Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 1 ส31103

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 1 ส31103

Published by Rawiya Somad, 2022-05-16 14:15:13

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ 1 ส31103

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รหัสวิชา ส31103 รายวิชาประวตั ศิ าสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 9 ชว่ั โมง หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เรอ่ื ง วเิ คราะห์ประเดน็ สำคัญทางประวัติศาสตรไ์ ทย จำนวน 3 ช่ัวโมง โรงเรียนท่าขา้ มวิทยาคาร เรื่อง ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยก่อนการปฏริ ปู การปกครองในสมยั รัชกาลท่ี 5 ครูผ้สู อน นางสาวราวีญา ซอมัด ตำแหน่ง ครู คศ.1 1. สาระสำคัญ (ความคดิ รวบยอด) การปรับปรุงประเทศโดยเฉพาะในด้านการเมืองการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้สยามมีฐานะ เปน็ รฐั ชาติ และรอดพ้นจากการคุกคามของจักรวรรดินิยมตะวันตก 2. ตวั ช้วี ดั /จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 2.1 ตวั ชีว้ ดั ส 4.3 ม.4-6/1 วเิ คราะห์ประเดน็ สำคัญของประวัติศาสตร์ไทย 2.2 จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. สรปุ แนวคิดเกีย่ วกบั ความเปน็ มาของชนชาตไิ ทยได้ (K) 2. อธิบายอทิ ธิพลของอาณาจักรโบราณในดินแดนประเทศไทยท่ีมตี อ่ สังคมไทยได้ (P) 3. บอกปัจจัยทีม่ ีผลตอ่ การสถาปนาอาณาจักรไทยในช่วงเวลาตา่ งๆได้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ ประเด็นสำคัญของประวตั ศิ าสตร์ไทย เชน่ - แนวคดิ เกี่ยวกับความเปน็ มาของชนชาตไิ ทย - อาณาจักรโบราณในดินแดนไทยและอทิ ธพิ ลท่ีมีต่อสงั คมไทย - ปจั จยั ที่มผี ลตอ่ การสถาปนา - อาณาจักรไทยในชว่ งเวลาตา่ งๆ 4. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน 4.1 ความสามารถในการคดิ - ทักษะการคดิ สรา้ งสรรค์ - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ 4.2 ความสามารถในการแกป้ ญั หา - กระบวนการสืบค้นข้อมลู 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ - กระบวนการทำงานกลุม่

5. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. มุ่งมัน่ ในการทำงาน 3. รักความเป็นไทย 6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ (วธิ ีสอนโดยใชก้ ระบวนการทางประวัตศิ าสตร)์ นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 ช่วั โมงท่ี 1 ขัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น 1. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรูใ้ หน้ ักเรียนทราบ 2. ให้นกั เรียนดแู ผนทเ่ี สน้ ทางการอพยพของคนไทยกอ่ นเปน็ ประเทศไทยโดยครตู ั้งคำถาม ดังน้ี - นกั เรียนรู้หรอื ไมว่ า่ ชนชาตไิ ทยมีถิ่นกำเนิดมาจากท่ใี ด - นกั เรียนจะไดป้ ระโยชนอ์ ะไรจากการศึกษาเก่ยี วกับถ่นิ เดมิ ของชนชาติไทย ขนั้ สอน 3. ให้นกั เรยี นศึกษาเร่อื ง ความเป็นมาของชนชาตไิ ทย จากหนังสือเรยี น จากน้ันใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ 4. ให้แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ แล้วนำมารายงานหน้าชน้ั โดยใชห้ ัวข้อท่ีกำหนดให้ ดังน้ี - แนวคิดท่ี 1 ถน่ิ เดิมของชนชาตไิ ทยอยู่บรเิ วณเทือกเขาอลั ไต - แนวคดิ ที่ 2 ถิ่นเดมิ ของชนชาตไิ ทยอยบู่ ริเวณตอนใตข้ องจนี - แนวคดิ ที่ 3 ถน่ิ เดมิ ของชนชาติไทยอย่บู รเิ วณประเทศไทยในปจั จุบนั - แนวคิดที่ 4 ถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยอยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย คาบสมุทรมลายู หมูเ่ กาะในอินโดนีเซยี - แนวคดิ ที่ 5 ถ่ินกำเนดิ ของชนชาติไทยอยู่ในมณฑลเสฉวน 4. ครใู ห้นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรือ่ ง ยอ้ นรอยอดีต 5. ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอประเด็นสำคัญตามแนวความคิดเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดของชนชาติไทยที่ กล่มุ ตนได้ศึกษาในแต่ละบรเิ วณตามกระบวนการทางประวตั ศิ าสตร์ 6. ครสู งั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนระหว่างนำเสนอผลงาน ชัว่ โมงที่ 2 1. ครูทบทวนเกี่ยวกับอาณาจักรโบราณในประเทศไทยโดยแจกแผนที่อาณาจักรโบราณในประเทศไทย และ รปู ภาพเก่ยี วกับอาณาจักรโบราณในประเทศไทย แล้วให้แต่ละกล่มุ อภปิ รายและสรปุ สาระความรลู้ งในใบงานท่ี 1.2 เร่อื ง อิทธิพลของอาณาจกั รโบราณท่ีมีต่อสงั คมไทย และเตรียมเล่นเกมแขง่ ขันตอบคำถาม 2. ครูสุ่มเลือกตัวแทนกลุ่มมาจับคำถาม อ่านคำถาม และตอบคำถามในแต่ละข้อ โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทน ออกมาตอบคำถาม กลุ่มละ 1 คน สลบั กนั ออกมาเลอื กคำถามและตอบคำถามจนครบ 10 คำถาม 3. ครเู ฉลยคำตอบพร้อมอธิบายเพ่ิมเตมิ แล้วประกาศกลุ่มทีไ่ ดค้ ะแนนสูงสุดและรองลงมา

ชว่ั โมงท่ี 3 1. นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม แล้วใหแ้ ต่ละกล่มุ อ่านหนังสือประกอบการเรียน และชว่ ยกันวเิ คราะหป์ ัจจัยท่ีมีผลต่อการ สถาปนาอาณาจกั รไทยในสมัยตอ่ ๆมา โดยครูตัง้ ประเด็นคำถาม ดังนี้ - หากนักเรยี นจะสรา้ งบ้านควรเลอื กสร้างในลกั ษณะภูมปิ ระเทศแบบใด - การตั้งถิ่นฐานของแต่ละอาณาจกั รของไทยมลี ักษณะเหมือนกันในเรื่องใดบา้ ง 2. ใหน้ กั เรียนรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถาม ดังน้ี - นกั เรยี นเหน็ ดว้ ยกับแนวคิดเรอื่ งถิน่ กำเนิดของชนชาติไทยตามแนวคิดใด เพราะเหตุใด - อาณาจักรโบราณใดท่นี ักเรียนประทับใจ เพราะเหตุผลใด - นักเรียนคิดว่า ความเจริญดา้ นใดของอาณาจักรโบราณใดที่มีอิทธิพลต่ออาณาจักรไทยในสมัยต่อมา มากท่สี ุด เพราะเหตุใดจึงเปน็ เช่นนน้ั ขัน้ สรุป 1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน 4.1 2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปความรเู้ ร่อื ง การปฏริ ปู บา้ นเมอื งสมยั รัชกาลที่ 5 7. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์ วิธีการ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ตรวจใบงานที่ 4.1 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ทำใบงานที่ 4.1 แบบสงั เกตพฤติกรรม สังเกตการณ์เขา้ ร่วมกิจกรรมกลมุ่ สังเกตการณเ์ ขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม 8. สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้ 8.1 ส่ือการเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียน ประวัติศาสตร์สากล ม.4-ม.6 2. ความรู้จาก Powerpoint นำเสนอ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียน

10. บนั ทึกหลงั การเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….……...………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….…….................… ลงชื่อ……………………………………………….. (นางสาวราวญี า ซอมัด) ตำแหนง่ ครู คศ.1 ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………....………. ลงชอื่ ………………………………………………. (นายนนทน์ รินทร์ ป่ินแกว้ ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอื่ ……………………………………………….. (นายนวิ ัติ กลับกลาย) ตำแหน่ง ครู คศ.3 หวั หน้ากลมุ่ บริหารงานวชิ าการ

ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอ่ื ……………………………………………….. (นายพภิ พ รุ่งโรจน์รงั สรร) ตำแหน่ง รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นทา่ ขา้ มวิทยาคาร ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชื่อ……………………………………………….. (นายสมชาย ขวญั มนจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร

ใบงานที่ 4.1 เรื่อง ย้อนรอยอดตี คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนบอกแนวคดิ เก่ียวกบั ถ่ินกำเนิดของชนชำติไทยและนกั วชิ ำกำรที่สนบั สนุนแนวคิด ใหถ้ ูกตอ้ ง แนวคดิ เก่ยี วกับ ความเป็นมาของ ชนชาตไิ ทย

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 2 รหสั วิชา ส31103 รายวชิ าประวัติศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 จำนวน 9 ชัว่ โมง หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง วเิ คราะห์ประเดน็ สำคัญทางประวัตศิ าสตร์ไทย จำนวน 1 ชั่วโมง โรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร เรื่อง การปฏิรูปบา้ นเมืองสมยั รัชกาลที่ 5 ครูผ้สู อน นางสาวราวีญา ซอมัด ตำแหน่ง ครู คศ.1 1. สาระสำคญั (ความคดิ รวบยอด) การปรับปรุงประเทศโดยเฉพาะในด้านการเมืองการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ทำให้สยามมีฐานะ เป็นรฐั ชาติ และรอดพ้นจากการคุกคามของจักรวรรดินยิ มตะวันตก 2. ตัวชีว้ ัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวช้วี ัด ส 4.3 ม.4-6/1 วเิ คราะหป์ ระเดน็ สำคัญของประวตั ิศาสตรไ์ ทย 2.2 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบุสาเหตุของการปฏริ ูปการปกครองในสมัยรัชกาลท่ี 5 ได้ (K) 2. อภปิ รายการปฏิรปู การปกครองแตล่ ะดา้ นในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ (P) 3. เหน็ ความสำคัญของผลการปฏิรปู ประเทศในสมัยรชั กาลท่ี 5 ได้ (A) 3. สาระการเรยี นรู้ การปฏิรปู บ้านเมืองในสมยั รัชกาลท่ี 5 1. สาเหตุของการปฏริ ปู บา้ นเมอื ง 2. การปฏริ ูปบา้ นเมอื งแต่ละด้าน 2.1 การปฏริ ปู ด้านการปกครอง 2.2 การปฏิรูปดา้ นสังคม 2.3 การปฏริ ปู ดา้ นเศรษฐกิจ 2.4 การเสด็จประพาสตา่ งประเทศและในประเทศ 3 ผลของการปฏิรูปบา้ นเมือง 4. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน 4.1 ความสามารถในการคิด - ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์ - ทักษะการคดิ วิเคราะห์ 4.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา - กระบวนการสืบค้นข้อมลู 4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต - กระบวนการทำงานกล่มุ

5. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. ม่งุ มั่นในการทำงาน 3. รกั ความเป็นไทย 6. กิจกรรมการเรยี นรู้ เทคนิคการสอนแบบ สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชัว่ โมงท่ี 4 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ 1. ครใู ห้นักเรยี นดูวดิ ที ศั น์ที่ครเู ตรยี มมาเพอื่ กระตุน้ ความสนใจของผเู้ รียน 2. ให้นักเรยี นตอบคำถามตอ่ ไปนี้ เพ่อื เช่ือมโยงเขา้ สู่บทเรยี น - วิดีทศั น์ทีแ่ สดง เกยี่ วกับบคุ ลใด ? - มีความสำคัญอย่างไรต่อบา้ นเมืองไทย ? ขั้นสอน ข้ันท่ี 2 สำรวจค้นหา 1. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม จำนวน 3 กล่มุ โดยสมาชิกในกลุ่มให้คละความสามารถกนั ได้แก่ เกง่ ปานกลาง และออ่ น และให้กำหนดตัวแทนต่างๆต่อไปนี้ 1.1 ตัวแทนในการเขยี นคำตอบ 1.2 ตัวแทนในการสบื ค้นขอ้ มลู 1.3 ตวั แทนในการนำเสนอหน้าช้ันเรยี น 2. ครูกำหนดประเดน็ เกี่ยวกับการปฏิรปู บ้านเมอื งในสมัยรัชกาลที่ 5 ใหน้ กั เรยี นรว่ มกันศกึ ษา ดังน้ี กล่มุ ท่ี 1 ศกึ ษาความร้เู ร่อื งการปฏริ ปู บา้ นเมอื งดา้ นการปกครอง กลมุ่ ที่ 2 ศึกษาความรเู้ รื่องการปฏิรปู บา้ นเมอื งดา้ นสงั คม กลุ่มท่ี 3 ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื งการปฏิรูปบ้านเมอื งด้านเศรษฐกิจ 3. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาความร้ตู ามประเด็นท่ีกำหนด ข้นั ท่ี 3 อธบิ ายความรู้ 1. นักเรียนนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟัง ผลัดกันซักถามข้อสงสัยและ อธบิ ายจนทุกคนมีความเข้าใจชัดเจนตรงกนั 2. ครูอธบิ ายความร้เู พ่มิ เติมให้นักเรียน เพอื่ ใหน้ กั เรยี นมคี วามเข้าใจชดั เจนมากยง่ิ ข้ึน ประเดน็ ตอ่ ไปน้ี 2.1 สาเหตุของการปฏริ ปู บ้านเมอื ง 2.2 แนวทางในการปฏริ ูปบา้ นเมือง 2.3 ผลของการปฏริ ปู บ้านเมือง ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ 1. ครูแจกใบงานที่ 4.1 เรื่อง การปฏิรูปบ้านเมืองในสมัยรัชกาลที่ 5 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา ค้นคว้า ตามประเดน็ หวั ข้อทีก่ ำหนด 2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทำใบงานท่ี 4.1 เรือ่ ง การปฏิรูปบา้ นเมืองในสมยั รชั กาลที่ 5 3. ให้นกั เรียนสง่ ตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอผลการศกึ ษาค้นควา้ ของแต่ละกลมุ่ 4. เมอื่ นักเรียนนำเสนอเสร็จแล้ว ครตู ั้งประเดน็ คำถามเพื่อขยายความรู้ใหน้ ักเรยี น

ขั้นสรปุ ข้นั ที่ 5 ตรวจสอบผล 1. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน 4.1 2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปความรู้เรื่อง การปฏริ ูปบ้านเมอื งสมยั รัชกาลที่ 5 7. การวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์ วิธกี าร ตรวจใบงานที่ 4.2 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ทำใบงานที่ 4.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรม สังเกตการณ์เข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ สังเกตการณเ์ ขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ 8. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สอื่ การเรยี นรู้ 1. หนงั สอื เรียน ประวตั ศิ าสตร์สากล ม.4-ม.6 2. ความรู้จาก Powerpoint นำเสนอ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. หอ้ งเรียน 2. ใบความรู้

9. บนั ทกึ หลงั การเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ปญั หาและอปุ สรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….……...………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….…….................… ลงชื่อ……………………………………………….. (นางสาวราวญี า ซอมัด) ตำแหนง่ ครู คศ.1 ความคิดเหน็ ของหวั หน้ากล่มุ สาระ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………....………. ลงชอ่ื ………………………………………………. (นายนนท์นรินทร์ ปนิ่ แกว้ ) หัวหน้ากลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ความคดิ เห็นของหัวหนา้ กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอ่ื ……………………………………………….. (นายนวิ ัติ กลบั กลาย) ตำแหนง่ ครู คศ.3 หัวหน้ากลุม่ บริหารงานวชิ าการ

ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอ่ื ……………………………………………….. (นายพภิ พ รุ่งโรจน์รงั สรร) ตำแหน่ง รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นทา่ ขา้ มวิทยาคาร ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชื่อ……………………………………………….. (นายสมชาย ขวญั มนจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร

แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่ ท่ี ชื่อ – สกลุ ความร่วมมอื การแสดง การรบั ฟงั การตง้ั ใจ การร่วม รวม 43 2 1 ความคิดเหน็ ความคิดเห็น ทำงาน ปรับปรุง 20 ผลงานกลมุ่ คะแนน 4321 4321 4321 4321

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน 18 - 20 ดีมาก ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน 14 - 17 ดี ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 10 - 13 พอใช้ ตำ่ กวา่ 10 ปรับปรุง

ใบงานที่ 4.2 เร่ือง การปฏริ ปู การปกครอง 1. เพราะเหตุใด ในสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงปฏริ ูปบ้านเมอื งดา้ นการปกครอง .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ในสมัยรัชกาลท่ี 5 ทรงปฏิรูปบ้านเมืองด้านการปกครอง อยา่ งไร .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 3. การแบง่ หนว่ ยงานราชการสว่ นกลางออกเปน็ ก่ีกระทรวง อะไรบา้ ง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 4. การแบง่ หน่วยงานราชการสว่ นกลางออกเป็นกระทรวง มีขอ้ ดีอยา่ งไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 5. การปฏิรปู การปกครองในสว่ นภมู ิภาคในสมยั รชั กาลท่ี 5 ส่งผลดีต่อประเทศไทย อยา่ งไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 4.2 เร่อื ง การปฏริ ูปด้านสงั คม 1. การปฏิรปู ด้านสงั คมในสมยั รชั กาลที่ 5 ได้แก่อะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ให้นักเรียนบอกความแตกต่างระหวา่ งทาสสนิ ไถ่กับทาสในเรอื นเบี้ย .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 3. ไพร่ คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 4. ใหน้ กั เรียนอธิบายความแตกตา่ งระหว่างไพร่หลวงและไพร่สม ............................................................................................................................................ .................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................... .................................................................. 5. เพราะเหตใุ ดถงึ ต้องปฏิรปู การศกึ ษาในสมัยรัชกาลท่ี 5 ............................................................................................................................................................... ............... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ........................................................................................................... ..................................................................

ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง การปฏิรปู บา้ นเมืองดา้ นเศรษฐกจิ 1. การปฏริ ปู บา้ นเมืองดา้ นเศรษฐกจิ ได้แกเ่ รอ่ื งอะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. การปฏริ ูปบ้านเมืองด้านเศรษฐกจิ มขี อ้ ดีอย่างไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 3. จงอธบิ ายจุดประสงค์ของการตง้ั หอรษั ฎากรพิพัฒน์ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 4. การจัดทพงบประมาณแผ่นดนิ คอื อะไร เกดิ ขึ้นในปใี ดเปน็ ปีแรก ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. 5. นสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสง่ เสริมด้านการเกษตรอย่างไร .............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ........................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................

ใบความรู้ เรือ่ ง การปฏริ ปู สมยั รัชกาลท่ี 5 ในสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั รชั กาลที่ 5 ทรงไดป้ ฏิรปู การปกครองแผน่ ดินขนาน ใหญ่ ควบคู่ไปกับการปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ก็เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองและ สภาพแวดลอ้ มตา่ ง ๆ ทเ่ี ปล่ยี นแปลงไปตามอทิ ธิพลของชาติตะวนั ตกท่ีต้องการเข้ามาลา่ อาณานิคม มลู เหตุสำคัญท่ีผลักดันใหม้ ีการปฏริ ปู การปกครองมีอยู่ 2 ประการ คือ 1. มูลเหตุภายใน ทรงพิจารณาเหน็ วา่ การปกครองแบบเดมิ ไม่เหมาะสมกับสภาพทางการปกครองและ ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สยามมีประชากรเพิ่มขึ้น การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารเริ่มมีความ ทันสมัยมากขึ้น การปกครองแบบเดิมจะมีผลทำให้ประเทศชาติขาดเอกภาพในการปกครอง ขาดประสิทธิภาพ ในการบริหารราชการแผ่นดินและพัฒนาไดย้ าก 2. มูลเหตุภายนอก ทรงพจิ ารณาเห็นว่า หากไม่ทรงปฏิรูปการปกครองแผน่ ดินย่อมจะเป็นอันตรายต่อ เอกราชของชาติ เพราะในขณะน้ันจักรวรรดินิยมตะวันตก ได้เข้ามาแสวงหาอาณานิคมในแถบเอเซียตะวันออก เฉียงใต้ จนสยามต้องยินยอมให้ประเทศตะวันตกหลายประเทศมีสิทธิภาพนอกอาณาเขต คือ สามารถตั้งศาล กงสุลขึ้นมาพิจารณาความคนในบังคับของตนได้ โดยไม่ต้องอยู่ใต้การบังคับของศาลสยาม เพราะอ้างว่า ศาล สยามล้าสมยั จากสาเหตดุ งั กล่าวทำใหร้ ชั กาลท่ี 5 ต้องทำการปฏริ ปู หลายดา้ น ได้แก่ การยกเลกิ ระบบไพร่ การเลิกทาส การปฏริ ปู การศกึ ษา และการปฏิรปู การปกครอง (ยกเลกิ ระบบจตุสดมภ์) ผลของการปฏริ ูปการปกครองของรัชกาลท่ี 5 1.กอ่ ให้เกดิ ความเป็นอันหน่ึงอันเดียวกนั ภายในราชอาณาจักร ซงึ่ เปน็ ผลสืบเน่อื ง มาจากการปกครอง ส่วนภูมภิ าคในรูปมณฑลเทศาภิบาล โดยมีศูนย์รวมอยทู่ ก่ี รงุ เทพมหานคร 2.รัฐบาลไทยที่กรุงเทพฯ สามารถขยายอำนาจเข้าควบคุมพื้นที่ภายในราชอาณาจักรได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพมากยงิ่ ขน้ึ ก่อให้เกดิ ความเปน็ เอกภาพทางการเมือง ซึง่ เปน็ ปจั จัยสำคญั ในการหยดุ ย้ังการคุกคาม จากประเทศมหาอำนาจตะวันตก ตอ่ ประเทศไทย 3.ทำให้กลมุ่ ผเู้ สียผลประโยชนจ์ ากการปฏิรปู การปกครอง พากันกอ่ ปฏิกิรยิ าตอ่ รัฐบาลท่ีกรุงเทพฯ ดัง จะเห็นได้จากกรณีกบฏผู้มีบญุ ภาคอีสาน ร.ศ.121 กบฏเงีย้ วเมอื งแพร่ ร.ศ.121 กบฏแขกเจ็ดหัวเมอื ง ร.ศ.121 แตร่ ฐั บาลก็สามารถควบคมุ สถานสถารณไ์ วไ้ ด้ กล่าวโดยสรุป การปฏิรูปการบริหารราชการ แผ่นดิน ในสมัยรัชการที่ 5 นั้น เป็นการปฏิรูป การศึกษา การปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดินส่วนกลาง การปฏิรูปการปกครองระบบมณฑลเทศาภิบาล การปฏริ ูประบบภาษอี ากรและการคลัง การยกเลิกระบบทาส การทำลายระบบไพร่ หรือการปฏิรูประบบการเกณฑ์ทหารให้เป็นแบบตะวันตก และการปฏิรูประบบกฎหมายของประเทศให้ทันสมัยยิ่งขึ้น จากคุณูประการเหล่านี้พระองค์ท่า นทรงได้รับ สมัญญานามว่า “สมเดจ็ พระปยิ ะมหาราช”

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 กล่มุ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายวิชา ประวัตศิ าสตร์ รหสั ส 31103 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 4 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การสร้างองค์ความรใู้ หม่ทางประวัติศาสตร์ไทย จำนวน 4 ชั่วโมง เรือ่ ง วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ จำนวน 1 ช่วั โมง ครูผสู้ อน นางสาวราวีญา ซอมัด ตำแหน่ง ครู คศ.1 โรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร 1. สาระสำคัญ (ความคิดรวบยอด) ประวัติศาสตร์เป็นการสร้างเร่ืองราวหรอื กิจกรรมของมนุษย์ในอดีตอย่างมีระบบ เพื่อให้ได้เรื่องราวท่ี ถูกต้อง น่าเชื่อถือ โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า “วิธีการทางประวัติศาสตร์” ซึ่งเป็นกระบวนการในการแสวงหา ข้อเทจ็ จริงจากหลกั ฐานซง่ึ เปน็ รอ่ งรอยจากอดีตทีห่ ลงเหลืออยู่ 2. ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 ตัวชีว้ ดั ส 4.1 ม.4-6/2 สร้างองค์ความรู้ใหมท่ างประวัติศาสตร์โดยใชว้ ธิ กี ารทางประวัตศิ าสตรอ์ ยา่ งเปน็ ระบบ 2.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความหมาย ความสำคัญและประโยชนข์ องวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ 2. ประยุกตใ์ ช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ได้ 3. ตระหนักถึงความสำคัญของวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ ได้ 3. สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ 2. ความสำคญั ของวิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ 3. ประโยชนข์ องวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 4. ขัน้ ตอนของวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ 4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 4.1 ความสามารถในการคดิ 4.2 ความสามารถในการแก้ปญั หา 4.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต 5. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. รกั ความเป็นไทย 3. อยูอ่ ย่างพอเพยี ง

6. กิจกรรมการเรียนรู้ เทคนิคการสอน : แบบสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ข้นั ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ 1. ครแู จ้งตวั ชวี้ ัดและจดุ ประสงค์การเรียนรใู้ หน้ กั เรยี นทราบ (มภี มู ิคุ้มกัน) 2. ครูนำเรื่องเล่า “โบราณสถานเวียงลอ” เกี่ยวกับความเชื่อเรื่องไก่ชนมาไหว้ และพบโครงกระดูก- โบราณวตั ถอุ ายนุ บั พนั ปี ชีเ้ ปน็ หลกั ฐานสมยั เหล็ก ครูตง้ั คำถามใหน้ ักเรียน วิเคราะหว์ า่ (ความรู้ เหตุผล) - เรื่องเล่านี้เป็นจริงหรือไม่และมีมีข้อสงสัยในเรื่องใด (แนวตอบ : หลักฐานที่พบมีความน่าเชื่อถือ หรอื ไม่) - จะร้ไู ดอ้ ย่างไรวา่ เปน็ หลักฐานจริงหรือปลอม (แนวตอบ : หาหลักฐาน) - แหล่งขอ้ มลู ท่ีควรไปสบื ค้น (แนวตอบ : ห้องสมดุ คำบอกเล่า) - แหล่งขอ้ มลู มีความน่าเชื่อถอื แคไ่ หน (แนวตอบ : ต้องวเิ คราะห์ สงั เคราะห์) - ต้องใช้วิธกี ารใดในการสบื คน้ ข้อมลู (แนวตอบ : วิธีการทางประวัตศิ าสตร์) 3. ครูคอยกระตุ้นใหน้ กั เรยี นมีส่วนรว่ ม เพือ่ เช่ือมโยงเข้าสู่เนอ้ื หา ข้ันที่ 2 สำรวจคน้ หา 4. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 - 6 คน คละความสามารถกัน เก่ง ปานกลาง อ่อน (พอประมาณ) แล้วใหน้ ักเรยี นแบ่งหน้าทก่ี ันภายในกล่มุ โดยจะมปี ระธานกลุ่ม เลขากลมุ่ ผบู้ ันทึก และผู้ร่วมกิจกรรม (เหตุผล ภูมคิ มุ้ กนั สังคม) 5. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวเพื่อร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง วิธีการทาง ประวัติศาสตร์ ในหนังสือเรียนและหนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ดังนี้ (ความรู้ พอประมาณ) หมายเลข 1 ศกึ ษาความหมายของวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หมายเลข 2 ศึกษาความสำคญั ของวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ หมายเลข 3 - 4 ศึกษาประโยชน์ของวธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ หมายเลข 5 - 6 ศึกษาขั้นตอนของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ 6. นักเรียนศึกษาความรู้ตามที่ได้รับมอบหมาย โดยครูมีหน้าที่ให้คำแนะนำและติดตาม (มีเหตุผล มี ภูมคิ มุ้ กัน) ข้ันที่ 3 อธิบายความรู้ 7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ผลดั กนั อธิบายความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศึกษาให้สมาชกิ ในกลุ่มฟงั (ความรู้ คณุ ธรรม) 8. ให้นกั เรียนผลัดกันซกั ถามขอ้ สงสัยและอธิบายจนมีความเขา้ ใจชัดเจนตรงกัน (ความรู้ ภูมิคมุ้ กนั ) 9. ครูซักถามนักเรียนถึงผลการศึกษาความรู้ จากนั้นครูอธิบายวิธีการสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีการทาง ประวัติศาสตร์และอธิบายความรู้เพิ่มเติมตลอดจนสร้างความตระหนักเพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจและเห็น ความสำคัญของวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ชัดเจนยิ่งข้ึน (ความร)ู้ ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ 9. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง เจาะประวัติศาสตร์ สมาชิกภายในกลุ่ม รว่ มกนั ทำใบงานผลัดกนั อธิบายความรู้ เพ่อื ใหม้ ีความเข้าใจยงิ่ ขึน้ (ความรู้ คณุ ธรรม ภูมิค้มุ กัน สงั คม)

10. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนกลุ่มเดิมสืบค้นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ตามความสนใจ 1 เหตุการณ์ โดยประยกุ ตใ์ ช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาเหตุการณ์ แล้วจดั ทำชิน้ งานจากวัสดุที่มีอยู่ให้ มากท่ีสดุ (ความรู้ คณุ ธรรม พอประมาณ วัตถุ) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล 11. ครูและนกั เรยี นร่วมกัน ตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง เจาะประวัตศิ าสตร์ (มีเหตผุ ล) 12. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความร้เู ร่อื ง วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ (ความรู้ ภูมคิ ุ้มกนั ) 7. การวัดผลและประเมนิ ผล การวัดผลและการประเมินผล ดา้ น วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ความรู้ (K) - ตรวจการทดสอบก่อน - แบบทดสอบก่อนเรียน รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ เรียน - ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง เจาะ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ประวตั ศิ าสตร์ เจาะประวตั ิศาสตร์ - ช้นิ งานท่ี 1 เรอื่ ง เจาะ - ตรวจช้ินงานที่ 1 ประวัตศิ าสตร์ ทกั ษะกระบวนการ (P) - กระบวนการทำงานกล่มุ - แบบประเมนิ การทำงานกลุ่ม ระดบั 2 ผ่านเกณฑ์ คณุ ลกั ษณะ (A) - สงั เกตคณุ ลักษณะอันพงึ - แบบประเมินคุณลักษณะอนั ระดบั 2 ผ่านเกณฑ์ ประสงค์ (ประจำแผนการ พึงประสงค์ จดั การเรยี นร้)ู - สังเกตคุณลกั ษณะอันพึง - แบบประเมนิ คุณลกั ษณะ ระดบั 2 ผ่านเกณฑ์ ประสงค์ (ประจำกลุม่ ของกลมุ่ สาระ สาระการเรียนร้)ู สมรรถนะ (C) - สังเกตสมรรถนะสำคญั - แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดับ 2 ผ่านเกณฑ์ ของผูเ้ รยี น สำคัญของผเู้ รยี น 8. เกณฑก์ ารตดั สินผลงาน ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 54321 1 เนอ้ื หาละเอยี ดชดั เจน 2 ความถูกตอ้ งของเนอื้ หา 3 รปู แบบของผลงาน 4 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม ผลงานสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจนมากทสี่ ุด ให้ 5 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ มาก ให้ 4 คะแนน

ผลงานสอดคล้องกบั รายการประเมินปานกลาง ให้ 3 คะแนน ผลงานสอดคล้องกับรายการประเมนิ น้อย ให้ 2 คะแนน ผลงานไมส่ อดคล้องกับรายการประเมิน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ คะแนนผลงาน คะแนนผลงาน คะแนนผลงาน คดิ เปน็ การประเมิน (สำหรบั ชน้ิ ละ 5 (สำหรบั ชน้ิ ละ (สำหรบั ชิ้นละ รอ้ ยละ 5 หมายถงึ ดีมาก 10 คะแนน) 16 - 20 4 หมายถึง ดี คะแนน) 10 คะแนน) 100 11 - 15 3 หมายถึง พอใช้ 15 80 5 - 10 1 - 2 หมายถึง ปรับปรุง 5 10 13 60 0-4 48 11 40 36 9 24 9. ส่ือ/แหลง่ การเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียน ประวตั ิศาสตรส์ ากล ม.4-ม.6 2. ภาพ 3. power point 4. เร่อื งเลา่ “โบราณสถานเวียงลอ” 5. ใบงานที่ 2.1 เรือ่ งเจาะประวตั ศิ าสตร์ 9.2 แหลง่ การเรยี นรู้ 1. ห้องสมุด 2. หอ้ งสบื คน้ ขอ้ มลู

10. บนั ทึกหลงั การเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….……...………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….…….................… ลงชื่อ……………………………………………….. (นางสาวราวญี า ซอมัด) ตำแหนง่ ครู คศ.1 ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………....………. ลงชอื่ ………………………………………………. (นายนนทน์ รินทร์ ป่ินแกว้ ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอื่ ……………………………………………….. (นายนวิ ัติ กลับกลาย) ตำแหน่ง ครู คศ.3 หวั หน้ากลมุ่ บริหารงานวชิ าการ

ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอ่ื ……………………………………………….. (นายพภิ พ รุ่งโรจน์รงั สรร) ตำแหน่ง รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นทา่ ขา้ มวิทยาคาร ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชื่อ……………………………………………….. (นายสมชาย ขวญั มนจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร

ใบความรู้ โบราณสถานเวียงลอ โบราณสถานเวียงลอเมืองโบราณในเขตล้านนาตั้งอยู่ในเขตตำบล ลอ และตำบลหงส์หิน อำเภอจุน จงั หวัดพะเยา มีแม่นำ้ อิงไหลผ่านกลางเมือง ทำใหเ้ วยี งลอแบง่ ออกเปน็ 2 สว่ น คอื ฝั่งเหนือของแม่น้ำอิง อยู่ใน เขตตำบลหงสห์ นิ และฝั่งใต้อยูใ่ นเขตตำบลลอ จากคำเล่าผู้เฒ่าผูแ้ ก่และตามหลักฐานต่างๆนั้น เชื่อว่าเวียงลอ เป็นเมืองเดียวในเขตล้านนาที่ปรากฏหลักฐานแนวคันดินกั้นลำน้ำ แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญา ในการทำระบบ ชลประทานขนาดใหญ่ที่มีประโยชน์ด้านควบคุมน้ำ เพื่อใช้ในด้านการเกษตร และเพื่อป้องกันน้ำท่วม พื้นท่ี เกษตร รวมทั้งศาสนสถานต่างๆ และที่ตั้งบ้านเรือนของชุมชน ภายในเขตกำแพงเมืองพบวัดร้างมากกว่า 50 วัด ตามวดั รา้ งจะพบพระพุทธรูปหินทรายและพระพทุ ธรูปทองสำริดจำนวนมากแต่ถูกทำลายไปเกอื บหมด พบ เศษภาชนะดินเผาทั้งวัฒนธรรมหริภุญไชยตอนปลาย และภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาล้านนา นำมาเก็บไว้ให้ นนุ่ หลงั ศึกษาต่อไปทพ่ี ิพฒิ ฃธภัณฑ์เวียงลอ วัดศรีปิงเมือง เรื่องเล่าท้องถิ่นวัดศรีปิงเมือง นอกจากวัดนี้เป็นที่น่าดึงดูดให้ผู้คนเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับอดีต โบราณสถานแล้ว วัดศรีปิงเมืองจัดเป็นวัดสำคัญและเป็นศูนย์รวมของชุมชนชาวบา้ นลอ ในปัจจุบัน เนื่องจาก เป็นวัดที่มพี ระสงฆ์จำพรรษาอยู่ มีโบราณสถานสำคัญไดแ้ กเ่ จดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่ ศิลปะล้านนา - สุโขทยั มีสถานท่ใี ช้ประประกอบศาสนพธิ ีเป็นวหิ ารใหม่ที่สร้างครอบทับซากวิหารหลังเดิม ชาวบ้านเล่าว่าแต่เดิมมีคนมาขอพรและได้บนกับอนุสาวรีย์พญาลอ ที่วัดศรีปิงเมืองไว้ว่าถ้าประสบ ผลสำเร็จจะนำไก่ชนมาถวาย เนื่องจากพระลอชอบเล่นไก่ชน และก็ประสบผลสำเร็จจริงหลังจากนั้นชาวบ้าน ลอมีงานสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือ มาบนขอพรอะไรกันก็มักจะนำรูปปั้นไก่ชนไปถวายพญาลอก็มัก ประสบผลสำเร็จเสมอ จึงเปน็ ความเชือ่ ของบา้ นลอท่ีทำตามบรรพบุรุษมาจนถึงปัจจบุ ัน การศึกษาโบราณสถานและประวัติศาสตร์ความเชื่อความเป็นมาของเวียงลอน้ันเปน็ เร่ืองที่น่าให้ความ สนใจและความสำคัญมาก ปัจจุบันการเข้าถึงเรื่องเล่าประวัติท้องถิ่นที่ต่างๆไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปทั้งการ เดนิ ทางและข้อมลู พ้ืนฐานจากเทคโนโลยี เพียงเราเปดิ ใจรับฟังเรื่องเขา ภูมใิ จในถนิ่ กำเนดิ ของเราบอกเล่าเรื่อง ทอ้ งถิ่นของเรา และรบั ฟงั เรื่องราวระหวา่ งรนุ่ สรู่ นุ่ อยา่ ปลอ่ ยให้เร่ืองเล่าทอ้ งถ่นิ ต้องเลอื นหายไปตามกาลเวลา

ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง เจาะประวตั ศิ าสตร์ คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรียนตอบคำถามท่กี ำหนดใหถ้ ูกตอ้ ง 1. ทำไมจงึ ต้องตั้งช่ือเรื่องหรือประเดน็ ทีจ่ ะศึกษา 2. การตง้ั ชือ่ เรื่องมหี ลักเกณฑ์อย่างไร 3. หลักฐานประเภทใดบ้างท่จี ะนำมาใชใ้ นการศกึ ษา 4. จะร้ไู ด้อย่างไรวา่ หลักฐานน้นั มีความนา่ เชื่อถือได้ 5. เพ่อื ใหท้ ราบเนื้อความหรือเรื่องราวจากหลกั ฐาน ควรทำอย่างไร

แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน ประจำหน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 คำชีแ้ จง ให้นกั เรยี นเลอื กคำตอบท่ีถกู ต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. การนบั เวลาในประวตั ิศาสตรไ์ ทยมีความสำคัญอย่างไร ก. ทำให้จดั ลำดบั ความคดิ ไดถ้ ูกตอ้ ง ข. มองเหน็ ความสัมพนั ธ์ของอดีต ปัจจบุ นั และอนาคต ค. สามารถบอกเหตุการณ์ได้วา่ เหตกุ ารณใ์ ดเกดิ ข้ึนก่อน-หลัง ง. ถกู ทุกข้อ 2. ขอ้ ใด ไม่ถกู ตอ้ ง เก่ียวกบั เวลา ก. คมิ หันต์ วสันต์ ข. ดอกโสนบานเช้า ดอกสะเดาบานเยน็ ค. เที่ยงตรง เทย่ี งธรรม ง. ผึ้งบนิ หาน้ำหวาน นกบนิ กลับรงั 3. ขอ้ ใดกล่าวถงึ ศักราช ไม่ถกู ต้อง ข. พ.ศ.ของไทยเร็วกวา่ ศรลี งั กา 1 ปี ค. ร.ศ. เป็นศักราชในรัชกาลท่ี 5 ง. ค.ศ. ใช้กับการเกิดของพระเยซู จ. จ.ศ. เปน็ ศักราชของไทยในพงศาวดาร 4. เรียงลำดบั การใช้ศักราชในการบันทกึ ประวัติศาสตรไ์ ทยให้ถกู ต้อง ก. ร.ศ. พ.ศ. ค.ศ. จ.ศ. ม.ศ. ข. จ.ศ. ม.ศ. พ.ศ. ร.ศ. ค.ศ. ค. ม.ศ. จ.ศ. พ.ศ. ร.ศ. ค.ศ. ง. ม.ศ. จ.ศ. ค.ศ. พ.ศ. ร.ศ. 5. การเกิดศกั ราชเก่ยี วเน่ืองข้อใด ข. การเมือง ก. เศรษฐกิจ ง. เหตุการณ์สำคัญ ค. ศาสนา 6. ขอ้ ใดถอื วา่ เป็นศกั ราชสากล ข. คริสต์ศักราช ก. ฮจิ เราะห์ศักราช ง. รตั นโกสนิ ทร์ศกั ราช ค. พทุ ธศกั ราช

7. ขอ้ ใดไม่ถูกต้อง ก. พ.ศ. – การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ข. ค.ศ. – การตรงึ ไม้กางเขนของพระเยซู ค. ฮ.ศ. – การอพยพของนบีและสาวก ง. ร.ศ. – การสถาปนากรุงรตั นโกสินทร์ 8. การนบั ศักราชในข้อใดถูกต้อง ก. พทุ ธศักราช –จันทรคติ ข. คริสตศ์ ักราช- จนั ทรคติ ค. ฮิจเราะห์ศกั ราช – จนั ทรคติ ง. รัตนโกสินทรศ์ ก-จันทรคติ 9. การเทยี บศักราชในข้อใดไม่ถูกตอ้ ง ก. ฮิจเราะห์ศกั ราชชา้ กวา่ คริสต์ศักราช ข. คริสต์ศักราชเร็วกว่ารัตนโกสินทร์ศก ค. พทุ ธศักราชเรว็ กว่าครสิ ต์ศักราช ง. มหาศกั ราชชา้ กวา่ จลุ ศักราช 10. ข้อมูลใดไมถ่ กู ต้อง ก. กรุงเทพฯ สถาปนาเมอ่ื พ.ศ. 2325 ตรงกบั รัตนโกสินทร์ศก 1 ข. ปัจจบุ ันกรุงเทพฯ เปน็ เมืองหลวงมา 229 ปี ค. ศาสนาพทุ ธเกิดมา 2552 ปี ขณะที่ศาสนาคริสต์เกิดมานาน 2009 ปี ง. ไทยเสยี กรงุ ครง้ั ท่ี 1 พ.ศ.2112 ตรงกับ ค.ศ.1969 11. ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์ในการแบง่ ยุคประวัตศิ าสตรเ์ ปน็ 2 ยุคใหญ่ ก. วสั ดทุ ำเครอื่ งมือเคร่ืองใช้ ข. การตัง้ ชมุ ชน ค. คำบอกเลาสืบต่อกนั มา ง. การบันทึกเร่ืองราว 12. หลกั ฐานประวตั ศิ าสตร์ข้อใดไม่เขา้ พวก ข. จารกึ อกั ษรสยาม ก. ตำนานอสุ า-บารส ง. ขวานหนิ ขดั ค. พงศาวดารเหนือ 13. ยคุ สมยั ในข้อใดท่ีมนุษย์ ยงั ใช้ชวี ิตเรร่ ่อนดว้ ยการเก็บของป่า ลา่ สตั ว์ ก. ยุคหินกลาง ข. ยคุ หนิ ใหม่ ค. ยุคสำรดิ ง. ยุคเหลก็

14. ในการศึกษาเร่ืองราวก่อนประวตั ศิ าสตรใ์ นประเทศไทยจะไมพ่ บหลกั ฐานในข้อใด ก. กำไลสำริด ข. เครือ่ งปัน้ ดินเผา ค. โครงกระดูกมนุษย์ ง. แผน่ จารกึ อักษรโบราณ 15. เพราะเหตุใด วัสดุที่ทำเครอื่ งมอื เคร่ืองใช้นยิ มใช้เหล็กมากกว่าสำรดิ ก. หาได้งา่ ย ข. ผลิตได้งา่ ย ค. มคี วามทนทานกว่า ง. นำมาใช้ได้งา่ ยกวา่ เฉลย 1. ง 2. ค 3. ก 4. ง 5. ค 6. ข 7. ข 8. ค 9. ง 10. ข 11. ก 12. ข 13. ก 14. ง 15. ค

ถอดบทเรยี นการออกแบบหน่วยการเรยี นรู้เพื่อเสริมสรา้ งอปุ นสิ ัยพอเพียง เงอ่ื นไขความรู้ (ความรู้ที่นักเรยี นต้องมีก่อนเรยี น) เงอื่ นไขคณุ ธรรม (คุณธรรมของนกั เรยี นทีจ่ ะทำให้การ เรียนรสู้ ำเร็จ) - ทกั ษะกระบวนการทำงานกลุม่ 1. ความมีวนิ ยั - พื้นฐานความรเู้ ร่อื งความหมาย ความสำคัญ และ 2. ความสามคั คี ประโยชนข์ องวิธีการทางประวัติสาสตร์ 3. ความรับผิดชอบ - ความรเู้ ก่ยี วกับขนั้ ตอนของวิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 4. ชว่ ยเหลือแบ่งปนั ความเอื้อเฟ้ือเผอ่ื แผ่ - ทกั ษะในการสบื คน้ ข้อมูล 5. ใฝเ่ รยี นรู้ พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภูมิคุ้มกันในตวั ที่ดี - นกั เรยี นใช้เวลาปฏบิ ตั กิ ิจกรรมได้ - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ - นักเรยี นรู้จกั การวางแผนการทำงาน อย่างเป็นระบบใหป้ ระสบผลลสำเร็จ เหมาะสมตามลำดบั ข้นั ตอน บรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงค์ - ปรบั ตวั รบั การเปล่ยี นแปลงและ - นกั เรียนใช้วสั ดุ/อุปกรณ์และ - นักเรยี นมคี วามรู้ความเขา้ ใจ งบประมาณอย่างประหยดั และคุ้มคา่ ตามมาตรฐานการเรยี นรู้และ แก้ปญั หาเฉพาะหนา้ ได้เปน็ อยา่ งดี - นำวัสดุเหลอื ใชม้ าประยุกต์ใหเ้ กดิ ตวั ชี้วัด - เกดิ การเรยี นร้เู นอ้ื หาตามข้ันตอนจาก ประโยชน์ - นักเรียนเกิดทักษะการสร้างองค์ งา่ ยไปหายาก ความรดู้ ้วยวธิ ีการทาง ประวัติศาสตร์

ผเู้ รียนจะไดเ้ รียนรู้การใช้ชีวิตทสี่ มดุลและพร้อมรับการเปลยี่ นแปลง 4 มิติตามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง ดังนี้ ดา้ น สมดลุ และพร้อมรบั การเปลยี่ นแปลงในด้านตา่ งๆ องค์ประกอบ วัตถุ สงั คม สิง่ แวดล้อม วฒั นธรรม ความรู(้ K) - มีความรู้เร่ืองการ - รกู้ ระบวนการ - แหล่งเรยี นรทู้ าง - มีความรูเ้ กี่ยวกับ เลือกใชว้ ัสดสุ ำหรับ ทำงานกลุม่ ประวตั ศิ าสตรใ์ น ความรักชาติและ ทำช้นิ งานด้วย - มคี วามร้เู ร่ืองกฎ ทอ้ งถน่ิ อนุรกั ษ์วฒั นธรรมไทย วิธีการทาง กติกาและมีวนิ ยั ใน ประวัตศิ าสตร์ กลมุ่ ทกั ษะ(P) - ใช้วัสดุในการ - เกดิ ทกั ษะในการ - ใช้วิธกี ารทาง - ยอมรับฟังความ ค่านยิ ม(A) ทำงานร่วมกันอยา่ ง ทำงานร่วมกับผู้อน่ื ประวัติศาสตร์ คดิ เหน็ ของผ้อู น่ื ค้มุ ค่าและพอเพยี ง ไดอ้ ย่างมีความสุข อย่างคุ้มค่าและถูก - มีความเปน็ มิตรกับ วิธี ผอู้ ่ืน - ตระหนัก - เหน็ ความสำคญั ความสำคญั และเห็น ของความสามคั คี - ใชว้ ิธีการทาง เห็นคุณค่าและ คุณค่าของวิธกี าร มีน้ำใจ เสียสละ มี ประวตั ิศาสตรใ์ น ตระหนกั ถึงการทำงาน ทางประวัติศาสตร์ จติ อาสา และ การรว่ มรักษา รว่ มกันดว้ ยความเอ้ือ ให้เกิดประโยชนใ์ น กระบวนการ สิง่ แวดลอ้ ม อารีแบบไทย ชีวิตประจำวันได้ ทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื อย่างถูกต้องและ เหมาะสม

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4 กลุ่มสาระสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม รายวชิ า ประวัตศิ าสตร์ รหัส ส 31103 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 การสร้างองค์ความรู้ใหมท่ างประวตั ศิ าสตร์ไทย จำนวน 4 ชว่ั โมง เร่อื ง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย จำนวน 2 ชวั่ โมง ผ้สู อน นางสาวราวีญา ซอมัด 1. สาระสำคัญ (ความคดิ รวบยอด) หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรม์ ีความสำคญั ในขั้นตอนของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์เพราะจะทำให้ได้งาน เขียนทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ และเป็นประโยชน์ทางวิชาการ อีกทั้งแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์ใน การศกึ ษาปรากฏการณ์ท่เี กดิ ขึ้นในอดตี 2. ตวั ช้ีวัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ส 4.1 ม.4-6/2 สรา้ งองค์ความรู้ใหมท่ างประวัติศาสตรโ์ ดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างเปน็ ระบบ 2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. อธบิ ายลักษณะของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ได้ 2. จำแนกประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ได้ 3. เห็นความสำคัญของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ 3. สาระการเรียนรู้ 1. ลกั ษณะของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ 1.1 หลักฐานที่เป็นลายลกั ษณอ์ ักษร 1.2 หลักฐานทีไ่ ม่เป็นลายลักษณ์อกั ษร 2. ประเภทของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ 2.1 หลักฐานชนั้ ต้น 2.2 หลักฐานชัน้ รอง 3. ความสำคญั ของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ 4. แหล่งรวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตรไ์ ทย 4. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น 4.1 ความสามารถในการคิด 4.2 ความสามารถในการแก้ปญั หา 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

5. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ 2. อยูอ่ ย่างพอเพียง 3. รักความเป็นไทย 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ชัว่ โมงท่ี 1 เทคนิคการสอน : แบบเค ดับเบ้ิลยู แอล (KWL) ขน้ั ท่ี 1 K (What you know) 1. ครูนำเสนอภาพเกี่ยวกับหลักฐานประวัติศาสตร์ผ่าน Power point เช่น ศิลาจารึก ซากเรือ โบราณ แผนท่ี โครงกระดูกมนุษย์ ขวานหนิ เป็นต้น (ภูมิคุม้ กัน) 2. ให้นกั เรียนแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับภาพดังกลา่ วเพอ่ื เชอ่ื มโยงเข้าสูเ่ น้อื หา (ภมู ิคุม้ กัน) 3. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 - 6 คน จำนวน 8 กลุ่ม โดยสมาชิกภายในกลุ่มคละกันตาม ความสามารถ เก่ง ปานกลาง และอ่อน (พอประมาณ) 4. ครใู ห้นักเรียนร่วมกนั ศึกษาความรู้เร่ือง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย ดงั นี้ (ความรู้ เหตผุ ล คณุ ธรรม) กลุ่มที่ 1 - 4 ศึกษาความร้เู รอ่ื ง ลักษณะของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ กลุม่ ท่ี 5 - 8 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง ประเภทของหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ 5. ครูแจกใบงานที่ 2.2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันทำและครูชี้แจงขั้นตอนการทำใบงาน (เหตุผล ภูมิคุ้มกนั ) 6. ครชู ี้แจงสิง่ ที่นักเรยี นต้องปฏบิ ัติคือ ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มศกึ ษาเนือ้ หาจากหวั ขอ้ ท่ไี ด้ ในสือ่ เอกสาร การเรียนการสอนหรือในหนงั สอื เรียนประวัติศาสตร์ไทย ม.4 – 6 (สังคม) 7. จากนั้นครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันระดมสมอง โดยเขียนคำตอบสิ่งที่นักเรียนเรียนรู้จาก การศึกษาเนื้อหา ลงในใบงานที่ 2.2 ช่อง K (ผู้เรียนรู้อะไรบ้าง) โดยครูอำนวยความสะดวกขณะจัดการเรียนรู้ (ภูมิคมุ้ กนั สงั คม) ขน้ั ที่ 2 W (What you want to know) 1. ให้แต่ละกลุ่มตั้งประเด็นคำถามในเรื่องที่นักเรียนสงสัยหรืออยากเรียนรู้เพิ่มเติมนอกเหนือจาก บทเรียน แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกคำถามหรือข้อสงสัยลงในใบงานที่ 2.2 ช่อง W (ผู้เรียนต้องการรู้ อะไรบ้าง) (มีเหตผุ ล มภี ูมคิ มุ้ กัน สังคม) 2. ให้นักเรยี นสง่ ตวั แทนแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น (พอประมาณ) ขน้ั ที่ 3 L (What you have learned) 1. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติม จากประเด็นคำถามของแต่ละกลุ่ม โดยใช้ภาพ สื่อประกอบคำอธิบาย เพื่อใหน้ กั เรียนหาคำตอบจากสง่ิ ทีน่ กั เรยี นสงสัยหรอื อยากร้เู พ่มิ เติม (ความรู้ เหตผุ ล) 2. ให้นักเรียนศึกษาความรู้เรื่องเดิมอีกครั้ง โดยอ่านอย่างละเอียด พยายามหาคำตอบในสิ่งที่ตนตั้ง คำถามไว้และสอบถามความรู้เพิ่มเติมจากครู จากนั้นเขียนคำตอบที่ได้ลงในใบงานที่ 2.2 ช่อง L (ผู้เรียนได้ เรยี นรู้อะไรบา้ ง) (เหตุผล ภมู คิ ุ้มกัน) 3. จากนัน้ ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบคำตอบและสรปุ เนื้อหา (ความรู้ คุณธรรม) 4. ครูมอบหมายงานให้นักเรียนกลุ่มเดิมสบื คน้ ข้อมลู เกีย่ วกับหลักฐานที่ประวัติศาสตร์ไทย แล้วจัดทำ ชิ้นงานหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากวัสดุที่มีอยู่ให้มากที่สุด เตรียมพร้อมนำเสนอผลงานในชั่วโมงถัดไป (ความรู้ คุณธรรม พอประมาณ วตั ถ)ุ

กิจกรรมการเรยี นรู้ ชัว่ โมงท่ี 2 ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน 1. ครูนำชิ้นงานหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของนักเรียน เช่น ศิลาจารึก ซากเรือโบราณ แผนที่ โครงกระดูกมนษุ ย์ ขวานหิน เปน็ ต้น (ภมู ิคุ้มกนั ) 2. ครูตงั้ คำถามกับนักเรียนเกยี่ วกบั ช้นิ งานหลกั ฐานทางประวัติศาสตรว์ า่ (ภูมิคุม้ กนั ) - ชน้ิ งานนี้คือหลักฐานอะไรอะไร - มีความสำคัญอยา่ งไรทางประวัตศิ าสตร์ - สามารถคน้ หาไดจ้ ากทใ่ี ด 3. ครูเชอ่ื มโยงเขา้ สู่บทเรียน (ภูมคิ ้มุ กัน) ขน้ั จัดการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนเข้ากลุ่มเดิมเพื่อเรยี นรูเ้ รื่อง ความสำคัญและแหลง่ รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย (คุณธรรม) 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้จากหนังสือเรียนและทำความเข้าใจเรื่อง ความสำคัญและ แหลง่ รวบรวมหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที (พอประมาณ มเี หตุผล) 3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มผลัดกันอธิบายความรู้และซักถามข้อสงสยั (ความรู้ ภูมิคมุ้ กัน) 4. ครูอธบิ ายความรเู้ พมิ่ เติมและตั้งคำถามกับนักเรียนอยู่เสมอเกย่ี วกบั ความสำคัญและแหล่งรวบรวม หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย เพื่อให้นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจชัดเจนยิง่ ข้นึ (ความรู้ เหตผุ ล) 5. นักเรียนกลุ่มเดิมรับใบงานที่ 2.3 เรื่อง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยให้นักเรียน และอธิบาย วธิ กี ารทำใบงานให้นักเรียน (คุณธรรม) 6. ครูทำหน้าที่ให้คำปรึกษา สังเกตและติดตามการทำงานร่วมกันของนักเรียน เมื่อนักเรียนทำเสร็จ แล้วใหร้ ว่ มกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง (ภูมคิ ุ้มกัน) ขน้ั สรปุ 1. ครูเก็บใบงานและคำตอบของใบงานที่ 2.3 เรื่องหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และครูเปิดโอกาสให้ นักเรียนซกั ถามขอ้ สงสัย แล้วครูชว่ ยเสรมิ ความรู้ (ภมู ิคมุ้ กัน) 2. ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปความรเู้ รื่อง ความสำคัญและแหล่งรวบรวมหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ไทย (ความรู้) 7. การวดั ผลและประเมนิ ผล การวัดผลและการประเมนิ ผล ดา้ น วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ความรู้ (K) - ตรวจใบงานท่ี 2.2 เรื่อง - ใบงานท่ี 2.2 เร่อื ง หลกั ฐาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์ หลักฐานทาง ทางประวัตศิ าสตรไ์ ทยผ่าน ประวตั ิศาสตรไ์ ทยผ่าน ตาราง KWL ตาราง KWL - ใบงานท่ี 2.3 เรอ่ื ง ประเภท หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ ไทย

- ตรวจใบงานท่ี 2.3 เรอ่ื ง - ช้นิ งานท่ี 2 เรอ่ื ง หลกั ฐาน ประเภทหลักฐานทาง ทางประวัติศาสตรไ์ ทย ประวัติศาสตร์ไทย - ตรวจชนิ้ งานท่ี 2 เร่อื ง หลกั ฐานทาง ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย ทักษะกระบวนการ - กระบวนการทำงานกลมุ่ - แบบประเมินการทำงาน ระดับ 2 ผ่านเกณฑ์ (P) คณุ ลกั ษณะ (A) กลมุ่ สมรรถนะ (C) - สงั เกตคณุ ลักษณะอนั พึง - แบบประเมินคุณลักษณะอนั ระดับ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประสงค์ (ประจำแผนการ พงึ ประสงค์ จดั การเรยี นร)ู้ - สังเกตคุณลกั ษณะอันพงึ - แบบประเมินคุณลักษณะ ระดบั 2 ผ่านเกณฑ์ ประสงค์ (ประจำกลุม่ ของกลุม่ สาระ สาระการเรยี นร)ู้ - สังเกตสมรรถนะสำคญั - แบบประเมนิ สมรรถนะ ระดบั 2 ผ่านเกณฑ์ ของผู้เรียน สำคัญของผเู้ รยี น 8. เกณฑ์การตดั สินผลงาน ลำดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 54321 1 เนื้อหาละเอยี ดชัดเจน 2 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา 3 รูปแบบของผลงาน 4 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม ผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจนมากทีส่ ดุ ให้ 5 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมนิ มาก ให้ 4 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกบั รายการประเมินปานกลาง ให้ 3 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมินน้อย ให้ 2 คะแนน ผลงานไม่สอดคล้องกับรายการประเมิน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ คะแนนผลงาน คะแนนผลงาน คะแนนผลงาน คิดเปน็

การประเมิน (สำหรบั ช้ินละ 5 (สำหรับช้นิ ละ (สำหรบั ชน้ิ ละ รอ้ ยละ คะแนน) 10 คะแนน) 10 คะแนน) 16 - 20 5 หมายถงึ ดมี าก 100 11 - 15 4 หมายถึง ดี 5 10 15 80 5 - 10 3 หมายถงึ พอใช้ 4 8 13 60 0-4 1 - 2 หมายถึง ปรบั ปรงุ 3 6 11 40 2 4 9 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรียน ประวตั ศิ าสตร์สากล ม.4-ม.6 2. ภาพ 3. power point 4. ใบงานที่ 2.2 เร่อื ง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทยผา่ นตาราง KWL 5. ใบงานท่ี 2.3 ประเภทหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรไ์ ทย 6. ช้ินงานท่ี 2 เรอ่ื ง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ไทย 9.2 แหล่งการเรยี นรู้ 1. หอ้ งสมุด 2. หอ้ งสบื ค้นข้อมูล 3. พิธภัณฑส์ ธุ ิธรรม

10. บนั ทึกหลงั การเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….……...………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….…….................… ลงชื่อ……………………………………………….. (นางสาวราวญี า ซอมัด) ตำแหนง่ ครู คศ.1 ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………....………. ลงชอื่ ………………………………………………. (นายนนทน์ รินทร์ ป่ินแกว้ ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอื่ ……………………………………………….. (นายนวิ ัติ กลับกลาย) ตำแหน่ง ครู คศ.3 หวั หน้ากลมุ่ บริหารงานวชิ าการ

ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอ่ื ……………………………………………….. (นายพภิ พ รุ่งโรจน์รงั สรร) ตำแหน่ง รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นทา่ ขา้ มวิทยาคาร ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชื่อ……………………………………………….. (นายสมชาย ขวญั มนจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร

ใบงานที่ 2.2 เรอ่ื ง หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทย คำช้แี จง ให้นักเรยี นศกึ ษาหัวขอ้ ทกี่ ำหนด แลว้ บันทึกตามลำดับขั้นตอน K W L (ผ้เู รยี นรอู้ ะไรบ้าง) (ผเู้ รียนตอ้ งการรู้อะไรบ้าง) (ผเู้ รียนได้เรยี นรู้อะไรบ้าง) สมาชิกในกลุ่ม ช้นั ม. 1. …………………………………………………….เลขท…ี่ ………. 4. ………………………………………………………เลขท…่ี ………. 2. …………………………………………………….เลขท…ี่ ………. 5. ………………………………………………………เลขท…่ี ………. 3. …………………………………………………….เลขท…ี่ ………. 6. ………………………………………………………เลขท…ี่ ……….

ใบงานที่ 2.3 เร่ือง ประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ คำช้แี จง : ให้นักเรยี นดภู าพหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ท่กี ำหนดให้ แล้วบอกช่ือและจำแนกกล่มุ หลักฐาน ทางประวตั ิศาสตร์ และสรุปความรทู้ ไ่ี ด้ รปู ท่ี 1 รูปท่ี 2 รปู ที่3................... รูปที่ 4 รปู ที่ 5 รปู ที่ 6 รูปที่ 7 รปู ที่ 8 รปู ที่ 9 จำแนกกลุ่มหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์

การสรุปความรจู้ ากหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ ใบงานท่ี 1.2 เร่ือง หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนดภู าพหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ท่กี ำหนดให้ แลว้ บอกชอื่ และจำแนกกลุ่มหลักฐาน ทางประวัตศิ าสตร์ และสรุปความรทู้ ่ีได้

รูปที่ 1 ซากเรือโบราณ รูปที่ 2 โครงกระดูก ถ้ำผแี มน รปู ที่ 3 แผนท่แี มน่ ำ้ เจ้าพระยา รปู ที่ 4 หลักศิลา จารึก รปู ท่ี 5 สมดุ ภาพไตรภมู ิ รูปท่ี 6 พระบฎ รปู ท่ี 7 สมดุ ขอ่ ย รปู ท่ี 8แผนทีอ่ ยธุ ยา รูปท่ี 9 แบบฝกึ อ่านหนังสอื ไทย จำแนกกลมุ่ หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ หลกั ฐานรูปที่ 1-9 สามารถจำแนกประเภทได้ ดงั นี้ - หลกั ฐานไม่ใช่ลายลักษณ์อักษร ไดแ้ ก่ รปู ที่ 1 3 6 - หลกั ฐานลายลกั ษณ์อักษร ได้แก่ รูปท่ี 2 4 5 7 8 9 การสรปุ ความรจู้ ากหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์

1. เกณฑใ์ นการแบ่งหลักฐานรปู ที่ 1-9 ออกเปน็ กลุ่ม คอื ตวั อกั ษร 2. เหตผุ ลท่เี รยี กหลกั ฐานทีไ่ ม่ใช่ลายลักษณ์อกั ษรว่า หลกั ฐานทางโบราณคดี เพราะไมป่ รากฏ หลกั ฐานท่ีเปน็ ตวั อักษร แตเ่ ป็นหลกั ฐานทเ่ี ปน็ โบราณสถาน โบราณวตั ถุ 3. รูปที่ 3 และรูปท่ี 5 เป็นหลักฐานที่เป็นลายลกั ษณอ์ ักษร เพราะมีการเขยี นคำอธิบายไวบ้ น ภาพ ถอดบทเรยี นการออกแบบหน่วยการเรยี นรูเ้ พอื่ เสริมสร้างอุปนิสัยพอเพียง เงือ่ นไขความรู้ (ความรู้ที่นกั เรียนต้องมีก่อนเรยี น) เงอื่ นไขคุณธรรม (คุณธรรมของนกั เรยี นทจ่ี ะทำให้การ เรียนรู้สำเรจ็ ) - ทกั ษะกระบวนการทำงานกล่มุ 1. ความมีวนิ ัย - พื้นฐานความรเู้ รอ่ื งหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ 2. ความสามัคคี - ความรูเ้ ก่ยี วกับความสำคญั และแหลง่ รวบรวม 3. ความรบั ผิดชอบ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทย 4. ชว่ ยเหลือแบง่ ปนั ความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ - ทักษะในการสบื คน้ ข้อมลู 5. ใฝเ่ รียนรู้ พอประมาณ มเี หตุผล มภี มู ิคมุ้ กนั ในตัวทดี่ ี

- ระยะเวลาในการจดั การเรยี นรมู้ ี - นักเรยี นมคี วามร้คู วามเขา้ ใจ - นักเรียนเรียนรู้เนื้อหาตามข้ันตอนจาก ความเหมาะสม บรรลตุ ามวตั ถุประสงค์ งา่ ยไปหายาก - ระยะเวลาในการจัดทำใบงานมี - นักเรียนมคี วามรู้ความเข้าใจ - นกั เรยี นมีความกล้าแสดงออก ความเหมาะสม ตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละ - ใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ในการทำชน้ิ งาน ตวั ช้วี ัด อย่างประหยดั และคุ้มค่า ผู้เรียนจะได้เรียนรูก้ ารใชช้ วี ิตทส่ี มดุลและพรอ้ มรบั การเปล่ยี นแปลง 4 มติ ติ ามหลกั ปรชั ญาของ เศรษฐกจิ พอเพียง ดังนี้ ด้าน สมดลุ และพร้อมรบั การเปลี่ยนแปลงในดา้ นตา่ งๆ องค์ประกอบ วตั ถุ สังคม ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม ความร(ู้ K) - มีความรูเ้ ร่ืองการ - รูก้ ระบวนการ - มีความร้เู รื่องการ - มคี วามรูเ้ กี่ยวกับ เลอื กใชว้ ัสดุสำหรับ ทำงานกลมุ่ นำวัสดเุ หลอื ใชม้ า ความรับผิดชอบในการ ทำชิ้นงาน - มีความรเู้ รือ่ งกฎ ประยตุ ์ในการ ทำงานร่วมกนั - สามารถเลอื กใช้ กติกาและมีวนิ ัยใน สรา้ งสรรคผ์ งาน วัสดุอุปกรณท์ ี่มอี ยู่ กลมุ่ ใกลต้ ัว - มกี ารวาง แผนการทำงาน ดว้ ยกระบวนการ กลุ่ม

ทักษะ(P) - ใช้วัสดุในการ - เกิดทักษะในการ - มที กั ษะในการ - ยอมรับฟงั ความ ค่านยิ ม(A) คดิ เหน็ ของผอู้ ื่น ทำงานร่วมกนั อยา่ ง ทำงานรว่ มกบั ผู้อ่ืน เลือกวสั ดุเหลอื ใช้ - มีความเป็นมติ รกับ ผู้อ่ืน คมุ้ ค่าและพอเพยี ง ได้อยา่ งมีความสุข มาประยตุ ์ในการ - เกดิ ความภาคภูมิใจ - มที กั ษะในการ สร้างสรรคผ์ งาน ในการทำงานร่วมกนั - เห็นความสำคัญของ นำเสนอ การให้ความรว่ มมือกนั - มีทกั ษะในการ ส่อื สาร - ตระหนัก - เหน็ ความสำคัญ - ตระหนกั ถงึ การ ความสำคัญและเห็น ของความสามคั คี เลอื กใชว้ สั ดทุ ่เี ป็น คุณคา่ ของวัสดุใน มีน้ำใจ เสยี สละ มี มติ รต่อโลก การทำงานผลงาน จิตอาสา และ กระบวนการ ทำงานรว่ มกับผู้อน่ื - ตระหนกั ถงึ ความ รบั ผิดชอบ

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 7 กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์ รหัส ส 31103 ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การสร้างองค์ความรใู้ หม่ทางประวัติศาสตร์ไทย จำนวน 4 ชว่ั โมง เร่อื ง ตัวอย่างการนำวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์มาใชใ้ นการศึกษาประวตั ศิ าสตรไ์ ทย จำนวน 1 ชว่ั โมง 1. สาระสำคญั (ความคิดรวบยอด) การศึกษาประวัติศาสตร์โดยวิธีการทางประวัติศาสตร์ ก่อให้เกิดประโยชน์ในรายวิชาประวัติศาสตร์ และมีประโยชน์ในชีวติ ประจำวนั สามารถนำไปปรับใช้ในการรบั รู้และการเช่ือถือข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างมี วจิ ารณญาณ 2. ตัวชว้ี ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 ตวั ชว้ี ดั ส 4.1 ม.4-6/2 สรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่ทางประวัตศิ าสตรโ์ ดยใชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์อย่างเปน็ ระบบ 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สรุปขั้นตอนวิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร์ได้ 2. ใช้วิธีการทางประวตั ิศาสตร์ได้ 3. เหน็ ความสำคัญของขัน้ ตอนวิธกี ารทางประวัติศาสตรไ์ ด้ 3. สาระการเรยี นรู้ ตวั อยา่ งการนำวธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์มาใช้ในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ไทย - การกำหนดหัวเร่ืองทจี่ ะศกึ ษา - การรวบรวมหลกั ฐาน - การประเมินคุณคา่ ของหลักฐาน - การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และจดั หมวดหมขู่ ้อมลู - การเรียบเรยี งหรือการนำเสนอ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น 4.1 ความสามารถในการคดิ 4.2 ความสามารถในการแกป้ ัญหา 4.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ 5. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รียนรู้ 2. อยู่อยา่ งพอเพยี ง 3. รักความเปน็ ไทย

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ เทคนิคการสอน : แบบบรรยาย ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น 1. ครูเปิดวิดีทัศน์การนำวิธีการทางประวตั ิศาสตร์มาใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์ เรื่อง “ทำไมถึงใช้ ช่ืออำเภอสัตหบี ” (ภมู คิ ุ้มกนั ) 2. ครตู ้ังคำถามกบั นกั เรยี นเกีย่ วกับวิดที ศั น์ดงั กล่าวว่า (ภมู คิ มุ้ กนั ) - การศึกษาเรื่อง “ทำไมถึงใชช้ ือ่ อำเภอสัตหบี ” ใชว้ ธิ กี ารใด และมกี ่ีข้นั ตอน - การศึกษาประวตั ศิ าสตร์ด้วยขัน้ ตอนวิธีการทางประวตั ิศาสต์ มคี วามสำคัญอยา่ งไร 3. ครูเชอ่ื มโยงเข้าสบู่ ทเรียน (ภมู ิคุม้ กนั ) ขนั้ จัดการเรียนรู้ 1. นักเรียนเข้าแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4 – 5 คน คน เพื่อเรียนรู้เรื่อง ตัวอย่างการนำวิธีการทาง ประวตั ิศาสตรม์ าใช้ในการศึกษาประวัติศาสตรไ์ ทย (คณุ ธรรม พอประมาณ) 2. สมาชิกแต่ละกลุม่ กำหนดบทบาทหนา้ ท่ีภายในกลุม่ (พอประมาณ) 3. ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มกำหนดหมายเลขประจำตัวเพื่อศึกษาความรู้ต่อไปนี้ให้เกิดความเข้าใจอย่าง ถอ่ งแท้ (พอประมาณ ภมู ิคมุ้ กัน) หมายเลข 1 ศกึ ษาความรู้เรอ่ื ง การกำหนดหวั เร่อื งทีจ่ ะศึกษา หมายเลข 2 ศึกษาความรเู้ ร่ือง การรวบรวมหลักฐาน หมายเลข 3 ศกึ ษาความรเู้ ร่ือง การประเมนิ คุณคา่ ของหลักฐาน หมายเลข 4 ศกึ ษาความรเู้ รือ่ ง การวิเคราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหม่ขู อ้ มลู หมายเลข 5 ศึกษาความรเู้ รื่อง การเรยี บเรียงหรอื การนำเสนอ 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันอธิบายความรู้และซักถามข้อสงสัยจนเกิดความเข้าใจชัดเจนตรงกัน (ความรู้ ภมู คิ ุ้มกัน) 4. ครูอธิบายความรู้เพ่ิมเตมิ และตั้งคำถามกบั นักเรยี นอยเู่ สมอเกี่ยวกบั ความสำคัญและแหลง่ รวบรวม หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ไทย เพอ่ื ให้นกั เรียนมคี วามเขา้ ใจชดั เจนย่งิ ขน้ึ (ความรู้ เหตุผล) 5. นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้เป็นผังมโนทัศน์แสดงองค์ความรู้กับวิธีการทางประวัติศาสตร์ ลงใน กระดาษ A4 แลว้ นำเสนอผลงานหน้าชัน้ เรียน (พอประมาณ วัตถุ) 6. ครูทำหน้าที่ให้คำปรึกษา สังเกตและติดตามการทำงานร่วมกันของนักเรียน เมื่อนักเรียนทำเสร็จแล้วให้ รว่ มกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง (ภมู คิ ุม้ กนั ) 7. ครอู ธบิ ายเพ่ิมเตมิ เพอื่ ให้นักเรียนเกิดความเขา้ ใจชัดเจนตรงกนั โดยใช้ powerpoint (ความร้)ู ข้ันสรุป 1. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามข้อสงสัย (พอประมาณ) 2. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง ตัวอย่างการนำวิธีการทางประวัติศาสตร์มาใช้ในการศึกษา ประวัติศาสตรไ์ ทย (ความรู้)

7. การวดั ผลและประเมินผล การวดั ผลและการประเมนิ ผล ด้าน วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ความรู้ (K) - ตรวจใบงานท่ี 2.4 ผงั - ใบงานที่ 2.4 ผงั มโนทัศน์ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์ มโนทัศน์ การใช้วิธีการ การใชว้ ธิ ีการทาง ทางประวตั ิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ - ตรวจแบบทดสอบหลงั - แบบทดสอบหลังเรียน เรียน ทักษะกระบวนการ - กระบวนการทำงานกลุ่ม - แบบประเมินการทำงาน ระดับ 2 ผ่านเกณฑ์ (P) กล่มุ คุณลกั ษณะ (A) - สงั เกตคณุ ลักษณะอันพึง - แบบประเมินคุณลักษณะอนั ระดับ 2 ผา่ นเกณฑ์ ประสงค์ (ประจำแผนการ พงึ ประสงค์ จดั การเรยี นรู)้ - สังเกตคุณลักษณะอันพึง - แบบประเมินคุณลกั ษณะ ระดบั 2 ผ่านเกณฑ์ ประสงค์ (ประจำกล่มุ ของกลุ่มสาระ สาระการเรียนร)ู้ สมรรถนะ (C) - สงั เกตสมรรถนะสำคัญ - แบบประเมินสมรรถนะ ระดับ 2 ผา่ นเกณฑ์ ของผเู้ รียน สำคัญของผ้เู รยี น 8. เกณฑก์ ารตดั สนิ ผลงาน ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 54321 1 เนอื้ หาละเอยี ดชัดเจน 2 ความถกู ต้องของเนอื้ หา 3 รูปแบบของผลงาน 4 ความคดิ สร้างสรรค์ รวม ผลงานสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจนมากทส่ี ดุ ให้ 5 คะแนน ผลงานสอดคล้องกับรายการประเมนิ มาก ให้ 4 คะแนน ผลงานสอดคลอ้ งกับรายการประเมินปานกลาง ให้ 3 คะแนน ผลงานสอดคล้องกับรายการประเมนิ นอ้ ย ให้ 2 คะแนน

ผลงานไม่สอดคลอ้ งกับรายการประเมิน ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ คะแนนผลงาน คะแนนผลงาน คะแนนผลงาน คิดเปน็ (สำหรับช้นิ ละ 5 (สำหรับชน้ิ ละ (สำหรับชิน้ ละ ร้อยละ การประเมนิ 10 คะแนน) คะแนน) 10 คะแนน) 100 16 - 20 5 หมายถงึ ดีมาก 15 80 11 - 15 4 หมายถึง ดี 5 10 13 60 5 - 10 3 หมายถึง พอใช้ 48 11 40 0-4 1 - 2 หมายถึง ปรับปรุง 36 9 24 9. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ 9.1 สอื่ การเรียนรู้ 1. หนังสือเรยี น ประวัตศิ าสตรส์ ากล ม.4-ม.6 2. วิดที ัศน์ 3. power point 4. ใบงานท่ี 2.3 ผังมโนทัศนก์ ารใช้วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ 9.2 แหลง่ การเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. หอ้ งสบื ค้นขอ้ มูล 3. พิธภัณฑส์ ธุ ิธรรม

10. บนั ทึกหลงั การเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..… ปัญหาและอุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………….……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...………. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………………………….…………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………….……...………. ………………………………………………………………………………………………………………………………….…….................… ลงชื่อ……………………………………………….. (นางสาวราวญี า ซอมัด) ตำแหนง่ ครู คศ.1 ความคดิ เห็นของหวั หน้ากลุ่มสาระ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………....………. ลงชอื่ ………………………………………………. (นายนนทน์ รินทร์ ป่ินแกว้ ) หวั หนา้ กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ความคิดเหน็ ของหัวหน้ากลุ่มบริหารงานวชิ าการ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอื่ ……………………………………………….. (นายนวิ ัติ กลับกลาย) ตำแหน่ง ครู คศ.3 หวั หน้ากลมุ่ บริหารงานวชิ าการ

ความคิดเห็นของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชอ่ื ……………………………………………….. (นายพภิ พ รุ่งโรจน์รงั สรร) ตำแหน่ง รองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นทา่ ขา้ มวิทยาคาร ความคดิ เหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………...….……. ลงชื่อ……………………………………………….. (นายสมชาย ขวญั มนจิ ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยาคาร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook