: รากเหงา้ “ขชอุม3งช.คนว”ามเปน็ เรา
เคหะชุมชนร่มเกล้า เคหะชุมชนเป็นลักษณะการจัดรูปแบบท่ีอยู่ อาศยั ที่หลากหลายเพอ่ื ผู้มีรายได้น้อย เชน่ กลมุ่ ผู้ประ กอบอาชพี รบั จา้ ง ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หาบเร่ แผง ลอยซงึ่ มีรายไดแ้ ตล่ ะเดอื นไม่แน่นอน และกลมุ่ ขา้ ราช การ พนักงานลกู จา้ งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่ ยังไม่มีบ้านเปน็ ของตนเอง โครงการเคหะชุมชนร่มเกล้า ถนนร่มเกล้า เขต ลาดกระบัง กรุงเทพฯ เป็นหนงึ่ ในโครงการพัฒนาท่อี ยู่ อาศัยตามนโยบายของรัฐบาลโดยมอบหมายให้การ เคหะแห่งชาติรับผิดชอบในการจัดสร้างท่ีอยู่อาศัย ท่ี ไดม้ าตรฐาน สำหรบั ประชาชนผู้มีรายไดน้ อ้ ย โดย จัดสรา้ งเคหะชมุ ชนบนพืน้ ที่ 3 พนั กว่าไรเ่ พอื่ รองรับผู้ มีรายไดน้ ้อย เคหะชุมชนร่มเกล้าน้ันมีความน่าสนใจในการ เป็นพ้ืนที่เรียนรู้กระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิต เดก็ และเยาวชนในชุมชนเขตเมือง กระบวนการเพาะ หว่านเมล็ดพนั ธ์ตุ น้ ทนุ ชีวติ ที่มีฐานสำคัญทช่ี ุมชน พ่อ แม่ ผู้ปกครองท่รี ว่ มกนั ใสน่ ้ำ ใส่ปยุ๋ จนเกิดดอกผลท่ี เตบิ โตและผลิบาน 52 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชวี ิต
ปราณี รตั นาไกรศรี หรือเดก็ ๆ ในชุมชนร่มเกล้าจะเรียกวา่ 53 ปา้ อมุ้ ผ้หู ญิงตัวเล็กๆ ที่ใชช้ ีวิตอย่ทู ี่เคหะชุมชนร่มเกล้ามาตง้ั แตก่ าร ก่อตั้งพ้ืนท่ีร่มเกล้า อพยพผคู้ นจากคลองเตย ปา้ อ้มุ เป็นผทู้ ม่ี บี ทบาท สำคญั ในการการพัฒนางานเดก็ และเยาวชนให้ผลบิ านและเตบิ โต “เคหะชุมชมร่มเกล้าเป็นหน่ึงในโครงการตามนโยบายสร้าง ทอ่ี ยอู่ าศยั ใหผ้ มู้ รี ายไดน้ อ้ ยของรฐั บาล โดยตง้ั อยู่ในพน้ื ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบของการเคหะแหง่ ชาติ กอ่ นที่จะมีเคหะรม่ เกล้า เร่มิ แรกกม็ ีเคหะ ชุมชนคลองจน่ั แต่ด้วยมคี นอยกู่ นั จำนวนมาก จึงได้ขยบั ขยายมาที่รม่ เกลา้ เคหะชุมชนรม่ เกล้ามบี ้านหลายลักษณะ ท้ังอาคาร แฟลต บา้ น หลงั รวมทงั้ พนื้ ทีส่ าธารณะ โดยในตอนแรกน้ันเป็นชมุ ชนพน้ื ราบ ทงั้ หมดรวม 6 โซน (โซน 1 – 6) จำนวน 5,946 หลังคาเรือน ในช่วงแรกๆนนั้ ถนนหนทางลำบากเน่อื งจากสมยั กอ่ นบริเวณ ร่มเกล้ายงั ถอื วา่ เปน็ พน้ื ทหี่ ่างไกล การเดนิ ทางลำบาก ต้องใชบ้ ริการ รถเอกชนท่ีใหบ้ รกิ ารรับสง่ แตก่ ำหนดเวลาให้บรกิ าร รม่ เกล้าเป็นชุม ชนขนาดใหญท่ ่ผี ู้คนสว่ นใหญร่ ู้จักกัน เพราะตอ้ งชว่ ยเหลือพงึ่ พิงกนั มี คณะกรรมการกลางชุดหนงึ่ ท่ีคอยดูแลจัดการเรอ่ื งต่างๆ แตด่ ว้ ยขอ้ จำกัดเรอ่ื งการเดินทาง ส่งผลตอ่ วิถีชีวติ ของผูค้ น อยา่ งมาก เพราะทำให้ประกอบอาชีพลำบาก คนทอี่ าศยั อยู่ในเคหะ ส่วนใหญเ่ ป็นแรงงาน ดงั น้นั เมื่ออยู่ไกลจากแหลง่ งาน เขาก็ต้องย้าย กนั ออกไป ชว่ งปี พ.ศ.2525 หลายบา้ น หลายคนทยอยยา้ ยออก จาก บา้ นและแฟลต จนกระท่ังปี พ.ศ 2534 มีการไลร่ อ้ื ชมุ ชนคลองเตยคร้ังใหญ่ ในตอนนั้นทางราชการได้แก้ปัญหาคนท่ีเดือดร้อนเพราะโดนไล่รื้อ จากคลองเตยให้ย้ายเข้ามาอยู่ทีเ่ คหะรม่ เกล้า เพราะเคหะรม่ เกลา้ มี พ้ืนท่ีจำนวนมาก 3,000 กว่าไร่ ทำให้มีคนจากคลองเตยย้ายเข้ามา รม่ เกลา้ กนั เปน็ จำนวนมาก โดยเคหะไดจ้ ดั สรรพนื้ ทรี่ อบนอกลอ้ มรอบ โซนทอี่ ยอู่ าศยั เดิม และเรยี กบรเิ วณนี้ว่าโซนฟนื้ นคร (โซน 7 – 12) จำนวน 3,250 หลังคาเรือน เนอื่ งจากเป็นชมุ ชนที่ได้รับผลกระทบ : บทเรยี นการเสริมสร้างพลังบวก
จากการไล่ร้ือ จึงไดร้ ับการฟื้นฟู เยยี วยา มเี งนิ สำหรบั จดั สร้างบ้าน มีมลู นิธิ องค์กรทง้ั องค์กรพัฒนาเอกชน และหนว่ ยงานราชการเขา้ มา ช่วยเหลือดูแล” การก่อเกิดขึ้นของเคหะชุมชนร่มเกลา้ นน้ั เป็นภาพสะทอ้ นทดี่ ี อย่างหนึ่งของสถานการณ์ความเหล่ือมล้ำทางสังคมระหว่างสังคม เมืองและสังคมตา่ งจงั หวดั อีกทง้ั ยงั สะทอ้ นไดด้ ีถงึ ความเปน็ เมอื งที่ โตเกนิ ขนาดของกรงุ เทพมหานครพน้ื ท่ชี ุมชนทม่ี ีลักษณะผกผันไปตาม ปจั จยั ทางเศรษฐกจิ แหล่งงาน แหล่งอาชีพ ความเปล่ยี นแปลงคร้ัง ใหญ่และครั้งใหม่ที่มีผลต่อเคหะชุมชนร่มเกล้าอย่างมากเกิดข้ึนเมื่อ คณะรัฐมนตรีไดม้ มี ติ เมือ่ วันที่ 24 กนั ยายน พ.ศ.2534 อนุมัติใหม้ ี การเวนคนื ท่ีดินในเขตลาดกระบังจำนวน 645 ไร่ เพ่อื ก่อสรา้ งสถานี บรรจุและแยกสนิ คา้ กล่องลาดกระบงั จำนวน 6 สถานี (Inland Con- tainer Depot : ICD) การก่อสร้างแล้วเสร็จ เมือ่ วันท่ี 25 ตุลาคม พ.ศ.2537 และเปดิ ทำการเมื่อวันท่ี 9 เมษายน พ.ศ.2538 “เกิดการสร้างงานคร้งั ใหญ่ขน้ึ ในเขตลาดกระบงั ผคู้ นจำนวน มาก ทะลกั เขา้ มาอาศยั ในร่มเกลา้ มาตามแหลง่ งาน ทง้ั เขา้ มาเป็น แรงงานในสถานีขนส่ง พ่อคา้ แม่ค้า คา้ ขายหาบเร่ ร้านค้า มีการโยก ย้ายเข้ามาในเคหะจนบ้านทรี่ ้างจำนวนมากนนั้ มีคนเข้ามาจับจองอยู่ อาศยั จนเตม็ ทำใหม้ กี ารสร้างแฟลตเพ่ิมขึน้ เกิดชุมชนอาคารสูง 36 อาคาร จำนวน 8,862 หนว่ ย ปจั จุบันการเคหะแหง่ ชาติได้ขยายที่ อยอู่ าศัยเพ่มิ ขึ้นอีก 1 พ้นื ท่ี คอื ชุมชนบา้ นเอื้ออาทร มี 127 อาคาร จำนวน 6,024 หนว่ ย จำนวนประชากรประมาณแสนกว่าคน จากเดิมท่ีมีคณะกรรมการกลางชุดเดียวในการทำหน้าท่ีดูแล ความสงบเรยี บรอ้ ยเร่ืองต่างๆ ของท้ังเคหะ ทที่ ำให้มีภาพของความ เปน็ ชุมชนรว่ มกนั เมอ่ื คนมากขึน้ ครวั เรอื นมากข้นึ พน้ื ที่บา้ นเรือน ขยายกวา้ งขน้ึ เกดิ การแบง่ พน้ื ทอ่ี ยอู่ าศยั เปน็ โซนและมคี ณะกรรมการ บริหารตามโซนข้ึนตรงกับสำนกั งานเขตลาดกระบงั 54 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชวี ติ
เมอ่ื คนจำนวนมากอยู่ร่วมกนั ปัญหามากมายเร่มิ เกิดข้ึน เชน่ อาชญากรรม ลักเลก็ ขโมยนอ้ ย ยาเสพติด และเร่ืองเด็กทะเลาะ ววิ าทที่พบเห็นได้โดยท่ัวไป ในขณะเดยี วกัน กม็ ีมูลนธิ ติ า่ งๆ เขา้ มา ทำงานเป็นจำนวนมาก เช่น สำนักงานกองทนุ เพ่อื การลงทนุ ทางสงั คม (Social Investment Fund - SIF) ทเ่ี ขา้ มาส่งเสริมสร้างฐานอาชีพ โดยเฉพาะกบั การสร้างอาชพี ใหก้ บั กลมุ่ แม่บ้าน กล่มุ สตรี รวมท้งั มูลนธิ ิที่ทำงานดา้ นครอบครัวและเดก็ ทเ่ี ข้ามาจดั สรา้ งศนู ย์พฒั นา เด็กเล็กข้ึนตามแตล่ ะโซน” “เงนิ ” ไมใ่ ช่คำตอบสำหรบั ทุกปัญหา โดยเฉพาะเร่อื งเดก็ และเยาวชน สถานการณป์ ัญหาต่างๆ อันเปน็ ผลพวงมาจากการขยายของ เคหะชมุ ชนรม่ เกลา้ น้นั ไม่ไดแ้ ตกตา่ งไปจากวัฏจักรของเคหะชุมชน อนื่ ๆ ห รอื ชมุ ชนแออดั อนื่ ๆ โ ดยเฉพาะปญั หาดา้ นเดก็ ...เดก็ อยู่ในชมุ ชน ทปี่ ลอ่ ยปละละเลย เกิดแหลง่ อบายมุขทั่วทกุ หนแหง่ นกั เรยี นทะเลาะ วิวาท ยกพวกตกี นั เสพและคา้ ยาเสพตดิ หลุดจากระบบโรงเรียน มี เพศสัมพนั ธ์ก่อนวัยอันควร แม่วยั ใสเพิ่มจำนวนมากขึ้น และเป็นแม่ เลย้ี งเด่ยี ว เดก็ เลก็ มีภาวะบกพรอ่ งทางพัฒนาการ หากแต่การพยายามแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยมุ่งสร้าง ทอ่ี ยอู่ าศยั แ ต่ไม่ไดม้ กี ารแก้ไขปญั หาเชงิ โครงสรา้ งสงั คมทเี่ ปน็ ปจั จยั ผลกั ดนั ทำให้เกิดปญั หาทางสังคมและเศรษฐกจิ ขน้ึ มาเลย ทา่ มกลาง ปรากฏการณ์ตา่ งๆทีเ่ กิดขน้ึ ภายในเคหะชมุ ชนรม่ เกลา้ แนน่ อนว่ายอ่ ม มีคนในชมุ ชนเองที่มองเหน็ ถงึ ปัญหา มคี วามเดอื ดเนอ้ื รอ้ นใจ และห่วง ใยต่อปรากฏการณท์ ี่เกดิ ขึ้น จากความตน่ื ตวั ของแตล่ ะคนก็ขยายไปสู่ อีกคน อีกกล่มุ อีกโซน จนเกดิ พนื้ ทีแ่ ลกเปลีย่ นเพือ่ หาทางแก้ไขปญั หา รว่ มกัน 55 : บทเรยี นการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก
“ปัญหาท่เี กดิ ข้นึ ทกุ องค์กรทเ่ี ขา้ มาทำงาน กับชุมชนในเคหะร่มเกล้ามองเรื่องเดียวกันหมด โดยมองวา่ ถา้ สร้างอาชีพ ทำให้คนมีเงนิ กจ็ ะแก้ ปัญหาตา่ งๆ ได้ เช่น เชื่อวา่ หากพ่อแม่มงี าน มเี งนิ ลูกจะไมม่ ปี ญั หา เปน็ ต้น ท่ีเอาเขา้ จรงิ กลบั พบวา่ ไม่วา่ เศรษฐกิจจะดีไมด่ ี เดก็ ก็มปี ญั หา การพัฒนา กลุ่มอาชีพจึงไม่ใช่คำตอบในการแก้ ไขปัญหาทาง สงั คม ท่กี ล้ายนื ยันเชน่ น้ี เพราะเรามีตวั อยา่ งจาก ลูกของเราเอง ครอบครัวเราเอง ซึ่งลูกมเี พอ่ื นท่ี เสพยาแต่ลกู เราไม่ได้เสพยาตามไปดว้ ย เพ่ือนฝูง หลายคนกจ็ ะพดู กบั เราวา่ ใหย้ า้ ยออกจากเคหะ เพอ่ื ปอ้ งกนั ไม่ให้ลูกอยู่ในกลุ่มเสี่ยง” “จากจดุ นเี้ องเรากเ็ รมิ่ มามองตวั เราเองมองครอบครวั เราเอง เราพบวา่ หากสงั คมจะแย่แล้ว ยา้ ยไปอยู่ท่ีไหนก็แย่ เดก็ จะแย่ไม่แย่ น้ันอยทู่ ่ีฐานการเล้ียงดู การดแู ลเอาใจใสจ่ ากครอบครัว พอเราคดิ ได้ มองเหน็ ความสำคญั เรื่องนแ้ี ล้ว เรากช็ วนเพอ่ื นฝูงในชมุ ชนมาคยุ กัน เรม่ิ เอาปญั หาเด็กมาพูดคุยกัน ซ่งึ ในตอนน้ัน ปี พ.ศ.2544 มีปญั หา เรือ่ งเดก็ หนเี รยี นจำนวนมาก ก็คุยกนั ว่าเด็กหนีเรียนแสดงว่าไมอ่ ยาก เรียน การไมอ่ ยากเรียนนั้นสะท้อนหลายอยา่ งในสังคมของเรา หาก เดก็ ไมเ่ รียน หนีเรียน กจ็ ะเอาเวลาไปทำเรื่องอยา่ งอ่ืนร่อนไปร่อนมา คนทีม่ านัง่ คยุ กันกเ็ ลยมองวา่ เราต้องเร่ิมต้นทำอะไรสักอยา่ ง โดยอนั ดับแรกควรเริม่ ทก่ี ารให้ความรู้กับพอ่ แม่ เพราะทผ่ี ่านมา ภาพ ทีเ่ กดิ คือ พอลกู ไมอ่ ยากเรียน หนเี รยี น พ่อแม่กด็ ดุ ่า ทุบตี แทนทีจ่ ะมี การพดู คยุ ถามสาเหตุที่ไม่อยากเรียน และอกี อย่างทส่ี ังเกตเหน็ คอื เดก็ ทำการบา้ นไม่ได้ พอ่ แมก่ ็ไมส่ ามารถชว่ ยได้ พอ่ บางคนทำงานหนกั กลับถึงบ้านกห็ ลับไปแลว้ แม่บางคนทำงานเหน่อื ย ตอนเยน็ หัวคำ่ ก็ 56 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวติ
นง่ั ดูทวี ีไม่ใส่ใจลกู เราก็เลยมองย้อนกลับมาทต่ี วั เราเอง ลกู เราน้นั วันเสาร์ – อาทติ ย์ ลูกไม่ตอ้ งเรียนพิเศษ แต่วันจนั ทร์ – ศกุ ร์ เขาจะได้ เรียนเสริมเพอื่ ทำการบา้ น มกี ารพดู คุยกนั ตลอด นแ่ี สดงใหเ้ หน็ วา่ เพราะครอบครัวไม่ได้ใส่ใจต่อชวี ติ ของเดก็ เลย” เดินออกไปหาความรู้ ค้นหาวิทยากร จุดประกายสรา้ งพลังการเปลี่ยนแปลง เมอื่ เร่มิ มองเห็นถึงสาเหตขุ องปัญหาทแี่ ท้จริงแลว้ ปา้ อุม้ ชัก ชวนเพ่ือนๆ ในชมุ ชนพดู คุยกนั เริม่ จากคนสองคน เมอ่ื มผี ปู้ กครองสน ใจมากขึน้ กจ็ ดั เป็นกลมุ่ ปรึกษาพูดคุยกัน โดยมกี ลมุ่ เปา้ หมายสำคญั คอื พ่อแม่ ผปู้ กครอง บนโจทยท์ ี่ว่า จะทำอยา่ งไรใหค้ นเหล่านเ้ี ข้าใจ ความสำคัญของการดูแลลูกที่มีครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญในการ เลยี้ งดู “โจทยท์ ่เี รามีน้นั เราอยากให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจความสำคัญเรื่องครอบ ครัวจรงิ ๆ เขา้ ใจถงึ บทบาทหนา้ ท่ขี องเขา ในฐานะพ่อแม่ ผปู้ กครอง แตเ่ ราจะพดู เอง ใครกันจะเช่ือถือ เราเลยคิดถึงคนขา้ งนอก ชุมชน บคุ คลทส่ี ามารถใหข้ อ้ มลู ให้ความรู้ ได”้ 57 : บทเรยี นการเสรมิ สร้างพลังบวก
“ด้วยตัวเองมีประสบการณ์ในการทำงานกับองค์กรพัฒนา เอกชนอย่บู ้าง จงึ ไดเ้ รม่ิ ตน้ จากการออกไปหาความรู้ใส่ตัวเพ่อื จะไดม้ ี ข้อมลู มคี วามรู้ในการมาทำงานเรือ่ งครอบครัวในชมุ ชน มีความรู้ใน ระดบั หน่ึงก็คิดอยากทำหอ้ งเรยี นพ่อแม่ ทจ่ี รงิ ๆ ไม่ใชห่ ้องเรยี นแบบ หอ้ งเรียนในโรงเรยี น แต่เป็นพื้นทท่ี ี่ใหพ้ อ่ แม่ ผู้ปกครองมาน่งั พดู นัง่ คุยกัน เรยี นร้เู รอื่ งครอบครวั เร่อื งลกู ๆ รว่ มกัน เรามีความคดิ เช่นน้ี จากความคิดและเป้าหมายที่มี เราเรมิ่ ค้นหาวทิ ยากร มองหา หน่วยงานทม่ี ีความถนดั เชีย่ วชาญเรือ่ งครอบครวั เร่อื งเดก็ ท่จี ะมา ชว่ ยทำกระบวนการให้ จนกระท่งั ได้ไปร่วมงานกิจกรรมหนง่ึ ทจ่ี ัดขึ้น ทีเ่ มืองทองธานี เราเหน็ ซมุ้ นิทรรศการของมลู นิธิเครอื ขา่ ยครอบครัว จึงไดพ้ ูดคุยแลว้ บอกเลา่ สิ่งท่เี ราอยากทำใหม้ ูลนิธฯิ ฟงั ” จากวงคยุ พอ่ แม่ ขยบั สกู่ ิจกรรมเด็กและเยาวชน “ไมใ่ ชก่ ารเร่ิมตน้ ทีผ่ ู้ใหญ่ แต่ตอ้ งเร่มิ จากเด็ก” ปี พ.ศ.2549 นับเป็นปีทม่ี กี ารเรม่ิ ต้นทำงานเรอ่ื งเดก็ เยาวชน และครอบครวั อย่างเป็นรูปเปน็ รา่ งขนึ้ ในเคหะชุมชนรม่ เกล้าโดยเช่ือม ประสานกับหน่วยงานภายนอกอยา่ งมลู นิธิเครอื ข่ายครอบครวั มลู นธิ เิ ครอื ขา่ ยครอบครวั เปน็ องคก์ รพฒั นาเอกชนทก่ี อ่ ตงั้ ขนึ้ ในปี พ.ศ.2542 ทีเ่ กดิ จากการรวมกลมุ่ ของพอ่ แม่กล่มุ หนึ่งทตี่ อ้ งการ ร่วมกันปฏริ ปู การศกึ ษาและพัฒนาเตบิ โตข้ึนเป็นมูลนธิ ฯิ ท่มี เี ป้าหมาย กว้างขวางขน้ึ เพื่อส่งเสริมให้ครอบครวั ไทยมคี วามเขม้ แข็ง ม่ันคง มูลนิธิเครือข่ายครอบครัวมีบทบาทหน้าท่ี ในการประสาน งาน และสรา้ งความตระหนักในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวใหเ้ กิด ข้ึน ทงั้ ในบคุ คล ชุมชน สังคม และโดยเฉพาะในหนว่ ยงานต่างๆทัง้ ภาค รัฐและเอกชน ดว้ ยการนำเสนอรปู แบบกิจกรรมครอบครวั ที่ช่วยสง่ เสรมิ พฒั นาสถาบนั ครอบครวั ไทยให้ เขม้ แขง็ และรวมกลุ่มครอบครัว ตา่ งๆ เข้าเป็นเครือข่ายเพ่ือให้ความชว่ ยเหลือกันและกันและเรยี กรอ้ ง 58 3 ฐาน สานพลังตน้ ทนุ ชีวติ
ตอ่ รองทวงสิทธิอันพงึ มขี องครอบครวั (เวบ็ ไซด์มลู นธิ เิ ครือขา่ ยครอบ ครวั http://www.familynetwork.or.th) “เราเร่มิ ทำกระบวนการเมื่อปี พ.ศ.2549 ทางมูลนธิ เิ ครือข่าย ครอบครวั เปน็ ผู้เตรียมกระบวนการตา่ งๆ เชิญวิทยากรมาให้ความรู้ กบั เรา สว่ นทางชมุ ชนทำหน้าที่ในการเตรยี มคน เตรยี มพ้นื ท่ี โดย กจิ กรรมครง้ั แรกคนยงั ไม่ใหค้ วามสนใจผู้ใหญม่ ารว่ มเวทกี นั นอ้ ยมาก แม้จะเปน็ เช่นนี้ แตเ่ รากย็ งั ลงมือทำวงคุยครง้ั ทส่ี องตอ่ โดยมูลนิธฯิ เปน็ ผจู้ ัดกระบวนการให้ ทำให้เราก็จะเรียนรู้วธิ กี ารจดั กระบวนการ ไปดว้ ย จนกระทง่ั เวทคี รงั้ ตอ่ ๆ มา เราจงึ เรมิ่ ตน้ ลองจดั กระบวนการนำ ความรทู้ ่ีไดจ้ ากครูพกั ลกั จำมาปรบั ใช้จดั วงคุยขึน้ ในวนั ที่ 5 ธนั วาคม ดว้ ยเปน็ วันพอ่ เราจึงใชป้ ระเดน็ เร่อื งพ่อเป็นจดุ เชอื่ มโยง โดยเชิญพอ่ เขา้ มาร่วมวงคุยกนั เรอื่ งบทบาทหนา้ ท่ีของพ่อ ผลปรากฏวา่ มีพอ่ เข้า มาร่วมวงคยุ เพยี ง 10 – 15 คน แตเ่ ด็กๆ เข้ามาร่วมกจิ กรรมเป็น จำนวนมาก จนทำใหผ้ ู้ใหญ่ในชุมชนนำขนมมาแจกเดก็ ๆ เราเลยปรับ รูปแบบให้เดก็ ๆ เขยี นถึงพอ่ โดยให้เดก็ ๆ ค้นหาความทกุ ข์และความ สขุ ในใจทมี่ ีต่อพ่อของเขา หลังจบวงคยุ ไปแลว้ คนทำงานก็มาสรุปบทเรียนกัน จากสง่ิ ท่ี เดก็ ๆเขยี นสะทอ้ นหลายอย่างท่ีทำใหเ้ ราตอ้ งปรบั ทัศนคตทิ ่มี องเดก็ ๆ ใหม่ กระดาษทเี่ ด็กเขยี นถึงพอ่ ของเขานั้น เด็กบางคนเขารเู้ ขาเหน็ ว่า พ่อขายยาเสพติด เขารูว้ ่าเปน็ ส่ิงไม่ดี และคาดหวงั ใหพ้ อ่ เลกิ ขายยา ขอ้ มลู ทเ่ี ราไดท้ ำให้เรารสู้ ึกวา่ จริงๆ แล้วเดก็ รู้ แมเ้ ขาจะเปน็ เด็กเลก็ แต่อะไรดีไมด่ ี เด็กรู้ เด็กเขา้ ใจ” 59 : บทเรียนการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก
เมือ่ วิธกี ารมองเปล่ยี น ทศั นคติเปลยี่ น เคร่ืองมอื ในการทำ กจิ กรรมจงึ เปลี่ยน จากฐานคิดแรกท่ีเช่ือม่ันวา่ การแก้ไขปัญหาตอ้ ง เรม่ิ ท่พี อ่ แม่ ผ้ปู กครอง ต้องเร่ิมท่ีการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจ เรื่องครอบครัวและเด็กเพื่อนำมาสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการ เล้ยี งดูลกู ๆ นน้ั เกดิ การปรับกลมุ่ เปา้ หมายในการทำงานมาที่เด็กและ เยาวชน กิจกรรมท่ีไม่ได้เร่ิมตน้ จากผู้ใหญ่ แตเ่ ปน็ กจิ กรรมท่ีเกิดข้นึ จากเด็ก เพ่อื ตัวเด็กเอง “เราลองปรับวธิ ีการ คราวนีเ้ รามองเรือ่ งการเชื่อมโยงกบั โรง เรียน โรงเรยี นเองก็มคี วามทุกข์ใจเรอื่ งเด็กด้วยเชน่ กนั เราจดั หอ้ ง เรียนพอ่ แมข่ ้นึ อกี คร้งั โดยใช้ประเดน็ เรื่องเดก็ ตดิ เกมส์ โดยให้โรง เรยี นออกจดหมายเชญิ พอ่ แม่ ผปู้ กครองเข้ามารว่ ม โดยมีคะแนนจิต พสิ ัยของลกู เปน็ เงอื่ นไข ปี 2550 จดั ห้องเรยี นพอ่ แม่ คยุ กันเร่อื งเด็กติดเกมส์ พอ่ แม่ ผปู้ กครองเขา้ มารว่ มจำนวนมากเกือบร้อยคน และในครั้งนเ้ี อง นาย แพทย์สรุ ยิ เดว ทรีปาตี ผู้จัดการแผนงานสขุ ภาวะเด็กและเยาวชน หรอื เรียกส้ันๆ วา่ เดก็ พลัส ได้รับเชญิ จากมลู นิธิเครอื ข่ายครอบครวั มาเป็นวทิ ยากรใหค้ วามรู้ในหวั ขอ้ เรื่องทำอยา่ งไรใหล้ ูกรกั การเรยี น” 60 3 ฐาน สานพลงั ต้นทุนชีวติ
วทิ ยชุ ุมชน – ห้องสมุดมีชวี ติ “หอ้ งเรยี นพ่อแม่ ปี 2550 ไดจ้ ุดประกายหลาย 61 สงิ่ หลายอย่างใหเ้ กิดขนึ้ ในเคหะชมุ ชนรม่ เกลา้ ทั้ง จดุ ประกายความตื่นตัวของพอ่ แม่ผปู้ กครองท่ี ไดร้ บั ฟงั ข้อมูลความรจู้ ากการบรรยายของ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ทง้ั จุดประกายเปา้ หมาย ชี้แนวทางในการ ขยับตอ่ ให้แกค่ ณะทำงาน” “หลงั จบห้องเรียนพ่อแมค่ รัง้ น้นั นำมาสกู่ ารรวมตัวกันอย่าง จริงจัง ก่อนนี้เดก็ ๆ พดู อยู่บ่อยๆ วา่ อยากใหจ้ ดั กิจกรรมอีก แต่เราเอง จะจดั ทุกคร้งั ก็ทำไม่ได้เพราะตดิ เรอ่ื งงบประมาณ ดงั น้นั เราเลยมอง กจิ กรรมทจี่ ะต่อเนอื่ งและไดป้ ระโยชน์ ..เรมิ่ กลบั มามองต้นทนุ ภายใน ชมุ ชนของเราเอง ทพี่ บว่า เคหะชมุ ชนรม่ เกล้ามสี ถานวี ทิ ยุชมุ ชน ทำให้ เราเกิดความคิดวา่ จะจดั รายการวทิ ยุ ท่มี ีเด็กๆ เป็นผู้จดั รายการเอา ความรมู้ าบอกเลา่ ใหค้ นในชมุ ชนไดฟ้ ัง จากความคดิ เรอ่ื งวทิ ยชุ มุ ชน เรากม็ าคดิ วา่ จะจดั รายการเดก็ กต็ อ้ งมคี วามรู้และแหลง่ ความรู้ท่เี ข้าถงึ ไดค้ อื หนงั สอื ซ่ึงพอเรามอง ยอ้ นกลับไป พบว่า ทีผ่ า่ นมาทเ่ี ดก็ ทำขอ้ สอบไม่ไดน้ ้นั จรงิ ๆ แล้ว มา จากการทเ่ี ดก็ อา่ นหนังสอื ไมค่ ล่อง ทำให้เขาตีโจทย์ไมอ่ อก อา่ นไม่ทนั เวลา และจับประเด็นไม่เป็น เม่ือเราเชอ่ื มโยงเรือ่ งการจัดรายการวทิ ยุ การอ่านหนังสอื การเรียน การสอบเปน็ ภาพทเี่ ชอื่ มตอ่ กนั แล้ว เราก็คิดถึงสง่ิ ที่จะทำให้ เกดิ สง่ิ เหลา่ นขี้ น้ึ ได้ สง่ิ ทคี่ ณุ หมอเดว เคยบอกผา่ นทางมลู นธิ เิ ครอื ขา่ ย ครอบครวั เรอื่ งการทำหอ้ งสมดุ โดยมองวา่ เคหะชมุ ชนรม่ เกลา้ มพี นื้ ที่ กวา้ งขวาง และในพ้ืนท่เี คหะกม็ ีโรงเรยี นต้งั อยู่ นา่ จะทำห้องสมุดมี : บทเรียนการเสริมสรา้ งพลงั บวก
ชีวิต ซึง่ กส็ อดคลอ้ งกบั ความคิดของเราดว้ ยเชน่ กัน เพราะการมหี อ้ ง สมุดจะมีประโยชน์มากต่อการจดั รายการวิทยุ และการฝกึ เดก็ ให้อา่ น และจบั ประเดน็ ทจ่ี ะเป็นผลดีต่อการสอบของเดก็ ดว้ ย ทผี่ ่านมา เดก็ ๆ จะค้นคว้าหาความรูก้ ็ตอ้ งมาที่บ้านเรา ซ่ึงบ่อยครงั้ เข้าเดก็ ๆ เองเขาก็ เกรงใจ จากจุดนี้เองจึงเร่ิมคุยกันอย่างเป็นทางการภายในกลุ่มคน ทำงาน เรม่ิ ตน้ คุยกบั พวกผู้ใหญ่ในชุมชน แลว้ จงึ ส่อื สารกลบั ไปยงั คณุ หมอสรุ ยิ เดว ทรปี าตี แลว้ ทมี งานกล็ งมาในพนื้ ท่ี เกดิ การขบั เคลอ่ื นงาน ในพ้นื ที่ มองหาพื้นท่นี ำรอ่ งที่มีความพรอ้ มทัง้ ผู้ใหญ่ ทง้ั เด็กท่ีพร้อม จะรว่ มมอื กบั เรา วิเคราะห์พืน้ ท่ี คือ สิ่งทเี่ ราเร่ิมทำ พื้นที่ชุมชนทจี่ ะเรม่ิ ตน้ ทำ กิจกรรม มองดูชมุ ชนทีเ่ ปน็ แฟลต หรอื โซนทีเ่ ปน็ อาคาร (นติ ิบคุ คล) กด็ จู ะไมเ่ หมาะเพราะความเปน็ กลมุ่ กอ้ นมนี อ้ ย และการทำใหเ้ กดิ กลมุ่ ก้อนได้ยากด้วยขอ้ จำกดั ของลักษณะทอ่ี ยอู่ าศัย ...ชุมชนโซนฟืน้ นครมี ต้นทุน เพราะชมุ ชนน้เี ดมิ มาจากฐานปญั หา ผ่านการตอ่ สู้ ผ่านการไล่ รื้อ มที ้ังองคก์ ร หนว่ ยงาน มลู นธิ ิต่างๆ เขา้ ไปทำงานด้วยมาก และใน ชมุ ชนเองก็มผี ู้ใหญจ่ ำนวนไม่นอ้ ยทมี่ ศี ักยภาพ เคยผ่านกระบวนการ อบรมเป็นแกนนำ มีคนทำงานพัฒนาชุมชน และเด็กเยาวชนในพนื้ ที่ เองก็ผ่านการทำกิจกรรมมาอย่างตอ่ เนอื่ ง จากการวิเคราะห์พนื้ ท่ี จน เจอแกนนำท่จี ะเชือ่ มตอ่ ได้แล้ว เราจึงไปประสานพูดคยุ กบั แกนนำคน หนึ่งของโซนฟ้นื นคร ทีป่ รากฏวา่ เขาสนใจและเหน็ ประโยชนจ์ ากการ ทำงานเร่ืองน้ี พอเราได้พื้นทหี่ ลกั แลว้ เราก็เชอื่ มโยงไปยงั พนื้ ทีอ่ ืน่ ในพน้ื ที่ นิติฯ หรืออาคารสูงนั้น มกี ลุ่มเด็กท่จี ัดรายการวทิ ยุซึ่งเปน็ กลุม่ ใช้ ประโยชน์จากการมหี อ้ งสมดุ เราจึงจับพ้นื ที่ฟ้นื นคร และพ้นื ทีน่ ติ มิ า คุย โดยมที ้ังเดก็ และผู้ใหญ่มาแลกเปลย่ี นกนั วา่ จะทำหอ้ งสมดุ อย่าง ไร เพราะที่ผ่านมา มบี ทเรียนวา่ ห้องสมดุ ทีร่ าชการจดั ต้งั ใหส้ ่วนใหญ่ จะไมม่ ีใครใชป้ ระโยชน์ หลงั จากคุยแล้วกเ็ ขยี นโครงการข้นึ ในปี 2551 62 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทุนชีวิต
โดยมกี ิจกรรมสำคัญหลายอยา่ ง โดยเฉพาะการทำหอ้ งสมดุ เคล่อื น ทท่ี ่เี ป็นรถเขน็ ที่ใช้รถเขน็ นั้นเพราะมองวา่ เดก็ ๆ เองกจ็ ะไมร่ ู้สกึ วา่ เปน็ ภาระทต่ี อ้ งมารับผิดชอบดแู ล เขาพร้อมเขากม็ าเข็นรถห้องสมดุ ออก ไป ไมพ่ รอ้ มก็ไม่ต้องเขน็ งบประมาณที่ไดม้ าก็บริหารจดั การโดยแบง่ กันรับผิดชอบสลับกนั รายเดอื น โดยตอนน้นั มีผู้ใหญจ่ ากโซนนิติ 5 คน และผู้ใหญ่จากโซนฟ้นื นคร 3 คน และมีเดก็ 10 คนทเี่ ข้ามาทำกิจกรรม ห้องสมดุ มีชวี ิตรว่ มกนั พอทำหอ้ งสมดุ มีชวี ิตไปไดส้ กั ระยะ เราก็มีโอกาสไปเขา้ รว่ ม ประชุมกับสภาเยาวชนท่ีเขตลาดกระบังก็ไปเจอครอบครัวจากโซน พน้ื ราบ ทแี่ มพ่ าลกู มาเลน่ ดนตรีไทยในการประชมุ ดว้ ยทำใหเ้ กดิ ความ สนใจที่จะเชอ่ื มโยงกนั จงึ มีการพูดคยุ และรว่ มทำงานด้วยกันจนทำให้ การทำงานขบั เคลอ่ื นของเราขยายจาก 2 พน้ื ที่ เป็น 3 พน้ื ท่ีครอบ คลมุ ทุกลักษณะบา้ นเรือนอยู่อาศยั ภายในเคหะชุมชนร่มเกลา้ ” ตน้ ทุนชีวิต และแบบสำรวจต้นทนุ ชวี ติ จากความคดิ ท่อี ยากมกี ิจกรรมทำกบั เด็กๆอยา่ งตอ่ เนอ่ื งโดย เป็นกิจกรรมท่สี นกุ และไดค้ วามรู้ จนเกิดเป็นการจดั ทำรายการวทิ ยุ ผา่ นสถานวี ทิ ยชุ มุ ชน กข็ ยบั ไปส่กู ารทำกจิ กรรมหอ้ งสมุดมชี ีวติ การ เขียนโครงการเพือ่ ขบั เคลอื่ นงาน จนเกิดกระบวนการคดิ คุย ปรกึ ษา หารอื และเกดิ การเชื่อมรอ้ ยทัง้ คนทำงาน พนื้ ท่ปี ฏิบัติการ และ กระบวนการในการดำเนนิ งาน และแนน่ อนว่าเกิดผลลัพธท์ ่ีบรู ณาการ และเปน็ รปู ธรรมอย่างชดั เจน มเี ด็ก มหี ้องสมุดเคลอ่ื นที่ มีกิจกรรม มี การสร้างการเรียนรู้ และมีการขยายความรู้ กอ่ นท่ีโครงการจะเสรจ็ สน้ิ ตามระยะเวลาดำเนนิ การนนั้ ...เครอ่ื งมอื ใหมเ่ ครอ่ื งมอื หนงึ่ กถ็ กู นำ มาใช้ ในชุมชน 63 : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลังบวก
64 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชวี ติ
“เราทำโครงการมาสกั ปีจะจบโครงการแลว้ ทางแผนเดก็ ฯ ให้ แบบสำรวจต้นทุนชวี ิตมา โดยให้ไปเกบ็ ขอ้ มูลจากเด็กๆ ในชมุ ชน เดก็ เยาวชนอายุ 12 - 25 ปี ตอนนน้ั เราไม่คอ่ ยเข้าใจว่าต้นทนุ ชีวติ คือ อะไร แตท่ างแผนเดก็ ฯ มกี ระบวนการจัดอบรม เราก็ไปเขา้ อบรมจน พอจะเข้าใจวา่ ตน้ ทนุ ชวี ิตนัน้ เป็นส่ิงที่อยู่ในตวั คน ที่จะเกดิ ขึน้ มาได้ ต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้จนกลายเป็นสิ่งที่มีอยู่ ในตัวของเรา เหมอื นเดก็ เขาจะได้ดหี รือไม่ได้ดีกอ็ ย่ทู สี่ งิ่ แวดล้อม การเสริมสร้าง ตา่ งๆ จากครอบครวั จากการท่พี อ่ แมเ่ อาใจใส่ จากการทชี่ มุ ชนมี กิจกรรม มีพน้ื ทดี่ ีๆ ใหเ้ ขามาทำกจิ กรรม มาใชช้ ีวติ แบบสำรวจตน้ ทนุ ชีวิต เปน็ เครือ่ งมอื ใหมท่ ี่ลงในชุมชน เรา แบ่งแบบสำรวจใหแ้ ต่ละโซนรบั ผดิ ชอบ ไปจัดการสำรวจเกบ็ ข้อมลู ใน พืน้ ทีข่ องตวั เอง เช่น บางพืน้ ท่นี ดั เด็กๆ มากนิ ขนมแลว้ ทำการสำรวจ เปน็ ต้น ตอนแรกเราก็กงั วลวา่ จะสำรวจกันได้ไหม เพราะคดิ วา่ เป็น เครือ่ งมือเหมอื นงานวิจัยแตป่ รากฏวา่ เด็กส่งแบบสำรวจกลับเรว็ มาก ขณะเดียวกันก็เร่ิมมีเสียงจากเด็กที่ ไม่ ได้อยู่ ในกิจกรรมบอกว่าอยาก ทำบ้าง” “สิ่งท่ีเราเห็นจากกระบวนการสำรวจ ขอ้ มูลนน้ั คอื เดก็ ๆ กระตือรอื รน้ ที่จะตอบ เพราะ แบบสำรวจน้ีสำรวจในส่ิงที่เขาอยากจะพูดอยู่ แลว้ แต่ทผี่ า่ นมาไม่มีใครเคยอยากจะฟัง อยาก จะรู้ นอกจากนี้ผลจากการร่วมกนั วเิ คราะห์ข้อมูล ท่ี ไดจ้ ากแบบสำรวจ ทำใหเ้ รารูว้ ่า ชุมชนไมเ่ คย ใหค้ วามสำคัญกับเดก็ เลย เพราะไม่มีกจิ กรรมให้ เขาสามารถเข้าร่วมได้ ข้อมูลทส่ี ะท้อนกลับมาน้ี ทำให้เราต้องหันกลับมามองดูตัวเราเองและคิด 65 : บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก
ไดว้ า่ เราไมต่ อ้ งทำอะไรมากมายเลย ทำกจิ กรรม อยา่ งเดยี วใหเ้ ด็กเห็นว่า ชมุ ชนมอี ะไรให้เขา มี พื้นที่ท่ีเปิดให้เขาทำกิจกรรมตามที่เขาต้องการ ตามทเ่ี ขาคดิ อยากทำ ตามทเี่ ขาสนใจและอยาก เขา้ รว่ ม” กระบวนการพฒั นาตน้ ทนุ ชวี ติ เด็กและเยาวชน ข้อมูลจากการทำแบบสำรวจต้นทุนชีวิตนั้นสะท้อนให้ชุมชน มองเห็นสถานการณด์ า้ นเดก็ และเยาวชนในชุมชน และมองเห็นแนว ทางในการพฒั นาให้ต้นทุนด้านตา่ งๆ ทีอ่ อ่ นแอนั้นเกดิ พลงั และมีความ เข้มแขง็ เพมิ่ ข้นึ จนนำมาสกู่ ารสรา้ งกระบวนการเรยี นรู้ กระบวนการ เสริมสร้างต้นทนุ ชีวติ เด็กและเยาวชน โดยเดก็ และเยาวชนเปน็ ผูค้ ิด ผอู้ อกแบบ เพ่ือตัวของพวกเขาเอง จากการวิเคราะห์ผลสำรวจต้นทุนชีวิตจึงนำมาเป็นแนวทาง พฒั นารปู แบบกจิ กรรม โดยเปน็ กิจกรรมทีม่ ่งุ เนน้ เร่ืองการแบง่ ปนั / การควบคมุ อารมณ/์ การสรา้ งความเป็นประชาธิปไตย ซ่งึ เดก็ และ เยาวชนร่วมกนั คดิ กจิ กรรม เกดิ กจิ กรรมหลายอย่าง เช่น การพัฒนา จติ อาสาสัมพันธ์เยาวชน หอ้ งสมดุ มีชวี ิตสญั จร เยาวชน IDOL การ อ่านเพื่อสร้างเด็กฉลาด เดก็ ดี กฬี าดี มิตรภาพดี และกว๊ นเสยี่ วโชว์ กนึ๋ 66 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทุนชีวติ
“เราเรมิ่ ตน้ กจิ กรรมเพ่อื เพม่ิ ต้นทุนชวี ิตด้านตา่ งๆ ใหแ้ ก่เด็ก เยาวชน เพราะการพฒั นาเดก็ นน้ั ควรจะเรมิ่ จากการทำกจิ กรรมทตี่ อ้ ง เป็นกจิ กรรมท่มี าจากความถนัด ความสนใจของเด็ก โดยในระหว่าง การเกดิ กจิ กรรมน้นั นบั ต้งั แตก่ ารเตรยี มการ การลงมอื จดั กจิ กรรม ตลอดจนการเขา้ ร่วมกจิ กรรมตา่ งๆ น้นั จะเปน็ กระบวนการเรียนรทู้ ่ี สำคัญในการพัฒนาเด็ก เดก็ บางคนจากเคยเมียงมองกเ็ ร่มิ เขา้ มามี ส่วนรว่ ม ทั้งรว่ มเป็นสว่ นหนึง่ ในการพฒั นากิจกรรม และเข้าร่วม กจิ กรรม ตัวอย่าง หอ้ งสมดุ มชี วี ิต ห้องสมุดรถเข็นนัน้ เป็นกิจกรรมท่ีมุ่ง เนน้ สรา้ งการเรียนรู้ สร้างความรู้ให้กับเด็กๆ มีนิสยั รักการอ่าน ขณะ เดียวกัน ...ภายใต้กจิ กรรมนล้ี ้วนเปน็ กระบวนการในการฝึกภาวะผู้นำ สร้างสำนึกเรื่องความรบั ผดิ ชอบให้แก่เด็ก สง่ิ ทีเ่ กดิ ขึ้นจากกจิ กรรม ห้องสมดุ มีชวี ติ คอื เราเห็นเด็กโตรบั ผิดชอบมาดูแล มาเข็นรถเขน็ หอ้ ง สมุดออกไป ขณะเดยี วกันเรากเ็ ห็นเดก็ เลก็ ๆ เข้ามาหยบิ จับ ดูหนังสือ อ่านหนงั สอื โดยทีม่ เี ด็กโตคอยดแู ลน้องๆ รวมทั้งทำหน้าท่ีในงาน ห้องสมุดดว้ ย ความเปลย่ี นแปลงทีเ่ ราเหน็ จากกจิ กรรมหอ้ งสมดุ มชี ีวติ ตอ้ ง บอกว่า เราเหน็ ความเชือ่ มโยงของวัย ของเด็กแตล่ ะช่วงอายุ จากเดก็ กลุ่มแรกๆ ที่เข้ามาทำกิจกรรม ตอนท่เี ขาเร่มิ เข้ามาทำ เขาอาจเปน็ เดก็ มธั ยม มสี ถานะทง้ั เปน็ พแ่ี ละเปน็ นอ้ งดว้ ย แตพ่ อทำไปเรอื่ ยๆเดก็ ๆ เหลา่ นีก้ ็โตขนึ้ จนกลายเปน็ พี่ ที่ในระหวา่ งทางของกจิ กรรม เขากท็ ง้ั ดแู ลนอ้ งๆ และกส็ ร้างน้องๆ รนุ่ ใหมข่ ้นึ มาด้วย ภาพที่เกดิ ขนึ้ เช่นนี้ ทำใหก้ ิจกรรมห้องสมดุ มชี วี ติ เป็นพืน้ ที่สรา้ งสรรค์ พ้ืนทีท่ ี่ดีท่ีพ่อแมผ่ ู้ ปกครองยอมรับ และไว้วางใจให้ลกู หลานเขา้ มาร่วมกิจกรรม และ รสู้ ึกปลอดภัยทีจ่ ะฝากลูกฝากหลานไว้ได้” 67 : บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก
การทำงานเชื่อมโยง 3 ชว่ งวยั “โครงการสานเสริมพลงั บวกเพ่ือเด็กเยาวชนรม่ เกลา้ ” กระบวนการและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมห้องสมุดมี ชวี ิต ทำให้เหน็ ภาพของการพฒั นาเสริมสร้างต้นทุนชีวติ ทส่ี ำคัญรอบ ด้าน ทัง้ ตัวเอง ชุมชน ความรู้ ภาพของกระบวนการเช่นน้ีเอง ประกอบ กับข้อมูลทีส่ ะทอ้ นจากแบบสำรวจต้นทุนชีวิตครงั้ ที่ 2 ปี 2554 จุด ประกายทำให้คณะทำงานด้านเด็กและเยาวชนเคหะชุมชนร่มเกล้า เห็นทศิ ทางในการทำงานด้านเด็กและเยาวชน จากการขบั เคลอื่ นของ แผนงานเด็ก พ้ืนท่ีต้นทุนชวี ิตขยายตวั กว้างขวางข้นึ เดก็ และเยาวชน กระตือรือร้นตอ่ การจัดกจิ กรรม ผู้ใหญค่ อยใหก้ ารสนบั สนุนและเปน็ พเี่ ลย้ี ง แ ตก่ ารพฒั นาศกั ยภาพของแตล่ ะพน้ื ที่ไมเ่ ทา่ กนั ช มุ ชนรม่ เกลา้ ก็เช่นกัน มพี น้ื ท่ตี น้ ทุนชวี ติ 3 พน้ื ที่ แต่ละพ้ืนทีม่ ีความพรอ้ มแตกต่าง กนั บางพนื้ ที่มที มี กลไกท่ีเปน็ ผู้ใหญ่และเยาวชนรว่ มกันทำงาน แตบ่ าง พื้นที่มเี พียงการพฒั นากิจกรรมของเยาวชนเทา่ นนั้ ขาดผู้ใหญท่ ่จี ะ เปน็ พเี่ ลีย้ งท่ีปรกึ ษาแผนงานเด็กจงึ จดั อบรมและให้ทีมพ้นื ทอ่ี อกแบบ กจิ กรรมเปน็ 2 แผน คือ แผนท่ี 1 เพอ่ื พฒั นาศักยภาพทมี กลไก โดยมกี ารจัดอบรม ผู้ใหญ่ในเรอ่ื งของการเปน็ พี่เลย้ี งท่ปี รกึ ษา พัฒนาการของเดก็ ภาวะ ผูน้ ำ ลักษณะของผ้นู ำ โดยให้ทุกคนได้พูดถงึ ปัญหาของตวั เองออกมา แล้วร่วมกันทำ จดั อบรมเด็กและเยาวชน ให้มคี วามรู้และทกั ษะของ การคิด วเิ คราะห์ และกระบวนการกจิ กรรม เช่น การทำสอ่ื ใหเ้ ด็ก สามารถทำสอื่ ทถ่ี า่ ยทอดเรอ่ื งชวี ติ ของเดก็ เยาวชนในชมุ ชนของเขาได้ เนน้ แนวคิดของการทำสอื่ ไม่ใช่แคเ่ รื่องเทคนคิ ของการถ่ายทำ การจดั ค่ายกลางวัน พร้อมใหเ้ ดก็ ทำโครงการ และสนบั สนุนงบประมาณให้ เยาวชนรูจ้ ักบรหิ ารจัดการ ทำกระบวนการเอง แผนท่ี 2 เพอ่ื พฒั นากิจกรรมเดก็ และเยาวชน แตล่ ะพ้นื ทเี่ ด็ก และเยาวชนร่วมกันวางแผนกิจกรรม ตามความสนใจและความถนัด โดยมกี ารจัดทศั นศึกษาพาเด็กๆไปเรยี นรู้รว่ มกันจัดคา่ ยเด็กยิ้มละไม 68 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทุนชวี ติ
มีกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการสบื ค้น ให้เด็กเปน็ นกั สบื ซึ่งเปน็ กระบวนการทีท่ ำให้เด็กเกดิ การสังเกต รู้จักวิเคราะห์ สงั เคราะห์ เรยี นรูก้ ารคดิ อย่างเป็นระบบ มีการจดั ทำกิจกรรมชุมชนเท่าทนั ส่ือ เนน้ สรา้ งกระบวนการเรียนรู้ ให้รเู้ ทา่ ทนั โฆษณา ขนมกรบุ กรอบตา่ งๆ และละครทางโทรทศั น์ ให้เดก็ ลองฝกึ การจบั ประเด็น ฝกึ ใหก้ ล้าพูด กล้าแสดงออก “แกนนำมีโอกาสเขา้ ไปรว่ มกระบวนการอบรมเขา้ คา่ ยพฒั นา กจิ กรรมสรา้ งสรรคเ์ ชิงบวกต่างๆ เด็กโตหลายคนกเ็ รม่ิ มคี วามชดั เจน ในตัวเองมากข้นึ เรม่ิ มองเหน็ กจิ กรรมท่ีอยากทำเรอื่ งอืน่ ๆ โดยเปน็ กจิ กรรมท่ีสอดคล้องกบั ความสนใจตามวัยมากขนึ้ พอเปน็ เชน่ นเี้ ราก็ เริ่มขยายพ้นื ท่ี ปรับบทบาทหนา้ ท่ขี องเขาใหต้ รงตามศกั ยภาพและ วยั ” จากการประสานพลงั กบั ภาคอี ย่างแผนงานเดก็ พลัส ในการ ขบั เคล่อื นงาน จนเกิดเปน็ โครงการสานเสรมิ พลงั บวกเพื่อเดก็ เยาวชน รม่ เกลา้ ปี 2555 โดยมแี นวคดิ สำคัญตอ่ ยอดจากกระบวนการทำงาน เสรมิ สรา้ งตน้ ทนุ ชวี ติ ในระยะแรก เ หน็ ถงึ การพฒั นาการของเดก็ ทเ่ี รมิ่ จากชวนเพื่อนวัยเดียวกันท่ีอยู่ ในชุมชนใกล้เคียงกันมารวมกลุ่มทำ กิจกรรม และขยบั ตอ่ ไปยงั ชมุ ชนอ่นื ๆ ดว้ ยอาศัยเพ่อื นชวนเพือ่ น เกิด การพัฒนากิจกรรมที่สร้างสรรค์ท่ีมีความหลากหลายเหมาะสมกับ วัย 69 : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก
“กจิ กรรมหอ้ งสมดุ มชี วี ติ อยา่ งทบ่ี อกวา่ เรา เห็นความชัดเจนและความเชื่อมโยงของแต่ละช่วง วยั อยา่ งมาก เราเหน็ วัยของเดก็ เราเหน็ พ้ืนท่ีศักย ภาพของเดก็ ทเ่ี ชอ่ื มโยงกนั เดก็ เรม่ิ ทำงานตามศกั ย ภาพ เด็กบางคนชอบห้องสมุดก็รบั ผิดชอบเคล่อื น รถเขน็ เขน็ ห้องสมดุ ออกไป เดก็ บางคนอยากทำส่ือ ทำหนงั สอื บางคนอยากรำ อยากเตน้ ดงั นน้ั เราจงึ พยายามเชอื่ มทกุ วยั ทกุ ความสนใจ ทกุ ศกั ยภาพให้ เกดิ ขึน้ ในเนอื้ กจิ กรรมเดยี วกัน เกดิ การต่อยอดงาน ทำโครงการสานเสริมพลังบวกเพ่ือเด็กเยาวชนร่ม เกล้า” เม่ือเด็กพลัสพัฒนาเครื่องมือปฐมวัยและวัยเรียนเสร็จใน ปลายปี พ.ศ.2553 ได้นำเครื่องมอื ไปทดลองเก็บกบั กลุ่มเปา้ หมาย รม่ เกล้าเปน็ หนึง่ พน้ื ท่ีที่ได้รับเลอื กจากท้งั หมด 5 พน้ื ท่ ี ปา้ อ้มุ จึงได้ ประสานภาคีในพื้นที่ทำงานด้านเด็กปฐมวัย นน่ั ก็คอื ศูนย์พฒั นาเด็ก ก่อนวยั เรยี นชมุ ชนฟนื้ นครร่มเกล้าระยะ 4 โซน 10 เขตลาดกระบัง ส่วนเด็กวัยเรียนก็จะเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายเดิมให้ครอบคลุม เดก็ ระดบั ช้นั ประถมมากขนึ้ โดยมกี ลมุ่ ท่พี ัฒนามาแล้วทำหน้าที่เป็น พ่ีเล้ยี ง หลังจากสำรวจตน้ ทุนชวี ิตเด็กทงั้ สามชว่ งวยั แล้ว ทีมเดก็ พลัส ไดช้ วนคิด ชวนคุยต่อ จากเห็นจุดออ่ นของต้นทุนชีวิต และจะตอ้ งเสริม พลงั ด้านใดบา้ ง ทีมพ่ีเล้ียงจงึ รว่ มคดิ และออกแบบโครงการทเี่ ดก็ ทุก คนและผ้ปู กครองสามารถมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมได้ 70 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชวี ติ
“ภายใต้โครงการสานเสริมพลังบวกเพื่อเด็กเยาวชนร่มเกล้า เราได้ออกแบบกิจกรรมทห่ี ลากหลาย เพ่อื เชอ่ื มโยงทุกวัยใหม้ ามีส่วน รว่ มในการทำกิจกรรม มีการพดู คยุ กนั ในโครงการฯ ปี 2555 นี้ เรา น่าจะออกแบบกจิ กรรมจากการวิเคราะห์ขอ้ มูลต้นทนุ ชีวติ คือ สำหรับเยาวชนพบวา่ เขาต้องการทจ่ี ะมบี ทบาทมีคุณค่าและ เป็นประโยชน์ต่อชมุ ชน แตส่ งิ่ ทข่ี าดคอื เรือ่ งของสื่อ ชมุ ชนควรสรา้ ง เวที และมีพ้นื ทส่ี ำหรบั เขา สรา้ งสือ่ เพื่อคณุ คา่ ของตวั เองและชมุ ชน เด็กวยั เรียนตอ้ งการกิจกรรมในพน้ื ท่ีมากๆ เป็นกลุ่มที่โหยหา กจิ กรรม ตอ้ งสรา้ งกจิ กรรมทเี่ หมาะสม และเปน็ กิจกรรมทีเ่ ดก็ อยาก ทำ ส่วนเดก็ ปฐมวัย มีความเกีย่ วขอ้ งกบั เร่ืองปฏสิ ัมพนั ธ์ของพ่อ แมแ่ ละผูป้ กครอง เราจะทำอย่างไร? ใหม้ กี ิจกรรมทมี่ งุ่ สร้างสมั พันธ์ ระหว่าง พอ่ แม่ ลกู และชมุ ชน จากผลสำรวจตน้ ทนุ ชีวิต ไดส้ ะทอ้ น มุมมองของชมุ ชน ซงึ่ พ่อแม่มภี าระหนา้ ทก่ี ารงาน และตอ้ งทำมาหากนิ โดยยังขาดความตระหนกั และเหน็ ความสำคัญ ของการมีปฏิสมั พนั ธ์ การกระตุน้ พฒั นาการของเดก็ ” ดังนน้ั โครงการสานเสริมพลงั บวกเพือ่ เดก็ เยาวชนร่มเกล้า มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือสร้างให้เกดิ การบูรณาการต้นทุนชวี ิต ทง้ั 3 ชว่ ง วัยในพื้นท่ีร่มเกลา้ กรงุ เทพมหานคร ผ่านการวางแผนกจิ กรรมสร้าง สรรคอ์ ย่างมีระบบและทิศทาง กล่าวคือ กิจกรรมนิทานและวนั สานสายใยรัก บูรณาการกจิ กรรม เข้า สูก่ ารเรียนการสอน ของศนู ยพ์ ัฒนาเด็กกอ่ นวัยเรียน ฟ้ืนนครโซน 10 และผูป้ กครอง กจิ กรรมอาสาสมคั รรักการอา่ น เพอื่ เดก็ วยั เรียน และเพื่อ พัฒนาศักยภาพของเด็ก จากหอ้ งสมดุ มีชวี ติ สญั จรเปน็ แกนนำ กจิ กรรม “เดก็ มเี ร่อื งเลา่ ” เยาวชนเป็นแกนนำเพื่อใหเ้ ด็กวัย เรยี นและพ่ีๆเยาวชนรว่ มเรยี นรู้ และถา่ ยทอดสง่ิ ดีๆ ผ่านส่ือ 71 : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลงั บวก
กิจกรรม “ตลาดนัดเดก็ หรรษา” เปิดพ้ืนท่ี ให้เด็กวัยเรียนและเยาวชนฝึกความพร้อมด้าน การทำงานร่วมกันโดยผ่านการเป็นทีมบริหารกิจ กรรม “กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่ทำให้เยาวชนที่ ไม่รจู้ ักกนั อยกู่ นั ต่างชุมชน สามารถพดู คุยกันได้ อีกทงั้ ยงั เป็นการเรียนรเู้ รื่องการวางแผน เด็กที่ เข้ามาในตลาดต้องเรียนรู้ท่ีจะวางแผนการใช้ คปู อง เพราะเรามีการแจกคปู องให้เด็กทีเ่ ข้ารว่ ม งาน คนละ 30 บาท โดยในงานครั้งนน้ั มีเดก็ เล็ก กลุ่มหนงึ่ 7 คน มาเทีย่ วงานแตต่ อนน้ันไม่มคี ูปอง แจกแลว้ แตเ่ ด็กอยากกนิ ขนมเลยต้องไปขอคูปอง จากพี่ๆ ซ่งึ เหลือเพียงชุดเดยี วเทา่ นัน้ จำนวนเงิน 30 บาท เมือ่ มเี ดก็ 7 คนกบั เงนิ 30 บาท ดงั นั้น เขาก็เลยตอ้ งมาคุยกัน จนใชว้ ธิ กี ารใหแ้ ตล่ ะคนไป แลกซอ้ื ขนมแลว้ มานง่ั กนิ ดว้ ยกนั ทำใหท้ กุ คนจะได้ กินทกุ อย่างเหมอื นกนั สิ่งท่ีเกดิ ขึ้นน้ี จะเหน็ ไดว้ ่า เด็กๆ เขาตอ้ งเรยี นร้วู า่ จะใชจ้ า่ ยเงนิ อยา่ งไร และ เรียนรู้เร่ืองการแบง่ ปนั ไปด้วย” 72 3 ฐาน สานพลงั ต้นทุนชวี ติ
ขณะเดียวกันตลาดนัดยงั ทำให้ครอบครวั พอ่ แมล่ กู ได้มารว่ มกิจกรรม กันพรอ้ มหน้าเด็กมที รรศนะมุมมองใหม่ เกดิ ความรสู้ ึกทดี่ ีตอ่ อาชีพค้า ขาย ก ลบั ไปมองแมข่ องตวั เองใหม่เกดิ ความคดิ อกี ดา้ นขน้ึ มา ก รณนี อ้ ง คนหนงึ่ เป็นทีมขายไมโลภูเขาไฟ ขายดจี นตักไม่ทัน เมอื่ นบั คูปองได้ กำไรจากการขายมากมาย จงึ สะทอ้ นความร้สู กึ ว่า แมม่ อี าชพี ขายส้ม ตำ ให้หนลู า้ งจาน หนูรู้สึกขยะแขยงเศษอาหารมาก ไม่ชอบใจท่แี ม่ ให้ทำงาน แต่ตอนนี้ไมค่ ดิ อยา่ งนน้ั แล้ว เมลด็ พนั ธุท์ หี่ วา่ นเพาะ กิ่งก้านทง่ี อกเงย กล่าวไดว้ ่า จุดเร่มิ ต้นงานดา้ นพฒั นาเด็กเยาวชนของเคหะ ชุมชนรม่ เกลา้ ก่อเกิดข้นึ จากความต่นื ตวั ตระหนกั ถึงปญั หาและความ สำคัญของเดก็ เยาวชน จนนำมาสกู่ ารริเร่มิ กิจกรรมหลายรูปแบบ แม้ ในช่วงแรกจะเปน็ กิจกรรมที่มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายคอื พอ่ แม่ ผูป้ กครอง เพอ่ื สร้างความรู้ สรา้ งความเขา้ ใจถึงความสำคัญของครอบครัวใน ฐานะหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคมที่มีบทบาทหน้าท่ี ในการสร้างการ เรียนรู้ สร้างกระบวนการขัดเกลาทางสังคมแกล่ ูกหลานในครอบครัว (Social Organization) ที่ต่อมา การเดินไปหาความรจู้ ากภายนอก เพ่อื มาหนุนเสริม เติมให้กิจกรรมของชุมชนมีพลังมากขึ้นนั้นได้กลายเป็นจุดเปล่ียน สำคัญท่ีทำให้ชุมชนเกิดการเชื่อมร้อยกับภาคีหน่วยงานภายนอกที่ ทำงานดา้ นเดก็ และเยาวชน ท้งั มลู นธิ เิ ครอื ข่ายครอบครวั และเด็ก พลัส 73 : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก
การเช่อื มรอ้ ยกบั ภาคเี หลา่ น้ี ทำให้ชมุ ชนมี เขม็ ทิศ มองเหน็ ทิศทางในการทำงานพัฒนาเด็ก และเยาวชน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การใช้เครอ่ื งมือ อย่างแบบสำรวจตน้ ทนุ ชวี ติ คำตอบของเด็กๆ ใน แบบสำรวจได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริง หลายเรื่องท่ีผู้ ใหญ่ละเลยหรืออาจมองไม่เห็น ความสำคัญ จนนำมาส่กู ารออกแบบกิจกรรมที่ ตระหนักถงึ ความสำคัญ ความตอ้ งการ ศกั ยภาพ ของเด็กและเยาวชน โดยตัวของเดก็ เยาวชนเอง จากตน้ ทุนตา่ งๆ ทห่ี ว่านเพาะลงไปในชุมชน เพ่ือ สร้างให้เกิดกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนนั้น ไดเ้ กิดเป็นก่งิ กา้ นท่งี อกเงยหลายด้านด้วยกัน 74 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทุนชีวิต
“ผลจากกระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน นั้น เราเหน็ ความเปลีย่ นแปลงเกิดข้ึนมากมาย” “ เด็กและเยาวชน เดก็ ๆ ทม่ี ารว่ มกิจกรรม จากเดมิ หากเขาไม่ผ่านกจิ กรรมตา่ งๆเหลา่ นี้เขา กจ็ ะเหมอื นเดก็ ท่ี ไมม่ ีอะไร แตพ่ อผา่ นกระบวน การพัฒนา แกนนำเดก็ เยาวชนหลายคนเห็นเลย วา่ เขามีวธิ คี ิดทีเ่ ปลี่ยนไป มีความเปน็ ผูน้ ำมากขน้ึ กลา้ นำน้อง กลา้ คดิ แผน เขียนโครงการ และท่ี สำคัญเขามีทศั นคติใหม่ มองมมุ บวกมากขึน้ ท่ี นำมาสกู่ ารรจู้ ักจดั การกับความรสู้ กึ ตัวเอง รจู้ กั ปรับตวั ตัวอย่าง นอ้ งคนหนึง่ ทำกจิ กรรมห้อง สมดุ นอ้ งคนนเ้ี ปน็ ลกู คนเลก็ ใครๆกต็ ามใจ แตพ่ อ มาทำกิจกรรมเขาจะให้ทุกคนตามใจก็ ไม่ ได้ เพราะทุกคนพากันปฏเิ สธกนั หมด ดงั น้นั เมอื่ นอ้ ง คนน้ตี อ้ งการการยอมรับ เขาก็ตอ้ งเรยี นรทู้ จี่ ะ พิจารณาตัวเองและปรบั ตัว จนนอ้ งเขาเรมิ่ ปรับ ตัว ปรบั วิธีคิดทำให้ ใครๆ ก็พากันยอมรับ ” 75 : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลังบวก
“ พอ่ แม่ ผปู้ กครอง ต้องบอกว่า หลายคน ท่ีเข้ามาทำงานร่วมเป็นคณะทำงานน้ันเข้ามา ด้วยใจรักเด็ก แต่ในทศั นคตลิ ึกๆ แลว้ ก็ยังไม่ได้ เขา้ ใจเรอ่ื งเดก็ เยาวชนอย่างแทจ้ ริง พอไดม้ าทำ งาน ทำกจิ กรรมรว่ มกนั หลายเรอื่ ง เกดิ การเรยี น รรู้ ่วมกนั เรียนรูก้ ันและกัน เกดิ การปรับทัศนคติ ที่มีต่อเด็กท้ังในการทำงานกิจกรรมร่วมกันและ การใช้ชวี ติ ประจำวัน.... เพราะการมีทัศนคตเิ ชิง บวกนั้นสามารถนำไปปรับใชก้ บั ชวี ติ ได้ เกิดการ จัดการชีวิตตัวเองและชีวิตครอบครัวให้เกิด ความสขุ ” 76 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชีวิต
“ ชมุ ชน จากความคิดเดมิ กจิ กรรมต่างๆ 77 ชมุ ชนน้นั มกั จะรอใหร้ ฐั เข้ามาจดั การให้ รอใหร้ ฐั ดำเนินการแล้วคอ่ ยทำ ขณะที่กิจกรรมทเ่ี ราทำ อยู่ด้านการพัฒนาต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน นน้ั เร่มิ ตน้ มองทตี่ ัวเราเองเป็นหลกั เราคิดร่วม เราลงมอื ทำร่วมกัน มผี ู้ ใหญเ่ ข้ามาร่วม ผู้ ใหญ่ ท่ี ย อ ม รั บ แ ล ะ ย อ ม ใ ห้ ลู ก ห ล า น เ ข้ า ม า ร่ ว ม กิจกรรม ใหค้ วามรว่ มไมร้ ่วมมอื ในการสร้างให้ เกิดพ้ืนท่ีสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนใน ชุมชน แมว้ า่ จะมีจำนวนไมม่ ากนัก เพราะผู้ ใหญ่ หลายคน หลายครวั เรือนก็มีข้อจำกดั เรอ่ื งการ ประกอบอาชีพก็ตาม แต่เรากข็ ยับมาไกลถงึ การ มภี าคประชาชนในรปู องค์กร ทมี่ คี วามเขม้ แขง็ แตกต่างจากรูปองค์กรเดิมท่ีเกิดจากโครงสร้าง ”ราชการ “สิ่งที่เราทำ แม้ว่าจะก่อเกิดผลลัพธ์ เกดิ ความเปลี่ยนแปลง หลายด้าน แต่กย็ ังมอี ีกหลายส่วนทีเ่ รายังไม่ได้เชอ่ื มร้อยการทำงาน ด้วย หรอื บางคนมคี วามพยายามจะเช่อื มร้อยแต่ก็ยงั ไมเ่ กิดผลลัพธ์ อยา่ งชดั เจน หรือจรงิ จงั เป็นปญั หาอปุ สรรคท่จี ะต้องดำเนนิ การจดั การกนั ต่อไป เช่น สำนักงานเขตลาดกระบัง ที่ผา่ นมาเราไม่ไดม้ ีส่วนรว่ ม กับทอ้ งถน่ิ มากนกั ยงั ไม่ไดม้ กี ารรว่ มมือกันอย่างจริงจงั หรอื มองเหน็ ภาพเหน็ แผนพัฒนาเดก็ และเยาวชนร่วมกัน หากจะรว่ มมอื ก็เป็นเร่อื ง เปน็ กจิ กรรมๆ ไป ทอ่ี าจจะเป็นเรอื่ งสนับสนนุ งบประมาณหรือการไป ร่วมในกิจกรรมท่ีเขตจัดแลว้ เราไปร่วมมากกวา่ ” : บทเรยี นการเสริมสร้างพลงั บวก
“ โรงเรียน ที่ผา่ นมาเราใช้ความพยายามอยา่ ง มากในการเชอื่ มโยงการทำงาน เพราะเรามองวา่ หาก ทำร่วมกับโรงเรียนได้ก็จะเกิดการเช่ือมร้อยปัญหา ทแี่ ตล่ ะฝ่ายเข้ามารว่ มกันจดั การได้อยา่ งจรงิ จัง แต่ ก็มักจะตดิ ปัญหาอุปสรรคเร่อื งฝา่ ยบริหาร หากฝา่ ย บรหิ ารของสถานศึกษาไม่เหน็ ดว้ ย ไม่รว่ มมอื ด้วยกจ็ ะ เชอ่ื มร้อยการทำงานยาก แมว้ า่ เราจะพยายามเช่อื ม เครือขา่ ยผูป้ กครอง แต่เครือขา่ ยผปู้ กครองก็จะติด กบั การทำงานตามยทุ ธศาสตรท์ ่ีโรงเรียนกำหนดเปน็ หลัก ” 78 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวติ
ต้นทุนชวี ิตกบั ชุมชน 79 สำหรับคณะทำงานฯ เคหะชุมชนร่มเกลา้ น้นั คำวา่ “ความ สำเรจ็ ” มีความหมายในแงม่ ุมของการสรา้ งต้นทุนชวี ิตอย่างย่งั ยืนให้ เด็กและเยาวชน หาใชค่ วามสำเร็จในเชงิ รูปธรรมของการแก้ไขปัญหา เรอ่ื งเดก็ และเยาวชน ดังนน้ั ตัวชีว้ ดั ความสำเรจ็ ของชุมชนภายใต้ กระบวนการเสริมสร้างต้นทุนชวี ิตฯ จงึ ไม่ใชก่ ารมองเพ่งไปทีป่ ญั หา วา่ ลดน้อยลงหรอื หมดไป หากแต่เปน็ การพฒั นาเดก็ และเยาวชนแต่ ละคนให้มีฐานพลังในดา้ นตา่ งๆ ทเ่ี รยี กกนั วา่ “ตน้ ทนุ ชีวติ ” ท้ังการ รู้จักตนเอง เข้าใจตวั ตน เท่าทันอารมณแ์ ละความรสู้ กึ รู้ศกั ยภาพที่ตน มี การมีความรู้ มสี ติปัญญา รู้จกั คดิ รู้จักวเิ คราะห์ สามารถแก้ไข ปญั หาได้อย่างมีสติ การมีชมุ ชนหรือพนื้ ท่ีท่มี ีความรสู้ กึ เป็นเจา้ ของ รว่ มกนั ม คี วามเปน็ พเี่ ปน็ นอ้ ง ล กู หลาน เ ครอื ญาตทิ สี่ ามารถชว่ ยเหลอื ดูแลกันและกัน “ทำไมชมุ ชนถงึ มคี วามสำคญั ตอ่ เดก็ และเยาวชน คำตอบ คอื เพราะชวี ติ ของเดก็ ๆ อยู่ในโรงเรยี นตอ่ วนั เพยี งไมก่ ช่ี ว่ั โมง หลงั จากนนั้ ตวิ เข้มเดก็ กลบั บ้าน ชวี ิตเขาก็อยู่ในบ้าน อยู่ในชมุ ชนแลว้ ดังนั้นตอ้ งสร้างกระบวนการทชี่ มุ ชน ตอ้ งทำให้ชมุ ชนเปน็ พนื้ ที่ ของการเรยี นรู้ แม้จะมีความสำคัญเชน่ นี้ แตจ่ ะทำอยา่ งไรท่จี ะ ทำใหช้ มุ ชนโรงเรยี นทกุ ภาคสว่ นมารว่ มมอื กนั สรา้ งกระบวนการเรยี น ร้ตู ่างๆ แก่เด็กและเยาวชนได้ เพราะปญั หาเรื่องเด็กและเยาวชนเปน็ เรื่องซบั ซอ้ น เชน่ เดก็ ไมท่ ำการบ้าน แค่เรื่องน้กี ก็ ้าวไปสูป่ ัญหาต่างๆ ท้องกอ่ นแต่ง หรือติดยาเสพติด ซงึ่ ภาครัฐกจ็ ะแกด้ ว้ ยการหยุดแม่ วัยใส ขณะทพี่ ่อแม่ยงั เปน็ ตวั อยา่ งที่ไมด่ ี และไม่มีเวลาในการใส่ใจ สอนลูกด้วยซำ้ ดงั นัน้ กระบวนการทำงานเรอ่ื งเด็กและเยาวชนจึงตอ้ ง มที ศิ ทางมแี นวทางในการเดนิ ไป ต้นทุนชวี ติ เปน็ เครือ่ งมือหนงึ่ เปน็ เครอื่ งมอื ทชี่ ว่ ยทำใหม้ องปญั หาแบบสงบนง่ิ มากขนึ้ ไมท่ รุ นทรุ ายและ ไม่วง่ิ ตามปญั หา มองการแกป้ ญั หาแบบตรงจุดมากขน้ึ เรยี กวา่ เป็น เข็มทศิ กว็ ่าได้ โดยภายใตก้ ารทำงาน กระบวนการต่างๆ ของต้นทุน : บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก
ชวี ติ นนั้ สงิ่ หนงึ่ ทต่ี อ้ งเขา้ ใจรว่ มกนั คอื ตน้ ทนุ ชวี ติ ไม่ใชก่ ารแก้ไขปญั หา ในทันทีทนั ใด แตก่ ระบวนการเสริมสร้างตน้ ทนุ ชวี ิตเดก็ และเยาวชนเ ปน็ การเตมิ เต็มในสว่ นท่ีเดก็ ขาด เตมิ ใหเ้ ขาต้ังแตเ่ ลก็ ๆ เพ่ือให้เขามี ตน้ ทุนในการทจ่ี ะจดั การชีวติ ในอนาคต ไมว่ ่าจะในยามสุขหรอื ทุกขก์ ็ ตาม” ฉันเป็นดอกไมท้ ่ีผลิบานและเติบโต เสยี งสะทอ้ นของปา้ อมุ้ ค อื เ สยี งสะทอ้ นของผู้ใหญ่ใจดที มี่ อง เห็นความสำคัญของกระบวนการพัฒนาต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชน เปน็ เสียงที่สะท้อนได้เป็นอย่างดวี ่า ทผ่ี า่ นมาน้นั ในกระบวนการแก้ไข ปญั หาเดก็ และเยาวชน ป ญั หาและอปุ สรรคสำคญั นอกเหนอื จากเรอื่ ง โครงสร้างความสมั พนั ธข์ องปัญหาทซี่ บั ซ้อนแลว้ “ทัศนคต”ิ ยงั เปน็ เรือ่ งสำคัญตอ่ กระบวนการจดั การอีกด้วย การไดพ้ ูด ไดค้ ดิ ไดแ้ สดงออก และการได้รบั ฟัง มองเหน็ และ การยอมรบั กลบั เป็นกลวิธีพนื้ ฐานทเ่ี ดก็ ๆ ต้องการมากทสี่ ุดเหนือสิง่ อืน่ ใด ในพ้นื ทที่ ปี่ า้ อุ้มได้เรม่ิ ต้นถางทาง เตรยี มดิน เตรียมปุ๋ย และ ลงมือเพาะหว่านเมลด็ พนั ธุ์ รวมท้งั ดแู ลเอาใจใส่น้ัน มียอดออ่ นหลาย ยอดแตกหน่อและผลบิ าน กลายเปน็ พลังสำคัญในการทำงานพัฒนา เด็กและเยาวชนในชุมชนอยา่ งจรงิ จัง นายวงศ์จิตภทั ร เขมอษั ราณุกลู หรอื เก็ท กำลังศึกษา ระดับปริญญาตรปี ที ่ี 2 แกนนำเยาวชนทีส่ ำคญั คนหนึง่ ของเคหะ ชมุ ชนร่มเกลา้ เด็กผชู้ ายตัวสงู ที่มภี าพลกั ษณ์เหมอื นเดก็ คงแก่ เรยี น หากแตส่ ง่ิ ที่เก็ทคดิ ลงมือทำ และสะทอ้ นใหฟ้ งั น้ัน กลับ เปยี่ มพลงั และเต็มไปดว้ ยมมุ มองที่นา่ สนใจ เขาเปน็ ดอกไมด้ อก หนึ่งที่ผลิบานและเติบโตข้ึนจากกระบวนการเสริมสร้างต้นทุน ชวี ิตเด็กและเยาวชน 80 3 ฐาน สานพลังตน้ ทนุ ชีวติ
“ชว่ งเรียนมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เพื่อนที่มบี ้านอยู่ในโซนแฟลตมา ชวนบอกวา่ ไปเที่ยว แตบ่ า้ นเราอยู่ในโซนพน้ื ราบ พอเพอื่ นมาชวนก็ไป เพราะเหน็ วา่ ไปเที่ยวก็นา่ ไป พอไปถงึ กลบั พบกับค่ายพัฒนาศักยภาพ ผู้นำ ซึ่งทผี่ ่านมาเราไมเ่ คยร่วมกจิ กรรมเหลา่ นเ้ี ลย เพราะมคี วามรสู้ กึ วา่ คนทำงานกับเด็กคือคนทหี่ ากินกบั เด็ก เรากจ็ ะไมเ่ คยยุ่งเก่ยี วดว้ ย แต่พอมาถึงแล้วกต็ อ้ งเขา้ ร่วมกิจกรรมคา่ ยไปดว้ ย ในคา่ ยพฒั นาศกั ยภาพผนู้ ำ เขามกี จิ กรรมใหเ้ รารว่ มอยตู่ ลอด เวลา เขามคี ำถามใหเ้ ราคดิ กิจกรรม โดยถามว่า หากเปน็ ผู้นำจะทำ กิจกรรมอะไร เรากค็ ิดหลายเรอื่ ง หลายกจิ กรรม ทป่ี รากฏวา่ หลงั จบ ค่าย สิ่งทเ่ี ราได้คดิ ไว้ เขาให้เราทำจริงๆ มีงบประมาณมาให้ หนงึ่ คน ทำหนึ่งโครงการ โดยตอนน้ันเราทำเร่ืองการเย่ยี มบ้านเดก็ กำพร้า จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าน่าจะมีเด็กสนใจเข้าร่วมสักหน่ึงรถตู้ กลับต้องเพ่มิ จำนวนรถตู้เปน็ สองคนั เดก็ ๆ อยากเขา้ ร่วมกิจกรรมมาก หลังกิจกรรมจบลง เราร้สู ึกว่าเราได้หลายอยา่ งจากกิจกรรมทเ่ี ราทำ ทัง้ เกิดประโยชนต์ อ่ นอ้ งๆ ท่บี ้านเดก็ กำพร้า เดก็ ๆ ในชุมชนทีเ่ ขา้ ร่วม ก็ได้ทำสง่ิ ดๆี ร่วมกัน ตวั เราเองก็ไดเ้ รียนรูก้ ารทำโครงการ การจดั การเรอื่ งต่างๆ ร้จู กั เพ่ือนๆ มากข้นึ และสิ่งท่ที ำให้เรารสู้ กึ วา่ ย่ิงใหญ่ มากคือ การท่ีส่ิงทเ่ี ราทำนนั้ นอ้ งๆ ทีบ่ ้านเดก็ กำพร้ารับรู้และกล่าวคำ ขอบคุณแกพ่ วกเรา” 81 : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก
จากน้องเปน็ พี่...จากผู้ตามกลายเป็นผู้นำ เสยี งกล่าวขอบคณุ ในวนั นั้น ...สำหรับเกท็ กลายเปน็ สิ่งท่จี ดุ ประกายให้เดก็ ผชู้ ายที่ไม่สนใจกจิ กรรม เกิดการตืน่ ตวั และอยากจะ เดนิ หน้าตอ่ ขณะเดียวกนั กิจกรรมที่เก็ททำนนั้ ไดท้ ำให้เก็ทกลายเปน็ ทร่ี จู้ กั ของเดก็ ๆในชมุ ชน เ ดก็ ทม่ี บี า้ นอยกู่ นั ตา่ งโซนและไมเ่ คยรจู้ กั กนั มาก่อนเลย แ ม้เพยี งส่งิ เลก็ ๆ ท ีก่ อ่ เกิดข้นึ จากกิจกรรมเยี่ยมบ้านเดก็ กำพร้า แตส่ ำหรับเก็ทแลว้ สงิ่ นีย้ ิ่งใหญพ่ อตวั และกลายเปน็ แรงผลกั ดนั ให้เก็ทได้เขา้ มาคลุกคลีและมสี ่วนรว่ มกบั กิจกรรมต่างๆ อยา่ งจรงิ จัง เข้ามารว่ มกิจกรรม มาช่วยตามงานตา่ งๆ จากการเปน็ น้องเตบิ โต กลายเปน็ พ่ี พฒั นาตัวเองจนกลายเปน็ แกนนำเด็ก และเยาวชนคน สำคญั ทัง้ ในเคหะชุมชนรม่ เกลา้ ในสภาเด็กและเยาวชน เขตลาดกระ บัง “คำขอบคณุ ในวนั นัน้ การไดร้ ับการทักทายจากน้องๆ ในชุมชน กลายเป็นสิ่งที่จดุ ประกายเรามากๆ เราเร่มิ ลงมาทำกจิ กรรมอยา่ ง ต่อเนื่อง มาช่วยปา้ อุ้มทำนัน่ ทำน่ี ทำกิจกรรมตา่ งๆ อยา่ งต่อเน่ือง ปา้ อมุ้ แบง่ บทบาทหน้าท่ีให้รับผดิ ชอบ ทำให้ตวั เราเกดิ การเรียนรู้ มกี าร พฒั นาทักษะต่างๆ ทง้ั เรียนรูจ้ ากกระบวนการทำกจิ กรรม และเรยี น รู้จากการเขา้ อบรมพัฒนาศักยภาพ 82 3 ฐาน สานพลงั ต้นทุนชวี ิต
“ ในชว่ งแรกๆ ของการทำกิจกรรมนั้น ผู้ใหญ่ จะตงั้ เปา้ หมายเพอื่ พัฒนาพวกเรา เดก็ ๆ ทเี่ ข้ามา ทำกจิ กรรม ตอ่ มาพอพวกเราโตขนึ้ มปี ระสบการณ์ มากข้ึนกเ็ ร่ิมลงมือทำกจิ กรรมโครงการของตัวเอง เพือ่ สร้างผู้นำรุ่นใหม่ข้ึนมา โดยในกลุ่มเยาวชนที่ ทำงานน้นั กจ็ ะมรี นุ่ ราวคราวเดยี วกัน 10 คน ท่ี ทำงานรว่ มกนั แมเ้ ราจะเปน็ เดก็ แตเ่ ราก็รบั ฟังกนั และกนั มีการเสนอความคิดเห็น มีการแลกเปลย่ี น มีปญั หากจ็ ะคยุ โดยมีผู้ ใหญเ่ ป็นพีเ่ ลี้ยงและเป็นท่ี ปรึกษา ในบางกิจกรรมก็มาชว่ ยวางแผน มาเสนอ แนะให้ รวมทั้งชว่ ยเชื่อมร้อยพวกเราในการทำงาน ”รว่ มกนั “ในการทำงานนน้ั มีทัง้ คนท่ีไม่ไดท้ ำกิจกรรมแลว้ และคนที่ เขา้ มาใหม่ เพือ่ นทอ่ี อกไปจากการทำกิจกรรมกจ็ ะมีทัง้ โตข้ึน เรยี น มหาวิทยาลยั และมกี ารบา้ นมาก มีกิจกรรมในสถาบัน รวมทง้ั การ เรยี นที่หนกั ขึ้นทำให้ตอ้ งถอยออกไป แต่เมอื่ มคี นถอยไปแล้ว กจ็ ะมีคน เข้ามาทำงานรบั ไมต้ ่อ เพราะในกระบวนการตา่ งๆ ทเ่ี ราทำ มีการ เชอื่ มโยงคนหลายวัย หลายอายุ มกี ารสร้างผู้นำรนุ่ ใหมอ่ ยูต่ ลอด จาก ผตู้ ามกก็ ลายเปน็ ผูน้ ำ สงิ่ ท่ีเกิดขนึ้ เชน่ นี้ น้องๆ เขาเหน็ เขากบ็ อกวา่ เขาอยากเปน็ อยา่ งพีๆ่ ...เราเองก็เปน็ ตัวอยา่ งให้กบั นอ้ งๆ ด้วย” 83 : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลังบวก
“ฟงั เสียงเราบ้าง” กล่าวได้ว่า กิจกรรมของเคหะชมุ ชนร่มเกล้า มคี วามโดดเด่น เพราะเป็นกิจกรรมท่ีถูกออกแบบอย่างสอดคล้องและเหมาะสมกับผู้ ร่วมกจิ กรรม และมฐี านการพัฒนากจิ กรรม และลงมอื ปฏิบัตทิ ่ีสำคญั อยู่ท่ีแกนนำเดก็ และเยาวชน อกี ทง้ั กระบวนการในกจิ กรรมต่างๆ ยัง เปน็ กระบวนการในการสร้างและพัฒนาศักยภาพดา้ นต่างๆ ใหเ้ ดก็ เตบิ โตกลายเปน็ ผ้นู ำได้ เกดิ วงจรการทำงานท่เี ชือ่ มรอ้ ยเดก็ เยาวชน 3 ชว่ งวัยทม่ี ีการส่งตอ่ รบั ไมอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง และไม่หยดุ นิ่ง “ตอนท่ีเราเริม่ ทำกิจกรรมใหม่ๆ ตอนยงั เรยี นชนั้ ม.4 เวลาคดิ เรอื่ งกิจกรรม อนั ดบั แรกเราถามตัวเองก่อนเลยว่า เราอยากทำอะไร อยากได้อะไรแต่พอเราโตข้ึนจากน้องกลายเปน็ พี่และเปน็ แกนนำแล้ว เราจะถามนอ้ งๆ ว่า ตอนนี้น้องอยากไดอ้ ะไร อยากทำกิจกรรมอะไร มปี ัญหาอะไร ฟงั เสยี งทเี่ ขาสะทอ้ นกลบั มาหาเรา หลายเสียงท่สี ะท้อนกลบั มาหาเรา พบว่า เด็กๆ มคี วามกดดัน ภายในจติ ใจ เขาอยากเลน่ กฬี า อยากไปเทีย่ วตา่ งจังหวดั อยากทำ กจิ กรรมสนกุ สนาน อยากมพี น้ื ที่ แตต่ ิดอยูท่ ี่ผู้ใหญ่กจ็ ะไม่ให้จัด ไม่ อยากใหท้ ำ ทง้ั ๆ ท่เี สยี งเหลา่ น้ีเปน็ เสยี งสะท้อนทีเ่ ปน็ ความจรงิ ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากเมอ่ื เราจดั กิจกรรมตลาดนัดเดก็ หรรษา ...จากทีค่ าดวา่ เดก็ จะมา 100 คน แต่จรงิ ๆ แล้วเขามากนั เกือบ 300 คน แสดงวา่ เด็กๆ เขาอยากมกี จิ กรรมสร้างสรรค์แบบนจ้ี ริงๆ ดว้ ยสภาพเช่นน้ี ทำให้เราคดิ วา่ เราตอ้ งทำให้การพัฒนา เด็กและเยาวชนมพี ้นื ที่ มีสทิ ธิ มเี สยี ง มีพืน้ ท่ที ี่ผู้ใหญ่จะฟังเราจรงิ ๆ กเ็ ร่ิมขยับไปสู่การทำงานในระดบั ของเขต โดยป้าอมุ้ มาบอกว่าจะมี การเลอื กต้ังสภาเดก็ และเยาวชน ใหล้ องไปสมัคร หากได้ตำแหนง่ ก็ จะทำให้ไปมีสว่ นร่วมในกลไกทส่ี ำคญั ผลปรากฏวา่ ไดร้ บั การเลอื ก และยงั ไดเ้ ป็นประธานสภาเด็กและเยาวชน เขตลาดกระบัง ทีพ่ อลงไป ทำแล้ว เราก็จะพบว่า มีเพ่ือนๆ รุ่นราวคราวเดยี วกนั ต่างเขตทค่ี ิด แบบเดียวกับเรา อยากพดู อยากสะทอ้ นปญั หา อยากให้ผู้ใหญ่รบั ฟัง 84 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทุนชวี ติ
แมว้ า่ เมือ่ ลงไปทำงานจรงิ ๆ แลว้ กจ็ ะมเี งอ่ื นไขหลายอย่างที่ทำใหเ้ รา ไม่สามารถเคลอ่ื นงานของสภาเด็กและเยาวชนไดจ้ ริงๆ ก็ตามแต่เรา กเ็ ชื่อมงาน เช่ือมงบประมาณมาบรู ณาการกับงานทีแ่ ผนเด็กฯ สนบั สนุน” ความเปล่ยี นแปลง ภายใต้ความรับผิดชอบทีม่ มี ากกวา่ เพ่ือนในวยั เดียวกนั ท้งั การเป็นประธานสภาเดก็ และเยาวชน เขตลาดกระบัง และการทำงาน ในสว่ นของการพัฒนาตน้ ทุนชวี ติ เดก็ และเยาวชน เคหะชุมชนรม่ เกลา้ เก็ทไม่ใช่เดก็ นอ้ ยอกี ต่อไป เขาเป็นหนุ่มนอ้ ยที่โตขน้ึ ท้งั ความคดิ ความ อ่าน และทัศนคติท่มี ตี อ่ โลก ต่อชีวติ ท่เี ปล่ียนแปลงไป และเขายังเป็น ความภาคภูมิใจของพอ่ และแมอ่ กี ด้วย “ตัวเราคนเดิม ก็เปน็ เหมอื นวยั รนุ่ ทว่ั ไป อารมณ์ร้อน ไม่ได้สน ใจอะไรทัง้ น้นั แตพ่ อมาทำงานกบั เดก็ เราต้องปรับตัวอยา่ งมาก ตอ้ ง ใจเยน็ มากข้นึ เพราะเราต้องชักจูงให้น้องๆ สนใจ เขา้ มามสี ว่ นร่วม กับกจิ กรรม เรยี กว่าต้องปรบั ทศั นคติท่มี ีต่อตวั เอง ต่อคนอ่นื ไปเลย และจากท่ี ไม่เคยคิดว่าจะชวนคนเฒ่าคนแก่มาร่วมงานมาทำกิจกรรม เรากเ็ ปลยี่ นไป เราเห็นความสำคัญ เห็นคณุ คา่ ของเขา สง่ิ ทเี่ ราเปลีย่ น แปลงท้ังความคิดอา่ น มมุ มอง และบุคลิกภาพนัน้ เป็นการคอ่ ยๆ ส่ังสม จากการทำงาน จากประสบการณต์ า่ งๆ ไม่ใชเ่ ปลยี่ นแปลงในทนั ใด อยา่ งตัวเราเองเป็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเวลาร่วม 2 ปี 85 : บทเรียนการเสริมสร้างพลังบวก
“นอกจากตัวเราเองจะเปล่ียนแปลงแล้ว คนในครอบครัวด้วย พอ่ กับแมเ่ องก็ปรับทัศนคติ อยา่ งมากจากตอนแรกๆไมส่ นใจวา่ เราจะทำอะไร เคยถามดว้ ยซ้ำวา่ ทำแล้วไดเ้ งินไหม ไม่ได้จะทำ เพื่ออะไร เสยี เวลา ...ความคดิ ความเข้าใจแบบน้ี ของพอ่ แม่คอ่ ยๆ เปลยี่ นไปเพราะสงิ่ ทีเ่ ราทำ เวลา ไปเดินตลาดแล้วมเี ดก็ เดนิ มาไหว้ มาสวสั ดี พอ่ แม่ เขาก็เริ่มเห็นคุณค่าที่เกิดขึ้นหรือเวลาเขตส่ง หนงั สอื มาเชญิ ไปรว่ มประชมุ เขากร็ สู้ กึ ภมู ิใจวา่ ลกู เราไปทำงานร่วมกบั ผู้หลกั ผู้ ใหญ่ ได้รับการยอม รบั และไม่ใชแ่ คพ่ อ่ แมท่ ี่ภูมิใจ ตัวเราเองก็ภมู ิใจ” สมดุลของชีวิต แมว้ า่ เกท็ จะเตบิ โตขนึ้ ม คี วามเปลย่ี นแปลงหลายอยา่ งเกดิ ขน้ึ กับตัวตนของเขา แต่วถิ ีชวี ติ ของเขาในช่วงวัยทีเ่ รยี นมหาวิทยาลัย ก็ กำลงั เปน็ อกี โจทยท์ า้ ทายต่อความมงุ่ มน่ั ความพยายามของเก็ททจี่ ะ ตอ้ งจัดการชีวิตตวั เองในทกุ ด้านให้เดินไปรว่ มกนั ได้อยา่ งสมดลุ “เราต้องพยายามจัดการตัวเองเพราะ เราตอ้ งรบั ผดิ ชอบต่อสงิ่ ที่เราเลือกทำ วนั ไหนมี เรยี นกต็ อ้ งเรยี น หากมงี านกจ็ ะพยายามจดั การ ให้ได้ เชน่ ปฏิเสธหรอื ออกแบบเวลาให้เกิดการ 86 3 ฐาน สานพลงั ต้นทุนชวี ิต
จัดการที่ทำร่วมกันได้เพราะส่วนตัวนั้นเช่ือม่ัน วา่ หากจะทำจรงิ ๆ ไมม่ เี หตุผลท่ี ไมว่ า่ ง หากจะ ทำแล้ว การจดั การไม่ใชป่ ญั หา เพราะหากไม่ อยากทำจริงๆ กจ็ ะมีข้ออ้างต่างๆ มากมาย” “กบั ชีวิตในมหาวทิ ยาลัย ก็ใช้ชีวติ ทัว่ ไป เรากจ็ ะบอกเล่าสิง่ ท่ี เราทำให้เพ่อื นๆ เราฟัง พอเขาฟงั แล้วเขาก็บอกวา่ อยากทำเหมือนเรา บา้ ง แต่เขาไมม่ ีโอกาส สงิ่ นี้สะทอ้ นเลยว่า จรงิ ๆ แลว้ เราต้องการ โอกาสในการทำส่งิ เหลา่ นี้จรงิ ๆ หากถามวา่ ส่ิงท่เี ชอ่ื มรอ้ ยพ่นี ้องในชมุ ชนใหเ้ ชื่อมสัมพนั ธ์กัน นัน้ คืออะไร ส่ิงนนั้ คอื กิจกรรม เพราะการมกี ิจกรรมทำใหเ้ รามพี นื้ ท่ี ร่วมกนั ทำส่ิงที่อยากทำ ส่ิงที่ดีๆ รนุ่ พ่ๆี ที่อาจจะไม่ไดร้ ่วมกจิ กรรม เปน็ หลกั แลว้ พอถึงเวลาเราจัดงาน จดั กจิ กรรมเราก็เชิญเขามาร่วม เรากจ็ ะเห็นภาพพ่ๆี กลบั มารว่ มงาน มาสนกุ มาช่วยกัน นอ้ งๆ เอง ก็เฝ้ามองภาพเหล่าน้ี และเช่อื แนว่ า่ วันหนง่ึ ข้างหน้าเขาจะเป็นคนที่ รับไม้ต่อจากพๆ่ี จากน้องที่เล่นกเ็ ลน่ รอ้ งเพลงกร็ อ้ ง เขาก็จะกลายเปน็ ผูน้ ำ คิดและฟังเสียงของน้องๆ รุ่นต่อๆ ไป” 87 : บทเรียนการเสรมิ สร้างพลงั บวก
ต้นทุนชวี ติ กบั ชมุ ชน เสียงสะท้อนเรื่องราวกระบวนการพัฒนาเด็กและเยาวชน ของ เก็ท ...กังวานใส เหน็ ภาพของความฝนั ความหวงั มากมายท่เี ขา คดิ อยากจะทำ เหน็ ถงึ ความภมู ิใจของคนๆ หนึ่ง ในอายอุ านามยงั นอ้ ย คนทคี่ ดิ แลว้ มีโอกาสไดล้ งมอื ทำจรงิ ๆ ท ำในสง่ิ ท่ีไมต่ อ้ งใหญ่โตแตเ่ กดิ ประโยชนม์ ากมายเพอ่ื คนอนื่ เกิดสุขสำหรบั คนอ่ืน และเกดิ สขุ สำหรบั ตนเองด้วย “ตน้ ทนุ ชวี ติ คอื อะไรแรกๆไมเ่ ขา้ ใจแตก่ จ็ ะฟงั จากปา้ อมุ้ พดู ให้ ฟงั เรากจ็ ะรบั รวู้ า่ ตน้ ทนุ ของคนเราไมเ่ หมอื นกนั เรามาจากครอบครวั ทต่ี า่ งกัน ชมุ ชนท่ตี ่างกนั ยอ่ มมีตน้ ทุนท่ตี ่างกัน แต่พอเราโตขน้ึ ทำงาน มากข้ึน เรามองเหน็ เองเลยวา่ ตน้ ทุนชวี ติ มคี วามสำคัญ น่เี ป็นธงเป็น เขม็ ทิศนำทางในการขับเคล่ือนงานของเรา พอเราทำงานอยา่ งมที ศิ ทาง ชมุ ชนก็อยากเข้ามามีส่วนรว่ ม มาสนับสนุน จากแรกๆ ชุมชนไม่ คอ่ ยอยากให้ทำกิจกรรม แตต่ อนนกี้ ็มีสว่ นรว่ มมากขึน้ สนับสนนุ มาก ขนึ้ ” 88 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวติ
“ สิ่งทีเ่ ราทำกันอยู่ ไม่ใชก่ ารแก้ไขปญั หา เพราะกิจกรรมไม่ไดม้ ีไว้แกป้ ญั หา ปญั หายงั คง อยู่ เราทำงานโดยมองถึงส่ิงดๆี เปน็ ตัวต้ัง เรา ตอ้ งการสร้างพืน้ ทสี่ รา้ งสรรค์ใหเ้ ด็กๆ เข้ามา ร่วมกนั สรา้ งสรรคส์ ิง่ ท่ีเขาคดิ ตอ้ งการ อยากทำ และเกิดพลงั ภมู ิคุ้มกนั ในตวั ไวส้ ูก้ ับปญั หาไดด้ ้วย ตัวเอง ” “อย่างการมีห้องสมุดมีชีวิตน้ันต่างจากห้องสมุดทั่วไปตรง ไหน ตรงที่ห้องสมุดทั่วไปกเ็ หมอื นทอ่ นไม้ คนเหน็ ประโยชนก์ ็หยิบจับ เกบ็ ไปใช้ ไม่เห็นค่ากป็ ลอ่ ยทงิ้ ไว้ แต่ต้นทนุ ชวี ติ ทำใหเ้ ราเห็นว่า เรา เกบ็ มาทำประโยชน์ได้สรา้ งอะไรได้หรอื เราสามารถหยั่งกล้าลงไปใน ดนิ แลว้ กลา้ นน้ั แตกรากออกจากดนิ เกดิ การเตบิ โต ตอ่ ยอด แตกสาขา ตา่ งๆ ได้” 89 : บทเรียนการเสริมสร้างพลงั บวก
เสยี งสะทอ้ นจากเดก็ ๆ นอกจากเก็ทแล้วนน้ั ยงั มเี ดก็ เยาวชนอีกจำนวนไมน่ อ้ ยทเี่ ป็น กำลังสำคญั ในการเข้ามาทำงานด้านเดก็ และเยาวชนในชุมชน เสียง สะทอ้ นท่บี อกเลา่ ถงึ งานท่ีทำ และความเปลี่ยนแปลงท่เี กิดขนึ้ กบั ชีวิต ของเขาและเธอ นางสาวเหมวรรณ เหมแดง หรือ ทิพย์ “ตอนแรกที่ได้เข้า มาทำงานกบั ปา้ อมุ้ เราแค่ไปทำเล่นๆ ไม่ไดค้ ิดจริงจงั และไมค่ ิดวา่ จะ ทำมาถึงทกุ วนั น้ี แรกๆ ไมค่ ่อยอยากทำเพราะขเ้ี กยี จ ประกอบกับช่วง น้นั ติดเพือ่ น เราก็มสี งั คมของเรา เราไปเรยี นอยกู่ ับเพ่อื น ไปเรียนก็ ไม่ค่อยไดเ้ รยี น แตพ่ อมาทำงานกบั ปา้ อมุ้ เรากม็ คี วามรบั ผดิ ชอบมาก ข้ึน และเราตอ้ งรับผิดชอบนอ้ งๆ ดว้ ย จากตอนแรกๆ พอ่ ไม่ชอบให้ออก จากบา้ น ยิ่งถา้ ไปคา้ งคืนย่ิงไม่ให้ไป นอกจากไปกบั โรงเรยี น แตพ่ อ ได้มาทำกบั ป้าอุม้ ทางบ้านก็ยนิ ดีท่จี ะใหท้ ำกิจกรรม” “ การได้มาทำงานตรงนี้ทำให้เราได้ ใช้ ความคดิ ของตวั เอง คอื ป้าอ้มุ จะถามก่อนเลยวา่ จะจัดกจิ กรรมแบบไหน จะให้เราเปน็ คนคิดเอง ว่าเราจะจัดแบบไหน เราไดแ้ ลกเปลย่ี นกับเพื่อน ไดค้ ุยกับเพื่อน ทีก่ ารใชค้ วามคิดแบบนส้ี ามารถ นำไปปรบั ใชเ้ วลาเราทำงานอย่างอน่ื ได้ เพราะ เราสามารถคิดวางแผนได้ ทำงานเป็นทมี เปน็ ” 90 3 ฐาน สานพลงั ตน้ ทนุ ชวี ิต
นายฉัตร วงษช์ าดี หรอื ฉตั ร “ตอนแรกเปน็ คนที่พอเวลา ว่างส่วนใหญ่ก็จะเลน่ กฬี า ไม่เคยทำงานจิตอาสามากอ่ น ได้เร่มิ ทำ ตอนประมาณ ม.4-ม.5 ครัง้ แรกได้ไปร่วมอบรม ซง่ึ ในตอนนนั้ เป็นคน แบบไม่คอ่ ยรบั ผดิ ชอบ ไมค่ ่อยกลา้ พดู กล้าทำ แต่หลังจากมาทำงาน กับป้าอ้มุ ก็ได้พัฒนาตัวเองขึ้นจนกลายเปน็ คนกล้าพูดกล้าทำ มภี าวะ ผู้นำเพ่มิ ขนึ้ เหมือนกับว่าเรามจี ิตอาสาเพม่ิ ขนึ้ จนมาชว่ งหลงั จนถึง ทุกวันนี้ ถ้ามคี ่ายที่ไหนทีส่ ามารถไปช่วยเหลือคนอื่นได้ ก็อยากไป และด้วยเรียนด้านส่ือสารมวลชนก็สามารถนำความรู้จาก การทำกจิ กรรมไปปรบั ใช้กบั การประกอบอาชีพ การทำงานในอนาคต ได้ เช่น การนำเสนอขา่ ว ทเี่ ราสามารถนำแงค่ ดิ ดีๆ ใส่ลงไปในขา่ วได้ เพราะในสังคมทุกวันน้ีเต็มไปด้วยสื่อที่เป็นด้านลบซ่ึงนักสื่อสารใน อนาคตควรพยายามเสนอส่งิ ทด่ี ๆี เพ่อื ใหส้ ังคมดีขนึ้ เพราะสื่อมีสว่ น อยา่ งมากในการชักจงู คน มที ัง้ ส่งิ ยัว่ ยุ สง่ิ ทีม่ ีความรนุ แรง แล้วทุกวันนี้ เดก็ ตวั เลก็ ๆ สามารถเขา้ ถงึ สอื่ พวกนี้ไดง้ า่ ยขน้ึ ยงิ่ พอ่ แม่ไมค่ อ่ ยมเี วลา ให้ ก็ไม่มคี นคอยดูเดก็ ดงั นั้นสือ่ จึงมบี ทบาทอย่างมากตอ่ ชีวติ ” แตกยอด ขยายสาขา เพาะกลา้ สรา้ งความเปลีย่ นแปลง 91 เร่ืองราวการทำงานของป้าอุ้มและเด็กๆ เปน็ ชนิ้ ส่วนหน่งึ ของ จกิ๊ ซอว์ผืนใหญข่ องพน้ื ทีส่ ร้างสรรคเ์ พื่อเดก็ และเยาวชน เป็นต้นกลา้ จำนวนหนึง่ ท่ีรากหยัง่ ลงดนิ ตน้ โผลพ่ ้นดินรอวนั เติบโต ภารกจิ ของ ป้าอุ้มหรอื คณะทำงาน ไม่ใช่ภารกิจสำหรับเคหะชมุ ชนรม่ เกลา้ เทา่ นนั้ หากแต่น่ีเป็นภารกิจร่วมกันของเด็กเยาวชนและผู้ ใหญ่ท้ังหลาย ภารกจิ ในการสร้างต้นทุนชวี ติ ทด่ี ีให้แก่กนั และกัน ป้าอุ้ม “สิ่งท่ีเราอยากจะทำต่อไปคอื การผลักดนั ให้เกดิ พนื้ ท่ีกลางสำหรบั เด็กๆ เขาควรมีศูนย์กลางของตวั เอง โดยเอาพนื้ ทว่ี ่าง เปลา่ ในชมุ ชนมาจดั การ ใช้ประโยชน์ใหเ้ กดิ สง่ิ สร้างสรรคก์ ับเดก็ นอก จากน้ีอยากขยายแนวความคิดนี้ไปยงั สว่ นอื่นๆ ใหค้ รอบคลุมชุมชน : บทเรยี นการเสริมสรา้ งพลงั บวก
25 โซน ตอ้ งขยับให้เขานำแนวคดิ ไปปรับใช้กับเดก็ ในพ้ืนทีข่ องเขา เพราะตน้ ทุนชวี ติ อาจเปน็ คำตอบของการแก้ไขปัญหาเดก็ แต่จะใช้ อยา่ งไรนน้ั กต็ ามเงอื่ นไขของแตล่ ะพื้นทีท่ ่ีต้องปรับใช้ให้เหมาะสม” “ ...ทกุ วันนี้ เรามองเหน็ อนาคต เราเห็นแลว้ ว่าปัญหาเดก็ เยาวชนน้นั จรงิ ๆ แลว้ มที างออก แต่ เราต้องช่วยกันทำลงมือทำอย่างมีทิศมีทางตัว เราเองเดนิ มาไกลแตจ่ ะยังเดินต่อ เพราะบนเส้น ทางข้างหน้านนั้ เราเหน็ แล้วว่า สิง่ ทเ่ี ราทำจะเกิด อะไร เราจะอยตู่ รงไหน และจบอย่างไร เหมือนที่ เราเหน็ ลูกหลานของเราวา่ เขาจะเติบโตขึน้ อยา่ ง ไรบนต้นทนุ ชีวติ ท่ีเขามี ” หากผู้ใหญค่ ือวันนี้ เดก็ ๆ คือความหวงั และความสดใส ต้นทุนชีวิตท่ีดีย่อมเป็นเกราะสำคัญท่ีจะประคับประคอง ให้ความหวังเหล่านี้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและเท่าทันต่อการ เปล่ียนแปลงของโลก กอ่ นภารกจิ นจี้ ะเรม่ิ ตน้ ขอจงเปดิ ใจและรบั ฟงั เสยี งเดก็ ๆ “เสยี งของการเปลี่ยนแปลง” 92 3 ฐาน สานพลังต้นทุนชีวติ
ตน ทุนชีวติ บริบทชุมชน โมเดลมีชวี ิต : รูปแบบตน้ ทนุ ชวี ติ บรบิ ทชมุ ชน ปฏบิ ัตกิ าร พฤตกิ รรม เปาหมาย เพิม่ ตน ทุนชวี ติ เคร่อื งมอื พน้ื ท่ี บันได 3 ขน้ั แลกเปลย่ี น พัฒนากระบวนการแลกเปลยี่ นความรู - การสรางทมี งานเดก็ เยาวชน ประจำชมุ ชน สรางเสรมิ ตนทนุ ชวี ิตผานกจิ กรรม พฒั นากิจกรรมสรา งสรรค -การจัดกระบวนการ กำหนดวางแผนกิจกรรม พฒั นาการเปนพเี่ ลย้ี ง -พีเ่ ล้ยี งที่ปรึกษาประจำชมุ ชน วิเคราะห พฒั นาทักษะการใชเครื่องมอื และ สำรวจตนทุนชีวิต การจัดการขอมูล พัฒนาทมี ทำงานดานเด็กและเยาวชน
ชุมชนร่มเกล้าเป็นพ้ืนที่กลไกฐานชุมชนที่มีรูปแบบกระบวน การพัฒนาต้นทนุ ชวี ิตตามโมเดลขา้ งต้น เครือ่ งมอื สำรวจตน้ ทนุ ชวี ิต เด็กเยาวชน จึงนับวา่ เป็นเครอ่ื งมอื แรกท่ีได้เขา้ ไปชว่ ยให้เกดิ การหลอ่ หลอมการรวมกลุ่มเด็กเยาวชนระดบั พนื้ ที่ โดยมผี ู้ใหญ่ทีม่ ีความสนใจ และห่วงใยต่อสถานการณ์สังคมท่ีจะทำให้เด็กอ่อนแอและใช้ชีวิตท่ี ไม่ เหมาะสมกบั วยั เครื่องมือสำรวจต้นทุนชีวิตเป็นการจุดประกายเร่ิมต้นของ การชวนคดิ ชวนคุยของผู้ใหญ่ในชุมชน อยากเหน็ เดก็ ๆ ในชมุ ชนได้รบั การพฒั นา ดแู ลอยา่ งเปน็ ระบบ เนื่องจากสภาพปญั หาทางสงั คม วฒั นธรรมท่ถี ดถอยและเส่อื มไปเร่ือยๆ โดยเฉพาะในชมุ ชนเคหะร่ม เกล้า เป็นชุมชนขนาดใหญ่ เปน็ ชุมชนท่มี ผี คู้ นอพยพมาอาศัยอยู่จาก ทวั่ ประเทศ เ ปน็ ชมุ ชนท่ีไรร้ ากวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ ของตนเอง เ มอื่ ผู้ใหญ่ เพียงไม่กี่คนเริ่มมีความคิดสนใจที่จะป้องกันไม่ ให้ลูกหลานเด็กใน ชมุ ชนเขา้ ไปอยู่ในกลุ่มเสย่ี ง จึงได้แสวงหาความรู้ เคร่อื งมอื ในการ ทำงานกบั เด็กเยาวชน และเครอื่ งมอื สำรวจตน้ ทุนชวี ิต ฉบับเยาวชน จึงถกู นำมาใชส้ ำรวจครงั้ แรกในปี 2551 ผลสำรวจที่ออ่ นแอมากที่สดุ จะเกยี่ วขอ้ งกบั การทำกจิ กรรม ข ณะเดยี วกนั ไดส้ ำรวจตน้ ทนุ ชวี ติ ค รง้ั ที่ 2 ในปี 2554 ไดส้ ำรวจต้นทุนชวี ติ ทั้ง 3 ชว่ งวัยคือ ปฐมวยั วัย เรยี น และวยั เยาวชน ผลสำรวจทอี่ ่อนแอท่ีน่าสนใจสำหรับวยั เยาวชน และวัยเรยี น ช่วง ป.4-6 ก็ยังเกีย่ วข้องกบั กจิ กรรมที่จดั ขึ้นเพ่ือพัฒนา ตนเอง การเก็บแบบสำรวจต้นทุนชีวิต ซึง่ เปน็ วธิ กี ารแรก กท็ ำใหเ้ กดิ กระบวนการทำงานเปน็ ทมี ทัง้ ทีมเด็กและผู้ใหญ่ การออกแบบวธิ ีการ เก็บแบบสำรวจ การแบ่งทมี ลงพ้ืนท่ี การแกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ การ กระตุกเดก็ และผู้ปกครองดว้ ยขอ้ คำถามเชิงบวก ผลของการสำรวจ ถกู นำมาวเิ คราะห์เพอื่ การวางแผนการพฒั นากจิ กรรม 95 : บทเรียนการเสริมสร้างพลงั บวก
การพัฒนากิจกรรมสรา้ งสรรค์ เปน็ กจิ กรรมท่ีผู้ใหญท่ ี่มบี ท บาทเป็นพ่ีเล้ียงท่ีปรึกษาไม่ ได้เป็นผู้กำหนดและส่ังการแต่เกิดจาก การวิเคราะห์ผลสำรวจต้นทุนชีวิตที่อ่อนแอและเสริมความเข้มแข็ง ด้วยการจัดกิจกรรมสรา้ งสรรค์ ซึง่ การจัดกจิ กรรมนน้ั จะร่วมกนั คดิ ขึ้น โดยท่ีเดก็ เยาวชนเป็นผปู้ ฏิบตั ิการและมีพเ่ี ล้ียงเป็นผู้คอยช้แี นะ ให้ คำปรกึ ษา ขณะเดยี วกนั ก็มกี ารพฒั นาเดก็ เยาวชนในทักษะที่ยังขาด อยู่โดยทมี เดก็ พลสั ไดจ้ ดั คา่ ยเพอ่ื พฒั นาทกั ษะดา้ นตา่ งๆ เ ชน่ ค า่ ยการ จัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ทำใหเ้ ดก็ และพเี่ ลย้ี งได้เข้าใจและแลกเปล่ยี น เรียนรู้ถงึ วิธกี ารจัดกิจกรรมท่ีมคี วามหลากหลาย คา่ ยนักสือ่ เปน็ การ พัฒนาเด็กเยาวชนให้รู้จักออกแบบสื่อท่ีเหมาะกับการทำกิจกรรม กระบวนการทำกจิ กรรมทำให้เกิดการเรยี นรู้ การแบ่งหนา้ ทรี่ ับผิด ชอบ ความคิดสร้างสรรค์ การยอมรบั ความคดิ เห็นของเพ่อื นรว่ มทมี สิ่งเหล่าน้ีไดห้ ลอ่ หลอมความคดิ ทศั นคติ และพฤติกรรมของเด็ก เยาวชนใหม่ การเปิดพืน้ ที่ใหเ้ ดก็ ทำกจิ กรรมตามที่เดก็ สนใจ เปน็ การ ปิดกั้นเสน้ ทางท่ีนำไปส่กู ิจกรรมเสย่ี งได้ บทบาทของพี่เลีย้ งท่ีปรึกษา มกี ารต้ังคณะทำงานทมี่ ีองค์ ประกอบของผู้ใหญ่ในชมุ ชนและแกนนำเด็กเยาวชน โดยท่แี กนนำ ผู้ ใหญ่จะอยู่ในบทบาทของพี่เลี้ยงที่ปรึกษาของกลุ่มเด็กเยาวชน ประจำชมุ ชน/ท้องถ่ินน้ัน จะทำหนา้ ทสี่ ่งเสรมิ หนนุ เสรมิ ใหเ้ กดิ การ พฒั นากระบวนการคดิ กจิ กรรมสร้างสรรคข์ องกลุ่มเดก็ เยาวชนให้คำ แนะนำถึงกิจกรรมที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบริบทขของพื้นท่ีและ กล่มุ เด็กเยาวชน 96 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชวี ติ
บทบาทของพ่ีเลี้ยงทปี่ รึกษา ท่คี วรจะเป็น พฒั นาผนู้ ำเด็กเยาวชนจากกจิ กรรมท่ีทำ การแบ่งบทบาท หน้าท่ีความรับผิดชอบและส่งเสริมให้เกิดการวางแผนการทำ กิจกรรม ฝกึ การบรหิ ารจัดการแผนกิจกรรม การแก้ไขปญั หาท่เี กิดขึน้ ระหว่างการทำกิจกรรม รวมทั้งการสรปุ บทเรียนจากการทำกิจกรรม เพอ่ื การปรับปรุงและพฒั นาทีมงานและกิจกรรมในครั้งตอ่ ไป รวมทง้ั จดั กระบวนการพัฒนาผนู้ ำไปด้วย ทำหนา้ ทป่ี ระสานเชอ่ื มโยงภาคีในพ้ืนที่/ทอ้ งถิน่ เป็นการ ระดมทรัพยากรที่จะเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็ง ของกลมุ่ เดก็ เยาวชน การประสานความรว่ มมอื เพ่อื ใหเ้ กดิ การจัดสรร ทรัพยากรในทอ้ งถิ่น เพอ่ื มาหนนุ เสริมให้เกดิ ประโยชน์ในการพัฒนา กลมุ่ เยาวชน เช่น ทุนเงิน ทนุ คน ทุนทรพั ยากร ไดแ้ ก่ สถานที่ วสั ดุ อุปกรณ์ อาหาร เปน็ ตน้ ท ำหนา้ ทเ่ี ป็นผู้รับฟังที่ดีในการทำงานกับเดก็ เยาวชน ย อ่ ม เกดิ ปัญหาการทำงานในระหวา่ งกล่มุ เด็กเยาวชนดว้ ยกนั อนั เกดิ จาก ทัศนคติ ความเห็น ทา่ ทที ี่มตี อ่ กัน เดก็ เยาวชนมักจะเชื่อม่นั ในความคิด เหน็ ขของตนเองและมกั จะกลา่ วหาจดุ บกพรอ่ งของอกี ฝา่ ยหนงึ่ ฉะนน้ั พ่เี ล้ียงท่ปี รึกษาจะตอ้ งทำหนา้ ท่ีเป็นผฟู้ งั ทีด่ ี ฟงั อยา่ งไม่ลำเอยี ง หรอื แสดงความคิดเหน็ ทเี่ ปน็ ท่พี วกเดียวกับอกี ฝา่ ยหนึ่ง พี่เลย้ี งท่ปี รึกษา ทด่ี ตี อ้ งทำหนา้ ทชี่ แ้ี นะใหเ้ หน็ จดุ แขง็ จดุ ออ่ นของการกระทำการสรา้ ง การยอมรบั เคารพความหลากหลายของสมาชิกกลุม่ 97 : บทเรยี นการเสรมิ สรา้ งพลงั บวก
ผลของการจดั กิจกรรมสรา้ งสรรค์ ฝกึ การทำงานเป็นทีม รู้จักการวางแผน การควบคมุ การ บรหิ ารจดั การใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ ำหนดไว้แกป้ ญั หาเฉพาะหนา้ เปน็ ก าร ทำงานเปน็ ทีมเป็นการฝึกการแบ่งความรบั ผิดชอบ พัฒนาความถนัด จากส่ิงทีท่ ำ เด็กๆ จะรูส้ ึกวา่ โตเปน็ ผู้ใหญม่ ากขึ้น รจู้ กั ความตอ้ งการของตนเอง คดิ วเิ คราะหจ์ ากฐานความ ต้องการของตนเอง เขา้ ใจผอู้ นื่ มากข้นึ เกดิ ความภาคภูมิใจในสิ่งทที่ ำว่ามีประโยชนก์ บั คนอนื่ และ ตนเอง ไดพ้ ฒั นาพฤตกิ รรม ลกั ษณะนสิ ัยทีด่ ี ทัง้ กิริยา และวาจา การ รจู้ กั ควบคุมอารมณ์ ผูป้ กครองรู้จักและเข้าใจความตอ้ งการของเดก็ แตล่ ะช่วง วยั ที่ใหค้ วามรว่ มมอื ในการเข้าร่วมกจิ กรรมทำกจิ กรรมร่วมกบั เดก็ ๆ เป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัว ม กี จิ กรรมทห่ี ลากหลายและพฒั นาระดบั ของกจิ กรรมอยา่ ง สม่ำเสมอตามช่วงวยั ทีเ่ ปลย่ี นไป 98 3 ฐาน สานพลังตน้ ทุนชวี ติ
:เสแรปมิ“ลโศรงักงเพ4ยเราภยี ะคานพว”าชมวี ติรู้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152