดขอบเขตของโครงงานอยา่ งกวา้ งๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั รายวชิ า หรอื ความถนดั ของผเู้ รยี น และ เตรยี มแหลง่ เรยี นรู้ ข้อมลู ตัวอยา่ ง เพ่อื เป็นแนวทางใหผ้ ูเ้ รยี นได้ศึกษาค้นควา้ เพ่มิ เตมิ สามารถใชเ้ วบ็ ไซต์ หรอื โปรแกรม moodle ในการ update ข้อมูลแหล่งเรียนรู้ และการกา� หนดนัดหมายต่างๆเกี่ยวกับการดา� เนิน โครงการได้ ขัน้ ตอนที ่ ๒ การคดิ และเลอื กหวั ขอ้ ใหผ้ เู้ รยี นเปน็ ผสู้ รา้ งทางเลอื กในการออกแบบโครงงานเอง เพ่อื เปดิ โอกาสใหร้ จู้ กั การคน้ ควา้ และสรา้ งสรรคค์ วามรเู้ ชงิ นวตั กรรม ครอู าจใหผ้ เู้ รยี นทบทวนวรรณกรรมท่ีเก่ยี วขอ้ ง กอ่ น เพ่อื เปน็ แนวทางในการเลอื กหวั ขอ้ การท�างานเปน็ ทมี กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การระดมความคดิ จะท�าใหเ้ กดิ ทักษะ ทกั ษะการคิดเชงิ วพิ ากษ์ ทกั ษะการส่ือสาร และทกั ษะการสร้างความร่วมมอื ขัน้ ตอนท่ ี ๓ การเขยี นโครงรา่ ง การเขยี นโครงรา่ งของโครงงาน เปน็ การสรา้ งแผนผงั ความคดิ (mind map) แสดงแนวคิด แผน และขนั้ ตอนการท�าโครงงาน เพื่อใหผ้ ู้เก่ยี วข้องมองเหน็ ภาระงาน บทบาท และระยะ เวลาในการด�าเนินงาน ท�าให้สามารถปฏบิ ตั โิ ครงงานได้อยา่ งมีประสิทธิภาพมากขนึ้ ข้นั ตอนท่ี ๔ การปฏบิ ัตโิ ครงงาน ผเู้ รยี นลงมอื ปฏบิ ตั ติ ามแผนท่ีวางไวใ้ นเคา้ โครงของโครงงาน ถา้ มี การวางเคา้ โครงเอาไวแ้ ลว้ ผเู้ รยี นจะรไู้ ดเ้ องวา่ จะตอ้ งท�าอะไรในข้นั ตอนตอ่ ไป โดยไมต่ อ้ งรอถามครู ในระหวา่ ง การดา� เนินการครูผสู้ อนอาจมกี ารใหค้ า� ปรกึ ษาอยา่ งใกล้ชิดหรอื ร่วมแก้ปัญหาไปพร้อมๆกับผู้เรยี น ข้ันตอนท ่ี ๕ การนา� เสนอโครงงาน ผเู้ รยี นสรปุ รายงานผล โดยการเขียนรายงาน หรอื การนา� เสนอ ในรูปแบบอนื่ ๆเช่น แผ่นพับ โปสเตอร์จัดนิทรรศการ รายงานหน้าชัน้ ส่งงานทางเว็บไซต์หรืออีเมล ถ้ามีการ ประกวดหรอื แขง่ ขนั ด้วยจะท�าใหผ้ ู้เรยี นเกดิ ความกระตอื รือรน้ มากข้นึ แนวทางปฏิบตั กิ ารจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร 89 เร่ืองมาตรฐานการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ข้นั ตอนท่ ี ๖ การประเมนิ ผลโครงงาน การประเมนิ โครงงานควรมกี ารประเมินผลการเรียนรู้โดย หลากหลาย (multi evaluation) เชน่ ผเู้ รยี นประเมนิ ตนเอง ประเมนิ ซง่ึ กนั และกนั ประเมนิ จากบคุ คลภายนอก การประเมนิ จะไม่วัดเฉพาะความรู้หรือผลงานสุดท้ายเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกระบวนการทไี่ ด้มาซึ่งผลงาน ด้วย การประเมนิ โดยครูหลายคนจะเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์และท�าให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครู ด้วยกันอกี ดว้ ย ๑๐.๒ ผเู้ รียนมกี ารบนั ทกึ การฝกึ อาชพี แฟม้ สะสมผลงาน บนั ทกึ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมและจติ อาสา ให้เป็นไปตามแบบท่ีส�านักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษากา� หนด ใหส้ ถานศกึ ษาจดั ท�าสมุดบนั ทึกการฝึกอาชพี ตัวอย่างการเขียน แฟ้มสะสมผลงาน บันทึก คุณธรรมจริยธรรม ให้สอดคล้องกับเทคนิคการสอนงาน (ปฏิบัติ) โดยในสมุดบันทึกการฝึกอาชีพ ควรมี วัตถุประสงค์ของการฝึกอาชีพนิยามและความหมายกฎระเบียบการฝึกอาชีพเกณฑ์การวัดและประเมินผล แผนการฝึกอาชีพโดยสามารถปรับตามบริบทของสถานประกอบการมปี ระวัติและข้อมูล ผู้เรียน ครูนิเทศก์ ขอ้ มลู ครฝู กึ หรอื ผคู้ วบคมุ การฝกึ ในสถานประกอบการขอ้ มลู เบอ้ื งตน้ ของสถานประกอบการแผนท่กี ารเดนิ ทาง ไปสถานประกอบการตารางการลงเวลาการฝกึ อาชพี รายงานการฝกึ อาชพี ท่ผี เู้ รยี นสามารถบง่ บอกถงึ ดา้ นทกั ษะ ดา้ นความร้ดู ้านจติ พิสัย มรี ายงานการเข้ารว่ มกิจกรรมตา่ งๆ ในสถานประกอบการ รวมถงึ แบบประเมินการฝกึ อาชีพทั้งภาคเรียน 90 แนวทางปฏบิ ัติการจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอ่ื งมาตรฐานการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ค่มู อื การฝึกอาชีพ วัตถปุ ระสงคข์ องการฝกึ อาชพี ๑. เพื่อให้ผู้ฝึกอาชีพได้เรียนรู้เพิม่ ทกั ษะประสบการณ์การท�างาน การบริหารจัดการพัฒนาวิชาชีพ ตามสภาพการปฏิบัตกิ ารจริงในสถานประกอบการ ๒. เพอ่ื ใหผ้ ฝู้ กึ วชิ าชพี ไดท้ ราบถงึ สภาพปญั หาท่ีเกดิ ข้นึ จรงิ ในการปฏบิ ตั งิ าน และสามารถจดั การกบั ปญั หาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๓. เพือ่ ให้ผู้ฝึกอาชีพได้ทราบถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีระเบียบวินัย สามารถทา� งานร่วมกับ ผ้อู ื่นได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ๔. เพือ่ ให้ผู้ฝึกอาชีพมเี จตคติทีด่ ีต่อการทา� งาน มคี วามภาคภูมิใจในวิชาชีพ เกิดแรงจูงใจในการ ประกอบอาชพี ต่อไปเมอื่ สา� เร็จการศกึ ษา ๕. เพือ่ สร้างความเป็นหุ้นส่วนในการจัดการการอาชีวศึกษาร่วมกันระหว่างสถานศึกษา กับสถาน ประกอบการ คุณสมบัตขิ องผ้ฝู กึ อาชพี ผเู้ รียนท้ังระดับประกาศนียบัตรวชิ าชีพ (ปวช.) และระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพชัน้ สงู (ปวส.) ทีจ่ ะได้รบั พิจารณาให้ออกฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการจะต้องมคี ุณสมบัติ ดงั น้ี ๑. ผา่ นการลงทะเบยี น ๒. มกี ารท�าประกนั อบุ ตั เิ หตุ ๓. มีผลการเรียนเฉลยี่ ไม่ตา่� กวา่ ๒.๐๐ โดยไม่มีผลการเรยี นทเี่ ปน็ ๐ และ มส ๔. มผี ลการเรยี นผ่านในรายวิชาชพี พืน้ ฐาน และวิชาชพี สาขางาน ๕. มีผลการเรียนผา่ นในรายวิชากจิ กรรม ๖. มคี วามประพฤติเรียบรอ้ ย ท้งั ในด้านความรับผิดชอบ คุณธรรม จรยิ ธรรม ๗. ไดร้ บั การอนุญาตจากผู้ปกครองให้ฝึกอาชพี ในสถานประกอบการ ตวั อย่างขอ้ ควรปฏิบัติของผูฝ้ ึกอาชพี (ควรมกี ารในประกาศโดย ลงนามโดยผูอ้ า� นวยการสถานศกึ ษา) ๑. ผเู้ รียนต้องทา� สญั ญาการฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ และปฏบิ ตั ติ ามอยา่ งเครง่ ครัด ๒. มีระยะเวลาในการฝึกอาชีพไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาในการฝึกอาชีพท้งั หมด ๓. ปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บของสถานประกอบการ และสถานศกึ ษาอยา่ งเครง่ ครัด ๔. ไมก่ ระทา� ความผดิ รา้ ยแรง จนตอ้ งระงับการฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ หรอื พกั การเรียนใน สถานศึกษา แนวทางปฏบิ ตั ิการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 91 เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๕. ปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความเตม็ ใจ เตม็ ความสามารถ ตามค�าสง่ั ดว้ ยความเสยี สละ เคารพ และเช่อื ฟงั ครู ผูค้ วบคมุ การฝึกอาชีพ เพ่อื ให้เกิดประโยชนก์ บั หน่วยงาน ๖. สรา้ งและรักษาช่ือเสียงของสถานศึกษา และสถานประกอบการ ๗. มคี วามรกั สามัคคีในหมคู่ ณะ รกั และภาคภมู ิใจในวชิ าชีพ ๘. มีความซ่ือสตั ย์ และจริงใจกับสถานประกอบการ ๙. จัดท�าสมดุ บันทึกการฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการเปน็ ประจา� ทุกวนั ๑๐. กรณมี ปี ัญหาในขณะฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ ให้ผเู้ รยี นแจง้ ครฝู ึกในสถานประกอบการ ครทู ป่ี รกึ ษา ครูนเิ ทศกง์ านอาชวี ศึกษาระบบทวภิ าคีอยา่ งเรง่ ด่วน ขอ้ ควรปฏิบัตขิ องสถานศกึ ษาในการนิเทศ (ควรมกี ารประกาศ ลงนามโดยผูอ้ า� นวยการสถานศกึ ษา) ๑. แตง่ ต้ังคณะกรรมการการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคีของสถานศึกษา ๒. คณะกรรมการนิเทศของแต่ละสาขางาน จัดท�าแผนนิเทศการฝึกอาชพี ของผ้เู รียน ๓. จดั ท�าปฏทิ นิ การนิเทศและควรแจ้งสถานประกอบการกอ่ นการนเิ ทศล่วงหน้าอย่างนอ้ ย ๗ วัน ในกรณีท่สี ถานประกอบการอยใู่ กลก้ นั หรอื มผี เู้ รยี นฝกึ อาชพี อยใู่ นสถานท่เี ดยี วกนั หลายสาขางาน ใหใ้ ชค้ รนู เิ ท ศก์ร่วมกนั ได้ ๔. หวั หน้างานอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี จัดท�าเอกสารการทเ่ี กย่ี วข้องกับการนเิ ทศ ๕. ครนู เิ ทศกอ์ อกนเิ ทศผูเ้ รยี นในสถานประกอบการแห่งละไมน่ อ้ ยกว่า ๓ ครั้งต่อภาคเรียน ๖. ครูนิเทศก์รายงานผลการนิเทศให้ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาทราบ และสามารถนบั ชวั่ โมงนเิ ทศการ ฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ให้คิดเป็นเวลาชั่วโมงสอนปกติ หากชัว่ โมงสอนทสี่ อนเกินภาระงานทกี่ �าหนด สามารถเบกิ คา่ สอนเกนิ ภาระงานได้ตามระเบยี บราชการ ๗. ผู้เรียนสามารถรายงานผลการฝึกอาชีพของตนเองและเพือ่ น มายงั สถานศึกษาทางระบบ สารสนเทศได้อกี ทางหนงึ่ ๘. ผู้อ�านวยการสถานศึกษามอบหมายให้ครูทีป่ รึกษา/ครูนิเทศก์ ติดตามแก้ปัญหาการฝึกอาชีพ ของผเู้ รยี น ๙. ใหใ้ ช้รถยนต์ของสถานศกึ ษา (ถ้าม)ี เพื่อการนิเทศในสถานประกอบการ ๑๐. กรณใี ชร้ ถยนต์ส่วนตัว ให้ขออนุญาตเบกิ คา่ ชดเชยน�้ามันเชือ้ เพลงิ ไดต้ ามของระเบียบราชการ ๑๑. กรณีใชย้ านพาหนะประจา� ทาง / รถรบั จ้าง ให้ขออนมุ ัติเบกิ คา่ พาหนะเดินทางไดต้ ามระเบียบ ของราชการ 92 แนวทางปฏิบัตกิ ารจัดการอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตราสถานศึกษา บทพิจารณาความผิด และพจิ ารณาโทษของผเู้ รียนท่กี ระท�าความผิด หรือขอยา้ ยสถานประกอบการในระหว่างออกฝกึ อาชพี ๑. กรณีผเู้ รียนกระท�าความผดิ ท่ตี ้องพิจารณาโทษใหร้ ะงับการฝกึ อาชีพในสถานประกอบการ เม่อื ผเู้ รยี นกระท�าความผดิ ในภาคเรยี นท่ีออกฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการ ท�าใหถ้ กู สง่ ตวั กลบั หรอื เปน็ เหตุใหว้ ิทยาลยั ต้องขอรับผเู้ รยี นกลบั จากสถานประกอบการ งานอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคีจะต้ังคณะ กรรมการสอบสวนเพอ่ื หาขอ้ เทจ็ จริงของสาเหตุทถ่ี ูกสง่ ตวั กลับหรอื วิทยาลยั ขอรับตัวกลับ ประกอบด้วย ครูนิ เทศก์ ครทู ี่ปรึกษา หัวหนา้ แผนกวิชา หวั หนา้ งานอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี และรองผอู้ า� นวยการฝ่ายวชิ าการ และระงบั การฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการของผเู้ รยี นชว่ั คราวเปน็ เวลา ๑ สปั ดาห์ เม่อื คณะกรรมการพจิ ารณา โทษแล้ว ผเู้ รียนมีความผิดจรงิ เน่อื งจากเหตตุ ่อไปน้ี ๒.๑ ผู้เรียนไม่ปฏิบัติตามสัญญาการฝึกอาชีพในสถานประกอบการ ให้ระงับการฝึกอาชีพใน สถานประกอบการเป็นระยะเวลาอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน ๒.๒ ไม่ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของสถานประกอบการและสถานศึกษา ให้ระงับการฝึกอาชีพ ในสถานประกอบการเปน็ ระยะเวลาอย่างนอ้ ย ๑ ภาคเรียน ๒.๓ กระท�าความผิดร้ายแรง ได้แก่ ความผิดด้านชู้สาว ลักขโมยทรัพย์สิน ก่อการทะเลาะ วิวาทและความผดิ เกย่ี วกบั สารเสพตดิ ท้งั ในสถานประกอบการและสถานศกึ ษาให้ระงบั การฝึกอาชีพในสถาน ประกอบการตลอดหลักสตู ร ๒.๔ ไมป่ ฏิบัตงิ านด้วยความเต็มใจ เตม็ ความสามารถ ตามคา� ส่ัง ขาดความเสยี สละ ไมเ่ คารพ เช่ือฟงั ครูหรือผู้ควบคมุ การฝึกอาชพี ใหร้ ะงับการฝกึ อาชพี ในสถานประกอบการเปน็ ระยะเวลา ๑ ภาคเรียน ๒. สร้างความเสยี หายให้กับสถานศึกษา และสถานประกอบการให้ระงับการฝึกอาชีพในสถาน ประกอบการเปน็ ระยะเวลา ๑ ภาคเรยี น ๓. สร้างความแตกแยกในหมู่คณะในสถานประกอบการหรือสถานศึกษา ให้ระงับการฝึกอาชีพใน สถานประกอบการเป็นระยะเวลา ๑ ภาคเรยี น ๔. มปี ญั หาเร่อื งสขุ ภาพหรอื เกดิ อบุ ตั เิ หตรุ า้ ยแรงตอ้ งใชร้ ะยะเวลาในการรกั ษาเปน็ เวลานาน ใหร้ ะงบั การฝกึ อาชีพในสถานประกอบการเป็นระยะเวลา ๑ ภาคเรยี น หรอื จนกวา่ จะไดร้ ับการรักษา จนสามารถออก ฝึกอาชพี ได้ แนวทางปฏบิ ัติการจดั การอาชีวศกึ ษาระบบทวภิ าคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ 93 เรื่องมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

๒. กรณีผเู้ รียนกระทา� ความผิด แตต่ อ้ งการย้ายสถานที่ฝึกอาชพี ในระหว่างภาคเรยี น เมอื่ ผู้เรียนได้กระทา� ความผิด แต่ต้องการย้ายสถานทฝี่ ึกอาชีพในระหว่างภาคเรียน ให้ผู้เรียน ปฏิบตั ิ ดังน้ี ๑. ผู้เรียนยนื่ ค�าร้องขอย้ายสถานประกอบการทีฝ่ ึกอาชีพ และรอฟังผลการพิจารณาจาก คณะกรรมการสอบสวน ระหวา่ งนีใ้ ห้ผูเ้ รยี นฝึกอาชีพในสถานประกอบการเดมิ ไปกอ่ น ๒. งานอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคจี ะตง้ั คณะกรรมการสอบสวนเพอ่ื หาขอ้ เทจ็ จรงิ ของสาเหตทุ ่ี ตอ้ งการยา้ ยสถานประกอบการท่ีฝกึ อาชพี ประกอบดว้ ยครนู เิ ทศก์ ครทู ่ีปรกึ ษา หวั หนา้ แผนกวชิ า หวั หนา้ งาน อาชวี ศึกษาระบบทวิภาคีและรองผอู้ า� นวยการฝ่ายวิชาการ ๓. คณะกรรมการพจิ ารณาโทษแล้ว พบวา่ ๓.๑ ผเู้ รยี นมีความจา� เปน็ จรงิ และมเี หตอุ นั สมควร ตามท่ผี เู้ รยี นย่นื ค�ารอ้ งขอยา้ ยสถาน ประกอบการทฝี่ กึ อาชพี งานอาชีวศกึ ษาระบบทวิภาคจี ะด�าเนินการตามทผี่ เู้ รยี นย่นื ประสงค์ทันที ๓.๒ ผู้เรียนมีความจ�าเป็นจริง แต่ไม่มีเหตุอันสมควรทีจ่ ะย้ายสถานประกอบการที่ ฝึกอาชีพทนั ที ตามทผี่ ู้เรียนยนื่ ค�าร้องขอย้ายสถานประกอบการทฝี่ ึกอาชีพ งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจะ ไมอ่ นุญาตใหด้ �าเนนิ การตามที่ผู้เรียนย่ืนความประสงค์ทนั ที แต่ชะลอการย้ายสถานประกอบการทฝี่ ึกอาชีพไว้ ๑ ภาคเรียน และอนญุ าตยา้ ยสถานประกอบการที่ฝกึ อาชีพในภาคเรียนต่อไป ๓.๓ ผู้เรียนไม่มคี วามจ�าเป็นจริงและไม่มีเหตุอันสมควรทีจ่ ะย้ายสถานประกอบการที่ ฝึกอาชีพทนั ที ตามทีผ่ ู้เรียนยืน่ ค�าร้องขอย้ายสถานประกอบการทฝี่ ึกอาชีพ งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีจะ ไมอ่ นญุ าตใหด้ �าเนนิ การตามทผ่ี ้เู รยี นย่ืนความประสงค์ ลงชือ่ ..................................................... (................................................) ผู้อา� นวยการสถานศึกษา 94 แนวทางปฏบิ ัตกิ ารจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เร่ืองมาตรฐานการจดั การอาชีวศึกษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗

ตราสถานศึกษา สมุดบนั ทกึ การฝึกอาชีพ ช่อื – สกุล..................................................................................... รหสั ประจ�าตัว..................................... ระดบั ชัน้ / กลมุ่ ................................................................... สาขางาน...................................................... สถานศกึ ษา................................................................................................................................................ สถานประกอบการ...................................................................................................................................... ท่ตี งั้ สถานประกอบการ .............................................................................................................................. ................................................................................................................................................................... โทรศัพท์ ..................................................................... โทรสาร .............................................................. แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร 95 เรือ่ งมาตรฐานการจัดการอาชวี ศึกษาระบบทวิภาคี พ.ศ. ๒๕๕๗

คาแนะนาในการเขยี นรายงาน ๑. ผู้เรียนทกุ คนมีหน้าทีจ่ ะต้องจัดทารายงานดว้ ยตนเองอย่างสม่าเสมอ โดยครฝู ึกจะเป็นผู้ตรวจสอบ ๒. สมุดบันทึกการฝึกอาชีพนี้มีไว้สาหรับบันทึกส่ิงที่ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากการฝึกอาชีพ ซึ่งทาให้ทราบถึง ความกา้ วหน้าของผเู้ รียนเอง ๓. สมุดบันทึกการฝึกอาชีพเล่มน้ีเป็นส่วนสาคัญส่วนหนึง่ ระหว่างสถานประกอบการ สถานศึกษาและผู้ปกครองที่ แสดงภาพพจนข์ องการฝึกอาชพี และสามารถนามาเปรียบเทียบกับโครงสรา้ งหลักสตู รท่ีได้กาหนดไว้ก่อนหน้าน้ี ได้ด้วย ๔. สมุดบันทึกการฝึกอาชีพจะต้องได้รับการตรวจและลงนามจากครูฝึกและครูนิเทศก์หรือผู้ที่เก่ียวข้องทุกครั้ง ใน การเขยี นรายงานจะต้องเขยี นอย่างต่อเน่ือง ๕. สมุดบันทึกการฝึกอาชีพจะต้องนาไปมอบให้คณะกรรมการประเมินผล เพื่อตรวจสอบการฝึกอาชีพตาม หลักสูตรในการสอบมาตรฐานฝีมือ น่ันหมายความว่า สมุดบันทึกการฝึกอาชีพจะมีผลต่อการสอบด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้ยงั ใชเ้ ปน็ พื้นฐานในการพจิ ารณาเพื่อสมัครทางานในวิชาชพี น้นั ๆอีกดว้ ย การเขียนรายงานประจาวนั ให้เขียนรายงานประจาวันเป็นประโยคกะทัดรัดแต่ได้ใจความ ในวันที่มีการเรียนทฤษฎีให้เขียนช่ือรายวิชาที่ เรียนลงไปตามตัวอยา่ งภาคผนวก ส่วนกรณที เ่ี ปน็ วันหยุดหรอื ลากิจ ลาปวุ ย จะตอ้ งลงบนั ทกึ ไปด้วย การเขยี นสรปุ รายงานประจาสปั ดาห์ เปน็ การบา้ นทีต่ ้องบนั ทึกงานท่ีได้ผ่านการฝึก รวมท้ังการเรียนในสถานประกอบการโดยจะแยกเขียนเป็นแต่ละ วัน การเขียนรายงานจะตอ้ งสะอาด ชัดเจน อา่ นงา่ ย การเขียนสรปุ รายงานการฝกึ อาชีพ ความสาคัญของการเขียนรายงานการฝึกอาชีพคือการแสดงรายละเอียดของข้อมูลการฝึกอาชีพด้วยภาพถ่าย หรอื ภาพสเกต็ การทางาน วสั ดุ เคร่ืองมอื และเคร่อื งจกั ร ทีใ่ ชใ้ นการปฏิบัตงิ าน ในกรณีท่ีการนาข้อมูล ชิน้ งาน หรือภาพ ประกอบการฝกึ อาชีพ บนั ทกึ ลงสมดุ รายงานต้องไดร้ บั อนุญาตจากสถานประกอบการและไม่ละเมิดลิขสทิ ธิ์ 96 แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจัดการอาชวี ิศึกษาระบบทวิภาคี ตามประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เรอื่ งมาตรฐานการจดั การอาชวี ศกึ ษาระบบทวภิ าคี พ.ศ. ๒๕๕๗


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook