Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️พืชพื้นเมือง _ ป่าชุมชนบ้านคุ้มจังหวัดพระเยา

✍️พืชพื้นเมือง _ ป่าชุมชนบ้านคุ้มจังหวัดพระเยา

Description: ✍️พืชพื้นเมือง _ ป่าชุมชนบ้านคุ้มจังหวัดพระเยา

Search

Read the Text Version

เตง็ เคาะเจือ้ เจือ้ แงะ(ภาคเหนือ) จกิ (ภาคอสี าน) ชนั ตก(ตราด) เตง็ ขาว(ขอนแก่น) เนา่ ใน (แมฮ่ อ่ งสอน) ประจต๊ั (เขมร-บรุ ีรัมย์) ประเจิ๊ก(เขมร-สรุ ินทร์) พะเจ๊ก(เขมร-พระตะบอง) ลา่ ไน้(กระเหรี่ยง) แลเนย่ (กระเหรี่ยง-เหนือ) อองเลยี งยง(กระเหร่ียง-กาญจนบรุ ี) Burmese sal , Siamese sal , Thitya ช่ือพฤกษศาสตร์Shorea obtusa Wall. ex Blume (Dipterocarpaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลดั ใบ เรือนยอดเป็ นพ่มุ กว้าง เปลอื กแตกเป็ นร่องและเป็ นสะเก็ด หนา มักตกชนั้ สีเหลืองหรือข่นุ กระพีส้ ีนา้ ตาลอ่อน แก่นสีส้ม ใบรูปขอบขนานหรือรูปไข่กลบั เนือ้ ใบหนา ใบอ่อนมีขนประปราย ปลายใบและโคนใบมน ดอกเล็กสขี าวออกเป็ นช่อตามปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนน่มุ ก้าน ดอกสนั้ กลบี รองกลบี ดอก 5 กลบี ชายกลบี ซ้อนกนั กลบี ดอก 5 กลบี ผลรูปไขป่ ลายแหลม ปี กยาว 3 ปี ก รูป ไขก่ ลบั รี ๆ หรือรูปใบพาย สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ราก -แก้ท้องร่วง แก้บดิ สมานท้อง -บรุ ีรัมย์ ใช้เปลอื ก แกน่ -เฉาะสด ๆ แปะตรงผนื่ จากการ -แก้กษัย แก้เลอื ดลม ทบุ เอานา้ ทา ยาง แพ้ยางรกั หรือต้มอาบก็ได้ เข้า -แก้บดิ แก้ฝี ในท้อง สมานแผล แก้ ผิวหนงั คนทแี่ พ้ ยาววั ควาย ต้มนา้ กิน ทาให้อ้วน นา้ เหลอื งเสยี ยางรัก ใบ -เข้ายาแก้ปวดเส้นเอน็ ผสมเขอื ง -รักษาแผลพพุ องในเดก็ เปลอื กต้น หวั ช้างและเขอื งหวั ม้า -สมานท้อง สมานแผลเรือ้ รังและแผล พพุ อง ต้นเลก็ ๆ ที่ได้จาก ตดั ต้นแล้วมนั งอกใหม่ ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา ยบั ยงั ้ HIV – 1 revers transcriptase

เติม กรองประหยนั กุติ กุตีกรองหยนั ขมฝาด จันตะเบือ ย่าตุหงัน ยายตุหงัน(ยะลา) กระดงั งาดง(สโุ ขทยั ) จนั บือ (พงั งา) ซะป่ าเดอร์(กระเหร่ียง-กาแพงเพชร) ซะเทา โป(กระเหรี่ยง- แมฮ่ อ่ งสอน) ดสู่ ้ม (กาญจนบรุ ี , นครราชสมี า) ประดนู่ า้ ประดสู่ ้ม(ชมุ พร) ประส้มใบเปรีย้ ว(อบุ ลราชธานี) ยายหงนั (ปัตตาน)ี ส้มกบ ส้มกบใหญ่ (ตรัง) มะผง(พะเยา) Java cedar ช่ือพฤกษศาสตร์Bischofia javensis Blume (Euphorbiaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ยืนต้นสงู 15 – 30 เมตร ใบประกอบแบบนิว้ มือ มีใบย่อย 3 ใบ เรียงสลบั ใบย่อยรูปไข่ กว้าง 5 – 11 ซม. ยาว 10 – 20 ซม. ขอบใบโค้งแกมฟันเลื่อย ดอกช่อแยกแขนง ออกท่ีซอกใบ ห้อยลง ดอกย่อยจานวน มาก ขนาดเลก็ แยกเพศ อยบู่ นต้นเดียวกนั ไมม่ ีกลีบดอก กลีบเลยี ้ งสเี ขียวแกมเหลอื ง ผลสด รูปค่อนข้างกลม ฉ่านา้ สสี ้มแกมนา้ ตาล สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ลาต้น -ต้มนา้ ด่ืม แก้เจ็บคอ เสยี งแหบ แก้บิด เปลอื กต้น -ตากินแบบส้มตา ใช้แทนมะละกอ -ตาผสมอาหารทมี่ รี สจดั ป้ องกนั อาการท้องเสยี ยอดออ่ น -เคยี ้ วกินได้แบบเมยี่ ง ใสเ่ นือ้ -ใช้ปรุงอาหาร ให้รสเปรีย้ ว เนอื ้ ไม้ มะขามนดิ หนง่ึ - บารุงโลหติ แก้ไข้ ใช้สร้างบ้าน ผล ใสใ่ นแกงบอน ทาให้กินแล้วไมค่ นั - แก้ลมจกุ เสยี ด แก้ท้องอดื แก้เสมหะ และลม ใบออ่ น

บวบป่ า บวบขม มะนอยจ๋า (เหนอื ) นมพจิ ิตร (กลาง) (Cucurbitaceae) ช่ือพฤกษศาสตร์Trichosanthes cucumerina L ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ เลอื ้ ยพนั ยาว 2 – 5 เมตร ก่ิงก้านและใบมขี น ใบเดย่ี วเรียงสลบั รูปโลแ่ กมรูปไตถึงรูปไข่กว้าง กว้างและยาว 5 – 10 ซม. ขอบใบเว้าลกึ เป็ น 3 – 7 แฉก ขอบใบหยกั ซ่ฟี ัน โคนใบรูปหวั ใจ มีขนทงั้ 2 ด้าน ดอกเด่ียวแยกเพศอยคู่ น ละต้น กลบี ดอกสเี หลอื งสดเช่ือมติดกนั เป็ นรูปปากแตร มีใบประดบั ผลสดรูปไข่ เมื่อสกุ สแี ดง สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผลดบิ -ใช้สระผม ฆา่ เหา อสี านใช้ขยนี ้ า้ ทงั้ ผล -แก้คนั แก้รังแค แก้เหา ผลแห้ง ยอดออ่ น ฆา่ เหาในควาย เมลด็ -แก้ริดสดี วงจมกู ผล เถาหรือทงั้ ต้น -รับประทานได้ -แก้หดื หอบ ใช้เมลด็ ควั่ บด ผสมนา้ มนั -ขบั เสมหะแก้หืด มะพร้าว นวดแก้หวั เขา่ บวมจากโรค เก๊าท์ -เข้าตารายาหอม แก้ลม บารุงหวั ใจ สารเคมที ่สี าคญั Cucurbitacin B , Cucurbitacin E , Cynaroside , Daucosterol , -sitisterol ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา สารสกดั ทงั้ ต้นและผลด้วยแอลกอฮอล์ มฤี ทธ์ิต้านการเจริญของแบคทีเรียหลายชนดิ นา้ คนั้ และสารสกดั อีเทอร์ เป็ นพิษตอ่ เซลล์มะเร็งหลายชนดิ ในหลอดทดลอง การศกึ ษาความเป็ นพษิ พบวา่ นา้ คนั้ จากผลบวบขม ฉีดเข้า ช่องท้องหนถู ีบจกั รขนาด 10 มก./กก. ทาให้เกิดพิษ ขนาดทท่ี าให้สตั ว์ทดลองตายครึ่งหนง่ึ คอื 13 มก./กก.

บอระเพ็ดตวั เมยี ชงิ ช้าชาลี จมุ่ จะริงตวั แม(่ เหนือ) Heart-leaved Moonseed ช่ือวทิ ยาศาสตร์Tinospora baenzigeri Forman (Menispermaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้เถาเลอื ้ ยพนั เป็ นพมุ่ ทบึ เปลอื กเถาขรุขระมีตมุ่ สนี า้ ตาล ใบเดี่ยวบางรูปไข่ ตรงโคนเว้าลกึ เหมือนรูป หวั ใจ เรียงเวียนสลบั ที่โคนใบด้านท้องใบมตี มุ่ เลก็ ๆ 2 ตมุ่ อยบู่ นเส้นใบ ดอกเป็ นชอ่ ยาว ดอกยอ่ ยสีเหลอื งมี ขนาดเลก็ มาก ผลกลมรีสเี หลอื งเข้ม สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ เถา -แก้ไข้ -บารุงธาตุ เจริญอาหาร แก้ไข้ -ในบางพนื ้ ทีใ่ ช้แทนบอระเพด็ แตม่ ฤี ทธ์ิ ออ่ นกวา่ ทงั้ ห้า -แก้ไข้เหนือ บารุงธาตไุ ฟ แก้ฝี ดาษ แก้ ร้ อนในกระหายนา้ ลกู -แก้เสมหะเป็ นพษิ สารเคมที ่สี าคัญ Giloin , gilonin , palmitine , syringin , tinosponone , tinospora diterpene , tinosporaside ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา ต้านไวรัส ยบั ยงั้ เนอื ้ งอกและเซลลม์ ะเร็ง แก้แพ้ กดหวั ใจ ลดไข้ แก้ปวด ลดการอกั เสบ ลดไขมนั ใน เลอื ด ต้านเชือ้ บิดมตี วั ทาให้ความจาดี มีผลตอ่ ตบั เม่ือฉีดสารสกดั ทงั้ ต้นของพชื ท่สี กดั ด้วยแอลกอฮอล์กบั นา้ 95 % เข้าชอ่ งท้องหนถู ีบจกั ร พบวา่ ขนาดท่ีทาให้หนตู ายคร่ึงหนงึ่ คือ 2,650 มก./กก.

บุกคางคก หวั หยอ บกุ หวั บกุ (ปัตตานี) บกุ หลวง(แมฮ่ อ่ งสอน) บกุ หนาม บกุ หลวง เบีย เบือ (แมฮ่ อ่ งสอน) มนั ซรู ัน(กลาง) Stanley‘s water – tub , Elephant yam ช่ือพฤกษศาสตร์Amorphophallus paeoniifolius (Dennst.) Nicolson. (Araceae ) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ งอกงามดีในฤดฝู นและโทรมในฤดหู นาว มหี วั ใต้ดนิ สนี า้ ตาล งอกใบใหมไ่ ด้ทกุ ปี ใบเดียวแผ่ ออกใบคล้ายร่ม หยกั เว้าเป็ นแฉก ก้านใบกลมอวบนา้ ยาว 150 – 180 ซม. ลายสีเขียวและแดง ดอกช่อแทง จากหวั ใต้ดิน ลกั ษณะเป็ นแทง่ สแี ดงแกมนา้ ตาล ก้านช่อสนั้ ใบประดบั รูปกรายห้มุ ช่อดอก ขอบหยกั เป็ นคลื่น และบานออก ดอกเพศผ้อู ยตู่ อนบน ดอกเพศเมยี อยตู่ อนลา่ ง มีกลน่ิ เหม็นคล้ายซากสตั ว์เนา่ ผลสดรูปยาวรี ผล ออ่ นสเี ขยี ว ผลสกุ สสี ้มจนถึงสีแดง ผลสดมเี นอื ้ นมุ่ สแี ดง สว่ นท่ใี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ก้านดอกและ -นามาลอกเปลอื กออกเป็ นผกั แกง หวั มสี ารพวก glucomaman ก้านใบ กบั หนอ่ ไม้ -รสเบอื่ คนั ใช้กดั เสมหะ แก้ สามารถลดโคเลสเตอรอลใน หวั -รับประทานได้แตต่ ้องผา่ นการปรุง เลอื ดจบั เป็ นก้อน ใช้หงุ กบั สตั ว์ทดลอง และใช้กบั ท่ถี กู วธิ ี นา้ มนั ใสบ่ าดแผล กดั ฝ้ าและ ผ้ปู ่ วยเบาหวานเพอื่ คมุ ระดบั ยาง หนองดี นา้ ตาลในเลอื ดได้ -ทาแก้พษิ สตั ว์กดั ตอ่ ย สารเคมีท่สี าคัญ ไมม่ รี ายงานการวจิ ยั ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา สารสกดั แอลกอฮอล์จากหวั สามารถยบั ยงั้ การเจริญเตบิ โตของเชือ้ วณั โรคในหลอดทดลอง

ประดู่ จิต๊อก(ฉาน-แมฮ่ ่องสอน) ฉะนอง(เชียงใหม)่ ดู่ ดปู่ ่ า(เหนอื ) ตะเลอ เตอะเลอ(กะเหร่ียง-แมฮ่ อ่ งสอน) ประดเู่ สน(ราชบรุ ี สระบรุ ี) ช่ือพฤกษศาสตร์Pterocarpus macrocarpus Kurz (Leguminosae-Papilionoideae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ยนื ต้นสงู 15 – 25 เมตร เปลอื กหนา เปลอื กนอกสนี า้ ตาลเทาหนา แตกหยาบเป็ นร่องลกึ เนือ้ ไม้สี ขาวอมเหลอื ง แก่นสีนา้ ตาลแกมแดง ใบประกอบแบบขนนกเรียงสลบั ใบยอ่ ยรูปไขห่ รือรูปไข่แกมขอบขนาน ขอบเรียบหรือเป็ นคลนื่ เลก็ น้อย โคนกว้าง เรียงโค้งสอบเข้าหากนั ทางปลายใบ ปลายสดุ ยาวยน่ื ออกมาอย่างเห็น ได้ชดั หลงั ใบสเี ขยี วเข้มกว่าท้องใบ เนือ้ ใบค่อนข้างหนา หลงั ใบเกลยี ้ งเป็ นมนั สว่ นท้องใบมีขนประปราย ดอก ออกเป็ นช่อกระจะตามงา่ มใบ ใกล้ยอด เป็ นดอกสมบรู ณ์เพศ โดยกลบี รองกลบี ดอกติดกนั เป็ นกรวยโค้งเลก็ น้อย ปลายแยกเป็ นแฉกทู่ ๆ 5 แฉก ใหญ่ 2 แฉก เลก็ 3 แฉก ด้านนอกมีขนนมุ่ กลบี ดอกเป็ นรูปช้อนเล็ก ๆ ปลายกลบี กว้างและเป็ นคล่ืน โคนกลีบเรียวสอบเป็ นก้าน กลีบคลมุ และกลีบปี กสองกลีบเป็ นลอนขยุกขยิก กลีบดอกสี เหลอื งออ่ น กลน่ิ หอม ฝักเป็ นกลบี กลมคล้ายรูปโล่ บิดเบยี ้ วเลก็ น้อย เมลด็ อยตู่ รงกลาง ผลขนาดใหญ่กว่าประดู่ บ้าน มีขนอยทู่ วั่ ไป ผลอ่อนสเี ขียว ผลแก่สนี า้ ตาล มีเมล็ดจานวน 1-2 เมลด็ ระยะเวลาในการออกดอกระหว่าง เดอื นมี.ค. – เม.ย. และออกผลเดือน พ.ค. – มิ.ย. สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยาง -หยอดใสฟ่ ันแก้ปวดฟัน -แก้คดุ ทะราด แก้เสมหะ แก้กาเดา แก้ผ่นื คนั แก้ ริดสดี วงทวารหนกั ขบั ปัสสาวะพกิ าร แก้ไข้ทบั ระดู แกน่ -แก้ริดสดี วงทวารหนกั -แก้เสมหะ แก้โลหติ แก้กาเดา รักษาริดสดี วงให้แห้ง ป่ มุ แก้คดุ ทะราด ฝัก - รสฝาดจดั สมานแผล ต้มนา้ ดมื่ แก้ท้องเสยี - รสฝาด ชงกบั นา้ สระผม พอกฝี ให้สกุ เร็ว พอก เปลอื ก บาดแผล แกผดผน่ื คนั ใบ ราก -เข้ายาแก้พษิ

ปอสา ปอกระสา(กลาง เหนือ) ปอฝ้ าย (ภาคใต้) หมอมี หมพู ี(กลาง) ฉาฉา ชาสา (นครสวรรค์) เซงซะ(กะเหร่ียง - กาญจนบรุ ี) สา่ แหลเ่ จ(กะเหรี่ยง-แมฮ่ อ่ งสอน) สายแล (ฉาน - ภาคเหนือ) ชะดะโค (กะเหรี่ยง - กาแพงเพชร) Paper Mulberry ช่ือพฤกษศาสตร์Broussonetia papyrifera (L.) Vent. (Moraceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ต้น ใบเดย่ี วเรียงสลบั ระนาบเดยี ว รูปไขก่ ว้าง ดอกแยกเพศอย่ตู ่างต้น ดอกเพศผ้สู ีขาวขนาดเลก็ ออกเป็ นช่อยาว 4 – 8 ซม. ห้อยลง ดอกเพศเมียสีแดง ออกเป็ นช่อกลม ขนาด 1 – 2 ซม. เมล็ดขนาดเล็ก เป็ นไม้เบิกนาโตเร็ว ชอบขนึ ้ ตามริมนา้ และทช่ี ืน้ ออกดอกเดอื น ก.พ – ม.ี ค เปลอื กใช้ทากระดาษสา สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ - ต้มกบั เนอื ้ สตั ว์เป็ นยาขบั นา้ นม ราก - เป็ นยาห้ามเลอื ด แก้โรคบดิ แก้โรคบวมนา้ เปลอื ก -ทากระดาษสา ประจาเดอื นมามาก - บดคนั้ เอานา้ กินแก้เลอื ดกาเดาไหล ทาแก้เกลอื ้ น ทา ใบ -ต้มนา้ อาบแก้ผืน่ คนั บาดแผลงกู ดั สนุ ขั กดั หรือแมลงสตั ว์กดั ตอ่ ย เป็ นยาขบั เหงื่อเป็ นยาระบาย และยาฝาดสมานแผลแก้ท้องร่วง แก้ -ผล โรคโกโนเรีย ใช้ปิ ดบนตมุ่ หนอง - แก้ปวดท้อง แก้โรคไต โรคหยอ่ นสมรรถภาพทางเพศ

ปิ ดปิ วแดง (อสี าน) เจตมลู เพลงิ แดง ไฟใต้ดนิ (ใต้) ตงั้ ชไู ว้ (กะเหรี่ยง – แมฮ่ อ่ งสอน) ค้ยุ ลู่ (กะเหร่ียง – กาญจนบรุ ี ) อบุ ะกจู ๊ะ (มาเลย์) ระยอ่ มตนี หมา ช่ือพฤกษศาสตร์Plumbago indica Linn. (Plumbaginaceae) ลกั ษณะท่วั ไป เป็ นไม้พุ่มขนาดเล็ก แตกก่ิงก้ านสาขารอบต้น มากมาย สงู ประมาณ 1 – 2 เมตร ลาต้นมีสีเขียวออกแดง เข้ม ใบเป็ นใบเดี่ยว ออกสลับกันไปตามข้อต้น รูปมนรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ใบมีสเี ขียว ดอกออกเป็ นช่ออยู่ ท่ีส่วนยอดของลาต้น มีสีแดง โคนดอกเป็ นหลอดเล็ก ๆ ส่วนปลายจะบานคล้ายจาน มี 5 กลีบ กลีบดอกจะบาน มาก กลีบเลีย้ งมีสีเขียวและมีขนปกคลุม ขนนีจ้ ะมีต่อม เหนียว ๆ ตดิ มอื ผลเป็ นฝักกลมเมอ่ื แกจ่ ะแตกออก สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น -เป็ นผกั กินกบั นา้ พริก ใบ - ใช้แกงเนอื ้ เป็ นผกั จมิ ้ นา้ พริก ต้น -เป็ นยาแก้พิษ เข้าเครื่องยาขบั - แก้ลมในกองเสมหะ ช่วยยอ่ ยอาหารขบั ลม ราก นา้ คาวปลา หรือต้มนา้ อาบก็ได้ - แก้โลหิตกาเดา - บารุงธาตุ บารุงโลหติ ขบั ลมในกระเพาะและ ลาไส้ แก้ริดสดี วงทวาร กระจายเลอื ด แก้ปวด ท้อง ท้องเสยี และโรคผวิ หนงั ให้ความอบอนุ่ แกร่ ่างกาย รากมีฤทธ์ิบบี มดลกู ทาให้แท้งได้ สารเคมีท่สี าคัญ Campesterol , 1,4-naphquinone , plumbagin , 6-hydroxyplumbagin , sitosterol , stigmasterol ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา ต้านเชือ้ รา แบคทเี รีย ยบั ยงั้ เซลลม์ ะเร็ง ต้านมาลาเรีย

ปยุ กระโดน ปยุ กระโดน (ใต้) ปยุ ขาว พยุ (ละว้า -เชียงใหม)่ ขยุ (กะเหรี่ยง - กาญจนบรุ ี) หกู วาง (จนั ทบรุ ี) กะนอน (เขมร) เสเ่ จ๊อะบะ (กะเหรี่ยง - แมฮ่ อ่ งสอน) Tummy wood , Patana oak ช่ือพฤกษศาสตร์Careya sphaerica Roxb. (Lecythidaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ต้นขนาดกลาง ใบเด่ียวเรียงสลบั รอบก่ิง แผ่นใบรูปกลบั ไข่ โคนใบสอบ ขอบใบหยกั ตืน้ ผิวใบ เกลีย้ งเนือ้ ใบหนา ออกเป็ นช่อตามปลายกิ่งหรือ กระจกุ ตามง่ามใบ มีกลบี รองดอก 4 กลบี โคนติดกนั เป็ นรูประฆัง กลีบดอก 4 กลีบสีขาว เกสรตัวผู้ จานวนมากสีแดงเรียงเป็ นชัน้ ๆ โคนเชื่อมติดกัน ชัน้ นอกสุดและชัน้ ในสุดไม่มีอับเรณู เกสรตัวเมีย ภายในมี 4-5 ช่อง แต่ละช่องมีไข่อ่อนจานวนมาก ผลค่อนข้างกลมแข็ง ผลมี เนอื ้ สขี าว สกุ เป็ นสนี า้ ตาล เมลด็ แบนสนี า้ ตาลมีหลายเมลด็ ออกดอกเดือน ธ.ค.-ก.พ. ออกผลเดือน มี.ค.- พ.ค. สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น - กินกบั ไขม่ ดแดง ยอดออ่ นกินได้ - ยอดออ่ น ถ้า เป็ นผกั -ใช้เบ่อื ปลา รับประทานมาก ทา รากและเปลอื ก - ตาเป็ นยาเบอื่ ปลา แตไ่ มท่ าให้ ให้เป็ นน่วิ ได้ ปลาตาย แคเ่ มาเทา่ นนั้ - แก้อกั เสบจากงไู มม่ พี ษิ กดั ใช้เป็นยา -มหาสารคามใช้ยอด เปลอื กต้น สมาน แก้เคลด็ เมือ่ ย เป็ นยาระบาย แต่ -ใสแ่ ผล นง่ึ ให้สกุ ปิ ดแผล ห้ามกินมากเกินไป ใบ - บารุงกาลงั หลงั คลอด เพราะจะทาให้เป็ น ดอก - ช่วยเจริญอาหาร น่ิว ผล -มีรสฝาด ใช้แก้พษิ ตา่ ง ๆ เมลด็ -นาไปผสมกบั นา้ ผงึ ้ จิบแก้ไอ แก้หวดั ดอกและนา้ ต้มจาก ช่วยให้ชมุ่ คอ และบารุงสตรีหลงั คลอด เปลอื ก ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา มีฤทธ์ิเบื่อปลา

เป็ งวาย สาบแร้งสาบกา หญ้าสายแฮ้ง(เชียงใหม)่ เทียมแมฮ่ าง (เลย) หญ้าสาบแร้ง (ราชบรุ ี) ตบั เสอื เลก็ (สงิ ห์บรุ ี.) Billy-goat weed , Goatweed ช่ือพฤกษศาสตร์Ageratum conyzoides Linn. (Compositae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ ฤดเู ดียว ลาต้นตงั้ ตรง มกั งอกรากที่ โคนต้นสงู 15 – 100 ซม. ขยดี ้ มมีกลนิ่ เหม็น ลาต้นสว่ นทย่ี งั ออ่ นอยมู่ ขี นยาวปกคลมุ ใบเด่ียวเรียงตรงข้ามรูปไข่ โคน ใบรูปหวั ใจกลมมนหรือแหลม ปลายใบแหลมหรือกลมมน ขอบใบหยกั เป็ นซี่ฟันหยาบ ๆ มีขนยาวคลุมทงั้ 2 ด้าน กว้าง 1 – 5 ซม. ยาว 3 – 10 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายก่ิง ดอกขนาดเล็กสีนา้ เงินแกมม่วงอ่อน บางทีสีขาวเป็ น กระจุก กลีบดอกเป็ นรูปท่อ ปลายจักเป็ น 5 กลีบ ผล แห้งเรียวยาว สีดาเป็ นสนั สีนา้ ตาลดา มีรยางค์เป็ นขน สขี าว สว่ นท่ีใช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ - เคยี ้ วกินหรือต้มนา้ ดม่ื แก้ปวดท้อง รากและใบ -ต้มนา้ กินแก้นวิ่ อาหารไมย่ อ่ ย อาหารเป็ นพษิ โรค -สารสกดั แอลกอฮอลแ์ ละ กระเพาะอาหาร แก้ไข้ ปวดศรี ษะ นา้ ต้มทงั้ ต้นหรือราก มี ตาพอกหรือ คนั้ นา้ ทารักษาแผลสด แผล ฤทธิ์ระงบั ปวด มีความ ถลอก ห้ามเลอื ดแก้อาการอกั เสบจากพษิ งู แรงเทา่ มอร์ฟีน ตะขาบ แมงป่ องหรือแมลง ทงั้ ต้น - ต้มนา้ ด่ืมแก้ไข้ ขบั ระดู ขบั เสมหะ ขบั ลม แก้บิด ใบ -ใบออ่ น ตากบั เกลอื ตวั ผู้ - ต้มนา้ ด่มื ชว่ ยให้อาเจียน ต้นและราก ละลายนา้ กิน แก้โรค ตาพอกแก้คนั หยอดตาแก้เจ็บตา กระเพาะอาหาร -ใบสด ชว่ ยสมานแผล -ตาพอกแก้บาดทะยกั

เปล้าตองแตก(เชียงใหม)่ ช่ือพฤกษศาสตร์Baliospermum siamense Craib (Euphorbiaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้พมุ่ ใบเดยี่ วมีทงั้ ใบเว้าลกึ และไมเ่ ว้าลกึ ดอกออกตามซอกใบสเี หลอื งแกมเขียว ผลแห้ง แตกได้ ผล ขนาดเทา่ นวิ ้ ก้อยแบง่ เป็ น 3 พู สเี ขียว สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ราก -บรุ ีรัมย์ ใช้รากต้มนา้ - ต้มนา้ กินแก้ท้องผกู มรี สขมเลก็ น้อย - ต้มหรือฝนกินเป็ นยาถา่ ยทไี่ มร่ ุนแรง ดื่มเป็ นยาระบาย ฝน ใบ กินก็ได้แตต่ ้องใช้ใน เปลอื ก เข้าเคร่ืองยา ต้มนา้ ดมื่ ชว่ ยขบั นวิ่ ขบั เสมหะ ปริมาณน้อย ๆ เมลด็ - รักษาแผลสด แผลฟกชา้ เป็ นยา - ต้มนา้ กินเป็ นยาถา่ ยหรือแช่นา้ ด่มื รักษา ยาง ถา่ ย ยางมสี ใี ส ยางทกี่ รีดจากใบเมื่อ โรคหดื นามาทาบนใบตอง จงิ ้ จกจะมาเลยี ใช้ - เป็ นยาถ่าย แก้เสมหะ ฟกชา้ บวม เรียกจงิ ้ จกได้ - เป็ นยาถ่ายทแ่ี รงมาก ถ้าใช้ภายนอก นา เมลด็ มาบดแล้วทาเพื่อกระต้นุ ให้เลอื ดมา เลยี ้ งบริเวณท่ีทา ใช้ทาแก้ปวดข้อได้

เปล้าน้อย(ปราจีนบรุ ี ประจวบครี ีขนั ธ์) เปล้าทา่ โพ(ภาคอสี าน) ช่ือพฤกษศาสตร์Croton stellatopilosus Ohba (Euphorbiaceae) ลักษณะ ท่วั ไป ไม้พมุ่ หรือไม้ยืนต้นสงู 1 – 4 เมตร ผลดั ใบ ใบเด่ยี วเรียงสลบั รูปใบหอกกลบั กว้าง 4 – 6 ซม. ยาว 10 – 15 ซม. แผน่ ใบเรียงสีเขียวเข้มเป็ นมนั เปล่ยี นเป็ นสีส้มเม่ือแก่ ขอบใบจกั เป็ นซ่ีฟันดอกช่อแพติดดอกสลบั สมบรู ณ์เพศ ออกที่ซอกใบบริเวณปลายก่ิง ประกอบด้วยดอกย่อยมีขนาดเล็กจานวนมากแยกเพศอยู่ในช่อ เดยี วกนั กลบี ดอกสนี วล ผลเป็ นผลแห้ง รูปร่างคอ่ นข้างกลม แตกได้มี 3 พู สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ราก - แก้นา้ เหลอื งเสยี แก้โรคผวิ หนงั แก้โรคเรือ้ น ใบมสี ารplaunotal มี -แก้โรคกระเพาะ เข้า รักษาโรคในลาคอ บารุงกาลงั แก้กระหาย แก้ ฤทธิ์สมานแผลใน ใบ ยาอบแก้ลมผดิ เดอื น เสมหะ กระเพาะอาหารได้ดี - บารุงธาตุ แก้คนั ตามตวั แก้ลมจกุ เสยี ด บารุง เพราะทาให้เกิดการ ดอก กาลงั แก้ท้องเสยี แก้โรคกระเพาะ หลงั่ กรดในกระเพาะ ผล น้อยลงและกระต้นุ การ -เข้ายาอบสมนุ ไพรหลงั - ขบั พยาธิในท้อง ฆา่ แมพ่ ยาธิ สร้างเนอื ้ เยื่อทาให้แผล คลอด - ขบั ระดู ขบั นา้ คาวปลาในเรือนไฟ หายเร็วขนึ ้ มีอาการ แก้ไข้สตรีในเรือนไฟ ขบั หนองให้กระจายขบั ข้างเคียงบ้างคอื ผื่นคนั นา้ เหลอื งเสยี ท้องร่วง แนน่ ท้อง ท้องผกู สารเคมีท่สี าคัญ Plaunotal ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ไมม่ ีรายงานวจิ ยั

เปล้าหลวง(เหนอื ) เปล้าใหญ่ ควะว(ู กะเหรี่ยง-กาญจนบรุ ี) เซง่ เคค่ งั เปาะ(กาแพงเพชร) สะกาวา สา่ กวู ะ (กะเหรียง-แมฮ่ ่องสอน) ห้าเยง่ิ (ฉาน- แมฮ่ อ่ งสอน) ช่ือพฤกษศาสตร์Croton roxburghii N.P. Balakr. (Euphorbiaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ยืนต้นขนาดเล็กเปลือกต้นเรียบ สี นา้ ตาลเทามีรอยแตกบ้างเล็กน้อย ใบอ่อนสีนา้ ตาล ใบเดี่ยวเรียงสลบั ใบล่ลู ง รูปขอบขนาน รูปวงรีแกม ขอบขนาน รูปไข่หรือรูปใบหอก ปลายใบและโคน ใบแหลม แผ่นใบเรียบมีสีเขียวเข้ม แผน่ ใบลา่ งมีขน ประปราย ขอบใบจักเป็ นซ่ีฟัน ก้านใบยาว 1–7 ซม. ใบแก่เป็ นสสี ้มแดง ดอกช่อออกที่ปลายก่ิง แยกเพศ อยบู่ นต้นเดียวกนั หรือแยกต้น ดอกเพศผ้สู ขี าว กลบี เลยี ้ งมี 5 กลีบ หลงั กลีบเลยี ้ งมีเกล็ดสนี า้ ตาล กลบี ดอกมี 5 กลบี โคนติดกนั ดอกเพศเมียสเี หลอื งแกมเขยี ว กลบี ดอกมี 5 กลบี โคนติดกนั ปลายแหลม ผลแห้งแตกได้มี 3 พู รูปทรงกลม ผิวเรียบ มเี กลด็ เลก็ ๆ ผลออ่ นสเี ขียว สว่ นท่ใี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ใบ -ต้มนา้ อาบสาหรับคนอยไู่ ฟ แก้ -บารุงธาตุ แก้คนั ตามตวั บารุงกาลงั -มหาสารคามใช้ ลมผดิ เดือน หรือนามายา่ งไฟ เปล้าใหญ่ แก้เลอื ด ราก สาหรับรองนง่ั ของสตรีหลงั คลอด -ขบั ลมและแก้โรคผวิ หนงั ผ่ืนคนั นา้ เหลอื งเสยี คง่ั ชา้ ในกรณีถกู รถ ชว่ ยให้มดลกู เข้าอเู่ ร็ว ชน โดยทานง่ั ร้านให้ เปลอื กต้น -ต้มนา้ ดม่ื แก้ปวดท้อง ถา่ ยเป็ น -ช่วยยอ่ ยอาหาร ลดไข้ ขบั ลม ขบั เสมหะ คนป่ วยนอน เอาใบ และกระพี ้ มกู เลอื ด เข้ายากบั รากจาปา -ขบั พยาธิไส้เดือน เข้าเคร่ืองยาต้มนา้ ดื่มแก้ รมควนั แก่น หลวง รากส้มป่ อย แกน่ ฝาง ต้ม ปวดเม่อื ย ดอก นา้ ดม่ื แก้ปวดเส้นเอ็น -ขบั พยาธิ ทาลายเชือ้ โรค -ตราด ใช้ยางจาก ผล -ดองสรุ าดม่ื ขบั เลอื ดหลงั คลอด ยาง -รักษาแผลสด ยอดกวาดลนิ ้ เด็กท่ี เป็ นฝ้ าขาว ใช้ทงั้ ห้า ต้มนา้ กินแก้เจ็บ เขา่ โดยผสมกบั ราก กระทกรก สารเคมที ่สี าคญั Hyperoside , oblongifiliol , plaunol A , plaunol E , quercetin , rhamnetin

ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ต้านการบีบตวั ของลาไส้ ลดความดันโลหิต ฤทธ์ิเหมือนฮีสตามีน กระตุ้นการบีบตวั ของกล้ามเนอื ้ เรียบ ต้านแบคทเี รีย การทดสอบความเป็ นพิษพบวา่ เมอ่ื ฉีดสารสกดั แอลกอฮอลแ์ ละนา้ (1:1) เข้าช่องท้องขนาดทท่ี าให้ สตั ว์ทดลองตายคร่ึงหนง่ึ คอื 250 มก./ กก. และมผี ้พู บวา่ สารสกดั เปลอื กด้วยแอลกอฮอล์และนา้ (1:1) ขนาด 10 ก./ กก. ไมเ่ ป็ นพษิ ไมว่ า่ จะให้ทางปากหรือฉีดเข้าใต้ผวิ หนงั

ผักขมหนาม กะเหม่อลอมี แม่ล้อดู่ หมง่ั ลงั้ ดู่ (กะเหร่ียง – แม่ฮ่องสอน) ผกั โหมหนาม (ใต้) ปะตึ (เขมร) แปละซหี่ อย (จีน) Spiny amaranth , Spiny pigweed ช่ือพฤกษศาสตร์Amaranthus spinosus L. (Amaranthaceae) ลักษณะท่วั ไป พืชล้มลกุ สงู ประมาณ 15 – 100 ซม. แตกก่ิงก้านสาขา ลาต้นกลม ก่ิงอ่อนเป็ นเหลีย่ มมน สีเขียว แกมมว่ ง ต้นเกลยี ้ งหรือมีขนเลก็ น้อย มหี นามแหลมยาวตามข้อใบ ใบรูปไขห่ รือรูปหอก แผน่ ใบเรียบสีเขียว ใบ ออ่ นมีขนตามเส้นใบ มีดอกเลก็ ๆ ติดอยกู่ บั ก้าน ดอกเป็ นชอ่ ตงั้ สเี ขียว ออกท่ีปลายกิ่ง กลบี ดอกมี 5 กลบี ปลาย กลบี เป็ นต่ิงแหลมสนั้ ดอกตอนลา่ งออกตามซอกใบเป็ นกระจุก มีหนามแหลมยาว 2 อนั ดอกตอนบนอยู่เหนือ โคนช่อดอก จะมีหนามอ่อนหรือไม่มีหนามเลย แต่โคนช่อดอกที่มีดอกเพศผ้อู ยจู่ ะมีหนามแหลมตรง 2 อนั เมลด็ เลก็ ๆ สดี า สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ทงั้ ต้น - ต้มดม่ื แก้บิดมกู เลอื ด แก้พิษ ทาให้ลาไส้เยน็ แก้ -ตาปิ ดแผลทเี่ ป็ นหนอง แก้นา้ ริดสดี วงเลอื ด แก้รามะนาด แก้ลงท้อง ขบั ปัสสาวะ ราก ร้ อนลวก แก้ตกเลอื ด แก้หนองใน ขบั นา้ นม บารุงนา้ นม แก้ แนน่ ท้อง แก้ริดสดี วงจมกู ริดสดี วงทวาร ตาพอก หรือทาฝี มะมว่ ง แก้กลาก แก้คนั แก้บวม แก้ตมุ่ พพุ อง แก้ลมพิษ แก้พิษงู - แก้ชา้ ใน ดบั ร้อน แก้ไข้ แก้ลนิ ้ เด็กเป็ นฝ้ าละออง เผาไฟพอดา ๆ จีห้ วั ฝี ให้แตก ต้นออ่ น -กินเป็ นอาหาร

ผกั ตบ ผักกาดนกยงู (นราธิวาส) (Compositae) ช่ือพฤกษศาสตร์Erechtites valerianaefolia (Wolf) DC. ลักษณะท่วั ไป เป็ นไม้พมุ่ มดี อกเลก็ ๆ สแี ดง สว่ นท่ใี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอด -กินเป็ นผกั หรือ ต้มให้หมกู ินก็ได้ สารเคมที ่สี าคญั ไมม่ ีรายงานการวจิ ยั ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ไมม่ รี ายงานการวจิ ยั

ผกั ผปี ่ ยู า่ ช้าเลือด หนามป่ ยู า่ (เหนือ) ผกั ขะยา (นครพนม) ผกั คายา (เลย) หนามแมย่ า่ ผกั กาดยา่ (ปราจีนบรุ ี) ผกั ขะยา(นครพนม) ทะเน้าซอง ช่ือพฤกษศาสตร์Caesalpinia mimosoides Lam. (Leguminosae-Caesalpinioideae) ลกั ษณะท่วั ไป เป็ นไม้เลือ้ ยลาต้นตงั้ ตรงหรือพนั กันกบั ไม้อื่น ลาต้นมีหนามแหลมจานวนมากทงั้ ลาต้นและก้านใบ ยอดออ่ นสนี า้ ตาลแดง ใบเป็ นใบประกอบแบบขนนก ออกเป็ นคตู่ รงข้ามกนั ก้านใบ ยาว 25 – 30 ซม. ใบมี 10 – 30 คู่ และแตกออกไปอีก 10 – 20 ซม. ก้านใบสแี ดง มีหนามแหลมตามกิ่งก้านทวั่ ไป ใบลกั ษณะกลมมน ใบ สามารถหบุ เข้ากนั ได้เมื่อสมั ผสั ดอกออกเป็ นช่อยาว 20 – 40 ซม. ดอกสเี หลอื งบานในชว่ งฤดหู นาว ขนาดดอก ยาว 1.2 – 2 ซม. กว้าง 1 – 1.8 ซม. ผล เป็ นฝักบวมพอง มีหนามเล็ก ๆ ขนาดเท่าหวั แม่มือ ภายในมีเมล็ด 2 เมลด็ สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น ราก - กินเป็ นผกั กินกบั ซุบ - ยาพนื ้ บ้าน ใช้ยอดออ่ นเคีย้ วกินสด ๆ แก้ลม สารเคมที ่สี าคัญ หนอ่ ไม้ วงิ เวียน หน้ามดื บารุงเลอื ด ไมม่ ีรายงานการวจิ ยั ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา -เข้ายาอายวุ ฒั นะโดย ไมม่ รี ายงานการวจิ ยั ผสมกบั บอระเพด็ หวั หญ้า แห้วหมู ใบเหงือกปลาหมอ ดอกมว่ ง(ตวั ผ้)ู บดเป็ นผง ผสมกบั นา้ ผงึ ้ ทาเป็ น ลกู กลอน

ผกั หนาม กะลี (มาเลย์ , นราธิวาส) (Araceae) ช่ือพฤกษศาสตร์ Lasia spinosa (L.) Thwaites. ลักษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ ลาต้นทอดเลอื ้ ยและชยู อดขนึ ้ มีหนาม ใบเดี่ยวเรียงสลบั ใบรูป หวั ลกู ศรขอบใบหยกั เว้าลกึ เป็ นแฉก ๆ มีหนามตามเส้นใบด้านลา่ ง ดอกช่อแทง ออกมาทางกาบใบ ผลสดหนาและเหนียวตดิ กนั เป็ นช่อ เป็ นผลสดสีเขียว มีเนือ้ น่มุ รูปสเ่ี หลย่ี ม สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ เหง้า - แก้ไอ ขบั เสมหะ แก้คนั จากการเป็ น - แก้เจ็บคอ แก้ไอ แก้ตมุ่ หวั ตา่ ง ๆ ใบและก้านใบมสี าร หดั เหือด อีสกุ อใี ส และถอนพิษไข้ เชน่ อีสกุ อใี ส หดั ถอนพษิ ทาให้หวั รากและใบ ทบุ และแปะบริเวณที่โดนพิษหรือคนั ยบุ เร็ว hydrocyanide ใบออ่ น ใช้ต้มนา้ ให้เดก็ แรกเกิดอาบแก้เจบ็ คอ - ขบั เสมหะ นามาโขลกกบั เกลอื ให้ววั - แก้ไอ ขบั เสมหะ แก้คนั ตามตวั แก้ ซงึ่ เป็ นพษิ กอ่ นนาไป ต้น ควายกินชว่ ยให้เจริญอาหาร รับประทานควรต้มหรือ - เป็ นอาหาร แตต่ ้องดองหรือต้มให้สกุ โรคผวิ หนงั แก้ไข้ แก้หนู า้ หนวก แก้ ดองกอ่ นเพอ่ื กาจดั พษิ กอ่ น ปวดท้อง แก้ไอ บารุงโลหิต แก้ โลหติ จาง - ต้มนา้ อาบแก้คนั ทเี่ กิดจากโรค ผิวหนงั หรือจากเกิดจาก หืด อีสกุ อใี ส ถอนพษิ ให้ลดเร็ว สารเคมีท่ีสาคัญ ไมม่ ีรายงานการวจิ ยั ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ไมม่ ีรายงานการวจิ ยั

เพกา กาโดโด้ง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ดอก๊ะ ด๊อกก๊ะ ดุแก (กะเหร่ียง-แม่ฮ่องสอน) มะลดิ ไม้ มะลนิ ้ ไม้ ลดิ ไม้(เหนอื ) ลนิ ้ ฟ้ า(เลย) หมากลนิ ้ ก้าง หมากลนิ ้ ซ้าง (ฉาน-เหนอื ) เบโก(มาเลย์-นราธิวาส) ช่ือพฤกษศาสตร์Oroxylum indicum (L.) Kurz (Bignoniarceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ยนื ต้น สงู 5 – 12 เมตร ใบประกอบแบบใบขนนก 3 ชนั้ เรียงตรงข้าม ยาว 1- 2 เมตร ใบยอ่ ยรูปวงรีป้ อม กว้าง 5 – 7 ซม. ยาว 7.5 – 12 ซม. ดอกช่อออกที่ปลายยอด ดอกย่อยขนาด ใหญ่ กลีบดอกสีเขียวมีแถบสีม่วงแดงเช่ือมติดกนั เป็ นรูปปากแตร ฉ่านา้ ผลเป็ นฝักรูปดาบ ยาว 45 – 90 ซม. สเี ขียว เปลือกแข็ง ฝักแห้งเป็ นสนี า้ ตาล แตกออกเป็ น 2 ซกี มเี มลด็ แบน จานวนมากมีปี กบางสขี าวคล้ายกระดาษโปร่งใสห้มุ อยู่ สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ฝักออ่ น ทกุ สว่ น -เผาแล้วขดู ผิวข้างนอกออก หน่ั บาง ๆ ใสใ่ นยา - รับประทานเป็ นผกั สด มรี ส -มหาสารคาม เปลอื กต้น หนอ่ ไม้หรือผดั แบบหมกู ระเพรา ขม แก้ร้อนในกระหายนา้ ใช้รากเป็ นยา ใบ เมลด็ แก่ ระบาย ราก -ใช้เปลอื กตากแดดเข้าเคร่ืองยา ต้มนา้ กินแก้เดก็ - ช่วยให้เจริญอาหาร -ลาพนู ใช้ฝัก ยอดออ่ น นา้ ลายไหล แก้ซาง - มีรสฝาดขมเยน็ เป็ นยาฝาด ออ่ นเป็ นอาหาร เปลอื กมีรสขมเลก็ น้อย ใช้ใสล่ าบ(โดยขดู ก่อน) สมาน แก้นา้ เหลอื งเสยี หรือป่ น และชว่ ยขบั ลม เพอ่ื ให้มเี นอื ้ เพมิ่ ขนึ ้ เป็ นผงเป็ นยาชงนา้ ด่มื ชว่ ยขบั เหงื่อ แก้ไขข้ออกั เสบ - ต้มนา้ ด่ืมแก้ปวดท้อง ปวดข้อ -มีรสขม เป็ นยาระบาย แก้ไอ ขบั เสมหะ ชาวจีนเรียกเมลด็ เพกาวา่ “โชยเตยี จวั้ ” ซงึ่ เป็ น สว่ นผสมในนา้ จบั เลยี ้ ง ดื่มเป็ น ประจาชว่ ยดบั กระหาย คลาย ร้ อน - แก้ร้อนใน แก้ไข้ หรือต้มนา้ ด่มื เพอ่ื ขบั เหงื่อ ขบั เสมหะ บารุงเลอื ด แก้จกุ เสยี ด บ้างก็ นามาฝนกบั เหล้าใช้กวาดคอ แก้ซางเดก็ หรือทาแก้ปวดฝี ฟกชา้ บวม ลดอาการอกั เสบ -กินเป็ นอาหาร

มะกอก กราไพ้ย กอกก๊กุ ไพ้ย (กะเหรี่ยง-กาญจนบรุ ี) ไพแซ (กะเหร่ียง-เชียงใหม)่ กอกเขา (นครศรีธรรมราช) กกุ (เชียงราย) กอกหมอง (ฉาน-เหนอื ) Hog plum ช่ือพฤกษศาสตร์Spondias pinnata(L.f.) Kurz. (Anacardiaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ ต้ นสูง 15 – 30 เมตร เปลือกต้ นเรียบสีเทา ใบ ประกอบแบบใบขนนกปลายค่ี ใบย่อย 4 – 6 คู่ รูปขอบขนานหรือ รูปใบหอก กว้าง 3 - 4 ซม. ยาว 7 – 12 ซม. ดอกสีขาว ดอกเป็ น ช่อตามซอกใบและปลายกิ่ง กลีบเลีย้ งและกลีบดอก 5 กลีบ เกสร เพศผู้ 10 อนั ผลเมลด็ เดียวแขง็ รูปไข่ กว้าง 2.5 – 3.5 ซม. สว่ นท่ีใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น -รับประทานเป็ นผกั สด -ลาพนู ใช้เปลอื กรากเข้า ผล กินกบั ลาบ ส้มตา - แก้เลอื ดออกตามไรฟัน ทาให้ชมุ่ คอ เคร่ืองยา แชน่ า้ กินแก้ร้อนใน - มีรสเปรีย้ วจดั ใช้ตา แก้กระหายนา้ และแก้บดิ เมลด็ นา้ พริก ส้มตา ปรุงรส ให้เปรีย้ ว - นามาสมุ ไฟให้เป็ นถ่านและแชน่ า้ เปลอื กต้น กรองเศษถา่ นและฝ่ นุ ผงดม่ื แก้ร้อนใน -ฝนนา้ กินแก้พษิ โดย หอบหดื และแก้สะอกึ ได้ดี ใบ ผสมกบั ยาตวั อน่ื - ต้มกินแก้ร้อนใน ท้องเสยี แก้อาเจียน กาฝาก แก้ปวดบวมและปวดตามข้อ รักษา มะกอกป่ า โรคหนองใน รักษาแผลพพุ อง - นามาคนั้ นา้ ใช้หยอดหู แก้หอู กั เสบ สารเคมีท่สี าคัญ daucosterol , lignoceric acid , oleanolic acid ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ต้านฮีสตามนี การศกึ ษาพษิ เฉยี บพลนั พบวา่ สารสกดั เอทธานอลและนา้ (1:1) ของเมลด็ เมือ่ ให้กนิ หรือฉีดเข้าใต้ ผวิ หนงั ของหนถู ีบจกั รขนาด 10 ก / กก. ไมพ่ บพิษ

มะกอกเกิม้ มะกอกเกลอื้ น (ราชบรุ ี) มะเกิม้ (เหนอื ) มะเลอ่ื ม (จนั ทบรุ ี,พิษณโุ ลก) มกั เหลยี่ ม(จนั ทบรุ ี) โมกเลอ่ื ม (ปราจีน) ซาลกั (พระตะบอง) มะกอกเลอื ด (ใต้) กอกกนั (อสี าน) ช่ือพฤกษศาสตร์Canarium subulatum Guillaumin. (Burseraceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ยืนต้น เปลือกสนี า้ ตาลปนเทา แตกเป็ นลอ่ งและสะเก็ดเล็ก ๆ มียาง ขาว ใบเป็ นใบประกอบแบบขนนกปลายค่ี มียางขาวมีใบยอ่ ย 2 – 5 คู่ หใู บติด อยทู่ ี่รอยตอ่ ระหวา่ งก่ิงกบั ก้านใบเหนือรอยต่อราว 1 ซม. เป็ นแผน่ บาง ๆ โคน กว้างปลายเรียบแหลมมีขน ขอบใบหยกั แบบซ่ีเลอ่ื ยตืน้ ๆ มขี นเป็ นกระจุกเล็ก ๆ ตามรอยหยกั เส้นใบนูนเด่นดอกออกเป็ นช่อตามง่ามใบ ช่อดอกยาว 7 - 25 ซม. ดอกยอ่ ยสคี รีม มกี ลบี เลยี ้ ง 3 กลบี โคนเชื่อมตดิ กนั มีขนทงั้ สองด้าน ผลรูปไขก่ ลมหรือสามเหลยี่ ม โคนผลมีกลีบรองกลบี ดอกเป็ นรูปจานรองติดอยู่ ผลออ่ นสเี ขยี วออกเหลอื ง ผิวเรียบ มียางสสี ้มออ่ น เมลด็ มี 2-3 เมลด็ สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยาง - ทาแก้คนั เป็ นเคร่ืองหอม -บรุ ีรัมย์ ผลใช้กิน ก่ิง ผล -สร้างบ้าน ทาฟืน - แก้ไอ ขบั เสมหะ รับประทานได้ แช่นา้ กินแก้ซาง ใน แก่น -ข้างในเมลด็ รับประทานได้ - แก้โลหติ ระดพู ิการ แก้ประดง สมยั กอ่ นจะเอานา้ ใน เมลด็ โพรงต้นมะกอกเกมิ ้ ทงั้ ต้น ไปด่ืมแก้ซางเลย สารเคมที ่สี าคญั Alo emodim , apigenin , baicalein , benzoic acid , chrysin , ellagic acid, farmol , prunetin , seutellarein ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา แก้ปวดต้านมาลาเรีย ยบั ยงั้ การหดเกร็งของกล้ามเนอื ้ ลดไขมนั ในเลอื ด ขบั ปัสสาวะ รักษาแผลในกระเพาะ อาหาร ยบั ยงั้ เนอื ้ งอก ไมก่ ่อกลายพนั ธ์ุ การทดสอบความเป็ นพษิ ป้ อนสารสกดั เปลอื กด้วย 70% แอลกอฮอล์ ให้หนถู ีบจกั รขนาด 10 มก./ กก. หรือ 800 มก./ กก. ครัง้ เดยี ว ไมเ่ กิดอาการเป็ นพิษ ถ้าป้ อน 800 มก./ กก. วนั ละ 1 ครัง้ นาน 300 วนั

มะขามป้ อม กนั โตด (เขมร,จนั ทบรุ ี) กาทวด (ราชบรุ ี) มงั่ ลู่ สนั ยาสา่ (กะเหรี่ยง-แมฮ่ ่องสอน) Emblic , Emblic myrabolan , Indian gooseberry , Malacca tree , myrobalan ช่ือพฤกษศาสตร์Phyllanthus emblica Linn. (Euphorbiaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ยืนต้น สงู 8 – 20 เมตร ใบเด่ียวเรียงสลบั รูปขอบขนาน กว้าง 0.25 – 0.5 ซม. ยาว 0.8 – 1.2 ซม. ดอกช่อออกเป็ นกระจุกท่ีซอกใบ แยกเพศอยู่บนต้น เดียวกนั ดอกย่อยสีนวล ผลสดรูปกลม ผิวเรียบ มีสนั พาดตามยาว 6 เส้น เมล็ด กลมสเี ขยี วเข้ม สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผล - กินแก้ไอ เข้ายาอายวุ ฒั นะโดย ผสมกบั กวาวเครือขาว สมอไทย - บารุงเสยี ง แก้ไอ ขบั เสมหะ แก้ไข้ แก้ -ลาพนู ใช้ ราก สมอเทศ -ต้มกินลดความดนั ลกั ปิ ดลกั เปิ ด แก้เจ็บคอ แก้ท้องเสยี เปลอื กอมแก้ ปวดฟัน ใช้ - แก้ร้อนใน รักษาความดนั โลหติ สงู ผลกินแก้ไอและ แก้ท้องเสยี แก้โรคเรือ้ น แก้พิษตะขาบ รักษา ลดความดนั มะเร็งลาม แก้พษิ โลหิต โลหิต ปมท่กี ้าน - แก้ปวดกระเพาะอาหาร แก้ปวดเมอ่ื ยกระดกู แก้ เปลอื ก ตานขโมย แก้ไอ แก้ปวดฟัน แก้ปวดท้องน้อย แก้ ต้น ใบ ไส้เลอ่ื น -แก้บาดแผลเลอื ดออก แก้บิด แก้บาดแผลฟกชา้ จาก หกล้มหรือกระแทก - แก้ผวิ เป็ นผืน่ คนั แก้นา้ เหลอื ง แก้แบคทีเรีย แก้ ความดนั โลหติ สงู - แก้ปวดกระเพาะอาหาร แก้ปวดเมื่อยกระดกู แก้ไอ แก้ปวดฟัน สารเคมที ่สี าคัญ Ascorbic acid , astragalin , chebulagic acid , ellagic acid , emblicol , gallic acid , inositol , quercetin , rutin , tannin ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ต้านแบคทเี รีย เชือ้ รา ยบั ยงั้ ความเป็ นพษิ ตอ่ ตบั ไต หลอดเลอื ดอดุ ตนั ลดโคเลสเตอรอล ลดนา้ ตาลในเลอื ด ลดความดนั โลหติ ขบั เสมหะ แก้หวดั แก้สวิ แก้ไข้ เป็ นพิษตอ่ ปลา ฆา่ หอย ฆา่ ไส้เดือน ลดกรดใน กระเพาะอาหาร ยบั ยงั้ การเกาะตวั ของตวั ออ่ นทีผ่ นงั มดลกู ต้านมะเร็ง

มะแขวน่ พริกหอม กาจดั ต้น หมากมาศ(กรุงเทพฯ) มะขว่ ง มะแขน่ (ลาว) ลกู ระมาศ(กลาง) หมกั ขว่ ง (แมฮ่ ่องสอน) ช่ือพฤกษศาสตร์Zanthoxylum limonella (Dennst.)Alston (Rutaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ยนื ต้นขนาดกลางสงู 10 – 15 เมตร มีกงิ่ ก้านสาขามาก ใบเป็นใบเดยี่ วรูปไข่ ดอกเป็ นดอกช่อ ผล กลมขนาดเทา่ เมด็ พริกไทย เปลอื กสแี ดงออกเป็ นช่อ เม่ือแก่แตกออก มีเมลด็ เลก็ กลมขนาดเลก็ สดี าผวิ มนั สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผล - เป็ นเคร่ืองเทศผสมกบั ลาบ ใสใ่ น แกงออ่ ม แกงแค -แก้รามะนาด แก้ปวดฟัน เปลอื กเมลด็ ใบ -กินใสล่ าบ ตากิน แก้ท้องอดื เมลด็ -ใบออ่ น รับประทานเป็ นผกั จิม้ กบั นา้ พริก ลาบ ราก เนอื ้ ไม้ -แก้ลมวงิ เวยี น บารุงโลหิต บารุงหวั ใจ ขบั ลม ในลาไส้ ขบั ปัสสาวะ ถอนพษิ แก้หนองใน -ขบั ลมในลาไส้ แก้ลมเบอื ้ งบน หน้ามืด ตาลายวิงเวยี น ขบั ระดู

มะค่าโมง บิง(ชอง-จนั ทบรุ ี) เบง ปิ น้ (นครราชสมี า) มะคา่ หลวง มะคา่ หวั คา (เหนอื ) มะคา่ ใหญ่ (กลาง) มะคา่ หลวง เขง เบง (เขมร – สรุ ินทร์) ช่ือวทิ ยาศาสตร์Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib (Leguminosae-Caesalpinioideae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ ยืนต้ นขนาดใหญ่ สูงได้ ถึง 40 เมตร โคนต้นเป็ นพพู อน สงู ได้ถึง 2 เมตร เปลอื กต้นสเี ทา ใบ ประกอบแบบใบขนนกมีใบย่อย 1 คู่รูปไข่แกมไข่กลับ แผน่ ใบ 2 ข้างไมเ่ ทา่ กนั กว้าง 4 – 10 ซม. ยาว 5 – 18 ซม. โคนใบและปลายใบมน ปลายใบอาจจะเว้าตืน้ ๆ ช่อดอกกระจะหรือแยกแขนงออกท่ีปลายก่ิงและซอกใบ กลีบดอกสขี าวหรือชมพู พบน้อยที่มีสีแดง ผลเป็ นฝัก แ บ น บ า ง มี ห ล า ย รู ป ร่ า ง เ ม ล็ ด รู ป โ ล่ แ บ น เส้นผา่ ศนู ย์กลาง 2 – 3.5 ซม. สว่ นท่ใี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ เมลด็ -ขบั พยาธิ รักษาโรคผวิ หนงั เนอื ้ ในเมลด็ - รับประทานได้ เปลอื ก -ผสมกบั เปลอื กต้นมะคา่ แต้อยา่ งละครึ่งกา - มนี า้ ฝาดใช้สาหรับฟอกหนงั มือ ใช้เป็ นยาประคบแก้ฟกชา้ ปวดบวมหรือ ป่ มุ ผสมกบั รากพงั คอี ยา่ งละครึ่งกามอื เป็ นยา สมานแผล - แก้ริดสดี วงทวารหนกั แก้โรคผวิ หนงั ถา่ ย พยาธิ หรือต้มรมหวั ริดสดี วงทวาร ทาให้แห้ง ผล - ฝนทางก้นผล(สดี า)กินแก้ท้องเดนิ ถ้าอาเจยี นด้วยเอาสขี าวฝน ถ้ามี 2 อาการก็ใช้ 2 ด้าน สารเคมที ่สี าคญั (+) – fisetinidol ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ไมม่ รี ายงานการวจิ ยั

มะนอด สตรอเบอร่ีป่ า มะเด่อื สาย เด่อื ปล้องหิน(ใต้) นอด(นา่ น) มะคา่ ขน มะเดือ่ ขน(เชียงราย) มะนอต ควาย (เชียงใหม)่ แมน่ อน(ยะลา) ช่ือพฤกษศาสตร์Ficus semicordata Buch.-Ham. ex Sm. (Moraceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ยืนต้น เปลอื กหรือลาต้นสนี า้ ตาลปนเทาหรือสนี า้ ตาล ก่ิงออ่ นมีสเี ขยี วปนนา้ ตาล ใบเป็ นใบเด่ียวออก เรียงสลบั ใบรูปรีหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม ฐานใบรูปหวั ใจท่ีทงั้ สองด้านไม่เท่ากนั ขอบใบเรียบ ใบคอ่ นข้างหนา มีลกั ษณะสองด้านไมเ่ ทา่ กนั ผิวใบทงั้ สองด้านสากมีขนสนี า้ ตาลปกคลมุ หใู บรูปหอกมีขนปกคลมุ ดอกออกเป็ น ช่อเกิดเป็ นกลมุ่ บนก่ิงที่แตกออกจากลาต้น หรือกิ่งท่มี ีอายมุ าก สว่ นใหญ่เกิดบริเวณท่ีโคนต้น กิ่งท่ีแตกจากโคน ลาต้นมอี ายมุ ากอาจยาวถึง 4 ม. หรือมากกว่านี ้ มีลกั ษณะคล้ายไหล บางครัง้ พบแทงลงไปในพืน้ ดิน และเกิด ช่อดอกใต้ผิวดินด้วย ช่อดอกออ่ นมีสแี ดงอมเขียว หรือสีเขียวอมนา้ ตาล มีขนปกคลมุ เม่ือแก่จะเปลี่ยนเป็ นสี แดง หรือสแี ดงอมนา้ ตาล ผลมเี มลด็ ขนาดเลก็ รูปร่างกลม สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผลแก่ - รับประทานได้ รสหวานอมเปรีย้ ว ผลสกุ - รับประทานได้ รสหวาน ช่วยระบายท้อง กินผลสดแก้โรคกระเพาะ

มะแฟน ปี (ภาคเหนอื ) แฟนส้ม(เลย) ส้มแป้ น (นครราชสมี า) กะตบี กะโปกหมา(ประจวบครี ีขนั ธ์) ค้อลงิ (ชยั ภมู )ิ ผี กะแทน (ราชบรุ ี) ) พีแซ ฟีแซ(กะเหรี่ยง) มะตี สพั ะตรี(เขมร-จนั ทบรุ ี) ช่ือพฤกษศาสตร์Protium serratum Engl. (Burseraceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ยนื ต้นขนาดกลางถงึ ขนาดใหญ่ สงู 10 – 25 เมตร เปลอื กต้นสนี า้ ตาลลอ่ นเป็ นสะเก็ด กิ่งอ่อนมีขน นมุ่ ทวั่ ไป ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลบั ใบยอ่ ยรูปวงรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 3 – 5 ซม. ยาว 6 - 1 3 ซม. โคนใบเบีย้ วปลายใบหยกั ดอดเป็ นต่ิงแหลม ขอบใบเรียบหรือเป็ นคล่ืนหา่ ง ๆ ดอกช่อแยกแขนงออกที่ซอกใบ และปลายกิ่ง กลบี ดอกสเี หลอื งหรือขาว ผลสดรูปเกือบทรงกลม เส้นผา่ ศนู ย์กลาง 1 – 2 ซม. มกั มีพู 2 – 3 พู สว่ นท่ีใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ - ดบั พษิ ร้อน ถอนพิษไข้ แก้ ราก - กินเป็ นยาถอนพษิ แก้ไข้ กระหายนา้ ถอนพิษแสลง - ถอนพิษตานซาง ผล - รับประทานได้มรี สเปรีย้ ว

มะม่วงหัวแมงวนั (นครราชสมี า – ราชบรุ ี) มะมว่ งแมงวนั (ลาปาง) รักหมู (ใต้) หวั แมงวนั (สโุ ขทยั ) ฮกั ผู้ ฮกั หมู (เหนอื ) ช่ือพฤกษศาสตร์Buchanania lanzan Spreng (Anacardiaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ยนื ต้นขนาดเลก็ ถงึ ขนาดกลาง ลาต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็ นพมุ่ กลมทบึ ตามก้านและกิ่งออ่ นมีขน ยาว ๆ สนี า้ ตาลแดงทวั่ ไป เปลอื กสีเทาแก่หรือดา แตกเป็ นร่องหรือเป็ นสะเก็ดยาว ๆ ตามลาต้น เปลือกในสี แดงอ่อน ใบรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลบั โคนใบสอบปลายใบมนหรือบางทีหยกั เว้าเข้า เนือ้ ใบหนาหลงั ใบ เกลยี ้ งท้องใบมีขนสาก ก้านใบแบน ดอกสขี าว ออกเป็ นช่อตามปลายก่ิง ก้านช่ออวบมีขนสีนา้ ตาลแดง ผลสี ม่วงปนดาค่อนข้างกลมหรือป้ อม ผิวเรียบ ออกดอกเดือนธันวาคม – มีนาคม และออกผล เดือนมีนาคม - เมษายน สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผล - รับประทานเป็ นอาหาร - รับประทานเป็ นอาหาร บรุ ีรัมย์ใช้ใบใสใ่ นไห เมลด็ - สกดั เอานา้ มนั ไปทาเคมีภณั ฑ์ และ ปลาร้าเพือ่ ฆา่ หนอน ทายาแก้โรคผิวหนงั ในปลาร้ า ยางและราก - ทายาแก้ท้องร่วง ทาสยี ้อมผ้า สี พมิ พ์ผ้า ทงั้ ห้าของกาฝาก -แก้ห้าต้น(แก้ปวดท้อง) กาฝากจากมะมว่ ง -เข้ายาลดความดนั อายุ 3 ปี

มะหิง่ ช่ ือพฤกษศาสตร์ Crotalaria (Leguminosae-Papilionoideae) ลักษณะท่ัวไป เป็ นไม้ล้มลุกสูง 1 - 1.5 เมตร ใบเป็ นใบประกอบแบบนิว้ มือ มีใบย่อย 3ใบ แผ่นใบย่อยรูปรี ปลายมนทู่ โคนสอบ ดอกด้านบนสีเหลือง ด้านล่างสีแดง ออกเป็ นช่อที่ปลายยอด ผล เป็ นฝักรูป ทรงกระบอก ปลายงอนแหลม มขี นปกคลมุ ผลแก่แล้วแตก มีเมลด็ จานวนมาก สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ใบ -ใช้อบตวั ราก -ใช้ลดความดนั โลหิต ต้นและราก -แก้โรคลม

เมา่ ควาย เม่าไข่ปลา(ชลบรุ ี) ขะเมา่ ผา มะเมา่ มะเมา่ ข้าวเบา(ชมุ พร) มงั เมา่ (จนั ทบรุ ี) เมา่ ทงุ่ (ชมุ พร สงขลา) กแู จ(มาเลย์-นราธิวาส) ช่ือพฤกษศาสตร์Antidesma ghaesembilla Gaertn. (Euphorbiaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้พ่มุ หรือไม้ยืนต้นขนาดเลก็ ลาต้นตงั้ ตรงสงู 2 – 6 เมตร กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขน ใบเดี่ยว เรียง สลบั รูปไขถ่ ึงรูปวงรี กว้าง 3.5 – 4.5 ซม ยาว 5 – 7 ซม. ผิวด้านบนเกลยี ้ งหรือมีขนประปราย ด้านลา่ งมีขนสนั้ ๆ ดอกชอ่ ออกทซ่ี อกใบและปลายก่ิง ดอกยอ่ ยจานวนมาก สเี ขยี วขนาดเลก็ ผลสดรูปทรงกลมเบีย้ ว เมื่อสกุ สี แดงคลา้ ถึงดา มีเมลด็ เดียว สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น - ใช้ใสแ่ กงเหด็ เผาะ ราก -ใช้ทายาแก้ท้องอดื จกุ -ตราด ใช้รากสบั ต้มนา้ กินบารุง ใบ เสยี ด -ขบั ปัสสาวะ แก้กระษัย แก้ เลอื ด ผสมกบั รากถอบแถบ ราก ผล รับประทานได้ ซางเดก็ แก้ปวดเม่ือยตามร่างกาย ไมยราพ รากพริกขีห้ นู อยา่ งละเทา่ -ใบและผลสดต้มนา้ อาบ แก้อาการ ๆ กนั ฝนกบั สรุ า พอกบาดแผลจาก โลหิตจาง ซดี เลอื ดไหลเวียนไมด่ ี งกู ดั จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ (ไมไ่ ด้แก้พษิ ง)ู -ชยั ภมู ิ ใช้รากผสมพืชอนื่ ต้มนา้ กินแก้มะเร็ง

เม่าสร้อย(เลย) เมา่ (เหนือ) เมา่ ตาควาย (เชียงราย) มกั เมา่ (ลาปาง) ช่ือพฤกษศาสตร์Antidesma acidum Retz. (Euphorbiaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้พมุ่ ลาต้นตรง หรือไม้ยืนต้นขนาดเลก็ สงู 2 – 5 เมตร ใบเดี่ยวเรียงสลบั รูปหอกใบกลบั กว้าง 2 – 5 ซม. ยาว 4 – 9 ซม. มีขนประปรายทงั้ 2 ด้าน ดอกช่อ แยกแขนงเชิงลด ออกที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกยอ่ ย จานวนมาก แยกเพศอยคู่ นละต้น ไมม่ ีกลีบดอก กลบี เลยี ้ งสีเขียวออ่ น ผลสดรูปไข่ ผลอ่อนสเี ขียวอมเหลอื ง สกุ สมี ว่ งเข้ม เมลด็ เดี่ยว รับประทานได้ สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ใบ -แกงใสเ่ หด็ เผาะ - ชาวเขาเผา่ กะเหร่ียงต้มนา้ ให้สตรีหลงั คลอดดม่ื และ ผลสด -ใสแ่ กงส้ม และ อาบ ชว่ ยระบายท้อง - กินเป็ นยาระบาย ลาต้น - ต้มนา้ ดืม่ แก้ซาง

ว่านมหากาฬ(กลาง) ดาวเรือง ช่ือพฤกษศาสตร์ Gynura pseudochina (L.) DC. var. hispida Thwaites (Compositae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ มีรากขนาดใหญ่ ลาต้นอวบนา้ เลอื ้ ยทอดยาวไปตามพืน้ ดิน ชยู อดตงั้ ขนึ ้ ปลายยอดมีขนน่มุ สนั้ ปกคลมุ ใบเดีย่ วเรียงสลบั เรียงสลบั เวียนรอบต้นรูปใบหอกกลบั กว้าง 2.5 – 8 ซม. ยาว 6 – 30 ซม. ขอบ ใบหยกั ห่าง ๆ หลงั ใบสีม่วงเข้ม มีขน เส้นใบสีเขียว ท้องใบสีเขียวแกมเทา ดอกช่อ ออกท่ีปลายยอด กลีบ ดอกสเี หลอื งทอง ผลเป็ นผลแห้งไมแ่ ตก สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ รากและใบสด -เคยี ้ วกิน ทาให้อยยู่ งคง - มรี สเย็น ตาพอกแก้ปวด -บรุ ีรัมย์ ใช้หวั ตากแห้ง บดเป็ นผง กระพนั บวม ถอนพษิ ปวดแสบ ทาเป็ นลกู กลอนหรือแคปซูลก็ได้ ปวดร้ อน รักษาโรคม้าม เลอื ดจาง -มหาสารคามใช้เป็ นยาเดย่ี ว ใช้ทงั้ ต้นขยใี ้ สน่ า้ กรองกินแตน่ า้ แก้ไข้ แก้ ร้ อนใน ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา การทดลองกบั ผ้ปู ่ วยโรคเริมและงสู วดั พบวา่ สารสกดั จากใบทาให้อตั ราการกลบั มาเป็ นใหมข่ องโรคลดลง

ส้มจ๊วั ะ(เชียงใหม)่ (Columelliaceae) ช่ือพฤกษศาสตร์Columellia pedata Lour. ลักษณะท่วั ไป เป็ นไม้เลอื ้ ย ผลกลม ขนาดเลก็ ออกเป็ นพวง มีรสเปรีย้ ว สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ใบ -กินเป็ นอาหาร ใช้ใสแ่ กงส้ม ทาให้มี รสเปรีย้ ว ใช้แก้คนั จากใบบอนในแกงบอน

ส้มป่ อย(เหนอื ) ส้มขอน (ไทยใหญ่ – แมฮ่ ่องสอน) ส้มปวน(จนั ทบรุ ี) ช่ือพฤกษศาสตร์ Acasia concinna (Willd.) DC. (Leguminosae-Mimosoideae) ลักษณะท่วั ไป เป็ นไม้พมุ่ เลอื ้ ย ตามลาต้น กิ่ง ก้าน ใบมีหนาม ใบเป็ นใบประกอบขนนกสองชนั้ ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายและโคนมน เลก็ กวา่ ใบมะขามไทย ดอกเลก็ เป็ นช่อกลม เป็ นพ่เู หมือนดอกกระถิน ออกตามปลายก่ิง ฝัก แบนยาวคล้ายถวั่ ลนั เตา สนี า้ ตาลดา ขอบเป็ นคลนื่ ริว้ ยน่ สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น - กินได้ ใช้แกงส้มกบั ปลา -ฝักมสี ารกลมุ่ ซาโปนิน ฝัก - ใช้ต้มนา้ สรงนา้ พระ -รสขม ต้มหรือบดกินเป็ นยาถา่ ย ขบั ราก -รสขม แก้ไข้ แก้ปวด เสมหะ แก้ไอ แก้ไข้ acacinin สงู ถึง 20 % ตี -รสเปรีย้ วฝาดเลก็ น้อย ต้มดื่มขบั ใบ เสมหะ แก้บิด ตาประคบให้เส้น กบั นา้ จะเกิดฟองท่ีคงทน เอน็ ออ่ น มาก ดอก -มหาสารคาม ใช้ลกู ยอดเป่ า -รสเปรีย้ วฝาดมนั แก้เส้นเอน็ พกิ าร ใสเ่ ด็กทเี่ ป็ นซาง พร้อมกบั เปลอื กฝัก -รสขมเปรีย้ วเผด็ ปร่า กดั เสมหะ แก้ ทอ่ งคาถา หรือใช้ลกู เผาไฟ เมลด็ ควั่ แชน่ า้ พน่ ใสเ่ ด็กทช่ี กั ต้อง ไอ แก้ซางเดก็ ทอ่ งคาถาด้วย -บดละเอยี ด ใช้เป่ าจมกู ทาให้จาม

สมอไทย มา่ แน(่ กระเหร่ียง-เชียงใหม)่ หมากแนะ่ (กระเหร่ียง-แมฮ่ ่องสอน) สมออพั ยา(กลาง) Myrabolan wood. ช่ือพฤกษศาสตร์Terminalia chebula Retz. var. chebula (Combretaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ต้น ผลดั ใบ สูง 10 – 20 เมตร ใบเด่ียวเรียงตรงข้ามหรือเยือ้ งกัน เล็กน้อย รูปไข่หรือรูปไข่แกมรี กว้าง 6 – 10 ซม. ยาว 8 – 20 ซม. ผิวใบ ด้านลา่ งมีขนสนี า้ ตาลแดง มีต่อมท่ีก้านใบ ดอกออกเป็ นช่อตามซอกใบหรือ ปลายยอด เส้นผ่าศนู ย์กลาง 3 – 4 มม. ยาว 2 มม. กลบี เลยี ้ งรูปถ้วย ปลายแยก เป็ น 5 กลีบ รูปสามเหลี่ยม เกสรเพศผู้ 10 อนั ยาว 3 – 4 มม. รังไข่เกลยี ้ งรูปไข่ ผลเมล็ดเดียว แข็ง รูปกลมถึงรี กว้าง 1.5 – 3 ซม. ยาว 2. 5 – 4.5 ซม. เมล็ดรูปรี กว้าง 5 – 7 มม. ยาว 1.5 – 2 ซม. พบกระจายตามป่ าเบญจพรรณ ป่ าดิบแล้งและป่ าดิบเขา ท่ี ระดบั ความสงู ไมเ่ กิน 1,000 เมตร สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผล -มหาสารคามใช้ ผลแก่ -รับประทานได้ และใช้ -ยาระบาย แก่นเข้าเคร่ืองยา หลายตารับ ผล เปลอื ก เป็ นยาเจริญอาหาร - เป็ นยาสมาน แก้ลมจกุ เสยี ด ยาเจริญอาหาร ดองกิน ชว่ ยเจริญ บารุง เป็ นยาชง อมกลวั้ คอแก้เจบ็ คอ ขบั นา้ เหลอื ง อาหาร ทงั้ ต้น - ต้มนา้ ด่ืมบารุงหวั ใจ เสยี ใช้ภายนอกบดละเอยี ดโรยแผลเรือ้ รัง ใช้รักษา เนอื ้ ห้มุ เมลด็ ขบั นา้ เหลอื งและขบั โรคฟันและเหงือกเป็ นแผล ปัสสาวะ - ขบั ปัสสาวะ บารุงหวั ใจ - แก้ท้องผกู เป็ นยาสมาน ยาขบั เสมหะ แก้อาการ เสยี วคอ และหน้าอก -รักษาโรคเก่ียวกบั นา้ ดี ท้องร่วงเรือ้ รัง บิด ท้องผกู ท้องขนึ ้ อดื เฟ้ อ โรคหดื กระเพาะ ปัสสาวะไมท่ างาน อาเจียน อาการสะอกึ พยาธิในลาไส้ โรคท้องมาน ตบั และม้ามโต สารเคมที ่สี าคญั มสี ารกลมุ่ anthraquinone

สะบ้า(กลาง) สะบ้ามอญ(กลาง) สะบ้าหลวง (เหนอื อีสาน) มะนิม หมากงิม (ฉาน-เชียงใหม)่ คาต้น มะบ้าหลวง(เหนือ) ม๊อกแกม่อื (ลวั ะ-เชียงใหม)่ หมากหนมิ (ฉาน-แมฮ่ ่องสอน) มะบ้า St. Thomas's bean ช่ือพฤกษศาสตร์Entada rheedii Spreng. (Leguminosae-Mimosoideae) ลักษณะท่วั ไป ไม้เถาขนาดใหญ่ เถาแบบบิดไปมา คล้ายเถากระไดลงิ ฝักแบนยาวมีรอยคอด ตามแนวเมลด็ กลม แบนหนาสนี า้ ตาล เนอื ้ ในสขี าวนวลแข็งมาก ดอกสขี าวเหลอื งเป็ นชอ่ กลมยาว สว่ นท่ีใช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ เถา - รสเมา ตาพอกผมหรือผิวหนงั -มหาสารคาม ใช้รักษาผ้ทู ่ีถกู สนุ ขั ฆา่ พยาธิผวิ หนงั บ้ากดั โดยเอาผงขาว ๆที่อยภู่ ายใน เมลด็ -ทาแก้โรคผวิ หนงั - ปรุงยาทาแก้โรคผวิ หนงั ลกู สะบ้า ผสมกบั ดนิ ประสวิ และ แก้มะเร็ง คดุ ทะราด รับประทานแก้ สลอดแดง ตา พอกบริเวณที่สนุ ขั พิษไข้ บ้ากดั จะทาให้แผลพองตวั เหมอื น ฝี อกั เสบ เอาหวั ฝี ออก แล้วกินยา ลกู -เอาติดตวั ไปด้วย ตดั ราก ป้ องกนั อหวิ าตกโรค -ตราด ใช้เถาต้มกินกบั นา้ แก้ประดง แก้คนั -นราธิวาส ใช้เถาบดและสบู รักษา ไซนสั

สะเดาดอย (Smilacaceae) ช่ือพฤกษศาสตร์Smilax sp. ลักษณะท่วั ไป ไม้เถา มหี นาม มลี กู สขี าวอมเหลอื งออ่ น ๆ สว่ นท่ใี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ลาต้น ราก -ต้มนา้ ด่มื แก้ปวดหลงั ปวด -ลาพนู ใช้ทงั้ เครือ ต้มนา้ ดมื่ แก้ เอว เจ็บท้อง แก้ท้องเสยี ราก -เข้าเคร่ืองยาแก้โรคนิว่ -เชียงราย ใช้รากเข้าเครื่องยา ต้มนา้ กินแก้โรคหนองใน

สงั กรณี หญ้าหงอนไก่ หญ้าหวั นาค (เหนอื ) กวางหแี ฉะ (สโุ ขทยั ) กาแพงใหญ่ (เลย) ขไี ้ ฟนกคมุ่ (ปราจีนบรุ ี) เทิ่งดี(กระเหร่ียง-กาญจนบรุ ี) ช่ือพฤกษศาสตร์Barleria strigosa Willd. (Acanthaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้พมุ่ ขนาดเลก็ ลาต้นตงั้ ตรง สงู 30 – 100 ซม. ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไขแ่ กมขอบขนาน กว้าง 4 – 7 ซม. ยาว 10 – 15 ซม. ดอกชอ่ ออกดอกทซี่ อกใบ ดอกยอ่ ยจานวนมาก ไมม่ ีก้านดอก กลบี ดอกสมี ว่ งแกมนา้ เงิน ปลายแยกเป็ น 2 ปาก ใบประดบั ยอ่ ยปลายแยกเป็ น 4 แฉก ผลแห้งแตกได้ รูปร่างแบน สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ทงั้ ต้น - ยาพนื ้ บ้านล้านนาใช้ต้มนา้ ดืม่ บารุงกาลงั ราก - ต้มนา้ ด่ืม ช่วยขบั - ผสมกบั รากหรือต้นก้างปลาแดง รากชมุ เหด็ ไทย ต้มนา้ ดืม่ เป็ นยาร้อน ดบั นา้ คาวปลาหลงั นา้ คาวปลาหลงั คลอด คลอด ยอด ใบ ต้น -ตากแดดต้มนา้ กินแก้ไอ ใบออ่ น -กินกบั ลาบ รสฝาด

ส้าน ส้านแข็ง(เชียงใหม)่ ส้านต้อง(ใต้) ส้านใหญ่ (สรุ าษฎร์ธาน)ี ชะวงิ (ชอง –จนั ทบรุ ี) ช่ือพฤกษศาสตร์ Dillenia obovata (Blume) Hoogland (Dilleniaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ต้นผลดั ใบ ใบเด่ียวออกเวียนสลบั แผ่นใบกว้างรูปไข่กลบั ปลายใบมนโคนใบสอบ ขอบใบหยกั แหลม ผวิ ใบด้านลา่ งมขี น ดอกใหญ่สเี หลอื ง มกั ออกเดย่ี วตามปลายก่ิง ผลสดแบบมีเนือ้ หลายเมล็ด รูปกลมอ้มุ นา้ มีกาบแขง็ ห้มุ เม่อื สกุ สเี หลอื งหรือสสี ้ม ออกดอกเดือน ก.พ – เม.ย ออกผลเดอื นมี.ค. - พ.ค. สว่ นท่ีใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ เปลอื ก - ทบุ ใสแ่ ผล ทาให้แผลหายเร็ว -รักษาแผลจากไฟไหม้ -ลาพนู ใช้เปลอื กต้น ทบุ หน่ั ต้มให้ววั ควายกิน ทาให้อ้วนท้วน ใสแ่ ผล ทาใหแ้ ผลหายเร็ว ผล สมบรู ณ์ ข้ึน ใบ -ผลสกุ รับประทานได้ -ต้มนา้ กิน แก้เป็ นดาน รักษาตะคริว

เสยี ้ วดอกแดง (เหนอื ) ชงโค กะเฮอ สะเปซ(ี กระเหรี่ยง-แมฮ่ อ่ งสอน) เสยี ้ วหวาน(แมฮ่ อ่ งสอน) ช่ือพฤกษศาสตร์Bauhinia purpurea L. (Leguminosae-Caesalpinidioideae) ลกั ษณะท่วั ไป เป็ นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดเล็ก สงู 10 เมตร ใบเด่ียวเรียงสลบั ใบเป็ นใบมนตรงปลายใบโค้งเข้าหากนั และ เป็ นหยกิ ตรงกลาง จะคล้ายใบแฝด ขนาดใบกว้าง 3 นิว้ ยาว 4.5 นวิ ้ ใบเป็ นสเี ขียว ดอกสีชมพเู ข้ม ดอกออกตามยอดหรือ ปลายกิ่ง ดอกมีกล่ินหอมอ่อน ๆ ลักษณะดอกจะคล้ าย กล้วยไม้ชนิดหน่ึง ดอกบานเต็มท่ีจะมีขนาดประมาณ 3 นิว้ ดอกจะดกและมีดอกตดิ ต้นอยทู่ นนานครัง้ หนงึ่ ประมาณ 45 วนั ดอกออกเป็ นระยะตลอดปี ถ้าดอกแก่จดั จะติดฝักใช้เพาะพนั ธ์ุ ได้ เกสรตวั ผ้จู ะเป็ นเส้นงอนยาวย่ืนออกมาตรงกลางดอกมา 5 เส้น และเกสรตวั เมยี จะอยกู่ ลางอกี 1 เส้น ฝักจะเป็ นฝักคล้ายถวั่ ยาวประมาณ 4 นวิ ้ สว่ นท่ใี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ใบ -เข้ายาอบสมนุ ไพร ยอดออ่ นกิน - ต้มกินรักษาอาการไอ พอกฝี ดอก เป็ นอาหาร - ผสมเป็ นเครื่องยา รักษาอาการไข้หรือดบั ราก -แก้ท้องเสยี พษิ ไข้ เป็ นยาระบาย เปลอื กต้น - ต้มนา้ กินเป็ นยาขบั ลม หรือใช้โขลกผสมกบั นา้ กินเป็ นยารักษาอาการไข้ สารเคมีท่สี าคัญ Apigenin , Ascorbic acid , Bauhinia purpurea hemagglutinin , Bauhinia purpurea lectin , pelargonin , pelargonidin-3-O--D-triglucoside , quercetin , iso-quercetin , rutin , linoleic acid , oleic acid , myristic acid , -sitisterol ฤทธ์ิทางเภสัชวทิ ยา ทาให้เม็ดเลอื ดจบั กลมุ่ ลดนา้ ตาลในเลอื ด ยบั ยงั้ trypsin และ chymotrypsin มีผลตอ่ การยอ่ ยและ สงั เคราะห์ไขมนั เร่งการสร้าง interleukin II ซงึ่ มีฤทธ์ิเหมือนแลคติน มีฤทธ์ิฆา่ แมลง

หญ้าขดั (เชียงใหม)่ ขดั มอน คดั มอน(กลาง) ยงุ ปัดแมม่ า่ ย (กทม.) Paddy ,s lucerne , Queensland hemp. ช่ือพฤกษศาสตร์Sida rhombifolia L. (Malvaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ ลาต้นตงั้ ตรงสงู 0.5 – 2 เมตร ใบเด่ียว เรียงสลบั รูปส่เี หลีย่ มขนมเปี ยกปูน รูปสเ่ี หลีย่ มขนม เปี ยกปนู แกมขอบขนาน หรือ รูปขอบขนาน กว้าง 1 – 2.5 ซม. ยาว 2 – 5 ซม. ขอบใบหยกั ฟันเล่ือยแกมซ่ีฟัน ท้อง ใบสเี ขียวแกมเทา ดอกเด่ียวหรือเป็ นกระจุก 2 – 3 ดอก ออกดอกท่ีซอกใบ กลบี ดอกสเี หลืองสด ผลแห้งแตกได้ท่ี ปลาย สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ -ยาพนื ้ บ้านล้านนาใช้รากหอ่ ด้วยข้าวเหนยี ว นงึ่ ราก - ต้มนา้ กิน แก้ร้อนใน แล้วแช่นา้ ด่ืมชว่ ยให้เจริญอาหาร ตารายาไทยใช้รากเข้ายารักษาโรคกระเพาะอาหาร ลาต้น ดีพกิ าร ขบั เสมหะ แก้โรคปอด แก้ปวดมดลกู เจ็บตามท้อง ขบั เลอื ดและรก ต้มใสเ่ กลอื เป็ น ยาบ้วนปาก - ตาคนั้ เอานา้ ผสมนา้ ผงึ ้ กินแก้บิด สารเคมที ่สี าคญั ไมม่ ีรายงานการวจิ ยั ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา สว่ นเหนอื ดินพบสารต้านการเจริญของแบคทเี รียและเชือ้ รา มีฤทธ์ิคลายกล้ามเนอื ้ เรียบและขบั ปัสสาวะ ใน รากและลาต้นพบสารที่มฤี ทธ์ิขบั เสมหะช่ือ vasucinol นา้ ต้มกระต้นุ การบีบตวั ของมดลกู ทาให้หนแู ท้ง สารสกดั ด้วยแอลกอฮอล์ มฤี ทธิ์ต้านการเจริญของเซลลม์ ะเร็งของคนในหลอดทดลอง

หญ้าคมบางเลก็ หญ้าสามคม(อดุ รธาน)ี หญ้าคมบาง(ตราด) หญ้าพงุ เมน่ (ชยั ภมู )ิ ช่ือพฤกษศาสตร์Scleria levis Retz. (Cyperaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ อายหุ ลายปี มีเหง้าใต้ดิน ลกั ษณะเป็ นข้อแข็ง ๆ สงู ได้ถึง 1. 5 เมตร ลาต้นบนดินเรียวยาว เป็ นต้นสามเหล่ียม ที่มมุ สากมือ ผิวเรียบหรือมีขน กาบใบแผ่เป็ นครีบ ใบเดี่ยวเรียงสลบั ซ้อนกนั เป็ น 3 เส้า รูปดาบแคบยาว กว้างถึง 1 ซม. ยาวได้ถึง 1 เมตร ผิวใบเรียบถึงมีขน ดอกช่อออกที่ปลายยอด ดอกย่อย จานวนมาก ช่อดอกยอ่ ยแยกเพศอยบู่ นต้นเดียวกนั ดอกย่อยสีนา้ ตาล ไม่มีกลีบดอก ผลแห้งไมแ่ ตก รูปทรง กลม หรือรูปไขแ่ กมทรงกลม สขี าว ผิวมนั มีขนเลก็ น้อย สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ราก -ผสมกบั หญ้าหนวดแมว เข้ายา - ต้มนา้ ด่มื หรือเคยี ้ วกินแก้ปวดท้อง อาหาร ขบั นว่ิ ไมย่ อ่ ย เป็ นโรคกระเพาะอาหารฝี ในท้อง ทงั้ ต้น - ยาพนื ้ บ้านใช้ ทงั้ ต้นผสมหญ้าคมบาง ต้ม นา้ ดื่ม แก้โรคตบั พกิ าร สารเคมที ่สี าคัญ ไมม่ รี ายงานการวจิ ยั ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา สารสกดั ทงั้ ต้นด้วยแอลกอฮอล์ มฤี ทธิ์ยบั ยงั้ การเจริญของแบคทเี รียที่เป็ นสาเหตขุ องอาการท้องเสยี

หญ้าปักก่งิ Langguechoa ช่ือพฤกษศาสตร์Murdannia loriformis (Hassk.) Rolla Rao & Kammathy (Commelinaceae) ลักษณะท่วั ไป เป็ นไม้ล้มลกุ สงู 10 เมตร ลาต้นกลมสเี ขียว ใบเป็ นใบเดย่ี ว ออกเรียงสลบั ใบทโ่ี คนต้นเป็ นรูปขอบขนาน สว่ นทปี่ ลายยอดมีขนาดเลก็ กวา่ และสนั้ กว่า ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบสีเขียว ก้านใบเป็ นกาบ ห้มุ ลาต้น ดอกออกเป็ นช่อท่ีปลายยอด มีใบประดบั ย่อยคอ่ นข้างกลมสเี ขียวอ่อน ดอกสีฟ้ าหรือม่วงอ่อน กลีบ ดอกบาง มี 4 กลบี โคนกลบี เรียว ผลเป็ นผลแห้ง แตกออกได้ สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ทงั้ ต้น -กินสดจิม้ นา้ พริก ลาบ และต้มนา้ ด่มื -รักษาอาการเจ็บคอและมะเร็ง รักษามะเร็ง เป็ นยาร้อน

หญ้าปากควาย(กลาง) หญ้าปากกล้วย (สงิ ห์บรุ ี) Crowfoot grass ช่ือพฤกษศาสตร์Dactyloctenium aegyptium (L.) P.Beauv. (Gramineae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ ใบเดย่ี วเรียงสลบั รูปแถบแกมใบหอก โคนใบยาว ปลายใบเรียวแหลมสนั้ โคนรูป หวั ใจ ดอกช่อเชิงลดมชี ่อดอกยอ่ ย ดอกมี 4 แฉก ผลแห้งรูปไขก่ ลบั ปลายมน สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ทงั้ ต้น - แก้ไข้ใน เดก็ ต้มนา้ สระผมแก้ผม - ขบั ปัสสาวะ แก้ไข้พษิ ทกุ ชนดิ แก้ร้อน ร่วง เข้ายาโรคกระเพาะอาหาร ผสม ใน ช่วยยอ่ ยอาหาร แก้ปวด แก้บวม แก้ ราก กบั รากผกั โขมหนามแช่นา้ ใสข่ ้าวจ้าว ฟกชา้ เมลด็ สารแก้อาเจียน ไมร่ ะบสุ ว่ นใช้ - บารุงธาตไุ ฟ แก้พษิ ฝี - เป็ นอาหาร -ดบั พษิ ร้อน แก้พิษทกุ อยา่ ง แก้ปวดบวม แก้พิษแมลงป่ องและตะขาบตอ่ ย

หญ้ายาง(กลาง) ผกั บ้งุ ยาง หญ้าตดื แมว ใบตา่ งดอก ลกู เขยตายแมย่ ายทบั ศพ(กรุงเทพฯ) Painted spurge ช่ือพฤกษศาสตร์Euphorbia heterophylla L. (Euphorbiaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้พมุ่ ใบสว่ นใหญ่หยกั เว้าเป็ นรูปขนนก รูปไขแ่ กมขอบขนาน ปลายรูปสามเหลยี่ ม มีจดุ แดงใกล้ ๆ ฐาน ลาต้นเป็ นเหลย่ี ม ดอกมใี บประดบั ห้มุ โดยชนั้ บนมี 5 กลบี ใหญ่และมีสว่ นยอ่ ยเล็ก ๆ หลายอนั มีตอ่ มซึ่ง ปลายเป็ นร่อง สว่ นที่ใช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ราก -กระท้งุ พษิ แก้พษิ ฝี ภายในและภายนอก ขบั นา้ นม - มีสขี าว เป็ นยาถา่ ยอยา่ งแรง แก้พษิ งู แก้พษิ แมลง แก้ไข้กาฬ แก้โรคผิวหนงั เปลอื ก - เคีย้ วกิน ถา่ ยพยาธิ ถ้ากินเกนิ พพุ อง เกลอ่ื นฝี ให้ยบุ 3 ยอดจะทาให้ท้องเดนิ -แก้ฝี ภายนอกและภายใน กระท้งุ พิษ แก้พษิ งู เนอื ้ ไม้ แก้พิษตา่ ง ๆ ขบั นา้ นม -กระท้งุ พิษ แก้พษิ งู ขบั นา้ นม แก้ฝี ภายนอกและ ดอกและผล ภายใน ยางจากใบ -รักษาหดิ ยอดสดๆ สารเคมีท่สี าคญั Anthocyanin , polyphenal , suecinic dehydrogenase ฤทธ์ิทางเภสชั วทิ ยา ไมม่ ีรายงานการวจิ ยั

หนามมะเบน๋ (เหนือ) กาจาย กระจาย ขคี ้ าก(แพร่) ขแี ้ รด(กลาง) งาย จิ่งจา่ ย งาย หนามหนั (จนั ทบรุ ี) มะหนามจาย(ตาก) หนามแดง(ตราด) ตาลแู ม ฮายปนู (นครศรีธรรมราช) ฮาย(สงขลา) สอ่ื กี พอ(กระเหรี่ยง-แมฮ่ ่องสอน) ช่ือพฤกษศาสตร์Caesalpinia digyna Rottler (Leguminosae – Caesalpinioideae) ลักษณะท่วั ไป ไม้เถาขนาดใหญ่ มหี นามตามกงิ่ ใบเป็ นใบประกอบ ฝักขนาดเลก็ แบน สแี ดง สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ยอดออ่ น - ตาผสมยอดใบมะขาม ข้าวจ้าว โพก หวั แก้หวดั ในเด็ก เถา -เป็ นยาบารุงกาลงั แก้มะเร็ง แก้ฝี

หนามเลบ็ เหยี่ยว เลบ็ เหย่ยี ว(กลาง) มะตนั ขอ พทุ ราขอ เลด็ เยี่ยว หมากหนาม(เหนอื ) ตาฉแู่ ม ยบั ยวิ ้ (เพนนิลซูลา) แสงคา(นครศรีธรรมราช) สง่ั คนั (สรุ าษฎร์ธานี– ระนอง) ไลชมู ี (กะเหร่ียง–เชียงใหม)่ ช่ือพฤกษศาสตร์ Ziziphus oenoplia (L.) Mill. var. oenoplia (Rhamnaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้เถาเนือ้ แข็ง ก่ิงออ่ นมีขนสีนา้ ตาล ตามลาต้นมีหนามแหลมโค้ง ใบเดี่ยวเรียงสลบั รูปไขแ่ กมขอบ ขนาน โคนใบเบยี ้ ว มีขนทงั้ 2 ด้าน ผิวใบด้านบนยาวเรียบหรือมขี นบาง ๆ ท้องใบมขี นสมา่ เสมอ ดอกช่อออกดอก ทซี่ อกใบ ดอกยอ่ ยจานวนมาก ก้านดอกสนั้ หรือไมม่ ี กลีบดอกสเี ขียวแกมเหลอื ง ผลสดรูปกลมหรือไข่ ผลออ่ นสี เขียว เมื่อแก่เป็ นสมี ว่ งดา เมลด็ ในแขง็ สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ต้น - ผสมขาง แหน กินแก้ซาง -ตราดใช้เถาและใบต้มนา้ กิน ผล - ผลสกุ กินได้ - แก้ไอ ขบั เสมหะ ทาให้ช่มุ คอ ขบั รก ขบั เลอื ดลม คนแท้ง ราก -แก้มะโหก มะเร็ง - แก้โรคกระเพาะ ลกู ก็กินได้

ห้า หว้า ห้าขแี ้ พะ(เชยี งราย) Black plum , Jambolan ช่ือพฤกษศาสตร์Syzygium cumini (L.) Skeels (Myrtaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ต้นสงู 10 – 35 เมตร ใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปรี กว้าง 3 – 7 ซม. ยาว 8 – 14 ซม. ดอกสี ขาวหรือเหลืองอ่อน ออกเป็ นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ฐานรองดอกรูปกรวย ยาว 2 -5 มม. กลีบเลยี ้ ง 4 กลบี กลบี ดอกหลดุ ร่วงงา่ ย เกสรเพศผ้จู านวนมาก ผลสดรูปรี ขนาดประมาณ 1 ซม. เมอื่ สกุ สีดา พบตามป่ า ดิบชืน้ ป่ าผลดั ใบใกล้ลาธาร ทร่ี ะดบั ความสงู ไมเ่ กิน 1,100 ม. ออกดอกและติดผลเดือน ธ.ค. – ม.ิ ย. สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ ลกู - ขนาดเลก็ กินได้ ลกู สกุ สคี ลา้ กวา่ ลกู ยาบ - ตารายาไทยใช้แก้บดิ ต้มอมแก้ปาก เปลอื กต้น เป่ื อย คอเปื่ อย -องั ไฟ ขดู แปะท่ีฝี แก้ฝี หนอง ใบ - แก้บดิ มกู เลอื ด ต้มชาระบาดแผล ผล ตาทาแก้โรคผิวหนงั เมลด็ - แก้ท้องร่วง - แก้ท้องร่วงและบิด ถอนพษิ แสลงใจ แก้นาลายเหนยี ว ต้มชาระล้าง บาดแผล

แหนต้น(เหนือ) สมอพิเภก สมอแหน (กลาง) แหน แหนขาว ซิบะดู่ (กระเหรี่ยง-เชียงใหม)่ ลนั (เชียงราย) สะคู้ (กระเหร่ียง-แมฮ่ อ่ งสอน ) Beleric myrobalan ช่ือพฤกษศาสตร์Terminalia bellirica (Gaertn.) Roxb. (Combretaceae) ลักษณะท่วั ไป ไม้ต้นสูง 30 – 40 เมตร ใบเด่ียวเรียงตรงข้าม รูปไข่ กลบั กว้าง 2 – 10 ซม. ยาว 4 – 16 ซม. ดอกออกเป็ นช่อตาม ปลายยอดหรือซอกใบใกล้ปลายยอด ยาว 3 – 15 ซม. กลีบ เลยี ้ งรูปถ้วย กว้าง 4 – 5 มม. ยาว 1 – 2 มม. ปลายแยกเป็ น 5 แฉก รูปสามเหล่ยี มปลายโค้ง เกสรเพศผู้ 10 อนั ยาว 3 – 3.5 มม. รังไขร่ ูปรี กว้าง 1.5 – 3 มม. ยาว 2 – 3 มม. ผลสดเมล็ด เดยี ว แขง็ รูปรีแกมมน กว้าง 1.5 – 2.5 ซม. ยาว 2-3 ซม. ผิวมี ขนสีนา้ ตาลหนาแน่น พบตามป่ าดิบแล้งท่ีระดบั ความสงู ไม่เกิน 800 เมตร ออกดอกเดือน มี.ค. – เม.ย. ผลแก่เดือน ก.ย. – พ.ย. สว่ นทีใ่ ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ ผล -เข้ายาอายวุ ฒั นะ -ผลให้นา้ ฝาดชนิด เผาแชน่ า้ กินแก้ไอ - เป็ นยาเจริญอาหาร แก้ท้องร่วง ผลออ่ น pyrogallal และ ผลแก่ -ผสมเข้ายาซางเด็ก -มรี สเปรีย้ ว ใช้แก้ไข้ ขบั ลม ขบั เสมหะ catechal ใช้ฟอก ผลดิบ ผลสกุ -มีรสเปรีย้ วฝาดหวาน บารุงธาตุ แก้ไข้ แก้ริดสดี วง หนงั ได้ ดอก -เป็ นยาระบาย -ชยั ภมู ิ ใช้ผลเข้ายา เมลด็ เคร่ืองโกฐ รักษา -มีฤทธ์ิฝาดสมาน แก้ท้องเสยี มะเร็ง เอดส์ เปลอื กต้น - รสฝาดเยน็ แก้โรคตา -ลาพนู ใช้ผลทาแก้ แก่น - รสฝาด แก้บิด คนั ช่วยเจริญอาหาร ราก - รสฝาดเยน็ ขบั ปัสสาวะ ใช้แกน่ เข้าเครื่องยา ใบ - รสฝาด แก้ริดสดี วงทวาร ต้มนา้ กินแก้ซางใน - รสฝาดเย็น แก้โลหติ ร้อน เด็ก -รักษาแผลตดิ เชือ้

เอือ้ งหมายนา เอือ้ งใหญ่ เออื ้ งต้น(ยะลา) เออื ้ งช้าง(นครศรีธรรมราช) เออื ้ งเพด็ ม้า(กลาง) บนั ได สวรรค์(เพนนิลซูลา) ช้ไู ลบ้อง ซเู ลโบ(กะเหร่ียง-แมฮ่ อ่ งสอน) Crape ginger , Malay ginger , Spiral flag ช่ือพฤกษศาสตร์ Costus speciosus (Koen.) Sm. (Costaceae) ลกั ษณะท่วั ไป ไม้ล้มลกุ มเี หง้าใต้ดนิ ใบเดีย่ วเรียงสลบั รูป วงรีแกมขอบขนานหรือรูปใบหอก ดอกช่อออกท่ี ปลายก่ิง กลีบดอกสีขาว ตรงกลางดอกมีแต้มสี เหลืองหรือชมพู ด้านบนเกลีย้ งหรือมีขน ด้านลา่ งมี ขนน่มุ คล้ายเส้นไหม กาบใบอวบสีเขียวหรือนา้ ตาล แดงโดยรอบลาต้น ผลรูปไขส่ แี ดงสด เมลด็ สดี า ออก ดอกเดอื น พ.ค – ต.ค ผลแห้งแตกได้ รูปขอบขนาน แกมสามเหลย่ี มเม่ือสกุ สแี ดง สว่ นทใี่ ช้ การใช้ในท้องถ่ิน จากการค้นคว้า หมายเหตุ เหง้า - ใช้เป็ นยาถ่ายพยาธิ - ช่วยขบั ปัสสาวะ ใช้เป็ นยาถา่ ย -เหง้าสดมพี ษิ มาก ถ้ากินมากจะ ช่วยถา่ ยพยาธิ แก้อาการบวมนา้ ทาให้อาเจียน ท้องร่วงรุนแรงได้ ต้น - ยา่ งไฟแบบกระโจมเดก็ แก้ ตกขาว อาการตดิ เชือ้ ในทางเดิน หนู า้ หนวก หรือใช้ดอกไปปิง้ ไฟ ปัสสาวะ -ตราด ใช้เหง้าหรือลาต้นใต้ดนิ แล้วบีบนา้ จากดอกใสห่ ู แก้หู - แก้บดิ เข้าเครื่องยาเย็น ใช้นา้ ที่บบี นา้ หนวก จากเหง้าหยอดหรู กั ษาอาการ อกั เสบ หนอ่ ออ่ น - เป็ นอาหาร แตต่ ้องต้มให้สกุ -ลาพนู ใช้ต้นและดอกปิง้ ไฟ บีบ ใบ เสยี กอ่ น เพอ่ื ขจดั กลนิ่ ให้หมดไป นา้ ใสห่ แู ก้หนู า้ หนวก ดอก ใช้ - แก้ไข้ กินกบั นา้ พริก สารเคมีท่สี าคัญ ในเหง้ามสี ารdiosgenin ซงึ่ มีฤทธ์ิคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงและเป็ นสารตงั้ ต้นในการสงั เคราะห์ยาสเตยี รอยด์

ฮ่อสะพายควาย ขาเป๋ี ย จ๊ดุ (สงขลา) ซงั สะมลู (เขมร-จนั ทบรุ ี) ยา่ นดกู (ปัตตาน)ี มอื ตาโนะ(มาเลย์- นราธิวาส) สดุ หนว่ ยสดุ (นครศรีธรรมชาตื ช่ือพฤกษศาสตร์Sphenodesme pentandra Jack (Verbenaceae) ลกั ษณะท่วั ไป เป็ นไม้เถาเลอื ้ ยกิ่งออ่ นเป็ นเหลย่ี ม ใบเดี่ยวออกตรงข้ามกนั เป็ นคู่ ดอกสมี ว่ งแกมเขียว ผลรูปกลมรี เลก็ สว่ นทใ่ี ช้ การใช้ในท้องถิ่น จากการค้นคว้า หมายเหตุ เครือ - ต้มนา้ หรือดองเหล้า ดม่ื บารุงกาลงั - รักษาโรคปวดกระดกู -บรุ ีรัมย์ ใช้เถาต้มนา้ ด่มื ราก บารุงกาลงั