Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เเด่นักสร้างบารมี๑--ok

เเด่นักสร้างบารมี๑--ok

Description: เเด่นักสร้างบารมี๑--ok

Search

Read the Text Version

เพราะถ้าเกิดความรู้สีกอยากเถียงขึ้นมาเมื่อไร ฟ้องว่าใจเรายังชุ่น อยู่อีกเยอะ เท่ากับเป็นการตัดสมบัติของตนเอง ทั้งๆ ทีมีคนมาชี้ ขุมทรัพย์ให้แล้ว แล้ววิธีแก!ขที่ใด้ผลอย่างแน่นอน ก็อย่างที่บอก ถ้าถูกเตือนเมื่อ ใหร่ รีบยกมีอพนมเลย พอท่านเตือนเสร็จ รีบขอบคุณท่านใปอีกคำ แล้วทุกอย่างจะดี จะใปทางเดียวกันใต้ สามารถปฉัJทิฎฐิให้เสมอกันใต้ เรวขน สีลและทิฏฐิ เราอยู่กันจำนวนมาก เรื่อง ๒ เรื่องทีต้องระวังอย่างมาก คือ เรื่องคืล กับเรื่องทีฏฐิ ถ้าดีลใม่เสมอกันเราอยู่ต้วยกันใม่ใต้ แม้ดีลเสมอกัน แต่ทิฏฐิใม่ เสมอกัน เราก็อยู่ต้วยกันไม่ใต้อีกเช่นกัน คำ ว่าทิฎฐิเสมอกันก็อย่าคิดว่า ง่าย ที่นั่งกันอยู่ทั้งหมดนี้อาจมีทิฎฐิเสมอกันในระดับหยาบ แต่ระดับ ละเอียดยังไม่แน่ว่าจะเสมอกันหรีอไม่ ทีฏเของพระล้มมาล้มพุทธเจ้า คือ จะขนคนทั้งหมดโลกไป พระนิพพาน ทีฏเของพระป้จเจกพุทธเจ้าท่านจะเอาตัวรอด ท่านไม่ ขนใครไปตัวย แค'ทิฏฐิที่ต่างกัน ไม่เสมอกันอย่างนี้ ทำ ให้พระสัมมา สัมพุทธเจ้ากับพระปัจเจกพุทธเจ้า ไม่เคยอุบัติขึ้นมาพบกันเลยทุกยุค ทุกสมัย \" สามดามสูตร, ม.อุ. ๒๒/๖๕/๘๗ (มมร.) ทุกอย่างส่าพจได้ด้วยใจใสๆ (รๆร นฅํ...นทสร้า4บารม (ร} www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น พวกเราซึ่งพร้อมหน้ากันตั้งใจอยู่ที่นี่ ต้องปร้บทิฏฐิ ให้เสมอกันให้หมด ปรับว่า เราจะทำใจของเราด้วย ของหมู่คณะด้วย ให้ใสรนทีม สำ หรับวันนี้หลวงพ่อก็ฃอฝากข้อคิดในวันคล้ายวันเกิดของ หลวงพ่อไว้เพียงเท่านี้ ขออาราธนาบารมีธรรมแห่งองค์ลมเด็จ พระล้มมาล้มพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรห้นตเจ้าทั้งหลาย บารมีธรรมที'หลวงพ่อและพวกเราได้ร่วมกันล้งลมอบรมมาด้วยกัน นับร้อยชาติพันชาติ หมื่นชาติแลนชาติก็ดี ในปัจจุบันชาตินี้ก็ดี และที่ พวกเรามีดวามปรารถนาดีให้หลวงพ่อมีอายุยีนยาว มีสุขภาพพลานามัย แข็งแรงลมรเน์ ลามารถเป็นร่มโพธื้ร่มไทรให้กับพวกเราก็ดี ขออำนาจบารมีธรรมทั้งหลายเหล่านี้ จงประมวลรวมเข้าด้วยกัน ให้พวกเราทุกรูปทุกคนในที่นี้ ลามารถปาเพ็ญบารมีไปได้ตลอดรอดฝ่ง ลามารถลร้างบารมีกันเป็นหมู่ เป็นคณะ เป็นทีม ลามารถปรับทีฏฐิ ปรับดีลให้เลมอกันไปทุกภพทุกชาติ ลามารถติดตามทำวิชชาธรรมกาย ร่วมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากนํ้า ภาษีเจริญ (ลด จนฺทลโร) หลวงพ่อธัมมชโย และคุณยายอาจารยีได้ทันทุกภพทุกชาติ ตราบ กระทั่งปราบมารประหารกิเลลให้สินเชื้อไม่เหลือเศษ เข้าพระนิพพาน โดยพร้อมเพรียงกัน เทอญฯ นค่...นักสร้างบารมี ๑ are) ทุกอพ่สํ11ฬีได้ด้วยใจใสๆ www.kalyanamitra.org

I I f www.kalyanamitra.org

F-jJih!*:''. ^--- www.kalyanamitra.org

นักสร้างบารมีต้องไฝมีข้อแม้ โอวาทพระเดชพระคุณพระภาวนาวิริยคุณ {เผด็จ ทตฺต^ว) ในวาระวันคล้ายวันเกิด ๒๑ รันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๒ ลูก ๆ พระเณรที่รักของหลวงพ่อทุกรูป หลวงพ่อเห็นพวกเราทุกรูป ต่างตั้งใจประพฤติปฏิบัติตาม พระธรรมวินัยอย่างดีเยี่ยมมิได้ขาด ก็ชี่นใจ จะไปหาที่ไหนได้ง่ายๆ ภาคปริยัติก็ตังไจรํ่าเรียน ภาคปฏิบัติก็ตั้งไจทำความเพียรเจริญสมาธิ ภาวนา กิจวัตรน้อยใหญ่ก็ไม่ยอมไห้ขาด สามารถเป็นกัลยาณมิตรไห้ แก่ตัวเองได้ไม่มีข้อตำหนิ การบำเพ็ญตนเป็นกัลยาณมิตรไห้แก่ชาวโลก ก็เป็นที่ยอมรับของญาติโยมตลอดมา www.kalyanamitra.org

ความจริงพวกเราได้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมบำเพ็ญจิตให้ ประณีตผ่องใสต่อเนื่องเช่นนี้ มาตั้งแต่เริ่มสร้างวัดพระธรรมกาย หลวงพ่อก็เลยตั้งใจทำของที่ประณีตมาถวาย เพี่อเป็นการบูชาธรรม พวกเรา ให้สมกับที่ว่า \"ของดีต้องดู่กับคนเดี\" หรีอ \"ขันนำกับพานรอง ต้องให้รบกันและงามสมกัน\" หยิบย่ามของพวกเราฃื้นมาดูสิ ลูกเอ๊ย... ย่ามนี้หลวงพ่อตั้งใจ ออกแบบมาเป็นพิเศษ ผ้าที่ใช้ก็คัดแล้วคัดอีก เลือกผ้าชนิดที่ทนจริงๆ หลวงพ่อเคยใช้ย่ามอย่างนี้มาหลายปี เนีอผ้าไม่มียับเลย เวลาซักแล้วสี ก็ไม่ตก ดูเหมีอนใหม่ตลอดเวลา การตัดเย็บกระเปาช้างใน ก็ทำ อย่างประณีต สังเกตดูชิลูกเอ๊ย ชั้นในก็ใช้ผ้าอย่างดีบุ ขอบก็เย็บอย่างเรียบร้อย แม้จะซักกี่คเงๆ รับรองเนื้อผ้าไมม้เหลว ตรงสัญลักษณ์ที่เป็นรูปมือประคองโลกก็ปัก ด้วยดิ้นทอง แสดงให้เห็นว่ามือนี้ไม่ใช่มือธรรมดา มืออย่างนี้แหละที่ ประคองทั้งโลกได้สบายมาก เพราะเจ้าของมือเห็นโลกทั้งโลกแล้ว รูสีก ว่ามันเล็กนิดเดียว คือแค่ลูกปิงปอง ไม่ได้ใหญ่โตอย่างที่คนอื่นเขาคิด ตัวอักษรทุกตัวที่ปักไว้ เป็นอักษรชุดเดียวกับที่ใช้สำหรับเฃียน ป้ายชื่อวัด ที่เห็นอยู่ตรงประตูทางเช้าด้านหน้า อักษรชุดนี้รวมทั้งตัวเลข ด้วย หลวงพ่อใช้เวลาออกแบบเป็นปีๆ ต่อเนื่องกันอยู่เกือบสามปี ทุ่มเทคิดประดิษฐ์ออกแบบตัวอักษรนี้ ชนิดที่หลับก็เอาไปฝืน ให้สังเกต ห้วอักษรทุฑต้วจะกลม ชื่งเแนอักษณะของความนุ่มนวล ขาของตัว อักษรทุกต้วต้ดตรง ไม่เนียง ไม่เขย่ง ให้ความรูดีกเด็ดขาด นักสฑ้งบารมีต้องไม่มีฃ้อแฟ้ SG แด่...นักสร้างบารมี 0 www.kalyanamitra.org

ขนาดของตัวอักษรไม่อ้วนไม่ผอมเกินไป ให้ความรู้สิกมั๋นคง หนักแน่น หางของ ร.เรือ หางของ ธ.ธง ก็ยังรักษาความพลิ้ว และ กลมกลืนกับตัวอักษรอื่นๆ ให้ความรัลืกกลมกลืนกับธรรมชาติ ตัวเลข อักษรไทย ก็คงเอาไว้ไม่ยอมให้สูญ และตัวเลขนี้ก็ไม่อัวนไม'ผอม ไม่เล็ก ไม่โด กำ ลังดีเปนกัน เส้นด้ายสีทองที่ใช้ ก็เลือกแล้วเลือกอีก ทดลองแล้วทดลองอีก จนกระทั่งสรุปได้ว่า ต้องด้ายสีนี้ ขนาดนี้ เกรดนี้ ถึงจะดูดีที่สุด แล้วก็ ออกมาเป็นย่ามอย่างที่เราเห็น ถ้าจะว่าไปแล้ว ย่ามใบนี้เป็นย่ามที่เกิดจากใจที่ประณีตของทุกคน จนกระทั่งร้านที'รับไปทำถึงกับออกปากว่า ตั้งแต่ประกอบอาชีพทำ ล้งฆภัณฑ์มา โดยเฉพาะการทำย่าม เขาเพิ่งจะภูมิใจในฝีมือการทำย่าม พระของเขาในครั้งนี้นี่เอง เพราะว่าเมื่อเอาไปเทียบกับย่ามที่เคยทำตั้งแต่ ไหนแต่ไรมาแล้ว ย่ามชุดนี้ดีที่สุด นอกจากย่ามแล้ว ซองใส่กระดาษเช็ดหน้าก็ใช้ผ้าชั้นดี ออกแบบ ได้พอเหมาะพอสม คำ ขวัญเตือนใจที่หลวงพ่อเขียนด้วยลายมือของตัว เอง ก็เป็นคำที่ตั้นเอาธรรมะที่เป็นหลัก เป็นประธานจริงๆ ที่ทำ ให้ หลวงพ่อได้สร้างบารมีมาได้ตลอดรอดฝังจนกระทั่งถึงวันนี้ คือคำว่า \"นักสร้างบารมี ตัองไม่มีฃ้อแม้\" ท่านจำคำน!ว้ให้ดี หลวงพ่อได้สังเกตมานานแล้ว พบว่าเพื่อน ร่วมสร้างบารมีที่เช้าวัดมาตั้งแต่สมัยเดียวกับหลวงพ่อ นับเป็นร้อยเป็น นค่...นักสร้า'!บาร}! ๑ ffof นักสฑ้งบารมต้องไม่มิข้อแม้ www.kalyanamitra.org

พันคน มาถึงวันนี้ คนที่ยังสร้างบารมีอย่างจริงๆ จังๆ คงเส้นคงวา มี เหลืออยู่ไม่กี่คน ส่วนมากถ้าไม่ลืก ก็ฃอย้ายไปอยู่วัดอื่น อยู่แบบสบาย ไปวันๆ หรีอถ้ายังรักจะทำงานเพี่อพระศาสนาต่อไป ก็มักจะอยู่เดี่ยวๆ รวมตัวกันไม่ติด พบว่าทั้งหลวงพ่อเอง และหยู่คณะของเรา ที่สามารถสร้างบารมี มาได้ตลอดรอดฝังจนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะมีคุณสมบัติที่เป็นหลัก เป็น ประธาน เหมีอนๆ กัน คือ นักสร้างบารมี ต้องไม่มีข้อแม้ ข้อแม้เรื่องเวลา ข้อแม้ประการที่ ๑ เรื่องเวลา พวกเรามักจะชอบนำมาอ้างกัน บ่อยๆ ก็คือ มีเวลาจำกัด ให้เวลาน้อยไป หลวงพ่อจะยกตัวอย่างให้ดู คนส่วนมากเวลาให้งานไปทำ ก็มักจะติดนิลัยมักง่ายเดิมๆ ของตัวเอง คือพอมีเวลาจำกัด ก็มักจะทำไปบ่นไป ถ้าไม่ปน คุณภาพก็หย่อน หริอ ทั้งบ่นทั้งคุณภาพงานหย่อนไปด้วยก็มี เมื่อก่อนหลวงพ่อก็ปล่อยให้เวลาเป็นข้อเม้ จนกระทั่งวันหนึ่งได้ รับการเตือนสติจากหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อก็เลยแกไขตัวเอง เรื่อง ก็มีอยู่ว่า คราวหนึ่งหลวงพ่อได้รับคำลังให้ทำใบฎีกาบอกบุญ ลังวันนี้ ตอนบ่ายๆ พรุ่งนี้ทำนจะใช้แส้ว ท่านบอกเย็นพรุ่งนี้ด้องเสร็จ พูดเป็น เล่นไบ่ วันเดียวเสร็จ หลวงพ่อก็ทำเสร็จเหมือนกัน แต่สีมันไม่ดีเท่าที่ ควร ตัวอักษรก็หัวบอดบ้าง ตัวหักบ้างปนกัน นักสร้างบารมีต้องไม่ม็ข้อแม้ (Sro แด่...นักสร้างบารมี <3 www.kalyanamitra.org

หลวงพ่อธัมมชโยท่านก็ถาม \"พี่เด็จ ทำ ไมงานงวดนี้ไม่เห็น เรียบร้อยเลย ไม่เห็นประณีตเหมือนเมื่อครั้งก่อน\" หลวงพ่อก็ตอบท่านไปแบบฉุนๆ เหมือนกัน \"จะเอาอะไรกับมัน นัก ก็ได้แค่นี้แหละ เอาเร็วด้วย ดีด้วย จะทำเข้าไปได้อย่างไร\" ท่านก็ไม่ว่าอะไร ท่านเฉไปพูดเรี่องอื่นให้หลวงพ่อสบายใจก่อน แล้วเดี๋ยวท่านก็วกกลับเข้า มาเรื่องเดิมโดยไม'ให้รู้ตัว ท่านถามว่า \"พี่เด็จ ตั้งแต่เราเริ่มสร้างวัดกันมา ๕ - ๖ ปี มีงานไหนไม่เร่ง บ้างไหม\" หสวงพ่อก็ตอบสวนทันควัน \"ก็เร่งทุกที ไม่เห็นมีงานไหนไม'เร่ง ลักงานหนึ่ง\" ตอบแบบประชดหน่อยๆ แต่ไม'ถึงกับเสียงแข็งหรอก เพราะทั้งเคารพ ทั้งเกรง ทั้งรัก ท่านเลยตำหนิเปรี้ยงเข้าให้ ท่านว่ายังไง \"พี'เด็จนะ ล้างานเร่ง แล้จปล่อยให้คุผภาพหย่อน ไม่ได้ของชั้นดี ทำ ได้แด่ของหยาบๆ มา ชาตินี้ทั้งชาติ พีเด็จจะไม่มีวันได้ของดีกับเขาหรอก จะได้แด่ของ คุณภาพดรทั้งชาติแหละ\" ท่านพูดทิ้งท้ายแค่นี้ แล้วก็ลุกออกไปเลย ตั้งแต่วันนั้นมา หลวงพ่อไม่ยอมให้เวลาเป็นข้อแม้กับตัวเองอีก เวลาน้อยอย่างไร เร่งแค่ไหน งานมากเท่าไร ผสงานก็ต้องดี และปรากฎ ว่างานออกมาดีได้ตลอดทุกครั้งอีกด้วย ถามว่าทำได้อย่างไร ตรงนี้ยาก แต่ไม่ยากเกินที่จะสืก หลวงพ่อ ทำ อย่างไร นฅ่...นกสร้างบารมี Q (Sro นักสร้างบารมีต้องไม่มิซ้อแม้ www.kalyanamitra.org

ปรรการที่ ๑ ไม่ว่าจะพบเห็นอะไรตลอด สองช้างทางที่ผ่านไป หลวงพ่อจะไม่ยอมปล่อยผ่าน เห็นอะไรที่คิดว่าพอจะเป็นประโยชน์กับ งาน ของเราไนอนาคต หลวงพ่อจะเก็บเป็นตัวอย่าง หรือถ้าเก็บเป็น ตัวอย่างมาไม่ได้ ก็จะจดโน้ต ทำ เป็นบันทึกเอาไว้ ยกตัวอย่างก็แล้วกัน อย่างเช่นย่ามใบนี้ เดิมทึหลวงพ่อไปเจอย่ามใบหนึ่งของพระรุ่นพี่ ท่านใช้มานานแล้ว เห็นปี พ.ศ. ที่เขาปักเอาไว้ มันผ่านมาตัง ๗ ปี ๘ ปี แต่ก็ยังดูใหม่อยู่ ธรรมดาย่ามใบหนึ่งใช้!ด้ปีสองปีเนี้อผ้าก็เหลวแล้ว ยิ่ง ถ้าซักไม่ระวัง ยิ่งไปใหญ่ แต่นึ่ท่านใช้มาแล้วตั้ง ๗ - ๘ ปี ยังดูดี ก็ ถามท่านว่าใช้ทุกวันหรือเปล่า ท่านก็ตอบ '■กี่ปีๆ ก็ใบนี้แหละ\" เพราะคำว่า \"กี่ปีๆ ก็ใบนี้\" หลวงฟอก็เลยรืบคว้ามาดูที่เนื้อผ้า ก่อน แล้วสังเกตสีของมัน หลวงพ่อเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เขียน บันทึกเอาไว้ แล้วก็หากระดาษสีใกล้เคียงกับสีย่ามใบนั้น ตัดเก็บไว้เป็น ตัวอย่าง พอเจอย่ามของใครใช้!ด้นานๆ ท่านองนี้อีก หลวงพ่อก็จะเก็บ รวบรวมข้อมูลเอาไว้ พอถึงคราว ได้ร้บคำสังจากหลวงพ่อธัมมชโยหรือหมู่คณะ ให้ท่า ย่ามไวใช้ หลวงพ่อจึงมีตัวอย่างหลายๆ ตัวอย่างให้เสือก ซึ่งแต่ละ ตัวอย่าง ก็ล้วนชนิดดีๆ ทั้งนั้นที่เราไปพบเห็นมา ก็เลยสามารถเลือก ชนิดที่คิดว่าดีที่สุด แล้วเอามาท่าเป็นย่ามรุ่นแรกๆ ใช้กันในวัดพระ- ธรรมกาย แล้วก็จริงอย่างที่ตั้งใจไว้ คือใช้!ด้เป็นสิบปี นึ่คีอการไม' ปล่อยผ่านไม่ว่าเรื่องอะไรที่พบเห็นตลอดสองช้างทาง นักสร้างบา'!มีต้องไม่รร้อเช่3 (Sr® น(ทํ...นกฝิร้างบารมี G) www.kalyanamitra.org

ประการที่ ๒ ตัวอย่างสิงของที่หลวงพ่อได้มา จะเอาไปให้คนที่ ชอบ หรือลนัดเรื่องนั้น ให้เขาทดลองทำบ้าง ใครที่พอจะมีฝืมือ หรือ ว่าชอบทำเรื่องนั้นๆ เมื่อหลวงพ่อได้รู้เรื่องอะไรใหม่มา มีตัวอย่างอะไร ดีๆ ก็จะเอาไปให้เขาดู แล้วก็สังให้เขาไปลองทำ ลองฝึกฝึมือเอาไว้ เมื่อถึงคราวจะลงมือทำงานจริงๆ ก็ง่าย เพราะมืตัวอย่างอยู่แล้ว และเคยฝึกเขาให้ทำทางด้านนั้นมามากพอแล้ว เดี๋ยวงานมันก็ออกมาได้ ตามที่ต้องการ เพราะฉะนั้น อย่าเรนคนหวงของ หวงวิชา ต้องหมั่น ก่ายทอด หมั่นฝึกคนเอาไว้ หลังจากฝึกแล้ว เขาจะเก่งไปกว่าเราก็ช่าง เขาเก่งน่ะดีแล้ว ถึง เวลาจะได้เอามาใช้งานได้ งานของเราก็สำเร็จด้วย ดีด้วย และเร็วด้วย เขาก็ได้ชื่อเสียง มีหน้ามืตา หลวงพ่อได้ฝึกตัวเองออกมาในลักษณะนี้ ข้อแมในเรื่องของเวลา ก็เลยหมดไป ก็ขอฝากพวกเราเอาไว้ ถ้าเห็นอะไรแปลกใหม่ ต้องลังเกต ต้องไปเก็บตัวอย่างเอาไว้ ทดลองอะไรได้ก่อนก็ทดลองไป ไม่มีโอกาส ทดลองเอง ก็ขายความคิดให้คนอื่น เขาไปทดลอง แล้วเดี๋ยวเราก็จะได้ อะไรต่ออะไรที่ดีๆ ออกมา แล้วเราก็จะเป็นคนที่ไม่มีข้อแมัในเรื่องเวลา พวกเราหลายรูป หลายคน เวลาหลวงพ่อ หรือพระรูปอื่นที่มี พรรษาสูงกว่า มอบหมายงานให้ทำ พอถูกเร่งหนักเข้า มักจะหงุดหงิด บ่นพึมพำไปหมด ถ้าใครมีข้อแม้อย่างนี้ ชาตินี้ทำนายได้เลยว่า ฝืมีอจะ ไม่ถ้าวหน้า ปัญญาจะไม่เพิ่มพูน คุณธรรมมีแต่จะสูญ ทำ แทบตายก็จะ ได้แค่นั้นแหละ แต่ถ้าเป็นคนไม่มีข้อแม้เรื่องเวลา เดี๋ยวก็จะคิดพลิกหา นค่...นักสร้า'!ฃารม (TC) นกสร้างบา•รม็ต้องาม่มีร้อนฟ้ www.kalyanamitra.org

วิธีการใหม่ที่ดียิ่งกว่าเรื่อยไป ฝึมีอก็จะก้าวหน้าข้ามขั้น รุดหน้าไปโดย ไม่รูตัว หลวงพ่อได้ฝึกตนเองมาอย่างนี้ ด้วยบทฝึกสำคัญที่หลวงพ่อ ธัมมชโยท่านไหไว้ ฝึกด้วยคำพูดไม่กี่คำว่า \"ถ้าเร่งแล้วคุณภาพหย่อน ชาตินก็จะได้แด่ชองคุณภาพดาทั้ง ชาติ\" คำ พูดนี้เตือนสติหลวงพ่อ แล้วกลายมาเป็นอุปกรณ!นการพัฒนา ฝึมีอของหลวงพ่อมาโดยตลอด ข้อแม้เรองอุปกรณ์คับทุน ข้อแม้ประการที่ ๒ เรื่องอุปกรณ์กับทุน พวกเรามักจะยกเป็นข้อ อ้างเวลาได้ร้บมอบหมายงานคือ ไม่มีอุปกรณ์ ไม่มีงบประมาณ เวลาไข้ ไห้ทำอะไร ก็บอกว่าเครื่องมือไม่มี งบประมาณไม่มี ก็เราเป็นพระอยู่ไน วัด จะไปเอางบประมาณมาจากไหน ความจริงงบประมาณอยู่ที่ความ ประพฤติชองเรานั่นเอง ว่าน่าศรัทธาเพียงไหน เราเองก็ด้องศรัทธา ดนเอง ไหว้ดนเองได้ คนอื่นเชาเห็น จึงจะศรัทธา เมื่อศรัทธาแล้ว งบ ประมาณด่างๆ จะมาจากปากชองเรา คือบอกบุญเชาไป หลวงพ่อทำย่ามประณีตไว้ไห้เราไข้ครั้งนี้ หลวงพ่อก็บอกบุญแก่ ญาติโยมที่เขาไจบุญ บอกถึงอานิสงส์ของการทำบุญที่ประณีตไห้เขารู้ ก่อน แต่ของประณีตก็ต้องสมกับคนที่ตั้งไจปฏิบัติธรรมอย่างประณีต น้กสร้างบา'!ม็สัองไม่jjmuS (Srar นฅ่...ฟักสร้างบารมี ๑ www.kalyanamitra.org

ด้วยนะ ลูกหลวงพ่อปฏิบัติธรรมประณีต ใครเขาก็อยากทำของประณีต มาถวาย แล้วก็เลยได้ย่ามประณีตมาถวายพวกเราอย่างที่เห็นนี่แหละ งบประมาณก็อยู่ที่ปาก เครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งหลายก็อยู่ที่ปาก แหละลูกเอ๊ย แล้วที่สำคัญที่สุด คือการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม วินัยอันดีงามซองพวกเรานั่นแหละ ทีจะเป็นทีมาซองงบประมาณทั้ง หลาย สำ หรับเรื่องนี้ หลวงพ่อได้บทเรียนสำคัญมาจากคุณยายอาจารย์ ก็ได้เห็นกับตา เชึ้งกับไจตนเองมาแล้ว คือเมื่อเรื่มต้นสร้างวัด เรามีเงิน อยู่ ๓,๒๐๐ บาท แล้วหยู่คณะก็ชักไม่แนใจว่า พื้นที่ ๑®๖ ไร่ จะไซ้ เงิน ๓.๒๐๐ บาท สร้างกันไปตลอดรอดฝังได้อย่างไร แต่ว่าคุณยายก็มืแง่คิด บุมมองที่เป็นอัจฉริยะ ไม่เหมือนคนอื่น ท่านย้อนถามหลวงพ่อว่า \"คุณเด็จ ถ้าจะสร้างวัดนี้ไห้สวยไห้ดี จะต้อง หลวงพ่อก็ตอบท่านไปโดยไม่ต้องหยุดคิด เพราะครุ่นคิดมาก่อน เป็นปีแล้ว \"ถ้าจะไห้สำเร็จสมา^รณ์งดงามดี คงตั้งร้อยกว่าล้านนะยาย\" (ร้อยกว่าล้านไนสมัย พ.ศ. ๒๕๑๓ ต้องถือว่ามากทีเดียว เพทะค่าแรง ฃั้นฒํ่ประมาณวันละ ๒๐ บาทเท่านั้น) ท่านนิ่งสักครู่ แล้วก็พูดต่อ \"คุณเด็จ ถ้าสมมุติว่าเทมืเงินร้อย ล้านอยู่ไนมือ แล้วจะเอามาฝึกคนไห้มืวินัย มืไจรักธรรมะจริงๆ เป็น ชีวิตจิตไจนี่ เงินร้อยล้านจะฝึกคนอย่างนี้!ด้สักกี่คน\" แค่...นักสร้างนารมี CD <srff นักสร้างบารรส์อง''iม่มิร้อนม้ www.kalyanamitra.org

หลวงพ่อก็ตอบไป \"ยาย หมดเงินไปร้อยล้าน ไม่รู้ว่าจะได้สักคน หนึ่งไหม\" ตอบไปอย่างนี้โดยไม่ต้องหยุดคิดอีกเช่นกัน เพราะความเป็น จริง มันก็เป็นอย่างนี้ ท่านก็เลยหัวเราะว่า \"ใช่ หมดพินไปร้อยล้าน ยังไม่แน่ว่าจะได้ คนทีมีจินย รักธรรมะเป็นเวิดจิตใจอย่างจริงจังแม้แด่คนเดียว แด่ ดอนนี้ยายมีแล้วตั้งสิบกว่าคน เพราะฉะนั้น ขณะนี้ยายมีทุนพันกว่า ล้าน\" หลวงพ่อเถียงไม่ขึ้น ก็เราบอกท่านเองว่า เงินร้อยล้าน ฝึกคนได้ สักคนหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ แต่เดี๋ยวนี้หยู่คณะเรามีอยู่ด้วยกัน ๑๐ กว่า คนแล้ว เพราะฉะนั้น ยายมีทุนพันกว่าล้าน ก็นึกในใจว่า กว่าจะสร้าง วัดเสร็จหัวเราล้านก่อนแน่ แต่ว่าความเคารพครูบาอาจารย์ที่มีอยู่ ท่วมท้นใจ ก็เลยไม่กล้าพูดคำนั้นออกไป แล้วในที่สุด วัดก็สำเร็จอย่างที่เห็นนี่แหละ อย่าเอาเงินอย่าเอา อุปกรณ์มาเป็นข้อแม้ เพราะไม่ว่าเงิน ไม่ว่าอุปกรณ์ จะมาได้ก็อยู่ที่คำ พูด และการปฏิบัติตัวมั่นคงอยู่ในกรอบของพระธรรมวินัย ให้เป็นที่ น่าเคารพเลื่อมใส เป็นที'ตั้งแห่งศรัทธา เดี๋ยวทุIเม้นก็มาเอง ที่ว่าน่า ศรัทธานั้นน่ะ ต้องฝึกตัวเองขนาดไหน ? ก็ไม่ต้องมากหรอกลูก เอาว่า พอจะไหว้ตัวเองได้ก็ไช!ด้แล้ว ตรงนี้ก็ฃอฝากเป็นข้อคิดเอาไว้ นี่เป็นบท เรียนที่ได้จากคุณยายอาจารย์ของเรา นักสร้พบ!ใมิต้องไม่ม็ฃ้อเฟ้ arc แด่...นักสร้างบารร Q www.kalyanamitra.org

ข้อแม้เรื่องคน ข้อแม้ประการที่ ฅ เรื่องคน ได้ยินกันเสมอๆ ก็มักจะบอกว่า ขาด คนดีมีความสามารถมาข้วยงาน คือไม่มีคนทำงาน หรีอคนที่มีอยู่ก็หยาบ ทำ งานไม่ประณีตบ้างแหละ ไม'มีความสามารถพอบ้างแหละ ตัวเราน่ะ ทำ งานประณีตจริง แต่ว่าทำอย่างไรจึงจะให้คนอื่นเขาประณีตตามเราได้ สำ หรับเรื่องนี้ คนส่วนมากมักเห็นว่าเป็นปัญหา ที่จริงแล้วคนดีที่ เราอยากได้นั้นน่ะ เขาไม่ได้ตกลงมาเองจากท้องฟัา อยากได้คนดี มากมายขนาดไหน ก็ต้องฝึกฝนกันขึ้นมา อยากจะให้คนอื่นเขาดีตาม เรา ก็ต้องฉลาดในการให้บทฝึกเขา การให้บทฝึกที่สำคัญที่สุดก็คือ ต้องฝึกจากน้อยไปหามาก ฝึก จากง่ายไปหายาก แล้วก็ลอดส่องดูแลเขาอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยปละ ละเลย ให้คิดว่าเขาเป็นลูก เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นญาติ เป็นคิษย์ที่จะต้อง ดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง แล้วเราจะได้คนดีมีความลามารถไว้ทำงานใน คราวต่อไป บทเรียนนี้ หลวงพ่อได้จากหลวงพ่อธัมมชโยอีกเหมือนกัน คือ ตอนเริ่มลร้างโบสถ์ หลังจากตอกเลาเข็มเสร็จเรียบร้อย ก็จะปรับ ระดับหัวเลาเข็มให้เสมอกัน ชุดลงไปใต้ดินประมาณฌตรเศษๆ ทุบ หัวเข็มให้อยู่ในระดับเสมอกัน เทซีฒนต์รัดหัวเลาเข็มไว้ แล้วก็เทฐานราก ตอนเทซีเมนต์ฐานรากนี้เอง เนื่องจากหลวงพ่อเห็นว่า มันชุดลง ไปใต้ดินลึกตั้งฌตรกว่าๆ เพราะฉะนั้น จึงไม่พิถีพิถันในการเทซีเมนต์ นด่...นักสร้างบารมี G) (Srcv พัลท้ทภรมีต้องไม่มิช้อนฟ้ www.kalyanamitra.org

มุ่งเอาความแข็งแรง ความทนทานเป็นตัวตั้ง ความสวยงามมันก็หย่อน ไปหน่อย ไม่ได้ปาดขอบ ไม่ได้ขัดเงาให้ดี หวังเอาความแข็งแรงใ^ด้ก็ พอแล้ว หลวงพ่อธัมมชโยท่านมาเห็นเข้าก็ว่า \"พี'เด็จ ทำ ไมไม่ท่าให้ ประณีตเรียบร้อย แล้วก็ขัดมันให้เงาด้วยล่ะ\" หลวงพ่อก็นึกเถียงในใจ โถมันเสียแรงงาน เสียเวลา กำ ลังคนยิ่ง ไม่พอ ข้อแม้มันเกิดขึ้นมาเยอะเลย ยิ่งกว่านั้นมันยังถูกกลบไว้ใต้ดิน เสียอีก ใครมันจะคุ้ยดิน ดูข็ฌนต์ข้างล่าง ว่าขัดมันหรีอไม่ขัดมัน นี่คือ ความรู้สืกของหลวงพ่อตอนนั้น แต่หลวงพ่อธัมมชโยท่านไม่ได้มองในเรื่องของการเงิน เรื่องเวลา หรีอเรื่องแรงงานเพิ่มขึ้น ท่า'นมองจ่าทำอย่างไร จึงจะ^กคนใ'ทํมีคจาม ประณีต ม^มือ มืดจามสามารถในการทำงานเอาไจ่ใitนภายหน้า ท่านก็บอกว่า \"ถ้าของที่อยู่ไต้ดินหรือของที่เห็นง่ายๆ อยู่ลึกไปแค่ เมตรเดียว แล้วเรายังไม่พยายามเข้มงวดกวดขัน ฝ็กให้เขาทำอย่าง ประณีตเรืยบร้อย ทำ ให้ดีที่สุด จนกระทั่งเป็นนิล้ยติดตัว ถึงคราวเราจะ ต้องปล่อยเขาชื้นไปทำงานบนหลังคา บนช่อ'ห้าตามลำ'พังๆ จะมีปัญหา เพราะเราเป็นพระ'สุ่งสบงอย่างนี้ จะปีนชื้นไปดูก็ไม่ได้ เดี๋ยวตกลงมา ตาย ไม่มีปัญญาชื้นไปตรวจงานหรอก เพราะฉะนั้น เราต้องอบรมเขาตั้งแต่เขายังทำงานง่ายๆ ตรงใต้ดิน นี่ก่อน พอชื้นบนดิน นิลัยประณีตเรืยบร้อยจะไต้ติดตัวมาด้วย เมื่อติด นักสTเงบา'!ม็ต้อ']ไม่มีช้รนม้ (Srcs นส่...'นกส'ภ้งบารมี Gi) www.kalyanamitra.org

ปีนนิสัยแล้ว iLmนไปอ^บนหสังคา ถึงจะต้องทำงานลำบากยังไง เขาก็ จะต้องทำใหไต้ดีถึงที่สุด เพVะคนที่ทำงานประณีตจนเคยแล้ว จะทนดู ทนเห็นผลงานออกมาหยาบๆ ไม่ไหว จะเกิดความรู้ถึกว่ายอมพัไม่ได้\" หลวงพ่อก็เชื่อหลวงพ่อธัมมชโย แล้วก็เข้มงวดกวดขันคนของเรา ตั้งแต่งานใต้ดินกันขึ้นมาเลย แล้วก็เล่าเรี'องนี้ให้หลวงพี'มหาชิโต (พระชิตชัย มหาชิโต อุปสมบทปี พ.ศ. ๒๕๑๗ มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๒) ฟังด้วย ท่านก็เริ่มพิถีพิถันการทำงานหนักเข้าไป ไม่ว่า กรวด ไม่ว่าทราย ก่อนจะผสมคอนกรีตก็เอามาล้างแล้วล้างอีก กระทั่งผนังโบสถ์ด้านนอก ที่เป็นหินล้างนั่นน่ะ เราเอาหินเกรด พิเศษขาวจั๊วะเทออกมาจากธุง แล้วเอามาแช่นํ้า ล้างอย่างดีเลย คัด ด้วย เม็ดไหนมีสีแดงๆ ปนก็คัดออก พวกช่างรับเหมาถึงกับนั่งงง ! คัดกันทุกเม็ดเลยหรีอนี่ ค่าแรงเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ไม่เป็นไร เรายอม จ่ายยอมเสีย เพิ่อให้1ด้คนที่มีสันดานประณีต แล้วอีกอย่างเราก็ไม่ต้อง คอยผวาว่า บนหลังคาโน้น เขาจะทำงานหยาบๆ ทำ หมกๆ เอาไว้หรีอ เปล่า เอาเหล็กผิดขนาดใส่ไว้ไหม ไม่ต้องผวา เพราะขนาดเม็ดกรวดยัง บังคับให้คัดเป็นรายเม็ดเลย นี่คีอวิธีฝึกคนให้ประณีตละ ลูกเอ๊ย เราฝึกคนกันมาอย่างนี้ แล้วในที'สุดเมื่อถึงงานช่วงสุดท้าย หลวงพ่อก็ทดลองปีนขึ้นไปตรวจสอบคุณภาพบนหลังคา ก็พบว่าจริง อย่างที่หลวงพ่อธัมมชโยให้ข้อคิดไว้ แม้ตลอดเวลาเราไม่ได้ปีนขึ้นไปดู เลย พอช่วงสุดท้ายขึ้นไปดู ก็พบว่าเขาทำด้วยความประณีตจริงๆ เพราะเราเพาะนิลัยประณีตให้ตั้งแต่ใต้ดินแล้ว นด่...นักสร้างบารมึ o (jr®; นักสร้างบT5มีฟ้อง!ม่มีข้อแม้ www.kalyanamitra.org

ก็ขอฝากพวกเราไว้ แม้ไม่มีลูกมือ ไม่มืช่างชำนาญให้ใช้ ไม่มืผู้ เชี่ยวชาญมาเป็นมือเป็นเท้า ก็สิกเอาชิ คนเก่งคนดีเหล่านี้ตกลงมาเอง จากท้องฟ้าได้เมี่อไหร่ล่ะ ล้วนต้องสืกฃึ้นมาทั้งนั้น ส์าด้ญว่าต้องแกให้ lllu คือแกจากง่ายไปหายาก แกจากน้อยไปหามาก นล้วติดตามดูอย่าง ใกล้ชิด พบเห็นงานอะไรตรงไหนไม่เช้าท่า ก็บ่นก็ว่าไป พอทำท่าจะท้อๆ จะไม่ไหวแล้ว ก็ให้กำลังใจสักหน่อยไห้ใจฟู เดี๋ยวก็ไปสู1บ่ทำกันต่อได้ แล้วขณะที่ทำงานนะท่าน จำ ไว้ถ้ามีคนทำงานร่วมกันตั้งแต่ ๓ คน ขึ้นไป โบราณท่านว่ามัน จะเริ่มแยกกลุ่มแยกก๊ก ท่านจำเอาไว้นะ ถ้ามี ๒ คนยังไม่แตกก๊กหรอก เพราะยังต้องพึ่งกันและกัน ถ้ามีถึง ๓ คนเมื่อไหร่ ๒ คนแรกเถึยงกัน เริ่มหาพวกเชียวละ จะแย่งคนที่ ๓ มาสนับสนุน จะดูว่าใครมีนิสัยชอบแตกก๊กแตกเหล่า เจ้าอารมณ์อย่างไรหรือไม่ ตั้งแต่ ๓ คนขึ้นไปจะเห็นชัดเลย ถ้ามีแค่ ๒ คนยังดูไม่ออก ขนาด ชัดใจกันไม่รู้เท่าไหร่ๆ เขาก็ต้องช่วยกันอยู่ดี เพราะมีแค่ ๒ คน หาก เห็นแล้วว่า ใครดี ใครแสบ ต้องรีบคัดคนแสบๆ ออกเสียดั้งแด่ต้น ถ้า คิดว่าคนไหนจะสิกไหวก็แยกเอาไปฝึก ต้องตามจํ้าจี้จํ้าไช ถ้าดูท่าฝึกไม่ ไหวก็เอาออกไปเลย อย่าปล่อยทั้งไว้นาน มันจะแว้งกัดเอาในภายหสัง การtlกคนอย่างไฝมีข้อแม้ จากการที่หลวงพ่อได้บทเรียนในลักษณะอย่างนี้ ทำ ให้เกิดความ อดทนขึ้นอีกหลายๆ รูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อดทนต่อการกระทบ กระทั่งได้อย่างดีทีเดียว นักสร้างบT5ม็ต้ผไม่มีข้อแม้ ซ© แด่...นักศ'รางบารมี 0 www.kalyanamitra.org

ยิ่งกว่านั้น ยังทำให้เป็นคนช่างสังเกต มองอะไรต่ออะไรก็เห็นราย ละเอียดทะลุป'!โปร่งหมด เช่น สังเกตจิตใจคนออก เพียงได้เห็นการ เขียนหนังสือของใคร แค่การย่อหน้า การเว้นวรรค แค่นี้ก็รู้สันดานแล้ว ว่าจะมอบหมายงานใหtyให้ได้หรือไม่ มันจะมองเห็นออกไปเป็นช่องๆ เอง ทุกวันนี้หลวงพ่อก็ได้เอาบทเรืยนที่หลวงพ่อธัมมชโยให้มาแต่ครั้ง นั้น มาฝึกเจ้าหน้าที่โดยไม่รู้ตัว ยกตัวอย่างเรื่องการจัดดอกไม้ที่จุดอธิษฐานธรรม เราต้องตี ประเด็นก่อนว่าจัดกันทำไม ? ตอบง่ายๆ ก็คือ จัดเพื่อสร้างบรรยากาศ พอบรรยากาศดี จะช่วยยกใจญาติโยมให้สูงขึ้น สบายขึ้นได้ เอ๊ะ... ก็ ศนเขาตั้งใจมาวัดแล้ว ยังจะต้องมาสร้างบรรยากาศยกใจอะไรกัน อีกหรือ ขอให้พวกท่านไปทดลองดูก็ได้ ตอนเช้าวันอาทิตย์ เวลาญาติโยม ลงมาจากรถบัสใหม่ๆ คันหนึ่งก็จุได้ประมาณ ๕๐ คน ที่ลงมาแล้ว มีหน้าหงิกไม่ตํ่ากว่า ๔๐ คน ท่านไปดูเลย มีหน้าพอจะยิ้มได้สักแค่ ๓ - ๔ คนเท่านิน หลวงพ่อไปดูมาแล้ว ก็ต้องมาค้นหาสาเหตุ ในที่สุดก็พบว่า ตั้งแต่ญาติโยมเหล่านั้นขึ้นรถจากอนุสาวรืย์ชัยสมรภูมิมา บางทีโชเพ่อร์ ไม่ได้บัดฝุ■นภายในรถไวับ้าง นั่งไปทั้งชุดขาวก็เลอะ เขาไม'รู้จะทำ อย่างไรก็ต้องทนนั่ง ขึ้นนั่งบนรถแล้ว บางทิเจ้าหน้าที่ที่ไปอำนวยความ สะดวก จราจรที่ไปปล่อยรถก็ไม่ยิ้มให้เขา แถมสั่งให้ย้ายไปนั่งโน่นนั่งนี่ เขาก็เลยชุ่นใจอีกนั่นแหละ นด่...นักสรไงบารมี <9 นักสร้างบารมิต้aงไม่พอน}!; www.kalyanamitra.org

บางทีก็ต้องนั่งกับคนไม่รู้จัก มารยาทก็ไม่ค่อยจะดี รำ คาญจะ ตาย นึกเร่งอยู่ว่าเมื่อไหร่จะถึงวัดเสียที ดีไม่ดีนึกแช่งว่า คราวหน้าชาติ หน้าอย่าได้เจอกับคนนี้อีกเลย บางทีรถติดนานถึง ๒ ชั่วโมง ออกจาก บ้านตั้งแต่ตี ๕ มาถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ๗ โมง ก็นั่งมานาน ๒ ชั่วโมงแล้ว จากอนุสาวรีย์มาถึงวัดพระธรรมกายอีก ๒ ชั่วโมง รวม แล้ว ๔ ชั่วโมง พอลงรถว่าจะรีบไปเข้าห้องนํ้า เจ้าหน้าที่แผนกต้อนรับก็เข้ามา ทักทาย สวัสดีค่ะ เชัญไปอธิษฐานหน้าองค์พระก่อนนะคะ เขานึก ใส่เลย ความหวังดีของเรา ก็เลยกลายเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ เห็นอะไรก็ พาลจะชุ่นใจไปหมด เจออาหารไม่ถูกปาก ก็หาว่าทำแบบลวกๆ ไป ต่อว่าแผนกอาหาร เจอเจ้าหน้าที่ที่พูดเสียงดังเข้าหน่อย ก็หาว่าเขาพูด ประชดส่งไปเลย แล้วจะแก!ขอย่างไร ก็เลยต้องเตรียมจัดห้องนํ้าสะอาดๆ เอาไว้มากๆ และจัดดอกไม้ สร้ไงความสวยงาม สร่างความสดชื่นขึ้นมาในระดับหนึ่ง เพื่อให้อารมณ์ ดี จากนั้นถึงเวลาสวดมนต์ฟังเทศน์ ใจของญาติโยม ก็จะชุ่มชื่น เบิกบานไต้เร็ว นึ่ยกตัวอย่าง น้กสรางบารมีต้องไม่มิข้อแม้ าอ๏ นด่.„นักสร้างบารมี ® www.kalyanamitra.org

ยิ่งกว่านั้น หลวงพ่อก็ได้อาสัยการจัดดอกไม้นี้ สืกคนของเราให้ รอบคอบ ช่างสังเกต เราเรียนกันมาแล้วในหสักสูตรนวโกวาทที่ว่า เหตุ ที่จะทำให้ตระกูลที่มั่งคั่งตั้งอยู่ได้นานๆ® มี ๔ ประการ คือ ๑. ของหายให้รีบหา ๒. ของเสียให้รีบช่อม ฅ. ให้ของให้รู้จักประมาณ ๔. ไม่ตั้งคนพาลมาเแนเจัๆหน้าที่ หรือหัวหน้า มิฉะนั้น แม้เป็นเศรษฐีก็ด้องล้มละลาย แม้เป็นวัดก็อาจร้างได้ เหมีอนกัน เรารู้อย่างนี้ แต่เราเคยคิดจะสืกคนให้มีความรับผิดชอบสูง ขนาดนั้นกันบ้างหรือเปล่า ? เราเป็นพระเป็นเณรอยู่ด้วยกัน โอกาสที่จะตามชี้แนะเคี่ยวเข็ญ กันเองยังพอมี แต่เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เราจะไปจํ้าจี้จำไชอะไรเขามากก็ ไม■ได้ แม้เขาทำงานทิ้งๆ ขว้างๆ เราไปว่าเขาเข้า ก็จะถูกตัดพ้อว่า ''มาทำให้นี่ก็ดีแล้ว จะเอาอะไรกันนักกันหนา\" เราจะเจอปัญหาแบบนี้ หลวงพ่อก็ต้องหาวิธีฝึกว่าทำอย่างไร เวลาของหายให้รีบหา ก็ สังเกตว่าเวลาเจ้าหน้าที่มาจัดดอกไม้ ถ้าคนไม่รอบคอบ เขาก็จะตัดเอา ส่วนใบ ส่วนกิ่งที่ไม่ต้องการ โยนสุมๆ กองเอาไว้ พอกองสูงมากขึ้นมัน ก็ล้มลงกลบมีด กลบกรรไกร กลบเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ไว้หมด กุลสูตร. องฺ.จตุกุก. ๓(1/๒๕๘/๖๒๓ (มมร.) นฅ่...นักสร้างบารมี ๑ tJO นักสร้างบารมีต้องไม่มีข้อแม้ www.kalyanamitra.org

กว่าจะช่วยกันทำงานเสร็จ ก็ตีหนึ่งตีสอง พอจัดดอกไม้เสร็จแล้ว ความที่รีบเก็บกวาดขยะ ก็เลยกวาดมีด กวาดกรรไกร ลงถังขยะหมด ในที่สุดก็ได้พบว่าทุกครั้งที'มีการจัดดอกไม้ อุปกรณ์ประ๓ทมีด กรรไกร ม้กหายไปเป็นจำนวนมากทุกที หลวงพ่อก็ไปชี้ให้เขาดู โยมทำงานมักง่าย ปล่อยให้ของหายอย่าง นี้ บุญที่โยมได้น่ะ ไม่คุ้มกับที่โยมทำลายสมบัติพระศาสนาหรอก ก็ชี้ให้ เขาดูสาเหตุว่า เพราะในขณะทำงานเขาไม่รู้จักจัดระบบในการวางของใช้ เครื่องไม้เครื่องมีอ ของที่ควรจะทิ้ง ก็ไม่ได้จัดระบบในการทิ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาทำงานไม่มีแผนการ๓บแยกขยะออก จากงาน มีแด่แผนการทำงาน ก็เลยทำให้เสิยทั้งอารมณ์ เสียทั้งเครื่อง ไม้เครื่องมีอ เหนื่อยก็เหนื่อย เพราะฉะนั้น ก่อนจะลงมีอทำงาน จะต้องคิดให้รอบคอบเสียก่อน ว่า อะไรที่เป็นขยะ จำ ต้องหอบ ต้องโกย ต้องเก็บ เราจะทำกันอย่างไร จึงจะรัดกุม ก็ต้องกำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานกันเลยจึงจะดี ถ้า กำ หนดสิงเหล่านั้[ว้แล้ว ขณะทำงานจะทบรื่น เครื่องมือก็ไม่หาย ยิ่ง กว่านั้นต้องวางแผนด้วยว่า หลังจากเสร็จงานแล้ว จะเก็บงาน มอบงาน อย่างไร จึงจะมาทำต่อในคทฺวหน้าไต้สะดวก ต้องวางแผนให้ครบวงจร อย่างนี้ คนส่วนมากม้กจะวางแผนทำงานกัน แด่ไม่ค่อยมีใครวางแผน เก็บงาน ความเสียหายจึงมักเกิดขึ้นตามมา ถ้ามีการวางแผนเก็บขยะ ระหว่างทำงานด้วย นั่นหมายความว่า เทไต้สร้างเทคนิคใหม่ๆ หลายๆ นักสร้พบารม็ต้องไม่รจ้อแม้ tdgt แด่...นักสร้างบารร G) www.kalyanamitra.org

อย่างลงตัว อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ก็ไม่หาย ถึงคราวเก็บงาน ก็จะไม่มี ของเสียมาให้ซ่อม หรือถ้าจะมีก็น้อยมาก การที่ใครจะรู้จักประมาณในการใช้ของ หรือไม'รู้จักประมาณ สังเกตได้ตรงนี้ คือส่วนมากถ้าได้ดอกไม้มามาก ก็จะปักเช้าไปจนหมด ตะบี้ตะบันปักใส่เข้าไปๆ อย่างนี้ใช้เม'ได้ นักจัดดอกไม้ที่ดีเขาจะใช้ ดอกไม้น้อยที่สุด ใช้ใบไม้น้อยที่สุด เขาจัดแจกัน ใช้ดอกไม้ไม้กี่ดอก แต่ก็แลดูสวย บทปีกตรงนี้จะทำให้คนรู้จักประมาณ ความไม'มีข้อแม้ในเรื่องการฝึกฝนตนเองในแง'มุมต่างๆ รวมทั้ง ความทุ่มเทฝึกฝนคนอื่นให้เป็นงานขึ้นมา ตามที่กล'าวมาทั้งหมด ทำให้ หลวงพ่อเองมีผู้ช่วยงานฝีมือดีๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ตลอดเวลา ๒๐ ปี ได้ฝึกเจ้าหน้าที่ฝีมือดีขึ้นมาเต็มวัด ก็อยากจะฝากสิงเหล่านี้เอาไว้ ให้ เป็นข้อคิดกับพวกเราในวาระวันเกิดนี้ ด้วยอำนาจสัจวาจา และความปรารถนาดี ที่มีต่อลูกๆ ทั้งพระทั้ง เณรทุกรูป อุบาสก อุบาสิกาทุกคน ขอให้ลูกๆ จงเข้าถึงพระธรรมกาย โดยเร็วพลัน แตกฉานวิชชาธรรมกายได้โดยง่าย มีบริวารที่มีความรู้ ความสามารถ มีความสะอาดบริสุทธี้ มีจิตใจประณีต ไว้ร่วมสร้างบารมี ได้เป็นจำนวนมาก สามารถสร้างบารมีได้เต็มที่ เต็มอิ่ม เต็มใจ เต็มมือ ร่วมกันไปเป็นหมู'คณะ สามารถติดตามพระเดชพระคุณหลวงพ่อ วัดปากนํ้า ภาษีเจริญ (สด จนฺทสโร) หลวงพ่อธัมมชโย และคุณยาย อาจารย์ได้ทัน ไม่มีใครพลัดพรากตกหล่น ไปทุกภพทุกชาติ ตราบวัน เข้าพระนิพพาน เทอญฯ นฅ่...นักสร้างบารมี ๑ t)(Sr นักสร้พบารมีต้องไม่irtDiuj www.kalyanamitra.org

jivfWM *iJ|*i.«ku.«P.*)«i\"m.*f.\",พ^ _^|พ,ๆ '•; .yvrr . 'i t '• ร์ .. . www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

\" « ตัดสินได้ ตัดใจลง โอวาทพระเดชพระคุณพระภาวนาจิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตซีโว) ในวาระวันคล้ายวันเกิด ๒๑ ธ้นวาคม พุทธตักราช ๒๕๓๓ ขอขอบใจลูกพระลูกเณรทุกรูป ที่ได้ปรารภถึงวันคล้ายวันเกิด ของหลวงพ่อ แล้วจัดพิธีแสดงทุทิตาสักการะขึ้นในวันนี้ โดยอ้างถึง อานิสงส์แห่งพระปาติโมกข์มาเป็นบุญกิริยาถวายหลวงพ่อ สำ หรับตัว ของหลวงพ่อเองนั้น สิงที่ต้องการมากที่สุดขณะนี้ คืออยากจะเห็นพวก เราทุกๆ รูป อย่างน้อยที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตสมณะ สามารถสวด พระปาติโมกข์ คือท่องทบทวนคืลทั้ง ๒๒๗ ข้อของพระภิกพุเป็นภาษา บาลีได้ ในท่ามกลางที่ประซมสงฆ์อย่างคล่องแคล่ว ชัดเจน เลียงตัง กังวานสะท้านโบสถ์ ให้ทั้งพระและเทวดาได้ฟังกันทั่วหน้า www.kalyanamitra.org

เพราะถ้าทำได้ อย่างน้อยก็จะเป็นเครื่องยีนยันว่า เราสามารถ ทรงจำพระวินัยในส่วนที่เป็นแม่บทแห่งการควบคุมตนเองและหมู่คณะ ได้อย่างแม่นย่า และพระวินัยที่เราทรงจำได้เฟนยำแล้วนี้ ก็จะคอย ติดตามเป็นเครื่องกำกับกาย กำ กับวาจา กำ กับใจของเรา ให้ประพฤติ ปฏิบัติอยู่แต่ในกรอบ ในระเบียบแบบแผนอันดีงาม ที่พระล้มมา ล้มพุทธเจ้าทรงวางไว้ เป็นมาตรฐานแห่งการดำเนิน?วิตที่ประเสริฐใน ภาวะของสมณเพศ ผิดพลาดได้'แต่อย่าทำผิดทั้ง ๆ รู้ เนื่องจากพวกเราทุกรูปที่นั่งอยู่ในที่นี้ ยังไม่มีใครหมดกิเลสแม้สัก รูปเดียว เรายังเป็นผู้ที่ต้องฝึกฝนอบรมตนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น เพราะ ฉะนั้น ลูกๆ ทุกรูป รวมทั้งตัวหลวงพ่อเองด้วย จึงต่างมีข้อบกพร่องที่ ต้องแกIขกันอีกไม่น้อยเลย ขณะนี้เรายังมีโอกาสพลั้งเผลอ มีโอกาสทำ ผิดทำพสาดด้วยกันทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นเพียงแค่ทำผิดทำ พลาด อย่าให้ถึงกับทำชั่วเลยนะ เพราะความผิดความพลาดนั้น อาจ เกิดจากความรู้เทำไม่ถึงการณ์บ้าง เผลอสติบ้าง แต่ไม่ได้มีเจตนาหริอ ตั้งใจทำให้เสียหาย \"ผิด\" เป็นความเสียหาย เป็นโทษ เป็นความเดีอดร้อนที่เกิดขึ้น จากความโง่ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะปัญญาม้นหย่อน ไม่ได้แกล้งโง่ แล้วทำลงไป ฟ้ดสินได้ ด้ดใจ!พ CVO แด่...14กสร้างบารมี ® www.kalyanamitra.org

\"พลาด\" เป็นความเสียหาย เป็นโทษ เป็นความเดือดร้อนที่เกิด ขึ้นจากความเผลอสติ คือสติมันหย่อนไป ก็เลยทำความเสียหายสิงใด สิงหนึ่งลงไป โดยไม่ได้มีเจตนา แตในใจจริงแล้วอยากจะให้สิงที่เราทำ นั้นมันดีด้วยชํ้าไป \"ชั่ว\" ๓ดจากการทำผิดทั้งๆ ที่เว่าผิด รู้ว่าทำอย่างนั้นไม่ดี รู้ว่า จะต้องเสียหาย แต่ก็ยังสืนไปกระทำเข้า เป็นพวกแกล้งโง่ ผลที่ได้ร้บก็ คือยิ่งทำก็ยิ่งทุกข์ ยิ่งเดือดร้อน ยิ่งมีดบอด ยิ่งได้บาป ท่านผู้รู้ทั้งหลาย ก็ติเตียน ผู้ที่จะเจริญงอกงามในพระพุทธศาสนาได้ ต้องเป็นคนประ๓ทไม่ ยอมทำชั่ว ไม่ยอมเป็นคนเลว หากว่าไปพลั้งเผลอทำผิดก็ยอมรับว่าผิด พลาดก็ยอมรับว่าพลาด แต่เมื่อผิดแล้วครั้งหนึ่ง แม้หัวเด็ดตีนขาด อย่างไรจะไม่ยอมให้ผิดซํ้า ทั้งจะระวังไม่ให้พลาดชํ้าอีกเป็นอันขาด ถ้า พระภิกทุสามเณรรูปใดสำนึกไว้อย่างนี้อยู่เสมอ ท่านจะมีความก้าวหน้า ในพระธรรมวินัยของพระบรมศาสดาตสอดไป ใจจะถูกยกสูงขึ้นไปตาม ลำ ดับๆ ความบริสุทธี้ก็จะเพิ่มพูนสะสมมากขึ้นเป็นเงาตามตัว และจะ สามารถสร้างบารมีอยู่ได้ตลอดรอดผิงนะลูกนะ เหตุที่สร้างบารมีอยู่ได้ตลอดรอดฝืง ตัวของหลวงพ่อเอง เมื่อถึงวาระวันคล้ายวันเกิดแต่ละปี หลวงพ่อ จะยอมสละเวลาครั้งละนานๆ ย้อนนึกทบทวนถึงการสร้างบารมีของ ตนเองว่า ตลอดปีที่ผ่านมานั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีความก้าวหน้าหรือ นฅํ...นกสร้างบารมี G) era ตัดสินได้ ตัดใจลง www.kalyanamitra.org

ว่าล้าหลังกว่าปีที่แล้วๆ มามากน้อยเพียงไหน มีอะไรจะต้องแก้ไขบ้าง ในปีนี้ก็เช่นกัน หลวงพ่อถามตัวเองว่า เพราะเหตุใดจึงสามารถสร้างบุญ บารมีมาได้ยืนยงยาวนานขนาดนี้ ทั้งๆ ที่งานสร้!งวัด สร้างธุดงคสถาน ของวัดพระธรรมกายเรา ที่งเป็นงานใหญ่มีปัญหาและอุปสรรคมากมาย เมื่อครั้งก่อนที่จะตัดสินใจชื้อที่ดิน เพื่อสร้างธุดงคสถานก็รู้อยู่ เต็มอกว่า ถ้าชื้อที่ดินผีนนี้แล้ว จะต้องพบอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงแน่ๆ เพราะไปขัดผลประโยชน์ของอีกหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกน้ก จัดสรรที่ดิน ที่เขาจ้องตาเป็นมัน เขาอยากได้ที่ดินผึนนี้มาก่อนเราอีก แต่จะเป็นจะตายร้ายดีอย่างไร หลวงพ่อก็ไม'ห่วง เพราะถวาย ชีวิตแก่พระพุทธศาสนาแล้ว ทางใดที่จะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญ รุ่งเรือง ทางใดที่จะทำให้มหาชนพ้นทุกข์ ทางใดที่จะทำให้ตัวเองพ้นนรก ไม่ว่าจะเหนื่อยยากแสนเข็ญเพียงใด ก็จะเทำอย่างสุดฝืมีอสุดชีวิต แด่เมื่อหลวงพ่อเหลียวดูเพื่อนๆ ที่กอดคอส?ไงวัดมาด้วยกันตั้ง แด่ด้น ก็พบว่าค่อยๆ หายหน้าหายดาไปทีละรูปสองเป ทีละคนสอง คน เพื่อนรักทีหอบหิ้วกันมา ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เกษตรสาสตร์รุ่นเดียวกัน บวชพรรษาเดียวกัน บ้ดนื้ก็ขอแยกด้วไป แล้ว รุ่นน้องที่ประคับประคองกันมา จนได้มาบวช มาสร้างวัดเคียงบ่า เคียงไหล่กัน บัดนี้ที่ขอหลบไปอยู่วัดอี่นก็มี ที่ขัดขวางเสียเองก็มี บาง รูปแมไม่ได้หนีไปไหน แต่ว่าสุขภาพไม่อำนวยก็มี บางรูปก็มรณภาพไป ตัดสินได้ ตัดใจลง ททร) แด่...นักสร้างบารฝ็ ๑ www.kalyanamitra.org

แล้ว เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้หลวงพ่อต้องมาทบทวนว่า ทำ ไมเราจึงยัง สามารถสร้างบารมีอยู่ได้ ซึ่งแต่ละปีก็ได้คำตอบเป็นเหตุเป็นผล ลุ่มลึก ชัดเจนขึ้นเป็นลำดับๆ แล้วก็ได้นำมาแจกแจงไห้ลูกพระลูกเณรฟัง หวัง จะไห้ทุกรูปได้ข้อคิด แล้วตั้งหน้าตั้งตา อยู่สร้างบารมีเคียงปาเคียงไหล่ กันไป ไนปีนี้ก็เช่นกัน เมื่อพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว ก็สรุป ได้ว่าเหตุที่หลวงพ่อสามารถสร้างบารมีมาได้ยาวนาน ไม'มีถอยหลัง มีแต่จะคึกคักยิ่งขึ้น ก็เพราะได้ผ่านการฝึกฝนอบรมตนเองไนเรื่อง สำ คัญ ๒ เรื่องไหญ่ๆ คือ ๑. ฝึกตนเองให้เป็นผ้ที่สามารถ \"ตัดสินได้\" และ \"ตัดใจ ๒. ฝึกตนเองให้สามารถ \"ยกระดับความอดทน\" เพิ่มขึ้นไป ได้ไม่มีหยุดยั้ง นด่...นักสร้างบารมี ๑ ตัดสินไต้ ตัดใจลง www.kalyanamitra.org

เรื่องที่ ๑ ตัดสินได้ ตัดใจลง หลวงพ่อได้พูดมาแต่ต้นแล้วว่า คนเราเมื่อยังไม่หมดกิเลส ก็มี โอกาสทำผิดทำพลาดได้ด้วยกันทั้งนั้น แต่อย่าให้ถึงกับถลำไปทำชั่วทำ เลวก็แล้วกัน ^ดก็ตามที่ต้องการควบคุมตัวเอง ให้หยุดยั้งอยู่แค่ผิดกับพลาด ไม'ยอมให้ถลำไปทำชั่ว ไม่ยอมเกลือกกลั้วไปทำเลว และสามารถลด โอกาสความผิดพลาดของตนเอง ที่อาจจะเกิดชื้นในภายภาคหน้า ให้ ลดน้อยถอยลงไปตามลำดับได้ด้วยแล้ว ผู้นั้นมีความจำเป็นจะต้อง สืกฝนอบรมตนโดยเพาะนิสัยสำคัญอย่างหนึ่งชื้นมาให้!ด้ ถ้าไม่สามารถสืกนิสัยสำคัญนี้ ให้เกิดชื้นในตัวเองได้แล้ว ในที่สุด จะกลายเป็นคนเรื่อยเฉื่อย ทำ ผิดทำพลาดลงไปแล้ว ก็ดูเบา คิดว่าไม่ เป็นไร ช่างหัวมันอยู่รํ่าไป เพราะดูเบาว่าคนอื่นผิดอย่างนี้ ชั่วอย่างนี้แม้ ยิ่งกว่าเราก็มีถมไป หากใครเป็นอย่างนี้ ไม่ช้าความวิริยะอุตสาหะที่จะทำความดี ที่จะ แกไขตัวเอง ก็จะหายหดหมดไป ทำ ผิดไปครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยังจะฝืนผิด ซํ้าอีกไม'รู้จบอยู่นั่นแหละ กลายเป็นพระเลวเณรเลวไปในที่สุด นิสัย สำ คัญที่ว'านี้ก็คือ ต้องฝึกตนเองให้เป็นผู้ที่สามารถ \"ตัดสินได้ และ ตัดใจลง\" ตัดสินได้ ตัดไรลง ctfGT นด่...นัทสร้างบารมี Q www.kalyanamitra.org

สามารลตัดสินได้ คือ ต้องคืกษาและสะสมความรู้ความเข้าใจ ธรรมะให้มาก จนกระทั่งพอจะชี้ขาดลงไปได้ว่า อะไรถูก อะไรผิด อะไร ดี อะไรชั่ว อะไรบุญ อะไรบาป อะไรควร อะไรไม่ควร ในทุกแง่มุมที่ ต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม กล้าตัดใจลง คือ ไม'ว่าจะมีเรื่องราวงานการน้อยใหญ่อะไรผ่าน เข้ามาในซีวิตในหน้าที่ ถ้าเกี่ยวข้องหรืออยูในความรับผิดชอบของตัว เอง เมื่อตัดสินแล้วต้องลงมือทำตามที่ตัดสินนั้นทันที จะต้องตัดใจให้ ลงอย่างรอบคอบและไม่ลังเล ไม่รืรอผัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไป แน่นอน เนื่องจากเรายังไม่หมดกิเลส แรกๆ ก็อาจตัดสินผิดไป บ้าง ตัดใจทำช้าไปบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ต้องกล้าตัดสิน เพราะถ้าไม่กล้า ตัดสินจะกลายเป็นคนโลเล จดๆ จ้องๆ ไม่ยอมตัดใจทำในสิ่งที่จะทำให้ ตนเองมืคุณธรรมความดีเพิ่มขึ้น แล้วก็ปล่อยให้ผิดซํ้าๆ อยู่รํ่าไป เมื่อ กล้าตัดสินทุกเรื่องที่ต้องเกี่ยวข้องปอยๆ เข้าก็จะเกิดความชำนาญไป เอง และในที\"สุดการตัดสินก็จะถูกมากกว่าผิด หรือยากจะผิดเสีย ด้วยชํ้า แกตัดสินให้ได้ ตัดใจให้ลงตั้งแต่เด็ก สาเหตุที่หลวงพ่อสามารถตัดสินได้ ตัดใจลงได้ง่ายๆ จนกระทั่ง สามารถติดตามคุณยาย และหลวงพ่อธัมมชโย ประพฤติพรหมจรรย์ มาจนถึงวันนื้1ด้ ส่วนหนื่งเป็นเพราะได้ร้บการฝึกหัดอบรมมาจากที่บ้าน นส่...นทสร้างบารมึ ๑ Clftf ฟ้ดสินได้ ด้ดใจลง www.kalyanamitra.org

ตั้งแต่เล็กๆ แล้วว่า อะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเองแล้ว ต้องตัดสินใหได้ ตัดใจให้ลง ไม่ยอมลังเล โยมพ่อโยมแม่สืกให้หลวงพ่อเป็นบุคคลประเภทที่เมื่อมีเหตุการณ์ อะไรเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวเองแล้ว ต้องหาทางตัดสินให้ได้ และกล้า ตัดใจให้ลง แล้วทำทันที ไม่ปล่อยคาราคาซังเอาไว้ ขืนลังเลลังละ มี หวังโดนพ่อเฆี่ยนยับ บทแกเบื้องต้นง่ายๆ ของท่านคือ ใต้ให้!!]ทำงาน เพียงลำพังๆ ภายในกำหนดเวลา ถ้าทำซักข้า ไม่ทันการณ์ ประเดี๋ยว ได้อดข้าวเย็น ยิ่งกว่านั้น ตอนเด็กๆ เวลาถูกโยมพ่อใช!ม้เรียวทำโทษ ก่อนทำน จะเฆี่ยนแต่ละขวับ ท่านจะถามให้เราทบทวนความผิดว่า ได้ทำอะไรผิด จึงต้องถูกตี ถ้าตอบไม่ถูก ท่านจะอธิบายให้เข้าใจ ต่อจากนั้นเราต้อง พูดทบทวนให้ได้เหมือนที่ท่านบอก และต้องให้เสียงดังฟังชัดด้วย มิฉะนั้น จะโดนเพิ่มโทษ หลวงพ่อได้รับการฝึกให้หมั่นลังเกตการกระทำของตนเอง และ คนรอบข้างอยู่ตลอดว่า ทำ อย่างไรเแนความผิด ทำ อย่างไรแ !นความ ถูกต้อง ทำ อย่างไรเป็นความดี ทำ อย่างไรเป็นความชั่ว ได้เพาะนิลัย ความเป็นคนช่างลังเกตช่างวิเคราะห์ในทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาใน ชีวิต นับตั้งแต่ยังเล็กๆ ทีเดียว เมื่อมาอยู่ในทางธรรม ได้ต้กษาเรืองความถูก-ผิด ดี-ชั่ว บุญ-บาป และความควร-ไม่ควร ตามพระธรรมคำลังสอนของ พระลัมมาลัมทุทธเจ้าแล้ว มิหนำชํ้าคุณยายอาจารย์ กับหลวงพ่อ พ้สินได้ ด้ดใจลง นดํ...นักสร้างบารมี ๑ www.kalyanamitra.org

ธัมมชโยยังสอนให้รู้จักกลั่นใจใหใสเพิ่มขึ้นอีก ก็เลยยิ่งสามารถตัดสิน ได้ตัดใจลงอย่างถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น โอกาสตัดสินใจผิดพลาดมี น้อยลงไปตามลำดับ หลวงพ่อจึงเป็นผู้ที่ตัดสินได้ ตัดใจลงได้รวดเร็ว สมใจคุณยาย และหลวงพ่อธัมมชโย ตลอดเวลาที่มาบวชอยู่ด้วยกัน พวกท่านทุกๆ รูปคงเห็นแล้วว่า หลวงพ่อตัดสินใจทำอะไรไม'เคยชักช้าลังเลสักครั้ง เดียว และเมื่อตัดสินใจแล้วก็ยากที่จะผิดพลาด การตัดสิน หลวงพ่อขอให้คำนิยามสันๆ เพื่อให้สามารถตัดสินได้ว่า อะไร ถูก-ผิด ดี-ชั่ว ควร-ไม่ควร ได้เป็นแนวทางให้พวกเราใช้ตัดสินใจในภาย หน้า เมื่อเจอปัญหาที่ต้องตัดสินให้เด็ดขาดลงไปดังนี้ ๑. ทำ ลูก คือการกระทำอะไรก็ตาม ทั้งที่ตั้งใจ หรือไม่ได้ตั้ง ใจมาก่อน แต่ว่าเมื่อทำลงไปแล้ว ไม่เกิดความเสียหาย ไม'เกิดโทษ ไม่ก่อให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจใดๆ ตามมาในภายหลัง ทั้งแก' ตนเองและคนอื่นๆ มีแต่ประโยชน์เกิดตามมาเป็นพรวน การทำลูก จึงฟ้นการกระทำที่เแนไปตามทำนองคลองธรรมและ เหตุผล เมื่อทำลงไปแล้ว ผลที่ปรากฏตามมาคือ ยิ่งทำมากเท่าใด ใจจะยิ่งใสยิ่งสว่าง เห็นความสว่างเกิดขึ้นมาจากศูนย์กลางกาย ทั้งหลับดาลืมดา ยิ่งทำยิ่งเป็นสุข นด่...นักสร้างบารมี G) cifcjj ตัดสินได้ ตัดใจลง www.kalyanamitra.org

๒. ท่าดี คือการกระทำที่รู้อยู่เต็มอกก่อนจะทำแล้วว่า สิงนี้เป็น สิงที่ถูกต้องแล้วตั้งใจทำด้วยความระมัดระวัง เอาใจจดจ่อ ทำ ด้วย ความมั่นใจ ยิ่งทำยิ่งสุขทั้งกายทั้งใจ ทำ ได้มากเทำไร ก็เห็นบุญเป็นสาย เกิดขึ้นมาจรดศูนย์กลางกายมากขึ้นเท่านั้น ฅ. ควร คือควรทำ หมายความว่าสิงที่ทำลงไปนั้น ถ้าไม่ทำก็ ไม่ผิด ไม่เสียหาย แต่เรารู้ว่าถ้าทำแล้วมันจะดีขึ้น แล้วเราก็ทำลงไป อย่างนี้เรียกว่าควร ทุกอย่างต้องตัดสินได้ ตัดใจลง มนุษย์ทุกคน มีเรื่องให้ต้องต้ดสินใจเป็นประจำทุกวัน วันละ หลายๆ เรื่องด้วยซํ้า ถ้าตัดสินลงไปไม่ได้ ก็จะทำงานต่อไปไม่ได้ อย่า ว่าแต่ทำงานเป็นหยู่คณะใหญ่ๆ เลย แม้งานส่วนต้วก็ทำไม่ได้ เพราะทุก สิงทุกอย่างที่เราเข้าไปเกี่ยวข้อง จะว่าทุกลมหายใจเข้าออกเลยก็ว่าได้ เรามักถูกบังคับให้ต้องตัดสินใจทั้งสิน บางอย่างเราตัดสินด้วยความ ชำ นาญ เพราะถูกผิกมาดีแล้วตั้งแต่เล็ก แต่บางอย่างเราไม่เคยพบเคย เห็นมาก่อน ต้องมานั่งนึกตรึกตรอง ใช้ปัญญาใคร่ครวญตามหลักวิชาที่ รํ่าเรียนมา เสียเวลานานทีเดียวกว่าจะตัดสินได้ เรื่องอะไรบ้างที่เราจะต้อง \"ตัดสิน\" และ \"ตัดใจ\" ในข้วิตประจำ วัน ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ก็แล้วกัน ทุกเข้าพอได้ยินเสียงนาที[กาปลุก ปลุกให้รู้สีกต้วตื่นขึ้นมา เราก็ต้องตัดสินแล้วว่า จะลุกจากที่นอนดี พัสินได้ ด้ดใ^ลง CVC นดํ...นักสร้างบารม ® www.kalyanamitra.org

หรือไม'ลุกดี ซึ่งเราก็ต้องมีหลัก ไม่ใช่เอาแต่ตามใจตัว หาเหตุผลมาอ้าง ต่างๆ นานา เช่น เมื่อคืนเราเข้านอนดึก ถ้าลุกตอนนี้ก็จะกลายเป็นนอนน้อย ไป จะเสียสุขภาพ กลางวันถ้าไปเรียนหนังสือก็จะง่วง ถ้าทำงานก็จะซึม ถ้าไปนั่งสมาธิก็จะนั่งลัปหงกท่ามกลางญาติโยม แล้วก็ตัดใจไม่ลุก นอนต่อไปดื้อๆ เสียอย่างนั้นแหละ นี่ก็เป็นการตัดสินและตัดใจอย่าง หนึ่ง แต่ว่าตัดสินตัดใจแบบตามใจตัวเอง เอาความสบายของตัวเองเป็น เกณฑ์ เลยกลายเป็นเจ้าตัวขี้เกียจเดินไดIปตลอดชีวิต ตรงกันข้าม ถ้าได้ยินเสียงนาฟ้กาปลุกปับ ก็ตัดสินปับว่าการตรง ต่อเวลาเป็นความถูกต้อง แล้วก็ตัดใจลุกพรวดขึ้นมาล้างหน้าล้างตา ไม่กังวลว่าเราเพิ่งเข้านอนหรือไม่ ตัดสินแล้วว่าลุกจากที่นอนตรงตาม เวลาเป็นความถูกต้อง ก็รีบตัดใจลุกขึ้นมาโดยไม'ลังเลเลย อย่างนี้ดี คนที่ทำได้อย่างนี้สมํ่าเสมอ แสดงว่าฝึกตัวมาดีพอ แม้เวลาจะตื่นนอนก็ยังต้องตัดสินและตัดใจ ถึงเวลารับประทาน อาหาร พอข้าวหมดจานจะเติมข้าวอีกหรือไม่ ก็ต้องตัดสินและตัดใจอีก เช่นกัน ในแต่ละวันเรามีเรึ่องที่จะต้องตัดสินตัดใจไปเสียทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกรูปตั้งใจฝึกการตัดสินและตัดใจให้ชำนาญกัน เถอะ หัดตั้งแต่เรื่องส่วนตัวเล็กน้อยเป็นต้นไป แล้วจะตัดสินตัดใจทุก เรื่องได้เฉียบขาด และรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ นด่...นักสร้างบารมี ๑ CSOC ตัดสินได้ ตัดใจสง www.kalyanamitra.org

อานิสงส์ของการตัดสินได้ ตัดใจลง ในทางโลกคนกล้าตัดสินและตัดใจ ย่อมทำงานได้ผลดีและ รวดเร็วกว่าคนอื่น ถ้าอยู่ทางธรรม จะ \"ตัดสินได้\" ว่าอะไรดี-ชั่ว บุญ-บาป ถูก-ผิด ควร-ไม่ควร แล้วก็ \"กล้าตัดใจ\" ที่จะละชั่ว ทำ ดี ละบาป ทำ บุญได้อย่างเฉียบขาดเหนือผู้อึ่น หลวงพ่อก็ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง ว่าที่สร้างบารมี ก้าวหน้ามาถึงวันนี้ มีวันที่ได้มาร่วมสร้างบารมีกับหยู่คณะอย่างผาสุก ก็ เพราะความเป็นคนที่กล้าตัดสินได้ตัดใจเด็ดขาด แล้วก็สามารถตัดสิน และตัดใจได้ถูกมากกว่าผิด เมื่อตัดสินตัดใจแล้วก็ไม่เคยถอยหลังเลย มีแต่เดินหน้าบุ่งความสำเร็จเพียงอย่างเดียว พวกเราหลายๆ รูปในที่นี้ ก็มีความสามารถตัดสินได้ตัดใจเด็ด ขาดรวดเร็วเหมือนหลวงพ่อ เพราะเหตุนี้แต่ละรูปเหล่านั้นจึงได้มาเป็น กำลังสำคัญของวัด ได้มาเป็นหัวหน้ารับผิดชอบงานสำคัญๆ ของหมู่ คณะ ทำ นเหล่านี้พอมีงานน้อยใหญ่อะไรผ่านเข้ามา ก็กล้าตัดสินตัดใจ ได้ฉับๆ แม้อายุพรรษาจะน้อย แต่ก็มีความสามารถมาก น่าสรรเสริญ หลวงพ่อก็ขออนุโมทนา ณ ที่นี้ด้วย ในเวลาเดียวกัน เห็นบางรูปไม่ค่อยชอบตัดสินใจ นึกอยากทำก็ ทำ ไม่อยากทำก็ปล่อยไว้ก่อน แม้อายุพรรษาตนเองจะมาก แต่ลูไป แล้ว อย่าว่าแต่จะทำประโยซน้!หัแก่ส่วนรวมเลย แม้ประโยชน์ส่วนตัว ของทำนเอง ก็ดูเหมือนว่าจะทำได้น้อยเหลือเกิน ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ใครรู้ตัวแล้วก็รีบแก!ขเสียนะลูก พัสินได้ ด้ดใจลง GO นดํ...นักสร้างบา'รมี G) www.kalyanamitra.org

หลวงพ่อเองกว่าจะมองออก เห็นเหตุผลชัดเจนจนสามารถ อธิบายได้อย่างนี้ ก็ผ่านมาจนถึงอายุ ๕๑ ปี เมื่อปีที่แล้วยังมองไม่เห็น ได้ชัดเท่านี้ ปีที่แล้ว จำ ได้ว่าหลวงพ่อบอกพวกเราว่า \"นักสร้างบารมี ต้องไม่มีฃ้อแม้\" นี่เป็นการมองที่ผล ยังไม่รู้สาเหตุว่าทำไมจึงจะไม่มี ข้อแมได้ เพิ่งมารู้สาเหตุในปีนี้ว่า เพราะเราสืกการตัดสินได้และตัดใจลง มาตั้งแต่ยังเด็กยังเล็กนั่นเอง นี่เรี่องง่ายๆ แท้ๆ กว่าจะรู้สาเหตุที่แท้จริง ต้องรอให้ผ่านไปตั้ง เป็นปีๆ ที่เป็นเช่นนี้ เพราะบางอย่างเรามองไม่ออก - บางอย่างมองออก แล้ว แต่ยังทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ บางอย่างทำได้แล้ว แต่อธิบายไม่ได้ บางอย่างอธิบายได้ แตกยังไม่รู้วิธีฝึกคนอื่นให้ทำตามได้ คือยัง ถ่ายทอดไม่เป็น เหล่านี้เป็นต้น การที่หลวงพ่อคุ้นกับการกล้าตัดสินได้และกล้าตัดไจสงอย่าง รวดเร็วนี่เอง ทำ ให้เกิดผลดีอย่างน้อย ๓ ประการคือ ๑. ตัวเราเองกลายเป็นมาตรวัดสรรพสิงทั้งหลายทีต้อง พบพานตลอดสองข้างทาง อย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริงไปโดย อัตโนมัติ เหมีอนคนที่รู้ว่าตัวเองสูงเทำไร เพราะฉะนั้น เวลาเดินผ่าน อะไร ก็รู้ว่าสิงนั้นสูงเทำนั้นเท่านี้ โดยเอาความสูงของตัวเองเข้าไปเทียบ เคียง แทนการใช!ม้บรรทัดไปวัด หรือคนที่รู้ว่าคีบของตัวเองยาวเท่าไร เมื่อเห็นสิงของอะไรก็บอกความยาวของสิงนั้นได้ โดยประมาณเอาจาก ความยาวคีบของตัวเอง ไม่ต้องใซ!ม้บรรทัดไปวัดซํ้าให้เสียเวลา นท่...นักลร้างบารมี ๑ aa ตัดสินได้ ตัดใจลง www.kalyanamitra.org

ในทางโลก เมี่อเรารู้จักความกว้างของลำตัว ความยาวของลำแขน ความสูงของตัวเอง รวมทั้งรู้คุณสมบัติอื่นๆ ของตัวเองดีพอ เช่น อุณหภูมิร่างกายปกติ อัตราการเต้นของชีพจร ฯลฯ แม!ม่ต้องใช้เครื่อง มีอช้ง ตวง วัด เราก็สามารถรู้คุณสมบัติและขนาดของสิงรอบตัวได้ ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างนี้ ในทางธรรม เมื่อเราทำตนเองให้เป็นมาตรฐาน สิงใดที่เราเข้าไป เกี่ยวข้อง ก็จะสามารถตัดสินได้ว่ามันดีหรือชั่ว เป็นบุญหรือเป็นบาป ถูกหรือผิด ควรหรือไม่ควรอย่างไiดยอัตโนมัติเช่นกัน ๒. เห็นช่องทางที'ต้องแก็ไข ต้องปรับปรุงทั้งตัวเองและสิง รอบข้างอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะย่างก้าวไปที่ไหน ท. ไม่ต้องเสียเวลาหยุดคิด เมื่อฝึกตนเองทั้ง ๒ ประการข้าง ต้นได้แล้ว คือ ทั้งเห็นสิงของ ทั้งเหตุการณ์ถูกต้องใกล้เคืยงความเป็น จริง และเห็นช่องทางที่จะแกไขปร้บปรุงสิ่งนั้นๆ ให้ถูกต้องดีงามยิ่งขึ้น แล้วในที่สุดทุกอย่างที่เข้าไปเกี่ยวข้อง จึงไม่ต้องเสียเวลาไปหยุดคิด ก็ สามารถตัดสินและตัดใจได้ทันที ว่าจะต้องแก้ไขปรับปรุงสิ่งเหล่านั้น เป็นขั้นเป็นตอนต่อไปอย่างไร จะเดินหน้าหรือถอยหลัง เห็นฟ้นช่องเป็น ทางไปตลอด จะมีโอกาสผิดพลาดบ้างก็น้อยเต็มที และไม่มีการห่วง หน้าพะวงหลัง แสะถ้ารู้ตัวว่าผิด ก็สามารถแก้ไขโดยฉับพลันได้ กลาย เป็นนักแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามีออาชีพไปโดยปริยาย ฟ้ดสินได้ ด้ดใจรง csts นด่...นักสร้า■«บารมี ® www.kalyanamitra.org

หลวงพ่ออยากให้พวกเราทุกรูป ฝึกตนเองให้มีคุณสมบัติกล้า ตัดสินได้และกล้าตัดใจลง ตั้งแต่ขณะนี้ ถ้าใครยังไม่มีคุณสมบัติที่ว่า ก็ ขอให้ตั้งใจฝึกตนเองขึ้นมาให้!ด้ หากใครมีอยู่แล้ว ก็ฝึกให้ตัดสินตัดใจ ได้รวดเร็วยิ่งๆ ขึ้น ถูกต้องยิ่งๆ ขึ้น แม่นยำยิ่งๆ ขึ้น เมื่อถึงเวลานั่ง สมาธิ จะช่วยให้สามารถตัดเครื่องกังวลใจออกไปได้ฉับๆ เร็วไวสมใจ นึกทุกประการ เหมีอนเจ้าชายสิทธัตถะ พอตัดสินได้ว่าถึงเวลาจะต้องออกบวช แล้ว ก็ตัดใจควบม้าไปเลย ไม่ต้องพิรี้พิไรให้!ครไปหากลดให้ ไปห่อ ข้าวห่อโตๆ มาให้ เดี๋ยวจะหิวกลางทาง ไม'ต้องละล้าละลังอย่างนั้น ท่านตัดใจเด็ดขาดไปเลย ลูกเมียก็ไม่ต้องลากันแล้ว คนที่ฝึกเรื่องการ ตัดสินได้ตัดใจลงมาตลอดข้วิต จะไม่ห่วงหน้าพะวงหลังโดยเด็ดขาด อย่างนี้ นท่...นกสร้างนารมี ๑ GO ลัดสินไค้ ลัดใจลง www.kalyanamitra.org

เรื่องที่ ๒ ความอดทน เมื่อหลวงพ่อมาพิจารณาทบทวนตนเองต่อไปอีก ก็พบว่าบางรูป บางคน เขาก็กล้าตัดสินได้ตัดใจลงได้เร็วเหมือนกัน แต่ว่าเขาตัดสิน ตัดใจสืกไปฉิบ บ้างก็ตัดสินตัดใจออกจากวัดไป หรือบางทีมืเรี่องมื เหตุการณ!ม่งาม ไม่เหมาะสม เขากลับตัดสินตัดใจว่าจะอยู่เฉยๆ อะไร มันจะเสียหายก็ให้มันเสียไป ทั้งๆ ที่ถ้าเขาลุกขึ้14มาแก!ขอะไรสักอย่าง สองอย่าง ก็มืโอกาสจะพสิกสถานการณ์นั้นๆ ให้ดีขึ้นได้ แต่เขาก็ไม่ทำ ทำ ไมจึงเป็นเช่นนั้น ? เมื่อหสวงพ่อได้ตรึกตรองดูแล้ว ก็ตอบตัว เองได้ว่า เพราะ \"ความอดทน\" นั่นแหละเป็นตัวหลัก อดทนต่อความลำบากตรากตรำ โดยทั่วๆ ไปแล้ว ใครก็ตามถ้าไม่ใช่คนประ๓ทไม'เอาไหน หรือ ยรแย'จนเกินไป และตั้งแต่เล็กถูกพ่อแม่อบรมลังสอนมาบ้างแล้ว ความอดทนต่อดินฟ้าอากาศ ความลำบากตรากตรำคงต้องมือยู่ทุกรูป ถ้าไม'มื คงมาไม'ถึงวัดพระธรรมกาย แม้มาถึงแล้วก็คงอยู่ได้!ม'เกิน ๗ วัน เพราะที่วัดเราใช้กลด ใช้สืล ๘ เป็นเครี่องกลั่นกรองคน ถ้าไม่ ยอมทนต่อความลำบาก ก็คงไม'ยอมมุดเข้ากลด คงหนีกลับไปนอน บ้านตังนานแล้ว ตัดสินได้ ตัดใจลง as นด่...โ}'ทสรำ4บารมี ๑ www.kalyanamitra.org

เพราะฉะนั้น ความอดทนในระดับนี้ พวกเรามีกันทุกคน เพียงแต่จะมีมากมีน้อยต่างกันเท่านั้นเอง แต่ความอดทนต่อความ ลำ บากตรากตรำ ยังจัดว่าเป็นความอดทนในระดับอนุบาลเท่านั้น อดทนต่อทุกขเวทนา ความอดทนในระดับสูงขึ้นไป คือ ทนต่อทุกขเวทนา ความเจ็บใข้ ได้ปวย พวกเราทุกรูปที่นั่งอยู่นี่ ก็ล้วนเป็นพวกที่แม้เจ็บไขได้ปวย ก็ยัง โงหัวขึ้นมาทำกิจของสงฆ์ มีธาตุทรหดอยู่ไนตัวกันรูปละไมน้อย ไม่เช่น นั้นคงไม่ยอมทนนอนกลดอยู่เป็นปีๆ ทนทำงานสร้างวัดเคียงบ่าเคียง ไหล่กันมาได้ขนาดนี้ แต่ว่านี้ก็เป็นเพียงความอดทนระดับชั้นประถม เท่านั้น อดทนต่อการกระทบกระทั่ง ลำ หรับหลายๆ รูปที่เข้ามาบวชแล้วสืกไป ทั้งๆ ที่ตั้งไจมาแต่ต้น ว่าจะไม'สืกนั้น ที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ เขาไม่อดหนต่อการกระทบ กระทั่งของเพื่อนฝูง ของฬม่คณะ บางรูปไม่อดทนต่อฬม่คณะใหญ่ๆ ของเรา ไม่ชอบอยู่ร่วมทำงานเรนทีม กับหมู่คณะจำนวนมากๆ ก็ขอ ออกไปอยู่วัดอื่น บางรูปไปแล้วไม่นานก็สีก เพราะตามความเป็นจริง แล้ว ไม่มีที่ไหนในโลก ที่จะไม่มีการกระทบกระทั่งกันเลย นฅํ...นทสร้างบารมี ๑ cr<sr ฟ้ดสินได้ ด้ดใจลง www.kalyanamitra.org

ความอดทนต่อการกระทบกระทั่งนี้เป็นเรื่องสำคัญ เป็นพื้นฐาน ของคนใจใหญ่ คนที่พร้อมจะทำงานใหญ่สร้างบารมีไปเป็นหยู่คณะ ใครอดทนได้ระดับนี้ก็ถีอว่า ขึ้นมัธยมขึ้นเตรียมอุดมแห่งความอดทน แล้ว มีแววจะเอาดีได้มาก อดทนต่ออำนาจความเย้ายวนใจ อย่างไรก็ตาม แม้บางรูปจะอดทนต่อการกระทบกระทั่งได้ดี ตั้ง แต่บวชมา แม้กระทบกระทั่งกับใคร ก็ไม่เคยเอามาเป็นเรื่อง เอามาเป็น อารมณ์ จนกระทั่งใครๆ ก็ยอมรับว่าองค์นี้เรียบร้อย องค์นี้ดี แต่พอ บวชไปได้ไม่กี่พรรษาท่านก็สืก ถามว่าทำไม ''ว่าก็ว่าเถอะ ขอยอมรับ ตรงๆ ก็อยากจะไปมีเมียบ้างนะ\" หรีอบางรูปไม่คิดจะมีเมียหรอก แต่ ว่าอยากอยู่สบายๆ กว่านี้ โธ่เอย...จะเอาอะไรอีก พระเราทุกวันนี้ บ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ ต้องชื้อ จีวรรึห่มยังไม่ทันเก่า โยมก็เอามาถวายไห้เปลี่ยนใหม่แล้ว เจ็บ ปวยก็มีโรงพยาบาล มีหมอมารักษาไห้ฟรี ถ้ายังอยู่ไม่ได้ ก็แสดงว่าไม่รู้ จักประมาณในดจามสะดวกสบาย ไม่อดทนต่อดจามยั่วยวนทางโลก ชื้งเแนสิงยั่วยวนสำหรับพระด้วย ล้าใครมีดวามอดทนขั้นน ก็น็เนสุด ยอดของความอดทน ตัดสินได้ ตัดใจลง cro นดํ...นักสร้างบารร © www.kalyanamitra.org

เพดานความอดทน ทีนี้ พระหลายๆ รูปที่ร่วมสร้างวัดมาพร้อมกันกับหลวงพ่อตั้งแต่ เริ่มต้น เขาก็มีความอดทนทั้ง ๔ ประ๓หนี้แล้ว คือ ทนต่อความ ลำบากตรากตร่าอย่าง ชนิดทำงานผ่านอุปสรรค เคืยงบ'าเคืยงไหล่ มาด้วยกัน ทนต่อทุกขเวทนา ก็ไม่ได้ยิงหย่อนไปกว่าหลวงพ่อ ความอดทนต่อการกระทบกระทั่งรวมทั้งอดทนต่อความยั่วยวน ก็มีไม่ น้อยกว่าหลวงพ่อเลย แต่เขาเหล่านั้น ก็ตัดสินใจออกจากวัดไปหลาย รปแล้ว หลวงพ่อได้มานึกตรึกตรองถึงสาเหตุ ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก็ พบว่าความอดทนทั้ง ๔ ประการ ที่เขามีกันนั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วจะ ถึงจุดตัน ไม่สามารถยกระดับให้สูงไปกว่านี้!ด้อีกแล้ว หลวงพ่อก็มานึก ถามตัวเองต่อว่า ทำ ไมเพดานความอดทนของเรายกสูงขึ้นไปได้เรื่อยๆ แต่เพื่อนที่สืกไปแล้ว ย้ายจากวัดไปแล้วเขายกไม่ขึ้น ก็ได้คำตอบว่า มี สิงสำด้ญ ๒ ประการ ที่จะเแนอุปการะให้ความอดทน ยกระดับสูงขึ้น ไปอีก คือ ๑) ความเคารพครูบาอาจารย์ ๒) ความกด้ญผูเคุณ และตั้งใจดอบแทนพระคุณของท่าน แค่...นักสร้างบารมี ๑ aa ฟ้ดสินนตัดใจลง www.kalyanamitra.org

ความเคารพ หลวงพ่อมานึกย้อนอดีต เริ่มตั้งแต่เมื่อครั้งคิดจะสร้างวัด ตอนนั้นมีเงินกันอยู่เพียง ๓,๒๐๐ บาท คุณยายอาจารย์บอกว่าเราจะ สร้างวัดกันนะ จะสร้างวัดใหญ่ขนาดไหน ถามว่าตอนนั้นหลวงพ่อ นึกออกไหม ก็นึกไม่ออก แล้วทำไมเราจึงสามารถสร้างวัดเต็มพื้นที่ ๑๙๖ ไร่ไล้ ตอนนั้นถ้าจะว่าไปแล้วความรู้ความสามารถล้านการสร้าง วัด หรือการบริหารวัดของหลวงพ่อก็ไม่มี นอกจากมีคุณธรรมเพียงข้อ เดียวเท่านั้น คือครามเคารพครูบาอาจารย์ หลวงพ่อเคารพหลวงพ่อธัมมชโยมาก ตอนนั้นภูมิธรรมท่านสูง แค่ไหน ก็ไม่มีปัญญาไปหยั่งรู้ แต่เคารพในภูมิปัญญาของท่าน ตั้งแต่ สมัยที่เป็นนิสิตมาล้วยกัน ต่อมาจึงเคารพในความบริสุทธิใจของท่าน ทีมีต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และต่อพระพุทธศาสนา ทั้งๆ ที่ท่านยังมีภาระเรื่อง การเรืยนวิชาทางโลกอยู่ แต่เมื่อสอบภูมิรู[นพระไตรปิฎกกันแล้ว ขนาด หลวงพ่อพลิกพระไตรปิฎกถามทีละหน้า ท่านยังตอบได้ฉอดๆ ข้ก เท่าไรๆ ท่านก็ไม่จนมุม แล้วไม่โกรธล้วย ทั้งๆ รู้ว่ากำลังถูกหลวงพ่อ ลองดี หลวงพ่อก็เลยเคารพท่านเป็นอาจารย์ ถ้านอนห้องเดียวกัน ก็ให้ ท่านนอนที่สูงกว่าทุกครั้งไป สำ หรับคุณยายอาจารย์นั้น หลวงพ่อได้ลังเกตการประพฤติ ปฏิบัติตนของท่าน ตั้งแต่แรกๆ ที่มาเป็นลูกคิษย์ ไล้เห็นคุณธรรมของ ท่านมามาก ก็เลยเกิดความเคารพเลื่อมใสในคุณธรรมของท่าน ตัดสินได้ ตัดใจ30 aa นล่...นักสร้างบารมี ๑ www.kalyanamitra.org

ความหมายของความเคารพ ความเคารพไม่ใช่เพียงแค'การกราบการไหว้เท่านั้น แต่หมายถึง การพยายามขุดคัน ควานหาความดีงามทีมอยู่จริงในตัวท่านให้พบให้ ได้ ไม่พบไม่ยอมเลิก ล้าพบเมื่อไร ฑ็ให้พยายามน้อมนำความดีเหล่า นั้น.มาเป็นตันแบบ แลรประพฤติปฏิบัติดามอย่างจริงจังและจริงใจ ละลายพฤติกรรมไม่เข้าท่าเดิมๆ ของเราทิ้งไป ให้พฤติกรรมอันดีงาม ใหม่นั้นๆ เข้ามาแทนที่ เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีความเคารพในท่านใดแล้ว ใหใส่ใจแต่จะถ่ายทอดความดีของท่านเข้ามาไว้ในตัวเรา จนกระทั่งเรา แทบจะกลายเป็นท่าน ท่านแทบจะหลอมละลายกลายเป็นเรา ส่วน ความบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ของท่าน เราก็ตัดทิ้งไป ข้อนี้ขอให้พวกเราระวังให้จงหนัก เนื่องจากคนเราทุกคนเมื่อยังไม่ หมดกิเลส ยังไม่เป็นพระอรหันต์ โอกาสที่จะทำผิดท่าพลาดนั้นมีอยู่ โอกาสที่หลวงพ่อธัมมชโยจะท่าผิดท่าพลาดก็มี คุณยายอาจารย์มีข้อ บกพร่องไหม ก็ต้องตอบว่า มี แต่เป็นข้อปลีกย่อยเล็กน้อย โทใ:}ของ ท่านมีแค'ฒล็ดงา อย่าเสียเวลาไปใส่ใจ ประเดี๋ยวท่านก็แก้ของท่านได้ ว่าแต่โทใฬองเราเถอะ โตเบ้อเร่อบานตะไท ใหญ่กว่าภูเขาเสียด้วยซํ้า เปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่Vเะ เลีอกคัดเอานิสัยดีๆ ของท่านเข้ามาใส่ไว้ในใจ ของเราแทน ยิ่งมากเท่าไรยิ่งดี เพราะฉะนั้น ต่อแต่นึ้[ป ความผิดความพลาด ของท่านเล็กๆ น้อยๆ เราไม่ไปสนใจ ไม่คิดจับผิดท่าน มีแต่จะไปตามดูว่า คุณธรรม ความดีของท่านที'มีอยู่อีกมากมาย ซึ่งเรายังไม'มี หรือมีน้อยมาก แค่...นักสร้างบารมี ๑ C30C ตัดสินได้ ตัดใจลง www.kalyanamitra.org

มีอะไรอีกบ้าง ความดีแต่ละอย่าง ท่านได้ท่านฝ็กของท่านมาได้ อย่างไร แล้วเราจะฟืกด้วเองให้มีคุณธรรมอย่างท่านได้บ้างไหม ให้ ความคิดนีเกิดขนมาแทน นีคีอเนอแห้ของความเคารพ หลวงพ่อเกิดความเคารพแท้ๆ อย่างนี้กับคุณยายอาจารย์ และ กับหลวงพ่อธัมมชโย จึงเกิดความวิริยะอุตสาหะ ทำ งานที่ได้รับมอบ- หมายจากท่านทั้งสอง อย่างชนิดเอาหัววางเขียง เอาชีวิตเป็นเดิมพัน จนกระทั่งสร้างวัดเสร็จมาตามลำดับๆ โดยไม่รู้จักคำว่าท้อ ตั้งแต่วันที่ ท่านบอกว่าจะสร้างวัด หลวงพ่อไม่เคยคิดโต้แย้งเลย ทั้งๆ ที่ยังมองไม่ เห็นหนทางแห่งความสำเร็จเสียด้วยซํ้า เพราะฉะนั้น การสร้างวัดพระธรรมกายที่สำเร็จมาได้ ต้องเรียก ว่าสำเร็จเพราะอา'แภาพแห่งความเคารพครูบาอาจารย์แท้ๆ รนความ เคารพชนิดไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งเน ความกดัญผูรู้คุณ เมื่อตอนจะสร้างธุดงคสถาน ๒,๐๐๐ ไร่ พอหลวงพ่อธัมมชโยมา หารือเรื่องนี้ บอกตามตรงว่า ตอนแรกนั้นในใจหลวงพ่อไม่คิดอยาก สร้างเลย แค่สร้างวัด ๑๙๖ ไร่ ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ท่านอยาก'ผูดก็ ปล่อยให้ท่าน'พูดไป ในใจเราก็คิดเฉยๆ ไม่ถึงกับคัดค้าน แต่ก็ไม่ถึงกับ เห็นดีเห็นงามด้วย แค่ร้บฟ้งไว้ ฒัสินน ตัดใ?ลง 0CO นด่...นักสร้างบารมี G) www.kalyanamitra.org

ในที่สุดหลวงพ่อธัมมชโยท่านมีวิ ดสร้างกำลังใจที่ได้ผลชะงัด ทำ ไปทำมากลับกลายเป็นว่า หลวงพ่อยื่นหน้าไปอาสาสร้างให้ทำน พอ ทำ นถามตอนแรกว่าจะสร้างไหม หลวงพ่อตอบท่านไปเลยว่า \"ยังไม่น่าจะสร้างตอนนี้ น่าจะทำ ๑๙๖ ไร่ที่มีอยู'แล้ว ให้มันดี ก่อนเถอะ !\" ท่านก็ถามต่อเลย \"หลวงพ่อหัตตะ คิดว่าวัดเนี้อที่ ๑๙๖ ไร่นี่ ถ้า ทำ ให้ดีแล้วจะเป็นยังไง\" หลวงพ่อก็ตอบท่าน \"จะเป็นยังไง ก็มีคนมาปฏิบัติธรรมมากขึ้น มีคนมาบวชมากขึ้นน่ะสิ\" ท่านก็ถามต่อ \"คิดว่าวัดเรา ๑๙๖ ไร่ นี่ จะร้บพระได้ลักกี่รูป\" หลวงพ่อก็ตอบ \"มาบวชลักร้อยรูป ก็ยังมีที่อีกเหลือเฟือ วัดใน กรุงเทพฯ มีที่กันอยู่เพียงนิดเดียว ขยายก็ไม่ได้แล้ว ดูอย่างวัดปากนํ้า มีที่อยู่ ๑๐ - ๒๐ ไร่ ยังร้บพระได้ตั้ง ๔๐๐ - ๕๐๐ รูป\" ท่านก็ถาม \"หลวงพ่อหัตตะจะเอาพระ ๔๐๐ - ๕๐๐ รูป มาไว้ใน วัดแค่ ๑๙๖ ไร่จริงๆ หรือ\" พอท่านถามอย่างนี้เข้า หลวงพ่อก็เงียบไปเหมีอนกัน ก็เป็นวิธีที่ จะทำให้เราคิดตามท่านให้หัน ก็ตอบท่านไปว่า \"ถ้ามันได้แค่นี้ ก็ต้องเอา แค่นี้ จะไปทำอย่างไรได้\" แค่...นักสร้างบารมี ๑ «๑ สัดสินน สัดใจรง www.kalyanamitra.org

ท่านรุกต่อเลย \"แล้วถ้ามัพีโอกาสขยายให้มากกว่านี้ได้จะเอา ไหม\" เรามันก็มีเลือดนักสู้ พอถูกท้าอย่างนี้ ก็เฉยอยู่ไม่ได้เหมือนกัน มันก็ต้องลองกันหน่อย ถ้ามืโอกาส แล้วไม่เกินกำลังก็ต้องลองดู ท่านรู้ดีกว่าหลวงพ่อเสียอีกว่า ตอนนั้นเรามืกำลังขนาดไหน ท่าน ก็เลยขยายที่ด้านข้างออกมาอีกหน่อย ประมาณ ๑๐๐ ไร่ ขนาดก็ครึ่ง หนึ่งของพื้นที่เดิม ขยายไปติดสวนมะม่วง แล้วก็ติดแหง็กอยู่แค'นั้น ขยายออกไปทางไหนต่อไม่ได้ พอจัดงานบุญใหญ่ๆ ได้Iม่กี่งาน มันก็ติดขัด ท่านก็รู้อยู่แล้วว่า มันต้องติด แล้วท่านก็มาพูดใหม่ มันต้องได้ลัก ๒,๐๐๐ ไร่ คงจะดี หลวงพ่อได้ยินเข้าก็ทวงสัญญาเอากับท่านเหมือนกันว่า \"แล้วเมื่อไรจะได้นั่งหลับตาทำภาวนาล่ะ\" ท่านก็ไม'ตอบ กลับเฉ ไปคุยเรึ่องอื่นเสีย วันหลังท่านก็กลับมาพูดใหม่ แต่พูดอ้อมๆ โดยยกเป็นอุปมา ทำ นองว่า ''ถ้ามีเรีอใหญ่ลำหนึ่ง เที่ยวพายรับคนที่ตกนํ้า ขณะที่ฝูงสัตวโลก ลอยคอผฤบๆ โผล่ๆ อฝูกลางมหาสมุทร ที่จมนํ้าตายไปต่อหน้าต่อตาก็ มี เราก็เป็นคนหนึ่งที่เคยลอยคออย่กับเขาด้วย ใกล้จะตายเต็มทีเหมีอน z z i1 IZ กัน พอดีเรีอลำนเข้ามารับ แล้วเราขนเรีอ เลยรอดตายได้ ตัดสินได้ ตัดใจสง oc® นด่...นักสร้างบารมี ๑ www.kalyanamitra.org

''พอขึ้นเรือได้แล้ว เราก็ช่วยเขพ่อ ช่วยเขาแจว ช่วยเขาพายไปได้ ระยะหนึ่ง จนรู้ล้กเหนึ่อย เรามีก็ทขึ้ที่จะถามหรือจะโวยกับคนเหล่านั้น ไหมว่า เมื่อไรจึงจะหยุดพายกันเสียที เพราะเราเหนึ่อยแล้ว ในมื่อเขา พายกันมาเป็นร้อยๆ พันๆ ปี จนได้มาช่วยเรา 'ฑอเราขึ้นมาแล้ว พายได้หน่อยเดียวไม่กี่แขย็ก แล้วทำใจเสาะ จะหยุดพาย หยุดคนเดียวไม่พอ ผ่าไปชวนคนอื่นหยุดเสียอีกด้วย แล้วจะใชได้หรือ ?\" \"ผมตั้งใจจะพายต่อไป\" ท่านว่ไฃองท่าน หลวงพ่อก็คิดว่า แล้วเราจะปล่อยให้ท่านพายต่อไปคนเดียวได้ อย่างไร เพราะความกตัญญรู้คุณท่าน ถ้าไม่ได้ท่านหิ้วออกมาจากวง เหล้า ปานนี้เราตกไปอยู่นรกชุมไหนก็ไม่รู้ มาบัดนี้ ท่านตั้งใจจะสร้างบุญสร้างบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ก็เลย ตัดสินใจว่า เราจะทิ้งท่านไปลำพังๆ ไม่ได้ พอตัดสินใจว่าจะทำ มันลืม ทุกสิงทุกอย่างในโสก วางแผนลุยไปเลย คว้ากระดาษมาเขียนแผน ฉับๆ ว่า ถ้าจะเอา ๒,๐๐0 ไร่ มันคงต้องทำอย่างนี้ๆ มั้ง เห็นเป็นทาง ไปเลย ท่านก็นั่งยิ้ม แล้วบอกว่า \"หลวงพ่อทัดตะคิดให้ดีก็แล้วกัน\" แล้ว ท่านก็ลุกไป ปล่อยให้เราคิดทำไปชิทีนี้ นฅํ...นกสร้างนาร}! ๑ oco ตัดสินไค้ ตัดใจลง www.kalyanamitra.org