Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รูปเล่มสรุป one plan62

รูปเล่มสรุป one plan62

Published by dy na, 2019-10-28 03:21:28

Description: สรุปพก.one plan 62

Search

Read the Text Version

เอกสารสรุปผลการดาเนนิ งาน โครงการฝกึ อบรมบุคลากรกรมการพัฒนาชมุ ชน เพ่อื ขบั เคลอื่ นยทุ ธศาสตร์ กรมการพัฒนาชุมชนสูช่ ุมชนพง่ึ ตนเองได้ หลักสตู รเสรมิ สมรรถนะพฒั นาการอาเภอ ประจาปงี บประมาณ ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๕ มกราคม ๒๕๖๒ ณ ศูนยศ์ ึกษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง รุ่นท่ี ๑ ระหว่างวันท่ี ๑๔ – ๑๖ มกราคม ๒๕๖๒ รุ่นท่ี ๒ ระหว่างวันท่ี ๒๑ – ๒๓ มกราคม ๒๕๖๒

2 สารบัญ หน้า สารบญั ๑. ทม่ี า/วัตถปุ ระสงค์ ๑ ๒. กลมุ่ เปา้ หมาย/รายชอ่ื ผ้บู ริหารโครงการ/รายชอื่ ทีมวทิ ยากร ๒ ๓. กระบวนการฝึกอบรม ๓.๑ กระบวนการฝึกอบรมตามขัน้ ตอน ๓ ๑) หัวข้อวิชา “มุมมองผูบ้ ริหารต่องานพฒั นาชุมชน(one plan) และวิชากระบวนการ จัดทาแผนพฒั นาระดับพน้ื ท่ี ๑๑ 2) หวั ข้อวชิ า ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผนพัฒนาพน้ื ที่ในระดับ อาเภอและตาบล พ.ศ. 2562 และบทบาทหน้าทขี่ องสานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอ และ พัฒนากรท่ีเกยี่ วข้องกับระเบยี บฯ ๑๓ 3) หวั ข้อวิชา การบริหารจัดการประชมุ ชองพัฒนากรในการปฏบิ ตั หิ น้าทใ๋ี นฐานะ เลขานกุ าร ก.บ.ต. ๑๙ 4) หวั ข้อวิชา การจดั เวทีประชาคม/ประสานแผนระดบั ตาบลและการใช้ขอ้ มูล จปฐ./กชช. 2 ค กบั การจดั ทาแผนพฒั นาตาบล ๒๕ 5) หวั ขอ้ วิชา การประเมินคุณภาพแผนตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทย ๒๗ ๖) หวั ข้อวชิ า การประสานงานและการทางานแบบบูรณาการ ๒๙ 7) หัวข้อวชิ า การกาหนดเป้าหมายภารกิจ และการจัดทาแผนปฏิบัตกิ าร/ ปฎิทนิ การทางาน ๓๑ 8) หัวข้อวิชา การประเมินผลแบบเสรมิ พลงั ในโครงการ ๓๓ ๓.๒ ขอ้ เสนอแนะจากวิทยากรกระบวนการ ๓๗ ๓.๓ ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายเพื่อพฒั นากระบวนการฝกึ อบรม/รูปแบบแนวทางการจัดทา หลกั สูตรที่มปี ระสทิ ธภิ าพ ๓๗ ๓.๔ ข้อเสนอแนะจากผู้เขา้ รับการฝึกอบรม ๓๘ ๔. ผลการฝกึ อบรม 4.1 ผลการฝกึ อบรมเปน็ ไปตามความคาดหวงั ๓๘ ๔.๒ สถานการณท์ ี่เกดิ ขน้ึ ๓๘ ๔.๓ การแกไ้ ขปญั หา หรือบรหิ ารและจดั การความเสี่ยง ๓๙ ๔.๔ ในกระบวนการสร้างการเรยี นร/ู้ ฝึกอบรม/วธิ กี ารปฏบิ ตั ทิ ีด่ ีและเปน็ แบบอย่างได้ ๔๐ ๔.๕ กิจกรรม/องคค์ วามร/ู้ รปู แบบ ผลงานที่เกดิ ขึน้ ระหว่างการฝกึ อบรม ๔๑ ๔.๖ ผลการประเมนิ จากผเู้ ขา้ รบั การฝึกอบรม ๔๓

๔.๗ ข้อเสนอแนะอน่ื ๆ ในการฝกึ อบรม 3 ๕. กจิ กรรมเสรมิ หลักสูตร ๕๗ ๕.๑ กิจกรรมเสรมิ หลักสูตร ๖ กจิ กรรม ๕.๒ ข้อเสนอแนะตอ่ การดาเนนิ กิจกรรมเสริมหลักสตู ร ๕๙ ๗๗ ๖. ข้อเสนอแนะเพือ่ พฒั นาหลักสูตร ๖.๑ รูปแบบแนวทางการจักทาหลกั สูตรทมี ีประสิทธภิ าพ ๗๘ ๖.๒ ข้อมูลเพือ่ การพัฒนาขดี สมรรถนะวทิ ยากรของสถาบนั ฯ ศพช.ทกุ แห่ง ๗๘ ๖.๓ วิธปี ฏบิ ตั ทิ ่มี ีความเป็นเลิศในการเสรมิ สมรรถนะบุคลากรภายใต้หลักสูตร ๗๘ ๖.๔ TN และความต้องการในการพฒั นาตนเองของพัฒนากร/วิทยากรสถาบนั ฯ ๗๙ ๘๐ ๗. ภาพถ่ายประกอบการฝกึ อบรม ๘๘ ๘. ผลการทดสอบความรู้ ความเข้าใจผู้เขา้ รบั การอบรม (ก่อน-หลัง)

1 สรปุ ผลการดาเนนิ งานโครงการฝึกอบรม โครงการฝกึ อบรมหลกั สตู รการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาในระดบั พนื้ ท่ี ๑. ท่มี า/วตั ถุประสงค/์ กลมุ่ เปา้ หมาย 1.1 ท่มี า ด้วยกระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทาแผนและประสาน แผนพัฒนาพื้นท่ีในระดับอาเภอและตาบล พ.ศ.2562 กาหนดแนวทางเพื่อบูรณาการในการจัดทาแผนและ ประสานแผนพัฒนาในระดับพ้ืนที่ หมู่บ้าน ชุมชน ตาบลและอาเภอ ให้เกิดความเช่ือมโยงสอดคล้องกับทิศ ทางการพัฒนาในระดบั จงั หวัด กลมุ่ จังหวดั ภาค และประเทศไปในทศิ ทางเดียวกันไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ เกิด ความคุ้มค่า นาไปสู่ความม่ันคง มั่งค่ัง และย่ังยืน สอดคล้องและเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๐ ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ข้อ ๔๒ กาหนดให้ภาครัฐบริหารงานแบบบูรณาการโดยมียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายและเช่ือมโยงการพัฒนาทุก ระดบั ทกุ ประเด็น ภารกจิ ทกุ พ้ืนที่ กรมการพฒั นาชุมชน เป็นหนว่ ยงานในสงั กัดกระทรวงมหาดไทย มีบทบาท/หนา้ ที่สาคญั ในการจัดทา แผนและประสานแผนพัฒนาทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาในระดับ หมบู่ ้าน/ชมุ ชนและตาบลได้กาหนดให้สานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาเภอเปน็ หนว่ ยงานหลักในการจัดทาแผนพัฒนา ตาบลและดาเนินการพัฒนาศักยภาพ คณะกรรมการบริหารงานตาบลแบบบูรณาการ (ก.บ.ต.)ในการจัดทา แผนและประสานแผนพัฒนาตาบลโดยมพี ฒั นากรผ้รู ับผิดชอบตาบลเป็นกรรมการและเลขานุการ ได้กาหนดให้ สานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาเภอเปน็ หนว่ ยงานสนบั สนุนในการจัดทาแผนพัฒนาหมบู่ ้านและแผนชุมชน เพอื่ ให้การดาเนินงานตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทย วา่ ดว้ ยการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนา พ้ืนท่ีในระดับอาเภอและตาบล พ.ศ.2562 ในความรับผิดชอบของสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ ซ่ึงเป็น ภารกิจของพัฒนากรผู้รับผิดชอบตาบลทุกตาบล เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสสิทธิภาพ กรมการ พัฒนาชุมชนโดยสถาบันการพัฒนาชุมชน จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง จัดโครงการ ฝกึ อบรมหลกั สตู รการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาในระดบั พ้ืนที่ ประจาปีงบประมาณ 2562 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ 1.2.1 สร้างความรู้ความเข้าใจระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทาแผนและประสาน แผนพัฒนาพ้ืนทรี่ ะดบั อาเภอและตาบล พ.ศ.๒๕๖๒ 1.๒.๒ สร้างความเขา้ ใจบทบาทหน้าทีใ่ นการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาในระดับพ้ืนที่หมู่บ้าน ชุมชน ตาบล อาเภอ และรบั ทราบนโยบายแนวทางจากผบู้ รหิ ารกรมการพฒั นาชมุ ชน 1.๒.๓ รับทราบ รปู แบบ/แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการจัดทาแผนพฒั นาทกุ ระดบั 2. กลุ่มเป้าหมาย พฒั นากรในพนื้ ที่ ๘ จงั หวัดภาคเหนือตอนบนจานวน 350 คน รายละเอยี ดดังนี้

2 - จังหวัดเชียงราย 58 คน - จงั หวดั เชยี งใหม่ 99 คน - จังหวัดพะเยา 28 คน - จงั หวดั แพร่ 36 คน - จงั หวัดแม่ฮอ่ งสอน 20 คน - จงั หวัดลาปาง 42 คน - จงั หวดั ลาพูน 22 คน - จงั หวัดนา่ น 45 คน รายชอ่ื ผูบ้ รหิ ารโครงการ/หลกั สูตรของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชมุ ชน นายเกรียงไกร สิงหแ์ ก้ว นกั ทรพั ยากรบุคคลชานาญการ ผจู้ ดั การโครงการฯ นางดวงธิดา อานาจผูก นักวิชาการพฒั นาชุมชนชานาญการ ผจู้ ดั การ ร่นุ ท่ี ๑ วา่ ท่ี ร.ต.ชยั ณรงค์ บัวคา นกั ทรัพยากรบุคคล ผู้จัดการ รุ่นที่ 2 นาวสาวณฐั กฤตา ชยั ตมู นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ ผู้จัดการ รนุ่ ท่ี 3 รายช่อื ทมี วิทยากรกระบวนการ กลุม่ ที่ 1 นางดวงธิดา อานาจผกู นักวชิ าการพฒั นาชุมชนชานาญการ กลุ่มที่ ๒ นายไกรฤกษ์ มูลเมอื ง นกั วิชาการพฒั นาชุมชนชานาญการ นางสาวณัฐกฤตา ชัยตูม นักทรัพยากรบุคคลปฏบิ ัตกิ าร กลุ่มท่ี 3 ว่าท่ี ร.ต.ชยั ณรงค์ บวั คา นักทรพั ยากรบุคคล นายเกรยี งไกร สงิ ห์แก้ว นกั ทรพั ยากรบุคคลชานาญการ นายณัฐนชิ รักขติวงศ์ นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ กลุม่ ท่ี ๔ นางอญั ชลี ปง่ แก้ว นักทรพั ยากรบุคคลชานาญการ นางสาววชริ ญาณ์ แย้มเย้อื น นกั ทรพั ยากรบุคคล 3. กระบวนการฝกึ อบรมรายวชิ า ดร.อัจฉราวรรณ มณขี ัติย์ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน ประธานพิธเี ปดิ /บรรยายพเิ ศษ หัวข้อเนอ้ื หา การบูรณาการเชอ่ื มโยง แผนการพัฒนาพนื้ ท่ี ONE PLAN

3 การพฒั นาเศรษฐกจิ ฐานรากตามยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี SDGs - ขจัดความยากจน - ลดความเหล่อื มลา้ - เพมิ่ ขดี ความสามารถในการแข่งขนั - น้อมนาหลกั ปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียงไปสกู่ ารปฏิบัตจิ นเปน็ วถิ ีชีวติ (Way of Life) ยทุ ธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) 1. ยุทธศาสตรด์ ้านความม่ันคง 2. ยทุ ธศาสตรด์ ้านการสรา้ งความความสามารถในการแขง่ ขัน 3. ยทุ ธศาสตร์ด้านการพฒั นาและส่งเสรมิ ศกั ยภาพทรัพยากรมนษุ ย์ 4. ยุทธศาสตรด์ า้ นการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5. ยุทธศาสตร์ด้านการสรา้ งการเติบโตบนคณุ ภาพชีวติ ท่ีเป็นมิตรกับสิง่ แวดล้อม 6. ยุทธศาสตรด์ ้านการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ เพือ่ ใหบ้ รรลุวิสยั ทศั น “ประเทศมีความม่ันคง มั่งคั่ง ยัง่ ยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ดว้ ยการพฒั นา ตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง”นาไปสกู่ ารพฒั นาให้คนไทยมคี วามสุข การบรหิ ารราชการแผน่ ดินในช่วง 4 ปี ของรฐั บาลพลเอกประยุทธ์ จนั ทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 29 สมยั ท่ี 2 ยึดหลักการส าคญั 4 ประการ ไดแ้ ก่ 1.นอ้ มนาพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจ้าอย่หู วั เปน็ หลักในการบริหารประเทศ 2. ยดึ ม่นั ในการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุข 3. พฒั นาประเทศตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรมหาภูมิพล พระบรมชนกาธิเบศรมหาภมู ิพล 4. บรู ณาการการทางานระหวา่ ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคีการพัฒนาต่าง ๆ ในลกั ษณะ ประชารฐั เพอื่ พัฒนาประเทศ ใหม้ ีความเจริญก้าวหนา้ อยา่ งยง่ั ยืน และทาให้ประชาชนคนไทยมคี วามมน่ั คง อยดู่ ีมีสุข นโยบายหลักรฐั บาล 12 ด้าน รฐั บาล พลเอกประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตรคี นท่ี 29 สมยั ที่ 2 ปกปอ้ ง เชิดชูสถาบนั เตรียม คนไทยสู่ศตวรรษท่ี 21 แบง่ เปน็ 2 สว่ นสาคญั คือ นโยบายหลัก 12 ดา้ น ซึง่ เป็นทิศทางการบรหิ ารราชการ

4 แผน่ ดนิ ของรฐั บาล ในชว่ ง 4 ปขี ้างหน้า และนโยบายเรง่ ด่วน 12 ดา้ น ทถ่ี อื เป็นปญั หาเฉพาะหนา้ ท่รี ฐั บาล ตอ้ งเรง่ ดาเนนิ การแก้ไข เพือ่ บรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของพน่ี ้องประชาชนโดยเร็วที่สุด คอื 1. การปกป้องและเชดิ ชูสถาบนั พระมหากษัตริย์ 2. การสรา้ งความมัน่ คง ความปลอดภยั ประเทศ และความสงบสขุ ประเทศ 3. การทานุบารงุ ศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม 4. การสรา้ งบทบบาทของไทยในเวทโี ลก 5. การพัฒนาเศรษฐกจิ และความสามารถในการแขง่ ขนั ของไทย 6. การพฒั นาพ้ืนทีเ่ ศรษฐกจิ และการกระจายความเจริญสภู่ มู ภิ าค 7. การพฒั นาสรา้ งความเข้มแขง็ จากฐานราก 8. การปฏริ ปู กระบวนการเรียนรู้ และการพัฒนาศกั ยภาพคนไทยทุกชว่ งวัย 9. การพฒั นาระบบสาธารณสุขและหลกั ประกนั ทางสังคม 10. การพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม สร้างการเติบโตอย่างยั่งยนื 11. การปฏริ ปู การบรหิ ารจดั การภาครฐั 12. การปอ้ งกนั ปราบปรามการทจุ รติ ประพฤติมชิ อบ และกระบวนการยุตธิ รรม นโยบายเรง่ ดว่ น 12 ด้าน 1. การแกไ้ ขปญั หาในการดารงชีวิตของประชาชน 2. การปรบั ปรงุ ระบบสวัสดกิ ารและพัฒนาคุณภาพชีวติ ของประชาชน 3. มาตรการเศรษฐกิจเพือ่ รองรบั ความผันผวนของเศรษฐกจิ โลก 4. การให้ความชว่ ยเหลอื เกษตรกรและพัฒนานวตั กรรม 5. การยกระดบั ศักยภาพของแรงงาน 6. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศส่อู นาคต 7. การเตรยี มคนไทยสศู่ ตวรรษท่ี 21 8. การแกไ้ ขปัญหาทุจริตประพฤติมชิ อบในวงราชการ ทั้งฝา่ ยการเมอื ง ฝา่ ยราชการประจ า

5 9. การแกไ้ ขปญั หายาเสพตดิ และสร้างความสงบสขุ ในพ้ืนทีช่ ายแดนภาคใต้ 10. การพัฒนาระบบการให้บรกิ ารประชาชน 11. การจดั เตรียมมาตรการรองรับภัยแลง้ และอุทกภยั 12. การสนับสนนุ ใหม้ กี ารศึกษา รับฟังความเหน็ ประชาชน และด าเนนิ การแก้ไขเพม่ิ เตมิ รฐั ธรรมนญู นโยบายรัฐบาล ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับ ยุทธศาสตรก์ รมการพัฒนาชุมชน ขอ้ ที่ 7. การพัฒนาสรา้ งความเขม้ แข็งจากฐานราก รัฐบาลให้ความสาคญั กบั ชมุ ชนในการนาความรู้และ ทรพั ยากรในพืน้ ท่ีมาผลติ เป็น สินค้าและบริการ เพือ่ เพม่ิ ศักยภาพของ เศรษฐกจิ ฐานรากให้สามารถสรา้ ง รายได้ กระจายรายไดส้ ่ชู ุมชน สนบั สนุนสนิ ค้าชมุ ชนและยกระดบั วิสาหกจิ ชมุ ชนใหม้ คี วามเขม้ แขง็ พัฒนา ชอ่ งทางการตลาดเชอ่ื มโยงกับระบบพาณิชยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ และสร้างพลังสังคม พลังชมุ ชน รวมทง้ั สรา้ งการ เรียนรู้ ฝกึ อาชพี กลมุ่ อสิ ระในการรว่ มขับเคล่ือนและพัฒนาประเทศ รฐั บาลจงึ มีนโยบายด าเนนิ การ ดังน้ี 7.1 ส่งเสริมวิสาหกิจชมุ ชนและผลิตภัณฑ์ชุมชน 7.2 สร้างความเข้มแขง็ ของชุมชน 7.3 ส่งเสริมบทบาทภาคเอกชนในการช่วยพฒั นาสังคมและเศรษฐกิจฐานราก การบูรณาการเช่อื มโยงแผนพฒั นาพื้นที่ (ONE PLAN) ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาพื้นทีใ่ นระดับอาเภอและตาบล พ.ศ. 2562 มผี ลใชบ้ ังคับในราชกจิ จานเุ บกษาเมื่อวนั ที่ 11 มิถุนายน 2562 วัตถปุ ระสงค์ 1. ปรับปรงุ กลไกการจดั ทาและประสานแผนพฒั นาในระดับพ้นื ที่ ให้เกิดประสิทธิภาพและครอบคลุมทกุ พืน้ ท่ี 2. ยกระดบั คณุ ภาพแผนในระดบั พน้ื ท่ี ให้มลี ักษณะเปน็ แผนเดยี ว One Plan 3. กาหนดแนวทางการสนบั สนนุ ควบคมุ และกากบั ติดตาม และประสานแผนพัฒนาในระดบั พนื้ ที่ หลักการดาเนินงาน 1. กาหนดแนวทางการเชอื่ มโยงและประสานแผนพฒั นาในลักษณะ One Plan โดยไม่สง่ ผลกระทบต่อ อานาจหนา้ ทีใ่ นการจดั ทาและประสานแผนของส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นที่กาหนดไวใ้ น ระเบยี บ กฎหมายหรอื แนวทางปฏบิ ตั ิ

6 2. กาหนดแนวทางการเช่อื มโยงในการทางานรว่ มกนั ของการบรหิ ารราชการสว่ นภูมภิ าคกบั อปท. (อาศยั ระเบยี บ/กฎหมายของ อปท.ท่มี ีผลบังคับใช้อย่แู ลว้ โดยไม่ไดม้ ีผลกระทบต่อบทบาทอานาจหน้าทข่ี อง อปท.) 3. กาหนดเป้าหมายเพ่อื ให้การจดั ทาแผนทุกระดบั มาจากปัญหาความต้องการของประชาชนอย่าง แทจ้ รงิ 4. กาหนดกลไกให้มหี นว่ ยงานรบั ผดิ ชอบการจัดทาแผนในทุกระดบั และกาหนดแนวทางปฏบิ ตั ใิ น การเชอ่ื มโยงประสานแผนเพื่อใหก้ าร 5. ดาเนนิ งานไม่เกิดความซา้ ซ้อน และเกดิ ความคุ้มค่ากบั ประชาชนมากท่ีสุด ยดึ ประชาชนเป็น ศูนย์กลาง (People Centric) ในการบรหิ ารราชการ โดยความรว่ มมอื จากภาคประชาชน เข้ามามีส่วนรว่ มใน การบริหารราชการสว่ นภูมภิ าค การจัดทาแผนพัฒนาพืน้ ทแ่ี บบบรู ณาการในภาพรวมของประเทศ ความเปน็ มาการเช่ือมโยงและประสานแผนการพฒั นาในระดบั พื้นที่ (One Plan) -มาตรา ๕๓/ ๑ แหง่ พระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพม่ิ เตมิ โดย พระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดิน (ฉบบั ที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ กาหนดใหจ้ ังหวดั จดั ทาแผนพฒั นา จังหวดั ใหส้ อดคล้องกบั แนวทางการพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมในระดบั ชาติและความ ตอ้ งการของประชาชน ในทอ้ งถน่ิ ในจังหวัด -ยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๐ ประเดน็ ยุทธศาสตรด์ ้านการปรบั สมดุลและพฒั นา ระบบการบริหารจัดการภาครฐั ข้อ 4.2 กาหนดให้ภาครฐั บรหิ ารงานแบบบรู ณาการโดยมยี ุทธศาสตร์ชาตเิ ปน็ เป้าหมายและเชอ่ื มโยงการพัฒนาในทกุ ระดับ ทุกประเดน็ ทกุ ภารกจิ ทกุ พ้ืนท่ี

7 วตั ถปุ ระสงค์ 1. กาหนดแนวทางเพอื่ บรู ณาการในการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาในระดับพืน้ ที่ หมบู่ า้ น ชุมชน ตาบล และอาเภอ 2. เช่อื มโยงแผนพฒั นาในระดับพื้นท่ีใหส้ อดคลอ้ งกับทิศทางการพัฒนาในระดับจังหวัด กลมุ่ จังหวัด ภาค และประเทศไปในทศิ ทางเดียวกันได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ เกดิ ความคุ้มค่านาไปสู่ความมนั่ คง มั่งคง่ั และ ย่งั ยืน 1) แผนพฒั นาหมู่บ้าน แนวทางการจัดทาแผนพฒั นาหม่บู า้ น 1. ให้คณะกรรมการหมู่บา้ น (กม.) เป็นองคก์ รหลักที่รับผิดชอบในการบูรณาการจัดทาแผนพฒั นา หมบู่ ้าน 2. องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน/อ าเภอสนบั สนุนการจัดท าเวทีประชาคมรว่ มกนั ระดบั หมบู่ า้ น/ ทอ้ งถ่ิน(ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ด้วยการจัดท าแผนพัฒนาขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ พ.ศ. 2548 และท่แี ก้ไขเพมิ่ เติมถงึ ฉบับท่ี 3 พ.ศ. 2561) 3. ใหน้ ายอาเภอกาหนดห้วงเวลาในการจัดทาเวทปี ระชาคมร่วมกนั ของหมู่บ้าน/ทอ้ งถน่ิ เพือ่ รวบรวม ปัญหา/ความตอ้ งการของประชาชนในพืน้ ที่และข้อมลู ตา่ งๆ มาจัดทาเป็นแผนพฒั นาหมบู่ ้าน/แผนพฒั นา ทอ้ งถน่ิ 4. ส่งแผนพฒั นาหมู่บา้ นไปยงั คณะกรรมการบริหารงานตาบลแบบบรู ณาการ (ก.บ.ต.) และองค์กร

8 ปกครองสว่ นท้องถ่ินเพือ่ เปน็ ขอ้ มลู ในการจดั ทาแผนพัฒนาตาบล และแผนพัฒนาทอ้ งถิ่น บทบาท/หน้าที่ของสานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอ • สนับสนุนขอ้ มลู เพื่อใช้ในการจัดท าแผนพฒั นาหมบู่ ้าน • ร่วมเปน็ วิทยากรกระบวนการ 2) แผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนาตาบลคอื แผนพฒั นาท่ีรวบรวมรายการแผนงานหรือโครงการหรอื กิจกรรมทีจ่ าเป็นตอ้ ง ทาเพอื่ การพฒั นาแก้ไขปัญหาและความตอ้ งการของประชาชนในพนื้ ท่รี ะดับตาบลทีม่ าจากแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชมุ ชน แผนพัฒนาท้องถน่ิ และแผนของสว่ นราชการหรอื หน่วยงานอ่ืนทีด่ าเนินการในพนื้ ที่ คณะกรรมการบริหารงานตาบลแบบบรู ณาการ (ก.บ.ต.)

9 หน้าทข่ี อง คณะกรรมการบริหารงานตาบลแบบบรู ณาการ (ก.บ.ต.) บทบาท/หน้าทข่ี องสานกั งานพัฒนาชมุ ชนอาเภอในการจดั ทาแผนพฒั นาตาบล 1. เปน็ หน่วยงานหลกั ในการจดั ทาแผนพฒั นาตาบล 2. พัฒนาศักยภาพ ก.บ.ต. ในการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาตาบล 3. สนับสนุนการจดั ท าแผนพัฒนาตาบล โดยใชก้ ลไก ก.บ.ต.ร่วมกับ ศอช.ต. และผู้ท่ีเกีย่ วขอ้ ง 4. สนบั สนนุ ขอ้ มูล จปฐ. และ กชช.2ค จดั ทาบัญชปี ระสานโครงการที่สอดคล้องกบั ทศิ ทางการพัฒนา พน้ื ที่ 5. เสนอชื่อข้าราชการเพอ่ื แต่งตง้ั เป็นคณะกรรมการบรหิ ารงานตาบลแบบบูรณาการ (ก.บ.ต.) และ ผูท้ รงคุณวุฒิ ข้นั ตอนการจัดทาแผนพฒั นาตาบล โดย ก.บ.ต. 1. วเิ คราะห์ปัญหา 2. การจดั ทาแผนพัฒนาตาบล

10 3. การเช่อื มโยงและประสานแผน 4. การนาแผนสู่การปฏิบัติ 3) การจัดทาแผนพัฒนาอาเภอ รับผิดชอบโดยคณะกรรมการบริหารงานอาเภอแบบบูรณาการ (ก.บ.อ.) อาเภอเปน็ หน่วยงานหลกั ใน การสนับสนุนการจัดทาแผนพฒั นาอาเภอ แนวทางการดาเนินงาน นากรอบทิศทางและประเดน็ การพัฒนาจังหวัด (ยทุ ธศาสตร์การพฒั นาจงั หวัด) (Top - down) จากแผนพฒั นาจังหวัด ฉบับทบทวน (พ.ศ. 2561 - 2565) มาเป็นแนวทางในการทบทวนการจดั ทากรอบ ทศิ ทางการพัฒนาพื้นทีแ่ ละประเดน็ การพฒั นาอาเภอ (ยุทธศาสตรพ์ ฒั นาอาเภอ)ตามแผนพฒั นาอาเภอ 5 ปี (พ.ศ. 2561 - 2565) ฉบับทบทวนในปี พ.ศ. 2562 และแจง้ ให้ ภาคสว่ นต่าง ๆ รวมทงั้ องค์กรปกครองส่วน ทอ้ งถ่นิ ในพน้ื ที่ทราบ เพ่อื ใหท้ ุกภาคส่วนนาไปใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนาพืน้ ทีร่ ะดับอาเภอไปในทศิ ทาง เดียวกัน บทบาทและหนา้ ทีข่ องสานกั งานพฒั นาชมุ ชนอาเภอ 1. พฒั นาการอาเภอ เปน็ กรรมการ 2. ขา้ ราชการในส านักงานพฒั นาชุมชนอาเภอ จานวน 1 คน เปน็ กรรมการและผชู้ ่วยเลขานกุ าร 3. สนับสนุนข้อมูลสาคญั ในการจัดทาแผนระดับต่าง ๆ 4. สนบั สนนุ การจัดกระบวนการ การจดั ทาแผนพฒั นาอาเภอ 5 ปี • รับผิดชอบโดยคณะกรรมการบรหิ ารงานอาเภอแบบบรู ณาการ (ก.บ.อ.) • ประสาน และรวบรวมขอ้ มลู จากปัญหาและความต้องการของประชาชน (Bottom-up) จาก แผนพัฒนาหมู่บา้ น แผนชมุ ชน แผนพัฒนาระดบั ตาบล แผนพฒั นาทอ้ งถ่ิน และแผนพัฒนาของส่วนราชการ หรือหนว่ ยงานอน่ื ท่ีดาเนินการในพนื้ ที่อาเภอ เพ่อื จัดทาแผนพัฒนาอาเภอ 5 ปี • ประกาศใช้และจดั ส่งแผนพฒั นาอาเภอใหห้ นว่ ยงานต่างๆ รวมทง้ั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ใน พ้นื ที่ เพื่อให้ทกุ ภาคส่วนทราบและร่วมกันขับเคลื่อนการพฒั นาและการแกไ้ ขปัญหาในพ้ืนทอี่ ยา่ งย่ังยืนและ เป็นไปในทศิ ทางเดียวกัน การจดั ทาแผนพฒั นาอาเภอ 5 ปี การจัดทาแผนความตอ้ งการระดับอาเภอ • รบั ผดิ ชอบโดย คณะกรรมการบรหิ ารงานอาเภอแบบบรู ณาการ (ก.บ.อ.)

11 • จดั ทาแผนความตอ้ งการระดับอาเภอให้สอดคล้องกับทศิ ทางการพฒั นาจังหวดั • โครงการทอ่ี ย่ใู นแผนความต้องการระดับอาเภอจะต้องเปน็ โครงการท่ีถกู บรรจุอยูใ่ นแผนพฒั นา อาเภอ 5 ปี และจะตอ้ งจดั กลุ่มโครงการตามประเดน็ การพฒั นา • ให้อาเภอจดั ส่งแผนความตอ้ งการระดับอาเภอ ใหค้ ณะกรรมการบริหารงานจงั หวัดแบบบูรณาการ (ก.บ.จ.) และหนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้อง เพอื่ เป็นขอ้ มลู ในการจดั ทาแผนพฒั นาจงั หวัดและแผนปฏบิ ัติราชการ ประจาปีของจังหวัด รวมท้งั เพื่อขอรับการสนับสนุนการดาเนินงาน หรอื งบประมาณจากหนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้อง 4) แผนพฒั นาระดับจังหวดั • จังหวดั นาแผนความต้องการของอาเภอมาประมวลในภาพรวมของจงั หวัด รวมทั้งประสานขอ้ มูลกับ คณะกรรมการประสานแผนทอ้ งถนิ่ ระดบั จงั หวัด • จังหวัดจัดทาขอ้ มูลรายละเอียดโครงการ ทส่ี อดคลอ้ งกบั กรอบแผนพัฒนาจงั หวัด • ใหห้ น่วยงานท่เี กี่ยวข้องสนับสนุนการด าเนนิ งาน • จดั สง่ ใหห้ น่วยงานเพอ่ื พิจารณา นาไปบรรจใุ นคาของบประมาณประจาปี และสง่ ให้ กระทรวงมหาดไทยเพ่อื เป็นการประสานงาน 3.1 หัวข้อวิชา “มมุ มองผู้บริหารต่องานพัฒนาชุมชน(one plan และวชิ ากระบวนการจดั ทาแผนพฒั นา ระดับพ้ืนที่ วิทยากรหลกั นางอภญิ ญา โกมลรัตน์ ผอู้ านวยการ ศพช.ลาปาง 1) วตั ถปุ ระสงค์ 1.1 เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกีย่ วกับแนวคดิ /รปู แบบวธิ ีการ และทิศทางการวางแผนให้มี ความสอดคล้องกบั ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 12 และแผนพัฒนา ในระดับต่าง ๆ 1.2 สามารถเชอื่ มโยงบรู ณาการแผนแบบองค์รวม และนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการปฏิบัตงิ านได้จริง 2) ประเดน็ เนือ้ หา 2.1 แนวคดิ /รูปแบบวธิ กี ารและทิศทางการวางแผนใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกับยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ และแผนพัฒนาในระดบั ต่าง ๆ

12 2.2 กลไกในการขบั เคลอ่ื นยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาในระดับพื้นที่/รูปแบบกระบวนการจัดทาแผน แบบ One Plan 2.3 การเชอ่ื มโยงและประสานแผนการพฒั นาในระดับพน้ื ทแี่ ต่ละระดบั 3) ระยะเวลา 2 ชว่ั โมง 4)วิธีการ/เทคนคิ 4.1 วทิ ยากรเปิด VDO การบรรยายเรื่อง “One Plan” โดย อธบิ ดกี รมการพัฒนาชมุ ชน (นาย นิสิต จนั ทร์สมวงศ)์ ให้ผเู้ ข้ารับการอบรมรบั ชม/รับฟงั 4.2 แบง่ กล่มุ วเิ คราะห/์ สังเคราะหค์ วามรู้ และนาเสนอ 5) วัสด/ุ อุปกรณ์ 5.1 VDO การบรรยายเรอ่ื ง “One Plan” ของอธบิ ดกี รมการพัฒนาชมุ ชน 5.2 เคร่อื งฉาย จอโปรเจคเตอร์ 5.๓ วสั ดุ/อปุ กรณ์สาหรับการแบง่ กลมุ่ 6) สรปุ ผลการดาเนินงาน 6.๑ วิทยากรนาเขา้ สู่บทเรยี นเกีย่ วกบั นโยบายรัฐบาล/กระทรวงมหาดไทย/ กรมการพัฒนาชุมชน ตอ่ งานพฒั นาชมุ ชน 6.๒ ผู้เขา้ รับการอบรมได้ชมชมวดี ทิ ัศน์ ๓ คลิป -รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย๑๔ นาที -อธบิ ดกี รมการพัฒนาชมุ ชน ๑๐ นาที -รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ๑๘ นาที 6.3 ผเู้ ข้ารับการอบรมแบง่ กลมุ่ 4 กลุ่ม วเิ คราะห์/สังเคราะหค์ วามรู้ และนาเสนอ 6.4 วทิ ยากรสรุปประเด็น 3.2 หวั ข้อวชิ า ระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยการจัดทาแผนพฒั นาพน้ื ท่ีในระดบั อาเภอและตาบล พ.ศ. 2562 และบทบาทหน้าที่ของสานักงานพฒั นาชมุ ชนอาเภอ และพัฒนากรที่เก่ียวขอ้ งกบั ระเบยี บฯ วทิ ยากรหลกั 1. นายไพบลู ย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน 2. นางปาริชาต บญุ ญาวิวฒั น์ อดีตพฒั นาการจังหวัดชัยนาท 3. วา่ ท่ี ร.ต.ชัยณรงค์ บัวคา นักทรัพยากรบคุ คล 1) วัตถุประสงค์ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผน และประสานแผนพัฒนาพื้นทีใ่ นระดับอาเภอและตาบล พ.ศ. ๒๕๖๒ และรบู้ ทบาทหน้าท่ีของพัฒนากรในการ จัดทาแผนฯ ตามระเบยี บฯ

13 2) ประเดน็ เน้อื หา ๒.๑ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาพ้ืนท่ีในระดับ อาเภอและตาบล พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒.2 ความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ 2๐ ปี และผลกระทบ โอกาสกบั การจดั ทาแผนพัฒนาใน พื้นทีแ่ ต่ละระดับ 2.3 พฒั นากร มบี ทบาทและหนา้ ทอ่ี ย่างไรในการจัดทาแผนฯ ตามระเบียบฯ 3) ระยะเวลา 4 ช่วั โมง 4) วิธีการ/เทคนคิ 4.1 บรรยายประกอบสอ่ื 4.2 แลกเปล่ยี นความรู้และประสบการณ์กับวิทยากร 4.3 เกมส์คาถาม Online ชิงรางวัล 4.4 แบ่งกลุ่มระดมความคิด และนาเสนอ 5) วัสดุ/อปุ กรณ์ ๕.๑ สอ่ื โสตทศั นปู กรณส์ าหรบั นาเสนอ ๕.๒ วสั ดุสาหรบั การแบง่ กลุ่มระดมความคิด 6) สรุปผลการดาเนินงาน วิ ท ย า ก ร ช ว น พู ด คุ ย เ พื่ อ ส ร้ า ง บรรยากาศ สอบถามกับผู้อบรมว่า “ระเบียบนี้ใคร ได้อ่านแล้วบ้าง อ่านแล้วรู้สึกอย่างไร” พร้อม สังเกตและวิเคราะห์คาตอบจากผู้อบรม พูดคุย ความเป็นมาของระเบียบนี้ ว่าเกิดขึ้นเพ่ือให้ได้ แผนการบูรณาการพัฒนาในทุกระดับ ทุกประเด็น ทุกภารกิจ ทุกพื้นท่ี ต้ังแต่ระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ตาบล และอาเภอ ใหเ้ กดิ ความเชื่อมโยงสอดคล้อง กับทิศทางการพัฒนาในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค และประเทศไปในทิศทางเดียวกัน อย่างมี ประสทิ ธิภาพ เกดิ ความคุ้มคา่ นาไปสคู่ วามมน่ั คง ม่งั ค่งั และยัง่ ยืน และชแี้ จงวัตถปุ ระสงคข์ องระเบียบน้มี ีอยู่ 3 วัตถปุ ระสงคค์ อื 1. ปรับปรงุ กลไกการจดั ทาและประสานแผนพัฒนาในระดับพืน้ ท่ี ใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพและครอบคลุม ทุกพนื้ ที่ 2. ยกระดบั คณุ ภาพแผนในระดับพ้นื ท่ีให้มีลกั ษณะเป็นแผนเดียว One Plan 3. กาหนดแนวทางการสนับสนุน ควบคุม และกากับติดตามการจัดทาและประสานแผนพัฒนาใน ระดับพนื้ ที่

14 วิทยากรอธิบายถงึ หลักการในการดาเนินการของระเบยี บฯ ซึง่ มีอยู่ 5 ขอ้ และอธิบายสาระสาคญั ของระเบียบในแตล่ ะหมวดฯ ซ่งึ มีอยู่ 6 หมวด 32 ขอ้ สรปุ ได้ ดงั น้ี หมวดที่ 1 การจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาหมู่บ้านและชุมชน การจัดทาแผนและประสาน แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน การจัดทาเวทีประชาคมหมู่บ้านและชุมชน การขอรับ การสนับสนุน งบประมาณ และตดิ ตามผลการดาเนินงานตามแผนพฒั นาหมู่บ้าน และแผนชุมชน หมวดที่ 2 การจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาตาบล จดั ต้ังคณะกรรมการบรหิ ารงานตาบลแบบ บูรณาการ (ก.บ.ต.) ขึ้นมารับผิดชอบในการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาตาบล และมีการทบทวนการ จัดทาแผนพฒั นาตาบลทกุ ปีเพ่ือใหแ้ ผนงานหรือโครงการระดบั ตาบลเป็นปัจจบุ นั หมวดท่ี 3 แผนพฒั นาอาเภอ จัดตงั้ คณะกรรมการบรหิ ารงานอาเภอแบบบรู ณาการ (ก.บ.อ.) ขึ้นมา รับผิดชอบในการจัดทาแผน และประสานแผนในระดับอาเภอ รวมท้ัง การนาแผนงาน/โครงการ ทอ่ี งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ขอประสาน มาประกอบการจดั ทาแผนพัฒนาอาเภอ หมวดที่ 4 การบูรณาการและประสานแผนฯ หลักการบูรณาการและประสานแผนพัฒนาในระดบั พ้ืนท่ี เชน่ การใช้กระบวนการประชาคมแบบมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การรวบรวมและจดั ลาดับความสาคัญ ของปัญหาและความต้องการของประชาชนในพ้ืนที่ผ่านกลไกการจัดทาแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตาบล แผนพัฒนาท้องถิ่น และแผนความต้องการระดับอาเภอ รวมท้ังการบูรณาการการบริหาร งบประมาณ หมวดที่ 5 การสนบั สนนุ การดาเนนิ การ การสนับสนนุ การดาเนนิ งาน งบประมาณ รวมทัง้ กาหนดให้ จังหวัด ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินพิจารณานาโครงการหรือกิจกรรมท่ีอยู่ใน แผนพัฒนาอาเภอ แผนความต้องการระดับอาเภอ แผนงานโครงการระดับตาบล แผนงานหรือโครงการระดับ หมู่บ้านและชุมชนไปประกอบการจัดต้ังคาของบประมาณรายจ่ายประจาปีตามอานาจหน้าที่และตามความ เหมาะสม หมวดท่ี 6 การกากับและติดตาม

15 - นายอาเภอมีหน้าที่ติดตามพร้อมให้คาแนะนาในการประสานแผนแผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนชุมชน แผนพัฒนาตาบล แผนพฒั นาท้องถิน่ และแผนพฒั นาอาเภอ - ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอานาจหน้าที่กากับและติดตามพร้อมให้คาแนะนากระบวนการจัดทา แผนพัฒนาในระดบั พืน้ ท่ี - ผู้ว่าราชการจังหวัด และ นายอาเภอ กากับดูแลให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดาเนินการจัดทา และประสานแผนพฒั นาท้องถิ่นใหส้ อดคลอ้ งกบั แผนพัฒนาในระดบั จังหวดั แผนพัฒนาพ้นื ทแ่ี บบบูรณาการในภาพรวมของประเทศ การจดั ทาแผนจะต้องมีการบรู ณาการ โดย ให้สอดคลอ้ งกับแผนพัฒนาทอ้ งถ่ิน และแผนของสว่ นราชการในพืน้ ท่นี ั่นๆ โดยพฒั นาชมุ ชนจะมบี ทบาทในการ สนับสนนุ การจัดทาแผนในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน และรวบรวมผ่านคณะกรรมการ ก.บ.ต. เปน็ แผนพัฒนาตาบล และผ่านคณะกรรมการ ก.บ.อ. เป็นแผนพัฒนาอาเภอเป็นลาดับต่อไป ทั้งน้ีแผนต่างๆ จะอยู่ในกรอบของ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และวิทยากรได้สรปุ ปฏิทินการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาพน้ื ที่ตามระเบยี บฯ โดยเน้นยา้ อธิบายแต่ละ ชว่ งเวลาว่าพฒั นากรต้องทาอะไร ชว่ งไหน อย่างไร

16 หลักจากพักรับประทานอาหารว่างเสร็จแล้ว วิทยากรทาการแบ่งกลุ่มผู้อบรมออกเป็น 4 กลุ่ม และนาพูดคุย นาเขา้ สู่กิจกรรม “ตอบคาถามชงิ รางวัล” โดยใช้เว็บไซด์ QUIZIZZ วิทยากรอธิบายการเขา้ เล่นเกมส์ วทิ ยากร ให้ผู้อบรมใส่รหัส และใส่ช่ือตนเองลงในเวบ็ ตามขน้ั ตอน วิทยากรปล่อยคาถามผา่ นเว็บไซด์โดยให้ผู้อบรมตอบ ผ่านสมาร์ทโฟน จานวน 10 ขอ้ วทิ ยากรสรุปผลคะแนน 5 อันดับ และมอบรางวลั 5 รางวลั แก่ผู้เขา้ อบรม เสร็จแล้ว วิทยากรให้แตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกนั คิด ใหเ้ วลา 30 นาที และนาเสนอกล่มุ ละ 10 นาที โดยมอบโจทย์ดังน้ี

17 กลุม่ ท่ี 1, 2 1. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาพนื้ ทีใ่ นระดับอาเภอ และตาบล พ.ศ.2562 ทา่ นมีหน้าท่ีอะไรบา้ ง ในการจดั ทาแผนพัฒนาหมบู่ ้าน/ชุมชน 2. ท่านคาดวา่ จะเจอสถานการณ์อะไรบา้ ง ในการจัดทาแผนฯ ตามระเบยี บน้ี 3. ทา่ นมแี นวทางในการรบั มืออย่างไร กลุม่ ที่ 3, 4 1. ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยวา่ ดว้ ยการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาพืน้ ทใ่ี นระดบั อาเภอ และตาบล พ.ศ.2562 ท่านมีหนา้ ท่ีอะไรบา้ ง ในการจัดทาแผนพฒั นาตาบล 2. ทา่ นคาดวา่ จะเจอสถานการณ์อะไรบา้ ง ในการจดั ทาแผนฯ ตามระเบยี บนี้ 3. ทา่ นมแี นวทางในการรับมืออยา่ งไร ระหว่างนาเสนอ วิทยากรสังเกตและเก็บประเด็นการนาเสนอของแต่ละกลุ่ม เม่ือนาเสนอเสร็จ วิทยากรสรุปอธิบายรายละเอียดเก่ียวกับบทบาทหน้าท่ีของสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ และพัฒนากรท่ี เกี่ยวข้องกบั ระเบียบฯ ว่าพฒั นากรต้องทาอะไรบ้าง มีหนา้ ทหี่ ลัก มีหนา้ ทีส่ นบั สนนุ อย่างไรดังน้ี 1. แนวทางการจัดทาและประสาน แผนพัฒนาหมู่บ้าน/ชุมชน พัฒนากร มีบทบาทใน การสนับสนุน การเป็นวิทยากรกระบวนการจัดเวที ประชาคม และสนับสนุนข้อมูลฯที่เกี่ยวข้อง ตามที่ ได้รับการรอ้ งขอ 2. แนวทางการจัดทาและประสาน แผนพัฒนาตาบล พัฒนากรมีหน้าท่ีหลักในการ จดั ทาและประสานแผนพฒั นาตาบล ในฐานะท่ีเป็น เลขานุการของ ก.บ.ต. 3. แนวทางการจัดทาและประสาน แผนพัฒนาอาเภอ สานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอสนับสนุนในกรณีท่ีได้รับการร้องขอ ในฐานะพัฒนาการ อาเภอเป็นกรรมการ และพฒั นากรเป็นผชู้ ว่ ยเลขานกุ าร)

18 4. ผลท่ีคาดว่าจะไดร้ ับตามระเบียบฯ สุดท้าย วทิ ยากรสรุปภาพรวม และเนน้ ยา้ บทบาทหนา้ ที่สาคญั และปฏทิ นิ การทางานของสานกั งานพฒั นา ชุมชนอาเภอ และพฒั นากร พร้อมตอบข้อซักถาม

19 3.3 หวั ขอ้ วชิ า การบริหารจดั การประชุมชองพัฒนากรในการปฏบิ ัติหนา้ ที๋ในฐานะเลขานกุ าร ก.บ.ต. วทิ ยากรหลกั นางดวงธดิ า อานาจผกู นกั วิชาการพัฒนาชมุ ชนชานาญการ 1) วตั ถปุ ระสงค์ 1.1 เสรมิ สรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ยี วกบั บทบาทหน้าท่ขี องสานักงานพัฒนาชุมชนอาเภอ และพฒั นากร ในการเปน็ เลขานกุ าร กบต. 1.2 เพ่มิ ทักษะการทางานของพฒั นากรในบทบาทของเลขานกุ าร กบต. 1.3 สามารถนาองค์ความรู้ทไ่ี ด้รับไปประยกุ ต์ใชใ้ นการเปน็ เลขานุการ กบต.ได้อยา่ งมี ประสิทธภิ าพ 2) ประเดน็ เนอ้ื หา 2.1 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาพน้ื ทใ่ี นระดบั อาเภอและตาบล พ.ศ. 2562 2.2 บทบาทหน้าทีข่ องสานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอและพฒั นากรในการขบั เคลื่อนภารกจิ การ จดั ทาแผนและและประสานแผนพัฒนาพื้นท่ี 2.3 บทบาทหนา้ ทข่ี องเลขานุการคณะกรรมการบรหิ ารงานตาบลแบบบรู ณาการ (กบต.) 2.4 ทกั ษะการเปน็ เลขานุการคณะกรรมการบรหิ ารงานตาบลแบบบูรณาการ (กบต.) ทมี่ ี ประสทิ ธภิ าพ (การบรหิ ารการประชุม/การจัดทาวาระการประชุม/รายงานการประชุม/การออกคาส่งั /แจง้ คาส่งั และอน่ื ๆ) 3) ระยะเวลา 3 ชว่ั โมง 4) วิธกี าร/เทคนคิ : 4.1 วิทยากรบรรยายให้ความรู้ 4.2 แบง่ กลมุ่ ระดมความคดิ ประเด็นในการระดมความคิด 1. การเปน็ เลขานุการ กบต.ที่มปี ระสิทธภิ าพ 2. คุณสมบตั ขิ องการเปน็ เลขานุการ .กบ.ต. ที่ควรมี 3. ทักษะของเลขานุการ ก.บ.ต.ทีค่ วรมี 4. รปู แบบการบริหารการประชุมที่มปี ระสทิ ธิภาพ วิทยากรให้ข้อเสนอแนะ/เตมิ เตม็ 5) วัสดุ/อุปกรณ์ 5.1 สอ่ื โสตทัศนูปกรณ์สาหรบั นาเสนอ 5.2 วัสดุสาหรับการแบง่ กลมุ่ ระดมความคิด และฝึกปฏบิ ตั ิ 6) สรปุ ผลการดาเนนิ งานได้ดงั นี้ - วิทยากร สรปุ เชอ่ื มโยงและทบทวน ถงึ ภารกจิ สาคญั ของกระทรวงมหาดไทย ในการปฏิบตั ิ ตามนโยบายของรัฐบาล 20 ด้าน งานตามภารกิจที่มกี ฎหมายรองรบั 4 ด้าน และงานตามพน้ื ทีร่ ับผดิ ชอบ ซง่ึ กค็ ือการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาในระดบั พื้นท่ี และวทิ ยากร - วิทยากร ทบทวน ระเบียบมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผนฯ พ.ศ. 2562 หมวด 1 ข้อ 8 หมวด 2 ขอ้ 9,10,11 หมวด 3 ข้อ 12,13 ความเปน็ มาของบทบาทพัฒนากรในฐานะนกั ประสานแผน และ

20 กาหนดใหผ้ ู้เข้าอบรมแบง่ กล่มุ วเิ คราะหโ์ จทย์ ดงั น้ี กลมุ่ ที่ 1 วิเคราะห์ การเป็นเลขานกุ าร กบต.ทม่ี ีประสิทธภิ าพ กลุม่ ท่ี 2 วิเคราะห์ คณุ สมบตั ขิ องการเปน็ เลขานุการ .กบ.ต. ทีค่ วรมี กลมุ่ ที่ 3 วิเคราะห์ ทักษะของเลขานุการ ก.บ.ต.ทคี่ วรมี กลุ่มที่ 4 วิเคราะห์ รปู แบบการบรหิ ารการประชมุ ทม่ี ีประสทิ ธิภาพ วทิ ยากรสรปุ เติมเต็ม

21

22

23

24 ผลการเรียนรู้ ผู้เข้าอบรมมีความสนใจตอ่ การเรยี นรูใ้ นเนอ้ื หาการบริหารจัดการประชมุ ของพัฒนากรในการปฏบิ ัติหน้าที่ในฐานะ เลขานุการ ก.บ.ต. เพราะเปน็ เร่ืองทพ่ี ัฒนากรทุกคนตอ้ งนาไปปฏบิ ตั ิ หนา้ ทีต่ ามภารกจิ ทีไ่ ด้รบั มอบหมายตามระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าดว้ ยการจัดทาแผนและประสาน แผนพัฒนาพื้นท่ใี นระดับอาเภอและตาบล พ.ศ.2562 ซึง่ ในการจัดกระบวนการเรียนรไู้ ด้มกี ารแบง่ กล่มุ ใหผ้ ู้ เข้าอบรมได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ซ่งึ ไม่ใช่การนง่ั ฟงั บรรยายเพียงอยา่ งเดียว

25 3.4 หัวข้อวิชา การจัดเวทีประชาคม/ประสานแผนระดบั ตาบลและการใช้ขอ้ มลู จปฐ./กชช. 2 ค กบั การจัดทาแผนพัฒนาตาบล วทิ ยากรหลกั นายเกรยี งไกร สิงห์แก้ว นกั ทรัพยากรบุคคลชานาญการ 1) วตั ถุประสงค์ 1.1 เสริมสร้างความรูค้ วามเข้าใจเก่ยี วกับกระบวนการจดั เวทปี ระชาคม ประสานแผนระดบั ตาบล และการใช้ข้อมูล จปฐ./กชช 2 ค กับการจัดทาแผนพฒั นาตาบล 1.2 เพ่ืมทักษะ/เทคนิคการจดั เวทปี ระชาคมในการจัดทาแผนพฒั นาอย่างมีประสิทธิภาพ 1.3 ผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรมสามารถนาองคค์ วามรทู้ ่ีไดไ้ ปประยกุ ต์ใชใ้ นการปฏิบตั ิงานไดอ้ ย่างมี ประสทิ ธภิ าพ 2) ประเดน็ เนอ้ื หา 2.1 ความหมายการจัดเวทปี ระชาคม 2.2 เทคนคิ การจดั เวทีประชาคม 2.3 การประสานแผนการพัฒนาตาบล 2.4 การใชข้ อ้ มูล จปฐ./กชช. 2 ค กบั การจดั ทาแผนพฒั นาตาบล 2.5 นาเสนอแนวคดิ /รปู แบบการทางานทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ 3) ระยะเวลา 4 ชัว่ โมง 4) วธิ กี าร/เทคนคิ 4.1 บรรยาย/ฝกึ ปฏิบตั ิศึกษากระบวนการจัดเวทปี ระชาคม 4.2 ฝกึ ปฏิบัต/ิ สาธิต การเป็นวิทยากรกระบวนการ และเคร่ืองมอื /เทคนิคการจัดเวทีประชาคม 5) วสั ด/ุ อุปกรณ์ 5.1 ส่ือโสตทัศนปู กรณ์สาหรับนาเสนอ 5.2 วัสดสุ าหรับการแบ่งกล่มุ ระดมความคิด และฝึกปฏิบัติ 6) การประเมนิ ผล 6.1 ประเมินจากพฤติกรรม/ทักษะที่แสดงออก 6.2 แบบทดสอบก่อน-หลงั อบรม (Pre-Post Test) 7) สรปุ ผลการดาเนินงาน 7.1 วิทยากรเกริ่นนาความเป็นมาของแผนหมู่บ้าน/บรรยายประกอบสื่อ PPTสร้างความรู้ความ เข้าใจในการ จดั เวทีประชาคม ความหมาย/ความสาคัญ/ ขัน้ ตอน/วิธกี าร เทคนิค/เครื่องมือ

26 7.2 การจัดเวทปี ระชาคมเพ่อื จดั ทาแผน และประสานแผนพัฒนาตาบล องค์ประกอบของเวที ประชาคม (คน,ขอ้ มลู ,เครอื่ งมือ) การออกแบบ กระบวนการ ขนั้ ตอนการจดั เวทีประชาคมเพอ่ื จัดทา และประสานแผนพัฒนาตาบล 7.3 วทิ ยากรบรรยายให้ความร้กู ารใชข้ อ้ มูล จปฐ./กชช.2 ค ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู เพอ่ื นาไปสู่การ จดั ทาแผนพัฒนาตาบล 7.4 แบง่ กลมุ่ 4 กลุม่ (คละอายุราชการ,ฯลฯ) มอบใบงาน “การออกแบบกระบวนการขั้นตอน การจดั เวทปี ระชาคม เพือ่ จัดทาและประสานแผนพฒั นาตาบลในฐานะเลขา ก.บ.ต.”พรอ้ มอธบิ ายแนวทางการ ระดมสมอง ให้ใชร้ ปู แบบการจัดเวทีประชาคม โดยมกี ารกาหนดบทบาทให้ชดั เจนในฐานะทมี วิทยากร กระบวนการ โดยให้ - ระดมสมอง 40 นาที - นาเสนอไมเ่ กินกลมุ่ ละ 10 นาที - สรุปแลกเปล่ยี นข้อคดิ เหน็ ในภาพรวม เปน็ กระบวนการ/ข้ันตอน 40 นาที 3.5 หวั ข้อวชิ า การประเมินคุณภาพแผนตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทย วิทยากรหลัก นางอัญชลี ป่งแก้ว นักทรพั ยากรบุคคลชานาญการ 1) วตั ถปุ ระสงค์ ๑.1 เพือ่ ให้ผู้เขา้ อบรมรเู้ ข้าใจถึงความสาคญั ของการประเมินคุณภาพแผนพฒั นาตาบล 1.2 เพือ่ ใหพ้ ฒั นากรร้แู ละเข้าใจกรอบเกณฑ์การประเมินคณุ ภาพแผนพัฒนาตาบลและ การพัฒนาคุณภาพแผนพัฒนาตาบล 2)ประเดน็ เนอ้ื หา 2.1 ทาไมต้องประเมนิ ? 2.2 ทผี่ ่านมาเรามีการประเมนิ คณุ ภาพแผนกันอย่างไรบา้ ง? 2.3 รปู แบบการประเมนิ คณุ ภาพแผน 2.4 ศกี ษา(ร่าง) แบบประเมินแผนพัฒนาตาบลประจาปี พ.ศ.2562 และการพัฒนาคณุ ภาพแผนพฒั นาตาบล 2.5 แลกเปลยี่ น ขอ้ คดิ เห็นเพม่ิ เตมิ จากพื้นท่ี

27 3) ระยะเวลา 1.30 ชว่ั โมง 4) วธิ ีการ/เทคนคิ 4.1 บรรยายแบบมสี ่วนรว่ ม/ประกอบสื่อ 4.2 แลกเปล่ียน ให้ขอ้ เสนอแนะจากพน้ื ที่ ๕) วัสดุ / อุปกรณ์ ๕.๑ เครอื่ งฉาย จอ ๕.๒ โปรแกรมนาเสนอ Power point ๕.๓ อุปกรณ์ประกอบการฝกึ อบรม ๖) การประเมนิ ผล ๖.๑ ประเมินจากพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมและการตอบขอ้ ซกั ถาม/การแลกเปลย่ี น ๖.๒ การประเมินผลรายวิชา 7) สรุปผลการดาเนนิ งาน 7.1 วทิ ยากรแนะนาตัว สรา้ งบรรยากาศการเรียนรดู้ ว้ ยการทกั ทาย ชวนคุย เตรยี มความ พรอ้ ม ดว้ ยการปรบมือ ฝึกสมองซกี ซา้ ยขวา เกมอุซะอุซะ เปน็ ต้น กอ่ นนาเขา้ สูบ่ ทเรียนดว้ ยการเกริ่นนาถึง วัตถปุ ระสงคข์ องวชิ า ประเด็นทีจ่ ะพดู คุย และข้อตกลงในกระบวนการเรียนรรู้ ่วมกนั 7.2 วิทยากรต้ังคาถามทาไมต้องมกี ารประเมิน? ประเมนิ ผล เพ่ืออะไร?โดยส่มุ ถามผูเ้ ข้าร่วมอบรม แล้วสรปุ จากการ แลกเปลยี่ นเช่อื มกับ ppt.ถึงวตั ถปุ ระสงคก์ าร ประเมินผลเพือ่ 1.ประเมนิ สรปุ ผล วา่ มีผลสมั ฤทธ์ิ อะไรบา้ ง มปี ระสทิ ธิภาพเพยี งใด และ 2.เพอื่ ผล ความกา้ วหนา้ วา่ จะปรับปรงุ อยา่ งไรบ้าง?มีอะไร ไดผ้ ล/ไมไ่ ด้ผลอยา่ งไรเป็นการปรบั ปรุงจากการมอง อนาคต เพ่อื ที่จะทาให้ทาไดด้ ีย่ิงขนึ้ 7.3 วิทยากรชวนคุย สอบถามจากผ้เู ข้าอบรม ที่ผ่านมาเรามกี ารประเมนิ คณุ ภาพแผนกัน อยา่ งไรบา้ ง ทบทวนรว่ มกนั แล้วเราจะวดั ผลอยา่ งไร หรอื ดจู ากอะไรว่าแผนมคี ุณภาพ..วทิ ยากรทบทวน กระบวนการจัดทาแผนชมุ ชนที่ผ่านมา ช้ีให้เห็นวา่ แผนของหมู่บา้ น/แผนชมุ ชน เปน็ กระบวนการพฒั นาคน เป็นเคร่อื งมอื ใหช้ าวบา้ นรู้จักคดิ วิเคราะห์ บรหิ ารจัดการแก้ไขปัญหาของตนเอง แผนชุมชนท่ีผา่ นมาจึงเป็น เหมือนแผนที่ เป็นเข็มทศิ ฯลฯ ไมใ่ ชแ่ ค่การจัดทากจิ กรรมโครงการเพ่อื ขอรบั การสนับสนุนงบประมาณเท่าน้นั ดังนั้น แผนพัฒนาในทกุ ระดับจงึ มคี ณุ คา่ ภานในตัวเอง คุณคา่ ภายนอก และคณุ คา่ ทางสังคม ซง่ึ การวดั คุณภาพ ของแผนฯ จึงควรมองทัง้ สามมิตนิ ี้

28 7.4 วทิ ยากรยกตวั อย่างประกอบ เพ่ือสร้างการเรียนร้รู ว่ มกนั โดยเชิญผ้เู ขา้ อบรม 1 คน ท่ี เปน็ ตน้ แบบหรือตัวอยา่ งทด่ี ขี องพัฒนากร ออกมาหน้าเวที สอบถามชวนคุยวา่ คนๆน้ีมเี ป็นคนมีคุณภาพ/มี คณุ ค่าในสายตาพวกทา่ นในเร่อื งอะไรบา้ ง? แล้วสรุปเป็นคณุ ค่าภายนอก ท่ีคนข้างนอกมองเห็น ให้รางวลั หรอื กาหนดเกณฑ/์ ตวั ชี้วัดในการประเมนิ 7.5 วทิ ยากรสอบถามจากบุคคลตน้ แบบ หรอื พัฒนากรทส่ี ุ่มออกมา วา่ ท่านคดิ วา่ สิง่ ท่ีท่านมองเหน็ คณุ ค่าในตวั เอง เปน็ เรอื่ งอะไรบ้าง แล้ววิทยากรสรปุ เป็นเรือ่ งคุณคา่ หรือคุณภาพภายใน 7.6 วิทยากรสอบถาม/ชวนคุยทงั้ จากบคุ คลตน้ แบบ และผเู้ ข้าอบรมฯว่ามีเร่อื งอะไรบ้าง ทคี่ นต้นแบบนท้ี าประโยชนเ์ กดิ กับสังคม/ชุมชน.. แลว้ สรปุ ทาความเข้าใจเรื่องคณุ คา่ ทางสังคม 7.7 วทิ ยากรยกตวั อยา่ งจากเรือ่ งของกลุม่ อาชีพ หรือจากผลิตภณั ฑ์ เปน็ ลาดับตอ่ มา เช่น ใช้ตวั อย่างกลมุ่ ขา้ วแตน๋ ท่.ี ..จงั หวัด...คุณค่าภายในคอื มีความสวยงาม ขนาดหลากหลาย อร่อย กรอบ หลากรสชาติฯลฯ คุณคา่ ภายนอกคือ เป็นโอทอป 5 ดาว ไดร้ บั อย. ผ่าน มาตรฐาน...เป็นต้น ส่วนคุณคา่ ต่อสังคม เช่น เป็นแหลง่ ศกึ ษาดงู าน สรา้ งชือ่ เสยี งใหช้ ุมชน อาเภอ จังหวดั และ เป็น GI ของจังหวัด เป็นต้น 7.8 วิทยากรเชือ่ มมาถงึ การประเมินคณุ ภาพของแผนฯ โดยแลกเปลี่ยนกับกลุ่มผู้เข้าอบรม สอบถามถงึ คุณค่าภายใน คุณค่าภายนอก และคุณค่าทางสงั คม ของแผนฯ สรุปดว้ ย ppt.กรณแี ผนหมู่บา้ น/ ชุมชน มีคุณคา่ ภายใน เชน่ มกี ารสบื คน้ ประวตั ิศาสตรช์ มุ ชน ทุนชมุ ชนในทกุ ๆด้าน ขอ้ มลู / สารสนเทศ ปฏิทินชุมชน ทง้ั ปฏิทินการเพาะปลกู ปฏทิ ินประเพณฯี ลฯ ข้อมูลภูมปิ ญั ญาวถิ ชี วี ติ เศรษฐกิจพอเพียง แผนงาน/กิจกรรมพง่ึ ตนเอง เปน็ ต้น คุณค่านอกของแผนฯ ซึ่งถกู ประเมนิ จากคนภายนอกหม่บู ้าน/ชมุ ชน เชน่ ได้คะแนนตวั ชว้ี ัดตามเกณฑ์ประเมินฯ รปู เล่มแผนไดร้ ับการยอมรบั ว่ามรี ายละเอียดครบถว้ น เอาไปใช้ ประโยชน์ เป็นตวั อยา่ งได้ เปน็ ต้น แผนฯมคี ณุ คา่ ทางสังคม เชน่ สรา้ งกระบวนการเรยี นรู้ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของชมุ ชน แหล่งศึกษาดูงานกระบวนการแผนฯ สืบสาน/สืบทอด/เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถนิ่ เกดิ การบูรณาการการทางาน แก้ไขปญั หาความต้องการของหมบู่ ้าน/ชุมชน/สังคมฯลฯ ผลจากการเรยี นรู้ ผูเ้ ข้าอบรมใหค้ วามสนใจและมีสว่ นรว่ มในการตอบคาถามชวนคยุ จากวทิ ยากร ต้ังแต่รว่ มกันสรา้ ง ความรคู้ วามเข้าใจในคุณค่า ความสาคัญของการประเมินผล ประเมินคณุ ภาพแผน ซึ่งไม่ใชก่ ารประเมนิ ตาม แบบทยี่ กร่างเท่านน้ั รวมท้งั ผ้เู ข้าอบรมไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะ ขอ้ คิดเห็นเพมิ่ เติมจากประสบการณ์ในพน้ื ท่ี ตอ่ รา่ ง การประเมินแผนพฒั นาตาบลตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติม

29 3.6 หัวขอ้ วชิ า การประสานงานและการทางานแบบบูรณาการ วทิ ยากรหลกั นางสาวณัฐกฤตา ชัยตูม นกั ทรพั ยากรบคุ คลปฏิบตั กิ าร 1) วัตถุประสงค์ ๑.1 เพือ่ ให้ผู้เข้ารับการอบรมมที กั ษะในการประสานงานและการทางานแบบบูรณาการ 1.2 เพื่อใหผ้ เู้ ขา้ รับอบรมมที ักษะในการนาแผนชุมชนไปใช้ประโยชน์ 2) ประเด็นเนอื้ หาวิชา 2.1 คณุ ลักษณะของพฒั นากรนกั ประสานงานและการทางานแบบบูรณาการ 2.2 บทบาทของพัฒนากรในการบูรณาการและประสานแผนพัฒนาในระดบั พืน้ ท่ี 2.3 เทคนิคทีใ่ ช้ในการประสานและทางานแบบบูรณาการ 2.4 ปัญหาและแนวทางแกไ้ ขในการจดั ทาแผนตาบล 3) ระยะเวลา 1.30 ชัว่ โมง 4) เทคนิค/วธิ กี าร 4.1 เกมส์เสริมพลงั การประสานงานสู่การทางานแบบบูรณาการ 4.2 การบรรยายสือ่ Power Point 4.3 การแบง่ กล่มุ ระดมสมองพร้อมการนาเสนอ ๕) วัสดุ / อปุ กรณ์ ๕.๑ เครือ่ งฉาย จอ ๕.๒ โปรแกรมนาเสนอ Power point ๕.๓ อปุ กรณป์ ระกอบการฝกึ อบรม ๖) การประเมนิ ผล ๖.๑ ประเมินจากพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วมและการตอบขอ้ ซกั ถาม/การแลกเปล่ียน ๖.๒ การประเมนิ ผลรายวชิ า 7) ขนั้ ตอนการดาเนนิ งาน 7.1 วิทยากรกลา่ วคาทกั ทายผูเ้ ขา้ อบรมอย่างเป็นกนั เอง 7.2 วิทยากรนาเขา้ ส่บู ทเรียนโดยการให้ผเู้ ข้าอบรมได้ร่วมกจิ กรรมเสรมิ พลงั การประสานงาน สู่การทางานแบบบูรณาการ โดยให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมา 10 คน เพ่ือให้ปฏิบัติภารกิจตามคาส่ังของ วิทยากร โดยมีกติกาที่ว่า 1.ให้ส่งตัวแทนแต่ละกลุ่มมาจากผู้เข้าอบรมทุกจังหวัด 2. ปฏิบัติตามภารกิจตาม คาส่ังวิทยากร จานวน 4 ข้อ คือ 4.1ให้เรียงลาดับความสูงจากมากไปนอ้ ย 4.2ให้เรียงลาดับตามเดือนเกดิ 4.3ใหเ้ รยี งลาดับช่ือเลม่ ตามตวั อักษรไทย 4.4ใหเ้ รียงลาดับตามจังหวัดผเู้ ขา้ อบรมตามตัวอกั ษรภาษาอังกฤษ 3.กลุ่มใดปฏิบตั ติ ามคาส่ังวิทยากรไดไ้ วและถกู ตอ้ ง ได้รับเงนิ เป็นรางวลั เพอ่ื นาไปแลกของในช่วงต่อไป

30 7.3 วทิ ยากรโยนคาถามส่ิงท่ไี ดเ้ รียนรู้จากกจิ กรรมพร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่การประสานงานและ การทางานแบบบูรณาการ 7.4 บรรยายใหค้ วามรกู้ ารประสานงาน องคป์ ระกอบของการประสานงานรวมถึงการบูรณา การและปจั จัยแห่งความสาเรจ็ 7.5 แบ่งกลุ่มระดมสมองหัวข้อการนาแผนไปใช้แบบบูรณาการ ในประเด็น 1.คุณลักษณะ ของพัฒนากรนักประสานงานและทางานแบบบูรณาการ ๒. บทบาทของพัฒนากรในการบูรณาการและ ประสานแผนพัฒนาในระดับพ้ืนที่ 3.เทคนิคท่ีใช้ในการประสานงานและทางานแบบบูรณาการ 4.ปัญหา/ อุปสรรคที่ผา่ นมาพร้อมแนวทางแก้ไขในการจดั ทาแผนตาบล 7.6 นาเสนอเพือ่ แลกเปลย่ี นเรียนรู้จาก 4 กล่มุ 4 ประเดน็ ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย 7.7 วทิ ยากรสรปุ เตมิ เตม็ สรุปเนอื้ หาวชิ า การประสานงาน หมายถึง การติดต่อส่ือสาร ให้เกิดความคิด ความเข้าใจตรงกันในการร่วมมือ ปฏิบัติงานให้สอดคล้องทั้งเวลา และกิจกรรมท่ีจะต้องกระทาให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมานฉันท์และมี ประสิทธิภาพเพอ่ื ใหง้ านดาเนนิ ไปอย่างราบรืน่ ไม่เกดิ การทางานซ้าซอ้ น ขัดแยง้ หรือ เหลื่อมลา้ กัน องคป์ ระกอบของการประสานงาน การประสานงานอาจพจิ ารณาองคป์ ระกอบท่ีสาคญั ได้ดังนี้ 1.ความร่วมมือ จะต้องสร้างสัมพันธภาพในการทางานร่วมกันของทุกฝ่าย โดยอาศัยความ เข้าใจหรือการตกลงร่วมกัน มีการรวบรวมกาลังความคิด วิธีการ เทคนิค และระดมทรัพยากรมาสนับสนุน ร่วมกัน เพ่ือให้เกดิ เป็นอนั หนึ่งอนั เดียวกัน เตม็ ใจที่จะทางานรว่ มกนั 2.จงั หวะเวลา จะต้องปฏบิ ตั ิงานตามบทบาทหนา้ ท่ี และรับผิดชอบของแตล่ ะคน ตามกาหนด ทีต่ กลงกนั ให้ตรงเวลา 3.ความสอดคลอ้ ง จะตอ้ งพิจารณาความพอเหมาะพอดี ไม่ทางานซอ้ นกนั 4.ระบบการส่อื สาร จะตอ้ งมีการสื่อสารท่เี ข้าใจตรงกันอยา่ งรวดเร็ว และราบรน่ื 5. ผู้ประสาน จะต้องสามารถดึงทุกฝ่ายเข้าร่วมทางานเพ่ือตรงไปสู่จุดหมายเดียวกัน ตามที่ กาหนดเป็นวัตถุประสงค์ของงาน การบูรณาการจะใช้กรอบแนวคิด ร่วมคิด ร่วมทา ร่วมพัฒนา การบูรณาการแผนจึง หมายถึง การ ประสานกลมกลืนกันของแผน กระบวนการ สารสนเทศ การจัดสรรทรัพยากร การปฏิบัติ และการวิเคราะห์ เพ่อื สนับสนนุ เป้าหมายที่สาคญั ขององค์กรโดยมีความเชือ่ มโยงกันเป็นหน่ึงเดยี วอย่างสมบูรณ์ โดยจะต้องสร้าง ความเขา้ ใจ ความรว่ มมอื รวมถงึ การสอ่ื สาร การประสานและการทางานแบบบรู ณาการจะตอ้ งอาศัยทีมเปน็ ตวั ขับเคลอื่ นถือเปน็ ปัจจัยความสาเร็จ โดยจะเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้นา โดยทางด้านผู้ปฏิบัติจะต้องมีทัศนคติที่ดี Having a good attitude ร่วมมือ และประสานงานดี Having a good corporations มีทักษะในการทางาน Having a good working skill มี มนุษย์สัมพันธ์ Having a good relationship ส่วนทางด้านผู้นาจะต้องมีความรู้ความสามารถ High competency มีความยืดหยุ่น เป็นประชาธิปไตย Flexibility and democracy เอาใจใส่ต่อกลุ่ม และ กระตอื รอื รน้ Enthusiastic and caring มวี ิสัยทัศน์ Vision บทบาทของพัฒนากรในการบูรณาการและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ จะมีระเบียบ กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาพ้ืนที่ในระดับอาเภอและระดับตาบล พ.ศ. ๒๕๖๒ (หมวดที่ 4 ) ขน้ึ มารองรับการทางานโดยจะระบุบทบาทหน้าท่ที ่ขี ดั เจน 4 ขอ้ ดงั นี้ 1.จดั เวทปี ระชาคม ระดมความคิดเห็นเพ่ือหาปัญหา & ความต้องการ 2. การประสานแผนในระดับพื้นที่ รวบรวม &จัดลาดับ ความสาคัญแผนพัฒนาหมู่บ้าน ตาบล ท้องถิน่ แผนระดบั อาเภอ 3.กรณแี ผนงานหรือโครงการมีความซ้าซ้อน

31 ให้หารือ กบอ.กับ อปท. ให้หารือแบบบูรณาการเพื่อหาข้อสรุป 4.บูรณาการงบประมาณเพื่อขอรับการ สนับสนนุ ให้เปน็ ไปตามแผนพัฒนาระดับพื้นท่ี สว่ นคณุ ลกั ษณะและทศั นคติสรุปแล้วจะตอ้ งมี 1. มีการสอ่ื สารที่เปิดเผยอย่างท่ัวถึงและทนั ที 2. เป็น ท่ีไว้เนื้อเชื่อใจได้ เพ่ือการร่วมมือกันในการปฏิบัติงาน 3. เป็นผู้มี “เชาว์อารมณ์” ท่ีดี จัดการอารมณ์ของตน และคนอื่นได้ดี 4. เป็นผู้มีจิตลักษณะของการเป็นผู้ประสานงานและการบริการที่ดี 5. มุ่งสู่ความเป็นเลิศใน หน้าท่ีมีการสร้างเครือข่ายและพันธมิตรในการทางานทั้ง แนวตั้งและแนวนอน (Network-wide Attitude) 6. ทนั สมยั รู้เทา่ ทันสถานการณก์ ารเปล่ียนแปลง 3.7 หวั ข้อวิชา การกาหนดเปา้ หมายภารกิจ และการจดั ทาแผนปฏบิ ตั กิ าร/ปฎิทนิ การทางาน วทิ ยากรหลกั นายไกรฤกษ์ มลู เมือง นักวชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ 1) วัตถปุ ระสงค์ ๑.1 เพ่ือให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถกาหนดเป้าหมายภารกิจ และการจัดทาแผนปฏิบัติ การ/ปฏทิ นิ การทางานอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ 2) ประเด็นเน้อื หาวิชา 2.1 การกาหนดเป้าหมายภารกิจ และการจัดทาแผนปฏิบัตกิ าร/ปฏทิ นิ การทางาน 2.2 แลกเปลยี่ นเรยี นร้/ู ประสบการณก์ บั วทิ ยากร 3) ระยะเวลา 3.00 ชวั่ โมง 4) เทคนิค/วธิ ีการ 4.1 การแบง่ กล่มุ ระดมความคิด กาหนดเปา้ หมายภาระกิจของพัฒนากรในการปฏบิ ตั ิงาน ตามระเบียบฯ และนาเสนอ 4.2 แตล่ ะกลุ่มนาผลจากขอ้ 4.1 ไปกาหนดหรือจัดทาแผนปฏิบัตกิ าร/ปฎทิ นิ งาน ๕) วัสดุ / อปุ กรณ์ ๕.๑ เครอื่ งฉาย จอ ๕.๒ โปรแกรมนาเสนอ Power point ๕.๓ อุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรม ๖) การประเมินผล ๖.๑ ประเมินจากพฤติกรรมการมีส่วนร่วมและการตอบขอ้ ซักถาม/การแลกเปลยี่ น ๖.๒ การประเมนิ ผลรายวิชา 7) ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน 7.1 วทิ ยากรสรปุ เช่ือมโยงให้เห็น เปา้ หมาย/ภารกจิ /บทบาท 7.2 มอบใบงาน จัดทาแผนปฏิบตั ิการ/ ปฏิทนิ งาน (รายบคุ คล)

32 7.3 ผู้เข้ารับการอบรมจดั ทาแผนปฏบิ ัติการ/ ปฏิทนิ งาน (๒๐ นาที) 7.4 วทิ ยากรกล่มุ คอยสังเกตการและให้คาปรกึ ษาแก่ผเู้ ข้ารว่ มอบรม 7.5 วทิ ยากรคดั เลือกตวั อย่างแผนปฎิบตั กิ ารท่เี ขียนได้ดี ๑ - ๓ คน นาเสนอหนา้ เวที พรอ้ ม แลกเปลี่ยนและเติมเตม็ สรปุ เน้อื หาวิชา หลังจากการเกรินนา ในลาดับแรก วิทยากรได้ทาการทบทวน ความเป็นมาของการ จัดทาแผนพัฒนาท่ีทาในระดับพ้ืนที่ ต้ังแต่ยุค อดีตสืบเนื่องมายังปัจจุบัน ถึงเป้าหมายของจาก จัดทาแผนฯ วเิ คราะห์ถงึ สถานการณ์และปัญหา ของเศรษฐกิจในระดับฐานราก ท้ังทางด้าน เศรษฐกิจ เช่นหน้ีสิน รายได้ไม่เพียงพอ ปัญหา สังคม ส่ิงแวดล้อม ตลอดจนการเมือง ซึ่งยังคงมี ปญั หาความขดั แยง้ ชุมชนขาดความสามคั คี ขาด การมีส่วนร่วม ฯลฯ โดยมุ่งทางออกคือยึดตามแนวทางปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะสามารถรับมือกับ วิกฤติโลกและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งยึดตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดว้ ยการบูรณาการการทางานระหว่าง ภาครัฐ เอกชน ประชาชนและภาคีการพัฒนาต่างๆ จากนั้นจึงเจาะลึกถงึ ภารกิจสาคญั ของกระทรวงมหาดไทย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ตาม Agenda Function และ Area ซึ่งหนึ่งในภารกิจสาคัญคือ การประสาน แผนพัฒนาระดับพื้นที่ โดยเป้าหมายสาคัญคือ การจัดทาแผนทุกระดับมาจากความต้องการของประชาชน อยา่ งแทจ้ ริง ซ่งึ มีกลไกใหม้ ีหนว่ ยงานรบั ผิดชอบในทุกระดับและแนวทางการเชอ่ื มโยงประสานแผน เพ่อื ใหก้ าร ดาเนนิ งานไม่เกิดความซ้าซ้อน ยดึ ประชาชนเปน็ ศนู ยก์ ลางและเกิดความคุ้มค่ากบั ประชาชนมากทส่ี ุด หลงั จากนน้ั จึงมอบใบงานใหผ้ ูเ้ ข้าอบรมในการฝึกจดั ทาแผนปฏบิ ตั ิการรายบุคคล เพ่อื เปน็ แนวทางใน การกลับไปดาเนนิ งานในพน้ื ทีร่ บั ผิดชอบของตนเอง โดยมแี นวทางตามลาดับไป อาทกิ ารรวบรวมข้อมูล จปฐ. กชช.2ค ข้อมลู อปท. มาจัดทาแผนพัฒนาตาบลพรอ้ มระบลุ าดบั ความสาคัญ ผ่านการจดั เวทปี ระชาคมเพ่อื ให้ ประชาชนมสี ว่ นรว่ มมากทสี่ ุดฯลฯ ซึง่ มกี ารให้นิยามของการกาหนดแผนปฏิบตั กิ าร คอื เครอื่ งค้าประกันว่า เป้าหมายในการทางานในแตล่ ะปี มโี อกาสบรรลุเปา้ หมาย ตามทีก่ าหนดไว้ เป็นสิง่ ท่ยี นื ยนั ว่าเปา้ หมายทีต่ ้งั ไว้ นัน้ มคี วามเปน็ ไปได้ เพราะมแี ผนงานรองรับที่ชัดเจน และ ถ้าแผนปฏิบัตกิ ารดาเนนิ การได้สาเรจ็ ก็จะสง่ ผลต่อ ความสาเรจ็ ของเป้าหมายที่กาหนดไว้ 3.8 วิชา การประเมินผลแบบเสริมพลัง ในโครงการ D-HOPE วิทยากรหลัก นางอัญชลี ปง่ แกว้ นักทรพั ยากรบุคคลชานาญการ

33 1) วัตถุประสงค์ 1.๑ เพ่ือให้ผู้เขา้ อบรมรู้เข้าใจความเปน็ มา และกระบวนการของโครงการ D-HOPE 1.2 เพอ่ื ใหพ้ ัฒนากรเกิดทกั ษะในการประเมนิ ผลแบบเสริมพลัง 2) ประเดน็ เน้อื หา 2.1 ความเปน็ มาของโครงการ D-HOPE 2.2 5 ข้นั ตอนของโครงการ D-HOPE 2.3 การประเมินผลแบบเสรมิ พลงั และกรอบการประเมิน 2.4 การประยกุ ตใ์ ช้การประเมินผลแบบเสริมพลังในการประเมินหลักสูตรONEPLAN 2.5 ฝกึ ปฎิบัตกิ ารประเมินผลแบบเสรมิ พลัง 3) ระยะเวลา 4.00 ชว่ั โมง 4) วธิ กี าร/เทคนิค 4.1 บรรยายแบบมีส่วนรว่ ม/ประกอบสอ่ื /เอกสารแคตาล๊อก 4.2 แลกเปลี่ยน ชวนคุย สอบถาม 4.3 ฝึกปฏบิ ัติ ๕) วสั ดุ / อุปกรณ์ ๕.๑ เครื่องฉาย จอ ๕.๒ โปรแกรมนาเสนอ Power point ๕.๓ อปุ กรณ์ประกอบการฝึกอบรม ๖) การประเมินผล ๖.๑ ประเมนิ จากพฤตกิ รรมการมสี ่วนรว่ มและการตอบขอ้ ซกั ถาม/การแลกเปล่ียน 6.2 ประเมนิ จากผลงานและการนาเสนอจากการปฏิบัติ ๖.๒ การประเมินผลรายวิชา 7) ขนั้ ตอนการดาเนินงาน 7.1 วทิ ยากรแนะนาตัว สรา้ งบรรยากาศการเรยี นรดู้ ว้ ยการทกั ทาย ชวนคุย เตรียมความ พร้อม ดว้ ยการปรบมอื ฝกึ สมองซีกซ้ายขวาจากเกม และการเล่านทิ าน ก่อนนาเขา้ สู่บทเรียนดว้ ยการเกริน่ นา ถงึ วตั ถุประสงค์ของวชิ า ประเดน็ ท่ีจะพูดคยุ และข้อตกลงในกระบวนการเรียนรรู้ ว่ มกนั 7.2 วทิ ยากรชวนคุย สอบถามผู้เข้าอบรมว่า มีใครรจู้ กั หรือเคยได้ยนิ ชื่อโครงการดีโฮปบา้ ง.. องค์กรความรว่ มมือระหวา่ งประเทศญีป่ ุ่นกบั ไทย ทเี่ รียกวา่ JICA การประเมินแบบเสริมพลังฯลฯ ก่อนจะ นาเขา้ สู่ความเปน็ มาของโครงการเพื่อสง่ เสริมความเป็นผปู้ ระกอบการชุมชน Project for Community - Based Entrepreneurship Promotion” ภายใตโ้ ครงการความรว่ มมอื ระหว่าง กรมการพฒั นาชมุชน กระทรวงมหาดไทย กบั สานักงานองคกา์ รความรว่ มมือระหว่างประเทศ ของประเทศญปี่ ุน่ (Japan International Cooperation Agency : JICA) เพอื่ สนับสนุน ส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชน ให้มกี ารพัฒนา ศกั ยภาพของชุมชนและการพัฒนาท้องถิน่ การสร้างมลู คา่ เพมิ่ อยา่ งเปน็ ระบบ โดยใช้แนวคดิ D-HOPE (Decentralized Hands on Program Exhibition) คือการจดั นิทรรศการแบบกระจาย ซึ่งเนน้ ให้ผู้บริโภค

34 นักทอ่ งเท่ยี ว หรอื ผู้ใช้บรกิ าร ทีม่ ายังสถานทข่ี องผู้ประกอบการ โดยให้นกั ท่องเท่ยี ว ไดป้ ระสบการณจ์ากการ ร่วมทากิจกรรมหลากหลายโดยใชท้ รพั ยากรและภูมปิ ญั ญาในชมชุ นมาสร้างมลคู า่ จดั เป็นโปรแกรมให้ นักทอ่ งเทยี่ วมสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิ สร้างกิจกรรมทผี่ ู้สนใจจะไดเ้ รียนร้หู รอื มปี ระสบการณ์จากการลงมอื ทา เอง 7.3 วทิ ยากรบรรยายประกอบส่ือ ถึงกลุ่มเปา้ หมายของโครงการ ระยะเวลา 4 ป(ี 2561- 2564) พื้นท่ดี าเนนิ การ จงั หวดั นาร่อง และงบประมาณที่ได้รับการสนบั สนุน 7.4 วทิ ยากรบรรยายเร่ืองปิรามิดแหง่ การเรียนรู้และอัตราการซึมซับการเรียนรู้ ทีไ่ ดจ้ ากการ บรรยาย การอา่ น โสตทัศนศกึ ษา การสาธิต การสนทนากลุ่ม การปฎิบตั ิ และการสอนผูอ้ ่นื ตามลาดับจากนอ้ ย มาถงึ มากท่ีสุด ซงึ่ ถูกนามาใชเ้ ปน็ แนวคิดในการออกแบบกระบวนการขน้ั ตอน และกรอบเกณฑป์ ระเมินของ โครงการดีโฮบ 5 ข้ันตอน 7.5 วิทยากรแสดงภาพตวั อยา่ ง สื่อ และแคตตาล๊อกประกอบ ในแต่ละข้นั ตอนตามแนวทาง ของ ดโี ฮบ คือ ครั้งท่ี 1.จดั ประชุมเชิงปฏิบัติการ เพ่ือระบรุ ายชือ่ แชมปท์ ่ีมีศักยภาพ ครั้งที่ 2.การประชุมเชิง ปฏิบัติการ เพื่อออกแบบโปรแกรมทีผ่ ้เู ข้ารว่ มสามารถลงมือทาได้ และการทดสอบโปรแกรมฯ ทอ่ี อกแบบมา คร้ังที่ 3.การประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ าร เพ่อื จดั ทาแค็ตตาล็อก ครั้งท่ี 4.การจัดนทิ รรศการ ครง้ั ที่ 5.การประชุมเชิง ปฏบิ ตั กิ าร เพอ่ื ประเมินผลแบบเสริมพลงั 7.6 วิทยากรอธิบายความหมายของการประเมินผลแบบเสริมพลงั (Empowerment Evaluation) ในขัน้ ตอนสดุ ท้ายของโครงการฯวา่ “มุ่งเน้นการเรยี นรู้พน้ื ฐานในหมู่ผู้มีส่วนไดส้ ่วนเสียโดยการมี ส่วนร่วมในกระบวนการประเมนิ ผล” การรวมการประเมนิ ผลแบบเสรมิ พลังทีเ่ นน้ การปฏบิ ตั ิและการสร้างการ เปล่ยี นแปลงอย่างลกึ ซ้ึงผ่านการพดู คุยอภิปรายกันในระหวา่ งสมาชกิ ชมุ ชนโดยสะท้อนความเห็นเกี่ยวกบั กจิ กรรมตา่ ง ๆ 7.7 ขยายความเขา้ ใจด้วยกระบวนการกลุ่มทใี่ ชใ้ นการประเมนิ แบบ E-E และ 3 ข้ันตอนของ การเรยี นรูผ่านกระบวนการกลมุ่ การเตรยี มการสนทนากลุม่ (สมุ่ เลือกกล่มุ ละ 5-7 คน)การจัดหาวัสดอุ ุปกรณ์ (กระดาษ post-it ปากกาเน้นคา กระดาษฟลิปชาร์ท เปน็ ต้น)การจัดเตรียมรูปแบบการสนทนา (คาถามการ ประเมนิ ) การอานวยการกลมุ่ ด้วยเทคนิค สุนทรียสาธก (Appreciative Inquiry) และการใช้รูป รวมท้งั การเตรยี ม คาถามการประเมิน สาหรบั คาถามเกย่ี วกบั ผู้ดาเนินการ (กระบวนการโครงการ) และคาถามเกี่ยวกับโปรแกรม ลงมือปฏบั ัติ 7.8 วทิ ยากรบรรยายประกอบส่อื ถึงประโยชน์ของ การประเมินผลแบบเสรมิ พลงั กบั การใช้ รปู ภาพและทาความเขา้ ใจเร่อื งสนุ ทรียสาธก (Appreciative Inquiry) เทยี บคยี งกับสุนทรยี สนทนา(Dialogue) ซึง่ สนุ ทรยี สาธกเป็นศิลปะของการถามคาถามทนี่ าไปสกู่ ารส่งเสรมิ ให้ระบบมีศักยภาพเพยี งพอทจี่ ะพัฒนาไปสู่ ศกั ยภาพสงู สดุ สว่ นสุนทรยี สนทนา เราจะให้ความสาคัญกบั การฟังอยา่ งต้งั ใจมากกว่า 7.9 วทิ ยากรตง้ั คาถามกบั ผเู้ ข้าอบรมวา่ แลว้ จะประยุกตใ์ ชก้ ารประเมิน EE กับการทางาน ของ พฒั นากรได้อยา่ งไรบา้ ง..ซ่งึ ในการฝกึ ปฏิบตั ิการประเมินผลแบบเสรมิ พลังในวนั น้ี จะประยกุ ตใ์ ชก้ ับการ ประเมินหลักสตู รการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาในระดับพนื้ ท่ี ตลอด 3 วันทผี่ ่านมา เพอ่ื สร้างทักษะ และเรยี นร้รู ว่ มกันในการประยุกต์ใช้การประเมินผลแบบเสริมพลังตอ่ ไป 7.10 วทิ ยากรแบ่งกลุ่มผู้เข้าอบรม เปน็ 4 กลุม่ ใหญ่ อธิบายเพิม่ เติมว่า ถ้าปฏบิ ัติจรงิ ในพื้นท่ี ต้องเป็นกลมุ่ สนทนาเล็กๆไม่ควรเกิน 10 คน เพื่อให้เกดิ การแลกเปล่ยี นที่เสรมิ พลงั กันจริงๆ แลว้ ให้แต่ละกล่มุ

35 ไปเลอื กรูปภาพตามกระบวนการอบรมหลักสตู รฯ ท่ที มี วทิ ยากรได้จดั เตรยี มตดิ ไว้ เปน็ ภาพขนาด เอ4 บน กระดานพีพีบอรด์ ตามประเด็นคาถาม 3 ขอ้ คาถามดังน้ี สนทนากลุม่ ครง้ั ท่ี 1 : ขอ้ มลู จากรูปภาพคุณคุณ ชอบรูปภาพไหน? ทาไมคณุ ถงึ ชอบรูปภาพดงั กล่าว? คุณได้เรยี นรอู้ ะไรจากรูปภาพดงั กลา่ ว? โดยใช้กระดาษ บัตรคา/post it 7.11 วทิ ยากรให้แต่ละกลุ่มพูดคุยแลกเปลยี่ นกัน ภายในกล่มุ แล้วเลอื กรปู ภาพหมายเลขทีก่ ลุ่ม กลมุ่ ชอบทีส่ ุด 1-2 รูป ใหต้ ัวแทนนาเสนอ โดย ทีมวิทยากรฉายภาพท่ีกลุ่มเลอื กขึน้ โชวบ์ น จอภาพ วิทยากรสรปุ ภาพสรา้ งการเรยี นร้ไู ด้ดี ง่าย หลากหลาย แมเ้ ปน็ ภาพเดียวกนั ทาใหไ้ ด้ ทบทวนสถานการณ/์ เหตุการณ์ตา่ งๆ สรา้ งการ มีสว่ นรว่ มไดด้ ี 7.12 สนทนากลมุ่ คร้งั ท่ี 2 วิทยากรวา่ เป็นการประเมนิ ตนเอง ทบทวนกิจกรรมและกระบวนวิชา ต่างๆ ทีไ่ ด้เรียนรู้ขณะเข้ารบั การฝกึ อบรม จากนั้นจงึ สะท้อนความคิดของคุณต่อกจิ กรรมต่าง ๆ ผา่ นการ สนทนาภายในกลมุ่ ใน 4 คาถาม คอื คุณชื่ออะไร? กจิ กรรม/วิชาทีช่ อบที่สุดคอื อะไร? คณุ ได้เรยี นรูอ้ ะไรจากกิจกรรม/วชิ านน้ั ? วธิ ีการสรา้ งการเรยี นรู้ของวทิ ยากร? 7.13 วิทยากรใหแ้ ต่ละกลมุ่ แลกเปล่ียนพูดคุยกนั แล้ว เลอื กวิชาทก่ี ลมุ่ ชอบท่สี ุด 1-2 วชิ า ใหต้ ัวแทนนาเสนอ ถงึ ส่ิง ทไี่ ด้เรยี นรู้ และวิธกี ารหรอื เทคนิคทีว่ ทิ ยากรใช้สร้างการเรยี นรู้ ใหก้ บั ผ้เู ข้าอบรม วิทยากรสรปุ เป็นภาพรวมในวิชาที่ผเู้ ขา้ อบรม ส่วนใหญ่ชอบ ชี้ให้เหน็ สง่ิ ที่ได้เรยี นรแู้ ละเทคนคิ วิธีการสร้าง การเรยี นรขู้ องวิทยากรที่หลากหลาย สะทอ้ นจากการเลอื ก และแสดงความเหน็ ของกล่มุ

36 7.14 สนทนากลมุ่ 3: การประยุกตใ์ ช้ความรแู้ ละทักษะ และแผนท่ีจะดาเนนิ การอภปิ รายแผนการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรแู้ ละทักษะทค่ี ุณไดเ้ รียนรจู้ ากการอบรม วิทยากร เกรนิ่ เชอื่ มโยงของการต้ังคาถามเชงิ บวก และการเริ่มตน้ ตง้ั คาถามง่ายๆจากรปู ภาพในการสนทนากลมุ่ คร้ังท่ี 1 มาถึงการประเมินตนเองในการสนทนากลุม่ ครัง้ ท่ี 2 ซ่งึ จะทาให้เราต่างเหน็ คุณค่าของสิ่งทีต่ นเองคดิ และคนอน่ื คิด มาถึงคาถามเพอ่ื การประยุกต์ใช้ ในการสนทนากลุ่มครง้ั ท่ี 3 ดว้ ย 6 คาถามคอื คุณช่อื อะไร?คณุ อย่สู ังกดั ไหน? นาอะไรไปประยกุ ต์ใช้? วธิ ีการข้ันตอนการประยกุ ตใ์ ช้?กลมุ่ เป้าหมายท่ีคุณจะไปดาเนินงานดว้ ยคอื ใคร? และ จะเร่ิมทาเมอ่ื ไหร่? 7.15 เมอ่ื แต่ละคนไดพ้ ูดคยุ แลกเปลีย่ นถึงการ นาความรู้และทักษะทไ่ี ดร้ บั ไปประยกุ ต์ใชแ้ ลว้ ก็ให้แต่ละกลมุ่ คัดเลือก ตัวอย่างของการ ประยุกต์ใช้ ที่เปน็ BEST PRACTICE ของกลมุ่ นาเสนอที่ละกลมุ่ วิทยากรให้ทกุ กลุ่มโหวต เลือกตวั อยา่ งการประยุกตใ์ ช้ความรทู้ ี่ดที ี่สุด โดยไม่ให้เลอื กจากตวั แทนของกลมุ่ เอง เปน็ BEST OF THE BEST PRACTICE ของรนุ่ 7.16 วทิ ยากรสรุปทบทวนขนั้ ตอนโครงการ D-HOPE และการประเมนิ แบบเสริมพลงั ซง่ึ เก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั การเปน็ วทิ ยากรกระบวนการ เป็นการเตรยี มการประชุมเชงิ ปฏิบัตกิ ารที่ใช้ 2 เทคนคิ สาคัญ คือ ภาพถ่าย กับ สุนทรียสาธก และเปน็ การเสรมิ การเรียนร้.ู .และแบง่ ปัน ความร้รู ่วมกัน ซึ่งจะทาใหก้ ารประเมินผลไดข้ อ้ เท็จจรงิ ที่มาจากผถู้ กู ประเมินและเกดิ ประโยชน์กบั ผูม้ ีสว่ นเกยี่ วขอ้ งทุกฝา่ ย ผลจากการเรียนรู้ ผเู้ ข้าอบรมให้ความสนใจและมสี ว่ นรว่ มในทกุ ขั้นตอน อาจเนื่องจากเป็นโครงการใหม่ และ กลุ่มเป้าหมายสว่ นใหญ่ยังไม่เคยมีประสบการณใ์ นพ้ืนท่ี และกระบวนการเรยี นรูโ้ ดยใชภ้ าพถา่ ยกบั การตง้ั คาถาม เขียนบตั รคาหรือPost it ทาให้ทกุ คนมสี ว่ นรว่ มและได้เรยี นรู้จากเพ่อื น/กลุม่ อนื่ ภายใตข้ ้อจากัดเวลา ท่ตี ้องกระชบั แตบ่ รรยากาศเรียนรูแ้ บบสบายๆและสนุกสนานเป็นกันเอง

37 3.2 ข้อเสนอแนะจากวทิ ยากรกระบวนการเพื่อการพฒั นากระบวนการฝึกอบรม/รูปแบบแนวทาง ปัญหา/อุปสรรค จากวิทยากร 3.2.1 เวลาในการจัดทาหลกั สูตรกระชั้นชิด ทาให้มเี วลาเตรยี มทีมนอ้ ยมาก 3.2.2 การสนับสนุน/ประสานงานขอ้ มลู One plan จากส่วนกลางนอ้ ย 3.2.3 รุน่ แรกเอกสารผเู้ ข้าอบรมมาไมท่ นั 3.2.4 ไมค่ วรใส่ ppt ของวิทยากรเป็นเอกสารประกอบแตค่ วรมเี นื้อหารายวิชามาประกอบ 3.2.5 วทิ ยากรกลมุ่ ไมเ่ พยี งพอ 3.2.6 อุปกรณโ์ สตไมส่ มบูรณ์(กล้องถา่ ยภาพชารุด) 3.2.7 วทิ ยากรหลักบางคนไม่ไดไ้ ปรบั (จัดทา)หลักสตู ร 3.2.8 การคดั เลือกกลมุ่ เปา้ หมาย ต้องเป็นพฒั นากรท่จี ะเปน็ เลขาฯกบต.ไม่ควรให้คนท่ีจะเกษียณมา 3.3 ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบายเพือ่ พฒั นากระบวนการฝึกอบรม/รปู แบบแนวทางการจัดทา หลกั สูตรท่มี ปี ระสิทธภิ าพ 3.3.1 สถาบันฯควรมีหลักสูตรเบอ้ื งต้นวางรปู แบบ/แนวทาง/กรอบหลักสตู รทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพ ชัดเจน และ สง่ ให้ ศพช.ศกึ ษาล่วงหน้า ก่อนไปรบั หรอื ทาหลักสตู ร 3.3.2 หลักสูตร ONE PLAN สาหรับพัฒนากร เป็นการเตรียมความพร้อม รองรับนโยบาย กระทรวงมหาดไทย การจัดทา หลักสูตรควรเป็นไปตามขน้ั ตอน ต้ังแต่การยกร่างหลักสูตร/ทดลองหลักสตู ร/ วิพากษ์หลักสูตร/ปรับปรงุ หลักสูตร จึงจะนามาอบรมกบั กลมุ่ เป้าหมาย และควรมผี มู้ สี ่วนเก่ียวขอ้ งในทุกระดับ มาให้ขอ้ คดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะดว้ ย 3.3.3 ควรปรับหลกั สูตรใหก้ ระชับ เหมาะสมกบั สถานการณ์ มีแนวทางการดาเนนิ การ/เตรียมความ พรอ้ มอย่างเหมาะสม 3.4 ข้อเสนอแนะจากผู้เข้ารบั การอบรม 3.4.1 คู่มือสาเร็จทส่ี ามารถทาไดเ้ ลยแม้ไม่ไดม้ าอบรม, เอกสารคู่มือการปฎิบตั ิงาน, จดั ทาคมู่ อื แนว ทางการปฏบิ ตั งิ านทช่ี ัดเจน และนาไปประยุกตใ์ ช้ในการทางานพืน้ ท่ี, ไฟลบ์ รรยาย 3.4.2 ด้าน IT เนอื่ งจากมีความจาเปน็ ต้องใช้ในการทางานยคุ ปัจจุบัน, ด้านสื่อออนไลน์ 3.4.3 การเชญิ วทิ ยากรภายนอกที่มคี วามรู/้ ถา่ ยทอดประสบการณ์เก่งๆ/ เชี่ยวชาญ มาบรรยายให้ ความรู้เพมิ่ เติมด้วย เพือ่ จะได้ความหลากหลายในมมุ มองตา่ งๆ 3.4.4 ควรเชิญวทิ ยากรจากหนว่ ยงานภาคีมาร่วมให้ขอ้ คดิ แนวทางการประสานการทางานร่วมกนั ใน ระดบั ปฎิบตั เิ พื่อความคลอ่ งตวั และการยอมรับในทกุ ภาคส่วน การจัดเวทีแลกเปลีย่ นเรียนร้รู ะหวา่ งพัฒนากร ตา่ งอาเภอ/จังหวดั

38 3.4.5 การจาลองสถานการณ์จริงถงึ ขัน้ ตอนการปฏบิ ัติงานในพนื้ ทเี่ พ่ือให้ทราบปัญหาอปุ สรรคและ หาแนวทางแกไ้ ข แนะนาการปฏิบตั จิ ริง พูดคยุ ระดมปญั หาอปุ สรรคทีอ่ าจจะเกดิ ให้มากข้นึ 3.4.5 บรรยากาศการอบรมดมี าก ไม่เครียด ห้องพกั สะอาด อาหารควรปรบั ปรงุ ใหม้ ีผลไมม้ ากขน้ึ 3.4.6 ศพช.สนับสนนุ การทาคมู่ ือ แนวทางทส่ี ามารถไปประยกุ ต์ใชไ้ ดใ้ นพนื้ ท่ี และเพมิ่ กจิ กรรม เชอื่ มโยงความรูอ้ กี นิด 3.4.7 ให้ผบู้ รหิ ารประสานความรว่ มมอื กับหน่วยงานที่เก่ยี วข้องเพอ่ื อานวยความสะดวกการปฏบิ ัติใน พน้ื ท่ไี ด้มากข้ึน 3.4.8 การอบรมไม่ควรมีการฝกึ ปฏบิ ตั ิเป็นกลมุ่ มากเกนิ ไป 3.4.9 ประสานการปฏบิ ตั ิให้เป็นไปตามระเบียบระดับตาบล/ อาเภออยา่ งจรงิ จัง 3.4.10 ในโอกาสที่ไดเ้ ขา้ มาอบรมทศ่ี นู ยฯ์ ควรมีเวทฯี การแลกเปล่ียนเรยี นรปู้ ัญหางานพัฒนาชุมชน ในทางปฏบิ ตั ิงานในพ้ืนทรี่ ะหว่างพฒั นากรดว้ ยกัน 3.4.11 ควรเปลี่ยนจากการรวมกลุ่มนาเสนอ เป็นการบรรยายของผเู้ ช่ยี วชาญใหม้ ากข้ึนบา้ ง 4. ผลการฝึกอบรม 4.1 ผลการฝึกอบรมเป็นไปตามความคาดหวงั และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์โครงการ ผู้เขา้ รับการ ฝึกอบรมมคี วามร้คู วามเข้าใจดา้ นวชิ าการในภาพรวมอยใู่ นระดบั มากท่ีสุด คา่ เฉลยี่ ๔.53 และเม่ือพิจารณา รายวิชาพบว่า ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมมคี วามรู้ความเข้าใจในหวั ขอ้ วิชาตามลาดับดังน้ี 1.ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาพน้ื ที่ ระดบั มากที่สุด คา่ เฉลีย่ 4.59 2.การจัดเวทีประชาคม ประสานแผนระดบั ตาบล และการใชข้ ้อมูล จปฐ. และ กชช. 2ค กับการ จดั ทาแผนตาบล ระดับมากท่สี ดุ ค่าเฉลย่ี 4.59 3.การบรหิ ารจดั การประชมุ ของพฒั นากรในการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีในฐานะเลขานกุ าร กบต. ระดบั มากที่สดุ ค่าเฉล่ีย 4.56 4.การประสานงานและการทางานแบบบรู ณาการ ระดับมากทส่ี ุด คา่ เฉล่ยี 4.56 5.การกาหนดเป้าหมายภารกจิ และการจัดทาแผนและปฏิทินการทางาน ระดบั มากท่ีสุด ค่าเฉล่ีย 4.53 6.มมุ มองผู้บรหิ ารตอ่ งานพฒั นาชมุ ชน ระดับมาก ค่าเฉล่ยี 4.49 7.การประเมินคุณภาพแผนตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทย ระดบั มาก คา่ เฉล่ีย 4.48 8.การประเมินผลเสริมพลัง แบบ D-Hope ระดบั มาก ค่าเฉลยี่ 4.45 4.2 สถานการณ์ที่เกิดข้ึน 4.2.1 ปัจจยั เชงิ บวก สง่ ผลใหก้ ารฝึกอบรมบรรลุเปา้ หมาย ดังนี้ -ระเบียบกระทรวงมหาดไทยระบเุ ป้าหมาย/บทบาทหนา้ ท่ีพฒั นากรชดั เจน

39 -มกี จิ กรรมผอ่ นคลาย -กระบวนการไม่เรง่ รัด เวลา -วทิ ยากรมีความรู้ (ดร.ปริชาติ และตรวจ 2 ท่าน) -มีสอ่ื ประกอบชดั เจน ppt -มีความริเรมิ่ การสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาเช่น ppt เข้ากลุม่ Line -กิจกรรมเกมออนไลน์ Quizz -ใช้กจิ กรรมสรา้ งการมสี ่วนร่วม(รางวลั ) -วิทยากรมีสว่ นรว่ มในการออกแบบและจัดทาหลักสตู ร -การบรหิ ารจดั การเตรยี มการในเวลาจากัดมีการแบ่งงานรับผดิ ชอบชดั เจน -มกี ารสร้างความใจ พก. สามารถนาภาพถ่ายไป D-hope -มงี บวสั ดเุ พยี งพอในการอบรม 4.2.2 ปจั จยั ที่ขับเคลือ่ นเชงิ ลบ ดังนี้ -เวลาในการจัดทาหลกั สูตรกระชน้ั ชดิ (ทาใหม้ กี ารเตรยี มทีมนอ้ ยมาก) -การสนบั สนุนการประสานงานขอ้ มูล One pan ตงั ค์น้อย -รนุ่ แรกเอกสารผู้เขา้ อบรมมาไม่ทนั -ไมค่ วรเอาppt มาเป็นเอกสารมีเนอื้ หารายวชิ ามาประกอบ -วิทยากรกล่มุ ไม่เพยี งพอ -อุปกรณไ์ ม่พรอ้ มกล้องถ่ายรปู ชารดุ -วิทยากรหลักบางคนไมไ่ ด้ไปรับหลักสตู ร -การคดั พัฒนากรกลมุ่ เป้าหมายมาตอ้ งเป็นพัฒนากรท่ีเป็นเลขา กบต. ไมใ่ ช่คนจะเกษียณหรือนกั วชิ าการจังหวัด 4.3 การแกไ้ ขปญั หา หรอื บริหารและจดั การความเส่ยี งได้ ดังนี้ - สถาบนั ควรใหเ้ วลาในการจัดทาหลกั สูตรไม่กระชั้นชดิ - มกี ารประสานขอ้ มูลจากหน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ งให้กบั ผู้จดั ทาหลกั สตู ร

40 - ไดแ้ ก้ไขปัญหาโดยส่ง Find เอกสารใน crop line ผูเ้ ขา้ รว่ ม อบรม - ใสร่ ายละเอยี ดเชงิ ลึกเพิ่มเติมนอกเหนือจาก ppt ที่วิทยากรใช้ - วิทยากรไม่พอแกไ้ ขปัญหาโดยใชบ้ ุคลากรท่มี ีอยู่เชน่ ผอ.ศพช. เจ้าหน้าที่โสต นายช่างโยธา นักศึกษาฝึกงาน - ใชอ้ ุปกรณ์ส่วนตวั สมารท์ โฟนกล้องถ่ายรปู - วิทยากรเจ้าของวชิ าถา่ ยทอดใหก้ ับทมี วิทยากร - กรณีพฒั นากรก่อนท่ีจะเกษยี ณอายุราชการในเดือนตุลาคมประสานให้จงั หวดั สง่ อสพ. มาแทนหรือผู้ใกลเ้ กษยี ณมาให้เป็นท่ีปรึกษาให้คาแนะนาเปน็ คนต้นแบบ 4.4 ในกระบวนการสรา้ งการเรียนร้แู ละฝกึ อบรม วิธกี ารปฏิบัตทิ ่ีดีและเปน็ แบบอยา่ งได้ - ใช้ เกมสร้างกระบวนการการทบทวนความร*ู้ สรา้ งกระบวนการเรยี นร้โู ดยใชเ้ กม Quizz - กระต้นุ การมสี ่วนรว่ มโดยใช้รางวัล - สรา้ งการเรียนรู้โดยการถาม-ตอบ โดยให้รางวลั เปน็ ส่งิ จูงใจ - การประเมินผลแบบเสรมิ พลังเป็นการใชภ้ าพถา่ ย รบกวนการเรยี นรู้ - สรปุ ภาพรวมโดยการใช้ clip vdo - การตดั เอาออกคลปิ วีดีโอจากผู้บริหาร - การใชก้ ิจกรรมเสรมิ หลักสูตรท่ีหลากหลายเปน็ การเลอื กโดยไม่บังคบั แตข่ อความร่วมมอื และมีเจา้ ภาพกลุ่ม กว. รับผิดชอบ 4.5 กจิ กรรม/องค์ความร้/ู รูปแบบ ผลงานท่ีเกิดข้ึนระหว่างการฝกึ อบรม 1.วิชามมุ มองของผบู้ ริหาร -เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแนวคิด รปู แบบ การวธิ ีการ แผนเศรษฐกิจ -เช่ือมโยงและบูรณาการสามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้จริง -เวลาพอดีเหมาะสมและเน้ือหาคลปิ วิดโี อน่าสนใจมคี วามชัดเจนวันแพลนจะผู้เขา้ รว่ ม ประชมุ มคี วามเข้าใจสามารถวเิ คราะห์สรปุ ประเด็นเชอื่ มโยงได้

41 ความคดิ เหน็ เพิม่ เตมิ การนาเสนอเปลี่ยนคนนาเสนอทกุ วชิ า ควรแบง่ วทิ ยากรกระบวนการชดั เจน ปรับรูปแบบโตะ๊ เปลี่ยนตวั ไอเปน็ ตัวอยู่ สมาชกิ เยอะใชค้ าบัตรช่วย ควรแบ่งเวลาให้กลุ่มเลอื กคณะกรรมการ 2. วิชาระเบียบกระบวนการจัดทาแผนพฒั นาระดับพ้นื ท่ี -เสริมสรา้ งความรคู้ วามเข้าใจบทบาทหน้าที่ ศพช. -บรรยายเลน่ เกมแบง่ กลุ่ม/วเิ คราะห์บทบาท ผลการดาเนนิ กิจกรรม -สรปุ ฟิฟชารท์ ขอ้ เสนอแนะ มสี ่วนคลา้ ยวชิ าแรก ตอ้ งชัดเจนในระเบยี บ วทิ ยากรตอ้ งเปน็ ผู้ใหค้ วามรู้ความเขา้ ใจ น่าเชอื่ ถอื วทิ ยากรเตรยี มการล่วงหนา้ มกี ารประสานงาน ระเบียบบางอยา่ งขาดความทนั สมัย 3. วชิ าระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจดั ทาแผนและประสานแผนพฒั นาพนื้ ที่ในระดับอาเภอ และตาบล พ.ศ.2562 -เพ่ือให้ผู้เข้าอบรมแลกเปลี่ยนเรยี นรแู้ ละวิเคราะหแ์ นวการปฏิบตั เิ ลขานุการ กบต. -เพม่ิ ทกั ษะการทางานของพฒั นากร -ผู้เข้าร่วมอบรมคอื บทบาทหน้าท่เี ลขา กบต. - บรรยายแบง่ กลุ่ม -shopping idea ขอ้ เสนอแนะ ควรใสเ่ ฉพาะเน้อื หาเพ่ิมเตมิ ไม่ใส่ pot ในเอกสารการเรยี นรู้ และการ shopping idea ควรหมนุ เวียนใหค้ รบทุกกลุ่ม 4. วชิ าการเป็นเลขานกุ ารคณะกรรมการบรหิ ารงานตาบลแบบบูรณาการ กบต ทีม่ ปี ระสิทธิภาพ -จัดเวทีประชาคมเพื่อจดั ทาแผนพัฒนา -เพิ่มทักษะ/เทคนิคการจัดเวที -ผู้เข้ารว่ มอบรมสามารถนาความร้ไู ปใช้ในการปฏิบัติงาน -บรรยายเพ่มิ ความรู้ความเข้าใจ และฝึกปฏบิ ตั ิ ขอ้ เสนอแนะ ปรบั ประเด็นชัดข้นึ จดั ทาเวที วตั ถุประสงค์กบั วชิ าสัมพนั ธ์กนั ปรบั ประเดน็ วธิ ีต้องชดั เจน 5. การจดั เวทปี ระชาคม/ประสานแผนระดบั ตาบลและการใช้ขอ้ มูล จปฐ /กชช 2 ค กับการจัดทา แผนพฒั นาตาบล

42 -ให้เห็นความสาคญั -รูแ้ ละเข้าใจกรอบเกณฑ์ประเมนิ -การพัฒนาคุณภาพแผน -ต้ังคาถาม? ทาไม ตอ้ งประเมนิ ชวนคยุ ? ให้เห็นถึงตวั รูปแบบการประเมนิ -แจกล่างแบบประเมินแผน -ให้พัฒนากรแลกเปลย่ี นความคดิ ข้อเสนอแนะ สน้ั ง่ายกระชับ ไม่มรี ายละเอียดพอ 6.การประเมินคุณภาพแผนตามแนวทางของกระทรวงมหาดไทย -มีทกั ษะในการทาแผนชุมชนไปใชป้ ระโยชน์ -สามารถประสานงานและการทาแผนแบบบูรณาการ ขอ้ เสนอแนะ ppt อธบิ ายไมช่ ัดเจนตัดปญั หาไม่เอา ปญั หาแบง่ กลมุ่ /อุปกรณ์ ตรงประเด็นกับหวั ขอ้ สามารถนาไปใช้ประโยชนไ์ ดจ้ ริง เพ่ิมประเด็นขอ้ ท่ี 4 วทิ ยากร 7. การประเมนิ แผนเสรมิ พลังแบบ D-hope -รแู้ ละเขา้ ใจคงการ D-hope -ทักษะในการประเมินแบบเสริมพลัง -บรรยายสร้าง ความเข้าใจ/ฝกึ ปฏบิ ัติดว้ ยหลกั สตู ร One pan โดยใช้ภาพประกอบ เนน้ ใช้ ปากกาเคมี ข้อเสนอแนะ ควรแบง่ กลุ่มให้มีขนาดเล็กเพอ่ื ให้ทุกคนได้ออกความคิดเหน็ กลุม่ ละ 10 คน* เพ่อื ให้ทกุ คนไดม้ สี ว่ นร่วม/กลมุ่ ย่อย ควรแบง่ บตั รคาไวแ้ ต่ละประเดน็ ทกุ คนให้ความสนใจ 8. การกาหนดเป้าหมายภารกจิ -เพ่อื ใหผ้ ู้เข้า รว่ มอบรมสามารถคิดเปา้ หมายและการจัดทาแผน -เพ่ือให้ผู้เข้ารว่ มลมมีแนวทางในการประสานแผนแบบบรู ณาการ ข้อเสนอแนะ ทบทวนแผน/ปฏทิ ินในการทางานและทกุ ๆวันภารกจิ ในการทางาน/ออกแบบของตนเอง เหน็ ปฏทิ ินท่ชี ดั เจนตามแผน

43 4.6 ผลการประเมนิ จากผ้เู ข้ารับการฝึกอบรม โครงการฝึกอบรมหลกั สตู รการจัดทาแผนและประสานแผนพฒั นาในระดบั พ้นื ที่ ระหวา่ งวนั ท่ี 11-20 เดอื น กันยายน พ.ศ. 2562 ณ ศนู ย์ศกึ ษาและพฒั นาชุมชนลาปาง จานวน 3 รนุ่ จานวนผูต้ อบแบบประเมิน 342 คน มเี กณฑ์การแปลค่าคะแนน ดังน้ี คะแนนเฉลย่ี ๔.๕๑ – ๕.๐๐ หมายถงึ ระดบั ความคดิ เห็น/ความพงึ พอใจมากทสี่ ดุ คะแนนเฉลย่ี ๓.๕๑ – ๔.๕๐ หมายถงึ ระดับความคดิ เหน็ /ความพึงพอใจมาก คะแนนเฉลี่ย ๒.๕๑ – ๓.๕๐ หมายถึง ระดับความคิดเหน็ /ความพึงพอใจปานกลาง คะแนนเฉลี่ย ๑.๕๑ – ๒.๕๐ หมายถงึ ระดับความคิดเหน็ /ความพงึ พอใจนอ้ ย คะแนนเฉลยี่ ๑.๐๐ – ๑.๕๐ หมายถงึ ระดบั ความคิดเหน็ /ความพงึ พอใจน้อยทีส่ ดุ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ดาเนินการฝึกอบรมพัฒนากรระหว่างประจาการ ด้านการบริหารการเปล่ียนแปลง ประจาปี ๒๕๖๒ จานวน 3 รุ่น ระหว่างวันที่ ๑๑ – 20 กันยายน ๒๕๖๒ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ พัฒนากรระหว่างประจาการ ในเขตพ้ืนที่รับผิดชอบ ๘ จังหวัดของศูนย์ฯลาปาง โดยกลุ่มเป้าหมาย 350 คน มีจานวนผู้ตอบแบบประเมิน 342 คน แสดงตาราง ดงั น้ี สว่ นที่ 1 ขอ้ มูลทวั่ ไป เพศ ชาย ชาย ๓๐.๔% หญงิ หญงิ ๖๙.๖% เพศชาย จานวน 104 คน (ร้อยละ ๓๕.๒) เพศหญิง จานวน 238 คน (ร้อยละ ๖๔.๘)

อายุ 44 140 อายุ 120 100 80 60 40 20 0 อายุตา่ กว่า 30 ปี จานวน 3 คน (รอ้ ยละ 0.9) จานวน 111 คน (รอ้ ยละ 32.5) จานวน 97 คน (รอ้ ยละ 28.4) อายุระหว่าง 3๐ – 3๙ ปี จานวน 131 คน (รอ้ ยละ 38.3) อายรุ ะหวา่ ง 4๐ – 4๙ ปี อายุระหวา่ ง ๕๐ – ๕๙ ปี ตาแหนง่ ตาแหน่ง 100 50 0 นกั วิชาการพฒั นาชุมชนปฏิบตั กิ าร จานวน 49 คน (รอ้ ยละ 14.3) นักวชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ จานวน 282 คน (ร้อยละ 82.5) อาสาพัฒนาชมุ ชน จานวน 2 คน (รอ้ ยละ 0.6) จพง.พฒั นาชมุ ชนชานาญงาน จานวน 9 คน (ร้อยละ 2.6)

การศกึ ษา 45 250 ระดบั การศกึ ษา 200 150 100 50 0 ระดบั ต่ากว่าปริญญาตรี จานวน 4 คน (รอ้ ยละ 1.2) ระดับปรญิ ญาตรี จานวน 215 คน (ร้อยละ 62.9) ระดบั ปรญิ ญาโท จานวน 122 คน (ร้อยละ 35.7) ระดบั ปรญิ ญาเอก จานวน 1 คน (รอ้ ยละ 0.3)

46 ผู้ตอบแบบประเมินแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับความรู้ความเข้าใจด้านวิชาการ การนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ ความพึงพอใจตอ่ การบริหารโครงการ และใหข้ ้อเสนอแนะ เพม่ิ เติมทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อการปรบั ปรงุ หลกั สตู รดงั น้ี ส่วนท่ี ๒ ความคดิ เหน็ ต่อโครงการ ๒.1 การบรรลุวตั ถุประสงค์ของโครงการ ระดบั การบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ การแปร ผล วัตถปุ ระสงค์ มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย ค่าเฉลี่ย ท่ีสุด กลาง ทีส่ ุด มาก ให้ผเู้ ขา้ อบรมมคี วามรู้ความ 4.48 เขา้ ใจในระเบียบ 183 139 17 2 0 กระทรวงมหาดไทย วา่ ด้วยการ (53.5%) จัดทาแผนและประสาน (40.6%) (5.0%) (0.6%) (๐.๐๐%) แผนพัฒนาพื้นทใ่ี นระดบั อาเภอ และตาบล พ.ศ.2562 บทบาท หนา้ ทีแ่ ละแนวทางปฏิบตั จิ าก ผู้บรหิ าร ภาพรวม 4.48 มาก จากตารางท่ี 2.1 พบวา่ ผู้เข้ารับการฝึกอบรม แสดงความคิดเห็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของหลักสูตร จากผู้ตอบ แบบสอบถามฯ จานวน 342 คน โดยประเด็น เพ่ือให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบ กระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดทาแผนและประสานแผนพัฒนาพ้ืนท่ีในระดับอาเภอและตาบล พ.ศ. 2562 บทบาทหน้าทแ่ี ละแนวทางปฏิบัติจากผู้บรหิ าร มีระดบั การบรรลวุ ัตถุประสงค์ในระดับมาก คา่ เฉลี่ย ๔.48

47 ๒.๒ ความร้คู วามเข้าใจและทักษะทางวิชาการ ๒.๒.๑ ความรคู้ วามเข้าใจและทักษะ (ก่อนการฝึกอบรม) ระดับความรู้ความเขา้ ใจ การแปล ผล หัวขอ้ วชิ า มาก มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ย ค่าเฉลย่ี ปาน ทีส่ ุด ทีส่ ุด 3.26 กลาง ๑.มมุ มองผบู้ ริหารตอ่ งานพฒั นา 27 81 193 36 5 3.13 ปาน ชุมชน (7.9%) (23.7%) (56.4%) (10.5%) (1.5%) กลาง ๒.ระเบยี บกระทรวงมหาดไทยวา่ 13 3.18 ดว้ ยการจัดทาแผนและประสาน 23 71 190 45 (3.8%) ปาน แผนพฒั นาพนื้ ที่ (6.7%) (20.8%) (55.6%) (13.2%) 3.33 กลาง 3.การบริหารจัดการประชมุ ของ 12 พัฒนากรในการปฏบิ ัติหน้าที่ใน 24 76 190 40 (3.5%) 3.19 ปาน ฐานะเลขานกุ าร กบต. (7.0%) (22.2%) (55.6%) (11.7%) 3.29 กลาง 4.การจัดเวทีประชาคม ประสาน 6 3.23 แผนระดับตาบล และการใช้ขอ้ มูล 24 104 179 29 (1.8%) ปาน จปฐ. และ กชช. 2ค กบั การจดั ทา (7.0%) (30.4%) (52.3%) (8.5%) 3.11 กลาง แผนตาบล 7 ปาน 5.การประเมินคณุ ภาพแผนตาม 20 80 192 ๔3 (2.0%) ๓.22 กลาง แนวทางของกระทรวงมหาดไทย (5.8%) (23.4%) (56.2%) (12.6%) ปาน 6.การประสานงานและการทางาน 6 กลาง แบบบูรณาการ 23 95 189 29 (1.8%) 7.การกาหนดเป้าหมายภารกิจ (6.7%) (27.8%) (55.3%) (8.5%) ปาน และการจัดทาแผนและปฏทิ นิ การ 7 กลาง ทางาน 22 82 198 33 (2.0%) ปาน 8.การประเมนิ ผลเสริมพลัง แบบ (6.4%) (24.0%) (57.9%) (9.6%) กลาง D-Hope 13 20 71 189 49 (3.8%) (5.8%) (20.8%) (55.3%) (14.3%) ภาพรวม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook