Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 11คู่มือการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การจัดการเรียนรู้โดยใช้ o net เป็นฐาน

11คู่มือการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การจัดการเรียนรู้โดยใช้ o net เป็นฐาน

Published by superses26, 2020-05-10 08:54:53

Description: 11คู่มือการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การจัดการเรียนรู้โดยใช้ o net เป็นฐาน

Search

Read the Text Version

คมู่ ือ การยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน การจดั การเรียนรูโ้ ดยใช้ O-NET เป็นฐาน (O-NET Based Learning) อภิชาต เข็มพลิ า ศกึ ษานเิ ทศกช์ านาญการพิเศษ สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 26 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

แผนการประชุมปฏบิ ตั กิ าร “การออกแบบการเรยี นเพื่อยกระดบั ผลการสอบระดบั ชาติ” O-NET Based Learning 1. สาระสาคญั การทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET : Ordinary National Educational Test) คอื การทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติข้ันพนื้ ฐาน เป็นการทดสอบเพ่อื วัดความรู้และความคิดของนักเรยี น ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 และช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ประเมนิ ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ใน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 จานวน 51 มาตรฐานการเรยี นรู้ ครอบคลมุ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม และภาษาอังกฤษ โดยมีวตั ถุประสงค์เพอ่ื ทดสอบความร้แู ละความคิดของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 6 เพอ่ื นาผลการทดสอบไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึง่ ในการจบ การศึกษา ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 เพื่อนาผลการทดสอบไปใช้ในการ ปรบั ปรงุ คุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรยี น เพ่อื นาผลการทดสอบไปใชใ้ นการประเมนิ ผลการเรียนรู้ของ นกั เรียนระดับชาติ และเพ่ือนาผลการทดสอบไปใช้ในวัตถปุ ระสงค์อื่น หลกั สาคญั ในการยกระดบั ผลสมั ฤทธิทาวการเรียนโดยใช้ O-NET เปน็ ฐานคือ ครตู ้องออกแบบ กิจกรรมการเรยี นรู้ทใ่ี ช้ O-NET เปน็ ฐาน รู้จกั นาข้อมูลจาก Test Blueprint ข้อมูล 6 ไฟล์ ขอ้ มูลข้อสอบ O-NET มาจดั ทาเฉลย จาแนกตามเน้ือหา/ระดับชน้ั /ภาคเรยี น และประสานครผู ู้เก่ยี วข้องได้ศกึ ษาและ นาไปใชป้ รบั การเรยี นเปลยี่ นการสอนโดยใชข้ ้อสอบ O-NET เปน็ สอื่ และเครื่องมือพฒั นาการเรียนรู้เพ่ือให้ นกั เรียนได้คนุ้ เคยกับรูปแบบข้อสอบ รูปแบบคาถามเชิงลึก และได้ฝึกอยา่ งตอ่ เน่ือง 2. วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือใหผ้ เู้ ขา้ รว่ มประชมุ ปฏบิ ัติการ 2.1 มคี วามรู้ความเข้าใจเก่ียวกับข้อสนเทศ O-NET ระดับโรงเรยี น ระดบั บุคคล และข้อสอบท่ผี า่ นมา 2.2 สามารถวิเคราะห์และออกแบบการเรยี นรู้กจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 2.3 มีเจตคติท่ีดีต่อการจดั การเรียนรู้ โดยใช้ O-NET เป็นฐาน 3. เน้อื หาการประชุมปฏบิ ตั ิการ 3.1 Test Blueprint 3.2 สารสนเทศ 6 ไฟล์ 3.3 การวเิ คราะห์ข้อสอบ O-NET และการสร้างข้อสอบมาตรฐายคขู่ นาน 3.4 การออกแบบการเรยี นรู้กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 1

4. กิจกรรมการประชมุ ปฏิบัติการ หนว่ ยย่อย กจิ กรรม เวลา Test Blueprint 1. สร้างความสนใจสารสนเทศและประเดน็ คาถาม O-NET 1 : 00 2. ชแ้ี จงวัตถปุ ระสงค์/สาธิตการเปดิ Test Blueprint ชว่ั โมง สารสนเทศ 6 ไฟล์ 3. แบง่ กลุ่มตามสาระ และระดับ (ม.ต้น/ม.ปลาย) 1:30 การวเิ คราะห์ขอ้ สอบ O-NET และ แต่ละกลมุ่ ฝกึ ปฏิบตั ิการศึกษา Test Blueprint ชัวโมง การสร้างข้อสอบมาตรฐานคขู่ นาน (2556-2558) 1. สรา้ งความสนใจดว้ ย VTR/PPT 1:30 การออกแบบการเรียนรู้กจิ กรรม 2. ชแี้ จงวตั ถปุ ระสงค์/สาธติ การเปิด สารสนเทศ 6 ไฟล์ ชั่วโมง การเรียนร้โู ดยใช้ O-NET เป็นฐาน 3. แบง่ กล่มุ ตามสาระ และระดับ (ม.ตน้ /ม.ปลาย) แตล่ ะกลุม่ ฝกึ ปฏิบัติการศกึ ษาสารสนเทศ 6 ไฟล์ (2558) 2:00 1. วิทยากรสรา้ งความสนใจด้วยประเดน็ คาถาม “ข้อสอบ ชั่วโมง มาตรฐาน เปน็ อยา่ งไร ?” 2. แบ่งกล่มุ ทากจิ กรรม “วเิ คราะหข์ ้อสอบ O-NET จดั ระบบสารสนเทศ และสรา้ งขอ้ สอบคู่ขนาน” 3. แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอผลงาน 4. วทิ ยากรและผ้เู ข้ารว่ มประชุมร่วมกันวิพากษ์ etc. 1. วิทยากรสร้างความสนใจด้วยประเด็นคาถาม “ใน โรงเรียน ครูจะจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชข้ อ้ สอบ O-NET แบบไหน อยา่ งไร ?? ” 2. แบง่ กลุ่มทากิจกรรม “ออกแบบหน่วยการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรโู้ ดยใช้ O-NET เป็น” กลุ่มละ 1 แผน 3. แตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอผลงาน วิทยากรและ ผู้เขา้ รว่ มประชุมวพิ ากษ์ ให้ข้อเสนอแนะ 4. ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ นาผลงานไปติดเพื่อเปน็ Walk Gallery 5. ส่ือการอบรม 2 5.1 คลิป/VTR 5.2 สไลด์เพาเวอร์พ้อย 5.3 เอกสารชดุ ประชุมปฏบิ ัติการ คูม่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม

5.4 ชดุ ใบกิจกรรม 5.5 กระดาษบรุ๊ฟ/สีเมจิกน้า 5.6 กระดาษรไี ซเคิล 5.7 เทปกาวใส 6. การประเมนิ ผลการประชุมปฏิบตั ิการ สงิ่ ที่ต้องการประเมนิ วิธกี ารวดั /ประเมนิ เคร่ืองมอื การวดั / เกณฑ์การผ่าน ประเมิน Test Blueprint 1. การสังเกต ผา่ นเกณฑ์ 2. ผลงานกลุ่ม 1. แบบสังเกต >ร้อยละ 70 สารสนเทศ 6 ไฟล์ 1. การสังเกต 2. รบู ริกผลงาน ผ่านเกณฑ์ 2. ผลงานกล่มุ 1. แบบสงั เกต >ร้อยละ 70 การวิเคราะห์ขอ้ สอบ O-NET และ 1. การสงั เกต 2. รบู ริกผลงาน ผา่ นเกณฑ์ การสร้างข้อสอบมาตรฐายคู่ขนาน 2. ผลงานกลุ่ม 1. แบบสังเกต >ร้อยละ 70 2. รบู ริกผลงาน การออกแบบการเรียนรู้กจิ กรรมการ 1. การสังเกต 1. แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์ เรยี นรโู้ ดยใช้ O-NET เป็นฐาน 2. ผลงานกลุ่ม 2. รบู รกิ ผลงาน >รอ้ ยละ 70 คูม่ ือยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 3

กิจกรรมที่ 1 ภารกิจ : Test Blueprint รปู แบบกจิ กรรม : งานกลมุ่ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือสืบคน้ และศึกษาความรู้เก่ียวกบั Test Blueprint 2. เพอ่ื วิเคราะห์ Test Blueprint และสร้างชดุ ขอ้ มลู แนวโนม้ O-NET ปีการศึกษา 2559 3. เพื่อนาเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กจิ กรรม 1. สร้างความสนใจด้วย VTR/PPT เกยี่ วกับผลสอบ O-NET 2. ช้ีแจงวตั ถปุ ระสงค/์ สาธิตการเปดิ Test Blueprint 3. แบง่ กลมุ่ ตามสาระและระดับ (ม.ตน้ /ม.ปลาย) แลว้ ให้แต่ละกลุ่มฝึกปฏิบตั ิการศึกษา Test Blueprint (2556-2558) โดยสรปุ ทาตารางแนวโน้มการอกกขอ้ สอบ O-NET ปกี ารศึกษา 2559 4. กลุ่มสรุปประเด็นเป็นแผนท่คี วามคดิ (ความหมาย/วิธีการ/การนาไปใช้) และนาเสนอ/แลกเปลีย่ นเรียนรู้ คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 4

กจิ กรรมที่ 2 ภารกิจ : สารสนเทศ 6 ไฟล์ รูปแบบกิจกรรม : งานกลมุ่ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อสืบคน้ และศึกษาสารสนเทศ 6 ไฟล์ 2. เพ่ือวิเคราะห์ 6 ไฟล์ และกาหนกแนวทางยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นและ O-NET ของกลมุ่ สาร/ ระดับ 3. เพื่อนาเสนอและแลกเปลีย่ นเรียนรู้ กจิ กรรม 1. สรา้ งความสนใจดว้ ย PPT/ตวั อยา่ งไฟล์ข้อสนเทศระดับเขตพ้นื ท่/ี ระดบั โรงเรียน 2. ชี้แจงวตั ถปุ ระสงค/์ สาธิตการเปดิ สารสนเทศ 6 ไฟล์ 3. แบง่ กลุ่มตามสาระ และระดบั (ม.ต้น/ม.ปลาย) แตล่ ะกลุ่มฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารศึกษาสารสนเทศ 6 ไฟล์ (2558) 4. ตวั แทนกลุ่มนาเสนอ/แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และเดนิ ชมผลงาน Walk Gallery ค่มู ือยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 5

กิจกรรมที่ 3 ภารกจิ : การวิเคราะห์ข้อสอบ O-NET และการสรา้ งข้อสอบคูข่ นาน รปู แบบกจิ กรรม : งานกลุ่ม วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อฝกึ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Active Learning ตามแนว Design Based Learning 2. เพ่ือวเิ คราะห์กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามหลกั 3R4C, 4H, Bloom’s Taxonomy 3. เพือ่ นาเสนอและแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ กิจกรรม 1. วิทยากรสร้างความสนใจด้วยประเดน็ คาถาม “ข้อสอบมาตรฐาน เปน็ อย่างไร ?” 2. แบ่งกล่มุ ทากิจกรรม “วิเคราะห์ข้อสอบ O-NET จัดระบบสารสนเทศ และสร้างข้อสอบคู่ขนาน” 3. วิทยากรและผู้เข้ารว่ มประชมุ ปฏบิ ัติการรว่ มวิพากษ์และสรปุ องคค์ วามรู้ คมู่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 6

กิจกรรมท่ี 4 ภารกจิ : การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน รปู แบบกิจกรรม : งานกลุ่ม วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือฝกึ การปฏิบตั ิออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 2. เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมที่ออกแบบการเรียนรโู้ ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 3. เพ่ือนาเสนอและแลกเปล่ียนเรยี นรู้ กิจกรรม 1. แต่ละกลุ่มวิเคราะหม์ าตรฐาน/ตัวชว้ี ัด/เน้อื หา และกาหนดประเด็นคาถามสาหรับนักเรยี นในการเรียนรู้ 2. สมาชิกกลุ่มออกแบบแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้ O-NET เป็นฐานเรยี นรู้ ลงในกระดาษบรุ๊ฟ 3. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงาน/รว่ มตรวจสอบคุณภาพ/แลกเปล่ียนเรียนรู้ 4. วิทยากรและผ้เู ข้ารว่ มประชุมปฏบิ ัติการรว่ มวพิ ากษแ์ ละสรุปองค์ความรู้ คู่มือยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 7

สารสนเทศ O-NET โรงเรยี น……………………. วชิ า ........................................ ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่.ี ..... --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ตารางท่ี 1 แสดงค่าเฉล่ียการสอบ O-NET ระดับชน้ั ม....... ปีการศึกษา 2557-2559 ระดับ คา่ เฉลยี่ วิชา.............................. ระดบั ชน้ั ม....... ปกี ารศกึ ษา 2557-2559 2557 2558 2559 ระดบั โรงเรยี น ระดับประเทศ จากตารางท่ี 1 พบวา่ .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ............................................... ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลย่ี วิชา......................รายสาระในการสอบ O-NET ระดบั ม..... ปกี ารศกึ ษา 2559 สาระ ค่าเฉลีย่ ผลตา่ ง ลาดบั ทีต่ ้องพฒั นา โรงเรียน ระดับประเทศ จากตารางท่ี 2 พบวา่ .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ............................................... คู่มือยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 8

ตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลยี่ วชิ า .................................. รายมาตรฐานในการสอบ O-NET ระดบั ชัน้ ม...... ปกี ารศึกษา 2559 มาตรฐาน คา่ เฉลย่ี ผลต่าง ลาดบั ทตี่ อ้ งพฒั นา โรงเรียน ระดับประเทศ จากตารางท่ี 3 พบว่า .......................................................................................................................... ............................................................................................. ............................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ตารางท่ี 4 วเิ คราะห์ชว่ งคะแนนของนกั เรียนท่เี ขา้ สอบ O-NET ระดบั ชัน้ ม...... วิชา ............................... ปีการศึกษา 2559 0.00- 10.01- 20.01- 30.01 - 40.01- 50.01- 60.01- 70.01- 80.01- 90.01- 100 รวม 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 80.00 90.00 99.99 จานวน รอ้ ยละ จากตารางท่ี 4 พบว่า .......................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ............................................... คูม่ ือยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 9

ตารางที่ 5 วิเคราะห์รอ้ ยละของการตอบถกู วิชา ................................ ในการสอบ O-NET ระดบั ช้นั ม.... ปกี ารศกึ ษา 2559 ที่ตอ้ งได้รับการพฒั นาเรง่ ด่วน (นักเรยี นมีคะแนนศนู ย์ หรือ % ตอบถูก ต่ากว่าค่าเฉลย่ี ระดับประเทศ) ขอ้ คา่ เฉลี่ย มาตรฐาน สาระ หมายเหตุ โรงเรยี น ระดับชาติ จานวนขอ้ สอบที่นักเรียนไดค้ ะแนน 0 หรอื % ตอบถูก < ค่าเฉลี่ยระดับปนะเทศ มจี านวน ........ ขอ้ จาก ......... ขอ้ จากตารางที่ 5 พบวา่ .......................................................................................................................... ...................................................................................... ...................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... คมู่ ือยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 10

แนวคิด : วิธีการจดั การเรยี นรูเ้ พ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ผลการสงั เคราะห์วธิ ีการจดั การเรยี นรทู้ ่ีสาเรจ็ เพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นใหส้ ูงข้ึนใน 5 กลุ่ม สาระการเรียนร้หู ลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม และ ภาษาอังกฤษ จาแนกรายละเอยี ด ไดด้ ังนี้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย แนวทางในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้และการยกระดบั ผลสัมฤทธิต์ ามการเรียนภาษาไทย ดงั น้ี 1. แรงบันดาลใจ แรงบนั ดาลใจที่ทาให้ครมู ุ่งม่นั พฒั นาให้นักเรยี นมีความสามารถทางภาษาไทย ดงั น้ี 1.1 เปน็ ความรู้สึกรับผิดชอบของครูทตี่ ้องพฒั นาใหน้ ักเรยี นมที ักษะในภาษาไทยเกดิ ความภูมิใจ ในมรดกของชาติ คือ ภาษาไทย 1.2 การทีผ่ ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนภาษาไทยตา่ ซง่ึ เป็นภาษาของคนไทย ดังน้นั จึงจาเป็นเร่งดว่ นท่ี ต้องแก้ปัญหานี้ 1.3 ครเู หน็ ความจาเปน็ ท่ีตอ้ งฝกึ ให้นักเรียนมีทักษะในการประมวลความคิด สรปุ ความรู้ ที่ได้จาก การศึกษา คน้ คว้า เขียนเป็นความเรยี งในระดบั ที่สูงข้ึน 2. แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรยี นรู้ท่ีอาจส่งใหผ้ ้เู รียนมีความสามารถในการใชภ้ าษาไทย และยกระดับ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น มีตวั อยา่ ง ดงั นี้ 2.1 กจิ กรรมพฒั นาทักษะการอ่าน 2.1.1 การฝึกการอ่านใหค้ ล่อง 1) ฝกึ อา่ นคาพน้ื ฐาน 2) ฝกึ อา่ นคายากจากบทเรยี น 3) ใชแ้ บบฝกึ ทักษะการอ่านทห่ี ลากหลาย 4) ฝึกทักษะโดยใช้กิจกรรมเพอื่ นชว่ ยเพ่ือน 2.1.2 จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ นสิ ยั รกั การอ่าน ดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้ 1) อ่านแลว้ บนั ทกึ ความรโู้ ดยการบนั ทึกแหล่งอา้ งองิ ของเรอื่ งที่อ่าน 2) อ่านแลว้ เลา่ เร่ืองให้เพ่อื นฟัง 3) กจิ กรรมวางทุกงานอ่านทกุ คนวันละ 15 นาที 4) ฝกึ อา่ นแล้ววาดรูปจากเรือ่ งทอี่ ่าน 5) ฝกึ อ่านแล้วตง้ั คาถามจากเร่ืองท่ีอ่าน 6) ฝึกอา่ นแล้วเขียนเรื่องใหม่จากเรื่องที่อ่านโดยการดัดแปลง สรา้ งสรรคเ์ น้อื หาใหม่ จากเรื่องท่อี า่ นโดยการดัดแปลง สร้างสรรค์เน้อื หาใหม่แตค่ งยดึ เคา้ โครงเรื่องเดิม คมู่ ือยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 11

