๙. ธมั มเทสนามยั บญุ สาํ เรจ็ ดว้ ยการแสดงธรรม ๑๐. ทฏิ ฐุชกุ มั ม์ การทาํ ความเหน็ ใหต้ รง ความหมายของคาํ วา่ บญุ กริ ยิ าวตั ถุ ไดอ้ ธบิ ายแลว้ ในบญุ กริ ยิ าวตั ถุ ๓ ในหมวดน้ี เพยี งแต่ใหต้ ง้ั ขอ้ สงั เกตวา่ คนส่วนใหญ่เมอ่ื พดู ถงึ การทาํ บญุ ก็จะคดิ วา่ ตน ไมม่ ที รพั ย์ เลยไมม่ โี อกาสไดท้ าํ บญุ กบั เขา แต่ความจรงิ แลว้ ทรพั ยไ์ มใ่ ช่อปุ กรณส์ าํ หรบั ทาํ บญุ ท่ี สาํ คญั เลย จะเหน็ วา่ ทงั้ ๑๐ ขอ้ น้ที ต่ี อ้ งใชท้ รพั ยม์ ขี อ้ เดยี ว คอื ทานมยั เทา่ นน้ั เอง นอกจากนนั้ เป็น เร่อื งของ กาย วาจา ใจ ทง้ั ส้นิ ดงั นน้ั จงึ ทาํ ใหเ้ขา้ ใจไดว้ า่ อปุ กรณส์ าํ หรบั ทาํ บญุ ทส่ี าํ คญั ทส่ี ุด กค็ อื กาย วาจา และ ใจ ของตนน่เี อง กาย และ วาจาของตนงดเวน้ จากการทาํ การพดู ทส่ี รา้ งความทกุ ข์ ความเดอื ดรอ้ น ใหแ้ ก่ผูอ้ น่ื ศีรษะของตน ใชก้ ม้ ใหก้ บั ผูใ้ หญ่ มอื ของตนใชไ้ หวท้ า่ นผูเ้จรญิ ดว้ ยวยั วุฒิ คณุ วฒุ ิ และ ชาตวิ ุฒิ ร่างกายของตน ร่วมดว้ ยช่วยกนั ทาํ สง่ิ ทเ่ี ป็นประโยชนแ์ ก่สงั คม ปาก ใชพ้ ดู เรอ่ื งทเ่ี ป็นประโยชน์ มคี ณุ ค่าแก่ชวี ติ จติ ใจของผูฟ้ งั หู ใชฟ้ งั คาํ สอนของบดิ ามารดา ครูอาจารย์ และองคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ เป็นตน้ ใจ ใชค้ ดิ และรบั รู ้ แต่สง่ิ ทเ่ี ป็นความรู ้ เป็นกศุ ล ไมโ่ ลภอยากไดข้ องใคร ไมค่ ดิ ประทษุ รา้ ยใคร มคี วามคดิ เหน็ ทส่ี ง่ เสรมิ ระบบศีลธรรม เพยี ง การทาํ การพดู และการคดิ อย่างน้ี กาย วาจา และใจของเรา กส็ ามารถสรา้ งมนุษยสมบตั ิ สวรรคสมบตั ิ และนพิ พานสมบตั ิ ใหแ้ ก่เราไดแ้ ลว้
คหิ ปิ ฏบิ ตั ิ จตกุ กะ ทฏิ ฐธมั มิกตั ถประโยชน์ คอื ประโยชนใ์ นปจั จุบนั ๔ อย่าง ๑. อฏุ ฐานสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยความหมนั่ ในการประกอบกจิ เคร่อื งเล้ยี งชวี ติ ก็ ดี ในการศึกษาเลา่ เรยี นก็ดี ในการทาํ ธุระหนา้ ทข่ี องตนกด็ ี ๒. อารกั ขสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยการรกั ษา คอื รกั ษาทรพั ยท์ แ่ี สวงหามาไดด้ ว้ ยความ หมนั่ ไมใ่ หเ้ป็นอนั ตรายก็ดี รกั ษาการงานของตน ไมใ่ หเ้สอ่ื มเสยี ไปก็ดี ๓. กลั ยาณมติ ตตา ความมเี พอ่ื นเป็นคนดี ไมค่ บคนชวั่ ๔. สมชีวติ า ความเล้ยี งชวี ติ ตามสมควร แก่กาํ ลงั ทรพั ยท์ ห่ี าได้ ไมใ่ หฝ้ ืดเคอื งนกั ไมใ่ หฟ้ ่มุ เฟือยนกั สมั ปรายกิ ตั ถประโยชน์ คอื ประโยชนภ์ ายหนา้ ๔ อย่าง ๑. สทั ธาสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยศรทั ธา คอื เชอ่ื สง่ิ ทค่ี วรเชอ่ื เช่นเชอ่ื วา่ ทาํ ดไี ดด้ ี ทาํ ชวั่ ได้ ชวั่ เป็นตน้ ๒. สลี สมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยศีล คอื รกั ษา กาย วาจาเรยี บรอ้ ยดี ไมม่ โี ทษ ๓. จาคสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยการบรจิ าคทาน เป็นการเฉลย่ี สุขใหแ้ ก่ผูอ้ น่ื ๔. ปญั ญาสมั ปทา ถงึ พรอ้ มดว้ ยปญั ญา รูจ้ กั บาป บญุ คณุ โทษ ประโยชน์ มใิ ช่ประโยชน์ เป็นตน้ มิตตปฏริ ูป คอื คนเทยี มมติ ร ๔ จาํ พวก ๑. คนปลอกลอก ๒. คนดีแต่พดู ๓. คนหวั ประจบ ๔. คนชกั ชวนในทางฉิบหาย คน ๔ จาํ พวกน้ี ไมใ่ ช่มติ ร เป็นแต่คนเทยี มมติ ร ไมค่ วรคบ ๑. คนปลอกลอก มลี กั ษณะ ๔ ๑. คดิ เอาแต่ไดฝ้ ่ายเดยี ว
๒. เสยี ใหน้ อ้ ย คดิ เอาใหไ้ ดม้ าก ๓. เมอ่ื มภี ยั แก่ตวั จงึ รบั ทาํ กจิ ของเพอ่ื น ๔. คบเพอ่ื นเพราะเหน็ แก่ประโยชนข์ องตวั ๒. คนดแี ตพ่ ดู มลี กั ษณะ ๔ ๑. เกบ็ เอาของลว่ งแลว้ มาปราศรยั ๒. อา้ งเอาของทย่ี งั ไมม่ มี าปราศรยั ๓. สงเคราะหด์ ว้ ยสง่ิ หาประโยชนม์ ไิ ด้ ๔. ออกปากพง่ึ มไิ ด้ ๓. คนหวั ประจบ มลี กั ษณะ ๔ ๑. จะทาํ ชวั่ ก็คลอ้ ยตาม ๒. จะทาํ ดกี ็คลอ้ ยตาม ๓. ต่อหนา้ วา่ สรรเสรญิ ๔. ลบั หลงั ตงั้ นนิ ทา ๔. คนชกั ชวนในทางฉิบหาย มีลกั ษณะ ๔ ๑. ชกั ชวนดม่ื นาํ้ เมา ๒. ชกั ชวนเทย่ี วกลางคนื ๓. ชกั ชวนใหม้ วั เมาในการเลน่ ๔. ชกั ชวนเลน่ การพนนั มติ รแท้ ๔ จาํ พวก ๑. มติ รมอี ปุ การะ ๒. มติ รร่วมสุขร่วมทกุ ข์ ๓. มติ รแนะประโยชน์ ๔. มติ รมคี วามรกั ใคร่ มติ ร ๔ จาํ พวกน้ี เป็นมติ รแท้ ควรคบ ๑. มิตรมีอปุ การะ มลี กั ษณะ ๔ ๑. ป้องกนั เพอ่ื นผูป้ ระมาทแลว้ ๒. ป้องกนั ทรพั ยส์ มบตั ขิ องเพอ่ื นผูป้ ระมาทแลว้ ๓. เมอ่ื มภี ยั เป็นทพ่ี ง่ึ พาํ นกั ได้ ๔. เมอ่ื มธี ุระ ช่วยออกทรพั ยใ์ หเ้กนิ กวา่ ทอ่ี อกปาก
๒. มิตรรว่ มสขุ รว่ มทกุ ข์ มีลกั ษณะ ๔ ๑. ขยายความลบั ของตนแก่เพอ่ื น ๒. ปิดความลบั ของเพอ่ื นไมใ่ หแ้ พร่งพราย ๓. ไมล่ ะท้งิ ในยามวบิ ตั ิ ๔. แมช้ วี ติ กอ็ าจสละแทนได้ ๓. มิตรแนะประโยชน์ มลี กั ษณะ ๔ ๑. หา้ มไมใ่ หท้ าํ ความชวั่ ๒. แนะนาํ ใหต้ งั้ อยู่ในความดี ๓. ใหฟ้ งั สง่ิ ทย่ี งั ไมเ่ คยฟงั ๔. บอกทางสวรรคใ์ ห้ ๔. มติ รมีความรกั ใคร่ มลี กั ษณะ ๔ ๑. ทกุ ข์ ๆ ดว้ ย ๒. สุข ๆ ดว้ ย ๓. โตเ้ถยี งคนทพ่ี ดู ตเิ ตยี นเพอ่ื น ๔. รบั รองคนทพ่ี ดู สรรเสรญิ เพอ่ื น ๕. สงั คหวตั ถุ ๔ อย่าง ๑. ทาน ใหป้ นั สง่ิ ของของตนแก่ผูอ้ น่ื ทค่ี วรใหป้ นั ๒. ปิยวาจา เจรจาวาจาทอ่ี ่อนหวาน ๓. อตั ถจรยิ า ประพฤตสิ ง่ิ ทเ่ี ป็นประโยชนแ์ ก่ผูอ้ น่ื ๔. สมานตั ตตา ความเป็นคนมตี นเสมอไมถ่ อื ตวั คณุ ทง้ั ๔ อย่างน้ี เป็นเคร่อื งยดึ เหน่ยี วใจของผูอ้ น่ื ไวไ้ ด้ ๑. สจั จะ ๖. ธรรมของฆราวาส ๔ ๒. ทมะ ๓. ขนั ติ สตั ยซ์ อ่ื ต่อกนั รูจ้ กั ขม่ จติ ของตน (หมายถงึ ปญั ญา) ๔. จาคะ อดทน (หมายถงึ ความเพยี ร) สละใหป้ นั สง่ิ ของของตนแก่คนทค่ี วรใหป้ นั
ปญั จกะ ๑. มิจฉาวณิชชา คอื การคา้ ขายไม่ชอบธรรม ๕ อย่าง ๑. คา้ ขายเคร่อื งประหาร ๒. คา้ ขายมนุษย์ ๓. คา้ ขายสตั วเ์ ป็นสาํ หรบั ฆ่าเพอ่ื เป็นอาหาร ๔. คา้ ขายนาํ้ เมา ๕. คา้ ขายยาพษิ การคา้ ขาย ๕ อย่างน้ี เป็นขอ้ หา้ มอบุ าสกไมใ่ หป้ ระกอบ ๒. สมบตั ขิ องอบุ าสก ๕ ประการ ๑. ประกอบดว้ ยศรทั ธา ๒. มศี ีลบรสิ ุทธ์ิ ๓. ไมถ่ อื มงคลตน่ื ขา่ ว คอื เชอ่ื กรรม ไมเ่ ชอ่ื มงคล ๔. ไมแ่ สวงหาเขตบญุ นอกพทุ ธศาสนา ๕. บาํ เพญ็ บญุ แต่ในพระพทุ ธศาสนา อบุ าสกพงึ ตง้ั อยู่ในสมบตั ิ ๕ ประการ และเวน้ จากวบิ ตั ิ ๕ ประการ ซง่ึ วปิ รติ จากสมบตั นิ น้ั ๑. ปรุ ตั ถมิ ทสิ ฉกั กะ ๒. ทกั ขิณทศิ ๓. ปจั ฉิมทสิ ทศิ ๖ ๔. อตุ ตรทสิ ๕. เหฏฐมิ ทสิ คอื ทศิ เบ้อื งหนา้ มารดาบดิ า ๖. อปุ รมิ ทสิ คอื ทศิ เบ้อื งขวา อาจารย์ คอื ทศิ เบ้อื งหลงั บตุ รภรรยา คอื ทศิ เบ้อื งซา้ ย มติ ร คอื ทศิ เบ้อื งตาํ่ บ่าว คอื ทศิ เบ้อื งบน สมณพราหมณ์ ๑. ปรุ ตั ถมิ ทสิ คอื ทศิ เบ้อื งหนา้ ไดแ้ ก่ มารดาบดิ า บตุ รพงึ บาํ รุงดว้ ยสถาน ๕
๑. ท่านไดเ้ล้ยี งมาแลว้ เล้ยี งทา่ นตอบ ๒. ทาํ กจิ ของท่าน ๓. ดาํ รงวงศส์ กลุ ๔. ประพฤตติ นใหเ้ป็นคนควรรบั ทรพั ยม์ รดก ๕. เมอ่ื ทา่ นลว่ งลบั ไปแลว้ ทาํ บญุ อทุ ศิ ใหท้ า่ น มารดาบดิ าไดร้ บั บาํ รุงฉะน้แี ลว้ ย่อมอนุเคราะหบ์ ตุ รดว้ ยสถาน ๕ ๑. หา้ มไมใ่ หท้ าํ ความชวั่ ๒. ใหต้ งั้ อยูใ่ นความดี ๓. ใหศ้ ึกษาศิลปวทิ ยา ๔. หาภรรยาทส่ี มควร ๕. มอบทรพั ยใ์ หใ้ นสมยั ๒. ทกั ขิณทศิ คอื ทศิ เบ้อื งขวา ไดแ้ ก่ อาจารย์ ศิษยพ์ งึ บาํ รุงดว้ ยสถาน ๕ ๑. ดว้ ยลกุ ข้นึ ยนื รบั ๒. ดว้ ยเขา้ ไปยนื คอยรบั ใช้ ๓. ดว้ ยเช่อื ฟงั ๔. ดว้ ยอปุ ฏั ฐาก ๕. ดว้ ยเรยี นศิลปวทิ ยาโดยเคารพ อาจารยไ์ ดร้ บั บาํ รุงฉะน้แี ลว้ ย่อมอนุเคราะหศ์ ิษยด์ ว้ ยสถาน ๕ ๑. แนะนาํ ดี ๒. ใหเ้รยี นดี ๓. บอกศิลปใหส้ ้นิ เชงิ ไมป่ ิดบงั อาํ พราง ๔. ยกย่องใหป้ รากฏในเพอ่ื นฝูง ๕. ทาํ ความป้องกนั ในทศิ ทงั้ หลาย (คอื จะไปทางทศิ ไหนกไ็ มอ่ ดอยาก) ๓. ปจั ฉิมทสิ คอื ทศิ เบ้อื งหลงั ไดแ้ ก่ ภรรยา สามพี งึ บาํ รุงดว้ ยสถาน ๕ ๑. ดว้ ยยกยอ่ งนบั ถอื วา่ เป็นภรรยา ๒. ดว้ ยไมด่ ูหมน่ิ ๓. ดว้ ยไมป่ ระพฤตลิ ว่ งใจ ๔. ดว้ ยมอบความเป็นใหญ่ให้ ๕. ดว้ ยใหเ้คร่อื งแต่งตวั
ภรรยาไดร้ บั บาํ รุงฉะน้แี ลว้ ย่อมอนุเคราะหส์ ามดี ว้ ยสถาน ๕ ๑. จดั การงานดี ๒. สงเคราะหค์ นขา้ งเคยี งของสามดี ี ๓. ไมป่ ระพฤตลิ ว่ งใจสามี ๔. รกั ษาทรพั ยท์ ส่ี ามหี ามาไดไ้ ว้ ๕. ขยนั ไมเ่ กยี จครา้ นในกจิ การทง้ั ปวง ๔. อตุ ตรทสิ คอื ทศิ เบ้อื งซา้ ย ไดแ้ ก่ มติ ร กลุ บตุ รพงึ บาํ รุงดว้ ยสถาน ๕ ๑. ดว้ ยใหป้ นั ๒. ดว้ ยเจรจาถอ้ ยคาํ ไพเราะ ๓. ดว้ ยประพฤตปิ ระโยชน์ ๔. ดว้ ยความเป็นผูม้ ตี นเสมอ ๕. ดว้ ยไมแ่ กลง้ กลา่ วใหค้ ลาดจากความเป็นจรงิ มติ รไดบ้ าํ รุงฉะน้แี ลว้ ย่อมอนุเคราะหก์ ลุ บตุ รดว้ ยสถาน ๕ ๑. รกั ษามติ รผูป้ ระมาทแลว้ ๒. รกั ษาทรพั ยข์ องมติ รผูป้ ระมาทแลว้ ๓. เมอ่ื มภี ยั เอาเป็นทพ่ี ง่ึ พาํ นกั ได้ ๔. ไมล่ ะท้งิ ในยามวบิ ตั ิ ๕. นบั ถอื ตลอดถงึ วงศข์ องมติ ร ๕. เหฏฐมิ ทสิ คอื ทศิ เบ้อื งตาํ่ ไดแ้ ก่ บ่าว นายพงึ บาํ รุงดว้ ยสถาน ๕ ๑. ดว้ ยจดั การงานใหท้ าํ ตามสมควรแก่กาํ ลงั ๒. ดว้ ยใหอ้ าหารและรางวลั ๓. ดว้ ยรกั ษาพยาบาลในเวลาเจบ็ ไข้ ๔. ดว้ ยแจกของมรี สประหลาดใหก้ นิ ๕. ดว้ ยปลอ่ ยในสมยั บา่ วไดบ้ าํ รุงฉะน้แี ลว้ ย่อมอนุเคราะหน์ ายดว้ ยสถาน ๕ ๑. ลกุ ข้นึ ทาํ การงานก่อนนาย ๒. เลกิ การงานทหี ลงั นาย ๓. ถอื เอาแต่ของทน่ี ายให้ ๔. ทาํ การงานใหด้ ขี ้นึ
๕. นาํ คณุ ของนายไปสรรเสรญิ ในทน่ี นั้ ๆ ๖. ๖. อปุ รมิ ทสิ คอื ทศิ เบ้อื งบน ไดแ้ ก่ สมณพราหมณ์ กลุ บตุ รพงึ บาํ รุงดว้ ยสถาน ๕ ๑. ดว้ ยกายกรรม คอื ทาํ อะไร ๆ ประกอบดว้ ยเมตตา ๒. ดว้ ยวจกี รรม คอื พดู อะไร ๆ ประกอบดว้ ยเมตตา ๓. ดว้ ยมโนกรรม คอื คดิ อะไร ๆ ประกอบดว้ ยเมตตา ๔. ดว้ ยความเป็นผูไ้ มป่ ิดประตู คอื มไิ ดห้ า้ มเขา้ บา้ นเรอื น ๕. ดว้ ยใหอ้ ามสิ ทาน สมณพราหมณไ์ ดร้ บั บาํ รุงฉะน้แี ลว้ ย่อมอนุเคราะหก์ ลุ บตุ รดว้ ยสถาน ๖ ๑. หา้ มไมใ่ หก้ ระทาํ ความชวั่ ๒. ใหต้ ง้ั อยู่ในความดี ๓. อนุเคราะหด์ ว้ ยนาํ้ ใจอนั งาม ๔. ใหไ้ ดฟ้ งั สง่ิ ทย่ี งั ไมเ่ คยฟงั ๕. ทาํ สง่ิ ทเ่ี คยฟงั แลว้ ใหแ้ จ่มแจง้ ๖. บอกทางสวรรคใ์ ห้ อบายมขุ คอื เหตเุ คร่อื งฉิบหาย ๖ ๑. ด่มื น้ําเมา ๒ เท่ยี วกลางคนื ๓. เท่ยี วดูการเลน่ ๔. เลน่ การพนนั ๕. คบคนชวั่ เป็ นมติ ร ๖. เกยี จครา้ นการทาํ งาน ๑. ด่ืมน้ําเมา มีโทษ ๖ ๑. เสยี ทรพั ย์ ๒. ก่อการทะเลาะววิ าท ๓. เกดิ โรค ๔. ตอ้ งตเิ ตยี น
๕. ไมร่ ูจ้ กั อาย ๖. ทอนกาํ ลงั ปญั ญา ๒ เท่ยี วกลางคนื มโี ทษ ๖ ๑. ช่อื วา่ ไมร่ กั ษาตวั ๒. ช่อื วา่ ไมร่ กั ษาลูกเมยี ๓. ช่อื วา่ ไมร่ กั ษาทรพั ยส์ มบตั ิ ๔. เป็นทร่ี ะแวงของคนทง้ั หลาย ๕. มกั ถกู ใส่ความ ๖. ไดค้ วามลาํ บากมาก ๓. เท่ยี วดูการเลน่ มีโทษตามวตั ถทุ ่ไี ปดู ๖ ๑. ราํ ทไ่ี หนไปทน่ี นั่ ๒. ขบั รอ้ งทไ่ี หนไปทน่ี นั่ ๓. ดดี สตี เี ป่าทไ่ี หนไปทน่ี นั่ ๔. เสภาทไ่ี หนไปทน่ี นั่ ๕. เพลงทไ่ี หนไปทน่ี นั่ ๖. เถดิ เทงิ ทไ่ี หนไปทน่ี นั่ ๔. เลน่ การพนนั มีโทษ ๖ ๑. เมอ่ื ชนะย่อมก่อเวร ๒. เมอ่ื แพย้ ่อมเสยี ดายทรพั ยท์ เ่ี สยี ไป ๓. ทรพั ยย์ ่อมฉิบหาย ๔. ไมม่ ใี ครเช่อื ถอื ถอ้ ยคาํ ๕. เป็นทห่ี มน่ิ ประมาทของเพอ่ื น ๖. ไมม่ ใี ครประสงคจ์ ะแต่งงานดว้ ย ๕. คบคนชวั่ เป็ นมติ ร มีโทษตามบคุ คลท่คี บ ๖ ๑. นาํ ใหเ้ป็นนกั เลงการพนนั ๒. นาํ ใหเ้ป็นนกั เลงเจา้ ชู้
๓. นาํ ใหเ้ป็นนกั เลงเหลา้ ๔. นาํ ใหเ้ป็นคนลวงเขาดว้ ยของปลอม ๕. นาํ ใหเ้ป็นคนลวงเขาซง่ึ หนา้ ๖. นาํ ใหเ้ป็นคนหวั ไม้ ๖. เกยี จครา้ นการทาํ งาน มีโทษ ๖ ๑. มกั ใหอ้ า้ งวา่ หนาวนกั แลว้ ไมท่ าํ การงาน ๒. มกั ใหอ้ า้ งวา่ รอ้ นนกั แลว้ ไมท่ าํ การงาน ๓. มกั ใหอ้ า้ งวา่ เวลาเยน็ แลว้ แลว้ ไมท่ าํ การงาน ๔. มกั ใหอ้ า้ งวา่ ยงั เชา้ อยู่ แลว้ ไมท่ าํ การงาน ๕. มกั ใหอ้ า้ งวา่ หวิ นกั แลว้ ไมท่ าํ การงาน ๖. มกั ใหอ้ า้ งวา่ กระหายนกั แลว้ ไมท่ าํ การงาน ผูห้ วงั ความเจรญิ ดว้ ยโภคทรพั ย์ พงึ เวน้ เหตเุ คร่อื งฉิบหาย ๖ ประการน้เี สยี
บทนํา วชิ าพทุ ธประวตั ิ เป็นวชิ าวา่ ดว้ ยประวตั ขิ ององคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ผูเ้ป็นพระ ศาสดาแห่งเราทง้ั หลาย จงึ ควรทเ่ี ราทง้ั หลายในฐานะเป็นพทุ ธศาสนกิ ชนตอ้ งศึกษา ซง่ึ นอกจากจะ ทาํ ใหไ้ ดท้ ราบถงึ วงศต์ ระกูล การศึกษาฐานะทางสงั คมของพระศาสดาก่อนทจ่ี ะทรงผนวชแลว้ ยงั จะได้ พสิ ูจนค์ วามจรงิ เก่ยี วกบั พระศาสดาอย่างนอ้ ย ๔ ประการ คอื ๑. สมั มาสมั พทุ ธปฏญิ ญา ไดแ้ ก่การทท่ี รงปฏญิ ญาวา่ เป็นพระพทุ ธเจา้ เราจะไดศ้ ึกษาว่า ธรรมทท่ี รงตรสั รูน้ น้ั มศี าสดาอน่ื เขาสอนกนั มาก่อนแลว้ หรอื ไม่ ๒. ขณี าสวปฏญิ ญา ไดแ้ ก่ ทท่ี รงปฏญิ ญาวา่ พระองคเ์ ป็นขณี าสพ คอื หมดกเิ ลสนนั้ เราจะไดศ้ ึกษาดูพระจรยิ าวตั รทท่ี รงปฏบิ ตั มิ า ๔๕ พรรษา หลงั จากทรงตรสั รูแ้ ลว้ วา่ มตี รงไหนบา้ งท่ี แสดงวา่ พระองคย์ งั มกี เิ ลสอยู่ ๓ อนั ตรายกิ ธรรมวาทะ ไดแ้ ก่ การทพ่ี ระองคท์ รงสอนวา่ ธรรมเหลา่ ใดเป็นอนั ตราย แก่บคุ คลผูป้ ระพฤติ เราศึกษาดูธรรมเหลา่ นน้ั แลว้ จะไดท้ ราบวา่ เป็นเช่นนนั้ จรงิ หรอื ไม่ ๔. นยิ านกิ ธรรมเทศนา ไดแ้ ก่ การทพ่ี ระองคท์ รงแสดงธรรมใดวา่ ทาํ ใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั ติ าม พน้ จากความทกุ ข์ เราจะไดศ้ ึกษาดูวา่ ธรรมเหลา่ นนั้ ช่วยใหผ้ ูป้ ฏบิ ตั ติ ามพน้ ทกุ ขไ์ ดจ้ รงิ หรอื ไม่ การศึกษาวชิ าพทุ ธประวตั ดิ ว้ ยความเคารพ และความสนใจใฝ่รู ้ ยอ่ มนาํ ไปสู่เป้าหมายอนั สาํ คญั ทส่ี ุดของพทุ ธศาสนกิ ชน คอื ตถาคตโพธศิ รทั ธา ความเช่อื มนั่ ในความตรสั รูข้ องพระตถาคต ซง่ึ ผูม้ ศี รทั ธาน้แี ลว้ ย่อมเป็นไปเพอ่ื ประโยชน์ และความสุขแก่ชวี ติ อย่างยง่ิ ใหญ่ไพศาล
พทุ ธประวตั ิ ปรุ มิ กาล ปรจิ เฉทท่ี ๑ ชมพูทวปี และประชาชน ชมพทู วปี คอื ประเทศอนิ เดยี ปจั จบุ นั น้ไี ดแ้ ก่ อนิ เดยี ปากสี ถาน เนปาล บงั คลาเทศ ประชาชนในชมพทู วปี มี ๒ พวก คอื ๑. พวกเจา้ ของถน่ิ เดมิ เรยี กวา่ มลิ กั ขะ ๒. พวกทย่ี กมาจากแผน่ ดนิ ขา้ งเหนอื เรยี กวา่ อรยิ กะ ชมพทู วปี แบง่ เป็น ๒ จงั หวดั คอื ๑. ร่วมใน เรยี กวา่ มชั ฌมิ ชนบท ๒. ภายนอก เรยี กวา่ ปจั จนั ตชนบท มลู เหตแุ ห่งการแบง่ เช่นน้ี สมเดจ็ พระมหาสมณเจา้ กรมพระยาวชริ ญาณวโรรส ทรง สนั นษิ ฐานวา่ พวกอรยิ ะ คงเรยี กชนบททต่ี นเขา้ ตงั้ และเป็นใจกลางแห่งการปกครองวา่ มชั ฌมิ ชนบท เรยี กชนบททพ่ี วกมลิ กั ขะตง้ั อยู่ภายนอกเขตของตนวา่ ปจั จนั ตชนบท ชมพทู วปี ตามบาลอี โุ บสถสูตร ในตกิ นบิ าทองั คตุ ตรนกิ าย ระบวุ า่ มี ๑๖ แควน้ คอื องั คะ มคธะ กาสี โกสละ วชั ชี มลั ละ เจตี วงั สะ กรุ ุ ปญั จาละ มจั ฉะ สุรเสน อสั สกะ อวนั ตี คนั ธาระ กมั โพชะ และในบาลอี น่ื ทไ่ี มซ่ าํ้ อกี ๕ คอื สกั กะ โกลยิ ะ ภคั คะ วเิ ทหะ องั คตุ ตราปะ คนในชมพทู วปี แบง่ เป็น ๔ พวก เรยี กวา่ วรรณะ คอื ๑. กษตั รยิ ์ พวกเจา้ มธี ุระทางรกั ษาบา้ นเมอื ง ๒. พราหมณ์ พวกเลา่ เรยี นมธี ุระทางฝึกสอนและทาํ พธิ ี ๓. แพศย์ พวกพลเรอื น มธี ุระทางทาํ นา คา้ ขาย ๔. ศูทร พวกคนงาน มธี ุระรบั จา้ งทาํ การ ทาํ ของ และยงั มคี นนอกจาก ๔ พวกน้อี กี เรยี กวา่ จณั ฑาล อนั เกดิ มาจากบดิ าและมารดาทต่ี ่าง วรรณะกนั เป็นทด่ี ูหมน่ิ ของคนมชี าตสิ กลุ เป็นอย่างยง่ิ การศึกษาของวรรณะ ๔ พวกกษตั รยิ ์ ศึกษาในเร่อื งยทุ ธวธิ ี
พวกพราหมณ์ ศึกษาในเร่อื งศาสนา และวทิ ยาการตา่ ง ๆ พวกแพศย์ ศึกษาเร่อื งศิลปะ กสกิ รรม และพาณิชการ พวกศูทร ศึกษาเร่อื งการงานท่จี ะพงึ ทาํ ดว้ ยแรงกาย ความเช่ือของชาวชมพทู วปี ๑. เก่ยี วกบั ความเกดิ และความตาย บางพวกเชอ่ื วา่ ตายแลว้ เกดิ ใหม่ บางพวกเชอ่ื วา่ ตายแลว้ สูญ ๒. เก่ยี วกบั ความสุขและความทกุ ข์ บางพวกถอื วา่ สตั วจ์ ะไดส้ ุขหรอื ทกุ ขก์ ็ไดเ้อง สุข ทกุ ขไ์ มม่ เี หตปุ จั จยั บางพวกเหน็ วา่ สุขทกุ ขม์ เี หตปุ จั จยั วธิ ปี ฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั ความเกดิ ความตาย และสขุ ทกุ ข์ พวกทถ่ี อื วา่ ตายแลว้ เกดิ อกี เขา้ ใจวา่ ประพฤตอิ ย่างไรจะไดไ้ ปเกดิ ในสวรรค์ และสุคติ ก็ ประพฤตอิ ย่างนนั้ พวกทถ่ี อื วา่ ตายแลว้ สูญ ก็ประพฤตมิ งุ่ แต่เพยี งเอาตวั รอดในปจั จบุ นั ไมก่ ลวั แต่ความ เกดิ ในนรกและทคุ ติ พวกทถ่ี อื วา่ จะไดส้ ุขหรอื ทกุ ขก์ ็ไดเ้อง สุขทกุ ขไ์ มม่ เี หตปุ จั จยั ก็ไมม่ กี ารขวนขวาย ไดแ้ ต่คอยเสย่ี งสุขเสย่ี งทกุ ขไ์ ปวนั ๆ พวกทถ่ี อื วา่ สุขทกุ ขม์ มี าเพราะเหตปุ จั จยั ภายนอก กบ็ วงสรวงเทวดาขอใหช้ ่วยบา้ ง ขวนขวายในทางอน่ื บา้ ง พวกทถ่ี อื วา่ สุขทกุ ขม์ มี าเพราะเหตปุ จั จยั ภายใน คอื กรรม เหน็ วา่ กรรมใดเป็นเหตแุ ห่ง ทกุ ข์ กเ็ วน้ กรรมนนั้ เสยี ไมท่ าํ เหน็ วา่ กรรมใดเป็นเหตแุ ห่งสุขก็ทาํ กรรมนน้ั
ปรจิ เฉทท่ี ๒ สกั กชนบท และศากยวงศ์ สกั กชนบท ตงั้ อยู่ในชมพทู วปี ตอนเหนอื ทไ่ี ดช้ ่อื อย่างนนั้ เพราะตง้ั ข้นึ ในดงไมส้ กั กะ สว่ นกษตั รยิ ผ์ ูป้ กครองสกั กชนบทนน้ั เรยี กวา่ ศากยะ ทไ่ี ดช้ ่อื อย่างนน้ั เพราะสามารถตง้ั บา้ นเมอื ง และตงั้ วงศไ์ ดต้ ามลาํ พงั แห่งโอรสของพระเจา้ โอกากราช ดงั มปี ระวตั ยิ ่อวา่ พระเจา้ โอกากราช ไดค้ รองราชสมบตั ใิ นพระนครตาํ บลหน่งึ ทรงมพี ระโอรส ๔ พระองค์ พระธดิ า ๕ พระองค์ วนั หน่งึ ทรงพลงั้ พระโอษฐพ์ ระราชทานพระนครใหก้ บั พระโอรสทเ่ี พง่ิ ประสูตจิ ากพระมเหสอี กี พระองคห์ น่งึ จงึ ตอ้ งรบั สงั่ ใหพ้ ระโอรสและพระธดิ าเหลา่ นน้ั ไปตงั้ เมอื งใหม่ ทง้ั หมดไดไ้ ปตง้ั อยู่ทด่ี งไมส้ กั กะประเทศหมิ พานต์ สกั กชนบทนน้ั มเี มอื งหลวงชอ่ื วา่ กบลิ พสั ดุ์ เพราะสถานทน่ี นั้ เคยเป็นสถานทอ่ี ยู่ของ กบลิ ดาบสมาก่อน และเพราะถกู สรา้ งข้นึ ตามคาํ แนะนาํ ของกบลิ ดาบส ศากยวงศ์ พระราชบตุ ร และพระราชบตุ รขี องพระเจา้ โอกากราชสมรสกนั เอง มเี ช้อื สายสบื สกลุ ลงมา เป็นพวกศากยะ แต่บางแหง่ กแ็ บง่ เรยี กสกลุ พระเชษฐภคนิ วี า่ พวกโกลยิ ะ สกลุ พระศาสดา ครองนครกบลิ พสั ดุ์ สบื เช้อื สายลงมาโดยลาํ ดบั จนถงึ พระเจา้ ชยเสนะ พระเจา้ ชยเสนะ นน้ั มพี ระราชบตุ รพระนามวา่ สหี นุ มพี ระราชบตุ รพี ระนามวา่ ยโสธรา ครนั้ พระเจา้ ชยเสนะทวิ งคตแลว้ สหี หนุกมุ ารไดท้ รงครองราชยส์ บื พระวงศต์ ่อมา ทา้ วเธอ ทรงมพี ระมเหสพี ระนามวา่ กญั จนา ซง่ึ เป็นกนษิ ฐภคนิ ขี องพระเจา้ อญั ชนะ เจา้ ผูค้ รองเทวทหนคร พระเจา้ สหี นุและพระนางกญั จนา มพี ระราชบตุ ร ๕ พระองค์ คอื สุทโธทนะ ๑ สุกโกทนะ ๑ อมโิ ตทนะ ๑ โธโตทนะ ๑ ฆนโิ ตทนะ ๑ และ มพี ระราชบตุ รี ๒ พระองค์ คอื ปมติ า ๑ อมติ า ๑ สว่ นพระนางยโสธรา ผูเ้ป็นกนษิ ฐภคนิ ขี องพระเจา้ สหี นุนนั้ ไดเ้ป็นมเหสขี องพระเจา้ อญั ชนะ มพี ระราชบตุ ร ๒ พระองค์ คอื สุปปพทุ ธะ ๑ ทณั ฑปาณิ ๑ พระราชบตุ รี ๒ พระองค์ คอื มายา ๑ ปชาบดี ๑
พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ผูพ้ ระศาสดาของเราทง้ั หลายไดเ้สดจ็ มาอบุ ตั ขิ ้นึ ในพวกอรยิ กชาติ ในจงั หวดั มชั ฌมิ ชนบท ชมพทู วปี แควน้ สกั กะ ในสกลุ กษตั รยิ พ์ วกศากยะผูโ้ คตมโคตร เป็น พระโอรสของพระเจา้ สุทโธทนศากยะเจา้ กรุงกบลิ พสั ดุ์ กบั พระนางมายา เมอ่ื ก่อนพทุ ธศก ๘๐ ปี ปรจิ เฉทท่ี ๓ พระศาสดาประสูติ เมอ่ื พระเจา้ สุทโธทนะกบั พระนางมายา ทรงอภเิ ษกสมรสกนั ต่อมา พระศาสดาของเรา ทงั้ หลาย ไดท้ รงถอื ปฏสิ นธใิ นพระครรภข์ องนางมายา ในวนั จะประสูตพิ ระโอรส พระนางไดเ้สดจ็ ประพาสอทุ ยานลมุ พนิ วี นั ทรงประชวรพระครรภ์ ประสูตพิ ระโอรสใตร้ ่มไมส้ าละ เมอ่ื วนั ศุกร์ เพญ็ เดอื นวสิ าขะ ปีจอ ก่อนพทุ ธศก ๘๐ ปี เวลาใกลเ้ทย่ี ง ขณะประสูติ พระนางสริ มิ หามายา ประทบั ยนื จบั ก่งิ สาละ พระโอรสพอประสูตแิ ลว้ ดาํ เนนิ ไปได้ ๗ กา้ ว เปลง่ อาสภวิ าจา อนั เป็นบพุ พนมิ ติ แหง่ การตรสั รู ้ อสติ ดาบสเขา้ เย่ยี ม ฝ่ายอสติ ดาบส (อกี อย่างหน่งึ เรยี ก กาฬเทวลิ ดาบส) ผูเ้ป็นทน่ี บั ถอื ของราชสกลุ ไดท้ ราบ ขา่ วจงึ เขา้ ไปเยย่ี ม พระเจา้ สุทโธทนะ ทรงอมุ้ พระราชโอรสออกมาเพอ่ื จะใหน้ มสั การพระดาบส พระดาบส เหน็ พระโอรสนน้ั มลี กั ษณะตอ้ งดว้ ยตาํ หรบั มหาบรุ ุษลกั ษณะ มคี วามเคารพนบั ถอื ในพระราชโอรสนน้ั มาก จงึ ลกุ ข้นึ กราบลงทพ่ี ระบาททง้ั สองของพระโอรสนนั้ ดว้ ยศีรษะของตน พรอ้ มกลา่ วคาํ ทาํ นาย ลกั ษณะของพระราชโอรสแลว้ ถวายพระพรลากลบั ไปอาศรมแห่งตน ทาํ ใหร้ าชสกลุ ทงั้ หลายเกดิ ความนบั ถอื ในพระโอรส ถวายโอรสของตนเป็นบรวิ ารสกลุ ละองค์ ประสูตไิ ด้ ๕ วนั ทาํ นายลกั ษณะ ขนานพระนาม เมอ่ื พระราชกมุ ารประสูตไิ ด้ ๕ วนั พระเจา้ สุทโธทนะโปรดใหช้ มุ นุมพระญาตวิ งศแ์ ละ เสนามาตยพ์ รอ้ มกนั เชญิ พราหมณร์ อ้ ยแปดคนมาฉนั โภชนาหารแลว้ ทาํ นายพระลกั ษณะวา่ พระกมุ าร มคี ตเิ ป็น ๒ คอื ถา้ ไดค้ รองฆราวาส จกั ไดเ้ป็นพระเจา้ จกั รพรรดริ าช ครองแผ่นดนิ มสี มทุ รสาคร ๔ เป็นขอบเขต ถา้ ออกทรงผนวช จกั ไดต้ รสั รูเ้ป็นพระอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา้ พระศาสดาเอก ในโลก และขนานพระนามวา่ สทิ ธตั ถกมุ าร แต่มหาชนมกั เรยี กตามพระโคตรวา่ โคตมะ
ประสูตไิ ด้ ๗ วนั พระมารดาส้นิ พระชนม์ ฝ่ายพระนางเจา้ มายาผูเ้ป็นพระมารดา พอประสูตพิ ระโอรสได้ ๗ วนั กส็ ้นิ พระชนม์ พระเจา้ สุทโธทนะจงึ ทรงมอบพระราชโอรสนนั้ แก่พระนางปชาบดโี คตมี พระมาตจุ ฉาเล้ยี งต่อมา ภายหลงั พระนางนน้ั มพี ระราชบตุ รพระองคห์ น่งึ ทรงพระนามวา่ นนั ทกมุ าร มพี ระราชบตุ รี พระองคห์ น่งึ ทรงพระนามวา่ รูปนนั ทา พระชนมายุ ๗ ปี ขุดสระโบกขรณี ๓ สระ เมอ่ื สทิ ธตั ถกมุ ารทรงเจรญิ พระชนมายุได้ ๗ พรรษา พระราชบดิ าตรสั ใหข้ ดุ สระโบกขรณี ในพระราชนเิ วศน์ ๓ สระ ปลูกอบุ ลบวั ขาบสระ ๑ ปลูกปทมุ บวั หลวงสระ ๑ ปลูกบณุ ฑรกิ บวั ขาว สระ ๑ ใหเ้ป็นทเ่ี ลน่ สาํ ราญพระหฤทยั พระราชโอรส ครงั้ พระราชกมุ ารมพี ระชนมเ์ จรญิ ควรจะศึกษาศิลปวทิ ยาได้ จงึ ทรงพาไปมอบไวใ้ น สาํ นกั ครูวศิ วามติ ร พระราชกมุ ารทรงเรยี นไดว้ อ่ งไว จนส้นิ ความรูข้ องอาจารยแ์ ลว้ ไดแ้ สดงใหป้ รากฏ แก่หมพู่ ระญาติ ไมม่ พี ระกมุ ารอน่ื จะเทยี มถงึ พระชนมายุ ๑๖ พรรษา อภเิ ษกพระชายา เมอ่ื พระราชกมุ ารทรงพระเจรญิ วยั มพี ระชนมายุได้ ๑๖ ปี ควรมพี ระเทวไี ดแ้ ลว้ พระราชบดิ าตรสั สงั่ ใหส้ รา้ งปราสาท ๓ หลงั เพอ่ื เป็นทเ่ี สดจ็ อยู่แห่งพระราชโอรส ใน ๓ ฤดู คอื ฤดูหนาว ฤดูรอ้ น ฤดูฝน แลว้ ไดต้ รสั ขอพระนางยโสธรา (บางแห่งเรยี กพมิ พา) พระราชบตุ รขี อง พระเจา้ สุปปพทุ ธะในเทวทหนคร อนั ประสูตแิ ต่นางอมติ าพระกนษิ ฐภคนิ ขี องพระองคม์ าอภเิ ษกเป็นพระ ชายา ฝ่ายพระราชกนษิ ฐภาดา ของพระเจา้ สุทโธทนะนนั้ สุกโกทนศากยะ มโี อรสองคห์ น่งึ ทรงนามวา่ อานนท์ อมโิ ตทนศากยะ มโี อรส ๒ องค์ ทรงนามวา่ มหานามะ ๑ อนุรุทธะ ๑ มธี ดิ า ๑ องค์ ทรงนามวา่ โรหณิ ี นางอมติ าพระราชกนษิ ฐภคนิ ี เป็นพระมเหสขี องพระเจา้ สุปปพทุ ธะ ประสูตริ าชบตุ ร องค์ ๑ ทรงนามวา่ เทวทตั ราชบตุ รอี งค์ ๑ ทรงนามวา่ ยโสธรา หรอื พมิ พา พระชายาของ สทิ ธตั ถกมุ าร พระกมุ ารและพระกมุ ารใี นศากยวงศท์ ง้ั ๒ สายนนั้ เจรญิ ข้นึ โดยลาํ ดบั ดงั น้แี ล
ปรจิ เฉทท่ี ๔ เสด็จออกบรรพชา สทิ ธตั ถกมุ าร เสดจ็ อยู่ครองฆราวาสสมบตั ิ ตราบเทา่ พระชนมายุ ๒๙ พรรษา มี พระโอรสประสูตแิ ต่พระนางยโสธราพระองคห์ น่งึ ทรงพระนามวา่ ราหลุ กมุ าร วนั หน่งึ ไดท้ อดพระเนตรเหน็ เทวทูต ๔ คอื คนแก่ คนเจบ็ คนตาย และสมณะ อนั เทวดาแสรา้ งนริ มติ ไวใ้ นระหวา่ งทาง เมอ่ื เสดจ็ ประพาสพระราชอทุ ยาน ๔ วาระโดยลาํ ดบั กนั ทรง สงั เวชเหตไุ ดเ้หน็ เทวทูต ๓ ขา้ งตน้ ยงั ความพอพระหฤทยั ในบรรพชาใหเ้กดิ ข้นึ เพราะไดเ้หน็ สมณะ ในเวลากลางคนื ทรงมา้ กณั ฐกะ มนี ายฉนั นะตามเสดจ็ ถงึ ฝงั่ แมน่ าํ้ อโนมา ตรสั สงั่ นายฉนั นะใหน้ าํ มา้ พระทน่ี งั่ กลบั คนื พระนครแลว้ ทรงตดั พระเมาลดี ว้ ยพระขรรค์ อธษิ ฐานเพศเป็นบรรพชติ ณ ทน่ี นั้ สว่ นไตรจวี รและบาตร ฆฏกิ ารพรหมนาํ มาถวาย
ปรจิ เฉทท่ี ๕ ตรสั รู้ พระมหาบรุ ุษทรงบรรพชาแลว้ เสดจ็ ประทบั แรมอยู่ทอ่ี นุปิยอมั พวนั แขวงมลั ลชนบท ชวั่ เวลาราว ๗ วนั ไดเ้สดจ็ ผา่ นกรุงราชคฤห์ พระเจา้ พมิ พสิ ารพระเจา้ มคธ ไดเ้สดจ็ มาพบเขา้ ตรสั ถามถงึ ชาตสิ กลุ แลว้ ตรสั ชวนใหอ้ ยู่ จะพระราชทานอสิ รยิ ยศยกย่อง พระองคไ์ มท่ รงรบั แสดง พระประสงคว์ า่ มงุ่ จะแสวงหาพระสมั มาสมั โพธญิ าณ พระเจา้ พมิ พสิ ารทรงอนุโมทนาแลว้ ตรสั ขอ ปฏญิ ญาวา่ ตรสั รูแ้ ลว้ ขอใหเ้สดจ็ มาเทศนาโปรด ต่อจากนน้ั พระมหาบรุ ุษไดเ้สดจ็ ไปอยู่ในสาํ นกั อาฬารดาบส กาลามโคตร และอทุ ก ดาบส รามบตุ ร ซง่ึ มหาชนนบั ถอื วา่ เป็นคณาจารยใ์ หญ่ ขอศึกษาลทั ธสิ มยั ของทา่ นทงั้ สอง ไดท้ รงทาํ ทดลองในลทั ธนิ น้ั ทกุ อย่างแลว้ เหน็ วา่ ไมใ่ ช่ทางพระสมั มาสมั โพธญิ าณ จงึ เสดจ็ จารกิ ไปในมคธชนบท บรรลถุ งึ ตาํ บลอรุ ุเวลาเสนานคิ ม ทรงพระดาํ รเิ หน็ วา่ ประเทศนนั้ ควรเป็นทต่ี ง้ั ความเพยี รของกลุ บตุ รผู ้ มคี วามตอ้ งการดว้ ยความเพยี รได้ จงึ เสดจ็ ประทบั อยู่ ณ ทน่ี นั้ ทรงบาํ เพญ็ ทกุ รกริ ยิ า ทรมานพระ กายใหล้ าํ บากเป็นกจิ ยากทจ่ี ะกระทาํ ได้ ทกุ รกริ ยิ า ๓ วาระ วาระแรก ทรงกดพระทนตด์ ว้ ยพระทนต์ กดพระตาลดุ ว้ ยพระชวิ หาไวใ้ หแ้ น่น จนพระ เสโทไหลออกจากพระกจั ฉะ ไดเ้สวยทกุ ขเวทนาอนั กลา้ ครน้ั ทรงเหน็ วา่ การทาํ อย่างนน้ั ไมใ่ ช่ทางตรสั รู้ จงึ ทรงเปลย่ี นอย่างอน่ื วาระท่ี ๒ ทรงผ่อนกลนั้ ลมอสั สาสะ ปสั สาสะ ไมใ่ หล้ มหายใจเดนิ สะดวกทางช่องพระ นาสกิ และช่องพระโอษฐ์ ไดเ้สวยทกุ ขเวทนาอย่างแรงกลา้ กไ็ มไ่ ดต้ รสั รู ้ จงึ ทรงเปลย่ี นอย่างอน่ื อกี วาระท่ี ๓ ทรงอดพระอาหาร ผอ่ นเสวยแต่วนั ละนอ้ ย ๆ บา้ ง เสวยพระอาหาร ละเอยี ดบา้ ง จนพระกายเหย่ี วแหง้ พระฉววี รรณเศรา้ หมอง พระอฐั ปิ รากฏทวั่ พระกาย ภายหลงั ทรงลงสนั นษิ ฐานวา่ การทาํ ทกุ รกริ ยิ าไมใ่ ช่ทางตรสั รูแ้ น่แลว้ ไดท้ รงเลกิ เสยี ดว้ ย ประการทงั้ ปวง กลบั เสวยพระอาหารโดยปกติ ไมท่ รงอดอกี ต่อไป อปุ มา ๓ ขอ้ ปรากฏ ครง้ั นนั้ อปุ มา ๓ ขอ้ ทพ่ี ระมหาบรุ ุษไมเ่ คยทรงสดบั มาปรากฏแจ่มแจง้ แก่พระองคว์ า่
๑. ไมส้ ดทช่ี ่มุ ดว้ ยยาง แช่อยู่ในนาํ้ จะเอามาสกี นั เพอ่ื ใหเ้กดิ ไฟย่อมไมไ่ ด้ เหมอื นสมณ พราหมณบ์ างพวก ตวั กย็ งั หมกอยู่ในกาม ใจกย็ งั รกั ใคร่ในกาม พากเพยี รพยายามอย่างไรก็คงไมต่ รสั รู้ ๒. ไมส้ ดทช่ี ่มุ ดว้ ยยาง แมจ้ ะไมไ่ ดแ้ ช่อยู่ในนาํ้ ก็ไมส่ ามารถสใี หเ้กดิ ไฟได้ เช่นเดยี วกนั เหมอื นสมณพราหมณบ์ างพวกแมม้ กี ายหลกี ออกจากกามแลว้ แต่ใจยงั รกั ใคร่ในกาม จะพยายาม อย่างไรก็คงไมส่ ามารถตรสั รูไ้ ด้ ๓. ไมแ้ หง้ ทว่ี างไวบ้ นบก ไกลนาํ้ สามารถสใี หเ้กดิ ไฟได้ เหมอื นสมณพราหมณ์ บางพวก มกี ายหลกี ออกจากกาม ใจก็ละความรกั ใคร่ในกาม สงบดแี ลว้ หากพากเพยี รพยายาม อย่างถกู ตอ้ ง ย่อมสามารถตรสั รูไ้ ด้ อปุ มาทง้ั ๓ ขอ้ น้ี ทาํ ใหพ้ ระองคเ์ กดิ พระสตหิ วนระลกึ ถงึ ความเพยี รทางใจวา่ จกั เป็น ทางตรสั รูไ้ ดก้ ระมงั ใคร่จะตงั้ ความเพยี รทางจติ ทรงคดิ เหน็ วา่ คนซูบผอมเช่นน้ไี มส่ ามารถทาํ ได้ จาํ เราจะกนิ อาหารแขน้ คอื ขา้ วสุก ขนมกมุ าส ใหม้ กี าํ ลงั ก่อน จงึ กลบั เสวยพระอาหารโดยปกติ ปญั จวคั คยี ห์ นี ฝ่ายปญั จวคั คยี ์ คอื บรรพชติ ๕ รูป ชอ่ื โกณฑญั ญะ ๑ วปั ปะ ๑ ภทั ทยิ ะ ๑ มหานามะ ๑ อสั สชิ ๑ ซง่ึ พากนั ออกบวชตามพระมหาบรุ ุษคอยเฝ้าปฏบิ ตั ทิ กุ เชา้ คาํ่ ดว้ ยหวงั วา่ พระองคไ์ ดบ้ รรลธุ รรมใด จกั ทรงสงั่ สอนตนใหบ้ รรลธุ รรมนนั้ บา้ ง ครนั้ เหน็ พระองคท์ รงละทกุ รกริ ยิ า มาเสวยพระอาหาร เขา้ ใจวา่ คงไมอ่ าจบรรลธุ รรมพเิ ศษไดแ้ ลว้ จงึ พากนั หนไี ปอยู่ทป่ี ่าอสิ ปิ ตน มฤคทายวนั แขวงเมอื งพาราณสี ความเพยี รทางจติ ทาํ ใหบ้ รรลธุ รรม ฝ่ายพระมหาบรุ ุษเสวยอาหารแขน้ ทาํ พระกายใหก้ ลบั มพี ละกาํ ลงั ไดอ้ ย่างเดมิ ทรงเร่มิ ความเพยี รทางจติ ต่อไป นบั แต่บรรพชามา ๖ ปีลว่ งแลว้ ในเวลาเชา้ วนั เพญ็ วสิ าขมาส ทรงรบั ถาด ขา้ วมธุปายาสจากนางสุชาดา เสดจ็ ไปสูท่ า่ แมน่ าํ้ เนรญั ชรา เสวยแลว้ ทรงลอยถาดในกระแสนาํ้ ทรง รบั หญา้ คาของคนหาบหญา้ ชอ่ื โสตถยิ ะ ในระหวา่ งทาง ทรงลาดหญา้ ต่างบลั ลงั ก์ ณ ควงพระมหา โพธ์ดิ า้ นบูรพาทศิ แลว้ เสดจ็ นงั่ ขดั สมาธิ ผนิ พระพกั ตรท์ างบูรพาทศิ ทรงอธษิ ฐานพระหฤทยั วา่ ยงั ไม่ลพุ ระสมั มาสมั โพธิญาณเพยี งใด จกั ไม่เสด็จลกุ ข้ึนเพยี งน้นั แมพ้ ระมงั สะและ พระโลหติ จะเหอื ดแหง้ ไป เหลอื แต่พระตจะ พระนหารุ และพระอฐั ิ กต็ ามที
ทรงชนะมาร ในสมยั นนั้ พญามารเกรงวา่ พระมหาบรุ ุษจะพน้ จากอาํ นาจแห่งตน จงึ ยกพลเสนามา ผจญ แสดงฤทธ์มิ ปี ระการต่าง ๆ เพอ่ื จะยงั พระมหาบรุ ุษใหต้ กพระหฤทยั กลวั แลว้ จะเสดจ็ หนไี ป พระองคท์ รงนกึ ถงึ พระบารมี ๓๐ ทศั ทไ่ี ดท้ รงบาํ เพญ็ มา ตงั้ มหาปฐพไี วใ้ นทเ่ี ป็นพยาน แลว้ ทรงต่อสูพ้ ระบารมี ๓๐ ทศั นน้ั เขา้ มาช่วยผจญ ยงั พญามารกบั เสนาใหป้ ราชยั แต่ในเวลาพระ อาทติ ยย์ งั ไมอ่ สั ดงคตแลว้ บรรลบุ พุ เพนวิ าสานุสสตญิ าณในปฐมยาม ไดจ้ ตุ ูปปาตญาณในมชั ฌมิ ยาม ทรงใชพ้ ระปญั ญาพจิ ารณาปฏจิ จสสมปุ บาท ทง้ั ฝ่ายเกดิ ฝ่ายดบั สาวหนา้ สาวกลบั ไปมาในปจั ฉิม ยาม กไ็ ดต้ รสั รูพ้ ระสมั มาสมั โพธญิ าณ คอื อาสวกั ขยญาณ ในเวลาอรุณข้นึ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ไดพ้ ระปญั ญาตรสั รูธ้ รรมพเิ ศษเป็นเหตถุ งึ ความบรสิ ุทธ์จิ ากกเิ ลสาส วะ จงึ ไดพ้ ระนามวา่ อรหํ และตรสั รูช้ อบโดยลาํ พงั พระองคเ์ อง จงึ ไดพ้ ระนามวา่ สมมฺ าสมพฺ ทุ โฺ ธ ๒ บทน้ี เป็นพระนามใหญ่ของพระองคโ์ ดยคณุ นมิ ติ อย่างน้แี ล
ปฐมโพธกิ าล ปรจิ เฉทท่ี ๖ ปฐมเทศนา และปฐมสาวก เสวยวมิ ตุ ตสิ ุขใตร้ ม่ มหาโพธ์ิ ๗ วนั พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ตรสั รูธ้ รรมพเิ ศษแลว้ เสดจ็ ประทบั อยู่ภายใตร้ ่มไมม้ หาโพธ์นิ น้ั เสวยวมิ ตุ ตสิ ุขส้นิ กาล ๗ วนั ทรงพจิ ารณาปฏจิ จสมปุ บาท คอื ธรรมทอ่ี งิ อาศยั กนั เกดิ ข้นึ ทง้ั ขา้ ง เกดิ (อวชิ ชาเป็นเหตใุ หเ้กดิ สงั ขาร สงั ขารเป็นเหตใุ หเ้กดิ วญิ ญาณ เป็นตน้ ) ทง้ั ขา้ งดบั (เพราะอวชิ ชา ดบั สงั ขารจงึ ดบั เป็นตน้ ) ใตร้ ่มอชปาลนิโครธ ๗ วนั จากตน้ มหาโพธ์นิ นั้ เสดจ็ ไปยงั ภายใตร้ ่มไมไ้ ทร ช่อื วา่ อชปาลนโิ ครธ เสวยวมิ ตุ ตสิ ุข ๗ วนั ทรงแสดงธรรมแก่พราหมณผ์ ูม้ กั ตวาดผูอ้ น่ื วา่ หึ หึ วา่ ผูม้ บี าปธรรมอนั ลอยเสยี แลว้ ไมม่ กี เิ ลส เป็นเหตขุ ูผ่ ูอ้ น่ื วา่ หึ หึ ควรกลา่ วถอ้ ยคาํ วา่ ตนเป็นพราหมณโ์ ดยธรรม ใตร้ ่มมจุ จลนิ ท์ ๗ วนั จากตน้ อชปาลนโิ ครธนน้ั ไดเ้สดจ็ ไปยงั ตน้ ไมจ้ กิ ชอ่ื วา่ มจุ จลนิ ท์ เสวยวมิ ตุ ตสิ ุข ๗ วนั ทรงเปลง่ อทุ านวา่ ความสงดั เป็นสุขของบคุ คลผูม้ ธี รรมไดส้ ดบั แลว้ ยนิ ดอี ยู่ในทส่ี งดั รูเ้หน็ ตามเป็นจรงิ ฯ ความไมเ่ บยี ดเบยี น คอื ความสาํ รวมในสตั วท์ ง้ั หลาย และความปราศจาก กาํ หนดั คอื ความกา้ วลว่ งกามทงั้ หลายเสยี ได้ ดว้ ยประการทงั้ ปวง เป็นสุขในโลก ความกาํ จดั อสั มมิ านะ คอื ถอื วา่ ตวั ตนใหห้ มดไดเ้ป็นสุขอย่างยง่ิ ใตร้ ่มราชายตนะ ๗ วนั จากตน้ มจุ จลนิ ทน์ นั้ ไดเ้สดจ็ ไปยงั ตน้ ไมเ้กต ช่อื วา่ ราชายตนะ เสวยวมิ ตุ ตสิ ุข ๗ วนั สมยั นน้ั พานชิ ๒ คน คอื ตปสุ สะ ๑ ภลั ลกิ ะ ๑ เดนิ ทางมาจากอกุ กล -ชนบท นาํ ขา้ วสตั ตผุ ง
ขา้ วสตั ตกุ อ้ น เขา้ ไปถวายแลว้ กราบทูลแสดงตนเป็นอบุ าสก อา้ งพระองคก์ บั พระธรรมเป็นสรณะ เป็นปฐมอบุ าสกในพทุ ธกาลแลว้ หลกี ไป (เทวฺ วาจกิ อบุ าสก) ทรงตดั สนิ พระทยั แสดงธรรม จากร่มไมร้ าชายตนะนนั้ เสดจ็ กลบั ไปประทบั ณ ร่มไมอ้ ชปาลนโิ ครธอกี ทรงพจิ ารณาถงึ ธรรมทท่ี รงตรสั รูว้ า่ เป็นคณุ อนั ลกึ ซ้งึ ยากทผ่ี ูย้ นิ ดใี นกามคณุ จะตรสั รูต้ ามได้ จงึ ไมค่ ดิ จะทรงสงั่ สอน ใคร แต่ในทส่ี ุดทรงคดิ วา่ มนุษย์ ก็เหมอื นดอกบวั ๓ ชนดิ คอื บางชนดิ ยงั จมอยู่ในนาํ้ บาง ชนดิ ตง้ั อยู่เสมอนาํ้ บางชนดิ ตง้ั ข้นึ พน้ นาํ้ ดอกบวั ทต่ี งั้ ข้นึ พน้ นาํ้ แลว้ นนั้ คอยสมั ผสั รศั มพี ระอาทติ ยอ์ ยู่ จกั บาน ณ วนั น้ี ดอกบวั ทตี งั้ อยู่เสมอนาํ้ จกั บาน ณ วนั พรุ่งน้ี ดอกบวั ทย่ี งั ไมข่ ้นึ จากนาํ้ ยงั ตงั้ อยู่ภายในนาํ้ จกั บาน ณ วนั ต่อ ๆ ไป ดอกบวั ทย่ี งั จมอยู่ในโคลนตม อนั เป็นภกั ษาแห่งปลาและเต่าฉิบหายเสยี ดอกบวั ทจ่ี ะบานมตี ่างชนดิ ฉนั ใด เวไนยสตั วก์ ็มตี ่างพวกฉนั นน้ั ผูม้ กี เิ ลสนอ้ ย มี อนิ ทรยี ์ (สทั ธา วริ ยิ ะ สติ สมาธิ ปญั ญา) กลา้ กอ็ าจจะรูธ้ รรมพเิ ศษนนั้ ไดฉ้ บั พลนั ผูม้ คี ณุ สมบตั เิ ช่นนน้ั เป็นประมาณกลาง ไดร้ บั อบรมในปฏปิ ทาเป็นบพุ พภาค จนมอี ปุ นสิ ยั แก่กลา้ ก็สามารถจะบรรลธุ รรมพเิ ศษนน้ั ดจุ เดยี วกนั ผูม้ คี ณุ สมบตั เิ ช่นนนั้ ยงั อ่อน หรอื หาอปุ นสิ ยั ไมไ่ ดเ้ลย กย็ งั ควรไดร้ บั แนะนาํ ในธรรมเบ้อื ง ตาํ่ ไปก่อนเพอ่ื บาํ รุงอปุ นสิ ยั เพราะฉะนน้ั พระธรรมเทศนาคงไมไ่ รผ้ ล คงสาํ เรจ็ ประโยชนแ์ ก่คนทกุ เหลา่ เวน้ แต่ จาํ พวกทไ่ี มใ่ ช่เวไนย คอื ไมร่ บั แนะนาํ ทเ่ี ปรยี บดว้ ยดอกบวั อนั เป็นภกั ษาแหง่ ปลาและเต่าฉิบหายเสยี ทรงพระดาํ รหิ าคนผูส้ มควรรบั เทศนา ครนั้ พระองคท์ รงตดั สนิ พระหฤทยั เพอ่ื จะแสดงพระธรรมเทศนาอย่างนน้ั แลว้ ครงั้ แรก ทรงคดิ ถงึ อาฬารดาบสและอทุ กดาบส ซง่ึ เป็นผูฉ้ ลาด ทงั้ มกี เิ ลสเบาบาง แต่ทงั้ สองทา่ นส้นิ ชพี เสยี แลว้ ต่อจากนนั้ ทรงราํ ลกึ ถงึ ปญั จวคั คยี ์ และไดต้ ดั สนิ พระหฤทยั วา่ จะแสดงธรรมแก่พวกเขา จงึ เสดจ็ ออกจากตน้ อชปาลนโิ ครธ ทรงพระดาํ เนนิ ทางไปยงั เมอื งพาราณสี อรรถกถากลา่ ววา่ ในเชา้ วนั ข้นึ ๑๔ คาํ่ เดอื น ๘ ระหวา่ งแห่งแมน่ าํ้ คยากบั แดนมหาโพธติ ่อกนั ทรงพบอปุ กาชวี ก เขาเหน็ สพี ระ ฉววี รรณของพระองคผ์ ดุ ผอ่ ง นกึ ประหลาดใจ จงึ ทูลถามถงึ ศาสดาของพระองค์ ทรงตอบวา่
พระองคเ์ ป็นสยมั ภู คอื เป็นเองในทางตรสั รู ้ ไมม่ ใี ครเป็นครูสอน อปุ กาชวี ก กลา่ ววา่ ขนาด นน้ั เชยี วหรอื สนั่ ศีรษะแลว้ หลกี ไป ทรงแสดงปฐมเทศนา เมอ่ื พระผูม้ พี ระภาคเจา้ เสดจ็ ถงึ ป่าอสิ ปิ ตนมฤคทายวนั แขวงเมอื งพาราณสี ไดเ้สดจ็ เขา้ ไปหาปญั จวคั คยี ท์ งั้ ๕ แต่พวกเขาแสดงความไมเ่ คารพ พดู ออกพระนามและใชค้ าํ วา่ อาวุโส พระองคท์ รงหา้ มแลว้ ตรสั บอกวา่ เราไดต้ รสั รูอ้ มฤตธรรมโดยชอบเองแลว้ ปญั จวคั คยี ไ์ มเ่ ช่อื กลา่ วคดั คา้ นวา่ อาวุโสโคดม แมท้ ่านทาํ ทกุ กรกริ ยิ าอย่างหนกั ทา่ น ยงั ไมบ่ รรลธุ รรมพเิ ศษอะไร บดั น้ี ท่านมาปฏบิ ตั เิ พอ่ื ความเป็นคนมกั มากเสยี แลว้ เหตไุ ฉนจะบรรลุ ธรรมพเิ ศษไดเ้ลา่ พวกเธอคดั คา้ นอย่างนนั้ ถงึ ๒ – ๓ ครง้ั พระองคจ์ งึ ทรงตรสั เตอื นพวกเธอใหร้ ะลกึ ถงึ ความหลงั วา่ ทา่ นทงั้ หลายจาํ ไดอ้ ยู่หรอื วา่ วาจาเช่นน้เี ราไดเ้คยพดู แลว้ ในปางก่อนแต่กาลน้ี ปญั จวคั คยี น์ กึ ไดว้ า่ วาจาเช่นน้ไี มเ่ คยมเี ลย จงึ มคี วามสาํ คญั ในอนั ทจ่ี ะฟงั พระองคท์ รง แสดงธรรม ครน้ั เมอ่ื พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ตรสั เตอื นปญั จวคั คยี ใ์ หต้ งั้ ใจฟงั ธรรมไดแ้ ลว้ รุ่งข้นึ วนั อาสาฬหบรุ ณมี ไดต้ รสั ปฐมเทศนามใี จความโดยย่อวา่ ทส่ี ุด ๒ อย่าง ไดแ้ ก่ กามสุขลั ลกิ านุโยค คอื การประกอบตนใหพ้ วั พนั ดว้ ยสุขในกาม ๑ อตั ตกลิ มถานุโยค คอื การประกอบความเหน็ด เหน่อื ยแก่ตนเปลา่ ๑ อนั บรรพชติ ไมค่ วรเสพ (ประพฤต)ิ บรรพชติ ควรเสพมชั ฌมิ าปฏปิ ทา คอื ขอ้ ปฏบิ ตั เิ ป็นทางกลาง ไดแ้ ก่ ทางมอี งค์ ๘ อนั นาํ ผูป้ ฏบิ ตั ใิ หเ้ป็นอรยิ ะ คอื ปญั ญาอนั เหน็ ชอบ ๑ ความดาํ รชิ อบ ๑ วาจาชอบ ๑ การงานชอบ ๑ เล้ยี งชพี ชอบ ๑ ความเพยี รชอบ ๑ ระลกึ ชอบ ๑ ตงั้ ใจชอบ ๑ ทรงแสดงอรยิ สจั ๔ คอื ๑. ทกุ ข์ ไดแ้ ก่ ความเกดิ ความแก่ ความเจบ็ ความ ตาย เป็นตน้ ๒. สมทุ ยั เหตใุ หท้ กุ ขเ์ กดิ ไดแ้ ก่ ตณั หา ๓ คอื กามตณั หา ภวตณั หา วภิ วตณั หา ๓. นิโรธ ไดแ้ ก่ ความดบั ทกุ ข์ คอื ความสละ ละ วาง ไมพ่ วั พนั ตดิ อยู่กบั ตณั หาทง้ั ๓ นน้ั ๔. มรรค ไดแ้ ก่ ทางทท่ี าํ ใหถ้ งึ ความดบั ทกุ ข์ คอื ทางมอี งค์ ๘ อนั นาํ ผูป้ ฏบิ ตั ใิ หเ้ป็นอรยิ ะ ดงั กลา่ วแลว้ เมอ่ื พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ตรสั พระธรรมเทศนาอยู่ ธรรมจกั ษุ คอื ดวงตาอนั เหน็ ธรรม ปราศจากธุลมี ลทนิ ไดเ้กดิ ข้นึ แก่ท่านโกณฑญั ญะวา่ สง่ิ ใดสง่ิ หน่งึ มคี วามเกดิ ข้นึ เป็นธรรมดา สง่ิ นนั้ ทง้ั หมดมคี วามดบั เป็นธรรมดา
พระองคท์ รงทราบวา่ ทา่ นโกณฑญั ญะไดเ้หน็ ธรรมแลว้ จงึ ทรงเปลง่ อทุ านวา่ โกณ ฑญั ญะไดร้ ูแ้ ลว้ หนอ โกณฑญั ญะไดร้ ูแ้ ลว้ หนอ เพราะอทุ านวา่ อญญาสิ อญญาสิ ทเ่ี ป็นภาษามคธ แปลวา่ ไดร้ ูแ้ ลว้ ๆ คาํ วา่ อญั ญาโกณฑญั ญะ จงึ ไดเ้ป็นชอ่ื ของทา่ นตง้ั แต่กาลนน้ั มา ฝ่ายทา่ นโกณฑญั ญะไดเ้หน็ ธรรมแลว้ จงึ ทูลขออปุ สมบทในพระธรรมวนิ ยั พระองค์ ทรงอนุญาตใหท้ า่ นเป็นภกิ ษุดว้ ยพระวาจาวา่ ท่านจงเป็นภกิ ษุมาเถดิ ธรรมอนั เรากลา่ วดแี ลว้ ท่านจง ประพฤตพิ รหมจรรย์ เพอ่ื ทาํ ทส่ี ุดทกุ ขโ์ ดยชอบเถดิ พระวาจานนั้ ใหส้ าํ เรจ็ การอปุ สมบทแก่ท่าน ต่อจากนนั้ ทรงจาํ พรรษาอยู่ทป่ี ่าอสิ ปิ ตนมฤคทายวนั ทรงสงั่ สอนบรรพชติ ทงั้ ๔ รูป ดว้ ยพระธรรมเทศนาเบด็ เตลด็ ตามสมควรแก่อธั ยาศยั ทา่ นวปั ปะและภทั ทยิ ะ ไดด้ วงตาเหน็ ธรรม จงึ บวชใหพ้ รอ้ มกนั ต่อมา ท่านมหานามะและอสั สชิ ไดด้ วงตาเหน็ ธรรม จงึ บวชใหพ้ รอ้ มกนั ทง้ั ๔ ทา่ นบวชวธิ เี ดยี วกบั ทา่ นโกณฑญั ญะ ปญั จวคั คยี บ์ รรลพุ ระอรหนั ต์ เมอ่ื ภกิ ษุปญั จวคั คยี ์ ตงั้ อยู่ในทส่ี าวกแลว้ มอี นิ ทรยี ์ คอื ศรทั ธาเป็นตน้ แก่กลา้ ควรเจรญิ วปิ สั สนาเพอ่ื วมิ ตุ ตแิ ลว้ ครน้ั วนั แรม ๕ คาํ่ เดอื น ๙ ตรสั พระธรรมเทศนาอนตั ตลกั ขณสูตร สงั่ สอน ใจความโดยย่อวา่ รูป เวทนา สญั ญา สงั ขาร และวญิ ญาณ เป็นอนตั ตา คอื บงั คบั บญั ชาไมไ่ ดว้ า่ จงเป็นอย่างน้เี ถดิ อย่าเป็นอย่างนนั้ เลย ไดต้ รสั ถามปญั จวคั คยี ว์ า่ รูป เวทนา สญั ญา สงั ขาร และวญิ ญาณ เทย่ี ง เป็นสุข เป็นอตั ตา หรอื ไมเ่ ทย่ี ง เป็นทกุ ข์ เป็นอนตั ตา ทูลตอบวา่ ไมเ่ ทย่ี งเป็นทกุ ข์ เป็นอนตั ตา จงึ ตรสั ใหล้ ะความถอื มนั่ ในรูป เวทนา สญั ญา สงั ขาร และวญิ ญาณนน้ั เสยี แลว้ ถอื ดว้ ยปญั ญาตามความจรงิ วา่ นนั่ ไมใ่ ช่ของเรา นนั่ ไมใ่ ช่เป็นเรา นนั่ ไมใ่ ช่ตนของเรา เมอ่ื พระศาสดาตรสั พระธรรมเทศนาแสดงอนตั ตาลกั ษณะอยู่ จติ ของภกิ ษุปญั จวคั คยี ์ ผูพ้ จิ ารณาภมู ธิ รรมตามกระแสเทศนานน้ั พน้ แลว้ จากอาสวะทง้ั หลาย ไมถ่ อื มนั่ ดว้ ยอปุ าทาน ครงั้ นน้ั มพี ระอรหนั ตข์ ้นึ ในโลก ๖ องค์ คอื พระศาสดา ๑ สาวก ๕ ดว้ ยประการฉะน้ี
ปรจิ เฉทท่ี ๗ สง่ สาวกไปประกาศพระศาสนา สมยั นนั้ พระศาสดาเสดจ็ จงกรมอยู่ในทแ่ี จง้ ในเวลาจวนใกลร้ ุ่ง ทรงไดย้ นิ เสยี งยสกลุ บตุ รออกอทุ านวา่ ทน่ี ่วี ุน่ วายหนอ ทน่ี ่ขี ดั ขอ้ งหนอ เดนิ มายงั ทใ่ี กล ้ จงึ ตรสั เรยี กวา่ ทน่ี ้ไี มว่ ุน่ วาย ทน่ี ่ไี มข่ ดั ขอ้ ง ทา่ นมาน่เี ถดิ นงั่ ลงเถดิ เราจกั แสดงธรรมแก่ท่าน ยสกลุ บตุ รไดย้ นิ อย่างนน้ั แลว้ คดิ วา่ เขาวา่ ทน่ี ่ไี มว่ ุน่ วาย ทน่ี ่ไี มข่ ดั ขอ้ ง จงึ ถอดรองเทา้ เขา้ ไปหา ไหวแ้ ลว้ นงั่ ณ ทส่ี มควรขา้ งหน่งึ พระศาสดาตรสั เทศนาอนุปพุ พกี ถา คอื ถอ้ ยคาํ ทก่ี ลา่ ว โดยลาํ ดบั ไดแ้ ก่ ทาน ศีล สคั คะ คอื สวรรค์ กามาทนี พ โทษแหง่ กาม เนกขมั มานสิ งส์ อา นสิ งคแ์ หง่ การออกจากกาม (บวช) ฟอกจติ ของเขาใหห้ า่ งไกลจากความยนิ ดใี นกามแลว้ จงึ ทรงแสดง อรยิ สจั ๔ คอื ทกุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ และมรรค ดงั ไดก้ ลา่ วแลว้ ในปฐมเทศนา ยสกลุ บตุ รได้ ดวงตาเหน็ ธรรม ณ ทน่ี งั่ นนั้ แลว้ ภายหลงั พจิ ารณาภมู ธิ รรมทพ่ี ระศาสดาตรสั สอนเศรษฐผี ูเ้ป็นบดิ า อกี วาระหน่งึ จติ พน้ จากอาสวะ ไมถ่ อื มนั่ ดว้ ยอปุ าทาน (บรรลพุ ระอรหตั ) ฝ่ายมารดาของยสกลุ บตุ ร เวลาเชา้ ข้นึ ไปบนเรอื นไมเ่ หน็ ลูก จงึ บอกแก่เศรษฐผี ูส้ ามี เศรษฐใี หค้ นออกตามหาทง้ั ๔ ทศิ ตนเองกอ็ อกตดิ ตามดว้ ย เผอญิ ไปทางป่าอสิ ปิ ตนมฤคทายวนั เหน็ รองเทา้ ของลูกจงึ ตามเขา้ ไปหา พระศาสดาไดต้ รสั อนุปพพกี ถาและอรยิ สจั แก่เขา เมอ่ื จบเทศนา เขาไดแ้ สดงตนเป็นอบุ าสกถงึ พระรตั นตรยั ทง้ั ๓ เป็นสรณะ เป็นอบุ าสกคนแรกใน พระพทุ ธศาสนา แลว้ ไดก้ ลา่ วกบั บตุ รชายวา่ พอ่ ยสะ มารดาของเจา้ เศรา้ โศกพไิ รราํ พนั เจา้ จง ใหช้ วี ติ แก่มารดาของเจา้ เถดิ พระศาสดาจงึ ตรสั ใหเ้ศรษฐที ราบวา่ ยสกลุ บตุ รไดบ้ รรลพุ ระอรหตั แลว้ ไมม่ กี าร กลบั คนื ไปครองฆราวาสอกี เศรษฐเี ขา้ ใจดี จงึ ทูลอาราธนาพระศาสดาพรอ้ มกบั ยสกลุ บตุ รเพอ่ื ทรงรบั ภตั ตาหารในเชา้ วนั นนั้ พระศาสดาทรงรบั ดว้ ยพระอาการดษุ ณีภาพ เศรษฐที ราบแลว้ จงึ ไดอ้ ภวิ าททูลลากลบั ไป เมอ่ื เศรษฐกี ลบั ไปแลว้ ยสกลุ บตุ รไดท้ ูลขออปุ สมบท พระศาสดาทรงอนุญาตใหเ้ป็น ภกิ ษุเหมอื นทท่ี รงอนุญาตแก่พระโกณฑญั ญะ ต่างกนั ตรงทไ่ี มต่ รสั วา่ เพอ่ื ทาํ ทส่ี ุด ทกุ ขโ์ ดยชอบ เพราะพระยสะไดบ้ รรลพุ ระอรหนั ตแ์ ลว้ พระยสะจงึ เป็นองคท์ ่ี ๗ ในโลก ในเวลาเชา้ วนั นน้ั พระศาสดาพรอ้ มกบั พระยสะ ไดเ้สดจ็ ไปยงั เรอื นของเศรษฐนี น้ั มารดาและภรรยาเก่าของพระยสะมาเฝ้า ทรงแสดงอนุปพพกี ถาและอรยิ สจั ๔ แก่พวกเขาใหเ้หน็ ธรรมแลว้ ไดแ้ สดงตนเป็นอบุ าสกิ าถงึ พระรตั นตรยั เป็นสรณะ คนแรกในโลก
สหายพระยสะ ๕๔ คนบวช ฝ่ายสหายของพระยสะ ๔ คน ชอ่ื วมิ ละ ๑ สพุ าหุ ๑ ปณุ ณชิ ๑ ควมั ปติ ๑ เป็นบตุ รเศรษฐใี นเมอื งพาราณสไี ดท้ ราบขา่ ววา่ ยสกลุ บตุ รออกบวชแลว้ คดิ วา่ ธรรมวนิ ยั นนั้ คงเป็น สง่ิ อนั ประเสรฐิ จงึ พรอ้ มกนั ไปหาพระยสะ พระยสะกพ็ าสหายทง้ั ๔ คนนนั้ ไปเฝ้าพระศาสดา พระพทุ ธองคท์ รงแสดงธรรมใหก้ ลุ บตุ รทง้ั ๔ เหน็ ธรรมแลว้ ประทานใหเ้ป็นภกิ ษุแลว้ ทรงสงั่ สอน ใหบ้ รรลพุ ระอรหตั ผล ยงั มสี หายของพระยสะ เป็นชาวชนบทอกี ๕๐ คน ไดท้ ราบขา่ วนนั้ แลว้ คดิ เหมอื นหน หลงั พากนั บวชตามแลว้ ไดส้ าํ เรจ็ พระอรหตั ผลดว้ ยกนั ส้นิ โดยนยั ก่อน รวมกนั เป็นพระอรหนั ต์ ๖๑ องค์ พระศาสดาทรงส่งสาวก ๖๐ รูป ไปประกาศพระศาสนาดว้ ยพระดาํ รสั วา่ ท่าน ทง้ั หลายจงเทย่ี วไปในชนบทเพอ่ื ประโยชนแ์ ละความสุขแก่มหาชน และอย่าไปรวมกนั ๒ รูป ผูร้ ู้ ทวั่ ถงึ ธรรมคงมอี ยู่ แต่ทเ่ี สอ่ื มจากคณุ พเิ ศษ เพราะโทษทไ่ี มไ่ ดฟ้ งั ธรรม แมเ้ราก็จะไปยงั ตาํ บลอรุ ุ เวลาเสนานคิ มเพอ่ื แสดงธรรม ทรงประทานวธิ อี ปุ สมบทแกส่ าวก ในสมยั นน้ั พระศาสดาทรงประทานวธิ อี ปุ สมบทแก่พระสาวกผูไ้ ปประกาศศาสนาว่า พงึ ใหผ้ ูอ้ ปุ สมบทปลงผมและหนวด ใหค้ รองผา้ ยอ้ มดว้ ยนาํ้ ฝาด นงั่ กระโหย่งประนมมอื ไหวเ้ทา้ ภกิ ษุ ทง้ั หลาย แลว้ สอนใหว้ า่ ตามวา่ พทุ ธฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ ธมมฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ ทตุ ยิ มปฺ ิ ฯลฯ ตตยิ มปฺ ิ ฯลฯ การบวชวธิ นี ้เี รยี กวา่ ตสิ รณคมนูปสมั ปทา ทรงโปรดภทั ทวคั คยี ส์ หาย ๓๐ คน ครน้ั พระศาสดาประทบั อยู่ในเมอื งพาราณสพี อควรแก่พระประสงคแ์ ลว้ เสดจ็ ดาํ เนนิ ไปยงั ตาํ บลอรุ ุเวลา ในระหวา่ งทางเขา้ ไปพกั อยูท่ ไ่ี ร่ฝ้าย ทรงนงั่ ในร่มไมต้ าํ บลหน่งึ ไดต้ รสั อนุบพุ พกี ถาและ อรยิ สจั ๔ โปรดภทั ทวคั คยี ส์ หาย ๓๐ คน ใหไ้ ดบ้ รรลพุ ระอรหตั ประทานอปุ สมบทใหแ้ ลว้ ทรง สง่ ไปเพอ่ื ประกาศพระศาสนาเหมอื นนยั หนหลงั ทรงโปรดชฏลิ ๓ พน่ี อ้ ง สว่ นพระพทุ ธองคเ์ สดจ็ ไปยงั ตาํ บลอรุ ุเวลา ซง่ึ เป็นทอ่ี ยู่แหง่ ชฏลิ ๓ พน่ี อ้ ง คอื อรุ ุเวลกสั สปะ นทกี สั สปะ และคยากสั สปะ ทรงช้แี จงใหอ้ รุ ุเวลกสั สปะเหน็ วา่ ลทั ธขิ องเขาไมม่ แี ก่น
สาร จนอรุ ุเวลกสั สปะมคี วามสลดใจ เลกิ ละลทั ธนิ น้ั ลอยบรขิ ารของชฏลิ ในแมน่ าํ้ แลว้ ทูลขออปุ สมบท กท็ รงประทานอปุ สมบท อนุญาตใหเ้ป็นภกิ ษุทง้ั ส้นิ ฝ่ายนทกี สั สปะเหน็ บรขิ ารของพช่ี ายลอยไปตามกระแสนาํ้ สาํ คญั วา่ เกดิ อนั ตราย พรอ้ ม ทงั้ บรวิ ารรบี มาถงึ เหน็ พช่ี ายถอื เพศเป็นภกิ ษุ ถามทราบความแลว้ ไดท้ ูลขอบวชพรอ้ มทงั้ บรวิ าร คยากสั สปะนอ้ งชายเลก็ พรอ้ มทง้ั บรวิ าร กไ็ ดไ้ ปเฝ้าพระพทุ ธเจา้ และขอบวชทาํ นอง เดยี วกบั นทกี สั สปะผูพ้ ช่ี าย ทรงแสดงอาทติ ตปรยิ ายสูตร พระศาสดาประทบั อยู่ทต่ี าํ บลอรุ ุเวลา ตามสมควรแก่พทุ ธอธั ยาศยั แลว้ พรอ้ มดว้ ยภกิ ษุ หมชู่ ฏลิ เหลา่ นน้ั เสดจ็ ไปยงั ตาํ บลคยาสสี ะ ใกลแ้ มน่ าํ้ คยา ทรงแสดงธรรมวา่ ดูก่อนภกิ ษุทงั้ หลาย ตา หู จมกู ล้นิ กาย ใจ เป็นของรอ้ น รอ้ นเพราะอะไร อะไรมาเผาใหร้ อ้ น เรากลา่ ววา่ รอ้ น เพราะไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ รอ้ นเพราะความเกดิ ความแก่ ความตาย ความโศก ความราํ พนั ความเจบ็ ไข้ ความเสยี ใจ ความคบั ใจ เมอ่ื พระศาสดาตรสั พระธรรมเทศนาน้จี บลง จติ ของภกิ ษุเหลา่ นนั้ พน้ จากอาสวะทงั้ หลาย ไมถ่ อื มนั่ ดว้ ยอปุ าทาน (สาํ เร็จพระอรหนั ต)์ พระธรรมเทศนาน้ชี ่อื วา่ อาทติ ตปรยิ ายสูตร
ปรจิ เฉทท่ี ๘ เสด็จกรุงราชคฤหแ์ ควน้ มคธและไดอ้ คั รสาวก ครนั้ พระพทุ ธองคเ์ สดจ็ อยู่ ณ ตาํ บลคยาสสี ะตามควรแก่อธั ยาศยั แลว้ พรอ้ มดว้ ยหมู่ ภกิ ษุสาวกนน้ั เสดจ็ ไปยงั กรุงราชคฤห์ ประทบั อยู่ ณ ลฏั ฐวิ นั สวนตาลหนุ่ม กติ ตศิ พั ทข์ อง พระองคข์ จรไปทวั่ ทศิ วา่ พระสมณโคดม โอรสแหง่ ศากยะเป็นพระอรหนั ตต์ รสั รูเ้องโดยชอบ ขณะน้ี ประทบั อยู่ทล่ี ฎั ฐวิ นั พระเจา้ พมิ พสิ าร พระเจา้ แผ่นดนิ มคธไดท้ รงทราบกติ ตศิ พั ทน์ น้ั จงึ พรอ้ มดว้ ยราชบรพิ าร เสดจ็ ไปเฝ้า ทรงนมสั การแลว้ ประทบั นงั่ ณ ทอ่ี นั สมควร สว่ นราชบรพิ ารของพระองคม์ อี าการทางกาย วาจาต่าง ๆ กนั เป็น ๕ พวก คอื ๑. บางพวกถวายบงั คม ๒. บางพวกเป็นแต่กลา่ ววาจาปราศรยั ๓. บางพวกเป็นแต่ประณมมอื ๔. บางพวกรอ้ งประกาศช่อื และโคตรของตน ๕. บางพวกน่งิ อยู่ ทเ่ี ป็นเช่นน้เี พราะความไมแ่ น่ใจวา่ อรุ ุเวลกสั สปะของพวกตนกบั พระสมณโคดมใครเป็นใหญ่กวา่ กนั พระอรุ ุเวลกสั สปะ จงึ ลกุ ข้นึ จากทน่ี งั่ ทาํ ผา้ ห่มเฉวยี งบา่ ขา้ งหน่งึ ซบศีรษะลงทพ่ี ระบาท พระศาสดา ทูลประกาศวา่ พระองคเ์ ป็นศาสดาของขา้ พเจา้ ขา้ พเจา้ เป็นสาวกผูฟ้ งั คาํ สอนของ พระองค์ และทูลประกาศความไมม่ แี ก่นสารแหง่ ลทั ธเิ ดมิ ราชบรพิ ารจงึ นอ้ มจติ เชอ่ื ถอื พระศาสดา ตงั้ โสตคอยฟงั พระธรรมเทศนา พระศาสดาทรงแสดงอนุปพพกี ถาและอรยิ สจั ๔ พระเจา้ พมิ พสิ ารและราชบรพิ าร แบง่ เป็น ๑๒ ส่วน ๑๑ ส่วนไดจ้ กั ษุเหน็ ธรรม สว่ น ๑ ตง้ั อยู่ในไตรสรณคมน์ ความปรารถนา ๕ ประการของพระเจา้ พมิ พสิ าร เมอ่ื ครง้ั ยงั เป็นราชกมุ าร ยงั ไมไ่ ดร้ บั อภเิ ษก พระเจา้ พมิ พสิ ารไดต้ งั้ ความปรารถนาไว้ ๕ อย่าง คอื ๑. ขอใหข้ า้ พเจา้ ไดร้ บั อภเิ ษกเป็นพระเจา้ แผ่นดนิ มคธน้ี ๒. ขอใหท้ า่ นผูเ้ป็นพระอรหนั ต์ ผูร้ ูเ้อง เหน็ เอง โดยชอบ พงึ มายงั แวน่ แควน้ ของ ขา้ พเจา้ ผูไ้ ดร้ บั อภเิ ษกแลว้ ๓. ขอใหข้ า้ พเจา้ พงึ ไดเ้ขา้ ไปนงั่ ใกลพ้ ระอรหนั ตน์ นั้ ๔. ขอใหพ้ ระอรหนั ตน์ น้ั พงึ แสดงธรรมแก่ขา้ พเจา้ ๕. ขอใหข้ า้ พเจา้ พงึ รูท้ วั่ ถงึ ธรรมของพระอรหนั ตน์ นั้
บดั น้คี วามปรารถนาทงั้ ๕ อย่างของพระองคส์ าํ เรจ็ บรบิ ูรณท์ กุ อย่างแลว้ จงึ ไดท้ รงกราบ ทูลใหพ้ ระศาสดาทรงทราบ ความปรารถนาของพระเจา้ พมิ พสิ ารอนั เก่ยี วกบั พระอรหนั ต์ ทาํ ใหเ้ขา้ ใจไดว้ า่ คาํ วา่ อรหนั ต์ เป็นของเก่า และผูเ้ป็นพระอรหนั ตเ์ ป็นทเ่ี คารพนบั ถอื ของคนทกุ ชนั้ วรรณะ แมแ้ ต่ พระมหากษตั รยิ ์ ทรงอนุญาตใหภ้ กิ ษุรบั อาราม พระเจา้ พมิ พสิ ารครนั้ กราบทูลความสาํ เร็จพระราชประสงคท์ งั้ ๕ แลว้ ไดแ้ สดงพระองค์ เป็นอบุ าสก จากนนั้ ไดก้ ราบทูลเชญิ เสดจ็ พระศาสดาพรอ้ มทงั้ หมสู่ าวก เพอ่ื เสวยทพ่ี ระราชนเิ วศนใ์ น วนั รุ่งข้นึ วนั รุ่งข้นึ พระศาสดาพรอ้ มดว้ ยพระสาวกไดเ้สดจ็ ไปยงั พระราชนเิ วศน์ พระเจา้ พมิ พสิ าร ทรงองั คาสภกิ ษุสงฆม์ พี ระพทุ ธเจา้ เป็นประธานแลว้ ทรงพระราชดาํ รถิ งึ สถานควรเป็นทเ่ี สดจ็ อยู่ แห่งพระศาสดา ทรงเหน็ วา่ พระราชอทุ ยานเวฬวุ นั สวนไมไ้ ผเ่ หมาะสมทส่ี ุด ทรงจบั พระเตา้ ทองเตม็ ดว้ ยนาํ้ หลงั่ ลงถวายพระราชอทุ ยานเวฬวุ นั นนั้ แก่ภกิ ษุสงฆ์ มพี ระพทุ ธเจา้ เป็นประธาน พระศาสดา ทรงรบั แลว้ เสดจ็ ไปประทบั อยู่ ณ ทน่ี นั้ พระพทุ ธองคท์ รงปรารภเหตนุ น้ั จงึ ประทานพระพทุ ธอนุญาตใหภ้ กิ ษุรบั อารามทท่ี ายก ถวายตามปรารถนา การถวายอารามเกดิ ข้นึ เป็นครง้ั แรกในกาลนน้ั และเวฬวุ นั กเ็ ป็นอารามของสงฆเ์ ป็น แห่งแรกในพระพทุ ธศาสนา ทรงไดพ้ ระอคั รสาวก วนั หน่งึ พระอสั สชหิ น่งึ ในปญั จวคั คยี ์ เขา้ ไปบณิ ฑบาตในเมอื งราชคฤห์ สารบี ตุ ร ปรพิ พาชกเหน็ ท่านมกี ริ ยิ าอาการทน่ี ่าเลอ่ื มใส จงึ ตดิ ตามไป ครนั้ เหน็ ท่านกลบั จากบณิ ฑบาต จงึ หา โอกาสเขา้ ไปถามวา่ ใครเป็นศาสดาของทา่ น ท่านชอบใจธรรมของใคร ไดร้ บั คาํ ตอบวา่ พระมหาสมณะ โอรสของเจา้ ศากยะออกบวชจากศากยสกลุ เป็นศาสดาของเรา เราชอบใจธรรมของพระองค์ “พระศาสดาของทา่ นสอนวา่ อย่างไร ?” “ธรรมใดเกดิ แต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตแุ หง่ ธรรมนนั้ และความดบั แห่งธรรมนนั้ พระศาสดาทรงสอนอย่างน้”ี
สารบี ตุ รไดฟ้ งั ธรรมนน้ั กท็ ราบไดท้ นั ทวี า่ พระศาสดาทรงสอนใหป้ ฏบิ ตั เิ พอ่ื ระงบั ดบั เหตุ แหง่ ธรรมเป็นเคร่อื งก่อใหเ้กดิ ทกุ ข์ ไดด้ วงตาเหน็ ธรรมวา่ สง่ิ ใดสง่ิ หน่งึ มคี วามเกดิ ข้นึ เป็นธรรมดา สง่ิ นน้ั ทง้ั หมดตอ้ งมคี วามดบั เป็นธรรมดา แลว้ ถามวา่ “พระศาสดาของเราเสดจ็ อยู่ทไ่ี หน” “เสดจ็ ประทบั อยู่ทเ่ี วฬวุ นั ผูม้ อี ายุ” “ถา้ อย่างนนั้ พระผูเ้ป็นเจา้ ไปก่อนเถดิ ขา้ พเจา้ จะกลบั ไปบอกสหายแลว้ จะพากนั ไปเฝ้า พระศาสดา” สารบี ตุ รไดก้ ลบั ไปยงั ทอ่ี ยู่ของตน บอกความทไ่ี ปพบพระอสั สชิ และแสดงธรรมนน้ั แก่โมคคลั ลานปรพิ พาชกใหไ้ ดด้ วงตาเหน็ ธรรม แลว้ ไปลาอาจารยส์ ญั ชยั แมจ้ ะถกู หา้ มปรามขอรอ้ งก็ ไมฟ่ งั พาบรวิ ารของตนไปเฝ้าพระศาสดาทเ่ี วฬวุ นั ทูลขออปุ สมบท พระองคท์ รงอนุญาตใหเ้ป็นภกิ ษุ ดว้ ยกนั ทง้ั ส้นิ ทา่ นกลา่ ววา่ ภกิ ษุผูเ้ป็นบรวิ ารสาํ เร็จพระอรหนั ตก์ ่อน ฝ่ายพระโมคคลั ลานะ บวชได้ ๗ วนั ไปทาํ ความเพยี รอยู่ทก่ี ลั ลวาลมตุ ตคาม แขวง มคธ ถกู ถนี มทิ ธะครอบงาํ นงั่ โงกงว่ งอยู่ พระศาสดาไดเ้สดจ็ ไปยงั สถานทน่ี นั้ ทรงแสดงอบุ ายระงบั ความโงกงว่ ง แลว้ ใหโ้ อวาทวา่ ดูก่อนโมคคลั ลานะ เธอจงจาํ ใส่ใจวา่ เราจกั ไมช่ ูงวงเขา้ ไปสู่สกลุ เราจกั ไมพ่ ดู คาํ ซง่ึ เป็น เหตเุ ถยี งกนั เราจกั ยนิ ดที น่ี อนทน่ี งั่ อนั สงดั ทรงสอนถงึ ขอ้ ปฏบิ ตั ทิ ท่ี าํ ใหส้ ้นิ ตณั หาวา่ บรรดาธรรมทง้ั ปวงไมค่ วรยดึ มนั่ ควรพจิ ารณา ใหเ้หน็ วา่ ไมเ่ ทย่ี งน่าเบอ่ื หน่าย ลว้ นมคี วามแตกดบั ย่อยยบั ควรปลอ่ ยวางเสยี พระโมคคลั ลานะ ปฏบิ ตั ติ ามพระโอวาทนนั้ ก็ไดส้ าํ เรจ็ พระอรหนั ตใ์ นวนั นนั้ (คอื วนั ท่ี ๗) พระสารบี ตุ ร เมอ่ื บวชได้ ๑๕ วนั พระศาสดาประทบั อยู่ทถ่ี าํ้ สุกรขาตา ทรงแสดงธรรม แก่ปรพิ าชกผูห้ น่งึ ช่อื ทฆี นขะ อคั คเิ วสนโคตร ผูม้ ที ฏิ ฐแิ รง ชอบขดั แยง้ กบั ผูอ้ น่ื ซง่ึ เขา้ ไปเฝ้าเพอ่ื ทูลถามปญั หา วา่ ดูก่อน อคั คเิ วสนะ ผูร้ ูพ้ จิ ารณาเหน็ วา่ ถา้ เราจกั ถอื มนั่ ทฏิ ฐอิ ย่างใดอย่างหน่งึ วา่ สง่ิ น้เี ทา่ นนั้ จรงิ สง่ิ อน่ื เหลวไหลหาความจรงิ ไมไ่ ด้ กจ็ ะตอ้ งถอื ผดิ ไปจากคนอน่ื ทม่ี ที ฎิ ฐไิ มเ่ หมอื นกบั ตน ครนั้ ความถอื ผดิ กนั มขี ้นึ ความววิ าทเถยี งกนั ก็มขี ้นึ ครนั้ ความววิ าทมขี ้นึ ความพฆิ าตหมายมนั่ กม็ ขี ้นึ ครน้ั ความพฆิ าตมขี ้นึ ความเบยี ดเบยี นกนั ก็มขี ้นึ ผูร้ ูท้ ่านเหน็ อย่างน้ี ครน้ั รูแ้ ลว้ ย่อมละทฎิ ฐิ นน้ั เสยี ดว้ ย ไมท่ าํ ทฎิ ฐอิ น่ื ใหเ้กดิ ข้นึ ดว้ ย การละทฏิ ฐยิ ่อมมดี ว้ ยอบุ ายอย่างน้ี ทรงแสดงอบุ ายเคร่อื งไมถ่ อื มนั่ ต่อไปวา่ อคั คเิ วสนะ กายคอื ประชมุ มหาภูต รูป ๔ (ดนิ นาํ้ ลม ไฟ) มมี ารดาบดิ าเป็นแดนเกดิ เตบิ โตเพราะขา้ วสุกและขนมต่าง ๆ ไม่ เทย่ี ง เป็นทกุ ข์ เป็นของวา่ งเปลา่ ไมใ่ ช่ตน เวทนาทง้ั ๓ คอื สุข ทกุ ข์ และไมท่ กุ ขไ์ มส่ ุข ไม่ เทย่ี ง ปจั จยั แต่งข้นึ มคี วามส้นิ ไป เสอ่ื มไป ดบั ไปเป็นธรรมดา อรยิ สาวก ไดฟ้ งั อย่างน้ี ย่อม เบอ่ื หน่าย คลายกาํ หนดั ไมถ่ อื มนั่ ดว้ ยอปุ าทาน ช่อื วา่ เป็นผูห้ ลดุ พน้ ผูห้ ลดุ พน้ แลว้ อย่างน้ี
ย่อมไมว่ วิ าทโตเ้ถยี งกบั ผูใ้ ดดว้ ยทฏิ ฐขิ องตน โวหารใดเขาพดู กนั อยู่ในโลก กพ็ ดู ตามโวหารอย่างนนั้ แต่ไมถ่ อื มนั่ ดว้ ยทฏิ ฐิ สมยั นนั้ พระสารบี ตุ รนงั่ ถวายงานพดั อยู่ ณ เบ้อื งพระปฤษฎางคแ์ หง่ พระศาสดา ได้ ฟงั พระธรรมเทศนานนั้ คดิ วา่ พระศาสดาตรสั สอนใหล้ ะการถอื มนั่ ธรรมเหลา่ นนั้ ดว้ ยปญั ญาอนั รูย้ ง่ิ เมอ่ื ท่านพจิ ารณาอยู่อย่างนน้ั จติ ก็พน้ จากอาสวะ ไมถ่ อื มนั่ ดว้ ยอปุ าทาน (บรรลพุ ระอรหตั ) หลงั จากบวชได้ ๑๕ วนั ส่วนทฆี นขปรพิ าชก เป็นแต่ไดด้ วงตาเหน็ ธรรมแสดงตนเป็นอบุ าสก ถงึ พระรตั นตรยั เป็นสรณะตลอดชวี ติ พระสารบี ตุ รเถระ และพระโมคคลั ลานเถระ ครน้ั สาํ เรจ็ เป็นพระอรหนั ตแ์ ลว้ พระสารบี ตุ ร ไดเ้ป็นอคั รสาวกเบ้อื งขวา เลศิ ทางปญั ญา พระโมคคลั ลานะ ไดเ้ป็นพระอคั รสาวกเบ้อื งซา้ ย เลศิ ทางมี ฤทธ์ิ เป็นกาํ ลงั สาํ คญั ในการช่วยพระศาสดาประกาศพระศาสนา พระศาสดา ทรงประดษิ ฐานพระพทุ ธศาสนาในแควน้ มคธอย่างน้แี ลว้ เสดจ็ จารกิ ไปมา ในชนบทนนั้ ๆ ทรงแสดงธรรมเทศนาสงั่ สอนประชมุ ชนใหไ้ ดค้ วามเช่อื ความเลอ่ื มใส แลว้ ปฏบิ ตั ิ ตาม ออกบวชในพระธรรมวนิ ยั เป็นภกิ ษุบา้ ง เป็นภกิ ษุณีบา้ ง คงอยู่ในฆราวาสเป็นอบุ าสกบา้ ง อบุ าสกิ าบา้ ง รวมเขา้ เป็นพทุ ธบรษิ ทั ๔ เหลา่ ประกาศพระศาสนาใหแ้ พร่หลายเพอ่ื สมพทุ ธปณิธาน ทไ่ี ดท้ รงตง้ั ไวเ้ดมิ
มชั ฌมิ โพธกิ าล ปรจิ เฉทท่ี ๙ ทรงบาํ เพญ็ พทุ ธกจิ ในมคธชนบท ประทานอปุ สมบทแกพ่ ระมหากสั สปะ คราวหน่งึ พระศาสดาเสดจ็ จารกิ โปรดประชาชนในมคธชนบท ประทบั อยู่ทใ่ี ตร้ ่มไทร เรยี กวา่ พหปุ ตุ ตกนโิ ครธ ระหวา่ งกรุงราชคฤหแ์ ละเมอื งนาลนั ทาต่อกนั ในเวลานน้ั ปิปผลมิ าณพ กสั สปโคตร มคี วามเบอ่ื หน่ายในการครองเรอื น ละฆราวาสถอื เพศเป็นบรรพชติ ออกบวชอทุ ศิ พระ อรหนั ตใ์ นโลก จารกิ มาถงึ ทน่ี น้ั เหน็ พระศาสดา มคี วามเลอ่ื มใสเขา้ ไปเฝ้า รบั เอาพระองคเ์ ป็น ศาสดาของตน ทรงรบั เป็นภกิ ษุในพระธรรมวนิ ยั ดว้ ย ประทานโอวาท ๓ ขอ้ วา่ ๑. กสั สปะ ท่านพงึ ศึกษาวา่ เราจกั เขา้ ไปตง้ั ความละอายและความยาํ เกรงในภกิ ษุ ทง้ั ทเ่ี ป็นผูเ้ฒ่า ทงั้ ทเ่ี ป็นผูใ้ หม่ ทงั้ ทเ่ี ป็นปานกลาง อย่างแรงกลา้ ๒. เราจะฟงั ธรรมอย่างใดอย่างหน่งึ ซง่ึ ประกอบดว้ ยกศุ ล เราจกั เงย่ี หูลงฟงั ธรรมนน้ั พจิ ารณาเน้อื ความแหง่ ธรรมนน้ั ๓. เราจะไมล่ ะสตไิ ปในกาย คอื พจิ ารณาร่างกายเป็นอารมณ์ (กายคตาสต)ิ พระมหากสั สปะไดฟ้ งั พทุ ธโอวาทนน้ั แลว้ บาํ เพญ็ เพยี รปฏบิ ตั ติ ามในวนั ท่ี ๘ แต่ อปุ สมบทไดส้ าํ เรจ็ พระอรหตั มหาสนั นิบาตแหง่ มหาสาวก ครง้ั พระศาสดาเสดจ็ ประทบั ณ กรุงราชคฤห์ พระนครหลวงแหง่ มคธ ไดม้ กี ารประชมุ แหง่ พระสาวกคราวหน่งึ เรยี กวา่ จาตรุ งคสนั นิบาต แปลวา่ การประชมุ มอี งค์ ๔ คอื ๑. พระสาวกผูเ้ขา้ ประชมุ กนั นนั้ ลว้ นเป็นพระอรหนั ตอ์ ยู่จบพรหมจรรยแ์ ลว้ ๒. พระสาวกเหลา่ นนั้ ลว้ นเป็นเอหภิ กิ ขุ สาวกครง้ั แรกทพ่ี ระศาสดาประทานอปุ สมบทเอง ๓. พระสาวกเหลา่ นนั้ ไมไ่ ดน้ ดั หมาย ต่างมาพรอ้ มกนั เขา้ เอง ๑,๒๕๐ องค์ ๔. พระศาสดาประทานพระบรมพทุ โธวาท ซง่ึ เรยี กวา่ โอวาทปาฏโิ มกข์ ย่อหวั ใจ พระพทุ ธศาสนาแสดง
มหาสนั นบิ าตน้ี ไดม้ ขี ้นึ ทเ่ี วฬวุ นาราม ในวนั มาฆปรุ ณมี ดถิ เี พญ็ มาฆมาส คอื เดอื น ๓ เวลาบา่ ย การประชมุ น้มี ชี ่อื เลา่ ลอื มาในพระศาสนา จงึ ยกข้นึ กลา่ วเป็นพระเกยี รตขิ องพระศาสดา ในมหาปทานสูตร และเป็นอภริ กั ขติ สมยั ทท่ี าํ บูชาของวดั ทง้ั หลาย เรยี กวา่ มาฆบูชา โอวาทปาฏโิ มกขค์ าํ สอนหลกั ของศาสนา โอวาทปาฏโิ มกขน์ นั้ เป็นคาํ ประพนั ธ์ ๓ คาถาก่งึ คาถาท่ี ๑ แสดงวา่ ขนั ติ คอื ความอดทน เป็นตบะอย่างยอด ท่านผูร้ ูก้ ลา่ วนิพพานวา่ เป็นยอด บรรพชติ ผูฆ้ ่า ผูเ้บยี ดเบยี นสตั วอ์ น่ื ไมช่ อ่ื วา่ เป็นสมณะ คาถาท่ี ๒ แสดงว่า การไมท่ าํ บาปทงั้ ปวง การยงั กศุ ลใหบ้ รบิ ูรณ์ การยงั จติ ของตนใหผ้ ่องใส เป็นคาํ สอนของพระพทุ ธเจา้ ทง้ั หลาย คาถาท่ี ๓ แสดงว่า การไมพ่ ดู ขอ้ นขอดกนั การไมป่ ระหดั ประหารกนั ความสาํ รวมในพระปาฏโิ มกข์ ความรูจ้ กั ประมาณในอาหาร ความเสพทน่ี อนทน่ี งั่ อนั สงดั ความประกอบความเพยี รทางใจอย่างสูง เป็นคาํ สอนของพระพทุ ธเจา้ ทงั้ หลาย การแสดงโอวาทปาฏโิ มกขข์ องพระศาสดา ก็เพอ่ื พระสาวกผูเ้ทย่ี วสอนในพระพทุ ธศาสนา จะไดย้ กเอาธรรมขอ้ ใดขอ้ หน่งึ ข้นึ แสดงโดยเหมาะสมแก่บรษิ ทั ทา่ นกลา่ ววา่ โอวาทปาฏโิ มกขน์ ้ี พระศาสดาเองก็ตรสั แก่ภกิ ษุสงฆใ์ นอโุ บสถทกุ ก่งึ เดอื น มางดเสยี เมอ่ื ไดท้ รงอนุญาตใหภ้ กิ ษุสงฆเ์ อา สกิ ขาบททท่ี รงบญั ญตั ไิ วม้ าสวดในทป่ี ระชมุ แทน เรยี กวา่ สวดพระปาฏโิ มกข์ ทรงอนุญาตเสนาสนะ ในคราวเสดจ็ กรุงราชคฤหค์ รง้ั แรก พระเจา้ พมิ พสิ ารทรงถวายเวฬวุ นารามเป็นทป่ี ระทบั พรอ้ มดว้ ยภกิ ษุสงฆ์ สถานทน่ี น้ั คงเป็นป่าไผ่ ไมม่ อี าคารแต่อย่างใด สมดว้ ยขอ้ ความในเสนาสนะ ขนั ธกะวา่ ครงั้ พระศาสดายงั ไมไ่ ดอ้ นุญาตเสนาสนะ ภกิ ษุทงั้ หลายอยู่กนั ในป่าบา้ ง โคนไมบ้ า้ ง บน ภเู ขาบา้ ง ซอกเขาบา้ ง ในถาํ้ บา้ ง ป่าชา้ บา้ ง ทส่ี ุมทมุ พมุ่ ไมบ้ า้ ง ทแ่ี จง้ บา้ ง ลอมฟางบา้ ง วนั หน่งึ ราชคหกเศรษฐไี ปอทุ ยานแต่เชา้ เหน็ ภกิ ษุทง้ั หลายออกจากสถานทเ่ี หลา่ นน้ั ดว้ ยกริ ยิ าอาการน่าเลอ่ื มใส จงึ ถามวา่ ถา้ เขาทาํ วหิ ารถวาย จะอยู่ในวหิ ารไดไ้ หม ภกิ ษุทง้ั หลายตอบ
วา่ พระศาสดายงั ไมท่ รงอนุญาต เขาขอใหก้ ราบทูลถามแลว้ บอกแก่เขา ภกิ ษุทงั้ หลายไดท้ าํ ตามนน้ั พระศาสดาทรงอนุญาตทน่ี งั่ ทน่ี อน ๕ ชนดิ คอื วหิ าร ๑ อทั ฒโยค ๑ ปราสาท ๑ หมั มยิ ะ ๑ คหุ า ๑ วหิ าร คอื กฏุ ธิ รรมดา อทั ฒโยค คอื เพงิ ปราสาท คอื เรอื นชน้ั เช่น ตกึ แถว หมั มยิ ะ คอื ทอ่ี ยู่ก่อดว้ ยอฐิ หรอื ดนิ เหนยี ว โดยหาสง่ิ อน่ื มาทาํ หลงั คา คหุ า คอื ถาํ้ ทวั่ ไป ทรงแสดงวธิ ที าํ ปพุ พเปตพลี พระเจา้ พมิ พสิ าร ทรงทาํ ปพุ พเปตพลี คอื การทาํ บญุ อทุ ศิ บรรพบรุ ุษ ภายหลงั จาก พระองคท์ รงนบั ถอื พระพทุ ธศาสนาแลว้ ในวนั ทรงทาํ ปพุ พเปตพลี ทรงทูลเชญิ สมเดจ็ พระศาสดา พรอ้ มดว้ ยพระภกิ ษุสงฆไ์ ปทรงองั คาสทพ่ี ระราชนเิ วศน์ พระสงฆฉ์ นั เสรจ็ แลว้ ทรงบรจิ าคไทยธรรม ต่าง ๆ รวมทงั้ ผา้ ดว้ ยแก่พระภกิ ษุสงฆ์ แลว้ ทรงอทุ ศิ บรุ พบดิ ร คอื บรรพบรุ ุษผูล้ ว่ งลบั วายชนม์ พระศาสดาทรงอนุโมทดว้ ยคาถา มคี าํ วา่ อทาสิ เม อกาสิ เม เป็นตน้ แปลวา่ ญาตกิ ด็ ี มติ รก็ดี ระลกึ ถงึ อปุ การะอนั ทา่ นทาํ แลว้ ในกาลก่อนวา่ ทา่ นไดใ้ หส้ ง่ิ น้แี ก่เรา ไดท้ าํ สง่ิ น้ีแก่ เรา เป็นญาติ เป็นมติ ร เป็นสขา (สหาย) ของเรา พงึ ใหท้ กั ษณิ า เพอ่ื ชนผูล้ ว่ งลบั ไปแลว้ ไมพ่ งึ ทาํ การรอ้ งไห้ เศรา้ โศก ราํ พนั ถงึ (เพยี งอย่างเดยี ว) เพราะการอย่างนน้ั ไมเ่ ป็นไปเพอ่ื ประโยชนแ์ ก่ ญาตผิ ูล้ ว่ งลบั ไป แต่ญาตทิ งั้ หลายกม็ กั เป็นอย่างน้ี (คอื รอ้ งไห้ เป็นตน้ ) สว่ นทกั ษณิ าน้ที ท่ี า่ น ทงั้ หลายบรจิ าคในสงฆ์ ย่อมสาํ เรจ็ ประโยชนแ์ ก่ญาตผิ ูล้ ว่ งลบั ไปแลว้ นนั้ โดยพลนั ท่านทงั้ หลาย (ชอ่ื วา่ ) ไดแ้ สดงออกซง่ึ ญาตธิ รรมดว้ ย ไดท้ าํ บูชาญาตผิ ูล้ ว่ งลบั อยา่ งยง่ิ ดว้ ย ไดเ้พม่ิ กาํ ลงั ใหแ้ ก่ภกิ ษุ ทงั้ หลายดว้ ย เป็นอนั ไดบ้ ญุ ไมน่ อ้ ยเลย การทาํ ปพุ พเปตพลี ยอ่ มบาํ รุงความรกั ความนบั ถอื ในบรรพบรุ ุษของตน ใหเ้จรญิ กศุ ล สว่ นกตญั ญูกตเวทติ าเป็นทางมาแหง่ ความรุ่งเรอื งแห่งสกลุ วงศ์ พระศาสดาจงึ ไดท้ รงอนุมตั ิ ดว้ ยประการฉะน้ี ทรงมอบใหส้ งฆเ์ ป็นใหญ่ในกจิ วนั หน่งึ พระศาสดาประทบั อยู่ทว่ี หิ ารเชตวนั อารามของอนาถปิณฑกิ เศรษฐี เมอื งสาวตั ถี แควน้ โกศล มพี ราหมณช์ ราคนหน่งึ ศรทั ธามาขอบวช จงึ ทรงมอบใหพ้ ระสารบี ตุ รบวชให้ โดยทาํ พธิ เี ป็นการสงฆ์ ในมธั ยมชนบทตอ้ งประชมุ ภกิ ษุ ๑๐ รูป ในปจั จนั ตชนบทมพี ระนอ้ ยประชมุ ภกิ ษุ ๕ รูป ภกิ ษุรูปหน่งึ เป็นพระอปุ ชั ฌาย์ คอื เป็นผูร้ บั รอง (รบั ผดิ ชอบ) ผูจ้ ะอปุ สมบท รูปหน่งึ ประกาศสงฆใ์ หร้ ูเ้ร่อื ง แต่ในปจั จบุ นั น้นี ยิ มใช้ ๒ รูป เรยี กวา่ กรรมวาจาจารย์ กบั อนุสาวนาจารย์ แต่ชาวบา้ นมกั เรยี กวา่ คู่สวด ครนั้ ประกาศสงฆใ์ หร้ ูเ้ร่อื ง ๓ ครงั้ ถา้ ไมม่ ภี กิ ษุคดั คา้ น ผูน้ น้ั ชอ่ื
วา่ เป็นภกิ ษุ ถา้ ถกู คดั คา้ นแมเ้สยี งเดยี วเป็นอนั ไมย่ อมรบั อปุ สมบทชนดิ น้เี รยี ก ญตั ตจิ ตตุ ถกรรม อปุ สมั ปทา แปลวา่ อปุ สมบทดว้ ยการสงฆ์ มวี าจาประกาศเป็นท่ี ๔ เมอ่ื ทรงอนุญาตวธิ อี ปุ สมบทน้ี แลว้ ทรงยกเลกิ การอปุ สมบทแบบไตรสรณคมนท์ ท่ี รงอนุญาตไวเ้ดมิ ทรงสอนพระศาสนาผ่อนลงมาถงึ คดีโลก วนั หน่งึ พระศาสดาเสดจ็ ไปบณิ ฑบาตในพระนครราชคฤห์ พบชายหนุ่มคนหน่งึ ช่อื สงิ คารมาณพ กาํ ลงั ไหวท้ ศิ อยู่จงึ ตรสั ถาม เขาทูลวา่ ไหวท้ ศิ พระเจา้ ขา้ บดิ าของขา้ พระองคก์ ่อน ตายไดส้ งั่ เอาไว้ ขา้ พระองคเ์ คารพคาํ สงั่ ของท่านจงึ ไหวท้ ศิ พระพทุ ธองคต์ รสั แก่เขาวา่ ในแวดวงของอารยชน เขาไมไ่ หวท้ ศิ ตะวนั ออก ทศิ ตะวนั ตก เป็นตน้ อย่างน้หี รอก เขาไหวท้ ศิ ๖ แต่ก่อนจะไหวท้ ศิ ตอ้ งทาํ กจิ เบ้อื งตน้ ใหส้ มบูรณด์ ว้ ย คอื ตอ้ ง เวน้ กรรมกเิ ลส ๔ ไมท่ าํ บาปกรรมเพราะอคติ ๔ และไมเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั อบายมขุ ๖ ต่อจากนน้ั จงึ ไหว้ ทศิ ๖ คอื ๑. ทศิ บูรพา อนั เป็นทศิ เบ้อื งหนา้ ไดแ้ ก่ มารดา บดิ า ๒. ทศิ ทกั ษณิ อนั เป็นทศิ เบ้อื งขวา ไดแ้ ก่ อาจารย์ ๓. ทศิ ปจั จมิ อนั เป็นทศิ เบ้อื งหลงั ไดแ้ ก่ บตุ รภรรยา ๔. ทศิ อดุ ร อนั เป็นทศิ เบ้อื งซา้ ย ไดแ้ ก่ มติ รอมาตย์ ๕. ทศิ เบ้อื งลา่ ง ไดแ้ ก่ บา่ วและลูกจา้ ง ๖. ทศิ เบ้อื งบน ไดแ้ ก่ สมณพราหมณ์ ส่วนความละเอยี ดแห่งเทศนาน้ี มอี ยู่ในวชิ าธรรมแผนกคหิ ปิ ฏบิ ตั ิ ทรงแสดงวธิ ที าํ เทวตาพลี ครงั้ หน่งึ พระศาสดาเสดจ็ จารกิ ไปถงึ บา้ นปาฏลคิ าม แควน้ มคธ คราวนนั้ สุนธี พราหมณ์ และวสั สการพราหมณ์ มหาอาํ มาตยม์ คธ มาอยู่ทน่ี นั่ กาํ ลงั สรา้ งนครเพอ่ื ป้องกนั ชาววชั ชี สองอาํ มาตยน์ น้ั มาเฝ้า เชญิ เสดจ็ รบั ภตั ตาหารทเ่ี มอื งใหมน่ นั้ พรอ้ มดว้ ยภกิ ษุสงฆ์ เมอ่ื พระสงฆ์ ฉนั เสรจ็ แลว้ พระศาสดาทรงอนุโมทนาดว้ ยคาถา มคี าํ วา่ ยสฺมึ ปเทเส กมเฺ ปติ วาสํ ปณฺฑติ ชาตโิ ย เป็นตน้ มคี วามวา่ กลุ บตุ รผูม้ ชี าตแิ ห่งบณั ฑติ สาํ เร็จการอยู่ในประเทศใด พงึ นมิ นตพ์ รหมจารี ผู ้ มศี ีลสาํ รวมดใี หฉ้ นั ณ ทน่ี น้ั แลว้ อทุ ศิ ทกั ษณิ าเพอ่ื เทวดาผูส้ ถติ ย์ ณ ทน่ี นั้ เทวดาทงั้ หลายนนั้ อนั กลุ บตุ รนนั้ บูชาแลว้ ย่อมบูชาตอบ อนั กลุ บตุ รนนั้ นบั ถอื แลว้ ย่อมนบั ถอื ตอบ แต่นนั้ ย่อม อนุเคราะหก์ ลุ บตุ รนน้ั ดว้ ยเมตตา ดจุ มารดากบั บตุ ร กลุ บตุ รนนั้ อนั เทวดาอนุเคราะหแ์ ลว้ ยอ่ มเหน็ (ได)้ ผลอนั เจรญิ ทกุ เมอ่ื
ปจั ฉิมโพธกิ าล ปลงอายสุ งั ขาร เมอ่ื พระศาสดาตรสั รูแ้ ลว้ และไดเ้สดจ็ พระพทุ ธดาํ เนนิ สญั จรสงั่ สอนเวไนยสตั วใ์ นคาม นคิ ม ชนบท ราชธานี มเี มอื งราชคฤห์ แควน้ มคธ เป็นตน้ จนประดษิ ฐานพระพทุ ธศาสนามี ภกิ ษุ ภกิ ษุณี อบุ าสก และอบุ าสกิ า ซง่ึ เรยี กวา่ บรษิ ทั ๔ นบั เวลาแต่อภสิ มั โพธสิ มยั ลว่ งได้ ๔๔ พรรษา ครนั้ ณ พรรษากาลท่ี ๔๕ เสดจ็ จาํ พรรษา ณ บา้ นเวฬวุ คาม เขตพระนครไพสาลี ทรง บาํ เพญ็ พทุ ธกจิ จนเวลาลว่ งไปถงึ เดอื นท่ี ๓ แห่งฤดูเหมนั ต์ อนั ไดแ้ ก่ มาฆมาส (เดอื น ๓) วนั บรุ ณมี ทรงปลงอายุสงั ขาร ณ ปาวาลเจดยี ว์ า่ อกี ๓ เดอื นต่อแต่น้ไี ปตถาคตจกั ปรนิ พิ พาน ทรงแสดงอภญิ ญาเทสติ ธรรม เมอ่ื พระศาสดาประทบั อยู่ทก่ี ูฏาคารศาลาป่ามหาวนั ตรสั ประทานโอวาทสอนภกิ ษุสงฆด์ ว้ ย อภญิ ญาเทสติ ธรรมวา่ ธรรมทงั้ หลายทเ่ี ราแสดงดว้ ยปญั ญายง่ิ คอื สตปิ ฏั ฐาน ๔ สมั มปั ปธาน ๔ อทิ ธบิ าท ๔ อนิ ทรยี ์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ มรรคมอี งค์ ๘ ช่อื อภญิ ญาเทสติ ธรรม ทา่ นทงั้ หลายพงึ เรยี นใหด้ ี และสอ้ งเสพเจรญิ ทาํ ใหม้ ากในสนั ดานเถดิ ทรงแสดงอรยิ ธรรม ๔ ประการ เมอ่ื พระศาสดาประทบั อยู่ ณ บา้ นภณั ฑคุ าม ทรงแสดงธรรมแก่ภกิ ษุสงฆว์ า่ เพราะไม่ หยงั่ รูธ้ รรม ๔ ประการ คอื ศีล สมาธิ ปญั ญา และวมิ ตุ ติ อนั เป็นอรยิ ธรรม น้แี ลเป็นเหตุ เราและทา่ นทง้ั หลาย จงึ ไดท้ ่องเทย่ี วไปในกาํ เนดิ และคติ ส้นิ กาลนาน นกั อย่างน้ี แต่บดั น้เี ราและท่านทงั้ หลายไดต้ รสั รูธ้ รรมทงั้ ๔ นนั้ แลว้ ตดั ตณั หาได้ ภพใหมจ่ งึ ไมม่ ี ทรงแสดงมหาปเทส ฝ่ ายพระสูตร ๔ เมอ่ื พระศาสดาประทบั อยู่ ณ อานนั ทเจดยี ์ ในเขตโภคนคร ตรสั เทศนามหาปเทส ๔ ฝ่ายพระสูตรวา่ ถา้ มผี ูม้ าอา้ งพระศาสดา สงฆ์ คณะ หรอื บคุ คล แลว้ แสดงวา่ น้ธี รรม น้วี นิ ยั น้สี ตั ถศุ าสน์ อย่าด่วนรบั หรอื ปฏเิ สธ พงึ สอบดูกบั พระสูตรและพระวนิ ยั ถา้ ไมต่ รงกนั พงึ เขา้ ใจวา่ นนั่ ไมใ่ ช่คาํ สอนของพระผูม้ พี ระภาคเจา้ ถา้ ตรงกนั พงึ ทราบวา่ นนั่ เป็นคาํ สอนของพระผูม้ พี ระภาคเจา้ มหาปเทส แปลวา่ ทอ่ี า้ งใหญ่
นายจุนทะถวายปจั ฉิมบณิ ฑบาต ครนั้ ใกลถ้ งึ วนั ปรนิ พิ พาน ตามทท่ี รงปลงอายุสงั ขารไว้ สมเดจ็ พระโลกนาถพรอ้ มภกิ ษุ สงฆพ์ ทุ ธบรวิ าร ไดเ้สดจ็ ถงึ ปาวานคร ประทบั อยู่ ณ อมั พวนั สวนมะมว่ งของนายจนุ ทะ บตุ ร ช่างทอง นายจนุ ทะทราบขา่ ว จงึ ไปเฝ้า ฟงั ธรรมเทศนาแลว้ กราบทูลเชญิ เสดจ็ เพอ่ื ทรงรบั ภตั ตาหารในวนั รุ่งข้นึ ทรงรบั นมิ นตแ์ ละเสดจ็ ไปตามนน้ั ซง่ึ วนั นนั้ เป็นวนั ก่อนวนั ปรนิ พิ พานหน่งึ วนั (ข้นึ ๑๔ คาํ่ ) นายจนุ ทะไดถ้ วายสูกรมทั วะแก่พระศาสดา ทรงรบั สงั่ ใหถ้ วายเฉพาะพระองค์ เท่านน้ั สว่ นภกิ ษุสงฆใ์ หถ้ วายอาหารอย่างอน่ื และใหเ้อาสูกรมทั วะทเ่ี หลอื จากทเ่ี สวยฝงั เสยี ในบอ่ หลงั จากทรงเสวยสูกรมทั วะไดท้ รงประชวรลงพระโลหติ เกดิ เวทนากลา้ ใกลต้ ่อมรณทกุ ข์ จงึ ตรสั เรยี ก พระอานนทม์ าวา่ จกั เสดจ็ เมอื งกสุ นิ ารา พระอานนทไ์ ดป้ ฏบิ ตั ติ ามนน้ั ผิวกายพระตถาคตผ่องใสย่งิ ๒ กาล ระหวา่ งทางเสดจ็ ไปเมอื งกสุ นิ ารา บตุ รแหง่ มลั ลกษตั รยิ น์ ามวา่ ปกุ กสุ ะ เป็นสาวกของ อาฬารดาบส กาลามโคตร ไดถ้ วายผา้ คู่สงิ ควิ รรณ ตรสั ใหถ้ วายพระอานนทผ์ นื หน่งึ เมอ่ื ปกุ กสุ ะ หลกี ไปแลว้ พระอานนทไ์ ดถ้ วายผา้ ของทา่ นแก่พระศาสดา ทรงนุ่งผนื หน่งึ ห่มผนื หน่งึ พรรณแห่ง ผวิ พระกายผดุ ผอ่ งยง่ิ นกั สมดงั ทต่ี รสั วา่ ดูก่อนอานนท์ กายแห่งพระตถาคตย่อมบรสิ ุทธ์ิ ผวิ พรรณ ผดุ ผ่องยง่ิ ๒ เวลา คอื ในราตรที จ่ี ะตรสั รู ้ ๑ ในราตรที จ่ี ะปรนิ พิ พาน ๑ บณิ ฑบาตทาน ๒ คราว มีผลเสมอกนั ลาํ ดบั นน้ั พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ไดต้ รสั แก่พระอานนทว์ า่ ดูก่อนอานนทบ์ ณิ ฑบาต ๒ อย่างน้ี มผี ลเท่ากนั มอี านสิ งสม์ ากกวา่ บณิ ฑบาตอย่างอน่ื คอื บณิ ฑบาตทต่ี ถาคตบรโิ ภคแลว้ ไดต้ รสั รู ้ ๑ บณิ ฑบาตทต่ี ถาคตบรโิ ภคแลว้ ปรนิ พิ พาน ๑ ประทมอนุฏฐานไสยา ครง้ั นน้ั สมเดจ็ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ พรอ้ มดว้ ยภกิ ษุสงฆ์ เสดจ็ พทุ ธดาํ เนนิ ขา้ มแมน่ าํ้ หริ ญั ญวดี ถงึ เมอื งกสุ นิ าราบรรลถุ งึ สาลวนั ตรสั สงั่ พระอานนทว์ า่ เธอจงแต่งตง้ั ปูลาดซง่ึ เตยี ง ใหม้ ี เบ้อื งศีรษะ ณ ทศิ อดุ ร ณ ระหวา่ งแหง่ ไมร้ งั ทง้ั คู่ เราเป็นผูเ้หน็ดเหน่อื ยนกั จกั นอนระงบั ความลาํ บาก พระเถระไดท้ าํ ตามพทุ ธอาณตั โิ ดยเคารพ สมเดจ็ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ทรงสาํ เร็จสหี ไสยาโดยขา้ งเบ้อื ง ขวา ตง้ั พระบาทเหลอ่ื มดว้ ยพระบาท มสี ตสิ มั ปชญั ญะ แต่มไิ ดม้ อี ฏุ ฐานสญั ญามนสกิ าร เพราะเหตุ เป็นไสยาอวสาน เรยี กวา่ อนุฏฐานไสยา
ขอ้ สงั เกต อนุฏฐานไสยา การนอนโดยไมม่ สี ญั ญามนสกิ ารวา่ จะเสดจ็ ลกุ ข้นึ อฏุ ฐาน ไสยา การนอนโดยมสี ญั ญามนสกิ ารวา่ จะเสดจ็ ลกุ ข้นึ ทรงประทบั โดยขา้ งเบ้อื งขวา ตงั้ พระบาท เหลอ่ื มกนั ทง้ั ๒ อย่าง ไมม่ คี วามต่างกนั ทรงปรารภสกั การบูชา สมยั นนั้ เทวดาทงั้ หลายไดบ้ ูชาสกั การะพระศาสดา ดว้ ยเคร่อื งบูชา มดี อกไม้ ของ หอม ดนตรที พิ ย์ สงั คตี ทพิ ย์ เป็นตน้ มากมาย ทรงทราบดว้ ยจกั ษุทพิ ยแ์ ละทพิ ยโสต จงึ ตรสั แก่ พระอานนทว์ า่ พระตถาคตเจา้ ไมช่ ่อื วา่ อนั บรษิ ทั สกั การะนบนอบ นบั ถอื บูชา คาํ นบั ดว้ ยสกั การะ พเิ ศษเพยี งเท่าน้ี แต่ภกิ ษุ ภกิ ษุณี อบุ าสก อบุ าสกิ า ผูป้ ฏบิ ตั สิ มควรแก่ธรรม ปฏบิ ตั ชิ อบยง่ิ ประพฤติ ธรรมสมควรแลว้ จงึ ชอ่ื วา่ สกั การะ เคารพ นบนอบ นบั ถอื พระตถาคตเจา้ ดว้ ยบูชาอย่างยง่ิ ทรงแสดงสงั เวชนียสถาน ๔ ตาํ บล ครงั้ นนั้ พระโลกนาถทรงแสดงสถาน ๔ ตาํ บลแก่พระอานนทว์ า่ เป็นทค่ี วรจะดู ควร จะเหน็ คอื ๑. สถานทพ่ี ระตถาคตประสูติ ๒. สถานทพ่ี ระตถาคตตรสั รู ้ ๓. สถานทพ่ี ระตถาคตแสดงพระธรรมจกั ร ๔. สถานทพ่ี ระตถาคตปรนิ พิ พาน ทรงแสดงถปู ารหบคุ คล ๔ สมเดจ็ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ทรงแสดงถปู ารหบคุ คล คอื ผูค้ วรแก่การประดษิ ฐานพระสถปู ๔ ประเภท คอื ๑. พระอรหนั ตสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ๒. พระปจั เจกพทุ ธเจา้ ๓. พระอรหนั ตสาวก ๔. พระเจา้ จกั รพรรดริ าช
โปรดสภุ ทั ทปรพิ าชก สมยั นนั้ ปรพิ าชกผูห้ น่งึ ช่อื สุภทั ทะ อาศยั อยู่ ณ เมอื งกสุ นิ ารา มคี วามสงสยั มานาน วา่ ครูทง้ั ๖ คอื ปูรณกสั สป มกั ขลโิ คศาล อชติ เกสกมั พล ปกทุ ธกจั จายนะ สญั ชยเวลฎั ฐบตุ ร นคิ รนถนาฏบตุ ร ซง่ึ คนเป็นอนั มากสมมตกิ นั วา่ เป็นผูป้ ระเสรฐิ ทงั้ ๖ ทา่ นไดต้ รสั รูจ้ รงิ หรอื ไม่ จงึ เขา้ ไปเฝ้าพระศาสดาเพอ่ื ทูลถามปญั หานนั้ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ตรสั แก่เขาวา่ อรยิ มรรคมอี งค์ ๘ ไมม่ ใี นธรรมวนิ ยั ใด สมณะท่ี ๑ (คอื พระโสดาบนั ) สมณะท่ี ๒ (คอื พระสกทิ าคาม)ี สมณะท่ี ๓ (คอื พระอนาคาม)ี สมณะท่ี ๔ (คอื พระอรหนั ต)์ ย่อมไมม่ ใี นธรรมวนิ ยั นน้ั สุภทั ทปรพิ าชกไดท้ ูลขออปุ สมบท จงึ ทรงมอบหมายใหพ้ ระอานนทว์ า่ ถา้ กระนน้ั ทา่ น ทง้ั หลายจงใหส้ ุภทั ทะบวชเถดิ พระอานนทไ์ ดท้ าํ ตามพทุ ธประสงค์ สุภทั ทปรพิ าชก ชอ่ื วา่ ไดอ้ ปุ สมบท ในสาํ นกั แห่งพระผูม้ พี ระภาคเจา้ ไมน่ านนกั กไ็ ดบ้ รรลอุ รหตั ผล ทรงตง้ั พระธรรมวนิ ยั เป็นศาสดา ลาํ ดบั นน้ั สมเดจ็ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ตรสั เรยี กพระอานนทใ์ หเ้ป็นผูร้ บั เทศนา ประทาน โอวาทแก่ภกิ ษุบรษิ ทั เพอ่ื จะใหม้ คี วามเคารพต่อพระธรรมวนิ ยั ตง้ั ไวใ้ นทแ่ี หง่ พระศาสดาวา่ ดูก่อนอานนท์ ความดาํ รดิ งั น้ี จะพงึ มบี า้ งแก่ท่านทง้ั หลายวา่ ศาสนามศี าสดาลว่ งแลว้ พระศาสดา แหง่ เราทง้ั หลายไมม่ ี ดูก่อนอานนท์ ท่านทงั้ หลายไมพ่ งึ เหน็ อย่างนนั้ ธรรมก็ดี วนิ ยั กด็ ี อนั ใด อนั เราไดแ้ สดงแลว้ ไดบ้ ญั ญตั ไิ วแ้ ลว้ แก่ท่านทง้ั หลาย ธรรมและวนิ ยั นน้ั จกั เป็นศาสดาแหง่ ท่าน ทงั้ หลาย โดยกาลทล่ี ว่ งไปแลว้ แห่งเรา ปจั ฉิมโอวาท ลาํ ดบั นน้ั สมเดจ็ พระผูม้ พี ระภาคเจา้ ตรสั เรยี กภกิ ษุทง้ั หลายมา ประทานปจั ฉิมโอวาท วา่ ดูก่อนภกิ ษุทง้ั หลาย บดั น้เี ราขอเตอื นทง้ั หลายวา่ สงั ขารทง้ั หลายมคี วามเสอ่ื มความส้นิ ไปเป็น ธรรมดา ท่านทง้ั หลายจงยงั กจิ ทงั้ ปวงอนั เป็นประโยชนต์ นและประโยชนผ์ ูอ้ น่ื ใหบ้ รบิ ูรณด์ ว้ ยไม่ ประมาทเถดิ พระวาจาน้เี ป็นทส่ี ุดของพระตถาคตเจา้ ซง่ึ รวมเอาพระโอวาททไ่ี ดป้ ระทานแลว้ ตลอด ๔๕ พรรษา ไวใ้ นความไมป่ ระมาท
ปรนิ ิพพาน หลงั จากตรสั ปจั ฉิมโอวาทแลว้ พระองคไ์ มไ่ ดต้ รสั อะไรอกี เลย ทรงทาํ ปรนิ พิ พาน บรกิ รรม (เตรยี มปรนิ พิ พาน) ดว้ ยอนุปพุ พวหิ ารสมาบตั ทิ งั้ ๙ คอื รูปฌาณ ๔ อรูปฌาณ ๔ สญั ญาเวทยติ นโิ รคสมาบตั ิ ดบั จติ สงั ขาร คอื สญั ญาและเวทนา ๑ พระพทุ ธองคไ์ ดเ้สดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พาน ในปจั ฉิมยามแหง่ ราตรวี สิ าขปรุ ณมดี ถิ เี พญ็ กลางเดอื น ๖ อปรกาล ถวายพระเพลงิ พระพทุ ธสรรี ะ เมอ่ื พระศาสดาปรนิ พิ พานได้ ๗ วนั มลั ลกษรั ยิ ท์ ง้ั หลายไดอ้ ญั เชญิ พระสรรี ะไป ประดษิ ฐาน ณ มกฏุ พนั ธนเจดยี ์ เพอ่ื ทจ่ี ะทาํ การถวายพระเพลงิ เมอ่ื พระมหากสั สปะซง่ึ เป็นสงั ฆ เถระมาถงึ จงึ ไดถ้ วายพระเพลงิ ในการถวายพระเพลงิ นนั้ หนงั เน้อื เอน็ ไขขอ้ ถกู เพลงิ เผาไหมห้ มดส้นิ ส่วน พระอฐั ิ พระเกสา พระโลมา พระนขา พระทนั ตา ทงั้ หมดยงั เหลอื อยู่ กบั ผา้ คู่หน่งึ เหลอื เป็นปกตอิ ยู่ เพอ่ื เป็นเคร่อื งหอ่ พระบรมสารรี กิ ธาตุ แจกพระบรมสารรี กิ ธาตุ พระบรมสารรี กิ ธาตขุ องพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ มี ๓ ขนาด ขนาดใหญ่เทา่ กบั เมลด็ ถวั่ เขยี วแตก (คร่งึ ) ขนาดกลางเท่ากบั เมลด็ ขา้ วสารแตก ขนาดเลก็ เท่ากบั เมลด็ ผกั กาด ขนาดใหญ่ ๕ ทะนาน ขนาดกลาง ๕ ทะนาน ขนาดเลก็ ๖ ทะนาน โทณพราหมณ์ ไดแ้ บง่ ใหก้ ษตั รยิ ์ และพราหมณท์ ม่ี าขอทา่ นละ ๒ ทะนาน เอาไปประดษิ ฐานในสถปู ณ เมอื งของตน ๘ แห่ง คอื ๑. พระนครราชคฤห์ ๒. พระนครเวสาลี ๓. พระนครกบลิ พสั ดุ์ ๔. อลั ลกปั ปนคร ๕. รามคาม ๖. นครเวฏฐทปี กะ ๗. นครปาวา ๘. นครกสุ นิ ารา ฝ่ายโทณพราหมณก์ ็ไดเ้ชญิ ตมุ พะ คอื ทะนานตวงพระธาตไุ ปก่อพระสถปู บรรจไุ ว้ มี ชอ่ื วา่ ตมุ พสถปู กษตั รยิ เ์ มอื งปิปผลวิ นั เชญิ พระองั คาร คอื เถา้ ถา่ นทถ่ี วายพระเพลงิ ไปทาํ พระสถปู บรรจุ ไว้ มชี อ่ื วา่ พระองั คารสถปู จงึ รวมพระสถปู เจดยี ส์ ถานเมอ่ื ปฐมกาล ๑๐ แห่งดว้ ยประการฉะน้ี
ประเภทแหง่ เจดีย์ ในปฐมกาล หลงั จากพระศาสดาเสดจ็ ดบั ขนั ธปรนิ พิ พานใหม่ ๆ คงมเี จดยี ์ ๒ ประเภท คอื ๑. พระสถปู ทบ่ี รรจพุ ระบรมสารรี กิ ธาตุ ๘ สว่ น ทโ่ี ทณพราหมณแ์ บง่ ให้ เรยี กวา่ ธาตเุ จดยี ์ ๒. ตมุ พสถปู องั คารสถปู และสงั เวชนยี สถาน ๔ ตาํ บล เรยี กวา่ บรโิ ภคเจดีย์ ครนั้ ต่อมา พระพทุ ธศาสนาแผ่กวา้ งออกไป พทุ ธศาสนกิ ชนหาพระธาตไุ มไ่ ด้ จงึ ไดส้ รา้ ง สถปู แลว้ นาํ เอาคมั ภรี พ์ ระธรรมไปบรรจไุ ว้ เรยี กวา่ ธรรมเจดีย์ ต่อมา เมอ่ื โลกเจรญิ ข้นึ จงึ มกี ารสรา้ งพระพทุ ธรูปข้นึ กราบไหวบ้ ูชา เรยี กวา่ อทุ เทสกิ เจดีย์ รวมทง้ั หมดจงึ เป็นเจดยี ์ ๔ ประเภท เป็นทเ่ี คารพนบั ถอื บูชาแทนองคพ์ ระศาสดา แห่ง พทุ ธศาสนกิ ชน ความเป็นมาแหง่ พระธรรมวนิ ยั สงั คายนาครง้ั ท่ี ๑ เพราะพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ ไดต้ รสั วา่ ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วนิ ยั ก็ดี อนั ใด อนั เรา แสดงแลว้ บญั ญตั ไิ วแ้ ลว้ แก่ทา่ นทงั้ หลาย ธรรมและวนิ ยั นน้ั จกั เป็นศาสดาแหง่ ทา่ นทง้ั หลาย โดยกาล ทล่ี ว่ งไปแลว้ แห่งเรา ดงั นนั้ การสงั คายนา คอื รวบรวมพระธรรมวนิ ยั ทพ่ี ระองคท์ รงแสดงไวใ้ นทน่ี นั้ ๆ ตลอดเวลา ๔๕ ปี ใหเ้ป็นหมวดหมู่ เพอ่ื เป็นหลกั ฐานในการประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ จงึ เป็นเร่อื งทจ่ี าํ เป็น เมอ่ื ถวายพระเพลงิ พระสรรี ะของพระศาสดาแลว้ ท่านพระมหากสั สปะไดน้ าํ เร่อื งหลวงตา สุภทั ทะกลา่ วลว่ งเกนิ พระธรรมวนิ ยั วา่ บดั น้พี ระสมณโคดมนพิ พานแลว้ พวกเราอยากจะทาํ อะไรกท็ าํ พดู เหมอื นกบั ไมเ่ คารพพระธรรมวนิ ยั ปรารถนาจะทาํ อะไรตามใจตนเอง โดยไมต่ อ้ งปฏบิ ตั ติ ามพระ ธรรมวนิ ยั เป็นสญั ญาณบง่ บอกถงึ อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ แก่พระพทุ ธศาสนา พระมหากสั สปะ จงึ ชกั ชวนภกิ ษุทงั้ หลายใหท้ าํ การสงั คายนาพระธรรมวนิ ยั ไดค้ ดั เลอื ก ภกิ ษุสงฆอ์ งคอ์ รหนั ต์ ๕๐๐ รูป ไปทาํ สงั คายนาทถ่ี าํ้ สตั ตบรรณคูหา ขา้ งภเู ขาเวภารบรรพต แขวง เมอื งราชคฤห์ เป็นสงั คายนาครงั้ แรก เมอ่ื พระศาสดาปรนิ พิ พานได้ ๓ เดอื น โดยมพี ระเจา้ อชาตศตั รู เป็นองคอ์ ปุ ถมั ภ์ กระทาํ อยู่ ๗ เดอื นจงึ สาํ เรจ็ สงั คายนาครง้ั ท่ี ๒ เมอ่ื พระศาสดาปรนิ พิ พานได้ ๑๐๐ ปี ภกิ ษุวชั ชบี ตุ ร ชาวเมอื งเวสาลี แสดงวตั ถุ ๑๐ ประการ อนั ผดิ พระธรรมวนิ ยั มที ง้ั บรรพชติ และคฤหสั ถเ์ หน็ ดเี หน็ ชอบดว้ ยจาํ นวนมาก ยากทจ่ี ะ
แกไ้ ข องคพ์ ระอรหนั ต์ ๗๐๐ รูป มพี ระยสกากณั ฑกบตุ รเป็นประธาน ไดป้ ระชมุ กนั ทว่ี าลกิ าราม เมอื งเวสาลี ชาํ ระวตั ถุ ๑๐ ประการ ประดษิ ฐานธรรมวงศใ์ หบ้ รสิ ุทธ์สิ บื มา ทาํ อยู่ ๘ เดอื นจงึ สาํ เรจ็ สงั คายนาครง้ั ท่ี ๓ เมอ่ื พระศาสดาปรนิ พิ พานได้ ๒๑๘ ปี ในรชั สมยั ของพระเจา้ อโศกมหาราช แห่งปาฏ ลบี ตุ ร เดยี รถยี ป์ ลอมบวชในพระพทุ ธศาสนาจาํ นวนมาก ประพฤตผิ ดิ แปลกแตกต่างไปจากพระธรรม วนิ ยั พระโมคคลั ลบี ตุ รตสิ สเถระ ไดพ้ ง่ึ ราโชปถมั ถใ์ นพระเจา้ อโศกมหาราช กาํ จดั เดยี รถยี เ์ หลา่ นนั้ ออกจากสงั ฆมณฑล แลว้ พรอ้ มดว้ ยพะอรหนั ต์ ๑,๐๐๐ องค์ ชาํ ระวาทะซง่ึ เป็นมลทนิ แหง่ พระธรรม วนิ ยั ออกไดแ้ ลว้ ประดษิ ฐานธรรมวงศใ์ หด้ าํ รงสบื มา กระทาํ อยู่ ๙ เดอื นจงึ สาํ เร็จ
คาํ ปรารมภ์ มนุษยผ์ ูเ้กดิ มาในโลกน้ี มรี ูปพรรณสณั ฐานทเ่ี ลอื กตามใจหวงั ไมไ่ ดแ้ ลว้ แต่เหตจุ ะแต่งมา ใหเ้ป็นผูม้ รี ูปร่างงามบา้ ง เลวทรามบา้ งต่าง ๆ กนั ผูใ้ ดมรี ูปงามก็เป็นทน่ี ยิ มชมช่นื ของผูท้ ไ่ี ดเ้หน็ เป็นดจุ ดอกไมท้ ม่ี สี สี ณั ฐานงาม ผูใ้ ดมรี ูปเลวทรามก็ไมเ่ ป็นทช่ี วนดูของผูแ้ ลเหน็ เช่นกบั ดอกไมม้ สี ี สณั ฐานไมง่ าม รูปงามมปี ระโยชนเ์ พยี งใหเ้ขาชมวา่ สวย ไมเ่ ป็นคณุ อะไรอกี ถา้ ดอกไมม้ ที ง้ั สี สณั ฐานก็งามทง้ั กลน่ิ กห็ อม ย่อมเป็นทพ่ี อใจรกั ใคร่ของประชมุ ชน ถา้ มแี ต่สแี ละสณั ฐานงาม แต่หากกลน่ิ หอมมไิ ด้ จะสูด้ อกไมซ้ ง่ึ มกี ลน่ิ หอม แมม้ สี ณั ฐานไมง่ าม ก็ไมไ่ ด้ ถา้ มกี ลน่ิ เหมน็ กย็ ง่ิ ซาํ้ รา้ ย ถงึ จะมสี ณั ฐานงาม กไ็ มเ่ ป็นทป่ี รารถนาของใคร ๆ ขอ้ น้มี อี ปุ มาฉนั ใด คนผูม้ รี ูปร่างงดงามมใี จดี ย่อมเป็นทน่ี ยิ มนบั ถอื ของประชมุ ชน ถงึ จะมรี ูปร่างงาม แต่ปราศจาก คณุ ธรรมในใจ จะสูค้ นทป่ี ระกอบดว้ ยคณุ ธรรม แมม้ รี ูปร่างเลวทราม ก็ไมไ่ ด้ ถา้ มใี จรา้ ยกาจ ก็ ยง่ิ ซาํ้ รา้ ย ไมม่ ใี ครพอใจจะสมาคม ถงึ จะมรี ูปร่างงามสกั ปานใด ก็ช่วยแกไ้ ขไมไ่ ด้ ขอ้ น้มี อี ปุ ไมยฉนั นน้ั รูปพรรณสณั ฐานของมนุษยเ์ ป็นมาอย่างใด ก็ตอ้ งเป็นไปอย่างนน้ั จะแกไ้ ขเปลย่ี นแปลง ไมไ่ ด้ สว่ นใจนน้ั กม็ กั เป็นไปตามพ้นื เดมิ ถงึ อย่างนน้ั ก็ยงั มที างแกไ้ ขใหด้ ไี ดด้ ว้ ยความตงั้ ใจอนั ดี จง ดูตวั อย่างของทไ่ี มห่ อมมาแต่เดมิ เขายงั อบใหห้ อมได้ แต่ธรรมดาใจนนั้ มกั ผนั แปรไมแ่ น่ไมน่ อนมนั่ คงลง ได้ นกั ปราชญม์ พี ระพทุ ธเจา้ เป็นตน้ ผูส้ งั่ สอนใหค้ นตง้ั อยู่ในคณุ ธรรม จงึ ไดก้ าํ หนดวางแบบแผนแห่ง ความประพฤตไิ วเ้ป็นหลกั ฐาน การตง้ั ใจประพฤตติ ามบญั ญตั นิ น้ั ชอ่ื วา่ ศีล ๆ นน้ั เป็นบรรทดั สาํ หรบั ใหค้ นประพฤติ ความดใี หค้ งท่ี เปรยี บเหมอื นผูแ้ รกจะเขยี นหนงั สอื ตอ้ งอาศยั เสน้ บรรทดั เป็นหลกั เขยี นไปตามนน้ั หนงั สอื ทเ่ี ขยี นจงึ จะมบี รรทดั อนั ตรง ถา้ หาไมต่ วั ก็จะคดข้นึ คดลงดงั งเู ล้อื ย เมอ่ื ชาํ นาญแลว้ ก็ เขยี นไปได้ ไมต่ อ้ งมบี รรทดั ฉนั ใด คนแรกจะประพฤตคิ วามดี ไมไ่ ดถ้ อื อะไรเป็นหลกั ใจไมม่ นั่ คง อาจเอนเอยี งลงหาทจุ รติ แมเ้พราะโมหะครอบงาํ เมอ่ื บาํ เพญ็ ศีลใหบ้ รบิ ูรณจ์ นเป็นปกติ มารยาทไดแ้ ลว้ จงึ จะประพฤตคิ ณุ ธรรมอย่างอน่ื กม็ กั ยงั่ ยนื ไมผ่ นั แปร ขอ้ น้แี ลเป็นประโยชนแ์ ห่งการบญั ญตั ศิ ีลข้นึ ความเบยี ดเบยี นกนั ในโลก ซง่ึ เป็นไปโดยกายทวารย่นลงเป็น ๓ ประการ คอื เบยี ดเบยี น ชวี ติ ร่างกายประการหน่งึ เบยี ดเบยี นทรพั ยส์ มบตั ิ ประการหน่งึ เบยี ดเบยี นประเวณี คอื ทาํ เช้อื สายของ ผูอ้ น่ื ใหผ้ ดิ ลาํ ดบั สบั สนประการหน่งึ และความประพฤตเิ สยี ดว้ ยวาจา มมี สุ าวาทกลา่ วคาํ เทจ็ เป็นทต่ี งั้ คนจะประพฤตดิ งั นน้ั ก็เพราะความประมาท และความประมาทนนั้ ไมม่ มี ลู อน่ื จะสาํ คญั ยง่ิ กวา่ ดม่ื นาํ้ เมา ซง่ึ ทาํ ใหค้ วามคดิ วปิ รติ ลงทนั ที เหตนุ นั้ นกั ปราชญท์ งั้ หลาย มพี ระพทุ ธเจา้ เป็นประธานเลง็ เหน็ เหตกุ ารณด์ งั น้ี จงึ ปญั ญตั ศิ ีลมอี งค์ ๕ คอื
๑. เวน้ จากการฆ่าสตั วม์ ชี วี ติ ๒. เวน้ จากการถอื เอาสง่ิ ของทเ่ี จา้ ของไมไ่ ดใ้ หด้ ว้ ยอาการเป็นโจร ๓. เวน้ จากการประพฤตผิ ดิ ในกาม ๔. เวน้ จากกลา่ วคาํ เทจ็ ๕. เวน้ จากการดม่ื นาํ้ เมา คอื สุราและเมรยั องคแ์ หง่ ศีลอย่างหน่งึ ๆ เรยี กวา่ สกิ ขาบท ศีลมอี งค์ ๕ จงึ เป็นสกิ ขาบท ๕ ประการ รวมเรยี กวา่ เบญจศีล ๆ น้ที า่ นบญั ญตั ขิ ้นึ โดยถกู ตอ้ งตามคลองธรรม ดว้ ยคดิ จะใหเ้ป็นประโยชนแ์ ก่กนั และกนั จงึ ไดช้ อ่ื วา่ เป็นบญั ญตั อิ นั ชอบธรรม เป็นคาํ สอนมอี ยู่ในศาสนาทด่ี ี เบญจศีลน้มี กี ลั ยาณธรรมเป็นคู่กนั แสดงไวใ้ นพระบาลที ส่ี รรเสรญิ ความประพฤตขิ อง กลั ยาณชนวา่ เป็นคนมศี ีลมกี ลั ยาณธรรม ดงั น้ี กลั ยาณธรรมในทน่ี ้ี ไดแ้ ก่ความประพฤตทิ เ่ี ป็นสว่ น ดงี าม มเี คร่อื งอดุ หนุนศีลใหย้ ่อใสยง่ิ ข้นึ ไดใ้ นสกิ ขาบททง้ั ๕ น้เี อง ๑. เมตตากรุณา ไดใ้ นสกิ ขาบททต่ี น้ ๒. สมั มาอาชวี ะ หมนั่ ประกอบการเล้ยี งชพี ในทางทช่ี อบ ไดใ้ นสกิ ขาบทท่ี ๒ ๓. ความสาํ รวมในกาม ไดใ้ นสกิ ขาบทท่ี ๓ ๔. มคี วามสตั ย์ ไดใ้ นสกิ ขาบทท่ี ๔ ๕. ความมสี ตริ อบคอบ ไดใ้ นสกิ ขาบทคาํ รบ ๕ เมอ่ื จดั วภิ าค ศีลไดแ้ ก่กริ ยิ าทเ่ี วน้ ตามขอ้ หา้ ม กลั ยาณธรรม ไดแ้ ก่ประพฤตธิ รรมทช่ี อบ มเี ป็นคู่กนั มาฉะน้ี ในทน่ี ้ี จะยกคณุ ๒ ขอ้ น้ตี งั้ เป็นกระทู ้ และพรรณนาความไปตามลาํ ดบั ดงั ต่อไปน้ี
เบญจศีล ในสกิ ขาบทท่ี ๑ แกด้ ว้ ยขอ้ หา้ ม ๓ ประการ คอื การฆ่า ๑ การทาํ รา้ ยร่างกาย ๑ การ ทรกรรมสตั วใ์ หล้ าํ บาก ๑ เพอ่ื สมแก่เหตแุ หง่ บญั ญตั สิ กิ ขาบทน้ขี ้นึ ดว้ ยเพง่ เมตตาจติ เป็นใหญ่ ในสกิ ขาบทท่ี ๒ แกด้ ว้ ยขอ้ หา้ ม ๓ ประการ คอื โจรกรรมประพฤตเิ ป็นโจร ๑ ความเล้ยี งชพี อนุโลมโจรกรรม อนั เป็นอบุ ายอดุ หนุนโจรกรรม ๑ กริ ยิ าเป็นฉายาโจรกรรมประพฤติ เคลอื บแฝง เป็นอาการแหง่ โจร ๑ เพอ่ื สมแก่เหตแุ ห่งบญั ญตั สิ กิ ขาบทน้ขี ้นึ ดว้ ยเพง่ ความประพฤติ ชอบธรรมในทรพั ยส์ มบตั ขิ องผูอ้ น่ื เป็นใหญ่ ในสกิ ขาบทท่ี ๓ แกด้ ว้ ยขอ้ หา้ มไมใ่ หป้ ระพฤตผิ ดิ ในกามทง้ั ฝ่ายชายฝ่ายหญงิ และ ประพฤตผิ ดิ ธรรมดา เพอ่ื สมแก่เหตแุ หง่ บญั ญตั สิ กิ ขาบทน้ขี ้นึ ดว้ ยเพง่ ความประพฤตไิ มผ่ ดิ ประเวณี เป็นใหญ่ ในสกิ ขาบทท่ี ๔ แกด้ ว้ ยขอ้ หา้ ม ๓ ประการ คอื มสุ า กลา่ วคาํ เทจ็ ๑ อนุโลมมสุ า กลา่ ววาจาทเ่ี ป็นตามมสุ า ๑ ปฏสิ สวะ รบั แลว้ ไมท่ าํ ตามรบั ๑ เพอ่ื สมแก่เหตแุ หง่ บญั ญตั สิ กิ ขาบทน้ขี ้นึ ดว้ ยเพง่ ความสตั ยเ์ ป็นใหญ่ ในสกิ ขาบทคาํ รบ ๕ แกด้ ว้ ยขอ้ หา้ ม ๒ ประการ คอื ดม่ื นาํ้ เมา คอื สุราและเมรยั ๑ เสพฝ่ิน กญั ชา และของเมาอย่างอน่ื อกี ๑ เพอ่ื สมแก่เหตแุ หง่ บญั ญตั สิ กิ ขาบทน้ขี ้นึ ดว้ ยเพง่ จะไมใ่ หเ้สยี ความสาํ ราญและ ความดี วริ ตั ิ ในบทน้ี แกด้ ว้ ยวริ ตั ิ คอื ความละเวน้ ขอ้ หา้ ม ๓ ประการ คอื สมั ปตั ตวริ ตั ิ ความเวน้ จากวตั ถทุ จ่ี ะพงึ ลว่ งไดอ้ นั มาถงึ เฉพาะหนา้ ๑ สมาทานวริ ตั ิ ความเวน้ ดว้ ยอาํ นาจการถอื เป็นกจิ วตั ร ๑ สมจุ เฉทวริ ตั ิ ความเวน้ ดว้ ยตดั ขาดมอี นั ไมท่ าํ อย่างนนั้ เป็นปกติ ๑ ตามภมู ขิ องคนผูป้ ฏบิ ตั ิ กลั ยาณธรรม ในสกิ ขาบทท่ี ๑ แกด้ ว้ ยเมตตากบั กรุณา ทผ่ี ูม้ ศี ีลจะพงึ แสดงเป็นพเิ ศษ ในการเผอ่ื แผ่ ใหค้ วามสุขและช่วยทกุ ขข์ องผูอ้ น่ื ในสกิ ขาบทท่ี ๒ แกด้ ว้ ยสมั มาอาชวี ะ ความหมนั่ ประกอบการหาเล้ยี งชพี ในทางท่ี ชอบ อนั เป็นเคร่อื งอดุ หนุนผูม้ ศี ีลใหม้ นั่ คงอยู่ในศีล
ในสกิ ขาบทท่ี ๓ แกด้ ว้ ยความสาํ รวมในกาม ๒ ประการ คอื สทารสนั โดษ ความยนิ ดดี ว้ ยภรรยาของตน สาํ หรบั ชาย ๑ ปตวิ ตั รความจงรกั ในสามี สาํ หรบั หญงิ ๑ อนั เป็นขอ้ ปฏบิ ตั อิ กุ ฤษฏย์ ง่ิ ข้นึ ไปกวา่ ศีล ในสกิ ขาบทท่ี ๔ แกด้ ว้ ยความมสี ตั ย์ ต่างโดยอาการ ๔ สถาน คอื ความเทย่ี งธรรมในกจิ การอนั เป็นหนา้ ท่ี ๑ ความซอ่ื ตรงต่อมติ ร ๑ ความสวามภิ กั ด์ใิ นเจา้ ของตน ๑ ความกตญั ญูในท่านผูม้ บี ญุ คณุ แก่ตน ๑ อนั อดุ หนุนผูม้ ศี ีลใหบ้ รบิ ูรณด์ ว้ ยคณุ สมบตั ยิ ง่ิ ข้นึ ในสกิ ขาบทท่ี ๕ แกด้ ว้ ยความมสี ตริ อบคอบ ต่างโดยอาการ ๔ สถาน คอื ความรูจ้ กั ประมาณในอาหารทจ่ี ะพงึ บรโิ ภค ๑ ความไมเ่ ลนิ เลอ่ ในการงาน ๑ ความมสี มั ปชญั ญะใน การประพฤตติ วั ๑ ความไมป่ ระมาทในธรรม ๑ อนั เป็นคณุ พเิ ศษประดบั ผูม้ ศี ีลใหม้ คี วามประพฤตดิ ี งามข้นึ ขอ้ เหลา่ น้มี พี รรณนาโดยพสิ ดารไปตามลาํ ดบั ในบทขา้ งหนา้
เบญจศีล ปาณาตปิ าตา เวรมณี สกิ ขาบทท่ี ๑ สกิ ขาบทน้ี ( ปาณาตปิ าตา เวรมณี ) แปลวา่ เวน้ จากการทาํ สตั วม์ ชี วี ติ ใหต้ กลว่ ง คอื เวน้ จากการฆ่าสตั วม์ ชี วี ติ สตั ว์ ประสงคท์ ง้ั มนุษยแ์ ละเดยี รฉานทย่ี งั เป็นอยู่ตงั้ แต่อยู่ในครรภจ์ นถงึ แก่เฒ่า สกิ ขาบทน้ี บญั ญตั ขิ ้นึ ดว้ ยหวงั จะใหป้ ลูกเมตตาจติ ในสตั วท์ กุ จาํ พวก เมอ่ื เพง่ เมตตาจติ เป็นใหญ่ ดงั นนั้ จงึ ไมใ่ ช่เฉพาะการฆ่าใหต้ ายเท่านนั้ แมก้ ารทาํ รา้ ย ร่างกายและการทรกรรม ก็ถกู หา้ มตามสกิ ขาบทน้ดี ว้ ย การฆ่า การฆ่า ไดแ้ ก่การทาํ ใหต้ าย โดยวตั ถุ คอื ผูถ้ กู ฆ่า มี ๒ อย่าง คอื ฆ่ามนุษย์ ๑ ฆ่าเดยี รฉาน ๑ โดยเจตนา คอื ความตงั้ ใจของผูฆ้ ่า มี ๒ อย่าง คอื จงใจฆ่า ๑ ไมจ่ งใจฆ่า ๑ การฆา่ สาํ เรจ็ ดว้ ยประโยค ( ความพยายาม ) ๒ อย่าง คอื ฆ่าเอง ๑ ใชใ้ หผ้ ูอ้ น่ื ฆ่า ๑ การใชใ้ หผ้ ูอ้ น่ื ฆา่ ทงั้ ผูใ้ ช้ และผูร้ บั ใชม้ โี ทษ ( ความผดิ ) ฐานฆ่า ทงั้ ฝ่ายศาสนาและ ฝ่ายอาณาจกั ร กรรมหนกั หรอื กรรมเบา การฆ่า จดั เป็นกรรมหนกั หรอื เบา เพราะวตั ถุ เจตนา และประโยค วตั ถุ คอื ผูถ้ กู ฆ่า การฆ่าผูบ้ รสิ ุทธ์ไิ มม่ คี วามผดิ และผูม้ คี ณุ ต่อตน เช่นบดิ ามารดาหรอื ผู ้ มคี ณุ ธรรมต่อสงั คม เช่นพระพทุ ธเจา้ เป็นตน้ มโี ทษมาก เจตนา คอื ความตงั้ ใจของผูฆ้ ่า การฆ่าดว้ ยอาํ นาจของกเิ ลส เช่นมจิ ฉาทฏิ ฐิ ไมเ่ ช่อื วา่ บาปมจี รงิ ฆ่าดว้ ยอาํ นาจความโลภ เช่นรบั จา้ งฆ่าคน ฆ่าดว้ ยอาํ นาจความพยาบาท เช่น โกรธ พอ่ แม่ แลว้ ฆ่าเดก็ ไรเ้ดยี งสา ฆ่าไมม่ เี หตผุ ล เช่น โกรธนกั เรยี นคนหน่งึ ต่อมาพบนกั เรยี น โรงเรยี นนนั้ ซง่ึ เขาไมร่ ูเ้ร่อื งอะไร กฆ็ ่าเขา เป็นตน้ มโี ทษมาก ประโยค คอื ความพยายามในการฆ่า การทรมานใหไ้ ดร้ บั ความเจบ็ ปวดมาก ๆ แลว้ จงึ ฆ่าใหต้ าย ทเ่ี รยี กวา่ ฆ่าใหต้ ายทลี ะนอ้ ย มโี ทษมาก
การทาํ รา้ ยรา่ งกาย การทาํ รา้ ยรา่ งกาย หมายถงึ การทาํ รา้ ยผูอ้ น่ื โดยการทาํ ใหพ้ กิ าร เสยี โฉม หรอื เจบ็ ลาํ บาก แต่ไมถ่ งึ แก่ชวี ติ ทาํ ใหพ้ กิ าร คอื ทาํ ใหเ้สยี อวยั วะเป็นเคร่อื งใชก้ าร เช่นทาํ ใหเ้สยี นยั นต์ า เสยี แขน เสยี ขา เป็นตน้ ทาํ ใหเ้ สยี โฉม คอื ทาํ ร่างกายใหเ้สยี รูป เสยี งาม ไมถ่ งึ พกิ าร เช่นใชม้ ดี หรอื ไมก้ รดี หรอื ตที ใ่ี บหนา้ ใหเ้ป็นแผลเป็น เป็นตน้ ทาํ ใหเ้ จบ็ ลาํ บาก คอื ทาํ รา้ ยไมถ่ งึ เสยี โฉม เป็นแต่เสยี ความสาํ ราญ การทาํ รา้ ยรา่ งกายทง้ั หมดน้ี เป็นอนุโลมปาณาตบิ าต ถกู หา้ มดว้ ยสกิ ขาบทน้ี ทรกรรม ขอ้ น้ี จะกลา่ วเฉพาะเดยี รฉาน เพราะมนุษยไ์ มเ่ ป็นวตั ถอุ นั ใคร ๆ จะพงึ ทรกรรมไดท้ วั่ ไป ทรกรรม หมายความวา่ ประพฤตเิ ห้ยี มโหดแก่สตั ว์ ไมป่ ราณี ดงั จะช้ตี วั อย่าง ใหเ้หน็ ตามทจ่ี ดั เป็นแผนกดงั น้ี ใชก้ าร หมายถงึ ใชส้ ตั วไ์ มม่ ปี ราณี ปลอ่ ยใหอ้ ดอยากซูบผอม ไมใ่ หก้ นิ ไมใ่ หน้ อน ไมใ่ หห้ ยุดพกั ผ่อนตามกาล ขณะใชง้ านกเ็ ฆ่ยี นตี ทาํ รา้ ยร่างกายโดยไมม่ เี มตตาจติ หรอื ใชก้ าร เกนิ กาํ ลงั ของสตั ว์ เช่นใหเ้ขน็ ภาระอนั หนกั เหลอื เกนิ เป็นตน้ จดั เป็นทรกรรมในการใชก้ าร กกั ขงั หมายถงึ กกั ขงั ใหอ้ ดอยาก อดิ โรย หรอื ผูกรดั ไวจ้ นไมส่ ามารถจะผลดั เปลย่ี น อริ ยิ าบถได้ จดั เป็นทรกรรมในการกกั ขงั นําไป พงึ เหน็ ในการผูกมดั เป็ด ไก่ สุกร ห้วิ หามเอาศีรษะลง เอาเทา้ ข้นึ ผูท้ าํ เช่นน้จี ดั เป็นทรกรรมในการนาํ ไป เลน่ สนุก พงึ เหน็ ในการท้งึ ปีก ท้งึ ขาของสตั ว์ มตี กั ๊ แตน และจ้งิ หรดี เป็นตน้ เพอ่ื ความสนุกของตน ผจญสตั ว์ พงึ เหน็ ในการชนโค ชนกระบอื ชนแพะ ชนแกะ ตไี ก่กดั ปลา กดั จ้งิ หรดี เป็นตน้ การทรกรรมสตั วท์ กุ อยา่ ง จดั เป็นอนุโลมปาณาตบิ าต ถกู หา้ มดว้ ยสกิ ขาบทน้ี เช่นกนั
อทนิ นาทานา เวรมณี สกิ ขาบทท่ี ๒ สกิ ขาบทน้ี ( อทนิ นาทานา เวรมณี ) แปลวา่ เวน้ จากถอื เอาสง่ิ ของทเ่ี จา้ ของไมไ่ ดใ้ ห้ กริ ยิ าทถ่ี อื เอา หมายความว่า ถอื เอาดว้ ยอาการเป็นโจร สง่ิ ของทเ่ี ขาไมไ่ ดใ้ ห้ หมายความวา่ สง่ิ ของทม่ี เี จา้ ของทงั้ ทเ่ี ป็นสวญิ ญาณกทรพั ย์ ทงั้ ทเ่ี ป็น อวญิ ญาณกทรพั ยอ์ นั ผูเ้ป็นเจา้ ของไมไ่ ดย้ กใหเ้ป็นสทิ ธ์ขิ าด หรอื สง่ิ ของทไ่ี มใ่ ช่ของใคร (โดยเฉพาะ) แต่มผี ูร้ กั ษาหวงแหน ไดแ้ ก่ สง่ิ ของทอ่ี ทุ ศิ บูชาปูชนยี วตั ถใุ นศาสนานน้ั ๆ ของกลางในชมุ ชน ของ สงฆแ์ ละของมหาชนในสโมสรสถานนนั้ ๆ สกิ ขาบทน้ี บญั ญตั ขิ ้นึ ดว้ ยหวงั จะใหเ้ล้ยี งชวี ติ ในทางทช่ี อบ เวน้ จากการเบยี ดกนั และ กนั คอื ไมเ่ บยี ดเบยี นทรพั ยส์ นิ ผูอ้ น่ื เมอ่ื เพง่ ความประพฤตชิ อบธรรมในทรพั ยส์ มบตั ขิ องผูอ้ น่ื เป็นใหญ่ ดงั นน้ั จงึ ไมใ่ ช่แต่ โจรกรรมเทา่ นน้ั แมค้ วามเล้ยี งชพี อนุโลมโจรกรรม และกริ ยิ าเป็นฉายาโจรกรรมก็ถกู หา้ มตามสกิ ขาบท น้ดี ว้ ย โจรกรรม โจรกรรม ไดแ้ ก่ กริ ยิ าทถ่ี อื เอาสง่ิ ของทไ่ี มม่ ผี ูใ้ ห้ ดว้ ยอาการเป็นโจร เช่น ปลน้ สะดม ลกั ขโมย ตชี งิ วง่ิ ราว กรรโชค คอื ใชอ้ าชญาขม่ ขู่ และทจุ รติ คอรปั ชนั่ เป็นตน้ ความเล้ยี งชีพอนุโลมโจรกรรม อนุโลมโจรกรรม ไดแ้ ก่ กริ ยิ าทแ่ี สวงหาทรพั ยพ์ สั ดใุ นทางไมบ่ รสิ ุทธ์อิ นั ไมถ่ งึ เป็นโจรกรรม ตวั อย่างเช่น สมโจร ไดแ้ ก่กริ ยิ าทอ่ี ดุ หนุนโจรกรรม เช่นรบั ซ้อื ของโจร เป็นตน้ ปอกลอก ไดแ้ ก่กริ ยิ าทค่ี บคนดว้ ยอาการไมซ่ อ่ื สตั ย์ มงุ่ หมายจะเอาแต่ทรพั ยส์ มบตั ขิ อง เขาถา่ ยเดยี ว เมอ่ื เขาหมดตวั แลว้ กท็ ้งิ ไป รบั สนิ บน ไดแ้ ก่กริ ยิ าทถ่ี อื เอาทรพั ยพ์ สั ดทุ เ่ี ขาให้ เพอ่ื ช่วยทาํ ธุระใหแ้ ก่เขาในทางทผ่ี ดิ เช่น เจา้ หนา้ ทร่ี บั สนิ บนจากผูร้ า้ ยแลว้ ปลอ่ ยใหพ้ น้ ความผดิ เป็นตน้ ทรพั ยพ์ สั ดทุ ไ่ี ดม้ าดว้ ยมจิ ฉาชพี เช่นน้ี ก็เป็นดจุ เดยี วกนั กบั ของทไ่ี ดม้ าดว้ ยโจรกรรมไมท่ าํ ความสุขใหเ้กดิ แก่ผูไ้ ด้ กลบั เป็นปจั จยั แหง่ ความเสอ่ื มของผูน้ นั้ ใหเ้สยี ทรพั ย์ เสยี ชอ่ื เสยี ง เสยี ยศศกั ด์ิ
ผูร้ กั ตวั ควรเวน้ ความหาเล้ยี งชพี อนุโลมโจรกรรมน้เี สยี แสวงหาทรพั ยพ์ สั ดเุ ล้ยี งตนและคนทค่ี วรจะ เล้ยี งในทางทช่ี อบดว้ ยนาํ้ พกั นาํ้ แรงของตนเอง กริ ยิ าเป็นฉายาโจรกรรม ขอ้ น้ี ไดแ้ ก่กริ ยิ าทท่ี าํ ทรพั ยพ์ สั ดขุ องผูอ้ น่ื ใหส้ ูญเสยี และเป็นสนิ ใชต้ กอยู่แก่ตน มี ประเภทดงั น้ี ผลาญ ไดแ้ ก่ กริ ยิ าทาํ อนั ตรายแก่ทรพั ยพ์ สั ดขุ องผูอ้ น่ื เช่น เผาบา้ นเผารถยนต์ เผาไร่ เผานา หรอื แกลง้ ตดั เงนิ เดอื นและค่าจา้ ง เป็นตน้ หยบิ ฉวย ไดแ้ ก่กริ ยิ าทถ่ี อื เอาทรพั ยพ์ สั ดขุ องผูอ้ น่ื ดว้ ยความงา่ ย เช่นบตุ รหลาน ผูป้ ระพฤติ เป็นพาล เอาทรพั ยข์ องมารดา บดิ า ปู่ย่า ตายายไปใชเ้สยี ญาตมิ ติ ร เอาทรพั ยข์ องญาตมิ ติ รไปใช้ โดยมไิ ดบ้ อกใหเ้จา้ ของรู ้ เป็นตน้ ผูห้ วงั ความสวสั ดแี ก่ตน พงึ เวน้ กริ ยิ าทเ่ี ป็นฉายาโจรกรรมเช่นนน้ั เสยี นบั ถอื กรรมสทิ ธ์ิ ของผูอ้ น่ื ในความเป็นเจา้ ของพสั ดุ ใหเ้หมอื นตนประสงคจ์ ะใหผ้ ูอ้ น่ื เขานบั ถอื ตนฉะนน้ั กรรมหนกั หรอื กรรมเบา เมอ่ื กลา่ วโดยความเป็นกรรม อทนิ นาทาน จดั เป็นโทษหนกั เป็นชนั้ กนั โดยวตั ถุ เจตนา และประโยค โดยวตั ถนุ นั้ ถา้ ของทท่ี าํ โจรกรรมมรี าคามาก ทาํ ฉิบหายใหแ้ ก่เจา้ ของทรพั ยม์ าก กม็ ี โทษมาก โดยเจตนานน้ั ถา้ ถอื เอาดว้ ยโลภเจตนากลา้ กม็ โี ทษมาก โดยประโยคนนั้ ถา้ ถอื เอาดว้ ยฆ่าหรอื ทาํ รา้ ยเจา้ ของทรพั ย์ หรอื ประทษุ รา้ ย เคหะสถาน และพสั ดขุ องเขา ก็มโี ทษหนกั กาเมสมุ จิ ฉาจารา เวรมณี สกิ ขาบทท่ี ๓ สกิ ขาบทน้ี (กาเมสมุ จิ ฉาจารา เวรมณี ) แปลวา่ เวน้ จากประพฤตผิ ดิ ในกามทงั้ หลาย คาํ วา่ กาม ในทน่ี ้ี ไดแ้ ก่ กริ ยิ าทร่ี กั ใคร่กนั ในทางประเวณี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111