สรุปผลการฝึกอบรมโครงการอาเภอบาบัดทุกข์ บารงุ สุข แบบบูรณาการอยา่ งยง่ั ยนื พ.ศ. 2566 ระหว่างวันที่ 16 มกราคม – 17 มีนาคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง รว่ มกับ กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินโครงการอาเภอบาบัดทกุ ข์ บารงุ สุข แบบบูรณาการอย่างยงั่ ยืน พ.ศ. 2566 จานวน 8 รนุ่ ๆ ละ 5 วัน ระหวา่ งวันที่ 16 มกราคม – 17 มีนาคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วย นายอาเภอ ปลัดอาเภอ ตัวแทน ผู้นาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนกานันผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทน อส. ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรอี าเภอ ผู้ น า ภ า ค ศ า ส น า ผู้ น า ภ า ค ป ร ะ ช า ช น ผู้ น า ภ า ค ว ชิ า ก า ร แ ล ะ ผู้ น า ภ า ค เ อ ก ช น หั ว ห น้ า ศู น ย์ เ ร ยี น รู้ โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดารติ ้นแบบ 1. วัตถุประสงค์ 1.๑ เพื่อสรา้ งความรูค้ วามเข้าใจให้แก่ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมเก่ียวกับ หลักการทรงงานและการพัฒนา ประเทศตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร เพื่อนามาปรบั ใชใ้ นการปฏิบัติราชการเพ่ือ \"บาบดั ทุกข์ บารุงสุข\" ให้แก่พี่น้องประชาชน 1.๒ เพ่ือปลูกฝังค่านิยมการเป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลงแก่ผู้เข้ารบั การฝึกอบรม ซึ่งนาไปสู่การขับเคล่ือน และสรา้ งกลไกการทางานรว่ มกันของภาคส่วนต่าง ๆ ในการมีส่วนรว่ มในกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ท่สี ่งผลต่อการ สรา้ งสังคมท่ีเข้มแข็ง การปรบั เปล่ียนค่านิยมให้เสียสละ มีจติ อาสา จิตสาธารณะ เอื้อเฟ้ ือแบ่งปันผู้อื่น และเป็น พลังสาคัญในการจดั การปญั หาความเหลื่อมล้า การพัฒนาตนเอง และการจดั การของชุมชนทอ้ งถิ่น 1.๓ เพ่ือให้ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมนาความรูค้ วามเข้าใจท่ีได้รบั ไปขยายผลในการสรา้ งความ ตระหนักรู้ เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรูค้ วามเข้าใจท่ีถูกต้องและเป็นจรงิ เก่ียวกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ์และ พระราชกรณียกิจเพ่ือประชาชน ตลอดจนพระมหากรณุ าธคิ ณุ ของพระมหากษัตรยิ ท์ ุกพระองค์ เพ่ือก่อให้เกิดการมี ส่วนรว่ มอย่างถกู ต้อง 1.๔ เพื่อให้ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมมีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนเรยี นรูซ้ งึ่ กันและกัน ซง่ึ เป็นประโยชน์ในการ พัฒนาเครอื ข่ายในการทางานเป็นทีม และเป็นหัวใจสาคัญสาหรบั การทางานรว่ มกันในปัจจุบัน รวมถึงการสรา้ ง สายสัมพันธท์ ด่ี ี แลกเปล่ียนความคิดเห็น ทาให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนภารกิจของหน่วยงาน 2. จานวนผู้เข้ารว่ มอบรมฯ จากพื้นที่ 8 จงั หวดั ภาคเหนือตอนบน 103 อาเภอ รวมทั้งส้ิน 1,031 คน ประกอบด้วย เชยี งราย เชยี งใหม่ น่าน พะเยา (18 อาเภอ) 180 คน (25 อาเภอ) 250 คน (15 อาเภอ) 150 คน ( 9 อาเภอ ) 91 คน แพร่ แม่ฮ่องสอน ลาปาง ลาพูน (8 อาเภอ) 80 คน (7 อาเภอ) 70 คน (13 อาเภอ) 130 คน (8 อาเภอ) 80 คน 3. เนื้อหาหัวข้อวชิ า การฝึกอบรมโครงการอาเภอบาบัดทุกข์ บารุงสุข แบบบูรณาการอย่างย่ังยืน พ.ศ. 2566 มีรูปแบบการ ฝึกอบรม โดย การบรรยายทางวชิ าการโดยอาจารย์ ผู้บรหิ าร/ผู้เชยี่ วชาญท่ีมีประสบการณ์สูง จากหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังภาครฐั และเอกชน การแลกเปล่ียนความรูแ้ ละแสดงความคิดเห็นเพ่ือหาข้อสรุป ผ่านกิจกรรมการระดมสมอง (Brainstorming) อภิ ปรายก ลุ่ ม ( Group Discussion)และ การนาเสนอ ( Presentation) การแบ่ง กลุ่ม ฝึกปฏิบัติการ การทัศนศึกษาเชิงประจักษ์ และฝึกปฏิบัติกิจกรรม ณ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง จานวน 5 วัน 4 คืน มีกิจกรรม และ ชุดวชิ าเรยี นรู้ จานวน 22 ชุดวชิ า ดังน้ี วันท่ี 1 - กิจกรรมปรบั ฐานเรยี นรู้ กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง- ทาไมต้อง CAST : วทิ ยากร นายสุทธพิ งษ์ จุลเจรญิ ปลัดกระทรวงมหาดไทย / - ทศั นศึกษา...
-๒- - ทศั นศึกษาตัวอยา่ งความสาเรจ็ พื้นทพ่ี ัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ตามหลักทฤษฎใี หม่ประยุกต์ สู่ โคก หนอง นา ศพช.ลาปาง : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - บรรยายและแบ่งกลุ่มฝกึ ปฏิบัติ เหลียวหลัง-แลหน้า แบ่งกลุ่มถอดบทเรยี นจากสิ่งท่ผี ่านมา หัวข้อ 130 ปีแห่งการ\"บาบัดทกุ ข์ บารงุ สุข\"ของกรมการปกครอง : วทิ ยากร นายประชา เตรตั น์ , ผศ.พิเชฐ โสวทิ ยสกุล , รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ วันที่ 2 - ทฤษฎีใหม่ด้านการบรหิ ารจดั การทรพั ยากร ดิน นา้ ป่า สู่การพัฒนาตามหลักกสิกรรม ธรรมชาติ : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - หลักกสิกรรมธรรมชาติกับระบบเศรษฐกิจพอเพียง และบันได ๙ ขั้นสู่ความพอเพียง : วทิ ยากร อาจารย์ปัญญา ปุลิเวคินทร์ - ตัวอยา่ งความสาเรจ็ การขับเคลื่อนงาน \"บาบัดทุกข์ บารงุ สุข\" แบบบูรณาการในบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน : วทิ ยากร 7 ภาคีภาคส่วน - แบง่ กลุ่มฝกึ ปฏิบตั ิ ถอดบทเรยี นตัวอยา่ งความสาเรจ็ การขับเคล่ือนงาน \"บาบดั ทกุ ข์ บารงุ สุข\" แบบบูรณาการบทบาทของ 7 ภาคีภาคส่วน : วทิ ยากร ผศ.พิเชฐ โสวทิ ยสกุล , รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ วนั ท่ี 3 - ทฤษฎีใหม่ด้านการบรหิ ารจดั การทรพั ยากร ดิน น้า ป่า สู่การพัฒนาตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - การแปลงปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงหรอื ทฤษฎีใหม่ สู่รปู ธรรมความสาเรจ็ อย่างเปน็ ขั้นเปน็ ตอน : วทิ ยากร ผศ.พเิ ชฐ โสวทิ ยสกุล - หม่บู ้านยงั่ ยนื สู่เป้าหมายการพัฒนาทย่ี ั่งยนื (SV to SDGs) : วทิ ยากร อาจารย์คณิต ธนูธรรมเจรญิ - ศึกษาเรยี นรผู้ ่านนิทรรศการ MOI ONE : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - เสวนา MOI ONE : วทิ ยากร คณะทางานเฉพาะกจิ ด้านการบูรณาการแผนงานและยุทธศาสตร์ - ทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ อย่างยงั่ ยนื : วทิ ยากร รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ - การเขียนโครงการและนาเสนอโครงการยุทธศาสตรเ์ ชงิ บูรณาการในพื้นทีร่ ะดับอาเภอ เพื่อขับเคลื่อนพ้ืนทจ่ี ากการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นท่ี : วทิ ยากร ศ.ดร.สุรนิ ทร์ คาฝอย วนั ที่ 4 - ยุทธศาสตรก์ ารขับเคล่ือนสืบสานศาสตรพ์ ระราชาเพ่ือการปฏิรปู ประเทศสู่การปฏิบัติ : วทิ ยากร ผศ.พิเชฐ โสวทิ ยสกลุ - การขับเคลื่อนเขตพฒั นาเศรษฐกิจพอเพียงในบรบิ ทของการรว่ มทนุ 3 ภาคี ภาครฐั ภาคประชาชน และภาคเอกชน : วทิ ยากร คุณชยดิฐ หุตานวุ ชั ร์ - ฝกึ ปฏิบัติการ “จติ อาสาพัฒนา เอามื้อสามัคคี” : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - ฝึกปฏิบตั ิการ/ถอดบทเรยี น “จติ อาสาภัยพิบตั ิ หาอยู่ หากิน” : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - การเขียนโครงการและนาเสนอโครงการยุทธศาสตรเ์ ชงิ บูรณาการในพ้ืนทร่ี ะดับอาเภอ เพ่ือขับเคลื่อนพ้ืนท่จี ากการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนาพื้นที่ : วทิ ยากร ศ.ดร.สุรนิ ทร์ คาฝอย , ผศ.พิเชฐ โสวทิ ยสกุล , รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ วันท่ี 5 - แนวทางการจดั ทาแผนยุทธศาสตรเ์ พื่อขับเคล่ือนงานพ้ืนท่ีจากการจดั ทาแผนและประสาน แผนพัฒนาพ้ืนที่ : วทิ ยากร นายกฤษณะ พินิจ - ทาบุญใส่บาตร/กตัญญูต่อสถานท่ี : วทิ ยากร ศพช.ลาปาง - การจดั ทาแผนยุทธศาสตรเ์ พื่อขับเคลื่อนงานพ้ืนที่จากการจดั ทาแผนและประสานแผนพัฒนา พื้นที่ : วทิ ยากร ศ.ดร.สุรนิ ทร์ คาฝอย , ผศ.พิเชฐ โสวทิ ยสกุล , รศ.วรวรรณ โรจนไพบูลย์ - นาเสนอการจดั ทาแผนยุทธศาสตรเ์ พื่อขับเคลื่อนงานพ้ืนทจ่ี ากการจดั ทาแผนและประสาน แผนพัฒนาพื้นที่ : วทิ ยากร ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บรหิ ารกระทรวงมหาดไทย และ ผบู้ รหิ ารจงั หวัด - พิธปี ดิ การอบรม/มอบนโยบาย/มอบเกียรติบตั ร / 4. สรุปการประเมิน...
-๓- 4. สรุปการประเมินผลภาพรวมโครงการอาเภอบาบัดทุกข์ บารุงสุข แบบบูรณาการ อยา่ งยง่ั ยนื 4.๑ ข้อมลู ทัว่ ไป จานวนผู้เข้ารบั การฝกึ อบรมทั้งสิ้น ๑,๐๓๑ คน ตอบแบบประเมินจานวน ๗๕๐ คน คิดเปน็ รอ้ ยละ ๗๒.๗๔ จาแนกเป็น ชาย จานวน ๕๕๓ คน(รอ้ ยละ ๗๓.๗) หญิง จานวน ๑๙๗ คน(รอ้ ยละ ๒๖.๓) 4.๒ ระดับความคิดเห็นต่อการบรรลุวตั ถุประสงค์ของโครงการ (๑) สามารถนาหลักการทรงงานและการพัฒนาประเทศตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธเิ บศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร นามาปรบั ใชใ้ นการ ปฏิบัติ ราชการเพื่อ “บาบดั ทกุ ข์ บารุงสุข” ให้แก่พ่ีน้องประชาชนในพ้ืนท่ีของตนเอง ค่าเฉล่ีย ๔.๓๔ ระดับมากท่ีสุด (๒) สามารถที่จะขับเคล่ือนและสรา้ งกลไกการทางานรว่ มกันของภาคส่วนต่าง ๆ ในการมีส่วนรว่ มใน กิจกรรมการพัฒนา กิจกรรมสาธารณประโยชน์ท่สี ่งผลต่อการสรา้ งสังคมทเี่ ข้มแข็ง และมีความเสียสละ มีจติ อาสา จติ สาธารณะ เอ้ือเฟ้ ือแบ่งปนั ผู้อ่ืน และเปน็ พลังสาคัญในการจดั การปญั หาความเหล่ือมล้า การพัฒนาตนเอง และ การจดั การของชุมชนท้องถ่ิน ค่าเฉล่ีย ๔.๓๓ ระดับมากที่สุด (๓) สามารถนาความรูค้ วามเข้าใจที่ได้รบั ไปขยายผลในการสรา้ งความตระหนักรูเ้ ผยแพร่ และปลูกฝังให้ ประชาชนมีความรูค้ วามเข้าใจที่ถูกต้องและเป็นจรงิ เก่ียวกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ์และพระราชกรณียกิจ ค่าเฉลี่ย ๔.๓๔ ระดับมากที่สุด (๔) สามารถสรา้ งเครอื ข่ายในการทางานเป็นทีม มีการสรา้ งสายสัมพันธท์ ่ีดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซงึ่ กัน และกัน และสามารถทาให้เกิดพลังในการขับเคล่ือนภารกิจ ค่าเฉลี่ย ๔.๓๒ ระดับมากท่ีสุด 4.๓ ประโยชน์ของหัวข้อวชิ าต่อการนาความรูไ้ ปปรบั ใชใ้ นการปฏิบัติงาน คะแนนเฉลี่ยในหัวข้อด้านความรู้ ความสามารถของวทิ ยากร ท้ัง 22 วชิ า มีค่าเฉล่ีย ๔.๒๔ ระดับมากท่ีสุด 4.๔ ความพึงพอใจด้านการบรหิ ารโครงการ (๑) กระบวนการ ขั้นตอนการให้บรกิ าร ค่าเฉลี่ย ๓.๘๙ ระดับมาก (๒) วทิ ยากรของหน่วยงานที่จดั ค่าเฉล่ีย ๔.๒๘ ระดับมากที่สุด (๓) เจา้ หน้าท่ผี ู้ให้บรกิ าร/ผู้ประสานงาน ค่าเฉล่ีย ๔.๔๖ ระดับมากที่สุด (๔) การอานวยความสะดวก ค่าเฉล่ีย ๔.๓๙ ระดับมากทส่ี ุด (๕) คณุ ภาพการให้บรกิ าร ค่าเฉล่ีย ๔.๒๕ ระดับมากทส่ี ุด (๖) ความพึงพอใจของท่านต่อภาพรวมของโครงการ ค่าเฉล่ีย ๔.๑๙ ระดับมาก 4.๕ ข้อเสนอแนะ (1) สิ่งที่ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมพึงพอใจในการเข้ารว่ มกิจกรรม/โครงการครง้ั นี้ - ได้ความรู้ และประสบการณ์ สามารถนาไปลงมือปฏิบตั ิในพื้นท่ีได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ - มีกระบวนการเรยี นรูห้ ลากหลายรูปแบบ เช่น ฟังการบรรยาย จากวทิ ยากรที่มีประสบการณ์ตรง ลงมือฝกึ ปฏิบัติ มีการแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ การเรยี นรจู้ ากของจรงิ - ได้เรยี นรู้ แนวนโยบายที่ชัดเจน แนวคิด มุมมองที่กว้าง รอบด้าน รูก้ ระบวนงาน รวมถึงการจัดทา แผนงานโครงการ ทาให้สามารถนาไปขับเคล่ือนงานพื้นทีไ่ ด้ - สรา้ งมิตรภาพ เกิดเครอื ข่ายในการทางานเป็นทีม ทุกภาคส่วนรว่ มมือรว่ มใจกัน ได้แลกเปล่ียนเรยี นรู้ หลากหลาย ได้รจู้ กั คนเก่งหลายคน ได้เห็นการความต้ังใจของนายอาเภอ และภาคีเครอื ข่าย - เป็นโครงการทีส่ รา้ งทศั นคติท่ีดีต่อการนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการวางรากฐานหมู่บ้าน รเู้ ครอ่ ื งมือนาไปบูรณาการขับเคลื่อนงานในพ้ืนท่ี ทราบแนวทางขับเคลื่อนการบาบดั ทุกข์ บารุงสุข ให้ ชาวบ้าน - ได้องค์ความรจู้ ากวทิ ยากรในภาคทฤษฎีเป็นอยา่ งมาก - บรรยากาศ สถานที่ จดั อบรม มีความเหมาะสม มีมาตรฐาน การบรหิ ารเวลา การประสานงาน และการ อานวยความสะดวกของศูนยท์ าได้ดี ครพู าทามีการถ่ายทอดความรจู้ ากประสบการณ์ตรง / 2) ส่ิงทค่ี วรเสนอแนะ...
-๔- (2) ส่ิงที่ควรเสนอแนะนาไปพัฒนาการจดั โครงการ/กิจกรรมครง้ั ต่อไป - ระยะเวลาการอบรม มีตารางกิจกรรมแน่นเกินไป หนักเกินไป ควรกระชับการบรรยาย และ เน้นการ ลงมือฝึกปฏิบัติและกิจกรรม workshop ปรบั ลดวชิ าการให้เหมาะสมข้ึน ปรบั ชว่ งเวลาให้เหมาะสม ให้มีเวลาใน การสรา้ งความสัมพันธ์ สรา้ งเครอื ข่ายข้ามจงั หวัดให้มากข้ึน - ควรกาหนดชว่ งเวลาการอบรมไม่ให้ยาวนานเกินไป(ตี5-5ทุม่ ) เวลาไม่เหมาะสม ทาให้ผู้เข้าอบรมมีเวลา พักผ่อนน้อย อ่อนล้า มีผลกระทบด้านสุขภาพ ทาให้ประสิทธภิ าพการเรยี นรแู้ ละการทากิจกรรมต่างๆ ลดลง - จานวนผู้เข้าอบรมไม่ควรเกิน ๘๐ คน เพ่ือการเรยี นรทู้ ม่ี ีประสิทธภิ าพ - อยากให้ทางส่วนกลางจดั สรรงบประมาณเพื่อจดั ทาโครงการน้ีอย่างต่อเน่ืองเปน็ ประจาทกุ ปี - วทิ ยากรบรรยายผ่านระบบออนไลน์ ควรมีเทคนิคการบรรยายท่ีน่าสนใจ สรา้ งการมีส่วนรว่ ม และสรา้ ง บรรยากาศในการเรยี นรใู้ ห้สนุกสนาน มีสีสันทาให้ผู้อบรมมีความตื่นตัวในการเรยี นรู้ - ควรจดั อบรม ให้ครอบคลุมทุกหน่วยงาน - ควรมีการจดั พี่เล้ียง ครนู ิเทศก์สาหรบั แต่ละอาเภอเม่ือถึงเวลาทาการปฏิบัติการเรอ่ ื งโครงการ เพื่อจะได้ เข้าใจและสามารถนาความรทู้ ่ไี ด้ไปปรบั ใชก้ ับหน่วยงาน อาเภอต่อไป ภาพกิจกรรมโครงการอาเภอบาบัดทุกข์ บารงุ สุข แบบบูรณาการอยา่ งย่ังยนื พ.ศ. 2566 ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง สถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖
Search
Read the Text Version
- 1 - 4
Pages: