Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เเด่นักสร้างบารมี๒

Description: เเด่นักสร้างบารมี๒

Search

Read the Text Version

ความจริงหลวงพ่อธัมมชโยท่านก็ตัดสินใจของท่านแล้ว แต่ท่าน อยากมาฟังจากปากหลวงพ่อชัด ๆ อีกทีว่า คิดตรงกันไหม เมื่อเห็น ตรงกัน วันรุ่งขึ้น ก็แนล้ญญาชื้อที่ดินทันที ก็ทำ กันมาอย่างนี้ เมื่อเห็น ประโยชน์ส่วนรวม เห็นประโยชน์ของพระพุทธศาสนาแล้ว ตายก็ให้มัน ตายไป ตัดใจมันลงไป หลวงพ่อธัมมชโยก็พูดต่อ \"หลวงพ่อทัตตะต้องรู้นะว่า เราชื้อที่ดิน ๒,๐๐๐ ไร่ เพื่อเตรียม ขยายงานพระพุทธศาสนา ทั้งหลวงพ่อทัตตะ ทั้งผม ก็ต้องตัดใจกันต่อ ไปด้วย ว่าจะต้องทุ่มเทความคิดในการก่อสร้าง เวลาในการทำภาวนา ของเราจะถูกตัดออกไปด้วยนะ\" \"ตัดก็ต้ดสิหลวงพ่อ ถ้าจะเอาตัวรอดไปรนพระป็จเจกพุทธเจ้า เราก็ค่งแบกกลดเข้าปาไปกันนานแล้ว แต่เพราะคิดจะขนคนไป นิพพานใฟ้หมดธาตุหมดธรรม มันก็ตัองตัดใจ\" \"แน่นะ !\" \"แน่\" \"ถ้าแน่ก็เอา\" ปัจจุบันหลวงพ่ออายุ ๕๖ ปีแล้ว ยังไม'มีเวลานั่งสมาธิอย่าง จริงจังเลย ทั้งที่รู้ว่าอายุที่เหมาะในการนั่งสมาธิภาวนา อย่างมากแค่ ๖๐ ปี เท่านั้น เพราะฉะนั้น หลวงพ่อเหลือเวลาอีกแค่ ๔ ปี หลังจากนั้น ก็ได้แค่นั่งประคอง ๆ กันไป ไม่ค่อยจะได้ดีหรอก ก็ต้องตัดใจ เดี๋ยวนี้ หลวงพ่อธัมมชโย ท่านก็ปรารภเสมอ ๆ ว่าอายุ ๕๐ ปีแล้ว ๕๒ ปีแล้ว อยู่วัดอย่างไ'!ให้ก้าวVIน้า <3CO แด่...'นักสร้างบารJJ ใร)

๕๓ ปีแล้ว แต่เมื่อจะต้องตัดใจก็ตัดกัน ถ้าไม'ตัดใจ ทำ งานใหญ่ ไม่ได้หรอก จาคะ ไม่ไต่ทาน เพียงแค่คล้าย แต่ไม่เหมือน ตัวอย่างคือ เลือด ในร่างกายของเรา ก็เป็นของจำเรนสำหรับเรา ของคนอื่นก็จำเป็นสำหรับ เขา นั่งอยู่ที่นี้ ไมมใครมืเลือดส่วนเกินหรอกลูก แต่ถ้าพรรคพวกคน นั้นคนนี้ คนโน้นเกิดอุบัติเหตุ ขาดเลือดขึ้นมา ต้องตายแน่ ๆ ถ้าไม่ได้ เลือดจากเรา ก็ตัดใจแบ่งส่วนให้กันไป นี่คือจาคะ ส่วนจำ(รนที่เราก็ ขาดไม่ได้ ขาดแล้วฉึงไม่ดาย แด่ก็แทบดาย แล้วด้ดใจให้ไป นั่นคือ จาคะ พระเวสสันดรตัดใจยกลูก ๒ คน ให้ชูชก เพราะหากลูกยังอยู่ ด้วย การบ่ฏิบัติธรรมต่อไป โดยเฉพาะการเจริญสมาธิภาวนายากที่จะ ก้าวหน้า เพราะคงจะต้องห่วงหน้าพะวงหสัง อย่างมากพอชูชกพาลูกทั้ง สองออกไปพ้นปาไป เดี๋ยวก็พบพระเจ้าปู ๆ ก็ไถ่ตัวหลานทั้งสองเอง ในระหว่างนั้นมันจะเฆี่ยนลูกบ้างก็คงไม่ถึงตาย ต่อมาเมื่อพระอินทร์ปลอมตัวมาขอพระนางมัทรี ก็ตัดใจยกมเหสี ให้อีกคน เพราะถ้าพระนางยังอยู่ด้วย ก็ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอีกเช่น กัน น้องเอิยจงไปกับพราหมณ์เฒ่าเถอะ เพราะพ้นจากพี่แล้ว หาใครที่ บารมีมากพอจะค้นหาศูนย์กลางกาย ซึ่งเป็นที่ตั้งถาวรของใจ เป็น ฐานทัพปราบกิเลสคงจะไม่มีอีกแล้ว ทั้งโลกนี้ ทั้งภพสามจะมีก็แต่พี่นี่ แหละ คิดอย่างนี้แล้วพระเวสสันดร ก็ตั้งใจทำภาวนาอยู่ในปาต่อไป เวสสันตรชาดก, ชุ.ซา. ๖๙/๑๑๕๙-๑๒๑๔/๕๔๙-๕๗๖ (มมร.) นต่...น'ทสร้างบารมี ๒ อยู่วัดอย่างไรใฟ้ก้าวทน้า www.kalyanamitra.org

ละโลกจากพระเวสสันดรก็ไปบังเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต แล้วลงมา เป็นพระสิทธัตถทชกุมาร ตรัสรู้เป็นพระบรมครูของพวกเรา หัดดัดใจ อย่างพระฬสสันดรนะลูก ต่อไปภายฬน้าจะไปทำอะไรก็สัาเร็จฬมด การที่พวกเรามาอยู่วัด วัตถุประสงค์สำคัญ ก็คือมากำจัดนิสัย เสิย ๆ ของดัจเองใหัฬมดไป แล้วเพาะนิสัยดี ๆ ใหัเฑิดข็้นมาแทน นิสัยดี ๆ ๔ อย่าง คือ สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ นี้เรียกว่า \"ฆราวาส ธรรม\" แต่ฆราวาสธรรมก็จำเป็นสำหรับคนเข้าวัดด้วย ไมใช่เฉพาะคนที่ อยู่ทางโลกเท่านั้น เราต้องปลูกฝังธรรมะหมวดนีในตัวเราให้แน่น เมื่อ แน่นแล้วก็ขยายเป็นบารมี ๑๐ ทัศ ในภายหสัง ถามว่าการฝึกหัดขัดเกลาตนเองให้ฆราวาสธรรมทั้ง ๔ สมTjรณ์ แล้วเพิ่มพูนให้เป็นบารมี ๑๐ ทัศ นั้น เราจะท่าเองตามสำพัง ๆ ที่บ้าน ไม่ต้องเข้าวัดไดไหม ก็ต้องตอบว่าไต้ แต่มันช้ากว่ากันมาก เพราะ บรรยากาศที่บ้านกับที่วัด มันต่างกันราวฟ้ากับดิน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเศยตรัสไว้ว่า \"เริตของคนเราที่อยู่บ้าน ครองเรือนเป็นเวิดคับแคบ ต้องแสวงหากามสุขกันตลอดชาติหยุด พูดง่าย ๆ ต้องท่ามาหากินกันไม่รู้จบ ยิ่งกว่านั้นยังเป็นทางมา แห่งธุลี คือกิเลสอีกมากมาย เพราะกว่าจะหาทรัพย์มาเลี้ยงปากเลี้ยง ท้องได้ บางคนต้องตบตีกันไม่เว้น อยู่วัดอย่างไรใท้ก้าวVนา <XG แด่...นักสร้างบารร 1ฮ

ตรงกันข้ามเวิตอุบาสก อุบาสิกา ถือสีล ๘ ตลอดชีวิต รวมทั้ง การบวชเป็นพระภิกษุตลอดชีวิต เป็นทางปลอดโปร่ง เพราะไม่ต้องไป ชิงดีชิงเด่นกับใครอีกแล้ว งานงบที่ ๒ งานรักษาองค์กร อย่างไรก็ดี การอยู่วัดเป็นการอยู่กับหยู่คณะใหญ่ ลมัยใหม่เรียก ว่าอยู่กันเป็นองค์กร อุบาลก อุบาสิกาแต่ละคน พระแต่ละรูปเป็น ลมาชิกขององค์กร วัดหรือองค์กรจะจัดหาลวัลดิการที่เหมาะแก'การ ลร้างบารมีทุกอย่างให้ เพี่อให้ลมาชิกลร้างบารมีไต้เต็มที่ทุกรูปทุกคน และเพี่อให้องค์กรอยู่ได้ สมาชิกทุกรูปทุกคน ก็ต้องชิวยกันทำงานของ องค์กรอย่างทุ่มเทเต็มความรู้ความสามารลด้วย ถ้าลมาชิกไม่ช่วยกัน ทำ งาน องค์กรก็อย่ไม่ไต้ ในขณะที่ช่วยกันทำงานให้กับองค์กร ไม'ว่าจะเป็นงานเล็กน้อย เช่น ปัดกวาด เช็ดถู บริเวณงาน ก่อลร้างกุฏิ ซ่อมแซมตู้ โต๊ะ เก้าอี้ รวมทั้งงานใหญ่ คือลร้างโบลถ์ ศาลา และงานเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ข้ามทวีปไปทั่วโลก ถ้าใครทำงานให้ลุล่วงไปอย่างดี แต่ไม'แกัไขนิถ้ยสันดานที เสียหายทั้งไม่เพาะนิสัยใหม่ๆที่ดีๆให้เกิดขึ้นมาพร้อมๆกันไปด้วย เขาก็ได้แต่งาน แต่ไม่ได้บุญบารมีใด ๆ เป็นเหมีอนลูกจ้างขององค์กร แด่...นักสร้างบารมี ไอ อยู่วัดอย่างไรให้ก้าวหน้า www.kalyanamitra.org

ตรงกันข้าม ล้าหำงานไปด้วย กวดขันแล้ไขนิสัยใจคอไปด้วย รักษา ด้ลไปด้วย งานก็ได้ นิสัยก็ดี บุญบารมีก็เกิด ยิ่งงานตรงไหนยากเท่าไร แล้วเราเข้าไป แล้ไขพยายามขัวยให้ งานลุล่วงไปด้วยดี แลมมีนํ้าใจกับทุก ๆ คน แน่นอนบุญบารมีย่อม เกิดมหาศาล มากจนเกินกว่าใคร ๆ จะนับจะประมาณได้ เพราะฉะนั้น นับแต่นั้Iป งาน!ด ๆ ของห^คณะ ทุกคนต้องร่วม กันรับผิดชอบ ใครอยู่หน่วยงานไหน ก็ต้องทำงานในหน้าที่ของตนใน หน่วยนั้นให้เต็มที่ อยู่แผนกกัลยาณมิตร ก็ทำ หน้าที่ดูแลกัลยาณมิตร ให้ดีที่สุด อยู่ฝ่ายโภชนาการ ก็เตรียมอาหารให้ดีที่สุด อยู่แผนกต้อนรับ ก็ให้ด้อนรับขับ!(ให้ดีที่สุด ไมใช่ต้อนรับขับไล่นะ อยู่ชมรมพุทธศาสตร์ สากล ก็ช่วยดูแลธรรมทายาททั้งประเทศให้ดีที่สุด นั่นคือการทำงานเพี่อรักษาองค์กร แน่นอนขณะทำงานก็ต้องปลูก ฝังนิสัยดีงามไปพร้อม ๆ กัน ขณะทำงานในหน้าที่ ถ้าเจออุปสรรคก็ลุย แ?า1ขกันไป แบบนี้จะทำให้!ด้ทั้งวิริยะ ได้ทั้งขันติ ได้ทั้งปัญญาบารมี เพราะฉะนั้น งานทั้ง ๒ งบ คืองานฝึกห้ดขัดเกลาตนเองให้มีคืล ธรรมยิ่ง ๆ ฃื้นไป กับงานรักษาองค์กรนี้ จึงมีดวามผูกพันกันอย่างแนบ สนิท ดูไปแล้วเหมีอนงานเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วมันคนละงาน มี วัตถุประสงค์ไม่เหมีอนกัน งานฝึกหัดขัดเกลาตนเอง เป็นงานส่วนตัว แต่งานรักษาองค์กรเป็นงานของส่วนรวม อยู่วัดอย่างไรไท้ก้ฑทนา ooo แด่...นักสร้างบารมี Is

งานงบที่ ๓ งานภาวนากลั่นใจให้เข้าถึงธรรมกาย แม้ว่าลูกของหลวงพ่อ จะทุ่มเทปรับปรุงแก!ขนิสัยตัวเองมากมาย อย่างไรก็ตาม พยายามทำงานรักษาองค์กรที่รับผิดชอบ อย่างสุดชีวิต แล้วก็ตาม ถ้าไม่ระมัดระวัง โอกาสตกนรกยังมีอยู่นะลูก ขนาดขยัน ทำ งานกันอย่างนิ้ พยายามแกไขนิสัยตัวเองอย่างนี้แหละ ทำ ไมจึงมี โอกาสตกนรกได้ด้วยล่ะ ? ก็ต้องถามกลับว่า ขณะทำงานเคยขัดใจกันบ้างไหม เคยขุ่นข้อง หมองใจกันไหม เคยหน้าเขียวหน้าเหลืองใส่กัน มีบ้างไหม ? ถ้ามี นั่นแหละคือคำตอบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า \"เมื่อ ใจขุ่นมัวเศร้าหมอง ทุคติย่อมเแนที'ไป\"'' คือถ้าตายตอนนั้น แน่นอน นรกย่อมเป็นที่ไป ขนาดอยู่วัดยังปิดนรกไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ต้องมี งานงบที่ ๓ คือทำใจให้!สควบคู่กันไปด้วย ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกัน ใจไมให้ขุ่นมัวได้ง่าย ๆ แล้ว ยังเป็นวิธีเดียวเท่านั้น ที่จะทำให้!จสงบ หยุดนิ่ง และเข้าถึงธรรมกายในตัวได้ ใครก็ตามแม้พยายามอบรมบ่มนิสัย ขัดเกลาตัวเองมากมาย เท่าไร ทุ่มเทชีวิตทำงานให้องค์กร อย่าว่าแต่ตลอดร้อยปีเลย ต่อให้ร้อย ชาติด้วย ถ้าเขาไม่ฝึกสมาธิ เขาก็ไม่สามารถเข้าถึงธรรมกายได้ เพราะ ถึงอย่างไร ๆ ใจของเขาก็จะไม่ยอมหยุด ไม่ยอมสงบ \" วัตถูปมสูตร, ม.มู. ๑๗/«๒/ร:๓๓ (มมร.) นค่...นักสTไงบารมี ไอ OOC) อยู่วัดอย่างไรใท้ก้■ทหน้า www.kalyanamitra.org

ต่อเมื่อไหร่เขาลงมีอสืกสมาธิแล้วนั่นแหละ ใจจึงจะสงบ ใจจึงจะ หยุด ใจจึงจะนิ่ง ใจจึงจะเข้าไปในสูนย์กสางกายฐานที่ ๗ ได้ ดูแต่ พระเวสสันดรสร้างบารมีครบครันแล้วทั้ง ๑๐ ทัศ แต่ยังไม่สามารถ ทำ ใจให้หยุดนิ่งตรงศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ท่านก็เลยไม'ถึงธรรมกาย ต้องมาเกิดใหม่เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วค้นหาศูนย์กลางกายอีก ๖ ปี จึงหาศูนย์กลางกายเจอ จากนั้นจึงเข้าถึงธรรมกาย ตรัสรู้เป็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ได้เป็นพระบรมครูของพวกเรา สำ หรับพวกเรา ถ้าเข้าถึงพระธรรมกายเมื่อไหร่ ก็หมายถึงว่าเรา มาได้ครึ่งทาง เท้าซ้ายเหยียบโลกมนุษย์ เท้าขวาก้าวเหยียบพระนิพพาน ไปได้ครึ่งทาง ปิดนรกได้สนิท เปิดสวรรค์ไท้กับตนเองได้เต็มที่ ส่วนจะ ก้าวขึ้นไปพระนิพพานได้ทั้งสองเท้าหรือไม่ได้นั้น ยังอีกเรึ่องหนึ่ง ต้อง เพียรกันต่อไปอีก ภาพการปฏิบัติหนาทีการงานทั้ง ฅ งบ จรต้องชัดเจนอย่างนื้ จะขาดสิงใดสิงหนึ๋งไม่ไต้ จะเอาแต่นั่งสมาธิภาวนาอย่างเดียว โดย ไม่ทำงานรักษาองค์กร ไม่ฝึกหัดขัดเกลานิสัยใจคอใด ๆ ทั้งสินไดีไหม ? มันก็ไปไม่ได้ แค่สัจจะไม่พอ จริงจังจริงใจไม่พอ มันก็นั่งสมาธิหสับ คอตกอยู่นั่นแหละ มันไปไม่ได้หรอก บางคนนั่งก็ตั้งใจนั่ง นิสัยเสีย ๆ ก็พยายามจะแก้ แต่ว่า ไม่รับผิดชอบ หยู่คณะก็ไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดเมื่อเข้าอาคารภาวนา ก็ ต้องรับผิดชอบต่อหยู่คณะที่ทำภาวนาด้วยกัน ต้องรู้จักถนอมใจกัน ต้องให้กำลังใจกัน นั่นเป็นงานรักษาองค์กร รักษาหยู่คณะ อีกชนิดหนึ่ง ยิ่งกว่านั้น ในฐานะที่เรามีโอกาสดีกว่าคนอื่น ได้เจริญภาวนา อ^ดอย่างไรให้ก้ฑทน้า ๑๐13 แด่...นักสร้างบารร ไอ

มากกว่าคนอื่น ก็จำ เป็นต้องคอยดูแลพี่ ๆ น้อง ๆ ที่มีเวลาเจริญ ภาวนาน้อย คอยให้สติ คอยเตือนสติให้เขาเหล่านั้นนั่งสมาธิ ไม่อย่าง นั้นถ้าหากพี่น้องยรแย่ งานรักษาองค์กรก็จะหย่อน เมื่องานหย่อน ก็ จำ เป็นต้องดึงพวกเราออกจากอาคารภาวนา มาช่วยงานหยาบ งานของ ทั้งหยู่คณะก็จะรวนหมด จำ เอาไว้ว่า รักจะอยู่ด้วยกัน หน้าทีการงานทั้ง ฅ งบนื้ต้อง ชัดเจน คือ ๑) แกหัดชัดเกลาตนเอง ๒) ช่วยกันรักษาองค์กร ฅ) ดั้งใจเจริญภาวนา ใหัเข้าถึงธรรมกาย ต้องทำให้ครบ ถ้าทำไม่ครบก็ไปไม่รอด ต้องเห็นกันชัด ๆ อย่างนี้ ในที'สุดนี้ ด้วยอำนาจสัจวาจาที'หลวงพ่อกล่าวธรรมของ พระสัมมาส้มพุทธเจ้า และด้วยอำนาจบุญกุศลที่เกิดจากพวกเราทุกคน จะร่วมกันทุ่มเททำงานทั้ง ๓ งบ ให้ครบบริบูรณ์ ไม่ขาดตกบกพร่อง และด้วยอำนาจบุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ้ของพระเดชพระคุณ หลวงฟอวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย อำนาจบุญบารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ้ของพระต้นธาตุต้นธรรม ทั้งหลายขอให้ลูกหลวงพ่อทุกๆรูปทุกๆคนทั้งพระทั้งเณรทั้ง หญิง ทั้งชาย จงเข้าถึงพระธรรมกายโดยง่าย แตกฉานวิชชาธรรมกาย โดยง่าย สามารถปราบมารประหารกิเลสให้สินเชื้อไม่เหลือเศษ ร่วมกัน เป็นหมู่คณะได้โดยง่าย ไปทุกภพทุกชาติ ตราบกระทั่งวันถึงที'สุด แห่งธรรม เทอญ ฯ นฅํ...นักสร้างบารมี Is aoo อยู่วัดอย่างไนัท้ก้ฑทน้า www.kalyanamitra.org

พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตซีโว) • ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย President of Dhammakaya International Society of North America and Europe รองหัวหน้าพระธรรมพูต สาย ๘ • เกิดเมิ่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๓ • สำ เร็จการสืกษาด้ไนกสิกรรมและสัตวบาลบัณทิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และ Diploma of Dairy Technology จาก Hawkesbury College, Australia • อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๔ ธ้น่วาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ ณ พัทธสีมา วัดปากนํ้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากนํ้า ภาษีเจริญ ในขณะดำรงสมณสักดที่ พระเทพวรเวที เป็นพระอุปัชฌาย์ ปรท้ทิพรวพ่อ ๑0๔ แด่...ป้ทสร้างบารร ไฮ