1. ช่ือชุดความรู้ สขุ คน สขุ งาน สุขด้วยหวั ใจ คนศนู ย์ฯ ลาปาง 2. ส่วนราชการ ศนู ยศ์ กึ ษาและพฒั นาชุมชนลาปาง 3. องค์ความรู้ทีบ่ ง่ ช้ี หมวดท่ี 8 เทคนิคการเสริมสร้างองค์กรใหม้ ีสมรรถนะสงู 4. ที่มาและความสาคญั ในการจดั ทาองค์ความรู้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง จัดต้ังข้ึนตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการพัฒนา ชุมชน กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.๒๕๕๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๒๖ ตอนท่ี ๒๓ ก. มีผลบังคับใช้ ต้ังแต่วันท่ี ๘ เมษายน ๒๕๕๒ เป็นหน่วยงานราชการ บริหารส่วนกลางสังกัดสถาบันการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย มสี านกั งานต้ังอยู่บ้านหนองหา้ หมทู่ ี่ ๑๐ ตาบลปงแสนทอง อาเภอ เมือง จังหวัดลาปาง (ถนนลาปาง-เชียงใหม่) ห่างจากจังหวัดลาปาง ประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ขนาดพื้นท่ี จานวน ๕๑ ไร่ ๓ งาน รับผิดชอบให้บริการพ้ืนท่ี ๘ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลาพูน ลาปาง พะเยา เชียงราย แพร่ นา่ น และแมฮ่ อ่ งสอน ตามคาสั่งกรมการพัฒนาชุมชน ท่ี ๑๓๖/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๒ ได้กาหนดให้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน มีหน้าที่รับผิดชอบในเขตพื้นที่การให้บริการตามท่ีกรมการพัฒนาชุมชนกาหนด เก่ียวกับงานวิจยั และพฒั นาและการบริการให้คาปรึกษาด้านการพฒั นาชมุ ชน งานฝึกอบรมและใหบ้ รกิ ารด้าน การฝึกอบรม งานสนับสนุนการจดั การความรู้ งานพัฒนาความเปน็ เลิศทางวชิ าการเฉพาะทางและปฏิบัติงาน อื่นท่ีเก่ยี วข้องทไี่ ดร้ บั มอบหมาย บทบาทหนา้ ท่ีของ 3 งานหลัก ไดแ้ ก่ งานวิชาการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเก่ียวกับงานบริการวิชาการ งานวิจัยและพัฒนา งานแผนงาน และโครงการ งานจัดการความรู้ งานผลิตและบริการสื่อ งานห้องสมุด และปฏิบตั ิงานอ่ืน ๆ ทเี่ กีย่ วขอ้ งตามที่ ไดร้ ับมอบหมาย งานพัฒนาทรพั ยากรบุคคล มีหนา้ ที่ความรับผิดชอบเกยี่ วกับการฝึกอบรมบุคลากร กลุ่มองคก์ ร/ผู้นา ชุมชน/เครอื ข่ายและบุคคลภายนอก งานบริหารโครงการ งานจัดทาและพัฒนาหลักสตู รและปฏบิ ัติงานอ่ืน ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องที่ไดร้ บั มอบหมาย งานอานวยการ มีหน้าท่ีความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานธุรการ งาน การเงนิ และพสั ดุ งานประชาสมั พันธ์ และปฏบิ ตั ิงานอืน่ ๆ ท่เี ก่ียวข้องตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ศูนย์ศึกษาและพฒั นาชุมชนลาปาง มงุ่ มนั่ เป็นศูนยฝ์ ึกอบรมประชาชนเป็นท่ียอมรบั ของเขตภาคเหนือ ตอนบน มีวิสัยทัศน์ “เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาบุคลากรของภาคเหนือตอนบน สู่ พช.4.0” ได้กาหนด วิธีการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ จากแนวคิด Happiness Strategy ยึดค่านิยม ยืนเคียงข้างประชาชน ช่วยเหลือ เขาเพ่ือให้เขาช่วยเหลือตนเองได้ (help them to help themselves) โดยให้บุคลากร ได้ร่วมกันสร้าง ความสุขใน 3 องค์ประกอบ คือ สุขคน สุขงาน และสุขด้วยหัวใจ ซ่ึงความสุขท้ัง 3 องค์ประกอบ จะส่งผลให้ ประชาชนมคี วามสขุ เรา พช. จงึ มีความสุข 5. ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา ปัญหาท่ีพบ บุคลากรของศนู ยศ์ ึกษาและพฒั นาชมุ ชนลาปางขาดรูปแบบการทางาน/ความร้ใู หมๆ่ มาตรฐานการดาเนนิ การฝกึ อบรม : Top Training บุคลากรขาดรปู แบบการทางาน/สร้างนวัตกรรม การทางานในรปู แบบใหม่ๆ มาตรฐานนกั ทรัพยากรบคุ คล : Talent Trainer บุคลากรขาดนวัตกรรมใหม่ๆ และความทนั สมยั ในการเขา้ สู่ พช.4.0 (มคี ณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์: ทนั สมัย เก่ง ดี มคี วามสุขกบั งานและครอบครัว) มาตรฐานการให้บรกิ าร : Better Touch Point บคุ ลากรขาดการนาเทคโนโลยสี มัยใหมม่ าใช้ในการ ทางานให้มีประสิทธภิ าพมากข้ึน แนวทางแกไ้ ขปัญหา สง่ เสรมิ ใหบ้ ุคลากรของศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาปางวางแผนพฒั นา ตนเองจากการอ่านหนังสอื ดูวีดที ัศน์ เรียนe-learning ของสานกั งาน กพ. และสถาบันการพฒั นาชุมชน หลกั สูตร HRD e-Learning จานวน 4 วชิ า ได้แก่ 1. วชิ าการฝึกอบรมและพัฒนาขา้ ราชการ 2. การพัฒนาทรพั ยากรบุคคล 3. ความร้พู ืน้ ฐานการบริหารทรพั ยากรบุคคล 4. การวิเคราะห์ความจาเป็นในการฝกึ อบรม และส่งเสริมบุคลากรเข้ารบั การฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ จานวน 10 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการเพิม่ ประสิทธิภาพศนู ยฝ์ กึ อบรมประชาชน 2. โครงการฝกึ อบรมหลกั สูตรพัฒนาบทเรียน e-learning 3. โครงการประชุมเชงิ ปฏิบตั ิการสรา้ งแบบสารวจ หาความต้องการที่จาเปน็ ในการฝกึ อบรมพฒั นากร 4. โครงการบรหิ ารการขบั เคลือ่ นยทุ ธศาสตร์กรมการพัฒนาชมุ ชน 5. โครงการ Strategic PR เพื่องานพฒั นาชมุ ชน 6. โครงการประชุมเชงิ ปฏบิ ตั ิการเพิ่มประสิทธิภาพด้านสารสนเทศ กรมการพัฒนาชมุ ชน 7. โครงการประชุมเชงิ ปฏบิ ตั ิการเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากรด้านการเงิน การคลัง การบัญชแี ละพสั ดุ 8. โครงการเสริมสร้างศกั ยภาพการปฏบิ ตั ริ าชการของลกู จ้างกรมการพัฒนาชุมชน 9. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธภิ าพการบรหิ ารทรัพยากรบุคคลและการดาเนินการทาง วนิ ยั 10. โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมภายในและการบริหารความเส่ียง บุคลากรที่ผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆ และ นาความรู้ท่ีได้รับมาแบ่งปัน/แลกเปล่ียนระหว่างกันทุกๆ เดือน ในวนั ประชมุ ประจาเดือนของศนู ยศ์ กึ ษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ศนู ยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง จดั เวทแี ลกเปลย่ี นเรยี นรู้ทุกเดือน เพ่ือใหบ้ ุคลากรของศูนยฯ์ ลาปาง ได้ร่วมกันจัดการความรู้ ของแตล่ ะบคุ คลทีไ่ ด้แลกเปลย่ี นเรียนรู้/ผา่ นการเรียนรู้ e-learning ผา่ นอบรมจากหลักสตู รตา่ ง ๆ นาความรูด้ งั กลา่ วพัฒนาตนเอง ใหท้ ันสมยั เก่ง ดี มีความสุข สง่ ผลให้งานมีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล ทาใหอ้ งคก์ รมขี ดี สมรรถนะสงู
6. ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้ สุขคน บคุ ลากรของศูนยศ์ ึกษาและพฒั นาชุมชนลาปาง มีความทนั สมัย เก่ง ดี มีความสุข สามารถทางาน ไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล บคุ ลากรของศนู ยศ์ ึกษาและพฒั นาชมุ ชนลาปางผ่านมาตรฐานนักทรพั ยากรบคุ คล : Talent Trainer ผ่านเกณฑ์มาตรฐานนกั ทรัพยากรบุคคล จานวน 8 คน แยกเปน็ นักทรัพยากรบคุ คลต้นแบบ จานวน 2 คน นักทรัพยากรบุคคลคคนเก่ง จานวน 6 คน เกณฑ์การจัดระดบั มาตรฐาน ได้คะแนน ระดับดี และระดับดเี ยีย่ ม การทาให้ได้รบั มาตรฐานนักทรัพยากรบคุ คล : Talent Trainer ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ ดงั นี้ 2.1 คุณลักษณะนกั ทรัพยากรบุคคล (ดา้ นความรู้ ดา้ นทักษะ ดา้ นทัศนคติ) 2.2 ผลการปฏิบัตงิ าน (ด้านจานวนวิชาการเป็นวทิ ยากร ด้านจานวนชวั่ โมงการเปน็ วิทยากร ด้านวิชาการ ด้านบริหารจัดการโครงการ/กิจกรรม/รุ่น ด้านจัดทาเอกสารวิชาการ ด้านการสร้างนวัตกรรม การทางาน)
สขุ งาน ศนู ย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ได้รับมาตรฐานการดาเนนิ การฝึกอบรม: Top Training สามารถดาเนินงานตามยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชมุ ชน บรรลเุ ปา้ หมายและวัตถปุ ระสงคข์ อง กรมการพัฒนาชุมชน จานวน 5 หลกั สูตร ได้แก่ 1. โครงการฝกึ อบรมบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนเพ่ือบรหิ ารจดั การเสริมสรา้ งชุมชนเขม้ แข็ง พ่งึ ตนเองได้ หลักสูตรเสริมสมรรถนะพัฒนาการอาเภอ 2. โครงการประชมุ เพิ่มประสิทธิ ภาพหวั หน้าเจา้ หน้าทีก่ ารเงินการคลงั ระดับอาเภอ ประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2562 3. โครงการฝึกอบรมพัฒนากรระหวา่ งประจาการด้านการบริหารการเปล่ยี นแปลง 4. โครงการสรา้ งและพัฒนาผู้นาสมั มาชีพ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 หลักสูตรวิทยากรผู้นา สัมมาชีพ 5. โครงการเพิม่ ประสทิ ธิภาพศูนย์ฝกึ อบรมประชาชน ทดลองหลักสูตรฝกึ อบรมระยะส้นั ประจาปี 2562 6. โครงการประชุมเชิงปฏบิ ตั ิการสรา้ งความร้คู วามเขา้ ใจการดาเนนิ งานโครงการอนรุ ักษ์พนั ธุการรม พืชอนั เน่ืองมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.) ประจาปี 2562 เกณฑ์การจดั ระดับ มาตรฐานการดาเนินการฝกึ อบรม : Top Training ศนู ยศ์ ึกษาและพัฒนา ชมุ ชนลาปาง ได้คะแนน ระดับดีเยย่ี ม การทาให้ได้รับมาตรฐานการดาเนนิ การฝกึ อบรม : Top Training
ประกอบดว้ ย 3 องค์ประกอบ ดงั นี้ 1.1 การดาเนินการก่อนฝกึ อบรม (การสร้างและพฒั นาหลักสูตร การเตรยี มความพร้อม บคุ ลากร การคัดเลอื กวทิ ยากร การเตรยี มสิ่งสนับสนนุ การเรยี นรู้ 1.2 การดาเนนิ การระหว่างฝึกอบรม (การจัดกจิ กรรมระหวา่ งฝึกอบรม) 1.3 การดาเนินการหลังฝกึ อบรม (การรายงานผลการฝึกอบรม การติดตามและประเมินผล หลังฝึกอบรม การใชป้ ระโยชน์ผลการประเมนิ โครงการ/การตดิ ตามผล สขุ ด้วยหัวใจ ศูนยศ์ กึ ษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ไดร้ ับมาตรฐานการใหบ้ รกิ าร : Better Touch Point บุคลากรของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง สามารถให้บริการที่ประทับใจ มีเทคโนลีสมัยใหม่ มาใช้ในการทางานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากข้ึน เชน่ ศนู ยบ์ ม่ เพาะ ฐานการทาอาหารปลานิลแบบ ลดต้นทุน เป็นฐานการเรียนรู้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมและประชาชนท่ัวไปท่ีสนใจ มีการพัฒนาโดยนา เทคโนโลยีสมัยใหมม่ าใชใ้ นการทางาน ทาใหง้ านมคี ุณภาพมากขึ้น การจัดโครงการ “Bike for Happiness” ปัจจุบันมีรถจักรยาน บริการผู้เข้ารับการฝึกอบรมและ ประชาชนทว่ั ไปที่มาใช้บรกิ ารศนู ยศ์ กึ ษาและพัฒนาชุมชนลาปาง จานวนทั้งสิ้น 16 คนั จัดกิจกรรม “เปิ๋งใจ บ่เป๋ิงใจ” เพ่ือแก้ไขปัญหาและอานวยความสะดวกแก่ผู้เข้าอบรมและผู้ใช้บรกิ าร ได้รวดเรว็ และตรงตามความตอ้ งการอยา่ งประทับใจ เกณฑ์การจัดระดับ มาตรฐานการให้บรกิ าร : Better Touch Point ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ได้ คะแนน ระดับดเี ยีย่ ม
การทาใหไ้ ดร้ ับมาตรฐานการใหบ้ รกิ าร : Better Touch Point ประกอบด้วย 4 องคป์ ระกอบ ดงั นี้ 3.1 การให้บรกิ าร (ดา้ นผใู้ ห้บริการ ด้านเคร่ืองมือการใหบ้ ริการ ดา้ นฐานขอ้ มูลผรู้ บั บรกิ าร ดา้ นความปลอดภยั ด้านความสะอาด ดา้ นคณุ ภาพอาหาร ด้านการรบั รองวทิ ยากร) 3.2 อาคาร สถานที่ (ด้านห้องฝึกอบรม ดา้ นห้องอาหาร ด้านหอ้ งพัก ดา้ นห้องนา้ อาคาร ฝกึ อบรม ห้องปฏบิ ัติศาสนกิจ การปฐมพยาบาลและการดแู ลสุขภาพเบื้องต้น) 3.3 ภูมทิ ัศน์ สภาพแวดลอ้ ม (ด้านภมู ิทัศน์ ดา้ น Land Mark/ จุดถ่ายภาพ ดา้ นการดูแล ส่ิงแวดล้อม ดา้ นอตั ลักษณ)์ 3.4 ส่ิงอานวยความสะดวก (ด้านส่ิงอานวยความสะดวกสาหรับผเู้ ข้าอบรม 7. เทคนิคในการปฏบิ ตั ิงาน 7.1 ศึกษากระบวนการดาเนินงานจัดการความรู้ ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน พัฒนางาน ส่งผลให้องค์กรมีขีดสมรรถนะสูง ศพช.ลาปาง ใช้เทคนิค 6 ประการ เพื่อการบรรลุเป้าหมายของ 3 ความสขุ ดังน้ี 7.1.1 องคค์ วามรูท้ บี่ ่งชี้ ศนู ยศ์ กึ ษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง ประกอบด้วย 3 งานหลัก ได้แก่ งานวิชาการ มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานบริการวิชาการ งานวิจัยและพัฒนา งานแผนงาน และโครงการ งานจัดการความรู้ งานผลิตและบริการส่ือ งานห้องสมดุ และปฏิบัตงิ านอื่น ๆ ที่เก่ยี วขอ้ งตามท่ี ได้รบั มอบหมาย บุคลากรในงานวชิ าการ ต้องมีองค์ความรู้ ด้านวชิ าการ ดา้ นการวิจยั ดา้ นการประเมินผล ด้านการ จัดการความรู้ ด้านการผลิตสื่อ ในงานพัฒนาชุมชน เพ่ือประโยชน์สุขแก่ประชาชนชาวไทย สร้างงาน สร้าง อาชีพ ลดปัญหาความยากจน ลดปญั หาความเหล่ือมลา้ ทีเ่ ปน็ ปญั หาสาคัญของประเทศไทย งานพัฒนาทรัพยากรบุคคล มีหน้าท่ีความรับผิดชอบเกี่ยวกับการฝึกอบรมบุคลากร กลุ่มองค์กร/ ผู้นาชุมชน/เครือข่ายและบุคคลภายนอก งานบริหารโครงการ งานจัดทาและพัฒนาหลักสูตรและปฏิบัติงาน อนื่ ๆทีเ่ กี่ยวข้องท่ีได้รับมอบหมาย บคุ ลากรในงานพฒั นาทรพั ยากรบคุ คล ต้องมอี งคค์ วามรู้ ด้านการพฒั นาทรัพยากรบุคคล 1.1 การดาเนินการก่อนฝึกอบรม (การสร้างและพัฒนาหลักสูตร การเตรียมความพร้อม บุคลากร การคดั เลือกวทิ ยากร การเตรียมสงิ่ สนบั สนุนการเรียนรู้ 1.2 การดาเนินการระหวา่ งฝกึ อบรม (การจดั กิจกรรมระหว่างฝึกอบรม) 1.3 การดาเนินการหลังฝึกอบรม (การรายงานผลการฝึกอบรม การติดตามและประเมินผล หลงั ฝึกอบรม การใชป้ ระโยชนผ์ ลการประเมินโครงการ/การตดิ ตามผล งานอานวยการ มหี นา้ ทีค่ วามรับผิดชอบเกี่ยวกับงานอาคารสถานทแ่ี ละยานพาหนะ งานธุรการ งาน การเงนิ และพัสดุ งานประชาสัมพันธ์ และปฏิบัติงานอน่ื ๆ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งตามทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย บุคลากรในงานอานวยการ ต้องมอี งค์ความรู้ ดา้ นระเบียบ/กฎหมาย เช่น ดา้ นการบรหิ ารราชการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล การบริหารสารสนเทศ เพ่ือบริการด้านอินเตอร์เน็ต และ ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ภาพลักษณ์ขององค์กร พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ระเบยี บการเบิกจ่ายเงิน ระเบยี บสารบรรณ ระเบียบการใช้รถราชการและหนังสือ ทเี่ กยี่ วข้อง 7.1.2 แสวงหาความรู้ งานวิชาการ ด้านวิชาการ ด้านการวิจัย ด้านการประเมินผล ด้านการจัดการความรู้ ด้านการผลิต สอื่ ในงานพฒั นาชุมชน แสวงหาความรู้ได้หลากหลายช่องทาง เชน่ ทางเว็ปไซต์ , มี Social Lap ในพนื้ ที่ เพ่ือ
ศึกษาจากพ้ืนท่ีจริง ,แลกเปล่ียนเรียนรู้ จาก Best Practice งานพัฒนาชุมชนที่ประสบความสาเร็จ สถาบันการศึกษาทีข่ ับเคล่อื นองค์กรผา่ นกระบวนการจดั การความรู้ เอกสารตาราทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง งานพฒั นาทรัพยากรบุคคล ด้านการพฒั นาทรัพยากรบุคคล แสวงหาความรู้ได้หลากหลายช่องทาง เช่น ทางเว็ปไซต์ เอกสารตาราที่เก่ียวข้อง การอบรมหลักสูตรการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และหลักสูตรท่ี เก่ยี วข้อง การแลกเปลี่ยนเรยี นรู้กับพ้นื ท/่ี บุคคลทปี่ ระสบความสาเรจ็ งานอานวยการ ด้านระเบียบ/กฎหมาย เช่น ด้านการบริหารราชการ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล การบริหารสารสนเทศ เพื่อบริการด้านอินเตอร์เน็ต และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ภาพลักษณ์ขององค์กร พระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กฎกระทรวง ระเบียบการเบิกจ่ายเงิน ระเบียบสารบรรณ ระเบียบการใช้รถราชการและหนังสือท่ีเกี่ยวข้อง แสวงหาความรู้ ทางเว็ปไซต์ เอกสารตาราท่ีเกย่ี วข้อง การอบรมหลักสูตรท่เี กีย่ วข้อง 7.1.3 มกี ารจัดเกบ็ รวบรวมองค์ความรู้ในรปู แบบ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน มีการจัดเก็บหลากหลายรูปแบบ ทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Line โน้ต e-book เว็บไซต์ เพจ CDD5serve Blog-km เป็นเอกสารต่างๆ ในงานพัฒนาชุมชน และหนังสือ ระเบียบ/ข้อบังคับ ต่างๆ หนังสือแนวใหม่ๆ เก่ียวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคล และเทคนิคการให้บริการท่ี ประทบั ใจ จัดเป็นหมวดหมใู่ นหอ้ งสมุด และมีกจิ กรรมสง่ เสรมิ การอา่ นใหบ้ ุคลากรในศนู ย์ “ตะกรา้ ความรู้” 7.1.4 มขี นั้ ตอนการประมวลและกล่ันกรองความรู้ 1) ประชมุ ช้ีแจง/ทบทวนรูปแบบกระบวนการตามแผนจดั การความรู้ของศนู ยฯ์ ลาปาง 2) การจดั การความรเู้ ป็นส่วนหน่งึ ของการทางานทกุ โครงการ/กจิ กรรม 3) นาเสนอ/แลกเปลีย่ นเรยี นรูท้ ุกครั้งก่อนดาเนินงานทุกโครงการ/กิจกรรม ๔) มตทิ ่ีประชุมประมวลและกล่ันกรองความรู้ เพือ่ นามาใชป้ ระโยชนท์ กุ โครงการ/กจิ กรรม 7.1.5 การสรา้ งแหล่งเรียนรใู้ นหน่วยงาน ๑) หอ้ งประชมุ ของศนู ยฯ์ ลาปาง ๒) เวป็ ไซต์ Line facebook Blog-km และเพจ cdd5serve ของ ศนู ย์ศกึ ษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง 3) ห้องสมดุ ศนู ยศ์ กึ ษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง ๔) ฐานเรียนรูส้ ัมมาชพี ชมุ ชน 6 ฐานของศูนย์ศกึ ษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง 7.1.6 กิจกรรมท่ที าใหเ้ กดิ การแลกเปล่ยี นความรใู้ นหน่วยงาน 1) ทมี งานวิชาการ นาเวทใี นการนาเสนอ km ของบุคลากรของศนู ย์ศกึ ษาและพฒั นาชมุ ชน ลาปาง เพอ่ื แลกเปลย่ี นเรียนรู้ ประชาสัมพันธเ์ ผยแพร่หลากหลายช่องทางใหเ้ กดิ ประโยชน์ ๒) เวทเี ตรียมความพรอ้ มกอ่ น ระหว่าง และสรปุ ถอดบทเรียนหลงั ดาเนนิ การฝึกอบรม ๓) AAR ทุกครัง้ ระหวา่ งดาเนินการฝึกอบรม ๔) การจดั การความรูม้ อี ยูใ่ นวาระการประชมุ ประจาเดือนทุกๆ เดือน 7.1.7 กจิ กรรมท่ที าให้เกดิ การเรียนรู้ภายในหนว่ ยงาน ๑) การเรียนรู้จากการได้ลงมือปฏิบัติและสรุปบทเรียนระหว่างปฏิบัติ จึงถึงการถอด บทเรยี น หลังเสรจ็ ส้นิ กิจกรรมรว่ มกนั ผา่ นการพูดคยุ แลกเปลี่ยนท้ังในรูปแบบอย่างเปน็ ทางการ และไมเ่ ป็นทางการ ในประเด็นทส่ี าคัญคอื 1.1 สิง่ ทที่ าไดด้ /ี สาเร็จ 1.2 สิง่ ทต่ี อ้ งปรับปรงุ / ผดิ พลาดไมส่ าเรจ็ 1.3 ปัญหาอุปสรรค แนวทางแกไ้ ขเพื่อให้งานดขี ้นึ
2) การประชมุ ของแตล่ ะงาน/ฝ่าย 3) โครงการรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ “คิดใหม่ ทาใหม่” สง่ เสริมใหบ้ คุ ลากรของศูนย์ฯ สร้างนวตั กรรม/รูปแบบใหมๆ่ ในการทางานให้มปี ระสิทธิภาพ และประสทิ ธิผล 4) โครงการวิจัย PAR ไปด้วยกัน “แนวทางการขับเคลื่อน ศพช.ลาปางสู่สถาบันแห่งความ เปน็ เลิศดา้ น OTOP” ๕) โครงการวจิ ยั PAR ไปด้วยกัน “แนวทางการขบั เคลอ่ื น ศพช.ลาปางสศู่ ูนย์ฝกึ อบรม ประชาชน” ๖) โครงการวจิ ยั “ปจั จยั ทมี่ ีผลกระทบต่อความสาเรจ็ การขับเคลื่อนสมั มาชพี ชุมชน” ๗) การสร้าง APP ชดุ ความรู้ 7.1.8 จัดหมวดหมู่ ประชาสัมพันธ์ หลากหลายช่องทาง เว็ปไซต์ Line facebook Blog-km และ เพจ cdd5serve ของศูนยศ์ กึ ษาและพฒั นาชุมชนลาปาง 7.2 การทางานเป็นทีม ใช้หลักการมสี ่วนรว่ มแบบรว่ มมือกัน เนน้ การปฏบิ ัติ การบวนการทางานเป็นทีม ศพช.ลา เน้นการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ โดยเน้นความร่วมมือกัน ของทุกฝ่าย โดยใช้การบูรณาการ การทางานร่วมกันท้ังงานอานวยการ งานวิชาการ และงานพัฒนาทรัพยากร บุคคล อาทิในโครงการฝึกอบรม การบริการทางวิชาการทั้งในเขตและนอกเขตพ้ืนท่ีบริการ และการ ประสานงานระหวา่ งภาคส่วนราชการอ่นื ๆ 7.3 มีเป้าหมายร่วมกนั จัดทาแผนปฏิบตั กิ ารแบบมีสว่ นรว่ มทกุ งาน/ฝา่ ย บุคลากร ศพช.ลาปาง มีเป้าหมายในการทางานร่วมกันเพื่อมุ่งสู่การดาเนินงานที่บรรลุวัตถุประสงค์ อย่างสูงสุด โดยมีกระบวนการวางแผนงานและจัดทาแผนปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของทุกงานและฝา่ ย มีการ บรหิ ารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ 7.4 มกี ารยอมรบั การจดั การความรเู้ ป็นหวั ใจสาคญั ของการทางาน บคุ ลากร ศพช. ลาปาง ทุกคนยอมรับในการจัดการความรู้ วา่ เป็นแนวทางสาคญั อนั หน่ึงซึ่งเป็นวงจร ต่อเน่ือง เพ่ือให้เกิดการพัฒนางานอย่างสม่าเสมอ เป้าหมายคือ การพัฒนางาน และพัฒนาคน โดยมีองค์ ความรู้เป็นเครื่องมือ และใช้กระบวนการจัดการความรู้ให้ผู้ท่ีอยู่ในองค์กรและนอกองค์กรสามารถเข้าถึงองค์ ความรู้ได้ ซ่ึงทาให้ความรถู้ ูกใช้ สู่การพฒั นาเปน็ ความร้ใู หมๆ่ 7.5 มวี ฒั นธรรมองคก์ าร กรมการพฒั นาชุมชน สรา้ งค่านิยมร่วมกนั งา่ ยๆ “ยมิ้ ก่อน ไหวก้ อ่ น ทักกอ่ น” ศพช.ลาปาง มีการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร แก่บุคลากรทุกคน และสร้างค่านิยมในการ ยิ้มแย้ม แจ่มใสต่อบุคลอื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กร ใช้การยกมือไหว้และทักทายก่อนเป็นการแสดงความเคารพ ตอ่ กนั แบบง่ายๆและเปน็ สือ่ ถึงความมอี ธั ยาศยั ไมตรีจติ ทดี่ ี 7.6 ทางานดว้ ยหัวใจ ศรทั ธาและเชือ่ มั่นในพลังแหง่ ความดี “คิดดี พดู ดี ทาดี” บคุ ลกร ศพช.ลาปาง ไมย่ อ่ ทอ้ ตอ่ อุปสรรค ทีพ่ บในระหว่างการทางาน เพ่ือใหง้ านบรรลุวัตถปุ ระสงค์ เช่ือม่ันในพลังแห่งความดี ใช้การแก้ไขปัญหาจากจุดท่ีเล็กไปสู่ใหญ่ ซึ่งจะทาให้สามารถจัดการกับปัญหายากๆ ไดด้ ีขน้ึ ดว้ ยการใชก้ ระบวนการวางแผนและใชก้ ารทางานเป็นทมี ระหวา่ งทุกฝ่าย
สขุ คน สขุ งาน สขุ ดว้ ยหวั ใจ คนศูนย์ฯ ลาปาง
สขุ คน สขุ งาน สขุ ดว้ ยหวั ใจ คนศูนย์ฯ ลาปาง
ผลงานการจดั การความรู้ KM ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ประจาปี พ.ศ. 2562
ทะเบียนผลงานการจดั การความรู้ KM ศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ประจาปี 2562 ที่ ชือ่ - สกลุ ตาแหน่ง เรื่อง 1 นางอญั ชลี ป่งแกว้ นกั ทรพั ยากรบุคคลชานาญการ เทคนคิ การวาดภาพการต์ นู ลา้ นนา 2 นายไกรฤกษ์ มลู เมอื ง นักวิชาการพัฒนาชมุ ชานาญการ ประกอบสื่ออย่างงา่ ย 3 นายณฐั นิช รักขติวงศ์ นักทรพั ยากรบคุ คลชานาญการ เทคนคิ การทาอาหารเม็ดปลานลิ ลด ต้นทุน 4 นางดวงธดิ า อานาจผกู นักวชิ าการพัฒนาชมุ ชานาญการ 5 นายเกรียงไกร สงิ หแ์ ก้ว นกั ทรพั ยากรบุคคลชานาญการ เทคนิคการสืบคน้ แหล่งอา้ งองิ ในการทา 6 นางสาวณัฐกฤตา ชยั ตูม นักทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ วิจยั 7 นางสาววชิรญาณ์ แยม้ เยือ้ น นักทรพั ยากรบคุ คล เทคนิคการเขยี นคากล่าวรายงาน 8 ว่าท่ี ร.ต. ชัยณรงค์ บวั คา นักทรพั ยากรบุคคล ต้เู ติมไมเ่ ตม็ 9 นางอรุณศรี เดชะเทศ นักจดั การงานทัว่ ไปชานาญการ Save world Save money Save time 10 นางณฐมน เครือตัน เจา้ พนกั งานธรุ การชานาญงาน by e-book เทคนิคการทาหนงั สือ 11 นางบษุ กร หมอมลู เจ้าพนกั งานธรุ การชานาญงาน อเิ ลคทรอนกิ ส์อย่างง่ายๆ 12 นางสาวพมิ พช์ นก ฝั้นสบื เจ้าพนักงานการเงินและบญั ชี จบั ไมค์ใหจ้ ับใจไม่ยาก (การเป็นพธิ ีกร ชานาญงาน ดาเนินรายการแบบมอื อาชพี ) 13 นายอรรถวิทย์ สนุ ทรพานิชกิจ เจา้ พนกั งานโสตทัศนศึกษา เทคนคิ การสอนเพอ่ื ใหเ้ กดิ ทกั ษะ ปฏบิ ัตงิ าน เทคนคิ การบริหารงานความรู้ช่างดีดี “พ่ี สอนนอ้ ง” เทคนคิ การเข้าใชง้ านระบบ e-GP เทคนิคการรวมเล่ม พรบ.การจัดซ้อื จัด จ้างและการบรหิ ารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 การเขียนแบบใบเบิกคา่ ใช้จา่ ยในการ เดนิ ทางไปราชการ เทคนิคการทา Powerpoint อย่างงา่ ย ให้น่าสนใจและสวยงาม
ท่ี ชื่อ - สกลุ ตาแหนง่ เรือ่ ง 14 นายบุญรอด จันทร์ใจ พนักงานรักษาความปลอดภัย 15 นายถาวร ธนาจริ ัฏฐกิตต์ิ พนักงานรักษาความปลอดภัย เทคนคิ การจัดศาสนพิธี 16 นายธนาวฒั น์ ตาเมืองมลู พนกั งานทาความสะอาด เทคนิคการตกแตง่ ภมู ิทัศน์ 17 นายประยูร ปะละจันทร์ พนักงานทั่วไป 18 นายชวน พทุ ธะวงศ์วนั พนกั งานทวั่ ไป เทคนิคการปลกู จิงจูฉ่ายผลผลติ สูงกาไร งาม 19 นายศรี อินทะรส พนักงานทาความสะอาด 20 นางคาสขุ หนุนหลี พนักงานทาความสะอาด เทคนคิ ในการตัดหญ้าอยา่ งปลอดภยั 21 นางนอม เถาเปยี้ ปลกู พนักงานทาความสะอาด 22 นางณชิ ชยา ตันตา พนักงานทาความสะอาด เทคนคิ การบริหารผเู้ ขา้ อบรม ยิม้ ก่อน ทักก่อน ไหว้ก่อน 23 นางปราณี เปีย้ ปลกู พนกั งานทาความสะอาด เทคนคิ การปลูกกะหลา่ ในกระถาง 24 นายวทิ ูล นามบุดดี พนักงานทว่ั ไป 25 นายภูวนัย เถาเปี้ยปลูก พนักงานทว่ั ไป การเพาะชากง่ิ โกศล 26 นายศานติ ธรรมไชย พนักงานขบั รถยนต์ การกาจัดกล่ินถุงเท้าด้วยมะกรูด 27 นางสาวสุปรญิ ญา ปัญญาพี่ เทคนิคการทาความสะอาดอาคารหอพัก นางสาวพิมพช์ นก ไกรษร แบบกระชบั เวลา เทคนคิ การทาอาหารจากวัตถุดบิ และพชื สมุนไพร การรักษาดอกมะนาวไม่ให้ร่วง เทคนคิ การทายาฆา่ แมลงปลอดสารพิษ จากใบสะเดา แบตเตอร่ดี ี รถวง่ิ ฉิว นกั ศกึ ษาฝึกประสบการณ์ มรภ.ลาปาง สเปรย์จากตะไคร้หอมไลย่ งุ
แบบบนั ทกึ องค์ความรรู้ ายบุคคล 1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนคิ การวาดภาพการต์ ูนลา้ นนาประกอบสื่ออยา่ งงา่ ย 2. ช่อื เจ้าของความรู้ นางอัญชลี ป่งแก้ว นกั ทรัพยากรบคุ คลชานาญการ 3. องค์ความรูท้ บี่ ่งช้ี หมวดท่ี 8 เทคนิคการเสริมสรา้ งองค์กรให้มสี มรรถนะสูง 4. ท่ีมาและความสาคัญในการจดั ทาองค์ความรู้ ดิฉันทาหน้าที่นักทรัพยากรบุคคลชานานาญการ เป็นวิทยากรบรรยาย วิทยากรกระบวนการ จัดเวที สรุปบทเรยี นเปน็ ประจา ให้ความสาคัญกับภาพประกอบสอื่ การเรียนการสอนในการจัดทา PPT. ประกอบวชิ า หรอื การสรปุ บทเรยี นรว่ มกัน โดยเฉพาะกับกลมุ่ ผ้เู ขา้ รบั การอบรมจาก 8 จังหวดั ภาคเหนือ ซงึ่ มคี นพื้นเมืองคน เหนือ ชนเผ่า เข้าร่วมการประชุมสัมมนา/ฝึกอบรมใน ศพช.ลาปาง แต่สื่อ/ภาพประกอบส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ ภาพการ์ตูน ภาพคน ภาพประกอบ จะถูกดึงมาจากอินเตอร์เน็ต ออกแนวต่างชาติ สากล ใส่สูทผูกไทด์ แต่ไม่ สามารถหาการ์ตูนท่เี ปน็ ตวั ตนคนล้านนาได้ เป็นคาถามในความคิดและความพยายามหาคาตอบ จนมโี อกาสได้ เขา้ อบบรมหลักสูตรภาคฤดูร้อนกับเด็กๆทโ่ี รงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนา จ.เชียงใหม่ ในวิชาวาดรูปล้านนา ข้ันพ้ืนฐาน เม่ือวันที่ 26 มี.ค.-28 พ.ค.2554 และได้นาทักษะ/ความรู้ท่ีได้รับมาประยุกต์ใช้กับการฝึกอบรม หรอื การส่ือสารทาความเข้าใจเพ่ือร่วมสืบสานภมู ปิ ัญญาล้านนาต่อไป การบนั ทึกเทคนิคการวาดภาพ การ์ตนู ลา้ นนาประกอบสื่ออย่างงา่ ยๆ ในครงั้ นี้ จึงเป็นเทคนิคที่ได้จาก การถอดประสบการณท์ ีผ่ ่านมาในการประยุกต์ใชใ้ นแตล่ ะสถานการณ์ไป 1. กรณีอบรม คณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ช่วงกิจกรรมภาคเช้า วันที่ 2 ของการอบรมจะให้ กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมในการสรุปบทเรียนด้วยกิจกรรม “เปิงใจ๋ หมะเปิงใจ๋” ภาพการ์ตูนล้านนาประกอบ ตรงกลางกระดาษพลิปชาร์ทท่ีวาดข้ึน จะดึงดูดความสนใจและเสริมการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะเสริมความ ภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ เร่ืองของวัฒนธรรมการแต่งกายของท้องถิ่น/ล้านนา แต่ละกลุ่ม แต่ละ จงั หวดั ไดเ้ ป็นอย่างดี >วเิ คราะหก์ ล่มุ เปา้ หมาย เปน็ กลมุ่ จงั หวัดอะไร/ชนเผา่ อะไร? สังเกตจากการแต่งกายของกลุม่ เป้าหมาย > สืบคน้ จากอนิ เตอรเ์ นต็ เคร่ืองแต่งกายประจาท้องถิน่ /จังหวัด > มาก่อนเวลา ใหม้ ีเวลาวาดภาพ > โชวภ์ าพสดๆเมอ่ื ถึงเวลา สรา้ งความนา่ สนใจ/ดึงดูด > ชืน่ ชมการแตง่ กายที่น่าภาคภูมใิ จของคนล้านนา/การสบื สาน
2. กรณที าPPT.- แนะนาภาพรวม/สรุปจบโครงการหรอื กจิ กรรม สวสั ดคี ะ่ . > วาดแบบประยกุ ตใ์ ห้นา่ สนใจ ศนู ยศ์ กึ ษา > เตมิ ความทันสมัย และพฒั นา > เพ่ิม Motion Graphic ให้ภาพเคลอ่ื นไหวไดจ้ ะย่งิ น่าสนใจ ชมุ ชนลาปาง 3. ทาส่ือประกอบการจดั การความรู้ รายบุคคล-บคุ ลากรศนู ยฯ์ ศพช.ลาปาง > แสดงอัตลกั ษณด์ ว้ ยเสื้อพน้ื เมอื งสบี านเยน็ ของ ทีมศพช.ลาปาง > เลอื กใช้ application ง่ายๆ ในมือถือชว่ ย (Autodesk Sketch Book) > ประสานเครอื ข่าย/ขอความร่วมมือ กรณีเพม่ิ เตมิ ให้ภาพเคล่อื นไหวได้ เพือ่ สร้างความน่าสนใจ จุดเนน้ ! เสอ้ื พนื้ เมอื ง/ล้านนา ทเี่ ปน็ เสอ้ื ทีมของ ศพช.ลป ขอ้ พงึ ระวัง!!! - ไมส่ ร้างการต์ นู ดึงดูดความสนใจมากกวา่ “สาระ” ท่ตี อ้ งการนาเสนอ 5. ปัญหาท่พี บและแนวทางการแก้ไขปัญหา การวาดภาพการ์ตูนล้านนาประกอบสื่อ คงต้องอาศัยความชอบและอาศัยทักษะพื้นฐานของการวาด รูปล้านนาข้ันพ้ืนฐาน และคนส่วนใหญ่ชอบความทันสมัยมากกว่าภาพการ์ตูนแนวน้ี จึงไม่ค่อยมีใครให้ ความสาคัญหรอื ใช้ประกอบการอบรมหรือ สอ่ื สารมากนกั แนวทาง > ปัจจุบันมีตัวการ์ตูนล้านนาที่ทาข้ึนเผยแพร่ในส่ือออนไลน์เยอะขึ้น เช่น สต๊ิกเกอร์ไลน์ แนวล้านนา เอกสารตาราที่ใชภ้ าพประกอบแนวล้านนา ฯลฯ เราสามารถประยกุ ตใ์ ช้รูปแบบเหลา่ นี้ได้ > วาดบอ่ ยๆ ใช้ส่ือสารอยา่ งตอ่ เนื่อง ให้เห็นและตระหนกั ในความสาคัญ/ประโยชน์ > ผลิต วาด ประยุกต์ เผยแพร่ให้ใช้ประโยชนป์ ระกอบ ส่อื การอบรมภายในศนู ย์ ฯลฯ
6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ 1. แสดงอัตลักษณข์ องคนล้านนาผ่านการวาดรูปการต์ นู 2. ประกอบสอื่ ในการเรียนการสอนให้นา่ สนใจ 3. เสรมิ ทักษะพืน้ ฐานในการวาดรูป 4. สบื สาน/ประยกุ ต์ใช้ภมู ิปญั ญาผา่ นรูปภาพได้ 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ตั งิ าน 1. ศกึ ษาเรียนรู้ข้ันพ้นื ฐานการวาดรูปลา้ นนา 2. ฝึกวาดจนเกิดทกั ษะ 3. ฝกึ ประยุกต์ใช้ ไม่ติดกรอบ ดตู ัวอยา่ งหลากหลาย 4. แปลงภาพจรงิ จากเปา้ หมาย(คนจรงิ ) เปน็ เสมือน (ตัวการ์ตนู ) 5. ใช้ Application ชว่ ย (Autodesk Sketch Book) 6. ใช้เครือขา่ ยชว่ ย (ทา Computer Motion/graphic) 7. สร้างผลงาน/กจิ กรรมอยา่ งต่อเน่ือง
แบบบันทึกองคค์ วามรรู้ ายบุคคล 1. ช่ือองคค์ วามรู้ เทคนคิ การทาอาหารเม็ดปลานลิ ลดต้นทุน 2. ชื่อเจา้ ของความรู้ นายไกรฤกษ์ มูลเมอื ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชานาญการ 3. องคค์ วามรู้ท่ีบ่งช้ี หมวดที่ 3 เทคนคิ การแก้ไขปัญหาความยากจน 4. ท่ีมาและความสาคญั ในการจดั ทาองคค์ วามรู้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปางได้ดาเนินการโครงการพัฒนาผู้นาสัมมาชีพ ประจาปี 2561 หลักสูตร “วิทยากรผู้นาสัมมาชีพ” จานวน 5 รุ่น จาก 8 จังหวัดพื้นที่บริการของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ลาปาง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลาพูน เชียงราย พะเยา ลาปาง แพร่และน่าน รวม 434 คน จาก โครงการดังกล่าว ในกระบวนการของหลักสูตร ได้มีการถอดองค์ความรู้จากปราชญ์สัมมาชีพ และทาการ คัดเลือกเรอื่ งราวอาชพี ทน่ี า่ สนใจไว้ศกึ ษาเพ่ือทาการต่อยอดและสรา้ งนวัตกรรมจากภูมิปญั ญานนั้ ๆ ซึ่งขณะน้ัน บันทึกไว้ 47 เรื่อง มี 1 เรื่องสุดยอดของภูมิปัญญาที่สามารถนามาต่อยอดเป็นนวัตกรรมและสอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมพัฒนาเปน็ จุดเรยี นรู้ของศูนยศ์ ึกษาและพฒั นาชมุ ชนลาปางได้ คอื เรอื่ ง การผลติ อาหารปลานิล จากหญา้ เนเปยี พนั ธ์ปุ ากช่อง 1 เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ท่ีจะร่วมกันพัฒนาสร้างสรรค์ งานสู่นวัตกรรม ท่ีเปน็ องค์ความรู้ทจ่ี าเป็นต่อการปฏิบตั ริ าชการ ตามประเดน็ ยุทธศาสตร์กรมการพัฒนาชุมชน สรา้ งสรรคช์ มุ ชนให้พงึ่ ตนเองได้ จึงไดจ้ ดั ทาโครงการในชอ่ื ว่า“นวัตกรรมอาหารปลานิลถ่ินล้านนา ” ขึ้น ระยะ ที่ 1 ตัง้ แตเ่ ดือนมิถุนายน 2561 เมษายน 2562 และระยะที่ 2 ต้ังแต่เดอื นพฤษภาคม 2562 – กุมภาพนั ธ์ 2563 5. ปัญหาท่พี บและแนวทางการแก้ไขปัญหา 1. หญา้ เนเปยี ปากช่อง 1 ตดั เกนิ อายุ 6 เดือน ทาใหห้ ญ้าแข็ง 2. ราละเอียด ท่ีนามาผสม ทีมนักวจิ ยั ผ้ปู ฏิบตั จิ ัดซอื้ แกลบบดละเอียด ทาใหไ้ ด้ปลาสารอาหารนอ้ ย ตัวผอม การแกไ้ ข 1. ทาปฏิทินการตดั หญ้าเนเปีย ปากช่อง 1 ตัดตามตารางกาหนดอายขุ องหญา้ เนเปยี เมื่อตัดตาม กาหนดเวลาแล้วกท็ าการบดและผสมอาหารปลาตามสูตร 6 : 4 : 1 อตั ราส่วนผสม 1. หญ้าเนเปยี บดละเอยี ด 60 ก.ก. 2. ราละเอียด 40 ก.ก. 3. อาหารปลาดุกเลก็ 10 ก.ก. 4. นา้ หมกั ผลไม้ 1ลิตร 2. คลกุ เคล้าใหเ้ ข้ากัน บรรจกุ ระสอบ เกบ็ ในที่ร่ม 15 วนั นาไปให้อาหารปลากนิ พชื ได้
6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ จากการทดลองในปี 2561 พบวา่ สามารถลดต้นทุนได้ 70-90% โดยผลการทดลองปรากฏ ดังน้ี ระยะท่ี 1 รายการต้นทนุ เปน็ เงิน (บาท) หมายเหตุ 1. ลกู ปลานลิ 500 ตวั ๆ 1,000 ละ 2 บาท เดอื น 2. หญา้ เนเปยี ปากช่อง1 100 ค่าไฟฟ้า 20 ครั้งๆ ละ 5 บาท ม.ิ ย.61 - ม.ี ค.62 3. ราละเอียด 10 2,800 เดอื นละ 40 ก.ก.ๆ ละ 7 บาท 10 รวม 10 เดือน กระสอบๆ ละ 20 ก.ก.ๆ เดอื น ผสมอาหาร ละ 7 บาท เดอื นละ 2 คร้งั 4. อาหารปลาดกุ เล็ก 1,000 เดือนละ 10 ก.ก.ๆ ละ 10 บาท 10 เดือน 5. น้าหมกั ผลไม้ 20 ลติ รๆ 100 ผลไม้สกุ ในพื้นท่ี 12 ก.ก. น้าตาล ละ 5 บาท ทราย 6 ก.ก. รวม ต้นทุน 5,000 ข้อสรปุ 1. อาหารปลากินพชื สูตร 6 : 4 : 1 จากการทดลองเลีย้ งปลานิล ระยะที่ 1 จานวน 500 ตวั ต้นทนุ 5,000 บาท ไม่รวมค่าแรงงานนักวิจัยซงึ่ เปน็ พนักงานจ้างมีค่าตอบแทนรายเดือน การทาวจิ ยั เชงิ ทดลองนี้เป็น อีกภารกิจหนึ่งท่ีเพิ่มจากภาระงานตามตาแหน่งพนกั งานทวั่ ไปของ นายประยูร ปาละจนั กบั นายศรี อนิ ทะรส เปน็ ภาระงานที่ควรจ้างบุคคลทง้ั สองต่อไป 2. ผลการทดลองคร้ังน้ี อัตราตน้ ทุนปลานลิ เท่ากับ ตวั ละ 10 บาท (7 ขีด) 3. การทดลองเปน็ การขายเหมาทั้งสระ 8,000บาท จงึ เทา่ กบั มีกาไร 60% หรอื ลดต้นทุน 60% 4. กรณชี ัง่ น้าหนกั ขาย 4.1) ราคาปลานลิ ขนาดตวั ละ 7 ขดี ราคาหนา้ บอ่ ก.ก.ละ 50 บาท เท่ากับ เฉล่ียตวั ละ 25 บาท ดังนน้ั ปลานิลสด ขนาดตัวละ 7 ขดี ต้นทนุ ตวั ละ 8 บาท ราคาซ้ือขายตัวละ 20 บาท เทา่ กับกาไรตัวละ 12 บาท หรือ มีปลาตน้ ทนุ 500 ตวั ๆ ละ 10 บาท เทา่ กับ 5,000 บาท ขายปลา 500 ตวั ๆ ละ 20 บาท เท่ากับ 10,000 บาท สรุป มีกาไร เท่ากบั 5,000 บาท 7. เทคนคิ ในการปฏิบัติงาน 1) ควรตัดหญา้ ในเวลาเช้า เหตุผล คอื สารอาหารจะสะสมในลาต้นและใบ (ยังไมส่ ังเคราะหแ์ สง) นอกจากน้ี อากาศไมร่ ้อนทางานสะดวก 2) ควรตัดหญ้าอายุ 4 -6 เดือน เพราะมี % โปรตีนสงู 17% 3) การบดหญ้า ควรบดดว้ ยเคร่ืองอยา่ งละเอยี ด ไมค่ วรใจร้อน บดหญ้าชน้ิ ใหญ่จะทาให้ปลากิน อาหาร “ยาก” เพราะช้นิ ใหญ่เกนิ ไป ควรบดหรือตดั ให้เลก็ ละเอยี ด การบ่มหมัก ดว้ ยนา้ หมกั ผลไมใ้ นเวลา 15 วันจะทาให้ หญ้า รา และอาหารปลา น่ิมปลากินได้งา่ ย 4) การให้อาหารปลา ควรให้เวลาท่แี ดดออก ปลาจะกินอาหารได้มาก และควรให้ 2 เวลาใน1วัน
5) การเล้ียงปลานลิ ด้วยอาหารปลาสูตรน้ี เหมาะสาหรบั การเลี้ยงบ่อดนิ เพราะมจี ุลินทรยี ์ และ แบคทีเรีย ในน้า และดนิ ชว่ ยยอ่ ยสะลายเศษซากพชื สตั ว์ ในนา้ ไม่ทาให้นา้ เสยี 6) ควรให้อาหารปลาเพิ่มปรมิ าณ ตามระยะเวลาและอายุของปลา ***************************************
แบบบันทึกองค์ความรรู้ ายบคุ คล ชอ่ื องคค์ วามรู้ เทคนคิ การสืบคน้ แหลง่ อา้ งองิ ในการทางานวจิ ัย ชื่อเจา้ ของความรู้ นายณฐั นชิ รกั ขตวิ งศ์ นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ องค์ความรู้ หมวดที่ ๘ เสรมิ สรา้ งองค์กรให้มีสมรรถนะสูง ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองค์ความรู้ ในการทางานวิจัยซ่ึงปัจจุบันหลายๆหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชนให้ความสาคัญ ส่ิงหน่ึงท่ี ผู้ทาวิจัยมักประสบปัญหาน่ันก็คือการหาแหล่งอ้างอิงที่น่าเช่ือถือ และมีความทันสมัยสามารถนาไปเป็นพ้ืน ฐานความรู้ในการต่อยอดเพ่ือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่องค์กรต้องเผชิญ ดังน้ันการมีเทคนิคการสืบค้นท่ีดีจึงมี ความสาคัญ เพราะจะสามารถทาให้ผู้วิจัยเข้าถึงแหล่งความรู้ที่ต้องการค้นหาได้อย่างไม่ลาบากจากท่ัวทุกมุม ของโลก ซ่ึงเป็นการประหยดั เวลาในการสบื คน้ แหล่งอา้ งอิง เพอ่ื นาไปปรบั ใชอ้ ย่างเหมาะสมตอ่ ไป ปัญหาที่พบและแนวทางแกไ้ ขปญั หา ในการสบื ค้นข้อมลู ออนไลนต์ ้องหาบทความที่มีแหล่งที่มาน่าเชือ่ ถือ ประโยชนข์ ององค์ความรู้ สามารถเขา้ ถึงแหลง่ ขอ้ มลู ใหมๆ่ ในการทางานวจิ ัยได้สะดวก ประหยดั เวลาในการสบื ค้น เทคนคิ การปฏิบตั ิงาน ให้ใช้การสืบค้นจากแหล่งอ้างอิงท่ีน่าเช่ือถือ อาทิ Science Direct, ProQuest จากนั้นใช้ การสืบค้นจากคาสาคัญ และระบุช่วงปีของ งานอ้างอิงที่ต้องการค้นหา โดยสามารถเลือกบทความที่เปิดให้ผู้ สบื ค้นท่ัวไปเขา้ ถึงได้ หรอื เข้าถงึ โดยผ่านจาก website https://www.lpru.ac.th/dataonline/
แบบบนั ทึกองคค์ วามรูร้ ายบคุ คล 1. ช่ือองค์ความรู้ เทคนคิ การเขียนคากล่าวรายงาน 2. ชอ่ื เจา้ ของความรู้ นางดวงธิดา อานาจผูก นกั วชิ าการพฒั นาชมุ ชนชานาญการ 3. องคค์ วามรู้ท่ีบง่ ชี้ หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสรมิ สร้างองค์กรใหม้ ีสมรรถนะสงู 4. ที่มาและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้ การดาเนินการฝึกอบรมให้ประสบความสาเร็จ ผู้บริหารโครงการหรือผู้จัดการโครงการฝึกอบรมควร ทราบหลักเกณฑ์ ข้ันตอนและแนวทางการปฏิบัติในการดาเนินการฝึกอบรมเป็นอย่างดี ซึ่งการดาเนินการ โครงการฝึกอบรมแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเตรียมการก่อนการฝึกอบรม ระยะระหว่างดาเนินการ ฝึกอบรม และระยะหลังการดาเนินการฝึกอบรม ผู้บริหารโครงการฝึกอบรมหรือผู้จัดการโครงการควรศึกษา โครงการอย่างละเอียด รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ และภาระงานท่ีต้องปฏิบัติ การเตรียมเอกสาร พิธีการ หรือ หนังสือราชการต่าง ๆ โดยเฉพาะคากล่าวรายงานในพิธีเปิดและพิธีปิดการฝึกอบรม ซึ่งเป็นภาระงานในการ บริหารโครงการระยะก่อนการฝึกอบรม ซี่งการร่างคากล่าวรายงานมีความสาคัญต่อกระบวนการบริหาร โครงการฝึกอบรม ซ่ึงผู้บริหารโครงการหรือผจู้ ัดการโครงการ ควรมีความความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการร่าง คากล่าว ซ่ึงจะทาใหก้ ารบริหารโครงการฝกึ อบรมสาเร็จลุลว่ ง และบรรลวุ ัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ 5. ปญั หาทพ่ี บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา นักทรัพยากรบคุ คลหรอื นักวชิ าการท่รี บั ผิดชอบในการเป็นผบู้ รหิ ารโครงการหรือผจู้ ัดการโครงการบาง คนท่ีเป็นนักทรัพยากรบุคคล/นักวชิ าการพัฒนาชมุ ชน รุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยทาหน้าที่หรือรับผิดชอบเป็นผู้บริหาร โครงการหรือผจู้ ดั การโครงการมักจะคดิ ว่าเปน็ ความยุ่งยาก เพราะบางคนอาจไมม่ ีประสบการณ์ในการเขียนคา กล่าวมาก่อนเลย จึงควรท่ีจะต้องมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนใจเพ่ือเป็นแนวทางในการนาไปใช้กับ งานฝกึ อบรมได้ 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ สามารถใช้เป็นแนวทางในการเขียนคากล่าวรายงานสาหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการเป็น ผู้บริหารโครงการหรือผู้จัดการโครงการ ให้สามารถเขียนคากล่าวรายงานได้ทุกโครงการถ้ารู้หลักการหรือ เทคนิควิธีในการเขยี นคากล่าว และเป็นประสบการณแ์ ละความสามารถทสี่ ะสมไว้ในตัวผู้ปฏิบัติตอ่ ไป 7. เทคนคิ ในการปฏิบัติงาน เทคนิคหรือหลกั การเขียนคากลา่ วรายงานและคากลา่ วเปิดการฝกึ อบรม มดี ังน้ี 1. คากล่าวรายงานตอ่ ประธานในพิธเี ปดิ การฝีกอบรม ควรใหข้ อ้ มูลท่ีสาคัญในการฝึกอบรมอยา่ งครบถ้วนแก่ ประธานในพธิ เี ปดิ ซง่ึ มสี าระสาคัญและควรเรียงลาดบั การรา่ ง คอื 1.1 คาขึ้นตน้ 1.2 ขอบคณุ ประธานท่มี าเป็นเกียรติ 1.3 ชี้แจงความเป็นมาของโครงการฝึกอบรม โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้ 1.3.1 เหตผุ ลและความจาเป็นทต่ี อ้ งจัดการฝึกอบรม 1.3.2 วัตถุประสงคข์ องโครงการฝกึ อบรม 1.3.3 ผ้เู ขา้ รบั การฝกึ อบรมหรือกลมุ่ เป้าหมายเปน็ ใคร 1.3.4 ช่อื หลกั สตู รการฝกึ อบรม
1.3.5 วทิ ยากร และวิธีการฝกึ อบรม 1.3.6 ระยะเวลาการฝกึ อบรม 1.3.7 ผลทค่ี าดว่าจะได้รับจากการฝกึ อบรมครัง้ น้ี 1.4 เรยี นเชญิ ประธานเปดิ การฝกึ อบรม 2. คากลา่ วของประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม ผรู้ ่างหรือผ้เู ขียนคากลา่ วควรมีข้อมูลทีค่ รบถว้ น ถกู ต้อง ประกอบด้วย ประธานในพธิ ีเปิดการฝกึ อบรมเปน็ ใคร โครงการฝีกอบรมทีจ่ ัดมีความเป็นมาอยา่ งไร มี วตั ถปุ ระสงค์อยา่ งไร รายละเอียดของหลักสตู ร ผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมเป็นใคร มาจากไหน จานวนเท่าไหร่ แขก ผมู้ เี กยี รติที่ได้รับเชิญเขา้ ร่วมพิธีเปดิ การฝกึ อบรมมใี ครบ้าง โดยคาล่าวของประธานในพธิ ีเปดิ การฝกึ อบรมควร ประกอบดว้ ยสาระสาคัญ และเรียงตามลาดับ ดังน้ี 2.1 คาขน้ึ ต้น เช่น ........(ออกช่ือตาแหน่งของผกู้ ลา่ วรายงาน) ผู้เข้าอบรม และผูม้ ีเกียรติทุกทา่ น 2.2 แสดงความยนิ ดีและรู้สึกเป็นเกียรติที่ไดม้ าทาพิธเี ปิดการฝึกอบรมในครัง้ น้ี 2.3 เหน็ ความสาคัญของการฝึกอบรม 2.4 ใหโ้ อวาท หรือฝากขอ้ คิด ขอ้ แนะนา และชใ้ี หผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมเป็นประโยชนท๋ ี่ได้รับ 2.5 กลา่ วขอบคณุ ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ เจา้ หนา้ ท่ี วิทยากร และผู้มีส่วนเกยี่ วขอ้ ง 2.6 กล่าวเปิดการฝกึ อบรม เช่น บัดนี้ ได้เวลาอนั สมควรแลว้ (กระผม, ดฉิ นั ) ขอเปิดการฝึกอบรม (..................................)..และอวยพรใหก้ ารฝึกอบรมประสบความสาเรจ็ ******************************************
1. ชื่อองคค์ วามรู้ แบบบนั ทกึ องคค์ วามรรู้ ายบุคคล ตเู้ ติมไม่เตม็ 2. ชือ่ เจ้าของความรู้ นายเกรยี งไกร สงิ ห์แกว้ นักทรัพยากรบุคคลชานาญการ 3. หมวดองคค์ วามรู้ทบ่ี ่งชี้ เทคนคิ การเสรมิ สร้างองค์กรใหม้ ีขดี สมรรถนะสงู 4. ท่ีมาและเปา้ หมายของการจดั การความรู้ ศนู ย์ศกึ ษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง เป็นศูนยก์ ารพฒั นาบุคลากรดา้ นการพฒั นาชุมชนและสัมมาชีพ เพื่อ เป็นการเพิม่ ประสิทธภิ าพของศนู ย์ฯ ให้มคี วามพรอ้ มในด้านการเรยี นรู้ (เทคนคิ เคร่อื งมอื /ส่ือการเรยี นรู้ สร้าง เส้นทางการเรยี นรู้ การจัดการองค์ความร)ู้ ดา้ นอาคารสถานท่ี (ห้องประชมุ หอ้ งพัก ห้องสมุด ห้องอาหาร) ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ได้มีการบริการห้องสมุดเพื่อเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้นอก ห้องเรียนให้กับผู้ใช้บริการ แต่ผลปรากฏว่าไม่มีผู้ใช้บริการ เนื่องจากดูเป็นทางการและมีเวลาปิดเปิด ทาให้ ผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกเท่าทคี่ วรและยังพบปัญหาในเรื่องความต้องการร้านค้า สถานที่ผ่อนคลายจาก ผู้ใช้บริการ ดังนั้น ทางศูนย์ฯ จึงได้จัดทาโครงการตู้เติมไม่เต็ม Innovation เพื่อเป็นการเพ่ิมช่องทางในการ เรยี นรู้อีกดา้ นหนึ่งในสถานทีผ่ ่อนคลาย รื่นรมย์ โดยผูใ้ ชบ้ ริการจะได้รับบริการในด้านตา่ งๆ เชน่ ร้านจาหน่าย ขายของท่ีจาเป็น/อาหารทานเล่น อีกทั้งที่จาหน่ายของฝากของที่ระลึกของศูนย์ฯเช่น เสื้อ ปากกา พวงกุญแจ เป็นต้น และในชว่ งวา่ งจากการอบรมกย็ งั มีมุมดหู นัง ฟังเพลง เพือ่ เป็นการผ่อนคลาย 5. วิธกี าร/ข้ันตอนการจัดการความรู้ ๑. ประสานขอรบั การสนบั สนุนตูโ้ ทรศพั ท์ TOT/เตรยี มสถานท่ี/พืน้ ท่วี างตูเ้ ติมไมเ่ ตม็ และจัดวางตู้ ในจุดทีเ่ หมาะสม ๒. ตกแตง่ /ตดิ ต้งั อปุ กรณ์ภายในตเู้ ติมไมเ่ ตม็ และพื้นทร่ี อบตู้ ๓. นาหนังสอื /วสั ดใุ ส่ในตู้ตามวัตถปุ ระสงค์ของตู้ ทดลองใชง้ าน ๔. ประเมนิ ผลการใช้งาน ปรับปรงุ ใหส้ มบรู ณ์พรอ้ มให้บริการ 6. ผลลัพธ์ท่ไี ดจ้ ากการจัดการความรู้ เปน็ การให้บริการ บคุ ลากรกรมการพฒั นาชุมชน ภาคี เครอื ข่ายทใ่ี ช้บริการ ได้อ่านหนังสอื เตมิ สติ/ความรู้ ในท่รี ่มรื่น สงบ สบายๆ ไดข้ องกิน ของใชท้ จี่ าเปน็ ของฝาก/ของท่รี ะลึก ได้เติมกาลัง เตมิ คิดถึง มีความสขุ ได้ดูหนงั ฟัง/ร้องเพลง ยามว่างจากประชุม/อบรม/สัมมนา เตมิ ภิรมณ์ ไมต่ ้องออกไปนอกศนู ย์ ปลอดภัยท้ังชีวติ และทรัพยส์ นิ - ผลลัพธ์ ส่งผลในด้านการปรับปรุงงาน เพ่ิมประสิทธิภาพการให้บริการในสิ่งที่ผู้ใช้บริการ ศพช.ลาปาง ต้องการ มีหนังสือดีๆ หมุนเวียนให้อ่านในสถานที่ร่มร่ืนตามความต้องการ ทุกเพศ ทุกวัย พร้อมเสียงเพลง เพราะๆเหมาะสมกับตู้ ทาให้เพลิดเพลินได้ความรู้ใหม่จากการอ่านหนังสือ มีส่ิงของจาเป็นต้องใช้เช่น สบู่ ยาสี ฟัน ผ้าอนามัย ขนม ของขบเคี้ยว เครื่องด่ืม มีของฝาก/ของท่ีระลึกของศูนย์ฯซ่ึงสะอาด ปราศจากสารพิษท่ี เจ้าหน้าที่ศูนย์ฯผลิตเอง ท้ังในรูปกลุ่มและบุคคลเช่น เสื้อ ผักอินทรีย์ ผักไฮโดโปรนิค ผลไม้ตามฤดูกาล ไก่ ไข่ ปลา ฯลฯ /ของฝากลาปาง และจังหวัดในพ้ืนท่ีบริการจาหน่ายในราคาย่อมเยา โดยใช้การชาระเงินผ่านระบบ Pay Pal เพ่ือให้บุคลากรศนู ย์ และผใู้ ชบ้ ริการใชท้ ดลองการซ้ือ/ขายในรูปแบบใหม่ไม่ใช้เงนิ สด
แบบบันทกึ องค์ความรู้รายบคุ คล 1. ชื่อองคค์ วามรู้ Save world Save money Save time by e-book (เทคนิคการทาหนงั สอื อเิ ลคทรอนิกส์อย่างง่ายๆ) 2. ช่อื เจ้าของความรู้ นางสาวณฐั กฤตา ชัยตูม นกั ทรัพยากรบุคคลปฏิบัติการ 3. องค์ความรู้ทีบ่ ่งช้ี หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสรมิ สรา้ งองค์กรใหม้ ีสมรรถนะสูง เปน็ บคุ ลากรทันสมยั พัฒนาองคก์ รใหม้ ีคณุ ภาพ 4. ท่มี าและความสาคญั ในการจัดทาองค์ความรู้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง เป็นศูนย์การพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาชุมชนและสัมมาชีพท่ี ได้รับการยอมรับของภาคเหนือตอนบนภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้จัดทาโครงการเป็นจานวนมาก เช่น โครงการสร้างและพัฒนาผู้นาสัมมาชีพชุมชน โครงการฝึกอบรมพัฒนากรระหว่างประจาการด้านการ บริหารการเปล่ียนแปลง โครงการฝึกอบรมบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชนเพ่ือบริหารจัดการเสริมสร้างชุมชน เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ หลักสูตรเสริมสมรรถนะพัฒนาการอาเภอ โครงการเพ่ิมประสิทธิภาพหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ดา้ นการบริหารการเงินการคลังระดับอาเภอ ฯลฯ และทางสถาบนั การพัฒนาชุมชนยังได้กาหนดมาตรฐานการ ฝกึ อบรมเพื่อใชเ้ ปน็ เครือ่ งมอื ในการพัฒนาบุคลากรกรมการพัฒนาชมุ ชน และผู้นาสมั มาชีพในงานพัฒนาชุมชน ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธผิ ลมากย่งิ ขึ้น รูปแบบการฝึกอบรมในปัจจุบันจะต้องทาให้ผู้เรียนเข้าใจเกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดหรือ พฤติกรรม นั้นก็คือ การมุ่งเน้นการพัฒนาสื่อการสอนในรูปแบบของเอกสารคู่มือประกอบการฝึกอบรมโดยมี การนาเทคโนโลยสี มยั ใหม่เข้ามาประยกุ ตใ์ ช้ในการฝึกอบรมซึ่งจะเป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ โดยในปจั จุบนั การ สร้างเอกสารในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ (e-book) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีหลายวงการได้นาไปใช้ โดยเฉพาะวงการหนังสือมีการปรับเปล่ียนพฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์ของคนยุคใหม่ เนื่องจากสื่อ ออนไลน์เข้ามามีบทบาทในชวี ติ ประจาวันเป็นอย่างสงู มีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดข้ึนตลอดเวลาที่มีการพัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง จึงทาให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากรูปแบบเดิมๆ คือ จัดพิมพ์ด้วยกระดาษ อ่านจากเล่มได้เพียงอย่าง เดียว เปลี่ยนมาเป็นในรูปแบบของข้อมูลดิจิตอลท่ีมีข้อความ รูปภาพ เสียงประกอบและที่สาคัญต้องทาให้เกิด ความทนั สมยั และรวดเร็ว สะดวกสบายในการพกพา ซึง่ สามารถเปดิ อา่ นได้ทันทีบนอุปกรณอ์ ิเลคทรอนิกส์หรือ สมาร์ทโฟนท่ีถือเป็นอุปกรณ์ท่ีจาเป็นในชีวิตประจาวัน และยังถือเป็นการช่วยลดการใช้ทรัพยากรกระดาษได้ อย่างมากซ่ึงตรงกับมาตรการประหยัดพลังงานของประเทศ โดยกาหนดนโยบายให้ทุกภาคส่วนใช้พลังงาน อย่างประหยดั และมปี ระสทิ ธภิ าพ การจัดทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e-book) จึงเปน็ ส่วนหนึง่ ในการตอบโจทย์ของ การพัฒนาการฝึกอบรมแบบใหม่ที่มีการนาเอาเทคโนโลยีมาใช้เพ่ือพัฒนาและปรับปรุงการฝึกอบรมท่ีทันสมัย และชว่ ยในเร่ืองการประหยัดพลังงาน 5. ปญั หาท่ีพบและแนวทางการแก้ไขปัญหา การจัดการฝึกอบรมโครงการของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ได้มีการจัดเตรียมเอกสาร ประกอบการฝกึ อบรมในรูปเลม่ เอกสารเพ่ือใหผ้ ู้เข้าอบรมได้ศึกษาทาความเขา้ ใจเนื้อหา/วิชาทีเ่ ก่ยี วข้องทั้งหมด และทางผู้จัดโครงการยังทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e-book) ซ่ึงได้เล็งเห็นว่าน่าจะมี รูปแบบใหม่ๆ เพ่ือช่วยให้ทางผู้เข้าอบรมเกิดความสะดวก รวดเร็ว ทันสมัยเพ่ือดึงดูดให้ผู้เข้าอบรมเกิดความ สนใจในหัวข้อวิชาและยังสามารถอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่อยากพกหนังสือหนักๆ หรือ ต้องการข้อมูลทันที เพราะฉะน้ัน การอบรมในยุคปัจจุบันจึงต้องมีการปรับตัวให้ทันต่อโลกท่ีเปลี่ยนแปลงไป อยา่ งรวดเร็วตามเทรนด์การเรียนร้ขู องคนในยคุ ดจิ ทิ ัล
6. ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้ เทคนิคการทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e-book) จะมีลักษณะเป็นเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ เป็นรูปแบบของการนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย e-book จัดว่าเป็นนวัตกรรมใน รูปแบบใหม่ท่ีกาลังได้รับความนิยมและสนใจจากหลายวงการ โดยจะครอบคลุมหนังสือท่ัว ๆ ไปที่จัดทาแล้ว สามารถอ่านได้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ได้แก่ การจัดทาแคตตาลอคออนไลน์ หนังสือพิมพ์ออนไลน์ คู่มือประกอบการเรียนการสอน นวนิยาย ฯลฯ ทุกคนสามารถทา e-book ได้ไม่ยาก ซ่ึงจะมีข้อดีในเรื่องของ การอา่ นไดต้ ลอดเวลา อา่ นไดไ้ ม่จากัดจานวนครั้ง ประหยัดต้นทุนในการดาเนินงาน ทสี่ าคญั ยังเป็นส่วนหน่ึงใน การรักษาธรรมชาติโดยการลดการใช้กระดาษ และสามารถนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์พร้อมนาไปต่อ ยอดเชงิ วชิ าชพี ได้อกี ดว้ ย 7. เทคนิคในการปฏบิ ตั งิ าน การทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e-book) จะเป็นการเพ่ิมความน่าสนใจในการ อ่านหนังสือ การจัดทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e-book) น้ัน จะเริ่มต้นจากการท่ีได้ไป อบรมโครงการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาบทเรียน E-Learning แบบปฏิสัมพันธ์บน Moodle LMS ซ่ึงเป็น ผู้รับผิดชอบในเรื่องน้ีแล้วนามาต่อยอดในเรื่องของการทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e- book) โดยมีการทบทวนความรู้และมีการฝึกปฏิบัติจากโครงการฝึกอบรมที่ตนเองเป็นผู้จัดการโครงการ คือ โครงการเพิ่มประสทิ ธิภาพหวั หน้าเจ้าหน้าท่ีดา้ นการบรหิ ารการเงินการคลงั ระดับอาเภอ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 โดยนาเอาวิชาจากโครงการฯ มาทาเป็น e-book เพ่ือประกอบการฝึกอบรมอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เป็นทางเลือกสาหรับผู้เข้าอบรมได้ศึกษา รายวิชาที่จัดทา คือ 1. วิชาพระราชบัญญัติการจัดซ้ือจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมถึงระเบียบอื่นๆท่ีเกี่ยวข้อง และการจัดทา TOR (Term Of Reference) 2.วิชาระเบียบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและอื่นๆ รวมถึงการรูปเล่มสรุปผลการดาเนินงาน โครงการฯ โดยจะมขี ัน้ ตอนการทาและช่องทางการเผยแพร่ ดงั นี้ 7.1 เข้าเว็ปไซด์ http://pubhtml5.com/ 7.2 สมคั รสมาชิก
7.3 เขา้ สู่ระบบโดยการกรอก e-mail และ password เพ่ือทาการ Log in เขา้ สรู่ ะบบ 7.4 จดั รปู เลม่ หนงั สือ/เอกสารท่ีตอ้ งการ upload แบบออนไลน์มาบันทึกในรปู ของไฟล์ pdf 7.5 กดท่ี Quick upload เพื่อนาเอาเอกสารท่ีต้องการทา e-book Quick upload 7.6 กด next เพื่อดาเนนิ การในขั้นตอ่ ไป 7.7 กด browse เพอ่ื upload บนระบบออนไลน์ next browse
7.8 ใส่หวั ขอ้ ช่ือเอกสาร/หนังสอื Title 7.๙ กด next เพือ่ ดาเนินการในขน้ั ตอ่ ไป 7.10 เลือกรูปแบบของเอกสาร next template 7.11 กด next เพื่อดาเนินการในข้นั ตอ่ ไป 7.12 เลือกพ้นื หลงั ของเอกสาร next theme
7.13 เลือกหวั ขอ้ QR Code และเปล่ยี นเปน็ Enable เพื่อท่จี ะทาการสร้าง QR Code ใหก้ บั เอกสาร Enable 7.14 กด create create 7.15 จะได้ e-book ตามที่เราต้องการ
7.16 นา QR Code/ ลงิ คข์ อง e-book ไปประชาสัมพนั ธ์ทางชอ่ งทางต่างๆท่ีต้องการ พรบ.จดั ซื้อจดั สรุปผลการดาเนนิ งานโครงการเพม่ิ จ้าง ปี 60 ประสทิ ธภิ าพหัวหน้าเจา้ หนา้ ท่ดี ้านการ บรหิ ารการเงนิ การคลังระดับอาเภอ ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2562 ระเบียบ ทักษะการเป็นวิทยากร คา่ ใชจ้ ่ายว่าด้วย การฝึกอบรม การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ของ e-book ชอ่ งทางที่ 1 facebook ศนู ย์ศกึ ษาและพัฒนาชมุ ชนลาปาง ชอ่ งทางท่ี 2 Line กลุ่มจานวน 3 กลมุ่ ดงั น้ี “พฒั นาการอาเภอ 62 ร่นุ 1” “พัฒนาการอาเภอ 62 รุ่น 2” และ อบรม พอ.ศพช.ลาปาง
ช่องทางท่ี 3 เอกสารสรุปรปู เล่มโครงการเพิ่มประสิทธิภาพหัวหนา้ เจา้ หน้าทด่ี ้านการบรหิ ารการเงิน การคลงั ระดับอาเภอ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ช่องทางที่ 4 ทางเวปไซด์ของศูนย์ศึกษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง http://training- lampang.cdd.go.th/ ช่องทางท่ี 5 มีการสอนให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการหลักสูตรพัฒนาการระหว่างประจาการ ในการจัดทาเอกสารสรุปรูปเล่มของโครงการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาการระหว่างประจาการ ประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2562 จานวน 3 รุ่น เพื่อใช้ในการจัดส่งรูปเล่มให้กับทางสถาบันและศูนย์ศึกษาอีก 10 แห่งท่ัวประเทศ และใช้ประชาสัมพันธ์ช่องทางต่างๆ เช่น ทางเว็ปไซด์ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง Line กลุม่ พัฒนากร พฒั นาการ เปน็ ต้น
จากการได้ลงมือปฏิบัติการทาเอกสารประกอบการฝึกอบรมแบบออนไลน์ (e-book) รวมถึงเล่ม สรปุ ผลการดาเนนิ งานโครงการเพิ่มประสิทธภิ าพหัวหน้าเจา้ หน้าทดี่ ้านการบรหิ ารการเงนิ การคลังระดบั อาเภอ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อรายงาน ประชาสัมพันธ์ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้รับทราบในรูปของ หนังสืออิเลคทรอนิกส์ เราจะพบเทคนิคในการปฏิบัติงาน คือ เราจะต้องมีการศึกษาเรียนรู้เพ่ิมเติม เช่น การ เข้าอบรม การหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต การปรึกษาผู้รู้/ผู้มีประสบการณ์ ที่สาคัญต้องมีการฝึกปฏิบัติบ่อยๆจน เกิดความชานาญ หาเวทีในการฝึกโดยการนาเอากิจกรรม/โครงการท่ีรับผิดชอบมาจัดทาผลงานและมีการ ถา่ ยทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ร่วมงานทสี่ นใจพร้อมกับการเผยแพรผ่ ลงานในช่องทางต่างๆ เพอื่ ใหผ้ ู้ทส่ี นใจได้เข้า ไปศกึ ษาเพ่มิ เติมตอ่ ไป Save world save money save time by e-book
1. ช่ือองค์ความรู้ แบบบันทกึ องค์ความรรู้ ายบุคคล จบั ไมค์ใหจ้ ับใจไม่ยาก (การเปน็ พธิ กี รดาเนนิ รายการแบบมืออาชีพ) 2. ช่ือเจ้าของความรู้ นางสาววชิรญาณ์ แย้มเยอื้ น นกั ทรัพยากรบุคคล 3. องค์ความรู้ทบ่ี ง่ ช้ี หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสริมสร้างองค์กรให้มสี มรรถนะสงู 4. ที่มาและความสาคัญในการจัดทาองค์ความรู้ พิธีกร หรือผู้ดาเนินรายการ (Master Of Ceremony) เป็นผู้จัดประชุมสัมมนาหรือกิจกรรมต่างๆ ให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ท่ีวางไว้ ด้วยความเรียบร้อย มีบทบาทในการสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมงาน หลายคนอาจคิดว่าบทบาทนี้ ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรมากเท่ากับการเป็นวิทยากร แต่โดยแท้จริงแล้ว การเป็น พิธีกรมืออาชีพ ไม่ใช่เพียงการกล่าวแนะนาวิทยากรบรรยาย และกล่าวจบเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่ช่วยสร้าง บรรยากาศของงานนัน้ ๆ ให้ดาเนนิ ไปได้อย่างเหมาะสม เป็นผูช้ ่วยยกระดับฐานะของวิทยากรให้โดดเด่น ดูดี มี สงา่ ใหเ้ กิดการยอมรับในตวั วิทยากร รวมถงึ ยงั เปน็ ผ้คู วบคุม กากบั ดูแล และแกไ้ ขสถานการณ์ตา่ งๆ ท่เี กดิ ข้ึน อย่างไม่คาดฝันในระหว่างการจัดกิจกรรม ด้วยการใช้ไหวพริบปฏิภาณที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นบทบาทนี้ดูจะไม่ ธรรมดาแลว้ อยา่ งแนน่ อน 5. ปญั หาท่พี บและแนวทางการแก้ไขปัญหา ปัญหาส่วนใหญ่สาหรับผู้ที่ได้รับบทบาทการเป็นพิธีกรหรือผู้ดาเนินรายการหน้าใหม่ (ประสบการณ์ น้อย) มักมีทัศนคติเก่ียวกับการทาหน้าท่ีพิธีกรหรือผู้ดาเนินรายการว่าเป็นเรื่องท่ียาก ต้องใช้เวลาเรียนรู้และ หมั่นฝกึ ฝนตนเอง อีกทั้งตอ้ งอาศัยพรสวรรค์เท่านั้น แตแ่ ทจ้ ริงแล้วการค้นพบเทคนิควิธีการ ด้วยการหาโอกาส ใหต้ ัวเองได้ลองลงสนามบ่อยๆ จะทาให้ได้เรียนรู้ถงึ ข้อผดิ พลาด และเปน็ การเพ่ิมพูนประสบการณ์ รวมทงั้ การ อาศัยพรแสวงให้มากขึ้นจะสามารถผลักดันให้สามารถค้นหาตัวตนและแสดงศักยภาพท่ีแท้จริงออกมาได้ (Performance) ผ่านบทบาทการเปน็ พิธีกรหรือผดู้ าเนนิ รายการแบบมืออาชพี 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ บทบาทการเปน็ พิธกี รหรือผู้ดาเนินรายการ ถือเป็นบทบาทหนง่ึ ทีท่ ้าทายสาหรับผู้ทีส่ นใจอยากพฒั นา ทกั ษะของตนเองในหลาย ๆ มิติ ไม่วา่ จะเปน็ ทกั ษะการพูด ทักษะการคดิ วิเคราะห์ ทกั ษะการฟังและการจับ ประเดน็ ทกั ษะการใช้ไหวพริบปฏภิ าณฯลฯ ซ่งึ บทบาทนี้ล้วนแต่ต้องใชก้ ารผสมผสานทักษะดงั กลา่ วเขา้ ดว้ ยกันเพ่ือใหเ้ กิดการทาหน้าทีพ่ ธิ กี รและผดู้ าเนินรายการที่ดีมคี วามเป็นมืออาชพี อกี ทั้งเป็นการพฒั นา บคุ ลิกภาพของตนเอง เสรมิ สร้างความมน่ั ใจและเพือ่ ให้เป็นท่ยี อมรับและนา่ เชื่อถอื สาหรับผู้ฟัง ฉะนัน้ บทบาท การเป็นพิธีกรหรือผดู้ าเนนิ รายการจึงถือเป็นบนั ไดอีกข้ันท่ีจะสามารถพัฒนาทักษะการพูดและการสื่อสาร จน นาไปสูค่ วามสาเรจ็ ขัน้ สงู สุดในบทบาทนักพดู มอื อาชพี 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ัติงาน 1. บุคลิกภาพ ถือเป็นหน้าด่านที่สาคัญท่ีจะสร้างความประทับใจ การมีรูปกายดี (สุขภาพดี) สีหน้า ท่าทาง ทรงผม การยนื การเดินทม่ี ่นั คง เส้ือผา้ ที่เหมาะสมกับงาน การใชส้ ายตาประกอบภาษามือ การมีความ สุขุม เยือกเย็น เป็นมิตร และร่าเริง จึงมีส่วนช่วยให้สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังและดึงดูดความ สนใจไดเ้ ป็นอยา่ งดี
2. การเตรียมความพร้อมสาหรับการกล่าวในรูปแบบท่ีเหมาะสมกับงาน (เป็นทางการ หรือไม่เป็น ทางการ) จาเป็นจะต้องมีการศึกษารูปแบบงานท้ังหมดเพ่ือนาข้อมูลท่ีได้จากการศึกษาเบ้ืองต้นไปใช้ออกแบบ และคดิ วางแผนเหตกุ ารณท์ อี่ าจจะเกดิ ข้ึนลว่ งหนา้ 3. รู้จักสงั เกตสถานการณ์และทดสอบทุกอยา่ งก่อนเริ่มงาน ท้งั ระดับเสียงจากไมค์ การจัดวางสง่ิ ต่างๆ ในงาน จังหวะก่อนและหลงั ในแตล่ ะขนั้ ตอน จาเป็นตอ้ งมคี วามสอดคลอ้ งกัน 4. สร้างความเป็นมติ รกบั วทิ ยากร/แขกรบั เชญิ รวมถึงผู้ฟังด้วยรอยยิ้มใหต้ ิดตาสะกดใจ อีกทงั้ นา้ เสียงถือเปน็ หวั ใจสาคัญทจี่ ะสรา้ งเสนห่ ใ์ หก้ บั ตวั เรา การมีน้าเสยี งที่กระตือรือรน้ เตม็ เป่ยี มไปด้วยพลัง และ มจี ังหวะคลน่ื เสยี งหนกั สลบั เบา สามารถชว่ ยสร้างบรรยากาศไดด้ ีย่ิงนัก 5. การเลือกใชค้ าอยา่ งเหมาะสม แสดงถงึ ทัศนคติในเชงิ บวก รวมทง้ั การใช้ภาษาทีด่ ีเหมาะสมกับผู้ฟงั การพูดควรพูดแต่พอดี และใหเ้ กยี รตทิ กุ คน งดเว้นคาขยะ คาสิน้ เปลอื ง 6. การควบคุมระยะเวลา ควรมแี ผนหรือวธิ ีการแจง้ เตือนการใชเ้ วลาบรรยายของวทิ ยากรหรือแขกรับ เชิญ ให้งานดาเนินตามขั้นตอนที่เหมาะสม จาเป็นอย่างย่ิงที่จะต้องมีการนัดหมายหรือสร้างกติการ่วมกัน ระหวา่ งพิธีกรกบั วทิ ยากรหรอื แขกรับเชญิ 7. และสุดท้ายการเปน็ ตวั ของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ จะชว่ ยสรา้ งความประทับใจได้มากที่สุด อยา่ พยายามลอกเลยี นแบบใครเพ่ือใหต้ ัวเองเป็นในสงิ่ นน้ั แต่ลองพยายามคน้ หาตวั ตนทแ่ี ท้จริงของตัวเองใหเ้ จอว่า เหมาะสมกับการพดู ในรปู แบบใด การพูดลกั ษณะไหนทีถ่ นัดปากตวั เองทีส่ ุด ส่งิ เหลา่ นีจ้ ะชว่ ยสร้างความมน่ั ใจ และเสริมเสนห่ ์ของตัวเราได้เปน็ อย่างดี
แบบบันทึกองคค์ วามรรู้ ายบคุ คล ศูนยศ์ กึ ษาและพฒั นาชมุ ชนลาปาง ประจาปี 2562 1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนคิ การสอนเพอ่ื ใหเ้ กิดทักษะ 2. ชอ่ื เจา้ ของความรู้ วา่ ที่ ร.ต.ชยั ณรงค์ บวั คา นกั ทรัพยากรบุคคล 3. องค์ความรู้ทบี่ ่งชี้ หมวดท่ี 1 เทคนคิ การสร้างและพัฒนาผูน้ าในการขบั เคล่อื นสมั มาชีพชมุ ชน 4. ที่มาและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้ การเรียนรู้เป็นสิ่งสาคัญ ไม่ใช่แค่การเรียนในชั้นเรียนหรือการฝึกอบรม แต่เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับ อะไรก็ได้ การรู้ตัว การเข้าใจ การพัฒนาทักษะและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น การได้รู้มากขึ้น เชี่ยวชาญมากขึ้น จากการที่ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ได้ฝึกอบรม ในหลักสูตร “วิทยากรผู้นาสัมมาชีพ” โดย กลุ่มเป้าหมายเป็นปราชญ์ชุมชน ซึ่งจะต้องนาความรู้ท่ีได้จากการอบรมไปถ่ายทอดให้กับครัวเรือนในชุมชน ของตนเอง ในการขับเคลื่อนสัมมาชีพชมุ ชนให้เกิดผลมากท่ีสดุ โดยในหลักสูตรประกอบด้วย การสร้างแนวคดิ หลักการก่อเกิดสัมมาชีพชุมชน และการถ่ายทอดองค์ความรู้ ซึ่งกระบวนต่างๆ ในการฝึกอบรม จะต้องมีการ ฝกึ ปฏิบตั จิ รงิ เพ่อื ให้เกดิ การเรียนรู้ และทักษะทเี่ ก่ยี วข้อง เพ่ือท่ีผเู้ ข้าอบรมจะสามารถนาความร้ไู ปใช้ได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ 5. ปญั หาทพี่ บและแนวทางการแก้ไขปญั หา ผู้เข้ารับการอบรมมีช่วงอายุและความรู้ที่แตกต่าง กัน กระบวนการฝึกอบรมจึงต้องอาศัยการพูดคุย การโน้ม น้าว การตั้งคาถาม สอบถาม แลกเปล่ียนประสบการณ์ เพือ่ ใหผ้ ู้ฟงั เกิดความเข้าใจ และนาไปใชป้ ฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ 6. ประโยชน์ขององค์ความรู้ เมื่อวิทยากรทราบถึงปัญหาของผู้เข้ารับการอบรม ทาให้วิทยากรสามารถปรับปรุงกระบวนการ ฝึกอบรม เทคนิควิธีการบรรยาย การใชส้ ่ือให้เหมาะสมกับผู้เขา้ อบรม เพ่ือให้งา่ ยต่อการเขา้ ใจและเกิดทกั ษะใน การนาไปประยกุ ตใ์ ช้ 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ัติงาน การฝึกอบรมแต่ละครั้งวิทยากรจะค้นหาข้อมูลอายุของผู้เข้ารับการอบรม จากเล่มสรุปโครงการฯ ซึ่ง จะพบช่วงอายุต่างๆ โดยส่วนใหญ่จะอายุมากกว่า 50 ข้ึนไป และวุฒิการศึกษาความรู้จะเร่ิมตั้งแต่ระดับ ประถมศกึ ษาขึ้นไป เมื่อทราบขอ้ มลู ดงั กลา่ วแลว้ วทิ ยากรจะดาเนนิ การดงั ต่อไปน้ี 1. ปรับกระบวนการสอน ฟังง่าย เข้าใจเร็ว เมื่อวิทยากรได้รับมอบหมายรับผิดชอบวิชาอะไร ก็จะนามาปรบั กระบวนการรูปแบบในการบรรยาย โดยเน้นภาษาง่ายๆ ไม่วชิ าการจนมากเกินไป เป็นประโยชน์ ต่อผ้เู ขา้ อบรม 2. ฝึกปฏิบัติจริง เพ่ือการจาที่ดี และสามารถนาไปใช้ได้ วิทยากรต้องหากระบวนการท่ีเน้นการ ปฏบิ ัติ ควบคูก่ ับการบรรยาย สอดแทรกเน้อื หาท่ที นั ยกุ ต์ทนั สมยั เพอ่ื ผอู้ บรมจะได้นาไปประยุกต์ใชต้ ่อได้ 3. แลกเปล่ียนให้สนุก พี่รู้มาก น้องรู้น้อย ค่อยๆ ฟัง วิทยากรพยายามแลกเปล่ียนพูดคุยกับผู้เข้า อบรมทุกวัย เพื่อจะได้รู้ความต้องการของผู้เข้ารับการอบรม เช่น ผู้อบรมบางท่านชอบพูดคุย มีองค์ความรู้ เยอะ อยากแลกเปล่ียนกับผู้อื่น วิทยากรอาจให้ผู้อบรมท่านน้ีมาชวนพูด ชวนคุยได้ แต่ท้ังนี้ต้องอยู่ในขอบเขต วิชาทวี่ ทิ ยากรบรรยายด้วย “การสร้างทกั ษะใหก้ บั ใคร อยู่ทกี่ ารใช้คาพดู ดูทก่ี ารปฏบิ ตั ิ เพอ่ื นาไปประยุกต์ใช้ตอ่ ”
แบบบนั ทึกองคค์ วามรู้ 1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนิคการบริหารงานความรู้ดา้ นชา่ งดดี ี “พ่ีสอนนอ้ ง” 2. ชื่อเจ้าของความรู้ นางอรุณศรี เดชะเทศ นกั จดั การงานทวั่ ไปชานาญการ 3. องค์ความรู้ท่บี ่งช้ี หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสริมสรา้ งองค์กรใหม้ ีสมรรถนะสงู 4. ที่มาและความสาคญั ในการจัดทาองคค์ วามรู้ ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง เป็นองค์กรท่ีนอกจากจะจัดการอบรมและพัฒนาบุคลากรด้าน การพัฒนาชุมชนและสัมมาชีพ ท่ีได้รับการยอมรับของภาคเหนือตอนบนแล้ว ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน ลาปาง ยังให้บริการสาหรับผู้เข้ามาใช้บริการด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาคาร สถานที่ และบริการด้านอื่น ๆ เช่น สถานท่ีออกกาลังกาย จุดถ่ายรูป การให้บริการร่ม จักรยาน ฯลฯ ดังนั้น งานอานวยการเป็นหน่วยงานที่ ให้การสนับสนุนการดาเนินงานการจัดการอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านการพัฒนาชุมชนและสัมมาชีพ ให้ สาเร็จตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนการบริการต่างให้เกิดความประทับใจแก่ผู้เข้ารับบริการ นอกจากน้ียังเป็น การประชาสมั พันธก์ ารทางานของศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชมุ ชนลาปาง ให้เป็นท่ีรู้จกั แก่บคุ คล / กลุ่ม / องค์กร ใหม้ ากขึน้ 5. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแก้ไขปัญหา เน่ืองจาก ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง มีบริเวณพื้นท่ี อาคารสถานที่ วัสดุและอุปกรณ์ ท่ี ให้บริการเป็นจานวนมาก แต่บุคลากรน้อยกว่าปริมาณงานที่ได้รับ การบริหารจัดการของงานอานวยการจึง ตอ้ งมีแผนการบริหารจัดการทีด่ ี แต่กย็ งั พบปัญหาต่างๆ ซง่ึ บางครั้งเปน็ เร่ืองเล็กๆ นอ้ ยๆ แต่กเ็ กิดผลกระทบ ตอ่ การทางาน เชน่ บรกิ ารจักรยานสาหรบั ผูเ้ ข้ามาใชบ้ รกิ ารและเจา้ หนา้ ท่ขี อง ศพช.ลาปาง แตเ่ จา้ หนา้ ทด่ี า้ น ช่างในศูนย์ศึกษาและพัฒนาชมุ ชนลาปาง ยังไม่เพียงพอต่อบริการที่จะให้แก่ผู้เข้ารับบริการ ดังน้ัน เพื่อให้การ บรกิ ารเกดิ ความประทับใจและวสั ดุ/อุปกรณ์ สามารถใชง้ านได้นานและมคี วามคงทนถาวร จึงให้ทีมงานรุ่นพ่ีได้ ถา่ ยทอดเทคนคิ และประสบการณ์ “จากรุ่นพ่ี...สรู่ ุ่นนอ้ ง” ขึ้น 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ งานดา้ นช่างเป็นงานที่ตอ้ งมคี วามรคู้ วามสามารถเฉพาะทางและต้องมีทักษะความชานาญและเป็น งานทส่ี ัง่ สมประสบการณ์และจะติดตัวไปตลอด หากไมม่ ีการถ่ายทอดองคค์ วามรู้กจ็ ะสูญไปกบั เจ้าขององค์ ความรู้ 7. เทคนิคในการปฏบิ ัติงาน - ประชมุ เตรียมความพรอ้ มทีมงานช่าง - จดั เตรียมสถานท่สี าหรับงานซอ่ ม - จดั ทีมงานชา่ ง หวั หนา้ ช่างและทีมงานช่าง - จัดตารางแผนการทางานสัปดาหล์ ะ 1 วัน โดยใหพ้ ี่ (หัวหน้าช่าง) สอนน้อง (ทีมชา่ ง) - ดาเนินการตามแผนการซ่อมแซม ตาม สถานการณ์จรงิ (พี่สอนน้อง) องค์ความรอู้ ยู่กับตวั พี่ และนอ้ งกไ็ ดร้ ับความรู้ใหม่ ไว้ทาประโยชน์ในที่ ทางาน
แบบบันทึกองค์ความรรู้ ายบุคคล ปี 2562 1. ช่ือองค์ความรู้ เทคนิคการเขา้ ใชง้ านระบบ e-GP 2. ช่อื เจา้ ของความรู้ นางณฐมน เครือตัน เจ้าพนักงานธุรการชานาญงาน 3. องคค์ วามรู้ทีบ่ ่งชี้ หมวดที่ 8 เทคนิคการเสริมสร้างองค์กรใหม้ สี มรรถนะสงู 4. ที่มาและความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้ ที่มา การยกเลิกระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และมีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มีผลบังคับ 180 วันนับแต่วันที่ ประกาศ ในราชกจิ จานุเบกษาวันที่ 24 กุมภาพนั ธ์ 2560 ซง่ึ เร่มิ บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 สงิ หาคม 2560 อีก ทั้งมีการปรับปรุงระบบการเข้าใช้งานในระบบการจัดซ้ือจัดจ้างภาครัฐ e-GP ซึ่งยังไม่มีคู่มือการเข้าใช้งานท่ี ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน ทาให้ผู้ท่ีไม่เคยปฏิบัติงานด้านพัสดุ ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจในการเข้าใช้งาน อีกทั้งเพ่ือให้หน่วยงานมีแนวทางปฏิบัติในการจัดทาแบบฟอร์มการจัดซ้ือจัดจ้างที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึง ไดจ้ ดั ทาคู่มือ การเขา้ ใช้งานในระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครฐั e-GP และแบบฟอร์มการจดั ซือ้ จัดจา้ งข้นึ ความสาคัญ ทาให้ผู้ที่ไม่เคยปฏิบตั ิงานด้านพัสดุ มีความรู้ความเข้าใจในการเข้าใช้งานในระบบการ จดั ซือ้ จัดจ้างภาครัฐ e-GP งา่ ยขน้ึ และมีแบบฟอรม์ การจัดซ้อื จัดจ้างทีเ่ ปน็ แนวทางปฏิบัตเิ ดียวกนั 5. ปญั หาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา ผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานด้านพัสดุยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจในระบบ และระเบียบท่ีเกี่ยวกับ การจัดซือ้ จัดจ้าง พ.ศ. 2560 ทาใหไ้ มส่ ามารถเข้าใชง้ านในระบบได้อย่างถูกต้อง อกี ทงั้ ไม่มตี วั อย่างหรือแนวทาง การอ้างอิงระเบยี บในเอกสารการจดั ซื้อจดั จา้ ง วธิ ีการแก้ไข จัดทาคู่มือการเขา้ ใช้งานและแบบฟอร์มตวั อย่างการอ้างอิงระเบยี บ ให้สานกั งานพฒั นา ชมุ ชนจงั หวดั และสานกั งานพัฒนาชุมชนอาเภอ เพ่ือให้ผปู้ ฏิบัติงานดา้ นพสั ดใุ นหน่วยงานเขา้ ถึง เข้าใจงา่ ย และถือเปน็ แนวปฏบิ ตั ขิ องหน่วยงานในแนวทางเดียวกัน 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ ผปู้ ฏบิ ัตงิ านพสั ดใุ นระดบั จงั หวดั และระดับอาเภอ เมอื่ ศึกษาและทาตามข้นั ตอนตามคมู่ ือและเอกสาร ตวั อยา่ งแบบฟอร์มแล้ว มคี วามร้คู วามเข้าใจเพ่ิมมากขึ้น สามารถเข้าใช้งานไดส้ ะดวกขึ้น และนาไปเป็น แนวทางปฏบิ ัติงานในหน่วยงานต่อไปได้ 7. เทคนิคในการปฏิบัตงิ าน 7.1 ศึกษาพรบ. ระเบยี บ กฎกระทรวง หนังสือเวยี น ข้อสง่ั การ ท่ีเก่ยี วข้องจากเอกสารการ บรรยาย จากเวบ็ ไซต์กรมบัญชกี ลาง กลมุ่ ตรวจสอบภายในของกรมการพัฒนาชมุ ชน 7.2 จัดทาคู่มอื ทีผ่ ู้ใช้งานสามารถศึกษาและทาความเข้าใจในขัน้ ตอนอย่างง่าย ๆ
แบบบันทกึ องค์ความรู้รายบคุ คล ปี 2562 1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนคิ การรวมเลม่ พรบ.การจดั ซือ้ จัดจา้ งและการบรหิ ารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 2. ชือ่ เจ้าของความรู้ นางบษุ กร หมอมูล เจ้าพนกั งานธุรการชานาญงาน 3. องค์ความรู้ท่บี ่งช้ี หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสริมสรา้ งองค์กรใหม้ สี มรรถนะสงู 4. ทม่ี าและความสาคญั ในการจัดทาองค์ความรู้ ที่มา พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 / ระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 / กฎกระทรวงตาม พระราชบญั ญตั กิ ารจดั ซอ้ื จัดจา้ งและการบรหิ ารพสั ดภุ าครฐั พ.ศ.2560 ความสาคัญ ทาให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมโครงการเพิ่มประสิทธิภาพหัวหนา้ เจา้ หน้าที่ด้านการบรหิ าร การเงินการคลังระดับอาเภอ ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 มีความรู้ความเข้าใจในพระราชบัญญัติการ จดั ซ้ือจัดจา้ งและการบริหารพสั ดภุ าครัฐ พ.ศ.2560 ระเบยี บ กฎกระทรวงหนังสอื เวยี น ข้อสั่งการ ขอ้ สังเกต การณ์ ที่ เก่ียวขอ้ ง 5. ปัญหาทพี่ บและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา ผู้เข้ารับการฝึกอบรมยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจในระเบียบ และเอกสารที่เก่ียวข้องมีจานวนมาก อาจจะทาใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การฝกึ อบรมทาความเข้าใจไดย้ าก วธิ กี ารแกไ้ ข คดั เลอื กเฉพาะเอกสารที่ตรงการกับทางานและเป็นปัญหาทต่ี ้องพบบ่อย และเสรมิ ด้วย เอกสารการบรรยายซง่ึ จะเปน็ การสรุประเบียบใหส้ ั้น เขา้ ใจงา่ ย 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ ผู้เขา้ รับการฝึกอบรมมีความสนใจในเอกสารและขอใหผ้ ลิตเพิ่มเพ่อื นากลบั ไปให้ผปู้ ฏิบัตงิ านท่ี สานักงานพฒั นาชุมชนอาเภอ 7. เทคนิคในการปฏบิ ตั ิงาน 7.1 รบั ทราบจดุ ประสงค์ของโครการฯ ในการเพิ่มประสิทธภิ าพ ความรคู้ วามเขา้ ใจ ด้านจดั ซื้อจัดจ้าง และการบรหิ ารพัสดภุ าครฐั 7.2 รวบรวม ค้นหา พรบ. ระเบียบ กฎกระทรวง หนังสือเวียน ขอ้ สงั่ การ ขอ้ สงั เกตการณ์ เอกสาร การบรรยาย จากเว็บไซต์กรมบัญชีกลาง คลงั จงั หวดั ลาปาง กลุ่มตรวจสอบภายกรมการพฒั นาชมุ ชน 7.3 คัดเลือกเอกสารที่รวบรวมได้จากแหล่งต่างๆ จัดลาดับความสาคัญของข้อมูล ความจาเป็น เหมาะสม สามารถทาใหผ้ เู้ ข้ารบั การฝึกอบรมรู้สึกสนใจ และเขา้ ใจข้อมูลได้ง่าย
แบบบันทึกองค์ความรูร้ ายบุคคล 1. ชื่อองค์ความรู้ “การเขียนแบบใบเบิกคา่ ใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางไปราชการ” 2. ช่อื เจา้ ของความรู้ นางสาวพิมพ์ชนก ฝน้ั สืบ เจา้ พนักงานบัญชีและการเงินชานาญงาน 3. องคค์ วามรู้ท่บี ่งช้ี หมวดที่ 8 เทคนคิ การเสรมิ สรา้ งองค์กรให้มสี มรรถนะสงู 4. ทม่ี าและความสาคญั ในการจดั ทาองค์ความรู้ เน่ืองจาก ศูนย์ศกึ ษาและพฒั นาชุมชนลาปาง มเี จา้ หน้าท่ี ท่จี ะต้องออกเดนิ ทางไปราชการ เพื่อปฏบิ ตั ิ หนา้ ทใี่ นการตดิ ตามผลการฝึกอบรม การวิจยั และการเดนิ ทางไปราชการเพ่ือเข้ารว่ มโครงการ ๆ ของสานกั / กอง/ศูนย์ฯ กรมการพัฒนาชมุ ชน ซงึ่ เจา้ หน้าทีข่ องศนู ย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง จะต้องเขยี นใบเบิก ค่าใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทางไปราชการ เพอื่ ขอเบิกเงินจากกรมการพฒั นาชมุ ชน และเพ่ือทาความเขา้ ใจเก่ียวกับ การเขียน ใบเบิกคา่ ใช้จา่ ยในการเดินทางไปราชการ ของเจ้าหนา้ ทีศ่ นู ย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง 5. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา ปัญหา 1. การเขยี นของเจา้ หน้าท่ีศนู ย์ศกึ ษาและพฒั นาชุมชนลาปาง มีการเขียนใบเบิกคา่ ใช้จา่ ยใน การเดนิ ทางไปราชการ ไมค่ รบถ้วน 2. กรณกี ารเดนิ ทางไปราชการเปน็ หมคู่ ณะ ไมเ่ ขยี นเวลาออกจากบ้านและเวลากลบั ถงึ บ้าน ของผ้รู ว่ มเดินทางไปราชการแต่ละคน 3. ผ้เู ดินทางไปราชการ ไมร่ ับรองสาเนาถูกต้องของเอกสารที่แนบสาเนาการเบกิ จา่ ย แนวทางการแก้ไขปญั หา 1. ชแ้ี จงและอธิบายการเขยี นแบบใบเบิกคา่ ใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ เพอื่ ใหเ้ จ้าหน้าท่ศี นู ย์ศึกษาและพฒั นาชุมชนลาปาง เขยี นใบเบกิ คา่ ใชจ้ ่ายในการเดนิ ทางไปราชการได้ อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ตามรระเบียบ 7. เทคนิคในการปฏิบตั ิงาน การเขยี นแบบใบเบกิ คา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการ 1. เขยี นวันที่ เดือน ปี 2. เขยี นเลขท่ีคาสั่งหรอื บนั ทึก ทีผ่ ูบ้ งั คับบญั ชาอนุญาตให้เดนิ ทางไปราชการ 3. เขียนชอ่ื - สกลุ ตาแหน่ง สงั กดั 4. เหตผุ ลในการเดินทางไปปฏิบัติราชการ และสถานที่ไปปฏิบตั ิราชการ 5. ออกเดินทางจากท่ีใด และ กลับถงึ ที่ใด 6. ออกเดนิ ทางวนั ท่ใี ด และ กลบั ถึงวันท่ใี ด 7. ออกเดนิ ทางเวลาใด และ กลบั ถึงเวลาใด 8. การเบกิ เบ้ียเลยี้ งเดนิ ทาง กรณี ไม่พักค้างให้นับ 24 ชั่วโมง เป็น 1 วัน หากไม่ถึง 24 ช่ัวโมง และส่วนท่ีไม่ถึงนั้นนบั ได้เกิน 12 ชวั่ โมง นับเปน็ 1 วนั หากนับได้ไม่เกนิ 12 ช่ัวโมง แต่หากเกินหกช่วั โมงขึน้ ไป ใหถ้ อื เป็นคร่งึ วัน
กรณี พักค้างให้นับ 24 ช่ัวโมง เป็น 1 วัน ถ้าไม่ถึง 24 ช่ัวโมงหรือเกิน 24 ชั่วโมงและส่วนที่ไม่ถึง หรือเกิน 24 ชั่วโมงนับได้เกิน 12 ชั่วโมง ให้ถือเป็น 1 วัน กรณีพักค้าง ไม่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยง แบบครึ่ง วนั ได้ 9. ค่าเช่าทีพ่ ัก การเบกิ ค่าเชา่ ทพี่ ัก กรณีเดนิ ทางไปราชการตามพระราชกฤษฎกี า สามารถเบกิ ค่าเชา่ ที่พักแบบเหมา จา่ ยได้ หรอื จะเลือกจา่ ยจรงิ ตามอตั ราท่กี าหนดแบบมีใบเสรจ็ การเบิกคา่ เช่าทีพ่ ัก กรณีเดนิ ทางไปราชการเพ่ือเขา้ ร่วมโครงการ/กจิ กรรมตา่ ง ๆ สามารถเบกิ ค่าเชา่ ที่ พักตามอตั ราท่กี าหนด และ ต้องใชใ้ บเสรจ็ รับเงินเปน็ หลกั ฐานการเบกิ เทา่ น้ัน 10. คา่ พาหนะ คา่ นา้ มนั เชอ้ื เพลงิ ซงึ่ ผู้ขอเบิกจะตอ้ งนาใบเสร็จรับเงนิ ค่าน้ามนั เช้ือเพลิงติดกบั ใบแนบใบเสรจ็ รับเงิน เขยี นรายละเอียดต่าง ๆ และลงลายมอื ชอื่ ใหเ้ รยี บร้อย ค่าพาหนะรับจา้ งประจาทาง/ค่าพาหนะรบั จา้ งไมป่ ระจาทาง/คา่ พาหนะรับจา้ ง จะตอ้ งเขียนขอเบิกใบ แบบ บก.111 ซ่งึ ไมส่ ามารถเรียกเกบ็ เงนิ จากผรู้ ับเงินได้ 11. ค่าใชจ้ ่าย จา่ ยค่าผ่านทางดว่ น 12. เขียนจานวนเงนิ รวมท้งั ตวั เลข และตวั อักษร ใหถ้ ูกต้อง ครบถ้วน 13. ลงลายมอื ชอื่ ผูข้ อรับเงนิ ชอื่ - สกลุ ตัวบรรจง และตาแหน่ง 14. ด้านหลงั แบบ 8708 ใหเ้ ขียนจานวนเงินท้ังตัวเลขและตัวอักษร ให้ถูกต้อง 15. ลงลายมือชอื่ ผรู้ ับเงิน ช่อื - สกลุ ตัวบรรจง และตาแหนง่ 16. กรณเี ดินทางไปราชการเป็นหมคู่ ณะ ให้เขียนช่ือ - สกุล เวลาออกจากบา้ นและเวลากลับ ถึงบา้ นของแตล่ ะคนให้เรียบร้อย 17. กรณีเดินทางไปราชการเปน็ หมู่คณะ ใหเ้ ขียนช่ือ - สกลุ จานวนเงินท่ีขอรบั สาหรับค่า เบ้ียเลย้ี ง ค่าเชา่ ท่ีพัก คา่ พาหนะ คา่ ใชจ้ า่ ยอื่น ในใบเบิกคา่ ใชจ้ ่ายในการเดินทางไปราชการ สว่ นที่ 2 และลง ลายมือช่อื ผรู้ ับเงนิ ใหเ้ รียบรอ้ ย 18. แนบเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง ได้แก่ สาเนาขออนุญาตไปราชการ เรื่องเดิมท่ีขออนุมัติไป ราชการ แบบ 3 ขออนุญาตใช้รถยนต์ราชการ (ถ้าเบิกค่าน้ามันเชื้อเพลิง) แบบ 4 แบบใช้รถยนต์ราชการ (ถ้า เบกิ ค่าน้ามนั เชือ้ เพลงิ ) ใหส้ าเนาถกู ต้องและลงลายช่ือผู้ขอเบกิ เงนิ ให้เรยี บร้อย ********************
แบบบนั ทกึ องค์ความรรู้ ายบุคคล 1. ชือ่ องคค์ วามรู้ เทคนคิ การทา powerpoint อย่างง่าย ใหน้ ่าสนใจ และสวยงาม 2. ช่ือเจ้าของความรู้ นายอรรถวิทย์ สุนทรพานชิ กจิ เจา้ พนกั งานโสตทัศนศึกษาปฏบิ ตั ิงาน 3. องค์ความรทู้ บ่ี ง่ ช้ี หมวดที่ 8 เทคนิคการเสรมิ สรา้ งองค์กรให้มสี มรรถนะสูง 4. ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองค์ความรู้ เนือ่ งจากปฏิบัติงานในตาแหน่งเจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา และได้รบั การฝึกอบรมในการใชโ้ ปรแกรม ต่างๆ ในการออกแบบ จึงมักได้รับมอบหมายให้ออกแบบงานต่างๆ ให้มีความสวยงาม รวมถึงการจัดทา powerpoint เพ่อื นาเสนองานหรอื ใชใ้ นการฝกึ อบรม 5. ปญั หาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา ในการจัดทา powerpoint โดยส่วนใหญ่ มีการจัดทาหัวข้อได้ดีอยู่แล้ว แต่ยังมีการเชื่อมโยงหรือ ตกแต่งได้ไม่สวยงามหรือน่าดูเท่าที่ควร และในบางครั้งอาจมีรายละเอียดมากเกินไปไม่เหมาะในการนาเสนอ บนหน้าจอ จึงควรมีการศึกษาเรียนรู้วิธีการในการจัดทาเพื่อให้งานนาเสนอมีความชัดเจน เข้าใจง่าย และมี ความสวยงาม สรา้ งความน่าสนใจให้แก่ผูร้ บั ฟัง 6. ประโยชน์ขององค์ความรู้ เทคนิคในการจัดทา powerpoint ฉบบั นี้ จะเปน็ การแนะนาการจดั ทา powerpoint อย่างงา่ ย เข้าใจ งา่ ย และสวยงาม เพ่ือให้ผูท้ ่ีจัดทาและผู้รบั ชมการนาเสนอ powerpoint สนใจและอยากติดตาม 7. เทคนิคในการปฏบิ ตั งิ าน เทคนคิ การทา powerpoint อยา่ งงา่ ย ใหน้ ่าสนใจ และสวยงาม มขี ้นั ตอนดงั น้ี 7.1 รวมรวมขอ้ มูล ใหร้ วบรวมเนื้อหารายละเอยี ดเกีย่ วกบั งานท่ตี ้องการนาเสนอ 7.2 เลือกหัวข้อสาคัญ ต้องเข้าใจว่า การนาเสนอ powerpoint บนจอ projector นั้น ผู้ที่รับชม ไม่ได้ต้องการรายละเอียดมาก ต้องการเพียงหัวข้อหลักสาคัญๆ ส่วนรายละเอียดนั้น ผู้นาเสนอต้องเป็นผู้ อธิบาย ดังนั้นควรจัดรวมข้อมูลเน้ือหาประเภทเดียวกัน ให้อยู่ในหมวดเดียวกัน และเลือกเอามานาเสนอเพียง หวั ข้อหลกั ๆ ทีส่ าคัญ 7.3 รูปแบบของเทมเพลต ในการจัดทา powerpoint นั้น เราต้องกาหนดรูปแบบท่ีจะทา ซึ่งควร เลือกรูปแบบให้เกี่ยวข้องกับหัวงข้อ หรือเน้ือเรื่องรายละเอียดท่ีเราต้องการจะนาเสนอ เช่น หากเร่ืองนาเสนอ เก่ียวกับ การขับเคลื่อนองค์กร รูปแบบเทมเพลตก็ควรเป็นไปในแนวการทางานร่วมกัน ความร่วมมือ การ เช่ือมโยงการทางาน ฟันเฟือง หรือ การสนับสนุน เป็นต้น ซึ่งรูปแบบเทมเพลตเราสามารถหาดาวน์โหลดได้ จากในอินเตอร์เน็ต เช่น https://th.pngtree.com/free-powerpoint-template เป็นเว็บไซต์ท่ีรวม แม่แบบ powerpoint หรืออาจค้นหาใน google โดยพิมพ์คาว่า แม่แบบ powerpoint หรือ เทมเพลต powerpoint ซ่งึ มีให้เลอื กตามท่ีต้องการ แต่จะมีท้ังทฟี่ รแี ละท่ีต้องซือ้
7.4 ไอคอนเสริม เราสามารถใช้ไอคอนเข้ามาชว่ ยในการนาเสนอให้น่าสนใจและสวยงามมากข้ึน และ ควรให้ภาพน้ันเก่ียวกับหัวข้อเรื่องท่ีนาเสนอ แต่ไม่ควรใช้มากเกินไป เพราะจะทาให้ หน้านาเสนอของเราดูรก ดแู ล้วไมส่ บายตา ซง่ึ สามารถหาดาวน์โหลดไอคอนรปู แบบต่างๆไดท้ ี่ https://www.flaticon.com 7.5 การเช่ือมโยง กรณีมีการเชื่อมโยงหรือ Chart หรือ Roadmap หรือ รูปแบบอ่ืนๆ ให้ใช้ เครื่องหมาย หรอื รปู แบบในการเชอื่ มโยงท่ีเป็นไปในรูปแบบที่คล้ายกัน อาจใหเ้ หมือนหรือไม่เหมือนกัน และไม่ แตกตา่ งกันมาก เพราะยังเป็นเรือ่ งเดยี วกนั 7.6 การใช้ตัวหนังสอื การนาเสนองานของเราเปน็ แบบไหน กลุม่ เป้าหมายเปน็ ใคร กค็ วรใชต้ ัวหนงั สอื ให้เหมาะสม เช่น เรานาเสนอผลการดาเนินงานโครงการ กลุ่มเป้าหมายของเราเป็นผู้บังคับบัญชา เราต้องทา ให้เป็นรูปแบบทางวิชาการท่ีดูแล้วเข้าใจง่ายรายละเอียดไม่ต้องเยอะให้ผู้นาเสนออธิบายเอง ตัวหนังสือไม่ใช้ ตัวหนังสอื วัยร่นุ หรือเขยี นหวดั ใชท้ ี่ดแู ล้วชัดเจน ตัวใหญห่ นอ่ ยเพราะผู้บังคับบญั ชาสว่ นใหญ่มีอายุแลว้ ใชส้ ใี ห้ เหมาะสม ไม่จัดจ้านเกินไป ตัวหนังสืออาจสีเข้มสาหรับพ้ืนขาว หรือสีขาว/สีที่สว่าง สาหรับพ้ืนเข้ม แล้วแต่ รูปแบบท่เี ราออกแบบ เป็นตน้ 7.7 การจัดทา เม่ือเราอ่านเนื้อหา และ list หัวข้อสาคัญๆ ที่จะนาเสนอออกมาแล้ว เรามีแม่แบบใน การจัดทาแล้ว และมีไอคอนท่ีต้องการแล้ว มีรูปแบบตัวหนังสือที่จะใช้แล้ว เราก็ดาเนินการจัดทาโดยเริ่ม กาหนดรูปแบบในการนาเสนอ เช่น เร่ิมด้วย ป้ายช่ือเรื่องว่าเราจะนาเสนอเร่ืองอะไร อาจใช้ตัวหนังสือ และ ภาพท่ีส่ือความหมาย ต่อด้วยหัวข้อเร่ือง และหัวข้อย่อย ลงมาเร่ือยๆ ในหัวข้อต่างๆ ที่จัดทานั้น อาจให้มี ภาพประกอบ หรือไอคอนต่างๆ เพื่อสื่อความหมายให้ผู้รับชมได้เข้าใจง่ายข้ึน และเข้าใจชัดเจนข้ึนเมื่อเรา อธบิ ายรายละเอียด 7.8 เมื่อเราจดั ทาเสรจ็ แล้ว ใหท้ บทวนโดยการเปดิ ดูทีละเฟรม วา่ มีตรงไหนท่ีตดิ ขนั ไมช่ ดั เจน หรือไม่ ส่ือความหมาย หรือไม่สอดคล้องกับเน้ือหาท่ีเราต้องการจะสื่อ ก็ให้ทาการแก้ไขและตรวจสอบจนแน่ใจว่า powerpoint ของเราชัดเจน สวยงาม และสอดคลอ้ งกบั เนอ้ื หาท่เี ราต้องการนาเสนอ *********************
แบบบันทึกชุดความรูร้ ะดบั บคุ คล 1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนิคการจัดศาสนพิธี 2. เจ้าขององค์ความรู้ นายบญุ รอด จันทรใ์ จ พนักงานรักษาความปลอดภยั 3. องค์ความรู้ท่ีบง่ ชี้ หมวดที่ 8 เทคนิคการเสริมสรา้ งองค์กรให้มีสมรรถนะสงู 4. ท่มี าและความสาคญั ในการจดั ทาองคค์ วามรู้ ความสาคัญการจัดหมวดหมู่งาน ศาสนพิธี ตามท่ีได้รับมอบหมายให้มีการจัดงานด้านศาสนาของ ศพช.ลาปาง รับผิดชอบด้านการจัดสถานท่ีด้านศาสนพิธี และพิธีสงฆ์ เป็นประจา ส่วนมากที่นิยม คือ นิมนต์ พระสงฆ์ 1 รปู , 5 รปู และ 9 รูป อาทิเช่น งานสถาปณากรมการพฒั นาชุมชน , งานวนั เฉลิมพระชนมพรรษาฯ และ วันสาคญั ทางศาสนา 5. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปญั หา ขน้ั ตอนการปฏิบตั ิ ลาดับขน้ั ตอนในการกลา่ วนา มักจะไมเ่ ปน็ ระบบหรือไมถ่ ูกต้อง 6. ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้ เพือ่ ให้การจัดพิธีต่าง ๆ ของทางสงฆ์ ของศพช.ลาปาง ได้จดั พิธีได้ถูกต้องตรงตามพธิ กี ารของสงฆ์ 7. เทคนิคในการปฏิบตั งิ าน 1. จัดสถานท่ี เตรยี มโตะ๊ หม่บู ูชา โตะ๊ หมู่บูชาต้องอยู่ด้านขวาของพระสงฆเ์ ท่านน้ั 2. จัดเตรยี มบาตร์นา้ มนต์ และตน้ คา และด้ายสายสนิ ธ์ 3. การปฏิบัติ การจดั อาสนะวางท่นี ่ังสงฆ์ 9 รปู มาท่นี มิ นต์มา 4. พานเล็กเพื่อใช้สาหรับวางปัจจัยถวายพระสงฆ์ 5. ชดุ สังฆทานเพือ่ ถวายพระสงฆ์จานวนตามทน่ี ิมนตม์ า 6. ซองปจั จัยทจี่ ะถวายพระสงฆ์ ดอกไม้สดและกรวยดอกไม้
แบบบนั ทึกองค์ความรรู้ ายบุคคล 1. ช่ือองค์ความรู้ เทคนคิ การตกแต่งภมู ิทัศน์ 2. ชือ่ เจ้าของความรู้ นายถาวร ธนาจิรฎั ฐกติ ติ์ พนักงานรกั ษาความปลอดภัย 3. องคค์ วามรู้ท่ีบ่งช้ี หมวดที่ 8 เทคนคิ การเสรมิ สรา้ งองค์กรให้มสี มรรถนะสูง 4. ทม่ี าและความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้ พื้นท่ีศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนลาปาง ขนาด 51 ไร่ มีความกว้างขวาง ถ้าตกแต่งสถานที่ ปรับภูมิ ทัศน์ให้สวยงาม โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าศูนย์ฯ จะทาให้เป็นสวนหย่อมท่ีน่าสนใจ ดึงดูด สามารถเป็นจุด ถา่ ยรปู /เซ็คอินได้ 5. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแก้ไขปญั หา - ดสู ภาพดนิ ตวั ดนิ แข็ง ตอ้ งปรับหนา้ ดินก่อนหาดินมาใส่ - ออกแบบขนาดตน้ ไม้ขนาดเลก็ ขนาดใหญ่ ให้ไมบ่ ดบังกัน - ดูแลปรับปรงุ อย่างต่อเนอื่ ง เปล่ยี นปรบั ต้นไม้ 6. ประโยชนข์ ององค์ความรู้ - ประยุกตใ์ ชเ้ ทคนคิ นีก้ ับพ้ืนทีอ่ นื่ ๆ - สร้างจุดเช็คอิน ดแู ลเรยี บร้อยสวยงาม 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ตั งิ าน 1. หาพ้นื ทีท่ ่ีเหมาะสม 2. ดสู ภาพดนิ ถ้าดนิ แข็งต้องปรบั หนา้ ดนิ กอ่ น 3. ออกแบบ 4. ดูขนาดตน้ ไม้ขนาดเล็ก/ใหญ่ ไม่ให้บดบังกัน 5. ดูแล ปรบั ปรุงอย่างต่อเนื่อง เปล่ยี นปรับต้นไม้
แบบบันทกึ องค์ความร้รู ายบุคคล ปี 2562 1. ชื่อองค์ความรู้ เทคนคิ การปลูกจิงจฉู ่ายผลผลติ สงู กาไรงาม 2. ชอ่ื เจา้ ของความรู้ นายธนาวัฒน์ ตาเมอื งมลู พนักงานจา้ งเหมา 3. องค์ความรู้ที่บ่งชี้ หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสริมสร้างองค์กรให้มสี มรรถนะสูง 4. ทีม่ าและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้ ตามข้อมลู ที่ไดจ้ ากการคลุกคลีกบั การทาสวนปลูกผกั และได้ปลกู ผักมากมายหลายชนดิ แต่ละชนดิ มี วิธีปลูกและรกั ษาไมเ่ หมือนกัน เมื่อผลผลติ ออกมาแลว้ ราคาก็แตกตา่ งกนั ไป บางชนิดก็ราคาถูก บางชนดิ ก็ ราคาแพง จงึ ได้แนวคดิ ทีจ่ ะปลูกผักตามที่ตลาดต้องการและมีราคางามดว้ ย อีกท้ังหากเปน็ พชื ผักสมนุ ไพรจะ เป็นผลดตี ่อผบู้ รโิ ภค จึงมีแนวคิดทจ่ี ะปลูกผักจงิ จูฉ่ายไวบ้ ริโภคและขายเพม่ิ รายได้ 5. ปญั หาท่ีพบและแนวทางการแก้ไขปัญหา - ต้องการหารายไดเ้ สรมิ ให้เพียงพอกบั ค่าใช่จ่ายในครัวเรือนทเ่ี พม่ิ ขึ้น - รบั ผดิ ชอบแปลงพืชผักสมุนไพรใน ศพช.ลาปาง จิงจฉู า่ ยจึงเปน็ หน่งึ ในพนั ธุ์พชื ท่ปี ลูก ขยายพนั ธุ์ เผยแพร่ ใช้ประโยชน์ 6. ประโยชน์ขององค์ความรู้ - จงิ จูฉา่ ยแกโ้ รคความดนั โรคเบาหวาน ปลกู งา่ ย ราคาดี เสรมิ รายได้ ใช้ประโยชนไ์ ด้ดี 7. เทคนคิ ในการปฏิบตั งิ าน 1. ใช้ปุ๋ยข้ไี ก่ โรยบนแปลงปลกู จะเหมาะสมกับผกั จิงจฉู ่าย โรยเดือนละ 1 ครง้ั 2. ดพู นั ธผ์ุ กั ท่ไี ดม้ าตน้ ประมาณไหนว่าตน้ โตเทา่ ใด จึงจะขุดหลมุ ลึกตามความเหมาะสม 3. ดินดา นา้ ไมแ่ ฉะ 4. 3 เดอื น ตัดขาย มัดละ 20 บาท เป็นทต่ี ้องการของตลาด/ร้านก๋วยเต๋ยี ว ****************************************
แบบบันทกึ องคค์ วามรู้รายบุคคล ปี 2562 1. ชื่อองคค์ วามรู้ เทคนคิ ในการตัดหญ้าอย่างปลอดภัย 2. ชื่อเจ้าของความรู้ นายประยรู ปะละจนั ทร์ พนักงานจ้างเหมา 3. องคค์ วามรู้ที่บ่งช้ี หมวดท่ี 8 เทคนคิ การเสริมสรา้ งองค์กรให้มสี มรรถนะสงู 4. ทมี่ าและความสาคัญในการจดั ทาองคค์ วามรู้ ศพช.ลาปาง มีบริเวณพ้ืนท่ี 51 ไร่ ทาให้การดูแลรักษาไม่ให้วัชพืช พวกหญ้าต่างๆขึ้นรกรุงรัง โดยเฉพาะฤดฝู น ตอ้ งอาศยั ทมี งาน ใช้เวลา และอาศัยทักษะ เทคนคิ ในการตัดหญ้า จงึ จะสามารถควบคุมพื้นที่ บรเิ วณศนู ยฯ์ ได้ 5. ปัญหาทพี่ บและแนวทางการแก้ไขปัญหา บ่อยคร้งั ท่ีเกิดอุบตั เิ หตจุ ากการตัดหญ้า เช่น เครอ่ื งตดั หญ้าดดี ก้อนหินไปโดนกระจกรถ หรือไดร้ ับ บาดเจ็บจากเคร่ืองตดั หญา้ จึงสรปุ เปน็ เทคนิค/ความรูเ้ ร่ืองการตัดหญ้าอย่างปลอดภัยขึน้ มาใชป้ ระโยชน์ 6. ประโยชน์ขององคค์ วามรู้ - สามารถควบคุมปริมาณหญ้า และความปลอดภัยทงั้ ทรัพยส์ นิ และตัวคนตัดหญ้าเอง 7. เทคนิคในการปฏิบัตงิ าน - เทคนิคในการตัดหญ้าอย่างปลอดภยั ตอ้ งเช็คเคร่ืองและอุปกรณ์ก่อนทางาน - ตอ้ งเดนิ สารวจดูภายในสนามหญ้ารอบๆ - ตัดแต่งพมุ่ ตา่ งๆ ในบรเิ วณสนามให้เสรจ็ สิน้ ก่อนตัดหญ้าเสมอ - อปุ กรณใ์ นการตดั หญ้ากต็ ้องเตรียมแวน่ ตา ถุงมือ รองเท้าบู๊ด - ตรวจสอบสงิ่ กดี ขวาง เศษเหล็ก ทพ่ี ้ืนในบรเิ วณท่จี ะตัดหญา้ เพ่ือสะดวกในการทางาน **************************************
แบบบันทกึ องค์ความรู้รายบคุ คล 1. ชอื่ องค์ความรู้ เทคนคิ การบริการผู้เขา้ อบรม ยิม้ กอ่ นทกั กอ่ นไหวก้ ่อน 2. ชือ่ เจ้าของความรู้ นายชวน พทุ ธะวงศ์วนั พนักงานจ้างเหมา 3. องค์ความรูท้ บ่ี ่งชี้ หมวดที่ 8 เทคนคิ การเสริมสร้างองค์กรให้มสี มรรถนะสงู 4. ทม่ี าและความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้ หัวใจของการบริการ..ก่อนอ่ืนเราต้องมีใจรักในงานบริการ..ย้ิมแย้มแจ่มใส นอมน้อมมือไม้ต้องอ่อน ต้องไหว้ก่อนทักก่อนพูดคุยกับแขกท่ีมาใช้บริการ สุดท้ายรับไหว้ก่อน ยอมรับคาติชม และเราต้องน้อมไป ปรับปรงุ แก้ไขให้ดีขึ้นยิง่ ๆขน้ึ ไป 5. ปญั หาท่พี บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ในการจัดห้องประชุมจะทาหน้าที่ในการโบกรถ แนะนาผู้นาหรือผู้อบรมไปทานอาหารเช้า มีการ พูดคุยซักถามว่าทานอาหารเช้ามาหรือยัง ส่วนที่ห้องประชุมก็จะมีการรับลงทะเบียน ผมทาหน้าท่ีโบกรถบาง คันก็จอด บางคันก็ไม่จอดในท่ีที่เราจัดให้ เพราะว่าจะตามคันหน้า บางคันก็ไม่จอดตามที่เราแนะนาเลี้ยวไป จอดท่ีอื่นหากลงรถมาเราก็ต้องไหว้ทักก่อน และแนะนาท่ีจอดรถให้ใหม่ ซ่ึงก็ได้รับคาขอบคุณ หากผู้มาใช้ บริการมีกระเป๋ากับรถท่ีมาส่ง ก็จะช่วยให้เอากระเป๋ามาเตรียมไว้ท่ีโต๊ะบริเวณท่ีลงทะเบียน บางครั้งผู้เข้ารับ การอบรมบางรายก็จะปวดหัว ไม่สบาย ก็จะบอกเราให้ไปหายาจากห้องอานวยการมาให้ หากยามีไม่พอ ไม่ ตรงความต้องการ กจ็ ะประสานนายามาเพิม่ เติมให้ 6. ประโยชน์ขององค์ความรู้ สรา้ งความประทับใจให้กบั ผมู้ าใช้บริการ สร้างมาตรฐานการบรกิ ารใหก้ บั ศพช.ลาปาง 7. เทคนิคในการปฏิบตั งิ าน 1. ไหวก้ ่อนการทักทาย 2. ย้มิ แยม้ แจม่ ใส มหี ัวใจของการบรกิ าร *********************
แบบบนั ทึกองค์ความรู้รายบุคคล ปี 2562 1. ช่ือองคค์ วามรู้ เทคนิคการปลกู กระหล่าในกระถาง 2. ชือ่ เจ้าของความรู้ นายศรี อินทะรส พนกั งานจา้ งเหมา 3. องค์ความรู้ทบ่ี ง่ ช้ี หมวดที่ 8 เทคนิคการเสริมสรา้ งองคก์ รใหม้ สี มรรถนะสูง 4. ที่มาและความสาคญั ในการจดั ทาองคค์ วามรู้ ในการทาหน้าท่ีดแู ลอาคารสถานที่ ปรบั ปรุงภมู ิทัศนบ์ ริเวณโซนพ้ืนทร่ี บั ผิดชอบ และศูนยบ์ ่มเพาะ ได้ ปลูกพืชผักสวนครัวหลากหลายชนิด และกะหล่าปลีพันธุ์ขนาดใหญ่มีลักษณะสวยงาม สามารถนามาใส่ กระถางหรือปลูกลงในกระถาง เพ่ือใช้ตกแต่งเป็นสวนหย่อม และประดับสถานที่ในการต้องรับคณะผู้เข้า อบรมฯหรอื ผ้มู าใชบ้ ริการในศพช.ลาปาง 5. ปัญหาท่พี บและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา ในการตกแต่งอาคารสถานท่ี หรือบริเวณห้องประชุม ห้องฝึกอบรม แต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณใน การจัดซ้ือไม้ดอกไม้ประดับ วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งฯ ซ่ึงสามารถลดค่าใช้จ่ายได้โดยนาพืชผักสวนครัว โดยเฉพาะกะหลา่ ยักษท์ ปี่ ลกู ในกระถางมาประกอบการตกแตง่ 6. ประโยชน์ขององคค์ วามรู้ - ประหยัดคา่ ใชจ้ ่าย - ปลอดสารพิษเพราะมาจากสมุนไพรภายในศนู ย์ศึกษาและพฒั นาชุมชนลาปาง - สวยงาม ดูแลงา่ ยหากปลกู ในกระถาง - สามารถปลูกเปน็ ไมป้ ระดับเพ่ิมรายได้ 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ตั งิ าน ในการปลกู กระหลา่ เตรยี มถาด เตรยี มดนิ เตรียมเมล็ดกลา้ เตรยี มแปลงผัก 1. เพาะเมล็ดผักในถาด 2. นาไปปลกู เวน้ ระยะห่างประมาณ 30 เซนติเมตร 3. เพาะกลา้ เตรยี มดนิ ผสมปยุ๋ หมกั ขีว้ วั 4. ปลูกกระหลา่ ในกระถางทเี่ ตรยี มไว้เพ่ือนาไปประดับตกแตง่ อาคารสถานที่ *******************************
แบบบนั ทึกองค์ความร้รู ายบุคคล ปี 2562 1. ช่ือองคค์ วามรู้ การเพาะชากง่ิ โกศน 2. ชื่อเจ้าของความรู้ นางคาสุข หนุนหลี พนักงานจ้างเหมา 3. องค์ความรู้ทีบ่ ง่ ช้ี หมวดที่ 8 เทคนคิ การเสริมสร้างองค์กรให้มีสมรรถนะสูง 4. ทีม่ าและความสาคัญในการจัดทาองคค์ วามรู้ ต้องทาหนา้ ทด่ี ูแลอาคารสถานที่ หอ้ งอบรม บ้านพัก และบรเิ วณรอบๆ ตัวอาคาร พบว่าภายใน ศพช. ลาปาง มีตน้ โกศนปลูกไว้หลากหลายชนดิ สามารถนากิ่งมาขยายพนั ธ์ุ โดยการปกั ชาง่ายๆ เพื่อใชป้ ระโยชน์ใน การตกแต่งอาคารสถานท่ี ปรบั ปรงุ ภมู ิทัศน์ศนู ย์ฯด้วยตน้ โกศนได้ โดยไม่ต้องเสียคา่ ใช้จา่ ย 5. ปัญหาท่ีพบและแนวทางการแกไ้ ขปัญหา การปลกู ตน้ ไม้ ไม้ดอกไม้ประดบั ในศนู ยฯ์ ต้องใชง้ บประมาณในการจดั ซ้ือ ซง่ึ มรี าคาแพง และไม้ ดอกไมป้ ระดับหลายชนิดอายุสั้น ออกดอกแล้วกแ็ ห้งตายไป แตต่ น้ โกศนกลบั เป็นไมป้ ระดับทคี่ งทน สวยงาม จงึ ตัดมาเพาะชางา่ ยๆ เพื่อขยายพันธุ์ปลูกประดับในบริเวณศูนย์ฯ 6. ประโยชนข์ ององคค์ วามรู้ - เพาะชาโกสนใชป้ ลูกเป็นไม้ประดบั ประหยดั คา่ ใชจ้ ่าย 7. เทคนคิ ในการปฏบิ ตั งิ าน ต้องหาก่ิงโกศนท่ีแกแ่ ลว้ นามีดมาปลอกเปลือกออก หาขวดน้าพลาสตกิ เอาน้าใสแ่ ละนาก่งิ โกศนแค่ นา้ จม จนกว่ารากของต้นโกศนจะงอก ซง่ึ ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หรอื 2 เดอื น หากรากงอก กส็ ามารถ นาไปปลูกในดินไดเ้ ลย *******************************
แบบบนั ทึกองค์ความร้รู ายบุคคล 1. ช่ือองค์ความรู้ การกาจดั กลน่ิ ถุงเท้าด้วยมะกรดู 2. ช่อื เจ้าของความรู้ นางนอม เถาเป้ียปลูก พนักงานทาความสะอาด 3. องค์ความรู้ทบี่ ่งช้ี หมวดที่ 8 เทคนิคการเสริมสร้างองค์กรให้มีสมรรถนะสูง 4. ทม่ี าและความสาคัญในการจัดทาองค์ความรู้ ในการไปทางาน เราต้องแต่งตัวใหเ้ รียบร้อย ใสร่ องเทา้ ใส่เสือ้ ผา้ ท่ีสะอาด ไมม่ ีกล่นิ อับกล่ินเหม็น ย่ิง ตอนนี้เข้าฤดูรอ้ น เราต้องยิ่งระวังในเรื่องของกลิน่ พวกนี้ เพราะเราอยู่ในสังคมชุมชนเยอะ มที ั้งผเู้ ข้าอบรม มี เพื่อนร่วมงานทีต่ ้องพบปะสงั สรรค์ จะทาเราไมม่ ่ันใจได้ หากมีกลน่ิ ท่ีไม่พงึ ประสงค์ 5. ปญั หาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา - ผู้เข้าอบรมหรือเพ่ือนร่วมงานหลายคนมีปัญหาในเร่ืองของกลิ่นอับจากถุงเท้า/ รองเท้า ซึ่งมีวิธีที่ทา ให้เราหมดกังวลใจได้โดยไม่สิ้นเปลือง แล้วยังปลอดสารพิษทาลายสุขภาพ น่ันก็คือการนาลูกมะกรูดซ่ึงเป็น สมุนไพรหางา่ ยและกป็ ลกู ได้ทัว่ ไป รวมทง้ั ในท่ที างานศนู ยฯ์ ลาปาง 6. ประโยชน์ขององคค์ วามรู้ - ประหยดั คา่ ใช้จ่าย - ถุงเท้าและรองเท้าไม่มกี ล่ินอับ - ปลอดสารพิษเพราะมาจากสมนุ ไพรภายในศูนยศ์ ึกษาและพัฒนาชมุ ชนลาปาง 7. เทคนคิ ในการปฏิบตั ิงาน 1. นามะกรูดมาผ่าครง่ึ ซีกโรยถงุ เท้าแช่นา้ มะกรดู พร้อมกับผลซกั ฟอก 2. ทง้ิ ไว้ 20 นาที ก็ขจัดคราบสกปรกออกก่อนซัก 3. หรือบบี มะกรดู ใส่รองเท้าก่อนซกั ได้ผลดีอย่างยิง่ *******************************
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103