“ใหข้ า้ ราชการทกุ คนมคี วามพงึ พอใจ มเี กยี รตยิ ศ ศกั ดศ์ิ รี มรี ายไดท้ เ่ี พยี งพอตอ่ การดารงเกยี รติ เพอื่ ทจ่ี ะไดป้ ฏบิ ตั ติ นเป็ นขา้ ราชการทด่ี ใี นพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั อทุ ศิ ตนเพอ่ื ทาหนา้ ท่ี บาบดั ทกุ ข์ บารงุ สขุ เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของสงั คมโดยรวมและเพอ่ื ประชาชนอยา่ งแทจ้ รงิ ” นโยบายในการบรหิ ารราชการ ดา้ นการพฒั นาระบบราชการ ตามเจตนารมณ/์ นโยบายหวั หนา้ คณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาติ (4 ม.ิ ย. 57)
การแบง่ ระดบั ขา้ ราชการในสมยั กอ่ นกอ่ นจะมกี ารจดั ระบบการบรหิ ารราชการ และระบบขา้ ราชการในประเทศไทย ไดก้ าหนดใหข้ า้ ราชการมีบรรดาศกั ด์ิ มลี กั ษณะเป็ นเป็ นชนั้ ยศ (Rank) โดยแบง่ ออกเป็ น 9 ชนั้ ซง่ึ จะเปรยี บเทยี บกบั ขา้ ราชการในปจั จบุ นัได้ เชน่ระดบั 1 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดชิ์ นั้ \"นาย\"ระดบั 2 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดชิ์ นั้ \"พนั \" หรอื \"หมนื่ \"ระดบั 3-4 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดช์ิ น้ั \"ขนุ \" (เป็ นขา้ ราชการสญั ญาบตั ร)ระดบั 5-6 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดช์ิ นั้ \"หลวง\"ระดบั 7-8 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดชิ์ นั้ \"พระ\"ระดบั 9-10 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดชิ์ น้ั \"พระยา\"ระดบั 11 เทยี บไดก้ บั บรรดาศกั ดชิ์ น้ั \"เจา้ พระยา\" สว่ นบรรดาศกั ดิ์ \"สมเด็จเจา้ พระยา\" นน้ั ตอ้ งยกเป็ นตาแหนง่ พเิ ศษออกไป เพราะพระราชทานพเิ ศษเฉพาะตวั จานวนไมม่ าก จงึ เป็ นกรณีพเิ ศษ กระทง่ั พระบาทสมเด็จพระปกเกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงเป็ นผวู้ างรากฐานของขา้ ราชการพลเรอื น ซงึ่ ทรงวางระเบยี บขา้ ราชการพลเรอื นเป็ นครง้ั แรก ใหม้ ผี ลบงั คบั ใชเ้ มอ่ื วนั ท่ี 1 เมษายน พ.ศ. 2472 จงึ ถอื เอาวนัดงั กลา่ วเป็ นวนั ขา้ ราชการพลเรอื น
ววิ ฒั นาการของการแบง่ ระดบั ขา้ ราชการ ในอดตี ระบบรำชกำร ใชก้ ำรแบง่ ระดบั ขำ้ รำชกำรในรปู แบบของระบบศกั ดนิ ำ กระทง่ั มกี ำรวำงระบบขำ้ รำชกำรพลเรอื นสำมญั จงึ เรม่ิ มกี ำรวำงรปู แบบระดบั ขำ้ รำชกำรใหม่ โดยสำมำรถแบง่ ออกเป็ น 3 ยคุ คอื 1. ยคุ ระบบชนั้ ยศ เป็ นกำรแบง่ ระดบั ขำ้ รำชกำรออกเป็ นชนั้ ยศตำ่ งๆ ไดแ้ ก่ ชนั้ จัตวำ ชนั้ ตรี ชนั้ โท ชนั้ เอก และชนั้พเิ ศษ ยดึ ระบบชนั้ ยศ ลำดบั อำวโุ ส และคณุ สมบตั ขิ องบคุ คลเป็ นหลกั (Rank in Person) 2. ยคุ ระบบมาตรฐานกลาง 11 ระดบั ระบบมำตรฐำนกลำง 11 ระดบั (Common Level) คอื ระบบกำรจำแนกตำแหน่งตำมควำมยำกงำ่ ยของงำนมโี ครงสรำ้ งบญั ชอี ตั รำเงนิ เดอื นเพยี งบญั ชเี ดยี ว ใชก้ บั ทกุ ตำแหน่งในรำชกำรพลเรอื น โดยกำรใชร้ ะบบจำแนกตำแหน่งตำมระดบั มำตรฐำนกลำง 11 ระดบั หรอื \"ระบบซ\"ี เรม่ิ ใชต้ งั้ แตป่ ี พ.ศ. 2518 และถกู ยกเลกิ ตำมพระรำชบญั ญตั ิระเบยี บขำ้ รำชกำรพลเรอื น พ.ศ. 2551 ตงั้ แตว่ นั ที่ 11 ธนั วำคม พ.ศ. 2551 เป็ นตน้ ไป
การแบง่ ประเภทตาแหนง่ ในปจั จบุ นั3. ยคุ ระบบลกั ษณะประเภทตาแหนง่ ในปัจจบุ นั ขำ้ รำชกำรพลเรอื นสำมญั แบง่ ออกเป็ น 4 ประเภท ตำมพระรำชบญั ญัตริ ะเบยี บขำ้ รำชกำรพลเรอื นพ.ศ. 2551 มผี ลตงั้ แตว่ ันท่ี 11 ธนั วำคม พ.ศ. 2551 เป็ นตน้ มำ ไดแ้ ก่ ประเภททว่ั ไป ประเภทวชิ าการ ประเภทอานวยการ ประเภทบรหิ าร• ระดบั ทักษะพเิ ศษ • ระดบั ทรงคณุ วฒุ ิ • ระดบั สงู • ระดบั สงู• ระดบั อำวโุ ส • ระดบั เชยี่ วชำญ • ระดบั ตน้ • ระดบั ตน้• ระดบั ชำนำญงำน • ระดบั ชำนำญกำรพเิ ศษ• ระดบั ปฏบิ ตั งิ ำน • ระดบั ชำนำญกำร • ระดบั ปฏบิ ตั กิ ำร
ถงึ แม้จะมีระบบงานที่ดีเพยี งใด แต่ถ้าไม่มีคนทางาน...กเ็ ปล่าประโยชน์ \"คน\" จงึ มีคา่ ทีส่ ดุ ขององค์กร
ความแตกตา่ งภายในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์ 1) Generation B (Baby Boomers Generation) ผทู้ เ่ี กดิ ในชว่ งปี พ.ศ. 2489 - 2507 • วำงแผนชวี ติ องิ กบั กำรทำงำน มกั จะใชเ้ วลำสว่ นใหญท่ มุ่ เทกบั กำรทำงำนอยำ่ งหนัก • เคำรพกฎเกณฑ์ กตกิ ำ โดยมงุ่ หวงั ทจี่ ะมตี ำแหน่งหนำ้ ทก่ี ำรงำนทด่ี ี ทมุ่ เทและรักองคก์ ร • เป็ นคนทล่ี ะเอยี ดรอบคอบ ใสใ่ จกบั รำยละเอยี ดตำ่ งๆ สงู ้ ำน • พยำยำมสรำ้ งเนอื้ สรำ้ งตวั เป็ นวยั ทปี่ ระหยดั และอดออม วำงแผนชวี ติ หลงั กำรปลดเกษียณ • มกั จะชอบทำงำนแบบคอ่ ยเป็ นคอ่ ยไป ไมช่ อบกำรเปลย่ี นแปลงมำกนัก • มกั จะมองชว่ งวยั อน่ื ๆ ทำงำนไดไ้ มด่ เี ทำ่ ตนเอง จงึ มกั จะลงมอื ทำดว้ ยตวั เองจนทำใหง้ ำนลน้ มอื • สว่ นใหญจ่ ะมตี ำแหน่งหนำ้ ทกี่ ำรงำนในระดบั ผบู ้ รหิ ำร หวั หนำ้ งำน 2) Generation X (Extraordinary Generation) คอื ผทู้ เ่ี กดิ ในชว่ ง พ.ศ. 2508 - 2522 • ชอบอะไรงำ่ ยๆ มแี นวควำมคดิ และกำรทำงำนแบบรรู ้ อบดำ้ น • สำมำรถทำงำนไดต้ ำมลำพงั และยังสำมำรถทำงำนเป็ นสว่ นหนงึ่ ของทมี งำนเป็ นอยำ่ งดี • ไมค่ อ่ ยกลำ้ แสดงออก มคี วำมรบั ผดิ ชอบ • มนี สิ ยั เปิดกวำ้ งพรอ้ มยอมรบั ฟังขอ้ ตติ งิ เพอื่ ปรบั ปรงุ และพฒั นำตวั เอง • มกั ใหค้ วำมสำคญั สมดลุ กนั ระหวำ่ งงำนและครอบครวั คอื จะไมท่ ำงำนหนัก เลกิ งำนกก็ ลบั บำ้ น สปุ ัทมำ ตันตยำภนิ ันท.์ (2555). ควำมแตกตำ่ งภำยในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นกำรบรหิ ำรทรัพยำกรมนุษย.์ Executive Journal วำรสำรนักบรหิ ำร. วันทค่ี น้ ขอ้ มลู 7 มกรำคม 2557
ความแตกตา่ งภายในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์ 3) Generation Y (Why Generation) คอื ผทู้ เี่ กดิ ในชว่ งปี พ.ศ. 2523 - 2533 • ชอบกำรโตต้ อบและมคี วำมมนั่ ใจในตวั เองสงู จงึ ชอบทำงำนเพยี งลำพัง • คำดหวังในกำรทำงำนสงู ในเรอ่ื งของรำยได ้ และกำรเป็ นผนู ้ ำ ทะเยอทะยำน และมกั มแี นวควำมคดิ แบบกำ้ ว กระโดด ชอบแสดงออก ตดั สนิ ใจเร็ว • มคี วำมสำมำรถในดำ้ นกำรตดิ ตอ่ สอ่ื สำรและทำงำนหลำยๆ อยำ่ งในเวลำเดยี วกนั มคี วำมสำมำรถทำงดำ้ น เทคโนโลยสี งู • ทำงำนเป็ นทมี กลำ้ ซกั ถำม ตดิ เพอื่ น ชอบทำอะไรหลำยๆ อยำ่ งในเวลำเดยี วกนั มองโลกในแงด่ ี • จะคอ่ นขำ้ งเบอ่ื งำนง่ำย จงึ มแี นวโนม้ ในกำรเปลย่ี นงำนสงู ชอบกำรซกั ถำมเพอ่ื หำเหตผุ ลกอ่ นทจ่ี ะดำเนนิ กำร • กำรสรำ้ งสมดลุ ในชวี ติ และหนำ้ ทก่ี ำรงำนเป็ นสงิ่ สำคญั (Work Life Balance) 4. Generation M (Millennial Generation) เป็ นผทู้ เ่ี กดิ ในชว่ งปี พ.ศ. 2534 - 2540 • มคี วำมสำมำรถทำงดำ้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละภำษำองั กฤษ • ชอบควำมเป็ นอสิ ระ อยำกเป็ นเจำ้ ของกจิ กำรขนำดเล็ก ไมช่ อบกำรเป็ นลกู จำ้ ง • ในองคก์ รทม่ี บี คุ ลำกรในกลมุ่ นจ้ี ะมลี กั ษณะทช่ี อบคดิ ไมช่ อบกำรทอ่ งจำ ยงั ไมม่ ปี ระสบกำรณ์ในกำรทำงำน • ชอบกำรแสดงออก ชอบแสดงควำมคดิ เห็น มนั่ ใจในตนเองสงู ชอบกำรทำงำนเป็ นทมี • ไมช่ อบกำรอยภู่ ำยใตก้ ฎเกณฑห์ รอื กฎระเบยี บ สปุ ัทมำ ตนั ตยำภนิ ันท.์ (2555). ควำมแตกตำ่ งภำยในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นกำรบรหิ ำรทรพั ยำกรมนุษย.์ Executive Journal วำรสำรนักบรหิ ำร. วันทค่ี น้ ขอ้ มลู 7 มกรำคม 2557
ความแตกตา่ งภายในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์ การพฒั นาคนขนึ ้ มาทดแทนผ้ทู ี่อยใู่ นวยั ใกล้เกษียณ จงึ ต้องมีการพฒั นาความรู้และทกั ษะท่ีจาเป็นให้กบั คนรุ่นถดั ไป การบริหารจาเป็นจะต้องวเิ คราะห์พฤติกรรมและมองหาแรงจงู ใจหลกั ของแตล่ ะช่วงอายุ และคดิ เสมอว่าในทกุ ช่วงอายลุ ้วนมีจดุ แขง็ และจดุ ด้อยแตกต่าง เม่ือได้ผลจากการ วิเคราะห์ดงั กล่าวจงึ นาผลท่ีได้มาทาการวางแผนยทุ ธศาสตร์พร้อมทงั้ ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั ิการ1) การพฒั นาองคก์ รแหง่ การเรยี นรแู้ ละการจดั การความรู้ • ใหบ้ คุ ลำกรมโี อกำสในกำรศกึ ษำและพัฒนำควำมรดู ้ ว้ ยตนเอง นอกเหนอื จำกหลักสตู รทอ่ี งคก์ รจัดขนึ้ เป็ นประเพณี (Off the Shelf) เชน่ ใหบ้ คุ ลำกรวำงแผนกำรพัฒนำตนเองในแตล่ ะปี โดยระบทุ ักษะทจ่ี ำเป็ นตอ่ ภำระหนำ้ ทที่ รี่ ับผดิ ชอบ ซงึ่ กำรเปิดโอกำสนจี้ ะชว่ ยให ้ บคุ ลำกรไดแ้ สดงควำมคดิ เห็น และมสี ว่ นรว่ มในกำรพัฒนำองคก์ ร พรอ้ มทัง้ สนับสนุนใหม้ กี ำรแลกเปลย่ี นเรยี นรโู ้ ดยกำรถำ่ ยทอดควำมรู ้ และประสบกำรณจ์ ำกบนลงลำ่ ง ทัง้ นจี้ ะชว่ ยลดชอ่ งวำ่ งทเี่ กดิ ขนึ้ ระหวำ่ งอำยุ และยังชว่ ยให ้ Gen Y และ Gen M เกดิ กำรเรยี นรู ้ ประสบกำรณ์จำกกำรบอกเลำ่ นอกเหนอื จำกประสบกำรณต์ รง2) การพฒั นาวธิ กี ารทางานใหม้ คี วามยดื หยนุ่ • เพอื่ รองรับงำนทม่ี คี วำมทำ้ ทำยจะชว่ ยให ้ Gen X, Y และ M ไดแ้ สดงควำมสำมำรถในสภำวกำรณ์ทแี่ ตกตำ่ ง อันหมำยถงึ กำรหมนุ เวยี น เปลยี่ นงำนจะทำใหค้ นทัง้ 3 ชว่ งวยั ไมร่ สู ้ กึ เบอื่ หน่ำย ซำ้ ซำก จำเจ และยงั ทำใหไ้ ดร้ ับประสบกำรณใ์ หมๆ่ และดว้ ยเทคโนโลยใี นปัจจบุ ัน มคี วำมทันสมยั และยดื หยนุ่ เออ้ื ตอ่ กำรทำงำน สปุ ัทมำ ตันตยำภนิ ันท.์ (2555). ควำมแตกตำ่ งภำยในองคก์ รกับยทุ ธวธิ ใี นกำรบรหิ ำรทรัพยำกรมนุษย.์ Executive Journal วำรสำรนักบรหิ ำร. วันทค่ี น้ ขอ้ มลู 7 มกรำคม 2557
ความแตกตา่ งภายในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์ การพฒั นาคนขนึ ้ มาทดแทนผ้ทู ่ีอย่ใู นวยั ใกล้เกษียณ จงึ ต้องมีการพฒั นาความรู้และทกั ษะท่ีจาเป็นให้กบั คนรุ่นถดั ไป การบริหารจาเป็นจะต้องวิเคราะห์พฤตกิ รรมและมองหาแรงจงู ใจหลกั ของแต่ละช่วงอายุ และคดิ เสมอวา่ ในทกุ ชว่ งอายลุ ้วนมีจดุ แข็งและจดุ ด้อยแตกต่าง เมื่อได้ผลจากการ วเิ คราะห์ดงั กล่าวจงึ นาผลที่ได้มาทาการวางแผนยทุ ธศาสตร์พร้อมทงั้ ขนั้ ตอนในการปฏิบตั กิ าร3) กาหนดสมรรถนะทจ่ี าเป็ นตอ่ การทางานแตล่ ะหนา้ ทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ • โดยทำกำรวเิ ครำะหบ์ ทบำทหนำ้ ทใี่ นตำแหน่งงำนเดมิ และจัดทำใหมใ่ หม้ คี วำมยดื หยนุ่ รองรับกำรเปลยี่ นแปลง เมอ่ื กำหนดสมรรถนะ เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหว้ ำงแผนกำรฝึกอบรมเพอื่ เสรมิ สรำ้ งสมรรถนะหลัก (Core Competency) และสมรรถนะในงำน (Functional Competency) โดยกำหนดใหบ้ คุ ลำกรตอ้ งมที ักษะควำมรคู ้ วำมสำมำรถในสมรรถนะพน้ื ฐำน (Threshold Competency) เป็ นอยำ่ งดี4) พฒั นาระบบพเ่ี ลย้ี ง • เพอื่ ชว่ ยแนะนำถำ่ ยทอดประสบกำรณ์ใหก้ ับบคุ ลำกรทัง้ ทเ่ี ป็ นทำงกำรและไมเ่ ป็ นทำงกำร โดยคำนงึ ถงึ ผทู ้ ม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ กำรเรยี นรใู ้ นแตล่ ะ ชว่ งวยั เชน่ Gen X มนี สิ ยั ชอบกำรเรยี นรแู ้ ละคำปรกึ ษำจำกผเู ้ ชยี่ วชำญอยำ่ งแทจ้ รงิ สว่ น Gen Y จะเนน้ เรยี นรเู ้ ฉพำะบคุ คลทช่ี น่ื ชอบ เป็ นตน้5) จดั อบรมระดบั ผบู้ รหิ าร • ใหค้ วำมรู ้ ควำมเขำ้ ใจบคุ ลำกรระดับผบู ้ รหิ ำร เชน่ ทักษะกำรเป็ นผนู ้ ำ กำรบรหิ ำรจัดกำรควำมขดั แยง้ กำรสอ่ื สำรภำยในและภำยนอก องคก์ ร กำรสรำ้ งแรงจงู ใจและอทิ ธพิ ล กำรบรหิ ำรกำรเปลย่ี นแปลง กำรเปิดรับควำมคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะตำ่ งๆ สปุ ัทมำ ตันตยำภนิ ันท.์ (2555). ควำมแตกตำ่ งภำยในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นกำรบรหิ ำรทรัพยำกรมนุษย.์ Executive Journal วำรสำรนักบรหิ ำร. วนั ทคี่ น้ ขอ้ มลู 7 มกรำคม 2557
ความแตกตา่ งภายในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นการบรหิ ารทรพั ยากรมนษุ ย์ การพฒั นาคนขนึ ้ มาทดแทนผ้ทู ่ีอย่ใู นวยั ใกล้เกษียณ จงึ ต้องมีการพฒั นาความรู้และทกั ษะที่จาเป็นให้กบั คนรุ่นถดั ไป การบริหารจาเป็นจะต้องวเิ คราะห์พฤตกิ รรมและมองหาแรงจงู ใจหลกั ของแต่ละชว่ งอายุ และคดิ เสมอวา่ ในทกุ ชว่ งอายลุ ้วนมีจดุ แข็งและจดุ ด้อยแตกต่าง เมื่อได้ผลจากการ วิเคราะห์ดงั กล่าวจงึ นาผลท่ีได้มาทาการวางแผนยทุ ธศาสตร์พร้อมทงั้ ขนั้ ตอนในการปฏิบตั ิการ6) สรา้ งบรรยากาศในการทางานทมี่ คี วามยดื หยนุ่ • คน Gen X, Y และ M มกั ชอบทำงำนทม่ี คี วำมเป็ นอสิ ระ ดงั นัน้ เพอ่ื ใหก้ ำรทำงำนบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคห์ รอื เป้ำหมำยทว่ี ำงไว ้ จงึ ตอ้ ง ปรับเปลยี่ นรปู แบบกำรทำงำนทยี่ ดื หยนุ่ มคี วำมเป็ นอสิ ระ รวมทัง้ มอบหมำยงำนตำมควำมถนัด เชน่ บอกทศิ ทำงของเป้ำหมำยทต่ี อ้ งกำร ใหก้ บั Gen X และพยำยำมอธบิ ำยเหตผุ ลตอบขอ้ ซกั ถำมกับ Gen Y เป็ นตน้7) สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารทางานเป็ นทมี • ใหม้ แี ลกเปลยี่ นควำมคดิ เห็นไดอ้ ยำ่ งเต็มที่ มกี ำรสอ่ื สำรจำกทัง้ 2 ทำง คอื ลำ่ งขนึ้ บนและบนลงลำ่ ง ผบู ้ รหิ ำรจะตอ้ งกลำ้ รับฟังขอ้ ตติ งิ และขอ้ เสนอแนะตำ่ งๆ พรอ้ มทัง้ ยอมรับกำรเปลย่ี นแปลง8) สรา้ งกจิ กรรมตา่ งๆ ภายในองค์ • เพอื่ สรำ้ งควำมรว่ มมอื รว่ มใจเพอื่ ใหบ้ รรลเุ ป้ำหมำยทกี่ ำหนดไวเ้ พรำะคนวยั Gen Y และ M เป็ นวยั ทช่ี อบแสดงออกและกำรเป็ นผนู ้ ำ ใน แตล่ ะกจิ กรรมระดับผบู ้ รหิ ำรจะตอ้ งเขำ้ ไปมสี ว่ นรว่ มเพอ่ื สรำ้ งควำมสมั พันธ์ ควำมเป็ นอันหนง่ึ อนั เดยี วกัน เป็ นกำรสรำ้ งควำมใกลช้ ดิ และ ผกู พัน ผบู ้ รหิ ำรทดี่ จี ะตอ้ งรจู ้ ักลงไปคลกุ ฝ่ นุ หมำยควำมวำ่ ผบู ้ รหิ ำรทจ่ี ะไดใ้ จผใู ้ ตบ้ งั คับบญั ชำไมใ่ ชน่ ่ังทำงำนเพยี งทโ่ี ตะ๊ ทำงำนเพยี ง อยำ่ งเดยี ว แตจ่ ะตอ้ งยอมลงไปสรำ้ งควำมสมั พันธก์ ับพนักงำนพรอ้ มทัง้ ยอมรับฟังปัญหำอยำ่ งใกลช้ ดิ สปุ ัทมำ ตันตยำภนิ ันท.์ (2555). ควำมแตกตำ่ งภำยในองคก์ รกบั ยทุ ธวธิ ใี นกำรบรหิ ำรทรัพยำกรมนุษย.์ Executive Journal วำรสำรนักบรหิ ำร. วันทคี่ น้ ขอ้ มลู 7 มกรำคม 2557
\"คนพนั ธใุ์ หม\"่ NEXT GENERATION LEADERS นยิ ามแหง่ \"มนษุ ยพ์ นั ธใุ์ หม\"่ ในโครงสรา้ ง \"ขา้ ราชการ\"1. มพี ลวตั สงูเป็ นคนทมี่ คี วำมคลอ่ งตวั และมคี วำมยดื หยนุ่ สงู ไวตอ่ สง่ิ ใหมๆ่ พรอ้ มรับกำรเปลยี่ นแปลง ทำอะไรรวดเร็วและแมน่ ยำ มักเป็ นคนทไ่ี มอ่ ยนู่ งิ่ ชอบขวนขวำยใฝ่ หำควำมรู ้สนใจเรอ่ื งของประเทศชำตบิ ำ้ นเมอื ง ตนื่ ตวั ทจ่ี ะพัฒนำตนเองและองคก์ รอยเู่ สมอ ชอบควำมทำ้ ทำย ชอบกำรแขง่ ขนั และมคี วำมเชอ่ื วำ่ \"พรงุ่ นี้ตอ้ งดกี วำ่ วนั น\"ี้2. เชอ่ื วา่ \"ฉนั ทาได\"้คนพนั ธใุ์ หมจ่ ะมที ัศนคตเิ ป็ นบวก หรอื ทเี่ รยี กวำ่ \"CAN DO\" Attitude ชอบงำนยำกงำนทำ้ ทำย มองควำมสำเร็จของงำนเป็ นทต่ี งั้ ควำมคดิ จะไมย่ ดึ ตดิ อยกู่ บั กรอบเดมิ ๆไมน่ ำปัญหำเล็กมำเป็ นอปุ สรรคในกำรทำงำนใหม่ และรจู ้ ักคดิ ดกั ปัญหำอยตู่ ลอดเวลำ มคี วำมเชอื่ มั่นในตนเองสงู กลำ้ ทำ้ ทำยตัวเอง กลำ้ \"แตกตำ่ ง\" จำกสง่ิ ทเี่ ป็ นอยเู่ ดมิกลำ้ รเิ รมิ่ กลำ้ เปลย่ี นแปลงไปสสู่ ง่ิ ทดี่ ขี น้ึ กลำ้ รับฟังควำมเห็นทแ่ี ตกตำ่ ง กลำ้ รับทงั้ ผดิ และชอบ3. มคี วามสามารถรอบตวัดว้ ยควำมทร่ี ะบบกำรสอื่ สำร ระบบคมนำคมขนสง่ และสอ่ื มวลชนแขนงตำ่ งๆ ไดพ้ ัฒนำขน้ึ มำก ทกุ วนั นมี้ สี ำรพดั เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นกำรแสวงหำควำมรู ้ คนสมยั น้ีจงึ มโี อกำสไดม้ องเห็นโลกกวำ้ งและรับรขู ้ อ้ มลู ขำ่ วสำรมำกกวำ่ สมยั กอ่ น เป็ นคนทมี่ ที กั ษะและควำมสำมำรถหลำกหลำยมำกขนึ้ ในตวั เอง เป็ นผทู ้ ร่ี อบรู ้ เลน่ ไดท้ กุ บทในทกุสถำนกำรณ์ รจู ้ ักผสมผสำนควำมรสู ้ ำขำตำ่ งๆ ทัง้ ศำสตรแ์ ละศลิ ป์ ทงั้ บนุ๋ และบู๊4. เนน้ \"สาระ\" มากกวา่ \"พธิ รี ตี อง\"เขำจะใหค้ วำมสำคัญกบั \"แกน่ \" มำกกวำ่ \"กระพ้ี หรอื เปลอื ก\" สนใจเน้ือหำสำระ มำกกวำ่ รปู แบบหรอื พธิ รี ตี อง บคุ ลกิ ทโ่ี ดดเดน่ ของคนรนุ่ ใหม่ ภำยนอกจะเป็ นคนงำ่ ยๆ ไม่ถอื เน้ือถอื ตวั เขำ้ กนั ไดก้ บั คนทกุ ระดับ แตภ่ ำยในจะเป็ นคนชำ่ งคดิ คดิ ลกึ คดิ กวำ้ ง คดิ อยำ่ งมยี ทุ ธศำสตรแ์ ละมเี หตมุ ผี ล และมงุ่ ผลสมั ฤทธขิ์ องเนอื้ งำนเป็ นหลกั5. เขา้ ใจและรจู้ กั ใชเ้ ทคโนโลยีมนุษยใ์ นยคุ ดจิ ทิ ัล หรอื ทเี่ รยี กวำ่ รนุ่ เจเนอเรชนั่ Y เป็ นคนทเี่ ตบิ โตในยคุ ทมี่ คี วำมเปลย่ี นแปลงและพัฒนำกำรทำงดำ้ นเทคโนโลยอี ยำ่ งรวดเร็ว คณุ สมบตั สิ ำคัญของคนรนุ่น้ี คอื จะเป็ นผทู ้ ใี่ หค้ วำมสำคญั กบั ขอ้ มลู ขำ่ วสำรรอบๆ ตวั กระตอื รอื รน้ ทจี่ ะตดิ ตำมควำมกำ้ วหนำ้ ของเทคโนโลยอี ยเู่ ป็ นนจิ เป็ นผทู ้ หี่ มนั่ เรยี นรดู ้ ว้ ยตนเองอยำ่ งตอ่ เนื่องเขำจะมองเห็นควำมสำคัญของเทคโนโลยใี นฐำนะทเี่ ป็ นเครอื่ งมอื สำคญั ในกำรแสวงหำควำมรู ้ และรจู ้ ักนำมำประยกุ ตใ์ ชใ้ นกำรทำงำนและชวี ติ ประจำวัน6. ชวี ติ มดี ลุ ยภาพในยคุ ทเี่ รำไดเ้ ห็น Working Women และ Working Men อยเู่ ต็มบำ้ นเต็มเมอื ง หลำยคนทำงำนไมล่ มื หลู มื ตำ ทกุ นำทคี ดิ แตเ่ รอ่ื งงำน เสมอื นกบั วำ่ ชวี ติ นมี้ แี ตเ่ รอ่ื งงำนเป็ นสรณะ สำหรับคนพนั ธใุ์ หม่ แมจ้ ะทมุ่ เททำงำนอยำ่ งสดุ ควำมสำมำรถ แตข่ ณะเดยี วกนั ก็จะรจู ้ ัก \"แบง่ เวลำ\" ใหค้ รอบครัว สงั คม เพอื่ นฝงู กำรพัฒนำตนเอง รวมทงั้ กำรออกกำลงั กำย ดแู ลรักษำสขุ ภำพรำ่ งกำยและจติ ใจของตนเองดว้ ย7. แข็งแกรง่ แตไ่ มแ่ ข็งกรา้ วคนพันธใุ์ หมจ่ ะถกู สอนให ้ \"พง่ึ ตนเอง และชว่ ยเหลอื ผอู ้ นื่ \" มำกกวำ่ หวงั พงึ่ ผอู ้ นื่ ใหช้ ว่ ยเหลอื ตนเอง มคี วำมเป็ น \"ผใู ้ ห\"้ มำกกวำ่ \"ผรู ้ ับ\" มคี ณุ ธรรม รจู ้ ักแยกแยะผดิ ชอบชวั่ดี ไมย่ อมกม้ หวั ตอ่ ควำมไมถ่ กู ตอ้ ง ยดึ มั่นอดุ มกำรณ์ และมคี วำมรับผดิ ชอบตอ่ สงั คม ถงึ แมจ้ ะแข็งแกรง่ เพยี งใด แตพ่ วกเขำมที ักษะทำงสงั คมทด่ี ี เขำ้ ไดก้ บั คนทกุ ระดับสภุ ำพ ออ่ นนอ้ มถอ่ มตน รจู ้ ักใหอ้ ภยั และมนี ้ำใจ พวกเขำ \"ออ่ นโยน\" แตไ่ ม่ \"ออ่ นแอ\" พวกเขำมักแสวงหำวธิ ที นี่ มุ่ นวล แตส่ ำมำรถไปสเู่ ป้ำหมำยเดยี วกนั ได ้
“วัย”กบั ความทา้ ทาย ด้านการบรหิ ารทรพั ยากรบุคคลในอีกไมก่ ปี่ ี จะเกษยี ณอายรุ าชการจานวนมาก เราจะตอ้ งวางแผนการถา่ ยทอดองคค์ วามรู้อย่างเปน็ ระบบอยา่ งไรการบริหารจดั การระหว่างกลุ่มผอู้ าวุโสทมี่ คี วามชานาญงานและประสบการณ์ กบั คนรุ่นใหมท่ ี่มคี วามสามารถทางเทคโนโลยซี ่งึ มวี ิธกี ารทางานท่แี ตกต่างกนั จะบังคบั บญั ชากนั อยา่ งไรความแตกตา่ งดา้ นทศั นคตแิ ละคา่ นยิ มในการทางานและในการรกั องคก์ รระหว่างคนรนุ่ เกา่ และคนรนุ่ ใหมท่ แ่ี สวงหาสงิ่ ท่ีดกี วา่ จะรกั ษาใหอ้ ยใู่ นองคก์ รไดอ้ ยา่ งไร
ทฤษฎชี ว่ งเวลาการทางาน (career-stage theory)1) ชว่ งทดลอง (Trial) 2) ชว่ งสร้างความมนั่ คง (Stabilization)เป็นกลุ่มคนที่มีอายุตา่ กวา่ 30 ปี ซึ่งมกั จะแสวงหาอาชพี การงานทดี่ ีที่ เป็นกล่มุ คนท่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 30-45 ปี ซ่ึงจะสนใจเร่ืองความก้าวหนา้ ในเหมาะและเรียนร้เู กี่ยวกบั ทกั ษะและความสามารถของตนเอง โดยมงุ่ เน้น อาชีพการงานและชวี ติ ครอบครัวเรื่องการพึ่งพาตนเองและพกั ผ่อนหยอ่ นใจ3) ชว่ งรกั ษาสถานภาพ (maintenance) 4) ชว่ งเกษยี ณอายุ (Retirement)เปน็ กลุ่มคนทีม่ ีอายรุ ะหวา่ ง 45-60 ปี ซึ่งจะพยายามรักษาสถานภาพ เปน็ กลมุ่ คนท่ีมอี ายุ 60 ปี ซง่ึ เกษียณอายจุ ากงานหลกัไว้ด้วยการทางานอย่างเตม็ ความสามารถและเร่มิ คานงึ ถึงอาชพี อนื่ และการเกษยี ณอายุ
ผนู้ า 5 ระดบั ในวทิ ยานพิ นธข์ อง นกั ศกึ ษาปรญิ ญาเอกจาก มหาวทิ ยาลยั ฮารว์ ารด์ ตามแนวคดิ แบบตะวนั ออกแบง่ ผนู้ าเป็ น 5 ระดบั5. ระดบั สงู สดุ คอื ผนู ้ ำทไ่ี มไ่ ดอ้ ยำกเป็ นผนู ้ ำ แตเ่ ป็ นคนทมี่ คี วำมสำมำรถนำพำองคก์ รทัง้ ทมี ฝ่ ำฟันผำ่ นพน้ วกิ ฤตไปได ้ โดยไมม่ กี เิ ลส4. ระดบั ทส่ี ี่ ตณั หำคดิ จะเป็ นใหญ่ จงึ ทำทกุ อยำ่ งโดยไมม่ อี ะไรแอบแฝง โปรง่ ใสตรวจสอบไดใ้ นทกุ ดำ้ น ดังเชน่ ปชู นยี บคุ คลสองทำ่ น คอื จอรจ์ วอชงิ ตัน และ เตงิ้ เสยี วผงิ ซงึ่ ลว้ นถกู เคย่ี วเขญ็ ใหข้ นึ้ มำเป็ นใหญเ่ พอื่ กอบกวู ้ กิ ฤต และพยำยำมขอถอนตวั จำก ไปอยำ่ งเงยี บๆ เมอ่ื เสร็จสน้ิ ภำรกจิ ทต่ี อ้ งรบั ผดิ ชอบ ผนู ้ ำระดบั นเ้ี รยี กวำ่ “ผนู้ าทยี่ งิ่ ใหญ”่ คอื ผนู ้ ำทเี่ ปิดทำงสนับสนุนใหล้ กู ทมี ไดป้ ระสบควำมสำเร็จบคุ คลเหลำ่ นัน้ จะเคำรพนับถอื ผนู ้ ำชนดิ นี้อยำ่ งสดุ จติ สดุ ใจ เพรำะควำมสำเร็จในชวี ติ ของพวกเขำไดม้ ำจำกผนู ้ ำคนนี้ ผนู ้ ำระดับนเี้ รยี กวำ่ “ผนู้ าทส่ี รา้ งคน”3. ระดบั ทสี่ ำม คอื ผนู ้ ำทม่ี ปี ัญญำแลว้ ยังสำมำรถเป็ นทพี่ งึ่ ของลกู นอ้ งได ้ มคี วำมเมตตำกรณุ ำทใี่ ครเดอื ดรอ้ นก็จะมำพงึ่ พำขอควำม ชว่ ยเหลอื ลกู ทมี ทอี่ ยรู่ ว่ มกันก็จะมคี วำมรสู ้ กึ ผกู พัน อบอนุ่ มัน่ คง ผนู ้ ำระดบั นเ้ี รยี กวำ่ “ผนู้ าทมี่ นี า้ ใจ”2. ระดบั ทส่ี อง คอื ผนู ้ ำเกง่ ฉลำดบวกดว้ ยประสบกำรณ์ชวี ติ รวมทัง้ มบี ทเรยี นทเ่ี คยผำ่ นควำมเจ็บปวดมำแลว้ และแน่นอนตอ้ งผำ่ นกำร1. ระดบั ลำ่ งสดุ ทำงำนอยำ่ งโชกโชนเพยี งพอ เขำจะไดเ้ ขำ้ ใจถงึ กำลเทศะ เรอื่ งอะไรควรหนัก เรอ่ื งอะไรควรเบำ สงิ่ ใดควรรบี เรง่ สง่ิ ใด ควรรัง้ รอไวก้ อ่ น ประเด็นใดสำคัญมำก ประเด็นใดสำคัญนอ้ ยกวำ่ ผนู ้ ำระดับนก้ี ็จะสรำ้ งควำมมน่ั ใจไดม้ ำกขนึ้ วำ่ จะไม่ บมุ่ บำ่ ม หนุ หันพลนั แลน่ แตจ่ ะมวี ธิ แี กป้ ัญหำทย่ี ดื หยนุ่ นุ่มนวล ถกู ตอ้ งสอดคลอ้ งกบั สถำนกำรณต์ ่ำงๆ ไดด้ ขี น้ึ เทำ่ กบั นำพำใหท้ มี งำนลดควำมเสย่ี งทจ่ี ะตอ้ งพบเจอกบั ภำวะวกิ ฤตโดยไมจ่ ำเป็ น ผนู ้ ำระดับนเี้ รยี กวำ่ “ผนู้ าทม่ี ปี ญั ญา” คอื ผนู ้ ำทเ่ี ฉลยี วฉลำด มไี หวพรบิ รเู ้ ทำ่ ทันคน มยี ทุ ธวธิ แี ละกลยทุ ธท์ แี่ หลมคม มวี สิ ยั ทัศนก์ วำ้ งไกล เป็ นผนู ้ ำทลี่ กู ทมี ม่นั ใจวำ่ จะพำทมี ไปไดต้ ลอดรอดฝั่ง ผนู ้ ำระดบั นเ้ี รยี กวำ่ “ผนู้ าทเ่ี กง่ ฉลาด”กลำ่ วโดยสรปุ ผนู ้ ำระดบั ทหี่ นงึ่ และสองใช ้ “สมอง” เป็ นหลัก แตผ่ นู ้ ำทส่ี งู ขน้ึ มำในระดบั สำม สี่ หำ้ ตอ้ งใช ้ “หัวใจ” เป็ นกลไกขบั เคลอ่ื น แนวทำงกำรบรหิ ำรจัดกำรแบบตะวนั ออกเนน้ เรอื่ งหัวใจมำกกวำ่ สมอง โดยยดึ ปรัชญำทวี่ ำ่ “คนจะใหญ่ หวั ใจตอ้ งใหญพ่ อ”ดังนัน้ บคุ คลทไ่ี มไ่ ดม้ คี วำมสำมำรถโดดเดน่ มำกทส่ี ดุ หรอื เกง่ ทสี่ ดุ แตม่ ภี ำวะจติ ใจอยใู่ นระดับสำม สี่ หำ้ ดังทไ่ี ดก้ ลำ่ วมำแลว้ จงึ มักจะอยใู่ นตำแหน่งระดับสงู ขององคก์ รใหญๆ่ ทบ่ี รหิ ำรตำมแนวทำงตะวนั ออก เพรำะองคก์ รเหลำ่ นไ้ี มไ่ ดย้ ดึ ผลประโยชนเ์ ป็ นใหญ่ แตใ่ หน้ ้ำหนักกับเรอ่ื งควำมสขุ ของทกุ คนในทมี เป็ นเป้ำหมำยทสี่ ำคญั ทส่ี ดุ !
หลมุ พรางของนกั บรหิ าร อสิ นิ ธร สอนไว อำจำรยท์ ปี่ รกึ ษำ นบส. กพ.1) หลมุ อานาจ (power) กำรตกหลมุ ในอำนำจทไี่ ดม้ ำจำกตำแหน่งหนำ้ ท่ี ใชอ้ ำนำจไปในทำงมคิ วร เหลงิ อำนำจ2) หลมุ กเิ ลส (desires) กำรยอมจำนน พำ่ ยแพต้ อ่ กเิ ลส ตณั หำทรี่ มุ เรำ้ เยำ้ ยวนอยรู่ อบตวั ทม่ี ำจำกอำนำจหนำ้ ท่ี ทรัพยส์ นิ เงนิ ทอง เพศตรงขำ้ ม ลำภมคิ วรได ้ และกำรเอำประโยชนจ์ ำกรำชกำร3) หลมุ อตั ตา (egoism) ควำมทะนงตน กำรคดิ วำ่ ตวั เรำเองเกง่ ฉลำด มอี ำนำจ ลมื ตวั มวั เมำ ทะนงตวั ลมุ่ หลง ตวั เอง ดถู กู ดแู คลนผอู ้ น่ื จงอยำ่ ลมื วำ่ บำงครัง้ กำรไดม้ ำซงึ่ ตำแหน่งนัน้ ๆ สำหรับบำงคนอำจไมใ่ ชด่ ว้ ยควำมสำมำรถ ของตนเป็ นหลกั เสมอไป อำจถกู ใชเ้ ป็ นหนุ่ เชดิ ตรำยำง หรอื เพรำะอำวโุ ส สงสำร เกรงใจ วงิ่ เตน้ ฯลฯ4) หลมุ อบายมขุ (temptation) สรุ ำ กำรพนัน และอบำยมขุ ทัง้ ปวง จะเป็ นหลมุ ลกึ แหง่ ควำมเสอ่ื มเสยี5) หลมุ อารมณ์ (temper) กำรควบคมุ อำรมณ์ตนเองไมไ่ ด ้ แสดงอำรมณ์ออกทำง กำย วำจำ และจติ ทร่ี อ้ นระอุ รนุ แรง จะเป็ นไฟทเ่ี ผำผอู ้ นื่ และไฟนัน้ จะกลบั มำเผำตนเอง6) หลมุ คาเยนิ ยอ (praise) กำรลมุ่ หลงในคำเยนิ ยอ กำรประจบประแจงจำกผรู ้ อบขำ้ งเป็ นภัย และเป็ นภำพมำยำที่ จะทำใหเ้ รำหลงทำงหลดุ จำกทศิ ทเี่ รำควรจะไป7) หลมุ อคติ (prejudice) อคตกิ อ่ เกดิ กำรเบย่ี งเบนทำงควำมคดิ กำรมองภำพ ทัศนมำยำ ทัศนคตทิ มี่ ตี อ่ บคุ คล หรอื ตอ่ สงั คม วัฒนธรรม ทเ่ี บยี่ งแบนไปจำกควำมเป็ นจรงิ สง่ ผลตอ่ กำรตดั สนิ ใจ และผลลพั ทท์ จ่ี ะเกดิ ขนึ้ อนั อำจจะ ผดิ เพยี้ นไปจำกสง่ิ ทค่ี วรเป็ นหรอื ควำมถกู ตอ้ ง8) หลมุ อวชิ ชา (ignorance/ unawareness) กำรขน้ึ สตู่ ำแหน่งสงู มใิ ชก่ ำรเป็ นพหสู ตู จงอยำ่ คดิ วำ่ กำรขน้ึ สู่ ตำแหน่งสงู แลว้ เปรยี บเสมอื นแกว้ ทมี่ นี ้ำเต็ม กำรไมศ่ กึ ษำขวนขวำยหำควำมรเู ้ พม่ิ กำรหยดุ นง่ิ อยกู่ บั ทเ่ี ทำ่ กบั กำร ถอยหลงั ควำมไมร่ ู ้ ประมำทเลนิ เลอ่ ในงำน ในกฎ ระเบยี บอำจนำไปสคู่ วำมผดิ พลำดอนั ยง่ิ ใหญ่ นักบรหิ ำรจงึ ควร ศกึ ษำหำควำมรตู ้ ลอดเวลำ
หลมุ พรางของนกั บรหิ าร อสิ นิ ธร สอนไว อำจำรยท์ ป่ี รกึ ษำ นบส. กพ.9) หลมุ แหง่ ความเฉอ่ื ยชา (sluggishness) เมอื่ ใดทข่ี นึ้ สตู่ ำแหน่งทส่ี งู ตำมทต่ี อ้ งกำรแลว้ อำจทำใหข้ ำดควำม กระตอื รอื รน้ ควำมคดิ สรำ้ งสรรค์ ภำวะหมดไฟ และควำมพยำยำมในสง่ิ ใหมๆ่ ยอ่ มสง่ ผลใหเ้ กดิ ควำมเสอ่ื มถอยใน ประสทิ ธภิ ำพกำรทำงำน เกดิ ควำมลำ้ หลงั ถดถอย10) หลมุ โอษฐภยั (danger caused by speaking) ผอู ้ ยใู่ นอำนำจเหนอื ผอู ้ น่ื มกั คดิ วำ่ ผอู ้ ยใู่ ตเ้ ป็ นบรวิ ำร มกั ไม่ ระมดั ระวังคำพดู จงอยำ่ ลมื วำ่ ทำ่ นเองกเ็ คยอยใู่ นสถำนะเหลำ่ นัน้ มำกอ่ น จงระวงั คำพดู ทเี่ สยี ดแทงใจ คำพดู ทส่ี รำ้ ง ควำมโกธรแคน้ เกลยี ดชงั สรำ้ งศตั รู นำไปสคู่ วำมอำฆำตมำดรำ้ ย สงิ่ นจ้ี ะเป็ นภัยใกลต้ วั ทจี่ ะเหน็ ไดก้ ต็ อ่ เมอ่ื ภยั มำถงึ ตวั แลว้11) หลมุ การเมอื ง (political engagement) นักบรหิ ำรไมค่ วรเขำ้ ไปยงุ่ เกยี่ วกบั กำรเมอื งมำกจนเกนิ เหตุ กำร ดำรงตนเป็ น ขรก. ทดี่ คี วรรักษำควำมเป็ นกลำง บรสิ ทุ ธิ์ ยตุ ธิ รรม เทยี่ งธรรม เทยี่ งตรง มจี ติ สำนกึ ควำมเป็ นรำชกำร รกั ษำผลประโยชนแ์ หง่ ชำตแิ ละสว่ นรวมเป็ นหลกั กำรฝักใฝ่ กบั กำรเมอื ง หรอื มคี วำมสมั พนั ธใ์ กลช้ ดิ กบั นักกำรเมอื ง อำจเป็ นดำบสองคมตอ่ สถำนะ ขรก.ของตวั เรำเอง นักบรหิ ำรจงึ ควรดำรงตนเป็ นกลำง และสำมำรถอยไู่ ดก้ บั สภำวะ ทบี่ ำ้ นเมอื งมคี วำมขดั แยง้ ควำมผันผวน เปลยี่ นแปลง ตอ้ งยดึ หลกั คณุ ธรรม ควำมเป็ นกลำง อยำ่ ใหน้ ักกำรเมอื งมำ overrule กำรงำนในสว่ นงำนประจำ และตอ้ งกลำ้ ทจ่ี ะไมย่ อมรบั กำรแทรกแซงทำงกำรเมอื ง จงึ ควรวำง position ของตนใหเ้ หมำะสม12) หลมุ มวลชน/สอื่ มวลชน (people & mass media) กำรเป็ นขำ้ รำชกำรตอ้ งไมล่ มื มวลชน ซงึ่ เป็ นเป้ำหมำย หลกั ของกำรทำงำนใหแ้ ผน่ ดนิ มวลชนและสอื่ มวลชนอำจสง่ เสรมิ ใหท้ ำ่ นไดด้ มี ชี อื่ เสยี งได ้ ในทำงกลบั กนั ก็ สำมำรถทำใหท้ ำ่ นเสยี ชอ่ื เสยี งหรอื มเี หตเุ ป็ นไปได ้ มวลชนและสอ่ื มวลชนจงึ เป็ นเสมอื นน้ำทส่ี ำมำรถลอยเรอื ไดฉ้ ัน ใด กส็ ำมำรถจมเรอื ไดฉ้ ันนัน้ ดงั นัน้ มวลชนและสอ่ื มวลชนกส็ ำมำรถทำใหอ้ นำคตของ ขรก.บำงคนถงึ จดุ ดับได ้ เชน่ กนั ทงั้ นี้ ขน้ึ อยกู่ บั กำรทำงำน ควำมประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นและกำรสรำ้ งควำมสมดลุ ของตวั เรำเองตอ่ บทบำทกำร งำนในหนำ้ ทอี่ นั สมควร
“If you can’t fly, then run “Do one thing every day that scares you”If you can’t run, then walk (Eleanor Roosevelt)If you can’t walk, then crawl “จงทาสง่ิ ทคี่ ณุ กลวั วนั ละหนง่ึ ครงั้ ”Do whatever you can, just to move forward” (เอเลนอร์ รสู เวลต)์(Martin Luther King Jr.)“ถา้ คณุ บนิ ไมไ่ ดก้ ็วง่ิ “Never doubt that a small group of committedวง่ิ ไมไ่ ดก้ ็เดนิ people can change the world. Indeed it is theเดนิ ไมไ่ ดก้ ็คลาน only thing that ever has” (Margaret Mead)ทาอยา่ งไรก็ได.้ .ใหเ้ คลอ่ื นไปขา้ งหนา้ ” “อยา่ ไดส้ งสยั เลยวา่ คนทชี่ า่ งคดิ และทมุ่ เทกลมุ่(มำรต์ นิ ลเู ธอร์ คงิ จเู นยี ร)์ เล็กๆ จะเปลยี่ นแปลงโลกไดห้ รอื ความจรงิ แลว้ นี่ แหละคอื สงิ่ ทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ ” (มำรก์ ำเร็ต มคี )“The greatest danger for most of us is notThat Our aim is too high and we miss it, but “It is not mountain we conquer, but ourselves”that it is too low and we reach it” (Edmund Hillary)(Michelangelo) ไมใ่ ชภ่ เู ขา ทเี่ ราสามารถพชิ ติ ได้ แตเ่ ป็ น “ตวั ของ“อนั ตรายสว่ นใหญข่ องเราไมใ่ ชว่ า่ เรา เราเอง”ตา่ งหาก (เอดมนั ด์ ฮลิ ลำร)ีตง้ั เป้ าหมายสงู เกนิ ไปและทาไมไ่ ด้ แตเ่ ป็ นการตงั้ เป้ าหมายทต่ี า่ เกนิ ไปและเราทาได”้
ผนู้ า(วรัท พฤกษำกลุ นันท)์ทาหนา้ ที่ เสรมิ พ่ี และสอนนอ้ ง ฝึ กใหพ้ รอ้ ม งานหนกั ใหร้ บั สู้ปรบั ระบบ เชอ่ื มงาน วางคนดู ใหเ้ ขา้ สู่ แนวทาง งานควรทาบรหิ าร งานเดน่ เนน้ คณุ คา่ ตอ้ งนาพา พนี่ อ้ ง ครองใหม้ น่ับรรลตุ าม วสิ ยั ทศั น์ ทรี่ ว่ มทา เตมิ ตอ่ ฝนั เสรมิ แรง แจงใหด้ ูมององคก์ ร มองตน ใหจ้ งคดิ ถกู หรอื ผดิ เพอื่ ใคร ใจตอ้ งรู้เพอ่ื สว่ นรวม หรอื เรา ควรตรองดู หนกั เบาสู้ เหนอ่ื ยพกั จกั ไดก้ ารจะเคอื งขนุ่ ขอ้ งใจ ใหค้ ลายคดิ ฝึ กใหจ้ ติ แจม่ ใส หายฟ้ งุ ซา่ นอคติ ขม่ ไว้ ไมป่ ระจาน เดนิ สายกลาง คงไว้ ใจรม่ เย็น
ผนู้ า ตามทศั นะขา้ พเจา้ (วรัท พฤกษำกลุ นันท)์• มอี ดุ มการณ์ (Ideology)• มงุ่ งานพฒั นา (High Value Added)• นาพายทุ ธศาสตร์ (Strategy-Focused Organization)• สามารถแกป้ ญั หา (fix the problem)• พงึ่ พานวตั กรรม (Innovation)• นาสอื่ มาใช้ (Social media & public relations)• ไวใ้ จ ใหเ้ กยี รติ (Trust & Respect)• รงั เกยี จทจุ รติ (no corruption)• สรา้ งมติ รรว่ มมอื (Collective Leader)
การพฒั นาองค์กร (วรัท พฤกษำกลุ นันท)์ TeamHappinessEngagement Coaching
การทางานแบบ 3P (วรัท พฤกษำกลุ นันท)์professional : มืออาชพีproactive : เชิงรกุ รวดเรว็public relations : ประชาสัมพนั ธ์
เตรยี มใหพ้ รอ้ มรวมใจใหไ้ ด้ นอ้ มรบั ทาคนไมท่ าปลอ่ ยไป บอกพ่ี สอนนอ้ ง นาจดุ เดน่ ใจสาคญั เนน้ คณุ คา่พบผใู้ หญ่ หาโอกาส การด์ อยา่ ตก
บอกพ่ี สอนนอ้ ง•เตรยี มใหพ้ รอ้ ม มเี วลาว่างก็จดั เตรียมข้อมูลที่เก่ยี วขอ้ งในงานของตวั เองใหพ้ ร้อม ...ใช้ ICT ให้เป็นประโยชน์ อย่าปดิ กั้นศักยภาพของ ตัวเอง ....ศกึ ษาแนวคิด ทฤษฏีต่างให้มาก แต่อย่าใชม้ าครอบงาการทางานมากเกินไป•นอ้ มรบั ทา ไมเ่ กยี่ งงาน แบกหามกท็ า ผลประโยชนต์ อบแทนมาทหี ลัง...ถา้ ไม่ได้ในคราวนี้ คิดวา่ โอกาสหนา้ ยังมี ....ถา้ ไมไ่ ด้อีก คดิ วา่ บ้านมขี า้ วกิน ไมง่ อ้ ...จดั เต็มต่อไป•นาจุดเดน่ หางานท่ถี นดั แล้วจบั ใหม้ ่นั ฝกึ ให้เชีย่ วชาญให้ได้ เวลามีงานสาคัญตอ้ งให้ผบู้ ังคบั บญั ชาและคนอืน่ ๆนกึ ถงึ เรา เชน่ เก่งด้าน แผน เก่งงบประมาณ เก่งติดตามประเมนิ เกง่ ICT เปน็ ตน้ ที่สาคัญคอื จะต้องมองงานในเชงิ ระบบใหเ้ ปน็ ทงั้ ระบบใน องคก์ รเรา ระบบในกรม และระบบในกระทรวงและนอกกระทรวง
บอกพี่ สอนน้อง•เนน้ คุณคา่ งานทีอ่ อกจากเราตอ้ งดี มีคุณภาพและเร็ว แต่ถา้ งานด่วนเข้ามาพรอ้ มๆกนั ให้ดูวา่ งานไหนสาคัญ เร่งด่วน และมผี ลกระทบ สงู•หาโอกาส โอกาสมสี องอยา่ งคอื “คนอนื่ หยิบย่นื ให้” และ “เดินไปขอโอกาสเอง”...ผมจะเป็นอย่างหลัง ....หาโอกาสเข้าไปมสี ว่ นรว่ ม ในงานต่างๆใหม้ าก อยา่ เกยี่ งงาน และหาโอกาสพัฒนาตวั เอง เชน่ ฝึกอบรม เรียนตอ่ ในระดบั ท่สี ูงข้นึ ถงึ ปรญิ ญาเอกยงิ่ ดี เพราะประเทศนย้ี งั ให้เครดิตกับคนท่มี ี ดร. นาหน้าอยู่•การ์ดอยา่ ตก เมอ่ื พลาดพลงั้ ผิดหวัง ไมพ่ อใจ อยา่ แสดงอาการใหใ้ ครเห็น. ถือคติ กลนื เลือด แลว้ ลยุ ตอ่ สักวนั ตอ้ งเปน็ ของเรา
บอกพี่ สอนน้อง•พบผใู้ หญ่ หาโอกาสไปปรึกษาหรอื พูดคุยกบั ผใู้ หญท่ ่เี ราเคารพ หรอื ผใู้ หญท่ ่เี ป็นผู้บังคบั บญั ชา แสดงความออ่ นน้อมถอ่ มตน แตไ่ มใ่ ช่ ประเภท ดีครับนาย ไดค้ รบั ทา่ น. อย่าคิดเรียนลดั เพราะถา้ เติบโตโดยการประจบสอพลอจะไม่ย่งั ยืน•ใจสาคัญ หดั น่งั สมาธบิ ้าง ฝึกจติ ใหส้ งบ จะชว่ ยให้เราคิดงานออก คดิ งานเร็ว และมีสตเิ มื่อเจอภาวะวกิ ฤตตา่ งๆ เพราะในชว่ งเวลาใด เวลาหนง่ึ ในการทางานเราต้องเจอแน่นอน•คนไมท่ าปล่อยไป ในทกุ องคก์ รมผี ูค้ นหลากหลายประเภท เราไมส่ ามารถบงั คับใหใ้ คร..คดิ และทุ่มเทเหมือนเราได\"้ ทุกคนมีขอ้ จากัดที่ต่างกัน ...ผมไมถ่ ือสาคนไม่ทา \"กมั มนุ า วตั ตติ โลโก\" สัตวโ์ ลกท้งั หลายตอ้ ง เปน็ ไปตามกรรม
บอกพ่ี สอนน้อง•รวมใจใหไ้ ด้ เรามเี วลาทางาน 8 ชั่วโมงต่อวนั 40 ชัว่ โมงตอ่ สปั ดาห์ 160 ช่วั โมงต่อเดือน 1,920 ช่วั โมงตอ่ ปี (สรุปเรามีเวลาทางาน 240 วนั ต่อปี) ดงั นน้ั เราต้องสรา้ งความสขุ ในการทางาน ผกู มิตรกับเพือ่ นร่วมงาน เพราะเราจะตอ้ งเจอหนา้ เขาทกุ วัน เปน็ น้องต้องเคารพและใหเ้ กียรตพิ ่ี เปน็ พีต่ ้องทาตวั ให้คู่ควรกับความเคารพและเกยี รติทนี่ อ้ งให้ .....พตี่ อ้ งเป็นผู้นา เปน็ ผสู้ ร้าง แรงบันดาลใจ ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้กบั รุน่ นอ้ ง เพราะในอนาคตนอ้ งๆ จะเป็นกาลังสาคญั ในการรบั ภาระองค์กร ต่อจากเรา
ขำ้ พเจำ้ เป็ นเพยี งนักปฏบิ ตั ทิ ที่ ะเยอทะยำน อยำกไดใ้ ครด่ ี ทโี่ ชคดถี กู อปุ โลกนข์ น้ึ มำใหเ้ ป็ นผนู ้ ำหรอืผบู ้ รหิ ำร หำใชเ่ ป็ นโดยธรรมชำติ ดงั นัน้ จงึ ไมม่ บี ำรมใี ดๆ สง่ิ ทท่ี ำเป็ นเพยี งกำรปฏบิ ัตหิ นำ้ ทใ่ี หบ้ รรลุ ตำมภำรทไ่ี ดร้ ับมอบหมำยโดยธรรมเทำ่ นัน้ ดว้ ยจติ คำรวะอกี ไมน่ ำนขำ้ พเจำ้ ตอ้ งตำยจำกโลกนเ้ี พยี งลำพัง จงอยำ่ จำวำ่ ขำ้ พเจำ้ มตี ำแหน่งใด ยงิ่ ใหญห่ รอื ตกตำ่เพยี งใด ร่ำรวยหรอื ยำกจนเพยี งใด สำเร็จหรอื ลม้ เหลวเพยี งใด เพรำะคนสว่ นใหญไ่ มไ่ ดใ้ สใ่ จอยแู่ ลว้ แตข่ ำ้ พเจำ้ พงึ ระลกึ ดว้ ยจติ เพยี งวำ่ ไดท้ ำหนำ้ ทต่ี อบแทนบญุ คณุ แผน่ ดนิ บพุ กำรี ผมู ้ พี ระคณุ และ บคุ คลอนั เป็ นทร่ี ัก ทัง้ ตอ่ หนำ้ และลบั หลังอยำ่ งซอื่ ตรง เพยี งเทำ่ นัน้ กต็ ำยตำหลับแลว้ ดว้ ยจติ คำรวะ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128