7) ฝึกกจิ กรรมภาษาไทยวันละคา 8) ฝึกวนั ละหนงึ่ สานวนชว่ ยกนั อ่าน 2.1.3 ฝกึ ทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ อาจฝกึ ตามกจิ กรรมต่อไปน้ี 1) อ่านคาสานวน 2) ฝึกอา่ นแล้วแปลความหมายของคา 3) อา่ นแล้วต้งั คาถาม 4) อ่านวเิ คราะหบ์ ทเพลง 5) อ่านวิเคราะห์นิทาน 6) อ่านวเิ คราะหข์ า่ ว 7) อ่านวิเคราะห์บทกวี ร้อยกรอง 8) อา่ นวิเคราะห์บทความ 9) อา่ นวเิ คราะห์ภาพการต์ นู 10) อา่ นวเิ คราะหค์ าถาม 2.2 กจิ กรรมพัฒนาทักษะการเขยี น 2.2.1 เขยี น (จดั ทา) หนงั สือเล่มเลก็ หรือหนงั สอื ภาพ 2.2.2 เขียน (จัดทา) “หนังสือพิมพย์ กั ษ์” 2.2.3 กจิ กรรมเพอื่ นช่วยเพ่ือนเขียน 2.2.4 เขียนตามคาบอก 2.2.5 เขียนคาอ่าน 2.2.6 เขียนจากเรือ่ งที่กาหนดให้ 2.2.7 เขยี นบันทกึ จากการฟัง โดยการเขยี นใหค้ รอบคลมุ ประเด็นเร่ืองต่าง ๆ เชน่ อะไร จากใคร ที่ไหน เมอ่ื ไร เหตุการณเ์ ป็นอยา่ งไร มขี ้อคดิ ความเหน็ เปน็ อย่างไร 2.2.8 ฝึกทกั ษะการเขยี นจากแบบฝกึ ท่หี ลากหลาย 2.1.4 จัดกจิ กรรมซ่อมเสรมิ 1) ครคู วรจัดกจิ กรรมสอนให้แก่นกั เรยี นท่ยี ังมีปัญหาเป็นระยะดว้ ยสื่อ และวิธีการ ทหี่ ลากหลาย เชน่ เรยี นซ่อมกับครูเปน็ รายคน รายกลุ่ม เรียนซอ่ มด้วยตนเองจากสื่อท่ีได้รับ เรยี นซ่อมกบั เพ่ือน ๆ ส่ือ ICT ใช้แบบฝึกทักษะต่าง ๆ เป็นต้น 2) จดั กิจกรรมเสรมิ ใหแ้ ก่นักเรียนท่มี ีความสามารถในการเรียนภาษาไทยสูง เป็นพิเศษ ซึ่งครูต้องเตรยี มสอ่ื และวธิ กี ารให้เหมาะสมกบั ความสามารถของนักเรยี นเป็นรายคน 3) การแบง่ กลุ่มนักเรียนตามความสามารถเป็น นักเรียนกล่มุ สง่ เสริมพเิ ศษ กลมุ่ นกั เรยี น ปกติ (ปานกลาง) กลุม่ นักเรียนท่ีตอ้ งได้รบั ความชว่ ยเหลือจากครูเปน็ การเฉพาะ (กลุ่มอ่อน) และการวเิ คราะห์ ความสามารถในการเรียนภาษาไทยของนกั เรยี นเป็นรายคนแล้วครจู ัดกจิ กรรมพัฒนาทักษะทางภาษาไทยแก่ นกั เรยี นตามความสามารถ คมู่ ือยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 12

2.1.5 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ อาจใช้วธิ กี ารทีห่ ลากหลายเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความสามารถเต็มท่ี (บางคร้ังอาจไม่ จากดั เวลา สถานท่)ี ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปนี้ 1) ใช้แบบประเมนิ หลากหลายตามเน้ือหา 2) ใชว้ ิธีการประเมนิ ทีห่ ลากหลาย เช่น ครปู ระเมิน เพื่อนประเมนิ ให้ผ้ปู กครองประเมิน ชว่ ยเก็บข้อมูล หรอื นักเรยี นประเมนิ ตนเอง 3) ประเมนิ ความสามารถทางภาษาไทยโดยการใหต้ อบคาถามครเู ป็นกลุ่ม หรอื เปน็ รายคน กอ่ นแล้วจึงไปประเมนิ ด้วยแบบทดสอบชนิดต่าง ๆ 3. สอื่ การเรยี นรู้ และแหล่งการเรียนรู้ สอื่ การเรียนรู้ และแหลง่ การเรียนร้ทู ่ีครอู าจเลือกมาใชใ้ ห้เหมาะสมกับสภาพการณ์ เชน่ 3.1 ส่ือเทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การสื่อสาร (ICT) 3.2 แบบฝกึ ต่าง ๆ 3.3 เพลง 3.4 เกม 3.5 ภาพการต์ นู 3.6 สือ่ ของจริง สงิ่ แวดล้อมรอบตัวนักเรยี น 3.7 บญั ชคี าพื้นฐาน 3.8 บทเรียนสาเรจ็ รูป 4. ขอ้ เสนอแนะ 4.1 จัดใหค้ รสู อนตามความถนดั หรือตรงวชิ าภาษาไทย 4.2 ครูควรทาวิจัยในชัน้ เรยี น อาจเป็นวิจัยหน้าเดยี ว หรือวิจยั อย่างเปน็ ทางการ (5 บท) ตาม ความถนดั 4.3 ครฝู กึ ยา้ ซ้า ทวนทักษะด้านตา่ ง ๆ ของภาษาไทยอยา่ งต่อเนอ่ื ง และมีความเพียงพอท่ี นักเรียนจะเกิดทักษะซึง่ ต้องจัดกิจกรรมการฝึกใหน้ า่ สนใจนักเรียนไม่รู้สึกเบอื่ หน่าย กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ แนวทางการพฒั นานกั เรยี นใหม้ ผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวทิ ยาศาสตรส์ งู ขน้ึ ดงั ตอ่ ไปน้ี 1. แรงบันดาลใจ 1.1 ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียนในกลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ตา่ มาก จงึ เป็น ภารกิจสาคญั ท่คี รผู ู้สอนจาเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรขู้ องตนเพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนให้สูงข้ึน 1.2 เมื่อพจิ ารณาใน “ภาพยอ่ ย” พบวา่ ทักษะในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ซ่ึงเป็นทักษะ สาคญั ทางด้านวิทยาศาสตร์ นักเรยี นมคี วามอ่อนดอ้ ย กลา่ วได้วา่ เดก็ ไทยขาดทกั ษะการคิด คูม่ ือยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 13

อย่างเป็นนักวิทยาศาสตร์มีจิตวิทยาศาสตรต์ า่ หากไม่ได้รบั การพฒั นาทกั ษะดา้ นนี้ใหเ้ ขม้ แข็งจะเป็นอปุ สรรค ในการดารงชีวิตในอนาคต จงึ มคี วามจาเป็นเรง่ ด่วนท่ีจะต้องปรับปรุงแก้ไข 1.3 ธรรมชาติของวิชาวิทยาศาสตร์ ชวนให้นกั เรียนไดล้ งมือทดลอง ค้นควา้ ซึง่ สอดคล้องกับวัย ของนักเรยี นประถมศึกษาทช่ี อบเล่น จึงควรทาให้การเลน่ เป็นการเรยี นลงมือปฏิบตั เิ พ่ือค้นหาความรูไ้ ดด้ ว้ ย ตนเอง 1.4 สภาพแวดล้อมของชมุ ชน ประเทศ และโลกกาลังเส่อื มทรุดลงเรือ่ ย ๆ จึงควรสร้างนักเรียน ใหม้ คี วามรู้ ความสามารถ และจิตวทิ ยาศาสตร์ ช่วยกันรกั ษโ์ ลก รกั สง่ิ แวดลอ้ ม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1.5 ผู้ปกครอง ชมุ ชน สงั คม มีความคาดหวังต่อการสร้างทรพั ยากรบุคคลท่ีมคี ุณภาพ หาก ผลผลิตของการศึกษาได้บุคลากรทีม่ ีคุณภาพสูง กย็ อ่ มพัฒนาประเทศใหม้ คี วามสามารถในด้านต่าง ๆได้สูง ซ่งึ กระบวนการสร้างทรพั ยากรบุคคลท่สี าคัญอย่างหน่ึง คอื การจดั การเรยี นร้ใู ห้นกั เรยี นมคี วามสามารถทาง วิทยาศาสตร์ 2. แนวทางในการจดั การเรยี นรู้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ และแนวทางในการยกระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนวทิ ยาศาสตร์ 2.1 จดั การเรยี นการสอนโดยใชโ้ ครงงาน การสอนโดยใชโ้ ครงงานเป็นวิธีการทีส่ าคัญมากที่ครผู ้สู อนต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างแจ่ม ชดั สร้างนิสัยอยากรู้อยากเหน็ ใหแ้ ก่นักเรียน ฝกึ ให้นกั เรยี นรู้จักสบื ค้นข้อมูลจากแหลง่ ต่าง ๆ ฝกึ ฝนทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สง่ เสริมพฤติกรรม กล้าพดู กลา้ แสดงออกไม่แสดงพฤติกรรมครทู ี่ ปิดกน้ั การแสดงออกของนกั เรียนใหค้ รฟู งั พึงระวังกับพฤติกรรมท่ี “ส่งเสริมกับ สกัดกัน้ ” ความอยากรูอ้ ยากเห็นของนักเรยี น 2.2 จดั กิจกรรมการเรียนรู้ ดว้ ยการลงมือปฏิบัติจริง ฝกึ ทดลองวทิ ยาศาสตรเ์ สมอ ฝึกให้สารวจ ศึกษาจากแหลง่ เรยี นรตู้ ่าง ๆ ดงั สานวนทว่ี า่ “เรียนรู้จากโลกกวา้ ง ให้สงิ่ รอบขา้ งเปน็ ครู” การเรียนรจู้ ากนอกห้องการเรียนรโู้ ดยการศกึ ษานอกสถานทีก่ ็เปน็ กจิ กรรมที่สาคัญ 2.3 สร้างสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี หรอื สรรหาสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศ มาใชใ้ นการจัดการ เรยี นการสอน ให้ผสมผสานกับสื่อการเรยี นรู้ รอบตัวของนักเรียนและครู ซึ่งปจั จุบันนี้ โรงเรียนมีความพร้อม คอ่ นข้างสงู ในการจัดหาเลือกใชส้ ื่อเทคโนโลยตี า่ ง ๆ ครจู ึงต้องร้จู ักปรบั ปรุง ดัดแปลง ประยุกต์ใช้ เช่น การ คน้ หาจากสื่อ “online” หรือจดั ทาเป็นสอื่ “offline” เป็นตน้ 2.4 การใช้เทคนิคการสอนทเ่ี หมาะสมกับการเรยี นวทิ ยาศาสตร์ เชน่ (5E, s) ซึ่งเป็นกระบวนการ ที่นกั เรียนจะต้องสบื ค้น เสาะหา สารวจ ตรวจสอบ และค้นควา้ ดว้ ยวิธกี ารตา่ ง ๆ จนเกดิ ความเข้าใจ เกดิ การ รบั รูค้ วามรู้อย่างมคี วามหมาย จึงสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ดังรายละเอยี ด คอื 1) การสรา้ งความสนใจ (Engagement) 2) การสารวจและค้นหา (Exploration) 3) การอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 4) การขยายความรู้ (Elaboration) และ 5) การประเมนิ ผล (Evaluation) คู่มือยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 14

2.4.2 เทคนคิ การสอนแบบ “KWL” เทคนคิ การเรียนรู้ KWL เปน็ การสรา้ งความรว่ มมือในการเรียนรู้อกี วธิ หี น่งึ ก่อให้เกิด การเรยี นรทู้ ี่คงทนมี 3 ขัน้ ตอน คือ 1) ขั้นรู้ (Know) เป็นการต้งั ประเด็นให้นักเรยี นทราบแลว้ คดิ เขยี นสาระ ต่าง ๆ ท่ีตนรอู้ ยู่แล้ว 2) ขั้นต้องการเรยี น (What) เป็นการใหน้ ักเรยี นบนั ทึกความต้องการส่ิงท่ีต้องการเรยี นรู้ เพม่ิ ขึ้น และ 3) ข้นั เรียนรแู้ ล้ว (Learned) เปน็ ข้นั ตอนวิเคราะห์ความสมั พนั ธข์ องสิ่งท่ีตนเองรมู้ าแล้ว ส่ิงท่ี อยากรู้ และส่ิงท่ีได้รเู้ พ่ิมขน้ึ 2.5 การจัดค่ายการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ซง่ึ อาจจัดเป็นคา่ ยกลางวัน หรอื พกั คา้ งแรม ตาม ความเหมาะสมของบริบททเ่ี ก่ียวขอ้ ง 2.6 จาแนกนักเรยี นเป็นกลุ่มเก่ง ปานกลาง และอ่อน เพื่อจดั กิจกรรมให้เหมาะสมกบั ความสามารถของนักเรยี นเป็นรายกลมุ่ และเป้าหมายสดุ ท้าย คอื การพัฒนานกั เรียนไปตามศักยภาพ เปน็ รายบุคคล 2.7 ฝกึ ซ้า ๆ และทดสอบความสามารถของนักเรยี นบ่อย ๆ 2.8 สอนเสริมนอกเวลาเรยี น หรือเพมิ่ เวลาพิเศษนอกเหนือจากโครงสร้างเวลาเรียนปกติ ของโรงเรียน 2.9 ครูจดั การเรยี นรู้ ดว้ ยกระบวนการวจิ ัย และสรา้ งใหน้ กั เรยี นมพี ฤติกรรมการวิจัย กลา่ วคือ 1) สรา้ งใหน้ กั เรยี นเป็นคนชา่ งสงสัย อยากรอู้ ยากเหน็ อยากหาคาตอบ 2) รู้จักวางแผนหาคาตอบจาก ส่ิงทีต่ นเองอยากรู้ 3) ลงมือดาเนนิ การคน้ หาคาตอบ หรือค้นหาความรู้เอง โดยครูคอยให้ความชว่ ยเหลอื และ 4) สรุปผลการค้นหาคาตอบแลว้ นาเสนออยา่ งเปน็ ระบบ 3. สอื่ การเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ โรงเรียนอาจเลอื กใชส้ ่อื ตามความพร้อมได้อยา่ งหลากหลาย เชน่ 3.1 ใบกิจกรรม ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึกทักษะ และข้อสอบ 3.2 ชดุ การทดลองวทิ ยาศาสตรข์ องจริง ของจาลอง 3.3 ภาพและข้อมลู จากการค้นคว้าทางอนิ เตอรเ์ นต็ 3.4 ตัวอยา่ งโครงงานวทิ ยาศาสตร์ 3.5 หนังสืออา่ นเพิม่ เติม หนังสือสานักพมิ พต์ า่ ง ๆ 3.6 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) Internet C.D. 3.7 บทเรียนสาเรจ็ รปู 3.8โทรทัศน์ทางไกลผา่ นดาวเทยี ม 3.9 เกม ของเล่ม 3.10 แหล่งเรียนรใู้ นโรงเรยี น สวนหยอ่ ม สระนา้ สวนวิทยาศาสตร์ แหล่งเรยี นร้ชู ุมชน พชื ผัก สตั ว์ ผลไม้ และสมุนไพร คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 15

