Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ม.1 เทอม 1

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ม.1 เทอม 1

Published by moolkaewkaew, 2021-04-08 02:26:51

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 ม.1 เทอม 1

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1 กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตางประเทศ วิชาภาษาอังกฤษ (อ21102) ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 หนวยการเรยี นรูที่ 5 It was there months ago เร่ือง Past simple tense (Adjective) เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563 สอนวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1.สาระ มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วัด สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การส่อื สาร มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอมูลขาวสาร แสดงความรสู ึก และความ คดิ เหน็ อยางมีประสิทธิภาพ ตวั ชี้วดั ต 1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ มูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณตางๆ ในชีวติ ประจําวนั 2.สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด รแู ละเขาใจคําศัพท และประโยคท่ีใชในการขอและใหขอ มลู เกย่ี วกบั บุคคลและเหตุการณใ นอดีต ชวยใหใช ภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจําวัน 3. จดุ ประสงคการเรยี นรู (Objectives) 1. เรียนรคู าํ คุณศัพทและคาํ ตรงกันขา มได 2. พูดเก่ียวกับบุคคลและเหตุการณใ นอดีตได เนื้อเรอ่ื ง (The story) ในหนังสอื เรียน หนา 108 Natalie กาํ ลังเชค็ อีเมลและดูภาพอยู Sara เดินเขา มาทัก Natalie และดูภาพที่ Natalie กําลงั ดอู ยู Sara รูสึกประหลาดใจกับภาพจระเข จงึ ขอให Natalie เลา เก่ยี วกับรูปจระเขเหลานแี้ ละนักธรรมชาตวิ ิทยาชาว อเมริกัน ทชี่ ่ือ Steve Irwin 4. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค 1. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั ในการทาํ งาน 2. นักเรียนมีความรบั ผิดชอบ 3. นกั เรียนมีความมุงมนั่ ในการทํางาน 5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการคดิ

6. สาระการเรียนรู ทกั ษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Vocabulary: Adjectives Functions: Talking about past events 2) Language Skills Speaking: พูดถาม-ตอบเกยี่ วกบั บคุ คลและเหตุการณในอดีต Reading: อานเพื่อความเขาใจ ทักษะการคดิ 1. ทักษะการรวบรวมขอมูล – รวบรวมขอ มลู เกี่ยวกับความชอบของเพ่ือนในอดีต 7.ภาระงาน / ชน้ิ งาน แบบฝกหดั หนา 111 Ex. 7 แบบฝห หัด หนา 111 Ex. 8 8. กิจกรรมการเรยี นรู ขน้ั ท่ี 1 Warm up 1. ใหนักเรยี นสงั เกตภาพในหนงั สอื เรียน หนา 108 แลว ครถู ามคาํ ถาม เชน - What animals do you see in the picture? ( crocodiles, a snake ) - Where do you think they are? ( in Australia ) - Who do you think the man is? ( a naturalist and actor ) 2. ครถู ามนักเรียนวา เคยเหน็ จระเขต ัวจรงิ หรือไม อยา งเชน ในสวนสัตว 3. ครอู ธิบายวา ที่ผานมานักเรยี นไดเ รียนรกู ารพูดเกี่ยวกบั บุคคล ส่งิ ของ และเหตุการณทเี่ กิดขึ้นในปจจุบนั (Present tenses) แตในบทเรียนน้นี กั เรยี นจะไดเ รยี นรูก ารพดู เกี่ยวกบั เหตุการณท ีเ่ กิดข้ึนในอดีต (Past tenses) ขัน้ ท่ี 2 Presentation 1. ครเู ปด CD2/Track 39 ใหน กั เรียนฟง จนจบ โดยไมห ยดุ CD ขณะที่ฟงใหน ักเรียนดบู ทสนทนาในหนงั สือ เรียน หนา 108 Ex.1 ตามไปดว ย จากนั้นครเู ปด CD อกี ครง้ั โดยในคร้งั น้หี ยุด CD เปน ระยะๆ เพ่ือตรวจสอบ ความเขา ใจของนกั เรียน ครูใหน ักเรียนชวยกนั บอกคาํ ศัพทใหมที่พบใน บทสนทนา ครเู ขียนคําศัพทเหลานี้บน กระดาน แลว กระตุนใหนักเรียนชวยกันบอกความหมายจากบรบิ ท หรือครอู าจชว ยดว ยการบอกคาํ จาํ กัดความ หรอื ตวั อยางประโยค naturalist = a person who studies animals, plants, birds and other living things (นกั ธรรมชาตวิ ิทยา) founder = a person who starts an organization, institution, etc. or causes something to be built(ผกู อ ต้งั ) documentaries = a film or a radio or television programmer giving facts about something (สารคดี)

poisonous = producing a poison that can cause death or illness if the animal or insect bites you (ทม่ี ีพษิ ) 2. ใหนกั เรียนทํากจิ กรรมในหนังสือเรยี น หนา 108 Ex.2 โดยเปด CD2/Track 39 ใหน ักเรียนฟงอีกครงั้ โดยหยุด CD เปน ระยะๆ แลว ใหน ักเรยี นอา นบทสนทนาตาม CD ไปดวยพรอ มๆ กนั หรือเปน รายบุคคล ครู กระตนุ ใหนักเรียนสังเกตการออกเสียง verb to be และคําคุณศัพทในบทสนทนาเปน พิเศษ 3. ครถู ามนักเรียนวา was/were เปน รูปอดตี ของคาํ กริยาคาํ ใด เม่ือไดคาํ ตอบวา verb to be (is, am, are) แลว ครูใหน กั เรยี นสงั เกตการใช was/were ในบทสนทนาใน Ex.1 อกี ครั้ง จากน้ันใหน กั เรยี นชว ยกนั บอก วธิ กี ารใช was และ were สั้นๆ จากตวั อยางประโยคเหลานี้ 4. ครนู าํ เสนอคําคณุ ศพั ทต อ ไปน้ี ดวยการบอกคาํ จํากัดความ แลวใหน กั เรียนบอกคาํ ในภาษาไทยทเ่ี ทยี บเทา กับคําเหลาน้ี boring old cowardly dangerous interesting young brave safe boring (adj) = not interesting or boring old (adj) = having lived for a long time cowardly (adj) = fearful of fighting or doing something difficult or dangerous that they should do dangerous (adj) = able to harm or kill you interesting (adj) = attracting your attention because it is special, exciting or unusual young (adj) = having lived for only a short time brave (adj) = not afraid safe (adj) = protected from any danger or harm ขัน้ ท่ี 3 Practice 1. ครอู ธิบายภาระงานวา ใหน กั เรียนเตมิ คําลงในชองวางในประโยคในหนงั สือเรียน หนา 108 Ex.3 ดวยคํา จากบทสนทนา แลวใหเวลานักเรยี นอานบทสนทนาอีกคร้ัง และทําภาระงาน โดยใหน กั เรียนทําลงในสมุด เสรจ็ แลว ครูสมุ เรียกนกั เรียนหลายๆ คน รายงานคําตอบของตนเอง Answers 2. ‘crocodile hunter’ 3. exciting 1. Melbourne 5. hero 4. 2006 2. ครสู มุ เรียกนกั เรียนหลายๆ คน อานคําคุณศัพททก่ี าํ หนดใหในหนังสอื เรียน หนา 109 Ex.4 และตรวจสอบ เพือ่ ใหแนใ จวา นกั เรียนทุกคนเขาใจความหมายของคําศัพทเหลา น้ี จากนน้ั ใหนักเรยี นจับคคู ําคุณศัพทเหลานี้ กับภาพท่ีใหมา ครบู อกนักเรยี นวา นักเรยี นจะไดฟง คําตอบทถี่ กู ตองจาก CD ในกจิ กรรมตอไป 3. นักเรยี นทาํ กจิ กรรมในหนังสือเรียน หนา 109 Ex.5 โดยครเู ปด CD2/Track 40 ใหนกั เรยี นฟง โดยอาจ เปด CD มากกวา 1 คร้ัง เพ่อื ใหนักเรียนตรวจคําตอบ

Audio script and answers 2. young 1. interesting 3. safe 4. boring 5. old 6. dangerous 4. นกั เรยี นทํากิจกรรมในหนังสือเรยี น หนา 109 Ex.6 โดยดูคําคุณศพั ทใน Ex.4 อีกครั้ง จากนน้ั ครเู ขียน คําคณุ ศพั ทเ หลานบี้ นกระดาน แลว สุมเรียกนกั เรยี นออกมาจบั คูคําศัพททีม่ ีความหมาย ตรงกันขามกนั เสรจ็ แลว ใหน ักเรียนคัดลอกคาํ คณุ ศพั ทแ ละคาํ ตรงกันขา มลงในสมุดของตนเอง Weak classes: ใหน กั เรยี นเขียนความหมายของคาํ คณุ ศัพทแ ละคําตรงกนั ขามดวย Advanced classes: ใหน ักเรียนเขียนประโยคดวยคําคุณศัพทและคําตรงกันขา ม เชน My brother Peter is young: he’s 15 years old. My grandfather Martin is old: he’s got white hair. 5. ใหน กั เรียนอานประโยคในหนงั สอื เรยี น หนา 109 หัวขอ Look & Use แลวหาประโยคเหลานใ้ี น บท สนทนา หนา 108 ครูอธบิ ายวานักเรยี นตอ งใชโ ครงสรางภาษานีใ้ นการทํากจิ กรรมตอไป 6. ครูเขียนคําวา who / Steve Irvin? บนกระดาน แลวใหนักเรียนในช้ันชว ยกนั แตง เปนประโยคคําถาม ครู รวบรวมคาํ ตอบจากนักเรียน จนไดค ําตอบที่ถกู ตอง และเขียนบนกระดาน จากนนั้ ครใู หนกั เรยี นหาคําตอบของ คาํ ถามนี้ในบทสนทนาหนา 108 เม่ือนกั เรียนเขาใจวิธีทาํ งานแลว ครูใหน กั เรียนอานขอมลู ที่ใหม าในหนังสือเรียน หนา 109 Ex.7 และครู ตรวจสอบใหแ นใจวานกั เรยี นทุกคนเขา ใจความหมายของคําเหลา น้ี จากนน้ั ครูใหน กั เรียนอานบทสนทนาใน หนา 108 อีกครัง้ โดยอานในใจ ตอ มาครใู หเวลานกั เรียนทาํ งาน โดยจบั คพู ดู ถาม-ตอบกนั ดวยการตั้งคําถามโดยใชคาํ ที่กาํ หนดให และพดู ตอบจากความจํา แตถาจาํ เปน นักเรยี นสามารถกลับไปดูคําตอบในบทสนทนาได ครเู ดนิ สังเกตรอบๆ ช้นั เรียน เพอ่ื ตรวจสอบวา นักเรียนใชภ าษาอังกฤษในการพดู ถาม-ตอบกนั หรือไม และคอยชวยเหลือนักเรยี นที่เรียนออน สดุ ทายครูใหน ักเรียน 3-4 คู ออกมาพูดถาม-ตอบทหี่ นา ชั้นเรยี น Answers 1. Where was Steve Irwin from? He was from Australia. 2. How old was he when there was a terrible accident? He was 44 years old. 3. When was Steve Irwin Natalie’s hero? When she was a child. 4. Why was he her hero? Because he was very funny, but also intelligent and brave. 7. นักเรยี นทํากจิ กรรมในหนังสือเรียน หนา 109 Ex.8 โดยระดมความคดิ เกี่ยวกบั บคุ คลท่ีมีชื่อเสยี งในอดีต ครูบอกนักเรียนวา สามารถอางถงึ บุคคลสําคัญ นกั รอง นักแสดง หรือแมแตส มาชกิ บางคนในครอบครัวซง่ึ เสียชวี ิตไปแลว จากน้ันใหน ักเรียนเลือกมา 1 คน และคิดคําคุณศัพทเพ่อื บรรยายบคุ คลดังกลา ว แลวให นักเรยี นเขียนโนต สั้นๆ ในสมุดของตนเอง ตอจากนน้ั ใหน ักเรยี นทาํ งานคู โดยบอกขอมูลซ่ึงกันและกันเกยี่ วกับ บคุ คลทนี่ กั เรียนเลือก ครูสังเกตการแลกเปลีย่ นขอมลู ของนกั เรยี นเพื่อใหแนใจวานักเรยี นใชค าํ คณุ ศัพทและ Past tense ไดอ ยา งถูกตอง

ขัน้ ที่ 4 Production 5. ครอู ธิบายภาระงานในหนังสอื เรียน หนา 109 Ex.9 วาจะเปนการถามเพ่ือใหนกั เรียนคดิ เก่ียวกับส่ิงที่ นักเรยี นชอบเม่ือสมัยท่ียังเปน เดก็ มากๆ แลว ครถู ามวานักเรียนสามารถจดจําช่ือวิชา ภาพยนตร/รายการโทรทัศน หนงั สอื /เพลง วีรบรุ ุษ และเพื่อนทนี่ ักเรียนชอบเมื่อตอนเปนเดก็ ไดหรือไม จากนัน้ สุมเรียกใหน ักเรยี นอานตวั อยา งคําตอบท่ีใหมาในหนงั สือเรยี น แลวครใู หน กั เรยี นทาํ งานเปนคู 6. ครูใหน ักเรยี นทาํ ชิน้ งาน Favourite things in the past ดวยการเตรยี มตารางซง่ึ เขยี นช่อื นักเรยี นใน แนวตั้ง และเขียนส่ิงท่นี กั เรยี นช่ืนชอบ เชน วิชา ภาพยนตร ในแนวนอน แลวใหน กั เรยี นแตละคนลอก ตารางลงในสมุด จากนน้ั ใหน ักเรียนถามคาํ ถามเพื่อนอยา งนอ ย 5 คน เพ่ือเกบ็ รวบรวมขอมูลเกี่ยวกบั สงิ่ ท่เี พื่อนชอบในอดีต เสร็จแลว ครูสุม เรียกใหน กั เรยี นออกมาพดู รายงานขอมูล โดยทไี่ มบอกช่ือ เจาของขอ มลู แลว ใหเ พ่ือนๆ ในหอ งทายวาเจา ของขอมลู คือใคร เชน When I was a child, my favourite subject was Science. Who am I? ถายงั ไมมใี ครทายถูก ใหนักเรียนอานขอ มูลตอไป เชน When I was a child, my favourite TV programmae was Oum Rak (อมุ รกั ). Who am I? ใหนกั เรยี นทํากิจกรรมเชนนไี้ ปเรอื่ ยๆ จนกวาจะมีคนทายถกู Student’s Subject Film / Book / Hero Friends Name TV Song programme 3. ใหนักเรียนทาํ กจิ กรรมในแบบฝก หัด (Workbook) หนา 86 Ex.1 และหนา 87 Exs.1-2 เปน การบาน 4. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นฝกอานบทสนทนาในหนงั สือเรียน หนา 108 Ex.1 เปน การบาน เสร็จแลวให ผปู กครองเซ็นช่อื รบั รองวา นักเรยี นไดฝก อานแลว 9. การวดั และประเมินผล เครอื่ งมอื เกณฑ วิธกี ารวดั แบบประเมนิ การพดู โตต อบ ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินทักษะการพดู แบบประเมินชน้ิ งาน My favourite ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมินช้นิ งาน things in the past รอ ยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝก หัด แบบฝกหัด (Workbook) ระดับคุณภาพ 2 ผา นเกณฑ สงั เกตความใฝเ รยี นรู แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค 10 สอื่ /แหลง การเรยี นรู - หนังสอื เรียน Team Up in English 1 ม. 1 - แบบฝกหดั Team Up in English 1 ม. 1 - Class Audio CDs - Student’s Audio CD

แผนการจัดการเรียนรูท่ี 2 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตา งประเทศ วชิ าภาษาอังกฤษ (อ21102) ช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 1 หนวยการเรียนรทู ี่ 5 It was there months ago เร่ือง Past time เวลา 3 ช่ัวโมง ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563 สอนวนั ที่ 7 ธนั วาคม พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1.สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวช้ีวัด สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการส่อื สาร มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเร่ืองที่ฟงและอา นจากสอื่ ประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยางมีเหตผุ ล มาตรฐาน ต 1.2 มีทักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอมลู ขาวสาร แสดงความรสู กึ และ ความคิดเห็นอยางมปี ระสิทธิภาพ ตวั ชี้วัด ต 1.1 ม.1/2 อา นออกเสียงขอความ นิทาน และบทรอ ยกรอง (poem) สัน้ ๆ ถกู ตอง ตามหลกั การอาน ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบปุ ระโยคและขอความใหส ัมพันธกบั ส่ือที่ไมใชค วามเรยี ง (non-text information) ที่อา น ต 1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปลีย่ นขอมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณตางๆ ใน ชีวิตประจาํ วัน 2. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด รแู ละเขาใจคําศัพทและประโยค ชวยใหใชภ าษาส่ือสารในชีวิตประจําวันไดอยางถูกตองและเหมาะสม 3. จดุ ประสงคการเรยี นรู - พูดถาม-ตอบเกีย่ วกบั สถานที่ทบี่ คุ คลอยใู นอดตี โดยใช past time expressions ได เนือ้ เรอ่ื ง (The story) ในหนังสอื เรยี น หนา 110 David, Jack และ Sara กาํ ลงั นง่ั คยุ กันอยู แลว Mrs Doyle กเ็ ดินมาและหยุดพดู คยุ ดว ย เด็กท้ัง 3 คนกาํ ลัง คยุ เก่ียวกับความตองการทีจ่ ะไปดูละครเพลง (Musical) แต Mrs. Doyle ไมค ิดวาน่นั เปนความคดิ ท่ีดี เพราะ เธอบอกวาพวกเด็กๆ ไดออกไปขางนอกกันบอยในชวงนี้ จากนั้นเด็กๆ กลับมาพดู คุยกนั เกีย่ วกบั สถานที่ซึ่ง Mrs Doyle อยใู นตอนเยน็ เม่ือวานน้ี เพราะพวกเขาไมเชื่อคาํ ตอบท่ี Mrs Doyle ใหไ ว 4. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค 1.นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ยั ในการทํางาน 2.นักเรยี นมคี วามรบั ผิดชอบ 3.นกั เรยี นมคี วามมุงมั่นในการทํางาน

5. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ 6. สาระการเรยี นรู ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Vocabulary: Places in town Functions: Talking about places in town Pronunciation: Intonation in questions 2) Language Skills Speaking: พูดถาม-ตอบเก่ียวกับเหตุการณที่เกดิ ขึ้นในอดีต Reading: อานเพ่ือความเขาใจ 7. ภาระงาน / ช้นิ งาน - แบบฝก หดั หนงั สือหนา 110 Ex.1 - แบบฝกหดั หนังสอื หนา 111 Ex.6 8. กิจกรรมการเรียนรู ขั้นท่ี 1 Warm up 1. ใหนกั เรียนดภู าพในหนังสือเรยี น หนา 110 Ex.1 แลวครถู ามคําถาม เชน - Who are the people in the picture? (Sara, Mrs Doyle, David and Jack with his small white dog, Emi.) - Are they sitting? (Yes, they are, except for Mrs Doyle: she’s standing.) - What are they wearing? (Mrs Doyle is wearing jeans and a flowery top, Sara is wearing jeans and a checked shirt, Jack is wearing a stripy green and white T-shirt and jeans, David is wearing a plain green shirt and jeans.) - What are they doing? (They’re chatting.) 2. ครถู ามวา What do you think they’re talking about? เพ่ือกระตุนใหนักเรยี นคาดเดาเนื้อหาของ บทสนทนาในหนังสือเรยี น หนา 110 ขั้นท่ี 2 Presentation 1. ครูเปด CD2/Track 41 ใหน กั เรยี นฟงโดยไมห ยุด CD ขณะทฟ่ี ง ใหนักเรยี นดูบทสนทนาใน หนังสือเรียน หนา 110 Ex.1 ตามไปดว ย จากน้ันครเู ปด CD อีกครั้ง โดยในครง้ั น้หี ยดุ CD เปน ระยะๆ เพ่อื ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี น 2. นกั เรยี นทํากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา 110 Ex.2 โดยเปด CD2/Track 41 ใหน กั เรียนฟง แลวหยดุ CD เปน ระยะๆ เพ่ือใหน ักเรียนฝกอานบทสนทนาตามพรอมๆ กัน หรือเปนรายบุคคล 3. ครูนาํ เสนอคําศัพทเกยี่ วกบั สถานที่โดยใชบัตรภาพ cinema theatre library park gym swimming pool museum zoo

จากน้ันครถู ามคาํ ถามนักเรยี น เพือ่ ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรียน เชน - Where will you go when you want to see a film? - Where will you go when you want to read some books? - Where will you go when you need fresh air? - Where will you go when you want to see some animals? - Where will you go when you want to do exercise? - Where will you go when you want to see a play? - Where will you go when you want to see an art exhibition? - Where will you go when you want to swim? ข้นั ท่ี 3 Practice 1. ใหนักเรียนอา นคาํ ถามในหนงั สือเรยี น หนา 110 Ex.3 และตรวจสอบใหแ นใจวาทุกคนเขา ใจ คาํ ถาม จากนน้ั ใหน ักเรยี นทํางานโดยอา นบทสนทนาอีกคร้ังในใจ แลว ตอบคําถามเหลานใี้ นสมดุ เมื่อ ทาํ เสร็จแลวครสู มุ เรียกนกั เรยี นหลายๆ คน รายงานคาํ ตอบของตนเอง Answers 1. He can’t find the tickets for Billy Elliot the Musical. 2. Sara. 3. Mamma Mia. 4. Mrs Doyle’s friend. 5. Sara. 2. ครูอา นคําศพั ทท ่ีกําหนดใหในหนังสือเรยี น หนา 111 Ex.4 ชา ๆ เพ่ือใหนักเรยี นอานตาม แลว บอกนักเรียนวาคําศัพทเ หลา น้ีคอื สถานทีท่ ี่อยูในเมือง จากนัน้ ใหเวลานักเรยี นจบั คูคําศัพทใหส ัมพันธ กับภาพที่ใหม า เม่ือทําเสร็จแลวครสู มุ เรียกนกั เรียนหลายๆ คน รายงานคาํ ตอบของตนเอง Answers 3. cinema 1. swimming pool 2. zoo 7. museum 4. library 5. park 6. gym 3. ครอู ธิบายภาระงานวา ใหนกั เรียนเตมิ ประโยคในหนงั สือเรยี น หนา 111 Ex.5 ใหสมบูรณดว ย คําศัพทเกยี่ วกับสถานทจี่ าก Ex.4 ครูอาจทบทวนคาํ ศพั ทใ หนักเรียนอีกคร้งั ดวยการถามคําถาม ดงั น้ี - What can you do at the zoo? (See the animals.) - What can you do at a gym? (Do Judo, yoga, aerobics, play squash, lift weights.) - What can you do at a swimming pool? (Swim, dive, play water polo.) จากนัน้ ใหน ักเรยี นทํางาน เม่ือทําเสร็จ ครูตรวจคําตอบดวยการสุมเรยี กนักเรยี นหลายๆ คน อาน ประโยคของตนเองใหเพื่อนๆ ฟง

Answers 2. zoo 3. theatre 4. gym 1. cinema 6. library 7. swimming pool 8. park 5. museum 4. ใหน กั เรยี นอานประโยคในหนงั สอื เรยี น หนา 111 หัวขอ Look & Use แลว หาประโยคเหลา นใ้ี น บท สนทนา หนา 110 ครอู ธบิ ายวาวลีเหลา น้คี อื คํา/วลบี ง บอกเวลาท่ใี ชใ นการบอกเลาเหตุการณในอดีต (past simple) Advanced classes: ครอู าจสอนคํา/วลีบงบอกเวลาท่ใี ชในบอกเลา เหตุการณในอดีตเพ่มิ เติมให นกั เรยี นโดยศกึ ษาขอมูลจาก http://web2.uvcs.uvic.ca/courses/elc/sample/advanced/gs/gs_05.htm 5. ครูเขยี นโครงสรางประโยคตอไปนบ้ี นกระดาน When was the last time you were…? จากน้ันครู ยกตัวอยา ง เชน A: When was the last time you were at the park? B: The last time I was at the park was Saturday afternoon. ครใู หนกั เรียนฝกใชโครงสรา งประโยคเหลา น้ี ดว ยการใหนักเรยี นพดู ถามครู โดยใชโ ครงสรา งบนกระดาน กับคําศัพทช ่ือสถานที่ใน Ex.4 ครูตอบโดยใชคําบงบอกเวลาในอดีต (past time expressions) ตอ มาครูอธบิ ายภาระงานในหนังสือเรียน หนา 111 Ex.6 วา ใหน ักเรียนจบั คกู ันฝกพูดถาม-ตอบโดยใช วลที ่กี าํ หนดใหใ นกรอบ และโครงสรางประโยค When was the last time you were…? ขณะ นักเรียนทาํ กจิ กรรม ครเู ดนิ รอบๆ ชน้ั เรียนเพื่อสังเกตการทาํ กิจกรรมของนักเรียน เสรจ็ แลว ครสู ุม เรยี ก นกั เรียนหลายๆ คู ออกมาทาํ กจิ กรรมอีกครงั้ ใหเ พ่ือนๆ ดูที่หนา ชัน้ เรยี น Advanced classes: นอกจากคาํ ถามและคาํ ตอบ ครูใหนกั เรยี นเพ่ิมความคิดเห็นเขา ไปดวย เชน It was boring!, It was exciting., etc. แลวมอบหมายใหน ักเรยี นไปเขยี นประโยคใหส มบูรณเปน การบา น Extra Activity: ครูเขยี นตาราง 2 คอลัมนบ นกระดาน คอลัมนแรกเขียนหวั ขอ Positive คอลัมน ท่ี 2 เขียนหวั ขอ Negative แลวครูอธิบายวา ใหน กั เรยี นทบทวนคําคณุ ศัพททน่ี ักเรียนไดเ คยเรียนมา ทั้งหมด ดวยการใหนักเรยี นในช้ันพดู บอกคําคณุ ศัพททเ่ี รยี นมา โดยอาจเร่ิมจากในหนังสือเรียน หนา 109 Ex.4 แลวสุมเรียกนกั เรียน 1 คน ใหออกไปเขยี นคําศัพทตามท่ีเพื่อนในช้นั บอก ลงในตารางโดย ถา เปน คําศพั ทท มี่ ีความหมายในเชงิ บวก ใหเ ขยี นในคอลมั น Positive แตถ า เปนคําศัพทท่ีมคี วามหมาย ในเชงิ ลบ ใหเ ขียนคาํ ศพั ทล งในคอลัมน Negative เชน great, funny, silly, good, nice, horrible, cool Weak classes: ใหน ักเรียนคัดลอกคําคุณศัพทบ นกระดานลงในสมุด แลว เขยี นคําแปลเปน ภาษาไทย Advanced classes: ใหน กั เรยี นคิดถึงส่งิ ท่ีคิดวา นาเบ่ือ นา สนใจ ทนั สมัย ฯลฯ แลวเขยี นประโยค บรรยายบุคคล สิ่งของ สถานที่ หรือสถานการณเหลา นนั้ โดยใชคาํ คณุ ศพั ทแตละคํา จากนัน้ ครู สุมเรียกนักเรียนหลายๆ คน อา นประโยคของตนเอง 6. ครูบอกนักเรยี นวากจิ กรรมในหนงั สือเรยี น หนา 111 Ex.7 คลา ยกับกจิ กรรมท่นี ักเรียนทํามาแลว ใน Unit 8 เกย่ี วกับการออกเสียงสงู -ต่ําในประโยคคําถาม จากนั้นครใู หนกั เรียนทบทวนเกย่ี วกบั รูปแบบ การออกเสยี งสงู -ตา่ํ ในประโยคคาํ ถามวา เปนอยางไร

- ประโยคคําถามแบบ Yes/No Questions มกั จะลงทายดวยเสียงสูง - ประโยคคาํ ถามแบบ Wh-questions โดยปกติจะลงเสียงตํ่าตอนทาย จากน้ันครเู ปด CD2/Track 42 ใหน กั เรียนฟงหลายๆ คร้ัง เพอ่ื ฝก ฟงและออกเสียงตาม เสรจ็ แลวครู สุมเรียกนักเรยี นหลายๆ คน ใหอ านประโยคในหนงั สอื เรยี นดวยตนเอง ขนั้ ที่ 4 Production 1. อธบิ ายภาระงานในหนงั สือเรยี น หนา 111 Ex.8 วา ใหนกั เรยี นจับคกู นั แลวพดู ถาม-ตอบเกีย่ วกับ สถานท่ที ่ีอยหู รือไปมาเมอื่ สดุ สัปดาหท่ผี านมา และอยกู บั ใคร จากน้ันครูสุมเรยี กนักเรียน 2 คน ใหแสดงเปน A และ B แลวอานตวั อยา งคําตอบในหนงั สอื เรยี นทใี่ ห มา แลวใหน ักเรยี นทาํ กจิ กรรมฝก พูดถาม-ตอบเหมือนดงั ตัวอยา งทใ่ี หม า หรือครูอาจชว ยเหลือนักเรียน ดว ยการใหนักเรยี นนึกถงึ วนั และชวงเวลาตา งๆ เชน Sunday at 12 o’clock แลวครูเขียนบนกระดาน และใหนกั เรียนบอกชอื่ บุคคลตา งๆ เชน my friend Lisa, my sister, etc. แลวครเู ขียนบนกระดาน สุดทายใหนกั เรียนบอกชอ่ื สถานทีใ่ นเมืองจาก Ex.4 และสถานที่อ่ืนๆ ท่ี สามารถคิดได เชน school, recycling point, supermarket, etc. และครูเขยี นบนกระดาน แลว จึง ใหน ักเรยี นฝก พดู ถาม-ตอบกัน โดยสามารถใชว ลีที่อยบู นกระดานได ครเู ดนิ สังเกตรอบๆ ชนั้ เรียน เพอื่ ใหแ นใจวานกั เรียนใชภาษาอังกฤษในการพดู ถาม-ตอบกนั เสรจ็ แลว ครสู มุ เรียกนกั เรียนหลายๆ คู ออกมาแสดงบทสนทนาทหี่ นาชั้นเรียน Weak classes: ครูเขยี นคาํ ถามและคําตอบของแตละสถานทใ่ี น Ex.4 บนกระดาน ใหนกั เรียน คดั ลอกลงในสมุดของตนเอง แลว จับคกู บั เพ่ือนเพอ่ื ฝกพดู ถาม-ตอบกัน จากนนั้ ครูมอบหมายให นักเรียนแปลบทสนทนาเปนการบาน Advanced classes: ครูตอยอดกิจกรรมในหนังสือเรยี น หนา 111 Ex.8 ดว ยการสุม เรียกนักเรยี น 1 คู ออกมาพูดถาม-ตอบเหมือนอยางใน Ex.8 ทีห่ นาชั้น จากนัน้ สุมเรยี กนักเรียนอีก 1 คู ทเี่ ปน ผดู ู ออกมาพูดถาม-ตอบกันเก่ยี วกับนักเรียนคูกอนหนา น้นั โดยใชรปู เอกพจนบุรษุ ที่ 3 เชน Where was she/he on… at…? Who was she/he with? etc. 2. ครูใหนกั เรียนทําชน้ิ งาน Where were you…? ดว ยการวาดรูปสถานที่ท่นี ักเรยี นไดเ รียนมาแลว ใน บทเรียนน้ี ลงในกระดาษ A4 5 ภาพ ในแตละภาพใหน กั เรียนเขยี นวนั ท่ลี งไปดวย โดยกําหนดใหเปน วนั ทข่ี องเมอื่ วานน้ี เม่ือคืนนี้ 2 วนั ทแี่ ลว วนั อาทติ ยท่ีแลว สปั ดาหท ่แี ลว จากน้ันใหน กั เรยี นเขยี นบทสนทนาส้นั ๆ ใตภาพ โดยใชโครงสราง Where were you…? I was at … Who were you with? I was with …. Today is 21st September 2012. 20th September 2012 16th September 20012

A: Where were you yesterday? A: Where were you last Sunday? B: I was at the library. B: I was at the cinema. A: Who were you with? A: Who were you with? B: I was with my friends. B: I was with my mother. 3. ใหน ักเรยี นทาํ กิจกรรมในแบบฝกหดั (Workbook) หนา 86 Exs.2-3 และหนา 87 Exs.3-4 เปน การบา น 4. ครูมอบหมายใหนกั เรยี นฝกอานบทสนทนาในหนงั สือเรียน หนา 110 Ex.1 เปนการบาน เสร็จแลวให ผูปกครองเซน็ ช่ือรับรองวานกั เรยี นไดฝ กอานแลว 5. ใหนกั เรียนทดสอบอานบทสนทนาในหนงั สือเรียน หนา 108 หรือ 110 กับครูนอกเวลาเรยี น 9. การวดั และประเมินผล เครื่องมอื เกณฑ วิธกี ารวัด แบบประเมินการพดู โตตอบ ระดบั คุณภาพ 2 ผา นเกณฑ แบบประเมินการอา นออกเสียง ระดับคุณภาพ 2 ผา นเกณฑ ประเมนิ ทักษะการพูด แบบประเมนิ ชนิ้ งาน Where were ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมนิ การอา นออกเสียง you…? รอ ยละ 60 ผานเกณฑ ประเมนิ ช้นิ งาน แบบฝกหดั (Workbook) ระดับคุณภาพ 2 ผา นเกณฑ ตรวจแบบฝก หดั แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค สงั เกตความใฝเ รียนรู 10. สอ่ื /แหลงการเรียนรู 8.1 หนังสือเรยี น Team Up in English 1 ม. 1 8.2 แบบฝก หัด Team Up in English 1 ม. 1 8.3 Class Audio CDs 8.4 Student’s Audio CD

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 3 กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาตา งประเทศ วชิ าภาษาองั กฤษ (อ21102) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที่ 1 หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 It was there months ago เร่อื ง There was / There were เวลา 2 ช่วั โมง ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563 สอนวนั ท่ี 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชวี้ ดั สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การส่ือสาร มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรื่องท่ีฟงและอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยาง มเี หตผุ ล มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอมูลขาวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองตา งๆ โดยการ พดู และการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.1/3 เลือก/ระบุประโยคและขอความใหสัมพันธก บั ส่ือที่ไมใชค วามเรยี ง (non-text information) ที่อา น ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขยี นบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจําวนั ประสบการณ และส่ิงแวดลอม ใกลต ัว 2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด รูแ ละเขาใจโครงสรางประโยค ชว ยใหพูดและเขยี นบรรยายเหตกุ ารณต างๆ ไดอยางถูกตองและเหมาะสม 3. จุดประสงคก ารเรียนรู - ใช Past simple of verb to ‘be’ (all forms), Past time expressions และ there was / there were ได 4. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค 1.นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั ในการทํางาน 2.นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบ 3.นักเรยี นมีความมุง มน่ั ในการทาํ งาน 5. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคดิ

6. สาระการเรยี นรู 3.1 ทักษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Grammar: be – Past simple (all forms) Past time expressions there was / there were 7. ภาระงาน / ช้ินงาน - แบบฝก หดั หนา 112 – 113 - Worksheet My town in the past 8. กจิ กรรมการเรยี นรู ขัน้ ที่ 1 Warm up ครูใหนักเรยี นเลน เกมบงิ โกคําศัพทเ กีย่ วกบั สถานที่ ดว ยการใหนักเรียนวาดตาราง 9 ชอง ลงใน กระดาษ และวาดรูปงา ยๆ เก่ียวกบั สถานทท่ี น่ี ักเรียนไดเรยี นรมู าในหนังสือเรียน หนา 111 ลงใน แตละชอ งใหครบ จากนน้ั ครพู ูดคําศัพท นักเรยี นคนใดท่ีมีสถานทดี่ ังกลาวในตารางของตนเอง ให กากบาททบั ภาพดงั กลาว โดยถา นกั เรยี นคนใดกากบาทภาพได 3 ภาพติดกนั แนวใดก็ได ใหต ะโกน วาบิงโก ข้ันที่ 2 Presentation 1. ใหน กั เรยี นจับคูกนั แลว ศึกษาคาํ อธิบายเกี่ยวกับการใช Past simple of verb to ‘be’ (all forms), Past time expressions และ there was / there were ในหนงั สอื เรยี น หนา 112-113 และ ชวยกนั เตมิ ขอ มูลในคําอธิบายดงั กลาวใหส มบูรณ 2. ครสู มุ เรียกนักเรียนอานคาํ อธิบายการใช Past simple of verb to ‘be’ (all forms), Past time expressions และ there was / there were ใหเพื่อนในหอ งฟง พรอมทั้งบอกคําที่ขาดหายไปใน ชอ งวาง แลวใหนกั เรยี นในช้นั คนอ่ืนๆ ชวยกันตรวจสอบวา คาํ ตอบของเพ่ือนถูกตอ งหรือไม โดยครูทาํ หนาทช่ี วยเสริมเพิ่มเตมิ ใหน กั เรยี นเขาใจมากขนึ้ be – Past simple was was was Affirmative form Were were was I, she / was Answers We, they / were

Questions and short answers Answers Were Was Yes, she was. / No, she wasn’t. Yes, it was. / No, it wasn’t. Yes, we were. / No, we weren’t. Yes, you were. / No, you weren’t. Yes, they were. / No, they weren’t. before full short Wh-questions before Answers there was / there were Answers was were ข้นั ที่ 3 Practice นกั เรียนทํากจิ กรรมในหนังสือเรียน หนา 112-113 Exs.1-5 ปากเปลารวมกันในชน้ั เรียน เสร็จแลว ครูอาจมอบหมายใหน ักเรียนกลับไปเขียนเปนการบานอีกครัง้ เพื่อตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี น Exercise 1 1. The children were very sad. Answers 2. Irwin’s documentaries were about animals. 3. She was married with two children. 4. It was a beautiful day. We were in the park. 5. I was hungry and thirsty! 6. You were really brave! Negative form not n’t Exercise 2 Answers 1. They weren’t in the park all afternoon. 2. Sara wasn’t at the cinema yesterday afternoon. 3. They weren’t at the theatre last night. 4. The documentary about crocodiles wasn’t very interesting.

Exercise 3 5. We weren’t at the seaside two months ago. Answers was Exercise 4 wasn’t, was Answers wasn’t, was Exercise 5 wasn’t, was Answers 1. Where were you last Saturday? 2. Were you with Brenda last night? 3. Was your brother at home at 11 o’clock in the evening? 4. Who was Natalie with yesterday afternoon? 1. Was there 2. Were there 3. Was there 4. Were there 5. Were there 6. Was there ขัน้ ท่ี 4 Production 1. ครูใหนักเรยี นชวยกันสรุปสิง่ ท่ีไดเ รยี นรูใ นบทเรียนน้ีรว มกนั จากนนั้ ใหน กั เรยี นจับคู ชว ยกันแตง ประโยคโดยใชโ ครงสรางภาษาท่เี รียน อยางนอยโครงสรางละ 5 ประโยค ครสู งั เกตขณะนกั เรียนทาํ กจิ กรรม เสรจ็ แลวสมุ เรยี กนักเรียน 3-5 คู ออกมานําเสนอท่ีหนา ช้ันเรยี น 2. ครูใหน ักเรยี นทําชน้ิ งาน My town in the past เปนคู โดยใหแ ตละคชู วยกันวาดภาพเมืองของตนเอง เมอื่ 10 ปท่ีแลว แลว เขยี นบรรยาย โดยใช There was / There were ทั้งในรูปประโยคบอกเลา และ ปฏิเสธ อยางนอย 10 ประโยค ลงในกระดาษ A4 In my town 10 years ago, there wasn’t a lot of traffic. There weren’t any traffic lights. There were some old buildings. There wasn’t a theatre. There was a library. There wasn’t a gym. There were some shops. There weren’t any supermarkets. There was a park. There wasn’t a museum. เมอ่ื ทําช้ินงานน้ีเสร็จแลว ครใู หน กั เรยี นแตละคู ผลัดกนั พดู ถาม-ตอบเก่ียวกบั สถานท/ี่ ส่ิงทีม่ หี รือ ไมมใี นเมืองทีน่ กั เรยี นอาศยั อยูเมอื่ 10 ปทแี่ ลว เชน A: Was there a lot of traffic in your town 10 years ago? B: No, there wasn’t. A: Were there traffic lights in your town 10 years ago? B: No, there weren’t.

2. นกั เรียนทํากจิ กรรมในแบบฝกหดั (Workbook) หนา 88-89 Exs.1-9 เปน การบาน 3. นกั เรียนทํากจิ กรรมในแบบฝกหัด (Workbook) หนา 90-91 Exs.1-9 ในชนั้ เรยี นหรอื เปนการบาน Skills (workbook pp. 90-91) ทบทวนคําศัพทเกี่ยวกับสถานท่ีในเมืองและคาํ คุณศัพททีน่ กั เรียนไดเรยี นใน Unit 12 ดว ยการแบงนักเรยี นเปน 2 ทมี แตล ะทมี ผลดั กันสง ตัวแทนออกมาเลน เกม Spelling Bee โดยครูจะพูดคําศพั ท แลว ใหน กั เรยี นสะกด คําศัพทดังกลา วใหถ ูกตอ ง ทีมท่ตี ัวแทนสามารถสะกดคาํ ศัพทไดถ ูกตอง จะได 1 คะแนน สดุ ทา ย ทีมใดท่ีไดค ะแนนมากทีส่ ุดจะเปน ทมี ท่ชี นะ Wordlist: cinema, gym, library, museum, park, swimming pool, theatre, zoo, interesting, safe, dangerous, young, old, cowardly, brave, boring Reading ครถู ามนักเรียนวา ชอบประวตั ิศาสตรห รือไม เพราะเหตใุ ด ใหน ักเรยี นรวมกันแสดงความคดิ เห็น แลวครู ทดสอบความรรู อบตัวของนักเรยี น ดวยการใหน กั เรยี นดูภาพในแบบฝกหดั (Workbook) หนา 90 Ex.1 แลว บอกวาเปนภาพใคร (Christopher Columbus, Charles Darwin) หรือสถานทใี่ ด (Australia, The Parthenon, The Myths of Mexico and Peru) และนักเรียนรขู อมลู อะไรบา งเก่ียวกับบคุ คล และสถานที่เหลา นี้ จากนนั้ ใหน ักเรยี นทํา History Quiz เพ่ือทดสอบความรดู านประวตั ศิ าสตร เม่ือทําเสรจ็ แลว ใหนักเรียน ตรวจคาํ ตอบดวยตนเอง โดยดเู ฉลยในกรอบดา นลางหนา 90 แลว ครูใหน ักเรียนเฉลยคาํ ตอบรวมกนั อกี ครงั้ พรอมทงั้ บอกเหตผุ ลประกอบคาํ ตอบดว ย Listening 1. นักเรียนทาํ กจิ กรรมการฟงในแบบฝก หดั (Workbook) หนา 91 Ex.2 โดยครเู ปด Student’s Audio CD/Track 47 ใหนกั เรยี นฟงคําถาม 2 คร้ัง แลวเลือกคําตอบท่ถี ูกตองท่ีสุด 2. นกั เรียนทํากจิ กรรมในแบบฝกหดั (Workbook) หนา 91 Ex.3 ซง่ึ ตอเน่ืองจาก Ex.2 โดยฟง Student’s Audio CD/Track 48 เพื่อตรวจคาํ ตอบของตนเองใน Ex.2 ถานกั เรียนไมเขาใจคาํ ตอบ ครอู ธิบายเพิ่มเติมใหนกั เรียนเขาใจ

9. การวดั และประเมนิ ผล วิธีการวัด เครือ่ งมือ เกณฑ ประเมนิ ชน้ิ งาน แบบประเมินชน้ิ งาน My town in the ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ past รอ ยละ 60 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝก หัด แบบฝก หดั (Workbook) ระดับคุณภาพ 2 ผา นเกณฑ สงั เกตความใฝเรยี นรู แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค 10. สอ่ื /แหลง การเรียนรู 8.1 หนงั สือเรยี น Team Up in English 1 ม. 1 8.2 แบบฝก หดั Team Up in English 1 ม. 1 8.3 Student’s Audio CD 8.4 Personal Toolkit

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 4 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ วชิ าภาษาอังกฤษ (อ21102) ชั้นมธั ยมศึกษาปท ่ี 1 หนวยการเรียนรูที่ 5 It was there months ago เรอ่ื ง There wasn’t / There weren’t เวลา 2 ชว่ั โมง ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2563 สอนวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู/ ตัวชีว้ ัด สาระที่ 1 ภาษาเพอื่ การส่ือสาร มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตคี วามเรื่องที่ฟงและอา นจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา ง มีเหตผุ ล มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ มูลขาวสาร แสดงความรูสึก และ ความคิดเหน็ อยา งมีประสทิ ธิภาพ ตัวชว้ี ัด ต 1.1 ม.1/2 อานออกเสียงขอ ความ นทิ าน และบทรอยกรอง (poem) สั้นๆ ถกู ตอง ตามหลักการอา น ต 1.2 ม.1/1 สนทนา แลกเปล่ียนขอ มลู เกีย่ วกับตนเอง กิจกรรม และสถานการณตา งๆ ในชีวติ ประจําวนั 2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด การรูแ ละเขาใจคําศัพทแ ละโครงสรา งประโยค ชวยในการเขียนบรรยายเกยี่ วกับสงิ่ แวดลอมใกลต ัว 3. จุดประสงคการเรียนรู - ใช Past simple of verb to ‘be’ (all forms), Past time expressions และ there wasn’t / there weren’t ได 4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค 1. นักเรียนมีระเบียบวนิ ัยในการทาํ งาน 2. นกั เรยี นมคี วามรบั ผดิ ชอบ 3. นกั เรียนมีความมุงมน่ั ในการทาํ งาน 5. สมรรถนะสําคัญของผูเรียน ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคิด

6. สาระการเรียนรู ทกั ษะเฉพาะวิชา 1) Language Features and Functions Grammar: be – Past simple (all forms) Past time expressions ( Negative form ) there was not / there were not 2) Language Skills Speaking: พดู ถาม-ตอบเก่ยี วกับอาหาร Reading: อา นออกเสยี งบทสนทนา 7. ภาระงาน/ชนิ้ งาน - Worksheet 3-5 8. กจิ กรรมการเรยี นรู ข้นั ท่ี 1 Warm up ครูใหนักเรยี นอา นชื่อบทในหนงั สือเรียน หนา 54 จากน้ันกระตุนใหนักเรียนอภิปรายแสดงความคิดเห็น รวมกันในชั้นเรียนวา recycling คืออะไร (the process of changing waste materials such as newspapers and bottles so that they can be used again) ทําไมกระบวนการนํากลับมาใช ใหมหรือ recycling จึงมีความสําคัญในโลกยุคอุตสาหกรรม การนํากลับมาใชใหมมีผลกระทบกับ ส่ิงแวดลอมอยางไร มีสิ่งใดบางที่นักเรียนคิดวาสามารถนํากลับมาใชใหมได และนักเรียนทุกคนมีสวน ชวยไดอ ยา งไร ข้นั ที่ 2 Presentation 1. สมุ เรยี กนักเรียน 1 คน อา นคํากริยาท่ีใหม าในกรอบในหนังสือเรยี น หนา 54 Ex.1 ใหเ พ่อื นฟง และแปล เปนภาษาไทย ครูช้ใี หนกั เรียนเหน็ วา คาํ ศัพทเ หลาน้ีในภาษาองั กฤษข้นึ ตน ดว ยตัวอักษร r ทงั้ หมด โดยในคาํ ท่ี ใหมาทงั้ หมด จะมีคําศัพท 3 คาํ ทีก่ ลาวถึงการกระทําที่เกย่ี วขอ งกับการรกั ษาสิง่ แวดลอ ม ครสู มุ เรยี กนักเรียน อีก 1 คน ใหออกมาเขียนคําตอบบนกระดานวาคาํ ศพั ท 3 คําน้ันคือคําวา อะไร เม่ือไดคาํ ตอบทถ่ี ูกตองแลว ครู ใหน ักเรยี นเติมคาํ ศัพทท้ัง 3 คาํ ลงในประโยคใหถ กู ตอง Answers 2. re-use 3. recycle 1. reduce เสรจ็ แลว ครูอานออกเสยี งประโยคทเ่ี ตมิ คําสมบรู ณแลว เพ่ือเปน ตน แบบใหกบั นักเรียน แลวจึง สมุ เรยี กนักเรียนหลายๆ คน ใหอ านประโยคเหลานด้ี วยตนเอง 1. ครอู ธิบายความหมายงา ยๆ ของคําวา reduce, re-use, recycle อกี ครงั้ REDUCE = less rubbish (ลดขยะหรือการใชท ่ีไมจ ําเปน ) RE-USE = use an item more than once (นาํ มาใชซาํ้ ) RECYCLE = turn an item into another useful item

(แปรสภาพและหมุนเวียนนาํ กลับมาใชใ หม) 2. แบง นักเรียนเปน กลมุ กลุมละไมเ กิน 5 คน (คละท้ังเด็กออน เด็กเกง ) ชวยกนั คดิ วิธที จ่ี ะลดปริมาณ ขยะ (reduce) ครูอาจยกตัวอยางใหนักเรียน 1 ประโยค เพ่ือเปน ตวั อยา ง ครูกระตนุ ใหนักเรียนชวยกัน แสดงความคิดเห็นโดยใชภาษาอังกฤษงายๆ ซงึ่ อาจจะมกี ารใชโ ครงสรา งภาษาผดิ บา งก็ไมเปนไร - Buy only what you need. (ซือ้ แตของท่ีจาํ เปน) Buy products that can be reused. (ซอ้ื ผลติ ภณั ฑทีส่ ามารถนํามาใชซ ํา้ ได) Buy products with little packaging. (ซ้ือผลิตภัณฑทม่ี ีบรรจุภณั ฑไ มมาก) Sell or give away unwanted items. (ขายหรือใหของที่ตนเองไมต องการแลวกับผอู ื่น) จากน้ันครใู หแ ตละกลุม พดู รายงานความคิดเห็นของกลมุ ตนเอง ครูเขยี นคาํ ตอบของนักเรยี นบน กระดานเฉพาะขอมูลท่ีไมซาํ้ กัน 2. ใหน ักเรยี นกลุม เดิมชว ยกนั ระดมความคิดเกี่ยวกับสง่ิ ของทส่ี ามารถนาํ กลบั มาใชซ าํ้ (re-use) ได - bags (ถุง) - envelopes - By sticking labels over the address you can reuse envelopes. (ซองจดหมาย ดว ยการตดิ แถบกระดาษทบั ช่อื และท่ีอยเู ดิม) - jars and pots - By cleaning glass jars and small pots, you can use them as small containers to store small things. (ขวดโหลตา งๆ โดยลางใหส ะอาดแลว นาํ มาใชใ สเ กบ็ ของกระจุกกระจกิ ) - old clothes – They can be made into other textile items such as cushion covers. (เสอ้ื ผา เกา – สามารถนําผา ไปทําอยา งอืน่ ได เชน ปลอกหมอน) จากน้ันครใู หแ ตละกลุม พดู รายงานความคิดเห็นของกลมุ ตนเอง ครูเขยี นคําตอบของนักเรยี นบน กระดานเฉพาะขอมลู ที่ไมซา้ํ กัน 3. ใหนกั เรยี นแตละกลุมชว ยกันคดิ วาเราจะเปนสว นหนงึ่ ท่ีชว ยในกระบวนการนํากลับมาใชใหม (recycle) ไดอยางไร - Buy products that can be recycled. (ซอื้ ผลิตภณั ฑท ี่สามารถแปรสภาพและนาํ กลบั มาใชใ หมได เชน ขวดแกว กระปอ ง) - Buy products that have been made from recycled material. (ซอ้ื ผลติ ภณั ฑท่ีทาํ มาจากวัสดุรไี ซเคลิ ) - Avoiding buying hazardous material. (หลีกเลยี่ งซอ้ื วัสดุที่เปน สารอนั ตราย เน่ืองจาก ไมส ามารถแปรสภาพนํากลบั มาใชใ หมไ ด) - Recycle bins. (มีถงั ขยะสําหรบั แยกขยะที่นาํ กลับมาใชใ หมไ ดท่ีบานของตนเอง) จากน้ันครูใหแ ตละกลุมพูดรายงานความคดิ เหน็ ของกลุม ตนเอง ครเู ขียนคําตอบของนักเรยี นบน กระดานเฉพาะขอมูลท่ีไมซํา้ กัน 4. ครูนาํ เสนอคาํ ศัพทเกย่ี วกับวสั ดุตา งๆ ดว ยการนาํ บรรจุภณั ฑท ่ีทํามาจากวสั ดตุ างๆ กนั มาแสดงให นักเรยี นดใู นชัน้ เรยี น tetrapak carton (กลองกระดาษแข็งสําหรบั ใสนมหรือเคร่อื งด่ืมอื่นๆ) paper / plastic (กระดาษ พลาสติก เชน กลองกระดาษ/พลาสตกิ แบบบางทีใ่ ส อาหาร)

Cardboard (กระดาษแขง็ เชน กลองกระดาษแข็งทใี่ สไข) plastic bottle (ขวดพลาสติก เชน ขวดนาํ้ เปลา ขวดนํ้าแร) aluminium tube (หลอดอะลมู ิเนียม เชน หลอดยาสีฟน) plastic tube (หลอดพลาสติก เชน หลอดโฟมลา งหนา หลอดครมี นวดสําหรับสระผม หลอดครมี ตา งๆ) metal can (กระปองโลหะ เชน กระปองนา้ํ อดั ลม กระปองอาหาร กระปอ งส)ี polystyrene tray (ถาดพลาสติกโพลิสไตรนี เชน ถาดโฟมใสอ าหาร) Background Information tetrapak (n) a type of plasticized cardboard carton for milk and other drinks folded from a single sheet into a box shapepolystyrene (n) very light soft plastic that is usually white, used especially for making containers that prevent heat loss จากน้นั ใหน ักเรยี นฝกอา นออกเสียงคําศัพทเ หลาน้ีตามครู ครอู าจตรวจสอบวา นักเรียนสวน ใหญเขาใจคาํ ศัพทเ หลาน้หี รือไม ดวยการสุม หยิบภาชนะเหลา นข้ี ้นึ มาแสดงใหนกั เรียนดูทลี ะชน้ิ แลว ใหนกั เรยี นพดู บอกคําศพั ท ข้นั ที่ 3 Practice 1. ใหน ักเรียนดภู าพ A-I ในหนงั สอื เรยี น หนา 54 Ex.2 แลว ใหน ักเรยี นชวยกันระบวุ าแตล ะภาพคือ ภาพอะไร ครูชวยเหลือนักเรียนในกรณที นี่ ักเรยี นจดจาํ ไมไ ดวาสงิ่ ของดังกลา วคือภาพอะไร เน่อื งจากสง่ิ ของในแตละภาพนั้นเปน สินคาที่อยูในซปุ เปอรมารเ ก็ตในประเทศอังกฤษ จึงอาจทาํ ใหมี บรรจภุ ัณฑทแ่ี ตกตา งไปจากรานคา ในทองถิ่นของตนเอง จากนั้นครอู านคําศัพทใ นตารางคอลัมนแรก พรอ มท้งั อธบิ ายคําศัพทย าก เชน detergent (n) a chemical substance in the form of a powder or a liquid for removing dirt esp. from clothes or dishes (สารเคมีในรปู ของผงหรือนํ้าสาํ หรบั ขจัด คราบส่ิงสกปรก) แลวจงึ อธบิ ายภาระงานใหน ักเรียนฟง โดยใหนักเรยี นจบั คูภาพกบั คาํ ศพั ทใ นคอลัมนแรก ดว ยการนํา ตัวอักษรของแตละภาพมาเติมลงในชองใหถูกตอง ครูใหน กั เรยี นทํางานเดี่ยวหรือคูกไ็ ด เมอื่ นกั เรยี นทํา เสรจ็ แลว ครูเปด CD1/Track 48 ใหนกั เรยี นฟงเพื่อตรวจเชค็ คาํ ตอบรวมกนั ในชน้ั 2. ครใู หนกั เรียนอา นคาํ ศัพทในตารางคอลัมนทส่ี องใน Ex.2 แลว ครอู ธบิ ายวาผลติ ภัณฑที่อยใู นคอลัมน แรกนัน้ กอใหเ กิดบรรจภุ ัณฑท่ีอยใู นคอลัมนท่สี องน้ี จากน้ันครูใหน ักเรียนอานคําศัพทในคอลัมนท่สี าม เพอื่ พจิ ารณาวามีบรรจภุ ัณฑใ ดทีส่ ามารถนาํ กลับมาใชใ หมไ ด (recycled) โดยครถู ามคําถามนกั เรียนวา Is the packaging recyclable? แลวใหน กั เรียนดูสญั ลกั ษณท ่ใี หมา ถาเปนรปู หนา ยมิ้  แสดงวา บรรจุภณั ฑนน้ั สามารถนาํ กลับมาใชใ หมได แตถา เปนรปู หนาบง้ึ  แสดงวานาํ กลับมาใชใหมไมได

Answers 1. I 2. E 3. C 4. B 5. H 6. A 7. F 8. G 3. ใหน ักเรยี นบอกวาในเมืองทนี่ กั เรยี นอาศัยอยมู วี ัสดุใดท่ีมีการนํากลับมาใชใ หม แลวครสู ํารวจครา วๆ วา มนี ักเรียนก่คี นที่มีการแยกขยะท่ีบานของตนเองเพ่ือนํากลับมาใชใหม ขน้ั ท่ี 4 Production 1. อธิบายภาระงานในหนังสือเรียน หนา 54 หัวขอ Project Time วาใหนักเรียนกลุมเดิมทํางาน รวมกนั โดยครอู ธิบายสถานการณวา สมมติวา โรงเรียนกําลังจัดประกวดโครงงานจัดทําสถานท่ีทิ้งขยะ รีไซเคิลของโรงเรียน ใหนักเรียนวาดแผนท่ีของโรงเรียน โดยในแผนท่ีน้ี ใหนักเรียนระบุจุดสําหรับทิ้ง ขยะท่ีสามารถนํากลับมาใชใหมได พรอมทั้งใสหมายเลขหรือสัญลักษณหรืออาจใชสี เพื่อแสดงความ แตกตางในแผนที่แทนก็ได แลวเขียนคําอธิบายดานลางแผนท่ีวา แตละหมายเลข สัญลักษณหรือสี หมายถึงวัสดุชนิดใด โดยถาเปนสี ใหใชสีเดียวกัน แทนวัสดุชนิดเดียวกัน การแบงชนิดของวัสดุอาจ แบง ออกเปน glass, plastic, metal, paper, wood, battery ครอู าจวาดภาพแผนทค่ี รา วๆ ใหนักเรียนดูบนกระดาน เพอื่ ใหน กั เรยี นเขา ใจมากขึ้น จากนน้ั จึงให เวลานกั เรยี นทาํ งาน ถา นกั เรียนทาํ เสร็จไมทนั ภายในเวลาเรียน ครใู หน กั เรยี นกลับไปทําตอ นอก หอ งเรยี น เมอื่ ครตู รวจผลงานเสร็จแลว นาํ ผลงานของนักเรยี นมาติดแสดงท่บี อรดของหองเรียน ในอีกทางเลือกหน่ึง ถาในบริเวณโรงเรียนของนักเรียน ไมมีจุดสําหรับท้ิงขยะที่สามารถนํากลับมาใช ใหมไดหรือจุด recycling ครูใหนักเรียนทําจุด recycling ในหองเรียนของตนเอง ดวยการใหนักเรียน ชวยกันนํากลองขนาดใหญหรือถุงดํา มาอยางนอย 5 กลอง/ถุง จากนั้นใหนักเรียนติดปาย ภาษาอังกฤษท่ีกลอง/ถุง ดังตอไปน้ี Paper, Plastic, Aluminium, Glass, Other waste จากน้ันให นักเรียนทิ้งขยะใหถูกตองตามแตละชนิดของวัสดุ ทุกๆ สัปดาห มอบหมายใหนักเรียน 1 คน เปน ผูติดตามวานักเรียนในช้ันยังใหความรวมมือในการแยกขยะกอนทิ้งหรือไม ซึ่งในการทํากิจกรรมน้ีครู อาจใหนกั เรียนหลายๆ ช้นั ทาํ กจิ กรรมพรอ มๆ กัน หรืออาจขอความรวมมือจากอาจารยใหญในการให การสนับสนุน ดวยการใหรางวัลกับชั้นเรียนที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมมากที่สุด (the most ‘environmentally friendly’) ตอมาครูหรือเจาหนาท่ีท่ีไดรับมอบหมายผลัดกันนําขยะที่แยกชนิด แลว นไี้ ปสงที่จุดรับขยะรีไซเคิลท่ีใกลโรงเรียนมากที่สุด หรือครูอาจนําวัสดุที่สามารถนําไปรีไซเคิลไดน้ี ไปขาย แลวนําเงินมาซื้อของรางวัลใหนักเรียนแตละช้ัน เพื่อแสดงใหนักเรียนเห็นวาการเก็บวัสดุ เหลานไี้ ปขาย สามารถเพมิ่ รายไดใ หกับครอบครวั ของนักเรยี นไดอกี ทางหน่งึ ดวย 2. ครูใหนักเรียนชวยกันสรุปอีกครั้งวา Reduce, Reuse, Recycle คืออะไร จากน้ันจึงกระตุนให นักเรียนเห็นความสําคัญของการซื้อผลิตภัณฑที่มีบรรจุภัณฑท่ีทํามาจากวัสดุที่สามารถนํากลับมาใช ใหมได เพ่ือชวยกันลดปริมาณขยะ ซ่ึงจะเปนการชวยรักษาสิ่งแวดลอมท่ีนักเรียนสามารถทําไดใน ชวี ติ ประจําวนั Extra Activities: ครูอาจใหนักเรียนทํากิจกรรมเพิ่มเติม โดยเขียนขอความตอไปนี้บนกระดาน แลว ใหน กั เรยี นทาํ เปน งานเด่ยี ว คูห รือกลมุ กไ็ ด Study Tip

นกั เรียนอา นขอมูลใน Study Tip ในแบบฝก หัด (Workbook) หนา 91 ซ่ึงเปนการแนะนําใหนกั เรยี น เขียนขอ ความหรือแตง บทสนทนารว มกับเพ่อื น จากน้นั อา นขอ ความหรอื อา นบทสนทนารวมกบั เพ่ือน แลว บนั ทึกเสียงไว เพื่อนําไปใหค รูฟง เพอ่ื ใหเห็นพฒั นาการในการออกเสียง 9. การวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื เกณฑ วิธีการวดั ระดบั คุณภาพ 2 ผานเกณฑ ประเมนิ ช้นิ งาน แบบประเมนิ ชนิ้ งาน My town in the รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ past ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ ตรวจแบบฝก หดั แบบฝกหดั (Workbook) สังเกตความใฝเ รียนรู แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค 10. ส่อื /แหลง การเรียนรู 8.1 หนงั สอื เรียน Team Up in English 1 ม. 1 8.2 แบบฝก หดั Team Up in English 1 ม. 1 8.3 Student’s Audio CD 8.4 Personal Toolkit

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 5 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตา งประเทศ วชิ าภาษาอังกฤษ (อ21102) ชั้นมธั ยมศึกษาปท ี่ 1 หนวยการเรียนรูท่ี 5 It was there months ago เร่อื ง Regular and irregular verb เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563 สอนวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชีว้ ดั สาระที่ 1 ภาษาเพ่อื การส่ือสาร มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรื่องท่ีฟง และอานจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยาง มีเหตผุ ล มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอมลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตางๆ โดยการ พูดและการเขียน ตวั ช้ีวัด ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบปุ ระโยคและขอความใหส ัมพันธกบั สื่อที่ไมใชค วามเรียง (non-text information) ท่อี า น ต 1.3 ม.1/1 พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจาํ วัน ประสบการณ และสิ่งแวดลอม ใกลตัว 2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด รูแ ละเขาใจโครงสรางประโยค ชวยใหพ ูดและเขยี นบรรยายเหตกุ ารณตางๆ ไดอยา งถูกตองและเหมาะสม 3. จุดประสงคการเรยี นรู - นักเรียนสามารถเขาใจคําศัพทแ ยกสามารถแยกชนิดของคําศัพท Regular and irregular verb ได - นกั เรยี นสามารถเขียนประโยคโดยใชคาํ ศัพท Regular and irregular verb ไดถ ูกตอง 4. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค 1. นักเรียนมรี ะเบยี บวนิ ัยในการทาํ งาน 2. นักเรียนมคี วามรับผิดชอบ 3. นกั เรยี นมคี วามมุงม่นั ในการทํางาน 5. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสามารถในการคิด

6. สาระการเรยี นรู ทักษะเฉพาะวชิ า 1) Language Features and Functions Grammar: be – Past simple (all forms) Past time expressions / there was / there were 7. ภาระงาน/ช้นิ งาน - Worksheet 5-7 - แบบฝกหดั หนังสือหนา 113 6. กิจกรรมการเรยี นรู ขั้นท่ี 1 Warm up ครูใหน กั เรียนเลน เกมบงิ โกคาํ ศัพทเ ก่ยี วกบั สถานท่ี ดวยการใหน กั เรียนวาดตาราง 9 ชอ ง ลงใน กระดาษ และวาดรปู งายๆ เกี่ยวกบั สถานท่ที ี่นักเรยี นไดเ รยี นรูมาในหนงั สือเรยี น หนา 111 ลงใน แตล ะชองใหครบ จากนั้นครพู ูดคําศัพท นักเรยี นคนใดที่มีสถานทีด่ งั กลาวในตารางของตนเอง ให กากบาททบั ภาพดงั กลาว โดยถานกั เรียนคนใดกากบาทภาพได 3 ภาพติดกนั แนวใดก็ได ใหตะโกน วา บงิ โก ขั้นที่ 2 Presentation 1. ใหน ักเรยี นจบั คกู นั แลว ศึกษาคาํ อธิบายเก่ยี วกบั การใช Past simple of verb to ‘be’ (all forms), Past time expressions และ there was / there were ในหนงั สอื เรียน หนา 112-113 และ ชวยกนั เติมขอ มลู ในคําอธบิ ายดังกลาวใหสมบูรณ 2. ครสู ุมเรยี กนักเรยี นอา นคาํ อธบิ ายการใช Past simple of verb to ‘be’ (all forms), Past time expressions และ there was / there were ใหเพื่อนในหองฟง พรอมทงั้ บอกคําท่ีขาดหายไปใน ชอ งวา ง แลวใหน กั เรยี นในชนั้ คนอ่นื ๆ ชว ยกันตรวจสอบวา คาํ ตอบของเพื่อนถูกตองหรอื ไม โดยครทู าํ หนา ที่ชวยเสริมเพ่ิมเตมิ ใหน ักเรยี นเขา ใจมากขึน้ be – Past simple Affirmative form Answers was were was were was was I, she / was We, they / were

Questions and short answers Answers Were Was Yes, she was. / No, she wasn’t. Yes, it was. / No, it wasn’t. Yes, we were. / No, we weren’t. Yes, you were. / No, you weren’t. Yes, they were. / No, they weren’t. before full short Wh-questions Answers before there wasn’t / there weren’t Answers wasn’t / Weren’t ขั้นที่ 3 Practice นกั เรียนทํากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา 112-113 Exs.1-5 ปากเปลา รวมกันในช้นั เรียน เสรจ็ แลว ครูอาจมอบหมายใหน ักเรียนกลับไปเขยี นเปนการบา นอีกคร้ัง เพอ่ื ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียน Exercise 1 1. The children weren’t very sad. Answers 2. Irwin’s documentaries weren’t about animals. 3. She was married with two children. 4. It wasn’t a beautiful day. We were in the park. 5. I wasn’t hungry and thirsty! 6. You weren’t really brave! ข้ันท่ี 4 Production ครอู านขอความที่ใหมาในหนังสือเรยี น หนา 114 Ex.2 แลว ใหนกั เรยี นชวยกนั แปลความหมาย

จากนัน้ ใหนกั เรยี นดูตาราง word-search โดยครูอธิบายวาในตารางนม้ี ีชื่อกิจกรรมในเวลาวางหรือ ชื่อกฬี าอยู 8 ช่อื ใหน ักเรยี นหาและวงคําศัพท หลงั จากนักเรียนวงคําศพั ทค รบแลว นกั เรยี นจะเหน็ ประโยคที่อยดู า นลา งตาราง ใหนกั เรียนเติมประโยคดังกลาวใหสมบรู ณ โดยใชคาํ ท่ีเหลอื ท่ไี มไดว งกลม ในตาราง word-search จากนนั้ ครอู ธิบายเก่ยี วกบั เกม rounders ใหน กั เรยี นทราบ ถา มอี ินเทอรเน็ตในโรงเรียน ครูใหนักเรียน เขาไปสืบคนขอ มลู จากเวบ็ ไซต www.letsplayrounders.com Answers SSH D R C K A WI O A O Y A T INC NU C R H MG K C N L A L MI E I D I T E INY N E N E T NG R G S G I I GD R A M A S C APC A M E I S Rounders is a popular game! ขอมูลดานวฒั นธรรม (Culture note) Rounders เปนกีฬาชนดิ หน่ึงที่เลน ในโรงเรยี นในอังกฤษ ในการเลน จะแบงผเู ลนเปน 2 ทีม จดุ ประสงคของเกมคือ ตีลูกบอลแลว วิ่งรอบเบสทงั้ 4 เพื่อจะไดร บั 1 ‘rounder’ ตนกําเนดิ ของ เกมมีมาตง้ั แตศตวรรษท่ี 18 บางทอี าจจะถึงสมยั ทิวเดอร (Tudor times) และเปน รูปแบบ แรกเริม่ ของเบสบอลในปจจบุ ันน้ี 3. Are you ‘a good sport’ or a ‘sore loser’? ครูอธบิ ายวาคนองั กฤษคิดวาแนวคิดเร่อื งการเลน เกมอยางยุตธิ รรม (fair play) น้นั สาํ คัญมาก ไมเพียงแตในกฬี าและในเกม แตในทุกๆ สถานการณของชีวติ คน พวกเขาเช่ือวา คนเราควรมี 2 คุณสมบตั ทิ ี่จําเปนท่สี ุด คือปฏิบตั ติ ามกฎโดยปราศจากการคดโกงและรวู ธิ แี พอ ยา งงดงาม แลวครูใหนักเรยี นพยายามแปลช่อื เรอ่ื ง ‘Are you a good sport or a sore loser?’ (คุณเปนคนมี น้าํ ใจนักกีฬาหรอื เปน พวกขีแ้ พชวนตี) จากนัน้ อานคําถาม และชว ยกันแปลเพ่ือใหแนใจวาทุกคนเขา ใจ ความหมาย แลวใหน ักเรยี นทํา quiz เม่อื ทําเสร็จแลว ใหน ักเรยี นอา นผลที่อยดู านลาง quiz ถา ครูคดิ วาเหมาะ ครใู หน ักเรียนในช้ันอภปิ รายรวมกนั ในหัวขอ good sportsmanship โดยถาม นักเรียนวา นกั เรียนปฏบิ ัติตวั ในการเลน เกมหรือการแขงขันกีฬาอยางไร แลวถามกี ารเปล่ยี นแปลงกฎ นักเรียนยอมรบั ไดห รือไม และนกั เรียนมีทศั นคติตอ ผูที่โกงอยา งไร ถามีเวลา ครูสามารถใหน กั เรียนเตรียมโปสเตอรนําเสนอตัวอยา งของพฤติกรรมที่ดี (good behavior) และไมด ี (bad behaviour) กับตวั อยางของคนท่ีมนี าํ้ ใจนักกฬี า (a good sport) และคนทแี่ พแลว ทํา นิสยั ไมดี/หรอื พวกข้ีแพชวนตี (a sore loser)

นกั เรียนทบทวนส่งิ ที่ไดเ รียนรูมาแลว ใน Units 10-12 ดว ยการทาํ กิจกรรมในแบบฝกหดั (Workbook) หนา 92-95 หัวขอ Revision 9. การวัดและประเมินผล วิธีการวัด เคร่อื งมอื เกณฑ ประเมินชนิ้ งาน แบบประเมนิ ช้ินงาน My town in the ระดบั คุณภาพ 2 ผา นเกณฑ past รอยละ 60 ผา นเกณฑ ตรวจแบบฝกหดั แบบฝกหดั (Workbook) ระดับคุณภาพ 2 ผานเกณฑ สงั เกตความใฝเ รียนรู แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค 10. ส่อื /แหลงการเรียนรู - หนังสือเรียน Team Up in English 1 ม.1 - แบบฝกหัด Team Up in English 1 ม.1 - Tests and Resources CD

แผนการจดั การเรยี นรูที่ 6 กลุมสาระการเรยี นรูภ าษาตางประเทศ วิชาภาษาอังกฤษ (อ21102) ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 1 หนว ยการเรียนรทู ่ี 5 Holidays เร่อื ง Going to เวลา 2 ชว่ั โมง ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563 สอนวนั ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวช้ีวัด มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเรอื่ งทฟี่ งและอา นจากส่อื ประเภทตา งๆ และแสดงความคิดเหน็ อยางมเี หตผุ ล ตวั ชีว้ ัด 1. ปฏิบัติตามคาํ สัง่ คําขอรอ ง คําแนะนาํ และคําช้ีแจงงา ยๆ ท่ีฟงและอาน 2. อานออกเสียงขอความ นทิ าน และบทรอ ยกรอง (poem) สน้ั ๆ ถกู ตอ งตามหลกั การอาน 3. ระบุหวั ขอเร่อื ง (topic) ใจความสําคญั (main idea) และตอบคาํ ถามจากการฟง และอาน บทสนทนา นิทาน และเรื่องส้ัน มาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอมลู ขาวสาร แสดงความรูส กึ และ ความคดิ เหน็ อยา งมปี ระสทิ ธิภาพ ตัวช้วี ดั 1. สนทนา แลกเปลย่ี นขอมลู เก่ียวกับตนเอง กจิ กรรม และสถานการณตางๆ ใน ชีวติ ประจาํ วัน 2. ใชคําขอรอง ใหคาํ แนะนาํ และคําชี้แจงตามสถานการณ มาตรฐาน ต 1.3 นาํ เสนอขอมลู ขา วสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา งๆ โดยการพูดและ การเขยี น ตัวชีว้ ดั 1. พดู และเขยี นบรรยายเกย่ี วกบั ตนเอง กิจวตั รประจําวนั ประสบการณ และสง่ิ แวดลอม ใกลตัว 2. พูด/เขยี น สรปุ ใจความสาํ คญั /แกน สาระ (theme) ทไ่ี ดจากการวิเคราะหเ รื่อง/เหตุการณ ที่อยูใ นความสนใจของสังคม มาตรฐาน ต 2.1 เขา ใจความสัมพันธระหวา งภาษากบั วัฒนธรรมของเจา ของภาษา และนําไปใชไ ด อยางเหมาะสมกบั กาลเทศะ ตัวช้ีวดั 1.ใชภาษา นํ้าเสียง และกริ ิยาทาทางสภุ าพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรม ของเจาของภาษา

3.เขา รว ม/จดั กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ มาตรฐาน ต 3.1 ใชภาษาตา งประเทศในการเช่ือมโยงความรูกับกลมุ สาระการเรียนรูอ่นื และเปนพื้นฐาน ในการพัฒนา แสวงหาความรู และเปดโลกทศั นของตน ตวั ชว้ี ดั 1. คนควา รวบรวม และสรปุ ขอมูล/ขอ เท็จจรงิ ทเ่ี กยี่ วของกับกลมุ สาระการเรียนรูอ่นื จากแหลงเรยี นรู และนําเสนอดว ยการพดู /การเขียน มาตรฐาน ต 4.1 ใชภ าษาตา งประเทศในสถานการณตา งๆ ทง้ั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม ตวั ช้วี ัด 1.ใชภาษาสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจําลองทีเ่ กดิ ข้นึ ในหองเรียน และสถานศึกษา มาตรฐาน ต 4.2 ใชภาษาตางประเทศเปน เครอ่ื งมือพนื้ ฐานในการศึกษาตอ การประกอบอาชพี และ การแลกเปลย่ี นเรียนรกู ับสงั คมโลก ตัวชีว้ ัด 1.ใชภ าษาตา งประเทศในการสืบคน/คน ควา ความรู/ขอมูลตางๆ จากสอ่ื และแหลงการเรยี นรูตา งๆ ในการศกึ ษาตอ และประกอบอาชพี 2. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด การอ่านออกเสียงคาํ ศพั ท์ วลี และการสนทนาแลกเปล่ียนขอ้ มลู และเขียนบรรยายเก่ียวกบั กิจกรรมท่ีจะ ทาํ และไมท่ าํ ในอนาคต ในสถานการณใ์ นชีวิตประจาํ วนั 3. จดุ ประสงคก ารเรียนรู - อา นออกเสียงคาํ ศัพท วลี และบอกความหมาย - สนทนา แลกเปลี่ยนขอมูลเกย่ี วกบั กิจกรรมทจ่ี ะทําและไมทาํ ในฤดรู อน - เขียนบรรยายเกยี่ วกับกิจกรรมท่จี ะทําและไมทําในวันสุดสปั ดาห - ใชภาษาส่อื สารในสถานการณจ ริง/สถานการณจาํ ลองที่เกิดข้ึนในหอ งเรยี น 4. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค 1. นักเรียนมีระเบยี บวนิ ัยในการทํางาน 2. นักเรียนมคี วามรับผิดชอบ 3. นักเรยี นมคี วามมุงมัน่ ในการทํางาน 5. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการคดิ

6. สาระการเรยี นรู - การออกเสียงเนนหนกั -เบา ในคํา การออกเสยี งเนนระดับเสียงสงู -ตาํ่ ในประโยค - ภาษาทใ่ี ชใ นการสอ่ื สารระหวางบคุ คล เชน การแลกเปล่ียนขอมลู เกีย่ วกับกิจกรรม - ประโยคและขอความทใ่ี ชบ รรยายเก่ยี วกบั ตนเอง และกจิ กรรม - การใชภ าษาส่ือสารในสถานการณจรงิ /สถานการณจ าํ ลองท่เี กิดขน้ึ ในหองเรียน - The use of ‘going to’ 7. ภาระงาน/ชน้ิ งาน - Worksheet 4-6 - แบบฝกหดั หนงั สือหนา 118 8. กจิ กรรมการเรยี นรู กจิ กรรมนาํ สูก ารเรยี น 1. นักเรียนทาํ แบบทดสอบความรกู อนเรยี น โดยใช Self Check ในหนังสือเรยี น หนา 106 2. ครนู าํ เขา สูบทเรยี นดวยการช้แี จงใหนักเรยี นทราบวา หนวยการเรียนรทู ี่ 10: Holidays นี้ นกั เรียนจะได เรียนรูเกย่ี วกับ - types of holiday - activities and feelings - health matters - the imperative - can / can’t - going to - present continuous (future meaning) - inviting / suggesting / accepting / refusing - writing a letter about your plans for the summer เพ่ือใหบรรลมุ าตรฐานการเรยี นรตู ามตัวช้วี ัดช้ันป ทมี่ งุ เนนการสนทนาแลกเปลีย่ นขอมลู เกย่ี วกบั

วนั หยุด การทาํ กิจกรรมในวนั หยดุ การทองเทยี่ วในวนั หยดุ อยา งปลอดภยั การวางแผนทํากจิ กรรมใน อนาคต การพูดเชญิ ชวน การตอบรบั /ปฏิเสธ รวมท้ังการพูดหรือเขยี นแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับ กิจกรรมหรือเรอื่ งตางๆ ใกลต ัว พรอ มท้งั ใหเหตุผลประกอบสนั้ ๆ 3. ครสู อบถามความรพู ้ืนฐาน กระตนุ และดงึ ความสนใจของนักเรียน โดยอาจใชค าํ ถามตอไปนี้ - Where do you want to go for a school vacation? What will you do there? - What do you do when you have free time? Why do you like it? - What do you want to do most on your vacation? 4. นักเรยี นดูชอื่ หนว ยการเรยี นรูท่ี 10 ในหนังสือเรยี น หนา 97 แลวบอกวาหมายความวาอยา งไร และให นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ วาหนวยการเรียนรนู น้ี กั เรยี นจะไดเรียนรูเกย่ี วกบั เร่ืองใด Suggested Answer Key The title refers to the different kinds of holidays we can go on. 5. นกั เรยี นดภู าพ 1-3 ในหนงั สอื เรยี น หนา 97 จากนัน้ ครูใหนักเรียนอภิปรายแสดงความคดิ เห็น และ เตรียมความพรอมดวยการดงึ ความสนใจของนักเรยี นเขาสูหนว ยการเรียนรู โดยใหน กั เรยี นอานเนอ้ื หา คราวๆ แลว หาวาภาพ 1-3 อยใู นหนังสือเรยี นหนา ใด Suggested Answer Key Focus students’ attention on pic. 1. T : What page is pic. 1 on? S1 : It’s on p. 104. T: What are the people doing in these pictures? S2 : They are doing different holiday activities. T: Have you done any of these activities? S3 : Yes, I sometimes go hiking in the country. T: When do people usually do activities like these? S4 : Usually in the summer when it is warm. T: What page is pic. 2 on? (p. 101) What can you see in this picture? When do we do this activity?

T : What page is pic. 3 on? (p. 100) What else can you see on this page? What relationship do these pictures have with the title of the unit? 6. นกั เรยี นหาวา ภาพ signs, a cartoon strip และ a board game อยูในหนงั สือเรียนหนา ใด แลว ครู ถามคาํ ถามเก่ียวกับ signs, a cartoon strip และ a board game เพ่ือตรวจสอบความเขา ใจของ นกั เรียน Suggested Answer Key - Signs (p. 101). What do these signs mean? Where can you see signs like these? Why are they useful? - A cartoon strip (p. 105) What is the cartoon about? What else can you see on this page? - A board game (p. 103) What other board games do you know? Do you like playing board games? What is this board game about? 7. นกั เรยี นดูภาพ 1 ในหนงั สือเรยี น หนา 97 ซงึ่ เปน ภาพกิจกรรมตางๆ ในวันหยดุ แลว ครเู ปด CD 2 / Track 42 ใหน ักเรียนฟง และออกเสยี งตามพรอมกันและทีละคน จากน้ันบอกความหมายเปน ภาษาไทย กจิ กรรมพัฒนาการเรียนรู 1. นักเรียนดชู อ่ื หนว ยการเรียนรยู อย Unit 10a Travel & Leisure ในหนังสือเรียน หนา 98 แลว บอก ความหมาย 2. นักเรยี นดชู ่ือบทอาน Hotspots in the UK ในหนังสือเรียน หนา 98 Ex. 1 (To predict the content of a text) และอธิบายความหมาย (places where lots of people visit) แลว ครใู หนกั เรยี นอาน หัวขอยอ ยและตั้งคําถามสาํ หรบั แตละหัวขอ จากนัน้ ใหสมมติวานกั เรียนกําลงั วางแผนจะไปเท่ียวส หราชอาณาจกั ร และตองการหาสถานทใี่ นบทอาน นกั เรียนจะถามคาํ ถามอะไร แลว ครูเปด CD 2 / Track 43 ใหน ักเรียนฟง และอานบทอา น และตรวจคําตอบของคําถามท่คี ิดไว แลว ครูเรียกนักเรยี น หลายๆ คน ผลัดกนั อานออกเสียงบทอาน ครตู รวจสอบการออกเสยี ง และอธิบายคําศัพทท่นี ักเรยี นไมรู

Suggested Answer Key What can you see in Scotland? You can see whales and dolphins. Is it warm in Newquay? No, it isn’t. What activities can you do in Oxford? You can enjoy a walk through the streets and have tea in one of the many cafés. Sporty types can hire a bike or travel along the River Isis. What can you find in Camden Market? You can find everything from trendy clothes and souvenirs to antiques as well as cafés and restaurants. What is there to see in Buckingham Palace? You can see some of the finest furniture, art and treasures in the world. 3. นกั เรียนอานประโยค 1-5 ในหนังสือเรียน หนา 98 Ex. 2 (To read for specific information) และ ครูอธบิ ายคาํ ศัพทท ีน่ ักเรียนไมรู แลว ใหเ วลานกั เรียนอานบทอานอกี คร้งั และบอกวาประโยค 1-5 ถูก หรอื ผดิ จากนัน้ ครเู รยี กนกั เรียนบอกคาํ ตอบ และใหเ หตผุ ลสนบั สนุนจากบทอา น แลวครูตรวจคําตอบ ของนักเรยี น 1. T 2. F 3. T 4. F 5. F 4. ครอู า นคําศัพทกจิ กรรมท่ีทําในวันหยดุ ในหนงั สอื เรียน หนา 99 Ex. 3 (To learn new vocabulary about holiday activities) พรอมนักเรยี น และตรวจสอบการเขา ใจความหมายโดยการ ถามคาํ ถาม T : What is surfing? S1: It is riding a board on waves at the beach. T : When do you usually make new friends? etc

จากน้ันนักเรยี นหาแตล ะกจิ กรรมในบทอาน และตอบคาํ ถาม แลวครตู รวจคําตอบ surfing (Newquay), make new friends (Newquay), walk through the streets (Oxford), buy souvenirs (Camden Market), see treasures (Buckingham Palace), go on a boat trip (Scotland), go punting (Oxford) 5. ครูและนักเรยี นรว มกนั ศกึ ษาตารางในหนังสือเรียน หนา 99 Ex. 4 (To learn the use of ‘going to’) จากน้นั ครอู ธิบายการใช ‘going to’ และใหน กั เรยี นหาตัวอยางในบทอา น แลว ครูตรวจคําตอบ Scotland: They’re not going to come to you. Newquay: It’s going to be cold. Are you going to try something new this summer? Oxford: ... the charming town of Oxford are going to have the time ... . Buckingham Palace: ... you are going to see some of the ... 6. ครูอธิบายสถานการณว า Catherine วางแผนจะไปเทีย่ ววนั หยดุ แลว เปด CD 2 / Track 44 ใหนกั เรียน ฟง และทําเคร่ืองหมาย  หลังกจิ กรรมที่ Catherine จะทํา ในหนังสือเรียน หนา 99 Ex. 5 (To listen for specific information; practise ‘going to’) ครูเปด CD 2 คร้ัง ถาจําเปน แลวเรยี ก นักเรียนหลายๆ คนบอกคําตอบ โดยใชร ูปบอกเลา หรือปฏิเสธของ ‘going to’ 2.  3.  4.  5.  6.  She isn’t going to go fishing. She’s going to eat local dishes. She’s going to go swimming. She’s going to buy souvenirs. She isn’t going to hire a motorbike.

7. ครูใหนักเรียนแปลประโยคในหนงั สอื เรยี น หนา 99 Ex. 6 (To consolidate students’ understanding of ‘going to’ through translation) เปน ภาษาไทย ครูเนน วา ควรแปลเปน ถอยคํา ท่ีใชในภาษาไทยมากกวา การแปลตรงตวั Suggested Answer Key Students’ own answers 8. ครูใหน ักเรียน 1 คน อานประโยคตวั อยางในหนังสือเรียน หนา 99 Ex. 7 (To practise using ‘going to’) และครยู กตวั อยา งเพม่ิ เติม แลว ใหเวลานักเรยี นเขียนประโยคเกยี่ วกับตนเอง โดยใชคําแสดงเวลาท่ี กําหนดให แลวเรียกนักเรียนหลายๆ คน อานประโยคของตนเอง และครูตรวจคาํ ตอบของนักเรียน Suggested Answer Key I’m going to play tennis tomorrow. I’m going to meet my friends this weekend. I’m going to watch TV tonight. 9. ครใู หนักเรยี นดตู ารางในหนังสือเรียน หนา 99 Ex. 4 อีกครงั้ เพื่อตรวจสอบการเรียงลําดบั คาํ ในประโยค คาํ ถาม ครูเตอื นนักเรยี นวา เราไมสามารถยอ คําตอบแบบสั้นในรปู บอกเลาได แตเราสามารถทําไดในรูป ปฏิเสธ เชน Are you going to see Mary? Yes, I am. / No, I’m not. จากนัน้ ครูใหเ วลานักเรียนทาํ Ex. 8 (To practise the interrogative form of ‘going to’) แลวครูตรวจคําตอบบนกระดาน 2. Are you going to watch TV tonight? Yes, I am. / No, I’m not. 3. Is your father going to work late tomorrow? Yes, he is. / No, he’s not. 4. Is your mother going to make a pizza tomorrow? Yes, she is. / No, she’s not. 5. Are you going to play computer games tomorrow? Yes, I am. / No, I’m not. 10. นกั เรียนทํากิจกรรมในหนงั สือเรยี น หนา 99 Ex. 9 (To talk about plans using ‘going to’) โดย ครใู หเวลานักเรียนเตรยี มคาํ ตอบวา นกั เรียนจะทําและไมท าํ กจิ กรรมอะไรในฤดรู อนนี้ ใหนักเรยี นคดิ ถึง สถานท่ี และกิจกรรม จากนั้นนักเรียนจับคูและอภปิ รายแผนการสําหรบั ฤดรู อน ครูเดินสังเกตการทาํ กิจกรรมและตรวจสอบการออกเสยี งและเสียงสูง-ตา่ํ ในประโยค แลวเรยี กนกั เรียนหลายๆ คน บอก เพ่อื นวา จะทําและไมท าํ อะไรในฤดรู อนน้ี และครตู รวจคําตอบของนกั เรียน

Suggested Answer Key This summer I’m going to go to Morocco. I’m going to walk through the streets of Casablanca. I’m going to buy souvenirs and make new friends. I’m not going to go surfing. กิจกรรมรวบยอด 1. นักเรียนทํากิจกรรมในหนงั สือเรียน หนา 99 Ex. 10 (To write about your plans for the weekend) โดยครใู หเวลานักเรียนเขยี นประโยคบอกแผนการและความต้ังใจท่ีจะทําในวันสุดสัปดาหน ้ี แลว ใหน ักเรียนออกมาอา นประโยคของตนเองหนา ชั้นเรยี น Suggested Answer Key This weekend I’m going to visit my grandmother. I’m going to ride my horse. I’m going to go to the cinema with my friends. I’m going to play computer games. I’m going to help my dad wash the car. 2. นกั เรยี นทําแบบฝกหัดใน Teacher’s Resource Pack & Tests (Module 10) หนา 59 Exs. 1- 2 3. นกั เรียนทาํ แบบฝก หดั Unit 10a ใน Workbook หนา 79-80 Exs. 1- 4 9. การวัดและการประเมินผล 7.1 ประเมนิ การทําแบบทดสอบกอนเรียน 7.2 ประเมินการทาํ แบบฝกหดั 7.3 สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูในชว งการทาํ กิจกรรม 7.4 ประเมนิ ผลการพูดแผนการเก่ียวกับกจิ กรรมที่จะทําและไมทาํ ในฤดรู อน 8. สื่อ / แหลงการเรยี นรู 1. หนังสือเรยี น Access ม. 1 2. แบบฝก หดั Access ม. 1 3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนังสอื เรียน Access ม. 1) 4. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 7 กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตา งประเทศ วชิ าภาษาองั กฤษ (อ21102) ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 1 หนวยการเรียนรทู ี่ 6 Holidays เรอ่ื ง Can / Can’t เวลา 3 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2563 สอนวนั ท่ี 27 มกราคม พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชว้ี ดั สาระท่ี 1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรื่องท่ีฟง และอา นจากส่ือประเภทตางๆ และแสดงความคิดเห็น อยางมีเหตผุ ล มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอมลู ขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตางๆ โดยการ พดู และการเขียน ตวั ช้ีวัด ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบุประโยคและขอความใหส ัมพันธก ับส่ือท่ีไมใชค วามเรยี ง (non-text information) ท่อี า น ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจําวนั ประสบการณ และ สงิ่ แวดลอมใกลตัว 2. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด การอานขอ มูลเกีย่ วกับวิธพี ักอยบู นชายหาดอยางปลอดภยั การพดู อภิปรายเกยี่ วกับประโยชนข องสง่ิ ตา งๆ ท่ชี ว ยใหป ลอดภัย และส่งิ ทีต่ องทําและไมตองทาํ เม่อื อยบู นชายหาด 3. จุดประสงคก ารเรียนรู - ปฏิบัตติ ามคําแนะนํางา ยๆ ที่อาน - จบั ใจความสาํ คัญจากการอานบทอาน - สนทนา แลกเปลยี่ นขอ มลู เกย่ี วกบั ประโยชนของสงิ่ ตางๆ ท่ีชว ยใหป ลอดภัย และส่งิ ที่ตองทาํ และไมตองทาํ เม่ืออยบู นชายหาด - ใชภาษาสอื่ สารในสถานการณจริง/สถานการณจ าํ ลองที่เกิดข้นึ ในหองเรียน 4. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. นักเรยี นมรี ะเบียบวนิ ยั ในการทํางาน 2. นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบ 3. นักเรียนมคี วามมุงม่นั ในการทาํ งาน 5. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการคิด 6. สาระการเรียนรู - คาํ แนะนาํ เกีย่ วกับความปลอดภยั เมื่ออยูบนชายหาด - การจับใจความสาํ คัญ เชน ใจความสําคัญ รายละเอียดสนับสนนุ - ภาษาทใ่ี ชในการสื่อสารระหวา งบคุ คล เชน การแลกเปล่ียนขอมลู เก่ียวกับสง่ิ แวดลอมใกลตัว และสถานการณต างๆ ในชีวติ ประจาํ วัน - การใชภ าษาส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจ ําลองทเี่ กิดขนึ้ ในหองเรียน - The imperative, can /can’t 7. ภาระงาน/ ชิน้ งาน - worksheet 3 - แบบฝกหัดหนงั สือหนา 120 8. กจิ กรรมการเรยี นรู กิจกรรมนําสูการเรยี น 1. ครูบอกจดุ ประสงคการเรยี นรูของ Unit 10b ใหน ักเรยี นทราบวา จะไดเ รียนรูเรื่องความปลอดภัยในการทาํ กจิ กรรมทช่ี ายหาด ประโยคคําสง่ั และการใช can / can’t 2. นกั เรยี นดบู ทอานในหนังสือเรยี น หนา 100 แลวตอบคาํ ถามใน Ex. 1a (To predict the origin of a text) วา นักเรียนสามารถเหน็ บทอานนี้ไดท ี่ไหน โดยครถู ามคาํ ถามเพ่ือนาํ เขาสูการอภปิ รายแสดงความคิดเห็น และสนบั สนุนใหน ักเรียนใหเหตุผลประกอบคาํ ตอบ Suggested Answer Key T : Do you think the text is from an email? S1 : No, I don’t because there is no address or subject line, like in emails. T : Is it from a magazine? S2 : Yes, it is probably from a magazine because it is colourful and has lots of pictures.

กิจกรรมพัฒนาการเรียนรู 1. นกั เรียนทํากจิ กรรม Ex. 1b (To listen and read for gist) ในหนงั สอื เรยี น หนา 101 โดยครอู ธบิ ายให นกั เรียนฟง วา เมื่อมีคนเขียนขอ ความขึน้ มาสัก 1 ขอความ เขาจะตองมีจดุ ประสงคบางอยา ง เชน เพอ่ื ความ บันเทิง เพื่อบอกกลา ว เพ่ือประกาศ และอื่นๆ จากน้ันครูใหนักเรยี นอา นบทอา นในหนา 100 แลว บอก จดุ ประสงคของผเู ขียน หรอื ครอู าจเปด CD 2 / Track 45 ใหน กั เรยี นฟง แลวดตู ามทลี ะประโยค The author wants to give us advice on how to protect ourselves at the beach. 2. นกั เรียนดูภาพในหนังสือเรียน หนา 101 Ex. 2 (To read for specific information) และบอกวา เชอื่ หรือไมว า ส่งิ ของแตละอยางจะทําใหเราปลอดภัยเมื่ออยบู นชายหาด แลวครใู หเวลานักเรยี นอานบทอา นใน หนา 100 และเขยี นประโยคเก่ียวกับประโยชนของส่งิ ของแตละอยางในภาพ แลวครตู รวจคาํ ตอบ จากน้นั ครู เรียกนกั เรยี นหลายๆ คน อา นออกเสียงบทอาน และครูตรวจสอบการออกเสยี ง Sunglasses protect your eyes against damage from ultra violet rays. Water keeps your body cool. A hat protects your head from the sun. Flip-flops protect your feet from the hot sand and broken glass. 3. นกั เรียนทาํ กิจกรรม Ex. 3 (To practise speaking using must/mustn’t) ในหนังสอื เรียน หนา 101 ครทู บทวนการใช must / mustn’t แลวใหน ักเรยี นยกตวั อยา ง และหาประโยคท่ีใช must/mustn’t ในบท อา น หนา 100 จากนัน้ นกั เรยี นจับคผู ลดั กนั บอกสง่ิ ท่ตี องทําและตองไมท ําเม่อื อยูบนชายหาด ครูเดินสังเกต การทํากจิ กรรมของนักเรยี น แลว ตรวจคําตอบ You must drink plenty of water. You must wear flip-flops. You must wear a hat. You mustn’t swim near windsurfers. 4. นกั เรยี นศกึ ษารูปประโยคคําสั่งในหนงั สือเรยี น หนา 101 Ex. 4 (To understand the use of the imperative) โดยครเู ขียนประโยค Put on your hat! บนกระดาน และอธบิ ายวา น่ีเปนประโยคคําสง่ั รูปบอก เลา แลวครเู ขยี นประโยค Don’t eat too much! บนกระดาน และอธิบายวิธีการสรา งประโยคคาํ สงั่ รูป ปฏิเสธ โดยการเติม Don’t หนา ประโยคคาํ สั่งรูปบอกเลา แลว ใหนกั เรียนฝก พูดประโยคคําส่งั ทง้ั รูปบอกเลา และปฏเิ สธ T : Stand up! S1 : Don’t stand up! T : Sit down!

S2 : Don’t sit down! T : Don’t open your book! S3 : Open your book! จากนั้นครใู หน ักเรียนหาตวั อยางประโยคคาํ ส่งั จากบทอาน แลวครตู รวจคําตอบของนักเรียน 1. Always put sunscreen on your skin to protect it from the hot sun! 2. Always wear sunglasses! 3. Drink plenty of water! 4. Always wear flip-flops on the beach! 5. Don’t swim after eating! 6. Always wear a hat! 7. Don’t swim near windsurfers! 5. นักเรยี นทํากิจกรรมใน Ex. 5 (To understand the correct word order when using the imperative in sentence) หนังสือเรยี น หนา 101 โดยเรยี งลาํ ดบั คาํ ในประโยค 1-5 ใหเ ปน ประโยคคาํ สัง่ ที่ ถกู ตอง แลว ครตู รวจคาํ ตอบบนกระดาน 1. Wear warm clothes. 2. Always ski with a partner. 3. Be careful of rocks. 4. Stop when you feel tired. 5. Don’t ski down steep hillsides. 6. นักเรยี นปดหนงั สือ แลว ครูเขียนประโยค You can park here. You can buy clothes here. You can’t talk in class. บนกระดาน และถามนักเรยี นวาประโยคใดแสดงความเปนไปได แสดงการอนุญาต และ แสดงการหา ม จากนัน้ ใหนกั เรยี นเปดหนงั สือเรียน หนา 101 อา นการใช can / can’t ในกรอบ Ex. 6a (To understand the use of can/can’t (permission)) และใหนกั เรยี นยกตวั อยาง 7. นกั เรยี นทํากิจกรรมใน Ex. 6b (To read signs and practise can/can’t; to check understanding through translation) หนงั สือเรยี น หนา 101 โดยจบั คูส ญั ลักษณกับความหมาย แลวครเู รียกนกั เรียน หลายๆ คน บอกคาํ ตอบของตนเอง จากนน้ั ใหนกั เรยี นแปลประโยคเปน ภาษาไทย ครูเนนวาครูแปลเปน ถอ ยคําท่ใี ชใ นภาษาไทยมากกวา การแปลตรงตวั 1. e 2. b 3. a 4. c 5. d

กจิ กรรมรวบยอด 1. ครอู ธิบายสถานการณ แลวใหน กั เรยี นดูขอความในหนงั สือเรียน หนา 101 Ex. 7 (To listen for specific information) และเดาวาคําทห่ี ายไปคือคําประเภทใด จากนั้นครเู ปด CD 2 / Track 46 ใหนกั เรยี นฟง และ เตมิ คําในขอ ความ ครูเปด CD 2 ครั้ง ถาจาํ เปน เสร็จแลว ใหน ักเรยี นเปรียบเทยี บคําตอบกับเพื่อน แลว ครู ตรวจคาํ ตอบบนกระดาน 1. Ireland 3. 4th 5. £300 2. Friday, 28th 4. coach 2. นกั เรียนทาํ แบบฝกหดั ใน Teacher’s Resource Pack & Tests (Module 10) หนา 59 Ex. 3 3. นักเรยี นทําแบบฝก หัด Unit 10b ใน Workbook หนา 81 Exs. 1-4 9. การวัดและการประเมินผล 7.1ประเมนิ การทาํ แบบฝกหดั 7.2สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรูใ นชว งการทาํ กิจกรรม 7.3ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค 7.4ประเมนิ การพดู บอกส่งิ ที่ตองทาํ และตองไมท ําเมือ่ อยบู นชายหาด 10. สอ่ื / แหลงการเรียนรู 1. หนงั สือเรยี น Access ม. 1 2. แบบฝกหดั Access ม. 1 3. Access Class Audio CDs ม. 1 (ประกอบหนังสือเรียน Access ม. 1) 4. CD หนงั สือ Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 8 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตา งประเทศ วิชาภาษาอังกฤษ (อ21102) ชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 1 หนว ยการเรยี นรูที่ 5 Holidays เรอ่ื ง Imperative เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2563 สอนวันที่ 1 กุมภาพันธ พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ดั สาระที่ 1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร มาตรฐาน ต 1.1 เขาใจและตีความเร่ืองที่ฟง และอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคดิ เห็น อยางมีเหตผุ ล มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอมลู ขา วสาร ความคิดรวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตา งๆ โดยการ พูดและการเขียน ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.1/3 เลือก/ระบปุ ระโยคและขอความใหสัมพันธกบั สื่อท่ีไมใชค วามเรยี ง (non-text information) ทีอ่ า น ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขยี นบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจาํ วนั ประสบการณ และ สงิ่ แวดลอมใกลตวั 2. สาระสาํ คญั /ความคิดรวบยอด การอานจดหมาย การสนทนาแลกเปล่ียนขอมลู เกีย่ วกับแผนการที่จะทําในฤดูรอน และการเขยี น จดหมายถงึ เพื่อนเพ่ือบอกแผนการที่จะทําในวนั หยุด 3. จดุ ประสงคการเรยี นรู - ตอบคาํ ถามจากการอานบทอา น - สนทนา แลกเปลี่ยนขอ มูลเก่ียวกบั แผนการท่ีจะทําในฤดูรอ น - เขยี นจดหมายถงึ เพื่อนเพื่อบอกแผนการที่จะทาํ ในวนั หยุด - ใชภาษา นํ้าเสยี ง และกิรยิ าทาทางสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา - ใชภ าษาสอ่ื สารในสถานการณจริง/สถานการณจ าํ ลองท่เี กิดข้นึ ในหองเรยี น 4. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. นักเรยี นมีระเบยี บวินัยในการทํางาน 2. นกั เรยี นมีความรับผดิ ชอบ 3. นกั เรียนมคี วามมุงม่นั ในการทํางาน 5. สมรรถนะสําคัญของผูเ รยี น ความสามารถในการส่อื สาร ความสามารถในการคดิ 6. สาระการเรียนรู - คาํ ถามเกี่ยวกบั ใจความสาํ คัญ เชน Wh-Questions - ภาษาที่ใชใ นการส่ือสารระหวา งบุคคล เชน การแลกเปลย่ี นขอ มูลเกย่ี วกับตนเอง และกิจกรรม - ประโยคและขอความท่ีใชในการบรรยายเกีย่ วกับตนเอง และสิง่ แวดลอมใกลต ัว เชน การทอ งเทย่ี ว - การใชภ าษา น้าํ เสียง และกริ ยิ าทาทางในการสนทนา ตามมารยาทสังคมและวฒั นธรรมของเจาของ ภาษา - การใชภ าษาสื่อสารในสถานการณจริง/สถานการณจ าํ ลองท่ีเกดิ ข้ึนในหองเรียน 7. ภาระงาน/ ชิ้นงาน - แบบฝก หดั Unit 10b ใน Workbook หนา 81 Exs. 1-4 - แบบฝกหัดใน Teacher’s Resource Pack & Tests (Module 10) หนา 59 Ex. 3 8. กิจกรรมการเรียนรู กจิ กรรมนําสกู ารเรียน 1. ครบู อกจุดประสงคการเรยี นรใู น Unit 10c วานกั เรียนจะไดเ รียนรเู กยี่ วกับการพูดและเขยี นถึงแผนการ ในอนาคต 2. นกั เรียนอา นชื่อหนว ยการเรียนรยู อ ย Unit 10c ในหนังสอื เรยี น หนา 102 แลวบอกวา นกั เรยี นจะเหน็ ขอ ความนใ้ี นสถานการณใด (a letter to a friend, an e-mail to a friend etc) กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู 1. นกั เรยี นดบู รรทัดแรกและบรรทัดสุดทา ยของบทอานในหนังสอื เรยี น หนา 102 แลวบอกวาเปน ขอความประเภทใด จากนน้ั นักเรยี นตอบคําถามใน Ex. 1 (To identify text type) แลวครูอธิบายวา นีเ่ ปนจดหมายแบบไมเปน ทางการ (จดหมายถงึ เพื่อน) และชใ้ี หเห็นวาปกตเิ ราจะขึน้ ตนและลงทา ย จดหมายในลักษณะนี้ It is a letter. Mary is the writer.

Sue is going to read it. 2. ครูใหเวลานักเรียนอา นจดหมายในหนังสอื เรียน หนา 102 อยางเงียบๆ แลวตอบคําถามใน Ex. 2 (To read for specific information) และครูตรวจคําตอบ และเรียกนักเรียนอา นออกเสียงจดหมาย ทีละคน 1. In Madrid. 2. Two weeks. 3. Her mother and father. 4.They are going to do a lot of sightseeing, see the Palacio Real, the Opera house, the Plaza de España and the Botanic Gardens. Mary’s father is going to take them to the Prado Museum. Her mother is going to go shopping. Mary is going to taste as many local dishes as possible. 3. นกั เรยี นศึกษาเกี่ยวกบั การใชภาษาไมเปน ทางการ (informal language) ในหนงั สือเรียน หนา 102 หัวขอ Learning to learn โดยครใู หน กั เรยี นอา นขอความในกรอบ และอธบิ ายวา เมือ่ เราเขียน จดหมายถึงเพื่อน เราจะใชภ าษาและรูปแบบท่ีไมเปน ทางการ (ใชค าํ ยอ, ใชภ าษองั กฤษใน ชวี ติ ประจําวัน) 4. นักเรยี นทํากจิ กรรม Ex. 3 (To understand the use of informal language) ในหนงั สือเรยี น หนา 102โดยครูใหเวลานักเรียนอานจดหมายเรว็ ๆ และหาตวั อยางประโยคภาษาไมเ ปนทางการ จากนั้นครู ใหนกั เรยี นบอกตัวอยางทห่ี าพบ Contractions: We’re really excited. / We’re going to / I’m going to Everyday language: The place is fantastic. / There are a million things to do. / do a lot of / Mum can’t wait / Well, that’s all my news / See you 5. นกั เรียนอานขอความทคี่ ดั ลอกมาในหนังสือเรียน หนา 102 Ex. 4 (To identify and correct grammar and spelling mistakes) แลว หาขอผิดพลาดในการสะกดคําและไวยากรณ และแกไขให ถกู ตอง จากนน้ั ครใู หนักเรียนจับคอู ภิปรายและเปรยี บเทยี บขอผิดพลาดที่แกไ ขถูกตอ งแลวกบั เพือ่ น แลว ครตู รวจคําตอบ How are you? My family and I are going to Malta next week. We’re going to travel there by boat. We’re going to stay at a nice hotel near the beach. I’m going to sunbathe every day.

6. นกั เรยี นทํากิจกรรมในหนงั สอื เรยี น หนา 102 Ex. 5 (To practise talking about plans) โดยครู เขยี นหัวขอ Holiday destinations, Accommodation, Activities บนกระดาน ใหน ักเรยี นบอกคาํ ทอ่ี ยใู น แตละหวั ขอ และครูเขยี นบนกระดาน จากนัน้ ใหน กั เรียนจนิ ตนาการวาตนเองอยูในวันหยดุ แลวจบั คพู ูดถึงแผนการในฤดูรอนโดยใชขอ มูล บนกระดาน ครสู ังเกตการทาํ กิจกรรมของนักเรยี น และใหน กั เรียนหลายๆ คู ออกมาสนทนาหนาช้นั เรียน Suggested Answer Key I am in Italy with my family. We are going to stay here for three weeks. We are going to visit many places and stay in different hotels. I am going to go swimming every day. My sister is going to buy lots of souvenirs and my mother is going to do lots of shopping. My father is going to take us on a boat ride on a gondola in Venice! กิจกรรมรวบยอด 1. นักเรียนทาํ กจิ กรรมในหนงั สือเรียน หนา 102 Ex. 6 (To write a letter to your friend about your holiday plans) โดยใชคําตอบจาก Ex. 5 มาเขยี นจดหมายถึงเพื่อนเพื่อบอกแผนการท่ีจะทาํ ใน วนั หยุด ครูมอบหมายใหน ักเรียนทาํ เปน การบา น Suggested Answer Key Dear Sue, Hi! How are you? We arrived in Paris last night and we’re really tired. First of all, we’re going to get some rest and then see the Eiffel Tower.

Then we are going to take a boat trip on the Seine. My mother is going to shop in Lafayette’s. She really can’t wait. My dad is also going to take us to EuroDisney. As for me, I’m going to take lots of photos. That’s all my news. See you in a few weeks. Love, Stella 2. นกั เรียนทาํ แบบฝกหัด Unit10c ใน Workbook หนา 82 Exs. 1-2 9. การวัดและการประเมินผล - ประเมินการทําแบบฝก หดั - สังเกตพฤติกรรมการเรียนรใู นชวงการทาํ กิจกรรม - ประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค - ประเมินผลการเขียนจดหมายถึงเพื่อน เพ่ือบอกแผนการที่จะทาํ ในวันหยดุ 10. สอ่ื / แหลง การเรียนรู 1. หนงั สอื เรยี น New world ม. 1 2. แบบฝก หดั New world ม. 1

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 9 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ วชิ าภาษาอังกฤษ (อ21102) ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1 หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 Holidays เรอื่ ง Present Continuous Tense เวลา 2 ชัว่ โมง ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563 สอนวันท่ี 8 กมุ ภาพนั ธ พ.ศ. 2563 ********************************************************************************** 1. สาระ มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้ีวดั สาระท่ี 1 ภาษาเพ่ือการสอื่ สาร มาตรฐาน ต 1.1 เขา ใจและตีความเรื่องที่ฟง และอานจากสื่อประเภทตางๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา งมีเหตผุ ล มาตรฐาน ต 1.3 นําเสนอขอมูลขาวสาร ความคดิ รวบยอด และความคดิ เห็นในเรื่องตางๆ โดยการ พูดและการเขียน ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.1/3 เลอื ก/ระบุประโยคและขอความใหส ัมพันธกบั สื่อท่ีไมใชค วามเรยี ง (non-text information) ทอ่ี าน ต 1.3 ม.1/1 พูดและเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กิจวตั รประจาํ วัน ประสบการณ และ ส่ิงแวดลอมใกลตัว 2. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด การเลน เกมเพ่ือทดสอบความรเู กยี่ วกบั ประเทศสกอตแลนด และการอภปิ รายแลกเปลี่ยนขอมลู เก่ยี วกบั สถานทท่ี องเทยี่ ว ประวัติศาสตร และวัฒนธรรมของประเทศไทยเพ่ือสรา งเกมกระดาน 3. จดุ ประสงคการเรยี นรู - อภิปรายแลกเปลย่ี นขอมูลเกีย่ วกบั สถานที่ทอ งเท่ียว ประวตั ศิ าสตร และวฒั นธรรมของประเทศไทย - เขา รวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ - ใชภ าษาสือ่ สารในสถานการณจรงิ /สถานการณจ าํ ลองทีเ่ กิดขนึ้ ในหองเรียน 4. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค 1. นกั เรยี นมีระเบียบวนิ ัยในการทํางาน 2. นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบ

3. นักเรยี นมีความมุงม่นั ในการทาํ งาน 5. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด 6. สาระการเรียนรู - ภาษาทใ่ี ชในการสอื่ สารระหวางบุคคล เชน การแลกเปล่ียนขอ มลู เกีย่ วกับสิ่งแวดลอ มใกลต ัว - กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เชน การเลน เกม - การใชภ าษาสื่อสารในสถานการณจรงิ /สถานการณจําลองท่ีเกิดขนึ้ ในหองเรยี น 7. ภาระงาน / ช้นิ งาน เลน เกมในหนังสือเรยี น หนา 103 Ex. 1 (To learn about Scotland through playing a game) 8. กจิ กรรมการเรียนรู กจิ กรรมนาํ สูการเรยี น 1. ครูนาํ เขาสบู ทเรียนดว ยการชี้แจงใหนักเรียนทราบวา หนว ยการเรียนรยู อย Unit 10d นี้ นกั เรียนจะได เรยี นรูเกย่ี วกับสถานท่ีสาํ คญั และสถานท่ที องเทย่ี วในประเทศสกอตแลนด 2. ครบู อกขอมูลพื้นฐานของประเทศสกอตแลนดใ หนักเรียนทราบวา ประเทศสกอตแลนดอยูท างทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือของทวปี ยุโรป เปน 1 ใน 4 ประเทศ ซงึ่ มาจากสหราชอาณาจกั ร เมืองหลวงคือ เอ ดินเบริ ก ประเทศสกอตแลนดมีประชากรประมาณ 5 ลา นคน กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู 1. ครูถามนักเรยี นวารูอะไรเก่ียวกับประเทศสกอตแลนดบาง แลวครูใชแผนท่อี ธบิ ายทตี่ ้ังของประเทศ สกอตแลนด และใหนกั เรยี นคิดเกีย่ วกบั สถานท่ีทองเท่ยี ว ประวัติศาสตร และวฒั นธรรม จากน้นั ให นักเรียนอานขอ มูลเก่ียวกบั ประเทศสกอตแลนดในหนงั สอื เรยี น หนา 103 และครูอธบิ ายคาํ ศัพทท ่ี นกั เรียนไมร ู 2. ครูใหน ักเรียนเลนเกมในหนังสอื เรียน หนา 103 Ex. 1 (To learn about Scotland through playing a game) โดยครูอธบิ ายกติกาการเลน เกมวา ใหนักเรยี นโยนเหรยี ญเพ่ือดจู าํ นวนชอ งทีจ่ ะ เดนิ ในแตละครง้ั ถานักเรยี นเดนิ ไปหยดุ บนส่ีเหลีย่ มสเี ขียวใหท ําตามคําสงั่ ในส่ีเหลีย่ มน้นั สําหรบั สเ่ี หลย่ี มสีมว งเมื่อเดนิ ไปหยดุ บนนน้ั ใหนกั เรียนตอบคาํ ถาม ถานกั เรยี นตอบถูกตอง จะไดโยนเหรียญ อกี ครั้ง นกั เรียนไมสามารถเลน ไดมากกวา 2 ครงั้ ใน 1 รอบ ครูตอ งแนใจวานักเรยี นแตละคนมตี ัวเดนิ ซง่ึ ใชเ ลนเกม อาจเปนยางลบ กบเหลาดนิ สอ หรือของชิ้นเลก็ ๆ ก็ได จากนนั้ ใหนักเรยี นเลนเกมเปนคู หรอื เปนกลมุ กลุมละ 3 คน ครสู ังเกตการทํากจิ กรรมขณะนักเรยี นเลนเกม และใหค วามชว ยเหลอื ถา จาํ เปน

กจิ กรรมรวบยอด 1. นักเรียนทาํ โครงงานในหนังสือเรยี น หนา 103 Ex. 2 (To create a board game) โดยใหน กั เรยี นสรา ง เกมกระดานเกยี่ วกับประเทศไทย ครอู ธบิ ายวานกั เรยี นสามารถจาํ กัดเกมของตนเองใหอ ยูใน 1 พนื้ ท่ี / 1 เมอื ง / 1 จังหวัด หรือท้ังประเทศกไ็ ด จากนนั้ ใหนักเรียนแบงกลุมอภปิ รายเกีย่ วกบั สถานทที่ อ งเทย่ี ว ประวัติศาสตร และวฒั นธรรม แลวสรา งเกมกระดาน เสรจ็ แลว นํามาแลกเปลี่ยนกนั เลน กับกลุมอ่ืนๆ Suggested Answer Key Students’ own answers 2. นกั เรยี นทาํ แบบฝกหดั ใน Teacher’s Resource Pack & Tests (Module 10) หนา 60 Exs. 5-6, Portfolio Activities หนา 63 และเลน เกมในหนา 64 3. นกั เรียนทําแบบฝก หดั Unit 10d ใน Workbook หนา 83 Exs. 1-2 โดยใน Ex. 2 ใหน กั เรยี นฟง Access Workbook Audio CD ม. 1 / Track 20 ประกอบการทําแบบฝกหดั 9. การวดั และการประเมนิ ผล - ประเมนิ การทําแบบฝก หัด - สงั เกตพฤติกรรมการเรยี นรใู นชวงการทาํ กิจกรรม - ประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค - ประเมินผลการอภิปรายเก่ยี วกบั สถานที่ทองเที่ยว ประวตั ศิ าสตร และวฒั นธรรมของประเทศไทย แลวนาํ ขอมูลมาสรางเกมกระดาน 10. สื่อ / แหลง การเรียนรู 1. หนังสือเรยี น New world ม. 1 2. แบบฝก หดั New world ม. 1 3. Access Workbook Audio CD ม. 1 (ประกอบแบบฝก หัด New world ม. 1 และ Teacher’s Resource Pack) 4. CD หนงั สอื Teacher’s Resource Pack & Tests ม. 1-2-3 5. แผนที่


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook