กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรียนที่ 1 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 เร่อื ง ปัจจัยบางประการที่มผี ลต่ออัตราการ สังเคราะห์ด้วยแสง และการปรบั ตัวของพืชเพ่ือรับแสงรายวชิ า ชีววิทยา 3 รหสั วิชา ว 32243 ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5/1กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 2 ช่ัวโมงครผู สู้ อน นางสาวศริ ริ ตั น์ หวงั สะแล่ะฮ์ โรงเรียน หนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิสาระที่ 1 : ส่ิงมีชวี ติ กับกระบวนการดารงชีวิตมาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหนว่ ยพ้ืนฐานของส่ิงมชี วี ติ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเอง และดูแลส่ิงมชี วี ติความคิดรวบยอดปจั จัยบางประการที่มผี ลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง 1. แสงและความเข้มของแสง พืชใช้ปริมาณแสงในการสังเคราะห์ด้วยแสงน้อยมากเพียงร้อยละ5เท่านั้น ซ่ึงมีความเข้มแสงท่ีเพียงพอที่พืชสามารถนาไปสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ในที่มืดอัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นลบนั่นคือคาร์บอนไดออกไซด์ถูกปล่อยออกมาเนื่องจากการหายใจมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีใช้ในการตรึงเม่ือความเข้มของแสงเพ่ิมขึ้นจนกระท่ังอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการหายใจเท่ากับอัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์จากการสังเคราะห์ด้วยแสงเรียกค่าความเขม้ ของแสงนีว้ า่ ไลทค์ อมเพนเซชันพอยท์ (light compensation point) ความเข้มของแสงถ้ามีเพิ่มมากขึ้น อัตราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเพิ่มมากข้ึน แต่จะเพ่ิมได้จนถึงระดับหนึ่งเท่าน้ัน เม่ือความเข้มแสงเพิ่มข้ึน อัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิก็จะเพิ่มข้ึนเร่ือยๆ จนถึงจุดหน่ึงถึงแม้จะเพิ่มความเข้มของแสงก็ตาม แต่อัตราการตรึงคาร์บอนออกไซด์สุทธิจะไม่เพิ่มขึ้นจึงเรียกค่าความเข้มของแสงจุดน้ีว่า จุดอ่ิมตัวของแสง (light saturation point) 2. คาร์บอนไดออกไซด์ อัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ท่ีความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ต่า อัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์จะเป็นลบ แต่เมื่อเพิ่มความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ไปถึงความเข้มข้นของแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดร์ ะดับหนงึ่ ที่ทาใหอ้ ตั ราการตรึงคารบ์ อนไดออกไซด์ ดว้ ยกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงเท่กับอัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการหายใจ เรียกความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ณ จุดนี้ว่าคารบ์ อนไดออกไซดค์ อมเพนเซชันพอยท์ (carbondioxide compensation point)
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรียนท่ี 1 เมือ่ ความเขม้ ขน้ ของแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซดใ์ นอากาศเพิม่ มากขน้ึ อัตราการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ก็จะสูงข้ึนเรื่อยๆ เช่นกัน แต่เม่ือความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเพ่ิมมากขึ้นถึงจุดหนึ่งอัตราการ ตรึงคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิจะไม่เพ่ิมข้ึน เรียกค่าความเข้มข้นของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ณ จุดนี้ว่า จุดอิ่มตัวของคาร์บอนไดออกไซด(์ carbondioxide compensation point) 3. อณุ หภมู ิ อณุ หภมู มิ ีอิทธิพลตอ่ การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช เนือ่ งจากอณุ หภูมิมีอิทธิพลต่อการทางานของเอนไซม์ต่างๆ ดังนน้ั ถ้าอณุ หภูมิเหมาะสมต่อการทางานของเอนไซมอ์ าจทาให้พืชมีอัตราการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงสูง 4. อายใุ บ ใบพืชท่ีอ่อนหรือแก่เกินไป จะมีความสามารถในการสังเคราะห์ด้วยแสงต่ากว่าใบพืชท่ีเจริญเติบโตเต็มท่ีเพราะว่าใบทอ่ี ่อนเกินไปการพัฒนาจองคลอโรฟิลลม์ ีผลทาให้การสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพชื ลดลงไปดว้ ย 5. ปริมาณน้าทพี่ ืชไดร้ บั เมอื่ พืชขาดน้าอตั ราการสังเคราะห์ด้วยแสงจะลดลง เน่ืองจากปากใบของพืชจะปิดเพื่อลดการคายน้า ซ่ึงทาให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซดแ์ พร่เข้าสู่ปากใบไดย้ าก 6. สารอาหาร ในสารอาหารจะมีธาตุอาหารจาเป็นต่อกระบวนการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์ เอนไซม์และสารเร่งปฏิกิริยาต่างๆเช่น ธาตุแมกนเี ซยี ม ไนโตรเจน ธาตเุ หล็ก ธาตแุ มงกานสิ และคลอรนีการปรบั ตัวของพชื เพ่ือรบั แสง 1. การปรบั โครงสร้างของใบเพอ่ื รับแสง ใบพืชจาเป็นต้องปรับโครงสร้างของใบให้เอื้ออานวยในการรับแสงให้ได้มากท่ีสุด หรือปรับโครงสร้างภายในของใบใหเ้ หมาะต่อความตอ้ งการรบั แสง 2. การปรบั ทศิ ทางของใบเพื่อรับแสง พืชสามารถปรบั ทศิ ทางของใบในการรับแสงตามความต้องการได้ เช่น ในกรณีที่มีความเข้มของแสงต่า พืชจะหนั ใบกางออกไปยังทิศทางที่แสงส่องเพ่อื ให้ไดร้ ับแสงเต็มที่ 3. การปรบั ตวั โดยการจัดเรียงใบเพ่ือแขง่ ขนั ในการรบั แสงของพืชทข่ี ้ึนในบริเวณเดยี วกนั พชื ทีม่ ีการแตกกิ่งกา้ นสาขามากๆ หรือพืชที่เจรญิ เติบโตอยู่ใตเ้ รอื นยอดของพืชอ่ืน ใบทุกใบมีโอกาสได้รับแสงไมเ่ ท่ากัน จงึ เกิดการแขง่ ขนั กนั เพ่อื รับแสง โดยการจดั การเรยี งตวั ของใบ ลาต้น กิ่งและก้านใบให้มีโอกาสรับแสงได้มากท่ีสดุ
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนหนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ ภาคเรยี นที่ 1จดุ ประสงค์ เพ่ือใหน้ ักเรยี นสามารถ 1. สบื คน้ ขอ้ มูล วิเคราะห์ และอธบิ ายถึงปจั จัยบางประการท่ีมผี ลต่ออตั ราการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง 2. สบื ค้นขอ้ มูล วเิ คราะห์ อภิปราย และสรุปเก่ียวกบั การปรับตัวของพืชเพ่ือรับแสงมาใชใ้ นกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงการดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี นการสอน1. สรา้ งความสนใจ ครยู กตวั อยา่ งสถานการณ์ทีน่ กั เรยี นพบเหน็ ในชีวิตประจาวัน วา่ ในการทาการเกษตร พืชต้องใช้ปัจจัยใดบ้างในการสร้างอาหารเพ่ือการเจรญิ เติบโต แลว้ พชื ท่ีปลูกกลางแจ้งกบั พืชทีป่ ลูกในร่มมีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร2. ขัน้ สารวจ และค้นหา แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกนั ระดมความคิดสรปุ ปัจจัยบางประการที่มผี ลต่ออตั ราการสังเคราะห์ด้วยแสง และการปรับตัวของพืชเพื่อรบั แสงลงในกระดาษแจกให้3. ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป 1. ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอหน้าห้อง และครอู ธิบายเพ่ิมเติม 2. ครูและนักเรียนชว่ งกนั อภิปรายและสรปุ เร่ืองปัจจยั บางประการท่ีมผี ลตอ่ อตั ราการสงั เคราะหด์ ้วยแสง และการปรับตวั ของพชื เพ่อื รับแสง4. ข้ันขยายความรู้ ครใู หน้ กั เรียนยกตวั อย่างสถานการณ์ทีน่ ักเรียนพบเห็นในชีวิตประจาวันที่สมั พนั ธ์กับปัจจยั บางประการทม่ี ีผลต่ออตั ราการสงั เคราะหด์ ้วยแสง และการปรับตวั ของพืชเพ่ือรับแสง5. ข้นั ประเมนิ ครูประเมนิ การเรยี นรขู้ องนักเรยี นเช่น การตอบคาถามในชน้ั เรียน การร่วมกันอภิปรายส่อื การเรยี นรู/้ แหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวิชาเพมิ่ เติม ชวี วทิ ยา เล่ม 3 2. ใบงานปจั จยั บางประการท่ีมผี ลต่ออัตราการสงั เคราะหด์ ้วยแสง และการปรับตัวของพืชเพอ่ื รับแสง
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรยี นท่ี 1การวดั และประเมิน จุดประสงค์ วิธีการวดั เครอื่ งมอื การวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล - แบบคาถาม - ตอบได้ถูกต้อง 1. สื บ ค้ น ข้ อ มู ล การตอบคาถาม - ใบงาน ครอบคลุม - คะแนนเกนิ ครึ่งถอื ว่าวิเคราะห์ และอธิบายถึง ผา่ นปัจจัยบางประการที่มีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง 2. สื บ ค้ น ข้ อ มู ล การตอบคาถาม - แบบคาถาม - ตอบได้ถูกต้อง - ใบงาน ครอบคลุมวิเคราะห์ อภิปราย และ - คะแนนเกินครง่ึ ถือว่า ผ่านสรุปเกี่ยวกับการปรับตัวของพืชเพ่ือรับแสงมาใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรียนท่ี 1 บนั ทึกผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ................................................ครผู ้สู อน (นางสาวศิริรตั น์ หวงั สะและ่ ฮ์) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่อื ................................................หวั หนา้ กล่มุ สาระ (นายจักรกฤษณ์ ทองทับทิม) วนั ท่ี ........................................ความคิดเห็นหวั หน้ากล่มุ งานบรหิ ารวชิ าการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่อื ....................................... หวั หนา้ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ (นางทศั นยี ์ วงทองดี) วนั ที่ .......................................ความคิดเหน็ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ .........................................ผอู้ านวยการโรงเรยี น (นายวินยั คาวิเศษ) วันท่ี .......................................
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรียนท่ี 1 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 15 เรอื่ ง โครงสร้างดอกไม้รายวชิ า ชีววิทยา 3 รหัสวชิ า ว 32243 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5/1 เวลา 2 ช่ัวโมงกลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 1 โรงเรียน หันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิครผู ู้สอน นางสาวศริ ริ ัตน์ หวังสะแล่ะฮ์สาระท่ี 1 : สิ่งมชี ีวิตกบั กระบวนการดารงชีวิตมาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพืน้ ฐานของสง่ิ มชี วี ติ ความสมั พนั ธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิตท่ีทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเอง และดแู ลสงิ่ มีชวี ิตความคิดรวบยอด พชื ดอก คอื พืชทเี่ จริญเติบโตเต็มท่ีแล้วมีดอก และอาศัยดอกสืบพันธ์ุ พืชดอกเป็นกลุ่มพืชท่ีมีวิวัฒนาการสูงท่สี ุดในอาณาจกั รพืชโครงสร้างของพชื ดอก ประกอบด้วยโครงสร้างหลักที่สาคัญ 4 ส่วนติดอยู่บนฐานดอก (receptacle) ได้แก่ กลีบเล้ียง (sepal) กลีบดอก (petal) เกสรเพศผู้ (stamen) และเกสรเพศเมยี (pistil) เกสรเพศผู้ประกอบด้วย ส่วนสาคัญ 2 ส่วน คือ อับเรณู (anther) และกา้ นชอู บั เรณู (filament) เกสรเพศเมีย แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ส่วนล่างสุดท่ีติดกับ ฐานเรียกว่า รังไข่ (ovary) ต่อ จากรังไข่ขึ้นไปคือก้านเกสรเพศเมยี (style) และบรเิ วณปลายสุดคอื ยอดเกสรเพศเมีย (stigma) ภายในรงั ไข่มอี อวุล (ovule) ดอกท่ีมีส่วนประกอบครบท้ัง 4 ส่วนเรียก ดอกสมบูรณ์ (complete flower) แต่ถ้าขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไปไมค่ รบทั้ง 4 ส่วนเรียก ดอกไม่สมบูรณ์ (incomplete flower) ดอกท่ีมีเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมียอยู่ภายในดอกเดียวกันเรียก ดอกสมบูรณ์เพศ (perfect flower) แต่ถ้ามีเกสรเพศผู้หรือเกสรเพศเมียเพียงอย่างใดอย่างหน่ึงเรียกดอกไม่สมบูรณ์เพศ (imperfect flower) ดอกท่ีมีเฉพาะเกสรเพศผู้เรียก ดอกเพศผู้ ดอกที่มีเฉพาะเกสรเพศเมียเรยี ก ดอกเพศเมยี สามารถแบ่งชนิดของดอกตามจานวนท่ีอยู่ของดอกได้เป็น 2 ชนิด คือ ดอกเดี่ยว (solitary flower) และดอกช่อ (inflorescences) ดอกเดี่ยวคือ ดอกที่มีดอกเพียง 1 ดอกบนก้านดอก เช่น กุหลาบ บัว เป็นต้น ส่วนดอกช่อคือ ดอกที่มีดอกย่อยมากกว่า 1 ดอกติดอยู่บนแกนช่อดอกซ่ึงเป็นส่วนที่ต่อออกไปจากก้านช่อดอก เช่น กล้วยไม้ เข็มราชพฤกษ์ ทานตะวนั เฟื่องฟ้า เปน็ ต้นจดุ ประสงค์
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรียนท่ี 1 เพ่อื ให้นกั เรียนสามารถสืบคน้ ขอ้ มลู ทดลอง อธบิ าย และสรุปโครงสรา้ งของดอกการดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอน 1. ขน้ั นา ครใู ห้นกั เรียนเตรียมดอกไม้ มาคนละ 2-3 ดอก ใหน้ กั เรยี นสังเกตดอกไมข้ องตนเองวา่ มสี ว่ นประกอบอะไรบา้ ง 2. ขั้นสอน ครอู ธบิ ายเร่อื งโครงสรา้ งของดอก แลว้ ใหน้ ักเรยี นแกะดอกไม้ท่ีเตรียมมาจากวงนอกสดุ โดยแกะทลี ะส่วน แล้วติดลงกระดาษท่เี ตรียมไว้ 3. ขน้ั สรปุ 1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาเสนอหนา้ ห้องวา่ ดอกไม้ทตี่ นเตรียมมาคือดอกอะไร มีโครงสรา้ งของดอกอะไรบ้าง เปน็ ดอกสมบรู ณ์เพศหรอื ไม่ เป็นดอกครบสว่ นหรือไม่ อย่างไร 2. ครแู ละนกั เรยี นชว่ งกนั อภิปรายและสรปุ ดอกไมข้ องนกั เรียนแต่ละคนบนกระดาน ว่าดอกไมแ้ ตล่ ะชนดิ ท่ีนกั เรยี นเตรียมมามีโครงสร้างของดอกอะไรบ้าง เปน็ ดอกสมบรู ณเ์ พศหรือไม่ เป็นดอกครบส่วนหรอื ไม่ อยา่ งไรสือ่ การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติม ชวี วทิ ยา เลม่ 3 2. ใบงานเร่อื งโครงสร้างของพชื ดอก 3. ดอกไม้ชนิดต่างๆการวดั และประเมินจุดประสงค์ วธิ กี ารวดั เครื่องมอื การวัด เกณฑก์ ารประเมินผล - แบบคาถาม - ตอบได้ถกู ต้องเพ่ือให้นักเรียนสามารถ การตอบคาถาม - ใบงาน ครอบคลุมสื บ ค้ น ข้ อ มู ล ท ด ล อ ง - คะแนนเกนิ ครงึ่ ถอื วา่อธิบาย และสรุปโครงสร้าง ผ่านของดอก
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรียนท่ี 1 บนั ทึกผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอ่นื ๆ................................................................................................................................................................................. ลงช่ือ ................................................ครูผสู้ อน (นางสาวศิริรัตน์ หวงั สะแล่ะฮ)์ วนั ท่ี ........................................ความคดิ เห็นหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (นายจักรกฤษณ์ ทองทับทิม) วันที่ ........................................ความคิดเหน็ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารวชิ าการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ....................................... หัวหน้ากลมุ่ งานบริหารวชิ าการ (นางทัศนีย์ วงทองดี) วันที่ .......................................ความคิดเห็นผู้บรหิ ารสถานศึกษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ .........................................ผู้อานวยการโรงเรยี น (นายวินยั คาวิเศษ) วนั ที่ .......................................
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรยี นที่ 1 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 16 เรอื่ ง วฏั จกั รชีวิต และการสืบพนั ธ์แุ บบอาศัยเพศของพืชดอกรายวิชา ชีววิทยา 3 รหสั วิชา ว 32243 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5/1กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 2 ช่วั โมงครูผู้สอน นางสาวศริ ริ ตั น์ หวังสะแล่ะฮ์ โรงเรียน หันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิสาระที่ 1 : สงิ่ มชี ีวิตกบั กระบวนการดารงชีวิตมาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวติ ความสมั พันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของส่ิงมีชีวิตท่ีทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ส่ือสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเอง และดูแลส่งิ มชี ีวติความคิดรวบยอดการสร้างละอองเรณหู รอื เซลล์สบื พันธเุ์ พศผู้ ภายในอับละอองเรณูจะมีกลุ่มเซลล์เรียกว่า microspore mother cell microspore mother cell จะแบ่งตัวแบบ meiosis ได้เซลล์ใหม่ 4 เซลล์เรียกว่า microspore แต่ละโครโมโซมจะแบ่งนิวเคลียสแบบ mitosis1 ครั้งได้ 2นิวเคลียสคือ generative nucleus และ tube nucleus ต่อจากนั้นเซลล์จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างลักษณะภายนอกซึ่ง แตกตา่ งกันตามชนดิ ของพชื ซึ่งเรียกวา่ ละอองเรณู หรอื แกมีโทไฟต์เพศผู้ (male gametophyte)การสร้างไขห่ รือเซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศเมีย ภายในรงั ไขม่ ีออวลุ (ovule) และภายในออวุลเนือ้ เยื่อ nucellus ซึ่งไปเจริญเปน็ megaspore mother cellซง่ึ มโี ครโมโซม 2n megaspore mother cell จะแบง่ ตัวแบบ meiosisได้ 4 เซลล์ แตล่ ะเซลลเ์ รยี กว่า megasporeซึ่งจะสลายไป 3 เซลล์ เซลล์ที่เหลอื จะขยายขนึ้ แล้วมีการแบ่งนิวเคลยี สแบบ mitosis 3 คร้งั ได้ 8 นิวเคลียส และจะมีการแยกย้ายของนิวเคลยี สไปยังบริเวณต่างๆ(1) antipodal มี 3 นิวเคลียส อยตู่ รงขา้ มกบั รู micropile(2) polar nuclei มี 2 นวิ เคลยี ส อยู่บริเวณกลางเซลล์(3) egg มี 1 นวิ เคลียสอยบู่ ิเวณรไู มโครไพล์(4) synergid มี 2 นวิ เคลียสอยู่ด้านขา้ งของไข่ เมกะสปอร์ระยะนเ้ี รียกว่า embryo sacการปฏสิ นธิ (fertilization) เมือ่ ละอองเรณตู กลงสูย่ อดเกสรตวั เมีย ละอองเรณูจะงอกทอ่ ยาว เรียกวา่ pollen tube ลงสู่คอเกสรตวั เมยีทิวบน์ วิ เคลยี สจะเคลอื่ นตัวไปตามท่อในขณะที่เจเนเรทีฟนิวเคลยี ส จะแบ่งนิวเคลยี สแบบmitosis ได้ sperm nucleus
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนหันคาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ ภาคเรยี นท่ี 12 ตวั เข้าผสมกันนิวเคลียสของไข่ได้ไซโกต (2n) ซ่งึ จะเจริญเป็นเอมบริโอต่อไป สว่ นอีกนิวเคลยี สจะเจริญเปน็ เอนโดสเปริ ์มซงึ่ เปน็ อาหารสาหรับเลย้ี งเอมบรโิ อ การผสมซึ่งเกิดจากการผสม 2 ครั้งน้ีเรียกวา่ การปฏสิ นธิซอ้ น (doublefertilization) ซง่ึ พบเฉพาะในพชื ดอกเท่าน้ันจุดประสงค์ เพื่อใหน้ ักเรียนสามารถ 1. สืบคน้ ข้อมูล อธบิ าย และสรปุ เก่ียวกบั วัฏจักรชีวติ ของพชื ดอก 2. สืบคน้ ข้อมลู อธิบายการสร้างเซลล์สืบพนั ธุ์ และการปฏิสนธขิ องพืชดอกการดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี นการสอน1. สรา้ งความสนใจ ครูถามความรู้เดิมของนักเรียนเรื่องโครงสร้างของดอก ว่าดอกทาหน้าท่ีสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ จะต้องประกอบด้วยเกสรเพศผู้และเพศเมยี โดยให้นกั เรยี นบอกส่วนประกอบของเกศรเพศผู้และเพศเมีย2. ขัน้ สารวจ และค้นหา แบ่งนักเรยี นดรู ปู การสร้างเซลล์สืบพันธุข์ องพืชดอก ว่าประกอบดว้ ยส่วนประกอบใดบา้ งและมขี นั้ ตอนใดบา้ ง3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ 1. ครอู ธบิ ายการสรา้ งละอองเรณหู รอื เซลล์สบื พันธุ์เพศผู้ การสรา้ งไขห่ รือเซลลส์ ืบพนั ธ์ุเพศเมีย และการปฏิสนธิ อยา่ งเป็นข้นั ตอน 2. ครูและนกั เรียนช่วงกนั อภิปรายและสรปุ สร้างละอองเรณูหรอื เซลลส์ ืบพันธ์เุ พศผู้ การสร้างไขห่ รอื เซลล์สืบพนั ธุ์เพศเมยี และการปฏสิ นธิ4. ขัน้ ขยายความรู้ ครอู ธิบายการผสมเกสรโดยการมนษุ ย์ในพืชเศรษฐกิจว่ามีขั้นตอนใดบ้าง5. ขนั้ ประเมิน ครูประเมินการเรียนร้ขู องนกั เรียนเช่น การตอบคาถามในช้นั เรยี น การรว่ มกันอภปิ รายสอ่ื การเรียนร้/ู แหลง่ การเรียนรู้ 1. หนังสือเรยี นรายวชิ าเพ่มิ เติม ชีววทิ ยา เล่ม 3
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ ภาคเรียนท่ี 1การวัดและประเมนิ จุดประสงค์ วธิ ีการวัด เคร่ืองมือการวดั เกณฑก์ ารประเมินผล - แบบคาถาม - ตอบได้ถูกต้อง1. สบื คน้ ข้อมลู การตอบคาถาม - ใบงาน ครอบคลุม - คะแนนเกนิ คร่ึงถอื วา่อธิบาย และสรปุ - แบบคาถาม ผ่าน - ใบงาน - ตอบได้ถกู ต้องเกย่ี วกับวฏั จักรชีวติ ของพชื ครอบคลุม - คะแนนเกนิ คร่งึ ถือวา่ดอก ผา่ น 2. สื บ ค้ น ข้ อ มู ล การตอบคาถามอ ธิ บ า ย ก า ร ส ร้ า ง เ ซ ล ล์สืบพันธ์ุ และการปฏิสนธิของพชื ดอก
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรยี นที่ 1 บนั ทึกผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ................................................ครผู ู้สอน (นางสาวศริ ิรัตน์ หวังสะแล่ะฮ)์ วันท่ี ........................................ความคิดเห็นหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชือ่ ................................................หวั หน้ากล่มุ สาระ (นายจักรกฤษณ์ ทองทับทิม) วันท่ี ........................................ความคดิ เห็นหวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ ....................................... หวั หนา้ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ (นางทัศนีย์ วงทองดี) วนั ท่ี .......................................ความคดิ เห็นผ้บู รหิ ารสถานศึกษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ .........................................ผู้อานวยการโรงเรยี น (นายวนิ ัย คาวิเศษ) วนั ที่ .......................................
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรยี นที่ 1รายวิชา ชีววิทยา 3 แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 17 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5/1กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ เวลา 2 ช่วั โมงครูผูส้ อน นางสาวศริ ิรตั น์ หวงั สะแล่ะฮ์ เรอ่ื ง ชนิดของผล โรงเรียน หนั คาราษฎร์รงั สฤษด์ิ รหัสวชิ า ว 32243 ภาคเรยี นท่ี 1สาระที่ 1 : ส่ิงมีชวี ติ กับกระบวนการดารงชวี ติมาตรฐาน ว 1.1 : เข้าใจหน่วยพ้นื ฐานของสง่ิ มีชีวติ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตท่ีทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเอง และดแู ลสิง่ มชี วี ติความคิดรวบยอดชนดิ ของผลผลแบง่ ไดเ้ ป็น 3 ประเภท ตามกาเนดิ ของผลและลักษณะของดอกคือ ผลเด่ยี ว ผลกล่มุ ผลรวม 1. ผลเด่ียว (Simple fruit) เป็นผลท่ีเกิดมาจากดอก 1 ดอกที่มีเกสรเพศเมียเพียง 1 อัน จะ เป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อก็ได้ แต่ถ้าเปน็ ดอกช่อ รงั ไข่ของดอกยอ่ ยแต่ละดอกเมือ่ เจริญเป็นผลจะเจรญิ แยกจากกันเป็นอิสระ ตัวอย่างผลเดยี่ ว เชน่ ตะขบ สม้ ทุเรียน ลนิ้ จ่ี เงาะ ลาไย องุ่น กระถิน สละ มะพรา้ ว ข้าวโพด เป็นต้น 2. ผลกลมุ่ (Aggregate fruit) เปน็ ผลทเ่ี กดิ มาจากดอก 1 ดอก ท่ีมีเกสรเพศเมียจานวนมากกว่า 1 อัน อยู่บนฐานดอก รังไข่ของเกสรเพศเมียแต่ละอันจะเจริญเป็นผลย่อย แต่ละผลย่อยติดอยู่บนฐานดอก ตัวอย่างเช่น บัวหลวงการเวก กระดังงา จาปี จาปา กหุ ลาบ สตรอเบอรี น้อยหน่า เป็นตน้ 3. ผลรวม (Multiple fruit) เปน็ ผลที่เกิดมาจากดอกชอ่ ลักษณะของช่อดอกมักมดี อกย่อยจานวนมาก และอยเู่ บยี ดชิดกัน และรังไขข่ องดอกย่อยแต่ละดอกจะเจริญรว่ มกนั มีเน้ือเย่ือเชื่อมใหผ้ ลยอ่ ยทอี่ ยเู่ บยี ดชดิ กันบนแกนช่อดอกกลายเป็นเนอื้ เดยี วกนั จะดูคลา้ ยเป็นผล 1 ผล เชน่ สบั ปะรด สาเก ยอ ขนนุ หมอ่ น มะเดื่อ เป็นตน้จดุ ประสงค์ เพื่อใหน้ กั เรียนสามารถ สืบค้นข้อมูล อธิบาย และสรปุ ชนดิ ของผล
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ ภาคเรยี นท่ี 1การดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอน1. ขน้ั นา ครใู ห้นกั เรยี นดูภาพ ดอกมะเขอื กบั ผลมะเขือ แลว้ ถามนกั เรยี นว่า ผลและเมลด็ เกดิ จากส่วนใด2. ขน้ั สอน ครอู ธิบายเรื่องชนิดของผล อาจเชอ่ื มโยงกบั ความรู้เรื่องชนิดของดอก แล้วใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มดูภาพผลไม้ชนดิ ตา่ งๆ ให้ชว่ ยกนั แยกประเภทชนดิ ของผล3. ข้นั สรปุ ครูและนกั เรียนช่วงกนั อภิปรายและสรปุ ว่าผลไม้ท่ีแต่ละกลุ่มได้ มีผลไมอ้ ะไรบ้างและจดั อยู่ชนิดใดของผลส่ือการเรียนร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนงั สือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติม ชีววทิ ยา เล่ม 3 2. รปู ดอกมะเขอื กบั มะเขือ 3. รูปผลไมช้ นดิ ตา่ งๆการวดั และประเมินจดุ ประสงค์ วธิ ีการวัด เครื่องมอื การวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล - แบบคาถาม - ตอบได้ถกู ต้องเพ่ือให้นักเรียนสามารถ การตอบคาถาม - ใบงาน ครอบคลุม - คะแนนเกนิ ครง่ึ ถือว่าสืบค้นข้อมูล อธิบาย และ ผา่ นสรุปชนิดของผล
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรียนหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรยี นที่ 1 บนั ทกึ ผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ................................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ................................................ครผู สู้ อน (นางสาวศริ ริ ตั น์ หวงั สะและ่ ฮ์) วันท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ................................................หวั หน้ากลุ่มสาระ (นายจกั รกฤษณ์ ทองทบั ทิม) วันที่ ........................................ความคิดเหน็ หัวหน้ากล่มุ งานบริหารวิชาการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่อื ....................................... หวั หนา้ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ (นางทัศนยี ์ วงทองดี) วันที่ .......................................ความคิดเหน็ ผู้บริหารสถานศกึ ษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ .........................................ผูอ้ านวยการโรงเรียน (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ) วันท่ี ......................................
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรียนที่ 1 แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 18 เรอื่ ง การเจรญิ และพฒั นาภายหลงั การปฏสิ นธิค่ขู องพืชดอก การงอกของเมล็ดและปัจจัยทีม่ ีผลต่อการงอกของเมล็ดรายวชิ า ชีววิทยา 3 รหสั วชิ า ว 32243 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5/1กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 2 ชวั่ โมงครผู ูส้ อน นางสาวศริ ิรัตน์ หวงั สะแล่ะฮ์ โรงเรียน หันคาราษฎร์รังสฤษด์ิสาระที่ 1 : สงิ่ มีชีวติ กับกระบวนการดารงชวี ติมาตรฐาน ว 1.1 : เขา้ ใจหน่วยพืน้ ฐานของสง่ิ มชี วี ิต ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเอง และดแู ลสิง่ มชี วี ติความคิดรวบยอด การปฏิสนธิของพืชดอกเกิดขึ้นภายในออวุลทาให้เกิดเอ็มบริโอและเอ็นโดสเปิร์ม ออวุลจะพัฒนาไปเป็นเมล็ดอยภู่ ายในผลซ่งึ พฒั นามาจากรงั ไข่เมล็ดและเอม็ บรโิ อ หลังการปฏสิ นธอิ อวลุ จะเจรญิ ไปเป็นเมลด็ โดยผนังออวุลจะเปลยี่ นแปลงไปเปน็ เปลอื กเมล็ด(seed coat) ซึ่งหุ้มล้อมเอ็มบริโอและเอนโดสเปิร์มที่อยู่ภายในเอาไว้ ส่วนเนื้อเย่ือนิวเซลลัสจะหายไปในระหว่างการพัฒนาของเมล็ด เมล็ดประกอบดว้ ยส่วนตา่ งๆ ดังน้ี 1. เปลือกเมล็ด เป็นส่วนที่อยู่นอกสุดทาหน้าท่ีป้องกันอันตรายต่างๆ ให้แก่เอ็มบริโอที่อยู่ภายในเมล็ดนอกจากน้ใี นพชื บางชนิดเปลือกเมลด็ ยงั ช่วยป้องกันไม่ให้เมลด็ งอกจนกวา่ จะไดร้ บั สภาวะแวดลอ้ มท่ีเหมาะสม 2. เอ็มบรโิ อ เจรญิ มาจากไซโกตประกอบดว้ ยสว่ นสาคญั ดังนี้ รากแรกเกิดหรือแรดิเคิล ในส่วนของแรดิเคิลมีเน้ือเยื่อหุ้มรากแรกเกิดหุ้มเอาไว้ เรียกเนื้อเยื่อหุ้มรากแรกเกิดหรือโคลโี อไรซา (coleorhiza) ลาต้นใต้ใบเล้ียงหรือไฮไพคอทิล (hypocotyl) คือ ส่วนแกนของเอ็มบริโอท่ีอยู่ถัดจากแรดิเคิลขึ้นไป จึงมีลักษณะเหมือนเปน็ ลาต้นส้นั ๆ ใบเล้ียง (cotyledon) อาจมี 1 ใบ ในพืชใบเล้ียงเด่ียว หรือ 2 ใบ ใบเลี้ยงของพืชมีลักษณะอวบหนา มีเน้ือเพราะมีการสะสมอาหารไว้เล้ียงต้น บางชนิดทาหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสงเพ่ือสร้างอาหารให้กับต้นกล้าใน ระยะแรกกอ่ นทใ่ี บแทจ้ ะพฒั นาข้ึนมาได้เต็มท่ี
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรียนที่ 1 ลาต้นเหนือใบเล้ียงหรือเอพิคอทิล (epicotyl) ในเมล็ดจะสั้นมากอาจสังเกตเห็นได้ไม่ชัดเจน เมื่อเมล็ดงอกสว่ นน้ีจะเจริญยืดยาวไปเปน็ ลาต้น และสร้างใบแท้ ในพืชบางชนดิ มีเนือ้ เยอื่ พิเศษเรียกเนื้อเยื่อหุ้มยอดแรกเกิดหรือโคลีออพไทล์ (coleoptile) เจรญิ คลมุ ปลายยอดของเอ็มบรโิ อเอาไว้ 3. เอนโดสเปริ ม์ เป็นเน้ือเยอ่ื ทที่ าหนา้ ทเ่ี กบ็ สะสมอาหารสาหรบั สาหรับการเจริญเตบิ โตของเอม็ บรโิ อปัจจัยทม่ี ผี ลตอ่ การงอกของเมล็ดปจั จัยภายนอก 1. เมล็ดต้องมีชีวิตอยู่ หมายความว่า เมล็ดน้ันยังมีชีวิตอยู่และสามารถท่ีจะงอกได้ ในการเก็บเมล็ดพืชไว้นานๆ เมล็ดพชื จะหมดอายุทาใหเ้ พาะไมง่ อก หรือมีอตั ราการงอกตา่ 2. นา้ หรอื ความชื้น เมอ่ื เมล็ดไดร้ บั นา้ เปลอื กหุ้มเมล็ดจะอ่อนตัวลง ทาให้น้าและออกซิเจนผ่านเข้าไปในเมล็ดได้ มากข้ึน เมล็ดจะดดู นา้ เข้าไปทาใหเ้ มล็ดพองตวั ขยายขนาด และมีน้าหนักเพิ่มข้ึน น้าจะเป็นตัวกระตุ้นปฏิกิริยา ทางชีวเคมตี า่ งๆ ภายในเมล็ด 3. ออกซิเจน เมล็ดขณะงอกมีอัตราการหายใจสูง ต้องการออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการสลายสารอาหารเพื่อให้ ไดพ้ ลงั งานซง่ึ จะนาไปใชใ้ นกระบวนการเมแทบอลซิ ึมตา่ งๆของเซลล์ 4. อณุ หภมู ิ เมลด็ พชื แต่ละชนดิ ต้องการอุณหภมู ิทเ่ี หมาะสมในการงอกแตกต่างกัน เชน่ เมล็ดพืชเขตหนาวจะงอก ได้ดใี นชว่ งอณุ หภูมิ 10-20 องศาเซลเซียส 5. แสง เป็นปัจจยั หนง่ึ ท่คี วบคมุ การงอกของเมลด็ เมล็ดพืชบางชนิดจะงอกไดต้ อ่ เม่อื มีแสง เช่น วัชพืชต่างๆหญ้า ยาสบู ผักกาดหอม สาบเสอื ปอตา่ งๆ เป็นตน้ เมล็ดพชื อีกหลายชนิดไม่ต้องการแสงในขณะงอก เช่น ผักบุ้งจีน ฝ้าย ข้าวโพด เปน็ ตน้ปัจจยั ภายใน ระยะพกั ตัว (dormancy) เกดิ จากสาเหตุ ดังนี้ 1. เปลอื กห้มุ เมลด็ ไมย่ อมให้นา้ ซึมผา่ น เขา้ ไปยังส่วนต่างๆ ของเมล็ด เน่ืองจากเปลือกหุ้มเมล็ดหนาหรืออาจมีสารบางชนิดหมุ้ อยู่ 2. เปลอื กหุม้ เมลด็ ไม่ยอมให้แก็สออกซเิ จนแพร่ผ่าน 3. เอม็ บรโิ อของเมล็ดยงั ไม่เจริญเติบโตเต็มท่ี เมล็ดไม่สามารถจะงอกได้ต้องรอเวลาช่วงหน่ึงเพื่อให้เอ็มบริโอมีการเปล่ยี นแปลงทางชีวเคมี 4. สารเคมบี างชนิดยับยัง้ การงอกของเมลด็การตรวจสอบคุณภาพของเมลด็ พันธ์ุ 1. การเร่งอายุเมล็ดพันธ์ุ เช่น การทานายว่าเมื่อเก็บรักษาเมล็ดพันธ์ุนั้นจะมีเปอร์เซ็นต์ของการงอกสูงหรอื ไม่ 2. การวัดดัชนีการงอก หลักการ เมล็ดพันธุ์ที่มีความแข็งแรงสูงย่อมมีอัตราการงอกเร็วกว่าเมล็ดท่ีมีความแขง็ แรงตา่ ดชั นีการงอกเท่ากบั ผลบวกของ(จานวนต้นที่งอกในแต่ละวัน/จานวนวันหลังเพาะ)
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรียนที่ 1จดุ ประสงค์ 1. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และสรปุ การเกิดผลและเมลด็ และสว่ นประกอบของเมล็ด 2. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ าย และสรุปถึงการงอกของเมลด็ ชนดิ ต่างๆ และปจั จยั ที่มีผลต่อการงอกของเมลด็ 3. สบื ค้นขอ้ มลู เก่ียวกับการตรวจสอบคุณภาพของเมลด็ พันธ์ และการวัดดัชนีการงอกของเมล็ดพันธ์ุการดาเนนิ กจิ กรรมการเรยี นการสอน1. ขน้ั นา ครแู จกเมล็ดใหน้ ักเรียนสารวจ สังเกตในประเด็นต่างๆต่อไปนี้ ลักษณะภายนอกของเมล็ด ลักษณะภายในของเมล็ด ส่วนประกอบของเอ็มบริโอ จานวนใบเลี้ยง แล้วให้นักเรียนสรุปลงตาราง (ตัวอย่างเมล็ดได้แก่ ถ่ัว ข้าวโพดฟักทอง ละหงุ่ )2. ขนั้ สอน ครอู ธิบายเรื่อง การเจรญิ และพัฒนาภายหลงั การปฏสิ นธิคู่ของพชื ดอก การงอกของเมล็ด และปัจจยั ทมี่ ีผลต่อการงอกของเมล็ด การตรวจสอบคุณภาพของเมลด็ พนั ธ์ และการวัดดชั นีการงอกของเมล็ดพันธุ์3. ขน้ั สรุป ครูและนักเรียนชว่ งกนั อภปิ รายและสรุปส่วนประกอบของเมล็ด การงอกของเมลด็ และปัจจัยที่มีผลต่อการงอกของเมลด็ การตรวจสอบคุณภาพของเมลด็ พันธ์ และการวัดดัชนกี ารงอกของเมลด็ พันธุ์เปน็ แผนผังมโนทศั น์สื่อการเรียนร/ู้ แหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าเพมิ่ เติม ชวี วทิ ยา เลม่ 3 2. เมลด็ ตา่ งๆ 3. ใบงานเรื่อง เมล็ดและเอ็มบริโอ
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษดิ์ ภาคเรียนท่ี 1การวัดและประเมนิจดุ ประสงค์ วิธีการวดั เครอื่ งมอื การวัด เกณฑก์ ารประเมนิ ผล - แบบคาถาม - ตอบได้ถกู ต้อง1. สืบค้นข้อมูล อธิบาย การตอบคาถาม - ใบงาน ครอบคลุมและสรุปการเกิดผลและ - คะแนนเกินครึ่งถอื ว่าเมล็ด และส่วนประกอบ - แบบคาถาม ผ่านของเมล็ด - ตอบได้ถกู ต้อง - แบบคาถาม ครอบคลุม2. สืบค้นข้อมูล อธิบาย - คะแนนเกินครึ่งถอื วา่และสรุปถึงการงอกของ ผ่านเมล็ดชนิดต่างๆ และปัจจัย - ตอบได้ถูกต้องทีม่ ีผลต่อการงอกของเมลด็ ครอบคลุม - คะแนนเกินครึง่ ถอื วา่3. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ ผา่ นการตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดพันธ์ และการวัดดัชนีการงอกของเมลด็ พันธุ์
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนหนั คาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรยี นที่ 1 บนั ทึกผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะอืน่ ๆ................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ................................................ครูผสู้ อน (นางสาวศิริรตั น์ หวงั สะแล่ะฮ)์ วนั ที่ ........................................ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................หวั หนา้ กลมุ่ สาระ (นายจักรกฤษณ์ ทองทับทิม) วันที่ ........................................ความคดิ เหน็ หวั หนา้ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่ือ ....................................... หัวหน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ (นางทศั นยี ์ วงทองดี) วนั ที่ .......................................ความคดิ เห็นผบู้ รหิ ารสถานศึกษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ .........................................ผ้อู านวยการโรงเรยี น (นายวนิ ยั คาวิเศษ) วันที่ .......................................
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรยี นท่ี 1 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 19 เรื่อง การสบื พนั ธุ์แบบไม่อาศยั เพศของพืชดอก การขยายพันธ์พุ ืช และการวดั การเจรญิ เติบโตของพืชรายวิชา ชีววิทยา 3 รหัสวิชา ว 32243 ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 5/1กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 2 ชัว่ โมงครูผู้สอน นางสาวศิริรัตน์ หวังสะแล่ะฮ์ โรงเรยี น หันคาราษฎร์รงั สฤษด์ิสาระที่ 1 : ส่ิงมีชีวติ กบั กระบวนการดารงชวี ิตมาตรฐาน ว 1.1 : เขา้ ใจหนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมีชีวติ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสิ่งมีชีวิตท่ีทางานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ และนาความรู้ไปใช้ในการดารงชีวิตของตนเอง และดแู ลสิง่ มีชีวติความคิดรวบยอด การสบื พนั ธุ์แบบไมอ่ าศยั เพศของพืชดอกและการขยายพันธุ์พืชดอกพชื ดอกนอกจากจะสืบพนั ธ์ุโดยใชเ้ มล็ดซ่งึ เปน็ วธิ กี ารสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศแล้ว ยังมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ โดยใชส้ ว่ นต่างๆของพืช เชน่ การแตกหนอ่ ของขงิ ขา่ ใช้ใบ ตา เชน่ ต้นตายใบเป็น ใชร้ าก เช่น มันเทศ เปน็ ตน้ การขยายพันธ์ุโดยการเล้ียงเนื้อเยื่อพืช การเล้ียงเนื้อเย่ือพืชเป็นการนาเอาส่วนใดส่วนหน่ึงของพืชไม่ว่าจะเป็นอวัยวะ เน้ือเย่ือ เซลล์ แม้กระทั่งโพรโทพลาสต์ (เซลล์พืชท่ีปราศจากผนังเซลล์) มาเล้ียงในการสังเคราะห์ ชิ้นส่วนของพชื ทน่ี ามาเลยี้ งเหล่านจ้ี ะเจริญไปเป็น ลาต้น ราก หรือเจริญเป็นแคลลัส (callus) ซ่ึงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเซลล์พาเรงคิมากลุ่มเซลล์นี้จะเจรญิ ต่อเนอ่ื งจนได้แคลลสั ขนาดใหญท่ ่สี ามารถชักนาใหเ้ ปลี่ยนแปลงไปเป็นลาต้นหรือรากได้ ระยะน้ีอาจแบ่งเซลล์เพมิ่ ข้นึ ได้มากขนึ้ เรอ่ื ยๆ โดยแยกไปเล้ยี งในอาหารใหม่ซงึ่ เมอื่ ไดจ้ านวนต้นในปริมาณท่ีมากพอแล้วก็สามารถที่จะยา้ ยปลกู ได้ การวัดการเจริญเติบโตของพืชสามารถวัดได้หลายวิธี เช่น ความสูง จานวนใบ ขนาดของใบ เส้นรอบวง มวลฯลฯ การเจริญเติบโตของพืชต้ังแต่งอกออกจากเมล็ดจนโตเต็มท่ี ออกดอก ออกผล มีลักษณะคล้ายกับกราฟการเจริญเติบโตของส่ิงมีชีวิตท่ัว ๆ ไป สามารถเขียนกราฟของการเจริญเติบโตเป็นรูปตัว S( S – shaped curve )
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรยี นที่ 1จุดประสงค์ เพ่ือใหน้ กั เรยี นสามารถ 1. สืบคน้ ขอ้ มูล วิเคราะห์ และอธิบายถึงหลกั การ และประโยชน์ของการเพาะเลีย้ งเน้อื เย่ือพืช 2. สบื คน้ ข้อมลู วิเคราะห์ อภิปราย และสรปุ การวดั การเจริญเตบิ โตของพืชการดาเนนิ กิจกรรมการเรียนการสอน1. สร้างความสนใจ ครใู ห้นักเรียนยกตวั อย่างการสบื พันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพืชดอกวา่ มีอะไรบา้ ง2. ขั้นสารวจ และคน้ หา ให้นกั เรยี นศึกษาการสบื พันธุ์แบบไม่อาศัยเพศของพชื ดอก การขยายพันธ์ุพชื และการวัดการเจริญเติบโตของพืชจากใบความรู้3. ขนั้ อธิบายและลงข้อสรุป ครูและนักเรยี นชว่ งกนั อภิปรายและสรปุ เรอ่ื งการสืบพันธุแ์ บบไม่อาศัยเพศของพืชดอก การขยายพนั ธพุ์ ชื และการวดั การเจรญิ เตบิ โตของพืช4. ข้ันขยายความรู้ ครูใหน้ ักเรยี นบอกผลดี-และผลเสยี ของการการสืบพันธแ์ุ บบไม่อาศยั เพศของพืชดอก และการขยายพนั ธุ์พืช5. ข้นั ประเมิน ครูประเมนิ การเรยี นรขู้ องนักเรยี นเชน่ การตอบคาถามในช้ันเรยี น การรว่ มกนั อภิปรายส่อื การเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนรายวชิ าเพิ่มเติม ชีววิทยา เล่ม 3 2. ใบงานปจั จยั บางประการท่ีมีผลต่ออัตราการสังเคราะห์ด้วยแสง และการปรบั ตัวของพืชเพ่อื รบั แสง
กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ งั สฤษด์ิ ภาคเรียนท่ี 1การวัดและประเมิน จุดประสงค์ วธิ กี ารวัด เครอื่ งมือการวดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล - แบบคาถาม - ตอบได้ถกู ต้อง 1. สื บ ค้ น ข้ อ มู ล การตอบคาถาม ครอบคลุม - คะแนนเกนิ ครึง่ ถอื วา่วิเคราะห์ และอธิบายถึง ผา่ นหลักการ และประโยชน์ของการเพาะเล้ียงเน้ือเยื่อพืช 2. สื บ ค้ น ข้ อ มู ล การตอบคาถาม - แบบคาถาม - ตอบได้ถูกต้อง ครอบคลุมวิเคราะห์ อภิปราย และ - คะแนนเกินครึง่ ถอื วา่ ผา่ นสรุปการวัดการเจริญเติบโตของพืช
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรียนที่ 1 บนั ทึกผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอืน่ ๆ................................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ................................................ครูผู้สอน (นางสาวศริ ิรัตน์ หวงั สะแล่ะฮ์) วนั ที่ ........................................ความคดิ เห็นหวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชอื่ ................................................หวั หน้ากลุม่ สาระ (นายจักรกฤษณ์ ทองทับทิม) วนั ท่ี ........................................ความคิดเห็นหวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ....................................... หวั หนา้ กลุม่ งานบริหารวชิ าการ (นางทศั นีย์ วงทองดี) วนั ที่ .......................................ความคิดเหน็ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ .........................................ผ้อู านวยการโรงเรียน (นายวินยั คาวเิ ศษ) วนั ท่ี .......................................
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรยี นที่ 1แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 20 (บูรณาการศาสตรพ์ ระราชาและสหกรณ์ ) เรอ่ื ง สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชการตอบสนองของพชื ตอ่ ส่งิ แวดล้อมรายวิชา ชีววิทยา 3 รหสั วิชา ว 32243 ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5/1กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 4 ช่ัวโมงครูผูส้ อน นางสาวศิรริ ตั น์ หวังสะแล่ะฮ์ โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิสาระที่ 1 สง่ิ มีชีวิตกบั กระบวนการดารงชวี ติมาตรฐาน ว 1.2 : เข้าใจกระบวนการ และความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่มีผลต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหาความรูแ้ ละจิตวิทยาศาสตร์ ส่ือสารสงิ่ ท่เี รยี นรู้ และนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์สาระท่ี 2 ชีวติ กับสง่ิ แวดล้อมมาตรฐาน ว 2.2 : เขา้ ใจความสาคัญของทรัพยากรธรรมชาติ การใชท้ รัพยากรธรรมชาติในระดับท้องถ่ิน ประเทศ และโลก นาความรู้ไปใช้ในการจดั การทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในทอ้ งถน่ิ อย่างย่ังยืนความคดิ รวบยอดสารควบคุมกรเจริญเตบิ โตฮอรโ์ มนพชื (Plant Hormone) คือ สารควบคุมการเจริญเตบิ โตของพชื มีอยู่ 5 กลุ่มใหญค่ อื 1. ออกซิน 2. ไซโทไคนิน 3. จบิ เบอเรลลิน 4. เอทลิ ีน 5. กรดแอบไซซกิการตอบสนองของพชื ตอ่ สิง่ แวดลอ้ ม 1. การรับสญั ญาณ 2. การสง่ สัญญาณ 3. การตอบสนองนา้ หมกั ชีวภาพเพอ่ื เศรษฐกจิ พอเพยี ง ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณอย่างมีเหตุผลโดยสร้างภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควรเพื่อที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงท่รี วดเรว็ ทั้งดา้ นวตั ถุ สังคม สง่ิ แวดลอ้ มและวฒั นธรรมจากโลกภายนอกได้เปน็ อย่างดี
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรียนที่ 1 การใช้สารเคมีปริมาณมากอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการทาเกษตรกรรมมาเป็นระยะเวลายาวนาน ส่งผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศทัง้ ทางกายภาพและชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างย่ิงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมนุษย์เอง แนวทางแก้ไขปัญหาท่ีเกิดข้ึน โดยหาวิถีธรรมชาติท่ีจะมาทดแทนการใช้เคมี จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่เป็นผลผลิตที่ได้จากกิจกรรมของจลุ ินทรยี ์ เรียกว่าผลติ ภณั ฑช์ ีวภาพ หรือกค็ อื น้าหนักชีวภาพ มาใช้เพ่ือลดและทดแทนการใช้เคมีหลักการทรงงานตามศาสตร์พระราชา ขอ้ ที่ 7 ไม่ติดตารา : เม่อื เราจะทาการใดนั้น ควรทางานอยา่ งยืดหยุ่นกับสภาพและสถานการณน์ ้นั ๆ ไมใ่ ช่การยดึ ตดิ อยู่กบั แคใ่ นตาราวิชาการ เพราะบางที่ความรู้ทว่ มหวั เอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดตดิ ทฤษฎีมากจนเกนิ ไปจนทาอะไรไม่ไดเ้ ลย ส่งิ ท่ีเราทาบางครัง้ ต้องโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม สงั คม และจติ วิทยาดว้ ย ขอ้ ท่ี 13 ใชธ้ รรมชาตชิ ว่ ยธรรมชาติ : พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั รัชกาลที่ 9 ทรงเข้าใจถงึ ธรรมชาติและตอ้ งการใหป้ ระชาชนใกลช้ ดิ กับทรัพยากรธรรมชาติ ทรงมองปัญหาธรรมชาตอิ ยา่ งละเอียด โดยหากเราตอ้ งการแกไ้ ขธรรมชาติจะตอ้ งใช้ธรรมชาติเขา้ ชว่ ยเหลอื เราด้วยการจดั การเรียนรกู้ ารสหกรณ์ในโรงเรียน : การจดั การเรียนการสอนที่บูรณาการสหกรณใ์ นกลมุ่ สาระการเรยี นรตู้ ่างๆและหรือภมู ปิ ัญญาจุดประสงค์ เพ่ือให้นักเรียนสามารถ 1. อธบิ ายความสาคญั ของสารท่คี วบคุมการเจรญิ เติบโตของพชื ได้ 2. อธบิ ายการตอบสนองของพชื ต่อส่ิงแวดลอ้ มได้ 3. สามารถนาหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงบูรณาการศาสตร์พระราชาและหลักกการของสหกรณ์มาใช้ในด้านการเกษตรกรรม โดยการใชน้ าหมกั ชวี ภาพในการควบคุมการเจรญิ เติบโตของพืชการบรู ณาการกบั เศรษฐกิจพอเพียง 1. ความพอประมาณ 1.1 พอประมาณกับการใช้ทรพั ยากรอยา่ งคุ้มคา่ และครอบคลมุ 1.2 พอประมาณกบั เนื้อหาสาระประกอบการศึกษาและการนาเสนอข้อมลู 2. ความมเี หตุผล 2.1 อธิบายความสาคญั ความจาเป็นในการประยุกต์ใช้หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเรือ่ งนา้ หมักชวี ภาพในการควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพืช และเห็นคุณค่าของการใช้ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2.2 รจู้ ักเลอื กใช้น้าหมักชีวภาพในการทาการเกษตรกรรมแทนการใช้สารเคมีได้
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 โรงเรียนหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรยี นที่ 1 3. การมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั ทีด่ ี 2.3 สามารถนาความร้ตู ามแนวเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใชป้ ้องกัน และแก้ไขปัญหาในเรอ่ื งการเกษตรกรรมได้การดาเนนิ กิจกรรมการเรียนการสอน ขัน้ นา ใหน้ กั เรียนดูรปู ผัก ผลไม้ หรือดอกไม้ ชนิดต่างๆ หรือยกตัวอย่างพืชในท้องถ่นิ พร้อมให้นักเรียนบอกวา่ การเจริญเตบิ โตของ ผัก ผลไม้ หรอื ดอกไม้น้ันเกิดจากอะไรบา้ ง และมกี ารตอบสนองต่อส่ิงแวดลอ้ มอย่างไรบ้าง โดยใช้ประสบการณจ์ ริงและความรู้เดิมของนกั เรียน ข้นั สอน 1. ครอู ธบิ ายความสาคัญของฮอรโ์ มนพชื ไดแ้ ก่ ออกซิน ไซโทไคนิน จบิ เบอเรลลนิ เอทิลนี กรดแอบไซซิก วา่ควบคุมการเจริญเตบิ โตของพืชอย่างไร 2. ครอู ธบิ ายการตอบสนองของพชื ตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม ว่ามีปจั จยั ใดบ้าง อยา่ งไร 3. ครูบรรยายเรอ่ื งเศรษฐกิจพอเพียง การนาหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใช้ในดา้ นการเกษตรกรรม โดยการใชน้ าหมกั ชวี ภาพในการควบคมุ การเจริญเติบโตของพืช 4. รว่ มกนั วเิ คราะหป์ ัญหาของการเจรญิ เตบิ โตของพชื และรว่ มกันใชค้ วามร้ทู างชวี วิทยากบั ภมู ิปัญญาท้องถ่ินรว่ มกนั คดิ สตู ร ส่วนผสม การหมักน้าหมักชีวภาพเพื่อการเติบโตของพืช และทดลองใช้ ข้นั สรุป 1. ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันสรปุ ความสาคัญของสารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของพืชและการตอบสนองของพชื ต่อส่งิ แวดล้อม 2. ให้นกั เรยี นรว่ มกันบอกถงึ ผลดีของการนาหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชใ้ นด้านการเกษตรกรรม โดยการใช้นาหมักชีวภาพในการควบคุมการเจริญเตบิ โตของพืช ว่ามีผลดเี ช่นไร และสามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตประจาวนั ได้อย่างไร 3. นานา้ หมกั ชวี ภาพจัดออกแบบแพคเกจ็ นาไปขายในสหกรณ์โรงเรยี น และร้านคา้ ชมุ ชนสื่อการเรยี นร้/ู แหลง่ การเรยี นรู้ 1. ภาพผัก ตน้ ไม้ หรอื ดอกไม้ 2. ส่อื การสอน power point เรือ่ งการเจรญิ เตบิ โตของพชื และการตอบสนองของพืชต่อส่ิงแวดล้อม 3. สอ่ื การสอน power point เรอ่ื งนา้ หมักชวี ภาพเพ่ือเศรษฐกจิ พอเพยี ง 4. ใบความรเู้ ร่ืองการเจริญเติบโตของพืชและการตอบสนองของพชื ต่อส่ิงแวดลอ้ ม 5. ใบความรูเ้ ร่ืองการทานา้ หมักชวี ภาพเพื่อเศรษฐกจิ พอเพียง 6.ปรชั ญาชาวบา้ น ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษดิ์ ภาคเรยี นที่ 1การวัดและประเมนิ วิธีการวัด เครื่องมอื การวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล การตอบคาถาม - แบบคาถาม ตอบถูกได้คะแนนมากกวา่ จุดประสงค์ -ใบงาน ครง่ึ ถือวา่ ผ่าน1. อธิบายความสาคัญของสารท่ีควบคุมการ ตอบถูกได้คะแนนมากกว่าเจรญิ เตบิ โตของพืชได้ ครงึ่ ถือวา่ ผา่ น2. อธิบายการตอบสนอง การตอบคาถาม -แบบคาถาม ผลเป็นที่น่าพอใจของพืชตอ่ สิ่งแวดลอ้ มได้ -ใบงาน3. สามารถนาหลกั ปรชั ญา การทาน้าหมักและการสรปุ -แบบบันทึกผลเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ใน งาน -ใบงานด้านการเกษตรกรรม โดยการใช้นาหมกั ชวี ภาพในการควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพชื
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ ภาคเรียนท่ี 1 บนั ทึกผลหลงั การสอนบันทกึ ผลการสอน (K P A)...................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ เสนอแนะอื่นๆ................................................................................................................................................................................. ลงช่อื ................................................ครูผู้สอน (นางสาวศิรริ ัตน์ หวังสะแล่ะฮ์) วันท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................หวั หน้ากลุ่มสาระ (นายจักรกฤษณ์ ทองทับทิม) วนั ท่ี ........................................ความคิดเห็นหวั หน้ากลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงช่อื ....................................... หัวหนา้ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ (นางทศั นีย์ วงทองดี) วนั ท่ี .......................................ความคิดเหน็ ผู้บริหารสถานศกึ ษา.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ .........................................ผูอ้ านวยการโรงเรียน (นายวินยั คาวิเศษ) วันท่ี .......................................
Search