3.11หนงั สอื อา่ นประกอบ 4. ข้อเสนอแนะ 4.1 ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติ 4.1.1 การจัดการเรียนการสอนวทิ ยาศาสตร์ ต้องให้นกั เรยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากของจริง ได้ลงมอื ปฏิบตั ิ หาคาตอบอยา่ งสมเหตสุ มผลไมจ่ ากดั ความคิดของนกั เรยี น 4.1.2 การจดั กจิ กรรมควรให้มีความต่อเนือ่ ง ฝึกยา้ ซา้ ทวนอยเู่ สมอ 4.1.3 ตอ่ ยอดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยกระตุ้นสง่ เสริมใหน้ ักเรยี นใช้เวลาวา่ งในการค้นคว้า อย่างหลากหลาย ตามความสนใจ 4.1.4 ฝกึ ใหน้ ักเรยี นทาแบบฝึกหัด หรอื แบบทดสอบที่หลากหลาย 4.1.5 ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ควรมีพฤติกรรมการสอนให้นักเรียนมที ักษะในการ วเิ คราะห์ด้วย เพื่อชว่ ยพฒั นาผู้เรียนอยา่ งบูรณาการ และก่อให้เกิดการเรยี นรู้อยา่ งยัง่ ยนื 4.2 ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบาย 4.2.1 ลดภาระงานอืน่ ทไ่ี ม่ใชง่ านสอนลง หรอื หาผู้ปฏบิ ัติแทนครูเพอ่ื ให้ครูได้สอนเตม็ ท่ี เตม็ เวลา 4.2.2 พัฒนาทกั ษะความสามารถของครู ในการสอนอยา่ งต่อเน่อื ง และสง่ เสรมิ ให้ครมู ี เครอื ข่ายแลกเปล่ียนประสบการณก์ ารสอนซึ่งกนั และกัน 4.2.3 ผบู้ รหิ ารโรงเรียนจดั กจิ กรรมนิเทศภายในอย่างต่อเนอื่ งและมีประสทิ ธิภาพ ประสาน กบั ผ้นู ิเทศจากภายนอก เชน่ ศกึ ษานิเทศก์ ดาเนินการให้สอดคล้องกนั เพอื่ รว่ มกนั ปรับปรงุ การเรยี นการสอน 4.2.4 จัดงบประมาณเพื่อจัดหาสอ่ื การเรียนการสอนอย่างต่อเนือ่ ง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ แนวทางในการจัดการเรยี นรู้ เพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ดงั นี้ 1. แรงบนั ดาลใจ แรงบันดาลใจของครูที่จะพฒั นาคุณภาพของผเู้ รียนเกิดจากสิง่ ต่าง ๆ เหลา่ นี้ 1.1 ความตระหนักในวชิ าชพี ครู ท่ตี ้องการให้ศษิ ย์ไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ สามารถนาความรู้ ทางคณิตศาสตร์ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้ 1.2 การพฒั นานักเรยี นใหม้ ีคุณภาพ สง่ ผลรวมต่อคุณภาพของโรงเรยี นกเ็ ป็นการเตรยี มความ พรอ้ มสาหรับการรองรบั การประเมินด้านตา่ ง ๆ โดยเฉพาะการประเมนิ ภายนอกรอบท่ี 3 2. แนวการจดั การเรยี นรู้ แนวการจดั การเรียนรู้ที่เปน็ การพฒั นาผูเ้ รยี นตามมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 และแนวทางยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นที่โรงเรียนอาจนาไปประยุกตใ์ ช้ คู่มือยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 16

มีดังน้ี 2.1 กอ่ นจดั กิจกรรมการเรียนรู้ 2.1.1 ครูควรเตรียมการสอนให้พร้อมอย่างดีทงั้ การเตรียมตัวครู เตรยี มนกั เรยี น (ท่ีจะทากิจกรรมตา่ ง ๆ ) เตรียมสอ่ื และทดลองใชส้ อ่ื การเรียนรู้ และแหลง่ การเรียนร้จู นมน่ั ใจว่า จะสามารถพัฒนาผู้เรยี นให้บรรลุตามตวั ช้ีวดั ต่าง ๆ ตามทหี่ ลกั สตู รกาหนดได้ 2.1.2 วิเคราะหผ์ ้เู รยี นเป็นรายบุคคลท้ังดา้ นความสามารถในการเรียนรู้ การมาเรียน พฤติกรรมต่าง ๆ รวมท้ังบรบิ ททางครอบครวั และสังคมของนักเรยี น 2.1.3 จัดกลมุ่ นักเรียนเปน็ กลุม่ เกง่ กลมุ่ ปานกลาง และกล่มุ ออ่ น เพื่อจะได้ออกแบบ กจิ กรรมเรียนรูใ้ ห้สอดคล้องกับความสามารถของนกั เรยี นเปน็ รายกลุม่ ซง่ึ หากสามารถวิเคราะหค์ วามสามารถ ใหร้ ้จู ักนักเรยี นเปน็ รายคน ก็ย่งิ ให้งา่ ยตอ่ การพัฒนานกั เรียน 2.2 ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ 2.2.1 ให้นกั เรียนฝึกสมาธิทุกครง้ั ก่อนเรยี นเพ่ือทาจติ ใหส้ งบ ซง่ึ จะก่อให้เกิด การเรียนรูไ้ ดเ้ รว็ และงา่ ยขนึ้ 2.2.2 ใชก้ จิ กรรมการเรียนรู้ท่ีหลากหลาย ตามเนื้อหาสาระแตล่ ะหน่วยการเรยี นรู้ และ แผนการเรียนรู้ กิจกรรมทีส่ าคญั เช่น การเรียนรโู้ ดยการปฏบิ ัติ การเรยี นจากสถานการณ์จริง เช่น การแลกเปลีย่ นเงนิ ตราต่างประเทศ การฝกึ ซ้ือขายในตลาด ชุมชน การเรียนรจู้ ากสภาพจริงในชุมชนท้องถน่ิ ท้ังนี้ ควรศึกษาคู่มอื การสอนคณติ ศาสตร์ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยใี ห้เข้าใจอย่างละเอยี ด 2.2.4 ใหน้ ักเรียนทาแบบฝึกหัดบอ่ ย ๆ ซา้ ๆ อย่างตอ่ เนอื่ งเพอ่ื ให้เกิดทักษะ แต่อย่างไรก็ตามควรหากจิ กรรมเสรมิ ระหวา่ งการฝกึ ทักษะซา้ ๆ เพอื่ ไม่ให้นกั เรยี นรู้สกึ เบือ่ ต่อ การเรียนรู้ 2.2.5 ครตู รวจแบบฝกึ หัดของนักเรยี นทันที หรือให้เร็วทสี่ ดุ ช้แี จง แกไ้ ขสิง่ ที่ผิดพลาดจน นกั เรียนเขา้ ใจ เพอ่ื ใหเ้ กิดการเรียนรูท้ ค่ี งทนเพมิ่ ขน้ึ 2.2.6 สรปุ ความรู้จากบทเรียน จดั ทาเป็นหนงั สอื เล่มเล็ก 2.2.7 ฝึกการเรยี นรดู้ ว้ ยโครงงานคณิตศาสตร์ ซง่ึ จะเพิ่มทักษะทางด้านคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น 2.2.8 จดั คา่ ยการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ซง่ึ อาจจัดเป็นกจิ กรรมในโรงเรียน หรอื จดั กิจกรรม รว่ มกันระหวา่ งโรงเรยี น หรือภายในเครือข่ายสถานศึกษา 2.3 หลงั จากจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 2.3.1 ทดสอบหรือประเมนิ ผลการเรียนทกุ ครั้งหลงั สอนหรอื เมื่อจบบทเรียนแลว้ ประเมินผล รวมยอดเมื่อจบหน่วยการเรยี นรู้ คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 17

2.3.2 ฝึกย้าพฤติกรรมการเรียนรู้ และคุณลักษณะทด่ี ีท่ีจะส่งผลให้การเรยี นคณิตศาสตร์ ประสบความสาเรจ็ มากข้นึ เช่น การตรงตอ่ เวลา ความรับผดิ ชอบในการทางาน ความมีระเบียบวนิ ยั ความสะอาดในการทางาน เป็นต้น 3. สอ่ื การเรียนรู้และแหล่งการเรียนรู้ ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้ ที่ควรนาไปประยุกตใ์ ชต้ ามบรบิ ท 3.1โปรแกรม GSP 3.2 การสบื ค้นจาก Internet 3.3 เพลง เชน่ เพลงสตู รคณู หรือเพลงอ่นื ๆ ทสี่ อดคล้องกับเนอ้ื หา 3.4 การใช้ของจริงเป็นสอื่ การเรยี นรู้ 3.5 แบบฝกึ หัด 3.6 เกม 3.7 การจดั สถานการณจ์ าลอง เพื่อฝึกทักษะ 4. ขอ้ เสนอแนะ 4.1 ขอ้ เสนอแนะในการดาเนินการ 4.1.1 ควรจดั กิจกรรมฝกึ ยา้ ซา้ ทวน บ่อย ๆ เพอ่ื ให้เกดิ ความชานาญ 4.1.2 ครผู ู้สอนต้องมคี วามอดทน อดกลั้น รอคอยคาตอบจากนักเรยี น ครูไม่ควรด่วน สรุป หรือเฉลยคาตอบเร็วเกนิ ไป 4.1.3 การที่ควรมีความเปน็ กนั เองกบั นกั เรยี นจะทาให้นักเรียนรู้สึกอบอนุ่ และมี บรรยากาศในการเรียนรทู้ ี่ไม่ตึงเครยี ด 4.1.4 ครูควรจัดการเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการวจิ ัย จัดทาวิจัยในชน้ั เรียนทกุ ปี โดยไม่เป็นที่ รูปแบบการวิจัยแตม่ จี ดุ เน้นที่ใชน้ วตั กรรมในการแก้ปัญหานกั เรียน 4.1.5 ควรประสานงานให้ผูป้ กครองนกั เรียนใหม้ ีสว่ นร่วมทสี่ าคญั ในการจดั การเรียนรู้ เชน่ จัดการให้นกั เรียนมาเรียนทุกวนั สอบถาม หรือให้คาปรึกษาในการทาการบ้าน 4.1.6 จดั ทาแผนพัฒนา แกป้ ัญหานักเรียนเปน็ รายคนอยา่ งต่อเนื่องตลอดปี 4.2 ข้อเสนอในเชิงนโยบาย 4.2.1 ควรปรบั เพม่ิ เวลาเรียนในโครงสรา้ งของหลักสูตรที่มีอยู่ 4.2.2 หนว่ ยงานบังคับบญั ชาควรจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการสอนใหแ้ กค่ รูอยา่ งสม่าเสมอ เช่น การใช้โปรแกรม GSP 4.2.3 ควรจดั เวลาใหค้ รูได้สอนนกั เรยี นอยา่ งเต็มที่ โดยการลดภาระอืน่ ที่ไมใ่ ช้ การจัดการเรยี นการสอนลง หรือหาคนมาปฏบิ ตั ิงานอน่ื ๆ (ทไ่ี ม่ใช่งานสอน) แทนครู คู่มือยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 18

กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1. แรงบันดาลใจ แรงบนั ดาลใจท่จี ะต้องพฒั นานักเรยี นให้มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ังคม ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สงู ขนึ้ มดี งั นี้ 1.1 เน่อื งจากผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนกลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมอยู่ ในระดับต่าในอนาคตเยาวชนทีเ่ ป็นกาลงั ของชาติถ้าขาดความเขม้ แขง็ ประเทศกจ็ ะอ่อนแอในท่ีสุด ในฐานะที่ ครสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั ในการพฒั นานักเรยี นในความรบั ผิดชอบ จึงเหน็ ความจาเปน็ ตอ้ งพฒั นาตนเอง และพัฒนาผเู้ รยี นให้มคี ุณภาพสูงขึ้น 1.2 ความหวังของครูผูส้ อนที่ตอ้ งการใหน้ ักเรยี นเปน็ คนดีของสงั คม มีพฤติกรรม การดาเนินชวี ิต ทีเ่ ป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ มนึกถึงภาพใหญ่ของมวลมนุษยชาติ หากความดงี าม จริยธรรม คุณธรรมของมนษุ ย์ ลดหย่อนย่อมก่อให้เกิดความเสยี หายในทุก ๆ ดา้ น ดังน้นั ครูสอนสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมควรเป็น ฟนั เฟืองหลักในการขบั เคล่ือน สรา้ งคนดี คนเกง่ ให้กับสังคม 2. แนวทางการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ และการยกระดบั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียน อาจดาเนินการด้วย วิธกี ารทหี่ ลากหลายใหเ้ หมาะสมกบั สภาพของนักเรียน และโรงเรยี น ดงั ต่อไปน้ี 2.1 ครูควรปรบั ปรุงวธิ ีการจัดการเรยี นรูใ้ นกลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมโดยใช้ วธิ กี ารจัดการเรียนรูท้ เี่ หมาะสมกบั ธรรมชาติวชิ า ดังน้ี 2.1.1 จดั การเรียนแบบสร้างความรู้ โดยมีขั้นตอนสาคัญ ดงั นี้ 1) ข้ันนา ครูช้ใี ห้ข้อมลู ร้ถู ึงเป้าหมายของการเรียนรูเ้ พื่อสรา้ งความเข้าใจและแรงจูงใจ ในบทเรียน 2) การทบทวนความรู้เดมิ เพ่ือจะเช่ือมโยงกับความรู้ใหม่ (ซ่ึงมีความสาคัญ พอ ๆ กับการเรียนรู้ในทกุ วิชา) 3) การเปลีย่ นแนวคิดใหม่ (เป็นเรื่องยากมากแตไ่ มเ่ กินความพยายาม) และแลกเปลี่ยน เรยี นรู้กับการประเมินความคิดใหม่ 4) ขัน้ นาความคิดไปใช้ เพื่อใหเ้ กิดความรู้มีพฒั นาขึ้นอีก เพราะความรู้หรือการเรยี นรู้ ใหม่จะเกิดข้นึ จากการลงมือทา 5) ข้ันทบทวน โดยการเปรียบเทียบความคิดเดิมกับความคิดใหม่ แล้วหาทางพัฒนาให้ มคี ุณภาพในการนาไปปฏิบัติตอ่ ไป 2.1.2 จัดการเรียนรจู้ ากประสบการณ์จริง ซ่งึ มขี ้นั ตอนสาคัญ ดังน้ี 1) ข้ันจดั ประสบการณ์ เปน็ การฝกึ ให้ผเู้ รยี นไดล้ งมือปฏบิ ัติจากประสบการณ์จริงในสภาวะ ความเปน็ จริงของแต่ละสถานการณ์ คมู่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 19

2) ขั้นนาเสนอแลกเปล่ียนประสบการณ์ เปน็ การนาประสบการณ์ หรือบทเรียนจรงิ ของ ผู้เรยี นมาแลกเปลยี่ นกัน (ซ่งึ ครตู อ้ งมีความเชอ่ื วา่ ประสบการณ์ และความคดิ เห็นของนักเรยี นทกุ คน มีแต่ “คาตอบถูก”) ท้งั ทก่ี ารนาเสนอข้อมลู อาจนาเสนอเป็น แผนภูมิภาพ หรอื ปากเปลา่ ก็ได้ 3) ขั้นอภปิ รายผล เปน็ ขั้นการอภิปราย ซักถามร่วมกนั ระหวา่ งนักเรยี นกบั นักเรียน หรอื นกั เรยี นกบั ครู 4) ขั้นการสรปุ “พาดพิง” หรอื อา้ งองิ ถงึ การสรุปอภปิ ราย หาแนวทางไปสู่การปฏิบตั ิ 5) ขนั้ ประยุกตใ์ ช้ เปน็ การนาข้อสรุป นาไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หา หรอื เลือกว่าการกระทา หรอื ไม่กระทาเรอ่ื งใด ๆ ในชีวิตประจาวนั 2.1.3 การจัดการเรียนร้โู ดยใชแ้ หล่งการเรียนรู้ ซง่ึ กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และ วฒั นธรรมมีธรรมชาติวิชาท่เี หมาะมากกับการเรยี นรู้ จากโลกกว้างนอกเหนือจากการเรยี นในหอ้ งเรยี น ท้ังนี้มี แนวทางท่ีควรนาไปจดั กจิ กรรม ดงั น้ี 1) ขั้นวางแผนสารวจ เป็นการเตรยี มการสารวจแหลง่ เรยี นรู้ที่มีหลากหลายทัง้ ในและนอก โรงเรียน 2) ขั้นเรียนรู้ เป็นการลงมือปฏบิ ัตกิ ารศกึ ษาแหล่งเรยี นรู้ ตามขัน้ ตอนให้ผู้เรียนปฏบิ ัติงาน ร่วมกัน 3) ขั้นประเมนิ ผล เมื่อนาเสนอผลการปฏิบตั กิ ารจากแหล่งเรียนรู้ ก็มาตรวจสอบผลการ เรยี นรู้ หรือขอ้ ค้นพบ ซ่ึงอาจใช้ผ้ปู ระเมนิ ท่ีหลากหลาย เช่น ครู นกั เรยี น ผู้ปกครอง เป็นต้น 4) ขน้ั นาไปใช้ ผเู้ รยี นนาความรไู้ ปใช้ในชีวติ ประจาวนั 5) ขน้ั เผยแพร่ผลงาน การนาประสบการณ์ ข้อคน้ พบไปเผยแพร่ หรอื แลกเปล่ยี นเรียนรู้ซึ่ง กันและกัน ก็ยงั กอ่ ให้เกิดความรเู้ พ่ิมเติมได้อีก 2.2 การนาเทคนิคในการจดั การเรยี นรู้ทีป่ ระสบความสาเรจ็ ไปใชพ้ ฒั นาผเู้ รียน ตัวอย่างจากประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ของครสู อนสงั คมศึกษา ศาสนา และ วฒั นธรรม ทปี่ ระสบความสาเรจ็ เชน่ 2.2.1 ธนาคารความดี หรือแบบบนั ทึกความดี เป็นการใหน้ กั เรียนบนั ทึก สะสมความดที ี่ ปฏิบตั เิ พื่อตนเอง หรือเพื่อสังคม 2.2.2 การเรียนรูด้ ้วยส่ือเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อการส่ือสาร (ICT) ซ่งึ ปจั จบุ ันนมี้ ชี อ่ งทาง หรือส่อื หลากหลายมากใหน้ ักเรียนได้เรียนรู้ 2.2.3 ครูเรียนรู้เรอ่ื งต่าง ๆ พรอ้ ม ๆ กับนักเรยี นโดยใชศ้ ิลปะในการจูงใจใหน้ ักเรียนร่วม เรียนรู้ ใช้คาถามกระตุ้นนักเรียนภายใตค้ วามเชื่อที่ว่า นักเรียนบางคนอาจมเี ทคนิควิธีหรอื องค์ความรู้ในบาง เร่ืองมากกว่าครูกไ็ ด้ 2.2.4 การบูรณาการ การจดั การเรยี นรู้ ทงั้ บูรณาการวธิ ีการสอนเพื่อหาวิธกี ารประเมนิ ผล การเรียนร้โู ดยมิติดยึดกับการสอนเปน็ คาบเรยี นทีก่ าหนดตายตัว อีกทง้ั การจดั ทาโครงการก็อาจบูรณาการได้ คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 20

อย่างกวา้ งขวาง เชน่ การแข่งขนั กีฬาสีภายในโรงเรียน โดยยดึ คุณธรรมด้านความซ่ือสตั ย์ ความสามัคคี ความ อดทน การไม่ทาลายสภาพแวดลอ้ ม ไม่ท้ิงขยะเกล่อื นกลาดในขณะฝกึ ซ้อมหรือการแขง่ ขันใช้อปุ กรณ์ ส่ือ นา้ ต่าง ๆ ที่เปน็ มิตรกับส่ิงแวดล้อม เปน็ ตน้ 3. ส่ือการเรยี นรู้ และแหล่งเรยี นรู้ 3.1ส่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการสอื่ สาร (ICT) และส่ือมัลติมเี ดียตา่ ง ๆ 3.2 สือ่ สง่ิ พมิ พ์ หรือโฆษณาต่าง ๆ ในชวี ิตประจาวันของนักเรยี น 3.3 เกม 3.4 แบบบันทกึ ความดี 3.5 หนงั สืออา่ นประกอบ 3.6 สอื่ สง่ิ แวดล้อมรอบขา้ งนักเรยี นทงั้ ในโรงเรียน ในชมุ ชน (ใกลต้ วั และในตวั นกั เรยี น) 3.7 ปราชญช์ าวบา้ น หรือภูมิปญั ญาท้องถ่ิน 4. ขอ้ เสนอแนะ 4.1 ครูสอนสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตอ้ งเป็นคนที่ใฝร่ ู้ ศึกษาค้นคว้าอยู่เสมอ เป็นคน ทนั ตอ่ เหตุการณ์รอบดา้ น 4.2 ควรจดั สาระการเรียนรู้เพ่ิมเตมิ เร่ือง โลก ศึกษาเพ่ือให้ก้าวทนั กับความเปล่ียนแปลงของ สังคมโลก กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 1. แรงบนั ดาลใจ จากประสบการณ์การสอนภาษาองั กฤษของครู พบว่า นักเรยี นไมส่ ามารถใชภ้ าษาอังกฤษเพ่ือ การสื่อสารได้เปน็ สว่ นใหญ่ผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นภาษาอังกฤษจากการประเมินในระดบั ชาตติ า่ นกั เรยี นรสู้ กึ วา่ วชิ าภาษาองั กฤษเป็นวชิ าที่ยาก มเี จตคติท่ีไม่ดตี ่อการเรยี น ทักษะการอา่ น การเขียน การฟัง การพดู ภาษาอังกฤษของนักเรยี นสว่ นใหญ่ยังอยใู่ นระดับต่า ในอนาคตเร็ว ๆ นั้น นักเรียนต้องเข้าสูป่ ระชาคมอาเซยี น และสังคมโลกที่กา้ วหนา้ ขึน้ ทุกวัน ครูผสู้ อนจาเปน็ ต้องปรับปรุงวธิ ีการจดั การเรียนรู้ เพ่ือพฒั นานักเรียนใน ความรับผิดชอบเป็นการเร่งด่วน 2. แนวทางการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ เพื่อพฒั นาทักษะในการใช้ภาษาองั กฤษและยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ภาษาองั กฤษ อาจทาได้ ดงั นี้ 2.1 การสอนซอ่ มเสรมิ โดยการสอนเสริมให้กับนักเรียนท่ีเรยี นชา้ และเรียนอ่อนและสอนเสริมให้กับนกั เรยี นกล่มุ เก่ง กลมุ่ ปานกลาง หรือนักเรียนทีม่ ีความต้องการเสริมทักษะพิเศษทางดา้ นภาษาอังกฤษ คู่มือยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 21

2.2 จัดค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) โดยอาจจดั เปน็ รายโรงเรยี นหรือรวมกนั เป็น เครอื ข่ายสถานศึกษา ทั้งน้ี ควรมีวทิ ยากรในการจดั คา่ ยการเรยี นร้ทู ีป่ ระกอบดว้ ยเจ้าของภาษาร่วมกับคณะครู ทจ่ี ัดค่ายการเรียนรู้ 2.3 จดั สอนเสริมพิเศษ (ตวิ เข้ม) เกีย่ วกบั ทกั ษะภาษาอังกฤษและฝึกทาข้อสอบในระดับชาติ ข้อสอบ “O-net” ทัง้ นอ้ี าจจัดเปน็ เครอื ขา่ ยสถานศึกษา 2.4 จัดกิจกรรมภาษาอังกฤษยามเชา้ (Morning English) โรงเรียนอาจจัดกจิ กรรมยามเช้าหนา้ เสาธง หรอื เสยี งตามสายรายการวิทยุ หรอื รายการ โทรทศั นข์ องโรงเรยี นใหต้ วั แทนนักเรียนนาเสนอคาศัพท์ภาษาอังกฤษแล้วแปลความหมายเปน็ คา ประโยค ทุก ๆ วนั 2.5 เรียนรู้จากสือ่ Internet โดยอาจใหฝ้ กึ ทาข้อสอบ Online หรอื ทาแบบฝกึ ทักษะ ทาง Internet 2.6 จดั กจิ กรรมพฒั นาเทคนิคการอ่านโดยใช้ “Sign Word” ซ่ึงกจิ กรรมการใช้ Sign Word table เปน็ การนาคาศัพท์ท่ีเป็นปัญหาในการอา่ นออกเสยี งมาทาเป็นตารางคา ครูอ่านออกเสยี งใหน้ ักเรยี นช้ี ตาม แล้วฝึกทดสอบว่าคาใดที่ครูอา่ นแล้วใหน้ ักเรียนค้นหาคาจากในตาราง และให้นักเรียนฝกึ กันเอง อาจ จบั คู่ จับกลมุ่ ฝกึ ออกเสียง และค้นหาคาในตารางสลับกัน 2.7 ครูพฒั นาการเรียนการสอนดว้ ยกระบวนการวิจัยในช้นั เรียนเพือ่ แก้ปัญหา หรือพัฒนาทักษะ ในการใชภ้ าษาองั กฤษของนักเรียนในความรบั ผิดชอบของครูเป็นรายคน 2.8 พฒั นาทกั ษะการสอนให้แก่ครู ซึง่ อาจทาโดยจดั อบรมเทคนิคการจดั การเรยี นรู้ภาษาองั กฤษ โดยการลงมือปฏิบตั ิ หรอื การนาครูไปทัศนศึกษา ตวั อย่างการสอนภาษาองั กฤษทปี่ ระสบความสาเรจ็ 2.9 พฒั นาทกั ษะในการเรียนรู้ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสารเพ่ือรองรบั นโยบายเปดิ ประตูสู่ อาเซยี น ซง่ึ อาจจัดทาเป็นสาระการเรยี นรูเ้ พิม่ เติม ในรายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4-6 เกี่ยวกบั สาระทฤษฎคี วามรู้ ความเรยี งขน้ั สูง โลกศึกษา และโครงงานสรา้ งสรรคป์ ระโยชน์ นอกจากนี้ ควรจดั กจิ กรรมแลกเปลยี่ นวฒั นธรรมของครูในกลุม่ อาเซยี น เพ่ือเพ่มิ ทักษะในการจัดการเรียนดา้ น ภาษาองั กฤษ 3. สื่อการเรียนรูแ้ ละแหล่งการเรียนรู้ การจดั กิจกรรมการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ อาจใช้สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้ท่ีหลากหลายไดด้ ังตอ่ ไปนี้ 3.1 แบบฝึกชุดฝกึ ทักษะในการอ่าน ฟัง พดู และเขยี น 3.2 สือ่ มัลติมเิ ดีย สือ่ คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอน (CAI) สื่อ ICT/DLIT 3.3 ของจริง 3.4 บทเรียนสาเรจ็ รูป คู่มอื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 22

3.5 บตั รคา บตั รภาพ 3.6 บญั ชคี าศพั ท์ คลงั คาศพั ท์ 3.7 หนังสือเสรมิ ทักษะ 3.8 ตวั อย่างข้อสอบสาหรับการฝึกทักษะด้านตา่ ง ๆ 4. ข้อเสนอแนะ 4.1 ขอ้ เสนอแนะในการปฏบิ ัติ 4.1.1 พฒั นาแหล่งเรียนรทู้ างด้านภาษาองั กฤษทง้ั ในและนอกโรงเรยี นเพ่ือใหน้ ักเรยี น ได้มีโอกาสฝกึ ทักษะอยา่ งท่ัวถึง บอ่ ย ๆ สม่าเสมอ 4.1.2 จดั กจิ กรรมการแลกเปลี่ยนวฒั นธรรมกบั ชาตติ ่าง ๆ รวมท้ังกิจกรรมเพื่อรองรบั การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 4.1.3 จดั ประชมุ วเิ คราะห์ แนวข้อสอบ O-NET เพือ่ ฝึกทักษะให้แก่นกั เรยี นอย่าง หลากหลายสอดคล้องกบั ประเดน็ ท่ีต้องการวดั และประเมิน 4.1.4 โรงเรียนจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ใหน้ กั เรียนได้มโี อกาสเรยี นรู้กบั เจา้ ของภาษาอังกฤษ โดยตรงเปน็ ระยะ ๆ 4.1.5 เพิม่ เวลาเรยี นภาษาอังกฤษใหม้ ากขน้ึ โดยอาจจัดเวลาเรยี นเพมิ่ เติมนอกเหนือ โครงสรา้ งเวลาเรียนตลอดปี 4.1.6 สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 จดั ต้งั ศนู ย์สื่อการเรียนรู้ ในระดับสานกั งานเขตพืน้ ที่ โรงเรยี น จัดต้ังศูนยส์ ือ่ การเรยี นรู้ภาษาอังกฤษในระดบั โรงเรียน จดั ให้มกี าร แลกเปลี่ยนสื่อด้วยกัน จดั กจิ กรรมศึกษาคน้ คว้าเพ่ิมเติม 4.1.7 จัดตัง้ เครือขา่ ยพฒั นาครูสอนภาษาองั กฤษใหค้ รอบคลุมท้งั เขตพืน้ ท่กี ารศึกษา และ ประสานงานให้ครจู ดั กิจกรรม จดั การความรู้ (K.M.) เกย่ี วกับการพัฒนาการจัดการเรยี นการสอนภาษาองั กฤษ 4.2 ขอ้ เสนอแนะในเชงิ นโยบาย 4.2.1 หน่วยงานบังคบั บญั ชาของโรงเรียนควรจัดสรรอตั ราครูใหต้ รงวชิ าเอก 4.2.2 ลดภาระงานอ่ืนลงเพอื่ ใหค้ รไู ดป้ ฏิบัตงิ านสอนได้เตม็ ที่ 4.2.3 กระทรวงศึกษาธิการควรจัดสรรหนังสือเรยี นภาษาอังกฤษทม่ี ีคณุ ภาพมาตรฐาน เดียวกันท้ังประเทศ คูม่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 23

คานิยม สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐานมนี โยบายเรงรัดการพฒั นาคุณภาพการศึกษา โดยใช้ ผลประเมนิ O-NET เปนกลไกในการขับเคลอื่ น เพือ่ ใหนักเรียนมีความรู ความสามารถ และคณุ ลกั ษณะอันพึง ประสงคท่หี ลักสตู รกาหนด ดังน้นั การพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาทกุ กลุมสาระการเรียนรูซ่งึ มคี วาม เกย่ี วของผูกพันกับผลคะแนน O-NET จึงตองมีการขบั เคล่ือนคุณภาพ ผลคะแนน O-NET โดยพจิ ารณา แนวโนมและคาเฉล่ียของปท่ีผานมา รวมทั้งศึกษาปจจยั ท่ีสงผลทาให้คะแนน O-NET สงู ขนึ้ หรือตา่ ลง เพ่ือ นามากาหนดเปาหมาย กรอบการทางานและวางแผนรวมกัน ตั้งแตระดบั สานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษา เครือขาย สงเสรมิ ประสทิ ธิภาพการจัดการศกึ ษา (ศูนยพฒั นา วชิ าการกลุมสาระการเรียนรู) ตลอดจนศูนยพัฒนาการนเิ ทศและเรงรัดคณุ ภาพการศึกษาขนั้ พนื้ ฐานสวนกลาง จังหวัด และโรงเรยี น ดังนั้นการศึกษาเป็นหวั ใจสาคัญของการพฒั นาประเทศและได้รับการคาดหวังให้ทา หน้าทต่ี า่ งๆ ทเ่ี ป็นรากฐานสาคัญในการพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์ แนวคดิ ในการจดั การศึกษาจงึ ตอ้ งเน้นคุณภาพ ความสามารถของผู้สอน ลดปริมาณความซา้ ซ้อนของเนื้อหา มใี ช้วธิ ีการจดั การเรียนการสอนรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงทกั ษะการคดิ โดยการฝึกใหผ้ เู้ รยี นมีการเรยี นรู้ที่รูล้ กึ รจู้ รงิ เรียนร้ตู ลอดชีวติ และสามารถ สือ่ สารได้ โดยการฝึกใหผ้ ู้เรียน อธิบายในมมุ มองของตนเองให้เพ่ือน สอ่ื สารได้ ขอแสดงความชื่นชมและของคุณ ศึกษานิเทศก์อภิชาต เขม็ พลิ า ทไี่ ด้ศึกษาและออกแบบกระบวนการ ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนและคะแนน O-NET ด้วยการสรา้ งรปู แบบกระบวนงานเรม่ิ จากจาก สห-6 โมเดล ในปกี ารศึกษา 2557 สู่รปู แบบการพฒั นาของเขตพื้นท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา เขต 26 ในปกี ารศึกษา 258 โดยยดึ หลกั สาคญั คือใช้สารสนเทศจาก สทศ.ซง่ึ เปน็ ข้อมูลรายโรง และการพัฒนาข้อสอบมาตรฐาน เทียบเคยี งขอ้ สอบ ONET สชู่ ้ันเรียนควบคู่กับกระบวนการเรยี นการสอนอยา่ งเป็นระบบ ใหบ้ ุคลากรมีสว่ นรว่ ม ในทุกระดับ มกี ารนิเทศติดตาม สนบั สนนุ อยา่ งจริงจัง สามารปุ ฏิบตั ไิ ด้อย่างเป็นรูปธรรม หวงั เปน็ อย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการประชุมปฏิบตั ิการนีจ้ ะเกดิ ประโยชนต์ ่อการพฒั นาครสู กู่ ารปรับการเรียนการสอนและส่งผลต่อ การพฒั นาผเู้ รยี นอย่างมีคุณภาพอีกทง้ั สนองตอบต่อนโยบายระดบั ชาติต่อไป นางชนสิ รา ดวงบบผา ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต 26 ค่มู อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 24

คานา การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาตขิ ั้นพ้นื ฐาน (O-NET : Ordinary National Educational Test) คอื การทดสอบทางการศกึ ษาระดับชาติขั้นพนื้ ฐาน เป็นการทดสอบเพ่อื วดั ความรูแ้ ละความคดิ ของนักเรยี น ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 และช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 6 ประเมินตามมาตรฐานการเรียนรู้ใน หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 จานวน 51 มาตรฐานการเรียนรู้ ครอบคลุม 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และภาษาอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพอ่ื ทดสอบความร้แู ละความคดิ ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 และชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 เพ่ือนาผลการทดสอบไปใชเ้ ปน็ องค์ประกอบหนึง่ ในการจบ การศึกษา ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 เพ่ือนาผลการทดสอบไปใชใ้ นการ ปรบั ปรงุ คณุ ภาพการเรียนการสอนของโรงเรียน เพอ่ื นาผลการทดสอบไปใชใ้ นการประเมนิ ผลการเรยี นรูข้ อง นกั เรยี นระดับชาติ และเพื่อนาผลการทดสอบไปใชใ้ นวัตถุประสงค์อ่นื สถาบนั ทดสอบทางการศกึ ษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผลสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติ ขั้นพ้ืนฐานหรือโอเน็ต ปีการศึกษา 2558 ของนกั เรยี นชน้ั ม.3 พบวา่ วชิ าภาษาไทย มี คะแนนเฉลยี่ 42.64 คะแนน สงั คมศึกษา ศาสนา และ วฒั นธรรม เฉลี่ย 46.24 คะแนน ภาษาอังกฤษ เฉลยี่ 30.62 คะแนน คณิตศาสตร์ เฉลยี่ 32.40 คะแนน และวิทยาศาสตร์ เฉลีย่ 37.63 คะแนน หัวใจสาคญั ในการปรบั การเรียนเปลย่ี นการสอนคือ “ครู” ดังนั้นผู้จดั ทาจงึ ได้ออกแบบเอกสารชดุ นี้ เพือ่ ใช้ในการประชุมปฏิบตั กิ ารควบคกู่ บั ส่ืออื่น ๆ ไดแ้ ก่ สไลด์ คลิป เอกสาร eBOOK เพ่อื ให้ครูไดร้ ่วม ออกแบบกิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีใช้ O-NET เป็นฐาน รจู้ ักนาข้อมลู ขาก Test Blueprint ข้อมูล 6 ไฟล์ ข้อมูล ข้อสอบ O-NET มาจดั ทาเฉลย จาแนกตามเนื้อหา/ระดับชน้ั /ภาคเรียน เพอ่ื ให้ครผู ู้เกยี่ วข้องไดศ้ ึกษาและ นาไปใช้ปรับการเรียนเปลยี่ นการสอนโดยใช้ข้อสอบ O-NET เปน็ สอื่ และเคร่ืองมือพัฒนาการเรียนร้เู พื่อให้ นักเรยี นได้คนุ้ เคยกบั รูปแบบข้อสอบ รปู แบบคาถามเชงิ ลึก และไดฝ้ กึ อย่างต่อเนื่อง หวังเปน็ อย่างย่ิงว่า เอกสารและสอ่ื ชุดนี้จะเป็นเครอื่ งมอื สาคญั ท่ีช่วยใหค้ รูสามารถจัดการเรยี นการ สอนเพ่ือยกระดบั ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นและ O-NET โดยประยุกต์ใชใ้ หเ้ หมาะสมกับบริบทของโรงเรียน และ มีผลการพัฒนาผเู้ รียนดา้ นผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นอย่างมปี ระสิทธผิ ลและประสิทธภิ าพ9jvwx อภิชาต เขม็ พิลา ศกึ ษานิเทศกช์ านาญการพิเศษ สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต 26 คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 25

สารบัญ หนา้ เร่ือง ก ข คานยิ ม ค คานา 1 สารบัญ 4 แผนการประชมุ ปฏิบตั ิการ 5 กจิ กรรมท่ี 1 6 กิจกรรมที่ 2 7 กิจกรรมท่ี 3 8 กิจกรรมท่ี 4 11 แบบฟอรจ์ ดั เกบ็ ระบบสารสทเทศ O-NET 24 แนวคดิ : วิธีการจัดการเรยี นรู้เพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น CD-ROM ข้อมลู สาหรบั การจัดประชมุ ปฏิบัติการ คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 26

แผนการประชมุ ปฏบิ ตั กิ าร “การออกแบบการเรยี นเพ่อื ยกระดับผลการสอบระดบั ชาติ” O-NET Based Learning 1. สาระสาคญั การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขัน้ พนื้ ฐาน (O-NET : Ordinary National Educational Test) คอื การทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติขั้นพ้นื ฐาน เปน็ การทดสอบเพ่อื วัดความรู้และความคิดของนักเรยี น ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 และช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 ประเมนิ ตามมาตรฐานการเรยี นรู้ใน หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 จานวน 51 มาตรฐานการเรยี นรู้ ครอบคลมุ 5 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม และภาษาองั กฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความรู้และความคิดของนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 และชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 เพ่อื นาผลการทดสอบไปใช้เป็นองค์ประกอบหนึง่ ในการจบ การศึกษา ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อนาผลการทดสอบไปใชใ้ นการ ปรบั ปรงุ คุณภาพการเรยี นการสอนของโรงเรยี น เพื่อนาผลการทดสอบไปใชใ้ นการประเมนิ ผลการเรียนรู้ของ นกั เรยี นระดบั ชาติ และเพ่ือนาผลการทดสอบไปใช้ในวัตถุประสงค์อืน่ หลกั สาคัญในการยกระดับผลสมั ฤทธทิ าวการเรียนโดยใช้ O-NET เปน็ ฐานคือ ครตู ้องออกแบบ กจิ กรรมการเรียนรทู้ ใี่ ช้ O-NET เป็นฐาน รจู้ ักนาข้อมูลจาก Test Blueprint ข้อมูล 6 ไฟล์ ขอ้ มูลข้อสอบ O-NET มาจดั ทาเฉลย จาแนกตามเนื้อหา/ระดับช้ัน/ภาคเรียน และประสานครผู ู้เก่ยี วข้องได้ศกึ ษาและ นาไปใช้ปรบั การเรยี นเปลี่ยนการสอนโดยใชข้ ้อสอบ O-NET เป็นสือ่ และเครื่องมือพฒั นาการเรียนรเู้ พ่ือให้ นกั เรยี นได้คุ้นเคยกบั รปู แบบขอ้ สอบ รูปแบบคาถามเชิงลกึ และได้ฝึกอยา่ งตอ่ เน่ือง 2. วตั ถุประสงค์ เพือ่ ใหผ้ เู้ ขา้ ร่วมประชมุ ปฏิบัติการ 2.1 มคี วามร้คู วามเขา้ ใจเกี่ยวกบั ข้อสนเทศ O-NET ระดับโรงเรยี น ระดบั บุคคล และข้อสอบท่ผี า่ นมา 2.2 สามารถวเิ คราะหแ์ ละออกแบบการเรียนรู้กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 2.3 มีเจตคตทิ ี่ดตี ่อการจดั การเรียนรู้ โดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 3. เนื้อหาการประชุมปฏิบัติการ 3.1 Test Blueprint 3.2 สารสนเทศ 6 ไฟล์ 3.3 การวิเคราะห์ขอ้ สอบ O-NET และการสรา้ งข้อสอบมาตรฐายคู่ขนาน 3.4 การออกแบบการเรยี นรู้กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน คมู่ ือยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 1

4. กจิ กรรมการประชมุ ปฏิบัตกิ าร หนว่ ยยอ่ ย กิจกรรม เวลา Test Blueprint 1 : 00 1. สรา้ งความสนใจสารสนเทศและประเด็นคาถาม O-NET ชั่วโมง สารสนเทศ 6 ไฟล์ 2. ชแี้ จงวัตถปุ ระสงค์/สาธติ การเปิด Test Blueprint 3. แบง่ กลุ่มตามสาระ และระดับ (ม.ตน้ /ม.ปลาย) 1:30 การวิเคราะห์ขอ้ สอบ O-NET และ ชัวโมง การสรา้ งข้อสอบมาตรฐานคู่ขนาน แต่ละกลมุ่ ฝกึ ปฏิบัติการศึกษา Test Blueprint (2556-2558) 1:30 การออกแบบการเรยี นรู้กจิ กรรม ชั่วโมง การเรียนรู้โดยใช้ O-NET เป็นฐาน 1. สรา้ งความสนใจดว้ ย VTR/PPT 2. ช้แี จงวตั ถุประสงค์/สาธิตการเปิด สารสนเทศ 6 ไฟล์ 2:00 3. แบ่งกล่มุ ตามสาระ และระดบั (ม.ต้น/ม.ปลาย) ชว่ั โมง แตล่ ะกลุม่ ฝึกปฏิบตั ิการศกึ ษาสารสนเทศ 6 ไฟล์ (2558) 1. วทิ ยากรสรา้ งความสนใจด้วยประเดน็ คาถาม “ข้อสอบ มาตรฐาน เป็นอย่างไร ?” 2. แบง่ กล่มุ ทากจิ กรรม “วิเคราะหข์ ้อสอบ O-NET จดั ระบบสารสนเทศ และสร้างข้อสอบคู่ขนาน” 3. แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอผลงาน 4. วทิ ยากรและผเู้ ข้าร่วมประชุมรว่ มกันวิพากษ์ etc. 1. วทิ ยากรสร้างความสนใจด้วยประเดน็ คาถาม “ใน โรงเรยี น ครูจะจดั กจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้ข้อสอบ O-NET แบบไหน อย่างไร ?? ” 2. แบ่งกลมุ่ ทากจิ กรรม “ออกแบบหนว่ ยการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนร้โู ดยใช้ O-NET เป็น” กลมุ่ ละ 1 แผน 3. แตล่ ะกล่มุ ส่งตวั แทนนาเสนอผลงาน วิทยากรและ ผู้เข้ารว่ มประชุมวิพากษ์ ให้ขอ้ เสนอแนะ 4. ใหแ้ ตล่ ะกล่มุ นาผลงานไปติดเพอ่ื เป็น Walk Gallery 5. สือ่ การอบรม 2 5.1 คลปิ /VTR 5.2 สไลดเ์ พาเวอร์พ้อย 5.3 เอกสารชุดประชมุ ปฏบิ ตั ิการ 5.4 ชุดใบกิจกรรม 5.5 กระดาษบรุฟ๊ /สีเมจิกนา้ 5.6 กระดาษรไี ซเคลิ 5.7 เทปกาวใส คูม่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม

6. การประเมนิ ผลการประชุมปฏบิ ตั กิ าร ส่งิ ทต่ี อ้ งการประเมนิ วธิ กี ารวดั /ประเมนิ เครื่องมือการวดั / เกณฑ์การผา่ น ประเมนิ Test Blueprint 1. การสงั เกต ผ่านเกณฑ์ 2. ผลงานกล่มุ 1. แบบสงั เกต >ร้อยละ 70 สารสนเทศ 6 ไฟล์ 2. รบู รกิ ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ 1. การสงั เกต 1. แบบสงั เกต >รอ้ ยละ 70 การวเิ คราะห์ขอ้ สอบ O-NET และ 2. ผลงานกลมุ่ 2. รูบริกผลงาน ผา่ นเกณฑ์ การสรา้ งข้อสอบมาตรฐายคู่ขนาน 1. แบบสงั เกต >ร้อยละ 70 1. การสังเกต 2. รบู ริกผลงาน 2. ผลงานกล่มุ ผา่ นเกณฑ์ 1. แบบสังเกต >รอ้ ยละ 70 การออกแบบการเรียนรู้กิจกรรมการ 1. การสงั เกต 2. รูบริกผลงาน เรยี นร้โู ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 2. ผลงานกลุม่ คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 3

กิจกรรมที่ 1 ภารกิจ : Test Blueprint รปู แบบกจิ กรรม : งานกลมุ่ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือสืบคน้ และศึกษาความรู้เก่ียวกบั Test Blueprint 2. เพอ่ื วิเคราะห์ Test Blueprint และสร้างชดุ ขอ้ มลู แนวโนม้ O-NET ปีการศึกษา 2559 3. เพื่อนาเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กจิ กรรม 1. สร้างความสนใจด้วย VTR/PPT เกยี่ วกับผลสอบ O-NET 2. ช้ีแจงวตั ถปุ ระสงค/์ สาธิตการเปดิ Test Blueprint 3. แบง่ กลมุ่ ตามสาระและระดับ (ม.ตน้ /ม.ปลาย) แลว้ ให้แต่ละกลุ่มฝึกปฏิบตั ิการศึกษา Test Blueprint (2556-2558) โดยสรปุ ทาตารางแนวโน้มการอกกขอ้ สอบ O-NET ปกี ารศึกษา 2559 4. กลุ่มสรุปประเด็นเปน็ แผนท่คี วามคดิ (ความหมาย/วิธีการ/การนาไปใช้) และนาเสนอ/แลกเปลีย่ นเรียนรู้ คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 4

กจิ กรรมที่ 2 ภารกิจ : สารสนเทศ 6 ไฟล์ รูปแบบกิจกรรม : งานกลมุ่ วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อสืบคน้ และศึกษาสารสนเทศ 6 ไฟล์ 2. เพ่ือวิเคราะห์ 6 ไฟล์ และกาหนกแนวทางยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นและ O-NET ของกลมุ่ สาร/ ระดับ 3. เพื่อนาเสนอและแลกเปลีย่ นเรียนรู้ กจิ กรรม 1. สรา้ งความสนใจดว้ ย PPT/ตวั อยา่ งไฟล์ข้อสนเทศระดับเขตพืน้ ท/่ี ระดบั โรงเรียน 2. ชี้แจงวตั ถปุ ระสงค/์ สาธิตการเปดิ สารสนเทศ 6 ไฟล์ 3. แบง่ กลุ่มตามสาระ และระดบั (ม.ต้น/ม.ปลาย) แตล่ ะกลุ่มฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารศึกษาสารสนเทศ 6 ไฟล์ (2558) 4. ตวั แทนกลุ่มนาเสนอ/แลกเปล่ยี นเรียนรู้ และเดนิ ชมผลงาน Walk Gallery ค่มู ือยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 5

กิจกรรมที่ 3 ภารกจิ : การวิเคราะห์ข้อสอบ O-NET และการสรา้ งข้อสอบคูข่ นาน รปู แบบกจิ กรรม : งานกลุ่ม วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อฝกึ การปฏบิ ตั กิ จิ กรรม Active Learning ตามแนว Design Based Learning 2. เพ่ือวเิ คราะห์กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามหลกั 3R4C, 4H, Bloom’s Taxonomy 3. เพือ่ นาเสนอและแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ กิจกรรม 1. วิทยากรสร้างความสนใจด้วยประเดน็ คาถาม “ข้อสอบมาตรฐาน เปน็ อย่างไร ?” 2. แบ่งกล่มุ ทากิจกรรม “วิเคราะห์ข้อสอบ O-NET จัดระบบสารสนเทศ และสร้างข้อสอบคู่ขนาน” 3. วิทยากรและผู้เข้ารว่ มประชมุ ปฏบิ ัติการรว่ มวิพากษ์และสรปุ องคค์ วามรู้ คมู่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 6

กิจกรรมท่ี 4 ภารกจิ : การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน รปู แบบกิจกรรม : งานกลุ่ม วัตถุประสงค์ 1. เพ่ือฝกึ การปฏิบตั ิออกแบบกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 2. เพื่อวิเคราะห์กิจกรรมที่ออกแบบการเรียนรโู้ ดยใช้ O-NET เปน็ ฐาน 3. เพ่ือนาเสนอและแลกเปล่ียนเรยี นรู้ กิจกรรม 1. แต่ละกลุ่มวิเคราะหม์ าตรฐาน/ตัวชว้ี ัด/เน้อื หา และกาหนดประเด็นคาถามสาหรับนักเรยี นในการเรียนรู้ 2. สมาชิกกลุ่มออกแบบแผนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้ O-NET เป็นฐานเรยี นรู้ ลงในกระดาษบรุ๊ฟ 3. ตัวแทนกลุ่มนาเสนอผลงาน/รว่ มตรวจสอบคุณภาพ/แลกเปล่ียนเรียนรู้ 4. วิทยากรและผ้เู ข้ารว่ มประชุมปฏบิ ัติการรว่ มวพิ ากษ์และสรุปองคค์ วามรู้ คู่มือยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 7

สารสนเทศ O-NET โรงเรยี น……………………. วิชา ........................................ ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่.ี ..... --------------------------------------------------------------------------------------------------------- ตารางท่ี 1 แสดงค่าเฉล่ยี การสอบ O-NET ระดับช้ัน ม....... ปีการศึกษา 2557-2559 ระดับ คา่ เฉลยี่ วิชา.............................. ระดบั ช้ัน ม....... ปีการศกึ ษา 2557-2559 2557 2558 2559 ระดบั โรงเรยี น ระดับประเทศ จากตารางท่ี 1 พบว่า .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................ ตารางที่ 2 แสดงคา่ เฉลยี่ วชิ า......................รายสาระในการสอบ O-NET ระดับ ม..... ปีการศึกษา 2559 สาระ ค่าเฉลีย่ ผลตา่ ง ลาดับทีต่ ้องพัฒนา โรงเรียน ระดับประเทศ จากตารางที่ 2 พบวา่ .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................ คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 8

ตารางท่ี 3 แสดงค่าเฉลยี่ วชิ า .................................. รายมาตรฐานในการสอบ O-NET ระดับชนั้ ม...... ปกี ารศึกษา 2559 มาตรฐาน ค่าเฉลีย่ ผลต่าง ลาดับทตี่ อ้ งพฒั นา โรงเรยี น ระดับประเทศ จากตารางท่ี 3 พบว่า .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ............................................... ตารางที่ 4 วเิ คราะห์ชว่ งคะแนนของนกั เรียนท่ีเขา้ สอบ O-NET ระดบั ช้นั ม...... วชิ า ............................... ปีการศึกษา 2559 0.00- 10.01- 20.01- 30.01 - 40.01- 50.01- 60.01- 70.01- 80.01- 90.01- 100 รวม 10.00 20.00 30.00 40.00 50.00 60.00 70.00 80.00 90.00 99.99 จานวน รอ้ ยละ จากตารางท่ี 4 พบว่า .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................................................................ คูม่ ือยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 9

ตารางที่ 5 วิเคราะห์รอ้ ยละของการตอบถกู วชิ า ................................ ในการสอบ O-NET ระดับช้ัน ม.... ปกี ารศกึ ษา 2559 ที่ตอ้ งได้รับการพฒั นาเร่งดว่ น (นักเรียนมคี ะแนนศนู ย์ หรอื % ตอบถูก ต่ากว่าค่าเฉลย่ี ระดับประเทศ) ขอ้ คา่ เฉลี่ย มาตรฐาน สาระ หมายเหตุ โรงเรยี น ระดับชาติ จานวนขอ้ สอบที่นักเรียนไดค้ ะแนน 0 หรอื % ตอบถกู < คา่ เฉลี่ยระดับปนะเทศ มจี านวน ........ ข้อ จาก ......... ข้อ จากตารางที่ 5 พบวา่ .......................................................................................................................... ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ............................................... คมู่ ือยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 10

แนวคิด : วธิ ีการจดั การเรียนรูเ้ พอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน ผลการสงั เคราะหว์ ิธีการจัดการเรยี นรู้ทสี่ าเรจ็ เพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นให้สงู ข้ึนใน 5 กลุ่ม สาระการเรยี นรู้หลกั ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม และ ภาษาองั กฤษ จาแนกรายละเอียด ได้ดังน้ี กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย แนวทางในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรแู้ ละการยกระดบั ผลสัมฤทธ์ติ ามการเรียนภาษาไทย ดังนี้ 1. แรงบนั ดาลใจ แรงบนั ดาลใจที่ทาใหค้ รูมุ่งม่ันพฒั นาใหน้ ักเรียนมีความสามารถทางภาษาไทย ดงั นี้ 1.1 เปน็ ความรู้สกึ รบั ผิดชอบของครูที่ตอ้ งพฒั นาให้นักเรยี นมที กั ษะในภาษาไทยเกิดความภูมิใจ ในมรดกของชาติ คือ ภาษาไทย 1.2 การทีผ่ ลสัมฤทธิท์ างการเรยี นภาษาไทยต่าซง่ึ เป็นภาษาของคนไทย ดังนัน้ จึงจาเปน็ เรง่ ด่วนที่ ต้องแกป้ ญั หานี้ 1.3 ครูเห็นความจาเป็นท่ีต้องฝึกใหน้ ักเรยี นมีทักษะในการประมวลความคดิ สรุปความรู้ ทไ่ี ดจ้ าก การศึกษา ค้นคว้า เขียนเปน็ ความเรยี งในระดับทีส่ ูงขึ้น 2. แนวทางการจดั การเรียนรู้ แนวทางการจดั การเรยี นร้ทู อี่ าจส่งใหผ้ ูเ้ รยี นมีความสามารถในการใชภ้ าษาไทย และยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น มีตัวอย่าง ดังน้ี 2.1 กิจกรรมพฒั นาทักษะการอ่าน 2.1.1 การฝึกการอ่านใหค้ ล่อง 1) ฝกึ อ่านคาพื้นฐาน 2) ฝกึ อา่ นคายากจากบทเรยี น 3) ใชแ้ บบฝกึ ทกั ษะการอ่านท่หี ลากหลาย 4) ฝกึ ทักษะโดยใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน 2.1.2 จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ นิสัยรกั การอ่าน ดังตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี 1) อ่านแลว้ บันทึกความรูโ้ ดยการบนั ทึกแหลง่ อา้ งอิงของเร่ืองที่อา่ น 2) อา่ นแลว้ เลา่ เร่อื งใหเ้ พอื่ นฟงั 3) กจิ กรรมวางทุกงานอ่านทุกคนวันละ 15 นาที 4) ฝึกอา่ นแลว้ วาดรูปจากเร่ืองทีอ่ ่าน 5) ฝึกอ่านแลว้ ต้งั คาถามจากเร่ืองที่อ่าน 6) ฝึกอา่ นแลว้ เขยี นเร่ืองใหมจ่ ากเร่ืองที่อ่านโดยการดัดแปลง สร้างสรรคเ์ นอื้ หาใหม่ จากเรอื่ งท่อี ่านโดยการดดั แปลง สร้างสรรค์เนอื้ หาใหม่แต่คงยึดเค้าโครงเร่ืองเดมิ 7) ฝึกกิจกรรมภาษาไทยวนั ละคา 8) ฝกึ วนั ละหน่งึ สานวนชว่ ยกันอา่ น คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 11

2.1.3 ฝึกทกั ษะการอา่ นคิดวิเคราะห์ อาจฝกึ ตามกิจกรรมต่อไปนี้ 1) อา่ นคาสานวน 2) ฝึกอา่ นแลว้ แปลความหมายของคา 3) อ่านแลว้ ตงั้ คาถาม 4) อา่ นวเิ คราะหบ์ ทเพลง 5) อ่านวเิ คราะห์นทิ าน 6) อ่านวเิ คราะห์ข่าว 7) อ่านวิเคราะห์บทกวี ร้อยกรอง 8) อ่านวเิ คราะหบ์ ทความ 9) อา่ นวเิ คราะหภ์ าพการ์ตูน 10) อา่ นวเิ คราะหค์ าถาม 2.2 กิจกรรมพฒั นาทักษะการเขยี น 2.2.1 เขยี น (จดั ทา) หนังสือเลม่ เลก็ หรอื หนงั สอื ภาพ 2.2.2 เขยี น (จัดทา) “หนังสือพมิ พย์ ักษ์” 2.2.3 กิจกรรมเพ่ือนช่วยเพื่อนเขยี น 2.2.4 เขียนตามคาบอก 2.2.5 เขียนคาอ่าน 2.2.6 เขียนจากเร่อื งทก่ี าหนดให้ 2.2.7 เขียนบันทึกจากการฟงั โดยการเขยี นให้ครอบคลุมประเดน็ เรือ่ งต่าง ๆ เชน่ อะไร จากใคร ท่ีไหน เม่อื ไร เหตกุ ารณ์เปน็ อยา่ งไร มีขอ้ คดิ ความเหน็ เป็นอยา่ งไร 2.2.8 ฝกึ ทกั ษะการเขียนจากแบบฝึกท่ีหลากหลาย 2.1.4 จัดกิจกรรมซอ่ มเสริม 1) ครูควรจัดกิจกรรมสอนให้แก่นกั เรียนทย่ี ังมีปญั หาเปน็ ระยะดว้ ยสื่อ และวธิ กี าร ทห่ี ลากหลาย เช่น เรยี นซ่อมกับครเู ปน็ รายคน รายกลมุ่ เรยี นซ่อมด้วยตนเองจากส่ือที่ได้รบั เรยี นซ่อมกับเพื่อน ๆ สื่อ ICT ใช้แบบฝกึ ทักษะตา่ ง ๆ เป็นตน้ 2) จัดกจิ กรรมเสรมิ ให้แก่นักเรยี นทีม่ ีความสามารถในการเรียนภาษาไทยสงู เป็นพเิ ศษ ซงึ่ ครูต้องเตรียมส่อื และวธิ กี ารใหเ้ หมาะสมกบั ความสามารถของนักเรียนเป็นรายคน 3) การแบง่ กลุ่มนักเรยี นตามความสามารถเปน็ นักเรียนกลุม่ ส่งเสรมิ พิเศษ กลมุ่ นกั เรียน ปกติ (ปานกลาง) กลมุ่ นักเรยี นที่ต้องไดร้ ับความช่วยเหลอื จากครเู ปน็ การเฉพาะ (กลุ่มออ่ น) และการวิเคราะห์ ความสามารถในการเรยี นภาษาไทยของนักเรยี นเปน็ รายคนแลว้ ครจู ัดกจิ กรรมพัฒนาทักษะทางภาษาไทยแก่ นักเรยี นตามความสามารถ 2.1.5 การประเมินผลการเรยี นรู้ อาจใช้วธิ ีการท่หี ลากหลายเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นแสดงความสามารถเต็มท่ี (บางคร้งั อาจไม่ จากัดเวลา สถานที)่ ดังตวั อย่างตอ่ ไปน้ี คู่มือยกระดบั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 12

1) ใชแ้ บบประเมินหลากหลายตามเนอ้ื หา 2) ใชว้ ธิ กี ารประเมนิ ทีห่ ลากหลาย เชน่ ครูประเมิน เพ่ือนประเมนิ ใหผ้ ู้ปกครองประเมนิ ชว่ ยเกบ็ ข้อมลู หรอื นักเรียนประเมนิ ตนเอง 3) ประเมนิ ความสามารถทางภาษาไทยโดยการให้ตอบคาถามครเู ป็นกลุ่ม หรือเป็นรายคน ก่อนแลว้ จึงไปประเมินด้วยแบบทดสอบชนดิ ตา่ ง ๆ 3. ส่ือการเรยี นรู้ และแหล่งการเรยี นรู้ ส่ือการเรยี นรู้ และแหล่งการเรยี นรู้ท่ีครอู าจเลือกมาใช้ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพการณ์ เช่น 3.1 ส่อื เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการสอ่ื สาร (ICT) 3.2 แบบฝึกต่าง ๆ 3.3 เพลง 3.4 เกม 3.5 ภาพการ์ตนู 3.6 สอ่ื ของจรงิ สิง่ แวดล้อมรอบตวั นักเรยี น 3.7 บญั ชคี าพนื้ ฐาน 3.8 บทเรียนสาเร็จรูป 4. ข้อเสนอแนะ 4.1 จดั ให้ครสู อนตามความถนัด หรือตรงวิชาภาษาไทย 4.2 ครูควรทาวจิ ัยในช้นั เรยี น อาจเป็นวจิ ัยหนา้ เดียว หรือวจิ ัยอย่างเป็นทางการ (5 บท) ตาม ความถนัด 4.3 ครฝู กึ ยา้ ซ้า ทวนทักษะดา้ นต่าง ๆ ของภาษาไทยอยา่ งต่อเนือ่ ง และมีความเพียงพอท่ี นกั เรียนจะเกดิ ทักษะซึ่งต้องจัดกจิ กรรมการฝกึ ให้น่าสนใจนักเรยี นไมร่ สู้ ึกเบอ่ื หนา่ ย กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ แนวทางการพฒั นานักเรยี นให้มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวทิ ยาศาสตรส์ งู ขน้ึ ดงั ต่อไปน้ี 1. แรงบันดาลใจ 1.1 ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั เรยี นในกลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ต่ามาก จงึ เป็น ภารกจิ สาคญั ท่ีครผู ู้สอนจาเป็นตอ้ งปรับปรุงกระบวนการจัดการเรยี นรขู้ องตนเพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิ ทางการเรียนของนักเรยี นใหส้ ูงขึ้น 1.2 เมื่อพจิ ารณาใน “ภาพย่อย” พบวา่ ทกั ษะในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ซง่ึ เป็นทักษะ สาคัญทางด้านวิทยาศาสตร์ นักเรยี นมีความอ่อนด้อย กลา่ วได้วา่ เดก็ ไทยขาดทักษะการคิด อย่างเปน็ นักวทิ ยาศาสตรม์ ีจิตวิทยาศาสตรต์ ่า หากไม่ได้รับการพฒั นาทกั ษะดา้ นน้ีให้เขม้ แขง็ จะเปน็ อุปสรรค ในการดารงชวี ิตในอนาคต จงึ มคี วามจาเปน็ เรง่ ด่วนที่จะต้องปรบั ปรุงแก้ไข 1.3 ธรรมชาตขิ องวิชาวทิ ยาศาสตร์ ชวนใหน้ ักเรยี นได้ลงมือทดลอง ค้นควา้ ซึ่งสอดคล้องกบั วยั ของนักเรียนประถมศึกษาทช่ี อบเลน่ จึงควรทาให้การเลน่ เปน็ การเรียนลงมือปฏบิ ัติเพ่ือคน้ หาความรไู้ ดด้ ้วย ตนเอง 1.4 สภาพแวดล้อมของชมุ ชน ประเทศ และโลกกาลงั เสอื่ มทรุดลงเรอื่ ย ๆ จงึ ควรสรา้ งนกั เรยี น ใหม้ ีความรู้ ความสามารถ และจติ วิทยาศาสตร์ ช่วยกนั รกั ษ์โลก รกั สง่ิ แวดล้อม และเป็นมิตรกบั ส่ิงแวดลอ้ ม คู่มอื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 13

1.5 ผปู้ กครอง ชุมชน สงั คม มคี วามคาดหวงั ต่อการสร้างทรพั ยากรบุคคลท่ีมีคุณภาพ หาก ผลผลิตของการศึกษาไดบ้ ุคลากรทม่ี ีคุณภาพสงู กย็ ่อมพัฒนาประเทศใหม้ คี วามสามารถในด้านต่าง ๆได้สงู ซ่ึง กระบวนการสรา้ งทรัพยากรบุคคลทีส่ าคัญอย่างหน่ึง คือ การจดั การเรียนรูใ้ ห้นกั เรียนมคี วามสามารถทาง วทิ ยาศาสตร์ 2. แนวทางในการจดั การเรยี นรู้ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ และแนวทางในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิทยาศาสตร์ 2.1 จดั การเรยี นการสอนโดยใชโ้ ครงงาน การสอนโดยใชโ้ ครงงานเปน็ วิธีการท่ีสาคญั มากที่ครผู สู้ อนต้องมีความรู้ความเข้าใจอย่างแจม่ ชัดสรา้ งนิสยั อยากรอู้ ยากเห็นใหแ้ ก่นกั เรยี น ฝกึ ใหน้ ักเรยี นรู้จักสบื คน้ ข้อมลู จากแหลง่ ตา่ ง ๆ ฝกึ ฝนทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมพฤตกิ รรม กลา้ พดู กลา้ แสดงออกไม่แสดงพฤติกรรมครูท่ี ปดิ กั้นการแสดงออกของนกั เรียนใหค้ รูฟงั พึงระวงั กบั พฤติกรรมท่ี “ส่งเสริมกับ สกัดกน้ั ” ความอยากรอู้ ยากเหน็ ของนักเรยี น 2.2 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยการลงมอื ปฏิบตั จิ รงิ ฝกึ ทดลองวิทยาศาสตร์เสมอ ฝกึ ให้สารวจ ศกึ ษาจากแหลง่ เรียนรตู้ า่ ง ๆ ดงั สานวนท่วี ่า “เรียนรจู้ ากโลกกว้าง ให้สิ่งรอบขา้ งเป็นครู” การเรียนรูจ้ ากนอกห้องการเรียนรู้โดยการศึกษานอกสถานท่ีกเ็ ป็นกจิ กรรมที่สาคญั 2.3 สรา้ งสื่อ นวตั กรรม เทคโนโลยี หรอื สรรหาสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศ มาใช้ในการจัดการ เรยี นการสอน ให้ผสมผสานกับสอ่ื การเรียนรู้ รอบตวั ของนักเรยี นและครู ซงึ่ ปัจจุบนั น้ี โรงเรียนมคี วามพร้อม คอ่ นข้างสงู ในการจดั หาเลอื กใชส้ อื่ เทคโนโลยีต่าง ๆ ครูจงึ ต้องร้จู ักปรับปรุง ดัดแปลง ประยกุ ตใ์ ช้ เช่น การ คน้ หาจากสอื่ “online” หรอื จดั ทาเปน็ สอ่ื “offline” เป็นต้น 2.4 การใช้เทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับการเรียนวทิ ยาศาสตร์ เชน่ (5E, s) ซึ่งเปน็ กระบวนการ ท่นี กั เรียนจะต้องสืบคน้ เสาะหา สารวจ ตรวจสอบ และคน้ คว้าด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ จนเกิดความเข้าใจ เกดิ การ รบั ร้คู วามร้อู ยา่ งมคี วามหมาย จึงสรา้ งองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง ดงั รายละเอียด คือ 1) การสรา้ งความสนใจ (Engagement) 2) การสารวจและค้นหา (Exploration) 3) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 4) การขยายความรู้ (Elaboration) และ 5) การประเมนิ ผล (Evaluation) 2.4.2 เทคนคิ การสอนแบบ “KWL” เทคนิคการเรยี นรู้ KWL เป็นการสร้างความร่วมมือในการเรียนรอู้ ีกวธิ หี น่ึงก่อให้เกิด การเรยี นรูท้ ค่ี งทนมี 3 ข้นั ตอน คอื 1) ข้นั รู้ (Know) เปน็ การตั้งประเด็นใหน้ ักเรยี นทราบแล้วคดิ เขียนสาระ ต่าง ๆ ทต่ี นรู้อยู่แล้ว 2) ขั้นต้องการเรียน (What) เปน็ การใหน้ กั เรียนบันทึกความต้องการสิ่งทต่ี อ้ งการเรยี นรู้ เพ่มิ ขน้ึ และ 3) ข้นั เรยี นร้แู ลว้ (Learned) เปน็ ข้นั ตอนวิเคราะหค์ วามสัมพนั ธข์ องสิง่ ท่ตี นเองรมู้ าแล้ว ส่งิ ที่ อยากรู้ และสิ่งท่ีได้รู้เพิ่มขน้ึ 2.5 การจัดค่ายการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ซึ่งอาจจัดเปน็ คา่ ยกลางวนั หรือ พักคา้ งแรม ตาม ความเหมาะสมของบริบทที่เกี่ยวข้อง 2.6 จาแนกนักเรยี นเป็นกลมุ่ เก่ง ปานกลาง และอ่อน เพื่อจัดกจิ กรรมให้เหมาะสมกบั ความสามารถของนกั เรยี นเป็นรายกลมุ่ และเป้าหมายสุดท้าย คือ การพฒั นานกั เรยี นไปตามศกั ยภาพ เป็นรายบคุ คล คมู่ ือยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 14

2.7 ฝึกซ้า ๆ และทดสอบความสามารถของนักเรยี นบ่อย ๆ 2.8 สอนเสรมิ นอกเวลาเรียน หรือเพ่มิ เวลาพิเศษนอกเหนือจากโครงสร้างเวลาเรียนปกติ ของโรงเรียน 2.9 ครูจดั การเรยี นรู้ ด้วยกระบวนการวจิ ัย และสรา้ งให้นักเรียนมพี ฤติกรรมการวิจัย กลา่ วคือ 1) สรา้ งให้นกั เรียนเป็นคนชา่ งสงสัย อยากรูอ้ ยากเหน็ อยากหาคาตอบ 2) รู้จกั วางแผนหาคาตอบจาก สิ่งท่ตี นเองอยากรู้ 3) ลงมอื ดาเนินการค้นหาคาตอบ หรือค้นหาความรูเ้ อง โดยครูคอยให้ความช่วยเหลือ และ 4) สรุปผลการค้นหาคาตอบแล้วนาเสนออย่างเปน็ ระบบ 3. ส่ือการเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้ โรงเรียนอาจเลือกใช้สอ่ื ตามความพร้อมได้อย่างหลากหลาย เช่น 3.1 ใบกจิ กรรม ใบงาน ใบความรู้ แบบฝึกทักษะ และข้อสอบ 3.2 ชดุ การทดลองวิทยาศาสตร์ของจรงิ ของจาลอง 3.3 ภาพและข้อมลู จากการค้นคว้าทางอนิ เตอร์เนต็ 3.4 ตวั อย่างโครงงานวิทยาศาสตร์ 3.5 หนงั สอื อ่านเพ่ิมเติม หนงั สือสานักพมิ พ์ตา่ ง ๆ 3.6 คอมพิวเตอรช์ ่วยสอน (CAI) Internet C.D. 3.7 บทเรยี นสาเรจ็ รูป 3.8โทรทศั นท์ างไกลผ่านดาวเทยี ม 3.9 เกม ของเลม่ 3.10 แหล่งเรยี นร้ใู นโรงเรียน สวนหยอ่ ม สระน้า สวนวทิ ยาศาสตร์ แหล่งเรียนรชู้ มุ ชน พืช ผกั สตั ว์ ผลไม้ และสมนุ ไพร 3.11หนังสอื อ่านประกอบ 4. ขอ้ เสนอแนะ 4.1 ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติ 4.1.1 การจดั การเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตร์ ต้องใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นรจู้ ากของจรงิ ได้ลงมอื ปฏิบัติ หาคาตอบอยา่ งสมเหตสุ มผลไมจ่ ากดั ความคิดของนักเรียน 4.1.2 การจดั กจิ กรรมควรให้มีความต่อเน่อื ง ฝกึ ยา้ ซ้าทวนอยู่เสมอ 4.1.3 ตอ่ ยอดกจิ กรรมการเรียนรู้ โดยกระตุ้นสง่ เสริมให้นักเรยี นใช้เวลาวา่ งในการค้นคว้า อยา่ งหลากหลาย ตามความสนใจ 4.1.4 ฝึกให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หัด หรือแบบทดสอบที่หลากหลาย 4.1.5 ครูผู้สอนทุกกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ควรมพี ฤติกรรมการสอนให้นักเรียนมที ักษะในการ วเิ คราะห์ด้วย เพ่ือช่วยพฒั นาผู้เรยี นอยา่ งบรู ณาการ และก่อใหเ้ กดิ การเรยี นรู้อย่างยั่งยนื 4.2 ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบาย 4.2.1 ลดภาระงานอ่ืนที่ไม่ใช่งานสอนลง หรือหาผู้ปฏิบัติแทนครูเพ่ือให้ครูไดส้ อนเตม็ ที่ เตม็ เวลา 4.2.2 พัฒนาทกั ษะความสามารถของครู ในการสอนอยา่ งต่อเนอื่ ง และส่งเสรมิ ใหค้ รูมี เครือข่ายแลกเปลย่ี นประสบการณ์การสอนซงึ่ กนั และกัน คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 15

4.2.3 ผูบ้ รหิ ารโรงเรยี นจดั กิจกรรมนเิ ทศภายในอย่างต่อเนอ่ื งและมีประสิทธิภาพ ประสาน กบั ผู้นิเทศจากภายนอก เชน่ ศกึ ษานิเทศก์ ดาเนนิ การใหส้ อดคล้องกันเพอื่ รว่ มกันปรับปรงุ การเรยี นการสอน 4.2.4 จัดงบประมาณเพื่อจัดหาส่ือการเรียนการสอนอย่างต่อเน่อื ง กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ แนวทางในการจัดการเรยี นรู้ เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ดงั น้ี 1. แรงบนั ดาลใจ แรงบนั ดาลใจของครูทีจ่ ะพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนเกิดจากส่งิ ต่าง ๆ เหล่านี้ 1.1 ความตระหนักในวชิ าชพี ครู ทีต่ อ้ งการให้ศษิ ย์ไดพ้ ฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ สามารถนาความรู้ ทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้ 1.2 การพฒั นานักเรียนให้มีคุณภาพ สง่ ผลรวมตอ่ คุณภาพของโรงเรยี นกเ็ ป็นการเตรียมความ พรอ้ มสาหรบั การรองรับการประเมนิ ดา้ นต่าง ๆ โดยเฉพาะการประเมินภายนอกรอบท่ี 3 2. แนวการจดั การเรียนรู้ แนวการจัดการเรยี นรู้ท่ีเปน็ การพัฒนาผเู้ รียนตามมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และแนวทางยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนทโี่ รงเรยี นอาจนาไปประยุกต์ใช้ มดี ังน้ี 2.1 กอ่ นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2.1.1 ครูควรเตรียมการสอนให้พร้อมอยา่ งดีทง้ั การเตรยี มตัวครู เตรียมนกั เรียน (ท่ีจะทากิจกรรมต่าง ๆ ) เตรียมสื่อ และทดลองใช้สื่อการเรียนรู้ และแหลง่ การเรียนร้จู นม่ันใจว่า จะสามารถพัฒนาผ้เู รียนใหบ้ รรลตุ ามตวั ชวี้ ัดต่าง ๆ ตามทห่ี ลกั สตู รกาหนดได้ 2.1.2 วิเคราะห์ผู้เรยี นเปน็ รายบุคคลทัง้ ดา้ นความสามารถในการเรียนรู้ การมาเรียน พฤตกิ รรมตา่ ง ๆ รวมทัง้ บริบททางครอบครวั และสังคมของนักเรยี น 2.1.3 จดั กลุม่ นักเรียนเป็นกลมุ่ เก่ง กลมุ่ ปานกลาง และกลุ่มอ่อน เพื่อจะไดอ้ อกแบบ กิจกรรมเรียนรใู้ ห้สอดคล้องกับความสามารถของนักเรยี นเปน็ รายกลุม่ ซ่ึงหากสามารถวิเคราะหค์ วามสามารถ ให้รจู้ กั นกั เรยี นเปน็ รายคน ก็ย่งิ ให้งา่ ยต่อการพัฒนานกั เรียน 2.2 ระหว่างการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 2.2.1 ให้นกั เรยี นฝกึ สมาธิทุกคร้งั ก่อนเรยี นเพ่ือทาจิตให้สงบ ซึง่ จะก่อใหเ้ กิด การเรียนรไู้ ดเ้ รว็ และง่ายขน้ึ 2.2.2 ใช้กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีหลากหลาย ตามเนือ้ หาสาระแต่ละหน่วยการเรยี นรู้ และ แผนการเรียนรู้ กิจกรรมที่สาคญั เชน่ การเรียนรโู้ ดยการปฏบิ ัติ การเรยี นจากสถานการณ์จรงิ เชน่ การแลกเปลยี่ นเงนิ ตราตา่ งประเทศ การฝกึ ซ้ือขายในตลาด ชมุ ชน การเรียนรูจ้ ากสภาพจริงในชมุ ชนท้องถนิ่ ท้ังน้ี ควรศึกษาคู่มือการสอนคณิตศาสตร์ของสถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยใี ห้เข้าใจอย่างละเอยี ด ค่มู ือยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเป็นฐาน | SES 26 มหาสารคาม 16

2.2.4 ให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัดบอ่ ย ๆ ซา้ ๆ อย่างต่อเนือ่ งเพื่อใหเ้ กดิ ทักษะ แต่อยา่ งไรกต็ ามควรหากิจกรรมเสรมิ ระหว่างการฝึกทักษะซา้ ๆ เพ่อื ไม่ใหน้ ักเรยี นร้สู ึกเบือ่ ต่อ การเรียนรู้ 2.2.5 ครูตรวจแบบฝึกหัดของนกั เรียนทนั ที หรือให้เร็วที่สดุ ชแี้ จง แก้ไขสิ่งทผ่ี ิดพลาดจน นักเรียนเข้าใจ เพ่ือใหเ้ กดิ การเรยี นรู้ทีค่ งทนเพิม่ ข้นึ 2.2.6 สรุปความรู้จากบทเรยี น จดั ทาเป็นหนังสือเลม่ เล็ก 2.2.7 ฝึกการเรียนรู้ด้วยโครงงานคณิตศาสตร์ ซงึ่ จะเพม่ิ ทักษะทางดา้ นคณิตศาสตรเ์ พมิ่ ข้ึน 2.2.8 จดั ค่ายการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์ ซ่งึ อาจจดั เปน็ กิจกรรมในโรงเรยี น หรือจัดกจิ กรรม รว่ มกันระหว่างโรงเรยี น หรอื ภายในเครือข่ายสถานศึกษา 2.3 หลังจากจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 2.3.1 ทดสอบหรือประเมนิ ผลการเรยี นทกุ ครั้งหลังสอนหรือเมื่อจบบทเรยี นแลว้ ประเมินผล รวมยอดเมื่อจบหนว่ ยการเรยี นรู้ 2.3.2 ฝกึ ย้าพฤติกรรมการเรียนรู้ และคณุ ลกั ษณะท่ดี ีท่จี ะส่งผลให้การเรียนคณิตศาสตร์ ประสบความสาเรจ็ มากขน้ึ เช่น การตรงต่อเวลา ความรบั ผิดชอบในการทางาน ความมีระเบียบวินัย ความสะอาดในการทางาน เป็นตน้ 3. สอ่ื การเรยี นรแู้ ละแหล่งการเรียนรู้ ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ ที่ควรนาไปประยุกต์ใช้ตามบริบท 3.1โปรแกรม GSP 3.2 การสืบค้นจาก Internet 3.3 เพลง เช่น เพลงสูตรคูณ หรือเพลงอน่ื ๆ ทส่ี อดคล้องกบั เนอ้ื หา 3.4 การใช้ของจริงเปน็ สือ่ การเรยี นรู้ 3.5 แบบฝึกหดั 3.6 เกม 3.7 การจดั สถานการณ์จาลอง เพื่อฝกึ ทักษะ 4. ข้อเสนอแนะ 4.1 ข้อเสนอแนะในการดาเนนิ การ 4.1.1 ควรจดั กจิ กรรมฝึก ยา้ ซ้า ทวน บ่อย ๆ เพ่อื ใหเ้ กิดความชานาญ 4.1.2 ครูผ้สู อนต้องมีความอดทน อดกลนั้ รอคอยคาตอบจากนักเรยี น ครไู ม่ควรดว่ น สรุป หรอื เฉลยคาตอบเร็วเกนิ ไป 4.1.3 การท่ีควรมีความเปน็ กนั เองกับนกั เรียนจะทาให้นักเรยี นรสู้ กึ อบอุ่น และมี บรรยากาศในการเรยี นรทู้ ่ีไม่ตึงเครยี ด 4.1.4 ครคู วรจดั การเรยี นรู้ด้วยกระบวนการวิจยั จดั ทาวิจัยในช้นั เรียนทกุ ปี โดยไมเ่ ป็นที่ รูปแบบการวจิ ยั แตม่ จี ดุ เนน้ ท่ีใช้นวตั กรรมในการแกป้ ัญหานกั เรยี น 4.1.5 ควรประสานงานให้ผูป้ กครองนกั เรยี นใหม้ ีส่วนรว่ มทีส่ าคญั ในการจดั การเรียนรู้ เชน่ จดั การให้นกั เรียนมาเรียนทกุ วนั สอบถาม หรือให้คาปรกึ ษาในการทาการบ้าน 4.1.6 จดั ทาแผนพัฒนา แกป้ ัญหานักเรียนเป็นรายคนอยา่ งตอ่ เน่ืองตลอดปี ค่มู อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 17

4.2 ข้อเสนอในเชิงนโยบาย 4.2.1 ควรปรบั เพมิ่ เวลาเรียนในโครงสร้างของหลกั สตู รท่มี อี ยู่ 4.2.2 หน่วยงานบงั คับบญั ชาควรจดั กจิ กรรมพัฒนาทักษะการสอนใหแ้ ก่ครูอยา่ งสมา่ เสมอ เชน่ การใช้โปรแกรม GSP 4.2.3 ควรจดั เวลาใหค้ รูได้สอนนักเรยี นอย่างเตม็ ท่ี โดยการลดภาระอน่ื ท่ไี มใ่ ช้ การจัดการเรยี นการสอนลง หรือหาคนมาปฏิบัติงานอน่ื ๆ (ทไี่ มใ่ ชง่ านสอน) แทนครู กล่มุ สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม 1. แรงบันดาลใจ แรงบันดาลใจทีจ่ ะต้องพฒั นานักเรียนใหม้ ีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คม ศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม สงู ขนึ้ มีดังน้ี 1.1 เนอ่ื งจากผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนกลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมอยู่ ในระดับต่าในอนาคตเยาวชนท่เี ปน็ กาลังของชาติถ้าขาดความเข้มแข็งประเทศก็จะอ่อนแอในทส่ี ุด ในฐานะท่ี ครสู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเป็นผู้รบั ผิดชอบหลกั ในการพัฒนานักเรยี นในความรบั ผิดชอบ จงึ เหน็ ความจาเปน็ ต้องพัฒนาตนเอง และพฒั นาผเู้ รยี นให้มีคุณภาพสูงขน้ึ 1.2 ความหวงั ของครผู สู้ อนท่ีตอ้ งการให้นักเรยี นเป็นคนดขี องสังคม มพี ฤติกรรม การดาเนนิ ชวี ติ ทเ่ี ปน็ มิตรกบั ส่งิ แวดลอ้ มนึกถึงภาพใหญข่ องมวลมนษุ ยชาติ หากความดงี าม จรยิ ธรรม คุณธรรมของมนษุ ย์ ลดหยอ่ นยอ่ มก่อให้เกดิ ความเสยี หายในทกุ ๆ ด้าน ดงั นัน้ ครสู อนสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรมควรเป็น ฟันเฟืองหลกั ในการขบั เคลอ่ื น สรา้ งคนดี คนเก่งให้กบั สังคม 2. แนวทางการจัดการเรยี นรู้ การจัดการเรยี นรู้ และการยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนักเรียน อาจดาเนินการด้วย วิธกี ารทห่ี ลากหลายให้เหมาะสมกบั สภาพของนักเรยี น และโรงเรยี น ดงั ต่อไปนี้ 2.1 ครคู วรปรับปรุงวิธีการจดั การเรียนร้ใู นกลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรมโดยใช้ วิธกี ารจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกบั ธรรมชาติวชิ า ดงั น้ี 2.1.1 จัดการเรยี นแบบสรา้ งความรู้ โดยมขี ั้นตอนสาคัญ ดังนี้ 1) ข้ันนา ครชู ีใ้ ห้ข้อมลู รู้ถึงเป้าหมายของการเรียนรเู้ พื่อสรา้ งความเขา้ ใจและแรงจูงใจ ในบทเรยี น 2) การทบทวนความรู้เดิมเพ่ือจะเชือ่ มโยงกับความรู้ใหม่ (ซึ่งมีความสาคัญ พอ ๆ กับการเรียนรูใ้ นทุกวิชา) 3) การเปล่ยี นแนวคดิ ใหม่ (เป็นเรื่องยากมากแต่ไม่เกนิ ความพยายาม) และแลกเปล่ยี น เรียนรูก้ ับการประเมินความคิดใหม่ 4) ขั้นนาความคดิ ไปใช้ เพ่ือให้เกดิ ความรู้มีพัฒนาขน้ึ อีก เพราะความรหู้ รือการเรยี นรู้ ใหม่จะเกดิ ข้ึนจากการลงมือทา 5) ขน้ั ทบทวน โดยการเปรียบเทียบความคิดเดมิ กบั ความคิดใหม่ แล้วหาทางพัฒนาให้ มคี ณุ ภาพในการนาไปปฏบิ ตั ิต่อไป คู่มอื ยกระดับผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 18

2.1.2 จดั การเรียนรู้จากประสบการณจ์ ริง ซง่ึ มีขนั้ ตอนสาคัญ ดังน้ี 1) ขั้นจัดประสบการณ์ เปน็ การฝึกใหผ้ เู้ รยี นได้ลงมือปฏิบัติจากประสบการณ์จรงิ ในสภาวะ ความเป็นจริงของแต่ละสถานการณ์ 2) ข้ันนาเสนอแลกเปลยี่ นประสบการณ์ เปน็ การนาประสบการณ์ หรือบทเรียนจรงิ ของ ผูเ้ รยี นมาแลกเปล่ียนกัน (ซ่งึ ครูต้องมีความเชอ่ื วา่ ประสบการณ์ และความคิดเห็นของนักเรยี นทกุ คน มีแต่ “คาตอบถูก”) ทงั้ ทีก่ ารนาเสนอข้อมลู อาจนาเสนอเปน็ แผนภูมิภาพ หรือปากเปลา่ ก็ได้ 3) ขน้ั อภิปรายผล เป็นขน้ั การอภิปราย ซกั ถามรว่ มกันระหว่างนกั เรยี นกับนักเรยี น หรอื นกั เรยี นกับครู 4) ขน้ั การสรุป “พาดพงิ ” หรืออา้ งอิงถึงการสรปุ อภิปราย หาแนวทางไปสู่การปฏบิ ัติ 5) ขนั้ ประยุกตใ์ ช้ เปน็ การนาข้อสรปุ นาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหา หรือเลอื กว่าการกระทา หรือไม่กระทาเรอื่ งใด ๆ ในชวี ติ ประจาวนั 2.1.3 การจดั การเรียนรโู้ ดยใชแ้ หลง่ การเรยี นรู้ ซง่ึ กลุม่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรมมีธรรมชาตวิ ิชาท่เี หมาะมากกับการเรยี นรู้ จากโลกกวา้ งนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรยี น ท้ังน้ีมี แนวทางที่ควรนาไปจดั กจิ กรรม ดังน้ี 1) ขัน้ วางแผนสารวจ เปน็ การเตรียมการสารวจแหล่งเรยี นรู้ทม่ี หี ลากหลายท้งั ในและนอก โรงเรยี น 2) ขน้ั เรียนรู้ เปน็ การลงมือปฏิบัติการศกึ ษาแหลง่ เรียนรู้ ตามขัน้ ตอนให้ผูเ้ รียนปฏิบัติงาน รว่ มกัน 3) ขนั้ ประเมินผล เมื่อนาเสนอผลการปฏบิ ตั ิการจากแหล่งเรียนรู้ กม็ าตรวจสอบผลการ เรยี นรู้ หรอื ข้อคน้ พบ ซ่ึงอาจใช้ผูป้ ระเมินท่ีหลากหลาย เชน่ ครู นักเรียน ผปู้ กครอง เป็นตน้ 4) ขน้ั นาไปใช้ ผูเ้ รียนนาความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจาวัน 5) ขั้นเผยแพร่ผลงาน การนาประสบการณ์ ขอ้ ค้นพบไปเผยแพร่ หรอื แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ซ่ึง กันและกนั กย็ งั กอ่ ให้เกดิ ความร้เู พม่ิ เติมได้อีก 2.2 การนาเทคนิคในการจดั การเรยี นร้ทู ีป่ ระสบความสาเร็จไปใชพ้ ัฒนาผู้เรยี น ตัวอย่างจากประสบการณใ์ นการจดั การเรยี นรู้ของครูสอนสังคมศึกษา ศาสนา และ วัฒนธรรม ทป่ี ระสบความสาเร็จ เชน่ 2.2.1 ธนาคารความดี หรือแบบบันทึกความดี เปน็ การให้นักเรียนบนั ทึก สะสมความดที ี่ ปฏิบัตเิ พือ่ ตนเอง หรือเพ่ือสงั คม 2.2.2 การเรยี นรูด้ ้วยสือ่ เทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อการส่ือสาร (ICT) ซง่ึ ปัจจุบันนี้มชี ่องทาง หรือส่ือหลากหลายมากให้นักเรียนไดเ้ รยี นรู้ 2.2.3 ครเู รยี นรเู้ รื่องต่าง ๆ พรอ้ ม ๆ กับนักเรยี นโดยใช้ศลิ ปะในการจูงใจให้นักเรยี นรว่ ม เรียนรู้ ใชค้ าถามกระต้นุ นักเรียนภายใตค้ วามเชอ่ื ทวี่ ่า นักเรียนบางคนอาจมเี ทคนิควธิ ีหรือองคค์ วามรู้ในบาง เร่อื งมากกวา่ ครูก็ได้ 2.2.4 การบรู ณาการ การจดั การเรยี นรู้ ท้ังบูรณาการวธิ ีการสอนเพื่อหาวธิ ีการประเมนิ ผล การเรียนรูโ้ ดยมิติดยดึ กับการสอนเป็นคาบเรียนทกี่ าหนดตายตวั อีกทั้ง การจัดทาโครงการกอ็ าจบรู ณาการได้ คมู่ อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 19

อยา่ งกว้างขวาง เชน่ การแข่งขันกีฬาสีภายในโรงเรยี น โดยยึดคุณธรรมดา้ นความซอื่ สตั ย์ ความสามคั คี ความ อดทน การไม่ทาลายสภาพแวดล้อม ไม่ท้งิ ขยะเกลื่อนกลาดในขณะฝกึ ซ้อมหรือการแข่งขันใช้อปุ กรณ์ สื่อ นา้ ตา่ ง ๆ ทีเ่ ป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล้อม เป็นตน้ 3. สื่อการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ 3.1สอื่ เทคโนโลยีสารสนเทศเพือ่ การสือ่ สาร (ICT) และส่ือมัลตมิ เี ดยี ตา่ ง ๆ 3.2 สอ่ื สงิ่ พมิ พ์ หรือโฆษณาต่าง ๆ ในชวี ติ ประจาวนั ของนักเรยี น 3.3 เกม 3.4 แบบบันทกึ ความดี 3.5 หนังสืออ่านประกอบ 3.6 ส่ือส่ิงแวดลอ้ มรอบขา้ งนักเรียนท้ังในโรงเรียน ในชุมชน (ใกล้ตัวและในตวั นกั เรียน) 3.7 ปราชญช์ าวบา้ น หรอื ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน 4. ขอ้ เสนอแนะ 4.1 ครูสอนสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ต้องเปน็ คนท่ใี ฝร่ ู้ ศกึ ษาคน้ คว้าอยู่เสมอ เป็นคน ทนั ต่อเหตุการณร์ อบด้าน 4.2 ควรจดั สาระการเรยี นรเู้ พ่ิมเติม เร่ือง โลก ศึกษาเพ่ือให้ก้าวทันกับความเปลยี่ นแปลงของ สังคมโลก กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 1. แรงบันดาลใจ จากประสบการณก์ ารสอนภาษาอังกฤษของครู พบวา่ นกั เรียนไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อ การสือ่ สารได้เป็นสว่ นใหญผ่ ลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นภาษาองั กฤษจากการประเมนิ ในระดับชาตติ า่ นักเรยี นรสู้ กึ วา่ วิชาภาษาองั กฤษเปน็ วชิ าที่ยาก มีเจตคติทีไ่ ม่ดตี ่อการเรยี น ทักษะการอ่าน การเขียน การฟงั การพดู ภาษาอังกฤษของนกั เรียนส่วนใหญ่ยงั อยใู่ นระดบั ต่า ในอนาคตเรว็ ๆ นั้น นกั เรียนต้องเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียน และสงั คมโลกทก่ี ้าวหน้าขึ้นทุกวัน ครูผสู้ อนจาเปน็ ต้องปรบั ปรงุ วิธีการจดั การเรยี นรู้ เพ่ือพฒั นานักเรียนใน ความรบั ผิดชอบเป็นการเร่งด่วน 2. แนวทางการจดั การเรียนรู้ การจดั การเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษและยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น ภาษาองั กฤษ อาจทาได้ ดงั น้ี 2.1 การสอนซอ่ มเสริม โดยการสอนเสรมิ ใหก้ บั นักเรียนที่เรยี นชา้ และเรียนอ่อนและสอนเสรมิ ให้กบั นักเรยี นกลมุ่ เก่ง กลุม่ ปานกลาง หรือนักเรยี นที่มีความต้องการเสรมิ ทักษะพิเศษทางดา้ นภาษาอังกฤษ 2.2 จดั ค่ายภาษาอังกฤษ (English Camp) โดยอาจจดั เป็นรายโรงเรียนหรอื รวมกันเป็น เครือข่ายสถานศึกษา ท้ังนี้ ควรมีวทิ ยากรในการจัดค่ายการเรียนรูท้ ่ปี ระกอบดว้ ยเจา้ ของภาษารว่ มกับคณะครู ที่จัดคา่ ยการเรียนรู้ 2.3 จดั สอนเสรมิ พเิ ศษ (ติวเข้ม) เกีย่ วกับทกั ษะภาษาองั กฤษและฝึกทาข้อสอบในระดับชาติ ขอ้ สอบ “O-net” ทัง้ นี้อาจจัดเปน็ เครือขา่ ยสถานศึกษา คู่มือยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 20

2.4 จัดกิจกรรมภาษาองั กฤษยามเชา้ (Morning English) โรงเรียนอาจจดั กจิ กรรมยามเชา้ หน้าเสาธง หรือเสียงตามสายรายการวทิ ยุ หรือรายการ โทรทัศน์ของโรงเรียนใหต้ ัวแทนนักเรียนนาเสนอคาศัพทภ์ าษาอังกฤษแลว้ แปลความหมายเป็นคา ประโยค ทกุ ๆ วัน 2.5 เรียนรูจ้ ากสอื่ Internet โดยอาจให้ฝกึ ทาข้อสอบ Online หรือทาแบบฝึกทักษะ ทาง Internet 2.6 จดั กิจกรรมพัฒนาเทคนคิ การอา่ นโดยใช้ “Sign Word” ซึง่ กจิ กรรมการใช้ Sign Word table เปน็ การนาคาศัพทท์ ี่เป็นปญั หาในการอา่ นออกเสียงมาทาเป็นตารางคา ครูอา่ นออกเสยี งใหน้ ักเรียนช้ี ตาม แลว้ ฝึกทดสอบว่าคาใดท่ีครอู ่านแลว้ ให้นักเรยี นค้นหาคาจากในตาราง และให้นักเรียนฝกึ กนั เอง อาจ จับคู่ จบั กล่มุ ฝกึ ออกเสียง และคน้ หาคาในตารางสลับกัน 2.7 ครูพฒั นาการเรียนการสอนด้วยกระบวนการวจิ ยั ในชั้นเรียนเพือ่ แกป้ ัญหา หรือพัฒนาทกั ษะ ในการใช้ภาษาอังกฤษของนักเรยี นในความรบั ผิดชอบของครเู ป็นรายคน 2.8 พฒั นาทกั ษะการสอนให้แก่ครู ซ่ึงอาจทาโดยจดั อบรมเทคนิคการจดั การเรยี นรูภ้ าษาองั กฤษ โดยการลงมือปฏบิ ตั ิ หรือการนาครูไปทัศนศึกษา ตวั อย่างการสอนภาษาอังกฤษที่ประสบความสาเรจ็ 2.9 พัฒนาทักษะในการเรียนรภู้ าษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสารเพอื่ รองรับนโยบายเปิดประตูสู่ อาเซียน ซ่ึงอาจจดั ทาเป็นสาระการเรียนรูเ้ พ่มิ เติม ในรายวชิ าภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4-6 เก่ยี วกบั สาระทฤษฎีความรู้ ความเรยี งขั้นสูง โลกศึกษา และโครงงานสรา้ งสรรคป์ ระโยชน์ นอกจากน้ี ควรจดั กจิ กรรมแลกเปลีย่ นวัฒนธรรมของครูในกลมุ่ อาเซียน เพอ่ื เพิ่มทักษะในการจดั การเรียนดา้ น ภาษาองั กฤษ 3. สื่อการเรยี นรู้และแหล่งการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ภาษาอังกฤษ อาจใชส้ ่ือและแหล่งการเรียนรู้ทีห่ ลากหลายไดด้ ังต่อไปน้ี 3.1 แบบฝึกชุดฝึกทักษะในการอา่ น ฟัง พูด และเขยี น 3.2 ส่ือมลั ติมเิ ดยี ส่ือคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน (CAI) ส่อื ICT/DLIT 3.3 ของจริง 3.4 บทเรยี นสาเรจ็ รปู 3.5 บตั รคา บตั รภาพ 3.6 บญั ชคี าศพั ท์ คลงั คาศพั ท์ 3.7 หนังสือเสริมทกั ษะ 3.8 ตวั อยา่ งข้อสอบสาหรบั การฝึกทักษะดา้ นต่าง ๆ 4. ข้อเสนอแนะ 4.1 ข้อเสนอแนะในการปฏบิ ัติ 4.1.1 พฒั นาแหล่งเรียนร้ทู างดา้ นภาษาองั กฤษทง้ั ในและนอกโรงเรยี นเพื่อใหน้ ักเรยี น ไดม้ โี อกาสฝกึ ทักษะอยา่ งทั่วถึง บอ่ ย ๆ สม่าเสมอ 4.1.2 จดั กจิ กรรมการแลกเปลย่ี นวัฒนธรรมกบั ชาตติ ่าง ๆ รวมทัง้ กจิ กรรมเพ่ือรองรบั การเข้าสู่ประชาคมอาเซยี น 4.1.3 จดั ประชมุ วเิ คราะห์ แนวข้อสอบ O-NET เพ่อื ฝึกทักษะใหแ้ ก่นกั เรยี นอย่าง หลากหลายสอดคล้องกบั ประเด็นทีต่ อ้ งการวดั และประเมนิ ค่มู ือยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 21

4.1.4 โรงเรียนจดั กิจกรรมการเรยี นร้ใู หน้ ักเรียนได้มีโอกาสเรยี นรู้กบั เจ้าของภาษาอังกฤษ โดยตรงเปน็ ระยะ ๆ 4.1.5 เพิม่ เวลาเรียนภาษาอังกฤษใหม้ ากขึ้นโดยอาจจัดเวลาเรียนเพมิ่ เติมนอกเหนอื โครงสร้างเวลาเรยี นตลอดปี 4.1.6 สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 จดั ตงั้ ศนู ย์สื่อการเรียนรู้ ในระดับสานักงานเขตพน้ื ที่ โรงเรียน จัดตั้งศูนยส์ ือ่ การเรยี นรภู้ าษาอังกฤษในระดบั โรงเรียน จัดใหม้ ีการ แลกเปลยี่ นสื่อด้วยกนั จดั กจิ กรรมศึกษาค้นคว้าเพ่ิมเติม 4.1.7 จดั ตั้งเครือข่ายพฒั นาครสู อนภาษาองั กฤษใหค้ รอบคลุมทั้งเขตพื้นท่ีการศึกษา และ ประสานงานให้ครจู ดั กิจกรรม จัดการความรู้ (K.M.) เกยี่ วกับการพัฒนาการจดั การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ 4.2 ขอ้ เสนอแนะในเชิงนโยบาย 4.2.1 หนว่ ยงานบังคบั บญั ชาของโรงเรียนควรจดั สรรอัตราครใู หต้ รงวิชาเอก 4.2.2 ลดภาระงานอน่ื ลงเพื่อให้ครูได้ปฏบิ ัตงิ านสอนไดเ้ ตม็ ท่ี 4.2.3 กระทรวงศึกษาธิการควรจัดสรรหนังสอื เรยี นภาษาอังกฤษทมี่ ีคุณภาพมาตรฐาน เดียวกันท้ังประเทศ คมู่ อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 22

คานิยม สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐานมนี โยบายเรงรดั การพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยใช้ ผลประเมนิ O-NET เปนกลไกในการขับเคลอื่ น เพื่อใหนักเรียนมีความรู ความสามารถ และคุณลักษณะอันพึง ประสงคท่หี ลักสตู รกาหนด ดังน้นั การพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาทุกกลุมสาระการเรยี นรูซ่งึ มีความ เกย่ี วของผูกพันกับผลคะแนน O-NET จึงตองมกี ารขบั เคล่ือนคุณภาพ ผลคะแนน O-NET โดยพิจารณา แนวโนมและคาเฉล่ียของปท่ีผานมา รวมทั้งศึกษาปจจยั ท่ีสงผลทาให้คะแนน O-NET สงู ข้นึ หรอื ตา่ ลง เพ่ือ นามากาหนดเปาหมาย กรอบการทางานและวางแผนรวมกัน ต้ังแตระดับสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพ้ืนฐาน สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา เครือขาย สงเสรมิ ประสิทธภิ าพการจดั การศึกษา (ศูนยพฒั นา วชิ าการกลุมสาระการเรียนรู) ตลอดจนศูนยพฒั นาการนเิ ทศและเรงรดั คณุ ภาพการศึกษาข้ันพืน้ ฐานสวนกลาง จังหวัด และโรงเรยี น ดังนั้นการศึกษาเป็นหวั ใจสาคัญของการพฒั นาประเทศและได้รับการคาดหวงั ให้ทา หน้าทต่ี า่ งๆ ทเ่ี ป็นรากฐานสาคญั ในการพฒั นาทรัพยากรมนษุ ย์ แนวคิดในการจดั การศกึ ษาจึงตอ้ งเนน้ คุณภาพ ความสามารถของผู้สอน ลดปริมาณความซา้ ซ้อนของเนื้อหา มีใช้วิธกี ารจดั การเรียนการสอนรปู แบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างย่ิงทกั ษะการคิดโดยการฝึกใหผ้ เู้ รยี นมีการเรยี นรทู้ ี่รู้ลกึ รจู้ รงิ เรยี นรู้ตลอดชีวติ และสามารถ สือ่ สารได้ โดยการฝึกใหผ้ ู้เรียน อธิบายในมมุ มองของตนเองใหเ้ พ่ือน สอ่ื สารได้ ขอแสดงความชื่นชมและของคุณ ศึกษานเิ ทศก์อภิชาต เขม็ พลิ า ทไ่ี ด้ศึกษาและออกแบบกระบวนการ ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนและคะแนน O-NET ด้วยการสรา้ งรปู แบบกระบวนงานเริม่ จากจาก สห-6 โมเดล ในปกี ารศึกษา 2557 ส่รู ปู แบบการพฒั นาของเขตพื้นทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 26 ในปีการศึกษา 258 โดยยดึ หลกั สาคญั คือใช้สารสนเทศจาก สทศ.ซง่ึ เปน็ ข้อมลู รายโรง และการพัฒนาข้อสอบมาตรฐาน เทียบเคยี งขอ้ สอบ ONET สชู่ ้ันเรียนควบคู่กับกระบวนการเรยี นการสอนอย่างเป็นระบบ ให้บคุ ลากรมสี ่วนรว่ ม ในทุกระดับ มกี ารนิเทศติดตาม สนบั สนนุ อยา่ งจริงจัง สามารุปฏบิ ตั ไิ ด้อย่างเปน็ รปู ธรรม หวงั เป็นอย่างยิ่งว่า ชุดกิจกรรมการประชุมปฏิบตั ิการนีจ้ ะเกดิ ประโยชนต์ ่อการพัฒนาครสู กู่ ารปรบั การเรียนการสอนและสง่ ผลต่อ การพฒั นาผเู้ รยี นอย่างมีคุณภาพอีกทง้ั สนองตอบต่อนโยบายระดบั ชาตติ ่อไป นางชนิสรา ดวงบบผา ผูอ้ านวยการสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามธั ยมศึกษา เขต 26 ค่มู อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น โดยใช้ O-NETเปน็ ฐาน | SES 26 มหาสารคาม 23