Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวิต _ บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก

3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวิต _ บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก

Description: หนังสือ “3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวิต : บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก” เป็นการถอดบทเรียนการทํางาน “ต้นทุนชีวิต” 3 บริบทสําคัญในชีวิตได้แก่ ต้นทุนชีวิตบริบทครอบครัว บริบทชุมชน และบริบทโรงเรียน ซึ่งเปรียบเสมือนต้นไม้ที่เติบโตจากการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์หยั่งรากลงดิน และเติบโตแตกกิ่งก้านเป็นลําต้นใหญ่ ซึ่งแม้แต่ละบริบทจะมีจุดเน้นต่างกัน แต่เป็นการเชื่อมร้อยต่อกันเป็นห่วงโซ่ ทั้งนี้โดยพื้นฐานของคนเราเกิดมาล้วนมีต้นทุนชีวิต (Life Assets) กันทุกคน ซึ่งต้นทุนเหล่านั้นจะแปรเปลี่ยนสภาพตามสภาวะแวดล้อม และการเรียนรู้ทางสังคม หากเราเข้าใจการสานพลัง 3 ฐานนี้แล้ว ก็จะพัฒนาสู่ต้นทุนชีวิตที่ดีงามให้กับเด็กและเยาวชนต่อไป

Search

Read the Text Version

จากต้นทนุ ชวี ติ เด็กเยาวชน สู่ตน้ ทุนชวี ิตหลงั สวน : โรงเรียนสวนศรวี ทิ ยาและ โรงเรยี นวัดประสาทนกิ ร “วยั เด็ก” อยกู่ ับเราไมน่ านนกั เป็นชว่ งเวลา สนั้ ๆ แตก่ ลบั เปน็ วนั และเวลาทม่ี คี วามสำคญั อยา่ งยง่ิ ตอ่ การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ...นอกจากครอบครวั ชุมชน จะเป็นพื้นท่ีในการบม่ เพาะใหเ้ ดก็ ๆ เตบิ โตแลว้ “โรง เรียน” ยังเป็นอีกพื้นท่สี ำคัญทม่ี สี ว่ นอย่างยิง่ ต่อเดก็ ท้งั ในการสรา้ งและพัฒนาความรู้ บคุ ลิกภาพ และ สรา้ งตน้ ทุนชีวติ สำคญั ก่อนก้าวเขา้ สู่วัยหนุ่มสาว เมอ่ื เดก็ อายุ 3 - 4 ขวบตามเกณฑเ์ ข้าเรยี น นอกจากบา้ นและชมุ ชนแลว้ นนั้ โรงเรยี นเปน็ โลกแหง่ ใหมอ่ ีกโลกสำหรบั เด็กๆ โลกของการพบปะเจอเดก็ คนอืน่ ๆในรนุ่ ราวคราวเดยี วโลกทีม่ บี รรยากาศใหม่มี ครู มีเพอ่ื น มีพีเ่ ล้ียง และเป็นโลกทสี่ อนให้ร้จู กั กับสิ่ง ใหมๆ่ เชน่ หนงั สอื ตำรา กระดานดำ ชอล์ค ฯลฯ และ เริ่มรู้จักคำวา่ การบ้าน...นบั จากการทำความร้จู ักกัน ในวนั นนั้ โรงเรยี นจะเปน็ สว่ นหนง่ึ ของชวี ติ เดก็ ๆไปอกี กว่า 15 ปี จนกลายเป็นวัยรนุ่ หนุ่มสาว

ด้วยความเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญ เชน่ นขี้ อง “โรงเรียน” บทบาทหนา้ ที่ หรอื ภารกิจของโรงเรียนจึงตั้งอยู่บนความคาด หวังของพ่อแม่ผูป้ กครอง หน้าท่ีที่ใช่เพยี ง การประสทิ ธป์ิ ระสาทวชิ าความรเู้ ทา่ นน้ั แ ต่ รวมถึงหน้าที่ ในการสร้างกระบวนการขัด เกลาทางสังคมให้แก่บรรดานักเรียนด้วย ดังน้ันคำว่าต้นทุนชีวิตกับโรงเรียนจึงเป็น คำสำคญั คูก่ นั อย่างปฏิเสธไม่ได้ “ต้นทนุ ชวี ติ ” กบั “โรงเรยี น” คือ คำสำคัญท่ีทำให้แผนงานสุขภาวะเด็กและ เยาวชน สำนกั งานกองทุนสนับสนุนสุขภาพ เร่ิมต้นความคิดในการสร้างกระบวนการ เรียนรู้ ในการพัฒนาเด็กและเยาวชนโดยใช้ ฐานจากโรงเรยี น ในปพี .ศ.2552 จึงเกิดเปน็ โครงการบูรณาการต้นทุนชีวิตสู่ระบบการ ดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น 102 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชวี ิต

ต้นทนุ ชีวิตเดก็ เยาวชน 103 โครงการบูรณาการต้นทุนชีวิตสู่ระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรยี น (พ.ศ.2552 – 2554) เป็นโครงการทแ่ี ผนงานสขุ ภาวะเดก็ และเยาวชน สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ สขุ ภาพ ร่วมกับ สำนกั งาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน ดำเนนิ การรว่ มกัน โดยคดั เลือก 10 โรงเรียนนำรอ่ งจาก 10 จังหวัดทว่ั ประเทศไทยเข้ารว่ มโครงการฯ ไดแ้ ก่ โรงเรียนนวมนิ ทราชนิ ูทิศ สตรีวทิ ยา 2 จงั หวดั กรงุ เทพฯ โรง เรยี นจอมทอง จงั หวดั เชียงใหม่ โรงเรยี นสวนศรีวิทยา จังหวัดชมุ พร โรงเรยี นทุ่งช้าง จงั หวัดนา่ น โรงเรยี นวงั น้อยพนมยงค์วทิ ยา จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา โ รงเรยี นศรสี ะเกษวทิ ยาลยั จ งั หวดั ศรสี ะเกษ โ รง เรียนหาดใหญ่วิทยาลัย 2 จงั หวดั สงขลา โรงเรียนเฉลมิ พระเกยี รติ สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทร ์ ส มทุ รสาคร จ งั หวดั สมทุ รสาคร โ รงเรยี นฝาง พิทยาคม จงั หวัดหนองคาย และโรงเรยี นเสอเพลอพิทยาคม จงั หวัด อุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการกระบวนการสร้างเสริม ต้นทุนชีวิตเข้าสู่ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนระดับ มัธยมศกึ ษา เปา้ หมายของการดำเนินโครงการฯ คือ เพือ่ สรา้ งเสรมิ ต้นทุนชีวิตให้เด็กและเยาวชนโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนท่ี เก่ยี วข้อง ดำเนนิ การในช่วงเดอื นสิงหาคม 2552 ถงึ มิถนุ ายน 2554 กระบวนการและขน้ั ตอนการทำงานหลักๆ ของโครงการฯ คือ (1) การสร้างความเข้าใจในแนวคิดและกระบวนการสร้างเสริมต้นทุน ชวี ิตให้กบั คณะทำงาน ท่ีเก่ยี วขอ้ งระดับพ้นื ที่ อันได้แก่ ผู้บรหิ าร โรงเรยี น ผบู้ ริหารสำนกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา คณะครูท่ีเก่ียวขอ้ งใน งานระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น ต วั แทนเครอื ขา่ ยผปู้ กครอง แ ละ ตัวแทนจากชุมชน (2) การวางแผนการดำเนนิ งานโครงการ รวมทง้ั สร้างกรอบชวี้ ดั ผลสำเร็จ และติดตามประเมินผลร่วมกนั การท่ีพืน้ ที่ รวมท้ังคณะทำงานได้มีการจัดประชุมแลกเปล่ียนเรียนรู้รวมทั้งวาง กรอบการดำเนินงานร่วมกัน เพื่อสรา้ งความเป็นเจ้าของในโครงการ : บทเรยี นการเสริมสร้างพลงั บวก

(3)การนำเครื่องมือสำรวจต้นทุนชีวิตไปเก็บข้อมูลในโรงเรียนเป้า หมาย โดยโรงเรียนนำไปเก็บขอ้ มูลดว้ ยตนเองตามความเหมาะสม ของบรบิ ทโรงเรยี น (4) การสรา้ งกจิ กรรมสรา้ งเสริมตน้ ทุนชวี ิต โดย นำผลสำรวจต้นทุนชีวิตที่ ได้เป็นพ้ืนฐานในการระดมความคิดเห็นร่วม กนั ในโรงเรยี นและชมุ ชน และ (5) การสรปุ ผลการดำเนินโครงการฯ จากปากนำ้ ชุมพรถึงปากน้ำหลงั สวน จงั หวัดชมุ พรนับเปน็ ประตูสู่ภาคใต้ (เมอ่ื ลงจากภาคกลาง) มี พนื้ ท่ที างเหนอื ติดต่ออำเภอบางสะพานนอ้ ย จงั หวดั ประจวบคีรีขนั ธ์ ทางตะวนั ออกตดิ ชายฝงั่ อา่ วไทย ด า้ นใตต้ ดิ กบั อำเภอทา่ ชนะ จ งั หวดั สรุ าษฎรธ์ าน ี แ ละทางตะวนั ตกตดิ ตอ่ กบั อำเภอกระบรุ ี จ งั หวดั ระนอง และส่วนหนงึ่ ติดกับประเทศสหภาพพมา่ สภาพพื้นทที่ ่ัวไปไมม่ ภี ูเขาสงู เปน็ ทร่ี าบลุ่ม มีแม่นำ้ สำคญั หลายสาย เช่น แม่น้ำท่าตะเภา ในอำเภอเมืองชุมพร มคี วามยาว 33 กิโลเมตร แม่น้ำสวีในอำเภอสวี มีความยาว 50 กิโลเมตร และ แมน่ ำ้ หลังสวน ในอำเภอหลงั สวน มีความยาว 100 กิโลเมตร แมน่ ำ้ ทุก สายไหลลงสอู่ ่าวไทย ในทะเลนอกฝง่ั ของจงั หวัดชุมพร มเี กาะน้อย ใหญเ่ กอื บ 50 เกาะ (ข้อมลู จากวิกพิ เี ดีย) ด้วยภูมนิ ิเวศเช่นน้ี จงั หวัด ชุมพรจึงเป็นจังหวัดท่ี “นำ้ ” มคี วามสำคญั ตอ่ ฐานวถิ ีชวี ิต ฐานวัฒน ธรรม บริเวณปากน้ำจึงเปน็ จดุ เริม่ ต้นของการตงั้ ถน่ิ ฐาน สรา้ งบ้าน เรือนของผคู้ น เกิดชมุ ชน เกิดสังคมของชาวเรือ จากปากน้ำชุมพร ถึงปากนำ้ หลงั สวน ระยะทางกวา่ 80 กิโลเมตร อำเภอหลงั สวน เป็นอำเภอหนงึ่ ในจังหวัดชุมพร เป็นอำเภอเล็กๆ ที่หอ่ คลมุ ดว้ ยร่มเงา ต้นไม้จากเรอื กสวนน้อยใหญ่ 104 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชวี ิต

อำเภอหลงั สวน ป ระกอบด้วยองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ 1 2 105 แห่ง ได้แก่ เทศบาลเมืองหลังสวน เทศบาลตำบลปากน้ำหลังสวน องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลท่ามะพลา องค์การบรหิ ารส่วนตำบลนา ขา องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลนาพญา องค์การบริหารสว่ นตำบลบาง มะพร้าว อ งค์การบริหารสว่ นตำบลบางนำ้ จืด อ งค์การบริหารสว่ น ตำบลพอ้ แดง อ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลแหลมทราย อ งคก์ ารบรหิ าร ส่วนตำบลวังตะกอ องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลหาดยาย และองค์การ บริหารส่วนตำบลบา้ นควน ทัง้ นี้ ล่มุ นำ้ หลังสวนเป็นแหล่งทีม่ นษุ ย์เข้ามาอาศัยตั้งถิน่ ฐาน มาตั้งแต่สมัยก่อนประวตั ิศาสตร์ โดยเฉพาะทอ่ี ำเภอพะโตะ๊ นน้ั ไดพ้ บ หลกั ฐานทางโบราณคดที ส่ี ำคญั คอื เครอื่ งมอื หินขัดประเภทขวาน แต่ เน่ืองจากแม่น้ำหลังสวนเป็นแม่น้ำสายสั้นๆ ซ่งึ มีท่รี าบลุ่มจำนวนน้อย ชุมชนในบริเวณดังกล่าวจึงไม่อาจจะพัฒนาเป็นชุมชนเกษตรกรรม ขนาดใหญ่เหมือนเมืองชมุ พร ไชยา นครศรธี รรมราช และพทั ลุงได้ บทบาทของเมืองหลังสวนในระยะเร่ิมแรกจึงเป็นเพียงชุมชนท่าเรือ ขา้ มคาบมหาสมทุ ร และหม่บู ้านเกษตรกรรมขนาดเลก็ ดังนั้นจงึ ตอ้ ง ตกอยู่ภายใต้การปกครองดูแลของศูนย์อำนาจการปกครองท้องถ่ินท่ี มีอำนาจมากกว่าคือเมอื งชมุ พรตลอดมา หลังสวน เป็นหวั เมืองเกา่ แก่เมืองหนงึ่ ในแหลมมลายู เคยได้ รับการยกฐานะเป็นหัวเมืองจัตวาข้ึนต่อกรุงเทพมหานครโดยตรงใน สมัยต้นรัชกาลที่ 5 ครน้ั เมอ่ื จดั ตงั้ มณฑลชุมพรในปี พ.ศ.2439 หลงั สวนจงึ เป็นจังหวดั หนึ่งของมณฑลชมุ พร และภายหลงั ไดย้ ุบจังหวัด หลังสวนลงเป็นอำเภอหลังสวนขึน้ กบั จังหวดั ชมุ พร ต้งั แต่วนั ท่ี 1 เมษา ยน พ.ศ.2475 ตราบเทา่ ทุกวันนี้ เนื่องจากหลังสวนเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหน่ึงมาต้ังแต่สมัย โบราณ ชอื่ ท่ีเรียกจงึ ยากทีจ่ ะหาหลกั ฐานไดว้ า่ มีทมี่ าอยา่ งไร แต่เน่ือง จากหลังสวนเป็นเมืองท่ีมีผลไม้มากจนกลายเป็นสินค้าสำคัญของ เมอื ง น้ี ดังนนั้ กระทรวงคมนาคมจงึ ได้สันนษิ ฐานในปี พ.ศ.2459 วา่ : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลงั บวก

คำว่า “หลังสวน“ นา่ จะเพยี้ นมาจากคำวา่ “รังสวน” หรือ “คลงั สวน” ซ่งึ หมายถึงแหล่งหรอื ท่รี วมของผลไมท้ กุ ชนิดนัน่ เอง (ขอ้ มลู จากวกิ พิ ีเดีย) และหากจะพดู ถงึ สถานศกึ ษาในอำเภอหลงั สวน ชอื่ ของโรง เรียนแห่งหน่ึงจะเป็นชอื่ แรกๆ ทีค่ นนึกถงึ “โรงเรียนสวนศรวี ิทยา” แปลงเพาะกล้าอ่อน โรงเรียนสวนศรวี ทิ ยา โรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยา อ ำเภอหลงั สวน จ งั หวดั ชมุ พร เ ปน็ หนงึ่ ในพน้ื ทนี่ ำรอ่ ง 10 พ้นื ที่ของโครงการฯ โรงเรยี นสวนศรีวิทยา เป็นโรง เรียนมัธยมศกึ ษาขนาดใหญพ่ เิ ศษ ตั้งอย่ทู ่เี ลขท่ี 280 ถนนหลังสวน ตำบลหลังสวน อำเภอหลังสวน จงั หวัดชมุ พร ตามหลักฐานของทางราชการระบุว่าก่อต้ังเมื่อปีพ.ศ.2442 โดยอาศัยโรงธรรมของวัดโตนดเป็นสถานท่ีเรียน ใช้ช่อื ในระยะเริ่มกอ่ ตงั้ วา่ “ โรงเรยี นอดุ มวทิ ยากร” ตอ่ มาไดย้ า้ ยจากวดั โตนดมาตง้ั อยู่ใน สถานทปี่ จั จบุ นั และเปลยี่ นชอ่ื เปน็ โ รงเรยี นหลงั สวน “ สวนศรวี ทิ ยา” ภายหลังได้รับโอนโรงเรียนสตรีหลังสวนมารวมเข้าด้วยกันโดยจัด เปน็ โรงเรยี นสหศกึ ษาและเปลยี่ นชอื่ ใหมว่ า่ “ โรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยา” ตราบเท่าทกุ วันน้ี (http://www.suansri.ac.th) เมอ่ื นพ.สรุ ยิ เดว ท รปี าต ี ไ ดย้ า้ ยมาเปน็ หมอเดก็ ท่ีโรงพยาบาล ประจำอำเภอหลงั สวน จงั หวดั ชุมพร ในชว่ งเวลานั้นพน้ื ท่ีอำเภอนี้ยัง เรียกได้ว่าเป็นพื้นท่ีห่างไกลและยังมีความเป็นชนบทอยู่อย่างมาก หลงั จากจบแพทย ์ จ นปจั จบุ นั ร ะยะเวลาอนั ยาวนานของความสมั พนั ธ์ ระหวา่ ง นพ.สุริยเดว ทรปี าตี และคนอำเภอหลังสวน เรยี กไดว้ า่ แม้ ไม่ใช่ญาติมิตรพน่ี อ้ งกนั ตามสายเลอื ด แต่ก็เปน็ ญาติสนิทมติ รสหาย ท่ีปรารถนาดีตอ่ กนั อยเู่ สมอ 106 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชีวิต

ความสมั พนั ธก์ ับพ้ืนท่ขี อง นพ.สุริยเดว ทรปี าตี นบั วา่ เป็น ปัจจยั สำคญั หน่งึ ในการเลอื กพื้นท่ีโรงเรียนสวนศรีวิทยา เป็นหน่งึ ใน พนื้ ทน่ี ำรอ่ ง 1 0 โ รงเรยี น ข ณะเดยี วกนั ด ว้ ยบทบาทประธานกรรมการ สถานศกึ ษาของ นายพงษศ์ ักดิ์ ฉ่งิ สุวรรณโรจน์ หรือพ่ศี ักด์ิ แหง่ สวนนายดำที่ ให้ความสำคัญอย่างย่ิงกับเร่ืองการสร้างต้นทุนชีวิต โดยเฉพาะการสรา้ งต้นทนุ ชีวติ ใหก้ ับเดก็ และเยาวชน ...ดว้ ยความคดิ ความมุ่งมั่นและความต้องการสร้างการเปล่ียนแปลงเช่นนี้ของพ่ีศักดิ์ แห่งสวนนายดำจึงเปน็ อกี แรงขับเคลอื่ นหนึ่งท่สี ำคญั ทีท่ ำให้โรงเรียน สวนศรีวิทยามีองค์ประกอบและมีความครบครันท่ีจะเข้าร่วมโครง การฯ พงษศ์ กั ด์ิ ฉิ่งสุวรรณโรจน์ หรือพี่ศักด์ิ แหง่ สวนนายดำ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรยี นสวนศรวี ิทยา “ต้องบอก ว่า คำว่าตน้ ทนุ ชวี ิตเป็นคำสำคญั เพราะเป็นเรือ่ งท่อี ยู่ในเราทกุ คน อยู่ในชวี ิตประจำวัน เรื่องที่เปน็ การใชช้ ีวติ แต่ทผี่ ่านมา เราไม่ได้ใส่ใจ มองว่าเป็นเรอ่ื งปกติ การทมี่ องวา่ ไม่ใช่สงิ่ จำเป็น เมื่อผา่ นพ้นไปกย็ อ่ ม ทำให้เกดิ ปญั หาข้นึ ได้ ที่ผา่ นมา ปัญหาต่างๆ เกดิ จากผู้ใหญ่ แต่เรามกั จะบอกวา่ เป็นเพราะเด็กคยุ ไม่รู้เรอื่ งบา้ ง พูดไม่รู้เร่อื งบา้ ง ไมเ่ ขา้ ใจบา้ ง แต่จรงิ ๆ เกดิ จากผู้ใหญ่ เพราะเด็กมีผู้ใหญ่เป็นแม่แบบ แต่ผู้ใหญ่ไม่ไดเ้ ปน็ แม่ แบบที่ดี ดงั นั้นเด็กจึงได้รบั ผลกระทบตามมาอย่างทีเ่ ราๆ ก็เหน็ กัน อยู่ 107 : บทเรียนการเสริมสรา้ งพลงั บวก

กระบวนการที่คณุ หมอเดวทำเร่อื งต้นทนุ ชีวิต เรอื่ ง 5 พลังนนั้ หวั ใจของการเสรมิ สรา้ งต้นทนุ ชีวติ เดก็ และเยาวชนนน้ั อยู่ทก่ี ารจับถกู ไม่ใช่การจบั ผดิ อย่างท่เี ราทำกัน หากเราเร่ิมตน้ ด้วยการจบั ถกู ก็จะนำไปสกู่ ารพูดคุยกนั ได้ กรณีการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนกับโรงเรียน สวนศรวี ิทยานั้น เรม่ิ ตน้ มาจากปี พ.ศ.2552 ผูอ้ ำนวยการโรงเรียน สวนศรีวทิ ยา(นายไพศาล จนิ ดาพงศ์) อยากได้หมอจิตวทิ ยามาคุย กับผปู้ กครองเพอื่ ให้เขา้ ใจวธิ กี ารในการเล้ียงดลู ูก ท่ีผา่ นมามหี มอมา คยุ ดว้ ย แตก่ ็จะเป็นหมอเด็กไม่ใชห่ มอท่ีรเู้ รื่องวัยรุ่นด้วย ขณะทเ่ี ด็กใน โรงเรียนสวนศรวี ทิ ยา เขาเร่ิมเข้าสู่วยั รุ่นกนั แล้ว ดังน้ันดว้ ยกระบวน การทค่ี ณุ หมอเดวทำอยู่ ด้วยความเขา้ ใจและเช่ียวชาญของคณุ หมอ เดวตอ่ เรอื่ งเด็กวัยร่นุ เลยเชญิ คณุ หมอเดวมาพดู คยุ ใหท้ ่ีโรงเรยี นสวน ศรีวทิ ยา โดยเวทีวันน้ัน คุณหมอเดวบรรยายเรอ่ื งต้นทุนชีวติ กบั การ ศึกษา คุยเรอื่ งตน้ ทุนชีวติ ทเ่ี ป็นเรือ่ งของเด็กและเยาวชน ไม่ใชเ่ รอื่ ง ของผู้ใหญท่ ค่ี ิดแลว้ ใหเ้ ด็กทำ ซงึ่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนสวนศรีวิทยา เขาฟงั แล้วก็เห็นประโยชนจ์ ากเรื่องตน้ ทุนชวี ิตอย่างมาก” อาจารย์ไปรมา พรหมมาศ อดตี รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี น สวนศรีวทิ ยา (ปัจจุบนั ดำรงตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนนาสัก วิทยา) “โรงเรยี นสวนศรีวทิ ยา เปน็ โรงเรยี นหนึ่งท่บี อกไดว้ ่าเปน็ โรง เรยี นยอดนยิ มพอ่ แม่ผปู้ กครองจะสง่ ลกู หลานเขา้ มาเรยี นจำนวนมาก แตส่ ถานการณท์ เี่ กดิ กบั โรงเรยี น คอื พอ่ แมผ่ ปู้ กครองกบั เดก็ ไม่ใกลช้ ดิ สนทิ สนมกนั ดหู า่ งไกลกนั ผปู้ กครองไมส่ นใจลกู เพราะมองวา่ ลกู เรยี น ทส่ี วนศรียอ่ มมกี ารดแู ลท่ีดีแลว้ ทัง้ ๆ ท่ตี ้องบอกว่า เด็กอยู่ในโรงเรยี น ไม่กชี่ ่วั โมงตอ่ วัน เวลาทเี่ หลือต้องอยูบ่ า้ น อยู่ในชุมชนแต่กลับตอ้ ง เผชญิ กับความไม่ใส่ใจจากครอบครวั ทีส่ ง่ ผลทำใหเ้ กิดปญั หาเดก็ มี พฤตกิ รรมท่ีไมพ่ งึ ประสงค์ มเี รอื่ งชสู้ าว ทะเลาะตบตี ดา้ นการเรยี นรู้ ก็ไม่พร้อม คิดอา่ นไมเ่ ปน็ ขณะท่คี ุณครูเองก็พยายามดแู ลแตก่ จ็ ะ ดูแลไดเ้ ทา่ ทสี่ ามารถ 108 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชีวิต

“ ปัญหาลักษณะน้ีวนเวียนอยู่ในสังคม 109 เรา ตอ้ งบอกวา่ ไม่ใชแ่ ค่ในโรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยา แต่เป็นปัญหาภาพใหญ่ของสังคมเลยทีเดียว เราพยายามออกแบบหาทางแก้ ไขปญั หา เมอื่ นพ.สรุ ยิ เดว ทรีปาตี ได้ลงพื้นทอ่ี ำเภอหลงั สวน มกี ารพดู คยุ กบั คณุ ครทู งั้ โรงเรยี น รวมทง้ั พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ผลจากเวทพี ดู คยุ ในครงั้ นนั้ ทำใหเ้ กดิ การตื่นตวั อย่างมากสำหรบั คุณครู โดยเฉพาะ ในเรือ่ งมุมมองตอ่ เด็ก ” ต่อมาเมื่อแผนเด็กพลัส รว่ มกบั สำนกั งานคณะกรรมการการ ศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน ทำโครงการบรู ณาการต้นทนุ ชวี ติ สู่ระบบการดแู ล ชว่ ยเหลอื นักเรียน โรงเรียนสวนศรวี ิทยาจึงได้รับการประสานเพือ่ ให้ เขา้ รว่ มการอบรมเพอื่ มาเรียนร้กู ระบวนการ เรียนรเู้ คร่อื งมอื ตา่ งๆ ใน การพัฒนาเดก็ และเยาวชน อาจารย์ไปรมา พรหมมาศ อดีตรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี น สวนศรีวทิ ยา “ต้นทนุ ชีวติ คืออะไร ตอ้ งบอกวา่ ไม่เข้าใจเลย ดังนน้ั ตอน เริ่มต้นฝ่ายบริหารจงึ ใหค้ ุณครทู ่รี บั ผดิ ชอบ ผูป้ กครอง สมาคมผู้ปก ครอง และเครอื ขา่ ยไปร่วมประชมุ กบั คุณหมอเดว ที่ทางแผนเด็กได้มี การจัดอบรม โดยในการอบรมกจ็ ะมีการเสริมสรา้ งความร้คู วามเขา้ ใจเรอื่ งตน้ ทนุ ชวี ติ คณุ หมอเดวจะพดู ใหฟ้ งั วา่ ตน้ ทนุ ชวี ติ คอื อะไร มกี าร ให้เราไดท้ ดลองทำแบบสอบถามตน้ ทุนชีวติ จนทำใหเ้ ราเร่ิมมีความ เข้าใจพืน้ ฐาน หลงั จากนัน้ กก็ ลบั มาบูรณาการกบั นักเรียนของเรา เรม่ิ มีการสำรวจต้นทนุ ชวี ติ หลงั สำรวจแลว้ ขอ้ มูลท่ีสะท้อนกลบั มา ดา้ น สติปัญญาน้ันไม่ด้อยท้ังการประมวลรายคนและประมวลภาพรวม : บทเรยี นการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก

110 3 ฐาน สานพลงั ต้นทุนชวี ติ

แตก่ ลับพบว่าพลังชมุ ชนกลบั ออ่ น ท้งั ในเร่ืองจิตสาธารณะ และการ วเิ คราะหข์ ้อมูล ดังน้ันสง่ิ ท่ีจะต้องทำ คือ การจัดกจิ กรรมเสรมิ เพื่อ เสรมิ ตน้ ทนุ ทอ่ี ่อนแอ การเลอื กเดก็ เขา้ สกู่ ระบวนการทำแบบสำรวจนน้ั เราจะเลอื ก เดก็ ท่ีเรียนในระดับช้นั มธั ยมต้นปที ่ี 1 และมัธยมปลายปที ี่ 4 เพราะ เรามองว่าเด็กในระดับชั้นเหล่านี้เป็นกลุ่มเด็กท่ีจะใช้ชีวิตอยู่ ในโรง เรียนหลายปี ทีท่ ำให้เรามเี วลาในการปพู นื้ ฐาน เสรมิ สรา้ งตน้ ทุน ซ่ึง หากเรานั้นสามารถเสริมสร้างปูพื้นฐานท่ีดีให้แก่เด็กชั้นมัธยมต้นปีที่ 1 และมธั ยมปลายปที ี่ 4 ได้ ชว่ งชวี ติ ในระหว่างชน้ั มธั ยมตน้ ปีที่ 2-3 และมัธยมปลายปที ี่ 5-6 เขากจ็ ะมีพ้ืนฐานทีแ่ ข็งแรงขึน้ ดงั นั้นสำหรบั โรงเรียนสวนศรีวทิ ยา เราจึงเรมิ่ ทำแบบสำรวจที่ ม.1 และ ม.4 ทกุ ปี โดยใช้วันปฐมนเิ ทศเป็นวนั ในการทำแบบสำรวจ ต้องบอกว่าหลังจากการได้เข้าอบรมได้รับความรู้และนำ แบบสำรวจมาทำแลว้ เราพบวา่ เรือ่ งต้นทนุ ชวี ิตเปน็ เรือ่ งที่ดี แบบ สำรวจกเ็ ป็นแบบสำรวจท่ดี ี เพราะขอ้ คำถามเป็นเชงิ บวก ทำให้เมื่อ เดก็ อ่านแล้วคิดตาม เขากจ็ ะมวี ธิ ีคดิ เชงิ บวก ย่ิงเม่อื เดก็ อา่ นแลว้ ทำทุก ข้อด้วยแลว้ ก็จะเปน็ การฝกึ การคดิ การวิเคราะห์ของตัวเขาเอง” 111 : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก

อาจารยด์ ิเรก จันทรว์ ิไล อาจารยป์ ระจำโรงเรยี นสวนศรี วิทยา ผู้รับผิดชอบโครงการฯ “ตอ้ งบอกวา่ ไมเ่ ขา้ ใจหรอกวา่ ต้นทุน ชวี ติ คอื อะไร อาจจะเคยไดย้ นิ คนพดู มาบา้ ง แต่ไมเ่ ขา้ ใจคอนเซป็ ตห์ รอื วิธีคดิ จรงิ ๆ ของเรอ่ื งนี้ คดิ วา่ ตน้ ทนุ ชีวติ คอื การท่ีเรามีอะไรพรอ้ มทกุ อยา่ ง เงนิ ทอง ความม่ังคัง่ ความสมบรู ณ์พร้อม จนกระทัง่ คณุ หมอเดว ลงมามเี วทีและมีการเชิญไปรว่ มอบรมเก่ียวกบั ตน้ ทนุ ชีวิต พอมารว่ ม อบรมจริงๆ เราพบวา่ แทจ้ ริงแลว้ ต้นทนุ ชีวิตไม่ใช่เรอ่ื งพวกนี้ ไม่ใช่ เรื่องเงินทอง หรอื ความม่ังค่งั แตต่ ้นทนุ ชวี ติ คือส่งิ ท่ีสามารถบูรณา การทำให้ชวี ิตมีความสุข การทำงานราบรน่ื อยูร่ ว่ มกบั คนในสังคมได้ และมที กั ษะ มคี วามคดิ อ่าน มคี วามสขุ มุ ในการดำเนนิ ชีวิต จากความ เขา้ ใจเช่นน้หี ลงั การอบรม เราก็นำความรู้ ความเขา้ ใจนม้ี าปรบั ใช้ มา ถอดบทเรยี นโรงเรยี นของเรา เดก็ ของเรา เพ่ือพัฒนากจิ กรรมทจ่ี ะ เสรมิ หนุนสร้างต้นทนุ ชีวติ ใหแ้ กเ่ ดก็ นกั เรียนของเรา” พงษ์ศกั ด์ิ ฉ่งิ สวุ รรณโรจน์ “เรามกี ารจดั เวทีโดยมีโจทยว์ า่ ในสายตานกั เรยี น อยากเหน็ โรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยาเปน็ อยา่ งไร ซงึ่ เปน็ โจทยท์ ่ีย้อนกลับ เราไมเ่ อาผู้ใหญเ่ ปน็ ตัวตง้ั แตเ่ อาเด็กเปน็ ตวั ตัง้ เปน็ คนคดิ โดยนกั เรยี น ครู ชมุ ชน เครอื ขา่ ยทเี่ ขา้ รว่ มกนั วนั นน้ั ตา่ งสะทอ้ น ความคิดความตอ้ งการออกมา เราพบว่า เด็กอยากให้โรงเรยี นพัฒนา ในการทางทีด่ ีๆ ทางทีส่ รา้ งสรรค์ แตท่ ่ีผา่ นมาไมด่ ีเพราะเด็กขาดการ มสี ว่ นร่วม ดังน้ันจงึ ต้องสรา้ งเสริมดว้ ยการมกี ิจกรรมทีด่ ี กิจกรรมที่ สอดคล้องกบั ความต้องการของเดก็ ๆ กจิ กรรมทเ่ี ด็กเปน็ คนคิดและ ลงมอื ทำ” 112 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชวี ติ

คาบพอ่ แมล่ กู เมื่อเห็นประโยชน์จากกระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็ก และเยาวชน รวมทง้ั ประโยชนจ์ ากแบบสำรวจซงึ่ เป็นเครือ่ งมือสำคัญ ของกระบวนการแลว้ โรงเรยี นสวนศรีวทิ ยากเ็ ดนิ หน้าเต็มกำลงั ใน การนำแบบสำรวจมาปฏิบัติการใช้จริงกับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะ อย่างยิ่งกบั เดก็ ในระดบั ช้ันมธั ยมต้นปที ี่ 1 และมัธยมปลายปีท่ี 4 โดย บูรณาการการใช้แบบสำรวจเขากับกิจกรรมของโรงเรียนอย่างคาบ พอ่ แม่ลูก ทเ่ี ปน็ คาบอสิ ระท่ีใหน้ กั เรยี นและคุณครทู รี่ ับผดิ ชอบดแู ล ได้ พูดคุย ปรึกษาหารอื แลกเปล่ียนกันอยา่ งใกลช้ ิด อาจารย์ไปรมา พรหมมาศ อดีตรองผอู้ ำนวยการโรงเรียน สวนศรีวิทยา “เราเริม่ กระบวนการสร้างเสริมตน้ ทุนชีวติ ในวันปฐม นิเทศของโรงเรยี น โดยเราจะมกี ารจดั เป็นฐานเรยี นรู้ คือ ฐานตน้ ทนุ ชีวิตซ่ึงจัดให้มีการเรียนรู้ผ่านเรื่องส้วมเพื่อปูต้นทุนในเรื่องการอยู่ รว่ มกนั ในสงั คม การใช้หอ้ งนำ้ การรกั ษาสุขภาวะความสะอาดตา่ งๆ หลงั จากน้ันเม่ือเด็กเขา้ มาอย่กู บั เราสกั เดือนสองเดอื น เราจะ เรมิ่ แจกแบบสอบถามให้เด็กทำในคาบพ่อแมล่ กู ซึ่งคาบพอ่ แมล่ ูกนจี้ ะ มที กุ วันพธุ โดยคาบพ่อแม่ลกู น้นั จรงิ ๆ แล้วกค็ อื คาบทน่ี กั เรียนทุกคน จะไปพบกับอาจารยท์ ่ีปรกึ ษาของตวั เอง อาจารยท์ ปี่ รึกษาท่ที ำหน้าท่ี คลา้ ยพอ่ แมท่ ี่คอยดแู ลสาระทกุ ข์สขุ ดิบต่างๆ อาจารยท์ ีป่ รึกษาหรือ พอ่ แมก่ ็จะได้เจอนักเรียนหรือลกู ของตวั เอง ดังนั้นเราจะใช้กิจกรรมตรงนี้ ให้อาจารย์แต่ละท่านได้เอา แบบสอบถามไปแจกนักเรยี น เชน่ แจกในวันพุธน้ี วนั พธุ หน้ากม็ าคุยกนั วันพุธต่อไปทางฝ่ายโรงเรียนก็เอาแบบสอบถามไปเข้าโปรแกรมของ แผนเดก็ จากนั้น เรากจ็ ะเอาผลท่ีประมวลไดน้ ัน้ กลับมาใหค้ ุณครนู ำ ไปปรึกษาพ่อแม่จรงิ ๆ กจ็ ะทำให้พ่อแม่ไดร้ ับรูเ้ ร่อื งของลกู รบั รจู้ ุดแขง็ จดุ ออ่ นของลกู มากข้นึ ” 113 : บทเรียนการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก

ชมรมคนรักส้วม ขอ้ มูลจากแบบสำรวจ พบวา่ เรือ่ งกิจกรรมการมสี ่วนร่วมเปน็ เรอ่ื งออ่ นผลจากการสะทอ้ นเชน่ น้ี ทำให้โรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยาเรม่ิ คิด อย่างจริงจังในการจัดกิจกรรมที่จะทำให้เด็กนักเรียนเข้ามามีส่วน รว่ ม ทง้ั มสี ว่ นร่วมในการคดิ ออกแบบ และเข้าร่วมกจิ กรรม อาจารย์ไปรมา พรหมมาศ อดีตรองผู้อำนวยการโรงเรยี น สวนศรวี ิทยา “พอเรารู้จุดอ่อนจุดแขง็ ของเด็กๆ เราจึงนึกถึงกจิ กรรม ที่จะมาพัฒนาจุดอ่อนใหเ้ ขม้ แขง็ ข้ึน เราจึงมองไปท่เี ร่ืองใกล้ตัว พ้ืน ฐานของเด็กๆ เรือ่ งสุขภาวะเปน็ เรือ่ งใกล้ตัวและเปน็ เรื่องสำคัญมาก สำหรับทุกคน และทผ่ี ่านมาเดก็ ๆ มปี ัญหาการใช้หอ้ งน้ำ เน่ืองจาก หอ้ งนำ้ หอ้ งสว้ มไมน่ า่ เขา้ ทำใหเ้ ดก็ ตอ้ งอน้ั สง่ ผลทำใหส้ ขุ ภาพเสยี ทำ ให้เดก็ ก้าวร้าวเพราะไมม่ คี วามสขุ ในการใช้ห้องน้ำทั้งๆ ทเ่ี ป็นเร่อื งพื้น ฐานแท้ๆ ดงั นน้ั หากเดก็ มีความสขุ ในการใชห้ ้องนำ้ ก็จะเป็นสรา้ งสุข ภาวะท่ีดีให้แก่เขาดว้ ย จากฐานปัญหาเร่ืองส้วมที่เกิดข้ึนประกอบกับประธาน คณะกรรมการสถานศึกษา โรงเรียนสวนศรวี ิทยา เปน็ คนทำงานเรอ่ื ง ส้วม เป็นทูตสว้ มอยแู่ ลว้ จงึ ทำให้เรามองว่า เรือ่ งส้วมเป็นเร่อื งทเี่ รา สามารถลงมอื ทำได้จริง เข้าถึงและใกลต้ วั ปีพ.ศ.2553 ชมรมคนรกั สว้ มจงึ เกดิ ขนึ้ โดยมคี รกู ลมุ่ สขุ ศกึ ษา เปน็ ครผู รู้ บั ผิดชอบดูแล แต่คนลงมอื ปฏบิ ตั ิ ทำกิจกรรมจรงิ ๆ จะเปน็ เด็กนกั เรียน เกดิ การดแู ลห้องนำ้ หอ้ งส้วม และการให้ความรเู้ กี่ยวกับ สว้ ม สขุ ภาวะพื้นฐาน” อาจารยด์ ิเรก จันทร์วิไล “กจิ กรรมการปรบั ปรงุ สว้ มเกิดขน้ึ โดยมนี ักเรียนชว่ ยกนั ทำเองตั้งแต่ปรับปรุง รื้อ ขดั ทาสี โดยมีการให้ เดก็ นักเรียนเสนอแผน เสนอไอเดยี กันเข้ามา เดก็ คนไหนถนดั เรอ่ื งจัด สวนกม็ าชว่ ยกนั ออกแบบ ช่วยกนั จัด มกี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการคอย มาตรวจเชค็ สภาพหอ้ งส้วมแต่ละหลัง เดก็ ๆ เองพอเขาเข้ามาร่วมต้ัง แต่การปรบั ปรุง เขากร็ ้สู กึ หวงแหนรสู้ ึกเปน็ เจา้ ของ เกิดการชว่ ยกัน 114 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชีวิต

ดแู ลรกั ษา ผลลัพธ์นอกจากจะเกิดรูปธรรมความสะอาดของหอ้ งส้วม แลว้ ยงั เชอ่ื มโยงไปถงึ การดแู ลจดั การขยะ การรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ ม และ ท่สี ำคัญเด็กๆ เกดิ ความเปล่ียนแปลง มีระเบียบวนิ ัยและรกั ความ สะอาด เกิดเปน็ สขุ นสิ ยั ทน่ี ำไปใช้ในชวี ิตประจำวนั เด็กๆ ทเี่ ป็นอยู่ใน ชมรมจาก 20 คนกเ็ พิม่ ขน้ึ ๆ จนเปน็ 50 คน หอ้ งน้ำและหอ้ งสว้ มที่ดขี น้ึ สะอาดขน้ึ สิง่ แวดล้อมดขี นึ้ เชน่ น้ี ทำใหส้ ้วมของโรงเรยี นสวนศรีวทิ ยาได้รับเลือกเปน็ สว้ มแฮช (HAS) หรือสว้ มทถ่ี กู สขุ ลักษณะ ส้วมที่มคี วามสะอาด ปลอดภยั เดก็ มีการใช้ สว้ มทีถ่ กู วธิ ี ทง้ิ ขยะลงถัง และลา้ งมอื ทำความสะอาดอยา่ งถกู ต้อง จนเป็นสุขนิสยั เรียกว่าจากสว้ มของโรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยา ก็เกิดการ ขยายผลไปสจู่ ุดอ่นื ๆ” เดก็ ๆ ชมรมคนรักสว้ ม “กจิ กรรมทเี่ ราทำเรอื่ งส้วมนนั้ เป็น โครงการทเี่ ร่มิ โดยเด็กทำเอง ลงมอื เอง ขดั ห้องน้ำ ชว่ ยทาสี เปน็ ห้อง นำ้ ทเ่ี ดก็ ๆ มสี ว่ นร่วมเป็นเจา้ ของ ตอนแรกๆ ท่ีคณุ ครูมอบหมายใหท้ ำ ก็ไม่อยากทำ แตพ่ อได้ทำแลว้ เราก็เกิดความรู้สกึ ทดี่ ี รสู้ กึ เปน็ เจ้าของ โดยมชี มรมคนรกั ส้วมเข้ามาดูแล สมาชกิ มหี นา้ ทต่ี รวจเช็ค ตรงน้ีไม่ สะอาด ตรงไหนมขี ยะ ซ่งึ พอทำเรื่องสว้ มแล้ว โรงเรียนก็มกี จิ กรรม อืน่ ๆ ท่ีให้เด็กเขา้ มามีส่วนร่วม มกี ารแบง่ โซนในการดูแล ช่วยกันดูแล รักษาความสะอาดสง่ิ แวดล้อมของโรงเรยี น” 115 : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลังบวก

สำนึกจิตอาสา สกู่ ารมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆ ขณะเดยี วกนั นอกจากชมรมคนรักสว้ มแล้ว กย็ ังมกี จิ กรรม โครงการต่างๆ อกี มากมายเกิดขนึ้ ทัง้ กิจกรรมท่ีครอู าจารย์รเิ ร่มิ เพื่อ เสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ใหแ้ กน่ กั เรยี นและกจิ กรรม โ ครงการ โ ครงงานทเี่ ดก็ นกั เรยี นรวมตวั กนั สรา้ งสรรค์ขึน้ มา อาจารย์ดิเรก จันทร์วิไล “จากแบบสำรวจน้ันเราก็เรมิ่ จดั กิจกรรมเพ่ือมุ่งเน้นเสริมสร้างในจุดที่เด็กอ่อนไม่ว่าจะเรื่องการสื่อ สารกบั ผู้ปกครอง เรื่องจติ สาธารณะกับชุมชน เร่ืองกิจกรรมและการ มีสว่ นร่วม โดยมีโครงการ เช่น โครงการพีช่ ่วยน้อง โดยเอาแกนนำ เด็กท่ผี ่านการอบรมนั้นไปเย่ยี มเยียนโรงเรียนประถมทีอ่ ย่หู า่ งไกล ซึง่ เดก็ ๆ จะเป็นคนออกแบบกระบวนการเอง ออกเงินกนั เอง ครทู ำหนา้ ที่ในการชว่ ยประสาน โครงการตามรอยธรรมของพอ่ ทนี่ ำเอาต้นทนุ ชีวติ ไปผนวก เขา้ กับปรชั ญาเรอ่ื งเศรษฐกจิ ของในหลวง โดยใหเ้ ด็กไปสบื ค้นข้อมูลที่ เกย่ี วขอ้ งกบั วถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียง รวมท้ังโครงการทอดผ้าป่าท่ีเกิดจากข้อมูลที่สะท้อนจาก แบบสำรวจวา่ เดก็ วยั รนุ่ อ่อนเร่อื งเขา้ วัดเข้าวา ดงั นัน้ พอเขา้ ช่วงทอด กฐนิ เราจึงจัดให้นักเรยี นเปน็ เจ้าภาพในการทอดกฐนิ โดยประธาน นกั เรยี นรว่ มกับหวั หนา้ ห้องทกุ หอ้ งเป็นเจ้าภาพ ทำใหเ้ ดก็ ๆ กจ็ ะไป ชว่ ยกนั เร่ียไร่ทำบุญ รวมทงั้ มกี ารหาข้อมลู หาความรู้เพอื่ เขา้ ใจงาน ประเพณี งานบุญดังกลา่ ว” 116 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชวี ติ

ครูโรงเรียนสวนศรีวทิ ยา “กจิ กรรมทเี่ ปน็ โครงการ ทเี่ ราขบั เคลื่อนอยู่ เชน่ โครงการรูเ้ ทา่ ทันความรัก โครงการน้เี ปน็ โครงการ เก่ียวกับเด็กทเี่ ผชญิ สถานการณ์คณุ แมว่ ยั สาว ดงั น้ันเรากจ็ ะสอนให้ เดก็ เข้าใจความสำคัญของการควบคุม การคุมกำเนดิ เพราะตอ้ งบอก วา่ เราจะห้ามเด็กไม่ใหม้ ีแฟน เราห้ามไม่ได้ดังน้ันเราต้องสอนให้เขารู้ เท่าทันวา่ ความรกั ในชว่ งวยั ร่นุ ของเขานัน้ เป็นอย่างไร โดยให้เดก็ ๆใน วยั เดยี วกันเปน็ คนทำกจิ กรรม ตง้ั แตด่ สู ภาพบริบทปญั หา แลว้ ก็เอา ปัญหาตา่ งๆ มานั่งคุยกัน” เดก็ นกั เรียน โรงเรียนสวนศรวี ิทยา “จากการทคี่ ณุ ครูจุด ประกายใหร้ เิ ร่ิมทำโครงการ ทำให้นกั เรยี นมีการรวมกลมุ่ กันและจัด ทำโครงการขนึ้ ใชช้ อื่ วา่ โครงงานเสรมิ ตน้ ทนุ ชวี ติ สรา้ งแนวคดิ เชงิ บวก โดยมกี ารจัดกิจกรรมเข้าค่าย ซึ่งโครงงานน้ีประกอบด้วยกจิ กรรม 4 กิจกรรม คอื กจิ กรรมท่ี 1 ฐานโซเชยี ลเน็ตเวริ ์ก เปน็ ฐานเกี่ยวกบั การ ให้ความรดู้ ้านอนิ เตอร์เนต็ ว่ามีข้อดีขอ้ เสียอยา่ งไร กิจกรรมที่ 2 ฐาน การเลา่ เร่อื ง โดยให้น้องๆ ได้วาดภาพที่สอื่ ถงึ แนวคดิ เชิงบวกในชวี ิต ประจำวัน จากนน้ั ให้แตล่ ะกลมุ่ แลกเปลยี่ นความคิดเห็นกัน กิจกรรมท่ี 3 ฐานชมวดี ีอาร์ โดยทางเราจะคดั เลอื กวีดอี าร์สะท้อนชีวติ สะท้อน สังคมมาฉายให้นอ้ งๆ ไดร้ ู้จักการใชช้ ีวติ ในสงั คมวา่ การใช้ชวี ิตใน สังคมปัจจุบนั นี้มีอะไรทคี่ วรระวงั และมอี ะไรท่ีเราควรทำ กิจกรรมท่ี 4 ฐานยาเสพตดิ เน่อื งจากวัยรุ่นเป็นช่วงหวั เลีย้ ว หวั ตอ่ อยากรู้อยากลอง เดก็ จำนวนไมน่ ้อยหนั หน้าไปพง่ึ ยาเสพตดิ หรือมีกลมุ่ เพือ่ นบางกลมุ่ ทีช่ ักจงู ไปเสพยา ดังนัน้ ทางเราก็ได้มีการจดั ฐานนี้ให้กับนอ้ งๆ เพื่อทำใหร้ เู้ ร่ืองยาเสพติดว่าเป็นสง่ิ ท่ีไมด่ ี เราควร จะปลกู ฝงั ใหก้ ับเขาตัง้ แตย่ งั เลก็ กอ่ นท่ีนอ้ งเขาจะกลบั ตวั ไม่ได้” 117 : บทเรยี นการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก

เสรมิ สรา้ งตน้ ทุนสขุ ภาวะ สุขนสิ ัย ขยับสู่การสรา้ งต้นทุนชวี ิต วิถชี ุมชน จากการเสรมิ สร้างตน้ ทนุ สุขภาวะ สขุ นสิ ัยให้แกเ่ ดก็ ๆ โดย ผ่านการทำกิจกรรมเรื่องส้วมท่ีมีชมรมคนรักส้วมเป็นฐานในการ สร้างการมีส่วนร่วมของเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ สำคญั ในการสรา้ งกระบวนการเรยี นรเู้ รอื่ งสงิ่ แวดลอ้ ม เ รอื่ งความรบั ผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวมและฝกึ ระเบยี บวนิ ยั แกต่ วั เดก็ เอง ร วมทง้ั กจิ กรรม โครงการต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนเพือ่ ม่งุ สรา้ งพลังตวั ตน สำนึกจิตอาสา สำนกึ สาธารณะและการมีส่วนรว่ มให้แกเ่ ดก็ ๆ แล้ว จุดออ่ นที่สำคญั อีกอย่างที่สะทอ้ นจากแบบสำรวจ คอื ชมุ ชน ท้ังน้ี อาจกล่าวไดว้ า่ จดุ ออ่ นเรื่องชุมชนนัน้ ไม่ใช่เปน็ จุดอ่อนของเด็ก โรงเรียนสวนศรีวทิ ยาเทา่ นั้น หากแต่ นเ่ี ปน็ ปญั หารว่ มกนั ของสงั คม ไทยและระบบการศึกษาก็วา่ ได้ ดงั ท่ี นพ.สรุ ิยเดว ทรีปาตี กลา่ วไวว้ ่า “การเรยี นการสอน ในศตวรรษท่ี 20 เปน็ การสอนที่ย่ำอย่กู บั ท่ี ฝกึ ให้คล่องแคล่วใน การแก้ปัญหาทีจ่ ำเจดว้ ยรปู แบบเดิม เทคนคิ การเรยี นการสอน ก็เนน้ ท่องจำมากกวา่ เรียนรู้ และทีส่ ำคัญที่สุดคือ เปน็ การเรียน ทห่ี ่างไกลชีวติ ห่างไกลจากเร่อื งราววิถีของชุมชนของเดก็ ๆ เอง ซ้ำร้ายระบบการศึกษายังไม่ ได้ทำให้ลูกหลานเล้ียงดูพ่อแม่ ได้ ลกู หลานถูกฝึกให้กลายเป็นคนอนื่ ลืมบ้านตนเอง ไม่มเี วลาเหลอื ท่จี ะเรยี นรู้ ฝกึ วชิ าชพี วชิ าชีวติ สถานการณ์เชน่ น้ี จะเหลอื วฒั นธรรมไว้ให้ใครดู เมอื่ ลกู หลานละท้ิงถนิ่ ฐานของตนเอง” ส่ิงทส่ี ะทอ้ นจาก นพ.สุริยเดว ทรีปาตี เปน็ สถานการณ์ทเ่ี กดิ ขึน้ จรงิ กบั ทอ้ งถ่นิ อำเภอหลังสวน จงั หวัดชมุ พร ก็เผชิญสถานการณ์ เช่นน้ีไมต่ ่างกนั ดว้ ยฐานปญั หา และดว้ ยข้อมลู เด็กทส่ี ะท้อนจากแบบ สำรวจทำให้โรงเรยี นสวนศรวี ิทยาหวนกลบั มามองเร่ืองรากเหง้า วิถี ของชุมชน เกิดการพูดคุยกนั อยา่ งจรงิ จังและมองเห็นร่วมกันวา่ วถิ ี ความเปน็ หลงั สวนหรืออตั ลักษณข์ องคนหลงั สวนน้นั หนีไม่พน้ “การ ขึน้ โขนชงิ ธง” 118 3 ฐาน สานพลังตน้ ทนุ ชีวติ

อนงค์ โปขันเงิน คำนงึ กุลมาลย์ ไปรมา พรหมมาศ ดิเรก จนั ทร์วิไล นันทนา แพละออง



แหพ่ ระ – แข่งเรือ – ข้นึ โขน – ชิงธง สำหรบั คนอำเภอหลังสวน จังหวดั ชุมพรแล้ว ‘ประเพณแี ข่ง เรือยาวขนึ้ โขนชงิ ธง’ เป็นวัฒนธรรมทส่ี ำคัญของท้องถน่ิ เปน็ สว่ นหน่งึ ของวิถีชีวิตชุมชนริมฝั่งแม่น้ำหลังสวนท่ีสืบสานกันมาหลายรุ่นหลาย ชวั่ อายุ การขึ้นโขนชงิ ธงเป็นท้ังศาสตรแ์ ละศลิ ป์ และเปน็ องคค์ วามรู้ หัวใจสำคัญของการขึ้นโขนชิงธงจึงไม่ ใช่เป็นเพียงแค่ประเพณีการ แข่งขัน แตง่ านประเพณีนี้ คอื พนื้ ที่ทีบ่ ง่ บอกถงึ ตัวตนของคนหลังสวน เป็นสง่ิ บ่งชถ้ี ึงคุณคา่ ความเป็นชุมชน กลุม่ ก้อน และเป็นพ้นื ท่ีในการ เชอื่ มร้อยคนหลังสวนใหเ้ ขา้ มามีสว่ นร่วมในการทำกิจกรรม ลงมือลง แรงกันคนละเล็กคนละน้อย ‘ประเพณีแขง่ เรือยาวข้ึนโขนชงิ ธง’ นนั้ จากหลกั ฐานทาง ประวัติศาสตร์สามารถอ้างอิงได้ว่าการแข่งขันเรือยาวท่ีเมืองหลัง สวนนนั้ มปี ระวตั คิ วามเป็นมาท่ียาวนาน ...นบั ตั้งแต่เมือ่ สมยั พระบาท สมเดจ็ พระน่ังเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว รชั กาลที่ 3 ในชว่ งออกพรรษา และ ปรากฏหลักฐานการจัดแข่งขันคร้ังแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระ จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลที่ 5 โดยพระองคท์ รงเสดจ็ ประพาส ทางชลมารคถงึ เมืองหลังสวน ซง่ึ ในขณะน้นั มฐี านะเป็นเมอื งจัตวาข้นึ ตรงต่อกรุงเทพฯ เมอื่ วันท่ี 7 สิงหาคม ร.ศ.108 (พ.ศ.2432) พระยา จรูญราชโภคากร (คอมซิมเต็ก ณ ระนอง) เจา้ เมืองหลังสวนขณะน้นั ไดจ้ ดั ขบวนเรอื รบั เสดจ็ จากปากอา่ วไทย เ พอ่ื นำเรอื กลไฟพระทน่ี ง่ั ทอ นคิ รอฟตม์ าตามลำนำ้ หลังสวน และเสดจ็ ประทบั แรมท่ีตำบลขนั เงนิ หน่งึ ในขบวนเรอื ทีร่ ับเสดจ็ ในคราวนน้ั คือ เรือมะเขือยำ สังกัดวดั ดอน ชัย ซ่ึงเปน็ เรอื ยาวท่ีใช้ในการแข่งขนั และครองความเป็นเลศิ อยู่เสมอ ในสมยั นัน้ (ปัจจุบนั เรอื ลำนย้ี ังอยู่ในสภาพดีเกบ็ รกั ษาอยา่ งดี ไ ม่ได้ใช้ ในการแขง่ ขนั แ ตจ่ ะใชเ้ ปน็ เรอื เกยี รตยิ ศ น ำขบวนเรือพาเหรดในการ เปิดสนามแขง่ ขนั ทกุ ปี) 121 : บทเรียนการเสริมสร้างพลงั บวก

โดยการแขง่ ขนั เรือยาวในระยะแรกๆ ยังไม่มกี ารมอบรางวลั ใดๆเปน็ การแขง่ ขนั เพอื่ ความสนกุ สนาน ห ลงั จากที่ไดท้ ำบญุ ตกั บาตร ในตอนเช้า สมัยกอ่ นพายชนะ 1 ไดร้ ับผ้าแถบ 1 ผืน และเม่อื ไดร้ บั ผา้ แถบมาแลว้ นายหัวเรือจะนำมาผกู ไว้ท่ีโขนเรือ ชนะหลายเท่ียวกจ็ ะ ไดผ้ า้ แถบหลายผืน  และเมื่อเลิกพายแล้ว  ก็จะนำผา้ แถบเหลา่ น้ีไป เยบ็ ตดิ กนั เปน็ ผา้ มา่ นถวายวดั ตอ่ ไป ซ งึ่ ตอ่ มาไดม้ กี ารพฒั นาขนึ้ มาเปน็ ลำดับ เรือมคี วามยาวมากข้ึนใชฝ้ ีพายมากขึน้ และในป ี พ.ศ.2482 ได้ มขี นั นำ้ พานรองของพระบรมวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ อาทติ ยท์ พิ ยอ์ าภาผู้ สำเรจ็ ราชการแทนพระองค์ในสมยั นน้ั ซ ง่ึ มเี งอื่ นไขวา่ ตอ้ งชนะเลศิ ตดิ ตอ่ กัน 3 ปี จึงจะไดร้ ับขนั น้ำพานรองเปน็ กรรมสทิ ธ์ิ ท้งั น้ี ในสมัยกอ่ นเรอื พายที่แข่งขันไม่ได้กำหนดจำนวนฝพี าย เชน่ ในปจั จบุ นั แต่บางประเภทเปน็ เรือเพรยี วและเรือยาว โดยเรอื ที่ มีฝพี าย 10 – 20 ฝพี ายจัดเป็นประเภทเรอื เพรียว และเรอื ทีม่ ฝี พี าย 20 ฝีพายขึ้นไปจัดเป็นเรอื ประเภทเรือยาว ในสมัยน้ันไม่มีกฎกตกิ าอัน ใดแม้แต่ลู่สายน้ำก็ยงั ไมม่ ีแขง่ ขนั กนั เพอื่ สนุกสนานเท่าน้นั จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2506 นายถว้ น พรหมโยธา ข้าราชการ กรมโยธาธกิ าร ซึง่ เป็นชาวจังหวดั ชมุ พร  ไดก้ ราบบงั คมทูลขอพระราช ทานโลร่ างวลั ชนะเลิศการแขง่ ขนั และโลร่ างวลั ชนะเลิศประกวดเรือ ประเภทสวยงามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเดจ็ พระ นางเจา้ สิริกิติ์ พระบรมราชนิ ีนาถ เมื่อท้งั สองล้นเกล้าพระบรมราชา นุญาตแลว้ สำนกั พระราชวังไดแ้ จง้ ให้จังหวดั ชมุ พรและคณะกรรม การจัดงานประเพณีแห่พระแขง่ เรืออำเภอหลงั สวน สง่ ตวั แทนไปรบั จังหวัดชมุ พรจงึ ขอความกรุณาใหพ้ ลเอกครวญ สทุ ธานินทร์ เปน็ ตัว แทนเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจา้ สริ กิ ติ ์ิ พระบรมราชินนี าถ และไดอ้ ัญเชิญโล่ พระราชทานมาอำเภอหลงั สวน แ ละทำการแขง่ ขันเรอื ยาวในปีพ.ศ. 2507 และสบื ตอ่ มาจนปัจจุบนั (ทีม่ า : สจู บิ ัตรงานประเพณแี ห่พระ แขง่ เรือ อำเภอหลงั สวน) 122 3 ฐาน สานพลงั ต้นทนุ ชีวิต

หลกั สูตรทอ้ งถิน่ การแขง่ เรอื ยาวข้นึ โขนชงิ ธงจงึ เป็นสว่ นหนึ่งของชีวิต และแน่ นอนว่าคือหวั ใจสำคญั ที่เช่อื มร้อยสงั คม ชุมชนหลงั สวนใหเ้ หนยี วแนน่ กลมเกลียว การแขง่ ขนั เรอื ยาวข้นึ โขนชงิ ธง เป็นท้งั ศาสตร์และศิลป์ เปน็ องคค์ วามรูท้ ถี่ า่ ยทอดสบื ต่อกันมาหลายรนุ่ และเปน็ กลไกทาง สงั คมทสี่ ำคญั อยา่ งหนงึ่ ทท่ี ำใหเ้ กิดความสมานสามคั คีของชมุ ชน พงษศ์ ักดิ์ ฉงิ่ สวุ รรณโรจน์ “จากเรื่องส้วม เรามองเร่อื งการ ขยาย ขยายจากเรอ่ื งของตวั เดก็ ไปสเู่ รอื่ งของสว่ นรว่ ม เรอื่ งของชมุ ชน เรอ่ื งทีท่ ำแล้วสามารถดงึ ใหเ้ ด็กรกั ท้องถ่ินของเขา เราเห็นความสำคัญของการขึ้นโขนเพราะสำหรับคนหลัง สวนแล้ว ประเพณีการขน้ึ โขนน้ันเป็นอัตลักษณข์ องความเป็นหลงั สวน เรียกว่าเป็นหวั จิตหัวใจของคนหลังสวนกว็ ่าได้ ขณะเดียวกัน สภาพ แวดลอ้ ม ทต่ี ั้งของโรงเรียนสวนศรีวทิ ยาเอง แมน่ ำ้ หลังสวนก็อยู่ดา้ น หนา้ โรงเรียน มีกองเชยี ร์ มฝี ีพายทเ่ี ป็นเดก็ โรงเรียนสวนศรีวิทยา มี พิพธิ ภัณฑ์เกย่ี วกับเรอื และการขึ้นโขน สิง่ ต่างๆ เหล่าน้ีลว้ นเปน็ ต้นทุน ท่สี ำคญั ทงั้ น้ัน เป็นต้นทนุ ทเ่ี ราจะใช้ในการสรา้ งความรกั ถ่นิ ดงึ เดก็ ใหก้ ลับมาต้งั อยู่ในวิถีทาง รากเหง้าของเขา” การขน้ึ โขนชิงธง เป็นหลกั สตู รทอ้ งถ่นิ ของโรงเรียนสวนศรี วทิ ยา มีกระบวนการเรียนและการสอนเร่อื งราวประวัตศิ าสตร์ชมุ ชน ประวัติศาสตรป์ ระเพณี การถ่ายทอดองคค์ วามรู้ด้านตา่ งๆ ทเ่ี ก่ยี ว ขอ้ งกับการขนึ้ โขน ทง้ั การพายเรือ การทำเรอื รวมทัง้ วถิ ีวฒั นธรรม ทก่ี ่อเกิดขึน้ จากประเพณกี ารขน้ึ โขน 123 : บทเรยี นการเสรมิ สรา้ งพลังบวก

คำนึง กลุ มาลย์ ปราชญช์ าวบา้ นอำเภอหลังสวน “สำหรับ คนหลงั สวน งานประเพณแี หพ่ ระ ขึน้ โขน ชิงธง เป็นแหลง่ รวมของต้น ทุนชีวติ ทุกด้าน ทงั้ ความรักใคร่ ความสามคั คี ความมนี ้ำใจ และวถิ ี วฒั นธรรม ผเู้ ฒา่ ผแู้ ก่ท่านเลา่ สืบตอ่ กนั มาวา่ วถิ ีคนหลังสวนนน้ั เราเปน็ ชุมชนติดนำ้ มแี ม่น้ำหลังสวนเป็นแมน่ ้ำสำคัญ เมอ่ื ก่อนน้ี เราสัญจรไป มาหาสู่กนั โดยการใช้เรือ ช่วงวนั แรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือออกพรรษา ทอดกฐิน เราจะไปวดั กัน หลงั จากทำบญุ ทางศาสนาเสร็จแลว้ กจ็ ะมี กจิ กรรมสนุกสนานรว่ มกัน จึงเกดิ การแขง่ เรอื ขนึ้ เรือลำไหนชนะก็ได้ ผา้ ขาวมา้ ไป จนหลงั ๆ การแข่งเรือก็กลายเปน็ กิจกรรมที่ชาวบ้านหลังสวน ทำมาตลอด และหลังๆ เรมิ่ หาเรอื ชนะไม่ได้ เพราะเรือเข้าเส้นชัย พรอ้ มๆ กัน ทำใหต้ ้องหาวิธกี ารในการหาผู้ชนะ เลยเอาไมม้ าปักเอาธง มาผกู จนกลายเปน็ การชงิ ธง คนทจี่ ะชงิ ธงไดก้ ต็ อ้ งขน้ึ ไปบนหวั โขนของ เรอื โดยหัวใจสำคญั ของการขึน้ โขน คือ ความพรอ้ มเพรียง ความ สามัคคีของฝีพาย เปน็ ความร้ทู ี่จะต้องมีการเรียน มีการสอนกัน แมว้ า่ งานข้ึนโขนจะจัดช่วงออกพรรษา ทอดกฐิน แต่นตี้ อ้ งใช้ ระยะเวลาในการเตรยี มตลอดท้งั ปี ชาวบ้านเตรยี มขุดเรือแข่ง เตรียม ฝีพาย เตรยี มจัดเรอื พระบทเพื่อร่วมในขบวนแห่ ทงั้ ดอกไมป้ ระดบั ประดา ท้ังคนร่วมขบวน ท้ังขบวนกลองยาว ส่ิงเหล่าน้ีล้วนเป็นความรู้ของคนหลังสวนท่ีลูกที่หลานต้องรู้ ตอ้ งเขา้ ใจถึงวัฒนธรรมของตนเอง ดงั นั้นจึงเป็นส่ิงสำคญั ที่โรงเรยี น จะนำเอาประเพณีนี้ไปจัดเป็นหลกั สูตรทอ้ งถิน่ 124 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชวี ติ

ขน้ึ โขนมีความร้อู ะไรบา้ งนั้น เรียกวา่ มีมากมาย ตงั้ แตค่ วามรู้ เรอ่ื งเรอื จะทำเรือแข่งตอ้ งรู้จักตง้ั แต่การเลือกไม้ กอ่ นจะเลือกไมก้ ็ ตอ้ งเข้าใจการปลูก การเติบโตของไมท้ จ่ี ะใช้ เราจะปลกู ไม้ตะเคียน ทองอย่างไร จะคอยตดั แต่งก่งิ ให้ไม้ลำต้นตรงได้อย่างไร ไม้ดที ่ีจะทำ เรือไดด้ ี ต้องมลี ักษณะอย่างไร สังเกตดูอยา่ งไร เชน่ ไม้ต้องไมม่ ีโพรง ตาไม้ไมม่ ี ไม่มอี ากาศขา้ งใน พอไม้โตแลว้ จะนำมาใชท้ ำเรอื จะต้อง ทำพธิ ีบวงสรวง ไหว้เจ้าแม่ย่านาง จะใช้ชา้ งมาลากไมอ้ ยา่ งไร ทำช่วง เวลาไหน” จากสวนศรีสู่ประสาทนิกร ความสัมพันธ์บนลำนำ้ หลงั สวน การขนึ้ โขน จงึ ไม่ใชเ่ พยี งประเพณสี ำหรบั คนหลงั สวน และไม่ใชเ่ พียงความรูท้ ่อี ยู่ในตำรา เทา่ น้นั หากแต่ เป็นคลงั ความรู้ขนาดใหญ่ เป็น พื้นท่ีเรียนรู้ที่มีห้องเรียนท่ีหลากหลายและกว้าง ขวาง เป็นความร้ทู ม่ี ีชีวติ มีลมหายใจ และเคลื่อน ไหวอยเู่ สมอโดยคนหลงั สวน เมอื่ การขนึ้ โขน เปน็ วิถี เปน็ อตั ลักษณ์รว่ ม ของคนลุ่มนำ้ หลังสวนเช่นนี้ การเช่อื มรอ้ ย โยงใย กันของโรงเรียนสวนศรีวิทยาและโรงเรียนวัด ประสาทนิกร จงึ เกิดขนึ้ 125 : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก

อาจารยด์ ิเรก จนั ทรว์ ิไล “ขณะท่ีโรงเรียนสวนศรวี ทิ ยายัง ขบั เคลือ่ นงาน ทำกิจกรรม ทำโครงการดา้ นการสร้างเสรมิ ต้นทนุ ชวี ิต เดก็ และเยาวชนอยา่ งตอ่ เนอื่ ง เราเรม่ิ มองเหน็ ความสำคญั ทวี่ า่ ปญั หา เรื่องเดก็ และเยาวชนทีเ่ กิดขน้ึ นัน้ หากจะมาแก้ไขปญั หาทรี่ ะดบั มัธยม นน้ั อาจจะไม่ใช่คำตอบ เพราะจรงิ ๆ แล้ว ระดับประถมศกึ ษาเป็นราก ฐานสำคญั ในการสร้างต้นทุนต่างๆ ทเ่ี ขม้ แข็งใหแ้ กเ่ ดก็ ๆ ดังนั้นเมื่อเด็กพลัสมีการปรับกระบวนการทำงานที่มาทำงาน กบั เด็กระดับประถม โรงเรียนสวนศรีวิทยา ตอ้ งมองเรอ่ื งการทำงาน บรู ณาการมธั ยมกบั ประถม โดยมกี ารประสานเชอื่ มโยงไปยงั โรงเรยี น วัดประสาทนิกร โดยปัจจยั ทีเ่ ลอื กโรงเรยี นวดั ประสาทนกิ รนนั้ เนอื่ ง มาจากโรงเรียนวัดประสาทนิกรเป็นโรงเรียนระดับประถมท่ีมีบริบท ที่คลา้ ยคลึง ต้ังอยู่ใกล้เมอื งเหมอื นกนั อกี ทง้ั มีเดก็ หลายคนท่ีจบระดบั ประถมจากโรงเรยี นนกี้ ็เขา้ มาเรียนตอ่ ท่ีโรงเรียนสวนศรีวทิ ยา ปี พ.ศ.2554 การทำงานเชื่อมร้อยกันจงึ เกิดขึน้ โดยโรงเรียน สวนศรีวิทยาเน้นการทำหน้าที่เป็นพ่ีเล้ียงให้กับโรงเรียนวัดประสาท นกิ ร การทำงานในชว่ งแรกๆ กเ็ ริ่มต้นจากการที่คณะทำงานของโรง เรียนสวนศรีวิทยาจะลงพูดคุยทำความเข้าใจร่วมกับผู้อำนวยการ และครอู าจารย์โรงเรียนวัดประสาทนิกร มกี ารจัดประชมุ รว่ มกัน ใช้ เวทีในการสือ่ สารพดู คยุ แลกเปล่ียนท้งั ประสบการณ์และบทเรยี นจน เกิดกระบวนการในการสรา้ งทมี และสร้างกลมุ่ ในการทำงาน โดยใช้ ประเดน็ ร่วมกนั คอื อัตลักษณ์ความเปน็ คนหลงั สวน ซึง่ กค็ ือเรือ่ งการ ข้ึนโขนนนั่ เอง” 126 3 ฐาน สานพลังตน้ ทนุ ชีวิต

ตน้ ทนุ ชีวิตกบั โรงเรียนวดั ประสาทนกิ ร โรงเรยี นวัดประสาทนิกร เดิมวดั ไดเ้ ปิดทำการสอนนักเรยี น โดยใช้ศาลาวัดเป็นที่เล่าเรียน ตัง้ แต่ วันท่ี 11 พฤศจกิ ายน 2475 พระ พวง วฒุ สิ าโร เปน็ ครูใหญ่ เปดิ สอนเฉพาะนักเรยี นชาย จนกระทั่ง วันท่ี 1 มิถุนายน 2479 จงึ ได้ยกฐานะเปน็ โรงเรียนประชาบาล เรยี ก ว่า โรงเรียนประชาบาล ตำบลขันเงิน1 (วัดปากสระ) พระพวง วุฒิสา โรขอลาออก ทางราชการไดข้ อแต่งตัง้ พระเอือบ ฐานิสสโร รกั ษา ราชการแทนครใู หญ่ ตอ่ มา นายอรุณ อรุณโชติ ครปู ระชาบาลตำบล บางย่ีโร 1 (วัดด่านประชากร) มาดำรงตำแหนง่ ครใู หญ่ และเปิดรบั นักเรียนชาย-หญงิ เข้าเลา่ เรยี น โดยตั้งอยู่ ต.ขันเงนิ อ.หลังสวน จ.ชมุ พร (http://school.obec.go.th/watprasatnigon) อาจารยล์ กั ษไชย มลอนุ่ ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนวัดประสาท นิกร “สำหรับโรงเรยี นวดั ประสาทนกิ รนั้น กอ่ นนี้เราเปดิ สอนเฉพาะ ระดบั อนบุ าลจนถงึ ระดับประถมศกึ ษา แต่เพิง่ มีการขยายโอกาส โดย เปดิ สอนจนถงึ ระดบั มัธยมตอนต้น ซึ่งเดก็ ก็จะโตขึ้น และสว่ นมากก็จะ เปน็ เดก็ ท่สี อบเข้าโรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยาไม่ได้ ถามวา่ ตน้ ทนุ ชวี ติ คืออะไรน้นั ต้องบอกวา่ ตอนที่เรมิ่ แรกๆเมื่อ ปพี .ศ.2554 นน้ั ยงั ไมเ่ ขา้ ใจ จนได้ไปเขา้ อบรมกเ็ กดิ ความเขา้ ใจมากขน้ึ โดยเขา้ ใจว่าเปน็ การสร้างทักษะชวี ติ ใหก้ บั เด็ก” อาจารย์นันทนา แพละออง ครูโรงเรยี นวดั ประสาทนิกร “โดยหลังจากอบรมกลับมาแลว้ มีเกบ็ ข้อมลู แบบสำรวจ ระดับประถม ศกึ ษาชัน้ ปีท่ี 1-6 ที่มจี ำนวน 500 กว่าคน โดยแบง่ ออกเปน็ 2 ระดับ คอื ระดบั ประถม 1-3 ใช้วธิ กี ารเอาแบบสำรวจขึน้ จอแลว้ ใหพ้ เี่ ล้ยี งซึ่ง เป็นเดก็ ระดับช้ันมัธยมอา่ นให้น้องฟังแล้วตอบ สว่ นระดบั ประถม 4-6 นน้ั ใชว้ ิธกี ารเอาแบบสำรวจขน้ึ จอแล้วให้เดก็ อ่านเอง 127 : บทเรียนการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก

ผลที่เกิดขึ้นคอื เราพบขอ้ มลู ว่าจุดอ่อนคอื พ่อแม่ไม่มีระเบยี บ วินยั ในการกำหนดเวลากลบั บ้านของลกู ๆ อกี ทัง้ โรงเรยี นขาดการมี สว่ นรว่ มกับกิจกรรมของชมุ ชน จากข้อมูลเชน่ นี้ เราจงึ จดั กจิ กรรมข้ึน เพ่ือสร้างเสริมจดุ อ่อน โดยทำกิจกรรมในรูปแบบของการสรา้ งฐาน การเรยี นรตู้ า่ งๆทบ่ี รู ณาการกบั ชมุ ชน เนน้ การเรยี นรรู้ ว่ มกบั ชมุ ชน เชน่ การกวนมงั คดุ การอบและแช่น้ำ เป็นต้น แม้ว่าเราจะทำกจิ กรรมร่วม กับชมุ ชนมากขนึ้ แตก่ ต็ อ้ งบอกว่าเรายังมขี อ้ จำกดั เพราะโรงเรยี นต้ัง อยู่ในเขตเมือง ทม่ี คี วามหลากหลายคอ่ นข้างมาก ทั้งเดก็ หลากหลาย ชมุ ชนหลากหลาย ปัจจัยน้ที ำให้เราไม่เหน็ จดุ โฟกัสพนื้ ที่ชุมชนที่จะ สร้างกระบวนการดว้ ย” อาจารยล์ ักษไชย มลอนุ่ ผอู้ ำนวยการโรงเรียนวัดประสาท นกิ ร “จากขอ้ มูลทสี่ ะท้อนจากแบบสำรวจ เราก็มาคิดเรื่องกจิ กรรม/ โครงการทจ่ี ะเสรมิ สร้างตน้ ทนุ ให้เดก็ ๆ เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการดำเนิน การต่างๆ โดยเราทำกิจกรรมรว่ มกบั ชมุ ชน มีการลงไปเยี่ยมคนชรา ในชมุ ชนโดยไปทจี่ งั หวดั ชมุ พร โดยมนี กั เรยี นกลมุ่ หนงึ่ ไปเยยี่ มบา้ นคน ชราแล้วกท็ ำอาหารไปเลี้ยง ไปดูแลคนชรา ทำกิจกรรมหนา้ บา้ นนา่ มองร่วมกนั ดูแลรักษาความสะอาด สงิ่ แวดลอ้ มต่างๆ ของชมุ ชน โรงเรยี น” ครโู รงเรยี นวดั ประสาทนกิ ร “นอกจากนก้ี ม็ กี ารทำโครงการ ธนาคารความดี มกี ารจดบันทึกความดขี องแตล่ ะคนแต่ละวันวา่ ใคร เจอสิ่งของ หรือเจอเงิน เจออะไรแลว้ มาส่งคนื ครูบา้ ง ก็จะมกี ารลง บนั ทึกความดเี อาไว้ เดก็ บางคนเขาเจอเงิน 400 – 500 บาท เขาก็ ไม่เอา เราก็จะลงบันทกึ ความดีให้ 128 3 ฐาน สานพลังตน้ ทนุ ชีวติ

โครงการธนาคารโรงเรียนเป็นการสร้างต้นทุนชีวิตในเร่ือง ของการออม เพราะวา่ เดก็ เขาจะเหลอื เงนิ จากการทานขนมแตล่ ะวัน เอามาฝากทุกวนั วนั ละ 2 บาท 3 บาท หรอื 5 บาท จนตอนนีธ้ นาคาร โรงเรียนมเี งนิ ออมของเด็กนักเรียนเกือบจะ 3 ลา้ นบาทแล้ว โดยเด็ก บางคนกอ็ อมมาต้ังแตเ่ รยี นอนบุ าลจนเรยี นจบช้นั มธั ยมปีท่ี 3 อย่างโครงการหน้าบา้ นนา่ มองเราก็จัดกจิ กรรมที่วา่ บา้ นไหน ในชุมชนท่ีมหี น้าบ้านสะอาดสะอ้าน มีตน้ ไม้ ปีหนึง่ เรากจ็ ะมอบเงินให้ 500 บาท และมปี ้ายตดิ ใหท้ ่ีหน้าบ้านเลยว่าเปน็ หน้าบ้านนา่ มอง เป็น กจิ กรรมทส่ี ร้างการมีส่วนร่วมกับชมุ ชนอยา่ งมาก” ทมี พ่ีตกแต่งเรือพระบก ทมี น้องแตง่ ตัวรว่ มขบวนเรือ ส่วนในระดับของการขับเคลื่อนสร้างเสริม ต้นทุนชีวิตอย่างบูรณาการระหว่างประถมศึกษา และมธั ยมน้นั การเช่อื มรอ้ ยกนั ระหว่างโรงเรยี น สวนศรวี ิทยาและโรงเรียนวดั ประสาทนกิ ร เรยี ก ไดว้ า่ เปน็ การเชื่อมรอ้ ยหลายระดบั ทัง้ ระดับของ ความสัมพันธ์ของทั้งสองโรงเรียนท่ีอาจจะเรียก ได้วา่ เป็นโรงเรียนพ่ีโรงเรียนนอ้ ง การเชอ่ื มใน ระดับความสัมพันธ์ของครูอาจารย์ ในโรงเรียนที่ มคี วามรู้จักมักจีก่ ันมาก่อน การเชื่อมในระดับการ ใชเ้ ครื่องมอื แบบสำรวจต้นทนุ ชีวติ ร่วมกัน รวมท้งั การเชื่อมร้อยในระดับท้องถ่ิน ความเป็นคนหลัง สวนทีม่ วี ิถภี มู ิปัญญา อตั ลกั ษณท์ ้องถน่ิ ทภ่ี าคภมู ิ ใจร่วมกนั อยา่ งการขึน้ โขน 129 : บทเรียนการเสริมสรา้ งพลงั บวก

อาจารย์ดเิ รก จันทรว์ ิไล อาจารยป์ ระจำโรงเรยี นสวนศรี วทิ ยา ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ “งานข้ึนโขนเปน็ เป้าหมายร่วมกันของทงั้ สองโรงเรยี น โดยกอ่ นทจี่ ะถงึ วนั งานประเพณี ทั้งสองโรงเรียนกจ็ ะ มกี ระบวนการรว่ มกนั เดก็ ๆไปสบื คน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั การขนึ้ โขน ทำไม ถงึ เรยี กวา่ ขนึ้ โขน ประวตั ศิ าสตรค์ วามเปน็ มาเปน็ อยา่ งไร เรอื แตล่ ะลำ กว่าจะไดม้ าทำอยา่ งไรบา้ ง ใช้ไม้อะไร มวี ธิ กี ารอะไรบา้ ง และวฒั น ธรรม งานบุญท่เี กีย่ วกบั มีอะไรบา้ ง เช่น การทำขวญั เรือ ทำอยา่ งไร ทำไมต้องทำ การตกั บาตรเทโว ทำไมถึงเรียกเชน่ น้ี นอกจากจะสร้างการเรียนร้ผู า่ นการสบื ค้นข้อมูลแลว้ เรายัง ให้เขาเข้ารว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆ เพอื่ ให้เด็กๆ รสู้ กึ เปน็ ส่วนหนง่ึ ของงาน ประเพณี อย่างโรงเรยี นวดั ประสาทนิกรจะมีขบวนกลองยาวร่วมใน ขบวนแหเ่ รอื พระบท กลมุ่ พๆ่ี จากโรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยากจ็ ะมาชว่ ยจดั ดอกไม้ ช่วยกันตกแต่งเรือพระบทร่วมกับน้องๆ ครอู าจารยข์ องโรง เรยี นวัดประสาทนิกร การมาทำกจิ กรรมร่วมกัน มเี วลาร่วมกันก็เกิด ความสมั พนั ธ์ ความร้สู กึ ทด่ี ตี ่อกนั ความรูส้ กึ ของความเปน็ อันหนึง่ อนั เดียวกนั ” เดก็ นักเรียนโรงเรยี นสวนศรีวิทยา “เราได้เรียนร้เู รื่องการ ขน้ึ โขน เพราะเป็นหลักสตู รทอ้ งถ่นิ ในวชิ าทอ้ งถนิ่ ของเรา ที่เป็นการ เรียนผ่านหนังสือและการลงไปสืบค้นความรู้เร่ืองข้ึนโขนจากชุมชน ตา่ งๆ ทำใหเ้ ราก็เกดิ ความภมู ิใจมากแล้วกบั การเปน็ คนหลงั สวน ที่ผ่านมา โรงเรียนสวนศรีฯ เขา้ รว่ มกิจกรรมงานประเพณขี ึ้น โขน โดยการสง่ เรอื เขา้ แขง่ ขนั ซงึ่ จะมกี ารฝกึ เดก็ นกั เรยี นใหเ้ ปน็ ฝพี าย โดยส่วนมากก็จะเป็นเด็กผู้ชายร่างกายแข็งแรงเพราะต้องมีการฝึก ฝนฝึกซ้อมกันเป็นปีๆ เม่ือโรงเรียนสวนศรีวิทยาและโรงเรียนวัดประสาทนิกร มีกิจกรรมรว่ มกนั ในเร่อื งงานประเพณขี ึน้ โขน เรากเ็ ลยได้มาร่วมงาน ที่ไม่ใช่ในฐานะคนดแู ตเ่ ปน็ สว่ นหนงึ่ ของงานดว้ ย โดยทางโรงเรยี นวดั 130 3 ฐาน สานพลังต้นทนุ ชีวติ

ประสาทนกิ รมกี ารจดั ขบวนกลองยาวและเรือพระบก เขา้ รว่ ม เราก็ จะมาคอยชว่ ยดูแลน้องๆ และไปชว่ ยชาวบ้าน ชว่ ยคณุ ครู และน้องๆ ประดับตกแต่งเรือ การเข้ามาร่วมกิจกรรมแบบนี้เรารูส้ กึ สนกุ ที่ได้ทำและไดเ้ จอ กบั นอ้ งๆ ทม่ี าทำงานมาลงมือลงแรงรว่ มกนั ดงั น้นั การท่ีโรงเรียนมา รว่ มมอื กนั นอกจากจะได้ความร้เู รื่องการทำเรอื พระบกแลว้ ยังทำให้ เราเกดิ ความรสู้ ึกว่าเหมอื นมาช่วยเหลอื กันมากขน้ึ เปน็ พเ่ี ปน็ นอ้ งกัน” 131 : บทเรียนการเสรมิ สรา้ งพลังบวก



“หาตน้ ทนุ เงินตรา ต้องหาท่ธี นาคารพาณิชย์ หาต้นทนุ ชวี ติ ต้องมาหาในงานประเพณี แห่พระ แข่งเรือ หลงั สวน ชุมพร” คำนึง กลุ มาลย์

เปลย่ี นจาก “ผู้ดู” เป็น “ผู้ทำ” เปล่ียนจาก “ความช่ืนชม” เป็น “รู้สึกเปน็ เจ้าของ” ต้นทุนชีวติ ทสี่ ำคัญท่ีสุดน้นั คอื ต้นทนุ ดา้ นพลังตัวตน พลังนี้ เป็นพลงั ของชีวิตทจ่ี ะก่อให้เกิดการใช้ชีวิตอย่างสรา้ งสรรค์ ตวั ตนนน้ั สรา้ งไดจ้ ากการเรยี นร ู้ ท งั้ การเรยี นรจู้ ากประสบการณช์ วี ติ ก ารเรยี น รจู้ ากการลงมอื ทำ โดยมีครอบครัว ชมุ ชนเป็นรากฐานท่สี ำคัญ ในฐานะคนหลงั สวน ...อำเภอท่ีมกี ารจดั งานประเพณีแขง่ เรือ ขนึ้ โขนชงิ ธงทม่ี เี อกลกั ษณแ์ ละมชี อื่ เสยี งไปทว่ั ประเทศเชน่ น้ี ค วามภาค ภูมิใจต่อช่ือเสียงท่ีเกดิ ขึน้ เป็นความภาคภูมิใจแบบหน่ึง หากแตค่ วาม ภาคภมู ิใจในรากเหงา้ กเ็ ปน็ ความภาคภมู ิใจอกี แบบหนงึ่ ในฐานะผรู้ ่วมงาน หรอื ผู้ชมนน้ั ความอ่ิมเอมใจทเ่ี กดิ ขึน้ ยอ่ ม หนีไมพ่ ้นความอิ่มเอมใจทเี่ กิดจากบรรยากาศสนกุ สนาน ตน่ื เต้นของ งานประเพณี หากแต่ในฐานะผู้ลงมอื ทำแล้วล่ะก็ ความอ่ิมเอมใจยอ่ ม เกดิ ขน้ึ เป็นเทา่ ทวคี ูณเปน็ ความอิม่ เอมใจในความเป็นเจ้าของเป็นส่วน หน่ึงส่วนใดของคณุ ค่าทีเ่ กิดข้ึนตรงหนา้ 134 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทุนชวี ิต

เด็กนักเรียนโรงเรียนสวนศรีวิทยาและ โรงเรยี นวัดประสาทนกิ ร “สำหรบั เราแล้ว จากปี ก่อนๆ เราเป็นแคผ่ ู้ดู แต่ปนี ี้เราเปน็ ผูท้ ำ เกดิ ความ ภาคภูมิใจและมีการส่วนรว่ มกบั งานอย่างมาก เปน็ ความภูมิใจทีต่ ้องบอกพอ่ กับแม่ดว้ ย ...ท่พี อพอ่ แมร่ ู้ เขาก็เกดิ ความภาคภมู ิใจร่วมไปกับเราด้วย เหมือน เปน็ การทำบญุ รว่ มกนั จริงๆ การท่เี หน็ ทกุ คนลงมอื ลงแรงทำงานรว่ มกนั นัน้ มคี ุณค่ามากๆ การขึน้ โขน ชงิ ธงจงึ เปน็ การทำบญุ สขี าว ..บุญท่ี ไม่ไดห้ วังอะไร นอกจากความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของร่วมกันมี ความสุขและภูมิใจร่วมกันในความเปน็ คนหลงั สวน” “ยิง่ เราได้ศึกษาหาขอ้ มลู ความรเู้ ก่ยี วกับงานขึน้ โขนมาด้วย พอมาร่วมงานเราย่ิงมีความเข้าใจต่อวัฒนธรรมประเพณีน้ีมากย่ิง ข้ึน เขา้ ใจวา่ งานขน้ึ โขนไม่ใช่แคง่ านประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และงาน ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ศาสนาเทา่ นน้ั แตเ่ ปน็ วถิ เี ปน็ วฒั นธรรมของเราดว้ ย พอ เข้าใจแบบน้ี ร้สู กึ แบบน้แี นน่ อนว่า ในปีหนา้ ปีต่อๆ ไป กจ็ ะเขา้ รว่ มงาน นอี้ กี อยากจะเข้าร่วมทำกจิ กรรม มาเป็นอาสาสมัคร มาลงแรงช่วย งานต่างๆ ทแี่ ม้ว่าจะเรียนจบไปแล้วก็จะกลบั มาร่วม กลับมาชว่ ยงาน ขนึ้ โขนอกี ” 135 : บทเรียนการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก

ปจั จัยหนุนเสรมิ - สร้างกระบวนการตน้ ทนุ ชวี ิต เด็กและเยาวชน ต้องบอกว่า กระบวนการเชอ่ื มรอ้ ยการทำงานรว่ มกนั ในเรอ่ื ง การเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนของโรงเรียนสวนศรีวิทยา และโรงเรียนวัดประสาทนกิ ร ปัจจยั สำคัญก็คือตวั เด็กนกั เรยี นเองที่ ต้องเขา้ มามีส่วนร่วม ขณะเดียวกันปจั จัยสำคญั ในการขยับและผลัก ดันจนเกิดการขบั เคลอ่ื นปฏิบตั กิ ารทข่ี าดไม่ไดเ้ ลย คอื เหลา่ ผู้ใหญ่ ซ่งึ เป็นผู้ ใหญ่ที่มองเห็นถึงความสำคัญและเปิดใจต่อเรื่องต้นทุนชีวิต นบั ตัง้ แต่ผ้บู ริหารโรงเรยี น บคุ ลากรครู คณะกรรมการสถานศกึ ษา อันเป็นคณะทำงานที่เข้มแข็งรวมทั้งมีการสนับสนุนจากครอบครัว ผปู้ กครอง ชมุ ชนที่ใหค้ วามรว่ มมอื อย่างดี กรณีโรงเรียนสวนศรวี ิทยา อาจารย์ไพศาล จนิ ดาพงศ์ อดีต ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยา และอาจารย์ไปรมา พรหมมาศ อดตี รองผู้อำนวยการโรงเรยี นสวนศรีวทิ ยา ซง่ึ มบี ทบาทอย่างมากใน การทำให้เรื่องการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนเคลื่อนสู่โรง เรียน นับตัง้ แต่จดุ เรมิ่ ตน้ ท่อี ยากจะแก้ไขปัญหาเร่อื งเดก็ โดยใชเ้ วทที ี่ ใหผ้ ้เู ชยี่ วชาญมาพูดมาคุย จนกระท่งั เวทที ีเ่ ชิญ นพ.สรุ ยิ เดว ทรปี าตี มาพดู คยุ ให้ความรู้และจุดประกายเรื่องต้นทนุ ชวี ติ ความตน่ื ตวั มมุ มองความคิดที่เปิดกว้างและตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนา เด็กนักเรียนของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนท่านน้ีทำให้เกิดการขยับ ขับเคลอ่ื นในเชิงนโยบายของโรงเรยี น จนโรงเรียนสวนศรวี ิทยาไดเ้ ขา้ มาร่วมโครงการบูรณาการต้นทุนชีวิตสู่ระบบการดูแลช่วยเหลือ นกั เรียน(พ.ศ.2552 – 2554) ขณะเดยี วกัน ฐานพลงั ท่สี ำคัญและเปน็ จุดเดน่ อยา่ งมากของ โรงเรยี นสวนศรวี ทิ ยากค็ อื บคุ ลากรครูทเ่ี ปน็ ทง้ั ตวั ตง้ั ตวั ตแี ละผลู้ งมอื ปฏบิ ัติการอยา่ งจริงจัง เขา้ มารว่ มทำงานตง้ั แตก่ ารเปน็ ผูร้ บั ผิดชอบ โครงการและผู้ลงมอื ปฏบิ ตั ิการ ท่ีปรึกษาโครงการ/ กจิ กรรมต่างๆ ของเด็กๆ เชน่ อาจารยด์ ิเรก จันทรวิไล เปน็ ตน้ หรอื ครอู าจารย์ทมี่ ี 136 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวิต

ความรู้ความเข้าใจจนสามารถบูรณาการเรื่องต้นทุนชีวิตเข้ากับวิชา 137 การเรยี นการสอนได้ นอกจากน้ี การมีคณะกรรมการสถานศกึ ษาท่ี เข้าอกเข้าใจและเห็นพลังของต้นทุนชีวิตยังเป็นปัจจัยหนุนเสริมท่ี สำคัญในการนำเอาเครื่องมือแบบสำรวจต้นทุนชีวิตมาปฏิบัติการใช้ ในโรงเรยี น จนเกดิ กิจกรรม/โครงการตา่ งๆ ตามมาเพ่ือจะเสรมิ พลงั ในดา้ นต่างๆ ใหแ้ ก่เดก็ นกั เรยี น อนงค์ โปขันเงิน รองประธาน ค ณะกรรมการสถานศึกษา “กรรมการสถานศึกษาเหน็ ด้วยอยา่ งย่ิงในเรื่องตน้ ทุนชีวติ เพราะเรา มองวา่ นเ่ี ปน็ เรอ่ื งจำเปน็ อยา่ งมาก คำวา่ ตน้ ทนุ ชวี ติ นน้ั เปน็ คำทมี่ คี วาม หมายกว้างและหลากหลายมาก ...กระบวนการและเครอ่ื งมือของตน้ ทุนชวี ติ ทำใหเ้ ราเขา้ ถึงและเขา้ ใจเดก็ มากข้ึน เพราะเด็กมคี วามหลาก หลาย บางคนขาดครอบครัว บางคนพอ่ แมท่ ำแต่งาน บางคนพ่อแม่ หย่ารา้ ง แบบสำรวจจะช่วยให้เราทราบว่าเด็กขาดอะไร และเขาต้อง การอะไร ดังน้ันทผ่ี า่ นมากรรมการสถานศึกษาจึงเห็นพลังและความ สำคัญในเรื่องน้ีอย่างมาก โดยทางคณะกรรมการสถานศกึ ษาเองก็มี นโยบายเนน้ การมสี ว่ นรว่ มอยแู่ ลว้ ไมว่ า่ จะเรอ่ื งเปน็ อะไร หากทางโรง เรยี นขอความร่วมมอื ทั้งคณะกรรมการสถานศกึ ษา ผู้ปกครองและ ชมุ ชนพรอ้ มใหก้ ารสนบั สนนุ ตลอดยง่ิ การทำเรอื่ งตน้ ทนุ ชวี ติ ทำใหเ้ รา เห็นพลังเหน็ การเปล่ียนแปลงจากเด็กๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมทัง้ การคิด การเสนอ และการลงมือทำกจิ กรรม น่ีเปน็ เรอ่ื งดี เรอ่ื งทม่ี พี ลังในการ สรา้ งการเปลี่ยนแปลง” ขณะท่ี กรณีโรงเรยี นวัดประสาทนิกร การขยบั เรอ่ื งเสรมิ สร้างตน้ ทนุ ชีวิตเดก็ และเยาวชนในโรงเรียนนั้น ตอ้ งบอกวา่ เปน็ ผลมา จากการมีกัลยาณมิตรที่ดีอย่างโรงเรียนพี่ โรงเรียนสวนศรีวิทยา ประกอบกับผู้อำนวยการและบุคลากรครูโรงเรียนวัดประสาทนิกรมี ความตื่นตวั ทจี่ ะเรียนรู้ จนเกิดภาพในการเช่ือมโยง เกดิ ทั้งกระบวน การพดู คุย ปรึกษาหารอื เกดิ กจิ กรรมท่จี ะหลอมรวมท้ังสองโรงเรียน รว่ มกัน : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก

อาจารยล์ ักษไชย มลอุ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั ประสาท นกิ ร “ การทำงานของโรงเรยี นวดั ประสาทนกิ รนน้ั เราจะใชก้ ารทำงาน แบบเคล่อื นท้งั โรงเรยี น แมเ้ ราจะมีแกนนำในการทำงานแต่เมอื่ ลงมื อปฏิบตั ิเราจะไม่ให้ใครรบั ผดิ ชอบคนเดยี ว ดงั นัน้ การทำเรอ่ื งตน้ ทนุ ชีวิตของโรงเรียนวัดประสาทนิกรเป็นจึงเรื่องของบุคลากรในโรง เรยี นทุกคน เราดูแลเด็กเหมอื นพ่อแม่ท่ดี แู ลลกู โรงเรยี นของเราจงึ เหมือนบ้านท่ตี อ้ งเอาใจใส่ดูแลลูกๆ ของเรา” “ การทำงานร่วมกับโรงเรียน สวนศรีวิทยาในเร่ืองการเสริมสร้าง ตน้ ทนุ ชวี ติ นน้ั นับเปน็ การเริม่ ตน้ ท่ดี ี เพราะทำให้เกิดการเช่ือมโยงทำงาน ร่วมโดยเอาเรื่องดๆี ในสังคมอย่าง งานข้ึนโขนเข้ามาเป็นจุดร่วมเชื่อม โยงกนั ” 138 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชวี ติ

“บูรณาการ” ขณะทปี่ จั จยั ภาคสว่ นตา่ งๆของโรงเรยี นทงั้ ผบู้ รหิ ารบคุ ลากร มีความพร้อมในการเคล่ือนเพ่ือเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน ในโรงเรยี น หากแต่ด้วยหลักสูตรแกนกลาง 8 สาระวิชากย็ ังเปน็ อุปสรรคสำคัญต่อกระบวนการเรยี นรู้ เพราะเตม็ ไปดว้ ยเงื่อนไขท่จี ะ ตอ้ งเรยี นใหค้ รบตามแบบเรยี น อ กี ทง้ั ขอ้ จำกดั เรอ่ื งเวลาทมี่ าจากการ กำหนดสอบคัดเลือกเขา้ เรยี นตอ่ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ท้งั ONET, PAT ท่ที ำให้ครอู าจารยน์ ั้นต้องเรง่ สอนเพ่ือให้นกั เรยี นมคี วามรู้ครอบ คลมุ เพอ่ื ทันการสอบคัดเลอื ก เม่ือมีขอ้ จำกัดจากระบบการศกึ ษาเช่นน้ี ...การบูรณาการจึง เป็นแนวทางท่ีจะทำให้เร่ืองต้นทุนชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เรียนรู้ได้ โดยเช่อื มโยงระหว่างความรู้นอกห้องเรยี น ความรู้อนั เป็น ต้นทุนชีวติ กับความรู้ตามหลกั สตู รแกนกลาง ครูโรงเรียนสวนศรวี ิทยา “เราเหน็ ความ สำคญั ของเรอื่ งตน้ ทุนชีวติ ขณะเดียวกันวชิ า ตา่ งๆ ในหนังสอื ก็ตอ้ งจดั ใหม้ ี ดังนน้ั เราจงึ ตอ้ ง การบูรณาการเร่ืองต้นทุนกับการสร้างการ เรียนรู้ ในสาระวิชาตา่ งๆ เราให้เดก็ ๆ ได้จับกลุม่ กันศึกษาเรอ่ื งวถิ ชี มุ ชนหรอื ชีวติ ในชุมชน เพ่ือท่ี จะดูวา่ ในชมุ ชนเรามสี ว่ นประกอบอะไรบา้ ง มี ความเป็นอยู่อะไรบ้างมีภูมิปัญญาชาวบ้าน อะไรบ้าง แล้วนำมาปรับใหเ้ ขา้ กบั วชิ า เช่น วชิ า เลขกจ็ ะเชอ่ื มโยงมาทเี่ รอื่ งสถิติต่างๆ” 139 : บทเรยี นการเสรมิ สร้างพลังบวก

“หรือเราใหเ้ ดก็ ๆในห้องจับคู่กนั แล้วไปสำรวจปัญหาท่ีเกิดข้นึ ในชุมชนของตัวเอง แลว้ มานำเสนอใหเ้ พ่ือนๆ ฟงั วา่ มีอะไรบา้ งท่ีเป็น ปัญหาเก่ยี วกบั วฒั นธรรมทอ้ งถ่ิน ดังนน้ั เด็กๆ กจ็ ะต้องไปหาข้อมูลทั้ง ไปตามจากผเู้ ฒ่าผู้แก่มานำเสนอ มีการจดั นิทรรศการของแตล่ ะหอ้ ง ใหเ้ พือ่ นๆ เขา้ มาชม ใหพ้ ๆี่ น้องๆ เข้ามาชม เกดิ การเรยี นร้รู ่วมกนั หรือ วิชาภาษาไทย เรากจ็ ะสอนในบทเรียนท่ีเก่ยี วกบั วถิ ีชาว บา้ น วถี ีตวั ละครในอดีตเก่ียวข้องกบั ปจั จุบนั หรอื เกีย่ วข้องกบั ความ เปน็ หลังสวน และเชอ่ื มโยงด้วยการตง้ั คำถามวา่ รู้จักสว่ นนี้ไหม เคย ได้ยินคำๆ น้ีไหม เช่น ใช้เหตกุ ารณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหลังสวนมาตั้งคำถาม อย่างถามว่าเด็กหลังสวนรู้จักไหมต้นไม้อะไรที่ตายเพราะลูกได้ เด็กๆ กจ็ ะช่วยกนั ตอบ จนได้คำตอบทถี่ ูกตอ้ งวา่ คือ ต้นกลว้ ย ท่บี าง คนกจ็ ะถามว่าทำไมต้องเปน็ ตน้ กล้วย เรากจ็ ะอธบิ ายวา่ นกั เรียนเคย สงั เกตไหมวา่ วงจรชีวิตของต้นกลว้ ยเปน็ อย่างไร หน่อทีแ่ ตกออกมา เวลามลี ูก ส่วนน้ีกจ็ ะต้องตายให้เพ่ือลกู ออกมา พออธิบายมาถงึ จุดน้ี เดก็ ๆ หลายคนก็จะรอ้ งออ๋ เพราะเขากจ็ ะเคยเห็นภาพท่เี ราอธิบายมา กอ่ น ซง่ึ เปน็ ภาพท่อี ยู่ในวิถชี ีวติ ของเขา วิถีความเปน็ หลังสวน นอกจากการจดั การเรยี นการสอนทบ่ี รู ณาการ 8 สาระวชิ ากบั ตน้ ทุนชวี ติ แลว้ เราก็มงุ่ เสริมสรา้ งคุณธรรม จรยิ ธรรมให้แก่เดก็ ด้วย เช่น มกี ารจัดคา่ ยคณุ ธรรมจรยิ ธรรม เดก็ ร่นุ พร่ี นุ่ นอ้ งมาเขา้ ค่ายดว้ ย กนั เจอกัน เรียนรู้การอยรู่ ว่ มกนั ช่วยเหลอื กนั ขณะเดยี วกนั เรากป็ ลกู ฝงั เรอ่ื งตน้ ทนุ ชวี ติ ในทกุ ๆกจิ กรรมเชน่ วงดนตรี ทม่ี เี ดก็ อยปู่ ระมาณ 50 คน การฝกึ ซอ้ มดนตรเี ราก็จะสอน ใหเ้ ขารู้เรือ่ งความพร้อมเพรียง การมรี ะเบยี บวนิ ัยไปด้วย เวลาซอ้ มก็ ตอ้ งต้งั ใจซ้อม เม่ือพักถึงจะกินขนม และเมือ่ กินแลว้ ก็ต้องรจู้ ักเก็บไป ท้ิง รกั ษาความสะอาด เป็นต้น” 140 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชีวิต

นอกเหนือจากการบูรณาการต้นทุนชีวิตกับ สาระวชิ าตามหลกั สูตรแกนกลางแลว้ ในกระบวน การทำงานการบูรณาการกระบวนการสร้างเสริม ต้นทุนชีวิตโรงเรียนมัธยมศึกษาและประถมศึกษา ของโรงเรียนสวนศรีวิทยาและโรงเรียนวัดประสาท นกิ รนนั้ การเชอ่ื มโยงใหเ้ กดิ กระบวนการดงั กลา่ วนบั เปน็ จดุ สำคญั ดงั นน้ั เพื่อให้เกิดการเชือ่ มรอ้ ยกันได้ จึงต้องมีการจัดต้ังคณะทำงานร่วมกันเพ่ือให้คณะ ทำงานได้รว่ มกันวางแผนการทำงานร่วมกันติดตาม กระบวนการทำงานและมีการแลกเปล่ียนกันอย่าง สม่ำเสมอนน่ั เอง ดอกผลบนต้นทนุ ชวี ิต แม้ว่าความร้จู ะเป็นเรือ่ งสำคัญ ...แต่จินตนาการก็เป็นเรอ่ื ง สำคญั ไม่ยิง่ หยอ่ นไปกวา่ ความรู้ ดังนั้นหากการจับถูกคอื หัวใจของ การเสริมสร้างตน้ ทุนชวี ติ เดก็ และเยาวชนกระบวนการต่างๆท่เี กดิ ข้นึ ท่ีโรงเรียนสวนศรีวทิ ยา...ท่ีโรงเรยี นวัดประสาทนิกรรวมทง้ั กระบวน การที่เกิดขึ้นบนความร่วมมือกันของทั้งสองโรงเรียนน้ันย่อมเป็นคำ ตอบทยี่ ืนยันได้ดวี า่ พลงั ทส่ี ำคญั ท่สี ดุ ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ต้องมาจากความคิดสร้างสรรค์ และความตอ้ งการของเด็กๆ เปน็ พื้นฐาน 141 : บทเรยี นการเสรมิ สร้างพลงั บวก

การเสรมิ สรา้ งต้นทุนชีวติ ซึ่งมีกระบวนการนบั ตัง้ แต่การ คน้ ข้อมลู ผ่านการทำแบบสำรวจต้นทุนชีวติ การวเิ คราะหข์ ้อมลู จน นำมาสู่การคิดและออกแบบกิจกรรมหรือโครงการที่จะเสริมและ สรา้ งจุดอ่อนให้แข็งแรงขนึ้ น้ัน คือ การจับถูก จบั ถกู ความชอบ จบั ถกู ความตอ้ งการ และจับถกู พลงั และท่ีสำคญั กระบวนการในการเสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ชวี ิตเปน็ กระบวนการเรยี นรู้ที่ไม่จบสนิ้ เปน็ การเรยี นรู้ท่ี มุ่งมองเรอ่ื งพลงั ภายในของเด็กและเยาวชนเปน็ หลกั ครูโรงเรียนสวนศรวี ิทยา “วยั เดก็ เปน็ วยั แหง่ การเรม่ิ ตน้ ตง้ั หลกั ชวี ติ ถา้ เราสามารถตอก เสาเขม็ ลงไปยง่ิ ลกึ เท่าไหร่ บ้านของเรากจ็ ะยงิ่ ม่นั คงมากเทา่ นั้น แต่หากการตอกเสาเข็มผิดวธิ ี บ้านทข่ี นึ้ รปู ขึ้นร่างก็จะผดิ แบบไปเร่ือยๆ เหมอื น กบั เดก็ หากเรากระตนุ้ หรอื ใสส่ งิ่ ผดิ ๆ ลงไปใหเ้ ขา เขากจ็ ะเตบิ โตอยา่ งไม่ม่นั คง ไม่สมบูรณ์ การทำ เร่อื งต้นทุนชวี ติ คอื การปัก การตอกเสาเข็มเพ่ือ ความมนั่ คงของชวี ติ เขา ในอนาคตต่อให้เจอพายุ หนกั เจอมรสุมชวี ิต เขาก็จะได้ยืนอย่างมนั่ คงได้ เด็กบางคนอยู่ในครอบครัวท่ขี าดดนิ เดก็ บางคน อยู่ในครอบครัวท่ีดินดีดินพร้อม มคี วามแตกตา่ ง กนั ดงั นน้ั การจะตอกเสาเขม็ ให้เขา เราจงึ ต้องรู้ ว่าเขาอยู่ในดนิ แบบไหน ดินแมน่ ำ้ เปน็ โคลนเหลว หรือดนิ แข็ง กรรมวธิ ี ข้นั ตอน แรงที่ใช้ยอ่ มต่าง กนั 142 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชวี ิต

ส่ิงทีเ่ ราพบหลงั จากกระบวนการ คือ เดก็ ๆ เขามคี วามเปล่ยี น 143 แปลง มรี ะเบียบวินยั มีความรับผิดชอบ มีนำ้ ใจและจิตอาสา ทุกอยา่ ง เปล่ยี นแปลงไปในทางที่ดีขน้ึ มีความเขา้ ใจ มคี วามภาคภูมิใจในเรอ่ื ง ราวของบา้ นตัวเอง ชุมชนของตัวเองมากขึน้ พอเขามีพลังตัวตนทดี่ ๆี ปัญหาภายในโรงเรียนหลายอย่างก็ลดลง หมดไป “ขณะเดียวกนั ครอู าจารยเ์ องก็มคี วามเขา้ ใจ เด็กมากขึน้ เกดิ การปรบั มุมมองทมี่ ตี อ่ เด็ก เกิดการ ปรับเปลี่ยนบทบาทจากป้อนให้เด็กเป็นกระตุ้นให้ เด็กคิด เด็กทำ มีมุมมองในการจบั ถูกไม่ใชก่ ารจับผิด ทำหนา้ ทเี่ ปน็ ทปี่ รกึ ษารบั ฟงั สง่ิ ทเ่ี ดก็ ๆ ตอ้ งการ และ สะทอ้ นออกมาเช่นเดยี วกันผปู้ กครองและชุมชน ท่ี หันมามีส่วนร่วมในการดูแลลูกดูแลหลานมากข้ึน เกิดการปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรมระหวา่ งกนั ” ความเปลีย่ นแปลงที่เกิดขน้ึ กับเดก็ คือ ดอก ผลสำคญั จากต้นไมต้ น้ น้ี “ตน้ ทนุ ชวี ิต” ดอกผลท่ี ประกอบด้วยการมีความรู้ความเข้าใจท้ังวิชาตำรา เรยี น และวชิ าชีวติ วิชาชุมชน ดอกผลท่ีสวยสดใสตามวัยไม่ได้ฉีดสารกระตุ้นหรือเร่งปุ๋ย เคมเี พ่อื การเตบิ โต ไดเ้ รยี นรู้อยา่ งสมวยั ได้ใช้ความคดิ และจินตนา การอย่างสรา้ งสรรค์ เรียนร้คู วามสำเร็จจากผลของการลงมอื ปฏิบตั ิ และเรียนรู้ความผิดหวังจากความผิดพลาดที่ ได้ลงมือทำอย่างเต็ม กำลงั แล้ว และเปน็ ดอกผลที่โตท่ามกลางดอกผลอ่นื ๆ ไม่ใช่ดอกผลที่โต เด่ยี ว ปะทะลมปะทะฝนเพยี งลำพงั เพราะมชี วี ติ อยู่ทา่ มกลางครอบ ครัว ชมุ ชน ครูอาจารย์ที่แวดล้อมและโอบอุม้ มีมติ รมีพม่ี นี ้องทผ่ี า่ น กจิ กรรม ผ่านประสบการณท์ ั้งสขุ เศร้ารว่ มกนั : บทเรียนการเสริมสรา้ งพลงั บวก

ด.ช.น้ำมนต์ งามพร้อม นักเรียนชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 โรง เรียนวดั ประสาทนิกร “การได้ทำกจิ กรรมต่างๆ ที่โรงเรยี น ทำใหเ้ รา มเี พือ่ นมากขึน้ ได้ช่วยเหลอื กนั ไดเ้ จอกนั ได้ฝึกคิด ฝึกทำ ไดเ้ รียนรู้ เรื่องวฒั นธรรมประเพณอี ย่างการขน้ึ โขน พอเราไดท้ ำกจิ กรรมมากๆ เราก็รูส้ ึกอยากทำ อยากเขา้ รว่ มตลอด” ด.ญ.สติ านนั ท์ เจตจนั ทรม์ ณ ี น กั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี6 โรงเรียนวดั ประสาทนกิ ร“ประเพณแี ห่พระแข่งเรือเป็นประเพณที ี่เปน็ ทรพั ยส์ นิ ของเราทสี่ บื ทอดตอ่ กนั มา โดยทกุ ปปี ระเพณแี หพ่ ระแขง่ เรอื จะมีกจิ กรรมต่างๆ ทงั้ การลากเรือพระ การรำกลองยาว โดยในคร้ังน้ี มีพี่ๆจากโรงเรียนสวนศรีวิทยามาช่วยตกแต่งเรือพระให้ดูสวยงาม ส่วนนักเรียนโรงเรียนวัดประสาทนิกรก็ฝึกซ้อมรำกลองยาวเพื่อร่วม ในขบวนแห่ ส่งิ ท่เี ราไดร้ ับจากประเพณนี ้กี ค็ ือ ความภูมิใจทเี่ กิดกับคุณ ครผู ฝู้ กึ สอนและความชนื่ ชมจากคนทมี่ าชมพวกเรา ทำใหเ้ ราอยากสบื สานประเพณนี ี้ต่อไป” น.ส.ธนาภรณ์ บำรงุ สวสั ด์ิ นักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท ี่ 5 โรงเรียนสวนศรีวทิ ยา “ไดร้ ว่ มกจิ กรรมท่ที ำข้ึนร่วมกันระหวา่ งโรง เรยี นวดั ประสาทนกิ รกบั โรงเรียนสวนศรีวทิ ยา กจิ กรรมท่ีทำเหมือน เปน็ โครงการพชี่ ว่ ยนอ้ ง โดยได้ไปชว่ ยงานท่ีโรงเรยี นวดั ประสาทนกิ ร ไปชว่ ยคุณครโู รงเรียนวัดประสาทนิกรแตง่ เรอื วาดลายกนกทาสีจาก ตอนแรกไมร่ ้วู า่ ต้องชว่ ยครคู นไหน และตอ้ งทำอะไร แตพ่ อมาใช้เวลา ทำงานด้วยกนั อยู่ 3 วัน แต่ละใชเ้ วลาตัง้ แต่เช้าถงึ เย็น แม้วา่ จะเหนือ่ ย มาก แตก่ ม็ คี วามสุขและดีใจมากด้วยเชน่ กนั ดีใจจากที่เราเคยเป็น คนดอู ยา่ งเดียว แตต่ อนนเี้ รากค็ นทำ อกี ทง้ั เรายงั ได้ทำงานร่วมกบั คน อน่ื เกดิ ความร่วมไมร้ ว่ มมือ เกดิ ความสามัคคี และทสี่ ำคัญเกิดความ ภาคภมู ิใจอย่างมากกบั งานแข่งเรือท่เี กดิ ขนึ้ ” 144 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชวี ิต

ก้าวขา้ งหนา้ ของต้นทุนชีวิต “หวา่ นเมลด็ พันธ์ใุ หง้ อกงาม แข็งแรง” ระยะเวลากวา่ 4 ป ขี องกระบวนการเสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ชวี ติ เดก็ และเยาวชนโรงเรียนสวนศรีวิทยาและการบูรณาการกระบวนการ สรา้ งเสรมิ ตน้ ทนุ ชวี ติ โรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาและประถมศกึ ษา โ รงเรยี น สวนศรวี ทิ ยาและโรงเรยี นวดั ประสาทนกิ รนน้ั เ รยี กไดว้ า่ เ ปน็ ชว่ งเวลา สัน้ ๆ แตก่ ลบั สามารถสรา้ งรากฐานทีเ่ ข้มแขง็ และมน่ั คงให้เกิดขึ้นได้ กบั เดก็ นักเรียน บทบาทหน้าท่ีของโรงเรยี นทัง้ สองแหง่ ในวนั น้ี ...จงึ ไม่ใชแ่ ค่ ประสทิ ธิ์ประสาทวิชาความรู้เท่าน้นั แตร่ วมถึงการหว่านเพาะเมลด็ พันธุ์ทรัพยากรคนรนุ่ ใหม่ทม่ี พี ื้นฐานท่ีแขง็ แรง ทงั้ ฐานพลงั ตัวตน ฐาน พลังครอบครวั ฐานพลังชุมชน ฐานพลังส่ือ รวมทง้ั ฐานพลังความรู้ให้ เบ่งบาน งอกงามเตม็ พื้นทีอ่ ำเภอหลังสวน กา้ วยา่ งในวันขา้ งหนา้ ทศิ ทางท่ีจะมุ่งไปต่อนนั้ เสียงหลาย เสยี งต่างสะท้อนตรงกันวา่ “เราจะขับเคล่ือนไปตอ่ เรายงั ยืนยันแนว ทางเชน่ น้ี ในอนาคตอาจมกี ารประสานเชอ่ื มโยงกบั ทอ้ งถนิ่ มากขนึ้ เพอื่ ให้เขารับแนวนโยบายนอี้ ยา่ งจรงิ จัง และมีการออกแบบกจิ กรรมทจ่ี ะ เชื่อมโยงและสอดรับกับแนวทางการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตให้มาก ขึ้น” 145 : บทเรยี นการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก

“ท่ีผ่านมานน้ั เราวง่ิ หาแตเ่ รื่องไกลตวั ตลอด สง่ิ ทอี่ ยกู่ ับเรา ตัวเราไมเ่ คยศึกษา สรา้ งแตส่ ิง่ ใหมๆ่ แต่ไม่สรา้ งต้นทนุ ใหก้ ับตวั เอง สิง่ ที่ทำไป ส่ิงทต่ี ้อง ก้าวไปต่อ คอื โรงเรียนตอ้ งเสรมิ สร้างต้นทุนให้กบั เดก็ นักเรยี น เพราะตน้ ทุนน้ันเป็นเรื่องของการฝึก สรา้ งทศั นคติทด่ี ีต่อตวั เอง ดังน้ันต้องเสรมิ สรา้ งให้ เขารักตัวเอง มีศรัทธาในตัวเอง เชอ่ื ม่ันในตวั เอง รกั ตัวเอง และรู้จกั รักผอู้ น่ื และมีสุขภาวะท่ีดที ง้ั กาย และใจ ซง่ึ โจทยเ์ ชน่ นี้ งานเสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ชีวิตจงึ เป็นงานที่ตอ้ งเรยี นรู้และพัฒนากนั ไปตลอด ตงั้ แต่ เกดิ จนตาย ไม่ใชเ่ ฉพาะเดก็ ๆ เทา่ นน้ั ที่ตอ้ งถูกปลกู ฝงั และพัฒนาต้นทุนชวี ิต แต่ผู้ ใหญ่ คนในชมุ ชนเอง ก็ต้องเรยี นรแู้ ละพฒั นาตนเองใหเ้ ทา่ ทันโลก เท่าทนั สังคมด้วยเช่นกนั ” วันนี้ สงั คมโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเรว็ กา้ วกระโดด ... สำหรบั บางคนหรือหลายคน คำว่า “รากเหงา้ ” อาจไรค้ วามหมาย ไมเ่ คยมอี ยจู่ ริง...และวันนี้รากเหง้าชุมชนก็กำลังถกู ทา้ ทายด้วยความ เปน็ ปจั เจก “คุณค่า” ถกู ทา้ ทายด้วยมูลค่า สง่ิ ที่คนหลงั สวนลงมอื ทำ แล้วคอื การถ่ายทอดอัตลักษณ์ วถิ แี ห่งหลังสวน และองค์ความรแู้ กล่ กู แกห่ ลาน ท่ีไม่ใช่ด้วยการเปดิ ตำรา สอนให้ท่องจำเป็นนกแก้วนกขนุ ทอง แต่คนท่ีนี่ได้สร้างการเรียนรู้เพื่อให้ลูกให้หลานได้ตระหนัก และภาคภมู ิในรากในเหง้าของพวกเขา ...ด้วยตวั ของพวกเขาเอง รวม ทั้งยังบ่มและเพาะสร้างต้นทุนชีวิตท่ีจะเป็นพลังค้ำยันและทำให้หยัด ยืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งเข้มแขง็ ดงั เช่นการบรู ณาการกระบวนการสรา้ ง เสรมิ ต้นทุนชีวติ โรงเรียนมธั ยมศึกษา และประถมศึกษา ท่ีเกดิ ขน้ึ โรง เรียนสวนศรวี ิทยาและโรงเรยี นวดั ประสาทนกิ รน่นั เอง 146 3 ฐาน สานพลังตน้ ทนุ ชีวิต

ตน ทุนชีวิตกับระบบดูแลชว ยเหลือนักเรยี น ประมวลผลรายบคุ คล* โมเดลมีชวี ิต : รูปแบบตน้ ทนุ ชวี ติ บรบิ ทโรงเรยี น รจู กั ตนทุนชวี ติ โฮมรมู ครูแนะแนว ตนทนุ ชวี ติ ฉบบั นกั เรยี น และภาพรวม ประมวลผลรายบคุ คล* - ครู ครูเย่ยี มบา น ครู ตน ทุนชีวติ ฉบบั ผูปกครอง และภาพรวม - ผูปกครอง Classroom Meeting ครปู ระจำช้นั ครูประจำชั้นทราบรหสั * - นักเรียน - แจงผลและประมวลผลภาพรวมระดบั หอ ง/ชัน้ - เสริมสรา งตนทุนชวี ติ รายบคุ คล(เฉพาะกรณ)ี ผูปกครอง+นักเรยี น ดำเนนิ กจิ กรรมและประมวลผล เครือขา ยผปู กครองรวมกับนกั เรยี น ถอดบทเรียน (เครือขา ยผปู กครอง พัฒนากจิ กรรม - ระดบั หองเรียน/ชั้นเรียน ตวั แทนนักเรียน ครูแนะแนว - ระดบั โรงเรียน (ผูปกครอง นักเรยี น ชมุ ชน) ครูประจำช้ัน ครทู ี่ปรึกษา) แผนภาพ : กระบวนการเสริมสรางตน ทนุ ชวี ติ สูระบบการดูแลชว ยเหลอื นกั เรยี น

กระบวนการสรา้ งเสริมตน้ ทุนชวี ติ บรบิ ทโรงเรียน ทุกโรงเรียนสามารถพัฒนากระบวนการสร้างเสริมต้นทุน ชวี ิตในระบบโรงเรียนได้ โดยบูรณการเข้ากบั ระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน อนั เป็นระบบทม่ี อี ยู่แล้วในแต่ละโรงเรียน ผ่านการใชเ้ คร่อื ง มือและทำกิจกรรมต่างๆ อยา่ งเป็นระบบ เป็นขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ (1) การรจู้ ักต้นทนุ ชีวิตในกิจกรรมโฮมรมู กิจกรรมครเู ย่ยี ม บา้ น Classroom Meeting (2) การนำเครอื่ งมือต้นทุนชีวิตไปใช้สำรวจกบั เดก็ เยาวชน และผ้ปู กครอง (3) ก ารประมวลผลขอ้ มลู ตน้ ทนุ ชวี ติ เปน็ รายบคุ คล/รายชน้ั เรยี น (4) การร่วมกันวิเคราะหแ์ ละพัฒนากจิ กรรมสรา้ งสรรค์ (5) การดำเนินกิจกรรมสรา้ งสรรค์ และถอดบทเรียนเพอื่ 148 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชีวิต

แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ สรุปบทเรยี นรว่ มกนั โดยแตล่ ะขนั้ ตอนของการทำ กจิ กรรม ตอ้ งมีการสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มระหวา่ งเดก็ และผู้ใหญ่ การ สร้างความรู้สึกเปน็ เจ้าของ และการไดพ้ ดู คยุ แลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ ซึ่งกนั และกนั เพ่ือใหเ้ กดิ การเรียนรู้ ยอมรับ และเกดิ กจิ กรรมท่ี เหมาะสมในการพัฒนาตน้ ทุนชีวิตใหเ้ ข้มแข็งย่ิงขนึ้ จากการถอดบทเรียนกระบวนการสร้างเสริมต้นทุนชีวิต โรงเรยี นสวนศรีวิทยา และโรงเรยี นวัดประสาทนิกร ซึง่ เปน็ โรงเรียน ระดับมัธยมศึกษาและโรงเรียนระดับประถมศึกษาในอ.หลังสวน จ.ชุมพรนน้ั พบว่า การสร้างเสรมิ ตน้ ทุนชวี ิตเปน็ แบบพช่ี ่วยน้องทำ กจิ กรรม โดยเลอื กกิจกรรมเชิงวฒั นธรรม “ลากพระ แขง่ เรือ ขนึ้ โขน ชิงธง” ซึ่งท้ัง 2 โรงเรยี นใชเ้ ปน็ หลกั สตู รท้องถิน่ สำหรบั การเรียนการ สอนในทกุ ระดับชนั้ เพอื่ ให้เกิดการเรยี นรรู้ ากเหงา้ ทางวฒั นธรรม เกดิ ความรูส้ ึกรกั หวงแหน และภมู ิใจในวฒั ธรรมทอ้ งถ่ินของตนเอง นอก จากน้ีกจิ กรรมท่ีไดท้ ำ ย งั ทำใหเ้ ดก็ ไดส้ บื คน้ ขอ้ มลู จากคนในชมุ ชนเกดิ ทักษะพื้นฐานในการทำงานวิจยั ท้องถ่นิ อีกดว้ ย การทำกิจกรรมเหล่านี้เป็นการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตที่เข้ม แขง็ ตั้งแต่เดก็ วยั เรียน(โรงเรียนวดั ประสาทนิกร) ซ่งึ เปน็ วัยทีส่ ามารถ พฒั นาทางพฤตกิ รรมได ้ เ พอื่ เตรยี มความพรอ้ มและความเขม้ แขง็ ทาง อารมณ์และจิตใจก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้น(โรงเรียนสวนศรีวิทยา) ซ่ึงเป็นวยั ท่เี ป็นจดุ เปลี่ยนของพัฒนาการท้งั ทางด้านรา่ งกาย จติ ใจ และอารมณ์ ซ่งึ อาจจะนำไปสูพ่ ฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ดังนนั้ หาก สามารถบูรณาการกระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กวัยเรียน และวัยรุ่นด้วยรูปแบบที่เหมาะสมของแต่ละพ้ืนท่ีก็จะเป็นการป้องกัน ปัญหาตา่ งๆ ทอ่ี าจจะเกิดขึน้ กับเด็ก และเยาวชนได้ 149 : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลังบวก

ร้จู ักเรา...เด็กพลสั