โครงงานสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เร่อื ง NGN สบสู่ มุนไพรขดั ผวิ รายชอ่ื ผู้จัดทำ เด็กหญงิ กฤตมิ า รักชว่ ย เด็กชายสุรชัช เขยี วเยาว์ เด็กชายกฤตพิ งศ์ ทองดว้ ง ครูทีป่ รึกษา นางสาวกัญญา ไชยศรยี า นายอนุสรณ์ เพชรศรีเปยี นางสมุ ลฑา ชชู ว่ ย นางสาวฬรุ ยิ า จันทรส์ ขุ ศรี โรงเรียนวัดโงกน้ำ สำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาพัทลงุ เขต 1 รายงานเล่มนี้เปน็ ส่วนประกอบของโครงงานจากหนงั สือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ เนอื่ งในการประกวดโครงงานจากหนงั สอื สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ 1
ชื่อโครงงาน NGN สบสู่ มุนไพรขัดผวิ ช่อื ผ้จู ัดทำ เดก็ หญงิ กฤตมิ า รักช่วย เด็กชายสุรชัช เขียวเยาว์ ครูทป่ี รกึ ษา เดก็ ชายกฤติพงศ์ ทองดว้ ง นางสาวกัญญา ไชยศรยี า สถานศกึ ษา นายอนุสรณ์ เพชรศรีเปยี ปีการศกึ ษา นางสุมลฑา ชชู ว่ ย นางสาวฬุริยา จันทรส์ ขุ ศรี โรงเรียนวัดโงกน้ำ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาพทั ลุง เขต 1 2566 บทคัดย่อ จากการจัดแข่งกีฬาสีโรงเรียนวดั โงกนำ้ ประจำปีการศึกษา 2566 ซึ่งจัดขึน้ ในวันศกุ ร์ที่ 28 มิถุนายน 2566 และการแข่งขันกีฬาเครือข่ายที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ทีผ่ ่านมาซึ่งดว้ ยอากาศท่ีร้อนจัด สง่ ผลให้นักเรียนโรงเรียนวัดโงกน้ำหลายคนมีผวิ ทีแ่ หง้ กระด้างเกิดอาการคัน และเป็นตุ่มบริเวณตามผวิ หนงั ผ้จู ดั ทำโครงงานสังเกตเหน็ ว่า เมื่อเด็กถกู นำ้ ร้อนลวกแผลไฟไหม้ แผลเรื้อรงั ฝี และแก้พิษแมลงสัตว์ กัดต่อยผู้ใหญ่จะใช้ว่านหางจระเข้มาทาที่โดยบอกว่าช่วยให้แผลหายเร็ว และจะไม่เป็นแผลเป็นรอยด่าง ส่วนขมิ้น คนโบราณมักจะนำผงเหง้าขมิน้ ผสมกบั น้ำฝนคนให้เขา้ กันใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนเช้า เย็น นอกจากนี้ขมิ้นยังมีสรรพคุณแก้อาการคัน และตุ่มจะยุบหายไป จะเห็นได้ว่าหากเรารู้จักใช้สมุนไพรซึ่งเป็น พืชที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคบางชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่บางแห่งที่เราไม่สามารถหาซื้อได้ สมนุ ไพรย่งิ เปน็ สิง่ สำคัญ ผูจ้ ดั ทำโครงงานได้เลง็ เหน็ ถงึ ประโยชน์ของสมุนไพร เชน่ วา่ นหางจระเข้ และขมิ้น ซ่ึงหาได้โดยทั่วไป ในชุมชนโรงเรยี นวัดโงกนำ้ จึงนำพชื สมุนไพรจำนวน 2 ชนิด มาทำเปน็ สบู่สมุนไพรเพื่อทำความสะอาดร่างกาย ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์ของพืชสมุนไพรจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเข้าอยู่หัว เล่ม 14 หน้าที่ 269 -270 และหน้าที่ 277 และได้ทราบว่าพืชสมุนไพรท้ัง 2 ชนิด คือว่านหางจระเข้ และขมิ้นมีสรรพคุณทางยานอกจากนี้ส่วนประกอบ สำคัญทุกชนิดที่ใช้ในกระบวนการผลิต ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติซึ่งสร้างความมั่นใจได้ว่าไม่ มี สารสังเคราะห์ใดๆ เจือปนอยใู่ นสบู่ จงึ เป็นสบธู่ รรมชาติที่มคี วามปลอดภัย โครงงานจากหนงั สือสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เร่ือง NGN สบู่สมนุ ไพรขดั ผิว ก
กติ ติกรรมประกาศ โครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เรื่อง NGN สบู่สมุนไพรขัดผิว จะสำเร็จมิได้หากไม่ได้ คุณครูกัญญา ไชยศรียา คุณครูอนุสรณ์ เพชรศรีเปีย คุณครูสุมลฑา ชูช่วย และคุณครูฬุริยา จันทร์สุขศรี คอยใหค้ ำปรกึ ษาและชี้แนะแนวทางในการดำเนนิ โครงงานครั้งนีจ้ นสำเรจ็ ได้โดยสมบูรณ์ ขอขอบคุณผู้อำนวยการกาญจนา ชูทับ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโงกน้ำ ที่ให้ความอนุเคราะห์และ คอยให้คำชีแ้ นะแนวทางในการจัดทำโครงงานน้ี สุดท้ายต้องขอขอบพระคุณ บิดาและมารดาของผู้จัดทำที่เป็นขวัญและกำลังใจในการทำโครงงาน ครัง้ นี้ คณะผู้จัดทำ โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เรอ่ื ง NGN สบ่สู มนุ ไพรขัดผิว ข
สารบัญ หน้า บทคดั ยอ่ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ สารบัญตาราง ค สารบัญรูปภาพ ง บทท่ี 1 บทนำ จ ทม่ี าและความสำคญั 1 วัตถปุ ระสงค์ 1 สมมติฐานการศึกษา ขอบเขตการศึกษา 1 นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 1 บทท่ี 2 เอกสารที่เก่ยี วขอ้ ง 2 ขอ้ มลู เก่ยี วกับสมุนไพร ขอ้ มลู เก่ยี วกับสบู่ 2 บทท่ี 3 วิธีการดำเนนิ การ 3 วัสดอุ ปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการศึกษา วธิ กี ารดำเนินการศกึ ษา 3 ข้นั ตอนการทำสบู่สมนุ ไพร 8 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ 10 บทที่ 5 สรปุ และและอภิปรายผลการดำเนินการ สรุปผล 10 ขอ้ เสนอแนะ 12 ประโยชนท์ ี่ไดร้ ับ เอกสารอ้างอิง 14 ภาคผนวก 18 19 19 19 19 20 21 โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เรื่อง NGN สบ่สู มนุ ไพรขดั ผิว ค
สารบญั ตาราง หน้า 10 ตารางท่ี 11 3.1.1 แสดงอปุ กรณใ์ นการทำสบู่สมุนไพร 3.1.2 แสดงส่วนผสมในการทำสบู่สมุนไพร โครงงานจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เรื่อง NGN สบู่สมุนไพรขดั ผวิ ง
สารบัญรูปภาพ หนา้ 4 ภาพท่ี 2.1 ลำตน้ วา่ นหางจระเข้ 4 2.2 เนื้อวุน้ วา่ นหางจระเข้ 6 2.3 ขมนิ้ หรือขม้ินชนั 7 2.4 เหงา้ ขมิน้ หรอื ขมน้ิ ชัน 2.5 ผงขม้ินหรือขม้ินชัน 7 3.2.1.1 คิดหวั ข้อ 12 3.2.1.2 นำเสนอชื่อโครงงาน 3.2.2.1 ศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ 12 3.2.2.2 สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ 12 3.2.3 นำเสนอเทคนิคและวิธีการทำสบู่ขัดผิวสมุนไพร 12 3.2.4 จดั ทำรา่ งโครงงาน 3.2.5 คณะผู้จัดทำนำเสนอโครงงาน 12 3.3.1 นำกรเี ซอรนี ใส่หม้อ 13 3.3.2 ใช้ไม้พายคนส่วนผสม 3.3.3 หยดนำ้ หอม 13 3.3.4 คนเพอื่ ให้สว่ นผสมเข้ากนั 14 3.3.5 เทสว่ นผสมลงพมิ พ์ 14 3.3.6 สบจู่ ับตัวเปน็ กอ้ น 3.3.7 แกะออกจากพมิ พ์ 14 3.3.8 นำสบ่หู อ่ ฟิลม์ ถนอมอาหาร 15 3.3.9.1 NGN สบู่สมุนไพรขัดผวิ 3.3.9.2 สบู่สมุนไพรขัดผิวจากว่านหางจระเข้ 15 3.3.9.3 สบู่สมุนไพรขัดผิวจากขมิ้น 15 16 16 16 17 17 โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ เรอ่ื ง NGN สบู่สมุนไพรขดั ผวิ จ
บทที่ 1 บทนำ 1.1 ทีม่ าและความสำคญั ในปัจจุบันประเทศไทยเรามีฝุ่นมลภาวะมากมาย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว และบางคนมีการ แพ้สารเคมีจึงไม่สามารถเลือกใช้สบู่ทั่วไปที่ขายตามห้างสรรพสินค้าได้มากนัก จึงหันมาใช้สบู่สมุนไพรที่ทำมา จากธรรมชาตมิ ากกวา่ สบูเ่ ป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตวั และชำระล้างรา่ งกาย ในปจั จุบนั สบเู่ กิดการพฒั นา ทั้งสี กลิ่น รูปร่าง ผิวสัมผัส และส่วนผสมภายในสบู่ บางผลิตภัณฑ์ทำมาจากธรรมชาติเพื่อตอบสนองผู้ที่แพ้ สารเคมี และคนสว่ นมากสนใจหันมาซื้อสบ่จู ากธรรมชาติเพราะไมม่ ีอนั ตรายตอ่ ผวิ หนงั และมรี าคาถกู จากการจัดแข่งกีฬาสีโรงเรียนวัดโงกน้ำประจำปีการศึกษา 2566 ซึ่งจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน 2566 และการแข่งขันกีฬาเครือข่ายที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมาซึ่งด้วยอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้นักเรียนโรงเรียนวดั โงกน้ำหลายคนมีผิวที่แห้งกระด้างเกดิ อาการคัน และเปน็ ต่มุ บรเิ วณตามผวิ หนัง ผู้จัดทำโครงงานสังเกตเห็นว่า เมื่อเด็กถูกน้ำรอ้ นลวกแผลไฟไหม้ แผลเรื้อรัง ฝี และแก้พิษแมลงสัตว์ กัดต่อยผู้ใหญ่จะใช้ว่านหางจระเข้มาทาที่โดยบอกว่าช่วยให้แผลหายเร็ว และจะไม่เป็นแผลเป็นรอยด่าง ส่วนขมิ้น คนโบราณมักจะนำผงเหง้าขมิ้นผสมกับน้ำฝนคนให้เข้ากันใช้ทาบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อนเช้า เย็น นอกจากนี้ขมิ้นยังมีสรรพคุณแก้อาการคนั และตุ่มจะยุบหายไป จะเห็นได้ว่าหากเรารู้จักใช้สมุนไพรซึ่งเป็นพืช ที่มีสรรพคุณในการรกั ษาโรคบางชนดิ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงในสถานที่บางแห่งท่ีเราไมส่ ามารถหาซือ้ ได้ สมุนไพร ยิ่งเป็นสิ่งสำคญั ผู้จัดทำโครงงานได้เล็งเหน็ ถึงประโยชนข์ องสมุนไพร เช่น ว่านหางจระเข้ และขมิ้น ซึ่งหาได้โดยทั่วไป ในชมุ ชนโรงเรียนวัดโงกนำ้ จงึ นำพืชสมุนไพรจำนวน 2 ชนดิ มาทำเปน็ สบู่สมนุ ไพรเพือ่ ทำความสะอาดรา่ งกาย ข้าพเจ้าได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับประโยชน์ของพืชสมุนไพรจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเดจ็ พระเข้าอยู่หัว เล่ม 14 หน้าที่ 269-270 และหน้าที่ 277 และได้ทราบ วา่ พชื สมุนไพรท้งั 2 ชนดิ คอื วา่ นหางจระเข้ และขม้นิ มสี รรพคุณทางยานอกจากนีส้ ว่ นประกอบสำคัญทุกชนิด ที่ใช้ในกระบวนการผลิต ยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติซึ่งสร้างความมั่นใจได้ว่าไม่มีสารสังเคราะห์ใดๆ เจอื ปนอยู่ในสบู่ จึงเปน็ สบู่ธรรมชาตทิ มี่ คี วามปลอดภัย 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพอ่ื ศึกษาสรรพคุณของพืชสมนุ ไพรชนิดตา่ งๆท่นี ำมาเป็นสว่ นผสมในการทำสบู่ 1.2.2 เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นได้ลงมอื ปฏบิ ัตจิ รงิ และนำสบทู่ ่ที ำมาใช้ให้เกิดประโยชนก์ ับตวั เอง 1.2.3 เพือ่ ให้มสี บ่ทู ี่ผลิตจากสมนุ ไพรธรรมชาติ 1.2.4 เพื่อศึกษาทักษะกระบวนการคิดโดยสามารถคิดอย่างอิสระ คิดอย่างหลากหลาย และคิดอย่าง สรา้ งสรรคไ์ ด้ 1.3 สมมติฐานของการศึกษา 1.3.1 สมนุ ไพรวา่ นหางจระเข้และขมน้ิ เมือ่ นำมาเปน็ ส่วนผสมของสบูจ่ ะมสี รรพคณุ ชว่ ยบำรุงผิวได้ ตวั แปรทเี่ กย่ี วขอ้ ง ตวั แปรต้น ชนดิ ของสมุนไพร (ว่านหางจระเข้และขมน้ิ ) ตัวแปรตาม สรรพคณุ การบำรงุ ผิว (ความชมุ่ ชนื่ และกระจ่างใส) ตวั แปรควบคมุ ปรมิ าณสาร อุณหภูมิ ระยะเวลาในการตม้ โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเร่อื ง NGN สบสู่ มนุ ไพรขัดผิว 1
1.4 ขอบเขตการศกึ ษาเรียนรู้ กลุม่ เป้าหมาย นักเรยี นโรงเรยี นวัดโงกนำ้ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ปกี ารศึกษา 2566 จำนวน 16 คน ระยะเวลา พฤษภาคม – กรกฎาคม พ.ศ. 2566 สถานทใ่ี นการดำเนนิ โครงงาน โรงเรยี นวดั โงกนำ้ อำเภอควนขนนุ จังหวดั พทั ลุง 1.5 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. พชื สมุนไพร คือ พืชท่ีมีสรรพคุณในการรกั ษาโรค หรอื อาการเจ็บป่วยต่างๆ 2. ช้ินวุ้นหางจระเข้ คือ ดา้ นในใบว่านหางจระเข้เมื่อปอกเปลือกออกจะเหน็ เปน็ น้ำเมือกท่ีไดจ้ ากวนุ้ 3. ขมนิ้ คอื ขม้นิ แกงใช้สว่ นเหง้าขม้นิ มาขูดเอาเนื้อขม้ิน 4. สบู่ คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดร่างกายที่ได้จากปฏิกิริยาของด่างกับไขมันจากพืชหรือ สตั ว์ โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเร่อื ง NGN สบสู่ มนุ ไพรขดั ผิว 2
บทที่ 2 เอกสารท่ีเก่ียวขอ้ ง ในการจดั ทำโครงงานส่งเสริมการอ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เรื่อง NGN สบู่สมุนไพรขัดผิว ผจู้ ดั ทำโครงงานได้ศึกษาเอกสารและเวบ็ ไซส์ต่างๆทเี่ ก่ียวข้อง ดังน้ี 2.1 ขอ้ มูลเกี่ยวกับสมนุ ไพร 2.2 ข้อมลู เก่ยี วกับสบู่ 2.1 ข้อมูลเก่ียวกบั สมุนไพร ความหมายของพชื สมุนไพร คำวา่ สมุนไพร ตามพระราชบัญญตั ยิ า หมายถงึ “ยาท่ีได้จากพชื สัตว์ หรือแร่ ซึ่งยังไม่ได้ผสม ปรุง หรือเปลี่ยนสภาพ” เช่น พืชก็ยังเป็นส่วนของราก ลำต้น ใบ ดอก ผล ฯลฯ ยังไม่ไดผ้ า่ นขั้นขอนการแปรรปู ใด ๆ ความหมายของสมุนไพร ตามพจนานุกรม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถานสถาน พ.ศ. 2542 หมายถงึ ผลิตผลจากธรรมชาติได้จากพืช สัตว์ และแร่ธาตุที่ใช้เป็นยาหรือผสมกับสารอื่นๆ ตามตำรับยาเพื่อบำบัดโรค บำรงุ รา่ งกายหรอื ใช้เปน็ ยาพิษ เชน่ กระเทยี ม น้ำผึง้ รากดิน ไส้เดอื น เขากวางอ่อน กำมะถนั ยางนอ่ ง โล่ตน๊ิ ความหมายของขมิ้น ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง ช่อื ไม้ล้มลกุ ชนิด Curcumalomgaในวง Zingiberaceaeเหงา้ สีเหลอื งใชป้ รุงอาหารทำยา ทำผงทาตัว ข้อมูลทั่วไปของว่านหางจระเข้ (ยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน)ชื่อวิทยาศาสตร:์ Aloe barbadensis Mill. ชื่อพร้อง: Aloe vera ชื่อสามัญ : Star cactus, Aloe, Aloin, Jafferabad, Barbados วงศ์ : Asphodelaceae / Liliaceae ชื่ออื่น : หางตะเข้ (ภาคกลาง) ว่านไฟไหม้ (ภาคเหนือ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก ลําต้นเป็นข้อปล้องสั้น ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบต้น ใบหนา และยาว โคนใบใหญ่ ส่วนปลายใบแหลม ขอบใบเป็นหนามแหลมห่างกน แผ่นใบหนาสีเขียว มีจุดยาวสีเขียว อ่อน อวบนํ้า ข้างในเป็นวุน้ ใสสีเขียวอ่อน ดอก ออกเป็นช่อกระจะท่ีปลายยอด ก้านช่อดอกยาว ดอกสีแดงอม เ ห ล ื อ ง (จ า ก http://gustavothomasflowers.blogspot.com/2009/05/aloe-vera-flower-at-de- young-useumsan.html) 2.1.1 วา่ นหางจระเข้ 2.1.1.1 ลักษณะทางพันธุศาสตร์ของว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้เป็นพืชชนิดหน่ึงทีพ่ ชื อวบนำ้ ลำต้นส้ันหรือไมม่ ีลำตน้ สูง 10-100 ซม. (24–39 นวิ้ ) กระจายพนั ธ์ุโดยตะเกยี ง ใบหนาอ้วนมสี เี ขียวถึงเทา-เขยี ว บางสายพนั ธุม์ จี ดุ สีขาวบนและลา่ งของ โคนใบขอบใบเป็นหยักและมีฟันเล็กๆสีขาว ออกดอกในฤดูร้อนบนช่อเชิงลด สูงได้ถึง 90 ซม.( ดอกเป็นดอก ห้อย วงกลีบดอกสีเหลืองรูปหลอด ยาว 2–3 ซม. (0.8–1.2 นิ้ว)ว่านหางจระเข้ก็เหมือนพืชชนิดอื่นในสกุลท่ี สรา้ งอารบ์ สั คลู ารไ์ มคอร์ไรซา (arbuscular mycorrhiza) ขึ้น ซง่ึ เป็นสมชีพทท่ี ำให้พืชดูดซึมสารอาหารและแร่ ธาตุในดินได้ดขี ้นึ โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรื่อง NGN สบู่สมนุ ไพรขดั ผวิ 3
ภาพท่ี 2.1 ลำตน้ วา่ นหางจระเข้ ลำต้น ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) คือ พืชชนดิ หนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในประเภทพืชล้มลุก สีเขียว มีลักษณะลำตน้ เป็นข้อปล้อง ใบเดี่ยว ใบหนายาวและโคนใบใหญ่ ปลายแหลม ขอบใบมีหนามห่างกันเป็นระยะ เรียงเป็นชั้น ข้างในใบเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน มีเมือกเหนียว สามารถออกดอกสีแดงอมเหลืองที่ปลายยอดได้ มีถิ่นกำเนิดมา จากแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและตอนใต้ของทวีปแอฟริกา สามารถปลูกได้ง่ายในดินทราย หรือใน กระถางก็ได้ เป็นพชื ชอบนำ้ แต่ตอ้ งมีทางระบายน้ำได้ดี ป้องกนั ไมใ่ หอ้ มน้ำมากเกนิ ไปจนรากเน่า ภาพที่ 2.2 เน้ือวุ้นวา่ นหางจระเข้ เน้ือวนุ้ ว่านหางจระเข้ เนื้อวุ้นในใบว่านหางจระเข้คอื ตัวสำคญั ต้องใช้มดี คมๆปอกเปลอื กใบออกใหห้ มด 2.1.1.2 สรรพคุณว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้นั้นจัดเป็นพืชที่มีสรรพคุณต่าง ๆ มากมาย สามารถใช้บรรเทาโรคทัง้ ภายนอกและภายในร่างกาย อกี ท้งั ยังใชบ้ ำรุงผิวพรรณไดอ้ กี ด้วย ดังนี้ ประโยชน์ภายนอก 1. รักษาแผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก โดยปอกเปลือกนอก นำวุ้นสดภายในใบไปล้างยางออก ให้สะอาด แล้วนำไปประคบแผลตลอด 2 วันแรก จะชว่ ยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน สมานแผลให้เร็วขึ้น และไมท่ ้ิงรอ่ งรอยแผลเปน็ อกี ด้วย 2. ป้องกันและบรรเทารอยไหม้จากการออกแดด นำใบสด ๆ ของว่านหางจระเข้ผสมกับ โลชั่นทาลงบนผิวหนังก่อนออกแดด จะช่วยป้องกันแสงแดดได้ แต่ถ้าหากเกิดรอยไหม้ขึ้นบนผิวหนังหลังออก แดดแล้ว ให้ใช้วุ้นที่ล้างสะอาดมาทาเพื่อลดอาการอักเสบ ถ้าจะให้ดีลองผสมกับน้ำมันพืช หรือน้ำมันมะ กอก เพ่อื ลดอาการผวิ แหง้ ตึงจนเกนิ ไป โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรื่อง NGN สบู่สมุนไพรขดั ผิว 4
3. บรรเทารอยไหม้จากการฉายรังสีของผู้ป่วย โดยใช้วิธีการนำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้าง สะอาดมาประคบที่รอยไหม้จากการทำคีโม จะช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน และทำให้ฟื้นตัวเร็วข้ึน 4. สมานแผลจากของมคี มและแผลถลอก หากได้รับบาดเจ็บจากของมีคม ใช้วุ้นจากว่านหาง จระเข้ที่ยังมีเมือกอยู่ แปะลงไปบนแผล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสมานแผลให้เร็วขึ้นได้ 5. รักษาฝีและโรคริดสีดวงทวาร ทำความสะอาดบริเวณทีเ่ กดิ โรคให้แห้งแล้วนำวุ้นไปแปะลง บนแผล หากเป็นที่ทวารหนักให้ปอกวุ้นให้เป็นแท่งแล้วล้างให้สะอาด นำไปแช่เย็นให้แข็ง เพื่อสอดเหน็บใน ช่องทวารหนกั วันละ 1-2 คร้งั อาการริดสดี วงจะดขี นึ้ 6. รักษาตาปลาและฮ่องกงฟุต นำเนื้อวุ้นที่ล้างทำความสะอาดแล้ว ไปแปะลงบริเวณที่เกิด โรค หมั่นเปลี่ยนเนื้อวุ้นบ่อย ๆ โดยหากเป็นตาปลาส่วนที่แห้งลงจะเกิดรูบุ๋มขึ้น ให้ใช้ว่านหางจระเข้ประคบ ต่อไปจนกว่ารอยบุ๋มจะสมานและเล็กลง ส่วนฮ่องกงฟุตให้ประคบด้วยว่านหางจระเข้เอาไว้จนกว่าแผลจะแห้ง ลงและอาการดีขึ้น 7. แก้ปวดศีรษะ ตัดใบสดจากต้นว่านหางจระเข้ แล้วนำปูนแดงทาบริเวณวุ้น ถือใบสดแล้ว นำวุ้นผสมปูนแดงประคบบริเวณขมับหรือท้ายทอย ตามจุดที่ปวด จะช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะได้ 8. บรรเทาอาการปวดฟัน ตัดเนื้อว่านหางจระเข้ออกเป็นแท่งเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร นำไปเหน็บไว้ตามซอกฟันที่มอี าการปวด หรือประคบไวก้ ไ็ ด้ ใชเ้ วลาประมาณ 30 นาที อาการปวด จะค่อย ๆ บรรเทาลง ประโยชน์ภายใน 1. บรรเทาอาการปวดข้อ นำวุ้นว่านหางจระเข้ที่ล้างทำความสะอาดแล้วไปแช่ตู้เย็น และ รับประทานเพื่อบรรเทาอาการปวดตามข้อต่าง ๆ โดยสามารถใช้ได้ทั้งเนื้อวุ้น และน้ำวุ้น หากอยากให้ ร ั บ ป ร ะ ท า น ง ่ า ย ข ึ ้ น ส า ม า ร ถ น ำ ไ ป ป ั ่ น เ ป ็ น น ้ ำ ว ่ า น ห า ง จ ร ะ เ ข ้ ก ็ ช ่ ว ย บ ร ร เ ท า อ า ก า ร ไ ด ้ เ ช ่ น กั น 2. ใช้เป็นยาถ่าย โดยเลือกตัดว่านหางจระเข้พันธุ์เฉพาะที่ใบใหญ่และมีน้ำยางสีเหลืองใน ปริมาณมาก อายุประมาณ 9 เดือนขึ้นไป รองน้ำยางที่ไหลออกมาจากใบ แล้วนำไปเคี่ยวให้ข้น เทลงในพิมพ์ ขนาดเล็กให้แข็งเป็นก้อนรับประทานเป็นยาได้ ซึ่งเม็ดยาจะมีสีแดงอมน้ำตาลไปจนถึงดำ เรียกว่า ยาดำ แบ่งรับประทานครั้งละประมาณ 0.25 กรัม (250 มิลลิกรัม) จะเป็นขนาดที่เหมาะสมในการใช้เป็นยาถ่าย หากต้องการรับประทานแบบสด ๆ ก็สามารถทำได้ โดยการตัดวุ้นที่ล้างสะอาดแล้วออกเป็นขนาด 3-4 เซนติเมตร แบ่งรบั ประทานวันละ 3 คร้ังหลังอาหาร 3. แก้กระเพาะอักเสบและลำไส้อักเสบ ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ นำวุ้นที่ได้ไปล้างให้ สะอาด แล้วนำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการอักเสบของ ทางเดนิ อาหารได้ 4. ป้องกันโรคเบาหวาน ตัดเนื้อว่านหางจระเข้ความยาวประมาณ 3-4 เซนติเมตร นำไป รับประทานทุกวัน หรือจะปั่นเป็นน้ำว่านหางจระเข้ เพื่อรับประทานก็ได้ โดยอาการเบาหวานจะทุเลาลง สำหรบั ผ้ทู ่ีเป็นในระยะแรก ส่วนผู้ทต่ี อ้ งการรบั ประทานเพอื่ ป้องกนั สามารถรับประทานในปรมิ าณท่ีน้อยลงได้ 5. แก้และป้องกันอาการเมารถ-เมาเรือ ท่านที่มีปัญหาในการเดินทาง เกิดอาการเมารถ เมาเรืออยู่เป็นประจำ ให้ลองรับประทานเนื้อวุ้นจากว่านหางจระเข้ หรือน้ำว่านหางจระเข้ ก่อนออกเดินทาง โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอ่ื ง NGN สบสู่ มุนไพรขัดผิว 5
จะช่วยบรรเทาให้เกิดอาการดังกล่าวน้อยลงได้ แต่หากเกิดอาการเมารถ-เมาเรือขึ้นแล้ว ลองทานน้ำว่าน หางจระเขเ้ ย็น ๆ ใหช้ ืน่ ใจ แล้วนง่ั พักสกั ครู่ จะร้สู ึกดีข้นึ คณุ คา่ ดา้ นความงาม นันทวัน และคณะ (2529) ได้ทดลองใช้วุ้นว่านหางจระเข้ในการรักษาแผลไฟไหม้ และแผลเรื้อรัง จำนวน 16 รายพบว่าได้ผลดีทั้งที่ใช้วุ้นสดและยาเตรียม (ยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน) นอกจากนว้ี ุน้ ว่านหางจระเขย้ งั มีคุณค่าหลายประการดังนี้ 1. บำรุงเส้นผมให้เงางามและช่วยขจัดรังแค ตัดใบสดมาทาลงบนเส้นผม หรือถ้าไม่สะดวกให้นำวุ้น ว่านหางจระเข้ไปปั่นให้ละเอียดจะได้ใช้ง่ายขึ้น จากนั้นนำมาชโลมผมให้ทั่วเพื่อให้ผมสลวยเงางาม หากนวด บริเวณรากผมจะช่วยให้รากผมเย็นลง ช่วยบำรุงหนังศีรษะ รักษาแผลบนศีรษะ และขจัดรั งแคได้ด้วย 2. รกั ษาสิวและรอยด่างดำ ประโยชนข์ อ้ นคี้ นทีอ่ ยากหน้าใสต้ังใจอ่านใหด้ ี เพราะว่านหางจระเข้มีฤทธ์ิ ช่วยยับยงั้ การตดิ เชือ้ และมีกรดอ่อน ๆ ช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ นำเนอื้ วนุ้ ทลี่ า้ งสะอาดทาบริเวณใบหน้า วันละ 2 ครั้ง ใชเ้ วลาสกั 1-2 เดือน จะเร่ิมเห็นผลวา่ รอยตา่ ง ๆ ดจู างลง 3. บำรุงผิวกาย เพียงแค่นำว่านหางจระเข้สด มาปอกเปลือกและล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นช้ิน นำไปใส่ไว้ในถุงผ้าก๊อซขนาดเล็ก แล้วนำไปหย่อนไว้ในอ่างอาบน้ำ หรือถ้าไม่มีถุงผ้าก๊อซ ให้นำวุ้นไปแช่ไว้ใน อ่างอาบน้ำเลยก็ได้เหมือนกัน โดยระหว่างอาบน้ำให้ใช้เนื้อวุ้นถูตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เน้นที่รอยแห้ง กรา้ นอย่างขอ้ ศอก หัวเขา่ ส้นเทา้ เปน็ ต้น จะชว่ ยใหผ้ ิวพรรณเนียนนุม่ และเตง่ ตงึ ข้ึน 4. เติมน้ำให้ผิว ความชุ่มชื้นในผิวหน้าและผิวกาย มักจะค่อย ๆ ลดลงตามวัย และไลฟ์สไตล์ของคุณ ซึ่งโดยส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตกันอยู่ในห้องแอร์จนผิวขาดความชุ่มชื้น หากนำเนื้อวุ้นจากว่านหางจระเข้มาพอก หน้าก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยเติมน้ำให้ผิวของคุณได้ โดยล้างวุ้นให้สะอาด แล้วฝานบาง ๆ มาโปะให้ทั่วหน้า หลับตาพริ้มรอสัก 15 นาที ก็ไปล้างหน้าให้สะอาดได้ ผิวของคุณจะรู้สึกชุ่มชืน้ เต่งตึงขึ้น หากจะใช้กับผิวกาย ให้ลองนำเนื้อไปป่ันหยาบ ๆ แลว้ นำมาพอกตัว ก็ใช้งา่ ยดเี หมือนกัน 2.1.2 ขมิน้ หรือขม้นิ ชัน ภาพที่ 2.3 ขม้ินหรือขมิน้ ชัน ลำต้น ขมิ้น หรือ ขมิ้นชัน ชื่อสามัญTurmeric ขมิ้น ชื่อวิทยาศาสตร์ Curcuma longa L. จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE) ขมิ้น เป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในตระกูลขิง มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในของเหง้าจะเป็นสีเหลือง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีตั้งแต่สีเหลืองเขม้ จนถงึ สแี สดจัด โดยถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ และ มีชือ่ อืน่ ๆ อีก เช่น ขมิ้นชัน ขม้ินแกง ขมน้ิ หยอก ขมิ้นหัว ขีม้ ้นิ หมิ้น ท้งั น้ขี ้ึนอยู่กบั แตล่ ะภาคและจังหวัดน้ัน ๆ นิยมนำไปใชใ้ นการประกอบอาหาร แต่งสี แตง่ กลนิ่ อาหาร เช่น แกงไตปลา แกงกะหรี่ เป็นต้น ขม้ินชันอุดมไป ด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และเกลือแร่ต่าง ๆ รวมไปถึงเส้นใย คาร์โบไฮเดรต และโปรตีน เปน็ ตน้ โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอื่ ง NGN สบสู่ มุนไพรขดั ผิว 6
ภาพที่ 2.4 เหง้าขมิน้ หรอื ขมิน้ ชัน เหงา้ ขม้นิ หรอื ขมน้ิ ชัน เหง้ารูปไข่ มีแง่งแขนงรูปทรงกระบอก หรือคล้ายนิ้วมือ ตรงหรือโค้งเล็กน้อย ยาว 4-7 เซนติเมตร กว้าง 1-1.5 เซนติเมตร หนาประมาณ 1-1.8 เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างตัด สีภายนอกสีน้ำตาลถึงเหลือง เข้มๆ มีรอยย่นๆตามความยาวของแง่ง มีวงแหวนตามขวาง (leaf scars) บางทีมีแขนงเป็นปุ่มเลก็ ๆสัน้ ๆ หรือ เหน็ เป็นรอยแผลเป็นวงกลมท่ีป่มุ น้ันถูกหักออกไป ผวิ นอกสีเหลืองถึงสีเหลืองนำ้ ตาล สภี ายในสีเหลืองเข้มหรือ สีส้มปนน้ำตาล เป็นมัน แข็งและเหนียว เมื่อบดเป็นผงมีสีเหลืองทองหรือสีเหลืองส้มปนน้ำตาล กลิ่นหอม สรรพคุณทางยาที่รักษาอาการและโรคต่าง ๆ ได้หลายชนิด มีประวัติในการนำมาใช้ในการรักษามากกว่า 5,000 ปี สำหรับขมิ้นชันท่ีจะนำมาใชป้ ระโยชน์นั้น การเกบ็ เกีย่ วไม่ควรเกบ็ ในระยะท่ขี มิ้นเริม่ แตกหนอ่ เพราะ จะทำให้สารที่มีประโยชนอ์ ยา่ งเคอร์คูมนิ ในขม้ินมีนอ้ ย สว่ นเหงา้ ที่เก็บมาตอ้ งมอี ายุอยา่ งนอ้ ย 9-12 เดอื น และ ต้องไม่เก็บไว้นานเกินไป และไม่ให้ถูกแสงแดด เพราะน้ำมันหอมระเหยในขมิ้นจะหมดไปเสยี กอ่ น เมื่อได้เหงา้ มาแล้ว หากจะนำไปรับประทานเพื่อใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ควรล้างให้สะอาดก่อน และไม่ต้องปอกเปลือก แตห่ น่ั เป็นแวน่ ชนิ้ บาง ๆ แล้วนำไปตากแดดสัก 2 วนั แล้วนำมาบดใหล้ ะเอียด ผสมกบั นำ้ ผึง้ แลว้ ปั้นเปน็ เมด็ เล็ก ๆ เทา่ ปลายน้ิวกอ้ ย แลว้ นำมารบั ประทานวันละ 3 คร้งั ครัง้ ละ 2-3 เม็ด หลงั อาหารและช่วงก่อนนอน หรือจะ นำเหง้าแก่มาขูดเอาเปลือกออกแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด นำมาบดให้ละเอียด เติมน้ำแล้วคั้นเอาแต่น้ำ มารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง หากนำขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อรักษาอาการแพ้ ผื่นคนั ผวิ หนงั อักเสบ แมลงสัตวก์ ดั ต่อย สรรพคณุ ของขมิ้นหรอื ขมนิ้ ชนั ภาพที่ 2.5 ผงขม้ินหรือขม้นิ ชัน โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรือ่ ง NGN สบูส่ มุนไพรขัดผิว 7
เมื่อเก็บเหง้าของขมิ้นชันมาแล้ว หากจะนำไปรับประทาน เพื่อใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ ควรล้างให้ สะอาดก่อน และไม่ต้องปอกเปลือก สามารถหั่นเป็นแว่นชิ้นบาง ๆ ได้เลย แล้วนำไปตากแดดสัก 2 วัน ซึ่งถ้านำมารับประทานคลา้ ยยาเม็ด ให้บดเนื้อขมิน้ ชันให้ละเอียด จากนั้น นำมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นเม็ด เล็ก ๆ เท่าปลายนิ้วก้อย รับประทานวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ด หลังอาหารและช่วงก่อนนอนหรือ ถ้าใครอยากจะทำเป็นยาน้ำ ให้นำเหง้าแก่มาขูดเอาเปลือกออก ล้างน้ำให้สะอาด จากนั้น นำเนื้อขมิ้นชัน ใส่ครก เติมน้ำ แล้วใช้สากบดและคั้นเอาแต่น้ำที่ผสมขมิ้นชันออกมา รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้งสำหรับคนที่ต้องการนำขมิ้นมาใช้เป็นยาทาภายนอก เพื่อรักษาอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย ให้นำเหง้าขมิ้นมาฝนผสมกับน้ำต้มสุก แล้วทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง หรือจะนำเอา ผงขมิ้นมาโรย ก็สามารถใช้ได้เช่นกันนอกจากนำขมิ้นชันมาใช้ประโยชน์ด้านยารักษาโรคแล้ว ด้วยสีเหลืองสด และมกี ล่ินหอมอนั เป็นเอกลักษณ์ จึงมกี ารนำขมิ้นชัน มาเปน็ ส่วนประกอบในการทำอาหาร แตง่ เติมสีสันให้กับ เมนูต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แกงไตปลา แกงกะหรี่ และยังมีการนำมาเป็นส่วนผสมในเคร่ืองสำอาง และทรีตเม้นต์ ตา่ ง ๆ ด้วย เพราะพิสจู น์แลว้ วา่ ช่วยบำรงุ ผวิ ทำให้หนา้ เนียน กระจา่ งใส รกั ษาสวิ บนใบหนา้ ไดน้ ่ันเอง 2.2 ข้อมูลเก่ียวกับสบู่ ความหมายของสบู่ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง สิ่งที่ ผลิตขึ้นโดยนำไขสัตว์ เช่น ไขวัวหรือน้ำมันพืช เช่นน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอกไปต้มกับด่าง โซเดียมไฮดรอกไซด์จะได้สบู่แข็ง หรือนำไปต้ม กับด่างโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์จะไดส้ บู่อ่อนใช้ชำระล้างและ ซกั ฟอก สบู่ เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดร่างกายที่ได้จากปฏิกิริยาของด่างกับไขมันจากพืชหรือสัตว์ ปัจจุบัน สบู่มีการใช้ส่วนผสมชนิดต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติของสบู่ให้มีลักษณะพิเศษ ตรงตามความ ต้องการใชง้ านท่ีหลากหลายขึน้ “สบู่” จากคำข้างต้น หมายถึง ผลิตภัณฑ์ของสบู่ที่ทำให้เป็นก้อนหรือเป็นของเหลว พร้อมด้วย ส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติเหมาะสำหรับการใช้ทำความสะอาด ซึ่งก็คือผลิตภัณฑ์สบู่ที่เราใช้กันในทุก วันนี้ ส่วน “สบู่ (soap)” อีกคำท่ีพบในสมการเคมีจะหมายถงึ สารต้ังต้นสำหรับการผลิตสบู่ นั่นก็คือ เกล็ดสบู่ (soap) ที่ได้จากปฏิกิริยาระหว่างด่างเข้มข้นกับไขมันพืชหรือสัตว์ ร่วมด้วยกับกลีเซอรีน (Glycerin) หรือ กลีเซอรอล (Glycerol) ซึ่งสารทั้งสองเป็นสารตั้งต้นในการทำสบู่เหมือนกัน แต่จะให้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน ซ่ึงจะเรยี กว่า “เกลด็ สบ”ู่ ชนิดของสบู่ 1. สบกู่ ้อนขุ่น เป็นผลิตภณั ฑ์สบูท่ ่ีรู้จัก และใช้กนั มานานจนถงึ ปจั จบุ ัน มีลักษณะเป็นกอ้ นแขง็ สีขาวขุ่นหรอื มีสีต่างๆ ตามสีของสารเติมแต่ง เช่น สีเขียว สีชมพู สีม่วง เป็นต้น สบู่ชนิดนี้ใช้สารตัง้ ต้น คือ เกล็ดสบู่ (soap) ทผี่ ลิตได้จากปฏกิ ริ ยิ าข้างตน้ เป็นวัตถดุ ิบสำคัญในการผลติ ท่ีให้คุณสมบัติเป็นกอ้ นแข็ง ขาวขนุ่ ใหฟ้ องมาก 2. สบูก่ อ้ นใส เปน็ ผลติ ภณั ฑส์ บทู่ ่ีมลี กั ษณะก้อนใสหรือค่อนข้างใสตามสัดส่วนของกลีเซอรนี ท่ีผสม ก้อนสบู่ จะมีลักษณะอ่อนกว่าสบู่ก้อนขุ่น และสามารถทำให้เกิดสีใสต่างๆตามสารให้สีที่เติมผสม สบู่ชนิดนี้จะให้ฟอง โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเร่อื ง NGN สบูส่ มุนไพรขดั ผวิ 8
ค่อนข้างน้อยกว่าสบูก่ อ้ นขุน่ เนื่องจากมีสว่ นผสมของกลเี ซอรีนเปน็ ส่วนใหญ่ สารตั้งตน้ ท่ีใชอ้ าจเปน็ กลีเซอรนี เหลวหรอื กลเี ซอรนี ก้อน (กลเี ซอรีนเหลว+เอทิลแอลกอฮอล์) ร่วมด้วยกบั สารเตมิ แต่งชนดิ ต่างๆ 3. สบเู่ หลว เปน็ ผลิตภณั ฑ์สบทู่ ี่มีน้ำเป็นส่วนผสมทำใหเ้ นือ้ สบู่เหลว สีสีสันตา่ งๆตามสารเตมิ แตง่ สบูช่ นดิ นใ้ี ชส้ ารต้งั ต้น จากเกล็ดสบู่ (soap) ที่ได้จากปฏิกิริยาข้างต้นเหมือนชนิดสบู่ก้อนขุ่น แต่ต่างกันที่จะใช้ด่างเข้มข้น โพแทสเซียมไฮดรอกไซดแ์ ทนโซเดียมไฮดรอกไซด์ เพราะจะให้เนื้อสบู่ออ่ นตวั ดกี ว่า ลักษณะของสบทู่ ี่ดี 1. มีความสามารถทำความสะอาดได้ดี 2. มีฟองในระดบั ทีเ่ หมาะสม 3. มีความเป็นด่างน้อยในระดบั ท่ีไมเ่ ป็นอันตรายต่อผิวหรือทำลายชน้ั ไขมนั ของผิว 4. สบกู่ ้อนไมม่ ีเนอื้ เหลว แตกหักง่าย 5. ไม่มีกลนิ่ หืน มีกลิ่นหอมนา่ ใช้ และมีคุณสมบัตเิ ฉพาะในบางกรณี เชน่ สบู่ฆา่ เชอ้ื สารเคมีทีใ่ ชท้ ำสบู่ 1. ไขมัน/น้ำมัน เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตสารตั้งต้นสบู่ ไขมันหรือน้ำมันที่ใช้อาจได้จากพืช เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันปาล์ม เป็นต้น ส่วนไขมันที่ได้จากสัตว์ เช่น ไขมันโค กระบือ แกะ แพะ เป็นต้น คุณภาพของน้ำมันที่ได้จากพชื และสัตว์จะมีผลต่อคุณภาพของสบู่ เกล็ดสบู่ (soap)ที่ได้จากนำ้ มันพืช จะให้ลักษณะขาวเนียน และกลีเซอรีนจะค่อนข้างใสกว่าน้ำมันจากสัตว์ นอกจานั้น เกล็ดสบู่ (soap) ที่ได้จาก น้ำมันจากพชื จะมกี ลน่ิ หืนนอ้ ยกวา่ นำ้ มนั จากสัตว์ อีกท้งั น้ำมันจากพืชยงั เป็นวัตถดุ ิบทหี่ างา่ ย และราคาถูกกว่า 2. ด่างเข้มข้น เป็นสารเคมีสำคัญที่ใช้ทำปฏิกิริยากับไขมันธรรมชาติ ด่างเข้มข้นที่นิยมใช้ คือ โซเดียมไฮดรอกไซด์ ซึ่งจะได้เนื้อสบู่สขี าวทึบ เนื้อก้อนแข็ง ให้ฟองมาก นิยมนำมาทำสบู่ก้อนทึบ และอีกชนดิ หน่งึ คือ โพแทสเซยี มไฮดรอกไซด์ ซ่ึงจะไดส้ บู่ในลกั ษณะเดยี วกนั แตเ่ นอื้ สบมู่ คี วามอ่อนตัวไดด้ ีกว่า นยิ มนำมา ทำสบเู่ หลว 3. สารเติมแต่ง เป็นสารเคมีสำหรับปรับปรุงคุณสมบัติของสบู่ เช่น สี น้ำหอม สมุนไพร สารป้องกัน ความชื้น สารลดความเป็นด่าง สารลดแรงตึงผิว สารทำให้ฟองคงตัว สารเพิ่มความแข็ง สารป้องกันการ ออกซิเดชัน สารบำรงุ ผวิ สารฆ่าเช้อื เปน็ ต้น เปน็ สารเตมิ แต่งที่นยิ มผสมในสบู่เพ่อื ใหม้ ีคุณสมบัติเหมาะแก่การ ใชป้ ระโยชนใ์ นแต่ละอยา่ ง โครงงานจากหนงั สือสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเรื่อง NGN สบสู่ มนุ ไพรขัดผิว 9
บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนนิ การ ในการจดั ทำโครงงานส่งเสริมการอา่ นสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯ เร่อื ง NGN สบขู่ ัดผวิ สมุนไพร ผจู้ ัดทำโครงงานมวี ธิ ีดำเนนิ งานโครงงาน ตามข้ันตอน ดังน้ี 3.1 วสั ดุอุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา อปุ กรณ์และสว่ นผสมการทำสบสู่ มุนไพร 3.1.1 อุปกรณก์ ารทำสบสู่ มุนไพร 1. แม่พมิ พ์ 2. เขยี ง 3. หม้อ 4. กลอ่ งบรรจุภณั ฑ์ 5. ไมพ้ าย 6. ฟิลม์ หอ่ ถนอมอาหาร 7. มีด 8. เตาไฟฟา้ ตาราง 3.1.1 แสดงอุปกรณก์ ารทำสบู่สมนุ ไพร โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอ่ื ง NGN สบสู่ มุนไพรขดั ผวิ 10
3.1.2 สว่ นผสมในการทำสบู่สมุนไพร 1. กรเี ซอรีน 500 กรมั 2. นำ้ หอม 2 – 3 หยด 3. นำ้ สะอาด 50 ซีซี 4. เนอ้ื วนุ้ ว่านหางจระเข้ 25 กรมั 5. เหงา้ ขมิ้นสกดั เป็นน้ำขมิ้น 25 กรัม ตาราง 3.1.2 แสดงสว่ นผสมในการทำสบู่สมุนไพร โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเรื่อง NGN สบู่สมนุ ไพรขดั ผวิ 11
3.2 วธิ ดี ำเนนิ การศกึ ษา 3.2.1 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนำเสนอครูทปี่ รกึ ษาโครงงาน ภาพ 3.2.1.1 คดิ หัวข้อโครงงาน ภาพ 3.2.1.2 นำเสนอชือ่ โครงงาน 3.2.2 ศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู ท่เี กย่ี วข้องกบั เร่ืองทสี่ นใจ คอื เรอ่ื งสบสู่ มุนไพรจากว่านหางจระเข้ และขมนิ้ ว่ามี เนอ้ื หามากน้อยเพียงใด และต้องศกึ ษาคน้ ควา้ เพมิ่ เตมิ เพยี งใดจากเว็บไซส์ต่างๆและเก็บขอ้ มลู ไว้เพ่ือจดั ทำ เนื้อหาต่อไป ภาพ 3.2.2.1 ศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมูลจาก ภาพ 3.2.2.2 สบื คน้ ขอ้ มลู จากเว็บไซต์ สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ 3.2.3 ศึกษาการทำสบ่สู มนุ ไพรจากเอกสารเว็บไซส์ต่างๆ ท่นี ำเสนอเทคนคิ และวิธที ำสบู่ขดั ผิวสมนุ ไพร ภาพ 3.2.3.1 นำเสนอเทคนคิ และวธิ ีการทำสบขู่ ัดผวิ สมุนไพร โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอ่ื ง NGN สบ่สู มนุ ไพรขดั ผิว 12
3.2.4 จดั ทำโครงรา่ งโครงงาน NGN สบขู่ ดั ผิวสมนุ ไพร เพ่อื นำเสนอครูทปี่ รกึ ษาโครงงาน ภาพ 3.2.4.1 จดั ทำรา่ งโครงงาน 3.2.5 ปฏบิ ตั ิการจดั ทำโครงงาน เรอ่ื ง NGN สบขู่ ดั ผิวสมุนไพร นำเสนอรายงานความกา้ วหน้าของงานเปน็ ระยะซึ่งครูท่ปี รกึ ษาให้ขอ้ เสนอแนะตา่ งๆ เพ่ือให้จัดทำเนื้อหาและนำเสนอทน่ี า่ สนใจตอ่ ไป ท้งั น้ีเมอ่ื ได้รับ คำแนะนำก็นำมาปรบั ปรงุ แก้ไขให้ดยี ิง่ ข้นึ ภาพ 3.2.5.1 คณะผู้จัดโครงงานนำเสนอโครงงาน โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเรื่อง NGN สบู่สมุนไพรขัดผวิ 13
3.3 ข้นั ตอนการทำสบสู่ มนุ ไพร 3.3.1 นำกรเี ซอรีนใสห่ ม้อตม้ นำ้ ไฟ 500 องศา ใชเ้ วลา 5 นาที หรือจนกวา่ กรเี ซอรีนจะละลาย ภาพ 3.3.1 นำกรเี ซอรนี ใส่หม้อ 3.3.2 เตมิ น้ำสะอาดปรมิ าณ 50 ซซี ี และใส่น้ำสกดั จากสมุนไพรคนให้สว่ นผสมเขา้ กนั รอประมาณ 3 นาที ภาพ 3.3.2 ใชไ้ ม้พายคนใหส้ ่วนผสม 3.3.3 เมื่อส่วนผสมเขา้ กัน ปิดเตาแลว้ ใส่นำ้ หอมลงไปปรมิ าณ 2 - 3 หยด ภาพ 3.3.3 หยดนำ้ หอม โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเร่อื ง NGN สบสู่ มุนไพรขดั ผิว 14
3.3.4 คนใหเ้ ขา้ กันใชเ้ วลา 2-3 นาที ภาพ 3.3.4 คนเพอ่ื ใหส้ ่วนผสมเขา้ กนั 3.3.5 เทลงพมิ พ์ท่ีเตรยี มไว้ (ทานำ้ มนั พืชไวก้ ่อน) ภาพ 3.3.5 เทสว่ นผสมลงในพมิ พ์ 3.3.6 รอจนสบจู่ บั ตวั เปน็ กอ้ นใช้เวลาประมาณ 25- 30 นาที ภาพ 3.3.6 สบูจ่ บั ตัวเป็นก้อน โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเร่อื ง NGN สบ่สู มนุ ไพรขัดผวิ 15
3.3.7 เมื่อสบู่จบั ตัวเป็นกอ้ นแล้ว แกะออกจากพิมพ์ ภาพ 3.3.7 แกะออกจากพมิ พ์ 3.3.8 นำสบทู่ ี่ไดม้ าหอ่ ฟลิ ์มถนอมอาหารเพ่ือยดื อายกุ ารใช้งานของสบู่ ภาพ 3.3.8 นำสบู่ห่อฟิลม์ ถนอมอาหาร โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอ่ื ง NGN สบู่สมนุ ไพรขัดผวิ 16
3.3.9 ผลิตภัณฑ์ NGN สบู่ขัดผิวสมนุ ไพร ภาพ 3.3.9.1 NGN สบสู่ มุนไพรขัดผวิ ภาพ 3.3.9.2 สบู่สมุนไพรจากวา่ นหางจระเข้ ภาพ 3.3.9.3 สบูส่ มนุ ไพรจากขมิน้ โครงงานจากหนังสอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเร่อื ง NGN สบู่สมนุ ไพรขัดผิว 17
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน จากการศึกษาการดำเนินโครงงานจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เรื่อง NGN สบู่สมุนไพร ขดั ผวิ มจี ุดมงุ่ หมายในการทำในการทำโครงงานดังนี้ 1. เพือ่ ศกึ ษาสรรพคุณของพชื สมุนไพรชนดิ ต่างๆที่นำมาเป็นส่วนผสมในการทำสบู่ 2. เพ่ือใหน้ ักเรยี นไดล้ งมือปฏบิ ัตจิ รงิ และนำสบู่ท่ีทำมาใช้ให้เกิดประโยชนก์ ับตวั เอง 3. เพือ่ ใหม้ ีสบู่ที่ผลติ จากสมุนไพรธรรมชาติ 4. เพื่อศึกษาทักษะกระบวนการคิดโดยสามารถคิดอย่างอิสระ คิดอย่างหลากหลาย และคิดอย่าง สรา้ งสรรค์ได้ การทำโครงงานสบู่สมุนไพรว่านหางจระเข้ และสบู่สมุนไพรขมิ้น ได้ใช้สารสกัดจากธรรมชาติซึ่งจะ ชว่ ยให้สบู่นัน้ มีคุณสมบัติที่ดีมากขึ้น สบสู่ มนุ ไพรวา่ นหางจระเข้ และสบสู่ มุนไพรขมน้ิ ชว่ ยให้ผิวหนงั ทีแ่ หง้ ดชู ่มุ ช่นื ถา้ ต้องการลดการทำให้ ผิวแห้งไดท้ ง้ั นีย้ ังช่วยลดผนื่ คนั และทำความสะอาดร่างกายไปในตวั จากการให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 16 คน ซึ่งถูกเลือกเป็นกลุ่มตัวอย่างทดลองใช้ สบู่สมุนไพรว่านหางจระเข้ และสบู่สมุนไพรขมิ้น พบว่านักเรียนจำนวน 10 คน ชื่นชอบสบู่สมุนไพร ว่านหางจระเข้ เพราะหลังจากที่ใช้แล้วรู้สึกผิวหนังที่แห้งดูชุ่มชื่นนักเรียนจำนวน 6 คน ชื่นชอบสบู่สมุนไพร ขมนิ้ เพราะ หลงั จากที่ใชแ้ ล้วร้สู ึกชว่ ยลดผน่ื คนั โครงงานจากหนงั สือสารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเรือ่ ง NGN สบสู่ มุนไพรขดั ผวิ 18
บทท่ี 5 สรปุ และอภิปรายผลการทดลอง สรุปผลการทำโครงงาน สมุนไพรชนิดต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนผสมในสบู่ตามความต้องการของผู้ใช้ โดยที่ปราศจาก สารเคมีต่างๆ ทีเ่ ปน็ อันตรายตอ่ ร่างกายในระยะยาว ผวิ หนงั ของคนเราตา่ งกันเราจงึ เลือกใชส้ บทู่ ่ีตา่ งชนิดกนั จึง มีสบู่หลากหลายให้คุณได้เลือกใช้ บางคนกช็ อบใช้ขมิน้ บางคนก็ชอบใช้ว่านหางจระเข้ ดังนั้น เราจึงสามารถ ทำเองไดส้ มุนไพรทใ่ี ช้ก็หาได้ง่ายในท้องถิน่ ราคาไม่แพงและยงั ให้ประโยชน์ต่อผวิ เราไดด้ ีอกี ดว้ ย ขอ้ เสนอแนะ 1. ใชแ้ อลกอฮอล์ 95% ฉดี หลงั จากเทสบู่ลงแบบพิมพ์เพ่อื ไลฟ่ องอากาศ 2. นำสมุนไพรชนิดอ่นื ที่ชืน่ ชอบมาผสมลงในสบู่ เช่น ขิง ตะไคร้ 3. สบทู่ แ่ี กะออกจากแมพ่ ิมพ์แล้วไมค่ วรปลอ่ ยให้โดยลมเพราะจะทำใหส้ บ่มู ฟี องน้อยลงจึงควรรบี ห่อ บรรจุภณั ฑท์ ันที ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั 1. ได้รสู้ รรพคุณของพืชสมุนไพรชนิดตา่ งๆทีส่ ามารถนำมาทำสบู่ได้ 2. ไดร้ ู้ถงึ วธิ ีการทำสบู่อย่างถูกตอ้ งโดยละเอียด 3. ไดล้ งมอื ค้นคว้าหาขอ้ มลู และปฏบิ ัติจริง 4. ไดท้ ำสบู่สมนุ ไพร 5. ไดร้ ู้ถงึ วิธกี ารทำสบู่อย่างถกู ตอ้ งโดยละเอยี ด 6. ได้ฝกึ การปฏิบตั ิงานร่วมกนั 7. ได้รบั ความรู้และประสบการณ์จากการทำสบู่ 8. ได้ฝกึ ทักษะกระบวนการคดิ วเิ คราะหแ์ ละการแก้ปญั หาดว้ ยวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ 9. ได้สบูม่ าเป็นหนทางหารายได้และนำไปประกอบธุรกิจในขัน้ ต่อไปได้ 10.ไดส้ บู่ทที่ ำจากสมนุ ไพรซง่ึ ปราศจากสารตกคา้ ง และสามารถนำมาใช้เองได้ โครงงานจากหนงั สือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอ่ื ง NGN สบสู่ มุนไพรขดั ผวิ 19
เอกสารอ้างองิ นันทวนั บุณยะประภัศรและคณะ, “สมุนไพร”, สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯ เล่มที่ 14, (2554), หนา้ 269 -277. สบสู่ มุนไพรคอื อะไร. (ออนไลน)์ . แหลง่ ท่มี า : www.ziimphope.blogspot.com. วนั ท่สี ืบคน้ ข้อมูล 12 กรกฎาคม 2566. สบู่และวิธีทำสบู่. (ออนไลน์). แหล่งท่มี า : www.siamchemi.com. วนั ที่สบื คน้ ข้อมลู 12 กรกฎาคม 2566. โครงงานจากหนงั สือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเรอ่ื ง NGN สบู่สมนุ ไพรขดั ผวิ 20
ภาคผนวก ภาพประกอบ วัตถุประสงคข์ อ้ ท่ี 1 เพื่อศกึ ษาสรรพคณุ ของพชื สมุนไพรชนดิ ต่างๆทน่ี ำมาเปน็ ส่วนผสมในการทำสบู่ ศกึ ษาสรรพคุณของพชื สมุนไพรจากหนงั สอื สารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชนฯ และข้อมลู จากเว็บไซต์ วตั ถุประสงค์ข้อท่ี 2 เพื่อให้นกั เรยี นได้ลงมอื ปฏิบตั ิจรงิ และนำสบทู่ ่ีทำมาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนก์ ับตวั เอง โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเร่อื ง NGN สบสู่ มนุ ไพรขดั ผวิ 21
วิธีทำน้ำสมุนไพร กอ่ นใชส้ บู่ NGN สมุนไพรขัดผิว ทดลองใช้สบู่ NGN สมนุ ไพรขัดผวิ หลังใชส้ บู่ NGN สมนุ ไพรขัดผวิ โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเร่อื ง NGN สบู่สมนุ ไพรขดั ผวิ 22
วัตถปุ ระสงค์ขอ้ ท่ี 3 เพือ่ ให้มีสบูท่ ี่ผลติ จากสมนุ ไพรธรรมชาติ โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเร่อื ง NGN สบ่สู มุนไพรขดั ผิว 23
วตั ถุประสงคข์ ้อท่ี 4 เพื่อศกึ ษาทกั ษะกระบวนการคดิ โดยสามารถคิดอยา่ งอิสระ คิดอย่างหลากหลายและ คิดอยา่ งสรา้ งสรรค์ได้ โครงงานจากหนังสือสารานกุ รมไทยสำหรับเยาวชนฯเร่ือง NGN สบ่สู มุนไพรขดั ผวิ 24
ผลการดำเนินงาน สำรวจความพงึ พอใจในการใชส้ บู่สมุนไพรขัดผวิ จากสมุนไพร 2 ชนดิ คอื สบสู่ มนุ ไพรว่านหางจระเข้ และสบสู่ มนุ ไพรขม้นิ เก็บขอ้ มูลกลุม่ ตัวอย่างทดลองใชก้ ับนักเรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นวดั โงกนำ้ ปกี ารศึกษา 2566 จำนวน 16 คน ดังน้ี ท่ี ชือ่ -สกลุ ชนิดสมนุ ไพร สบ่สู มุนไพร สบ่สู มนุ ไพรขม้นิ 1. เด็กชายทักษด์ นยั พรหมเดช วา่ นหางจระเข้ 2. เด็กหญงิ กฤติมา รกั ชว่ ย 3. เดก็ ชายปฏพิ นธ์ ออ่ นเกลี้ยง ✓ 4. เดก็ ชายปารมี นิลศริ ิ ✓ 5. เด็กชายภูรชิ รอดเนยี ม 6. เด็กชายกฤตพิ งศ์ ทองด้วง ✓ 7. เด็กชายสุรชัช เขยี วเยาว์ ✓ 8. เด็กชายวชิ ชากร พนู ทอง ✓ 9. เด็กหญงิ ชตุ มิ า ทองแก้ว ✓ 10. เดก็ หญงิ ณัฐณชิ า แสงทอง 11. เดก็ หญิงฐติ ิมนต์ บญุ รกั ษา ✓ 12. เดก็ หญิงจันทกานต์ รามด้วง ✓ 13. เดก็ หญงิ อติกานต์ รักเกดิ ✓ 14. เด็กหญงิ อัญธกิ า ขวญั ศรี ✓ 15. เด็กหญงิ พิชญา พูลแกว้ ✓ 16. เด็กหญิงสภุ าวดี แกว้ คลา้ ย ✓ ✓ รวม ✓ คิดเป็นรอ้ ยละ ✓ ✓ 10 6 62.50 37.50 ความพงึ พอใจในการใช้สบู่สมุนไพร 38% ขมิ้น 62% ว่านหางจระเข้ โครงงานจากหนงั สอื สารานกุ รมไทยสำหรบั เยาวชนฯเร่อื ง NGN สบู่สมนุ ไพรขดั ผิว 25
Search
Read the Text Version
- 1 - 33
Pages: