หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เรอ่ื งโครงงาน คอมพิวเตอร์ นกั ศกึ ษาฝกึ สอน นายณภัทร เทยี นโพธ์ิ (ครตู ้นกก) โรงเรยี นสะแกราชธวัชศึกษา อ.ปักธงชยั
โครงงานคอมพิวเตอร์ โครงงานคอมพวิ เตอร์ เป็นกจิ กรรมอสิ ระทผี่ ้เู รียนสามารถเลอื ก ศกึ ษาตามความสนใจโดยใช้ทกั ษะ ตลอดจนประสบการณข์ อง ผเู้ รียนด้านคอมพวิ เตอรแ์ ละซอฟต์แวร์ในการแกป้ ญั หาตา่ ง ๆ ผ้เู รยี นจะตอ้ งดาเนนิ งานวางแผนศกึ ษา พฒั นาโปรแกรมหรอื อปุ กรณท์ ่เี กย่ี วขอ้ ง
ประโยชนโ์ ครงงานคอมพิวเตอร์ 1) ความสามารถในการสอ่ื สาร 2) ความสามารถในการคิด 3) ความสามารถในการวเิ คราะหป์ ญั หา 4) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ประเภทโครงงานคอมพิวเตอร์ คอมพวิ เตอร์ เปน็ เครื่องมือทใ่ี ช้ในงานวิจัยในทกุ ๆ สาขาวชิ า ดังนั้นโครงงานคอมพวิ เตอร์จงึ มคี วามหลากหลายเป็นอย่างมาก ทัง้ ในลกั ษณะของเนอื้ หา กจิ กรรม และลักษณะของประโยชน์หรือ ผลงานทไ่ี ด้ จงึ เป็นการพฒั นาเพอ่ื แกป้ ัญหาและตอบสนองความ ตอ้ งการของผใู้ ชง้ านได้หลากหลาย ซงึ่ สามารถแบง่ เป็นประเภท ใหญ่ ๆ ได้ 5 ประเภท คอื
1.โครงงานพฒั นาส่ือเพ่ือการศกึ ษา (Educational Media) เปน็ โครงงานที่สรา้ งหรือพัฒนาส่อื เพื่อส่งเสริมการจัดการเรยี นรู้ เช่น E-Learning (บนเรียนออนไลน)์ , CAI (คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน), E-Book (บทเรียนอิเลก็ ทรอนกิ ส์)
2. โครงงานพัฒนาเครอื่ งมือ (Tools Development) เปน็ โครงงานทีพ่ ฒั นาเครื่องมอื ชว่ ย สร้างงานประยกุ ต์ตา่ งๆ ตัวอย่างโครงงาน เชน่ , โครงงาน พฒั นาห่นุ ยนต์เก็บขยะบนพืน้ นา้
3. โครงงานประเภทจาลองทฤษฎี (Theory Experiment) เป็นโครงงานที่ใช้คอมพวิ เตอร์จาลอง การพสิ ูจน์หลักการและทฤษฎี ซ่ึง อาจอยู่ในรปู ของสูตร สมการ หรือ จาลองการทดลองตา่ งๆ ท่ไี ม่สามารถ ทดลองด้วยสถานการณจ์ รงิ ได้
4. โครงงานประเภทการประยุกตใ์ ช้งาน (Application) เปน็ โครงงานทใี่ ชค้ อมพวิ เตอร์สร้าง ผลงาน หรือชน้ิ งานเพอื่ นามาประยุกต์ใช้ งานในชีวติ ประจาวนั หรืองาน เฉพาะเจาะจง เชน่ การสรา้ งหนุ่ ยนตเ์ กบ็ ขยะ
5. โครงงานพฒั นาเกม (Game Development) เปน็ โครงงานพฒั นาโปรแกรมที่ ตอบสนองความตอ้ งการของผใู้ ชง้ านได้ อย่างเหมาะสม ส่วนใหญ่เปน็ โปรแกรม เชงิ ธรุ กจิ และโปรแกรมเกมตา่ งๆ ตัวอยา่ งโครงงาน เช่น พัฒนา เกมหมากฮอส
ข้ันตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ 1. คัดเลือกหวั ขอ้ โครงงานท่ีสนใจ 2. ศึกษาคน้ คว้าจากเอกสารและแหลง่ ขอ้ มูล 3. จัดทาเค้าโครงของโครงงาน 4. การลงมอื ทาโครงงาน 5. การเขียนรายงาน 6. การนาเสนอและแสดงโครงงาน
คดั เลือกหวั ข้อโครงงานที่สนใจ โดยทัว่ ไปเร่ืองทจ่ี ะนามาพฒั นาเปน็ โครงงานคอมพวิ เตอร์ มกั จะได้มา จากปญั หา คาถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสงั เกตสง่ิ ต่างๆ ทเี่ กี่ยวข้องกับระบบคอมพวิ เตอร์ หรอื สงิ่ ต่างๆ รอบตัว ปัญหา ทจี่ ะนามาพฒั นาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งตา่ งๆ กัน
ศึกษาค้นควา้ จากเอกสารและแหลง่ ข้อมูล การศกึ ษาค้นควา้ จากเอกสารและแหลง่ ข้อมลู ซง่ึ รวมถงึ การขอคาปรึกษาจาก ผทู้ รงคณุ วุฒิ จะช่วยให้นกั เรยี นไดแ้ นวคิดทใ่ี ชใ้ นการกาหนดขอบเขตของเรอ่ื งทจ่ี ะศกึ ษา ไดเ้ ฉพาะเจาะจงมากยงิ่ ขึน้ รวมทงั้ ไดค้ วามรูเ้ พม่ิ เตมิ ในเร่ืองทจ่ี ะศึกษาจนสามารถใช้ ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนนั้ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ในการศกึ ษาจะต้องได้ คาตอบวา่ 1. จะทาอะไร 2. ทาไมตอ้ งทา 3. ตอ้ งการใหเ้ กดิ อะไร 4. ทาอย่างไร 5. ใชท้ รพั ยากรอะไร 6. ทากบั ใคร 7. เสนอผลอยา่ งไร
จดั ทาเคา้ โครงของโครงงาน
การลงมอื ทาโครงงาน เม่อื เคา้ โครงของโครงงานไดร้ บั ความเหน็ ชอบของครูทีป่ รกึ ษาแลว้ ขั้นตอนต่อไปจงึ เปน็ การลงมอื พฒั นาโครงงานตามขนั้ ตอนทว่ี างไว้ 1.การเตรียมการ 2.การลงมอื พฒั นา 3.การทดสอบผลงานและแก้ไข 4.การอภิปรายและข้อเสนอแนะ 5.แนวทางในการพฒั นาโครงงานในอนาคตและขอ้ เสนอแนะ
การเขยี นรายงาน การเขียนรายงานเปน็ วธิ ีการสอื่ ความหมายเพอื่ ใหผ้ ูอ้ ่นื ไดเ้ ขา้ ใจแนวคิด วิธดี าเนินการศึกษาคน้ คว้า ข้อมูลท่ีได้ ตลอดจนขอ้ สรปุ และข้อเสนอแนะตา่ งๆ เกี่ยวกบั โครงงานนนั้ ในการเขยี นรายงานนกั เรยี นควรใช้ภาษาทอ่ี า่ นง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหวั ขอ้ ตา่ งๆเหลา่ นี้ 1.ส่วนนา 2. บทนา 3.หลกั การและทฤษฎี 4.วธิ ีดาเนนิ การ 5.ผลการศกึ ษา 6.สรปุ ผลและขอ้ เสนอแนะ 7.ประโยชน์ 8.บรรณานกุ รม 9.การจดั ทาคู่มือการใชง้ าน
การนาเสนอและแสดงโครงงาน เปน็ ข้ันตอนสุดท้ายหลงั จากการพฒั นาโครงงานเสร็จเรียบร้อยตามเปา้ หมาย และวตั ถุประสงคท์ ีต่ ั้งไว้ โดยเปน็ การนาเสนอรายงานสรปุ ผลการดาเนนิ การใน การจัดทาโครงงาน และโปรแกรมที่ได้พฒั นาขึ้นมาให้กบั คณะกรรมการและ ผเู้ กย่ี วขอ้ งของโครงงานนนั้ จึงจดั เปน็ ขั้นตอนท่สี าคญั อีกขนั้ ตอนหนง่ึ ของการ ทาโครงงาน และเปน็ วธิ ีทาให้ผอู้ นื่ ไดร้ บั รู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: