๙๔ คาํ ยอ คาํ เตม็ กมค. ฝอ. ๓.๒.๖ สํานกั งานกฎหมายและคดี กม. (ก) ฝายอํานวยการ คด. (ข) กองกฎหมาย คพ. (ค) กองคดีอาญา สบส. (ง) กองคดปี กครองและคดแี พง อฎ. (จ) สถาบนั สงเสริมงานสอบสวน สง.ก.ตร. (ฉ) สว นตรวจสอบสํานวนคดีอทุ ธรณแ ละฎีกา ฝอ. ตป. ๓.๒.๗ สํานักงานคณะกรรมการขาราชการตาํ รวจ มน. (ก) ฝายอาํ นวยการ อธ. (ข) กองตรวจสอบเลขทะเบยี นประวตั ิ รท. (ค) กองมาตรฐานวินัย จต. (ง) กองอทุ ธรณ บก.อก. (จ) กองรองทกุ ข กต. ๑-๓๐ สตส. ๓.๒.๘ สํานักงานจเรตํารวจ ฝอ. (ก) กองบงั คบั การอํานวยการ พตส. (ข) กองตรวจราชการ ๑-๓๐ ตส.๑-๓ สลก.ตร. ๓.๒.๙ สํานักงานตรวจสอบภายใน ศท. (ก) ฝา ยอํานวยการ สท. (ข) กลุมงานพัฒนาการตรวจสอบภายใน สง.ก.ต.ช. (ค) กองตรวจสอบภายใน ๑-๓ บ.ตร. วน. ๓.๒.๑๐ สาํ นกั งานเลขานกุ ารตํารวจแหงชาติ ๓.๒.๑๑ กองการตางประเทศ ๓.๒.๑๒ กองสารนิเทศ ๓.๒.๑๓ สํานกั งานคณะกรรมการนโยบายตํารวจแหง ชาติ ๓.๒.๑๔ กองบนิ ตาํ รวจ ๓.๒.๑๕ กองวินัย
คําเตม็ ๙๕ ๓.๒.๑๖ กองบญั ชาการตํารวจนครบาล คาํ ยอ (ก) กองบังคบั การอาํ นวยการ (ข) กองบงั คับการตาํ รวจจราจร บช.น. (ค)–(ฏ) กองบงั คบั การตาํ รวจนครบาล ๑-๙ บก.อก. (ฏ) กองบังคับการสบื สวนสอบสวน บก.จร. (ฐ) กองบังคบั การสายตรวจและปฏิบตั กิ ารพเิ ศษ บก.น.๑-๙ (ฑ) กองบังคับการอารกั ขาและควบคมุ ฝงู ชน บก.สส. (ฒ) กองกบั การสวัสดภิ าพเด็กและสตรี บก.สปพ. (ณ) ศนู ยฝ ก อบรม บก.อคฝ. กก.ดส. ๓.๒.๑๗ -๓.๒.๒๕ ตํารวจภธู รภาค ๑-๙ ศฝร. (ก) กองบงั คับการอํานวยการ ภ.๑-๙ (ข) กองบังคบั การสบื สวนสอบสวน บก.อก. (ค) กองบังคับการสบื สวนสอบสวนจงั หวัดชายแดนภาคใต บก.สส. (ง) ตํารวจภธู รจังหวัด... บก.สส.จชต. (จ) ศนู ยฝก อบรม ภ.จว. ... (ฉ) กองกาํ กบั การปฏบิ ตั กิ ารพิเศษ ศฝร. กก.ปพ. ๓.๒.๒๖ ศนู ยป ฏบิ ตั ิการตํารวจจงั หวัดชายแดนภาคใต ศชต. (ก) กองบงั คบั การอาํ นวยการ บก.อก. (ข) กองบงั คับการสืบสวนสอบสวน บก.สส. (ค) ตาํ รวจภธู รจังหวดั ... ภ.จว. ... (ง) ศนู ยฝ ก อบรม ศฝร. (จ) กองกํากบั การปฏบิ ตั ิการพเิ ศษ กก.ปพ. ฯลฯ
๙๖ คาํ เตม็ คาํ ยอ ๓.๒.๒๗ กองบญั ชาการตาํ รวจสอบสวนกลาง บช.ก. (ก) กองบงั คับการอาํ นวยการ บก.อก. (ข) กองบังคับการปราบปราม บก.ป. (ค) กองบงั คับการตํารวจทางหลวง บก.ทล. (ง) กองบงั คบั การตํารวจรถไฟ บก.รฟ. (จ) กองบงั คับการตํารวจนํา้ บก.รน. (ฉ) กองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั ทรพั ยากรธรรมชาติ บก.ปทส. และส่งิ แวดลอม (ช) กองบงั คับการปราบปรามการคามนษุ ย บก.ปคม. (ซ) กองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั อาชญากรรม บก.ปอศ. ทางเศรษฐกจิ (ฌ) กองบงั คบั การปอ งกนั ปราบปรามการทจุ รติ และประพฤตมิ ชิ อบ บก.ปปป. (ญ) กองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกย่ี วกบั การคมุ ครอง บก.ปคบ. ผบู รโิ ภค (ฎ) กองบงั คบั การปราบปรามการกระทาํ ความผดิ เกยี่ วกบั อาชญากรรม บก.ปอท. ทางเทคโนโลยี ๓.๒.๒๘ กองบงั คบั การตํารวจปราบปรามยาเสพตดิ บช.ปส. (ก) กองบงั คับการอาํ นวยการ บก.อก. (ข)–(จ) กองบงั คับการตํารวจปราบปรามยาเสพติด ๑-๔ บก.ปส.๑-๔ (ฉ) กองบังคับการขาวกรองยาเสพตดิ บก.ขส. (ช) กองบงั คบั การสกัดก้ันการลําเลยี งยาเสพตดิ บก.สกส. (ซ) กองกาํ กับการปฏิบตั ิการพิเศษ กก.ปพ. ๓.๒.๒๙ กองบัญชาการตํารวจสันติบาล บช.ส. (ก) กองบังคบั การอาํ นวยการ บก.อก. (ข)–(จ) กองบงั คับการตํารวจสันติบาล ๑-๔ บก.ส. ๑-๔ (ฉ) ศนู ยพฒั นาดานการขาว ศพข. (ช) กลมุ งานผูเช่ยี วชาญดานการขาว กชข.
คาํ เตม็ ๙๗ ๓.๒.๓๐ สาํ นักงานตรวจคนเขา เมือง คํายอ (ก) กองบงั คับการอํานวยการ (ข)–(จ) กองบงั คบั การตรวจคนเขาเมอื ง ๑-๖ สตม. (ช) กองบงั คับการสบื สวนสอบสวน บก.อก. (ซ) ศูนยเทคโนโลยีสารสนเทศตรวจคนเขาเมือง บก.ตม.๑-๖ บก.สส. ๓.๒.๓๑ กองบัญชาการตาํ รวจตระเวนชายแดน ศทส.ตม. (ก) กองบังคบั การอาํ นวยการ บช.ตชด. (ข)–(จ) กองบงั คับการตํารวจตระเวนชายแดนภาค ๑-๔ บก.อก. (ฉ) กองบงั คบั การฝก พเิ ศษ บก.ตชด.ภาค ๑-๔ (ช) กองบงั คับการสนบั สนนุ บก.กฝ. (ซ) กองบงั คับการสนบั สนุนทางอากาศ บก.สสน. (ฌ) ศูนยอ ํานวยการโครงการพฒั นาตามแนวพระราชดําริ บก.สอ. ศอพ. ๓.๒.๓๒ สาํ นักงานนายตาํ รวจราชสาํ นัก สง.นรป. (ก) กองบงั คับการอาํ นวยการ บก.อก. (ข) กองบงั คับการถวายความปลอดภยั บก.ถปภ. (ค) สว นปฏิบตั กิ ารนายตํารวจราชสาํ นักประจาํ สป.นรป. สพฐ.ตร. ๓.๒.๓๓ สํานกั งานพสิ จู นหลักฐานตาํ รวจ บก.อก. (ก) กองบังคบั การอํานวยการ พฐก. (ข) กองพสิ ูจนห ลักฐานกลาง ทว. (ค) กองทะเบยี นประวัตอิ าชญากร ศพฐ. ๑-๑๐ (ง)– (ฐ) ศูนยพ สิ จู นหลักฐาน ๑-๑๐ สฝจ. (ฑ) สถาบันฝกอบรมและวจิ ัยการพสิ ูจนหลกั ฐานตํารวจ กพอ. (ฒ) กลุม งานพิสจู นเ อกลกั ษณบุคคล ศขบ. (ณ) ศนู ยขอมลู วตั ถุระเบิด
๙๘ คาํ เต็ม คํายอ ๓.๒.๓๔ สาํ นกั งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สทส. (ก) กองบังคบั การอํานวยการ บก.อก. (ข) กองตํารวจสอื่ สาร สส. (ค) กองบังคบั การสนับสนุนทางเทคโนโลยี บก.สสท. (ง) ศูนยเทคโนโลยสี ารสนเทศกลาง ศพก. ๓.๒.๓๕ กองบัญชาการศกึ ษา บช.ศ. (ก) กองบังคับการอํานวยการ บก.อก. (ข) สํานกั งานศึกษาและประกันคณุ ภาพ สศป. (ค) วทิ ยาลัยการตํารวจ วตร. (ง) กองบังคบั การฝกอบรมตํารวจกลาง บก.ฝรก. (จ) กองการสอบ กส. (ฉ) กลุมงานอาจารย กอจ. ๓.๒.๓๖ โรงเรยี นนายรอ ยตาํ รวจ รร.นรต. ๓.๒.๓๗ โรงพยาบาลตํารวจ รพ.ตร. (ก) กองบังคับการอํานวยการ บก.อก. (ข) วทิ ยาลยั พยาบาลตาํ รวจ วพ. (ค) สถาบนั นติ เิ วชวิทยา นต. (ง) โรงพยาบาลดารารัศมี ดร. (จ) โรงพยาบาลนวฒุ สิ มเดจ็ ยา นย. (ฉ) โรงพยาบาลยะลาสริ ริ ัตนรักษ ยส. ๓.๒.๓๘ สถาบันฝกอบรมระหวางประเทศวาดวยการดําเนินการใหเปนไป สบร. ตามกฎหมาย ๓.๒.๓๙ กองบัญชาการตาํ รวจทองเท่ยี ว บช.ทท. (ก) กองบังคบั การอาํ นวยการ บก.อก. (ข) กองบังคับการตาํ รวจทองเทยี่ ว ๑ บก.ทท.๑ (ค) กองบงั คับการตาํ รวจทองเท่ยี ว ๒ บก.ทท.๒ (ง) กองบังคับการตาํ รวจทอ งเทีย่ ว ๓ บก.ทท.๓ (จ) กองกํากบั การควบคุมธรุ กิจนําเท่ียวและมคั คเุ ทศก กก.คธม.
๙๙ สาํ หรบั สว นราชการหรอื หนว ยงานทมี่ ชี อ่ื เหมอื นกนั เมอ่ื ใชค าํ ยอ ใหใ สค าํ ยอ ของหนว ยงาน ตน สงั กดั ตอ ทา ยดว ย เชน กองบงั คบั การอาํ นวยการ ตาํ รวจภธู รภาค ๑ ใหใ ชค าํ ยอ บก.อก.ภ.๑ เปน ตน ขอ ๔ ขาราชการช้ันพลตํารวจและนักเรียนตํารวจในสังกัดสํานักงานตํารวจแหงชาติ ใหใชค ํายอ ดงั น้ี คําเต็ม คํายอ ๔.๑ พลตํารวจสํารอง พลฯ สาํ รอง ๔.๒ นักเรียนนายสิบตํารวจ นสต. ๔.๓ นักเรยี นนายรอ ยตํารวจ นรต. ขอ ๕ การเขยี นคาํ ยอท้ังตาํ แหนงและสวนราชการหรอื หนวยงานผสมกนั และการอาน ๕.๑ กรณีท่ัวไป ใหใชคํายอตําแหนงหนาคํายอสวนราชการหรือหนวยงาน และการอา นใหอา นเปนคาํ เตม็ ตอ กัน เชน ตําแหนง สว นราชการ/หนว ยงาน คํายอ อา นวา ผบู ัญชาการ ตํารวจภธู รภาค ๑ ผบช.ภ.๑ ผบู ญั ชาการตาํ รวจภูธรภาค ๑ ผบู ัญชาการ ผบู ัญชาการสาํ นกั งานกฎหมายและคดี ผูบังคับการ สาํ นกั งานกฎหมายและคดี ผบช.กมค. ผูบ งั คบั การกองกฎหมาย ผูบงั คบั การ ผบู ังคบั การตํารวจภธู รจังหวัดเลย ผกู าํ กบั การ กองกฎหมาย ผบก.กม. ผกู ํากบั การฝายอาํ นวยการ ผกู ํากบั การ ผกู าํ กับการสถานีตํารวจนครบาล ... สารวัตรใหญ ตาํ รวจภธู รจงั หวดั เลย ผบก.ภ.จว.เลย สารวัตรใหญสถานีตาํ รวจภูธร ... ฝา ยอาํ นวยการ ผกก.ฝอ. สถานตี ํารวจนครบาล ผกก.สน ... สถานีตํารวจภูธร ... สวญ.สภ... ๕.๒ สาํ หรับในกรณดี ังนี้ ๕.๒.๑ ตาํ แหนง ผบู ญั ชาการ หรอื รองผบู ญั ชาการ สว นราชการหรอื หนว ยงาน ทีม่ ีช่อื นําหนา ดวย กองบัญชาการ ๕.๒.๒ ตาํ แหนง ผบู งั คบั การ หรอื รองผบู งั คบั การ สว นราชการหรอื หนว ยงาน ท่ีมีชื่อนําหนาดว ย กองบงั คับการ ๕.๒.๓ ตาํ แหนง ผกู าํ กบั การ หรอื รองผกู าํ กบั การ สว นราชการหรอื หนว ยงาน ท่ีมีชอื่ นาํ หนาดว ยกองกาํ กบั การ
๑๐๐ การใชค าํ ยอ ใหต ดั คาํ ยอ “บช” “บก” หรอื “กก” ทซี่ า้ํ กนั ออกแลว แตก รณี และ การอา นใหอานเปนคาํ เต็มโดยตดั คําวา “กองบัญชาการ” “กองบังคับการ” หรือ “กองกํากบั การ” ออก แลวแตกรณี เชน ตาํ แหนง สว นราชการ/หนวยงาน คาํ ยอ อานวา ผบู ัญชาการ กองบญั ชาการตํารวจนครบาล ผบช.น. ผูบญั ชาการตํารวจนครบาล ผบู ญั ชาการ ผบู ัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ผบู งั คับการ กองบญั ชาการตาํ รวจสอบสวนกลาง ผบช.ก. ผูบงั คับการตํารวจนครบาล ๓ ผูบังคบั การ ผูบ ังคบั การปราบปราม ผบู งั คับการ กองบังคับการตาํ รวจนครบาล ๓ ผบก.น.๑ ผบู งั คับการตาํ รวจทางหลวง ผกู าํ กบั การ ผูก าํ กบั การ ๑ ผูก าํ กับการ กองบังคับการปราบปราม ผบก.ป. ผูกาํ กบั การสืบสวน กองบังคับการตาํ รวจทางหลวง ผบก.ทล. กองกํากบั การ ๑ ผกก.๑ กองกาํ กับการสบื สวน ผกก.สบื สวน ขอ ๖ คํายอ วัน เดอื น ป และเวลา ๖.๑ วันท่ี ใชเฉพาะตวั เลขขา งหนาชือ่ เดือน ๖.๒ คาํ ยอ ชือ่ เดอื น ใหใ ชดงั นี้ คําเตม็ คาํ ยอ มกราคม ม.ค. กุมภาพันธ ก.พ. มีนาคม ม.ี ค. เมษายน เม.ย. พฤษภาคม พ.ค. มถิ ุนายน มิ.ย. กรกฎาคม ก.ค. สิงหาคม ส.ค. กนั ยายน ก.ย. ตุลาคม ต.ค. พฤศจกิ ายน พ.ย. ธันวาคม ธ.ค.
๑๐๑ ๖.๓ ปพ ทุ ธศกั ราช ใหใ ชเ ฉพาะเลขขา งทา ย ๒ ตาํ แหนง ตอ ทา ยอกั ษรยอ ชอื่ เดอื น เวนแตป พ.ศ. ที่ลงทา ยดวย ๐๐ ใหใ ชเลขเตม็ ทงั้ สี่ตาํ แหนง ๖.๔ การเขียนคํายอเวลา ใหใชเวลา ๔ ตําแหนง ขางหนาหมายถึงนาฬกา ๒ ตาํ แหนง ขางหลังหมายถึงนาที ถา ตําแหนง ขา งหลงั หมายถงึ นาที ถา ตําแหนง ใดไมมนี าฬก าหรอื นาที ใหเขียน ๐ (ศนู ย) ลงแทน เชน ๒๔ นาฬกา ใชว า “๒๔.๐๐” หรอื เมอื่ ขึน้ วันใหมยังไมเ ต็มชัว่ โมง เชน เพม่ิ ขนึ้ ได ๑ นาที ใหใ ชว า ”๐๐.๐๑” และอานวา ศูนยน าฬก า ๑ นาที เปนตน คําเต็ม คํายอ ชว่ั โมง ชม. นาที นท. วินาที วท. เชน จะเขยี นวาใชเวลาปฏิบัติงาน ๒ ชว่ั โมง ๒๐ นาที ๒๐ วนิ าที ใหเ ขยี นวา ” ใชเวลาปฏบิ ัตงิ าน ๒ ชม. ๒๐ นท. ๒๐ วท.” ขอ ๗ คาํ ยอ กรงุ เทพมหานคร จังหวดั อาํ เภอและตาํ บล ใหใชดังน้ี ๗.๑ คาํ วา “จงั หวดั ” ใหใช จว. คําวา “อาํ เภอ” ใหใช อ. คาํ วา “ตําบล” ใหใช ต. ๗.๒ ชื่อยอจังหวัด ใหใชอนุโลมเชนเดียวกับรหัสตัวพยัญชนะประจําจังหวัด ทีก่ ําหนดไวใ นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วา ดวยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ ภาคผนวก ๑ ใน ๑.๒ โดยใหใสจุดหลังรหัสตัวพยัญชนะประจําจังหวัดดวย และการใชช่ือยอจังหวัดใหมีคําวาจังหวัด นาํ หนา ดว ย เชน “จงั หวัดกําแพงเพชร” ใชวา “จว.กพ.” สําหรับการใชชื่อจังหวัดตอทายช่ือสวนราชการหรือหนวยงานของ สาํ นักงานตาํ รวจแหงชาตไิ มค วรใชชอื่ ยอจงั หวดั เชน ตํารวจภธู รจังหวัดนครสวรรค เม่อื ใชคํายอ ใหใช “ภ.จว.นครสวรรค” ไมควรใช ภ.จว.นว.” ๗.๓ ชือ่ ยอ “กรุงเทพมหานคร” ใหใช “กทม” ขอ ๘ การใชค าํ ยอ ตอ งใชใ หถ กู ตอ ง และใหใ ชเ ฉพาะภายในราชการสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ เทาน้ัน ขอ ๙ คํายอหนวยงานภายในกองบัญชาการหรือเทียบเทา ผูบัญชาการหรือตําแหนง เทียบเทาท่ีเปนหัวหนาสวนราชการสามารถอนุมัติใหใชไดเทาท่ีไมขัดแยงกับระเบียบหรือคําสั่ง ของสํานักงานตํารวจแหงชาติ และใหใชเฉพาะราชการภายในของกองบัญชาการหรือเทียบเทาน้ัน หากจะใชติดตอหรืออางอิงกับหนวยงานนอกสังกัดกองบัญชาการ จะตองใชช่ือเต็มของหนวยงาน
๑๐๒ หรือหากจําเปนหรือประสงคจะใชคํายอหนวยงานภายในสําหรับติดตอหรืออางอิงกับหนวยงาน นอกกองบัญชาการ จะตองเสนอสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตอิ นุมตั ิ กรณกี องบัญชาการทม่ี โี ครงสรา งหนว ยงานภายในเหมือนกนั เชน ตาํ รวจภูธรภาค ๑-๙ และศูนยปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดนภาคใต ควรใชคํายอหนวยงานภายในเหมือนกัน โดยให กองบัญชาการดังกลาวเสนอสํานักงานตํารวจแหงชาติพิจารณาอนุมัติเพื่อใชคํายอหนวยงานภายใน สําหรบั ติดตอภายในกองบญั ชาการหรอื อา งอิงกับหนวยงานนอกกองบัญชาการ ä»ÃɳÂÕ Ê¹ÒÁ¢Í§ตําÃǨªÒÂá´¹ กระทรวงกลาโหมไดท าํ ความตกลงกบั การสอื่ สารแหง ประเทศไทย เรอ่ื งวธิ ปี ฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การใชบริการไปรษณียสนามของทหารและตํารวจชายแดน โดยไมตองชําระคาไปรษณียากร สําหรับไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียที่ฝากสงจากและถึงทหารและตํารวจชายแดน ท่ีปฏิบัติหนาที่ราชการในหนวยสนามชายแดนสังกัดกระทรวงกลาโหมและสํานักงานตํารวจแหงชาติ ซึ่งที่ทําการไปรษณียทุกแหงไดถือปฏิบัติตั้งแตวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๔ ตองอยูในเงื่อนไขและ หลักเกณฑท ี่กําหนด โดยใหกองบญั ชาการตาํ รวจตระเวนชายแดนถอื ปฏบิ ตั ิดงั นี้ ขอ ๑ หลักเกณฑท่วั ไป ๑.๑ ตองเปนไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียที่ฝากสงจากหรือถึงตํารวจที่ ปฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการในหนว ยสนามซงึ่ ตงั้ อยใู นพนื้ ทชี่ ายแดน และมวี ตั ถปุ ระสงคเ ฉพาะในการสง ขา วสาร และส่งิ ของระหวา งตาํ รวจกบั ครอบครวั หรอื ญาตมิ ิตรภายในประเทศ เพื่อเปน การบํารุงขวญั เทาน้นั ๑.๒ ผูสง ตองปฏิบัติตามระเบยี บ ขอ บังคบั และกฎหมาย วาดว ยการไปรษณยี ทุกประเภท โดยเฉพาะการเขาหอซองหรือหุมหอ ขนาด และนํ้าหนัก ตองเปนไปตามหลักเกณฑ ของไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียแตละชนิดแลวแตกรณี สําหรับพัสดุไปรษณียท่ีสงตองมีน้ําหนัก อยา งสูงไมเกนิ ๕ กก. ๑.๓ คาไปรษณียากรท่ียกเวนให คือ คาสงไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณีย สวนคา ธรรมเนยี มอน่ื ๆ เชน ลงทะเบยี น ตอบรบั ดว น เปน ตน ไมไดรับยกเวน สําหรบั คาไปรษณยี ากร และคา ธรรมเนียมในการสงเงินทางธนาณตั ิ และตัว๋ แลกเงินไปรษณยี ไมไ ดรับสิทธยิ กเวน เชนกนั ๑.๔ การปฏบิ ตั ติ อ ไปรษณยี ภณั ฑแ ละพสั ดไุ ปรษณยี ตามขอ ตกลงนก้ี ารสอ่ื สาร แหงประเทศไทยจะปฏิบัติเชนเดียวกับไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียอ่ืน ๆ ตามปกติ แตทรงไว ซง่ึ จะไมช ดใชค า เสยี หายหรอื คา ทาํ ขวญั ใด ๆ แกพ สั ดไุ ปรษณยี ท เ่ี กดิ การสญู หายในระหวา งทางไปรษณยี สําหรับไปรษณียภัณฑจะชดใชคาเสียหายใหตามระเบียบที่เกี่ยวของเฉพาะไปรษณียภัณฑลงทะเบียน หรือไปรษณยี ภัณฑร ับรอง ซ่งึ ผูส ง ตองชาํ ระคาบรกิ ารพเิ ศษเพิม่ ข้ึนตางหาก ๑.๕ การขอสอบสวนไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณีย กระทําไดโดยเสีย คา ธรรมเนยี มการสอบสวน และถอื ปฏิบตั ิเชนเดียวกับไปรษณียอืน่ ๆ ตามปกติ
๑๐๓ ขอ ๒ การทําความตกลง ๒.๑ สว นราชการตน สงั กดั ของหนว ยสนามชายแดนตอ งกาํ หนดรหสั หนว ยเฉพาะ ท่ีจะใชประจําแตละหนวย แลวแจงใหการส่ือสารแหงประเทศไทยทราบลวงหนา เพ่ือแจงใหที่ทําการ ไปรษณยี ท ่ีเกยี่ วของเตรยี มอาํ นวยความสะดวกในการใชบ รกิ าร ๒.๒ หนว ยสนามชายแดนแหง ใดซง่ึ ตน สงั กดั ไดก าํ หนดรหสั หนว ยเฉพาะไวแ ลว ตาม ๒.๑ ประสงคจะติดตอสงหรือรับมอบไปรษณียและพัสดุไปรษณียกับท่ีทําการไปรษณียแหงใด ตองทําหนังสือแจงใหหัวหนาท่ีทําการไปรษณียแหงน้ันทราบลวงหนา พรอมกับมอบตัวอยาง ลายมอื ชอื่ ขา ราชการตาํ รวจทร่ี บั ผดิ ชอบในการสง ซงึ่ ตอ งเปน ขา ราชการตาํ รวจชน้ั สญั ญาบตั ร จาํ นวน ไมเ กิน ๓ คน เพ่อื ใหทท่ี าํ การไปรษณียไ วใชต รวจสอบ ๒.๓ การยกเลิกใชบริการหรือการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดอ่ืนใด หนวยสนาม ชายแดน จะตอ งแจง ใหท ท่ี าํ การไปรษณยี ท ตี่ ดิ ตอ ดว ยทราบทกุ ครงั้ สาํ หรบั กรณกี ารเปลย่ี นตวั ขา ราชการ ตํารวจผูรบั ผดิ ชอบตองมอบตวั อยา งลายมอื ชอ่ื ใหมเชน เดยี วกบั ๒.๒ ขอ ๓ ขอ กาํ หนดสาํ หรบั ไปรษณยี ภณั ฑ และพสั ดไุ ปรษณยี ท สี่ ง จากหนว ยสนามชายแดน ไปรษณียภัณฑแ ละพสั ดไุ ปรษณียทส่ี งจากหนว ยสนามชายแดน นอกจากจะตอ ง ปฏบิ ัติตามเงอ่ื นไขท่กี ําหนดในขอ ๑ และ ขอ ๒ แลว ยังจะตองปฏิบตั ติ ามหลักเกณฑดงั ตอไปนี้ ๓.๑ ดา นจา หนา ซองไปรษณยี ภณั ฑแ ละพสั ดไุ ปรษณยี ท กุ ฉบบั หรอื หอ จะตอ งมี ขอ ความและรายละเอยี ดดงั นี้ ๓.๑.๑ มขี อ ความ “จาก ตร.สนามชายแดน” ภายในกรอบสเี่ หลย่ี มทบี่ รเิ วณ มุมบนซา ย ๓.๑.๒ มีรอยประทับตราเครื่องหมายรูปพระแสงดาบเขนและโล ที่มมุ ลางซา ย ๓.๑.๓ มลี ายมอื ขา ราชการตาํ รวจผรู บั ผดิ ชอบในการสง (ซงึ่ ไดส ง ตวั อยา ง ลายมือชอื่ ใหท่ีทําการไปรษณยี ต รวจสอบตาม ๒.๒) ๓.๑.๔ ลักษณะรายละเอียดตาม ๓.๑.๑-๓.๑.๓ ใหเ ปนไปตามผนวก ก. ทา ยระเบยี บบทน้ี ๓.๒ ไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียที่สงเขาสูไปรษณีย ขาราชการตํารวจ ที่รับผิดชอบในการสงประจําหนวยจะตองรวบรวมนําไปมอบใหกับที่ทําการไปรษณียที่ทําความตกลง ไวต าม ๒.๒ ขอ ๔ ขอกําหนดสําหรับไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียท่ีสงถึงหนวยตํารวจตระเวน ชายแดนทปี่ ฏบิ ัติหนาที่ในสนามชายแดน ไปรษณียภัณฑและพัสดุไปรษณียท่ีสงถึงหนวยสนามชายแดน นอกจากจะตอง ปฏบิ ัติตามเงอ่ื นไขทีก่ ําหนดในขอ ๑ และ ๒ แลว ยงั จะตอ งปฏิบัตติ ามหลักเกณฑด งั ตอ ไปนี้
๑๐๔ ๔.๑ ดานจาหนาซองไปรษณยี ภณั ฑแ ละพสั ดุไปรษณยี ท กุ ฉบบั หรือหอ จะตอ ง มีขอ ความและรายละเอยี ดดงั ตอ ไปน้ี ๔.๑.๑ มขี อ ความ “ถึง ตร.สนามชายแดน” ภายในกรอบสีเ่ หล่ียมท่บี ริเวณ มมุ บนซาย ๔.๑.๒ การจาหนาตองระบุเลขรหัสประจําหนวย ตาม ๒.๑ ดวยทุกคร้ัง ไมวาจะสง ถึงเฉพาะตวั ตํารวจตระเวนชายแดนโดยตรง หรอื จาหนาถึงหนว ยสนามเปน ผรู ับ ๔.๑.๓ ลักษณะรายละเอียดตาม ๔.๑.๑-๔.๑.๒ ใหเปนไปตามผนวก ข. ทายระเบียบบทน้ี ยกเวนไปรษณียภัณฑที่จะใหบริการพิเศษอยางอื่น พัสดุไปรษณียจะตองนําสง ณ ทีท่ าํ การไปรษณยี ๔.๒ การนําจายท่ีทําการไปรษณียปลายทางซึ่งหนวยสนามไดทําการตกลงไว ตาม ๒.๒ จะรวบรวมสงมอบใหกับเจาหนาที่ไปรษณียตํารวจชายแดนประจําหนวยท่ีมาติดตอขอรับ เพ่อื นําไปแจกจายแกผูรบั
๑๐๕
๑๐๖
๑๐๗ º··èÕ ô ¡ÒúÞÑ ÞÑμÔÈ¾Ñ ·ÀÒÉÒÍѧ¡ÄɪÍè× Ë¹‹Ç§ҹ ÂÈ áÅÐตาํ á˹§‹ ã¹สํา¹Ñ¡§Ò¹ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ ๑. ช่อื สํานักงานตาํ รวจแหงชาตเิ ปนภาษาองั กฤษ ใชดงั น้ี Royal Thai Police ๒. ชอ่ื ภาษาอังกฤษของหนว ยงานในสํานกั งานตํารวจแหงชาติ ใชดังนี้ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ñ. สํา¹¡Ñ §Ò¹¼ÙºŒ ÞÑ ªÒ¡ÒÃตําÃǨáË‹§ªÒμÔ Office of the Commissioner General, Royal Thai Police ñ.ñ สาํ ¹Ñ¡§Ò¹ÂØ·¸ÈÒÊμÃตาํ ÃǨ Office of Police Strategy ๑.๑.๑ ฝายอํานวยการ ๑.๑.๒ กองยุทธศาสตร General Staff Sub-Division Strategy Division ๑.๑.๓ กองแผนงานอาชญากรรม Counter Crime Planning Division ๑.๑.๔ กองแผนงานกิจการพิเศษ Special Task Planning Division ๑.๑.๕ กองวจิ ัย Research Division ñ.ò สาํ ¹Ñ¡§Ò¹Ê§‹ กาํ Å§Ñ บาํ ÃØ§ Office of Logistics ๑.๒.๑ กองบังคบั การอาํ นวยการ General Staff Division ๑.๒.๒ กองพลาธกิ าร Quartermaster Division ๑.๒.๓ กองโยธาธิการ Civil Engineering Division ๑.๒.๔ กองสรรพาวุธ Ordnance Division ñ.ó สาํ ¹¡Ñ §Ò¹กาํ Åѧ¾Å Office of Human Resources ๑.๓.๑ ฝา ยอาํ นวยการ General Staff Sub-Division ๑.๓.๒ กลมุ งานพฒั นาทรพั ยากรบคุ คล Human Resources Development Sub-Division ๑.๓.๓ กองอัตรากาํ ลัง Personnel Planning and Design Division ๑.๓.๔ กองทะเบยี นพล Personnel Division ๑.๓.๕ กองสวัสดิการ Welfare Division ñ.ô สาํ ¹¡Ñ §Ò¹§º»ÃÐÁÒ³áÅСÒÃà§¹Ô Office of Budget and Finance ๑.๔.๑ ฝา ยอํานวยการ General Staff Sub-Division ๑.๔.๒ ฝายเทคโนโลยีสารสนเทศ Budget and Finance Information Technology Sub-Division ดานงบประมาณและการเงนิ ๑.๔.๓ กองงบประมาณ Budget Division ๑.๔.๔ กองการเงิน Finance Division ๑.๔.๕ กองบญั ชี Accountancy Division
๑๐๘ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ñ.õ สํา¹¡Ñ §Ò¹¡®ËÁÒÂáÅФ´Õ Office of Legal Affairs and Litigation ๑.๕.๑ ฝายอํานวยการ General Staff Sub-Division ๑.๕.๒ กองกฎหมาย Legal Affairs Division ๑.๕.๓ กองคดีอาญา Criminal Affairs Division ๑.๕.๔ กองคดีปกครองและคดแี พง Administrative and Civil Affairs Division ๑.๕.๕ สถาบันสงเสรมิ งานสอบสวน Institute of Investigation and Interrogation Affairs ๑.๕.๖ สวนตรวจสอบสํานวนคดี Appeal and Supreme Courts Case Inspection Division อทุ ธรณแ ละฎกี า ñ.ö สาํ ¹¡Ñ §Ò¹¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒâҌ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ Office of Police Commission ๑.๖.๑ ฝา ยอํานวยการ General Staff Sub-Division ๑.๖.๒ กองตรวจสอบและทะเบยี นประวตั ิ Personnel and Records Inspection Division ๑.๖.๓ กองมาตรฐานวินยั Disciplinary Standard Division ๑.๖.๔ กองอุทธรณ Disciplinary Appeal Division ๑.๖.๕ กองรอ งทกุ ข Complaint Division ñ.÷ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹¨àÃตาํ ÃǨ Office of the Inspector General ๑.๗.๑ กองบังคับการอาํ นวยการ General Staff Division ๑.๗.๒-๑.๗.๑๑ กองตรวจราชการ ๑-๑๐ Inspection Division ๑-๑๐ ñ.ø สาํ ¹¡Ñ §Ò¹μÃǨÊͺÀÒÂã¹ Office of Internal Audit ๑.๘.๑ ฝายอาํ นวยการ General Staff Sub-Division ๑.๘.๒ กลมุ งานพฒั นาการตรวจสอบ Internal Audit Development Sub-Division ภายใน ๑.๘.๓-๑.๘.๕ กองตรวจสอบภายใน ๑-๓ Internal Audit Division ๑-๓ ñ.ù สํา¹¡Ñ §Ò¹àŢҹءÒÃตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ Office of Police Secretary ñ.ñð ¡Í§¡ÒÃμ‹Ò§»ÃÐà·È Foreign Affairs Division ñ.ññ ¡Í§ÊÒùÔà·È Public Affairs Division ñ.ñò สาํ ¹¡Ñ §Ò¹¤³Ð¡ÃÃÁ¡ÒùâºÒ Office of National Police Policy Board ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ ñ.ñó ¡Í§ºÔ¹ตาํ ÃǨ Police Aviation Division ñ.ñô ¡Í§ÇԹѠDisciplinary Division
๑๐๙ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ò. ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡Òà Bureau ò.ñ ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨ¹¤ÃºÒÅ Metropolitan Police Bureau ๒.๑.๑ กองบงั คบั การอาํ นวยการ General Staff Division ๒.๑.๒ กองบงั คับการตํารวจจราจร Traffic Police Division ๒.๑.๓-๒.๑.๑๑ กองบงั คบั การตาํ รวจ Metropolitan Police Division ๑-๙ นครบาล ๑-๙ ๒.๑.๑๒ กองบงั คบั การสบื สวนสอบสวน Investigation Division ๒.๑.๑๓ กองบงั คับการสายตรวจและ Patrol and Special Operation Division ปฏิบตั กิ ารพเิ ศษ ๒.๑.๑๔ กองบังคับการอารกั ขาและ Protection and Crowd Control Division ควบคุมฝูงชน ๒.๑.๑๕ กองกาํ กับการสวสั ดิภาพเด็ก Children and Women Protection Sub-Division และสตรี ๒.๑.๑๖ ศนู ยฝ ก อบรม Training Center (Sub-Division) ò.ò-ò.ñð ตาํ ÃǨÀ¸Ù ÃÀÒ¤ ñ-ù Provincial Police Region ๑-๙ ๒.๒.๑ กองบงั คับการอํานวยการ General Staff Division ๒.๒.๒ กองบงั คบั การสบื สวนสอบสวน Investigation Division ๒.๒.๓ ตํารวจภธู รจังหวดั ...Provincial Police ๒.๒.๔ ศนู ยฝกอบรม (ภ.๑-๘) Training Center ò.ññ ȹ٠»¯ÔºμÑ ¡Ô ÒÃตําÃǨ¨§Ñ ËÇ´Ñ Southern Border Provinces Police Operation Center ªÒÂá´¹ÀÒ¤ãμŒ ๒.๑๑.๑ กองบงั คับการอํานวยการ General Staff Division ๒.๑๑.๒ กองบงั คับการสบื สวน Investigation Division สอบสวน ๒.๑๑.๓ ตํารวจภธู รจังหวดั ..... ...Provincial Police ๒.๑๑.๔ ศูนยฝ กอบรม Training Center ๒.๑๑.๕ กองกาํ กบั การปฏิบตั กิ าร Special Operation Sub-Division พเิ ศษ ò.ñò ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨÊͺÊǹ¡ÅÒ§ Central Investigation Bureau ๒.๑๒.๑ กองบังคบั การอาํ นวยการ General Staff Division ๒.๑๒.๒ กองบงั คบั การปราบปราม Crime Suppression Division ๒.๑๒.๓ กองบังคบั การตาํ รวจ Highway Police Division ทางหลวง
๑๑๐ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ๒.๑๒.๔ กองบงั คบั การตาํ รวจรถไฟ Railway Police Division ๒.๑๒.๕ กองบงั คบั การตาํ รวจทอ งเทย่ี ว Tourist Police Division ๒.๑๒.๖ กองบังคับการตาํ รวจน้าํ Marine Police Division ๒.๑๒.๗ กองบงั คบั การปราบปราม Natural Resources and Environmental Crime การกระทาํ ความผดิ เกยี่ วกบั Suppression Division ทรพั ยากรธรรมชาติ และสิง่ แวดลอ ม ๒.๑๒.๘ กองบงั คบั การปราบปราม Anti-Trafficking in Persons Division การคา มนุษย ๒.๑๒.๙ กองบังคบั การปราบปราม Economic Crime Suppression Division การกระทําความผดิ เก่ยี วกบั อาชญากรรมทางเศรษฐกจิ ๒.๑๒.๑๐ กองบังคับการปราบปราม Anti-Corruption Division การทุจรติ และประพฤติ ๒.๑๒.๑๑ กองบงั คับการปราบปราม Consumer Protection Police Division การกระทําความผดิ เกยี่ วกบั การคมุ ครองผูบริโภค ๒.๑๒.๑๒ กองบังคับการปราบปราม Technology Crime Suppression Division การกระทําความผดิ เกย่ี วกบั อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ๒.๑๓ กองบัญชาการตํารวจปราบปราม Narcotics Suppression Bureau ยาเสพตดิ ๒.๑๓.๑ กองบงั คบั การอํานวยการ General Staff Division ๒.๑๓.๒-๒.๑๓.๕ กองบงั คับการ Narcotics Suppression Division ๑-๔ ตาํ รวจปราบปรามยาเสพตดิ ๑-๔ ๒.๑๓.๖ กองบงั คบั การขา วกรอง Narcotics Intelligence Division ยาเสพตดิ ๒.๑๓.๗ กองบังคบั การสกดั กัน้ การ Drug Interdiction Division ลาํ เลยี งยาเสพตดิ ๒.๑๓.๘ กองกํากบั การปฏิบตั กิ าร Special Operation Sub-Division พเิ ศษ
๑๑๑ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ò.ñô ¡Í§ºÑÞªÒ¡ÒÃตาํ ÃÇ¨Ê¹Ñ μÔºÒÅ Special Branch Bureau ๒.๑๔.๑ กองบังคับการอาํ นวยการ General Staff Division ๒.๑๔.๒-๒.๑๔.๕ กองบังคับการ Special Branch Division ๑-๔ ตาํ รวจสันติบาล ๑-๔ ๒.๑๔.๖ ศนู ยพ ฒั นาดา นการขาว Intelligence Development Center ๒.๑๔.๗ กลุม งานผเู ชยี่ วชาญดาน Intelligence Expert Group การขาว ò.ñõ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹μÃǨ¤¹à¢ÒŒ àÁÍ× § Immigration Bureau ๒.๑๕.๑ กองบงั คบั การอํานวยการ General Staff Division ๒.๑๕.๒-๒.๑๕.๗ กองบังคับการ Immigration Division ๑-๖ ตรวจคนเขาเมือง ๑-๖ ๒.๑๕.๘ กองบังคับการสบื สวน Investigation Division สอบสวน ๒.๑๕.๙ ศนู ยเ ทคโนโลยสี ารสนเทศ Information Technology Center ตรวจคนเขาเมอื ง ò.ñö ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃตาํ ÃǨμÃÐàǹªÒÂá´¹ Border Patrol Police Bureau ๒.๑๖.๑ กองบงั คบั การอํานวยการ General Staff Division ๒.๑๖.๒-๒.๑๖.๕ กองบังคับการ Border Patrol Police Region ๑-๔ ตํารวจตระเวนชายแดน ภาค ๑-๔ ๒.๑๖.๖ กองบงั คบั การฝกพิเศษ Special Training Division ๒.๑๖.๗ กองบังคับการสนบั สนุน General Support Division ๒.๑๖.๘ กองบังคบั การสนับสนุน Aerial Reinforcement Support Division ทางอากาศ ๒.๑๖.๙ ศูนยอ ํานวยการโครงการ General Staff of Royal Development Projects พฒั นาตามแนวพระราชดาํ ริ ò.ñ÷ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹¹ÒÂตาํ ÃǨÃÒªสาํ ¹¡Ñ »ÃÐจาํ Office of Royal Court Police ๒.๑๗.๑ กองบงั คับการอํานวยการ General Staff Division ๒.๑๗.๒ กองบงั คับการถวาย Royal Court Security Division ความปลอดภยั ๒.๑๗.๓ สว นปฏบิ ตั กิ ารนายตาํ รวจ Royalty Protection Division ราชสํานกั ประจํา
๑๑๒ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ò.ñø สํา¹¡Ñ §Ò¹¾ÔÊÙ¨¹ËÅÑ¡°Ò¹ตําÃǨ Office of Police Forensic Science ๒.๑๘.๑ กองบงั คบั การอํานวยการ General Staff Division ๒.๑๘.๒ กองพิสจู นหลักฐานกลาง Central Police Forensic Science Division ๒.๑๘.๓ กองทะเบยี นประวตั ิ Criminal Records Division อาชญากร ๒.๑๘.๔-๒.๑๘.๑๓ ศนู ยพ สิ จู น Police Forensic Science Center ๑-๑๐ หลกั ฐาน ๑-๑๐ ๒.๑๘.๑๔สถาบนั ฝกอบรมและวจิ ัย Institute of Police Forensic Science Training and Research การพสิ จู นห ลกั ฐานตาํ รวจ ๒.๑๘.๑๕กลุม งานพิสจู นเ อกลักษณ Disaster Victim Identification Sub-Division บุคคล ๒.๑๘.๑๖ ศูนยข อ มลู วตั ถรุ ะเบิด Bomb Data Center ò.ñù สาํ ¹Ñ¡§Ò¹à·¤â¹âÅÂÕÊÒÃʹà·È Office of Information and Communication Technology áÅСÒÃÊÍ×è ÊÒà ๒.๑๙.๑ กองบังคบั การอาํ นวยการ General Staff Division ๒.๑๙.๒ กองตํารวจสื่อสาร Police Communications Division ๒.๑๙.๓ กองบังคับการสนบั สนนุ Information Technology Support Division ทางเทคโนโลยี ๒.๑๙.๔ ศนู ยเทคโนโลยี Central Information Technology Center สารสนเทศกลาง ò.òð ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ Police Education Bureau ๒.๒๐.๑ กองบังคบั การอาํ นวยการ General Staff Division ๒.๒๐.๒ สาํ นกั การศกึ ษาและ Office of Education and Quality Assurance ประกันคุณภาพ ๒.๒๐.๓ วิทยาลัยการตํารวจ Police College ๒.๒๐.๔ กองบงั คบั การฝก อบรม Central Police Training Division ตาํ รวจกลาง ๒.๒๐.๕ กองการสอบ Admission Division ๒.๒๐.๖ สถาบันฝก อบรมระหวาง International Law Enforcement Academy (ILEA) ประเทศวาดวยการ ดําเนินการใหเปนไปตาม กฎหมาย ๒.๒๐.๗ กลมุ งานอาจารย Faculty Division
๑๑๓ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ò.òñ âçàÃÕ¹¹ÒÂÃÍŒ ÂตําÃǨ Royal Police Cadet Academy ๒.๒๑.๑ กองบังคับการอํานวยการ General Staff Division ๒.๒๑.๒ กองบงั คับการปกครอง Cadet Command Division ๒.๒๑.๓ ศนู ยฝกตาํ รวจ Police Training Center ๒.๒๑.๔ คณะตํารวจศาสตร Faculty of Police Science ๒.๒๑.๕ คณะนิตวิ ทิ ยาศาสตร Faculty of Forensic Science ๒.๒๑.๖ คณะสังคมศาสตร Faculty of Social Science ๒.๒๑.๗ ศนู ยบ รกิ ารทางการศกึ ษา Education Service Center ๒.๒๑.๘ สาํ นักเทคโนโลยี Office of Information Technology and Academic Resources สารสนเทศและวทิ ยบรกิ าร ๒.๒๑.๙ สาํ นกั ประกนั คุณภาพ Office of Educational Quality Assurance การศกึ ษา ๒.๒๑.๑๐ สาํ นักเลขานุการ Office of the Secretary ๒.๒๑.๑๑ สาํ นักสภาการศึกษาและ Office of Education Council and Affairs Promotion สงเสรมิ กิจการ ò.òò âç¾ÂÒºÒÅตาํ ÃǨ Police General Hospital ๒.๒๒.๑ กองบงั คบั การอาํ นวยการ General Staff Division ๒.๒๒.๒ วิทยาลยั พยาบาลตาํ รวจ Police Nursing College ๒.๒๒.๓ สถาบนั นิตเิ วชวิทยา Institute of Forensic Medicine ๒.๒๒.๔ กลมุ งานกุมารเวชกรรม Department of Pediatrics ๒.๒๒.๕ กลมุ งานจติ เวชและยาเสพตดิ Department of Psychiatry and Drug Dependence ๒.๒๒.๖ กลมุ งานชวี เคมี Department of Biochemistry ๒.๒๒.๗ กลุมงานตา Department of Ophthalmology ๒.๒๒.๘ กลมุ งานทนั ตกรรม Department of Dentistry ๒.๒๒.๙ กลุมงานผูปว ยนอก Department of Out Patient ๒.๒๒.๑๐ กลุมงานพยาธิวทิ ยา Department of Pathology ๒.๒๒.๑๑ กลุมงานพยาบาล Department of Nursing ๒.๒๒.๑๒กลมุ งานเภสชั กรรม Department of Pharmacy ๒.๒๒.๑๓กลมุ งานโภชนาการ Department of Nutrition ๒.๒๒.๑๔กลุม งานรังสีวิทยา Department of Radiology ๒.๒๒.๑๕กลมุ งานวสิ ัญญวี ิทยา Department of Anesthesiology ๒.๒๒.๑๖ กลมุ งานเวชศาสตรค รอบครวั Department of Family Medicine
๑๑๔ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ๒.๒๒.๑๗กลมุ งานเวชศาสตรฟ น ฟู Department of Rehabilitation Medicine ๒.๒๒.๑๘กลุมงานศัลยกรรม Department of Surgery ๒.๒๒.๑๙กลมุ งานศนู ยสง กลบั Police Medical Evacuation Center และรถพยาบาล ๒.๒๒.๒๐กลุม งานสงั คมสงเคราะห Department of Social Work ๒.๒๒.๒๑กลมุ งานสตู นิ ารเี วชกรรม Department of Obstetrics and Gynecology ๒.๒๒.๒๒กลมุ งานหู คอ จมกู Department of Otolaryngology ๒.๒๒.๒๓กลมุ งานออรโธปด ิกส Department of Orthopedics ๒.๒๒.๒๔กลุม งานอายุรกรรม Department of Internal Medicine ๒.๒๒.๒๕โรงพยาบาลดารารศั มี Dararassamee Hospital ๒.๒๒.๒๖โรงพยาบาลนวตุ สิ มเดจ็ ยา The Princess Mother Navuti Hospital หนว ยงานในสาํ นักงานตาํ รวจแหงชาติที่ต่ํากวากองบญั ชาการเปน ภาษาอังกฤษ ใชด งั น้ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ๑. กองบังคับการ Division ๒. กองกาํ กบั การ Sub-Division ๓. สถานตี าํ รวจนครบาล Metropolitan Police Station ๔. สถานตี ํารวจภธู ร Provincial Police Station ยศขาราชการตํารวจเปน ภาษาอังกฤษ ใชดังน้ี ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ตวั ยอ ภาษาอังกฤษ Pol.Gen. ๑. พลตํารวจเอก (พล.ต.อ.) Police General Pol.Lt.Gen. ๒. พลตํารวจโท (พล.ต.ท.) Police Lieutenant General Pol.Maj.Gen ๓. พลตาํ รวจตรี (พล.ต.ต.) Police Major General Pol.Col. ๔. พนั ตํารวจเอก (พ.ต.อ.) Police Colonel Pol.Lt.Col. ๕. พนั ตาํ รวจโท (พ.ต.ท.) Police Lieutenant Colonel Pol.Maj. ๖. พันตาํ รวจตรี (พ.ต.ต.) Police Major Pol.Capt. ๗. รอ ยตาํ รวจเอก (ร.ต.อ.) Police Captain Pol.Lt. ๘. รอ ยตาํ รวจโท (ร.ต.ท.) Police Lieutenant Pol.Sub-Lt. ๙. รอยตํารวจตรี (ร.ต.ต.) Police Sub-Lieutenant
๑๑๕ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวยอ ภาษาอังกฤษ ๑๐. ดาบตาํ รวจ (ด.ต.) Police Senior Sergeant Major Pol.Snr.Sgt.Maj. ๑๑. จา สบิ ตาํ รวจ (จ.ส.ต.) Police Sergeant Major Pol.Sgt.Maj. ๑๒. สิบตาํ รวจเอก (ส.ต.อ.) Police Sergeant Pol.Sgt. ๑๓. สิบตาํ รวจโท (ส.ต.ท.) Police Corporal Pol.Cpl. ๑๔. สบิ ตาํ รวจตรี (ส.ต.ต.) Police Lance Corporal Pol.L/Cpl. ชั้นขา ราชการตาํ รวจเปน ภาษาอังกฤษ ใชดงั น้ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ๑. ชัน้ สญั ญาบัตร Commissioned Officer ๒. ช้ันประทวน Non-Commissioned Officer ๓. ชัน้ พลตํารวจ Non-Commissioned Officer ตําแหนงหลกั ขา ราชการตํารวจเปน ภาษาองั กฤษ ใชดงั นี้ ภาษาไทย ภาษาองั กฤษ ๑. ตําแหนงท่ีกําหนดในพระราชบัญญัติตํารวจ แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ๑.๑ ผบู ญั ชาการตาํ รวจแหงชาติ Commissioner General ๑.๒ (ก) จเรตํารวจแหงชาติ Senior Inspector General (ข) รองผบู ัญชาการตาํ รวจแหง ชาติ Deputy Commissioner General ๑.๓ ผชู วยผบู ญั ชาการตาํ รวจแหง ชาติ Assistant Commissioner General ๑.๔ ผูบ ัญชาการ Commissioner ๑.๕ รองผูบญั ชาการ Deputy Commissioner ๑.๖ (ก) ผบู งั คับการ Commander (ข) พนกั งานสอบสวนผเู ชย่ี วชาญพเิ ศษ Inquiry Official, Senior Expert Level ๑.๗ (ก) รองผูบ งั คับการ Deputy Commander (ข) พนักงานสอบสวนผเู ชยี่ วชาญ Inquiry Official, Expert Level ๑.๘ (ก) ผกู ํากบั การ Superintendent (ข) พนักงานสอบสวนผทู รงคุณวฒุ ิ Inquiry Official, Advisory Level
๑๑๖ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ๑.๙ (ก) รองผูกาํ กับการ Deputy Superintendent (ข) พนกั งานสอบสวนผูชาํ นาญการพิเศษ Inquiry Official, Senior Professional Level ๑.๑๐ (ก) สารวัตร Inspector (ข) พนักงานสอบสวนผูชาํ นาญการ Inquiry Official, Professional Level ๑.๑๑ (ก) รองสารวตั ร Deputy Inspector (ข) พนักงานสอบสวน Inquiry Official ๑.๑๒ผบู ังคบั หมู Squad Leader ๑.๑๓รองผบู งั คบั หมู (ใชเ ฉพาะนกั เรยี นอบรม Police Trainee ตํารวจในศูนยฝกอบรม) ๒. ตาํ แหนง ทีเ่ รียกช่ืออยางอ่นื Advisor (level.....) ๒.๑ ทป่ี รกึ ษา (สบ.....) ๒.๒ หัวหนานายตาํ รวจราชสํานกั ประจํา Chief of Royal Court Police ๒.๓ รองจเรตาํ รวจแหง ชาติ Deputy Senior Inspector General ๒.๔ รองหวั หนา นายตาํ รวจราชสาํ นกั ประจาํ Deputy Chief of Royal Court Police ๒.๕ จเรตํารวจ Inspector General ๒.๖ นายแพทยใหญ Surgeon General ๒.๗ รองจเรตาํ รวจ Deputy Inspector General ๒.๘ เลขานกุ ารตํารวจแหง ชาติ Police Secretary ๒.๙ นายตํารวจราชสํานกั ประจาํ (สบ.....) Royal Court Police (level.........) ๒.๑๐ นิตกิ ร Legal Officer ๒.๑๐ สารวัตรใหญ Chief of Inspector ๓. รักษาราชการแทน รกั ษาการแทน รกั ษาการ ในตําแหนง Acting + (.P..o.s.i.t.i.o..n.) (ชอื่ ตําแหนง) ๔. ปฏิบตั ิราชการแทน ทําการแทน for + (.P..o.s..i.ti.o..n.) (ช่อื ตําแหนง )
๑๑๗ ลักษณะงานเปนภาษาอังกฤษ ใชด ังน้ี ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ๑. งานบริหาร Administration ๒. งานศึกษาอบรม Education ๓. งานปองกนั ปราบปรามอาชญากรรม Crime Prevention and Suppression ๔. งานปอ งกันปราบปรามยาเสพตดิ Narcotics Prevention and Suppression ๕. งานความมนั่ คง Security ๖. งานศูนยปฏิบัติการตํารวจจังหวัดชายแดน Southern Border Provinces Police Operation Center ภาคใต ๗. งานศนู ยป ฏบิ ตั กิ ารสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ Royal Thai Police Operation Center ๘. งานกฎหมายและคดี Legal Affairs and Litigation ๙. งานจเรตาํ รวจ Police Inspector ๑๐. งานถวายความปลอดภยั Royal Court Security ʋǹÊÃ»Ø การปฏิบัติงานดานเอกสารในสํานักงานตํารวจแหงชาติ จะตองเปนไปตามระเบียบการ ตาํ รวจไมเ กย่ี วกบั คดี ลกั ษณะท่ี ๕๔ งานสารบรรณตาํ รวจ เพราะเปน ระเบยี บทเี่ กย่ี วกบั หนงั สอื ภายใน ท่กี ําหนดข้นึ ใหทกุ หนวยไดป ฏบิ ตั ิตาม เปนไปในแนวทางเดียวกนั เพ่อื เกิดประโยชน และเปน ระเบียบ เรียบรอยในสํานกั งาน ¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนํา ๑. ทาํ แบบประเมินผลกอ นเรียน ๒. ฝกปฏบิ ตั ิการดําเนนิ การตามขน้ั ตอนเอกสาร ในสาํ นักงานตาํ รวจแหง ชาติ
๑๑๘
๑๑๙ º··èÕ õ ˹ѧÊÍ× ÃÒª¡ÒÃÅѺ ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤ เพ่ือใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ และสามารถอธิบายระดับช้ันความลับของหนังสือ ราชการภายในสํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดอ ยา งถกู ตอง ʋǹนาํ ในการปฏบิ ตั งิ านภายในสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ มกี ารจดั ทาํ หนงั สอื ราชการทมี่ รี ะดบั ชน้ั ความลบั ซง่ึ ในการปฏบิ ัตจิ ะตอ งเปนไปตามระเบียบการรกั ษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔ ˹§Ñ Ê×ÍÃÒª¡ÒÃÅѺ หนงั สอื ราชการลบั เปน หนงั สอื ราชการทตี่ อ งสงวนเปน ความลบั ทงั้ นพ้ี ระราชบญั ญตั ขิ อ มลู ขาวสาร พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๔ วรรค ๒ กลา ววา “ขอมูลขา วสารของราชการ” หมายความวา ขอ มูล ขา วสารทอ่ี ยใู นความครอบครองหรอื ควบคมุ ดแู ลของหนว ยงานรฐั ไมว า จะเปน ขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั การดาํ เนนิ งานของรฐั หรอื ขอ มลู ขา วสารเกย่ี วกบั เอกชน โดยระบวุ า ขอ มลู ขา วสารทไี่ มต อ งเปด เผย คอื ตอ งปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษาความลบั ของทางราชการ พ.ศ.๒๕๔๔ และไดก าํ หนดชน้ั ความลบั ออกเปน ๓ ชนั้ คอื ลบั ทสี่ ดุ ลบั มาก และลบั ซง่ึ สรปุ สาระสาํ คญั ในสว นทเ่ี กย่ี วกบั งานสารบรรณไดด งั นี้ ñ. ÅѺ·ÕÊè Ø´ (TOP SECRET) ไดแ ก ความลับท่ีมคี วามสาํ คัญทส่ี ุดเกี่ยวกับขา วสาร วตั ถุ หรือบคุ คล ซ่ึงถา หากความลับดังกลาวท้งั หมดหรอื เพียงบางสว นร่วั ไหลไปถงึ บคุ คลผูไมมีหนาที่ ไดทราบจะทาํ ใหเกิดความเสยี หายแกป ระโยชนแหง รัฐอยา งรา ยแรงทส่ี ดุ ตวั อยา ง ช้ันลับท่สี ุด เชน - นโยบายหรือแผนการท่ีสําคัญย่ิงของชาติ ซ่ึงถาเปดเผยกอนเวลาอันสมควร จะกอ ใหเกดิ ผลเสยี หายอยา งรายแรงทส่ี ุดแกป ระเทศชาติ - เอกสารทางการเมืองท่ีสาํ คญั ยงิ่ เกย่ี วกบั ความมน่ั คง หรือเกยี รติภูมอิ ันสําคัญย่งิ ของชาติ เชน การเจรจาตกลงกับพันธมิตร หรือประเทศใดประเทศหน่งึ โดยเฉพาะ เปน ตน - การดาํ เนนิ งานเกย่ี วกบั ความตกลงระหวา งประเทศทส่ี าํ คญั ยงิ่ ถา รวั่ ไหลจะกอ ให เกดิ ความเสยี หายอยางรา ยแรงทสี่ ุดแกป ระเทศชาติ หรือพนั ธมติ ร ò. ÅºÑ ÁÒ¡ (SECRET) ไดแ ก ความลบั ทม่ี คี วามสาํ คญั มากเกยี่ วกบั ขา วสาร วตั ถุ หรอื บุคคลซ่ึงถาหากความลับดังกลาวทั้งหมดหรือเพียงบางสวนร่ัวไหลไปถึงบุคคลท่ีไมมีหนาที่ไดทราบ จะทําใหเกิดความเสียหายแกป ระโยชนแหง รัฐอยางรายแรง
๑๒๐ ตวั อยา ง ชั้นลับมาก เชน - แผน โครงการ รายงาน ขอ ตกลง หรอื การเจรจาขอตกลงบางเรอ่ื ง ซงึ่ ถาเปด เผย กอ นเวลาอนั สมควร อาจจะทาํ ใหเ สยี ผลประโยชนแ กท างราชการ หรอื เกดิ ความปน ปว นทางเศรษฐกจิ หรือกระทบกระเทือนตอความสงบเรียบรอยภายในราชอาณาจักร หรือตอสัมพันธไมตรี กบั ตา งประเทศ เชน ก. แผนการปราบปรามผกู อ การราย ข. การตรากฎหมายที่เก่ียวกับภาษีอากรตาง ๆ หรือการตรากฎหมายเก่ียวกับ การเวนคืนอสังหารมิ ทรัพย เพื่อประโยชนใ นทางราชการ ค. การเจรจาขอ ตกลงทสี่ าํ คัญกับตางประเทศ ง. รายงานพฤติการณข องบุคคลทีไ่ มน า ไวว างใจ จ. รายงานเสนอการแตงตั้งถอดถอน หรือโยกยายขาราชการในตําแหนง ทีส่ าํ คญั มาก ó. ÅºÑ (CONFIDENTIAL) ไดแ ก ความลับท่มี ีความสาํ คญั เกี่ยวกับขาวสาร วตั ถุ หรอื บคุ คลซงึ่ ถา หากความลบั ดงั กลา วทง้ั หมดหรอื เพยี งบางสว นรวั่ ไหลไปถงึ บคุ คลผไู มม หี นา ทไ่ี ดท ราบ จะทําใหเกิดความเสยี หายแกป ระโยชนแหง รัฐ ตวั อยาง ชน้ั ลับ เชน - การดําเนนิ การเก่ยี วกับการตรากฎหมายท่สี ําคัญบางเรือ่ ง - การดาํ เนนิ การทจี่ ะมผี ลในการเปลย่ี นแปลง เพมิ่ เตมิ หรอื เลกิ ลม สว นราชการ หรอื ตําแหนงของทางราชการที่สําคญั ๆ - ระเบยี บวาระการประชมุ ลบั - ประกาศหรือคาํ สง่ั ที่สําคญั ท่ีอยใู นระหวา งดาํ เนินการ - การดําเนินการทางสายการทูต หรือกงสุล บางเรื่อง เชน การขออนุมัติแตงตั้ง ถอดถอน โยกยา ย หรือการขอความเหน็ ชอบ เพอื่ แตงตั้งผแู ทนทางการทูตหรอื กงสุล - ผลการวิจัยหรือกรรมวิธีการผลิตบางประเภทที่ตองใหความคุมครองในดาน การรักษาความปลอดภัยทางอตุ สาหกรรม - การสืบสวนประวัติและพฤติการณบุคคล เพ่ือวัตถุประสงคในการมอบ ความไวว างใจ - เอกสารเก่ียวกับการจัดหา การคัดเลือก การสอบ การบรรจุ การแตงต้ัง การเลอ่ื นหรอื ลดตาํ แหนง การเลอื่ นชนั้ หรอื อนั ดบั เงนิ เดอื น การโยกยา ย ปลดหรอื พจิ ารณาทณั ฑบ คุ คล ซึง่ ถา เปด เผยกอ นเวลาอนั สมควรจะเกดิ ความเสียหายตอ ทางราชการ
๑๒๑ ¡Òû¯ÔºμÑ àÔ ¡ÂèÕ Ç¡ºÑ àÍ¡ÊÒÃÅѺ ñ. ¡Ò÷ÐàºÕ¹àÍ¡ÊÒÃÅºÑ สว นราชการตอ งลงหลกั ฐานในทะเบยี นเอกสารลบั เพอื่ ควบคมุ การรบั การดาํ เนนิ การ การสงการเก็บรักษา และการแจกจายเอกสารลับ ใหเปนไปโดยถูกตอง และใหหัวหนาสวนราชการ ดังกลาวแตงต้ังนายทะเบียนขอมูลขาวสารลับและผูรวมทําหนาท่ีและไดผานการตรวจสอบประวัติ และพฤตกิ ารณต ามชนั้ ความลบั ทจี่ าํ เปน ตอ งปฏบิ ตั ิ เปน เจา หนา ทค่ี วบคมุ รบั ผดิ ชอบเรยี กวา “นายทะเบยี น ขอ มลู ขาวสารลับ” และจะแตง ต้งั “ผชู ว ยนายทะเบียนขอ มลู ขาวสารลับ” ตามความเหมาะสมดวยก็ได กรณกี ารสง ทางโทรคมนาคมใหป ฏบิ ตั ติ ามคาํ แนะนาํ ขององคก ารรกั ษาความปลอดภยั ¢ŒÍ ôñ ในกรณีท่ีเจาหนาท่ีสารบรรณทราบวาขอมูลขาวสารที่รับไวเปนขอมูล ขาวสารลบั ใหรีบสง ขอมลู ขา วสารลับดังกลา วใหแ กนายทะเบียนขอมลู ขา วสารลับ ¢ÍŒ ôò ใหนายทะเบียนขอมูลขาวสารลับลงชื่อในใบตอบรับแลวคืนใบตอบรับนั้น แกผูนําสงหรือจัดสงใบตอบรับคืนแกหนวยงานของรัฐที่เปนผูสง และลงทะเบียนขอมูลขาวสารลับ กอนทีจ่ ะดาํ เนินการอยา งอื่น ในกรณีท่ีผูรับไมสามารถดําเนินการเกี่ยวกับขอมูลขาวสารลับตอไปไดใหผูรับนํา ขอมูลขาวสารลับท่ีไดรับไปเก็บรักษาไวในท่ีปลอดภัยตามระเบียบการเก็บรักษาขอมูลขาวสารลับ ที่หนวยงานของรฐั น้ันกาํ หนด ¢ÍŒ ôó ในกรณีที่เปนการสงแกผูรับตามจาหนา ใหผูรับตามจาหนาแจงตอ นายทะเบียนขอ มูลขาวสารลบั เพ่อื ใหล งทะเบยี นในทะเบยี นขอมลู ขา วสารลบั โดยไมช ักชา ʋǹÊÃ»Ø หนงั สอื ราชการของสาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาติ จะตอ งปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บวา ดว ยการรกั ษา ความลบั ของราชการ พ.ศ.๒๕๔๔ โดยจะตอ งมกี ารแตง ตั้งนายทะเบียนขอมลู ขา วสารลบั และผูชว ย นายทะเบยี นขอมลู ขา วสารลับ เพื่อทําหนาที่ควบคมุ รับผดิ ชอบการปฏบิ ตั ิ
๑๒๒
๑๒๓ º··èÕ ö ¡ÒÃËҧáÅСÒÃà¢Õ¹˹§Ñ Ê×ÍÃÒª¡Òà ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤ เพ่ือใหผ ูเ รียนสามารถเขยี นหนงั สอื ราชการได ÊÇ‹ ¹นาํ การเขียนหนังสือราชการ ผูปฏิบัติจะตองรูหลักในการเขียนหนังสือวาเขียนเรื่องอะไร เขียนถงึ ใคร เขยี นทําไม เขยี นอยางไร ¡ÒÃà¢ÂÕ ¹Ë¹§Ñ ÊÍ× ÃÒª¡Òà ˹ѧÊ×ÍÃÒª¡Òà จะมีหลักในการเขียนท่ีมีลักษณะถอยคําสํานวนคอนขางเปนทางการ มีแบบของหนังสือกําหนดไว แตกตางจากหนังสือสวนตัวซ่ึงจะเปนอิสระตามลีลาของผูเขียน แตอยางไรก็ตามถึงแมหนังสือราชการจะมีแบบหรือหลักกําหนดไว การเขียนหนังสือของผูเขียน แตล ะคนกอ็ าจจะแตกตา งกนั ไปตามถอ ยคาํ สาํ นวนหรอื ลลี าของแตล ะคน กไ็ มไ ดถ อื วา เปน การเขยี นนน้ั ผดิ ถาอยูภายใตกรอบของหลกั เกณฑที่มีการกําหนดไว ¡ÒÃà¢Õ¹˹ѧÊ×ÍÃÒª¡Òà ที่ประมวลมาสรุปในที่นี้จะกลาวเพียง ๒ เร่ือง คือ ¨´ËÁÒ ÃÒª¡ÒÃËÃÍ× Ë¹Ñ§ÊÍ× ÀÒ¹͡ ตามท่ีกําหนดในระเบยี บสํานกั นายกรัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณกับ หนังสอื ภายในหรือบันทกึ ขอ ความ ñ. ËÅ¡Ñ ã¹¡ÒÃà¢ÂÕ ¹Ë¹Ñ§Ê×ÍÃÒª¡ÒÃÀÒ¹͡ ˹ѧÊ×ÍÀÒ¹͡ คือ หนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธีโดยใชกระดาษตราครุฑ เปน หนงั สอื ตดิ ตอ ระหวา งสว นราชการ หรอื สว นราชการมถี งึ หนว ยงานอน่ื ใดซง่ึ มใิ ชส ว นราชการ หรอื ที่ มีถึงบุคคลภายนอก ¡ÒÃà¢Õ¹¨ÐμÍŒ §à¢ÂÕ ¹ãËŒÁÕ¤ÇÒÁ¶Ù¡μŒÍ§ àËÁÒÐÊÁ áÅÐÁ¤Õ ÇÒÁÊÁºÙó ถูกตอ ง คือถูกตองในรูปแบบเหมาะสมในถอยคําสํานวนหรือลีลา และสุดทายท่ีสําคัญตองมีความสมบูรณ ในเนื้อหาสาระและมีประสิทธิผลสื่อสารไดอยางเขาใจความหมายและบรรลุวัตถุประสงค ในสวนของ รปู แบบจะไมก ลา วถงึ ซา้ํ เพราะอยใู นสว นของระเบยี บงานสารบรรณทไ่ี ดส รปุ ไวแ ลว ในตอนตน ของหนงั สอื แตจ ะกลา วถงึ วธิ กี ารเขยี น ซึง่ มีหลกั วา ¨ÐμÍŒ §à¢ÂÕ ¹ãËŒà¢ÒŒ 㨤ÇÒÁËÁÒ à¢Õ¹ã˺Œ ÃÃÅØÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤ áÅÐà¢ÂÕ ¹ãËàŒ ¡´Ô ¼Å´Õ สว นจะทาํ อยา งไรการเขยี นถงึ จะเขา เปา หมายตามหลกั ทกี่ ลา วนนั้ กอ นการเขยี น ก็ตองตั้งสติและคิดกอนวาจะเขียน àÃ×èͧÍÐäà à¢Õ¹¶Ö§ã¤Ã à¢Õ¹ทําäÁ áÅШÐà¢Õ¹Í‹ҧäà ô »ÃСÒà สว นเมอื่ ไรกบั เขยี นทไี่ หน เปน เรอื่ งของแตล ะคนเกย่ี วกบั อารมณแ ละเวลาไมร วมอยใู นเรอื่ งน้ี
๑๒๔ การเขยี นใหเ ขา ใจความหมาย ประกอบดว ย เขา ใจงา ย เขา ใจตรงกนั และตรงประเดน็ ทีต่ อ งการ เมื่อหนังสือเปน ตัวสื่อความหมาย จะเขียนใหเขาใจยากไมได ตองชดั เจนไมคลุมเครือ หรอื แปลความไปไดห ลายทาง หรอื เกดิ ขอ สงสยั ในใจของผอู า นวา หมายความวา อะไรหรอื เมอื่ ผอู า นๆ แลว กย็ งั คงคดิ อยวู าเขยี นมาทําไม ถาเปน เชนนน้ั แสดงวาหนังสือทเ่ี ขยี นไมด ีไมช ัดเจน ·ÕÇè Ò‹ ª´Ñ ਹ¹Ñé¹ ¤Í× à¹×Íé ¤ÇÒÁ·ÕÍè Ò‹ ¹áÅÇŒ à¢ÒŒ ã¨ä´·Œ ¹Ñ ·Õ äÁμ‹ ŒÍ§μÕ¤ÇÒÁ ¡ÒÃà¢ÂÕ ¹ã˺Œ ÃÃÅÇØ μÑ ¶»Ø ÃÐʧ¤ ตอ งสอ่ื ใหผ อู า นเขา ใจชดั เจนวา ผเู ขยี นตอ งการอะไร จะโนมนาวใหผูอานคลอยตามไดอยางไร โดยหวังผลในหนังสือที่สื่อสารไปใหน้ัน เชน ¶ŒÒμŒÍ§¡Òà ãËŒà¢Ò·ÃÒº¡çŧ·ŒÒÂä»ãËŒªÑ´à¨¹Ç‹Ò “¨Ö§àÃÕ¹ÁÒà¾è×Í·ÃÒº” ËÃ×Í “¨Ö§àÃÕ¹ÁÒà¾×èÍâ»Ã´·ÃÒº” ถา ตอ งการใหท ราบและถอื ปฏบิ ตั กิ ต็ อ งชดั เจนวา ทราบในเรอื่ งอะไรและจะตอ งปฏบิ ตั อิ ยา งไร ถา ตอ งการ ใหเ ขาเขา ใจกต็ อ งอธบิ ายใหช ดั เจนอะไรเปน อะไร ¶ÒŒ μÍŒ §¡ÒÃãËàŒ ¢Ò¾¨Ô ÒÃ³Ò ยงิ่ ตอ งชดั เจนวา เรอื่ งราว หรือที่มาท่ีไปของเร่ืองเปนอยางไรและจะใหพิจารณาในประเด็นหรือในเร่ืองอะไร ถามีหลายประเด็น ควรแยกประเด็นเปนขอๆ ใหชัดเจน แลวลงทายไปดวยวา “¨Ö§àÃÕ¹ÁÒà¾×èÍâ»Ã´¾Ô¨ÒóҔ ¶ÒŒ ໹š àÃÍ×è §¡ÒâͤÇÒÁªÇ‹ ÂàËÅÍ× ËÃÍ× ¢Í¤ÇÒÁÃÇ‹ ÁÁÍ× ตอ งชดั เจนวา จะขอความรว มมอื หรอื ขอความ ชว ยเหลอื หรอื ขอความชว ยเหลอื ในเรอ่ื งอะไร จดหมายลกั ษณะนจี้ ะตอ งเขยี นดว ยความสภุ าพ ออ นนอ ม และจะตองขอบคุณ เขาไปลวงหนาดวยเพ่ือหวังใหหนังสือบรรลุจุดประสงค สําËÃѺ¡Ã³Õ໚¹àÃ×èͧ ¢Í͹ØÁμÑ Ô ตอ งชี้แจงเหตผุ ลความจาํ เปน อางองิ ความถกู ตอ งเหมาะสมตา งๆ ไปดวยเพือ่ ความเชือ่ มั่น ของผูพิจารณาและโนมนาวใหผูพิจารณาเห็นดวย และตองระบุจุดประสงคลงทายใหชัดเจนวา “à¾Í×è â»Ã´¾¨Ô ÒóÒ͹ÁØ μÑ ”Ô สว นถา เปน กรณที ผี่ พู จิ ารณาไมไ ดเ ปน ผมู อี าํ นาจอนมุ ตั แิ ตจ ะตอ งพจิ ารณา หรอื ใหค วามเหน็ ตอ ไปเพอ่ื เสนอผมู อี าํ นาจหรอื หนว ยงานตอ ไปพจิ ารณาและอนมุ ตั อิ กี ทหี นง่ึ กต็ อ งระบุ ไปใหช ดั เจน เชน “¨§Ö àÃÂÕ ¹àʹÍÁÒà¾Í×è â»Ã´¾¨Ô ÒóÒนาํ àʹÍ............ä´¾Œ ¨Ô ÒóÒ͹ÁØ μÑ μÔ Í‹ ä»´ÇŒ ” ¡ÒÃà¢Õ¹ãËŒà¡Ô´¼Å´Õ นอกจากบรรลุวัตถุประสงคตามที่กลาวขางตนแลว จะตอง อยา ลมื วา ตอ งเกดิ ผลดกี บั ทง้ั บคุ คลหรอื หนว ยงานของทง้ั ผอู อกหนงั สอื เองและบคุ คลหรอื หนว ยงานท่ี รบั หนงั สอื นนั้ ไมใ ชห วงั เปา หมายเพยี งอยา งเดยี วเพอื่ ใหบ รรลวุ ตั ถปุ ระสงคโ ดยไมส นใจผลกระทบทอ่ี าจ เกดิ ขน้ึ จากหนงั สอื ดงั กลา ว เชน จะทาํ หนงั สอื ทวงถามเอกสารแลว ไปเขยี นหนงั สอื วา “ä´àŒ ¤ÂÁËÕ ¹§Ñ ÊÍ× ·Ç§¶ÒÁÁÒËÅÒ¤çéÑ áÅÇŒ áμ·‹ Ò‹ ¹¡äç Á㋠ˤŒ ÇÒÁʹ㨷¨èÕ Ð´Òí à¹¹Ô ¡ÒÃáμ»‹ ÃСÒÃã´” เขยี นหนงั สอื เชน นี้ จะเปนการสรา งความรูสึกท่ีตอ ตาน สรา งความไมพอใจใหก บั ผูอ า น เนอ่ื งจากมีแนวโนม ไปในทางตดั ความสัมพันธระหวางกัน หนังสือราชการน้ันจะไมมีลักษณะท่ีเปนการตัดความสัมพันธระหวางกัน ตองรักษาความสัมพันธท่ีดีตอกันไวเสมอ อยาลืมวาผูรางเปนเพียงบุคคลท่ีปฏิบัติหนาที่แทน สวนราชการนั้นๆ เทาน้ัน ไมไดเปนเจาของกิจการเอง μŒÍ§ÃÑ¡ÉÒʶҹÀÒ¾¤ÇÒÁ໚¹Í§¤¡Ã¢Í§ ʋǹÃÒª¡Òùéѹæ àÊÁÍ และอีกประการความสุภาพของภาษาหนังสือตองคงใหมีอยูเสมอ ในหนงั สือทเี่ ขียนน้ัน
๑๒๕ ËÅ¡Ñ ã¹¡ÒÃà¢ÂÕ ¹Ë¹Ñ§ÊÍ× ÃÒª¡Ò÷´èÕ Õ (ñ) à¢Õ¹àÃÍ×è §ÍÐäà การเขียนหนังสือ ผูเขียนตองรูกอนวาเรื่องที่เขียนน้ันเปนเรื่องอะไร เพ่ือจะไดสื่อ ความหมายไดชัดเจน ตรงกับเรื่องท่ีตองการจะส่ือสารไปถึง หนังสือท่ีเขียนน้ันจะไดมีสาระครบถวน ตามทตี่ อ งการและจะไดล งความยอ เปนชอ่ื เรอื่ งไดอยางถกู ตองดว ย (ò) à¢Õ¹¶§Ö ã¤Ã เพ่ือจะไดระบุคําข้ึนตนคําลงทายไดอยางถูกตอง และใชถอยคําสํานวนไดอยาง เหมาะสมกับฐานะของผูรับหนังสือซึ่งจะเปนผลดีกับทั้งบุคคลและหนวยงานท่ีออกหนังสือน้ันเอง คาํ ข้นึ ตนและคําลงทา ย ระเบียบสาํ นกั นายกรฐั มนตรวี าดวยงานสารบรรณ ไดกําหนดหลักเกณฑของ การใชค าํ ไวต ามฐานะของบคุ คลแลว ดไู ดจ ากÀÒ¤¼¹Ç¡·ÒŒ ÂÃÐàºÂÕ º สว นถอ ยคาํ สาํ นวนนน้ั ถา à¢ÂÕ ¹¶§Ö ¼ÊŒÙ §Ù È¡Ñ ´ËìÔ ÃÍ× ¼·ŒÙ ÁÕè μÕ Òí á˹§‹ ʧ٠ÍÂÒ‹ §ÁÒ¡ ควรใชถ อ ยคาํ สาํ นวนออ นนอ มใหม ากๆ เชน “จงึ ขอประทาน กราบเรยี นมาเพอื่ โปรดพจิ ารณา” “ขอความกรณุ าไดโ ปรด” “จะเปน พระคณุ ยง่ิ ” เปน ตน à¢ÂÕ ¹¶§Ö ¼ãŒÙ ËÞ‹ ควรใชถ อ ยคาํ สาํ นวนออ นนอ ม เชน “จงึ เรยี นมาเพอื่ ขอไดโ ปรดพจิ ารณา” “จงึ เรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ” “จะเปนพระคุณมาก” เปนตน à¢Õ¹¶Ö§ºØ¤¤ÅËÃ×ÍμíÒá˹‹§ÃдѺàÊÁ͡ѹ ควรใชถอยคําสํานวน ทส่ี ภุ าพมาก ใชค าํ วา “โปรด” “จงึ เรยี นมาเพอ่ื ทราบ” “จะขอขอบคณุ มาก” à¢ÂÕ ¹¶§Ö º¤Ø ¤ÅËÃÍ× ¼»ŒÙ ¯ºÔ μÑ §Ô Ò¹·ÇèÑ ä» ใชถ อ ยคาํ สภุ าพ เชน “โปรดพจิ ารณา” “เรยี นมาเพอื่ ทราบ” “ขอขอบคณุ ” เปน ตน ถา เปน กรณี à¢ÂÕ ¹¶§Ö ¼ãÙŒ μŒºÑ§¤ºÑ ºÑÞªÒ ใชถอ ยคาํ สาํ นวนธรรมดา เชน “ขอให” “เรยี นมาเพื่อทราบ” ถอ ยคําสาํ นวนทีก่ ลาวน้ี กเ็ ปน เพยี งพน้ื ฐานเทา นนั้ ถา ผเู ขยี นโดยใชถ อ ยคาํ สาํ นวนทอ่ี อ นนอ มอยา งมาก มากกวา แนวทางทวี่ า น้ี กเ็ ปน เรอื่ งของลลี าหรอื เทคนคิ ของแตล ะบคุ คล แตพ งึ ระมดั ระวงั ไวด ว ยวา อยา ใหก ลายเปน การประจบ ประแจงหรอื ยกยอเกนิ ความเหมาะสม หรอื เกินความเปน จริง ซง่ึ อาจจะทําใหไ มเกิดผลดีได (ó) à¢ÂÕ ¹ทาํ äÁ ก็เพ่ือใหบรรลุเปาหมายและวัตถุประสงค หรือเกิดผลตามความตองการ ดังน้ัน ตอ งนกึ ถงึ ความประสงคก อ นวา เพอ่ื ใหเ กดิ ผลอะไรอยา งไร เชน เพอื่ ใหท ราบ เพอื่ ใหท ราบและถอื ปฏบิ ตั ิ เพอื่ ใหพ ิจารณา เพอื่ ใหค วามรว มมือ ดใู นหัวขอการเขยี นใหบรรลุวตั ถปุ ระสงค (ô) à¢ÂÕ ¹Í‹ҧäà ประเด็นนี้สาํ คัญ และความยากอยูทป่ี ระเด็นน้ี หลักของการเขยี นจะอยทู ่ี ñ. ¶Ù¡μŒÍ§ คือ ถูกตองในรูปแบบและถกู ตอ งในภาษาทีใ่ ช ๑.๑ ถูกตองในรูปแบบ แบบของหนังสือภายนอกหรือจดหมายราชการนั้น มีโครงสรางแบงเปนสวนๆ คือ ʋǹËÑǨ´ËÁÒÂËÃ×ÍËÑÇàÃ×èͧ ʋǹ¢ŒÍ¤ÇÒÁซึ่งประกอบดวยเหตุ ทมี่ ีหนังสอื ไปกบั จุดประสงคข องเรอ่ื งหรอื หนังสือ และสว นทา ยเร่อื ง ¡ÒÃà¢ÂÕ ¹Ë¹§Ñ Ê×ÍÃÒª¡Ò÷è¶Õ Ù¡μŒÍ§ (ñ) ¶¡Ù μŒÍ§ã¹ÃٻẺ “ʋǹËÑÇàÃÍè× §”
๑๒๖ ท.ี่ .รหสั พยญั ชนะและเลขทห่ี นว ยงานออกหนงั สอื .../...(เลขทห่ี นงั สอื ออก).....(หนว ยงาน/ทต่ี ง้ั ของหนว ยงาน....... .............(วนั ท่)ี ......................................................... เร่ือง...................................................... เรยี น..................................................... อา งถึง..................................................(ถาม)ี ... ส่งิ ท่ีสง มาดวย.......................................(ถา ม)ี ... ในสวน “เร่ือง” ตองระบุเปนประโยควา เร่ืองอะไร เปนการสรุปความพอใหเขาใจ ในเปา หมายของหนงั สอื ไมควรใชค ํานามหรอื กรยิ าลอยๆ โดยไมไดส่ือความหมายถงึ อะไร ตัวอยา ง ª×èÍàÃÍè× §·Õ´è Õ ªÍ×è àÃÍ×è §·ÕèäÁ‹´Õ เรอื่ ง ขออนญุ าตใชสถานทีจ่ ดั การแขง ขันกีฬา เรอื่ ง สถานทแ่ี ขงขนั กฬี า เรอื่ ง ผลการพิจารณาบําเหนจ็ ความชอบประจาํ ป. ....... เรอ่ื ง บําเหน็จความชอบ เรือ่ ง ขอซอ มเครื่องคอมพวิ เตอร เรอื่ ง คอมพวิ เตอร เร่อื ง มาตรการปองกนั หรอื ลดโอกาสในการสมยอมกนั เรอื่ ง การสมยอมกนั ในการเสนอราคา ในการเสนอราคา ¡ÒÃã˪Œ Í×è àÃÍè× §สาํ ËÃºÑ ¡ÒÃμͺ˹§Ñ ÊÍ× ไมค วรใชค าํ ขอของเขาไปตงั้ เปน ชอื่ เรอื่ งในหนงั สอื ที่ เราตอบกลบั เชน “เรอื่ ง ขออนญุ าตใชส ถานทจี่ ดั การแขง ขนั กฬี า” จะยกชอื่ เรอ่ื งของหนงั สอื ทขี่ อมาเปน ชอ่ื เรอ่ื งหนงั สอื ทตี่ อบกลบั ไมไ ด เพราะเขาลงเรอ่ื งเพอ่ื ขอมา เราพจิ ารณาและตอบกลบั จะใชช อื่ เรอ่ื งวา “เรอื่ ง ขออนญุ าตใชส ถานทจี่ ดั การแขง ขนั กฬี า” เชน เดยี วกนั ไมถ กู ตอ ง ควรตอ งใสค าํ วา “¡ÒÔ นาํ หนา ไวใ นเร่อื งดว ย คือ “เรอ่ื ง การขออนญุ าตใชสถานที่จดั การแขง ขนั กฬี า” หรือจะใชผ ลของการพจิ ารณา เปน ช่ือเรือ่ งก็ได ถา ผลนน้ั ไมใ ชก ารปฏเิ สธ เชน “เร่ือง อนญุ าตใหใ ชสถานท่ีในการจดั การแขง ขันกีฬา” แตถ าเปนการตอบปฏิเสธ ไมควรแจงผลไวในชือ่ เรือ่ งจะเปน การไมส รา งความสมั พนั ธอนั ดีตอกนั เชน ไมค วรใชช ่อื เรื่องวา “เรอ่ื งไมอ นุญาตใหใ ชส ถานที่จัดการแขงขันกฬี า” “àÃÕ¹” “¡ÃÒºàÃÕ¹” จะใชค าํ ใดดูท่ภี าคผนวก ทา ยระเบียบสาํ นกั นายกรฐั มนตรีวาดวย งานสารบรรณ ระบชุ ือ่ บคุ คลหรือตาํ แหนง ของบคุ คลที่มีหนงั สือไปถงึ (ò) ¶Ù¡μŒÍ§ã¹ÃٻẺ “ʋǹ¢ŒÍ¤ÇÒÁ” ñ. ʋǹáá¢Í§¢ŒÍ¤ÇÒÁ໚¹Ê‹Ç¹¢Í§à¹×éÍàÃ×èͧ·èÕáÊ´§¶Ö§àËμØ·ÕèÁÕ˹ѧÊ×Íä» เปน สว นทจ่ี ะตอ งบรรยายถงึ สาระสาํ คญั ของเรอ่ื ง ทมี่ าทไ่ี ป เหตทุ ม่ี หี นงั สอื ไป และอาจมผี ลตอ เนอื่ งของเหตุ
๑๒๗ ดังกลาวน้ันดวย แลวแตสาระสําคัญของเรื่องตางๆ สวนนี้อาจมีวรรคเดียวหรือหลายวรรค ก็แลวแต สาระของแตละเร่ือง สวนคําขึ้นตนเนื้อเร่ืองกรณีท่ีเปนเร่ืองใหมไมไดมีเร่ืองเดิมมาเกี่ยวของ หรอื อางถงึ หรอื ไมเ คยติดตอ กนั มากอน จะข้ึนตนโดยใชคาํ วา “´ÇŒ ” หรือ “à¹×èͧ¨Ò¡” μÑÇÍ‹ҧà¹Í×é àÃ×Íè §¢Í§¨´ËÁÒÂàÃèÍ× §ãËÁ‹ ดวย กรม..............................ไดเปดรับสมัครเพื่อสอบคัดเลือกบุคคลเขารับราชการ ในตาํ แหนง ..........................ในระหวา งวนั ท.่ี ........................รายละเอยี ดปรากฏตามสงิ่ ทส่ี ง มาดว ย “ดวยสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีไดเสนอเรื่อง มาตรการปองกันและลด โอกาสสมยอมกันในการเสนอราคา มาเพ่ือคณะรัฐมนตรีพิจารณา ความละเอียดปรากฏตาม หนังสอื ท่ีสง มาดว ย” “เน่ืองจากปรากฏวา มีสวนราชการบางแหงไดดําเนินการประกวดราคาซ้ือหรือจาง ตามระเบยี บสาํ นักนายกรฐั มนตรวี า ดว ยการพสั ดุ พ.ศ.๒๕๓๕ โดยมีการขายเอกสารประกวดราคา ใหแกผูสนใจไปแลว ตอมามีความจําเปนจะตองยกเลิกหรือเล่ือนการประกวดราคาออกไปโดยไมมี กาํ หนด ซงึ่ กอ ใหเ กดิ ความไมเ ปน ธรรมแกผ ทู ไี่ ดซ อ้ื เอกสารประกวดราคา แตไ มไ ดใ ชป ระโยชนเ พอ่ื การน”้ี ¢ŒÍ椄 à¡μ จดหมายเรื่องใหมขน้ึ วา “´ŒÇ” หรอื “à¹Í×è §¨Ò¡” จะไมม ีคําวา “นนั้ ” ลงทายวรรค สว น ถาเปนจดหมายท่ีมกี ารอา งอิงเร่ืองเดิม จะข้ึนตนดวย “μÒÁ” “μÒÁ·Õè” หรือ “Í¹ÊØ ¹¸Ô” จะมคี าํ วา “¹Ñé¹” ปด ทา ยวรรค μÒÁ·Õè ..กรม..................ไดจัดใหมีการฝกอบรมพัฒนาบุคลากรหลักสูตร.............ข้ึน ในระหวางวันท่.ี .....................................¹é¹Ñ μÒÁหนงั สอื ทอี่ า งถงึ แจง ใหก รม......................ดาํ เนนิ การจดั สง เอกสาร...................... ใหแ ก........................................เพ่อื ......................................น้นั “μÒÁ·Õèขอใหสํานักงานตรวจเงินแผนดินเสนอความเห็นเกี่ยวกับปญหาการปฏิบัติ ตามมาตรการปองกันและลดโอกาสสมยอมกันในการเสนอราคา รวม ๒ ประการ ความละเอียด ตามหนังสอื ที่อา งถึง¹¹Ñé ”
๑๒๘ จดหมายราชการจะอา งถงึ เหตทุ ม่ี จี ดหมายไป เพอ่ื เปน การเกรนิ่ นาํ สาํ หรบั เหตทุ ม่ี จี ดหมาย ไปนั้น อาจเปนกรณีท่ีปรากฏขอเท็จจริงอยางหน่ึงอยางใดเกิดข้ึน จึงจําเปนตองมีจดหมายไปหา กลา วคอื เปน เหตเุ กดิ จากฝา ยผเู ขยี นจดหมายเอง ËÃÍ× อาจเกดิ จากเหตขุ องผทู เี่ รามจี ดหมายไปถงึ ËÃÍ× อาจเปนกรณเี หตเุ กดิ จากบคุ คลภายนอก ËÃÍ× เหตุท่ีอางจากเหตุการณท ปี่ รากฏขึ้นอยางใดอยางหนึง่ ก็ได เชน ดว ยไดป รากฏเหตแุ ผน ดนิ ไหวเกดิ ขน้ึ บรเิ วณ................................................................................... ตามทที่ า นไดข อให กรม................................................ดาํ เนนิ การ............................................นน้ั ในสว นของเนอื้ เรอ่ื งบางเรอื่ งทม่ี เี นอ้ื หาสาระมาก บางครง้ั นอกจากเนอื้ เรอ่ื งในสว นทเ่ี ปน ทมี่ าทไี่ ป หรอื เหตทุ ม่ี หี นงั สอื ไปแลว อาจจะตอ งมกี ารกลา ว ÍÒŒ §¶§Ö àËμ·Ø àèÕ »¹š ¼Å ทจี่ ะนาํ ไปสสู ง่ิ ทต่ี อ งการ นาํ เสนอใหพ จิ ารณา หรอื สงิ่ ทต่ี อ งการนาํ เสนอใหท ราบ หรอื อาจตอ งแสดงขอ กฎหมายหรอื หลกั เกณฑ ในการพจิ ารณาตา งๆ อาจแบง เปน สองวรรคกไ็ ด หรอื รวมไวใ นสว นทา ยของเนอื้ เรอ่ื ง หรอื สว นหวั ของ จุดประสงคของเร่ืองก็ไดอยูที่ความเหมาะสม แตตองใหชัดเจนในสาระมีความหรือเน้ือหาเชื่อมโยง สอดรบั กันไดอ ยางสมบูรณ เชน “ดว ยสํานักงานปลัดสาํ นกั นายกรฐั มนตรี ไดเ สนอเรอ่ื ง มาตรการปอ งกนั และลดโอกาส สมยอมกันในการเสนอราคา มาเพ่ือคณะรัฐมนตรีพิจารณา ความละเอียดปรากฏตามหนังสือ สงิ่ ทสี่ ง มาดวย คณะรฐั มนตรีไดประชมุ ปรกึ ษาเม่อื วนั ท่.ี ........................................แลวมมี ติวา (๑) ...............................................................................................................” “ตามทไ่ี ดแ จงมติคณะรัฐมนตรีเกีย่ วกับเร่อื ง..................มาเพื่อทราบและถอื ปฏิบตั นิ ั้น บัดนี้ สํานักนายกรัฐมนตรี ไดเสนอหลักเกณฑ.................เพิ่มเติมวิธีปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี ขางตน ดังน”ี้ ตามหนังสือท่ีอางถึง แจงใหกรม....................ดําเนินการจัดสงเอกสาร..................... ใหแ ก. ........................................เพือ่ .......................................น้นั เนอ่ื งจากกรม............................ไดต รวจสอบแลว ปรากฏวา เอกสารดงั กลา ว มไิ ดอ ยใู น ความครอบครองของกรม
๑๒๙ การใชค าํ ปดทา ยเนอ้ื เรอ่ื งวา “¤ÇÒÁ·ÃÒºáŌǹéѹ” “¤ÇÒÁÅÐàÍÕ´·ÃÒºáŌǹÑé¹” หรือ “ÃÒÂÅÐàÍÕ´´Ñ§·Õè·‹Ò¹·ÃÒºÍÂÙ‹áŌǹÑé¹” เพื่อเปนการยอโดยไมตองเขียนซํ้าความของท่ีมาอีก μŒÍ§ ªÑ´à¨¹Ç‹Òä´Œ·ÃÒºáŌǨÃÔ§ ถาเปนกรณีเราตอบหนังสือกลาวอางจากท่ีมาของหนังสือของเขา เราใช คําวา “·ÃÒºáÅÇŒ ¹Ñ¹é ” ไมม ีปญ หาเพราะเราบอกวาเราทราบ แตถาเปน หนงั สอื ทีเ่ รามีไปถึงเขา จะใช คาํ วา “´Ñ§ÃÒÂÅÐàÍÂÕ ´ μÒÁ··Õè Ò‹ ¹·ÃÒºÍÂÙ‹áŌǹÑé¹” ตอ งแนใ จหรอื ชดั เจนวาเขาทราบ คอื ตอ งเปน เรอ่ื งทเ่ี กีย่ วขอ ง เขาและเราตอ งทราบ หรอื เปนเรื่องท่ีปรากฏเปน การทั่วไปทกุ คนทราบ หรอื เปน เรอื่ ง ของหลักเกณฑหรือกฎหมายทีใ่ ชบังคบั เปน การท่ัวไป ò. ʋǹËÅѧ¢Í§¢ŒÍ¤ÇÒÁáÊ´§¨Ø´»ÃÐʧ¤¢Í§àÃ×èͧ สวนน้ีคือ เปาหมายของหนังสือ หรือจดหมายท่ีเขียนตองชัดเจนถึงความมุงหมายความตองการวามีจดหมายไปเพื่ออะไร ตองการ ใหผ รู บั ทาํ อะไรหรอื ทาํ อยา งไร เชน เพอื่ ใหท ราบ เพอื่ ใหน าํ เสนอตอ ไป เพอ่ื ใหพ จิ ารณา หรอื เพอื่ ใหถ อื เปน หลกั ปฏบิ ตั ิ เพอื่ ใหด าํ เนนิ การ หรอื เพอ่ื ใหอ นมุ ตั ิ กต็ อ งชดั ในประเดน็ “ÍÐäÔ หรอื “ÍÂÒ‹ §äÔ ดว ย การเขียนจุดประสงคท่ีมีหนังสือไปสําหรับหนังสือที่มีขอความยาว ควรยอหนา ขน้ึ บรรทดั ใหมแ ยกตา งหากจาก “àËμ·Ø ÁèÕ ËÕ ¹§Ñ ÊÍ× ä»” ไมค วรรวมไวด ว ยกนั เพอื่ จะไดแ สดงความชดั เจน และสมบูรณเพราะบางเร่อื งอาจตองมีการใหข อมูลในเร่ืองของเหตุผลหรือขอมลู ตา งๆ ประกอบดว ย μÑÇÍÂÒ‹ §¨´Ø »ÃÐʧ¤¢Í§àÃèÍ× § “ดว ยสํานักงานปลัดสํานกั นายกรัฐมนตรีไดเ สนอเรอื่ ง มาตรการปองกนั และลดโอกาส สมยอมกันในการเสนอราคา มาเพ่ือคณะรัฐมนตรีพิจารณา ความละเอียดปรากฏตามหนังสือ ทสี่ งมาดว ย คณะรัฐมนตรไี ดประชมุ ปรกึ ษาเมอื่ วนั ท่ี.....................................แลว มีมตวิ า (๑) .............................................................................................................. ¨§Ö àÃÂÕ ¹ÁÒà¾Íè× â»Ã´·ÃÒº áÅТÍä´âŒ »Ã´á¨§Œ ãËÊŒ Ç‹ ¹ÃÒª¡ÒÃáÅÐÃ°Ñ ÇÊÔ ÒË¡¨Ô ã¹Ê§Ñ ¡´Ñ ä´Œ·ÃÒºáÅж×Í»¯ºÔ μÑ Ôμ‹Íä»´ÇŒ  ตามหนงั สอื ทอี่ า งถงึ แจง ใหก รม.......................ดาํ เนนิ การจดั สง เอกสาร........................ ใหแก. .........................................เพือ่ ................................................นั้น เนื่องจากกรม..........................ไดตรวจสอบแลวปรากฏวาเอกสารดังกลาวมิไดอยู ในความครอบครองของกรม.................¡ÃÁ¨§Ö äÁÍ‹ Ò¨¨´Ñ ʧ‹ àÍ¡ÊÒô§Ñ ¡ÅÒ‹ ÇãË¡Œ ºÑ ·Ò‹ ¹ä´μŒ ÒÁ·¢èÕ ÍÁÒ จึงเรียนมาเพ่ือโปรดทราบ และหากทานมีขอสงสัยประการใด กรุณาสอบถาม รายละเอยี ดไดท.ี่ ...........................................................................................
๑๓๐ โดยปกตจิ ะใชค าํ วา “¨§Ö ” นาํ หนา แลว ตอ ดว ยจดุ ประสงคท จี่ ะใหผ รู บั จดหมายทาํ อะไรหรอื อยางไร จงึ เรยี นมาเพอ่ื โปรดพจิ ารณา จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดพิจารณาและดําเนินการตอ ไปดว ย จักเปน พระคณุ ยง่ิ จงึ เรียนมาเพอ่ื โปรดพิจารณาใหก ารอนุเคราะหใ นครั้งนด้ี ว ย จักเปน พระคณุ ยิง่ จึงเรยี นมาเพ่อื ทราบ จึงเรยี นซักซอ มความเขาใจมาเพือ่ โปรดทราบ ¡ÒÃãªคŒ าํ ÇÒ‹ “¨§Ö ” 㹨´Ø »ÃÐʧ¤¢ ͧàÃÍ×è §นน้ั จะนาํ ไปไวต ดิ กบั เนอื้ เรอื่ งตอ จากคาํ วา นนั้ ไมไ ด μÇÑ ÍÂÒ‹ §àª¹‹ ตามท่ที า น.................................ไดเสนอขอใหพ จิ ารณาเรอ่ื ง.................................นัน้ จงึ เรยี นมาเพือ่ แจงใหทานทราบวา.............................................................................. ทต่ี อ กนั ไมไ ดเ พราะจบดว ย “นน้ั ” เปน เพยี งแสดงทม่ี าทไี่ ปยงั ไมไ ดอ า งถงึ àËμ·Ø นèÕ าํ ä»Ê¼‹Ù Å ของเร่ืองที่ใชคําวา “จึง” มาแสดงจุดประสงคของเร่ือง ดังนั้น นอกจากที่มาแลวตองแสดงเหตุ อนั เปน ทมี่ าของผลไวด ว ย ดงั เชน ตามตวั อยา ง “เสนอขอใหพ จิ ารณา” ตอ งแสดงถงึ เหตทุ น่ี าํ ไปสผู ลดว ย คือ “ไดพิจารณาแลวเปนอยา งไร” แลวคอยปดดว ย “จงึ ” .....อยา งไร........ μÇÑ Í‹ҧ¨Ø´»ÃÐʧ¤¢Í§àÃèÍ× § คาํ แจง จงึ เรียนมาเพ่อื ทราบ, จึงเรยี นมาเพอ่ื โปรดทราบ จงึ เรยี นมาเพ่อื ทราบและขอไดโ ปรดแจง ให. ....................ทราบตอ ไปดวย จงึ ขอแจง มาเพอื่ ทราบ คําขอ จงึ เรียนมาเพือ่ โปรดพจิ ารณาอนมุ ัติ จึงเรียนมาเพอื่ โปรดนาํ เสนอ............................พิจารณาตอไปดวย จึงเรียนมาเพอื่ ขอไดโ ปรดใหความรวมมือตามสมควรดว ย จงึ เรียนมาเพอ่ื กรุณาพจิ ารณา หากเหน็ สมควรไดโ ปรดอนุมัติในขอ ..........
๑๓๑ จึงเรยี นมาเพือ่ โปรดพิจารณาใหก ารอนเุ คราะหในครั้งนี้ดวย จกั ขอบคุณย่งิ คาํ ซกั ซอม จึงขอเรยี นซอมความเขาใจมาเพื่อถอื เปน หลักปฏิบตั ติ อไป คาํ ยนื ยัน จงึ ขอเรยี นยนื ยนั มาเพื่อทราบ คําชแ้ี จง จึงเรียนช้แี จงมาเพื่อทราบ จงึ เรยี นชแี้ จงมาเพอื่ โปรดเขา ใจตามนีด้ วย คาํ กาํ ชบั จงึ เรยี นมาเพ่ือจักไดป ฏบิ ตั ิตาม โดยเครงครดั ตอ ไป จึงเรียนมาเพอ่ื โปรดกําชับเจา หนา ทใี่ หระมัดระวงั มใิ หเกิดกรณเี ชนน้ีข้นึ อกี คําเตือน จึงขอเรียนเตือนมาเพ่อื โปรดดาํ เนนิ การเร่อื งน้ีใหเสร็จโดยดว นดว ย จงึ ขอแจงเตือนมาเพื่อทราบ คาํ ถาม จงึ เรียนมาเพอื่ ขอทราบวา คาํ หารือ จงึ ขอเรียนหารือวา จงึ เรยี นมาเพ่ือขอไดโปรดนาํ เสนอ พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั และแจง ผล ใหทราบดว ย จกั ขอบคุณยงิ่ คาํ สง่ั จงึ เรียนมาเพื่อถือเปนหลกั ปฏิบตั ิตอ ไป จงึ เรยี นมาเพอื่ ดําเนนิ การตอ ไป คาํ แจง /คาํ ส่งั จึงเรยี นมาเพื่อทราบ และถือเปนหลกั ปฏบิ ตั ิตอ ไป ¡ÒÃ㪌คาํ “¢Íº¤³Ø ” โดยทป่ี ระเพณใี นสงั คม การมมี ารยาททด่ี ี มคี วามสภุ าพออ นนอ ม เปน สง่ิ ทด่ี สี ามารถสรา ง แรงจงู ใจโนม นา วความรสู กึ ใหผ ทู เ่ี ราตดิ ตอ สอ่ื สารดว ย เหน็ ดว ยกบั สง่ิ ทเี่ ราขอหรอื เสนอ ดงั นน้ั ในกรณที ี่ จะตองมกี ารขออนเุ คราะห ขอความชว ยเหลอื หรือมีคาํ ขอใดๆ จากผูใดกต็ ามควรเขียน “คําขอบคุณ” ประกอบดว ย เชน “จักขอบคุณมาก” “จักขอบคุณย่ิง” “จงึ ขอขอบคุณมา ณ ที่น”ี้ “ขอขอบคณุ ลวงหนา มา ณ โอกาสนี้” เปนตน ¡ÒÃà¢Õ¹˹§Ñ ÊÍ× μͺ»¯àÔ Ê¸ ¡ÒÃμͺ»¯àÔ Ê¸¤Òí ¢Í ควรตอบหนงั สอื ดว ยความสภุ าพนมุ นวล อา งเหตขุ ดั ขอ งทไี่ มส ามารถ ใหไดไวดวยตามสมควร และควรขออภัยโดยแสดงน้ําใจตอทาน เชน “โอกาสหนาหากไมมีขอขัดของ ประการใดก็จักพิจารณาใหความรวมมือดวยความยินดี” สวนถาเปนการตอบปฏิเสธคําขอซ่ึงเปนไป ตามกฎหมาย ไมจาํ เปนตอ งขออภัยหรือแสดงน้าํ ใจแตป ระการใด ¡ÒÃμͺ»¯àÔ Ê¸¡ÒÃãËŒ ควรเขยี นขอบคณุ และอา งเหตผุ ลทไี่ มอ าจรบั ไดแ ละขอไวเ ปน โอกาส อ่ืนตอไป
๑๓๒ ¡ÒÃà¢ÂÕ ¹Ë¹§Ñ ÊÍ× ¢Í¤ÇÒÁª‹ÇÂàËÅÍ× เพื่อท่ีจะใหการขอเปนผลสําเร็จ ควรเขียนใหสุภาพมากๆ เน้ือความเช่ือมโยงมีเหตุผล สัมพันธกันและสมเหตุสมผล โดยตองบอกความจําเปนหรือความตองการท่ีขอ ยกยองผูที่เราขอ ตามสมควร ช้ีผลอันนาภาคภูมิใจท่ีเขาจะไดรับหากชวยเหลือเรา และตั้งความหวังไวดวยวาจะไดรับ ความกรุณาจากเขาโดยขอขอบคุณไปลวงหนา (ó) ¶¡Ù μÍŒ §ã¹Ã»Ù Ẻ “ʋǹ·ŒÒÂàÃè×ͧ” เปนสวนของ “คําลงทาย” ลงตามฐานะตําแหนงของผูท่ีเรามีหนังสือหรือจดหมาย ไปถึงดรู ายละเอียดไดจ ากภาคผนวกทา ยระเบียบสาํ นกั นายกรัฐมนตรี วา ดวยงานสารบรรณ และเปน สวนของลายมือช่ือ ชื่อ และตําแหนง ของผูออกหนังสือหรือจดหมาย ชื่อสวนราชการเจาของเร่ือง หมายเลขโทรศัพท โทรสาร ทอี่ ยูอเิ ลก็ ทรอนิกส ñ. ¶Ù¡μŒÍ§ã¹ÀÒÉÒ·Õè㪌 หมายถึง การใชภาษาท่ีเขียนรวมถึงความเหมาะสม ในสํานวนและรปู แบบของการเขียนดวย ໚¹ÀÒÉÒà¢Õ¹μŒÍ§äÁ‹ãªŒÀÒÉÒ¾Ù´ เชน คําวา “ไมมีเอกสารอะไรเพิ่มเติม” เปนภาษาพูด ถา จะใหเปน ภาษาหนงั สือเขียนควรใช “ไมม ีเอกสารใดๆ เพ่ิมเตมิ ” การเขียนตองเปนประโยชนไมใชวลี มีคํากริยาถูกตองตามหลักไวยากรณ มีประโยคท่ีเปนเหตุและประโยคท่ีแสดงผลสอดรับกัน àªè×ÍÁâ§ÊÑÁ¾Ñ¹¸¡Ñ¹ มีการเลือกใชคําเชื่อม ประโยคทเ่ี หมาะสม การเชอื่ มคาํ ระหวา งประโยคทเ่ี ปน ประโยคทสี่ อดรบั หรอื คลอ ยตามกนั หรอื ประโยค ที่ไมส อดรับกนั ตองเลือกใชใหถกู ตองเชนการใชค าํ วา “และ” กับคาํ วา “แต” àª×èÍÁâ§ÊÑÁ¾¹Ñ ¸¡¹Ñ เชน “การที่...................................เน่ืองจาก...........................” “การทีจ่ ะดาํ เนินการในเรอ่ื ง...........................จะกระทําไดก ็ตอเม่อื ...........” “พจิ ารณาในเรือ่ ง....................................แลว เหน็ วา ..................................” “พรอมน้.ี .............................................ดว ยแลว” ¡ÒÃ㪌คํา คําàªè×ÍÁ การใชคําเพื่อเช่ือมคําหรือเช่ือมประโยค ในประโยคท่ีใกลชิดกันจะไมใช คาํ ซา้ํ กนั เพราะจะทาํ ใหไ มน า ฟง ควรใชค าํ ใหแ ตกตา งกนั ทสี่ ามารถใชเ ชอ่ื มและแทนกนั ได เชน “ท-่ี ซงึ่ -อนั ” หรอื “และ-กับ-รวมท้ัง-ตลอดจน” ¤ÇÒÁËÁÒ¢ͧคาํ ·ãèÕ ªŒº‹ÍÂã¹Ë¹Ñ§ÊÍ× «§Öè ºÒ§คาํ 㪌᷹¡Ñ¹ä´Œ กับ = ตดิ กนั เทา กัน ดว ยกัน แก = สําหรบั แด = สําหรบั ถวาย อุทศิ เพอ่ื ตอ = กระทําตอ ฝายเดยี ว เปนไปตาม เชน ตรงตอเวลา ออนตอ โลก
๑๓๓ และ = ทั้งหมด หรือ = อยางใดอยางหนง่ึ และหรือ = ทง้ั สองอยา งกไ็ ด อยางใดอยางหน่งึ กไ็ ด คาํ ·èÕμÍŒ §àÅ×͡㪌μÒÁนํ้า˹¡Ñ ¢Í§คาํ ãËàŒ ËÁÒÐÊÁ (คําàºÒ-คํา˹ѡṹ‹ ) จะ ธรรมดา-ใชในกรณที ่ัวไป จัก หนักแนน-ใชใ นคาํ ขู คาํ ส่งั คาํ กําชบั ควร เปนคาํ แนะนาํ ท่วั ไป มีผลบังคับทางจิตใจ พึง เปน การวางมาตรฐาน มีผลบงั คับทางสังคม ยอม เปน คาํ บังคบั เปนทางการ แตไ มเดด็ ขาด ใหใ ชดลุ ยพนิ ิจได ตอ ง เปน คําบงั คับเปน ทางการโดยเด็ดขาด ให เปนคําบังคับเปน ทางการโดยเด็ดขาด ãªคŒ าํ ·ÊÕè ÀØ Ò¾ นอกจากสภุ าพในภาษาแลว ตอ งไมม ลี กั ษณะเปน การกลา วรา ย เสยี ดสี หรอื เยาะเยย และตองไมขดั หูหรือทาํ ใหผูอา นรสู กึ ไมพ อใจดวย เชน เขียนวา “¡ÒþԨÒóҢͧ·Ò‹ ¹ äÁ‹¶Ù¡μŒÍ§” ถาเปลี่ยนเปนเขียนวา “¢ŒÍ¾Ô¨ÒóҢͧ·‹Ò¹ÍÒ¨ÁÕºÒ§»ÃÐà´ç¹·ÕèÂѧ¤ÅÒ´à¤Åè×͹ÍÂÙ‹” ก็จะนา ฟงข้ึน ¡Ð·Ñ´ÃÑ´áμ‹ªÑ´à¨¹ä´Œã¨¤ÇÒÁ กะทัดรัด คือ เขียนใหส้ันแตไดใจความมากท่ีสุด ไมทําใหผ อู า นตองเสียเวลากบั การอานขอ ความยาวๆ เยิ่นเยอ แตไดใ จความเพียงเลก็ นอ ย ª´Ñ ਹ คือ มเี นอ้ื ความท่ีอานแลวเขาใจไดท นั ที ใชภาษาธรรมดา เขาใจงา ยไมต อง ตคี วาม เขา ใจตรงกันไมผ ิดวตั ถปุ ระสงค ÁÕ¡ÒÃลํา´Ñº¤ÇÒÁ·Õè´Õ มีความตอเนื่องไมซับซอนและกระชับ สวนการจะเรียงลําดับ ความใหดีน้ัน ก็ตองวางเคาโครงของเรื่องเสียกอนวามีเร่ืองอะไรบาง แลวเรียงลําดับเรื่องตามความ สาํ คญั และความเหมาะสมของเร่อื งนนั้ ๆ ò. à¢ÂÕ ¹ãËŒä´ÊŒ ÒÃÐÊÁºÙó μç»ÃÐà´ç¹ áÅкÃÃÅØ¨Ø´»ÃÐʧ¤ ÊÁºÃÙ ³ คอื มเี นอ้ื ความครบถว นบรบิ รู ณต ามทตี่ อ งการ มขี อ ความทคี่ รอบคลมุ เร่ืองราวท้งั หมดทีต่ อ งการส่อื สาร สว นการที่จะเขียนแลวไดสาระสมบรู ณหรอื ไม ตอ งจบั ประเด็นทจี่ ะ ระบใุ นหนงั สอื หรือจดหมายใหค รบทกุ ประเดน็ ทุกจุดประสงค และทุกเหตทุ ี่นํามาใชอ างองิ เชน ถา มี ประเดน็ ทงั้ เพอ่ื ใหท ราบและตอ งการใหท าํ อะไรบางประการดว ย กต็ อ งระบไุ ปในหนงั สอื ทง้ั ๒ ประเดน็ เชน “¨§Ö àÃÂÕ ¹ÁÒà¾Í×è â»Ã´·ÃÒºáÅТÍãËŒ...........................μÍ‹ ä»´ŒÇ” ºÃÃÅ¨Ø ´Ø »ÃÐʧ¤ ผรู บั อา นแลว เขา ใจชดั เจนวา ผเู ขยี นตอ งการอะไร จะใหป ฏบิ ตั ิ อยางไร และโนมนาวความรสู กึ ของผูอา นใหป ฏิบตั ติ ามหนังสือนัน้ ดว ย
๑๓๔ ó. à¢ÂÕ ¹ãËàŒ »¹š ¼Å´Õ ตองรักษาความสัมพันธอันดีกับผูรับหนังสือหรือจดหมาย และเกิดผลดีกับทั้ง หนว ยงานออกหนังสอื หรอื จดหมาย และบคุ คลหรอื หนวยงานทีม่ ีหนังสือหรือจดหมายไปถงึ ดว ย ò. ËÅ¡Ñ ã¹¡ÒÃà¢ÂÕ ¹º¹Ñ ·Ö¡¢ŒÍ¤ÇÒÁ ºÑ¹·Ö¡¢ŒÍ¤ÇÒÁËÃ×Í˹ѧÊ×ÍÀÒÂã¹ ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวย งานสารบรรณขอ ๑๒ จํากัดความวา หนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธีนอยกวาหนังสือภายนอก เปนหนังสอื ติดตอภายในกระทรวง ทบวง กรม หรือจงั หวดั เดยี วกนั ใชก ระดาษบนั ทึกขอ ความ และ ใหจัดทําตามแบบท่ี ๒ ทา ยระเบียบสาํ นักนายกรัฐมนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ สําหรบั ความแตกตาง ระหวางหนงั สอื ภายนอกกบั หนังสือภายใน ศกึ ษาไดจากสวนหนา ของหนงั สือน้ี สวนภาษาทใี่ ชในการ เขียนบันทึกเปน ไปตามหลกั เกณฑเดยี วกับหนงั สือภายนอก สาํ ËÃѺã¹Ê‹Ç¹¹Õé¨Ð¡Å‹ÒǶ§Ö ¡ÒÃà¢ÂÕ ¹º¹Ñ ·¡Ö ã¹ ò »ÃÐàÀ· ¤Í× ๑. บนั ทกึ เสนอผบู งั คบั บญั ชา ๒. บนั ทึกการประชุม ñ. ºÑ¹·¡Ö àʹͼٌº§Ñ ¤ºÑ ºÞÑ ªÒ บนั ทกึ เสนอผบู งั คบั บญั ชา คอื ขอ ความทเี่ ขยี นเสนอผบู งั คบั บญั ชาในกรณตี า งๆ ไดแก ñ.ñ ºÑ¹·Ö¡Â‹ÍàÃè×ͧ เปนบันทึกท่ีเจาหนาท่ีจัดทําขึ้นโดยรวบรวมขอมูล จากเรอื่ งเดมิ ทเี่ กย่ี วขอ งทงั้ หมดมาประมวลเปน ขอ สรปุ นาํ เสนอผบู งั คบั บญั ชา ใหอ า นเพอ่ื ทราบหรอื ปฏบิ ตั ิ โดยสามารถทําความเขา ใจกบั เรอื่ งนนั้ ๆ ไดโดยงา ยและใชเ วลานอยลง ñ.ò ºÑ¹·Ö¡ÃÒ§ҹ เปนบันทึกที่เจาหนาท่ีจัดทําข้ึนเพ่ือเสนอรายงานในเร่ือง ตา งๆ ทไ่ี ดปฏบิ ัติหรอื พบเห็น หรอื ดําเนนิ การมาใหผูบังคับบญั ชาไดทราบ หรือพิจารณา ñ.ó ºÑ¹·Ö¡¢Í͹ØÞÒμËÃ×Í¢Í͹ØÁÑμÔ เปนบันทึกท่ีเจาหนาท่ีไดจัดทําข้ึนเสนอ ผบู งั คบั บัญชา เพ่อื ขออนุญาตหรือขออนุมตั ใิ นเรื่องตางๆ เพอื่ ใหผูบังคบั บัญชาไดสัง่ การ ñ.ô ºÑ¹·Ö¡àʹͤÇÒÁàËç¹ เปนบันทึกที่เจาหนาที่ไดจัดทําขึ้นเพ่ือเสนอ ความเห็นของตนในเร่ืองหน่งึ เรือ่ งใด ตอ ผบู งั คบั บัญชาเพ่อื ประกอบการพิจารณาสงั่ การ ¡ÒÃà¢ÂÕ ¹º¹Ñ ·¡Ö àʹʹ§Ñ ¡ÅÒ‹ ǨÐà¢ÂÕ ¹μÍ‹ ·ÒŒ ÂàÃÍ×è §à´ÁÔ ËÃÍ× à¢ÂÕ ¹ã¹¡ÃдÒÉ ºÑ¹·Ö¡¢ŒÍ¤ÇÒÁμÒÁẺºÑ¹·Ö¡¢ŒÍ¤ÇÒÁ¡çä´Œ áÅŒÇá실ÇÒÁàËÁÒÐÊÁ ถาตอทายเร่ืองเดิมก็เขียน ตอเร่ืองไปไดเลย คือ จาก “เรียน” ใครแลวยอหนาตอดวย “เรื่องน้ีเห็นวา...............” หรือ “เห็นสมควร...............” หรือ “เพอื่ โปรด.................” ก็ไดแลวแตเรื่องท่ีจะเขยี น สว นถา เปน การบันทกึ โดยใชบันทึก โดยใชบันทึกขอความขึ้นใหม ควรตองอางเรื่องเดิมดวยเพื่อใหบันทึกน้ันตอกันได โดยอาจขนึ้ วา “ตามบนั ทึก...........................” เปน ตน
๑๓๕ คาํ ¢éÖ¹μ¹Œ ºÑ¹·Ö¡ ใชหลกั เกณฑเ ดียวกบั หนังสอื ราชการ คอื เปนไปตามท่ี กําหนดในภาคผนวกทายระเบยี บสํานกั นายกรัฐมนตรี วา ดวยงานสารบรรณ สว นการเสนอตองเสนอ ตามลําดับช้ันการบังคบั บญั ชา ดูคําอธบิ ายทา ยระเบียบ à¹×éÍËҢͧº¹Ñ ·¡Ö ºÑ¹·Ö¡Â‹ÍàÃ×èͧ ผูเขียนตองจับประเด็นสําคัญของเร่ืองใหชัดเจนถูกตอง แลวสรุปเปนขอความส้ันๆ โดยใหเขาใจเร่ืองไดโดยสมบูรณพอท่ีจะทราบและวินิจฉัยส่ังการได โดยไมผิดพลาด ºÑ¹·Ö¡ÃÒ§ҹ ผูเขียนตองรายงานตามเหตุการณท่ีไดพบ หรือสืบสวน หรือสอบสวนมาหรือไดดําเนินการหรือปฏิบัติมา ถาเปนเร่ืองท่ีไดดําเนินการมาเพราะไดรับคําสั่งก็ให อางคําสั่งท่ีไดรับมอบหมายนั้นดวย แตถาเรื่องท่ีไดประสบมาเอง หรือประสงคจะเสนอรายงานเอง ก็บรรยายเหตกุ ารณไ ปตามท่เี กดิ ขนึ้ การเขยี นถา เปนเรื่องตอเนอ่ื งหรือเร่อื งที่ไดรบั คาํ สง่ั มา กใ็ ช “ตาม ท่ี.......................นนั้ ” หรอื “ตามคําสง่ั ............................น้ัน” สว นถาเปน เร่ืองใหมใ ช “ดวย............. .............” หรอื “โดยทีป่ รากฏวา........................” “ดว ยไดทราบวา .......................” ก็ไดแ ลว แตค วาม เหมาะสมกับเร่อื งนั้นๆ ºÑ¹·Ö¡¢Í͹ØÞÒμËÃ×Í¢Í͹ØÁÑμÔ ผูเขียนตองอางเหตุผลความจําเปน ความเหมาะสมและอา งหลกั เกณฑ กฎหมาย ระเบยี บหรอื ขอ บงั คบั ทเ่ี กยี่ วขอ ง ประกอบการพจิ ารณาดว ย ถา เปน กรณีอนุญาตหรอื อนุมตั ิหลายประเด็น ควรแยกประเดน็ ท่ีขอออกเปน ขอ ๆ ใหชดั เจน ºÑ¹·Ö¡àʹͤÇÒÁàËç¹ ผูเขียนควรเสนอแนวทางในการพิจารณา หรอื สั่งการ และผลท่ีอาจเกดิ ข้นึ ในแตละแนวทางดว ย ซ่ึงอาจจะแยกเปนหัวขอตา งๆ เพอ่ื ความเขาใจ ที่ชัดเจน โดยแสดงขอมูลเกี่ยวกับปญหา ขอเท็จจริง ขอพิจารณา และขอเสนอแนะ เพ่ือประกอบ การพิจารณา º¹Ñ ·¡Ö ½†ÒÂอาํ ¹Ç¡Òà การจดั ทําบันทกึ ฝา ยอาํ นวยการเสนอผูบงั คบั บัญชา จะตอ งประกอบดว ยหัวขอ ดงั นี้ ๑. เรอื่ งเดมิ หรอื ตน เรอื่ ง หมายถงึ ความเปน มาของเรอื่ งนน้ั ๆ ตลอดจนขนั้ ตอนตา ง ๆ ทไี่ ดด าํ เนินการไปแลว บางกรณีอาจหมายถึงเรือ่ งทเ่ี ขา มาใหม - ความเปนมาของเรอื่ งที่ทาํ /เปนขัน้ เปน ตอน - เปน การสรปุ หรอื ช้ใี หเ หน็ ถงึ สาเหตุท่ีนําเรอ่ื งกลาวข้ึนมา - หากมคี วามเปน มาหลายเรอื่ ง /หรอื ซบั ซอ น/ใหแ ยกเปน ขอ ๆ เชน ๑.๑, ๑.๒, ๑.๓ - เอกสารใดท่ีกลา วอา งหรือเปน หลักฐานเร่ืองเดิม ใหแนบติดเรอื่ งไวด ว ย - บางกรณอี าจหมายถงึ เรื่องท่เี ขา มาใหม ๒. ขอเท็จจริง หมายถึง การสรุปความเปนมาของเร่ือง หรือโดยการคนหาขอมูล หรือเร่อื งเดมิ ทเี่ คยปฏบิ ตั มิ า หรอื ผลจากการติดตอประสานงาน โดยใสรายละเอยี ดใหชัดเจน
๑๓๖ ๓. ขอกฎหมายหรือระเบียบ หากมีกฎหมายหรือระเบียบที่เก่ียวของใหนํามาอางอิง หรอื ใหสําเนาเอกสารของกฎหมายหรอื ระเบียบนนั้ ๆ แนบดวย ๔. ขอพิจารณา หมายถึง การช้ีใหเห็นปญหาหรือขอสังเกต ประเด็นสําคัญของเร่ือง รวมทง้ั ความเหน็ ในการแกไ ขหรือดาํ เนนิ การตอ เร่ืองนั้น ๆ บางกรณีที่มที างเลอื กหลายทางกใ็ หเ สนอ โดยเปรียบเทียบขอดี ขอเสีย ของแตละทางเลือกใหเห็นชัดเจน เพ่ือประกอบการตัดสินใจของ ผบู ังคบั บญั ชา ๕. ขอ เสนอ หมายถงึ การสรปุ เพอื่ ใหผ บู งั คบั ทราบวา จะตอ งดาํ เนนิ การอยา งไรตอ หนงั สอื หรอื เรอ่ื งทีเ่ สนอ เชน จะใหท ราบเร่ืองใด หรือพิจารณาขอ ใด หรือลงชื่อในหนงั สือฉบบั ใด เปนตน การเสนอรายละเอียดในแตละหัวขอจะตองไมยืดยาวเกินความจําเปน ในขณะเดียวกัน ไมค วรส้ันมากจนขาดความชดั เจน รวมทง้ั ใหช ้ีประเดน็ สําคัญของเรอ่ื งและสรปุ เสนอใหถูกตอ ง ชดั เจน เขาใจงายและจะตองมีขอพิจารณาหรือขอเสนอใหผูบังคับบัญชาวินิจฉัยส่ังการในกรณีเปนเรื่องที่จะ ตอ งอนุญาตอนมุ ตั ิ หรือใหค วามเหน็ ชอบ เอกสารประกอบเรื่อง ใหจัดอยางมีระเบียบและสะดวกในการท่ีจะตรวจสอบและศึกษา ประกอบการพิจารณา ʋǹÊÃØ» การรางและการเขียนหนังสือราชการ นอกจากจะตองปฏิบัติตามระเบียบสํานักนายก รัฐมนตรี วาดวยงานสารบรรณแลว ยังตองคํานึงถึงความถูกตอง เหมาะสม และความสมบูรณของ การใชภาษาท่เี ปน ภาษาเขียน เพอ่ื ใหเ ขาใจความหมาย และบรรลวุ ตั ถปุ ระสงคข องหนังสือ ¡¨Ô ¡ÃÃÁá¹Ðนํา ๑. ทาํ แบบประเมนิ ผลกอ นเรยี น ๒. ระดมความคดิ รวมกันสรุปผลเรียน
๑๓๗ º··Õè ÷ ¡ÒþÔÁ¾Ë¹Ñ§Ê×ÍÃÒª¡Òà ÇÑμ¶»Ø ÃÐʧ¤ เพอ่ื ใหผูเรียนสามารถพมิ พหนงั สอื ราชการตามโปรแกรมการพิมพในเครื่องคอมพวิ เตอร ʋǹนํา การเขียนหนังสือราชการ ผูปฏิบัติจะตองรูหลักในการเขียนหนังสือแลวยังตองรูรูปแบบ และการพมิ พห นงั สอื ราชการ โดยเครอ่ื งพมิ พด ดี หรอื โปรแกรมการพมิ พใ นเครอื่ งคอมพวิ เตอรท ถ่ี กู ตอ ง จะกําหนดอยใู นคาํ อธิบายการพิมพหนงั สือราชการ ¡ÒþÁÔ ¾Ë¹§Ñ Ê×ÍÃÒª¡Òà ¡ÒþÔÁ¾ หมายถึง การพิมพโดยใชเคร่ืองพิมพ ปกติแลวงานใดท่ีเปนเอกสารท่ัวๆ ไป สามารถใชเ ครื่องพิมพด ีดไดกค็ วรใชพ ิมพดดี เพื่อใหอ า นงายและสามารถทําสาํ เนาไดง าย ผพู มิ พค วรมคี วามระมดั ระวงั ในการพมิ พ กลา วคอื พมิ พไ มต ก มคี วามรใู นตวั สะกด การนั ต ตัวยอ และควรมีความรูรอบตัวนอกเหนือจากการพิมพหนังสืออีก เชน เขาใจขอความในหนังสือน้ัน จดั วรรคตอนไดถ กู ตอ งเมอื่ จาํ เปน รหู ลกั ภาษา รแู บบหนงั สอื ราชการ ชอ่ื สว นราชการ ชอื่ และตาํ แหนง ในวงราชการ รูจักและอานลายมือผรู า งที่เกย่ี วขอ งไดด ี พจิ ารณาใชกระดาษ วางรูปหนงั สือ สามารถ จดั ลาํ ดบั และแบง งานใหเ หมาะสม และรจู กั รกั ษาเครอื่ งพมิ พด ดี ใหส ะอาดอยใู นสภาพทใี่ ชก ารไดอ ยเู สมอ ¡ÒþÔÁ¾Ë ¹§Ñ ÊÍ× ÃÒª¡ÒÃÀÒÉÒä·Â ÁÕËÅ¡Ñ à¡³±¡ÒþÔÁ¾´ §Ñ ¹Õé ñ. ¡ÒþÔÁ¾Ë¹Ñ§Ê×ÍÃÒª¡Ò÷ÕèμŒÍ§ãªŒ¡ÃдÒÉμÃÒ¤ÃØ± ถามีขอความมากกวา ๑ หนา หนาตอ ไปใหใ ช กระดาษไมต องมีตราครฑุ แตใหมคี ุณภาพเชน เดียวหรือใกลเคียงกับแผนแรก ò. ¡ÒþÁÔ ¾Ë ÇÑ ¢ÍŒ μÒ‹ §æ ใหเ ปนไปตามแบบหนงั สอื ทก่ี ําหนดไวในระเบียบ ó. ¡ÒþÔÁ¾ ñ ˹ŒÒ¡ÃдÒÉ¢¹Ò´ àÍ ô โดยปกติใหพมิ พ ๒๕ บรรทัด บรรทัดแรก ของกระดาษควรอยหู างจากขอบกระดาษดานบนประมาณ ๕ เซนติเมตร ô. ¡Òáé¹Ñ ÃÐÂÐ㹡ÒþÔÁ¾ ๔.๑ ในบรรทัดหนงึ่ ใหต ั้งจงั หวะเคาะของพิมพด ีดไว ๗๐ จงั หวะเคาะ ๔.๒ ใหก นั้ ระยะหา งจากขอบกระดาษดา นซา ยมอื ประมาณ ๓ เซนตเิ มตร เพอ่ื ความ สะดวกในการเกบ็ เขา แฟม ๔.๓ ตัวอักษรสดุ ทายควรหา งจากขอบกระดาษดานขวาไมนอ ยกวา ๒ เซนตเิ มตร
๑๓๘ õ. ¶ÒŒ คาํ Ê´Ø ·ŒÒ¢ͧºÃ÷´Ñ มีหลายพยางคไ มส ามารถพิมพจบคําในบรรทัดเดยี วกนั ได ใหใ ชเ ครอื่ งหมาย ยัติภงั ค ( - ) ระหวา งพยางค ö. ¡ÒËÍ˹Ҍ ซงึ่ ใชในกรณีที่จบประเดน็ แลว จะมีการขนึ้ ขอความใหม ใหเ วน หา งจาก ระยะกั้นหนา ๑๐ จังหวะเคาะ ÷. ¡ÒÃàǹŒ ºÃ÷´Ñ โดยทวั่ ไปจะตองเวน บรรทดั ใหสวนสงู สุดของตัวพมิ พแ ละสวนต่ําสดุ ของตัวพมิ พไ มทับกัน ø. ¡ÒÃàǹŒ ÇÃä ๘.๑ การเวน วรรคโดยทั่วไปเวน ๒ จงั หวะเคาะ ๘.๒ การเวน วรรคระหวา งหวั ขอ เรื่องกับเรื่อง ใหเ วน ๒ จงั หวะเคาะ ๘.๓ การเวนวรรคในเน้ือหา เร่ืองที่พิมพมีเน้ือหาเดียวกัน ใหเวน ๑ จังหวะเคาะ ถา เนอ้ื หาตางกนั ใหเวน ๒ จังหวะเคาะ ù. ¡ÒþÔÁ¾Ë¹Ñ§Ê×Í·èÕÁÕËÅÒÂ˹Ҍ ตองพมิ พเลขหนา โดยใหพิมพตัวเลขหนา กระดาษไว ระหวา งเคร่อื งหมาย ยัตภิ งั ค ( - ) ที่กึง่ กลางดานบนของกระดาษ หา งจากขอบกระดาษดา นบนลงมา ประมาณ ๓ เซนติเมตร ñð. ¡ÒþÔÁ¾Ë¹Ñ§Ê×Í·ÕèÁÕ¤ÇÒÁสํา¤ÑÞ และมีจํานวนหลายหนา ใหพิมพคําตอเน่ืองของ ขอความที่จะยกไปพิมพหนาใหมไวดานลางทางมุมขวาของหนาน้ันๆ แลวตามดวย ... (จุด ๓ จุด) โดยปกตใิ หเ วน ระยะหา งจากบรรทดั สดุ ทา ย ๓ ระยะบรรทดั และควรจะตอ งมขี อ ความของหนงั สอื เหลอื ไปพมิ พใ นหนาสุดทายอยา งนอย ๒ บรรทัด กอ นพมิ พค าํ ลงทา ย
๑๓๙
๑๔๐ ¡ÒþÔÁ¾Ë¹Ñ§Ê×ÍÃÒª¡ÒÃÀÒÉÒä·Â ´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ¡ÒþÁÔ ¾ã ¹à¤Ã×Íè §¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍà สบื เนอ่ื งจาก สาํ นกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรไี ดแ จง มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอื่ วนั ที่ ๗ กนั ยายน ๒๕๕๓ เห็นชอบใหหนวยงานภาครัฐทุกหนวยดําเนินการติดต้ังรูปแบบตัวพิมพ (ฟอนต) สารบรรณ และรปู แบบตัวพิมพ (ฟอนต) อื่นๆ ของสํานักงานสงเสริมอตุ สาหกรรมซอฟตแวรแ หงชาติ (องคการ มหาชน) และกรมทรพั ยสนิ ทางปญ ญา เพื่อใหเ อกสารของสว นราชการเปนไปอยา งมีมาตรฐาน ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี จึงอาศัยอํานาจตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี วาดวย งานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖ ขอ ๘ จดั ทาํ คาํ อธบิ ายการพมิ พหนงั สือราชการภาษาไทย ดวยโปรแกรม การพิมพในเครื่องคอมพิวเตอร เปนคําอธิบายเพ่ิมเติมตอจากคําอธิบายการพิมพหนังสือราชการ ภาษาไทยดว ยเคร่อื งพิมพด ีด ในคําอธิบาย ๔ ทายระเบยี บสาํ นกั นายกรัฐมนตรี วา ดว ยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๐ และทแี่ กไ ขเพมิ่ เตมิ เพอื่ ใหส ว นราชการไดถ อื เปน แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการจดั ทาํ หนงั สอื ราชการ และการพมิ พห นงั สอื ราชการทมี่ รี ปู แบบเปน มาตรฐานเดยี วกนั สาํ หรบั การจดั ทาํ หนงั สอื ราชการตามแบบ ทัง้ ๑๑ แบบ และเหน็ ควรใหใชร ูปแบบตวั พิมพไ ทยสารบรรณ (Th Sarabun PSK) ขนาด ๑๖ พอยต
๑๔๑ คํา͸ԺÒ¡ÒþÔÁ¾Ë ¹Ñ§Ê×ÍÃÒª¡ÒÃÀÒÉÒä·Â´ŒÇÂâ»Ãá¡ÃÁ¡ÒþÔÁ¾ ã¹à¤ÃÍè× §¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍà การพิมพหนังสือราชการภาษาไทย การจัดทํากระดาษตราครุฑ และกระดาษบันทึก ขอความ โดยใชโปรแกรมการพิมพในเคร่ืองคอมพิวเตอร ใหจัดทําใหถูกตองตามแบบของกระดาษ ตราครฑุ (แบบท่ี ๒๘) และแบบของกระดาษบันทกึ ขอความ (แบบที่ ๒๙) ทา ยระเบยี บ โดยเฉพาะ สวนหัวของแบบกระดาษบันทึกขอความจะตองใชจุดไขปลาแสดงเสนบรรทัดท่ีเปนชองวางหลังคํา ดงั ตอ ไปนี้ สว นราชการ ที่ วนั ท่ี เรอ่ื ง และไมต อ งมเี สน ขดี ทบึ แบง สว นระหวา งหวั กระดาษบนั ทกึ ขอ ความ กับสวนท่ใี ชสําหรบั การจดั ทําขอ ความ ñ. ¡ÒÃμÑ駤ҋ ã¹â»Ãá¡ÃÁ¡ÒþÔÁ¾ ๑.๑ การต้ังระยะขอบหนากระดาษ ขอบซา ย ๓ เซนติเมตร ขอบขวา ๒ เซนตเิ มตร ๑.๒ การตงั้ ระยะบรรทัด ใหใ ชค าระยะบรรทัดปกติ คือ ๑ เทา หรอื Single ๑.๓ การกั้นคา ไมบ รรทัดระยะการพิมพ อยรู ะหวา ง ๐ - ๑๖ เซนตเิ มตร ò. ¢¹Ò´μÃÒ¤ÃØ± ๒.๑ ตราครุฑสูง ๓ เซนตเิ มตร ใชส ําหรับการจัดทํากระดาษตราครฑุ และตราครฑุ สูง ๑.๕ เซนติเมตร ใชส ําหรับการจดั ทํากระดาษบันทกึ ขอ ความ ๒.๒ การวางตราครุฑ ใหว างหางจากขอบกระดาษบนประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร ó. ¡ÒþÔÁ¾ ó.ñ ˹§Ñ ÊÍ× ÀÒ¹͡ ๓.๑.๑ การพิมพเร่ือง คําข้ึนตน อางถึง ส่ิงท่ีสงมาดวย ใหมีระยะบรรทัด ระหวา งกนั เทากับระยะบรรทดั ปกติ และเพ่ิมคา กอนหนาอีก ๖ พอยท (๑ Enter + Before ๖ pt) ๓.๑.๒ การพมิ พข อ ความภาคเหตุ ภาคความประสงค และภาคสรปุ ใหม รี ะยะ บรรทัดระหวางขอความแตละภาคหางเทากับระยะบรรทัดปกติ และเพิ่มคากอนหนาอีก ๖ พอยท (๑ Enter + Before ๖ pt) ๓.๑.๓ การยอหนาขอ ความภาคเหตุ ภาคความประสงค และภาคสรุป ใหม ี ระยะยอ หนาตามคาไมบรรทดั ระยะการพมิ พ เทา กับ ๒.๕ เซนติเมตร ๓.๑.๔ การพิมพคาํ ลงทาย ใหมีระยะบรรทดั หา งจากบรรทดั สุดทา ยภาคสรปุ เทา กับระยะบรรทัดปกติ และเพม่ิ คากอ นหนา อีก ๑๒ พอยท (๑ Enter + Before ๑๒ pt) ๓.๑.๕ การพมิ พช อื่ เตม็ ของเจา ของหนงั สอื ใหเ วน บรรทดั การพมิ พ ๓ บรรทดั (๔ Enter) จากคําลงทาย ๓.๑.๖ การพมิ พช อ่ื สว นราชการเจา ของเรอ่ื ง ใหเ วน บรรทดั การพมิ พ ๓ บรรทดั จากตาํ แหนงของเจาของหนังสือ (๔ Enter)
๑๔๒ ó.ò ˹ѧÊ×ÍÀÒÂã¹ ๓.๒.๑ สว นหัวของแบบบนั ทึกขอ ความกาํ หนดขนาดตัวอักษร ดังน้ี ๓.๒.๑.๑ คําวา “บันทึกขอความ” พิมพดวยอักษรตัวหนาขนาด ๒๙ พอยท และปรับคา ระยะบรรทดั จาก ๑ เทา เปนคา แนนอน (Exactly) ๓๕ พอยท ๓.๒.๑.๒ คําวา “สวนราชการ วันท่ี เรอื่ ง” พิมพดวยอกั ษรตวั หนา ขนาด ๒๐ พอยท ๓.๒.๒ การพิมพคําข้นึ ตน ใหมีระยะบรรทดั หางจากเร่อื งเทากบั ระยะบรรทัด ปกติ และเพ่ิมคากอ นหนา อีก ๖ พอยท (๑ Enter + Before ๖ pt) ๓.๒.๓ การพมิ พข อ ความภาคเหตุ ภาคความประสงค ภาคสรปุ และการยอ หนา ใหถอื ปฏบิ ัติเชน เดยี วกับการพมิ พหนงั สอื ภายนอก ๓.๒.๔ การพิมพชื่อเต็มของเจาของหนังสือ ใหเวนระยะบรรทัดการพิมพ ๓ บรรทัด จากภาคสรปุ (๔ Enter) ๓.๓ จํานวนบรรทัดในการพิมพหนังสือราชการในแตละหนาใหเปนไปตาม ความเหมาะสมกับจํานวนขอ ความ และความสวยงาม ๓.๔ การพิมพหนังสือราชการแบบอ่ืนตามที่ระเบียบกําหนดใหถือปฏิบัติตามนัย ดงั กลาวขางตน โดยอนุโลม โดยคาํ นงึ ถงึ ความเหมาะสมกบั รูปแบบของหนงั สอื ชนดิ นนั้ หมายเหตุ : กรณีที่มีความจําเปน สวนราชการอาจปรับการพิมพหนังสือราชการใหแตกตางจากน้ี ไดต ามความเหมาะสม โดยใหคํานงึ ถงึ ความสวยงามและรปู แบบของหนังสอื ราชการเปน สําคัญ
๑๔๓ μÇÑ Í‹ҧ¡ÒþÔÁ¾Ë ¹Ñ§ÊÍ× ÃÒª¡Òà μÒÃÒ§à»ÃÂÕ ºà·Õº¡ÒÃμéѧ¤Ò‹ àÁèÍ× ¾ÁÔ ¾â ´Âà¤ÃÍè× §¾ÁÔ ¾´ Õ´¡ºÑ â»Ãá¡ÃÁã¹à¤ÃÍè× §¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍà ¡ÒÃμÑ駤ҋ àÁÍè× ¾ÔÁ¾â´Âà¤ÃÍ×è §¾ÁÔ ¾´´Õ ¡ÒÃμÑ§é ¤Ò‹ àÁèÍ× ¾ÁÔ ¾â ´Ââ»Ãá¡ÃÁã¹à¤ÃèÍ× §¤ÍÁ¾ÇÔ àμÍà ๑. ในบรรทดั หนง่ึ ใหต ง้ั จงั หวะเคาะไว ๗๐ จงั หวะ ๑. การกั้นคาไมบรรทัดระยะการพิมพอยูระหวาง เคาะ ๐ – ๑๖ เซนติเมตร ๒. การพมิ พ ๑ หนา กระดาษขนาดเอ ๔ โดยปกติ ๒. ตงั้ คา ระยะบรรทดั เปน หนงึ่ เทา หรอื Single จาํ นวน ใหพมิ พ ๒๕ บรรทดั บรรทัดในหนึ่งหนา ตามความเหมาะสม ๓. ตราครุฑสําหรับแบบพิมพม ี ๒ ขนาด ๓. ขนาดตราครุฑ • สงู ๓ เซนตเิ มตร สําหรับหนงั สือภายนอก • สูง ๓ เซนติเมตร ใชสาํ หรับการจัดทาํ กระดาษ และหนงั สือประทับตรา ตราครฑุ • สูง ๑.๕ เซนติเมตรสาํ หรบั หนังสอื ภายใน • สงู ๑.๕ เซนตเิ มตร ใชส าํ หรบั การจดั ทาํ กระดาษ บนั ทึกขอ ความ • การวางตราครฑุ ใหว างหา งจากขอบกระดาษบน ประมาณ ๑.๕ เซนติเมตร ๔. บรรทัดแรกของกระดาษควรอยูหางจาก ๔. เมอ่ื ใช Template มาตรฐานบรรทดั แรกของหนงั สอื ขอบกระดาษดานบนประมาณ ๕ เซนตเิ มตร จะอยูหางจากขอบกระดาษดานบนประมาณ ๔ – ๔.๕ เซนติเมตร ๕. การขึ้นบรรทัดใหม = ปด ๑ ๕. การขึน้ บรรทัดใหม = ๑ Enter ๖. การขน้ึ บรรทัดยอ หนา ใหม = ปด ๑ บดิ ขึน้ ๑ ๖. การข้ึนบรรทดั ขอความใหม = ๑ Enter + Before ๖ pt ๗. ระยะหา งจากขอบกระดาษดา นซา ยมอื ประมาณ ๗. ระยะหางจากขอบกระดาษดานซายมือ ประมาณ ๓ เซนติเมตร ๓ เซนติเมตร ๘. ระยะหา งจากขอบกระดาษดา นขวาไมน อ ยกวา ๘. ระยะหางจากขอบกระดาษดานขวาไมนอยกวา ๒ เซนติเมตร ๒ เซนติเมตร ๙. การยอหนาใหเวนหางจากระยะก้ันหนา ๙. การยอหนา ใหเ วน หา งจากระยะก้นั หนา ๑๐ จงั หวะเคาะ ๒.๕ เซนติเมตร ๑๐. การพิมพคาํ ลงทาย ใหม ีระยะบรรทดั หา งจาก ๑๐. การพิมพคําลงทาย ใหมีระยะบรรทัดหางจาก บรรทดั สุดทายภาคสรปุ = ปด ๒ บรรทดั สดุ ทา ยภาคสรปุ = ๑ Enter + Before ๑๒ pt ๑๑. การเวน ระยะใหลงชอ่ื = ปด ๒ บดิ ขน้ึ ๑ ๑๑. การเวนระยะใหล งชื่อ = ๔ Enter
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156