Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Book09_กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่

Book09_กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่

Published by thanatphat2606, 2020-04-14 00:41:10

Description: Book09_กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่

Keywords: Book09_กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่

Search

Read the Text Version

๙๔

๙๕ º··èÕ ô ¡®ËÁÒÂàÅ×Í¡μéѧà¡èÕÂÇ¡ºÑ อาํ ¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·Õè¢Í§¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ ñ. ÇμÑ ¶Ø»ÃÐʧ¤¡ ÒÃàÃÂÕ ¹»ÃÐจาํ º· ๑.๑ เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูและความเขาใจวาอํานาจอธิปไตยมีความ เกยี่ วพนั กบั กฎหมายเลือกตัง้ อยา งไร และการเลอื กต้งั มีความสาํ คัญอยา งไร ๑.๒ เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจมีความรูและความเขาใจเก่ียวกับการปฏิบัติหนาที่ ในการดแู ลความสงบเรยี บรอ ยในการเลอื กตั้งและการวางตวั เปนกลางในการเลอื กตัง้ ò. ʋǹนํา สาํ นักงานตํารวจแหง ชาตเิ ปน หนวยงานหลัก รบั ผิดชอบในการรกั ษาความสงบเรียบรอย และใหการสนับสนุน คณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผูแทนราษฎร ใหเ ปน ไปโดยเรียบรอย สุจรติ และเทีย่ งธรรม ขา ราชการตาํ รวจจะตอ งวางตัวเปนกลางทางการเมอื ง โดยไมปฏบิ ตั กิ ารใด ๆ ทงั้ ในทางสวนตวั และราชการโดยมชิ อบดวยกฎหมายใหเปนคุณหรอื เปน โทษ แกผ ูส มัคร หรอื พรรคการเมอื ง ó. à¹Íé× ËÒμÒÁËÇÑ ¢ÍŒ ๓.๑ ความสาํ คัญของการเลอื กต้ังกบั การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ๓.๒ การปฏิบตั ใิ นการวางตวั เปนกลางของขา ราชการตาํ รวจในการเลือกตั้ง ô. ʋǹÊÃ»Ø มาตรการในการทําหนาที่ของตํารวจ ทางสํานักงานตํารวจแหงชาติ ไดมีนโยบายให ตํารวจท่ีปฏิบัติหนาที่ดูแลความสงบเรียบรอยทุกคนวางตัวเปนกลาง หากตํารวจท่ีวางตัวไมเปนกลาง ก็จะถูกพิจารณาโทษทั้งทางการปกครอง ทางวินัย และทางอาญา ดังน้ัน ตํารวจท่ีเขามาทําหนาท่ี ตองระมดั ระวังตวั สาํ นกั งานตํารวจแหง ชาติจึงกําชบั ใหวางตวั เปน กลางและมอบมาตรการ ๔ ไม คอื ไมส นบั สนนุ ผสู มคั รหรอื พรรคการเมอื ง ไมใ ชอ าํ นาจหนา ทกี่ ลนั่ แกลง กดี กนั ผสู มคั รหรอื พรรคการเมอื ง ไมนอนหลบั ทับสทิ ธ์ิ ไมปฏิบตั ิหนาที่นอกจากทีไ่ ดรับมอบหมาย õ. ¡Ô¨¡ÃÃÁá¹Ðนํา ๕.๑ ผูสอนตั้งปญหาใหนักเรียนวินิจฉัย เพื่อใหรูจักคิด วิเคราะหและวิจารณเน้ือหา ที่เรียน ดวยการนําเทคนิค วิธีการตาง ๆ เพ่ือใหผูเรียนสนใจและติดตามการสอนตลอดเวลา และ เชอ่ื มโยงกบั วชิ าอืน่ ๆ ท่เี กี่ยวขอ งกับเนือ้ หา ซึง่ ผูเ รยี นตองสามารถบรู ณาการความคดิ ได

๙๖ ๕.๒ ผสู อนตง้ั คาํ ถามเพอื่ ประเมนิ ความรู ดว ยการทาํ แบบฝก หดั หลงั เรยี นและสรปุ เนอ้ื หา ทเ่ี รยี นพรอมทัง้ สอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมที่ขาราชการตํารวจควรปฏิบตั ิ ๕.๓ ผสู อนแนะนําแหลงขอ มลู ทีจ่ ะศึกษาคน ควาเพิ่มเติม ö. ÃÒ¡ÒÃ͌ҧÍÔ§ เวบ็ ไซตคณะกรรมการการเลือกตงั้ https://www.ect.go.th/ect_th/

๙๗ º··èÕ ô ¡®ËÁÒÂàÅÍ× ¡μé§Ñ à¡ÂÕè Ç¡ºÑ อาํ ¹Ò¨Ë¹ÒŒ ·èբͧ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ หลกั การของระบอบประชาธปิ ไตยถอื วา ประชาชนทกุ คนมคี วามเทา เทยี มกนั เสมอภาคกนั และเพ่ือท่ีจะอยูรวมกันไดอยางปกติสุข จึงไดเกิดหลักการตาง ๆ เพื่อนําเอาอํานาจของประชาชน ทุกคนนั้นมารวมกันและมี “รัฐธรรมนูญ” เปนกฎหมายสูงสุดของประเทศ อํานาจของประชาชน ที่ไปรวมกันและเรียกวารัฐธรรมนูญหรือกฎหมายสูงสุดน้ัน ไดถูกแบงออกเปนสามอํานาจตามแนว ความคดิ ของ John Lock และ Montesquieu คอื อาํ นาจนติ บิ ญั ญตั ิ อาํ นาจบรหิ าร และอาํ นาจตลุ าการ ในสมยั กอ นนนั้ อาํ นาจในการปกครองอยทู ผี่ นู าํ เพยี งผเู ดยี ว หากผนู าํ มคี ณุ ธรรมประชาชน กอ็ ยูดมี สี ขุ หากผูใชอ ํานาจกดขี่เอาเปรียบประชาชนกเ็ ดอื ดรอ น ตอมาในยุคกลางของยโุ รปประชาชน ถกู กดขจี่ ากผใู ชอ าํ นาจปกครอง ซง่ึ ในสมยั นนั้ การใชอ าํ นาจปกครองเปน ไปตามอาํ เภอใจของผมู อี าํ นาจ เพราะอาํ นาจปกครองอยทู ผ่ี ปู กครอง ประชาชนไมม สี ว นรว มในการปกครอง และการใชอ าํ นาจปกครอง กต็ รวจสอบไมไ ด ดงั นนั้ ผลพวงของการปกครองในยคุ นนั้ ทาํ ใหป ระชาชนเดอื ดรอ นไมไ ดร บั ความเปน ธรรม และถูกกดขจ่ี ากผปู กครอง จากปญ หาทป่ี ระชาชนถกู กดขจี่ ากการใชอ าํ นาจของผปู กครองนที้ าํ ใหเ กดิ หลกั การแบง แยก อํานาจปกครองเปนสามอํานาจตามแนวความคิดของ John Lock และ Montesquieu ในชวง ครสิ ตศ ตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘ คือ อํานาจนิตบิ ญั ญัติ อํานาจบริหาร และอาํ นาจตุลาการ จดุ ประสงคข อง การแบงแยกอํานาจเพ่ือใหเกิดการถวงดุลและตรวจสอบระหวางอํานาจทั้งสาม ทั้งนี้เพื่อรักษาสิทธิ เสรภี าพและประโยชนของประชาชนจากการใชอาํ นาจปกครอง ทฤษฎีการแบงอํานาจอธิปไตยออกเปนสามสวนคือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอาํ นาจตลุ าการ มคี วามเชอื่ มโยงกบั ปรชั ญาการเลอื กตงั้ กลา วคอื การเลอื กตง้ั จะเปน ทม่ี าของกลไก ผูใชอํานาจอธิปไตยในประเทศประชาธิปไตย ในความหมายนี้ การเลือกตั้งจึงมีความสําคัญในฐานะ ทเี่ ปน การยอมรบั ในอาํ นาจของประชาชนในการเปน เจา ของอาํ นาจอธปิ ไตย ในสงั คมสมยั ใหมป ระชาชน ทุกคนไมอาจสามารถเขาไปมีสวนในการปกครองตนเองไดทั้งหมด ท้ังยังเปนการยากลําบากในทาง ปฏิบัติที่จะสรางกลไกรองรับการแสดงสวนรวมทางการเมืองโดยตรงของประชาชนท้ังหมดในสังคมได จึงไดเ กดิ รปู แบบของประชาธปิ ไตยอีกประเภทหนงึ่ คอื ประชาธปิ ไตยโดยการใชอาํ นาจทางออ มของ ประชาชนผานผูแทน (Representative Democracy) เพื่อใชอํานาจทางการบริหารปกครองไมวา จะผา นระบบรฐั สภาหรอื ไมก ต็ าม ในบรรดากระบวนการเพอื่ ใหไ ดม าซง่ึ ตวั แทนในการใชอ าํ นาจทางการเมอื ง แทนประชาชน เปนท่ียอมรับวาการเลือกตั้ง (election) เปนรูปแบบพ้ืนฐานที่เหมาะสมท่ีสุด ภายใตร ปู แบบอนั หลากหลายของการใหไ ดม าซงึ่ ผแู ทนของประชาชน การเลอื กตง้ั ถอื ไดว า เปน กจิ กรรม ที่สะทอนแสดงออกซ่ึงเจตจํานง และการมีสวนรวมทางการเมืองของประชาชน การเลือกตั้งจึงเปน การเปดโอกาสใหประชาชนผูลงคะแนนเสียงไดมีสวนรวมทางการเมืองในการเปนผูใชอํานาจอธิปไตย ดวยการเลอื กตวั แทนเขา ไปทาํ หนา ทีใ่ นทางนิตบิ ัญญตั ิ และมคี วามสมั พนั ธกบั อํานาจทางฝา ยบรหิ าร

๙๘ ÁÒμÃÒ øó สภาผแู ทนราษฎรประกอบดว ยสมาชกิ จํานวนหา รอยคน ดังน้ี (๑) สมาชกิ ซง่ึ มาจากการเลอื กตัง้ แบบแบงเขตเลือกตงั้ จาํ นวนสามรอยหา สบิ คน (๒) สมาชกิ ซงึ่ มาจากบญั ชีรายช่อื ของพรรคการเมอื งจํานวนหน่งึ รอยหาสบิ คน ในกรณที ต่ี าํ แหนง สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรวา งลงไมว า ดว ยเหตใุ ด และยงั ไมม กี ารเลอื กตงั้ หรือประกาศชื่อสมาชิกสภาผูแทนราษฎรข้ึนแทนตําแหนงที่วาง ใหสภาผูแทนราษฎรประกอบดวย สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎรเทา ที่มอี ยู ในกรณีมีเหตุใด ๆ ที่ทําใหสมาชิกสภาผูแทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือมีจํานวนไมถึง หน่งึ รอ ยหาสิบคน ใหส มาชกิ สภาผูแทนราษฎรแบบบัญชรี ายชอ่ื ประกอบดวยสมาชกิ เทาท่มี ีอยู ÁÒμÃÒ øø ในการเลือกตั้งทั่วไป ใหพรรคการเมืองที่สงผูสมัครรับเลือกตั้งแจงรายชื่อ บุคคลซ่ึงพรรคการเมืองนั้นมีมติวาจะเสนอใหสภาผูแทนราษฎรเพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบแตงตั้ง เปนนายกรัฐมนตรีไมเกินสามรายชื่อตอคณะกรรมการการเลือกต้ังกอนปดการรับสมัครรับเลือกต้ัง และใหค ณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประกาศรายชอ่ื บคุ คลดงั กลา วใหป ระชาชนทราบ และใหน าํ ความใน มาตรา ๘๗ วรรคสอง มาใชบ งั คับโดยอนโุ ลม พรรคการเมอื งจะไมเ สนอรายชื่อบคุ คลตามวรรคหนง่ึ ก็ได ÁÒμÃÒ ñõø พระมหากษัตริยทรงแตงตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอ่ืนอีกไมเกิน สามสบิ หา คนประกอบเปน คณะรฐั มนตรี มหี นา ทบี่ รหิ ารราชการแผน ดนิ ตามหลกั ความรบั ผดิ ชอบรว มกนั นายกรัฐมนตรีตองแตงต้ังจากบุคคลซึ่งสภาผูแทนราษฎรใหความเห็นชอบตาม มาตรา ๑๕๙ ใหประธานสภาผูแทนราษฎรเปนผูลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแตงตั้งนายก รฐั มนตรี นายกรัฐมนตรีจะดํารงตําแหนงรวมกันแลวเกินแปดปมิได ท้ังนี้ ไมวาจะเปนการดํารง ตําแหนงติดตอกันหรือไม แตมิใหนับรวมระยะเวลาในระหวางที่อยูปฏิบัติหนาที่ตอไปหลังพนจาก ตาํ แหนง ÁÒμÃÒ ñõù ใหส ภาผแู ทนราษฎรพจิ ารณาใหค วามเหน็ ชอบบคุ คลซงึ่ สมควรไดร บั แตง ตง้ั เปน นายกรฐั มนตรจี ากบคุ คลซง่ึ มคี ณุ สมบตั แิ ละไมม ลี กั ษณะตอ งหา มตามมาตรา ๑๖๐ และเปน ผมู ชี อื่ อยใู นบญั ชีรายช่อื ที่พรรคการเมืองแจง ไวต ามมาตรา ๘๘ เฉพาะจากบญั ชีรายชอื่ ของพรรคการเมอื ง ที่มีสมาชิกไดรับเลือกเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรไมนอยกวารอยละหาของจํานวนสมาชิกทั้งหมด เทา ทมี่ ีอยขู องสภาผูแทนราษฎร การเสนอชื่อตามวรรคหน่ึงตองมีสมาชิกรับรองไมนอยกวาหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิก ทงั้ หมดเทาท่ีมีอยูข องสภาผูแทนราษฎร มตขิ องสภาผแู ทนราษฎรทเ่ี หน็ ชอบการแตง ตงั้ บคุ คลใดใหเ ปน นายกรฐั มนตรี ตอ งกระทาํ โดยการลงคะแนนโดยเปด เผย และมคี ะแนนเสยี งมากกวา กงึ่ หนงึ่ ของจาํ นวนสมาชกิ ทงั้ หมดเทา ทม่ี อี ยู ของสภาผแู ทนราษฎร

๙๙ ¡ÒÃàÅ×Í¡μ§Ñé ¢Í§»ÃÐà·Èä·Â ตามรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ ไดก าํ หนดใหก ารเลอื กตงั้ เปน หนา ที่ของพลเมืองชาวไทย และอาํ นวยการเลือกต้ังโดยคณะกรรมการการเลือกตง้ั คณะกรรมการการเลอื กตงั้ เปน องคก รอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู ประกอบดว ยกรรมการจาํ นวน เจด็ คน ตามรฐั ธรรมนญู แหง ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒๒ และมาตรา ๒๒๔ กาํ หนดอาํ นาจหนาที่ของคณะกรรมการการเลอื กตั้งไว ดังน้ี ÁÒμÃÒ òòô ใหค ณะกรรมการการเลอื กตง้ั มหี นา ท่ีและอํานาจ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) จดั หรอื ดาํ เนนิ การใหม กี ารจดั การเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร การเลอื กสมาชกิ วฒุ ิสภา การเลอื กตั้งสมาชิกสภาทองถิ่นและผบู รหิ ารทองถน่ิ และการออกเสียงประชามติ (๒) ควบคมุ ดูแลการเลือกตงั้ และการเลือกตาม (๑) ใหเปนไปโดยสุจริตและเท่ียงธรรม และควบคุมดแู ลการออกเสียงประชามติใหเ ปน ไปโดยชอบดวยกฎหมาย เพื่อการน้ี ใหม ี อาํ นาจสืบสวน หรือไตสวนไดตามทจ่ี าํ เปนหรือท่เี หน็ สมควร (๓) เมื่อผลการสืบสวนหรือไตสวนตาม (๒) หรือเมื่อพบเห็นการกระทําท่ีมีเหตุอันควร สงสัยวาการเลือกต้ังหรือการเลือกตาม (๑) มิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการออกเสียง ประชามติเปนไปโดยมิชอบดวยกฎหมาย ใหมีอํานาจส่ังระงับ ยับย้ัง แกไขเปล่ียนแปลงหรือยกเลิก การเลือกต้ังหรอื การเลอื ก หรอื การออกเสียงประชามติ และส่ังใหดาํ เนินการเลอื กตั้ง เลือก หรอื ออก เสยี งประชามติใหมในหนวยเลือกต้งั บางหนว ย หรือทกุ หนวย (๔) สั่งระงับการใชสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูสมัครรับเลือกต้ังหรือผูสมัครรับเลือกตาม (๑) ไวเปนการชั่วคราวเปนระยะเวลาไมเกินหนึ่งป เม่ือมีหลักฐานอันควรเช่ือไดวาผูน้ันกระทําการ หรือรูเห็นกบั การกระทําของบุคคลอน่ื ทม่ี ลี ักษณะเปนการทุจรติ หรอื ทาํ ใหก ารเลือกต้ังหรือการเลือก มิไดเปน ไปโดยสุจรติ หรือเทีย่ งธรรม (๕) ดแู ลการดําเนนิ งานของพรรคการเมอื งใหเ ปน ไปตามกฎหมาย (๖) หนา ทแ่ี ละอํานาจอื่นตามรฐั ธรรมนญู หรอื กฎหมาย ในการสืบสวนหรือไตสวนตาม (๒) คณะกรรมการการเลอื กต้งั จะมอบหมายใหกรรมการ การเลอื กตงั้ แตล ะคนดาํ เนนิ การ หรอื มอบหมายใหค ณะบคุ คลดาํ เนนิ การภายใตก ารกาํ กบั ของกรรมการ การเลอื กต้งั ตามหลกั เกณฑและวิธกี ารท่ีคณะกรรมการการเลือกตง้ั กาํ หนดกไ็ ด

๑๐๐ º·ºÒ·Ë¹ÒŒ ·èբͧ¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨ㹡ÒÃàÅ×Í¡μѧé ÀÒáԨ¢Í§สาํ ¹Ñ¡§Ò¹ตาํ ÃǨá˧‹ ªÒμÔ - เปนหนวยงานหลักรับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบรอย และใหการสนับสนุน กกต. ในการจดั การเลอื กตงั้ สมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร ใหเ ปน ไปดว ยความเรยี บรอ ย สจุ รติ และเทย่ี งธรรม - การรักษาความสงบเรียบรอยในการเลือกต้ัง ถือเปนภารกิจท่ีสําคัญและมีเกียรติของ สํานกั งานตาํ รวจแหง ชาติ โดยจะตอ งแสวงหาความรว มมอื กับองคก รตาง ๆ ท่ีเกีย่ วของ และใหการ สนับสนุนการปองกันการทุจริตการเลือกต้ัง ตามที่กฎหมายกําหนดหรือท่ีไดรับการรองขอจาก กกต. ในทกุ ระดบั อยา งจรงิ ใจ - ขา ราชการตาํ รวจจะตอ งวางตวั เปน กลางทางการเมอื ง โดยไมป ฏบิ ตั กิ ารใด ๆ ทงั้ ในทาง สว นตวั และราชการโดยมชิ อบดวยกฎหมายใหเปน คุณ หรือเปน โทษแกผ สู มคั ร หรือพรรคการเมือง ¢Ñ¹é μ͹¡Òû¯ºÔ μÑ Ô˹ŒÒ·Õè¢Í§¢ÒŒ ÃÒª¡ÒÃตําÃǨ·ทÕè าํ ˹ŒÒ·ÕèÃ¡Ñ ÉÒ¤ÇÒÁ»ÅÍ´ÀÂÑ Ë¹Ç‹ ÂàÅ×Í¡μѧé กอ นวนั เลือกต้ัง ๑) ใหเจาหนาที่รักษาความปลอดภัยตองเขารับการอบรมเพื่อเขาใจบทบาทและหนาท่ี ตามกฎหมายประกาศระเบยี บขอ กําหนดและคําสัง่ ของคณะกรรมการการเลอื กตงั้ ๒) รวมกับคณะกรรมการประจําหนวยเลือกตั้งไปรับหีบบัตร บัตรเลือกต้ัง แบบพิมพ และอุปกรณตา ง ๆ ที่ตอ งใชในการเลือกตงั้ นาํ ไปเกบ็ รกั ษาไวใ นสถานท่ที ีป่ ลอดภยั (ซง่ึ คณะกรรมการ ประจําหนวยจะเปนผูกําหนดสถานที่และนัดหมายวันเวลากับคณะกรรมการประจําหนวยเลือกต้ัง เพ่อื มารับพิมพบ ตั รในวันเลอื กต้ัง) เสร็จแลวใหร ายงานผบู งั คับบญั ชาทราบทางวิทยุ ในวันเลอื กต้งั ๑) รวมกับคณะกรรมการประจําหนวยเลือกต้ังไปรับหีบบัตร ณ สถานที่เก็บรักษา ตามวันและเวลาที่ไดนัดหมายไว โดยใหไปถึงหนวยเลือกตั้งเวลา ๐๖.๐๐ น. รวมกับคณะกรรมการ ประจําหนวยเลือกตั้งพรอมดวยหีบบัตรเลือกต้ัง บัตรเลือกต้ัง แบบพิมพและอุปกรณตาง ๆ ที่ใช ในการเลือกตั้ง เสร็จแลวใหรายงานผูบงั คับบญั ชาทราบทางวิทยุ ๒) ใหปฏิบัติหนาท่ีรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบรอยบริเวณท่ีเลือกต้ัง หรอื สถานท่นี ับคะแนน ทั้งนี้ ตองตรวจตราความเรยี บรอ ยบรเิ วณหนว ยเลือกตงั้ โดยละเอยี ด ๓) เมื่อถึงเวลา ๐๗.๓๐ น. รวมกับคณะกรรมการประจําหนวยเลือกต้ังเปดหีบ บตั รเลือกตง้ั เพอ่ื ตรวจสอบและนับจาํ นวนบัตรเลือกต้ัง ๔) เม่ือถึงเวลา ๐๘.๐๐ น. เปดการลงคะแนนเลือกตั้งใหรายงานเหตุการณเบ้ืองตน ตอ ผบู ังคับบญั ชาทางวิทยุ

๑๐๑ ๕) ขณะปฏิบัติหนาท่ีหากพบเหตุการณกระทําความผิดเก่ียวกับกฎหมายเลือกตั้งหรือ กฎหมายอนื่ ภายในหนว ยเลอื กตง้ั ใหจ บั กมุ และแจง ผบู งั คบั บญั ชาทราบ ทางวทิ ยโุ ดยดว น และรอจนกวา มีผบู งั คับบญั ชาหรือพนักงานสอบสวนหรอื เจา หนาทีต่ าํ รวจผใู ดผรู บั มอบหมายมารับตวั ไป ๖) ขณะปฏิบัติหนาที่หากพบเหตุการณกระทําความผิดเกี่ยวกับกฎหมายเลือกต้ัง หรอื กฎหมายอ่ืนภายนอกหนวยเลอื กตัง้ (หา มออกไปนอกหนวยเลือกต้ัง) ใหแ จงผบู ังคับบัญชาทราบ ทางวิทยโุ ดยดว น ๗) เมื่อสิ้นสุดเวลาลงคะแนน (๑๕.๐๐ นาฬกา) เมื่อประธานกรรมการประจําหนวย เลอื กตง้ั ปด ประกาศการลงคะแนนและผมู สี ทิ ธเิ์ ลอื กตง้ั ทอ่ี ยใู นบรเิ วณทลี่ งคะแนนไดล งคะแนนเลอื กตงั้ จนเสร็จสน้ิ แลว ใหร ายงานเหตุการณตอ ผูบงั คับบญั ชาทางวิทยุ ๘) กรณีเลือกต้ังสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือวุฒิสภา ตองรอคณะกรรมการ การเลือกตั้งนบั คะแนนเลอื กต้ังจนเสรจ็ สนิ้ และรว มกบั คณะกรรมการประจําหนว ยเลอื กต้งั สง หบี บตั ร เลือกตั้งและเมอื่ สงหีบบัตรเลือกต้งั เสรจ็ สน้ิ แลว ใหร ายงานเหตุการณใ หผ ูบงั คับบัญชาทราบทางวิทยุ á¹Ç·Ò§¡Òû¯ÔºÑμãÔ ¹¡ÒÃÇÒ§μÇÑ à»š¹¡ÅÒ§¢Í§¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ รวจ สาํ นกั งานตาํ รวจแหง ชาตไิ ดก าํ ชบั และใหแ นวทางในการวางตวั เปน กลางทางการเมอื งดงั นี้ ๑) ใหขาราชการตํารวจทุกระดับวางตัวเปนกลางในการเลือกตั้งอยางเครงครัด ไมป ฏบิ ตั กิ ารใด ๆ ทง้ั ในทางสว นตวั และราชการ โดยมชิ อบดว ยกฎหมาย ใหเ ปน คณุ หรอื โทษแกผ สู มคั ร หรือพรรคการเมืองใดโดยเด็ดขาด ๒) การวางตัวเปน กลางนัน้ มไิ ดหมายความวาขา ราชการตํารวจจะเพิกเฉยไมไ ปใชสิทธิ ออกเสียงเลือกต้ังหรือลงประชามติ แตหมายถึง การไมใชอํานาจในตําแหนงหนาที่หรือมีพฤติการณ ในทางสว นตวั เพอ่ื สนบั สนนุ ชว ยเหลอื ผสู มคั รคนใดหรอื พรรคการเมอื งใด โดยเฉพาะเจาะจงทงั้ ทางตรง และทางออม ซ่ึงอาจเสียความเท่ียงธรรมได นอกจากการไมสนับสนุนผูสมัครหรือพรรคการเมืองใด ดังกลาวขางตน ในทางกลับกันจะตองไมกีดกันหรือกล่ันแกลงใสรายปายสี ตําหนิติเตียน ทับถม หรอื ใหรา ยผูส มัครหรือพรรคการเมืองใดใหไดร บั ความเสยี หายอกี ดวย ๓) ขาราชการตาํ รวจผทู ําหนาทีร่ กั ษาความปลอดภยั บคุ คลสําคัญทางการเมอื ง จะตอง แยกแยะระหวา งหนา ทก่ี ารรกั ษาความปลอดภยั ซง่ึ เปน หนา ทโ่ี ดยตรงของตาํ รวจ ไมใ ชห นา ทใ่ี นการชว ย บุคคลดังกลาวหาเสียง ซึ่งจะเสียความเปนกลางทางการเมือง และสําหรับผูที่มีญาติหรือบุคคล ใกลชิดเปนผูสมัครหรือผูสนับสนุนผูสมัคร ขอใหแบงแยกระหวางความเปนญาติกับความเปนกลาง ทางการเมอื งใหถูกตอง ๔) ใหข า ราชการตาํ รวจทกุ ระดบั ใหค วามรว มมอื ชว ยเหลอื และสนบั สนนุ ในการดาํ เนนิ การ เลอื กตง้ั และไปใชส ทิ ธเิ ลอื กตงั้ และลงประชามตใิ หเ ปน ตวั อยา งแกป ระชาชนทว่ั ไป รวมทง้ั ใหค าํ แนะนาํ ชกั ชวนบคุ คลผมู สี ทิ ธอิ อกเสยี งเลอื กตงั้ ในครอบครวั ญาติ มติ รสหาย ไปใชส ทิ ธเิ ลอื กตง้ั โดยพรอ มเพรยี งกนั

๑๐๒ ๕) ใหผ บู งั คับบัญชาทกุ ระดับสอดสอ ง ดูแล ใหผ ูใตบ ังคบั บัญชาวางตวั เปน กลางในการ เลอื กตง้ั และการแสดงประชามตอิ ยา งเครง ครดั ผใู ดละเลยใหถ อื วา กระทาํ ผดิ วนิ ัย ๖) สําหรับมาตรการในการดําเนินการ สําหรับขาราชการตํารวจที่วางตัวไมเปนกลาง ใหดําเนินการดังน้ี ๖.๑) การดาํ เนนิ การทางปกครอง เมอ่ื ไดร บั ขอ มลู ขา วสารทพ่ี จิ ารณาไดว า ขา ราชการ ตาํ รวจผูใดมพี ฤติการณว างตัวไมเปน กลางในการเลือกตงั้ ๖.๑.๑) สง่ั ใหเ ดนิ ทางไปปฏบิ ตั ริ าชการในหนว ยอนื่ โดยใหพ น จากตาํ แหนง หนา ทเี่ ดมิ หรอื พน จากเขตพืน้ ที่เดมิ ๖.๑.๒) ส่งั ใหประจาํ หรอื สาํ รองราชการ ๖.๑.๓) แตงตั้งโยกยายใหพ น จากตําแหนง เดมิ ๖.๑.๔) ตงั้ คณะกรรมการสอบสวน ฐานประพฤตไิ มเ หมาะสมกบั ตาํ แหนง หนา ที่ ราชการหรอื บกพรอ งในหนาท่อี ันจะเปน การเสียหายแกร าชการ ตามมาตรา ๑๐๑ แหง พ.ร.บ.ตํารวจ แหงชาติ พ.ศ.๒๕๔๗ ๖.๒) การดําเนินการทางวินัย เมื่อปรากฏผลการสืบสวนขอเท็จจริงชัดเจนวา มพี ฤตกิ ารณว างตวั ไมเ ปน กลางในการเลอื กตงั้ หรอื เกดิ ความเสยี หายตอ การปฏบิ ตั ริ าชการ ใหพ จิ ารณา ลงโทษวินัยอยางไมรายแรง หรือตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณาโทษทางวินัยอยางรายแรง แลว แตก รณี ๖.๓) การดําเนินการทางกฎหมาย เมื่อพบวามีการกระทําผิดกฎหมายวาดวย การเลือกต้ังหรือกฎหมายอาญา อันเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง ใหดําเนินคดีอาญาโดยเฉียบขาด และเรงรัดใหพ นกั งานสอบสวนรีบดําเนินการสอบสวนอยางรวดเร็ว

๑๐๓ ¡®ËÁÒ·Õàè ¡ÕèÂÇ¢ŒÍ§ã¹¡Ã³Õ¢ŒÒÃÒª¡ÒÃตาํ ÃǨÇÒ§μÇÑ äÁ‹à»¹š ¡ÅÒ§ ● ¾.Ã.º.ตําÃǨá˧‹ ªÒμÔ ¾.È.òõô÷ ËÁÇ´ ö ¡ÒÃดาํ à¹¹Ô ¡ÒÃ·Ò§Ç¹Ô ÂÑ ÁÒμÃÒ øô เม่ือมีการกลาวหาหรือมีกรณีเปนที่สงสัยวา ขาราชการตํารวจผูใดกระทําผิดวินัย ใหผูบังคับบัญชา รีบดําเนินการสืบสวนขอเท็จจริงหรือพิจารณาในเบื้องตนวากรณีมีมูลท่ีควรกลาวหาวาผูน้ันกระทําผิด วินัยหรือไม ในการสืบสวนขอเท็จจริงใหแจงเรื่องที่ถูกกลาวหาหรือถูกรองเรียนใหผูถูกกลาวหาทราบ และใหผูถูกกลาวหาช้ีแจงขอเท็จจริงภายในเวลาท่ีกําหนด ถาเห็นวากรณีไมมีมูลท่ีควรกลาวหาวา กระทาํ ผดิ วนิ ยั ใหส งั่ ยตุ เิ รอ่ื งได ถา เหน็ วา กรณมี มี ลู ทค่ี วรกลา วหาวา กระทาํ ผดิ วนิ ยั ใหด าํ เนนิ การตอ ไป ตามมาตรา ๘๕ หรอื มาตรา ๘๖ แลวแตกรณที ันที ● »ÃÐÁÇŨÃÂÔ ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§ตาํ ÃǨ ¾.È.òõõó (Ṻ·ÒŒ  ¡® ¡.μÃ. NjҴnj »ÃÐÁÇŨÃÔ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§ตาํ ÃǨ (©ºÑº·èÕ ò) ¾.È.òõõó) ʋǹ·èÕ ò ÁÒμðҹ·Ò§¨ÃÔ¸ÃÃÁáÅШÃÃÂÒºÃó¢Í§ตําÃǨ (๑) มาตรฐานทางจรยิ ธรรมของตาํ รวจ ขอ ๗ ขาราชการตํารวจตองเคารพ ศรัทธา และยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท รงเปนประมขุ ซง่ึ ตองประพฤตปิ ฏบิ ัติ ดังน้ี (๒) สนับสนุนการเมืองประชาธิปไตยดวยศรัทธา มีความเปนกลางทางการเมือง ไมเปนผูบริหาร หรือกรรมการพรรคการเมือง และไมกระทําการใด ๆ อันเปนคุณหรือเปนโทษ แกพรรคการเมือง หรือผูสมัครรับเลือกต้งั ทง้ั ในระดับชาตแิ ละทอ งถนิ่ μÇÑ ÍÂÒ‹ § ¾ÄμÔ¡ÒóËÃÍ× ¡ÒáÃÐทาํ ·ÍèÕ Ò¨¶Ù¡ÃÍŒ §àÃÕ¹¡ÒÃÇÒ§μÑÇäÁ‹à»¹š ¡ÅÒ§ การกระทาํ ทีเ่ ขาขา ยอันเปน คุณ ■ แสดงตวั เปน ผูม ีอทิ ธพิ ลมคี วามสนิทสนมกบั นกั การเมือง ■ ชวยหาเสยี งใหพรรคการเมืองใด ๆ ■ ตดิ ตามนักการเมืองไปหาเสยี งเลือกตัง้ ■ ใหความชวยเหลือผูสมัครรับเลือกตั้ง หรือหัวคะแนนหรือฐานเสียงของผูสมัคร รบั เลอื กตง้ั หรือพรรคการเมอื งใด ๆ ■ ขึน้ พดู สนับสนุนผสู มคั รรบั เลอื กต้ัง นักการเมอื งหรอื พรรคการเมืองบนเวทีงานเลีย้ ง ■ ชวยหาเสียงระหวางการมีหนาท่ีรักษาความปลอดภัยนักการเมืองหรือผูสมัคร รับเลือกต้งั ■ ใชต าํ แหนง หนา ทเี่ ออื้ ประโยชนใ หก บั ผสู มคั รรบั เลอื กตงั้ หรอื พรรคการเมอื งหนงึ่ และ ใหค อยจับตาความเคล่อื นไหวการหาเสียงหรอื จองจบั ผิดผูสมคั รรบั เลือกตงั้ หรอื พรรคการเมืองอน่ื ๆ

๑๐๔ ■ ใหผูสมัครรับเลือกตั้งเขารวมประชุมท่ีหนวยงาน และแสดงบทบาทสนับสนุน พรรคการเมอื งของผูส มคั รรบั เลือกตัง้ นั้น ■ ทาํ ตวั สนิทสนมกบั ผูสมัครรับเลือกตั้งพรรคหนึง่ และขมขูฝ า ยตรงขาม ■ ชว ยหาเสียงใหนกั การเมอื ง เพ่ือหวังเลอื่ นยศเลือ่ นตําแหนง ■ ขม ขูประชาชนใหสนับสนุนผูสมคั รรบั เลือกตงั้ หรอื พรรคการเมอื งท่ตี นชอบ ■ ชว ยผสู มัครรับเลือกตั้งหาเสยี ง ■ ชวยตดิ ปา ยหาเสยี งใหผสู มัครรบั เลอื กตง้ั หรอื พรรคการเมอื งใด ๆ ■ ชวยขับรถหรือพาหนะอื่น ๆ ในกิจกรรมหรือธุระของผูสมัครรับเลือกต้ัง หรือ พรรคการเมอื งใด ๆ ■ ไปติดตามรักษาความปลอดภัยผูสมัครรับเลือกตั้ง หรือผูเกี่ยวของกับการเลือกต้ัง โดยไมไ ดร ับมอบหมายจากผูบงั คับบญั ชา หรอื ไมใ ชพ น้ื ที่รับผดิ ชอบตามหนา ที่ ■ ใสเส้ือสัญลักษณผ สู มคั รรับเลอื กตั้ง หรือพรรคการเมืองใด ๆ ■ ติดสต๊กิ เกอรผสู มคั รรับเลอื กต้งั หรือพรรคการเมืองใด ๆ ทบ่ี า นพักหรอื ยานพาหนะ ทั้งของทางราชการและสว นตัว ■ พดู จาชกั จงู ใหผ ูอื่นเลือกผสู มคั รรบั เลอื กตัง้ หรือพรรคการเมอื งใด ๆ ■ แสดงพฤตกิ รรม หรอื กระทาํ การใด ๆ อนั เปน การสอ แสดงนยั ใหก ารสนบั สนนุ ผสู มคั ร รับเลือกตงั้ หรือพรรคการเมืองใด ๆ การกระทําท่ีเขา ขา ยอนั เปนโทษ ■ พดู จาหวา นลอ มชกั จงู ใหผ อู น่ื เกลยี ดผสู มคั รรบั เลอื กตง้ั หรอื พรรคการเมอื งทต่ี นไมช อบ ■ พูดจาใสรา ยผูสมัครรับเลอื กตง้ั หรือพรรคการเมอื งใด ๆ ■ ตรวจคนตัวผูส มัครรบั เลือกต้ัง/บรวิ าร หรอื ยานพาหนะของผูสมคั รรบั เลือกต้งั หรือ ของพรรคการเมอื งหนงึ่ พรรคการเมอื งใด โดยไมม เี หตอุ นั สมควรตามกฎหมาย หรอื มเี จตนากลน่ั แกลง ■ ไมอ นญุ าตใหผ ูส มัครรับเลือกตงั้ หรอื พรรคการเมือง ใชพื้นทรี่ าชการในการหาเสียง โดยไมมีเหตผุ ลอนั สมควรหรอื เลอื กปฏบิ ัติ ■ กระทําการใด ๆ อันเปนการขัดขวางการหาเสียงของผูสมัครรับเลือกตั้ง หรือ พรรคการเมืองใด ๆ

๑๐๕

๑๐๖ จัดพมิ พโ ดย โรงพิมพตํารวจ ถ.เศรษฐศิริ ดุสติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท ๐-๒๖๖๘-๒๘๑๑-๓ โทรสาร ๐-๒๒๔๑-๔๖๕๘

“เปนหลักประกันความยุติธรรมและความปลอดภัยในชีวิต และทรัพยสินของประชาชนที่มีมาตรฐานสากล” พลตํารวจเอก จักรทิพย ชัยจินดา ผูบัญชาการตํารวจแหงชาติ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook