เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด หนังสือเล่มนี้รวบรวมเกี่ยวกับเรื่องเล่า ที่ทั้งน่าอ่านและไม่น่าอ่าน ของคน ๆ หนึ่ง เนื่องจากว่าเป็นเรื่องเล่าเพียงหนึ่งด้าน จึงโปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน แด่ผู้ที่ถูกเอ่ยถึงในเล่มนี้ ขอขอบคุณ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถึง...ผู้อ่าน ขอให้หนังสือเล่มนี้ได้สร้างรอยยิ้มให้คุณ แม้จะแค่ชั่วครู่ก็ตาม Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก เรื่องราวที่เฉียดใกล้คำว่ารักมากที่สุดของเด็กหญิงคนหนึ่งที่มีชื่อ แทนตัวว่า \"สิบเจ็ด\" ซึ่งแบ่งเป็นตอนวัยอนุบาล ประถม น่าเสียดายที่ วัยมัธยมไม่ได้พบเจอเรื่องแบบนี้ ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลิน เริ่มแรกเล่าย้อนไปวัยอนุบาลสาม เป็นปีสุดท้ายที่จะได้เปลี่ยนผ่าน จากวัยอนุบาลเป็นวัยประถม สิบเจ็ดเองเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดา เท่า ที่จำได้ก็นิสัยดีปกติทั่วไป วันหนึ่งในปีนั้น เพื่อนผู้ชายในห้องที่เป็น เด็กเงียบ ๆ หน้าตาใจดี เข้ามาพูดกับสิบเจ็ดด้วยใบหน้าอบอุ่นที่ ประดับรอยยิ้มอ่อน \"เรามาเป่ายิ้งฉุบกันถึงร้อยเป้าไหม*^____^*\" แม้สิบเจ็ดจะไม่รู้ว่าทำไปทำไม ทำไปเพื่อให้ได้อะไรขึ้นมา แต่ กลับตอบตกลงอย่างว่าง่าย พยักหน้าพลางยิ้มตอบ แต่ใครจะไปรู้ว่าคำพูดที่พูดออกมาราวกับว่าไม่ได้คิดอะไรของเด็ก ชายคนนั้น กลับชวนสิบเจ็ดเป่ายิ้งฉุบทุกวันจนครบร้อยเป้า เหมือนที่ พูดไว้จริง ๆ ผลสุดท้ายไม่รู้ว่าใครแพ้หรือชนะ จำได้แค่ว่าในวันที่ ครบร้อยเป้าต่างคนต่างส่งยิ้มให้กัน รอยยิ้มที่ส่งมาจากใจ ความทรงจำสุดท้ายที่มีต่อเด็กชายคนนี้ จำได้แค่ว่าเป็นเด็กชายที่ Hesper17th.มีน้องชายคนหนึ่ง เป็นคนที่ยิ้มได้อบอุ่นมากที่สุดก็เท่านั้น.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก หลังจากนั้นชีวิตก็ผ่านพ้นมาจนถึง ป.4 หรือ 5 จำได้ไม่ค่อยแน่ชัด นัก ในช่วงนั้นสิบเจ็ดเรียนพิเศษใกล้บ้านแห่งหนึ่ง ที่เรียนพิเศษเต็มไปด้วยเด็กในวัยไล่เลี่ยกันหลากหลายโรงเรียน สิบเจ็ดไปเรียนพิเศษปกติเหมือนทุกวัน จนวันหนึ่งที่ได้รู้จักกับเด็ก ชายโรงเรียนอื่นคนหนึ่ง เด็กชายคนนั้นมีชื่อเป็นปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติซึ่งเป็นชื่อที่ไม่เหมาะกับเด็กผู้ชายเลยสักนิด นี่คือความทรง จำแรกของสิบเจ็ดที่มีต่อเด็กชายคนนี้ สิบเจ็ดเองก็เป็นเด็กร่าเริงคนหนึ่ง เข้าไปเรียนได้ไม่นานก็มีเพื่อน กลุ่มใหญ่ที่มักจะเรียนด้วยกันเสมอ และเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งก็เป็น ญาติกับเด็กผู้ชายคนนั้น ไม่นานจากนั้น เด็กผู้ชายก็เข้ามานั่งในกลุ่มด้วย และเพื่อนในกลุ่ม กำลังคุยอะไรกันอยู่สักอย่าง แล้วสิบเจ็ดเองก็พูดขึ้นมาเรื่องหนึ่งเพื่อ โต้ตอบกับเพื่อนคนอื่น เด็กชายคนนั้นก็สนับสนุนคำพูดของสิบเจ็ด สิบเจ็ดเองที่ไม่เคยพูดคุยกับเด็กชายคนนั้นก็หันไปมอง เด็กชายคน นั้นส่งยิ้มมาให้สิบเจ็ด เป็นครั้งแรกที่สิบเจ็ดได้รู้สึกถึงรอยยิ้มที่แฝง ความนัย Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก สิบเจ็ดก็ไม่ได้ใส่ใจรอยยิ้มนั้น พลางคิดว่าตนต่างหากที่รู้สึกไปเอง หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยกับเด็กชายคนนั้นเรื่อย ๆ เพราะได้นั่งเรียน ด้วยกันบ่อยมากขึ้น เด็กชายคนนั้นก็หาเรื่องมาคุยได้ทุกวี่ทุกวัน บาง ครั้งสิบเจ็ดทำเพียงมอบรอยยิ้มกลับไป หรือปิดท้ายบทสนทนาว่า ตั้งใจเรียนเถอะ แต่พอได้ฟังเรื่องราวจากเด็กชายมากขึ้นในทุกวัน สิบเจ็ดก็เผลอ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปหลายเรื่อง บทสนทนาที่ควรจะสั้นแต่ก็ เริ่มยาวขึ้น และหาทางจบไม่ได้ จนวันหนึ่งเด็กชายคนนั้นก็หาวิธีติดต่อกับสิบเจ็ดผ่านช่องทาง ออนไลน์ แอพพลิเคชั่นสีน้ำเงิน สิบเจ็ดเองก็คุยโต้ตอบกับเด็กชายคน นั้นทุกค่ำคืนที่ว่าง ซึ่งว่างทุกคืน บทสนทนาเริ่มแปรเปลี่ยนจากชีวิต ประจำวันทั่วไปเป็นคำถามเกี่ยวกับความรัก ถามกันได้พอสมควร ในเช้าวันหนึ่งตอนที่สิบเจ็ดกำลังนั่งรถตู้ไป โรงเรียน สิ่งที่ทำก็คือการพิมพ์คุยกันกับเด็กชายคนนั้น ในขณะที่ กำลังอ่านข้อความและกำลังจะพิมพ์ตอบ เด็กชายคนนั้นก็พิมพ์ ภาษาอังกฤษส่งมาทีละข้อความ เริ่มต้นตัวแรกด้วยตัวอักษร L จาก Hesper17th.นั้นก็ O V ปิดจบด้วย E รวมกันเป็นคำหนึ่ง คือคำว่า Love
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก ใจของสิบเจ็ดเต้นระส่ำ แม้สิบเจ็ดจะโง่ภาษาอังกฤษมากแค่ไหน แต่คำนั้นสิบเจ็ดรู้จักมันดี เธอยิ้มอย่างคนโง่ หุบยิ้มไม่อยู่ แต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงทิ้งข้อความไว้อย่างนั้น ทั้งวันนั้น ในหัวของสิบเจ็ดมีเพียงคำนี้ คิดวนไปมาไม่หยุดว่าควรจะตอบรับ อย่างไรดี จนเย็น สิบเจ็ดไปเรียนพิเศษเหมือนเดิม และหลีกเลี่ยงการเจอหน้าเด็ก ชายคนนั้น ทำอย่างนี้อยู่หลายวัน แชทระหว่างสิบเจ็ดกับเด็กชายคน นั้นก็ไม่ได้มีข้อความใหม่ขึ้นมาเหมือนทุกวัน เดาว่าเด็กชายคนนั้นก็ คงรับมือไม่ถูกเหมือนกัน ถึงแบบนั้นการหลบหน้าก็ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป วันหนึ่งสิบเจ็ดก็ บังเอิญเจอกับเด็กชายคนนั้นในตอนที่เธอจะกลับบ้าน แต่เด็กชายคน นั้นเพิ่งจะมาเรียน ทันทีที่เด็กชายคนนั้นเห็นสิบเจ็ด รอยยิ้มที่บ่งบอก ว่าดีใจที่สุดก็ประดับบนใบหน้านั้น สิบเจ็ดเพียงหันหลังเดินกลับบ้าน ด้วยการเดินที่เร็วมากขึ้น เย็นวันนั้นข้อความใหม่ก็ถูกส่งมาจากเด็กชายคนนั้น ซึ่งเป็น ข้อความที่ทำให้สิบเจ็ดตาโตและตกใจ \"เป็นแฟนกันไหม?\" Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก ความรู้สึกหลายอย่างประดังประเดในใจของสิบเจ็ดเหมือนดอกไม้ ไฟที่ถูกจุดขึ้นในวันปีใหม่ สิบเจ็ดรับมือไม่ถูก จึงปล่อยให้เวลาผ่านไป นานราวหนึ่งชั่วโมงหรือมากกว่านั้นพิมพ์ตอบเด็กชายคนนั้นไปว่า \"เรามีแฟนแล้ว\" ข้อความถูกอ่านในทันที แต่ไร้ข้อความตอบกลับ ไม่รู้ว่าเพราะ อะไรทั้งที่รู้สึกดีกับเด็กชายคนนั้น สิบเจ็ดกลับรู้สึกว่าวัยของเธอยังไม่ เหมาะสมกับการมีความรัก เธอควรตั้งใจเรียนเสียก่อน เด็กชายคนนั้นเองก็ใช้เวลาตอบกลับนานไม่แพ้สิบเจ็ด ตอบกลับ ด้วยข้อความสั้น ๆ \"ไม่เชื่อ\" หลังจากนั้นแชทก็ถูกทิ้งร้าง เวลาเรียนพิเศษก็ไม่ตรงกันด้วย เหตุผลบางประการ สิบเจ็ดยังคงใช้ชีวิตปกติสุข จนวันหนึ่งที่สิบเจ็ด ไปเรียนพิเศษแล้วเจอเด็กชายคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิมที่เคยนั่งด้วยกัน สิบเจ็ดสับสนเลยเปลี่ยนไปนั่งที่โต๊ะอีกที่ในอีกบริเวณที่ห่างกัน ทิ้งเวลาไม่นานจากนั้น เด็กชายก็ลุกมาหาสิบเจ็ด มองสิบเจ็ดด้วย แววตาไม่สบอารมณ์ สิบเจ็ดเพียงยิ้มกลับ เด็กชายคนนั้นเข้ามาจับ Hesper17th.ข้อมือของสิบเจ็ด ก่อนจะพาลุกไปด้วยกันในที่หนึ่งที่ลับตาคน
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก สิบเจ็ดเองก็เผลอลุกตามไปด้วยแรงดึงที่มากกว่าตน เผลออีกทีก็ อยู่ในที่ที่ไม่มีใครผ่าน ใครจะไปรู้ว่าเด็กชายคนนั้นจะทำตัวเหมือน พระเอกในหนังรักด้วยการเอามือดันผนังแล้วสิบเจ็ดก็อยู่ในนั้น ในวง แขนเล็ก ๆ ที่ไม่มีทางหนี ไม่มีใครพูดอะไร มีเพียงกลิ่นหอมของสบู่จากตัวของเด็กชายที่ลอย เข้าจมูก สิบเจ็ดนิ่งอยู่อย่างนั้นมองสบตากับเด็กชายที่กำลังจะโน้มตัว ลงมาหาสิบเจ็ด สิบเจ็ดตกใจตากลมโตก่อนจะกรี๊ดสุดเสียง เด็กชายคนนั้นตกใจพลางนิ่งไป สิบเจ็ดใช้จังหวะนั้นหนีออกมา จากวงแขนด้วยการก้มลงแล้วรีบวิ่งเข้าไปในที่ ๆ มีคน วิ่งไปเจอครูที่ กำลังสอนเด็กคนอื่น ดุสิบเจ็ดด้วยสายตา ความตกใจที่มีทำให้สิบเจ็ดรีบไปเก็บของแล้วบอกลาคุณครูก่อน จะเดินกลับบ้านทันที วันถัด ๆ ไปจากนั้น สิบเจ็ดเองก็ต้องออกจากที่เรียนพิเศษ เพราะ แม่จับได้ว่าไม่ได้ตั้งใจเรียนเลยสักนิด และสิบเจ็ดเองก็เผลอจำรหัส แอพพลิเคชั่นสีฟ้าที่ใช้คุยกับคนอื่นไม่ได้ ไม่เหลือช่องทางอะไรให้ ติดต่อกับเด็กชายคนนั้นอีก Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด ใกล้รัก ความทรงจำสุดท้ายในตอนนั้นที่มีต่อเด็กชายคนนี้คือสายตาของ เด็กชายที่มองมาด้วยอารมณ์โกรธและเศร้า คาราคาซังจบไม่ดีเลยสัก นิด สถานที่เรียนพิเศษใกล้บ้านแห่งนั้นเวลาสิบเจ็ดเดินผ่านมันทีไร แม้ เวลาจะล่วงเลยมาหลายปี แต่เหตุการณ์ต่าง ๆ ในตอนนั้นก็ยังชัดเจน ในความรู้สึกของสิบเจ็ด หากย้อนกลับไปได้สิบเจ็ดก็อยากจะขอโทษเด็กชายคนนั้นที่ไม่ ตอบรับความรู้สึก ไม่พูด ไม่บอกอะไรเลย เด็กชายคนนั้นคงจะอึดอัด ใจและคงสงสัยว่าทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ ถ้าเป็นไปได้สิบเจ็ดก็อยาก จะบอกลาดีๆ ก่อนจะออกมาจากสถานที่เรียนพิเศษแห่งนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่าโลกกลมหรือบ้านเมืองมันแคบ เมื่อต้นปีที่แล้ว บังเอิญเจอกับแม่ของเด็กชายคนนั้นที่บอกกับสิบเจ็ดว่าเด็กชายคน นั้นไปทำงานแล้ว ไม่ได้เรียนด้วยเหตุการณ์โรคระบาด และจากนั้นหนึ่งถึงสองเดือนปีที่แล้วก็เจอกับเด็กชายคนนั้นที่เติบ ใหญ่ขึ้นเป็นเด็กหนุ่ม โครงหน้ายังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ทันทีที่ เจอหน้าก็จำได้ว่าเป็นใคร เด็กชายคนนั้นเติบโตมาอย่างดี สิบเจ็ดเอง Hesper17th.เพียงแค่มอง เรื่องในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัว ทำได้แค่ยกยิ้มเรียบ.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด เสียงกระซิบ เรื่องราวบทนี้เกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์เล็กน้อย เรียกง่าย ๆ ว่า ผี จึงอยากให้ทุกคนคิดและพิจารณาตาม ซึ่งมี 2 เรื่องด้วยกัน วันหนึ่งในขณะที่สิบเจ็ดมานอนบ้านใหม่ซึ่งตั้งอยู่ติดกับสี่แยกถนน บายพาสแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สาย เนื่องจากว่าเป็นสี่แยกบางคนก็ จะบอกว่าเกิดอุบัติเหตุมาก ซึ่งสี่แยกแห่งนี้สมัยก่อนโน้นไฟมันไม่ ค่อยจะดี บางครั้งก็มีไฟบอกเวลา บางครั้งไฟก็ปิดไปแบบนั้น สิบเจ็ดอยู่ชั้นประถมปีที่สาม ยังคงเด็กมาก รอบข้างบ้านใหม่ นอกจากจะเป็นที่นาแล้วก็ไม่มีอะไรอีก ต้องเดินทางไปอีกนิดถึงจะมี หมู่บ้าน เวลาสองถึงสามทุ่ม จำได้ไม่แน่ชัด สิบเจ็ดฟังเพลงรำวงไทใหญ่ จากหูฟังอย่างสนุกสนาน แต่ในขณะที่ฟังอยู่นั้น เสียงเพลงที่ สนุกสนานก็เปลี่ยนเป็นเสียงแหบแห้งของผู้หญิงคนนั้นที่แทรกมากับ เพลงว่าช่วยด้วย สิบเจ็ดตกใจดึงหูฟังออก มองไปที่ป้า ซึ่งกำลังนั่ง ทางสกินแคร์อยู่ ไม่มีท่าทีพูดอะไร สิบเจ็ดจึงกรอฟังเพลงอีกครั้งแต่ก็ ไม่พบกับเสียงที่ได้ยิน แม้จะคลางแคลงใจมากแค่ไหนว่่าเสียงนั้นเธอ ได้ยินได้ยังไง แต่เพราะความเป็นเด็กที่ถูกความง่วงเข้าโจมตี เธอก็ หลับไปโดยง่าย Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด เสียงกระซิบ กลางดึกคืนนั้น เกิดเหตุการณ์อะไรสักอย่างขึ้น แต่สิบเจ็ดที่นอน หลับลึกไม่ได้รู้เรื่องนี้เลย เช้าวันรุ่งขึ้นพวกป้า ๆ ก็พากันคุยเรื่องเมื่อ คืน คุณป้าเริ่มเล่าว่า อยู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะหน้าต่างอย่างรุนแรง เสียงทุบกระจกดังลั่นทั่ว บ้าน และเพราะมันติดถนนใหญ่ จึงอาจจะเป็นคน แล้วใครล่ะ? จะ มาเคาะประตูหน้าต่างคนอื่นตอนกลางดึก ไม่มีเสียงร้องเรียกให้ช่วย หรือจะเป็นโจรก็มองไม่เห็นเงา ไฟข้างทางสีส้มยังพอส่องสว่างอยู่ บ้าง แสงของมันจึงช่วยให้เห็น เสียงทุบกระจกที่ดังลั่นต่อเนื่อง ตาม มาด้วยเสียงวี๊ดวิวลอยตามลม เสียงที่เหมือนกับถูกเปล่งออกมาจาก ลำคอผ่านปาก แต่มันก็ควรดังลั่นสิ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ตัวอะไร กันที่เปล่งเสียงออกมาแล้วจะเป็นแบบนั้น มองไม่เห็นคน ไม่เห็นเงา ไม่เห็นอะไรเลย แต่เสียงมันหลอกหลอนทำเอาป้าๆนอนกันไม่ได้ด้วย ซ้ำ ได้แต่นอนคลุมโปง ตาแข็งทื่อ เช้ามาถึงได้มาคุยกันว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น จวบจนทุกวันนี้ เรื่องนั้นก็ยังเป็นปริศนา ไขคำตอบไม่ได้ ปัจจุบันสิบเจ็ดเองกำลังใช้ชีวิตที่บ้านหลังนี้มาได้ปีกว่าแล้ว ยังไม่ Hesper17th.เจออะไร ได้ยินแค่เสียงก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ตามปกติเท่านั้น.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด เสียงกระซิบ เมื่อต้นปีประมาณสองปีที่แล้ว สิบเจ็ดไปเยี่ยมหาพี่ป้าน้าอาทาง ฝ่ายแม่ที่หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่ง ซึ่งห่างไกลความเจริญ หมู่บ้านนั้นเต็มไปด้วยคนแก่คนเฒ่า พากันนอนตั้งแต่หัวค่ำ ยังไม่ เริ่มดึก ลมก็จะพัดผ่านป่าไผ่ เสียงใบไม้ดังหวิว ให้ความรู้สึกวังเวง ห่างออกไปจากตัวหมู่บ้านนิดเดียวก็จะเจอกับสุสานจีน เพราะเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ จึงรู้จักกันหมด ส่วนใหญ่ก็เป็นญาติกัน อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ในวันนั้นเป็นวันที่ลมไม่ค่อยพัด อากาศ ค่อนข้างร้อน บ้านของยายสิบเจ็ดเป็นบ้านไม้ผสมปูน ด้านล่างเป็น ปูน ด้านบนเป็นไม้ สิบเจ็ดนอนในบ้านชั้นบน แต่พยายามนอนเท่า ไหร่ก็นอนไม่หลับเพราะอากาศมันร้อน สิบเจ็ดเลยถือหมอนและมุ้ง ที่นอนไปปูนอนที่ระเบียง เวลาเริ่มดึก ลมอ่อน ๆ ก็พัดมาพอให้รู้สึก เย็นบ้าง สิบเจ็ดเลยผล็อยหลับไปได้ง่าย แต่อยู่ ๆ ในระหว่างที่กึ่งหลับกึ่งตื่นนั้น สิบเจ็ดก็ได้ยินเสียงคนเดิน เหยียบใบไม้ดังอยู่รอบบ้าน แม้เสียงใบไผ่ไหวจะดังแค่ไหนก็กลบ เสียงเดินนั้นไว้ไม่ได้ สิบเจ็ดเลยคิดว่าอาจจะเช้าแล้ว เพราะคนเฒ่า คนแก่ตื่นเร็วกันมาก สิบเจ็ดเลยหยิบโทรศัพท์ข้างหมอนมาดูเวลา Hesper17th.แต่เวลาบนจอปรากฏฉายเป็นเวลา 03.03 น.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด เสียงกระซิบ สิบเจ็ดขมวดคิ้วแล้วสงสัยว่าใครมันจะมาเดินรอบบ้านกลางดึก แม้ความสงสัยจะมีมากแต่ก็สู้ความง่วงไม่ได้ สิบเจ็ดจึงพยายามนอน ต่อ แต่เหมือนว่ายิ่งพยายามนอนเท่าไหร่ เสียงของมันก็ยิ่งชัดขึ้นมาก เท่านั้น จนกระทั่งจะผล็อยหลับไปอีกครั้ง กลับมีเสียงคนเดินขึ้นบ้าน ไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด แต่สิบเจ็ดก็ยังไม่สนใจพยายามนอนต่อ เพราะคิดแค่ว่าตนอาจจะจินตนาการไปเอง เลยไม่คิดอะไร แต่ เพราะความไม่คิดอะไรนี้ สิ่ง ๆ นั้นที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ก็คงจะโมโห เสียงสุดท้ายที่ได้ยินก่อนตื่นมาในตอนเช้า คือ เสียงกรี๊ดแหบแห้ง ที่มาตะโกนให้ยินอยู่ข้างหู ทันทีทันใดที่ได้ยินเสียงนั้นก็เหมือนสติดับ วูบ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แสงแดดแยงตาตอนเช้าแล้ว ปัจจุบันเรื่องนี้ผ่านมาแล้วหนึ่งปี เมื่อมีโอกาสได้ไปเยี่ยมญาติที่ หมู่บ้านเดิม สิบเจ็ดก็ออกมานอนที่ระเบียงเพราะอยากนอนคนเดียว แต่ก็ไม่เคยเจออะไรอีกเลย นอนหลับสบายดีมาก. Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด จบเพื่อเริ่ม ชีวิตคนเราแล้ว ไม่ว่าจะพบกับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ สุดท้ายหาก รักษาความสัมพันธ์ไม่ได้ คนที่รู้จักก็จะกลายเป็นคนแปลกหน้า เหมือนเดิม ซึ่งทุกคนย่อมต้องพบเจอสถานการณ์นี้เป็นธรรมดา แต่การเปลี่ยนแปลงของชีวิต บางครั้งมันก็พาสิ่งที่ดีมาด้วย เพราะงั้นถึงได้มีคำพูดว่าการบอกลาคือการเริ่มต้นใหม่ ขอแค่เริ่มต้น ใหม่ได้ ทุกอย่างก็เป็นไปได้ สิบเจ็ดเองก็เป็นคนหนึ่งที่พบเจอสถานการณ์เหล่านั้นมาบ้าง ย้อนไปในวัยที่สิบเจ็ดเพิ่งอายุได้สิบสาม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่สิบเจ็ดต้อง เรียนชั้น ม.1 ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมใหม่ วีถีชีวิตใหม่ ในช่วงที่กำลังจะได้เริ่มต้นใหม่ เรื่องไม่ค่อยจะดีก็เกิดกับสิบเจ็ด ก่อนหน้านี้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สิบเจ็ดมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ซึ่ง สนิทกันมาก ไม่คิดว่าจะเลิกสนิทกันได้ แต่กาลเวลาก็ทำให้ความคิด นั้นเป็นสิ่งที่ผิด สิบเจ็ดย้ายโรงเรียนมาได้ไม่นาน เพื่อนสนิทคนเดิมที่ เป็นเหมือนลมหายใจที่สองดันไม่ตอบกลับข้อความของเธอ และตอบ น้อยลงในทุกครั้ง สิบเจ็ดไม่เข้าใจว่าทำไม ตนเองทำอะไรผิดไปตรง ไหน แม้จะใช้เวลามากมายเท่าไหร่ก็ไม่อาจตกตะกอนความคิดนี้ได้ ได้แต่มีความคิดนี้วนไปเวียนมาในหัว Hesper17th.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด จบเพื่อเริ่ม จนมันนานเข้าไปเรื่อย ๆ สิบเจ็ดก็อดทนรอไม่ไหว ถามเพื่อนสนิท ไปว่าเพราะอะไร ไม่มีใครคิดหรอกว่า เพื่อนสนิทสิบเจ็ดจะตอบมาว่า ติดเกม เป็นคำตอบที่สิบเจ็ดฟังแล้วขมวดคิ้วสุด ๆ แต่สิบเจ็ดก็ยังเคารพการใช้ชีวิตของเพื่อนสนิทอยู่บ้าง เมื่อรู้คำ ตอบแล้วว่ามันไม่ใช่เธอที่เป็นต้นเหตุ สิบเจ็ดก็เริ่มปล่อยวาง นานวัน เข้า การไม่คุยกันกับเพื่อนสนิทก็กลายเป็นความเคยชิน ถึงไม่ได้คุย กันก็ไม่เป็นไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้กระวนกระวายใจแทบตาย สิบเจ็ดเองก็พอได้รู้จักกับเพื่อนใหม่บ้าง แต่เพราะยังยึดติดกับ ความสบายใจเลยไม่ได้เริ่มทำความรู้จักกับใครจริง ๆ จัง ๆ เพียงรู้จัก เผิน ๆ เป็นเพื่อนร่วมห้องเท่านั้น จนวันที่อะไรสักอย่างดลบันดาลใจให้สิบเจ็ดเจอเด็กผู้หญิงคน หนึ่งซึ่งกำลังนั่งอ่านนิยายในตอนพักกลางวันอย่างตั้งใจ สิบเจ็ดที่เห็น อย่างนั้นจึงอยากจะกวนเพื่อนใหม่ของสิบเจ็ดคนนี้สักหน่อย ก่อน หน้านี้คุยกันเล็กน้อยตามโอกาสที่มีเท่านั้น สิบเจ็ดจึงเริ่มเอาขนมบ้าง รีโมททีวีบ้าง พัดบ้าง ไปบังหน้านิยาย ที่เด็กหญิงคนนั้นกำลังอ่านอยู่ เด็กผู้หญิงคนนั้นกลับไม่ต่อว่าอะไรสิบ Hesper17th.เจ็ด ทำแค่ส่งยิ้มบาง ๆ มาให้เท่านั้น สิบเจ็ดก็ยิ่งได้ใจ
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด จบเพื่อเริ่ม แกล้งเด็กหญิงคนนั้นต่อไป จนเด็กหญิงคนนั้นคงจะรำคาญมากก็ เลยปิดหนังสือนิยายเก็บลงใต้โต๊ะ แต่เพราะจุดเริ่มต้นนั้น เด็กหญิงคนนั้นก็เริ่มเข้ามามีบทบาทใน ชีวิตของสิบเจ็ดที่ไม่คิดเลยว่าเด็กหญิงหน้าซื่อ ๆ ใส ๆ คนนั้น จะ เปลี่ยนมาเป็นเพื่อนนั่งกินข้าวที่คอยแย่งน้ำของสิบเจ็ดกินทุกวัน ไม่ก็ ขนมที่สิบเจ็ดมักจะถูกเด็กหญิงคนนั้นฉกฉวยเอาไปกินอย่างหน้าตา เฉย สิบเจ็ดที่ต้องเดินไปส่งเด็กหญิงคนนี้หลังโรงเรียน อยู่รอเป็น เพื่อนจนพ่อเธอมารับ และสิบเจ็ดก็คอยสวัสดีพ่อของเด็กหญิงคนนั้น ทุกวัน นี่คือผลตอบแทนที่สิบเจ็ดไปแกล้งเด็กหญิงคนนี้เอาไว้รึเปล่า แค่ การกระทำเล็ก ๆ แต่มันกลับเปลี่ยนทัศนคติบางอย่าง ความคิด การกระทำ ของสิบเจ็ดไปได้ ไม่นานสิบเจ็ดก็ลืมเพื่อนสนิทคนเก่าไป จนหมด เรื่องในหัวถูกแทนที่ด้วยเรื่องของเด็กหญิงคนนั้น รู้แม้ กระทั่งว่าเด็กหญิงคนนั้นไม่ชอบกินผัก แม้จะเป็นผักชีเล็ก ๆ ในจาน ข้าวผัด เด็กหญิงคนนั้นก็เขี่ยมันออก หรือจะเป็นเรื่องครอบครัวพี่ป้า น้าอาของเด็กหญิงคนนั้นที่สิบเจ็ดรู้มันจนหมด เหมือนว่าเป็นจิ้งจก Hesper17th.ประจำบ้านของเด็กหญิงคนนั้น รู้ละเอียดขนาดนั้นเลยแหละ
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด จบเพื่อเริ่ม ผลการกระทำนี้ของสิบเจ็ดเอง สิบเจ็ดก็ได้รับอิทธิพลมาจากมัน มากมาย ไม่ว่าจะเรื่องที่การบ้านข้อไหน วิชาอะไร ทำไม่ได้ ก็ถาม เด็กหญิงคนนั้นได้โดยไม่ลำบากใจ ที่น่าแปลกใจคือเด็กหญิงคนนั้น ดันตอบได้ทุกอย่างราวกับว่าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน หรือจะเป็นเรื่องของกิน ที่สิบเจ็ดมักจะได้รับน้ำใจจากเด็กหญิง คนนั้นเมื่อเธออิ่ม แต่บางครั้งเด็กหญิงคนนั้นก็ชวนสิบเจ็ดกินข้าวที่ บ้านด้วยฝีมือการทำอาหารของเด็กหญิงคนนั้นที่เหนือกว่าใคร เหนือสิ่งอื่นใดคือการมีอยู่ของเด็กหญิงคนนั้นในชีวิตของสิบเจ็ด แค่อะไรเล็กน้อย มันก็เปลี่ยนอะไรไปมากมาย เหมือนกับทฤษฎี ผีเสื้อขยับปีก เด็กหญิงคนนั้นเปลี่ยนให้สิบเจ็ดที่มีข้อบกพร่อง มากมายเป็นคนที่มีข้อบกพร่องน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้จะมีบางครั้งที่มีปากเสียงกันบ้าง ไม่ถูกใจการกระทำของอีก ฝ่ายบ้าง แต่ทั้งสิบเจ็ดและเด็กหญิงคนนั้นก็ยังอยู่ใกล้ ๆ กันเสมอ เวลาที่ผ่านมาเป็นหลายปี ปัจจุบันเด็กหญิงคนนั้นก็เติบโตเป็น สาวรำวงอายุสิบเจ็ดปีเป็นที่เรียบร้อย และเวลาที่ผ่านมาหลายปีนั้น เพื่อนสนิทคนเก่าของสิบเจ็ดก็ Hesper17th.กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เคยใช้ชีวิตช่วงหนึ่งด้วยกันเท่านั้น
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด จบเพื่อเริ่ม หากในอนาคตที่เวลาทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสิบเจ็ดกับเด็ก หญิงคนนั้นเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดี หรือเลวร้าย ก็ตาม สิบเจ็ดไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา สิบเจ็ดได้ รับอิทธิพลจากเด็กหญิงคนนั้นมาก รวมไปถึงเรื่องดี ๆ ต่าง ๆ ที่ทำให้ รู้สึกดี และมีความสุข ต่อให้อนาคตที่ต่างคนต่างไปใช้ชีวิตในเส้นทางของตนเองซึ่ง ขนานกันอย่างชัดเจน สิบเจ็ดก็รับรู้ได้เลยว่าตนจะเป็นคนหนึ่งที่ยินดี ในทุกความสำเร็จของเด็กหญิงคนนั้น หวังอย่างถึงที่สุดให้เด็กหญิง คนนั้นใช้ชีวิตได้อย่างดีมีความสุขในแบบที่เธออยาก เพราะสิบเจ็ดรู้สึกขอบคุณเด็กหญิงคนนั้นมากเหลือเกิน ที่มาเป็น จุดเริ่มต้นที่ดีมากในความสัมพันธ์ที่เรียกว่า เพื่อน ซึ่งตอนนี้มันก็ยัง ดำเนินอยู่ และสิบเจ็ดเองก็หวังให้มันดำเนินไม่มีจบ หากเด็กหญิงคนนั้นกำลังอ่านบทนี้อยู่ ก็อยากให้รู้ไว้ว่า นี่เป็น เพียงส่วนหนึ่งของสิ่งที่อยู่ในใจต่อเด็กหญิงคนนั้น ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะหากจะสาธยายทั้งหมด สิบหน้าก็คงไม่จบ ในช่วงเวลาที่ใกล้ จะแยกจากกัน สิบเจ็ดจึงจะเขียนมันด้วยลายมือตนอย่างดีที่สุดแล้ว Hesper17th.ค่อยส่งมอบให้เด็กหญิงคนนั้นที่อยู่ข้างกันมานานหลายปี.
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด หากผู้อ่าน..อ่านมาถึงตรงส่วนนี้แล้ว ผู้เขียนก็ขอขอบคุณ ที่สนใจในเรื่องราวต็อกต๋อยของสิบเจ็ด หวังอย่างดีที่สุดว่าผู้อ่านเอง จะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างผ่านตัวอักษร ที่พิมพ์ลงมาในหนังสือเล่มนี้ และมีความสุขในแบบที่สิบเจ็ดมี ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ให้ผู้อ่านเองเป็นผู้กำหนดตอนต่อไปของชีวิต ผู้เขียนเองก็จะใช้ชีวิตที่เป็นดั่งสิ่งล้ำค่านี้ ให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ สุขนิรันดร์จงสถิตกับผู้อ่านให้มีสุขมากกว่าใคร ชีวิตนี้...ยังไม่จบ Hesper17th.ติดตามตอนต่อไปของชีวิตเมื่อโชคชะตาต้องกัน
เ รื่ อ ง เ ล่ า สิ บ เ จ็ ด Hesper17th.
Search
Read the Text Version
- 1 - 20
Pages: