Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️©️

Description: ✍️©️

Search

Read the Text Version

-; มูลบทบรรพภิปึ เจาภาพ จดพิมพ์เบนอนุสรณ์ ' ไนงามณาปนกิาศท นายจำนงคํ่พ่วงส่าเน ณ ฌาปนสถาน ฎกษํตริยาราม พระนคร *ใ ๓๑ ม^14าคไป 1ตุ)(5เ๑1ด)

-■•- . .1 *

มูลบทบรรพกิจ ทร,อ*เด1ว์ยคำอธิบายของนายชออน อำทล เจาภาพ จดพิมV(เบนอนุสรณ์ ใน งาน ถภปน กิาศ ท นายจำนงคึ้ พ่วงสำเน ณ ฌาปนสถาน วตมกฎกยํตริยารามพระนคร ร่นท ๓® มนาคม ๒๕®๒

* V* * - - * -' เสชห^ 440,0เา*6 ม (ว1’'1เ7 4 เสขหะเบียน 01*70^1.





นายสำนงค พ่วงสำเน้ยง ชาตะ ๒๔๖0 — มรณะ ๒๕ดอ



คำปรารภ เนองจากคุณชะเอม พ่วงสำเนียง ใด!เรารภกบขำพเจาว่า,ใน งานฌาปนกิจศพคุณจำนงค์ พ่วงสำเนียง ครีงนึ่ ใคร่จะด I ๙ 1สอขนไว้เบนอนุสรณ์ สํกเล่มหนึ่งเพื่อเบนปฏิการะแก่ ได้กรุณามล าในงา*นน4 ชงขำพเด้าเห็นดพ้ ้องด้วย * ในระหว่างที่กำด้งคิดว่าจะพิมพ์หนีงสืออะไรดีนึ ขำพเด้าได้พบหนีงสือ “ มูลบทบรรพกิจ ” ชงคุณชออน อำ ได้ เรียบเรียง ทำคำ อธิบายไว้ และเคย ด้ดพิมพ์ เบน บรรณาการ มาแ ขำพเด้าเห็นว่าดีมาก ควรจะได้ด้ดพิมพ์ให้แพร่หลายต่อ เบนของเก่าซึ่งนีบด้นจะหาอ่านยากชนทุกที ขำพเด อนุญาตคุณชอํอน อำพล เพื่อนำมาด้ดพิมพ์ในงานนึ่ ความกรุณาจากคุณชด้อน อำพล อนุญาตให้ด้ดพิมพ์ไ เต็มใจ ขำพเด้าในฐานะส่วนด้วและในฐานะผ้แทนเด้าภาพขอขอ คุณชด้อน อำพล อย่างสูงไว้ ณ ที่นึ่ด้วย อนึ่ง เนึ่องจากความดำริที่จะด้ดพิมพ์หนี กระชนชิด และทำนเด้าของโรงพิมพ์เอกชิยการพิมพ์ก็ได้กรุ ด้ดพิมพ์ให้ในเวลาด้นสนเพื่อให้พ์นงาน จึงอาจจะม

ข พร่องอยํบาง ซึ่งขำพ่เจำตำงขอประทานอล้ยต่อท่านผ้อ่าน โอกาสนดำย หากหนำสือเล่มนีมีส่วนดีซึ่งอำนวยคุณานุประโยชน์ แก่ท่ อ่านแล้ว ชำพเจาขอน้อมอุทิศส่วนกุศลผลแห่งความดีที่งม จำนงค๔ พ่วงสำเนียง เพื่อนริกของข์าพเจำผัล่วงสบไปแล้ เดซะอำนาจกุศลผลแหำความดีที่งปวงที่คุณจำนงค๔ พ่วงสำเนีย ฃาฬเจาได้บำเพ็ญมาแล้ว,ในอดีตจงเบนผลดลบรรดาลให่ดวงวิญญ ล้นบริสุทธิของคุณจำนงค์ พ่วงสำเนียง จงไปสสขคติเสวยล สำราญสำเร็จประโยซน๙ล้นยิ่งใหญ่ในล้มปรายภพโนนดำย นาวาเอกแสวง บญยง ร.น. ๓© มนากิม ๑๒ บานตรอกไก่แจ พระนคร ๓๑ มนาคม ๒๕๑๒

ใ]ร?กตสงเขป ของ นายชำนงค พวงสำเนียง นายจำนงค์ พ่วงสำเนียง เกิดเมื่อข้นที่ ๘ กรกฎาคม พ. ๒๔๖๐ ที่อำเภอธ้ญญบุรี ข้งหวดปทุมธานี เบนบุตรนายพรํอม และนางฉาย นายจำนงค์ พ่วงสำเนียง ได้เข้าศึกษา1ในโรงเรียนมธ ศึกษา จบแด้วได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนช่างก่อสข้างอเทนถวา สำเร็จการศึกษาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ แล้วได้ประกอบอาชีพส่วนตัวอ ระยะหนึ่ง จนถึงข้นที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๐๓ จึงไค้เขืารบ ที่กรมธนาข้กษ์ กระทรวงการคด้งในตำแหน่งช่างตลอดมาจนก ถึงแก1กรรม นายจำนงค พ่วงสำเนียง ได้ทำการสมรสตับนางสาวซะเอม ไตรวิข้ฒน๔ เมื่อข้นที่ ๒๘ ธนวาคม ๒๔๙๗ มีบุตรีร่วมตับนาง ซะเอม พ่วงสำเนียง ๑ คน คือ เด็กหญิงจิราพร พ่วงสำเนี นายจำนงค พ่วงสำเนียง ได้เริ่มบวยด้วยโรคความด้นไ สง เมื่อเดือนตันยายน ๒๕๑๑ และได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบเมือข้นที่ ๓๐ ตันยายน ๒๕๑๑ รวมอายุได้ ๕๐ บ ๗ เดอน

เจาภาVI ขอ ขอบ พ ร ะ คณ ท่านผู้ม บุทิฦาจิฅเบนอย่างย-!'ในการทได้กรุณาสละเวลา มาในงานฌาปนกิจศพนายจำนงค์ พ'วงสำเนยง ในวันน ทากมสิงใดขาดตกบกพร่องบางแล่ว ขอได้โปรดประทานอภัยควย,

นโม สุคตนมสิดุ นมตดุ สุคตสิสะ นโม โพธายะ สิทธิรสิดุ สิกฃิดุม ขอสำค0'ญ1ของหน0งสอมูลบทบรรพกจ ในหน้งสือมลบทบรรพกิจ ได้วางหล้กการเรียนเขียนอ่า และให้ข้อสำยัญ ๆ แก่ผ้'ใคร่ศึกษาเล่าเรียนหนงสึอภาษ อย่างแจ่มแจ้งและชดเจนทีเดียว ท่านผ้วางหล้กและให้ข ไว้นคือ ท่านเจ่าคุณ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกร) เจ้ากรมพระอาล้ก่ษณ์ ในลนเกลาล้นกระหม่อม พระบาท สมเดีจพระบิ1ยมหาราชเจ้า พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหว ( รี ที่ ๕ ;) ท่านได้เริ่มล้นด้วยการไหว้ครูข้างตน ต่อมากข้ดวางพ ชนะที่ คือ ล้วล้กษรที่สำหรีบประสมกไ)สระน้น มี ๔๔ ล้ว กขฃ คคฆ ง จฉช ซฌญ ถูฎ ฐ ฑ ฒ ณ ดฅถ ท ธน บปผ ฝ พ ฟภม ยรล วศษ สหฬ อฮ

(๒) พย่ญชนะ ๔๔ ตํวน แบ่งออกเบน ๖ ตอน หรือวรรค คือ ๑. ตอนก๓)ตำ (กขฃคฅฆง) ๒. ตอนจ ๖ ตำ (จฉชซฌญ) ๓. ตอน ฎ ๖ ตำ (ถู ฎ ฐฑฒ ณ) ๔. ตอนด๖ดำ 'ดตถทธน) ๔. ตอน บ๘ตำ ( บปผฝพฟภม ) ๖. ตอน ย ๑๑ ตำ ; ยรล วศษ สหฬ อฮ) พฆญชนะดำกล่าวเหล่าน์ ห่านจดไว้เพื่อประโ ออกเสียงหรือเทียบคำที่กล่าวไว้เบน ๓ ชน เรียกว่า อกษรสูง อกษรตา อกษรกลางที ๙ ตำ คือ กจถู ฏดฅ บ ปอ อกษรสูง ที ๑๑ ตำ คือ ข ฃ ฉฐถ ผฝศ ษส ท อกษรตา ที๒๔ ตำ คือ คคฆ งชซ ฌญ ฑ ฒ ณ ท ธ น VI ฟ่ ภ ม ยรล ว ฬ ฮ อกษรหรอพยญชนะเหล่าน ลำพงตำของมาแอง ไงเอาจ เบนเครืองหมายแทนถอยคำได้อย่างจริงจำ นอกจากทางตำ

(๓) เบนคำย่อ ในความหมายของคำบางคำ เซ่น ท.จ.ก. หมายถึง “ทุนจำกด,, ก.ต.ภ. หมายถึง ‘กรรมการตรวจภาษี, ถ้งนึ่ เบนตน เพื่อจะใช้ตำอำษรนึ่ให้ได้ผล เบน เครื่อง หมาย แทน ให้ทราบข้อความนึ่น ๆ ได้ ถ้องมีเครื่องหมายอีกชนิดหนึ่ง ‘ ไม้ ’ มีชื่อต่าง ๅ ถ้น เรียกไม้หนำ ไม้ถ้วน ไถ้มะลาย ไ ไม้โท และมี'ไม้อีกพวกห'นึ่ง เรียกว่า วรรณยุกต์ หรือวรรณยุต เบนเครื่องหมายกำถ้บถ้วอำษร บอกเสียงสูง เสียงกลาง เสียงตำ และเสียงสาแญ วรรณยุกต์ คอ ไม้เอก0 ไม้โท 0 ไม้ตรี 0 เหมือนเลข๗, ไม้จำวาหรือไถ้กากะบาด (*) ไม้ตีนกากเรียก ไม้ทำ ๔ นึ่ เบนเครื่องแสดงระถ้บเสียงสูงตาของคำในภาษาไทย กำถ้บอย่บนตำอำษร เซ่น กอ ก่อ กอ ก่อ ก่อ เบนตีน ไม้ไต่ต์ I๘) เหมือนเลข ๘ กำถ้บอยู่บนตำอำษร ทำใ ออกเสียงอ่านอกษรมเสยงสน เซ่น ก่ เบน เบด' เบนตน ไม้ถ้ดหรือไม้หนกาศ (\") หรือหางถ้งหนก็เรียก เบน เครืองหมายกำกบอยบนตรอกษร ทำให้อานมเสยงกระชน เชน วน ก่น ดง หก หัด กด เบนตีน

ที่ว่าตักษรหรือทย*ญข้นะ จะให้อ่านออกเสยงอย่ เบนเครืองหมายแทนถ่อยคำ ให้ทราบข้อความนน ๆ ได้ ก อาตัยไม้ต่าง ๆ รวม ๆ ก้นเรียกว่า ‘ สระ ’ นอกไปจากวรรณยุต มี ๓๒ ตัว คือ สระอะ (-ะ), สระอา (-า', สระอิ (1-!, สระอ (-ข้), สระอ (-ข้), สระออ (ข้'), สระอุ (-11), สระอ (- ), สระเอะ (เ-ะ), สระเอ ( เ-;, สระแอะ(แ-ะ), สระแอ (แ-), สระโอะ (โ-ะ), สระโอ (โ-) สระเออะ (เ-าะ), สระออ (-อ), สระอำะ (-ำะ), สระอำ (-,ว) สระเอิยะ (เข้'ยะ), สระเอย (เข้'ย), สระเออะ (เข้'อ สระเออ(เข้'อ), สระเออะ (โ-อะ), สระเออ (โ-อ), ฤ(ร) ฤา (1), ฦ (ล), ฦ ( ลอ), สระอำ (ข้า), สระไอไม้มวน (-ใ), สระไอไม้มะลาย (-ไ), สระเอา (เ-า) ผ้เรื่มเรียน หรือผ้สนใจในตักชระสตัยภาษาไทย คว ทราบถึงความย,งยากในการใช้สระไอไม้ม้วน (ใ) หรื ไม้มะลาย (ไ) ข้งทำให้เกิดความฉงน หรือสงตัยในกาวใ ควรจะใช้ ไม้ม้วน หรือไม้มะลายตัน มีคนจำนวนมากท ไม้ม้วน หรือไม้มะลายไม่ถูกตัอง ด้วยเหตุนท่านผั

? (ส0 มูลบทบรรพกิจ จึงได้กำหนดคำใช้ไม้ม้วน ให้ท่องขํ้นใ เลย เพื่อจะได้ไม่ฉงนหรือสงส'ยต่อไป คำใช้ไม้ม้วนน1น บี ๒ ดำต่อไปน ะ ใผผ้น สนใอ ให้ทาน ภายใน ผาใหม่ สดใส ใครไปมา จะใคร่ได้ ยองใย สิงใด ของใช้ หลงใหล ใส่ไคร้ หญิงส 'เบนใบ้ ภายใต้ ผู้ใหญ่ ทางใกล้ มิใช่ ดอกแถมใบ ส่วนคำที่ต่องใช้ไม้มะลายในหนำสีอจินดามณี มีกำหนด ๔๐ คำ แต่ท่านผ้แต่งตำราเรียนมูลบทบรรพกิจน ท่านเห็นว่า จะไม่สันเชิง เพื่อต'ดความกำวลสงส*ย หรือความลำเลใจ ท่าน จึงกำหนดให้จดจำไว้ว่า คำนอกจากที่บำค'บ์ใชัไม้ม้วน ๒๐ คำ แม้ว กิควรใช้ไม้มะลายท'งสืน ต่อมาได้มีบญญ่ตคำใช้ไม้ม้วนขนมาอีก ® คำ คือคำว ‘ ไม' ’ แทนที่จะใช้ไม้มะลาย กล'บใช้ไม้ม้วน คำว่า ‘ ไม' ’ นไม่ ใช่ของท่านเม้าคุณ พระยาครืสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกู ที่เบ้นไปเช่นน้น เบ้นเฉพาะหนำสีอเรียนของทางผายว'ด ช้ง สมเด็จพระมหาสมถแจำ กรมพระยาวซิรญาณวโรรส ทรงโปรด ใช้เช่นน้น จะพบเห็นคำว่า ‘ ไม่ ’ นได้,ในหนังสือ นวโกว บาลีเวยยากรณี พุทธประว่ติ และหนังสือเทศนาต่าง ๆ ใช

60 ที่งนีน ที่สมเด็จพระมหาสมณะเจาทรงโปรดเช่นนั้น ก็ ผลว่า คำว่า เ ใม่ , เบนคำปฏิเสธซึ๋งม็สำเนียงสั้น ๆ ไ สำเนียงยาวอย่าง ๑, ประกอบด้วยเมื่อเขียนคำว่า ‘ ไม ตำหวำก็ลากเสไเจากสระไอลงมาหาตำ ‘ ม ’ ก็อย่ในด้กษกเะ เบนไม้ม่วน ฉะนไเจึงทรงใช่ไม้ม่วนตลอดมา' บรรดาพ เถรานุเถระทงหลายทงที่เบนศิษยานุศิษย์ และมิใช่ ก็ด้อ ตามด้งกล่าวมา แต่ก็เบนเฉพาะการศึกษาทางผายด้ด พระมหาสมณานุสรณ์เท่านีนี หาใดกำวก่ายไปถึงโร กระทรวงศึกษาธิการ หรือทางราช้การแต่อย่างใดไม่ นอกจากการใช่อำษ;ด้นประกอบด้วยสระ และวรรณยุ เพื่อด้งด้บหรือกำกบใด้ออกเสียงแลำ ในพด้ญซี ด้วยด้น ถึด้งด้งด้บในการอานคำพื่มื่ตำส ะทดตรง ๆ ได เช่น แม่กน สะกดด้วย น. แม่กง สะกดด้วย ง. แม่กก สะ ด้วย ก. แม่กด สะกดด้วย ด. แม่กบ สะกดดำด บ. แม่กม สะกด ด้วย ม. แม้เพื่ยงนีแลว ถึยงไม่พอที่จะทำใหไเปลกว ลึกชง เพราะเกี่ยวด้บคำศํพท คำอรรถ ชงมาจากนานาภาษาและ อะไรอีกมากมาย ทานจึงแบ่งอำษรให้เบนตำสะกดได้อีกด้ง

(๗) ๑. คาทมตว ญ ณ ร ล ฬ สะกด อานเหมอนตว น สะกดในแม่กน อ1าน เหม^อนต6ว^ ก สะกด ๒. ค0าทมดเว) ข ค ฆ สะกด ในแม่ กก ๓. คาทมตว0 .ะะเ^®/ จ ช ส อ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธศษ ส สะกดอ่านเหมือนต่ว ด สะกดในแม่ กด ๔, คำที่มีตํว ปพฟ่ ภ สะกดอ่านเหมือนต่ว้ บ สะกด ในแม่ กบ - ตำสะกดเหล่านท่านจะไดพบในคำกลอนอ่านเทียบ แ แม่กง แม่กก แม่กด แม่กบ ต่อไป ใครเบนผู้ประพ่นธคำกลอนอ่านเทยบ คำกลอนสำหรบอ่านเทียบในมาตรา แม่ ก กา แม่กน ฯลฯ นํ้น บางท่านอาจเข้าใจผิดว่า ท่านเข้าคุณ พระยาศรีสุนทรโวห (นอย อาจารยางกร) เบนผ้ประพนธ์ ซึ่งความจริงแล้ว พระเดช พระคุณ พระสุนทรโวหาร ( ภ ) เข้ากรมพระอาล้กษ ใน พระบาทสมเด็จพระ!เน เกล้าเข้า อย่ หำ พระบวรราชวง ( ข้งหนำ) เบนผ้ประพนธ จะเห็นได้ข้ดจากคำกลอนอ่านเที ในแม่เกย กล่าวไว้ตอนหนงวา “ภุมราการุญสุนทร ไว้หวัง X/

สั่งสอน เด็กอ่อนอนเยาว์เล่าเรืยน ต้งนึ่ ภุมรา แปลว่า ท่านผัน ชื่อภ่ เบนรำนกวีเรืองนามแห่งชาติไทยชันเยี่ยมผ แต่ที่ท่านต้องมาเบน ขำทูล ละอองชิลีพระ บาท ใน พระ บา สมเด็จพระที่]นเกลำเต้าอย่ห่ว ( ต้งหนำ ) ก็ต้วยพระบาท ประที่]นเกลำเต้าอย่หำ ทรงพระเมตตาที่เห็นท่านรำนกว เบนผัดีตกยาก จึงได้ทรงชับเลียงไว้ เติมท่านผัน ก็เบนพระ อาลำษณ์ ในพระบาทสมเด็จพระพทธเลิศหต้านภาลำ รำ ที่ ๒ ต่อมาในรำกาล พระบาทสมเด็จพระนึ่งเกลำเต้ รำกาลที่ ๓ ไม่โปรดเกลำ ๆ ที่จะใช้สอย เนึ่องจากทรงขำ เช้งประต้นชิก่อนทรงราชัย์ ท่านไต้ถูกปลดออกจากร ตำแหน่งพระอาลำษถแเละถูกถอดออกจากบรรดาศำด็ที่ขนสุนท โวหาร เมื่อพ้นตำแหน่งแล้วสาม่เญชัน เรียกท่านว่าสุนทร ได้รำพระราชทานบรรดาศำด็ใหม่ในชันหต้งจาก สมเด็จพระอนุช ธิราชในรำกาลที่ ๔ คือ พระบาทสมเด็จพระที่]นเกลำเต้ เบนที่ พระสุนทรโวหาร เต้ากรมพระอาลำษณ์ในพระบ แต้วได้แต่งเสภากรงเก่าขนทูลเกลำ ๆ ถวาย พระบาท สมเด็ ที่]นเกลำเต้าอย่หำ เมื่อตอนต้ยชราภาพอีก © เรื่อง นํยว่าเบนเ สุดทำยของท่าน ชังสำนวนและเนึ่อความนึ่น พระปรมาจาร สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรำยกย่องไว้เบนต้นมาก

(๙) ต่อไปนจะได้นำคำกลอนอ่านเทยบตั้งแต่ในแม่ ก แม่กน แม่กง แม่กก แม่กด แม่กบ แม่กบ แม่เกย ไปตามลำดับ (•.'1) คำกลอนอ่านเทยบในแม่ ก กา ?}าใ4 ตด สะชิสะ*จะขอไหว้ พระศรีไตรสะระณา๒ พ่อแม่แลครูบา๓ เทวดาในราษี^ ข้าเจ้า๕เอา ก ข เข้ามาต่อ กกามี แก้ไขในเท่านํ ดิมิดีอย่าตรีชา๖ จะรVคำต่อไป พอล่อใจ๘กุมารา8 ธรณี๑๐ มีราชา๑๑ เจ้าภารา',๒ สาวะถี5’'’ ซื่อพระไชยสุริยา®๙ มีสุดา5’๕ มเหสี5’๖ ซื่อว่าสุมาลี๑๗ อย่บูรี5’๘ไม่มีไภมี’*6 ข้าเผา๒๐เหล่าเสนา๒® มีกิริยา๒๒อะฌาไศรมี๒'’’’ พ่อค้า๒๔มาแต่ไกล ได้อาไศรย๒๕ในภารา ไพร่พา๒๖ประชา๒'\"ซี๒เช๘า๒๙ บูรีก็ปรีดา๓๐ ทำไร่๓® เขา๓๒ไถนา๓๓ ได้เข้า'’๔ปลา*๕แลสาลี’’'

อ!เมาหม่ข้าเผา สีหาเยาวะนารี๓๗ ที่หน้าตาดีดี ทำมะโหรี๓๘ที่เคหา๓๙ เข้าแต่หอ๔๒ล่อกามา๔๓ คืาเซำเผํV๐สีซอ๔๑ โลโภ๔๕พาให้ข้าใจ'\"๖ หาได้ให้ภะริยน้๔ เห๔๘ไปเข้าภาษาไสย์๔๙ ฉ้อ๕๑แต่ไพร่ใส่ขื่อคา๕๒ ไม่จำคำพระเจา๔๗ คือ ไก่ หม1๕๔เข้าสุภา'๕๕ สีอฒข้าไท๕๐ ใข้สุภาสีว่าสี๕๖ ไม่ถอพระประเวณี๕๘ คะสีที่มีค๕๓ ไล่ด่าตีมีอาญา๖๐ ใครเอาเข้าปลามา ว่า'โร่เฑ่๖๓เต่า ปู ปลา๖๔ ว่าใบบา๖๖ สาระยำ๖๗ ที่แพแกซนะ๕๗ เล่าสีละ๗๐พระสะธำม์๗๑ ขื่ฉ้อ๕๙สีได้สี ไปเร่รำ๗๔ทำเฉโก๗๕ สีศะไม้๗๗ใจโยโส๗๘ ทซือ ๖๑ สีอพระเข้า'๖๒ ข้าขอโมทนา๘๐ไป ผัเข้าเหล่าเมธา๖๕ ไครไม่มปราณใคร๘๑ ภิษุ๖๘สะมะณะ๖๘ คาดา๗๒ว่าลำนำ๗๓ ที่ใครได้ใส่เอาพอ๘๓ ไม่จำคำผ้ใหญ่๗๖ ที่สีมีอะโข๗๙ ภาราสาวะถ

6)6)^1 ผทมผมอ ทำดดอไม่ซอขอ ใส่คว้าผ้าที่คอ๘๕ อะไรส่อ๘๖ก็เอาไป ' ข้าเผาเหส่าเสนา มิได้ว่าหมข้าไท๘๗ ถือนา1๘๘ราเข้า'ใป'๘๙ แต่นาใจไม่นำพา๙๐ ไพร่พาเศราเปส่าอุรา1๘๒ หาได้ใครหาเอา๙๑ ไส่ดีด่าไม่ปราณี๙๔ ผ้ที่มีอาญา๙๓ มะระณะกำม์๙๗ เซาบุร ผีบา๙๕มากระทำ๙๖ ก็ไม่มีที่อาไครย้๑๐๐ นาบา๙๘เข้าธานี๘๘ หนีไปหาภาราไกล ไม่มีใครในธานี ฯ ข้าเผีาเหล่าเสนา'3,0๑ ชีบา๑๐๒ส่าลไป\"0๓ ศพณเละความหมายในคำกลอนเหยมในนน่ ก- กา ในขทขาน ๑® ๑. ‘ สะธสะ ’ มาจากสะคำหนีง และมาจากสาชิคำหนี สะเบนคำประกอบหนำคำอื่น บ่งความว่า ประกอบด้วย พข้อม ด้วย มีรวมกน เซ่นเดียวกน เซน สเทวก (สะเทวะกะ) พข้อม ด้วยเทวดา สชิมมิกะ มีชิรรมร่วมกน สข้าติ มีกำเนิดรวมกน

(๑!®) ) สาธ แปลว่า ดี ถกตอง เหมาะ งาม สำเร็จ ไดผล สำเรซิ- ประโยชน์ ถกตอง ชอบแลว ความจริงน่าจะเบน สาธ แต่ท่าน ริสสะ สระอา ให้ไบน สระอะ และแทนที่จะเอาสะ ชง เบนคำประกอบหน้าตามแบบ ท่านเอา สะ มาประกอบหลงเสีย ก็เพราะท่านจะใหสไเน้สก4บ คำว่า จะขอไหว้ ความหมาย'ใน ก็คือ- ได้ถึงพริอมแล้วด้วย กาย วาจา ใจ ล้นดีงาม ที่จะเคารพ และกราบไหว้ เบนคำประณามคุณ หรือเปล่งชนก่อนกล่าว เพอเคารพใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ้ พระราชา บิดา มารดา ครู อาจารย์ และเทพเจ้าผ้ทรงนามว่า คเณศ คือ พระเจ แห่งบญญา ท่านเหล่านจึงเบนผัล้นเขาล้อนวอน ในเว สรรพกิจการ และในเวลาเบิกหน้า เรื่องหน้งลือหรือคำประพ โคลง ฉํนท์ กาพย์ กลอน ที่งสีน เรียกล้นว่า ‘ ไหจ้คร ’ ออ เดียวล้บ คำว่า “ศภน้สดุ” หรือ ‘‘นน้ตถ รตน้ตตล้สสะ\" คำเริ่มด้นในเล่มน ที่งนเพื่อขอความสจ้สดิมงคลแก่ตน ช ผ้แขียน เรียบเรียง หรือผ้ประพันธ์ หรือผ้อ่าน และผ้พื่ง ได้จาก พระภิกษุผ้แสดงพระธรรม หรือเจริญพระพุทธมนต จำต้องกล่าวคำประณามพระคุณ และเคารพ1ในพระองค์สม พระล้มมาล้มพุทธเจ้า ชึ่งเบนพระบรมคร เบนที่เคารพข

และมนุษย์ ด้วยคำว่า นโม ด้สสะ ฯลฯ เพื่อพี่นสว่สดม แก่ท่านผู้แสดงพระธรรม หรือ เจริญพระพุทธมนต์ และผ ดริบพงพุกท่าน ๒. ‘พระศรืไตรสรณ'ไ, หมายกึงแกว ๓ ดวง คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงด้ ซึ่งเบนที่พึ่งที่อาศํย สรณ หรือ ริตนตริย ก็เรียก คงมีความหมายนํย์เดียวด้น. ๓. ‘บา’ ครู, อาจารย์, ชายหนม. ๔. ‘ เทวดาในราษ ’ เทวดาประจำด้ว เทวดาเสวยอายุ เทวดาแทรก ในชาตาของผ้ประด้นธ, ผ้เขียน ผอานหนำสีอนิ เฉพาะคำ ราศี, ราษี หรือ ราสี ไทยเราใช้หมายกึง หรือ สกษกเะดีงามของคน. ๔. ‘ขาเจา’ ฉัน (ใช้พูดด้บผัที่นบถือ) เบนคำสรรพนาม แทนชื่อผ้พดหรือผ้ประด้นธ เบนศพทโบราณ บจจุด้นใช้ ‘ข แทน ขาเจา ‘ ขำพเจำ ’ ตดมาจาก ‘ ข้าพระเจา ’ แต่ก่อนใช้ แก่คนทวไป ‘ขำพระเด้า,,ขำพระองค์, ใชำราบทูลพระเด้าแผนด หรือกราบทูลพระพุทธเด้า เดี๋ยวนิใช้ ‘ขำพระพุทธเด้ ใช้กราบทูลพระเด้าแผ่นดิน หรือ เด้านายชนสง. ๖. ‘อย่าตรชา’ ‘อยาตำหนิติเตียนเลย,

(๑๔) ๗. ‘รำ, เสๆ บ่น พรำ บอโ! เพ้อ หรือ รา เช่น ดวยไม้ ‘จะรำคำต่อไป ’ ในที่,แหมายถึง จะบอก หรือจะบร ข้อความต่อไป. ๘. 4 ล่อใจ , ยาใจ เข้าใจ, ชวนให้มีหข้ง ชวนให้ อยากอ่าน ลิ่. 4กมารา’ เด็ก ๆ ทั้งหลายที่เบนช'าย อีกนยหนึ แปลว่า ‘ผตายง่าย, คือเด็ก ในที่นึ่หมายถึงเด็กๆ ที่จะเรียน หนงสีอมลบทบรรพกิจ 4 ธรณ ’ ในทนหมายถึง บ้านเมอง ธรณีตามศพที แปลว่า โลก, ดิน, แผ่นดิน หรือไม้กรอบล่างของประต (ไทย เรียกว่า ธรณีประตู) ๑ ๑ I 4 ราชา ’ พระเจาแผนดิน ๑.๒ 4 เจาภารา ’ เข้าเมือง ผปกครองเมือง ‘ ภารา เลือนมาจาก ‘พารา, แปลว่า เมือง ‘พารๆ, ค0านึ่พ้ตออกมาจากค เ พารากเส1, และชื่อ พาราณลื นึ่ เบนชื่อเมืองในประเทศอินเด เดิมเรียก พาณารสี เบนชื่อกรงบ้นเบนราชธานี แห่ง ภายหลำเรียกพ้นใหม่ เบน “ พาราณลื ” โดยเอาชื่อแม่ รวมพ้น คือ แม่นาหนึ่งชื่อว่า ำรกก’ และอีกแม่นึ่าหน

‘ อสี ’ แต่ชาวเมืองคงเรียกตามชี่อเดิม ซึ่งอิงกฤษเขียนตามเส ของชาวเมืองว่า 86031-63 ๑๓. 4 สาวะถ ’ ท่านผ้ประพ็นธไชอย่างน้ ก็เพื่อใ จำขื่อได้คราว^ๆ เบนสำเนียงในมาตราแม่ ก กา ไปก่อน คือ ‘สาว่ตถี’ ถาจะเขียนอย่างนีให้ถกตองลงไป จะก่อให้ ความสืบสน ในหมวดหม่ยกษรย่งยากใจแก่เด็ก ๆ เพราะเด 1 3ย-งเรยน1เ-ชย’นอ'าน, ไม-กง มาตร’าแม กด คำว่า ‘ สาวตถี เบนขื่อเมืองแห่งแควนโกศล ใน ครงพุทธกาล เบนเมืองที่มีพระพุทธาวาส ชื่อว่า พระเชตวน ซึ่งเบนที่ประทบของพระพุทธเจ้า ๑๔. 4 พระไชข์สรื่ยา ’ ชื่อพระมหากษำริย์เบนต่วน ในเรื่องของมูลบทบรรพกิจ ตามปกติ เบน “ช้เย,, .แปลว่า ซะน หรือ พระอาทิตย์ ไชยสุริยา หมายถึงกษต่ริย์ ชื่อไซยะ สืบเซึ่อสายมาจากพระอาทิตย์ คลายกไ]คำว่า พระสุริยว คือ เชอสายพระอาทิตย์ เซ่นกิน ๑๔. 4 สคา ’ ลกสาว แต่เราใซ่เรียกหญิงทิวไป หม ถึงหญิงสาว เซ่นเดียวกบ ‘ วธู ’ หญิงสาว, เจ้าสาว, แต่ใ ที่นีหมายถึง สาวสวย ที่เบนเมียของพระไชย์สุริยา

๑๖. ‘มะเหษ, มเหส. มหิษ., พระราชนี่, นางพระ สนม, ที่ง ๓ คำนี่ แปรว่า เมีย พระเจาแผ่นดิน และคำ มเหสิ หรือ มเหสี นี่ หมายถึงฤษีใหญ่, หรือผู้ พระพุทธเจ้า ๑(ท). ‘สมาล’ ตามศพท วา ดอกไมี, พวงดอกไม้ (บางที่ใช้เบนคำเปรียบ หญิงงาม นางงาม หรือทเรีย ดอกไมีของชาดิ ) แต่ในที่นี่เบนชื่อตำนางพระยาในเรื่องนี่ ๑๘. ‘ บร, บูรื ’ เมือง, จ้งหจ้ด ๑๔. ‘ไภย์, ภ0ย, ภย (พะยะ), ความกลำ ของที่นากลำ ในที่นี่หมายถึงโรค หรือความไข้ ระบาด หรือภัยเกิดจากภัน “ไม่มีไภย์” คือปราศจากโรคภัยไข้เจ็บใดๆและไม่มีใครรบกวน ๒๐. ‘ขาเผ้า’ ขนนาง หรือขำราชการ หรือมหาดเล็ก ที่คอยรีบใช้พระเจ้าแผนดิน หรือขนนาง, ขำราชการที่มีตำแหนง เผาตามหมายประกาศหรือพระบรมราชโองการ ๒๑. ‘เสนา’ กองภัพ, .กองทหาร, หม่ทหาร ‘เสนางคื' ส่วนแห่งกองภัพ โบราณจ้ดกองภัพเบน ๔ สวน คือ พ พลม้า พลรถ พลเดินเทา) (ทหารราบ)

^๑ ๓)ใ ๒๒. ‘กรยา’ อาการ, การทำ, คำพดส่วนหนึ่ง ไวยากรณ์ใช้ ‘กริยา, อย่างลนสกฤต ๒๓. ‘อะฌาไศรย, มาจากอชฌาส้ย ที่แผลงไปเช่น นํน ก็เพื่อให้อ่านเขำหมในแม่ ก กา เพราะเด็กยงไม่ หม่แก'กด แปลว่า ความประสงค์, ความนิยม, อำเภอใจ นิสำใจคอ, อารมณ์ เมื่อรวมเข้ากิบ กิริยา อะกเาไศรย แปลว่ กิริยาดี, ความประพฤติดี, ความริจำประพฤติม่อนหย่อนตาม ๒๔. ‘พ่อคา, ช้ายผ้ค่าขาย นายพานิช พ่อคำ แต่ไกล หมายถึง พ่อคำต่างถิ่น มาทำการคำขายอย่ใน หรือยกเบนพวก เบนกอง เดินทางนำสินคำมาคำขายตามรายทาง โดย ขบวนเกวียน เบนพาหะลากดำย วำ หรือ ควาย หรือไม่ ก็ใช้ต่าง (เครื่องสำหริบบรรทุกสิ่งของ) ห้อยมาบนหลง วำ ลา หรือ อฐ อย่างที่เรียกกอง 02เโ^2เฑ เบนดิน ๒๔. ‘อาไศรย์, คือ อาศรไ), อาศย (สไเสกฤต) อาสำ {มคธ) แปลว่า การมานอน, ที่พำ, ที่อยู่, ที่ตง ไทยใช่ฟ้นกิริยาว่า พำพิง, พกม่อน, อยู่ ๒

๒๖. ■ไพรพา, ขาแผ่นดิน เบนคำใซสาหรืบเรียกชาว เมืองขธงประเทศ ที่มืพระเจาแผ่นดินทรงเบนประมุขปกครอง \"ไพร่’, แปลร่า ชาวเมือง, พลเมืองสา3-1!ญ ลางทีใช้เบ คำคุณศพที เช่นร่า คนไพร่ หมายถึงคนเลว เจ้าน พระองค์ ชอบตวาดคนใช้ร่า \"ไอ้แกนึ่ม่นไพร่เสียเหลือเกิน ดิงนเบนตน ๒๙). 'ประชา ปชา’ หม่คนหรือหมสํตว์ เช่นประชากร, ประชาชน, ประชาราษฎร หม่สตรี, ชาวเมือง ๒๘. ■ช, ในที่น คือผ้ทีใดิรบยกย่องอย่ในเกณฑ็เบน 'พระ, (ผก1ลบวช) เช่นชี ชีพราหมณ์, ชีสงฆ์,* ชีดิน, พระสงฆ์ ทีเบนอาจารย์ ชีปะขาว, ชีผ่าขาว, นกบวชชายน1งห่มผ่าชาว ชีไพร (ฤๅษี) ชีเปลือย นำบวชจำพวกหนึ่งลือเพศเปลือ บำเพ็ญตบะ คือ ความเทียรเครื่องเผากิเลส เรียกร่า พิธีข่มกิเลส โดยทรมานตว ๆลฯ แม่เบนหญิงลือบวช เราก็เรียกว่า ชี เช แม่ชี นางชี ยายชี หลวงชี และ ช คำนึ่ เรียกหญ ไม่เฉพาะในศาสนาไร กาเบนพทธศาสนิกชนผายไทย ก็น1งขาว ห่มขาว โกนผม โกนคืว หมายถึงหม่หรือพวกทีลือบวช ไม่ร หญิงหรือชาย

๒ลิ่. ‘เชา, ในที่นึ่ก็คือ ชาว แปลว่า หม่ พวก ผ้อากยอย่ กนที่อยประจำถิ่นใดถิ่นหนึ่ง ที่ตองใช่แช่ อ่านง่ายเข้า คำว่า ชาว นึ่ ประกอบหนาคำประสม เขิน ชาวโลก ชาวข้าน ชาวเมือง ชาวบุรี ซาววง ชาวว่ด เบนข้น ๓๐. ‘ปรดา’ อิ่มใจ ปลมใจ ยินดี (แผลงมาจาก ปรีตะในข้นสกฤต) ๓๑. ‘ไร่, พนที่ส0าหข้บปลูกข้นไม้คข้บ นา ซึ่งเบน ส0าหรไ]ปลกข้าว (ไร่ เบนคำแสดงจำนวนเนึ่อที่ ๔๐๐ วา ตารางเหลี่ยม หรือมืข้ฅรา ๑๖๐๐ เมตร ตารางเหลี่ยม) ๓๒. ‘เขา, เบนสรรพนาม ใช้แทนชอกนอื่นที่เรา พูดถึง ภาษาไวยากรณ์เรียกว่า บุรุษที่สาม ๓๓. ‘ไถนา, กข้บดินด้วยเครืองมือชนิดหนึ่ง ปลกข้าว ไถ เครืองทำนาชนิดหนึ่งสำหรบกลไดิน ทำ ขนเพื่อทำลายข้นหญ้า ที่หำไถเรียกว่า ผาล คือเหล สวมหำไกรปกข้ายหำหมู หำหมูไถ กเรียก ๓๔. ‘เข็า, คือพืชที่ใช้เมล็ดเบนอาหารของคน ทำไป มืหลายชนิดด้วยข้น แต่เดี๋ยวนเขียนเบน ขา ข้าวเข้า ที่เขาเรียกว่า ข้าวสาร คือเบนข้าวที่สีช้อ

)ยุเด!)อ และรำออกหมดแลว ใส่นาหงทำให้สกด้วยไฟ ใช้เบนอา ปกติ ข้าวเหนียวใช้ทำขนม แต่พวกไทยเหนือใช้ทำอาหารตา ปกติ เพราะรบประทานอิ่มแน่นด ไม่หิวง่าย ไม่บดง่าย เหมาะ แก่การเดินทางไกล ๓๕. ‘ปลา, ส่ต่ว์นาที่หายใจด้วยเหงือก บางชนิดมีเกล บางชนิดไง!มีเกล็ด เบนอาหารชงจะขาดเสียมิใด ไม่ว่าคนมี หรือคนยากจน อย่างไม่มีเนอปลา ก็ตำงใช้นาปลาชึ่งทำจากปล ปรุงอาหารรีบประทานกบข้าว ๓๖. ‘สาล, ข้าวชนิดหนึ่งเพาะปลกด้นในประเทศหน แบงสาลี คือ ข้าวสาลี หงเกบดเบนแบง สำหรืบทำขนมบง (ไ'ภํหณฑใ Vบ1^31-0/ นำรกน่าชม ๓๓). ‘เยาวะงกร, หญิงสาวสวยร่นกำด้ด อายุเริ่มตงแต่ ๑๓ บี1 ข้นไป ๓๘. ‘มะโหร, วงเครื่องดีดสีตีเบา ที่มีข้บด้องรวงแบน พวกเดียวด้น มี ๒ ขนาด เรียกว่าเครื่องเล็ก ๑ เครื่องใหญ่ ๑ มะโหรีเครื่องเล็กมี ๑, ระนาดเอก ๒, ระนาดด้ง! ๓, ฆองวง ๔, จรเข ๕, ซอดวง ๖, ชออ ๗, ขลยเพียงออ,

ขล่ยหีบ ๘, โทนรำมะนา ๙, ฉิ่ง ๑๐, ฉาบ ๑๑, คนรอง ๑๒, ซอ ๓ สาย (ถ้ามี) มะโหรีเครื่องใหญ่ เพิ่มระนาดเอกเหล็ก ๑ ระน เหล็ก ๑ ฆ้องวงเล็ก ๑ ๓6. ‘เคหา’ เรือน, พิ่อย้อาศย ๔๐. ‘เผา’ ระวง. รกษา, คอย เช่น เผาล้อเลียน, คอยด, เผา (ใช้สำหรบเล้านาย) ไปพบ ไปหา ๔๑. ‘สีซอ’ คือบรรเลงเพลงซอด้วยคนช้กซอ ซอ ซื่อเครื่องสายซนิดหนึ่งใช้สีให้ด้ง มี ๒ สายล้าง ๓ ส เบนซื่อของตอไม้ไผ่ที่คนด้ดเหลือไว้ที่กฝ็ คํ่าเชั๊าเผ้าสีซอ ในที่นึ่หมายถึง ไม่ว่าเช้าว่าคื ประการใด จะขาดเครื่องสาย เครื่องดึดสีคืเบา ซึ่งมีนางบำเรอ เสนอหนำเบนผ่แสดงเสียมิได้ ๔๒. เขาแต่ทอ’ ในที่นึ่หมายกึง เข้าประจำอย่ในเรือน ซึ่งมีฝากนเบนล้องมิดชิด' พรื่งพช้อมไปด้วยนางบำเ (คำว่า ‘ล้อง, ตามประกาศภาษีเรือนโรงรำน จุลศกราซ ๑๒๔ ให้พงเข้าใจว่า ตองมีฝากน จึงเรียกว่า ‘ล้อง’) ทอ เ เรือนที่คบ่าวสาวจะอย เรอนหอ กเรียก

๔๓. ‘ล่อกามา, คำน บรรดาเด็ก ๆ ที่เล่าเรียนมูลบท บรรพกิจอ่านาเาถึงตรงน้ แม้ผ้เขียนเองก็เข้าใจและสำ เดียวข้นว่า ‘‘ล่ออีกามาเข้าหอเพื่อต้กข้บต้ว’, ขนมาด้วยข้น เรียนอ่านหนำลือมากขีน จึงได้ข้ว่า ‘ล่อ ข้นเบนเรื่องความประพฤติของคน คอการเสพส่งวาส ภาษาข้ด เรียกว่า เสพเมกน เมถน คือ ความเบนคข้น, ประเวณีของ ผวเมีย คือการร่วมล่งวาส ล่อ ภาษาตลาด หมายถึงว่า เขมือบ-กลืนกิน, ใส่เขาปาก, อดเข้าไป, กินอย่างตะกละตะกลาม คือ กินไม่เล เห็นแก่กินเกินเปรียบเบนใหญ่ เช่น ลอข้าว, ลอเหลำ และ หมายถึง เขก เช่น ล่อกระบาน เบนต้น ล่อ แปลว่า ลวง, หลอกลวง, อวด, แสดงพอให้เห็น ล่อกามา ในที่นหมายถึงประพฤติดามความใคร่ในกามคุ ร่วมต้วยนางบำเรอ ข้นประกอบไปต้วย รูป, รส, กลิ่น, เสีย}. สไเข้ส ที่มีส ๔๔. ‘ภะริยา, เมีย, เบนคำชึ่อเรียกหญิง (ข้ว' เบนคู่ครองอยู่ คำว่า ‘หาได้ให้ภริยา’ ในที่น ห ชายบางคนที่มืภิริยา แต้วมินิข้ยเสีย เวลาคบใครเบนมิตร

ประพฤติตนเขาตำรา ‘‘ทีได้ฝากใหํเมีย ทีเสียฝากให เบนผ้เสียแทน” เบนการเอาเปรียบเพื่อน ใครจะเดือ ยากเข็ญประการใดไม่คำนึง ๔๕. ‘โลโภ’ ความโลภ, ความอยากได้ไม่รจกพอ ในทีนึ ดืออยากได้ไม่เลอก หรืออยากสีองเสพไมเลือก ๔บ. ‘บาใจ’ ใจหลงมวเมา1ในสิ่งนึน ๆ เกินขอ ฮึกเหิม, เหอเหิม ลืมด้ว ๔๓}. ‘คำพระเจ,], หมายถึงคำสงสอนในพระพทธศ ๔๘. ‘1เ,ท’ เ1ซ1เมบยีง 61,เบ1น, เขว1 ๔๔. ‘ภาษาไสย ในที่นึหมายความวา พวกตางดาว ต่างภาษา คนรีบใช้ทีไมใช่ทาส, คนรีบใช่ของกน ๕๐. ‘ขาไท, ทีเบนใหญ่ โกงชาวบ้านซาวเมือง ด ๕๑. ‘ฉ้อแต่ไพร่’ ยกยอกหรือบดบ้งโดยกล่าวคำเท็จ หรือแกด้งปกบ อย่างใด ๆ โดยเจตนาทุจริต เพื่อ'ให้เขายอมสงทรีพย์ ๕๒. ‘ขอคา' เครื่องไม้เครืองจำกอนึกโทษ มีไม้ขน ด้านขางตงแต่ด้นคอ ยื่นยาวไปขางหน้าเพื่อขึง เหยียดเต็มที ตองการให้หน้งทีหด้งตึง เมือเวลาโบยด

(๖0๔) จะได้แตกแยกเบนแผลเลือดอาบ เบนเครื่องทรมานอย่างทารุณ เพิ่งเลิก'ใช้!เมื่อพระบาทสมเด็จพระบิ1ยมหาราชเจา รชกา ทรงพระกรุณาโปรดเกลำ ๆ ให้เลิกทาส ๔๓. ‘คดทมค่, คือเรื่องราวที่มีผ้พองรำงเรียนต่อชุนศาลฯ เรียกว่าโจทก์ผายหนึ่ง และมีผูถูกพองเรียกวำจำเลยผายหนึ่ ๔๔. ‘ไก่หม, ในที่นึ่หมายความว่า อาหาร ซึ่งหมาย ลิงว่า คความที่งค ‘โจทก์ก์ดี จำเลยก็คื ต่างจะต่องมีอะไรต่อมิ อะไรติดไม้ติดมือ เขำไปหาขนศาลตระลาการที่บ้าน เพื่ ให้ผายตน ๆ ชนะคดี หรีอตามแต่ท่านชุนศาลตระลาการจะเรีย รีองเอาอีกต่างหาก การ,ให้อย่างนึ่เรียกว่าสินบนคือทรี หรีอจะให้เพื่อจูงใจใบ้ผ้รบทำผิดต่อหน้าที่ โดยผ ตนเบนที่ตง ๔๔. ‘สภา, ชุนศาลตระลาการ หรือ ลูกชุน ผิชผิดชอบ ในอรรถคดีที่ชำระบ้นในโรงศาล ๔๖. ‘ใครเอาเขาปลามาให้สุภาก็่วำด, เรื่องบ้าวปล เบนของจำเบนอย่างที่สุด เพราะชุนศาลตระลาการทรงแต ชุนนางบ้าราชการช้นผ้ใหญ่ ซึ่งแต่ละท่านต้องมีบริวาร ชายเลืยงไว่มาก เพื่อประโยชน์ส่วนตํวและส่วนราชการ บ้

(น!)๕) จะมีการเกณฑ์ตกแต่งสเฑนรีวด้งราชการในงานหลวง ๆลๆ ก็จะ ได้สนองพระเดซพระคุณได้เต็มที่ ‘ก็ว่าดี, คำนหมายถึงค พอใจว่าทนค่าใช้จ่ายเลยงดทาสบริวาร และลูกเมีย ๕ฟ่. ‘ที่แVโแก้'ชนะ5 คือฅต็ที่พองช้องต่อขนศาลตระลา การน,น'จะเบนผาย'โจทก์ผ้พอง ช้องก็ดี หรือผายจำเลยที่ถูกพ ก็ดี คดีนีนไม่มีทางส้ แต่แทนที่จะแพ้ก็ดำเนินกโลบายช่วยใ เสีย เนื่องด้วยประโยชน์ที่ผายใดผายหนึ่ง เบนผ้ และมากกว่า หรือวิเศษกว่า หมายความว่าไม่เชื่อคำด้ ๕๘. ‘ไม่ถอพระประเวณ, สอนของพระที่ว่า ชุนศาลตระลาการที่งหลายผ้พิจารณาอรรถ ด้องงดเช้นเหตุอคติ ๔ ประการ คือ ลำเอียง เพราะช้กใคร่ด้น เ ฉนทาคติ, ลำเอียงเพราะโกรธ เรียกโทสาคติ, ลำเอียงเพราะเขลา เรียกโมหาคติ, ลำเอียงเพราะกด้ว เรียก ภยาคติ, แล้ ขนบธรรมเนียมหรือแบบแผนที่วางไวิ สำหรบชุนศาลตระ ตามด้มภีรีพระมโนสารซึ่งเรียกว่า ประเพณี นนเสียอีกด้ ๕๘. ‘คนขฉอถาไค้สนิทสนมอยู่กบเจานายชั้นผู้ใหญ่ แลว, ด้กจะได้ดีเสมอ เพราะผ้ใหญ่ชอบจะพงด้อยคำของพว ขฉ้อก่อนคนอื่นที่ซึ่อล้ตย์สจริต ซึ่งอยู่ห่างไกลเช้าหาไม่ถึง แล

(๒ *3 ) คนขฉำราษฎร์บํงหลวงนำแอต ม*นรวยเสียแสว งานวนเกิด ของท่านผ้ใหญ่ หรือท่านผใหญ่ ยากจะได้อะไร ชอ ก็ซอให้ได้ด้วยราคาแพง หรือจํดหาให้จนกระที่งหญิงร่ เมื่อเบนที่โปรดปรานของท่านผ้มีอำนาจบาทใหญ่ แต่งตงให้เบนผ้มีหนาที่ หยิบฉวยเงินหลวงใช้ได้ตามกน อาศยอำนาจ ในที่สุดก็เลยมีอำนาจตามขิานไเดรศํกด จะไล ลงโทษใครอย่างไรก็ได้ เพราะในสมียพระไชย่สุริยาเบนสมียิทา ผู้ทไม่ใช่ทาสกเหมอนทาส มีนจะเล่นงานได้ด้วยวิธีไหนส้ม ไม่ได้ที่งนน หมายความวำมีอำนาจลงโทษได้หรือ ๖๐. ‘มอาญา’ ให้รำยก็ได้ ๖๑. ‘ทซอ’ คือผ้ที่มีความซื่อส้ตย่สุจริต จิบประจ ในหำใจอย1ู4่เบนนิจ คือประพฤติตรง ไงเคดโกง หลอกข ลวง ไม่ว่าในโอกาสไหน ๖๒. ‘ถอพระเจา’ คือบรรดาผ้ทงเนคงอยใน พระค•เสนๆ ยึดถือพระไตรสรณ,าค}เนิเบนที่พึ่งเห็นต้น ๖๓. ‘วาโง่เง่า’ พวกประจบสอพลอและขุนนๆงก เห็นคนที่ดี ที่ชื่อลตยึสุจริตเห็นคนโง่เงาเหนือนเต่า หรือ ป หรือกล่าวหาว่าเบนคนล้าส}เยไปเสียเลย

๖๔. ‘เต่า ปปู ลา’ ทำไมถึงเปรียบคนที่ดีที่ชื่อสี เหมือน เตา ป ปลา ที่งนิก็เพราะว่า เต่า หรือ ป ปลา นนิ ใค จะทำอะไรก็ได้™ ที่ไหนมไเจะกลำมืเสียงได้ ๖๔. ‘ผู้เถาเหล่าเมธา’ หมายดึง บุคคลผู้มือาย หรือแก่หง่อม เดี่ยวนใช้ ‘ผ้ เฒ่า’ เถา แปลดามศพท เดนสิ่งของทใฟไหมืแลว แต่เดยวนใช้ เทา เซน ฃเทา ถาเ จะ'เรี่ยกว่า ผเถา คงจะหมายดึงผ้ซรา ชงใกล้จะขนสูเช้งตะกอ เหลำเมธา บรรดาผมบญญามความฉลาด, หมูนกปราชญ ๖๖. ‘ใบ้บา’ ไนที่นหมายดึง ผ้เฒ่า ผู้แก่ บทจะนิ ก็นิ่งเหมือนคนใบ้ บทจะพดก็พูดพล่ามมากมายจนเบน ที่สด ๖10}. ‘สาระยิา’ ในที่นเบน ๒ ศพท คอ สา แปล ว่า หมา ระยำ แปลว่า ซวช้า, ตาช้า, อปมงคล พูด กไเตามศพทสาฒู้ก็คือ ระยำหมา หรือเลวกว่าหมา ๖๘. ‘ภษ’ คือภิกษุ เพื่อ1ให้เขาสีกษกเะแ3 คำว่า ภิกษุ (ธาตเดิมคอ ภซู่ แบง/ แปลตามพยญชนะ วา ปรารถนาแบ่งส่วน, ต้องการบนสวน หมายความว่า ขอ

(๒๘) ภกษุ แง่'ลว่า ชายผู้ขอ พระผชพในพระพุทธศาสนา ช ความเบนอยได้ดำยการขอจากผ้ยินดีให้ ๖๔. สมณะ’ ผู้สงบ, ผระงบจากบาป, พระ (ผูประเสริฐ) คำว่า 'สนดปาปา, แปลว่า ผ้สงบจากบาป ไทยใช้เรียก โใ]บ ผู้เบนประธานสงฆ์ในคาสนๅอๅธฎลิฤ เพึ ให้คสายกบคำว่า ‘ชงโตปาปา’ ซึงแปลว่าคุณพ่อผ้ประ เส ๗อ. ‘เล่ากละ’ ต่างกทงขวางไม่นำพาหรือไท่สท,ใจ 0า)๑. พระสะธๆม อานวา พระสธรรม, มาจากพระ สทธรรม แปลว่าธรรมของสตบุรุษ ความยุติธรรมที่แท้ {ท)๒. เคาถา’ คำประพนธ์ภาษาบาล (ท)๓. ‘วาล่านำ’ รองเบนเพลง ๘)๔. ‘ไปเร่รำ’ เทยวนำเอาไปริองไม่เสือฤที่ ๓)^. เฉไก แสดงอวดฉลๅต, อวดวเศษ, ฉลาดแกมโฤง ๘)๖. พูไมญ คนทมอายุมาก, คนทเบนหวหนำใน การงาน หวหนำครอบครำ ๘)๘). ‘ศศะไม’ หวแข็งเหมือนไม่, หำดีอ, หำร่ำ ๗๘. ‘ใจโยใส’ ตงใจแต่จะกวนใจ; ใจโหยกเหยก มุ่งแต่จะรบกวน'ให้เกิดควๅมรำคๅญ1 คิดแต่อวดดีไ}]รัจบ

ยุ่๒ ลี่,) ^ ณ์ลี่. ‘อะโข’ เพื่อใหัเขาล9กษณะในหมแม่ ก กา แผลงมาจาก อกโข แปลว่า มาก, หลาย ๘๐. ‘โมทนา’ การบรรเทิงใจ, การพลอยยินดี ความ ยินดีด้วย ความยินดี (ด้ดจากอนุโมทนา) ๘๑. ภาราสาวะถใครไม่มปราณใคร หมายถึงกรุง สาวตถึ สมยพระไชยสุริยา ไม่ว่า'ไพร่ผดขขำ ยุ่งเหยิงด้นไปหมด ๘๒. ‘ถนิแต่1ใจ’ ทำตามความพอใจ เอาแด่ใจตวเบน ใหญ่ เอาแต่ได้ ๘๓. ‘ใส่เอาพอ’ ในที่น้หมายถึง กอบโกย สูบ ขูด รด รีด เอาเข้าพกเด้าห่อจนเบนที่พอใจ ใครจะตกทุกข์ได้ยาก อดอยากเพียงใดไม่คำนึง ในที่นึหมายถึงผมอาชีพ'ในทางทุจริต ๘๔. ‘ผ้ทมผมอ’ เบนประจำ คือเบนคนมือไวใจเรว วิ่งราว ด้าที่คด้ลงคอ ๘๔. ‘ไส่คว่าผาทคอ, คือ เพราะผ้าไหม,ในสม่ยโนนถือว'าเบน'ของพีมืค่ามาก ถาใครมีใช้ ถือด้นว่า เบนคนที่มืภูมิฐานดี สาว ๆ ติดกรอเทียบเท่ากบ รณกง,ใช้ส่วนด้วในบงจบนน นิยมว่าเบนคนมืงมื ด้าหนุ หน่อย ด้กเบนที่ชื่นชอบของสาว และไม่สาว ไปทีไหนมีการ

รบรองดี โกหกให้พงก็เซื่อง1าย ยอมให้ตุ4นงาย แท็กซี่หรือรถรางไม่มีคนสนใจ ๔๖. อะไรล่อก็เอาไป ในที่น็หมายถึงไม่ว่าอะไรเบนตอง ตาตองใจของพวกมีอาซื่พในทางวงราว หรือพวกเจาซ้ไก่แจ้ ไม่มีเครื่องใช้เครื่องประดไเ เมื่อแลเห็นอะไรล่อตาสวยงาม เช่น หมวกไหมสไ)รส ผ้าไหม ผ้าม่วง สร่อยคอ แหวนปลอกมีด แหวน เท็ชร หรือไม่มีเงินใช้แลเห็นของที่มีราคาพอเอาไปไขว้เข ได้หรือขายได้ก็ควำเอาไปทงนน ๔๗. ขำ'ไทสมียโน*นมีเจำครอกเจาช้งฌัค ตามแต่พ แม่นดินจะบ่นบำเหน็จพระราชทานศกดินา ให้กี่ช้อยกี่พน กี่ นาที่ พระราชทานให้ ควบคุม ดูแล เพื่อเก็บ ช้าวส่งฉาง ห เช้าของนาหรือชาวนาในเขตนน ๆ ก็ผ้องมาขนช้งผ้ดอยใน ของสมเด็จเช้าพา พระองค์เช้า หม่อมเช้า แล้วยำมี พระยา, เช้าพระยานาหมื่น, ขน, หลวง, พระ มีศกดินาตามแต่จะ ได้มากหรือนอย ต่างกนหรือเหมือนกิน ซี่งต่างก็มีเลขไพร่เกกเฑ * สมสํงกคพรรคดีวยก็นทํ้งนน ต่างพวกต่างหม่กไเแม้จะศก กว่ากํน กึกด็ที่สงกว่าก็'ไม่กลำว่ากน เพราะไปว่ากล่าวพวกหร คนของเช้านาย หรือผ้มีอำนาจยี่งใหญ่เช้าก็จะ

\\ ๓๑; ตาม ๆ กนภายหลง ล้าหากเกิดตวาดแหวจากเบองบนมฺายำ เจ้าขุนมูลนายชองตนเข้ราแบลรอ้งวว่า เบนไม่แคล้วถกโบย หล้ง ๓๐ หรือ ๖๐ ขวไ] แล้วยำถกจำข้งอย่ในคกใด้ถนบ้านอีก เข้าขุนมูลนายไม่ทำดำนํนก็ลำบาก เมื่อลงโทษแล้ว เข้าขุ นายต้องแข้งโทษและกล่าวคำขอโทษ ขอรบผิคไปด้วย แม้สต้ นิ่ก็ยำมีอย่มากในทำนองลูบหนำปะจมูก ใครไปแตะต้องเข้าไม่ได้ ไม่เหลืออดทนไม่มีใครกล้าไปข้องเรียน เพราะกลวจะอย่ไม่เบน ปกติสุข ล้าไปโดนเข้านายของเขาใช้อำนาจเบนธรรมหเบาพง คนพองก่อน ถึงใครจะพูดซแจงอย่างไรภายหล้งก็ไม่พง ยิ่งจะ กลายเบนล้ยข้ายแรงอย่างใหญ่หลวงต่อไป หาว่าเสียงแข็ง โดยมากเดยวนแม้แต่ใครทำผิดจะเบนส่วนรวม ก็บ้กจะพ้าล้นถ หล้กว่า “พดไปสองไพเบยนิ่งเสียยำดีกว่า ทำให้นอนตาหลไ,’ รวมความว่า หม่รฅ้ไทยของใครก็สะเออะไปว่าเขาไม่ได้ทงสน ที่ง ๆ ที่มิใซ,สมยทาสด้งแต่ก่อนน ไม่เชื่อก็ลองด ๘๘. ลือนำเบนพระราชพิธีประจำบี1พิธีหนิ่ง เร นำพระพิพิฒนสติยา ให้ดีมนำราชพิธีในเวลาถวายล้ตย์ต่อพ เข้าแม่นดิน นำที่ว่านเบนนำที่พราหมณ์ ปุโรหิต อ แช่งนำไวัทำนำให้มีความศไดสิทธ ให้ม่อนเบนตาง ๆ มีระ

มากหลายต่อบรรดาผ้ไม่ซื่อล้ตย์สุจริต และคิดทรยศต่อพระเจ แผ่นดิน บรรดาผ้เบนขาราชการทั้งผายทหารตำรวจและพลเร ไม่ว่านายไพร่ซนเจ่านายและพระยานาหมื่น สมยรชกาลที่ กำหนดวไเที่ ๓.เมษายน ของทุก ๆ บี1 จะต้องกล่าวคำ ตนถวา!)ความจงร้ก/ไกดี และไม่คิดทรยศต่อพระบาทสมเด็จพระ เจาอย่ห์วและราชการแผ่นดิน ถำเบนข้าราชการชนผั กรุงเทพ ฯ ก็กระทำพิธีถวายส่ดย์สาบาลต่อพระพกตร์พระบาท สมเด็จพระเจำอยู่หำ ณ พระอุโบสกข้ดพระศรีรตนศาสดาราม (ข้ด พระแก้ว! ก้าเบนกรมกองหรือจำหก้ด ก็ตั้งโต๊ะม้าหม่บูซา มีพ บรมฉายาลำษณ์พระบาทสมเด็จพระเจำอย่หำตั้งไว้ เมื่อท สาบาล แล้ว ก็ต้กนาที่อ่านโองการ แซ่งนา ในข้น สาคร เข ศีร์ษะ เพื่อขอความเบนมงคลดำยในเมื่อนาใจไม่เคยคิดคด พระราซพิธีนได้ยกเลิกมาตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๖ เบนบแรก ๔๙. ‘ราเข้าไป’ หมายความว่า กล่าวตํง 1 ตามคำย ในุหน้ง์สือ ถวาย ลํตย์ สาบาล ลำหรืบพวก ข้าราชการ ชินผ้ใหญ่ ย่าน เอง แต่ว่าตามคำอ่านนำสำหรืบชินผ้'น้อยและข้าราชการตามก กระทรวง หรือตามต่างจาหพัชึ่งมีผ้ว่าราชิการข้งหข้

\\๓๓; นำ สำหรบอำเภอ นายอำเภอเบนอ่านนำ กล่าวคือ ว่าไรว่า กนพรอม ๆ กนไปยงงํ้นเอง ๙๐. แต่นาใจไม่นำพานน หมายถึงว่า อ่านให้ได้ยินรา กะอ่าหูจะแตกหรือพดออกมาเอง มีเสียงดงราวกะว่า คอหอยจะ แตก แต่ใจนไมงแต่จะฉิอราษฎรไงหลวงหรือคิดไปอย่างอื่น ไม่ สนใจต่อคำสาบานอ่าจะซื่อมัตย์ จะไม่ทรยศตามที่กล่ แต่ประการใดเลย ๙©. หาได้ใครหาเอา กำต่าง คนหา ได้ หา เอา โดย นาพก นาแรง ทำให้มันได้และให้มีขนมานนนไ!อ่าทำความเจริญร เรืองให้แก่ประเทศชาติและประชาชนได้รไประโยชน์ร่วมมัน ในสมัยพระไชยสุริยาที่อ่าน คงหาไดหาเอาโดยกอบโกยส ขดรีดเอาจากไพร่พาประชาชนที่เขาหามาได้ด้วยน์าพำน์ ด้วยอำนาจ ๙๒. ไพร่พาเศร่าเปล่าอุรา พวกชาวบ้านชาวเมีอง ประสพความฉิบหายวายบวนขำ แล้วก็ไม่รู้จะมันหนำไปพึ อามัยหรือร่องเรียนเอากะใครได้เลย เพราะเบนสมยทาสและ เจ่านายเหลิงอำนาจเบนไปแทบที่งบ้านน์นมีอง เท่าม พดอะไรไม่ได้ ขืนพูดไปคงไม์พนเอามะพราวหาวยดปาก ๓

(๓๔') ๙๓. มีอาญา หมายความว่ามีอำนาจ ลงโทษได้หรอให้ รายได้ ๙๔. ไล่ดีด่าไม่ปรานี เบนธรรมดาของผมอำนาจย่อมกด ขี่ข่มเหง หรือรำแกใคร ๆ เล่นได้เหมือนอย่างทาส ๙๕. ผีบา คือสิ่งที่มีสภาวะเกินคนที่สิงสถิตด้อยในบ รปร่าง ๙๖. มากระทำ มาดลบไเดาลให้เบนไป ด้วยฦทธหรือ อำนาจ ๙๗. มะระณะกำด้ ทำให้ชาวบำนชาวเมือง ความตาย ๙๔. นีาบา นีาชงพำทะลายไหลหลากจากธารต่าง ๆ บน เขาลงมารวมท่วมทไเในบา ไหลเขาบ้านเด้าเมือง เจิ่ง บ้บผ้คนและวำควายตายเตียน ก็ไม่ปรากฏว ๙๙. ธานี เมือง, จำหวด ๑๐๐. ชาวเมืองจะไม่มืที่อย่ที่กิน ไหนช่วยเหลือให้บ้นบ้ยได้ กลไ)ให้เกิดผีชาด้ามพลอย บรรดาลให้นาท่วมเพื่อด้างคนไม่ตี แต่ที่ไหนได้ ค มีขานพาหนะ สเบียงอาหาร ขำทาสชายหญิง เตลิดหนีไปไ ไม่เบนอะไร แด่ชาวบุรืผ้ชื่อด้ตย์ ผ้อาบเหงี่อต่างนานนเอ^กด้บด

^ (๓^) '”77 มี’บาปเคราะห์ถึงแก่มรณกรรม ควยเหตุที่'ไม่มีที่กินที่อาศย ไปไ เมรอดเลย ถกนาทวมตาย ๑๐๑. ส่วนพวกขาเผาเหล่าเสนาผักอบโกยมีทุนรอนดีแลว ก็หลบหนี'ใปอยต่างเมืองที่นา'ไม่ท่วม เทียบได้กบสม*ยน้ หลายประเทศที่เกิดยุคเข็ญ ท่านผัเบนเจาใหญ่นายโต เมื่อท่าน ว่า จะมีความเดือดรอนถึงท่าน ๆ ท่านก็ลอบเอาเงินไปฝากไ ณ ธนาคารต่างประเทศ แลำถือโอกาสขนยายอพยพครอบครำ ของท่านหนีไปอย่ต่างประเทศอย่างแสนสุขดำยเครื่องบิน เพรา ผลบารมีแบบ “ข็ฉ้อก็ได้ดี,, ของท่าน ส่วนพลเมืองที่ท ปกครอง จะต่องฉิบหายวายบวง ถกรบราฆ่าพนกินอย่างไรก็ช่าง เพราะพนไปแลว ๑๐๒. ชีบา ที่งพระที่งนำบวชและครูอาจารย ๑๐๓. ล่าลีไป หลีกหลบ หนีช่อน เที่ยวหาเหยื่ อาหารไปตามยถากรรม ฉมัง ๑๖ พาพระมเหษ12, พระไชยสุริยาภูมิ'3’ มาที่ในลำสำเภา๓ *

(๓๖') เขาปลาหาไปไม่เบา๔ นารีที่เยาว์๕ ก็เอาไปในเภตรา๖ เถ้าแก่เซาแม่1*แซ่มา'๘ เสนีเสนา5 ก็มาในลำสำเภา ตีมาฬ่อฉ้อใบใส่เสา๑๑ วายุพะยุเพลา®0 สำเภาก็ใช้ใบไป®๒ เภตรามาในนาไหล คาเช้าเปล่า1ใจ®'๓ ที่ในมะหาวารี๑๘ พะสธา®๕ อาไศรยไม่มี ราชานารี อย่ที่พระแกล®๖ แลดู ปลากะโห้®๗โลมา®๘ราหู®๙ เหรา๒๐ปลาท๒® มีอยในนาคลา'ไป ราชาหวำเหว่หะฤท่ย๒๒ วายุพาคลาไคล มาในทะเลเอกา๒๓ แลไปไม่ปะพะสธา เปล่าใจไนยะนา๒๔ โพล้เพล้๒๕เวลาราตรี๒๖ ใครรี,คะตี ราชาว่าแก่เสนี วารี๒๗นเท่าใดนา

\"' (๓๓) ขาเผาเลาแกราชา วาพระมะหา วารีนไซัใหญโต แผ่ไปใหญ่โต ข้าพระเจาเข้าใจ ไหลมาแต่ในคอโค๒๘ มะโหฬาร์ลานาไหล - บาฬี๒๙มิไต่แก้ไข ใหญ่โตมะโหฬาร์ ผ้ใหญ่ผ้เถ้า,๓๐ เล้ามา ใคร่รีคะดี พอพระสุริย์ไส๓๓ ว่ามี-พะญาสกถเา,๓๑ ย่อท่อรอรา กายาเท่าเขาคีรี สกณาถาไป จำขอข้อ'๓๗ ปลา ชื่อว่าพะญาสำภาที วารีนโตเท่าใด โยโสโผผาถาไป๓๒ จะใกล้โพล้เพล้เวลา แลไปไม่ปะพะสุธา ชวาก็จะประไล๓๔ พอปลามาในนาไหล อาไศรยอยทีศีศะปลา๓๕ ฉะแง้แลไปไกลตา๓๖ ว่าขอษะม'าอะไภย๓๘

วารีที่เราจะไป ใกล้ห?อว่าไกล ขำไหว้จะขอมระคา๓๙ มิไล้ไปมา ลาปลาจระลี๔๑ ปลาว่าข้าเจำเยาวะพา๔๐ พระเจำเขำใจ อาไศรยอย่ต่อธระณี พายุใหญ่มา ทะลุปรุไป๔๖ สกณาอาลํยชีรี เจ้ากำมืซํ้าเอา ส่ที่ภูผา'๔๒อา'ใศรย เอาผ้าสะไบ๔๘ นาเข้าหตา ขำเผาเล่าแก่ภูวะไนย๔๓ ฤไทยหว่าเหว่เอกา๔๔ จำไปในทะเลเวรา เภดราก็เหเซไป๔๕ สมอก็เกาเสาใบ นาไหลเขาลำสำเภา ผีนาชิ,าไต่ใบเสา๔๗ สำเภาระยำคว่าไป ราชาควำมืออระไทย ต่อไว้ไม่ไกลกายา๘๙ เถาแก่เซาแม่เสนา จระเข้๕๐ เหรา๕๑คร่าไป๕๒


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook