1 376 ขอ้ ติวเข้มพิชิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
ก สารบญั หนา้ สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ 1 มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 สิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตและความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบ นิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางใน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสาร 21 ผ่านเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนุษยท์ ี่ ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ี ทำงานสัมพนั ธก์ ันรวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง 42 พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความ หลากหลายทางชวี ภาพและววิ ฒั นาการของส่งิ มชี ีวติ รวมทงั้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์ สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ 63 มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่าง 64 สมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของ การเปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี 109 มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ 129 ลกั ษณะการเคล่ือนท่ีแบบตา่ ง ๆ ของวัตถุ รวมท้งั นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไป ใช้ประโยชน์ ติวเขม้ พชิ ติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
ข หนา้ สาระที่ 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ 158 มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวัฒนาการของเอก 159 ภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อ สงิ่ มีชวี ิตและการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ 185 เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมอิ ากาศโลกรวมทงั้ ผลตอ่ สิง่ มชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม สาระที่ 4 เทคโนโลยี 227 มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการ 228 เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการ 228 ออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สงั คม และส่ิงแวดล้อม มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปญั หาที่พบในชีวิตจริงอย่าง เป็นขั้นตอนและเป็นระบบใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การ ทำงาน และการแกป้ ญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม เฉลย 244 ตวิ เข้มพชิ ติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
1 สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ ตวิ เข้มพิชิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
2 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ สิ่งมีชีวิตและความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งส่ิงมชี ีวิตกับส่ิงมชี ีวิตตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มรวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์ ช้ัน ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้ ป.5 ว 1.1 ป.5/1 สิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างและ บรรยายโครงสร้างและลักษณะของ ลักษณะ ที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งที่อยู่ สิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตซ่ึง ซ่งึ เปน็ ผลมาจาก การปรบั ตวั ของสิ่งมีชีวิต เป็นผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตใน เพื่อให้ดำรงชีวิตและอยู่รอดได้ในแต่ละ แต่ละแหล่งท่อี ยู่ แหลง่ ที่อยู่ เชน่ ผักตบชวามีช่องอากาศใน ก้านใบ ช่วยให้ลอยน้ำได้ ต้นโกงกางท่ี ขึ้นอยู่ใน ป่าชายเลนมีรากค้ำจุนทำให้ลำ ต้นไม่ล้ม ปลามีครีบช่วยในการเคลื่อนท่ี ในนำ้ ตวิ เขม้ พชิ ิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
3 ขอ้ สอบ 1. แสงเปน็ ปจั จยั สำคญั ตอ่ การดำรงชวี ติ ของสงิ่ มชี วี ิต ยกเวน้ ขอ้ ใด (O-NET 59) 1. การสรา้ งอาหารของพืช 2. การที่นกบินกลับรงั ตอนเย็น 3. การท่ใี บกาบหอยแครงหบุ เมอื่ ใชไ้ มแ้ ตะ 4. การที่ตน้ ไม้เอนยอดออกนอกหน้าต่าง 2. ต้นพลูด่างที่ปลูกลงดิน แล้วให้เจริญเติบโตเลื้อยเกาะกำแพงหรือเกาะต้นไม้ใหญ่ จะ พบว่าใบพลูด่างที่อยู่ใกล้ยอดมีขนาดใหญ่กว่าใบที่อยู่ไกลจากยอดหรืออยู่ใกล้โคนต้น ซึ่ง เป็นไปไดว้ า่ ตำแหนง่ ท่อี ยบู่ นต้นและขนาดของใบพลดู า่ งมีความสมั พันธ์กนั หากนักเรียนจะทำการทดลองหรอื ทำโครงงานเพื่อพิสูจน์ว่า “ตำแหน่งของใบพลูด่างที่ เกาะบนต้นไม้ใหญ่ และขนาดของใบพลูด่างมีความสัมพันธ์กัน” การระบุตัวแปรตามข้อใด ถูกตอ้ ง (O-NET 59) 1. ตัวแปรต้น คือ พนั ธุข์ องพลูด่าง ตวั แปรตาม คือ ขนาดของใบพลูด่าง 2. ตัวแปรต้น คือ ตำแหนง่ ของใบบนดนิ ตวั แปรตาม คือ พนั ธุ์ของพลูด่าง 3. ตัวแปรต้น คอื ตำแหนง่ ของใบบนต้น ตัวแปรตาม คอื ขนาดของใบพลดู ่าง 4. ตัวแปรต้น คอื ขนาดของใบพลดู ่าง ตัวแปรตาม คือ ตำแหนง่ ของใบบนต้น 3. ผลการสำรวจไม้ดอก 4 ชนิด ท่เี จริญเตบิ โตอยู่ในพน้ื ทแ่ี หง่ หนงึ่ ไมด้ อกชนดิ ใดปรับตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ปลยี่ นไปของแตล่ ะแหลง่ ท่อี ยไู่ ดด้ ีทส่ี ดุ (O-NET 51) ตวิ เข้มพิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นติวเตอร์
4 4. การปรบั ตัวของส่ิงมีชวี ติ ใหเ้ ข้ากับสภาพแวดลอ้ มในข้อใดท่ีแตกตา่ งจากขอ้ อน่ื (O-NET 57) 1. ควายไปแช่ในปลักในวันที่อากาศร้อน 2. จ้ิงจกมีสีตัวเขม้ ขึ้นเมอ่ื เกาะบนผนังทมี่ สี เี ขม้ 3. นกไซบีเรียอพยพมาประเทศไทยในฤดูหนาว 4. เตา่ บกมนี ้ิวเทา้ และเล็บ แต่เตา่ ทะเลมีเท้าเป็นรูปใบพาย 5. การศึกษาจำนวนหอยทากในพื้นที่ 1 ตารางเมตร จากบริเวณที่มีอุณหภูมิผิวดินและ ความช้ืนสมั พทั ธ์ของสิง่ แวดลอ้ มแตกตา่ งกัน 4 บริเวณ ไดผ้ ลดงั ตาราง บริเวณ อณุ หภมู ิผิวดนิ ความชนื้ สมั พทั ธ์ จำนวนหอยทากท่พี บ (องศาเซลเซยี ส) (รอ้ ยละ) (ตัว) 1 25 20 1 2 25 70 50 3 40 20 4 4 40 70 10 จากข้อมูล เมื่อสำรวจพื้นที่บริเวณหนึ่ง ซึ่งมีอุณหภูมิผิวดิน 30 องศาเซลเซียสและมี ความชืน้ สัมพทั ธ์ ร้อยละ 50 พบหอยทากจำนวน 20 ตวั ในพ้ืนท่ี 1 ตารางเซนติเมตร หาก ต้องการทำฟาร์มเลี้ยงหอยทากบริเวณนี้ ควรปรับสภาพแวดล้อมอย่างไร เพื่อให้จำนวน หอยทากเพิ่มขน้ึ (O-NET 61) 1. เพมิ่ อณุ หภูมิ ลดความชื้น 2. เพ่มิ อุณหภูมิ เพิม่ ความชืน้ 3. ลดอณุ หภมู ิ ลดความชื้น 4. ลดอุณหภูมิ เพม่ิ ความช้นื ติวเข้มพิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
5 6. ข้อใดแสดงโครงสรา้ งของร่างกายสง่ิ มีชวี ติ ท่เี หมาะสมกับการดาํ รงชีวติ ในแหล่งทีอ่ ยู่ (O-NET 65) 1. กบมีพังผดื เชอื่ มระหวา่ งนิว้ เทา้ ทําใหเ้ คลื่อนที่ในนำ้ ไดด้ ี 2. ผักกระเฉดมนี วมสขี าวคล้ายฟองนำ้ ทาํ ใหด้ ดู ซึมออกซิเจนไดด้ ี 3. อูฐมโี หนกขนาดใหญ่เพือ่ เก็บน้ำไวใ้ ชเ้ มอื่ อาศยั อยู่ในทะเลทราย 4. นกเพนกวินมขี นสีขาวและดําทําใหส้ ามารถเกบ็ รกั ษาอณุ หภูมิร่างกายให้อบอุ่นได้ ตวิ เข้มพิชติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนตวิ เตอร์
6 สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับ สง่ิ มีชวี ติ และความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสิ่งมชี วี ติ กบั สิ่งมีชวี ติ ตา่ ง ๆ ในระบบนเิ วศ การถา่ ยทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบที่มีต่อ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไข ปัญหาสง่ิ แวดล้อมรวมทั้งนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ชนั้ ตวั ชีว้ ดั สาระการเรียนรู้ ป.5 ว 1.1 ป.5/2 ในแหล่งที่อยู่หนึ่ง ๆ สิ่งมีชีวิตจะมี อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับ ความสัมพันธ์ ซึ่งกันและกันและสัมพันธ์ สิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่าง กับสิ่งไม่มีชีวิต เพื่อประโยชน์ต่อการ ส่ิงมีชีวติ กบั สิ่งไม่มชี วี ติ ดำรงชีวิต เช่น ความสัมพันธ์กัน ด้านการ ว 1.1 ป.5/3 กินกันเป็นอาหาร เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย เขยี นโซอ่ าหารและระบบุ ทบาทหน้าที่ หลบภัยและเลี้ยงดูลูกอ่อน ใช้อากาศใน ของส่ิงมีชีวติ ทเ่ี ป็นผ้ผู ลติ และผบู้ ริโภคใน การหายใจ โซอ่ าหาร สิ่งมีชีวติ มกี ารกินกันเป็นอาหารโดยกินต่อ ว 1.1 ป.5/4 กัน เป็นทอด ๆ ในรูปแบบของโซ่อาหาร ตระหนกั ในคุณคา่ ของส่งิ แวดลอ้ มทมี่ ตี ่อ ทำให้สามารถระบุบทบาทหน้าที่ของ การดำรงชีวิตของส่ิงมีชีวติ โดยมสี ่วนรว่ ม สง่ิ มชี วี ิตเปน็ ผู้ผลิตและผบู้ ริโภค ในการดูแลรักษาส่ิงแวดล้อม ตวิ เขม้ พิชิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นติวเตอร์
7 ข้อสอบ 1. ส่งิ มีชวี ติ ค่ใู ดมีความสัมพันธต์ า่ งจากคูอ่ ื่น (O-NET 54) 1. แมลงกับดอกไม้ 2. มดดำกับเพล้ีย 3. นกเอ้ยี งกับควาย 4. กล้วยไม้กบั ต้นไม้ใหญ่ 2. การอยูร่ ่วมกันของส่งิ มชี วี ิตสองชนดิ ในแหล่งท่อี ยูห่ นง่ึ ๆ ถ้ากำหนดให้สญั ลกั ษณ์ + เป็นการได้ประโยชน์จากการอยูร่ ่วมกนั - เป็นการเสียประโยชน์จากการอยรู่ ว่ มกัน 0 เปน็ การไมไ่ ด้รบั ประโยชนแ์ ละไมเ่ สียประโยชน์จากการอยู่รว่ มกนั ถ้าใช้สัญลักษณ์ แสดงความสัมพันธ์ของ “พลูด่างเกาะต้นมะม่วง” พลูด่าง และ ตน้ มะม่วง มีความสัมพันธต์ รงกับสัญลักษณ์ข้อใด เรียงตามลำดบั (O-NET 55) 1. + และ 0 2. 0 และ + 3. + และ - 4. + และ + 3. ความสัมพันธ์ระหว่างกล้วยไม้ป่าที่เกาะบนต้นไม้ใหญ่ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อใด (O-NET 56) 1. รา กับ สาหร่ายในไลเคนส์ 2. เหาฉลาม กับ ฉลาม 3. ตน้ หญ้า กับ ตน้ ข้าวในนา 4. โพรโทซัวในลำไส้ของปลวก ตวิ เข้มพิชติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนตวิ เตอร์
8 4. ในระบบนิเวศ จะมีความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกลุ่มต่างๆ และมีความสัมพันธ์กัน ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร และแหล่ง สืบพันธุ์ เปน็ ต้น แบบของความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวติ ในข้อใดทแ่ี ตกต่างกนั (O-NET 59) 1. ผึ้งทำรังบนต้นไม้ และ มดแดงกบั ตน้ มะมว่ ง 2. พยาธกิ บั คน และแบคทเี รยี ในลำไส้ของปลวก 3. ต้นขา้ วกับต้นหญา้ ในนา และ วชั พชื กับต้นถัว่ เหลืองในไร่ 4. นกเอ้ยี งกับควาย และ รากับสาหร่ายทอี่ ยู่ร่วมกนั เปน็ ไลเคน 5. ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตในข้อใด จัดเป็นการอยู่ร่วมกันในรูปแบบ “ภาวะพงึ่ พาอาศยั ” (O-NET 64) 1. ปลาการ์ตนู กับปะการงั 2. ผง้ึ กับดอกไม้ 3. เห็บกับสนุ ขั 4. กล้วยไม้กับตน้ มะค่า 6. แผนภาพสายใยอาหารของส่ิงมีชีวติ 4 ชนิด สตั วช์ นดิ ท่ี 3 สตั วช์ นดิ ท่ี 1 ตาย สตั วช์ นดิ ท่ี 2 พืช จากแผนภาพ ส่งิ มชี วี ติ ใดไดร้ ับการถา่ ยทอดพลังงานเปน็ ลำดับสุดทา้ ย (O-NET 50) 1. พชื 2. สัตว์ชนดิ ที่ 1 3. สัตว์ชนิดท่ี 2 4. สตั ว์ชนดิ ท่ี 3 ติวเขม้ พชิ ิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
9 7. แบคทีเรยี มีบทบาทใดในหว่ งโซอ่ าหาร (O-NET 51) 1. เปน็ ผลู้ ่า 2. เป็นผู้ผลติ 3. เปน็ ผู้บริโภค 4. เป็นผยู้ ่อยสลาย 8. สงิ่ มชี วี ติ A สงิ่ มชี ีวติ B ส่งิ มชี วี ิต C สิง่ มีชีวติ D ถ้าสิง่ มชี ีวิต C ตายหมด จะมเี หตุการณใ์ ดต่อไปน้ีเกิดขึ้น (O-NET 51) 1. ส่ิงมีชวี ติ A มจี ำนวนเพ่มิ ข้นึ 2. สิ่งมีชีวติ B มีจำนวนลดลง 3. สิ่งมีชีวติ D มจี ำนวนลดลง 4. ส่ิงมชี ีวติ B มีจำนวนเทา่ เดิม 9. ในสระแห่งหนึ่งมีการปล่อยปลา X ลงไป ทำให้จำนวนปลาในสระมีการเปลี่ยนแปลงดัง แสดงในกราฟ ปลา X นา่ จะมีลกั ษณะอยา่ งไร (O-NET 53A) 1. ปลา X เป็นผู้ลา่ ปลาอน่ื ๆ 2. ปลา X เปน็ เหยื่อของปลาอนื่ ๆ 3. ปลา X กินพชื เปน็ อาหาร 4. ปลา X กนิ ท้ังพืชและสัตวเ์ ป็นอาหาร ติวเข้มพิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
10 10. ในสวนแห่งหนึง่ เด็กหญิงแก้วเห็นแมลงกำลังตอมดอกไม้ ไม่นานแมลงก็บินไปติดใยแมง มุม แมลงกำลังด้ินอยา่ งทุรนทุราย แมงมุมหิวกระหายรีบเข้าไปกินแมลง ทันใดนั้น กบตวั หนึ่งตวดั ลน้ิ กนิ แมงมมุ ทนั ที จากข้อความข้างตน้ เด็กหญิงแกว้ สามารถเขียนโซ่อาหารไดแ้ บบใด (O-NET 54) 1. ดอกไม้ แมลง ใยแมงมุม กบ 2. ดอกไม้ แมงมมุ แมลง กบ 3. ดอกไม้ แมลง แมงมมุ กบ 4. ดอกไม้ กบ แมลง แมงมุม 11. พิจารณาแผนภาพสายใยอาหารในนาขา้ วแห่งหนึ่ง สายใยอาหารน้ีประกอบดว้ ยโซอ่ าหารจำนวนเท่าใด (O-NET 55) 1. 3 2. 4 3. 5 4. 6 ตวิ เข้มพิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นติวเตอร์
11 12. สายใยอาหารในป่าแหง่ หน่ึง เปน็ ดงั นี้ จากสายใยอาหาร ขอ้ ใดกลา่ วถูกตอ้ ง (O-NET 56) 1. งูกนิ อาหารไดห้ ลากหลายเท่ากับหมาปา่ 2. หมาป่าและงเู ปน็ ผบู้ รโิ ภคลำดบั 3 3. จำนวนผู้บริโภคลำดับ 2 มีเทา่ กับ ผบู้ ริโภคลำดับ 3 4. ถ้ามคี นล่าสัตวจ์ ับหมาป่าและยงิ นกไปจนหมด กระต่ายและหนูจะเหลืออยจู่ ำนวนเทา่ กนั 13. สายใยอาหารในปา่ แหง่ หน่งึ เป็นดงั นี้ ขอ้ ใดทำให้เกดิ ผลกระทบต่อสายใยอาหารรุนแรงท่ีสดุ (O-NET 57) 1. คนไปแผว้ ถางหญ้าออกจนหมดเพื่อสรา้ งบ้านจัดสรร 2. กระต่ายถกู จบั ไปขายเปน็ สัตว์เลย้ี ง 3. มนี กอพยพเข้ามาเพม่ิ ในฤดหู นาว 4. หนถู ูกจับไปเปน็ อาหารจนหมด ตวิ เขม้ พิชติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
12 14. โซ่อาหาร ในนาข้าวแหง่ หน่ึง เปน็ ดงั นี้ ตน้ ข้าว หนู งู นกเค้าแมว ระหว่างฤดูทำนา ถ้าชาวนาจับงูในนาข้าวแห่งนี้จนหมด เหตุการณ์ในข้อใด มีโอกาส เกิดขึน้ ได้มากที่สดุ (O-NET 60) 1. หนูเพิ่มจำนวนมากข้นึ 2. ตน้ ขา้ วเพ่มิ จำนวนมากขึน้ 3. ตน้ ข้าวถูกหนทู ำลายน้อยลง 4. นกเค้าแมวเพิม่ จำนวนมากขึน้ 15. นักเรยี นสำรวจกลมุ่ สิง่ มชี วี ติ ทีอ่ ยบู่ นพ้ืนหญ้าบริเวณสวนหลังบ้าน และบนั ทกึ สิง่ ท่ีสำรวจ ได้ไว้ ดังนี้ “พบหนอนกำลังกัดกินใบหญ้าในขณะที่นกซึ่งทำรังอยู่บนต้นไทรบินลงมาจับหนอนกิน เป็นอาหาร โดยนกมกั จะถูกงจู บั กินเป็นอาหาร” จากผลการสำรวจ ข้อใดเขยี นโซ่อาหารไดถ้ ูกตอ้ ง (O-NET 61) 1. หญ้า → นก → หนอน 2. หญ้า → หนอน → นก → งู 3. ต้นไทร → หนอน → นก 4. ต้นไทร → หนอน → นก → งู 16. การกระทำใดช่วยรักษาพื้นทีป่ ่าใหม้ ีความอดุ มสมบูรณ์เพม่ิ ขึ้น (O-NET 52) 1. การทำไรเ่ ลอ่ื นลอย 2. การจดั ต้งั อทุ ยานแห่งชาติ 3. การสร้างเขื่อน 4. การขยายเขตอตุ สาหกรรม ตวิ เขม้ พิชติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครูฝนตวิ เตอร์
13 17. น้องเก่ง กำลังรับประทานอาหารที่โรงอาหารแต่รับประทานไม่หมดจึงเหลือเศษอาหาร และต้องการทิ้งแก้วกระดาษที่ใช้ดื่มน้ำด้วย นักเรียนสามารถช่วยน้องเก่งให้ทิ้งขยะให้ ถกู ต้องได้อย่างไร (O-NET 53A) 1. เศษอาหารทิ้งลงถังขยะสีเขยี ว แกว้ กระดาษทิง้ ลงถังขยะสแี ดง 2. เศษอาหารทง้ิ ลงถงั ขยะสีเหลอื ง แกว้ กระดาษทง้ิ ลงถงั ขยะสีเขียว 3. เศษอาหารท้งิ ลงถงั ขยะสีเขยี ว แกว้ กระดาษทิ้งลงถังขยะสเี หลือง 4. เศษอาหารและแก้วกระดาษท้ิงลงถงั ขยะสใี ดก็ได้ 18. เด็กชายเพียวเตรียมอาหารใส่กล่องข้าวและใส่ในถุงผ้าเพื่อนำมารับประทานที่โรงเรียน ทุกวนั การกระทำของเดก็ ชายเพียวช่วยลดขยะชนิดใด (O-NET 53B) 1. เศษอาหารและโฟม 2. กระดาษเคลือบและถงุ พลาสติก 3. ถุงพลาสตกิ และโฟม 4. เศษอาหารและถงุ พลาสติก 19. เมื่อตง้ั สวนขวดนี้ท้ิงไว้ 24 ชัว่ โมง เกิดการเปลยี่ นแปลงของแก๊สในขวดอย่างไร (O-NET 53 B) 1. เมอื่ ปริมาณแกส๊ ออกซิเจนในขวดเพ่มิ ขึน้ ในตอนเช้าแตล่ ดลงในตอนบา่ ย 2. ปรมิ าณแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ในขวดลดลงในเวลากลางวันแต่เพม่ิ ขน้ึ ในเวลากลางคนื 3. ปริมาณแก๊สออกซิเจนในขวดลดลงในเวลากลางวันแต่เพ่มิ ขึ้นในเวลากลางคนื 4. ปริมาณแก๊สออกซิเจนและแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นในเวลากลางวันแต่ลดลงใน เวลากลางคนื ติวเข้มพชิ ิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
14 20. กราฟการเปล่ียนแปลงของปริมาณทรัพยากรธรรมชาติในช่วงปตี ่างๆ จากกราฟ การทีท่ รัพยากรธรรมชาติลดลงเปน็ เพราะสาเหตจุ ากการเปลี่ยนแปลงจำนวน ประชากรมนษุ ย์ตามขอ้ ใด (O-NET 54) 21. กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนประชากร กับปริมาณทรัพยากรธรรมชาติ หาก ปลอ่ ยใหเ้ ป็นไปตามธรรมชาติโดยไม่มีการควบคุม กราฟในข้อใดถูกต้อง (O-NET 56) ติวเข้มพชิ ติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
15 22. สว่ นหน่ึงของแผนภมู แิ สดงเน้อื ทป่ี ่าไมข้ องประเทศไทยช่วงปี พ.ศ.2541-2552 จากแผนภมู ิ การเปลยี่ นแปลงท่ีทำให้เน้ือท่ปี า่ ไม้เพิม่ ขึ้นเนอ่ื งจากสาเหตุใดเป็นสำคัญ (O-NET 57) 1. ประชากรอพยพจากปา่ ไปอยู่ในเมืองมากข้ึน 2. เนื้อท่ีป่าไม้จำนวนมากถกู นำไปใชป้ ระโยชน์ 3. ประชากรช่วยกันเฝา้ ระวัง อนรุ กั ษแ์ ละฟน้ื ฟพู ้ืนท่ีป่าไม้ 4. สตั ว์ปา่ เพม่ิ จำนวนข้นึ ทำใหร้ ะบบนิเวศอยูใ่ นภาวะสมดุล 23. “พบปลาตาย ลอยเป็นแพในแม่น้ำแห่งหนึ่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะโรงงาน อุตสาหกรรมปล่อยนำ้ เสียลงแม่น้ำ” เป็นข้อความที่ลงพิมพใ์ นหนังสอื พิมพฉ์ บับหน่ึง ถ้า นกั เรยี นจะยนื ยนั ว่านำ้ ในแม่นำ้ แหง่ นน้ั เป็นนำ้ เสยี จะใชข้ อ้ มูลใด (O-NET 57) 1. จำนวนปลาท่ีตาย 2. การไมใ่ ช้นำ้ ของชาวบา้ น 3. ปริมาณความขนุ่ ของน้ำที่เพิ่มขึน้ 4. ปริมาณของออกซิเจนทลี่ ะลายในน้ำ ตวิ เข้มพชิ ติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
16 24 ตารางระยะเวลาทีใ่ ชใ้ นการยอ่ ยสลายขยะบางชนดิ ชนดิ ขยะ ระยะเวลาทีใ่ ช้ในการย่อยสลาย A 2-5 เดอื น B 80-100 ปี C 450 ปี D ไม่ยอ่ ยสลาย ควรจัดกระป๋องนมข้นหวานเป็นขยะชนดิ ใด (O-NET 59) 1. A 2. B 3. C 4. D 25. การรณรงค์ข้อใด ทส่ี ่งผลกระทบต่อคณุ ภาพสงิ่ แวดล้อมต่างจากขอ้ อื่น (O-NET 59) 1. การปลกู ผกั กางมุ้ง 2. การส่งเสรมิ การผลิตกระดาษรีไซเคลิ 3. การใชป้ ยุ๋ เคมีซึ่งผลิตได้เองในประเทศไทย 4. การใชส้ ารชีวภาพกำจดั ศัตรูพืช 26. ปา่ ไม้ ชว่ ยบรรเทาปัญหาภาวะเรือนกระจกได้อย่างไร (O-NET 60) 1. ทำให้มไี อน้ำในบรรยากาศเพมิ่ ข้ึน 2. สะทอ้ นแสงอาทิตย์ออกไปจากโลก 3. ปล่อยแก๊สออกซเิ จน ออกส่บู รรยากาศ 4. ดูดซับแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ 27. การกระทำในข้อใดช่วยลดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในเมืองที่มีปัญหามลพิษทางอากาศ (O-NET 61) 1. ล้างถนนทุกวัน 2. ใชร้ ถดูดฝ่นุ บนถนนทกุ วนั 3. ใช้จกั รยานแทนการใช้รถยนต์ 4. สวมหน้ากากอนามัยเมอ่ื ออกนอกอาคาร ตวิ เขม้ พิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
17 28. ความสัมพันธร์ ะหวา่ งสิง่ มชี วี ติ ในระบบนเิ วศ เปน็ ดงั แผนภาพ จากแผนภาพ ข้อใดกล่าวถูกต้อง (O-NET 62) 1. เหยย่ี วกินทั้งพชื และสัตวเ์ ป็นอาหาร 2. แมลงและหนู เปน็ ผบู้ รโิ ภคอันดับที่ 1 3. หากนกเอ้ียงหายไปจากระบบนเิ วศนี้ แมลงจะลดจำนวนลงดว้ ย 4. หากเกดิ โรคระบาดในต้นข้าว จะส่งผลกระทบต่อผ้บู รโิ ภคลำดับที่ 1 เทา่ นน้ั 29. ศึกษาปริมาณฝุ่นละอองในบริเวณ A และ B โดยบันทึกปริมาณฝุ่นละออง 2 ประเภท ได้แก่ ละอองเกสรดอกไม้และเขม่าที่ติดบนสติ๊กเกอร์ดักฝุ่น จำนวน 2 ครั้ง แต่ละครั้ง บนั ทกึ หา่ งกันเปน็ เวลา 2 เดอื น ได้ผลดังตาราง ปรมิ าณฝุ่นละออง (หนว่ ยต่อ 100 ตารางหน่วย) ประเภทฝนุ่ ละออง บริเวณ A บรเิ วณ B บนั ทึกคร้ังท่ี บนั ทกึ ครั้งที่ บนั ทึกครง้ั ท่ี บันทึกครง้ั ท่ี 4 123 ละอองเกสรดอกไม้ 25 50 4 3 เขม่า 8 10 35 70 จากข้อมูล ข้อใดเปน็ การเปลีย่ นแปลงท่ีอาจเกดิ ขน้ึ ในช่วงที่ทำการศกึ ษา (O-NET 62) 1. บริเวณ A มกี ารปลอ่ ยควันจากโรงงานนอ้ ยลง 2. บริเวณ B มกี ารปล่อยควันจากโรงงานนอ้ ยลง 3. บรเิ วณ A มีการทำสวนและมจี ำนวนดอกไมท้ ่บี านมากข้ึน 4. บรเิ วณ B มกี ารทำสวนและมีจำนวนดอกไมท้ ีบ่ านมากขึ้น ตวิ เข้มพิชติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นตวิ เตอร์
18 30. มานีสำรวจกลุ่มสิงมชี ีวิตในสวนข้างโรงเรยี น และมานะสำรวจกลุ่มสิ่งชวี ิตในสระน้ำหลงั วัด บนั ทึกสงิ่ ทีส่ งั เกตได้ ดังตาราง สวนข้างโรงเรียน สระน้ำหลงั วัด 1. นกกระจอกทำรงั บนตน้ หกู วาง 1. เต่าอาศยั อยบู่ นโขดหนิ ที่อย่กู ลางสระ 2. ไสเ้ ดอื นอยู่ในดิน 2. ฝงู ปลาหางนกยงู ไลก่ นิ ลูกน้ำยุงบริเวณริม สระ 3. เห็ดสขี าวและเหด็ สีสม้ ขึน้ ปนกันบนขอน 3. บัวสายและผักบงุ้ กำลงั ออกดอกในสระ ไมผ้ ุ 4. กระรอกกนิ ลูกหูกวาง 4. กบท่ีอยบู่ นบัวสายกำลงั จบั แมลงกนิ การรายงานผลการสำรวจขอ้ ใดไมถ่ ูกต้อง (ข้อสอบแบบปรนยั 6 ตวั เลือก 2 คำตอบ O-NET 56) 1. จำนวนโซอ่ าหารในสวนมนี ้อยกว่าในสระนำ้ 2. ไมพ่ บผู้บริโภคลำดับหนึ่งในสถานที่ทั้งสองแห่ง 3. ชนิดของสิง่ มีชวี ติ ทเ่ี ป็นผู้ผลิตในสวนมีมากกวา่ ในสระน้ำ 4. จำนวนชนิดของสงิ่ มชี ีวิตที่เปน็ ผ้บู รโิ ภคในสระน้ำ มีมากกวา่ ในสวน 5. จำนวนชนิดของส่ิงมชี วี ิตทง้ั หมดทสี่ ำรวจได้จากสวน มนี ้อยกวา่ บริเวณสระน้ำ 6. ความสัมพันธ์ระหว่างนกกระจอกและต้นหูกวางเป็นความสัมพันธ์แบบเดียวกันกับ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งกบและบัวสาย 31. แผนผังโซ่อาหาร สง่ิ มชี ีวิต A สิ่งมีชวี ติ B สิ่งมีชีวติ C ส่งิ มีชวี ิต D จากแผนผงั โซอ่ าหาร ถ้าสิ่งมชี วี ติ C ตายหมด จะมีเหตกุ ารณใ์ ดเกิดขึ้นได้บา้ ง (ข้อสอบแบบปรนยั 6 ตวั เลอื ก 2 คำตอบ O-NET 52) 1. สิ่งมชี วี ิต A มีจำนวนเพ่ิมขึน้ 2. สงิ่ มีชีวติ A มจี ำนวนเท่าเดมิ 3. สิ่งมีชีวติ B มีจำนวนลดลง 4. สง่ิ มชี วี ิต B มจี ำนวนเพมิ่ ขึน้ 5. สง่ิ มชี วี ิต D มจี ำนวนลดลง 6. สิง่ มีชวี ิต D มจี ำนวนเพิ่มขน้ึ ติวเขม้ พชิ ิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
19 32. ภาพสายใยอาหาร ข้อความทีถ่ กู มี 2 ข้อ คือข้อใด (ขอ้ สอบแบบปรนัย 6 ตวั เลอื ก 2 คำตอบ O-NET 58) 1. ผ้บู รโิ ภคลำดับท่ี 1 ทสี่ ำคัญท่ีสดุ คอื กวาง 2. งูเปน็ ทง้ั ผบู้ รโิ ภคลำดบั ท่ี 2 และลำดับที่ 3 3. ผ้บู ริโภคลำดับท่ี 2 มี 2 ชนดิ คือ กบ และ งู 4. ผบู้ ริโภคลำดับที่ 3 มี 2 ชนดิ คอื งแู ละเหยยี่ ว 5. ถ้ากระตา่ ยถกู คนจบั ไปกนิ เป็นอาหารจนหมด จะทำใหเ้ สอื สญู พนั ธ์ุ 6. สายใยอาหารนมี้ ผี บู้ รโิ ภคลำดบั สุดท้าย 2 ชนดิ จงึ ประกอบด้วย 2 โซอ่ าหาร 33. โครงการทางสงิ่ แวดล้อมข้อใด ชว่ ยลดมลพษิ ทางอากาศไดโ้ ดยตรง (ข้อสอบแบบปรนัย 6 ตัวเลอื ก 2 คำตอบ O-NET 59) 1. ประหยัดพลังงานไฟฟา้ โดยปิดเครอ่ื งใช้ไฟฟ้าทกุ คร้งั เมือ่ เลกิ ใช้ 2. การรณรงคใ์ หค้ นใช้ระบบขนสง่ มวลชน ทางรถยนต์ส่วนบุคคล 3. ใชพ้ ลงั งานนำ้ แทนพลงั งานจากถ่านหนิ ในการผลิตไฟฟ้า 4. ทำการเกษตรผสมผสานทีป่ ลอดสารพิษ 5. ปลูกพชื หมุนเวยี น โดยใชพ้ ืชตระกูลถว่ั 6. นำขยะอนิ ทรยี ์ไปทำปุ๋ยหมัก ติวเข้มพชิ ติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
20 34. ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเปน็ ท่ีอยู่อาศัยของสิ่งมชี ีวิต 5 ชีวิต ได้แก่ พืชกาฝาก แมลง กิ้งก่า นก กินพืช และ เหยยี่ ว ซงึ่ ส่ิงมชี วี ติ เหล่าน้ี มีความสัมพันธ์กัน ดงั สายใยอาหาร จากข้อมูล ข้อความตอ่ ไปนีถ้ กู ตอ้ งใชห่ รือไม่ ใช่ หรือ (แบบเชงิ ซ้อนให้เลือกตอบวา่ ใชห่ รือไม่ O-NET 61) ไมใ่ ช่ ใช่ / ไมใ่ ช่ ขอ้ ความ ใช่ / ไมใ่ ช่ 34.1 พชื กาฝากเป็นผู้ผลติ ของสายใยอาหารน้ี ใช่ / ไม่ใช่ 34.2 เมื่อนกกินพืชถ่ายมูลบนต้นไม้ใหญ่ จะช่วยให้พืชกาฝากขยายพันธุ์ได้ เพิ่มขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างนกกินพืชกับพืชกาฝาก เรียกว่า “ภาวะ พง่ึ พาอาศยั ” 34.3 หากมีนกกินแมลงเพิ่มเข้ามาสายใยอาหารนี้ จำนวนนกกินพืชจะไม่ เปลี่ยนแปลง ติวเขม้ พิชิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
21 สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมชี ีวิต การลำเลียงสารผ่านเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กันรวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ ช้ัน ตวั ช้วี ัด สาระการเรียนรู้ ป.4 ว 1.1 ป.4/1 ส่วนต่าง ๆ ของพืชดอกทำหน้าท่ี บรรยายหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ และ แตกต่างกนั ดอกของพชื ดอกโดยใช้ขอ้ มลู ท่รี วบรวมได้ - รากทำหน้าที่ดูดน้ำและแร่ธาตุขึ้นไป ยังลำตน้ - ลำต้นทำหน้าที่ลำเลียงน้ำต่อไปยัง สว่ นตา่ งๆ ของพืช - ใบทำหน้าที่สร้างอาหาร อาหารที่พืช สร้างขึ้นคือน้ำตาลซึ่งจะเปลี่ยนเป็น แป้ง - ดอกทำหน้าที่สืบพันธุ์ ประกอบด้วย ส่วนประกอบต่าง ๆ ได้แก่ กลีบเลี้ยง กลีบดอก เกสรเพศผู้ และเกสรเพศ เมีย ซึ่งส่วนประกอบแต่ละส่วนของ ดอก ทำหน้าทแ่ี ตกตา่ งกัน ติวเข้มพิชติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
22 ขอ้ สอบ 1. ภาพ ส่วนประกอบของดอกไมช้ นดิ หนง่ึ จากภาพ ถ้าเกดิ การปฏิสนธิแล้ว ส่วนประกอบของดอกไมห้ มายเลขใดที่เจรญิ เติบโตเปน็ เมลด็ (O-NET 50) 1. หมายเลข 1 2. หมายเลข 2 3. หมายเลข 3 4. หมายเลข 4 2. พจิ ารณาตาราง แลว้ ตอบคำถาม ตารางสว่ นประกอบของดอกไมช้ นดิ ตา่ งๆ ชนดิ ของดอกไม้ กลบี เลย้ี ง สว่ นประกอบของดอกไม้ เกสรเพศเมีย กลีบดอก เกสรเพศผู้ มี มี ก มี มี ไมม่ ี มี ไมม่ ี ข ไมม่ ี มี มี ค มี ไม่มี มี ง มี มี มี จากตาราง ดอกไม้ชนดิ ใดไม่อาจเจรญิ ใหเ้ ปน็ เมลด็ ได้ (O-NET 54) 1. ก 2. ข 3. ค 4. ง ติวเข้มพชิ ิต 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครฝู นติวเตอร์
23 3. พจิ ารณาภาพสว่ นประกอบของดอกไม้ แล้วตอบคำถาม ภาพแสดงสว่ นประกอบของดอกไม้ เซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศเมียอยทู่ สี่ ว่ นใด (O-NET 55) 1. A 2. B 3. C 4. D 4. พจิ ารณาตาราง แลว้ ตอบคำถาม ตารางสว่ นประกอบของดอกไมช้ นดิ ต่างๆ ชนิดของดอกไม้ กลบี เล้ยี ง ส่วนประกอบของดอกไม้ เกสรเพศเมีย กลบี ดอก เกสรเพศผู้ ไมม่ ี มี A มี มี มี มี มี B มี มี ไมม่ ี C มี ไมม่ ี มี D ไม่มี มี มี ดอกไมช้ นดิ ใดเปน็ ดอกไมส่ มบรู ณ์เพศ (O-NET 55) 1. A และ B 2. B และ C 3. C และ D 4. A และ D ตวิ เข้มพิชติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วทิ ยาศาสตร์ By ครูฝนตวิ เตอร์
24 5. ตารางสว่ นประกอบของดอกในดอกไม้ 4 ชนิด ชนดิ ของดอกไม้ ส่วนประกอบของดอกไม้ เกสรเพศเมีย กลีบเล้ยี ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ ไม่มี มี A มี มี มี มี มี B มี มี ไม่มี C มี ไม่มี มี D มี มี มี จากตาราง ดอกไม่สมบรู ณเ์ พศคือดอกไมช้ นดิ ใด (O-NET 56) 1. A และ B 2. B และ C 3. C และ D 4. A และ C 6. กอ่ นหุงขา้ ว เราจะตอ้ งล้างข้าวสารใหส้ ะอาดโดยใสน้ำลงไป แล้วเอามอื คนสัก 2-3 รอบ จะ เห็นนำ้ ล้างเป็นสีขาวขุ่นซ่งึ ต้องรินท้งิ แล้วใสน่ ้ำใหม่เพ่ือล้างอีกครัง้ ก็ยังได้น้ำล้างท่ีมีสีขาว ขุ่นเหมือนเดิม น้ำสีขาวขุ่นนี้เกิดจากอาหารสะสมจำพวกใด และสะสมที่ส่วนใดของข้าว (O-NET 56) 1. แป้ง สะสมในผล 2. แปง้ สะสมในเมลด็ 3. น้ำตาล สะสมในผล 4. น้ำตาล สะสมในเมลด็ ติวเข้มพิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนตวิ เตอร์
25 7. เด็กชายนาวินเก็บดอกไม้ 4 ชนิด ชนิดละ 2 ดอก มาศึกษาโดยผ่า และ ดึงดูส่วนประกอบ ต่างๆของดอกไม้ แล้วบันทึกผลการศกึ ษาเปน็ ตาราง ตารางส่วนประกอบของดอกไม้ชนิดต่างๆ ชนิดของ ส่วนประกอบของดอกไม้ ดอกไม้ กลบี เลย้ี ง กลีบดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย A B C D หมายเหตุ สัญลักษณ์ = มี = ไม่มี จากตาราง ขอ้ ใดสรปุ ไดถ้ กู ต้อง (O-NET 58) 1. ดอกไม้ท่มี ีสว่ นประกอบไมค่ รบส่วน แตส่ มบรู ณ์เพศ คือ A และ B 2. ดอกไมท้ ม่ี สี ่วนประกอบครบส่วน และสมบูรณเ์ พศ คือ A และ C 3. ดอกไม้ทม่ี ีส่วนประกอบไม่ครบสว่ น และสมบรู ณ์เพศ คอื B และ C 4. ดอกไม้ที่มสี ่วนประกอบครบสว่ น แต่ไมส่ มบูรณ์เพศ คือ C และ D 8. นักเรียนปลูกพืชชนิดหนึ่งในกระถาง จนกระทั่งเริ่มออกดอก ก่อนที่ดอกจะบานหนึ่งวัน นักเรยี นเอาถงุ กระดาษครอบดอกไว้ 1 ดอก ปิดปากถงุ ดว้ ยคลปิ หลงั จากน้นั หนึ่งสัปดาห์ เมื่อนกั เรยี นนำถงุ กระดาษออก พบว่า ภายในดอกนีต้ ดิ ผลและภายในผลมีเมลด็ ให้พิจารณาข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถาม ก. ดอกของพืชชนดิ นี้เปน็ ดอกสมบรู ณเ์ พศ ข. พืชชนิดนีส้ บื พนั ธแุ์ บบอาศัยเพศ ค. พชื ชนดิ นีม้ ีการถ่ายเรณเู กดิ ขึ้น ข้อความในขอ้ ใดทีอ่ ธบิ ายส่ิงทเี่ กิดข้นึ ได้ ชัดเจนทส่ี ดุ สำหรบั พชื ชนิดน้ี (O-NET 59) 1. ก และ ข 2. ข และ ค 3. ก และ ค 4. ก ข และ ค ตวิ เขม้ พิชิต 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนติวเตอร์
26 9. ตัดส่วนประกอบของพืชชนิดหนึ่ง ได้แก่ ราก ลำต้น ใบ แล้วแยกแต่ละส่วนประกอบใส่ใน ภาชนะ A B และ C ภาชนะละ 1 ช้ิน จากน้นั บนั ทึกผลการสังเกตลักษณะภายนอกและการ ทดสอบแปง้ ดว้ ยสารละลายไอโอดนี ดงั ตาราง สว่ นประกอบ ผลการสงั เกตลกั ษณะภายนอก ผลการทดสอบแป้ง ในภาชนะ สี ข้อ ปลอ้ ง และ ปากใบ ตา A สนี ้ำตาล พบ ไม่พบ เปล่ียนเป็นสนี ำ้ เงนิ เข้ม ออ่ น B สเี ขียว ไมพ่ บ พบ เปลีย่ นเป็นสนี ำ้ เงนิ เข้ม C สขี าว ไม่พบ ไมพ่ บ ไมเ่ ปลีย่ นแปลง หากต้องการวาดสว่ นประกอบทมี่ ีโครงสรา้ งทำหนา้ ทีค่ ายน้ำและทำหนา้ ทด่ี ูดนำ้ ของพชื ควรเลอื กสว่ นประกอบในภาชนะใดมาวาดตามลำดบั (O-NET 61) 1. A และ C 2. B และ A 3. B และ C 4. C และ B 10. ข้อมลู แสดงโครงสรา้ งภายนอกของพืช 4 ชนดิ เปน็ ดังตาราง ชนิดของพชื โครงสร้างภายนอก ราก ลำตน้ ใบ จำนวนกลบี ดอก (กลบี ) ผล A B 3 C 5 D 6 หมายถึง มีสว่ นประกอบ หมายถงึ ไมม่ ีสว่ นประกอบ ขอ้ ใดกลา่ วถงึ ประเภทของพชื แต่ละชนิดได้ถกู ต้อง (O-NET 61) 1. พชื A เปน็ พชื ไม่มดี อก สว่ นพชื B เปน็ พืชใบเลยี้ งเดีย่ ว 2. พชื B เป็นพืชใบเล้ยี งเด่ียว สว่ นพืช D เปน็ พืชใบเลย้ี งคู่ 3. พชื B เป็นพชื ใบเลยี้ งคู่ สว่ นพชื C เป็นพืชใบเล้ียงเด่ียว 4. พชื C เป็นพืชใบเลีย้ งเดี่ยว ส่วนพืช A เปน็ พืชไมม่ ีดอก ตวิ เข้มพิชติ 100 คะแนนเต็ม O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครฝู นติวเตอร์
27 11. ถา้ ต้องการศึกษาผลของแสงทีม่ ตี ่อการคายนำ้ และการสังเคราะห์ดว้ ยแสงชองพืชชนิด หนึ่ง โดยนำพืชทม่ี ีอายแุ ละจำนวนใบเท่ากนั มาจัดชดุ การทดลองในภาวะท่ีแตกต่างกัน ดงั ตาราง ชุดการทดลอง การจดั ชุดทดลอง ตำแหนง่ ท่ีวาง 1 คลมุ ใบพืชด้วยถุงพลาสตกิ ใส ทมี่ แี สง 2 คลมุ ใบพชื ดว้ ยถุงพลาสตกิ ใส ที่มืด 3 ไมค่ ลมุ ใบพืชด้วยถุงพลาสติกใส ท่ีมแี สง 4 ไมค่ ลมุ ใบพืชดว้ ยถุงพลาสติกใส ทม่ี ดื วางชุดการทดลองทงั้ 4 ชดุ ไว้เปน็ เวลา 1 วนั แล้วเปรียบเทยี บปรมิ าณน้ำทีพ่ ชื คาย ออกมาและการสรา้ งอาหารของพืช ชดุ การทดลองค่ใู ดสามารถเปรียบเทียบผลการทดลองเพื่อศกึ ษาเร่อื งดงั กลา่ วได้ (O-NET 62) 1. ชุดการทดลองท่ี 1 และ 2 2. ชดุ การทดลองที่ 1 และ 2 3. ชดุ การทดลองที่ 2 และ 3 4. ชดุ การทดลองท่ี 2 และ 4 12. พืชชนิดหนึ่งมีโครงสร้างใต้ดินโป่งพองเป็นหัว ไม่มีข้อปล้อง แต่มีตา เมื่อนําหัวดังกล่าว วางทง้ิ ไว้และมีความชืน้ พอสมควร พบวา่ มยี อดออ่ นเจรญิ ข้ึนจากตาได้ จากข้อมูล ขอ้ ความต่อไปนีถ้ ูกต้อง ใชห่ รือไม่ (O-NET 65) ข้อความ ใช่ หรือ ไมใ่ ช่ 12.1 พชื ชนดิ น้มี ีลาํ ตน้ ใตด้ นิ ใช่ / ไมใ่ ช่ 12.2 หัวใต้ดินนีค้ อื รากสะสมอาหาร ใช่ / ไม่ใช่ 12.3 เราสามารถใชห้ วั ใตด้ ินนีใ้ นการขยายพันธุ์ได้ ใช่ / ไม่ใช่ ตวิ เขม้ พชิ ติ 100 คะแนนเตม็ O-NET’66 วิทยาศาสตร์ By ครูฝนตวิ เตอร์
Search
Read the Text Version
- 1 - 30
Pages: