Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยสังคม ภูมิศาสตร์ ป.5

วิจัยสังคม ภูมิศาสตร์ ป.5

Published by สุรารักษ์ อูปเสาร์, 2020-08-22 03:11:40

Description: วิจัยสังคม ภูมิศาสตร์ ป.5

Search

Read the Text Version

1. การใช้แบบสอบถาม โดยผ้อู อกแบบสอบถาม ต้องการทราบความคดิ ซึ่งสามารถทาได้ในลักษณะ กาหนดคาตอบใหเ้ ลือกตอบ หรอื ตอบคาถามอิสระ คาถามดังกลา่ วอาจสอบถามความพอใจในด้านต่าง ๆ 2. การสมั ภาษณ์ เปน็ วธิ ีการวัดความพึงพอใจทางตรง ต้องอาศัยเทคนิคและวธิ ีการท่ีดี จงึ จะได้ ขอ้ มลู ท่ีเป็นจริง 3. การสังเกต เป็นวิธีวัดความพึงพอใจท่ีสามารถทราบความพงึ พอใจ โดยการสงั เกตจากพฤติกรรม ของบุคคลเป้าหมาย ไมว่ ่าจะแสดงออกทางการพูด กิรยิ าท่าทาง ซ่งึ วธิ นี ้ีต้องอาศยั การสงั เกตอยา่ งจริงจังและ ระเบยี บแบบแผน จากแนวคดิ ของนักการศึกษาข้างต้นพอสรุปได้ว่า การวัดความพึงพอใจ สามารถกระทาได้หลายวิธี ได้แก่ การสังเกต การรายงานตนเอง การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม เทคนิคจินตนาการ เป็นต้น ทั้งน้ี ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการวัด ความสะดวก และความเหมาะสมเป็นสาคัญ ซ่ึงจะทาให้ผลการวัดมี ประสิทธภิ าพน่าเช่ือถือ

บทท่ี 3 วธิ ดี าเนินการวิจัย การวิจัยเพ่ือพัฒนาการเรยี นการสอนครง้ั นเ้ี ป็นการวิจยั เชงิ ทดลองเบื้องตน้ (Pre-experimental design) แบบ One-group pretest-posttest desing เพ่อื ศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนร้ใู นศตวรรษที่ 21 มตี ่อความสามารถจาเป็นพื้นฐานของนกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ี 5/1 โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง ผู้วจิ ัยมี วธิ กี ารดาเนนิ การวจิ ัย ดังน้ี 1. กลมุ่ เปา้ หมาย 2. รูปแบบการวิจัย 3. เครือ่ งมือทใ่ี ช้ในการวิจัย 4. การดาเนินการทดลอง 5. การวเิ คราะห์ข้อมูล 1. กลมุ่ เปา้ หมาย กล่มุ เปา้ หมายในการวจิ ัยเปน็ นักเรยี นชัน้ ชนั้ ประถมศึกษาปีที 5/1 โรงเรียนอนุบาลนอ้ งหญงิ ภาค เรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2557 จานวน 31 คน 2. รูปแบบการวิจัย การวิจัยคร้ังน้ี เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-experimental design) ซึ่งผู้วิจัยได้ดาเนินการ ทดลองโดยใช้แผนแบบการวิจัย แบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลังเรียน (One–group pretest–posttest design) ดงั น้ี T1 X T2

T1 แทน การทดสอบก่อนเรียนของกล่มุ เป้าหมาย T2 แทน การทดสอบหลงั เรยี นของกล่มุ เป้าหมาย X แทน การจดั การเรียนการสอนโดยเนน้ กจิ กรรมการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 3. เครื่องมือทีใ่ ช้ในการวิจยั เครือ่ งมอื ที่ใชใ้ นการวจิ ยั ประกอบด้วยเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง และเคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการเก็บ รวบรวมข้อมลู รายละเอียดของเครื่องมือแตล่ ะชนิดมดี ังนี้ 3.1 การสร้างและหาคณุ ภาพแผนการจดั การเรยี นรู้ 3.1.1. ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ศึกษาหลักสูตร คาอธิบายรายวิชา และขอบข่ายเนื้อหาวิชาหลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง 2556) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 โรงเรียน อนุบาลน้องหญงิ ผูว้ จิ ัยได้ดาเนนิ การดงั น้ี 1) วเิ คราะห์องค์ประกอบของรายวิชา โดยจาแนกออกเป็น 3 ส่วน คอื กิจกรรม เนื้อหา และ ตัวชวี้ ัด 2) วเิ คราะหก์ จิ กรรมรายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โดยนาเอากิจกรรมท่กี าหนด ในรายวิชามาวิเคราะหห์ ารปู แบบการสอน

3) วเิ คราะหส์ าระการเรียนร้รู ายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม โดยนาเอาเน้อื หา หลักของรายวิชามาวเิ คราะหเ์ นอ้ื หาย่อย 4) วิเคราะหต์ ัวชว้ี ัด โดยนาเอาตัวช้วี ัดแตล่ ะข้อมาจาแนกเป็นด้าน คอื ด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ และดา้ นคุณลักษณะ 3.1.2. จดั หน่วยการเรียนรรู้ ายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ผู้วิจัยได้นาข้อมูลจากการวิเคราะห์หลักสูตรมาจัดหน่วยการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วฒั นธรรม 3.1.3. คดั เลือกหน่วยการเรยี นรู้เพือ่ การศึกษา ผู้วิจัยไดค้ ัดเลือกหน่วยการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เร่ือง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาค ต่างๆ 3.1.4. ศกึ ษา คน้ คว้า นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ ผู้วิจัยได้ศึกษา ค้นคว้า เกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับหน่วยการเรียนรู้น้ีโดยผู้วิจัย พจิ ารณาแล้วเห็นว่ารูปแบบการสอนทเ่ี หมาะสมกบั หนว่ ยน้มี ากท่สี ดุ โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs 3.1.5. เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ เนือ้ หาท่ใี ช้ในการศึกษาคน้ คว้าคร้งั นเี้ ป็นเนื้อหาหลกั รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอ่ื ง หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ไดแ้ ก่ ภูมิลักษณ์กายภาพของ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาค ตะวันออก ภาคตะวนั ตก และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ นามาสร้างแผนการจัดการเรยี นรู้ โดยใชก้ ระบวนการ เรยี นรู้ 5 STEPs คอื 1) แผนการจดั การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs กาหนดขนั้ ตอนการจดั การเรียนรู้ ดงั นี้ Step1. การตัง้ คาถาม (Learning to Question) ครูฝึกให้ผเู้ รียนรู้จักคิด สังเกต ต้งั ขอ้ สงสัย ต้ังคาถามอยา่ งมีเหตุผลและสรา้ งสรรค์ 1) ครูนาแผนที่ประเทศไทย แขวนบนกระดานให้นักเรยี นร่วมกันศึกษาภมู ลิ ักษณ์ กายภาพ ภมู ภิ าคตา่ งๆ ว่ามีความแตกตา่ งกันอยา่ งไร

2) จากนน้ั ครูให้นกั เรียนตง้ั ประเดน็ คาถามจากแผนท่ดี ังกล่าว Step 2. การสืบค้นความรู้จากแหลง่ เรียนรแู้ ละสารสนเทศ (Learning to Search) ครูฝกึ ให้ นกั เรียนแสวงหาความรู้ ข้อมูล และสารสนเทศ จากแหลง่ เรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น ห้องสมุด อนิ เตอรเ์ น็ต หรือจากการปฏบิ ัตทิ ดลอง เป็นตน้ 3) ครูแบง่ นักเรยี นเปน็ 6 กล่มุ ๆละ 7-8 คน ศึกษาเรื่อง ภูมิลักษณ์กายภาพ : ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ 4) นักเรยี นร่วมกนั กาหนดขอบเขตทีจ่ ะไปศกึ ษา / สบื คน้ ตามแหล่งเรยี นรตู้ ่างๆ เช่น หอ้ งสมุด อินเตอร์เนต็ เอกสารตารา Step 3. การสรุปองคค์ วามรู้ (Learning to Construct) ครฝู ึกให้นกั เรยี นนาความร้แู ละ สารสนเทศหรอื ข้อมลู ท่ีได้จากการอภิปราย การสืบค้น การทดลอง มาคิดวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และสรุปเป็น องค์ความรู้ 5) ใหน้ ักเรยี นแต่ล่ะกลุ่มวิเคราะหข์ ้อมูลที่ได้ไปสบื ค้นมา แล้วสรุปความรทู้ ี่ได้ลงใน กระดาษบรู๊ฟทีค่ รูแจกให้ Step 4. การสอ่ื สารและการนาเสนออย่างมปี ระสิทธิภาพ(Learning to Communicate) ครฝู ึกให้นกั เรยี นนาความร้ทู ่ีได้มานาเสนอและสื่อสารอยา่ งมีประสิทธภิ าพใหเ้ กิดความเข้าใจ 6) ครูใหน้ ักเรียนท่ีเปน็ ตัวแทนในแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานความรทู้ ่ีตนได้ศกึ ษามา ให้เพือ่ นฟัง ผลดั กันซกั ถามข้อสงสัยจนมีความเข้าใจตรงกันหน้าชน้ั เรยี น 7) ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปในแต่ละเรื่อง โดยครูเสนอแนะเพิ่มเตมิ ในส่วนท่ี บกพร่อง Step 5. ตอบแทนสังคม/การบริการสังคมและจติ สาธารณะ (Learning to Serve) เปน็ การ นาความรู้สูก่ ารปฏบิ ัติ ซ่งึ ผู้เรียนจะต้องมคี วามรู้ในบรบิ ทรอบตัวและบรบิ ทโลกตามวฒุ ภิ าวะท่เี หมาะสม โดย จะนาองค์ความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนอ์ ยา่ งสร้างสรรค์ 8) นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ นาผลงานจดั บอร์ด เพื่อการเรยี นรู้ ในช้ันเรียน

9) ครใู ห้นักเรียนแต่ละคนได้ศึกษาข้อมูลในแต่ละ่ กลุ่ม แลว้ สรุปความรลู้ งในสมดุ ของ ตนเอง 2) ดาเนนิ การเขียนแผนการจัดการเรยี นรู้ 3) ประเมินแผนการจดั การเรียนรู้ โดยใชแ้ บบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ แบบ Rating scale โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนดงั นี้ 4.50 - 5.00 ระดบั มากทสี่ ุด 3.50 - 4.49 ระดับ มาก 2.50 - 3.49 ระดับ ปานกลาง 1.50 - 2.49 ระดบั น้อย 1 - 1.49 ระดับ นอ้ ยท่สี ุด นาข้อมลู ท่ไี ด้มาปรบั ปรุงแผนใหส้ มบรู ณ์ 4) ใหผ้ ู้เชี่ยวชาญตรวจพิจารณาแผนการจดั การเรยี นรู้ หลังจากผวู้ จิ ัยไดจ้ ดั ทาทาแผนการเรียนรเู้ รยี บรอ้ ยแลว้ ได้นาแผนดงั กล่าวไปให้ผ้เู ชย่ี วชาญ ตรวจพจิ ารณาความสอดคล้องของแผนการจัดการเรยี นรรู้ ะหวา่ งจุดประสงค์การเรยี นรู้กับกจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs ซ่ึงมรี ายนามผเู้ ชีย่ วชาญดังน้ี ตารางท่ี 3 ผเู้ ชยี่ วชาญตรวจพิจารณาแผนการจดั การเรยี นรู้ ท่ี ชอื่ - สกลุ ตาแหน่ง / สถานทท่ี างาน ความเช่ยี วชาญ

ศษ.ม 1 นายสมพงษ์ หาคา ที่ปรกึ ษาโรงเรยี นอนบุ าลน้องหญิง ศกึ ษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา กศ.ม. 2 นางศศิธร หาคา ที่ปรกึ ษาโรงเรียนอนุบาลน้องหญิง การประถมศึกษา / ครูต้นแบบ ปี 2542 สาขาคณิตศาสตร์ นางสาวพชั รา ทุมนันท์ รองผู้อานวยการฝา่ ย ปริญญาโท 3 โรงเรยี นอนุบาลนอ้ งหญิง สาขาบรหิ ารหลักสูตร 4 นางสริ ิวธู วงศโภชย์ ครผู สู้ อนภาษาไทย ศษ.ม โรงเรียนอนบุ าลน้องหญิง ศึกษาศาสตรม์ หาบัณทิต หลกั สูตรและการสอน 5 นางอุบลวรรณ พลสวัสดิ์ ครผู ู้สอนคณิตศาสตร์ คบ. โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง คณิตศาสตร์ 6 นายนกิ ร สาระภาพ ครูผูส้ อนคณิตศาสตร์ วท.บ. โรงเรียนอนบุ าลนอ้ งหญิง สถติ ิประยุกต์ 5) ปรับปรงุ และแก้ไขแผนการจัดการเรยี นรู้ใหเ้ ปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่สมบรู ณ์

6) นาแผนการจดั การเรยี นรไู้ ปทดลองใช้จรงิ กบั นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5/1 โรงเรยี น อนุบาลน้องหญิง ที่เปน็ กลมุ่ ตัวอย่าง ในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2557 3.2 การสร้างและหาคณุ ภาพแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรือ่ ง ภมู ิลกั ษณข์ อง ภมู ภิ าคต่างๆ ของนกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5 มีขั้นตอนการสรา้ งและการหาคุณภาพตามลาดบั ดังนี้ 1. ศกึ ษาหลักการและเทคนิคการสรา้ งแบบทดสอบแบบเลือกตอบ 2. วิเคราะห์ สาระการเรียนรู้ และตัวชี้วัด เพ่ือวางแผนการออกข้อสอบให้สอดคล้องกับ เนอ้ื หาและพฤตกิ รรมทีต่ อ้ งการวัด 3. เลือกประเภทของแบบทดสอบทีจ่ ะวัด คือ เป็นแบบทดสอบชนิดปรนยั เลือกตอบจานวน 30 ข้อ 4. เขยี นข้อสอบตามที่วางแผนไว้ 5. นาแบบทดสอบท่ีผู้วจิ ยั สร้างขึน้ จานวน 30 ข้อนาไปใช้ใหผ้ เู้ ชี่ยวชาญ 6 ทา่ น ซ่ึงเป็น ผเู้ ชี่ยวชาญชดุ เดยี วกับที่ประเมินแผนการจัดการเรยี นรู้ ตรวจสอบเพื่อหาความเที่ยงตรงเชิงเนือ้ หา และ ปรับปรงุ ตามข้อเสนอแนะของ ผู้เชย่ี วชาญ 6. จัดฉบับ จัดพมิ พเ์ ป็นข้อสอบชนิดปรนัย แบบเลอื กตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 30 ขอ้ 3.3 การสร้างและหาคณุ ภาพแบบประเมนิ ความพึงพอใจ แบบวดั ความพึงพอใจของนักเรียน ต่อกิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เร่อื ง ภูมิลกั ษณ์ของภมู ิภาคต่างๆ ของนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใช้กระบวนการ เรยี นรู้ 5 STEPs ผู้วิจยั ดาเนนิ การสรา้ งตามลาดับขน้ั ตอน ดังน้ี 1) ศึกษาเอกสาร การสร้างแบบวดั ความพงึ พอใจเปน็ กรอบแนวคดิ ในการศึกษาคน้ คว้าเป็น แนวทางในการสร้างเครื่องมือ ซึ่งคานงึ ถงึ ข้อความในแง่ของความรสู้ ึก ความเชื่อ หรอื ความตง้ั ใจท่ีจะกระทา สง่ิ ใดส่งิ หนงึ่ ลงไปไม่ใช่เป็นขอ้ ความ และเป็นข้อความท่สี ้นั เข้าใจง่าย และชดั เจน

2) นาความรูแ้ ละข้อมลู จากเอกสารตามขอ้ 1) มาปรบั ปรุงสร้างเป็นแบบวดั ความพงึ พอใจ ตามแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scales) ตามวิธขี อง ลเิ คอรท์ (Likert) โดยเขยี นข้อคาถามให้ ครอบคลุมเนื้อหาทจี่ ะศึกษาความพึงพอใจต่อกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs จานวน 10 ข้อ เป็นแบบมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับความคดิ เหน็ โดยมเี กณฑ์การใหค้ ะแนน ดังน้ี 4.50 - 5.00 ระดบั มากท่สี ุด 3.50 - 4.49 ระดับ มาก 2.50 - 3.49 ระดับ ปานกลาง 1.50 - 2.49 ระดบั น้อย 1 - 1.49 ระดบั นอ้ ยทีส่ ุด 3) นาแบบวัดความพึงพอใจที่ปรับปรุงไปเสนอผู้เชี่ยวชาญ ตรวจพจิ ารณาความถูกต้อง ความเทยี่ งตรงและคลอบคลุมเนื้อหา 4) ปรบั ปรงุ แก้ไขตามข้อเสนอแนะของผูเ้ ช่ียวชาญแลว้ นาเสนอให้ชุดเดมิ ตรวจพจิ ารณา ความถกู ต้อง ความเที่ยงตรงและคลอบคลมุ เนื้อหา อีกคร้งั หน่งึ และจดั พิมพ์เปน็ ฉบบั สมบรู ณ์ ใช้ในการวัด ความพึงพอใจของนักเรียน 4. วธิ ดี าเนินการทดลองและการเก็บรวบรวมข้อมลู ผู้วจิ ยั ได้ดาเนนิ การทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 ตามขัน้ ตอนดงั นี้ 1. ทดสอบก่อนการเรยี น (Pre test) กับนกั เรียนกลุ่มทดลองและกลมุ่ ควบคมุ ด้วยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ศาสนาและวฒั นธรรม เรอื่ ง ภูมิลักษณข์ อง ภูมิภาคตา่ งๆ ที่ผู้วิจัยสร้างขนึ้ และผา่ นการตรวจสอบคุณภาพแล้ว 2. ดาเนินการทดลอง โดยผู้วจิ ัยทาการสอนด้วยตนเอง เรอื่ ง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคตา่ งๆ ได้แก่ ได้แก่ ภูมลิ กั ษณ์กายภาพของ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวนั ตก และภาคตะวันออกเฉยี ง เหนอื จานวน 5 ช่วั โมง ใชว้ ิธกี ารจัดการเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs 3. เมอ่ื ทดลองครบ 5 ชัว่ โมงแลว้ ทาการทดสอบหลังการทดลอง (Post test) กับนกั เรยี นดว้ ย แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เร่อื ง ภูมิลกั ษณ์ของภูมิภาค ตา่ งๆ ฉบบั เดียวกันกบั ทีใ่ ช้ในการสอบก่อนการทดลอง

4. นาแบบประเมนิ ความพึงพอใจไปทดลอบกบั นกั เรียนวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอ่ื ง ภูมลิ ักษณข์ องภูมภิ าคต่างๆ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs 5. ตรวจแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรอื่ ง ภมู ิ ลักษณ์ของภูมภิ าคตา่ งๆ แล้วนาผลที่ไดม้ าวเิ คราะหโ์ ดยใช้วธิ กี ารทางสถิติ 6. ตรวจแบบประเมินความพึงพอใจทมี่ ตี ่อการจดั กิจกรรมการเรียนรรู้ ายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม เรอื่ ง ภมู ิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ แลว้ นาผลทไ่ี ดม้ าวิเคราะห์โดยใช้วธิ ีการทางสถิติ 5. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติทใี่ ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล 5.1 การวิเคราะหข์ อ้ มลู สถิติทใี่ ชใ้ นการหาคณุ ภาพเครือ่ งมือทีใ่ ช้ในการศึกษา 5.1.1 การหาความเท่ียงตรงเชงิ เน้ือหา (Content Validity) ของรายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรอื่ ง ภูมิลกั ษณข์ องภมู ิภาคตา่ งๆ ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5/1 และแผนการจดั การ เรียนรู้ โดยใหผ้ ู้เช่ียวชาญพิจารณา ใช้สตู รดังน้ี IOC   R N IOC หมายถึง ดัชนีความสอดคล้องระหว่างนวัตกรรมกับจดุ ประสงค์ ท่ีวัด / ความสอดคล้อง เหมาะสมของแผนการจดั การเรียนรู้  R หมายถึง คะแนนรวมความคิดเห็นของผเู้ ชีย่ วชาญ N หมายถงึ จานวนผู้เชยี่ วชาญทง้ั หมด 5.2 สถติ ทิ ่ใี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 5.2.1 หาคา่ เฉล่ีย (X) ของคะแนนผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น คะแนนผลการประเมนิ ทักษะ หรอื คะแนนการประเมนิ ความพงึ พอใจ ใชส้ ูตร

X X N เมอ่ื X แทน คะแนนเฉลีย่ X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด N แทน จานวนนักเรยี น 5.2.2 หาส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) ของคะแนนผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น คะแนนผลการ ประเมนิ ทักษะ หรือคะแนนการประเมินความพึงพอใจ ใช้สูตร N X2  ( X)2 S. D.  N(N  1) เมือ่ S.D. แทน ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน

X2 แทน ผลรวมของคะแนนแตล่ ะตัวยกกาลงั สอง ( X) 2 แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดยกกาลังสอง แทน จานวนนกั เรียน N 5.2.3 สถติ ิทีใ่ ช้ในการทดสอบสมมติฐาน สถิติท่ีใช้ในการทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยวัดก่อน เรียน และหลงั เรียนโดยคานวณจากสตู ร t-test dependent (ลว้ น สายยศ ; และอังคณา สายยศ. 2538) t= D ; df = n - 1 nD2 (D)2 n 1 เม่อื t หมายถงึ ค่าทที ่ีใช้ในการพิจารณา D หมายถึง ความแตกตา่ งของคะแนนแต่ละคู่ N หมายถงึ จานวนคู่ D2 หมายถงึ ผลรวมของ D แต่ละตัวยกกาลงั สอง (D)2 หมายถึง ผลรวมของ D ทั้งหมดยกกาลงั สอง 5.2.4 ร้อยละ (Percentage) เป็นค่าสถิติท่ีนิยมใช้กันมาก โดยเป็นการเปรียบเทียบความถี่ หรอื จานวนที่ต้องการกบั ความถหี่ รอื จานวนท้ังหมดทเ่ี ทียบเปน็ 100 จะหาค่าร้อยละจากสตู รต่อไป

p  f  100 N เมื่อ P แทน คา่ รอ้ ยละ f แทน ความถี่ทต่ี อ้ งการแปลงให้เป็นคา่ ร้อยละ N แทน จานวนความถีท่ ั้งหมด ค่าร้อยละจะแสดงความหมายของค่าและสามารถนาคา่ ท่ีไดไ้ ปเปรียบเทียบได้

บทที่ 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู ผลการการพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของ ภูมภิ าคตา่ งๆ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs ภาคเรียนที่ 2 โรงเรียน อนบุ าลนอ้ งหญงิ อาเภอตระการพืชผล จงั หวดั อบุ ลราชธานี มีลาดับขั้นในการนาเสนอขอ้ มลู ดงั นี้ 1.ผลของการหาประสทิ ธภิ าพของแผนการจัดการเรยี นรู้โดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs 2.ผลการเปรียบเทยี บความก้าวหนา้ ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นระหวา่ งก่อนเรียนและหลงั เรียนโดยใช้ t- test dependent 3. ความพึงพอใจของนักเรียนโดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs สัญลกั ษณ์ทใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู X แทน คะแนนเฉล่ยี (Mean) S.D. แทน ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน(Standard Deviation) ∑D แทน คะแนนรวมของผลต่างของคะแนนการทดสอบก่อนเรียนและ หลงั เรยี น ∑D2 แทน คะแนนรวมของผลต่างของคะแนนการทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี นยกกาลงั สอง t แทน คา่ สถติ ทิ ่ใี ช้พจิ ารณาในการแจกแจงแบบที ( t – distribution) p แทน ค่าความน่าจะเปน็ ของค่าสถติ ิทใี่ ช้ทดสอบ * แทน คา่ นัยสาคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .01 มลี าดบั ขัน้ ในการนาเสนอข้อมูล ผลการเปรยี บเทียบความกา้ วหน้าผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนระหวา่ ง กอ่ นเรยี นและหลังเรยี นโดยใช้ t-test dependent

1. ผลการหาประสทิ ธภิ าพของแผนการจดั การเรียนรู้ โดยผ้เู ช่ยี วชาญ จากการนาแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีได้จดั ทาขึ้นโดยผเู้ ชีย่ วชาญ จานวน 6 คน ตรวจพจิ ารณา ความสามารถในการออกแบบการจดั การเรียนรผู ลปรากฏดังตารางที่ 4 ตารางที่ 4 ผลการหาประสทิ ธภิ าพของแผนการจดั การเรยี นรู้ โดยผ้เู ชย่ี วชาญ ระดับคณุ ภาพความคดิ เหน็ ท่ี รายการประเมนิ ผเู้ ช่ยี วชาญคนท่ี R 1 2 3 4 5 6 (X) 1 ออกแบบและเขียนแผนการจัดกจิ กรรม การเรียนรู้ ก่อน ล่วงหน้าทุกคร้งั กอ่ น 5 4 5 4 5 4 4.5 สอน

2 แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ สอดคลอ้ งตามมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละ 4 5 5 5 5 4 4.66 จุดประสงค์การเรยี นรู้ 3 แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ เปิด โอกาสใหผ้ ้เู รียนได้พฒั นาดา้ นภาษา 4 4 5 4 5 5 4.5 (Literacy) ตัวเลข (numeracy) และ เหตุผล (Reasoning Ability) 4 แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนร้เู นน้ ผเู้ รยี นได้ศึกษาค้นควา้ อยา่ งหลากหลาย 5 4 5 4 4 5 4.5 วธิ ี สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ดว้ ย ตนเอง 5 แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ มกี าร ออกแบบสื่อ นวตั กรรม ทีเ่ นน้ 4 5 4 4 5 5 4.5 กระบวนการคดิ วิเคราะห์ และการคดิ สร้างสรรค์ 6 แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ ระบวุ ิธี ประเมินผลทีห่ ลากหลาย ตามสภาพจรงิ 5 5 4 5 5 4 4.66 7 หลังจดั กิจกรรมการเรียนรคู้ รไู ด้นา บนั ทกึ หลังการจดั กิจกรรมการเรียนไป 5 5 4 5 4 5 4.66 แกป้ ญั หาในโอกาสต่อไปทกุ ครัง้ รวมคะแนนเฉลยี่ 4.57 4.57 4.57 4.42 4.71 4.57 4.56 จากตารางที่ 4 พบว่า การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ วัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2557 คา่ เฉลี่ย (  ) เท่ากับ 4.56 2. ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นระหว่างก่อนเรยี นและหลังเรียน

การวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบคะแนนเฉลีย่ ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลงั เรยี น วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs ดังแสดงในตารางที่ 5 ตารางท่ี 5 แสดงผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนวิชาสังคม ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยใช้ กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs ผลการ N X ∑ D ∑D2 t p-value ทดลอง (30) ก่อนเรยี น หลังเรยี น 31 19.61 .01 233 1841 24.20 31 27.13 จากตารางที่ 5 พบว่า คะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน เท่ากับ 19.61 คะแนนเฉล่ีย ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนหลงั เรยี น เท่ากับ 27.13 แตกต่างกันอยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติที่ระดับ .01

3. ความพึงพอใจของนักเรยี นทีเ่ รยี นโดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs รายละเอียดผลความพึงพอของนักเรียนที่มีต่อการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภมู ลิ ักษณข์ องภูมภิ าคตา่ งๆ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs ดังตาราง ที่ 6

ตารางที่ 6 แสดงความพงึ พอใจของนักเรยี นทเ่ี รยี นวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอ่ื ง ภมู ลิ กั ษณ์ ของภูมิภาคตา่ งๆ ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 จานวน 31 คน โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs ระดบั ความพึงพอใจ ขอ้ สอบถาม 5 4 3 2 1  X คา่ เฉลี่ย 1. นักเรยี นชอบท่ีครใู หต้ ง้ั คาถามและ จานวน จานวน จานวน จานวน จานวน ( คน ) ( คน ) ( คน ) ( คน ) ( คน ) x ตอบคาถามเอง 21 3 4 2 1 134 4.32 2. นกั เรยี นสนใจศกึ ษาค้นควา้ การเรียนรู้ จากแหล่งตา่ งๆ 25 3 3 - - 149 4.80 3. นักเรียนใฝเ่ รียนใฝ่รูท้ จี่ ะคน้ คว้าขอ้ มลู เสมอ 25 5 1 - - 148 4.77 4. นักเรียนได้รบั คาชืน่ ชมจากคุณครใู น การพดู รายงานหน้าชน้ั เรียน 21 3 4 2 1 134 4.32 5. เม่ือนักเรียนเรียนรใู้ นกลมุ่ นักเรยี น ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของเพ่ือนเสมอ 22 3 2 2 2 134 4.32 6. นกั เรยี นได้แสดงความคดิ เหน็ อย่าง หลากหลายและสร้างสรรค์ 21 3 5 2 - 136 4.38 7. เมื่อรว่ มกจิ กรรมกลุ่มนกั เรยี นเคยช่วย เพอ่ื นทางานในกลุ่ม 19 5 4 2 1 132 4.25 8. นกั เรียนได้รับคาชมจากคณุ ครวู ่า ทางานได้ถกู ต้อง 18 6 5 2 - 133 4.29 9. นักเรียนมีความภาคภูมิใจผลงานของ ตนเอง 25 3 3 - - 149 4.80 10.นักเรยี นพอใจและภูมิใจท่จี ะแบ่งปัน ความรแู้ ละผลงานให้เพ่ือนได้ศึกษา 22 3 2 2 2 134 4.32 ระดบั ความพึงพอใจ รวมเฉลี่ย 4.457 จากตารางท่ี 5 พบว่าความพงึ พอใจของนักเรยี นท่มี ีต่อการเรยี นวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เร่ือง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs มี ระดบั ความพงึ พอใจเฉลีย่ เทา่ กบั 4.457 ซึ่งมคี วามพงึ พอใจอย่ใู นระดบั มาก

บทที่ 5 สรปุ ผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวจิ ยั คร้ังนี้มีวตั ถุประสงค์หลกั เพ่ือศึกษาผลการจดั กิจกรรมการเรียนรใู้ นศตวรรษท่ี 21 วิชาสงั คม ศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอื่ ง ภมู ิลกั ษณ์ของภมู ิภาคต่างๆ ของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 โดยใช้ กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs ทม่ี ีตอ่ ความสามารถจาเป็นพ้ืนฐานตามโครงการพัฒนาครูโดยใชก้ ระบวนการ สรา้ งระบบพ่เี ล้ียง Coaching and Mentoring โดยมวี ัตถุประสงคเ์ ฉพาะดงั นี้ 1) เพ่ือศึกษาประสทิ ธภิ าพของแผนการจดั การเรยี นรู้ วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรื่อง ภมู ิลักษณ์ของภูมภิ าคตา่ งๆ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 2) เพ่ือเปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน วชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรือ่ ง ภูมลิ ักษณ์ ของภมู ภิ าคต่างๆ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ก่อนเรยี นและหลังเรียนวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอื่ ง ภูมิลกั ษณ์ของภูมภิ าคตา่ งๆ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs 3) เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของนักเรียนที่เรยี นโดยใชก้ ระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs ขอบเขตของการวจิ ยั 1. กลุ่มเปา้ หมาย กลุ่มตวั อยา่ งในการวจิ ัยคร้งั นี้คอื นักเรียนชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5/1 โรงเรยี นอนบุ าลน้องหญิง จานวน 31 คน ไดโ้ ดยการกาหนดแบบเจาะจง 2. ตวั จดั กระทา (treatment) ตวั จดั กระทาในการวิจัยคร้ังน้ี คือ การจัดการเรยี นการสอน โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs 3. ตวั แปรทศี่ ึกษา ตัวแปรทศ่ี กึ ษาในการวจิ ยั ครง้ั นมี้ ดี งั น้ี 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรอื่ ง ภูมลิ ักษณ์ของ ภมู ภิ าคตา่ งๆ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5

2. ความพงึ พอใจของนกั เรยี นทีเ่ รยี นโดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs สรปุ ผลการวจิ ัย 1. แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม เรอ่ื ง ภมู ิลักษณ์ของภมู ิภาคตา่ งๆ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 มมี ีคณุ ภาพอยใู่ นระดบั ดีมาก โดยมคี ่าเฉล่ีย เท่ากบั 4.56 2. ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนของนักเรยี น ทไ่ี ดร้ บั การจัดการเรยี นรู้ โดยใช้กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม เร่อื ง ภมู ิลักษณ์ของภมู ภิ าคตา่ งๆ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 มีคะแนน เฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรยี น แตกต่างกันอย่างมีนยั สาคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั .01 3. ความพงึ พอใจของนกั เรียนทีเ่ รยี น โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs มคี า่ ความพึงพอใจ เท่ากับ 4.457 อยู่ในระดับมาก อภิปรายผลการวจิ ัย การศึกษาครั้งน้ีเป็นการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เร่ือง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ กระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs ซึ่งเปน็ การจดั กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้ โดยยึดผู้เรยี นเปน็ ศนู ย์กลาง ผู้เรียนสรุป ความคิดรวบยอด โดยกระบวนการแลกเปลีย่ นประสบการณ์ แสดงความคิด ระหว่างเพ่ือนนักเรียนด้วยกัน ทา ให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจย่ิงข้ึน ครูผู้สอนมีบทบาทกระตุ้นให้ผู้เรียนให้เกิดแนวคิดด้วยการต้ังคาถาม ทาให้ ผู้เรียนเกิดความเขา้ ใจยงิ่ ขน้ึ ซ่ึงผู้เรียนมสี ่วนรวมในกิจกรรมการเรยี น โดยทราบผลการปฏิบตั งิ านของตน จึงทา ใหเ้ กดิ ความสนใจในการเรยี น ผลการศกึ ษาอภิปรายตามลาดับสมมติฐานได้ดงั น้ี 1. แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง ได้รับการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs มีประสทิ ธิภาพสามารถใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ ซ่ึงแสดงว่า แผนการจัดการเรียนรู้มีจัดทาขึ้นมีคุณภาพอยู่ใน เกณฑท์ ่ีดีมาก ทง้ั น้เี นอ่ื งมาจากแผนการจัดการเรยี นรู้ ผ้วู จิ ยั ได้สร้างตามกระบวนการ กล่าวคือ มีการวิเคราะห์ หลักสูตร กิจกรรม สาระการเรียนรู้และตัวชี้วัดของรายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม นามาจัดเป็น

หน่วยการเรียนรู้ ได้ศึกษา ค้นคว้า นวัตกรรมการเรียนรู้ คือ การจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการ เรยี นรู้ 5 STEPs เปน็ รูปแบบในการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นกิจกรรมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มีการใช้ ส่ือ แหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย ตลอดจนมีการวัดประเมินผลตามสภาพจริง ทาให้แผนการจัดการเรียนรู้มี คุณภาพในระดับดมี าก 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของ ภูมิภาคต่างๆ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ เรยี นรู้ 5 STEPs เท่ากับ 19.61 ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นหลงั เรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ภูมิลักษณ์ของภูมิภาคต่างๆ เท่ากับ 27.13 และเมื่อทาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหว่างก่อน เรียนและหลังเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs มีความแตกต่างกันอย่างมี นัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่า หลังได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ท้ังน้ีเน่ืองมาจากกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นพัฒนาผู้เรียนให้ศึกษา ค้นคว้าด้วยตนเองผ่านกระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs นักเรียนท่ีเรียนด้วยกระบวนการนี้จะมีแรงจูงใจในการ แกป้ ัญหาสงู เชอื่ มโยงความรู้กบั โลกความเป็นจรงิ นักเรยี นเป็นผเู้ ลือกวิธีการคน้ หาคาตอบ กาหนดแหล่งข้อมูล จากน้ันลงมือปฏิบัติและค้นคว้าด้วยตนเอง นักเรียนจะสามารถบูรณาการความรู้และทักษะในการแก้ปัญหา สรปุ ขอ้ คน้ พบ และสร้างความรู้ใหม่ แลกเปล่ียนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และสามารถนาไปใช้ในชีวิตจริงได้ จึงทา ให้นักเรียนมีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นสูงขนึ้ 3. ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีเรียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs มีค่าความพึงพอใจ เท่ากับ 4.457 อยู่ในระดับมาก ทั้งเน่ืองมาจากกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 STEPs ประกอบด้วย กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ 5 กิจกรรม คือ 1) Learning to question 2) Learning to search 3) Learning to construct 4) Learning to communicate และ 5) Learning to serve ผู้เรียน สรุปความคดิ รวบยอด โดยกระบวนการแลกเปลย่ี นประสบการณ์ แสดงความคิด ระหวา่ งเพือ่ นนักเรียนด้วยกัน ทาให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจย่ิงขึ้น ครูผู้สอนมีบทบาทกระตุ้นให้ผู้เรียนให้เกิดแนวคิดด้วยการตั้งคาถาม ทาให้ ผู้เรียนเกิดความเข้าใจย่ิงข้ึน ซึ่งผู้เรียนมีส่วนรวมในกิจกรรมการเรียน โดยทราบผลการปฏิบัติงานของตน ตลอดจนมีการใช้ส่ือ แหล่งเรียนรู้อย่างหลากหลาย จึงทาให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการเรียนและมีความพึง พอใจในการจดั กจิ กรรมโดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs อยใู่ นระดับมาก ข้อเสนอแนะ จากผลการวจิ ัย ผู้วจิ ยั มีขอ้ เสนอแนะดงั ต่อไปน้ี

