Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรโรงเรียนน้ำปลีกศึกษา (ฉบับล่าสุด63)

หลักสูตรโรงเรียนน้ำปลีกศึกษา (ฉบับล่าสุด63)

Published by t.kruyok004, 2020-07-29 04:23:19

Description: หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนน้ำปลีกศึกษาพุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับล่าสุด63)

Search

Read the Text Version

50 ปริมำตรและพ้ืนท่ีผวิ พ้นื ท่ีผวิ และปริมำตรปริซึม พ้ืนท่ีผวิ และปริมำตรทรงกระบอก พ้นื ที่ผวิ และ ปริมำตรพีระมิด พ้ืนที่ผวิ และ ปริมำตร กรวย พ้ืนที่ผวิ และ ปริมำตรทรงกลม เปรียบเทียบหน่วยควำมจุหรือ หน่วยปริมำตร กำรนำไปใช้ กรำฟ กรำฟแสดงควำมเก่ียวขอ้ งของปริมำณสองชุด กำรเขียนกรำฟของสมกำรเชิงเส้นสองตวั แปร อ่ำนและแปลควำมหมำยกรำฟ ระบบสมกำรเชิงเส้น สมกำรเชิงเส้นสองตวั แปร กรำฟของสมกำรเชง้ เส้นสองตวั แปร ระบบสมกำรเชง้ เส้นสองตวั แปร วธิ ีแกร้ ะบบสมกำรเชง้ เส้นสองตวั แปร โจทยส์ มกำรเชง้ เส้นสองตวั แปร ระบบสมกำรเชิงเส้น ท่ีประกอบดว้ ยสมกำรเชิงเส้นและสมกำรดีกรีสอง ระบบสมกำรท่ีประกอบดว้ ยสมกำรดีกรีสอง ควำมคลำ้ ย สมบตั ิของกำรคลำ้ ยกนั ของรูปสำมเหลี่ยมควำมสัมพนั ธ์ของดำ้ น และมุมภำยในของรูป สำมเหลี่ยม เง่ือนไขท่ีทำใหร้ ูปสำมเหล่ียมสองรูปคลำ้ ยกนั กำรแกป้ ัญหำกำรนำไปใช้ อตั รำ ส่วนตรีโกณของ มุม ๓๐ , ๔๕ , ๖๐ อตั รำส่วนตรีโกณมิติของมุมประกอบหน่ึงฉำก ควำมสัมพนั ธ์ของอตั รำส่วนตรีโกณและ กำรนำไปใช้ โดยจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ในชีวติ ประจำวนั ท่ีใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดย กำรปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่ือพฒั นำทกั ษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรให้ เหตุผล กำรสื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ดำ้ นควำมรู้ ควำมคิดทกั ษะกระบวนกำรท่ีได้ ไปใชใ้ นกำรเรียนรู้ส่ิงต่ำง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและมีเจตคติท่ีดีต่อ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบระเบียบ มีควำมรอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และมี ควำมเชื่อมน่ั ในตนเอง กำรวดั และประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรที่หลำกหลำยตำมสภำพควำมเป็นจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหำและ ทกั ษะท่ีตอ้ งกำรวดั มาตรฐานผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั ค ๒.๑ ม.๓/๑ ค ๒.๑ ม.๓/๒ ค ๒.๑ ม.๓/๓ ค ๒.๑ ม.๓/๔ ค ๒.๒ ม.๓/๑ ค ๓.๑ ม.๓/๑ ค ๔.๒ ม.๓/๒ ค ๔.๒ ม.๓/๓ ค ๔.๒ ม.๓/๔ ค ๔.๒ ม.๓/๕ ค ๓.๒ ม.๓/๑ รวม ๑๒ ตัวชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ รายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๖ รหัสวชิ า ค๒๓๑๐๒ ๑.๕ หน่วยการเรียน จานวนเวลา ๖๐ ชั่วโมง ศึกษำฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ และฝึกกำรแกป้ ัญหำในสำระตอ่ ไปน้ี

51 อสมกำร แกอ้ สมกำรเชิงเส้นตวั แปรเดียว แกโ้ จทยป์ ัญหำอสมกำรเชิงเส้นตวั แปรเดียว ควำมน่ำจะเป็น กำรทดลองสุ่มและเหตุกำรณ์ กฎกำรณ์นบั เบ้ืองตน้ ควำมน่ำจะเป็นของเหตุกำรณ์ สถิติ กำหนดประเดน็ เขียนขอ้ คำถำม กำหนดวธิ ีกำรศึกษำและเก็บรวบรวมขอ้ มูลกำรนำเสนอขอ้ มูล กำรนำเสนอขอ้ มูลแจกแจงควำมถ่ี กำรสร้ำงตำรำงแจกแจงควำมถี่ฮิสโทแกรม และรูปหลำยเหล่ียมควำมถ่ี ควำมหมำยทำงสถิติ อำ่ นและแปรควำมหมำยและวเิ ครำะห์ขอ้ มูลจำกกำรนำเสนอควำมคำดเคล่ือนที่อำจเกิดข้ึน ไดจ้ ำกกำรนำเสนอขอ้ มูลทำงสถิติ กำรเสริมทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ กำรเสริมทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์เก่ียวกบั เลขยก กำลงั อตั รำส่วนและร้อยละ ปริมำตรและพ้ืนท่ีผวิ สถิติ ควำมน่ำจะเป็ น เพื่อใหน้ กั เรียนสำมำรถคิดอยำ่ งมีเหตุผลและสำมำรถใชเ้ หตุผลในกำรเสดงควำมคิดเห็นอยำ่ งเป็น ระเบียบ ชดั เจน และรัดกุม มีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในหลกั กำร และโครงสร้ำงของคณิตศำสตร์ มีควำมคิดริเริ่มและ สร้ำงสรรค์ มีควำมสำมำรถและมนั่ ใจในกำรแกป้ ัญหำ ตลอดจนคิดคำนวณไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งและตระหนกั ใน คุณค่ำของคณิตศำสตร์ และมีเจตคติที่ดีต่อวชิ ำคณิตศำสตร์ กำรวดั และประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรที่หลำกหลำยตำมสภำพควำมเป็นจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหำและ ทกั ษะที่ตอ้ งกำรวดั มาตรฐานผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั ค ๕.๑ ม.๓/๒ ค ๕.๑ ม.๓/๓ ค ๕.๑ ม.๓/๔ ค ๔.๒ ม.๓/๑ ค ๕.๒ ม.๓/๑ ค ๕.๑ ม.๓/๑ ค ๖.๑ ม.๓/๒ ค ๖.๑ ม.๓/๓ ค ๖.๑ ม.๓/๔ ค ๕.๓ ม.๓/๑ ค ๕.๓ ม.๓/๒ ค ๖.๑ ม.๓/๑ ค ๖.๑ ม.๓/๕ ค ๖.๑ ม.๓/๖ รวม ๑๔ ตวั ชี้วดั คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ค๒๑๒๐๑ คณติ ศาสตร์เพมิ่ เตมิ ๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๐ หน่วยกติ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๑

52 ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธิบำย ฝึกทกั ษะกำรแกป้ ัญหำในสำระต่อไปน้ี เลขยกกาลงั เขำ้ ใจและอธิบำยเก่ียวกบั เลขยกกำลงั ท่ีมีเลขช้ีกำลงั เป็นจำนวนเตม็ คูณและหำร เลขยก กำลงั ท่ีมีฐำนเดียวกนั และเลขช้ีกำลงั เป็นจำนวนเตม็ ได้ เขียนแสดงจำนวนในรูปสัญกรณ์วทิ ยำศำสตร์ ( A10n เมื่อ 1  A  10 และ n เป็ นจำนวนเตม็ ) การประยุกต์เก่ยี วกบั อตั ราส่วนและร้อยละกำรนำควำมรู้เกี่ยวกบั อตั รำส่วน สัดส่วนและร้อยละไปใชใ้ น กำรแกป้ ัญหำ โดยนำควำมรู้ ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ท่ีหลำกหลำยมำใชแ้ กป้ ัญหำในสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ได้ อยำ่ งเหมำะสม มีเหตุผลประกอบในกำรตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม ใชภ้ ำษำและสญั ลกั ษณ์ทำง คณิตศำสตร์ในกำรสื่อสำร สื่อควำมหมำย และนำเสนอไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งชดั เจน เช่ือมโยงควำมรู้ต่ำงๆ ใน คณิตศำสตร์และนำควำมรู้ หลกั กำร ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ไปเชื่อมโยงกบั ศำสตร์อื่นๆ และมี ควำมคิดริเร่ิมสร้ำงสรรค์ เพือ่ ใหเ้ กิดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบ มี วจิ ำรณญำณ มีควำมเชื่อมนั่ ในตนเอง มีควำมซ่ือสตั ยส์ ุจริตมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ พร้อมท้งั ตระหนกั ในคุณคำ่ และมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ ผลการเรียนรู้ ๑. ใชส้ มบตั ิของเลขยกกำลงั ที่มีเลขช้ีกำลงั เป็นจำนวนเตม็ บวกในกำรแกป้ ัญหำทำงคณิตศำสตร์และ ปัญหำในชีวติ จริงได้ ๒. คูณและหำรเลขยกกำลงั ท่ีมีฐำนเดียวกนั และเลขช้ีกำลงั เป็นจำนวนเตม็ ได้ ๓. ใชค้ วำมรู้เก่ียวกบั อตั รำส่วน สัดส่วนและร้อยละในกำรแกป้ ัญหำทำงคณิตศำสตร์และปัญหำในชีวติ จริงได้ ๔. มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผล กำรสื่อสำร กำรสื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และ กำรนำเสนอ กำรเช่ือมโยงควำมรู้ต่ำงๆ ทำงคณิตศำสตร์และเช่ือมโยงคณิตศำสตร์กบั ศำสตร์อ่ืนๆ และมีควำมคิด ริเริ่มสร้ำงสรรค์ รวมท้งั หมด ๔ ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ค๒๑๒๐๒คณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๐ หน่วยกติ

53 ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธิบำย ฝึกทกั ษะกำรแกป้ ัญหำในสำระตอ่ ไปน้ี การสร้างทางเรขาคณติ กำรสร้ำงพ้นื ฐำนทำงเรขำคณิต กำรสร้ำงรูปเรขำคณิตสองมิติโดยใชก้ ำรสร้ำง พ้นื ฐำนทำงเรขำคณิต กำรนำควำมรู้เกี่ยวกบั กำรสร้ำงพ้ืนฐำนทำงเรขำคณิตไปใชใ้ นชีวติ จริง มติ สิ ัมพนั ธ์ของรูปเรขาคณติ อธิบำยลกั ษณะรูปเรขำคณิตสำมมิติหนำ้ ตดั ของรูปเรขำคณิตสำมมิติ ระบุ ภำพสองมิติที่ไดจ้ ำกกำรมองดำ้ นหนำ้ (front view) ดำ้ นขำ้ ง (side view) หรือดำ้ นบน (top view ) ของรูป เรขำคณิตสำมมิติ วำด ออกแบบ หรือประดิษฐร์ ูปเรขำคณิตสำมมิติที่ประกอบข้ึนจำกลูกบำศก์ โดยนำควำมรู้ ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่หลำกหลำยมำใชแ้ กป้ ัญหำในสถำนกำรณ์ตำ่ งๆ ได้ อยำ่ งเหมำะสม มีเหตุผลประกอบในกำรตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม ใชภ้ ำษำและสัญลกั ษณ์ทำง คณิตศำสตร์ในกำรสื่อสำร ส่ือควำมหมำย และนำเสนอไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งชดั เจน เชื่อมโยงควำมรู้ตำ่ งๆ ใน คณิตศำสตร์และนำควำมรู้ หลกั กำร ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ไปเชื่อมโยงกบั ศำสตร์อ่ืนๆ และมี ควำมคิดริเร่ิมสร้ำงสรรค์ เพ่อื ใหเ้ กิดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบ มี วจิ ำรณญำณ มีควำมเชื่อมนั่ ในตนเอง มีควำมซื่อสัตยส์ ุจริตมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ พร้อมท้งั ตระหนกั ในคุณคำ่ และมีเจตคติที่ดีตอ่ คณิตศำสตร์ ผลการเรียนรู้ ๑. สร้ำงและบอกข้นั ตอนกำรสร้ำงพ้ืนฐำนทำงเรขำคณิตได้ ๒. สร้ำงรูปเรขำคณิตสองมิติโดยใชก้ ำรสร้ำงพ้นื ฐำนทำงเรขำคณิตและบอกข้นั ตอนกำรสร้ำงได้ ๓. ระบุภำพสองมิติท่ีไดจ้ ำกกำรมองดำ้ นหนำ้ ดำ้ นขำ้ งหรือดำ้ นบนของรูปเรขำคณิตสำมมิติท่ีกำหนดให้ ได้ ๔. วำดหรือประดิษฐร์ ูปเรขำคณิตสำมมิติท่ีประกอบข้ึนจำกลูกบำศกไ์ ด้ ๕. มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผล กำรสื่อสำร กำรสื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และ กำรนำเสนอ กำรเช่ือมโยงควำมรู้ตำ่ งๆ ทำงคณิตศำสตร์และเชื่อมโยงคณิตศำสตร์กบั ศำสตร์อ่ืนๆ และมีควำมคิด ริเริ่มสร้ำงสรรค์ รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ รายวชิ า คณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ ๓ รหัสวชิ า ค ๒๒๒๐๑ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ชั่วโมง

54 ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกระบวนกำรคิดคำนวณ กำรให้เหตุผล ฝึกกำรแกป้ ัญหำเพอื่ พฒั นำศกั ยภำพ ของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระตอ่ ไปน้ี สมบตั ิของเลขยกกำลงั ไดแ้ ก่ สมบตั ิของเลขยกกำลงั กำรดำเนินกำรของเลขยกกำลงั สมบตั ิอื่น ๆ ของเลขยกกำลงั พหุนำมและเศษส่วนของพหุนำม ไดแ้ ก่ ทบทวนพหุนำม กำรคูณพหุนำม กำรหำรพหุนำม เศษส่วนของพหุนำม กำรคูณและกำรหำรเศษส่วนของพหุนำม กำรบวกและกำรลบเศษส่วนของพหุนำม ประยกุ ตเ์ กี่ยวกบั อตั รำส่วนและร้อยละ ไดแ้ ก่ อตั รำส่วน ร้อยละ กำรประยกุ ตเ์ ก่ียวกบั อตั รำส่วน และร้อยละ กำรประยกุ ตข์ องกำรแปลงทำงเรขำคณิต ไดแ้ ก่ กำรประยกุ ตข์ องกำรเล่ือนขนำน กำรประยกุ ตข์ องสะทอ้ น กำรประยกุ ตข์ องกำรหมุน เทสเซลเลชนั โดยจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ในชีวติ ประจำวนั ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดค้ น้ ควำ้ โดยกำรปฏิบตั ิ จริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่ือพฒั นำทกั ษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรให้เหตุผล กำร สื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ทำงดำ้ นควำมรู้ ควำมคิดทกั ษะกระบวนกำรที่ไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้ส่ิงตำ่ ง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบระเบียบ มีควำมรอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และมีควำมเช่ือมนั่ ในตนเอง กำรวดั และประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำยตำมสภำพจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหำ และทกั ษะที่ ตอ้ งกำรวดั มาตรฐานผลการเรียนรู้ ค ๒.๑ ม.๒/๑ ค ๒.๑ ม.๒/๒ ค ๔.๑ ม.๒/๑ ค ๔.๑ ม.๒/๒ ค ๑.๑ ม.๒/๓ ค ๓.๑ ม.๒/๑ รวมท้งั หมด ๖ ตัว กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ๓ รายวชิ า คณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ ๕ รหัสวชิ า ค ๒๓๒๐๑ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ช่ัวโมง

55 ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกระบวนกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล ฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำศกั ยภำพ ของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระตอ่ ไปน้ี กรณฑท์ ่ีสอง ไดแ้ ก่ สมบตั ิของ √������ เมื่อ ������ ≥ 0 กำรดำเนินกำรของจำนวนจริงซ่ึงเกี่ยวกบั กรณฑท์ ่ี สอง กำรแยกตวั ประกอบของพหุนำม ไดแ้ ก่ กำรแยกตวั ประกอบของพหุนำมดีกรีสองที่เป็นผลต่ำงของ กำลงั สอง กำรแยกตวั ประกอบของพหุนำมดีกรีสองโดยวธิ ีทำเป็นกำลงั สองสมบูรณ์ กำรแยกตวั ประกอบของ พหุนำมดีกรีกวำ่ สองท่ีมีสมั ประสิทธิเป็นจำนวนเตม็ กำรแยกตวั ประกอบของพหุนำมท่ีมีสมั ประสิทธิเป็น จำนวนเตม็ โดยใชท้ ฤษฎีบทเศษเหลือ สมกำรกำลงั สอง ไดแ้ ก่ ทบทวนสมกำรกำลงั สอง กำรแกส้ มกำรกำลงั สองโดยวธิ ีทำเป็นกำลงั สอง สมบูรณ์ โจทยป์ ัญหำเก่ียวกบั สมกำรกำลงั สอง พำรำโบลำ ไดแ้ ก่ สมการพาราโบลา พำรำโบลำท่ีกำหนด ดว้ ยสมกำร ������ = ������������2 เม่ือ ������ ≠ 0 พำรำโบลำที่กำหนดดว้ ยสมกำร ������ = ������������2 + ������ เม่ือ ������ ≠ 0 พำรำโบลำท่ีกำหนดดว้ ยสมกำร ������ = ������(������ − ℎ)2 + ������ เมื่อ ������ ≠ 0 พำรำโบลำท่ีกำหนดดว้ ยสมกำร ������ = ������������2 + ������������ + ������ เม่ือ ������ ≠ 0 พ้นื ท่ีผวิ และปริมำตร ไดแ้ ก่ พ้นื ที่ผวิ ของพีระมิด กรวยและทรงกลม กำรนำไปใช้ โดยจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ในชีวติ ประจำวนั ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดค้ น้ ควำ้ โดยกำรปฏิบตั ิ จริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพือ่ พฒั นำทกั ษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรให้เหตุผล กำร สื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ทำงดำ้ นควำมรู้ ควำมคิดทกั ษะกระบวนกำรที่ไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้สิ่งต่ำง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณคำ่ และเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบระเบียบ มีควำมรอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และมีควำมเชื่อมนั่ ในตนเอง กำรวดั และประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรที่หลำกหลำยตำมสภำพจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหำ และทกั ษะที่ ตอ้ งกำรวดั มาตรฐานผลการเรียนรู้ ค ๑.๑ ม.๓/๑ ค ๔.๑ ม.๓/๑ ค ๔.๑ ม.๓/๒ ค ๔.๒ ม.๓/๑ ค ๔.๒ ม.๓/๔ ค ๒.๑ ม.๓/๑ ค ๔.๒ ม.๓/๒ ค ๔.๒ ม.๓/๓ ค ๒.๑ ม.๓/๒ รวมท้งั หมด ๙ ตัว กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ๓ รายวชิ า คณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ ๖ รหสั วชิ า ค ๒๓๒๐๒ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ช่ัวโมง

56 ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกระบวนกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล ฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่อื พฒั นำศกั ยภำพ ของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระตอ่ ไปน้ี กำรใหเ้ หตุผล ไดแ้ ก่ ควำมรู้พ้นื ฐำนเกี่ยวกบั กำรใหเ้ หตุผลทำงเรขำคณิต ทฤษฎีบทเกี่ยวกบั รูป สำมเหลี่ยมและรูปส่ีเหล่ียม กำรสร้ำง ระบบสมกำร ไดแ้ ก่ ระบบสมกำรท่ีประกอบดว้ ยสมกำรเชิงเส้นและสมกำรดีกรีสอง ระบบสมกำรท่ี ประกอบดว้ ยสมกำรดีกรีสองท้งั สองสมกำร วงกลม ไดแ้ ก่ ควำมรู้เกี่ยวกบั วงกลม มุมท่ีจุดศูนยก์ ลำงและมุมในส่วนโคง้ ของวงกลม คอร์ด เส้น สัมผสั วงกลม เศษส่วนของพหุนำม ไดแ้ ก่ กำรดำเนินกำรของเศษส่วนพหุนำม กำรแกส้ มกำรเศษส่วนของพหุนำม โจทยป์ ัญหำเกี่ยวกบั เศษส่วนของพหุนำม โดยจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ในชีวติ ประจำวนั ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดค้ น้ ควำ้ โดยกำรปฏิบตั ิ จริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพือ่ พฒั นำทกั ษะ/กระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผล กำร สื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ทำงดำ้ นควำมรู้ ควำมคิดทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้ส่ิงตำ่ ง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและเจตคติที่ดีตอ่ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบระเบียบ มีควำมรอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และมีควำมเชื่อมนั่ ในตนเอง กำรวดั และประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรที่หลำกหลำยตำมสภำพจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหำ และทกั ษะท่ี ตอ้ งกำรวดั มาตรฐานผลการเรียนรู้ ค ๔.๒ ม.๓/๕ ค ๔.๒ ม.๓/๖ ค ๓.๒ ม.๓/๓ ค ๓.๒ ม.๓/๑ ค ๓.๒ ม.๓/๒ ค ๔.๑ ม.๓/๕ ค ๖.๑ ม.๑ – ๓/๑ ค ๔.๑ ม.๓/๓ ค ๔.๑ ม.๓/๔ รวมท้งั หมด ๙ ตัว โครงสร้างกลุ่มสาระการเรียนคณติ ศาสตร์ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

57 รายวชิ าพืน้ ฐาน คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ค31101 คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ค31102 คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต ค32101 คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต ค32102 คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ค33101 คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ค33102 รายวชิ าเพม่ิ เติม คณิตศำสตร์ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต คณิตศำสตร์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ค31201 คณิตศำสตร์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ค31202 คณิตศำสตร์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ค32201 คณิตศำสตร์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ค32202 คณิตศำสตร์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ค33201 ค33202 ค๓๑๑๐๑คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๑ คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์

ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ 58 เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๐ หน่วยกติ ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธิบำย ฝึกทกั ษะกำรแกป้ ัญหำในสำระต่อไปน้ี เซตควำมรู้เบ้ืองตน้ และสญั ลกั ษณ์พ้ืนฐำนเก่ียวกบั เซต ยเู นียน อินเตอร์เซกชนั และคอมพลีเมนตข์ อง เซต ตรรกศาสตร์เบือ้ งต้นประพจน์และตวั เช่ือม (นิเสธ และหรือถำ้ ...แลว้ ...กต็ ่อเม่ือ) โดยนำควำมรู้ ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่หลำกหลำยมำใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำใน สถำนกำรณ์ต่ำงๆไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม มีเหตุผลประกอบในกำรตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม ใชภ้ ำษำ และสญั ลกั ษณ์ทำงคณิตศำสตร์ในกำรส่ือสำร ส่ือควำมหมำย และนำเสนอไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งชดั เจน เชื่อมโยง ควำมรู้ต่ำงๆในคณิตศำสตร์และนำควำมรู้ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ไปเชื่อมโยงกบั ศำสตร์อ่ืนๆและมีควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ เพ่อื ใหเ้ กิดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบมี วจิ ำรณญำณ มีควำมเชื่อมนั่ ในตนเอง มีควำมซื่อสัตยส์ ุจริตมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ พร้อมท้งั ตระหนกั ในคุณค่ำและมีเจตคติท่ีดีตอ่ คณิตศำสตร์ รหัสและตัวชี้วดั ค๑.๑ ม.๔/๑ รวมท้งั หมด ๑ตวั ชี้วดั คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน ค๓๑๑๐๒คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา๔๐ ชั่วโมง จานวน ๑.๐ หน่วยกติ

59 ศึกษำ วเิ ครำะห์ อธิบำย ฝึกทกั ษะกำรแกป้ ัญหำในสำระต่อไปน้ี หลกั การนับเบื้องต้นหลกั กำรบวกและกำรคูณกำรเรียงสบั เปลี่ยนเชิงเส้นกรณีที่ส่ิงของแตกต่ำงกนั ท้งั หมดกำรจดั หมูก่ รณีท่ีส่ิงของแตกตำ่ งกนั ท้งั หมด ความน่าจะเป็ นกำรทดลองสุ่มและเหตุกำรณ์ ควำมน่ำจะเป็นของเหตุกำรณ์ โดยนำควำมรู้ ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ท่ีหลำกหลำยมำใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำในสถำนกำรณ์ ตำ่ งๆไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม มีเหตุผลประกอบในกำรตดั สินใจ และสรุปผลไดอ้ ยำ่ งเหมำะสม ใชภ้ ำษำและสญั ลกั ษณ์ ทำงคณิตศำสตร์ในกำรสื่อสำร ส่ือควำมหมำย และนำเสนอไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ งชดั เจน เช่ือมโยงควำมรู้ตำ่ งๆใน คณิตศำสตร์และนควำมรู้ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ ไปเชื่อมโยงกบั ศำสตร์อื่นๆและมีควำมคิดริเริ่มสร้ำงสรรค์ เพือ่ ใหเ้ กิดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งมีระบบระเบียบ รอบคอบ รับผดิ ชอบมี วจิ ำรณญำณ มีควำมเชื่อมน่ั ในตนเอง มีควำมซ่ือสัตยส์ ุจริตมีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในกำรทำงำน รักควำมเป็นไทย มีจิตสำธำรณะ พร้อมท้งั ตระหนกั ในคุณค่ำและมีเจตคติท่ีดีตอ่ คณิตศำสตร์ รหัสและตัวชี้วดั ค๓.๒ม.๔/๑, ม.๔/๒ รวมท้งั หมด ๒ตวั ชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดับช้ัน ม. ๕ ภาคเรียนท่ี ๑ รายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๓ รหัสวชิ า ค๓๒๑๐๑ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ชั่วโมง

60 ศึกษำควำมรู้พ้นื ฐำนเบ้ืองตน้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำ ศกั ยภำพของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ นสำระตอ่ ไปน้ี อตั รำส่วนตรีโกณมิติ อตั รำส่วนตรีโกณมิติของมุม 30 , 45 , 60 องศำ กำรใชอ้ ตั รำส่วนตรีโกณมิติ ในกำรหำระยะทำง ควำมสูง ฟังกช์ นั ตรีโกณมิติและกำรประยกุ ต์ ฟังกช์ นั ตรีโกณมิติ กรำฟของฟังกช์ นั ตรีโกณมิติ ฟังกช์ นั ตรีโกณมิติของผลบวกและผลตำ่ งของจำนวนจริง หรือมุม อินเวอร์สของฟังกช์ นั ตรีโกณมิติกำรแกส้ มกำร ตรีโกณมิติ กฎของไซนแ์ ละโคไซน์ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ ไดป้ ฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพอื่ พฒั นำทกั ษะกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรให้เหตุผล กำร ส่ือควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ดำ้ นควำมรู้ ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้ตำ่ ง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำ และมีเจตคติที่ดีต่อวชิ ำ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และ เช่ือมน่ั ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำและทกั ษะท่ี ตอ้ งกำรวดั เพ่ือใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ท่ีจำเป็น มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั ค ๒.๑ ม. ๔-๖/๑ ค ๒.๒ ม. ๔-๖/๑ ค ๖.๑ ม. ๔-๖/๑ ม. ๔-๖/๒ม. ๔-๖/๓ ม. ๔-๖/๔ ม. ๔-๖/๕ ม. ๔-๖/๖ รวม ๖ ตวั ชี้วดั กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดับช้ัน ม. ๕ ภาคเรียนที่ ๒ รายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๔ รหัสวชิ า ค๓๒๑๐๒ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ชั่วโมง

61 ศึกษำควำมรู้พ้ืนฐำนเบ้ืองตน้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำ ศกั ยภำพของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ นสำระตอ่ ไปน้ี สถิติและขอ้ มูล กำรเก็บรวมรวบขอ้ มูล กำรนำเสนอขอ้ มูล กำรวเิ ครำะห์ขอ้ มูลเบ้ืองตน้ คำ่ กลำงของขอ้ มูล กำรวดั กำรกระจำยของขอ้ มูล กำรแจกแจงปกติ ค่ำมำตรฐำน กำรแจกแจงปกติและเส้นโคง้ ปกติ พ้ืนท่ีใตเ้ ส้นโคง้ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ ไดป้ ฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพื่อพฒั นำทกั ษะกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผล กำร ส่ือควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ดำ้ นควำมรู้ ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรที่ไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้ต่ำง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำ และมีเจตคติท่ีดีต่อวชิ ำ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และ เช่ือมน่ั ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำและ ทกั ษะท่ี ตอ้ งกำรวดั เพื่อใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรให้เหตุผล กำรนำควำมรู้ ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่จำเป็น มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั ค ๕.๑ ม. ๔-๖/๑ม. ๔-๖/๒ ม. ๔-๖/๓ ค ๕.๓ ม. ๔-๖/๑ ค ๖.๑ ม. ๔-๖/๑ ม. ๔-๖/๒ม. ๔-๖/๓ ม. ๔-๖/๔ ม. ๔-๖/๕ ม. ๔-๖/๖ รวม ๑๐ ตวั ชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดบั ช้ัน ม. ๖ ภาคเรียนที่ ๑ รายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๕ รหัสวชิ า ค๓๓๑๐๑ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ชั่วโมง

62 ศึกษำควำมรู้พ้นื ฐำนเบ้ืองตน้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพื่อพฒั นำ ศกั ยภำพของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ นสำระตอ่ ไปน้ี ลำดบั และอนุกรม ลำดบั ลำดบั เลขคณิต ลำดบั เรขำคณิต อนุกรมเลขคณิต อนุกรมเรขำคณิต ลิมิตของลำดบั กำรหำผลบวก n พจนแ์ รกของอนุกรมเลขคณิต และเรขำคณิต อนุกรมอนนั ต์ ผลบวกอนุกรม อนนั ต์ กำรสำรวจควำมคิดเห็น กำรสำรวจเบ้ืองตน้ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ ไดป้ ฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่ือพฒั นำทกั ษะกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผล กำร สื่อควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ดำ้ นควำมรู้ ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรที่ไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้ตำ่ ง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำ และมีเจตคติท่ีดีต่อวชิ ำ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และ เชื่อมน่ั ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำและ ทกั ษะที่ตอ้ งกำรวดั เพอื่ ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำร นำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่จำเป็ น มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั ค ๔.๑ ม. ๔-๖/๔ ม. ๔-๖/๕ ค ๔.๒ ม. ๔-๖/๖ ม. ๔-๖/๒ ม. ๔-๖/๓ ม. ๔-๖/๔ ม. ๔-๖/๕ม. ๔-๖/๖ ค ๖.๑ ม. ๔-๖/๑ รวม ๙ ตวั ชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดบั ช้ัน ม. ๖ ภาคเรียนท่ี ๒ รายวชิ าคณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๖ รหัสวชิ า ค๓๓๑๐๒ ๑.๐ หน่วยกติ จานวนเวลา ๔๐ ช่ัวโมง

63 ศึกษำควำมรู้พ้นื ฐำนเบ้ืองตน้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำ ศกั ยภำพของผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ นสำระตอ่ ไปน้ี ควำมน่ำจะเป็น กำรทดลองสุ่ม เหตุกำรณ์ แซมเปิ ลสเปส กฎเกณฑเ์ บ้ืองตน้ เกี่ยวกบั กำรนบั ควำม น่ำจะเป็นของเหตุกำรณ์ แฟคทอเรียล วธิ ีเรียงสับเปลี่ยน วธิ ีจดั หมู่ ทฤษฎีบททวนิ ำม ควำมน่ำจะเป็น กฎ สำคญั บำงประกำรของควำมน่ำจะเป็น กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ท่ีใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ ไดป้ ฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพื่อพฒั นำทกั ษะกระบวนกำรในกำรคิดคำนวณ กำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผล กำร ส่ือควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ และนำประสบกำรณ์ดำ้ นควำมรู้ ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ น กำรเรียนรู้ต่ำง ๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณคำ่ และมีเจตคติท่ีดีต่อวชิ ำ คณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และ เช่ือมนั่ ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรที่หลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำและทกั ษะที่ ตอ้ งกำรวดั เพ่ือใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่จำเป็น มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั ค ๕.๒ ม. ๔-๖/๒ ค ๕.๓ ม. ๔-๖/๒ ม. ๔-๖/๖ ค ๖.๑ ม. ๔-๖/๑ ม. ๔-๖/๒ ม. ๔-๖/๓ ม. ๔-๖/๔ ม. ๔-๖/๕ รวม ๘ ตวั ชี้วดั คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เติม กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดบั ช้ัน ม. ๔ภาคเรียนที่ ๑

64 รายวชิ าคณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม ๑ รหัสวชิ า ค๓๑๒๐๑ ๑.๐หน่วยการเรียน เวลา๔๐ช่ัวโมง ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณกำรใหเ้ หตุผลและฝึกกำรแกป้ ัญหำเพื่อพฒั นำศกั ยภำพของผเู้ รียน ใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระตอ่ ไปน้ี เซตเซตเอกภพสัมพทั ธ์สับเซตและพำวเวอร์เซตยูเนียนอินเตอร์เซกชนั คอมพลีเมนต์ และผลตำ่ งของเซต แผนภำพเวนน์-ออยเลอร์และกำรแกป้ ัญหำ ตรรกศำสตร์ ประพจน์ กำรเช่ือมประพจน์ ค่ำควำมจริงของประพจน์ กำรสร้ำงตำรำงค่ำควำมจริง กำรสมมูลกนั ตวั บ่งปริมำณ ค่ำควำมจริงของประพจนท์ ่ีมีตวั บ่งปริมำณ สมมูลและนิเสธประพจน์ท่ีมีตวั บง่ ปริมำณ กำรอำ้ งเหตุผล จำนวนจริงและพหุนำม จำนวนจริง กำรเท่ำกนั กำรบวก ลบ คูณ หำร สมบตั ิของระบบจำนวน จริง กำรแกส้ มกำรพหุนำมตวั แปรเดียวแกส้ มกำรและอสมกำรพหุนำมตวั แปรเดียว ดีกรีไมเ่ กินส่ี สมบตั ิกำรไม่ เท่ำกนั ช่วงและอสมกำร ค่ำสัมบูรณ์ กำรแกส้ มกำร อสมกำรในรูปค่ำสัมบูรณ์ จำนวนจริงที่อยใู่ นรูปเลขยก กำลงั และกรณฑแ์ กส้ มกำรและอสมกำรเศษส่วนของพหุนำมตวั แปรเดียวและนำไปใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ท่ีใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดยปฏิบตั ิจริงทดลอง สรุปรำยงำน เพ่อื ใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำกำรใหเ้ หตุผลและนำประสบกำรณ์ดำ้ นควำมรู้ ควำมคิดทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้ส่ิงต่ำงๆและใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระเบียบ รอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มี วจิ ำรณญำณ และเช่ือมนั่ ในตนเองกำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิง เน้ือหำ และทกั ษะที่ตอ้ งกำรวดั เพื่อใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่จำเป็น ผลการเรียนรู้ ๑. เขำ้ ใจและใชค้ วำมรู้เกี่ยวกบั เซตในกำรส่ือสำรและส่ือควำมหมำยทำงคณิตศำสตร์ ๒. เขำ้ ใจและใชค้ วำมรู้เก่ียวกบั ตรรกศำสตร์เบ้ืองตน้ ในกำรส่ือสำร ส่ือควำมหมำย และอำ้ งเหตุผล ๓. เขำ้ ใจจำนวนจริงและใชส้ มบตั ิของจำนวนจริงในกำรแกป้ ัญหำ ๔. แกส้ มกำรและอสมกำรพหุนำมตวั แปรเดียว ดีกรีไม่เกินสี่ และนำไปใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำ ๕. แกส้ มกำรและอสมกำรเศษส่วนของพหุนำมตวั แปรเดียว และนำไปใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำ ๖. แกส้ มกำรและอสมกำรค่ำสมั บูรณ์ของพหุนำมตวั แปรเดียว และนำไปใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำ รวมท้งั หมด ๖ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดับช้ัน ม. ๔ ภาคเรียนที่ ๒ รายวชิ าคณติ ศาสตร์เพมิ่ เตมิ ๒ รหัสวชิ าค๓๑๒๐๒ ๑.๐หน่วยการเรียน เวลา๔๐ช่ัวโมง

65 ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณกำรใหเ้ หตุผลและฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำศกั ยภำพของผเู้ รียน ใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระต่อไปน้ี ฟังกช์ นั กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรฟังกช์ นั หำฟังก์ชนั ประกอบ ฟังกช์ นั ผกผนั ฟังกช์ นั เอกซ์โพเนนเซียลและฟังกช์ นั ลอกำริทึม ฟังกช์ นั เอกซ์โพเนนเซียล กรำฟฟังกช์ นั เอกซ์ โพเนนเซียล กำรแกส้ มกำรเอกซ์โพเนนเซียลฟังกช์ นั ลอกำริทึม กรำฟฟังกช์ นั ลอกำริทึม กำรคำนวณหำ ค่ำประมำณโดยใชล้ อกำริทึม กำรแกส้ มกำรโดยใชล้ อกำริทึม เรขำคณิตวเิ ครำะห์ ควำมรู้พ้ืนฐำนเรขำคณิตวเิ ครำะห์ เส้นตรง ระยะระหวำ่ งจุดสองจุด จุดก่ึงกลำง ระหวำ่ งจุดสองจุด ควำมชนั เส้นขนำน เส้นต้งั ฉำก ควำมสมั พนั ธ์ ที่มีกรำฟเป็นเส้นตรง ระยะห่ำงระหวำ่ ง เส้นตรงกบั จุด ภำคตดั กรวย วงกลม พำรำโบลำ วงรี ไฮเพอร์โบลำ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดยปฏิบตั ิจริงทดลอง สรุปรำยงำนเพื่อใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำกำรใหเ้ หตุผลและนำประสบกำรณ์ดำ้ น ควำมรู้ควำมคิดทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้ส่ิงต่ำงๆและใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ งสร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศำสตร์สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระเบียบ รอบคอบ มีควำมรับผดิ ชอบ มี วจิ ำรณญำณ และเชื่อในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำ และทกั ษะที่ตอ้ งกำร วดั เพอ่ื ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ท่ีจำเป็น ผลการเรียนรู้ ๑. หำผลลพั ธ์ของกำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรฟังกช์ นั หำฟังกช์ นั ประกอบและฟังกช์ นั ผกผนั ๒. ใชส้ มบตั ิของฟังกช์ นั ในกำรแกป้ ัญหำ ๓. เขำ้ ใจลกั ษณะกรำฟของฟังกช์ นั เอกซ์โพเนนเชียลและฟังกช์ นั ลอกำริทึมและนำไปใชใ้ นกำร แกป้ ัญหำ ๔. แกส้ มกำรเอกซ์โพเนนเชียลและสมกำรลอกำริทึมและนำไปใชใ้ นกำรแกป้ ัญหำ ๕. เขำ้ ใจและใชค้ วำมรู้เกี่ยวกบั เรขำคณิตวเิ ครำะห์ในกำรแกป้ ัญหำ รวมท้งั หมด ๕ผลการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดับช้ัน ม. ๕ ภาคเรียนท่ี ๑

66 รายวชิ าคณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม ๓ รหสั วชิ า ค๓๒๒๐๑ ๑.๕ หน่วยการเรียน เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพอื่ พฒั นำศกั ยภำพของ ผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระต่อไปน้ี ฟังกช์ นั เอกซ์โพเนนเซียลและฟังกช์ นั ลอกำริทึม ฟังกช์ นั เอกซ์โพเนนเซียล กรำฟฟังกช์ นั เอกซ์ โพเนนเซียล กำรแกส้ มกำรเอกซ์โพเนนเซียล ฟังกช์ นั ลอกำริทึม กรำฟฟังกช์ นั ลอกำริทึม กำรคำนวณหำ คำ่ ประมำณโดยใชล้ อกำริทึม กำรแกส้ มกำรโดยใชล้ อกำริทึม เวกเตอร์ เวกเตอร์ เวกเตอร์ในสองมิติ เวกเตอร์ในสำมมิติ กำรเทำ่ กนั ของเวกเตอร์ กำรบวก กำรลบ เวกเตอร์หน่ึงหน่วย กำรคูณเวกเตอร์ดว้ ยสเกลำร์ ผลู คูณเชิงเวกเตอร์ ผลคูณเชิงสเกลำร์ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ท่ีใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดยปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่อื ใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผลและนำประสบกำรณ์ ดำ้ นควำมรู้ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้สิ่งตำ่ งๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ ง สร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณคำ่ และมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระเบียบ รอบคอบ มีควำม รับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และเช่ือมน่ั ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำ และทกั ษะท่ีตอ้ งกำร วดั เพอื่ ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ท่ีจำเป็น มาตรฐานผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั ค ๓.๓ ม. ๕/๑ ค ๕.๒ ม. ๕/๑ ม. ๕/๒ ม. ๕/๓ รวม ๔ ตัวชี้วดั กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดบั ช้ัน ม. ๕ ภาคเรียนที่ ๒

67 รายวชิ าคณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม ๔ รหสั วชิ า ค๓๒๒๐๒ ๑.๕ หน่วยการเรียน เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำศกั ยภำพของ ผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระตอ่ ไปน้ี จำนวนเชิงซอ้ น จำนวนเชิงซอ้ น กรำฟและคำ่ สมั บูรณ์จำนวนเชิงซอ้ น จำนวนเชิงซอ้ นในรูป เชิงข้วั กำรแกส้ มกำรพหุนำมโดยจำนวนเชิงซอ้ น ทฤษฎีกรำฟเบ้ืองตน้ กรำฟ กรำฟออยเลอร์ กำรประยกุ ตข์ องกรำฟ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ที่ใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดยปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่ือใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผลและนำประสบกำรณ์ ดำ้ นควำมรู้ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้สิ่งตำ่ งๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ ง สร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณคำ่ และมีเจตคติท่ีดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระเบียบ รอบคอบ มีควำม รับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และเช่ือมนั่ ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำ และทกั ษะท่ีตอ้ งกำร วดั เพ่อื ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่จำเป็น มาตรฐานผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั ค ๒.๑ ม. ๕/๑ ม. ๕/๒ ม. ๕/๓ ค ๒.๒ ม. ๕/๑ ค ๔.๓ ม. ๕/๑ ม. ๕/๒ ม. ๕/๓ รวม ๗ ตวั ชี้วดั กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดับช้ัน ม. ๖ ภาคเรียนท่ี ๑

68 รายวชิ าคณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ ๕ รหสั วชิ า ค๓๓๒๐๑ ๑.๕ หน่วยการเรียน เวลา ๖๐ ชั่วโมง ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำศกั ยภำพของ ผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระตอ่ ไปน้ี ลำดบั อนนั ตแ์ ละอนุกรมอนนั ต์ ลำดบั อนนั ต์ ลิมิตของลำดบั อนนั ต์ อนุกรมอนนั ต์ ผลบวกของ อนุกรม แคลคูลสั เบ้ืองตน้ ลิมิตของฟังกช์ นั ควำมต่อเน่ืองของฟังกช์ นั อนุพนั ธ์ของฟังกช์ นั ควำมชนั ของ เส้นโคง้ กำรหำอนุพนั ธ์ของฟังกช์ นั พชี คณิตโดยใชส้ ูตร อนุพนั ธ์ฟังกช์ นั คอมโพสิท อนุพนั ธ์อนั ดบั สูง กำรประยกุ ตอ์ นุพนั ธ์ ปริพนั ธ์ ปริพนั ธ์ไมจ่ ำกดั เขต ปริพนั ธ์จำกดั เขต พ้ืนที่ปิ ดลอ้ มดว้ ยเส้น โคง้ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ท่ีใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดยปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพ่ือใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผลและนำประสบกำรณ์ ดำ้ นควำมรู้ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้สิ่งตำ่ งๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ ง สร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระเบียบ รอบคอบ มีควำม รับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และเชื่อมนั่ ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรท่ีหลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำ และทกั ษะท่ีตอ้ งกำร วดั เพือ่ ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล กำรนำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ที่จำเป็น มาตรฐานผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั ค ๑.๑ ม. ๖/๑ ม. ๖/๒ ค๑.๒ ม. ๖/๑ ม. ๖/๒ ม. ๖/๓ ม. ๖/๔ ม.๖ /๕ ม. ๖/๖ รวม ๘ ตวั ชี้วดั กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ระดบั ช้ัน ม. ๖ ภาคเรียนท่ี ๒

69 รายวชิ าคณติ ศาสตร์เพมิ่ เติม ๖ รหัสวชิ า ค๓๓๒๐๒ ๑.๕ หน่วยการเรียน เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ศึกษำควำมรู้ ฝึกทกั ษะกำรคิดคำนวณ กำรใหเ้ หตุผล และฝึกกำรแกป้ ัญหำเพ่ือพฒั นำศกั ยภำพของ ผเู้ รียนใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจ และสำมำรถนำควำมรู้น้นั ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นสำระต่อไปน้ี ควำมสมั พนั ธ์เชิงฟังกช์ นั ระหวำ่ งขอ้ มูล ควำมสมั พนั ธ์เชิงฟังกช์ นั ท่ีเส้นตรง ควำมสัมพนั ธ์เชิงฟังกช์ นั ที่เป็นเส้นโคง้ กำรประมำณค่ำคงตวั โดยใชร้ ะเบียบวธิ ีกำลงั สองนอ้ ยที่สุด ควำมสมั พนั ธ์เชิงฟังกช์ นั ของ ขอ้ มูลที่อยใู่ นรูปอนุกรมเวลำ กำหนดกำรเชิงเส้น อสมกำรและกรำฟ ระบบอสมกำรและกรำฟ กำรสร้ำงแบบจำลองทำง คณิตศำสตร์ กำรใชว้ ธิ ีของกำหนดกำรเชิงเส้นในกำรแกป้ ัญหำ กำรจดั ประสบกำรณ์หรือสร้ำงสถำนกำรณ์ท่ีใกลต้ วั ใหผ้ เู้ รียนไดศ้ ึกษำคน้ ควำ้ โดยปฏิบตั ิจริง ทดลอง สรุป รำยงำน เพือ่ ใหม้ ีควำมรู้ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะกำรแกป้ ัญหำ กำรใหเ้ หตุผลและนำประสบกำรณ์ ดำ้ นควำมรู้ควำมคิด ทกั ษะกระบวนกำรท่ีไดไ้ ปใชใ้ นกำรเรียนรู้ส่ิงตำ่ งๆ และใชใ้ นชีวติ ประจำวนั อยำ่ ง สร้ำงสรรค์ รวมท้งั เห็นคุณค่ำและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศำสตร์ สำมำรถทำงำนอยำ่ งเป็นระเบียบ รอบคอบ มีควำม รับผดิ ชอบ มีวจิ ำรณญำณ และเช่ือมนั่ ในตนเอง กำรวดั ผลและประเมินผล ใชว้ ธิ ีกำรที่หลำกหลำย ตำมสภำพกำรเป็นจริงอิงเน้ือหำ และทกั ษะท่ีตอ้ งกำรวดั เพ่อื ใหม้ ีควำมรู้ ควำมเขำ้ ใจในเน้ือหำ มีทกั ษะในกำรคิดคำนวณ กำรให้เหตุผล กำรนำควำมรู้ไปแกป้ ัญหำ และ ทกั ษะกระบวนกำรทำงคณิตศำสตร์ท่ีจำเป็ น มาตรฐานผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั ค ๓.๓ ม. ๖/๑ ค ๖.๑ ม. ๖/๑ ม. ๖/๒ ม. ๖/๓ รวม ๔ ตวั ชี้วดั

70 คาอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ โครงสร้างกลุ่มสาระการเรียนวทิ ยาศาสตร์ ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์

71 รายวชิ าพืน้ ฐาน ว21101 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ว21102 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ว21181 กำรออกแบบแลเทคโนโลยี จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต ว22101 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หน่วยกิต ว22102 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต ว21182 กำรออกแบบแลเทคโนโลยี ว22181 กำรออกแบบแลเทคโนโลยี ว22182 วทิ ยำกำรคำนวณ ว23101 วทิ ยำศำสตร์ ว23102 วทิ ยำศำสตร์ รายวชิ าเพม่ิ เติม ว21201 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ว21202 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต ว22201 วทิ ยำศำสตร์ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต ว22202 วทิ ยำศำสตร์ ว23201 วทิ ยำศำสตร์ ว23202 วทิ ยำศำสตร์ คาอธิบายรายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

72 รหสั วชิ ำ ว๒๑๑๘๑ เทคโนโลยี (กำรออกแบบและเทคโนโลย)ี กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง/ภำคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ภำคเรียนท่ี ๑ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำ อธิบำยควำมหมำยของเทคโนโลยี วเิ ครำะห์สำเหตุหรือปัจจยั ที่ส่งผลตอ่ กำรเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยี กำรทำงำนของระบบทำงเทคโนโลยี ประยกุ ตใ์ ชค้ วำมรู้ ทกั ษะ และทรัพยำกร โดยวเิ ครำะห์ เปรียบเทียบและเลือกขอ้ มูลที่จำเป็นเพ่ือออกแบบวธิ ีกำรแกป้ ัญหำในชีวติ ประจำวนั ในดำ้ นกำรเกษตรและ อำหำร และสร้ำงชิ้นงำนหรือพฒั นำวธิ ีกำรโดยใชก้ ระบวนกำรออกแบบเชิงวศิ วกรรม รวมท้งั เลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือในกำรแกป้ ัญหำไดอ้ ยำ่ งถูกตอ้ ง เหมำะสม และปลอดภยั ตวั ชี้วดั ว ๔.๑ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔,ม.๑/๕ รวมท้งั หมด ๕ ตวั ชี้วดั คาอธิบายรายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

73 รหสั วชิ ำ ว๒๑๑๘๒ เทคโนโลยี (วทิ ยำกำรคำนวณ) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่ ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง/ภำคเรียน จำนวน ๐.๕ หน่วยกิต ภำคเรียนที่ ๒ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำแนวคิดเชิงนำมธรรม กำรคดั เลือกคุณลกั ษณะที่จำเป็นตอ่ กำรแกป้ ัญหำ ข้นั ตอน กำร แกป้ ัญหำ กำรเขียนรหสั ลำลองและผงั งำน กำรเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอยำ่ งง่ำย ท่ีมีกำรใชง้ ำน ตวั แปร เงื่อนไข และกำรวนซ้ำ เพื่อแกป้ ัญหำทำงคณิตศำสตร์หรือวทิ ยำศำสตร์ กำรรวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ กำรประมวลผลขอ้ มูล กำรสร้ำงทำงเลือกและประเมินผลเพื่อตดั สินใจ ซอฟตแ์ วร์และบริกำรบนอินเทอร์เน็ตท่ี ใชใ้ นกำรจดั กำรขอ้ มูล แนวทำงกำรใชง้ ำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศ ใหป้ ลอดภยั กำรจดั กำรอตั ลกั ษณ์ กำร พจิ ำรณำควำมเหมำะสมของเน้ือหำ ขอ้ ตกลงและขอ้ กำหนด กำรใชส้ ่ือและแหล่งขอ้ มูล นำแนวคิดเชิงนำมธรรมและข้นั ตอนกำรแกป้ ัญหำ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นกำรเขียนโปรแกรม หรือ กำร แกป้ ัญหำในชีวิตจริง รวบรวมขอ้ มูลและสร้ำงทำงเลือก ในกำรตดั สินใจไดอ้ ยำ่ งมีประสิทธิภำพ และตระหนกั ถึงกำรใชง้ ำนเทคโนโลยสี ำรสนเทศอยำ่ งปลอดภยั เกิดประโยชนต์ ่อกำรเรียนรู้ และไมส่ ร้ำง ควำมเสียหำยใหแ้ ก่ ผอู้ ื่น ตัวชี้วดั ว ๔.๒ ม.๑/๑,ม.๑/๒,ม.๑/๓,ม.๑/๔ รวมท้งั หมด ๔ ตัวชี้วดั รหัสวชิ ำ ว ๒๑๑๐๑ คำอธิบำยรำยวิชำ รำยวิชำพื้นฐำนวทิ ยำศำสตร์ กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์

ช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี ๑ 74 จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ เวลำ ๖๐ชั่วโมง/ภำคเรยี น ภำคเรียนท่ี ๑ ศึกษาเก่ียวกับสารรอบตัว สมบัติของสาร การจาแนกสารด้วยสถานะ เน้ือสาร และขนาดอนุภาคของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร สารบริสุทธ์ิและสารผสม การศึกษาชีววิทยาโดยอาศัยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ศึกษา ประเภทโครงสร้างและหน้าที่ของส่วนประกอบภายในเซลล์ส่ิงมีชีวิตด้วยกล้องจุลทรรศน์ ศึกษากระบวนการ ลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ด้วยวิธีการแพร่และการออสโมซิส ศึกษาการดารงชีวิตของพืช กระบวนการ สังเคราะห์ด้วยแสง การลาเลียงสารในพืช การเจริญเติบโตของพืช การสืบพันธ์ุของพืช และเทคโนโลยชี ีวภาพของ พชื โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลองการอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มี คณุ ธรรม และจริยธรรม ตวั ชี้วดั ว ๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ม.๑/๑๐ ม.๑/๑๑ ม.๑/๑๒ ม.๑/๑๓ ม.๑/๑๔ ม.๑/๑๕ ม.๑/๑๖ ม.๑/๑๗ ม.๑/๑๘ ว ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ รวม ๒๓ ตวั ชวี้ ดั รหัสวชิ ำ ว ๒๑๑๐๒ คำอธิบำยรำยวชิ ำ ชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ ๑ รำยวชิ ำพน้ื ฐำนวิทยำศำสตร์ กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์ เวลำ ๖๐ชวั่ โมง/ภำคเรยี น

75 จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต ภำคเรียนที่ ๒ ************************************************************************************* ********** ศึกษาเก่ียวกับสมบัติของสารบริสุทธ์ิและสารผสม การใช้ความรู้ทางเคมีให้เป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้ สารเคมีในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ศึกษาเกี่ยวกับอุณหภูมิและการวัด ผลของความร้อนท่ีมี ผลต่อการเปล่ียนแปลงของสาร การถ่ายโอนความร้อน การดูดกลืนและคายความร้อน สมดุลความร้อน องค์ประกอบของบรรยากาศ การแบ่งชั้นบรรยากาศ ผลของรังสีจากดวงอาทิตย์ต่อบรรยากาศ องค์ประกอบของ บรรยากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความดันอากาศ ความช้ืนอากาศ ลม เมฆและฝน พายุฟ้าคะนอง พายุหมุนเขต ร้อน มรสมุ การพยากรณอ์ ากาศ และการเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศของโลก โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การวิเคราะห์ การทดลองการอภิปราย การอธิบาย และสรุป เพื่อให้เกิด ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ มี ความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งที่เรยี นรู้และนาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มี คณุ ธรรม และจริยธรรม ตัวชว้ี ัด ว ๒.๑ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ม.๑/๑๐ ว ๒.๒ ม.๑/๑ ว ๒.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ว ๓.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ รวม ๒๐ ตวั ช้วี ดั

รหสั วชิ า ว๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 76 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ ๒ จานวน ๑.๕ หน่วยกติ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรียน ภาคเรียนท่ี ๑ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำวิเครำะห์โครงสร้ำงและหน้ำท่ีกำรทำงำนของระบบร่ำงกำยมนุษย์และสัตว์ ระบบย่อย อำหำร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหำยใจ ระบบขบั ถ่ำย ระบบสืบพนั ธุ์ รวมท้งั ระบบประสำทของมนุษย์ และสัตว์ พฤติกรรมกำรตอบสนองของมนุษย์และสัตว์ต่อสิ่ งเร้ำภำยนอกและภำยใน ผลกำรใช้ เทคโนโลยชี ีวภำพในกำรขยำยพนั ธุ์ ปรับปรุงพนั ธุ์เพิม่ ผลผลิตของสตั ว์ ควำมสำคญั ของอำหำรและสำรอำหำร ต่อเพศและวยั สำรในสิ่งเสพติดและแนวทำงกำรป้องกนั สมบตั ิของธำตุและสำรประกอบ กำรแยกสำรดว้ ย กำรกรอง กำรตกผลึก กำรสกดั กำรกลน่ั และโครมำโทกรำฟี กำรเปลี่ยนแปลงสมบตั ิมวลและพลงั งำนของ สำรเมื่อเกิดปฏิกิริยำเคมี เขียนสมกำรปฏิกิริยำเคมี ผลของปฏิกิริยำเคมีต่อชีวิตและสิ่งแวดล้อมใน ชีวติ ประจำวนั และกำรใชส้ ำรเคมีอยำ่ งถูกตอ้ งปลอดภยั โดยใชก้ ระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูลและกำรอภิปรำยเพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอส่ือสำร สิ่งท่ีเรียนรู้มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั มีจิต วทิ ยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมท่ีเหมำะสม รหัสตัวชี้วดั ว ๑.๑ ม ๒/๑ , ว ๑.๑ ม ๒/๒ , ว ๑.๑ ม ๒/๓, ว ๑.๑ ม ๒/๔ , ว ๑.๑ ม ๒/๕ , ว ๑.๑ ม ๒/๖ , ว ๓.๑ ม ๒/๑ , ว ๓.๑ ม ๒/๒ , ว ๓.๑ ม ๒/๓, ว ๓.๒ ม๒/๑ ,ว ๓.๒ ม๒/๒ , ว ๓.๒ ม๒/๓ , ว ๓.๒ ม๒/๔ , ว ๘.๑ ม ๒/๑-๙ รวม ๒๒ ตัวชี้วดั

รหัสวชิ า ว๒๒๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์ 77 ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ๒ จานวน ๑.๕ หน่วยกติ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรียน ภาคเรียนท่ี ๒ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ วเิ ครำะห์ ทดลองและอธิบำยกำรหำแรงลพั ธ์ของแรงหลำยแรง ในระนำบเดียวกนั ที่กระทำต่อ วตั ถุ แรงลพั ธ์ท่ีกระทำต่อวตั ถุท่ีหยดุ น่ิงหรือวตั ถุเคล่ือนที่ ดว้ ยควำมเร็วคงตวั กำรสะทอ้ นของแสง กำรหกั เห ของแสง ควำมสวำ่ งที่มีต่อมนุษยแ์ ละส่ิงมีชีวติ กำรดูดกลืนแสงสี กำรมองเห็นสีของวตั ถุ ลกั ษณะของช้นั หนำ้ ตดั ดิน สมบตั ิของดิน กระบวนกำรเกิดดิน กำรปรับปรุงคุณภำพของดิน กระบวนกำรเกิด และลกั ษณะ องคป์ ระกอบของหิน สมบตั ิของหิน ประเภทของหิน ลกั ษณะทำงกำยภำพของแร่ ลกั ษณะและสมบตั ิของ ปิ โตรเลียม ถ่ำนหิน หินน้ำมนั แหล่งน้ำธรรมชำติ แหล่งน้ำในทอ้ งถ่ิน กำรเกิดแหล่งน้ำบนดิน แหล่งน้ำใต้ ดิน กำรผพุ งั อยกู่ บั ที่ กำรกร่อน กำรพดั พำ กำรทบั ถม กำรตกผลึก โครงสร้ำงและองคป์ ระกอบของโลก โดยใชก้ ระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล และบนั ทึก กำรจดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำย เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ สื่อสำรส่ิงที่เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตัดสินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยำศำสตร์ คุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมที่เหมำะสม รหสั ตัวชี้วดั ว ๔.๑ ม ๒/๑ , ม ๒/๒ , ว ๕.๑ ม ๒/๑ , ม ๒/๒ , ม ๒/๓ , ว ๖.๑ ม ๒/๑ , ม ๒/๒ , ม ๒/๓ , ม ๒/๔ , ม ๒/๕ , ม ๒/๖ , ม ๒/๗ , ม ๒/๘ , ม ๒/๙ , ม ๒/๑๐ , ว ๘.๑ ม ๒/๑-๙ รวม ๒๔ ตวั ชี้วดั

รหัสวชิ า ว๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ 78 ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ๓ จานวน ๑.๕ หน่วยกติ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรียน ภาคเรียนที่ ๑ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำวิเครำะห์ สำรวจ และอธิบำย เก่ียวกบั โครโมโซม ยีน สำรพนั ธุกรรมหรือดีเอ็นเอ กระบวนกำรถ่ำยทอดลกั ษณะทำงพนั ธุกรรม โรคทำงพนั ธุกรรม ควำมหลำกหลำยทำงชีวภำพที่มีต่อมนุษย์ สัตว์ และพชื เทคโนโลยชี ีวภำพ ระบบนิเวศ ทรัพยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดลอ้ มตำมปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนประกอบของระบบสุริยะ กลุ่มดำวฤกษ์ กำแลก็ ซี เอกภพ เทคโนโลยอี วกำศ ดำวเทียม และยำนอวกำศ โดยใชก้ ระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำร สืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำย เพื่อให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถ นำเสนอสื่อสำรสิ่งที่เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมท่ีเหมำะสม รหสั ตวั ชี้วดั ว ๑.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ม.๓/๖ ว ๒.๑ ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ว ๒.๒ ม.๓/๑ ม.๓/ ๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ม.๓/๖ ว ๗.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ว ๗.๒ ม. ๓/๑ ว ๘.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๙ รวม ๒๓ ตวั ชี้วดั

รหสั วชิ า ว๒๓๑๐๒ วทิ ยาศาสตร์ 79 ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ๓ จานวน ๑.๕ หน่วยกติ รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง / ภาคเรียน ภาคเรียนที่ ๒ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำวเิ ครำะห์ อธิบำยและทดลองเก่ียวกบั ควำมเร่งและผลของแรงลพั ธ์ ที่กระทำต่อวตั ถุ แรง กิริยำ แรงปฏิกิริยำระหวำ่ งวตั ถุ แรงพยงุ ของของเหลวที่กระทำต่อวตั ถุ แรงเสียดทำนสถิต แรงเสียดทำนจลน์ กำรเคลื่อนที่ของวตั ถุท่ีเป็ นแนวตรงและแนวโคง้ พลงั งำนจลน์ พลงั งำนศกั ยโ์ นม้ ถ่วง กฎกำรอนุรักษพ์ ลงั งำน ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงปริมำณทำงไฟฟ้ำ กำรต่อวงจรไฟฟ้ำ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ เบ้ืองตน้ โดยใชก้ ระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำร สืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำย เพ่ือให้เกิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถ นำเสนอสื่อสำรส่ิงท่ีเรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใชป้ ระโยชน์ใน ชีวติ ประจำวนั มีจิตวทิ ยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมที่เหมำะสม รหสั ตวั ชี้วดั ว ๔.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ว ๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ว ๕.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ว ๘.๑ ม.๓.๑ - ม.๓/๙ รวม ๒๐ ตัวชี้วดั

80 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวิชำวิทยำศำสตร์เพม่ิ เติม รหัสวิชำ ว๒๑๒๗๑ (วิทยำศำสตร์กบั ควำมงำม) กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ภำคเรียนท่ี ๑ ************************************************************************************* ************ ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ และอธิบาย ความงามทสี่ มวยั และปจั จัยท่ีมีผลต่อความงาม การดแู ลความ งามและการเลือกใช้เคร่ืองสาอาง เคร่อื งสาอางในชีวิตประจาวัน การใชส้ มุนไพรในทอ้ งถ่ินเพ่อื ความงามและ สุขภาพ เทคโนโลยีเพื่อความงามและสขุ ภาพ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารสิ่งท่ีรู้ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ นาความร้ไู ปใช้ในชวี ติ ประจาวัน มจี ิต วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา่ นิยมที่เหมาะสม ผลการเรียนรู้ ๑.อธบิ ายสว่ นต่างๆ ของรา่ งกายทเ่ี กยี่ วข้องกบั ความงาม และแนวทางในการดแู ลอย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม ๒.สบื คน้ ข้อมูล สารวจตรวจสอบและอธิบายผลติ ภัณฑแ์ ละเทคโนโลยเี กยี่ วกบั ความงามประเภทต่างๆ ๓.สบื ค้นข้อมลู และสารวจตรวจสอบภมู ิปญั ญาไทยทเ่ี ก่ียวกับความงาม ๔.นาความรู้ไปใช้ในการเลือกใช้ผลติ ภัณฑแ์ ละเทคโนโลยีเกีย่ วกบั ความงามได้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม ๕.สอ่ื สารสง่ิ ทีเ่ รียนรู้ และสร้างสรรค์ผลงานเกี่ยวกับความงามอย่างมีคณุ ธรรมและจริยธรรม รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรยี นรู้

81 คำอธบิ ำยรำยวิชำ รำยวชิ ำวิทยำศำสตร์เพ่ิมเติม รหสั วชิ ำ ว๒๑๒๐๒ (ของเล่นเชิงวทิ ยำศำสตร์) กลุ่มสำระกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ภำคเรียนท่ี ๒ ****************************************************************************** * ………….ศึกษา วเิ คราะห์ ออกแบบ สร้างของเล่นอย่างง่ายตามแบบท่ีกาหนดให้ ดดั แปลงหรอื ประดิษฐข์ องเลน่ ที่ ใช้เครอ่ื งกลอย่างง่ายหรอื หลกั การทางไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย และอธิบายการทางานของของเล่น ดว้ ย หลักการทางวิทยาศาสตร์ สามารถใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรทู้ างวิทยาศาสตร์ การแก้ปัญหา สามารถ ส่ือสารสิง่ ที่เรยี นรู้ สามารถตัดสินใจ นาความรูไ้ ปใชใ้ นชีวิตประจาวนั มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและ คา่ นิยมท่ีเหมาะสม ผลการเรยี นรู้ ๑.ต้งั คาถามเก่ียวกับหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ที่สังเกตไดจ้ ากการเล่นของเล่น ๒.สงั เกตและอธบิ ายหลักการทางานของเคร่ืองกลอย่างง่าย วงจรไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์อยา่ งงา่ ยทีป่ ระกอบข้ึน ในของเล่น ๓.ตรวจสอบและแก้ไขข้อบกพร่องของเคร่ืองกลอยา่ งงา่ ย วงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกสอ์ ยา่ งง่ายทีป่ ระกอบขึ้นใน ของเล่นที่กาหนด ๔.ออกแบบและประดิษฐ์ของเลน่ โดยใช้เครือ่ งกลอยา่ งง่าย และไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสอ์ ย่างง่าย ๕.มีเจตคตทิ ีด่ ีต่อหลกั การทางวิทยาศาสตร์ในของเล่น รวมท้ังหมด ๕ ผลกำรเรียนรู้

82 คำอธิบำยรำยวิชำ รำยวิชำวิทยำศำสตร์เพิ่มเติม รหสั วชิ ำ - (เชือ้ เพลิงเพอ่ื กำรคมนำคม) กลมุ่ สำระกำรเรยี นรวู้ ิทยำศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชั่วโมง/ภำคเรยี น จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ภำคเรียนท่ี - ****************************************************************************** ** …………..ศึกษา วิเคราะห์ ทดลอง องค์ประกอบและประเภทของปโิ ตรเลยี ม หินตน้ กาเนิดและแหลง่ กักเกบ็ ปิโตรเลียม การสารวจและแหลง่ ปโิ ตรเลียม ผลกระทบและแนวทางแก้ไขท่ีเกิดจากการสารวจและการผลิต ปิโตรเลยี ม การแยกก๊าซธรรมชาติ การกลั่นนา้ มันดบิ ผลิตภัณฑจ์ ากก๊าซธรรมชาตแิ ละจากการกลัน่ นา้ มันดิบ และ การใชป้ ระโยชน์ ผลกระทบจากกระบวนการผลติ ผลติ ภัณฑ์จากปโิ ตรเลียมและแนวทางแก้ไข สถานการณ์ พลงั งานของโลกและของประเทศไทย การใช้พลงั งานดา้ นการคมนาคมของประเทศไทย การกาหนดราคานา้ มัน เชอ้ื เพลิง ผลกระทบและแนวทางการแกไ้ ขผลจากการใชเ้ ช้อื เพลิงเพ่ือการคมนาคม เชอื้ เพลิงทีเ่ ป็นพลังงาน ทดแทน โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารสง่ิ ทีร่ ู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ นาความรไู้ ปใช้ในชวี ิตประจาวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรมและคา่ นิยม ท่เี หมาะสม ผลกำรเรยี นรู้ ๑. อธบิ ายความสาคญั และการกาเนิด ของปิโตรเลยี ม ก๊าซธรรมชาติ ถา่ นหิน และหินนา้ มัน ๒. อธบิ ายแหลง่ การสารวจ และปริมาณสารองของปิโตรเลียม และ แกส๊ ธรรมชาติ ๓. อธบิ ายผลติ ภณั ฑป์ ิโตรเลียมและการนาไปใชป้ ระโยชน์ ๔. อธิบายโครงสร้างราคาและวิเคราะหส์ ถานการณก์ ารใช้น้ามันเชือ้ เพลงิ เพ่ือการคมนาคม ๕. อธิบายประเภทและการใช้ประโยชน์ จากเช้อื เพลิงทเ่ี ป็นพลังงานทดแทน ๖. นาเสนอแนวทางการใช้ปิโตรเลยี ม และแก๊สธรรมชาติ อยา่ งประหยัดและถกู วิธี รวมทงั้ หมด ๖ ผลกำรเรยี นรู้

83 คำอธิบำยรำยวชิ ำ รำยวิชำวิทยำศำสตร์เพ่ิมเติม รหสั วชิ ำ - (พลังงำนทดแทนกบั กำรใชป้ ระโยชน)์ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้วิทยำศำสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง/ภำคเรยี น จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ภำคเรยี นท่ี - ************************************************************************************************ ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทดลอง ตรวจสอบ เกีย่ วกับพลงั งานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลงั งานนา พลังงานชีวมวล และพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อให้มคี วามรู้ความเขา้ ใจในหลักการทางวทิ ยาศาสตร์ของพลังงานดงั กล่าว และการ นามาใช้เปน็ พลงั งานทดแทน และตระหนักในบทบาทและผลกระทบของพลงั งานเหลา่ นันท่ีมีตอ่ มนษุ ยแ์ ละ สิง่ แวดลอ้ ม โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารสง่ิ ท่ี เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรมและ คา่ นยิ มทเี่ หมาะสม ผลกำรเรยี นรู้ ๑.อธิบายความสาคญั ของพลังงานทดแทน ๒.อธบิ ายหลักการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการนาพลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลังงานน้า พลงั งานชีวมวลและ พลงั งานนวิ เคลยี ร์ ไปใชป้ ระโยชน์ ๓.อธบิ ายการใช้ประโยชน์ พลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลงั งานน้า พลังงานชวี มวลและพลงั งานนิวเคลียร์ ใน ประเทศไทย ๔.อธิบายขอ้ ดีและข้อจากัดเกี่ยวกับการใช้ประโยชนแ์ ละแนวทางการพัฒนา ของพลังงานแสงอาทิตย์ พลงั งานลม พลังงานนา้ พลังงานชีวมวลและพลงั งานนิวเคลยี ร์ รวมทัง้ หมด ๔ ผลกำรเรียนรู้

84 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวชิ ำวิทยำศำสตร์เพิม่ เติม รหสั วิชำ - (เรม่ิ ต้นกับโครงงำนวทิ ยำศำสตร์) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษำตอนต้น เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง/ภำคเรยี น จำนวน ๑.๐ หน่วยกติ ภำคเรยี นท่ี - *************************************************************************************** ศึกษาวิเคราะห์การทางานของนักวิทยาศาสตร์ ปัญหา หรือ สถานการณ์ ท่ีสังเกตพบในชีวิตประจาวัน ตั้ ง ส ม ม ติ ฐ า น จ า ก ปั ญ ห า ห รื อ ส ถ า น ก า ร ณ์ ท่ี สั ง เ ก ต พ บ อ อ ก แ บ บ ก า ร ท ด ล อ ง เพอ่ื ตรวจสอบ สมมติฐาน กาหนดตัวแปร กาหนดนิยามเชิงปฏบิ ัติการ เลือกใช้อุปกรณ์และวิธีการทดลอง อย่าง เหมาะสม บันทึกข้อมูล จัดกระทาข้อมูล นาเสนอข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการทดลอง ได้สอดคล้องกับ จุดประสงค์ มีความคิดรเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ในการออกแบบการทดลอง หรอื ดัดแปลงอุปกรณ์ ในการแก้ปญั หาทเี่ กิดข้ึน โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบค้นข้อมลู การอภปิ ราย การวิเคราะห์ การเปรยี บเทยี บ การสารวจ ตรวจสอบ การทานาย และการทดลองเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรยี นรู้ มี ความสามารถในการตัดสินใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และ คา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม โดยการวดั และประเมนิ ผลด้วยแบบทดสอบ แบบประเมินจากสภาพจริง แบบประเมนิ ทักษะ กระบวนการ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ แบบประเมินด้านเจตคติในการทางาน กลมุ่ แบบประเมินความสามารถในการแกป้ ัญหา แบบทดสอบความคิดสรา้ งสรรค์ ผลกำรเรยี นรู้ ๑. สืบค้น อธบิ าย และอภิปราย ถงึ การทางานของนักวิทยาศาสตร์ ๒. สบื ค้น อธิบาย และอภิปราย ถงึ ปญั หา หรือ สถานการณ์ ท่สี งั เกตพบในชีวติ ประจาวนั ๓. อธิบาย และอภปิ รายการต้ังสมมติฐานจากปัญหา หรอื สถานการณ์ ท่สี งั เกตพบได้ อย่างเหมาะสม ๔. ออกแบบการทดลอง เพื่อตรวจสอบสมมตฐิ าน กาหนดตวั แปร กาหนดนยิ ามเชงิ ปฏิบัติการ เลอื กใช้อปุ กรณ์ และวธิ ีการทดลอง อยา่ งเหมาะสม ๕. บนั ทกึ ข้อมูล จัดกระทาข้อมูล และนาเสนอข้อมูลทีเ่ หมาะสม สอดคล้องกบั จุดประสงค์ ๖. วเิ คราะห์ และสรุปผลการทดลอง ได้สอดคล้องกบั จุดประสงค์ ๗. มคี วามคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรค์ในการออกแบบการทดลอง หรอื ดัดแปลงอปุ กรณ์ ในการแก้ปัญหาท่เี กดิ ขึน้ ขณะทา การทดลอง ๘. มเี จตคติ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมท่ีดี ต่อวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยแี ละส่ิงแวดล้อม รวมทั้งหมด ๘ ผลกำรเรยี นรู้

85 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวิชำวิทยำศำสตร์เพิ่มเติม รหัสวชิ ำ - (โครงงำนวทิ ยำศำสตร์) กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนตน้ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ภำคเรยี น จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ภำคเรยี นที่ - ********************************************************************************************* ศกึ ษาวเิ คราะห์ ความหมาย ประเภท ขั้นตอนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ คดิ หวั เรอ่ื ง เลือกเรอื่ งท่จี ะ ทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ทาการทดลองเบ้อื งต้นดคู วามเป็นไปได้ จัดทาเค้าโครงของเร่ืองทเี่ ลือกทา ลงมอื ทา โครงงานวิทยาศาสตร์ อย่างน้อย 1 เรื่อง โดยใช้วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ ในการรวบรวมข้อมลู หลาย ๆ คร้งั นาเสนอข้อมลู อย่างเป็นระบบ แกป้ ญั หาที่เกิดขน้ึ โดยวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ และพฒั นาชิน้ งานให้เหมาะสม วิเคราะหผ์ ลการทดลอง สรปุ ผลการทดลอง ทารายงานผลการทดลอง และนาเสนอโครงงาน ด้วยปากเปลา่ อยา่ งถูกต้อง และมัน่ ใจ โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื คน้ ข้อมลู การอภิปราย การวิเคราะห์ การเปรียบเทยี บ การสารวจตรวจสอบ การทานาย และการทดลองเพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิง่ ทเี่ รียนรู้ มีความสามารถในการตดั สินใจ นาความร้ไู ปใช้ในชีวิตประจาวัน มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม โดยการวดั และประเมนิ ผลด้วยแบบทดสอบ แบบประเมนิ จาก สภาพจรงิ แบบประเมนิ ทักษะกระบวนการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคท์ างวิทยาศาสตร์ แบบ ประเมินด้านเจตคติในการทางานกลุ่ม แบบประเมินความสามารถในการแก้ปัญหา แบบทดสอบความคิด สรา้ งสรรค์ ผลกำรเรยี นรู้ ๑. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และอภปิ รายความหมายและประเภทของโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ๒. ศกึ ษา และอธบิ ายขั้นตอนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ และคิดหัวเร่ืองโครงงาน ๓. สบื คน้ ข้อมลู เกย่ี วกบั เร่ืองที่เลือกทาโครงงานทาการทดลองเบอ้ื งตน้ ดคู วามเป็นไปไดแ้ ละจัดทาเค้าโครงของ เรอื่ ง ๔. ทาโครงงานวิทยาศาสตร์ อยา่ งน้อย 1 เรือ่ ง โดยใช้วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ ในการรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ ครงั้ นาเสนอข้อมลู อย่างเปน็ ระบบ แก้ปญั หาทเ่ี กดิ ข้ึนโดยวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ และพัฒนาชนิ้ งานให้เหมาะสม ๕. วิเคราะหผ์ ลการทดลอง สรุปผลการทดลอง และทารายงานผลการทดลอง ๖. นาเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ ดว้ ยปากเปล่า อย่างถูกต้อง และม่ันใจ ๗. มีเจตคติ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมที่ดี ต่อวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี และสง่ิ แวดล้อม รวมทั้งหมด ๗ ผลกำรเรียนรู้

86 โครงสร้างกลุ่มสาระการเรียนวทิ ยาศาสตร์ ระดบั มัธยมศึกษาปลาย กล่มุ สาระการเรียนรู้ รายวชิ าพืน้ ฐาน ว31101 วทิ ยำศำสตร์ชีวภำพ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31181 กำรออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต ว31182 วทิ ยำกำรคำนวณ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต ว32101 วทิ ยำศำสตร์กำยภำพ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต ว32102 วทิ ยำศำสตร์กำยภำพ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต ว32183 กำรออกแบบและเทคโนโลยี จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต ว32184 วทิ ยำกำรคำนวณ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต รายวชิ าเพมิ่ เตมิ หน่วยกิต หน่วยกิต ว31201 ฟิ สิกส์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31202 ฟิ สิกส์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31221 เคมี จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31222 เคมี จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31241 ชีววทิ ยำ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31242 ชีววทิ ยำ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 หน่วยกิต ว31261 โลกดำรำศำสตร์และอวกำศ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต ว31262 โลกดำรำศำสตร์และอวกำศ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกิต หน่วยกิต ว32201 ฟิ สิกส์ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว32221 เคมี จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว32241 ชีววทิ ยำ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 ว32202 ฟิ สิกส์ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว32222 เคมี จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว32242 ชีววทิ ยำ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 ว33201 ฟิ สิกส์ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว33221 เคมี จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว33241 ชีววทิ ยำ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว33202 ฟิ สิกส์ จำนวน 60 ชวั่ โมง 1.5 ว33222 เคมี จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว33242 ชีววทิ ยำ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 ว32263 โลกดำรำศำสตร์ จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 ว32264 โลกดำรำศำสตร์ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0

87 คาอธิบายรายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี รหสั วชิ ำ ว๓๑๑๘๑ เทคโนโลยี (กำรออกแบบและเทคโนโลย)ี กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่ ๔ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ภำคเรียนท่ี ๑ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำ วเิ ครำะห์แนวคิดหลกั ของเทคโนโลยี กำรเปล่ียนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยที ี่เกิดข้ึน และควำมสมั พนั ธ์ของเทคโนโลยกี บั ศำสตร์อื่น ออกแบบ สร้ำง หรือพฒั นำผลงำนสำหรับแกป้ ัญหำท่ีคำนึงถึง ผลกระทบตอ่ สังคมในประเด็นท่ีเก่ียวขอ้ งกบั สุขภำพและกำรบริกำร โดยใชก้ ระบวนกำรออกแบบเชิงวศิ วกรรม ซ่ึงใชค้ วำมรู้ ทกั ษะ และเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟ้ำและอิเลก็ ทรอนิกส์ เพอื่ แกป้ ัญหำไดอ้ ยำ่ ง ถูกตอ้ ง เหมำะสม ปลอดภยั คำนึงถึงทรัพยส์ ินทำงปัญญำ ใชซ้ อฟตแ์ วร์ช่วยในกำรออกแบบและนำเสนอ ผลงำน ตัวชี้วดั ว ๔.๑ ม.๔/๑,ม.๔/๒,ม.๔/๓,ม.๔/๔ม.๔/๕ รวมท้งั หมด ๕ ตวั ชี้วดั

88 คาอธิบายรายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) รหสั วชิ ำ ว๓๑๑๘๒ เทคโนโลยี (วทิ ยำกำรคำนวณ) กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ที่ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ภำคเรียนท่ี ๒ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำหลกั กำรของแนวคิดเชิงคำนวณ กำรแยกส่วนประกอบและกำรยอ่ ยปัญหำ กำรหำรูปแบบ กำร คิดเชิงนำมธรรม ตวั อยำ่ งและประโยชนข์ องแนวคิดเชิงคำนวณเพ่ือแกป้ ัญหำในชีวติ ประจำวนั ประยกุ ตใ์ ช้ แนวคิดเชิงคำนวณในกำรออกแบบข้นั ตอนวธิ ีสำหรับแกป้ ัญหำ กำรแกป้ ัญหำดว้ ย คอมพวิ เตอร์ กำรระบุขอ้ มูล เขำ้ ขอ้ มูลออก และเงื่อนไขของปัญหำ กำรออกแบบข้นั ตอนวธิ ี กำรทำซ้ำ กำรจดั เรียงและคน้ หำขอ้ มูล ตวั อยำ่ ง กำรออกแบบข้นั ตอนวธิ ีเพ่ือแกป้ ัญหำดว้ ยคอมพิวเตอร์ กำรศึกษำ ตวั อยำ่ งโครงงำนทำงเทคโนโลยสี ำรสนเทศ กำรกำหนดปัญหำ ศึกษำ วำงแผน ดำเนินงำน สรุปผล และเผยแพร่ ในกำรพฒั นำโครงงำนที่มีกำรบูรณำกำร ร่วมกบั วชิ ำอ่ืนและเช่ือมโยงกบั ชีวติ จริง ตัวชี้วดั ว ๔.๒ ม.๔/๑ รวมท้งั หมด ๑ ตัวชี้วดั

89 คาอธิบายรายวชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วชิ ำ ว๓๑๒๖๑ โลก ดำรำศำสตร์และอวกำศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๔ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ภำคเรียนท่ี ๑ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำเกี่ยวกบั กำรแบ่งช้นั และสมบตั ิของโครงสร้ำงโลก หลกั ฐำนทำงธรณีวทิ ยำที่สนบั สนุนกำร เคลื่อนที่ของแผน่ ธรณี ลกั ษณะกำรเคล่ือนที่ของแผน่ ธรณีตำมทฤษฎีธรณีแปรสัณฐำน กำรลำดบั ช้นั หินและ ธรณีประวตั ิ หลกั ฐำนทำงธรณีวทิ ยำ กำรหำอำยเุ ปรียบเทียบ อำยสุ มั บูรณ์ มำตรำธรณีกำล สำเหตุและ กระบวนกำรเกิดภูเขำไฟระเบิด แผน่ ดินไหว สึนำมิ กำรทำควำมเขำ้ ใจธรรมชำติของธรณีพิบตั ิภยั เพ่ือ เตรียมพร้อมรับสถำนกำรณ์ โดยใชก้ ระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล กำรสงั เกต กำรวเิ ครำะห์ กำรอภิปรำย กำรอธิบำยและกำรสรุปผล เพอื่ ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด และควำมเขำ้ ใจ มี ควำมสำมรถในกำรตดั สินใจ ส่ือสำร สิ่งท่ีเรียนรู้ และนำควำมรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง ตลอดจนมี จิตวทิ ยำศำสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคำ่ นิยมที่ถูกตอ้ งเหมำะสม ผลการเรียนรู้ ๑. อธิบำยกำรแบง่ ช้นั และสมบตั ิของโครงสร้ำงโลก พร้อมยกตวั อยำ่ งขอ้ มูลที่สนบั สนุน ๒. อธิบำยหลกั ฐำนทำงธรณีวทิ ยำที่สนบั สนุนกำรเคลื่อนท่ีของแผนธรณี ๓. ระบุสำเหตุ และอธิบำยรูปแบบแนวรอยต่อของแผน่ ธรณีที่สมั พนั ธ์กบั กำรเคล่ือนท่ีของแผน่ ธรณี พร้อมยกตวั อยำ่ งหลกั ฐำนทำงธรณีวทิ ยำท่ีพบ ๔. อธิบำยสำเหตุ กระบวนกำรเกิดภูเขำไฟระเบิด รวมท้งั สืบคน้ ขอ้ มูลพ้ืนที่เสี่ยงภยั ออกแบบและ นำเสนอแนวทำงกำรเฝ้ำระวงั และกำรปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั ๕. อธิบำยสำเหตุ กระบวนกำรเกิด ขนำดและควำมรุนแรง และผลจำกแผน่ ดินไหว รวมท้งั สืบคน้ พ้ืนที่เสี่ยงภยั ออกแบบและนำเสนอแนวทำงกำรเฝ้ำระวงั และกำรปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั ๖. อธิบำยสำเหตุ กระบวนกำรเกิด และผลจำกสึนำมิ รวมท้งั สืบคน้ ขอ้ มูลพ้ืนท่ีเสี่ยงภยั ออกแบบ และนำเสนอแนวทำงกำรเฝ้ำระวงั และกำรปฏิบตั ิตนใหป้ ลอดภยั

90 คาอธิบายรายวชิ า โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วชิ ำ ว๓๑๒๖๒ โลก ดำรำศำสตร์และอวกำศ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ วทิ ยำศำสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษำปี ท่ี ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หน่วยกิต ภำคเรียนท่ี ๒ -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ศึกษำเกี่ยวกบั กำรตรวจสอบ กำรระบุชนิดของแร่ สมบตั ิของแร่ กำรใชป้ ระโยชนจ์ ำกทรัพยำกรแร่ อยำ่ งเหมำะสม กำรตรวจสอบและจำแนกประเภทของหิน กำรระบุช่ือหิน วิเครำะห์สมบตั ิของหิน กำรใช้ ทรัพยำกรหินอยำ่ งเหมำะสม กระบวนกำรเกิดและสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมและถ่ำนหิน ผลิตภณั ฑท์ ี่ไดจ้ ำก ปิ โตรเลียมและถ่ำนหิน กำรอ่ำนแปลควำมหมำยจำกแผนที่ภูมิประเทศและแผนท่ีธรณีวทิ ยำ กำรประยกุ ตใ์ ช้ ควำมรู้เก่ียวกบั แผนที่ในชีวติ ประจำวนั โดยใชก้ ระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ กระบวนกำรสืบเสำะหำควำมรู้ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล กำรสังเกต กำรวเิ ครำะห์ กำรอภิปรำย กำรอธิบำยและกำรสรุปผล เพือ่ ใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด และควำมเขำ้ ใจ มี ควำมสำมรถในกำรตดั สินใจ สื่อสำร สิ่งท่ีเรียนรู้ และนำควำมรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง ตลอดจนมี จิตวทิ ยำศำสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่ำนิยมที่ถูกตอ้ งเหมำะสม ผลการเรียนรู้ ๑. ตรวจสอบ และระบุชนิดแร่ รวมท้งั วเิ ครำะห์สมบตั ิและนำเสนอกำรใชป้ ระโยชน์จำกทรัพยำกรแร่ท่ี เหมำะสม ๒. ตรวจสอบ จำแนกประเภท และระบุชื่อหิน รวมท้งั วิเครำะห์สมบตั ิและกำรนำเสนอกำรใช้ ประโยชน์ของทรัพยำกรหินท่ีเหมำะสม ๓. อธิบำยกระบวนกำรเกิด และกำรสำรวจแหล่งปิ โตรเลียมและถ่ำนหิน โดยใชข้ อ้ มูลทำงธรณีวทิ ยำ ๔. อธิบำยสมบตั ิของผลิตภณั ฑท์ ่ีไดจ้ ำกปิ โตรเลียมและถ่ำนหิน พร้อมนำเสนอกำรใชป้ ระโยชน์อยำ่ ง เหมำะสม ๕. อำ่ นและแปลควำมหมำยจำกแผนที่ธรณีวทิ ยำของพ้นื ที่ ที่กำหนดพร้อมท้งั อธิบำยและยกตวั อยำ่ ง กำรนำไปใชป้ ระโยชน์

91 คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ รำยวชิ ำพืน้ ฐำนวิทยำศำสตร์ชีวภำพ รหัสวชิ ำว๓๑๑๐๑ กลุ่มสำระกำรเรยี นร้วู ิทยำศำสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษำปีท่ี ๔ เวลำ (๖๐ ชวั่ โมง/ภำคเรียน จำนวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ภำคเรียนท่ี ๑ ************************************************************************************* ********** ศึกษาความหลากหลายของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบ นิเวศ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม เซลล์และโครงสร้างพืน้ ฐานของเซลล์ การลาเลยี งสารเข้าและออกจาก เซลล์ การรักษาดุลยภาพของน้าและแรธ่ าตุ กรด-เบส อุณหภูมิในร่างกายมนุษย์ ระบบภูมิคุ้มกันความผดิ ปกติของ ระบบภูมิคุ้มกัน การสร้างอาหารของพืชด้วยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง สารสังเคราะห์จากพืช ปัจจัยท่ีมีผล ต่อการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ยีนและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การ ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมระดับยีนและโครโมโซม การใช้ประโยชน์จาก เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ วิวัฒนาการของส่ิงมีชีวิตจากการคัดเลือกโดยธรรมชาติ การคัดเลือกโดยธรรมชาติของ สิง่ มีชวี ติ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์กระบวนการสืบเสาะหาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกต การ วิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปรายและการสรุป เพื่อให้เกิดความรู้ความคิดความเข้าใจ มีความสามารถในการ ตัดสินใจ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ เฝ้าระวังและพัฒนา สงิ่ แวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม ตัวชว้ี ัด ว ๑.๑ ม๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ว๑.๒ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม๔/๗ ม.๔/๘ ม.๔/๙ ม . ๔ / ๑ ๐ ม . ๔ / ๑ ๑ ม.๔/๑๒ ว ๑.๓ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ รวม ๒๒ ตัวช้ีวดั

92 รายวชิ า ฟิ สิกส์ รหัสวชิ า ว๓๑๒๐๑ ฟิ สิกส์เพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ม. ๔ เวลา ๖๐ ชั่วโมง./ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนที่ ๑ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ อธิบำย อภิปรำย ปริมำณกำยภำพ กำรเคลื่อนท่ีใน 1 มิติ แรง มวล และกฎกำรเคลื่อนของ นิวตนั สมดุลกล เครื่องกลอยำ่ งง่ำย กำรเคลื่อนท่ีใน 2 มิติ กำรชนและโมเมนตมั กำระเบิด กำรเคล่ือนท่ี แบบหมุน งำนและพลงั งำน กฎกำรอนุรักษพ์ ลงั งำน กำลงั และกำรนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั โดยใชท้ กั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำยเพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ ส่ือสำรสิ่งที่ เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมท่ีเหมำะสม รหสั ตัวชี้วดั ว ๔.๑ ม. ๔-๖/๑ - ม.ม. ๔-๖/๔ ว ๔.๒ ม. ๔-๖/๑ - ม.๔ – ๖/๓ ว ๘.๑ ม. ๔ –๖/๑ ม.๔ – ๖/๑๒ รวม ๑๙ ตัวชี้วดั

93 รายวชิ า ฟิ สิกส์ รหัสวชิ า ว๓๑๒๐๒ ฟิ สิกส์เพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ม. ๔ เวลา ๖๐ ชั่วโมง./ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนที่ ๒ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ อธิบำย อภิปรำย ปริมำณกำยภำพ กำรเคลื่อนท่ีใน 1 มิติ แรง มวล และกฎกำรเคลื่อนของ นิวตนั สมดุลกล เครื่องกลอยำ่ งง่ำย กำรเคลื่อนท่ีใน 2 มิติ กำรชนและโมเมนตมั กำระเบิด กำรเคล่ือนท่ี แบบหมุน งำนและพลงั งำน กฎกำรอนุรักษพ์ ลงั งำน กำลงั และกำรนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั โดยใชท้ กั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำยเพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ ส่ือสำรสิ่งที่ เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมที่เหมำะสม รหสั ตัวชี้วดั ว ๔.๑ ม. ๔-๖/๑ - ม.ม. ๔-๖/๔ ว ๔.๒ ม. ๔-๖/๑ - ม.๔ – ๖/๓ ว ๘.๑ ม. ๔ –๖/๑ ม.๔ – ๖/๑๒ รวม ๑๙ ตัวชี้วดั

94 รายวชิ า ฟิ สิกส์ รหัสวชิ า ว๓๒๒๐๑ ฟิ สิกส์เพม่ิ เติม กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ ม. ๕ เวลา ๖๐ ชั่วโมง./ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๑ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ อธิบำย อภิปรำย ธรรมชำติของเสียง สมบตั ิของเสียง ปรำกฏกำรณ์บำงอยำ่ งของเสียง ควำมเขม้ ของเสียง กำรไดย้ นิ กำรนำควำมรู้เร่ืองเสียงไปใชป้ ระโยชน์ คลื่นแสง ปรำกฏกำรณ์บำงอยำ่ งของแสง ควำม สวำ่ ง ภำพที่เกิดจำกกระจกและเลนส์ ทศั นอุปกรณ์ คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้ำ สเปกตรัมของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้ำ และ กำรนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั โดยใชท้ กั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำยเพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ สื่อสำรสิ่งที่ เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจำวนั มีจิต วทิ ยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และค่ำนิยมท่ีเหมำะสม รหัสตัวชี้วดั ว ๕.๑ ม. ๔-๖/๒ - ม. ๔-๖/๔ ว ๘.๑ ม. ๔ –๖/๑ ม.๔ – ๖/๑๒ รวม ๑๕ ตัวชี้วดั

95 รายวชิ า ฟิ สิกส์ รหัสวชิ า ว๓๒๒๐๒ ฟิ สิกส์เพม่ิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี ม. ๕ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง./ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๒ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ อธิบำย อภิปรำย ปริมำณกำยภำพ กำรเคล่ือนที่ใน 1 มิติ แรง มวล และกฎกำรเคลื่อนของ นิวตนั สมดุลกล เคร่ืองกลอยำ่ งง่ำย กำรเคลื่อนที่ใน 2 มิติ กำรชนและโมเมนตมั กำระเบิด กำรเคล่ือนท่ี แบบหมุน งำนและพลงั งำน กฎกำรอนุรักษพ์ ลงั งำน กำลงั และกำรนำควำมรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวนั โดยใชท้ กั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำยเพื่อใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ สื่อสำรสิ่งที่ เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมท่ีเหมำะสม รหสั ตัวชี้วดั ว ๔.๑ ม. ๔-๖/๑ - ม.ม. ๔-๖/๔ ว ๔.๒ ม. ๔-๖/๑ - ม.๔ – ๖/๓ ว ๘.๑ ม. ๔ –๖/๑ ม.๔ – ๖/๑๒ รวม ๑๙ ตัวชี้วดั

96 รายวชิ า ฟิ สิกส์ รหสั วชิ า ว๓๓๒๐๑ ฟิ สิกส์เพ่มิ เติม กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี ม. ๖ เวลา ๖๐ ชั่วโมง / ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนที่ ๑ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ อธิบำย อภิปรำย ประจุไฟฟ้ำ ตวั นำ ฉนวน กำรเหนี่ยวนำ แรงระหวำ่ งประจุและ กฎของคูลอมบ์ สนำมไฟฟ้ำ เส้นแรงไฟฟ้ำ ศกั ยไ์ ฟฟ้ำ ตวั เก็บประจุและควำมจุ แรงเคลื่อนไฟฟ้ำ กระแสไฟฟ้ำ และควำมตำ่ งศกั ยไ์ ฟฟ้ำ กำรนำไฟฟ้ำ กฎของโอหม์ กำรตอ่ ตวั ตำ้ นทำน กำรตอ่ เซลลไ์ ฟฟ้ำ แอมมิเตอร์ โวลต์ มิเตอร์ โอหมม์ ิเตอร์ พลงั งำนไฟฟ้ำ กำลงั ไฟฟ้ำ วงจรไฟฟ้ำในบำ้ น แมเ่ หลก็ และสนำมแมเ่ หล็ก แรงกระทำที่ เกิดในสนำมแมเ่ หลก็ แกลแวนอมิเตอร์ มอเตอร์ กระแสเหน่ียวนำ ไฟฟ้ำกระแสสลบั ตวั ตำ้ นทำน กำรเขียน แผนภำพเฟเซอร์ กำระประยกุ ตค์ วำมรู้เรื่องไฟฟ้ำกระแสสลบั โดยใชท้ กั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำยเพ่ือใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ สื่อสำรส่ิงท่ี เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และคำ่ นิยมที่เหมำะสม รหสั ตัวชี้วดั ว ๔.๑ ม. ๔-๖/๑ - ม.ม. ๔-๖/๔ ว ๔.๒ ม. ๔-๖/๑ - ม.๔ – ๖/๓ ว ๘.๑ ม. ๔ –๖/๑ ม.๔ – ๖/๑๒ รวม ๑๙ ตวั ชี้วดั

97 รายวชิ า ฟิ สิกส์ รหสั วชิ า ว๓๓๒๐๒ ฟิ สิกส์เพม่ิ เตมิ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ม. ๖ เวลา ๖๐ ชั่วโมง / ภาคเรียน จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๒ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษำ อธิบำย อภิปรำย สภำพยดื หยนุ่ ของของแขง็ ควำมดนั ในของเหลว แรงลอยตวั ควำมตึงผวิ ควำม หนืด หลกั กำรของแบร์นูลลี สมบตั ิของแก๊สและทฤษฎีจลนข์ องแก๊ส พลงั งำนภำยในระบบ กำรใชท้ ฤษฎีจลน์ ของแกส๊ อธิบำยกำรเปล่ียนสถำนะและกำรขยำยตวั ของสำร กำรคน้ พบอิเล็กตรอน แบบจำลองอะตอมของทอม สัน รัทเทอร์ฟอร์ดและโบร์ ทวภิ ำพของคล่ืนและอนุภำค กลศำสตร์ควอนตมั หลกั ควำมไม่แน่นอน ปฏิกิริยำฟิ ว ชนั และฟิ ชชนั กมั มนั ตภำพรังสี กำรเปลี่ยนสภำพนิวเคลียส กำรสลำยกมั มนั ตภำพรังสี ไอโซโทป และ เสถียรภำพของนิวเคลียสประโยชนแ์ ละโทษของกมั มนั ตภำพรังสีและพลงั งำนนิวเคลียร์ โดยใชท้ กั ษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ สืบเสำะหำควำมรู้ กำรสำรวจตรวจสอบ กำรสืบคน้ ขอ้ มูล บนั ทึก จดั กลุ่มขอ้ มูล และกำรอภิปรำยเพื่อใหเ้ กิดควำมรู้ ควำมคิด ควำมเขำ้ ใจ สำมำรถนำเสนอ สื่อสำรสิ่งที่ เรียนรู้ มีควำมสำมำรถในกำรตดั สินใจ เห็นคุณค่ำของกำรนำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั มีจิตวิทยำศำสตร์ คุณธรรมจริยธรรม และค่ำนิยมที่เหมำะสม รหสั ตวั ชี้วดั ว ๓.๑ ม. ๔-๖/ ๔ , ม. ๔-๖/ ๕ ว ๔.๑ ม. ๔-๖/ ๔ ว ๕.๑ ม. ๔-๖/๕ - ม.๔ – ๖/๘ ว ๘.๑ ม. ๔ –๖/๑ ม.๔ – ๖/๑๒ รวม ๑๙ ตวั ชี้วดั

98 คำอธิบำยรำยวิชำ รหสั วิชำ ว๓๑๒๒๑ วิชำเคมีเพมิ่ เติม กลุ่มสำระกำรเรียนรู้วิทยำศำสตร์ ระดับช้ันมัธยมศึกษำปที ่ี ๔ เวลำ ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกติ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- คาอธบิ ายรายวิชา ศกึ ษาข้อปฏิบัติเบือ้ งตน้ ในการทาปฏิบัตกิ ารเคมี การเลือกใช้อปุ กรณ์และเคร่ืองมือในการทาปฏิบัตกิ าร การระบุหนว่ ยวัด ปรมิ าณตา่ งๆของสาร การเปลี่ยนหน่วยในระบบเอสไอด้วยการใชแ้ ฟกเตอรเ์ ปล่ียนหนว่ ย ศึกษา แบบจาลองอะตอม สัญลกั ษณน์ วิ เคลยี ร์ของธาตุ อนุภาคมุลฐานของอะตอม การจดั เรยี งอิเล็กตรอนในอะตอม การ จัดเรียงธาตุในตารางธาตุ แนวโน้มสมบตั ิบางประการของธาตุในตารางธาตุตามหมแู่ ละตามคาบ สมบัตขิ องธาตุ โลหะแทรนซนิ ชนั การเปรียบเทยี บสมบตั ขิ องธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรีเซน เททีฟ ศึกษาและอธบิ าย สมบตั ิและคานวณครึ่งชีวิตของไอโซโทปของกัมมนั ตรังสี ยกตวั อย่างการนาธาตุมาใชป้ ระโยชน์รวมทงั้ ผลกระทบ ต่อสิ่งมีชวี ิตและสิ่งแวดลอ้ ม ศกึ ษาการเกิดพนั ธะไอออนิก สูตรและการเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก การเปลย่ี น พลงั งานในการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติของสารประกอบไอออนกิ ปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนกิ ศกึ ษาการเกิดพนั ธะและชนิดของพันธะโคเวเลนต์ การเขียนสตู รและเรยี กช่อื สารโคเวเลนต์ ความยาวพันธะและ พลงั งานพันธะในสารโคเวเลนต์ พลังงานทเี่ กีย่ วข้องกบั ปฏิกิรยิ าของสารโคเวเลนต์ รปู รา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ สภาพขั้วของโมเลกลุ โคเวเลนต์ แรงยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ สมบัตขิ องสารโคเวเลนตโ์ ครงรา่ งตาข่าย ศึกษาการเกิดโลหะและสมบัติของโลหะ โดยใช้การเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชอ่ื มโยง อธบิ ายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ัญหา ในชวี ิตประจาวนั สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สอื่ สารส่ิงท่เี รยี นรู้ มีความสามารในการตดั สนิ ใจ แก้ปญั หา มีจติ วทิ ยาศาสตร์ เหน็ คุณค่าของวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมท่เี หมาะสม ผลการเรยี นรู้ ๑.บอกและอธบิ ายข้อปฏิบตั เิ บ้อื งต้นและปฏิบตั ติ นท่ีแสดงถึงความตระหนกั ในการทาปฏบิ ตั ิการเคมี เพือ่ ใหม้ ีความปลอดภยั ทง้ั ต่อตนเองผอู้ ื่นและส่งิ แวดล้อมและเสนอแนวทางแก้ไขเมอ่ื เกดิ อุบตั เิ หตุ ๒. เลือกและใชอ้ ุปกรณ์หรือเครื่องมือในการทาปฏิบัติการและวดั ปรมิ าณต่างๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ๓. นาเสนอแผนการทดลองทดลองและเขียนรายงานการทดลอง ๔. ระบุหนว่ ยวดั ปรมิ าณต่างๆของศาลและเปลี่ยนหนว่ ยวดั ใหเ้ ป็นหนว่ ยในระบบเอสไอด้วยการใช้แฟค เตอร์เปลย่ี นหน่วย ๕. สบื คน้ ขอ้ มูลสมมตุ ิฐานการทดลองหรือผลการทดลองท่ีเป็นประจกั ษ์พยานในการเสนอแบบจาลอง อะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์และอธิบายววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอม ๖. เขียนสัญลกั ษณ์นิวเคลียร์ของธาตุและระบจุ านวนโปตรอนนวิ ตรอนและอิเล็กตอนของอะตอม จากสัญลักษณน์ วิ เคลยี ร์รวมทั้งบอกความหมายของไอโซโทป

99 ๗. อธบิ ายและเขียนการจดั เรียงอิเลก็ ตอนในระดบั พลังงานหลกั และระดบั พลังงานยอ่ ยเมอ่ื ทราบเลข อะตอมของธาตุ ๘. ระบหุ มคู่ าบความเป็นโลหะอโลหะและกึ่งโลหะของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตแุ ทรนซซิ นั ในตารางธาตุ ๙. วเิ คราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบตั ิของธาตุเรพีเซนตเ์ ททีฟตามหมู่และตามคาบ ๑๐. บอกสมบัติของธาตโุ ลหะแทรนซิซันและเปรียบเทียบสมบตั ขิ องธาตุโลหะในกลุ่ม ธาตุเรพรีเซนเททีฟ ๑๑. อธิบายสมบัตแิ ละคานวณครง่ึ ชีวิตของไอโซโทปกมั มนั ตรงั สี ๑๒. สบื คน้ ขอ้ มูลและยกตัวอยา่ งการนาธาตมุ าใชป้ ระโยชน์รวมท้งั ผลกระทบต่อส่ิงมชี ีวติ และสง่ิ แวดล้อม ๑๓. อธบิ ายการเกดิ ไอออนและการเกิดพันธะไอออนกิ โดยใช้แผนภาพหรือสญั ลักษณ์แบบจดุ ของลวิ อสิ ๑๔. เขยี นสูตรและเรียกชอื่ สารประกอบไอออนิก ๑๕. คานวณพลังงานที่เกย่ี วข้องกบั ปฏิกริ ยิ าการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอรน์ -ฮาเบอร์ ๑๖. อธบิ ายสมบัติของสารประกอบไอออนิก ๑๗. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนิกสทุ ธขิ องปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนิก ๑๘. อธิบายการเกดิ พันธะโคเวเลนซแ์ บบพันธะเดย่ี วพันธะคแู่ ละพันธะสามดว้ ยโครงสร้างลวิ อิส ๑๙. เขยี นสูตรและเรียกช่ือสารโคเวเลนซ์ ๒๐. วิเคราะหแ์ ละเปรียบเทียบความยาวพนั ธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนซ์รวมทั้งคานวณพลงั งาน ทเี่ ก่ยี วข้องกับปฏิกริ ิยาของสารโคเวเลนซจ์ ากพลงั งานพนั ธะ ๒๑. คาดคะเนรปู ร่างโมเลกลุ โคเวเลนซโ์ ดยใชท้ ฤษฎีการผลักระหวา่ งคู่อิเลก็ ตรอนในวงเลนซ์ และระบุ สภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนซ์ ๒๒. ระบชุ นดิ ของแรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนซแ์ ละเปรยี บเทยี บจดุ หลอมเหลวจุดเดอื ดและ การละลายน้าของสารโคเวเลนซ์ ๒๓. สืบค้นขอ้ มูลและอธิบายสมบัติของสารโคเวเลนซ์โครงรา่ งตาข่ายชนดิ ตา่ งๆ ๒๔. อธบิ ายการเกดิ พนั ธะโลหะและสมบัติของโลหะ ๒๕. เปรยี บเทียบสมบัตบิ างประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนซ์และโลหะสบื ค้นขอ้ มลู และ นาเสนอตวั อย่างการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนซ์และโลหะไดอ้ ย่างเหมาะสม รวมทั้งหมด ๒๕ ผลการเรียนรู้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook