โหราศาสตร- วิทยาศาสตร โดย ส.แสงตะวัน นักโหราศาสตรร นุ เกากอ น เขาถอื ทําเนยี มกนั มาแต โบราณวา วิชาโหรเปนวชิ าล้ีลบั ทีค่ วรปกปดและหวงแหน สดุ ยอด เขาจะไมยินยอมเปดเผย หรอื ออกมาตแี ผเหมือน อยา งสมยั น้ี เขาถอื วาชนชาติใดมโี หรผรู อบรเู ชีย่ วชาญ สามารถนาํ มาทํานายทงั้ เร่ืองสวนบคุ คล และบา นเมืองได ยอม เปนทีเ่ กรงขามของประเทศเพอ่ื นบาน และเปน ทเี่ ชิดชู แกเจา บา นผา นเมอื งดว ย โหรชน้ั บรมครผู รู ูจ ริงตองมีคุณธรรม สงู ไมน าํ ไปใชใ นทางท่ผี ดิ ศีลธรรม ในสมัยโบราณวิชา โหราศาสตรไ ดว นเวียนอยเู ฉพาะในราชสํานักเทานน้ั บาง ราชสํานกั มโี หรทมี่ ีความรูนอยหรอื รเู พยี งภาคคาํ นวณสรุ ิยาตร เทานน้ั หามผี ูชํานาญการพยากรณไมก็มีอยูเหมือนกัน พวกเราชาวโหรรุนใหมเ ชอ่ื กันหรือไมว า วิชาโหรา ศาสตรภ าคพยากรณที่เปนของจริงเทา นั้น ไดถ กู เก็บซกุ ซอ น ไวแ ตกลุมของพวกโหรในราชสาํ นักเทาน้ัน บุคคลภายนอกจะ ไมม โี อกาสไดศ กึ ษากันเลย นอกจากจะไดแ บบตกหลน เล็กนอยจากภิกษสุ งฆท ่เี ขา ออกในสาํ นกั ราชวงั เทา นน้ั ตอ มา ไดมกี ารคน ควา จากแหลงตา ง ๆ นาํ มารวบรวมเขยี นเปน ตํารา แบบถไู ถออกมามากมาย ปจ จุบันตาํ ราทล่ี อกเลยี นแบบ แปลงสารจัดพมิ พข ายอยูขณะนี้ ลว นแตเปนของปลอมเกอื บ ทงั้ น้ัน แมแ ตผ ูต ัง้ ตนเปนครสู อนกร็ จู ากตําราทีไ่ มม ีมาตรฐาน
เรยี กวาหลอกตอ ๆ กันมา สว นที่เปนของจรงิ นั้นของเรามีอยู ครบถว นสมบรู ณทส่ี ดุ แตเราไดร บั ความวิบัตหิ มดสิน้ ตง้ั แต ครงั้ พมา ยกทหารมาเผากรงุ ศรอี ยุธยา ของดีทเ่ี กี่ยวกับ วิชาโหราศาสตรข องเราไดสูญสลายไปดวย คงเหลืออยูแต เฉพาะในตัวโหรท่หี นีรอดออกมาเทา นนั้ ดงั น้ันหากวชิ า โหราศาสตรไ ปตกอยทู ีใ่ คร คนนัน้ กน็ ับวาโชคดที สี่ ุดในชวี ิต และสามารถโออวดตอชาวโลกไดแนนอน วชิ าโหราศาสตรของแทที่เปนจริง เขามไิ ดเ ลาเรยี น ดงั ท่เี ราเห็นกันอยูท่ัวไป เขาเรยี นแบบวทิ ยาศาสตรใ นลักษณะ สบื ตอ จากดาราศาสตร โดยผูเขียนเรยี นมากับตนเอง และกลา รบั รองวาเปน หลกั เกณฑของวิทยาศาสตรแ นนอน เน่อื งจาก วชิ าดาราศาสตรเ ปน เรอ่ื งของดวงดาว โหราศาสตรเปน เรื่อง ของระบบธาตทุ ี่เคลอื่ นไหวอยใู นโลก ท้งั สองภาคจะเก่ยี วพัน กันตลอดไป โดยอาศัยบรรยากาศของโลกเปน ส่อื กลางรวม สามขัน้ ตอน ดงั กลาวมาน้ี ดเู หมอื นนกั ศึกษารนุ ใหมจะไมร ู เรือ่ งกันเลย ดวงดาวบนทองฟาทําหนา ท่ี สง เคลอื่ นแสงลงมา หาคล่ืนช้นั บรรยากาศ เพ่ือใหเกิดการผสมผสานและมีผล ออกมาทางนามธรรม ระยะนน้ั มวลสารของโลก หรือโลกสง กระแสคลืน่ ธาตุออกไปรับ เพ่อื ดึงดูดคล่นื บรรยากาศเขา มา ผสมผสานเพอื่ ผลทางรูปธรรม เมื่อคลนื่ แสงคลนื่ ชน้ั บรรยา กาศ และคล่นื ของโลก ไดผสมผสานออกมาเปนรูปธรรม แลว ไดเ ปล่ียนผลออกมาเปน ภาษา ซ่งึ เรยี กวา ภาษาโหร
(ไมใชภาษาตํารา) ทกี่ ลา วมาเพยี งสงั เขปเพื่อใหรูจ ดุ เริ่มตนวา เขาเรยี กกนั อยา งไร มีส่งิ ที่ซอ นเรน สําคญั เกี่ยวกบั วิชาโหราศาสตร คอื ชนั้ บรรยากาศของโลกซึ่งแผก ระจายอยรู อบนอก ชั้นนเ้ี ปน สื่อกลางระหวางดวงดาวกับโลก วธิ กี ารเลนเบ้ืองตนเสมือน กับเราเลน ๓๖ ราศี คอื ๑๒ ท่ีดวงดาวโคจรอยูใ นจกั รวาล ๑๒ ราศีของชน้ั บรรยากาศ และ ๑๒ ราศีของโลก ท้งั หมด นี้ ยอ มมีความหมายแตกตางกัน ซ่งึ จะตองศกึ ษากันคอ นขา ง หนักและบรมครูโหรดั้งเดมิ จะไมยอมเขียนเปนตําราออกวาง ตลาด นอกจากจะเรยี นโดยตรงระหวา งครูกับศษิ ยเทาน้นั โหรรุนครูสมัยโบราณทานฉลาดเหลือหลาย ของ จริงทานปด บังไวหมด แตบอกเปนเชงิ ปริศนาใหค นรนุ หลงั คดิ และตีความหมายเอาเองเชน บอกเชิงปริศนาวา โหรา ศาสตรก็คอื วชิ าระหวา งโลกกบั ดวงดาว หรอื วชิ าโหราศาสตร เปนเร่ืองระหวางสรุ ิยคติกับจันทรคตดิ ังนี้เปน ตน โหรรนุ ใหม พอจะรวู า หมายความวาอยา งไร แตไมรวู า มีวิธีการเลนนัน้ อยางไรเชนกนั เราเพยี งรไู วใ ชว า เทา นัน้ เอง แตหาไดฉ กุ คิด หรือเฉลียวใจไมว า ปรศิ นาสองคําน้มี คี วามหมายสาํ คญั มาก ถา ใครแกปรศิ นานอ้ี อก กเ็ ทา กบั เหน็ หนทางเลน อยางชัดแจง เขาแลว วนั นีผ้ ูเ ขยี นพอจะไขกญุ แจใหโหรรุนใหม เกบ็ เอาไป ศึกษาทวี่ าสรุ ยิ คติกับจนั ทรคตนิ ั้น หมายถงึ ดาวอาทิตยเ ปนเจา แหง คลังแสงและเจา จักรวาล มีดาวบรวิ ารลอมรอบมี
กําลงั สง ทางคลืน่ แสงลงมาหาชน้ั บรรยากาศรอบโลกเพือ่ ปรุง แตงธาตุทงั้ ๔ในลกั ษณะนามธรรม สว นจันทรคติน้นั หมายถงึ ดาวจันทรท ําหนาทีต่ ัดแสง หรอื บงั แสงดวงดาว เพ่ือเปด โอกาสใหโลกดึงดูดกระแสธาตุชัน้ บรรยากาศลงมผสมผสาน เขา กับธาตุของโลก เพ่ือผลไดออกมาในรูปธรรม สวนคําวา โลก หมายถงึ มอี งคป ระกอบดว ยธาตุ ๔ คอื ธาตดุ นิ น้าํ ลม ไฟ และยังมอี ากาศธาตแุ ละวิญญาณธาตเุ พิ่มอีก ๒ ธาตุ หากกลาวแบบรวมๆพื้นโลกมสี รรพส่ิงตางๆ รวมท้ังสง่ิ มชี ีวติ เกดิ ขึ้นบนโลกเรียกวา ธรรมชาติ ซง่ึ เวยี นวา ยตายเกิดหมุน เวยี นเปนวฏั จักรโลกแหง ดาราศาสตรเ ปนเรอ่ื งของธรรมชาติ ทมี่ ีกฎเกณฑในตวั เอง ซงึ่ มนุษยส ามารถคนพบและนาํ มา ศึกษาพยากรณก ันอยางแพรห ลาย โลกเปน หัวใจสําคัญดา นวิชาโหราศาสตร สามารถ ขยายการเลน ไดอ ยา งกวางขวาง จึงสมมตุ ิใหโลกเปนราหู โหรสมยั เกาปกปด ถึงกับตดั ราหทู ้ิงไป จากกลมุ ของ ดวงดาว เปน เพยี งจดุ สกัดเทา นัน้ เราจงึ ไมค อยพบตาํ รา วาดว ยเร่อื งราหมู ากนกั และมักจะกลาวโทษราหูวาเปนดาว ดุรายตา ง ๆ นานา เลนเอาโหรสมัยน้เี กรงกลัวราหกู ันนัก เปน ความจรงิ ราหเู ปน ตน ตระกูลของวิชาโหราศาสตรโดยตรง มกี ฎเกณฑการพยากรณอยางกวา งขวาง ราหใู นแนวโหรา ศาสตรมีอยู ๘ ภาคดวยกัน แตโหรมกั จะเรยี กราหู ๘ ตน คอื ๑ ราหกู าํ บัง ๒ ราหูจําบัง ๓ ราหูเสวย ๔ ราหูบังเงา ๕ ราหู กอนเสา ๖ เกณฑราหู ๗ ราหูพรต และ ๘ ราหอู วตาร
ท้ังหมดนี้เรยี กวา อฎั ฐะคชนาม นกั ศึกษารนุ ลกู หลานจงรูไว ดว ยวา วิชาโหราศาสตรท ่ศี ึกษาอยูขณะนีไ้ ดสญู หายตําราท่ี สําคัญไป คงเหลือแตต าํ ราจาํ พวกดาราศาสตรแบบผสมผสาน เทา นน้ั จนเปน เหตใุ หพ วกทเ่ี คยตกกระไดพลอยโจนมาแลว หวนกลับมาลางแคน ดหู มนิ่ พวกท่ีเชือ่ โหราศาสตร วา เปน พวกงมงายหรอื พวกปญ ญาออน วชิ าโหราศาสตรท่เี ปน ของ จริงน้นั ยงั มีอยูแตไ ดหลบ ๆ ซอน ๆ เชน เดยี วกับเจาของเดมิ ผู หวงแหน เม่อื ป ๒๕๓๑ วันที่ ๒๔ กุมภาพนั ธ พระราหยู าย จากราศีมนี เขาสูราศกี ุมภ เคยเขียนบทความไวในหนังสอื นิตยสารหลายแหง และเคยบอกใหท า นผูใ หญรบั ทราบไว กอนแลว พอสรปุ รวมไดว า ราหูโคจรเขา ราศีกุมภร อบนี้ เรยี กวา ราหูอวตาร ซงึ่ นานปจ ะมสี ักครัง้ หนึ่งและมีนอยคน ท่จี ะรเู รอื่ งราหูอวตารวามผี ลตอโลกอยา งไร ราหูอวตาร อุปมาเสมือนชางสารตกนาํ้ มนั ยอ มบงั เกิดผลทงั้ ดานดีและ ดา นรายควบคกู ัน คราใดดาวบาปเคราะหโคจรเขา ในรัศมี คลน่ื ของราหู จะแสดงอทิ ธฤิ ทธ์ิใหด าวดวงน้ันมอี ทิ ธพิ ล คลายราหเู สียคราวหนงึ่ คราใดดาวศภุ เคราะหโ คจรเขา มา กระทบคลนื่ ราหู กแ็ สดงในลกั ษณะทางนุม นวลราหูจะแสดง อทิ ธพิ ลอวตารอยู ๔ ป คือ จนถึงเดือน เมษายน ๒๕๓๕ หลงั จากน้ันอทิ ธพิ ลราหูจะเขา สูปกติ ระยะระหวา งชวงนี้ สถานภาพของโลกทถี่ กู ลัทธคิ อมมวิ นิสตเขาครอบครองโดย มรี ัสเซยี เปนผนู าํ จนเปน เหตุใหประเทศนอยใหญเหมือนตก
นรกทั้งเปนมานาน ไดเขาสสู นั ติภาพ กลบั กลายเปนประชา ธิปไตย คือระบอบคอมมิวนิสตจ ะคอ ย ๆ สลายตัวเปลี่ยนเปน ระบอบประชาธิปไตย ประเทศบริวารท่ีถูกรสั เซียครอบงาํ ดว ยลัทธคิ อมมิวนิสต ตางสลัดแอกเปนอิสระเปน จาํ นวนมาก แตกอ นจะสน้ิ สุดอาํ นาจราหูอวตาร สถานการณข องโลกจะ ตองประสบกับปญหาอนั ยุงยากหลายประการ และมีสงคราม ระหวางประเทศเพื่อนบาน ดนิ ฟาอากาศจะเกิดอาเพท แปร ปรวน พลเมืองหลายประเทศจะประสบภัยพิบัติ อดอยาก ยากไร เหตกุ ารณเหลา น้ีไดเกิดขนึ้ แลว ตามคาํ ทาํ นาย ทก่ี ลา ว มาน้ีมไิ ดโกหกตอแหลโออ วด หลกั ฐานยังมีอยูพรอ ม นกั ศกึ ษารุนใหมคงไมร ูเร่ืองกันมากอนเลย และอาจจะไมเ ช่ือวา วชิ าเหลานี้มีอยใู นโลกโหราศาสตรก็ได ขอใหร ับรไู วด วย เถดิ วา ทเี่ ลา เรยี นกันมานั้นไดห ลงทางกันทง้ั นั้น จะบอกให สวัสดี. ***************
โหราศาสตรค อื อะไร ส.แสงตะวัน “โหราศาสตรค ืออะไร” หรอื อะไรคอื โหราศาสตร อนั คําวา โหราศาสตร ในทน่ี ม้ี ิไดห มายถงึ วา เอาตัวอักษรมา แปลความหมายกนั กระผมหมายถงึ วา อะไรกนั ท่เี ราเรียกวา โหราศาสตร ถาเราจะหมายถึงการเอาดวงดาวมาเลน กบั ชีวิต มนษุ ย และสตั วตลอดจนสรรพสิง่ ทั้งหลาย ท่ีเกิดขนึ้ ในโลก กค็ งไมผ ิดนัก เพราะสิง่ เหลานี้จะเกิดการเคลื่อนไหวไดก ็ดวย อาํ นาจดวงดาวในทอ งฟา ทง้ั ๆ ทีเ่ รานักเลน ในทางพยากรณก ็ รู ๆ กันอยวู า โหราศาสตรคือการเลนกบั ดวงดาว แตอะไรเลา เราเอาอะไรมาเลนกัน เรื่องน้ีมีผใู หขอคดิ แตกตา งกนั ไปหลาย แงหลายมมุ กระผมไดศกึ ษาและคน ควา มานาน ก็ไดพบวา โหรา ศาสตรมุมกลบั ของแสงทีพ่ ุงผานมายังโลก แสงเหลา นนั้ เปนแสงของหมดู วงดาวอันระยิบระยับบนทอ งฟา โดยไดร ับ แสงจากดวงอาทิตย แลว จึงสะทอนมายงั โลกอีกทหี นง่ึ เพราะ โลกทเ่ี ราอาศัยอยนู ี้มธี าตุใหญอ ยู ๔ ธาตุดว ยกัน เปนธาตุทม่ี ี สดั สว นสมบรู ณท ส่ี ุด และธาตเุ หลา น้ยี ังแยกแยะออกเปน ธาตยุ อย ๆ ไดอีกมากมายกา ยกอง ธาตเุ หลานเี้ ม่อื เกดิ การผสม หรอื รวมตัว ยอ มทําใหเ กดิ การเคลือ่ นไหวหรอื เกิดวัตถุตาง ๆ ข้นึ ได ดว ยการถกู บังคบั จากแสงของดวงดาวบนทอ งฟาเปนผู
บนั ดาล การท่จี ะรวู า ความหมนุ เวียนเปล่ยี นแปลงของชวี ิต มนษุ ยและสัตว ตลอดจนสรรพส่ิงทั้งหลายในสากลโลกได เราตอ งอาศยั ปฏทิ ินโหรเปนคูมือในการตรวจ และวนิ ิจฉยั ตดั สินอีกทีห่ น่งึ ถา ปฏิทินไดมีการคํานวณทถ่ี ูกตอ ง เราก็จะ ทาํ นายไดถกู หรือใกลค วามจรงิ ท่สี ดุ แตถา ปฏิทนิ เกิดคํานวณ ผดิ เรากจ็ ะพลอยผิดไปดวย ทก่ี ลาวมานก้ี ระผมหมายถึงผู ทีเ่ ลน ดวงไดแตกฉานแลวยอ มรดู ี เพราะเหตุใด โหราศาสตรกบั ดาราศาสตร จึงมี ความเห็นขัดแยงกันดว ยเรื่องการยายของดวงดาว ระหวางราศี หน่งึ ไปอีกราศีหนง่ึ ดูไมค อยจะตรงกนั เสียเลย บางทีฝายดารา ศาสตรยา ยไปกอ นก็มี ท้ังนีเ้ นอ่ื งจากเรายงั ไมค อ ยจะเขา ใจกัน ดีพอในเรอ่ื งโหราศาสตรน่ันเอง อันทีจ่ ริงการคํานวณของ ดาราศาสตรเขาคาํ นวณไดถูกตอ งทเี ดียว กระผมเชือ่ ไดสนิท เพราะสมัยน้ีเขามีเครอ่ื งมือแบบวิทยาศาสตรเ ขา ชว ยจึงทาํ ให กาวหนาไปไดม าก แตท างโหราศาสตร( ไทย) ท่เี ขาคํานวณ ทําปฏิทินใหเราใชอยูในปจ จุบันน้ี การคํานวณของเขาก็ถูก ตองเหมอื นกนั แตถกู คนละทาง ทางของดาราศาสตรถาจะ กลาวกันใหฟ งงาย ๆ กค็ อื ทางตรง ท่เี รามองออกไปบน ทอ งฟา สวนทางของโหราศาสตรเ ปน ทางมุมกลบั ที่มองจาก ทองฟามาหาโลก คือยึดเอาการเคลอื่ นบนโลกเปน เกณฑ เชน เรายนื อยูกลางแดดในตอนเที่ยงตรง จะเหน็ ไดวาดวงอาทติ ย อยูต รงศีรษะเราพอดี แตอ ีกคนหนึง่ ยนื อยบู นดวงอาทิตย
แลว มองลงมายงั โลก แลว จงึ จะรูวา คนท้ังสองยืนหยุดอยู ตรงจุดไหน บรมครใู นคร้งั โบราณกาล ไดใชการสังเกตและ คน ควา ตดิ ตอ กนั มาเรื่อย ๆ จนกระท่ังไดสตู รทีแ่ นนอนจงึ ได ทาํ ปฏิทนิ ใหเราใชก ันอยขู ณะนี้ ทางโหราศาสตร นอกจากจะสงั เกตเคลอ่ื นยายดวง ดาวแลว เขาจะตอ งยึดแสง และกระแสธาตุเปน หลักในทาง พยากรณ ดวงดาวเปน แตเพยี งจดุ ทสี่ ถิตอยูในระหวางราศีเทา นั้น สว นกระแสธาตขุ องดวงดาวอาจจะไปแสดงอิทธพิ ลอยู ราศอี ื่นก็ได การเลนในทางพยากรณข องโหราศาสตร ใน ระยะตนเขายดึ เอาโลกขึน้ มาเปนหลักของจดุ เริ่มตน แลว จึงยึด เอาดาวอาทติ ยแ ละดาวจันทรเปนองคประกอบเหนย่ี วรัง้ กันเปน สามเสา เพราะโลกกบั อาทิตยและจันทรม กี ระแสธาตุดงึ ดูด กัน แรงมากและกระแสธาตุของทง้ั สามน้ีตางกไ็ มเหมือนกัน ธาตขุ องอาทติ ยเ ปนอนั ดับหนง่ึ เพราะเปนแมแสงของดาว ท้งั หลายที่ตอ งอาศยั เชือ้ เอามาสรางอทิ ธพิ ลใหแ กต นเอง ดาว จันทรเปนอนั ดับสอง มีแสงของตวั เองเรียกวา แสงอนุภาค และก็ตองอาศัยแสงของอาทิตยเ ขาชวยดวยเหมอื นกัน สวน โลกของเรากม็ แี สงเหมอื นกัน เรยี กวา แสงเรืองรองหรือรังสี ในทางพยากรณเราเอาเงาของโลกมาใช เพราะเพอ่ื การสมั ผสั กบั กระแสธาตขุ องดาวอน่ื ๆ เงาของโลกเราเรียกวา ราหู เพราะ ราหูแสดงอานภุ าพใหแ กโลกเรามากมาย ราหูน้ีแหละเปน มลู เหตทุ ําใหเกดิ วชิ าโหราศาสตรในภาคพยากรณข้ึน ฟงดู
เผินก็ไมนาเชอ่ื วา เปน ไปได เพราะราหทู าํ ใหเ กดิ กิเลส เขา ครอบงาํ โดยไมร สู ึกตัว คนท่ีหนีราหูพน ผนู น้ั คืออรหนั ต อาทิตยเดินรอบโลกเปน เวลาประมาณ ๒๔ ช่ัวโมง ราหูก็เดนิ รอบโลก ๒๔ ชวั่ โมงเหมือนกนั ทก่ี ระผมกลา วมาน้ี ฟงดูจะเปน การขัดแยง กับหลักท่วั ไปท้ังทางดานโหราศาสตร สากลและทางไทยท่ีเราเคยเลนกนั อยู แตข อใหเ ขา ใจเสยี ใหม วา ราหทู างพยากรณน ้นั มสี องแบบ แบบหน่ึงที่เราใชอยูใน ปจ จุบนั อกี แบบหนึ่งคอื ราหทู เ่ี ดนิ รอบโลกทกุ ๒๔ ชัว่ โมง ดงั ท่ีเราประสบพบเห็นกนั ในเวลาค่าํ คืน ราหูหลงั น้พี วกเรา ไมคอ ยจะรจู ัก ทัง้ ๆ ทเี่ ราพบกนั อยูทกุ คนื คนโบราณเขาหลอก เราวา ถา อยากจะเห็นราหู ใหคอยดูตอนคนื ทม่ี ีจันทรคราส แต ความจรงิ เห็นกนั อยทู กุ คนื ราหนู เ้ี ขาใชเ ลน ประกอบ ทางพยากรณมาก เพราะมีความรนุ แรงเทา กบั ราหูท่ีเราเอามา จากปฏิทินใชแทนดวงดาว แตถ าเราเลน ไมเ ปน ก็จะทําใหร ส สนกุ ในทางพยากรณน อ ยลง พอไดเวลาใกลค ่าํ เงาของราหู จะเริ่มสาดกระแสธาตุเขา มาหาตัวเรา ระบบประสาทของเรา จะเรมิ่ มีอาการผดิ ปกติ เชน อยากดมื่ ของมึนเมา อยากเทีย่ ว ตามบาร ตามคลับ บางทกี ็ทาํ ใหป ระสาทซมึ เซา งว งนอน บาง ทกี อ็ ยากอยอู ยางวเิ วก บางครั้งเกดิ ราคะจรติ อาจทําให เกดิ ผิดศีลธรรมไป เกิดไปตดั ชอ งยองเบา ลักขโมย ฉดุ ครา อนาจาร ส่งิ เหลาน้เี ปนไปดว ยอาํ นาจของราหูท้ังสิ้น เกจอิ าจารยบางทา นกลา ววา ราหมู กั จะแสดงอทิ ธพิ ล
รนุ แรงในเวลากลางคนื เรอ่ื งนีเ้ รากพ็ อจะรบั ฟง ได โดยเอา ราหูมาประยุกตเ ขากับบรรยากาศตอนกลางคนื แตถ า เรามาคดิ แยกกนั อกี ที ก็จะเกดิ มีราหูข้ึน ๒ ดวง ฟงดแู ลวก็เปนสงิ่ ทนี่ า ขบขันที่กระผมนาํ เอาอะไรมาพูด ดจู ะนอกลนู องทางเสยี แลว ความจรงิ กระผมก็ไมอ ยากนาํ มากลา วในท่ีน้เี หมือนกัน แตก ็อยากจะใหทา นผูฟงนาํ เอาไปคิดดเู อาเองกแ็ ลว กัน ถาเหน็ วา ไมม มี ลู ความจรงิ ก็ทิ้งไปเสยี แตม ันเปน มูลเหตทุ ีม่ าของโหรา ศาสตรทเ่ี ราเลน กนั อยู โบราณเราเม่ือคน พบอะไรดี ๆ แมจะ เปดเผยใหก็มกั จะซอนอะไรตออะไรไวเสมอ เราไดก ันมา ไมคอ ยจะครบถวน มหิ นาํ ซา้ํ ยังกลาวเปน ปรศิ นาใหพ วกเรา เขาใจไขวเขวไปก็มีมากมาย เร่อื งราหนู ้มี ีมากมาย และกวา ง ขวางสุดที่จะกลา วไดหมด จงึ ขอยตุ ไิ วเ พียงเทาน้ีกอน โหราจารยทานจงึ จบั เอาดาวทั้งสามน้ี ตัง้ เปนมมุ ตรึง เอาไว คลา ยเปน มมุ ฉากสามเหลี่ยม เพราะดาวทั้งสามนเ้ี ปน แมบ ทสําคญั ในทางพยากรณ โดยพิจารณาเหน็ วาดาวอาทติ ย เดินรอบโลก เปนเวลาประมาณ ๒๔ ชั่วโมง เราเรยี กวา วนั หน่งึ แตอาทิตยจะเคลือ่ นไปประมาณ ๑ องศา ในราศีท่ี อาทิตยส ถติ อยู เมือ่ เดินครบรอบ ๓๐ หรือ ๓๓ วัน เราเรียกวา เดอื นหนง่ึ เปน เดอื นของทางสรุ ิยคติ สว นดาวจันทรจะเดนิ เรว็ กวา อาทิตย คอื เดินรอบโลกประมาณ ๒๙ หรือ ๓๐ วัน จึง จะพบบรรจบดาวอาทิตย เราเรียกวา เดือนหนึง่ เหมือนกัน แต เปนเดือนของทางจันทรคติทกี่ ลาวมานีท้ านผฟู งคงจะทราบ กันมาแลว สว นโลกน้นั จะเปน จุดคอยดงึ ดดู เอากระแสธาตุ
ของอาทิตยแ ละจันทรอยเู สมอ แตดาวอาทิตยอ ยหู างจากโลก เรามากกวา ดาวจันทร กระแสธาตขุ องโลกจึงดูดรับเอา กระแสธาตจุ ากจนั ทรแรงกวา อาทิตย แตจ ันทรก ต็ องอาศัย พลังแสงจากอาทิตยเ ขา เสริมอกี ช้นั หน่งึ คืออาทติ ยสอ งแสง มายังจนั ทร แลวสะทอนแสงมายังโลกแตแ สงท่ีสะทอนมานน้ั ไดถ กู แสงอนุภาคของจันทรกลน่ั กรอง ใหก ลายมาเปน แสง ของพระจนั ทรหรอื จะเรียกวา แสงของพระจันทรไดผ สม ผสานมากบั แสงของอาทิตยดว ยก็ได ถาดูโดยผวิ เผนิ คลา ยกับ วาไมใชแสงของพระจนั ทรเ ปนแสงของอาทิตยไป แตธาตแุ ท เปน แสงของพระจันทรตางหาก อุปมาดงั เรารบั ประทานอา หาร พระจันทรเ ปรยี บเสมือนขาว อาทิตยเสมอื นกับขา วเรามัก ไมคอ ยจะชอบรับประทานขาวเพียงอยา งเดียว จะตองอาศยั กบั ขา วมาเปน เครื่องนาํ ทางดว ย หรือเอามาหลอกลอ ใหข า วตก ลงไปอยใู นกระเพาะ จึงเปน อนั วา ขาวไดผ สมอยกู ับกบั ขา ว อยา งกลมกลืนกัน ตอนตอ ไปเขากจ็ ับเอาดาวอื่น มาประกอบการเลน ตอ ไปจนกระทั่งถึงดาวฤกษ จากการทย่ี ึดเอาโลก อาทิตย และ พระจันทรเ ขามาเปนจดุ เร่มิ ตนแลว เขากย็ ดึ เอาดาวพุธเขามา ผสมอีกดวงหน่ึง เพราะสรรพสง่ิ ทงั้ หลายท่เี กดิ ข้ึนในโลกน้มี า จากธาตุเปนมูลเหตุ และธาตุนนั้ ๆ มาจากอะไรจะเปนอน่ื ไป ไมไดนอกจากอิทธพิ ลดวงดาว จึงไดวิเคราะหจากการผันแปร ของธาตุตา ง ๆ ต้ังแตชน้ั บรรยากาศลงมาจนถงึ ในโลก มีแม ธาตทุ ี่ใหญ ๆ อยู ๔ ธาตุ ธาตไุ ฟ ไดแ ก อาทิตย ธาตุดิน
ไดแกจันทร ธาตุลม ไดแก ราหู ยังมธี าตนุ าํ้ อีก ธาตุหนง่ึ ไดแก ดาวพุธ ดาวพุธน้ี มอี ิทธิพลทางธาตุนา้ํ ท่ีใหญม ากสําหรับโลก ทเ่ี ราอาศยั อยูน้ี เพราะโลกเรานี้ มนี ํ้าถงึ ๓ สวน เปนแผน ดนิ เพยี งหน่งึ สวนเทานัน้ ดาวพุธจึงเปนอาวอนั ดับท่ี๔ ทจ่ี ะนํา เอามารวมเขา ในทางพยากรณ นํา้ หรอื ของเหลวทเี่ กิดข้ึนใน โลก เปนไปดว ยอาํ นาจของดาวพุธเปนสว นใหญ ดาวพุธเปน บอ เกิดของวัตถุ พชื มนุษยและสตั ว แตธ าตุทง้ั ๔ นี้ยงั มีดาวที่ เปนคูกันอีกหมูหนึ่ง เชน อาทติ ยธ าตไุ ฟคกู ับพระเสาร จนั ทร ธาตุดนิ คกู บั พฤหสั บดี ราหธู าตุลมคกู บั อังคาร และพุธธาตุ นา้ํ คกู ับพระศุกร เขาจัดไวเปนคู ๆ เพ่อื ปรุงแตงไวใ ชใ นทาง พยากรณต อไป เชน ตาํ ราวาดาวอาทติ ยกับดาวพฤหสั โคจร เขาทบั กันจะไดม ิตรทด่ี ไี ดคคู รองไดบ ริวาร และมกั จะประสบ โชคดี ที่ทานกลาวมานีท้ านหมายถงึ อาทติ ยเ ปน ธาตไุ ฟ สว น ดาวพฤหัสเปนธาตุดนิ ทแ่ี หงกระเตอะ คือดินทไ่ี มมีความชน้ื เหลืออยเู ลย คลายดนิ เผาเปนตน ธาตดุ นิ น้ีจงึ เปนธาตุท่โี ปรง แสง จงึ ทําใหค วามรอ นหรอื ธาตขุ องอาทิตยผ า นเขา ไปหลอม ตวั อยูไดอ ยา งกลมกลืนกันท่เี ดยี ว ทานโหราจารยกลา วไว ถูกตอ งทีเดียว แตถาเราจะนําเอามาเลน ในทางพยากรณใ หก ับ บุคคล กระผมเห็นวาไมต รงเปา หมายทแ่ี ทจ รงิ เพราะเหตวุ า โลกเรามผี ืนแผน ดนิ ท่ีมีความชืน้ อยูท่ัวไป บางแหงก็มีนาํ้ หลอ หลอมอยู เชน แมน ํ้า ทะเล เปน ตน รา งกายเรากม็ ธี าตนุ ํา้ หลอ หลอมอยทู วั่ ไป จะหาธาตดุ ินทีก่ ระเตอะมไิ ดเ ลย เมอ่ื ธาตุ ความรอ นของอาทยิ ผานเขา มาในธาตุของดาวพฤหัสบดีจะ
ตอ งถูกธาตนุ ้ําเขาขวางกั้น เม่อื ธาตขุ องอาทติ ยผ า นเขา ไปสู ธาตุของพฤหัสบดีไมไดเพราะนํ้าขวางกั้น จึงทาํ ใหเกิดเปน ศัตรูกนั เพราะธาตุของอาทติ ยจะตองไปเผาธาตนุ ้าํ ใหห มด เสียกอ น แลว จงึ ผานเขา ไปหลอมตัวอยกู บั ธาตพุ ฤหัสได การ พยากรณค วรจะทํานายวา เม่ือพฤหสั บดีถงึ อาทิตยผูใหญจ ะให โทษ แลว ตอนหลังผใู หญจ ะปราณี ทานนกั พยากรณจงระวงั ใหด ี อาจจะผิดพลาดไดถา ยดึ ตาํ ราจนเกินไป กระผมเคย พยากรณดาวคนู ้ีวา ตดิ ตะรางมาแลว ทัง้ ๆ ทีเ่ ดนิ มาเปน ๑๑ แก ลคั นาเสยี ดว ย การท่จี ะวินิจฉัยตดั สินพยากรณลงไป จึงเปนสิ่ง ทีย่ ากมากทเี ดียว เรอ่ื งตําราของทา นโหราจารยในสมยั โบราณ บางทา นก็เขยี นจับเอาตอนตนเหตุ แตไมบ อกตอนปลายเหตุ ไวดวย จึงทาํ ใหน ักศกึ ษารุนหลัง ๆ เลน กัน ผิด ๆ ถูก ๆ ยุง กัน ไปหมด ***************
วนั ใหมตามหลักโหร โดย ส. แสงตะวนั ประมาณป ๒๔๘๓ (อาจผดิ ได) รัฐบาลสมัยทา น จอมพล ป.พิบลู ยส งครามเปนนายกรฐั มนตรี ไดประกาศเปน ทางการใหเ ปลย่ี นวนั เดอื น ปเ สียใหม เพ่ือใหเ ขา กับหลกั สากล แบบตะวันตกท่นี ิยมใชก ันอยู อาทิ วนั ใหมใหเ รม่ิ ใชหลัง ๒๔.๐๐ น. หรอื หลังเทย่ี งคืนลว งไปแลว แตเ ดิมเราใชวนั ใหม โดยถอื เอาเมอ่ื แสงอาทิตยจ บั ขอบฟาดานทิศตะวนั ออกเรยี ก วาแสงอรณุ โดยประมาณเม่ือออกไปยืนกลางแจง ตอนเชา มืด เหน็ เสน ลายมอื หรือเห็นใบไมแ ละจําไดว า เปน ใบอะไรดังน้ี เปน ตน เรม่ิ ตนเดอื นใหมข องป ใหถือเอาวนั ที่ ๑ มกราคม หลงั เท่ยี งคนื เปนเดอื นเรมิ่ ตน ของปใ หม แตเดมิ สมยั โบราณ เราเคยถอื เอาวนั ที่ ๑ เมษายน ของทุกป หรือขน้ึ ๑ ค่าํ เดือน ๕ ทางจนั ทรคติ เปนวันขึ้นปใหม ลักษณะท่ใี ชแบบนเ้ี พ่ือใหเปน แนวเดียวกับเรอ่ื งฤดูกาลทางภาคโหราศาสตรไ ทย ในปจ จบุ ันยังคงใชแ บบเดมิ กันอยูเร่อื งนเี้ กดิ สบั สนระหวางพนกั งานของรัฐ กบั ผแู จง เกดิ อยรู ะยะหนง่ึ และทางฝายโหรา ศาสตรรุนใหมไ ดพลอยสับสนไปกบั เขาดวยเหมือนกัน ท้ังน้ี เนอ่ื งจากหลักเกณฑต า ง ๆ ทางโหราศาสตรไทย ยงั คงยดึ ถอื แบบเดมิ คือรงุ อรุณเปน วนั ใหม และ ขึน้ ๑ คาํ่ เดือน ๕ ทางจนั ทรคติ เปนเดอื นข้ึนปใหมจนถงึ ยุคปจ จุบัน
เคยพบโหรรุนใหมท ห่ี นั มาใชแ บบใหมใ นแนวโหรา ศาสตรอยูบอยๆ บางครัง้ เปนเหตใุ หเกดิ สับสนระหวางเจา ของดวงชาตากบั โหรผูท าํ นาย เน่ืองจากผลท่อี อกมาไมค อยจะ ตรง หรือถูกตองจนเปนที่วิพากษว ิจารณก นั ตลอดมา เรอื่ งนี้ ปรากฏกบั ผูเขยี นมาแลวสาํ หรับคนทเ่ี กิดกอ น พ.ศ. ๒๔๘๒ ครงั้ แรกคิดวา คงไมม ีปญหาอะไร แตก็เกดิ ปญ หาเขา จนได และเคยพบหลายครั้งกับบุคคลทเ่ี กดิ กอ น พ.ศ. ๒๔๗๐ จาก บตั รดวงชาตาท่ีโหรรุนใหมผ กู มาให ปรากฏวาเขาเกดิ หลงั เท่ียงคนื ลว งไปแลว ซ่งึ เปนความจรงิ เขายังคงใชว ัน เดอื น ป เกิดแบบเกา กันอยู แตโหรรูเ ทา ไมถึงการณ หนั กลบั มาใช วนั เดอื น ป แบบใหม กเ็ ลยมปี ญหาดา นวิชาโหราศาสตร เก่ยี วกับเรอ่ื งเทวดาเสวยอายุ ซงึ่ เราใชเ ทวดาเสวยอายจุ ากวัน เกดิ เปน หลกั มาตรฐานตลอดมา ผเู ขียนพอจะคาดคะเน หรอื เดาเอาเองไดว า โหรรุน ใหมค งมไิ ดเรียนจากครโู หรผรู จู รงิ หรอื ซอื้ ตํารามาเรยี นเองเองจึงไมรูตนสายปลายเหตทุ ี่แทจ ริง กอนจะลงมอื ผูกดวงชาตาใหใ ครกต็ าม ควรไตถ ามถึง เรื่องวนั เดอื นปใหล ะเอยี ดถถี่ วนเสียกอ น เมอ่ื เหน็ แนแกใ จ ดแี ลว จึงคอยลงมอื ผกู ดวงชาตาใหแกเขา ถาโหรมคี วามเช่ยี ว ชาญชํานาญมากอนในเรอื่ งระบบธาตุ จะสามารถรไู ดทนั ทีวา ที่เขาบอกมานั้นผิดหรอื ถูกอยา งไร สําหรับเรอ่ื งเวลาเกดิ หรอื ตกฟาก มักจะมปี ญหายุง ยากอยูไ มนอยเหมือนกนั เลนเอานกั เขยี นบทความบางคนชกั แหยงกลัวผิดพลาดเลยไมก ลา บอก เวลา บางดวงไมวางลัคนาเสียดวย เขียนวจิ ารณเรอ่ื ยเปอ ยพา
ใหเดก็ รนุ ใหมห ลงทางพาเขาปาไปก็มใี หเห็นบอ ย ๆ สมัย โบราณโหรรนุ ครูเขาจะแสดงใจกวา ง เขียนไวค รบบริบรู ณ โดยมติ อ งเกรงความอบั อายขายหนาใคร ขอ มลู หลักวชิ าโหราศาสตร ควรจะไดม ีการศึกษา คน ควา หาหลักเกณฑทีถ่ ูกตองตามความเปนจรงิ เพือ่ ผลท่ี ออกมาเปน ไปตามที่ตนประสงค บางคนพอคนพบอะไร แปลก ๆ ยงั ไมทันตรวจสอบใหถ อ งแทแนนอนเสยี กอ น รีบ ประกาศ หรอื ทกึ ทักเอาวา ไดพ บสตู รการเคลอ่ื นไหว และ ความหมายจนสามารถสรา งเปน ตําราออกมาได ตองใชเ วลา นับเปน รอยเปนพันปขนึ้ ไปกม็ ี ชัน้ ครูคิดไมส ําเร็จช้ันศิษยก ็ นํามาคดิ คนหากนั ตอไปจนกวา จะพบความสําเร็จตามประ สงค สามารถนาํ มาเปนตน แบบสรา งเปน ตําราช้นี าํ สบื ตอไป วชิ าดาราศาสตรม สี องแนวทาง แนวทางหน่ึงดารา ศาสตรสายวทิ ยาศาสตร ท่นี ักวทิ ยาศาสตรกําลังเลน และ คนความเรอื่ งจักรวาลกันอยู สวนอกี สายหนง่ึ เปนสายของ ฝา ยโหราศาสตรทนี่ าํ มาเลนเกย่ี วกบั ระบบธาตรุ ะหวางโลกกบั ดวงดาว นักศกึ ษาควรระลึกถึงเรอ่ื งการคาํ นวณสุรยิ าตรท่ี ฝกหัดคํานวณกนั อยูขณะน้ี นับเปน ความสามารถสงู ของ มนุษยอยางเราในสมัยโบราณ กวา จะคนพบไดขอมลู ท่ี ถูกตองตามความเปนจริง สามารถสรางตําราเปน แบบฉบับ ใหพ วกเราไดเจริญรอยตามมาจนถงึ ปจจุบนั นับเปนอจั ฉริยะ ทน่ี า พศิ วง สมเปนบรมครูท่ีไดว างรากฐานแบบฉบับ เปน อนุสนธสิ ืบเนื่องมาถึงลกู หลานในยคุ ปจจุบัน
วิชาโหราศาสตรทีแ่ ทจรงิ หลักใหญจะตอ งอาศยั การโคจร ทีแ่ มน ยาํ จากดวงดาวในทองฟา สง คลน่ื แสงลงมา ผกู พันกับระบบธาตทุ ่ีปกคลุมอยูรอบโลก เน่อื งจากโลกมีคลนื่ ธาตกุ ระจัดกระจายอยูท่วั ไป และคลน่ื ธาตเุ หลา น้ียงั อยูในเครือ ขา ยของนามธรรม จงึ ตองอาศยั คลื่นแสงของดวงดาวสงลงมา ชุมนมุ กันในชัน้ บรรยากาศของโลก เพอ่ื ผลทางผสมผสาน โดยรวมคลื่นธาตุตามอตั ราสดั สวน เพอื่ ความสําเรจ็ ออกมา เปนรปู ธรรม แตเ ราอาจจะเห็นเปนกฎธรรมดาของธรรมชาติ โลกมีระบบการเคล่ือนไหวดวยแรงดงึ ดูด จากดวง ดาวเร่มิ ต้ังแตดาวอาทิตยด าวจันทร และเรยี งรายตอ เนื่องไปถงึ ดาวมฤตยู จะมดี าวดวงอ่ืนอีกเทา ใดน้ันไมสามารถพสิ ูจน ถือ เปนแบบฉบับออกปฏบิ ัติการทางพยากรณไ ดถกู ตอง เราถอื เปน แนวทางดาราศาสตรของกลมุ วิทยาศาสตรท ี่กาํ ลังคนควา กนั อยู ฝา ยโหราศาสตรไดเ ฝาดแู ละวิเคราะหต ดิ ตามไปดวย เหมอื นกัน ดาวเหลา น้มี ีระบบธาตุไฟสามารถสง คลนื่ แสง สะทอ นมายงั โลกดว ยเชน กนั จากคลืน่ แสงของดาวทุกดวง ในมมุ โหราศาสตร หากปราศจากแสงอาทิตยเสยี แลว ดาว เหลา น้กี จ็ ะไมมกี ําลังดงึ ดูดระหวางดาวตอดาวท่ีโคจรในแนว เดยี วกัน คลื่นแสงจากดวงดาวอุปมาดงั ชว งแขนของมนุษย ท่ี ย่ืนมอื มายงั ชัน้ บรรยากาศรอบนอกของโลก และจาํ นวนมอื จากคลื่นแสงเหลานี้ สามารถสรา งสง่ิ รูปธรรมใหแกโ ลกได ซ่งึ
เราเรยี กกนั วา ระบบธาตุไดแก ธาตไุ ฟ ธาตุดิน ธาตลุ ม และ ธาตุนา้ํ รวมถงึ อากาศธาตุ วิญญาณธาตตุ า ง ๆ ดวย สัดสว นแหงระบบธาตเุ หลาน้อี ปุ มาเสมอื นการผสม ผสานปรงุ แตง เพอ่ื สนองตอบตามทโี่ ลกตองการเชน แมบ า น หรือแมครัว ผสู ามารถกระทาํ ไดทุกอยางตามคําสงั่ สมมุตวิ า โลกผูเ ปนพอบานตองการแกงมัสม่นั สักหมอ หน่ึง แมครัว จะตอ งรวู าเจา มัสม่นั น้นั มสี วนผสมอะไรบาง จากนั้นจะตอง รอคอยจังหวะใหดาวตา ง ๆ ทม่ี หี นาที่เปน สว นผสมตางยื่น แขน ซึง่ ไดแ กค ลน่ื แสงลงมารวมกนั ในชน้ั บรรยากาศรอบ นอกของโลก สวนโลกก็มีหนา ท่สี งหรือย่นื คลื่นธาตุ อปุ มาดงั ภาชนะเครือ่ งรองรบั อาหารระหวา งคล่นื แสงกับคล่ืนธาตุ ผสมผสานวนุ วายกนั อยนู ้ัน จะเปนชว งพอดกี ับการรอคอย จังหวะใหด าวจันทรโ คจรมาตัดคลน่ื แสงจากดวงดาวในทนั ที นน้ั เอง ระหวางดาวจนั ทรเ ขา ตัดลําแสง คลืน่ ธาตขุ องโลกก็จะ ฉวยโอกาสดดู ดงึ มวลธาตุทง้ั หลายลงมารว มผสมกบั คลื่นธาตุ ของโลกทนั ที เพอ่ื ความสาํ เร็จออกมาในรปู ธรรม เรยี กวา แกง มัสม่ันไดก ระทําสําเร็จโดยสมบูรณแ ลว การทีผ่ เู ขียนไดอ ปุ มาอุปมัยโดยสังเขปนี้ เพื่อ ตอ งการใหลูกหลานชนั้ หลังในวันหนา ไดศึกษาคนควาหาขอมูล เกยี่ วกบั วชิ าโหราศาสตรว า มีความเปน อยางไร และจะได เกิดความเช่อื วา วิชาโหราศาสตรค ือเปน สายงานของวทิ ยา ศาสตรแขนงหนง่ึ เหมอื นกัน ซ่งึ จะตอ งเขยี นหรือบรรยายกัน อีกมากมาย
ดวงตัวอยา งท่ีนา ศึกษา ส. แสงตะวนั เมอื่ ไมน านมาน้ี มีนักศึกษารุน ใหมห อบตําราไปหา ผูเ ขยี นทีบ่ า น ถามขอ ขอ งใจและสงสัยบางอยา งกบั ผเู ขียนจาก ตาํ ราหลายเลม และหลายอาจารยท ่นี ักศึกษาใหชว ยแนะนํา และสวนมากผเู ขียน มกั จะแนะนําใหเ ขาติดตอกบั เจาของ ตําราเดิม เพราะอาจจะผดิ ความประสงคข องผแู ตงกไ็ ด แตม ี ตําราอยเู ลม หน่ึงช่ือ หลกั การพยากรณด วงชาตา รวบรวมโดย ร.ต.อ. เปย ม บณุ ยะโชติ มีเน้ือหาสาระท่นี าศึกษาสําหรบั คน รุนใหมอยมู ากและทานผูน้ีเปนผหู นงึ่ ในวงการโหรท่ีพยายาม รวบรวมทั้งของเกาและของใหม เพอ่ื เกบ็ รักษาไวเปนสมบตั ิ อนั มคี ุณคาแกล กู หลานในอนาคต นบั วาสมควรแกก าร สรรเสรญิ สําหรับนักโหราศาสตรในยุคปจจบุ นั บงั เอิญ ผูเขียนเปดไปพบดวงตัวอยางเขาดวงหนึ่ง หนา ๒๗๔ ผูเขยี นตําราบอกเปนเชงิ ใบใหศึกษาคน หากันเอา เองวาเปน ดวงสดวกสบายตลอดชาติ ทาํ ใหผ เู ขยี นอานแลว ตองสดดุ หยุดอยตู รงนี้ ประจวบกับพอดที น่ี กั ศึกษาทานผูน ้ี กส็ นใจอยูดวย ผเู ขยี นไดพ ิจารณา และวเิ คราะหดทู ุกจดุ ตาม ตาํ หรบั ของผเู ขียน เหน็ วา เปนความจริงดังทเี่ จาของตาํ รา บอกไว แตก็เปน เพียงกลา วไวโ ดยผิวเผินแบบลอย ๆ เทา นน้ั ผเู ขยี นเหน็ วา เปนดวงตัวอยางทส่ี มควรแกก ารคนควาสาํ หรับ คนรนุ ใหมอ ยูม าก จงึ ขออนญุ าตลอกแบบนาํ มาขยายความ
ตามหลกั วิชาในโหราเวสมอ ีกคร้ังหนึง่ หวังวา ร.ต.อ. เปย ม บณุ ยะโชติ คงไมข ดั ของ และคิดเสยี วาตระกูลท้ังสองกอ็ ยู จังหวัดเดยี วกัน จากดวงตัวอยางในตาํ ราเลม นี้ ทา นผูรวบรวมไดเขียน ดวงดาวไวเพียง ๘ ดวง แบบโหรโบราณจริง ๆ คอื เริม่ ตน จากดาวอาทติ ยเ รียงไปถึงพระราหู สวนพระเกตุ และดาว มฤตยูทานมิไดใสไวดวย แตก ็ไมผ ิดกติกา ดว ย ดาว ๘ ดวงนี้ โหรสมยั โบราณทา นกเ็ ลนไดชั้นยอดจรงิ ๆ สวนพระเกตุกบั มฤตยไู ดเ ร่มิ มขี น้ึ ในตอนหลงั ผเู ขียนไดพยายามคนควา ขยาย ขอ มลู ไวม ากพอสมควร แตตอ งงดเขียนไปโดยปรยิ าย เนือ่ ง จากมีผนู ําไปเปลยี่ นรูปแบบจนออกนอกลูทางไป มิหนําซ้ือยัง ถูกกลาวหาวา ผูเขยี นไปลอกแบบของเขามาอกี ดว ย นกั ศึกษาจงดูดวงตัวอยางท่ีผูเ ขียนไดลอกแบบมา แต ไมทราบวา เปนดวงหญิงหรือชาย ผูเขียนคดิ วาเปน ชายมาก กวา แตอ าจจะผดิ ก็ได หวังเพยี งเพอ่ื เปนหลักวชิ าเพ่ือการคน ควา เทา น้นั ลคั นาของเจาชาตาสถิตยอ ยูร าศมี ถิ นุ มีดาวจันทร กับพระราหูประกบคูส มพลอยูร าศพี จิ กิ จากดาวพฤหัสบดี
นาํ หนา ลคั นามีดาวเรยี งรายตดิ ตอไปถงึ ราศีพจิ ิก อันเปนราศี สดุ ทายรปู ลกั ษณะดวงน้ที านผูรวบรวมเรียกวา ดวงพระ จันทรค ร่งึ ซีก หรอื มาลัยโยค ซึง่ ผเู ขียนเห็นวาถูกทั้งสองอยา ง แตผเู ขยี นศกึ ษาในทางผสมธาตโุ ดยตรง จงึ ตอ งอา นรูปดวง ไปอกี แบบหนงึ่ คอื ดวงลัคนาขับพล คาํ วา ลัคนาขบั พลหมาย ถงึ ลัคนาอยหู ลังสุดแตมีดวงดาวรายเรยี งตดิ ตอ ทกุ ราศอี ยดู า น หนา ที่กลา วมานี้มิไดห วังจะขดั ใจกบั ผูเ ปน เจา ของตํารา เน่อื งจากวิชาโหราศาสตรเปนวชิ าอปุ มาอุปไมย ยอมจะมที าง เปรียบเทยี บไดหลายรูปแบบ ซึ่งแลวแตบรมครรู นุ เกาจะต้งั ชอื่ เอาไว จากดวงตวั อยางท่ีเรากาํ ลังสนใจอยูนี้ นักศกึ ษาจะ เหน็ ลัคนาสถติ ยร าศีมิถนุ ลมแลง มีดาวพฤหสั บดีสถิตยราศี กรกฎนาํ หนา ลัคนา มีอาทติ ย อังคาร ศุกร จับกลมุ อยู ราศสี งิ ห มีดาวพุธ ครองเรอื นเกษตรอยรู าศีกันย มีพระเสาร ครองตาํ แหนง อุจจ อยูราศตี ุล และมีดาวจันทรกบั พระราหู คสู มพลอยูราศพี ิจกิ ดาวจันทรแ ละพระราหูคูสุดทายน้เี อง จะเปนจดุ สาํ คัญในการอา นดวงชาตานี้ แมวาเราจะเหน็ กันวา อยูเรอื น อริ แกล คั นา อยา เพิ่งยึดถือวา เสยี ควรปลอยใหเปน ดาวคลู อย ๆ ไวกอน เนือ่ งจากดาวดวงหน่งึ ยอมจะขับใหด าว อีกดวงเปน อะไรหรือมีฐานะอยา งไรก็ได เรยี กวาขับดวงชาตา เนื่องจากการเลนระบบธาตุนัน้ อุปมาเหมอื นเครอื่ งพิมพดีด ใช น้ิวกดตวั อกั ษรที่แปน แครตัวหนงั สือจะไปปรากฎทกี่ ระดาษ พมิ พด ังนี้ เปนตน
ดาวจนั ทรกบั พระราหูคสู มพล อยใู นตําแหนง เรอื นนี้ จะกระตุน เขาเสริมดาวพระเสารในราศตี ุล เขา ครองในตํา แหนง อุจจ และดาวพระศกุ รกบั อาทิตยคสู มพลในราศีสิงห ชวยสง พลังธาตเุ ขาเสรมิ พระเสารในราศีตลุ ใหเปนอุจจ อกี ชัน้ หนึง่ เรยี กวา มหาอุจจคอื พระเสารไ ดเ พิ่มกําลังอจุ จถ งึ สอง ชนั้ ดังนี้ ดาวอังคารกบั พระศกุ รค มู ิตรในราศสี งิ หไ ดขยาย กําลังธาตไุ ฟใหกบั ดาวพฤหสั บดใี นราศีกรกฏ ครองตําแหนง อจุ จแท และดาวพระเสารราศตี ุลชวยขยายและขบั ธาตุของตน เสรมิ ใหด าวพฤหัสบดเี พิ่มกาํ ลงั เปนอจุ จอ กี ชั้นหนง่ึ เรยี กวา มหาอุจจ คอื เปนอุจจถงึ สองช้ัน เชน เดียวกับพระเสารสว นดาว พุธในราศกี ันย ไมมใี ครขับใหเปน อจุ จ จงึ ไมเปนอจุ จ เปน เพยี งดาวธรรมดาเชน ดาวอืน่ อีกจังหวะหนึ่ง ดาวจันทรกบั พระราหูอยรู าศพี ิจิก ธาตนุ ้าํ บาดาลอยใู นตาํ แหนงอริ แกล คั นา แตกลับสงผลใหด าว องั คารมพี ลังแรงในราศธี าตไุ ฟ เรอื่ งกาํ ลงั ธาตุของดาวองั คาร นกั ศึกษา ควรจะยอ นกลบั ไปอา นบทความของผูเขียนฉบับ ประจําเดอื นตลุ าคม กบั ธนั วาคมของโหราเวสมด ูอกี ครง้ั หนึ่ง กจ็ ะทราบดวี ามกี ารสง เสรมิ พลังกันอยา งไร สาํ หรบั สว นเส่ือม เสยี ของดาวจนั ทรก บั พระราหูคูนี้กม็ อี ยู ซึ่งจะสรุปใน ตอนทา ย ๆ ตอไป นกั ศกึ ษา คงจะเหน็ แลว วา ดวงนมี้ ีมหาอจุ จทแี่ ทจริง ถึงสองดวง คือดาวพฤหสั บดี กับ ดาวพระเสาร และครอง ตาํ แหนง มหาอจุ จถึงสองชัน้ นบั วา เปน ดาวที่หาไดไ มบอ ยนัก
อาจเปนอุจจถ ึงสามหรือสชี่ น้ั กไ็ ด ถา เขา ในกฎเกณฑของหลกั วชิ าโหร บรมครูโหรรุนเกาเคยเขยี นตําราวิธขี ับดาวอุจจ ตาม แบบของทานกม็ ีอยูเหมอื นกนั แตเปน คนละแบบกบั ของ ผเู ขียน คอื ถาไมแตกฉานในเรื่องธาตุก็ขับไมไ ด และไมรู เรอื่ งราวการเลน ดว ย ตอ จากนีเ้ รากจ็ บั เอาลัคนามาพจิ ารณา ซ่ึงเปนหลกั สํา คญั นึกศกึ ษาคงจะเห็นแลว วา เจา ชาตามีจุดลัคนาอยูราศีมิถุน ธาตุลมแลง หมายถึงความแหง ความไมเ บิกบานในอารมณ ดาวพฤหัสบดเี ปนมหาอุจจแ ทน าํ หนา ลคั นา ดาวพฤหัสบดี มาจากราศธี นู เรือนปต นิ แสดงวาเจา ชาตาไดคคู รองเปน ผูด ีมี สกุลสูง หรอื คคู รองมฐี านะดี อยูในขัน้ เศรษฐที ีเดยี ว ดาว อังคารราศีสิงหร ว มเรอื นเกษตร กบั อาทิตย องั คารดวงนี้ได กาํ ลังเสริมจากพระราหใู นราศพี จิ กิ แสดงถึงการมตี าํ แหนง หนาทกี่ ารงานดี คงจะรบั ราชการทหาร หรือทาํ งานประเภท เครอื่ งยนตประกอบดวยไฟฟา ดาวพระศกุ รร วมเรอื นกับ อังคารในราศสี ิงห ดาวพระศกุ รดวงน้ีเจา ชาตาเกิดตอน ตี ๐๓.๐๐ น. โดยประมาณใกลร ุง ชอื่ วา ดาวประกายพรกึ กําลังเรม่ิ ทอรศั มอี ันชวงโชติอนั ความรักจงึ นา จะสดช่ืนแจม ใส ตามสายตาของคนภายนอก เมือ่ เราพิจารณาดูในสว นลกึ ของ ดาวพระศุกรแลว ดาวพระศกุ รหาไดส ดใสเปน เอกเทศไม แมว าจะมีดาวองั คารเปนคมู ิตรเสริมอยู แตดาวอังคารมาอยกู บั พระศกุ รในฐานะตัวแทนของพระราหกู ับจันทร จงึ ให พระศุกรบังเกดิ ใฝฝามัวหมอง ตามหลกั วิเคราะหของทา น
บรมครโู หร ทานวาดวงน้ีมคี ดู ีแตค วามรักไมราบร่ืน ดาวพธุ เปน ดาวตนุลัคนา ธาตดุ ินอันเกดิ จากความแหง แลว ดังทีก่ ลาว มาแลว ในราศีมิถุน ดาวพระเสารเปนมหาอจุ จแ ทอ ยรู าศตี ุล อยูในตาํ แหนง ปุตตะหมายถึงบุตรและญาติพีน่ อง จงึ นับวา เจา ชาตามี บตุ รดีเปนอภิชาติ สามารถเชดิ ชวู งศต ระกูลใหส งู เดน ได ใน อนาคต ดาวจันทรก บั พระราหคู ูสมพลอยใู นตําแหนง อริ และเปนคูส าํ คัญของชวี ิตการครองเรอื น ดาวคนู ม้ี ผี ลสะทอน สะเทอื นไปถึงดาวพระศุกรอ ยางรนุ แรง กลาวคือกอนจะพบ คคู รองที่แทจริง เจาชาตาเคยผิดหวงั เรือ่ งความรกั มากอ น ทงั้ สองฝา ย เนื่องจากมิใชบพุ เพสันนิวาสมาแตอ ดีตชาตจิ งึ ให คลาดแคลว กนั ไป ตามภาษาโหรทา นกลา ววาจะประสบความ ลม เหลวในความรักครั้งแรก เพราะเพือ่ นเขา มาเปนคแู ขง แตจะไดแ ตงงานกนั หลงั เปนบุตรผูดมี ีสกลุ แตค วามรกั ไม ราบร่นื นกั จากผลสรปุ เปนการแสดงวา ชีวติ แหงการครองเรอื น ในดานความรกั ไดตกอยูในสภาพท่นี าชนื่ อกตรมเสมอื นตอ ง คาํ พิพากษา ติดตะรางดวงใจตลอดชพี ดาวพระเสารจ ะแสดง พลังมหาอุจจเต็มท่ีเม่อื อายยุ า งเขา ๔๐ ป เปน ตน ไป พฤหสั บดี จะแสดงพลังมหาอจุ จเ ต็มท่เี มื่ออายยุ า งเขา ๕๑ ป เปนตนไป และดาวท้งั หมดจะเปล่ียนทิศทางโยคหนา เรยี กวา ลัคนาขับ พล อยางสมบูรณต ามแบบฉบับของโหรไทยเดมิ
การวิจารณดวงนี้ผเู ขียนเลน แบบโบราณลว น ๆ ซึ่งมา ดาวในเรอื นชาตาอยู ๘ ดวงขาดไป ๒ ดวงคือ พระเกตกุ บั ดาว มฤตยู และดาว ๒ ดวงน้เี พิ่งเกิดข้นึ ในสมัยหลัง ถาไดเพม่ิ ดาว ท้งั สองดวงนเี้ ขาไปดวย จะขยายความออกไปไดอยางกวาง ขวาง พระเกตจุ ะอยูร าศกี ุมภ และดาวมฤตยรู าศกี รกฏคูก บั ดาว พฤหสั บดี พอจะมองเหน็ ไดวา ดวงน้ีอายุส้ัน จะเสียชีวิตดว ย โรคปจจุบนั ทันดวน ขอใหน ักศกึ ษาแกะรอยดูบอ ย ๆ คงจะ เห็นชองทางเกบ็ ไปคน ควา ไดบ า ง ตามความสารถของตน สวสั ดี. ส.แสงตะวัน
ตอไปนีเ้ ปน การรวบรวมบทความของ อ.ส.แสงตะวัน ซ่ึงมีผพู มิ พเผยแพรแ ลว ในพยากรณด อทคอม ประกอบดวย 1. “ราหู – จันทร” จากหนังสืออนุสรณง านศพ ป พ.ศ. ๒๕๑๙ ทเี่ พิ่งไดม าจาก อ. เจียม แสงวเิ ชียร พมิ พ เผยแพรโดยคณุ Babyastro (ศิษย อ.เจยี ม) เมอ่ื 25 Mar 2004 - 23:35 2. “โลก- ราห”ู จากนติ ยาสาร “พยากรณสาร” ฉบับที่ ๖ ปที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๐๘ พมิ พเผยแพรโ ดย คุณ หมอตําแย เม่ือ 31 Mar 2004 3. “ราหอู วตาร” จากนติ ยาสาร “พยากรณสาร” ประมาณป ๒๕๓๐ โดยคนไดท่หี อสมุดแหง ชาติ พิมพเ ผยแพรโดย พลังวัชร เม่ือ 18/9/2548 (เพอื่ ขยายความหมายของราหู ๘ ตนในบทความแรก เร่อื ง โหราศาสตร์ื - วิทยาศาสตร) พลังวัชร ผูรวบรวม
ราหู – จันทร ส. แสงตะวัน ราหู คือเงามืดทเี่ กิดข้นึ ระหวา งดาวพระอาทิตยกบั โลกทเี่ ราอาศยั อยูน้ี โดยทโี่ ลกซกี สว นหนึ่งไดร ับแสงสวา ง จากดวงอาทิตย สว นอกี ซกี หน่งึ ที่อยูตรงกันขาม จะบังเกดิ เปน เงามืดและทอดตัวยื่นออกไปไกลนับเปนไมล ๆ เงามืดที่ ทอดตัวออกไปจากโลกน้ีเอง ทางโหราศาสตรไทยเราเรยี กวา ราหู ถา เงามืดนี้ทอดตัวไปจบั อยูที่ดวงจนั ทร ในวนั ข้ึน ๑๕ คาํ่ แรม ๑ คาํ่ เราเรียกกันตามภาษาชาวบานวา \"ราหูอมจนั ทร\" ทางโหราศาสตรไ ทยเราเรยี กวา \"จนั ทรคราสหรือ จนั ทรุปราคา\" ปรากฏการณท ่ีจะไดเห็นราหูอมจนั ทร ตอเม่อื ดวงอาทิตยกับดวงจันทรอยูตรงกันขาม โดยมโี ลกอยูตรง กลางและเดนิ ขนานแนวเดยี วกนั วิชาทางโหราศาสตรไทยภาคพยากรณ ไดร จู ักกําหนด แนะนําเอามาใชกนั หลายลักษณะหรอื จะเรียกวา \"ราหูพิสดาร\" กไ็ ด ดังจะไดก ลาวไวในท่นี ี้ เพ่ือการศกึ ษาของอนชุ นรนุ หลงั สืบไป ตามกฎเกณฑข องวชิ าโหราศาสตรไ ทยเราไดกําหนด เวลาการเคลอ่ื นยา ยของราหูไปสูราศีหน่ึง ๆ นน้ั เปน เวลา ๑๘ เดือน ถานับเปน ปจะไดเทากับ ๑ ป ๖ เดอื น ในระหวา งท่ีราหู ไปปรากฏอยใู นราศใี ดราศีหนึ่งน้ัน จะทาํ ใหเ จา เรือนเกษตรท่ี ราหไู ปปรากฏอยูน น้ั เกิดการสัน่ สะเทือนมีการเคลอื่ นไหวใน
ลกั ษณะของราหู ซึ่งแลวแตราหูในพ้ืนดวงเดิมของใครจะเปน อยางไร ยอ มอาจจะมีทั้งสวนดแี ละสว นเสยี ซง่ึ ตอ งแลว แต องศาราหูจร และจุดลคั นาเปน สําคญั ถา เลนองศาจรไมเ ปน หรอื วางจุดลัคนาคลาดเคลอ่ื น จะไมบงั เกิดความแมน ยาํ เลย เทา ทไ่ี ดเ คยสงั เกตเหน็ มานาน นักศึกษาสวนมากมกั จะละท้งิ หรอื ไมใ ครจ ะสนใจเร่อื งราหูเทาใดนัก เพราะไป ยึดถือเสียวา ราหู ไมใชด วงดาว เปนเพียงจุดมืดระหวางโลก กับดวงอาทิตยเ ทา น้ัน จงึ ไมม ผี ลในทางพยากรณม ากนกั แต อนั ท่จี รงิ แลว ถงึ แมว า ราหูจะไมใชดวงดาว ราหูกท็ รงอทิ ธิพล รุนแรงไมแ พดาวอนื่ เลย ในบางคร้ังอาจจะรุนแรงกวา ดาวอน่ื เสียดว ยซํ้าไป ใครทอดทิง้ ราหูก็เทา กบั ทอดท้ิงโลกไปนั่นเอง ถาเรามาพจิ ารณากันใหถ องแทเ หลยี วแลดรู อบ ๆ ตวั เรา จะเหน็ ไดว า ในทุก ๒๔ ชั่วโมง เราจะคลุกคลีอยูใ นรม เงา ของราหรู ะหวาง ๑๐ ถงึ ๑๒ ช่ัวโมง โดยที่เราเองนกึ ไมถ งึ หรอื อาจไมเช่อื วาจะเปนไปได จะเปนไปไดหรอื ไมไ ดก็ตามที เมือ่ ยามแสงอาทิตยกําลังจะเคล่อื นคลอยลับขอบโลกหรือทเี่ รา เรียกกันวา พระอาทิตยตกดินน่นั แหละ เราจะเหน็ ความมดื คอย ๆ เคลอื บคลมุ เขามาทลี ะนอ ย ๆ มชิ ามินานรอบ ๆ ตัวเรา จะมองไมเห็นอะไรนอกจากความมืดเทานน้ั ในความมดื น้ีเอง ทางโหราศาสตรไ ทยเราก็เรียกวาราหูเหมอื นกัน บางทา นอาจจะแยงวา เปนไปไมได ถา เปนไดอ ยา งนั้น จะเทากับเรามรี าหูเกิดขึ้นในโลกพยากรณ ๒ ราหูนะสิ เพราะ ในทางคาํ นวณปฏิทนิ โหราศาสตร ทีเ่ ราใชก ันอยูทั่วไปมเี พียง
ราหเู ดียว และในราศีหนึ่ง ๆ ราหูอยนู านเปน เวลา ๑ ป ๖ เดือน สวนเงามดื ที่ไดก ลาวมานีเ้ ราจะพบกันอยูทกุ คืน ถาเงามดื นี้ เปน ราหูจริงจะเทา กบั เรามีราหูเกิด ๒ ราหู จึงเปนสง่ิ ที่ยงั เชอื่ ไมไ ด โดยท่ัวไปราหทู เ่ี ราใชผูกดวงชะตากนั อยูนน้ั เนอื่ ง จากการเคล่ือนยายราศีของโลกเปนมลู เหตุ สว นเงามืดทเี่ รา พบกันอยูทกุ คืนน้นั มลู เหตุเพราะโลกหมนุ รอบตัวเอง และเงา มดื ทงั้ ๒ อยางนี้ ทางวิชาโหราศาสตรไ ทยเราถือวา เปนราหู เหมือนกนั โหรรนุ เกาลายครามเขารูจกั นาํ เอากลเมด็ ของราหู ใน ๒ แบบเขามาพยากรณใ นลักษณะพสิ ดาร จนทําใหเ จา ชะตางวยงงกันมาแลว มากตอ มาก ไมเชอ่ื ลองคน หาดูคงจะพบ เขากบั ตนเอง ถา ใครอยากจะทราบถงึ อุปนสิ ัยของราหอู ยางแทจรงิ วา มีลกั ษณะอยางไร วา ง ๆ ทา นหาโอกาสไปเทีย่ วตามสถานท่ี เรงิ รมยหรือตามบารต าง ๆ ในยามคา่ํ คืน ทา นจะไดพบกับ บุคคลบางกลมุ ที่มาหาความสําราญมีลักษณะอา การแตกตาง กัน เนื่องจากอาํ นาจสรุ าพาไป บางคนมอี าการมนึ เมาจนยนื ทรงตัวแทบไมไ หว บางคนเตนราํ ฮัมเพลงกันอยา งครน้ื เครง ถามีสตรรี ว มวงดว ยดจู ะมีชีวิตชีวาเพ่ิมขึ้นอักโขทีเดยี ว บางที เลยเถดิ ไปถึงขน้ั ตะลมุ บอนกนั เองกม็ ี บา นใครนอนเผลอเลอ นอนหลบั ไมใสกลอนประตู มีหวงั ถูกขโมยหรอื โจรปลนจเ้ี อา ก็ได หากขดั ขนื อาจถงึ กับเจ็บตัวเอาดว ย แบบอยางทกี่ ลาวมา น้ี ถงึ แมจะเปนสว นนอยก็เปน อทิ ธพิ ลของราหทู ัง้ น้ัน
นอกจากนี้ เขายังแยกแยะนสิ ัยของราหอู อกไปอกี ทาง หนึง่ ซงึ่ ตรงกนั ขา มกับท่ีกลา วมาแลวดงั เชน ภิกษุสงฆ นกั พรตในนิกายตา ง ๆ การปฏิบัตวิ ิปส สนากรรมฐาน หรอื ทาํ อารมณใ หส งบโดยวธิ ใี ดวิธีหนึ่ง เพ่ือชําระจิตใจใหปราศจาก ความเศรา หมอง อํานาจแหงความสงบเหลานี้มีผลเน่อื งมาจาก ราหูดว ยเหมือนกนั อิทธพิ ลของราหูท่ีกลาวมาแลว นี้ เมือ่ พจิ ารณาดโู ดย ผวิ เผนิ เหน็ วา ยังขดั แยง กนั อยู ดวยเหตุผลกลใด ในเม่ือราหมู ี นิสัยในเชงิ นักเลง สามารถเปล่ยี นนิสยั ใหเปนโจรเปนขโมย หรอื ทาํ ในสง่ิ ทผ่ี ดิ กฎหมายกไ็ ด จึงมากลายเปน นกั พรต นักบญุ ตลอดจนการปฏิบัตวิ ปิ ส สนากรรมฐาน ซึ่งเปน นสิ ยั ท่ี ตรงกันขามกันอยอู ยางหนามือเปนหลงั มอื เชนน้ี จะทาํ ให บงั เกิดความเชือ่ ถือและยึดเปนตําราไดอ ยางไร เรื่องนีพ้ อจะอธิบายใหเ ขาใจไดไ มยากนกั คนเราเมอื่ เกิดมาเม่ืออายอุ ยูใ นวัยหนุมสาว ราหูจะทรงอทิ ธิพลรนุ แรง อยางผดิ ปกติ อาจทําใหเ กดิ ความลมุ หลงในทางทีผ่ ดิ ๆ ก็ได ถา หากผนู ั้นมีจดุ ลัคนาสมั พนั ธกันอยูก ับราหู มองเหน็ โลก กวางนา อยนู ารนื่ รมย ทําการสิ่งใดมกั ขาดการไตรตรองและยัง้ คดิ มทุ ะลุตึงตงั โดยเชอ่ื มน่ั ในตนเองมากเกินไป เม่ืออายุผาน ๔๕ ปล ว งไปแลว อทิ ธพิ ลของราหูจะคอย ๆ ลดนอยถอยลง ไปเรอ่ื ย ๆ ทําใหมองเหน็ ภาพพจนในอดีตเปน สิ่งที่หลอก หลอนนา ขยะแขยง เมอ่ื เปนเชนนี้จิตใจท่ีพลงุ พลานอยูก อ น เกา จะคอยเร่ิมเปลี่ยน แปลงเขา หวงแหง ความสงบ และมี
สติสมั ปชญั ญะรูผดิ รูชอบตอส่งิ ทตี่ นมงุ หวังตอ อนาคต ระยะน้ี เองเปน ระยะท่ีราหูกลับใจ ซึง่ เคยดรุ า ยกลายเปนนกั บุญไป ทา นผอู านคงเคยเหน็ หรือเคยไดยินไดฟง ทา นผูใหญเ ลาวา ภกิ ษุองคนั้นองคน้ีบวชเรียนจนไดเปนสมภารเจาวดั ในอดตี เคยเปนโจรขนาดมฉี ายาวา เสอื รา ย มาแลวก็มอี ยูเหมอื นกนั โดยปกติการพยากรณเฉพาะวันหนึ่ง ๆ ทเ่ี จา ชะตามี การเคลื่อนไหว จะดวยเรื่องการเงนิ การงาน หรือเรือ่ งอะไรก็ ตาม เรามกั จะยึดหลกั อยูที่ดาวจนั ทรจ รประจาํ วันนัน้ ๆ เปน เกณฑ ถาดาวจันทรจรอยใู นตาํ แหนง ดีกับลคั นา เรามกั จะ พยากรณไปวาดี หรือถา ดาวจันทรจรทํามุมเสยี กบั ลัคนา เรา มกั จะพยากรณไ ปวา วนั น้ันไมด ี แตถ าวนั นน้ั บังเอญิ ดาวจันทร จรดเี จา ชะตากลับเสยี หาย หรอื ดาวจันทรจรเสยี แตเ จาชะตา กลบั มดี ขี นึ้ มา เมอื่ น้ีเปน ปญหาโหรจะตองขบคิดกนั อยา งหนัก บางทมี งุ ไปที่จุดลคั นาโดยเขา ใจวาลคั นาอยูผดิ ราศี หรือเขาใจ ไปวา เวลาเกดิ ของเจา ชะตาไมแนน อน ทําใหเกิดการ คลาดเคล่ือนขน้ึ แตโหรรนุ เกาลายครามเขาหาได จับจดุ อยทู ่ดี าวจันทร เพียงอยางเดียวไม เขาจะตอ งตรวจดูดาวอ่นื ท่จี ันทรไปมสี วน สัมพนั ธดวย ถา หากเปนในเวลากลางคืนดว ยแลว เขาตองดูที่ ราหูกบั ดาวพุธดวย เพราะดาวพธุ กบั ราหเู คยเปนคูร ักคูแ คนกนั มานานตามลักษณะของชาตเิ วร ชาตเิ วรเคยมมี าอยา งไรควร จะไดร กู ันไวบางตามสมควร
ตามชาตเิ วรราหูเปน พอ คา ชัน้ เศรษฐี นางจันทรไดยืม เงนิ จากราหู เมอ่ื ถงึ กําหนดชดใชห นตี้ ามสญั ญา ราหูจึงไปทวง ถาม แตนางจนั ทรหามเี งนิ ใชห น้ใี หราหไู ม เมื่อราหทู างหนี้ จากนางจันทรไมไดตามประสงค จงึ คดิ จะเอานางจนั ทรม า เปน ภรรยาเพ่ือการชําะหน้ี แตลักษณะรูปรางหนา ตาของราหู นาเกลียดขยะแขยงเหมอื นยักษมาร ไมนา พศิ วาสท่ีตรงไหน นางจันทรจ งึ ไมย อมไปอยูในออมอกของราหใู นฐานะเปน ภรรยา เม่ือนางจันทรไมยินยอม ราหจู ึงใชพ ลังอาํ นาจย้อื ยดุ ฉดุ กระชาก โดยหมายวาจะเอานางจนั ทรม าเปน ภรรยาใหได นาง จันทรตกใจดิ้นรนหลดุ ออกมาได จึงว่งิ ตะโกนรองใหชาวบาน ชวยเหลือ แตก ็หามีใครกลาหาญเขา ชวยเหลอื ไดไ ม เพราะ เกรงกลวั อทิ ธิพลของราหู มีเหตใุ หบ ังเอิญในขณะนน้ั ดาวพุธ ซง่ึ อยใู นรา งของสุนัขเดนิ ผา นมาพบเขา นางจนั ทรขอรอ งให สุนัขชวยดวย ดาวพุธในรา งของสนุ ัขจงึ ถามไถเ รอ่ื งราวท่ี เปนมา จนรูเลห ก ระเทหข องราหทู ่จี ะจับนางจันทรไปเปน ภรรยาเพราะหน้สี นิ พธุ ในรางของสนุ ัขจึงเขาขดั ขวางและไล กัดราหู ราหเู ห็นทางสไู มไดจึงหนไี้ ปดว ยประการฉะน้แี ล ลักษณะชาติเวรจะเหน็ ไดว า ถงึ แมร าหจู ะมอี าํ นาจ เกงกาจสกั ปานใดก็ตาม ยงั ตอ งพายแพดาวพธุ อยางงายดาย ใครวา ในโลกโหราศาสตร ไมม ใี ครสามารถยบั ยงั้ ราหไู ด นอกจากดาวพฤหัสบดเี ทานัน้ เหน็ จะไมจริงเสียแลว ยังมีดาว พธุ อกี ดวงหน่งึ ทส่ี ามารถยบั ยั้งราหไู ด แตด าวพุธกับดาว พฤหสั บดีมกี ารยบั ยงั้ ราหูกันคนละลักษณะคอื ดาวพุธใช
อํานาจยับยั้งในทางเดด็ ขาดรวดเร็ว ไมใครฟ ง เหตผุ ล สว นดาว พฤหัสบดี ใชอํานาจยบั ย้ังในลกั ษณะถอยทีถอ ยอาศัยกนั หรอื คอย ๆ พูดจากนั โดยใชเ หตผุ ลเปน ท่ีตงั้ จะเรียกวา ออมชอม กัน กไ็ ด การท่ีจะจับเอาราหูมาเลน ควบกบั ดาวพุธ รูสึกวา จะ เปน สงิ่ ท่ยี ากลาํ บากอยเู หมอื นกนั เพราะเปน เรอ่ื งของการผสม ธาตทุ ี่ซับซอ นกลับไปกลับมาเสมือนเรยี นวชิ าไมร ูจบ ครโู หร ทา นจงึ ตัง้ ชื่อดาวคูน้แี บบกวาง ๆ วา ถา ราหจู รไปทับดาวพธุ เรียกวา \"ราหูเจา เลห\" ถา ดาวพธุ จรไปทับราหเู รยี กวา \"พธุ หลง กล\" คาํ วาราหูเจา เลห กับพธุ หลงกลนี้ ถาเราสามารถขยายหรอื แยกแยะความหมายใหกวางขวางไดเทาใด จะเกิดประโยชน แกการพยากรณมากเทา นั้น เชน \"ราหเู จาเลห \" ถาราหูหมายถึงตัวเราเอง ควรจะ พจิ ารณาถึงความรอบคอบในสง่ิ ท่ตี นคิดหรอื การกระทํา เพราะอาจเกดิ ผดิ พลาดขึ้น และอาจเกิดความเสยี หายแกต นเอง ได ถา ราหหู มายถงึ ผูอ ืน่ พึงควรระวังอาจจะถูกผูอ่นื เอารดั เอา เปรยี บ หรือมเี ลห กระเทห แ อบแฝงอยู สวน \"ดาวพุธหลงกล\" น้ัน ถา ดาวพุธหมายถึงตัวเรา การกระทาํ ทุกอยางควรจะตรวจตราดคู วามเรียบรอย ซึ่งอาจ ผิดพลาดได โดยเฉพาะเอกสารสญั ญาหรือส่งิ ประดิษฐก รรม ตาง ๆ เปนส่ิงสําคญั ถา ดาวพธุ หมายถงึ ผอู ื่น พงึ ควรระวงั จะ หลงกลแกผ ทู ่ีคดิ จะทรยศตอเรา อยา หลงเช่ือคาํ ผอู ืน่ ท่ยี งั ไมมี อะไรยนื ยัน กอ นตดั สินใจควรจะปรึกษาหารอื กับผูท ไ่ี ววางใจ
ไดเสยี กอ น มิฉะนนั้ จะเสยี ใจภายหลัง ดงั ท่มี ีคําพงั เพยวา \"อยากเปนหนใี้ หเปนนายหนา อยากเปน ข้ีขาใหเปนนาย ประกนั \" ผลมาจากดาวพุธหลงกลนี้ดว ยเหมอื นกนั โหรรนุ เกา ท่เี กงในเชงิ เลนราหกู ับดาวพุธ เขาจะไม ยึดถือเฉพาะดาวจนั ทรจรเพียงดวงเดียว เขาจะเชื่อมโยงไปหา ราหกู บั ดาวพุธและดาวอ่ืน ๆ ดว ย ย่งิ ยามคํา่ คนื ดวยแลวดาวทั้ง ๓ ดวงน้ี จะเปน หัวใจของโหรทเี ดียว ทานทชี่ อบเลน จันทรจรประจําวนั ควรจะไดศึกษาให ละเอียดและฝก หัดแยกแยะใหกวางขวาง ถาสามารถจบั เรอ่ื งราวตาง ๆ ข้นึ มาพยากรณไดถ ูกตอง จะทาํ ใหเกดิ ความ สนุกสนานและนําชอ่ื เสยี งมาสูตนเอง การเคล่ือนไหวในวันหน่ึง ๆ นนั้ จะตองจับจุดอยทู ่ี ดาวจันทรจรเปน สาํ คัญ สมมติวา ในวนั นนั้ ดาวจนั ทรจรทํามุม ดีแกล ัคนา และอยใู นเรอื นเกษตรของพธุ จงอยา เพงิ่ ดวน ตดั สนิ ใจพยากรณไ ปวาเขาจะดี เราจะตองตรวจดูท่ีดาวพุธจร ดวย วาในวันนัน้ ดาวพธุ จรอยใู นมมุ ดีกับลัคนาดวยหรือเปลา ถา หากวา ดาวพธุ จรอยูใ นมมุ ดีเราก็พยากรณไ ดวาดี แตถ าหาก วาดาวพธุ ทํามุมเสียแกล คั นา เราก็ตอ งพยากรณว าเสยี จะ ยดึ ถือเอาเหตผุ ลวา เมอื่ ดาวจนั ทรจ รดีแลวจะตองพยากรณวา ดี เสมอไปนนั้ อาจผดิ ได เพราะดาวจันทรส ว นใหญจะมีหนา ท่ี เกยี่ วแกก ารตัดสินใหแกดาวอ่นื แตถ าหากวา ดาวจนั ทรจรกับดาวพธุ จรอยใู นมุมดกี ับ ลคั นา เหตกุ ารณท ่เี กิดข้นึ กลบั ตรงกนั ขาม เรียกวา แทนที่จะดี
กลบั เสียไป เร่อื งนีจ้ ะตองอยทู อ่ี งศาจรของดาวพุธเปน สําคัญ เพราะดวงดาวทจ่ี รเขาไปในราศหี น่ึง ๆ น้นั จะตอ งมีสวน เก่ียวพันในเรื่ององศาอยูเสมอ ดาวจรถงึ แมว าจะจรเขา ไปใน ราศีทเี่ สยี แกลัคนา ถาหากองศาทจ่ี รไปในขณะนั้นยงั อยูใน จงั หวะท่ีดี เหตกุ ารณท ี่เกิดข้นึ ก็ยอ มจะดไี ดเหมอื นกัน เรือ่ ง องศาน้ีเปนอกี แขนงหนึง่ ที่ตอ งจับเอามาพจิ ารณาดวย บางตอนหรือบางคาํ ผเู ขียนมักจะใชค ําวา อาจจะ ไว นัน้ คอื ไมบอกไปตามตรงเทาทคี่ วร เน่อื งจากเหตผุ ลทีว่ า จะตอ งดูราหูในพน้ื ดวงเดิมเสียกอนวามีลกั ษณะอยางไร และ บรสิ ทุ ธิห์ รือไม และราหูทจ่ี รเขามาในราศีปจจุบันวา ในพ้นื ดวงเดิมมีดวงดาวอยูก ี่ดวงและบรสิ ุทธหิ์ รือไม ถา หากราหูเดิม บริสุทธิ์และอยใู นตาํ แหนง ทด่ี แี กล คั นา ยอ มจะให คุณประโยชนใ นทางดีแกเจา ชะตาได หรือถาหากราหเู ดมิ บรสิ ุทธแ์ิ ตจรไปทับดาวดวงเดมิ ที่ไมบริสุทธิ์ ยอ มจะเกดิ อปุ สรรคหรือเกดิ ผลเสียหายไดเ หมอื นกัน เรือ่ งน้ีพึงควร สงั วรณไวใหมากสาํ หรับนักพยากรณท่ัวไป คาํ วาบริสทุ ธิห์ รอื ไมบ รสิ ทุ ธิน์ น้ั มีมลู เหตุอยู ๒ ประการคอื ประการท่ี ๑ ถา หากราหใู นพนื้ ดวงเดมิ มีดวงดาวรว ม จับกลุมอยูกับราหูตง้ั แต ๒ ดวงขึน้ ไป รวมทงั้ ราหดู วยเปน ๓ ดวงขนึ้ ไป เรยี กวา ราหเู ดมิ ไมบ รสิ ทุ ธ์ิ ประการที่ ๒ ถาหากราหูเดมิ บริสุทธ์ิ เมอื่ จรเขาไปทับ ราศีใดราศหี นึ่ง ในพืน้ ดวงเดมิ มีดาวอยูต ัง้ แต ๓ ดวงขึน้ ไป ก็
เรยี กวาราหูจรไปทับดาวไมบริสุทธเิ์ หมอื นกัน ในเมื่อดวงดาว ไมบ ริสทุ ธเิ์ กดิ ข้ึนกบั ใคร สิ่งที่หวงั ไวจะไมร าบรื่นนัก ทานนักศึกษาไมส มควรจะปลอยปละละเลย โดย ยึดถือเอาวา ราหมู ิใชด วงดาว เปน เพยี งแตจุดมืดเทา นั้น จึงไมม ี ผลในทางพยากรณเ ทาใดนัก ถาหากคิดเชน นจี้ รงิ ผเู ขยี นตอง ขอแยง วา เปน การเขา ใจที่ผิดถนัดทเี ดยี ว ถาทา นเลน ทางราหู เปน แลว ทานจะเห็นไดวาราหูทรงอทิ ธพิ ลไมแ พด าวอื่นเลย ดู เหมือนจะเหนอื กวา ดาวอน่ื ในบางดวงเสยี ดว ยซา้ํ ไป การเลน ในทางพยากรณ เขาตอ งอาศัยกระแสธาตุเปนหลกั และ กระแสธาตทุ ่ีจะไดมาจะตองอาศยั ดวงดาวเปนตวั สงมาใหอ กี ทีหนึง่ ถาดวงดาวไมส ง กระแสธาตุมาให เราจะไมสามารถ นํามาใชใ นทางพยากรณไดเ ลย ราหถู งึ แมว าจะไมใชด วงดาวก็ จรงิ อยู แตร าหูมอี ิทธพิ ลในทางกระแสธาตุอยูมากมาย พอทจี่ ะ ไปผสมผสานกบั กระแสธาตขุ องดาวอนื่ ไดเปนอยางดี สว นทานทีช่ อบเลน ทางจันทรจ รประจําวนั ควรจะ ซักซอมและพจิ ารณาหาเหตผุ ลใหห ลาย ๆ ชั้น เพราะการเลน ทางจนั ทรจรไมเหมือนกบั การเลน เชน ดาวอ่นื ๆ ทัง้ น้ี เน่อื งจากดาวจันทรเปนดาวตดั สินใหก ับดาวอน่ื และกระแส ธาตขุ องดาวจันทรจรจะไปมีสวนผสมผสานกบั ดาวอน่ื ในขณะทีจ่ ันทรเ ขา ไปตัดสนิ ดว ยเสมอ กระแสธาตขุ องจนั ทร เปรียบเสมอื นผงชูรสที่เตมิ อาหารคร้งั สุดทาย อน่งึ วชิ าโหราศาสตร เปนวชิ าที่แปลกประหลาดและ มหศั จรรย ซง่ึ ไมเหมือนกับวชิ าอนื่ ทเี่ คยเลาเรียนมา คือมีทั้ง
จริง มที ้ังหลอกหลอน และมที ัง้ ลอเลียนเกดิ ข้นึ แกตัวเราอยู เสมอ บางคนรา่ํ เรยี นกนั จนเอือมระอาตองโยนท้ิงลงตะกรา ไป กม็ าก บางคนพอมีลทู างอยูบา งกค็ ลําหาทางกันตอไป ตอน ไหนไมส าํ คัญเทา ตอนทพี่ อจะไปกบั เพ่ือนเขาไดบาง ภาพพจนแ ละจติ ใจทาํ ใหค ดิ ทรนงวา ตอ งสาํ เรจ็ แนและตอ งอยู เหนือเพ่ือนอกี ดว ย ไมเช่อื ทา นทดลองไปนง่ั สนทนากับพวกที่ เปดสํานักตา ง ๆ ดู ทา นจะพบวามีเปน สวนมากจะตองแสดง ภมู ริ ูวา เกงพอตัวแทบท้ังนั้น เม่อื สมยั ๓๐ ปกอนผเู ขยี นก็เคย นกึ อยางนน้ั เหมอื นกนั ตอมาภายหลังเมือ่ เรียนไปนาน ๆ จึงรู วา ตนเองไมเอาไหนเลย เพราะใครจะเกง หรอื ไมเกง มิใชต วั เรา เปน ผตู ัดสิน หากแตผ มู าใหพยากรณตา งหากเปน ผตู ัดสิน ถา เกง จรงิ ก็มผี ูนิยมสรรเสริญ ถาไมเ กงเขากจ็ ะไมยกยองและไม กลับมาอกี เลย ทา นอาจารยข องผเู ขียนไดเ คยใหค ํานิยามเลน ๆ ไววา ใครกต็ ามถาเขาบอกวา เขารวู ิชาโหร ๖๐ เปอรเ ซนต เจาจงรู ไวเ ถดิ วา เขามคี วามรเู พียง ๔๐ เปอรเ ซนต ถาเขาบอกวา เขารู ๙๐ เปอรเซนต เขารูเ พียง ๑๐ เปอรเ ซนตเทา นนั้ แตถาหากเขา บอกวา เขารู ๑๐๐ เปอรเซนต เจา จงเขา ใจไวเถิดวา เขาจะไมร ู อะไรเลย
โลก- ราหู ส.แสงตะวนั ไดม ีหลายทานดวยกันในบทความของผมวา โลกคอื ราหู และมที าน”พลูหลวง”ไดกรณุ าอธิบายในทาํ นองวาโลก ไมใ ชร าหู โดยยกเอาเหตผุ ลจากตาํ รามาอธบิ ายใหฟง โดย ละเอียดเร่ืองนต้ี ามความเปนจริงแลว ทา น”พลหู ลวง” กลาว ถกู ตอ งตามตําราทเี ดยี ว และผมเองกเ็ ชอื่ เชน นัน้ จริง ๆราหูคือ จุดหมุนหรือจุดคราส และเปน ส่ิงท่ีเช่ือไดส นทิ ผมเลยขอถอื โอกาสขออภยั จากทานทท่ี รงคณุ และทา นพลหู ลวง เพราะเหตุ วา ผมเปน คนท่ีมคี วามรูน อย และเรยี นแบบคนบา นนอก โดย พกเอาความโงท ี่ตนนึกวา ฉลาดออกมาตีแผโดยรเู ทาไมถ งึ การณ จะทําอยา งไรไดเลา ครบั ในเม่อื ผมเองเปน คนโงอยูแลว ดันไป พบเอาอาจารยท โี่ ง ๆ เขา ผมกเ็ ลยเปนแบบอาจารยไ ปดวย และรสู ึกดีใจท่อี าจารยของผม ตอมาทานกช็ งิ ลาโลกไป เสยี กอน มฉิ ะนน้ั แลวอาจจะมศี ิษยเพิ่มมากขนึ้ และเกบ็ เอา ความโงมาไวในสมองแบบเดยี วกบั ผม ผมจะขอกลา วประวัติ ท่ไี ดเ ลา เรียนมาสกั เล็กนอย และอาจจะไรสาระสาํ หรบั ทานก็ ได นึกวาฟงกันไวเลน ๆก็แลวกนั เดมิ ทีเดยี ว มีทา นโหรใหญส มัยแผน ดินท่ี ๖ ไดกรุณา นําผมไปฝากเปน สานศุ ษิ ยแหงสาํ นกั ทา นอาจารยแ ปลก ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช อายทุ านก็ชะรามากอยูแ ลว ทานก็ ยนิ ดีรับเปนศิษยค นแรก และคนสดุ ทา ยในชีวิตของทา น วัน เร่ิมเรียน คาํ พูดแรกท่ีทานถามผม ทานถามวารจู ักเรือ่ งโลกกับ
ราหูแลว หรอื ยงั ผมก็ตอบไปทันทีวา รูแลว ทานถามวา รู อยา งไร ตอนน้ีผมอ้งึ เพราะตอบไมถ กู ก็เลยตอบไปวาไมร ู ทา นถามอีกวา เธอเชอ่ื ไหมวา โลกกบั ราหูคืออันเดยี วกนั ตอนนผี้ มรสู ึกงงงวย ถาจะตอบวา ไมใ ช ก็เกรงไปวาจะไมได เรยี น เลยตอบสง เดชไปวาใชทา นถามอกี วา ตวั เธอนีแ่ หละคือ โลกและราหดู ว ยเชื่อไหมผมตอบวา เร่อื งนีเ้ ขาใจยากจรงิ ถา เธออยากรู จงออกไปยืนกลางแดด เมือ่ ผมไปยืนแลว ทา นก็ กลา ววา ตัวเธอเปนโลก จงหาราหซู วิ า อยทู ี่ไหน เม่ือผมหาราหู ไปรอบ ๆ ตวั ก็ไมเห็นวาราหอู ยทู ี่ไหน นอกจากเงาดาํ ของ ตวั เองจบั กบั พ้ืนดินเทานั้นผมจงึ ตอบวา เห็นแตเงาของตวั เอง เทานั้นครบั ทานบอกวา นั่นแหละราหลู ะ เมอื ก ลา วเชน นี้ ผมก็ ตองหลับหูหลับตาเช่ือไปพลางๆ กอ น เพื่อผลแหง วิชา เพราะ การขดั คอคนไมเปนสิ่งที่ผมปรารถนา ระยะตอ มาทานกถ็ ามขน้ึ มาใหมว า เธอจะเรียนภาค คาํ นวณหรอื ภาควจิ ารณ ผมตอบวา ตอ งการภาควจิ ารณ ทา นก็ กลาวอกี วา ถา เธออยากเรียนภาควิจารณ เธอก็จงอยา ไปสูร ใู น ภาคคาํ นวณหรือภาคดาราศาสตร ประเดย๋ี วจะไปพบกับปญ หา โลกแตกเขา เพราะฝานโนนเปนมุมตรงแคฝายวิจารณต อ ง เรียนทางมุมกลบั มฉิ ะนนั้ แลวตาํ ราฝา ยภาควจิ ารณจ ะไม เกดิ ขน้ึ ได ถา แตกฉานชํานาญแลว ก็กลับไปเรียนได แลวเธอ จะรูเองวาอะไรมันเปน อะไร เพราะตําราเขาไมก ลาเขียนตอน เหตุ เขามาจบั เอาตอนผล เขากลัวจะไปเจอกับปญ หาโลกแตก เขา ตอ จากนั้นเธอจะตอ งเรยี นเร่อื งองศา เรอ่ื งการใชแ สงและ
การผสมแสง เร่อื งแสงนี้เปน หวั ใจของพวกโหร ตาํ ราหาเรียน ไดยาก ระยะตอมาทานก็อธิบายเรอ่ื งธาตุ ธาตตุ อธาตยุ อมมี การดงึ ดดู กัน ทานไดย กตัวอยางใหฟ ง ดังนี้ คือ รปู ของเธอเปน ราหู หนังที่หอ หมุ รปู ของเธอ คอื พระเสาร หมายถึงธาตุดนิ หนงั นีโ้ ปรง แสง น้ําหรอื ลมยอ มระเหยเขา ออกได นํ้าหรอื หมอกละอองความเยน็ ผา นมา หมายถึงพระศุกร หนงั จะดดู เอานํ้าเขาไปไว ทาํ ใหเกดิ ความเยน็ ชนื้ เชน พระเสารทบั ลัคนา โดยมีดาวมฤตยไู ดรับแสงของอาทติ ย สงมาถึงเสารท าํ ใหเ กดิ เปนไขช นดิ ที่มีความรอ นสงู ถาบังเอิญดาวศกุ รผ าน เล็ง โยค สง พระเสาร ไขจ ะหนกั ข้ึนอาจถึงตายได เพราะระบบธาตุใน รา งกายเปล่ยี นไมท ัน ถา จะเปรียบกนั งา ย ๆ ดงั เชน เราไป ทาํ งานมาเหนด็ เหนือ่ ย และกาํ ลงั รอ นมาใหม ๆ ไปรีบอาบนํ้า เขา อาจจะเกิดเปน ไขหวัด หรอื เปนเพยี งหวดั ได เขาจบั เหตุ ตรงน้ีแตงเปนตาํ ราวา พระศกุ รผ า นพระเสารหรือราหู จะได ราํ เค็ญ ลําบากมาก ถา ไขเ จ็บหนักจักตาย ศัตรจู ะใหโทษ ถา บงั เอญิ ไขน น้ั เกดิ ตายข้นึ มา ธาตุแหง พระเสารก็จะกลบั กลาย เปนดนิ ไป รูปกายท่เี ปน โลกหรือราหูก็จะละลายหายไปดวย นแ่ี หละครบั ชีวติ ของการเรม่ิ ตน ทผ่ี มเรียนวิชา โหราศาสตรภ าควจิ ารณ โหราจารยเขา ตองการเอาแตเ รอื่ ง ธาตเุ ปนจุดสําคัญ โลกน้นั ประกอบดวยธาตุ ๔ มนษุ ยเราเปน สวนหนง่ึ ของโลก มอี งคป ระกอบดว ยธาตุ ๔ เหมือนกนั แต ตามความเปนจริงแลว มนุษยเ รามเี พม่ิ อีก ๒ เรียกวา วญิ ญาณ
ธาตุและอากาศธาตุ เพื่อผลแหงการวิจารณใ นภาคพื้นทเ่ี กดิ แก โลก หรอื มนษุ ย ตลอดจนพชื พันธุตาง ๆ จงึ ตองเอาโลกไป ประมวลเขาในเร่ืองของราหู เพอื่ ถา ยทอดเรอ่ื งราวตาง ๆ เกยี่ วกบั ชวี ิตมนุษย สตั ว พืช และวัตถุตาง ๆ เหมือนการ ถอดโคตออกมาเปน ตัวหนังสอื ใหเราอา นเร่อื งราวตาง ๆ ได บัดนีผ้ มมาไดรับความสวางเพมิ่ อีก เมอ่ื ไดอานบทความของ ทา น พลูหลวง แลวทาํ ใหหูตาสวางขึ้นอีกวา สมัยนีเ้ ขาเรยี น โหราศาสตรก ันกาวหนากันไปไกล บทความของผมในเดอื น กรกฎาคมน้นั หากผิดพลาดไมต รงกบั ของผอู น่ื ประการใด หวังวา คงไดร ับการอภัยจากผูทรงคณุ ในทน่ี ี้ดวย
ราหูอวตาร ส.แสงตะวัน ประมาณ ๒๐ ปก วา มาแลว ผเู ขยี นเคยเขยี นบทความ เรอ่ื งราหคู อื โลกมาคร้งั หนง่ึ ไดถ กู คัดคา นอยา งรนุ แรงใน ขณะนนั้ ทําใหหวลราํ ลึกนกึ ถึงคําพดู ของครูอาจารยผ ปู ระสิทธิ์ ประสาทวชิ าโหราศาสตรใหวา อันวิชาโหราศาสตรของแท นัน้ เปนวชิ าอาถรรพ ผใู จไมม ีศิลปประจาํ ใจหรอื ไมม ีบญุ มา แตชาติปางกอน ทานวาจะศึกษาหาความสําเรจ็ ไดยากนัก ทา นเคยเตอื นผเู ขียนวาเธอเรียนสําเรจ็ แลว จงเทิดทูนครูบา อาจารยใ หจงหนกั และหนั่นระลกึ นึกถงึ ทา นเปนประจาํ จะ เขยี นตําราหรอื บทความสูสายตาผอู ่นื ควรดตู ามา ตาเรอื ใหด ี อาจจะถูกตอ ตานจากผูไมเ ชือ่ ถืออยา งหนักก็ได เมื่อนึกได ดังน้ีแลวผูเ ขยี นจึงงดเวนการเขยี นเรอ่ื งราวของราหูและปกปด เรื่อยมาจนถึงปจ จบุ นั ความจริงไดปกปดซะนานถงึ ๔๕ ป แลว ระหวา งการปกปดไดส บื เสาะและฟง ขาวอยเู สมอวา จะ ยังมใี ครบา งทล่ี ว งรูในวิชาดวยเรอื่ งของราหู เคยเหน็ แตม ผี ู พยายามอุปโลกนราหแู บบเล่ือนลอยเลก็ นอ ยเทาน้นั จงึ พอ อนมุ านไดว า ปจจบุ นั วชิ าโหราศาสตรของแท ไดเสอื่ มสญู สลายไปเกือบหมดสิน้ แลว มิไดฉุกคิดหรอื ตะขิดตะขวงใจกนั บา งเลย วาวิชา โหราศาสตรของแทนน้ั คืออะไรกนั แน ถาจะใหคําตอบแบบ กําปน ทุบดินก็คือ เปน วิชาระหวางโลกกับดวงดาวนนั่ เอง
เทา ทเ่ี ห็นเลน กันทัว่ ๆไปนั้น มกี ารเลนเฉพาะดวงดาวบน ทอ งฟาเทา น้ัน เรอื่ งบนพนื้ พิภพนั้นดูเหมือนจะไมรูเรื่องกนั เลย โลกคอื ราหู หรอื ราหกู ็คือโลก ที่เปนวชิ าคเู คียงกับดารา ศาสตรต ลอดมา อปุ มาเสมือนผลมะพราวที่ถูกผาออกมาเปน สองซีก ซกี หนึง่ เปนเรอื่ งราวของดวงดาวบนทอ งฟาโดยตรง เรยี กวาฝายดาราศาสตร แตเปนดาราศาสตรในมุมกลับเขา หา โลก สวนอีกซีกหน่งึ เปน เร่อื งราวของใตพืน้ พภิ พโดยมีธาตุ ๔ เปน แกนนาํ เรียกวา ฝายโหราศาสตร และขณะน้ใี นสว นของ โลกไดสญู สลายจนเกือบไมม อี ะไรเหลอื ไวเลย พระราหูเราใชเ ลข ๘ เปน เครื่องหมายแทน หรือจะ เรยี กในลกั ษณะมุมกลบั วาดาวราหกู ค็ งได พระราหใู นแนว ดาราศาสตรเ ขาถือวา เปน เพยี งจุดสกัดหรอื เงาของโลกเทานัน้ แตท างโหราศาสตรถือวา เปนสว นหนงึ่ ของโลก และนาํ มาเลน เปน เร่ืองของโลกอยางสมบูรณท ี่สุด พระราหทู ําปาตหิ ารยิ แบง ได ๘ ภาคเรียกวา อัฏฐคชนามดังมรี ายนามตอไปนคี้ อื นาม ๑ ชอ่ื วาราหกู าํ บงั นาม ๒ ช่อื วา ราหูจําบงั นาม ๓ ชอ่ื วา ราหูเสวย นาม ๔ ช่อื วาราหูบงั เงา นาม ๕ ช่อื วา ราหูกอ นเสา นาม ๖ ชือ่ วา เกณฑราหู นาม ๗ ชือ่ วาราหูนกั พรต และ นาม ๘ ชือ่ วาราหูอวตาร ราหทู ั้ง ๘ ตนน้ีในแตละตนมรี ูปและผิวสี กายตลอดจนเครอื่ งศาสตราวุธประจาํ กายแตกตา งกันออกไป ดังเชน ราหกู าํ บัง สผี ิวกายเปนสีมว ง หนา ตาคลา ยยักษม จี มกู ใหญคลา ยโคถึก ถอื หอกซดั เปนอาวธุ ราหูจําบงั สีผวิ กายเปน สีแดง รูปรา งเตยี้ มีงวงงาสนั้ คลา ยพระพฆิ เนส ถือตรศี ลู เปน
ศัตราวธุ ราหูนักพรต มสี ีผิวกายขาว หม ผา ขาว ถอื ลกู ประคาํ เปนศัตราวุธ ดงั นีเ้ ปน ตน และยังสถติ ประจาํ ทิศตางๆ ๘ ทศิ อกี ดวย การเคล่อื นไหวของราหู ๘ ตนน้ีมีลักษณะแตกตางกนั ซ่ึงเปน เร่ืองนามธรรมท่เี ขามาปรุงแตง ธาตุท้งั มวลในโลก หาก ใครไมชํานาญหรอื ไมเคยศึกษาเรอื่ งระบบธาตมุ ากอน เห็นจํา สาํ เร็จไดย ากนกั และจะไมเขาใจเรอ่ื งกราวของกราหทู ้งั ๘ ที่ โบราณทา นเรยี กวา อัฏฐคชนาม ถา ไมมพี ระราหเู ปนแกนนํา เรอ่ื งระบบราหทู ้งั ๘ ก็จะไมมี และจาํ ไมมีคําวาโหราศาสตร ดวยเชน กนั พระราหูกับราหู ฟงสํานวนคลายกบั เปนคาํ เดียวกนั แตความจรงิ นนั้ ไมเ หมอื นกัน พระราหูไดสมมตุ เิ ลข ๘ เปน ดาวจรท่โี คจรประจาํ แตละราศีในปจจบุ ันนน่ั เอง พระ ราหทู าํ ปฏิภาคในลักษณะปาฏิหาริยเ ปนราหไู ด ๘ ภาค เรยี กวา อฏั ฐคชนาม บางทีพระราหูกับราหอู าจจะฟงสบั สน บางก็ได เพยี งแตดวงดาวบนทอ งฟา อยางเดียว เราจะหา รายละเอยี ดมาทํานายเหน็ จะลาํ บากนัก นอกจากจะใชระบบ อัฏฐคชนามเปนองคป ระกอบเทา นั้น วนั ที่ ๒๔ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๓๑ พระราหูโคจรจากราศี มนี เขาสูราศกี ุมภเวลา ๐๑.๑๒ น.เขา เรอื นเกษตร ราหธู าตลุ ม เปนปท ี่พระราหูโคจรครบรอบ ๑๒ ราศี ทางโหราศาสตรถอื วาเปน ปราหูอวตารมดี าวธาตเุ ปนบริวาร ๔ ดวงคอื ดาวพุธ ดาวพฤหสั บดี ดาวพระศกุ รและดาวพระเสาร ดาวบรวิ าร เหลา น้จี ะทําหนาทใ่ี นลักษณะราหูเปนคร้ังคราว อีกประการ
หน่ึงทา นบูรพาจารยทานกลา วไววา ในปใ ดท่ีราหอู วตารให สํารวจดดู าวบริวารของราหเู สียกอน วานามปน ักษัตรของป นัน้ ตรงกบั ดาวอะไร ใหถ ือนามนกั ษตั รปนัน้ เปนปท อง เชน ดาวพธุ ตรงกับนามนักษัตรท่ี ๔ คอื ปเถาะ ทานถือวาคนเกดิ ป น้ันชื่อวาปกระตายทอง ดาวพระเสารต รงกับนามนกั ษัตรที่ ๗ คือปม ะเมีย ทา นวา เปน ปมาทอง สาํ หรับปน เี้ ปนปข องดาว พฤหัสบดนี ามที่ ๕ คอื ปมะโรงชอ่ื วาปมงั กรทอง หมายถงึ ความเจริญรงุ เรอื ง มียศฐาบรรดาศักดิ์ในหนาที่ราชการ จะจรงิ หรอื ไมเพยี งใด จะตองมีการขบั ดวงอีกคร้ังหนง่ึ โดยถอื จดุ ลัคนาเปน เกณฑ ถาไมจ ริงก็นับวา ลม เหลว และจะตอง วิเคราะหด ูทางดา นอืน่ อีกตอไป โหราศาสตรฝายจนี เขาเลน ทางพฤหัสบดจี ักร พระ พฤหสั บดีเปนนามนักษัตรท่ี ๕ คือปมะโรง ถา ดาวพฤหัสบดี โคจรครบ ๕ รอบคอื ๖๐ ป และปนน้ั เปน ปม ะโรง เรยี กวา ป มงั กรทองเหมอื นกบั ราหอู วตารเชนกนั เราจะเหน็ ไดอ ยา งชัด แจง วา วชิ าโหราศาสตรข องฝายจีนเขายังใชโ หราศาสตรปรับ เขา หาขนบประเพณมี าจนถึงสมัยปจจุบัน และขนบประเพณี เหลา นขี้ องจีน ไดก ลายเปน เครื่องระลึกถึงวชิ าโหราศาสตรท ่ี เรายงั คน ไมพบอีกมากมาย ปน ้ีอายขุ องผเู ขียนกาํ ลังจะครบ ๖ รอบแลว จงึ แยม พราย ใหลกู หลานท่สี นใจวชิ าโหราศาสตรไดล ว งรกู นั ไววา อันวิชา โหราศาสตรที่เลน กันอยขู ณะน้ียังไมค รบถว นสมบูรณ แตก ็ อยาไดหวงั จะศกึ ษากบั ผเู ขียนเลย เพราะเปน วชิ าท่ีเอือมระอา
นาเบอ่ื หนา ยระหวางครูกับลูกศษิ ย อกี ประการหนึ่งดวงชะตา ของผเู ขยี นไมเ อ้อื อํานวยเร่อื งการสอนศิษยเลย เนื่องจากดาว ลูกศษิ ยอ ยูใ นเรอื นมรณะ หมายถึงลกู ศิษยทรยศ จึงตอ งงดเวน การสอน จะมีอยูบา งกน็ อ ยคนเต็มที เคยสงั เกตตลอดมาและ เชอื่ วา โหราศาสตรเ ปน วชิ าอาถรรพแนนอน ถาไมม ีบญุ บารมี แตชาตปิ างกอนแลวเหน็ จะเรยี นสาํ เร็จไดยากนกั ผูเขยี นเคย สอนศษิ ยภาคดาราศาสตรไปเรอ่ื ยๆ ก็นับวาดีอยู แตพอเปล่ียน เขา แนวของโหราศาสตรใ นหมวดของราหู มกั จะเกิดอาเพศ ตางๆนานา เกิดทรยศครูเสียบา ง ไมมาเรียนโดยคดิ วาครูหมด ภูมแิ ลว หรือเกิดการแตกแยกกนั บางและตองลม ความตั้งใจท่ี จะสอนวิชาโหราศาสตรท เ่ี รยี กวา อัฏฐคชนาม สวสั ด.ี
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: