Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Nartawut_P

Nartawut_P

Published by Nattaporn Yawinchan, 2021-09-24 07:46:52

Description: Nartawut_P

Search

Read the Text Version

37 4. พน้ื ทอ่ี ํานวยความสะดวกและใหค้ วามปลอดภยั (Covenience and safety) เป็นสว่ น ใหค้ วามสะดวก ปลอดภยั เชน่ ทางเดนิ ภายในสวน บนั ไดสวน ทางรถ ลานจอดรถ โดยเฉพาะใน สว่ นของพน้ื ทบ่ี รกิ าร ทเ่ี กบ็ เครอ่ื งมอื ราวตากผา้ ลว้ นแต่อยใู่ นพน้ื ทอ่ี าํ นวยความสะดวก ดา้ น ความปลอดภยั เชน่ แสงสวา่ ง ตามขนั้ บนั ได ทางเดนิ เทา้ สะพาน 5. พน้ื ทใ่ี หค้ วามสวยงาม (Beautification) พน้ื ทส่ี าํ หรบั ปลกู ตน้ ไมป้ ระดบั ทม่ี รี ปู ทรง สวยงาม จะเป็นไมย้ นื ตน้ ไมพ้ ่มุ ไมด้ อก ไมใ้ บชนดิ ต่างๆ ตลอดจนสนามหญา้ มงุ่ ความสวยงาม ทต่ี ่นื ตา ต่นื ใจ การปลกู พชื จะผสมผสานกนั ในรปู ทรง สสี รร ผวิ สมั ผสั ลกั ษณะใบ ตลอดถงึ ชนดิ หญา้ และทางเดนิ เพอ่ื ใหเ้ กดิ จดุ สนใจ 6. พน้ื ทใ่ี หค้ วามงาม (Privacy) คนสว่ นใหญ่ตอ้ งการมบี า้ นและทด่ี นิ เพราะทุกคน ตอ้ งการความอสิ ระ การจดั สวนจาํ เป็นตอ้ มพี น้ื ทเ่ี อกเทศ เพอ่ื ทาํ กจิ กรรมสว่ นตวั พน้ื ทใ่ี หค้ วาม อสิ ระประกอบดว้ ย ลานพกั รวั้ ป้องกนั สายตาภายนอก ป้องกนั เสยี ง ตน้ ไมใ้ หญ่ใหร้ ม่ เงา ประตู เขา้ ออกบรเิ วณเป็นพน้ื ทส่ี าํ หรบั พกั ผ่อน 7. พน้ื ทด่ี แู ลรกั ษาต่ํา (Ease of maintenance) เป็นสว่ นเรยี บงา่ ย สะดวกต่อการดแู ล รกั ษา เชน่ การทาํ สนามหญา้ เรยี บ ปลกู ไมพ้ ุม่ โตชา้ ทางเดนิ เทา้ ปดู ว้ ยกระเบอ้ื ง อฐิ ศลิ าแลง การทาํ ขอบเขต แปลงดอกไมด้ ว้ ยอฐิ การทาํ ขอบรอบโคนตน้ ไมใ้ หญ่ การปลกู พชื คลมุ ดนิ ในสว่ น ทม่ี กี ารจดั การลาํ บาก 8. พน้ื ทร่ี บั รองแขกเฉพาะกจิ (Entertaining) มพี น้ื ทร่ี บั ประทานอาหารนอกบา้ น สาํ หรบั ครอบครวั มหี ลงั คา และปลกู ไมเ้ ลอ้ื ยคลุม 9. พน้ื ท่ผี ลติ อาหาร (Food production) เชน่ พน้ื ทป่ี ลกู พชื ผกั ไมผ้ ลบางชนิดทม่ี ี รปู ทรงของตน้ และพมุ่ สวยงาม 6.2 รปู ทรงของพืน้ ที่ ขอ้ สาํ คญั ทส่ี ดุ ของการจดั สวนอยา่ งหน่งึ คอื การทาํ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั การจดั สวนวา่ การจดั สวนคอื “การเปลย่ี นสภาพพน้ื ทจ่ี ากพน้ื ทไ่ี มเ่ กดิ ประโยชน์ใ หเ้ ป็นพน้ื ทท่ี ม่ี ปี ระโยชน์ และ พน้ื ทท่ี เ่ี ป็นประโยชน์ใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ ” รปู รา่ งของพน้ื ทด่ี นิ ทใ่ี ชใ้ นการจดั สวนจงึ จาํ เป็นตอ้ ง ศกึ ษาและทาํ ความเขา้ ใจ ทงั้ น้เี พ่อื 1. การออกแบบทเ่ี หมาะสม 2. การแบง่ พน้ื ทเ่ี พอ่ื อาํ นวยประโยชน์และความสมั พนั ธ์ 3. การเลอื กองคป์ ระกอบในการจดั ใหไ้ ดส้ ดั สว่ น รปู ทรงพืน้ ท่ีดินแบง่ ออกเป็น 4 แบบ 1. พืน้ ท่ีแคบและยาว (Long and narrow lot) การจดั สวนในพน้ื ทเ่ี ชน่ น้ี การแบง่ พน้ื ท่ี เพอ่ื ใชป้ ระโยชน์มขี อ้ พจิ ารณาประกอบการออกแบบ คอื ตาํ แหน่งของบา้ นหรอื อาคารทป่ี ลกู สรา้ ง ในพน้ื ทแ่ี ละสว่ นของพน้ื ทต่ี ิ ดถนน แต่อยา่ งไรกต็ าม ถา้ คาํ นงึ ถงึ พน้ื ทใ่ี ชป้ ระโยชน์ ส่วน Private area มพี น้ื ทม่ี ากกวา่ Public area

38 2. พื้นท่ีสี่เหลี่ยมขนมเปี ยกปนู (Pie-shapel lot) หลกั การสรา้ งทพ่ี กั อาศยั ตอ้ งยดึ แนวขนานของพน้ื ทต่ี ดิ ถนน ดงั นนั้ การแบง่ พน้ื ทโ่ี ดยคาํ นงึ ถงึ การใชป้ ระโยชน์พน้ื ท่ี ในสว่ นหน้า ของตวั บา้ น น้อยกวา่ พน้ื ทส่ี ว่ นหลงั ทใ่ี ชจ้ ดั สวน ทาํ ใหม้ พี น้ื ทจ่ี ดั สวนมาก สามารถจดั สวนรอบ อาคารสว่ นหลงั โดยเฉพาะส่วนทเ่ี ป็นหอ้ งรบั แขกและหอ้ งนอน ทาํ ใหม้ มี มุ เอง และพน้ื ทใ่ี ช้ ประโยชน์มากขน้ึ 3. พืน้ ท่ีสี่เหลี่ยมจตรุ สั (Square conner lot) การออกแบบและก ารจดั สวนสามารถ ประยกุ ตไ์ ดห้ ลากรปู แบบในกรณี 3.1 พน้ื ทส่ี เ่ี หลย่ี มจตุรสั ทด่ี า้ นใดา้ นหน่ึงของพน้ื ทต่ี ดิ ถนน สว่ น Private area ควร มพี น้ื ทม่ี ากกวา่ Public area ทจ่ี ดั เชน่ น้ใี นกรณคี าํ นงึ ถงึ การใชป้ ระโยชน์ แต่ถา้ ตาํ แหน่งทส่ี รา้ ง บา้ นพกั อยกู่ ง่ึ กลางของพน้ื ท่ี Public area จะมพี น้ื ทเ่ี ทา่ กบั Private area 1 : 1 3.2 พน้ื ทส่ี เ่ี หลย่ี มมมุ ถนน (Square conner lot) หมายถงึ พน้ื ทท่ี ม่ี ดี า้ นสองดา้ นตดิ ถนน การจดั แบง่ พน้ื ทส่ี ว่ น Public area จะมพี น้ื ทเ่ี ป็น 3 เทา่ ของส่วน Private area ทงั้ น้เี พราะ สภาพของถนนเป็นตวั บงั คบั 4. พื้นท่ีสี่เหลี่ยมผนื ผา้ (Rectangulaar lot) การออกแบบและการจดั สวนใหพ้ จิ ารณา จากสภาพพน้ื ทค่ี อื 4.1 พน้ื ทส่ี เ่ี หลย่ี มผนื ผา้ ทม่ี ดี า้ นใดดา้ นหน่งึ ตดิ ถนน (Rectangular interior lot) ส่วน Public area มพี น้ื ทน่ี ้อยกวา่ สว่ น Private 6.3 ความรพู้ ืน้ ฐานเก่ียวกบั งานออกแบบสวน ศิลปะ (Art) การจดั สวนเป็นศลิ ปะ ทเ่ี กดิ จากการผสมผสานของจติ สอดคลอ้ งกบั ชวี ติ เพอ่ื อาํ นวย ประโยชน์สขุ ทางรา่ งกายและจติ ใจ ศลิ ปะแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 อยา่ ง 1. ศลิ ปะทอ่ี าํ นวยประโยชน์สขุ ทางวตั ถุ ลาภผล ของรา่ งกาย (Function arts) 2. ศลิ ปะทอ่ี าํ นวยประโยชน์สขุ ทางดา้ นจติ ใจ อารมณ์ (Spiritual arts) การจดั สวน จงึ เป็นศลิ ปะทเ่ี กดิ จากการผสมผสาน ระหวา่ งสง่ิ อํานวยประโยชน์สุขทาง รา่ งกายและอารมณ์ (สมจติ โยธะคง. 2535: 34-48) หลกั การออกแบบ หลกั การออกแบบนกั ออกแบบภมู ทิ ศั น์ และภมู สิ ถาปนกิ ในการออกแบบสวน ตอ้ งผา่ น การศกึ ษาเกย่ี วกบั หลกั การออกแบบสวนมาเป็นอยา่ งดี จงึ จะทาํ ใหก้ ารออกแบบประสบผลสาํ เรจ็ ในทกุ ดา้ น Halfacre, Barden and Janick กําหนดหลกั การออกแบบไว้ 2 ทศั นะ - องคป์ ระกอบของศลิ ปะ - หลกั ในการออกแบบ

39 6.3.1 องคป์ ระกอบของศิลปะ(Elementary of Design or Elememts of Landscape Composition) เป็นองคป์ ระกอบทถ่ี กู กาํ หนดขน้ึ โดยธรรมชาติ และเป็นองคป์ ระกอบมลู ฐานของ ความงาม ในการออกแบบ (Element of aesthetic design) จาํ เป็นตอ้ งเขา้ ใจคณุ คา่ และมลู ฐานท่ี สาํ คญั ของความงาม และสามารถใขใ้ หเ้ กดิ ความสมั พนั ธก์ ลมกลนื การศกึ ษาองคป์ ระกอบของ ศลิ ปะหรอื ความงาม ไดศ้ กึ ษากั นมาเป็นศตวรรษจนสามารถกาํ หนดไดเ้ ป็นหลกั การ องคป์ ระกอบของศลิ ปะ ประกอบไปดว้ ย - สี - เสน้ - พน้ื ผวิ - รปู ลกั ษณะ - รปู ทรง - ช่องวา่ ง - ลวดลาย สี (Color) คอื : สง่ิ ทท่ี าํ ใหค้ วามรสู้ กึ ปรากฎเหน็ ไดด้ ว้ ยตาอนั เกดิ จากคลน่ื แสง หรอื ท่วงทาํ นองของงานออกแบบทใ่ี หค้ วามรสู้ กึ และอารมณ์ สที ใ่ี ชใ้ นงานจดั สวนไดจ้ าก 1. วสั ดแุ ละอุปกรณ์ทใ่ี ชเ้ ป็นองคป์ ระกอบในการจดั เชน่ สขี องอฐิ หนิ กรวด ศลิ าแลง ไม้ และองคป์ ระกอบอ่นื ๆ ทางโครงสรา้ งอาคาร 2. พชื พรรณต่างๆ เชน่ สขี องราก ลาํ ตน้ (ผวิ เปลอื ก) กงิ่ ใบ ดอก และผล สง่ิ ทค่ี วรรจู้ ากเรอ่ื งของสี 1. จาํ แนกสี สแี บ่งไดเ้ ป็น 3 ขนั้ ตอน 1.1 แมส่ วี ตั ถุธาตุ (Primary color) ประกอบดว้ ย สแี ดง สี เหลอื ง และสนี ้ําเงนิ 1.2 สชี นั้ ทส่ี อง (Secondary color) เกดิ จากการผสมของแมส่ ดี ว้ ยกนั เป็นสสี ม้ สเี ขยี ว และสมี ว่ ง 1.3 สชี นั้ ทส่ี าม (Tertiary color) เกดิ จากการนําแมส่ ผี สมกบั สขี นั้ ทส่ี องเป็นสเี ขยี วอ่อน เขยี วแก่ สมี ว่ งน้ําเงนิ มว่ งแดง สม้ อ่อน และสม้ แก่ 2. วรรณสี (Tone) เมอ่ื นําสที ไ่ี ดม้ าจดั เป็นวงลอ้ สี (color wheel) จะไดส้ ี 12 สี คอื สเี หลอื ง สเี หลอื ง - สม้ สสี ม้ สสี ม้ แดง สแี ดง สมี ว่ งแดง สมี ว่ ง สมี ่วง - น้ําเงนิ สนี ้ําเงนิ สนี ้ําเงนิ - เขยี ว สเี ขยี ว สเี ขยี วอ่อน 2.1 วรรณสรี อ้ น (Warm Tone) ไดแ้ ก่ สเี หลอื ง เหลอื งสม้ สม้ สม้ แดง แดง มว่ งแดง เป็นกลุ่มทแ่ี สดงความสวา่ งสดใส ต่นื เตน้ 2.2 วรรณสเี ยน็ (Cool Tone) ไดแ้ ก่ สมี ว่ ง มว่ งน้ําเงนิ น้ําเงนิ เขยี วน้ําเงนิ เขยี ว และเขยี วอ่อน เป็นกล่มุ สที แ่ี สดงถงึ ความสงบ รม่ เยน็

40 3. สตี ดั กนั (Contrast) คอื สง่ิ ทต่ี รงกนั ขา้ มกนั ในวงสี สตี รงขา้ มกนั บางครงั้ เรยี กวา่ Analogy เชน่ สเี ขยี วตรงขา้ มกบั สแี ดง สเี หลอื งตรงขา้ มกบั สมี ว่ ง สนี ้ําเงนิ ตรงขา้ มกบั สสี ม้ การ จดั สวนบางจดุ เพอ่ื ใหเ้ กดิ คว ามสนใจหรอื จดุ เด่น และความแปลกตาจาํ เป็นตอ้ งใชส้ ตี ดั กนั เชน่ การปลกู ลมุ่ ตน้ หงอนไก่สแี ดงกลางสนามหญา้ สเี ขยี ว หรอื สนามหญา้ เปิดกว่างสเี ขยี ว และปลกู ไม้ สแี ดงเป็นแถบดา้ นหลงั 4. ความกลมกลนื ของสี (Harmony in color) ความกลมกลนื ของสี จะกลมกลนื ใน กลุ่มวรรณเดยี วกนั ความกลมกลนื แบ่งได้ 2 กลุม่ 4.1 กลมกลนื ในกลุ่มสรี อ้ น (hot or wamth) เชน่ การปลกู ไมด้ อกลม้ ลุก เป็นกลมุ่ หรอื แถบของดาวเรอื งสเี หลอื ง หงอนไก่สแี ดง และดาวกระจายสสี ม้ ความกลมกลนื ของสที ไ่ี ดใ้ ห้ ความสวา่ ง สดใส มองดใู หค้ วามรสู้ กึ อยใู่ กล้ 4.2 กลมกลนื ในกลุ่มสเี ยน็ (cool or coolness) การปลกู ไมใ้ บสตี ่างๆ ผสมผสาน กนั หรอื การจดั กลมุ่ ไมท้ ม่ี หี นิ เป็นองคป์ ระกอบ ซง่ึ ประกอบไปดว้ ย กา้ มปหู ลดุ หรอกื าบ หอยแครงแคระ ปรกิ หรอื เฟิรน์ ตน้ วาสนา หรอื สนามหญา้ บานเชา้ วา่ นสท่ี ศิ 5. คา่ สี (Value) คอื ความสวา่ งความสดและความมดื ความทบึ ของวสั ดุ และพชื พรรณ 6. จติ วทิ ยาของสี(Psychology of colors) เป็นปฎกิ ริ ยิ าของสตี ่อการตอบสนองแสดงออก ในดา้ นความรสู้ กึ และอารมณ์ แบ่งการตอบสนองออกได้ 2 พวก 6.1 ตอบสนองต่อสตั ย์ เชน่ ยงุ ชอบสดี าํ แต่ไมช่ อบสแี ดง ผง้ึ ชอบสเี ขม้ แต่ไมช่ อบ สขี าว 6.2 ตอบสนองต่อมนุษย์ ในความรสู้ กึ วตั ถุสเี ขม้ รสู้ กึ หนกั กว่าวตั ถุสจี าง สขี าว แสดงถงึ ความศรทั ธา บรสิ ทุ ธิ ์และความสะอาด สแี ดง แสดงถงึ ความรนุ แรง สดใส ความรสู้ กึ ใกล้ สนี ้ําเงนิ แสดงถงึ ความมนั่ คง สงบ เยอื กเยน็ สจั จะ ความรสู้ กึ ไกล สเี ขยี ว แสดงถงึ ความหวงั ความรม่ เยน็ การผอ่ นคลาย สเี หลอื ง แสดงถงึ ความอบอุ่น ความรา่ เรงิ และความอุดมสมบรู ณ์ สมี ว่ ง แสดงถงึ ความยตุ ธิ รรม ความจงรกั ภกั ดี การทนทกุ ข์ ข้อคิดในการใช้สีจดั สวน 1. พจิ ารณาจากแบบของการจดั สวน และความเป็นมาในอดตี การจดั สวนแบบ ตะวนั ออก นยิ มใชก้ ลุ่มสี Monochrome และวรรณสเี ยน็ ยกเวน้ กรณตี อ้ งการเน้น สว่ นการจดั สวนแบบยโุ รป ใชก้ ุลม่ สี Polychrome และสวี รรณรอ้ น การเน้นของคา่ สตี ่อสว่ นผวิ พน้ื กต็ ่างกนั การจดั สวนแบบตะวนั ตก - ญป่ี นุ่ มงุ่ เน้นค่าของสี (Value) สว่ นผวิ พน้ื และสจี ะเป็นรอง การจดั สวนแบบยโุ รป - องั กฤษ จะเน้นสี (Color) มากกวา่ ผวิ พน้ื และคา่ สี 2. พจิ ารณาจากฉากหลงั หรอื ผนงั ของอาคาร ถา้ ผนงั ของอาคารเป็นสสี วา่ ง การ เลอื กใชว้ สั ดุ พชื พรรณสเี ขม้ จะทาํ ใหก้ ารจดั มองดดู ขี น้ึ ในทาํ นองเดยี วกนั ถา้ ผนงั ของอาคารสี เขม้ ควรเลอื กใชว้ สั ดุ พชื พรรณทเ่ี ป็นสสี วา่ ง การจดั จะดสู ดใสและเด่นขน้ึ 3. การจดั ใชส้ เี พ่อื ก่อนใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ กลมกลนื อยทู่ ก่ี ารเลอื กใชว้ สั ดพุ ชื พรรณ

41 เส้น (Lines) เสน้ คอื เครอ่ื งหมายหรอื จดุ ตดิ ต่อกนั, สง่ิ กําหนดใหเ้ กดิ รปู ทรงโครงสรา้ ง และรปู ลกั ษณะ, สง่ิ ทก่ี ่อใหเ้ กดิ การสรา้ งสรรค์, เครอ่ื งหมายทเ่ี ขยี นดว้ ยมอื และการใชเ้ ครอ่ื งเขยี น หรอื แนทางการ นําสายตา เสน้ จงึ เป็นโครงรา่ งของงานศลิ ปะ และการออกแบบ เป็นตวั กาํ หนดขอบเขตของภาพ ของเน้ือทท่ี ใ่ี ชจ้ ดั สวน ซง่ึ ทาํ ใหเ้ กดิ ขนาด และทศิ ทาง ความสาํ คญั ของเสน้ 1. เป็นสอ่ื ทเ่ี ก่าแก่ทส่ี ดุ 2. เป็นองคป์ ระกอบมลู ฐานขององคป์ ระกอบอ่นื ๆ ในการออกแบบ 3. ถา้ ปราศจากเสน้ กไ็ มม่ กี ารแสดงออกทางการออกแบบ 4. ถา้ ปราศจากเสน้ จะไมม่ พี น้ื ทแ่ี ละรปู รา่ ง 5. ถา้ ปราศจากเสน้ กไ็ มม่ คี าํ และจาํ นวน เสน้ ทใ่ี ชใ้ นการออกแบบสวน มหี ลายประเภทดงั น้ี 1. แบง่ ตามชนิด แบ่งเสน้ ออกไดด้ งั น้ี 1.1 เสน้ ตรง ใหค้ วามรสู้ กึ มนั่ คง สงา่ เขม้ แขง็ ความงา่ ย ความเกลย้ี งเกลา ความ ตรงไปตรงมา 1.2 เสน้ โคง้ แสดงถงึ ความอ่อนชอ้ ยนม่ิ นวล รา่ เรงิ ยดื หยนุ่ เพรยี ว และความเป็น อสิ ระ เสน้ โคง้ แบบไดห้ ลายชนิดเช่น 1.2.1 เสน้ โคง้ ทม่ี ขี อบเขต แน่นอน เชน่ วงกลม สว่ จของวงกลม แสดงถงึ ความแน่นอนเหน็ ชดั เจน เขา้ ใจงา่ ย และรวมกนั 1.2.2 ไมม่ ขี อบเขต เชน่ เสน้ โคง้ ดงั รปู อกั ษรซี แสดงถงึ การลอ้ มกรอบ รวบรวม และห่อหุม้ 1.2.3 เสน้ โคง้ เลก็ น้อย เป็นหลกั ษณะของเสน้ โคง้ อสิ ระ แสดงถงึ ความนิ่มนวล หย่นุ ตวั สนุกสนาน ตามสบาย ปราดเปรยี ว และไหว 1.2.4 เสน้ คด เป็นเสน้ ทม่ี ลี กั ษณะคดโคง้ ไปมา เสมอื นสายน้ําไหล แสดงถงึ ความกระปรก้ี ระเปรา่ ความยวั่ ยวน ความรา่ เรงิ ความสนุกสนาน 1.2.5 เสน้ ขดเป็นวง แสดงถงึ ความซบั ซอ้ น กระวกเวยี น และเคล่อื นไหว 1.2.6 เสน้ มมุ แสดงถงึ การเคล่อื นไหว ต่นื เตน้ รวดเรว็ ทา้ ทายและลวง 2. แบง่ ตามทศิ ทาง การแบง่ มงุ่ เน้นถงึ การชน้ี ํา การแบง่ เสน้ ตามทศิ ทาง แบ่งไดด้ งั น้ี 2.1 ทศิ ทางแนวดง่ิ หรอื เสน้ ตงั้ แสดงถงึ ความสภุ าพ มเี กยี รติ สงา่ ผ่าเผย ภาคภมู ิ รนุ แรง แขง็ และแน่น ความสงู ความมรี ะเบยี บ 2.2 ทศิ ทางแนวนอนหรอื เสน้ นอน แสดงถงึ ความกวา้ งความรสู้ กึ เป็นฐานความสงบ สนั ติ ไมส่ น้ิ สดุ พกั ผ่อน 2.3 เสน้ ทาํ มมุ แสดงถงึ กระตอื รอื รน้ มชี วี ติ ชวี า ต่อสู้ ต่นื เตน้

