คำนำ กรมการพัฒนาชุมชนมอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ในฐานะหน่วยงานที่ รับผิดชอบในการพัฒนา เพิ่มทักษะและสมรรถนะข้าราชการในเขตพ้ืนท่ี 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ดาเนินการโครงการฝึกอบรม เสริมสมรรถนะพัฒนาการอาเภอ หลักสูตร OTOP กับธุรกิจในยุคดิจิทัลข้ึน เพื่อให้พัฒนาการอาเภอ ได้รับการพัฒนาสมรรถนะให้เหมาะสม สามารถส่งเสริมสนับสนุนเจ้าหน้าท่ีพัฒนา ชุมชนในการบริหารจัดการตาบลเข้มแข็ง มั่นคง ม่ังค่ัง ยั่งยืน และส่งเสริมสนับสนุน การยกระดับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถแข่งขันได้ในโลกยุคดิจิตอล ระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน ๒๕๖2 จานวน 103 คน ณ ศูนย์ศกึ ษาและพฒั นาชุมชนลาปาง ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ได้จัดทาเอกสารสรุปรายงานประเมินผลโครงการ ฝึกอบรมเสริมสมรรถนะพัฒนาการอาเภอ หลักสูตร OTOP กับธุรกิจในยุคดิจิตอล ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เพื่อให้ผู้มีส่วนเก่ียวข้องและผู้ท่ีสนใจ ได้ทราบผลการดาเนินงานและการประเมินผลการฝึกอบรมฯ หวังเปน็ อยา่ งยิ่งวา่ เอกสารสรุปรายงานประเมนิ ผลฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางาน พัฒนาหลักสตู ร การฝกึ อบรมฯ ของกรมการพฒั นาชุมชนต่อไป ศนู ย์ศกึ ษาและพัฒนาชมุ ชนลาปาง กมุ ภาพนั ธ์ 2563
ข สำรบญั หนำ้ คำนำ ก สารบัญ ข บทสรุปสาหรับผบู้ รหิ าร ค 1.เกย่ี วกบั โครงการ 1 2.กลุ่มเปา้ หมาย 2 3.กระบวนการฝึกอบรม 4 4.ผลการฝึกอบรม 4.1 ผลการฝึกอบรมเป็นไปตามความคาดหวัง หรือบรรลุวตั ถุประสงคข์ องโครงการหรอื ไม่ 49 4.2 สถานการณท์ ่ีเกิดข้นึ และเปน็ ปัจจัยเชิงบวกส่งผลต่อการฝกึ อบรมใหบ้ รรลุเป้าหมายฯ 49 4.3 การแกไ้ ขปญั หา หรือบรหิ ารและขจัดความเสยี่ งเหล่านั้นทาอย่างไร 51 4.4 ในกระบวนการสรา้ งการเรยี นรูแ้ ละฝกึ อบรม วธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ่ดี ี 52 4.5 กจิ กรรม/องคค์ วามร/ู้ รูปแบบ ผลงานทเี่ กิดข้ึนระหวา่ งการฝกึ อบรม 52 5.กิจกรรมเสริมหลักสูตร 5.1 มีกจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตรอะไรบา้ ง ดาเนนิ การอย่างไร 52 5.2 ข้อเสนอแนะตอ่ การดาเนินกิจกรรมเสริมหลกั สูตร 63 6.ข้อเสนอแนะเพือ่ พัฒนาหลักสตู รการฝกึ อบรม 6.1 รปู แบบแนวทางการจดั ทาหลกั สตู รทม่ี ีประสิทธภิ าพ 63 6.2 ขอ้ มลู เพือ่ การพัฒนาขีดสมรรถนะวิทยากรของสถาบันฯและ ศพช.ทุกแห่ง 63 6.3 วธิ ีปฎิบัตทิ ี่เป็นเลศิ ในการเสรมิ สมรรถนะบคุ ลากรภายใตห้ ลักสูตร 63 6.4 TNและความตอ้ งการในการพัฒนาตนเองของพฒั นาการอาเภอและวิทยากรของสถาบันฯ64 7.สรปุ ประเมินผลโครงการฝึกอบรมเสรมิ สมรรถนะพัฒนาการอาเภอฯ 64 8.รปู ภาพประกอบการฝกึ อบรม 72 ภาคผนวก - ผู้รับผดิ ชอบจดั ทาสรปุ รายงานผลฯรายวิชา/แผนการสอน - ทะเบยี นรายช่อื ผูเ้ ข้ารับการอบรม - ตารางฝกึ อบรม
ค บทสรปุ สำหรับผู้บรหิ ำร กรมการพัฒนาชมุ ชน ประกาศขบั เคลื่อนยทุ ธศาสตร์กรมการพฒั นาชุมชน ปีพ.ศ. 2560-2565 โดยมเี ป้าหมายเศรษฐกจิ ฐานรากม่ันคง และชุมชนพึ่งตนเองได้ภายในปี 2565 และการขับเคลอื่ นนโยบาย สานพลงั ประชารฐั ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ฐานราก แนวคิดการดาเนินงานหน่ึงตาบลหนึง่ ผลติ ภณั ฑ์ OTOP (One tambon One Product) ชุมชนท่องเทยี่ ว OTOP นวัตวิถี วสิ าหกจิ เพ่ือสงั คม SE (Social Enterprise) และสง่ เสริมการจดั ตั้งบริษัทประชารัฐรกั สามัคคีจังหวดั (วิสาหกจิ เพ่ือสงั คม)จากัด กรมการพฒั นาชมุ ชน มอบหมายให้สถาบันพัฒนาชมุ ชน พัฒนาขีดสมรรถนะบุคลากรในทุกตาแหนง่ ให้มีความพรอ้ มด้านองค์ความรู้ มที ักษะการทางานทง้ั เชงิ บริหารและปฏิบัตกิ าร รวมท้งั ปลูกฝังทศั นคตทิ ี่ดีในการทางาน ตามแนวทางและ ยทุ ธศาสตร์ของรฐั บาล ร่วมกบั พน่ี ้องประชาชนทั้งประเทศ โดยมีพฒั นาการอาเภอ เปน็ แนวหน้าการบริหาร จดั การและประสานงานระดบั พน้ื ที่ เพื่อแปลงนโยบายไปส่กู ารปฏิบัติ ให้บรรลุผลเปน็ รูปประธรรม เพือ่ ใหพ้ ฒั นาการอาเภอ ได้รบั การพฒั นาสมรรถนะให้เหมาะสม สามารถสง่ เสริมสนบั สนนุ เจ้าหน้าทพ่ี ฒั นาชมุ ชนในการบริหารจัดการตาบลเข้มแขง็ มน่ั คง มง่ั คง่ั ยัง่ ยืนได้ และส่งเสรมิ สนับสนนุ การ ยกระดบั ผผู้ ลติ ผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถแขง่ ขนั ได้ในโลกยุคดิจิตอล กรมการพัฒนาชมุ ชนมอบหมาย ใหศ้ ูนยศ์ กึ ษาและพัฒนาชมุ ชนลาปาง ในฐานะหนว่ ยงานที่รบั ผดิ ชอบในการพัฒนา เพ่ิมทกั ษะและสมรรถนะ ข้าราชการในเขตพืน้ ท่ี 8 จังหวดั ภาคเหนอื ตอนบน ดาเนินการโครงการฝึกอบรม เสริมสมรรถนะพัฒนาการ อาเภอ หลักสูตร OTOP กับธุรกิจในยุคดจิ ิทลั ขึน้ ระหว่างวนั ที่ 25-27 พฤศจิกายน ๒๕๖2 งบประมาณ ท่ไี ดร้ บั อนมุ ัติ จานวน 384,210 บาท(สามแสนแปดหม่นื สี่พันสองร้อยสบิ บาทถว้ น) งบประมาณท่ีใช้จา่ ย จานวน 384,122 บาท คงเหลือ 88 บาท กลุม่ เป้าหมายทีเ่ ข้ารับการฝกึ อบรม รวม 2 รุ่น จานวน 103 คน จาก 8 จังหวดั ภาคเหนือตอนบน เนื้อหาหวั ข้อวิชาประกอบดว้ ย1)ทบทวน/เรียนรกู้ ารขบั เคล่ือนงาน (งานหลัก) ในรอบปีท่ีผา่ นมา (เหลียวหลังเรยี นรู้จากประสบการณ์) 2)เรยี นรูจ้ ากส่อื กรณีศึกษา 3)นโยบายรัฐบาล/กระทรวง/กรม 4) การ ขบั เคลื่อนยุทธศาสตรก์ รมการพฒั นาชุมชน ปี 2563 (แลหนา้ ) 5) ศาสตรพ์ ระราชาฯ/เปิดมมุ มอง 7) OTOP Trader / E-Commerce 8) OKRs จากเป้าหมายองค์กรสูเ่ ป้าหมายบคุ คล 9) ออกแบบการขับเคล่ือนตาบล เข้มแข็ง และOTOPกบั ธุรกิจในยคุ ดจิ ติ อล จัดกิจกรรมเสรมิ หลกั สตู ร 7 กิจกรรม คือ 1) กจิ กรรมออกกาลังกาย สบายชีวี 2) กจิ กรรมฝกึ สมาธิ 3) กิจกรรมเทดิ ทูนสถาบนั 4) กจิ กรรมสานสัมพนั ธเ์ ครือข่ายพัฒนาการอาเภอ 8 จังหวดั ภาคเหนอื ตอนบน 5) กจิ กรรมการใชก้ รปุ๊ ไลน์ เพือ่ การประเมินผลและเสริมสรา้ งความรู้ 6) กิจกรรม สรุปบทเรยี นระหวา่ งอบรม 7) กจิ กรรมถอดบทเรยี นหลกั สตู รด้วยวธิ ีประเมินผลแบบมีส่วนร่วม (Empowerment Evaluation) การประเมินผลโครงการฯโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์ ผา่ น Google Form การวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรม SPSS for Window เพ่ือหาค่าความถ่ี ร้อยละ และค่าเฉลี่ย พบว่า ผู้เข้าอบรมท้ังหมด จานวน 103 คน ตอบแบบประเมิน จานวน 81 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 78.64 ผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรม แสดงความ คิดเห็นต่อการบรรลุวตั ถุประสงค์ของหลกั สูตร มีระดับการบรรลุวัตถุประสงค์ในระดบั มาก ค่าเฉลย่ี ๔.32 กอ่ น เข้าร่วมโครงการ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจด้านวิชาการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย ๓.59 หลังเข้าร่วมโครงการ ผู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมมคี วามรูค้ วามเข้าใจด้านวิชาการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉล่ีย ๔.39 และเม่ือพิจารณารายวิชาพบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจในหัวข้อวิชาการ ขับเคลอื่ นยุทธศาสตร์กรมฯ ปี 2563 เปน็ ระดับสูงสดุ คา่ เฉล่ีย 4.48 รองลงมาคอื หัวขอ้ วชิ าทบทวนเรียนรู้
ง การขับเคล่ือนงานในรอบปีที่ผ่านมา และหัวข้อศาสตร์พระราชา ระดับมากเท่ากัน ค่าเฉล่ีย 4.42 หัวข้อวิชา ต่อการนาความรู้ไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย ๔.39 ในหัวข้อวิชาการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมฯ ปี 2563 ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.44 และหัวข้อวิชาออกแบบการขับเคลื่อนตาบล เข้มแข็ง และOTOP กับธุรกิจในยุคดิจิตอล ระดับมาก ค่าเฉล่ีย 4.43 ตามลาดับ และผู้เข้ารับการฝึกอบรมมี ความพงึ พอใจภาพรวมของโครงการอยใู่ นระดับมาก ค่าเฉล่ยี ๔.34 ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบำย 1.การกาหนดหลกั สตู รควรออกแบบวธิ กี ารกระบวนการให้สอดคลอ้ งกับวัตถปุ ระสงค์ของ หลกั หสตู รมีการหาTNกลุ่มเป้าหมายเพ่ือกาหนดหลกั สตู รและหลกั สตู รตอ้ งสอดคล้องกับนโยบายและ สถานการณป์ จั จุบนั 2.การสรรหาและคัดเลือกวทิ ยากรควรสร้างเครือขา่ ยวิทยากรภาครัฐภาคเอกชน จัดทาฐานข้อมลู วิทยากรผเู้ ช่ยี วชาญในแตล่ ะเร่ือง แตล่ ะปีควรมกี ารปรับฐานขอ้ มูลให้ทนั สมยั มีการสรุปข้อมูลและเทคนิคที่ใช้ ในการบรรยายร่วมกันระหวา่ งวทิ ยากรกับทมี งานและสรรหาวิทยากรทม่ี ีความเชย่ี วชาญในด้านนน้ั ๆ มาให้ ความรู้ 3.การกาหนดเทคนิคและวิธีการฝกึ อบรม ควรมกี ารปรบั เปล่ียนกระบวนการวิธีการฝกึ อบรม ภายในศูนย์ฯ/สถาบันฯให้มีรูปแบบทีเ่ หมาะสมกบั ยุคสมยั และสถานการณ์ และใชส้ อื่ เทคโนโลยีในการฝกึ อบรม ท่เี อื้อตอ่ การเรยี นรู้ 4.การกาหนดสภาพแวดล้อมทีเ่ อื้อต่อการเรยี นรู้ ควรมีการประชุมกาหนดออกแบบกจิ กรรม เสริมให้เอื้อกบั สภาพแวดลอ้ มและการเรยี นรู้ มีการหากจิ กรรมใหม่ๆเพื่อให้ผ้รู บั การอบรมไดป้ ระสบการณ์ ใหม่ๆ มีการตรวจสอบสือ่ โสตทัศนูปกรณใ์ ห้พรอ้ มใชต้ ลอด มกี ารถา่ ยทอดความรู้ดา้ นสื่อโสตทศั นปู กรณใ์ หก้ บั เจ้าหน้าทขี่ องศูนย์ฯ และมีคลังความรู้/ส่ือแต่ละวิชาทเี่ ก่ียวข้องเหมาะสม 5.การกาหนดและคดั เลือกผู้เขา้ รับการอบรม ควรกาหนดคุณสมบัติของกลุม่ เป้าหมายในการ ฝึกอบรมมฐี านขอ้ มูล/คลังข้อมูลกลมุ่ องคก์ รเจ้าหน้าที่พฒั นาชุมชนในพื้นที่บริการที่อพั เดทถกู ต้องและเป็น ปัจจุบัน 6.การประเมนิ ผลโครงการฝึกอบรม ควรให้ความสาคัญและให้เวลากับการทาแบบประเมินผล โครงการมีการกระตุน้ และเอ้ืออานวยตอ่ การประเมิน และจัดระบบกลางในการประมวลภาพการประเมินผลให้ สามารถโชว์ผลการประเมนิ ออนไลน์ให้ผู้เข้ารับการอบรมทราบ
โครงกำรฝกึ อบรมเสริมสมรรถนะพัฒนำกำรอำเภอ หลกั สูตร OTOP กับธรุ กิจในยคุ ดิจิตอล 1. เกีย่ วกบั โครงกำร กรมการพัฒนาชุมชน ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ปีพ.ศ. 2560-2565 โดยมีเป้าหมายเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง และชุมชนพ่ึงตนเองได้ภายในปี 2565 และการขับเคล่ือนนโยบายสานพลังประชารัฐ ในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก แนวคิดการ ดาเนินงานหน่ึงตาบลหน่ึงผลิตภัณฑ์ OTOP (One tambon One Product) ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี วิสาหกิจเพ่ือสังคม SE (Social Enterprise) และส่งเสริมการจัดตั้งบริษัทประชารัฐ รักสามัคคีจงั หวดั (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จากดั กรมการพฒั นาชุมชนมอบหมายให้สถาบันพัฒนาชมุ ชน พัฒนาขีดสมรรถนะบุคลากรในทุกตาแหน่ง ให้มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ มีทักษะการทางานท้ัง เชิงบริหารและปฏิบัติการ รวมทั้งปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการทางาน ตามแนวทางและยุทธศาสตร์ของ รัฐบาล ร่วมกับพ่ีน้องประชาชนทั้งประเทศ โดยมีพัฒนาการอาเภอ เป็นแนวหน้าการบริหารจัดการ และประสานงานระดบั พ้นื ท่ี เพ่อื แปลงนโยบายไปสู่การปฏบิ ตั ิ ใหบ้ รรลุผลเป็นรูปประธรรม การยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้ สามารถแข่งขันได้ในโลกยุคดิจิตอล นับว่าเป็นภารกิจหลักที่สาคัญของพัฒนาการอาเภอ สอดคล้อง กับประเด็นการพัฒนาตามแผนปฏิบัติการเรื่องท่ี 2 ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้ขยายตัว และ ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นท่ี 2 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขนั และประเด็นท่ี 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพ่ือยกระดับรายได้ของประชาชน ที่อยู่ในระดับ เศรษฐกจิ ฐานรากใหเ้ พิ่มขึน้ เพื่อให้พัฒนาการอาเภอ ได้รับการพัฒนาสมรรถนะให้เหมาะสม กับการส่งเสริม สนับสนุน การยกระดับผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ให้สามารถแข่งขันได้ในโลกยุคดิจิตอล และ สามารถส่งเสริมสนับสนุนเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนในการบริหารจัดการตาบลเข้มแข็ง มั่นคง มั่งค่ัง ยั่งยืนได้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการพัฒนา เพ่ิม ทักษะและสมรรถนะข้าราชการในเขตพื้นท่ี 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ของกรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กาหนดให้มีโครงการฝึกอบรม เสริมสมรรถนะพัฒนาการอาเภอ หลักสูตร OTOP กับธุรกิจ ในยคุ ดจิ ทิ ลั ขึ้น วตั ถุประสงค์ 2.1 เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้ประสบการณ์การทางานในรอบปีท่ีผ่านมา และทราบทิศ ทางการทางานในปี 2563 2.2 เพ่ือออกแบบโมเดลในการสง่ เสริมสนบั สนนุ OTOP รองรบั การก้าวสยู่ ุคดจิ ติ อล 2.3 เพ่ือออกแบบโมเดลในการส่งเสริมสนับสนุนพื้นที่สู่ตาบลเข้มแข็งม่ันคง มั่งค่ัง ยง่ั ยนื
๒ กล่มุ เป้ำหมำย พฒั นาการอาเภอ จานวน 103 คน จาก 8 จงั หวดั ภาคเหนอื ตอนบน รนุ่ ที่ ๑ ระหว่างวนั ที่ 25 – 27 พฤศจกิ ายน ๒๕๖2 จานวน 50 คน รนุ่ ท่ี ๒ ระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤศจิกายน ๒๕๖2 จานวน 53 คน วธิ ดี ำเนนิ งำน 4.1 รับทราบนโยบายและทศิ ทางการดาเนนิ งานของหลักสตู รฯ ณ วิทยาลยั การพัฒนา ชุมชน 4.2 เสนอขออนมุ ัติดาเนนิ โครงการฯและประสานใหก้ ลุ่มเป้าหมายเข้ารบั การฝึกอบรม ตามแผน 4.3 ประชุมเตรียมความพร้อมทีมวิทยากรในแต่ละรายวิชาท่ีจะใช้ในการฝึกอบรม/ ประสานงานวิทยากรท่ีมาจากภายนอก ตลอดจนเตรียมความพร้อมทมี ที่ใหบ้ รกิ ารดา้ นต่างๆ 4.4 ดาเนินการฝึกอบรมเสริมสมรรถนะพัฒนาการอาเภอ หลักสูตร OTOP กับธุรกิจ ในยคุ ดจิ ติ อลจานวน 103 คน โดยแบ่งเปน็ 2 รุน่ รุน่ ละ 50 และ 53 คน 4.5 สรุปประเมินผลโครงการและรายงานเบื้องต้น/ สรุปผลการดาเนินโครงการเป็น รูปเลม่ ส่งสถาบันการพฒั นาชุมชน และกรมการพฒั นาชุมชน 4.6 อภปิ รายผล แลกเปลีย่ นเรียนรู้ และนาผลการดาเนนิ โครงการไปใชป้ ระโยชน์ หลักสูตรกำรฝึกอบรม ประกอบด้วยเนอ้ื หาวชิ า ดงั น้ี หมวดท่ี 1 เหลียวหลงั เรยี นรู้จำกประสบกำรณ์ - ทบทวน/เรียนร้กู ารขบั เคลื่อนงาน (งานหลัก) ในรอบปที ่ีผ่านมา หมวดที่ 2 แลหน้ำเปิดมมุ มอง - นโยบายรัฐ/กระทรวง/กรมฯ/ผบู้ ริหารฯ - การขบั เคล่ือนยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน ปี 2563 - ศาสตร์พระราชา - E – commerce/OTOP Trader - OKRs หมวดที่ 3 ออกแบบกำรทำงำนมงุ่ สูอ่ นำคต - Workshop ประมวลภาพผลสาเรจ็ ออกแบบต่อยอดการขับเคลื่อนงานฯ ระยะเวลำดำเนนิ กำร ไตรมาส 1 ระหว่างวันท่ี 25 – 27 พฤศจกิ ายน 2562 สถำนท่ดี ำเนินกำร ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง
๓ งบประมำณ งบประมาณกรมการพัฒนาชุมชน ตามแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้ จา่ ยงบประมาณประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2562 งบประมาณ 384,210 บาท (สามแสนแปดหมน่ื ส่ี พันสองร้อยสิบบาทถ้วน) รายละเอียดค่าใช้จ่ายตามเอกสารแนบและขอถัวจ่ายทุกรายการในวงเงิน งบประมาณทไ่ี ด้รับอนุมัติ ผลที่คำดวำ่ จะไดร้ บั กล่มุ เป้าหมายเกิดการแลกเปลย่ี นเรียนรูป้ ระสบการณ์ การทางานในรอบปีที่ ผ่านมาและทราบทิศทางการทางานในปี 2563 สามารถออกแบบโมเดลในการสนับสนุน OTOP รองรับการก้าวสู่ยุคดิจิตอล โมเดลสนับสนุนการบริหารจัดการพื้นที่สู่ ตาบลเข้มแข็ง ม่ันคง มั่งค่ัง ยัง่ ยืน ตัวชว้ี ดั ผลสำเร็จของโครงกำร ตัวช้ีวัดผลผลิต ร้อยละ 90 ของผู้ผ่านการอบรม มีความรู้ความเข้าใจในเน้ือหาตาม หลักสตู ร ไมต่ า่ กวา่ ระดบั มาก ตัวช้วี ัดผลลัพธ์ รอ้ ยละ 100 ของผู้ผ่านการฝกึ อบรมมีรูปแบบ Model ในการสง่ เสริม สนับสนุน OTOP รองรับการก้าวสู่ยุคดิจิตอล และโมเดลสนับสนุนการบริหารจัดการพ้ืนที่สู่ ตาบล เข้มแข็ง มนั่ คง มั่งคง่ั ย่งั ยืน เนื้อหำหัวขอ้ วิชำประกอบดว้ ย 8 วชิ ำหลกั 1.วชิ าทบทวน/เรียนรกู้ ารขับเคลอ่ื นงาน (งานหลัก) ในรอบปที ี่ผ่านมา (เหลียวหลงั เรียนรู้จาก ประสบการณ์) ดาเนนิ การในลักษณะวเิ คราะหง์ าน โดยการแบ่งกลมุ่ วิทยากรหลกั : ว่าที่ ร.ต.ชัยณรงค์ บัวคา นักทรัพยากรบุคคล 2.วิชาเรยี นรู้จากส่อื ฯ กรณศี ึกษา (แบง่ กลมุ่ ) วิทยากรหลัก : นางสาวณัฐกฤตา ชัยตมู นกั ทรพั ยากรบุคคลปฏิบตั กิ าร 3.วิชานโยบายรฐั บาล/กระทรวง/กรม (บรรยายโดยผบู้ รหิ าร) วทิ ยากร : นายไพบลู ย์ บูรณสนั ติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชมุ ชน เขตตรวจท่ี 16 4.วชิ าการขับเคล่อื นยุทธศาสตรก์ รมการพฒั นาชมุ ชน ปี 2563 (แลหน้า) (แบง่ กลมุ่ ) วิทยากรหลัก : นางอญั ชลี ปง่ แกว้ นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ 5.วิชาศาสตร์พระราชาฯ (เปิดมุมมอง) เวทีอภปิ ราย วิทยากร : 1.นายณฏั ฐนันท์ อนิ ต๊ะเรือน ศนู ย์กสิกรรมธรรมชาตสิ งบอัญญา จงั หวดั ลาปาง 2.นางสาวปภสั นนั ท์ มงิ่ ไตรสรณ์ ศูนย์กสกิ รรมธรรมชาติสงบอัญญา จงั หวัดลาปาง ผูด้ าเนนิ การ : นางอัญชลี ป่งแกว้ นกั ทรัพยากรบุคคลชานาญการ 6.วชิ า OTOP Trader / E-Commerce เวทีอภิปราย วทิ ยากร : 1. นางสาวทัศนยี ์ ไชยเรอื งศรี CEO บรษิ ทั Lamphun OTOP Intertrader CO.,Ltd. 2. นายจารกุ ติ ต์ิ หงส์วเิ ศษ CEO บริษัท Lampang OTOP Intertrader CO.,Ltd. 3. น.ส. ธณภร ปราณธีรภาพ กรรมการบริหารงาน/ผู้จัดการฝ่ายขายต่างประเทศ วิสาหกจิ ชุมชนกลุ่มแมบ่ า้ นรมิ รอ่ งและ บริษัทเศรษฐีมหาทรพั ย์ จากดั ผู้ดาเนินการ : นางอภิญญา โกมลรัตน์ ผู้อานวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง เป็น ผ้ดู าเนนิ การ
๔ 7. วิชา OKRs จากเป้าหมายองค์กรสเู่ ป้าหมายบคุ คล (บรรยาย) วทิ ยากร : นายสรุ พล ศรจติ ต์ ผู้อานวยการศูนย์ศกึ ษาและพัฒนาชมุ ชนชลบรุ ี 8. ออกแบบการขับเคล่ือนตาบลเข้มแข็งและOTOP กับธุรกิจในยุคดิจิตอล (แบ่งกลุ่ม ปฏบิ ัติการ) วิทยากรหลัก : นางอญั ชลี ป่งแก้ว นกั ทรัพยากรบคุ คลชานาญการ กจิ กรรมเสรมิ หลกั สูตร - กจิ กรรมออกกาลังกายสบายชวี ี - กิจกรรมฝกึ สมาธิ - กจิ กรรมเทดิ ทนู สถาบัน - กจิ กรรมสานสัมพันธเ์ ครือข่ายพัฒนาการอาเภอ 8 จงั หวดั ภาคเหนือตอนบน - กจิ กรรมการใชก้ ร๊ปุ ไลน์เพ่อื การประเมนิ ผลและเสริมสร้างความรู้ - กจิ กรรมสรปุ บทเรยี นระหว่างอบรม - กจิ กรรมถอดบทเรยี นโครงการ/หลักสูตร โดยการประเมินผลแบบมีส่วนรว่ ม สรปุ สำระสำคัญและกระบวนกำรฝึกอบรม 1.วิชำทบทวน/เรียนรู้กำรขับเคล่ือนงำน (งำนหลัก) ในรอบปีท่ีผ่ำนมำ (เหลียวหลังเรียนรู้จำก ประสบกำรณ)์ วทิ ยำกรหลัก : ว่าที่ ร.ต.ชัยณรงค์ บวั คา นักทรพั ยากรบคุ คล วัตถปุ ระสงค์ 1.๑ เพือ่ ทบทวนผลการดาเนินงาน ๔งานหลักในปงี บประมาณทผ่ี า่ น 1.2 เพ่ือวเิ คราะห์ปจั จยั ท่สี ง่ ผลใหง้ านประสบผลสาเร็จและสาเหตุที่ทาให้งานไม่สาเร็จ 1.3 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เทคนิคการทางานและแลกเปล่ียนประสบการณ์ ๔ งาน หลักในรอบปที ี่ผา่ นมาในบทบาทของพัฒนาการอาเภอ รูปแบบกำรเรียนรู้ : อภิปราย และแบ่งกล่มุ ดาเนินการในลกั ษณะวิเคราะหง์ าน ขน้ั ตอน/วธิ กี ำร 1. วิทยากรพูดคุยสร้างบรรยากาศ ทบทวนงานหลักของกรมการพัฒนาชุมชน 4 งานหลัก ใน ปีงบประมาณ 2562 เน้นย้าให้การทบทวนงานของกลุ่มฯ เป็นการแชร์ประสบการณ์กัน เพื่อให้ได้ ประสบการณ์ทดี่ หี รอื เปน็ บทเรยี นในการทางานในปตี อ่ ไป ๒. วทิ ยากรแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเปน็ ๔ กลมุ่ ( 4 งานหลกั ) กลมุ่ ท่ี 1 การขับเคลื่อนงานหม่บู ้านเศรษฐกิจพอเพยี ง กลุ่มท่ี 2 สัมมาชพี ชมุ ชน กลุ่มท่ี ๓ ชุมชนทอ่ งเท่ียว OTOP นวัตวิถี กลมุ่ ที่ ๔ ทุนชมุ ชนธรรมาภิบาล 3.วิทยากรให้แต่ละกลุ่มวิเคราะห์/ทบทวนงาน ๔ งานหลัก และจาแนกกระบวนงานตั้งแต่ ต้นทาง- กลางทาง-ปลายทาง
๕ 4. ให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดเห็นร่วมกัน โดยการวิเคราะห์งานด้วยตารางวิเคราะห์งาน (Job Analysis Table) ดงึ รายละเอียดข้ันตอน/วิธกี ารดาเนินงานในแต่ละกระบวนงานมาวิเคราะห์ โดยมี ประเด็นสาคญั ในการ วิเคราะหด์ งั น้ี (1) อะไรคอื ความสาเรจ็ – ทาอยา่ งไรถงึ สาเร็จ (Howto) (๒) อะไรท่ียงั ไม่บรรลุเป้าหมายความสาเร็จ – เพราะอะไร (๓) ปัจจยั ทม่ี ีผลตอ่ ความสาเร็จ และ ความเส่ียงคอื อะไร (๔) เครอื ข่าย/กลไกการทางานมีอะไรบ้าง 5. เมื่อเสร็จแล้วทุกกลุ่ม วิทยากรให้ตัวแทนนาเสนอผลการระดมความคิดเห็น (เหลียวหลัง) ตาม กลุ่ม 4 งานหลกั กลุม่ ละ 15 นาที 6. วิทยากรสรุปผลการเรยี นรู้ เชอื่ มโยงถงึ บทเรียน/ประสบการณ์จากพ้นื ท่ีในวิชาตอ่ ไป ผลกำรเรียนรู้ ผ้เู ข้ารบั การอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับงานที่ดาเนินการในรอบปีท่ีผ่านมา (4 งาน หลัก) ในบทบาทของพัฒนาการอาเภอเป็นอย่างดี กระตือรือร้นและมีส่วนร่วมในการแลกเปล่ียน โดยสังเกตจากผลงานการวิเคราะห์จาแนกกระบวนงาน ของแต่ละกลุ่มแต่ละงานหลัก สามารถ สรุปผลการวิเคราะห์นาเสนอในแต่ละกระบวนงาน ท้ังที่ทาความสาเร็จและไม่สาเร็จ ปัจจัย ความสาเรจ็ ปญั หาอุปสรรค ตลอดทัง้ แนวทางการบริหารความเสีย่ ง และเครอื ขา่ ย/กลไกการทางาน
๖ ผลกำรประเมินรำยวิชำ(วชิ ำเหลยี วหลังเรียนรจู้ ำกประสบกำรณ์) สว่ นท่ี 1 ควำมคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เน้อื หำวิชำ หัวข้อวชิ า มากทส่ี ดุ ระดบั ความคดิ เหน็ น้อยทีส่ ุด ค่าเฉลีย่ การแปล ผล มาก ปานกลาง นอ้ ย ๑.การบรรลุ 24 68 11 1 0 4.11 มาก วัตถปุ ระสงค์ของ (23.1%) (0.00%) รายวชิ า (65.4%) (10.6%) (0.96%) ๒.ความชัดเจนของ 23 69 11 1 0 4.10 มาก เนอื้ หาวชิ า (22.1%) (0.00%) (66.3%) (10.6%) (0.96%) ๓.ความรู้ ทกั ษะ ที่ 22 62 17 3 0 3.99 มาก ได้รบั เพิ่มเตมิ จากวชิ า (21.2%) (59.6%) (16.3%) (2.9%) (0.00%) นี้ ๔.ความสามารถนาไป 26 64 12 2 0 4.10 มาก (1.9%) (0.00%) ประยกุ ต์ใช้ (25.0%) (61.5%) (11.5%) ภำพรวม 4.07 มำก จากตารางท่ี ๑ ผู้ตอบแบบประเมิน จานวน 104 คน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชา ทบทวนผล การดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 4.04 แยก เป็นรายประเดน็ ดังนี้ ๑.การบรรลุวัตถุประสงคข์ องรายวชิ า ระดับมาก ค่าเฉล่ีย 4.11 ๒.ความชัดเจนของเนื้อหาวิชา ระดบั มาก ค่าเฉลย่ี 4.10 ๓.ความรู้ ทกั ษะ ที่ไดร้ บั เพิ่มเติมจากวิชาน้ี ระดับมาก คา่ เฉล่ีย 3.99 ๔.ความสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ระดับมาก ค่าเฉลีย่ 4.10 ส่วนที่ ๒ ควำมพึงพอใจต่อวิทยำกร หวั ข้อวิชา มากที่สุด ระดบั ความพงึ พอใจ น้อยท่สี ดุ คา่ เฉล่ีย การแปล 4.05 ผล ๑.ความรู้ ความสามารถใน มาก ปานกลาง น้อย 0 4.04 มาก การถ่ายทอด/บรรยาย (0.00%) 4.20 ๒.เทคนิคและวธิ กี ารทีใ่ ชใ้ น 23 64 16 1 4.15 มาก การถา่ ยทอดความรู้ (22.1%) (61.5%) (15.4%) (0.96%) 0 4.27 (0.0%) 4.14 มาก ๓.การเปดิ โอกาสใหซ้ กั ถาม 25 60 17 2 แสดงความคดิ เหน็ (24.0%) (57.7%) (16.3%) (1.9%) 0 มาก (0.0%) ๔.การสรา้ งบรรยากาศใน 35 56 12 1 มาก การเรยี นรู้ (33.7%) (53.8%) (11.5%) (0.96%) 0 มำก ๕.บุคลิกภาพ (การแตง่ กาย (0.0%) ท่าทาง น้าเสียง ฯลฯ) 28 64 12 0 (26.9%) (61.5%) (11.5%) (0.0%) 0 (0.0%) 39 54 11 0 (37.5%) (51.9%) (10.6%) (0.0%) ภำพรวม
๗ จากตารางท่ี 2 ผู้ตอบแบบประเมนิ จานวน 104 คน แสดงความพึงพอใจในวิชา ทบทวนผลการดาเนนิ งาน ฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 4.68 แยกเป็นรายประเด็น ดังนี้ ๑.ความรู้ ความสามารถในการถา่ ยทอด/บรรยาย ระดบั มาก ค่าเฉลีย่ 4.05 ๒.เทคนิคและวิธกี ารท่ีใช้ในการถ่ายทอดความรู้ ระดับมาก คา่ เฉลยี่ 4.04 ๓.การเปิดโอกาสใหซ้ กั ถาม แสดงความคดิ เห็น ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.20 ๔.การสร้างบรรยากาศในการเรยี นรู้ ระดบั มาก ค่าเฉลีย่ 4.15 ๕.บุคลิกภาพ (การแตง่ กาย ท่าทาง น้าเสยี ง ฯลฯ) ระดบั มาก คา่ เฉลี่ย 4.27 ส่ิงทผี่ ู้เข้ำอบรมประทับใจในวทิ ยำกรท่ำนนี้ คอื -เกง่ มาก, ต้งั ใจ ช่วยกนั ดี -พูดด,ี พดู เขา้ ใจงา่ ย -การส่ือสารขัดเจน -มอบงานชัดเจนดี -ใจดี -ใสใ่ จผูอ้ บรมดมี าก -ความรับผิดชอบ -บคุ ลกิ ดี สิ่งทว่ี ิทยำกรควรปรบั ปรุง คอื -ไม่มี ข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ อื่นๆ -รักษาเวลาไดด้ ี -ปที แ่ี ล้วกใ็ ชแ้ นวทางแบบนี้อบรม ปีน้ี ควรจะหาวิทยากรที่มาให้ความรู้มากกวา่ นี้ 2.วิชำเรยี นร้จู ำกสอื่ VDO กรณศี ึกษำ “รำยกำรเปิดปม ตอน ตลำดวำยนวัตวิถี” และ “รำยกำร คนเฝ้ำข่ำว ควำมคืบหน้ำคดีออมทรัพย์บ้ำนคูขำด” วิทยำกรหลัก : นางสาวณัฐกฤตา ชยั ตูม นกั ทรัพยากรบุคคลปฏบิ ัตกิ าร วัตถปุ ระสงค์ ๑.เพอ่ื เรียนรสู้ งิ่ ทเี่ กิดข้ึนจริงในการดาเนนิ งานในพนื้ ที่ ๒.เพื่อศึกษาสาเหตุและผลกระทบท่เี กิดขึน้ กบั งานพน้ื ท่ี ผูม้ ีสว่ นเกยี่ วขอ้ งปฏิบัตงิ าน รปู แบบกำรเรยี นรู้ แบง่ กลุม่ วเิ คราะห์ อภิปรายผล ขนั้ ตอนกำรดำเนนิ งำน 1. วทิ ยากรแนะนาตัว สร้างบรรยากาศการเรยี นร้ดู ว้ ยการทกั ทาย ชวนคยุ ก่อน นาเข้าสบู่ ทเรียนด้วยการเกร่ินนาถงึ การดาเนนิ งานชมุ ชนท่องเทยี่ ว Otop นวัตวิถีและ กล่มุ ออมทรัพย์เพื่อ การผลิตของกรมการพฒั นาชมุ ชน 2. วทิ ยากรชวนคยุ สอบถามจากผเู้ ข้าอบรม ที่ผา่ นมาเรามีการดาเนินงานชมุ ชน ทอ่ งเท่ยี ว Otop นวตั วถิ ี และ กลุ่มออมทรัพยเ์ พื่อการผลิต เป็นลกั ษณะแบบใด
๘ 3. วิทยากรเช่ือมโยงเข้าสู่วิชาเรียนรจู้ ากสอ่ื VDO กรณีศกึ ษา “รายการเปิดปม ตอน ตลาดวายนวตั วถิ ี” และ “รายการ คนเฝ้าข่าว ความคืบหนา้ คดอี อมทรพั ยบ์ ้านคูขาด” 4. วทิ ยากรแบ่งกลมุ่ ผเู้ ขา้ อบรมออกเป็น 4 กลุ่ม โดยแบง่ ออกเปน็ กลุ่มท่ี 1 (กลุ่ม สัมมาชีพชมุ ชน) และ กล่มุ ที่ 3 (กล่มุ ทนุ ชุมชน) จะรบั ผิดชอบ VDO กรณีศกึ ษา “รายการ คนเฝ้า ข่าว ความคบื หน้าคดีออมทรัพย์บา้ นคูขาด” กลุ่มที่ 2 (กลุ่มหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง) และกลุม่ ท่ี 4 (กลุม่ ชุมชนท่องเท่ียว OTOP นวตั วถิ )ี รบั ผดิ ชอบ VDO กรณีศึกษา “รายการเปดิ ปม ตอน ตลาด วายนวตั วิถี” เพอื่ วิเคราะห์ถอดบทเรยี นไดข้ ้อคดิ มมุ มองอะไรบา้ งจากการดสู ่ือ VDO และในฐานะ พัฒนากร จะทาอย่างไร/จะทาอะไรต่อไป 5. วิทยากรเปิดสื่อ VDO กรณศี กึ ษา “รายการเปดิ ปม ตอน ตลาดวายนวตั วิถี” และ “รายการ คนเฝา้ ขา่ ว ความคบื หนา้ คดีออมทรัพย์บา้ นคูขาด” 6. วิทยากรมอบหมายให้ผู้เข้าอบรมแต่ละกลุ่มดาเนนิ การวเิ คราะห์ถอดบทเรยี นไดข้ ้อคิด มมุ มองอะไรบ้างจากการดูสื่อ VDO และในฐานะพัฒนากร จะทาอยา่ งไร/จะทาอะไรต่อไป กลมุ่ ละ 15-20 นาที 7. วิทยากรมอบหมายใหผ้ เู้ ขา้ อบรมแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนนาเสนอผลการถอด บทเรยี น กล่มุ ละ 5-10 นาที เพ่ือแลกเปลย่ี นเรียนรทู้ ั้ง 4 กลุม่ ตามท่ีไดร้ บั มอบหมาย 8. วิทยากรสรุปเติมเต็ม สรุปเนื้อหำวิชำ กลุม่ ท่ี 1 (กลมุ่ สมั มาชีพชุมชน) : VDO กรณศี ึกษา “รายการ คนเฝ้าขา่ ว ความคบื หน้าคดีออมทรัพยบ์ ้านคูขาด” ข้อคิด/มุมมอง 1. ส่วนราชการทเ่ี กยี่ วข้องไมใ่ หค้ วามสาคญั กับกลุ่มเทา่ ที่ควร 2. การตรวจสอบของสือ่ มากข้นึ 3. ขาดการตรวจสอบ/ติดตาม อยา่ งต่อเน่อื ง 4. เจ้าหน้าทีข่ าดการติดตาม 5. ไมไ่ ดบ้ รหิ ารในรูปคณะกรรมการอยา่ งแทจ้ รงิ 6. ขาดการมสี ว่ นร่วมของสมาชิก 7. คณะกรรมการขาดหลกั ธรรมาภบิ าล 8. กฎระเบยี บไมเ่ ครง่ ครดั กำรแก้ไขปญั หำ/จะทำอย่ำงไร 1. ประชุมสร้างความเขา้ ใจทุกฝา่ ย 2. ตรวจสอบขอ้ เท็จจรงิ ทุกด้าน 3. จัดเวทีหาทางออกแก้ไขปัญหาร่วมกนั 4. กาหนดระเบยี บตามแนวทางยดึ หลกั ควาโปร่งใส 5. ตดิ ตามการแก้ไขปัญหาอยา่ งใกล้ชดิ และรวดเร็ว 6. เข้าสูก่ ระบวนการปรับโครงสร้างหน้ี 7. ดาเนินการตามกฎหมาย
๙ กลุ่มที่ 3 (กลุ่มทุนชุมชน) : VDO กรณีศึกษา “รายการ คนเฝ้าข่าว ความคืบหน้าคดีออมทรัพย์บ้าน คูขาด” ข้อคดิ /มุมมอง 1. ขาดการตดิ ตาม ตอ้ งหม่ันลงพืน้ ท่ี 2. ไมไ่ ดป้ ฏิบตั ิตามแนวทางของกรม 3. ขาดคณุ ธรรม 5 ประการ ต้องใช้หลักธรรมาภบิ าล โปร่งใส ตรวจสอบได้ 4. ขาดการสร้างความเข้าใจ กำรแก้ไขปญั หำ/จะทำอย่ำงไร จากการวิเคราะห์ถอดบทเรียน ได้ข้อสังเกตวา่ เวลาถอนเงินไม่มีเงินให้ ช่ือกลุ่มไมอ่ ยู่ใน แนวทางของกรมฯ ปกสมุดไม่ใช่โลโก้กรมการพัฒนาชุมชน ซ่ึงอาจจะไม่ใช่กลุ่มท่ีทางกรมการพัฒนา ชมุ ชนส่งเสริม โดยเราจะต้องมแี นวทาง ดังน้ี 1. ดฐู านข้อมูล (ศูนย์ขอ้ มลู กลาง) ในกรณีที่ใช่กลุ่มท่ีทางกรมการพัฒนาชุมชนส่งเสริม ต้องทาการสืบค้นข้อมูล ตรวจสอบ หลกั ฐาน ประชมุ กรรมการ สมาชกิ ตรวจสุขภาพ ทาความเข้าใจ ทบทวน ในกรณีท่ีไม่ใช่กลุ่มที่ทางกรมการพัฒนาชุมชนส่งเสริม ทาบันทึกเสนอนายอาเภอ ช้ีแจงทา ความเข้าใจ เสนอแนวคิดให้ทางเลือกแก่กลุ่มคือ ชวนกลุ่มออมทรัพย์นั้นข้ึนทะเบียนเข้ามาอยู่ใน ความดูแลของกรมการพัฒนาชมุ ชนต่อไป กลุ่มท่ี 2 (กลุ่มหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง) : VDO กรณีศึกษา “รายการเปิดปม ตอน ตลาดวายนวัต วิถ”ี ข้อคดิ /มมุ มอง 1. นโยบายใชเ้ งินกาหนดกิจกรรม ไมส่ อดคล้องกับความต้องการ 2. การส่อื สารสร้างการรับรู้ 3. กระบวนการมีสว่ นรว่ ม 4. ข้อจากัดของการใชจ้ า่ ยงบประมาณ 5. ระยะเวลาของการบรหิ ารจดั การโครงการ 6. ขาดการมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน 7. ใช้ตวั เงินเปน็ ตวั กาหนดกิจกรรม 8. ขาดการติดตามต่อยอด 9. ขัดแย้งเรอื่ งผลประโยชน/์ การมสี ว่ นไดส้ ่วนเสยี กำรแก้ไขปญั หำ/จะทำอยำ่ งไร 1. มีการพบปะ วางแผน ประสานงาน 2. ผลิตภัณฑ์ไดร้ บั การพฒั นา 3. รจู้ กั หมู่บ้าน ชุมชน กลมุ่ มีการประชาสัมพันธ์ 4. บางชุมชนรายได้เพ่มิ ขน้ึ 5. ค้นหาศกั ยภาพตัวเอง 6. ชุมชนไดร้ ับการพฒั นาทกุ มิติ 7. ชุมชนคน้ พบเสน่หข์ องตนเอง
๑๐ 8. สบื สาน : คดั เลือกหม่บู า้ นเป้าหมายหลัก รกั ษา : กระบวนการพัฒนาหมู่บา้ นที่สอดคลอ้ งกบั การพฒั นาทุกพน้ื ท่ี ต่อยอด : นาเสน่ห์ชุมชนต่อยอดให้เกิดการท่องเที่ยว โดยการทาแผนพัฒนาหมู่บ้าน ทอ่ งเทย่ี วเพ่ือสรา้ งรายได้ยง่ั ยนื / องค์ความรู้ สถาบนั การศกึ ษา ผเู้ ชยี่ วชาญ / งบประมาณ/ ตลาด กลุ่มท่ี 4 (กลุ่มชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี) : VDO กรณีศึกษา “รายการเปิดปม ตอน ตลาด วายนวตั วิถี” ขอ้ คิด/มุมมอง 1. เวลาจากัด 2. ข้อจากัดการจดั ซื้อจดั จา้ ง 3. ความพรอ้ มของพน้ื ที่ 4. เจ้าหนา้ ทขี่ าดความรู้เรอื่ ง e-bidding 5. ระยะเวลาของการบรหิ ารจดั การโครงการ 6. ขาดการมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน 7. ขัดแยง้ เรือ่ งผลประโยชน/์ การมีสว่ นได้สว่ นเสีย กำรแกไ้ ขปัญหำ/จะทำอย่ำงไร 1. ควรมีการเตรียมความพร้อม และมีระยะเวลาในการดาเนินการมากกว่าเดิม เพื่อให้ กระบวนการทางานเกิดประสิทธภิ าพ 2. มีการพดู คยุ สร้างความร้คู วามเข้าใจพนื้ ท่รี วมท้งั กระบวนการดาเนินงาน 3. อบรมความรู้เจ้าหน้าท่ีเรื่อง e-bidding 4. จดั เวทีคน้ หาศกั ยภาพของชุมชนเพอ่ื ให้ตรงจุดและดาเนนิ การใหย้ ่งั ยืนต่อไป 5. ส่งเสริมสนบั สนนุ หมูบ่ ้านตามความต้องการและความสามารถของชมุ ชน ผลกำรเรียนรู้ ผู้เข้าอบรมส่วนใหญ่มีความสนใจ มีความตั้งใจในการเรียนรู้จากสื่อ เนื่องจากเป็นกรณีตัวอย่างที่ เกิดข้ึนจริงและท่ีสาคัญยังถือเป็นงานหลักในปีงบประมาณท่ีผ่านมาของกรมการพัฒนาชุมชน จึงทา ให้ผู้เข้าอบรมเกิดการอยากเรียนรู้ ผู้เข้าอบรมแต่ละกลุ่มระดมความคิดเห็นออกมาในมุมมองต่างๆ ร่วมกัน วิเคราะห์ออกมาอย่างชัดเจน มีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกันพร้อมกันนั้นยังสามารถ นาไปปรับใช้และเปน็ ประโยชน์ตอ่ การทางาน
๑๑ ผลกำรประเมินรำยวชิ ำ(วิชำเรยี นรู้จำกส่ือฯ กรณีศึกษำ) สว่ นที่ ๑ ควำมคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เนื้อหำวิชำ หัวขอ้ วชิ า ระดับความคิดเหน็ ค่าเฉล่ยี การแปล 4.10 ผล ๑.การบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ มากท่ีสดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย น้อยท่สี ดุ ของรายวิชา มาก 24 66 14 0 0 (0.00%) (23.1%) (63.5%) (13.5%) (0.00%) ๒.ความชดั เจนของ 27 63 14 0 0 4.13 มาก เน้ือหาวิชา (26.0%) (60.6%) (13.5%) (0.00%) (0.00%) ๓.ความรู้ ทักษะ ทไ่ี ด้รบั 24 66 14 0 0 4.10 มาก เพิม่ เตมิ จากวิชาน้ี (23.1%) (63.5%) (13.5%) (0.00%) (0.00%) ๔.ความสามารถนาไป 24 64 16 0 0 4.08 มาก ประยกุ ตใ์ ช้ (23.1%) (61.5%) (15.4%) (0.00%) (0.00%) ภำพรวม 4.10 มำก จากตารางท่ี ๑ ผู้ตอบแบบประเมิน จานวน 104 คน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชา ทบทวนผล การดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 4.10 แยก เปน็ รายประเด็น ดงั นี้ ๑.การบรรลุวัตถุประสงคข์ องรายวชิ า ระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 4.10 ๒.ความชดั เจนของเนื้อหาวชิ า ระดบั มาก คา่ เฉลีย่ 4.13 ๓.ความรู้ ทักษะ ท่ีได้รบั เพม่ิ เตมิ จากวชิ าน้ี ระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 4.10 ๔.ความสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ระดับมาก คา่ เฉลีย่ 4.08 ส่วนที่ ๒ ควำมพึงพอใจต่อวิทยำกร หัวขอ้ วิชา ระดับความพึงพอใจ คา่ เฉลย่ี การแปล น้อยท่ีสุด มากทส่ี ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย ผล ๑.ความรู้ ความสามารถใน 25 64 15 0 0 4.10 มาก การถ่ายทอด/บรรยาย (24.0%) (61.5%) (14.4%) (0.00%) (0.00%) 4.10 มาก ๒.เทคนิคและวิธีการท่ีใช้ใน 26 62 16 0 0 การถ่ายทอดความรู้ (25.0%) (59.6%) (15.4%) (0.00%) (0.00%) ๓.การเปิดโอกาสให้ซักถาม 28 60 16 00 4.12 มาก แสดงความคดิ เหน็ (26.9%) (57.7%) (15.4%) (0.00%) (0.00%) ๔.การสรา้ งบรรยากาศใน 26 63 15 0 0 4.11 มาก การเรยี นรู้ (0.0%) (0.0%) มาก (25.0%) (60.6%) (14.4%) มำก ๕.บคุ ลิกภาพ (การแตง่ กาย 34 58 12 0 0 4.21 (0.0%) (0.0%) ทา่ ทาง น้าเสียง ฯลฯ) (32.7%) (55.8%) (11.5%) ภำพรวม 4.13
๑๒ จากตารางท่ี 2 ผูต้ อบแบบประเมิน จานวน 104 คน แสดงความพึงพอใจในวชิ า ทบทวนผลการดาเนินงาน ฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 4.68 แยกเป็นราย ประเด็น ดังน้ี ๑.ความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอด/บรรยาย ระดบั มาก คา่ เฉลี่ย 4.10 ๒.เทคนิคและวธิ กี ารทีใ่ ช้ในการถ่ายทอดความรู้ ระดับมาก คา่ เฉลยี่ 4.10 ๓.การเปดิ โอกาสใหซ้ ักถาม แสดงความคดิ เหน็ ระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 4.12 ๔.การสร้างบรรยากาศในการเรยี นรู้ ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.11 ๕.บุคลกิ ภาพ (การแตง่ กาย ท่าทาง นา้ เสยี ง ฯลฯ) ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 4.21 สง่ิ ทีผ่ ู้เข้ำอบรมประทบั ใจในวทิ ยำกรทำ่ นน้ี คือ -ประเดน็ ชัด การสอื่ สารดี -เกง่ มาก พดู ชัดเจน ใจดี -เตรียมการดี มีความสามารถ -พูดเขา้ ใจงา่ ย -ความเปน็ กันเอง -การสอ่ื สารชัดเจน -ใหบ้ ริการ -บุคลกิ ภาพดี กระบวนการ/ขั้นตอนชดั เจน -เสียงดังฟงั ชัด อธิบายชดั เจน -กระชบั เวลา -ให้ความชดั เจนในเนอ้ื หาวิชา -สื่อสารได้เขา้ ใจชดั เจน มีการเตรยี มการดี -ภาพรวมดี สง่ิ ที่วิทยำกรควรปรบั ปรุง คือ -ความชดั เจนในเน้ือหา เวลา ข้อเสนอแนะเพิม่ เติมอนื่ ๆ -ห้องแบ่งกลุม่ ควรปรบั ปรงุ เสียงตกี นั -ขอนาวิทยากรภายนอกมาแชร์/นากระบวนการ
๑๓ 3.วชิ ำนโยบำยและทศิ ทำงกำรขับเคลอื่ นภำรกิจ กรมกำรพฒั นำชุมชน ปี 2563 วทิ ยำกร : นายไพบลู ย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชมุ ชน เขตตรวจที่ 16 วัตถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ เรียนรูค้ วามคาดหวังของผ้บู รหิ าร 2. เพ่ือศกึ ษาและเตรยี มความพรอ้ มการขับเคล่ือนภารกจิ กรมการพัฒนาชุมชน 3. เพ่ือให้ผเู้ ขา้ รับการฝกึ อบรมได้รบั แนวคดิ /เทคนิค/มมุ มอง/Idea สามารถ นาไปใช้ในชั่วโมงที่มีการออกแบบงานของพฒั นาการอาเภอได้ รปู แบบกำรเรยี นรู้ บรรยายประกอบส่ือ ขนั้ ตอน/วิธีกำร 1.พิธีกร แนะนาประวัตวิ ทิ ยากร 2.ประสานวทิ ยากรถึงวัตถุประสงค์ในหวั ข้อทีว่ ิทยากรบรรยาย 3.ช่วงแรกของการบรรยายวิทยากรเล่าถึงประสบการณ์การทางานในกรมการ พฒั นาชุมชน ต้ังแต่เรม่ิ รับราชการเป็นพฒั นากรผู้รบั ผิดชอบประจาตาบล ซ่ึงบริบทของการทางานใน แต่ละพื้นที่เป็นการทางานที่ต่างจากยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก การทางานต้องปรับตัวให้เข้ากับยุค สมยั สะท้อนภาพจากการบรรยายใหผ้ ู้เข้ารับการอบรมไดเ้ หน็ ภาพการทางานพัฒนาชมุ ชนในอดตี กับ ปัจจุบัน ในสถานการณ์การเปล่ียนแปลงในยุคปัจจุบัน จากนั้นวิทยากรได้บอกถึงความสาคัญของ พัฒนาการอาเภอหรือผู้บริหารระดับกลางซึ่งมีความสาคัญมากท่ีจะเป็นผู้รับนโยบายจากผู้บริหาร ระดับสูง เพ่ือถ่ายทอดให้ทีมงานหรือพัฒนากรผู้ปฏิบัติในพื้นท่ี ท่ีมีความสาคัญมากเพ่ือจะขบั เคล่ือน นโยบายสู่การปฏิบัติตามท่ีผู้บริหารคาดหวัง ดังนั้นพัฒนาการอาเภอจึงมีบทบาทในฐานะผู้แปลง นโยบายสู่การปฏิบตั ิ จากน้ันวิทยากรได้พูดถึงแนวทางและนโยบายของอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ประเดน็ หลัก ดังนี้ -สถำนกำรณ์ กำรเปล่ียนแปลงของโลก ไม่ว่าจะเป็นการว่างงาน จานวน 4.94 ล้านคน ปัญหาผสู้ งู อายุท่ีมีจานวนมากขึ้นทุกปี โดยชว่ งอายทุ ่ีมีจานวนมากทส่ี ดุ คือ 46-59 ปี การมี รายได้ ผู้ที่ไม่มีรายได้ จานวน 3.06 ล้านคน อาชีพกลุ่มที่มีมากที่สุด คือ กลุ่มเกษตรกรปลูกพืช 4.05 ล้านคน รองลงมา คือกลุ่มรับจ้างอิสระ ความเป็นอยู่ ต้องอาศัยอยู่กับผู้อ่ืนหรือครอบครัว ผอู้ ่ืน 6.99 ล้านคน และไมม่ ที อ่ี ยู่ ซึง่ มีผลกระทบกบั การทางานพัฒนาชุมชน -กำรน้อมนำ ศำสตร์พระรำชำ เป็นแนวทำงในกำรดำเนินงำนพัฒนำชุมชน สู่ ตำบลเข้มแข็ง ม่ันคง มั่งค่ัง ยั่งยืน ซึ่งการดาเนินงานจะมีเป้าหมาย 3 ระดับ 1. ระดับครัวเรือน ครัวเรือนมีอาหาร/ส่ิงแวดล้อมย่ังยืน/มีภูมิคุ้มกันทางสังคม 2. ระดับอาชีพ มีการร่วมกลุ่มอาชีพ / โคก หนอง นา Model 3. ระดับชุมชน มีการดาเนินกิจกรรมในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยระดับ ครัวเรือน ทาให้ครัวเรือน “พอมี พอกิน พออยู่ พอร่มเย็น” ระดับอาชีพ ชุมชนมีการร่วมกลุ่มอาชีพ / โคก หนอง นา Model ระดับชุมชน ชุมชนมีสวัสดิการ ซ่ึงจะใช้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนทุก แห่งเป็นศูนย์การเรยี นรศู้ าสตร์พระราชา ในการสร้างงาน สรา้ งอาชีพในชมุ ชน ในรูปแบบโคก หนอง นา Model สู่ควำมมั่นคง ด้านอาหาร ซ่ึงเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือน โดยทาในหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง
๑๔ สร้างงาน/สร้างอาชีพ หรือสัมมาชีพชุมชน มั่งค่ัง ได้แก่การสร้างงานสร้างอาชีพ เน้นหนัก OTOP Academy Menuฝึกอาชีพ เช่น การนวดแพทย์แผนไทย สร้างรายได้ เน้น OTOP TRADER ทนุ สร้างรายได้ การนาเงินกองทุนพฒั นาบทบาทสตรี ไปลงทนุ เพ่อื สรา้ งรายได้ เพ่ือ สร้างโอกาสและความม่ันคงของสตรี การสนับสนุนอาชีพต่างๆ เช่น กองทุน กข.คจ. กองทุน สนบั สนุนผู้ประกอบการ ย่ังยืน การสรา้ งสุขภาพที่ดี เชน่ ตลาดประชารฐั Green Market -กำรพัฒนำหมู่บ้ำนและชุมชนท้องถิ่นตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง โดยให้ดาเนินการทกุ หมู่บา้ น จานวน 75,032 หมู่บ้าน โดยมีกระบวนการ คน้ หาผู้นา (หัวไว ใจส้)ู / การสร้างความเข้าใจ (แกนนาในการขับเคล่ือน) ,สร้างการรับรู้/สร้างความตระหนักถึงความ เปลี่ยนแปลง/ผลกระทบ โดยการจัดเวทีประชาคมระดับหมู่บ้าน/ตาบล ,กาหนดครัวเรือนนาร่อง จานวน 30 ครัวเรือน / เตรียมแปลงลงมือปลูก / ทีมตาบลเย่ียมแปลง / จัดเวที “คนปลูกผัก รักษ์ ส่ิงแวดลอ้ ม / ครวั เรือนตวั แทนชุมชนเข้ารับการอบรม โคก หนอง นา Model / ครัวเรือนที่ผ่านการ อบรมลงมือปฏิบัติ สร้างโคก หนอง นา Model ในท่ีดินของตนเอง(ทีม ศพช.ร่วมกับมูลนิธีกสิกรรม ธรรมชาติ / จดั ตัง้ ธนาคารเมล็ดพนั ธุ์ -กำรขบั เคล่อื นทีมผู้นำอำสำพฒั นำบ้ำนเกดิ ระดับจงั หวดั /กรม โดยมีขนั้ ตอน ดังนี้ 1. แจง้ ประกาศกรมการพัฒนาชมุ ชน แนวทางการขับเคล่อื นทมี ผ้นู าอาสาพัฒนา บา้ นเกดิ 2. ประชาสัมพนั ธโ์ ครงการ เพือ่ สร้างการรับรู้ 3. รับสมคั รทางออนไลน์ 4. ดาเนินการสรรหา กลัน่ กรอง เชญิ ชวนผู้ทมี่ คี วามรู้ความสามารถมาเปน็ ท่ี ปรึกษาพัฒนาบา้ นเกิด 5. แต่งต้งั ทมี ผนู้ าอาสาพัฒนาบา้ นเกิด ระดับกรม / จังหวัด 6. ประชุมทมี ผู้นาอาสาพฒั นาบ้านเกดิ 7. กาหนดปฏทิ นิ งานและแผนปฏิบัติการทีมผ้นู าอาสาพัฒนาบา้ นเกดิ 8. กาหนดแผนการขับเคลื่อนทมี ผู้นาอาสาพัฒนาบ้านเกิด 9. สรุปผลการดาเนินงาน ปญั หา อุปสรรค และขอ้ เสนอแนะต่ออธบิ ดกี รมการ พัฒนาชุมชน -กำรดำเนินงำนโครงกำรนกั กำรตลำดรนุ่ ใหม่เพื่อสังคม โดยกรมการพฒั นาชมุ ชน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎ 38 แห่งท่ัวประเทศ เมื่อวันท่ี 25 พฤศจิกายน 2562 โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมและสนับสนุนยกระดับ ผลิตภัณฑ์ชุมชน และขับเคล่ือนชุมชนท้องถิ่นให้เกิดความเข้มแข็งภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมให้ผลิตภัณฑ์ OTOP และ ชุมชนท่องเที่ยวมีช่องทางการตลาดเพ่ิมข้ึน ตลอดท้ังฝึกนิสิต นักศึกษาให้มีประสบการณ์ด้าน การตลาดและมีรายได้ รว่ มถึงแก้ไขปัญหาการว่างงานที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต ภายใต้แนวคิดที่ว่า 1. เป็นการพัฒนาความพร้อมนักการตลาดรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและพัฒนา OTOP 2. เป็นการสร้างช่องทางการตลาดสาหรับผลิตภัณฑ์ OTOP ด้วยการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทาง การตลาดไปสู่รปู ธรรม (Learning By Doing) ผลท่คี าดว่าจะได้รับ 1. ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP
๑๕ และชุมชนท่องเท่ียวมีรายได้เพ่ิมขึ้น และก่อให้เกิดการกระจายรายได้ให้กับชุมชน 2. ผลิตภัณฑ์ OTOP และชุมชนท่องเที่ยวเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขวางขึ้น 3. มีนักการตลาดรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยี ดจิ ทิ ัลเปน็ เคร่อื งมือในการทางานด้านการตลาดและพร้อมปรับปรุงสู่การตลาดยุคใหม่ 4.ชว่ งท้ายเปิดโอกาสให้พฒั นาการอาเภอ ไดแ้ ลกเปล่ียนซักถาม ถามเพม่ิ เติม ผลกำรประเมินรำยวิชำ(วิชานโยบายและทิศทางการขับเคลื่อนภารกิจ กรมการพัฒนาชุมชน ปี 2563) สว่ นท่ี ๑ ควำมคิดเห็นเกย่ี วกบั เนอื้ หำวชิ ำ หัวขอ้ วิชา มากทีส่ ุด ระดับความคดิ เหน็ น้อยทสี่ ดุ ค่าเฉล่ยี การแปล ผล ๑.การบรรลุ 38 มาก ปานกลาง น้อย 0 วตั ถปุ ระสงค์ของ (43.7%) (0.00%) 4.39 มาก รายวชิ า 45 4 0 ๒.ความชดั เจนของ 44 0 4.46 มาก เนอื้ หาวิชา (50.6%) (51.7%) (4.6%) (0.00%) (0.00%) ๓.ความรู้ ทกั ษะ ท่ี 4.40 มาก ไดร้ บั เพ่มิ เตมิ จากวิชา 39 39 4 0 0 นี้ (44.8%) (44.8%) (4.6%) (0.00%) (0.00%) 4.34 มาก ๔.ความสามารถนาไป ประยกุ ต์ใช้ 34 44 4 0 0 (39.1%) (50.6%) (4.6%) (0.00%) (0.00%) 49 4 0 (56.3%) (4.6%) (0.00%) ภำพรวม 4.40 มำก จากตารางที่ ๑ ผตู้ อบแบบประเมิน จานวน 87 คน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเนื้อหาวิชา ทบทวนผลการ ดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 4.40 แยกเป็น รายประเดน็ ดงั นี้ ๑.การบรรลุวัตถุประสงคข์ องรายวิชา ระดบั มาก ค่าเฉลยี่ 4.39 ๒.ความชัดเจนของเน้ือหาวชิ า ระดับมาก คา่ เฉล่ยี 4.46 ๓.ความรู้ ทกั ษะ ทีไ่ ดร้ ับเพ่มิ เตมิ จากวิชานี้ ระดบั มาก ค่าเฉล่ยี 4.40 ๔.ความสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ระดบั มาก ค่าเฉลย่ี 4.34
๑๖ ส่วนที่ ๒ ควำมพงึ พอใจต่อวิทยำกร หัวขอ้ วชิ า มากท่สี ดุ ระดับความพึงพอใจ นอ้ ยทีส่ ดุ ค่าเฉลย่ี การแปล ผล ๑.ความรู้ ความสามารถ มาก ปานกลาง น้อย 0 ในการถา่ ยทอด/ (0.00%) 4.61 มากทส่ี ดุ บรรยาย 56 28 3 0 (0.00%) (64.4%) (32.2%) (3.4%) ๒.เทคนคิ และวิธีการทใี่ ช้ 57 27 3 00 4.62 มากทสี่ ดุ (0.00%) (0.00%) ในการถา่ ยทอดความรู้ (65.5%) (31.1%) (3.4%) ๓.การเปดิ โอกาสให้ 44 37 6 00 4.44 มาก ซกั ถาม แสดงความ (0.00%) (0.00%) คิดเหน็ (50.6%) (42.5%) (6.9%) ๔.การสรา้ งบรรยากาศ 55 29 3 0 0 4.60 มากทส่ี ุด (0.0%) (0.0%) ในการเรยี นรู้ (63.2%) (33.3%) (3.4%) ๕.บคุ ลกิ ภาพ (การแต่ง 57 26 4 0 0 4.61 มากที่สุด กาย ท่าทาง นา้ เสยี ง (65.5%) (29.9%) (4.6%) (0.0%) (0.0%) ฯลฯ) ภำพรวม 4.56 มำกทีส่ ดุ จากตารางที่ 2 ผ้ตู อบแบบประเมิน จานวน 87 คน แสดงความพึงพอใจในวิชา ทบทวนผลการดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากท่ีสุด ค่าเฉล่ีย 4.56 แยกเป็นราย ประเด็น ดงั นี้ ๑.ความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอด/บรรยาย ระดับมากทส่ี ดุ ค่าเฉลี่ย 4.61 ๒.เทคนคิ และวิธีการทใ่ี ชใ้ นการถ่ายทอดความรู้ ระดับมากทส่ี ดุ ค่าเฉล่ีย 4.62 ๓.การเปดิ โอกาสใหซ้ กั ถาม แสดงความคิดเห็น ระดับมาก ค่าเฉลย่ี 4.44 ๔.การสร้างบรรยากาศในการเรยี นรู้ ระดับมากท่สี ุด ค่าเฉล่ีย 4.60 ๕.บคุ ลิกภาพ (การแต่งกาย ทา่ ทาง นา้ เสยี ง ฯลฯ) ระดับมากท่สี ดุ คา่ เฉลย่ี 4.61 สง่ิ ทผ่ี เู้ ข้ำอบรมประทับใจในวทิ ยำกรท่ำนน้ี คือ -ถา่ ยทอดประสบการณไ์ ด้ดีมาก -วทิ ยากรบรรยายได้สนกุ ชดั เจน เขา้ ใจง่าย -พูดชดั เจน -ประสบการณ์เยีย่ ม -พูดชดั เจนดี -ให้ความรู้ท่ีชัดเจน -เป็นผมู้ ีความรปู้ ระสบการณ์ -บรรยายไดช้ ดั เจน เข้าใจง่าย -เขา้ ใจง่าย -รอบรู้ รูล้ กึ รู้จรงิ -ชัดเจน ถ่ายทอดดี
๑๗ -ตรงประเดน็ -มากประสบการณ์ สงู วัยใจเกิน100 สิง่ ท่ีวิทยำกรควรปรับปรงุ คือ - ไมม่ ี ขอ้ เสนอแนะเพิม่ เติมอืน่ ๆ - ไมม่ ี 4.วชิ ำ กำรขบั เคลอ่ื นยุทธศำสตรก์ รมกำรพัฒนำชุมชน ปี 2563 (แลหน้ำ) วิทยำกรหลกั : นางอญั ชลี ป่งแก้ว นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อเรียนรคู้ วามคาดหวังของผู้บรหิ าร และพืน้ ที่ประสบผลสาเร็จ ๒. เพ่ือศกึ ษาและเตรียมความพรอ้ มการขบั เคลอื่ นภารกิจกรมฯ รปู แบบกำรเรยี นรู้ : เรยี นรจู้ ากสอ่ื บรรยาย/อภปิ ราย แบง่ กลุ่ม ข้ันตอน/วธิ กี ำร 1.วิทยากรชวนคุย ทบทวนงานจากกิจกรรมเหลวหลัง เช่ือมโยงนโยบายฯ/ยทุ ธศาสตร์กรมการพัฒนา ชมุ ชน ในปีงบประมาณ 2563 ของอธบิ ดกี รมการพฒั นาชุมชน 2. วิทยากรใช้สื่อ VDO กรณีศึกษา รายการ MMM Magazine on air การสัมภาษณ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ประเด็น “ภารกิจสาคัญในโอกาสก้าวสู่ ๕๘ ปี กรมการพัฒนาพัฒนา ชมุ ชน” ๖.๐๕ นาที และ “SMART ENERGY ตอน อบต.โกง่ ธนู ชุมชนไร้ขยะ” ๖.๕๐ นาที 3. วิทยากรให้ผู้เข้าอบรมแบ่งกลุ่ม ถอดบทเรียนจากการดู VDO ในประเด็น “ได้อะไรจากคลิปการให้ สัมภาษณ์ทา่ น อพช. พช.สปู่ ีท่ี ๕๘” และ ถอด Model ชุมชนไรข้ ยะของ อบต.โกง่ ธนู 4. วิทยากรให้ผเู้ ข้าอบรมนาเสนอผลการถอดบทเรียน กลุ่มละ ๑0 นาที 5.วิทยากรสรุปผลในภาพรวมในความคาดหวังของผู้บริหาร กรมฯ และตัวอย่างการขับเคลื่อนตาบล เขม้ แขง็ จาก อบต.โกง่ ธนู ผลกำรเรยี นรู้
๑๘ ผลการเรียนรู้จากคลิปสื่อสัมภาษณ์ อพช.กรมการพัฒนาชุมชน โดยสรุปจากการนาเสนอของ 4 กล่มุ ทาใหไ้ ด้แนวทางการขับเคลอื่ นเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในระดับครัวเรอื นและระดับชมุ ชน แนวทางการบูร ณาการทางานในทุกงาน ทุกภาคส่วนสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของท้องถ่ิน/ชุมชน การใช้ประโยชน์จาก ข้อมูล จปฐ. หลักคดิ ในการใชป้ ราชญ์ชุมชนสอนชาวบ้าน ผลการเรียนรู้จาก อบต.โก่งธนู โดยสรุป เป็นการใช้ขยะเป็นเคร่ืองมือในการบริหารจัดการชุมชนสู่ ความเข้มแข็ง โดยมี อาสาสมัครท้องถ่ินรักษ์โลก(อถร.) เป็นตัวกลาง/กลไกสาคัญ เชื่อมโยงคนในชุมชนให้ ตระหนัก/เห็นความสาคัญในการจัดการขยะ ปลูกฝังให้คนในชุมชนคัดแยกขยะ ขยะเปียกจัดทาปุ๋ย ใช้ใน การปลูกผักปลอดสารพิษ ขยะแห้งขาย จัดต้ังเป็นธนาคารขยะ มีการจัดสวัสดิการชุมชน ให้กับสมาชิกท่ี เสียชีวิตถึงคนละ 80,000 บาท แก้ปัญหาขยะล้นครัวเรือน/ชุมชน เกิดเป็นชุมชนไร้ขยะ ลดปัญหาเรือน กระจก และการบูรณาการการทางานกบั สถาบนั การศกึ ษา/ภาคีเครือขา่ ย ผลกำรประเมินรำยวิชำ (วิชา การขับเคลือ่ นยุทธศาสตรก์ รมการพฒั นาชมุ ชน ปี 2563 (แลหน้า)) ส่วนท่ี ๑ ควำมคดิ เห็นเกี่ยวกับเนอื้ หำวชิ ำ หวั ขอ้ วิชา มากทสี่ ุด ระดบั ความคดิ เหน็ น้อยทส่ี ุด ค่าเฉล่ีย การแปล ผล ๑.การบรรลุ 10 มาก ปานกลาง น้อย 0 วตั ถุประสงคข์ อง (14.1%) (0.00%) มาก รายวิชา 32 29 0 3.73 ๒.ความชัดเจนของ 7 (45.1%) (40.8%) (0.00%) 0 เนอ้ื หาวิชา (9.9%) (0.00%) มาก 31 33 0 3.63 (43.7%) (46.5%) (0.00%) ๓.ความรู้ ทกั ษะ ที่ไดร้ บั 12 27 32 0 0 3.72 มาก เพ่มิ เตมิ จากวิชาน้ี (16.9%) (38.0%) (45.1%) (0.00%) (0.00%) 3.63 มาก ๔.ความสามารถนาไป 8 29 34 0 0 ประยกุ ต์ใช้ (11.3%) (40.8%) (47.9%) (0.00%) (0.00%) ภำพรวม 3.68 มำก จากตารางที่ ๑ ผู้ตอบแบบประเมิน จานวน 71 คน แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเน้ือหาวิชา ทบทวนผลการ ดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 3.68 แยกเป็น รายประเดน็ ดงั นี้ ๑.การบรรลวุ ตั ถุประสงคข์ องรายวิชา ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.73 ๒.ความชดั เจนของเน้ือหาวชิ า ระดับมาก ค่าเฉลย่ี 3.63 ๓.ความรู้ ทกั ษะ ท่ไี ด้รับเพ่มิ เตมิ จากวชิ าน้ี ระดับมาก ค่าเฉลยี่ 3.72 ๔.ความสามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ ระดับมาก คา่ เฉลยี่ 3.63
๑๙ สว่ นที่ ๒ ควำมพึงพอใจต่อวิทยำกร หัวข้อวิชา มากทสี่ ดุ ระดบั ความพึงพอใจ น้อยท่สี ดุ คา่ เฉลี่ย การแปล 3.62 ผล ๑.ความรู้ ความสามารถในการ 7 มาก ปานกลาง น้อย 0 3.58 มาก ถ่ายทอด/บรรยาย (9.9%) (0.00%) ๒.เทคนคิ และวิธีการทใ่ี ช้ในการ 32 30 2 มาก ถ่ายทอดความรู้ 8 (45.1%) (42.3%) (2.8%) 0 (11.3%) (0.00%) 26 36 1 (36.6%) (50.7%) (1.4%) ๓.การเปิดโอกาสใหซ้ ักถาม แสดง 9 34 26 2 0 3.70 มาก ความคิดเหน็ (12.7%) (47.9%) (36.6%) (2.8%) (0.00%) ๔.การสร้างบรรยากาศในการ 11 32 26 2 0 3.73 มาก เรยี นรู้ (15.5%) (45.1%) (36.6%) (2.8%) (0.0%) ๕.บคุ ลกิ ภาพ (การแตง่ กาย ท่าทาง 10 27 32 1 1 3.62 มาก น้าเสยี ง ฯลฯ) (14.1%) (38.0%) (45.1%) (1.4%) (1.4%) ภำพรวม 3.65 มำก จากตารางท่ี 2 ผตู้ อบแบบประเมิน จานวน 71 คน แสดงความพึงพอใจในวิชา ทบทวนผลการดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 3.65 แยกเป็นรายประเด็น ดังนี้ ๑.ความรู้ ความสามารถในการถา่ ยทอด/บรรยาย ระดับมาก ค่าเฉล่ยี 3.62 ๒.เทคนิคและวิธกี ารทใ่ี ชใ้ นการถา่ ยทอดความรู้ ระดับมาก คา่ เฉลี่ย 3.58 ๓.การเปิดโอกาสให้ซักถาม แสดงความคิดเหน็ ระดบั มาก คา่ เฉลย่ี 3.70 ๔.การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.73 ๕.บคุ ลกิ ภาพ (การแตง่ กาย ทา่ ทาง นา้ เสียง ฯลฯ) ระดบั มาก คา่ เฉล่ยี 3.62 สงิ่ ที่ผู้เข้ำอบรมประทบั ใจในวิทยำกรทำ่ นน้ี คือ - การสอื่ สารดี เป็นกันเอง - เข้าใจง่าย ส่ิงทวี่ ทิ ยำกรควรปรับปรงุ คอื - บางครั้งพดู เรว็ ฟังไม่ทนั ข้อเสนอแนะเพมิ่ เติมอื่นๆ - ไมม่ ี
๒๐ 5.วิชำศำสตรพ์ ระรำชำฯ (เปดิ มมุ มอง) วทิ ยำกร : 1.นายณฏั ฐนนั ท์ อินต๊ะเรือน ศูนยก์ สกิ รรมธรรมชาตสิ งบอัญญา จงั หวัดลาปาง 2.นางสาวปภสั นนั ท์ มง่ิ ไตรสรณ์ ศนู ยก์ สิกรรมธรรมชาติสงบอัญญา จงั หวัดลาปาง ผู้ดำเนนิ กำร : นางอญั ชลี ป่งแก้ว นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจหลกั การทรงงาน และพระราชดารัส “เข้าใจ เขา้ ถึง และ พัฒนา” ของ ในหลวง รชั กาลท่ี 9 2. เพ่อื เป็นแนวทาง ตน้ แบบ ในการทางานของข้าราชการ รูปแบบกำรเรยี นรู้ : ใชร้ ูปแบบเวทีอภปิ ราย ขั้นตอน/วิธกี ำร 1. ผู้ดาเนินรายการแนะนาประวัติวิทยากร ทั้ง 2 ท่านจากศูนย์ฯสงบอัญญา แนะนาตัวประกอบสอื่ สรา้ งบรรยากาศการเรียนรดู้ ้วยการทักทาย ชวนคุย นาเข้าสู่บทเรียนดว้ ยการ เกริ่นนาถึงความสาคัญของศาสตร์พระราชา วัตถุประสงค์ของวิชา และประเด็นที่จะพูดคุยกับ วิทยากรรับเชิญท้ังสองคน ในประเด็นหลักๆคือ 1.ความเป็นมา หรือจุดเปลี่ยน/แรงบันดาลใจ 2.ศาสตร์พระราชาในความคิดความหมายของคนรนุ่ ใหม่ 3.แนวคิดและพัฒนาการภาพรวมจากการ ผันตัวเองมาใช้ชีวติ ในภาคเกษตรกร 4.การปรับประยุกต์ใช้โคกหนองนาโมเดลในพื้นท่ี ซงึ่ สาระจาก เวทโี ดยสรปุ ดงั น้ี 2. วิทยากรบอกเล่าเส้นทางชีวิต ซ่ึงแต่เดิม เคยประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง/ อาชีพเอกชน มาก่อน ก่อนจะมา ใช้แนวทางการดาเนินชีวิตตามแนวทางศาสตร์พระราชา ซึ่งยึด หลักการทรงงาน และพระราชดารัส “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา” ของในหลวง รัชกาลท่ี 9 ซึ่งวิทยากรได้ยึดถือเป็นต้นแบบในการทางาน เนื่องจากเป็นแนวทางท่ียั่งยืน และสามารถก่อให้เกิด ประโยชนก์ บั สว่ นรวม และประชากรส่วนใหญข่ องไทยอยูใ่ นภาคเกษตกรรม 3. วิทยากรให้ความสาคัญกับวิถีการเกษตร ตามแนวทางศาสตร์พระราชา ซ่ึงเป็น ความพอเพียง กินอยู่กับธรรมชาติ ไม่โลภ ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับตนเอง พ้ืนฐานทางครอบครัว เป็นเกษตรกร แต่ตนเองเลือกที่จะทาอาชีพ เอกชน/ ทางานบริษัท และเคยหันหลังให้กับการเกษตร เพราะมองว่าทาแล้วไม่รวย ไม่มีหน้าตาในสังคม แต่หลังจากท่ีตนเองเร่ิมพบกับปัญหาด้านสุขภาพ/ เวลาที่เร่งรีบจากการทางานประจา จึงแสวงหาแนวทางใหม่ในการประกอบอาชีพ จากการได้ไป ฝึกอบรมด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ จึงหันมาทดลองทา และค้นพบว่าเป็นอาชีพท่ีชอบและแสวงหามา นาน เป็นความพอเพียงและใช้ชีวิตในวิถีธรรมชาติ ผลพลอยได้คือ ทาให้สุขภาพตนเองดีข้ึนอีกด้วย ยกตัวอย่างแตเ่ ดิม สุขภาพไม่ดี อายุก็เร่ิมเยอะ หมอบอกว่า ไม่สามารถมีบุตรด้วยวิธีธรรมชาติได้ แต่ หลังจามาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ กินอยู่กับ ธรรมชาติ กลับพบว่ามี สุขภาพดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับการทางานในเมืองหลวง และตอนนี้ก็กาลังตั้งครรถ์/สามารถมีบุตร ด้วยวิธธี รรมชาตไิ ด้ 4.การเข้าถงึ เกษตรกร ทาให้ได้ข้อสรปุ ว่า เกษตรกรตัวจริงในพื้นที่ จะเป็นกลุ่มคนท่ี มีวืถีแบบ1.ทาน้อยได้มาก 2.ใช้ประสบการณ์ตรง 3.สนใจทุกเร่ืองที่มีผลกระทบต่อตนเอง 4. คานึงถึงว่าอะไรเป็นปจั จยั เสี่ยง และ 5.ศรัทธาใน ร.9
๒๑ 5.. พูดถึงหลักการของบันได 9 ข้ัน สู่ความพอเพียง ซ่ึงเร่ิมต้นท่ีตัวเราเอง ในคาว่า พอก่อน ได้แก่ ทาเพ่ือ พอกิน พอใช้ พออยู่ และพอร่มเย็น โดยไม่ทาลัดข้ันตอน ต้องพอกินเองก่อน ซ่ึงจัดเป็นขั้นพื้นฐานของความยั่งยืน จากน้ันจึงไปสู่ขั้นก้าวหน้า 5-9 ได้แก่ บุญ คือเม่ือมีเหลือ จึง นาไปทาบุญในงานต่างๆ ทาน ได้แก่การบริจาคแก่ผู้ยากไร้ ผู้ไม่มีด้วยของที่เรามี เก็บ เพ่ือเป็น รากฐานยามวิกฤติ เช่น ในฤดูกาลท่ีขาดแคลนฯลฯ จากน้ันท่ีเหลือจึงเข้าสู่ข้ันขาย ซึ่งเป็นข้ันท่ี 8 และ ข่าย เป็นบันไดข้ันสุดท้าย เป็นการสร้างเครือข่าย ตลอดจนการแบ่งปันความรู้ ช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน 6. วิทยากรได้พูดถึงการบริหารจัดการพ้ืนท่ีของตนเอง ใช้พ้ืนที่ๆ มีอยู่อย่างจากัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งทาให้เกิดผลก่อน จากน้ันจึงมีผู้มาขอคาปรึกษาจากตนเอง (การปลูกข้าว) ในพ้ืนท่ีจะมีการวางแผนการใช้น้า ซ่ึงเกษตรกรตัวจริง จะต้องหาวิธีแม้เป็นฤดูกาลที่ขาดแคลนน้า ก็ จะปลูกพืชท่ีใช้น้าน้อย ทนแล้งได้ดี ใช้ประโยชน์จากสภาพลม ฟ้า อากาศ เพราะเป็นอาชีพของ ตนเอง และมีการขุดบ่อน้าลึกประมาณ 12 เมตร หลายบ่อในพื้นท่ีของตนเอง ซึ่งสามารถเก็บน้าไว้ ใชไ้ ด้แม้ฤดทู เี่ ป็นวกิ ฤติ โดยกลา่ ววา่ ทกุ วนั น้าจะระเหยไปประมาณวันละ 1 เซนติเมตร ซงึ่ การบริหาร จดั การนา้ เป็นสงิ่ สาคัญมาก เนอื่ งจากเปน็ หวั ใจของการเกษตร 7. วิทยากรแลกเปล่ียนเรียนรู้กับผอู้ บรม ในส่วนของ ธนาคารน้าใตด้ นิ / โคก หนอง นา โมเดล ในส่วนของความเหมือนและความแตกต่าง โดยมีที่มาจาก ในช่วงฤดูฝน จะมีมวลน้า จานวนหน่ึงท่ไี ม่สามารถบริหารจัดการได้ ธนาคารน้าใต้ดินก็เหมือนฝายชะลอน้า เป็นการหาจุดรวม น้า จุดที่นา้ ท่วมขัง เม่ือน้าไหลหลากมา ก็จะช่วยลดความเรว็ และปริมาณน้า สามารถช่วยแก้ปัญหา นา้ ท่วมขงั และเพมิ่ ความอุดมสมบรู ณ์ในพื้นที่รอบๆ และเพม่ิ ระดับนา้ บาดาลใต้ดนิ ส่วน โคก หนอง นา โมเดล จะมีความเหมือนกันในส่วนที่ ทาฝายชะลอน้า ที่ช่วย เพิม่ ความอดุ มสมบูรณ์ใหด้ ิน ดงั น้ี โคก สร้างโคกบนพ้ืนท่ีของตนเอง จากการนาดินที่ได้จากการขุดหนอง นามาถม เป็นโคกเพ่ือสร้างที่อยู่อาศัย ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ รวมท้ังปลูกต้นไม้ตามแนวทางศาสตร์พระราชา คือ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อพอกิน เพ่ือใช้สอยในครัวเรือนหรือพอใช้ และเพ่ือสร้างท่ีอยู่ อาศัยหรือพออยู่ จากน้ันประโยชน์อย่างท่ี 4 คือ ช่วยสร้างสมดุลระบบนิเวศ เพราะใบไม้ท่ีร่วงหล่น จะช่วยปกคลุมหน้าดิน ในขณะท่ีรากจานวนมากช่วยดูดซับน้าฝน เพื่อกักเก็บน้าไว้ใต้โคกเป็นน้าใต้ ดนิ เพิ่มความช่มุ ช้นื หนอง ขุดหนอง รูปร่างคดโค้งอิสระ ไม่เป็นสี่เหลี่ยม เพื่อเก็บน้าไว้ใช้ยามหน้าแล้ง หรือจาเปน็ และสามารถใช้เป็นทีร่ องรับนา้ ยามนา้ ทว่ มหลาก และเป็นแหล่งท่ีอยูอ่ าศัยของปลา นา ยกหวั คันนาให้กว้างและสูงอย่างนอ้ ย 1 เมตร ธรรมชาตขิ องข้าวจะทะล่ึงน้าไม่ จมน้าตาย เพื่อเพิ่มพื้นท่ีกักเก็บน้าไว้ในนา ขุดร่องใกล้หัวคันนา เป็นที่อย่ขู องปลา ปู ป้ันหัวคันนาให้ มีความกวา้ งมากพอทจี่ ะปลูกตน้ ไม้ พชื ผัก ให้มีรากยดึ เหนี่ยวคนั นา และเพมิ่ พ้นื ท่ีทากิน คลองไส้ไก่ ช่วยระบายน้ารอบพื้นที่ โดยขุดให้มีลักษณะคดเค้ียว เพื่อให้น้าไหลได้ ทัว่ ถึงตลอดทั้งพื้นทเ่ี พ่อื ใชท้ าการเกษตรและชว่ ยเพ่มิ ความช่มุ ชน้ื ให้กบั ผืนดินและตน้ ไมโ้ ดยรอบ ฝำยชะลอน้ำ ช่วยชะลอและกักเก็บน้าจากต้นน้าไว้ในพ้ืนท่ี เพ่ือไม่ให้น้าหลากลง มาสร้างความเสียหายกับพ้ืนที่ลุ่มด้านล่างและชว่ ยกักตะกอนดินไม่ให้ลงมาสะสมในหนอง คลอง บึง
๒๒ หรือเขื่อน นอกจากนั้น สาหรับพ้ืนที่กลางน้าฝายชะลอน้ายังช่วยยกระดับน้าเพ่ือเก็บไว้ในพ้ืนท่ีอีก ดว้ ย ผู้ดาเนินรายการสรุป หลังให้เวลากลุ่มเป้าหมายได้ซักถามแลกเปลี่ยน เร่ืองศาสตร์ พระราชา เป็นศาสตรท์ ี่ต้องเข้าใจ เข้าถึง และถ้านาสู่การปฏิบิติได้ จึงจะเป็นวิถีพึ่งพาตนเองได้อย่าง แท้จริง คาดหวังว่าผู้เข้ารับการอบรมฯ จะได้แนวคิด วิธีคิด รูปแบบการบริหารจัดการหลายๆอย่าง นาไปประยุกต์ใช้ในการสง่ เสรมิ การขบั เคล่อื นพืน้ ทส่ี ู่ตาบลเข้มแขง็ มัน่ คง มั่งคง่ั ยัง่ ยืนตอ่ ไป สรปุ ผลกำรเรยี นรจู้ ำกกลุม่ ผ้เู ขำ้ อบรมฯ ผลกำรประเมินรำยวิชำ(วชิ ำศำสตรพ์ ระรำชำฯ (เปดิ มุมมอง) สว่ นที่ ๑ ควำมคดิ เห็นเกี่ยวกบั เน้อื หำวิชำ หัวขอ้ วิชา มากทสี่ ุด ระดับความคิดเหน็ นอ้ ยทสี่ ุด คา่ เฉล่ีย การแปล ผล มาก ปานกลาง น้อย ๑.การบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ 10 32 29 0 0 3.73 มาก (45.1%) ของรายวชิ า (14.1%) (40.8%) (0.00%) (0.00%) ๒.ความชัดเจนของ 13 31 27 0 0 3.80 มาก เนอ้ื หาวชิ า (18.3%) (43.7%) (38.0%) (0.00%) (0.00%) ๓.ความรู้ ทักษะ ท่ไี ด้รบั 12 31 28 0 0 3.77 มาก เพิ่มเตมิ จากวิชาน้ี (16.9%) (43.7%) (39.4%) (0.00%) (0.00%) ๔.ความสามารถนาไป 11 31 29 0 0 3.75 มาก ประยกุ ตใ์ ช้ (15.5%) (43.7%) (40.8%) (0.00%) (0.00%) ภำพรวม 3.76 มำก
๒๓ จากตารางที่ ๑ ผู้ตอบแบบประเมิน จานวน 71 คน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชา ทบทวนผลการ ดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 3.76 แยกเป็น รายประเดน็ ดังนี้ ๑.การบรรลุวัตถปุ ระสงคข์ องรายวิชา ระดับมาก คา่ เฉลย่ี 3.73 ๒.ความชดั เจนของเนื้อหาวิชา ระดบั มาก คา่ เฉลีย่ 3.80 ๓.ความรู้ ทักษะ ท่ไี ด้รบั เพ่ิมเติมจากวิชาน้ี ระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 3.77 ๔.ความสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ระดับมาก ค่าเฉล่ีย 3.75 สว่ นท่ี ๒ ควำมพงึ พอใจต่อวิทยำกร หวั ขอ้ วิชา มากที่สุด ระดบั ความพึงพอใจ น้อยทสี่ ดุ คา่ เฉล่ยี การแปล 3.73 ผล ๑.ความรู้ ความสามารถ 9 มาก ปานกลาง น้อย 3.76 มาก ในการถา่ ยทอด/บรรยาย (12.7%) 3.80 34 28 0 0 มาก ๒.เทคนคิ และวธิ ีการทใ่ี ช้ 12 (47.9%) (39.4%) (0.00%) (0.00%) ในการถ่ายทอดความรู้ (16.9%) มาก 30 29 0 0 ๓.การเปดิ โอกาสให้ซักถาม 13 (42.3%) (40.8%) (0.00%) (0.00%) แสดงความคดิ เหน็ (18.3%) 31 27 0 0 (43.7%) (38.0%) (0.00%) (0.00%) ๔.การสรา้ งบรรยากาศในการ 11 37 23 00 3.83 มาก เรยี นรู้ (15.5%) (52.1%) (32.4%) (0.0%) (0.0%) ๕.บุคลกิ ภาพ (การแต่งกาย 8 42 21 0 0 3.82 มาก ทา่ ทาง น้าเสยี ง ฯลฯ) (11.3%) (59.2%) (29.6%) (0.0%) (0.0%) ภำพรวม 3.79 มำก จากตารางที่ 2 ผูต้ อบแบบประเมิน จานวน 71 คน แสดงความพึงพอใจในวิชา ทบทวนผลการดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 3.65 แยกเป็นรายประเด็น ดงั น้ี ๑.ความรู้ ความสามารถในการถา่ ยทอด/บรรยาย ระดับมาก ค่าเฉลี่ย 3.73 ๒.เทคนคิ และวธิ ีการทใ่ี ช้ในการถา่ ยทอดความรู้ ระดบั มาก คา่ เฉลย่ี 3.76 ๓.การเปิดโอกาสให้ซักถาม แสดงความคิดเห็น ระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 3.80 ๔.การสรา้ งบรรยากาศในการเรียนรู้ ระดับมาก ค่าเฉลีย่ 3.83 ๕.บคุ ลกิ ภาพ (การแตง่ กาย ทา่ ทาง นา้ เสียง ฯลฯ) ระดับมาก คา่ เฉลี่ย 3.82 สงิ่ ทผี่ เู้ ข้ำอบรมประทับใจในวทิ ยำกรทำ่ นน้ี คือ -การนาเสนอทีเ่ ข้าใจงา่ ย -มคี วามตั้งใจ -เก่ง -ชดั เจน
๒๔ -รู้และปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ -อารมณก์ ารเลา่ -แนวคดิ คนรุน่ ใหม่ -เขา้ ใจและปฎิบตั ติ ามศาสตรพ์ ระราชาได้ดี มีประสบการณ์จรงิ เหมาะกับการเป็นวทิ ยากร -เป็นการเล่าเร่ืองท่ฟี งั สบาย ๆ ไม่เครียด ส่งิ ทีว่ ทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คอื - บคุ ลิกภาพการแต่งกาย - ใชม้ อื ใหพ้ อควร - การนาเสนอไม่ดึงดดู ใจคนฟัง ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เตมิ อน่ื ๆ - การตอบคาถามยังไม่ชัดเจน วชิ ำOTOP Trader / E-Commerce วทิ ยำกร : 1. นางสาวทัศนีย์ ไชยเรืองศรี CEO บรษิ ทั Lamphun OTOP Intertrader CO.,Ltd. 2. นายจารุกติ ต์ิ หงส์วเิ ศษ CEO บริษทั Lampang OTOP Intertrader CO.,Ltd. 3. น.ส. ธณภร ปราณธรี ภาพ กรรมการบริหารงาน/ผจู้ ัดการฝ่ายขายต่างประเทศ วสิ าหกิจ ชมุ ชนกลมุ่ แม่บ้านริมร่องและ บรษิ ทั เศรษฐมี หาทรัพย์ จากัด ผูด้ าเนนิ รายการ นางอภิญญา โกมลรตั น์ ผูอ้ านวยการศนู ย์ศกึ ศึกษาและพฒั นาชุมชนลาปาง วัตถปุ ระสงค์ ๑.๑ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ รูปแบบ และความสาคัญของ OTOP TRADER / E-commerce 1.2 เพื่อให้ทราบถึงบทบาทภาครัฐกับการพัฒนา OTOP TRADER และการพาณชิ ย์อเิ ล็กทรอนิกส์ ๑.๓ สามารถนาความรู้ท่ีไดร้ บั ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบตั ิงานได้ รปู แบบกำรเรียนรู้ : ใชร้ ปู แบบเวทอี ภิปราย ขัน้ ตอน/วธิ กี ำร - วิทยากรผู้ดาเนินรายการ พูดคุยสร้างบรรยากาศกับผู้อบรม และแนะนาวิทยากร ทั้ง 3 ท่าน โดยอ่าน ประวัติคร่าวๆ และนาเข้าสู่เนื้อหาด้วยการโยนคาถามกับวิทยากร เพ่ือให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เก็บ ประเด็น เรยี นรใู้ นเรือ่ ง ของ OTOP TRADER และ E-Commerce ดงั น้ี 1. วทิ ยากรผดู้ าเนนิ รายการถามคาถามกับผูร้ ่วมเสวนา ในเร่ืองของ OTOP TRADER ดงั นี้ ควำมเป็นมำของ OTOP TRADER เกิดและจัดต้ังข้ึนตามนโยบายของนายอภิชาติ โตดิลก เวชช์ อดีตอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดย ต้องการส่งเสริมให้ใช้หลักการตลาด นาหน้าการผลิต สินค้า เพราะปัญหาของ OTOP คือ ขายให้ใคร ขายท่ี
๒๕ ไหน และขายอย่างไร จึงต้องพัฒนาช่องทางการตลาด เพ่ือให้ทัน กับสถานการณ์ของโลกในปัจจุบัน OTOP Tader จึงเป็นอีก ช่องทางหนึ่งที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการหาช่องทาง การตลาดทเี่ หมาะสมกับผลิตภัณฑ์ ควำมหมำยและหน้ำท่ีของ OTOP TRADER OTOP Trader คือ ผู้จัดการฝ่ายจัดจาหน่ายสินค้าโอทอประดับ จังหวัด (โอทอปเทรดเดอร์ จังหวัด)โดย ๑ จังหวัด มี ๑ เทรด เดอร์ ดังนั้น ๗๖ จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานครท่ีไม่มี OTOP Tader) จะต้องได้รับคัดสรรมาจาก สานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด มีหน้าที่พัฒนาสินค้า รวบรวมสินค้าในจังหวัดตนเอง ช่วยพัฒนาสินค้า ร่วมกับผู้ประกอบการ เจ้าของสินค้า หาช่องทางการตลาด และมีหน้าท่ีเชื่อมโยงกับเทรดเดอร์ ทั้ง 76 จังหวัด ในการแลกเปลีย่ นสนิ ค้าหาช่องการจัดจาหนา่ ย ประเภทของ OTOP TRADER มี 4 แบบ คอื 1. OTOP TRADER ที่เป็นเจ้าของร้านขายของฝากหรือมีร้านค้าของตนเอง แล้วให้ผู้ประกอบการ สามารถนาสนิ ค้ามาฝากขายได้ เช่น ร้านนันทวรรณกอ่ งคา จ.เชยี งราย 2. OTOP TRADER ที่เป็นผู้รวบรวมสินค้า มาทาบรรจุภัณฑ์ใหม่ สร้างแบรนด์ใหม่ แล้วนาส่งจาหน่าย ในร้านค้า หา้ งสรรพสินค้าตา่ งๆ เช่น นอ้ งไผ่ จ.อตุ รดติ ถ์ 3. OTOP TRADER ในรูปแบบแต่งตั้งกรรมการเทรดเดอร์ของจังหวัดดาเนินงาน และคัดเลือก CEO เพื่อตัดสนิ ใจในการดาเนนิ งาน และเชอ่ื มโยงกับ OTOP TRADER ท้ัง 76 จงั หวดั 4. OTOP TRADER ท่ีมกี ารรว่ มหุน้ กนั ประโยชน์ของ OTOP TRADER เป็นท่ีปรึกษา และมีเคร่ืองมือในการช่วยในการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ เพ่ือให้ผลิตภัณฑ์นั้น จาหนา่ ยไดง้ า่ ย มีราคาถกู ลูกคา้ ตดั สินใจซอื้ ได้ง่าย โดยสินค้าหรอื ผลิตภัณฑน์ ัน้ ตอ้ งมีมาตรฐาน กำรเขำ้ ร่วมเป็นสมำชิก OTOP TRADER ผู้ประกอบการสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิก ได้โดยประสานผ่านสานักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด/ อาเภอ หรือ OTOP TRADER ของจังหวัดน้ันๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยกรมการพัฒนาชุมชน จะมี โครงการฝึกอบรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการท่ีสนใจสามารถพัฒนาสินค้า ผลติ ภัณฑข์ องตนเอง และมีช่องทางการตลาดจัดจาหน่ายสนิ ค้าได้ 2. วทิ ยากรผ้ดู าเนนิ รายการถามคาถามกบั ผูร้ ว่ มเสวนา ในเรอ่ื งของ E-Commerce ดงั นี้ ผู้ร่วมเวทีเปิดตัวด้วยการสาธิตไลฟ์สดขายสินค้าใน Shopee ของบริษัท สร้างบรรยากาศ เชื่อมโยงเข้าส่เู นื้อหา E-Commers E-Commerce คืออะไร E-Commerce หรือ พาณิ ชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือ การ ดาเนินธุรกจิ โดยใชส้ ่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ทางธุรกิจที่องค์กรได้วางไว้ เช่น การซื้อขายสินค้าและ บริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ โทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพ
๒๖ ขององค์กร โดยการลดบทบาทองค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ทาเลที่ตั้ง อาคารประกอบการ โกดังเก็บ สินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขาย พนักงานแนะนาสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้า เป็นต้น จึง ลดข้อจากดั ของระยะทาง และเวลาลงได้ ประเภทของ E-Commerce 1. ธุรกิจกับผู้ซ้ือปลีก หรือ บีทูซี (B-to-C = Business to Consumer) คือ ผู้ซ้ือปลีกซื้อสินค้าจาก ผูข้ ายผา่ นอนิ เตอร์เน็ต เช่น การขายเสือ้ ผา้ รองเทา้ เคร่อื งสาอาง เป็นตน้ 2. ธุรกิจกับธุรกิจ หรือ บีทูบี (B-to-B = Business to Business) คือ ผู้ประกอบการสองฝ่ายทาการ ตดิ ตอ่ ซ้ือขายกัน โดยการขายในทน่ี ้ีเปน็ การขายส่ง ซ่งึ ทาการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เนต็ 3. ธุรกิจกับรัฐบาล หรือ บีทูจี (B-to-G = Business to Government) คือ ธุรกิจระหว่างภาคเอกชน กบั ภาครัฐ เช่น การจดั จ้างของภาครฐั โดยประกาศผ่านทางเว็บไซตข์ องรัฐเพื่อลดคา่ ใช้จา่ ย 4. รัฐบาลกับรัฐบาล หรือ จีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ การติดต่อกัน ระหว่างหนว่ ยงานในรฐั บาล เปน็ การตดิ ตอ่ แลกเปลี่ยนข้อมลู ระหวา่ งกระทรวง 5. ผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือ ซีทูซี (C-to-C = Consumer to Consumer) คือ การติดต่อซื้อขาย ระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง กล่าวคือ ผู้บริโภคที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจประกาศขายสินค้าของตนเอง และ ผบู้ ริโภคอีกคนกส็ นใจส่ังซอ้ื ไป การประกาศขายน้ีส่วนใหญท่ าผ่านอนิ เทอร์เน็ตเพราะมีพื้นทใ่ี ห้ติดต่อซื้อ ขายไดส้ ะดวก รวมถึงหาคนทม่ี คี วามสนใจเหมอื นกันไดง้ า่ ยอีกดว้ ย 6. ภาครัฐกับประชาชน หรือ จีทูซี (G-to-C = Government to Consumer) คือ การให้บริการจาก ทางภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต เช่น การคานวณและเสียภาษีผ่าน อินเทอร์เนต็ การดาวนโ์ หลดแบบฟอร์มเพ่ือลงทะเบียนต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ ทำไมจงึ ควรทำ E-Commerce? 1. ไมต่ อ้ งมีหน้าร้าน สามารถโชวต์ วั อย่างสนิ ค้าเป็นรูปหรือคลิปวิดีโอบนเว็บไซต์หรือโซเชยี ลมีเดียได้ 2. ไม่ต้องใช้พนักงานขาย สามารถแสดงข้อมูลต่าง ๆ พร้อมระบบท่ีสามารถทาการซื้อขายได้อัตโนมัติ หรอื ตดิ ต่อทางรา้ นไดผ้ ่านอินเทอรเ์ น็ต ทาให้เปดิ ขายและรองรบั ลูกค้าไดท้ ุกวนั ตลอด 24 ชวั่ โมง 3. เพิ่มโอกาสในการขาย ร้านค้ามีโอกาสเข้าถึงทุกคนท่ีมีอินเทอร์เน็ตได้ จึงสามารถมีลูกค้าได้จากทั้ง ประเทศและทวั่ โลก หมดปญั หาเรื่องการเดนิ ทาง 4. ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ จึงสามารถนาเงินไปลงทุนในด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้นได้ เช่น การ ขยายธุรกิจ การโฆษณาประชาสัมพนั ธ์ เปน็ ต้น 5. ทาการตลาดได้แม่นยาและสามารถวัดผลได้ สามารถใช้เว็บไซต์ขายสินค้าและโชเชียลมีเดียเก็บ ข้อมูลลูกค้ารวมถึงผูเ้ ย่ียมชม และนาไปใช้ในการทาการตลาดออนไลน์ได้ตรงเป้าหมาย อีกทั้งยังมีระบบ ท่สี ามารถตรวจสอบประสทิ ธภิ าพได้ซง่ึ ต่างจากการลงโฆษณาในสื่อออฟไลน์ เชน่ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เปน็ ต้น Application ขำยสนิ คำ้ ออนไลน์ ไหนดี มขี อ้ ดี ข้อเสยี และขอ้ จำกัดอย่ำงไรบำ้ ง ปัจจุบันช่องทางนี้ เข้าถึงลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายง่ายท่ีสุด แต่ก็ยากเช่นกัน เนื่องจากมี ขอ้ จากัดหลายๆดา้ น เช่น หากเราขายสนิ ค้าใน ลาซาด้า ราคา 100 บาท เราต้องหักค่าใชจ้ ่ายใหก้ ับ ลา ซาดา้ 42 บาท ความค้มุ ค่าเปน็ อย่างไร เจา้ ของสนิ คา้ ต้องพจิ ารณาดู Facebook ปัจจุบันเม่ือเราโพสขายสินค้า Facebook มีการป้องการมองเห็น ถ้าอยากให้ลูกค้าเห็น สินค้าเราต้องเสียเงินให้กับ Facebook ข้ันต่าวันละ 30 บาท ข้อดีสามารถเลือก เป้าหมาย กลุ่มลูกค้า
๒๗ ท่ีชอบสินค้าของเราได้ แต่ถ้าหากจะให้ลูกค้ารู้จักสินค้าเราเป็นวงกว้าง ต้องเสียเงินให้กับ Facebook ถงึ วนั ละ 50,000 บาท Shopee สามารถเลือกโปรของตนเองในการโฆษณาสินค้า สามารถไลฟ์สดใน APP ได้ เหมาะกับ ผูป้ ระกอบการ ท่ไี ม่อยากเสียค่าโฆษณาเยอะ ShopAt 24 เป็นของเครือ CP พึ่งเปิดตัว เหมาะกับผู้ประกอบการ โดยทาง APP จะสั่งซื้อของเรา โดย จะสั่งและซื้อขายจากเราไป และจ่ายเงินให้ โดยท่ีสินค้านั้นจะขายหมดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งเป็นอีก APP หนง่ึ ท่ีผปู้ ระกอบการไม่ต้องเส่ียงในการขายสนิ ค้า ONLINE ประโยชน์ ของ E-Commerce? 1. สามารถขายสินค้าในหลากหลายช่องทาง ไม่ยดึ ตดิ กับช่องทางใดช่องทางหน่ึง 2. เกบ็ ขอ้ มลู และสร้างฐานข้อมลู ลูกค้า รวมถึงพฤติกรรมการซ้ือสินค้าและรสนยิ มตา่ ง ๆ 3. นาข้อมลู มาต่อยอดใหเ้ กดิ การซ้ือซ้า ผลจำกกำรเรียนรู้พบวำ่ ผู้อบรมได้รับความรู้ OTOP TRADER และ E – Commerce สามารถนาองค์ความรู้ที่ได้ ไปให้ คาปรกึ ษากับผู้สนใจ และมีช่องทางการตลาดเปน็ ทางเลือกให้กบั ผู้ประกอบการท่สี นใจได้ สรุปผลกำรเรียนรจู้ ำกกลุ่มผ้เู ขำ้ รับกำรอบรม
๒๘ ผลกำรประเมนิ รำยวิชำ(วิชำOTOP Trader / E-Commerce ) ส่วนที่ ๑ ควำมคิดเหน็ เก่ียวกบั เน้อื หำวชิ ำ หวั ขอ้ วิชา มากท่สี ดุ ระดับความคดิ เห็น น้อยทีส่ ุด คา่ เฉลย่ี การแปล ผล มาก ปานกลาง นอ้ ย ๑.การบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ 36 46 5 00 4.36 มาก (5.7%) (0.00%) (0.00%) ของรายวชิ า (41.4%) (52.9%) ๒.ความชัดเจนของ 34 48 5 00 4.33 มาก เน้ือหาวชิ า (39.1%) (55.2%) (5.7%) (0.00%) (0.00%) ๓.ความรู้ ทักษะ ทไ่ี ดร้ บั 34 37 6 00 4.32 มาก (6.9%) (0.00%) (0.00%) เพ่ิมเตมิ จากวชิ านี้ (39.1%) (54.0%) ๔.ความสามารถนาไป 33 49 5 00 4.32 มาก ประยกุ ต์ใช้ (37.9%) (56.3%) (5.7%) (0.00%) (0.00%) ภำพรวม 4.33 มำก จากตารางท่ี ๑ ผู้ตอบแบบประเมิน จานวน 87 คน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเน้ือหาวิชาทบทวนผลการ ดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉล่ีย 4.33 แยกเป็น รายประเดน็ ดงั น้ี ๑.การบรรลวุ ตั ถุประสงค์ของรายวชิ า ระดับมาก คา่ เฉล่ีย 4.36 ๒.ความชดั เจนของเน้ือหาวชิ า ระดับมาก คา่ เฉล่ยี 4.33 ๓.ความรู้ ทกั ษะ ทไ่ี ด้รับเพิ่มเตมิ จากวิชานี้ ระดบั มาก คา่ เฉลย่ี 4.32 ๔.ความสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ระดับมาก ค่าเฉลีย่ 4.32 สว่ นที่ ๒ ความพงึ พอใจต่อวทิ ยากร หัวข้อวิชา มากทีส่ ดุ ระดบั ความพงึ พอใจ น้อยท่สี ุด ค่าเฉลย่ี การแปล ผล ๑.ความรู้ ความสามารถใน 52 มาก ปานกลาง นอ้ ย 0 การถ่ายทอด/บรรยาย (59.8%) (0.00%) 4.55 มากทสี่ ุด ๒.เทคนคิ และวธิ ีการท่ีใช้ใน 31 4 0 4.55 มากท่สี ุด การถ่ายทอดความรู้ 52 0 (59.8%) (35.6%) (4.6%) (0.00%) (0.00%) 4.38 มาก ๓.การเปดิ โอกาสให้ซกั ถาม แสดงความคดิ เหน็ 31 4 0 0 4.46 มาก (0.00%) 4.59 มากท่ีสดุ ๔.การสร้างบรรยากาศใน (35.6%) (4.6%) (0.00%) 4.51 มำกท่สี ดุ การเรยี นรู้ 0 ๕.บุคลกิ ภาพ (การแต่งกาย 40 40 7 0 (0.0%) ท่าทาง น้าเสียง ฯลฯ) (46.0%) (46.0%) (8.0%) (0.00%) 0 (0.0%) 45 37 5 0 (51.7%) (42.5%) (5.7%) (0.0%) 55 28 4 0 (63.2%) (32.2%) (4.6%) (0.0%) ภำพรวม
๒๙ จากตารางที่ 2 ผ้ตู อบแบบประเมิน จานวน 87 คน แสดงความพึงพอใจในวิชา ทบทวนผลการดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากท่ีสุด ค่าเฉล่ีย 4.51 แยกเป็นราย ประเดน็ ดังนี้ ๑.ความรู้ ความสามารถในการถา่ ยทอด/บรรยาย ระดับมากท่ีสดุ คา่ เฉลย่ี 4.55 ๒.เทคนิคและวิธีการท่ีใชใ้ นการถ่ายทอดความรู้ ระดบั มากทส่ี ุด ค่าเฉล่ยี 4.55 ๓.การเปดิ โอกาสให้ซกั ถาม แสดงความคิดเห็น ระดับมาก ค่าเฉล่ีย 4.38 ๔.การสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ระดบั มาก ค่าเฉล่ยี 4.46 ๕.บคุ ลกิ ภาพ (การแตง่ กาย ทา่ ทาง นา้ เสยี ง ฯลฯ) ระดับมากทสี่ ุด คา่ เฉลี่ย 4.59 สิ่งทีผ่ เู้ ข้ำอบรมประทบั ใจในวทิ ยำกรท่ำนน้ี คือ -เหมอื นดู live show -มคี วามรู้ความสามารถมาก/ถา่ ยทอดไดด้ ี -เสยี งดงั ฟังชัด ชัดเจน เล่าเรื่องได้สนุก -พดู จาชัดเจน -องคค์ วามร้มู าก -เทคนิคการขายดี -บรรยายไดช้ ัดเจนไดค้ วามร้ดู มี าก -นาเสนอขอ้ มลู นา่ สนใจ -ทกั ษะสูงมาก -เกง่ มปี ระสบการณ์จรงิ ถา่ ยทอดจากประสบการณ์ตรง -ประทับใจมากในความร้จู ากภาคเอกชน -บุคลิกและความสามารถ เทคนิคการขาย ส่ิงที่วทิ ยำกรควรปรบั ปรุง คอื - ไม่มี ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเติมอ่นื ๆ -เป็นตัวอย่างทีด่ ี เลา่ จากประสบการณ์ -สงสัยวทิ ยากรตดิ ลม -นา่ จะใช้วทิ ยากรแนวนใ้ี นการอบรมครบั -อยากให้วทิ ยากร..สอนวธิ ีขายฯให้กับโอทอป
๓๐ 7.วชิ ำ OKRs จำกเปำ้ หมำยองคก์ ร สู่เป้ำหมำยบคุ คล วทิ ยำกรหลัก นายสุรพล ศรจติ ต์ ผู้อานวยการศนู ยศ์ ึกษาและพัฒนาชมุ ชนชลบรุ ี วตั ถุประสงค์ ๑. เพ่ือเพิ่มองคค์ วามรู้/ขีดความสามารถของผเู้ ขา้ รับการอบรม ๒. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การฝึกอบรมไดร้ ับแนวคดิ /เทคนิค/มมุ มอง/Idea สามารถนาไปใช้ ในชั่วโมงที่มกี ารออกแบบงานได้ (เนน้ ไปท่ีบทบาท/หน้าที่ของพฒั นาการอาเภอ) รปู แบบกำรเรยี นรู้ บรรยายประกอบส่ือ ข้นั ตอน/วธิ ีกำร 1. วิทยากรแนะนาตัว สรา้ งบรรยากาศการเรียนรู้ด้วยการทักทาย ชวนคุย เตรียมความ พร้อม นาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการเกรนิ่ นาถงึ วัตถปุ ระสงคข์ องวชิ า ประเดน็ ท่ีจะพูดคุย และข้อตกลง ในกระบวนการเรยี นรูร้ ่วมกนั 2. วทิ ยากรตง้ั คาถาม ทา่ นใดเคยได้ยนิ ร้จู กั หรือเรยี นรู้ OKRs มาบ้างแล้ว? OKRs จาก เป้าหมายองคก์ ร สเู่ ป้าหมายบุคคล OKRs เป็นเร่ืองใหม่สาหรับประเทศไทย โดยเฉพาะหนว่ ยงาน ราชการ และเปน็ วิชาใหม่ของกรมการพัฒนาชุมชน ๓. มาทาความรจู้ กั MBO (Management by Objective) คือการบริหารงานตาม วัตถปุ ระสงค์ เปน็ บรรพบรุ ุษของ OKRs (Objectives and Key Results) คอื วัตถุประสงค์หลักและ ผลลัพธ์ทส่ี าคญั โดยมีนาย ปีเตอร์ ครักเกอร์ นักวิชาการผู้เชยี่ วชาญการบริหารจัดการสมยั ใหม่ ได้ เขียนเรอื่ ง MBO ครั้งแรกในบรษิ ัทฮเู รสแฟคการ์ด(HP) ได้นามาใช้ในปี ค.ศ.๑๙๖๐(๒๕๐๓) และได้ นามาใชจ้ นเปน็ วถิ (ี HP Way) มี ๓ ประการดงั น้ี ๑) Walk-around Management การบริหารจัดการแบบเดนิ ไปรอบๆ คือ เดนิ ตรวจงาน เดินดงู าน และเดนิ แนะนางาน ผ้บู ริหารจะไมน่ ง่ั กับทีต่ ้องออกไปหารพนักงานสม่าเสมอ ๒) Flextime การเขา้ ออกงานอยา่ งยืดหยุ่น ไม่มีกาหนดตายตวั อยากเข้าเมื่อไหร่กเ็ ขา้ อยากออกเม่ือไหร่ก็ออก แต่งานต้องสาเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์ แต่ยงั ไมเ่ คยนามาใชใ้ นระบบราชการ ๓) Quality (Control) Cycles (QCC) วงรอบของการควบคุมคุณภาพงาน ๔.Andy Grove อดีต CEO Intel (เสียชวี ติ มาแลว้ ๓ ปี) ได้นา MBO มาเป็นแนวคิดพนื้ ฐาน ของ OKRs และนา OKRs มาดาเนินการท่ี Intel แตไ่ ม่แพรห่ ลายเปน็ การดาเนนิ การเฉพาะภายใน Intel เท่านน้ั เนอ่ื งจากระบบการสื่อสารไมท่ ่วั ถึง OKRs ไดถ้ ูกนามาใช้ใน Google และรจู้ ักแพร่หลายและมชี ื่อเสียงในปี๑๙๙๙ ในกลมุ่ บรษิ ัททีเ่ กี่ยวข้องกับเทคโนโลยแี ละการสื่อสาร รวมถงึ บริษทั การส่ือสารในประเทศไทย เชน่ AIS True SCG ลว้ นแลว้ แต่เปน็ บริษัททกี่ ้าวหน้าและทันสมัยทงั้ สน้ิ ๕. OKRs คืออะไร. ทาไมต้องมี s ตอ่ ทา้ ย เพราะ OKRs ประกอบดว้ ยสองสว่ น จะเลา่ ใหฟ้ ัง ทีละสว่ น สว่ นแรก Objectives(O) คอื วัตถปุ ระสงค์หลกั เปน็ การบอกจุดมุ่งหมายของหนว่ ยงาน ทีม หรือบุคคลเปรยี บเสมอื นเปน็ ทศิ ทาง เปน็ การเขียนวัตถุประสงค์อย่างท่ีทุกท่านคุ้นเคย ไม่มีอะไร แปลกใหม่ ดเู หมอื นยากแต่เขียนจริงจะไม่ยาก ส่วนทีส่ องKeyResults(KR) คอื ผลลพั ท์ทีส่ าคญั เป็น
๓๑ การบอกว่าสดุ ท้ายแลว้ เราอยากไดผ้ ลลัพธ์จากการดาเนนิ งานของเราอยา่ งไร ดงั น้นั OKRsคอื เครือ่ งมือต้ังเปำ้ หมำยและกำหนดตวั วัดผลท่ีทำใหเ้ ป้ำหมำยเปน็ จรงิ การสรา้ ง Objectives ผู้บริหารระดบั สงู ตงั้ objective หลกั ขององค์กร ผูบ้ รหิ ารระดบั รองลงมาสรา้ ง objective ของ หน่วยงานตนเองให้สอดคล้องกับ objective หลักขององค์กร หวั หน้างานระดบั รองลงมาสร้าง objective ของหนว่ ยงานตนเองให้สอดคล้องกบั objective ของผู้บริหารระดับสงู ในหน่วยงาน พนักงานแต่ละคนสรา้ ง objective ของงานตนเองใหส้ อดคล้องกับ objectiveของหน่วยงานที่ ตนเองสงั กัดอยู่ ๖. เทคนิคกำรเขียน OKRsอยำ่ งมปี ระสิทธภิ ำพ วตั ถปุ ระสงคต์ อบคาถาม WHAT เรา ตอ้ งการทา “อะไร” ใหส้ าเร็จได้ หลกั การเขยี นวัตถุประสงค์ ๑)ต้องไมเ่ ยอะ ๒)เรื่องน้ันต้องไมย่ ากหรือไม่ง่ายจนเกนิ ไป ๓)ต้องเป็นรูปธรรมจบั ต้องได้ ๔)ต้องเปน็ เร่ืองท่ีสาคญั (ขององค์กร/ทมี งาน/บคุ คล) ๕)เขยี นให้ท้าทาย ยงั ไมจ่ าเป็นตอ้ งใส่ตัววัดผลลงไปแต่ถา้ ใส่ไป ก็ไม่ผดิ ๖)ตอ้ งเปน็ ไปได้ ในทางปฏิบตั ิ ๗)ต้องทาให้เกิดแรงบนั ดาลใจกับคนทางาน เชน่ PEPSI ดีที่สุด ขอ้ แนะนาในการสรา้ ง Objectives ๑)ต้องสอดคล้องกบั กลยุทธข์ ององคก์ ร ๒)ควรมไี มเ่ กิน 5 ข้อ ๓)เป็นเชงิ คณุ ภาพไม่ใช่ปริมาณเช่น เพิม่ ความพงึ พอใจเพิ่มรายได้ ฯลฯ ๔)หลีกเล่ียงการเขียนในส่ิงทตี่ ้องทาเป็นประจาอยแู่ ล้ว ๕)ระบุได้ชดั เจนว่า objective ของเราสมั พนั ธก์ ับ objective ในขัน้ ท่สี งู ข้นึ ไปอยา่ งไร? -ตัวอยา่ ง การสร้าง Objectives ผลลัพธท์ ี่สาคญั ตอบคาถาม HOW เราจะบรรลุวตั ถุประสงค์ได้ “อย่างไร” ๗. กำรสร้ำง Key Results ๑)เป็นการวดั objectiveที่เราจัดทาข้นึ แต่ละข้อวา่ จะประสบความสาเร็จได้อยา่ งไร ๒)เป็นตวั วดั ในเชิงปรมิ าณที่มีการกาหนดคา่ เปา้ หมายชัดเจนเชน่ Objective คือเพ่มิ กาไร Key Results ท่ชี ดั เจนและตรงไปตรงมาทสี่ ุดคือ % การเพิม่ ขนึ้ ของกาไร
๓๒ ๓)โดยทวั่ ไปจะมี Key Resultsไม่เกนิ 5 ข้อต่อ Objective 1 ข้อ ข้อแนะนาในการสร้าง KRs ๑)จะเป็นการวัดแบบ“Milestone”หรอื “ผลลัพธ์” ก็ได้ เช่นจัดทา Websiteเพ่ือสนับสนุน การขาย +จัดทา Website เสร็จภายในเดือนกันยายนเป็น(Milestone)->มีคนเข้าชม Websiteอย่าง น้อย 1,000 รายภายในเดือนธนั วาคม(ผลลพั ธ์) ๒)KRs เป็น “Outcome”ไมใ่ ช่ “Activity” เช่นถ้าเขยี นโดยเรม่ิ ใชค้ าวา่ “วิเคราะห์, ชว่ ยเหลือ, เขา้ รว่ ม”จะเปน็ การพูดถึง“Activity”มากกว่า“Outcome”แตถ่ ้าเร่ิมคดิ ถึงคาเหลา่ น้ี ให้ ถามต่อวา่ “วเิ คราะหไ์ ปเพอ่ื อะไร?” “ช่วยเหลอื ใหเ้ กิดอะไร?”“เข้ารว่ มไปทาไม?” ๓)KRs จะต้องวัดผลไดง้ า่ ยมคี ่าเปา้ หมายท้าทายชดั เจน แตเ่ ปน็ ไปได้ไม่ควรเขียนวา่ “ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่ควรเขียนว่า“ยอดขายเพิ่มขึน้ ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 20ภายในไตรมาสแรกของป”ี คณุ ลักษณะของผลลพั ธ์ทีส่ าคัญ ๑)ต้องเฉพาะเจาะจง คือชดั เจนว่าจะวัดจากอะไร ๒)มกี ารกาหนดระยะเวลาท่ีแน่นอนและทาเสรจ็ ในเวลาท่ีกาหนด ๓)ต้องเปน็ ผลลพั ธห์ ลกั ไมใ่ ชก่ ิจกรรมเชน่ “ออกแบบสอบถามแจกลูกค้า”แจกไปทาไม?รู้ ความรู้สึกปรับปรุงบริการใหล้ ูกค้าพงึ พอใจ ควรเขยี นวา่ “คะแนนความพงึ พอใจของลูกค้า > 80 คะแนน” ๔)ต้องท้าทายแตอ่ ยใู่ นวิสัยทีเ่ ป็นไปได้ ๕)ต้องสอดคล้องท้งั กับระดับบนและระหวา่ งหน่วยงาน - Marissa Mayer อดีตผ้บู ริหาร Google ปจั จุบนั CEO ของ YAHOO กล่าวถึงOKRs วา่ “ถ้ำยงั วัดเปน็ ตัวเลขไมไ่ ด้ แสดงว่ำไม่ใช่ผลลพั ธ์ท่ีสำคัญ”
๓๓ ๘. OKRs ทต่ี ้องทำ(Committed OKRs) ๑)สงิ่ ทเ่ี ราตกลงรว่ มกันวา่ จะต้องทาใหส้ าเรจ็ ๒)ตอ้ งมุ่งม่ันทาใหส้ าเรจ็ แม้มีการปรบั เปลยี่ นตาราง/ทรัพยากร ๓)ม่ันใจวา่ เราจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ คะแนนทค่ี าดหวังจาก OKRs ประเภทนค้ี ือต้อง ได้ ๑.๐ ถา้ คะแนนน้อยกว่า 1.0 จะตอ้ งค้นหาขอ้ ผิดพลาดในการวางแผนและ/หรือการปฏบิ ัติงาน และจะต้องอธิบายเหตุผลทีท่ าให้คะแนนขาดหายไป ๙. OKRs ทอี่ ยำกทำ(Aspirational OKRs) ๑)เราอยากใหโ้ ลกนี้เห็นอะไรจากเรา ๒)อาจจะยังไม่มีความคิดทีช่ ัดเจนว่าจะใช้ทรพั ยากรอะไร/จะไปถึงจดุ นน้ั ได้อยา่ งไร ๓)ตอ้ งออกแบบใหส้ งู กวา่ ขีดความสามารถของทีมงานในไตรมาสท่ีกาหนด คะแนนที่ คาดหวังจาก OKRs ประเภทนเ้ี ฉล่ียอยทู่ ี่ ๐.๗ เพราะมีตวั แปรทีม่ ีโอกาสเปลี่ยนแปลงสูงมาก ๑๐. ประโยชน์ 4 ข้อที่องค์กรจะไดร้ บั จำก OKRs Superpower ๑)Superpower #1เนน้ ในเรื่องทสี่ าคัญ(Focus and Commitment to Priorities )โฟกัสและจดั ลาดับความสาคัญ ๒)Superpower #2ปรับองค์กรให้ไปในทิศทางเดียวกันและทางานเป็นทีม(Align and Connect for Teamwork)ปรับแต่งและเช่ือมโยงการทางานเปน็ ทีม ๓)Superpower #3 มผี ูร้ บั ผดิ ชอบและตดิ ตามไดง้ า่ ย (Track for Accountability) การตดิ ตามเพ่อื ความรับผดิ ชอบ ๔)Superpower #4 ตั้งเปา้ หมายที่ทา้ ทาย(Stretch for Amazing )เปา้ หมาย ท้าทายเพื่อผลงานทน่ี ่าท่งึ ๑๑. หลุมพรำงของกำรใช้ OKRsในองค์กรใหญ่ ๑) ต้ัง Objective เป็นงานประจาแต่ควรเปน็ สิ่งใหม่ๆ ทท่ี ้าทาย เช่นฝ่ายบัญชี - ไม่ใชเ่ ขยี นวา่ “ปิดบญั ชี”เพราะบอกไม่ไดว้ ่า จะทากาไรเพิ่มขึน้ อย่างไรแต่ควรเขียนวา่ “สรา้ งระบบ การคดิ ต้นทนุ ใหม”่ ๒) ตัง้ Objective ไมส่ อดคล้องกนั ควรตง้ั เพ่ือให้ตอบโจทย์ OKRs ในระดับบนถา้ ตอบไม่ได้ กจ็ ะไมม่ ีสว่ นชว่ ยทาใหอ้ งค์กรประสบความสาเร็จในทิศทางท่ีตง้ั ไว้
๓๔ ๓)ตงั้ KRs เป็นกจิ กรรมมากกว่าเปน็ ผลลัพธ์ต้ังแบบกิจกรรม: ร่วมเปดิ Booth ใน งานแสดงสนิ ค้า 3 ครงั้ (ถาม: เปดิ ไปทาไม ตอบ: หาลูกค้าใหม่ๆ)ตงั้ แบบผลลพั ธ:์ ได้ลูกค้าใหมจ่ าก การเปิด Boothในงานแสดงสินค้า จานวน XXX ราย ๔)KRs ทีต่ ้ังข้ึนยังขาดความชดั เจน ๕)หวั หนา้ ต้งั ค่าเป้าหมายใน KRs ใหล้ ูกนอ้ งOKRs เป็นระบบผสมระหวา่ ง Top- Down กับ Bottom-Upหวั หนา้ ตอ้ งปล่อยใหล้ กู น้องตัง้ OKRs ของตวั เอง ๖)ตัง้ คา่ เปา้ หมายใน OKRs ไม่ทา้ ทาย ๗)ตั้ง OKRs มากหรือนอ้ ยจนเกนิ ไป ๑๒. บทเรยี นท่ีได้จำก INTEL ๑)นอ้ ยแต่มากวัตถุประสงค์ไม่กี่ขอ้ ท่ีเลอื กมาอยา่ งดีท่ีสุดบอกชดั เจนว่าอะไรที่ “ใช่” อะไรท่เี รา “ปฏเิ สธ” ๒)กาหนดเปา้ หมายจากลา่ งขึ้นบน สนับสนนุ ใหค้ ร่ึงหนงึ่ ของ OKRs มเี ป้าหมายของ พนักงาน ทีมรายบคุ คลเพ่ือสร้างแรงจูงใจของคนทางาน ๓)ไม่เผดจ็ การ มวี าระที่คิดรว่ มกนั ถกเถยี ง เจรจาต่อรอง ทาสัญญาประชาคม นา องค์กรไปส่กู ารบรรลเุ ปา้ หมาย ๔)มคี วามยืดหยุน่ ถ้าสถานการณ์เปล่ยี นแปลงทาให้OKRs ไมเ่ หมาะกบั สถานการณ์ ควรมีการปรับปรงุ เปล่ียนแปลง ยกเลิกในระหว่างรอบได้ ๕)กลา้ ลม้ เหลว กาหนดStretched goal ขยายหรือเพ่ิมเป้าหมายให้ยากขนึ่ ไปอกี ข้ันหนึง่ จากเป้าหมายที่กาหนดไว้เพ่ือใหอ้ งคก์ รก้าวหนา้ สูงขนึ้ ไป ทาจุดสูงสดุ ใหม่ ๖)เปน็ เครอื่ งมอื ไม่ใชอ่ าวธุ สง่ เสรมิ ให้คนกลา้ ลอง กล้าเส่ียง ป้องกนั คนไม่ทมุ่ เท ทางาน ๑๓.ตัวอยำ่ งกำรใช้ OKRs ในบริษัท WONG NAI ท่ีคา้ ขายบน lifestyle platform จะทาให้พนกั งานยอมรบั OKRs ไดอ้ ยา่ งไร? ๑)คดั คนที่ใช่เขา้ มาทางาน เน้นคนทสี่ ามารถทางานได้สอดคลอ้ งกับCORE VALUE 4 ประการของบริษทั ไดน้ น่ั คือ IMPACT, PASSION, SPEED, FLEXIBILITY ๒)เร่มิ จากเล็กๆก่อน เริม่ จากผบู้ ริหารระดับสูงก่อนแล้วคอ่ ยถา่ ย ทอดลงไปถึงระดบั ผจู้ ัดการ ๓)คอ่ ยๆ สอนคนใหม่ท่เี ข้ามาอย่าปลอ่ ยให้หาความรเู้ อง ๔)ให้เขาออกแบบการทางานดว้ ยตัวเองซง่ึ สามารถเคน้ ความทา้ ทายและสรา้ งแนวคิดที่ เปน็ นวัตกรรมได้ -ตัวอยา่ งการต้ัง OKRsของหน่วยหน่งึ ใน WONGNAI
๓๕ O: God of online content in Thailand KRs:-Traffic growth สว่ นอาหาร 10% ส่วนความงาม 15% -มคี นเขา้ ชมคลปิ 10 ลา้ นวิว/สัปดาห์ และมกี ารแชร์ 10,000 แชร์ใน 1 content ๑๔. CFRs(การบริหารผลงานอย่างต่อเนือ่ ง) เพ่ือนคู่คิด มิตรคู่ OKRs ๑)C = Conversation เปน็ การพูดคยุ แลกเปลีย่ นระหว่างผู้จัดการกับพนกั งานมุง่ เปา้ ไปท่ี การขบั เคลื่อนผลการดาเนินงาน ๒)F = Feedback ส่ือสารสองทางภายในเครือข่ายระหวา่ งเพือ่ นร่วมงาน ประเมนิ ความกา้ วหนา้ และแนะนาการปรบั ปรุงการทางานในอนาคต ๓)R = Recognition เปน็ การแสดงออกถึงความชน่ื ชมต่อบุคคลต่อผลงานทีเ่ กดิ ขึน้ สามารถ เชอ่ื มโยงไปยงั เป้าหมายและกลยทุ ธข์ ององค์กรได้ ๑๕. กำรประยุกตใ์ ช้ OKRs ในงำนพฒั นำชมุ ชน
๓๖ -ตัวอย่างการกาหนด OKRs (ที่ต้องทา) ม่นั คง -ตัวอยา่ งการกาหนด OKRs (ทต่ี ้องทา) ม่งั คัง่ -ตวั อย่างการกาหนด OKRs (ท่ตี ้องทา) ยัง่ ยืน บทสรุป OKRs เขียนงา่ ย แต่ทาสาเรจ็ ไดย้ าก ต้องใช้ความพยายาม ความมุง่ มั่นสูง และ ต่อเน่อื ง ส้ไู ม่ถอย กัดไมป่ ล่อย ทกุ ๆท่านสามารถนาไปปรับใช้ได้จริงในพ้นื ท่อี าเภอที่ท่านสังกัด เม่ือ ทา่ นทาสิง่ ทีย่ ากมากๆ ไดส้ าเร็จ ท่านกจ็ ะเปน็ อกี คนหนึ่งทโี่ ลกจะจดจาตลอดไป.
๓๗ ผลจากการเรียนรู้ ผู้เขา้ อบรมใหค้ วามสนใจและมสี ่วนร่วมในการตอบคาถามชวนคุยจากวิทยากร ต้งั แต่รว่ มกนั สร้าง ความรู้ความเข้าใจถึงท่มี า ร้คู ุณค่า ความสาคัญของ OKRs ซ่งึ มคี วามท้าทาย ทาไดย้ าก แต่เปน็ ไปได้ ในทางปฏิบัติ มีความแตกต่างจากการประเมนิ ผลปฏบิ ตั ิงานประจาปตี าม KPI รวมทั้งผู้เขา้ อบรมได้ ใหข้ อ้ เสนอแนะ/ ข้อคิดเห็นเพ่มิ เติมเพื่อนาไปปรับใชก้ บั งานพฒั นาชุมชนในพน้ื ท่ี ซ่งึ จะได้เห็นผลเปน็ รปู ธรรมในการออกแบบงานตาบลเข้มแข็ง มัน่ คง ม่งั คง่ั ย่งั ยืน ของพัฒนาการอาเภอที่จะสง่ กลบั ใหก้ ับศูนย์ศึกษาและพฒั นาชุมชนลาปาง หลังจากที่ได้ประชุมทาความเข้าใจร่วมกับพัฒนากรต่อไป ผลกำรประเมนิ รำยวิชำ(วิชำ OKRs จำกเปำ้ หมำยองค์กร สเู่ ป้ำหมำยบคุ คล) สว่ นท่ี 1 ควำมคดิ เห็นเกีย่ วกับเน้อื หำวิชำ หวั ขอ้ วชิ า มากทส่ี ุด ระดบั ความคดิ เห็น นอ้ ยทีส่ ดุ ค่าเฉล่ยี การแปล 4.34 ผล ๑.การบรรลุ มาก ปานกลาง นอ้ ย 4.49 มาก วัตถปุ ระสงค์ของ รายวชิ า 29 36 5 0 0 มาก ๒.ความชดั เจนของ เนอ้ื หาวิชา (41.4%) (51.4%) (7.1%) (0.00%) (0.00%) 38 28 4 0 0 (54.3%) (40.0%) (5.7%) (0.00%) (0.00%) ๓.ความรู้ ทักษะ ที่ 26 40 4 00 4.31 มาก (0.00%) (0.00%) ไดร้ ับเพิม่ เติมจากวชิ าน้ี (37.1%) (57.1%) (5.7%) ๔.ความสามารถนาไป 25 35 10 0 0 4.21 มาก ประยกุ ต์ใช้ (35.7%) (50.0%) (14.3%) (0.00%) (0.00%) ภำพรวม 4.34 มำก จากตารางที่ ๑ ผตู้ อบแบบประเมิน จานวน 70 คน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเนื้อหาวิชา ทบทวนผลการ ดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉลี่ย 4.34 แยกเป็น รายประเดน็ ดงั นี้ ๑.การบรรลุวัตถุประสงคข์ องรายวิชา ระดับมาก ค่าเฉล่ีย 4.34 ๒.ความชัดเจนของเน้ือหาวชิ า ระดบั มาก คา่ เฉล่ยี 4.49 ๓.ความรู้ ทกั ษะ ทไี่ ด้รบั เพม่ิ เติมจากวิชานี้ ระดบั มาก คา่ เฉลีย่ 4.31 ๔.ความสามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ ระดบั มาก ค่าเฉลี่ย 4.21
๓๘ ส่วนท่ี ๒ ควำมพึงพอใจต่อวิทยำกร หัวข้อวิชา มากท่สี ุด ระดับความพงึ พอใจ น้อยทีส่ ุด คา่ เฉลี่ย การแปล ผล มาก ปานกลาง น้อย ๑.ความรู้ ความสามารถในการ 45 23 2 0 0 4.61 มากท่ีสุด ถ่ายทอด/บรรยาย (64.3%) (32.9%) (2.9%) (0.00%) (0.00%) ๒.เทคนคิ และวธิ กี ารทใ่ี ช้ใน 43 22 5 0 0 4.54 มากท่สี ุด การถา่ ยทอดความรู้ (61.4%) (31.4%) (7.1%) (0.00%) (0.00%) ๓.การเปดิ โอกาสใหซ้ กั ถาม 32 33 5 0 0 4.39 มาก แสดงความคดิ เห็น (45.7%) (47.1%) (7.1%) (0.00%) (0.00%) ๔.การสร้างบรรยากาศในการ 30 36 4 0 0 4.37 มาก เรียนรู้ (42.9%) (51.4%) (5.7%) (0.0%) (0.0%) ๕.บคุ ลิกภาพ (การแต่งกาย 49 18 3 0 0 4.66 มากทส่ี ดุ ทา่ ทาง นา้ เสยี ง ฯลฯ) (70.0%) (25.7%) (4.3%) (0.0%) (0.0%) ภำพรวม 4.51 มำกท่สี ดุ จากตารางที่ 2 ผตู้ อบแบบประเมิน จานวน 70 คน แสดงความพึงพอใจในวชิ า ทบทวนผลการดาเนินงานฯ ประจาปีงบประมาณ 2562 โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด ค่าเฉล่ีย 4.51 แยกเป็นราย ประเดน็ ดงั น้ี ๑.ความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอด/บรรยาย ระดบั มากท่สี ดุ ค่าเฉลี่ย 4.61 ๒.เทคนิคและวธิ กี ารท่ใี ชใ้ นการถ่ายทอดความรู้ ระดับมากทส่ี ุด คา่ เฉลย่ี 4.54 ๓.การเปดิ โอกาสให้ซักถาม แสดงความคิดเห็น ระดบั มาก คา่ เฉลีย่ 4.39 ๔.การสรา้ งบรรยากาศในการเรยี นรู้ ระดับมาก คา่ เฉลีย่ 4.37 ๕.บคุ ลกิ ภาพ (การแตง่ กาย ท่าทาง น้าเสยี ง ฯลฯ) ระดบั มากท่ีสุด ค่าเฉลยี่ 4.66 สง่ิ ท่ผี ู้เข้ำอบรมประทบั ใจในวทิ ยำกรท่ำนนี้ คอื -ไดร้ บั ความรู้ใหมๆ่ จากวิทยากร -ภูมริ แู้ น่น -ชัดเจนมีความรู้ถา่ ยทอดดีมาก -ถ่ายทอดเนื้อหาไดช้ ัดเจน ดมี าก -มคี วามรดู้ า้ นวิชาการสงู -ส่ือสารแลว้ ทาใหเ้ ขา้ ใจชัดเจน สิ่งทีว่ ทิ ยำกรควรปรับปรงุ คือ - ไมม่ ี ขอ้ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ อ่ืนๆ - ไม่มี
๓๙ วิชำ กำรออกแบบงำนกำรขบั เคล่อื นตำบลเข้มแขง็ “มัน่ คง มัง่ คง่ั ยั่งยนื ” และ OTOP กับธรุ กจิ ในยุคดิจิตอล วิทยำกรหลกั : นางอัญชลี ป่งแกว้ นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ รูปแบบกำรเรยี นรู้ : อภปิ ราย และแบง่ กลุ่ม วตั ถปุ ระสงค์ ๑. เพือ่ ออกแบบการขับเคลอื่ นภารกจิ กรมการพัฒนาชมุ ชน ปี ๒๕๖๓ ๒. เพอื่ ออกแบบ Model การขบั เคล่ือนตาบลเข้มแข็ง “มนั่ คง มั่งคั่ง ยัง่ ยนื ” และ OTOP กับ ธรุ กจิ ในยุคดจิ ิตอล ข้ันตอน/วธิ กี ำร 1.วทิ ยากรเกริน่ นาชวนคยุ ทบทวนกระบวนการฝกึ อบรมตั้งแต่เหลวหลังเพอ่ื ทบทวนการสนับสนุน พืน้ ทข่ี บั เคลอื่ นงาน 4 งานหลักในบทบาทของพัฒนาการอาเภอ แลหน้าและเติมเต็ม ตลอดจน เครอื่ งมือ OKRs เพอ่ื นาสู่การออกแบบจาลองงานต่อไป 2.วิทยากรยกตัวอย่างแบบจาลองทีผ่ า่ นมา ไดแ้ ก่ โมเดลปลาทู ในกระบวนการจดั การความรู้ โมเดลBMC โคกหนองนาโมเดล เพ่ือการบรหิ ารจัดการน้า และอ่ืนๆ เพื่อใหเ้ หน็ ภาพเปา้ หมาย กระบวนการ กลยุทธ์ กลไก ผลลพั ท์ ตัวช้วี ดั ตา่ งๆ ในแบบจาลองน้นั ๆ 3. วิทยากรให้ผ้เู ข้าอบรมแบ่งกลมุ่ ระดมความคิดออกแบบการขับเคลือ่ นภารกิจกรมการพัฒนา ชุมชน ปี ๒๕๖๓ และเพ่อื ออกแบบ Model การขับเคลื่อนตาบลเข้มแขง็ “มั่นคง ม่งั คง่ั ยงั่ ยนื ” และ OTOP กบั ธุรกจิ ในยุคดจิ ติ อล โดยแตล่ ะกลุ่มฯ ใชข้ ้อมูลจากการทบทวน วเิ คราะห์ ถอดบทเรียน และเติมเต็มในฟลิปชารท์ จากทกุ วิชา/กระบวนการ เป็นฐานขอ้ มลู ในการออกแบบขับเคลือ่ นฯใน บทบาทของพฒั นาการอาเภอตอ่ การสง่ เสรมิ สนบั สนุนแต่ละงานหลักของกล่มุ 4. วทิ ยากรใหผ้ เู้ ขา้ อบรมนาเสนอผลการถอดบทเรยี น กลุ่มละ 5 นาที และวิทยากรสรุปเติมเตม็
๔๐ ผลกำรเรยี นรู้ กลมุ่ ท่ี 1 นำเสนอโมเดลขับเคลอื่ นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียง สู่ตำบลเข้มแขง็ ในด้าน ม่นั คง – สง่ เสรมิ การปลูกพืชผกั กินเองในครัวเรือน(ถนนกินได้) อาหารปลอดภัย มีการแปรรปู และ ถนอมอาหาร ส่งเสรมิ การเลี้ยงสัตว์ สง่ เสรมิ ให้จัดทาบัญชคี รัวเรือนอย่างต่อเนื่อง จดั ระบบการทา เกษตรอนิ ทรีย์ สง่ เสรมิ การใช้พลังงานทดแทน เป็นพลงั งานแสงอาทติ ย์ กา๊ ซชวี ภาพ กา๊ ซชีวมวล และกาหนด KPI - ครวั เรือนมีอาหารปลอดภัยไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ 80 - ครัวเรอื นมีกจิ กรรม ลดรายจ่ายอย่างน้อย 3 กจิ กรรม - ครัวเรือนมีและใชพ้ ลังงานทดแทนไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ 60 มงั่ ค่ัง -รวมกลุ่มอาชีพแตล่ ะประเภท และทาการแยกประเภทสินคา้ เพ่ือช่วยเหลอื เกื้อกูลกัน สรา้ ง และพัฒนา จดุ จาหนา่ ย จุดกระจายสนิ ค้าในชุมชน สรา้ งความเข้มแข็งให้กลุ่มอาชีพ และกองทนุ ชมุ ชน ส่งเสรมิ การนาผลติ ภณั ฑ์ไปจาหนา่ ย ตลาดประชารฐั Green Market สง่ เสรมิ การขยายผ่าน ช่องทางออฟไลน์/ออนไลน์ กาหนด KPI วดั ความม่งั คงั่ – ครัวเรอื นมรี ายได้เพ่ิมขึ้น อย่างนอ้ ยรอ้ ยละ 5 - มตี ลาดในชมุ ชนอยา่ งน้อย 1 แหง่ - มชี อ่ งทางการจาหนา่ ยอยา่ งน้อย 2 ชอ่ งทาง ยัง่ ยนื – สง่ เสริมการจดั ต้ังธนาคารพนั ธพ์ุ ืช พนั ธส์ุ ตั วใ์ นชมุ ชน ส่งเสรมิ การสรา้ งสวัสดิกากจากการ บรหิ ารกลุ่ม บริหารจดั การขยะในชุมชนทุกระดบั ส่งเสรมิ คนในชุมชนมีธรรมาภบิ าล บรรจุกจิ กรรม โครงการ ไวใ้ นแผนพฒั นาตาบล/แผนพฒั นาอาเภอ ครวั เรือนมีสุขภาพดีสขุ ภาวะท่ีดี กาหนด KPI วัดความยง่ั ยนื - ครัวเรือนได้รบั สวสั ดกิ ารชุมชนอย่างน้อยร้อยละ 80 - ชุมชนมสี ภาพแวดล้อมผา่ นเกณฑ์มาตรฐาน - โครงการที่บรรจุในแผนไดน้ าไปปฏบิ ตั จิ รงิ อย่างน้อยรอ้ ยละ 30 กลไก 1 สรา้ งภาคีและบูรณาการทางานเชงิ พ้นื ท่ี ภาคราชการเอกชนทอ้ งถิน่ และประชาชนผ่านการ MOU 2 สร้างจิตอาสาขบั เคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 3 พัฒนาศักยภาพแกนนาชมุ ชน
๔๑ 4 ตัง้ กรรมการรบั ผิดชอบ 5 เช่อื มโยงกจิ กรรมกับบริษัทประชารฐั จงั หวดั สนับสนุนกิจกรรมทช่ี มุ ชน ทาไม่ได้ 6 พระนคร 1 คน 1 ตน้ แบบมีอยา่ งน้อย 1 ตาบล 7 เครือข่ายปราชญห์ ม่บู ้านเศรษฐกจิ พอเพยี ง กลุม่ ที่ 2 ขับเคลื่อนตำบลเข้มแขง็ โดยสัมมำชีพชุมชน โดยออกแบบโมเดลขับเคลือ่ นด้านคน งาน และงบประมาณ คน - มกี ารจัดต้งั คณะทางานและมีกลไกการทางาน / การจัดทาข้อตกลงการทางานร่วมกนั ( MOU) ของหน่วยงานภาคีเครือขา่ ย ให้เป็นวาระของจังหวดั และอาเภอ /มกี ารอบรม ศึกษาดูงาน /ปราชญ์ สัมมาชพี และปราชญ์สัมมาชีพต้นแบบ /ทาหน้าทเ่ี ปน็ พเี่ ล้ยี ง monitor งำน – มเี มนอู าชพี /สนบั สนุนเรอื่ งอาชพี ต่างๆ /มีการจัดตั้งกลุม่ และOTOP เครือขา่ ย /ครวั เรือน ต้นแบบ / มีระบบพเี่ ลยี้ ง Monitor/ ตดิ ตาม ขยายผล และประชาสมั พันธ์ งบประมำณ - 1 ครวั เรอื น 1 ปลอดดอกเบย้ี (นาเงินหม่บู ้านมาแบบไม่คิดดอกเบ้ีย) /One Plan เขียนแผนหม่บู ้าน ชุมชน ให้สอดคล้องกัน เพอ่ื สบื สาน รกั ษา ตอ่ ยอดสู่ตาบลเข้มแข็ง ที่มีความมัน่ คง ดว้ ยคุณภาพชวี ติ ดีและสุขภาวะดี มั่งค่งั ดู จากกลมุ่ อาชพี /OTOP รายได้เพมิ่ ขน้ึ 3 ถงึ 10 เปอร์เซ็นต์ เกิดธุรกิจในชมุ ชน ยั่งยืนดูจาก สวัสดกิ ารชมุ ชน ความเอ้ืออาทร/เกอ้ื กลู และน้อมนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาเป็นวถิ ีชีวิต way of Life
๔๒ กลมุ่ 3 ทุนชุมชน ..ใช้ทุนชุมชนขบั เคลอื่ นศำสตร์พระรำชำสู่ตำบลเข้มแขง็ มนั่ คง ม่ังคั่ง ยั่งยืน โดยหนว่ ยงานภาคเี ป็นกลไกการขับเคล่ือนกิจกรรมในตาบล ดังน้ี เทศบาล/อบต -บริหารจัดการขยะจัดสวสั ดิการชมุ ชนสง่ เสริมคุณภาพชีวติ สง่ เสรมิ การออกกาลงั กาย และอน่ื ๆ ปกครอง กานนั ผู้ใหญ่บา้ น – จติ อาสา/กอช./ ผ้นู าการพฒั นา/รกั ษาสิง่ แวดล้อม สาธารณสุข –การพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต/ตรวจสารพษิ ในเลือด/การปอ้ งกันโรคและควบคุมโรค เกษตร - อาหารปลอดภัยส่งเสรมิ การปลูกผกั กนิ เองการทาปุ๋ยหมกั การเกบ็ เมล็ดพนั ธ์ุ กศน. -ให้การศึกษาชมุ ชน ให้ความรดู้ า้ นอาชีพ ฝกึ อาชพี (สัมมาชีพ) ปศสุ ัตว์/ประมง -ใหค้ วามร้เู รื่องสัตว์และควบคุมโรคระบาด /การเลยี้ งสตั ว์ไวบ้ รโิ ภคในครัวเรือน และ จาหน่าย อบจ./สจ.- สนับสนนุ การพฒั นาคุณภาพชีวติ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาชุมชน/กลุ่มสตรี –ส่งเสริมชมุ ชนพง่ึ ตนเอง/พฒั นาองคก์ รให้เข้มแข็งและสง่ เสริมอาชีพและ พัฒนาผลติ ภณั ฑช์ มุ ชน อช./กทบ./ฯลฯ -พัฒนาทนุ ชุมชนใหเ้ ข้มแข็งและมีธรรมาภิบาล/พฒั นาOTOP /OTOP นวตั วถิ ี
๔๓ ผลกำรดำเนนิ งำน – ลดรายจา่ ย สร้างงาน สรา้ งอาชพี สร้างรายได้ สรา้ งสุขภาพดี เก้ือกูลคนด้อย โอกาส รักษาสิ่งแวดล้อม มสี วัสดิการชมุ ชน -ครัวเรอื น อาหารปลอดภยั สงิ่ แวดล้อมดี มีภูมิคุ้มกนั -ตำบล เข้มแขง็ มัน่ คง ม่งั คั่ง ยง่ั ยืน กระบวนกำร คือ จัดเวที เวทที ี่ 1 ค้นหา เวทีที่ 2 MOU กล่มุ ที่ 4 ใช้งำนOTOP/OTOPนวัตวิถี ขับเคล่ือนตำบลเข้มแข็งส่คู วำมมนั่ คง ม่ังคั่ง ย่ังยนื 1.ใช้งำน OTOP ขับเคลอ่ื นตำบลเข้มแขง็ สคู่ วำมมัน่ คง มั่งค่ัง ย่งั ยืน ม่นั คง - พฒั นาศักยภาพผปู้ ระกอบการ /สร้างผปู้ ระกอบการรุ่นใหม่ /ฐานขอ้ มลู Big Data /พฒั นา บคุ ลากรของ พช./สนับสนนุ ความเขม้ แข็งของกลุ่ม และบรู ณาการภาคี มัน่ คั่ง - พัฒนาผลติ ภัณฑ์ /สร้างทักษะความรูด้ ้านการตลาด /สง่ เสรมิ การตลาดชมุ ชน /สร้างรายได้ จากสนิ คา้ และบรกิ าร ยง่ั ยนื - ผู้ผลิตผปู้ ระกอบการมีรายได้เพ่มิ / สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงคลัสเตอร์/ สรา้ งตลาด Green Market ตลาดชมุ ชน/ตลาดประชารัฐ /สง่ เสริมใหเ้ กดิ OTOP TRADER/ สง่ เสรมิ การค้าออฟไลน์/ ออนไลน์ ประชาสัมพนั ธ์/ ติดตามประเมินผล 2.ใชง้ ำน OTOPนวัตวิถี ขับเคลือ่ นตำบลเขม้ แขง็ สคู่ วำมมั่นคง ม่ังคัง่ ย่ังยืน มน่ั คง - สรา้ งการรับรแู้ ละการมสี ว่ นรว่ ม /พัฒนาศกั ยภาพคณะกรรมการ/ สร้างจิตสานึกให้ชมุ ชน / สรา้ งบคุ ลากรการท่องเทย่ี ว /พฒั นาแหล่งท่องเทย่ี ว มงั่ คัง่ - โปรแกรมการท่องเท่ียว/ พฒั นาผลิตภัณฑ์เปน็ ของฝาก ของที่ระลึก/ สร้างทกั ษะความรู้ ด้านการตลาด ส่งเสริมการตลาดของชุมชน/ สร้างรายได้จากสนิ คา้ และผลติ ภัณฑ์ / การตลาด ดิจิตอล ออนไลน/์ ออฟไลน์ ประชาสมั พนั ธท์ าง SOCIAL ยัง่ ยืน บูรณาการภาคี/ การตลาด /ประชาสมั พันธห์ ลากหลายช่องทาง/ การบรหิ ารจัดการทมี่ ี ประสทิ ธิภาพ
๔๔ เมอื่ ตวั แทนนาเสนอรปู แบบการขบั เคล่อื นตาบลเขม้ แข็ง ภายใต้งานหลกั แลว้ วิทยากรให้ พฒั นาการอาเภอ ได้ออกแบบขับเคลือ่ นงาน ตาบลเข้มแข็งฯสนบั สนุนพฒั นากรและพืน้ ท่ี เป็น รายบุคคล/อาเภอ แสดงผลงำนรำยอำเภอฯ
๔๕ วิทยากรสรุปเชื่อมโยงและชี้แจงประเด็นภารกิจท่ีผู้เข้าอบรม(พัฒนาการอาเภอ) ท้ัง 103 อาเภอ จะตอ้ งดาเนินการต่อไป 1) พอ.จัดประชุม พก. เพ่ือนาสรุปการเหลยี วหลัง แลหนา้ และ Model การขับเคลือ่ น งาน ท้ัง 2 หลักสูตร มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับอาเภอ (พก.ที่ไม่ได้มาอบรมจะได้มีความรู้ความ เข้าใจด้วยกนั ) 2) พัฒนากรประจาตาบล นาองค์ความรู้ท่ีได้รับไปกาหนดแนวทางการขับเคลื่อน \"ตาบลเข้มแข็ง ม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน\" และจัดทา Action Plan (ตามแบบท่ี สพช.กาหนด) *** ออกแบบโดยบูรณาการและต่อยอดการดาเนินงานกับคู่มือการขับเคล่ือนโครงการ/กิจกรรมกรมฯ ปี 2563 (cookbook) 3).มอบหมายภารกิจในช่วงอบรมท้ัง 2 หลักสูตร ให้ พอ. และ พก. นาส่ง Action Plan ให้ ศพช. รวบรวมสง่ สถาบันฯ ตามลาดบั 4).ศพช. นา Action Plan ตามข้อ 3 เป็นเครื่องมือในการสนับสนุน/ส่งเสริมการ ขบั เคลอื่ นภารกจิ ของ สพอ. โดยเฉพาะดา้ นการเรียนรู้ \"ศาสตร์พระราชา\" วิทยากรอธบิ ายแผนปฏิบตั ิการขับเคลือ่ นตาบลเข้มแข็ง “มั่นคง มงั่ คัง่ ย่งั ยนื ” เปดิ เวทใี ห้ ซักถาม และสรปุ ผลการเรียนรูใ้ นวชิ า จากการสงั เกตพบว่า ผู้เขา้ อบรมแตล่ ะกลุม่ งานหลักฯ มีสว่ นรว่ มในกระบวนการกลุ่มฯ สามารถออกแบบร่วมกนั จนไดร้ ปู แบบการขับเคล่ือนงานสู่เปา้ หมาย ตาบลเข้มแข็ง “ม่ันคง ม่ังคั่ง ยง่ั ยนื ” ในบทบาทของพัฒนาการอาเภอ ซง่ึ เปน็ ไปตามวัตถุประสงค์ของวิชาฯ โดยเฉพาะเมื่อทาการ ออกแบบการขับเคลื่อนฯรายบคุ คล/อาเภอ ซึ่งแสดงวา่ ผู้เข้ารบั การอบรมมคี วามร้คู วามเข้าใจ และ สามารถนารูปแบบการขับเคล่ือนงานหลักส่ตู าบลเข้มแข็ง ไปใชใ้ นการจดั ทาแผนปฏบิ ตั กิ ารไดจ้ รงิ
Search