Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore กำพร้าบัวทอง

Description: กำพร้าบัวทอง

Search

Read the Text Version

ÇÃó¡ÃÃÁàÂÒǪ¹¾¹Œ× ºŒÒ¹ ÀÒ¤à˹Í× ¡Ó¾ÃÒŒ ºÇÑ ·Í§ ภเราอื่ พงปสรนะก่นั อธบรรวมิทธยิ า พลวิฑูลย

ว ร ร ณ ก ร ร ม เ ย า ว ช น พ้ื น บ้ า น ภ า ค เ ห นื อ กำพรา้ บัวทอง เรือ่ ง สนน่ั ธรรมธิ ภาพ วทิ ยา พลวฑิ ลู ย์

กำพร้าบัวทอง เลขมาตรฐานสากลประจำหนงั สือ 978-974-287-730-9 ผเู้ ชย่ี วชาญทีป่ รกึ ษาคณะบรรณาธิการ รศ.ทรงศกั ด์ิ ปรางคว์ ฒั นากุล นายเจริญ มาลาโรจน ์ คณะบรรณาธกิ ารอำนวยการ นางทศั นยั วงศ์พเิ ศษกุล นางสาวเฉียดฉตั รโฉม ปริพนธ์พจนพสิ ุทธ์ิ นายวฒั นชยั วนิ ิจจะกูล นางสาวนันธนา เจรญิ ภักด ี คณะบรรณาธกิ ารดำเนินงาน รศ.สกุ ญั ญา สุจฉายา ผศ.ดร.ชลภสั ส์ วงษ์ประเสริฐ นายเรืองศักดิ์ ป่ินประทีป นายณัฐพร ศรีมกุ ด์ เรอื่ ง สนั่น ธรรมธิ ภาพ วทิ ยา พลวฑิ ูลย ์ พิสจู น์อักษร นันทธ์ นัตถ์ จติ ประภัสสร, อารณี ะ วีระวัฒน์ พิมพค์ รง้ั ท่ี 1 พฤศจิกายน 2551 จำนวนพมิ พ์ 3,000 เล่ม ราคา 100 บาท เจ้าของโครงการและดำเนินการจัดพมิ พ ์ สำนกั งานอทุ ยานการเรียนร้ ู สำนักงานบรหิ ารและพัฒนาองค์ความรู้ (องคก์ ารมหาชน) สังกัดสำนกั นายกรฐั มนตรี ส่วนบรกิ าร อาคารเซ็นทรัลเวลิ ด์ ช้นั 8 Dazzle Zone โทรศพั ท์ 0-2257-4300 โทรสาร ต่อ 125 สว่ นสำนกั งาน 999/9 อาคารสำนกั งานเซน็ ทรัลเวลิ ด์ ชั้น 17 ถนนพระราม 1 โทรศัพท์ 0-2264-5963-65 โทรสาร 0-2264-5966 www.tkpark.or.th ดำเนินการจดั ทำต้นฉบบั มูลนธิ หิ นงั สอื เพ่ือเดก็ โทรศัพท์ 0-2805-0202 โทรสาร 0-2805-1308 w ww.thaibby.in.th ออกแบบรปู เล่ม จัดพมิ พ์ และจัดจำหนา่ ย บริษทั แปลน ฟอร์ คิดส์ จำกดั โทรศัพท์ 0-2575-2828 โทรสาร 0-2575-2558 www.planforkids.com เหมาะสำหรับเดก็ อายุ 9 ปีขึ้นไป

คำนำ ในการจัดต้ังอุทยานการเรียนรู้ภูมิภาคต้นแบบแต่ละภาคน้ัน สำนักงาน อุทยานการเรียนรู้ (TK park) ได้มีการเตรียมการคู่ขนานกันไปท้ังด้านกายภาพ และเนื้อหาสาระ กล่าวคือในระหว่างท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินกำลังปรับปรุง หรือก่อสร้างอาคารสถานท่ีสำหรับห้องสมุดมีชีวิตในรูปแบบอุทยานการเรียนรู้ สำนกั งานอทุ ยานการเรยี นรกู้ ป็ ระชมุ หารอื กบั บคุ ลากรในทอ้ งถน่ิ และรว่ มกนั คดั เลอื ก หนังสอื ดนตรี และกจิ กรรมต่างๆ ไปพร้อมกนั เพ่อื เตรียมการด้านหนังสือและสื่อ ต่างๆ ซง่ึ ถอื เสมอื นเป็นจิตวญิ ญาณของห้องสมดุ โครงการนิทานพื้นบ้านเป็นส่วนหน่ึงของการเตรียมการทางด้านเนื้อหาสาระ ด้วยเล็งเห็นว่าเร่ืองเล่าในแต่ละชุมชนมีทั้งสาระ ความสนุกสนาน และจินตนาการ สืบทอดกันมาจากภูมิปัญญาท้องถ่ินอันล้ำลึก มีความหมายต่อการเชื่อมโยงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และการดำรงอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับ ธรรมชาต ิ แม้จะเป็นเรื่องเล่าเฉพาะกลุ่มชนในพ้ืนท่ี แต่สาระที่แฝงอยู่ในเน้ือหา เร่ืองราวของนิทานนั้นคือคติสอนใจ ซ่ึงเป็นความรู้สากลท่ีสามารถนำไปประยุกต์ ใช้ไดท้ ุกหนแหง่ สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ จึงมอบให้มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็กเป็นผู้ดำเนิน การประสานงานกับปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมกันคัดเลือก นิทานเร่ืองเล่าพื้นบ้านท่ีมีคุณค่า มีอิทธิพลต่อความคิดและจินตนาการของเยาวชน ในทางสร้างสรรค์ นำมาเรียบเรียงและจัดทำภาพวาดประกอบข้ึนใหม่ เพ่ือจัดพิมพ์ เป็นหนังสือที่มุ่งเสริมสร้างจินตนาการให้อ่านง่ายและเพลิดเพลิน โดยหวังว่าจะเป็น ส่ือจูงใจใหเ้ ดก็ และเยาวชนทั่วไปสนใจและรักการอ่านมากย่ิงข้ึน ท้ังยังสามารถนำไป ประกอบการเล่านิทานในครอบครัว โรงเรียนและแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นการ สบื ทอดภมู ิปัญญาท้องถิน่ ให้คงอย่สู ืบไป หวงั เปน็ อย่างยิง่ วา่ นอกเหนอื จากบทบาทในฐานะผจู้ ดุ ประกายแนวคดิ หอ้ ง สมุดมีชีวิตในประเทศไทย ให้เป็นพ้ืนท่ีแสวงหาความรู้ในบรรยากาศการเรียนรู้อย่าง สร้างสรรค์และทันสมัยแล้ว สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ยังจะได้ทำหน้าท่ีปลูกฝัง และส่งเสริมนิสัยรักการอ่านแก่เด็กและเยาวชน บนพื้นฐานของความเคารพและ ภาคภมู ิใจในภูมิปญั ญาของแต่ละทอ้ งถ่นิ เสริมสรา้ งการยอมรับความแตกต่างหลาก หลายและใชส้ ตปิ ญั ญาแก้ไขปญั หา อนั จะนำไปสสู่ งั คมสนั ตสิ มานฉนั ทใ์ นท่ีสดุ สำนกั งานอทุ ยานการเรยี นร ู้

กำพร้าบัวทอง สารบัญ หนึ่ง ห้า แมห่ มา 7 ตามหาลกู 39 สอง หก กำเนดิ กุมารี 13 น้ำใจลูก 45 สาม เจด็ พรานพบ 23 รางวัลกตัญญู 55 สี่ แปด ศวู่ งั 31 นางบาป 65

กำพรา้ บวั ทอง

เกร็ดความรู้ ในวรรณกรรมเยาวชนภาคเหนือ จะใช้ตัวเลขข้ึนต้นแต่ละบทเป็น ตวั เลขในภาษาลา้ นนา เรียกว่า เลขโหรา ภาษาลา้ นนา หรอื คำเมือง เป็นภาษาประจำราชอาณาจักรล้านนาท่ีสันนิษฐานว่าเกิดข้ึนมา นานนับพันปี ใช้กันในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เรียกว่า “ดินแดนล้านนา” หมายถึง 8 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และแมฮ่ อ่ งสอน ตวั เลขในภาษาล้านนามี 2 แบบ คอื เลขในธรรม หรือเลขในธัมม ์ ใช้ในการเขยี นเรอื่ งราวเกย่ี วกับภาษา และวรรณกรรมทางศาสนา มกั เขียน บนใบลาน อีกแบบหนึ่งคือ เลขโหรา ใช้เขียนบอกจำนวนทั่วไปและการ คำนวณโหราศาสตร์ เลขโหรา เลขในธรรม เทยี บตัวเลขไทย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๐

กำพร้าบวั ทอง  หน่งึ แมห่ มา

กำพร้าบวั ทอง

กำพรา้ บวั ทอง  แมห่ มา ครง้ั หน่ึงในอดตี ณ กรุงพาราณสี มพี ระราชาชือ่ บรมโฆส ครองเมอื ง พระองคม์ พี ระมเหสที ท่ี รงสริ โิ ฉมงดงามยง่ิ แตน่ า่ เสยี ดาย ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนเวลาอันควร พระราชาได้แต่เศร้าโศกเสีย พระทยั และครองเมืองสืบมาโดยที่ไม่ไดอ้ ภเิ ษกกับหญิงใด ณ ชายป่าเชิงเขาแห่งกรุงพาราณสี มีกระทาชายนายหนึ่ง ปลกู กระทอ่ มอาศยั อยู่ โดยยดึ อาชพี ทำไรแ่ ละรบั จา้ งถางไรเ่ ปน็ ปกติ วนั หนง่ึ หลังจากเสรจ็ งานไร่ เขากลบั บา้ นอย่างเรง่ รบี “หวิ ข้าวจรงิ โว้ย!” เขาตะโกนในใจ ถงึ บา้ นตอนตะวนั ลบั ฟา้ เกบ็ มดี เกบ็ เสยี ม แลว้ รบี ตดิ ไฟหงุ ขา้ ว ควันโขมงรวมตัวกันลอยสู่เบื้องบน ครู่ใหญ่ก็ได้กลิ่นหอมกรุ่นของ ขา้ วรอ้ นๆ ตลบฟงุ้ ไปทัว่ บริเวณ ปลาเคม็ ตวั เข่ืองถกู นำมาเสียบไม้ ปิ้งบนถา่ นไฟคโุ ชน กล่นิ ขา้ วรอ้ นๆ กลิน่ ปลาเค็มป้ิงไฟหอมฉยุ ยวนใจย่งิ นัก

10 กำพรา้ บวั ทอง เชด็ นำ้ ขา้ วแลว้ ยกขึ้นต้งั เตาอีกครั้ง เขาหันหลังเอ้อื มหยิบจาน ข้าวมาถือไวแ้ ล้วตักขา้ วใส่จาน ข้าวร้อนๆ กบั ปลาเค็ม วันนี้ช่างแสนเอร็ดอรอ่ ย เขากินไป เร่ือยๆ จนอ่มิ หมพี ีมัน แตก่ ย็ ังเหลือข้าวอยู่นิดหน่อย “เฮย้ !” เขาสะดุ้งสดุ ตัว เมื่อเห็นเงาดำปรากฏตรงหนา้ แต่เมื่อรวบรวมสติเพง่ มอง “อะไรน่ะ!” “โล่งอกไปท”ี ภาพที่เห็นเป็นหมาเพิ่งโตมาไม่นาน มันคงได้กลิ่นอาหาร แล้วตามกลิน่ มา มันนั่งกระดิกหาง จ้องมองหนา้ ชายชาวไรเ่ หมือน วงิ วอนขอข้าวกิน เขาเทข้าวที่เหลอื ในจานกองลงบนพน้ื “เอา้ กนิ ซะ แกคงหิว” พดู เสรจ็ จงึ ไปอาบนำ้ แลว้ เขา้ พกั ผอ่ นเอาแรงสำหรบั วนั ตอ่ ไป เช้าแล้ว เขาแบกมีดยาวออกจากบา้ น ทนั ใดน้ัน เขาเหน็ หมา ตัวหน่งึ มันเป็นหมาท่เี ขาใหข้ ้าวกิน เมอ่ื คืนนเ้ี อง มันวงิ่ นำหน้าชายชาวไรร่ าวกบั ว่าเขาเปน็ เจา้ นายมัน “หมาตัวนี้ท่าทางจะฉลาด แต่เอ๊ะ...หมาตัวเมียนี่!...ช่างมัน เถอะ เราจะเลย้ี งตามมีตามเกดิ ไวเ้ ปน็ เพ่อื นไปไร่กด็ เี หมอื นกัน” เขารำพงึ กบั ตวั เอง เขาเลย้ี งหมาตามมีตามเกิดจรงิ ๆ บางวนั ไดก้ ินน้อย บางวนั ไดก้ นิ มาก และบางวันกไ็ ม่ได้กนิ เลย กระนั้น หมาก็ไมไ่ ดห้ นไี ปไหน ยังคงวนเวยี นอยบู่ รเิ วณนัน้ ด้วยความจงรกั ภักดี

กำพรา้ บวั ทอง 11 จำเนียรกาลต่อมา เมื่อหมาเจริญวัยขึ้นก็ตั้งท้อง โดยไม่มี หมาตวั ผอู้ าศยั อย่แู ถบนั้นแม้แต่ตวั เดยี ว จงึ กลายเปน็ เรื่องนา่ สงสยั และชวนนินทาของชาวบ้านละแวกนน้ั “เฮย้ หมามันจะทอ้ งไดย้ งั ไง ไมม่ ีตัวผสู้ ักตัวอย่แู ถวน้”ี คนขา้ งบา้ นกลา่ วกบั ชาวบา้ นทเ่ี ดนิ สวนมา ขณะทผ่ี า่ นกระทอ่ ม ของชายน้นั “นัน่ สิ แถวนไ้ี มม่ หี มาตัวผู้อยเู่ ลยนน่ี า” ชาวบา้ นอีกคนเสริม “ธรรมดา หมามที อ้ งก็ตอ้ งมพี อ่ หมา” “เออ ข้าก็วา่ อย่างนั้นแหละ” อีกคนหนง่ึ คลอ้ ยตาม “หรอื วา่ ...” คำสนทนาทง้ั หมด ชายเจา้ ของหมาไดย้ นิ โดยตลอดเขาเรม่ิ กงั วล “แตก่ เ็ อาเถอะ ใครคงไมค่ ิดสัปดนเป็นอย่างอน่ื หรอกนา่ ” เขาคดิ ในใจ จากนน้ั เสยี งโจษขานเลา่ ลอื เรอ่ื งหมามที อ้ งในบา้ นชายโสด ยง่ิ หนาหขู น้ึ สายตาของชาวบา้ นมองชายเจา้ ของหมาอยา่ งเหยยี ดหยนั “จัญไรเสยี จริง คนเปน็ ผัวหมา!” “มนั หาเมยี ท่ีเปน็ มนษุ ยไ์ ม่ไดน้ ่ะส”ิ “บา้ นเมืองตอ้ งอาเพศแน”่ เสยี งของชาวบ้านอึงอลอยูใ่ นความคิดของเขาตลอดเวลา “เอาไวไ้ ม่ไดเ้ สียแล้ว นังหมาอปั รีย์!” เขาสบถด้วยความโกรธ พลางฉวยด้ามเสียมกระหน่ำตีหมา ผู้เคราะหร์ า้ ยอยา่ งไมย่ ้ังมือ

12 กำพร้าบวั ทอง “เอง๋ ๆ ๆ ๆ” เสยี งร้องของหมาดังไปไกล อนจิ จา หมาตวั นน้ั ไมม่ โี อกาสรเู้ ลยวา่ ตนมคี วามผดิ อนั ใด มนั ได้แตส่ ่งเสียงร้องด้วยความเจบ็ ปวด แตม่ ิได้วงิ่ หนีไปไหน จนในทีส่ ดุ เม่อื ทนความจบ็ ปวดไมไ่ ด้ จงึ ตอ้ งคลานมุดร้ัวออกนอกบริเวณบา้ น ไป สามราตรีตอ่ มา หลังจากทีน่ อนซมเพราะระบมไปทั่วกายในป่า ละเมาะ มนั รสู้ กึ หวิ โหยเปน็ กำลงั จงึ เดนิ โซซดั โซเซเขา้ ไปในละแวกบา้ น ของผคู้ น เผอื่ จะพบเศษอาหารประทังชวี ติ บา้ ง บังเอญิ ชายเจา้ ของ หมาไปพบเข้า ขณะทีเ่ ขาถอื มดี ดา้ มยาวเพ่อื ไปถางไร่ “มงึ ยงั ไมต่ ายรึ?” เขากา้ วสวบๆ เขา้ หา พรอ้ มกบั หวดดา้ มมดี ในมอื ใสร่ า่ งของมนั หลายครั้ง มันได้แต่นอนนิ่งยอมให้เขาทุบตี สุดท้ายเขาใช้มีดฟัน ฉับลงถูกต้นขาของหมาตัวนั้น คราวนี้มันส่งเสียงร้องครวญคราง อย่างนา่ สงสาร “เอ๋งๆ ๆ ๆ” ดว้ ยความเจบ็ ปวดอยา่ งสาหสั รวมทง้ั ความรกั หว่ งใยลกู ในทอ้ ง มนั จึงรบี พารา่ งที่โชกเลือดกระเสือกกระสนหนเี ขา้ ปา่ ไป คนื นน้ั ฝนตกหนัก มนั อาศยั นอนในปา่ ละเมาะท่เี ดมิ ซ่งึ เคย อบอุ่นและปลอดภัย แต่คืนนั้นมีน้ำเจิ่งนองท่วมท้น มันพยายาม คลานตะเกียกตะกายไปอาศัยในโพรงใต้ต้นไมใ้ หญ่ เลยี แผลบนกาย ใหค้ ลายเจบ็ ซงึ่ พอทุเลาได้บา้ งในบางขณะ แผลกวา้ งเจบ็ แปลบกาย แผลใจยง่ิ เจบ็ แปลบลกึ นกึ ไมถ่ งึ วา่ ใจ มนุษย์จะอำมหติ ถึงเพียงน้ี

กำพรา้ บวั ทอง 13 สอง กำเนดิ กมุ ารี

14 กำพร้าบวั ทอง

กำพร้าบวั ทอง 15 กำเนดิ กมุ ารี หลายวันแล้ว ทอ้ งฟา้ มวั หมน่ ใบไม้หล่นร่วง อากาศหนาว เย็นแผค่ ลมุ ไปทวั่ เจ้าหมางุ่นงา่ นหงดุ หงิด ในท้องป่วนปั่น กดดัน จนขนลุกตั้งชัน สัญชาตญาณต้องการพื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่งที ่ ปลอดภัย ในที่สุดกไ็ ดพ้ บโพรงลกึ พืน้ ทรายละเอยี ด ไออุ่นจากดิน นา่ จะเปน็ ทเ่ี หมาะแกต่ นและลูกน้อย รอบๆ บริเวณนั้นโอบล้อมด้วยภูเขาสามลูก ด้านบนของ โพรงมีเงื้อมหิน แข็งแรงพอเป็นที่กำบังแดดจ้าและลมฝนได้ด ี แมห่ มารบี วง่ิ ไปคาบเศษผา้ ทช่ี าวบา้ นทง้ิ ไว้ ณ ชายปา่ มาปเู ปน็ ทน่ี อน แลว้ เข้าไปอาศัยอยู่ “อุแว้ ๆ ๆ ๆ” เสียงเด็กร้องดังค่อนข้างอู้อี้ อยู่ในโพรงสักพักก็เงียบไป ครู่ใหญ่มีเสียงลักษณะเดียวกันดังขึ้นเป็นคำรบสอง ท่ามกลาง ความมืดสลวั ของเวลาค่อนร่งุ

16 กำพรา้ บัวทอง แมห่ มาบรรจงเลยี ร่างของลกู น้อย ซ่ึงเกดิ เปน็ มนษุ ย์เพศหญิง ท้ังสองด้วยความรกั และทะนถุ นอม “ฉันจะเล้ยี งดลู ูกน้อยทงั้ สองให้ดีท่สี ุด” แม่หมานกึ อยใู่ นใจ แล้วหลบั ไปดว้ ยความอ่อนเพลยี บ่ายคล้อยแล้วแต่อากาศยังคงเย็น แม่หมางัวเงียลืมตาเห็น ลูกน้อยทั้งสองนอนดูดนมอยู่ มันเลียลูกน้อยเหมือนจะลูบไล้ให้ เคลมิ้ หลบั “นอนเสยี นะลูกแม่”

กำพร้าบวั ทอง 17 ลูกนอ้ ยหลบั ไปเหมอื นรูค้ วามในใจของแม่ แม่หมาลุกขึ้นยืดกายแล้วสะบัดร่าง ก่อนค่อยๆ คลานออก จากโพรง “ลูกเอ๋ย ตอนนี้แมห่ วิ เหลอื เกิน รอแมต่ รงนีน้ ะ เดย๋ี วแมม่ า” ระยะทางจากโพรงทอ่ี ยู่อาศยั กบั บ้านคน ดไู กลโข แต่แมห่ มา กพ็ ยายามวง่ิ ไปเพ่ือหาเศษอาหารกนิ อย่างทเี่ คยปฏิบตั มิ า จากนน้ั กร็ ีบวงิ่ กลบั เข้าไปอย่กู บั ลูก

18 กำพร้าบัวทอง คืนวันผันผ่าน เด็กน้อยทั้งสองเติบโตขึ้นด้วยน้ำนมของ แมห่ มา และเมอื่ โตขึน้ จนนำ้ นมไม่เพียงพอที่จะเลีย้ งลูกได้ แม่หมา พยายามหาผลไม้ที่หอมหวานมาให้ลูกกิน สลับกับการคาบเอา เศษอาหารทไ่ี ดจ้ ากการขโมยของชาวบา้ นบา้ งมาเลย้ี งดู นอกจากนน้ั บางวันก็คาบเอาเสื้อผ้าของชาวบ้านที่ทิ้งแล้ว หรือที่ตากไว้มาให้ ลูกได้สวมใส่ แม่หมาทำเช่นนี้ตลอดมาจนลูกทั้งสองโตขึ้นเป็นสาวรุ่น รู้จักใช้ชีวิตก็ช่วยกันหาเลี้ยงตนและแม่ด้วยการเก็บผักหักฟืน และหาของปา่ ไปขายแลกเปลย่ี นกับชาวบา้ นเป็นอาจณิ บุตรสาวทั้งสองของแม่หมาได้รู้จักคุ้นเคยกับชาวบ้าน เรียน รู้ภาษาคน จนได้ชื่อพี่สาวว่า “เชฏฐิกา” ส่วนน้องสาว ชื่อ “ศรีบวั ทอง” เชฏฐิกาและศรีบัวทองมีรูปร่างหน้าตาสะสวยเหมือนกัน แตต่ า่ งกนั ที่อปุ นิสยั “แม่จา๋ หนูเอาขา้ วมาใหแ้ ม่ อร่อยนะ นีจ่ ้ะ แม่กินเสยี เถอะ จะ้ ” เสียงลูกสาวคนเล็ก เรียกแม่หมามากินอาหารที่ตนเตรียม ไวด้ ้วยความอาทร แม่หมาอายุมากแลว้ ได้แต่มองดูลูกด้วยความชืน่ ชม “ลูกจ๋า ไม่ต้องห่วงแม่หรอก แม่ไม่ค่อยหิว ลูกกินก่อน เถอะ”

กำพรา้ บัวทอง 19 “แม่แก่แล้ว ไม่ต้องกินอะไรมากนักหรอก เดี๋ยวก็ตายแล้ว! ฉันสิ จะต้องโต จะต้องกินอีก มื้อต่อไปไม่รู้จะไปหาที่ไหน” เชษฐิกาผู้พี่ กระชากจานข้าวที่น้องสาววางไว้ตรงหน้าแม่ออกไป อย่างรวดเร็ว

20 กำพร้าบัวทอง ศรบี วั ทองมองพีส่ าวด้วยสายตาตัดพ้อ “แม่จา๋ ...เดยี๋ วหนไู ปหาขา้ วมาให้ใหม่ แมร่ อเด๋ียวนะจ๊ะ” นางโอบกอดแม่แล้วผละออกไป พีส่ าวคอ้ นตามหลังนอ้ งสาวดว้ ยความหมั่นไส้ แมห่ มาเหลอื บแลดูลกู สาวท้ังสอง แลว้ หลบั ตาลงทอดถอนใจ สาวน้อยเจริญวัยขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นสาวทำให้สนใจตัวเอง มากยงิ่ ขน้ึ ของปา่ ทห่ี าได้ บางครง้ั นำไปขายแลกซอ้ื อาหาร ขา้ วสาร หาก มีเงนิ เหลืออยบู่ า้ ง จะซือ้ เสื้อผา้ ในตลาดใกลห้ มู่บ้าน “เสอ้ื ตัวนั้นสวยจงั ” ศรบี วั ทองช้ใี หพ้ ส่ี าวดูเส้ือท่แี ขวนไว้ “อือม์...สวย แตต่ ้องเป็นของฉันเทา่ น้ัน” “ทำไมล่ะ” “เงินที่เหลือมีพอซื้ออยู่ตัวเดียว ฉันเป็นพี่ ฉันต้องได้ก่อน น้อง” น้องสาวยืนกม้ หนา้ นงิ่ ส่วนพี่สาว เอาเสื้อมาทาบตัวเอง ถามคนโน้นที คนนี้ที ว่าเหมาะกบั ตัวเองไหม “โอ้โฮ...สวยอะไรอย่างนี้” ยายแก่คนหน่ึงชม “เสื้อหรือคนกันจ๊ะ” ป้าอกี คนปอ้ นคำหยอก แววตาหลายคนชนื่ ชม แต่ส่วนหน่ึงมองด้วยหางตา “ลกู สาวใครเน่ีย”

กำพร้าบวั ทอง 21 “หรือเปน็ ลกู กำพร้า” “ลกู คนปา่ กระมงั ” “ไมใ่ ช.่ ..เทวดาเลีย้ งต่างหาก” “อาจไมใ่ ชล่ ูกคนกไ็ ด้” เสยี งซบุ ซบิ หลากเสยี ง ทำให้เชฏฐกิ าอดึ อัด นางเก็บขา้ วของ รบี เดนิ ทางกลับโดยมนี ้องสาวเดนิ ตามต้อยๆ “พีโ่ กรธพวกเขาหรอื ” “ใช่ พวกเขาดถู กู เรา” เชฏฐิกาเดินเรง่ เร็วขนึ้ ตามความแรงของอารมณ์ “พวกเขาจะรคู้ วามจริงไมไ่ ด”้ พสี่ าวหยดุ เดนิ แลว้ หนั หน้ามา “ความจรงิ อะไร” “ก็เราเป็นลูกหมาไง ขนาดไม่รู้ว่าเราเป็นใคร เขายังดูถูกเรา เพยี งนี้” “แตถ่ ึงอย่างไร แมห่ มากเ็ ปน็ ผ้ใู หก้ ำเนดิ แกเ่ รา” “ไม่ใช่ แม่หมาอาจขโมยเรามาจากที่อ่ืน” ท้งั สองยนื น่งิ ไปพกั หนง่ึ “ฉันเชอ่ื ว่า แมห่ มาเป็นแมข่ องเราจรงิ ๆ” น้องสาวเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากเชื่อ และไม่ต้องการให้ใครมาตราหน้าว่า ฉันเปน็ ลูกหมา!” เชฏฐิกากลา่ วดว้ ยอารมณฉ์ นุ เฉียว

22 กำพร้าบัวทอง “แกจำไว้นะ แกอย่าแพร่งพรายให้ใครรู้โดยเด็ดขาด ว่าฉัน กบั แกเป็นลกู หมา!” พี่สาวกระแทกเสียงพร้อมเอามือชี้หน้า แล้วก้าวฉับๆ เดนิ หา่ งออกไปทิ้งศรบี วั ทองยืนนิง่ อยู่กับท่ี

กำพรา้ บวั ทอง 23 สาม พรานพบ

24 กำพร้าบวั ทอง

กำพรา้ บวั ทอง 25 พรานพบ ครั้งนั้น พรานป่าคนหนึ่งอาศัยอยู่ใกล้ราวป่า วันหนึ่งเขา เข้าป่าล่าสัตว์ตามปกติ วันนั้นป่าทั้งป่าดูเงียบเหงา ต้นไม้ใบหญ้า สงบน่ิง ไม่มีแม้แต่เสียงสัตว์ป่าและนกที่เคยส่งเสยี งร้องก้องไพร “วันน้ปี ่าเปน็ อะไรไปนะ” เขาพมึ พำ ขณะเดินไปกม้ ดืม่ น้ำจากลำห้วย “ออกจากบ้านมาแต่หัวรุ่ง แมงหวี่สักตัวไม่เห็นโผล่มาให้ ยงิ เลย” ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงสวบสาบของใบไม้แห้งเหมือนมัน ถูกเหยียบย่ำ เสยี งน้ันดังมาจากอีกฟากหน่ึงของลำหว้ ย

26 กำพรา้ บวั ทอง พ่มุ ไมบ้ ริเวณนน้ั สนั่ ไหว นา่ จะมสี ตั วใ์ หญ่ใหย้ งิ เสยี กระมงั พรานป่าบรรจงขึ้นสายหน้าไม้ พร้อมวางลูกศรลงบนร่อง กระสุน แล้วนิ่งเงียบรอดูเหยื่อตามสัญชาตญาณของนายพราน ผู้ช่ำชอง เสียงสวบสาบดังห่างออกไป เขาตัดสินใจจ่อมเท้าก้าวข้าม ลำห้วยด้วยความสขุ ุม ภาพพ่มุ ไมไ้ หวๆ เคล่อื นทีไ่ ปอยา่ งต่อเนอ่ื ง พรานย่องตามไปด้วยใจจดจ่อ จนได้ระยะพอที่จะเห็นสิ่งที่เคลื่อน ไหว

กำพรา้ บัวทอง 27 เขาใจเต้นระทึก ยกหน้าไม้ขึ้นประทับกับบ่า พลันปรากฏ ส่งิ ทเี่ คล่ือนไหว “ให้ตายเถอะ!” เขาลดหน้าไมล้ งจากบ่า ภาพที่ปรากฏเบื้องหนา้ เปน็ หญิงสาว สองคนกำลงั ง่วนอยู่กับการเกบ็ เหด็ ปา่ “สวยเหลือเกิน! มนษุ ย์หรือนางไมก้ ันแน่” ความสวยของสองสาวน้อยทำให้พรานตกตะลึงยืนนิ่งอยู ่ กับทีค่ รู่หนึง่ เมือ่ สตกิ ลับคนื มา เขาเริ่มใช้ความคดิ “หญิงสาวทั้งสองงดงามปานนี้ มิควรคู่อยู่กับป่าดงพงไพร จำเราจะไปทูลพระราชาให้ทรงทราบดีกว่า” เขาค่อยๆ ถอยเทา้ กา้ วออกมา แล้วมงุ่ หนา้ ส่พู ระราชวัง หลายคืนก่อนที่พรานจะไปพบนางทั้งสองนั้น พระราชาทรง ฝันไปว่า มีชายคนหนึ่งเอาพระธำมรงค์มาถวายจำนวนสองวง วงหนึ่งมีความงดงามสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ อีกวงหนึ่งมีรอยตำหนิ และพอจะนำมาสวมใส่กลับหลุดร่วงตกใต้ปราสาท หาดูก็ไม่พบ พระองคส์ ะดงุ้ ต่นื และจดจำความฝนั ได้เป็นอย่างดี วนั หนง่ึ พระราชาทรงสง่ั ใหโ้ หรหลวงเขา้ เฝา้ แลว้ ทรงเลา่ ความฝนั ใหฟ้ งั โหรหลวงกราบทูล หลังจากคิดคำนวณจากตำราแล้ว “ขอเดชะ...คอื วา่ พระธำมรงคน์ น้ั หมายถงึ หญงิ สาว พระองค์ จะได้พบกับหญิงสาวพร้อมกันถึงสองคน ภายหลัง หญิงทั้งสอง คนจะไดร้ บั การอภเิ ษกเปน็ ราชเทวี”

28 กำพรา้ บวั ทอง “ทั้งสองคนเชียวหรือ” “พ่ะย่ะคะ่ ” “แตใ่ นทส่ี ดุ จะเหลอื เพยี งคนเดยี วเทา่ นน้ั เพราะหญงิ ทง้ั สองตา่ ง มีอุปนิสัยและบุญญาบารมีที่แตกต่างกัน คนที่มีคุณธรรมและ บารมี เหมาะสมเทียมเท่ากับพระองค์เท่านั้นที่ะอยู่เคียงคู่พระองค์ ไปไดต้ ลอด” ขณะที่โหรหลวงกำลังทำนายอยู่นั้น มีพรานป่ามาขอเข้าเฝ้า พอดี “ขอเดชะ พระอาญาไมพ่ น้ เกลา้ ” “เจ้ามธี ุระอนั ใดหรือ” “วันก่อน ข้าพระองค์เข้าป่าตามปกติได้พบหญิงสาวสองคน มีความงามเปน็ เลิศ หาหญงิ ใดเปรียบปานมิได้พะยะคะ่ ” “อาจจะเป็นลกู เมยี ใครแถวนัน้ กไ็ ดé”้ “ข้าพระองค์สืบดูแล้ว พบว่านางทั้งสองอยู่ในป่าตามลำพัง พ่ะยะ่ คะ่ ” พรานป่ายืนยันอย่างแข็งขัน และยังพร่ำพรรณนาถึงความ งามของนางท้ังสองอยอู่ ย่างนั้น จนพระราชานกึ อยากเห็น “นางงดงามมากจริงๆ หรือ เราไมอ่ ยากจะเชื่อ สาวชาวปา่ จะงดงามอะไรปานนั้น แล้วพ่อแม่นางเป็นใครกันล่ะ เจ้าทราบ หรือไม่ นายพราน” นายพรานอ้ำอ้ึง เพราะไมท่ ราบทีม่ าทไ่ี ปของหญงิ สาวทั้งสอง อยา่ งถอ่ งแท้ แตเ่ ทา่ ทเ่ี หน็ นางทง้ั สองคงมบี า้ นอยใู่ นละแวกชายปา่ “คงเป็นลูกชาวบ้านธรรมดานี่แหละพะยะค่ะ แต่เผอิญพ่อ แม่นางคงตายไปแล้ว เหลือแต่นางสองคน ทำมาหาเลี้ยงชีพกัน

กำพร้าบวั ทอง 29 แตใ่ นปา่ ตามลำพงั ” “นางอายุอานามสกั เท่าไหร่ เจ้ารูไ้ หม” พระราชายงั คงสงสยั “นางทั้งสองคงอายุราวๆ สักสิบหก พ่ะย่ะค่ะ ดูไม่ห่างกัน นัก เหมือนจะเปน็ คู่แฝดกันเสียด้วยซ้ำé พรานปา่ พดู ตอ่ ไป “ไม่มีใครสวยยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ผิวพรรณนั้นมิได้ดูเป็น สาวชาวป่าเลย เหมือนนางฟ้านางสวรรค์ แม้เสื้อผ้าอาภรณ์จะ มอมแมมไปหนอ่ ยก็เถอะพะยะค่ะ” นายพรานยังคงสาธยายไม่หยุด จนพระราชาเห็นภาพหญิง สาวแสนสวยในความคิด แล้วก็รู้สึกใจเต้นระรัว อยากพบนางทั้ง สองขนึ้ มาทันที แตย่ งั คงเกบ็ ความตื่นเตน้ ไว้ภายใน “แลว้ เจา้ จะให้เราทำประการใด จงว่ามา” “พระองค์ก็ทรงอยู่เปล่าเปลี่ยวมานาน ไม่ทรงคิดจะรับนาง ทัง้ สองมาเป็นนางราชเทวหี รือพะยะคะ่ ” นายพรานพดู ตามตรง จนพระราชากลัน้ ยิ้มไมอ่ ยู่ “เจ้าก็ว่าเกินไป ข้าแก่แล้ว จะรับนางที่อายุคราวลูกมาเป็น ราชเทวีได้อย่างไร ชาวบ้านมิพากันว่าข้าหรอกหรือ พวกท่าน เสนาอำมาตย์จะว่าอยา่ งไร” พระราชาแทบจะลุกขึ้นไปหานางในบัดดล แต่ก็ทรงลังเล จึงหยั่งเสยี งเสนาอำมาตย์ดูกอ่ น “พระองค์เป็นเจ้าเหนือหัว ไม่มีผู้ใดขัดพระราชประสงค ์ แน่นอนพะยะค่ะ อีกอย่างหนึ่งพระองค์ก็ยังไม่มีผู้สืบราชสมบัต ิ

30 กำพรา้ บวั ทอง จึงควรที่จะต้องอภิเษกใหม่อีกครั้ง จะได้มีพระโอรสและพระธิดา บา้ ง บา้ นเมอื งเราก็จะไดไ้ ม่เงยี บเหงาจนเกินไป ทรงรับนางมาเถอะ พะยะค่ะ” เสนาท่านหนึ่งสนับสนุนให้พระราชาไปรบั สาวชาวป่า “ขอเดชะ สิ่งที่พรานป่าพบ ดูจะเป็นเรื่องเดียวกันกับความ ฝันของพระองคอ์ ยา่ งมติ อ้ งสงสยั พะยะคะ่ ” โหรหลวงเสริมทา้ ยคำพูดของเสนา “ถ้าอยา่ งนน้ั เราจะไปรบั นางมาอยู่ดว้ ย” “ทหาร! จดั ขบวนช้างม้าใหพ้ รอ้ มเด๋ียวน!ี้ ” “พะยะคะ่ ” เมื่อจัดขบวนและไพร่พลพร้อมแล้ว พระราชาสั่งให้เคลื่อน ขบวนทนั ที โดยมพี รานป่านำทาง

กำพรา้ บวั ทอง 31 สี่ สวู่ งั

32 กำพร้าบวั ทอง

กำพรา้ บัวทอง 33 สวู่ ัง เช้าวันนั้น ศรีบัวทองหอบตะกร้าใส่ผักและของป่าเข้าไป ขายในตลาดดังที่เคยทำมาทุกวัน หากแต่วันนี้ เชฏฐิกาไม่มาด้วย เหตุผลของพี่สาวคือ ไม่อยากพบหน้าชาวบ้านกลัวจะถูกเยาะเย้ย ถากถาง “อ้าว วนั นีท้ ำไมมาคนเดียวล่ะ ศรีบวั ทอง” แม่คา้ คนหนง่ึ รอ้ งทกั ทนั ทที ีศ่ รบี วั ทองวางตะกร้าลงในตลาด “มาคนเดยี วจะ้ เออ่ ... พส่ี าวไม่คอ่ ยสบายน่ะ” คำพดู ของพส่ี าวดงั ก้องอย่ใู นมโนนึก “แกจำไว้นะ แกอย่าแพร่งพรายให้ใครรู้โดยเด็ดขาดว่าฉันกับ แกเป็นลกู หมา!” ศรีบัวทองสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เชิดหน้าขึ้นยิ้มทักทายและ ขายของตามปกติ “ศรบี วั ทอง...เสอ้ื ผา้ เก่าและขาดแลว้ นะ วนั นป้ี ้าเอาเสอ้ื มาให้ เอาไปใส่นะ”

34 กำพรา้ บัวทอง ป้าแสงที่เคยเมตตาหยิบยื่นแบ่งปันอาหารส่งถุงเสื้อเก่าให ้ ศรีบวั ทอง นางรบั มาถือไวพ้ รอ้ มคำขอบคุณ นำ้ ตาคลอดว้ ยความตื้นตนั ในความยากไร้ หากยังมผี อู้ ารีเชน่ นี้ “ขอบใจจ้ะป้า ป้าให้หนูมามากมายแล้วนะ หนูไม่อยาก รบกวนป้าเลย” “ไม่เป็นไรหรอก ศรีบัวทอง อันที่จริงป้าอยากให้หนูมาอยู ่ ด้วยนะ แตพ่ ่ีสาวหนคู งไมย่ อมให้มา” ปา้ แสงกลา่ วอยา่ งจรงิ ใจ ศรบี วั ทองนง่ิ อง้ึ ไมร่ จู้ ะตอบประการใด “หนขู อบใจอกี ครัง้ แต่หนทู ้งิ พสี่ าวไมไ่ ดห้ รอกจ้ะ ไมอ่ ยากให้ เขาอย่คู นเดยี ว” ในใจนกึ วา่ หว่ งแมห่ มาเปน็ ทส่ี ดุ นางไมอ่ ยากจากแมแ่ ละพส่ี าว ไปไหน แม้จะทำให้ชีวิตสบายขึ้นก็ตาม แต่ศรีบัวทองไม่อาจหนีไป สบายคนเดยี วไดแ้ น่ “เอาเถอะ...ไม่มาอยู่กับป้าก็ไม่เป็นไร...ป้าไม่รบเร้าหนูหรอก แตป่ า้ สงสารหนเู หลอื เกินé ขณะทท่ี ง้ั สองกำลังสนทนากนั อยู่นัน้ พลันกม็ ีเสยี งขบวนช้าง ม้าดังใกลเ้ ข้ามา ทหารนำขบวนมาถึงก่อน พรอ้ มกับไลช่ าวบ้านให้ หลบขบวนไป “ทุกคนหลบไป! นี่เป็นขบวนเสด็จของพระราชา หลบไป ใหพ้ ้นทาง!” ศรีบัวทองเก็บตะกร้าแล้วหลบซกุ กายอยู่ใต้ตน้ ไมใ้ หญ่ ตัวส่นั เทาดว้ ยความกลวั “ขบวนพระราชาเหรอ นา่ กลัวจริงๆ ทหารเตม็ ไปหมด”

กำพร้าบัวทอง 35 ศรีบัวทองนึกในใจ แล้วรีบซื้อข้าวปลาอาหารกลับเข้าป่า นางเดินตดั ผา่ นไปตามทางลัด ขบวนของพระราชผา่ นไปแลว้ ผ้คู นในตลาดพากันซุบซิบ “จะเสด็จไปไหนหรือ พระราชา ไม่เคยเห็นผ่านมาทางนี้ น่เี ป็นทางไปสู่ป่านี่ หรือจะไปลา่ สตั ว์”

36 กำพรา้ บัวทอง พระราชาใช้เวลาเดินทางนานพอควร จึงไปถึงบริเวณที ่ พรานป่าพบนางทั้งสอง พรานป่าผู้นำทางได้เข้าสอดส่องดูก่อน พบวา่ นางทง้ั สองอาศยั อยใู่ นโพรงใตผ้ าสามเสา้ แลว้ ออกมากราบทลู ใหพ้ ระราชาทรงทราบ “นางอยู่ในโพรงลึกเข้าไป ฉลาดนัก คงหาที่หลบภัยอย่างดี เพราะอยกู่ ันแต่ลำพงั สองคน ไมม่ ผี ู้ดแู ลปกปอ้ งพะยะค่ะ” “ลักษณะเช่นนี้ คงไม่ดีแน่หากเราจะพากันไปทั้งหมด คงตอ้ งไปกันสองสามคนก็พอ เดยี๋ วนางตกใจจะไมย่ อมมากบั เรา” พระราชาทรงครนุ่ คิดอยา่ งรอบคอบ “ถ้าอย่างนั้น พระองค์เสด็จไปกับหม่อมฉันเถอะพะยะค่ะ ที่เหลือให้คอยอยู่ที่นี่ แล้วค่อยพานางมาอย่างเงียบๆ ไม่ให้นาง ตกใจเกินไป” พระราชาได้สั่งข้าราชบริพารพักพลหลบอยู่ ส่วนพระองค์ เสด็จไปกับพรานป่า ซึ่งพรานป่าพาเสด็จไปที่ผาสามเส้า ทั้งสอง ค่อยๆ เดินไปอย่างเงียบๆ และวางท่าทางให้เป็นมิตรที่สุด แล้ว พากันมาหยุดยนื ท่ีหนา้ โพรงทอี่ าศยั ของทงั้ สองนาง ทันใดที่พบพระราชาและพรานป่า นางทั้งสองตกใจกลัวจน ตัวส่นั “ใครกนั ! น่ากลวั จังพีเ่ ชฏฐกิ า หนีเถอะ เรว็ เขา้ !” ศรบี ัวทองฉุดมือพ่สี าวเข้าไปในโพรงซึง่ เชือ่ มต่อไปถงึ ถ้ำใหญ่ นç างเอย นางไมต่ อ้ งกลวั หรอกนะ เราสงสารเจ้า เราจะขอรบั เจา้ ไปอย่กู ับเราที่วงั é çวัง! อะไร นี่ท่านคือ พระราชาหรือนี่...ไม่ ข้ากลัว ท่านมีทหารเตม็ ไปหมด ข้ากลวั é

กำพร้าบวั ทอง 37 ศรีบัวทองไม่คาดคดิ วา่ พระราชาจะเสด็จมาทน่ี ่ี นางจำขบวน เสดจ็ ได้ ทหารน่ากลวั ตวาดไลผ่ คู้ นใหห้ ลกี ทาง “เจา้ จะกลัวทำไม เราไมท่ ำรา้ ยเจ้าหรอก” พระราชาเห็นนางทั้งสอง นึกรักในทันใด น้ำเสียงอ่อนนุ่ม ลงเมอื่ เอ่ยครง้ั ทส่ี อง นางเชฏฐกิ าไดย้ นิ วา่ บรุ ษุ ผทู้ รงอำนาจนน้ั คอื พระราชาถงึ กบั หูผ่งึ “ไปอยู่ที่วังเหรอ...ท่านจะรับเราไปอยู่ที่วังทำไม เราเป็น เพียงชาวปา่ ยากไร้é “เราจะรับเจ้าไปอยู่อย่างราชเทวีของเรา เราจะไม่ให้เจ้า ลำบากอีกต่อไป เจ้าทง้ั สองจะสขุ สบาย มีข้ารับใช้...ไปกบั เราเถอะ” พระราชาพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน นางเชฏฐิกาผู้พี่เริ่ม ใจอ่อนผนวกกับความทะเยอทะยานที่จะได้ไปอยู่ในวัง นางออก จากโพรงมาหาพระราชาแตโ่ ดยดี แตน่ างศรบี วั ทองไมย่ อมออกมา เพราะคดิ ถงึ แมห่ มาทอ่ี อกไป หากนิ และยงั ไม่กลับมา “แม่จ๋า แม่อยู่ไหนหนอ แม่คงไมร่ ู้หรอกวา่ เขากำลังจะพราก ลูกไปจากอกแม่” ศรบี วั ทองครำ่ ครวญในใจ “ศรีบวั ทอง เจ้าคิดให้ดีนะ เมอื่ เจ้าได้ไปอยู่ในวังจะมีตำแหนง่ เปน็ ถึงราชเทวี เจา้ นกึ จะชว่ ยเหลอื ใครก็ไดท้ ี่เจ้ารักและหว่ งใย” พรานปา่ หวา่ นล้อมและเรง่ เร้า “ใช่สินะหากเราสุขสบายแม่ก็จะได้ไม่ลำบากอีกต่อไป เรา จะไดต้ อบแทนพระคุณของแม่ไดด้ ีกว่าอยู่ในปา่ ”

38 กำพร้าบัวทอง นางเริม่ ลังเล “แต่แม่จะทำอย่างไร เมื่อกลับมาไม่พบลูก แม่คงขาดใจ ตายเปน็ แน่” น้ำตาของศรีบัวทองไหลพราก นึกสงสารแม่ที่ต้องกลับมา พบกับโพรงที่วา่ งเปลา่ “ไปกนั เถอะ อยา่ งไรเสยี นางก็ตอ้ งไปกบั เราอยดู่ ”ี พรานป่า กล่าว พลางยื่นมือเข้าไปจูงศรีบัวทองออกมาเมื่อ เหน็ ว่าใช้เวลานานแล้ว “ช้ากอ่ น ฉันขอเวลาสกั ประเดย๋ี ว“ เมื่อไม่มีทางเลือกแล้ว ศรีบัวทองกล่าวตัดบท แล้วรีบจัดหา ดอกไม้บอกกลา่ วเทพาอารักษ์ “สาธุ เทพาอารกั ษ์ เจา้ ป่าเจ้าเขา ฉันขอฝากแม่หมาผ้บู ริสทุ ธ ิ์ ด้วย ขออยา่ ให้แมไ่ ด้รับอันตรายใดๆ เม่อื แม่กลับมา ขอชว่ ยบอก ทางไปสู่ท่ีอยู่ใหมข่ องลกู แมด่ ้วย สาธุ” กล่าวเสร็จจึงเดินเวียนขวา กระทำประทักษิณรอบบริเวณ อันเป็นที่อยู่ของแม่สามรอบด้วยความเคารพ จากนั้นก็ขึ้นหลัง ช้างที่พระราชาทรงจัดเตรียมมา เดินทางมุ่งหน้าสู่กรุงพาราณสี และเมื่อถึงพระนครแล้ว พระราชาทรงสั่งให้สร้างปราสาทให้อยู่ คนละหลงั เตรยี มอภิเษกให้เปน็ ราชเทวีทงั้ สองนาง

กำพรา้ บวั ทอง 39 หา้ ตามหาลกู

40 กำพร้าบวั ทอง

กำพรา้ บัวทอง 41 ตามหาลกู ในวันที่พระราชาจะมารับเชฏฐิกาและศรีบัวทองนั้น แม่หมา เข้าป่าเพื่อหากินตามปกติ เผอิญวันนั้น หากินไกลไปเรื่อยๆ จนหลงทางเขา้ ปา่ ลกึ ยงิ่ เดินยง่ิ เหนื่อย จนในทส่ี ุด ตะวนั ลับฟา้ แมห่ มาหมดเรยี่ วแรงจงึ นอนหลบั ไป ในทีแ่ หง่ หน่งึ คืนนั้น แม่หมาฝันไปว่ามีเสือร้ายมาควักเอาลูกตาไปทั้งสอง ข้าง พอออกติดตามหาจนไปพบลูกตาข้างขวาก็รีบนำมาใส่เบ้าตา ที่เดมิ แต่กลบั ปวดแสบปวดรอ้ น เม่ือไปพบลกู ตาข้างซา้ ย พอเก็บ ลูกตามาใสก่ ็กลบั มองเหน็ แจม่ ใสกว่าเดิม แม่หมาสะดุ้งตื่นตอนใกล้รุ่ง รู้สึกวุ่นวายใจยิ่ง ลูกทั้งสองจะ เป็นอยา่ งไรหนอ เมอื่ ไม่มีแม่อยดู่ แู ล สองวันแล้วที่แม่หมาหลงทาง สุดท้ายก็สามารถกลับมาถึงที ่ อยเู่ ดมิ ได้ แตไ่ มป่ รากฏแม้แต่เงาของลูก “ลูกเอ๋ย เกิดอะไรขึ้นกับลกู ! แมผ่ ดิ ไปแล้ว แมไ่ มน่ า่ ไปไกลจน หลงทางเลย”

42 กำพรา้ บวั ทอง แม่หมานึกตำหนิตนเอง และเดินวนรอบๆ โพรง พลาง ดมกล่นิ ตามทต่ี ่างๆ ในละแวกใกล้เคียง “เอ๊ะ นีก่ ลน่ิ คนน่”ี “...กลิน่ ชา้ ง” “...กลิน่ มา้ ” “ชา้ ง ม้าและคนจำนวนมากมาทำอะไรท่ีน่!ี ” แม่หมาถามตัวเอง แล้วออกเดนิ สำรวจรอบๆ วง่ิ ไปทางโน้น ทที างนที้ ี ขณะทมี่ คี วามคดิ วุ่นวายสบั สน “ลูกแม่ทั้งสองจะเป็นอะไรไปหรือเปล่าหนอ...หรือว่า... เสือจะมาคาบลกู ไปกินเสียแลว้ ” ในกลางป่าลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนานาชนิดเช่นนี้ คนอาจ กลายเป็นเหยื่อสัตว์ร้ายได้ โดยเฉพาะเสือ แม่หมาย้อนนึกถึง ความฝันในคืนที่ผ่านมา “แต่... เอ ไม่มีรอยเท้าเสือเลยนี่นา มีแต่รอยเท้าช้าง...ม้า และคนเต็มไปหมด” “ลกู คงถกู จับตวั ไปแน่ๆ...” แมห่ มาเรม่ิ แน่ใจจากการทีพ่ บรอยเทา้ เหลา่ นนั้ แมห่ มาคอ่ ยๆ ดมกลนิ่ ไปตามทางทถี่ ูกเหยยี บย่ำ เทพารักษ์ที่สถิต ณ ที่นั้น ได้ดลใจให้แม่หมาดมกลิ่นและ ตดิ ตามรอยเท้าขบวนของพระราชาไป แม่หมาดมกลิ่นและตามรอยไปเรื่อยๆ ดังที่เทพารักษ์ดลใจ ใหไ้ ป

กำพรา้ บวั ทอง 43 หลายวนั ตอ่ มา แมห่ มากม็ าถึงกรุงพาราณสี “โอ้โห! บ้านเมืองใหญ่โตสวยงามจริงๆ...แล้วเขาจะเอาลูก ทงั้ สองของเรามาทำไมกนั ทีน่ ีห่ รอื ” แม่หมายังคงสงสัยอยู่ในใจ พลางเดินวนเวียนอยู่หน้าประต ู พระราชวัง ใช้จมูกดมกล่ินตรงหน้าประตูครงั้ แลว้ ครง้ั เลา่ “กลิ่นชัดเลย!...ลูกเราถูกลักพาตัวเข้าไปในพระราชวังนี่แหละ แต่ผู้คนเยอะแยะไปหมด เราจะไปถามใครดีล่ะ แล้วจะถามว่า อย่างไร ไม่ เราจะบอกใครไม่ไดว้ า่ ลูกเราถกู พามาที่นี่ คนจะสงสยั ว่าลูกเราเปน็ คนทำไมมแี ม่เปน็ หมาแนๆ่ ” แม่หมาเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าประตูหลายเที่ยว ที่หน้า ประตูมีทหารยามคอยเฝ้ารักษาการณ์อยู่ แม่หมาไม่อาจเข้าไปได้ ดาบวาววับที่ทหารถืออยู่นั้นน่าเกรงขามยิ่งนัก สีหน้าของทหารก็ด ู เคร่งเครียด จังหวะหนึ่งที่คนกลุ่มใหญ่พากันเดินออกมาจากประต ู พร้อมกบั ทกั ทายทหารทัง้ สองนาย “นี่ ท่านจะออกเวรเมื่อไหร่จ๊ะ...เห็นท่านเฝ้าอยู่หน้าประตู ต้ังแต่เช้าแลว้ น่ี” นางสนมคนหนึ่งรอ้ งถามทหารทง้ั สองอยา่ งคนุ้ เคยกัน “อีกประเดี๋ยวก็ออกเวรแล้วจ้ะ แม่สร้อย...แล้วจะพากัน ไปไหนล่ะน่ัน ยกโขยงกันมาเต็มเลย” “ก็จะพากันไปหาซือ้ ของมาเตรยี มงานฉลองใหญซ่ ีจะ๊ ” “งานอะไรกันเหรอจ๊ะ ไม่เห็นรู้เร่ืองเลย” “ก็งานฉลองที่พระราชาทรงได้อภิเษกพระราชเทวีองค์ใหม่ น่ะสิ ตั้งสองคนเชียวนะ...เมื่อกี้ขบวนของพระราชาไปรับมา ทา่ นไมเ่ หน็ เหรอ”

44 กำพร้าบวั ทอง “อ๋อ...เห็นแล้ว นางทั้งสองที่รับมาน่ะเหรอ ช่างงดงาม มากทีเดียว สมแล้วที่พระราชาจะทรงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ น่ายินดี จริงๆ” ตลอดเวลา แม่หมาเฝ้าฟังคำสนทนาของคนทั้งหมดที่หน้า ประตู แล้วก็มอี าการหูตั้งชนั ขนลุกด้วยความปติ ยิ นิ ดีอยา่ งย่ิง “นางทั้งสองจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากลูกทั้งสองของเรา... เราจะต้องเข้าไปดูการเตรียมงาน และดูหน้าลูกหน่อยซิว่าจะม ี ความสขุ แคไ่ หน” แม่หมาถือโอกาสที่คนกลุ่มนั้นกำลังคุยกันเพลิน รีบผลุบเข้า ประตูไปโดยทนั ที

กำพรา้ บวั ทอง 45 หก น้ำใจลกู

46 กำพร้าบวั ทอง

กำพรา้ บวั ทอง 47 น้ำใจลกู ภาพเบื้องหน้าของแม่หมา เป็นเมืองใหญ่โตและเจริญ รุ่งเรืองยิ่ง ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินกันขวักไขว่ แม่หมาเดิน บ้างหลบซ่อนบ้างไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงปราสาทที่สร้างขึ้นใหม ่ หลังหนงึ่ ใตป้ ราสาทมหี มาตัวหนึง่ นอนอยู่ “ปราสาทหลังน้ชี ่างงดงามจริง เป็นปราสาทของใครหรือจ๊ะ” แมห่ มาถามหมาท่ีนอนอยู่ดว้ ยภาษาหมา “อ๋อ ปราสาทหลังนี้ เปน็ ปราสาททพ่ี ระราชาทรงสง่ั ใหส้ รา้ ง ขึ้นเพื่อให้เป็นที่อยู่ของหญิงสาวสองคน ที่พระองค์พามาจากป่า ลกึ โน้น” หมาท่ีถกู ถามอธบิ ายยาว “โอ สร้างขนาดนี้เชียวหรือ” แมห่ มาต่ืนเตน้ “นี่เฉพาะพี่สาวนะ ยังมีอีกหลังหนึ่งที่ทรงสร้างให้น้องสาว อยู่โน่นแน่ะ”

48 กำพรา้ บัวทอง กล่าวพลางปรายตาไปที่ปราสาทหลังที่อยู่ถัดไปเหมือนเป็น การชบ้ี อก “เปน็ บุญของลูกเหลือเกิน” แม่หมานึกแล้วนำ้ ตาซมึ ด้วยความปลมื้ ปติ ิ ในปราสาทของเชฏฐิกา นางกำลังสุขสำราญอยู่กับอาหาร รสโอชะท่ีไมเ่ คยไดล้ ิม้ รสมาก่อน “นอี่ ะไรหรอื นางสนม อรอ่ ยจรงิ ๆ” เชฏฐิกาใช้มือหยิบอาหารเข้าปากดังที่เคยทำ พลางถาม นางสนมที่เฝ้าคอยรับใช้อย่รู อบขา้ ง นางสนมตกตะลึงในอาการกินที่ใช้มือเปิบอาหารทุกอย่าง ตรงหนา้ อยา่ งมมู มามของเชฏฐิกา “เออ่ ..เออ่ ...อาหารอันไหนจะ๊ ” “ก็อนั น้ีแหละ ไกท่ ั้งตัวเลย จัดวางมาบนผกั ทสี่ วยงามน่ากนิ และกอ็ ร่อยดว้ ย” นางใช้มือชี้ไปที่ไก่อบรสอร่อย แล้วใช้มือฉีกขาไก่ออกกัดกิน จนเต็มปาก นางสนมคนหนึ่งนึกเห็นใจ สาวชาวปา่ อยา่ งเชฏฐิกาคงไม่เคย บริโภคอาหารชนั้ ดมี ากอ่ น จงึ พยายามสอนวิธีกนิ ที่ถกู ต้อง “ใช้ส้อมนจี่ ม้ิ เถอะจะ้ จะได้ไมเ่ ลอะมือ” “อย่ามาสอนฉันนะ! ฉันรู้ดีว่ากินยังไง แต่ฉันอยากใช้มือ ใครจะทำไม!” เชฏฐกิ ารสู้ กึ เสยี หนา้ จงึ ตวาดนางสนมแสดงอำนาจอยา่ งเตม็ ท่ี นางสนมพากันกม้ หนา้ หลบอยา่ ง เกรงกลวั แต่ในใจกลบั นึกเกลียด ชงั เชฏฐกิ า

กำพรา้ บวั ทอง 49 “คนบ้านป่าก็อย่างนี้แหละ คอยดูนะ ฉันจะแกล้งให้แสบ ทเี ดยี ว” เมอ่ื นางสนมเหลา่ นน้ั เกบ็ จานทเ่ี ชฏฐกิ ากนิ เสรจ็ กพ็ ากนั ซบุ ซบิ วางแผนอยูใ่ นโรงครวั “นสิ ยั แยๆ่ อยา่ งนใ้ี ครจะไปรกั อกี หนอ่ ยเถอะ พระราชาคงไม่ ทรงโปรดหรอกé นางสนมคนหนึง่ พูดขนึ้ “แล้วน้องสาวละ่ เปน็ ยังไง นิสยั เหมือนกันไหม” สนมอีกคนหนง่ึ ถามขน้ึ กลางวงสนทนา “ฉนั วา่ กค็ งเหมอื นกนั นน่ั แหละ พน่ี อ้ งกนั น่ี กต็ อ้ งเหมอื นกนั ” “แต่ฉันว่าไม่นะ ฉันเห็นน้องสาวชอบตื่นแต่เช้าไปทำบุญ ใส่บาตร พดู จากไ็ พเราะ ไม่เหมอื นพีส่ าว” นางสนมคนหนึ่งไปแอบเห็นศรีบัวทองที่ปราสาทของนางมา เอย่ ข้ึน ที่ด้านนอกปราสาทของเชฏฐิกา แม่หมาได้ส่งเสียงเห่าหอน ขนึ้ เพ่ือให้ลกู รวู้ ่าแม่ตามมาหาแล้ว เสยี งเหา่ หอนของแมห่ มาทำใหน้ างเชฏฐกิ า สะดงุ้ โหยง เพราะ จำเสียงได้ “ตายล่ะ ทำไงดี นีถ่ า้ พระราชาทรงทราบความจรงิ ว่าเป็นลกู หมา เราคงอดได้เป็นราชเทวีเป็นแน่ อย่ากระนั้นเลย เราต้องทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนทค่ี วามจริงจะเปิดเผยé “ทหาร!” “พะยะค่ะ” “ใครก็ได้ไปไล่หมาตัวน้ันที เห่าหอนอยู่ได้ รำคาญ!”