42 3. แบง่ ตามความสมั พนั ธ์ การแบง่ เสน้ ตามความสมั พนั ธ์ แบ่งไดด้ งั น้ี 3.1 สภุ าพ แสดงถงึ ความเป็นระเบยี บ งา่ ยดาย เรยี บรอ้ ย 3.2 การขดั กนั แสดงถงึ ความหลากหลาย ความน่าสนใจ ความสนุกสนาน 4. แบง่ ตามการเขยี น แบ่งไดเ้ ป็น 4.1 เสน้ ตดิ ต่อกนั ซง่ึ เสน้ ดงั กลายแสดงถงึ ความเป็นอสิ ระ มนั่ ใจ และสาํ คญั 4.2 เสน้ ไมต่ ดิ ต่อกนั เป็นเสน้ ขาด (ประ) แสดงถงึ ความไมแ่ น่นอน ต่นื เตน้ และ ก่อกวน เสน้ ชนดิ น้ีถา้ ไดม้ ากไปจะดสู บั สน 4.3 แสดงความหมายของสง่ิ อ่นื แสดงถงึ ความสงบเสงย่ี ม ความไมแ่ น่นอน ความ ลกึ ลบั การใช้เส้นในการออกแบบสวน 1. เสน้ ลกั ษณะต่างๆ นํามาใชต้ อ้ งจดั ใหเ้ หมาะสมกบั หน้าท่ี การใชเ้ สน้ ในการออกแบบ สวนตอ้ งพจิ ารณาใหล้ ะเอยี ด เพ่อื เสรมิ รปู ทรง และรปู ลกั ษณะใหด้ งู ดงามขน้ึ เชน่ เสน้ นอน มองดู กวา้ งไกลสดุ สายตา และเป็นการชน้ี ํา เสน้ โคง้ การจดั ทาํ ใหเ้ กดิ ความนกึ คดิ และมลี ลี า 2. เสน้ ก่อใหเ้ กดิ ความหมาย เชน่ เสน้ ดง่ิ เป็นตวั กาํ หนดไมย้ นื ตน้ สว่ นเสน้ นอน กาํ หนดการปรบั ระดบั และการใชพ้ น้ื ทร่ี าบ การกาํ หนดตวั อยา่ งขององคป์ ระกอบลว้ นเกดิ จาก เสน้ ทงั้ สน้ิ รปู ทรงหรอื สญั ฐาน (Shape) รปู ทรง คอื เน้ือทภ่ี ายในเสน้ ขอบเขต, รปู ลกั ษณะสองดา้ นหรอื สองมติ ,ิ ภาพเงา รปู ทรง ประกอบดว้ ย 1. รปู ทรงกลม (a circle) เป็นรปู ทรงกลม ทร่ี ศั มเี ทา่ กนั มสี ดั สว่ นตายตวั แน่นอน รปู ทรงกลม สามารถดดั แปลงเป็นรปู วงรี สว่ นสดั ต่างๆ และรปู อสิ ระได้ รปู ทรงกลม ทรงรี และ คอ่ นขา้ งกลม 2. รปู ทรงสเ่ี หลย่ี มจตุรสั (Square) เป็นรปู ทรงทม่ี สี ดั สว่ นตายตวั จากรปู สเ่ี หลย่ี มจตุรสั สามารถเป็นรปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ (Rectangular) ไดข้ นาดต่างๆ กนั ซง่ึ สามารถจดั สดั สว่ นออกไป ไดอ้ กี มาก สดั ส่วนทน่ี ิยมคอื 2 ต่อ 4, 3 ต่อ 5, 6 ต่อ 6 เกดิ เป็นรปู สเ่ี หลย่ี มแคบยาว , สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ และสเ่ี หลย่ี มจตุรสั 3. รู ปทรงสามเหลย่ี ม (Triangle) เป็นรปู ทรงทม่ี สี ดั สว่ นตายตวั แน่นอน ใหค้ วามรสู้ กึ มนั่ คง โดยเฉพาะสามเหลย่ี มดา้ นเท่า และสามารถดดั แปลงเป็นรปู สามเหลย่ี มแบบอ่นื ได้ รปู ทรง ของรปู สามเหลย่ี มม2ี แบบ แบบปิรามดิ (Pyramidal shape) กบั แบบโถหรอื กระถาง(Vase shape) การใชร้ ปู ทรงในการออกแบบ การใชร้ ปู ทรงทม่ี สี ดั สว่ นงดงามใหเ้ หมาะสมกบั ประโยชน์ใชส้ อยเป็นสง่ิ ทส่ี าํ คญั ทส่ี ดุ ของการออกแบบ เพราะรปู ทรงหลายๆ รปู ทรงจะรวมกนั เป็นรปู ลกั ษณะ ถา้ รปู ลกั ษณะดสี วยงาม เหมาะสมกบั พน้ื ทแ่ี ละการใชส้ อย การออกแบบกส็ มบรู ณ์ และผลงานนนั้ จะสาํ เรจ็ เป็นสว่ นใหญ่ การเลอื กรปู ทรงก่อนกาํ หนดลงในแปลน จงึ เป็นสง่ิ ทต่ี อ้ งพจิ ารณาดว้ ยความรอบคอบ ตอ้ งยดึ หลกั ใหญ่ทว่ี ่า รปู ทรงทจ่ี ะนํามาใชน้ นั้ ตอ้ งเป็นรปู ทรงทจ่ี ะสนองหน้าทใ่ี ชส้ อยและความงาม

43 ประโยชน์ของรปู ทรงต่องานออกแบบสวน 1. เป็นตวั กาํ หนดรปู พรรณสณั ฐานของวสั ดทุ ใ่ี ชเ้ ป็นองคป์ ระกอบสวน 2. บอกสณั ฐานของพชื พรรณ เพราะสณั ฐานหรอื รปู ทรงของพชื พรรณ สามารถบง่ บอก ชอ่ื ตน้ ไม้ (Identity) ตระกลู (Family) อายุ (Age) ความสมบรู ณ์ (Health) รปู ทรงเดมิ หรอื ตกแต่งเพมิ่ เตมิ ถา้ มกี ารตกแต่งหรอื ดดั แปลง เป็นการเลม็ การตดั แต่ง พื้นผิว (Texture) พน้ื ผวิ คอื ลกั ษณะผวิ หน้าของวสั ดุ พชื พรรณ ทร่ี สู้ กึ ไดโ้ ดนการสมั ผสั การสงั เกต ถงึ ความละเอยี ด หยาบ นุ่ม, ตอนหน้าสดุ ของวสั ดทุ ม่ี าประกอบการจดั สวนหรอื งานศลิ ปะ หรอื ความรสู้ กึ ทป่ี รากฎต่อคณุ ภาพของผวิ พน้ื การเขา้ ใจพน้ื ผวิ พน้ื ผวิ สามารถเขา้ ใจและแสดงความรสู้ กึ ไดจ้ าก 1. การสมั ผสั โดยตรง 2. การมองในระยะใกลแ้ ละไกล ผลทไ่ี ดจ้ ากการสมั ผสั โดยตรง จากวสั ดพุ ชื พรรณ จาํ แนกพน้ื ผวิ ออกไดเ้ ป็น 3 ลกั ษณะ 1. ผวิ ละเอยี ด (Fine texture) เชน่ หญา้ กํามะหย่ี หญา้ ญป่ี นุ่ หญา้ แพรลกู ผสม ใบของ หลวิ จนี เขม็ ญป่ี นุ่ สน มอส ผวิ เปลอื กของขอ่ ย โมก ดอกของจามรี พู่ชมพู 2. ผวิ คอ่ นขา้ งละเอยี ด-หยาบ (Medium texture) เชน่ หญา้ นวลน้อยนวลจนั ทร์ ผวิ เปลอื กของเสลา อนิ ทนนิ อรพมิ ใบของประดแู่ ดง ประด่กู ง่ิ อ่อน ชงโค ดาวเรอื ง 3. ผวิ หยาบ (Coarse texture) เชน่ หญา้ มาเลเซยี หญา้ บารเ์ ฮยี หญา้ เซนตอ์ อกสั ตนิ ใบหกู วาง กระดาษ พลฉู กี และผลจากการมองระยะใกล้และไกล ทาํ ให้เกิดความรสู้ ึกต่อพืน้ ผิวดงั นี้ 1. ระยะใกล้ เกดิ ความรสู้ กึ ในผวิ เน้อื เชน่ ความเรยี บ หยาบ คลา้ ยเสน้ ไหม เชน่ ตน้ ไหมสวสิ พรมกํามะหย่ี คลา้ ยหนงั เชน่ ใบของตน้ แอหนงั คลา้ ยนีออน 2. ระยะไกล เกดิ ความรสู้ กึ บางละเอยี ด เชน่ สนหลวิ รตั นา บางปานกลาง เชน่ ตน้ ยาง พาโลซานโต้ ทองหลางด่าง ทองกวาว ประโยชน์ของพน้ื ผวิ ต่องานออกแบบสวน 1. การจดั กลมุ่ พนั ธไุ์ มท้ ม่ี ผี วิ สมั ผสั ละเอยี ด เบาบาง ใหจ้ ดั อยหู่ น้า ใบขนาดกลาง และ หนาหรอื ใหญ่จดั ไวส้ ่วนหลงั 2. พน้ื ผวิ มผี ลกระทบต่อคา่ ของสแี ละสี เชน่ ตน้ ไมส้ องตน้ อาจมสี ขี องใบเหมอื นกนั แต่ อาจเน่ืองจากขนาดใบต่างกนั ดงั นนั้ ใบขนาดเลก็ จะใหเ้ งาทบ่ี างกวา่ ใบขนาดใหญ่ ลวดลาย (Pattern) ลวดลาย คอื ความเขา้ ใจในการจดั ผวิ พน้ื และการปรงุ แต่งผวิ พน้ื ใหเ้ กดิ ความงาม , การ ยา้ํ ความคดิ อนั เป็นจดุ สาํ คญั ขอ งศลิ ปะ ในการออกแบบ หรอื ตวั กาํ หนดหรอื ชท้ี ศิ ทาง คลา้ ยคลงึ ทางเดนิ เทา้ หรอื ความสมบรู ณ์

44 ลวดลายจะเกย่ี วพนั กบั ผวิ พน้ื ผวิ พน้ื คอื การทาหน้า การฉาบหน้า ปะหน้า ในงาน ออกแบบสวน ถา้ จะพจิ ารณาตามพน้ื ผวิ ดา้ นความรสู้ กึ ต่อผวิ พน้ื สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 3 แบบ คอื 1. ผวิ พน้ื ทใ่ี หค้ วามอ่อนนุ่ม เชน่ สนามหญา้ พน้ื ทโ่ี รยทราย หรอื กรวด 2. ผวิ พน้ื กระดา้ งหรอื แขง็ เชน่ พน้ื ทล่ี านทเ่ี ทดว้ ยซเี มนต์ ปดู ว้ ยหนิ ทราย ปดู ว้ ยศลิ า แลง และพน้ื ทห่ี นิ ขดั พน้ื ทด่ี งั กลา่ วผวิ พน้ื กระดา้ ง แขง็ 3. ผวิ พน้ื ทค่ี อ่ นขา้ งกระดา้ งหรอื แขง็ เชน่ พน้ื ทล่ี านซเี มนต์ ทป่ี แู ทรกดว้ ยแผ่นหญา้ หรอื พชื คลมุ ดนิ ทาํ ใหผ้ วิ พน้ื ดงั กลา่ วลดความกระดา้ งลง การสรา้ งลวดลาย จะสรา้ งในผวิ พน้ื ใหเ้ ป็นรปู แบบต่างๆ ตามความนยิ ม ประโยชน์ของลวดลายต่องานออกแบบสวน 1. ทาํ ใหง้ านออกแบบมศี ลิ ปะทส่ี วยงาม 2. การออกแบบพน้ื ทล่ี านพกั หรอื ระเบยี งทต่ี ดิ กบั บ้าน มคี วามจาํ เป็นตอ้ งใชล้ วดลาย เขา้ เป็นองคป์ ระกอบ หรอื จะใชวั สั ดทุ ม่ี ลี วดลายในตวั เพ่อื เป็นวสั ดกุ ่อสรา้ ง เพราะพน้ื ทล่ี านพกั เป็นลานพกั นอกบา้ นทไ่ี มม่ หี ลงั คา เป็นส่วนพกั ผ่อน และสมั ผสั บรรยากาศของสวน การใช้ ลวดลาย ทาํ ใหเ้ กดิ บรรยากาศทด่ี ี และทาํ ใหพ้ น้ื ทช่ี วนมอง ไมน่ ่าเบ่อื หน่าย พื้นท่ี (Space) พน้ื ท่ี คอื สง่ิ ทเ่ี กดิ จากพน้ื ราบ และพน้ื ทท่ี ไ่ี มต่ อ้ งการใช้ , ปรมิ าตรทถ่ี กู กําหนดโดย องคป์ ระกอบของธรรมชาติ หรอื เน้ือทม่ี อี าณาเขตลอ้ มรอบดว้ ยบรรยากาศ พน้ื ทร่ี าบ ประกอบดว้ ย 1. พน้ื ดนิ คอื พน้ื ทร่ี าบทต่ี ดิ กบั ดนิ เชน่ สนามหญา้ ผวิ ดนิ บาทวถิ ี 2. พน้ื ราบตามแนวนอน คอื พน้ื ทร่ี าบทข่ี นาดไปกบั พน้ื ดนิ แต่ยกระดบั เหนือระดบั ดนิ ธรรมดา การทาํ ขนั้ บนั ได ระเบยี ง ยกพน้ื 3. พน้ื ราบแนวดง่ิ คอื พน้ื ทร่ี าบทต่ี งั้ ฉากกบั พน้ื ดนิ เชน่ รวั้ สวน กําแพงสวน 4. พน้ื ราบระหวา่ งกลาง คอื พน้ื ทแ่ี นวดง่ิ หรอื แนวราบ รวมกนั เชน่ ไมเ้ ลอ้ื ย มที งั้ แนวราบและแนวดงิ่ 5. พน้ื ทร่ี าบเหนอื ศรี ษะคอื พน้ื ทร่ี าบแนวนอนทม่ี รี ะดบั สงู กวา่ ความสงู ของคนเชน่ หลงั คา เรอื นระแนง ปะราํ หรอื กระโจม ความสาํ คญั ของพืน้ ที่ 1. ทกุ ครงั้ ทม่ี กี ารกาํ หนดองคป์ ระกอบลงไป จะเป็นการก่อนสรา้ งหรอื เป็นการปลกู ตน้ ไม้ เทา่ กบั เป็นการสรา้ งในพน้ื ท่ี 2. ใหร้ จู้ กั ขจดั และแยกแยะในการเลอื กสงิ่ ของ เพ่อื ใหเ้ กดิ ผลดผี ลต่อการออกแบบ 3. ใหพ้ ยายามใชพ้ น้ื ทต่ี ่างๆ อยา่ งเหมาะสม โดยการวเิ คราะหว์ จิ ารณ์ ควบคุมและ ก่อสรา้ ง ใหเ้ กดิ ประโยชน์อยา่ งสมบรู ณ์ สวยงาม 4. คณุ สมบตั ขิ องพน้ื ทส่ี ามารถใชใ้ นการออกแบบไดท้ ุกชนิด รวมถงึ การจดั สวน และ อ่นื ๆ ขน้ึ อยกู่ บั วตั ถุประสงค์

45 ประเภทของพืน้ ท่ี ในทศั นะการจดั สวน 1. Static space คอื พน้ื ทแ่ี สดงความอุดมสมบรู ณ์ดว้ ยพชื นานาพรรณและความงั่ คงั่ ของพน้ื ทพ่ี กั อาศยั 2. Linear space คอื พน้ื ทแ่ี สดงแนวแคบยาวของเสน้ ทา งยาวสุดสายตา ทม่ี กี ารปลกู ไมใ้ หร้ ม่ เงาสองขา้ งทาง ใหค้ วามรม่ รน่ื แก่ผสู้ ญั จรไปมา 3. Free space พน้ื ทร่ี าบโลง่ แสดงการไรข้ อบเขตของความคดิ ใหค้ วามเป็นอสิ ระ เสมอื นทุ่งโง ทอ้ งทะเลกวา้ ง และสนามเปิด ทอ่ี ุดมไปดว้ ยหญา้ เขยี วขจี 4. Intimate space by low tree canopy พน้ื ทแ่ี สดงความรสู้ กึ สว่ นตวั เขตเฉพาะกจิ ใหค้ วามปลอดภยั อุดมไปดว้ ยพนั ธุไ์ มด้ อก ไมใ้ บ มตี น้ ไมใ้ หญ่ใหร้ ม่ เงาสาํ หรบั พกั ผ่อน ส่วนตน และครอบครวั (เออ้ื มพร วสี มหมาย. 2530: 161-169) 6.4 หลกั ในการออกแบบ(Principle of Desing or Principle of Landscape Composition) เป็นสงิ่ ทก่ี ําหนดขน้ึ ประกอบดว้ ยความสมดลุ , ชว่ งจงั หวะ, สว่ นสดั , มาตราสว่ น, เอกภาพ, ความกลมกลนื , การขดั กนั และจดุ รวมภาพ หลกั ในการออกแบบ ก่อให้เกิด 1. การสรา้ งสรรค์ การสรา้ งสรรคเ์ ป็นการแสดงออกในทางความคดิ ของตนเอง โดยไม่ ลอกแบบใคร เพราะถอื วา่ การออกแบบเป็นลกั ษณะพเิ ศษของแต่ละบุคคล การแสดงออกของการ สรา้ งสรรค์ ตอ้ งคาํ นงึ ถงึ คณุ คา่ ของการใชส้ อยใหเ้ หมาะสมกบั หน้าท่ี โดยควรคาํ นงึ ถงึ ดา้ นความ ประหยดั ความนั่ คง ความสะดวกสบายในการดแู ลรกั ษา และความปลอดภยั ในการใช้ 2. เทคนคิ ในการทาํ เป็นกลวธิ แี ละหลกั วชิ าของการสรา้ งสรรค์ จนออกมาเป็นรปู รา่ ง ของงาน โดยการใชว้ สั ดุ การใชเ้ ครอ่ื งมอื ในการทาํ อยา่ งเหมาะสม 3. คุณคา่ ทางศลิ ปะ หมายถงึ ความสวยงาม ฉะนนั้ งานออกแบบ จาํ เป็นตอ้ งมคี ุณคา่ ทางศลิ ปะในดา้ นความสวยงามในรปู ทรงและลกั ษณะในกลมุ่ ชนทม่ี คี วามเจรญิ ความจาํ เป็นดา้ นน้ี ยงิ่ สงู ขน้ึ การออกแบบให้มคี ณุ ค่าทางศิลปะ หลกั ของการออกแบบคอื การจดั องคป์ ระกอบของสว่ นมลู ฐานทส่ี าํ คญั ของความงาม ใหม้ คี ุณลกั ษณะและการใชส้ อย รปู ลกั ษณะ คณุ คา่ รปู ทรง การวางชอ่ งวา่ ง พน้ื ผวิ และสใี หถ้ กู หลกั การจดั การออกแบบทด่ี คี อื การออกแบบใหม้ คี วามเป็นดลุ ยภาพ สดั ส่วน ช่วงจงั หวะ ความ กลมกลนื ความแตกต่าง และการทาํ ใหเ้ กดิ จดุ เดน่ และผอู้ อกแบบตอ้ งทาํ ความเขา้ ใจในเรอ่ื ง ความสมดลุ (Balance) ความสมดลุ คอื การมสี ว่ นสดั รบั กนั มนี ้ําหนกั เท่ากนั สองขา้ งบนแกนมติ ิ หรอื ดลุ ยภาพ จดุ ทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ แห่งความสงบแน่วแน่ และความนั่ คงเทย่ี งตรง หรอื ความทรงตวั อยนู่ ง่ิ มนั่ คง เปรยี บเทยี บตาชงั่ ทอ่ี ยใู่ นสภาพทเ่ี ทา่ กนั ทงั้ สองขา้ ง

46 ความสมดลุ จาํ แนกเป็น 2 อยา่ งคอื 1. สมดลุ แทจ้ รงิ คอื ดลุ ยภาพทเ่ี หมอื นกนั ทงั้ สองขา้ ง ดลุ ยภาพทม่ี ลี กั ษณะทางซา้ ย และทางขวาเหมอื นกนั ทกุ ประการ แสดงลกั ษณะอนั เป็นแบบแผน ความเป็นระเบยี บ เชน่ ตราชู หรอื จดั สวนแบบเป็นระเบยี บ ความสมดลุ ในการออกแบบสวน จะสมบรู ณ์ตอ้ งสมดลุ ดว้ ย เสน้ เดนิ จดุ จาํ นวนและน้ําหนกั โดยทงั้ หมดตอ้ งอยบู่ นแกนมติ ิ 2. เสมอื นสมดุล เป็นดุลยภาพทม่ี ลี กั ษณะทางซอ้ื และทางขวาไมเ่ หมอื นกนั แต่ สามารถทาํ ใหเ้ กดิ ดลุ ยภาพได้ แสดงลกั ษณะไมเ่ ป็นแบบแผน ตามสบาย ไมม่ พี ธิ รี ตี อง เชน่ การ จดั สวนธรรมชาติ การจดั ภาพเชยี นธรรมชาติ ดุลยภาพทเ่ี กดิ อาจเกดิ ไดห้ ลายแบบ 2.1 ดุลยภาพทงั้ สองขา้ ง มรี ปู ทรงไมเ่ ทา่ กนั แต่มนี ้ําหนกั เท่ากนั หลกั ารน้สี ามารถ นํามาใชอ้ อกแบบได้ เชน่ การจดั กลมุ่ หนิ โดยมงุ่ ช่วงระยะการจดั 2.2 ดุลยภาพทส่ี องขา้ งมรี ปู ทรงสดั สว่ น และน้ําหนกั ไมเ่ ท่ากนั ทงั้ สองขา้ ง ประโยชน์ของความสมดลุ ต่องานออกแบบสวน 1. ความสมดลุ โดยแทจ้ รงิ ใชส้ าํ หรบั การออกแบสวนทต่ี อ้ งการ - ความเป็นระเบยี บ - เหมาะสมทส่ี ดุ สาํ หรบั สภาพภมู ปิ ระเทศทเ่ี ป็นพน้ื ทร่ี าบ - สรา้ งจดุ รวมภาพ - กาํ หนดลวดลายทเ่ี ป็นะเบยี บ ในถนนลานพกั - คววามหนกั แน่นมนั่ คง สวนทโ่ี อ่อ่า และสงา่ งาม 2. เสมอื นสมดลุ ใชส้ าํ หรบั การออกแบบสวนทต่ี อ้ งการ - ความไมเ่ ป็นระเบยี บ ความคงไวข้ องสภาพธรรมชาติ ความเป็นอสิ ระ สนามเปิด การเจรญิ เตบิ โตตามปกต ปราศจากการควบคมุ - เหมาะในการออกแบบของสภาพภมู ปิ ระเทศทเ่ี ป็นเนนิ เขา หรอื สงู ๆ ต่ําๆ ไม่ สามารถปลกู พชื ได้ พน้ื ทเ่ี ป็นหนิ หรอื กลมุ่ ตน้ ไมใ้ หญ่ทข่ี น้ึ ตามธรรมชาติ - ดลใจใหเ้ กดิ ความคดิ สรา้ งสรรคข์ องผพู้ บเหน็ - ดงึ ดดู ความสนใจใหค้ วามอสิ ระ เชน่ สวนแบบธรรมชาติ ช่วงจงั หวะ (Rhythm) ช่วงจงั หวะ คอื การเครอ่ื งไหวของส่ วนทค่ี ลา้ ยคลงึ กนั , การกระทบเป็นจงั หวะ , ผล ความรสู้ กึ ทางตาต่อลวดลาย อนั เกย่ี วกบั ระยะของตาเรา ต่อวตั ถุประสงคข์ องการจดั ชว่ ยจงั หวะแบบเป็น 4 แบบ 1. จงั หวะซ้าํ ๆ กนั เป็นการใชร้ ปู ทรงหรอื รปู ลกั ษณะสแี ละเสน้ ซ้าํ ๆ กนั การยา้ํ หรอื การใหเ้ กดิ ความซา้ํ ตอ้ งใชพ้ อเหมาะถา้ มากเกนิ ไป เกดิ ความเบ่อื หน่าย จงั หวะซ้าํ เชน่ การปลกู ตน้ ไม้ พมุ่ ดดั เป็นรวั้ แนวยาว 2. จงั หวะต่อเน่อื ง คอื การสรา้ งความซา้ํ ของรปู ทรง รปู ลกั ณะทเ่ี หมอื นกนั ดว้ ย การเวน้ ระยะเทา่ ๆ กนั ตามจดุ ทก่ี าํ หนดไว้

47 3. จงั หวะกระจาย เป็นการซา้ํ ทม่ี จี ดุ เรม่ิ จากศนู ยก์ ลาง เชน่ การปลูกตไ้ มก้ ระจายออก จาจดุ ศูนยก์ ลางาของวงกลม หรอื วงเวยี นตามสแ่ี ยก 4. จงั หวะลดหลนั่ คอื ความแตกต่างของขนาดของวตั ถุอนั เดยี วกนั จากเลก็ ไปหาใหญ่ หรอื จากใหญ่ไปหาเลก็ หรอื การใชผ้ สมกนั แต่เป็นจงั หวะสลู และต่ําของรปู รา่ งเดยี วกนั แต่ขนาด ต่างกนั ประโยชน์ของช่วงจงั หวะต่องานออกแบบสวน 1. การสรา้ งความซา้ํ และการเปลย่ี นแปลงในการออกแบบใหส้ ามารถพสิ จู น์ได้ ใน องคป์ ระกอบอนั เป็นเป็นมลู เหตุของความรสู้ กึ ดา้ นอารมณ์ เมอ่ื พบเหน็ 2. การออกแบบ ชว่ งจงั หวะทซ่ี า้ํ ของสแี ละรปู ลกั ษณะ ใหค้ วามรสู้ กึ พงึ พอใจในการ ผสมผสานของจดั สวน 3. การออกแบบสวนท่ีปราศจากชว่ งจงั หวะ เหมอื นการขาดความเขา้ ใจ เพราะชว่ ง จงั หวะทาํ ใหเ้ กดิ ความหมาย และความต่นื เตน้ ส่วนสดั (Proportion) สว่ นสดั คอื ความสมั พนั ธข์ องขนาดต่างๆ, ความรสู้ กึ และความสมั พนั ธเ์ กย่ี วกบั ของสงิ่ หน่งึ ในการออกแบบต่อสง่ิ อ่นื ๆ, ความสมั พนั ธภ์ ายใจของขนาดต่ออกี สว่ น หน่งึ หรอื วตั ถุประสงค์ ต่อวตั ถุประสงคอ์ ่นื ทใ่ี ชใ้ นการออกแบบพน้ื ท,่ี การไดส้ ่วนของรปู ลกั ษณะ ความสงู เป็นปฎภิ าคต่อ ความกวา้ งและความยาว ส่วนสดั ทด่ี จี ะชว่ ยใหส้ ่วนประกอบของรทู รง และรปู ลกั ษณะมี ความสมั พนั ธก์ ลมกลนื กนั อยา่ งเหมาะสม เชน่ ส่วนสดั ทดี ขี องมนุษย์ หมายถงึ การมีรปู รา่ ง และา ขนาดของสว่ นต่างๆ ของรา่ งกาย ไดส้ ว่ นสมั พนั ธก์ นั และดเู หมาะสมงดงาม สว่ นสดั ในการออกแบบสวน 1. การจดั สว่ นสดั ใหข้ นาดและรปู ลกั ษณะ ประกอบกนั งดงาม 2. การจดั สว่ นสดั ใหเ้ กดิ ความสนใจ 3. การจดั สว่ นใหข้ นาดต่างๆ เกดิ ความสมั พนั ธเ์ ป็นหมวดหมู่ 4. การจดั ส่วนสดั ขงสวนตอ้ งคาํ นึงถงึ - ขนาดของพน้ื ท่ี คอื ความกวา้ ง ความยาว - ความสงู ของสง่ิ ก่อสรา้ ง และพชื พรรณ การจดั สว่ นสดั ของสวน เพ่อื ใหเ้ กดิ ความสวยงาม ตอ้ งพจิ ารณาจากขนาดของพน้ื ท่ี + ความสงู + องคป์ ระกอบในการจดั มาตราส่วน (Scale) มาตราสว่ น คอื มาตรฐานทแ่ี น่นอนสาํ หรบั การวดั , ความสมั พนั ธข์ องแบบทส่ี มบรู ณ์ต่อ สภาพแวดลอ้ ม ระยะจะใหค้ วามรสู้ กึ ต่อสง่ิ ของวา่ ขนาดใหญ่หรอื เลก็ กวา่ ต่อพน้ื ท่ี เชน่ เดยี วกนั การใชพ้ ชื พรรณทม่ี ขี นาดของใยใหญ่ นํามาจดั ในสวนขนาดเลก็ ยอ่ มไมก่ ่อใหเ้ กดิ ความเหมาะสม เช่นเดยี วกบั ปลกู ไมพ้ ุ่มหน่ึงตน้ หรอื หน่งึ กลมุ่ ลงในพน้ื ทก่ี วา้ งใหญ่ไพศาล

48 ชนดิ ของมาตราสว่ น 1. มาตราสว่ นสมบรู ณ์ เป็นความสมั พนั ธก์ บั วตั ถุประสงคก์ บั วตั ถุทก่ี าํ หนดแน่นอน เป็นหน่วยของการวดั ปกตวิ ตั ถุทก่ี าํ หนดอาจเป็นหนิ หรอื องคป์ ระกอบอ่นื ถา้ การจดั สวนหนิ ตอ้ ง ถอื วา่ หนิ เป็นวตั ถุทจ่ี ะถอื เป็นมาตรฐาน 2. มาตราสว่ นเปรยี บเทยี บ เป้นสดั สว่ นของตน้ ไม้ เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ตน้ ไมด้ ว้ ยกนั ประโยชน์ของมาตราสว่ นต่องานออกแบบสวน 1. เป็นสง่ิ ทต่ี อ้ งพจิ ารณาขนั้ แรกทส่ี ดุ ในการเลอื กตน้ ไม้ เพ่อื การออกแบบปลกู ตน้ ไม้ 2. เอกภาพ จะเกดิ ขน้ึ ไดต้ ่อเมอ่ื ใชร้ ะยะทเ่ี หมาะสมถา้ สว่ นสดั ไมเ่ หมาะสม การออกแบบ กเ็ กดิ การกระจาย 3. ความรเู้ กย่ี วกบั มาตรส่วน ชว่ ยใหส้ ามารถหาความแตกต่างของระหวา่ งไมย้ นื ตน้ กบั ไมพ้ มุ่ ไมพ้ มุ่ กบั พชื คลมุ ดนิ หรอื ขนาดของสวนถาดต่อขนาดของสวนหยอ่ ม สวนในบา้ น และต่อสวนขนาดใหญ่ 4. ขนาดของพชื พรรณหนิ การสรา้ งเนนิ ดนิ ในงานออกแบบใชม้ าตราสว่ นเปรยี นเทยี บ 5. มาตราสว่ นหรอื มาตราสว่ นจรงิ ในพน้ื ทจ่ี รงิ สามารถกาํ หนดเป็นมาตราสว่ นยอ่ ลงใน แบบแปลนเพ่อื สะดวกต่อการปฎบิ ตั ิ 6. เป็นตวั กาํ หนดขนาด ความสงู ความกวา้ ง หรอื ความยาว ขององคป์ ระกอบในการ จดั สวน 7. บอกส่วนสดั และความเหมาะสมขององคป์ ระกอบต่อ พน้ื ท่ี เปรยี บเทยี บ เชน่ มนุษย์ ทอ่ี าศยั อยใู่ นหอ้ งขนาดใหญ่ เกดิ ความรสู้ กึ เสมอื นคนแคระ และไมน่ ่าจะเป็นไปได้ 8. งานออกแบบสวน นยิ มใชม้ าตรสว่ นเปรยี บเทยี บมากกวา่ มาตราสว่ นสมบรู ณ์ เอกภาพ (Unity) เอกภาพ คอื ความเป็นหน่งึ เดยี ว, เป็นความสมั พนั ธท์ ก่ี ลมกลนื ขององคป์ ระกอบต่างๆ และหลกั การออกแบบ เอกภาพเปรยี บเสมอื นบุคลกิ ภาพ กล่าวคอื เป็นเพยี งหลกั การทม่ี องไม่ เหน็ เป็นเพยี งความรสู้ กึ มากกวา่ ทจ่ี ะมองดดู ว้ ยสายตา เอกภาพเป็นเพยี งภาพหน่งึ ซง่ึ มากจาก หลายแงม่ มุ การจดั ใหเ้ กดิ เอกภาพทส่ี มบรู ณ์ ใชพ้ ชื พรรณทม่ี ลี กั ษณะคลา้ ยคลงึ กนั ในเรอ่ื ง พน้ื ผวิ รปู ลกั ษณะและสี การจดั สว่ นทเ่ี กดิ เอกภาพ คอื การจดั ใหเ้ กดิ ความกลมกลนื การเป็นหน่งึ เดยี ว และลกั ษณะของทงั้ หมวเป็นอยา่ งเดยี วกนั ความกลมกลืน (Harmony) ความกลมกลนื คอื ความกลมกลนื กนั ของสว่ นมลู ฐานทใ่ี ชใ้ นงานศลิ ปะ , การอา้ งถงึ เอกภาพ และความสมบรู ณ์ของแบบ ความกลมกลนื ใชม้ ากในงานออกแบบ เพราะเป็นการรวม หน่วยต่างๆ ของมลู ฐานใหด้ กู ลมกลนื กนั เป้นหน่วยเดยี วกนั เกดิ ขน้ึ ในแงข่ องคณุ ภาพ ความ กลมกลนื จะเชอ่ื มนั่ ไดต้ อ้ งประกอบไปดว้ ยระยะ และสว่ นสดั ทเ่ี หมาะสมประกอบกบั ความสมั พนั ธื ของขนาดและรปู ทรง

49 การออกแบบสวนใหด้ กู ลมกลอื นกนั ทาํ ไดด้ งั น้ี การทาํ เป็นรปู ซา้ํ ๆ กนั ใชส้ สี รร กลมกลนื กนั ใชพ้ น้ื ผวิ และชอ่ งวา่ งใหก้ ลมกลนื กนั ใชร้ ปู ทรงและรปู ลกั ณะใหก้ ลมกลนื หรอื คลา้ ยคลงึ กนั ใชข้ นาดกลมกลนื กนั ไมใ่ หใ้ หญ่เลก็ แตกต่างกนั แต่จะมสี ว่ นน้อยทต่ี ดั กนั ความ กลมกลนื ถา้ ใหเ้ ดน่ ชดั ขน้ึ กค็ อื เอกลกั ษณ์ของแนวความคดิ อั นเป็นพน้ื ฐานของงานออกแบบ นนั้ เอง การขดั กนั (Contrast) การขดั กนั หรอื ความแตกต่าง คอื ความตรงขา้ มกนั การเปลย่ี นแปลงจากปกติ โดยทวั่ ไป มกั จะมคี วามหลากในทางตรงขา้ ม การออกแบไมใ่ หเ้ กดิ ความซา้ํ หรอื ยา้ํ จนเกดิ ความไมน่ ่าดู ความแตกต่างจงึ เป็นเครอ่ื งแกไ้ มใ่ หเ้ กดิ ความกลมกลื นกนั เกนิ ไป โดยทวั่ ไปการขดั กนั ใชแ้ ก้ ความกลมกลนื และใชใ้ นปรมิ าณทไ่ี มม่ ากเกนิ ไป ถา้ จะเปรยี บเทยี บเป็นเน้ือทก่ี บั ความกลมกลนื ควรใชก้ ารขดั กนั ประมาณ 20 สว่ นต่อความกลมกลนื 80 ส่วน ชนิดของการขดั กนั หรอื ความแตกต่าง 1. แบบของการจดั ระหวา่ งแบบเป้นระเบยี บของความสมดุ ล กบั แบบไมเ่ ป็นระเบยี บ ของความไมส่ มดุล 2. เสน้ ระหวา่ งเสน้ โคง้ กบั เสน้ ตรง 3. รปู ทรง ระหวา่ งทรงกลมกบั ทรงสเ่ี หลย่ี ม 4. รปู ลกั ษณะ ระหว่างรปู ลกั ษณะลกู บาศกก์ บั รปู ลกั ษณะปิรามดิ 5. พน้ื ท่ี ระหวา่ งพน้ื ทล่ี อ้ มรอบหมดทกุ ดา้ นกบั ไมล่ อ้ มหมดทกุ ดา้ น 6. พน้ื ผวิ ระหวา่ งเรยี บกบั ขรขุ ระ 7. สสี รร ระหวา่ งมดื กบั สวา่ ง 8. พชื พรรณ ระหวา่ งปลอ่ ยเจรญิ ตามธรรมชาตกิ บั ตดั แต่งใหเ้ กดิ รปู บกั ษณะใหม่ ประโยชน์ของการขดั กนั ในงานออกแบบสวน 1. การขดั กนั ทาํ ใหก้ ารออกแบบเป็นจดุ แหง่ ความสนใจ 2. การขดั กนั ช่วยใหก้ ารออกแบบมลี กั ษณะเครอ่ื งไหว มจี ดุ เด่น 3. การขดั กนั ทาํ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นอรยิ าบถ 4. การออกแบบถา้ ปราศจากการขดั กนั การออกแบจะหยดุ นิ่ง เกดิ การซา้ํ และน่าเบอ่ื การออกแบบถา้ มกี ารขดั กนั มาเกนิ ไปจะทาํ ใหแ้ บบมองดยู งุ่ เหยงิ ขาดเอกภาพ และความกลมกลนื การขดั กนั จงึ อยใู่ นสภาพเหมาะสม จดุ รวมภาพ จดุ รวมภาพ คอื จดุ สุดยอด หรอื จดุ เดน่ ของการออกแบบ จดุ รวมภาพของการออกแบบ จะก่อใหเ้ กดิ จดุ เน้นหรอื การเน้น อนั เป็นการยา้ํ ในการออกแบบ เพอ่ื เกดิ จดุ สาํ คญั การสรา้ งจดุ เด่น ไมค่ วรซา้ํ ในพน้ื ทเ่ี ดยี วกนั จะทาํ ใหเ้ กดิ การแขง่ ขนั และลดความเดน่ ลง

50 ลกั ษณะของจดุ รวมภาพ 1. ตอ้ งเป้นจดุ รวมของสายตา 2. มรี ปู ลกั ษณะเฉาพะ เชน่ ใชเ้ สน้ ตรงแนวนอน และอุดมไปดว้ ยสรี รของดอกไม้ มองดู เดน่ เกดิ จดุ แหง่ ความสนใจ 3. เด่นในรปู แบบเฉพาะ เชน่ เสน้ รปู ลกั ษณะ และมวล 4. มคี วามคลอ้ งจองของแนว หรอื วสั ถุ การสรา้ งจดุ รวมภาพในงานออกแบบสวน 1. การจดั สวนแบบเป็นระเบยี บ เชน่ การสรา้ งพุ น้ําตก กลางสามแยก หรอื สแ่ี ยก ซง่ึ การจดั แบบน้ีเรยี กว่า Central motive scheme หรอื การจดั เป็น้ําพกุ ลางสระน้ํารปู ปนั้ นาฬกิ ารแดด ซมุ้ ตน้ ไมใ้ นสวน 2. การจดั สวนแบบไมเ่ ป็นระเบยี บ หรอื แบบธรรมดา สรา้ งจดุ สดุ ยอดทก่ี ลุ่มเฟอรน์ ิเจอร์ ประกอบสวน กลมุ่ พชื ทร่ี ปู ทรงสวยงาม มมุ น้ําตกแบบธรรมชาติ กล่มุ หนิ รปู ทรงแปลกๆ (สมจติ โยธะคง. 2535: 73-80) 7. ข้อมลู การออกแบบผลิตภณั ฑ์ (products design) 7.1 แนวทางการออกแบบเครอ่ื งปัน้ ดินเผา ในสงั คมทเ่ี ปลย่ี นแปลงเพราะผลกระทบของอุตสหากรรม มผี บู้ รโิ ภคประเภทใหมม่ า เพม่ิ ความตอ้ งการใหพ้ ฒั นาศลิ ปะรปู แบบใหมๆ่ จงึ ทาํ ใหม้ คี วามหลากหลายและเหล่อื มล้าํ ในแง่ มาตรฐานและคณุ ภาพ งานเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาแต่เดเิ ป็นเพยี งงานหตั ถกรรม ทถ่ี ่ายทอดความรใู้ นระบบชาวบา้ น ต่อชาวบา้ น การผลติ และการออกแบบใชป้ ระสบการณ์ความชาํ นาญของชา่ งผผู้ ลติ เป็นผคู้ ดิ คน้ มไิ ดศ้ กึ ษาหลกั การออกแบบอยา่ งจรงิ จงั ทงั้ ยงั ผลติ เพ่อื ใชใ้ นกลมุ่ ชนของตนเท่านนั้ ตราบจน พฒั นาขน้ึ เป็นอุตสาหกรรมในครอบครวั มกี ารซอ้ื ขายกนั ในวงกวา้ งขวางมากขน้ึ ปจั จบุ นั การ ผลติ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเขา้ ส่รู ะบบอุตสกหกรรมทต่ี อ้ งอาศยั หลกั การออกแบบ เพ่อื ใหผ้ ลติ ภณั ฑย์ งั ประโยชน์สงู สดุ สอด คลอ้ งกบั ขบวนการผลติ และคงคา่ ความงามทห่ี ลากหลาย เพอ่ื สนองความ ตอ้ งการของผใู้ ชม้ ากยงิ่ ขน้ึ (ศกั ดชิ ์ ยั เกยี รตนิ าคนิ ทร.์ 2537: 3-5) ศลิ ปะทส่ี รา้ งขน้ึ เพอ่ื ประโยชน์ใชส้ อยเป็นสว่ นใหญ่ เป็นศลิ ปะทน่ี ําไปใชใ้ นอุตสาหกรรม เพอ่ื สนองความตอ้ งการทางกายและวตั ถุ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผากอ็ ยใู่ นศลิ ปะประเภทดงั กลา่ ว คอื เป็นศปิ ละดา้ นอุตสาหกรรมศลิ ป์ ลกั ษณะการออกแบบทด่ี จี ะตอ้ งสมั พนั ธก์ นั ทงั้ หมดใน กระบวนการผลติ โดยจะมจี ดุ มงุ่ หมายของการออกแบบดงั น้ี (สรุ เชษฐ ไชยอุปละ. 2546: 58-59) 1. ออกแบบเพ่อื งานศลิ ปะ มคี ณุ คา่ ทางสนุ ทรยี ภาพ มลี กั ษณะเฉพาะตวั 2. ออกแบบเพ่อื การคา้ อุตสาหกรรม โดยคาํ นึงถงึ ประโยชน์ของการใช้ และจดุ มงุ่ หมาย ในการออกแบบ เชน่ แจกนั เพอ่ื การสง่ ออก เครอ่ื งใชภ้ ายในครวั เรอื น ประเภทของตกแต่ง ประเภทเครอ่ื งประดบั

51 3. ออกแบบตามความตอ้ งการของตลาด 4. ออกแบบหรอื ทาํ ตามแบบ 5. ออกแบบเพ่อื เสนอตลาดซง่ึ ตอ้ งคาํ นงึ ถงึ สนุ ทรยี ภาพดว้ ย 6. ออกแบบผลติ เพ่อื การตลาดและการส่งออก ซง่ึ ในขณะทต่ี ลาดต่างประเทศเองกม็ ี การผลติ ของเขาเองอยแู่ ลว้ การออกแบบเองเพ่อื เสนอตลาดกจ็ าํ เป็นตอ้ งคดั แบบ ทม่ี ลี กั ษณะ กา้ วหน้า เฉพาะตวั แยกเป็น 2 ลกั ษณะคอื 6.1 ลกั ษณะทเ่ี ป็นเอกลกั ษณ์ประจาํ ชาติ หมายถงึ การออกแบบเพ่อื เป็นแบบ เฉพาะยคุ ดงึ จดุ เด่นของแบบเก่าๆ มาประยกุ ตใ์ หม่ และคาํ นงึ ถงึ ความสวยงามของยคุ สมยั ประโยชน์ใชส้ อย เทคนคิ ทก่ี า้ วหน้า และราคาตน้ ทนุ ในการผลติ 6.2 แบบรว่ มสมยั จาํ เป็นตอ้ งใชน้ กั ออกแบบทม่ี ปี ระสบการณ์สงู การออกแบบเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาจงึ จาํ เป็ นตอ้ งศกึ ษาขอ้ มลู พน้ื ฐานงานเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา การผลติ วตั ถุดบิ ความนิยมของสงั คม อกี ทงั้ การออกแบบทต่ี อ้ งอาศยั ผทู้ ม่ี คี วามรคู้ วามสามารถ ทางศลิ ปะ เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลงานทส่ี วยงามและสอดคลอ้ งกบั ขบวนการผลติ ซง่ึ การออกแบบใหไ้ ด้ ผลติ ภณั ฑท์ เ่ี หมาะสม มหี ลกั การอยู่ 3 ประเภทคอื (อรพนิ ท์ พานทอง. 2531: 98) 1. ประโยชน์ใชส้ อย(Function) 2. วสั ดแุ ละกรรมวธิ กี ารผลติ (Materials and Process) 3. ลกั ษณะภายนอก(Appearance) หลกั การทงั้ สามขา้ งตน้ มคี วามสาํ คญั และมคี วามสมั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั ผลติ ภณั ฑบ์ าง ประเภทตอ้ งคดิ ถงึ และใหค้ วามสาํ คญั กบั หน้าทใ่ี ชส้ อ ย ในขณะทผ่ี ลติ ภณั ฑบ์ างประเภทไม่ จาํ เป็นตอ้ งคาํ นงึ ถงึ หน้าทใ่ี ชส้ อยทงั้ น้ขี น้ึ อยกู่ บั ประเภทของผลติ ภณั ฑน์ นั้ ๆผลติ ภณั ฑส์ าํ หรบั ใชส้ อย (Function Product) เชน่ ภาชนะบรรจอุ าหาร การออกแบบตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั ดา้ นประโยชน์ใช้ สอยมากกวา่ อยา่ งอ่นื ในทางกลบั กนั การออกแบบผลติ ภณั ฑ์ ทใ่ี ชต้ กแต่งหรอื ของแจกเป็น ผลติ ภณั ฑท์ ไ่ี มเ่ น้นหน้าทใ่ี ชส้ อย (Non-Function Product) อาจตอ้ งใหค้ วามสาํ คญั กบั ลกั ษณะ ภายนอก(Appearance) ก่อนหลกั การอ่นื กไ็ ด้ แต่ทส่ี าํ คญั จะตอ้ งนํามาคดิ ประกอบอยเู่ สมอ คอื วสั ดุและกรรมวธิ กี ารผลติ ทเ่ี ป็นไปได(้ อรพนิ ท์ พานทอง. 2531: 98) การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ ควรมกี ารวจิ ยั เพอ่ื ศกึ ษาขอ้ มลู ทม่ี ผี ลต่อการครองตลาดไดเ้ ป็น ระยะเวลานาน โดยนําขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ บั มาพฒั นาผลติ ภณั ฑใ์ หท้ นั สมยั ไมล่ า้ หลงั รปู แบบการพฒั นา อาจทาํ ไดห้ ลายวธิ ี เชน่ (ศกั ดชิ ์ ยั เกยี รตนิ าคนิ ทร.์ 2537: 118-119) 1. การเลยี นแบบผลติ ภณั ฑเ์ ดมิ (Imitation) หมายถงึ การพฒั นาผลติ ภณั ฑใ์ หมอ่ อกสู่ ตลาด โดยการเลยี นแบบผลติ ภณั ฑเ์ ดมิ ทม่ี อี ยใู่ นทอ้ งตลาดและไดร้ บั ความนิยมอยกู่ ่อนแลว้ ผลติ ภณั ฑท์ พ่ี ฒั นาน้ีจะมคี วามคลา้ ยคลงึ กบั ผลติ ภณั ฑท์ ไ่ี ดร้ บั ความนยิ มอยู่ 2. การปรบั ปรงุ ผลติ ภณั ฑ์(Adaptation) หมายถงึ การพฒั นาปรบั ปรงุ ผ ลติ ภณั ฑเ์ ดมิ ท่ี วางขายอยใู่ นทอ้ งตลาดใหม้ คี ณุ ภาพดขี น้ึ เพม่ิ ความสวยงามมากขน้ึ อาจะเป็นการนําวสั ดอุ ่นื มา ประกอบดว้ ย เพ่อื เสรมิ ใหผ้ ลติ ภณั ฑม์ คี วามสวยงามขน้ึ

52 3. การประดษิ ฐใ์ หม่(Innovation) หมายถงึ การประดษิ ฐค์ ดิ คน้ รปู แบบผลติ ภณั ฑใ์ หม่ แลว้ นําออกสตู่ ลาดเป็นครงั้ แรก โดยไมเ่ คยมผี ลติ ภณั ฑล์ กั ษณะน้ีมาก่อน เพอ่ื เป็ฯการแบ่งสว่ น ตลาด เปิดโอกาสใหผ้ ซู้ อ้ื มโี อกาสเลอื กผลติ ภณั ฑใ์ หม่ ผลติ ภณั ฑป์ ระเภทน้ตี อ้ งการคดิ สรา้ งสรรค์ อยา่ งดี จากฐานขอ้ มลู ทศ่ี กึ ษาถงึ รสนยิ มและความตอ้ งการของผใู้ ช้ จงึ สามารถผลติ ขน้ึ เพอ่ื สนอง ความตอ้ งการผใู้ ชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง จงึ สรปุ ไดว้ า่ การออกแบบและพฒั นาทด่ี ไี ด้ ตอ้ งอาศยั หลกั การออกแบบประกอบกนั ตามความเหมาะสม เพอ่ื ใหเ้ กดิ รปู แบบผลติ ภณั ฑท์ ใ่ี หป้ ระโยชน์สงู สดุ สอดคลอ้ งกบั ขบวนการผลติ และคงคา่ ความงามทห่ี ลากหลาย เพ่อื สนองความตอ้ งการของผใู้ ชม้ ากยง่ิ ขน้ึ 7.2 หลกั การออกแบบผลิตภณั ฑ์ พลฤทธิ ์ผวิ พรรณงาม (2553: 21-26) 1. หน้าทใ่ี ชส้ อย หน้าทใ่ี ชส้ อยถอื เป็นหลกั การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ส่ี าํ คญั ทส่ี ุดเป็น อนั ดบั แรกทต่ี อ้ งคาํ นงึ ผลติ ภณั ฑท์ ุกชนิดตอ้ งมหี น้าทใ่ี ชส้ อยถกู ตอ้ งตามเป้าหมายทต่ี งั้ ไว้ คอื สามารถตอบสนองความตอ้ งการของผใู้ ชไ้ ดอ้ ยา่ งมปี ระสิ ทธภิ าพและสะดวกสบาย ผลติ ภณั ฑน์ นั้ ถอื วา่ มปี ระโยชน์ใชส้ อยดี (HIGH FUNCTION) แต่ถา้ หากผลติ ภณั ฑใ์ ดไมส่ ามารถสนองความ ตอ้ งการไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพผลติ ภณั ฑน์ นั้ กจ็ ะถอื วา่ มปี ระโยชน์ใชส้ อยไมด่ เี ทา่ ทค่ี วร (LOW FUNTION) สาํ หรบั คาวา่ ประโยชน์ใชส้ อยดี (HIGH FUNCTION) นนั้ ดลต์ รตั นทศั นยี ์ (2528: 1) ไดก้ ล่าวไวว้ ่า เพอ่ื ใหง้ า่ ยแก่การเขา้ ใจขอใหด้ ตู วั อยา่ งการออกแบบมดี หนั่ ผกั แมว้ า่ มดี หนั่ ผกั จะมปี ระสทิ ธภิ าพในการหนั่ ผกั ใหข้ าดไดต้ ามความตอ้ งการ แต่จะกล่าวว่า มดี นนั้ มปี ระโยชน์ใช้ สอยดี (HIGH FUNCTION) ยงั ไมไ่ ด้ จะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบอยา่ งอ่นื รว่ มอกี เช่น ดา้ มจบั ของมดี นนั้ จะตอ้ งมคี วามโคง้ เวา้ ทส่ี มั พนั ธก์ บั ขนาดของมอื ผใู้ ช้ ซง่ึ จะเป็นสว่ นทก่ี ่อใหเ้ กดิ ความ สะดวกสบายในการหนั่ ผกั ดว้ ย และภายหลงั จากการใชง้ านแลว้ ยงั สามารถทาความสะอาดไดง้ า่ ย การเกบ็ และบาํ รงุ รกั ษาจะตอ้ งงา่ ยสะดวกดว้ ย ประโยชน์ใชส้ อยของมดี จงึ จะครบถว้ นและสมบรู ณ์ เรอ่ื งหน้าทใ่ี ชส้ อยนบั วา่ เป็นสง่ิ ทล่ี ะเอยี ดอ่อนซบั ซอ้ นมาก ผลติ ภณั ฑบ์ างอยา่ งมปี ระโยชน์ใชส้ อย ตามทผ่ี คู้ นทวั่ ๆ ไปทราบเบอ้ื งตน้ วา่ มหี น้าทใ่ี ชส้ อยแบบน้ี แต่ความละเอยี ดอ่อนทน่ี กั ออกแบบ ไดค้ ดิ ออกมานนั้ ไดต้ อบสนองความสะดวกสบายอยา่ งเตม็ ท่ี เช่น มดี ในครวั มหี น้าทห่ี ลกั คอื ใช้ ความคมชว่ ยในการหนั่ สบั แต่เราจะเหน็ ไดว้ า่ มกี ารออกแบบมดี ทใ่ี ชใ้ นครวั อยมู่ ากมายหลาย แบบหลายชนดิ ตามความละเอยี ดในการใชป้ ระโยชน์เป็นการเฉพาะทแ่ี ตกต่างเชน่ มดี สาหรบั ปอกผลไม้ มดี แลเ่ น้อื สตั ว์ มดี สบั กระดกู มดี บะชอ่ มดี หนั่ ผกั เป็นต้น ซง่ึ กไ็ ดม้ กี ารออกแบบ ลกั ษณะแตกต่างกนั ออกไปตามการใชง้ าน ถา้ หากมกี ารใชม้ ดี อยชู่ นดิ เดยี วแลว้ ใชก้ นั ทกุ อยา่ ง ตงั้ แต่แล่เน้ือ สบั บะชอ่ สบั กระดกู หนั่ ผกั กอ็ าจจะใชไ้ ด้ แต่จะไมไ่ ดค้ วามสะดวกเท่าทค่ี วร หรอื อาจไดร้ บั อุบตั เิ หตุขณะทใ่ี ชไ้ ด้ เพราะไมใ่ ชป่ ระโยชน์ใชส้ อยท่ีไดร้ บั การออกแบบมาใหใ้ ชเ้ ป็นการ เฉพาะอยา่ ง การออกแบบเกา้ อก้ี เ็ หมอื นกนั หน้าทใ่ี ชส้ อยเบอ้ื งตน้ ของเกา้ อ้ี คอื ใชส้ าหรบั นงั่ แต่ นงั่ ในกจิ กรรมใดนงั่ ในหอ้ งรบั แขก ขนาดลกั ษณะรปู แบบเกา้ อก้ี เ็ ป็นความสะดวกในการนงั่ รบั แขก

53 พดู คยุ กนั นงั่ รบั ประทานอาหาร ขนาดลกั ษณะเกา้ อก้ี ็เป็นความเหมาะสมกบั โต๊ะอาหาร นงั่ เขยี น แบบบนโต๊ะเขยี นแบบ เกา้ อก้ี จ็ ะมขี นาดลกั ษณะทใ่ี ชส้ าหรบั การนงั่ ทางานเขยี นแบบ ถา้ จะเอา เกา้ อร้ี บั แขกมาใชน้ งั่ เขยี นแบบ กค็ งจะเกดิ การเมอ่ื ยลา้ ปวดหลงั ปวดคอ แลว้ นงั่ ทางานไดไ้ ม่ นาน ตวั อยา่ ดงั กลา่ วตอ้ งการทจ่ี ะพดู ถงึ เรอ่ื งของหน้า ทใ่ี ชส้ อย ของผลติ ภณั ฑว์ ่าเป็นสงิ่ ทส่ี าํ คญั และเอยี ดอ่อนมาก ซง่ึ นกั ออกแบบจาํ เป็นอยา่ งยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งศกึ ษาขอ้ มลู อยา่ งละเอยี ด 2. ความปลอดภยั สง่ิ ทอ่ี านวยประโยชน์ไดม้ ากเพยี งใด ยอ่ มจะมโี ทษเพยี งนนั้ ผลติ ภณั ฑท์ ใ่ี หค้ วามสะดวกต่างๆ มกั จะเกดิ จากเครอ่ื งจกั รกลและเครอ่ื งใ ชไ้ ฟฟ้า การออกแบบ ควรคาํ นึงถงึ ความปลอดภยั ของผใู้ ช้ ถา้ หลกี เลย่ี งไมไ่ ดก้ ต็ อ้ งแสดงเครอ่ื งหมายไวใ้ ห้ ชดั เจนหรอื มี คาํ อธบิ ายไว้ ผลติ ภณั ฑส์ าหรบั เดก็ ตอ้ งคาํ นึงถงึ วสั ดุ ทเ่ี ป็นพษิ เวลาเดก็ เอาเขา้ ปากกดั หรอื อม นกั ออกแบบจะตอ้ งคาํ นงึ ถงึ ความปลอดภยั ของผใู้ ชเ้ ป็นสาํ คญั มกี ารออกแบบบางอยา่ ง ตอ้ ง ใชเ้ ทคนคิ ทเ่ี รยี กวา่ แบบธรรมดา แต่คาดไมถ่ งึ ชว่ ยในการใหค้ วามปลอดภยั เชน่ การออกแบบ หวั เกลยี ววาล์ ถงั แก๊ส หรอื ปมุ่ เกลยี ว ลอ็ คใบพดั ของพดั ลม จะมกี ารทาเกลยี วเปิดใหย้ อ้ นศร ตรงกนั ขา้ มกบั เกลยี วทวั่ ๆ ไป เพ่อื ความปลอดภยั สาหรบั คนทไ่ี มท่ รายหรอื เคยมื อไปหมนุ เล่น คอื ยงิ่ หมนุ กย็ ง่ิ ขนั แน่น เป็นการเพม่ิ ความปลอดภยั ใหแ้ ก่ผใู้ ช้ 3. ความแขง็ แรง ผลติ ภณั ฑจ์ ะตอ้ งมคี วามแขง็ แรงในตวั ของผลติ ภณั ฑห์ รอื โครงสรา้ ง เป็นความเหมาะสมในการทน่ี กั ออกแบบรจู้ กั ใชค้ ุณสมบตั ขิ องวสั ดุและจานวน หรอื ปรมิ าณของ โครงสรา้ ง ในกรณที เ่ี ป็นผลติ ภณั ฑท์ จ่ี ะตอ้ งมกี ารรบั น้าหนกั เชน่ โต๊ะ เกา้ อ้ี ตอ้ งเขา้ ใจหลกั โครงสรา้ งและการรบั น้าหนกั อกี ทงั้ ตอ้ งไมท่ ง้ิ เรอ่ื งของความสวยงามทางศลิ ปะ เพราะมปี ญั หาวา่ ถา้ ใชโ้ ครงสรา้ งใหม้ ากเพอ่ื ความแขง็ แรง จะเกดิ สวนทางกบั ความงาม นกั ออกแบบจะตอ้ งเป็นผู้ ดงึ เอาสง่ิ สองสงิ่ น้ีเข้ ามาอยใู่ นความพอดใี หไ้ ด้ สว่ นความแขง็ แรงของตวั ผลติ ภณั ฑเ์ องนนั้ ก็ ขน้ึ อยทู่ ก่ี ารออกแบบรปู รา่ งและการเลอื กใชว้ สั ดแุ ละประกอบกบั การศกึ ษาขอ้ มลู การใช้ ผลติ ภณั ฑว์ ่า ผลติ ภณั ฑด์ งั กล่าวตอ้ งรบั น้าหนกั หรอื กระทบกระแทกอะไร หรอื ไมใ่ นขณะใชง้ านก็ คงตอ้ งทดลองประกอบการออกแบบไปด้ วย แต่อยา่ งไรกต็ าม ความแขง็ แรงของโครงสรา้ งหรอื ตวั ผลติ ภณั ฑ์ นอกจากเลอื กใชป้ ระเภทของวสั ดุ โครงสรา้ งทเ่ี หมาะสมแลว้ ยงั ตอ้ งคาํ นึงถงึ ความ ประหยดั ควบคกู่ นั ไปดว้ ย 4. ความสะดวกสบายในการใช้ นกั ออกแบบตอ้ งศกึ ษาวชิ ากายวภิ าคเชงิ กลเกย่ี วกบั สดั สว่ น ขนาด และขดี จาํ กดั ทเ่ี หมา ะสมสาหรบั อวยั วะสว่ นต่างๆ ในรา่ งกายของมนุษยท์ ุกเพศ ทกุ วยั ซง่ึ จะประกอบดว้ ยความรทู้ างดา้ นขนาดสดั สว่ นมนุษย์ (ANTHROPOMETRY) ดา้ น สรรี ศาสตร์ (PHYSIOLOGY) จะทาใหท้ ราบ ขดี จากดั ความสามารถของอวยั วะสว่ นต่างๆ ใน รา่ งกายมนุษย์ เพ่อื ใชป้ ระกอบการออกแบบ หรอื ศกึ ษาดา้ นจติ วิทยา (PSYCHOLOGY) ซง่ึ ความรใู้ นดา้ นต่างๆ ทก่ี ลา่ วมาน้ี จะทาใหน้ กั ออกแบบ ออกแบบและ กาํ หนดขนาด (DIMENSIONS) สว่ นโคง้ สว่ นเวา้ สว่ นตรง สว่ นแคบของผลติ ภณั ฑต์ ่างๆ ไดอ้ ยา่ งพอเหมาะกบั รา่ งกายหรอื อวยั วะของมนุษยท์ ใ่ี ช้ กจ็ ะเกดิ ความสะดวกสบายในการใชก้ ารไมเ่ มอ่ื ยมอื หรอื เ กดิ การลา้ ในขณะทใ่ี ชไ้ ปนานๆ ผลติ ภณั ฑท์ จ่ี าเป็นอยา่ งยง่ิ ทต่ี อ้ งศกึ ษาวชิ าดงั กลา่ ว กจ็ ะเป็น

54 ผลติ ภณั ฑท์ ผ่ี ใู้ ชต้ อ้ งใชอ้ วยั วะรา่ งกายไปสมั ผสั เป็นเวลานาน เชน่ เกา้ อ้ี ดา้ ม เครอ่ื งมอื อุปกรณ์ ต่างๆ การออกแบบภายในหอ้ งโดยสารรถยนต์ ทม่ี อื จบั รถจกั รยาน ปมุ่ สมั ผสั ต่างๆ เป็นตน้ ผลติ ภณั ฑท์ ย่ี กตวั อยา่ งมาน้ีถา้ ผใู้ ชผ้ ใู้ ดไดเ้ คยใชม้ าแลว้ เกดิ ความไมส่ บายรา่ งกายขน้ึ กแ็ สดงว่า ศกึ ษากายวภิ าคเชงิ กลไมด่ พี อแต่ทงั้ น้ีกต็ อ้ งศกึ ษาผลติ ภณั ฑด์ งั กล่าวใหด้ กี ่อน จะไปเหมาว่า ผลติ ภณั ฑน์ นั้ ไมด่ ี เพราะผลติ ภณั ฑบ์ างชนดิ ผลติ มาจากประเทศตะวนั ตก ซง่ึ ออกแบบโดยใช้ มาตรฐานผใู้ ชข้ องชาวตะวนั ตก ทม่ี รี ปู รา่ งใหญ่โตกว่าชาวเอเชยี เมอ่ื ชาวเอเชยี นามาใชอ้ าจจะไม่ พอดหี รอื หลวม ไมส่ ะดวกในการใชง้ าน นกั ออกแบบจงึ จาเป็นตอ้ งศกึ ษาสดั สว่ นรา่ งกายของชน ชาตหิ รอื เผ่าพนั ธุท์ ใ่ี ชผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ป็นเกณฑ์ 5. ความสวยงาม ผลติ ภณั ฑใ์ นยคุ ปจั จบุ นั น้ี ความสวยงามนบั วา่ มคี วามสาํ คญั ไมย่ ง่ิ หยอ่ นไปกว่าหน้าทใ่ี ชส้ อยเลย ความสวยงามจะเป็นสง่ิ ทท่ี าํ ใหเ้ กดิ การตดั สนิ ใจซอ้ื เพราะ ประทบั ใจ ส่วนหน้าทใ่ี ชส้ อยจะดหี รอื ไมต่ อ้ งใชเ้ วลาอกี ระยะหน่ึงคอื ใชไ้ ปเรอ่ื ยๆ กจ็ ะเกดิ ขอ้ บกพรอ่ งในหน้าทใ่ี ชส้ อยใหเ้ หน็ ภายหลงั ผลติ ภณั ฑบ์ างอยา่ ง ความสวยงามกค็ อื หน้าทใ่ี ช้ สอยนนั่ เอง เชน่ ผลติ ภณั ฑข์ องทร่ี ะลกึ ของโชวต์ กแต่งต่างๆ ซง่ึ ผซู้ อ้ื เกดิ ความประทบั ใจในความ สวยงามของผลติ ภณั ฑ์ ความสวยงามจะเกดิ มาจากสง่ิ สองสง่ิ ดว้ ยกนั คอื รปู รา่ ง (FORM) และสี (COLOR) การกาํ หนดรปู รา่ งและสี ในงานออกแบบผลติ ภณั ฑไ์ มเ่ หมอื นกบั การกาํ หนด รปู รา่ ง สี ไดต้ ามความนกึ คดิ ของจติ รกรทต่ี อ้ งการ แต่ในงานออกแบบผลติ ภณั ฑเ์ ป็นในลกั ษณะศลิ ปะ อุตสาหกรรมจะทาตามความชอบ ความรสู้ กึ นึกคดิ ของนกั ออกแบบแต่เพยี งผเู้ ดยี วไมไ่ ด้ จาํ เป็นตอ้ งยดึ ขอ้ มลู และกฎเกณฑผ์ สมผสานรปู รา่ งและสสี นั ใหเ้ หมาะสม ดว้ ยเหตุของ ความสาํ คญั ของ รปู รา่ ง และสที ม่ี ผี ลต่อผลติ ภณั ฑ์ นกั ออกแบบจงึ จาํ เป็นอยา่ งยงิ่ ทจ่ี ะตอ้ งศกึ ษา วชิ า ทฤษฏหี รอื หลกี การออกแบบและวชิ าทฤษฏสี ี ซง่ึ เป็นวชิ าทางดา้ นของศลิ ปะแลว้ นามา ประยกุ ตผ์ สานใชก้ บั ศลิ ปะทางดา้ นอุตสาหกรรมใหเ้ กดิ ความกลมกลนื 6. ราคาพอสมควร ผลติ ภณั ฑท์ ผ่ี ลติ ขน้ึ มาขายนนั้ ยอ่ มตอ้ งมขี อ้ มลู ดา้ นผบู้ รโิ ภค และ การตลาดทไ่ี ดค้ น้ ควา้ และสาํ รวจแลว้ ผลติ ภณั ฑย์ อ่ มจะตอ้ งมกี ารกําหนดกลุ่มเป้าหมายทจ่ี ะใชว้ ่า เป็น คนกลุม่ ใด อาชพี ฐานะเป็นอยา่ งไร มคี วามตอ้ งการใชส้ นิ คา้ หรอื ผลติ ภณั ฑน์ ้ีเพยี งใด นกั ออกแบบกจ็ ะเป็นผกู้ ําหนดแบบผลติ ภณั ฑ์ ประมาณราคาขายใหเ้ หมาะสมกบั กลมุ่ เป้าหมายท่ี จะ ซอ้ื ไดก้ ารจะไดม้ าซง่ึ ผลติ ภณั ฑท์ ม่ี รี าคาเหมาะสมกบั ผซู้ อ้ื นนั้ กอ็ ยทู่ ก่ี ารเลอื กใชช้ นิดหรอื เกรด ของวสั ดุ และเลอื กวธิ กี ารผลติ ทง่ี า่ ยรวดเรว็ เหมาะสม อยา่ งไรกด็ ี ถา้ ประมาณการออกมาแลว้ ปรากฏวา่ ราคาคอ่ นขา้ งจะสงู กวา่ ทก่ี าํ หนดไว้ กอ็ าจจะมกี ารเปลย่ี นแปลงหรอื พฒั นาองคป์ ระกอบ ดา้ นต่างๆ กนั ใหม่ แต่กย็ งั ตอ้ งคงไวซ้ ง่ึ คุณคา่ ของผลติ ภณั ฑน์ นั้ เรยี กวา่ เป็นวธิ กี ารลดคา่ ใชจ้ า่ ย 7. การซอ่ มแซมงา่ ย หลกั การน้ีคงจะใชก้ บั ผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งจกั รกล เครอ่ื งยนต์ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าต่างๆ ทม่ี กี ลไกภายในซบั ซอ้ น อะไหลบ่ างชน้ิ ยอ่ มตอ้ งมกี ารเสอ่ื มสภาพไปตาม อายุ การใชง้ านหรอื การใชง้ านในทางทผ่ี ดิ นกั ออกแบบยอ่ มทจ่ี ะตอ้ งศกึ ษาถงึ ตําแหน่งในการจดั วางกลไกแต่ละชน้ิ ตลอดจนนอตสกรู เพ่อื ทจ่ี ะไดอ้ อกแบบส่วนของฝาครอบบรเิ วณต่างๆ ให้ สะดวก ในการถอดซอ่ มแซมหรอื เปลย่ี นอะไหลง่ า่ ย

55 8. วสั ดุและวธิ กี ารผลติ ผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม ทผ่ี ลติ ดว้ ยวสั ดสุ งั เคราะห์ อาจมี กรรมวธิ กี ารเลอื กใชว้ สั ดุและวธิ ผี ลติ ไดห้ ลายแบบ แต่แบบหรอื วธิ ใี ดถงึ จะเหมาะสมทส่ี ุด ทจ่ี ะไม่ ทาํ ใหต้ น้ ทนุ การผลติ สงู กวา่ ทป่ี ระมาณ ฉะนนั้ นกั ออกแบบคงจะตอ้ งศกึ ษาเรอ่ื งวสั ดุและวธิ ผี ลติ ใหล้ กึ ซง้ึ โดยเฉพาะวสั ดุจาพวกพลาสตกิ ในแต่ละชนิด จะมคี ณุ สมบตั ทิ างกายภาพทต่ี ่างกนั ออกไป เชน่ มคี วามใส ทนความรอ้ น ผวิ มนั วาว ทนกรดดา่ งไดด้ ี ไมล่ น่ื เป็นตน้ กต็ อ้ งเลอื กให้ คุณสมบตั ดิ งั กล่าวใหเ้ หมาะสมกบั คุณสมบตั ิ ของ ผลติ ภณั ฑท์ พ่ี งึ มยี ่งิ ในยคุ สมยั น้ี มกี าร รณรงค์ ชว่ ยกนั พทิ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มดว้ ยการใชว้ สั ดทุ น่ี ากลบั หมนุ เวยี นมาใชใ้ หม่ กย็ งิ่ ทาใหน้ กั ออกแบบ ยอ่ มตอ้ งมบี ทบาทเพม่ิ ขน้ึ อกี คอื เป็นผชู้ ่วยพทิ กั ษ์ สงิ่ แวดลอ้ มดว้ ยการเลอื กใชว้ สั ดุทห่ี มนุ เวยี น กลบั มาใชใ้ หมไ่ ด้ ทเ่ี รยี กวา่ “ รไี ซเคลิ ” 9. การขนสง่ นกั ออกแบบตอ้ งคาํ นงึ ถงึ การป ระหยดั คา่ ขนสง่ การขนส่งสะดวกหรอื ไม่ ระยะใกลห้ รอื ระยะไกลกนิ เน้ือทใ่ี นการขนสง่ มากน้อยเพยี งใด การขนสง่ ทางบกทางน้าหรอื ทาง อากาศตอ้ งทาการบรรจหุ บี หอ่ อยา่ งไร ถงึ จะทาํ ใหผ้ ลติ ภณั ฑไ์ มเ่ กดิ การเสยี หายชารดุ ขนาดของ ตคู้ อนเทนเนอรบ์ รรทกุ สนิ คา้ หรอื เน้อื ทท่ี ใ่ี ชใ้ นการขนสง่ มขี นาด กวา้ ง ยาว สงู เท่าไหร่ เป็นตน้ หรอื ในกรณที ผ่ี ลติ ภณั ฑท์ ท่ี าํ การออกแบบมขี นาดใหญ่โตยาวมาก เชน่ เตยี ง หรอื พดั ลมแบบตงั้ พน้ื นกั ออกแบบ กค็ วรทจ่ี ะคาํ นงึ ถงึ เรอ่ื งการขนสง่ ตงั้ แต่ขนั้ ตอนของการออกแบบกนั เลย คอื ออกแบบใหม้ ชี น้ิ สว่ น สามารถถอดประกอบไดง้ า่ ย สะดวก เพ่อื ทาํ ใหห้ บี หอ่ มขี นาดเลก็ สดุ สามารถบรรจไุ ดใ้ นลงั ท่ี เป็นขนาดมาตรฐาน เพอ่ื การประหยดั คา่ ขนสง่ เมอ่ื ผซู้ อ้ื ซอ้ื ไปกส็ ามารถ ทจ่ี ะขนสง่ ไดด้ ว้ ยตนเองนากลบั ไปบา้ นกส็ ามารถประกอบชน้ิ สว่ นใหเ้ ขา้ รปู เป็นผลติ ภณั ฑไ์ ด้ โดยสะดวกดว้ ยตนเอง เรอ่ื งหลกั การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ไ่ี ดก้ ล่าวมา ทงั้ 9 ขอ้ น้เี ป็นหลกั การท่ี นกั ออกแบบผลติ ภณั ฑต์ อ้ งคาํ นึงถงึ เป็นหลกั การทางสากลทไ่ี ดก้ ล่าวไวใ้ นขอบเขตอยา่ งกวา้ ง ครอบคลุมผลติ ภณั ฑไ์ วท้ วั่ ทุกกลุ่มทุกประเภทในผลติ ภณั ฑแ์ ต่ละชนิดนนั้ อาจจะไมต่ อ้ งคาํ นงึ หลกั การดงั กล่าวครบทุกขอ้ กไ็ ด้ ขน้ึ อยกู่ บั ความซบั ซอ้ นของผลติ ภณั ฑ์ หรอื ผลติ ภณั ฑบ์ างชนดิ ก็ อาจจะตอ้ งคาํ นงึ ถงึ หลกั การดงั กลา่ วครบถว้ นทกุ ขอ้ เชน่ ออกแบบผลติ ภณั ฑไ์ วแ้ ขวนเสอ้ื กค็ งจะ เน้นหลกั การดา้ นประโยชน์ใชส้ อย ความสะดวกในการใชแ้ ละความสวยงามเป็นหลกั คงจะไม่ ตอ้ งไปคาํ นงึ ถงึ ดา้ นการซอ่ มแซม เพราะไมม่ กี ลไกซบั ซอ้ นอะไร หรอื การขนสง่ เพราะขนาดจา กดั ตามประโยชน์ใชส้ อยบงั คบั เป็นตน้ ในขณะทผ่ี ลติ ภณั ฑบ์ างอยา่ ง เชน่ ออกแบบผลติ ภณั ฑ์ รถยนต์ กจ็ าํ เป็นทน่ี กั ออกแบบจะตอ้ งคาํ นึงถงึ หลกั การออกแบบผลติ ภณั ฑค์ รบทงั้ 9 ขอ้ เป็นตน้ ระดบั การสรา้ งสรรค์ 4 ระดบั 1. การคน้ พบสง่ิ ใหม(่ Discovery)ไดแ้ ก่ผลงานซง่ึ เป็นสงิ่ ใหมย่ งั ไมเ่ คยคน้ พบมาก่อน ใน งานออกแบบปจั จบุ นั ไมค่ ่อยเหน็ นกั เน่อื งจากการออกแบบมรี ากฐาน การพฒั นามาจากงานเดมิ การคน้ พบสง่ิ ใหมส่ ว่ นใหญ่นนั้ มกั จะเกดิ ขน้ึ ในวงการวทิ ยาศาสตรก์ ารคน้ พบทฤษฎแี ละหลกั การ หรอื สารใหมๆ่ เป็นตน้ 2. การรเิ รมิ่ ใหม(่ Innovation)เป็นผลงานทเ่ี กิดขน้ึ จากการนําหลกั การหรอื การคน้ พบมา ใชส้ รา้ งใหเ้ กดิ สงิ่ ใหม่ ทม่ี คี ณุ คา่ ในการแกป้ ญั หา เชน่ เครอ่ื งยนตท์ ใ่ี ชน้ ้ามนั เปลย่ี นมาเป็นใช้ ไฟฟ้า

56 3. การสงั เคราะหใ์ หม่ (Synthesis)เป็นผลงานทเ่ี กดิ จากการรวบรวมผลงานเดมิ ทม่ี อี ยู่ แลว้ มาสงั เคราะหส์ รา้ งใหเ้ กดิ เป็นสง่ิ ใหม่ เชน่ การรวบรวมความสามารถดา้ น ถ่ายรปู ถ่ายวดี โี อ อนิ เตอรเ์ น็ทไว้ เกม แผนท่ี โทรทศั น์ ฯลฯ ไวใ้ นโทรศพั ทม์ อื ถอื 4. การดดั แปลงใหม่ (Modification)เป็นผลงานทพ่ี บเหน็ ทวั่ ไป ซง่ึ มกี ารเปลย่ี นแปลง รปู แบบ ขนาดหรอื คณุ สมบตั บิ างประการใหม้ คี วามแตกต่างจากสง่ิ ของทม่ี อี ยเู่ดมิ ทาใหผ้ ผู้ ลติ ตอ้ ง เรง่ ผลติ สนิ คา้ ประเภทเดมิ แต่งสามารถดงึ ดดู ความสนใจไดด้ กี วา่ อนั เป็นผลทาใหเ้ กดิ การแขง่ ขนั ทางการคา้ สง่ิ ดลใจในการออกแบบ (Inspiration) แรงดลใจหรอื แรงบนั ดาลใจมาจากสง่ิ ต่างทน่ี กั ออกแบบไดม้ ปี ระสบการตรงจากการพบเหน็ หรอื จากมโนภาพของความคดิ ซง่ึ เป็นเสน้ ทาง สรา้ งแนวคดิ ในการสรา้ งสรรคง์ านออกแบบ ตวั อยา่ งสงิ่ ดลใจ 1. รปู ทรงธรรมชาต(ิ Natural from inspiration)เชน่ รปู ทรงของคน, สตั ว,์ พชื , แรธ่ าตุ 2. รปู ทรงเรขาคณติ (Geometry from inspiration) 3. รปู ทรงอสิ ระ(free from inspiration) ลกั ษณะของผลิตภณั ฑ(์ Style) 1. แบบโบราณ (Old style) เป็นการออกแบบแนวอนุรกั ษ์นิยม โดยยดึ แบบอยา่ งจาก ของเดมิ มาออกแบบ 2. แบบอมตะ(Classic style) คอื การออกแบบทม่ี มี านานแต่ยงั ไมล่ า้ สมยั 3. แบบรว่ มสมยั (Contemporary style)คอื การนําเอาของเก่าและของใหมม่ าออกแบบ ใหเ้ หมาะสมกบั ยคุ สมยั 4. แบบทนั สมยั (Modern style)การออกแบบทเ่ี ป็นปจั จบุ นั เขา้ กบั สมยั นยิ ม 5. แบบลา้ สมยั (Advance style)คอื การออกแบบทม่ี องถงึ อนาคตหรอื เป็นผนู้ ํา การแบง่ ขนั้ ตอนกระบวนการออกแบบ เน่ืองจากนกั ออกแบบแต่ละคนเมอ่ื ผ่าน ประสบการณ์ในการทาํ งานมาชา้ นาน ไดส้ ะสมความรู้ความชาํ นาญตลอดจนความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ปญั หาหรอื อุปสรรคขณะลงมอื ทาํ งาน จงึ พฒั นาขนั้ ตอนการทาํ งานเฉพาะเป็นตวั เองตามความ ถนดั และความมปี ระสทิ ธผิ ลดว้ ยวธิ ที ต่ี นไดเ้ รยี นมา การวางแบบแผนการทาํ งาน ไวเ้ ป็นเสมยี น คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน เพ่อื ใหน้ กั ออกแบบและเจา้ หน้าทฝ่ี า่ ยต่างๆ ปฏบิ ตั กิ ารเป็นขนั้ ตอนมกี าร กําหนดอยา่ งชดั เจนเกย่ี วกบั ลกั ษณะผลผลติ ทต่ี อ้ งทาํ ส่งในแต่ละขนั้ ตอนและใหด้ าํ เนินไปเป็น ลาํ ดบั อยา่ งเครง่ ครดั การทาํ งานตามแบบแผนอยา่ งเป็นขนั้ ตอนมสี ว่ นชว่ ยใหก้ ารออกแบบ ประสบความสาํ เรจ็ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี วธิ ี การแบง่ ขนั้ ตอนการทาํ งาน แบง่ การทาํ งานออกเป็น 8 ขนั้ คอื ขนั้ ตอนการทาํ งาน 1. การกําหนดขอบเขตของปญั หา(Identification of Problem) การนําโจทยห์ รอื ปญั หา ทไ่ี ดร้ บั ในงานออกแบบ นํามาศกึ ษาพจิ ารณาใหเ้ ขา้ ใจถงึ เงอ่ื นไขต่างๆทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การกาํ หนด ขอบเขตการทาํ งานเพ่อื แกป้ ญั หาอยา่ งเหมาะสมไมก่ วา้ งหรอื แคบจนเกนิ ไป

57 2. การคน้ หาขอ้ มลู (Information) การศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การ ออกแบบ นํามาจดั จาํ แนกอยา่ งเป็นระบบตามหวั ขอ้ ทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั ปญั หาขอ้ มลู มคี ณุ คา่ ชว่ ย ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจและชว่ ยเสนอแนะวธิ กี ารต่างๆสาํ หรบั แกป้ ญั หา 3. การวเิ คราะห์ (Analysis) การนําขอ้ มลู ทจ่ี าํ แนกไวม้ าแยกแยะ เปรยี บเทยี บ และจดั ใหเ้ กดิ ความสมั พนั ธก์ นั ผลจากการวเิ คราะหจ์ ะชว่ ยเสนอแนะตงั้ แต่ทางเลอื ก จนถงึ เกณฑ์ สาํ หรบั การพจิ ารณาทางเลอื กต่างๆในการแกป้ ญั หา 4. การสรา้ งแนวความคดิ หลกั (Conceptual Design) ใชเ้ ทคนิคต่างๆ เพอ่ื สรา้ งสรรค์ แนวความคิดหลกั ในการออกแบบ แนวความคดิ หลกั ควรมลี กั ษณะทส่ี ามารถแกป้ ญั หาทส่ี าํ คญั ไดอ้ ยา่ งตรงประเดน็ และมคี วามกวา้ งครอบคลมุ การแกป้ ญั หายอ่ ยมคี วามแปลกใหมไ่ มซ่ า้ํ กบั แนวทางทเ่ี คยมมี าก่อน และยงั มลี กั ษณะเป็นความคดิ หรอื สมมตุ ฐิ าน ทอ่ี าจจะยงั เป็นนามธรรม นอกจากน้ีแนวความคดิ ในการออก แบบไมไ่ ดม้ อี ยเู่ พยี งครงั้ เดยี ว โดยเฉพาะสาํ หรบั ปญั หาท่ี ซบั ซอ้ นในระยะแรกเป็นการสรา้ งแนวความคดิ โดยรวมและเมอ่ื ทาํ การออกแบบกจ็ ะมกี ารสรา้ ง แนวเสรมิ ตามไปแต่ละขนั้ ตอนหรอื ทกุ ๆระดบั การแกป้ ญั หาทงั้ น้ี เพ่อื ใหก้ ารออกแบบลกึ ลงไปทุก ขนั้ ตอนสามารถทาํ ได้ อยา่ ง สรา้ งสรรคม์ ากขน้ึ 5. การออกแบบรา่ ง (Preliminary Design) การนําแนวความคดิ หลกั มาตคี วามแปรรปู หรอื ประยกุ ตส์ รา้ งขน้ึ จากสง่ิ ทเ่ี ป็นนามธรรมไดก้ ลายเป็นรปู ธรรม มตี วั ตนมองเหน็ และจบั ตอ้ งได้ ดว้ ยการรา่ งเป็นภาพ 2 มติ หิ รอื สรา้ งหนุ่ จาํ ลอง 3 มติ แิ บบรา่ งควรมจี าํ นวนมาก มคี วามแตกต่าง หลากหลาย ทางดา้ นรปู รา่ ง หน้าตา ขนาด สว่ นประกอบ ตงั้ แต่โครงสรา้ งถงึ ส่วนประกอบยอ่ ย พรอ้ มทงั้ ใหค้ าํ อธบิ าย หรอื กราฟฟิกแสดงหลกั วธิ กี ารและความคดิ เหน็ ของผอู้ อกแบบต่อแบบ เหล่านนั้ 6. การคดั เลอื ก (Selection) การนําแบบรา่ งทส่ี รา้ งขน้ึ เป็นจาํ นวนมากเปรยี บเทยี บ โดยใชห้ ลกั เกณฑท์ ่ี ไดจ้ ากการ วเิ คราะห์ เพ่อื คดั เลอื กแบบทม่ี คี วามเหมาะสมสงู สุดสามารถ แกป้ ญั หาไดส้ าํ เรจ็ ดว้ ยวธิ กี ารทง่ี า่ ยประหยดั และมคี วามเป็นไปไดจ้ รงิ ทงั้ ในการผลติ และ การตลาด 7. การออกแบบรายละเอยี ด (Detail Design) การนําแบบทผ่ี า่ นการพจิ ารณาเลอื ก แลว้ มาพฒั นาต่อไปจนถงึ ขนั้ รายละ เอยี ดของสว่ นประกอบยอ่ ยต่างๆเพอ่ื ใหเ้ กดิ ความสมบรู ณ์ ครบถว้ นมากยง่ิ ขน้ึ การออกแบบรายละเอยี ดจะเกดิ ขน้ึ ขณะเขยี นแบบ นบั เป็นขนั้ ตอนสาํ คญั ทม่ี ี สว่ นชว่ ยเปลย่ี นแปลงแบบทม่ี าจากแนวความคดิ ธรรมดาใหก้ ลายเป็นแบบทน่ี ่าสนใจและใชง้ าน ไดด้ หี รอื ในทางตรงกนั ขา้ ม คอื มสี ว่ นทาํ ลายแนวค วามคดิ ทด่ี ใี หด้ อ้ ยคณุ คา่ ลงจากความหยาบ หรอื การขาดความเอาใจใสใ่ นรายละเอยี ดของงาน 8. การประเมนิ ผล(Evaluation) การนําแบบทส่ี าํ เรจ็ ทงั้ ในลกั ษณะงาน2 มติ ิ และ 3 มติ ิ มา ทาํ การประเมนิ ผลงานนนั้ ๆวา่ มคี วามถกู ตอ้ งและครบถว้ นตามขอบเขตและจดุ มงุ่ หมายทต่ี งั้ ไว้ เพยี งใด การประเมนิ ผลชว่ ยใหร้ รู้ ะดบั คณุ ภาพของงานออกแบบ และเป็นการตรวจสอบขนั้ สดุ ทา้ ยก่อนการลงทนุ ผลติ และจาํ หน่าย (นวลน้อย บญุ วงษ์. 2542: 142 – 143)

58 8. งานวิจยั ท่ีเก่ียวข้อง กติ นิ าท นธิ ธิ รรมกร และคณะ ทาํ การศกึ ษาเรอ่ื ง แนวโน้มกลยทุ ธก์ ารตลาดของ ผปู้ ระกอบการเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา ตําบลเกาะเกรด็ อําเภอปากเกรด็ จงั หวดั นนทบรุ ี (2550) สภาพ ทวั่ ไปของเกาะเกรด็ มสี ภาพเป็นชุมชนขนาดเลก็ ทต่ี งั้ อยบู่ นเกาะโดยลกั ษณะชุมชนประกอบไป ดว้ ย รา้ นคา้ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา รา้ นขายอาหาร ทอ่ี ยอู่ าศยั และสวนผลไม้ จากการสาํ รวจพบวา่ มี ผปู้ ระกอบการเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาจาํ นวน 13 รา้ น โดยแบง่ เป็น โรงงานขนาดใหญ่ 3 โรงงาน ทเ่ี หลอื อกี 10 รา้ นเป็นการประกอบธรุ กจิ ภายในครวั เรอื น โดยสภาพทวั่ ไปของรา้ นคา้ จะเป็นการเปิด ขายสนิ คา้ หน้าบา้ นพกั อาศยั โดยจะมเี พยี งบางรา้ นทเ่ี ปิดใหช้ มกระบวนการผลติ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา เพอ่ื เป็นการใหค้ วามรกู้ บั ผทู้ ส่ี นใจ ซ่งึ ผปู้ ระกอบการทงั้ หมดไดร้ บั การสบื ทอดกจิ การมาจาก บรรพบุรษุ จงึ ทาํ ใหส้ นิ คา้ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาทเ่ี กาะเกรด็ ยงั คงรกั ษาความเป็นเอกลกั ษณ์สบื ทอดต่อ กนั มา นกั ท่องเทย่ี วทม่ี าเทย่ี วเกาะเกรด็ ประมาณปีละ่ 200,000 คน ซง่ึ เมอื เทย่ี วกบั จาํ นวน รา้ นคา้ ทม่ี อี ยบู่ นเกาะเกรด็ นนั้ จะเ หน็ ไดว้ า่ เป็นตลาดขนาดใหญ่ ซง่ึ นกั ทอ่ งเทย่ี วกวา่ ครง่ึ ทม่ี า เทย่ี วตอ้ งการทจ่ี ะมาซอ้ื สนิ คา้ อยแู่ ลว้ โดยเฉลย่ี แลว้ นกั ทอ่ งเทย่ี วหน่ึงคนจะใชเ้ งนิ ในการซอ้ สนิ คา้ ประมาณ 1,000 บาท ต่อวนั ทาํ ใหร้ า้ นคา้ ต่างๆ ตอ้ งปรบั กลยทุ ธเ์ พอ่ื ใหส้ อดคลอ้ งกบั จาํ นวน ลกู คา้ และความตอ้ งการท่ี เพม่ิ มากขน้ึ โดยบางรา้ นไดร้ บั ผลติ ลายและรปู แบบทล่ี กู คา้ ตอ้ งการ เพอ่ื สรา้ งจดุ เดน่ ใหก้ บั รา้ นโดยมแี นวโน้มวา่ จาํ นวนนกั ทอ่ งเทย่ี วและความสนใจในผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาจะเพมิ่ มากขน้ึ พนกั งานดา้ นการผลติ ผลการศกึ ษาพบว่า ผปู้ ระกอบการใชพ้ นกั งานในการผลติ จาํ นวนน้อยสว่ นใหญ่เป็นคนในทอ้ งถน่ิ พนกั งานจะทาํ หน้าทเ่ี ตรยี มวตั ถุดบิ ในการปนั้ ขนยา้ ย และพนกั งานขายหน้ารา้ น สว่ นชา่ งทผ่ี ลติ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาแบ่งเป็น 2 สว่ น คอื ชา่ งขน้ึ รปู หรอื ชา่ งปนั้ ซง่ึ มกี ารสบื ทอดวธิ กี ารทาํ ต่อๆ กนั มาจากบรรพบรุ ษุ โดยช่างแต่ละคนกจ็ ะมเี ทคนคิ ท่ี แตกต่างกนั ออกไป สว่ นชา่ งแกะลายจะเป็นชา่ งทท่ี าํ ต่อจากชา่ งปนั้ ซง่ึ จะมจี าํ นวนน้อยกวา่ เพราะ ชา่ งแกะลายจาํ เป็นตอ้ งใชเ้ ทคนคิ และใชเ้ วลานานในการผลติ ผลงาน ทาํ ใหม้ ผี สู้ นใจทจ่ี ะเรยี นรู้ น้อยและชา่ งผชู้ าํ นาญทางดา้ นน้ีลดน้อยลง ชา่ งผชู้ าํ นาญหน่งึ คนอาจจะรบั จา้ งผลติ สนิ คา้ ใหก้ บั หลายๆรา้ น ทาํ ใหส้ นิ คา้ ทอ่ี อกมาขาดความคดิ สรา้ งสรรคท์ จ่ี ะผลติ ผลงานใหมๆ่ เพราะช่างทแ่ี กะ ลายกจ็ ะทาํ เฉพาะลายทต่ี นเองชาํ นาญเทา่ นนั้ อภสิ ทิ ธ์ พวงประเสรฐิ ทาํ การศกึ ษาเรอ่ื ง การทาํ นโยบายหน่งึ ตาํ บลหน่งึ ผลติ ภณั ฑไ์ ป ปฏบิ ตั ิ: กรณศี กึ ษา “เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ ตําบลเกาะเกรด็ อําเภอปากเกร็ด จงั หวดั นนทบรุ (ี 2547) รา้ นคา้ ทจ่ี าํ หน่ายสนิ คา้ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาบนเกาะเกรด็ เป็นสนิ คา้ ผลติ ภณั ฑด์ นิ เผา ทท่ี าํ การปนั้ ผลติ ขน้ึ เองในครวั เรอื น เป็นงานดา้ นหตั ถกรรมเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาทไ่ี ดผ้ ลติ สบื ทอดกนั มาจากบรรพบรุ ษุ ถงึ ปจั จบุ นั จะมรี ปู แบบลกั ษณะลายของชาวรามญั ซง่ึ เป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะ เกาะเกรด็ เท่านนั้ แต่ในปจั จบุ นั ไดม้ กี ารนําเอาผลติ ภณั ฑด์ นิ เผาจากทอ่ี ่นื เขา้ มามจี าํ นวนมากขน้ึ

59 นบั ว่าเป็นการแยง่ ตลาดการจาํ หน่ายสนิ คา้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ ไปเป็นผลติ ภณั ฑด์ นิ เผาทม่ี รี ปู แบบท่ี แตกต่างกนั และไมเ่ หมอื นผลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาของเกาะเกรด็ แหล่งทม่ี าของสนิ คา้ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผามาจาก จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา จงั หวดั ราชบรุ ี และจงั หวดั นครราชสมี า ผลติ ภณั ฑส์ ว่ นใหญ่ยงั จาํ เป็นจะตอ้ งไดร้ บั การพฒั นาดา้ นการออกแบบและการบรรจภุ ณั ฑ์ ใหม้ ากขน้ึ ทางราชการควรจดั เจา้ หน้าทห่ี รอื ผมู้ คี วามเชย่ี วชาญเฉพาะในดา้ นการออกแบบ ผลติ ภัณฑแ์ ละบรรจภุ ณั ฑไ์ ปใหค้ วามรแู้ ก่กลุ่มผผู้ ลติ และการผลติ สนิ คา้ ทค่ี วรคาํ นงึ ถงึ ความ ตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคหรอื ผซู้ อ้ื เป็นหลกั จริ ดา แพรใบศรี(2548) ทาํ การศกึ ษาเรอ่ื งการศกึ ษและพฒั นาเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ เพอ่ื การตกแต่งสวนนกั ออกแบบและผบู้ รโิ ภค เมอ่ื เปรยี บเทยี บความคดิ เหน็ ทม่ี ตี ่อเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา เกาะเกรด็ เพ่อื การตกแต่งสวนเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกนั ในดา้ นความงาม ดา้ นประโยชน์ใชส้ อย ดา้ นการดแู ลรกั ษา โดยมคี วามคดิ เหน็ ไมแ่ ตกต่างกนั ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ว่าเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ สามารถพฒั นาเพอ่ื ใชใ้ นการตกแต่งสวนได้ ชาตชิ า ย ดวงสุภา (2547) ทาํ การศกึ ษาเรอ่ื ง การออกแบบและพฒั นา ผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาดา่ นเกวยี นจงั หวดั นครราชสมี าการออกแบบและพฒั นาผลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา ดา่ นเกวยี นจงั หวดั นครราชสมี า ทาํ ใหไ้ ดผ้ ลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาทม่ี คี วามหลากหลาย ตอบสนองในการใชง้ าน มคี วามงาม มเี อกลกั ษณ์ของรปู ทรง โครงสรา้ งและเน้อื วสั ดพุ น้ื บา้ น ตลอดถงึ เทคนิคและกรรมวธิ กี ารผลติ แบบโบราณผสมผสานกบั เทคนิคสมยั ใหม่ ทาํ ใหผ้ ลติ ภณั ฑ์ มมี ลู คา่ มคี วามโดดเดน่ ของรปู แบบเฉพาะถนิ่ อนั เป็นเอกลกั ษณ์ของเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาด่านเกวยี น ทาํ ใหเ้ กดิ รายไดต้ ่อชมุ ชน มคี ณุ คา่ ในการสบื ทอดภมู ปิ ญั ญาส่สู ากล เป็นการยกระดบั และพฒั นา อุตสาหกรรมเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาแบบพน้ื บา้ น ใหค้ งอยเู่ ป็นศลิ ปะและวฒั นธรรมพน้ื ถน่ิ ทส่ี นองต่อ ประโยชน์ใชส้ อยและเป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาตติ ่อไป สจุ นิ ต์ เพ่มิ พลู (2551) ทาํ การศกึ ษาเรอ่ื ง การพฒั นารปู แบบผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจภุ ณั ฑ์ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาสามโคกจงั หวดั ปทมุ ธานี ความตอ้ งการดา้ นการออกแบบรปู แบบผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา อาํ เภอสามโคกจงั หวดั ปทมุ ธานี ของผผู้ ลติ และผสู้ นใจผลติ ภณั ฑ์ ส่วนใหญ่ พอใจลกั ษณะรปู ทรง และรปู แบบผลติ ภณั ฑ์ โดยใหค้ วามสนใจผลติ ภณั ฑก์ ระถาง และยงั เหน็ ว่า ผลติ ภณั ฑย์ งั ค งความเป็นเอกลกั ษณ์เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาสามโคกดว้ ยมกี ารผสมผสานเทคนิคการ ตกแต่งผลติ ภณั ฑใ์ หโ้ ดดเด่นโดยเฉพาะ ผผู้ ลติ และผสู้ นใจผลติ ภณั ฑม์ คี วามพงึ พอใจทม่ี ตี ่อรปู แบบผลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา อาํ เภอสามโคก จงั หวดั ปทุมธานี โดยใหค้ วามสนใจผลติ ภณั ฑโ์ คมไฟตกแต่งสวน ในระดบั มาก ทส่ี ดุ ทเ่ี หลอื มคี วามพงึ พอใจในระดบั มากไดแ้ ก่ กระถางและ อ่างบวั

บทท่ี 3 วิธีดาํ เนินการวิจยั การวจิ ยั ครงั้ น้ีมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ศกึ ษารปู แบบเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ ภมู ปิ ญั ญา จงั หวดั นนทบุรี เพอ่ื ทดลองออกแบบชดุ ตกแต่งสวนไทยรว่ ม : กรณศี กึ ษารสี อรท์ บางพลดั ผวู้ จิ ยั ไดด้ าํ เนนิ การไวด้ งั น้ี 1. การกาํ หนดประชากรและการเลือกกล่มุ ตวั อย่าง 1.1 ประชากรทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั ครงั้ น้ี คอื รปู แบบผลติ ภณั ฑช์ ุดตกแต่งสวนไทย : กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ทอ่ี อกแบบโดยผวู้ จิ ยั จาํ นวน 45 รปู แบบ ประกอบไปดว้ ย โคมไฟ น้ําผดุ และกระถาง จาํ นวน 15 ชดุ 1.2 กลมุ่ ตวั อยา่ งทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั ครงั้ น้ี คอื แบบรา่ งชดุ ตกแต่งส วนไทย กรณี ศกึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ทไ่ี ดท้ าํ การออกแบบโดยผวู้ จิ ยั โดยผเู้ ชย่ี วชาญสุม่ ตวั อยา่ งแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากรปู แบบผลติ ภณั ฑ์ จาํ นวน 5 ชดุ ใน 1 ชดุ ประกอบดว้ ย โคมไฟ น้ําผดุ และกระถาง 2. การวิเคราะหข์ ้อมลู 2.1 แนวความคดิ ในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ 2.2 วธิ กี ารวเิ คราะหค์ วามตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ ประเภท ตกแต่งสวน 3. วิธีการเกบ็ ข้อมลู รวมรวมขอ้ มลู เอกสารจากหนงั สอื เอกสาร บทความ รวมถงึ แบบสอบถามความ ดา้ นประสทิ ธภิ าพและพงึ พอใจ ขอ้ มลู จากการสมั ภาษณ์ และนํามาวเิ คราะห์ ใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการ ออกแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 4. การกาํ หนดขนั้ ตอนการดาํ เนินการวิจยั ขนั้ ตอนการประเมินรปู แบบของชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณีศึกษา รีสอรท์ บางพลดั 1. การสรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคชดุ ตกแต่งสวน ไทยกรณศี กึ ษารสี อรท์ บางพลดั และผจู้ าํ หน่ายของตกแต่งสวน 2. การสรา้ งแบบประเมนิ รปู แบบของชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 3. การประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของแบบชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 4. สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั

61 ขนั้ ตอนในการออกแบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณีศึกษา รีสอรท์ บางพลดั 1. การกาํ หนดประชากรและเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการรวบรวมขอ้ มลู 1.1 ประชากรทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั และกลมุ่ ตวั อยา่ งครงั้ น้ไี ดแ้ ก่ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย ครงั้ ท่ี 1 จาํ นวน 5 ชดุ และแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ครงั้ ท่ี 2 จาํ นวน 1 ชดุ 1.2 เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการรวบรวมขอ้ มลู ไดแ้ ก่ รปู แบบการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ ชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ผศู้ กึ ษาไดท้ าํ การศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ท่ี เกย่ี วขอ้ งเพอ่ื กาํ หนดขอบเขตของงานวจิ ยั แบ่งออกเป็น 5 ตอนไดแ้ ก่ ตอนท่ี 1 กระบวนการสรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ผบู้ รโิ ภคเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาตกแต่งสวนบรเิ วณเกาะเกรด็ เป็นการสรา้ งกรอบแนวความคดิ เพอ่ื ใกลเ้ คยี งกบั ความเป็นจรงิ และความตอ้ งการพฒั นาชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ตอนท่ี 2 กระบวนการออกแบบชุดตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั จาํ นวน 5 ชดุ ผศู้ กึ ษาออกแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั โดยคาํ นึงจากหลกั เกณฑ์ 2 หลกั เกณฑ์ ดงั น้ี 1. หลกั เกณฑท์ างดา้ นการออกแบบ (Design Aspect) ประกอบดว้ ย - ดา้ นประโยชน์ใชส้ อย (Practical Function) - ดา้ นความงามและรปู แบบ (Aesthetic Fuction and Style) 2. หลกั เกณฑท์ างดา้ นการผลติ (Production Aspect) ประกอบดว้ ย - ดา้ นวสั ดุ (Material) - กรรมวธิ กี ารผลติ (Process) ตอนท่ี 3 กระบวนการคดั เลอื กแบบของ ชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บาง พลดั จาํ นวน 5 ชดุ โดยใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญ กลุ่มท่ี 1 คอื ผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นผลติ ภณั ฑป์ ระเมนิ รปู แบบ ประสทิ ธภิ าพของแบบ ครบทงั้ หลกั เกณฑ์ 2 หลกั เกณฑ์ ตอนท่ี 4 กระบวนการออกแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ครงั้ ท่ี 1 จาํ นวน 5 ชดุ โดยนําผลการประเมนิ ทงั้ 5 ชดุ มารวมตามแบบผลการประเมนิ เพอ่ื สรา้ งการ รปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ออกแบบในครงั้ ท่ี 2 ตอนท่ี 5 กระบวนการวดั คณุ ภาพ โดยแบบประเมนิ ผลซง่ึ แบง่ ตามปจั จยั ในการ ออกแบบและการใชง้ านเชน่ เดยี วกนั กบั ตอนท่ี 3 อกี ครงั้

62 ขนั้ ตอนการประเมินรปู แบบและประสิทธิภาพชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณีศึกษา รีสอรท์ บางพลดั 1. การสรา้ งแบบสอบถามและความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 2. ศกึ ษาวธิ กี าร ขอ้ มลู จากเอกสาร และงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื เป็นแนวทางในการ สรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค 3. สรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการผบู้ รโิ ภคชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั เป็นแบบเลอื กตอบทต่ี รงกบั ความคดิ เหน็ ในแต่ละขอ้ เพยี ง 1 คาํ ตอบ หรอื ในกรณที ต่ี อ้ งการตอบมากกวา่ 1 คาํ ตอบ ใหเ้ ขยี นหมายเลขระบคุ วามส าคญั ดว้ ย (ในแต่ละ ขอ้ ไมเ่ กนิ 3 อนั ดบั ) 4. นําขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของผใู้ ชม้ าสรา้ ง กรอบแนวความคดิ เพอ่ื เป็นโจทยท์ ใ่ี กลเ้ คยี งกบั ความเป็นจรงิ ในชุดตกแต่งสวนไทยโดยนําขอ้ มลู ทไ่ี ดไ้ ปกําหนดทศิ ทางในการออกแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั จาํ นวน 5 แนวทาง ดงั น้ี การสรา้ งแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั แบบท่ี 1 การสรา้ งแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั แบบท่ี 2 การสรา้ งแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั แบบท่ี 3 การสรา้ งแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั แบบท่ี 4 การสรา้ งแบบจาํ ลอง 3 มติ ิ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั แบบท่ี 5 โดยในทุกแบบในการออกแบบตอ้ งคาํ นึงถงึ หลกั เกณฑ์ 2 หลกั เกณฑท์ ก่ี ําหนดไว้ คอื ทางดา้ นการออกแบบและรปู แบบ หลกั เกณฑท์ างดา้ นการผลติ และหลกั เกณฑท์ างดา้ นประโยชน์ การใชส้ อย

63 การกาํ หนดขนั้ ตอนการดาํ เนินการวิจยั ผวู้ จิ ยั ไดด้ าํ เนนิ การวจิ ยั ซง่ึ มขี นั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี ภาพประกอบ 12 การกาํ หนดขนั้ ตอนการดาํ เนนิ งานวจิ ยั

64 ขนั้ ตอนการประเมินรปู แบบและประสิทธิภาพของแบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณีศึกษา รีสอรท์ บางพลดั 1. การสรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภคชดุ ตกแต่งสวน ไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 1.1 ศกึ ษาวธิ กี าร ขอ้ มลู จากเอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื เป็นแนวทางใน การสรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของ ผบู้ รโิ ภค เพอ่ื ประเมนิ รปู แบบ ประสทิ ธภิ าพชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 1.2 สรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการผบู้ รโิ ภคชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั เป็นแบบเลอื กตอบทต่ี รงกบั ความคดิ เหน็ ในแต่ละขอ้ เพยี ง 1 คาํ ตอบ หรอื ในกรณที ต่ี อ้ งการตอบมากกวา่ 1 คาํ ตอบ ใหเ้ ขยี นหมายเลขระบคุ วามสาคญั ดว้ ย (ในแต่ละ ขอ้ ไมเ่ กนิ 3 อนั ดบั ) 1.3 นําขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค มาสรา้ งเป็นกรอบแนวความคดิ เพอ่ื ใชเ้ ป็นโจทยท์ ใ่ี กลเ้ คยี งกบั ความเป็นจรงิ โดยนําขอ้ มลู ไป กาํ หนดทศิ ทางในการพฒั นารปู แบบในการออกแบบชดุ ตกแต่งสวนไยทกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั จาํ นวน 3 แนวทาง ดงั น้ี 1.3.1 ออกแบบรา่ งรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย ชุดท่ี 1 1.3.2 ออกแบบรา่ งรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย ชดุ ท่ี 2 1.3.3 ออกแบบรา่ งรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย ชุดท่ี 3 1.3.4 ออกแบบรา่ งรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย ชดุ ท่ี 4 1.3.5 ออกแบบรา่ งรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย ชุดท่ี 5 โดยในทุกรปู แบบการออกแบบตอ้ งคาํ นึงจากหลกั เกณฑ์ 2 หลกั เกณฑท์ ไ่ี ดก้ ําหนดไว้ คอื หลกั เกณฑท์ างดา้ นการออกแบบ หลกั เกณฑท์ างดา้ นการผลติ 2. การสรา้ งแบบประเมนิ รปู แบบและประสทิ ธภิ าพของ ชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 2.1 ศกึ ษาวธิ กี าร ขอ้ มลู จากเอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง เพอ่ื เป็นแนวทางใน การสรา้ งแบบประเมนิ รปู แบบประสทิ ธภิ าพของชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 2.2 สรา้ งแบบประเมนิ รปู แบบประสทิ ธภิ าพของชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รี สอรท์ บางพลดั เป็นแบบขอ้ มลู ตวั เลขทว่ี ดั ไดจ้ ากการทดลองหารปู แบบและประสทิ ธภิ าพ โดย ผวู้ จิ ยั ทาํ การประเมนิ ตามหลกั เกณฑท์ ก่ี ําหนดไวค้ อื หลกั เกณฑด์ า้ นการออกแบบหลกั เกณฑ์ ดา้ นการผลติ และหลกั เกณฑด์ า้ นประสทิ ธภิ าพและประโยชน์การใชส้ อยและความพงึ พอใจ 2.3 สรา้ งแบบประเมนิ รปู แบบประสทิ ธภิ าพของรปู แ บบ ชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ประกอบคาํ ชแ้ี จงและขอ้ เสนอแนะ ซง่ึ มรี ายละเอยี ดประกอบดว้ ย 2 ตอน คอื

65 ตอนที่ 1 เป็นแบบสอบถามของผเู้ ชย่ี วชาญโดยเป็นการประเมนิ แบบมาตราสว่ น (Rating Scale) ซง่ึ กาํ หนดคา่ คะแนน (Weight) ออกเป็น 5 ดงั น้ี 5 หมายถงึ ผลการประเมนิ ในระดบั ดมี าก 4 หมายถงึ ผลการประเมนิ ในระดบั ดี 3 หมายถงึ ผลการประเมนิ ในระดบั พอใช้ 2 หมายถงึ ผลการประเมนิ ในระดบั ควรปรบั ปรงุ 1 หมายถงึ ผลการประเมนิ ในระดบั ใชไ้ มไ่ ด้ กาํ หนดเกณฑ์ การแปลความหมาย ข้อมลู ที่เป็นค่าเฉลี่ยต่างๆ ดงั นี้ ค่าเฉล่ียระหว่าง ความหมาย 4.51 - 5.00 ผลการประเมนิ ในระดบั ดมี าก 3.51 - 4.50 ผลการประเมนิ ในระดบั ดี 2.51 - 3.50 ผลการประเมนิ ในระดบั พอใช้ 1.51 - 2.50 ผลการประเมนิ ในระดบั ตอ้ งปรบั ปรงุ 1.00 - 1.50 ผลการประเมนิ ในระดบั ใชไ้ มไ่ ด้ ตอนท่ี 2 เป็นแบบคาํ ถามปลายเปิด สาํ หรบั ผตู้ อบแบบประเมนิ แสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ และใหข้ อ้ เสนอแนะต่าง ๆ 2.3.1 นําแบบประเมนิ เสนอต่อกรรมการผคู้ วบคมุ ปรญิ ญานพิ นธเ์ พอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ้ ง 2.3.2 นําแบบประเมนิ เสนอผเู้ ชย่ี วชาญตงั้ แต่ระดบั ปรญิ ญาโทขน้ึ ไป จากคณะ ศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ จาํ นวน 1 ทา่ น ผชู้ ว่ ยศาสตราจารยส์ นิ นี าถ เลศิ ไพรวนั 2.3.3 ใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นการออกแบบผลติ ภณั ฑเ์ ซรามกิ มคี ณุ วฒุ ทิ าง การศกึ ษาตงั้ แต่ระดบั ปรญิ ญาโทขน้ึ ไปหรอื มคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญญา ตรมี ี ประสบการณ์ในการทาํ งานดา้ นการออกแบบผลติ ภณั ฑเ์ ซรามกิ มากกวา่ 5 ปีขน้ึ ไป จาํ นวน 1 ทา่ น คอื อาจารยภ์ านุ พฒั นปณธิ พิ งศ์ แสดงความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะต่างๆ ของแบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 2.3.4 ใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญด้ านการออกแบบเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผามี ประสบการณ์ในการ ทาํ งานดา้ นการออกแบบผลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ มากกว่า 10 ปีขน้ึ ไป จาํ นวน 1 ทา่ น คอื คุณเพชร ศริ จิ นั ทร์ ทาํ การประเมนิ แสดงความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะต่างๆ ของ แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั : กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั 2.3.5 ใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นการออกแบบภมู ทิ ศั น์มคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาตงั้ แต่ ระดบั ปรญิ ญาโทขน้ึ ไปหรอื มคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรมี ปี ระสบการณ์ในการทาํ งาน ดา้ นการออกแบบภมู ทิ ศั น์มากกวา่ 5 ปีขน้ึ ไป จาํ นวน 1 ทา่ น คอื คณุ อรอุมา อม่ิ อรา่ ม แสดง ความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะต่างๆ ของแบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั

66 3. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ผวู้ จิ ยั ไดด้ าํ เนนิ การตามขนั้ ตอน ดงั น้ี 3.1 ขอหนงั สอื รบั รองและแนะนําตวั จากบณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิ โรฒ เพอ่ื นําไปแสดงต่อผเู้ ชย่ี วชาญทไ่ี ดก้ ลา่ วมาขา้ งตน้ เพ่อื ขอความอนุ เคราะหใ์ นการทาํ แบบ ประเมนิ รปู แบบของชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั : กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บาง พลดั จาํ นวน 5 ชดุ 3.2 ทาํ การเสนอชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั พรอ้ มขอ้ มลู รายละเอยี ดประกอบแบบ จาํ นวน 5 ชดุ คอื ชดุ ท่ี 1 ชดุ ท่ี 2 ชุดท่ี 3 ชุดท่ี 4 และชดุ ท่ี 5 ดว้ ย ขอ้ ความสมดุ ภาพ และใหผ้ เู้ ชย่ี วชาญดา้ นการออกแบบผลติ ภณั ฑท์ ม่ี คี ุณวุฒติ งั้ แต่ระดบั ปรญิ ญา โทขน้ึ ไป จากคณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ จาํ นวน 1 ทา่ น ผเู้ ชย่ี วชาญ ทางดา้ นผลติ ภณั ฑโ์ ดยมคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาตงั้ แต่ระดบั ปรญิ ญาตรี หรอื ผทู้ ม่ี ปี ระสบการณ์ดา้ น การออกแบบผลติ ภณั ฑท์ าํ งานมากกว่า 5 ปี จาํ นวน 1 ทา่ น และผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นการออก แบบภมู ทิ ศั น์โดยมคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาตงั้ แต่ระดบั ปรญิ ญาตรี หรอื ผทู้ ม่ี ปี ระสบการณ์ดา้ นการ ออกแบบผลติ ภณั ฑท์ าํ งานมากกว่า 1 ปี จาํ นวน 1 ทา่ น ทาํ แบบประเมนิ รปู แบบ ของแบบและ พรอ้ มกบั แสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ และใหข้ อ้ เสนอแนะต่างๆ เพอ่ื นําผลการประเมนิ ไปวเิ คราะห์ ต่อไป 4. การประเมนิ รปู แบบและประสทิ ธภิ าพของชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั การวจิ ยั น้ีจะทาํ การประเมนิ ผลจากรปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทกยรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั จาํ นวน 2 ครงั้ ครงั้ ท่ี 1 ประเมนิ รปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั : กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั จาํ นวน 5 แบบ ชุดท่ี 1 ชุดท่ี 2 ชุดท่ี 3 ชุดท่ี 4 และชดุ ท่ี 5 โดยการคดั เลอื กแบบ ทม่ี คี ะแนนของการประเมนิ มากทส่ี ดุ เพยี ง1 ชดุ มาพฒั นาและปรบั ปรงุ ตามขอ้ เสนอแนะหลงั จากนนั้ การประเมนิ รปู แบบครงั้ ท่ี 2 จาํ นวน 1 แบบคอื แบบท่ี 6 โดยผเู้ ชย่ี วชาญกลุ่มเดยี วกนั ซง่ึ แบง่ ผเู้ ชย่ี วชาญออกเป็น 3 กลมุ่ คอื กลุม่ ท่ี 1 ผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นผลติ ภณั ฑ์ โดยมคี ุณวุฒทิ างการศกึ ษาตงั้ แต่ระดบั ปรญิ ญาโทขน้ึ ไป หรอื มคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรแี ละมปี ระสบการณ์ในการทาํ งาน ดา้ นการออกแบบผลติ ภณั ฑม์ ากกว่า 5 ปีขน้ึ ไป จาํ นวน 2 คน กลุ่มท่ี 2 ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นผลติ ภณั ฑเ์ ครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา และผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นผลติ ภณั ฑ์ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา มคี ณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรแี ละมปี ระสบการณ์ในการทาํ งานดา้ น การออกแบบผลติ ภณั ฑม์ ากกวา่ 5 ปีขน้ึ ไป จาํ นวน 1 คน กลุ่มท่ี 3 ผบู้ รโิ ภคของตกแต่งสวน การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ใน การวจิ ยั ครงั้ น้ีเป็นการประเมนิ รปู แบบและประสทิ ธภิ าพของชุดตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั เพอ่ื นําไปสรา้ งผลงานจรงิ ต่อไป 5. สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของแบบชดุ ตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั

67 5.1 สถติ พิ น้ื ฐานไดแ้ ก่ 5.1.1 คา่ คะแนนเฉลย่ี ใชส้ ตู ร (บญุ เชดิ ภญิ โญอนนั ตพ์ งษ์. 2521: 36) เมอ่ื แทน คา่ เฉลย่ี แทน คา่ ผลรวมคะแนนทงั้ หมด แทน คา่ จานวนขอ้ มลู ทงั้ หมด 5.1.2 คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เมอ่ื แทน คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน แทน จาํ นวนคะแนนในกลมุ่ แทน ผลรวม แทน คะแนนแต่ละตวั แทน คา่ เฉลย่ี

บทท่ี 4 ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล การวจิ ยั ครงั้ น้ีมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ศกึ ษาทดลองหารปู แบบเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ เพอ่ื พฒั นาชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั โดยผวู้ จิ ยั ไดว้ เิ คราะหข์ อ้ มลู ตาม ขนั้ ตอนดงั น้ี 1. วิเคราะหข์ ้อมลู จากเอกสาร ตาํ ราและงานวิจยั ที่เก่ียวข้อง 1.1 วิเคราะหร์ ปู แบบเครอ่ื งปัน้ ดินเผาเกาะเกรด็ 1. สภาพโดยทวั่ ไปของเกาะเกรด็ มสี ภาพเป็นชมุ ชนขนาดเลก็ โดยประกอบไป ดว้ ย รา้ นคา้ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา รา้ นขายอาหาร ทอ่ี ยอู่ าศยั และสวนผลไม้ จากการสาํ รวจพบวา่ มี ผปู้ ระกอบการเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาจาํ นวน 13 รา้ น แบ่งเป็นโรงงานขนาดใหญ่ 3 โรงงาน ทเ่ี หลอื อกี 10 รา้ น เป็นรา้ นประกอบธรุ กจิ ในครวั เรอื น 2. กระบวนการผลติ ผปู้ ระกอบการส่วนใหญ่มเี ตาเผาเป็นของตวั เองโดยมกี าร เปลย่ี นแปลงการเผาแบบเก่าทใ่ี ชฟ้ ืนเป็นเชอ้ื เพลงิ กเ็ ปลย่ี นมาเป็นเตาเผาแก๊สหรอื ไฟฟ้าเป็น เชอ้ื เพลงิ มบี างส่วนทไ่ี มม่ เี ตาเผาเป็นของตวั เองกจ็ ะจา้ งโรงงานอ่นื เผาให้ ซง่ึ สาเหตุทม่ี กี าร เปลย่ี นแปลงจากการใชเ้ ตาเผาแบบเดมิ มาเป็นแบบใหมเ่ พราะ เตาเผาแบบเดมิ ลา้ สมยั เชอ้ื เพลงิ หายากไมส่ ามารถควบคุมอุณหภมู ใิ หค้ งทไ่ี ด้ ทาํ ใหเ้ สยี เวลาและคา่ ใชจ้ า่ ยมากและทาํ ใหไ้ ดส้ นิ คา้ ทม่ี คี ุณภาพไมด่ เี ทา่ ทค่ี วร 2.1 วตั ถุดบิ ทใ่ี ชผ้ ลติ นนั้ ใชด้ นิ เป็นวตั ถุดบิ ในการผลติ มลี กั ษณะเด่น คอื เป็น ดนิ เหนยี วทม่ี มี ที รายและเศษกรวดปนซง่ึ ในอดตี ดนิ ชนดิ น้มี กี ารพบมากทเ่ี กาะเกรด็ แต่ในปจั จบุ นั มจี าํ นวนลดน้อยลงจงึ สงั่ ซอ้ื ดนิ จากแหลง่ อ่นื ซง่ึ กค็ อื อาํ เภอสามโคก จงั หวดั ปทุมธานีเพราะมี คณุ ภาพของดนิ คลา้ ยกนั กบั ดนิ ทต่ี อ้ งการ 2.2 ขนั้ ตอนการปนั้ การขน้ึ รปู จะใชว้ ธิ ขี น้ึ รปู ดว้ ยแป้นหมนุ เมอ่ื ปนั้ ขน้ึ รปู เสรจ็ เรยี บรอ้ ย จะนําไปผง่ึ ในทร่ี ม่ ใหแ้ หง้ ใชเ้ วลา 1-2 คนื แลว้ จงึ นําไปแกะลายจากนนั้ จงึ นําไปเผา 2.3 การตกแต่งลวดลาย เมอ่ื ภาชนะหมาดดแี ล้ ว ตอ้ งแต่งผวิ ภายนอกให้ เรยี บรอ้ ย ใชก้ ะลาหรอื หนิ ขดั ลกู สะบา้ ขดั กไ็ ด้ ส่วนกน้ ของเครอ่ื งปนั้ ตอ้ งขดู แต่งใหเ้ รยี บรอ้ ยดว้ ย เชน่ กนั ถา้ เครอ่ื งปนั้ นนั้ เป็นประเภททต่ี อ้ งตกแต่งเป็นพเิ ศษ ชา่ งปนั้ จะตอ้ งสลกั ลวดลายต่าง ๆ อยา่ งวจิ ติ รบรรจงตามความสามารถของชา่ ง ซง่ึ มวี ธิ กี ารตกแต่ง ดงั น้ี 1. การสลกั ดว้ ยไมส้ ลกั 2. การฉลุและตดั ดนิ ดว้ ยมดี ปลายแหลม 3. การทาํ ลวดลายดว้ ยไมห้ นามทองหลางปา่ 4. การกดลายลงในเน้อื ดนิ

69 ลายทต่ี กแต่งเครอ่ื งปนั้ จงึ มี 3 ประเภทตามลกั ษณะของวธิ กี ารแต่งลาย คอื 1. ลายทเ่ี กดิ จากการขดี หรอื สลกั 2. ลายทเ่ี กดิ จากการตดั ดนิ หรอื ฉลโุ ปรง่ 3. ลายทเ่ี กดิ จากการกดใหเ้ น้อื ดนิ นูนหรอื ต่าํ ลงตามแบบของลาย ลวดลายทต่ี กแต่งบนเครอ่ื งปนั้ เป็นลายแบบมอญ และเป็นลายไทยประยกุ ต์ ซง่ึ มี ดงั น้ี เชน่ 1. ลายกลบี บวั 2. ลายเครอื เถา 3. ลายดอกไมต้ ่างๆ 4. ลายสรอ้ ยคอ 5. ลายใบไม้ 6. ลายเทพพนม 7. ลายรปู สตั ว์ 8. ลายพวงมาลยั 9. ลายฉลโุ ปรง่ 10.ลายพวงดอกไม้ เครอ่ื งปนั้ ประเภทสวยงามน้สี ว่ นใหญ่ เป็นโอ่งน้ํา แต่มรี ปู ทรง ลวดลายการตกแต่ง แตกต่างกนั หลายแบบ รปู ทรงทน่ี ยิ มทาํ กนั คอื 1. ทรงหมอ้ น้ําลวดลายวจิ ติ ร (กน้ กลม คอสงู ) 2. ทรงกน้ กลมคอสนั้ 3. ทรงโอ่งสลกั เอวใหญ่ 4. ทรงโอ่งสลกั เอวคอด 5. ทรงโอ่งสลกั ทรงสงู เอวคอด 6. ทรงขวดโหล 7. ทรงฟกั ทองคอสนั้ 8. ทรงฟกั ทองคอสงู 9. ทรงมะยม 10. ทรงกระบอก 11. ทรงกระบอกปากผาย 12. ทรงตลกอ่นื ๆ 13. ทรงกลมมรี ปู สตั ว์ (ไก่, นก) โอ่งน้ําทท่ี าํ ลวดลายวจิ ติ รของบา้ นเกาะเกรด็ น้นี บั วา่ เป็นเลศิ ในการออกแบบทม่ี คี วามงาม ทงั้ รปู ทรงและการตกแต่ลวดลาย ในกลุ่มเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาประเภทดนิ แดงไมเ่ คลอื บน้เี ครอ่ื งปนั้ บา้ นเกาะเกรด็ มคี วามงามเหนอื กวา่ เครอ่ื งปนั้ ประเภทเดยี วกนั น้ใี นทกุ แหง่

70 2.4 ลกั ษณะพเิ ศษทเ่ี ป็นเอกลกั ษณ์ของเครอ่ื งปนั้ บา้ นเกาะเกรด็ 2.4.1 การตกแต่งลวดลายทน่ี ยิ มทาํ เป็นลายฉลโุ ปรง่ ทข่ี ารอง นอกจาก จะเพม่ิ ความสวยงามใหแ้ ก่เครอ่ื งปนั้ แลว้ ยงั นบั วา่ เป็นความฉลาดของชา่ งปนั้ โบราณ เพราะ ประโยชน์ของขารองเชน่ น้ีมี มาก ชว่ ยทาํ ใหม้ กี ารระบายอากาศใตโ้ อ่งน้ํา ทาํ ใหน้ ้ําเยน็ และไมใ่ ห้ เกดิ ความชน้ื ทพ่ี น้ื เมอ่ื วางบนพน้ื บา้ นทเ่ี ป็นพน้ื ไม้ ป้องกนั มใิ หพ้ น้ื บา้ นผไุ ดเ้ ป็นอยา่ งดี เพ่มิ ความ เยน็ ใหน้ ้ําในโอ่งนนั้ เป็นอยา่ งดดี ว้ ย 2.4.2 นยิ มทาํ ขารองโอ่งน้ํา ขารองน้ที าํ ดว้ ยดนิ เผาเชน่ เดยี ว กนั สลกั ลายงดงาม เป็นสว่ นประกอบของตวั โอ่งน้ํานนั้ ดงั นนั้ โอ่งน้ําบา้ นเกาะเกรด็ จงึ นยิ มทาํ เป็น 3 สว่ น คอื สว่ นทเ่ี ป็นตวั โอ่ง สว่ นทเ่ี ป็นฝา และสว่ นทเ่ี ป็นขารอง 2.4.3 ลกั ษณะของฝาโอ่ง นอกจากจะทาํ ลวดลายสวยงามเชน่ เดยี วกนั แลว้ ฝาโอ่งนิยมทาํ ทรงยอดแหลมสงู 2.4.4 ลกั ษณะเดน่ ในการทาํ ขอบของเครอ่ื งปนั้ จะมกี ารทาํ เป็นเสน้ ลาย บนขอบอกี ชนั้ หน่ึง และตามสว่ นต่างๆ ของเครอ่ื งปนั้ บางแห่ง เชน่ ตามขอบลา่ ง ตามไหล่ จะมี การทาํ เป็นเสน้ ลายเพอ่ื ความสวยงามดว้ ย แมจ้ ะเป็นเครอ่ื งปนั้ ธรรมดา เชน่ อ่าง ครก กท็ าํ เชน่ น้ี ดว้ ย ซง่ึ ทาํ ใหข้ อบเครอ่ื งปนั้ ดสู วยงามเป็นพเิ ศษ กว่าเครอ่ื งปนั้ แหล่งอ่นื ๆ ในประเทศไทยทงั้ หมด ยง่ิ ถา้ เป็นเครอ่ื งปนั้ ประเภทสวยงามแลว้ จะมกี ารทาํ ลวดลายทข่ี อบน้สี วยงามยง่ิ ขน้ึ การสลกั ลาย ตอ้ งทาํ หลงั จากไดเ้ กบ็ ภาชนะทเ่ี กบ็ ไวห้ ลงั จากปนั้ เสรจ็ แลว้ ระยะหน่งึ เน้อื ดนิ ไมน่ ิ่มหรอื แขง็ เกนิ ไป เมอ่ื สลกั ลายตรงๆ แลว้ ตอ้ งเกบ็ ไวใ้ นทร่ี ม่ ไมม่ ลี มผา่ น ใชใ้ บตองแหง้ คลมุ ไวอ้ กี ระยะหน่งึ จนภาชนะแหง้ จงึ ขดั ผวิ ใหเ้ ป็นมนั เรยี บรอ้ ย และเกบ็ ความเรยี บรอ้ ยอ่นื ๆ อกี ครงั้ จงึ เกบ็ ต่อไปจน แหง้ สนิทดพี รอ้ มทจ่ี ะนําไปเขา้ เตาเผาได้ เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผาเกาะเกรด็ ขน้ึ รปู ดว้ ยวธิ กี ารใชแ้ ป้นหมนุ โดยรปู ทรงของเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา เกาะเกรด็ มลี กั ษณะแบบดงั เดมิ และแบบประยกุ ต์ ในสว่ นของลวดลายเป็นลายดงั เดมิ ประยกุ ต์ ลายไทย เชน่ ลายบวั คว่าํ บวั หงาย ลายประจาํ ยาม ลายเคลอื เถาว์ ลายรกั รอ้ ย การสรา้ งลวดลาย ใชว้ ธิ กี าร ขดี ฉลุ และใชแ้ มพ่ มิ พ์สที ไ่ี ดจ้ ากการเผามสี ม้ และดาํ จากการเผารมแกลบ 2. วิเคราะหร์ ปู แบบสวนไทย ในอดตี คคนไทยมกั ใชช้ วี ติ อยรู่ มิ น้ํา บา้ นเรอื นสว่ นใหญ่จงึ สรา้ งแบบยกพน้ื สงู มใี ตถ้ ุน บา้ น เพอ่ื ป้องกนั น้ําท่วมช่วงฤดนู ้ําหลาก สว่ นใหญ่จงึ ไมน่ ยิ มจดั ตกแต่งสวนเพ่อื นความสวยงาม เทา่ ใดนกั แต่มกั เป็นในรปู แบบการปลกู ไมผ้ ลเพ่อื ใชป้ ระโยชน์ ปลกู ไมต้ ามความเชอ่ื บา้ ง และ ปลกู ไมด้ ดั หรอื ไมก้ ระถางเป็นไมป้ ระดบั ไวบ้ นชานบา้ น จนเมอ่ื เวลาผา่ นไป ภาพสวนมกี าร พฒั นาขน้ึ ไปพรอ้ มๆ กบั รปู แบบบา้ นทเ่ี ป็นไทยประยกุ ต์ เรม่ิ มกี ารต่อเตมิ พน้ื ทใ่ี ตถ้ ุนบา้ นเป็น หอ้ งต่างๆ สวนไมด้ ดั ไมก้ ระถางบนเรอื นชานจงึ เรม่ิ ลดบทบาทลง ความนยิ มในการจดั สวนเพอ่ื เป็นอาหารตามมี ากขน้ึ สวนกลน่ิ อายไทยจงึ มกั นําของใชใ้ นอดตี มาใชป้ ระดบั ในสวนอยา่ งเชน่ โอ่งมกั ร โอ่งดนิ เผา ลอ้ เกวยี น ครกหนิ ฯลฯ

71 สวนไทยในอดตี นิยมสะสมไมก้ ระถางตกแต่งบรเิ วณใกลต้ วั บา้ น โดยเฉพาะบนนอก ชานหรอื ระเบยี ง นิยมใชก้ ระถางใบสวย แสดงความเป็นหน้าเป็นตาของเจา้ ของบา้ น การจดั วาาง งานศลิ ปะเป็นอกี ทางหน่ึงทส่ี รา้ งบรรยากาศแบบไทยๆ ไดอ้ ยา่ งชดั เจน ไมว่ า่ จะเป็นงานแกะลสกั ประตมิ ากรรม เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา หรอื งานหตั กรรมไทย นอกจากแสดงศลิ ปะไทย ยงั สะทอ้ น วฒั นธรรมความเชอ่ื อนั เป็นเอกลกั ษณ์ รปู แบบของสวนไทยเป็นกา รจดั สวนเพอ่ื ใหไ้ ดบ้ รรยากาศแบบไทย มลี กั ษณะประเภท ของพนั ธุไ์ มท้ ใ่ี ชส้ ่วนใหญ่เป็นไมเ้ มอื งรอ้ น ไมต้ ามความเชอ่ื ไมด้ อกหอมตามวรรณคดีพชื สวนครวั ผลไมไ้ ทย ทงั้ น้ีปรบั เปลย่ี นวธิ กี ารปลกู โดยคาํ นงึ ถงึ ความสวยงามทนั สมยั แทนการปลกู ไปเรอ่ื ยๆ ดา้ นวสั ดตุ กแต่งนยิ มสะสมไมก้ ระถ างตกแต่งบรเิ วณใกลต้ วั บา้ น โดยเฉพาะบนนอก ชานหรอื ระเบยี ง เน้นองคป์ ระกอบทแ่ี สดงความเป็นไทย จดั วางงานศลิ ปะทส่ี รา้ งบรรยากาศแบบ ไทยๆ เชน่ งานหตั ถกรรมไทย งานแกะสลกั ประตมิ ากรรม เครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา ซง่ึ สะทอ้ น วฒั นธรรมความเชอ่ื อนั เป็นเอกลกั ษณ์ 3. วิเคราะหร์ ปู แบบและพืน้ ที่รีสอรท์ บางพลดั รสี อรท์ สไตลไ์ ทยประยกุ ตเ์ ป็นรสี อรท์ ขนาดเลก็ อยใู่ จกลางเมอื งหลวง ยา่ นบางพลดั จรญั สนิทวงศ์ 77/1 ทน่ี ่ีมเี อกลกั ษณ์เฉพาะตวั ทโ่ี ดดเด่น นบั เป็นการยอ้ นวนั วานใหเ้ หน็ ถงึ การใชช้ วี ติ ของคนในสมยั ก่อนไดเ้ ป็นอยา่ งดี จดุ เรมิ่ เรมิ่ ตน้ ของรสี อรท์ บางพลดั นั้ นมาจากครอบครวั คณุ วศิ าล โดยชว่ งแรกทาง ครอบครวั เป็นผบู้ ุกเบกิ สว่ นตวั คณุ วศิ าลเองทาํ กจิ การอ่นื อยู่ไมว่ า่ จะเป็นบรษิ ทั หรอื กจิ การอพารท์ เมน้ ท์ และเหน็ วา่ พน้ื ทต่ี รงน้ีไมอ่ ยากปลอ่ ยไวว้ า่ งโดยเปลา่ ประโยชน์เพราะเป็นทด่ี นิ ของครอบครวั โดยทางครอบครวั คุณวศิ าลเองมคี วามผกู พนั กบั วฒั นธรรมไทยแบบโบราณเหน็ ความโดดเดน่ ของ บา้ นไมล้ กั ษณะไทยโบราณกช็ อบและอยากอนุรกั ษ์เอาไวจ้ งึ ไดป้ ลกู สรา้ งบา้ นไมข้ น้ึ โดยในชว่ งแรกทาํ เป็นบา้ นเชา่ มาประมาณ 40 กวา่ ปี ประกอบกบั ทางผเู้ ชา่ หมดสญั ญา เชา่ เมอ่ื เวลาผ่านไปสงั คมเปลย่ี นไป เกดิ ตกึ อาคารมากมายและมสี ง่ิ อาํ นวยความสะดวกมากกว่า แต่ก่อน ผคู้ นหนั ไปนยิ มตกึ คอนโดมเิ นียม อพารท์ เมน้ ทเ์ สยี ส่วนใหญ่ ทางครอบครวั คณุ วศิ าล เลง็ เหน็ วา่ ไมอ่ ยากใหบ้ า้ นไมเ้ ก่าเลอื นหายไปจากความทรงจาํ ของคนไทยจงึ มไี อเดยี ขน้ึ มา อยากจะปรบั ปรงุ บา้ นใหมเ่ พอ่ื จะทาํ เป็นรสี อรท์ จนกระทงั่ ปจั จบุ นั น้เี ป็นรสี อรท์ เขา้ ปีท่ี 3 แลว้ จดุ เดน่ ทข่ี องรสี อรท์ บางพลดั เป็นแบบบา้ นไม้ เน้นความเป็นอยอู่ ยา่ งไทยทเ่ี รยี บงา่ ย เรอ่ื งของการกนิ จะเน้นกนิ แบบสมยั กรงุ ธนบรุ โี ดยการใชภ้ าชนะใสอ่ าหารเป็นชดุ ชามเบญจรงค์ มี โต๊ะตงั่ ใหน้ งั่ หรอื ถา้ ลกู คา้ บางทา่ นไมส่ ะดวกในสว่ นอ่นื ๆ กจ็ ะมรี องรบั เป็นโต๊ะนั่งทาน นอกจากน้ี ยงั อนุรกั ษใ์ นเรอ่ื งของการแต่งกายผา่ นพนกั งานตอ้ นรบั และพนกั งานในสว่ นอ่นื ๆของรสี อรท์ ดว้ ย

72 ลกู คา้ ทม่ี าใชบ้ รกิ าร มที งั้ ชาวไทยพทุ ธ,มสุ ลมิ และชาวต่างชาติ มที งั้ กลมุ่ ทเ่ี คยอาศยั อยู่ ละแวกน้ีเมอ่ื ครงั้ ยงั เป็นเดก็ มาใชบ้ รกิ ารเพ่อื ทจ่ี ะราํ ลกึ อดตี และตอ้ ง กลน่ิ อายความเป็นไทย ใน สว่ นลกู คา้ ทเ่ี ป็นมสุ ลมิ เราจะเน้นเรอ่ื งอาหารฮาลาล ลกู คา้ หลกั ส่วนใหญ่จะเป็นลกู คา้ ทม่ี ารกั ษา ตวั กบั ทางโรงพยาบาลยนั ฮเี น่ืองจากทางโรงพยาบาลมลี กู คา้ จาํ นวนมากและอยไู่ มไ่ กลจากรี สอรท์ รสี อรท์ บางพลดั มบี รรยากาศทเ่ี งยี บสงบเหมาะแก่การรกั ษาตวั รสี อรท์ บางพลดั ใหบ้ รกิ ารหอ้ งพกั แบบเป็นหลงั สุดคลาสสคิ เพยี บพรอ้ มไปดว้ ยสง่ิ อาํ นวยความสะดวกครบครนั มที งั้ หมด 18 หลงั แต่ละหลงั มสี องชนั้ ซง่ึ แบ่งยอ่ ยออกเป็นอกี 5 หอ้ ง ชนั้ บนประกอบดว้ ยหอ้ งนอน และหอ้ งทาํ งาน พรอ้ มดว้ ยมมุ ระเบยี งสาํ หรบั นงั่ อ่านหนงั สอื และ รบั ประทานอาหารยามเชา้ ส่วนชนั้ ลา่ งสะดวกสบายดว้ ยหอ้ งนงั่ เล่น หอ้ งแต่งตวั และหอ้ งน้ํา การ ตกแต่งจะตกแต่งดว้ ยเฟอรน์ ิเจอรไ์ มโ้ บราณ เพอ่ื ใหผ้ มู้ าพกั ไดส้ มั ผสั กบั บรรยากาศและวถิ ชี วี ติ ความเป็นอยใู่ นอดตี พน้ื ทใ่ี ชส้ อยในบา้ น 60 ตารางเมตร ซง่ึ รวมถงึ ระเบยี งดา้ นบนเพอ่ื เป็นมมุ นงั่ อ่านหนงั สอื และ รบั ประทานอาหารยามเชา้ พรอ้ มทงั้ ชานขา้ งบา้ นดา้ นลา่ งเป็นมมุ นงั่ เลน่ อกี มมุ หน่ึง ผวู้ จิ ยั ไดส้ าํ รวจรปู แบบพน้ื ทข่ี องรสี อรท์ บางพลดั เพอ่ื เป็นแนวทางในการออกแบบชดุ ตกแต่งสวนไทย โดยสาํ รวจและวาดผงั ของรสี อรท์ บางพลดั เลอื กบรเิ วณจดั วางชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั โดยผเู้ ชย่ี วชาญและหลกั การวางผงั ตกแต่งบรเิ วณ เพอ่ื ใหไ้ ดข้ นาด ชุดตกแต่งสวนไทยทม่ี คี วามเหมาะสมและกลมกลนื กบั พน้ื ทข่ี องรสี อรท์ ดงั น้ี จากการสาํ รวจ รสี อรท์ บางพลดั มรี ปู ทรงของพน้ื ทเ่ี ป็นแบบแคบและยาว ใชก้ ารแบง่ พน้ื ทก่ี ารจดั สวนบา้ นของชาวตะวนั ออกคอื พน้ื ทห่ี ลกั และ พน้ื ทพ่ี เิ ศษ ในสว่ นพน้ื ทห่ี ลกั ของรสี อรท์ บางพลดั ไดแ้ ก่ 4.3.1 สว่ นพน้ื ทห่ี ลกั 4.3.1.1 สวนสว่ นดา้ นหน้าคอื ประชาสมั พนั ธ์ ซง่ึ เป็นสว่ นทแ่ี สดงความสงา่ ผา่ เผยของทางเขา้ บา้ น จงึ เน้นเรอ่ื งความเหมะสมของพน้ื ท่ี ความสละสลวยละเอยี ดอ่อน ดงึ ดดู ความสนใจใหผ้ พู้ บเหน็ โดยการจดั สรรสว่ นหน้าไมม่ วี ตั ถุประสงคใ์ นเรอ่ื งใชเ้ ป็นสถานทพ่ี กั ผอ่ น 4.3.1.2 สวนสว่ นดา้ นในคอื สวนทร่ี สี อรท์ บางพลดั ใชจ้ ดั กจิ กรรม เป็นสวยท่ี มตี น้ ไมข้ นาดใหญ่ และมเี ตน็ ท์ เวทจี ดั งาน และทน่ี งั่ พกั การจดั สวนเน้นความเป็นธรรมชาติ เพอ่ื ตอบสนองผมู้ าเยอื น ใหม้ คี วามเพลดิ เพลนิ กบั ธรรมชาตทิ ส่ี วยงาม 4.3.2 สว่ นพน้ื ทพ่ี เิ ศษ 4.3.2.1 สวนลานบา้ น รสี อรท์ บางพลดั มสี วนทเ่ี ป็นลานก่อนถงึ ตวั บา้ น มี พน้ื ทไ่ี วส้ าํ หรบั ใหอ้ ่านหนงั สอื บรรยากาศสงบ 4.3.2.1 พน้ื ทต่ี รอกหรอื ซอก ทางเดนิ ในรสี อรท์ บางพลดั มที างเดนิ ทแ่ี คบยาว โดยลกั ษณะของบา้ นมชี านออกมา มกี ารนําไมก้ ระถางมาปลกู หน้าชานบา้ น พรอ้ มตุ่มน้ําใชล้ า้ ง เทา้ ก่อนเขา้ บา้ น

73 ในการจดั สวนในพน้ื ทแ่ี คบและยาวเชน่ น้ี การแบง่ พน้ื ทเ่ี พอ่ื ใชป้ ระโยชน์มขี อ้ พจิ ารณา ประกอบก่อนการออกแบบ คอื ตาํ แหน่งของบา้ นหรอื อาคารทป่ี ลกู สรา้ งในพน้ื ทแ่ี ละสว่ นของ พน้ื ทต่ี ดิ ถนน โดยคาํ นงึ ถงึ พน้ื ทใ่ี ชป้ ระโยชน์ สว่ นตวั มพี น้ื ทม่ี ากกวา่ สว่ นสาธารณะ จากขอ้ มลู ผวู้ จิ ยั จงึ ไดท้ าํ การวางพน้ื ทก่ี ารวางชดุ ตกแต่งสวนจดั สวนในรสี อรท์ บางพลดั ดงั น้ี ภาพประกอบ 13 บรเิ วณสว่ นประชาสมั พนั ธ์

74 ภาพประกอบ 14 แผนผงั บรเิ วณสว่ นประชาสมั พนั ธ์

75 ภาพประกอบ 15 บรเิ วณสวนจดั กจิ กรรม

76 ภาพประกอบ 16 แผนผงั บรเิ วณสวนจดั กจิ กรรม

77 ภาพประกอบ 17 บรเิ วณอาคาร

78 ภาพประกอบ 18 แผนผงั บรเิ วณอาคาร

79 ผวู้ จิ ยั ไดว้ เิ คราะหอ์ งคป์ ระกอบศลิ ป์บรเิ วณรสี อรท์ บางพลดั ซง่ึ เป็นมลู ฐานของความงาม ในการออกแบบ และสามารถใชใ้ หเ้ กดิ ความสมั พนั ธก์ ลมกลนื โดยประกอบดว้ ย 1. สี 2. เสน้ 3. พน้ื ผวิ 4. รปู ลกั ษณะ 5. รปู ทรง 6. ช่องว่าง 7. ลวดลาย สี โทนสบี รเิ วณรสี อรท์ บางพลดั ประกอบไปดว้ ย สขี าวของผนงั ตวั อาคารทางเขา้ ประชาสมั พนั ธ์ อาคารดา้ นในหน้าทางเขา้ มลี กั ษณะโดดเดน่ ดว้ ยสขี าว เน่อื งจากเป็นจดุ ทใ่ี ชร้ อบ รองรบั แขก สนี ้ําตาลเขม้ ของตวั บา้ นทพ่ี กั สว่ นใหญ่ สเี ขยี วของตน้ ไมบ้ รเิ วณโดยรอบ เสน้ บรเิ วณรสี อรบ์ บางพลดั เป็นลกั ษณะพน้ื แคบยาว มถี นนเป็นเสน้ ตงั้ ตรงกลางตงั้ แต่ ทางเขา้ ไปจนสดุ บ้ านพกั และเสน้ นอนจากผนงั บา้ นพกั ทม่ี จี าํ นวนพน้ื ทเ่ี กนิ ครง่ึ ของบรเิ วณ ทงั้ หมด รปู ลกั ษณะและรปู ทรง ลกั ษณะของสง่ิ ก่อสรา้ งประกอบสวนเป็นบา้ นพกั ไทยประยกุ ต์ ใชไ้ มเ้ ป็นส่วนประกอบหลกั รปู ทรงของอาคารมลี กั ษณะแคบ เป็นสเ่ี หลย่ี ม กวา้ ง 6.1 ยาว 7. m มที งั้ หมด 20 หลงั เรยี งยาวเป็นแนวลกึ ผนงั เป็นไมซ้ อ้ นกนั เป็นชนั้ ชายหลงั คามคี ว้ิ ทาํ จากไมฉ้ ลลุ าย พน้ื ผวิ ลกั ษณะเด่นของตวั อาคารเป็นผนงั ไมเ้ ป็นชนั้ เหน็ เป็นระดบั ของชนั้ ไม้ จาก ระยะใกลแ้ ละไกล ช่องวา่ ง บรเิ วณพน้ื ทร่ี สี อรท์ บางพลดั มลี กั ษณะยาวแคบ การกาํ หนดขนาดและจาํ นวน ของวสั ดตุ กแต่งในแต่ละพน้ื ทใ่ี หเ้ หมาะสมกบั บรเิ วณทเ่ี ลอื ก ชว่ ยเสรมิ สรา้ งความเดน่ ใหแ้ ก่อาคาร หรอื เป็นเสน้ นําสายตาสบู่ รเิ วณอาคาร ลวดลาย ในสว่ นของลวดลายบรเิ วณรสี อรท์ บางพลดั มสี ว่ นบรเิ วณทพ่ี น้ื ทล่ี านพกั ลาน นอกบา้ น ระเบยี งและบรเิ วณทไ่ี มม่ หี ลงั คา การใชล้ วดลายเขา้ ไปเป็นองคป์ ระกอบในวสั ดตุ กแ ต่ง ชว่ ยทาํ ใหเ้ กดิ บรรยากาศทด่ี ี และทาํ ใหพ้ น้ื ทช่ี วนมอง 4. ผลวิเคราะหจ์ ากการประเมินแบบ ผวู้ จิ ยั ไดท้ าํ การนําขอ้ มลู ทงั้ หมดมาสงั เคราะหแ์ ละทาํ การออกแบบรา่ งจาํ นวน 15 ชดุ ประกอบดว้ ย กระถาง โคมไฟ น้ําผดุ จาํ นวน 45 แบบ และเลอื กจากผเู้ ชย่ี วชาญเหลอื 5 ชดุ โดย ในการนําเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ทางการวจิ ยั เรอ่ื ง ศกึ ษาและพฒั นาการออกแบบชุดตกแต่ง สวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ผวู้ จิ ยั ไดก้ าํ หนดสญั ลกั ษณ์และอกั ษรยอ่ ในการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู เพอ่ื สอ่ื ความหมายใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั ดงั น้ี

80 สญั ลกั ษณ์ทใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู แทน คา่ เฉลย่ี แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมด แทน จาํ นวนขอ้ มลู ทงั้ หมด แทน คา่ เบย่ี งเบนมาตรฐาน แทน จาํ นวนคะแนนในกลมุ่ แทน ผลรวม แทน คะแนนแต่ละตวั การนําเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ของงานวจิ ยั เรอ่ื ง ศกึ ษารปู แบบเครอ่ื งปนั้ ดนิ เผา เกาะเกรด็ ภมู ปิ ญั ญาจงั หวดั นนทบรุ ี เพ่อื ออกแบบชุดตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ผวู้ จิ ยั ทาํ การเสนอเฉพาะผลการวเิ คราะหข์ องแบบสอบถามความคดิ เหน็ และแบบประเมนิ ประสทิ ธภิ าพในรปู แบบของตารางประกอบคาํ อธบิ ายโดยแบง่ ออกเป็น 3 ขนั้ ตอน ไดแ้ ก่ ขนั้ ตอนท่ี 1 เป็นการสรา้ งกรอบแนวความคดิ เพอ่ื ใชเ้ ป็นโจทยท์ ใ่ี กลเ้ คยี งกบั ความเป็น จรงิ ของผใู้ ชซ้ ง่ึ นําผลทไ่ี ดเ้ ป็นแนวทางในการออกแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ครงั้ ท่ี 1 จาํ นวน 5 ชดุ โดยแบ่งออกเป็น 2 ตอนไดแ้ ก่ ตอนท่ี 1 เป็นคาํ ถามแบบเลอื กตอบแบบสอบถามความคดิ เหน็ ตอนท่ี 2 เป็นคาํ ถามแบบปลายเปิดสาหรบั แสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ และใหข้ อ้ เสนอแนะ ขนั้ ตอนท่ี 2 การนําเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ของกระบวนการวดั ประสทิ ธภิ าพของ รปู แบบ ออกแบบชุดตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ครงั้ ท่ี 1 คอื ชดุ ท่ี 1 ชุดท่ี 2 ชดุ ท่ี 3 ชุดท่ี 4 และชดุ ท่ี 5 โดยแบบประเมนิ ผลรปู แบบประ สทิ ธภิ าพซง่ึ แบง่ ตามปจั จยั ทใ่ี ชใ้ น การออกแบบได้ โดยคาํ นึงจากหลกั เกณฑ์ 2 หลกั เกณฑ์ ดงั น้ี 1. หลกั เกณฑท์ างดา้ นการออกแบบ (Design Aspect) ประกอบดว้ ย - ดา้ นประโยชน์ใชส้ อย (Practical Function) - ดา้ นความงามและรปู แบบ (Aesthetic Fuction and Style) 2. หลกั เกณฑท์ างดา้ นการผลติ (Production Aspect) ประกอบดว้ ย - ดา้ นวสั ดุ (Material) - กรรมวธิ กี ารผลติ ( Process) ขนั้ ตอนท่ี 3 การนําเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ของกระบวนการวดั ประสทิ ธภิ าพของ รปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ครงั้ ท่ี 2 จาํ นวน 1 แบบ คอื ชดุ ท่ี 6 โดยแบบประเมนิ ผลรปู แบบประสทิ ธภิ าพ ซง่ึ แบง่ ตามปจั จยั ทใ่ี ชใ้ นการออกแบบ จากหลกั เกณฑ์ 2 หลกั เกณฑ์ เชน่ เดยี วกบั ในขนั้ ตอนท่ี 2 อกี ครงั้ เพ่อื ทดสอบว่า รปู แบบชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั มปี ระสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑด์ ี

81 ขนั้ ตอนท่ี 4 การนําเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ของกระบวนการวดั ความพงึ พอใจของ ผบู้ รโิ ภคชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั โดยแบบประเมนิ ผลวดั ความพงึ พอใจ ซง่ึ แบ่งตามปจั จยั ทใ่ี ชใ้ นการออกแบบจากหลกั เกณฑก์ ารออกแบบและความพงึ พอใจ เพอ่ื ทดสอบว่าชุดตกแต่งสวนไทยมปี ระสทิ ธภิ าพอยใู่ นเกณฑด์ ี เป็นทพ่ี งึ พอใจของผบู้ รโิ ภค ขนั้ ตอนท่ี 1 การนําเสนอผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู ของกระบวนการสรา้ งแบบสอบถามความคดิ เหน็ และความตอ้ งการของผใู้ ชช้ ุดตกแต่งสวนไทยกรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั โดยแบ่งออกเป็น2 ตอน ไดแ้ ก่ตอนท่ี 1 เป็นคาํ ถามแบบเลอื กตอบแบบสอบถามความคดิ เหน็ ดงั ปรากฏผลดงั ตาราง 1 ตาราง 1 ความตอ้ งการเกย่ี วกบั ชดุ ตกแต่งสวนในปจั จบุ นั รายการ ความถ่ี รอ้ ยละ น้ําผดุ 14 14 ภาชนะใสต่ น้ ไม้ 44 44 โคมไฟ 35 35 ประตมิ ากรรม 7 7 จากตาราง 1 พบวา่ ผบู้ รโิ ภคมคี วามตอ้ งการเกย่ี วกบั ชดุ ตกแต่งสวนในปจั จบุ นั ภาชนะ ใสต่ น้ ไมอ้ นั ดบั 1 คดิ เป็นรอ้ ยละ44 รองมาคอื โคมไฟ คดิ เป็นรอ้ ยละ35 และน้ําผุด คดิ เป็นรอ้ ยละ14 อนั ดบั สดุ ทา้ ยไดแ้ ก่ประตมิ ากรรม คดิ เป็นรอ้ ยละ 7

ตาราง 2 ความตอ้ งการเกย่ี วกบั ชดุ ตกแต่งสวนไทยดา้ นความสวยงาม 82 รายการ ความถ่ี รอ้ ยละ 1.ลวดลาย ไมม่ ลี วดลาย 8 8 9 9 พงึ พอใจน้อยสุด 51 51 พงึ พอใจน้อย 14 14 พงึ พอใจปานกลาง 18 18 พงึ พอใจมาก 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 1 รวม 1 1 ลายไทย 10 1 พงึ พอใจน้อยสดุ 29 10 พงึ พอใจน้อย 59 29 พงึ พอใจปานกลาง 59 พงึ พอใจมาก 0 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 1 รวม 13 0 ลายฉลุโปรง่ 30 1 พงึ พอใจน้อยสดุ 56 13 พงึ พอใจน้อย 30 พงึ พอใจปานกลาง 3 56 พงึ พอใจมาก 7 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 27 รวม 30 3 ลายจากแมพ่ มิ พ์ 33 7 พงึ พอใจน้อยสดุ 27 พงึ พอใจน้อย 30 พงึ พอใจปานกลาง 33 พงึ พอใจมาก 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ รวม

ตาราง 2 (ต่อ) ความถ่ี 83 รายการ 0 รอ้ ยละ 2. พน้ื ผวิ 0 เรยี บ 32 0 35 0 พงึ พอใจน้อยสุด 33 32 พงึ พอใจน้อย 35 พงึ พอใจปานกลาง 1 33 พงึ พอใจมาก 1 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 9 รวม 32 1 ไมเ่ รยี บ 57 1 พงึ พอใจน้อยสดุ 9 พงึ พอใจน้อย 0 32 พงึ พอใจปานกลาง 0 57 พงึ พอใจมาก 16 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 44 รวม 40 0 ชอ่ งโปรง่ 0 พงึ พอใจน้อยสดุ 0 16 พงึ พอใจน้อย 0 44 พงึ พอใจปานกลาง 8 40 พงึ พอใจมาก 28 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 64 รวม 0 3. รปู ทรง 0 ทรงดงั เดมิ 8 พงึ พอใจน้อยสดุ 28 พงึ พอใจน้อย 64 พงึ พอใจปานกลาง 100 พงึ พอใจมาก พงึ พอใจมากทส่ี ดุ รวม

84 ตาราง 2 (ต่อ) รายการ ความถ่ี รอ้ ยละ ทรงประยกุ ต์ 4 4 พงึ พอใจน้อยสุด 8 8 พงึ พอใจน้อย 34 34 พงึ พอใจปานกลาง 25 25 พงึ พอใจมาก 29 29 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 100 รวม 0 4. สี 0 0 สสี ม้ หรอื สม้ อมแดง 9 0 พงึ พอใจน้อยสุด 29 9 พงึ พอใจน้อย 62 29 พงึ พอใจปานกลาง 62 พงึ พอใจมาก 6 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 5 รวม 49 6 สดี าํ 23 5 พงึ พอใจน้อยสุด 17 49 พงึ พอใจน้อย 100 23 พงึ พอใจปานกลาง 17 พงึ พอใจมาก พงึ พอใจมากทส่ี ดุ รวม จากตาราง 2 พบวา่ ความตอ้ งการเกย่ี วกบั ชดุ ตกแต่งสวนไทยดา้ นความสวยงาม ลาย ไทยอนั ดบั 1 คดิ เป็นรอ้ ยละ 59 รองมาลายฉลโุ ปรง่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 56 และลายจากแมพ่ มิ พ์ คดิ เป็นรอ้ ยละ 33 อนั ดบั สดุ ทา้ ยไมม่ ลี วดลาย คดิ เป็นรอ้ ยละ 18 ดา้ นพน้ื ผวิ แบบไมเ่ รยี บเป็นอนั ดบั 1 คดิ เป็นรอ้ ยละ 57 รองมาชอ่ งโปรง่ คดิ เป็นรอ้ ย ละ 40 และเรยี บ คดิ เป็นรอ้ ยละ 33 ดา้ นรปู แบบ ทรงดงั เดมิ เป็นอนั ดบั 1 คดิ เป็นรอ้ ยละ 64 รองมาทรงประยกุ ต์ คดิ เป็น รอ้ ยละ 29 ดา้ นสสี นั สสี ม้ หรอื สม้ อมแดงเป็นอนั ดบั 1 คดิ เป็นรอ้ ยละ62 รองมาสดี าํ คดิ เป็นรอ้ ยละ17

85 ตาราง 3 ความตอ้ งการเกย่ี วกบั ชดุ ตกแต่งสวนไทยตอ้ งการดา้ นประโยชน์ใชส้ อย รายการ ความถ่ี รอ้ ยละ รปู ทรงและลวดลายมคี วามเหมาะสม กบั การนําใชง้ าน 0 6 0 5 พงึ พอใจน้อยสดุ 1 49 พงึ พอใจน้อย 13 23 พงึ พอใจปานกลาง 86 17 พงึ พอใจมาก 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 0 รวม 0 0 สามารถจดั เขา้ ชดุ ไดก้ ลมกลนื ในพน้ื ท่ี 1 0 พงึ พอใจน้อยสุด 10 1 พงึ พอใจน้อย 89 10 พงึ พอใจปานกลาง 89 พงึ พอใจมาก 0 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 0 รวม 0 0 ส่งเสรมิ บรเิ วณใหเ้ กดิ ความน่าสนใจ 12 0 พงึ พอใจน้อยสดุ 89 0 พงึ พอใจน้อย 12 พงึ พอใจปานกลาง 0 89 พงึ พอใจมาก 0 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 0 รวม 14 0 งา่ ยต่อการทาํ ความสะอาดและบาํ รงุ รกั ษา 86 0 พงึ พอใจน้อยสุด 0 พงึ พอใจน้อย 14 พงึ พอใจปานกลาง 86 พงึ พอใจมาก 100 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ รวม

86 จากตาราง 3 ความตอ้ งการเกย่ี วกบั ชดุ ตกแต่งสวนไทยตอ้ งการดา้ นประโยชน์ใชส้ อย พบวา่ สามารถจดั เขา้ ชดุ ไดอ้ ยา่ งกลมกลนื ในพน้ื ท่ี เป็นอนั ดบั 1 คดิ เป็นรอ้ ยละ 89 รองมาสง่ เสรมิ บรเิ วณใหเ้ กดิ ความหน้าสนใจ คดิ เป็นรอ้ ยละ 88 รปู ทรงและลวดลายมคี วามเหมาะ สมและงา่ ยต่อ การทาํ ความสะอาดและบาํ รงุ รกั ษา คดิ เป็นรอ้ ยละ 86 เทา่ กนั ตอนท่ี 2 เป็นคาํ ถามปลายเปิดสาํ หรบั แสดงความคดิ เหน็ เพมิ่ เตมิ และใหข้ อ้ เสนอแนะ มี ดงั น้ี - ชุดตกแต่งสวนไทย ตอ้ งแสดงเอกลกั ษณ์ความเป็นไทย วฒั นธรรมไทย ความเชอ่ื หรอื ประเพณคี วามเป็นไทย อยา่ งกลมกลนื ทงั้ ชุด - ชุดตกแต่งสวนไทย การจดั เขา้ ชดุ ควรสง่ เสรมิ ใหส้ ถานทจ่ี ดั เกดิ ความน่าสนใจ มคี วาม กลมกลนื กนั ในชดุ - ชดุ ตกแต่งสวนไทย ควรมที ศิ ทางการออกแบบลกั ษณะรปู ทรง ลวดลาย ใหส้ อดคลอ้ ง กนั ทงั้ ชดุ เพ่อื ใหเ้ กดิ ความเป็นเอกภาพและกลมกลนื ขนั้ ตอนท่ี 2 การนําเสนอผลการวเิ คราะห์ ขอ้ มลู ของกระบวนการวดั ประสทิ ธภิ าพของแบบ ชุดตก แต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ครงั้ ท่ี 1 จาํ นวน 5 ชดุ ประกอบดว้ ย กระถาง น้ําผดุ และโคมไฟโดยคาํ นึงจากหลกั เกณฑด์ า้ นการออกแบบ หลกั เกณฑด์ า้ นการผลติ ภาพประกอบ 19 ชดุ ตกแต่งสวนไทย กรณศี กึ ษา รสี อรท์ บางพลดั ชุดท่ี 1


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook