36 สภาพแวดล้อมเดียวกันจึงจะสามารถดาเนินงานและการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมเกิด ผลสาเรจ็ 5. แนวคิดทฤษฎที ี่เกีย่ วข้องกบั ผตู้ ัดสนิ กีฬำมวยไทยอำชพี แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพ ผู้วิจัยจะนาเสนอเกี่ยวกับหลักการและ แนวทางปฏิบัติของผตู้ ดั สนิ กีฬามวยไทยอาชพี พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 คุณสมบัติของผู้ตัดสิน ระเบียบแลกติกาะการแข่งขันกีฬามวยไทยอาชีพ หลักการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพ ดงั รายละเอยี ดต่อไปนี้ 5.1 พระรำชบัญญตั ิกีฬำมวย พ.ศ. 2542 ระเบียบคณะกรรมการกีฬามวยว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ตัดสิน พ.ศ. 2545 เพื่อให้การจด ทะเบียน และการปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องผ้ตู ัดสนิ ดาเนินไปดว้ ยความเรียบร้อย อาศัยอานาจตามความในมาตรา 9 (5) มาตรา 32 และมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 คณะกรรมการกีฬามวยจึงออก ระเบยี บวา่ ดว้ ยคุณสมบัติของผู้ตัดสนิ ไว้ ดงั ต่อไปน้ี (สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย, 2562, 145-147) ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการกีฬามวย ว่าด้วยคุณสมบัติของ ผ้ตู ัดสนิ พ.ศ. 2545” ข้อ 2 ระเบยี บนใ้ี ห้ใชบ้ งั คบั ตัง้ แต่วนั ถัดจากวันประกาศเป็นตน้ ไป ข้อ 3 ในระเบียบน้ี “คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการกฬี ามวย “ผตู้ ัดสิน” หมายความ ว่าผู้หา้ มมวยบนเวทแี ละผูใ้ หค้ ะแนนในการแขง่ ขันกฬี ามวยและให้ หมายความรวมถึง ประธานผตู้ ัดสนิ หมวด 1 คณุ สมบัติของผจู้ ดทะเบียนเป็นผตู้ ดั สนิ -------------- ข้อ 4 ผขู้ อจดทะเบยี นเป็นผตู้ ัดสินต้องมคี ณุ สมบัตแิ ละไม่มีลักษณะต้องห้ามดังตอ่ ไปน้ี (1) มสี ญั ชาติไทย (2) มีอายุไมต่ า่ กวา่ ยี่สิบปบี รบิ ูรณ์ (3) มวี ฒุ ิการศึกษาไมต่ ่ากว่ามธั ยมศกึ ษาตอนปลายหรือเทียบเท่า (4) มคี วามรู้และมีประสบการณใ์ นกีฬามวยเป็นอย่างดี (5) มสี ขุ ภาพแข็งแรงและสามารถปฏิบตั หิ น้าทีไ่ ดด้ ี (6) ไมเ่ ป็นโรคพษิ สุราเรือ้ รัง โรคตดิ ต่อร้ายแรง ติดยาเสพติดให้โทษโรคที่สังคมรังเกียจ หรือเป็นโรคทีค่ ณะกรรมการกาหนด (7) ไมเ่ ปน็ คนวกิ ลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
37 (8) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหาย ซ่ึงคณะกรรมการเห็นว่าจะนามา ซึ่งความเส่ือม เสียแก่ วงการกฬี ามวย (9) ไมเ่ ปน็ บุคคลล้มละลาย หรอื เปน็ บคุ คลเสื่อมเสยี ประวัติทางการเงิน (10) ไม่เคยไดร้ ับโทษจาคุกโดยคาพพิ ากษาถึงทีส่ ดุ ใหจ้ าคุกเว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิด ทไี่ ด้กระทาโดยประมาท หรือความผดิ ลหุโทษ (11) สาเร็จหลักสูตรการอบรมผู้ตัดสินกีฬามวยท่ีจัดโดยคณะกรรมการกีฬามวย หรือ คณะกรรมการกีฬามวยใหก้ ารรบั รอง หรอื มเี อกสารหลักฐานตามทีก่ าหนดในขอ้ 5 (2) ข้อ 5 ผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ตัดสินมีอายุต้ังแต่หกสิบปีข้ึนไปในวันขอจดทะเบียน ผู้ขอจด ทะเบียน นอกจากมคี ุณสมบัตติ ามขอ้ 4 แล้ว ต้องมคี ณุ สมบตั ิเพม่ิ เติม ดังต่อไปน้ี (1) มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงโดยมีหนังสือรับรองการตรวจสุขภาพร่างกายจากแพทย์ ตามแบบทค่ี ณะกรรมการกาหนดทา้ ยระเบียบนี้ (2) มีคุณวุฒิหรือประสบการณ์การตัดสินกีฬามวยโดยมีหนังสือรับรองคุณวุฒิ หรือ ประสบการณ์การตัดสินกีฬามวย หรือประกาศนียบัตรการเป็นผู้ตัดสินที่ออกให้โดยองค์กรกีฬามวย ซึ่งจัดต้ังตามกฎหมายว่าด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือองค์กรกีฬามวยระหว่างประ เทศท่ี คณะกรรมการกีฬามวยกาหนด หมวด 2 คณุ สมบตั ิของผู้ทีจ่ ะปฏิบตั หิ น้าทต่ี ดั สนิ กีฬามวย -------------- ข้อ 6 ผ้ทู ี่จะปฏบิ ตั หิ นา้ ทตี่ ดั สนิ กีฬามวยไดต้ อ้ งมีคณุ สมบตั ิ ดังต่อไปน้ี (1) เปน็ ผูซ้ ่ึงไดร้ บั การจดทะเบยี นและมีบตั รประจาตัวผู้ตัดสินตามพระราชบัญญัติกีฬา มวย พ.ศ. 2542 (2) มีความรคู้ วามเข้าใจในกตกิ าและหลักการตัดสนิ กีฬามวยท่ีเป็นปจั จบุ ัน (3) เป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรงและได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์แผนปัจจุบันทุก ๆ 1 ปี และส่งผลการตรวจร่างกายไปยังสานกั งานคณะกรรมการกีฬามวยภายในวันท่ี 31 ธันวาคมของทุกปี การ ตรวจร่างกายตอ้ งกระทาภายใน 30 วัน ก่อนวันสง่ ผลการตรวจร่างกาย ขอ้ 7 การปฏบิ ัติหน้าท่ีผู้ตัดสินในการแข่งขันกีฬามวยให้ประธานผู้ตัดสินพิจารณา กาหนด ผู้จะปฏบิ ตั ิหนา้ ทโี่ ดยคานงึ ถึงประสบการณ์ วฒุ ภิ าวะ ความสามารถ และความเหมาะสมในการปฏิบัติ หนา้ ท่ีของผูต้ ัดสนิ ในแตล่ ะรายการแขง่ ขันเปน็ สาคัญ
38 ข้อ 8 ผู้ตัดสินซึ่งไม่มีสัญชาติไทยและไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 6 (1) หรือผู้ตัดสินสาหรับการ จัดการ แข่งขันกีฬามวยที่ไม่ต้องขออนุญาตจัดการแข่งขัน ตามกฎหมายว่าด้วยกีฬามวยจะปฏิบัติ หน้าที่ ผ้ตู ัดสินในการแข่งขันกีฬามวยไดจ้ ะต้องมคี ณุ สมบตั ิ ดงั ตอ่ ไปนี้ (1) มหี นงั สือรับรองหรือประกาศนียบัตรการเป็นผู้ตัดสินที่ออกให้โดยองค์กรกีฬามวย ซ่งึ จดั ต้ังตามกฎหมายวา่ ด้วยการกีฬาแห่งประเทศไทยหรอื (2) มีหนังสือรับรองหรือประกาศนียบัตรการเป็นผู้ตัดสินที่ออกให้โดยองค์กรกีฬามวย ระหว่าง ประเทศที่คณะกรรมการกีฬามวยกาหนด ข้อ 9 ผู้ปฏิบัติหน้าท่ีผู้ตัดสินในการแข่งขันกีฬามวยจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับ และระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติกฬี ามวยโดยเครง่ ครัด ข้อ 10 ผู้ตัดสินท่ีจะปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขันกีฬามวยต้องทรงไว้ซ่ึงอานาจ หน้าท่ีความ ยุติธรรมและมหี นา้ ที่ป้องปรามการกระทาอันมิชอบหรือละเมิดกฎหมาย ซ่ึงอาจเกิดข้ึนกับการแข่งขัน ที่ตนปฏิบัตหิ น้าท่ี และรายงานตอ่ คณะกรรมการโดยทันที ขอ้ 11 ความตามใน ข้อ 8 และเพอื่ ประโยชน์ในการอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย รวมท้ังเพ่ือเป็น การส่งเสริมผู้ตัดสินท่ีไม่มีสัญชาติไทยให้ได้รับประกาศนียบัตร วุฒิบัตร หรือใบรับรองการปฏิบัติ หน้าท่ีผู้ตัดสินด้านศิลปะมวยไทย ให้สานักงานคณะกรรมการกีฬามวยจัดให้มีการอบรมการเป็นผู้ ตัดสินกีฬามวยสาหรับด้านศิลปะมวยไทยแก่ชาวต่างชาติ ท่ีสนใจโดยปกติไม่น้อยกว่า 1 ครั้งต่อปี รายละเอยี ดหลักสตู รการอบรมคุณสมบตั แิ ละการรบั สมคั รผู้เข้ารับการอบรม ให้เป็นไปตามประกาศท่ี คณะกรรมการกาหนด 5.2 คณุ ลักษณะของผตู้ ัดสนิ ผตู้ ดั สนิ ทด่ี มี ีองคป์ ระกอบหลายประการ สิ่งสาคัญที่สุดต้องมีความยุติธรรมเป็นบรรทัดฐาน ของการเป็นผู้ตัดสิน มีองค์ความรู้ในเรื่องของกติกาอย่างถ่องแท้ มีเทคนิคและกลวิธีในการตัดสิน นอกจากน้ยี งั ต้องศกึ ษาหาความร้ใู นเร่ืองกตกิ าเพ่ิมเติมตลอดเวลาเพ่ือทันต่อกติกาท่ีมีการเปล่ียนแปลง และผูต้ ัดสนิ ควรยอมรบั ขอ้ ผดิ พลาดนามาปรบั ปรงุ แก้ไข เพื่อพฒั นาตนเองให้ดีข้ึน คุณลักษณะเหล่าน้ี หากมีอยู่ในตัวผู้ตัดสินคนใดถือเป็นผู้ตัดสินตัวอย่างที่ดี และสามารถเป็นแบบอย่างกับผู้ตัดสินบุคคล อนื่ ไดด้ อี ีกดว้ ย (การกีฬาแห่งประเทศไทย, 2551, 3) 5.3 คุณลักษณะของผตู้ ดั สินกฬี ำมวยไทยอำชพี การเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพที่ดี จะต้องมีคุณลักษณะท่ีดีเป็นสิ่งสาคัญ ซึ่ง สุเทพ รัตนะ (2555, 19) กลา่ วถึงคุณลกั ษณะท่ีดขี องผตู้ ดั สนิ ไว้ดังนี้ 1. เป็นผู้ที่มีบุคลิกลักษณะท่าทางท่ีน่านิยม สภาพของร่างกาย กิริยาท่าทาง การแต่งกาย ทง้ั ภายนอกและภายในสนามเหมาะสมกับสภาพกาลเทศะ
39 2. เป็นผ้ทู ่อี ารมณม์ ั่นคง แสดงออกถงึ ความนา่ เชือ่ ถอื 3. เป็นผู้ที่มีความซื่อตรง แสดงออกถึงความซื่อสัตย์ต่อนักกีฬาผู้เข้าแข่งขันและต่อผู้ตัดสิน ดว้ ยกันท้ังต่อหน้าและลบั หลัง มีความเท่ียงธรรมและศกั ดิ์ศรีของการเป็นผู้ตัดสิน 4. เปน็ ผทู้ ี่มคี วามกลา้ หาญ มีนา้ ใจท่ีเดด็ เก่ยี ว ไม่เกรงกลัวอิทธิพลใด ๆ กิริยาท่าทางกระฉับ กระเฉง แคล่วคลอ่ งว่องไว ไม่เชื่องช้า อืดอาด ทันต่อเหตุการณ์ตลอดเกมการแข่งขัน ถ้ามีการแข่งขัน ทีผ่ ดิ กติกาจะตอ้ งตัดสินชี้ชาดให้ทนั ที 5. เปน็ ผู้ทีส่ ามารถใช้สามัญสานกึ ในการตดั สินไดอ้ ย่างดี ตอ้ งรู้จักยดื หยุน่ ให้เหมาะสม 6. เป็นผูท้ ี่จะต้องแสดงออกถึงความสามารถอย่างเต็มท่ี ต้องคานึงอยู่เสมอว่าการตัดสินทุก ครงั้ คอื การทาแบบฝึกหัดทย่ี ากมาก ฉะน้นั จะต้องทาใหอ้ ย่างดีทีส่ ุด 7. เปน็ ผทู้ ี่มีอุปนิสยั ใจคอหนกั แน่น มีความเขา้ ใจในตนเองและเพอ่ื นผ้ตู ดั สินดว้ ยกนั มจี ติ ใจกวา้ งขวาง ยนิ ดแี ละพร้อมท่จี ะรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อน่ื 8. เป็นผู้มีเกียรติเชื่อถือได้ จะตอ้ งไม่นาเอาขอ้ เสียของผู้ตดั สินใจคนหนึง่ ไปบอกเล่าให้บุคคล อืน่ ฟงั หรือนาเอาข้อบกพร่องของผู้ฝึกสอนที่กระทาผิดหรือของนักกีฬาท่ีเข้าแข่งขันได้กระทาผิดแล้ว นาไปเล่าใหผ้ ้อู ื่นฟงั 9. เป็นผู้ทมี่ ีความยุตธิ รรมใหแ้ ก่ทกุ ๆ คน ต้องตดั สินการแข่งขนั ดว้ ยความยุตธิ รรม 10. เป็นผูท้ ่ีมีความรอบรู้ มีเชาวป์ ัญญาดี ปฏิบตั หิ นา้ ท่ดี ้วยความสขุ มุ รอบคอบ สุภาพซ่ึงจะ ทาให้การแข่งขันดาเนินไปด้วยความเรียบร้อย การควบคุมการแข่งขันราบร่ืนปราศจากอุปสรรคที่ อาจจะเกิดข้ึน 11. เปน็ ผู้ที่มคี วามพร้อม มีสติสัมปชัญญะ ติดตามและควบคุมการแข่งขัน ตั้งแต่เร่ิมต้นจน เสรจ็ ส้ินการแข่งขันอยา่ งใกล้ชดิ จากการศึกษาคุณลักษณะที่ดีของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ สุเทพ รัตนะ (2555, 19) ได้ สรปุ ถึง คุณลกั ษณะของผูช้ ข้ี าด/ผตู้ ดั สนิ ท่ดี ี มีลกั ษณะดงั นี้ 1. ต้องมรี า่ งกายแขง็ แรง สมบูรณ์ 2. มสี ว่ นสงู ไม่ตา่ กวา่ 165 เซนตเิ มตร ถงึ แม้กติกามิไดก้ าหนดความสูงของผู้ช้ีขาด/ผู้ตัดสิน ไว้ตามเนื่องจากการตัดสินมวยไทยแตกต่างไปจากมวยสากล เพราะจาเป็นต้องกดและแยกนักมวยที่ กอดปล้าออกจากกันได้โดยไม่ชักช้า ถ้ากรรมการมีรูปร่างเล็กกว่านักมวยก็ทาได้ยาก นอกจากทาให้ ขาดความเชอ่ื มนั่ ในตนเองแลว้ ยังทาให้ผู้ชม นักมวย และผู้เก่ียวข้องขาดความเชื่อม่ันด้วย และอาจมี ผลต่อการตดั สนิ เช่น การแยกมวยไมอ่ อก หรือแยกมวยชักชา้ มีผลทาให้เกมการแขง่ ขันเปลยี่ นได้วย 3. ตอ้ งแม่นยาในกติกามวยไทย 4. มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ 5. มคี วามม่ันใจในการทางานและสรา้ งความเชื่อม่นั ใหก้ บั ผูร้ ว่ มกับผรู้ ว่ มงาน
40 6. มีมนุษยสมั พนั ธ์ทด่ี ี 7. ชว่ ยสรา้ งบรรยากาศที่ดี อนั กอ่ ให้เกิดความสามคั คใี นหมูค่ ณะ 8. เปน็ ผ้ทู ม่ี คี วามเสียสละเพ่อื ให้งานของหมู่คณะดาเนนิ ไปได้ด้วยดแี ละมปี ระสิทธภิ าพ 9. มลี ักษณะในการเป็นผนู้ าและผตู้ ามทด่ี ี 10. เปน็ ผมู้ เี หตผุ ลและรับฟังคาวิจารณ์ในข้อบกพรอ่ งของตนเอง 11. มีปฏิภาณไหวพรบิ ดี มีความสามารถแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหน้า 12. ฝกึ ฝนและปรับปรงุ ตนเองอยูเ่ สมอ 13. ศึกษาประวัตกิ ารชกและชน้ั เชงิ ของนกั มวยแตล่ ะคนท่แี ข่งขนั 14. ตรงต่อเวลา 15. เสียงดงั รวดเรว็ ทันเกม เฉียบขาด 16. ปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ดี ้วยความเสมอตน้ เสมอปลาย มีมาตรฐานตั้งแตม่ วยคู่แรกจนถึงมวยคู่ สุดทา้ ย พงึ ระลกึ ไวเ้ สมอว่ามวยทกุ คู่มีความสาคัญเทา่ กนั 17. มีความยตุ ิธรรม ไมเ่ หน็ แกอ่ ามสิ สนิ จา้ ง ให้ความเปน็ ธรรมแก่คู่แข่งขันทกุ คน จากการศึกษาคณุ ลกั ษณะของผู้ตดั สินกีฬามวยไทยอาชีพ พอสรุปได้ว่า คุณลักษณะท่ีดีของ ผตู้ ัดสนิ กีฬามวยไทยอาชีพ เป็นส่ิงสาคัญสาหรับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่การตัดสินเป็นเวที เน่ืองด้วยการเป็น ผตู้ ัดสินกฬี ามวยไทยอาชพี จะต้องมีบคุ ลกิ ภาพที่ดี เชน่ การแต่งกาย กริยาท่าทางเหมาะสม มีมารยาท และความน่าเช่ือถือ ส่ิงเหล่าน้ีจะต้องมีภายในตัวผู้ตัดสิน และการปฏบิติหน้าที่ผู้ตัดสินจะต้องมีความ ซ่ือตรงและมีคุณธรรมในการฏิบัติหน้าท่ี มีอุปนิสัยที่ดีต่อเพื่อนร่วมงาน และบุคคล่ืน การเป็นผู้ตัดสิน กีฬามวยไทยที่ดีจะต้องมีคุณลักษณะท่ีโดนเด่น คือ มีความยุติธรรม สิ่งน้ีจึงเป็นสิ่งที่สาคัญอย่างมาก นอกจากนต้ี อ้ งมีองค์ความร้ใู นกฬี ามวยไทยและกติการการแข่งขันที่ถ่องแท้ มีเทคนิคและกลวิธีในการ ตดั สิน และต้องมคี วามพร้อมในทุกสถานการณ์ในการแข่งขนั 5.4 หลักกำรปฏิบตั หิ นำ้ ทีข่ องผู้ตดั สินกีฬำมวยไทยอำชพี กีฬามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของชนชาติไทย และเป็นวัฒนธรรมประจาชาติ ปัจจุบันชาวต่างชาตินิยมดู และฝึกซ้อมมวยไทยอย่างกว้างขวางมีค่ายมวยไทยทั้งภายในประทศและ ต่างประเทศจานวนมากตลอดจนมีการจัดแข่งขันอย่างแพร่หลายทั้งภายในและต่างประเทศเพ่ือการ นาไปสู่การจัดการที่เป็นระบบอย่างมีรูปธรรม และยึดถือเป็นแนวปฏิบัติอย่างเดียวกันสานักงาน คณะกรรมการกีฬามวยไทยการกีฬาแห่งประเทศไทย จึงได้จัดทาคู่มือเกี่ยวกับหลักการปฏิบัติหน้าท่ีของ ผตู้ ัดสินกฬี ามวยไทยอาชีพให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติกีฬามวยไทย พ.ศ. 2542 โดย คานึงถึง อายุ เพศ ความปลอดภัยของนักมวย และจารีตประเพณีในการแข่งขันกีฬามวยเป็นประเด็น สาคัญ ท้ังน้ีเพ่ือให้บุคคลในวงการกีฬามวยไม่ว่าจะเป็นผู้ตัดสินกีฬามวย และผู้ฝึกสอน สามารถนาไป
41 ปฏบิ ตั ไิ ด้อยา่ งถูกตอ้ งตามกติกา และข้อปฏบิ ัตติ ่างๆรวมถึงผู้ชมและผู้เกี่ยวข้องให้มีความเข้าใจในทิศทาง เดยี วกนั อนั จะนาไปส่กู ารพัฒนากีฬามวยให้ได้มาตรฐานยง่ิ ข้นึ เสน่ห์ นวลจนั ทึก (2558, 13-21) ดังนั้นการปฏิบัติหน้าท่ีในการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยประกอบไปด้วย ประธานผู้ตัดสิน ผู้ช้ีขาด และผู้ให้คะแนน จึงเป็นสาคัญอย่างยิ่งในการเป็นผู้ตัดสินในการแข่งขันมวยไทยอาชีพ โดยมี ข้อปฏิบัติ ดังนี้ 1. กำรปฏบิ ตั ิหนำ้ ที่ของผตู้ ัดสินกีฬำมวยไทยท่ีทำหน้ำท่ีประธำนผู้ตดั สิน ประธานผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพ มีการวางแผน โดยจัด ควบคุม พิจารณา แก้ปัญหา รวมทั้งให้คาปรึกษา และตรวจสอบใบบันทึกคะแนนท้ังหมดของผู้ให้คะแนนและผู้ช้ีขาดในการปฏิบัติ หน้าที่ นอกจากน้ันแจ้งนายสนามมวยเพ่ือรายงานต่อคณะกรรมการกีฬามวย กรณีที่นักมวยกระทา ความผิดอย่างร้ายแรง ขัดต่อจรรยาบรรณและความเป็นผู้มีน้าใจนักกีฬา ขณะเดียวกันปฏิบัติการโดย เฉียบพลัน เพ่ือให้การแข่งขันดาเนินต่อไปได้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ จนผู้ชี้ขาด และผู้ให้ คะแนนไม่อาจปฏบิ ัตหิ น้าท่ีได้ (สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย, 2563ก, 2-11) 1.2 การจดั ผู้ช้ีขาดบนเวที การจดั ผู้ชี้ขาดบนเวที มหี ลักเกณฑ์พิจารณาดังน้ี 1.2.1 แตง่ กายถูกต้องตามระเบียบและกติกามาตรฐานสาหรับการแข่งขันกีฬามวยไทย อาชพี 1.2.2 มีประสบการณ์ในการผ่านการอบรมเป็นผู้ตัดสินท่ีทาหน้าที่ผู้ช้ีขาดจาก สานกั งานคณะกรรมการกฬี ามวย การกฬี าแห่งประเทศไทย 1.2.3 แสดงสมรรถภาพทางกายที่ดี ไม่อ้วนเกินไปและไม่ผอมเกินไป แข็งแรง คล่องแคลว่ และวอ่ งไว 1.2.4 มสี ว่ นสงู และน้าหนักมากกวา่ นักมวยท่ที าการแขง่ ขนั 1.2.5 แสดงการยนื และการเคลอื่ นไหว โดยรักษาตาแหนง่ ก่งึ กลางเป็นรูปสามเหลี่ยม ของนักมวย 2 ก้าว 1.2.6 แสดงคาสั่ง \"หยดุ \" \"แยก\" \"ชก\" เสยี งดังชัดเจน 1.2.7 แสดงสัญญาณ \"เตือน\" \"ตาหนิโทษ\" และตดั คะแนนอย่างถูกต้องตามกติกา 1.2.8 แสดงการนบั อยา่ งถูกต้องตามกตกิ า 1.2.9 แสดงภาวะผู้นาบนเวทดี ้วยการยตุ ิการแขง่ ขนั ตามกติกา 1.2.10 แสดงความเข้มแข็งทางจิตใจ สงบนง่ิ มสี มาธิจดจอ่ อย่กู ับการปฏิบตั หิ นา้ ท่ี เก็บรวบรวมใบคะแนน ชีม้ มุ และชูมือผชู้ นะถูกต้อง 1.2.11 ประธานผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพ ต้องทราบลักษณะและวิธีการชกของ นักมวยท่ีจะทาการแข่งขัน และลักษณะของผู้ชี้ขาดโดยประธานผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพต้องรู้จักเชิง
42 ชกของนักมวย และท่ีสาคัญต้องรู้ว่าผู้ชี้ขาดในทีมของตนมีความถนัดในการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช้ีขาด นักมวยเชิงชกลักษณะใดโดยต้องจดั ผชู้ ขี้ าดใหส้ อดคล้องกบั นักมวยที่แข่งขัน 1.3 การจดั ผ้ตู ัดสนิ ทีท่ าหน้าท่ีให้คะแนน การจัดผตู้ ัดสินที่ทาหนา้ ทีใ่ หค้ ะแนน มหี ลักเกณฑ์พิจารณาดงั น้ี 1.3.1 แต่งกายถูกต้องตามระเบียบและกติกามาตรฐานสาหรับการแข่งขันกฬี ามวย 1.3.2 มีประสบการณ์ในการผ่านการอบรมเป็นผู้ตัดสินท่ีทาหน้าท่ีให้คะแนนจาก สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย 1.3.3 ขณะปฏิบัติหน้าท่ีให้คะแนน นั่งลาตัวตรง มือวางไว้บนหน้าขาท้ังสองข้าง เท้าทั้ง สองสมั ผสั พน้ื ปลายเท้าช้ีตรงไปขา้ งหน้า ตามองนักมวยทง้ั สองฝ่าย 1.3.4 เขียนรายละเอียดใบบนั ทึกคะแนน เขียนคู่ที่/วัน/เดือน/ปีท่ีแข่งขัน/ผู้ให้คะแนน/ เขียนช่อื นกั มวยทง้ั สองฝ่าย/เขียนคะแนนครบท้ัง 5 ยก/รวมคะแนน/วงกลมผูช้ นะถูกต้อง 1.3.5 เขยี นรายละเอียดการเตอื นคร้ังที่ 1, 2 และ 3 เขยี นรายละเอียดของคะแนนทถี่ ูกตดั ถูกตอ้ ง และเขยี นรายละเอียดคะแนนรวมในยกถูกต้อง 1.3.6 เขียนรายละเอียดการนับถูกต้อง ถูกนับเพราะอะไร ถูกนับก่ีคร้ัง เขียนคะแนน การนบั ถูกต้อง และเขียนรายละเอยี ดคะแนนรวมในยกถูกต้อง 1.3.7 ยืนส่งใบบันทึกคะแนนแก่ผู้ชี้ขาดบนเวที โดยยืนเท้าท้ังสองข้างห่างกัน 1 ช่วงไหล่ เขา่ ตงึ ลาตัวต้งั ตรง พบั และยื่นปลายใบบันทกึ คะแนนไปยังผชู้ ้ขี าด สอดน้วิ ไว้ท่ีกึ่งกลางระหว่างรอยพับของ ใบบันทึกคะแนน น้วิ โปง้ และนว้ิ กลางหนีบใบบนั ทกึ คะแนนไว้ ส่งใบบันทกึ คะแนนไปยงั ผู้ช้ีขาด 1.3.8 แสดงความเข้มแข็งทางจิตใจ สงบน่งิ มสี มาธิ จดจอ่ อยกู่ ับการปฏบิ ัติหนา้ ท่ี 1.4 การตรวจสอบใบคะแนน การตรวจสอบใบคะแนน มีเกณฑ์ดงั นี้ 1.4.1 ตรวจสอบการเขียนรายละเอียดใบบันทึกคะแนน เขียนคู่ที่/วัน/เดือน/ปีที่ แข่งขัน/ผู้ให้คะแนน/เขียนช่ือนักมวยท้ังสองฝ่าย/เขียนคะแนนครบทั้ง 5 ยก/รวมคะแนน/วงกลมผู้ชนะ ถูกต้อง 1.4.2 ตรวจสอบการเขียนรายละเอียดการเตือนครั้งที่ 1, 2 และ 3 เขียนรายละเอียด ของคะแนนท่ีถูกตัดถูกต้อง และเขยี นรายละเอียดคะแนนรวมในยกถกู ตอ้ ง 1.4.3 ตรวจสอบการเขียนรายละเอียดการนับถูกต้อง สาเหตุการถูกนับ จานวนคร้ังนับ เขยี นคะแนนการนบั ถูกต้อง และเขียนรายละเอียดคะแนนรวมในยกถกู ต้อง 1.5 ปรกึ ษาหารือขอคาชีแ้ นะจากนายสนาม กรณมี ีเหตกุ ารณท์ ี่อยู่นอกเหนืออานาจหน้าที่ ในการตดั สนิ ใจ ใหค้ าปรกึ ษาหารอื ทางสนามมวย อันเน่ืองมาจากเหตุการณ์ไม่ปกติ ไม่คาดฝันเกินวินิจฉัย ในการที่ประธานผู้ตดั สินกฬี ามวยไทยอาชพี จะดาเนนิ การในบทบาทหนา้ ท่ีได้ เช่น 1.5.1 เกิดการประทว้ งบนสงั เวยี นอย่างรุนแรงของผชู้ มมวย พเ่ี ล้ียง และเทรนเนอรน์ ักมวย 1.5.2 นกั มวยเจตนาทาร้ายผู้ช้ขี าดในขณะทาการแข่งขัน หรือทราบผลการแข่งขันแล้ว
43 1.5.3 ผู้ใหค้ ะแนน ผู้ชี้ขาด หรือประธานผ้ตู ัดสนิ ถูกทาร้ายขณะทาหนา้ ท่ี 1.5.4 เกดิ เหตกุ ารณเ์ ชือกเวทีขาดขณะทาการแข่งขัน 1.5.5 ไฟดบั ขณะทาการแขง่ ขัน 1.5.6 เหตุอืน่ ๆ ที่เกิดขนึ้ ในขณะแขง่ ขันโดยไม่คาดคดิ 2. ทกั ษะและเทคนคิ กำรปฏบิ ตั ิหนำ้ ท่ีของผ้ตู ดั สินกีฬำมวยไทยอำชพี ที่ทำหน้ำทผ่ี ู้ช้ีขำด ผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าท่ีผู้ชี้ขาด คือ ผู้ที่ทาหน้าที่ห้ามมวยบนเวที ที่จะต้อง มีทักษะและเทคนิค รวมทั้งวิธีการในการปฏิบัติหน้าท่ีบนเวทีในการแข่งขันกีฬามวยไทยอาชีพท่ีใช้หมัด เท้า เข่า และศอก เป็นอาวุธมวยไทยในการกระทาร่างกายคู่แข่งขันโดยถูกต้องตามระเบียบและกติกา มาตรฐานสาหรับการแข่งขันกีฬามวย พ.ศ. 2556 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกประการ ดังน้ัน เพื่อให้การดาเนินการแข่งขันกีฬามวยไทยอาชีพ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามจารีตประเพณี และมีมาตรฐานเดียวกัน จึงจาเป็นอย่างย่ิงที่ผู้ตัดสินท่ีทาหน้าที่ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏบิ ตั ิหน้าทไี่ ด้ถูกต้อง (สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย, 2563ข, 1-35) 2.1 การตรวจร่างกายนักมวยโดยแพทย์ นักมวยจะต้องตรวจร่างกายก่อนการชั่งน้าหนัก เพ่ือพิสูจน์ว่า นักมวยมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่มีโรคหรือการเจ็บป่วย ที่เป็นข้อห้ามตามที่ระบุใน ประกาศคมู่ อื แพทยข์ องคณะกรรมการกีฬามวย ไม่เปน็ โรคตอ้ งห้ามตามทีร่ ะบุไวใ้ นคมู่ อื แพทย์ 2.2 การชั่งนา้ หนักตัว นักมวยจะตอ้ งมีเวลาพักหลงั จากผ่านการช่งั นา้ หนกั ตัวไม่น้อยกว่า 3 ช่ัวโมง จึงจะทาการแข่งขันได้ นักมวยคู่แข่งขันจะแข่งขันได้ต้องมีน้าหนักตัวแตกต่างกันไม่เกิน 5 ปอนด์ ยกเว้นรุ่น เฮฟว่ีเวท และนักมวยต้องมีน้าหนักตัวตั้งแต่ 100 ปอนด์ข้ึนไป และอายุไม่ต่ากว่า 15 ปีบรบิ รู ณ 2.3 การตรวจนักมวย ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพตรวจเครื่องแต่งกายนักมวยทีละคน ตั้งแต่ศีรษะจรดเทา้ คือ ตรวจมงคล ผ้าประเจียด นวม กางเกง กระจับ ปลอกรัดข้อเท้า รวมทั้งตรวจ วา่ ใช้นา้ มนั ร้อน สารเคมีทารา่ งกายและนวมหรือไม่ 2.4 การไหวค้ รู ก่อนเริ่มการแข่งขันนกั มวยต้องร่ายราไหว้ครูตามประเพณศี ิลปะทุกคน 2.5 การจับมอื ก่อนการแขง่ ขนั ในยกท่ี 1 ผชู้ ้ขี าดกฬี ามวยไทยอาชพี เรียกนักมวยมากลาง เวทีเพ่ือให้นกั มวยจบั มือกนั สงั่ ใหน้ กั มวยเอามือลง แขนอยู่ข้างลาตัว ก่อนชี้แจงกติกาย่อ ๆ โดยพูดว่า \"ชกใหเ้ ตม็ ที่ มีน้าใจนักกีฬา หา้ มทาฟาวล์ใด ๆ ทั้งสิ้นและต้องฟังคาสั่งอย่างเคร่งครัด\" ช้ีให้นักมวยท้ัง คเู่ ขา้ มุม ผชู้ ี้ขาดกฬี ามวยไทยอาชพี ถอยหลงั ยืนอยูท่ มี่ มุ กลาง 2.6 การถอดมงคลและการใส่ฟันยาง พี่เลี้ยงข้ึนมาถอดมงคลและใส่ฟันยาง ผู้ชี้ขาดกีฬา มวยไทยอาชีพยืนคอยกลางเวที หันหน้าไปมุมระฆัง ระหว่างพ่ีเลี้ยงถอดมงคลและใส่ฟันยาง ให้สัญญาณตี ระฆังเร่ิมยกแรก ให้สัญญาณมือ พร้อมส่ังชก เมื่อระฆังหมดยก ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องส่ังหยุด พรอ้ มสญั ญาณมอื ถา้ นกั มวยกอดปล้า ผูช้ ้ขี าดกีฬามวยไทยอาชีพตอ้ งกดแยก พร้อมชี้มือส่ังให้นักมวยเข้ามุม
44 ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องมั่นใจว่านักมวยทั้งคู่เข้ามุมเรียบร้อยแล้ว ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพจึงเดิน เข้ามมุ กลาง 2.7 ข้อปฏิบัติระหว่างพักยก การแข่งขันทั่ว ๆ ไป นักมวยแต่ละฝ่ายให้มีพี่เล้ียงได้ 2 คน พี่เล้ียงต้องสวมเส้ือแสดงสัญลักษณ์ค่ายมวยของตนและแขวนบัตรแสดงสถานะพี่เลี้ยง กรณีการแข่งขัน เพือ่ ชงิ แชมป์เปีย้ น ใหม้ ี พเ่ี ล้ยี งได้ฝา่ ยละ 3 คน และเข้ามาในเชือกได้ฝ่ายละ 2 คนเท่าน้ัน ระหว่างพักยก พ่ีเล้ียงต้องตรวจดูเคร่ืองแต่งกายของนักมวยให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย พร้อมแข่งขันถ้ามีปัญหาเกิดข้ึน พ่เี ล้ยี งจะต้องแจ้งใหผ้ ชู้ ้ขี าดกีฬามวยไทยอาชีพทราบเพ่ือแก้ไขโดยด่วน 2.8 กรณีหัวหน้าพี่เล้ียงยอมแพ้แทนนักมวย สามารถทาได้โดย ข้ึนมาบนเวทีและแสดง สญั ญาณขอยอมแพ้ โดยโบกมอื ทง้ั สองข้างสลับกนั ห้ามโยนฟองน้าหรอื ผ้าเช็ดตัวเข้าไปในสังเวยี น 2.9 การไม่ให้สัญญาณระฆงั 2.9.1 เม่ือผ่านยกท่ี 1 ไปแล้ว ในยกที่ 2, 3 และ 4 ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพไม่ต้อง ให้สัญญาณอีก ก่อนเริ่มการแข่งขันในยกสุดท้าย ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพให้นักมวยจับมือกัน เพ่ือ เป็นเคร่ืองแสดงว่าจะแข่งขันกันอย่างนักกีฬาตามกติกาการแข่งขัน ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพจับมือ ด้านนอกของนกั มวยทัง้ คู่ ใช้แขนแยกนักมวยใหห้ ่างจากกนั แลว้ สัง่ “ชก” และแสดงสญั ญาณมอื 2.9.2 เมื่อระฆังหมดยกสุดท้าย ต้องสั่งให้นักมวยเข้ามุมตนเอง รวบรวมใบคะแนน จากผใู้ หค้ ะแนนตามลาดบั หันหน้าและช้ีมือไปทางมุมของนักมวยผู้ชนะพร้อมพูดชื่อมุม เช่น แดง น้า เงนิ แลว้ ชมู ือนกั มวยเหนือศรี ษะ ส่งใบคะแนนให้ประธานผตู้ ัดสนิ ตรวจสอบ 2.9.3 กรณีเสมอ ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพชูมือท้ังสองข้างเหนือศีรษะและชูมือ นกั มวยท้งั ค่พู ร้อมกนั ส่งใบคะแนนใหป้ ระธานผตู้ ัดสนิ ตรวจสอบ 2.10 การยืนและการเคลื่อนไหวของผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพ เม่ือนักมวยทั้งคู่อยู่กลาง เวที นักมวยเต้นหรือชกวงนอก ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพยืนเป็นรูปสามเหล่ียมห่างจากจุดก่ึงกลางของ นักมวย 2 ก้าว นักมวยท้ังคู่เคล่ือนไหว ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องเคล่ือนไหวตามไปด้วย โดยรักษา ตาแหนง่ กึง่ กลางสามเหลี่ยมเอาไว้ ผชู้ ี้ขาดกีฬามวยไทยอาชพี เดินรอบ ๆ เมอ่ื เดินผ่านหลังนกั มวยต้องเดินให้ เรว็ กว่าเดิม ไมค่ วรเดนิ ออ้ มหลังนกั มวยทก่ี าลังถอย การเดินจะต้องไม่กีดขวางหรือทาให้นักมวยเสียจังหวะ ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องหันด้านข้างให้นักมวยทั้งคู่และควรยืนด้านเปิดให้มาก กรณีนักมวยชกกัน ดุเดือด ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพควรเคล่ือนไหวใหน้ ้อยลง 2.11 การใช้คาส่ังและสัญญาณมือ คาสั่ง 3 คาคือ “หยุด” เม่ือสั่งให้นักมวยหยุดชก “แยก” เมื่อส่ังให้นักมวยแยกออกจากกัน นักมวยทั้งสองต้องถอยหลังออกมาอย่างน้อย 1 ก้าว “ชก” เม่ือส่ัง ให้นกั มวยชก 2.11.1 กรณีนักมวยกอดปล้ากัน ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพส่ัง “หยุด” แล้วบอก ให้ “ปล่อยมือ” โดยอาจใช้มือและสะโพกดันนกั มวยเพือ่ ใหน้ ักมวยหยดุ ออกอาวุธ ภาพประกอบที่ 3
45 ภาพประกอบท่ี 3 การใช้คาส่งั หยุดกรณีนักมวยกอดปลา้ กัน ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 8) ผ้ชู ข้ี าดกฬี ามวยไทยอาชพี สงั่ “แยก” นักมวยออกจากกัน ภาพประกอบที่ 4 ภาพประกอบท่ี 4 การใช้คาสั่งแยก ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 8) ผ้ชู ี้ขาดกีฬามวยไทยอาชพี ส่ัง “ชก” พรอ้ มกับแสดงสัญญาณมอื ดงั ภาพประกอบท่ี 5 ภาพประกอบท่ี 5 การใชค้ าส่ังชก ทมี่ า : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 9)
46 แสดงการ“หยุด”และ “แยก” ท่ผี ดิ ดังภาพประกอบท่ี 6 1. ดึงแขน ภาพประกอบท่ี 6 การดึงแขนนกั มวย ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 9) 2. ผลักนกั มวย ดงั ภาพประกอบที่ 7 ภาพประกอบที่ 7 การผลักนักมวย ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 10) 2.11.2 กรณีนักมวย “ไม่ออกอาวุธ” ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพสั่ง “หยุด” พร้อม ยกแขนก้นั กลางระหวา่ งนักมวย เตอื นให้นกั มวยทั้งคชู่ กกันใหม้ าก แลว้ สั่ง “ชก” ดังภาพประกอบที่ 8 ภาพประกอบที่ 8 กรณีนกั มวยไม่ออกอาวุธ ทม่ี า : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 10)
47 2.11.3 กรณียุติการแข่งขัน เช่น นักมวยชกไม่สมศักดิ์ศรี ชูมือท้ังสองข้างเหนือศีรษะ ระหว่างนักมวยทั้งสอง พร้อมส่ัง “หยุด” ช้ีให้นักมวยท้ังคู่เข้ามุม ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพประกาศว่า “มวยค่นู ี้ไมม่ กี ารตัดสนิ เนื่องจาก “ฝา่ ยแดง”หรอื “ฝา่ ยน้าเงนิ ” ชกไมส่ มศักด์ิศรี” ดังภาพประกอบท่ี 9 ภาพประกอบที่ 9 กรณยี ตุ กิ ารแข่งขนั ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 11) 2.11.4 กรณียุติการแข่งขันหรือ “เทคนิเคิลน็อกเอาท์” จะต้องยกแขนท้ังสองข้างเหนือ ศรี ษะระหว่างนักมวยทั้งคูพ่ ร้อมส่ัง “หยุด” แกวง่ แขนทั้งสองข้างสลับกันระดับใบหน้านักมวยที่ยอมแพ้ ดงั ภาพประกอบท่ี 10 ภาพประกอบที่ 10 เทคนิเคิลน็อกเอาท์ ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 11)
48 ผูช้ ี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพขอเวลานอก ให้ชูมือท้ังสองข้างทารูปตัว T เพื่อให้ผู้รักษาเวลาทราบ ดังภาพประกอบท่ี 11 ภาพประกอบที่ 11 ผู้ช้ีขาดกฬี ามวยไทยอาชีพขอเวลานอก ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 12) สญั ญาณ “เตอื น” “ตาหนโิ ทษ” และ “ตดั คะแนน” ผชู้ ขี้ าดกฬี ามวยไทยอาชีพสั่ง “หยุด” เตือนนักมวยที่ทาฟาวล์ ชี้ตัวนักมวยหรือจับนักมวยท่ีทาฟาวล์ คร้ังท่ี 3 ให้สัญญาณ“ตัดคะแนน” ให้กับผใู้ ห้คะแนนทั้ง 3 คนทราบ ดงั ภาพประกอบที่ 12 ภาพประกอบท่ี 12 การเตือน หรือตาหนิโทษ ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 12)
49 การ “แยก” เม่ือนักมวยกอดปล้าที่มุม ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพส่ัง “หยุด” แล้วกดให้แน่น และนงิ่ โดยใช้สะโพกชว่ ย พร้อมสัง่ “แยก” แยกนักมวยห่างจากกันอยา่ งน้อย 2 ก้าว ดังภาพประกอบที่ 13 ภาพประกอบที่ 13 การหยดุ เมอื่ นักมวยกอดปล้าทมี่ ุม ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 13) 2.11.5 กรณีเม่ือนักมวยกอดปล้าข้างเชือก ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพสั่ง “หยุด” จับมือที่เป็นอิสระของนักมวยทั้งคู่ แล้วใช้สะโพกเข้าช่วยกดนักมวยทั้งคู่ให้แน่นและนิ่งพร้อมสั่งแยก นักมวยห่างจากกันอย่างนอ้ ย 2 กา้ ว ดงั ภาพประกอบท่ี 14 ภาพประกอบที่ 14 การหยดุ กรณเี มื่อนักมวยกอดปลา้ ข้างเชือก ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 13)
50 เมือ่ นักมวยกอดปล้ากันกลางเวที ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพสั่ง “หยุด” กดให้แน่นและน่ิง อาจใช้ขาสอดระหวา่ งนกั มวยเพื่อป้องกันเข่า ดงั ภาพประกอบที่ 15 ภาพประกอบที่ 15 การหยุดกรณีเม่ือนักมวยกอดปล้ากันกลางเวที ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 14) 2.11.6 กรณีนักมวยเกาะเชือก ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพสั่ง “หยุด” กดให้แน่น และนง่ิ ระวังนักมวยทที่ าฟาวล์ได้เปรียบ ดังภาพประกอบที่ 16 ภาพประกอบท่ี 16 การหยุดกรณีนักมวยเกาะเชอื ก ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 14)
51 2.11.7 กรณีเกาะเชือกถูกตีเข่า ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องสั่ง “หยุด” “แยก” และ “เตือน” นกั มวยที่เกาะเชอื ก ดังภาพประกอบที่ 17 ภาพประกอบที่ 17 การหยดุ และเตอื นกรณีเกาะเชอื กถูกตีเข่า ทม่ี า : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 15) การป้องกันการซ้าเติม ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพส่ัง “หยุด” เสียงดังชัดเจนพร้อมใช้แขน หรือเทา้ กัน ถ้าจาเปน็ หรือดงึ นักมวยทกี่ าลังจะซ้าเติม ดังภาพประกอบที่ 18 ภาพประกอบที่ 18 การป้องกนั การซ้าเตมิ ทมี่ า : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 15) 2.12 การลม้ /การนบั 2.12.1 กรณีนับ 10 เม่ือนักมวยล้ม ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพเร่ิมนับ พร้อมแสดง สัญญาณนิ้วมือ สั่งให้นักมวยฝ่ังตรงข้ามเข้ามุมกลางที่อยู่ไกลกว่า ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องจัด ตาแหน่งตนเองให้มองเห็นท้ัง 3 จุด คือ 1) นักมวยท่ีกาลังถูกนับ 2) นักมวยฝ่ายตรงข้าม 3) ประธาน
52 ผู้ตัดสิน ระหว่างนับถ้านักมวยฝ่ายตรงข้ามเดินออกจากมุม ต้องหยุดนับทันทีและส่ังให้นักมวยเข้ามุม กลางแลว้ จึงนับต่อ 2.12.2 ถ้านักมวยล้มบนพ้ืนต้องน่ังเข่านับ ขณะนับต้องระมัดระวังนักมวยที่ซวนเซ ตอ้ งนบั ถึง 10 กอ่ นทจ่ี ะแสดงสัญญาณยตุ ิการแข่งขัน 2.12.3 ในกรณีนับ 8 ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพเร่ิมนับ พร้อมแสดงสัญญาณนิ้ว มือ สง่ั ให้นกั มวยฝั่งตรงข้ามเขา้ มุมกลางทอ่ี ยไู่ กลกว่า ถ้านักมวยลุกข้ึนได้ และพร้อมที่จะชกต่อผู้ชี้ขาด กฬี ามวยไทยอาชีพตอ้ งนบั ถึง 8 ก่อนส่ังชกตอ่ ทันที 2.12.4 ในกรณีนับ 8 แล้วล้มลงอีกผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องเร่ิมนับพร้อม แสดงสัญญาณน้วิ มอื สั่งใหน้ กั มวยฝ่งั ตรงข้ามเขา้ มุมกลางที่อยู่ไกลกว่า ถ้านักมวยที่ถูกนับลุกขึ้นได้แล้ว นับถึง 8 กรณีน้ีให้สัญญาณนักมวยทั้งคู่ชกต่อ แต่ฝ่ายถูกนับกลับล้มลงอีกให้นับต่อจาก 8 ถ้านับ 10 ให้ถือว่าแพ้น็อกเอาท์ทันที แต่ฝ่ายถูกนับกลับล้มลงอีกให้นับต่อจาก 8 ถ้านับ 10 ให้ถือว่าแพ้น็อก เอาทท์ นั ที 2.13 การนับนกั มวยลม้ ท้งั คู่ 2.13.1 กรณีที่ล้มลงนับ 10 ท้ังคู่ ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพนับทันทีนับถึง 10 แล้ว ตดั สินเสมอ 2.13.1.1 นกั มวยที่ล้มทับกันต้องหยุดนับและแยกออกจากกันก่อนแล้วจึง นบั ต่อ นบั 10 แล้วตดั สินเสมอกัน 2.13.1.2. นักมวยท้ังคู่ล้มพร้อมกัน ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพนับทันที หากมีนักมวยคนหน่งึ ลุกข้ึนมาแล้วพร้อมชก ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพจะต้องนับนักมวยทั้งคู่จนถึง 8 แลว้ จงึ นบั นกั มวยทีล่ ้มอยตู่ อ่ ไปจนถึง 10 แล้วจับแพน้ อ็ กเอาท์ 2.13.2 กรณีนกั มวยท้ังคลู่ ้มไมพ่ ร้อมกนั 2.13.2.1 นักมวยทั้งคู่ถูกอาวุธ ฝ่ายน้าเงินล้มลงไปก่อน ฝ่ายแดงยังไม่ล้มลง ผชู้ ี้ขาดกฬี ามวยไทยอาชพี เร่ิมนบั ฝา่ ยน้าเงนิ 1 2 3 4 ฝ่ายแดงล้มลง ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องจาว่า นบั ฝ่ายน้าเงินถึงเท่าไร แล้วนับฝ่ายน้าเงิน ต่อไปคือ 5 6 7 8 9 10 และแสดงสัญญาณโบกมือสลับไปมา แล้วหันมานับฝ่ายแดงที่ล้มอยู่ คือ 7 8 9 10 ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพแสดงสัญญาณโบกมือสลับไปมา แล้วชูมือทั้งสองข้างเหนือศีรษะระหวา่ งนักมวยทั้งสอง ผลการแขง่ ขันคอื เสมอกนั 2.13.2.2 นักมวยทั้งคู่ถูกอาวุธ ฝ่ายน้าเงินล้มลงไปก่อน ฝ่ายแดงยังไม่ล้ม ลงผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพเริ่มนับฝ่ายน้าเงิน 1 2 3 4 ฝ่ายแดงล้มลง ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพ ต้องจาว่านับฝ่ายน้าเงินถึงเท่าไร แล้วนับฝ่ายน้าเงิน ต่อไปคือ 5 6 7 8 แล้วส่ังให้ฝ่ายน้าเงินเข้ามุม กลางไกล แล้วหันมานับฝ่ายแดงท่ีล้มอยู่คือ 7 8 ฝ่ายแดงพร้อมชก ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพเรียก ฝา่ ยน้าเงนิ แล้วส่งั \"ชก\" พรอ้ มท้งั แสดงสญั ญาณมือ
53 2.13.3 การนับนักมวยไม่ออกจากมมุ หลังพกั ระหวา่ งยก 2.13.3.1 เม่ือนักมวยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ออกจากมุม ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทย อาชีพเรียกนักมวยฝ่ายท่ีไม่ออกจากมุมอย่างน้อย 2 คร้ัง และส่ังให้นักมวยอีกฝ่ายเข้ามุมกลาง นับ นักมวยทไี่ มอ่ อกจากมุม นับถงึ 10 แพน้ อ็ กเอาท์ทนั ที 2.13.3.2 นกั มวยฝ่ายใดฝา่ ยหน่ึงยอมแพ้ระหว่างพักยก ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทย อาชพี เข้าไปถามเพ่ือความมน่ั ใจว่า นักมวยและพี่เล้ียงยอมแพ้ จึงให้สัญญาณผู้รักษาเวลาตีระฆังยกต่อไป ทนั ที แสดงสัญญาณมอื ยุติการแข่งขนั ให้ฝ่ายทไ่ี ม่ออกจากมุมแพ้เทคนิเคลิ น็อกเอาท์ 2.13.4 การนับนักมวยออกนอกเชือก 2.13.4.1 เม่ือนักมวยถูกอาวุธออกนอกเชือก ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพ นับทนั ทพี ร้อมสั่งให้นักมวยอีกฝ่ายหนงึ่ เขา้ มมุ กลางท่ีไกลกวา่ ถ้านับถงึ 10 แพ้น็อกเอาท์ 2.13.5 นักมวยตกจากเวที 2.13.5.1 นักมวยฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงตกจากเวที ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้อง เรม่ิ นบั พร้อมสงั่ ใหน้ กั มวยอีกฝา่ ยเขา้ มุมกลางที่อยู่ไกลกวา่ หากนับถงึ 20 ตัดสนิ แพเ้ ทคนิเคลิ นอ็ กเอาท์ 2.13.5.2 ถ้านักมวยที่ตกจากเวทีเขา้ มาในเชือกใหน้ ับถงึ 8 จึงให้แขง่ ขัน ต่อไปได้ แต่ถ้าเข้ามาในเชอื กหลงั จากนบั 8 ไปแลว้ ให้แข่งขันตอ่ ไปทันทโี ดยไม่เสยี คะแนน 2.13.5.3 นักมวยทั้งคู่ตกเวทีจะต้องนับทันทีถ้านับ 20 ให้ตัดสินเสมอกัน ไป นักมวยท้ังคู่ตกเวที แต่มีนักมวยฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงกับเข้ามาอยู่ในเชือกก่อนนับ 20 ผู้ช้ีขาดกีฬามวย ไทยอาชีพสั่งให้นักมวย ที่เข้ามาได้ก่อนอยู่มุมกลางท่ีอยู่ไกลกว่าและนับนักมวยท่ียังไม่เข้ามาอยู่ใน เชือกต่อไป นบั จนถึง 20 แล้วจับแพเ้ ทคนเิ คลิ นอ็ กเอาท์ 2.13.5.4 นักมวยตกเวทีท้ังคู่แต่ถูกนับ แล้วนักมวยอีกฝ่ายใดฝ่ายหน่ึงหน่วง เหน่ียว ขณะที่ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพกาลังนับให้หยุดนับและเตือนนักมวยที่พยายามขัดขวางแล้วก็ นบั ต่อไป ถา้ ไม่เชอ่ื ฟัง ใหต้ ดั คะแนนหรอื ปรับแพ้ฟาวล์ทนั ที 2.13.6 นักมวยทีถ่ ูกชกลม้ 2.13.6.1 การนับนักมวยท่ีถูกชกล้มลงพร้อมกับเสียงระฆังดังขึ้น ผู้ช้ีขาด กฬี ามวยไทยอาชพี นับพร้อมกับส่งั ใหน้ กั มวยอีกฝ่ายหน่งึ เขา้ อย่มู ุมกลางที่อยู่ไกลกว่า ถ้านับ 8 นักมวย พร้อมชกต่อได้ ใหส้ ่ัง \"ชก\" และสั่ง \"หยุด\" แล้วให้นักมวยทง้ั คู่เข้ามมุ 2.13.6.2 กรณีนักมวยถูกชกล้มและเกิดบาดแผลแตก ให้ผู้ชี้ขาดกีฬามวย ไทยอาชีพนับพร้อมสั่งใหน้ กั มวยอีกฝ่ายหนึ่งเขา้ ไปอยู่มุมกลางที่อยู่ไกลกว่า ถ้านับ 8 นักมวยพร้อมชก ตอ่ ได้ ให้สั่งชกต่อไป หาจังหวะหยุดให้แพทย์สนามดูแลบาดแผลอีกครั้ง หากสามารถทาการชกต่อได้ แพทยจ์ ะพยกั หนา้ สั่งให้ชก หากชกตอ่ ไมไ่ ด้แพทย์จะโบกมือ ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพชูมือให้อีกฝ่าย เปน็ ผชู้ นะเทคนคิ เคลิ น็อกเอาท์
54 2.13.6.3 นกั มวยท่เี กดิ บาดแผลทง้ั คู่ ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพสามารถหยุด การแข่งขนั ส่งั ให้นักมวยอีกฝ่ายหนึ่งเข้าอยู่มุมกลางท่ีอยู่ไกลกว่า พานักมวยอีกฝ่ายไปพบแพทย์สนาม เมื่อ แพทย์ดูบาดแผลนักมวยคนท่ีหน่ึงแล้วยังไม่ต้องแสดงสัญญาณใด ๆ ทั้งส้ิน ให้ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพ ทราบวา่ นักมวยคนนน้ั จะทาการแข่งขันต่อไปไดห้ รอื ไม่ ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพให้นักมวยที่แพทย์ดูแผล แลว้ เขา้ มุมกลาง เรียกนักมวยอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามาพบแพทย์เม่ือแพทย์ดูแผลนักมวยคนที่สองแล้ว จึงแจ้งผล ให้ผู้ชข้ี าดกีฬามวยไทยอาชีพทราบว่านกั มวยฝ่ายใดหรือท้ังสองฝ่ายทาการแข่งขันต่อไปไดห้ รือไม่ 2.13.7 ปัญหาเก่ียวกบั กระจับ 2.13.7.1 นักมวยถกู ตีโดนแทงเข่าท่ีกระจับ หากนักมวยไม่สามารถทาการ แข่งขันต่อไปได้ให้หยุดการแข่งขัน ตรวจดูกระจับของนักมวยอย่างรอบคอบ ให้สัญญาณผู้รักษาเวลา จับเวลา 5 นาที ให้นักมวยท่ีถูกเข่ากระจับเข้ามุมของเขาทันที ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพให้พี่เลี้ยง พยุงนกั มวยเข้ามมุ กไ็ ด้ ส่ังใหน้ ักมวยอีกฝ่ายหน่ึงเข้าอยู่มุมกลาง เม่ือครบ 5 นาทีแล้ว นักมวยสามารถ แข่งขันต่อไปได้ ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพเรียกนักมวยท้ังคู่เข้ามากลางเวที เตือนนักมวยที่ตีเข่า กระจับหรอื ตัดคะแนน แล้วส่ังดาเนินการแขง่ ขันต่อไป 2.13.7.2 กรณีกระจับหลุดหลวมหรือชารุดระหว่างพักยก ผู้ช้ีขาดกีฬามวย ไทยอาชีพเข้าไปตรวจดูด้วยความรอบคอบ ถ้ากระจับหลุด หลวม การให้น้าสามารถดาเนินต่อไปได้ เม่ือ สัญญาณระฆังเร่ิมยกต่อไป ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพอนุญาตให้ลงไปแก้ไขกระจับที่มุมได้ สั่งให้นักมวย อีกฝ่ายหน่ึงเข้ามุมกลาง เมื่อนักมวยกลับเข้ามาในสังเวียน ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องตรวจดูความ เรยี บรอ้ ยแลว้ จงึ ใหท้ าการแข่งขันต่อไป 2.13.7.3 กรณีนักมวยเจตนาตีกระจับคู่ต่อสู้เพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องพิจารณาการกระทาดังกล่าวโดยเตือน ตัดคะแนน ปรับแพ้ฟาวล์หรือ อยา่ งใดอย่าหนึง่ ตามผลของการกระทา 2.14 การฟาวล์ 2.14.1 กรณีการทาฟาวล์ การทาฟาวล์เกี่ยวกับเชือก นักมวยที่ จับ เกาะ เก่ียว พิง แตะเชือกเพ่ือชก เตะ ถีบ ตีเข่า ผู้ช้ีขาดกีฬามวยไทยอาชีพต้องหยุดการแข่งขันแล้ว เตือน ถ้า เตือนแลว้ 2 คร้งั ครง้ั ท่ี 3 ให้สงั่ ตดั คะแนนทันที 2.14.2 กรณีท่ีนักมวยจับขาคู่ต่อสู้แล้วดัน ก้าวไปข้างหน้า 2 ก้าว โดยไม่ออกอาวุธ หรือไถนาผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพ “สง่ั หยดุ ” แลว้ แยกนักมวยออกจากกนั 2.14.3 กรณีท่ีนักมวยจับขาคู่ต่อสู้แล้วดันไปข้างหน้า 2 ก้าวแล้วออกอาวุธ สามารถทาตอ่ เนือ่ งไปได้เลยโดยไมฟ่ าวลแ์ ต่อย่างใด
55 2.14.4 กรณีท่ีนักมวยฝา่ ยหนง่ึ เตะไปแลว้ ถูกคตู่ อ่ สู้จับขาได้ นักมวยท่ีเตะแกล้งท้ิง ตัวลงไปกับพ้ืนเวที กรณีนี้ผู้ชี้ขาดกีฬามวยไทยอาชีพสั่งหยุด เตือนนักมวยท่ีแกล้งทิ้งตัว ถ้าเตือนแล้ว 2 ครงั้ ครง้ั ท่ี 3 สง่ั ตัดคะแนนทันที 2.14.5 หากนักมวยท่ีเตะไปแล้วถูกจับขาได้ แล้วถูกเหว่ียงล้มลงถือว่านักมวยท่ี เป็นฝ่ายเตะได้คะแนน หากนักมวยจับขานักมวยอีกฝ่ายท่ีเตะได้แล้วตอบโต้ด้วยอาวุธพร้อมกับเหว่ียง ล้มลงใน กรณีนใ้ี หด้ ูวา่ นกั มวยฝ่ายใดใชอ้ าวุธได้ชดั เจนกว่าหรอื รุนแรงกว่ากัน ไดค้ ะแนน 2.15 การใช้ทา่ ยโู ด/มวยปลา้ มวยไทยมีการคลุกวงในเพ่ือใชเ้ ข่า กอดรัด ฟัด เหวยี่ ง ซ่งึ ถือ ว่าไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด 2.15.1 กรณกี ารฟาวลเ์ ก่ยี วกับท่ายโู ดหรือมวยปล้า ดังภาพประกอบที่ 19-27 ภาพประกอบท่ี 19 การลอ็ คและท่มุ ดว้ ยไหล่ ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 32) ภาพประกอบท่ี 20 การลอ็ คเอวแล้วทุ่มดว้ ยสะโพก ที่มา : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 32) ภาพประกอบท่ี 21 การลอ็ คแขนกวาดขาทุ่มดว้ ยไหล่ ท่มี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 32)
56 ภาพประกอบที่ 22 การก้มตัวกวาดทุม่ ท่ีมา : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 33) ภาพประกอบที่ 23 การกม้ ตัวงดั ขาใน ทมี่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวยทย (2563ข, 33) ภาพประกอบที่ 24 การเหว่ียงตัวทิ้งใหล้ ้ม ที่มา : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 33)
57 ภาพประกอบที่ 25 การพุ่งชนรวบต้นขาแล้วทมุ่ ที่มา : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 33) ภาพประกอบท่ี 26 การยกหงายแลว้ ท่มุ ทม่ี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 33) ภาพประกอบท่ี 27 การอุ้มทุ่ม ที่มา : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 34)
58 15.2 กรณีฟาวลเ์ กย่ี วกบั การจบั ล็อค ดงั ภาพประกอบที่ 28-30 ภาพประกอบท่ี 28 การลอ็ คคอ การล็อคสะพายแลง่ และการล็อคแขน ที่มา : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 34) ภาพประกอบที่ 29 การล็อคคอ่ มลาตัวดา้ นศีรษะ และการลอ็ คค่อมคอด้านหลงั ทั้งคู่ ท่ีมา : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 34) ภาพประกอบที่ 30 การลอ็ คขอ้ ศอกคอ่ มหลงั และการล็อคเอวดัดหลัง ทม่ี า : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 34)
59 15.3 กรณีการฟาวล์เก่ียวกับการปัดขาหรือเกี่ยวขา ดงั ภาพประกอบที่ 31-34 ภาพประกอบที่ 31 การเกยี่ วขาดา้ นใน ท่ีมา : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 35) ภาพประกอบที่ 32 การเก่ยี วขาด้านนอก ทีม่ า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 35) ภาพประกอบที่ 33 การจบั ขาแล้วเกยี่ วจับขาแลว้ ปดั (ท่มี า : สานกั งานคณะกรรมการกีฬามวย, 2563ข, 35)
60 ภาพประกอบท่ี 34 การปดั ขาลา่ งขณะคตู่ ่อส้ตู ีเข่า ทมี่ า : สานักงานคณะกรรมการกีฬามวย (2563ข, 35) 3. ทักษะและเทคนิคกำรปฏิบัติหน้ำท่ีของผู้ตัดสินกีฬำมวยไทยอำชีพที่ทำหน้ำท่ีผู้ให้ คะแนน ผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าท่ีผู้ให้คะแนน คือ ผู้ตัดสินท่ีทาหน้าที่ให้คะแนน นักมวย ในการแข่งขันกีฬามวยไทยอาชีพท่ีจะต้องมีทักษะและเทคนิคการให้คะแนนในการแข่งขันกีฬา มวยไทยอาชีพให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏบิ ัติหน้าที่ของผู้ตัดสินท่ีจะต้องวินิจฉัยการใช้อาวุธหมัด เท้า เข่า และศอก ในการกระทาร่างกายคู่แข่งขันโดยถูกต้องตามระเบียบและกติกามาตรฐานสาหรับการ แข่งขนั กีฬามวย พ.ศ. 2556 และเพ่อื ให้การดาเนินการแขง่ ขนั กีฬามวยไทยอาชีพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้องตามระเบียบและกติกามาตรฐานอย่างเคร่งครัด จึงจาเป็นอย่างย่ิงท่ีผู้ตัดสินท่ีทาหน้าที่ผู้ให้ คะแนนต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องตามระเบียบและกติกามาตรฐานสาหรับ การแขง่ ขันกฬี ามวย กติกาข้อ 11 กติกาข้อ 14 และกติกาข้อ 15 โดยทักษะและเทคนิคการปฏิบัติหน้าที่ ของผ้ตู ดั สินกีฬามวยไทยอาชีพที่ทาหนา้ ทผ่ี ู้ใหค้ ะแนนมรี ายละเอียดดงั น้ี (สานกั งานคณะกรรมการกฬี ามวย, 2563ค, 1-27) 3.1 ผูใ้ หค้ ะแนน ผตู้ ัดสินกฬี ามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าที่ผู้ให้คะแนนต้องแต่งกายเช่นเดียวกันกับผู้ชี้ขาด กีฬามวยไทยอาชีพ อนุญาตใหส้ วมแว่นสายตาขณะปฏบิ ตั ิหน้าท่ใี ห้คะแนนได้ 3.1.1 หนา้ ท่ีผู้ตัดสนิ กีฬามวยไทยอาชีพท่ที าหนา้ ท่ผี ู้ใหค้ ะแนน 3.1.1.1 ผู้ให้คะแนนแต่ละคนนั่งอยู่คนละด้านของเวทีและมีระยะห่างจากผู้ชมใน ระหว่างการแข่งขนั ผใู้ ห้คะแนนต้องไมพ่ ดู กบั นกั มวยหรอื ผอู้ ่ืนใด ถ้าจาเป็นให้พูดกับผู้ชี้ขาดได้ในเวลาหยุดพัก ระหวา่ งยกเพือ่ แจง้ ให้ผู้ชข้ี าดทราบว่ามเี หตกุ ารณใ์ ดเกิดขึ้น เช่น พีเ่ ล้ียงปฏบิ ัตผิ ดิ มารยาท เชอื กหยอ่ น เป็นต้น 3.1.1.2 ผู้ให้คะแนนต้องให้คะแนนโดยอิสระ และเป็นไปตามกติกา บันทึก คะแนนลงในใบบันทกึ คะแนนทันทีที่สิ้นสุดการแข่งขันแต่ละยก รวมคะแนนแต่ละยกของนักมวยท้ังคู่ ระบุ ตัวผชู้ นะพรอ้ มลงลายชื่อตนเองในใบคะแนนก่อนสง่ ใหผ้ ู้ชขี้ าด 3.1.1.3 ผใู้ ห้คะแนนจะไม่ลกุ จากที่น่ังจนกว่าผู้ชี้ขาดตัดสนิ ผลการแข่งขนั แล้ว
61 3.1.1.4 ผู้ใหค้ ะแนนจะต้องไม่วิพากษ์วิจารณ์ หรือให้สัมภาษณ์ถึงผลการชกท่ียัง ไมเ่ กิดข้นึ หรือเกิดข้ึนแล้วก็ตาม เว้นแตไ่ ดร้ บั การอนุญาตจากประธานผตู้ ัดสิน 3.2 การตัดสนิ 3.2.1 ชนะโดยคะแนน เมื่อส้ินสุดการแข่งขันนักมวยที่ได้รับคะแนนโดยเสียงข้างมาก ของผ้ตู ดั สินท่ที าหนา้ ท่ใี ห้คะแนนเปน็ ผู้ชนะ 3.2.2 ชนะโดยน็อกเอาท์ ถ้านักมวย “ล้ม” และไม่สามารถชกต่อไปได้ภายใน 10 วนิ าที ใหน้ ักมวยฝ่ายตรงข้ามเปน็ ผชู้ นะโดยน็อกเอาท์ 3.2.3 ชนะโดยเทคนิเคลิ น็อกเอาท์ 3.2.3.1 เม่ือนักมวยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีฝีมือที่เหนือกว่าอีกฝ่ายหน่ึงมากหรือกระทา อย่ฝู า่ ยเดียวจนคแู่ ขง่ ขันอาจจะเป็นอนั ตราย กรณนี ักมวยฝ่ายนา้ เงินมีฝมี อื อ่อนกวา่ แพ้เทคนเิ คิลน็อกเอาท์ 3.2.3.2 เม่อื นักมวยฝ่ายหนงึ่ ไม่สามารถท่จี ะแข่งขนั ตอ่ ไปได้ทันที ภายหลังที่ได้หยุด พกั ระหวา่ งยก กรณีนักมวยฝา่ ยแดงไม่สามารถทจ่ี ะแข่งขนั ต่อไปได้ทนั ที ภายหลงั ทไ่ี ด้หยุดพกั ระหวา่ งยก 3.2.3.3 เมื่อนักมวยฝ่ายหนึ่งบาดเจ็บไม่สามารถแข่งขันต่อได้ กรณีนักมวย ฝ่ายแดงบาดเจบ็ ไม่สามารถแข่งขัน 3.2.3.4 เมื่อนักมวยฝ่ายหน่ึง ถูกนับเกิน 2 คร้ังในยกเดียวกัน หรือเกิน 4 ครั้ง ตลอดการแข่งขัน กรณีนกั มวยฝา่ ยน้าเงิน ถกู นับเกนิ 2 ครง้ั ในยกเดียวกัน 3.2.3.5 เมื่อนักมวยฝ่ายหนึ่งตกเวที และผู้ชี้ขาดนับถึง “ย่ีสิบ” แล้วไม่สามารถ กลับเข้ามาในสงั เวยี นได้ กรณีนักมวยฝ่ายน้าเงนิ ตกจากเวที และถูกนับถึงยีส่ ิบ 3.2.3.6 เม่อื นักมวยฝ่ายหนึง่ ถอนตัวออกจากการแข่งขันด้วยความสมัครใจ เน่ืองจาก การบาดเจบ็ หรือเหตุอ่ืน 3.2.4 ชนะโดยคูแ่ ขง่ ขนั ถกู ปรับใหแ้ พ้ เมือ่ นกั มวยฝ่ายหน่ึงกระทาผิดกตกิ าอยา่ งรา้ ยแรง ซ่งึ ผชู้ ี้ขาดปรบั ใหน้ กั มวยฝ่ายนั้น เปน็ ฝา่ ยแพ้ โดยมีการเตือน หรอื ไม่มกี ารเตือน หรอื ไมม่ กี ารตดั คะแนนมากอ่ น กรณีฝา่ ยน้าเงนิ ถกู ปรับแพ้ 3.2.5 การตดั สินเสมอ 3.2.5.1 เมอ่ื ผลการให้คะแนนของผใู้ ห้คะแนนสว่ นใหญเ่ สมอกัน 3.2.5.2 เม่ือนักมวยทั้งคู่ \"ล้ม\" และถูกนับถึง \"สิบ\" กรณีนักมวยทั้งคู่ล้ม และถูก นับถึงสบิ 3.2.5.3 เมอื่ นกั มวยท้ังคู่ตกจากเวที และถกู นับถงึ “ยีส่ บิ ” 3.2.5.4 เมื่อนักมวยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถท่ีจะแข่งขันต่อไปได้ตาม กติกาข้อ10
62 3.2.6 ไมม่ ีการตัดสนิ เมื่อผู้ชี้ขาดเห็นว่านักมวยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือท้ังสองฝ่าย “ชกไม่สมศักด์ิศรี” ให้ออกจากการแข่งขัน โดยประกาศว่า “มวยคู่นี้ไม่มีการตัดสิน เนื่องจาก (ฝ่ายแดง ฝ่ายน้าเงิน หรือทั้ง สองฝ่าย) ชกไมส่ มศกั ดิ์ศรี” 3.2.7 ไม่มกี ารแขง่ ขนั ในกรณีที่นักมวยไม่ยอมชกกัน ผู้ช้ีขาดได้เตือนและตัดคะแนนแล้ว ยังไม่ยอมชก กนั อกี ใหย้ ตุ ิการแขง่ ขนั และประกาศวา่ “มวยคู่นี้ไม่มีการแขง่ ขัน เนือ่ งจากนักมวยทง้ั สองฝา่ ยไมช่ กกนั ” 3.2.8 ยกเลิกการแขง่ ขัน ในกรณีท่เี วทีเกิดความเสียหาย หรือผู้ชมไม่อยู่ในความสงบหรือเกิดเหตุการณ์ท่ี คาดไมถ่ งึ จนไมส่ ามารถแข่งขันต่อไปได้ ให้ยกเลกิ การแข่งขนั และให้ประกาศว่า “ยกเลิกการแข่งขนั ” 3.3 การให้คะแนน กฬี ามวยไทยอาชีพต้องใหต้ ามหลกั เกณฑ์ดังนี้ 3.3.1 เมื่อนักมวยได้ใช้หมัด เท้า เข่า ศอก เป็นอาวุธมวยไทยกระทาถูกร่างกายคู่ แขง่ ขันโดยถกู ตอ้ งตามกติกา มแี รงสงู ถกู เป้าหมาย และคตู่ อ่ สู้ไม่สามารถป้องกนั ได้ 3.3.1.1 การได้คะแนน มีดังน้ี 1) นกั มวยทใี่ ชอ้ าวุธมวยไทย กระทาถูกคู่แข่งขันได้มากกว่าเป็นผู้ชนะใน ยกน้ัน 2) นักมวยท่ีได้ใช้อาวุธมวยไทย กระทาถูกคู่แข่งขันได้หนักหน่วง รุนแรง ชดั เจนกวา่ เป็นผชู้ นะในยกน้ัน 3) นักมวยท่ีใช้อาวุธแม่ไม้มวยไทย กระทาถูกคู่แข่งขันจนเกิดความ บอบชา้ มากกวา่ เปน็ ผ้ชู นะในยกนั้น 4) นกั มวยทเี่ ป็นฝา่ ยรกุ เข้ากระทามากกวา่ เป็นผูช้ นะในยกนั้น 5) นักมวยที่มีช้ันเชิงในการรุก รับ หลบหลีก ตอบโต้ ตามลักษณะ และศิลปะมวยไทยได้ดีกวา่ เป็นผู้ชนะในยกนน้ั 6) นักมวยท่ที าผดิ กตกิ านอ้ ยกวา่ เปน็ ผู้ชนะในยกนัน้ 3.3.1.2 การไม่ไดค้ ะแนนมีดงั น้ี 1) นักมวยกระทาผิดกติกาขอ้ ใดข้อหนึง่ 2) กระทาถูกแขนขาของคู่แขง่ ขัน ในลกั ษณะการปอ้ งกันตัว 3) กระทาถูกค่แู ขง่ ขนั แตเ่ บา ไมม่ ีน้าหนกั สง่ จากรา่ งกาย 4) เตะไปแล้วถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาเหว่ียงลงกับพ้ืน ให้ถือว่าฝ่ายที่เตะ ได้คะแนน ถ้าฝ่ายที่เตะ ถูกฝ่ายตรงข้ามจับขาได้ ฝ่ายท่ีเตะแกล้งท้ิงตัวกับพื้น เป็นการทาผิดกติกาใน กรณนี ี้ถอื ว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้คะแนน
63 5) การเหวี่ยงคตู่ ่อสู้ให้ล้มลงโดยไม่ได้ใช้อาวธุ อื่น ๆ 3.3.1.3 การใหค้ ะแนน 1) ให้คะแนนเต็ม 10 คะแนน สาหรับผู้ชนะในยก และให้คู่แข่งขัน ลดลงไปตามส่วน คอื 9-8-7 โดยไมม่ กี ารใหค้ ะแนนเปน็ เศษสว่ น 2) ในยกทีเ่ สมอกันได้ฝ่ายละ 10 คะแนน (10-10) 3) ผ้ชู นะในยกได้ 10 คะแนน ผู้แพไ้ ด้ 9 คะแนน (10-9) 4) ผู้ชนะอยา่ งมากในยกได้ 10 คะแนน ผูแ้ พไ้ ด้ 8 คะแนน (10-8) 5) ผู้ชนะในยกและคู่แข่งถูกนับ 1 คร้ัง ได้ 10 คะแนน ผู้แพ้ได้ 8 คะแนน (10-8) 6) ผู้ชนะอย่างมากในยกและคู่แข่งขันถูกนับ 1 ครั้ง ได้ 10 คะแนน ผู้ แพ้ได้ 7 คะแนน (10-7) 7) ผู้ชนะในยก และคู่แข่งขันถูกนับ 2 ครั้ง ได้ 10 คะแนน ผู้แพ้ได้ 7 คะแนน (10-7) 8) ผ้ชู นะอย่างมากในยก และค่แู ขง่ ขนั ถูกนบั 2 ครั้ง ได้ 10 คะแนน ผ้แู พ้ ได้ 6 คะแนน (10-6) 9) นักมวยที่ถูกตัดคะแนน ต้องไม่ได้คะแนนเต็มในยกนั้น ให้ผู้ช้ีขาดตัด คะแนนไดค้ รัง้ ละ 1 คะแนน 3.4 การแตง่ กาย การแต่งกายของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าท่ีผู้ให้คะแนน เป็นระเบียบและ กติกาท่ีกาหนดให้ผู้ให้คะแนนกีฬามวยไทยอาชีพต้องแต่งกายโดยสวมกางเกงขายาวสีน้าเงินหรือสีดา เส้ือเช้ิตหรือเส้ือยืดสีน้าเงิน/สีสุภาพ ติดเคร่ืองหมายของคณะกรรมการกีฬามวยหรือเคร่ืองหมายของสนาม มวย สวมรองเท้าหมุ้ ข้อสดี าพื้นเรียบและไม่มสี ้น ไม่ไว้ผมยาว หนวดเคราไม่ยาวเกินรมิ ฝีปาก 3.5 การยนื การยืนของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าที่ผู้ให้คะแนน ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ให้ คะแนน จะต้องยืนเทา้ ทง้ั สองข้างหา่ งกัน 1 ช่วงไหล่ เท้าทัง้ สองอยรู่ ะดบั เดยี วกัน ลาตัวตง้ั ตรง มอื ทง้ั สองอยู่ ข้างลาตวั ตามองตรง 3.6 การน่งั การนั่งของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพท่ีทาหน้าที่ผู้ให้คะแนน ขณะปฏิบัติหน้าที่ให้ คะแนน นั่งลาตวั ตรง มือวางไวห้ นา้ ขาท้งั สองขา้ ง หรือมอื ท้ังสองขา้ งวางบนโต๊ะให้คะแนน หรือมือทั้งสองข้าง กอดอก เท้าท้งั สองขา้ งสมั ผสั พื้น ปลายเท้าชต้ี รงไปขา้ งหนา้ ตามองนกั มวยทงั้ สองฝ่าย
64 3.7 การเขียนรายละเอียดใบบันทึกคะแนน การเขียนรายละเอียดใบบันทึกคะแนนของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าที่ ผู้ให้คะแนน โดยเขียนคู่ที่ วัน/เดือน/ปีที่แข่งขัน/ผู้แข่งขัน/ผู้ให้คะแนนกีฬามวยไทยอาชีพ/เขียนชื่อ นักมวยทั้งสองฝ่าย/เขียนคะแนนครบท้ัง 5 ยก/รวมคะแนน/วงกลมผู้ชนะท่ีเครื่องหมายแสดงผลการ ตดั สนิ ในการแข่งขัน 3.8 การยืนส่งใบบนั ทึกคะแนน การยืนสง่ ใบบันทกึ คะแนนของผตู้ ดั สนิ กฬี ามวยไทยอาชีพที่ทาหน้าท่ีผู้ให้คะแนน แก่ผู้ ชขี้ าด ยนื เทา้ ทั้งสองขา้ งห่างกนั 1 ชว่ งไหล่ เข่าตงึ ลาตัวต้ังตรง พับและหันปลายใบบันทึกคะแนนไปยังผู้ ชข้ี าด สอดน้ิวไว้กึง่ กลางระหว่างรอยพับของใบบันทึกคะแนน น้ิวโป้งและน้ิวกลางหนีบใบบันทึกคะแนนไว้ ส่งใบบันทึกคะแนนไปยังผู้ช้ีขาด รายละเอียดการให้คะแนน เขียนสัญลักษณ์ให้คะแนนยก 1 สัญลักษณ์ ใหค้ ะแนนยก 2 สญั ลกั ษณ์ใหค้ ะแนนยก 3 สญั ลักษณใ์ ห้คะแนนยก 4 สญั ลกั ษณใ์ หค้ ะแนนยก 5 จากการศึกษาพอสรุปได้ว่า หลักการปฏิบัติหน้าท่ีของผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพน้ัน แบ่ง ออกเป็น 3 ระดับ คือ ประธานผู้ตัดสิน ผู้ช้ีขาด และผู้ให้คะแนน ซึ่งเป็นหลักการและแนวทางในการ ปฏิบัติเพื่อให้บุคคลหรือนักกีฬามวยไทยอาชีพศึกษาท่ีไปปฏิบัติหน้าที่ในการแข่งขัน สามารถปฏิบัติ อย่างถูกต้องตามกติกา เป็นไปอย่างเรียบร้อยในการแข่งขัน และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันเกมส์ การแข่งขัน งำนวิจยั ที่เกย่ี วขอ้ ง การศกึ ษาปจั จยั ท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทย อาชีพในกรุงเทพมหานครในครั้งน้ี ผู้วิจัยได้ศึกษารวบรวมงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อนามาใช้ประกอบใน การศกึ ษาดงั ต่อไปน้ี 1. งำนวจิ ยั ในประเทศ จากการคน้ คว้างานวิจัยทเี่ กีย่ วขอ้ งในประเทศ ผู้วิจยั ไดเ้ รียบเรยี งงานวจิ ัยไว้ ดงั น้ี ธีรยุทธ แก้วเกร็ด (2560, 70-72) ศึกษาเร่ืองการตัดสินใจเลือกอาชีพของพนักงานองค์กร เอกชน ในจังหวัดนครปฐม งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยจูงใจในการ ประกอบอาชพี ทศั นคตใิ นการประกอบอาชีพ และเกณฑ์การเลือกอาชีพกับกระบวนการตัดสินใจเลือก ประกอบอาชีพของพนกั งานองค์กรเอกชนในจังหวัดนครปฐม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ พนักงานในองค์กรภาคเอกชน ในจังหวัดนครปฐม ใช้วิธีการสุ่มแบบน่าจะเป็น แบบเจาะจงจากกลุ่ม ตัวอย่างที่ยินดีให้ข้อมูลในการแจกแบบสอบถามจานวน 400 คน การทดสอบความตรงของเน้ือหา และความน่าเชื่อถือด้วยวิธีของครอนบาร์คกับกลุ่มตัวอย่างจานวน 40 คน ได้ระดับความเชื่อม่ัน
65 0.962 สาหรับวธิ กี ารทางสถติ ิได้แกก่ ารแจกแจงค่าความถ่ีค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ ปัจจัยจูงใจในการประกอบอาชีพ ทัศนคติในการประกอบอาชีพ ทฤษฎีเกณฑ์การเลือกอาชีพ และกระบวนการตัดสินใจเลือกอาชีพของพนักงานองค์กรเอกชนใน จังหวัดนครปฐมโดยรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนผลจากการทดสอบสมมุติฐานพบว่า ปัจจัยจูงใจในการประกอบอาชีพ ทัศนคติในการประกอบอาชีพ ทฤษฎีเกณฑ์การเลือกอาชีพ มี ความสัมพันธ์กับกระบวนการตัดสินใจเลือกอาชีพของพนักงานองค์กรเอกชนในจังหวัดนครปฐมที่ ระดับนยั สาคญั ทางสถติ ิที่ 0.05 ไพลนิ บรรพโต (2561, 52-55) ศกึ ษาเร่ืองปจั จัยท่ีมอี ิทธิพลต่อความต้องการเลือกประกอบ อาชีพ ในอุตสาหกรรมบรกิ ารของนักศึกษา สาขาการจดั การการโรงแรม ระดับช้ันปริญญาตรี ในเขตกรุงเทพ และปรมิ ณฑล วัตถปุ ระสงคข์ องการวิจัยน้ีเพ่ือการศึกษา 1 ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ด้านภูมิลาเนา ที่มีอทิ ธิพล ตอ่ ความตอ้ งการเลอื กประกอบอาชพี ในอตุ สาหกรรมบรกิ ารของนักศึกษาสาขาการจัดการ โรงแรม ระดับชั้นปริญญาตรี ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล 2) ปัจจัยภายในที่มีอิทธิพลต่อความ ต้องการเลอื กประกอบอาชีพในอตุ สาหกรรมการบริการของนกั ศึกษาสาขาการจัดการโรงแรมระดับชั้น ปริญญาตรี ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่ ค่านิยมทางการงาน, ความรับรู้เกียรติและช่ือเสียง ของอาชีพ, ความเข้าใจอาชีพที่เก่ียวข้องกับคน/ข้อมูล, ความภูมิใจในอาชีพและทัศนคติที่มีต่ออาชีพ 3) ปัจจัยภายนอกท่ีมีอิทธิพลต่อความต้องการเลือกประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมการบริการของ นักศึกษาสาขาการจัดการโรงแรม ระดับช้ันปริญญาตรี ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่แนวโน้ม ทางการตลาด, ลกั ษณะงาน, ค่าตอบแทนและโอกาสในความก้าวหนา้ จากกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาสาขา การจัดการโรงแรม ระดับช้ันปริญญาตรีในเขตกรุงเทพและปริมณฑล รวมท้ังสิ้น 400 คน โดยใช้ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจัยเก่ียวกับประซากรศาสตร์ ปัจจัยภายในที่มีอิทธิพลต่อการเลือก ประกอบอาชีพ และปัจจัยภายนอกที่มีอิทธิพลต่อการเลือกประกอบอาชีพเป็นเครื่องมือในการเก็บ รวบรวมข้อมูล การวเิ คราะหข์ อ้ มูลในโปรแกรมคอมพิวเตอรส์ าเรจ็ รูป วิเคราะห์ ค่าร้อยละค่าเฉลี่ย ค่า ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน คา่ สถติ ิ t-test และการทดสอบสมมติฐาน multiple regression ผลการวิจัย พบว่า นักศึกษาท่ีมีภูมิลาเนาอยู่ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลกับนักศึกษาท่ีมีภูมิลาเนาต่างจังหวัดมี การเลือกประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมบริการไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ (p>.05) ผล จากการทดสอบสมมติฐานปัจจยั ภายใน พบวา่ ปัจจัยภายในท่ีมีอิทธิพลต่อการเลือกประกอบอาชีพใน อุตสาหกรรมบริการของนักศึกษาสาขาการจัดการโรงแรม ระดับชั้นปริญญาตรีในเขตกรุงเทพและ ปรมิ ณฑลอย่างมีนยั สาคัญ 0.05 และผลการทดสอบสมมติฐานปัจจัยภายนอก พบว่า ปัจจัยภายนอก ท่ีมีอิทธิพลต่อการเลือกประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมบริการของนักศึกษาสาขาการจัดการโรงแรม ระดบั ชน้ั ปรญิ ญาตรี ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลอยา่ งมีนยั สาคัญ 0.05
66 ธราวุฒิ บญุ ชว่ ยเหลือ (2556, 79) ศึกษาเร่อื งแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกเล่นสโมสรดิวิช่ัน 1 ของนักกีฬาฟุตบอล โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือศึกษาแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกเลนสโมสรดิวิช่ัน 1 และ ศึกษาเปรียบเทียบแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกเลนสโมสรดิวิชั่น 1 ของนักกีฬาฟุตบอล กลุมตัวอยางคือ นักกีฬาฟุตบอลระดับสโมสรดิวิช่ัน 1 จานวน 251 คน เครื่องมือท่ีใชในการเก็บรวบรวมขอมูลคือ แบบสอบถาม สถิติติพรรณนาใชเพ่ืออธิบายคุณลักษณะของขอมูล คือ คารอยละ คาเฉล่ีย คาเบ่ียงเบน มาตรฐาน คาสูงสุด คาต่าสุด และสถิติที่ใชในการทดสอบสมมติฐาน เพ่ือหาคาเปรียบเทียบความแตกตาง คือ คา t-test คา One-way ANOVA และหาคา LSD กษมา สุขุมาลจนั ทร์ (2560) ศกึ ษาเร่อื งแรงจงู ใจในการเล่นกฬี าชักกะเยอ่ ของนักกีฬาชกั กะเย่อ ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 32 การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือ 1) เพ่ือศึกษาแรงจูงใจภายในและ แรงจงู ใจภายนอกของ นักกีฬาชกั กะเย่อทเ่ี ข้าร่วมการแข่งขันกฬี าเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 32 2) เพื่อเปรียบ เทยี บแรงจูงใจในการเลน่ กฬี าชักกะเย่อของนักกีฬาชกั กะเย่อทีเ่ ขา้ ร่วมการแขง่ ขนั กีฬาเยาวชนแห่งชาติ คร้ัง ท่ี 32 จาแนกตามเพศและประสบการณ์การแข่งขนั ประชากรท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังนี้ คือ นักกีฬาชักกะเย่อท่ี เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งท่ี 32 จานวน 204 คน เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัยคร้ังน้ี คือ แบบสอบถามแรงจูงใจในการเล่นกีฬาชักกะเย่อของนักกีฬาชักกะเย่อในกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 32 มี ความเชื่อม่ันของแบบสอบถามท้ังฉบับเท่ากับ .94 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว (One way ANOVA) กาหนดความมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดบั .05 เปรียบเทียบความแตกต่างของระดับแรงจูงใจ เปน็ รายคโู่ ดยวธิ ขี องเชฟเฟ่ (Scheffe) ยงยุทธ ลาดนอก (2562, 81-83) ศกึ ษาเรอื่ งแรงจูงใจในการเล่นกีฬามวยสากลสมัครเล่นของ นักเรียนโรงเรียนกีฬาสังกัดสถาบันการพลศึกษา การวิจัยในครั้งน้ี มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาและ เปรียบเทียบแรงจูงใจในการเล่นกีฬามวยสากลสมัครเล่นของนักเรียนโรงเรียนกีฬาสังกัดสถาบันการพล ศึกษา ซ่ึงขั้นตอนการทาวจิ ยั 4 ขั้นตอน 1) ศึกษาทฤษฎี เอกสาร ตารา และงานวิจัยที่เก่ียวข้อง 2) สร้าง ต้นร่างแบบสอบถามแรงจูงใจในการเล่นกีฬามวยสากลสมัครเล่นของเด็กนักเรียนโรงเรียนกีฬาสังกัด สถาบันการพลศึกษา 3) นาต้นร่างแบบสอบถามเสนออาจารย์ที่ปรึกษาเพ่ือขอคาแนะนา ปรับปรุง ตรวจสอบ ความครอบคลุมความเหมาะสม 4) การหาคุณภาพเครื่องมือ ดังนี้ 1) หาคุณภาพด้านความ ตรงเชิงเน้ือหา ได้แก่ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เช่ียวชาญ จานวน 5 ท่าน โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง ความคิดเห็น IOC 2) หาคุณภาพด้านความเที่ยงตรงของเครื่องมือ จากนักเรียน ซึ่งเป็นกีฬามวยสากล สมัครเล่นโรงเรียนกีฬาสังกัดสถาบันการพลศึกษาจานวน 224 คน เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัยเป็น แบบสอบถามแรงจงู ใจในการเล่นกฬี ามวยสากลสมัครเล่นของนักเรียนโรงเรียนกีฬา สังกัดสถาบันการพล ศึกษา ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .87 แบบสอบถามดังกล่าว ประกอบดว้ ย 6 ดา้ น คือ 1) ด้านสุขภาพอนามยั 2) ดา้ นรายไดแ้ ละผลประโยชน์ 3) ด้านความรัก ความถนดั
67 และความสนใจ 4) ด้านบุคลากรที่เกี่ยวข้อง 5) ด้านเกียรติยศชื่อเสียง 6) ด้านความก้าวหน้าในอนาคต วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การแจกแจงความถ่ี หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบค่าที (t-test, independent) และทดสอบแบบคา่ เอฟ (f-test) นุชนาฏ พลู เสม (2563, 38) ศกึ ษาเรื่องแรงจูงใจและความต้องการขนั้ พืน้ ฐานที่ส่งผลต่อการตัด สินใจเป็นนักกีฬามวยไทยอาชีพในจังหวัดนครราชสีมา งานวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์ เพ่ือศึกษาแรงจูงใจ และความต้องการข้ันพ้ืนฐานที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นนักกีฬามวยไทยอาชีพในจังหวัดนครราชสีมา การศึกษางานวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้วิธีเชิงสารวจ (survey research) โดยใช้แบบสอบถาม เปน็ เคร่อื งมือเพื่อเก็บรวบรวมข้อมลู จากกล่มุ ตวั อยา่ ง ประชากรที่ใช้ศึกษาคร้ังน้ี คือ นักกีฬามวยไทยอาชีพ ในจังหวัดนครราชสีมาโดยมีจานวน 130 ตัวอย่าง ข้ันตอนการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิง ปรมิ าณ (quantitative analysis) โดยโปรแกรมวิเคราะห์สถิตทิ างสังคมศาสตร์สถิติท่ีใช้เชิงพรรณนา ได้แก่ การแจกแจงความถ่ี (frequency) ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉล่ีย (mean) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard deviation: SD) และสถิติเชิงอนุมานท่ีใช้ทดสอบสมมติฐานได้แก่ การวิเคราะห์ถดถอยเชิงเส้น (simple regression analysis) และการวิเคราะหก์ ารถดถอยเชิงพหุ (multiple regression analysis) พรทวี เถอื่ นคาแสน และ บญุ ญรัตน์ สมั พันธว์ ัฒนชยั (2559, 12-13) ได้ศึกษาเรื่องปัจจัยท่ีมี ผลต่อแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกทางานของพนักงานระดับปฏิบัติการในนิคมอ ุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง การวิจัยคร้ังนี้มีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษา 1) ปัจจัยประชากรศาสตร์ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับ การศึกษา สถานภาพสมรส ระดับรายได้ต่อเดือน และอายุการทางาน 2) ปัจจัยด้านจูงใจ ไดแ้ ก่ ลักษณะงาน การยกย่องนับถอื ความสาเร็จของงาน และความกา้ วหน้าในอาชีพ และ 3) ปัจจัยค้าจุน ได้แก่ นโยบายและการบริหาร เงินเดือน ความม่ันคงในการทางาน และสภาพการทางาน ผู้วิจัยใช้ แบบสอบถามเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจากพนักงานระดับปฏิบัติการท่ีทางานในนิคม อุตสาหกรรม เหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง จานวน 400 คน การสุ่มตัวอย่าง โดยไม่ใช้ความ น่าจะเป็น เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบโควต้าตามสัดส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมจานวน 10 บริษัท บริษัทละ 40 ชุดและใช้วิธีเลือกสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าความถ่ี ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และนาข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ โดยใช้ t-test ใช้ F-test (One way ANOVA) และใช้ multiple regression analysis พัชรินทร์ ชุติพงศ์รุ่งโรจน์ (2558, 30) ได้ศึกษาเร่ืองปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกเข้า ทางานกับสานักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่ 4 แห่ง การวิจัยครั้งน้ีมีจุดมุ่งหมาย เพ่ือศึกษาการวิจัยคร้ังนี้มี วัตถุประสงค์ศึกษาปัจจัยจูงใจในการตัดสินใจเลือกทางานกับสานักบัญชีขนาดใหญ่ 4 แห่งของ First Jobber โดยศึกษาปัจจัยด้านลักษณะงานและการเรียนรู้โอกาสเจริญก้าวหน้า ความมันคงในงาน ผลตอบแทน และสวัสดิการ ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน ช่ือเสียงองค์กรและค่านิยม รวมถึงลักษณะทางประชากร ศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักศึกษาจบใหม่และเข้าทางานในสานักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่ 4
68 แห่ง ตั้งแต่ระดับตาแหน่งผู้ช่วยผู้สอบบัญชีที่มีอายุงานระหว่าง 6 เดือนไปจนถึง 2 ปีจานวน 350 คน เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย การใช้สถิติเชิงพรรณนา การหาค่าความถ่ีร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน เพ่ืออธิบายข้อมูลโดยสรุป การวิเคราะห์ความ แปรปรวน (ANOVA F-test) เพ่ือศึกษาความแตกต่าง ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตาม และวิเคราะห์ ความถดถอยเชิงพหคุ ูณ (multiple regression analysis) ภาณุวัฒน์ สว่างแสง (2562, 84) ได้ศึกษปัจจัยที่มีผลในการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพของ นิสติ ในระดบั ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจาปีการศึกษา 2561 การวิจัยในคร้ังน้ีมีความมุ่ง หมาย เพื่อศึกษาและ เปรียบเทียบปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพของนิสิตในระดับ ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจาปีการศึกษา 2561 โดยภาพรวมและการแยกตามสายเป็น 3 ไดแ้ กส่ ายวทิ ยาศาสตรส์ ขุ ภาพ สายวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยกลุ่มตัวอย่าง คือนิสิตชั้นปีที่ 4-6 มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประประจาปีการศึกษา 2561 วิธีการ กาหนดขนาดกลุม่ ตัวอย่างโดยใชเ้ กณฑ์ เครจซ่ี และ มอร์แกน (Krejcie and Morgan) ได้ขนาดกลุม่ ตัวอย่าง 650 คน และสุ่มกลุ่มตัวอย่าง แบบแบ่งช้ัน (stratified random sampling) เครื่องมือท่ีใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม ชนิดมาตราส่วน 5 ระดับ จานวน 24 ข้อ มีค่าความเช่ือม่ันท้ังฉบับเท่ากับ .89 และ มีค่าอานาจจาแนกรายข้อตั้งแต่ .25 ถึง .77 สถิติ ท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน และการวเิ คราะห์ ความแปรปรวนทางเดยี ว (One-way ANOVA) 2. งำนวจิ ยั ในตำ่ งประเทศ จากการค้นควา้ งานวิจยั ที่เกี่ยวขอ้ งในต่างประเทศ ผู้วิจัยได้เรยี บเรียงงานวิจัยไว้ ดงั น้ี โมราดี, บาห์รามี, และ ดานา (Moradi, Bahrami, & Dana, 2020) ศึกษาแรงจูงใจในการมีส่วน ร่วมในกีฬาข้ึนอยู่กับนักกีฬาในประเภททีมและประเภทบุคคลกีฬา โดยมีสาเหตุหลายประการที่ทาให้ บุคคลมีแรงจูงใจในการเล่นกีฬา สาหรับนักกีฬาให้เข้าร่วมและออกกาลังกายอย่างต่อเนื่องตรวจสอบ แรงจูงใจในการมีส่วนร่วมของนักกีฬาเป็นส่ิงที่จาเป็น การศึกษานี้มีจุดมุ่งหมายเพ่ือเปรียบเทียบการมี ส่วนร่วมในการเล่นกีฬาแรงจูงใจของนักกีฬาในทีมและแต่ละสาขาวิชา กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย 265 นักกีฬารวมสี่ทีมจากฟุตบอลวอลเลย์บอลบาสเก็ตบอลและแฮนด์บอลและอีกสองทีมสาขาวิชากังฟูและ เทควันโดรายบุคคลซึ่งได้รับการสุ่มเลือก วันท่ี 30 ใช้แบบสอบถามแรงจูงใจในการมีส่วนร่วมของกีฬา รายการ (PMQ) การวิเคราะห์ข้อมูลดาเนินการโดยใช้ t-test ตัวอย่างอิสระ ผลปรากฏว่ามีเป็นความแตกต่าง อย่างมีนัยสาคัญระหว่างแรงจูงใจในการเข้าร่วมกีฬาของนักกีฬาในกีฬาประเภททีมและประเภทบุคคล รวมทั้งระหว่างนักกีฬาชายและหญิง แต่ในหมู่องค์ประกอบของแรงจูงใจในการเข้าร่วมกีฬาเฉพาะด้าน ของความสาเร็จในกกีฬาประเภททีมและประเภทบุคคลและแง่มุมของการค้นหามิตรภาพในชายและ หญิงนักกีฬามีอยู่ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญอื่น ๆ ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าวินัยในการเล่น
69 กีฬาและเพศของนักกีฬามีผลในการสร้างแรงจูงใจให้นักกีฬาความต่อเน่ืองและความมุ่งม่ันในการออก กาลงั กาย คีแกน, สเปรย์, ฮาร์วูด, & ลาวาลี (Keegan, Spray, Harwood, & Lavelle, 2010) บรรยากาศ สร้างแรงบันดาลใจในวัยเยาว์กีฬา : อิทธิพลของโค้ช ผู้ปกครอง และเพ่ือนที่มีต่อแรงจูงใจในการจัดหา ผู้เข้าร่วมกีฬาที่เช่ียวชาญ การศึกษาน้ีตรวจสอบคุณภาพพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจูงใจของตัวแทน ทางสงั คมที่สาคญั ในผู้เข้าร่วมกีฬาทีเ่ ชยี่ วชาญ ผู้เข้าร่วม 79 คน (อายุ 9-18 ปี) จาก 26 กีฬาเข้ารว่ มใน กลมุ่ โฟกสั กงึ่ โครงสร้างทีต่ รวจสอบว่าโค้ช ผปู้ กครอง และเพ่อื นรว่ มงานอาจมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจอย่างไร การใช้มุมมองเชิงวิพากษ์วิจารณ์การวิเคราะห์เนื้อหาอุปนัยระบุว่านักกีฬาที่เช่ียวชาญรับรู้ถึงสัญญาณ ทางสังคมท่ีเก่ียวข้องกับแรงจูงใจมากมาย อิทธิพลของโค้ชและผู้ปกครองคือเกี่ยวข้องกับบทบาทเฉพาะ ของพวกเขา : การสอน/การประเมนิ สาหรบั โคช้ การสนับสนุนและอานวยความสะดวกสาหรับผู้ปกครอง เพื่อนมีอิทธิพลต่อแรงจูงใจผ่านพฤติกรรมการแข่งขัน พฤติกรรมการทางานร่วมกัน การประเมินการ สื่อสารและผ่านความสัมพันธ์ทางสังคมของพวกเขา ผลลัพธ์ช่วยอธิบายบทบาทต่าง ๆ ของตัวแทนทาง สังคมที่มอี ิทธพิ ลต่อแรงจงู ใจของนักกีฬา เจนน่า (Jenna, 2018) แรงจูงใจดา้ นกีฬาของนกั กฬี าอาวุโส : วตั ถปุ ระสงคข์ องการศกึ ษาคร้งั นี้ คือเพ่ือให้เข้าใจถึงปัจจัยจูงใจของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาและต่อยอดตรวจสอบว่าแรงจูงใจ อาจได้รับผลกระทบจากอายุ เพศ สถานภาพสมรส เชื้อชาติสถานภาพการศึกษา และสถานภาพการจ้าง งานวิธีดาเนินการวิจัยคือ นักกีฬาลงทะเบียนท้ังหมด 643 คน ที่กีฬาอาวุโสแห่งชาติปี 2017 ให้ข้อมูล ประชากรขัน้ พ้นื ฐานและนากีฬามาตราสว่ นแรงจงู ใจ แบบสารวจอนญุ าต ให้คะแนนย่อยสาหรับรวม, ระบุ, สอดแทรก, ภายนอก, หรือแรงจูงใจเช่นเดียวกับญาติผสมดัชนีความเป็นอิสระ (RAI) พร้อมการถ่วง น้าหนักของแต่ละคะแนนย่อย การวิเคราะห์ข้อมูล: คาอธิบาย De สถิติถูกนาไปใช้กับข้อมูลประชากร และคะแนนเฉลี่ยสาหรับแต่ละแรงจูงใจ for หมวดหมู่ถูกกาหนดจากผลการแข่งขันของนักกีฬา ANOVA ทางเดียวและโพสต์เฉพาะกิจ (Ryan-Einot-Gabriel-Welsh F) REGWF ถูกใช้เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ ระหว่าง RAI และแต่ละหมวดประชากร ผลลัพธ์: ผลลัพธ์ของคาถามระดับย่อย SMS แสดงให้เห็นถึง คะแนนที่สูงข้ึนในคาถามที่แท้จริงด้วยคะแนนเฉลี่ย 5.34 และคะแนนท่ีต่ากว่าในคาถามเกี่ยวกับ แรงจูงใจด้วยคะแนนเฉลี่ย 1.72 ไร่ของผู้เข้าร่วมท้ังหมด คือ 54.449 (SD = 23.495) มี ANOVA ทาง เดียวและ post hoc ให้ โจเซฟนิ า (Josefiina, 2019) การศึกษาเบ้ืองต้นเก่ียวกับการพัฒนาเคร่ืองมือสร้างแรงจูงใจสาหรับ เด็กฟันดาบ ศึกษาวิจัยท่ีมีกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เบ้ืองต้น คาถามวิจัยของวิทยานิพนธ์แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก 1) รู้จักแรงจูงใจในกีฬา 2) การออกกาลังกายจากการวิจัยก่อนหน้าน้ีโดยเฉพาะที่เก่ียวข้องกับ แรงจูงใจของเด็ก 3) วิธีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สาหรับฟันดาบ (สาหรับเด็ก) ขึ้นอยู่กับส่ิงเหล่าน้ี มีวัตถุประสงค์ เพ่ือค้นหาเหตุผลท่ีอยู่เบ้ืองหลังบัตรกีฬา ตัวอย่างเช่น ทาไมผ่านอาจประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ รวมทั้งความ
70 ตอ้ งการทางจติ วิทยาโดยธรรมชาติ ; เอกราช,ความสามารถ ความเกี่ยวข้อง หรือปัจจัยที่สร้างความหมายในการ เล่นกีฬา จุดมุ่งหมายคือเพ่ือสร้างแรงจูงใจให้เด็กอายุ 6 ถึง 10 ขวบใช้ ดังน้ัน ผู้เขียนจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ห้า เวอร์ชนั เพอื่ ตรวจสอบตวั เลือกการแบง่ ส่วนและรปู แบบตา่ ง ๆ ตูราน (Turan, 2019) ศึกษาการวิเคราะห์แรงจูงใจทางวิชาการและความสัมพันธ์ ความเครียดในอาชีพของนักศึกษาภาควิชาพลศึกษาและการกีฬา มีวัตถุประสงค์เพ่ือกาหนดระดับ ความเครียดในอาชีพและแรงจูงใจทางวิชาการของนักศึกษาในสาขาวิชาพลศึกษาและการกีฬา นักศึกษา 527 ในการศึกษาน้ี ใช้แบบฟอร์มข้อมูลส่วนบุคคล ระดับความเครียดในอาชีพ และระดับแรงจูงใจทาง วิชาการเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ในการเปรียบเทียบข้อมูลที่เก่ียวข้อง ช่วง ความถ่ี การ ทดสอบ t การทดสอบ Anova และการวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย นอกจากน้ี ยังได้ดาเนินการ วิเคราะหป์ จั จัยยนื ยัน (CFA) เพือ่ เปิดเผยโครงสรา้ งปจั จยั ของแรงจูงใจทางวิชาการและระดับความเครียด ในอาชพี จากการวิเคราะห์ทางสถิติ ไม่เห็นความแตกต่างท่ีมีนัยสาคัญในระดับแรงจูงใจทางวิชาการและ ความเครียดในอาชีพในทุกมิติในแง่ของเพศและตัวแปรน้าใจนักกีฬาที่ผ่านการ รับรองของผู้เข้าร่วม อย่างไรกต็ าม คะแนนรวมของแรงจูงใจภายนอกท่ีระบุ กฎเกณฑ์ภายนอกของแรงจูงใจภายนอก ความไม่ แน่นอนในอาชีพ ความกดดันในการหางาน และความเครียดจากอาชีพในแง่ของตัวแปรระดับ จากผล การวิเคราะห์การถดถอย พบว่าความสัมพันธ์ท่ีมีนัยสาคัญเชิงลบถูกตรวจพบระหว่างแรงจูงใจทาง วชิ าการกับระดับความเครียดในอาชีพของผู้เขา้ ร่วม
71 บทท่ี 3 วธิ ดี ำเนินกำรวจิ ัย การศึกษาเร่ือง ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬา มวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานครเป็นการวิจัยที่ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (quantitative research) โดยมีรายละเอียดตามหวั ขอ้ ดังต่อไปนี้ 1. ประชากรและกลุม่ ตัวอย่าง 2. ตัวแปรที่ศึกษา 3. เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการวิจยั 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวเิ คราะห์ข้อมลู และสถิตทิ ่ใี ช้ในการวจิ ยั ประชำกรและกลุ่มตัวอย่ำง 1. ประชำกร คือ นักมวยไทยอาชีพจากทั้งหมด 25 ค่าย ในกรุงเทพมหานครท่ีข้ึนทะเบียนบุคคลตาม พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 และแข่งขันในเวทีมาตรฐาน จานวน 519 คน (สานักงานคณะกรรมการ กฬี ามวย, 2564) 2. กลมุ่ ตวั อยำ่ ง คือ นกั กฬี ามวยไทยอาชีพจากทั้งหมด 25 ค่าย ในกรุงเทพมหานครที่ขึ้นทะเบียนบุคคลตาม พระราชบญั ญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 และส่งแข่งขันในเวทีมาตรฐานจานวน 227 คน โดยมีขัน้ ตอนดงั น้ี การกาหนดจานวนของกลุ่มตัวอย่างคานวณจากสูตรของ ยามาเน่ (Yamane, 1967) ที่ระดับ ความเชือ่ มนั่ 95 % โดยใชค้ วามคลาดเคลือ่ น 5% ดังนี้ สตู ร ( ) เมอื่ n คอื จานวนของกลุ่มตวั อยา่ ง N คือ จานวนประชากรที่ใชใ้ นการวิจยั e คือ ค่าเปอร์เซน็ ตค์ วามเคลอ่ื นจากการสุม่ ตวั อย่าง การกาหนดจานวนของกลุ่มตวั อย่างโดยให้ค่าความคลาดเคล่ือนในการสุ่มตัวอย่างท่ียอมรับ ได้เทา่ กบั 5% หรือ 0.05 ที่ระดับความเชื่อม่ัน 95% จากจานวนประชากรทั้งหมด 519 คน สามารถ คานวณหาขนาดของกลมุ่ ตวั อยา่ งในการวิจยั ได้ดงั นี้
72 แทนค่า () ดงั นนั้ จานวนของกล่มุ ตวั อยา่ งท่ีคานวณได้ คอื 226.63 หรอื 227 คน 3. วธิ ไี ดม้ ำซงึ่ กลมุ่ ตัวอย่ำง (sampling method) วิธีการได้มา ซึ่งกลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้วิธีการได้มาโดยใช้วิธีแบบช้ันภูมิ (Stratified Random Sampling) มรี ายละเอียดดังน้ี 3.1 ผู้วิจัยใช้ค่ายมวยทั้ง 25 ค่าย ในกรุงเทพมหานครที่ขึ้นทะเบียนบุคคลตามพระราชบัญญัติ กฬี ามวย พ.ศ. 2542 และมนี ักกฬี ามวยไทยเข้าแขง่ ขันในเวทมี าตรฐาน 3.2 หาจานวนกลุ่มตวั อย่างแต่ละค่าย ดังตารางที่ 3 3.3 สุ่มตวั อยา่ ง แต่ละคา่ ยโดยใช้วิธสี ่มุ อยา่ งง่าย ตามสดั ส่วน ตารางที่ 3 จานวนกลุ่มตวั อย่าง (คน) ตามสดั ส่วน ลำดบั ท่ี ช่ือค่ำย ประชำกร กลุ่มตัวอยำ่ ง 1 เพชรยินดี 40 18 2 พี.เค.แสนชยั มวยไทยยมิ 38 17 3 มีนะโยธนิ 17 7 4 ศศิประภายิม 5 2 5 แกว้ สัมฤทธิ์ 160 70 6 ศษิ ยส์ องพ่ีนอ้ ง 10 4 7 เกียรติเพชร 16 7 8 ลูกทพั ฟ้า 5 2 9 แสงมรกต 30 13 10 ส.สมหมาย 22 10 11 อิมเิ นนท์แอร์ 18 8 12 ทเี ด็ด 99 33 14 13 ลูกบ้านใหญ่ 17 7 14 เกยี รติกาธร 13 6 15 ศิษยเ์ ชฟบญุ ธรรม 5 2
73 ตารางที่ 3 (ต่อ) ลำดับที่ ชื่อคำ่ ย ประชำกร กลุ่มตัวอยำ่ ง 16 ลกู คลองตนั 13 6 17 ลูกทรายกองดิน 12 5 18 ม.กรุงเทพธนบุรี 10 4 19 ป.เปาอินทร์ 7 3 20 ส.กาแฟมวยไทย 9 4 21 แครบี่ อย 15 7 22 ลกู คลองจั่น 7 3 23 ศกั ดร์ิ ุ่งเรอื ง 6 3 24 ครดู ามมวยไทย 2 1 25 เดชรัตน์ 9 4 519 227 รวม ผู้วิจัย ขอความอนุเคราะห์จากหัวหน้าค่ายมวยเพื่อสะดวกต่อการเก็บข้อมูล พร้อมส่งลิงค์ แบบสอบถามให้กับนักมวยท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง โดยทาแบบสอบถามผ่าน Google form ให้ครบตามจานวน ทกี่ าหนด และรอผลการตอบกลบั เพื่อนาผลมาวเิ คราะห์ทางสถติ ิต่อไป ตัวแปรที่ศึกษำ ตัวแปรท่ีใช้ในการศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ นักกีฬามวยไทยอาชพี ในกรงุ เทพมหานคร ประกอบดว้ ยตัวแปรอสิ ระและตวั แปรตาม ดงั นี้ 1. ตวั แปรอิสระ ปจั จัยทสี่ ่งผลต่อการตัดสนิ ใจของนกั มวยไทยอาชีพประกอบดว้ ย 8 ตัวแปร ดงั น้ี 1.2 ด้านความคดิ เหน็ ส่วนตวั 1.2 ดา้ นความสนใจ และความถนัด 1.3 ดา้ นครอบครวั และบคุ คลทีเ่ ก่ียวข้อง 1.4 ดา้ นความก้าวหนา้ ในอนาคต 1.5 ดา้ นเกียรติยศชอื่ เสยี ง 1.6 ด้านสังคม 1.7 ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม 1.8 ดา้ นเศรษฐกิจและผลประโยชน์
74 2.2 แปรตาม การตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพในเขต กรงุ เทพมหานคร เครอ่ื งมอื ที่ใช้ในกำรวจิ ยั งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ (quantitative research) โดยใช้แบบสอบถาม (questionnaire) เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล เพ่ือศึกษาปัจจัยในการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวย ไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ผ้วู จิ ัยไดท้ าการแบ่งแบบสอบถาม เป็น 3 สว่ น ดงั นี้ ส่วนที่ 1 ข้อมลู ลักษณะของผตู้ อบแบบสอบถาม ซ่งึ สว่ นทท่ี างผู้วจิ ัยเก็บข้อมูลเก่ียวกับ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถิติในการชกมวยไทย และค่าตอบแทนสูงสุดในการชกในลักษณะตรวจสอบ รายการ (check-list) ส่วนที่ 2 แบบสอบถามปัจจัยท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ นักกีฬามวยไทยอาชพี ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย 1) ด้านความคดิ เห็นสว่ นตัว 2) ด้านความสนใจ และความถนัด 3) ด้านครอบครัวและบุคคลที่เก่ียวข้อง 4) ด้านความก้าวหน้าในอนาคต 5) ด้าน เกียรติยศชื่อเสียง 6) ด้านสังคม 7) ด้านส่ิงแวดล้อม และ 8) ด้านเศรษฐกิจและผลประโยชน์ ซึ่ง คาถาม ในส่วนนี้ มีลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) โดยมีเกณฑ์ในการ กาหนดค่าน้าหนกั ของการประเมินเปน็ 5 ระดบั ตามวิธีของลิเคิร์ท (five-point Likert scales) คือ 5 มากที่สุด 4 มาก 3 ปานกลาง 2 น้อย 1 น้อยท่ีสุด โดยใช้เกณฑ์การแปลความหมายเพ่ือจัดระดับ คะแนนเฉลย่ี โดยใชส้ ูตรหารหาความกวา้ งอนั ตราภาคชนั้ (ศิรวิ รรณ เสรรี ตั น์, 2549, 129) ดังน้ี 4.21-5.00 มากทีส่ ุด 3.41-4.20 มาก 2.61-3.40 ปานกลาง 1.81-2.60 นอ้ ย 1.00-1.80 นอ้ ยท่ีสดุ เกณฑ์การแปลความหมายเพอื่ จัดระดับคะแนนเฉล่ีย ผู้วิจัยใช้เกณฑ์ค่าเฉล่ียในการแปลผล ซ่ึง ผลจากการคานวณโดยใชส้ ตู รการหาความกวา้ งอนั ตรภาคชัน้ เป็นดังนี้ (ศริ วิ รรณ เสรีรัตน์, 2549, 129) ความกว้างของอันตรภาคชั้น = พสิ ยั จานวนชั้น = จานวน ชั้น = 0.8
75 ส่วนที่ 3 แบบสอบถาม การตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทย อาชีพในกรุงเทพมหานคร ซ่งึ คาถามในส่วนนี้มีลักษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) โดยมีเกณฑ์ในการกาหนด ค่าน้าหนกั ของการประเมินเป็น 5 ระดับ ตามวิธีของลิเคิร์ท (five-point likert scales) คือ 5 มากท่สี ดุ 4 มาก 3 ปานกลาง 2 น้อย 1 น้อยทีส่ ดุ โดยใช้เกณฑ์การ แปลความหมายเพ่ือจัดระดับคะแนนเฉลี่ยโดยใช้สูตรการหาความกว้าง อันตรภาคชั้น (ศิริวรรณ เสรี รัตน์, 2549, 129) ดังน้ี 4.21-5.00 มากท่ีสุด 3.41-4.20 มาก 2.61-3.40 ปานกลาง 1.81-2.60 นอ้ ย 1.00-1.80 น้อยทสี่ ดุ เกณฑ์การแปลความหมายเพื่อจัดระดับคะแนนเฉล่ีย ผู้วิจัยใช้เกณฑ์ค่าเฉล่ียในการแปลผลซึ่ง ผลจากการคานวณโดยใชส้ ูตรการหาความกวา้ งอนั ตรภาคชั้น เปน็ ดังน้ี (ศิรวิ รรณ เสรีรัตน์, 2549, 129) พิสัย ความกวา้ งของอันตรภาคชนั้ =จานวนชั้น =จานวน ช้ัน = 0.8 กำรสรำ้ งและพัฒนำเคร่ืองมอื ทใี่ ช้ในกำรวจิ ัย การศึกษาปัจจัยในการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพใน กรุงเทพมหานคร ผวู้ ิจยั ไดด้ าเนินการสรา้ งเครื่องมือ คอื แบบสอบถามเก่ียวกับปัจจัยของนักกีฬามวยม ไทยอาชพี ท่สี ่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพ เป็นแบบประเมินค่า 5 ระดับ โดยมี ขน้ั ตอนการสรา้ งเครอ่ื งมือแบบสอบถาม (questionnaire) ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. ศึกษาเน้ือหา แนวคิดทฤษฎี เอกสาร และงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับปัจจัยเพ่ือนามาเป็น แนวทางในการสรา้ งกรอบแนวคิด และเคร่ืองมือวิจัย 2. กาหนดจุดมุ่งหมายและขอบเขตของเนื้อหาให้ครอบคลุมทุกประเด็นที่ต้องการแต่ละตัว แปรและสอดคลอ้ งกบั กรอบแนวคดิ ตามวัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย 3. สร้างแบบสอบถามโดยอาศยั กรอบแนวคิดตามที่ผวู้ ิจัยตง้ั ไว้
76 4. นาแบบสอบถามที่สร้างข้ึน เสนออาจารย์ท่ีปรึกษาเพื่อพิจารณาตรวจสอบและให้ ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงเก่ียวกับสานวนภาษาให้เข้าใจง่าย เพื่อให้ได้ข้อคาถามที่มีข้อความตรง ตามวัตถุประสงค์ของการวจิ ัย 5. นาแบบสอบถามมาปรบั ปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ท่ีปรึกษา กำรหำคณุ ภำพของเครอ่ื งมอื 1. การทดสอบคุณภาพด้านความตรงของเนือ้ หา (content validity) ผู้วิจัยนาแบบสอบถามที่สร้างขึ้นนาให้อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์และผู้เช่ียวชาญ จานวน 5 ทา่ น ประกอบดว้ ย ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.สาราญ สขุ แสวง อาจารย์ ดร.วรยุทธ์ ทิพย์เท่ียงแท้ อาจารย์ ดร.แสวง วิทยพิทักษ์ อาจารย์ ดร.ยงศักด์ิ ณ สงขลา อาจารย์รวย ต้ังมุททาภัทรกุล เพ่ือ พิจารณาความถูกต้อง ชัดเจน ตรงตามเน้ือหาครอบคลุมเน้ือหาตามกรอบแนวคิดและวัตถุประสงค์ของ งานวิจัย และความเข้าใจของภาษาที่ใช้ในแต่ละคาถาม หลังจากผ่านการพิจารณาจากผู้เช่ียวชาญและ อาจารยท์ ป่ี รกึ ษาวทิ ยานิพนธ์ ผวู้ จิ ยั ได้ดาเนินการวิเคราะหค์ ่าดชั นีความสอดคลอ้ ง (IOC : index of consis tency) IOC ท่ีมากกวา่ 0.5 ข้นึ ไป (สุรพงษ์ คงสัตย์ และ ธีรชาติ ธรรมวงค์, 2551) จากการวิเคราะห์ส่วน ท่ี 2 แบบสอบถามแรงจูงใจท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวย ไทยอาชีพในกรงุ เทพมหานคร ได้ค่าความสอดคล้องของเนื้อหาอยู่ที่ 0.6-1.0 และส่วนที่ 3 แบบสอบถาม การตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ได้ค่าความ สอดคล้องของเนื้อหาอยู่ที่ 0.8-1.0 2. การทดสอบความเชื่อมน่ั ของเคร่อื งมือ (reliability) ผวู้ จิ ัยได้ดาเนนิ การนาแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 3 ท่านไปทดลองใช้ (try out) กับกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จานวน 30 คน ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกลุ่ม ตัวอย่างท่ีจะศึกษา เพื่อหาความเชื่อม่ันของแบบสอบถาม แล้วนาผลที่ได้ไปวิเคราะห์ความเชื่อม่ัน (reliability) ซง่ึ โดยทัว่ ไปคา่ ความเท่ียงหรือค่าความเชื่อถือได้ท่ียอมรับกัน คือ ค่าตั้งแต่ 0.80 ข้ึนไป โดยใช้ วิธีการหาค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟา (coefficient alpha) ของครอนบาซ (Cronbach) จาก การวิเคราะห์ส่วนที่ 2 แบบสอบถามปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ นักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ค่าความเช่ือมั่นท่ี 0.98 แยกเป็นรายด้านดังน้ี 1) ด้านความ คิดเห็นส่วนตัว ค่าความเช่ือมั่นที่ 0.91 2) ด้านความสนใจ และความถนัด ค่าความเชื่อม่ันท่ี 0.87 3) ด้าน ครอบครัวและบุคคลที่เกย่ี วข้อง ค่าความเช่ือม่ันที่ 0.83 4) ด้านความก้าวหน้าในอนาคต ค่าความเชื่อมั่นที่ 0.98 5) ด้านเกียรติยศช่ือเสียง ค่าความเชื่อม่ันท่ี 0.91 6) ด้านสังคม ค่าความเช่ือม่ันที่ 0.91 7) ด้าน สิ่งแวดลอ้ ม ค่าความเช่ือมั่นท่ี 0.89 และ 8) ด้านเศรษฐกิจและผลประโยชน์ค่าความเช่ือม่ันที่ 0.84 ส่วนท่ี 3 แบบสอบถามการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร คา่ ความเชอ่ื มั่นที่ 0.97
77 กำรเก็บรวบรวมข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูลคร้ังน้ี ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยได้นาแบบสอบถามปัจจัยในการเป็นผู้ตัดสิน กฬี ามวยอาชีพของนักกฬี ามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร โดยผา่ นการดาเนินการตามขน้ั ตอน ดังน้ี 1. ผวู้ ิจัยยนื่ คาร้องขอหนังสือจากบัณฑิตวิทยาลัยเพื่อจัดทาหนังสือขออนุญาตเก็บข้อมูลถึง หวั หน้าคา่ ยมวยจานวน 25 ค่ายมวย เพือ่ ความอนุญาตเก็บขอ้ มลู กลุ่มตัวอย่างทีใชใ้ นการวิจยั 2. ผู้วิจัยประสานงานกับหัวหน้าค่ายมวยหรือผู้จัดการค่ายมวยที่ดูแลค่ายมวยเพื่อขอ อนุญาตเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู 3. นาแบบสอบถาม เพื่อทาการเก็บรวบรวมข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่างโดยผู้วิจัยดาเนินการส่ง Link แบบสอบถาม และควิ อารโ์ คตไปเก็บแบบสอบถามยังนักกฬี ามวยไทยอาชีพในค่ายมวยเป้าหมาย ผ่านช่องทางโซเซียลมีเดีย เนื่องด้วยปัจจุบันกาลังอยู่ในสถานการณ์ควบคุมโรคระบาด Covid-19 รัฐบาลจึงมีมาตรฐานการ social distancing คือ การเว้นระยางกายภาพกับบุคคลอ่ืน ๆ ในสังคม เพ่ือไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อโรคมากข้ึน ทาให้ผู้ที่ปฏิบัติตามเทคนิคนี้ปลอดภัยมากข้ึน ผู้วิจัยจึงเก็บ ขอ้ มูลแบบออนไลน์ทง้ั หมดเพ่อื ให้เกดิ ความปลอดภยั แก่ผใู้ หข้ ้อมูลและผูว้ ิจยั ระยะเวลำในกำรเก็บข้อมูล ระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยเก็บข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์ กาหนดระยะเวลาในการเก็บรวบรวมข้อมูลช่วงเวลา ระหว่าง วันท่ี 1-31 เดือน มกราคม พ.ศ. 2565 ซ่ึงก่อนการดาเนินการประสานรายละเอียดเบ้ืองต้นไปยังค่ายมวยเป้าหมายเพ่ือเตรียมความพร้อม อธิบายแนวทางในการเก็บข้อมูล และเตรียมความพร้อมในการเข้าถึงข้อมูลของผู้ตอบแบบสอบถาม เนื่องจากขอ้ มลู วจิ ัยในครัง้ นใี้ ชช้ ่องทางออนไลนท์ ้งั หมด กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู และสถิตทิ ่ีใชใ้ นกำรวิจยั ผวู้ ิจัยไดก้ าหนดสถิติทีใ่ ชใ้ นการวิเคราะหข์ ้อมูลจากแบบสอบถาม ซ่งึ แบง่ ออกเป็น 2 ไดแ้ ก่ ส่วนที่ 1 การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา สถิติพ้ืนฐานท่ีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉล่ยี (mean) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard deviation) เพ่ือ อธบิ ายขอ้ มูลในแตล่ ะสว่ น ดังต่อไปน้ี 1. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา สถิติในการชก มวยไทย และคา่ ตอบแทนในการชก ทาการวิเคราะหโ์ ดยการแจกแจงความถ่ี และค่าร้อยละ 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพ ในกรุงเทพมหานคร ทาการวิเคราะหโ์ ดยการหาค่าเฉล่ีย และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
78 3. การตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพใน กรุงเทพมหานคร ทาการวเิ คราะหโ์ ดยการหาคา่ เฉลีย่ และส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน ส่วนท่ี 2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมาน (inferential statistic) การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ของตัวแปร การตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพในเขต กรงุ เทพมหานคร โดยสมการถดถอยพหุคูณ (multiple regression)
79 บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู การศึกษาปัจจัยท่ีส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทย อาชีพในกรุงเทพมหานคร คร้ังนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพ่ือศึกษาปัจจัยการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ นักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาการตัดสินใจการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ นักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทย อาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ (Google form) เป็นเคร่ืองมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร จานวน 227 คน ผู้วิจัยดาเนินการ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสาเร็จรูปทางสถิติ และนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบตาราง ดัง รายละเอยี ดผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลตามลาดับดังต่อไปน้ี 1. ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ทวั่ ไปของนกั กีฬามวยไทยอาชพี ในกรงุ เทพมหานคร 2. ผลการวเิ คราะห์ปจั จัยนกั กีฬามวยไทยอาชพี ในกรงุ เทพมหานคร 3. ผลการวิเคราะห์การตัดสินใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพใน กรุงเทพมหานคร 4. ผลการวิเคราะห์ปัจจยั ทส่ี ่งผลตอ่ การตดั สนิ ใจเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทย อาชพี ในกรงุ เทพมหานคร เพื่อให้เกดิ ความเข้าใจทีต่ รงกนั ในการแปลความหมายของการนาเสนอข้อมูล ผู้วิจยั ไดก้ าหนด สัญญา ลกั ษณ์ทใ่ี ช้ในการนาเสนอข้อมูล ดังนี้ Y แทน การตดั สนิ ใจเป็นผตู้ ัดสนิ กฬี ามวยไทยอาชีพ X1 แทน ด้านความคดิ เห็นส่วนตวั X2 แทน ดา้ นความสนใจ และความถนดั X3 แทน ดา้ นครอบครวั และบคุ คลท่ีเก่ียวข้อง X4 แทน ด้านความกา้ วหน้าในอนาคต X5 แทน ด้านเกียรตยิ ศช่ือเสยี ง X6 แทน ดา้ นสังคม X7 แทน ด้านสิง่ แวดล้อม X8 แทน ด้านเศรษฐกจิ และผลประโยชน์
80 N แทน จานวนกลุ่มประชากร ̅ แทน คา่ เฉล่ีย (mean) S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) P-Value แทน ระดับนยั สาคญั ทางสถติ ิ (significance) R แทน คา่ สัมประสทิ ธ์ิสหสัมพนั ธพ์ หคุ ูณ (multiple correlation coefficient) √ แทน ประสิทธิภาพในการพยากรณ์ (r square) B แทน ค่าสัมประสทิ ธ์กิ ารถดถอย (regression coefficients) SEb แทน คา่ ความคลาดเคลือ่ นมาตรฐานในการพยากรณ์ (standard error of the estimation) β แทน ค่าสัมประสิทธ์ิความถดถอยของตัวพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน (standard regression coefficients) t แทน คา่ สถติ ิการแจกแจงแบบที
81 1. ผลการวิเคราะหข์ ้อมูลทวั่ ไปของนกั กีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ตารางท่ี 4 ลักษณะข้อมลู ทวั่ ไปของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรงุ เทพมหานคร ขอ้ มูลทั่วไป จานวน (N=227) ร้อยละ 1. เพศ 182 80.20 ชาย 45 19.80 หญงิ 2. อายุ 113 49.80 15–20 ปี 78 34.40 21–25 ปี 23 10.10 26-30 ปี 13 5.70 30 ปี ขน้ึ ไป 3. ระดบั การศึกษา 2 0.90 ประถมศกึ ษา 14 6.20 มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 68 30.00 มัธยมศึกษาตอนปลาย 36 15.90 ปวช. 41 18.10 ปวส. 62 27.30 ปรญิ ญาตรี 4 1.80 สูงกว่าปรญิ ญาตรี 29 12.80 4. สถติ กิ ารแขง่ ขนั 15 6.60 1-20 ครงั้ 55 24.20 21-40 ครัง้ 43 18.90 41-60 ครัง้ 52 22.90 61-80 คร้ัง 33 14.50 81-100 คร้ัง 100 ครง้ั ข้นึ ไป
82 ตารางที่ 4 (ตอ่ ) ขอ้ มูลท่ัวไป จานวน(N=227) รอ้ ยละ 5. ค่าตอบแทนสูงสุด (คร้ัง) 40 17.60 500-5,000 บาท 44 19.40 5,000-10,000 บาท 81 35.70 10,000-15,000 บาท 21 9.30 15,000-20,000 บาท 41 18.10 20,000 ขน้ึ ไป จากตารางท่ี 4 พบวา่ ข้อมลู เบื้องต้นของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคร้ังน้ีส่วนใหญ่เป็น เพศชาย มากที่สดุ รอ้ ยละ 80.20 และเพศหญิง ร้อยละ 19.80 มีอายุระหว่าง 15-20 ปี มากท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ 49.80 รองลงมามีอายรุ ะหวา่ ง 21-25 ปี รอ้ ยละ 34.40 รองมา มีอายุระหว่าง 26-30 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ 10.10 และน้อย ท่ีสุด มอี ายุระหวา่ ง 30 ปี ขนึ้ ไป ร้อยละ 5.70 ระดับการศึกษาของนักกีฬามวยไทยอาชีพ พบว่า นักกีฬามวยไทยอาชีพส่วนใหญ่ มีระดับการศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 30.00 รองลงมีมามีระดับปริญญาตรี คิดเป็นร้อยละ 27.30 ส่วน ระดับปวส. คิดเป็นร้อยละ 18.10 และระดับปวช. ร้อยละ 15.90 ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น คิดเป็น รอ้ ยละ 6.20 ระดับสงู กว่าปริญญาตรี ร้อยละ 1.80 และน้อยทสี่ ดุ ระดับประถมศกึ ษา คิดเปน็ ร้อยละ 0.90 สถิติการแข่งขัน พบว่า นักกีฬามวยไทยอาชีพส่วนใหญ่ มีสถิติการแข่งขันสูงสุด 41-60 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 24.20 รองลงมามีสถิติการแข่งขัน 81-100 คร้ัง คิดเป็นร้อยละ 22.90 มีสถิติการแข่งขัน 61-80 คร้ัง คิดเป็นร้อยละ 18.90 มีสถิติการแข่งขัน 100 คร้ังข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ 14.50 มีสถิติการ แข่งขนั 1-20 ครงั้ และน้อยทีส่ ุดมีสถิติการแข่งขัน 21-40 ครั้ง คิดเปน็ ร้อยละ 6.60 ค่าตอบแทนสูงสุด พบว่า นักกีฬามวยไทยอาชีพผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ มีค่าตอบแทนสูงสุด 10,000-15,000 บาท คดิ เป็นร้อยละ 35.70 รองลงมา มีค่าตอบแทน 5,000-10,000 บาท คดิ เป็นร้อยละ 19.40 ค่าตอบแทน 20,000 ข้ึนไป คิดเป็นร้อยละ 18.10 ค่าตอบแทน 500-5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 17.60 และ ค่าตอบแทน 15,000-20,000 บาท คดิ เปน็ ร้อยละ 9.30
83 2. ผลการวิเคราะห์ปัจจัยเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพใน กรงุ เทพมหานคร ตารางที่ 5 คา่ เฉล่ยี ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับปจั จยั ของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ตัวแปร S.D. แปลผล 1. ด้านความคิดเห็นส่วนตัว 3.89 0.84 มาก 2. ดา้ นความสนใจ และความถนดั 3.87 0.83 มาก 3. ดา้ นครอบครวั และบคุ คลทีเ่ ก่ียวข้อง 4.08 0.63 มาก 4. ด้านความกา้ วหน้าในอนาคต 3.94 0.76 มาก 5. ด้านเกยี รตยิ ศและชือ่ เสยี ง 4.23 0.55 มากทีส่ ดุ 6. ดา้ นสังคม 3.95 0.74 มาก 7. ดา้ นสภาพแวดลอ้ ม 4.10 0.72 มาก 8. ดา้ นเศรษฐกจิ และผลประโยชน์ 4.06 0.73 มาก 4.02 0.56 มาก รวม จากตารางที่ 5 พบว่า พบว่า นักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานครมีระดับปัจจัยที่ โดยรวมอยู่ ในระดับมาก (̅ = 4.02) เม่ือพิจารณาพบว่า ด้านเกยี รติยศและชอ่ื เสยี ง มคี ่าเฉล่ยี สูงสดุ (̅ = 4.23) รองลงมา ดา้ นสภาพแวดลอ้ ม(̅ = 4.10) สว่ นดา้ นความสนใจ และความถนดั มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สดุ (̅ = 3.87)
84 ตารางที่ 6 คา่ เฉลี่ย สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน และระดับของปจั จยั เป็นผตู้ ัดสินกีฬามวยไทยอาชีพของ นักกฬี ามวยไทยอาชพี ในกรงุ เทพมหานคร ด้านความคดิ เห็นสว่ นตวั ตัวแปร 3.92 S.D. แปลผล 1. การเปน็ ผูต้ ัดสนิ กีฬามวยไทยอาชพี จะทาให้ทา่ นมีความรู้ เก่ยี วกับ ระเบียบและกติกามาตรฐานสาหรบั การแข่งขันกีฬามวย 4.01 0.89 มาก 2. การเป็นผู้ตดั สินกีฬามวยไทยอาชพี จะทาให้ทา่ นมี 0.82 มาก ความสามารถ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ทผี่ ู้ตัดสิน 3.87 0.92 มาก 3. การเป็นผตู้ ดั สนิ กฬี ามวยไทยอาชพี จะทาให้ท่านสามารถพัฒนา 0.99 มาก บุคลกิ ภาพของตนเองได้ 3.79 0.84 มาก 4. การเป็นผ้ตู ดั สินกีฬามวยไทยอาชพี จะทาใหท้ ่านสามารถพฒั นา 3.89 ความเช่อื ม่ันของตนเองได้ รวม จากตารางท่ี 6 พบวา่ ผู้ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญ่ใหร้ ะดับของปจั จยั ทีม่ ผี ลตอ่ การตัดสินใจมา เป็นผูต้ ดั สินกฬี ามวยไทยอาชพี ของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ในด้านความคิดเห็นส่วนตัว โดยรวมอยู่ในระดับมาก (̅ = 3.89) เมือ่ พิจารณาเปน็ รายขอ้ พบว่า การเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพจะ ทาใหท้ า่ นมคี วามสามารถ ในการปฏิบัติหน้าท่ีผู้ตัดสิน มีค่าเฉล่ียสูงสุด (̅ = 4.01) รองลงมา การเป็นผู้ตัดสิน กีฬามวยไทยอาชีพจะทาใหท้ ่านมีความรเู้ กีย่ วกบั ระเบยี บและกติกามาตรฐานสาหรับการแข่งขันกีฬามวย (̅ = 3.92) สว่ นการเปน็ ผตู้ ัดสนิ กีฬามวยไทยอาชพี จะทาใหท้ ่านสามารถพัฒนาความเช่ือมั่นของตนเองได้ มคี ่าเฉลยี่ นอ้ ยท่ีสดุ (̅ = 3.79)
85 ตารางท่ี 7 ค่าเฉลี่ย สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน และระดับของปจั จยั เป็นผู้ตดั สนิ กีฬามวยไทยอาชพี ของ นักกฬี ามวยไทยอาชพี ในกรงุ เทพมหานคร ดา้ นความสนใจและความถนัด ตวั แปร S.D. แปลผล 1. การเปน็ ผูต้ ัดสินกีฬามวยไทยอาชีพทาใหท้ า่ นนาความรู้ เกี่ยวกับ ระเบียบ และกติกามาตรฐานสาหรบั การแข่งขนั กีฬามวยถ่ายทอดให้แกผ่ ู้ท่ีสนใจได้ 3.89 0.85 มาก 2. การเป็นผตู้ ดั สนิ กฬี ามวยไทยอาชพี ทาใหท้ ่านนาความ สามารถ ดา้ นทักษะและเทคนิคการปฏิบัตนิ าไปถ่ายทอดแก่ผสู้ นใจได้ 3.91 0.87 มาก 3. การเปน็ ผตู้ ัดสนิ กฬี ามวยไทยอาชพี ทาให้ท่านนาประสบการณ์ ด้านการตดั สนิ มาถ่ายทอดให้ผู้ท่สี นใจได้ 3.83 0.95 มาก 4. การเปน็ ผูต้ ดั สนิ กฬี ามวยไทยอาชีพทาใหท้ า่ นนาความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ จดั การอบรมให้แก่ผ้ตู ดั สินกีฬามวยไทยอาชีพต่อไปได้ 3.86 0.93 มาก รวม 3.87 0.83 มาก จากตารางท่ี 7 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้ระดับของปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจมา เปน็ ผ้ตู ดั สินกีฬามวยไทยอาชีพของนักกีฬามวยไทยอาชีพในกรุงเทพมหานคร ด้านความสนใจและความถนัด โดยรวมอยู่ในระดบั มาก (̅ = 3.87) เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า การเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพทาให้ ท่านนาความ สามารถดา้ นทกั ษะและเทคนคิ การปฏบิ ัตนิ าไปถ่ายทอดแกผ่ ู้สนใจได้ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (̅ = 3.91) รองลงมาการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพทาให้ท่านนาความรู้ เกี่ยวกับ ระเบียบและกติกามาตรฐานสาหรับการ แข่งขันกีฬามวยถ่ายทอดให้แก่ผู้ที่สนใจได้ (̅ = 3.89) ส่วนการเป็นผู้ตัดสินกีฬามวยไทยอาชีพทาให้ท่านนา ประสบการณ์ด้านการตัดสินมาถ่ายทอดใหผ้ ู้ทีส่ นใจได้ มคี ่าเฉล่ยี น้อยท่สี ุด (̅ = 3.83)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181