Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เปิดพรมเเดนโลกเเห่งธรรมOK

เปิดพรมเเดนโลกเเห่งธรรมOK

Description: เปิดพรมเเดนโลกเเห่งธรรมOK

Search

Read the Text Version

เป็ดพรมแดนโลกแห่งธรรม ทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้ว \"สมาธิ\" คืออะไร แล้ว มีวิธีการปฏิบัติอย่างไรให้สามารถทำสมาธิได้ดี ประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้จากสมาธิคืออะไร การนั่งสมาธิ สมถ-วิปัสสนากรรมฐาน เหล่านี้มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร สมถ-วิปัสสนากรรมราน หากกล่าวถึงในแง่หลักการ สมถ-วิปัสสนากรรมฐานเป็น สิ่งที่ต่อเนื่องกัน โดยเริ่มด้นพระสัมมาสัมพทธเจ้าให้สิกสมถ- กรรมฐานก่อน \"สมถะ\" แปลว่า \"การทำใจให้เป็นสมาธิ ให้ใจ นื่งใจสงบ\" ซี่งเป็นเปัาหมายของสมถกรรมฐาน \"สมถกรรมฐาน\" คือ \"สมาธิ\" และ \"วิปัสสนากรรมฐาน\" คือ \"ปัญญา\" \"วิปัสสนา\" คือ เมื่อสิกสมถกรรมฐานจนใจสงบกระทั่ง เกิด \"ญาณทัศนะ\" แล้วอาศัยญาณทัศนะนี้เห็นแจ้งสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง เข่น ระถึกฃาติได้ เห็นการไปเกิดมาเกิดของ สัตว์ทั่งหลาย เห็นไตรลักษณ์ เห็นอริยสัจ เป็นด้น ซึ่งไม่ใช่การ น์กเอาธรรมดา \"วิปัสสนา\" ศัพท์นี้มาจากคำ 2 คำ คือ \"วิ\" แปลว่า \"วิเศษ, แจ้ง, ต่าง\" และ \"ปัสสนา\" หรือ \"ทัสสบา\" แปลว่า \"การเห็น\" แปลรวมกันว่า \"การเห็นอย่างวิเศษ\" www.ka๕lyaMna^mitra.org ๕m:จ.

พระมหาสมขาย ฐานจุฑโฒ M.D.; Ph.D. สังเกตว่าพระสัมมาส้มทุทธเจ้าไม่ทรงใซ้คำว่า \"ความคิด\" แต่ใช้คำว่า \"ความเห็น\" คือคำว่า \"ป็สสนา\" \"วิฟ้สสนาจึง เป็นการเห็นอย่างวิเศษ\" \"เห็นวิเศษ\" คือ ไม่ต้องคิด ทำ สมาซิให้ใจนิ่งจนเกิด ญาณทัศนะ แล้วอาศัยญาณทัศนะไปเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามความ เป็นจริงว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นการเห็นต้วยใจอย่าง แจ่มแจ้งกระจ่าง ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต ระลึกชาติไปดูก็ไต้ เห็นตามความเป็นจริงอย่างนี้ เรียกว่า \"วิปัสสนา\" ถ้าเป็นการ คิดเอาเราไม่เรียกว่า \"วิปัสสนา\" แต่เป็น \"วิปัสสนีก\" คือ เป็นเพียงการนึกเอาเท่านั้น \"วิปัสสนา\" เมื่อเห็นแจ้งถึงสิ่งต่าง ๆ แล้ว เราจะสามารถ ลดกิเลสในใจไต้จริง ๆ แต่สำหรับผู้ที่ \"วิปัสสบึก\"ใช้การคิดเอา เซ่น คิดว่าส้งฃารเราตอนนี้สูเป็นหน่มเป็นสาว อีกหน่อยก็ต้อง แก่เฒ่า แล้วหมดสภาพไป มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา พอนึกเสร็จเรียบรัอยไม่นานก็ลืม พอไปเจอสาว ๆ สวย ๆ หรือ เจอหนุ่ม ๆ หล่อ ๆ ก็หลงใหลชอบพอเขาเช้าอีก เพราะว่าเป็น แค่ \"วิป็สสบึก\" ยังไม่ใซ่ชน \"วิปัสสนา\" พพฉ www.k,alฐyaพnนam^itra.org

เปิดพรมแดนโลกแห่งธรรม ถ้าเฟ้นวิปัสสนาจริง ๆ จะต้องเฟ้นการเห็นอย่างวิเศษ เห็นซัด ๆ โดยไม่ต้องคิด โดยต้องสิกสมถกรรมฐานก่อน ให้ใจ เฟ้นสมาธิจนเกิดญาณทัศนะ แล้วก็เจริญวิปัสสนาต'อเนื่องไป กิเลสก็จะค่อย ๆ ร่อนหลุดจากใจ จนกระทั่งใจหมดกิเลสใน ที่สุด นื่คิอหล้กการสมถะ วิปัสสนา ซึ่งจะปฏิบัติต่อเนื่องกัน คนทั่วไปไม่ค่อยเข้าใจคำว่า สมถะ วิปัสสนากรรมฐาน อย่างลกซึ้งมากนัก มักมีความรู้สึกว่าเวลาที่ตนไต้ไปทำสมาธิ นั้นคือการไปวิปัสสนา แต่ไม่ว่าจะใช้คำว่าอะไร หรือถนัดการปฏิบัติธรรมแบบ ไหน บ้านอยู่ใกล้สถานที่ใด สะดวกแบบใด อะไรที่ขอบถูกอัธยาสัย ก็ให้ไปปฏิบัติไต้เลย เพราะยังดึกว่าไปดื่มเหล้าเมายา ถ้าเราเข้าวัดที่ตัวเองขอบ ตั้งใจสวดมนต์ ทำ สมาธิ จะ เรียกว่า สมถะ วิปัสสนา ก็ได้ตามความถนัด ที่สำ คัญเราอย่าไป โจมดึให้ร้ายกันว่าสำนักนี้ดึ สำ นักนั้นไม่ดึ การโจมตีกันอย่างนี้ ไม่ตี ผิดหลักพระพุทธเจ้า www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานวฑโฒ M.D.; Ph.D. ปีญหาสังคมในขณะนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า ผู้คนเข้าวัดกันมาก เกินไปจนต้องมานั่งทะเลาะกันว่าควรจะไปปฏิบัติธรรมที่ไหนดี แต่ปิญหาคือคนเข้าวัดนอยเกินไป แต่หมกมุ่นอยู่ในอบายมุขมาก เกินไป เพราะฉะนั้น จงเป็นเรื่องที่วัดทุกวัด หรือซาวพุทธทุกคน ที่สนใจการปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว อย่าได้เสียเวลามาทะเลาะกันเลย ให้เอาเวลาไปสักับกิเลสในใจคน หาวิธีการว่าเราจะไปสู้กับ อบายมุขอย่างไรจะดีกว่า โดยทุ่มเทความคิด สติป็ญญา ความรู้ ความสามารถ ช่วยกันดีงผู้คนออกมาจากกองอบายมุข จากเหล้า มุหรื่ ยาบัา การพบัน แล้วมาเข้าวัดปฏิบัติธรรม เรื่องที่จะเข้าวัดไหน ปฏิบัติอย่างไร ขอบแบบไหนก็ทำ ไปเลย ถ้าทุกคนชวนกันทำความดีอย่างนี้ ไม่ข้าไม่นานสังคม โดยรวมก็จะดีขึ้นตามลำดับ www.kalyanamitra.org พ

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม ลำ ดับขั้น สมถ-วิปีสสนากรรมฐาน จริง ๆ ถ้าเราลงรายละเอียด การทำสมาธิ สมถ-วิ■ปิสสนา กรรมฐาน จะมีลำดับขั้นของมัน แต่ว่าหลักสำคัญ คือ ต้องระวัง อย่าไปเหมาเอาความรู้จำ หรือความรู้คืดว่าเป็นความเห็นแจ้ง บางคนเป็นนักคืกษา อ่านหนังสือมามากก็จะรู้ว่าวิป็สสนา นั้นจะต้องมีขั้น 16 ขั้น เรียกว่า ญาณ 16(โสฬสญาณ)เป็นญาณ ที่เกิดแก่ผู้บำเพ็ญวิป็สสนาโดยลำดับตั้งแต่ต้นจนถีงจุดหมาย คือ มรรคผลนิพพาน เวลาปฏิบัติก็นั่งคืตเอาว่าตอนนี้ตนคงจะ ถึงญาณขั้นนั้นขั้นนี้แลัว ซ็่งนั่นเป็นความ \"รู้จ้า ไม่ใช่รู้แจ้ง\" หลักสำคัญคือ ตราบใดที่ยังไซ้ความจำความคิดอยู่ แสดงว่านั่น ยังไม่ไข่ขั้นวินิสสนา จะเป็นวินิสสนาไต้จริง ๆ ต้องพ้นขั้นตอน ของการจ้าการคืด ไปสู่ขั้นตอนของการเห็นแจ้งนั่นเอง www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานวุฑโฒ M.D.; Ph.D. ป้ญญามี 3 ระดับ 1. สุตมยป้ญญา คือ ปัญญาขั้นต้นที่เกิดจากการอ่าน หรือ การฟ้ง โดยไปอ่านหนังสือมา หรือไปฟ้งใครเขาพูดมาแล้วจำไต้ เรืยกว่า \"เจา\" เป็นปัญญาขั้นต้น 2. จินตามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดจากการคืด อ่าน หรือฟ้ง มาแล้วก็คืดทบทวน ตรึกตรอง ทดลอง ต้นคว้าจนเข้าใจ เรืยกว่า \"รู้คิด\" หรือความรู้จากการคิด มีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาอีก ระดับหนึ่ง 3. ภาวนามยปัญญา คือ ปัญญาที่เกิดขึ้นจากการทำสมาธิ ภาวนาจนเกิดญาณทัสนะ และอาคัยญาณทัคนะเห็นแจ้งสิ่ง ต่าง ๆ ตามความเป็นจรึง เรียกว่า \"รู้แจ้ง\" หรือ \"เห็นแจ้ง\" เป็นปัญญาที่จะนำเราไปสู่การตรัสรู้ธรรมไต้ พน^ www.kalyanamitra.org ฟ้พน^ ฟ^้

เปีดพรมแดนโลกแหงธรรม www.kalyanamitra.org

พระมหาสมชาย ฐานรุฑโฒ M.D.; Ph.D. วิป้สสนาเป็นขั้นภาวนามยปัญญาจะต้องไม่พการคิด เมื่อใดยังใช้ความคิดอยู่แสดงว่ายังอยู่ในขั้นจินตามยปัญญา ไม่ใช่วิปัสสนา ต้องช้ามความคิดไปจนเป็นขั้นตอนของการเห็น เห็นแจ้งไปตามความเป็นจริงด้วยญาณทัศนะ พระสัมมาส้มพุทซเจ้า จีงใซ้คำว่า \"วิปัสสนา\" \"การเห็นอย่างวิเศษ\" นั่นเอง เราต้องเช้าใจตรงนี้ อยากรู้ว่าเราเช้าสู่ขั้นตอนการ วิปัสสนาหรือยัง ให้เราตรวจสอบตัวเองว่า เรายังใช้ความคิด อยู่หรือเปล่า ถ้ายังใช้ความคิดอยู่แสดงว่ายังไม่ใช่วิปัสสนา เป็น แค'วิปัสสนึก คนทั่วไปอาจจะสงส้ยว่า เราไม่ไต้นอนหลับจะให้ไม่คิด เลยนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร นั่นเป็นเพราะว่าเรายังไม่เคยมี ประสบการณ์ในขั้นตอนนี้ แต่ถ้าทำใจเป็นสมาธิให้นิ่ง ๆ ถึงจุด A^ . V .. . V เมื่อใด เราก็จะก้าวพ้นจากขนตอนของความคิดไปสู่ฃนตอนของ การเห็น ซึ่งเป็นปัญญาความรู้ที่เกิดขึ้นจากความเห็นแจ้งภายใน โดยไม่ใช้ความคิดเลย www.kalyanamitra.org

เป็ดพรมแดนโลกแห่งธรรม อธิบายอย่างนี้แล้ว บางท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ ขอยก ตัวอย่าง ถ้ามีเต่าไปอธิบายให้ปลาฟ้งว่าข้างบนบกมีลมพัดมา พลิ้ว ๆ เย็นสบาย เมื่อปลาได้ฟ้งแล้วก็ข้กมีน บอกว่าลมพัด พลิ้ว ๆ นื่มันเหมือนกับกระแสนํ้ามาโดนตัวหรือไม่ เต่าจีงตอบ ว่าไม่เหมือน ปลาสงสัยบอกว่าแล้วมันอย่างไรล่ะ หากไม่เหมือน นํ้ามาโดนตัวแล้วมันเหมือนอะไร เต่าอธิบายว่ามันจะร้สีกโล่ง ๆ พลิ้ว ๆ ไงล่ะ ปลานึกอย่างไรก็มืกไม่ออก เพราะในความจริงแล้ว หากเราจะนึกเข้าใจอะไรได้นั้น ด้องอาศัยประสบการณ์ที่ตัวเอง เคยพบเจอนำมาเปรียบเทียบ แต่ในชีวิตนี้ ตั้งแต่เกิดมาปลา ยังไม่เคยอยู่บนบกเลย ไม่ว่าเต่าจะอธิบายอย่างไร ปลาพัง แล้วก็ไม่สามารถเข้าใจได้ www.kalyanamitra.org

พระมหาสมชาย ฐานรุฑโฒ M.D.; Ph.D. ดังนั้น ในเบื้องดันให้เราเข้าใจโดยภาพรวมอย่างนี้ก่อน แล้วตั้งใจปฏิบัติทำสมาธิต่อไปให้ดี เมื่อถึงจุดเราจะพบจาก ประสบการณ์ของตัวเราเองว่า วิปสสนา \"การเห็บอย่างวิเศษ\" ที่ไม่ใช่ \"การนึกคิดเอา\" นั้นเป็นอย่างไร สรุปในขั้นต้นโดยหลักการก็คือ ไม่ว่าใครจะปฏิบัติ อย่างไรก็ฃอให้ปฏิบัติเถิด แล้วก็ให้ข้กซวนกันมาปฏิบัติธรรม มาก ๆ สุดท้ายภาพรวมของลังคมก็จะดีฃึ้น ที่สำ คัญคือเมื่อปฏิบัติแล้วอย่าไปติดทิเ ติดสำนักอาจารย์ แล้วมุ่งโจมตีให้ร้ายกัน จะกลายเป็นว่า เข้าวัดแล้วแบกบาป เข้าไปต้วยโดยไม่รู้ตัว กรณีต่างศาสนากันเรายังไม่ว่าร้ายกันเลย แล้วจะมาว่าร้าย คบในศาสนาเดียวกันนั้นไม่ควรอย่างยิ่ง พระสัมมาล้มทุทธเจ้า ฅรัสลั่งว่า \" คือ \" V , เราจึงไม่ควร ว่าร้ายกันเพราะผดหลักการใน พระพทธศาสนา www.kalyanamitra.org

^''' - www.kalyanamitra.org

'.ไ- การนั่ง าธิ ประจำวัน www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม หลายคนยังมองว่าการนั่งสมาธิเป็นเรื่องของพระภิกษุ ที่ต้องนั่งทุกวัน แล้วฆราวาสอย่างเรามีความจำเป็นมากน้อย แค'ไหนที่จะต้องนั่งสมาธิทุกวันเหมีอนกับพระภิกษุ แล้วถ้าทำ อย่างนั้นไต้จริง ๆ จะเกิดผลดีกับตัวเราเองอย่างไร คนเราประกอบด้วย \"กาย\" กับ \"ใจ\" พระภิกษุก็มีกาย กับใจ ฆราวาสเองก็มีกายกับใจเซ่นเดียวกัน คนเราต้องกินข้าวทุกวัน ต้องอาบนํ้าเป็นประจำทุกวัน เพราะ \"อาหารกาย\" คือ ข้าวปลาอาหาร พอร่างกายเราเอง มีฝ่นละอองจับ มีเหงื่อไคลมากเข้า เราก็ต้องอาบนํ้าชำระสิ่ง เหล่านี้ออกไป แล้วใจเราล่ะ \"อาหารใจ\" คือ ธรรมะ,บุญ การ ชำ ระใจให้สะอาดผ่องใสก็คือการสวดมนต์ ทำ สมาธิภาวนา ตรองเพียงแค่นี้เราก็จะไต้คำตอบแล้วว่า ผู้ที่จะต้อง สวดมนต์ ทำ สมาธิภาวนาเป็นประจำไม่ใช่เฉพาะพระภิกษุ เท่านั้น แต่ฆราวาสญาติโยมก็ต้องปฏิบัติเหมีอนกัน เพราะเราก็มี กายกับใจเหมีอนกันกับพระภิกษุนั่นเอง เพียงแต่พระภิกษุ ต้องปฏิบัติอย่างเต็มที่ เพราะว่ามีเฟ้าหมายโดยตรงที่จะบวซเพื่อ ม่งนิพพาน www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานจุฑโฒ M.D.; Ph.D. ^ดที่สวดมนต์ ทำ สมาธิภาวนาอย่างสมํ่าเสมอ ใจก็จะ ถูกชำระให้สะอาด เกิดความผ่องใส อารมณ์ดี เบิกบาน ไม่ หงุดหงิดโมโหง่าย เพราะใจถูกสะสางจัดระเบียบไปเรื่อย ๆ ความเครียดในใจก็ลดลง ใจโปร่ง เบาสบาย มีความสุข แต่สำหรับผู้ที่ไม'เคยสวดมนต์ ทำ สมาธิภาวนาเลย จะมี ความเครียดสั่งสมโดยไม่ร้ตัว หน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งวัน สุดท้ายสติ ขาดพร่ามัวไปเลยก็มี และถ้าสมาซิกในครอบครัวได้สวดมนต์ ทำ ภาวนาเป็นประจำ บานก็เย็น ใครเข้าใกถ้ก็รู้สึกสบายใจ www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม การนั่งสมาธิอย่างถูกวิธี การทำสมาธิในท่ามาตรฐาน คือ นั่งขัดสมาธิ แต่สำหรับ ผู้เ1กนั่งใหม่ ๆ อาจจะยังไม่คุ้นชิน ก็ให้พยายาม15นแล้วจะค่อย ๆ นั่งได้นานขึ้นไปเอง บางคนยังไม่คุ้น นั่งได้แค่ 5 นาที ก็รัสีกว่า เมื่อยแล้ว แต่พออดทนทำไป ฝานไป 1-2 สัปดาห์ ก็จะนั่งได้ นานขึ้น ๆ บางท่านนานเข้า ๆ ก็นั่งได้ถงครึ่งชั่วโมง 1 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงเลยก็มี ถ้าเรารู้สึกว่าเมื่อยมากจริง ๆ ก็สามารถเปลี่ยนท่าจาก นั่งขัดสมาธิมาเป็นนั่งพับเพียบแทนกึโด้ แต่ในขณะเปลี่ยนท่าก็ ให้รัก'ษาใจนิ่ง ๆ เอาไว้ที่กลางห้อง แล้วจึงเปลี่ยนท่าโดยไม่ จำ เป็นด้องลืมตา เพื่อที่เราจะได้ทำสมาธิต่อไปได้ www.kalyanamitra.org

พระมหาสมชาย ฐานรุฑโฒ M.D.;Ph.D. สำ หรับผู้สิกนั่งสมาธิที่มีอายุมาก เข้าสู่วัยชรา หรือเคย ประสบอุบัติเหตุมาก่อน ส่งผลใหมีปัญหาทางด้านร่างกาย ก็ สามารถนั่งทำสมาธิบนเก้าอี้ได้ สมาธินั้นทำได้ทุกทำ จะนั่งพื้นก็ได้ นั่งขัดสมาธิ นั่ง พับเพียบ หรือนั่งเก้าอี้ก็ได้ กระทั่งคนปวยที่อยู่บนเตียงใน ท่านอนก็ยังทำสมาธิได้ แตีผู้ที่ยังแฃงแรงอยู่ไม่ควรทำสมาธิ ท่านอน เพราะว'ามักจะทำได้ไม่นานแล้วก็เผลอหลับไป เพราะฉะนั้น ทำ ที่เหมาะที่สุด คือ ท่านั่งขัดสมาธิ ที่ง เป็นท่าพื้นฐาน พระสมมาลัมพุทธเจาตรัสรู้ธรรมก็ในทำนี้เอง ให้เราสิกทำให้คุ้น ล้ารู้สีกเมื่อยจริง ๆ จึงค่อยขยับเปลี่ยนท่า โดยรักษาใจนิ่ง ๆ ไว้ www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม ออก่ไปนนสิามารถทำได้.แต่ว่าไม่ แนะนำให้ทำ เพราะการนังสมาธิ ทีถูกแนวทางจริง ๆ นัน จิตของ % เราจะอยู่ในตัว ไม่ได้ออกไปไหน คนที่นั่งสมาธิแล้วยังไม่รู้หลักจริง บางท่านจะมีความ รู้สึก เหมีอนลับว่าตัวเองมีกายอีกกายหนึ่งแยกออกมา เช่น ตัวของเรายังนอนอยู่บนเตียง แล้วก็มีกายอีกกายหนึ่งลอยขึ้นมา บนเพดาน มองลงมาแล้วเห็นตัวเองนอนอยู่ที่พื้นอย่างนี้ก็มี บางครั้งลอยไปถงยอดตาลเลยก็มี ซึ่งไม่แนะนำให้ทำอย่างนี้ เพราะว่าเหมือนเอาใจออกจากตัว เหมีอนทิ้งเรือนเอาไว้ไปอยู่ ที่อื่น คนอื่นอาจจะมาอยู่แทนได้ เพราะฉะนี้นให้เอาใจอยู่ในตัว ตามหลักที่พระเดชพระคุณหลวงปูว้ดปากนี้า ภาษีเจริญ ท่าน สอนไว้คือ \"เอาใจอยู่ในตัว ไม่ตัองไปไหน\" www.kalyanamitra.org

คนไม'รู้หลักมักมีความ รู้สึกว่า ถ้าอยากจะไปไหน เซ่น อยากจะนั่งสมาธิแล้วไปดูนั่นดูนี่ ก็ต้องถอดจิตออกไปดู แต่ถ้ารู้ หลักจริง ๆ แล้ว ตั้งใจจะลูอรis;,, ให้เอาใจนั่งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย ใจจะขยายออกไปจนสามารถ คลุมได้ทั้งโลก คลุมได้ทั้งจภรวาล ถ้าจะดูโลกทั้งโลก ดูจักรวาลทั้งจักรวาล ก็ให้ดูที่ศูนย์ กลางกายของเรา ไม่ต้องเอาใจไว้นอกตัวเลย นี้คือความแปลกของ ของละเอียด คือ ถ้าเป็นของหยาบ \"ของเล็กอยู่ใน ของใหญ่ อยู่นอก\" เซ่น ตัวเราต้องเล็กกว่าห้อง เราถึงอยู่ในห้องนี้ได้ของ เล็กต้องอยู่ข้างใน ของใหญ่ต้องอยู่ข้างนอก แต่ของละเอียดนี้น ตรงกันข้าม คือ \"ยิ่งเข้าไปข้างใน ยิ่งใหญ่ สิงที่ใหญ่ซ่อนอยู่ในส์งที่เล็ก\" www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม ในครั้งพุทธกาล เคยมีพระภิกษุสงสัยไปกราบทูลถาม พระสัมมาสัมพุทธเจาว่า \"พระพุทธเจ้าข้า กายพระองค์ก็ไม่ ได้เล็กลง เมล็ดพันชุผักกาดก็ ไม่ได้ใหญ่ขึ้น ทำ ไมพระองค์ สามารถไปเดินจงกรมอยู่ในเมล็ดพันธุผักกาดได้\" พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบว่า \"ผัที่ยังไม่เข้าถึง พุดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ\" จึงยื่นกระจกให้บานหนึ่ง แล้วให้ไปส่อง ที่พระสถูป เมื่อพระภิกษุหยิบกระจกไปส่องแล้ว จึงเห็นพระสถูป องค์โตสะห้อนอยู่ในกระจกบานเล็ก ๆ เลยคิดได้ว่า กระจกบาน เล็ก ๆ นั้นไม่ได้ใหญ่ขึ้น แล้วพระสถูปก็ไม่ได้เล็กลงแต่อย่างใด แต่พระสถูปองค์เบ้อเร่อสามารถเขาไปอยู่ในกระจกบานเล็กๆ ได้ พระภิกษุคล้ายจะเข้าใจ แต่ความจริงยังไม่ค่อยแรื่อง นัก เพราะยังมีรายละเอียดที่สึกขึ้งและซับข้อนกว่านี้มาก แต่ พระสัมมาล้มพุทธเจ้าเพียงต้องการให้พระภิกษุพอจะเกิดความ เข้าใจ และคลายความสงสัยลงไปได้บ้างเท่านั้นเอง เมื่อใจเราสามารถเข้าถึงจุดที่เล็กยิ่งกว่าปลายเข็มได้ ยิ่งละเอียดเท่าไรเราก็จะสามารถไปถึงสิงที่ใหญ่ยิ่งกว่าจ้กรวาล ทั้งจักรวาล กาแล็กซี(Galaxy)ทั้งกาแล็กซี เอกภพ(Universe) ทั้งเอกภพได้ ภายในศูนย์กลางกายของเรานึ่เอง ที่จะขยาย กว้างครอบคลุมสรรพสิง เพราะฉะนั้นไม่ต้องถอดจิตไปดูอะไร ที่ไหนทั้งสิน เอาใจดิ่งเข้าไปในกลางของกลาง แล้วจะเห็น ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในศูนย์กลางกายของเรา www.kalyanamitra.org

พระมหาสมซา f v'. k \\ ^J V *^ f I PEACE nEVOlCTION v^i www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม คนแต่ละคนจะใช้เวลาต่างกันขึ้นอยู่กับว่าพื้นภูมิที่เคย สังสมมายาวนานช้ามภพช้ามชาตินั้นมีมากขนาดไหน แต่ว่า ทุกคนสามารถปฏิบัติได้ อย่าไปกลัวว่าเราจะทำไม่ได้ เพราะเมื่อได ที่เราลงมีอปฏิบัติ เราก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น ๆ ทันที แล้วสิงที่เราทำ จะมีผลไม่เฉพาะไนป้จจุบันเท่านั้น แต่จะเป็นอุปนิสัยสั่งสมไป ยังภพต่อไปด้วย ผลดีจะเกิดกับเราเอง เพราะฉะนั้นขอไห้ทำเถิด ยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับเด็กที่เกิดมาแล้วยังไม่เคย ทานช้าว เคยแต่รับสารอาหารทางสายสะดือจากแม่ บางคนอาจ จะคิดว่าเด็กคงจะทานช้าวไม่ได้เพราะเขาไม่เคยทาน แต่จริง ๆ เมื่อเขาค่อย ๆ ทานเช้าไป กระเพาะและลำไล้ก็จะทำงาน แล้ว ตัวเขาก็จะโตขึ้น ๆ แข็งแรงมากขึ้น www.kalyanamitra.org

พระมหาสมชาย ฐานรุฑโฒ M.D.; Ph.D. แต่ละท่านมีวิธีการนั่งสมาธิทำให้ใจสงบต่างกัน บาง ท่านซอบนั่งเงียบ ๆ คนเดียว บางท่านซอบอากัยเสียงนำนั่งสมาธิ จากพระอาจารย์ หรือเสียงดนตรี ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัดและ ความค้นของแต่ละคน ผู้ที่นั่งสมาธิใหม่ ๆ พอมีเสียงนำแล้ว อาจจะรู้สีกวิารวมใจใต้ง่าย แต่ถ้าใม่มีเสียงนำใจมักซอบฟังซ่าน เผลอคิดเรื่องอื่นไปเรื่อยเ?)อย เป็นต้น การที่เราใซ้เสียงนำนั่งสมาธิ กับการที่เรานั่งสมาธิเอง นั้น มีผลทำให้สมาธิในการปฏิบัติก้าวหน้าไต้ทั้งสองแบบ แต่ สำ หรับผู้ที่นั่งจนคุ้นแล้ว บางครั้งพอนั่งปีบเขาก็เอาใจดิ่งเข้า กลางไต้เลยทันที หากมีเสียงนำนั่งสมาธิที่เป็นเสียงนิ่ง ๆ เย็น ๆ ก็ใม่ไต้รบกวนอะไร เขาจะสามารถเซื่อมเครื่องเสริม ใจดิ่งใน ธรรมะไต้ เพราะฉะนั้น คนที่เคยนั่งสมาธิมาแล้วหลาย ๆ ปี กับผู เรื่มต้นสิกนั่งสมาธิใหม่ ๆ เมื่อฟังเสียงนำแล้วก็สามารถนั่งสมาธิ ไต้ทั้งค่ www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

สมาธิ 'พ่ -ร s N, •ร, ร wVww.kalyanamitra.org V' V ร

เปิดพรมแดนโลกแห่งธรรม หลายคนสืกนั่งสมาธิแรก ๆ ก็เสีกดี สบายใจ สงบ โล่งสบาย แต่พอนั่งไปสักพ'กก็เริ่มปวดขาบ้าง มีเรื่องฟ้งเข้ามา บ้าง นั่งแล้วหลับบ้าง จีงอยากร้วิธีการแก้ไข นั่งสมาธิแล้วรู้สีกเมื่อย...ทำอย่างไรดี ? กรณีนั่งสมาธิแล้วรู้สึกเมื่อย อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่า ใหม่ ๆ ให้เ3นก'อน ล้ามีอาการเส้นยด ก็ให้ไปหาหมอจับเส้น ที่มีความเชี่ยวซาญ เพื่อปรับให้เส้น กล้ามเนื้อ และกระดูกเรา เองเข้าที่เข้าทาง พอเรานั่งสมาธิจนเกิดความคุ้นเคย เราก็จะนั่งได้นาน ขึ้นเรื่อย ๆ กรณีที่รู้สึกเมื่อยจริง ๆ ก็ให้เปลี่ยนท่ามานั่งพับเพียบ ได้ แต่ระหว่างที่เปลี่ยนท่านั้นให้เอาใจนั่ง ๆ อยู่ที่คูนย'กลางกาย ไม่จำเป็นอย่าลืมตา เมื่อเปลี่ยนท่าเสร็จแล้วจะได้ทำสมาธิต่อไป ได้เลย ไม่ด้องถอนจิตออกมา ^ ^ ^www.kalyanamitra.org ^ ๙^'

พระมหาสมขาย ฐานวฑโฒ M.D.: Ph.D. นั่งสมาธิแล้วรู้สีกฟ้ง...ทำอย่างไรด ? ในกรณีฟังนั้นสำคัญตอนที่เริ่มนั่ง คือ อย่าเพิ่งคิดอะไร เอาใจนิ่ง ๆ บางคนเริ่มนั่งก็เริ่มคิดไปเรื่องอื่นทันที พอคิดไป บ่อย ๆ จนเกิดความเคยชิน พอจะหยุดคิดกลับมาทำสมาธิใจซัก จะรู้สืกแน ไม่อยากกลับ อยากจะคิดต่อไปอึก ดังนั้น เมื่อเรานั่งสมาธิแล้วให้ตั้งใจ เอาใจนิ่ง ๆ ตรง ศูนย์กลางกายอยู่ที่กลางท้องใจก็จะนิ่งได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ารู้ตัวว่า ฟังเมื่อไรแล้วอย่าไปคิดต่อ ให้ปล่อยเรื่องนั้นไป เอาใจกลับมา ไว้ที่ศูนย์กลางกายทันที ทำ อย่างนี้ทุกครั้งไม่นานใจที่เคยฟังก็จะ ฟังน้อยลง เป็นสมาธิได้นานขึ้น ๆ ส่วนใหญ่ที่ฟังไม่เลิกเป็นเพราะว่า ทั้งที่รู้ตัวว่าฟังแต่ กลับรู้สึกว่ากำลังสนุกจึงคิดต่อไปเรื่อยเปีอยเป็นคริ่งชั่วโมง เป็น ชั่วโมงไม่ยอมกลับ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากทำสมาธิให้ก้าวหน้า ให้ยึดหลักว่าซ'วงที่เผลอฟังไป ถ้าไม่รู้ตัวก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ารู้ตัว เมื่อไรขอให้กลับ rlSi /rs ^www.kalyanamitra.org ^ ^

กรณีที่เผลอฟ็งไปนานหลายสิบนาที จู่ ๆ จะให้กลับใจ ก็มักไม่คอยจะยอมกลับ ให้เราลืมตาขึ้นมองดูดวงแก้วหรือ องค์พระตรงหน้า พอลืมตาขึ้นมาใจจะมาอยู่กับภาพตรงหน้า เรื่องฟ้งก็จะคลายลงไป พอเสร็จแล้วเราก็ค่อย ๆ หลับตาใหม่ แล้วนึกถึงองค์พระ หรือดวงแกัวใส ๆ ที่กลางท้อง นั่งสมาธิแล้วรู้สิกง่วง...ทำอย่างไรดี ? หากเกิดอาการง'วงเวลานั่งสมาธิ ให้ลองตรวจสอบ สุขภาพเราว่าอดนอนหรือไม่ มีอาการเส้นติดหรือไม่ เพราะบาง คนมีลักษณะของเส้นคอหรือเส้นหลังติดทำให้ไปดงรั้ง พอนั่ง สมาธิเพียง 2-3 นาที ก็มีอาการคอตกคอพับจึงจะต้องไปนวด คลายเส้น หรือบางคนอดนํ้า ดื่มนํ้าไม'เพียงพอ ร่างกายขาดนํ้าจึง เกิดอาการง่วงได้ง่าย เป็นต้น www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานจุฑโฒ M.D.; Ph.D. เมื่อเราแก้เหตุทางกายภาพเรียบร้อยแล้ว จากนั้นตรวจ สอบนิสัยเราเองแล้วตั้งหลักให้ดี พอเริ่มนั่งสมาธิแล้วทำท่าจะ ง่วงก็ให้ภาวนาถี่ ๆ ว่า \"สัมมา อะระหัง สัมมา อะระหัง สัมมา อะระห้ง\" หรือหากว่าเราทำท่าหัวจะปักลงใปเสียให้ใด้ก็ให้ ลืมตา นิดคอไปมาลักพัก บีบมือเบา ๆ แล้วตั้งหลักให้ดี ๆ แต่ถ้า ยังร้สีกง่วงมากอยู่ก็ให้ลุกไปห้องนํ้าเพื่อล้างหน้าล้างตา เสร็จแล้ว จึงมานั่งต่อ ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาล้มพุทธเจ้าเคยแบะวิธีการ แก้ง่วงแก่พระเจ้าปเสนทิโกคล เพราะพระองค์ง่วงเหงาหาวนอน เป็นประจ้า เนื่องจากพระเจ้าปเสนทิโกคลเสวยพระกระยาหาร ทีละเป็นทะนาน พระสัมมาล้มพุทธเจ้าจึงทรงแนะนำว่า ให้ลด พระกระยาหารลง เมื่อปฏิบัติเซ่นนั้นจึงร้สิกเบาเนื้อเบาตัว ความ ง่วงจึงลดลง ดั่งโบราณว่า \"หนังท้องดึง หนังตาหย่อน\" เพราะฉะนั้น เราต้องปรับอาหารให้พอดี ๆ โม่รับประทาน มากหรือน้อยเกินไป แ www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม ความต่างของการแกนั่งสมาธิคนเดียวกับปฏิบติเป็นกลุ่ม กรณีการสิกนั่งสมาธิคนเดียวกับปฏิบัติกันเป็นกลุ่มนั้น เปรียบเหมือนกับการเรียนหนังสือ ในการเรียนเองที่บ้าน กับ การไปเรียนที่โรงเรียนนั้นต่างกัน คือ หากเราไปโรงเรียน เรียนกัน เป็นกลุ่มและมีตารางสอนขัดเจน พอถึงเวลาก็เข้าห้องเรียน แต่ถ้า เรียนอยู่บ้านคนเดียว แล้วให้อ่านหนังสือเองวันละ 7-8 ซั่วโมง โดยไม่มืคนควบคุมดูแล เราก็อาจจะเถลไถลไปทำเรื่องอื่น ดังนั้น พลังหมู่จะเสริมพลังเดี่ยว การนั่งสมาธิก็เหมือนกัน หากเรานั่งอยู่ดัวยกันเป็นกลุ่ม เมื่อลืมตาฃี้นเราจะเห็นว่าใคร ๆ เขาก็นั่งสมาธิกันอยู่ เราก็จะมีกำลังใจนั่งต่อไปได้ แต่ถ้าให้นั่ง คบเดียว ลักพักก็อาจจะเลิก ลุกเดินไปเดินมา ทำ นั่นทำนี่ไปเรื่อย เพราะฉะนั้นถ้านั่งด้วยกันเป็นหมู่คณะได้ ก็จะฃ่วยเสรีมกำลังใจ ได้อีกทางหนี่ง แต่ใบกรณีของผู้ที่สามารถปฏิบัติ ได้อย่างหนักแน่น จรีงจัง และมีวินัยในตัวเองอย่างดีเยี่ยมแล้ว จะนั่งสมาธิคนเดียว ก็สามารถทำได้ และในชีวิตประจำวันการนั่งก่อนนอน หรือหลัง ตื่นนอนตอนเข้า เราก็นั่งคนเดียวเป็นประจำอยู่แล้ว ด้งนั้นให้13ก จนด้นเคยกระทั่งเป็นวินัยในตัวเอง www.kalyanamitra.org ๙^'

พระมหาสมขาย ฐานวุฑโฒ M.D.; Ph.D. ;»A'. ^ f.c เมื่อนั่งสมาธิแล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลาย สบาย แต่สำหรับ บางคน เมื่อนั่งแล้วกลับรู้สึกเหนื่อย เมื่อย ตึง ไม่สบายเนื้อตัว เหมือนกับไปทำอะไรหนัก ๆ มานั้น เป็นเพราะว่าขณะที่นั่งเรา อาจจะกังวล \"ลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง\" จนเหนื่อยเพราะอยากเห็น แต่จริง ๆ แล้วเราจะนั่งสมาธิให้ได้ผลดีนั้นต้องไม่ลุ้น นั่งสบาย ๆ ทำ ใจให้โปร่งเบา www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม เริ่มแรกให้นึกขยายใจเราให้ กว้าง รู้สึกว่าตัวเรากับธรรมชาติรอบตัว เป็นอันหนี่งอันเดียวกัน ใจขยายออกไป ใจสบาย คลาย แล้วรักษาอารมณ์สบาย ให้ได้ใครที่นั่งสมาธิแล้วได้อารมณ์สบาย ก็ถือว่ากำชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เนื่องจาก เราจะมีอารมณ์อยากนั่งต่อ เพราะนั่ง แล้วสบายนั่นเอง ตังนั้น ในเบื้องตันให้ปรับความ สบายให้ได้กํอน พอจับอารมณ์สบาย ได้ก็ตัองคลายความล้น เพราะเราจะไป เร่งให้เห็นอย่างดีงด้นนั้นไม่ได้ \"ยิ่งเราตันจิตยิ่งอยาก ยิ่งอยาก มันก็ยิ่งไม่เข้า\" ทำ ใจสบาย ๆ จิตจะ น่มนวลและละเอียด พอใจละเอียด แล้วมันจะเข้าไปในศูนย์กลางกายได้ อย่างสบาย ๆ เอง ยกตัวอย่างเหมือนกับใครบอกว่าให้ \"เพ่งดวงแก้ว\" ซี่ง ความจริงไม่ใช่เลย เราเพียงมองดูแล้วนึกเบา ๆ เท่านั้น เพราะ ถ้าเพ่งเมื่อไรจะเป็นการไปเล็ง จิตจะเกร็ง ๆ แล้วจะหยาบ ^ ^www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานจุฑโฒ M.D.; Ph.D. ถ้าเราเลก \"ลุ้น เร่ง เพ่ง จ้อง\"แล้วจะไม่เหนื่อย นั่งแล้ว สบายอกสบายใจ ผ่อนคลาย สดชื่น บางคนเผลอหลับไป 5 นาที พอตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น เหมือนกับได้นอนไปเป็นชั่วโมง แล้ว สามารถนั่งต่อไปได้ แต่ก็ควรพยายามตั้งสตอย่าให้หลับ ถ้าเผลอ หลับไปจริง ๆ เมื่อรู้ตัวแล้วก็ให้นั่งต่อไป เราได้ทราบแล้วว่าการนั่งสมาธินั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งกับพระภิกษุและฆราวาส เพราะว่าคนเรานอกจากจะชำระ ล้างร่างกายแล้ว ยังจะต้องชำระใจตนเองให้สะอาด ผ่องใส ทุกวันด้วย เพราะฉะนั้นฝากไวัให้ลองนั่งสมาธิกัน และที่สำคัญ ให้ทำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วันด้วยจึงจะดี www.kalyanamitra.org ^

www.kalUyacnVamitra.org

':':ฯ www.kalyanamitra.org

เจดพรมแดนโลกแหํงธรรม \"บุญ\" คำ พูดที่ได้ยินกันจบซินหู แต่คำสัน ๆ คำ นี้มี ความลึกซึ้งทั้งในแง'ของความหมาย และหลายหลากวิธีในการ ก่อเกิดบุญ แท้จริงแล้ว \"บุญ\"คือ พลังอย่างหนึ่งซึ้งละเอียด ประณีต และทรงพลังอย่างยิ่ง เป็นเครื่องชำระล้างใจให้ใสสะอาด บริสุทธี้ ผุดผ่อง ห่างไกลจากกิเลสเครื่องเศร้าหมองทั้งหลาย แม้ว่าบุญจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมซึ้งคนทั่วไปมองไม่ เห็น แต่เราสามารถสัมผัสได้กับพลังของบุญ เข่น ร้สืกอิ่มเอมใจ ในบุญ จากกิจกรรมต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนา เข่น การทำบุญ ใส่บาตร การทำทาน รักษาศีล การเจริญสมาธิภาวนา เป็นด้น ซึ้งล้วนสอดคล้องกับบุญกิริยาวัตถุ 10 ดังนั้น \"บุญ\" คือ สิ่งที่ควรสะสมไว้เพื่อระลึกถงบ่อยครั้ง การทำบุญด้วยความตั้งใจนั้นจะนำมาซึ้งถุศลผลบุญ ทั้งในปิจจุบัน ชาติและในอนาคตสืบไป ดังคำกล่าวที่ว่า \"มีบุญสำเร็จทุกอย่าง\" www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานวุฑโฒ M.D.; Ph.D. ความแตกต่างของ \"การทำนณ\" กับ \"การหำทาน\" การทำบุญกับการทำทานนั้นคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ว่า โดยทั่วไปเราแยกการทำบุญกับการทำทานออกเป็นนัยเซิงว่า \"การทำบุญ\" นั้นทำกับผู้ที่มีสถานะสูงกว่า มึคุณธรรมสูงกว่า เซ่น ทำบุญกับพระภิกษุสงฆ์ เป็นตัน ส่วน \"การทำทาน\" นั้นมีนัยเซิงการช่วยเหลือ เช่น เมื่อ เห็นคนที่ลำบากยากจนกว่าตนเองก็ช่วยเหลือด้วยการให้ทาน เป็นตัน แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะเป็นการให้กับใครก็ลือว่าได้บุญ ทั้งนั้น หากแต่มากน้อยเป็นกรณีไป % www.kalyanamitra.org

เปิดพรมแดนโลกแหํงธรรม การทำบุญให้ได้บุญมาก หากเราจะทำบุญให้ไดบุญมาก ทำ ทานให้ได้บุญเยอะ พระสัมมาส้มพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ผู้ทำ บุญทำทานต้องยดหลัก บริสุทธี้ 3 ได้แก่ 1. วัตถบริสุทธึ๋ คือ ทรัพย์ที่เราได้มานั้นพึงได้มาด้วยความ ถูกต้อง ไม่ได้ทุจริตฉ้อโกงมา 2. เจตนาบริสุทธิ๋ คือ ด้วเราต้องมีศรัทธาเต็มเปียมทั้งก่อนให้ ขณะให้ และหลังให้ก็ระลึกถึงด้วยความปลื้มใจ 3. บุคคลบริสุทธึ๋ คือ บุคคลที่เราให้เป็นผู้ที่มีศีลบริสุทธี้ มี คุณธรรมสูงเท่าใด เราก็จะได้บุญมากไปตามส่วนนั้นด้วย ท่าน จึงเปรียบพระภิกษุว่าเป็นเหมือนเนื้อนาบุญของโลก เราเองไป ทำ นาบนเนื้อนาดี ข้าวก็ย่อมออกมาเต็มรวง ส่งผลให้ได้รับ ผลตอบแทนเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเป็นนาดอนแห้งแล้งไม่มีปุย ก็ย่อมได้รับผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เป็นต้น www.kalyanamitra.org

พระมหาสมขาย ฐานรุฑโฌ M.D.; Ph.D. บางท่านสงสัยว่าระหว่างการทำทานด้วยการให้เป็นปัจจัย หรือเป็นเงิน กับการทำทานด้วยสิ่งของ หรือแม้กระทั่งบางท่าน อาจจะไม่ได้มีปัจจัยอะไรมากมาย ก็เอาแรงกายเข้าไปช่วยงาน พระศาสนา ถือว่าเป็นการให้ด้วยแรงกาย มีความแตกต่างกัน อย่างไรในเรื่องของอานิสงส์ ไม่ว่าจะเป็นการทำทานด้วยสิ่งของ เช่น ใส่บาตรด้วยข้าว ปลาอาหาร ข้าวสาร ข้าวสุก ล้วนได้บุญทุกกรณีไป จะถวายเป็น ปัจจัยหรือเงินทองเราก็ได้บุญ เพราะเมื่อถวายแล้วท่านก็นำ ปัจจัยนั้นไปแปรเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เป็นประโยซนํต่อพระศาลนา แล้วนำไปใช้ต่อไปได้อีก หรือหากว่าเราพบวัดกำลังก่อสร้าง แล้วจะถวายไม้ ปูน หิน หรือว่าจะถวายเป็นปัจจัยให้สงฆ์ท่าน ได้ไปจัดหาสิ่งของเพื่อนำมาดำเนินการก่อสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลา ให้เรียบร้อย เราก็ได้บุญเช่นกัน ขึ้นอยู่กับความสะดวก ของผ้ให้นั่นเอง www.kalyanamitra.org

แต่ควรพยายามเลือกสิ่งที่พระภิกษได้ใข้เป็นประโยซน์ เซ่น 'บางกรณีที่ญาติโยมไปซื้อสังฆทานมาถวาย พระท่านรันมา แล้วก็วางเรียงรายแน่นิ่งอยู่ในกุฏิเป็นหลายลิบถัง ไม่ได้เปิด ไม่ได้แกะ อย่างนี้ก็เหมือนกับว่าได้บุญ แต่ได้ประโยขน่ไม่เต็มที่ เพราะว่าเราไปถวายสิ่งที่พระท่านไม่ได้ใช้ เพราะฉะนั้นให้ถวาย สิ่งของที่พระภิก'ษุท่านได้ใช้จริง ๆ จะเกิดประโยซน์มากกว่า www.kalyanamitra.org

ส่วนถ้าเราเอาแรงกายไปซ่วยเหลืองานพระพุทธศาสนา เป็นบ,ุญjianiiบบหนง เรียกวา \"เวยยาวัจจมัย\" แปลวา \"บุญสำเร็จด้วยการขวนขวายในการงานที่ขอบ\" คือ หาก ไม่มีเงินเราก็สามารถช่วยด้วยกำลังกายได้ หรือบางกรณี ที่อาจจะไม่ต้องการทรัพย์ แต่ด้องการสติป็ญญาความคิด |||^ การให้ในรูปแบบนี้ก็ได้บุญเซ่นกัน ถือว่าเป็น \"เวยยาวัจจมัย\" บุญขวนขวายด้วยการทำงานที่ซอบได้ทางหนึ่งเหมือนกัน พ \\ www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม ^ กร่าวยํ้าในตอนต้นราพระสัมมาสัมพทสเจ้าพหแกไ'^^ fillให้หานจะไต้น^ากmiต้องยึดหสักุนุริสุทธิ๋ 3ในกรณีทเร่ร ^เราเองให้ลองพิจารณาหีละจ้อ ดังนี้ I\" - จ้อเ!)ทรพย์นี้จะถวายทานนั้นเราใต้มาด้วยความถูกต้อi- ^^รธรรม . \" :จ้อ^(2)■นญุจะไต้มากใต้นอยเ^จยเทัาร่ากุ่อ่^ ซณะให้ ^ ^ระทสัง่ให้นั้น เรานั้ความเลุอม่ใสืศร้ทส่ามากแค่ไหน ฟน เ^อนจะ ■รรุน , :Ji . ,ai'. >1 ^รุ่เ-a- s ' . li _ _l . ะ_ชุ 'A.'.\"; แเาบญจรง ๆ,ถาศรัทธาเหน๊ยว่.แน่นลกซงอยางน:แลิวระหวางถวาย พปลมปีตมากs หลงถูวๆ฿แลวฺ%ถงเมอใทกๆน่ใๆ{พเกดความPกs ส์:ยดาย-อยำงนุ'บุญทได้รับ.กจะมาก■■■\"■ a www.kalyanamitra.org M^

พระมหาสมชาย ฐานวฑโฒ M.D.; Ph.D. ^;:แส์ษา^คนทอนสวๆยเ1ลุ^ร่ร^รฺา^ลฯาย่0 ฐ^ ธา น.ฅ่พอถวายเสร็จ,กลบรสีศ; มื่อส์พครู่ตนเอุงถวายมาก น่อย ■ถาถวายนฮ^ทวา งเร1:ทจ นนเห่สืร่มาก. ร1:^นี้ ■ผลที่ฟ้ด่จากความคดตร่^ห่นเลย■ดายทุร้า^ย์ ■เมื่ฐุทุาทุ่ญ■ เ^'ร :ว:1วาทุานไปแล้วนี้เ-อง พอตอไปบุญส่งใ'ล้รำรวย.บุคคลนั๊นก็-จะเกิด ® ความรู้สิกตระหนี่ ไม่อยากใช้ทุร้ฬย์ เบนเครษเแตว่าต้องใส่ ^•เ^ต้าขาดวิ่นหรือล้าชี้อผลไม่'ก็มักจะ.หาชื้อพลทุเรมเน่า>ต้รง■■■--^ ต้ดทุงบาง ต้องแอบกินไม่ใ■หใครเห็นเพราะกลัวเขาจะขอนาง- ^%ชีทุรพลันตวาโช้ทรพยไลัไฝเต็มเมเพราะความแ พดาเ www.kalyanamitra.org

ร่;.. >- ■■' •'เ /' •i. I www.kalyanamitra.org

พระมหาลมชาย ฐานรุฑโฒ M.D.; Ph.D. พ๊ไบุญเTบขอทาน1i[บุญหรือ!เฆรุปJ 5น- tNHพนN6พ^ เพ »6<r เพท jfijn UCJ Ifinw-y-iii Itllt#? แต้ว่าเราIฝมิทา<!|เลยว่าเขาจะเรา!]จจัยตร3นไปทำอ่ะเธุ: 'หรอฟ้อมิแรงแล้วเขาจะเอาเรี่ยาแรรไปทำผิตทำชัรอะไรหรือฟล่า ^ ^^ แล้วล้าเป็นเข่นนน ตัวเราผูให้จะมิสวนนาปทบคนเหล่านั้นหรือไม่ ky ประเต้นนี้\"เม'ล้อแล้งวล เทราะตัวเราล้โหไม่มิบาป แต้ร่าจะได-ขญ: fesS' •- !*!• - --• ••ะ...-พ้ - -.■••I -WJ- •-•-.-i:-.: - .v-a/- .■■:■■■ . :• o>. . tt.---, .. a; .■- K ะ-tr..-. ^ 'เรว่าเป็นคนละส่วน ไม่เทยวล้น www.kalyanamitra.org

เปิดพรมแดนโลกแห่งธรรม กรณีที่เราไม่เว่าเขาเป็นแก๊งขอทานที่ตระเวนตามจุด ต่าง ๆ หลอกลวงต้มตุน เอาเด็กมาหลอกขอเงินจากขาวบ้าน หรือเปล่า แต่ท้ายที่สุดเราทนสงสารไม่ไหวแล้วช่วยเหลือเขา แบบนี้ไม่ผิด แตมหลักอยู่ตรงที่ว่า ล้าเราไม่สบายใจที่จะทำทาน สงสัยว่าเขาเป็นแก๊งขอทาน เราไม่อยากให้เพราะรู้ลืกว่าไท้ แล้วเหมือนเป็นการสนับสนนให้เขาเอาเด็กมาทรมาน ล้าเรา รู้สึกอย่างนี้ก็อย่าไปให้ เพราะใจไม่เลื่อมใส มืความระแวง บุญ ได้น้อย แต่ล้าเราไม่ได้คิดอย่างนี้ เพียงแต่มีความรู้สึกสงสาร คิดอยากจะช่วยเหลือเขา แล้วเราก็ให้โดยที่ใจเราเองไม่ได้คิด สงสัยในประเด็นต่าง ๆ เลย อย่างนี้เราเองไม่มีส่วนบาปใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเราให้ด้วยจิตกรุณา ให้ด้วยความสงสารนั่นเอง www.kalyanamitra.org

พระมหาสมชาย ฐานวฑโฒ M.D.; Ph.D. การถวายสังฆทานที่ถูกต้อง บางคนพอกล่าวถึง \"สังฆทาน\" ก็ทำ ให้ปิกถึงถังขึ้นมา ทันที จริง ๆ การถวายสังฆทานนั้นเป็นการถวายแก่พระภิกษ โดยไม่เฉพาะเจาะจงแก่รูปใดรูปหนึ่ง เป็นการถวายโดยภาพ รวม แล้วแต่สงฆ'จะไปใช้อะไรต่อ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้ ธรรมเนียมสงฆ์ ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้าง จึงมักจะไปหา ขึ้อถังสังฆทานแบบสำเร็จรูปตามร้านสังฆภัณฑ์ เพราะรู้สิก สะดวก และมั่นใจว่าทางร้านมีประสบการณ์และมีความเป็น มืออาชีพ เขาคงจะจัดอะไรที'ถูกหลักการถวาย มากกว่าที่เรา ต้องมาจัดหาเองเป็นขึ้น ๆ www.kalyanamitra.org

เปีดพรมแดนโลกแห่งธรรม แปลกตรงที่ว่า การถวายสังฆทานแด่พระภิกพุ่างจากการ ซื้อสิ่งของอย่างอื่น กรณีซื้อของอย่างอื่น เข่น ซื้อเสื้อผ้า ถ้าเจอ ของที่ไม่ดี ไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจเราก็เอาไปคืนหรือไปต่อว่าเขา แต่ว่าการถวายสังฆทานแต่พระภิกษุนั้นเป็นรูปแบบที่ว่า \"คนซื้อ ไม่ไถ้ใฟ้ คนไขๆ.ม่ไถ้ซื้อ\"เพราะฉะนั้นเมื่อถวายไปแล้ว พระภิกษุ ท่านเปิดมาเจอนมบูดบ้าง ผ้าสบงผืนเล็กไปบ้าง เล็กขนาดที่ สามเณรยังใส่ไม่ไถ้ เพราะว่าคนขายบางคนนั้นถ้องการไถ้กำไร มาก ๆ จึงทำแค่ให้'เห็นว่ามีผ้าเหลืองอยู่ ก็เลยตัดผืนเล็ก ๆ แล้ว นำ ไปใช้อะไรไม่ไถ้ อย่างนี้จึงทำให้ใช้ประโยชน์ไถ้ไม่เต็มที่ ใน กรณีนี้เราจัดเตรียมเครื่องสังฆทานเองจึงจะเป็นการดีกว่า www.kalyanamitra.org

พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ M.D.; Ph.D. โดยหากต้องการจะถวายอาหารให้ถวายช่วง!าอนเพล ส่วน ข้าวสาร อาหารแห้ง ให้ถวายช่วงตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงเที่ยง เท่านน แต่ถ้าเป็นเครื่องดื่ม นํ้าปานะ หรือของใข้ที่จำเป็น เช่น สบู่ ยาสีทิน ผงซักฟอก จะถวายหลังเพลก็ย่อมได้ ในการถวายลังร!ทานแต่ละครั้งเราสามารถถวายแต่พระภิกชุ รูปเดียวได้ คือ ไม่ได้เจาะจงพระภิกษุรูปใดรูปหนี่ง เราถวายรวม ๆ ทังวัด เพียงแต่มีพระภิกษุ 1 รูป ที่เป็นตัวแทนสงฆ์มารับเท่านั้น แต่หากเป็นการทำพีธีกรรมจะให้ครบองค์สงฆ์ จะต้องมีพระสงฆ์ 4 รูปขึ้นไป www.kalyanamitra.org

www.kalyanamitra.org

สวนกุศล ^:} jVj^jVr. รุ?•■•ร •^'โ www.kalyanamitra.org