1. ควรนาส่อื ทห่ี ลากหลายในการจัดจดั กจิ กรรม นา่ สนใจและทันสมัย 2. ควรนาเอารปู แบบ และกระบวนการศึกษาในครั้งนี้ไปทาการศกึ ษากบั เนื้อหาวิชาของกลมุ่ สาระการ เรยี นรู้อื่นๆ 3. ควรมีการศึกษาเชิงเปรยี บเทยี บ การจดั การเรียนการสอนโดยใชก้ ระบวนการเรยี นรู้ 5 STEPs กบั รูปแบบการสอนอน่ื ๆ

บรรณานุกรม กาญจนา ภารสุรพันธ์. (2531). ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อสภาพแวดล้อม ภายในวิทยาลัย อาชีวศกึ ษา เขต 8. ปริญญานิพนธ์ กศม.(ธุรกิจศึกษา) กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรี นครนิ ทรวิโรฒ. ถ่ายเอกสาร. เตือนใจ แสงไกร. (2549). การพัฒนาทักษะการเขียนเชิงสร้างสรรค์ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ดว้ ยกระบวนการกลมุ่ โดยใช้แผนผังความคิด (Mind Mapping) การคน้ คว้าอิสระ. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. มหาสารคาม: บัณฑิต วิทยาลยั มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม. ถ่ายเอกสาร. ภนดิ า ชัยปัญญา.(2542). ความพึงพอใจของเกษตรกรต่อกิจกรรมไร่นาสวนผสม โครงการปรับโครงสร้าง และระบบการผลิตการเกษตรของจังหวัดเชียงราย. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์ มหาบัณฑิต สาขา ส่งเสรมิ การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ าลัยเชยี งใหม.่ ถ่ายเอกสาร. พวงรัตน์ ทวีรตั น์. (2538). วิธวี ิจยั ทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สานกั พมิ พแ์ หง่ จุฬา ลงกรณมหาวทิ ยาลัย. ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ. (2536). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. ภาควิชาการวัดผลและวิจัย ทางการศกึ ษา พิมพค์ ร้ังที่ 5 กรุงเทพฯ: สวุ ีริยาสาส์น. ล้วน สายยศและอังคณา สายยศ.(2543). การวดั ดา้ นจิตพสิ ัย. กรุงเทพฯ : สวุ รี ิยาสาสน์ . วิมลพรรณ ดาวดาษ. (2552). การพัฒนาชุดกิจกรรม เร่ือง ข้าวล้อมตอชัง สาหรับนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดบัวสุวรรณ ประดิษฐ์. ปริญญานิพนธ์ กศม. (การมัธยมศึกษา) กรุงเทพฯ:บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลัยศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.ถ่ายเอกสาร. ศึกษาธิการ, กระทรวง.(2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 กลุ่มสาระการ เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พ์ สก.สค. ลาดพรา้ ว.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี,กระทรวงศึกษาธิการ.(2553). คู่มือครูรายวิชาพ้ืนฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์,ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกราช 2551. กรุงเทพฯ :โรงพมิ พ์ สก.สค. ลาดพร้าว. สมยศ นาวีการ.(2545). พฤตกิ รรมองค์การ. กรงุ เทพฯ: บรรณกจิ . สานักทดสอบ (2555) คู่มือการประเมินคุณภาพผู้เรียนเพ่ือการประกันคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ปีการศึกษา 2555, สานักทดสอบ สานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้นั พืน้ ฐาน อนุบาลน้องหญิง, 2556. รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับข้ันพื้นฐาน. อุบลราชธานี: โรงเรียน อนุบาลนอ้ งหญิง อนุบาลน้องหญิง, 2551. เอกสารประกอบหลักสูตรสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. อุบลราชธานี: โรงเรียนอนุบาลน้องหญิง Scott, Myers.M. (1970). Ever Employer a manager : More Meaningful Work Through Job Environment. New York : Mc Graw-Hill,1970.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook