Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 1 เสียงในภาษาไทย

1 เสียงในภาษาไทย

Published by พรทิพา เพชรอาวุธ, 2023-07-06 03:24:13

Description: 1 เสียงในภาษาไทย

Search

Read the Text Version

อ.ขวัญจิรา โพธิท์ อง (อ.เค้ก) วชิ าภาษาไทย โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลัยราชภฏั สวนสุนนั ทา

แยกพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ วรรณยกุ ต์ สระ พยญั ชนะ ถ ต เ– ส อ เ–า น ง ก ย ด ม ไ–

ชนดิ และลกั ษณะ ของเสียงในภาษาไทย

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียง เสียง พยญั ชนะ วรรณยกุ ต์ เสียงสระ เสียงในภาษาไทย

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ เสียงสระ คือ เสียงที่เกิดจากกระแสลมจากปอดผา่ นเส้นเสียง ซ่ึงเกร็งตวั ชิดกนั ปิ ดช่องทางลมจนส่ันสะบดั แลว้ เลยออกไปทางช่องปากหรือจมูก โดยที่ ไม่ถูกสกดั ก้นั ณ ที่ใดท่ีหน่ึงในช่องทางเดินของลม แตม่ ีการใชล้ ิ้นและ ริมฝีปากทาใหเ้ กิดเสียงท่ีแตกต่างกนั ออกไป ลกั ษณะสาคญั ของเสียงสระ มี ๒ อย่าง ๑. เสียงสน่ั สะบดั ๒. เสียงผา่ นออกไป หรือเสียงกอ้ ง โดยตรง

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ เสียงสระในภาษาไทยจาแนกตามลกั ษณะต่าง ๆ ไดด้ งั น้ี สระเสียงส้นั และสระเสียงยาว เสียงสระ จาแนกเป็ น สระเด่ียวและสระประสม ในภาษาไทย สระที่มีเสียงพยญั ชนะประสม

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ สระเสียงส้ันและสระเสียงยาว ใชเ้ วลาในการเปล่ง เสียงนอ้ ย สระแบ่งตามช่วงเวลา สระเสียงส้ัน (รัสสระ) ในการเปลง่ เสียง ใชเ้ วลาในการเปล่ง เสียงนานกวา่ สระเสียงยาว (ทีฆสระ) • มีที่เกิดเสียงและ ใชอ้ วยั วะทาใหเ้ กิด เสียงเหมือนกนั • ตา่ งกนั ท่ีช่วงเวลา ในการเปล่งเสียง

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ เสียงสระ ๒๔ เสียง แบ่งเป็ นสระเสียงส้ันและสระเสียงยาวอย่างละ ๑๒ เสียง ดงั นี้ สระเสียงส้ัน สระเสียงยาว สระเสียงส้ัน สระเสียงยาว ๑. อะ ๑. อา ๗. โอะ ๗. โอ ๒. อิ ๒. อี ๘. เอาะ ๘. ออ ๓. อึ ๓. อือ ๙. เออะ ๙. เออ ๔. อุ ๔. อู ๑๐. เอียะ ๑๐. เอีย ๕. เอะ ๕. เอ ๑๑. เอือะ ๑๑. เอือ ๖. แอะ ๖. แอ ๑๒. อวั ะ ๑๒. อวั

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ สระเดยี่ วและสระประสม • สระทเี่ ปล่งออกมาเป็ นเสียงเดยี ว • เกิดจากลมผา่ นเสน้ เสียง มีการสน่ั สระเดี่ยว สะบดั แลว้ ผา่ นเลยไปทางช่องปาก โดยไม่ถูกกกั ท่ีอวยั วะส่วนใดส่วน สระแบ่งตาม ส่วนประกอบของเสียง หน่ึง แตจ่ ะถูกลิ้นและริมฝีปาก ทาให้ เกิดเสียงในลกั ษณะใดลกั ษณะหน่ึง • สระทป่ี ระกอบด้วยสระเดย่ี วสองเสียง สระประสม • ในการเปล่งเสียงจะใชล้ ิ้นและริมฝี ปาก ทาใหเ้ กิดเสียงร่วมกนั สองลกั ษณะ 9

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ ตัวอย่างสระเดย่ี ว สระเสียงส้ัน สระเสียงยาว สระเสียงส้ัน สระเสียงยาว อิ อี อะ อา เอะ เอ อุ อู แอะ แอ โอะ โอ อึ อือ เอาะ ออ เออะ เออ

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ สระประสม สระประสมมี ๓ คู่ แบ่งเป็นสระเสียงส้ันและสระเสียงยาว แตล่ ะเสียงประกอบดว้ ย สระเดี่ยวสองเสียงประสมกนั ดงั น้ี สระเสียงส้ัน สระเดย่ี ว สระเสียงยาว สระเดยี่ ว เอียะ อิ + อะ เอีย อี + อา เอือะ อึ + อะ เอือ อือ + อา อวั ะ อุ + อะ อวั อู + อา 11

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงสระ สระท่ีมีเสียงพยญั ชนะประสม สระท่ีมีเสียงพยญั ชนะประสม คือ เสียงสระที่มีเสียงพยญั ชนะประสมอยดู่ ว้ ย การออกเสียงจะออกกลมกลืนระหวา่ งเสียงสระกบั เสียงพยญั ชนะ มีท้งั หมด ๘ รูป คือ อา ไอ ใอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ รูปสระ สระเดย่ี ว พยญั ชนะ ตัวอย่าง ฦเไใอฤฦออๅาา ออือะึ ลรมยวปสระะกสดม อไใอาลเรลรอือึอามัย (รูปสระเหล่าน้ีมีเสียงซ้ากบั สระเดี่ยว จึงไม่นบั วา่ มีเสียงสระโดยตรง เรียกวา่ สระเ1ก2 นิ )

สระเกนิ ในทางภาษาศาสตร์ สระเกินท้งั ๘ รูป ไม่จดั เป็นสระเพราะมีเสียง พยญั ชนะรวมอยดู่ ว้ ย • สระอา ไอ ใอ เอา เป็นสระท่ีมีเสียงพยญั ชนะทา้ ยรวมอยดู่ ว้ ย อา มี ม สะกด ใอ มี ย สะกด ไอ มี ย สะกด เอา มี ว สะกด • ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ เป็นสระท่ีมีเสียงพยญั ชนะ ร ล นาหนา้ เสียงสระทุกคา ฤ มี ร ประสม ฦ มี ล ประสม ฤๅ มี ร ประสม ฦๅ มี ล ประสม

คาแต่ละคาประสมด้วยสระใด พรรณ แต่ง แ– เผอื ก บวก ล่ืน แขง็ แ–ะ โ–ะ เสียบ ลอ็ ก เ–าะ นก เ–อ –ะ เผด็ เ–ะ ใคร –ะยสะกด เติม ฤกษ์ เ–อ หยก โ–ะ ฉนั

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียง เกิดจากกระแสลมจากปอดผา่ นเส้นเสียง อาจส่ันสะบดั หรือไม่สั่นสะบดั พยญั ชนะ กไ็ ด้ แลว้ ถูกสกดั ก้นั ท้งั หมดหรือเพยี งบางส่วนที่ใดที่หน่ึงในช่องทางเดิน ของลม อาจเป็นลาคอ ช่องปาก หรือช่องจมูก ลกั ษณะสาคัญของเสียงพยญั ชนะ คือ เป็ นเสียงทถ่ี ูกกกั ก่อนทจ่ี ะออกไปทางปากหรือจมูก พยญั ชนะไทย ๔๔ รูป มเี สียงเพยี ง ๒๑ เสียง เพราะบางรูปมีเสียงซ้ากนั

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะ ตน้ พยางค์ ตน้ เดี่ยว ตาแหน่งของ เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะ ทา้ ยพยางค์ ควบกล้า

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะ รูปพยญั ชนะ ๘. /ต/ ฏต เสียงพยญั ชนะต้นเดยี่ ว มี ๒๑ เสียง ๙. /ท/ ฐฑฒถทธ เสียงพยญั ชนะ รูปพยญั ชนะ ๑๐. /น/ ณ น หน ๑๑. /บ/ บ ๑. /ก/ ก ๑๒. /ป/ ป ๒. /ค/ ข ฃ ค ฅ ฆ ๑๓. /พ/ ผพภ ๓. /ง/ ง หง ๑๔. /ฟ/ ฝฟ ๔. /จ/ จ ๕. /ช/ ฉ ช ฌ ๖. /ซ/ ซ ศ ษ ส ทร สร ๗. /ด/ ฎ ฑ ด

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะต้นเดย่ี ว มี ๒๑ เสียง เสียงพยญั ชนะ รูปพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะ รูปพยญั ชนะ ๑๙. /ว/ ว หว ๒๐. /อ/ อ ๑๕. /ม/ ม หม ๒๑. /ฮ/ หฮ ๑๖. /ย/ ญ ย หญ หย อย ๑๗. /ร/ ร ฤ หร ๑๘. /ล/ ล ฬ หล การแสดงเสียงจะนิยมใช้เคร่ืองหมาย / / กากบั ไว้ เพื่อแยกให้เห็นชัดเจนระหว่างรูปกบั เสียง เช่น รูปอกั ษร ฒ แต่มเี สียง /ท/

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะควบกลา้ คือ พยญั ชนะทอี่ อกเสียงควบกลา้ กบั ร ล ว เม่ือควบแล้วจะอยู่ ต้นพยางค์เสมอ เสียงพยญั ชนะควบกลา้ ซึ่งเป็ นคาไทยแท้มี ๑๑ คู่ รูปพยญั ชนะ รูปพยญั ชนะ ๑. กร ๗. พร ๒. กล ๘. พล ผล ๓. กว ๙. ปร ๔. คร ขร ๑๐. ปล ๕. คล ขล ๑๑. ตร ๖. คว ขว

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะควบกลา้ ต้นพยางค์ ซ่ึงเป็ นคาทมี่ าจากภาษาอ่ืน รูปพยญั ชนะ ตวั อย่าง ๑. ทร จนั ทรา อินทรา (สันสกฤต) ๒. ฟร ฟรี (องั กฤษ) ๓. ฟล ฟลุก (องั กฤษ) ๔. ดร ดราฟต์ (องั กฤษ) ๕. บร บรั่นดี (องั กฤษ) ๖. บล บลอ็ ก (องั กฤษ)

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เสียงพยญั ชนะท้ายพยางค์หรือพยญั ชนะสะกด มีท้งั หมด ๘ เสียง ก บม งดน ย ว 21

จดั กลุ่มคาทม่ี เี สียงพยญั ชนะต้นเดยี วกนั ฉุน เฒ่า หญิง เชย ถ่ิน หนุก ญาติ เณร ธง อยาก ยงิ ฐาน หยอก ฌาน นวล เที่ยว /ช/ /ท/ /ย/ /น/

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ เสียง คือ เสียงที่มีการเปล่ียนระดบั สูงต่าโดยเส้นเสียง และเปลง่ ออกมา วรรณยกุ ต์ พร้อมกบั เสียงสระ เช่น คา ข่า ค่า (ขา้ ) คา้ ขา แต่ละคามีเสียงพยญั ชนะ และเสียงสระเหมือนกนั ตา่ งกนั เพยี งระดบั เสียงหรือเสียงวรรณยกุ ต์ เสียงท่ีมีการเปล่ียนระดบั สูงต่า เรียกวา่ เสียงดนตรี

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ เสียงวรรณยกุ ตใ์ นภาษาไทยมี ๕ เสียง จตั วา ตรี โท สามญั เอก เสียงสามญั คือ เสียงท่ีมีระดบั ปานกลางและมีระดบั คงท่ีตลอดไป เสียงเอก คือ เสียงที่เริ่มตน้ ระดบั ต่ากวา่ เสียงสามญั เสียงโท คือ เสียงที่เร่ิมตน้ ระดบั สูงกวา่ เสียงสามญั แลว้ ค่อยลดระดบั ต่ากวา่ เสียงเอก เสียงตรี เสียงจตั วา คือ เสียงที่เร่ิมตน้ ระดบั สูงกวา่ เสียงสามญั เลก็ นอ้ ย คือ เสียงท่ีเร่ิมตน้ ระดบั ต่ากวา่ เสียงเอก แลว้ ลดต่าลงอีก แลว้ เปล่ียนระดบั สูงข้ึน ตามลาดบั เสมอเสียงตรี

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ เสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทยแบ่งเป็ น ๒ พวก คือ วรรณยกุ ตร์ ะดบั วรรณยกุ ต์ เปลี่ยนระดบั วรรณยกุ ตส์ ามญั วรรณยกุ ตโ์ ท ระดบั เสียงวรรณยกุ ต์ วรรณยกุ ตเ์ อก วรรณยกุ ตจ์ ตั วา วรรณยกุ ตต์ รี

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ ความสาคญั ของเสียงวรรณยุกต์ • คาพดู ที่มีความหมายส่ือความเขา้ ใจกนั ได้ จะตอ้ งประกอบดว้ ย เสียงพยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์ • คาท่ีมีเสียงพยญั ชนะและเสียงสระเดียวกนั แตกตา่ งกนั ที่เสียง วรรณยกุ ต์ ยอ่ มมีความหมายต่างกนั หรือกลายเป็นคาที่ไม่มี ความหมาย • เสียงวรรณยกุ ตจ์ ะเป็นตวั กาหนดความหมายของคา

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ หลกั การเทยี บเสียงวรรณยุกต์ ถา้ ตอ้ งการทราบวา่ คาใดมีเสียงวรรณยกุ ตใ์ ดใหเ้ ทียบเสียงกบั อกั ษรกลาง ถา้ เป็น คาเป็ น ใหเ้ ทียบกบั อกั ษรกลางคาเป็น ถา้ เป็น คาตาย ใหเ้ ทียบกบั อกั ษรกลางคาตาย

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ หลกั การเทยี บเสียงวรรณยุกต์ • ผนั วรรณยกุ ตไ์ ดค้ รบท้งั ๕ เสียง อกั ษรกลางคาเป็ น • ไม่มีรูปวรรณยกุ ตเ์ ป็นเสียงสามญั • มีรูปวรรณยกุ ตใ์ ดจะมีเสียงตรงตามรูปวรรณยกุ ตน์ ้นั ๆ สามัญ เอก โท ตรี จตั วา กา ก่า กา้ ก๊า ก๋า

๑. เสียงในภาษาไทย ๑.๒ ชนิดและลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย เสียงวรรณยุกต์ หลกั การเทยี บเสียงวรรณยุกต์ • ผนั วรรณยกุ ตไ์ ด้ ๔ เสียง อกั ษรกลางคาตาย • ไม่มีรูปวรรณยกุ ตเ์ ป็นเสียงเอก • มีรูปวรรณยกุ ตโ์ ท ตรี จตั วา มีเสียง โท ตรี และจตั วาตามลาดบั สามญั เอก โท ตรี จัตวา (ไม่มี) กะ กะ้ ก๊ะ ก๋ะ

อกั ษรแทนเสียงในภาษาไทย เราใช้อกั ษรแทนเสียงสระ เสียงพยญั ชนะ และ เสียงวรรณยุกต์ ดงั นี้ • ใช้สระแทนเสียงแท้ • ใช้พยญั ชนะแทนเสียงแปร • ใช้วรรณยุกต์แทนเสียงดนตรีหรือเสียงผนั

สรุป แบ่ง สระเด่ียว เป็ น เสียงสระ สระประสม ชนิดและลกั ษณะ แบ่ง สระเกิน พยญั ชนะเด่ียว ของเสียงใน พยญั ชนะ ภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ เป็น ตน้ พยางค์ พยญั ชนะควบกล้า เสียงวรรณยุกต์ พยญั ชนะ แม่กก ทา้ ยพยางค์ แม่กง สามญั แม่กด เอก แม่กน โท แม่กบ ตรี แม่กม จตั วา แม่เกย แม่เกอว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook