1 การสง่ เสริมพฒั นาการวยั รนุ่ พัฒนาการของวัยรุ่นจะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ วัยแรกรุ่น (10-13ปี) วัยรุ่นตอนกลาง (14-16 ปี ) และ วัยรุ่นตอนปลาย (17-19 ปี) ทั้งนี้เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงลักษณะที่เด่นเป็นพิเศษของวัยรุ่นแต่ละช่วง ซึ่งมีความ แตกต่างกันอยา่ งชดั เจนในดา้ นความรู้สึกนกึ คดิ และความสมั พนั ธก์ บั บิดามารดาโดยแบ่งดังนี้ 1.วัยแรกรุ่น (10-13ปี) เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทุกระบบ โดยจะมีความคิดหมกมุ่น กงั วลเกี่ยวกบั การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ซ่ึงจะส่งผลกระทบไปยงั จิตใจ ทำให้อารมณห์ งดุ หงดิ และแปรปรวน ง่าย 2. วัยรุ่นตอนกลาง (14-16 ปี) เป็นช่วงที่วัยรุ่นจะยอมรับสภาพร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นหนมุ่ เปน็ สาวได้แล้ว มคี วามคดิ ทล่ี ึกซงึ้ (abstract) จงึ หนั มาใฝ่หาอุดมการณ์และหาเอกลักษณ์ของตนเอง เพื่อความ เป็นตัวของตัวเอง และพยายามเอาชนะความรสู้ ึกแบบเดก็ ๆ ทีผ่ กู พันและอยากจะพึง่ พาพ่อแม่ 3.วยั รุน่ ตอนปลาย (17-19 ปี) เป็นเวลาของการฝึกฝนอาชีพ ตดั สนิ ใจท่ีจะเลือกอาชีพที่เหมาะสมและ เป็นช่วงเวลาที่จะมีความผูกพันแน่นแฟ้น (intimacy) กับเพื่อนต่างเพศ สภาพทางร่างกายเปลี่ยนแปลงเติบโต โดยสมบูรณ์เตม็ ท่ี และบรรลุนิติภาวะในเชิงกฎหมาย การเปล่ียนแปลงในวยั รุ่น มี 3 ทางใหญๆ่ คือ 1.การเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย 2.การเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ สงั คม 3.การเปลย่ี นแปลงทางจิตใจ ลักษณะท่ัวไปของวยั รุน่ การที่เดก็ ผู้ชายผูห้ ญงิ เติบโตเข้าสูว่ ัยรุ่นเรว็ ช้าต่างกนั โดยทเ่ี ดก็ ผหู้ ญิงจะเข้าสู่การเปล่ียนแปลงทางร่าง กายก่อนเด็กผู้ชายประมาณ 2 ปี ซงึ่ จะทำให้ในชั้นประถมตอนปลาย หรอื ชัน้ มัธยมต้นจะพบว่าวัยรุ่นหญิงจะมี ร่างกายสูงใหญ่ เป็นสาวน้อยแรกรุ่น ในขณะที่พวกเด็กผู้ชายยังดูเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิด ความสบั สนและวิตกกังวลได้ เดก็ ผู้หญงิ อาจกงั วลวา่ ตนเองไมห่ ยุดสูงเสียที ในขณะทเ่ี ด็กผู้ชายก็เกิดความกังวล วา่ ทำไมตัวเองจึงไม่สูงใหญ่ การเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกาย 1. ขนาดและความสูง : ในวัยเด็กทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายจะมีความกวา้ งของไหล่และสะโพกใกล้ เคียงกัน แตเ่ ม่ือเข้าสู่วยั รุ่น ผชู้ ายจะมีอัตราเร็วในการเจริญเตบิ โตของไหล่มากท่สี ุด ทำให้วยั รนุ่ ผู้ชายจะมีไหล่ กว้างกว่า ในขณะที่วัยรุ่นผู้หญิงมอี ัตราการเจริญเติบโตของสะโพกมาก กว่าผู้ชาย นอกจากนี้การที่วัยนี้มีการ เจริญเติบโตสูงใหญ่ได้รวดเร็ว โดยเฉพาะที่ คอ แขน ขา มากกว่าที่ลำตัว จะทำให้วัยรุ่นรู้สึกว่าตัวเองมีรูปร่าง เก้งก้างน่ารำคาญ และการเจริญเติบโตหรือการขยายขนาดของร่างกายในแต่ละส่วน อาจเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน
2 หรอื ไมเ่ ปน็ ไปตามขั้นตอน เชน่ รา่ งกายซีกซ้ายและซีกขวาเจริญเติบโตมีขนาดไม่เท่ากันในระยะแรกๆ ซึ่งเป็น เหตุทำใหเ้ ดก็ ตกอยู่ในความวิตกกังวลสงู ได้ จงึ ควรใหค้ วามมน่ั ใจกับวัยนี้ 2. ไขมันและกล้ามเนื้อ : เดก็ ผ้ชู ายและเด็กผหู้ ญงิ มีความหนาของไขมนั ท่สี ะสมอยู่ใตผ้ ิวหนังใกล้เคียง กัน จนกระทั่งอายุประมาณ 8 ปี จะเริ่มมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว วัยรุ่นชายจะมีกำลังของกล้ามเนื้อ มากกวา่ วยั รุ่นผู้หญิง พละกำลงั ของกล้ามเนื้อจะแขง็ แรงขึ้น หลังจากน้ันวยั รุ่นชายจะมีไขมันใต้ผิวหนังบางลง พร้อมๆกับมีกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นและแข็งแรงขึ้น ซึ่งจะทำให้วัยรุ่นชายดูผอมลงโดยเฉพาะที่ขา น่อง และ แขน สำหรับวัยรุ่นหญิงถึงแม้ว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของกล้ามเนื้อ แต่ขณะเดียวกันจะมีการสะสมของไขมันใต้ ผิวหนังเพ่มิ ข้นึ อีกโดยทน่ี ้ำหนักจะเพม่ิ ได้ถึงร้อยละ 25 ของนำ้ หนกั โดยเฉพาะไขมันทสี่ ะสมท่ีเตา้ นมและสะโพก ประมาณร้อยละ 50 ของวัยรุ่นหญิงจะรู้สึกไม่พอใจในรูปลักษณ์ของตน และมักคิดว่าตัวเอง \"อ้วน\" เกินไป มี วยั รนุ่ หลายคนทพี่ ยายามลดน้ำหนัก จนถึงขั้นทีม่ รี ูปร่างผอมแหง้ 3. โครงสร้างใบหน้า ช่วงนี้กระดูกของจมูกจะโตขึ้น ทำให้ดั้งจมูกเป็นสันขึ้น กระดูกขากรรไกลบน และ ขากรรไกรล่างเติบโตเรว็ มากในระยะนี้ เช่นเดียวกับกล่องเสียง ลำคอ และกระดูกอัยลอยด์ และพบว่าใน วยั ร่นุ ชายจะเจรญิ เตบิ โตเรว็ กวา่ วัยรุน่ หญงิ ชดั เจน เป็นเหตใุ หว้ ัยรุ่นชายเสยี งแตก 4. การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ทั้งฮอร์โมนการเติบโต (growth hormone) และฮอร์โมน จาก ตอ่ มธัยรอยดม์ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การเจรญิ เติบโต รวมท้ังฮอร์โมนทางเพศ นอกจากระดับฮอรโ์ มนจะมีผลโดยตรง ต่อการเจริญเติบโตทางร่างกาย และอวัยวะเพศในวัยรุ่นแล้ว ตัวของมันเองยังส่งผลถึงความรู้สึกทางอารมณ์ และจิตใจ ปฏิกิริยาการเรียนรู้ ฯลฯ ในวัยรุ่นอีกด้วย วัยรุ่นที่จะผ่านช่วงวิกฤตนี้ได้ นอกจากจะต้องปรับตัวให้ เข้ากับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังต้องเข้าใจและควบคุมอารมณ์ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านขึ้น จากการ เปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนต่างๆ อีกด้วยโดยเฉพาะต่อมไขมันใต้ผิวหนัง และต่อมเหงื่อจะทำหน้าที่เพ่ิม มากขึน้ เป็นสาเหตุทำใหเ้ กิดปญั หาเรือ่ ง \"สวิ \" และ \"กลนิ่ ตวั \" แตเ่ นื่องจากวัยนี้จะใหค้ วามสนใจเกยี่ วกบั ร่างกาย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีความระแวดระวังตัวเองมาก จึงทำให้วัยรุ่นพยายามที่จะรักษา \"สิว\" อยา่ งเอาเป็นเอาตาย ท้ังๆท่ี \"สิว\" จะเปน็ ปัญหาในช่วงวยั น้แี คร่ ะยะสั้นๆ เทา่ นัน้ 5. การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะเพศ วัยรุ่นหญิงมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงระยะ 1 ปี กอ่ นท่ี จะมปี ระจำเดือน โดยเฉพาะการเจริญเติบโตของเตา้ นม ซ่ึงเรม่ิ มีการขยายในขนาดเมือ่ อายปุ ระมาณ 8- 13ปี และจะใช้เวลา 2-2 ปีครึ่ง จึงจะเจริญเติบโตเต็มที่ ในช่วงอายุ 11-13 ปี วัยรุ่นหญิงส่วนใหญ่ (ร้อย ละ 80) จะมีรปู รา่ งเปน็ สาวเตม็ ตัว ดังนนั้ ในช้ันประถมตอนปลายหรือมธั ยมตน้ จะเหน็ ว่าวัยรุ่นสาวจะมีรูปร่าง สูงใหญ่เป็นสาวน้อยแรกรุ่น ในขณะที่พวกผู้ชายยังดูเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ทั้งๆ ที่เด็กผู้หญิงเคยตัวเล็กกว่า เด็กผชู้ ายมาตลอด ทำให้เด็กสับสนและเปน็ กังวลกับสภาพรา่ งกายได้ การมีรอบเดือนครั้งแรก จะมีเมื่ออายุประมาณ 12-13 ปี การที่มีประจำเดือนแสดงให้เห็นว่า มดลูก และชอ่ งคลอดไดเ้ จริญเตบิ โตเตม็ ที่ แต่ในระยะ 1-2 ปี แรกของการมีประจำเดือน มกั จะเปน็ การมีประจำเดือน โดยไม่มีไข่ตก รอบเดือนในช่วงปีแรกจะมาไม่สมำ่ เสมอ หรือขาดหายไปได้ และเมื่อมีประจำเดือนแล้ว พบว่า เด็กผู้หญงิ ยงั สูงต่อไปอกี เล็กนอ้ ยไปได้อีกระยะหนึง่ และจะเติบโตเต็มที่เมื่อประมาณอายุ 15-17 ปี การมีรอบ
3 เดือนครั้งแรกอาจทำให้รู้สึกพอใจและภูมิใจที่เป็นผู้หญิงเต็มตัว หรืออาจจะรู้สึกในทางลบ คือ หวั่นไหว หวาดหวั่นหรือตกใจได้เช่นกัน โดยทั่วไปการมีรอบเดือนครั้งแรกจะเพิ่มความใกล้ชิดระหว่างวัยรุ่นหญิงกับ มารดาถ้าเคยไว้วางใจกันมาก่อน แต่วัยรุ่นหญิงบางคนจะปกปิดไม่กล้าบอกใคร เพราะเข้าใจไปว่าอวัยวะเพศ ฉีกขาด หรอื เป็นแผลจากการสำรวจตัวของวยั รุ่นเอง ในชว่ งนีว้ ัยร่นุ จะกงั วลหมกมุ่นกับรูปร่างหน้าตา และมัก ใช้เวลาอย่หู น้ากระจกนานๆ เพ่อื สำรวจรูปรา่ ง สว่ นเว้าส่วนโค้งหรือใช้กระจกส่งดูบริเวณอวัยวะเพศด้วยความ อยากรู้ อยากเห็น ซ่ึงก็ไม่ใชพ่ ฤติกรรมทผ่ี ิดปกติแต่อย่างใด สำหรับวัยรุ่นชาย ซึ่งจะเริ่มมีการเจริญเติบโตของลูกอัณฑะ เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุ 10-13 ปี ครึ่ง และจะ ใช้เวลานาน 2 - 4 ปี กวา่ ท่ีจะเตบิ โตและทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ในขณะทรี่ ูปรา่ งภายนอกจะมีการเจริญเติบโต เปลี่ยนแปลงช้ากว่าวัยรุ่นหญิง ประมาณ 2 ปี คือ ประมาณอายุ 12-14 ปี ในขณะที่เพื่อนผู้หญิงที่เคยตัวเล็ก กว่า กลับเจริญเติบโตแซงหน้า ทำให้วัยรุ่นชายมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับรูปร่าง ความสูง ได้มาก เมื่อเติบโต เขา้ ส่วู ยั รุน่ ตอนกลางช่วงวยั 14-16 ปี ลูกอณั ฑะเจริญเติบโตและทำงานได้เตม็ ท่จี ึงสามารถพบภาวะฝนั เปียกได้ บางคนเข้าใจผิดคิดว่าฝันเปียกเกิดจากการสำรวจความใคร่ด้วยตัวเอง หรือเป็นความผิดอย่างแรง หรือทำให้ สภาพจิตผิดปกติ หรือบางรายวิตกกังวลไปกับจินตนาการหรือความฝัน เพราะบางครั้งจะเป็นความคิด ความ ฝันเกย่ี วข้องกบั คนในเพศเดียวกัน ซึง่ กไ็ มถ่ อื วา่ เปน็ เร่อื งทีผ่ ิดปกติอยา่ งใด การเปลีย่ นแปลงทางอารมณ์ สังคม ผลจากการเปลยี่ นแปลงทางร่างกายจะทำใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ อารมณแ์ ละจิตใจไดอ้ ย่างตรงไปตรงมา ทัง้ ความวติ กกงั วล หงดุ หงดิ หมกม่นุ ไมพ่ อใจในรปู ร่างที่เปล่ียนไป 1.ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เด็กผู้ชายที่เข้าสู่วัยรุ่นช้า จะมีความวิตก กังวลสูงเกี่ยวกับความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งอาจจะไม่มั่นใจในความเป็นชาย รู้สึกว่าตัวเองไม่สมบูรณ์มักลูก ล้อเลียน กลั่นแกล้งจากเพ่ือนๆ ที่รูปร่างใหญ่โตกว่า มีความภาคภูมิใจในตนเองในระดับต่ำและรูส้ ึกว่าตัวเองมี ปมด้อยฝงั ใจไปได้อีกนาน วัยรนุ่ หญิงท่ีโตเร็วกว่าเพ่ือในวัยเดียวกัน (early mature) มักจะรู้สึกอึดอัดและรู้สึก เคอะเขิน ประหมา่ อายต่อสายตาและคำพดู ของเพศตรงข้าม ในขณะท่ีสภาพอารมณ์ จติ ใจยงั เป็นเด็ก 2.ความวิตกกังวลกับอารมณ์เพศที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนทางเพศ ซึ่งจะส่งผล ทำให้วัยรุ่นเกิดอารมณ์เพศขึ้นมาได้บ่อย วัยรุ่นหลายคนที่มีกิจกรรมส่วนตัวที่เบี่ยงเบนความสนใจ ทำให้ สามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างดี โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่ชอบเล่นกีฬากลางแจ้งเป็นประจำวัยนี้จะมีความสนใจ อยากรอู้ ยากเห็นอยแู่ ล้วเป็นทนุ และเมอื่ มาผสมกับการท่มี ีระดับฮอรโ์ มนทางเพศเพม่ิ สงู ข้ึน จะทำให้เดก็ เรียนรู้ ที่จะหัดสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง อยากรู้อยากเห็นกิจกรรมทางเพศผู้ใหญ่ควรเข้าใจถึงความรู้สึกนึกคิด ร่วมกับความอยากรู้อยากเห็นของวัยรุ่น ควรให้ความรู้ในเรื่องเพศที่ถูกต้อง และถือว่าความรู้สึกในวัยนี้เป็น เรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งการที่วัยรุ่นจะสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองนั้น ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย และไม่ถือว่าเป็นเรอ่ื งที่ผดิ ศลี ธรรม ถา้ กระทำอย่างระมดั ระวงั เป็นสว่ นตวั และไมท่ ำใหผ้ อู้ ่ืนเดอื ดรอ้ น เป็นตน้
4 3.ความวิตกกังวลกลัวการเป็นผู้ใหญ่ วัยนี้จะมีความคิดวิตกกังวล กลัวจะไม่เป็นที่ยอมรับจากคน รอบขา้ ง มักจะ กลัวความรบั ผิดชอบ ซ่งึ จะรู้สึกวา่ เป็นภาระทห่ี นักหนา ยุ่งยาก บางครัง้ อยากจะเปน็ เด็ก อยาก แสดงอารมณ์สนุกสนาน ร่าเรงิ เบิกบาน 4.ความวิตกกังวลในความงดงามทางร่างกาย ไม่ว่าวัยรุ่นหญิงหรือชายก็จะมคี วามรู้สึกตอ้ งการให้ คนรอบข้าง ชื่นชมเกี่ยวกับรูปลักษณ์ภายนอกของตน สมเพศ สมวัย นั่นเป็นเพราะว่าเด็กจะสำนึกว่าความ สวยงามทางกายเป็นแรงจูงใจ ทำให้คนยอมรับ ทำใหเ้ พ่ือนยอมรบั เขา้ ไปในกลุ่มได้ง่าย เปน็ วิถีทางหนึ่งที่จะเข้า สสู่ งั คมและเป็นทีด่ งึ ดดู ใจของเพศตรงข้าม ช่วงน้จี ะเห็นวา่ วยั รุ่นจะสนอกสนใจ พถิ ีพถิ ันในการเลอื กเสื้อผ้า การ หวีผม เอาใจใส่ต่อการออกกำลังกาย สนใจคุณค่าทางอาหาร เคร่ืองประดับ สุขภาพอนามัย การวางตัวให้สม บทบาททางเพศ การวางตัวในสงั คม และความสนใจในแต่ละเร่อื งอาจอยไู่ ด้ไมน่ าน การเปล่ยี นแปลงทางจติ ใจ 1.ความรักและความห่วงใย ความรู้สึกอยากที่จะถูกรัก และยังอยากได้รับความเอาใจใส่ ห่วงใย จากบุคคลที่มีความสำคัญต่อเด็ก แต่มักจะมีข้อแม้ว่าจะต้องไม่ใช่การแสดงออกของพ่อแม่ที่ทำกับเขาราวกับ เด็กเล็กๆ ไมต่ อ้ งการความเจ้าก้ีเจา้ การ ไม่ต้องการให้แสดงความหว่ งใยอย่ตู ลอดเวลา 2. เป็นอิสระอยากทำอะไรได้ด้วยตัวของตัวเอง อยากทำในส่ิงที่ตัวเองคิดแล้วว่าดี อยากมีส่วนใน การตัดสินใจ อยากที่จะทำตัวห่างจากพ่อแม่ ห่างจากคำสั่งการเจริญเติบโตในการทำงานของสมอง ทำให้เด็ก วัยนี้เริ่มมีความคิดอ่านเป็นของตนเอง เริ่มมีความคิดแบบนามธรรม (abstract thinking) การแยกจากพ่อแม่ ในเกือบทุกรูปแบบ บางครั้งอาจทำให้วัยรุน่ เกิดความรู้สึกสับสน สองจิตสองใจ และอาจมีความรู้สึก \"สูญเสีย\" ในความรัก ความเอาใจใส่จากพ่อแม่ แต่ถ้าพวกเขายอมรับการดูแลหรือยอมทำตามคำสงั่ ของพอ่ แม่ ก็จะไปขัด กับความต้องการที่จะเป็นเด็กโต เป็นอิสระของตนเองที่ต้องการพึ่งพาตนเอง การให้การเลี้ยงดูจึงต้องอาศัย ความเข้าใจ และเคารพในสทิ ธสิ ่วนบุคคลด้วย 3. ต้องการเป็นตัวของตัวเอง ความต้องการที่ ยอมรับในสิ่งที่มาจากตัวของตัวเขาทำให้พวกเขา มั่นใจในตัวเอง พ่อแม่คงต้องส่งเสริมให้เด็กได้ช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตามวัย เพราะในการ ฝึกเด็กนัน้ นอกจากจะทำให้เดก็ ได้ใช้มือได้อยา่ งคล่องแคล่วแล้ว ยังช่วยทำให้เด็กไดห้ ดั คดิ หัดตัดสินใจในการ กระทำสิ่งต่างๆ ดว้ ย 4. อยากรู้, อยากเห็น, อยากลอง การลองผดิ ลองถูก และคอยสังเกตดูจากปฏกิ ิริยาของคนรอบข้าง เพื่อตัดสินว่าสิ่งที่ทำนั้น ดีเลวเป็นอย่างไรวัยที่โตขึ้น เมื่อความสามารถเพิ่มขึ้น ร่างกายเจริญเติบโตขึ้นม า สิ่ง รอบตัวต่างๆ ที่น่าสนใจ และท้าทายความสามารถก็จะเริ่มเข้ามาเพื่อทดลองการสนับสนุนส่งเสริมเด็กให้คง สภาพอยากรู้ อยากเห็น อยากลองและได้มีโอกาสทดลองสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ในขอบเขตที่เหมาะสมเพิ่มขึ้นตาม วัย จะทำให้เด็กก้าวเข้าสู่วัยรุ่นด้วยความภาคภูมิใจที่ตนเองเคยมีประสบการณ์ต่างๆ มาบ้างสิ่งเหล่านี้จะมา เสริมความภาคภูมิใจในตนเองดังนั้นจะเห็นว่าการฝึกสอนและให้โอกาสเด็กได้ทดลองทำในสิ่งที่ถูกต้อง ควร ฝึกสอนมาตั้งแต่เด็ก และควรค่อยๆ สอนถึงอันตรายในหลายสิ่งหลายอย่างที่มีอยู่ในสังคม และวิธีการแก้ไข
5 เรียนรู้ทั้งสิ่งที่ดีและเลว การฝึกให้เด็กได้ลองในสิ่งที่น่าลอง แต่สนอให้หัดยั้งตัวเองในสิ่งที่อันตรายจึงเป็นวธิ ีที่ สำคัญมาตั้งแต่วัยเรียน แต่ในทางตรงกันข้ามในกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่เคยถูกฝึกให้ลองคิด ลองทำก่อน จะเกิดความ สับสน วุ่นวายใจขาดความรู้ ขากทักษะ ขาดการฝึกฝน ขาดการลองทำผิดทำถูกมาก่อน จึงทำให้กลุ่มนี้ตกอยู่ ในกลุ่มทมี่ ีอนั ตรายสงู และในกลุม่ เดก็ วัยรุน่ ทพี่ ่อแม่ปล่อยปละละเลย หรอื ไม่เคยสอนใหย้ บั ย้ังชัง่ ใจมาก่อน นึก อยากทำอะไรก็จะทำ ไม่เคยต้องผิดหวัง ไม่เคยสนใจว่าการกระทำของตัวจะส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบข้าง อย่างไรพฤติกรรมอยากลองของ มักจะมีสูงสุดในช่วงวัยรุ่นตอนกลาง เป็นเด็กก็ไม่ใช่ เป็นผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง แนวความคดิ และการยับยั้งตัวเองมไี มม่ ากพอ 5. ความถูกต้อง ยุตธิ รรม โดยเฉพาะเม่อื เข้าสูว่ ยั รุ่นตอนกลาง มกั จะถอื วา่ ความยุติธรรมเป็นลักษณะ หนึ่งของความเป็นผู้ใหญ่ วัยรุ่นจึงให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับความถูกต้อง ยุติธรรมตามทัศนะของตนเป็น อย่างยิ่ง และอยากจะทำอะไรหลายๆ อย่าง เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ทั้งในแง่บุคคลและสังคมส่วนรวม จึง มักจะเห็นภาพวัยร่นุ ถกเถยี งกันเรือ่ งของสิ่งต่างๆ ท่ีเกิดขน้ึ รอบตวั 6.ความตื่นเต้น ท้าทาย ความต้องการหาประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆ เกลียดความจำเจซ้ำซาก วัยรุ่นกลุ่มนี้จะสร้างความตื่นเต้นท้าทายกับการที่กระทำผิดต่อกฎเกณฑ์ต่างๆ ของทางบ้านและกฏของสังคม นั่นเป็นเพราะว่าเป็นความตื่นเต้นและความรู้สึกว่าถูกท้าทาย แนวทางการเลี้ยงดูเด็กฝึกให้เด็กได้มีโอกาส ทำงานที่ท้าทายความสามารถทีละน้อยอยู่ตลอดเวลา จะส่งผลทำให้เด็กได้พัฒนาความเชี่ยวชาญขึ้นมาได้ แกป้ ัญหาได้ 7.ต้องการการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของบ้านของกลุ่มเพื่อน พื้นฐานการเลี้ยงดูที่ยอมรับและมี ความรักความผูกพันระหว่างพ่อแม่เด็ก จะมีผลทำให้เด็กเกิดความรู้สึก ดังท่ีกล่าวมานี้อย่างง่ายดาย จากการ ฝึกฝนให้โอกาสเด็กในการตัดสินใจลงมือกระทำหรือแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ และรับฟังพยายามทำ ความเข้าใจตาม ถ้าเบี่ยงเบนก็ช่วยแก้ไข ถ้าถูกต้องก็ชมเชยและชื่นชม สิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นให้เด็กเกิด ความรู้สึกเป็นที่ยอมรับจากบุคคลภายในบ้าน ซึ่งจะส่งผลทำให้เด็กอยากเป็นที่ยอมรับจากเพื่อน จากครูและ จากคนอ่นื ๆ ต่อๆ ไป จงึ เป็นเหตุผลจงู ใจกระทำความดีมากข้นึ ๆ แต่ในกรณีตรงกันข้าม ถ้าเด็กคนใดเกิดมาในครอบครัวที่ยุ่งเหยิง ทำให้พ่อแม่ไม่มีปัญหาพอที่จะดูแล เด็ก กลับจะต้องส่งเด็กมาฝากให้ญาติเล้ียงเป็นภาระ ไม่มีใครเป็นธุระจดั การอะไรให้อยา่ งออกนอกหนา้ ถ้าไม่ จำเป็นก็ไม่ค่อยอยากจะรับรู้ รับฟังเรื่องของเด็ก ถึงเวลาจะนานก็ไมร่ ูว้ ่าใครจะให้ความอบอุ่นเมตตาหรือรักได้ มคี วามรสู้ ึกโดดเด่ยี ว ไมเ่ ปน็ ท่ตี ้องการของใครแม้แตค่ นเดยี วในบ้านไม่ว่าจะถูกหรอื ทำผิด ทำดหี รือทำช่ัวก็ไม่มี คนเห็นคนทัก หาคนที่หวังดีจริงจังในการแนะนำตักเตือนอดทนช่วยฝึกสอนก็ไม่มี ในลักษณะเช่นนี้เด็กจะมี ชีวิตที่เลื่อนลอย ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นสมาชิกภายในบ้าน เป็นคนหนึ่งภายในครอบครัว ไม่มีใครรับฟังปัญหา หรือไม่รู้ว่าจะปรึกษาใคร เมื่อเติบโตไปโรงเรียนก็มักจะพกพาเอาความรู้สึกโดดเดี่ยว ว้าเหว่นี้ไปที่โรงเรียน ความทที่ กั ษะไมไ่ ดถ้ กู ฝกึ สอนมาตั้งแตท่ ่ีบา้ นจึงทำใหผ้ ลการเรยี นไม่ดี และมกั จะแยกตัวออกจากกลมุ่ เพื่อน
6 ปญั หาการปรบั ตัวในวัยรนุ่ ความขัดแย้งในจิตใจของวัยรุ่น ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น เป็น สิ่งที่ ปกติธรรมดาของการเจริญพัฒนาไปเป็นผูใ้ หญ่ แต่จะไม่รนุ แรงมผี ลกระทบตอ่ การเรยี น การงานหรอื ด้านสังคม ในกรณีที่ปัญหารุนแรงส่งผลกระทบต่อด้านต่างๆ นั้น จึงจะจัดว่ามีปัญหาในการปรับตัว พบได้ร้อยละ 10- 15 ของวยั รนุ่ ทั่วไป โดยเฉพาะปฏกิ ิรยิ าต่อการรับบทบาทหนา้ ทข่ี องความเปน็ ผู้ใหญ่ ร้สู ึกว่าการดูแลรบั ผิดชอบ ตัวเองเป็นภาระที่หนักหน่วงยากที่จะรับเอาไว้ได้เกิดความเคร่งเครียด บางรายมีอาการวิตกกังวล กลุ่มใจ ท้อแท้ ทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ ติดพ่อแม่ ครู หรือเพื่อนเหมือนเด็กเล็ก หรือมีอาการแสดงออกมาทาง ร่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง หรือมีอารมณ์ฉุนเฉียว วู่วาม ก้าวร้าว ต่อต้าน ซึ่งอาการเหล่านี้จะมีอยูไ่ ม่นาน ในที่สุดจะสามารถพัฒนาต่อไปได้ในที่สุด ชีวิตนี้แท้จริงมีปัญหาที่ทำให้เราต้องปรับตัว และแก้ไขความขัดแข้ง ประจำวันอยู่ตลอดเวลาแต่ในระยะวัยรุน่ ซ่ึงมีลักษณะพิเศษเพราะเกิดผลตอ่ เนือ่ งลุกลามไดง้ ่าย ทั้งนี้เนื่องจาก วัยรุ่นมีอารมณ์อ่อนไหวง่าย อยากเป็นอิสระ อยากเป็นผู้ใหญ่ ไม่อยากฟังเหตุผลของใคร เจ้าทิฐิ อวดดี ถือดี แตใ่ นขณะเดียวกนั กย็ ังขาดความเชีย่ วชาญในการแก้ไขปัญหา ในการพูด การทำงาน จงึ ทำให้เพล่ยี งพลำ้ ได้ง่าย วัยรุ่นผู้เข้าใจปัญหาประจำวัยของตน และสามารถปรับตัวดำเนินชวี ติ อย่างเหมาะสม คือ วัยรุ่นที่มีความสุข มี ความสามารถทจ่ี ะประสบความสำเรจ็ ในอนาคต การสร้างบคุ ลกิ ภาพ 1.การค้นหาเอกลักษณ์ของตนเองพัฒนาทางด้านความนึกคิด ค้นหาสิ่งต่างๆ ทั้งท่าทาง คำพูด การ แสดงออก การแต่งกาย การเข้าสังคม วยั รุ่นท่สี ามารถผ่านพ้นภาวะวิกฤติในการค้นหาตัวเองได้อย่างไม่ยุ่งยาก นกั มกั จะมีลกั ษณะดงั ต่อไปน้ี คอื เปน็ ผู้ที่ใช้สติปัญญาเผชญิ กับเหตกุ ารณ์ในชวี ติ มากกวา่ การใชอ้ ารมณ์ เป็นผทู้ ่เี ลือกเผชิญหน้ากบั ปญั หามากกวา่ เปน็ ผู้ท่ีจะยอมหลีกเลยี่ งปญั หา เปน็ ผทู้ ร่ี ู้เท่าทันธรรมชาตขิ องตนมาก่อน เปน็ ผู้ทีไ่ มม่ ีความรสู้ ึกวา่ ตนเองโดดเด่ียวมีหนทางทีจ่ ะไปขอความช่วยเหลือจากผ้อู ่ืนได้ วัยรุ่นที่สามารถผ่านวิกฤตการณ์และค้นพบตัวเอง ก็เท่ากับมีความสามารถที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มี บคุ ลกิ ภาพม่นั คง 2. การเอาชนะตวั เอง การควบคมุ พฤตกิ รรม อารมณ์ใหอ้ อกมาในรปู ท่เี หมาะสมในระยะแรกๆ จะพบ ลักษณะสองจิตสองใจระหว่างความอยากเป็นเด็กต่อไปกับความอยากเปน็ ผู้ใหญจ่ ากความรสู้ ึกนึกคิดของวัยรุ่น มักจะมองว่าสภาวะผู้ใหญ่หมายความว่าพง่ึ ตนเองได้ ตดั สินใจไดถ้ ูกต้องการที่จะเอาชนะใจตนเองน้ัน เป็นส่ิงท่ี เด็กควรจะได้รับการเรยี นรู้ ไดร้ บั โอกาสในการฝึกฝนมาตัง้ แต่เด็กๆ ทีละเล็กทีละน้อย ผา่ นการท่ีพ่อแม่กำหนด ขอบเขตต่างๆในชีวติ แตใ่ นวัยเด็กท่ีไม่เคยเรียนรู้ที่จะยับย้ังช่ังใจมาก่อน ไมเ่ คยเอาชนะตวั เองโดยการทำตัวให้ เหมาะสมได้เลย หรอื ถูกเล้ียงดใู ห้เอาแต่ใจตวั เอง อยากไดอ้ ะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็จะทำ ครั้งเติบโตเข้าวัยรุ่น
7 มีอิสระมากขึ้น ก็จะเห็นพฤติกรรมที่ไม่ยั้งคิดได้บ่อยๆ และบางครั้งกลับเป็นอันตรายทั้งต่อตนเองและผูอ้ ื่นอีก ด้วย 3. การแยกตัวเองเป็นอิสระ คำว่าอิสระในสายตาของวัยรุ่น ก็คือ มีสิทธิและเสรีภาพเท่าที่บุคคลหนงึ่ พึงจะมี ซึ่งรวมทั้งการแสดงความคิดเห็น การตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ ขณะเดียวกัน พวกเขาก็จะสังเกตดู การยอมรับจากพ่อแมค่ นข้างเคียงด้วย 3.1 การไดแ้ สดงออก 3.2 พ่งึ ตนเองได้ 3.3 มคี วามรบั ผดิ ชอบ 3.4 ท่ีค่านิยมท่ีถกู ต้อง 3.5 มน่ั ใจและภูมิใจในตนเอง 1. พ่อแม่มีลักษณะที่ยอมรับความสามารถของเด็ก เข้าใจและสนับสนุนในความสามารถด้านอื่น ๆ ที่ เหลือมีความภาคภูมิใจในด้านอื่นๆ ของลูก และปรับสิ่งแวดล้อมในการเรียนให้เหมาะสม คือ ไม่เร่งรัด ไม่ บังคับ แต่ให้กำลังใจยกตัวอย่างเช่น ป้อมลูกสาวคนเดยี วของพ่อแม่ ขยัน รับผิดชอบดี แต่มีคะแนนสอนในชัน้ ม.3 ได้เกรด 2.2 และพ่อแม่ไม่ได้บังคับให้เรียนสายวิทย์ ทั้งๆ ที่อยากให้ลูกเป็นหมอ เพราะรู้ว่าถ้าให้เรียนจะ ทำให้เด็กลำบาก ไม่มีความสุข เป็นต้น ขณะนี้เรียนจบมหาวิทยาลัยเปิด สาขาสังคมศาสตร์ ทำงานด้าน คอมพิวเตอร์ เจา้ นายรักเพราะรับผดิ ชอบดี เปน็ ต้น 2. มีความเป็นตวั ของตวั เอง ม่นั ใจในตนเอง มองภาพพจน์ตัวเองดี แตไ่ มใ่ ชก่ ารเอาแตใ่ จตัวเอง การฝึก ให้เด็กเป็นตัวของตัวเอง และควบคุมตัวเองเป็น พ่ึงพาตัวเองได้ ช่วยเหลือผู้อื่นได้ มีโอกาสคิด ตัดสินใจใน เหตุการณต์ า่ งๆ มาเป็นประจำ มคี วามยบั ยัง้ ช่งั ใจ \"การทำ\" กับ \"การไมท่ ำ\" ในสง่ิ ทีด่ ี และไม่ดี เด็กวัยรุ่นหลาย คนท่ีจำยอมทำตามเพื่อนเพราะกลวั ว่าเพ่ือนจะดูถูกรังเกียจน้ัน ทั้งๆ ทที่ ำไปแล้วจะขดั ต่อความรู้สึกของตัวเอง ก็ตาม เป็นสาเหตุจากที่ตนเองไม่มั่นใจและไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างมั่นคง ซึ่งจะต้องมาจากการฝึกหัดสะสม ความรู้ ความสามารถมาต้งั แตเ่ ดก็ ผ่านประสบการณท์ ีถ่ ูกเลีย้ งดมู านัน่ เอง 3. มีการสื่อสารท่ีดี กล้าพูด กล้าคิด กล้าแสดงออก และกล้าที่จะทำตัวต่างจากผู้อืน่ โดยยึดหลักการท่ี ถกู ตอ้ ง 4. มีทางออกหลายทา เช่น กีฬา ดนตรี งานอดิเรก สงั คม ศิลปะ การเรยี น การงาน ฯลฯ การมีทักษะ หลายๆ อย่างเป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องดูทักษะเด่นของลูก ซึ่งในความเด่นนั้นอาจไม่เก่งเท่าผู้อื่นก็จริง แต่ก็เป็น ความสามารถทดี่ ีของลูกและควรให้ความสนบั สนุน โดยเฉพาะทักษะในการเข้าสงั คม และการปรับตัว 5. มโี อกาสเรยี นรจู้ ัดทัง้ ส่วนดีและสว่ นทเี่ ลวมาก่อนไดเ้ รยี นรทู้ ี่จะเข้าใจถงึ คุณลกั ษณะของการเป็นคนดี ไตร่ตรองดคู นเป็น แตข่ ณะเดยี วกันกเ็ รยี นรทู้ ่จี ะทันคน ว่ามคี วามเจา้ เลห์เพทบุ าย โกหกหลอกลวง ซ่งึ ปะปนกัน อยู่ในหมู่เพื่อนและคนในสังคม เรียนรู้ที่จะเข้าใจลักษณะดีและไม่ดีของพฤติกรรมของคน ทำให้ขณะที่วัยรุ่น คลุกคลีกับเพื่อนและผู้คนต่างๆ จะได้ไตร่ตรอง เพื่อว่าจะได้มาช่วยในการตัดสินใจอีกด้วย การสอนของพ่อแม่ จึงควรช้ีให้เดก็ เห็นความยับยั้งชั่งใจน้อยลง สิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวจึงดูดีขึน้ ดูสบายใจข้ึน ภาระความรับผดิ ชอบดู
8 เหมือนจะลดนอ้ ยลงนั้นเอง เป็นคำตอบทีถ่ ูกต้องและตรงกับความจริง จะทำให้เด็กเรยี นรู้และยอมรบั ไดด้ กี วา่ คำตอบที่ว่า คนที่กินเหล้าเป็นเพราะคนนั้นเปน็ คนไม่ดี เป็นต้น ถ้าเด็กได้เรียนรู้สิ่งเหล่านั้นทั้งด้านดี และด้าน ไม่ดีจนเขา้ ใจแลว้ จะช่วยทำให้ความอยากลองเพราะอยรู่ ู้อยากเหน็ ลดลง ลักษณะของพ่อแม่ท่ีไมค่ อ่ ยมีปญั หากับวัยรุน่ จะมลี กั ษณะดงั ต่อไปนี้ คือ 1. รัก อบอนุ่ และใหค้ วามไว้วางใจ 2. มกี ารสอื่ สารทีด่ ตี ่อกัน ตา่ งคนต่างไวว้ างใจปรึกษาหารือ หรือเล่าเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ท่ปี ระสบมาให้ ฟัง มีการยอมรบั ฟัง คิด สามารถทที่ ง้ั พ่อแม่และลกู จะแสดงความคิดเหน็ คล้อยตามหรือขัดแยง้ อนั ดีได้ ในบรรยากาศท่ีเป็นกนั เอง 3. มนั่ คง มหี ลกั การ มีเหตุผล มีความยดื หยนุ่ 4. ควบคมุ ตวั เองไดด้ ี ท้งั อารมณ์และพฤตกิ รรม 5. เรยี กร้องแสดงความต้องการให้เด็กเตบิ โตสมวัยมาทุกช่วงอายุ วยั ร่นุ เป็นวัยท่ีมกี ารเปล่ียนแปลงเกิดขึ้นหลายด้าน ทำให้ตอ้ งมกี ารปรับตัวหลายด้านพร้อม ๆ กัน จึง เป็นวัยที่จะเกิดปัญหาได้มาก การปรับตัวได้สำเรจ็ จะช่วยให้วัยรุ่นพัฒนาตนเองเกิดบุคลิกภาพที่ดี ซึ่งจะเปน็ พื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตต่อไป การเรียนรู้พัฒนาการวัยรุ่นจึงมีประโยชน์ทั้งต่อการส่งเสริมให้วัยรุ่น เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีทั้งทางร่างกายจิตใจสังคม และช่วยป้องกันปัญหาต่าง ๆ ในวัยรุ่น เช่น ปัญหา ทางเพศ หรอื ปัญหาการใชส้ ารเสพตดิ พัฒนาการของวัยรุ่น วัยรุน่ จะเกดิ ข้ึนเม่อื เด็กย่างอายุประมาณ 12-13 ปี เพศหญิงจะเขา้ สวู่ ัยรุ่นเรว็ กว่าเพศชายประมาณ 2 ปี และจะเกิดการพฒั นาไปจนถึงอายุประมาณ 18 ปี จงึ จะเข้าสวู่ ัยผู้ใหญ่ โดยจะเกดิ การเปลย่ี นแปลงอย่าง มากในพฒั นาการดา้ นตา่ ง ๆ ดงั นี้ 1.พัฒนาการทางร่างกาย ( Physical Development ) ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงทางร่างกา ทัว่ ไป และการเปลยี่ นแปลงทางเพศ เน่ืองจากวยั นี้ มกี ารสรา้ งและหลงั่ ฮอรโ์ มนเพศ(sex hormones) และ ฮอร์โมนของการเจริญเติบโต(growth hormone)อยา่ งมากและรวดเรว็ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย (physical changes) ร่างกายจะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แขนขาจะ ยาวขึ้นกอ่ นจะเห็นการเปลีย่ นแปลงอื่นประมาณ 2 ปี เพศหญงิ จะไขมันมากกวา่ ชายท่ีมีกล้ามเนอ้ื มากกว่า ทำ ให้เพศชายแข็งแรงกว่า การเปลี่ยนแปลงทางเพศ (sexual changes) สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือวัยรุ่นชายจะเป็นหนุ่มขึ้น นม ขึ้นพาน(หัวนมโตขึ้นเล็กน้อย กดเจ็บ) เสียงแตก หนวดเคราขึ้น และเริ่มมีฝันเปียก ( nocturnal ejaculation - การหลั่งน้ำอสุจิในขณะหลับและฝันเกี่ยวกับเรื่องทางเพศ) การเกิดฝันเปียกครั้งแรกเป็น สัญญานของการเข้าสู่วัยรุ่นของเพศชาย ส่วนวัยรุ่นหญิงจะเป็นสาวขึ้น คือ เต้านมมีขนาดโตขึ้น ไขมันท่ี
9 เพิ่มขึ้นจะทำให้รูปร่างมีทรวดทรง สะโพกผายออก และเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ( menarche) การมี ประจำเดอื นคร้ังแรก เปน็ สัญญานบอกการเข้าส่วู ัยรนุ่ ในหญิง ทง้ั สองเพศจะมีการเปลย่ี นแปลงของอวยั วะเพศ ซึ่งจะมขี นาดโตขนึ้ และเปลยี่ นเป็นแบบผู้ใหญ่ มขี น ขึ้นบริเวณอวยั วะเพศ มีกล่ินตัว มสี ิวขนึ้ 2. พัฒนาการทางจิตใจ (Psychological Development) 2.1 สติปัญญา(Intellectual Development) วัยนี้สติปัญญาจะพัฒนาสูงขึ้น จนมีความคิดเป็น แบบรปู ธรรม (Jean Piaget ใชค้ ำอธิบายว่า Formal Operation ซ่ึงมีความหมายถึงความสามารถเรียนรู้ เข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ได้ลึกซึ้งขึ้นแบบ abstract thinking) มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และ สังเคราะห์ สิ่งต่างๆได้มากขึ้นตามลำดับจนเมื่อพ้นวัยรุ่นแล้ว จะมีความสามารถทางสติปัญญาได้เหมือน ผู้ใหญ่ แต่ในช่วงระหว่างวัยรุ่นน้ี ยังอาจขาดความยั้งคิด มีความหุนหันพลันแล่น ขาดการไตร่ตรองให้ รอบคอบ ความคิดเกี่ยวกับตนเอง (Self Awareness) วัยนี้จะเริ่มมีความสามารถในการรับรู้ตนเอง ด้าน ต่างๆ ดังนี้ เอกลักษณ์ (identity) วัยรุ่นจะเริ่มแสดงออกถึงสิ่งตนเองชอบ สิ่งที่ตนเองถนัด ซึ่งจะ แสดงถึงความเป็นตัวตนของเขาที่โดดเด่น ได้แก่ วิชาที่เขาชอบเรียน กีฬาที่ชอบเล่น งานอดิเรก การใช้ เวลาว่างให้เกิดความเพลิดเพลิน กลุ่มเพื่อนที่ชอบและสนิทสนมด้วย โดยเขาจะเลือกคบคนที่มีส่วน คล้ายคลึงกัน หรือเข้ากันได้ และจะเกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดแบบอย่างจากกลุ่มเพื่อนนี้เอง ท้ัง แนวคิด คา่ นยิ ม ระบบจรยิ ธรรม การแสดงออกและการแก้ปัญหาในชวี ิต จนสิ่งเหลา่ น้กี ลายเป็นเอกลักษณ์ ของตน และกลายเปน็ บคุ ลกิ ภาพนน่ั เอง สง่ิ ทีแ่ สดงถงึ เอกลกั ษณ์ตนเองยงั มีอีกหลายดา้ น ไดแ้ ก่ เอกลักษณ์ ทางเพศ(sexual identity and sexual orientation) แฟชัน่ ดารา นักรอ้ ง การแต่งกาย ทางความเชื่อ ในศาสนา อาชีพ คติประจำใจ เป้าหมายในการดำเนินชีวิต ( Erik Erikson อธิบายว่าวัยรุ่นจะเกิด เอกลักษณ์ของตนในวัยน้ี ถ้าไมเ่ กดิ จะมีความสบั สนในตนเอง Identity VS Role confusion ) ภาพลกั ษณข์ องตนเอง (self image) คือการมองภาพของตนเอง ในดา้ นต่าง ๆ ได้แก่ หน้าตา รูปร่าง ความสวยความหล่อ ความพิการ ข้อดีข้อด้อยทางร่างกายของตนเอง วัยรุ่นจะสนใจ หรอื ใหเ้ วลาเกย่ี วกบั รปู รา่ ง ผวิ พรรณมากกวา่ วยั อื่นๆ ถ้าตัวมขี อ้ ดอ้ ยกวา่ คนอ่นื กจ็ ะเกดิ ความอับอาย การได้รับการยอมรับจากผู้อื่น (acceptance) วัยนี้ต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อน อย่างมาก การได้รับการยอมรับจะช่วยให้เกิดความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย เห็นคุณค่าของตนเอง มั่นใจ ตนเอง วยั นจ้ี ึงมักอยากเดน่ อยากดงั อยากใหม้ ีคนรจู้ กั มากๆ ความภาคภูมใิ จตนเอง (self esteem) เกดิ จากการท่ตี นเองเป็นทยี่ อมรับของเพ่ือนและคน อ่ืนๆได้ ร้สู กึ วา่ ตนเองมคี ุณคา่ เป็นคนดีและมปี ระโยชน์แก่ผอู้ ่นื ได้ ทำอะไรไดส้ ำเรจ็ ความเป็นตัวของตัวเอง (independent) วัยนี้จะรักอิสระ เสรีภาพ ไม่ค่อยชอบอยู่ใน กฎเกณฑก์ ติกาใดๆ ชอบคดิ เอง ทำเอง พง่ึ ตวั เอง เชือ่ ความคดิ ตนเอง มปี ฏกิ ิริยาตอบโต้ผู้ใหญ่ท่ีบีบบังคับ
10 สูง ความอยากรู้อยากเห็นอยากลองจะมีสูงสดุ ในวัยนี้ ทำให้อาจเกดิ พฤติกรรมเส่ียงได้ง่ายถา้ วยั รุ่นขาดการ ยั้งคิดที่ดี การได้ทำอะไรด้วยตนเอง และทำได้สำเร็จจะช่วยให้วัยรุ่นมีความมั่นใจใน ตนเอง (self confidence) การควบคมุ ตนเอง (self control) วยั นจี้ ะเรยี นร้ทู ่จี ะควบคุมความคิด การรจู้ ักย้ังคดิ การ คดิ ให้เป็นระบบ เพื่อให้สามารถใชค้ วามคิดได้อย่างมีประสิทธภิ าพ และ อยรู่ ว่ มกับผู้อ่นื ได้ 2.2 อารมณ์ (mood) อารมณ์จะปั่นป่วน เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิดง่าย เครียดง่าย โกรธ ง่าย อาจเกิดอารมณ์ซึมเศร้าโดยไม่มีสาเหตุได้ง่าย อารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านี้อาจทำให้เกิดพฤติกรรม เกเร ก้าวร้าว มีผลต่อการเรียนและการดำเนินชีวิต ในวัยรุ่นตอนต้น การควบคุมอารมณ์ยังไม่ค่อยดี นัก บางครั้งยังทำอะไรตามอารมณ์ตัวเองอยู่บ้าง แต่จะค่อยๆดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น อารมณ์เพศวัยนี้จะมี มาก ทำให้มคี วามสนใจเรื่องทางเพศ หรือมพี ฤติกรรมทางเพศ เชน่ การสำเรจ็ ความใครด่ ว้ ยตนเอง ซึ่งถือ ว่าเป็นเรื่องปกติในวยั น้ี แต่พฤติกรรมบางอย่างอาจเป็นปญั หา เช่น เบี่ยงเบนทางเพศ กามวิปริต หรือการมี เพศสมั พันธใ์ นวัยรุ่น 2.3 จริยธรรม (moral development) วัยนี้จะมีความคิดเชิงอุดมคติสูง(idealism) เพราะเขาจะ แยกแยะความผิดชอบชัว่ ดีได้แล้ว มีระบบมโนธรรมของตนเอง ต้องการให้เกิดความถูกตอ้ ง ความชอบธรรม ในสังคม ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ต้องการเป็นคนดี เป็นที่ชื่นชอบของคนอื่น และจะรู้สึกอึดอัดคับข้องใจกับ ความไม่ถูกต้องในสังคม หรือในบ้าน แม้แต่พ่อแม่ของตนเองเขาก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ได้ดีสมบูรณ์แบบเหมือน เมอื่ กอ่ นอกี ตอ่ ไปแล้ว บางคร้งั เขาจะแสดงออก วพิ ากษ์วจิ ารณพ์ อ่ แม่หรือ ครอู าจารยต์ รงๆอย่างรุนแรง การ ต่อต้าน ประท้วงจึงเกิดได้บ่อยในวัยนี้เมื่อวัยรุ่นเห็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการเอาเปรียบ เบียดเบียน ความไม่เสมอภาคกัน ในวัยรุ่นตอนต้นการควบคุมตนเองอาจยังไม่ดีนัก แต่เม่ือพ้นวัยรุ่นนี้ ไป การควบคุมตนเองจะดขี ้ึน จนเปน็ ระบบจริยธรรมทสี่ มบรู ณ์เหมอื นผู้ใหญ่ 3.พัฒนาการทางสังคม (Social Development) วัยนี้จะเริ่มห่างจากทางบ้าน ไม่ค่อยสนิทสนมคลุกคลีกับพ่อแม่พี่น้องเหมือนเดิม แต่จะสนใจเพื่อน มากกว่า จะใช้เวลากับเพื่อนนานๆ มีกิจกรรมนอกบ้านมาก ไม่อยากไปไหนกับทางบ้าน เริ่มมีความ สนใจเพศตรงข้าม สนใจสังคมสิ่งแวดล้อม ปรับตัวเองให้เข้ากับกฎเกณฑ์กติกาของกลุ่ม ของสังคมได้ดี ขึ้น มีความสามารถในทักษะสังคม การสื่อสารเจรจา การแก้ปัญหา การประนีประนอม การยืดหยุ่นโอน อ่อนผ่อนตามกัน และการทำงานร่วมกบั ผู้อ่ืน พัฒนาการทางสังคมที่ดีจะเป็นพน้ื ฐานมนุษยสัมพันธ์ท่ีดี และ บุคลิกภาพที่ดี การเรียนรู้สงั คมจะช่วยให้ตนเองหาแนวทางการดำเนินชีวติ ที่เหมาะกับตนเอง เลือกวิชาชีพท่ี เหมาะกบั ตน และมสี ังคมสิ่งแวดลอ้ มทีด่ ตี อ่ ตนเองในอนาคตต่อไป
11 เปา้ หมายของการพฒั นาวัยรุ่น 1.ร่างกายทแ่ี ขง็ แรง ปราศจากความบกพร่องทางกาย มีความสมบรู ณ์ มภี มู ติ า้ นทานโรคและ ปราศจากภาวะเสีย่ งต่อปัญหาทางกายต่าง ๆ 2.เอกลกั ษณแ์ หง่ ตนเองดี - บคุ ลกิ ภาพดี มที ักษะสว่ นตัว และทักษะสังคมดี - เอกลักษณ์ทางเพศเหมาะสม - การเรียนและอาชพี ได้ตามศกั ยภาพของตน ตามความชอบความถนัด และความเปน็ ไปได้ ทำให้มี ความพอใจต่อตนเอง - การดำเนนิ ชวี ิต สอดคล้องกับความชอบความถนัด มีการผ่อนคลาย กีฬา งานอดิเรก มีความสุข ได้ โดยไม่เบยี ดเบยี นคนอ่ืน มีการชว่ ยเหลอื คนอ่นื และส่ิงแวดลอ้ ม - มีมโนธรรมดี เป็นคนดี 3.มกี ารบรหิ ารตนเองได้ดี สามารถบริหารจดั การตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อ่ืน 4.มีความรบั ผิดชอบ มีความรับผดิ ชอบท้งั ต่อตนเอง ตอ่ ผู้อ่ืน ต่อประเทศชาติ และตอ่ ส่ิงแวดล้อมได้ดี 5.มีมนุษยสมั พันธ์กบั คนอ่นื ได้ดี ปัญหาพฤติกรรมในวัยรุ่น ปญั หาทพ่ี บไดบ้ ่อยในวัยรุ่น มีดงั นี้ ปญั หาความสัมพันธก์ ับพอ่ แม่ วัยนี้จะแสดงพฤติกรรมท่แี สดงความเป็นตวั ของตวั เองค่อนขา้ งมาก การพดู จาไม่คอ่ ยเรียบร้อย อารมณแ์ ปรปรวนเปลีย่ นแปลงงา่ ย ความรับผิดชอบขึน้ ๆลงๆ เอาแต่ใจ ตัวเอง ทำให้พอ่ แม่ ผูป้ กครอง หรือครอู าจารย์หงุดหงดิ ไม่พอใจได้มาก ๆ ถา้ ใช้วธิ ีการจัดการไม่ ถกู ต้อง เชน่ ใช้วธิ ดี ดุ า่ ว่ากลา่ ว ตำหนิ หรอื ลงโทษรนุ แรง จะเกิดปฏกิ ริ ยิ าต่อต้าน เปน็ อารมณ์ต่อกนั ไมไ่ ด้ ชว่ ยเปล่ียนแปลงพฤตกิ รรมวัยรนุ่ วธิ ีการจัดการกับปัญหาพฤติกรรมเหลา่ นี้ เร่ิมต้นจากการทำความเข้า ใจความต้องการของวัยรุ่น มีการตอบสนองโดยประนีประนอมยืดหยนุ่ แต่กย็ งั คงมขี อบเขต พอสมควร พยายามจูงใจให้ร่วมมือมากกวา่ การบงั คับกนั ตรง ๆ หรอื รนุ แรง สร้างความสมั พันธท์ ี่ดีไว้ กอ่ น อย่าหงดุ หงิดกับพฤตกิ รรมเล็กๆนอ้ ย ๆ ปัญหาการใช้สารเสพติด (substance use disorders) ตามธรรมชาติของวัยรุน่ จะมีความอยาก รู้อยากเห็นอยากลองมาก ถ้าขาดการยับยั้งชั่งใจด้วย การที่อยู่ในกลุ่มที่ใช้สารเสพติด หรือเพื่อนใช้สารเสพ ติด จะมีการชักชวนให้ใช้ร่วมกัน บางคนไม่กล้าปฏิเสธเพื่อน บางคนใช้เพื่อให้เหมือนเพื่อนๆ เมื่อลองแล้ว เกิดความพอใจก็จะตดิ ไดง้ ่าย ปัญหาทางเพศ(Sexual Problems) พฤติกรรมรักร่วมเพศ (homosexualism) เป็นพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมา ไดม้ าก คนทีเ่ ปน็ รักร่วมเพศมักจะเจอปัญหาในการดำเนนิ ชีวิตได้มากกว่าคนทวั่ ไป ในบางสังคมมีการต่อต้าน
12 พฤติกรรมรักร่วมเพศ มีการรังเกียจ ล้อเลียน ไม่ยอมรับ บางประเทศมีกฎหมายลงโทษการมีเพศสัมพันธ์ ระหวา่ งเพศเดยี วกนั เอง รกั ร่วมเพศ คอื พฤติกรรมทพี่ ึงพอใจทางเพศกบั เพศเดียวกัน อาจมีการแสดงออกภายนอกให้เห็น ชัดเจนหรอื ไม่ก็ได้ การรักษาผูท้ ี่เป็นรักร่วมเพศ มกั ไมไ่ ดผ้ ล เนอ่ื งจากผู้ทเี่ ป็นรักรว่ มเพศมักจะพอใจในลักษณะแบบ นีอ้ ยู่แล้ว การชว่ ยเหลอื ทำไดโ้ ดยการใหค้ ำปรึกษาผทู้ ีเ่ ปน็ พ่อแม่ และผู้ป่วย เพื่อใหป้ รับตวั ได้ ไมร่ ังเกียจลูก ทเ่ี ปน็ แบบนี้ และผปู้ ่วยแสดงออกเหมาะสม ไมม่ ากเกนิ ไปจนมกี ารรังเกียจต่อต้านจากคนใกลช้ ดิ การป้องกันภาวะรักร่วมเพศ ทำได้โดยการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่เพศเดียวกับ เด็ก เพื่อใหม้ กี ารถ่ายทอดแบบอย่างทางเพศจากพ่อหรือแม่เพศเดยี วกับเดก็ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง (masturbation) ในวัยรุ่นการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองเป็น พฤติกรรมปกติ ไม่มีอันตราย ไม่มีผลเสียต่อร่างกายหรือจิตใจ การทำไม่ควรหมกมุ่นมากจนเป็นปัญหาต่อ การใชเ้ วลาทคี่ วรทำ หรอื ทำใหข้ าดกิจกรรมที่เปน็ ประโยชนอ์ น่ื ๆ การมีเพศสัมพันธใ์ นวัยรุ่น (sexual relationship) มักเกิดจากวัยรุน่ ที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ หรือ มีปญั หาทางอารมณ์ และใช้เพศสมั พนั ธเ์ ปน็ การทดแทน เพศสัมพนั ธใ์ นวยั ร่นุ มักไม่ไดย้ ้งั คิดใหร้ อบคอบ ขาด การไตร่ตรอง ทำตามอารมณ์เพศ หรืออยู่ภายใต้ฤทธิ์ของสารเสพติด ทำให้เกิดปัญหาการติดโรคติดต่อทาง เพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ การทำแท้ง การเลี้ยงลูกที่ไม่ถูกต้อง ปัญหาครอบครัว และกลายเป็นปัญหา สังคมในท่ีสุด ปัญหาบุคลกิ ภาพ (personality problems) วยั รนุ่ จะเป็นวยั ท่ีมีพฒั นาการของบุคลิกภาพอย่าง ชัดเจน ทั้งนิสัยใจคอ การคิด การกระทำ จะเป็นรูปแบบที่สม่ำเสมอ จนสามารถคาดการณ์ได้ว่าใน เหตุการณ์แบบน้ี เขาจะแสดงออกอย่างไร ถ้าการเรียนรู้ที่ผ่านมาดี วัยรุ่นจะมีบุคลิกภาพดีด้วย แต่ในทาง ตรงข้าม ถ้ามปี ญั หาในชีวิต หรอื เรียนรแู้ บบผิดๆ จะกลายเป็นบุคลิกภาพท่ีเปน็ ปัญหา ปรับตัวเข้ากับคนอ่ืน ได้น้อย เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง และจะติดตัวไปตลอดชีวิต ถ้าเป็นปัญหามากๆเรียกว่าบุคลิกภาพ ผิดปกติ (personality disorders) ความประพฤติผิดปกติ (conduct disorder) คือ โรคที่มีปัญหาพฤติกรรมกลุ่มที่ทำให้ผู้อื่น เดือดรอ้ น โดยตนเองพอใจ ได้แก่ การละเมิดสทิ ธผิ อู้ ื่น การขโมย ฉอ้ โกง ตชี ิงวงิ่ ราว ทำรา้ ยผอู้ นื่ ทำลาย ข้าวของ เกเร หรือละเมิดกฎเกณฑ์ของหมู่คณะหรือสังคม การหนีเรียน ไม่กลับบ้าน หนี เที่ยว โกหก หลอกลวง ล่วงเกินทางเพศ การใช้สารเสพติด อาการดังกล่าวนี้มักจะเกิดขึ้นต่อเนื่องมานาน พอสมควร สัมพนั ธก์ นั ปญั หาในครอบครัว การเล้ยี งดู ปัญหาอารมณ์
13 การรักษาควรรีบทำทันที เพราะการปล่อยไว้นาน จะย่งิ เรื้อรังรกั ษายาก และกลายเป็นบุคลิกภาพ แบบอันธพาล (antisocial personality disorder) การปอ้ งกนั ปัญหาวัยร่นุ 1.การเลยี้ งดูอยา่ งถูกต้อง ให้ความรักความอบอ่นุ 2.การฝกึ ใหร้ ูจ้ กั ระเบียบวินัย การควบคุมตวั เอง 3.การฝกึ ทักษะชวี ติ ใหแ้ ก้ไขปญั หาได้ถูกต้อง มีทักษะในการปฏิเสธสง่ิ ที่ไมถ่ ูกต้อง 4.การสอนให้เด็กรู้จักคบเพ่ือน ทกั ษะสงั คมดี 5.การฝกึ ใหเ้ ด็กมเี อกลกั ษณ์เป็นของตนเอง หลักในการส่งเสรมิ พัฒนาวัยรนุ่ พ่อแม่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นพัฒนาในด้านการเรียนเป็นส่วนใหญ่ แต่ความเป็นจริงพบว่าวัยรุ่นขาดการ ส่งเสริมในเรื่องการพัฒนาอารมณ์และสังคม ขาดประสบการณ์ชีวิตอย่างมาก จนทำให้การควบคุมอารมณ์ ตนเองได้ยาก ผ่อนคลายไม่เป็น ปรับตัวเข้ากับคนอื่นๆได้น้อย กลัว ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น รับผิดชอบ ตนเองได้ลำบากติดการพง่ึ พาผู้ใหญ่ มองเหตุการณ์ต่างๆในมมุ แคบ ไมร่ อบคอบ แต่การที่จะทำให้วัยรุ่นสนใจในกจิ กรรมที่พอ่ แม่สรรหามาให้นั้น เพื่อที่จะพัฒนาเบี่ยงเบนพฤติกรรมไป ในทางทดี่ แี ละเป็นประโยชน์ต่อตัววัยรุ่นเองนน้ั จะทำอยา่ งไร 1. เข้าใจวัยรุ่น วัยนี้มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น พึ่งผู้ใหญ่น้อยลง ติดเพื่อน ฟังความเห็นของเพื่อน มากกว่าพ่อแม่ ถ้าจะอยากให้ลูกเข้ากิจกรรมอะไรก็ต้องขยายโอกาสให้เพื่อนๆเขาด้วย เรียกว่าเรียนรู้กันท้ัง กลุ่มไปเลย การกระตุ้นให้วัยนี้สนใจ อยากรู้อยากเหน็ ค้นคว้าหาข้อมลู เพิ่มเติมและอยากลองทำในสิ่งที่ดีๆน้นั ทำได้ไม่ยากแต่พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีด้วย การร่วมคิด ร่วมวางแผน คิดหลายๆด้านทั้งด้านการเงิน การ เดินทาง การเตรียมตัว จะช่วยให้วัยรุ่นมองได้รอบด้านขึ้น ยิ่งทำหรือมีประสบการณ์หลากหลายจะช่วยให้ วัยรุน่ เขา้ ใจตนเอง รวู้ ่าตนเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ถนดั ทางไหน ซึ่งจะเป็นส่วนหน่ึงในการค้นหาเอกลักษณ์ ของตนเอง 2. มองให้รอบด้าน เพราะชีวิตมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้และพัฒนาตนเองหลายด้าน ทั้งด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ ภาษา ทักษะการพูด การเข้าสังคม การเดินทาง การผจญภัย การช่วยเหลือผู้อื่น การแก้ปัญหาเฉพาะ หน้า การทำกับข้าว ทำขนม ซ่อมสิ่งของ ใช้คอมพิวเตอร์ การปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ใหม่ การควบคุม อารมณ์ การผ่อนคลายตนเอง เป็นต้น อย่าส่งเสริมแต่การเรียนโดยให้เรียนพิเศษมากๆเพราะจะทำให้วัยรุ่น ขาดประสบการณใ์ นดา้ นอ่นื ไปอย่างนา่ เสียดาย
14 3. กิจกรรมหลากหลาย ที่เหมาะสม ท้าทาย สนุก เช่น การเข้าค่ายผจญภัย ค่ายนักกีฬามือใหม่ ค่าย YMCA YPDC ฝึกร้องเพลง วาดรูป ว่ายน้ำ เลน่ สกี เรียนเทนนสิ ทำขนม เยบ็ ผ้า เตน้ รำ รำละคร เป็นต้น สลับ ไปมาเพื่อไม่ให้เบื่อ ความสนุกหรือมีเรื่องท้าทาย คาดเดาไม่ได้ล่วงหน้าจะเป็นหัวใจในการจัดกิจกรรมที่ดึง ความสนใจวยั ร่นุ ได้นาน 4. สง่ เสริมพฒั นาการทุกด้านไปพร้อมกัน วัยรุ่นแต่ละคนมจี ุดเดน่ ความชอบ ความถนดั แตกตา่ งกนั แต่ ก็ยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาด้านอื่นอีก ดังนั้นการเลือกกิจกรรมเฉพาะจนเกิดการเรียนรู้ด้านเดียว เช่น การเรี ยน พิเศษ การเรียนเปยี โน คอมพิวเตอร์ ฝึกพดู ภาษา ทำกับขา้ ว วา่ ยนำ้ จะฝกึ ไดส้ ้ันๆ เช่น 1 ช่ัวโมงต่อสัปดาห์แต่ สม่ำเสมอจะช่วยให้เกิดความสามารถเกิดขึ้นในระยะยาวได้ แต่จะได้เพื่อนหรือต้องปรับตัวเข้ากับคนอื่นน้อย กว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการเข้าค่ายฤดูร้อนระยะยาว ที่เน้นการอยู่รวมกับคนอื่น ช่วยตัวเอง ต้องตัดสินใจ ได้ ต่ืนเต้นผจญภัย ต้องแกป้ ัญหาเฉพาะหน้า จะชว่ ยพฒั นาทักษะในด้านอารมณ์ การปรบั ตวั และการเข้าสังคมได้ จริงจัง 5. ให้ตัดสินใจด้วยตัวเอง การพูดคุยวางแผน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากในการให้วัยรุ่นเรียนรู้ถึงการ ค้นหาข้อมูลซึ่งพ่อแม่อาจช่วยค้นหาในบางส่วน แต่เขาต้องหัดวางแผน ติดต่อ สอบถาม และนำมาปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพ่อแม่ คิดล่วงหน้าถึงความเป็นไปได้ในด้านบวกและลบ วิเคราะห์ความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยงและหาสาเหตุของความเสี่ยง โอกาสอันตราย หาวิธีป้องกันความเสี่ยง การลดความเสี่ยง ด้วยวิธีการต่างๆ หรือการแก้ไขปัญหา ถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น มีช่องทางออก ทางหนีทีไล่อย่างไร วิเคราะห์ โอกาสต่างๆ ข้อดีขอ้ เสยี ของแตล่ ะทางเลอื ก ก่อนที่จะใหต้ ัดสินใจดว้ ยตวั เองและไปสมคั รเข้าร่วมกจิ กรรม 6. สนบั สนนุ และตดิ ตามผล พอ่ แม่มีบทบาทสงู มากในการสง่ เสริมพัฒนาวยั รุ่นในทางที่เหมาะสม ถ้าไม่ ไปติดกับการเร่งรัดในเรื่องการเรียนมากมาย ไม่ว่าวัยรุ่นจะเลือกตัดสินอะไรพ่อแม่ยังมีหน้าที่กระตุ้นให้เขาได้ เรยี นรูผ้ ลกระทบของการตดั สนิ ใจหรอื ประสบการณ์น้นั ๆใหม้ ากท่ีสดุ ถึงแม้ว่าการตัดสินใจของวัยรุ่นอาจไม่ตรง กับใจของพ่อแม่ก็ตาม แต่การบังคับวัยรุ่นให้ทำตามที่พ่อแม่สั่งก็มักไม่สำเร็จ การจูงใจให้วัยรุ่นมองเห็นทาง สนใจและอยากทำอะไรดว้ ยตวั เองในทศิ ทางท่ีเหมาะสมจงึ เป็นวิธีการที่ไดผ้ ลเสมอมา เทคนคิ พ่อแมท่ ่ีวัยรุ่นไมช่ อบ การท่ีจะใชช้ วี ิตอยู่กับลูกวยั ร่นุ ได้อยา่ งมีความสุขท้ังสองฝา่ ยน้นั จำเป็นต้องมีความรู้พน้ื ฐานในเร่ืองนไ้ี ว้ เพอื่ หลีกเล่ยี งและป้องกนั ปัญหาต่อไป สง่ิ ท่วี ยั ร่นุ ไมช่ อบวธิ ีการของผ้ใู หญ่ คือ 1. การบีบบังคับ ให้ทำงานตามที่พ่อแม่สั่ง โดยไม่เน้นให้วัยรุ่นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นหรือ ถามความสมคั รใจ
15 2. ลงโทษรุนแรงไม่สมกับความผิด หรือตีด้วยความโกรธ ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดีของพ่อแม่ลูกไปเลย หรือทำให้เกิดการเลียนแบบความก้าวร้าว และวัยรุ่นเองก็จะมองตัวเองไม่ดีเช่นกัน ยิ่งถ้าวัยรุ่นไม่ได้ รู้สึกว่าตวั เองทำผดิ การลงโทษเช่นน้ีจะทำให้เกิดการเก็บกดความไม่พอใจ ความโกรธและคิดที่จะแก้ แค้นได้ 3. ไล่ออกจากบ้าน หรือตัดพ่อตัดลูกกัน ส่วนมากพ่อแม่พูดออกมาเพราะควบคุมความโกรธและผิดหวัง ไม่ได้ มิได้ตั้งใจจะไล่ออกจากบ้านจริงๆหรอื จะไม่รับไวเ้ ป็นลูก เพียงแต่ในช่วงนั้นไม่อยากเห็นหนา้ ลกู การพูดแค่หนเดียวแต่ผลกระทบที่เกิดกับวัยรุ่นมีมหาศาล เพราะวัยรุ่นจะรู้สึกว่าความสัมพันธ์ที่มีต่อ กันสิ้นสุดเกินกว่าทีจ่ ะแก้ไขแล้ว รู้สึกไม่เป็นที่ต้อนรับ ไม่ใช้ส่วนหนึ่งของบ้านอีกต่อไป ไม่มีความเป็น มิตร ไม่มีใครรัก และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า เมื่อมีปัญหากับพ่อแม่ใหม่ในเวลาต่อมา ความทรงจำท่ี รูส้ กึ ว่าตนเองไม่เป็นทต่ี อ้ งการ ก็จะกลบั มาซำ้ เตมิ ได้อกี 4. ประจานให้อับอาย เปน็ การทำร้ายจติ ใจอยา่ งรนุ แรง ทำให้เกดิ ความไม่ม่ันใจ กลวั คนอื่นไม่ยอมรบั 5. ประชดประชัน เป็นการระบายความโกรธของผใู้ หญท่ ่ีหลายคนนิยมใช้ อาจทำให้คนฟังรู้สึกผิดอับอาย เพิม่ ขึ้น หรืออาจไปกระตนุ้ ความโกรธและไปเพิ่มการต่อต้านของวยั ร่นุ ได้ หรือ ลำเลิกบุญคณุ จู้จ้ี ขบ้ี ่น ด่าวา่ เป็นคนไม่ดี เลว ไม่สมควรเกดิ มาเปน็ พอ่ แม่ลกู กนั 6. ไมฟ่ งั เหตผุ ล ไม่ฟังเรื่องราวใหจ้ บ ห้ามเถียง หรือทำเรอื่ งเล็กให้เปน็ เรือ่ งใหญ่ 7. ทำยังกบั เป็นเดก็ เล็กๆ คอยทำทุกอย่างให้ คิดแทน ตัดสนิ ใจแทน วนุ่ วาย ก้าวก่ายกบั เรื่องส่วนตัวมาก เกินไป จนรำคาญ 8. ไม่ตอ้ นรบั ไมใ่ สใ่ จ รังเกียจเพือ่ นของเขา หรอื บังคับให้เลกิ คบเพอ่ื น 9. เฉยเมย ไมใ่ สใ่ จ ไม่สนใจ ไม่แสดงความเป็นห่วง มองแง่รา้ ยเสมอ 10. ทำตวั ขึน้ ๆลงๆ กฎเกณฑไ์ ม่แน่นอน
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: