ของชอนตวง ไมค วรใชชอนตกั ลงในวัสดุทีต่ องการตวง เพราะจะทําใหไ ดปริมาณท่ีไมแนนอนและเปนการกระทําที่ไมถูก ตองการทาํ ความสะอาด ใชแ ลวควรลางดวยผงซักฟอกลางนํ้าผึ่งใหแ หงกอนเก็บเขาท่ี ถวยตวงแกว ใชฟ องนํ้านมุ ๆ ถูจะ ชว ยใหแ กว ไมม ีรอยขีดขวน o เครอื่ งช่งั เครื่องชั่งมีขนาดเล็กและขนาดใหญ เครอ่ื งชั่งที่เหมาะกบั การใชงานควรมีขนาด ตั้งแต ๑๐๐๐ - ๓๐๐๐ กรัมถาใชขนาดใหญกวาน้ีจะทําใหการชั่งสวนผสม ท่ีมีปริมาณนอยไมไดผล เครื่องช่ังมีหลาย แบบ ผูซื้อควรเลือกชนิดที่เปนโลหะมีความทนทาน การชั่งสวนผสมควรมีกระดาษหรือพลาสติกที่สะอาดปูรองรับ สว นผสมที่ตอ งการชั่ง เมือ่ ใชเ คร่อื งช่ังแลวทกุ ครง้ั ควรเช็ดทาํ ความสะอาดใหเ รยี บรอย ๒. อุปกรณทใี่ ชใ นการปรุงขนมไทย อปุ กรณที่ใชใ นการปรุงขนมไทย ขนมหวานไทย เปน ขนมหวานท่ีตอ งใชเวลาและแรงงานในการประกอบ บวกความพิถีพถิ ันในการประดษิ ฐ ใหไ ดรูปลักษณทีน่ า รบั ประทาน โดยมีอปุ กรณทใ่ี ชป ระกอบขนม หวานไทย เพ่ือใหไดล กั ษณะของขนมชนิดตาง ๆ จงึ มี มากมายหลากหลายออกไป ผูประกอบจึงควรไดร จู ักอุปกรณท ี่ใชในการทําขนมหวานไทยดังน้ี ๒.๑ กระทะทอง เปนกระทะกนลึกทําดวยทองเหลือง ผิวของกระทะจะมีความหนาบางเทากันหมดมีหู ๒ หู ตรงกันขามหูกระทะจะถูกตรึงดวยหมุดทองเหลืองอยางแนนหนา มีตัวเลขบอกขนาดไวริมตัวกระทะ ลักษณะของ กระทะท่ีดีคือ เนื้อเรียบ ไมมีตําหนิ เคาะมีเสยี งกังวาน การทําความสะอาดและเก็บรักษา เม่ือใชแ ลวลางดวยผงซกั ฟอก ใหสะอาดท้ังขางนอกและขางใน ถามีรอยสนิมใหใชมะขามเปยกผสมขี้เถาละเอียดทาใหทั่ว แลวขัดใหสะอาด ลางดวย น้าํ เช็ดใหแ หงกอนเก็บเขาที่ ๒.๒ กระทะเหล็กแบน เปนกระทะท่ใี ชในการทําขนมไทย คอื กระทะแบนมีขอบสูงประมาณ ๑ น้ิวใชทําขนมที่ ตอ งละเลงใหเปน แผน บาง ๆ การเลือกซ้ือใหดูเน้ือเหล็กที่มสี ีเขมละเอียด เนื้อกระทะไมมีรอยร่วั หรือขรุขระ เรียบเสมอ กัน มนี าํ หนักพอควร วิธีทาํ ความสะอาดใชน ้ําลางดวยผงซกั ฟอกลา งใหส ะอาด เชด็ ใหแหงทาดว ยน้าํ มันพืช ๒.๓ กระทะ เปนกระทะกนลึก มีลักษณะเปนใบบัวมีหู ๒ ขาง หรือมีดามทําดวยเหล็กหรืออลูมิเนียม หลอมี หลายขนาดข้ึนอยูก บั การเลือกนํามาใชงาน ๒.๔ ลังถึง เปนภาชนะที่ทําดวยอลูมิเนียม มรี ูปรางคลายหมอ มีชั้นสําหรับใสขนมสองชั้น ชั้นลางสุดกน เรียบ สําหรับใสน้ํา สวนช้ันบนเจาะเปนรูท่ัวลังถึงท้ังสองชั้น การเลือกซื้อควรพิจารณาขนาดใหเหมาะสมกับการใชงาน มี คณุ ภาพดี ตัวลังถงึ เรียบไมมีรอยบุบ รอยรั่ว ฝาปดไดส นิท ชั้นทุกช้ันของลังถึงซอนกันสนิท การเก็บรักษาเม่อื ใชงาน แลว ทาํ ความสะอาดลางดว ยผงซกั ฟอกทกุ ชน้ั เชด็ ใหแหงกอนเก็บเขาท่ี ๒.๕ หมอเคลือบ เปน หมอโลหะเคลือบ ท้ังภายนอกภายใน หมอมีหูจับท่ีปากหมอ ๒ หู ใชสําหรับตมหรือกวน ขนมที่มีรสเปร้ียว ควรเลือกซ้ือหมอเคลือบที่ไมมีรอยกระเทาะหูเรียบติดแนนกับตัวหมอฝาหมอปดสนิท การทําความ สะอาดเม่ือใชแลวลางดวยสบูใหสะอาด ผ่ึงใหแหง เช็ดดวยผาเก็บเขาท่ี ถามีรอยไหมใหใชนํ้าข้ีเถาแชไวระยะหนึ่งจึง นํามาทาํ ความสะอาด ๒.๖ หมออะลูมิเนียม เปนหมอท่ีมีความเรียบทั้งภายนอกและภายในมีหูสําหรับจับที่ดานขาง ๒ หู มีตราและ เบอรบอกขนาดของหมอฝาปดไดสนิท การเลือกซ้ือดูตราท่ีมีคุณภาพดี ไมมีรอยบุบหรือรั่ว การทําความสะอาดลางให สะอาดกอ นและหลังใชทุกคร้ัง เพราะหมอประเภทน้ีเม่ือฝุนเกาะจะมองเห็นไดยาก และไมควรใชประกอบอาหารที่เปน กรด จะทําใหรสอาหารเปลย่ี นไป
๒.๗ หมอทรงหวด ทําดวยอลูมิเนียมมีลักษณะเปนหมอ ๒ ชั้นทรงสูง ใบบนทําเปนหวดทรงกระบอก สวนกน เจาะเปน รูเลก็ ๆ ใชสําหรบั ใสข าวเหนียวหรือถัว่ เขยี วนึ่ง โดยใสข องลงไปในหมอ ปด ฝา นําไปซอนบนหมอ น้ํา หรือจะนํา หมอทรงหวดดานลางมาผูกผาขาวใหตึง ทําขนมขาวเกรียบปากหมอได การทําความสะอาดลา งดวยผงซักฟอก เช็ดให แหง เกบ็ เขา ที่ ๒.๘ หวดไม ลักษณะเปนกรวยสามเหล่ียม มีความลึกประมาณ ๘-๑๐ น้ิว ทําดวยไมไผสานเปนลายขัด การ เลือกควรเลือกชนิดท่ีมีเน้ือเรียบ ไมมีรอยผุท่ีเกิดจากตัวมอด หรือเคลือบดวยชเล็ค สวนดานลางเปนหมอดินหมอปาก แคบอ่ืน ๆ ก็ไดรองรับหวดภายในหมอใสน้ําประมาณ ?ของหมอ ขณะที่น่ึงใหหาฝา หรือผาขาวบางชุบน้ําปดในหวดไม ปจจุบันมีหวดทําดวยอลูมิเนียม ทําเปนหมอ ๒ ช้ันทรงสูง ใบบนทําเปนหวดทรงกระบอก สวนกนเจาะเปนรูเล็ก ๆ ขณะนึ่งใสขาวเหนียวในหมอใชฝาปด นําหมอขาวเหนียวซอนข้ึนไปบนหมอนํ้า นึ่งไปจนขาวเหนียวสุกการทําความ สะอาด ลางดว ยผงซกั ฟอกธรรมดา เชด็ ใหแหง เก็บเขา ท่ี ถากลัวฝนุ เกาะใหใ ชพลาสติกหอ ใหม ดิ ชดิ เก็บเขาที่ ๒.๙ กระชอน กระชอนทําจากอลูมิเนียม หรือ สแตนเลส การเลือกใชอยูที่การใชงาน ใชสําหรับกรองกะทิ กระชอน ชนดิ ที่เปน ไมไผ กรองกะทไิ ดดี กอนใชค วรลา งใหส ะอาด ผง่ึ ใหแ หง และใชผา ขาวบางใตก ระชอน เพ่อื ชวยใหน ํ้ากะทิสะอาด ไมมีกากมะพราวชิน้ เล็ก ๆ ปนอยู ๒.๑๐ ทีร่ อ นแปง แปง บางชนดิ ตองการรอน เพอ่ื ใหเ ศษผง แมลง หรือไขแ มลงเล็ก ๆ ออกจากแปง ทําใหแปง ความสะอาด และใหเนือ้ แปงละเอยี ด อาจใชท่ีรอนเปนสแตนเลส หรอื อลูมเิ นียมข้นึ อยูกับการใชงาน ถาใชกับของแหง ไมควรนําไปใชกบั ของเหลว เพราะจะทําใหสวนผสมของอาหารปนกนั หากมีความจาํ เปนจะตองใชรวมกัน ก็ควรทาํ ความสะอาดกอนทีจ่ ะมีการใชตอไป เชน ใชร อ นแปง ก็ควรปดใหสะอาดกอนนําไปกรองกะทิการทาํ ความสะอาดลา งน้ํา ใชแปรงถใู หท่ัว เคาะใหสะเด็ดน้าํ ใชผ าเชด็ ผง่ึ แดด ใหแหงกอนเขา ท่ี ๒.๑๑ ท่ตี ีไขชนิดตางๆทีต่ ีไขที่ใชใ นการทาํ ขนมหวานไทย มีหลายชนดิ เชน o ทตี่ ไี ขแบบสปริงทองเหลือง มีดามเปน ไม มลี วดทองเหลือง ๒-๓ เสน ขดเปน สปรงิ ใชกด ใหกระแทกลงในวตั ถุที่ตองการตี แลวปลอ ยใหส ปรงิ ขึ้น และกดลงให สมา่ํ เสมอเปนลักษณะตงั้ ฉาดกบั ภาชนะ การทํา ความสะอาดควรใชแปรงเล็ก ๆ แปรงทีด่ า มตรงรอยตอของลวด และดามไมทเ่ี ปนทจี่ ับใหสะอาดเพือ่ กันสนิม และข้นึ งา ๆ o ท่ตี ไี ขแบบลวดสแตนเลส มีลักษณะเปนสปริงทําความสะอาดไดงา ยมีดามถือเปน ไม วธิ กี ารใชก เ็ ชน เดียวกับชนิดทองเหลือง ตีใหต ้ังฉากกับภาชนะ จะชวยใหอุปกรณ ไมเสยี งา ย ทต่ี ไี ขชนดิ ชนิดนจี้ ะมสี กรู ขัดกับลวดตดิ กับไม ถา ใชถ ูกวธิ ีสกรูจะไมห ลุด แกนไมห กั การทาํ ความสะอาดใชแปรง ๆ ใหท่ัว เพื่อกนั สิ่งตกคางติดอยู ในลวดสปรงิ สว นทเี่ ปน ขดเล็กที่สาด o ทต่ี ีไขแบบชอ นดามยาว ใชส วนทเ่ี ปนชอ นเจาะเปน รปู ราง มดี า มเปน ไม รอยชอ นมลี วด สปริงขดอยรู อบ ๆ ใชตสี ว นผสมในการทาํ ขนมจาํ นวนนอย การทาํ ความ สะอาดใหใ ชแปรง แปรงใหท่ัวชอ นทเี่ ปนสปริง ลา งน้าํ เช็ดใหแหง o ทตี่ ไี ขแบบลกู มะเฟอ ง มีลกั ษณะเปน เสน ลวดสแตนเลส ดดั ใหสว นลา งโปรง นาํ มามดั รวมกันหลาย ๆเสน มมี ือจบั ใชส าํ หรับผสมสวนผสมใหรวมตวั กัน มีความ แข็งแรงวิธใี ชจ บั ใหตะแครงหันดามเขาหา ตวั ใชคนหรอื ตใี นสวนผสม การทาํ ความสะอาดใชแ ปรงแปรงสวนทม่ี ซี ับซอ นของเสน ลวดลา งใหสะอาดเกบ็ เขาที่
๒.๑๒ พายไมช นิดตาง ๆ ทํามาจากไมเน้ือแขง็ เชน ไมสัก ไมโมก ลกั ษณะรูปรา งเหมือนไมพ ายเรอื คือ มดี า ม ยาวกลมถอื ไดถ นดั มือ ชวงปลายจะแบนบานออกโคง บนดา นหัวบนสดุ มีความยาวประมาณ ๘-๑๐ นิ้ว การเลอื กซ้ือ ตองดเู น้ือไมต ลอดท้ังอนั ไมมีตาไมห รือรอยแตก เกลาเรียบ พายที่นิยมใชในการทาํ ขนมหวานไทย จะมีหลายขนาด นาํ มากวนขนมชนิดตางๆ และใชพายไมขนาดเลก็ สําหรับแซะขนมบางชนดิ เชน ขนมถว ยตะไล ฯลฯ การทําความ สะอาดใชลา งดวยสบู ลา งนา้ํ สะอาดเช็ดใหแหง ๒.๑๓ ผาขาวบาง ใชผ ามัสลินหรือผา สาลู ใชสําหรับกรองของเหลวชนดิ ตา ง ๆ เชน กระทิ น้าํ เช่อื ม ไข ฯลฯ เปนตน ผาขาวบางควรใชผาเน้อื นุมและโปรงบาง ใชในการกรองแปง กะทิ เพอื่ แยกสว นสกปรก หรือกากสว นตาง ๆ ออกใหหมด ๒.๑อางชดิ ตางๆ o อางผสม จะเปนอา งเคลอื บ หรอื อางสแตนเลสควรเลอื กใชใหเหมาะสมกบั สวนผสมของ ขนม อางนี้มกี นลึก ปากกวา ง เหมาะสาํ หรับผสมอาหารทุกชนิด o อา งอลมู เิ นียม ใชส ําหรบั ใสข องที่ตอ งการลางทําความสะอาด เชน ผกั ผลไม ใส มะพราว เพื่อคน้ั กะทิ หรอื ใสข องทีเ่ ตรียมไวเ พ่ือใชป รงุ อาหาร o อางแกว ใชส าํ หรับผสมอาหาร มีความหนา ใส มีน้ําหนัก การใชควรระมัดระวัง เมื่อมือ เปย กไมควรจับอา งชนดิ นีเ้ พราะอาจจะลน่ื หลุดมือได การทําความสะอาด ทําไดง าย ลางแลวควรผง่ึ ใหแ หง กอ นเกบ็ ๒.๑๔กระตา ยขดู มะพราว มหี ลายชนดิ o กระตา ยไทย ฟนหรือหวั กระตายทําดว ยเหลก็ กลม ๆ โดยรอบมีพันเปนเลื่อยมแี กนสาํ หรบั เสยี บกับตวั กระตาย ซึง่ ทําเปนมา น่งั สําหรบั ผขู ูดมะพราวน่งึ ได o กระตา ยจีน มลี ักษณะเปนไมกระดาม แผนกวางประมาณ ๔ น้วิ ยาว ๑๒ นวิ้ ใชตะปูตอกให หัวตะปกู ดชิดกระดานดา นหลังและหางตะปูโผลต ้ังลากกบั แผน กระดาษ อีกดา มหนง่ึ ตอกจนเตม็ กระจายหา งกัน ประมาณ ๑/๒ เซนติเมตร หรอื นอ ยกวานั้น ใชสําหรับขดู มะพราวทําไสข นมหรอื ขูดมนั สําปะหลงั ท่ตี องการละเอยี ดมาก o มอื แมว ใชเหลก็ แผนบาง ๆ ทาํ เปนพนั เลื่อย มไี มป ระกบยาว ๕-๖ น้วิ เปน ดา มสําหรับจบั ขดู มะพรา วใหgปนเสนเล็ก ๆ ยาว ๆ สาํ หรับโรยหนาขนมถวยตะไล มีลักษณะ เปนถวยปากกลมเล็ก ขนาด ๑ นิว้ เปน กระเบ้ืองใส ขาว เบา ไมห นาเกนิ ไป เนื้อถว ยมลี กั ษณะละเอียด ไมม ีฟองอากาศทีถ่ ว ย การทาํ ความสะอาดใชแลวลางให สะอาดการเกบ็ ควรจัดเรียงซอนกน ไวใ นตะกรา ใหเรยี บรอ ย จะไดไมแตกงาย ๒.๑๖ ถาดใสข นม ถาดสาํ หรับใสข นมหวานไทย นิยมใชถาดอลมู ิเนียมเนื้อคอนขา งหนา ตดั เปน รปู ส่เี หลีย่ ม ขนาด ๑๒x๑๒ น้วิ ยกขอบสงู ประมาณ ๑-๒ นิว้ ขอบถาดขลิบเรียบดานหัวมมุ ของถาดทกุ รอยตอจะปดกรีอยา งดีไมมี รอยร่ัว ถาดทใี่ ชมหี ลายแบบขึ้นอยูก ับนํามาใชงาน วธิ ีการเลอื กซื้อพจิ ารณาดเู มอ่ื ถาดใหม ีความหนา ตะเขบ็ เรียบใชง าน แลว ลา งทําความสะอาด เชด็ ใหแหง เก็บเขาที่ ๒.๑๗ ตะแกรงไมใชตากขนม ความโปรงของตะแกรงชว ยใหอากาศถายเทได เลือกตะแกรงท่มี ชี องไมหา ง จนเกินไป ขอบแนนหนาการผูกหวาย ที่ขอบมีลกั ษณะถแี่ ละแนน การทาํ ความสะอาด และเกบ็ รักษา ใชแ ปรงปดให สะอาด เม่ือใชแลวถา เปรอะเปอ นส่ิงสกปรก ลางใหส ะอาดผงึ่ แดดใหแหง เก็บไวใ นทโี่ ปรง ๓. เคร่อื งมือท่ีใชทําขนมไทยชนิดตางๆ
เครอื่ งมือท่ีใชใ นการทําขนมไทยชนดิ ตางๆ o ขนมหวานไทยชนิดตา ง ๆ มีลักษณะรปู รางแตละชนดิ แตกตางกนั ออกไป ซง่ึ ขึ้นอยูกับ ชนิดของขนมหวานไทยนน้ั ๆ เครอ่ื งมือในการทาํ ขนมไทยเปนสง่ิ สาํ คัญ ที่จะกาํ หนดให • ขนมไทยแตล ะชนดิ มรี ปู แบบเปนเอกลกั ษณ คนไทยสมัยกอนจะเรียกเคร่ืองมือเหลาน้ีวา พมิ พข นม พมิ พขนม อาจมลี ักษณะ เปน พมิ พไ ม พิมพท องเหลือง พมิ พพ ลาสติก ฯลฯ • การทําขนมหวานไทย การใชพิมพช นิดตางๆ จึงมคี วามสาํ คญั มาก เพราะจะชว ยใหขนมที่ ทาํ แลวมรี ปู รา งหนาตานารบั ประทาน พิมพขนมท่ีทาํ มากดหรืออดั รปู รา ง ถาทําดว ยไมควรเลือกลวดลายพิมพท ่ีมเี สน ลกึ ลายคอนขางหยาบ เมื่ออัดขนมลงลายจะเดน ชดั ควรเลือกไมเนือ้ แขง็ เนอ้ื ไมไมมีรอยแตก ไมมีตาไม เพราะจะเกดิ รอยรา วหกั งา ย • พิมพไมที่ใชกบั ขนม เชน ทองเอก สัมปนมี ขาวตู ฯลฯ เมอ่ื ใชพ ิมพแลวลางใหสะอาดใช แปรงทําความสะอาดใหทว่ั ทุก ๆ รอยของพมิ พ อยา ใหมเี ศษแปงตดิ คาง จะทาํ ใหข ึน้ รา ลา งผ่งึ ใหแ หงกอนเกบ็ ๑. พมิ พข นมทองเอก สัมปน นี เปน พิมพท าํ ดวยไมแกะเปน ลวดลาย ในหนง่ึ พมิ พมี ๔-๕ ชอ ง เม่ือทําขนม แลวลางทําความสะอาดผ่งึ แดดใหแหง ใสถ ุงพลาสตกิ รดั ยาง ๒. พิมพข นมครองแครง เปน พมิ พท ท่ี าํ ดว ยไมและพลาสติก ใชแลว ทําความสะอาดดวยการแชน ํา้ แลว ใชไม แหลมแซะแปง ออกใหหมดลางใหส ะอาด ผง่ึ แดดใหแหง ใสถ ุงพลาสติกรดั ยาง ๓. พมิ พขนมฝรั่ง เปน รูปกลมภายในประกอบดว ยหลมุ รปู รางตา ง ๆ ประมาณ ๗-๑๐ อัน ข้ึนอยกู ับขนาดมี ฝาปด ควรเลอื กซื้อชนิดท่ีเน้ือละเอยี ด ไมมรี ูอากาศ ไมม รี อยราว ใชง านแลวทาํ ความสะอาดใหท ว่ั ดวย แปรงมดั เศษขนมออกใหห มดใชผา ชุบน้ํามันเช็ดใหทว่ั พิมพเกบ็ เขาที่ ๔. พมิ พกระทงทอง มดี า มเปน ไมหรอื ขดเหลืองยาวประมาณ ๗-๘ นิ้ว ดานปลายจะเปน รูปกระทง ๑-๒ อนั การเลือกซ้ือจะดูทองเหลืองท่ตี อมายงั ดามไมย าวพอสมควร การตอแนนหนา ตอ แผน ทองเหลอื งที่ ถาดจับท่ดี ามแนน สนิทการทําความสะอาด ใชแ ลวลา งเศษขนมออกใหหมด ทาน้าํ มนั พืชใหท่ัว เก็บเขาที่ ๕. พิมพดอกจอก มลี ักษณะเปน ทองเหลืองท้ังอัน ดามยาวมีหวงวงกลมดานบนยาวประมาณ ๗-๘ น้วิ ดามปลายทําเปนรปู กลม หลอเปนลวดลาย การเลือกซ้ือดทู องเหลืองท่ีตอกบั ดา มใหแนน หนา การ ทําความสะอาดใชแ ลว ลางทานาํ้ มันพชื ใหท ั่วเก็บเขา ท่ี ๖. พิมพทองมวน มีดามยาว ตัวพมิ พเ ปน เหล็กหลอตีเปน แผน บาง ๆ มีลวดลายทีพ่ มิ พ กอ นใชผ งิ ไฟให พมิ พรอนเสยี กอน ควรใชลกู ประคบชบุ นํ้ามนั พชื ทา (ลกู ประคบคือกากมะพราวหอดวยผา ใชส าํ หรบั ชมุ นํา้ มันทาพมิ พ) พิมพท องมว นใชแ ลว แปรงใหสะอาดแลว ทาน้ํามนั หอดว ยผา หรือกระดาษ ๗. ทก่ี ดสลิม่ ทําดวยทองเหลืองหรือสแตนเลส มีลกั ษณะเปนกระปองกลมดา นลางเจาะ รูเล็ก ๆ ดา นบนปากกระปองมี๒ หู มีท่ีกดเปน ดามยาวประมาณ ๖-๗ น้ิว ดา นปลายเปน แผน กลม หนา การเลือกซ้ือควรพจิ ารณาความแข็งแรงแนนหนาของการบัดกรี ระหวางรอยตอของดามกบั ตวั แผนทกี่ ดแลหูท้ังสองขาง รทู เ่ี จาะดานลางใชง านไดการทาํ ความสะอาดลา งแลวเช็ดใหแหงเกบ็ เขา ที่ ๘. ที่กดขนมเรไร ทาํ ดวยไมเนื้อแขง็ เชน ไมสัก มรี ปู รา งคลายท่ที บั กลว ยปง ยาวประมาณ ๑๔-๑๕ น้วิ ประกอบดวยกนั ๒ สว นดา นตัวลางตรงกลางจะเปน เดือย ไมกลม ๆ ขนึ้ มา ดา นตัวบนตรงกลางจะ
เปนหลุมกลมขนาด ๑ นวิ้ ดา นบนของหลุมจะมีแผนทองเหลืองเจาะรูเล็ก ๆ การเลอื กซื้อ พจิ ารณารอย ตะปทู ีต่ อกบนแผนทองเหลืองใหแ ขง็ แรงตัวดา มไมไ มมรี อยแตก มีตาไม เมื่อใชพมิ พแลวลา งใหสะอาดใช แปรงทําความสะอาดใหทว่ั ๆอยาใหม ีเศษแปงติดคาง ผึง่ ใหแหง กอ นเก็บเขาที่ ๙. ทกี่ ดขนมขห้ี นู มลี ักษณะเปนกรอบไมส่ีเหล่ยี มตรงกลางเปน ตะแกรงทองเหลอื ง หรือสแตนเลส ชนิดละเอียดหรือใชทีร่ อ น แปงทมี่ ตี ะแกรงชนิดละเอยี ดได การเลือกซื้อพิจารณาระหวา งรอยตอ ของไม กบั ทองเหลอื งใหแข็งแรงแนนหนาเมอื่ ใชง านแลว ลางใหส ะอาดใชแ ปรงทําความสะอาดใหท ั่ว ๆ อยา ใหม ี เศษแปง ติด ผ่งึ ใหแหง ๆ กอนเก็บเขาที่ ๑๐. กระชอนกดลอดชอง ใชกะลาขนาดใหญขูดใหส ะอาดทั้งดา นในและนอก ขดั จนเปนมนั เจาะรใู หทัว่ พ้นื ที่ รทู เ่ี จาะเปนรกู ลมเกลี้ยงมเี สนผาศนู ยก ลางประมาณ ๑/๒ ซม.เขา กรอบไมโดยรอบมีท่ีวางพัก ไว กดแปงลงในกระชอนกดดวยทพั พีหรือกระบวยดามยาว ๆ ใหแ ปง ทก่ี วนไดทแี่ ลวไหลลงมาตามรูที่ เจาะ ปจ จุบนั มีท่ีกดเปน อลูมิเนียมคลายที่กดสล่ิมแตเจาะรูใหญ การทําความสะอาด ลางดวยน้าํ ธรรมดา ใชแ ปรงถทู างดา นในและดานนอก เช็ดและตากใหแหง ๑๑. เตาขนมครก ปจ จบุ นั เตาขนมครกมีสองชนดิ คือชนิดทท่ี ําดว ยดินเผา และชนิดท่ที ําดวยอลูมเิ นยี มมฝี า ครอบชนิดทเี่ ปน ดินกอนทีจ่ ะนํามาใชต อ งทาํ หลมุ ขนมครกใหเ ปน มันลื่น โดยการใชกากมะพราวขูดทีค่ น้ั แลวทาในหลมุ เผาใหไหมหลาย ๆ คร้ัง จนหลมุ เปนมนั จึงนํามาใช ถาเปน ชดอลูมเิ นยี มใหใชน ้าํ มันพืชมา การรกั ษาความสะอาด ใชเตาแลว ขดู ส่งิ สกปรกออก เช็ดดวยน้ํามนั พชื ใหท่ัว เก็บเขาท่ีใหเรียบรอ ย ๑๒. แหนบ มที ั้งชนิดท่ีทาํ ดว ยอะลมู ิเนียม และทองเหลือง ปลายแหนบมลี วดลายใชสําหรับหยบิ แปง ให เปนลวดลายมหี ลายลายใหเลอื กซื้อตามตอ งการแหนบชนดิ ทองเหลือใชไดทนทาน ควรเลือกลายที่ไม ละเอียดมากนัก เม่ือใชห ยบิ แปง แลวจะไดลายชดั เจน ชนิดอลูมิเนียมไมแ ข็งแรงและไมทนทาน ใชไ ด เพียงชวั่ คราวเทาน้ัน การทาํ ความสะอาด ใชแ ปรงถทู ีล่ ายใหหมดคราบ เช็ดแลว ผึง่ ใหแ หง ใสในภาชนะท่ี เปนกลอง เพราะเปนของเล็กอาจหางาย ๔. เครื่องใชในการทําความสะอาด เครอื่ งมอื ที่ใชในการทาํ ความสะอาด ๔.๑ ผงซักฟอก มีหลายยห่ี อ หลายชนดิ เลือกใชชนิดใดชนิดหน่งึ ที่ราคาไมสงู แบง ใสใ นภาชนะเคลอื บหรือ พลาสติกไวเ พอ่ื ใช ๔.๒ สบู ใชส ําหรบั ฟอกมือหรือผาเปอ นบางชนิด ควรมีภาชนะใส มฝี าปดมดิ ชิด วางไวใ หเ ปน ท่ี เชน ทอี่ า งลา ง มือ ๔.๓ แผน ทาํ ความสะอาด ปจจุบันนิยมใชแผน ทาํ ความสะอาด เพราะสะดวกในการขดั ถูภาชนะทเ่ี ปรอะเปอ น เขมาไฟ หรืออาหารแผนทําความสะอาดทีใ่ ชแ ลว ควรซกั ใหสะอาด บบี น้าํ ออกใหห มด ผ่งึ ใหแหงจะใชไดท นทาน และ ประหยดั ไมต องซื้อหาบอยการเกบ็ ควรใชไมห นบี ใหเปน ท่ี ๔.๔ แปรง อาจใชแปรงไมทผี่ ลติ จากเสน ใยของตน ตาล เพอ่ื ใชถ สู ง่ิ สกปรกท่ีตดิ อยูกน ภาชนะ หรอื อางลา งชาม เปน ตน ใชแลวลางน้ําผสมผงซกั ฟอก สะอาดแลว เคาะนํา้ ออกใหห มด แขวนใหสะเด็ดนํ้า
๔.๕ ฟองนํา้ เปน ชิ้นสี่เหลี่ยม ขนาดพอเหมาะ มชี ้นิ เล็กและช้ินใหญ ควรเลอื กชิ้นท่ีหยบิ ไดพ อดีมือ ใชลา ง เคร่ืองมอื เคร่ืองใชป ระเภททเ่ี ปน แกว หรอื สแตนเลส เม่อื ใชแลวควร ชําระลา งฟองนา้ํ ใหสะอาด ผึ่งใหแหง ถา มีกลอ งใสไวจะใชไดนาน ๔.๖ ฟองน้ําถูพื้น มดี า มถอื เปนไม ใชแ ลว ตอ งซักฟอกใหส ะอาด ถอดออกผึ่งใหแ หง ๔.๗ ผา เชด็ มือ ควรเปนผาท่ีซบั น้ํา แขวนไวใกลกบั อางลางมือ ๔.๘ ผา เชด็ ชามและเครื่องมือ ควรเปนผาทีส่ ะอาดและซับนํ้ามีขนาดใหญก วาผาเช็ดมือ สีจากธรรมชาติทีใ่ ชในการทําขนมไทยชนิดตา งๆ การทําขนมหวานไทยใหน า รบั ประทาน และสะดดุ ตาผบู ริโภค สขี องขนมสามารถดงึ ดดู ใจของลูกคาไดเปน อยางดีการทําขนมหวานไทยใชสอี อน ๆ จะทําใหข นมสวย ผปู ระกอบขนมหวานไทยควรใชสที ไ่ี ดจ ากธรรมชาติของพชื ชนดิ ตา ง ๆ เพ่อื หลีกเล่ียงสีอาหารมากชนดิ ที่อาจมีอันตราย ตอรางกายของผูบรโิ ภค • ใบเตย ใหส เี ขยี วมลี ักษณะใบยาวเรียว สเี ขยี วจัด มกี ลนิ่ หอม โคนใบมีสีขาวนวล ลกั ษณะ เปนกอ ใบแกมสี เี ขียวจัด ใหก ลิ่นหอมมาก ใบเตยมสี องชนิด คือ เตยหอม และ เตยไมหอม การเลอื กใชน ิยมใชใบเตย หอมท่ีมีกอใหญ มีใบโต ไมมีแมลงเจาะ วิธีการคัน้ นํา้ ใบเตย หน่ั ใบเตยเปนฝอย แลวโขลกใหล ะเอยี ด ใสน า้ํ เล็กนอ ย คนั้ เอานํา้ เตยออกใหเ ขม ขนทีส่ ุด กรองดว ยผา กรอง พยายามอยาใหกากใบเตยหลนลงไปในนาํ้ ท่ีกรองแลว • กาบมะพราว ใหสีดาํ ใชกาบมะพราวแกเ ผาไฟใหไหมจ นเปนสีดาํ ท้งั อันใสน าํ้ คั้น กรองดวย ผา กรองเอากากออกใหหมด • ขมนิ้ ใหสเี หลืองขมิน้ เปน พชื ลมลกุ มีหัวใตด ินลกั ษณะเปน แงง คลายขงิ สเี หลือง มกี ล่ิน หอมใชผสมกับขนมที่ตองการใหม ีสเี หลือง วิธกี ารใชทบุ ขม้ินใหแ ตก หอผา แลว นําไปแชกับน้ําใหออกสี • ดอกอญั ชนั ใหสมี ว งคราม เปน พชื ไมเ ลื้อยมดี อกสมี ว งคราม ลกั ษณะคลา ยดอกถว่ั ตรง ปลายสีมว งคราม ตรงกลางสเี ขียว เวลาใชใหเลือกเอาแตสว นทเ่ี ปน สมี วง วิธีการ ใชใสนํา้ เดอื ดเลก็ นอย แชด อกอัญชนั สกั ครคู ้ันใหออกสีคราม กรองเอากากออก หยดนาํ้ มะนาวลงไปสจี ะเปลี่ยนเปน สีมวง • ดอกดนิ ใหส ดี ํา เปน พชื ชนิดหนง่ึ จะมตี อนหนา ฝน ดอกปนกับรากไมช นดิ อ่ืนเชน ราก ออย รากหญา คา ดอกดนิ โผลออกจากดินมสี ีมวงเขม กลีบดอกรี ๆ ใชผ สมกบั แปง ทําขนมดอกดิน • หญา ฝร่ัง ใหสเี หลือง เปนพืชชนิดหน่ึงมลี ักษณะคลายเกสรดอกไมต ากแหง มีกลน่ิ หอม เม่ือนํามาใชช งกับน้าํ รอนแลว กรองเอากากออกใชแ ตน าํ้ • ครงั่ จะไดส แี ดง ใชร ังครง่ั มาแชน ํ้า ถา ตอ งการสีแดงคลาํ้ เติมสารสมลงไปเล็กนอย • กระเจีย๊ บ จะไดส แี ดงเขม ใชส วนท่ีเปน กลีบหมุ ผลนาํ มาตมกับน้าํ • เกสรดอกคําฝอย จะไดสีเหลือง ใชแชในนาํ้ รอ น กรองเอาแตน ํา้ ใบงาน2.2 เรือ่ ง การถอดองคค วามรเู รอ่ื งวตั ถุดบิ การทาํ ขนมไทย
ชอื่ ................................................สกลุ ......................................ช้ัน.........................หอง........................... คําชี้แจง ใหน กั เรยี นสรปุ ความรทู ่ไี ดจากการเรียนเร่ืองวตั ถุดิบการทาํ ขนมไทย ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................
ใบงานท่ี 2.3 เรอ่ื ง บันทกึ การทดลองสจี ากธรรมชาติ กลมุ ท.่ี ............. ชื่อสมาชกิ กลุม ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. คําช้แี จง ใหนกั เรยี นบันทกึ ผลการปฏบิ ตั ิงานลงในตารางแลว สงตัวแทนนาํ เสนอ ชอ่ื พชื ท่ีนํามาทดลอง สีทไ่ี ด ความคิดเห็นและขอเสนอแนะ ท่ี ในการนาํ มาผสมอาหารหรือขนม
ใบงานท่ี 2.4 เร่อื ง บนั ทกึ การทดลองใชเครื่องมือช่ังตวงวัด กลมุ ท.่ี ............. ชื่อสมาชกิ กลุม ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................. คาํ ช้ีแจง ใหน ักเรียนบนั ทึกผลการปฏิบตั ิงานการช่ังตวงวัด ชือ่ วัตถุดบิ ทีน่ ํามา เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช ปริมาณนา้ํ หนกั ท่ี ชง่ั ตวงวดั
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพชิ้นงาน / ภาระงาน เลขที่ ประเด็น/คะแนน ความสมบรู ณ ความคดิ สรางสรรค รวมคะแนน ชื่อ - สกลุ ของชน้ิ งาน 8 20 1 12 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 ลงชอื่ .........................................................ผปู ระเมนิ (................................................................) วนั ที.่ .........เดือน.................................พ.ศ. .................
เกณฑการใหคะแนนคณุ ภาพชิ้นงาน / ภาระงาน ระดบั เกณฑก ารใหค ะแนน นา้ํ หนัก/ คะแนน คะแนน ความสาํ คญั รวม ประเดน็ 4 321 3 12 การประเมิน 2 8 ความสมบูรณของ ชิน้ งานมรี าย ช้นิ งานมรี าย ชิน้ งานมรี าย ช้ินงานมีราย 5 20 ช้ินงาน ละเอียด ละเอยี ด ละเอียด ละเอียด ครอบ ครอบ ครอบ ครอบ คลุมวง คลมุ วง คลมุ วง คลุมวง คาํ ศัพท คําศัพท คําศัพท คําศัพท ทเ่ี รยี นเปน ทีเ่ รยี นพอ ทเ่ี รียนนอ ย ที่เรยี น สวนใหญ สมควร สมบูรณ ความคิด เปนชนิ้ งาน เปน ชนิ้ งาน เปนชิ้นงาน เปนชนิ้ งานที่ สรา งสรรค ทแ่ี ปลกใหม ทีแ่ ปลกใหม ที่ ป รั บ ป รุ ง เหมือนกับ คดิ ขน้ึ เอง แตมบี างสวน ดั ด แ ป ล ง ตวั อยาง ไมเ หมือน คลายกบั เล็กนอยจาก ตัวอยาง ตัวอยาง ตวั อยา ง รวม
แบบการประเมนิ ผลการนาํ เสนองาน เรอ่ื ง ……………………………………. วิชา……………………………………………….ชน้ั ………………. ชือ่ …………………………………………………..เลขท…ี่ …………… ท่ี รายการประเมนิ ผูประเมนิ รวม เกณฑการประเมนิ ตนเ เพอ่ื น ครู อง 1 เน้อื หา ( 4 คะแนน ) คะแนน 4 : มีครบทุกขอ 1. เน้อื หาครบถว นสมบูรณ คะแนน 3 : มี 3 ขอ ขาด 1 ขอ 2. เนอื้ หาถูกตอง คะแนน 2 : มี 2 ขอ ขาด 2 ขอ 3. เนื้อหาตอเนอื่ ง คะแนน 1 : มี 1 ขอ ขาด 3 ขอ 4. มีการคน ควา เพม่ิ เตมิ 2 กระบวนการทาํ งาน(2คะแนน ) คะแนน 2: มคี รบทุกขอ 1. มกี ารวางแผนอยางเปนระบบ คะแนน 1 : มี ไมครบ 4 ขอ 2. การปฏบิ ตั ติ ามแผน คะแนน 0 : ไมปรากฏกระบวน 3. ตดิ ตามประเมนิ ผล การทาํ งานที่ชัดเจน 4. การปรับปรุงพัฒนางาน 3 การนําเสนอ ( 2 คะแนน ) คะแนน 2 : มีครบทุกขอ 1. การใชสํานวนภาษาดี คะแนน 1.5: มี 3 ขอ ขาด 1 ขอ ถกู ตอ ง คะแนน 1 : มี 2 ขอ ขาด 2 ขอ 2. การสะกดคําและไวยากรณ คะแนน 0.5 : มี 1 ขอ ขาด 3 ขอ ถูกตอง 3. รูปแบบนา สนใจ 4. ความสวยงาม 4 คณุ ธรรม ( 2 คะแนน ) คะแนน 2 : มีครบทุกขอ 1. ตรงตอ เวลา คะแนน 1.5: มี 3 ขอ ขาด 1 ขอ 2. ซื่อสตั ย คะแนน1 : มี 2 ขอ ขาด 2 ขอ 3. ความกระตือรือรน คะแนน 0.5 :มี 1 ขอ ขาด 3 ขอ 4. ความมนี ํ้าใจ รวม คะแนนเต็ม 10 คะแนน เฉลี่ย ลงชอื่ ผูประเมิน…………………………….. ตนเอง ลงช่อื ผปู ระเมิน…………………………….. เพื่อน ลงช่ือผปู ระเมิน…………………………….. ครู
ผังมโนทศั น รายวชิ า ขนมไทย1 รหัสวิชา ง 20229 ระดับช้ัน ม.2-3 หนวยการเรียนรูที่ 3 เรอ่ื ง ชือ่ หนว ยปฏบิ ตั กิ ารทาํ ขนมไทย จํานวน 26 ชว่ั โมง : 40 คะแนน ช่ือเรื่อง ปฏบิ ัตกิ ารทําขนมไทย 13 ชนิด จํานวน 2ชม. ตอ 1 ชนิด ชว่ั โมง : 60 คะแนน หนว ยการเรยี นรทู ี่ 4 เรือ่ ง ปฏบิ ตั ิการทาํ ขนมไทย จาํ นวน 26 ช่ัวโมง
แผนจัดการเรียนรูท ี่ 3 เรอ่ื ง ปฏบิ ตั กิ ารทาํ ขนมกลวย รายวิชา ขนมไทย 1 รหัสวิชา ง20229 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 2-3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2563 น้าํ หนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรยี น 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาทใ่ี ชในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 2 ชั่วโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) การปฏบิ ัตกิ ารทาํ ขนมไทย ตองทาํ ตามข้นั ตอน กอนการปฏิบัติ ควรมีการวางแผน เพ่ือใหไ ดผ ลติ ภณั ฑทดี่ ี และ หลงั การปฏบิ ัติ ควรมกี ารประเมินผลการทํางานทกุ ครั้ง 2.ตวั ชี้วดั ชัน้ ป/ ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู 7. เพอ่ื ใหผ เู รียนปฏิบตั ิการทาํ ขนมไทย 3. สาระการเรียนรู 3.1 เน้อื หาสาระหลกั : Knowledge 1.หลักการทําขนมกลวย 2. สวนผสม และขั้นตอนการทาํ 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process ปฏบิ ัติการทาํ ขนมกลวย 3.3 คุณลกั ษณะทพี่ ึงประสงค : Attitude ,มงุ ม่ันในการทาํ งาน,มีวินัย.มจี ิตสาธารณะ 4. สมรรถนะสําคญั ของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 5. คุณลักษณะของวชิ า - ความตัง้ ใจ- ความรบั ผิดชอบ - ตรงตอเวลา 6. คุณลักษณะท่ีพึงประสงค 1. มจี ติ สาธารณะ 2. มงุ ม่นั ในการทํางาน 3. มวี นิ ยั 7. ช้นิ งาน/ภาระงาน : - ผลงานจากการทาํ ขนมกลวย 8. กิจกรรมการเรียนรู ขน้ั นําเขา สูบทเรยี น 1.ทําความเขาใจและชีแ้ จงสาระการเรียนรูใหนักเรียนทราบในหนว ยการเรยี นรเู รอ่ื ง ปฏบิ ัตกิ ารทาํ ขนมกลว ย 2. ตรวจเช็คเครอื่ งแตงกาย เล็บ ผม กอนปฏบิ ัตงิ าน
ข้นั สอน 1. ครู ใหน ร.แจกสตู รขนมกลวย อธิบายลกั ษณะ วตั ถดุ ิบ สวนผสมในการทาํ 2. ครูใหน ร.แบงกลมุ ๆละ4 คน ปฏบิ ตั ิการทําขนมกลยวยตามขนั้ ตอน ใชเวลาในการทํา 1 ชัว่ โมง 3. ครใู ห นร.แตละกลมุ สงผลงาน ท่โี ตะ ครแู จกแบบประเมินรสชาตแิ ละลักษณะขนมใหแตล ะกลุม นําไปใหค รู ในโรงเรียนและ นร.ชมิ และประเมนิ ใหคะแนน 4. ครูตรวจผลงานและรวมกันสรปุ ลักษณะของขนมที่ดแี ละไมดี 5. ใหนร.จดั เกบ็ ลางอปุ กรณตา งๆ ทาํ ความสะอาด จัดเก็บใหเรยี บรอ ย ขนั้ สรปุ จํานวน 1. ครูสรุปอีกคร้ัง และแจงถึงการเรยี นในคร้งั ตอไป - 9. ส่ือการเรียนการสอน / แหลงเรียนรู รายการสื่อ 1. ใบงานเร่อื งสตู รการทําขนมกลว ย 10. การวัดผลและประเมนิ ผล เปาหมาย หลักฐานการเรียนรู วิธีวดั เครอื่ งมอื วดั ฯ ประเด็น/ การเรยี นรู ช้ินงาน/ภาระงาน แบบประเมนิ ทํางานกลุม เกณฑก ารให การสงงานของ 7. เพอื่ ใหผูเรียน ขนมกลวย นักเรียน คะแนน ปฏิบตั กิ ารทําขนม ไทยตามขัน้ ตอน เต็ม 10 คะแนน ลงช่ือ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล) ตําแหนง ครู คศ.2
ขนมกลวย สวนผสม กลวยนํา้ วา สกุ บด ๑ ถวยตวง แปง ขา วเจา ๑ ถว ยตวง แปง มนั สําปะหลงั ๒ ชอนโตะ แปงทา วยายมอม ๓ ชอ นโตะ มะพราวทนึ ทกึ ขดู ๑/๔ ถว ยตวง หวั กะทิ ๑ ถว ยตวง นํา้ ตาลทราย ๑/๒ ถว ยตวง มะพราวทึนทึกขูดฝอย ๑ ถว ยตวง เกลอื ปน ๑ ชอนชา วธิ ที ํา 1. ผสมแปง ขา วเจา แปงมัน แปว ทาวยายมอม เขาดว ยกันแลว ใสห วั กะทลิ งนวดจนเปน เน้ือเดยี วกนั 2. ใสก ลวยบด นาํ้ ตาลทราย ลงในแปงท่นี วดแลว คนใหเ ขากัน จนนาํ้ ตาลละลาย ใสมะพรา วทนึ ทึกขดู ลง ผสมใหเ ขา กัน 3. เทขนมใสลงในถาดหรือพิมพนาํ ไปน่ึงใหสกุ ดวยไฟแรงยกลงเวลาเสริฟโรยดวยมะพราวขูดฝอยอีกครงั้
แบบประเมินความพงึ พอใจ ชื่อขนม....................................................... กลุมยอยท่.ี .........ครงั้ ท่ี........... คําช้ีแจง ใหท าํ เครอื่ งหมาย / ในชอ งทต่ี รงกบั ระดับความพึงพอใจตามความเปนจรงิ มากทส่ี ดุ หวั ขอการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 1234 1. รสชาติ 2. สีสนั 3. กลิน่ 4. ลักษณะความนมุ รวม ขอเสนอแนะ............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ระดบั ความพึงพอใจ 1 = นอยมาก 2 = นอ ย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5 = มากทส่ี ุด เกณฑการประเมินระดับคะแนน คะแนน 0 – 5 หมายถึง ปรบั ปรุง คะแนน 6 - 10 หมายถงึ พอใช คะแนน 11 - 15 หมายถงึ ปานกลาง คะแนน 16 - 20 หมายถึง ดี คะแนน 21 - 425 หมายถงึ ดีมาก
แบบประเมนิ การทาํ งานเปนกลุม กลมุ ท่ี………ชนั้ …… เร่ือง…………………………………. คําช้แี จง แบบประเมินฉบบั นี้เปนเรื่องเกีย่ วกบั การปฏบิ ตั ิงานของนักเรียนโดยมีขอความใหนักเรยี นอานแลว พิจารณาวา นักเรียนมีการปฏบิ ัติเปนอยางไรคาํ ตอบไมม ถี ูกหรือผิด เพราะแตล ะคนยอมมีการปฏบิ ตั ไิ มเหมือนกันขอสําคญั ใหต อบให ตรงกับการปฏิบัติของตนเองใหมากที่สุด วิธตี อบ เม่ือนกั เรยี นอา นขอความแตละขอแลว นกั เรยี นไดป ฏบิ ตั ิอยางไรใหต อบในเรื่องทีต่ รงกบั การปฏิบตั ขิ องนักเรียน มากทส่ี ุดคอื - ไมป ฏบิ ตั ิเลย ใหท าํ เคร่ืองหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 1 - ปฏบิ ตั ิเพยี งเล็กนอย ใหท าํ เคร่ืองหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 2 - ปฏบิ ัติเปน ครงั้ คราว ใหท ําเคร่ืองหมาย 3ลงในชองคะแนน 3 - ปฏิบตั บิ อยๆ ใหทาํ เคร่ืองหมาย 3ลงในชองคะแนน 4 - ปฏิบัติเปนประจาํ ใหท าํ เครอื่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 5 พฤติกรรมที่ตองประเมนิ 5 43 21 1. การวางแผนการทาํ งานรว มกัน 2. การแบงหนาท่ีรบั ผิดชอบในกลมุ 3. การใหความรว มมือของสมาชกิ 4. การยอมรบั ฟง ความคดิ เห็นของผูอนื่ และการแสดงความ คดิ เหน็ 5. การแกปญ หาภายในกลุม รวม รวม เกณฑการประเมนิ 1. ไดค ะแนนรวมไมนอ ยกวา 15 คะแนน ถือวา ผา นเกณฑการประเมิน 2. นาํ คะแนนรวมมาคิดเทียบเปนคะแนนในสวนของทกั ษะกระบวนการโดยใชป ระเมนิ ขณะปฏบิ ัติกจิ กรรม ในใบงานท่ี 1.1,1.2,1.3 2.1 ไดค ะแนนในชว ง 15-16 คะแนน คิดเปน 1 คะแนน 2.2 ไดค ะแนนในชวง 17-18 คะแนน คิดเปน 2 คะแนน 2.3 ไดคะแนนในชวง 19 คะแนน คิดเปน 3 คะแนน นาํ คะแนนทัง้ 3 ใบงาน รวมกัน แลว หาคาเฉล่ียของคะแนน คะแนนเตม็ 3 คะแนน ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมนิ
แบบประเมินดานคณุ ลกั ษณะท่พี ึงประสงค ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ …/….. คาํ ชีแ้ จง แบบประเมินฉบับน้ีเปน การประเมนิ เกย่ี วกับพฤตกิ รรมการปฏิบัติงานของนกั เรียน โดยผู สอน/นักเรยี น เปน ผพู จิ ารณาวานักเรียนแตละกลุม มกี ารปฏิบตั ิหรอื ไม ถา มกี ารปฏบิ ตั ใิ หคะแนน 1 คะแนน ถาไมมกี ารปฏบิ ตั ิใหคะแนน 0 คะแนน ผปู ระเมนิ ผูสอน นกั เรียน การทาํ งานเปน กลมุ มคี วามซื่อสัตย มเี หตผล มีระเบียบวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ กลมุ ที่ ชอ่ื -สกุล การรักษาความสะอาด รวม หมายเหตุ ปฏิบตั ิหนา ท่ตี ามบทบาท พงึ ตนเองในการทํางาน มีความคิดรเิ ร่ิม ยอมรับความคิดเหน็ ของผอ ืน่ กลา แสดงออก เขาเรียนตรงเวลา การรกั ษากฎระเบียบในชั้นเรยี น ตง้ั ใจเรยี น ทํางานสง สมา่ํ เสมอ เลขท่ี คะแนน 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 1 ถา นักเรยี นเปน 2 ผูป ระเมนิ เพ่ือน 13 ในกลมุ ใหปรบั 4 คะแนนเหลือ 5 5 คะแนน 6 7 ลงช่ือ………………………………..ผปู ระเมนิ 1 2 23 4 5 6
วช-ร 06 แบบบนั ทกึ หลงั การจัดกจิ กรรมการเรียนรู ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ปญหาที่พบ แนวทางแกไ ข ขอ คนพบระหวาง ทม่ี กี ารจัดกจิ กรรมการเรยี นรู เนื้อหา กจิ กรรมการเรยี นรู สอ่ื ประกอบการเรียนรู พฤติกรรม/การมสี ว นรว มของผเู รียน ลงชือ่ …..........………….......................…….. ครผู ูจัดกจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล) ตําแหนง ครู คศ.2
แผนจดั การเรียนรทู ่ี 4 เรอ่ื ง ปฏบิ ัตกิ ารทํากลวยบวดชี รายวิชา ขนมไทย 1 รหัสวิชา ง20229 ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 2-3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2563 นาํ้ หนกั เวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ช่ัวโมง/สัปดาห เวลาทใ่ี ชในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 2 ช่ัวโมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาํ คญั (ความเขา ใจทีค่ งทน) การปฏบิ ตั กิ ารทําขนมไทย ตองทําตามขนั้ ตอน กอนการปฏิบัติ ควรมกี ารวางแผน เพื่อใหไ ดผลิตภณั ฑทดี่ ี และหลงั การปฏบิ ัติ ควรมีการประเมนิ ผลการทํางานทุกครั้ง 2.ตัวชี้วดั ชน้ั ป/ผลการเรยี นร/ู เปา หมายการเรียนรู ตวั ชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู 1. เพ่ือใหผ เู รยี นปฏบิ ัตกิ ารทําขนมไทย 3. สาระการเรยี นรู 3.1 เน้อื หาสาระหลัก : Knowledge 1.หลักการทาํ กลว ยบวดชี 2. สว นผสม และขั้นตอนการทาํ 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process ปฏิบตั กิ ารทาํ กลว ยบวดชี 3.3 คุณลักษณะท่ีพึงประสงค : Attitude ,มงุ ม่ันในการทาํ งาน,มีวนิ ัย.มจี ติ สาธารณะ 4. สมรรถนะสําคญั ของนักเรียน 4.1 ความสามารถในการส่ือสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 5. คุณลกั ษณะของวิชา - ความตัง้ ใจ- ความรับผดิ ชอบ - ตรงตอเวลา 6. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค 1. มีจิตสาธารณะ 2. มุงมนั่ ในการทํางาน 3. มีวินัย 7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน : - ผลงานจากการทํากลวยบวดชี 8. กจิ กรรมการเรียนรู ขั้นนาํ เขาสูบทเรยี น 1.ทาํ ความเขาใจและชแี้ จงสาระการเรยี นรใู หนักเรียนทราบในหนวยการเรยี นรูเรอ่ื ง ปฏบิ ัติการทาํ กลวยบวดชี
2. ตรวจเช็คเคร่อื งแตงกาย เล็บ ผม กอ นปฏบิ ัตงิ าน ข้ันสอน 1. ครู ใหน ร.แจกสตู รกลวยบวดชี อธบิ ายลกั ษณะ วัตถุดิบ สว นผสมในการทาํ 2. ครูใหน ร.แบง กลุมๆละ4 คน ปฏบิ ัติการทํากลว ยบวดชีตามขัน้ ตอน ใชเ วลาในการทํา 1 ช่วั โมง 3. ครใู ห นร.แตล ะกลมุ สง ผลงาน ทโ่ี ตะ ครูแจกแบบประเมินรสชาติและลกั ษณะขนมใหแตละกลมุ นําไปให ครใู นโรงเรยี นและ นร.ชิมและประเมนิ ใหค ะแนน 4. ครูตรวจผลงานและรวมกนั สรปุ ลักษณะของขนมที่ดีและไมด ี 5. ใหนร.จดั เกบ็ ลา งอุปกรณตา งๆ ทาํ ความสะอาด จัดเก็บใหเรยี บรอ ย ข้นั สรปุ จํานวน 1. ครสู รปุ อีกครั้ง และแจง ถงึ การเรียนในครง้ั ตอไป - 9. สื่อการเรยี นการสอน / แหลงเรยี นรู รายการสอื่ 1. ใบงานเรอ่ื งสูตรการทํากลว ยบวดชี 10. การวัดผลและประเมินผล เปา หมาย หลกั ฐานการเรยี นรู วิธวี ดั เครื่องมือวัดฯ ประเดน็ / การเรยี นรู ชน้ิ งาน/ภาระงาน แบบประเมินทาํ งานกลุม เกณฑก ารให 7. เพ่ือใหผูเ รียน กลว ยบวดชี การสง งานของ คะแนน ปฏบิ ัตกิ ารทาํ ขนม นักเรียน ไทยตามข้นั ตอน เต็ม 10 คะแนน ลงชือ่ ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล) ตาํ แหนง ครู คศ.2
กลว ยบวดชี สว นผสม กลว ยน้ําหวา 1 หวี นํา้ ตาลปบ หรือน้าํ ตาลทราย เกลือ กะทิ ใบเตยถามี วธิ ที ํา 1.ผากลวยนํ้าหวา ส่ชี ิน้ ตอ ลกู ไมต องแกะเปลือก ระหวา งนี้ตม นํ้ารอ นใหเ ดอื ดใสเกลือเล็กนอ ย ตามดวยกลว ยทีห่ ั่นไว ใสลงไปเลยคะ ตมประมาณ 10 นาที จากนัน้ ตักออกมาแชไวใ นนํา้ เย็น แกะเปลือกออก พักไวใหส ะเด็ดน้าํ 2.เอานาํ้ ตาลมะพราวหนึง่ ถวยมาใสใ นหมอ เทกะทิลงไป คนใหน ้าํ ตาลละลายใสเกลือตัดเค็มเล็กนอ ย จากนั้นเอาไป ตมใหเดือดเพ่ือใหกะทิซมึ เขา ไปในกลวย แตไมตอ งใหแ ตกมัน แคพ อเดือดพอ จากนนั้ ชิมรสชาติ เตมิ หวานเคม็ ตาม ชอบ
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ชื่อขนม....................................................... กลมุ ยอยท.ี่ .........ครงั้ ท่.ี .......... คาํ ชแ้ี จง ใหท ําเคร่อื งหมาย / ในชอ งท่ตี รงกบั ระดับความพึงพอใจตามความเปน จรงิ มากท่สี ดุ หวั ขอการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 1234 1. รสชาติ 2. สีสัน 3. กลนิ่ 4. ลกั ษณะความนุม รวม ขอ เสนอแนะ............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ระดับความพึงพอใจ 1 = นอ ยมาก 2 = นอย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5 = มากทส่ี ดุ เกณฑก ารประเมินระดับคะแนน คะแนน 0 – 5 หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน 6 - 10 หมายถงึ พอใช คะแนน 11 - 15 หมายถึง ปานกลาง คะแนน 16 - 20 หมายถงึ ดี คะแนน 21 - 425 หมายถึง ดมี าก
แบบประเมนิ การทาํ งานเปน กลมุ กลมุ ที่………ชนั้ …… เรอื่ ง…………………………………. คาํ ชแ้ี จง แบบประเมินฉบับนเ้ี ปนเรื่องเกีย่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านของนักเรยี นโดยมขี อความใหนกั เรียนอานแลวพิจารณา วา นกั เรยี นมกี ารปฏบิ ตั ิเปนอยา งไรคาํ ตอบไมม ีถูกหรือผดิ เพราะแตละคนยอ มมกี ารปฏบิ ัตไิ มเหมือนกนั ขอสาํ คญั ให ตอบใหตรงกบั การปฏิบตั ิของตนเองใหมากที่สดุ วธิ ีตอบ เม่ือนกั เรียนอานขอความแตละขอแลว นักเรยี นไดป ฏบิ ัติอยางไรใหตอบในเร่ืองที่ตรงกับการปฏิบัตขิ อง นกั เรยี นมากทส่ี ดุ คือ - ไมป ฏิบัตเิ ลย ใหท าํ เคร่อื งหมาย 3ลงในชองคะแนน 1 - ปฏบิ ัติเพยี งเล็กนอย ใหท ําเครือ่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 2 - ปฏิบตั ิเปน คร้ังคราว ใหท ําเครือ่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 3 - ปฏบิ ตั ิบอ ยๆ ใหทําเครอื่ งหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 4 - ปฏิบัตเิ ปน ประจํา ใหท ําเครื่องหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 5 พฤติกรรมที่ตองประเมนิ 5 43 21 1. การวางแผนการทาํ งานรว มกัน 2. การแบง หนาท่รี ับผดิ ชอบในกลุม 3. การใหความรว มมือของสมาชิก 4. การยอมรบั ฟง ความคิดเห็นของผูอ่นื และการแสดงความ คิดเห็น 5. การแกปญหาภายในกลุม รวม รวม เกณฑการประเมิน 3. ไดคะแนนรวมไมนอยกวา 15 คะแนน ถือวาผา นเกณฑการประเมนิ 4. นําคะแนนรวมมาคิดเทยี บเปนคะแนนในสว นของทกั ษะกระบวนการโดยใชประเมินขณะปฏบิ ัติ กิจกรรม ในใบงานที่ 1.1,1.2,1.3 2.1 ไดคะแนนในชวง 15-16 คะแนน คิดเปน 1 คะแนน 2.2 ไดค ะแนนในชวง 17-18 คะแนน คิดเปน 2 คะแนน 2.3 ไดคะแนนในชว ง 19 คะแนน คดิ เปน 3 คะแนน นาํ คะแนนท้งั 3 ใบงาน รวมกัน แลว หาคา เฉลี่ยของคะแนน คะแนนเตม็ 3 คะแนน ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมิน
แบบประเมินดานคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี …/….. คําชแี้ จง แบบประเมนิ ฉบบั นี้เปน การประเมนิ เก่ียวกับพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานของนกั เรยี น โดยผู สอน/นกั เรียน เปนผพู จิ ารณาวา นักเรยี นแตละกลมุ มกี ารปฏบิ ตั ิหรือไม ถา มีการปฏบิ ตั ิใหค ะแนน 1 คะแนน ถาไมมกี ารปฏิบตั ิให คะแนน 0 คะแนน ผปู ระเมนิ ผูสอน นกั เรียน การทาํ งานเปน กลมุ มคี วามซื่อสัตย มเี หตผล มีระเบียบวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ กลมุ ที่ ชือ่ -สกลุ การรักษาความสะอาด รวม หมายเหตุ ปฏิบตั ิหนา ท่ตี ามบทบาท พงึ ตนเองในการทํางาน มีความคิดรเิ ร่ิม ยอมรับความคิดเหน็ ของผอ ืน่ กลา แสดงออก เขาเรียนตรงเวลา การรกั ษากฎระเบียบในชั้นเรยี น ตง้ั ใจเรยี น ทํางานสง สมา่ํ เสมอ เลขท่ี คะแนน 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 1 ถา นกั เรยี นเปน 2 ผูประเมนิ เพื่อน 13 ในกลมุ ใหป รับ 4 คะแนนเหลือ 5 5 คะแนน 6 7 ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมนิ 1 2 23 4 5 6
วช-ร 06 แบบบนั ทึกหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ปญ หาที่พบ แนวทางแกไข ขอคน พบระหวา ง ทมี่ กี ารจดั กิจกรรมการเรียนรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู สอื่ ประกอบการเรยี นรู พฤติกรรม/การมสี วนรวมของ ผูเรียน ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครผู ูจัดกจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตาํ แหนง ครู คศ.2
แผนจดั การเรยี นรูท่ี 5 เรื่อง ปฏิบตั ิการทาํ บัวลอย รายวิชา ขนมไทย 1 รหัสวชิ า ง20229 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 2-3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศึกษา 2563 นํ้าหนักเวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห เวลาท่ใี ชใ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู 2 ชวั่ โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาํ คญั (ความเขาใจทีค่ งทน) การปฏบิ ตั กิ ารทําขนมไทย ตองทาํ ตามขน้ั ตอน กอนการปฏิบัติ ควรมกี ารวางแผน เพื่อใหไ ดผ ลิตภณั ฑท ดี่ ี และหลงั การปฏบิ ตั ิ ควรมีการประเมินผลการทาํ งานทุกครั้ง 2.ตวั ช้ีวดั ชั้นป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรยี นรู ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู 1. เพื่อใหผูเรยี นปฏบิ ตั กิ ารทําขนมไทย 3. สาระการเรยี นรู 3.1 เนอื้ หาสาระหลกั : Knowledge 1.หลักการทาํ บัวลอย 2. สว นผสม และขั้นตอนการทํา 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process ปฏบิ ตั กิ ารทําบวั ลอย 3.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค : Attitude ,มงุ ม่นั ในการทาํ งาน,มีวนิ ัย.มีจิตสาธารณะ 4. สมรรถนะสาํ คญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 5. คณุ ลักษณะของวิชา - ความตงั้ ใจ- ความรบั ผิดชอบ - ตรงตอ เวลา 6. คุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค 1. มจี ิตสาธารณะ 2. มงุ ม่ันในการทํางาน 3. มวี ินัย 7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน : - ผลงานจากการทําบัวลอย 8. กจิ กรรมการเรยี นรู ขัน้ นําเขา สบู ทเรียน 1.ทาํ ความเขา ใจและช้แี จงสาระการเรียนรูใหน ักเรยี นทราบในหนว ยการเรยี นรูเรอ่ื ง ปฏบิ ัติการทําบัวลอย 2. ตรวจเชค็ เคร่อื งแตง กาย เล็บ ผม กอนปฏิบตั ิงาน
ข้นั สอน 1. ครู ใหน ร.แจกสตู รบัวลอยอธบิ ายลักษณะ วตั ถดุ ิบ สว นผสมในการทํา 2. ครใู หนร.แบง กลุมๆละ4 คน ปฏบิ ัตกิ ารทาํ บัวลอยตามข้ันตอน ใชเวลาในการทํา 1 ชวั่ โมง 3. ครใู ห นร.แตละกลมุ สงผลงาน ท่โี ตะ ครูแจกแบบประเมินรสชาติและลักษณะขนมใหแตละกลมุ นําไปให ครูในโรงเรยี นและ นร.ชิมและประเมนิ ใหค ะแนน 4. ครตู รวจผลงานและรวมกันสรปุ ลักษณะของขนมทด่ี แี ละไมดี 5. ใหน ร.จดั เก็บ ลางอุปกรณตางๆ ทําความสะอาด จัดเกบ็ ใหเรียบรอย ขั้นสรปุ จํานวน 1. ครูสรปุ อกี ครั้ง และแจงถงึ การเรยี นในคร้ังตอไป - 9. สอื่ การเรียนการสอน / แหลง เรียนรู รายการส่อื 1. ใบงานเรอ่ื งสตู รการทาํ บวั ลอย 10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปาหมาย หลักฐานการเรียนรู วิธวี ัด เครือ่ งมือวัดฯ ประเด็น/ การเรียนรู ชิน้ งาน/ภาระงาน แบบประเมินทาํ งานกลุม เกณฑก ารให การสง งานของ 7. เพอ่ื ใหผ เู รยี น บัวลอย นกั เรยี น คะแนน ปฏบิ ตั กิ ารทําขนม ไทยตามขัน้ ตอน เตม็ 10 คะแนน ลงชอื่ ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณ ชดา ไชยมงคล) ตําแหนง ครู คศ.2
บวั ลอยสามกษัตริย สวนผสมและวิธีทํา แปงขา วเหนยี ว 3/4 ถวย แปง มนั 1/4 ถว ย มนั มว ง 1 ถว ย (ใครชอบเผอื กใชเผอื กแทนนะคะ) นา้ํ 3-4 ชอ นโตะ - สว นฟก ทอง และใบเตย ใชส ูตรดานบนมาทําคะ เปลี่ยนจากมันสีมวงเปน ฟกทองแทน นํา้ คอ ย ๆ ใสนะคะฟกทองนงึ แลวเคาจะมีนาํ้ เยอะเด๋ียวตัวแปงจะแฉะคะ - สวนของใบเตย ใหน าํ ใบเตยหอม 5 ใบมาปน กับน้าํ เปลา ¼ ถว ยตวง ใหส เี ขม ๆ หนอยคะ สว นผสมนํ้ากะทิ กะทิ 2 ถวย หัวกะทิ 1/2 ถวย น้ําตาลทราย 1/2 ถวย เกลอื สมทุ ร 1 ชอนชา (ถาใชเกลอื ปนใหล ดปริมาณลงดว ยคะ) วิธีทาํ 1. ผสมสวนผสมใหเขากนั ปน กลมเปนลกู เล็ก ๆ เตรยี มไว 2. ตั้งนาํ้ ใหเ ดอื ด นาํ บัวลอยลงไปตม พอสุกลอยตักขนึ้ แชน ํ้าเย็น 3. ผสมกะทิ น้ําตาล เกลือ คนใหเขากนั นําขึ้นตง้ั ไฟกลาง พอเดือดใสบ ัวลอยลงตม ใสหัวกะทคิ นให เขากนั พอเดือดอีกครั้งปดไฟ
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ชอ่ื ขนม....................................................... กลมุ ยอยท.ี่ .........ครงั้ ท.ี่ .......... คําชแี้ จง ใหทําเคร่อื งหมาย / ในชองท่ตี รงกบั ระดับความพึงพอใจตามความเปน จรงิ มากท่ีสุด หวั ขอการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 1234 1. รสชาติ 2. สีสัน 3. กลิ่น 4. ลกั ษณะความนุม รวม ขอเสนอแนะ............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ระดับความพึงพอใจ 1 = นอยมาก 2 = นอย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5 = มากทีส่ ดุ เกณฑก ารประเมินระดับคะแนน คะแนน 0 – 5 หมายถึง ปรบั ปรงุ คะแนน 6 - 10 หมายถงึ พอใช คะแนน 11 - 15 หมายถงึ ปานกลาง คะแนน 16 - 20 หมายถงึ ดี คะแนน 21 - 425 หมายถึง ดมี าก
แบบประเมนิ การทาํ งานเปน กลมุ กลมุ ที่………ชนั้ …… เรอื่ ง…………………………………. คาํ ชแ้ี จง แบบประเมินฉบับนเ้ี ปนเรื่องเกีย่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านของนักเรยี นโดยมขี อความใหนกั เรียนอานแลวพิจารณา วา นกั เรยี นมกี ารปฏบิ ตั ิเปนอยา งไรคาํ ตอบไมม ีถูกหรือผดิ เพราะแตละคนยอ มมกี ารปฏบิ ัตไิ มเหมือนกนั ขอสาํ คญั ให ตอบใหตรงกบั การปฏิบตั ิของตนเองใหมากที่สดุ วธิ ีตอบ เม่ือนกั เรียนอานขอความแตละขอแลว นักเรยี นไดป ฏบิ ัติอยางไรใหตอบในเร่ืองที่ตรงกับการปฏิบัตขิ อง นกั เรยี นมากทส่ี ดุ คือ - ไมป ฏิบัตเิ ลย ใหท าํ เคร่อื งหมาย 3ลงในชองคะแนน 1 - ปฏบิ ัติเพยี งเล็กนอย ใหท ําเครือ่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 2 - ปฏิบตั ิเปน คร้ังคราว ใหท ําเครือ่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 3 - ปฏบิ ตั ิบอ ยๆ ใหทําเครอื่ งหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 4 - ปฏิบัตเิ ปน ประจํา ใหท ําเครื่องหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 5 พฤติกรรมที่ตองประเมนิ 5 43 21 1. การวางแผนการทาํ งานรว มกนั 2. การแบง หนาท่รี ับผดิ ชอบในกลุม 3. การใหความรว มมือของสมาชิก 4. การยอมรบั ฟง ความคิดเห็นของผูอ่นื และการแสดงความ คิดเห็น 5. การแกปญหาภายในกลุม รวม รวม เกณฑการประเมิน 5. ไดคะแนนรวมไมนอยกวา 15 คะแนน ถือวาผา นเกณฑการประเมนิ 6. นําคะแนนรวมมาคิดเทยี บเปนคะแนนในสว นของทกั ษะกระบวนการโดยใชประเมินขณะปฏบิ ัติ กิจกรรม ในใบงานที่ 1.1,1.2,1.3 2.1 ไดคะแนนในชวง 15-16 คะแนน คิดเปน 1 คะแนน 2.2 ไดค ะแนนในชวง 17-18 คะแนน คิดเปน 2 คะแนน 2.3 ไดคะแนนในชว ง 19 คะแนน คดิ เปน 3 คะแนน นาํ คะแนนท้งั 3 ใบงาน รวมกัน แลว หาคา เฉลี่ยของคะแนน คะแนนเตม็ 3 คะแนน ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมิน
แบบประเมินดานคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี …/….. คําชแี้ จง แบบประเมนิ ฉบบั นี้เปน การประเมนิ เก่ียวกับพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานของนกั เรยี น โดยผู สอน/นกั เรียน เปนผพู จิ ารณาวา นักเรยี นแตละกลมุ มกี ารปฏบิ ตั ิหรือไม ถา มีการปฏบิ ตั ิใหค ะแนน 1 คะแนน ถาไมมกี ารปฏิบตั ิให คะแนน 0 คะแนน ผปู ระเมนิ ผูสอน นกั เรียน การทาํ งานเปน กลมุ มคี วามซื่อสัตย มเี หตผล มีระเบียบวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ กลมุ ที่ ชือ่ -สกลุ การรักษาความสะอาด รวม หมายเหตุ ปฏิบตั ิหนา ท่ตี ามบทบาท พงึ ตนเองในการทํางาน มีความคิดรเิ ร่ิม ยอมรับความคิดเหน็ ของผอ ืน่ กลา แสดงออก เขาเรียนตรงเวลา การรกั ษากฎระเบียบในชั้นเรยี น ตง้ั ใจเรยี น ทํางานสง สมา่ํ เสมอ เลขท่ี คะแนน 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 1 ถา นกั เรยี นเปน 2 ผูประเมนิ เพื่อน 13 ในกลมุ ใหป รับ 4 คะแนนเหลือ 5 5 คะแนน 6 7 ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมนิ 1 2 23 4 5 6
วช-ร 06 แบบบนั ทึกหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ปญ หาที่พบ แนวทางแกไข ขอคน พบระหวา ง ทมี่ กี ารจดั กิจกรรมการเรียนรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู สอื่ ประกอบการเรยี นรู พฤติกรรม/การมสี วนรวมของ ผูเรียน ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครผู ูจัดกจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตาํ แหนง ครู คศ.2
แผนจัดการเรยี นรทู ี่ 6 เรื่อง ปฏิบัติการทาํ ขนมช้นั รายวิชา ขนมไทย 1 รหสั วิชา ง20229 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 2-3 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศึกษา 2563 นํา้ หนักเวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห เวลาทใี่ ชในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู 2 ชวั่ โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสาํ คัญ (ความเขา ใจทีค่ งทน) การปฏิบตั กิ ารทําขนมไทย ตองทําตามข้นั ตอน กอนการปฏบิ ัติ ควรมกี ารวางแผน เพ่ือใหไดผลติ ภัณฑท่ดี ี และหลังการปฏบิ ัติ ควรมีการประเมนิ ผลการทํางานทุกครง้ั 2.ตวั ช้ีวัดชั้นป/ผลการเรียนร/ู เปา หมายการเรียนรู ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู 1. เพ่อื ใหผเู รยี นปฏิบัตกิ ารทาํ ขนมช้นั 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนือ้ หาสาระหลกั : Knowledge 1.หลกั การทาํ ขนมช้นั 2. สวนผสม และขน้ั ตอนการทํา 3.2 ทกั ษะ/กระบวนการ : Process ปฏบิ ตั ิการทําขนมช้นั 3.3 คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค : Attitude ,มงุ มนั่ ในการทํางาน,มวี ินัย.มีจติ สาธารณะ 4. สมรรถนะสาํ คญั ของนกั เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 5. คุณลักษณะของวชิ า - ความตั้งใจ- ความรบั ผดิ ชอบ - ตรงตอ เวลา 6. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค 1. มีจิตสาธารณะ 2. มุง ม่ันในการทํางาน 3. มีวนิ ัย 7. ชนิ้ งาน/ภาระงาน : - ผลงานจากการทําขนมชน้ั 8. กจิ กรรมการเรียนรู ขัน้ นาํ เขา สบู ทเรยี น 1.ทาํ ความเขา ใจและช้แี จงสาระการเรยี นรใู หนักเรยี นทราบในหนวยการเรียนรเู รื่อง ปฏิบัตกิ ารทาํ ขนมช้ัน 2. ตรวจเช็คเคร่อื งแตงกาย เล็บ ผม กอนปฏบิ ตั ิงาน
ข้นั สอน 1. ครู ใหน ร.แจกสูตรขนมช้ันอธิบายลักษณะ วัตถดุ ิบ สวนผสมในการทํา 2. ครใู หน ร.แบง กลมุ ๆละ4 คน ปฏบิ ตั กิ ารทาํ บัวลอยตามขั้นตอน ใชเวลาในการทํา 1 ชวั่ โมง 3. ครใู ห นร.แตละกลมุ สงผลงาน ที่โตะ ครแู จกแบบประเมินรสชาติและลกั ษณะขนมใหแตละกลมุ นําไปให ครใู นโรงเรยี นและ นร.ชมิ และประเมินใหคะแนน 4. ครตู รวจผลงานและรวมกนั สรุปลักษณะของขนมท่ีดีและไมดี 5. ใหน ร.จดั เก็บ ลา งอปุ กรณตางๆ ทําความสะอาด จัดเก็บใหเ รยี บรอ ย ขัน้ สรปุ จํานวน 1. ครสู รปุ อกี คร้ัง และแจงถึงการเรียนในครง้ั ตอไป - 9. สือ่ การเรียนการสอน / แหลง เรียนรู รายการสือ่ 1. ใบงานเรื่องสูตรการทาํ ขนมชั้น 10. การวดั ผลและประเมินผล เปาหมาย หลักฐานการเรียนรู วธิ ีวัด เครื่องมือวัดฯ ประเด็น/ การเรยี นรู ช้นิ งาน/ภาระงาน แบบประเมนิ ทาํ งานกลุม เกณฑก ารให 7. เพื่อใหผ เู รยี น ขนมช้นั การสง งานของ คะแนน ปฏบิ ัติการทําขนม นักเรยี น ไทยตามขน้ั ตอน เตม็ 10 คะแนน ลงชือ่ ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตําแหนง ครู คศ.2
ขนมชนั้ สว นผสม • แปงมัน 160 กรัม • แปงขาวจา ว 20 กรมั • แปงทา ว 10 กรมั • น้ําตาลทราย 400 กรัม • กะทขิ น 750 กรัม (3 ถต) • นาํ้ สตี า งๆทีจ่ ะใชผสมในแปง 50 กรมั (50 มล) ปล. ของเหลวในสตู ร (กะทิ + นํ้าสตี า งๆ) รวมกันตอ งไมเ กนิ 800 กรมั วธิ ีทํา • แบง กะทิออกมา 200 กรัม ใสนํา้ ตาลแลวนําไปตังไฟกลางใหน า้ํ ตาลละลายจนหมด พอเดือดปด ไฟยกลงพกั ไว • นําแปง ท้ังหมดใสช ามผสม คอยๆใสน าํ้ กะทสิ วนที่เหลือ ยังไมต อ งใสหมด ใสพ อนวดแปงได และนวดแปงไปสัก 10-15 นาที • เม่อื นวดแปงไดที่ใหเ อานา้ํ เชื่อมกะทิที่ทําไวคอ ยๆเทใสเ พอ่ื คลายแปง ใสจ นหมด แลว ใสกะทิท่เี หลอื ลงไปคนใหแ ปง เขากันดี • นําแปง ไปกรองเอาเศษแปง ท่ีละลายไมห มดออก • จากนัน้ แบง แปงเพื่อใสส ี ถา จะทําสองสี ใหแ บง แปงเปนสองสวนเทา ๆกนั และใหใสน ํ้าสตี างๆ มนี ํา้ หนักเทากันทงั้ สองสวน (ตาม สูตรนํา้ สีใหใสไ ดทั้งหมด 50 กรัม ถา ทําสองสีกห็ ารสอง ดังนน้ั แตล ะสีใสไ ดส ลี ะ 25 กรมั ตอ แปง แตล ะสวน คงไมงงนะคะ) • ถาจะทําสามสี กต็ อ งแบงแปงเปนสามสว นเทา ๆกนั และน้ําสีทีจ่ ะใสก ต็ องหารสามนะคะ ทํากสี่ ีแปง และน้าํ สีท่ใี สตอ งหารตาม จํานวนสีนะคะ เพราะถา ใสเกินจากทก่ี ําหนดแปง จะเหลวคะ • ถาจะทาํ สวนสใี สแบบใสน้าํ กะทิ อยา หกั ออกจากกะทติ นสตู ร (750 กรัม) ใหเ อากะทสิ วนใหมม าใสคะ โดยที่คาํ นวนนํ้าหนักตามสีที่ จะใส • ผสมแปง กบั สีใหเ ขากัน • ใสน้ําในรงั ถึงนาํ ไปตง้ั ไฟใหเ ดอื ด และนาํ พมิ พข นมไปน่ึงใหรอ นกอ นท่จี ะเทแปง เพือ่ กนั ไมใหแปงตดิ พิมพคะ จะไดแกะออกจาก พมิ พไ ดงาย • เมอื่ พิมพร อนแลว ใหเทแปง ลงในพิมพห นาบางตามชอบ แลวนง่ึ ประมาณ 3 นาที • พอชั้นแรกสกุ ใหเทแปงช้ันทีส่ องลงไป แลว น่ึงตอ ไปอกี 3 นาที แตล ะช้ันทีเ่ ทใหน ึ่งประมาณ 3 นาทีทุกช้นั ทําแบบน้ีไปเรอ่ื ยๆจน เตม็ พมิ พ • เมอ่ื นง่ึ เสร็จแลว ใหเ อาขนมออกมาพกั ใหเ ย็น แลวคอ ยเอาออกจากพิมพคะ หมายเหตุ • เวลาจะเทแปง ทุกครง้ั ใหค นแปง ใหล ะลายดกี อนเท • สูตรน้ีถาจะทําหลายสี แนะนําวาใหใ ชสีผสมอาหารแทนสธี รรมชาติ เพราะสจี ะสดกวาและเหน็ ชน้ั สดี กี วา เพราะถาเปนสีธรรมชาติ ยง่ิ ทาํ หลายสี จํานวนน้ําสที ่จี ะใสลงไปในแปง จะลดนอยลงไปตามสัดสวน ทาํ ใหส ธี รรมชาติเจือจางมาก
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ชอ่ื ขนม....................................................... กลมุ ยอยท.ี่ .........ครงั้ ท่.ี .......... คําชแี้ จง ใหทําเคร่อื งหมาย / ในชองท่ตี รงกบั ระดับความพึงพอใจตามความเปน จรงิ มากท่สี ดุ หวั ขอการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 1234 1. รสชาติ 2. สีสัน 3. กลิ่น 4. ลกั ษณะความนุม รวม ขอเสนอแนะ............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ระดับความพึงพอใจ 1 = นอยมาก 2 = นอย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5 = มากทส่ี ดุ เกณฑก ารประเมินระดับคะแนน คะแนน 0 – 5 หมายถึง ปรบั ปรงุ คะแนน 6 - 10 หมายถงึ พอใช คะแนน 11 - 15 หมายถงึ ปานกลาง คะแนน 16 - 20 หมายถงึ ดี คะแนน 21 - 425 หมายถึง ดมี าก
แบบประเมนิ การทาํ งานเปน กลมุ กลมุ ที่………ชนั้ …… เรอื่ ง…………………………………. คาํ ชแ้ี จง แบบประเมินฉบับนเ้ี ปนเรื่องเกีย่ วกบั การปฏบิ ตั งิ านของนักเรยี นโดยมขี อความใหนกั เรียนอานแลวพิจารณา วา นกั เรยี นมกี ารปฏบิ ตั ิเปนอยา งไรคาํ ตอบไมม ีถูกหรือผดิ เพราะแตละคนยอ มมกี ารปฏบิ ัตไิ มเหมือนกนั ขอสาํ คญั ให ตอบใหตรงกบั การปฏิบตั ิของตนเองใหมากที่สดุ วธิ ีตอบ เม่ือนกั เรียนอานขอความแตละขอแลว นักเรยี นไดป ฏบิ ัติอยางไรใหตอบในเร่ืองที่ตรงกับการปฏิบัตขิ อง นกั เรยี นมากทส่ี ดุ คือ - ไมป ฏิบัตเิ ลย ใหท าํ เคร่อื งหมาย 3ลงในชองคะแนน 1 - ปฏบิ ัติเพยี งเล็กนอย ใหท ําเครือ่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 2 - ปฏิบตั ิเปน คร้ังคราว ใหท ําเครือ่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 3 - ปฏบิ ตั ิบอ ยๆ ใหทําเครอื่ งหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 4 - ปฏิบัตเิ ปน ประจํา ใหท ําเครื่องหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 5 พฤติกรรมที่ตองประเมนิ 5 43 21 1. การวางแผนการทาํ งานรว มกัน 2. การแบง หนาท่รี ับผดิ ชอบในกลุม 3. การใหความรว มมือของสมาชิก 4. การยอมรบั ฟง ความคิดเห็นของผูอ่นื และการแสดงความ คิดเห็น 5. การแกปญหาภายในกลุม รวม รวม เกณฑการประเมิน 7. ไดคะแนนรวมไมนอยกวา 15 คะแนน ถือวาผา นเกณฑการประเมนิ 8. นําคะแนนรวมมาคิดเทยี บเปนคะแนนในสว นของทกั ษะกระบวนการโดยใชประเมินขณะปฏบิ ัติ กิจกรรม ในใบงานที่ 1.1,1.2,1.3 2.1 ไดคะแนนในชวง 15-16 คะแนน คิดเปน 1 คะแนน 2.2 ไดค ะแนนในชวง 17-18 คะแนน คิดเปน 2 คะแนน 2.3 ไดคะแนนในชว ง 19 คะแนน คดิ เปน 3 คะแนน นาํ คะแนนท้งั 3 ใบงาน รวมกัน แลว หาคา เฉลี่ยของคะแนน คะแนนเตม็ 3 คะแนน ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมิน
แบบประเมินดานคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี …/….. คําชแี้ จง แบบประเมนิ ฉบบั นี้เปน การประเมนิ เก่ียวกับพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานของนกั เรยี น โดยผู สอน/นกั เรียน เปนผพู จิ ารณาวา นักเรยี นแตละกลมุ มกี ารปฏบิ ตั ิหรือไม ถา มีการปฏบิ ตั ิใหค ะแนน 1 คะแนน ถาไมมกี ารปฏิบตั ิให คะแนน 0 คะแนน ผปู ระเมนิ ผูสอน นกั เรียน การทาํ งานเปน กลมุ มคี วามซื่อสัตย มเี หตผล มีระเบียบวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ กลมุ ที่ ชือ่ -สกลุ การรักษาความสะอาด รวม หมายเหตุ ปฏิบตั ิหนา ท่ตี ามบทบาท พงึ ตนเองในการทํางาน มีความคิดรเิ ร่ิม ยอมรับความคิดเหน็ ของผอ ืน่ กลา แสดงออก เขาเรียนตรงเวลา การรกั ษากฎระเบียบในชั้นเรยี น ตง้ั ใจเรยี น ทํางานสง สมา่ํ เสมอ เลขท่ี คะแนน 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 1 ถา นกั เรยี นเปน 2 ผูประเมนิ เพื่อน 13 ในกลมุ ใหป รับ 4 คะแนนเหลือ 5 5 คะแนน 6 7 ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมนิ 1 2 23 4 5 6
วช-ร 06 แบบบนั ทึกหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ปญ หาที่พบ แนวทางแกไข ขอคน พบระหวา ง ทมี่ กี ารจดั กิจกรรมการเรียนรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู สอื่ ประกอบการเรยี นรู พฤติกรรม/การมสี วนรวมของ ผูเรียน ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครผู ูจัดกจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตาํ แหนง ครู คศ.2
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ 7 เรื่อง ปฏิบตั กิ ารทําขนมกลีบลาํ ดวน รายวิชา ขนมไทย 1 รหสั วชิ า ง20229 ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปท ี่ 2-3 ภาคเรยี นที่ 1 ปการศกึ ษา 2563 น้าํ หนกั เวลาเรียน 1.0 (นน./นก.) เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห เวลาทใี่ ชใ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู 2 ชวั่ โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขาใจที่คงทน) การปฏบิ ัติการทาํ ขนมไทย ตองทําตามข้ันตอน กอนการปฏิบัติ ควรมกี ารวางแผน เพื่อใหไดผลติ ภัณฑท ่ดี ี และหลังการปฏบิ ตั ิ ควรมีการประเมินผลการทาํ งานทุกครง้ั 2.ตวั ช้ีวดั ชน้ั ป/ ผลการเรยี นรู/ เปาหมายการเรยี นรู ตัวชี้วัด/ผลการเรยี นรู 1. เพื่อใหผ ูเรยี นปฏบิ ัตกิ ารทํากลบี ลาํ ดวน 3. สาระการเรยี นรู 3.1 เน้อื หาสาระหลัก : Knowledge 1.หลักการทาํ ขนมช้ัน 2. สว นผสม และข้ันตอนการทาํ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process ปฏิบัตกิ ารทาํ กลบี ลําดวน 3.3 คุณลกั ษณะที่พึงประสงค : Attitude ,มงุ มนั่ ในการทํางาน,มีวนิ ัย.มจี ติ สาธารณะ 4. สมรรถนะสําคัญของนกั เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 5. คุณลกั ษณะของวชิ า - ความต้งั ใจ- ความรบั ผิดชอบ - ตรงตอ เวลา 6. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค 1. มจี ิตสาธารณะ 2. มุงมนั่ ในการทํางาน 3. มวี นิ ยั 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน : - ผลงานจากการทาํ กลีบลําดวน 8. กจิ กรรมการเรียนรู ข้ันนาํ เขา สูบทเรยี น 1.ทาํ ความเขาใจและชแี้ จงสาระการเรียนรูใหน ักเรยี นทราบในหนว ยการเรียนรเู ร่ือง ปฏิบัตกิ ารทาํ กลีบ ลําดวน
2. ตรวจเช็คเครอื่ งแตง กาย เล็บ ผม กอ นปฏบิ ตั งิ าน ขั้นสอน 1. ครู ใหนร.แจกสูตรกลบี ลาํ ดวนอธบิ ายลกั ษณะ วตั ถดุ ิบ สวนผสมในการทาํ 2. ครูใหนร.แบงกลมุ ๆละ4 คน ปฏิบตั ิการทํากลบี ลําดวนตามขน้ั ตอน ใชเ วลาในการทํา 1 ช่วั โมง 3. ครใู ห นร.แตละกลมุ สงผลงาน ท่ีโตะ ครูแจกแบบประเมินรสชาตแิ ละลักษณะขนมใหแตละกลุม นาํ ไปให ครูในโรงเรียนและ นร.ชมิ และประเมนิ ใหคะแนน 4. ครูตรวจผลงานและรวมกนั สรุปลกั ษณะของขนมท่ีดีและไมดี 5. ใหนร.จัดเกบ็ ลา งอปุ กรณตา งๆ ทาํ ความสะอาด จดั เก็บใหเรยี บรอย ข้นั สรปุ จาํ นวน 1. ครูสรุปอกี คร้ัง และแจงถงึ การเรยี นในคร้งั ตอไป - 9. สือ่ การเรยี นการสอน / แหลง เรียนรู รายการสื่อ 1. ใบงานเร่อื งสตู รการทํากลบี ลําดวน 10. การวัดผลและประเมนิ ผล เปา หมาย หลกั ฐานการเรียนรู วิธวี ัด เครือ่ งมือวดั ฯ ประเดน็ / การเรยี นรู ช้ินงาน/ภาระงาน แบบประเมนิ ทาํ งานกลมุ เกณฑการให 7. เพื่อใหผ เู รยี น กลบี ลําดวน การสงงานของ คะแนน ปฏิบตั กิ ารทําขนม นกั เรียน ไทยตามขน้ั ตอน เต็ม 10 คะแนน ลงชื่อ..................................................ผูส อน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตาํ แหนง ครู คศ.2 กลบี ลําดวน
สวนผสม แปงสาลี 5 ถวยตวง นา้ํ ตาลทรายเม็ดบดละเอียด 4 ถว ยตวง นํ้ามนั พืช 1 ถวยตวงครง่ึ เนยขาวสําหรับทาถาดอบ สผี สมอาหารสําหรบั เกสร วธิ ที ํา 1. รอ นแปง 2-3ครง้ั 2. นําแปงและนาํ้ ตาลเคลาใหเขากัน ใสนาํ้ มันทลี ะนอย นวดไปผสมไป จนปน เปนกอนได 3. ปน แปง ใหเปนกอนกลมๆ เสนผาศนู ยกลางประมาณ 1/2นวิ้ ใชม ดี ปลายแหลมกรดี แบงเปน 3กลบี จัด รปู ใหง มุ เหมือนกลบี ลําดวน หยิบแปงปน เมด็ เล็กๆ วางกลางดอกเปนเกสร 4. ทาน้ํามันทถี่ าดอบ เรยี งขนมใส ใชไฟกลางประมาณ 15-20 นาที สุกแลวพักไวใ หค ลายรอน เกบ็ ใสข วด โหล
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ชื่อขนม....................................................... กลมุ ยอยท.ี่ .........ครงั้ ท่.ี .......... คาํ ชแ้ี จง ใหท ําเคร่อื งหมาย / ในชอ งท่ตี รงกบั ระดับความพึงพอใจตามความเปน จรงิ มากท่สี ดุ หวั ขอการประเมิน ระดับความพึงพอใจ 5 1234 1. รสชาติ 2. สีสัน 3. กลนิ่ 4. ลกั ษณะความนุม รวม ขอ เสนอแนะ............................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................................ ระดับความพึงพอใจ 1 = นอ ยมาก 2 = นอย 3 = ปานกลาง 4 = มาก 5 = มากทส่ี ดุ เกณฑก ารประเมินระดับคะแนน คะแนน 0 – 5 หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน 6 - 10 หมายถงึ พอใช คะแนน 11 - 15 หมายถึง ปานกลาง คะแนน 16 - 20 หมายถงึ ดี คะแนน 21 - 425 หมายถึง ดมี าก
แบบประเมนิ การทาํ งานเปน กลุม กลมุ ที่………ชั้น…… เรอ่ื ง…………………………………. คําช้ีแจง แบบประเมนิ ฉบับนเี้ ปนเร่ืองเกี่ยวกับการปฏบิ ตั ิงานของนกั เรียนโดยมขี อความใหนกั เรียนอานแลวพิจารณา วา นกั เรยี นมกี ารปฏิบตั เิ ปนอยา งไรคาํ ตอบไมม ีถกู หรือผิด เพราะแตละคนยอ มมกี ารปฏบิ ัตไิ มเหมือนกนั ขอสาํ คญั ให ตอบใหต รงกบั การปฏบิ ตั ิของตนเองใหมากที่สุด วิธีตอบ เมื่อนักเรียนอานขอ ความแตล ะขอแลว นกั เรยี นไดป ฏิบัติอยางไรใหตอบในเรื่องทต่ี รงกบั การปฏิบัตขิ อง นกั เรียนมากท่ีสุดคือ - ไมป ฏบิ ตั ิเลย ใหทาํ เครื่องหมาย 3ลงในชองคะแนน 1 - ปฏบิ ตั เิ พยี งเลก็ นอย ใหท าํ เครอ่ื งหมาย 3ลงในชอ งคะแนน 2 - ปฏบิ ัตเิ ปน ครั้งคราว ใหท ําเครอ่ื งหมาย 3ลงในชองคะแนน 3 - ปฏบิ ัติบอยๆ ใหท ําเครอื่ งหมาย 3ลงในชองคะแนน 4 - ปฏบิ ตั เิ ปนประจาํ ใหทําเคร่ืองหมาย 3ลงในชองคะแนน 5 พฤติกรรมทีต่ องประเมิน 5 43 21 1. การวางแผนการทํางานรวมกัน 2. การแบง หนา ท่ีรบั ผดิ ชอบในกลุม 3. การใหความรวมมือของสมาชิก 4. การยอมรบั ฟง ความคดิ เห็นของผูอ่นื และการแสดงความ คิดเห็น 5. การแกป ญหาภายในกลุม รวม รวม เกณฑการประเมนิ 9. ไดค ะแนนรวมไมน อ ยกวา 15 คะแนน ถือวาผานเกณฑการประเมนิ 10. นําคะแนนรวมมาคิดเทียบเปนคะแนนในสวนของทกั ษะกระบวนการโดยใชป ระเมนิ ขณะปฏบิ ัติ กิจกรรม ในใบงานที่ 1.1,1.2,1.3 2.1 ไดค ะแนนในชว ง 15-16 คะแนน คิดเปน 1 คะแนน 2.2 ไดค ะแนนในชว ง 17-18 คะแนน คิดเปน 2 คะแนน 2.3 ไดค ะแนนในชว ง 19 คะแนน คดิ เปน 3 คะแนน นําคะแนนท้ัง 3 ใบงาน รวมกัน แลวหาคา เฉล่ยี ของคะแนน คะแนนเต็ม 3 คะแนน ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมิน
แบบประเมินดานคุณลักษณะท่พี งึ ประสงค ชัน้ มัธยมศึกษาปท ่ี …/….. คําชแี้ จง แบบประเมนิ ฉบบั นี้เปน การประเมนิ เก่ียวกับพฤติกรรมการปฏบิ ตั ิงานของนกั เรยี น โดยผู สอน/นกั เรียน เปนผพู จิ ารณาวา นักเรยี นแตละกลมุ มกี ารปฏบิ ตั ิหรือไม ถา มีการปฏบิ ตั ิใหค ะแนน 1 คะแนน ถาไมมกี ารปฏิบตั ิให คะแนน 0 คะแนน ผปู ระเมนิ ผูสอน นกั เรียน การทาํ งานเปน กลมุ มคี วามซื่อสัตย มเี หตผล มีระเบียบวนิ ัย ความรบั ผดิ ชอบ กลมุ ที่ ชือ่ -สกลุ การรักษาความสะอาด รวม หมายเหตุ ปฏิบตั ิหนา ท่ตี ามบทบาท พงึ ตนเองในการทํางาน มีความคิดรเิ ร่ิม ยอมรับความคิดเหน็ ของผอ ืน่ กลา แสดงออก เขาเรียนตรงเวลา การรกั ษากฎระเบียบในชั้นเรยี น ตง้ั ใจเรยี น ทํางานสง สมา่ํ เสมอ เลขท่ี คะแนน 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 10 1 ถา นกั เรยี นเปน 2 ผูประเมนิ เพื่อน 13 ในกลมุ ใหป รับ 4 คะแนนเหลือ 5 5 คะแนน 6 7 ลงชอ่ื ………………………………..ผปู ระเมนิ 1 2 23 4 5 6
วช-ร 06 แบบบนั ทึกหลงั การจัดกิจกรรมการเรียนรู ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นรู ปญ หาที่พบ แนวทางแกไข ขอคน พบระหวา ง ทมี่ กี ารจดั กิจกรรมการเรียนรู เนอ้ื หา กิจกรรมการเรยี นรู สอื่ ประกอบการเรยี นรู พฤติกรรม/การมสี วนรวมของ ผูเรียน ลงช่ือ …..........………….......................…….. ครผู ูจัดกจิ กรรมการเรียนรู ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตาํ แหนง ครู คศ.2
แผนจดั การเรยี นรทู ี่ 8 เรือ่ ง ปฏบิ ตั กิ ารทาํ ขนมครองแครงกะทิ รายวชิ า ขนมไทย 1 รหสั วิชา ง20229 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 1/2/3 ภาคเรยี นที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2563 นาํ้ หนักเวลาเรยี น 1.0 (นน./นก.) เวลาเรยี น 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห เวลาท่ใี ชใ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู 2 ช่วั โมง .......................................................................................................................................................... 1. สาระสําคัญ (ความเขา ใจท่คี งทน) การปฏิบตั ิการทําขนมไทย ตองทาํ ตามขนั้ ตอน กอนการปฏบิ ตั ิ ควรมีการวางแผน เพื่อใหไดผ ลิตภัณฑท ด่ี ี และหลังการปฏบิ ัติ ควรมีการประเมินผลการทํางานทุกครงั้ 2.ตวั ช้ีวดั ช้นั ป/ผลการเรียนรู/เปาหมายการเรียนรู ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู 1. เพ่อื ใหผูเ รียนปฏบิ ตั ิการทําครองแครงกะทิ 3. สาระการเรียนรู 3.1 เนือ้ หาสาระหลกั : Knowledge 1.หลกั การทาํ ครองแครงกะทิ 2. สวนผสม และขัน้ ตอนการทาํ 3.2 ทักษะ/กระบวนการ : Process ปฏิบตั กิ ารทาํ ครองแครงกะทิ 3.3 คณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค : Attitude ,มุงมนั่ ในการทํางาน,มีวินยั .มีจติ สาธารณะ 4. สมรรถนะสําคญั ของนกั เรยี น 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 4.3 ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี 5. คณุ ลกั ษณะของวชิ า - ความตง้ั ใจ- ความรับผิดชอบ - ตรงตอเวลา 6. คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค 1. มีจิตสาธารณะ 2. มุงมัน่ ในการทํางาน 3. มีวินัย 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน : - ผลงานจากการทาํ ครองแครงกะทิ 8. กิจกรรมการเรียนรู ขั้นนาํ เขา สบู ทเรียน 1.ทาํ ความเขาใจและชี้แจงสาระการเรียนรูใ หน ักเรียนทราบในหนวยการเรียนรูเ รือ่ ง ปฏิบัติการทํา ครองแครงกะทิ
2. ตรวจเชค็ เครื่องแตงกาย เล็บ ผม กอนปฏบิ ัตงิ าน ข้ันสอน 1. ครู ใหนร.แจกสตู รครองแครงกะทอิ ธบิ ายลักษณะ วัตถดุ บิ สว นผสมในการทํา 2. ครูใหน ร.แบง กลุมๆละ4 คน ปฏบิ ัติการทาํ ครองแครงกะทติ ามข้นั ตอน ใชเ วลาในการทํา 1 ชัว่ โมง 3. ครใู ห นร.แตล ะกลมุ สง ผลงาน ที่โตะ ครูแจกแบบประเมินรสชาตแิ ละลกั ษณะขนมใหแ ตละกลุม นําไปให ครใู นโรงเรียนและ นร.ชิมและประเมนิ ใหคะแนน 4. ครูตรวจผลงานและรว มกนั สรุปลักษณะของขนมทีด่ ีและไมดี 5. ใหน ร.จดั เกบ็ ลางอุปกรณตา งๆ ทาํ ความสะอาด จัดเก็บใหเรียบรอ ย ข้นั สรปุ จํานวน 1. ครูสรุปอีกครั้ง และแจงถึงการเรียนในคร้งั ตอไป - 9. สื่อการเรยี นการสอน / แหลงเรียนรู รายการส่อื 1. ใบงานเรอ่ื งสตู รการทาํ ครองแครงกะทิ 10. การวดั ผลและประเมนิ ผล เปา หมาย หลกั ฐานการเรยี นรู วิธีวัด เครือ่ งมือวดั ฯ ประเดน็ / การเรยี นรู ชนิ้ งาน/ภาระงาน แบบประเมินทาํ งานกลมุ เกณฑก ารให การสง งานของ 7. เพ่ือใหผเู รยี น ครองแครงกะทิ นักเรยี น คะแนน ปฏบิ ัตกิ ารทําขนม ไทยตามข้นั ตอน เต็ม 10 คะแนน ลงชอ่ื ..................................................ผสู อน ( นางสาวปณชดา ไชยมงคล) ตําแหนง ครู คศ.2
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163